The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม สำหรับนักงานใหม่ และผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ของบริษัทซีอีเอส. เอ็นจิเนียริ่ง แนด์ เมนเทนแนนซ์ เซอร์วิสเซส จำกัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by รณชัย กลับวงศา, 2020-02-18 05:17:42

คู่มือด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

คู่มือด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม สำหรับนักงานใหม่ และผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ของบริษัทซีอีเอส. เอ็นจิเนียริ่ง แนด์ เมนเทนแนนซ์ เซอร์วิสเซส จำกัด

Keywords: ces

3. ทาํ การติดต้งั หรือร้ อื ถอนนัง่ รา้ น
มือถูกหนีบจากปลายท่อ หรือในขณะที่ทําการติดต้ัง หรือร้ ือถอนนั่งรา้ น
จะตอ้ งมีความเอาใจใส่เมื่อทําการติดต้งั หรือร้ ือถอนนัง่ รา้ น เสานัง่ รา้ น หรือ
ไมก้ ระดาน และตอ้ งระมดั ระวงั น้ ิวมือเขา้ ไปอยใู่ นจุดหนีบหรอื ติดอยดู่ า้ นใน

4. ทาํ งานบนท่ีสูง
ตอ้ งจัดบริเวณพ้ ืนท่ีการทํางานใหเ้ รียบรอ้ ย ไม่มีสิ่งกีดขวาง และสวมใส่
อุปกรณป์ ้องกนั การตกจากที่สงู ตลอดเวลา

21) การทดสอบกาํ ลงั ดนั ของทอ่ ดว้ ยน้าํ
1. ทาํ การก้นั บริเวณ และติดป้ายเตือนบ่งบอกถึงอนั ตราย
2. เตรียมเครอื่ งมือ และอุปกรณส์ าํ หรบั งานยก

ใหล้ ็อคฝาปิ ดตูเ้ คร่ืองมือและอุปกรณ์สาํ หรบั งานทดสอบกาํ ลังดันดว้ ยน้ําให้
มนั่ คง ก่อนการเคลื่อนยา้ ยเครื่องมือ และอุปกรณ์งานทดสอบกาํ ลังดนั ดว้ ย
น้ําออกจากตู้

3. ทาํ การ ขนั น็อต/ตีน็อต
a) ตรวจสอบอันตรายบริเวณใกล้เคียงท่ีอาจจะทําใหไ้ ดร้ ับ

บาดเจ็บจากขอบวสั ดุท่ีมีความแหลมคม จะตอ้ งสวมใส่ถุงมือใหเ้ หมาะสมกบั
งาน และใชเ้ ชือกผูกประแจท่ีแนบกบั น็อตขณะทาํ การตีประแจ หา้ มใชม้ ือจบั ท่ี
ตวั ของประแจที่ครอบน็อตเพอื่ ทาํ การตีประแจ

b) ตรวจสอบหวั คอ้ นว่ามีการยึดแน่นหนา ไม่หลุด หรือหลวม
ขณะตี

4. อดั แรงดนั เขา้ ไปในท่อใหไ้ ดป้ รมิ าณแรงดนั ตามกาํ หนด
a) ใหท้ าํ การปิ ดก้นั รอบบริเวณพ้ ืนท่ีทาํ การทดสอบ และใชท้ ่อ

ต่อและอุปกรณท์ ี่เหมาะสมกบั ขนาดแรงดนั เท่าน้ัน

101

b) ข้อต่อชํารุด จะต้องมีการตรวจสอบความเสียหายของ
อุปกรณท์ ุกชนิดกอ่ นเริ่มงาน

c) ท่อท่ีตอ้ งการทดสอบชาํ รุด จะตอ้ งใหบ้ ุคคลท่ีควบคุมการ
ทดสอบแรงดนั ตอ้ งมีประสบการณแ์ ละเป็ นผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมายหนา้ ท่ีเท่าน้ัน

22) การตดิ ตง้ั ทอ่
1. เตรยี มเครื่องมือ และอุปกรณท์ ี่จะใชง้ าน
ใหล้ ็อคฝาปิ ดตู้เคร่ืองมือใหม้ ัน่ คง ก่อนการเคล่ือนยา้ ยตู้เครื่องมือ และ
อุปกรณ์
2. ถอดสลกั , น็อต เพอื่ เอาท่อออก
ใชเ้ ชือกผูกประแจท่ีแนบกับน็อตขณะทําการตีประแจ ป้องกันคอ้ นหรือ
ประแจอาจตีถกู มือ หรือน้ ิวมือ
3. เคล่ือนยา้ ยท่อไปยงั ตาํ แหน่งที่จะทาํ การติดต้งั จะตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์
ยกท่ีไดร้ บั การรบั รอง แลว้ เท่าน้ันสาํ หรบั ทาํ การยกท่อข้ ึนติดต้งั
a) ใหต้ รวจดูเสน้ ทางท่ีจะเคล่ือนยา้ ยท่อจะต้องปราศจาก
อนั ตรายจากการลื่น และหกลม้
b) จะต้องใชอ้ ุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลใหถ้ ูกต้อง และ
เหมาะสม ป้องกนั พนักงานอาจสมั ผสั กบั ท่อท่ีมีความรอ้ น
c) จะตอ้ งใชค้ วามระมัดระวงั เม่ือเคล่ือนยา้ ยท่อเขา้ ใกลก้ ับ
อุปกรณก์ ารผลิต เกดิ ความเสียหายต่ออุปกรณก์ ารผลิต
d) ตอ้ งมีความระมดั ระวงั มือ และน้ ิวมือใหห้ ่างจากหน้าแปลน
เพอ่ื ป้องกนั การหนีบ เม่ือเคล่ือนยา้ ยท่อเขา้ ไปในพ้ นื ท่ีที่คบั แคบ
4. ทาํ การยก และแขวนท่อ
a) เคร่ืองมือ และวัสดุ อาจตกลงสู่เบ้ ืองล่าง จัดใหม้ ีการก้ัน
บรเิ วณพ้ นื ที่ดา้ นล่าง
102

b) จะต้องใชอ้ ุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลใหถ้ ูกต้อง และ
เหมาะสม พนักงานอาจสมั ผสั กบั ท่อที่มีความรอ้ น จุดหนีบ

c) จะตอ้ งใชเ้ ข็มขดั นิรภยั ชนิดรดั ท้ังตวั เมื่อตอ้ งทาํ งานสูงเกิน
6 ฟุต เพื่อป้องกนั การตกจากที่สูง

5. ต่อเชอ่ื มหน้าแปลน
a) จะตอ้ งมีความระมัดระวังมือ และน้ ิวมือใหห้ ่างจากหน้า

แปลนเพอื่ ป้องกนั การหนีบ ขณะท่ีทาํ การเชือ่ มต่อหนา้ แปลน
b) ประแจตีกระเด็นหลุดออกจากหัวน็อต จะตอ้ งใชเ้ ชือกผูก

ประแจท่ีแนบกับน็อตขณะทําการตีประแจ และหา้ มใชน้ ้ ิวมือเพื่อปรบั แต่ง
ตาํ แหน่งของประเก็นที่อยรู่ ะหวา่ งหนา้ แปลนโดยเด็ดขาด

23) งานฉายรงั สี
1. เตรียมเครอ่ื งมือ และอุปกรณ์

ใหล้ ็อคฝาปิ ดตู้เครื่องมือและอุปกรณ์สําหรับงานยกใหม้ ัน่ คง ก่อนการ
เคล่ือนยา้ ยเครื่องมือ และอุปกรณง์ านยกออกจากตู้

2. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหน่ึ ง
ดงั ต่อไปน้ ี

a) สําเร็จการศึกษาไม่ตํ่ากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ทางดา้ นวิทยาศาสตรท์ ่ีเกี่ยวขอ้ ง โดยไดศ้ ึกษาและสอบผ่านวิชาเก่ียวกบั การ
ป้องกนั อนั ตรายจากรงั สีอยา่ งน้อยสามหน่วยกิต

b) เป็ นผู้ซึ่งผ่านการฝึ กอบรมและผ่านการทดสอบตาม
หลักสู ต ร กา รป้ อง กัน อัน ต ร าย ทา ง รัง สี จ าก สํา นั ก ง า น ป รม าณู เพื่ อสัน ติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือสถาบันอ่ืนท่ีกรมสวสั ดิการและ
คุม้ ครองแรงงาน กระทรวงแรงงานรบั รอง

103

3. ทีมผูป้ ฏิบตั ิงานจะตอ้ งมีเครื่องมือหรอื อุปกรณช์ ว่ ยลดปริมาณรงั สี
ที่ตน้ กาํ เนิดรงั สีหรือท่ีทางผ่านของรงั สี และกาํ หนดวิธีและเวลาการทํางาน
เพื่อป้องกันมิใหผ้ ูป้ ฏิบัติงานในพ้ ืนที่ควบคุมไดร้ ับปริมาณรังสีสะสมเกิน
เกณฑก์ าํ หนด

a) ๒๐ มิลลิซีเวอรต์ (milli Sievert) ต่อปี โดยเฉลี่ยในช่วงหา้ ปี
ติดต่อกันสําหรับศีรษะ ลําตัว อวัยวะท่ีเก่ียวกับการสรา้ งโลหิตและระบบ
สืบพนั ธุ์ ท้งั น้ ี ในแต่ละปี จะรบั ปริมาณรงั สีสะสมไดไ้ ม่เกิน ๕๐ มิลลิซีเวอรต์
(milli Sievert)

b) ๑๕๐ มิลลิซีเวอรต์ (milli Sievert) ต่อปี สาํ หรบั เลนสข์ อง
ดวงตา

c) ๕๐๐ มิลลิซีเวอรต์ (milli Sievert) ต่อปี สาํ หรบั ผิวหนัง
หรือมือและเทา้

4. หา้ มบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีส่วนเกี่ยวขอ้ งเขา้ พ้ ืนท่ี
ปฏิบตั ิงาน

5. จดั ใหม้ ีป้ายหา้ มนําภาชนะหรือวสั ดุที่ปนเป้ ื อนสารกัมมันตรังสี
ออกนอกบริเวณท่ีปฏิบตั ิงาน

6. ติดต้ังสญั ญาณไฟกะพริบสีแดงเพื่อเตือนอนั ตรายในบริเวณรงั สี
สูง

7. ผู้ปฏิบัติงานเก่ียวกับรังสีต้องใช้อุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสี
ประจาํ ตวั บุคคลตลอดเวลาทาํ งาน

8. สวมใส่อุปกรณ์ป้องกนั ภยั ส่วนบุคคล เช่น หมวกพลาสติก ถุงมือ
ผา้ หรือยาง รองเทา้ เส้ ือคลุมท่ีทําดว้ ยฝ้ายหรือยาง แว่นตา ที่กรองอากาศ
เคร่ืองช่วยหายใจ หรืออุปกรณ์อื่นท่ีจาํ เป็ น ซึ่งมีคุณสมบัติท่ีสามารถป้องกนั
หรือลดอนั ตรายจากรงั สีที่จะเขา้ ส่รู า่ งกาย

104

9. กาํ หนดพ้ ืนท่ีควบคุมโดยจดั ทําร้วั หรือเสน้ แสดงแนวเขต และจดั
ใหม้ ีป้าย “ระวงั อนั ตรายรงั สี หา้ มเขา้ ” เป็ นภาษาไทย ตัวอักษรสีดาํ บนพ้ ืน
เหลือง และใหม้ ีระยะปลอดภยั ตามตารางดงั ต่อไปน้ ี

SAFETY DISTANCE VS SOURCE STRENGTH CHART (RADIOGRAPHY WORK)

SOURCE (Ir-192) APPROXIMATE. SAFE DISTANCE IN METER
STRENGTH WITHOUT COLLIMATOR WITH 1/2” TUNGSTEN COLLIMATOR
(in Curies) FOR 0.75 mR/h FOR 2.0 mR/h FOR 0.75 mR/h FOR 2.0 mR/h
Limit Limit Limit Limit
100
95 253 155 66.7 40.9
90
85 246.6 151.1 65 39.3
80
75 240.1 147.1 63.3 38.9
70
65 233.3 143 61.5 37.8
60
55 226.3 138.7 59.7 36.6
50
45 219.2 134.3 57.8 35.5
40
35 211.7 129.7 55.9 34.3
30
25 204 125 53.8 33
20
15 196 120.1 51.7 31.7
10
5 187.7 115 49.5 30.4

178.9 109.7 47.2 29

169.8 104 44.8 27.5

160.1 98.1 42.2 25.9

149.7 91.7 39.5 24.2

138.6 84.9 36.6 22.5

126.5 77.5 33.4 20.5

113.2 69.4 29.9 18.3

98 60.1 25.9 15.9

80.1 49.1 21.1 13

56.6 34.7 15 9.2

24) การตรวจสอบดว้ นอนุภาคแม่เหลก็ และอลั ตราโซนิค
1. จดั เตรียมเครื่องมือ, อุปกรณ์
a) จดั ใหล้ ็อคฝาปิ ดตูเ้ ครื่องมือและอุปกรณ์สําหรบั งานยกให้
มนั่ คง กอ่ นการเคล่ือนยา้ ยเคร่ืองมือ และอุปกรณง์ านยกออกจากตู้
b) ตอ้ งมีการจดั พ้ ืนท่ีการทํางานใหเ้ รียบรอ้ ย ไม่มีส่ิงกีดขวาง
ป้องกนั การสะดุด ลื่น หรือหกลม้
105

c) ต้องจัดวางตําแหน่งของน้ ิ วและมือให้อยู่ในตําแหน่งท่ี
ปลอดภยั ป้องกนั อนั ตรายจากจุดหนีบ กระแทก

2. ใชอ้ ุปกรณ์ MT, ใชน้ ้ํายา แมกนิฟลิก เพ่ือการทดสอบ จะตอ้ งใหผ้ ู้
ท่ีมีใบรบั รองเท่าน้ันจึงจะสามารถใชอ้ ุปกรณ์ MT และตอ้ งใชใ้ บอนุญาต
ทาํ งานชนิด Hot Work เท่าน้ัน

a) ไฟฟ้าดูด ตอ้ งมีการบํารุงรักษาพรอ้ มใช้ และตรวจสอบ
ความเสียหายของปล๊กั เครื่องมือก่อนใชง้ าน

b) เกิดประกายไฟ ตรวจเช็คขาของเคร่ืองตรวจสอบต้อง
สะอาดเพ่อื ป้องกนั การเกิดประกายไฟ

c) การจุดติดของวตั ถุไวไฟ จะตอ้ งมีการตรวจเช็คแกส๊ กอ่ นเริ่ม
งาน และตอ้ งยา้ ยวตั ถุไวไฟ ออกจากบรเิ วณก่อนเริ่มงาน

3. จะตอ้ งสวมใสถ่ ุงมือยาง ป้องกนั อนั ตรายจากสารเคมี
4. ใชอ้ ุปกรณ์ UT จะตอ้ งใหผ้ ูท้ ่ีมีใบรบั รองเท่าน้ันจึงจะสามารถใช้
อุปกรณ์ UT ได้ และตอ้ งใชใ้ บอนุญาตทาํ งานชนิด Hot Work เท่าน้ัน
การเกิดประกายไฟ จะตอ้ งตรวจเช็คอุปกรณ์ทุกอย่างใหอ้ ยู่ในสภาพดีพรอ้ ม
ใชง้ าน และจะตอ้ งมีการตรวจเชค็ แกส๊ ทวั่ บริเวณ กอ่ นเรมิ่ งาน

25) การถ่ายภาพ และการทดสอบอปุ กรณ์
1. การใชอ้ ุปกรณ์ที่อาจก่อใหเ้ กิดประกายไฟ/สปาร์ค ในบริเวณ

กระบวนการผลิต
a) ไฟไหม้
b) การระเบิด
c) แก๊สรัว่ ใหใ้ ชเ้ ครื่องตรวจจับแก๊สไวไฟตลอดเวลาขณะทํา

การถ่ายภาพ และตอ้ งตรวจสอบจาํ นวนเปอรเ์ ซ็นตข์ องแกส๊ ไวไฟ

106

d) เกิดประกายไฟ ตอ้ งไม่ใชแ้ ฟลชขณะทําการถ่ายภาพ และ
ตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั เมื่อตอ้ งการถ่ายภาพใกลก้ บั อุปกรณก์ ารผลิต

e) อากาศเป็ นอนั ตราย
f) ตอ้ งตรวจดูเสน้ ทางที่จะเขา้ ไปถ่ายภาพจะตอ้ งไม่มีอนั ตราย
จากการล่ืน และหกลม้ จะตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั ภัยส่วนบุคคลอย่างถูกตอ้ ง
และเหมาะสม ตอ้ งหยงั่ รถู้ ึงอนั ตรายท่ีจะเกิดข้ ึนกบั มือ และน้ ิวมือในพ้ ืนที่การ
ผลิต
2. การใชอ้ ุปกรณ์ท่ีอาจก่อใหเ้ กิดประกายไฟ/สปารค์ นอกบริเวณ
กระบวนการผลิต
ตอ้ งตรวจดูเสน้ ทางท่ีจะเขา้ ไปถ่ายภาพจะตอ้ งไม่มีอนั ตรายจากการล่ืน และ
หกลม้

26) ตะขอและการทดสอบระบบ
1. การติดต้ังฐานรองรบั อุปกรณ์, ติดต้งั อุปกรณ์, ติดต้งั รางรองรบั
สายไฟฟ้า อ่ืน ๆ
a) จะตอ้ งสวมถุงมือหนังขณะปฏิบัติงาน และตอ้ งดูแลรกั ษา
เคร่ืองมือ, อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลใหถ้ ูกวิธี ใชเ้ ครื่องมือใหถ้ ูก
ประเภทกับช้ ินงาน พรอ้ มท้ังสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้
ถกู ตอ้ งและครบถว้ นตลอดเวลาในการทาํ งาน
b) จะต้องมีการติดต้ังธงขาว - แดงลอ้ มรอบดา้ นล่างขณะ
ทํางานอยู่ขา้ งบน วสั ดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีคมตกใส่จากท่ีสูงขณะทําการ
เคลื่อนยา้ ยและสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลใหถ้ ูกตอ้ ง และ
ครบถว้ นตลอดเวลาในการทํางาน และตอ้ งจดั ระเบียบท่าทางในการทาํ งาน
และตําแหน่งอวยั วะของร่างกายขณะปฏิบตั ิงานใหถ้ ูกตอ้ ง เช่น ตาํ แหน่งของ
มือควรอยใู่ นตาํ แหน่งที่ ๆ ปลอดภยั ในการทาํ งานขณะน้ัน
107

2. การเดินสายไฟของอุปกรณ์
จุดหนีบ, จุดบีบ, จุดกระแทกที่เกิดจากการเปิ ด - ปิ ดของกล่องเครื่องมือ,
เคร่ืองมือและจากอุปกรณ์ต่าง ๆ เกิดจากการเฉือนและถูกครูดจากส่ิงของมี
คมเช่น คมมีดขณะปลอกสายไฟหรือขณะทําการเขา้ สายหรือจากข้วั /ปลาย
สายไฟท่ีอยู่ภายในอุปกรณแ์ ละอ่ืน ๆ จะตอ้ งมีการด์ หรืออุปกรณ์ป้องกนั ต่าง
ๆ และตอ้ งสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลใหถ้ ูกตอ้ งและครบถว้ น
ตลอดเวลาในการทาํ งาน
3. การติดต้ังฐานรองรบั อุปกรณ์, ติดต้ังอุปกรณ์, ติดต้ังรางรองรบั
สายไฟฟ้า, อื่น ๆ
อนั ตรายที่เกิดจากจุดบีบ, จุดหนีบและจุดที่อาจไดร้ บั การกระแทกขณะทํา
การเดินสายไฟ จะตอ้ งสวมถุงมือหนังขณะปฏิบตั ิงาน ดูแลรกั ษาเคร่ืองมือ,
อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลใหถ้ ูกวิธี ใชเ้ ครื่องมือใหถ้ ูกประเภทกับ
ช้ นิ งาน
4. การทดสอบอุปกรณ์
a) การทดสอบอุปกรณ์โดยใชแ้ รงดันตอ้ งระวงั การถูกบีบ ถูก
ตี ถูกกระแทก จะตอ้ งสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลใหถ้ ูกตอ้ ง
ครบถว้ นตลอดเวลาในการทํางานและเครื่องมือ - อุปกรณ์อยู่ในสภาพท่ีดี
และใชเ้ คร่ืองมือใหถ้ ูกประเภท และตอ้ งปฏิบัติตามข้นั ตอนวิธีการทาํ งานให้
ถกู ตอ้ ง
b) การตีน็อต ตอ้ งมีการตรวจเช็คหวั คอ้ น ว่ามนั่ คงแข็งแรงดี
หรอื ไม่ กอ่ นท่ีจะทาํ การตี
c) การทดสอบอุปกรณ์โดยใช้ไฟฟ้าไฟรัว่ ไฟดูด จะต้อง
หลีกเล่ียงในการสมั ผัสกับสายไฟฟ้าโดยตรง และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันให้
ถูกตอ้ งตลอดเวลา ตอ้ งตรวจดูอุปกรณ์ป้องกันและพ้ ืนท่ีในการทํางานตอ้ ง
แหง้ อยเู่ สมอ
108

และทําการติดต้ังสายดินของอุปกรณ์ พรอ้ มกับปฏิบัติตามกฎขอ้ บังคับ
ขน้ั ตอนวธิ ีการทาํ งานใหถ้ กู ตอ้ ง
27) การตดิ ตง้ั ฉนวนกนั ความรอ้ น

1. เตรียมเคร่ืองมือ และวัสดุท่ีจะใชง้ าน และพ้ ืนท่ีเก็บวัสดุและ
เคร่อื งมือ

a) วัสดุวางกีดขวางทางเดิน จะต้องจัดเก็บวัสดุไม่กีดขวาง
ทางเดิน และไมเ่ ป็ นอุปสรรคในกรณีเกดิ เหตุการณ์ฉุกเฉิน และจดั เก็บวสั ดุให้
พ้นทางเดินและเพื่อพนักงานฝ่ ายผลิตทํางานกับอุปกรณ์การผลิตได้
โดยสะดวก

b) แผ่นวัสดุหุม้ ฉนวนมีคมบาดมือ จะต้องสวมใส่ถุงมือให้
เหมาะสม ตลอดเวลาท่ีทาํ งาน

2. ติดต้ังงานหุม้ ฉนวนรอบ ๆ ท่อ และอุปกรณ์ จะตอ้ งมีนั่งรา้ น
สาํ หรบั ทาํ งาน

a) ตกจากนัง่ รา้ น จะตอ้ งมีการสวมใส่เข็มขดั นิรภยั ชนิดเต็มตวั
และคลอ้ งเกี่ยวใหถ้ กู ตอ้ งตลอดเวลาเมื่อตอ้ งข้ นึ ทาํ งานบนท่ีสงู

b) สูดดมฝ่ ุนละอองของวสั ดุ จะตอ้ งสวมใส่อุปกรณ์ป้องกนั ภยั
ส่วนบุคคลพ้ ืนฐาน และหน้ากากป้องกนั ฝ่ ุนตลอดเวลาขณะทํางาน และทํา
การกน้ั พ้ นื ท่ีการทาํ งาน และมีป้ายบ่งบอก

c) การใชไ้ ขควงจะตอ้ งจดั วางมือใหห้ ่างจากปลายไขควง และ
อยใู่ นตาํ แหน่งที่ปลอดภยั

d) จะต้องสวมใส่ถุงมือให้เหมาะสม ตลอดเวลาที่ทํางาน
เพราะแผ่นวสั ดุหุม้ ฉนวนท่ีมีคมอาจจะบาดมือได้

109

3. ทาํ ความสะอาดพ้ ืนท่ีการทาํ งาน
a) พ้ ืนท่ีทํางานสกปรก จะต้องมีการทําความสะอาดพ้ ืนท่ี

ทาํ งานเม่ือเสรจ็ งาน
b) แผ่นวสั ดุหุม้ ฉนวนที่เหลือจากการใชง้ านบาดมือ จะตอ้ ง

สวมใส่ถุงมือใหเ้ หมาะสม ตลอดเวลาที่ทาํ งาน

28) ระบบลอ็ คและระบบป้ายทะเบยี น
1. ข้นั ตอนปฏบิ ตั ิของระบบล็อกและระบบป้ายทะเบียน
a) เตรียมการปิ ดระบบ (Preparation for Shutdown) ก่อนท่ีผู้
อนุญาตหรือพนักงานจะทาํ การปิ ดการทาํ งานของเคร่ืองจกั ร จะตอ้ งมีความรู้
และตัดสินใจไดว้ า่ แหล่งพลังงานน้ันเป็ นแหล่งพลงั งานชนิดใด อนั ตรายจาก
แหล่งพลงั งานที่จะตอ้ งถูกควบคุมมีอะไรบา้ ง รวมท้งั จะควบคุมอนั ตรายน้ัน
อย่างไร ซึ่งอาจจะพิจารณาจากผลการช้ ีบ่งอนั ตราย การประเมินความเส่ียง
และการควบคุมของงานน้ัน ๆ รว่ มดว้ ย
b) ปิ ดเครื่องจกั รหรืออุปกรณ์ (Machine or Equipment
Shutdown) การปิ ดการทํางานของเคร่ืองจกั รหรืออุปกรณ์ในระบบจะช่วย
หลีกเล่ียงอนั ตรายท่ีอาจเกิดข้ ึนกบั พนักงาน
c) การตดั แยกเครื่องจกั ร (Machine Isolation) อุปกรณ์การ
ตดั แยกแหล่งพลงั งาน เป็ นส่ิงจาํ เป็ นสาํ หรบั ใชค้ วบคุมพลงั งานของเคร่ืองจกั ร
และตดั แยกเครื่องจกั รออกจากแหล่งพลงั งาน โดยอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการตดั แยก
จะช่วยปิ ดระบบหรือทําใหเ้ กิดความปลอดภยั ซ่ึงอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีตอ้ งทําการ
ตดั แยกมีดงั น้ ี เชน่ อุปกรณเ์ บรคเกอร์ (Breakers) สวติ ช์ วาลว์ เป็ นตน้
d) อุปกรณ์ระบบล็อกหรือระบบป้ายทะเบียน (Log out/Tag
out Device Application) อุปกรณท์ ่ีใชใ้ นการตดั แยกพลงั งานจะประกอบไป
ดว้ ยตวั ล็อกและป้ายทะเบียน
110

ซ่ึงใชโ้ ดยผปู้ ฏบิ ตั ิงานท่ีไดร้ บั มอบหมายหน้าท่ีเพียงผูเ้ ดียวเท่าน้ัน ท้งั ตวั ล็อก
และป้ายทะเบียนจะตอ้ งติดกบั ตวั อุปกรณท์ ี่ทาํ การตดั แยก

e) การปล่อย/ควบคุมพลังงานสะสม (Stored Energy
Release/Restraint) หลังจากตดั แยกแหล่งพลังงานแลว้ ก็ตอ้ งพิจารณาถึง
ศักยภาพของอันตรายที่ถูกสะสมอยู่หรือท่ียังคงเหลือภายในเครื่องจักร
อุปกรณ์ หรือกระบวนการผลิต ท้ังน้ ีจะตอ้ งมีวิธีการควบคุมอันตรายน้ัน ๆ
ดว้ ย

f) การตรวจสอบ (Verification) เม่ือเริ่มทาํ งานกบั เครื่องจกั ร
ท่ีมีการควบคุมพลังงานดว้ ยระบบล็อกและป้ายทะเบียน ผูป้ ฏิบัติงานท่ีไดร้ บั
อนุญาตใหป้ ฏิบตั ิงานจะตอ้ งมีการตรวจสอบดว้ ยเครื่องมือทดสอบและ/หรือ
ดว้ ยการตรวจสอบดว้ ยสายตา

2. หลกั การทวั่ ไปของระบบ LOCK OUT / TAG OUT
a) บริษัทจดั หาอุปกรณ์ LOCK OUT / TAG OUT มาใชใ้ น

ก ร ะ บ ว น ก า ร ค ว บ คุ ม อั น ต ร า ย ท่ี อ า จ เ กิ ด จ า ก ก า ร ทํ า ง า น ซ่ อ ม บํ า รุ ง ที่ มี
เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ท่ีมีแหล่ง จ่ายพลังงานต่าง ๆ เช่น พลังงานกล
พลังงานไฟฟ้า สารเคมี ความรอ้ น ความดันในรูปแบบต่าง ๆ เป็ นตน้ ซึ่ง
พลังงานเหล่าน้ ี มีโอกาสท่ีทําใหเ้ คร่ืองยนต์กลไกต่าง ๆ จะสามารถทํางาน
ข้ ึนมาไดโ้ ดยที่เราไม่คาดคิดหรือมีโอกาสที่จะปลดปล่อยพลงั งาน ท่ีสะสมอยู่
หรอื ตกคา้ งอยอู่ อกมาทาํ อนั ตรายกบั ผูป้ ฏิบตั ิงานไดโ้ ดยไม่คาดคิด ซ่ึงอาจทาํ
ใหผ้ ูท้ ี่ปฏิบตั ิงานไดร้ บั บาดเจบ็ หรอื เสียชวี ติ จากเหตุการณด์ งั กล่าว

b) บรษิ ัทกาํ หนดใหม้ ีควบคุมจดั การป้องกนั อนั ตรายที่อาจเกิด
จากแหล่งกําเนิดพลังงานต่าง ๆ ของกระบวนการผลิตซ่ึงเป็ นขอ้ กําหนด
พ้ ืนฐานในการนําอุปกรณ์ LOCK OUT / TAG OUT มาใชใ้ นการควบคุมการ
ป้องกนั อนั ตรายจากการทาํ งาน

111

c) เมื่อมีการตัดแยกระบบ บริษัทกําหนดใหม้ ีการนํา LOCK
OUT / TAG OUT มาใชใ้ นการกาํ หนดเป็ นมาตรการป้องกนั อนั ตรายเก่ียวกบั
การตดั แยกพลงั งาน สาํ หรบั การทาํ งานในระหวา่ ง ที่มีการติดต้งั หรือทดสอบ
เครื่องจกั ร อุปกรณท์ ่ีออกแบบ หรอื ติดต้งั ใหม่ในกระบวนการผลิต

d) บริษัทคาํ นึงถึงความสามารถช่วยลดอตั ราการเกิดอุบตั ิเหตุ
และการบาดเจ็บรวมถึงความสูญเสียต่าง ๆ ท่ีอาจเกิดข้ ึนในระหว่างท่ีมีการ
ปฏิบัติงาน จึงจําเป็ นอย่างยิ่งท่ีพนักงานทุกคนตอ้ งมีการใชอ้ ุปกรณ์ LOCK
OUT / TAG OUT สาํ หรบั ปฏบิ ตั ิงาน

e) มาตรฐานท่ีใชอ้ า้ งอิงของระบบ LOCKOUT / TAGOUT
- 29 CFR 19100.147, The Control of Hazardous

Energy (lockout/tag out)
- 29 CFR 1910.146, Permit-Required Confined

space
- 29 CFR 1910.331.335, Safety related work

practices
- 29 CFR 1910.269, Electric power Generation,

Transmission and Distribution
- 29 CFR 1910.417, Lockout and Tagging of

Circuits
หมายเหตุ มาตรฐานดังกล่าว ไม่ได้บังคับหรือกําหนดใหบ้ ริษัทฯ ต้อง
ดาํ เนินการจดั หา LOCKOUT/TAGOUT ใหไ้ ดต้ ามมาตรฐานตามรายละเอียด
ดงั กล่าว แต่เป็ นขอ้ มลู หรอื แนวทางสาํ หรบั ในการพิจารณาหรือจดั หานํามาใช้
งาน ท้งั น้ ีใหพ้ จิ ารณาการนําไปใชง้ านตามความเหมาะสมของบริษัทฯ

112

3. องคป์ ระกอบที่สาํ คญั ของระบบ SAFETY LOCKOUT/TAGOUT
a) ประกอบดว้ ยผูท้ ่ีมีอาํ นาจหน้าท่ีในการควบคุมจดั การ ของ

ระบบ Lockout / Tag out
b) ผูท้ ่ีมีสว่ นเก่ยี วขอ้ งในการควบคุมดูแล ซ่อมบาํ รุง ระบบการ

ทาํ งานของเครือ่ งจกั ร อุปกรณใ์ นกระบวนการผลิต
c) การจดั การกบั เครือ่ งจกั ร อุปกรณ์ และพลงั งานต่าง ๆ กอ่ น

การเดินเครอ่ื งจกั ร
d) อนั ตรายจากพลงั งานต่าง ๆ ที่เก่ยี วขอ้ ง
e) วสั ดุ อุปกรณ์ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ระบบการตัดแยกแหล่งกาํ เนิด

ของพลงั งานรปู แบบต่าง ๆ
f) แหล่งจา่ ยพลงั งาน
g) กระบวนการในการดาํ เนินการ Lockout / Tag out
h) ชนิด ประเภทของอุปกรณท์ ี่ใชใ้ นระบบ Lockout / Tag out
i) ลกั ษณะของการนําระบบ Lockout / Tag out ไปใชใ้ น

กระบวนการทาํ งานซอ่ มบาํ รุง ติดต้งั ทดสอบ และเดินเครอ่ื งจกั ร
j) ป้ายและสญั ลกั ษณท์ ่ีใชใ้ นการควบคุมความปลอดภยั

4. ตวั อยา่ งแหล่งพลงั งาน ที่ใชส้ าํ หรบั ระบบ Lockout / Tag out
a) Electrical Hazards
b) Mechanical Hazards
c) Chemical Hazards
d) Thermal Hazards
e) Pneumatics Hazards
f) Hydraulic Hazards
g) Stored Energy

113

5. ตวั อยา่ งอุปกรณข์ องระบบล็อคและระบบป้ายทะเบียน
a) ระบบล็อค (Lock Out) คือ กระบวนการท่ีใชใ้ นการตัด

แยกอุปกรณ์ที่เป็ นต้นกําเนิดของแหล่งพลังงานต่าง ๆ โดยนําวัสดุหรือ
อุปกรณ์ที่ถูก ออกแบบมาสําหรับเป็ นเครื่องมือที่ใชใ้ นการล็อค โดยนํา
อุปกรณ์ดังกล่าวไปสวมใส่ท่ีตําแหน่งต่าง ๆ ของตัวอุปกรณ์ ต้นกําเนิด
พลงั งาน ท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั กระบวนการผลิต ดงั ตวั อยา่ งภาพในรปู

ภาพท่ี 2 Lockout Station

b) ระบบป้ายทะเบียน (Tag Out) คือ กระบวนการในการที่ใชใ้ นการ
ควบคุมอันตรายที่อาจเกิดกับตัวผูป้ ฏิบัติงาน โดยมีลักษณะเป็ นแผ่นป้าย
แสดง ขอ้ ความเตือนอนั ตรายรวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ เก่ียวกบั การตัดแยก
ที่ตัวอุปกรณ์ท่ีอยู่ในกระบวบการผลิตซ่ึงจะมีรูปแบบท่ีแตกต่างกันออกไป
แลว้ แต่ละจุดประสงคข์ องการเตือนอนั ตราย ซ่ึงสถานประกอบการแต่ละแห่ง
อาจมีรูปแบบท่ีแตกต่างกนั ซ่ึงองคป์ ระกอบของอุปกรณ์ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ระบบ
Lockout ประกอบดว้ ย Keys Lock, Lock Blocks, Locking Devices , PINS
and HASPS ดงั ตวั อยา่ งภาพในรปู
114

ภาพท่ี 3 ป้ายแท็กเอา้ ท์ Tagout

6. หลกั การควบคุมอนั ตรายจากแหล่งกาํ เนิดพลงั งาน
c) ตอ้ งชดั เจนและกาํ หนดรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกบั
รปู แบบของการปฏิบตั ิงาน
d) ขอบเขตของการปฏิบตั ิ
e) วตั ถุประสงคข์ องการนําไปใชง้ าน
f) ผทู้ ่ีมีอาํ นาจหนา้ ท่ีท่ีเกย่ี วขอ้ ง
g) กฎระเบียบขอ้ บงั คบั ดา้ นความปลอดภยั
h) เทคนิคและการประยุกตใ์ ชร้ ะบบ LOCKOUT / TAGOUT กบั
ขอ้ กําหนดด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เพ่ือใหส้ อดคล้องกับ
ระเบียบการปฏบิ ตั ิในขอ้ บงั คบั ดา้ นความปลอดภยั
i) ต้องประกอบด้วย รายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติงาน
ดังต่อไปน้ ี เช่น เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งกับกระบวนการผลิตท้ังหมด รวมถึง
รายละเอียดทางเทคนิคต่าง ๆ ของเคร่ืองจักร อุปกรณ์ แบบแปลน ผัง
กระบวนการผลิตต่าง ๆ
j) ต้องสามารถช้ ีบ่งอันตรายต่าง ๆ ท่ีอาจเกิดจากแหล่ง
พลงั งานในรปู แบบต่าง ๆ
115

และสามารถตดั สินไดว้ า่ อนั ตรายต่าง ๆ มีระดบั ความเสี่ยงมากหรือน้อย
k) สภาพแวดลอ้ มการปฏบิ ตั ิงานตอ้ งมีลกั ษณะท่ีปลอดภยั
l) ระบบการตดั แยกและอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นระบบการตัดแยกตอ้ ง

มีความถูกตอ้ งและเหมาะสม

116

6.5 การปฐมพยาบาลเบ้ ืองตน้ (First Aid)

เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินข้ ึนตอ้ งมีการดําเนินการช่วยเหลือตาม
ข้นั ตอนอย่างถูกตอ้ งโดยสิ่งที่จะตอ้ งปฏิบตั ิเป็ นลําดบั แรก ก็คือ การประเมิน
สถานการณ์ท่ีเกิดข้ ึนอย่างรอบคอบว่าสถานการณ์ท่ีเกิดข้ ึนน้ันเป็ นอย่างไร
และมีอันตรายมากน้อยเพียงใดเพ่ือดูว่าการใหค้ วามช่วยเหลือหรือปฐม
พยาบาลน้ันมีความปลอดภัยต่อผูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลมากน้อยเพียงใด
ยกตัวอย่างเช่น ผูบ้ าดเจ็บท่ีหมดสติอาจอยู่ในบริเวณท่ีมีกระแสไฟฟ้ารวั่ อยู่
ซ่ึงถา้ หากวา่ ผูใ้ หก้ ารชว่ ยเหลือเขา้ ไปสมั ผสั หรือจบั ตวั ผูบ้ าดเจ็บ ณ ขณะน้ัน
ผู้ให้การช่วยเหลือก็จะได้รับบาดเจ็บไปด้วย เป็ นต้น ด้วยเหตุน้ ี จึง
จาํ เป็ นตอ้ งมีการตรวจสอบเพ่ือใหแ้ น่ใจว่ามีความปลอดภัยแลว้ เท่าน้ัน จึง
ค่อยดําเนิ นการให้ความช่วยเหลือหรือปฐมพยาบาลเบ้ ืองต้นกับ
ผไู้ ดร้ บั บาดเจบ็ ต่อไป
ข้นั ตอนต่อไปก็คือ ประเมินดูว่าอาการของผูบ้ าดเจ็บน้ันมีความรุนแรง
หรืออนั ตรายมากน้อยเพียงใด จากน้ันใหด้ ูการตอบสนองของผูไ้ ดร้ บั บาดเจ็บ
โดยอาจเป็ นการเรียก ซักถามหรือเขย่าตัว ถ้าหากว่าผูบ้ าดเจ็บไม่มีการ
ตอบสนองใด ๆ กลับมา ใหแ้ จง้ เจา้ หน้าท่ีท่ีเก่ียวขอ้ งทนั ที ท้ังน้ ี จากขอ้ มูลท่ี
ผ่านมา พบว่า ผูบ้ าดเจ็บที่ไม่หายใจและชีพจรหยุดเตน้ น้ัน จะมีโอกาสท่ีจะ
ร อ ด ชี วิ ต สู ง ถ ้า ห า ก ว่ า ไ ด ้รั บ ก า ร ป ฐ ม พ ย า บ า ล ห รื อ รัก ษ า ท่ี ถู ก ต ้อ ง จ า ก
เจา้ หนา้ ท่ีหรอื แพทยผ์ เู้ ช่ียวชาญโดยเรว็ ในกรณีท่ีบริเวณน้ันมีบุคคลอ่ืน ๆ อยู่
ดว้ ย ใหข้ อความชว่ ยเหลือเพิม่ เติมจากบุคคลเหล่าน้ัน
ในกรณีท่ีผูบ้ าดเจ็บนอนควาํ่ ใหย้ กแขนของผูบ้ าดเจ็บดา้ นที่อยใู่ กลก้ บั
ผูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลข้ ึนมาดา้ นบนเหนือศีรษะของผูบ้ าดเจ็บ จากน้ัน พลิก
ตวั ผบู้ าดเจ็บโดยใหผ้ ูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลใชม้ ือขา้ งหนึ่งจบั ไปท่ีสะโพกและมือ
อีกขา้ งหน่ึงจบั ไปท่ีไหล่ของผูบ้ าดเจบ็
117

พยายามพลิกรา่ งของผบู้ าดเจ็บอยา่ งชา้ ๆ เพ่ือป้องกนั กระดูกสนั หลงั เกิดการ
บาดเจ็บ จากน้ันใหเ้ ปิ ดชอ่ งทางการหายใจ (Airway) ของผูบ้ าดเจ็บโดยการ
ใชส้ นั มือกดลงไปท่ีหน้าผากและใชป้ ลายน้ ิวจบั ไปท่ีคาง กดหน้าผากลงและดึง
คางข้ ึนช้ ีต้ังตรง จากน้ันกม้ ไปฟังท่ีปากของผูบ้ าดเจ็บประมาณ 3-5 วินาที
เพื่อฟังและสงั เกตดูว่าผูบ้ าดเจ็บมีการหายใจหรือไม่ สงั เกตท่ีบริเวณหน้าอก
ของผูบ้ าดเจ็บว่ามีการกระเพื่อมข้ ึนลงหรือไม่ รวมถึงฟังเสียงหายใจและ
สงั เกตดูวา่ มีอากาศออกมาจากปากหรือจมูกของผบู้ าดเจ็บหรือไม่
ในกรณีท่ีผูบ้ าดเจ็บไม่หายใจ ตอ้ งทาํ การชว่ ยหายใจทันที เนื่องจากถา้
ปล่อยไวน้ านอาจเป็ นอนั ตรายถึงชีวิตได้ อน่ึง ในบทความฉบบั น้ ี ผูเ้ ขียนจะ
กล่าวถึงสภาพต่าง ๆ ท่ีเป็ นอนั ตรายต่อชีวิตของผูไ้ ดร้ บั บาดเจ็บท่ีจาํ เป็ นตอ้ ง
มีการช่วยหายใจ หรือ วิธี CPR (Cardio-Pulmonary Resuscitation) ซ่ึงผูใ้ ห้
การปฐมพยาบาลจาํ เป็ นอยา่ งยิ่งที่จะตอ้ งมีทกั ษะความสามารถ รวมถึงตอ้ งมี
การฝึกปฏิบัติในวิธีการช่วยเหลือดังกล่าวจึงจะสามารถใหก้ ารช่วยเหลือ
ผูบ้ าดเจ็บไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพและถูกตอ้ ง ดว้ ยเหตุน้ ี ผูเ้ ขียนจึงขอแนะนํา
ใหพ้ นักงานทุกคนไดม้ ีโอกาสเขา้ รบั การฝึกอบรมในหลักสูตรการช่วยหายใจ
แบบ CPR เพื่อใหพ้ นักงานของตนสามารถปฏิบัติไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเม่ือเกิด
เหตุการณฉ์ ุกเฉินข้ นึ
การช่วยหายใจน้ัน จะเป็ นการใหอ้ อกซิเจนแก่ผูบ้ าดเจ็บท่ีไม่สามารถ
หายใจไดด้ ว้ ยตนเอง โดยหลงั จากป๊ัมช่วยหายใจแก่ผูบ้ าดเจ็บ 2 คร้งั แลว้ ให้
ผูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลตรวจดูชีพจรของผูบ้ าดเจ็บบริเวณหลอดเลือดใหญ่
บริเวณลาํ คอ (Carotid Artery) ว่ามีการเตน้ ของหวั ใจแลว้ หรือยงั โดยการใช้
น้ ิวแตะไปท่ีบริเวณลูกกระเดือกของผูบ้ าดเจ็บ จากน้ันค่อยๆ เล่ือนน้ ิวลงไป
ดา้ นขา้ งของลาํ คอ โดยใหต้ รวจสอบการเตน้ ของชีพจรน้ ีนานประมาณ 5-10
วินาที ในกรณีที่ชีพจรของผูบ้ าดเจ็บเตน้ แต่ไม่มีการหายใจ ใหด้ ําเนินการ
ชว่ ยหายใจทนั ที แต่ถา้ หากวา่ ผูป้ ่ วยหยุดหายใจ
118

และชีพจรหยุดเตน้ ดว้ ย ใหท้ าํ การช่วยหายใจ โดยวิธี CPR ดว้ ยการป๊ัมหวั ใจ
และเป่ าปาก (Mouth-to-Mouth) ใหแ้ กผ่ ูบ้ าดเจบ็ ทนั ที
ข้นั ตอนการตรวจสอบช่องทางเดินหายใจ (Airway) การหายใจ (Breathing)
และการหมุนเวียนเลือด (Circulation หรือการตรวจชีพจร) รวมถึงการ
ตรวจดูว่ามีเลือดออกมากหรือไม่น้ัน รวมเรียกว่า "การตรวจประเมินผูป้ ่ วย
หรือผูบ้ าดเจ็บเบ้ ืองตน้ " (Primary Survey) และอาจเรียกวา่ ข้นั ตอนการ
ตรวจประเมินผูบ้ าดเจ็บเบ้ ืองตน้ ABC ซึ่งท้งั 3 ข้นั ตอนน้ ีจะตอ้ งดําเนินการ
ทุกครง้ั กอ่ นที่จะดาํ เนินการปฐมพยาบาลอ่ืน ๆ เป็ นลาํ ดบั ต่อไป

1. รายละเอียดข้นั ตอนการเขา้ ชว่ ยเหลือหรือใหก้ ารปฐมพยาบาล
โดยอาจเรยี กวา่ "ขน้ั ตอน SRABCS" ซ่ึงมีขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ ดงั น้ ี

a) S-ความปลอดภยั (Safety) หมายถึง ความปลอดภยั ท้งั ต่อ
ตวั ผูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาล ผูท้ ี่อยใู่ นเหตุการณ์ และผูบ้ าดเจ็บ/ผูป้ ่ วย

b) R-การตอบสนอง (Response) หมายถึง เม่ือเรียกหรือจบั
ตวั ผูบ้ าดเจบ็ /ผูป้ ่ วยแลว้ มีการตอบรบั หรือไม่

c) A-ช่องทางเดินหายใจ (Airway) หมายถึง ต้องให้
ผูบ้ าดเจบ็ /ผปู้ ่ วยหายใจไดส้ ะดวกมากที่สุด ไมม่ ีวตั ถุหรือสิ่งใด ๆ มาอุดก้นั

d) B-การหายใจ (Breathing) หมายถึง การดู ฟังและสงั เกต
การหายใจของผูบ้ าดเจ็บ/ผปู้ ่ วย 10 วนิ าที

e) C-ระบบไหลเวียน (Circulation) หมายถึง การตรวจดู
อาการหรือส่ิงที่บ่งบอกว่าผูบ้ าดเจ็บยงั มีชีวิตอยู่เช่น การหายใจ การไอ และ
การเคลื่อนไหวรา่ งกาย

f) S-เลือดออกอย่างรุนแรง (Severe Bleeding) หมายถึง
การปฐมพยาบาลผูบ้ าดเจ็บ/ผูป้ ่ วยที่มีเลือดออกอย่างรุนแรงโดยเร็วเพื่อ
ป้องกนั อนั ตรายที่อาจจะเกดิ ข้ นึ

119

g) S-ความปลอดภยั (Safety) หมายถึง กอ่ นท่ีจะเขา้ ใหค้ วาม
ชว่ ยเหลือผูบ้ าดเจ็บ ใหพ้ ิจารณาวา่ ผูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาล ผูท้ ี่อยใู่ นเหตุการณ์
และผูบ้ าดเจ็บมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด ในกรณีท่ีมีถุงมือผูใ้ หก้ าร
ปฐมพยาบาลควรสวมใส่ถุงมือป้องกนั อนั ตรายดว้ ย ในกรณีท่ีตอ้ งมีการเป่ า
ปาก (Mouth-to-Mouth) และไม่มีเครื่องชว่ ยหายใจอื่น ๆ ใหใ้ ชอ้ ุปกรณป์ ิ ด
ปากแบบฉุกเฉินที่หาได้ เชน่ ผา้ เช็ดหนา้ ปิ ดปากของผบู้ าดเจ็บไว้
h) R-การตอบสนอง (Response) หมายถึง การตรวจดูว่า
ผูบ้ าดเจ็บมีการตอบสนอง/ตอบรับอย่างไรบา้ ง ทําไดโ้ ดยการเรียก หรือ
ซกั ถามชือ่ และถา้ หากวา่ ไมม่ ีการตอบรบั ใด ๆ กลบั มา พยายามใชเ้ สียงเรียก
ที่ดังข้ ึนหรือพดู ใกลห้ ูของผูบ้ าดเจ็บ และถา้ หากว่ายงั ไม่มีการตอบรบั อีก ให้
เขย่าตัวหรือตีไหล่ของผูบ้ าดเจ็บเบาๆ ในกรณีท่ีผูบ้ าดเจ็บมีสติ (มีการตอบ
รบั โดยการขานตอบหรือมีการขยบั ตัว) ใหด้ ูวา่ มีเลือดออกมากหรือไม่ ถา้ มี
ใหด้ าํ เนินการหา้ มเลือดทันที จากน้ันก็คอ่ ยๆประเมินอาการเป็ นระยะ แต่ใน
กรณีที่ผูบ้ าดเจ็บไม่มีสติ (ไม่มีการขานตอบหรือการขยบั ตัว) ใหร้ อ้ งเรียกผู้
ช่วยเหลืออื่น ๆ หรือถา้ ไม่มีผูอ้ ่ืนอยู่ในบริเวณน้ัน ใหป้ ล่อยผู้บาดเจ็บไว้
ชวั่ คราวเพื่อหาความชว่ ยเหลือทนั ที
i) A-ชอ่ งทางเดินหายใจ(Airway) หมายถึง ตอ้ งทําให้
ช่องทางการหายใจ ไม่มีส่ิงกีดขวางหรืออุดก้ันใด ๆ โดยใหผ้ ูใ้ หก้ ารปฐม
พยาบาลนัง่ คุกเข่าลงขา้ งๆ ผูบ้ าดเจ็บบริเวณหวั ไหล่ของผูบ้ าดเจ็บ เปิ ดปาก
ผูบ้ าดเจ็บเพ่ือตรวจดูว่ามีสิ่งใดในปากที่ขดั ขวางการหายใจหรือไม่ ในกรณีท่ี
ผบู้ าดเจบ็ ใส่ฟันปลอมและมีการหลุดหรือหกั ใหน้ ําฟันปลอมออกมา จากน้ัน
ใชม้ ือขา้ งหนึ่งจบั ไปท่ีหน้าผากของผูบ้ าดเจ็บ ใชน้ ้ ิวช้ ีและน้ ิวกลางจบั คางของ
ผบู้ าดเจ็บยกข้ ึน จากน้ันคอ่ ยๆ กดศีรษะของผบู้ าดเจ็บไปดา้ นหลงั
j) B-การหายใจ (Breathing) หมายถึง ใหด้ ู ฟัง และสงั เกต
การหายใจของผูบ้ าดเจ็บ/ผูป้ ่ วยนาน 10 วนิ าที
120

ถา้ หากวา่ มีการหายใจ ใหจ้ บั ผูบ้ าดเจบ็ นอนตะแคง (หาวสั ดุดนั หลงั )
j) B-การหายใจ (Breathing) หมายถึง ใหด้ ู ฟัง และสงั เกตการ
หายใจของผูบ้ าดเจ็บ/ผูป้ ่ วยนาน 10 วินาที ถา้ หากว่ามีการหายใจ ใหจ้ ับ
ผูบ้ าดเจ็บนอนตะแคง (หาวสั ดุดันหลัง) หรือใหอ้ ยู่ในท่าที่หายใจไดส้ ะดวก
(Recovery Position) จากน้ันใหต้ รวจดูวา่ ผูบ้ าดเจ็บหายใจไดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง
ต่อไปหรือไม่ ในกรณีท่ีผูบ้ าดเจ็บไม่หายใจ ใหท้ าํ ใหช้ ่องทางการหายใจเปิ ด
โล่ง (ไม่มีส่ิงกีดขวางใด ๆ) จากน้ันใชป้ ากประกบไปที่ปากของผูบ้ าดเจ็บ บีบ
ที่ชอ่ งจมกู (Nostrils) แลว้ เป่ าลมเป็ นจงั หวะเขา้ ไปสองคร้งั ถา้ หากวา่ หน้าอก
ของผูบ้ าดเจบ็ ไมม่ ีการขยบั สูงข้ ึน ใหก้ ระดกหรือกดศีรษะของผูบ้ าดเจ็บไปขา้ ง
หลงั อีกคร้งั จากน้ันเป่ าลมเป็ นจงั หวะเขา้ ไปใหอ้ ีก ประมาณ 4-5 ครง้ั
k) C - ระบบไหลเวียน (Circulation) หมายถึง ประเมิน
อาการต่าง ๆ ท่ีแสดงว่าผูบ้ าดเจ็บยงั มีชีวิต ดูว่าผูบ้ าดเจ็บมีการเคล่ือนไหว
ใดๆ หรือไม่ เช่น การกลืนน้ําลาย การไอ การหายใจ (ไม่ใช่การอา้ ปาก
หายใจในบางครง้ั เท่าน้ัน) ในกรณีที่ไมม่ ีอาการต่าง ๆ ขา้ งตน้ เช่น ผูบ้ าดเจ็บ
ไม่หายใจ ใหเ้ ปิ ดปากเป่ าลมเขา้ ไป 2 คร้งั (หรือประมาณ 4-5คร้งั )แลว้ เร่ิม
ป๊ัมหวั ใจทนั ทีโดย
- วางมือข้างหนึ่ งทับมืออีกข้างหน่ึ งแล้วสอดน้ ิ ว
ประสานกนั จากน้ันกดสนั มือล่างลงไปยงั บริเวณสว่ นล่างของล้ ินปี่ ผูบ้ าดเจบ็
- ต้ังแขนใหต้ รงแลว้ กดลงไปโดยใชน้ ้ําหนักตัวช่วย กด
ลงไปท่ีหน้าอกอยา่ งรวดเร็ว ข้ ึนลงประมาณ 30 คร้งั โดยกดไปท่ีบริเวณล้ ินปี่
ลึกลงไปประมาณ 1 ใน 3 ของความลึกของหน้าอก (4-5 ซม.) ของผูใ้ หญ่
จากน้ันหยุด แลว้ ป๊ัมเป็ นจงั หวะสมาํ่ เสมอต่อไปโดยจงั หวะความเร็วของการ
กดใหก้ ดท่ีประมาณ 100 ครง้ั ต่อ 1 นาที (เกอื บ 2 คร้งั ต่อวนิ าที)
- หลงั จากกดลงไป 30 คร้งั แลว้ ใหเ้ ป่ าปากช่วยหายใจ
ใหผ้ ูบ้ าดเจ็บ (กด 30 คร้งั ต่อการเป่ าปาก 2 ครง้ั )
121

โดยตอ้ งแน่ใจว่าปากของผูบ้ าดเจ็บไดถ้ ูกประกบปิ ดสนิท จากน้ันใหส้ ังเกต
การข้ ึนลงของหนา้ อกผบู้ าดเจบ็
- จากน้ันทาํ CPR 30 คร้งั และเป่ าปาก 2 คร้งั ต่อไป
เร่ือย ๆ
- เมื่อผ่านไป 3 นาที (หลังจากเป่ าปากช่วยหายใจ 2
คร้งั ไปแลว้ ) และทุก ๆ 2-3 นาทีต่อไป ใหส้ งั เกตดูว่ามีอาการสาํ คญั ท่ีแสดง
ว่าผูบ้ าดเจ็บมีชีวิตหรือไม่ ถา้ ไม่มี (ไม่มีการหายใจหรือชีพจร) ใหท้ ํา CPR
ต่อไปจนกวา่ เจา้ หนา้ ท่ีที่เกย่ี วขอ้ งหรือแพทยผ์ เู้ ชี่ยวชาญจะเดินทางมาถึง หรือ
ทาํ ต่อไปเท่าที่ผูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลจะสามารถทาํ ได้
l) S-เลือดออกอยา่ งรุนแรง (Severe Bleeding) หมายถึง ใน
กรณีท่ีผูบ้ าดเจ็บมีเลือดออกมากซ่ึงอาจนําไปสู่อันตรายที่รา้ ยแรงได้ ให้
ตรวจดูบาดแผลตามอวยั วะต่าง ๆ ตามลาํ ดบั ดงั น้ ี ศีรษะ ลาํ คอ
- กระดูกสันหลังส่วนล่าง ลําตัว แขนและขา โดยก่อน
การดูแลแผลบาดเจ็บต่าง ๆ ผูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลตอ้ งปฏิบัติข้นั ตอนอื่น ๆ
ไดแ้ ก่ S-R-A-B และ C กอ่ นท่ีจะดูแล S-Severe Bleeding น้ ี ท้งั น้ ี ผูใ้ หก้ าร
ปฐมพยาบาลจาํ เป็ นตอ้ งสวมใส่ถุงมือป้องกนั ทุกคร้งั และอยา่ พยายามนําวสั ดุ
ใด ๆ ท่ีติดอยู่ที่บาดแผลออก ใชผ้ ้ากดบาดแผลห้ามเลือดไว้ (อาจให้
ผูบ้ าดเจ็บกดบาดแผลดว้ ยตนเองในกรณีที่ทาํ ได)้
- ในกรณีท่ีไม่มีกระดูกหกั ใหย้ กแขน-ขาของผูบ้ าดเจ็บ
ใหส้ ูงข้ ึน และเมื่อกดหา้ มเลือดไวแ้ ลว้ แต่เลือดยงั ไม่หยุดไหล ใหใ้ ชผ้ า้ สะอาด
ผืนใหม่กดทบั ผา้ ที่ใชก้ ดแผลเดิมและพนั ดว้ ยผา้ พนั แผล โดยจะตอ้ งตรวจดูอยู่
เสมอว่าบริเวณที่พนั ผา้ พนั แผลไวน้ ้ ี มีการไหลเวยี นของเลือดอยทู่ ้งั น้ ี หา้ มให้
ผู้บาดเจ็บดื่มน้ําหรือรับประทานอาหารใด ๆ ท้ังส้ ิน และผู้ให้การปฐม
พยาบาลจะตอ้ งเตรียมการรับมือหรือพรอ้ มสําหรับการใหค้ วามช่วยเหลือ
กรณีท่ีผูบ้ าดเจบ็ เกิดอาการช็อคข้ นึ มาดว้ ย
122

- ใน การป ฐม พยาบ าลทุ กคร้ัง ถ้าหากว่า
ผูไ้ ดร้ บั บาดเจ็บยงั มีสติ จาํ เป็ นตอ้ งถามผูบ้ าดเจ็บดว้ ยว่าผูบ้ าดเจ็บตอ้ งการ
การช่วยเหลือหรือไม่ แต่ถา้ หากว่าผูบ้ าดเจ็บหมดสติ ใหถ้ ือวา่ ผูบ้ าดเจ็บยินดี
สาํ หรบั การรบั การชว่ ยเหลือหรอื ปฐมพยาบาล หวั ใจสาํ คญั ก็คือ ผูใ้ หก้ ารปฐม
พยาบาลจําเป็ นตอ้ งมีความรูค้ วามเขา้ ใจในวิธีการและข้ันตอนการปฐม
พยายามตามวธิ ีการท่ีถูกตอ้ ง ตลอดจนตอ้ งมีสติ รวมถึงตอ้ งแจง้ รายละเอียด
แกเ่ จา้ หนา้ ท่ีท่ีเก่ียวขอ้ งอยา่ งถูกตอ้ งและชดั เจนอีกดว้ ย

2. การโทรขอความชว่ ยเหลือ
ให้ผู้ให้การปฐมพยาบาลใชโ้ ทรศัพท์มือถือ (ถ้ามี) โทรขอความ
ชว่ ยเหลือ หรอื ใหท้ างผทู้ ่ีอยบู่ ริเวณน้ันสกั คนโทรเรียกรถพยาบาล โดยจะตอ้ ง
ทาํ ใหแ้ น่ใจวา่ บุคคลผูน้ ้ันเขา้ ใจในขอ้ ความที่จะตอ้ งแจง้ แก่ทางผูร้ บั สาย โดย
การใหพ้ ูดขอ้ ความดังกล่าวใหผ้ ูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลฟังสักหนึ่งรอบ และ
จะตอ้ งบอกแก่บุคคลผูน้ ้ันดว้ ยวา่ เมื่อโทรเรียกรถพยาบาลแลว้ ใหก้ ลบั มาแจง้
แก่ทางผูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลดว้ ย แต่ถา้ หากว่าไม่มีบุคคลอื่น ๆ อยู่ใน
บริเวณน้ันเลย ใหผ้ ูใ้ หก้ ารปฐมพยาบาลตะโกนขอความชว่ ยเหลือดงั ๆ
3. CPR
CPR คือ วิธีการชว่ ยเหลือเก่ียวกบั ระบบการหายใจและการหมุนเวยี น
เลือดของผูบ้ าดเจ็บ โดยเป็ นการทําใหเ้ ลือดมีการไหลเวียนไปทัว่ ท้ังร่างกาย
ของผูบ้ าดเจ็บ ซ่ึงเป็ นช่วยใหอ้ วัยวะต่าง ๆ ยังคงทํางานเป็ นปกติ จนกว่า
รถพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทยจ์ ะมาถึง ซ่ึงการป๊ัมลงไปที่บริเวณ
หน้าอกของผูบ้ าดเจ็บน้ัน เป็ นข้นั ตอนท่ีสาํ คญั มากท่ีสุดในการช่วยเหลือแบบ
CPR ดังน้ัน ถา้ หากว่าคุณพิจารณาแลว้ ว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินน้ัน ๆ
จาํ เป็ นตอ้ งมีการชว่ ยหายใจแบบ CPR

123

และถ้าหากคุณพิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์ฉุกเฉินท่ีเกิดข้ ึนน้ัน
จาํ เป็ นตอ้ งมีการช่วยหายใจแบบ CPR แก่ผูบ้ าดเจ็บและไม่สามารถทําการ
เป่ าปากผู้บาดเจ็บเพ่ือช่วยหายใจได้ ใหค้ ุณทําการช่วยเหลือโดยการป๊ัม
หน้าอกเพียงอยา่ งเดียว ซึ่งจะเป็ นการทําใหผ้ ูบ้ าดเจ็บมีโอกาสรอดชีวิตไดส้ ูง
เชน่ กนั

ภาพที่ 4 ข้นั ตอนการทาํ ซีพอี าร์ (CPR)

124





127


Click to View FlipBook Version