ประกาศโรงเรียนบ้านบอ่ แสน
เรอ่ื ง ใหใ้ ชห้ ลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นบอ่ แสน พทุ ธศักราช ๒๕๖๕
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
******************
เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนบ้านบ่อแสน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาพังงา สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
สภาพแวดล้อมและความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและ
เสริมสร้างศักยภาพคนของชาติ ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การยกระดับ
คณุ ภาพการศกึ ษาและการเรยี นรู้ให้มคี ุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคลอ้ งกบั ประเทศไทย ๔.๐ โลกใน
ศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทียมกับนานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ใน
ประชาคมโลก ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ดังนั้นโรงเรียนบ้านบ่อแสน จึงได้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำส่ังกระทรวงศึกษาธิการ อาศัย
ระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ. 2544 ข้อ 5 ประกาศการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 11
กรกฎาคม 2551 คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่องให้ใช้
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่ม
สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง 2560) คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.30/2561 ลงวันที่ 5 มกราคม 2561 เรื่องการ
เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิต ศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2561 (ฉบบั ปรบั ปรุง)
ทั้งนี้หลักสูตรโรงเรยี นบ้านบ่อแสนได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน เม่ือ
วันท่ี ๑๓ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนต้ังแตบ่ ดั นเ้ี ป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๓ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
(ลงชอ่ื ) (ลงชอ่ื )
(นายสมพร โบบทอง) (นายรุ่งโรจน์ อุตราภาส)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านบ่อแสน
คำนำ
เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมวดที่ 4 มาตรา 27 ที่
กำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าทีจ่ ัดทำสาระของหลักสูตรเพ่ือความเป็นไทย ความเปน็ พลเมืองท่ีดขี อง
ชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพของปัญหาในชมุ
ชมและสังคม ภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของครอบครวั ชมุ ชม สังคมและ
ประเทศชาติ
อาศัยระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ข้อ 5 ประกาศการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.
2551 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7
สงิ หาคม 2560 เรือ่ งให้ใช้มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชีว้ ดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และ
สาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) คำสัง่ กระทรวงศกึ ษาธิการ ท่ี สพฐ.30/2561 ลงวนั ที่ 5 มกราคม
2561 เรือ่ งการเปลย่ี นแปลงมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ัดกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2561 (ฉบบั ปรับปรุง)
โรงเรียนบ้านบ่อแสน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพังงา ได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา
เพื่อเป็นแกนหลักในการจัดทำโครงสร้างและสาระหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับบรบิ ทของสถานศึกษา
ซึ่งในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาครั้งนี้ อาศัยการมีส่วนร่วมของนักเรียน คณะครู ผู้ปกครองและชุมชน
ทัง้ นเ้ี พอ่ื ใหส้ ามารถ ขับเคล่ือนไปสูก่ ารจัดการเรยี นรู้ ทส่ี ง่ ผลใหผ้ ู้เรียนมีคุณภาพดา้ นความร้แู ละทักษะท่ีจำเป็น
ในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องต ลอดชีวิต
และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ อีกทั้งเพื่อเป็นกรอบทิศทางในการนำหลักสูตรไปใช้อย่างมี
ประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดีมีปัญญา มีคุ ณภาพชีวิตที่ดี และมีขีด
ความสามารถในการปรับตัวใหอ้ ยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขทั้งในสังคมไทยและสังคมโลกต่อไป ทั้งนี้โรงเรียน
บ้านบอ่ แสน พรอ้ มจัดการศึกษาตามหลักสตู รโรงเรยี นบา้ นบ่อแสน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ เปน็ ต้นไป
ขอขอบคุณผูม้ ีส่วนเกีย่ วข้องทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรฉบับน้ใี ห้มี
ความสมบูรณ์และเหมาะสมตอ่ การจดั การศกึ ษาในโรงเรยี นบ้านบ่อแสนตงั้ แตป่ กี ารศึกษา ๒๕๖๕ เปน็ ตน้ ไป
(นายรงุ่ โรจน์ อุตราภาส.)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นบอ่ แสน
สารบญั หนา้
เรื่อง ๖
ประกาศโรงเรียน ๖
ความนำ ๖
วสิ ัยทัศน์ ๘
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๑๙
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษา ๒๘
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ๓๖
๔๗
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ๕๕
กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ๖๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๗๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๗๘
๘๕
ประวตั ิศาสตร์
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๙๓
กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ๙๗
กลมุ่ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชพี ๑๑๑
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาองั กฤษ ๑๑๒
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ๑๒๓
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ช้ัน ป.๑-๓ ๑๒๔
สาระการเรยี นร้กู ารปอ้ งกนั การทจุ ริต ชนั้ ป.๑-๖ ๑๓๐
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๑๓๗
กิจกรรมแนะแนว ๑๓๙
กจิ กรรมนักเรยี น ๑๔๗
กิจกรรมลูกเสอื ๑๔๙
กิจกรรมชมุ นมุ
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
เกณฑ์การจบการศกึ ษา
ภาคผนวก
คำสัง่ ตา่ งๆ
ความนำ
อาศัยระเบียบ กระทรวงศึกษาธกิ าร ว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสตู รและงานวิชาการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ข้อ 5 ประกาศการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่
11 กรกฎาคม 2551 คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่องให้ใช้
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ในกลุ่มสาระ
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง 2560) คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.30/2561 ลงวันที่ 5 มกราคม 2561 เรื่องการ
เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2561 (ฉบับปรบั ปรงุ )
โรงเรยี นบ้านบ่อแสน ได้จดั ทำหลักสูตรโรงเรียนบ้านบ่อแสนพุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยใช้มาตรฐานและตัวชี้วัด ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมศิ าสตร์ในกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม และสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามกรอบแนวทางดงั ท่กี ล่าวมา เพอ่ื นำไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผน
และพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มี
กระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ตลอดจนเกณฑ์การ
จบการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกำหนดทิศทางในการ
จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพรอ้ มและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางท่ี
ชดั เจนเพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มคี วามพร้อมในการก้าวสสู่ ังคมคณุ ภาพ มคี วามรู้อยา่ งแทจ้ รงิ และ
มที ักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ ทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องทง้ั
ระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบคุ คลตอ้ งร่วมรบั ผดิ ชอบ โดยรว่ มกันทำงานอยา่ งเป็นระบบ และต่อเน่ือง ในการ
วางแผน ดำเนนิ การ ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรงุ แก้ไข เพ่อื พฒั นาเยาวชนของชาติไปสูค่ ณุ ภาพ
ตามมาตรฐานการเรียนร้ทู ่ีกำหนดไว้
สว่ นนำ
อาศัยระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสตู รและงานวิชาการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ข้อ 5 ประกาศการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่
11 กรกฎาคม 2551 คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่องให้ใช้
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ในกลุ่มสาระ
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง 2560) คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.30/2561 ลงวันที่ 5 มกราคม 2561 เรื่องการ
เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2561 (ฉบับปรบั ปรุง)
โรงเรยี นบ้านบ่อแสน จึงไดป้ รับปรงุ หลกั สูตรสถานศกึ ษา ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
พุทธศักราช 2551 เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนการจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมาย
ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดคุณภาพผู้เรียน
โครงสร้างเวลาเรียน สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด แนวการจัดการเรียนรู้ การวัดและป ระเมินผล
ตลอดจนสื่อ/แหล่งเรียนรู้ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี เปิดโอกาสให้โรงเรียน
สามารถกำหนดทศิ ทางในการจดั การเรียนการสอนในแตล่ ะระดับตามความพรอ้ มและจดุ เนน้ โดยมกี รอบหลักสูตร
แกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจน เพื่อสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้อย่าง
แทจ้ รงิ และมที กั ษะในศตวรรษท่ี 21
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยให้สถานศึกษาเห็นผลคาดหวังที่ต้องการใน
การพฒั นาการเรยี นรขู้ องผู้เรยี นทีช่ ดั เจนตลอดแนว ร่วมกนั พัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทำให้การจัดทำหลักสูตร
มีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผู้เรียนใน
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการ ส่งเสริม
สนับสนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรงุ แกไ้ ข เพื่อพฒั นาผู้เรยี นไปสูค่ ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่กี ำหนดไว้
2. วิสยั ทศั น์
“พัฒนาผูเ้ รียนใหเ้ ปน็ คนดี คนเกง่ มีจรยิ ธรรมตามหลกั ศาสนา พรอ้ มสำหรบั วถิ ชี ีวติ ในศตวรรษที่ ๒๑”
3. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นบ่อแสน ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้
ผเู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดงั น้ี
3.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมใน
การใชภ้ าษาถา่ ยทอดความคดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจ ความรู้สกึ และทศั นะของตนเองเพื่อแลกเปลย่ี นขอ้ มูลขา่ วสาร
และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด
ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับขอ้ มูลข่าวสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลอื กใชว้ ธิ กี ารส่ือสาร ท่ีมีประสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบท่มี ตี อ่ ตนเองและสงั คม
3.2 ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคดิ อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพ่อื นำไปสกู่ ารสรา้ งองคค์ วามรู้หรอื สารสนเทศเพอื่
การตดั สนิ ใจเกย่ี วกับตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม
3.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแก้ปญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ
ท่เี ผชญิ ได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลักเหตผุ ล คณุ ธรรม และขอ้ มลู สารสนเทศ เขา้ ใจความสมั พนั ธ์
และการเปลีย่ นแปลงของเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้
มาใชใ้ นการป้องกนั และแก้ไขปญั หา และมีการตัดสนิ ใจท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบ
ท่เี กดิ ขึ้น ต่อตนเอง สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม
3.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสรา้ งเสริมความสัมพนั ธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแยง้ ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การ
ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการรู้จักหลกี เล่ียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อื่น
3.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยี ดา้ นตา่ ง ๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การทำงาน การ
แกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม
4. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนบ้านบ่อแสน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่ง
พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น ในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะ
เปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดงั น้ี
ขอ้ 1 รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ หมายถึง คุณลกั ษณะท่แี สดงออกถงึ การเปน็ พลเมอื งดีของชาติ
ธำรงไว้ซึง่ ความเปน็ ชาติไทย ศรัทธา ยึดมนั่ ในศาสนา และเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
ผู้ที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คือ ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติมีความ
สามัคคปี รองดอง ภมู ใิ จ เชิดชูความเปน็ ชาตไิ ทย ปฏิบตั ติ นตามหลักศาสนาที่ตนนบั ถอื
และแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษตั ริย์
ข้อ 2 ซื่อสตั ย์สุจริต
ซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดม่ันในความถูกต้อง ประพฤติตรงตาม
ความเปน็ จริงต่อตนเองและผ้อู ื่นทง้ั ร่างกาย วาจา ใจ
ผทู้ ม่ี คี วามซื่อสตั ย์ คอื ผทู้ ีป่ ระพฤติตรงตามความเปน็ จริงทง้ั ทางกาย วาจา ใจ
และยดึ หลกั ความจริง ความถูกตอ้ งในการดำเนินชวี ติ มคี วามละอายและเกรงกลัวตอ่ การกระทำผิด
ข้อ 3 มีวินัย
มีวนิ ยั หมายถึง คณุ ลกั ษณะท่แี สดงออกถึงการยดึ มนั่ ในขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ และ
ระเบียบข้อบังคบั ของครอบครัว โรงเรยี นและสงั คม
ผมู้ วี นิ ยั คือ ผ้ทู ีป่ ฏบิ ัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับของครอบครัว
โรงเรยี นและสังคมเป็นปกตวิ สิ ยั ไม่ละเมดิ สิทธิของผอู้ น่ื
ขอ้ 4 ใฝ่เรียนรู้
ใฝเ่ รยี นรู้ หมายถึง คณุ ลกั ษณะทแ่ี สดงออกถึงความตงั้ ใจ เพียรพยายาม ใน
การศึกษา แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ เรียนรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
ผู้ที่ ใฝ่เรยี นรู้ คือ ผทู้ ี่มลี กั ษณะซึง่ แสดงออกถึงความตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรยี น
และเข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ แสวงหาความรู้จากแหลง่ เรยี นรูท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่าง บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ถ่ายทอด เผยแพร่ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ข้อ 5 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
อยู่อย่างพอเพียง หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มี
เหตุผล รอบคอบ มคี ุณธรรม มีภมู คิ ้มุ กนั ในตัวทดี่ ี และปรับตัวอยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข
ผู้ทอ่ี ยูอ่ ย่างพอเพยี ง คือ ผู้ทีด่ ำเนินชวี ติ อย่างประมาณตน มเี หตุผล รอบคอบ
ระมัดระวัง อยรู่ ว่ มกบั ผู้อื่นด้วยความรบั ผิดชอบ ไมเ่ บยี ดเบียนผู้อ่นื เหน็ คณุ ค่าของทรัพยากรตา่ ง ๆ
มกี ารวางแผนปอ้ งกันความเสี่ยง และพร้อมรับการเปลย่ี นแปลง
ขอ้ 6 มุ่งมน่ั ในการทำงาน
มุ่งมัน่ ในการทำงาน หมายถงึ คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความต้งั ใจและ
ความรับผดิ ชอบในการทำงาน ด้วยความเพียรพยายาม อดทน เพ่อื ให้งานสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย
ผทู้ ม่ี ุง่ ม่ันในการทำงาน คือ ผ้ทู ่ีมีลักษณะซงึ่ แสดงออกถึงความตั้งใจปฏบิ ัติหนา้ ท่ี
ทไี่ ด้รบั มอบหมายด้วยความเพียรพยายาม ทมุ่ เทกำลงั กาย กำลงั ใจ ในการปฏิบตั ิกจิ กรรมต่าง ๆ
ใหส้ ำเร็จลลุ ว่ งตามเป้าหมายท่กี ำหนดด้วยความรับผดิ ชอบ และมีความภาคภมู ิใจในผลงาน
ขอ้ 7 รักความเปน็ ไทย
รักความเปน็ ไทย หมายถึง คุณลกั ษณะท่แี สดงออกถงึ ความภาคภูมใิ จ เห็นคณุ ค่า
รว่ มอนรุ ักษ์ สืบทอดภูมปิ ัญญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย ใชภ้ าษาไทย
ในการสอื่ สารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ผทู้ รี่ ักความเป็นไทย คอื ผู้ท่มี ีความภาคภมู ใิ จ เห็นคุณค่า ชน่ื ชม มสี ่วนรว่ ม
ในการอนรุ กั ษ์ สืบทอด เผยแพรภ่ ูมิปญั ญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะและวัฒนธรรมไทย
มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารอย่างถกู ต้องเหมาะสม
ขอ้ 8 มจี ติ สาธารณะ
มีจิตสาธารณะ หมายถึง คณุ ลักษณะทแี่ สดงออกถงึ การมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมหรอื สถานการณท์ ่ี
ก่อให้เกดิ ประโยชนแ์ กผ่ ้อู ่ืน ชุมชน และสงั คม ดว้ ยความเต็มใจ กระตอื รือรน้ โดยไม่หวงั ผลตอบแทน
ผมู้ จี ติ สาธารณะ คอื ผู้ที่มีลกั ษณะเปน็ ผู้ให้และชว่ ยเหลือผอู้ น่ื แบ่งปนั ความสุข
ส่วนตนเพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวม เข้าใจ เห็นใจผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคม อนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดในชุมชน
โดยไม่หวังส่งิ ตอบแทน
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นบอ่ แสน
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านบ่อแสน ประกอบด้วยโครงสร้างเวลาเรียน และโครงสร้าง
หลักสูตรชัน้ ปี
1. โครงสร้างเวลาเรียน
โครงสรา้ งเวลาเรยี นเปน็ โครงสรา้ งท่ีแสดงรายละเอียดในภาพรวมเวลาเรียนของกล่มุ สาระ
การเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระที่เป็นเวลาเรียนพื้นฐาน เวลาเรียนเพิ่มเติม และเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
จำแนกแตล่ ะช้นั ปี
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
โครงสร้างเวลาเรียนหลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นบ่อแสน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั
พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มกี ำหนดโครงสรา้ งเวลาเรยี น ดงั นี้
เวลาเรยี น ชวั่ โมง/ปี
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ระดบั ประถมศกึ ษา
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุม่ สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชพี ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา่ งประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมเวลาเรยี น (พน้ื ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ สาระการเรียนรู้
ภาษาองั กฤษเพ่อื การสอื่ สาร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
การปอ้ งกนั การทจุ ริต ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
อสิ ลามศึกษา ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐)
- แนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ลูกเสอื /ยวุ กาชาด ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ชมุ นุมสง่ เสริมการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์* ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ๑,12๐ ชัว่ โมง/ปี
*กจิ กรรมชมุ นมุ นกั เรียนเลอื กเรียนตามความสนใจ ได้แก่
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
๒. โครงสรา้ งหลักสูตรช้นั ปี เป็นโครงสร้างทแี่ สดงรายละเอยี ดเวลาเรยี นของรายวชิ าพ้นื ฐาน รายวชิ า/กิจกรรม
เพิม่ เติม และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นในแต่ละชน้ั ปี
โครงสรา้ งหลกั สตู ร ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑
รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรียน
รายวิชาพ้ืนฐาน (ชั่วโมง/สปั ดาห)์ (ชว่ั โมง/สปั ดาห์)
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๘๔๐ ๒๑
ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑
ว๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๑ ๒๐๐ ๕
ส๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม ๑ ๒๐๐ ๕
ส๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๑
พ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑ ๑๐๐ ๒.๕
ศ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ ๔๐ ๑
อ๑๑๑๐๑ ภาษาตา่ งประเทศ ๑
๔๐ ๑
รายวชิ าเพิ่มเตมิ ๔๐ ๑
อ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร ๑ ๔๐ ๑
ส๑๑๒๐๑ การปอ้ งกันการทจุ ริต ๑ ๒๐ ๐.๕
ส๑๑๒๐2 อิสลามศึกษา ๑ ๑๖๐ ๔
( ๑6๐ ) 4
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๔๐ ๑
กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑
ลูกเสือ / เนตรนารี 8๐ 2
ชมนมุ ( ๑๒๐ ) ๓
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน*์ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
รวม ๓๐
๑๐ ๑
๑,12๐
๒8
*กจิ กรรมชมุ นุมนกั เรียนเลอื กเรยี นตามความสนใจ ได้แก่
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
โครงสร้างหลกั สูตร ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒
รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรยี น
รายวชิ าพื้นฐาน (ช่วั โมง/สปั ดาห์) (ชั่วโมง/สปั ดาห)์
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๘๔๐ ๒๑
ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒
ว๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๒ ๒๐๐ ๕
ส๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒
ส๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒ ๒๐๐ ๕
พ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๒
ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ ๑๐๐ ๒.๕
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๒
อ๑๒๑๐๑ ภาษาตา่ งประเทศ ๒ ๔๐ ๑
รายวชิ าเพิม่ เตมิ ๔๐ ๑
อ๑๒๒๐๑ ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร ๒
ส๑๒๒๐๑ การปอ้ งกันการทจุ ริต ๒ ๔๐ ๑
ส๑2๒๐2 อิสลามศึกษา 2
๔๐ ๑
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๐.๕
ลกู เสือ / เนตรนารี
ชมรม ๑๖๐ ๔
กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน*์
( ๑6๐ ) 4
รวม
๔๐ ๑
๔๐ ๑
8๐ 2
( ๑๒๐ ) ๓
๔๐ ๑
๔๐ ๑
๓๐ ๑
๑๐
๑,12๐ ๒8
*กจิ กรรมชุมนมุ นกั เรียนเลอื กเรียนตามความสนใจ ได้แก่
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
โครงสร้างหลักสูตร ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรียน
รายวิชาพ้นื ฐาน (ชั่วโมง/สปั ดาห)์ (ชั่วโมง/สปั ดาห์)
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๘๔๐ ๒๑
ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๓ ๒๐๐ ๕
ส๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๓
ส๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๓ ๒๐๐ ๕
พ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๓
ศ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ ๑๐๐ ๒.๕
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓
อ๑๓๑๐๑ ภาษาตา่ งประเทศ ๓ ๔๐ ๑
รายวิชาเพมิ่ เตมิ ๔๐ ๑
อ๑๓๒๐๑ ภาษาต่างประเทศ ๓
ส๑๓๒๐๑ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ๓ ๔๐ ๑
ส๑3๒๐2 อิสลามศึกษา 3
๔๐ ๑
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๐.๕
ลกู เสือ / เนตรนารี
ชมรม ๑๖๐ ๔
กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์*
( ๑6๐ ) 4
รวม
๔๐ ๑
๔๐ ๑
8๐ 2
( ๑๒๐ ) ๓
๔๐ ๑
๔๐ ๑
๓๐ ๑
๑๐
๑,12๐ ๒8
*กจิ กรรมชมุ นุมนักเรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
โครงสรา้ งหลกั สูตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรียน
รายวชิ าพน้ื ฐาน (ชั่วโมง/ปี) (ชั่วโมง/สปั ดาห์)
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๘๔๐ ๒๑
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๔ ๑๖๐ ๔
ส๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔
ส๑๔๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๔ ๑๖๐ ๔
พ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔
ศ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ ๑๒๐ ๓
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔
อ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๘๐ ๒
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ๔๐ ๑
อ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร ๔
ส๑๔๒๐๑ การปอ้ งกันการทจุ รติ ๔ ๘๐ ๒
ส๑4๒๐2 อิสลามศกึ ษา 4
๘๐ ๒
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑
ลกู เสือ / เนตรนารี
ชมรม ๘๐ ๒
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์*
( ๑6๐ ) 4
รวม
๔๐ ๑
๔๐ ๑
8๐ 2
( ๑๒๐ ) ๓
๔๐ ๑
๔๐ ๑
๓๐ ๑
๑๐
๑,12๐ ๒8
*กจิ กรรมชุมนมุ นกั เรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ ได้แก่
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
โครงสร้างหลกั สตู ร ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรยี น
รายวชิ าพื้นฐาน (ชว่ั โมง/สปั ดาห์) (ช่ัวโมง/สปั ดาห์)
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๘๔๐ ๒๑
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๕ ๑๖๐ ๔
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕
ส๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๕ ๑๖๐ ๔
พ๑๕๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๕
ศ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ๑๒๐ ๓
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๕
อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๘๐ ๒
รายวิชาเพิม่ เตมิ ๔๐ ๑
อ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่ือสาร
ส๑๕๒๐๑ การปอ้ งกันการทจุ ริต ๕ ๘๐ ๒
ส๑5๒๐2 อสิ ลามศึกษา 5
๘๐ ๒
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๑
ลกู เสอื / เนตรนารี
ชมรม ๘๐ ๒
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์*
( ๑6๐ ) 4
รวม
๔๐ ๑
๔๐ ๑
8๐ 2
( ๑๒๐ ) ๓
๔๐ ๑
๔๐ ๑
๓๐ ๑
๑๐
๑,12๐ ๒8
*กิจกรรมชมุ นมุ นกั เรียนเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
โครงสร้างหลักสตู ร ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖
รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรยี น
รายวชิ าพ้นื ฐาน (ชัว่ โมง/ปี) (ชั่วโมง/สปั ดาห์)
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๘๔๐ ๒๑
ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖
ว๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๖ ๑๖๐ ๔
ส๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๖
ส๑๖๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๖ ๑๖๐ ๔
พ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖
ศ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ ๑๒๐ ๓
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖
อ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ ๘๐ ๒
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๔๐ ๑
อ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่อื การส่ือสาร ๖
ส๑๖๒๐๑ การปอ้ งกันการทจุ รติ ๖ ๘๐ ๒
ส๑6๒๐2 อสิ ลามศึกษา 6
๘๐ ๒
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๑
ลกู เสือ / เนตรนารี
ชมรม ๘๐ ๒
กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน*์
( ๑6๐ ) 4
รวม
๔๐ ๑
๔๐ ๑
8๐ 2
(๑๒๐) ๓
๔๐ ๑
๔๐ ๑
๓๐ ๑
๑๐
๑,12๐ ๒8
กจิ กรรมชมุ นมุ นกั เรียนเลอื กเรยี นตามความสนใจ ไดแ้ ก่
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
รายวชิ าพืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ระดับประถมศึกษา
รายวิชาพ้ืนฐาน
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ จำนวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ระดับประถมศึกษา
รายวชิ าพน้ื ฐาน
ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพ้ืนฐาน กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ประถมศึกษา
รายวิชาพนื้ ฐาน
ว๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๑ จำนวน ๑๐๐ ชั่วโมง
ช่วั โมง
ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๒ จำนวน ๑๐๐ ช่วั โมง
ชว่ั โมง
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๓ จำนวน ๑๐๐ ชั่วโมง
ชวั่ โมง
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๔ จำนวน ๑๒๐
ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๕ จำนวน ๑๒๐
ว๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๖ จำนวน ๑๒๐
รายวชิ าพนื้ ฐานและเพมิ่ เติม กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ระดบั ประถมศกึ ษา
รายวชิ าพืน้ ฐาน
ส๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๖ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส๑๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๓ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๕ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๖ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
รายวิชาเพิ่มเตมิ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๑๒๐๑ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส ๑๒๒๐๑ การป้องกันการทจุ ริต ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๓๒๐๑ การป้องกนั การทุจรติ ๓ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๒๐๑ การป้องกนั การทุจรติ ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๕๒๐๑ การปอ้ งกนั การทุจริต ๕ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๖๒๐๑ การป้องกันการทุจรติ ๖ จำนวน 8๐ ชว่ั โมง
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ จำนวน 8๐ ชัว่ โมง
ส ๑๑๒๐2 อสิ ลามศกึ ษา ๑ จำนวน 8๐ ชว่ั โมง
ส ๑๒๒๐2 อิสลามศกึ ษา 2 จำนวน 8๐ ชว่ั โมง
ส ๑๓๒๐2 อสิ ลามศึกษา 3 จำนวน 8๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๒๐2 อสิ ลามศกึ ษา 4 จำนวน 8๐ ช่วั โมง
ส ๑๕๒๐2 อสิ ลามศกึ ษา 5
ส ๑๖๒๐2 อสิ ลามศึกษา 6
รายวิชาพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
ระดบั ประถมศกึ ษา
รายวชิ าพ้นื ฐาน
พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๒ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
พ ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๓ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๕ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๖ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ระดบั ประถมศึกษา จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
รายวิชาพน้ื ฐาน
ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔
ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖
รายวิชาพื้นฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ระดบั ประถมศึกษา
รายวชิ าพื้นฐาน
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๒ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๕ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๖ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ
ระดับประถมศกึ ษา
รายวิชาพื้นฐาน
อ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
อ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
อ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
รายวชิ าเพิ่มเตมิ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
คำอธบิ ายรายวชิ า
ท 11101 ภาษาไทย1 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา 200 ช่ัวโมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ฝึกอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ บอกความหมายของคำและข้อความ ตอบคำถาม
เล่าเรื่องย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ นำเสนอเรื่องที่อ่าน บอก
ความหมายของเครอื่ งหมายหรือสญั ลกั ษณส์ ำคญั ทีม่ ักพบเหน็ ในชีวติ ประจำวนั มีมารยาทในการอา่ น ฝกึ คัดลายมอื
ดว้ ยตัวบรรจงเต็มบรรทดั เขยี นสอ่ื สารดว้ ยคำและประโยคงา่ ย ๆ มมี ารยาทในการเขยี น
ฝึกทักษะในการฟัง ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆและปฏิบตั ิตาม ตอบคำถาม เล่าเรื่อง พูดแสดงความคดิ เห็น
และความรูส้ ึกจากเรือ่ งทฟ่ี งั และดู พูดสอ่ื สารไดต้ ามวัตถปุ ระสงค์ เน้นมารยาทในการฟงั การดแู ละการพดู
ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
เรียบเรยี งคำเปน็ ประโยคงา่ ย ๆ ต่อคำคลอ้ งจองงา่ ย ๆ
บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก ฝึกท่องจำบท
อาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการ
แสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้
ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศร ษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กบั ชีวติ ประจำวันได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
ท 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5, ป.1/6, ป.1/7, ป.1/8
ท 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ท 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ท 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4
ท 5.1 ป.1/1, ป.1/2
รวม 5 มาตรฐาน 22 ตวั ชี้วัด
คำอธบิ ายรายวชิ า
ท 12101 ภาษาไทย 2 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เวลา 200 ช่ัวโมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ฝึกอา่ นออกเสยี งคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ย ๆ อธบิ ายความหมายของคำและ
ข้อความที่อ่าน ต้ังคำถาม ตอบคำถาม ระบใุ จความสำคัญและรายละเอยี ด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน
เหตุการณ์ เลือกอา่ นหนังสอื ตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน อา่ นขอ้ เขียนเชิงอธบิ าย และ
ปฏิบตั ิตามคำสั่งหรอื ขอ้ แนะนำ มมี ารยาทในการอ่าน
ฝกึ คดั ลายมือดว้ ยตวั บรรจงเตม็ บรรทัด เขยี นเรอื่ งสนั้ ๆ เก่ียวกบั ประสบการณ์ เขียนเรอื่ งส้นั ๆ ตาม
จินตนาการ มีมารยาทในการเขยี น
ฝึกทกั ษะการฟัง ฟังคำแนะนำ คำสง่ั ทซ่ี บั ซอ้ นและปฏบิ ตั ติ าม เล่าเรือ่ ง บอกสาระสำคญั ของเรอื่ ง ตงั้
คำถาม ตอบคำถาม พดู แสดงความคิดเหน็ ความรู้สึก พดู สือ่ สารได้ชัดเจนตรงตามวตั ถุประสงค์ มมี ารยาทใน
การฟัง การดแู ละการพูด
ฝกึ ทักษะการเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ
เรยี บเรียงคำเปน็ ประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสอื่ สาร บอกลกั ษณะคำคล้องจอง เลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถิ่นไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
ฝกึ จบั ใจความสำคญั จากเรือ่ ง ระบขุ อ้ คดิ ทไี่ ด้จากการอา่ นหรือการฟังวรรณกรรมสำหรับเด็ก เพอื่ นำไปใช้
ในชวี ิตประจำวนั รอ้ งบทรอ้ งเล่นสำหรับเดก็ ในท้องถ่นิ ทอ่ งจำบทอาขยานตามทก่ี ำหนดและบทรอ้ ยกรองที่มี
คณุ ค่าตามความสนใจ โดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการสอื่ ความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบตั ิ อธิบาย บนั ทึก การต้งั
คำถาม ตอบคำถาม ใช้ทกั ษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบ
ยอด
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สอื่ สารไดถ้ กู ตอ้ ง รักการเรยี นภาษาไทย เห็นคณุ คา่ ของการ
อนุรกั ษภ์ าษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนำความรูไ้ ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
และสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ ับชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ท 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ท 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ท 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5 ป.2/6, ป.2/7
ท 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ท 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
รวม 5 มาตรฐาน 27 ตัวชว้ี ัด
คำอธบิ ายรายวิชา
ท 13101 ภาษาไทย 3 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลา 200 ช่ัวโมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ฝึกอ่านออกเสยี งคำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ย ๆ อธบิ ายความหมายของคำและขอ้ ความท่ี
อ่าน ตัง้ คำถาม ตอบคำถามเชิงเหตผุ ล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตกุ ารณ์ สรุปความรู้ ขอ้ คดิ จากเรื่องทอ่ี ่าน เพอ่ื
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เลอื กอ่านหนงั สือตามความสนใจอย่างสมำ่ เสมอและนำเสนอเรอ่ื งที่อา่ น อา่ นข้อเขียนเชิง
อธิบาย และปฏิบตั ติ ามคำส่งั หรอื ขอ้ แนะนำ อธบิ ายความหมายของขอ้ มลู จากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ มี
มารยาทในการอ่าน
ฝึกคัดลายมอื ด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทัด เขียนบรรยาย เขยี นบันทึกประจำวัน เขยี นเรื่องตามจินตนาการ มี
มารยาทในการเขยี น
ฝกึ ทกั ษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอยี ด บอกสาระสำคญั ตงั้ คำถาม ตอบคำถาม พดู แสดงความ
คดิ เห็น ความรูส้ กึ พูดสอ่ื สารไดช้ ัดเจนตรงตามวตั ถุประสงค์ มีมารยาทในการฟงั การดูและการพูด
ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ระบชุ นดิ หน้าที่ของคำ ใช้
พจนานกุ รมค้นหาความหมายของคำ แตง่ ประโยคง่าย ๆ แตง่ คำคล้องจองและคำขวญั เลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ
ระบุข้อคิดท่ไี ด้จากการอา่ นวรรณกรรม เพ่อื นำไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน รจู้ กั เพลงพนื้ บ้าน เพลงกลอ่ มเด็ก
เพือ่ ปลูกฝงั ความชื่นชมวัฒนธรรมทอ้ งถิ่น แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับวรรณคดีทอ่ี ่าน ท่องจำบทอาขยานตามท่ี
กำหนดและบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ณุ ค่าตามความสนใจ โดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการเขียน กระบวนการ
แสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแกป้ ญั หา การฝึก
ปฏิบัติ อธบิ าย บนั ทึก การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟงั การดแู ละการพูด พดู แสดงความคดิ เหน็
กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด
เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สอ่ื สารได้ถกู ต้อง รกั การเรียนภาษาไทย เหน็ คุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนำความรไู้ ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ
สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กบั ชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9
ท 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
รวม 5 มาตรฐาน 31 ตวั ช้วี ดั
คำอธิบายรายวชิ า
ท 14101 ภาษาไทย 4 กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 เวลา 160 ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ฝกึ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและสำนวนจากเร่อื งที่
อ่าน อา่ นเรื่องสั้น ๆ ตามเวลาท่ีกำหนดและตอบคำถามจากเรือ่ งท่ีอา่ น แยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเรอื่ งที่
อ่าน คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่องทอี่ ่าน โดยระบุเหตผุ ลประกอบ สรปุ ความร้แู ละขอ้ คดิ จากเรื่องท่ีอ่าน เพ่อื
นำไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั เลือกอ่านหนังสอื ท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับ
เร่อื งที่อา่ น มมี ารยาทในการอ่าน ฝึกคดั ลายมอื ดว้ ยตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และครึง่ บรรทดั เขียนสอ่ื สารโดยใช้คำได้
ถูกตอ้ ง ชดั เจนและเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เพอื่ ใชพ้ ฒั นางานเขียน เขยี นยอ่
ความจากเรอื่ งส้ัน ๆ เขียนจดหมายถงึ เพอ่ื นและมารดา เขยี นบันทกึ และเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า
เขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ มมี ารยาทในการเขียน
ฝกึ ทักษะการฟัง การดูและการพดู จำแนกข้อเท็จจริงและขอ้ คิดเห็นเรื่องที่ฟงั และดู พดู สรุปจากการฟงั
และดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สกึ เก่ยี วกบั เร่ืองทฟี่ งั และดู ตง้ั คำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ล
จากเรื่องทฟ่ี งั และดู พูดรายงานเรอ่ื งหรอื ประเดน็ ทศี่ กึ ษาคน้ คว้าจากการฟงั การดแู ละการสนทนา มมี ารยาทใน
การฟัง การดูและการพดู ฝึกเขียนตามหลกั การเขยี น เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบทตา่ ง ๆ
ระบุชนิดและหนา้ ที่ของคำในประโยค ใชพ้ จนานุกรมค้นหาความหมายของคำ แตง่ ประโยคไดถ้ กู ตอ้ งตามหลัก
ภาษา แตง่ บทรอ้ ยกรองและคำขวญั บอกความหมายของสำนวน เปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้
ระบุข้อคิดจากนทิ านพน้ื บ้านหรือนิทานคติธรรมอธิบายขอ้ คดิ จากการอา่ นเพอ่ื นำไปใชใ้ นชีวิตจรงิ รอ้ งเพลง
พืน้ บา้ นทอ่ งจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรองท่มี คี ุณคา่ ตามความสนใจ โดยใชก้ ระบวนการอา่ น
กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
กระบวนการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ กระบวนการสอื่ ความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝกึ ปฏบิ ตั ิอธิบาย บันทกึ
การตัง้ คำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูดพดู แสดงความคดิ เห็นกระบวนการสร้างความคดิ รวบ
ยอด
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สอ่ื สารไดถ้ กู ตอ้ ง รักการเรยี นภาษาไทย เห็นคณุ ค่าของการ
อนุรกั ษภ์ าษาไทยและตวั เลขไทย สามารถนำความร้ไู ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนโ์ ดยใช้วธิ กี ารของเศรษฐกิจพอเพยี งและ
สามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ท 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6
ท 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ท 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวม 5 มาตรฐาน 33 ตัวชีว้ ัด
คำอธิบายรายวชิ า
ท 15101 ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เวลา 160 ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ฝกึ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและขอ้ ความท่ีเปน็ การ
บรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนยั แยกข้อเท็จจริง ข้อคดิ เห็น วเิ คราะห์ แสดงความคิดเห็น อ่าน
งานเขยี นเชงิ อธบิ าย คำส่ัง ขอ้ แนะนำ และปฏิบัตติ าม เลอื กอา่ นหนังสือท่ีมคี ุณค่าตามความสนใจ มมี ารยาทในการ
อ่าน
ฝกึ คัดลายมอื ดว้ ยตวั บรรจงเต็มบรรทดั และคร่ึงบรรทดั เขยี นส่อื สาร เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง แผนภาพ
ความคิด เขยี นยอ่ ความ เขยี นจดหมายถึงผปู้ กครองและญาติ เขยี นแสดงความรู้สกึ และความคดิ เห็น กรอกแบบ
รายการตา่ ง ๆ เขยี นเร่อื งตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขียน
ฝึกทักษะการฟงั การดูและการพดู พดู แสดงความรู้ ความคดิ เห็นและความรสู้ กึ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม
วิเคราะห์ความ พูดรายงาน มมี ารยาทในการฟงั การดูและการพูด
ระบุชนิดและหน้าทีข่ องคำในประโยค จำแนกสว่ นประกอบของประโยค เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถ่ิน ใช้คำราชาศพั ท์ บอกคำภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย แต่งบทรอ้ ยกรอง ใช้สำนวนได้ถูกตอ้ ง
สรุปเรือ่ งจากวรรณคดหี รอื วรรณกรรมทอ่ี ่าน ระบคุ วามรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่
สามารถนำไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ อธบิ ายคณุ คา่ ของวรรณคดแี ละวรรณกรรม ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบท
รอ้ ยกรองทมี่ คี ณุ ค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอา่ น กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกล่มุ กระบวนการคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ กระบวนการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ กระบวนการสอื่
ความ กระบวนการแกป้ ัญหา การฝกึ ปฏิบตั ิ อธิบาย บันทึก การตัง้ คำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและ
การพูด พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สื่อสารได้ถูกตอ้ ง รกั การเรยี นภาษาไทย เหน็ คุณค่าของการ
อนุรกั ษภ์ าษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนำความร้ไู ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนโ์ ดยใชว้ ธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ
สามารถนำไปประยุกต์ใชก้ ับชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8
ท 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9
ท 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
ท 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ท 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
รวม 5 มาตรฐาน 33 ตวั ช้วี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
ท 16101 ภาษาไทย 6 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เวลา 160 ชวั่ โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความทเ่ี ปน็
โวหาร อา่ นเร่ืองสน้ั ๆ อยา่ งหลากหลาย แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากเรอื่ งท่ีอา่ น วเิ คราะหแ์ ละแสดงความ
คดิ เห็นเก่ยี วกบั เร่อื งทอี่ า่ นเพอื่ นำไปใชใ้ นการดำเนินชวี ิต อ่านงานเขียน เชงิ อธิบาย คำสั่ง ขอ้ แนะนำ และปฏิบตั ิ
ตาม อธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ เลอื กอ่านหนงั สอื ตามความสนใจ
และอธิบายคณุ คา่ ท่ไี ด้รับ มมี ารยาทในการอ่าน
ฝกึ คดั ลายมอื ด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และครึ่งบรรทดั เขยี นสอื่ สารโดยใช้คำได้ถูกตอ้ ง ชัดเจน และ
เหมาะสม เขยี นแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคดิ เพอ่ื ใชพ้ ฒั นางานเขยี น เขยี นเรยี งความ เขียนยอ่ ความ
จากเร่อื งอา่ น เขยี นจดสว่ นตวั กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการและสรา้ งสรรค์ มมี ารยาทในการ
เขยี น
ฝึกทักษะการฟงั การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรือ่ งทฟ่ี ังและดู ตง้ั คำถาม
และตอบคำถามเชงิ เหตผุ ลจากเรอื่ งท่ฟี ังและดู วเิ คราะห์ความนา่ เชอ่ื ถอื จากเรอ่ื งทฟี่ งั และดสู อ่ื โฆษณาอยา่ งมี
เหตผุ ล พดู รายงานเร่ืองหรอื ประเด็นทศี่ กึ ษาค้นควา้ จากการฟัง การดูและการสนทนา พดู โนม้ นา้ วอยา่ งมเี หตผุ ล
และนา่ เชอื่ ถือ มีมารยาทในการฟงั การดูและการพดู
ฝึกวิเคราะหช์ นดิ และหนา้ ท่ขี องคำในประโยค ใช้คำได้เหมาะสมกบั กาลเทศะและบคุ คล รวบรวมและบอก
ความหมายของคำภาษาต่างประเทศทใ่ี ชใ้ นภาษาไทย ระบุลกั ษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง วเิ คราะห์
เปรียบเทยี บสำนวนทเี่ ป็นคำพงั เพยและสภุ าษติ
ฝึกแสดงความคิดเหน็ จากวรรณคดหี รอื วรรณกรรมทอ่ี ่าน เล่านทิ านพืน้ บา้ นทอ้ งถิ่นตนเองและนิทาน
พ้ืนบ้านของทอ้ งถน่ิ อ่ืน อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่านและนำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จรงิ ทอ่ งจำ
บทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อย โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคดิ วิเคราะห์และสรปุ ความ กระบวนการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ กระบวนการสอ่ื
ความ กระบวนการแกป้ ญั หา กระบวนการสงั เกต กระบวนกรแยกขอ้ เทจ็ จริง กระบวนการคน้ คว้า กระบวนการใช้
เทคโนโลยีในการสอ่ื สาร กระบวนการใช้ทกั ษะทางภาษา การฝึกปฏิบตั ิ อธบิ าย บนั ทึก การต้งั คำถาม ตอบคำถาม
ใช้ทักษะการฟงั การดูและการพูด พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ ส่ือสารไดถ้ กู ตอ้ ง รักการเรยี นภาษาไทย เหน็ คุณค่าของการ
อนรุ ักษภ์ าษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนำความรูไ้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชนโ์ ดยใชว้ ิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชีวิตประจำวันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
รวม 5 มาตรฐาน 34 ตัวชว้ี ัด
5
คำอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ 1 กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ศึกษา คน้ ควา้ ฝึกทกั ษะ/กระบวนการเก่ยี วกับเรื่องตอ่ ไปนี้
จำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 การนับทีละ 1 และทีละ 10 การอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดู อา
รบิก ตวั เลขไทยแสดงจำนวน การแสดงจำนวนนบั ไมเ่ กิน 20 ในรปู ความสัมพันธข์ องจำนวนแบบส่วนยอ่ ยสว่ นรวม
(part - whole relationship) การบอกอันดับที่ หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลักและการเขียนตัวเลขแสดง
จำนวนในรปู กระจาย การเปรียบเทียบจำนวนและการใชเ้ ครือ่ งหมาย = ≠ > <
การบวก การลบ จำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ การ
หาผลบวก การหาผลลบและความสมั พนั ธ์ของการบวกและการลบ การแก้โจทย์ปญั หาการบวก โจทย์ ปญั หา การ
ลบ และการสร้างโจทย์ปัญหาพร้อมทัง้ หาคำตอบ
แบบรูป แบบรปู ของจำนวนท่ีเพม่ิ ขึน้ หรอื ลดลงทลี ะ 1 และทลี ะ 10 แบบรูปซำ้ ของจำนวน รปู เรขาคณติ
และรูปอื่น ๆ
ความยาว การวัดความยาวโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่ หน่วยมาตรฐาน การวัดความยาวเป็นเซนติเมตร เป็น
เมตร การเปรยี บเทียบความยาวเป็นเซนตเิ มตร เป็นเมตร การแกโ้ จทยป์ ญั หาการบวก การลบเกี่ยวกับ ความ ยาว
ทม่ี ีหน่วยเป็นเซนติเมตร เปน็ เมตร
น้ำหนัก การวัดน้ำหนักโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วย มาตรฐาน การวัดน้ำหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด การ
เปรียบเทียบน้ำหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบเกี่ยวกับ น้ำหนักที่มีหน่วยเป็น
กโิ ลกรัม เป็นขดี
รูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติ ลักษณะของทรงลี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก
กรวย ลักษณะของรปู สามเหลี่ยม รปู สีเ่ หลยี่ ม วงกลม และวงรี
การนำเสนอข้อมูล การอา่ นแผนภมู ิรปู ภาพ
โดยใช้ความรู้ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะสำคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ อย่าง
เหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการ
แก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยมี ีวนิ ยั มีความใฝ่ เรียนรมู้ ีความ
มุ่งมั่นในการท างาน และมีจิตสาธารณะตามคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ที่ดี รวมทั้งเห็นคณุ คา่ และมีเจตคติที่ดตี ่อ
คณติ ศาสตร์
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ค 1.2 ป.1/1
ค 2.1 ป.1/1, ป.1/2
ค 2.2 ป.1/1
ค 3.1 ป.1/1
รวม 5 มาตรฐาน 10 ตัวช้วี ัด
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ 2 กลุม่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ศกึ ษา ค้นควา้ ฝึกทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกับเรอื่ งตอ่ ไปนี้
จำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 การนับทีละ 2 ทีละ 4 ทีละ 10 และทีละ 100 การอ่านและการ
เขียน ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนงั สือแสดงจำนวน จำนวนคู่จำนวนค่ี หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละ
หลัก และ การเขยี นตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย การเปรยี บเทียบและเรียงลำดบั จำนวน
การบวก การลบ การคูณ การหาร จำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 การบวกและการลบ ความหมาย
ของการคูณ การหาร การหาผลคูณ ผลหาร และความสัมพันธ์ของ การคูณ และการหาร การบวก ลบ คูณ หาร
ระคน การแกแ้ ละการสร้างโจทย์ปัญหา พร้อมท้ังหาคำตอบ
แบบรปู แบบรปู ของจำนวนทเ่ี พิ่มข้ึนหรอื ลดลง ทลี ะ 2 ทีละ 5 และทีละ 100 แบบรปู ซำ้
เวลา การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที(ช่วง 5 นาที) การบอกระยะเวลาเป็นชั่วโมง เป็นนาที การ
เปรยี บเทยี บระยะเวลาเปน็ ช่วั โมง เปน็ นาทกี ารอา่ นปฏิทนิ การแก้โจทย์ปัญหาเก่ยี วกับเวลา ความยาว
การวัดความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร การ เปรียบเทียบความยาว
โดยใชค่ วามสัมพนั ธ์ระหว่างเมตรกบั เซนตเิ มตร การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกีย่ วกับความยาว
น้ำหนัก การวัดน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัม การ
เปรียบเทยี บนำ้ หนกั การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับนำ้ หนักท่ีมีหนว่ ยเปน็ กโิ ลกรัมและกรมั กโิ ลกรมั และขีด
ปริมาตรและความจุ การวัดปริมาตรและความจุโดยใช้หน่วย ที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดปริมาตร
และความจุเป็นช้อนซา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็น ช้อนซา ช้อนโต๊ะ ถ้วย
ตวง ลติ ร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั ปริมาตรและ ความจุ ท่ีมหี นว่ ยเปน็ ช้อนซา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร
รปู เรขาคณติ สองมติ ิ ลกั ษณะของรูปหลายเหลยี่ ม วงกลม และวงรแี ละการเขยี นรปู เรขาคณติ สอง มติ โิ ดย
ใช้แบบของรูป
การนำเสนอขอ้ มลู การอา่ นแผนภูมริ ปู ภาพ
โดยใช้ความรู้ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะสำคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ อย่าง
เหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการ
แกป้ ญั หา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีมวี ินยั มีความใฝ่ เรยี นรู้มีความ
มุ่งมั่นในการทำงาน และมีจิตสาธารณะตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดี รวมทั้งเห็นคุณค่า และมีเจตคติที่ดีตอ่
คณิตศาสตร์
มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด
ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6
ค 2.2 ป.2/1
ค 3.1 ป.2/1
รวม 4 มาตรฐาน 16 ตวั ช้วี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 3 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ศึกษา ค้นควา้ ฝึกทักษะ/กระบวนการเกยี่ วกบั เรอ่ื งตอ่ ไปนี้
จำนวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และ ตัวหนังสอื
แสดงจำนวน หลกั คา่ ของเลขโดดในแต่ละหลักและ การเขยี นตวั เลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การ เปรียบเทียบ
และเรียงลำตับจำนวน
เศษส่วน เศษสว่ นทตี่ ัวเศษนอ้ ยกวา่ หรอื เท่ากบั ตวั สว่ น การเปรียบเทยี บและเรียงลำดบั เศษส่วน
การบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนับ ไม่เกน 100,000 และ 0 การบวกและการลบ การคูณ
การหารยาวและการหารสั้นการบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ปญั หาและการสร้าง โจทย์ ปัญหา พร้อมทงั้
หาคำตอบ
การบวก การลบเศษส่วน การบวกและการลบเศษส่วน การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและ โจทย์ ปัญหา
การลบเศษส่วน
แบบรปู แบบรปู ของจำนวนทเี่ พิ่มขึ้นหรอื ลดลงทลี ะเทา่ ๆ กนั
เงิน การบอกจำนวนเงินและเขียนแสดงจำนวนเงิน แบบใช้จุด การเปรียบเทียบจำนวนเงินและการ แลก
เงิน การอา่ นและเขยี นบนั ทึกรายรับ รายจ่าย การแก้โจทยป์ ญั หาเก่ยี วกับเงิน
เวลา การบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาทีการเขียนบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) และ การ
อ่าน การบอกระยะเวลาเปน็ ชว่ั โมงและนาที การเปรยี บเทียบระยะเวลาโดยใชค้ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ ง ช่ัวโมงกบั นาที
การอ่านและการเขียนบนั ทึกกิจกรรม ทร่ี ะบุเวลา การแกโ้ จทย์ปญั หาเกย่ี วกบั เวลา
ความยาว การวัดความยาวเป็นเซนติเมตรและ มิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร การ
เลือกเครื่องวัดความยาวที่เหมาะสม การคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเป็น เซนติเมตร การเปรียบเทียบ ความ
ยาวโดยใชค้ วามสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยความยาว การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกับความยาว
น้ำหนัก การเลือกเครื่องชั่งที่เหมาะสม การคาดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและเป็นขีด การ เปรียบเทียบ
น้ำหนกั โดยใชค้ วามสมั พนั ธ์ระหว่างกิโลกรัมกบั กรมั เมตริกตันกับกิโลกรัม การแก้โจทย์ปญั หา เกยี่ วกับน้ำหนัก
ปริมาตรและความจุ การวัดปริมาตรและความจุเป็นลิตร และมิลลิลิตร การเลือกเคร่ืองตวงที่ เหมาะสม
การคาดคะเนปริมาตรและความจุเป็นลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ
ปรมิ าตรและ ความจทุ มี่ หิ น่วยเป็นลิตรและมลิ ลลิ ติ ร
รูปเรขาคณิตสองมติ ิ รปู ทีม่ ีแกนสมมาตร
การเก็บรวบรวมข้อมูลและการนำเสนอข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลและจำแนกข้อมูล การอ่าน และ
การเขียนแผนภมู ิรปู ภาพ การอา่ นและการเขยี นตารางทางเดยี ว (one - way table)
โดยใช้ความรู้ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะสำคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ อย่าง
เหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการ
แก้ปญั หา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยมี ีวนิ ยั มีความใฝ่ เรยี นรมู้ ีความ
มุ่งมั่นในการทำงาน และมีจิตสาธารณะตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดี รวมทั้งเห็นคุณค่า และมีเจตคติที่ดีต่อ
คณติ ศาสตร์
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ค 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10 ,
ป.3/11
ค 1.2 ป.3/1
ค 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10,
ป.3/11, ป.3/12, ป.3/13
ค 2.2 ป.3/1
ค 3.1 ป.3/1, ป.3/2
รวม 5 มาตรฐาน 28 ตวั ชว้ี ัด
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ค ๑4๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 4 กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 เวลา 160 ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ศึกษา ค้นควา้ ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกย่ี วกับเร่อื งตอ่ ไปน้ี
จำนวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0 การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และ
ตวั หนังสอื แสดงจำนวน หลกั ค่าประจำหลักและค่าของเลขโดด ในแต่ละหลัก และการเขยี นตัวเลข แสดงจำนวน
ในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำตบั จำนวน ค่าประมาณของจำนวนนับและการใช้ เคร่อื งหมาย ≈
เศษส่วน เศษส่วนแท้เศษเกิน จำนวนคละ ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนคละและเศษเกิน เศษส่วนท่ี
เท่ากนั เศษสว่ นอยา่ งตำ่ และเศษส่วนท่ีเทา่ กบั จำนวนนบั การเปรยี บเทยี บ เรียงลำดบั เศษสว่ น
ทศนิยม การอ่านและการเขยี นทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแหน่ง ตามปริมาณทีก่ ำหนด หลกั ค่าประจำหลัก ค่า
ของเลขโดดในแต่ละหลักของทศนิยม และการเขียน ตัวเลข แสดงทศนิยมในรูปกระจาย ทศนิยมที่เท่ากัน การ
เปรียบเทียบและเรียงลำตบั ทศนิยม
การบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0 การประมาณผลลัพธ์ ของ
การบวก การลบ การคูณ การหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ปัญหาและการสร้าง โจทย์ปัญหา
พรอ้ มทง้ั หาคำตอบ
การบวก การลบเศษส่วน การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก และ
โจทย์ปัญหาการลบเศษสว่ นและจำนวนคละ
การบวก การลบทศนิยม การบวก การลบทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ทศนิยมไม่ เกิน
2 ขั้นตอน
แบบรปู แบบรปู ของจำนวนที่เกิดจากการคณู การหารด้วยจำนวนเดียวกัน
เวลา การบอกระยะเวลาเป็นวินาทีนาทีชั่วโมง วัน สัปดาห์เดือน ปีการเปรียบเทียบระยะเวลา โดยใช้
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหน่วยเวลา การอา่ นตารางเวลา การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกับเวลา
การวดั และสร้างมมุ การวดั ขนาดของมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์การสร้างมมุ เมื่อกำหนดขนาดของมุม
รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรปู ของรปู ลีเ่ หลี่ยมมุมฉาก พื้นที่ของรูปลี่เหลี่ยมมุมฉาก การแก้ โจทย์
ปัญหาเกี่ยวกับความยาว รอบรูป และพื้นที่ของรูปลี่เหลี่ยมมุมฉาก รูปเรขาคณิต ระนาบ จุด เส้นตรง รังสีส่วน
ของเส้นตรง และสัญลักษณ์แสดงเส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง มุม ส่วนประกอบของมุม การเรียกซื่อมุม
สัญลกั ษณ์แสดงมมุ ชนดิ ของมมุ ชนิดและสมบตั ิ ของรปู ลเ่ี หลย่ี มมมุ ฉาก การสรา้ งรูปลเ่ี หลี่ยมมุมฉาก
การนำเสนอข้อมูล การอ่านและการเขียนแผนภูมิแท่ง (ไม่รวมการย่นระยะ) การอ่านตารางสอง ทาง
(two - way table)
โดยใช้ความรู้ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะสำคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ อย่าง
เหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการ
แก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีมีวินัย มีความใฝ่ เรียนรู้มี
ความมุง่ ม่นั ในการทำงาน และมจี ติ สาธารณะตามคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ทด่ี ี รวมทั้งเห็นคณุ คา่ และมีเจตคติที่
ดีต่อคณติ ศาสตร์
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9,
ป.4/10, ป.4/11, ป.4/12, ป.4/13, ป.4/14, ป.4/15, ป.4/16
ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ค 3.1 ป.4/1
รวม 4 มาตรฐาน 22 ตวั ชว้ี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ค ๑5๑๐๑ คณิตศาสตร์ 5 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 160 ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ศกึ ษา ค้นคว้า ฝึกทกั ษะ/กระบวนการเก่ยี วกับเรอ่ื งตอ่ ไปนี้
ทศนยิ ม ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเศษสว่ นและทศนิยม ค่าประมาณของทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแหน่ง ท่เี ปน็
จำนวนเตม็ ทศนิยม 1 ตำแหน่ง และ 2 ตำแหน่ง การใชเ้ คร่ืองหมาย ≈
เศษสว่ น และการบวก การลบ การคูณ การหารเศษสว่ น การเปรยี บเทยี บเศษสว่ นและจำนวนคละ การ
บวก การลบของเศษสว่ นและจำนวนคละการคณู การหารของเศษสว่ นและจำนวนคละ การบวก ลบ คณู หารระคน
ของเศษสว่ น และจำนวนคละ การแก้โจทยป์ ัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ
การนำเสนอขอ้ มูล การอา่ นและการเขียนแผนภูมิแท่ง การอ่านกราฟเส้น
บัญญตั ิไตรยางศ์ การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ บญั ญตั ิไตรยางศ์ การคูณ การหารทศนยิ ม การแกโ้ จทย์ปญั หา
เก่ยี วกับทศนยิ ม
ร้อยละหรอื เปอรเ์ ซ็นต์ การอา่ นและการเขยี นรอ้ ยละหรอื เปอรเ์ ซน็ ตก์ ารแก้โจทย์ปญั หารอ้ ยละ
เส้นขนาน เส้นตรง 2 เสน้ ท่อี ยูบ่ นระนาบเดยี วกนั จะขนานกนั ก็ตอ่ เม่ือ มีระยะหา่ งเท่ากันเสมอ รูป
เรขาคณติ เสน้ ต้งั ฉากและสญั ลักษณ์แสดงการตงั้ ฉาก เสน้ ขนานและสญั ลกั ษณแ์ สดงการขนาน การสรา้ งเสน้ ขนาน
มุมแยง้ มมุ ภายใน และมมุ ภายนอก ทอี่ ยบู่ นชา้ งเดียวกันของเส้นตดั ขวาง (Transversal)
รูปสเี่ หลยี่ ม รปู เรขาคณิตสองมิติ ความยาวรอบรปู ของรูปสเ่ี หลีย่ ม พน้ื ที่ของรูปสเ่ี หล่ียมดา้ นขนานและ รปู
สเ่ี หลี่ยมขนมเปียกปนู การแกโ้ จทย์ปญั หาเกยี่ วกบั ความยาวรอบรูป ของรปู ส่เี หลี่ยมและพืน้ ทีข่ องรูปสเี่ หลย่ี ม ด้าน
ขนานและรูปสีเ่ หลยี่ มขนมเปยี กปูน รปู เรขาคณติ สองมิติ ชนิดและสมบตั ิของรปู ลเ่ี หลีย่ ม การสรา้ งรูปลเี่ หล่ยี ม
โดยใชค้ วามรทู้ ักษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตรแ์ ละสมรรถนะสำคัญในการแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ ได้ อยา่ ง
เหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการสอื่ สารและสือ่ ความหมาย ความสามารถในการคดิ ความสามารถ ในการ
แกป้ ญั หา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีมวี นิ ัย มคี วามใฝ่ เรียนรู้มีความ
ม่งุ มน่ั ในการท างาน และมจี ิตสาธารณะตามคุณลักษณะอนั พึงประสงคท์ ี่ดี รวมท้งั เหน็ คณุ คา่ และมเี จตคตทิ ด่ี ีต่อ
คณิตศาสตร์
มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
ค 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9
ค 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ค 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 3.1 ป.5/1, ป.5/2
รวม 3 มาตรฐาน 19 ตัวชว้ี ัด
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ค ๑6๑๐๑ คณติ ศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 เวลา 160 ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ศกึ ษา คน้ คว้า ฝกึ ทกั ษะ/กระบวนการเก่ยี วกบั เรอ่ื งตอ่ ไปน้ี
ห.ร.ม. และ ค.ร.น. จำนวนเฉพาะ ตวั ประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การ
แก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
เศษสว่ น การเปรียบเทียบและเรยี งลำตบั เศษสว่ น และจำนวนคละโดยใช้ความร้เู ร่ือง ค.ร.น. การบวก การ
ลบ เศษสว่ น การบวก ลบ คณู หารระคนเศษส่วน
ทศนยิ ม การเขียนเศษส่วนในรปู ทศนยิ ม การหารทศนิยม การบวก การลบ การคณู การหาร ความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งเศษสว่ นและทศนิยม การ หารทศนยิ ม การแก้โจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั ทศนิยม (รวมการแลกเงินต่างประเทศ)
รอ้ ยละและอตั ราสว่ น การแกโ้ จทยป์ ัญหาอัตราสว่ น และมาตราสว่ น การแกโ้ จทยป์ ญั หารอ้ ยละ
แบบรปู และความสมั พนั ธ์ แบบรปู การแก้ปัญหาเกี่ยวกบั แบบรูป
รูปสามเหลยี่ ม ชนิดและรปู สมบตั ขิ องรปู สามเหลีย่ ม สว่ นต่าง ๆ ของรูปสามเหลย่ี ม การสร้างรปู
สามเหลี่ยม ความยาวรอบรูปของรปู สามเหลีย่ มความยาวรอบรปู และพน้ื ทช่ี องรูปสามเหลย่ี ม
รปู หลายเหลย่ี ม ลกั ษณะของรูปหลายเหลยี่ ม มุมภายในของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปของรปู
หลายเหล่ยี มการแก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั ความยาวรอบรปู และพนื้ ที่ของรูปหลายเหลยี่ ม
วงกลม ส่วนตา่ ง ๆ ของวงกลม การสรา้ งวงกลม ความยาวของเสน้ รอบวง พ้ืนท่ขี องวงกลมการแก้โจทย์
ปัญหาเกย่ี วกับความยาวรอบรูป และพ้ืนท่ี ของวงกลม
รูปเรขาคณิตสามมิติ ลกั ษณะและสว่ นตา่ ง ๆ ของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ รปู คล่ขี องรปู เรขาคณิตสามมิติ
ปรมิ าตรและความจุของรูปเรขาคณติ สามมติ ิ
การนำเสนอขอ้ มูล การอา่ นแผนภูมริ ปู วงกลม
โดยใชค้ วามร้ทู ักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรแ์ ละสมรรถนะสำคญั ในการแกป้ ญั หาต่าง ๆ ได้ อย่าง
เหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการส่อื สารและส่อื ความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการ
แกป้ ัญหา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยมี ีวนิ ัย มีความใฝ่ เรยี นรมู้ ีความ
มุ่งมัน่ ในการทำงาน และมจี ติ สาธารณะตามคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคท์ ด่ี ี รวมท้งั เหน็ คุณค่า และมีเจตคตทิ ี่ดีตอ่
คณิตศาสตร์
มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
ค 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9, ป.6/10,
ป.6/11, ป.6/12
ค 1.2 ป.6/1
ค 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ค 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
ค 3.1 ป.6/1
รวม 5 มาตรฐาน 21 ตวั ชวี้ ดั
คำอธบิ ายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 1 ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 1
รหัสวิชา ว11101 เวลา 100 ชัว่ โมง
………….............................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ พืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณต่างๆ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของ
สัตว์ในบริเวณที่อาศัยอยู่ หน้าที่ของสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายมนุษย์ สัตว์และพืช การทำหน้าที่ร่วมกันของส่วนต่าง
ๆ ของร่างกายมนษุ ย์ การจัดกลมุ่ วสั ดุตามสมบัติ การเกิดเสียงและทิศทาง การเคลอ่ื นท่ีของเสียง ปรากฏการณ์บน
ท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหิน การแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ
การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้สื่อซอฟต์แวร์ การใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูล การใช้
คอมพวิ เตอรแ์ ละการดแู ลรักษาอุปกรณ์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมลู
การเปรียบเทยี บขอ้ มูลจากหลักฐานเชงิ ประจักษแ์ ละการอภปิ ราย เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สื่อสารสิง่ ทีเ่ รยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มี
จิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวดั ป.1/1 , ป.1/2
มาตรฐาน ว 1.1
ป.1/1 , ป.1/2
มาตรฐาน ว 1.2 ป.1/1 , ป.1/2
มาตรฐาน ว 2.1 ป.1/1
มาตรฐาน ว 2.3 ป.1/1 , ป.1/2
มาตรฐาน ว 3.1 ป.1/1
มาตรฐาน ว 3.2 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4 , ป.1/5
มาตรฐาน ว 4.2
รวม 15 ตวั ชวี้ ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2
รหสั วชิ า ว12101 เวลา 100 ชว่ั โมง
.............................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการแสงและน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก ลักษณะของ
สิง่ มีชีวิตและสง่ิ ไมม่ ชี ีวิต สมบตั ขิ องวสั ดุ การนำสมบัตขิ องวสั ดไุ ปประยุกตใ์ ช้ในการทำวัตถใุ นชวี ิตประจำวัน ประโยชน์
ของการนำวัสดุที่ใชแ้ ล้วกลับมาใช้ใหม่ การเคลื่อนทีข่ องแสงจากแหล่งกำเนิดแสง การมองเหน็ วัตถุโดยเสนอแนะแนว
ทางการป้องกนั อันตราย ส่วนประกอบของดิน การจำแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเนื้อดินและการจับตวั เปน็ เกณฑ์
การใช้ประโยชน์จากดิน การแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ส่ือ
ซอฟต์แวร์ การใชเ้ ทคโนโลยีในการสรา้ ง จดั เก็บ เรียกใช้ขอ้ มลู การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรยี บเทียบขอ้ มลู จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่ือสาร
สิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
รหสั ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน ว 1.2 ป.2/1, ป.2/2 , ป.2/3
มาตรฐาน ว 1.3 ป.2/1
มาตรฐาน ว 2.1 ป.2/1, ป.2/2 , ป.2/3 , ป.2/4
มาตรฐาน ว 2.3 ป.2/1 , ป.2/2
มาตรฐาน ว 3.2 ป.2/1 , ป.2/2
มาตรฐาน ว 4.2 ป.2/1 , ป.2/2 , ป.2/3 , ป.2/4
รวม 16 ตัวชีว้ ดั
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 3 ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3
รหสั วิชา ว13101 เวลา 100 ชวั่ โมง
................................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ ประโยชน์ของอาหาร
น้ำ และอากาศ การดูแลตนเองและสัตวใ์ ห้ได้รับส่ิงเหล่าน้ีอย่างเหมาะสม วัฏจักรชีวิตของสัตว์ ส่วนประกอบของวัตถุ
และการเปล่ยี นแปลงของวสั ดุเมื่อทำใหร้ อ้ นข้นึ หรือทำให้เยน็ ลง แรงท่มี ตี ่อการเปลีย่ นแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุ แรง
สัมผัสและแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ การดึงดูดระหว่างแม่เหล็กกับวัตถุ ขั้วแม่เหล็ก การเปลี่ยน
พลงั งาน การทำงานของเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้า และแหล่งพลงั งานในการผลติ ไฟฟา้ ประโยชนแ์ ละโทษของไฟฟา้ วธิ ีการใช้
ไฟฟ้าอย่างประหยัด และปลอดภัย เส้นทางการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกำหนด
ทิศ ความสำคัญของดวงอาทิตย์ต่อสิ่งมีชีวิต ส่วนประกอบของอากาศ ความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของ
มลพษิ ทางอากาศตอ่ สงิ่ มีชีวิต การปฏิบตั ติ นในการลดการเกดิ มลพิษทางอากาศ การเกดิ ลม ประโยชน์และโทษของลม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรยี บเทยี บข้อมูลจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ และการอภิปราย เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สาร
สิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม
รหัสตวั ชี้วดั ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4
มาตรฐาน ว 1.2 ป.3/1 , ป.3/2
มาตรฐาน ว 2.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3, ป.3/4
มาตรฐาน ว 2.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
มาตรฐาน ว 2.3
ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
มาตรฐาน ว 3.1 ป.3/1 , ป.3/2, ป.3/3 , ป.3/4
มาตรฐาน ว 3.2 ป.3/1 , ป.3/2, ป.3/3 , ป.3/4, ป3/5
มาตรฐาน ว 4.2
รวม 25 ตวั ชี้วดั
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 4 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
รหสั วิชา ว14101 เวลา120ชว่ั โมง
...............................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ หน้าทข่ี องราก ลำต้น ใบ และดอกของพชื ดอก สว่ นประกอบของพชื ดอก ความแตกตา่ งของ
ลกั ษณะของสง่ิ มีชีวติ ออกเปน็ กลมุ่ พืช กล่มุ สัตว์ และกลุม่ ท่ไี มใ่ ช่พชื และสัตว์ จำแนกพืชออกเปน็ พชื ดอกและพชื ไมม่ ี
ดอก จำแนกสตั วอ์ อกเป็นสตั ว์มีกระดกู สันหลงั และสัตวไ์ มม่ กี ระดกู สันหลงั ลกั ษณะเฉพาะของสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ใน
กลุม่ ปลา กลมุ่ สัตวส์ ะเทนิ น้ำสะเทินบก กลุ่มสตั วเ์ ลอ้ื ยคลาน กลมุ่ นก และกล่มุ สตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนม ตวั อยา่ งของสตั วใ์ น
แต่ละกลุ่ม สมบัตทิ างกายภาพของวัสดจุ ากการทดลองและระบกุ ารนำสมบตั ิของวสั ดไุ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั โดยผา่ น
กระบวนการออกแบบช้ินงาน แลกเปลีย่ นความคิดกบั ผูอ้ นื่ โดยการอภปิ รายเกยี่ วกบั สมบัตทิ างกายภาพของวัสดอุ ยา่ ง
ด้านความแขง็ สภาพความยดื หยุ่น การนำความรอ้ น การนำไฟฟา้ ของวสั ดุ สมบัตขิ องสสารทง้ั 3 สถานะ การสังเกต
มวล การตอ้ งการทอี่ ยู่ รปู รา่ งและปริมาตรของสสาร เครื่องมอื ที่ใช้วัดมวล และปริมาตรของสสาร ทง้ั 3 สถานะ ผลของ
แรงโนม้ ถ่วงทม่ี ีต่อวัตถุ การใชเ้ ครอ่ื งชง่ั สปรงิ ในการวดั นำ้ หนกั ของวัตถุ มวลของวัตถทุ ี่มีผลต่อการเปลยี่ นแปลงการ
เคลอื่ นที่ของวตั ถุ วัตถุทเี่ ปน็ ตวั กลางโปร่งใส ตวั กลางโปรง่ แสง และวตั ถุทบึ แสง ลักษณะการมองเหน็ ผ่านวตั ถุ แบบรูป
เสน้ ทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ แบบจำลองอธบิ ายแบบรปู การเปล่ียนแปลงรูปรา่ งปรากฏของดวงจันทร์ และ
พยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ แบบจำลองแสดงองคป์ ระกอบของระบบสรุ ยิ ะ และเปรยี บเทียบคาบ การโคจร
ของดาวเคราะหต์ ่าง ๆ จากแบบจำลอง
ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา การอธบิ ายการทำงาน การคาดการณผ์ ลลพั ธ์ จากปัญหาอยา่ งงา่ ย
ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรอื ส่อื และตรวจหาข้อผดิ พลาดและแก้ไขใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็
คน้ หาความรู้ รวบรวม ประเมนิ นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟต์แวรท์ ่หี ลากหลาย เพอื่ แกป้ ญั หาใน
ชีวิตประจำวนั ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เขา้ ใจสิทธิและหนา้ ท่ขี องตน เคารพในสิทธิของผอู้ ืน่
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรียบเทยี บขอ้ มลู จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ และการอภปิ รายเพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถสอ่ื สาร
ส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตรม์ ีจริยธรรม คณุ ธรรม
และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
รหสั ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ว 1.2 ป.4/1
มาตรฐาน ว 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
มาตรฐาน ว 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
มาตรฐาน ว 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
มาตรฐาน ว 2.3 ป.4/1
มาตรฐาน ว 3.1 ป.4/1 , ป.4/2, ป.4/3
มาตรฐาน ว 4.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
รวม 21 ตวั ช้วี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 5 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
รหัสวชิ า ว 15101 เวลา 120 ชว่ั โมง
..........................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับ
และความสมั พนั ธ์ของส่ิงมชี ีวิตทเี่ หมาะสมกับการดำรงชวี ติ ซึ่งเปน็ ผลมาจากการปรับตวั ของสงิ่ มชี ีวิตในแตล่ ะแหลง่ ทอ่ี ยู่
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการ
ดำรงชีวิต โซ่อาหารและบทบาทหน้าท่ีของสิ่งมีชีวิตที่เปน็ ผู้ผลิตและผูบ้ ริโภคในโซอ่ าหาร คุณค่าของสิ่งแวดล้อมท่มี ีต่อ
การดำรงชีวติ ของส่ิงมชี ีวิต โดยมีส่วนร่วมในการดแู ลรักษาสิ่งแวดล้อม ลักษณะทางพันธุกรรมที่มกี ารถ่ายทอดจากพ่อ
แม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ ลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ การเปลี่ยนสถานะของสสารเมื่อทำให้
สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง การละลายของสารในน้ำ การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี การ
เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ วิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันท่ี
กระทำต่อวัตถุอยู่น่ิง แผนภาพแสดงแรงทีก่ ระทำต่อวตั ถุทอ่ี ยู่ในแนวเดยี วกันและแรงลัพธท์ กี่ ระทำต่อวตั ถุ การใชเ้ คร่อื ง
ชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ ผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ การเขียน
แผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ การได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง ลักษณะและ
การเกิดเสยี งสงู เสียงต่ำ ออกแบบการทดลองและอธิบายลกั ษณะและการเกดิ เสียงดัง เสียงคอ่ ย การวัดระดบั เสยี งโดย
ใช้เครือ่ งมอื วัดระดับเสียง แนวทางในการหลกี เล่ยี งและลดมลพิษทางเสียง ความแตกต่างของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษ์
จากแบบจำลอง การใชแ้ ผนท่ีดาวระบตุ ำแหน่งและเสน้ ทางการขนึ้ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า แบบรปู เส้นทาง
การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี ปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง ปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถนำมาใช้
ประโยชน์ได้ แนวทางการใช้นน้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ แบบจำลองการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ
กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง และกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ ใช้
เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ และ
เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือส่ือ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล
ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ
ตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเตอร์เน็ตที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้อง
เม่อื พบข้อมลู หรือบุคคลทีไ่ ม่เหมาะสม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูลการ
เปรียบเทยี บขอ้ มูลจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ และการอภปิ ราย เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสอ่ื สาร
สิง่ ท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นำความร้ไู ปใช้ในชวี ิตประจำวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และ
คา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม
รหัสตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ว 1.1 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4
มาตรฐาน ว 1.3 ป5/1, ป5/2
มาตรฐาน ว 2.1 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4
มาตรฐาน ว 2.2 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4, ป5/5
มาตรฐาน ว 2.3 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4, ป5/5
มาตรฐาน ว 3.1
มาตรฐาน ว 3.2 ป5/1, ป5/2
มาตรฐาน ว 4.2 ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4, ป5/5
ป5/1, ป5/2, ป5/3, ป5/4, ป5/5
รวม 3๒ ตวั ชี้วดั
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 6 ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
รหัสวชิ า ว16101 เวลา 120 ชวั่ โมง / ปี
................................................................................................................................................................................
ศึกษา วเิ คราะห์ สารอาหารประโยชนข์ องสารอาหารแตล่ ะประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน การเลือก
รับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ
แบบจำลอง ระบบย่อยอาหาร หน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร การย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร
ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหารใหท้ ำงานเป็นปกติ การแยกสารผสม โดย
การหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน วิธีการแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวันเก่ียวกับการแยกสาร การเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกดิ จากวตั ถุที่ผ่านการขัดถู ส่วนประกอบ หน้าท่ี
ของวงจรไฟฟ้าแต่ละส่วนอย่างง่าย แผนภาพการต่อวงจรไฟฟ้าอนุกรมและแบบขนาน การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ
อนกุ รมและขนานดว้ ยวธิ ีการทเ่ี หมาะสม ประโยชน์ ขอ้ จำกัด การเกิดเงามดื เงามวั แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิด
เงามืดเงามัว แบบจำลองปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศและการใช้
ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั กระบวนการเกดิ หินอคั นี หนิ ตะกอน และหินแปร แบบจำลองวัฏจกั รหิน การใชป้ ระโยชน์
ของหินและแร่ในชีวิตประจำวัน แบบจำลองการเกิด ซากดึกดำบรรพ์สภาพแวดล้อมในอดีต การเกิดลมบก ลมทะเล
และมรสุม จากแบบจำลอง ผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของ น้ำท่วม การกัด
เซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ ผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย แนวทางการเฝ้าระวังและ
ปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ แบบจำลองอธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก กิจกรรมที่
กอ่ ใหเ้ กดิ แกส๊ เรอื นกระจก ผลกระทบของปรากฏการณ์เรอื นกระจกลูกเหบ็
ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ และ
เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้
รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เขา้ ใจสทิ ธแิ ละหนา้ ทขี่ องตน เคารพในสิทธิของผอู้ น่ื
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์มีจ ริยธรรม
คุณธรรมและค่านิยมท่ีเหมาะสม
รหสั ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ว 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
มาตรฐาน ว 2.1 ป.6/1
มาตรฐาน ว 2.2 ป.6/1
มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8
มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/1 , ป.6/2
มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป’6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 , ป.6/9
มาตรฐาน ว 4.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4
รวม 30 ตวั ชี้วัด
คำอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ส๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษาประวัติ ความสำคัญ ความเป็นมา ของศาสนาที่ตนนับถือ แบบอย่างการดำเนินชีวิตและข้อคิดจาก
ประวัติสาวก เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง ปฏิบัติตนตามหลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนับถอื บำเพ็ญประโยชน์ ศาสน
สถานของศาสนาที่ตนนับถอื ปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี พธิ ีกรรมและวนั สำคัญทางศาสนา เพื่ออยู่ร่วมกนั อย่างสันติสุข
ศึกษา ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ยกตัวอย่างความดีของตนเองและผู้อื่น โครงสร้างบทบาท
หนา้ ท่ีของสมาชกิ มสี ่วนร่วมในการตดั สินใจ
ศกึ ษา สำรวจ เปรียบเทยี บ สินค้าและบรกิ ารท่ีใชอ้ ยูใ่ นชวี ติ ประจำวัน เชน่ ดินสอ สมุดกระดาษ เส้อื ผา้
การได้มาโดยใช้เงินซื้อ หรือได้มาโดยการบริจาค หรือได้มาโดย การแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ การใช้
ประโยชน์จากสินค้าและบริการให้คุ้มค่า มีการวางแผนการใช้เงิน การประหยัดเก็บออม การทำงานอย่างสุจริต
เพื่อให้ครอบครัวและสงั คมอยไู่ ด้อยา่ งเปน็ สขุ
ศึกษา สำรวจ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้น ระบุความสัมพันธ์ ตำแ หน่ง
ระยะทิศทางของที่ตั้ง แผนผังสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวในห้องเรียน สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ บอกสิ่ง ท่ี
เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่ส่งผลต่อมนุษย์ เปรียบเทียบความเปลีย่ นแปลงของสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตวั ที่อยู่อาศยั
อาหาร เคร่อื งแต่งกาย และมีส่วนร่วมในการจดั ระเบียบสภาพแวดล้อมทีบ่ ้านและช้ันเรียน
โดยใชก้ ระบวนการสบื คน้ กระบวนการขัดเกลาทางสงั คม กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนการพฒั นา
ค่านิยม กระบวนการประชาธปิ ไตย กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการคดิ
วเิ คราะห์ กระบวนการทางภูมศิ าสตร์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี นำหลักธรรมทางศาสนา และหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต อยู่ในสังคมร่วมกันอย่างสันติสุข เคารพในสิทธิของความเป็นมนุษย์
เห็นคณุ คา่ ช่ืนชม วัฒนธรรมประเพณไี ทย อนุรักษ์สบื สานภมู ปิ ัญญาไทย ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน
รหสั ตวั ช้วี ัด ส 1.2 ป.1/1-3
ส 2.2 ป.1/1-3
ส 1.1 ป.1/1-4 ส 3.2 ป.1/1
ส 2.1 ป.1/1-2 ส 5.2 ป.1/1-3
ส 3.1 ป.1/1-3
ส 5.1 ป.1/1-๔
รวมทัง้ หมด ๒๔ ตวั ช้วี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษา วิเคราะห์ ประวัติและความสำคัญของพระพุทธศาสนา ศาสนาที่ตนนับถือ ประวัติศาสดาที่นับถือ
การดำเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวกและศาสนิกชนตัวอย่าง หลักธรรมสำคัญของพุทธศาสนาและศาสนาที่ตน
นับถือ พุทธศาสนสุภาษิตและบุคคลตัวอย่างในการทำความดี การเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับศาสนพิธี พิธีกรรม วัน
สำคัญทางศาสนา เพื่อให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์ การอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม นำ
หลักธรรมคำสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเองเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม
เกดิ ความภาคภูมใิ จในการกระทำความดขี องตนเองและผู้อนื่
ศึกษา สังเกต ความเป็นพลเมอื งดตี ามวิถีประชาธิปไตยของตนเองและผู้อืน่ ในสังคมปัจจบุ ัน การยอมรับกฎ
กติกา กฎระเบียบ หน้าที่ความแตกต่างและความหลากหลายทาง ด้านวัฒนธรรม ค่านิยม ความเช่อื
ปลูกฝังค่านิยม สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพการดำเนินชีวิต อย่างสันติสุขในสังคมไทย และการช่วยเหลือการเข้าร่วม
กิจกรรมของชุมชน
ศึกษา อภิปราย บรหิ ารจดั การทรพั ยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุม้ ค่าท้ังทบี่ ้าน และโรงเรยี น
ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รายรับจ่ายของตนเองการทำงานที่ก่อให้เกิดรายได้ในการผลิตการชื้อขายสินค้า วิเคราะห์
อภิปรายและจำแนกข้อดีข้อเสียการใช้จ่ายการชื้อขายแลกเปลี่ยน และการบริโภคสินค้าและการบริการอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพในการดำเนินชีวิตอและการนำหลักเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ศึกษาค้นคว้า อภิปราย สรุป สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นธรรมชาติกับที่มนุษย์สร้างขึน้ ซึ่งปรากฏระหว่างโรงเรียนกับ
บ้าน ลักษณะของโลกทางกายภาพ การใช้แผนที่ แผนผัง และภาพถ่าย เช่นภูเขา ที่ราบ แม่น้ำ ต้นไม้ อากาศ
และทะเล ความสมั พันธ์ของปรากฏการณร์ ะหวา่ งโลก ดวงอาทิตยแ์ ละดวงจันทร์
โดยใช้กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการแก้ปัญหา วิธีการ ทาง
ประวตั ศิ าสตร์ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการประชาธปิ ไตย
เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ เปน็ พลเมอื งดขี องสังคม รู้ข่าวเหตุการณ์สำคัญของชุมชน ภาคภูมิใจในความ
เปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ อยู่รว่ มกนั ในสังคมอย่างเปน็ สขุ
รหสั ตวั ชวี้ ดั ส 1.2 ป.2/1-2
ส 2.2 ป.2/1-2
ส 1.1 ป.2/1-7 ส 3.2 ป.2/1-2
ส 2.1 ป.2/1-4 ส ๕.2 ป.2/1-๔
ส 3.1 ป.2/1-4
ส 5.1 ป.2/1-3
รวมทั้งหมด ๒๘ ตัวชว้ี ัด
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ส๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………
ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย สรุป ความสำคัญของพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ พุทธประวัติหรือ
ประวัตขิ องศาสนาท่ีตนนับถอื แบบอย่างการดำเนนิ ชวี ิตและข้อคิดจากประวัตสิ าวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชน
ตัวอย่าง ความหมาย ความสำคัญของประไตรปิฎก คัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ หลักธรรมทางพุทธศาสนาและ
ของศาสนาที่ตนนับถือ ศาสนสถาน และศาสนวัตถุ ศาสนบุคคลของศาสนาอื่นๆ ศาสนพิธี พีธีกรรม วันสำคัญทาง
ศาสนา ศาสนิกชนของศาสนาทต่ี นนับถอื ศกึ ษา วิเคราะห์ อธบิ าย อภิปราย สรปุ ประเพณวี ัฒนธรรมในครอบครัว
และท้องถิ่น พฤติกรรมการดำเนินชีวิตของตนเองและผู้อื่น ความสำคัญของวันหยุดราชการ บุคคลที่มีผลงานเป็น
ประโยชน์แก่ชุมชน และท้องถิ่น บทบาทหน้าที่ของสมาชิกในชุมชน ความแตกต่างของกระบวนการการตัดสินใจ
ในชนั้ เรยี น โรงเรียนและชมุ ชน และผลที่เกิดจากการตดั สินใจของบุคคลและกลุ่มศึกษา วเิ คราะห์ อภปิ ราย สรุป
จำแนก อธิบายความตอ้ งการและความจำเป็นในการใชส้ นิ ค้าและบริการ การใชจ้ ่ายของตนเอง ทรพั ยากรทมี อี ยจู่ ำกัด
มีผลต่อการผลิต การบริโภค และบริการ สินค้าและบริการที่รัฐจัดบริการแก่ประชาชน ปัญหาพื้นฐานทาง
เศรษฐกิจความสำคัญของภาษีและบทบาทของประชาชนในการเสียภาษี การแข่งขันทางการค้าศึกษา วิเคราะห์
อธิบาย อภิปราย ตระหนัก เปรียบเทียบการใช้แผนที่ แผนผังและภาพถ่ายในการหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เขียน
แผนผังง่าย ๆ ของสถานที่สำคัญในโรงเรียนและชุมชน ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลง
สภาพแวดลอ้ มในชุมชนจากอดีตจนถงึ ปัจจุบนั การพึง่ พาส่ิงแวดล้อมในการดำรงชีวิตของมนุษย์ มลพษิ ที่เกดิ จากการ
กระทำ ของมนุษย์ ความแตกตา่ งของเมืองและชนบท การเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดล้อมในชุมชน
โดยใช้กระบวนการสืบค้น กระบวนการขัดเกลาทางสังคม กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนการพัฒนา
ค่านิยม กระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิธีการทางประวัติศาสตร์
กระบวนการทางภูมิศาสตร์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี นำหลักธรรมทางศาสนาและหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียงประยกุ ต์ใชใ้ นการดำรงชวี ติ อยใู่ นสงั คมร่วมกนั อย่างสันตสิ ขุ เหน็ คุณคา่ ชน่ื ชม วัฒนธรรมประเพณี
ไทย สืบสานภมู ปิ ัญญาไทย ภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ มีจิตสาธารณะ
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ส 1.1 ป.3/1-7 ส 1.2 ป.3/1-3 ส 2.1 ป.3/1-4 ส 2.2 ป.3/1-3
ส 3.1 ป.3/1-3 ส 3.2 ป.3/1-3 ส 5.1 ป.3/1-๒ ส 5.2 ป.3/1-6
รวมทงั้ หมด ๓๑ ตวั ชว้ี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………
ศึกษา รู้ เข้าใจ ความสำคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือในฐานะเป็นศูนย์รวมจิตใจของศา
สนิกชน พุทธประวัติตั้งแต่บรรลุธรรมจนถึงประกาศธรรม หรือประวัติศาสดา ที่ตนนับถือตามที่กำหนด
ประวัติศาสดาของศาสนาอื่น ๆ โดยสังเขป ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาศาสนสถานของศาสนาที่ตน
นับถือ สิทธิพื้นฐานที่เด็กทุกคนพึงได้รับ ตามกฎหมาย ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของกลุ่มคนใน
ทอ้ งถน่ิ เสนอวธิ ีการท่จี ะอยู่รว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ุขในชวี ิตประจำวนั อธบิ ายอำนาจอธปิ ไตยและความสำคัญของระบอบ
ประชาธิปไตย อธบิ ายบทบาทหน้าท่ีของพลเมอื งในกระบวนการเลอื กต้งั ความสำคัญของสถาบนั พระมหากษัตริย์ตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการ บอกสิทธิ
พื้นฐานและรักษาผลประโยชน์ของตนเองในฐานะผู้บริโภค หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวันของตนเอง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคน ในชุมชน หน้าที่เบื้องต้นของเงิน แหล่ง
ทรพั ยากรและส่ิงต่าง ๆ แผนที่ ภาพถา่ ย ระบุลกั ษณะสำคัญทางกายภาพของจังหวัดตนเอง แหล่งทรพั ยากรและส่งิ
ต่างๆในจังหวัดตนเอง ใช้แผนที่อธิบายความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดลอ้ มสภาพแวดล้อม
ทางกายภาพของชุมชนที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคน การใช้ภาษาถิ่นสื่อสารกับคนในท้องถิ่นได้ถูกต้อง การ
เปล่ยี นแปลงสภาพ แวดลอ้ มและผลทเี่ กดิ จากการเปล่ยี นแปลงนนั้ การอนุรักษ์สิง่ แวดลอ้ มในจังหวดั
ใช้กระบวนการวเิ คราะห์ แยกแยะ สรุป อธิบาย อภปิ ราย ระบุ และปฏิบตั ิ การนำเสนอข้อมลู การใชเ้ ครอ่ื งมือ
ต่างๆระบลุ ักษณะสำคญั และการยกตัวอยา่ ง
สามารถอย่รู ว่ มกนั กับผ้อู ื่นในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ ในฐานะพลเมืองไทยและพลเมืองโลก มคี วามรักชาติ
ศาสน์ กษตั ริย์ ซอื่ สัตย์ สุจริต มวี ินับ ใฝ่เรียนรู้อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ มั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ติ
สาธารณะ
รหัสตวั ชีว้ ัด
ส 1.1 ป.4/1-8 ส 1.2 ป.4/1-3
ส 2.1 ป.4/1-5 ส 2.2 ป.4/1-3
ส 3.1 ป.4/1-๓ ส 3.2 ป.4/1-2
ส 5.1 ป.4/1-3 ส 5.2 ป.4/1-3
รวมท้ังหมด ๓๐ ตวั ชว้ี ัด