๙๘
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
โรงเรียนบา้ นเจริญสุข ใช้ในการตดั สินผลการเรยี นรายวิชา กิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน การอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยมีเกณฑ์การจบการศึกษาระดับ
ประถมศึกษา
เกณฑ์การจบระดบั ประถมศกึ ษา
1. ผูเ้ รยี นรายวชิ าพนื้ ฐานช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ปลี ะ ๘๔๐ ชัว่ โมง จานวน ๕,๐๔๐
ชวั่ โมง และรายวิชาเพิ่มเตมิ /กิจกรรมเพ่ิมเตมิ จานวน 24๐ ชัว่ โมง
2. ผ้เู รยี นเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพ่ิมเติม โดยเปน็ รายวชิ าพนื้ ฐานตามโครงสรา้ ง
เวลาเรียนท่ีหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐานกาหนด และรายวิชา/กจิ กรรมเพิม่ เติมตามทีส่ ถานศึกษา
กาหนด
3. ผเู้ รยี นต้องมีผลการประเมินรายวชิ าพน้ื ฐาน ระดับ ๑ ขึ้นไปทกุ รายวชิ าพืน้ ฐาน จงึ จะ
ถอื วา่ ผา่ นรายวชิ าพนื้ ฐาน
4. ผู้เรยี นต้องมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียน ในระดับดเี ยย่ี ม/ดี/ผา่ น
5. ผ้เู รยี นต้องมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ในระดับดเี ยย่ี ม/ดี/ผ่าน
6. ผเู้ รียนตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน โดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมปีละ ๑๒๐ช่วั โมง/
ไม่นอ้ ยกว่า ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอดปี และไดผ้ ลการประเมนิ “ผ” ทุกกิจกรรมการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรยี นรูเ้ ปน็ กระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เปน็ เปาู หมายสาหรบั พัฒนาเด็กและเยาวชน
ในการพฒั นาผ้เู รยี นให้มคี ุณสมบตั ิตามเปูาหมายหลกั สตู ร ผู้สอนพยายามคดั สรรกระบวนการเรียนรู้
จดั การเรียนรโู้ ดยช่วยให้ผ้เู รยี นเรียนรผู้ า่ นสาระท่ีกาหนดไว้ในหลกั สูตร 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ รวมทง้ั ปลูกฝงั
เสรมิ สร้างคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พฒั นาทักษะต่าง ๆ อันเป็นสมรรถนะสาคญั ให้ผเู้ รียนบรรลตุ ามเปูาหมาย
1. หลกั การจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสาคัญ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า
ผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึง
ความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เนน้ ให้ความสาคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม
2. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย
เป็นเครื่องมือท่ีจะนาพาตนเองไปสู่เปูาหมายของหลักสูตร โดยกระบวนการเรียนรู้ที่จาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลง
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นเจริญสขุ พุทธศักราช ๒๕๖5(ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๙๙
มือทาจริงกระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนา
ลกั ษณะนสิ ยั
กระบวนการเหล่านี้ จัดเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนา
เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเปูาหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอนจึงจาเป็นต้อง
ศึกษาทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
3. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสาคัญ
ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงจะพิจารณา
ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ และบรรลตุ ามเปูาหมายทกี่ าหนด
4. บทบาทของผู้สอนและผเู้ รียน
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเปูาหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมี
บทบาท ดงั น้ี
4.1 บทบาทของผูส้ อน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ
เรียนรู้ ที่ทา้ ทายความสามารถของผู้เรยี น
2) กาหนดเปูาหมายท่ีต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ในที่
เปน็ ความคิดรวบยอด หลักการ และความสมั พนั ธ์ รวมทั้งคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ
พัฒนาการทางสมอง เพ่อื นาผเู้ รยี นไปสู่เปูาหมาย
4) จัดบรรยากาศท่เี ออื้ ตอ่ การเรียนรู้ และดแู ลชว่ ยเหลอื ผ้เู รียนให้เกิดการเรยี นรู้
5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมมาประยุกตใ์ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
6) ประเมินความก้าวหนา้ ของผูเ้ รยี นด้วยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชา
และระดับพฒั นาการของผเู้ รยี น
7) วิเคราะห์ผลการประเมินเพื่อนามาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้ง
ปรับปรุงการจัดการเรยี นการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผเู้ รียน
1) กาหนดเปูาหมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อความรู้ ตั้งคาถาม
คิดหาคาตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาดว้ ยวธิ กี ารต่าง ๆ
3) ลงมอื ปฏิบัติจริง สรปุ สิ่งท่ไี ดเ้ รยี นร้ดู ว้ ยตนเอง และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์
ตา่ ง ๆ
4) มปี ฏิสมั พันธ์ ทางาน ทากิจกรรมรว่ มกับกลุ่มและครู
5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรขู้ องตนเองอย่างตอ่ เนื่อง
สือ่ การเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นเจริญสขุ พุทธศกั ราช ๒๕๖5(ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๐๐
ส่ือการเรียนรู้เป็นเคร่ืองมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่ือการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ท้ังสื่อธรรมชาติ ส่ือสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่น
การเลือกใชส้ ือ่ ควรเลอื กใหม้ คี วามเหมาะสมกับระดบั พัฒนาการ และลีลาการเรียนรทู้ หี่ ลากหลายของผู้เรยี น
การจัดหาสอ่ื การเรยี นรู้ ผู้เรียนและผูส้ อนสามารถจัดทาและพฒั นาขน้ึ เอง หรอื ปรบั ปรุงเลือกใช้อย่างมี
คุณภาพจากส่ือต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัว เพื่อนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
สถานศกึ ษา เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา หน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง และผมู้ หี น้าทีจ่ ัดการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานควรดาเนินการ ดงั น้ี
1. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศนู ย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่
มีประสิทธิภาพ ทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปล่ียนประสบการณ์การ
เรยี นรู้ ระหว่างสถานศกึ ษา ทอ้ งถนิ่ ชมุ ชน สังคมโลก
2. จัดทาและจัดหาสื่อการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้ง
จดั หาส่งิ ท่มี อี ยูใ่ นท้องถ่ินมาประยุกตใ์ ชเ้ ป็นสื่อการเรียนรู้
3. เลือกและใช้ส่ือการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการ
เรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลของผเู้ รียน
4. ประเมนิ คณุ ภาพของสือ่ การเรยี นรู้ที่เลอื กใช้อย่างเป็นระบบ
5. ศึกษาคน้ ควา้ วิจยั เพื่อพัฒนาส่ือการเรยี นรู้ให้สอดคล้องกบั กระบวนการเรียนรูข้ องผเู้ รียน
6. จดั ให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับส่ือ และการใช้ส่ือการเรียนรู้
เป็นระยะ ๆ และสมา่ เสมอ
ในการจัดทา การเลอื กใช้ และการประเมินคณุ ภาพสอ่ื การเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรคานึงถึงหลักการ
สาคญั ของสอื่ การเรียนรู้ เชน่ ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อ
ศลี ธรรมมกี ารใช้ภาษาท่ถี กู ต้อง รูปแบบการนาเสนอท่เี ขา้ ใจงา่ ยและน่าสนใจ
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ต้องอยู่บนหลักการพ้ืนฐานสองประการคือ การประเมิน
เพ่ือพัฒนาผู้เรียน และเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสาเร็จนั้น
ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัด เพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะ
สาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเปูาหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ใน
ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศท่ี
แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการ
ส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นเกิดการพฒั นา และเรียนรู้อย่างเต็มตามศกั ยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย ระดับชั้นเรียน ระดับ
สถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา และระดับชาติ โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี
1. การประเมนิ ระดับชนั้ เรียน เปน็ การวดั และประเมนิ ผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอน
ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แฟูมสะสมงาน
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นเจริญสขุ พุทธศกั ราช ๒๕๖5(ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๐๑
การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมิน
เพื่อน ผู้ปกครองรว่ มประเมนิ ในกรณที ไี่ มผ่ า่ นตัวช้วี ัดให้มีการสอนซอ่ มเสรมิ
การประเมินระดับชัน้ เรยี นเปน็ การตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้อันเป็นผล
มาจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพียงใด มสี ง่ิ ที่จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและ
ส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งน้ีโดยสอดคล้อง
กับมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั
2. การประเมนิ ระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน นอกจากน้เี พอื่ ให้ได้ข้อมลู เกย่ี วกบั การจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้
ของผู้เรียนตามเปูาหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพ่ือ
การปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทาแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา และการรายงานผลการจัด
การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน ผปู้ กครองและชมุ ชน
3. การประเมินระดับเขตพื้นทก่ี ารศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผเู้ รียนดว้ ยขอ้ สอบมาตรฐานทจ่ี ัดทา และดาเนินการโดยเขตพนื้ ท่ีการศึกษา หรือด้วยความร่วมมือ
กับหน่วยงานต้นสังกัดในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากน้ียังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการ
ประเมนิ ระดบั สถานศึกษาในเขตพนื้ ที่การศึกษา
4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพ
การศึกษาในระดับต่าง ๆ เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูล
สนับสนุนการตัดสนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ
ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวน
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง
แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุน เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ท่ี
จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่มผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่
มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่ม
ผเู้ รียนท่ีมีปญั หาทางเศรษฐกจิ และสงั คม กลุม่ พกิ ารทางรา่ งกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึง
เป็นหัวใจของสถานศึกษา ในการดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการ
พฒั นาและประสบความสาเร็จในการเรียน
สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนของ
สถานศึกษา ให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ที่เป็นข้อกาหนดของหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน เพ่อื ใหบ้ ุคลากรทีเ่ กี่ยวข้องทุกฝาุ ยถอื ปฏิบัตริ ่วมกนั
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นเจริญสขุ พุทธศกั ราช ๒๕๖5(ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๐๒
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรียน
1. การตดั สนิ การให้ระดบั และการรายงานผลการเรยี น
1.1 การตดั สินผลการเรียน
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นน้ัน ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก
และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริม
ผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ
ระดับประถมศกึ ษา
(1) ผูเ้ รยี นตอ้ งมีเวลาเรียนไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทงั้ หมด
(2) ผู้เรยี นต้องได้รับการประเมินทกุ ตัวช้วี ดั และผ่านตามเกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากาหนด
(3) ผ้เู รยี นต้องไดร้ ับการตดั สินผลการเรยี นทุกรายวชิ า
(4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กาหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หาก
ผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นท่ีสูงขึ้น สถานศึกษา
อาจตงั้ คณะกรรมการพิจารณาใหเ้ รยี นซา้ ช้นั ได้ ทง้ั นีใ้ ห้คานึงถึงวฒุ ภิ าวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็น
สาคญั
1.2 การใหร้ ะดับผลการเรยี น
ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้
ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และ
ระบบทใ่ี ช้คาสาคญั สะท้อนมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้ระดับผล
การประเมนิ เป็น “ดีเยย่ี ม ดี และ ผ่าน”
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็น “ผ่าน และ
ไมผ่ ่าน”
1.3 การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียน เป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการ
เรยี นรู้ของผเู้ รียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ
ๆ หรอื อย่างน้อยภาคเรยี นละ 1 ครั้ง
การรายงานผลการเรียน สามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนท่ีสะท้อน
มาตรฐานการเรียนรู้กลมุ่ สาระการเรียนรู้
2. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาเป็น 1 ระดับ
คอื ระดบั ประถมศึกษา
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นเจริญสุข พุทธศักราช ๒๕๖5(ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๐๓
2.1 เกณฑ์การจบระดบั ประถมศกึ ษา
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม ตามโครงสร้างเวลาเรียนที่
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐานกาหนด
(2) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา
กาหนด
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทส่ี ถานศกึ ษากาหนด
(4) ผู้เรยี นมผี ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษากาหนด
สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเปูาหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษา
สาหรับผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้
คณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และผู้ที่เก่ียวข้อง ดาเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
สาหรบั กลมุ่ เปูาหมายเฉพาะ
เอกสารหลักฐานการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูล และสารสนเทศที่
เก่ียวข้องกับพัฒนาการของผ้เู รียนในด้านตา่ ง ๆ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ดงั น้ี
1. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่กี ระทรวงศึกษาธิการกาหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียน
ตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
สถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารน้ีให้ผู้เรียน
เปน็ รายบุคคล เม่ือผเู้ รียนจบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6)
1.๒ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตร โดยบันทึกรายชื่อและ
ขอ้ มลู ของผู้จบการศึกษาระดับประถมศกึ ษา (ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6)
2. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาที่สถานศกึ ษากาหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทาขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสาคัญ
เกี่ยวกับผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจาตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา ระเบียนสะสม
ใบรับรองผลการเรยี น และเอกสารอ่ืน ๆ ตามวัตถปุ ระสงคข์ องการนาเอกสารไปใช้
การเทียบโอนผลการเรยี น
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ
เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก
ต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก
แหลง่ การเรยี นรอู้ น่ื ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดย
ครอบครัว
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นเจริญสุข พุทธศักราช ๒๕๖5(ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๐๔
การเทียบโอนผลการเรียน ควรดาเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกที่
สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนท่ีได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเน่ืองใน
สถานศึกษาท่ีรับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาท่ีรับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกาหนด
รายวิชา/จานวนหน่วยกิต ท่จี ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม
การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดาเนนิ การได้ดงั น้ี
1. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่น ๆ ท่ีให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ
ผู้เรียน
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ท้ังภาคความรู้
และภาคปฏิบตั ิ
3. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ิในสภาพจรงิ
การเทยี บโอนผลการเรยี นใหเ้ ป็นไปตามประกาศ หรือแนวปฏบิ ัตขิ องกระทรวงศกึ ษาธิการ
การบรหิ ารจัดการหลกั สูตร
ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอานาจให้ท้องถิ่น และสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตร
นน้ั หน่วยงานตา่ ง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องในแตล่ ะระดบั ตง้ั แตร่ ะดับชาติ ระดบั ท้องถ่นิ จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาท
หน้าท่ี และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมการใช้ และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ เพื่อให้การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามี
ประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ใน
ระดบั ชาติ
ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มี
บทบาทในการขบั เคลอื่ นคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ที่กาหนดในระดับชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพ่ือนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคัญคือ
กาหนดเปูาหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับท้องถิ่น โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นความ
ต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน รวมทั้งเพิ่มพูน
คุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและการพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล
วิเคราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผเู้ รยี น
สถานศึกษามีหน้าที่สาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใช้หลักสูตร
การเพม่ิ พนู คณุ ภาพการใชห้ ลกั สูตรดว้ ยการวจิ ยั และพัฒนาการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทาระเบียบการ
วัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือหน่วยงานสังกัดอ่ืน ๆ ในระดับท้องถิ่นได้จัดทา
เพม่ิ เติม รวมท้ังสถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนท่ีเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
และความตอ้ งการของผเู้ รยี น โดยทุกภาคสว่ นเข้ามามสี ่วนรว่ มในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นเจริญสขุ พุทธศักราช ๒๕๖5(ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๐๕
คณะผูจ้ ัดทา
ที่ปรึกษา ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านเจรญิ สุข
นายวิษณุ กณุ ฑลบุตร หวั หนา้ ฝ่ายบรหิ ารงานบุคคล
นางวนั เพญ็ กลุ ประยงค์ หวั หนา้ ฝ่ายการเงิน
นางสุธาสินี เสน่ห์ หวั หนา้ ฝา่ ยบริหารทั่วไป
นายพิทักษ์ รตั นวจิ ิตร หวั หน้าฝ่ายวชิ าการ
นางสาวกิตชดาพร แสนสุข
คณะทางาน ครูผสู้ อนสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
นางวันเพ็ญ กลุ ประยงค์ ครผู สู้ อนสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
นางสุธาสนิ ี เสนห่ ์ ครผู สู้ อนสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายณัฐพล วาระสทิ ธ์ิ ครูผ้สู อนสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
นายพทิ ักษ์ รัตนวจิ ิตร และกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
ครผู ู้สอนสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
นางสาวศิรินนา ไชยสีหา ครูผสู้ อนสาระการเรียนรูก้ ารงานอาชพี
นายนราธปิ ดว้ งขนั คา ครูผสู้ อนสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
นางสาวศภุ รดา ตรีเพชร ครูผสู้ อนสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
นางสาวกติ ชดาพร แสนสุข ครูผสู้ อนกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน
นายพิทักษ์ รัตนวจิ ิตร ครผู สู้ อนสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
นางสาวอทติ ยา หมู่ไพบลู ย์ ครผู สั อนปฐมวยั
นางสาวพมิ พร พรมเสนา ครผู ู้สอนปฐมวยั
นางสาววาสติ า บารงุ สุนทร
เน้อื หา/รปู เลม่ ครผู สู้ อนสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
นางสาวกิตชดาพร แสนสขุ
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นเจริญสขุ พุทธศักราช ๒๕๖5(ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๐๖
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นเจริญสุข พุทธศกั ราช ๒๕๖5(ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑