The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปเล่ม แผนที่นำทาง SDG4 จ.เลย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nut Cha, 2022-09-06 22:58:55

รูปเล่ม แผนที่นำทาง SDG4 จ.เลย

รูปเล่ม แผนที่นำทาง SDG4 จ.เลย

ทั้งในด้านความมั่นคง และเศรษฐกิจ รวมทั้งการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ และการเปิดเสรีในภูมิภาคที่นำไปสู่ความ
เชอ่ื มโยงในทุกระบบ อาจก่อให้เกดิ ความเส่ียงด้านอาชญากรรมข้ามชาติและเศรษฐกิจนอกระบบ รวมทั้งปัญหา
ยาเสพตดิ การคา้ มนษุ ย์ และการลกั ลอบเข้าเมือง

ในทางกลับกัน ความเปลี่ยนแปลงจากโลกาภิวัตน์และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจะก่อให้เกิดนวัตกรรมอย่างพลิกผัน อาทิ เทคโนโลยี
ปัญญาประดิษฐ์ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หุ่นยนต์และโดรน เทคโนโลยีพันธุกรรม
สมยั ใหม่ และเทคโนโลยีทางการเงิน ซงึ่ ตวั อย่างแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีอยา่ งก้าวกระโดดเหล่านี้ คาดว่า
จะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักที่ช่วยทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะกลับมาขยายตัวได้
เข้มแข็งขึ้น แนวโน้มสำคัญที่จำเป็นต้องมีการตดิ ตามอย่างใกล้ชิด อาทิ การรวมกลุ่มทางการค้าและการลงทนุ
ที่จะมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น การแข่งขันที่คาดว่าจะรุนแรงข้ึนในการเพิ่มผลิตภาพและสร้าง
ความหลากหลายของสนิ คา้ และบริการที่ตอบโจทย์รปู แบบชวี ติ ใหม่ ๆ

นอกจากนั้น ประเทศไทยคาดว่าจะเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดในปี 2574
จะก่อให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ ในการตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุที่จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการคาดการณ์ว่าครอบครัวไทยจะมีขนาดเล็กลงและมีรูปแบบที่หลากหลายมากข้ึน
ประชากรในประเทศไทยจะมีช่วงอายุที่แตกต่างกันและจะมีกลุ่มคนช่วงอายุใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผล
ต่อทัศนคติและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของประชากรให้มีคุณภาพและการนำ
เทคโนโลยีทเี่ หมาะสมมาใชใ้ นการผลิตและการบริการของประเทศจะเป็นความท้าทายสำคัญในระยะตอ่ ไป

ในขณะเดียวกัน โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย อาจทำให้เกิดความต้องการแรงงาน
ต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเพื่อทดแทนจำนวนแรงงานไทยที่ลดลง ซึ่งปัจจัยด้านการเปิดเสรีในภูมิภาคและ
ความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งในภูมิภาคจะทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานและการย้ายถ่ิน
มีความสะดวกมากขึน้ และเปน็ ปัจจัยสำคญั ทีจ่ ะทำให้เกิดการเคล่ือนยา้ ยประชากรเข้าออกประเทศเพ่ิมมากข้ึน
โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีศักยภาพซึ่งมีแนวโน้มในการเคลื่อนย้ายไปเรียนหรือทำงานในทั่วทุกมุมโลก
สูงขึ้น ทั้งนี้ การย้ายถิ่นส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จึงอาจจะเป็นไปได้
ที่ประเทศไทยจะยังคงเป็นประเทศผู้รับของประชากรจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ประชากรไทยโดยเฉพาะ
แรงงานทักษะอาจมีแรงจูงใจในการย้ายถิ่นไปยังประเทศที่มีระดับการพัฒนาที่ดีกว่า อาจทำให้การแย่งชิง
แรงงานมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการ
เปลย่ี นแปลงของบริบทสงั คมไทย

นอกจากนี้ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคาดว่าจะมีความรุนแรงมากข้ึน
ท้งั ในเชิงความผันผวน ความถี่ และขอบเขตท่ีกว้างขวางมากขึ้น ซงึ่ จะสร้างความเสยี หายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ตลอดจนระบบผลิตทางการเกษตรที่สัมพันธ์ต่อเนื่องกับความมั่นคง
ด้านอาหารและน้ำ ขณะที่ระบบนิเวศต่าง ๆ มีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงในการ
สูญเสียความสามารถในการรองรับความต้องการของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ระดับความ
รุนแรงของผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศต่าง ๆ

แผนทีน่ ำทางการขับเคลือ่ นเปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ่ังยืนด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 48

ดังกล่าวที่แต่ละประเทศจะต้องเผชิญจะมีความแตกต่างกัน ทำให้การเป็นสังคมสีเขียว การรักษาและบริหาร
จ ั ด ก า ร ท ร ั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ต ิ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล ้ อ ม อ ย ่ า ง บ ู ร ณ า ก า ร จ ะ ไ ด ้ ร ั บ ค ว า มส ำ ค ั ญ แ ล ะ ค ว า มส น ใ จ จ าก
นานาประเทศรวมทั้งประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมถึงการสร้างสมดุล
ความมั่นคงด้านพลังงานและอาหารมีแนวโน้มที่จะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น กฎระเบียบและข้อตกลง
ด้านสิ่งแวดล้อมจะมีความเข้มข้นและเข้มงวดขึ้น โดยกรอบการพัฒนาตามข้อตกลงระหว่างประเทศต่าง ๆ
ที่สำคัญ เช่น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และบันทึกความตกลงปารีส จะได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง
มากยงิ่ ขน้ึ

แนวโน้มเหล่านี้จะก่อให้เกิดความท้าทายต่อการพัฒนาประเทศในหลายมิติ ทั้งในส่วนของ
การจ้างงานและอาชีพ สาขาการผลิตและบริการใหม่ ๆ ความมั่นคงของประเทศอันเกิดจากภัยคุกคาม
และความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่ซับซ้อนขึ้น อาชญากรรมไซเบอร์ รูปแบบการก่อสงครามที่ใช้เทคโนโลยี
เป็นเครื่องมือ การเคลื่อนย้ายอย่างเสรีและรวดเร็วของผู้คน เงินทุน ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ เทคโนโลยี
และสินค้าและบริการ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รวดเร็วและคาดการณ์ได้ยาก
การเกิดขึ้นของโรคระบาด และโรคอุบัติใหม่ที่จะส่งผลให้การเฝ้าระวังด้านการสาธารณสุขในประเทศ
มีความสำคัญมากขึ้น อาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นได้ หากไม่มีมาตรการที่มี
ประสิทธิภาพในการป้องกันและรองรับผลกระทบต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการเตรียมความพร้อม
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบพลิกผันที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งหากการเขา้ ถึงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ความรู้สมยั ใหม่มรี ะดบั ความแตกต่างกันระหว่าง
กลุ่มประชากรต่าง ๆ โดยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดังกล่าวจะส่งผลต่อทั้งการจ้างงาน
และอาชีพที่จะมีรูปแบบและลักษณะงานที่เปลี่ยนไป มีความต้องการแรงงานที่มีสมรรถนะสูงเพิ่มมากขึ้น
หลายอาชีพอาจหายไปจากตลาดงานในปัจจุบันและบางอาชีพจะถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติโดยเฉพาะ
อาชีพที่ต้องการทักษะระดับต่ำ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ปรับตัว
ไม่ทันหรือขาดความรู้และทักษะที่ทนั กับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป กระแสโลกาภิวัตนท์ ี่จะทำให้เกิดการพัฒนา
ขยายความเป็นเมือง วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่อาจจะมี
ความแปรปรวนมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจัยทั้งหมดดังกล่าวจะส่งผลให้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ
ของประเทศมีความซับซอ้ นมากยิ่งขึน้

จากปัจจัยและแนวโน้มที่คาดว่าจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ
ข้างต้น เห็นได้ว่าบริบทและสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกประเทศมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว มพี ลวตั สงู และมคี วามซับซ้อนหลากหลายมิติ ซ่ึงจะสง่ ผลตอ่ อนาคตการพัฒนาประเทศอย่างมาก
ดังนั้น การพัฒนาประเทศจึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติและทุกด้านการพัฒนา
ที่เก่ยี วข้อง มีความรว่ มมือในลักษณะประชารัฐจากภาคส่วนตา่ ง ๆ ในรปู แบบของหนุ้ สว่ นการพัฒนาที่เป็นการ
ดำเนินงานอย่างบูรณาการ เนื่องจากทุกมิติการพัฒนามีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน โดยประเทศไทย
จำเป็นตอ้ งมที รพั ยากรมนษุ ย์ที่มคี ุณภาพ มคี วามรู้ สมรรถนะ และทักษะทส่ี อดคลอ้ งกบั การเปลีย่ นแปลงต่าง ๆ
สามารถรู้เท่าทันและปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข มีอาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้ ท่ามกลาง

แผนทนี่ ำทางการขับเคลอ่ื นเปา้ หมายการพัฒนาทย่ี งั่ ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 49

ความเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และกติกาใหม่ ๆ และมาตรฐานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบและปัจจัยส่งเสริมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน ทั้งในส่วนของ
ระบบการเรียนการสอน และการพัฒนาทักษะฝีมือที่สอดคล้องกันกับการพัฒนาของคนในแต่ละช่วงวยั ระบบ
บริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการใหค้ วามสำคัญกบั การสง่ เสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้
ประเทศไทยสามารถยกระดับเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมก้าวทันโลก จากการต่อยอดการพัฒนา
บนพื้นฐานนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ส่งผลให้เกิดการสร้างห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจในทั้งภาคอุตสาหกรรม
ภาคเกษตร และภาคบริการ กระจายผลประโยชน์จากการพัฒนา ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และนำไปสู่
การเสริมสรา้ งคุณภาพชวี ิตของประชาชนทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลความมั่นคงด้านพลังงาน
และอาหาร รักษาไว้ซึ่งความหลากหลายเชิงนิเวศ การส่งเสริมการดำเนินชีวิตและธุรกิจ และการพัฒนา
และขยายความเป็นเมอื งที่เติบโตอยา่ งต่อเนื่องที่เปน็ มิตรต่อสิ่งแวดลอ้ ม พร้อมกับการมีขอ้ กำหนดของรูปแบบ
และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับลักษณะการใช้พื้นที่ที่ชัดเจน ขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบ
โลจิสติกส์ กฎหมาย ระบบภาษีต้องมีกลยุทธ์การพัฒนาที่สามารถอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ประเทศ
มีศักยภาพการแข่งขันที่สูงขึ้น และสามารถใช้จุดแข็งในเรื่องตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศให้เกิด
ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญของการรวมกลุ่มความร่วมมือกับนานาประเทศ
ในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อกระชับและสร้างสัมพันธไมตรี เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งจะ
ก่อให้เกิดการสร้างพลังทางเศรษฐกิจและรกั ษาความม่ันคงของประเทศ โดยจำเป็นต้องสร้างความพร้อมในการ
ทจ่ี ะยกระดับมาตรฐานและมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกติกาสากลในด้านต่าง ๆ ขณะเดียวกันประเทศไทย
จำเป็นต้องเร่งให้มีการปฏิรูประบบราชการและการเมืองเพื่อให้เกิดการบริหารราชการที่ดีและเสถียรภาพ
ทางการเมือง มีการส่งเสริมคนในชาติให้ยึดมั่นสถาบันหลักเป็นศูนย์รวมจิตใจเพื่อให้เกิดความรักความสามัคคี
และลดความขัดแย้งภายในประเทศ โดยที่นโยบายการพัฒนาต่าง ๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงความสอดคล้อง กับ
โครงสรา้ งและลกั ษณะพฤตกิ รรมของประชากรทอ่ี าจจะมีความแตกตา่ งจากปัจจุบันมากขน้ึ

ดังนั้น ภายใต้เงื่อนไขโครงสร้างประชากร โครงสร้างเศรษฐกิจ สภาพสังคม สภาพภูมิอากาศ
สิ่งแวดล้อม และปัจจัยการพัฒนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการวางแผนการพัฒนา
ที่รอบคอบและครอบคลุม อย่างไรก็ตาม หลายประเด็นพัฒนาเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน
เพื่อให้เกิดการปรับตัวซึง่ จะต้องหยั่งรากลกึ ลงไปถึงการเปลี่ยนแปลงในเชงิ โครงสร้าง การขับเคลือ่ นการพัฒนา
ให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปในอนาคตจึงจำเป็นต้องกำหนดวิสัยทัศน์ในระยะยาวที่ต้องบรรลุ พร้อมท้ัง
แนวยุทธศาสตร์หลักในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นบูรณาการบนพื้นฐาน
ประชารัฐเพื่อยกระดับจุดแข็งและจุดเดน่ ของประเทศ และปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนและจุดด้อยต่าง ๆ อย่างเป็น
ระบบ โดยยุทธศาสตรช์ าตจิ ะเป็นเป้าหมายใหญ่ในการขับเคล่ือนประเทศ และถ่ายทอดไปสู่แผนในระดับอื่น ๆ
เพือ่ นำไปสู่การปฏบิ ัติทั้งในระดบั ยุทธศาสตร์ ภารกิจ และพ้ืนที่ ซงึ่ รวมถงึ พื้นที่พิเศษต่าง ๆ อาทิ เขตเศรษฐกิจ
พิเศษชายแดน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อให้การพัฒนาประเทศสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นคง
ม่ังคง่ั และ ยัง่ ยนื

แผนท่ีนำทางการขบั เคลอื่ นเปา้ หมายการพัฒนาทยี่ ่ังยืนด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 50

วิสัยทศั นป์ ระเทศไทย
“ประเทศไทยมีความมั่นคง มง่ั คั่ง ยั่งยืน เปน็ ประเทศพัฒนาแล้ว ดว้ ยการพัฒนาตามหลัก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อสนองตอบต่อ
ผลประโยชน์แห่งชาติ อันได้แก่ การมเี อกราช อธิปไตย การดำรงอยู่อย่างมั่นคง และยงั่ ยืนของสถาบันหลักของชาติ
และประชาชนจากภัยคุกคามทุกรปู แบบ การอยรู่ ่วมกันในชาตอิ ยา่ งสันติสุขเป็นปึกแผน่ มีความมัน่ คงทางสังคม
ท่ามกลางพหุสังคมและการมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ความเจริญเติบโตของชาติ
ความเป็นธรรมและความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ความยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร ความสามารถในการรักษาผลประโยชน์ของชาติภายใต้การเปลี่ยนแปลง
ของสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติประสานสอดคล้องกันด้านความมั่นคง
ในประชาคมอาเซยี นและประชาคมโลกอยา่ งมีเกยี รตแิ ละศักดศ์ิ รี

ความมั่นคง หมายถึง การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลง
ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจก
บุคคล และมีความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งมิติทางการทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง เช่น
ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย มีการปกครองระบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มีความเข้มแข็งเป็นศูนย์กลางและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
ของประชาชน มีระบบการเมืองที่มั่นคงเป็นกลไกที่นำไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลัก
ธรรมาภิบาล สังคมมีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกำลังเพื่อพัฒนาประเทศ ชุมชนมีความ
เข้มแข็ง ครอบครัวมีความอบอุ่น ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีงานและรายได้ที่มั่นคงพอเพียงกับการ
ดำรงชีวิต มีการออมสำหรับวัยเกษียณ ความมั่นคงของอาหาร พลังงาน และน้ำ มีที่อยู่อาศัย และความปลอดภัย
ในชวี ิตทรพั ยส์ นิ

ความมั่งคง่ั หมายถึง ประเทศไทยมีการขยายตวั ของเศรษฐกจิ อย่างต่อเนื่องและมีความย่ังยืน
จนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาลดลง ประชากรมีความอยู่ดีมีสุขได้รับ
ผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น และมีการพัฒนาอย่างท่ัวถึงทุกภาคส่วน มีคุณภาพชีวิต
ตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ ไม่มีประชาชนที่อยู่ในภาวะความยากจน เศรษฐกิจในประเทศ
มีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันต้องมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในตลาดโลกและ
ตลาดภายในประเทศเพื่อให้สามารถสร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนมีการสร้าง
ฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคตเพื่อให้สอดรับกับบริบทการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป และประเทศไทย
มีบทบาทที่สำคญั ในเวทโี ลก และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศในภมู ิภาค
เอเชีย เปน็ จดุ สำคญั ของการเชื่อมโยงในภมู ภิ าค ทั้งการคมนาคมขนส่ง การผลิต การค้า การลงทุน และการทำธุรกิจ
เพื่อให้เป็นพลังในการพัฒนา นอกจากน้ี ยังมีความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้างการพัฒนาต่อเนื่องไปได้
ไดแ้ ก่ ทนุ มนุษย์ ทุนทางปญั ญา ทนุ ทางการเงนิ ทนุ ท่เี ปน็ เครื่องมอื เครอ่ื งจกั ร ทนุ ทางสงั คม และทุนทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดลอ้ ม

แผนทีน่ ำทางการขับเคลอ่ื นเปา้ หมายการพัฒนาที่ยงั่ ยืนดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 51

ความยั่งยืน หมายถึง การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชี วิต
ของประชาชนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่อยู่บนหลักการใช้ การรักษา
และการฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะ
ต่อสงิ่ แวดล้อมจนเกินความสามารถในการรองรบั และเยยี วยาของระบบนิเวศ การผลิตและการบริโภคเป็นมิตร
กับสิ่งแวดลอ้ ม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบรู ณ์มากขนึ้
และสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอื้ออาทร เสียสละเพื่อผลประโยชน์
ส่วนรวม รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม
ของประชาชน และทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพื่อการพัฒนา
อยา่ งสมดลุ มเี สถียรภาพ และย่ังยืน

โดยมเี ป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติม่นั คง ประชาชนมคี วามสุข เศรษฐกิจ
พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศ
ในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและ
ความเสมอภาคทางสังคม สรา้ งการเติบโตบนคุณภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มติ รกับส่ิงแวดลอ้ ม และมีภาครัฐของประชาชน
เพอ่ื ประชาชนและประโยชนส์ ว่ นรวม โดยการประเมนิ ผลการพัฒนาตามยุทธศาสตรช์ าติ ประกอบด้วย

1) ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย
2) ขดี ความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้
3) การพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์ของประเทศ
4) ความเท่าเทยี มและความเสมอภาคของสังคม
5) ความหลากหลายทางชวี ภาพ คุณภาพสงิ่ แวดล้อม และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ
6) ประสิทธภิ าพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการใหบ้ ริการของภาครฐั

แผนทีน่ ำทางการขับเคลอื่ นเปา้ หมายการพฒั นาที่ยัง่ ยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 52

เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับการพัฒนาให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความ
มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ
เป้าหมายการพัฒนาประเทศข้างต้น จึงจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศระยะยาวที่จะทำให้
ประเทศไทยมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายใน
และภายนอกประเทศในทุกมิติทุกรูปแบบและทุกระดับ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ
ของประเทศได้รับการพัฒนายกระดับไปสู่การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนา
กลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่จะสร้างและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ
เพ่ือยกระดับฐานรายได้ของประชาชนในภาพรวมและกระจายผลประโยชน์ไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม คนไทยได้รบั การพัฒนาให้เป็นคนดี เกง่ มีวนิ ัย คำนึงถึงผลประโยชนส์ ่วนรวม และมีศักยภาพในการ
คิดวเิ คราะห์ สามารถ “รู้ รับ ปรบั ใช้” เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง สามารถเข้าถึงบริการพืน้ ฐาน ระบบสวัสดิการ
และกระบวนการยตุ ิธรรมไดอ้ ยา่ งเทา่ เทยี มกัน โดยไมม่ ีใครถกู ทิ้งไว้ข้างหลงั

การพฒั นาประเทศในชว่ งระยะเวลาของยทุ ธศาสตรช์ าติ จะมงุ่ เน้นการสรา้ งสมดุลระหวา่ งการ
พฒั นาความมั่นคง เศรษฐกจิ สังคม และสงิ่ แวดลอ้ ม โดยการมสี ่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรปู แบบ“ประชารัฐ”
โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง
ความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโต
บนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหาร
จดั การภาครฐั ดังนี้

1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคง
ประชาชนมีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราช
อธิปไตย และมีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ
เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้
ทุกรูปแบบ และทกุ ระดับความรนุ แรง ควบคู่ไปกับการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาด้านความม่ันคงที่มอี ยู่ในปัจจุบัน
และท่ีอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม
และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศทั่วโลกบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล
เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการดำเนินการของยุทธศาสตร์ชาติด้านอื่น ๆ ให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ตาม
ทิศทางและเป้าหมายทีก่ ำหนด

2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนา
ที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ (1) “ต่อยอดอดีต”
โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทาง
ทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศในด้านอื่น ๆ นำมา
ประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมโลกสมัยใหม่
(2) “ปรับปัจจุบนั ” เพือ่ ปูทางสู่อนาคต ผา่ นการพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานของประเทศในมิตติ ่าง ๆ ท้ังโครงข่าย

แผนท่ีนำทางการขบั เคลอื่ นเป้าหมายการพฒั นาท่ยี ่ังยนื ด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 53

ระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดล้อม
ให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต และ (3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่ม
ศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ
ของตลาด ผสมผสานกับยทุ ธศาสตร์ท่รี องรบั อนาคต บนพ้นื ฐานของการตอ่ ยอดอดีตและปรับปจั จบุ ัน พร้อมทั้ง
การสง่ เสรมิ และสนับสนุนจากภาครัฐให้ประเทศไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาส
ทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพิ่มขึ้น
ของคนช้ันกลาง และลดความเหลอื่ มล้ำของคนในประเทศได้ในคราวเดียวกัน

3. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการ
พฒั นาทส่ี ำคญั เพ่อื พฒั นาคนในทุกมติ ิและในทกุ ชว่ งวัยใหเ้ ป็นคนดี เกง่ และมคี ณุ ภาพ โดยคนไทยมีความพร้อม
ทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะรับผิดชอบ
ต่อสังคมและผู้อ่ืน มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิด
ที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่สามและอนุรักษ์ภาษา
ท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง
เปน็ นวัตกร นกั คดิ ผปู้ ระกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสมั มาชพี ตามความถนัดของตนเอง

4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการ
พัฒนาที่สำคัญที่ให้ความสำคัญกับการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน
ท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวม
การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทยทั้งในมิติสุขภาพ
เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองและทำประโยชน์
แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและสวัสดิการที่มีคุณภาพ
อยา่ งเปน็ ธรรมและทั่วถงึ

5. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม
เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและภายนอก
ประเทศอย่างบูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเป็นการดำเนินการบนพื้นฐานการเติบโต
ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุล
ทงั้ 3 ดา้ น อนั จะนำไปสคู่ วามยั่งยนื เพ่อื คนรุ่นต่อไปอย่างแทจ้ ริง

6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและ
ประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาทหน่วยงานของรัฐ
ที่ทำหน้าที่ในการกำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขัน มีสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล

แผนท่ีนำทางการขบั เคลือ่ นเปา้ หมายการพฒั นาทีย่ ่งั ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 54

ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัย และพร้อมที่จะปรับตัว
ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่
ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้ง
มีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคสว่ นเข้ามามีส่วนร่วมเพือ่ ตอบสนองความต้องการ
ของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยม
ความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสำนึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบ
อย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าที่จำเป็น มีความทันสมัย มีความเป็นสากล
มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การลดความเหลื่อมลำ้ และเอื้อต่อการพัฒนา โดยกระบวนการยุตธิ รรมมีการบริหาร
ที่มปี ระสทิ ธภิ าพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบตั ิ และการอำนวยความยตุ ธิ รรมตามหลักนิตธิ รรม

3. ความเช่ือมโยงจากเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) สู่เปา้ หมายการพัฒนาประเทศไทย
ประเทศไทยร่วมลงนามรับรองวาระการพฒั นาท่ีย่งั ยืน ค.ศ. 2030 ในคราวการประชุมสมัชชา

สหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก
สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมกันบรรลุการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใคร
ไว้ข้างหลัง ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยกำหนดให้มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development
Goals: SDGs) 17 เป้าหมายหลัก เป็นแนวทางให้แต่ละประเทศดำเนินการร่วมกัน SDGs มีประโยชน์ต่อการ
พัฒนาประเทศ คือ สามารถใช้เป็นเครื่องมือชี้วดั เพื่อประเมินความสำเร็จของการพัฒนาประเทศ และบ่งบอก
สถานะความสำเร็จของการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อเปรียบเทียบหรือเทียบเคียงกับ
ประเทศอื่น ๆ รวมถึง การนำตัวอย่างหรือต้นแบบของการพัฒนาที่ประสบผลสำเร็จ ไปใช้ในการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ร่วมกับของประเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาในแต่ละเป้าหมายให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อให้
แต่ละประเทศนำไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการปรบั ปรุงและพัฒนาประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการนำเป้าหมาย
การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs มาใช้นั้น สิ่งสำคัญ คือ จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจหลักการที่ถูกต้อง นำไป
ปรับใช้ให้สอดคล้อง เหมาะสมกบั สภาพปัญหาหรือเปา้ หมายการพัฒนาของประเทศ ตงั้ แตร่ ะดับประเทศลงไป
จนถึงระดับพน้ื ที่ ชุมชน ท้องถิ่น จงึ จะเกดิ ประโยชนแ์ ละสง่ ผลให้การพฒั นาประเทศเป็นไปอยา่ งยงั่ ยืน

จากข้อมูลข้างต้นอาจสรุปได้ว่า เป้าหมายการพัฒนาทีย่ ั่งยนื 17 เป้าหมายหลัก กับเป้าหมาย
การพัฒนาประเทศไทยให้มีความยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ชาติ มีความสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
เนื่องจากให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการพัฒนาคน เศรษฐกิจและความมั่งค่ัง
สิ่งแวดล้อม สันติภาพและความยุติธรรม และความเป็นหุ้นสว่ นการพัฒนาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์
เปรียบเทยี บความเชื่อมโยงระหวา่ ง 169 เป้าหมายยอ่ ย (Targets) ของ SDGs กับ 37 เป้าหมายระดับประเดน็
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 23 ฉบับ และ 140 เป้าหมายระดับแผนย่อยของแผนแม่บทฯ
ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อประมวลความสอดคล้องการกำหนดทิศทาง
การพัฒนาระดับประเทศกับระดับนานาชาติ และนำไปสู่การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย
ให้สามารถบรรลุท้ังเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทฯ ได้ในคราวเดียวกัน

แผนท่ีนำทางการขบั เคลือ่ นเปา้ หมายการพัฒนาทยี่ ั่งยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 55

เพ่ิมประสทิ ธิภาพการติดตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผลการดำเนนิ งานของหนว่ ยงานของรัฐ พบวา่ เป้าหมาย
SDGs ทั้ง 17 เป้าหมายหลัก และ 169 เป้าหมายย่อยมีความสัมพันธ์สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน
และมีความสอดคล้องกับเป้าหมายระดับแผนย่อยของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 22 ประเด็น
ดังภาพต่อไปนี้

4. ความกา้ วหนา้ ของการดำเนนิ งานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยงั่ ยืน
4.1 สรปุ สถานะผลการดำเนนิ งานขบั เคลอ่ื นเปา้ หมายการพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื ภาพรวม
จากรายงานการพัฒนาท่ียั่งยืนประจำปี พ.ศ. 2564 (Sustainable Development

Report 2021) พบว่า เปน็ ครง้ั แรกตัง้ แตม่ กี ารลงนามรบั รองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เมอ่ื ปี 2015 ทผ่ี ลการ
ดำเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกถอยหลัง การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ได้ส่งผล
กระทบทำให้เกิดภาวะวิกฤตติ ่อการพัฒนาทีย่ ัง่ ยนื ในทุกด้าน และทุกเป้าหมาย งบประมาณหรือการลงทุนของ
ทุกประเทศควรมุ่งพัฒนาไปที่เป้าหมายหลักสำคัญเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การศึกษา สุขภาพ
พลงั งาน เกษตรกรรม โครงสรา้ งพน้ื ฐานและเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร เปน็ ตน้ ซงึ่ จากรายงานฉบับ
นี้ ไดช้ ้ีใหเ้ หน็ ถงึ ประเด็นสำคญั ของการดำเนนิ งานขับเคล่อื น SDGs โดยสรปุ ดงั น้ี

1) คะแนนดัชนีเฉลี่ยทั่วโลก ปี 2020 ลดลงจากปี 2015 ซึ่งเป็นปีแรกของการลงนามรับรอง
โดยคะแนนที่ลดลงมาจากอัตราความยากจนและการว่างงาน หลงั จากการระบาดของโรคโควิด-19 ทว่ั โลก

2) ประเทศกำลังพัฒนามีรายได้ต่ำ ไม่สามารถจัดหาเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาภาวะฉุกเฉินและ
ฟนื้ ฟหู รือลงทุนท่ีสอดคลอ้ งกบั กบั SDGs ได้

แผนท่ีนำทางการขบั เคลอ่ื นเป้าหมายการพฒั นาที่ยงั่ ยืนด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 56

3) แนวทางการพัฒนา SDGs ยังสามารถใช้เป็นหลักการหรือกรอบแนวทางในการปรับตัว
ฟืน้ ฟูการพฒั นาประเทศได้

4) ประเทศที่ร่ำรวยยงั คงสง่ ผลกระทบหรือลดทอนความสามารถของประเทศอื่นในการบรรลุ
เปา้ หมาย SDGs

5) การระบาดของโรคโควดิ -19 ทำให้เหน็ ถึงความสำคัญและความจำเป็นของการดูแลสุขภาพ
ถ้วนหนา้ และการเข้าถงึ โครงสรา้ งพืน้ ฐานสำคญั โดยเฉพาะอย่างย่ิงโครงสรา้ งพ้ืนฐานดา้ นดจิ ิทลั

6) การเกิดช่องว่างของข้อมูลหรือมีสถิติที่เป็นทางการล่าช้า ทำให้เห็นความสำคัญและความ
จำเปน็ ของการพฒั นาความสามารถทางด้านข้อมูลหรือสถติ ิมากขึ้น

7) ความท้าทายของโลกจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ และอื่นๆ ในการดำเนินการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการ
ส่งเสริมการสร้างความร่วมมือหรือภาคีเครือข่ายการพัฒนาที่เข้มแข็ง ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความร่วมมือระหว่างประเทศในการหาแนวทางการรับมือ หรือ
แก้ปัญหาร่วมกนั

8) ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ มีความก้าวหน้าในการขับเคลื่อน SDGs มากกว่า
ภูมิภาคอื่น ๆ ในการเปรียบเทียบทั้งในปี 2010 และปี 2015

9) ช่องว่างเกี่ยวกับสถิติทางการของเป้าหมาย SDGs ในหลายประเทศ ยังคงมีทั้งในแง่
ความครอบคลุมและความทันต่อความต้องการ โดยเฉพาะ SDG4 (คุณภาพด้านการศึกษา), SDG 5 (ความเท่าเทียม
ระหว่างเพศ), SDG 12 (การมีแบบแผนการผลิตและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ), SDG 13 (การรับมือ
การเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ) และ SDG 14 (การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรพั ยากรทางทะเล)

4.2 สรุปสถานะและอนั ดับความกา้ วหนา้ ของประเทศไทย
จากรายงานการพัฒนาท่ียั่งยืนประจำปี พ.ศ. 2564 (Sustainable Development Report

2021) สถานะและอันดับของประเทศไทยใน SDG Index พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 43 ของโลก
จากทั้งหมด 165 ประเทศ ได้คะแนนรวมอยู่ที่ 74.2 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียตะวันออก
และเอเชียใต้ (65.7 คะแนน) ซึ่งเมื่อเทียบอันดับและคะแนนของประเทศไทยกับปี 2020 พบว่า ประเทศไทย
ได้อันดับและคะแนนลดลง โดยในปี 2020 ประเทศไทยได้อันดับที่ 41 มีคะแนนรวม 74.5 คะแนน
โดยเป้าหมาย SDGs ของประเทศไทยท่มี สี ถานะแย่ลง 4 เปา้ หมาย และไม่มีเป้าหมายใดขยับดีขึ้น กลา่ วคอื

o SDG 2 (ขจัดความหิวโหย) จากสถานะท้าทาย (สีส้ม) เป็น ท้าทายมาก (สีแดง) ซึ่งตัวชี้วัด
ทมี่ ีสถานะแยล่ ง คอื ความชุกของภาวะทพุ โภชนาการ และอตั ราการส่งออกยาฆา่ แมลง (ตัวช้วี ัดใหม่)

o SDG 8 (งานท่ีมีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ) จากสถานะยังมีความท้าทายบางส่วน
(สีเหลอื ง) เป็น ท้าทาย (สีส้ม) ซง่ึ ตัวชีว้ ดั ท่มี ีสถานะแยล่ ง คือ อตั ราการเตบิ โตของ GDP อตั ราการว่างงาน และ
การรับประกนั สทิ ธิแรงงานขนั้ พนื้ ฐานอยา่ งมปี ระสิทธิผล

แผนท่ีนำทางการขับเคลื่อนเปา้ หมายการพฒั นาที่ยัง่ ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 57

o SDG 14 (การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล) จากสถานะ ท้าทาย (สีส้ม)
เป็น ท้าทายมาก (สีแดง) ซึ่งตัวชี้วัดที่มีสถานะแย่ลง คือ ร้อยละของพื้นที่โดยเฉลี่ยที่ได้รับการปกป้องในพื้นท่ี
ทางทะเลทีส่ ำคญั ต่อความหลากหลายทางชวี ภาพ และดชั นสี ขุ ภาพมหาสมทุ รด้านคะแนนนำ้ สะอาด (มลพิษทางทะเล)

o SDG 15 (การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบก) จากสถานะท้าทาย (สีส้ม) เป็น ท้าทายมาก
(สีแดง) ซึ่งตัวชี้วัดที่มีสถานะแย่ลง คือ ขนาดพื้นที่เฉลี่ยที่ได้รับการปกป้องในพื้นที่บนบ กที่สำคัญต่อความ
หลากหลายทางชวี ภาพและพน้ื ท่ีชมุ่ นำ้

แผนทน่ี ำทางการขับเคลอ่ื นเปา้ หมายการพัฒนาท่ยี ง่ั ยืนดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 58

แผนที่นำทางการขับเคลื่อนเป้าหมายการพฒั นาที่ย่งั ยืนดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 59

สว่ นที่ 3

ความสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยัง่ ยืน
เป้าหมายที่ 4 “สร้างหลักประกนั ว่าทุกคนมีการศึกษาทมี่ ีคุณภาพอย่างครอบคลุม

และเท่าเทียมและสนบั สนุนโอกาสในการเรียนรตู้ ลอดชวี ติ ” ต่อประเทศไทย

1. ความสำคัญของการศกึ ษากับการพฒั นาประเทศ
ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 50 (4)

ระบุให้บุคคลมีหน้าที่เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ มาตรา 54 รัฐมีหน้าที่ต้องดำเนินการ
ให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ
โดยไม่เกบ็ ค่าใช้จา่ ย ให้เดก็ เล็กได้รบั การดูแลและพฒั นาก่อนเขา้ รบั การศึกษาตามวรรคหนึง่ เพื่อพฒั นาร่างกาย
จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาใหส้ มกบั วัย โดยส่งเสรมิ และสนบั สนุนใหอ้ งค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
และภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย ให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ
รวมท้ังส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้
การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
ซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดำเนินการและตรวจสอบ
การดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี
มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน
สังคม และประเทศชาติ ในการดําเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนา หรือให้ประชาชนได้รับ
การศึกษา รัฐต้องดําเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัด
ของตน ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา
และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน หรือใช้
มาตรการหรอื กลไกทางภาษรี วมทง้ั การให้ผูบ้ ริจาคทรัพยส์ นิ เข้ากองทนุ ไดร้ ับประโยชนใ์ นการลดหยอ่ นภาษีด้วย
ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องกําหนดให้การบริหารจัดการกองทุนเป็นอิสระ
และกําหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว นอกจากนั้น การปฏิรูปประเทศ
ตามมาตรา 257 จ. ดา้ นการศกึ ษา (1) ใหส้ ามารถเริม่ ดําเนนิ การให้เดก็ เลก็ ได้รับการดแู ลและพฒั นาก่อนเข้ารับ
การศึกษาตามมาตรา 54 วรรคสอง เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม
และสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย (2) ให้ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามมาตรา 54
วรรคหก ใหแ้ ลว้ เสร็จภายในหนงึ่ ปีนับแตว่ นั ประกาศใช้รัฐธรรมนญู น้ี (3) ใหม้ กี ลไกและระบบการผลิต คัดกรอง
และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถ
อย่างแท้จรงิ รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชพี ครู (4) ปรับปรงุ
การจัดการเรียนการสอนทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด และปรับปรุงโครงสร้างของ
หนว่ ยงานทเี่ กี่ยวข้องเพอ่ื บรรลุเป้าหมายดงั กลา่ ว โดยสอดคลอ้ งกันทง้ั ในระดับชาติ และระดบั พื้นท่ี

แผนที่นำทางการขบั เคล่อื นเป้าหมายการพัฒนาท่ยี ั่งยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 60

การศึกษาเปน็ กระบวนการที่ทำใหเ้ ด็กหรือผู้ใหญ่ไดร้ ับความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ
และทัศนคตทิ ีด่ ี นำไปใช้ในการประกอบอาชีพหรอื ดำเนินชีวติ การศึกษาจงึ ต้องมีระบบการจดั การท่ีสามารถ
ให้ หรือสร้าง หรือถ่ายทอด ใหก้ บั คนในสังคมทุกคน ทุกระดับ ทุกวัย ในรูปแบบท่ีหลากหลาย ท้ังการศึกษาใน
ระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศยั โดยการศึกษาในระบบ มุ่งเน้นใหป้ ระชากรในช่วงวัยเรียนทุกคนไดร้ ับ
การศกึ ษา ตง้ั แต่ก่อนประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มธั ยมศึกษา อาชีวศึกษา และอดุ มศึกษา เพอ่ื ให้มีความรู้
ประสบการณ์ และทักษะ มคี วามพร้อมสำหรับการประกอบอาชีพหรือก้าวส่ตู ลาดแรงงาน สว่ นการศกึ ษานอก
ระบบ มุง่ เนน้ การสง่ เสริม สนบั สนุนให้ประชากรท่ีพลาดโอกาสทางการศึกษาในระบบ หรอื ผทู้ เ่ี ขา้ สู่
ตลาดแรงงานหรอื ประกอบอาชีพ ได้เรียนรู้เพื่อให้มีทกั ษะและประสบการณ์เพิ่มขึ้น เท่าทันการเปล่ยี นแปลง
ของโลกไดด้ ว้ ย ดังนน้ั การศึกษาจงึ เป็นเคร่ืองมือสำคัญในการพฒั นาคนให้มคี ุณภาพ มคี วามพร้อมสนับสนนุ
การพฒั นาประเทศ

การพัฒนาประเทศไทยนับต้ังแตแ่ ผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 1 เป็นต้นมา
ได้ส่งผลให้ประเทศมีการพัฒนาในทุกมิติทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม อย่างไรก็ตามศักยภาพและคุณภาพ
ของประชากรไทยทุกช่วงวัยเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แม้ว่าการเข้าถึงระบบบริการ
สาธารณะ การศึกษา บริการสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานและการคุ้มครองทางสังคมของคนไทยมีความ
ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันร ะหว่างพื้นท่ี
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ เนื่องจากทุกมิติการพัฒนา
มีความเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ดังนั้น การพัฒนาประเทศจึงกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ
เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศระยะยาว 15 ปี ที่ครอบคลุมทุกมิติและทุกด้านการพัฒนา การดำเนินงาน
อยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องมีการดำเนินงานแบบบูรณาการ
ซึ่งการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ กับการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการ
พัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า มีความสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
และส่งผลต่อกัน อีกทั้งมี “ทรัพยากรมนุษย์” เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้บรรลุ
เปา้ หมายทีก่ ำหนดในยทุ ธศาสตร์ชาติ โดยแนวทางในการพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ ใหม้ คี ณุ ภาพ พร้อมสนับสนุน
การพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ การพฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์
พฒั นาและยกระดับคนในทุกมิติและในทกุ ช่วงวยั ใหเ้ ป็นทรัพยากรมนุษยท์ ีด่ ี เกง่ และมีคณุ ภาพพรอ้ มขับเคลื่อน
การพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่ง “คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมทั้งกาย ใจ
สติปญั ญา มพี ฒั นาการทีด่ ีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกชว่ งวัย มจี ติ สาธารณะ รับผดิ ชอบต่อสังคมและผู้อื่น
มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง
มีทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต สามารถใช้ภาษาไทยได้ดี มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 รวมท้ัง
อนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มี
ทักษะสงู เปน็ นักพัฒนาเทคโนโลยรี ะดับสงู และนวัตกร นกั คดิ ผปู้ ระกอบการ เกษตรกรยุคใหมแ่ ละอ่ืน ๆ
โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง” ซึ่งกลไกหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติให้บรรลุเป้าหมายที่
กำหนดไว้ในปี 2580 คอื แผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ

แผนทีน่ ำทางการขบั เคลือ่ นเปา้ หมายการพัฒนาทยี่ งั่ ยืนดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 61

แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 23 ฉบับ เป็นการกำหนดประเด็นในลักษณะที่มี
การบูรณาการและเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ชาติด้านที่เกี่ยวข้อง และประเด็นการพัฒนาจะไม่มี
ความซ้ำซ้อนกันระหว่างแผนแม่บทฯ เพื่อให้ส่วนราชการสามารถนำแผนแม่บทฯ ไปใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ และป้องกันการเกิดความสับสน โดยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นแผนระดับที่ 2
ที่มีความสำคญั ในการเป็นแนวทางการพัฒนาและขบั เคลื่อนประเทศเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์
และถ่ายทอดไปสู่แนวทางในการปฏิบัติในแผนระดับที่ 3 ของหน่วยงาน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4
ธันวาคม 2560 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 23 ฉบับ จึงมีการกำหนดองค์ประกอบของแผน
ตามหลักการความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่ต้องมีการระบุแนวทางการพัฒนาและการดำเนินแผนงาน/โครงการต่าง ๆ
ทต่ี อ้ งสามารถสะท้อนผลสัมฤทธขิ์ องเป้าหมายของยุทธศาสตรช์ าติด้านท่ีเกี่ยวข้องได้อยา่ งเปน็ รูปธรรม สง่ ผลให้
ประเทศและประชาชนทกุ กล่มุ วยั จะได้รบั ประโยชน์ ดังนี้

วยั ในครรภม์ ารดาถงึ ปฐมวัย เด็กและมารดาทกุ คนจะได้รบั การดูแลตัง้ แตเ่ ริ่มต้ังครรภ์ท่ีถูกต้อง
ตามหลักวิชาการ โภชนาการ และสมวัย ผ่านระบบบริการสาธารณะที่มีกระจายครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค
อย่างทั่วถึง ด้วยบริการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และมีคุณภาพ เด็กจะเกิดมาท่ามกลาง
สภาพแวดล้อมทางสังคมที่ปลอดภัย สงบสุข เติบโตในสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่ดี มีทรัพยากรธรรมชาติ
ที่จำเป็นต่อการเติบโต ได้รับการเลี้ยงดูจากทั้งพ่อและแม่ของเด็กที่จะมีเวลาให้กับลูกของตนมากขึ้น พร้อมท้ัง
มีสงิ่ อำนวยความสะดวกตา่ ง ๆ ทงั้ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมการเลี้ยงดู และศูนยเ์ ด็กเล็กท่ีพ่อแม่ทุกคนสามารถ
เข้าถึง มีคุณภาพ และเอื้อต่อการเลี้ยงดูเด็กให้เติบโตได้อย่างดี มีทักษะ สุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี
พร้อมมพี ัฒนาสมวยั

วัยประถมศึกษา ถึง มัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงการศึกษาภาคบังคับ จะได้รับการศึกษา
ที่มีคุณภาพ มีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะหลักที่จำเป็นต่อผู้ เรียน
มีดิจทิ ัลแพลตฟอร์ม เพอื่ การเรยี นรู้แห่งชาติที่สามารถขยายความรแู้ ละวิธีการเรียนไปสโู่ รงเรียน นักเรียน และ
ครู ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งผู้เรียนในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนทุนทรัพย์จะได้รับโอกาสทางการศึกษา
ที่เท่าเทียมและทั่วถึงในทุก ๆ พื้นท่ี เพื่อให้นักเรียนได้รับการปูพื้นฐานความพร้อมทั้งกาย ใจ และสติปัญญา
ให้พร้อมรองรับการพัฒนาของชว่ งวยั ต่อไป และไดร้ ับการปลูกฝังวัฒนธรรมการใช้ชวี ิตในสังคมที่ดี ให้เป็นคนดี
มจี ติ สาธารณะ มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สว่ นรวม มวี ินยั พรอ้ มเตบิ โตเปน็ คนทม่ี คี ุณภาพของประเทศต่อไป

วัยรุ่น นักศึกษา จะได้รับการเรียนรู้ให้มีทักษะและองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลง
ในศตวรรษท่ี 21 อย่างมีคุณภาพ ได้รับการพัฒนาวินัย คุณธรรม จริยธรรม ตระหนักถึงความสำคัญของการ
มีสุขภาวะที่ดี ได้รับความรู้และการพัฒนาสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการภาคการผลิตของประเทศ
สร้างผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่ประเทศพัฒนาแล้วด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ผ่านสถาบันศึกษายุคใหม่ทำหน้าที่ให้ความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ความรู้ในทางวิชาการที่สามารถใช้องค์ความรู้
ทางวิชาการในการวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และใส่ใจ
ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่น ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย ที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ สู่การสร้าง
ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศท่ีทดั เทยี มกับนานาประเทศทว่ั โลก

แผนทีน่ ำทางการขบั เคลื่อนเปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ั่งยนื ดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 62

วัยทำงาน จะได้รับการพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นต่อการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง
ให้เป็นคนไทยที่มีทักษะสูง มีองค์ความรู้ฐานสมรรถนะท่ีสอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานในทุกสาย
อาชีพ ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งจะได้รับการสนับสนุนให้มีช่องทางการหารายได้ที่หลากหลายข้ึน
เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ อาทิ ธุรกิจสตาร์ทอัพท่ีกำลังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสามารถ
เป็นช่องทางธุรกิจที่ขยายวงกว้างไปยังต่างประเทศ มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ที่จะเกิดข้ึน
ในอนาคต ขณะเดียวกันจะได้รับประโยชน์จากการกระจายความเจริญที่จะไปสู่ทุกภูมิภาคของประเทศ
ในอนาคต ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานสามารถทำงานได้ในภูมิลำเนาของตนเอง มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิด
กับครอบครัว ทำให้ครอบครัวมีความอยู่ดีมีสุขเพิ่มมากขึ้น โดยที่แต่ละพื้นที่/ภูมิภาคจะได้รับการพัฒนา
ให้สอดคล้องกับศักยภาพทั้งในภาคอุตสาหกรรม บริการและท่องเที่ยว และภาคเกษตร มีโครงสร้างพื้นฐาน
ทเี่ ก่ยี วข้องทเ่ี อ้อื และอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชวี ติ และการทำงาน

วัยสูงอายุ จะได้รับการดูแลทั้งด้านสุขภาพ การดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย
ของผู้สูงอายุ ทั้งผู้สูงอายุวัยต้นอายุ ผู้สูงอายุวัยกลางอายุ และผู้สูงอายุวัยปลาย มีอุปกรณ์ที่ได้รับการพัฒนา
ให้มีความทันสมัย มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ เพ่ืออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ
ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ได้รับการบริการสาธารณะ
ที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและเอื้ออำนวยต่อการดำเนินชีวิต ส่งเสริม
และสนับสนุนให้มีส่วนร่วมทางสังคม มีสุขภาพกายและใจที่ดี และเป็นแรงพลังในการช่วยขับเคลื่อนและพัฒนา
ประเทศ

โดยสรุป การพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ได้นั้น ปัจจัย
ขับเคลื่อนที่สำคัญ คือ “คน หรือ ทรัพยากรมนุษย์” ของประเทศ กล่าวคือ ประเทศที่มีคนที่มีคุณภาพ
มีศักยภาพ ย่อมสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน สำหรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่า ทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนนุ
โอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ซึ่งมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการให้คนทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ
เท่าเทียมกัน และมีโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุ
เป้าหมายการพฒั นาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ

2. ความสอดคล้องระหวา่ งเป้าหมายการพัฒนาท่ยี ่ังยนื (เป้าหมายท่ี 4) กับเปา้ หมายการพัฒนาประเทศ
2.1 เป้าหมายการพฒั นาท่ยี งั่ ยนื เปา้ หมายท่ี 4
เป้าหมายการพัฒนาทีย่ ั่งยนื ด้านการศึกษา ภายในปี 2573 เป็นการสร้างหลักประกันวา่

เดก็ ชายและเดก็ หญิงทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาท่ีมคี ุณภาพ เทา่ เทยี ม และไม่มี
ค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิผล สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึง
การพัฒนา การดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็ก
มีความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ให้ชายและหญิงทุกคนเข้าถึงการศึกษาวิชาเทคนิค
อาชีวศึกษา อุดมศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัย ที่มีราคาที่สามารถจ่ายได้และมีคุณภาพ เพิ่มจำนวนเยาวชน

แผนที่นำทางการขบั เคลือ่ นเป้าหมายการพฒั นาท่ยี ัง่ ยนื ดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 63

และผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่จำเป็น รวมถึงทักษะทางเทคนิคและอาชีพ สำหรับการจ้างงาน การมีงานที่ดี และการ
เป็นผู้ประกอบการ ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเพศในการศึกษา และสร้างหลักประกันว่ากลุ่มที่เปราะบาง
ซึ่งรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม
สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ในสัดส่วนสูง ทั้งชายและหญิง สามารถอ่านออกเขียนได้และ
คำนวณได้ สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
รวมไปถึงการศึกษาสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค
ระหวา่ งเพศ การสง่ เสริมวฒั นธรรมแห่งความสงบสุขและไม่ใชค้ วามรุนแรง การเปน็ พลเมืองของโลก และความ
นิยมในความหลากหลายทางวฒั นธรรมและในส่วนร่วมของวัฒนธรรมต่อการพฒั นาท่ยี ่ังยนื สร้างและยกระดับ
อุปกรณ์และเครื่องมือทางการศึกษาที่อ่อนไหวต่อเด็ก ผู้พิการและเพศสภาวะ และให้มีสภาพแวดล้อมทางการ
เรียนรู้ที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง ครอบคลุมและมีประสิทธิผลสำหรับทุกคน ขยายจำนวนทุนการศึกษา
ในทั่วโลกที่ให้สำหรับประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด รัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก
และประเทศในแอฟริกา ในการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา รวมถึงการฝึกอาชีพ และโปรแกรม
ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านเทคนิค วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ ในประเทศพัฒนาแล้ว
และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ และเพิ่มจำนวนครูที่มีคุณภาพ รวมถึงการดำเนินการผ่านทางความร่วมมือ
ระหว่างประเทศในการฝึกอบรมครูในประเทศกำลังพัฒนา เฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด
และรัฐกำลงั พฒั นาท่เี ป็นเกาะขนาดเล็ก

แผนท่นี ำทางการขับเคลอื่ นเป้าหมายการพฒั นาที่ยงั่ ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 64

ความสอดคล้องระหวา่ งเป้าหมายการพัฒนาทยี่ ่งั ยืน (เป้าหมาย 4) กับแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ
คือ ประเด็นแผนแม่บท (2) การต่างประเทศ (10) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม (11) การพัฒนาศักยภาพคน
ตลอดชว่ งชวี ติ และ (12) การพัฒนาการเรยี นรู้ แผนปฏริ ูปประเทศด้านการศกึ ษา และแผนการศกึ ษาแห่งชาติ

ความเชอ่ื มโยงของเปา้ หมายการพัฒนาที่ย่ังยนื (SDGs) กบั เป้าหมายยอ่ ยของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ

เปา้ หมายยอ่ ย (SDG Targets) ความเช่อื มโยงกบั เป้าหมายยอ่ ย เกย่ี วข้อง เก่ียวข้อง
ของแผนแม่บทฯ โดยตรง โดยออ้ ม
4.1 สร้างหลักประกันว่าเด็กชาย
และเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษา 120101 คนไทยไดร้ บั การศึกษาทีม่ ีคุณภาพ 
ระดบั ประถมศึกษาและมธั ยมศึกษาที่มี ตามมาตรฐาน มที ักษะการเรยี นรู้ และทักษะ
คุณภาพ เท่าเทยี ม และไม่มีค่าใช้จา่ ย นำไปสู่ ทจ่ี ำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถ 
ผลลัพธท์ างการเรียนท่ีมปี ระสทิ ธผิ ล เข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ติ
ภายในปี พ.ศ. 2573 ดขี ้นึ
4.2 สร้างหลักประกันวา่ เด็กชาย
และเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนา 110201 เด็กเกิดอย่างมคี ุณภาพ
การดูแล และการจัดการศึกษา มพี ัฒนาการสมวัย สามารถเข้าถงึ บริการ
ระดบั ก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กปฐมวยั ท่ีมคี ุณภาพมากขน้ึ
ที่มีคุณภาพ เพ่ือให้เด็กเหลา่ นั้นมีความพร้อม
สำหรับการศึกษาระดับประถมศกึ ษา
ภายในปี พ.ศ. 2573

แผนท่ีนำทางการขับเคลอื่ นเปา้ หมายการพัฒนาท่ียงั่ ยนื ด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 65

เป้าหมายยอ่ ย (SDG Targets) ความเชอื่ มโยงกับเปา้ หมายย่อย เกยี่ วข้อง เก่ียวข้อง
4.3 สร้างหลักประกันให้ชายและหญงิ ทุกคน
เข้าถึงการศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ของแผนแม่บทฯ โดยตรง โดยออ้ ม
รวมถึงมหาวิทยาลยั ที่มีคุณภาพในราคา
ทสี่ ามารถจ่ายได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 110301 วัยเรียน/วัยรุ่น มีความรู้และทักษะ 

4.4 เพ่ิมจำนวนเยาวชนและผ้ใู หญ่ทีม่ ีทักษะ ในศตวรรษที่ 21 ครบถว้ น รูจ้ กั คิด วิเคราะห์
ทีเ่ ก่ียวข้องจำเปน็ รวมถึงทักษะทางด้าน
เทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน รกั การเรยี นรู้ มสี ำนึกพลเมือง มคี วามกล้า
การมีงานทม่ี ีคุณค่า และการเป็น
ผู้ประกอบการ ภายในปี พ.ศ. 2573 หาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการ

แก้ปัญหา ปรับตัว ส่ือสารและทำงานรว่ มกบั

ผ้อู ่ืนได้อย่างมปี ระสิทธิผลตลอดชวี ิตดีขึ้น

120101 คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ 

ตามมาตรฐาน มีทักษะการเรยี นรู้ และทักษะ

ทจ่ี ำเป็นของโลกศตวรรษท่ี 21 สามารถเขา้ ถงึ

การเรยี นรู้อยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวิตดขี ้นึ

110301 วยั เรยี น/วยั รุ่น มีความรู้และทักษะ 

ในศตวรรษที่ 21 ครบถว้ น รู้จักคดิ วิเคราะห์

รกั การเรียนรู้ มีสำนึกพลเมือง มคี วามกลา้

หาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการ

แก้ปัญหา ปรับตวั สื่อสารและทำงานร่วมกบั

ผูอ้ น่ื ได้อย่างมปี ระสิทธผิ ลตลอดชวี ติ ดขี ้ึน

110401 แรงงานมศี ักยภาพในการเพิ่ม 

ผลผลิต มีทักษะอาชีพสูง ตระหนกั

ในความสำคัญท่ีจะพัฒนาตนเองให้เต็ม

ศักยภาพ สามารถปรับตวั และเรียนรู้ส่งิ ใหม่

ตามพลวตั ของโครงสร้างอาชีพและ

ความต้องการของตลาดแรงงานเพ่ิมขึ้น

110402 มีคนไทยท่ีมีความสามารถ 

และผู้เชีย่ วชาญต่างประเทศเข้ามาทำ

วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มขึ้น

120101 คนไทยไดร้ บั การศึกษาทีม่ ีคุณภาพ 

ตามมาตรฐาน มที ักษะการเรียนรู้ และทักษะ

ท่ีจำเป็นของโลกศตวรรษท่ี 21 สามารถ

เข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชวี ติ

ดีขึ้น

แผนท่ีนำทางการขับเคล่อื นเป้าหมายการพฒั นาทยี่ ่งั ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 66

เปา้ หมายยอ่ ย (SDG Targets) ความเช่อื มโยงกบั เปา้ หมายย่อย เกี่ยวข้อง เกย่ี วข้อง
ของแผนแมบ่ ทฯ โดยตรง โดยออ้ ม

4.5 ขจดั ความเหล่ีอมลำ้ ทางเพศด้าน 120101 คนไทยได้รบั การศึกษาทีม่ ีคุณภาพ 

การศึกษา และสรา้ งหลักประกันว่ากลมุ่ ที่ ตามมาตรฐาน มที ักษะการเรยี นรู้ และทักษะ

เปราะบางซ่ึงรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง ทจ่ี ำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21

และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพ สามารถเขา้ ถึงการเรียนรู้อย่างตอ่ เน่ือง

ทุกระดับอยา่ งเท่าเทียม ภายในปี พ.ศ. 2573 ตลอดชวี ติ ดีขึ้น

4.6 สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคน 110301 วยั เรียน/วยั รุ่น มีความรู้และทักษะ 

และผู้ใหญ่ทั้งชายและหญงิ ในสัดส่วนสูง ในศตวรรษที่ 21 ครบถว้ น ร้จู ักคิด วิเคราะห์

สามารถอ่านออกเขยี นได้และคำนวณได้ รักการเรียนรู้ มีสำนึกพลเมือง มีความกลา้

ภายในปี พ.ศ. 2573 หาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการ

แก้ปัญหา ปรับตวั สื่อสารและทำงานรว่ มกบั

ผูอ้ นื่ ได้อย่างมปี ระสิทธิผลตลอดชีวติ ดีข้ึน

120101 คนไทยได้รบั การศึกษาที่มีคุณภาพ 

ตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะ

ทจี่ ำเป็นของโลกศตวรรษท่ี 21 สามารถ

เข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ิต

ดขี น้ึ

4.7 สรา้ งหลกั ประกนั ว่าผูเ้ รยี นทุกคนได้รับ 100101 คนไทยเป็นมนุษยท์ สี่ มบรู ณ์ มีความ 
ความรูแ้ ละทักษะท่จี ำเปน็ สำหรบั ส่งเสริม พร้อมในทุกมิติตามมาตรฐานและสมดลุ 
การพัฒนาที่ยง่ั ยนื รวมไปถึง การศกึ ษา ทั้งด้านสตปิ ัญญา คุณธรรมจริยธรรม
สำหรบั การพัฒนาท่ีย่ังยนื และการมวี ิถีชวี ิต มีจติ วญิ ญาณท่ดี ี เข้าใจในการปฏิบตั ติ น
ที่ย่งั ยนื สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค ปรบั ตวั เข้ากับสภาพแวดล้อมดีขนึ้
ระหว่างเพศ การสง่ เสริมวัฒนธรรมแหง่ 110301 วยั เรียน/วัยรุ่น มีความรู้และทักษะ
ความสงบสขุ และการไม่ใช้ความรนุ แรง ในศตวรรษท่ี 21 ครบถ้วน รู้จกั คิด วิเคราะห์
การเป็นพลเมืองของโลก และความชน่ื ชม รักการเรียนรู้ มสี ำนึกพลเมือง มีความกลา้
ในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการ หาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการ
ที่วัฒนธรรมมีส่วนช่วยให้เกดิ การพัฒนา แกป้ ัญหา ปรบั ตวั สื่อสารและทำงานรว่ มกบั
ท่ียงั่ ยืน ภายในปี พ.ศ. 2573 ผู้อ่ืนได้อย่างมปี ระสิทธผิ ลตลอดชวี ิตดขี ึ้น

120101 คนไทยไดร้ ับการศึกษาทมี่ ีคุณภาพ 
ตามมาตรฐาน มที ักษะการเรียนรู้ และทักษะ
ที่จำเป็นของโลกศตวรรษท่ี 21 สามารถ
เข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ติ
ดีข้ึน

แผนท่นี ำทางการขับเคลอื่ นเป้าหมายการพฒั นาที่ยัง่ ยนื ดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 67

เปา้ หมายย่อย (SDG Targets) ความเชอ่ื มโยงกับเปา้ หมายยอ่ ย เกย่ี วข้อง เกย่ี วข้อง
ของแผนแมบ่ ทฯ โดยตรง โดยออ้ ม
4.a สร้างและยกระดับสถานศึกษา ตลอดจน
เครื่องมือและอุปกรณ์การศึกษาท่ีอ่อนไหว 120101 คนไทยได้รบั การศึกษาที่มีคุณภาพ  
ตอ่ เด็ก ผู้พิการ และเพศภาวะ และจัดให้มี ตามมาตรฐาน มีทักษะการเรยี นรู้ และทักษะ
สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ท่ีปลอดภัย ทจี่ ำเป็นของโลกศตวรรษท่ี 21  
ปราศจากความรุนแรง ครอบคลมุ และมี สามารถเข้าถงึ การเรยี นรู้อย่างต่อเน่ือง
ประสิทธิผลสำหรับทุกคน ตลอดชีวติ ดีขึ้น
4.b เพ่ิมจำนวนทนุ การศึกษาท่ัวโลกที่ให้แก่ 020202 ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา
ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศ ที่ยง่ั ยืนกับตา่ งประเทศ เพื่อร่วมกันบรรลุ
พฒั นาน้อยท่ีสุด รฐั กำลังพฒั นาท่ีเป็น เปา้ หมายการพัฒนาทีย่ ั่งยืนของโลก
เกาะขนาดเล็ก และประเทศในทวปี แอฟริกา
เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา รวมถึง 020202 ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา
การฝึกอาชีพ และโปรแกรมด้านเทคโนโลยี ที่ย่งั ยืนกับต่างประเทศ เพื่อร่วมกันบรรลุ
สารสนเทศและการสื่อสาร ด้านเทคนิค เปา้ หมายการพัฒนาท่ยี ่ังยนื ของโลก
วศิ วกรรมและวิทยาศาสตร์ ในประเทศ 120101 คนไทยไดร้ ับการศึกษาทม่ี ีคุณภาพ
พัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนาอ่ืน ๆ ตามมาตรฐาน มีทักษะการเรยี นรู้ และทักษะ
ภายในปี พ.ศ. 2563 ทีจ่ ำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถ
4.c เพ่ิมจำนวนครูที่มีคุณวฒุ ิ รวมถึงการ เข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวติ
ดำเนินการผ่านความรว่ มมือระหว่างประเทศ ดขี ึ้น
ในการฝึกอบรมครูในประเทศกำลังพฒั นา
โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในประเทศพัฒนา
น้อยที่สดุ และรฐั กำลงั พฒั นาที่เปน็ เกาะ
ขนาดเล็ก ภายในปี พ.ศ. 2573

2.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
(2) ประเด็น การตา่ งประเทศ
การต่างประเทศมีส่วนขับเคลื่อนเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561

– 2580) เพื่อให้ไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้วและมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการดำเนินงานด้านการ
ต่างประเทศให้ไทยมีความพร้อมและมีบทบาทเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์เพื่อเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลก และมีความ
ร่วมมือกับนานาชาติในลักษณะที่จะเกื้อหนุนต่อความก้าวหน้าในทุก ๆ ด้านของไทยและเป็นประโยชน์ต่อการ
พัฒนาประชาคมโลกโดยรวม โดยปัจจุบันประเทศไทยมีบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง ในกลุ่มอนุภูมิภาคและภูมิภาคเอเชีย และมีการขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ เศรษฐกิจ การค้า
การคมนาคม และทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ขณะที่กระแสโลกาภิวัตน์ที่เข้มข้นขึ้น และการ

แผนที่นำทางการขบั เคลือ่ นเป้าหมายการพฒั นาทีย่ ัง่ ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 68

เปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจเป็นหลายศูนย์เป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการปรับตัวด้านการต่างประเทศ
ของประเทศไทย ดังนั้น แผนแม่บทประเด็นการต่างประเทศจึงได้กำหนดกรอบนโยบายต่างประเทศของไทย เพื่อให้
ทุกส่วนราชการสามารถขับเคล่ือนยทุ ธศาสตรช์ าตทิ ้ัง 6 ด้าน ในมติ กิ ารต่างประเทศอยา่ งบูรณาการและเปน็ เอกภาพ

เป้าหมาย การต่างประเทศไทยมีเอกภาพ ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
มีมาตรฐานสากล และมีเกียรตภิ ูมใิ นประชาคมโลก

แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่างประเทศได้กำหนดเป้าหมาย คือ
การต่างประเทศไทยมีเอกภาพ ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีมาตรฐานสากล และมีเกียรติภูมิ
ในประชาคมโลก ซงึ่ ประกอบดว้ ยประเด็นสำคัญ 5 ประเดน็ ท่ีจะทำให้ไทยบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ได้แก่ (1) มีความ
มั่นคง (2) มีความมั่งคั่ง ยั่งยืน (3) มีมาตรฐานสากล (4) มีสถานะและเกียรติภูมิ และ (5) มีพลัง โดยแผนย่อย
ของแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่างประเทศ จึงประกอบดว้ ย 5 แผนย่อยโดยสรุป ดังน้ี

ความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของไทย
และเสถียรภาพของภูมิภาคท่ามกลางภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ
ในทุกระดับเพื่อส่งเสริมความมั่นคงในทุกมิติและเตรียมความพร้อมของไทยในการรับมือต่อความท้าทายด้านความ
มั่นคงจากภายนอก นอกจากน้ี การต่างประเทศไทยยังจะต้องดำเนินการเชิงรุกในด้านการเสริมสร้างเสถียรภาพ
ในภูมิภาคไปพร้อมกันด้วย เพื่อลดความเสี่ยงหรือป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย
ในอนาคตได้

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่า งประเทศ
การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงที่ผ่านมามีส่วนสำคัญมาจากรายได้จากการส่งออกและการท่องเที่ยว
ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยไม่สามารถรักษาระดับการขยายตัวได้ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงและต้องเผชิญกับ
การแข่งขันจากประเทศที่มีระดับค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าในยุคโลกาภิวัตน์ การที่ไทยจะสามารถหลุดพ้นจาก “กับดัก
ประเทศรายได้ปานกลาง” นี้ได้ต้องอาศัยการพัฒนาตามเป้าหมายที่มุ่งสร้างเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่าที่ขับเคลื่อน
ด้วยนวัตกรรม รวมทั้งเร่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนี้ ประเทศไทยยังสามารถคว้าโอกาสทองของการที่เอเชีย
ผงาดขึ้นเป็นภูมิภาคที่เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นที่สุดโดยใช้ประโยชน์จากที่ตั้งเชิงภูมิศาสตร์ของไทย
ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ในภูมิภาค และส่งเสริมความสะดวกในการ
ประกอบธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงการใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ไทยเป็นสมาชิก
เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในเอเชียในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะ
ในอุตสาหกรรมและการบริการที่ไทยมีความได้เปรียบเชิงแข่งขัน นอกจากเศรษฐกิจไทยจะพึ่งพาต่างประเทศ
ในเชิงอปุ สงคแ์ ลว้ ไทยยงั ต้องพึ่งพาต่างประเทศในเชิงอุปทานอีกดว้ ย ไทยจึงจะต้องใช้ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยน
องค์ความรู้และความเป็นหุ้นสว่ นกับภาคส่วนต่าง ๆ ของต่างประเทศ เพอ่ื รว่ มกันบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน
ของโลก

การพัฒนาที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศ สังคมโลก
ในปัจจุบันและในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความเชื่อมโยงใกล้ชิด และการแข่งขันที่สูง
มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้การพัฒนาอย่างเป็นเอกเทศจากกฎเกณฑ์และมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นสากล

แผนทนี่ ำทางการขับเคลือ่ นเปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ่ังยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 69

เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ดี กระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ โครงสร้าง ทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงกฎระเบียบ
และการบังคับใช้ของไทยในปัจจุบันยังขาดความสอดคล้องกับกฎระเบียบระหว่างประเทศ มาตรฐานสากล
และพันธกรณีระหว่างประเทศของไทยในหลายด้าน ทั้งยังมีอีกหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
ต่อการพัฒนาความร่วมมือทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมกับนานาประเทศ จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง
ทกี่ ระบวนการพัฒนาโครงสร้าง และกฎระเบียบของไทยจะได้รบั การพฒั นาและบังคับใชใ้ หส้ อดคล้องกับกฎระเบียบ
ระหว่างประเทศ มาตรฐานสากล และพันธกรณีของไทย และในขณะเดียวกัน ภาคส่วนต่าง ๆ ของไทยก็ควรได้รับ
การพัฒนาองค์ความรู้และขีดความสามารถเพ่ือให้สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ มาตรฐาน และพันธกรณีต่าง ๆ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบตามมาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ นอกเหนือจาก
การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลแล้ว ไทยยังสามารถมีบทบาทในการร่วมเสนอแนวปฏิบัติที่ดีของไทยเพื่อร่วมพัฒนา
กฎระเบียบระหว่างประเทศ มาตรฐานสากล และพนั ธกรณีต่าง ๆ นี้ ไปพรอ้ มกนั ได้ด้วย

การส่งเสริมสถานะและบทบาทของประเทศไทยในประชาคมโลก การส่งเสริมสถานะ
และอำนาจแบบนุ่มนวลของไทย สามารถกระทำได้ในสองแนวทางหลัก คือ ผ่านการเผยแพร่วัฒนธรรม
และเอกลักษณ์ของไทย และนโยบายการต่างประเทศของไทย อยา่ งไรก็ดี ไทยยงั ขาดการดำเนินการที่สง่ เสริมการนำ
จดุ เด่นเหล่านมี้ ายกสถานะและสรา้ งอำนาจต่อรองเพอื่ รกั ษาและเพมิ่ พนู ผลประโยชนใ์ หแ้ กป่ ระเทศและประชาชนไทย
ในการมีปฏิสัมพันธ์กับประชาคมโลกได้อย่างเป็นระบบ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ไทยจะต้องยกระดับการส่งเสริม
เอกลักษณ์ของไทยให้สามารถนำไปสร้างมูลค่าได้ รวมถึงต้องเน้นการดำเนินนโยบายที่เป็นการส่งเสริมสถานะ
ของไทยในเวทีโลก พร้อมไปกับการสร้างขีดความสามารถให้ทุกภาคส่วนของไทยสามารถร่วมเสริมสร้างสถานะ
ของประเทศไทยได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพและเป็นระบบ

การต่างประเทศมีเอกภาพและบูรณาการ การทำงานอย่างบูรณาการและเอกภาพ
เป็นกุญแจสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานด้านต่างประเทศ ทุกประเด็นยุทธศาสตร์จะสามารถบรรลุได้
โดยการดำเนินงานด้านการต่างประเทศทส่ี อดรับกันอย่างเป็นทีมของทุกหน่วยงานท้ังในประเทศและในต่างประเทศ
บนเงื่อนไขเวลาและทรัพยากรของประเทศที่จำกัด เช่นเดียวกับการที่ต้องมีการบริหารจัดการกำลังคนที่เหมาะสม
มีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โดยแผนแม่บทประเด็น
การต่างประเทศจะมุ่งส่งเสริมให้ภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม รวมถึง
ประชาชนไทยทัว่ ไป ทงั้ ในประเทศและในตา่ งประเทศมสี ่วนเกี่ยวข้องกับการต่างประเทศมากขึน้ ทง้ั ในการมีส่วนร่วม
ในการแสดงความคิดเหน็ และในการรว่ มขับเคล่ือนเพ่ือให้การต่างประเทศเปน็ เรื่องท่ีใกล้ตัวสำหรับประชาชนไทย

(10) ประเดน็ การปรบั เปลี่ยนคา่ นิยมและวัฒนธรรม
ยุทธศาสตร์ชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากเป็น

ปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของประเทศในระยะยาว โดยการจะพัฒนาประชากรที่ดีและสมบูรณ์น้ัน
นอกจากการยกระดับในด้านสุขภาวะและด้านทักษะการศึกษาแล้ว จะต้องพัฒนาด้านค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดี
ของประชาชนทุกกลุ่มวัยควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ในการพัฒนาคนในทุกมิติ
และในทกุ ช่วงวยั ให้เป็นคนดี เก่ง และมคี ุณภาพ

แผนทน่ี ำทางการขบั เคลอื่ นเปา้ หมายการพฒั นาทีย่ ัง่ ยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 70

โดยในช่วงที่ผ่านมาประชากรไทยส่วนใหญ่ยังมีปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม
และไมต่ ระหนักถึงความสำคัญของการมวี ินัย ความซ่อื สัตย์สุจริต และการมจี ิตสาธารณะ ดังปรากฏในผลการสำรวจ
ด้านคุณธรรมจริยธรรมต่าง ๆ อาทิ การสำรวจโดยศูนย์คุณธรรม (องค์กรมหาชน) เมื่อปี 2561 พบว่า ปัญหา
ความซื่อสัตย์สุจริตทุจริตคอรัปชั่น เป็นปัญหาที่มีความรุนแรงมากที่สุด (ระดับความรุนแรง 4.13 จากคะแนนเต็ม
5.00) และจำเปน็ ต้องได้รับการแก้ไขปัญหามากท่สี ุด รองลงมาคือปญั หาจิตสำนึกสาธารณะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
มากกว่าส่วนรวม ซึ่งอาจสะท้อนการเปลี่ยนไปของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่มีค่านิยมยึดตนเองเป็นหลักมากกว่า
การคำนงึ ถงึ สังคมส่วนรวม

เป้าหมาย คนไทยมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และมีความรัก และภูมิใจ
ในความเป็นไทย คนไทย นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต สังคมไทยมีความสุข
และเป็นทยี่ อมรับของนานาประเทศมากข้ึน

ดงั น้ัน จึงจำเป็นต้องกำหนดให้มีแผนแม่บทด้านการปรับเปล่ียนค่านิยมและวัฒนธรรม
เพื่อปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์ของประชาชนไทยในช่วงระยะเวลา 20 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการมี
วินัย ความซื่อสัตย์สุจริต การมีจิตอาสา จิตสาธารณะ และความตระหนักถึงหน้าที่ต่อประโยชน์ส่วนรวม รวมท้ัง
การส่งเสริมให้ประชาชนยึดมั่นสถาบันหลักที่เป็นศูนย์รวมจิตใจให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความภาคภูมิใจ
ในความเป็นไทยที่มีอัตลักษณ์และความโดดเด่นจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ทั้งในด้านความมีน้ำใจ
ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความมีไมตรีและความเป็นมิตร โดยมุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรม
ที่พึงประสงค์ ซึ่งบูรณาการร่วมระหว่างภาคีต่าง ๆ อาทิ ครอบครัว ชุมชน ศาสนา การศึกษา สื่อ ภาคเอกชน
และภาคประชาสังคม ในการหล่อหลอมคนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม ในลักษณะที่เป็น ‘วิถี’ การดำเนินชีวิต
โดยวางรากฐานการพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ เริ่มตั้งแต่การพัฒนาคนให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี บนพื้นฐานของ
การมีส่วนร่วมของสถาบันสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ทงั้ ครอบครัว ชุมชน ศาสนา การศึกษา ส่อื และภาคเอกชน
โดยแผนแม่บทฯ ประกอบดว้ ย 3 แผนยอ่ ย ดังนี้

การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และการเสริมสร้างจิตสาธารณะ
และการเป็นพลเมืองที่ดี ผ่านการเลี้ยงดูในครอบครัว การบูรณาการเรื่องความซื่อสัตย์ วินัย คุณธรรม จริยธรรม
ในการจัดการเรียนการสอน การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันทางศาสนา การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรม
โดยใช้ชมุ ชนเป็นฐาน การส่งเสรมิ ให้คนไทยมีจิตสาธารณะ จิตอาสาและรับผดิ ชอบต่อสว่ นรวม รวมทัง้ การสรา้ งเสริม
ผู้นำการเปลีย่ นแปลงและต้นแบบท่ีดีท้ังระดับบุคคลและองค์กร

การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์จากภาคธุรกิจ โดยการเสริมสร้าง
และพัฒนากลไก เพื่อให้ภาคธุรกิจ ส่งเสริมสนับสนุนและสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดี และการยกระดับ
การบริหารจัดการ รวมถึงมาตรการของภาครัฐเพื่อให้ภาคธุรกิจร่วมรับผิดชอบในการปรับเปลี่ยนค่านิยม
และวัฒนธรรม

การใช้สื่อและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของคนในสังคม
โดยการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ และเสริมสร้างค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชน และประชาชนทั่วไป พัฒนาสื่อเผยแพร่

แผนทนี่ ำทางการขับเคลื่อนเปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ัง่ ยืนดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 71

เพื่อสร้างเสริมศิลปะและวัฒนธรรม และจัดสรรเวลาและเปิดพื้นที่ให้ส่ือสร้างสรรค์สำหรับเด็ก เยาวชน
และประชาชนในการปลูกจิตสำนึกและสร้างเสริมค่านิยมที่ดี

(11) ประเดน็ การพฒั นาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชีวติ
ยุทธศาสตร์ชาติได้กำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนการพัฒนาให้ประเทศเจริญก้าวหน้า

ไปในอนาคต ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศในทุกมิติ
ไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่ขับเคลื่อนโดยภูมิปัญญาและนวัตกรรมในอีก 20 ปีข้างหน้า อีกทั้ง
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานและวัยเด็กที่ลดลงและประชากรสูงอายุ
ทเ่ี พ่มิ ข้ึนอยา่ งต่อเนอื่ ง จะเป็นปจั จยั เสี่ยงสำคญั ท่ีจะทำใหก้ ารพฒั นาประเทศในมิติต่าง ๆ มีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น
ทั้งในส่วนของเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในการจัดสวัสดิการเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น การลงทุน
และการออม การเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ความมั่นคงทางสังคม การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างยงั่ ยืน ซึง่ จะเป็นประเด็นท้าทายต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

โดยปัจจุบัน โครงสร้างประชากรไทยกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมสูงวัย และจะ
เปลีย่ นแปลงอย่างสมบูรณ์ในชว่ งปี 2564 ซึง่ ทำให้ประชากรวัยแรงงานจะมีจำนวนสูงสุดและเร่ิมลดลงอย่างต่อเน่ือง
ส่งผลกระทบต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ อัตราการเจริญพันธุ์รวม
ของประชากรไทยในปี 2561 อยู่ที่ 1.58 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทน นอกจากน้ี กลุ่มวัยต่าง ๆ ยังคงมีปัญหา
และความท้าทายในแต่ละกลุ่ม อาทิ โภชนาการในกลุ่มเด็กปฐมวัย ความสามารถทางเชาว์ปัญญา และความฉลาด
ทางอารมณ์ของกลุ่มวัยรุ่น ผลิตภาพแรงงานต่ำในกลุ่มวัยแรงงาน และปัญหาสขุ ภาพของกลุ่มผสู้ ูงอายุ เปน็ ต้น

เปา้ หมาย คนไทยทุกชว่ งวยั มคี ณุ ภาพเพมิ่ ข้นึ ได้รบั การพฒั นาอยา่ งสมดุล ทั้งดา้ นร่างกาย
สตปิ ญั ญา และคุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้ทมี่ ีความรแู้ ละทักษะในศตวรรษท่ี 21 รกั การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
อย่างเป็นระบบ โดยจำเป็นต้องมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์
สร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทยซึ่งเป็นหน่วยที่ย่อยที่สุดเพื่อให้สามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนช่วยเหลือ
สังคม พัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพ
พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่ง “คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมทั้ง
กาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคม
และผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง
มที กั ษะท่ีจำเป็นในโลกอนาคต สามารถใช้ภาษาไทยได้ดี มที ักษะส่ือสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 รวมท้ังอนุรักษ์
ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง
เป็นนักพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงและนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสัมมาชีพ
ตามความถนัดของตนเอง” แผนแม่บทประเด็น การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ได้กำหนดแผนย่อยไว้ 5
แผนยอ่ ย เพื่อพฒั นาและยกระดับทรัพยากรมนุษย์ในทุกมติ ิและในทุกช่วงวัยให้เต็มศักยภาพและเหมาะสม ดงั นี้

การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ พัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยจำเป็นต้องมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็น

แผนที่นำทางการขับเคล่อื นเป้าหมายการพฒั นาท่ียัง่ ยืนดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 72

ทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ
ซึ่งจำเปน็ ต้องมีการเสรมิ สร้างสภาพแวดล้อมทีเ่ อ้ือต่อการพฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์อย่างเป็นระบบ
ตั้งแต่ระดบั ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม และการมรี ะบบและกลไกรองรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ท่ีมีประสทิ ธภิ าพ

การพฒั นาเด็กต้ังแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย โดยจดั ใหม้ กี ารเตรียมความพร้อม
ให้แก่พ่อแม่ก่อนการตั้งครรภ์ พร้อมทั้งส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ส่งเสริมและสนับสนุน
ให้โรงพยาบาลทุกระดับดำเนินงานตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กสู่มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ
ส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสารอาหารที่จำเป็นต่อสมองเด็ก การกระตุ้นพัฒนาการสมอง
และการพัฒนาเด็กปฐมวัยใหม้ ีพัฒนาการที่สมวัยทุกด้าน

การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น จัดให้มีการพัฒนาทักษะความสามารถที่สอดรับ
กับทักษะในศตวรรษท่ี 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหา
ที่ซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา ศิลปะ ทักษะด้านดิจิทัล
และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจ จัดให้มีการพัฒนา
ทักษะในการวางแผนชีวิตและวางแผนการเงิน ตลอดจนทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน จัดให้มี
การเรียนร้ทู ักษะอาชีพทสี่ อดคล้องกับความต้องการของประเทศ และทกั ษะชวี ิตท่ีสามารถอยรู่ ว่ มและทำงานภายใต้
สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและอนามัยที่เชื่อมต่อกันระหว่าง
ระบบสาธารณสุขกับโรงเรียนหรือสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา
และความฉลาดทางอารมณ์ของกลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่น รวมทงั้ สร้างความอยากรู้อยากเห็นและสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธ์ิ

การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน ด้วยการยกระดับศักยภาพทักษะ
และสมรรถนะของคนในช่วงวัยทำงานให้สอดคล้องกับความสามารถเฉพาะบุคคลและความต้องการ
ของตลาดแรงงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจและผลิตภาพเพิ่มขึ้นให้กับประเทศ เสริมสร้างความอยากรู้
และยกระดับตนเอง สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่พึงประสงค์ และความรู้ความเข้าใจและทักษะทางการเงิน
เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและหลักประกันของตนเองและครอบครัว ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความรู้
แรงงานฝีมอื ให้เป็นผู้ประกอบการใหม่ และสามารถพัฒนาต่อยอดความรู้ในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ และสรา้ งเสริม
คุณภาพชีวิตทีด่ ใี ห้กับวัยทำงานผา่ นระบบการคุ้มครองทางสังคมและการส่งเสริมการออม

การสง่ เสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ โดยสง่ เสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุให้พึ่งพาตนเอง
ไดท้ างเศรษฐกจิ และรว่ มเปน็ พลังสำคญั ตอ่ การพฒั นาเศรษฐกิจ ชุมชนและประเทศ สง่ เสริมและพัฒนาระบบการออม
เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในชวี ิตหลังเกษียณ และหลักประกันทางสังคมท่ีสอดคล้องกับความจำเป็นพ้ืนฐาน
ในการดำรงชวี ิต และสง่ เสรมิ สนบั สนุนระบบการสง่ เสรมิ สุขภาพดูแลผู้สูงอายุ พร้อมทงั้ จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตร
กับผู้สูงอายุ

(12) ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้
ยุทธศาสตร์ชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของประชากรไทย

ทุกชว่ งวัย ใหเ้ ป็นคนดี เกง่ และมีคุณภาพ ซ่ึงการพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์ได้ให้ความสำคญั กับการพัฒนาท้ังสอดคล้อง
กับศักยภาพ ความสนใจ ความถนัด และการตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย อาทิ ภาษา ตรรกะ

แผนที่นำทางการขบั เคล่อื นเปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 73

และคณิตศาสตร์ ด้านทัศนะและมิติดนตรี กีฬาและการเคลื่อนไหวของร่างกาย การจัดการตนเอง มนุษยสัมพันธ์
รวมถึงผู้มีความสามารถอันโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบและปัจจัย
ส่งเสริมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน ทั้งในส่วนของระบบการเรียนการสอน และการพัฒนาทักษะฝีมือ รวมท้ัง
การให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับเป็นเจ้าของ
เทคโนโลยีและนวัตกรรมก้าวทันโลก ซึ่งการศึกษาและการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของคน
ใหม้ ีทักษะความรู้ ทกั ษะอาชีพบนฐานพหุปัญญา มีสมรรถนะทมี่ ีคุณภาพสูง รเู้ ทา่ ทันการเปล่ียนแปลง

โดยในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าคนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษาสูงขึ้น โดยมีจำนวน
ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยแรงงานอายุ 15-59 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 8.8 ปี ในปี 2551 เป็น 9.4 ปี
ในปี 2559 แต่ในภาพรวมคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ของคนไทยยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อพิจารณา
คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนขั้นพื้นฐาน ในปี 2560 พบว่า มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าร้อยละ 50 และ
ผลคะแนนสอบ PISA ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าอีกหลายประเทศที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกัน เนื่องจากข้อจำกัด
ท่ีสำคญั ของการศึกษาไทย ท้ังปัญหาเร่ืองหลักสูตรและระบบการเรียนการสอนที่เน้นการท่องจำ ทำให้ขาดความคิด
สรา้ งสรรค์ ปัจจยั สนบั สนุนการจดั การเรยี นการสอนและครูที่มีคุณภาพยังกระจายไม่ทว่ั ถึงโดยเฉพาะในพื้นท่ีห่างไกล
ขณะที่ในระดับอาชีวศึกษายังมีเด็กที่สนใจเรียนต่อสายอาชีพในสัดส่วนท่นี ้อย สว่ นระดบั อุดมศึกษาพบว่ามีการเปิด
หลักสูตรโดยไม่คำนึงถึงความต้องการของตลาดงาน บณั ฑติ ทจ่ี บออกมาบางสว่ นยังมปี ัญหาคุณภาพ

เปา้ หมาย
1. คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีทักษะที่จำเป็นของโลก
ศตวรรษท่ี 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล มีนิสัย
ใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต
2. คนไทยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถ
ของพหุปญั ญา
ดังนั้น แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ ได้กำหนด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่เน้นทั้งการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน และการเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนาการศึกษา
และการเรียนรู้ท้ังการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้
ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู
การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียน
ให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ควบคู่กับ
การส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ รวมถึงการสร้างเสริมศักยภาพ ผู้มีความสามารถ
พิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างม่ันคง โดยประกอบด้วย 2 แผนย่อย ดังนี้
การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
ด้วยการปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษท่ี 21 โดยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่
ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา ท่ีใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
ทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 พัฒนาระบบการเรียนรู้

แผนทน่ี ำทางการขบั เคลอ่ื นเปา้ หมายการพฒั นาทยี่ ั่งยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 74

เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด/ทบทวนไตร่ตรอง พัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียน
สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนได้ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้สร้างรายได้ รวมถึงมีทักษะด้านวิชาชีพ
และทักษะชีวิต เปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยวางแผนการผลิต พัฒนาและปรับบทบาท
“ครู คณาจารย์ยุคใหม”่ ให้เปน็ “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” ปรบั ระบบการผลิตและพัฒนาครตู ้ังแต่การดึงดูด คัดสรร
ผู้มีความสามารถสูงให้เข้ามาเป็นครู ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง
ครอบคลุมทั้งเงินเดือน สายอาชีพและระบบสนับสนุนอื่น ๆ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา
ในทุกระดับ ทุกประเภท โดยปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ จัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ำ
ของโรงเรียนในทุกระดับ เพือ่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นทส่ี ูงข้ึน ปรบั ปรงุ โครงสร้างการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ
และเพิ่มคุณภาพการศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในการจัดการศึกษา พัฒนาระบบประกันคุณภาพ
การศึกษา โดยแยกการประกันคุณภาพการศึกษาออกจากการประเมินคุณภาพและการรับรองคุณภาพ
และการกำกับดูแลคุณภาพการศึกษา ปฏิรูประบบการสอบที่นำไปสู่การวัดผลในเชิงทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษ
ที่ 21 มากกว่าการวัดระดับความรู้ รวมทั้งส่งเสริมการวิจัยและใช้เทคโนโลยีในการสร้างและจัดการความรู้ การเรียน
การสอน และการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การพัฒนาระบบการเรียนรู้
ตลอดชีวิต โดยจัดให้มีระบบการศึกษาและระบบฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะที่มีคุณภาพสูงและยืดหยุ่น มีมาตรการ
จูงใจและส่งเสริมสนับสนุนให้คนเข้าสู่ใฝ่เรียนรู้ พัฒนาตนเอง รวมถึงการยกระดับทักษะวิชาชีพ พัฒนาระบบ
การเรียนรู้ชุมชนให้เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม พัฒนา
ระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลและดิจิทัลแฟลตฟอร์มเพื่อการศึกษาในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาอย่างทั่วถึง
และมีประสทิ ธภิ าพ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์หรือส่ือการเรยี นรู้ดิจิทัลท่มี ีคุณภาพท่นี ักเรียน นกั ศกึ ษาและประชาชน
สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ รวมถึงการสร้างระบบ
การศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ โดยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษา
ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความโดดเด่นเฉพาะสาขาสู่ระดับนานาชาติ สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ
และแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษาและบุคลากรในระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนาศูนย์วิจัยเฉพาะทาง
ศูนย์ฝึกอบรมและทดสอบในระดับภูมิภาค จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ท้องถ่ิน
จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรมของไทยและพัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้านในระบบ
การศึกษา และสำหรับประชาชน ส่งเสริมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนและนักเรียนกับประเทศ
เพื่อนบ้านในภูมภิ าคเอเชยี อาคเนย์

การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย ด้วยการพัฒนา
และส่งเสริมพหปุ ัญญา ผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม รวมท้งั ส่ือ โดยพฒั นาระบบบริหารจัดการ
กลไกการคัดกรองและการส่งต่อเพ่ือส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ สง่ เสริมสนับสนุน
ครอบครัว ในการเสริมสร้างความสามารถพิเศษตามความถนัดและศักยภาพ ทั้งด้านกีฬา ภาษาและวรรณกรรม
สุนทรียศิลป์ ส่งเสริมสนับสนุนระบบสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการสร้างและพัฒนาเด็กและเยาวชน
ที่มีความสามารถพิเศษบนฐานพหุปัญญา ส่งเสริมสนับสนุนมาตรการจูงใจแก่ภาคเอกชน และสื่อ ในการมีส่วนร่วม
และผลักดันให้ผู้มีความสามารถพิเศษ มีบทบาทเด่นในระดับนานาชาติ การสร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อม

แผนท่ีนำทางการขับเคล่ือนเป้าหมายการพฒั นาท่ยี ่งั ยืนดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 75

การทำงาน และระบบสนับสนุนที่เหมาะสมสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ โดยจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐาน และระบบ
สนับสนุนเพื่อผู้มีความสามารถพิเศษได้สร้างความเข้มแข็งและต่อยอดได้ จัดให้มีกลไกการทำงานในลักษณะ
การรวมตัวของกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษในหลากสาขาวิชา เพื่อรวมนักวิจัยและ นักเทคโนโลยีชั้นแนวหน้า
เพื่อพัฒนาต่อยอดงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ และสร้างความร่วมมือและเชื่อมต่อสถาบันวิจัยชั้นนำ
ทัว่ โลก เพือ่ สร้างความเขม้ แข็งใหน้ ักวจิ ยั ความสามารถสูงของไทยให้มีศักยภาพสูงยิ่งขึ้น

2.3 แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง)
การปฏิรูปการศึกษา มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ

ทางการศึกษาและปฏิรูประบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับความหลากหลายของการจัด
การศึกษาและตอบโจทย์การพัฒนาของโลกอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัยได้รับการศึกษา
ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเป็นของโลกอนาคต สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงาน
ร่วมกับผู้อื่นไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และเป็นพลเมืองที่รูส้ ิทธิ
และหน้าท่ี มีความรบั ผิดชอบ มีจติ สาธารณะ มคี วามรักและความภาคภมู ิใจในความเป็นไทย โดยมีขอบเขต
ครอบคลุมทั้งการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้ งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงระดับการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ
เพอื่ ตอบสนองการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพฒั นาครูและบุคลากร
ทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน จัดการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาโดยใช้ระบบทวิภาคีหรือระบบอื่น ๆ
ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อนำไปสู่การจ้างงานและการสรา้ งงาน และการปฏิรูปบทบาทการวิจัย
และระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลาง
อย่างยั่งยืน นำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดยมีกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนที่สำคัญ ได้แก่ การเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….
ให้มีผลบังคับใช้ การสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทางสังคมและสื่อ ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ
และมีสว่ นรว่ มในการขับเคล่ือนการปฏริ ปู และความเป็นเจา้ ของร่วมในเปา้ หมายและความสำเร็จของการปฏิรูป
ของประชาชน การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา และการทดลองนำร่องกิจกรรมปฏิรูปทีเ่ กี่ยวข้องกับภารกิจ
การจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้สอดคล้องต่อบริบทพื้นท่ีอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ
เพื่อการศึกษา (Big Data for Education) ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการศึกษา ติดตาม
เฝา้ ระวังเด็กไม่ให้ออกจากระบบการศกึ ษา เพอ่ื ให้การช่วยเหลือได้อยา่ งทันทว่ งที รวมถงึ การติดตามผลสัมฤทธิ์
ของผ้เู รียนรายบุคคลให้ไดร้ ับการพัฒนาอย่างเต็มตามศกั ยภาพและความสนใจของผู้เรียน การเปลี่ยนโลกทัศน์
ทางการศกึ ษาของสาธารณชนในการส่ือสาร ปลูกฝัง พัฒนาวิธคี ิด ปรบั เปลยี่ นค่านิยม ทัศนคติ ความคาดหวัง
ต่อระบบการศึกษาที่มุ่งเน้นไปสู่การพัฒนาระบบการศึกษาอิงฐานสมรรถนะ ที่มุ่งให้ครูและนักเรียนมีความสุข
กับการเรียนรู้และพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการติดตาม
รวบรวมผลการดำเนินงานจากเจ้าภาพหลักในแต่ละกิจกรรม และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป
ประเทศด้านการศกึ ษาต่อคณะกรรมการปฏิรปู ประเทศดา้ นการศึกษา

แผนท่ีนำทางการขบั เคลือ่ นเปา้ หมายการพัฒนาทยี่ ัง่ ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 76

ทั้งน้ี กิจกรรมปฏิรูปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาดังกล่าว ได้คำนึงถึง
เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 ที่บัญญัติให้มีการดำเนินการ
ใหเ้ ด็กทกุ คนไดร้ ับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ต้ังแตก่ ่อนวัยเรยี นจนถึงการศึกษาภาคบังคบั อย่างมีคุณภาพโดยไม่
เก็บค่าใช้จ่าย รวมทั้งสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
และมาตรา 258 จ (4) ที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเด็กเล็ก การสร้างโอกาสทางการศึกษา การปรับปรุงการจัด
การเรยี นการสอน และการพัฒนาครู และสอดคล้องกับยทุ ธศาสตรช์ าติด้านการพฒั นาและเสริมสร้างทรัพยากร
มนุษย์ที่เน้นการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี 21 การพัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญาที่หลากหลาย การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา
และยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมที่ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำ
สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ การสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ
การรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ รวมถึงได้คำนึงถึงประเด็นปัญหาด้านการศึกษาของประเทศทั้งด้าน
คุณภาพการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหาของระบบการศึกษาที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้าง
ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการบริหารและการจัดการศึกษา นอกจากน้ี ยังได้คำนึงถึง
สถานการณ์และบริบทการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการจัดการศึกษาที่สำคัญ อาทิ สถานการณ์ความก้าวหน้า
ของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยให้มีการสื่อสารไร้พรมแดนและสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและแหล่งความรู้
ได้สะดวกทุกท่ีทุกเวลา และบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชากรทั่วโลก
ในทุกกลุ่มทุกวัย ที่จะต้องเผชิญความท้าทายกับวิถีชีวิตใหม่ เพื่อให้การศึกษาของประเทศสามารถรองรับ
ความหลากหลายของการจดั การศึกษาและตอบโจทย์การพัฒนาของโลกอนาคต

เป้าหมาย กิจกรรมปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษาและกลไกการขบั เคลอ่ื น

แผนทน่ี ำทางการขับเคล่อื นเป้าหมายการพัฒนาทยี่ ง่ั ยืนดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 77

กิจกรรมปฏริ ปู ประเทศที่สง่ ผลให้เกิดการเปลีย่ นแปลงต่อประชาชนอย่างมนี ัยสำคญั

กิจกรรมปฏิรปู ที่จะส่งผลให้เกิดการเปล่ียนแปลงต่อประชาชนอย่างมนี ยั สำคญั
1. การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย เด็กปฐมวัย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนวัยเรียน (3-5 ปี) เป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการตลอดช่วงชีวิต
ของบุคคล หากเด็กในช่วงวัยนี้ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม โดยเฉพาะในครอบครัวที่ด้อยโอกาสขาดความพร้อม
จะส่งผลให้สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศมีแนวโน้มที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบัน
เด็กในช่วงอายุก่อนวยั เรียนท่ีไม่ได้เข้าไปอยู่ในระบบการศึกษาปฐมวัย อาทิ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือห้องเรียน
ระดับอนุบาลยังมีสัดส่วนสูงมากกว่าร้อยละ 10 โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน พ่อแม่
ผู้ปกครองมีอาชีพรับจ้างและทำงานอยู่ต่างถิ่น ซึ่งมักนำบุตรหลานเข้าเรียนระดับอนุบาลล่าช้า หรือไม่ได้ส่ง
เข้าเรียน ทำให้เด็กเหล่านี้เส่ียงต่อการมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่ล่าช้า ไม่ทันเพื่อน นับตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษา
ในระดับประถมศึกษา ซึ่งช่องว่างของความเหลื่อมล้ำด้านพัฒนาการน้ี หากไม่ถูกค้นพบและได้รับการแก้ไข
อย่างทันท่วงที จะมีแนวโน้มแย่ลงในอนาคต ส่งผลต่อความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ ทักษะการเรียนรู้
และความเสี่ยงต่อการออกจากระบบการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานในที่สุด รวมทั้งยังมีเด็กและเยาวชน
ที่ออกนอกระบบการศึกษาจำนวนมากที่ไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ไม่ได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ
ตามความถนัดและมีศักยภาพที่จะพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิต อีกทั้งยังมีประชากรวัยแรงงานขาดทักษะ
ด้านการอา่ นและคณติ ศาสตร์จำนวนมาก ซ่ึงสะท้อนใหเ้ หน็ การขาดโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย
และป้องกันเด็กเยาวชนออกจากระบบการศึกษา โดยพัฒนาระบบการค้นหา เฝ้าระวัง ติดตาม และช่วยเหลือ
เด็กให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย และติดตาม ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา
ให้กลับเข้าศึกษาต่อหรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ รวมทั้งการพัฒนาเครื่องมือสำรวจความพร้อม
ของเด็กปฐมวัยในการเข้าสู่การศึกษาระดับประถมศึกษา (School Readiness Survey) และการพัฒนา
เครื่องมือการประเมินศักยภาพด้านการอ่านและคณิตศาสตร์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากร

แผนที่นำทางการขบั เคลือ่ นเป้าหมายการพัฒนาท่ยี ัง่ ยนื ด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 78

วัยแรงงาน (Workforce Readiness Survey) เพื่อให้สังคมไทยได้เฝ้าระวังและติดตามความก้าวหน้าของ
การพัฒนาคณุ ภาพและความเสมอภาคในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนให้มีกลไก
การสนับสนุนอย่างเพียงพอทั้งในการป้องกันและมาตรการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนออกจา กระบบ
การศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย การดำเนินงานในระดับพื้นที่ และต้นสังกัด และการติดตามความคืบหน้า
และการระดมการมสี ว่ นรว่ มของสังคมอย่างต่อเน่ืองอันจะช่วยลดความเหล่ือมล้ำทางการศึกษาการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยตามกิจกรรมปฏิรปู น้ี นอกจากจะสอดคล้องกับเป้าหมาย
การพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกข้อท่ี 4 (UN SDG4) แล้ว ยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนากำลังคนของประเทศ
ให้สามารถสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยให้สามารถก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลาง
(Middle Income Trap) สู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High Income Country) ให้ได้ภายใน 20 ปี ตามเป้าหมาย
ของยทุ ธศาสตรช์ าติอย่างยงั่ ยืน

เป้าหมาย
1) เด็กปฐมวัยในช่วงก่อนวัยเรียน (3 - 5 ปี) ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ขาดแคลน

ทุนทรัพย์ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้รับการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการจากสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ทมี่ คี ณุ ภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และไดร้ ับโอกาสทางการศึกษาท้ังในและนอกระบบ
การศึกษา รวมถงึ ระบบการศกึ ษาซ่ึงจัดการโดยครอบครวั หรือกลุ่มของครอบครวั จนสำเร็จการศึกษาข้ันพื้นฐาน
หรอื ระดบั สูงกว่าอยา่ งเสมอภาคตามศักยภาพและความถนัด

2) เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลับเข้าศึกษาต่ออย่างน้อยจนจบการศึกษา
ภาคบังคับ และได้รับการพฒั นาทักษะอาชีพตามความถนัดและมศี ักยภาพทีจ่ ะพ่ึงพาตนเองในการดำรงชีวิตได้

3) ประชากรวัยแรงงานมีทักษะดา้ นการอา่ นและคณติ ศาสตร์ (Literacy & Numeracy
Competency) ในระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานทจ่ี ำเป็นต่อการทำงานและการใช้ชีวติ ในโลกยุคปัจจุบนั

4) เกิดระบบหลักประกันโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย
ดว้ ยความรว่ มมอื ระหวา่ งกระทรวงศึกษาธกิ าร และหนว่ ยงานภาครัฐอ่ืน ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง รวมท้ังภาคเอกชน

แนวทางการดำเนนิ งาน
1) การพฒั นาเคร่ืองมือ และระบบบรู ณาการทำงานเพอื่ สนับสนนุ การดำเนินการปฏิรูป

โดยกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา และเป้าหมายร่วมของหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา พัฒนาระบบการค้นหา เฝ้าระวัง ติดตาม และช่วยเหลือเด็กให้เข้าถึงโอกาส
ทางการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย และติดตาม ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าศึกษาต่อ
หรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ พัฒนาเครื่องมือสำรวจความพร้อมของเด็กปฐมวัยในการเข้าสู่การศึกษา
ระดับประถมศึกษา (School Readiness Survey) เป็นรายจังหวัด พัฒนาเครื่องมือการประเมินศักยภาพ
ด้านการอา่ นและคณติ ศาสตรใ์ นระดบั การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานของประชากรวัยแรงงาน (Workforce Readiness Survey)

2) การสนับสนุนนวัตกรรมการป้องกัน (Prevention) และการแก้ไข (Correction)
ปัญหาเด็กและเยาวชนออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
โดยสนับสนุนทุนการศึกษาและเงินอุดหนุนแก่เด็กที่มีฐานะครอบครัวยากจนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย จนถึง

แผนทน่ี ำทางการขับเคล่อื นเปา้ หมายการพฒั นาท่ียง่ั ยนื ดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 79

ระดับการศึกษาภาคบังคับ ทั้งในสถานศึกษาและศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพตามความถนัดให้สามารถพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตได้ พัฒนาระบบคัดกรอง
เด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่จะออกจากระบบการศึกษา สนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูล งานวิจัย และการพัฒนา
นวัตกรรมเชิงสหวิทยาการ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการออกจากระบบการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทย
อย่างเป็นระบบและยั่งยืน สร้างนวัตกรทางสังคม (Social Innovator) ทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชนเพื่อร่วม
สนับสนุนการพัฒนานวตั กรรมเพ่ือป้องกันและแก้ไขปัญหาการออกจากระบบการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทย

3) การสนับสนุนกลไกการดำเนินงานในระดับพื้นที่ และต้นสังกัด โดยสนับสนุน
การพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ สนับสนุน
องค์ความรู้ และพัฒนาทักษะให้แก่ครูปฐมวัย ครูผู้ช่วย และอาสาสมัครผู้ดูแลเด็กเล็กทุกสังกัด รวมทั้ง
การส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาทักษะอาชีพให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่สอดคล้องกับ
ความต้องการและความสนใจ สนับสนุนการพัฒนาสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและศูนย์การศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีข้อมูล องค์ความรู้ และเครื่องมือที่จำเป็นในดำเนินการป้องกัน
และแก้ไขปญั หาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอยา่ งมีประสิทธภิ าพและย่งั ยืน สนับสนุนการแก้ไขปัญหา
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสถานศึกษาขนาดเล็กอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
ด้วยกระบวนการทางวิชาการแบบมีส่วนร่วม โดยคำนึงถึงความแตกต่างของสถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่
ห่างไกลทุรกันดาร (Protected and Isolated Schools) และสถานศึกษาขนาดเล็กประเภทอื่น ๆ พัฒนา
และสร้างสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน ให้เด็กมีความรู้สึกปลอดภัย มีความอบอุ่น
และมีความสขุ ในการเรียน

4) การตดิ ตามความคบื หน้า และการระดมการมีสว่ นร่วมของสังคม พร้อมทง้ั สนับสนุน
การแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานและดำเนินการร่วมกับองค์กรภาคเอกชน ภาคประชาสังคม
และหน่วยงานอน่ื ๆ ที่เกย่ี วข้อง เพอื่ ระดมการมสี ่วนร่วมสนบั สนนุ การดำเนินการปฏริ ปู อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง

2. การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนอง
การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี 21

การจัดการศกึ ษาของประเทศ จะตอ้ งเปน็ ไปตามเจตนารมณ์ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 และยุทธศาสตร์ชาติ คำนึงถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากร การเปลี่ยนแปลง
ทางเทคโนโลยี และพลวัตของโลกยุคใหม่ ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชากรในทุกช่วงวัย ที่จะต้องเผชิญ
ความท้าทายกับวิถีชวี ิตใหม่ จงึ จำเป็นตอ้ งปรบั เปลีย่ นกระบวนการจัดการเรียนรู้และรูปแบบการเรียนการสอน
โดยมีเป้าหมายที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ มีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาไปสู่
ศักยภาพสูงสุดของแต่ละบุคคล เป็นผู้มีความรู้ มีทักษะและใฝ่เรียนรู้ (Learning Skills) สามารถเชื่อมโยง
นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง มีทักษะชีวิต (Life Skills) ในโลกยุคใหม่ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม
เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ (Active Citizen) มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
โดยการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนตามหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard-based Curriculum) ในปัจจุบัน
ไปสกู่ ารเรยี นรู้ทพ่ี ฒั นาสมรรถนะผูเ้ รียน (Competency-based Learning) เป็นสำคัญ

แผนที่นำทางการขับเคลอื่ นเป้าหมายการพัฒนาทย่ี ง่ั ยนื ดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 80

ทั้งน้ี การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะแบบผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง มุ่งเน้น
กระบวนการเรียนรู้แบบถักทอความรู้ ทักษะ คุณลักษณะผู้เรียนเข้าด้วยกันด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active
Learning) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและเรียนรู้อย่างมีความสุขและพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
ผ่านการทำงานเป็นทีมและความร่วมมือระหว่างผู้เรียนด้วยกัน การมีครู อาจารย์ที่มีสมรรถนะ ด้านการจัด
การเรียนรู้ทีห่ ลากหลาย เหมาะสมกบั ผูเ้ รียนและบรบิ ทของท้องถ่ิน ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาและผบู้ ริหารการศึกษา
มสี มรรถนะในการบริหารงานการจดั การเรียนรู้ การนิเทศการเรียนรู้ การสร้างระบบนิเวศการเรียนรทู้ ี่ปลอดภัย
และส่งเสริมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถกำหนดเส้นทางและจังหวะก้าวการเรียนรู้ของตนเอง (Personalized
Learning) อย่างมีความหมาย มีการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียนในทุกมิติอย่างแท้จริง ตลอดจน
ม ี ก า ร ใ ช้ เ ท ค โ น โ ล ย ี ท า ง ก า ร ศ ึ ก ษ า ท ี ่ เ ห ม า ะ ส ม ก ั บ ผ ู ้ เ ร ี ย น แ ล ะ ค ว า ม พ ร ้ อ ม เ พ ื ่ อ ใ ห ้ ก า ร จ ั ด ก า ร เ ร ี ย น รู้
ให้มปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ โดยจุดเนน้ ของการจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้แตล่ ะระดับ ดงั น้ี

ระดับก่อนอนุบาล ส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเด็กของผู้ปกครองและชุมชน
เน้นการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ บ่มเพาะปลูกฝังวินัยและพัฒนาการที่ดีทั้งกาย ใจ และอารมณ์
ระดับอนุบาล มุ่งส่งเสริมสถานศึกษาจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา
อารมณ์ จิตใจ และสังคม บ่มเพาะปลูกฝังวินัย คุณธรรมและค่านิยมที่ดี ด้วยความร่วมมือระหว่างผู้ปกครอง
ชุมชน และสถานศึกษา พัฒนาการคิดวิเคราะห์เชิงระบบ ลงมือปฏิบัติ (Enactive) ด้วยประสบการณ์ตามมุมต่าง ๆ
เพื่อให้สัมพันธ์กับการเรียนรู้ของสมอง และจัดสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาให้เห็นแบบอย่างของพฤติกรรม
การดำเนนิ ชวี ติ ทดี่ ีงาม

ระดับประถมศึกษา พัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามแนวทางพหุปัญญาให้หลากหลาย
ตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงผ่านการบูรณาการกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหา
หรือโครงงานเป็นฐาน (Problem-based Learning & Project-based Learning) รวมถึงพัฒนาทักษะสำคัญ
ในการเรียนรู้ อันได้แก่ ทักษะทางภาษา ทักษะการคิด ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทักษะการคิดสร้างสรรค์ มีการวัดและการประเมินผลผู้เรียนที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ที่เป็นชิ้นงาน ผลผลิต
เชิงประจักษ์ เสริมสร้างสมรรถนะ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษท่ี 21 ให้ผู้เรียนพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
สร้างงาน สรา้ งนวัตกรรม ทีส่ ามารถพฒั นาไปเปน็ ผลติ ภัณฑ์ในทอ้ งถ่นิ ได้

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มุ่งต่อยอดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดเชิงระบบ ผู้เรียน
สร้างความร้รู ะดบั ความคิดรวบยอด และระดับหลักการใชค้ วามรผู้ ลิตผลงานอย่างสร้างสรรค์ เนน้ ทกั ษะพ้ืนฐาน
ทางการเรียนรู้และการดำรงชีวิต คือ ทักษะความเป็นมนุษย์ ได้แก่ ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการแก้ปัญหา
ทักษะการสังเคราะห์ ทักษะการสร้างสรรค์ ทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการสื่อสาร บนพื้นฐาน
ของคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดี และส่งเสรมิ ทักษะเฉพาะทางด้านความรู้ คำนึงถึงความแตกตา่ งของแต่ละบุคคล
ตามความถนัด ความสนใจ ทั้งด้านวิชาการและพื้นฐานวิชาชีพ มีศักยภาพในการสร้างผลผลิตจากการเรียนรู้
และต่อยอดนวัตกรรมคิดสร้างสรรค์ได้ มีนิสัยปรับปรุงพัฒนางานอยู่เสมอ สร้างและผลิตผลงานใหม่ ๆ
เพอ่ื ประโยชนต์ อ่ การพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตนเอง ครอบครัว และเชือ่ มโยงท้ังดา้ นสังคม เศรษฐกิจ ชุมชน ทอ้ งถ่ิน
ภูมภิ าค และประเทศ

แผนท่ีนำทางการขบั เคล่อื นเปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ัง่ ยืนดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 81

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มุ่งต่อยอดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูง
ผ่านการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาหรือโครงงานเป็นฐาน ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ผลิตผลงานอย่างสร้างสรรค์
เป็นนวัตกรรมนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเอง ครอบครัว และสังคม
ต่อยอดพื้นฐานทางการเรียนรู้และการดำรงชีวิต คือ ทักษะความเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าระดับสูง เน้นทักษะ
ความเป็นผู้นำ รวมทั้งส่งเสริมทักษะเฉพาะทางด้านวิชาการและวิชาชีพและฝึกประสบการณ์อย่างเข้มข้น
ในด้านความรู้ และส่งเสริมการเรียนรู้สร้างความรู้จากปฏิบัติการเชิงวิจัยทั้งในสถานศึกษาและชุมชน
เพื่อพัฒนาให้เป็นนวัตกรรม ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์และโครงการ ความร่วมมือปฏิบัติการวิจัยในระดับชุมชน
เชอ่ื มโยงกบั พหุวฒั นธรรม และบริบทของชุมชนท้องถ่นิ ภมู ิภาค และประเทศ

ระดับอาชีวศึกษา เน้นการลงมือปฏิบัติจริงให้สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยี
และการสร้างนวัตกรรมนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง ปรบั ปรงุ พฒั นาอยเู่ สมอ พลิกผนั ใหท้ ันตอ่ การเปลี่ยนแปลง
ต่อสถานการณ์ตามบริบทของภูมิภาคและโลก ส่งเสริมทักษะเฉพาะทางด้านวิชาการและวิชาชีพ
และฝึกประสบการณ์อย่างเข้มข้นในด้านความรู้ ตามความถนัดความสนใจรายบุคคล และต่อยอดทักษะ
ความเป็นมนุษย์ผ่านการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาหรือโครงงานเป็นฐาน ทั้งในสถานศึกษาและสถานประกอบการ
ที่มุ่งสร้างความคิดรวบยอดด้านการคิด ด้านคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมขั้นสูง และปลูกฝังจรรยาบรรณ
ทางวชิ าชีพและมีความเปน็ ผนู้ ำ

การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มุ่งให้ประชาชนได้รับโอกาสการเรียนรู้
สามารถนำหลักการมาใช้พลิกผันแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง พัฒนางาน
พัฒนาอาชีพ ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้เหมาะสมสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
และเทคโนโลยี ใหป้ ระชาชนทุกชว่ งวยั เรียนรูไ้ ด้ต่อเน่อื งตลอดชวี ติ พัฒนาสู่การเป็นสงั คมแหง่ การเรยี นรู้

เปา้ หมาย
1) ผู้เรียนทุกระดับเป็นผู้มีความรู้ ทักษะและใฝ่เรียนรู้ มีทักษะในการดำรงชีวิตในโลก

ยุคใหม่ ร้เู ท่าทันการเปล่ยี นแปลงของสงั คมและโลก เป็นพลเมอื งทต่ี ่ืนรู้ มีความรับผิดชอบ และมจี ิตสาธารณะ
2) ครู/อาจารย์มีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย การออกแบบการเรียนรู้

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีจิตวิทยาการเรียนรู้ สื่อและการใช้สื่อ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรตู้ ามสภาพจรงิ มคี วามศรทั ธาในวชิ าชพี และความเปน็ ครู

3) ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษามีสมรรถนะในการบริหารงานวิชาการ
และการนิเทศการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย ด้านหลักสูตรการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและเทคโนโลยี
เพื่อการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง การนิเทศการจัดการเรียนรู้ มีภาวะผู้นำ
ทางวชิ าการ มจี ติ วทิ ยาในการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจในการจัดการเรียนรู้ และมมี นษุ ยสัมพันธ์ท่ีดีในการ
รว่ มมอื กับบคุ คล หนว่ ยงานและชุมชนในการส่งเสรมิ และสรา้ งระบบนิเวศการเรยี นร้ทู ป่ี ลอดภยั สำหรบั ผู้เรยี น

แผนท่นี ำทางการขับเคลอื่ นเปา้ หมายการพฒั นาที่ยัง่ ยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 82

แนวทางการดำเนนิ งาน
1) ปรับแนวทางการจัดการเรยี นรู้ทกุ ระดบั ทีเ่ น้นการเรยี นรู้เพอื่ พฒั นากระบวนการคิด

ขั้นสูงเชิงระบบที่นำไปสู่สมรรถนะหลักที่จำเป็นในแต่ละระดับตามแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และการ
วัดผลประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียน ปฏิรูปการเรียนรู้ระดับห้องเรียนด้วยการปรับวิธีสอนจาก Passive
Learning ที่เน้นป้อนข้อมูลโดยการท่องจำเนื้อหา มาเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning
เพื่อให้ผู้เรียนสร้างความรู้ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ด้วยการให้ผู้เรียนรวบรวมข้อมูลเป็น วิเคราะห์
สังเคราะห์ ออกแบบ ตัดสินใจบนพื้นฐานคุณธรรมและค่านิยมเพื่อสังคม ประเทศชาติ และนำความรู้ไปสู่
การลงมือปฏิบัติอย่างมีแบบแผน ตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหา พัฒนาจนเกิดผลผลิตที่ดีกว่า มีคุณค่าต่อสังคม
มากกว่าเดิม และกำกับการเรียนรู้ของตนเองในการตรวจสอบกลไกเชิงระบบของงานที่ทำเพื่อเพิ่มคุณค่า
คุณธรรม ค่านิยม และขยายประโยชน์สู่สังคมที่กว้างขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนทุกระดับช้ัน
ตั้งแต่ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา การศึกษา
ตามอัธยาศัย และระดบั อุดมศึกษา โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน

2) พัฒนาครูให้มีศักยภาพในการออกแบบการเรียนรู้ สามารถจัดและอำนวย
กระบวนการเรียนรู้ การใชส้ ่อื และเทคโนโลยเี พ่ือการเรียนรู้ และวัดผลประเมินผลเพ่อื พัฒนาผู้เรยี น และพัฒนา
ผู้บรหิ ารสถานศึกษาและศึกษานิเทศก์ ให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถกำกับดูแล ชว่ ยเหลอื แนะนำการโค้ชครู
รวมถงึ การสร้างระบบนิเวศการเรยี นรูท้ ป่ี ลอดภยั สำหรบั ผู้เรยี น

3) ปรับปรุงระบบการวัดผลและประเมินผล ให้มุ่งเน้นที่การประเมินผลผู้เรียน
ตามสภาพจรงิ โดยพัฒนาวิธีการที่หลากหลายในการประเมนิ ผู้เรียนท่ีเหมาะสมกับบริบทและศักยภาพของผเู้ รียน

4) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้กับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ
ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ในการเสริมสร้างการเรียนรู้ และยกระดับคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านทรัพยากร
และองค์ความรูด้ า้ นวชิ าการ ทักษะ และการบ่มเพาะคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมทด่ี ี

5) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประชุมหน่วยงานผู้รับผิดชอบติดตาม
ความคืบหน้าในการดำเนินการ และรว่ มกับกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประเมนิ ผลการดำเนนิ งานและขยายผลตอ่ ไป

3. การปฏิรูปกลไกและระบบการผลติ และพัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศึกษาใหม้ ีคุณภาพ
มาตรฐาน การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการพัฒนาคนของประเทศให้มีคุณภาพ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และหัวใจสำคัญที่สุดของกระบวนการจัดการศึกษาก็คือ “ครู” ที่เป็นผู้ที่มี
บทบาทหน้าที่สำคัญในการจัดการเรียนรู้และอบรมสั่งสอนผู้เรียนให้มีความรู้ เจตคติ มีทักษะในการใช้ชีวิต
สามารถเผชิญสถานการณ์และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นได้และดำรงตนในสังคมได้อย่างเป็นสุข รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 258 จ. ได้บัญญัติให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง
และพัฒนาผู้ประกอบวชิ าชีพครแู ละอาจารย์ ใหไ้ ด้ผู้มจี ิตวญิ ญาณความเป็นครู มีความรคู้ วามสามารถอย่างแทจ้ ริง

แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561 - 2580) ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์
ที่เน้นทั้งการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันและการเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้
โดยปฏริ ปู กระบวนการการเรียนรู้ทุกระดับช้ันท่ีตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 มีการออกแบบ

แผนท่นี ำทางการขบั เคลื่อนเปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ่งั ยืนด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 83

ระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปล่ยี นโฉมบทบาทครใู ห้เป็นครูยุคใหม่ โดยวางแผนการผลติ พฒั นาและปรับบทบาท
ครูและอาจารย์ยุคใหม่ให้เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่การดึงดูด คัดสรร
ผู้ที่มีความสามารถสูงและมีคุณลักษณะความเป็นครูเข้ามาเป็นครู ส่งเสริม สนับสนุนระบบพัฒนาศักยภาพ
และสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ
และทุกประเภท บริบทของประเทศและโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคม
และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนวตั กรรมของเทคโนโลยีและแหลง่ ความรู้ใหม่ รวมทั้งสถานการณ์ท่ีส่งผลกระทบต่อ
มนุษยชาติที่รุนแรงในปี 2019 มาจนปัจจุบันน้ี คือการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก่อให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมายทั้งใน “เชิงโครงสร้าง” และ“เชิงพฤติกรรม” การจัดการศึกษาในโลกยุคใหม่
จึงต้องปรับตัวให้สอดคล้องและพร้อมรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต
สถาบันการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันผลิตครูจะต้องปรับบทบาทการผลิตครูที่มีสมรรถนะสูง
และเป็นความต้องการของประเทศ โดยปรับหลักสูตรและกระบวนการผลิตครูให้เหมาะกับสงั คมยุคใหม่ สภาพ
พื้นที่ความถนัดและความสนใจของผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย หลักสูตรและกระบวนการการผลิตครู
จึงต้องปรับปรุงเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคมที่ต้องเรียนรู้ในเรื่องใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ครูต้องได้รับ
การฝึกหัดและได้รับการพัฒนาครูประจำการจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีทักษะการใช้หลักสูตร
การจัดการเรียนรู้ การวัดประเมินผลและการใช้สื่อการเรียนรู้สมัยใหม่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย
ให้ผู้เรียนมีโอกาสรับการศึกษาที่สอดคล้องกับความถนัดและความสามารถของตนเอง เป็นการเรียนรู้ควบคู่
การทำงาน การประกอบอาชีพ สามารถผลิตผลงาน พึ่งพาตนเองได้ เรียนรู้จากการร่วมมือและการแบ่งปัน
ในสังคม เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ การสร้างทักษะศตวรรษที่ 21 และความเป็นพลเมือง
ที่เข้มแข็ง รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีและการสรา้ งนวตั กรรมที่สามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตจริง (Applying)
ครูต้องเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของภูมิภาคและโลกและยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม
และจรรยาบรรณครูอยา่ งเข้มแข็งในทา่ มกลางสงั คมท่ีเปลี่ยนแปลงและพลิกผัน

อย่างไรก็ตาม จากรายงานวิจัยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา พบว่า วิชาชีพครู
มีปัญหาทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ ในด้านการผลิตและพัฒนาครูมีปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบบริหาร
จัดการและการกำกับควบคุม การคัดสรรคนมาเรียนครู มาตรฐานกระบวนการผลิตและคุณภาพอาจารย์
การคัดกรองคนเข้าสู่อาชีพครูและการพัฒนาส่งเสริมครูส่งผลให้คุณภาพการศึกษาของ ประเทศลดต่ำลง
ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในการผลิตครูดังเช่นในอดีต ทำให้สถาบันการผลิตครู
เกิดขึ้น จำนวนมากถึง 127 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็เปิดหลักสูตรและผลิตบัณฑิตในสาขาที่มีความซ้ำซ้อนกัน
และมีการลงทุนไม่มาก ทำให้จำนวนบัณฑิตครูมีมากเกินความต้องการ ยิ่งไปกว่านั้น สถาบันผลิตครูยังมี
มาตรฐาน มีกระบวนการและมีวิธีการบริหารจัดการศึกษาแตกต่างกัน หลายแห่งมีการเปิดรับนิสิต/นักศึกษา
แบบเปิดหรือตลาดวิชา หลายแห่งมีการรับนิสิต/นักศึกษาเข้าเรียนครูโดยไม่มีการคัดเลือกตามนโยบาย
การปฏิรูปการศึกษาที่ประสงค์จะได้คนเก่ง คนดีมาเรียนครู แต่ในบางแห่งกลับมีการคัดเลือกคนที่มี
ความสามารถและจำกัดจำนวนรับที่เข้มงวด หลายแห่งผลิตบัณฑิตครูในคณะต่าง ๆ ที่ไม่ใช่คณะครุศาสตร์
หรอื ศกึ ษาศาสตร์ ทำให้คุณภาพของนสิ ติ /นักศึกษาท่ีเข้ามาเรยี นและคุณภาพของบัณฑติ แตกต่างกนั จากรายงาน

แผนทีน่ ำทางการขับเคลือ่ นเปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ่ังยนื ด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 84

ผลการสอบบรรจุบุคคลเข้ารับราชการครู ปี พ.ศ. 2563 มีผู้สมัครและมีสิทธิ์สอบจำนวน 159,314 คน จากที่มี
ความต้องการ 18,987 คน แต่มีผู้สอบได้เพียง 10,375 คน หรือร้อยละ 6.8 ทำให้ได้ครูไปบรรจุเพียงร้อยละ 55
เท่านั้น สิ่งเหล่านี้ เป็นความสูญเปล่าทางการศึกษาของประเทศอย่างมหาศาล สอดคล้องกับการพิจารณา
ดัชนีคุณภาพของคณาจารย์ในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ตามระบบการให้คะแนนในการประเมินคุณภาพ
ภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ระบุว่า คณาจารย์ในคณะครุศาสตร์/
ศึกษาศาสตร์ของประเทศไทยมีคุณภาพอยู่ในระดับ “ต้องปรับปรุง” จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
เพราะคุณภาพคณาจารย์เป็นปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของบัณฑิตครูมากที่สุด (สำนักงานเลขาธิการสภา
การศึกษา. 2556) นอกจากน้ี ในการบริหารจัดการการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ก็ยังไม่สามารถส่งเสริม
บ่มเพาะประสบการณ์วิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถานศึกษาหรือโรงเรียนที่เป็นแหล่งฝึกประสบการณ์
วิชาชีพครูยังไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพียงพอ ครูพี่เลี้ยงขาดความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพครูอย่างลึกซ้ึง
และขาดทักษะในการเป็นครูพี่เลี้ยง การนิเทศ การดูแลการฝึกปฏิบัติการสอน รวมทั้งการเป็นผู้สอนงาน
(Coaching) ให้แก่นิสิต/นักศึกษา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มีผลทำให้บัณฑิตครูมีคุณภาพลดลง จำเป็นต้องพัฒนา
โดยเร่งดว่ น

สำหรับด้านการพัฒนาครูประจำการนั้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมเป็นไปอย่าง
รวดเร็วและรุนแรง ครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงควรได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะพื้นฐานที่จำเป็น
ในสังคมโลกยุคใหม่ที่ทันสมัยและเท่าทันโลก รวมทั้งพัฒนาความรู้และทักษะให้เกิดสมรรถนะในการปฏิบัติ
หนา้ ที่ ตลอดจนพัฒนาความก้าวหนา้ ทางวชิ าชีพของตนเองอยา่ งต่อเน่ือง โดยคำนงึ ถึงครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาในพื้นที่ที่ห่างไกล ทุรกันดารและด้อยโอกาส รวมถึงครูและบุคลากรในสถานศึกษาและพื้นที่นวัตกรรม
การศึกษาที่เป็นเป้าหมายของประเทศ นอกจากนี้ ยังพบว่าปัจจุบันมีครูที่ไม่มีวุฒิการศึกษาวิชาชีพครู
ยังคงค้างอยู่ในระบบและปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการรับครูใหม่ที่ไม่มีคุณวุฒิ
ทางการศึกษาเข้ามาเป็นครูอยู่ตลอดเวลาทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง ซึ่งครูและบุคลากรทางการศึกษาเหล่านี้
ยังไม่มีความรู้ ทักษะและความสามารถพื้นฐานและคุณธรรม จริยธรรมความเป็นครูที่เพียงพอในการปฏิบัติ
หน้าท่ีอยา่ งมคี ณุ ภาพ

จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจในศาสตร์วิชาชีพครูให้ลึกซึ้งยิ่งข้ึน
และมีทักษะในการปฏิบัตหิ น้าที่ได้ดี รวมถึงมีความรูแ้ ละทักษะในสังคมโลกยุคใหม่ที่เปล่ียนแปลงไป โดยมีการ
ปรับปรุงระบบกลไกส่งเสริม สนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความก้าวหน้าทางวิชาชีพ
อยา่ งหลากหลาย โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบการประเมนิ การปฏบิ ัตงิ านและสมรรถนะวชิ าชีพและการเลื่อน
วิทยฐานะและการปรับปรุงค่าตอบแทนที่เหมาะสม ดังนั้น ครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการทุกคน
จึงต้องได้รับการพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นของแต่ละบุคคล ทั้งด้านการใช้หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัด
ประเมินผลและการใช้สื่อการเรียนรู้สมัยใหม่ที่เน้นการเรียนรู้เชิงรุก ทักษะการสร้างสรรค์การวิจัย
และนวัตกรรมและการสร้างผลงานทางวิชาการ การบริหารจดั การศึกษาและการนเิ ทศการศึกษา รวมทัง้ การใช้
เทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง (Applying) และยึดมั่นในคุณธรรม
จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณครูอยา่ งเขม้ แข็ง ซ่งึ เปน็ พื้นฐานของวชิ าชพี ครทู ี่สำคญั ทส่ี ุด ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา

แผนทน่ี ำทางการขบั เคลอ่ื นเปา้ หมายการพฒั นาทยี่ ั่งยนื ดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 85

ควรได้รับการอบรมให้มีสมรรถนะในการพัฒนาวิชาชีพด้วยระบบ PLC&CPD (Professional Learning
Community & Continuous Professional Development)

เป้าหมาย กลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษามีคุณภาพ
มาตรฐาน

1) กลไกและระบบการผลิต คัดกรองครูและบุคลากรทางการศึกษาและอาจารย์
ให้มคี ณุ ภาพและประสิทธภิ าพ

2) กลไกและระบบการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสายสามัญศึกษา
และสายอาชวี ศึกษา ใหม้ คี ณุ ภาพ ประสทิ ธิภาพและมคี วามก้าวหนา้ ในการประกอบอาชีพ

แนวทางการดำเนินงาน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะเป็นหน่วยงาน
ผ้รู ับผดิ ชอบหลกั ในการทำงานรว่ มกบั หน่วยงานอืน่ ท่เี ก่ยี วขอ้ งในการดำเนินการ ดังน้ี

1) ด้านกลไกและระบบการผลิตครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ
ประสิทธิภาพ ดำเนินการโดยพัฒนารูปแบบกระบวนการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์เข้าเรียนครู
และการพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินคุณลักษณะความเป็นครู พัฒนา/ปรับปรุงหลักสูตรผลิตครู
ตามสาขาวิชาและบริบทพื้นที่เพื่อสร้างความเป็นเลิศ ศึกษาและพัฒนารูปแบบ กระบวนการฝึกประสบการณ์
วิชาชีพครูและระบบการนิเทศการศึกษาและการสอนงานของครูพี่เลี้ยงเพื่อเตรียมครูที่มีคุณภาพ
และประสิทธิภาพ ศึกษาวิเคราะห์และกำหนดสมรรถนะ และการพัฒนามาตรฐานและชี้วัดสมรรถนะอาจารย์
ประจำหลักสูตรวิชาชีพครูของสถาบันผลิตครู และการพัฒนาอาจารย์ประจำหลักสูตรให้มีสมรรถนะ พัฒนา
รูปแบบและหลักเกณฑ์การประเมินสมรรถนะอาจารย์ประจำหลักสูตรวิชาชีพครูของสถาบันผลิตครู การศึกษา
วิเคราะห์แล ะกำห นด สมรร ถน ะแล ะการ พัฒน ามาต รฐา นและตัวช้ี ว ัดส มร ร ถน ะครู พี่เ ลี้ ยงในโ รงเ ร ี ย น
หรือสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพด้านวิชาชีพครู และการพัฒนาครูพี่เลี้ยงให้มีสมรรถนะ และพัฒนารูปแบบ
และหลกั เกณฑ์ประเมินมาตรฐาน สมรรถนะครูพ่เี ลี้ยงในโรงเรียนหรือสถานฝึกประสบการณ์วชิ าชีพด้านวิชาชีพครู

2) ด้านกลไกและระบบการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสายสามัญศึกษา
และสายอาชีวศึกษา ให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพและมีความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ ดำเนินการ
โดยศึกษาวิเคราะห์และกำหนดสมรรถนะและการพัฒนามาตรฐานและตัวช้ีวัดสมรรถนะครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ศึกษาวิเคราะห์และกำหนดสมรรถนะและการพัฒนามาตรฐานและตัวชี้วัด สมรรถนะครู
และบุคลากรทางการศึกษา และการพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความต้องการจำเป็น
ศึกษาและพัฒนาระบบ/รูปแบบการนิเทศ การติดตามช่วยเหลือครู และการพัฒนาสมรรถนะศึกษานิเทศก์
ตามความต้องการจำเป็น ส่งเสริม สนับสนุนระบบกลไกให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีการพัฒนา
อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการติดตามช่วยเหลือครูใหม่ ครูที่ไม่มีวุฒิทางการศึกษา ครูที่มีความรู้ ความสามารถ
และมีคุณลักษณะไม่เพียงพอกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ ครูและสถานศึกษาในท้องถิ่นยากจน ห่างไกลและทุรกันดาร
อาทิ การรว่ มมอื กบั ชุมชน (PLC&CPD: (Professional Learning Community & Continuous Professional
Development) การศึกษาอบรม และแพลตฟอร์มกระบวนการจัดการเรียนรู้ การบริหารการศึกษาและการนิเทศ

แผนทนี่ ำทางการขบั เคล่ือนเปา้ หมายการพฒั นาทยี่ ัง่ ยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 86

การศึกษา ปรับปรุงระบบการประเมินการปฏิบัติงานและสมรรถนะวิชาชีพครู การพัฒนาระบบกลไกในการ
เลื่อนวิทยฐานะที่ได้รับการปรับปรุงใหม่และการคงวิทยฐานะของครูโดยนำผลการประเมินวิทยฐานะไปเป็น
ส่วนสำคัญในการประเมนิ และการปรบั ปรุงค่าตอบแทนท่ีเหมาะสม

4. การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ
นำไปสู่การจา้ งงานและการสร้างงาน

การผลิตและพัฒนากำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงานของประเทศพบความไม่สอดคล้อง
ในระดับสูงทั้ง (1) ความไม่สอดคล้องด้านระดับการศึกษาเนื่องจากมีการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีในสัดส่วนสูง
ขณะที่ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่จบสายอาชีพมากกว่า และ (2) ความไม่สอดคล้องด้านสาขาวิชาซึ่งแรงงาน
ในตลาดยังพบช่องว่างทักษะ (Skill Gaps) กล่าวคือมีทักษะไม่ตรงหรือต่ำกว่าที่นายจ้างคาดหวังโดยเฉพาะ
ทักษะด้านความรู้ที่ใช้ในการทำงาน นอกจากนี้ การผลิตบัณฑิตเพื่อให้มีขีดความสามารถในระดับผู้พัฒนา
นวัตกรรมโดยใช้แนวทางการจัดการศึกษา STEM เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้
ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ไปใช้ในการเชื่อมโยง แก้ปัญหา
และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงานและเป้าหมาย
การพัฒนาประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรม เกษตร และบริการ อย่างไรก็ตามจำนวนผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั่วประเทศเข้าศึกษาต่อในสายอาชีวศึกษายังคงมีจำนวนน้อยกว่าผู้เรียนที่ศึกษาต่อ
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ แม้การจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาในรูปแบบอาชีวศึกษาทวิภาคี
ผู้เรียนอาชีวศึกษาจะมีสมรรถนะด้านอาชีพจากการฝึกงานหรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการนอกเหนือจาก
การเรียนภาคทฤษฎีในห้องเรียน และมีโอกาสได้งานทำสูงเมื่อจบการศึกษา เป็นรูปแบบที่สถานศึกษา
อาชีวศึกษาให้ความสำคัญแต่ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก จึงควรส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน
“วิชาการประสานการปฏิบัติ” หรืออาชีวศึกษาทวิภาคีที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นให้มีคุณภาพและขยาย
วงกว้างในสถานศึกษาอาชีวศึกษาทุกแห่ง ให้สามารถจัดการเรียนการสอนระบบดังกล่าวได้อย่างเต็มรูปแบบ
กล่าวคือผู้เรียนทุกคนทุกสาขาวิชาได้เข้าฝึกงานหรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการที่มีคุณภาพ นอกจากนี้
ควรส่งเสริมให้สถานศึกษายกระดับคุณภาพและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาที่เป็นจุดแข็ง
มีมาตรฐานสูงสู่ความเป็นเลศิ ในแต่ละแหง่ หรือสาขาทีส่ อดคล้องกบั การพัฒนาเชงิ พื้นที่และทิศทางการพัฒนา
และการลงทุนควบคู่กับการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการโดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันอุดมศึกษา
ที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีและเน้นการฝึกปฏิบัติอยา่ งเข้มข้น โดยการพฒั นาระบบการอาชวี ศึกษาใน 3 ระดับ
ดังน้ี

ระดับต้นน้ำ ปรบั ปรุงคณุ ภาพปจั จัยนำเขา้ ในดา้ นอาชวี ศึกษาทวภิ าคี ได้แก่
1) พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-based curriculum) ซึ่งเป็น

หลักสูตรที่จัดทำร่วมกับเจ้าของอาชีพโดยกำหนดความสามารถของผู้เรียนจากการวิเคราะห์ทักษะจากการ
ปฏิบัติงาน (Work Based) เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้น มีการเรียน
ภาคทฤษฎี การฝึกทักษะควบคู่กับการฝึกงานหรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้
ผ้จู บการศกึ ษาพร้อมทำงานเพิม่ มากข้ึน

แผนท่นี ำทางการขับเคลือ่ นเปา้ หมายการพฒั นาที่ยั่งยืนดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 87

2) เพิ่มขีดความสามารถครูหรืออาจารย์ให้มีวิธีคิดที่ถูกต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครู
มีองค์ความรู้ที่ลุ่มลึกและรอบด้าน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีในแต่ละสาขาอาชีพ
มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ด้านทฤษฎีและวิชาการในห้องเรียนและการฝึกทักษะอาชีพ
ในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากสถานศึกษาไปฝึกงานหรือฝึกอาชีพภายใต้
สถานการณ์จริงในสถานประกอบการ มีความสามารถในการใช้สื่อการเรียนการสอนที่มีความทันสมัย
มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนแบบ Project Based แนวทางการพัฒนาครูหรืออาจารย์ที่สำคัญ
โดยการสร้างเสริมประสบการณ์อาชีพในสถานประกอบการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ครูหรืออาจารย์สามารถ
เชื่อมโยงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากสถานประกอบการมาพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมผู้เรียน
ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายครูวชิ าชีพเพ่ือสร้างชุมชนแห่งการเรยี นรใู้ นกลุ่มครูวิชาชีพแต่ละสาขา และเร่งพัฒนา
ครูฝึกในสถานประกอบการให้มีขีดความสามารถในการถ่ายทอดหรือสอนงาน การวัดและประเมินผล
และระบบการดูแลผ้เู รียน ใหแ้ ก่ผเู้ รียนในระหวา่ งฝึกงานหรือฝึกอาชีพ

3) พัฒนาความพร้อมในด้านปัจจัยหรือสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนการจัด
การเรียนการสอนอาชีวศึกษา ให้แก่สถานศึกษาในด้านเครื่องมืออุปกรณ์การฝึกพื้นฐานในแต่ละสาขาอาชีพ
ที่มีความทันสมัยและเพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์หรือระบบการทำงานจำลอง
(Simulation) เพื่อการเรียนรู้ก่อนการฝึกงานหรือฝึกอาชีพ และการฝึกใช้เครื่องมืออุปกรณ์ขั้นสูง
ในสถานประกอบการ

4) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติเชิงบวก ให้เห็นประโยชน์และความสำคัญ
ในการพัฒนาการจดั อาชีวศึกษาให้ขยายวงกว้างไปยังผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสีย อาทิ ผู้ปกครอง ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมาย
และสถานประกอบการ เพือ่ การขยายการจดั อาชีวศึกษาทวิภาคีอย่างมมี าตรฐานคุณภาพสูง

ระดบั กลางน้ำ พฒั นาระบบและกระบวนการจดั อาชีวศกึ ษาทวิภาคี ไดแ้ ก่
1) สร้างกลไกการมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการในฐานะ

หุ้นส่วนสำคัญในการจัดอาชีวศึกษา อาทิ มาตรการทางภาษี ลดข้อจำกัดในด้านกฎหมาย ฯลฯ ส่งเสริม
สนับสนุนการจัดอาชีวศึกษาทวิภาคีให้มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบฐานข้อมูลเพื่อการจัด
การอาชวี ศึกษาทวิภาคี นวตั กรรมการเรยี นการสอนสำหรับผู้เรยี นท่ีมีความยืดหยุ่น หลากหลายช่องทางและวิธีการ ฯลฯ
และจัดระบบดูแลชว่ ยเหลือผู้เรยี นในระหวา่ งการฝึกงานหรอื ฝกึ อาชีพ

2) สนับสนุนให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ในการฝึกงานในสถานประกอบการโดยความ
ร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ องค์กรวิชาชีพ องค์กรธุรกิจต่าง ๆ อาทิ สภาอุตสาหกรรม
สภาหอการค้า สมาคมการเงินการธนาคาร สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
แห่งประเทศไทย ฯลฯ สร้างความเข้มแข็งการทำงานในรูปแบบคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อการ
ผลติ กำลังคนอาชวี ศกึ ษาในแตล่ ะสาขาอาชีพ (Skill Cluster Council) การปรบั ตัวระหว่างสถานศกึ ษาในฐานะ
ผู้ผลิตและสถานประกอบการในฐานะผู้ใช้กำลังคนเพื่อผูจ้ บการศึกษามีความพร้อมในการทำงาน “Ready to Work”
ที่มีสภาวะพลวัต ซึ่งการฝึกงานจะช่วยพัฒนาผู้เรยี นทั้งดา้ น (1) ความสามารถในการสื่อสาร (2) ฝึกปฏิสมั พันธ์

แผนที่นำทางการขบั เคลอื่ นเปา้ หมายการพัฒนาที่ยง่ั ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 88

ทางสังคม (3) มนุษยสัมพันธ์ (4) ทักษะฝีมือ (5) ความมุ่งมั่น (6) แรงบันดาลใจ (7) จินตนาการ (8) วิสัยทัศน์
(9) ความคดิ แบบวิพากษว์ จิ ารณ์ (10) ความคิดสร้างสรรค์ และ (11) สภาวะผู้นำ

3) ส่งเสริมให้ผู้เรียนหาประสบการณ์อาชีพเพิ่มจากการหารายได้ระหว่างเรียน
การเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ในการเป็นผู้ประกอบการที่สามารถประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
อาชพี มาใช้ในธุรกจิ ได้

4) ปรับระบบอาชีวศึกษาให้มีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย
เพ่ือใหส้ ามารถพัฒนาและยกระดบั สมรรถนะด้านอาชีพต่อเนอ่ื งและสอดคล้องกบั การเปลย่ี นแปลง รวมท้ังการพัฒนา
กำลังคนให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม เกษตร และบริการปัจจุบันในรูปแบบยกระดับ
หรือปรับความรู้และทักษะ (Up Skill) อบรมเพื่อพัฒนาความรู้ทักษะใหม่ (Re Skill) หรือฝึกอบรมทักษะอาชีพใหม่
(New Skill)

5) ปรับระบบการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอาชีวศึกษาทวิภาคีที่เหมาะสม
ทั้งสมรรถนะหลัก (Score Skill) และสมรรถนะอาชีพ (Competency Skill) และการรับรองมาตรฐานอาชีพ
ผสู้ ำเรจ็ อาชีวศกึ ษา

ระดับปลายน้ำ เพิ่มระดับคุณภาพผู้สำเร็จอาชีวศึกษาทวิภาคี ผลผลิต และผลลัพธ์
ของการยกระดบั คณุ ภาพการจดั อาชีวศึกษาที่สะท้อนผลตอ่ กล่มุ เป้าหมายตา่ ง ๆ ได้แก่

1) ผูเ้ รียนอาชวี ศกึ ษาทวภิ าคีมสี มรรถนะดา้ นอาชพี และความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพ
2) ผ้เู รียนอาชวี ศึกษาทวภิ าคีสามารถผา่ นเกณฑ์การรบั รองมาตรฐานอาชีพทกี่ ำหนด
3) นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีแรงจูงใจในการเรียนในระดับอาชีวศึกษา
มากขึ้นโดยปัจจัยหรือเครื่องมือสำคัญในการกำหนดแรงจูงใจ อาทิ ค่าตอบแทนหรือรายได้ตามสมรรถนะ
การให้รางวัล การเขา้ สู่ตำแหน่งงานหรือเลื่อนขัน้ ท่ีเหมาะสม (Career Path) การมโี อกาสหมนุ เวียนการทำงาน
ในสถานประกอบการเพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการทำงาน การตอบสนองจากองค์กรและผู้บริหารต่อคำถาม
และข้อสงสัยของบุคลากร การฝึกทักษะฝีมือใหม่ให้แก่บุคลากร การฝึกอบรมเพิ่มองค์ความรู้อื่น ๆ การสร้าง
ความสัมพันธ์ที่ดีในสถานประกอบการและบรรยากาศในที่ทำงานที่เอื้ออำนวยต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการทำงาน รวมทง้ั มีการวางรากฐานการศึกษาเพ่ืออาชีพเช่ือมโยงระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา
เป้าหมาย
ผู้สำเร็จอาชีวศึกษามีทักษะที่ตรงตามความคาดหวังของสถานประกอบการและทักษะ
การเป็นผ้ปู ระกอบการ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ
แนวทางการดำเนินงาน
1) จัดทำมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาสนใจเรียนสายวิชาชีพ
สร้างการรับรู้ ความรู้ ความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการเรียนอาชีวศึกษาและความสำคัญของการเรียน
ระบบทวิภาคี พัฒนาระบบเชื่อมต่อการศึกษาระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา พัฒนา
ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน และระบบอำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียนระหว่างการฝึกงานหรือฝึกอาชีพ
อยู่ในสถานประกอบการต่างพื้นท่ี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เรียนและผู้ปกครอง ส่งเสริมการมีรายได้

แผนที่นำทางการขับเคลอ่ื นเป้าหมายการพัฒนาทีย่ ่ังยืนด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 89

ระหว่างเรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าร่วมโครงการอาชีวศึกษาทวิภาคีเพื่อให้ผู้เรียนได้รับค่าตอบแทนระหว่าง
ฝึกงานหรือฝึกอาชีพ และมีความพร้อมเข้าสู่งานเมื่อสิ้นสุดโครงการ กำหนดมาตรการจูงใจผู้ประกอบการ
ร่วมจัดการอาชีวศึกษาและการรับผู้เรียนเข้าฝึกงานหรือฝึกอาชีพ รวมทั้งมีข้อตกลงร่วมในการจ้างงาน
หลังสำเรจ็ การศกึ ษา

2) พัฒนาระบบความร่วมมือ ระบบบริหารจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคีเชิงพื้นที่
และการคัดกรองสถานประกอบการที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อเข้าร่วมเป็นภาคีในการจัดการอาชีวศึกษา
ระบบทวิภาคีควบคู่กับการพัฒนาอุปกรณ์ เครื่องมือพื้นฐานในการฝึกทักษะในสถานศึกษา รวมถึงการเตรียม
ความพรอ้ มของผู้เรียนก่อนฝึกปฏบิ ตั ใิ นสถานประกอบการ หรือองค์กรธุรกิจตา่ ง ๆ

3) สร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการและสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพเฉพาะด้าน
และเน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น ร่วมพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูอาชีวศึกษาในสถานประกอบการ
เพื่อยกระดบั คุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้มีความเช่ือมโยงกับการรับรองมาตรฐานอาชีพ/มาตรฐานฝีมือ
แรงงานสอดคล้องกับการพัฒนาเชิงพ้นื ท่ีในสาขาท่ีสถาบันมีความโดดเด่น หรือตอบสนองกบั ทิศทางการพัฒนา
และการลงทุนของประเทศ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาในการพัฒนา
และยกระดับกำลังคนด้านสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา
ภาคอุตสาหกรรม เกษตร และบริการปัจจุบันในรูปแบบยกระดับหรือปรับความรู้และทักษะ (Up Skill)
อบรมเพ่ือพัฒนาความรู้ทกั ษะใหม่ (Re Skill) หรือฝกึ อบรมทกั ษะอาชีพใหม่ (New Skill)

4) คณะกรรมการปฏิรูปฯ ประชุมหน่วยงานผู้รับผิดชอบติดตามความคืบหน้าในการ
ดำเนนิ การ

5. การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา
เพ่ือสนบั สนนุ การพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายไดป้ านกลางอยา่ งยั่งยนื

สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีอัตราการเกิดของประชากรไทย
ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เดก็ วัยเรียน นักศึกษา วัยแรงงานมีจำนวนที่ลดลง แต่คนมีอายุยืนยาวขึ้น ทำให้
จำนวนที่นั่งเปิดรับของสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่มีเกินกว่าจำนวนของผู้สมัครเรียน ส่งผลกระทบต่อต้นทุน
และรายได้ในการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา ในขณะท่ีสถาบันอุดมศึกษามีกำลังและทรัพยากร
เพียงพอที่จะดำเนินการเรียนการสอนที่มีคุณภาพได้อีก อาทิ การจัดการเรียนการสอนสำหรับคนวัยทำงาน
ในรูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบกับ ภาคการผลิตและบริการต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วในบริบท
เศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน กำลังคนต้องปรับตัวตามให้ทัน สถาบันอุดมศึกษาควรมีบทบาทในการร่วมพัฒนา
กำลังคนวัยทำงานเหล่าน้ี โดยเฉพาะความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานยุคใหม่ และพบว่า “การพัฒนา
กำลังคนวัยทำงานในภาคการผลิตและบรกิ าร” อาจเป็นภารกิจที่สำคญั และเร่งด่วนไม่น้อยไปกว่า “การพัฒนา
บัณฑิตใหม่” ซึ่งเป็นกลุ่มท่ีมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญสูง แต่ขาดคุณวุฒิหรือความรู้ที่เป็นอุปสรรคต่อ
การเข้าสกู่ ารจา้ งงานในระดับที่สงู ขน้ึ รวมถึงความรูเ้ ชงิ วิชาการในการต่อยอดการทำงาน

ด้วยเหตุนี้ สถาบันอุดมศึกษาจึงควรปรับบทบาทหรือขยายการให้บริการให้เอื้อต่อ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากร สามารถรองรับการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long-learning)

แผนท่ีนำทางการขับเคล่อื นเป้าหมายการพัฒนาที่ยง่ั ยนื ดา้ นการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 90

ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชากรทุกกลุ่ม อาทิ ระบบการจัดการเรียนการสอนแบบชุดการเรียนรู้ย่อย
(Module Based) พร้อมกับระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และ/หรือระบบคุณวุฒิฉบับย่อย (Micro
Credential) เพื่อเป็นกลไกที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต และส่งเสริมให้วัยแรงงานเข้าถึงคุณวุฒิการศึกษา
ได้สะดวกและมีประสิทธิภาพสูง อันจะช่วยยกระดับศักยภาพและสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ หรืออาจสะสม
เพื่อต่อยอดไปสู่การรับรองคุณวุฒิการศึกษาในระดับทีส่ ูงขึ้นหรือระดับปรญิ ญาได้ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้
อุดมศึกษามีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน การพัฒนาคุณภาพครู การพัฒนาอาชีวศึกษารวมถึง
การช่วยให้โรงเรียนปรบั เปลย่ี นกระบวนการในการทำงานได้อยา่ งจริงจงั

นอกจากนั้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยตามเป้าหมาย
ของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางสู่การเป็น
ประเทศรายได้สูง สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวในการพัฒนางานวิจัยและขีดความสามารถของ
ระบบวิจัยและศักยภาพของนักวิจัยให้มีความพร้อมและความสามารถในการผลิตงานวิจัยที่สอดคล้องกั บ
ความตอ้ งการในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศอย่างยงั่ ยืน เพอื่ ใหก้ ารดำเนินการปฏิรูป
ข้างต้นมีความยั่งยืนและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนไทย สถาบันอุดมศึกษา
และหน่วยงานกำกับจำเป็นต้องมีระบบธรรมาภิบาลที่เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน ดังนั้น การปฏิรูป
บทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจาก
กับดกั รายไดป้ านกลางอยา่ งยั่งยืน

เปา้ หมาย
1) การสนับสนนุ การพัฒนากำลังคนเพ่ือส่งเสริมการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดัก

รายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน ระบบการอุดมศึกษาจำเป็นต้องดำเนินการปรับบทบาทในกระบวนการผลิต
และพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพรองรับการพัฒนาประเทศผ่านการยกระดับการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้
ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) เพื่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย
กลไกสำคัญ 3 ประการได้แก่ (1) การศึกษาแบบ Cooperative and Work Integrated Education (2) การจัด
การเรียนรู้แบบ Module-Based Learning และ (3) การจัดการเรียนรู้ที่เน้น Re-skill Up-skill New-skill
โดยท้ังหมดนี้ จะต้องดำเนนิ การใน 7 เร่ือง โดยดำเนนิ การในระดับส่วนกลาง และระดับสถาบันอดุ มศกึ ษา

2) การสนับสนุนงานวิจัยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้
ปานกลางอย่างยั่งยืน ระบบการอุดมศึกษาจำเป็นต้องปฏิรูประบบการวิจัยและนวัตกรรมทั้งระบบตั้งแต่
การพัฒนาระบบการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในสาขาที่มีความสำคัญ
ของประเทศ การเชื่อมโยงกระบวนการกำหนดยุทธศาสตร์การวิจัยของประเทศจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
จากกระบวนการวิจัยและนวัตกรรมสู่กระบวนการบริหารจัดการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบวิจัย
ของประเทศในทุกระดับ โดยมีเป้าหมายรวมไปถึงการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมให้กับ
ผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อให้มีความสามารถในการใช้นวัตกรรมในการยกระดับการดำเนินงานและรวมไปถึง
ความสามารถการทำวิจัยและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ของประเทศอยา่ งยง่ั ยนื

แผนทีน่ ำทางการขบั เคล่ือนเปา้ หมายการพัฒนาท่ียง่ั ยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 91

3) การปฏิรูประบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการสร้างความเชื่อม่ัน
และการสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาจากทุกภาคส่วนในประเทศไทย ระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา
ท้ังในระดับสถาบันและระดับหน่วยงานภายในของสถาบัน อาทิ ระบบการสรรหาอธิการบดี กรรมการ
สภามหาวิทยาลัย และระบบการสรรหาคณบดี จำเป็นต้องได้รับการปรับปรงุ ใหม้ ีระบบธรรมมาภิบาล โปร่งใส
ตรวจสอบได้ เป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาคมทั้งในมหาวิทยาลัยและของประชาชนไทย
เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาของไทยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในสังคมไทยในการปฏิบัติภารกิจ
ไดอ้ ยา่ งมน่ั คงและยงั่ ยืน

แนวทางการดำเนนิ งาน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะเป็นหน่วยงาน
ผ้รู บั ผิดชอบหลกั ในการทำงานร่วมกับหนว่ ยงานอน่ื ทเี่ กีย่ วข้องในการดำเนนิ การ ดังนี้
1) สำรวจและวิเคราะห์สภาพสถานการณ์ปัจจุบัน และกำลังการผลิตของสถาบันอุดมศึกษา
โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ Lifelong-Learning ซึ่งประกอบด้วย (1) การศึกษาแบบ Cooperative and Work
Integrated Education (2) การจัดการเรียนรู้แบบ Module-Based Learning และ (3) การจัดการเรียนรู้
ที่เน้น Re-skill Up-skill New-skill (ร่วมกับคณะกรรมการการอุดมศึกษา: กกอ.) ตลอดจนการวางแผน
การดำเนนิ งานและการกำหนดผู้รบั ผดิ ชอบเปน็ เจา้ ภาพ และการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน ดำเนนิ การทุกส่วน

1.1) การดำเนินการระดับส่วนกลาง ได้แก่ วางแผนการดำเนินงานและกำหนด
ผู้รับผิดชอบเป็นเจ้าภาพในการดำเนินงานทุกส่วน รวมทั้งการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่เห็นภาพร่วมกัน
ระหว่างผูม้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี และผทู้ ่รี ับผิดชอบ ปรบั การจดั สรรงบประมาณสนับสนนุ การพัฒนากำลังคน กำหนด
หลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณให้แก่สถาบันอุดมศึกษาโดยอิงตามความต้องการกำลังคน (Demand-side
Financing) ทั้งความต้องการจากภาคการผลิตและบริการ และความต้องการตามยุทธศาสตร์การพัฒนา
ประเทศ การวิเคราะห์ความต้องการและจัดทำแผนการพัฒนากำลังคน ต้องมีกลไกการกำหนด
ความต้องการกำลังคน (Demand Identification) เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนการผลิตและพัฒนากำลังคน
ระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาหรือสาขาอาชีพ ทั้งการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนในวัยเรียนในระบบปกติ
และการจัดการเรยี นรู้/การฝกึ อบรมฝีมือ (Re-skill/ Up-skill/ New-skill) สำหรบั ผูเ้ รยี นวัยทำงาน

1.2) ระดับสถาบันอุดมศึกษา สนับสนุนให้เกิด Active Learning/ CWIE ทั้งระบบ
สถาบันอุดมศึกษาจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธ์ิ เช่น Active Learning และ/หรือ Cooperative
and Work Integrated Education (CWIE) สนับสนุนให้เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาร่วมกันวิจัยพัฒนา
นวัตกรรมระบบการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Platform) ที่สามารถสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ในทุกระดับการศึกษาแกป่ ระชาชนไทยทุกคนได้โดยไม่เก็บค่าใชจ้ ่าย พัฒนาระบบ Module-based และ/หรือ
Micro Credential พร้อมกับการพัฒนาระบบ Credit Bank ทั้งภายในสถาบันอุดมศึกษาและระหว่าง
สถาบันอุดมศึกษาที่สามารถให้คุณวุฒิฉบับย่อยกับผู้เรียนและสะสมเพื่อเทียบโอนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ
การจบการศึกษาระดับปริญญาได้ พัฒนาระบบบริหารจัดการ/สนับสนุน สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาระบบ
สนับสนุน อาทิ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โครงสร้างพื้นฐานการเรียนการสอนที่ทันสมัยและตรงกับ

แผนทน่ี ำทางการขบั เคลอ่ื นเป้าหมายการพัฒนาทย่ี ัง่ ยืนดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 92

ความต้องการ พัฒนาอาจารย์ด้วยการส่งเสริมการทำงานกับภาคการผลิตและบริการ สถาบันอุดมศึกษา
สนับสนุนให้บุคลากรทำงานร่วมกับภาคการผลิตและบริการอย่างเข้มข้นเพื่ อพัฒนาขีดความ สามารถ
ของอาจารยแ์ ละบคุ ลากรใหม้ ปี ระสบการณ์ ความรู้และทักษะทีภ่ าคการผลติ และบริการต้องการ

2) ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนา
แผนการปฏิรูประบบการคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำใน โอกาสการศึกษาต่อ
ระดับอุดมศึกษาของประชากรที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส และส่งเสริมการพัฒนาสมรรถนะ
ของผ้เู รยี น หรือการเทยี บโอนประสบการณ์/ความรู้

3) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เครือข่าย
สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันยกร่างแผนการปฏิรูประบบการวิจัยและนวัตกรรม
ในสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน
ภายใน 20 ปี โดยมีเป้าหมายรวมไปถึงการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ
และชุมชน เพื่อให้มีความความสามารถในการใช้นวัตกรรมในการยกระดับการดำเนินงานและรวมไปถึง
ความสามารถการทำวิจัยและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ของประเทศอย่างยั่งยืน

4) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องร่วมกับจัดทำแผนการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษารวมถึงหน่วยงานภายใน
ของสถาบันอุดมศกึ ษา

5) ติดตามและประเมินผล (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ
ด้านการศกึ ษา)

2.4 กรอบแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13 (พ.ศ. 2566-2570)
2.4.1 ความเส่ียงและโอกาสของการพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
มีความเสี่ยงและโอกาสที่สำคัญ 5 ประการ อันเป็นผลเนื่องมาจากแนวโน้ม

การเปลี่ยนแปลงด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การขยายตัว
ของความเป็นเมอื ง การเปล่ยี นแปลงวถิ ชี วี ิตและวัฒนธรรมและอนาคตของงาน ดงั นี้

1) ความเสี่ยงในการขาดแคลนแรงงานทักษะสูงที่สอดคล้องกับความต้องการ
ของตลาดแรงงานและสามารถทดแทนกับแรงงานที่ลดลง โดยอนาคตของงานและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
ทเี่ กยี่ วข้อง จะสง่ ผลใหเ้ กิดงานประเภทใหม่ ๆ ขณะทง่ี านบางประเภทจะเลือนหายไป อาทิ การเพมิ่ ข้ึนของงาน
ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรืองานในอุตสาหกรรม
การแพทย์และสุขภาพจากการแพทย์สู่สังคมสูงวัย ขณะที่งานที่มีลักษณะของการทำซ้ำหรือเป็นแบบแผน
(Repetitive/Routine) มีแนวโน้มที่จะถูกทดแทนด้วยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อีกทั้งความเปลี่ยนแปลง
ดังกล่าวยังส่งผลเกิดเป็นความท้าทายในการพัฒนาแรงงานให้มีทักษะใหม่ ๆ และ/หรือมีความสามารถเฉพาะ
เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคุณภาพการศึกษาและทักษะแรงงาน
ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสรา้ งประชากรจะยิ่งทำให้การขาดแคลนแรงงาน

แผนท่ีนำทางการขับเคล่ือนเปา้ หมายการพฒั นาท่ียงั่ ยนื ด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 93

ทักษะสูงมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จากการลดลงของสัดส่วนประชากรวัยแรงงานและการเพิ่มขึ้น
ของกลุ่มประชากรในชว่ งวัยพง่ึ พิงทม่ี ีระดบั ทักษะตำ่ กว่า

2) โอกาสในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการฝึกอบรมด้วยเทคโนโลยี
และประชากรวัยเรียนที่ลดลง โดยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนำมาซึ่งโอกาสในการปรับปรุงและยกระดับ
ประสิทธิภาพการเรียนการสอนและการฝึกอบรมที่ยังมีข้อจำกัดด้านคุณภาพและการเข้าถึง ผ่านการปรับปรุง
อุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้ สิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษา ตลอดจนรูปแบบการเรียนการสอน
ให้มีความทันสมัยและสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน
การขยายตัวของความเป็นเมืองจะส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรม
ในระดับสูงและ/หรือมีคุณภาพมากขึ้นโดยมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง นอกจากน้ี การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
ประชากรและการลดลงของประชากรวัยเรียนอาจเป็นโอกาสในการขยายโอกาส การเข้าถึงและยกระดับ
คุณภาพการศึกษา/การฝึกอบรม ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญในปัจจุบัน หากสามารถบริหารจัดการ
ทรพั ยากรที่เกี่ยวข้องได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

3) ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะ จากความไม่พร้อม
ทางเทคโนโลยีและความแตกต่างระหว่างพื้นที่ แม้ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะมีคุณปู การยิ่ง แต่อาจมี
ความเป็นไปได้ที่จะส่งผลใหป้ ัญหาความไม่เท่าเทยี มในการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่มีอยู่แต่เดมิ
ปรากฏให้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันเป็นผลมาจากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) ระหว่าง
กลุ่มคนที่มีและกลุ่มคนที่ขาดความพร้อมทางด้านทักษะและเครื่องมืออุปกรณ์ดิจิทัล เช่นเดียวกับแนวโน้ม
การขยายตัวของความเป็นเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ระหว่างเขตเมืองและชนบท
ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากความแตกต่างของระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ
สาธารณะ ดงั ที่ปรากฏใหเ้ ห็นในชว่ งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึง่ มนี กั เรยี นในชนบทจำนวน
มากท่ีขาดความพร้อมและไม่สามารถเขา้ ถึงการเรยี นการสอนแบบออนไลน์ได้

4) โอกาสในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาทักษะให้เท่าทัน
ความเปลี่ยนแปลงและรองรับกับทุกคน โดยอนาคตของงานและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม
ของประชากรในระยะต่อไป อาทิ การใหค้ วามสำคญั กับการศึกษาและการเรยี นรู้ ตลอดจนความสมดุลระหว่าง
การทำงานกบั ชีวิตส่วนตัว นำมาซึ่งโอกาสในการส่งเสรมิ การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความ
ต้องการของกลุ่มประชากรรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัยส่งผล
ให้เกิดความจำเป็นในการขยายการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ครอบคลุมกลุ่มประชาก รผู้สูงอายุซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มข้ึน
อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ในการช่วยสนับสนุนให้การจัดการศึกษา
และการฝกึ อบรมตลอดช่วงชวี ติ เปน็ ไปอยา่ งสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยงิ่ ขน้ึ

5) ความเสย่ี งในการขาดแคลนทกั ษะทางพฤติกรรม (Soft Skills) และ
ค่านิยมวัฒนธรรมทส่ี อดคล้องกบั การใชช้ ีวิตและการทำงานรปู แบบใหม่ โดยอนาคตของงานและการ
เปลี่ยนแปลงวถิ ชี ีวติ และวัฒนธรรม อาทิ กระแสความเป็นปัจเจก (Individualization) หรือกระแสการตระหนักรู้
ของสาธารณชน (Public Awareness) อันเปน็ ผลมาจากการเปล่ียนแปลงโครงสร้างประชากรและแนวโน้มการ

แผนทน่ี ำทางการขบั เคล่อื นเป้าหมายการพัฒนาท่ยี งั่ ยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวัดเลย 94

เพ่ิมขึ้นของประชากรร่นุ ใหม่ จะนำมาซ่ึงรูปแบบการทำงาน การใชช้ วี ติ และสภาพสังคมท่ีมีความแตกต่าง
หลากหลายจากเดมิ อยา่ งมนี ัยสำคญั ส่งผลให้เกดิ ความจำเป็นในการมีทักษะทางพฤติกรรม (Soft Skills) อาทิ
การมีจิตสาธารณะ มีความเป็นพลเมือง มีทักษะในการสื่อสารและการทำงานร่วมกบั ผ้อู น่ื เพ่ือสร้างสังคมทเ่ี ปิด
กว้าง เขา้ ใจ และเหน็ อกเหน็ ใจต่อความแตกต่างหลากหลายดงั กล่าวมากยิ่งขน้ึ สอดคล้องกบั แนวโน้ม
ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี ซง่ึ นอกจากจะนำไปสู่ความต้องการทักษะทางปัญญา (Cognitive) แล้ว ยังคาดว่า
ทกั ษะทางพฤตกิ รรม (Non-Cognitive) หรอื ทกั ษะด้านมนุษย์ (Human Skills) จะเป็นทตี่ ้องการมากข้ึน
ในระยะตอ่ ไป เนื่องจากเป็นทักษะเฉพาะที่เทคโนโลยีสมยั ใหมย่ ังไม่สามารถทดแทนแรงงานมนษุ ย์ได้ แนวโนม้
ดังกลา่ วจงึ อาจกลายเป็นความเสยี่ งทส่ี ำคญั สำหรบั กำลงั แรงงานในปจั จบุ นั ซึ่งส่วนใหญย่ ังขาดแคลนทักษะ
ที่จำเปน็ ตอ่ การทำงานและการใชช้ วี ิตในอนาคต

แผนภาพ ความเส่ยี งและโอกาสด้านการพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

ท่ีมา: วิเคราะหแ์ ละรวบรวมโดย สศช. (2564)

2.4.2 แนวคิดของกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13
(พ.ศ. 2566-2570)

ภายใต้กระแสแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาทิ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
อย่างพลิกผัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัย และภาวะโลกร้อนจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ ร่วมกับปัจจัยเร่งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ก่อให้เกิดความผันผวน
ของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมแก่หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยนั้น พบว่า
แนวโน้มการเปล่ียนแปลงดงั กล่าวสามารถนำมาซ่ึงโอกาสและความเส่ียงท่ีจะช่วยผลักดันให้การพัฒนาประเทศไทย
ในระยะต่อไปให้เกิดผลสำเร็จหรือเป็นอุปสรรค หน่วงรั้งการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ไม่สามารถบรรลุ
เป้าหมายที่กำหนดไว้ ขึ้นอยู่กับบริบทหรือศักยภาพและขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยโอกาสที่สำคัญสำหรับประเทศไทยซึ่งมีที่มาจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง

แผนทนี่ ำทางการขับเคล่ือนเป้าหมายการพฒั นาทย่ี ่งั ยืนด้านการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 95

ในระดับโลก พบว่ามีที่มาจากความก้าวหน้าและความแพร่หลายของเทคโนโลยีเป็นหลัก ซึ่งการสรรค์สร้าง
ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยใี หเ้ กดิ เป็นโอกาสสำหรับประเทศไทยไดน้ ั้น ต้องอาศัยการพัฒนาคนและระบบบรหิ าร
จัดการด้านดิจิทัลและข้อมูลสารสนเทศให้มีความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง
ให้กระจายลงสู่ทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง เท่าทัน ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่คาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบ
และเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อประเทศไทยในการที่จะต้องเร่งแสวงหาแนวทางในการแก้ไขรับมือนั้น พบว่า
มาจากแนวโนม้ ด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล รวมถึงปัญหาสิง่ แวดล้อม
และภัยธรรมชาติ ซึ่งจะบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงยังอาจเป็นเงื่อนไขท้าทาย
ต่อมิติการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างความเสมอภาคในสังคม ซึ่งบริบทสถานการณ์ของประเทศไทย
ที่ยังมีข้อจำกัดภายในหลายประการนั้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว อาจส่งผลให้ประเทศไทย
มีความเปราะบางยิ่งขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีความผันผวนสูง ตลอดจนอาจพลาดโอกาส
ที่จะใช้ประโยชน์จากพลวัตการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นในการพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ และส่งผล
ให้ประเทศไทยไม่สามารถก้าวตามโลกได้อย่างเท่าทัน นำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะ
ยาว และอาจต้องจมกับปญั หาเร้อื รังที่ฉดุ ร้ังความก้าวหน้าของประเทศในทุกมติ ิอยา่ งไม่อาจหลีกเลย่ี งได้ เพ่ือให้
สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทิศทางที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้เงื่อนไขความท้าทายทั้งหลายดังกล่าว จึงจำเป็นที่ประเทศจะต้องเสริมสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
ครั้งใหญ่ในระดับโครงสร้างของประเทศบนพื้นฐานของความเข้มแข็ง สมดุล และยั่งยืน เพื่อก้าวข้ามปัญหา
อุปสรรคเดิมให้ประเทศไทยมีสมรรถนะเพียงพอต่อการบริหารจัดการความเสี่ยง พร้อมทั้งเร่งเพิ่มศักยภาพ
ในการสร้างสรรค์ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที ทั้งนี้ การยกระดับสมรรถนะ
และศักยภาพของประเทศไทยในระยะเวลาอันใกล้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม หากอาศัยเพียง
การมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานในรายละเอียดเพียงเล็กน้อย
เนื่องจากการปรับตัวแบบค่อยเปน็ คอ่ ยไปจะไม่เทา่ ทันต่อพลวัตการเปล่ียนแปลงที่เกดิ ขึ้นอย่างรวดเร็วฉบั พลัน
ในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังไม่เพียงพอสำหรับการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงและแผ่ขยาย
ในวงกว้าง หรือทันต่อการแสวงหาโอกาสที่จะสร้างผลประโยชน์ที่ผลักดันให้ประเทศไทยสามารถบรรลุ
เป้าหมายในการพัฒนาภายใตก้ รอบยทุ ธศาสตร์ชาตไิ ด้ตามกรอบระยะเวลาท่ีกำหนด

2.4.3 พลิกโฉมประเทศไทย สู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน
(Transformation to Hi-Value and Sustainable Thailand)

การวางกรอบทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 13 มีจุดประสงค์
เพื่อพลิกโฉมประเทศไทย หรือเปลี่ยนแปลงประเทศขนานใหญ่ (Thailand’s Transformation) ภายใต้
แนวคิด “Resilience” ซ่ึงมีจุดมุ่งหมายในการลดความเปราะบาง สร้างความพร้อมในการรับมือกับ
การเปลี่ยนแปลงสามารถปรับตัวให้อยู่รอดได้ในสภาวะวิกฤติ โดยสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
เพื่อให้ประเทศสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยการพลิกโฉมประเทศไทยครอบคลุมตั้งแต่การเปลี่ยนแปลง
ในระดับโครงสร้าง นโยบาย และกลไก ในขณะเดียวกันกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 13 ยังมุ่งกำหนดทิศทาง

แผนท่นี ำทางการขับเคลือ่ นเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 96

การพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผา่ นการสรา้ งความสมดุลในการกระจาย
ผลประโยชน์จากการพัฒนาแก่ทุกภาคส่วนเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นธรรม รวมทั้งการสร้างความสมดุล
ระหว่างความสามารถในการแข่งขันกบั ตา่ งประเทศกับความสามารถในการพึ่งตนเอง พร้อมท้งั การปรับเปล่ียน
องคาพยพในมิติต่าง ๆ ให้เท่าทันและสอดคล้องกับพลวัตและบริบทใหม่ของโลก โดยคำนึงถึงเงื่อนไข
ของสถานการณ์และทรัพยากรของประเทศ นอกจากน้ี กรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ยังให้ความสำคัญ
กับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกกลุ่ม และส่งต่อ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมทด่ี ีไปยังคนรุ่นต่อไป

เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน
ยุทธศาสตร์ชาติ และสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาประเทศทั้งหมดตามที่กล่าวถึงข้างต้น การพลิกโฉม
ประเทศไทย (Thailand’s Transformation) ในระยะแผนพฒั นาฯ ฉบับที่ 13 จึงมเี ป้าหมายหลกั เพ่ือพลิกโฉม
ประเทศไปสู่ “เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน” หรือ “Hi-Value and Sustainable
Thailand” โดยใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน
การยกระดับศักยภาพและพัฒนาประเทศในทุกมิติ เพื่อสนับสนุน เสริมสร้างการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
และขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อส่งเสรมิ โอกาสและความเสมอภาคทางสังคมอย่างทั่วถึง ตลอดจน
เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการบริโภคให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปในทิศทาง
ที่ประเทศสามารถปรับตัวและรองรับกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน ตลอดจนสามารถอยู่รอดและเติบโต
ได้อยา่ งต่อเน่ืองในระยะยาวไปพรอ้ มกบั การรักษาความยง่ั ยืนของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

2.4.4 Value and Sustainable Thailand
เนื่องด้วยเป้าประสงคท์ ตี่ ้องการใหแ้ ผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ทำหน้าท่ีระบุ
ทิศทางการพัฒนาประเทศที่ควรมุ่งเน้นได้อย่างชัดเจน การกำหนดกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 13 จึงมุ่งเน้น
คัดเลือกประเด็นการพฒั นาท่ีมีลำดับความสำคญั สูงในการพลิกโฉมประเทศไทยสู่ Hi-Value and Sustainable
Thailand ในองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ (1) เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High
Value-Added Economy) (2) สังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค (High Opportunity Society)
(3) วถิ ีชวี ติ ทยี่ ั่งยืน (Eco-Friendly Living) และ (4) ปัจจยั สนบั สนุนการพลิกโฉมประเทศ (Key Enablers for
Thailand’s Transformation) โดยภายใต้องค์ประกอบในแต่ละด้าน ได้มีการกำหนด “หมุดหมาย”
(Milestones) ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่ประเทศไทยปรารถนาจะ ‘เป็น’ มุ่งหวังจะ ‘มี’ หรือต้องการ
จะ ‘ขจัด’ ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ของแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 13 เพื่อสะท้อนประเด็นการพัฒนาที่มีความสำคัญ
ต่อการพลิกโฉมประเทศสู่การเป็น Hi-Value and Sustainable Thailand ภายในปี 2570 โดยรายละเอียด
ขององคป์ ระกอบทั้ง 4 ดา้ น และหมดุ หมาย มีดงั น้ี

แผนทน่ี ำทางการขับเคล่อื นเปา้ หมายการพฒั นาทยี่ งั่ ยืนดา้ นการศกึ ษา (SDG4 Roadmap) จังหวดั เลย 97


Click to View FlipBook Version