วนั ท่ี 2 มีนาคม 2565 ลูกหลานตาโจ้ (องอนนั ตสรนาท ซือเจา ถ่อเหย่ียว) อดีตเจ้า
อาวาสวดั อุภยั ภาตกิ าราม ซ�ำ ปอกง จ.ฉะเชงิ เทรา
วันท่ี 3 มีนาคม 2565 คณะสงฆว์ ดั กนั ตมุ าราม กรุงเทพมหานคร
วันที่ 4 มีนาคม 2565 นายชยาวธุ จันทรรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ,คณะกรรมการควบคมุ ตรวจ
ตราสอดสอ่ งกิจการศาล ,เจา้ กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ,คณะผู้บรหิ ารเขตสัมพันธวงศ์
101
วนั ท่ี 6 มีนาคม 2565 คุณวรี วิชญ์ อศั วภิญโญภาส , คณุ ทัศนี กองอุดม
วันที่ 7 มนี าคม 2565 ครอบครัวโชฎึกราชเศรษฐีและครอบครัวเกษมศรี
วันที่ 8 มีนาคม 2565 คณะสงฆว์ ัดพระพิเรนทร์ โดย พระครภู ทั รกิตติสุนทร ส�ำ นกั
เรียนวัดพระพเิ รนทร์
102
วนั ที่ 9 มีนาคม 2565 องปลดั สุชาติ ตอื่ เยยี น วัดหมืน่ ปีวนาราม จ.ราชบรุ ี
วนั ที่ 10 มีนาคม 2565 พระสิรนิ ันทมุนี เจ้าอาวาสวดั นางนองวรวหิ าร ,
พระครโู สภิตบุญญาธร เจา้ คณะแขวงบางมด เจา้ อาวาสวดั ยายร่ม
วันท่ี 12 มีนาคม 2565 ส�ำ นักงานเขตการศึกษาพระปรยิ ัติธรรม แผนกสามญั ศกึ ษา
เขต ๑๔ ,โรงเรยี นกุศลสมาครวิทยาลัย
103
วันที่ 14 มนี าคม 2565 เจา้ คณุ พระเทพปวรเมธี รองอธกิ ารบดี ฝา่ ยบรหิ าร มจร
,สมาคมชาวเวยี ดนาม
วนั ที่ 15 มนี าคม 2565 นายสยาม ศริ มิ งคล ผู้วา่ ราชการจังหวัดอดุ รธานี , พลตรี สทุ ธ์
พิชญพงษ์ สุธริ าวุธ ผูบ้ ญั ชาการมณฑลทหารบกที่ 24
วนั ที่ 16 มนี าคม 2565 คณุ เรอื งยุทธ เลือง และคณะศิษยานศุ ิษย์
104
วันท่ี 17 มนี าคม 2565 คณะกรรมการวัดสุนทรประดิษฐ์ (ชาวเวยี ดนาม)
วันที่ 18 มีนาคม 2565 ชมุ ชนชาวเวียดนาม คุ้ม 1 บา้ นจิก
วนั ที่ 19 มนี าคม 2565 สมาคมชาวเวยี ดนามแหง่ ประเทศไทย
105
วนั ที่ 20 มีนาคม 2565 ชุมชนชาวเวียดนาม คุ้ม 4 แยก
วันท่ี 21 มนี าคม 2565 ชุมชนชาวเวยี ดนามคุม้ 5 แยก
วันท่ี 22 มีนาคม 2565 ชมุ ชนชาวเวียดนาม ค้มุ 6 กุมภาวปี
106
วันที่ 23 มนี าคม 2565 คณุ สพุ ตั รา วมิ ลชัยฤกษ์ และคณะ
วันท่ี 24 มนี าคม 2565 พ.ต.ท. นิวัธน์ นามศรคี ณุ พร้อมครอบครัวและญาตมิ ติ ร
วนั ที่ 25 มนี าคม 2565 ชุมชนชาวเวยี ดนามคุ้มสร้างหลวง
107
วันที่ 26 มนี าคม 2565 สมาคมเวยี ดนาม จังหวัดหนองคาย
วันท่ี 27 มนี าคม 2565 คณะกงสุลใหญ่ สาธารณรฐั สังคมนยิ มเวียดนาม จังหวัดขอนแก่น,
สมาคมนักธรุ กิจไทยเวยี ดนามแห่งประเทศไทย และคณะทป่ี รึกษา
วันท่ี 28 มีนาคม 2565 คณะครูสอนภาษาเวยี ดนาม จงั หวัดอุดรธานี และคณะครสู อน
ภาษาเวียดนามโรงเรียนสุนทรประดษิ ฐ์
108
วนั ท่ี 29 มีนาคม 2565 ท่านพระครูปญั ญาธรุ าทร เจ้าคณะต�ำ บลสร้างแปน้ เจา้ อาวาส
วัดป่าอมั พวัน จ.อุดรธานี
วันท่ี 30 มนี าคม 2565 พระมหาสายบวั กิตตฺ โิ สภโณ เจ้าคณะอำ�เภอกแู่ ก้ว ผอ.โรงเรียนสนุ ทร
ประดิษฐว์ ทิ ยาลัย , พระมหาเอกพงษ์ เอกวชิโร ผอ.โรงเรยี นวดั สังคาว พระปรยิ ตั ธิ รรม ,
พระมหาสยาม เตชปญั ฺโญ เลขานุการเจ้าคณะอำ�เภอกู่แก้ว
วนั ที่ 31 มีนาคม 2565 บตุ หลานคณุ ยายเดอื ก
109
1 เมษายน ชมรมจักรยานเพื่อสขุ ภาพ 1997 จังหวดั อุดรธานี
2 เมษายน สมาคมสตรีชาวเวียดนามแหง่ ประเทศไทย
3 เมษายน ศาลเจ้านาจา(องคน์ ้อย), คณุ อมรรัตน์ เลศิ รัตนชฏาพร ประธานชมรมนักธรุ กิจไทยเวียดนาม อดุ รธานี
4 เมษายน ชมุ ชนชาวเวียดนามคุ้มสรา้ งหลวง กลุ่มท่ี 3 และ 4
5 เมษายน ชุมชนชาวเวยี ดนามคุ้มหา้ แยก กลุ่มท่ี 1 และ 2
6 เมษายน บริษทั ปยิ ะกรปุ๊ , ชมุ ชนชาวเวียดนามคมุ้ สร้างหลวง กลมุ่ ที่ 5
7 เมษายน คุณป้าฮาว ฟามถ,ิ คณุ อัมพรรัตน์ เลศิ สหพนั ธ์ และคณะ, ชุมชนชาวเวยี ดนามคุ้ม 6 กมุ ภวาปี
8 เมษายน องสุตบทบวร เจ้าอาวาสวัดเขตร์นาบญุ ญาราม จันทบรุ ี, สมาคมชาวเวยี ดนาม จงั หวดั สกลนคร
9 เมษายน คณุ วรุณพกั ตร์ รตั นเทพสถิต (แมห่ ลา) และครอบครัว, คุณธนดล เลศิ รตั นศาสตร์ คุณนภิ า อ้นส�ำ ราญ และคณะ
10 เมษายน คุณทอง กุลธัญวัฒน์ นายกสมาคมนกั ธุรกจิ ไทย-เวียดนามแหง่ ประเทศไทย, ห้างทองโมเดอน
11 เมษายน ชุมชนชาวเวียดนามค้มุ หา้ แยก กลมุ่ ท่ี 3 และ 4
12 เมษายน ชุมชนชาวเวียดนามคมุ้ สรา้ งหลวง กลุม่ ที่ 5 , 6 และ 7 , วัดธรรมปญั ญารามบางมว่ ง สามพราน นครปฐม
13 เมษายน คณุ ยอดศกั ด์ิ เยี่ยมนพคณุ พรอ้ มครอบครัว, คณะศษิ ยเ์ ก่าวดั สนุ ทรประดิษฐ์ รุ่นที่ 12
14 เมษายน คณะลกู หลานคุณแม่ทองใบ พรหมสาขา ณ สกลนคร
15 เมษายน บรษิ ัท อารยี ากรปุ๊ รอ้ ยเอด็ , ครอบครัวนิตยกมลพันธุ์ , ลม้ิ ซฮี วด พร้อมลูกหลาน
16 เมษายน คณะชมรมศิษย์เก่าวัดสนุ ทรประดิษฐ์
17 เมษายน สมาคมชาวเวยี ดนาม จงั หวัดนครพนม , จงั หวดั ขอนแกน่ , จังหวดั เลย ,
อนสุ รณ์สถานประธานโฮจิมินห์ นครพนม
18 เมษายน สมาคมก้ภู ัยสจั ธรรมเซการ่วมกุศล จงั หวดั บงึ กาฬ , คณุ ทวา บุ่ยถิและคณะ,
กลุ่มคณุ ตีข๋ ายข้าวเปียกและคณะ , พธ.บ รุน่ 56 สาขาสังคมศึกษา มจร.วิทยาเขตหนองคาย
19 เมษายน วัดอภุ ัยราชบ�ำ รุง กรุงเทพ , วัดถาวรวราม กาญจนบรุ ี , โรงเรยี นถาวรวทิ ยา กาญจนบุรี ,
วัดอนัมนิกายเฉลมิ พระชนมพรรษากาล สพุ รรณบรุ ี , วดั หมนื่ ปีวนาราม ราชบรุ ี
20 เมษายน คณุ จรมิ า อภิเษกมงคล ประธานผพู้ พิ ากษาศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวัดหนองบวั ลำ�ภู
21 เมษายน วัดโลกานุเคราะห์ กรงุ เทพฯ , ชมรมอุดรธานไี รเดอรค์ ลับ
22 เมษายน ชมรมผสู้ งู อายุชาวเวียดนาม จงั หวดั อดุ รธานี
23 เมษายน อุดรโชคเจริญประตูมว้ น พรอ้ มครอบครัว ,โชคบุญมา ,บริษัท โชคสตีล จำ�กัด ,
บรษิ ทั อุดรโชคค้าเหลก็ ไทย จำ�กดั ,บริษทั อุดรโชคเจรญิ สตีล จ�ำ กัด
24 เมษายน มลู นธิ ิสง่ เสริมธรรม
25 เมษายน คุณจริ าพร แบบดี ชุมชนคุ้มบา้ นจิกและคณะ , วดั ถาวรวรารามหาดใหญ่ และศษิ ยานุศษิ ย์
26 เมษายน วัดถาวรวรารามหาดใหญ่ และศิษยานุศิษย์
27 เมษายน สมาคมตระกูลแซ่ตง้ั , ห้างเพชรทองตราดาว
28 เมษายน ประธานคณะกรรมการศาลเจา้ ป-ู่ ยา่ อุดรธานี สมยั ที่ 72
29 เมษายน วดั โลกานเุ คราะห์ กรงุ เทพฯ
30 เมษายน คณุ ปรชี า ชยั รัตน์ พรอ้ มครอบครัว
1 พฤษภาคม พระครูวินียธรวิเชียร วชิ ิรธมโฺ ม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยรู วงศาวาสวรวหิ าร กรุงเทพฯ ,
แม่ชที องสขุ นามเจด็ สี , พธ.บ รนุ่ ท่ี 56 สาขาสังคมศึกษา มจร.วิทยาเขตหนองคาย
110
วรพลกถา ว่าด้วยกำ�ลังอันประเสรฐิ 1
พระพรหมบณั ฑิต
(ป.ธ.๙,ศ.,ดร.,ราชบณั ฑิตกิตติมศกั ด,์ิ อัคคมหาบัณฑติ )
กรรมการมหาเถรสมาคม
ประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก
เจ้าอาวาสวดั ประยรุ วงศาวาส วรวิหาร
ประธานศูนย์พระปริยตั นิ เิ ทศกแ์ ห่งคณะสงฆ์
ประธานศนู ยก์ ารเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาแห่งชาติ
อุปนายกสภามหาวทิ ยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
ตํ พลานํ พลํ เสฏฺ อคฺคํ ปญฺ าพลํ วรํ
ปญญฺ าพเลนุปตถฺ ทฺโธ อตถฺ ํ วินฺทติ ปณฑฺ โิ ตติ
ข.ุ ชา. ๒๗/๒๔๔๔
ณ บดั นี้ จะรับพระราชทานถวายวิสัชนาพระธรรมเทศนาในวรพลกถา วา่ ด้วยกำ�ลงั
อนั ประเสรฐิ ฉลองพระเดชพระคุณประดับพระปญั ญาบารมี อนรุ ูปแด่พระราชกศุ ลบญุ ราศี
ทกั ษณิ านปุ ระทานสตั ตมวารครบ ๗ วัน ท่ีสมเดจ็ บรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ผ้ทู รงพระคุณ
อันประเสริฐ ทรงพระกรณุ าโปรดพระราชทานศพพระมหาคณานมั ธรรมปัญญาธวิ ตั ร (ถนอม
เถยี่ นถกึ มหาเถร) อดตี เจา้ คณะใหญอ่ นมั นิกายและอดีตเจา้ อาวาสวดั กศุ ลสมาคร ผ้ถู ึงมรณภาพ
เมอื่ วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๕ โดยได้พระราชทานน�ำ้ หลวงสรงศพเม่อื วนั ที่ ๙ กมุ ภาพันธ์
๒๕๖๕
การที่สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจา้ ผ้ทู รงพระคุณอันประเสรฐิ ทรงพระ
กรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในครั้งน้ีก็ ด้วยทรงพระอนุสรณ์ถึงหติ านุหติ
ประโยชน์ท่ีพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตรในยามที่มีชีวิตอยู่ได้บำ�เพ็ญไว้แก่ประเทศชาติ
พระศาสนาและสถาบนั พระมหากษัตรยิ เ์ ปน็ อเนกประการ ทั้งนี้ เพราะท่านเจ้าคณะใหญร่ ูปนนั้
เป็นพระมหาเถระผ้เู พยี บพร้อมดว้ ยอตั ตหติ สมบตั ิและปรหติ ปฏบิ ตั ิ
กล่าวในส่วนอัตตหิตสมบัติคือความพร้อมแห่งคุณสมบัติส่วนบุคคลที่เกิดจากการ
ศึกษาและพัฒนาตนเองให้มีความรคู้ วามสามารถพรอ้ มท่จี ะปฏบิ ัตงิ านในหนา้ ทีต่ ่างๆ พระมหา
คณานมั ธรรมปญั ญาธวิ ัตร (เถ่ยี นถึก) มีนามเดมิ ว่า ถนอม อารยี ์กลู ชยั ถอื ก�ำ เนดิ ท่ีอ�ำ เภอท่ามว่ ง
จังหวดั กาญจนบรุ ี เมื่อพุทธศกั ราช ๒๔๗๙
1 รับพระราชทานถวายพระธรรมเทศนา เร่อื ง ‘วรพลกถา’ ว่าดว้ ยก�ำ ลงั อนั ประเสริฐ ในการบ�ำ เพ็ญพระราชกศุ ลสัตตมวาร (๗ วนั )
พระราชทานศพพระมหาคณานมั ธรรมปัญญาธิวัตร (ถนอม เถี่ยนถกึ มหาเถระ) อดตี เจ้าอาวาสวัดกศุ ลสมาคร อดตี เจา้ คณะใหญ่อนมั นิกาย ณ
อาคารโรงเรยี นพระปริยตั ธิ รรมวดั กศุ ลสมาคร เขต สมั พนั ธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เมอื่ วนั ที่ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๕
111
ได้รับการอปุ สมบทเปน็ ภิกษแุ หง่ อนัมมนกิ าย ทีว่ ดั ถาวรวราราม จงั หวดั กาญจนบุรี เม่อื
พุทธศักราช ๒๕๐๒ ไดฉ้ ายาวา่ เถยี่ นถึก หลงั การอปุ สมบท ท่านเข้ารับการศกึ ษาในระบบ
ของคณะสงฆ์อนัมนิกายและยังเข้ารับการศึกษาพระปริยัติธรรมในระบบของคณะสงฆ์ไทย
จนกระทง่ั สอบไลไ่ ด้นกั ธรรมชน้ั เอก และได้รับการถวายปริญญาพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต
กิตติมศกั ด์ิ สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย เมื่อ
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๕
ในสว่ นปรหติ ปฏิบตั คิ อื การบ�ำ เพ็ญประโยชน์เพ่ือประเทศชาติ พระพทุ ธศาสนา และ
สถาบันพระมหากษัตริย์นัน้ พระมหาคณานมั ธรรมปัญญาธิวตั รไดใ้ ชค้ วามร้คู วามสามารถใน
การสนองงานพระศาสนาอยา่ งเต็มกำ�ลัง ต้ังแตค่ รั้งดำ�รงต�ำ แหนง่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโลกานุ
เคราะห์ กรุงเทพมหานคร เม่ือพทุ ธศักราช ๒๕๑๓ เปน็ เจ้าอาวาสวดั สุนทรประดิษฐ์ จังหวดั
อุดรธานี เมื่อพทุ ธศักราช ๒๕๒๒ ในฐานะเจา้ อาวาสไดพ้ ฒั นาวดั สุนทรประดษิ ฐจ์ นท�ำ ให้วดั นไี้ ด้
รับคดั เลือกให้เป็นวดั พัฒนาตัวอย่างจากกรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม เมอ่ื พุทธศกั ราช
๒๕๓๒ ท่านได้รับแต่งต้งั ใหเ้ ป็นผูช้ ว่ ยเจ้าคณะใหญฝ่ า่ ยซ้ายอนัมนิกาย เมือ่ พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๖
เป็นเจา้ อาวาสวัดโลกานเุ คราะห์ กรงุ เทพมหานคร เม่ือพุทธศกั ราช ๒๕๓๗ เป็นรองเจ้าคณะ
ใหญอ่ นมั นกิ าย เมอื่ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ไดร้ ับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตงั้ ให้ด�ำ รง
ต�ำ แหนง่ คณะใหญอ่ นมั นกิ าย ลำ�ดบั ที่ ๑๒ เมอ่ื พุทธศักราช ๒๕๖๑ และเป็นเจ้าอาวาสวดั กศุ ล
สมาคร กรุงเทพมหานคร เม่ือพุทธศกั ราช ๒๕๖๒
นอกจากผลงานด้านการปกครองดังกล่าวมาแล้ว พระมหาคณานมั ธรรมปญั ญาธวิ ตั ร
ยังได้เปน็ กำ�ลังส�ำ คญั ในการจดั การศึกษาใหก้ บั คณะสงฆอ์ นมั นิกายอกี ด้วย ดังเป็นที่ปรากฏ
วา่ ท่านไดร้ ว่ มกบั เจ้าคณะใหญ่อนมั นกิ ายล�ำ ดับท่ี ๑๑ คือพระมหาคณานมั ธรรมปญั ญาธวิ ตั ร
(เจรญิ ) จัดตั้งโรงเรยี นพระปรยิ ัติธรรมแผนกสามัญศกึ ษาเป็นแห่งแรกของคณะสงฆ์อนัมนิกายท่ี
วัดกุศลสมาคร เมื่อพทุ ธศกั ราช ๒๕๓๒ โดยท่ีพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธวิ ตั ร (เถยี่ นถกึ ) น่ี
แหละเปน็ ผผู้ ลักดันใหก้ รมการศาสนายินยอมใส่ค�ำ ว่าวิทยาลัยทา้ ยช่ือโรงเรียน จนโรงเรยี นแห่ง
นม้ี ีชอ่ื เป็นทางการวา่ “โรงเรยี นกศุ ลสมาครวิทยาลยั ” โดยที่พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิ
วัตร (เถีย่ นถึก) เปน็ ผูอ้ ำ�นวยการรปู แรกของโรงเรียนกศุ ลสมาครวิทยาลยั ตอ่ มา ในปี ๒๕๓๔
ท่านไดจ้ ดั ตัง้ โรงเรียนพระปริยตั ธิ รรมแผนกสามญั ศึกษาแห่งที่ ๒ มีชือ่ ว่าโรงเรยี นสุนทรประดิษฐ์
วทิ ยาลัยและเป็นผู้จดั การโรงเรยี นรูปแรก ตอ่ มา ในปี ๒๕๔๕ ทา่ นไดร้ ่วมกับพระมหาคณานัม
ธรรมปัญญาธิวัตร (เจริญ) เปิดดำ�เนินการศกึ ษาระดบั อดุ มศึกษาให้แกค่ ณะสงฆ์อนมั นิกาย ที่
วัดถาวรวราราม อำ�เภอหาดใหญ่ จังหวดั สงขลา โดยจัดตั้งมหาปัญญาวิทยาลยั ใหม้ สี ถานะเป็น
สถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
112
การที่พระมหาคณานัมธรรมปญั ญาธิวัตร (เถี่ยนถึก)ได้เอาใจใส่รบั ภารธรุ ะพระศาสนา
ในการจดั การศึกษาใหก้ ับคณะสงฆ์อนัมนิกายมาโดยตลอดเพราะท่านถอื คติธรรมวา่ “พัฒนา
ชาติใหเ้ ริ่มทป่ี ระชน พัฒนาคนใหเ้ รม่ิ ทก่ี ารศึกษา” การศกึ ษาสรา้ งพลงั ปญั ญาใหแ้ กส่ ังคมโดย
รวมและแก่คณะสงฆ์อนมั นิกายโดยเฉพาะ ทง้ั น้เี พราะปญั ญาเป็นกำ�ลงั อนั ประเสรฐิ สมดังพระ
บาลีนกิ เขปบทท่รี ับพระราชทานยกขน้ึ ไว้ ณ เบ้อื งตน้ ว่า “ตํ พลานํ พลํ เสฏฺ อคคฺ ํ ปญฺ าพลํ
วรํ” เปน็ ตน้ แปลความว่า “กำ�ลังปัญญาประเสรฐิ ยอดเย่ียมกวา่ ก�ำ ลังทั้งหลาย เพราะวา่
บัณฑติ ผมู้ กี ำ�ลงั ปญั ญาสนับสนุนยอ่ มไดร้ บั ความเจริญ”
ขอรับพระราชทานถวายวิสัชนาวา่ บคุ คลจะท�ำ การใหญส่ ำ�เร็จต้องอาศยั มีก�ำ ลังหา้
ประการ ดังตอ่ ไปนี้
๑) พาหาพละ คือ กำ�ลงั แขนหรอื ก�ำ ลังกาย หมายถึงมีสขุ ภาพกายแข็งแรง
สามารถใช้แขนใชม้ อื ในการทำ�งาน
๒) โภคพละ คอื ก�ำ ลงั โภคสมบตั ิ คือ มีทุนทรพั ย์บริบรู ณ์ พรอ้ มท่จี ะใชบ้ �ำ รุงเล้ียง
คนและลงทุนดำ�เนนิ กจิ การงานใดๆได้
๓) อมจั จพละ คือ ก�ำ ลังอมาตย์หรือกำ�ลงั บรวิ าร คอื มที ีมงานและคณะผบู้ ริหารท่ี
เก่งกล้าสามารถและจงรักภกั ดีคอยช่วยงาน
๔) อภิชจั จพละ คอื ก�ำ ลงั ความมีชาตติ ระกลู สูง เป็นทีน่ ยิ มยกยอ่ งของคนทว่ั ไป
และได้รบั การศึกษาอบรมมาแลว้ เป็นอยา่ งดตี ามประเพณแี ห่งชาติตระกลู น้ัน
๕) ปญั ญาพละ คือ ก�ำ ลงั ปัญญา หมายถึงความฉลาดรอบร้ทู ี่เกดิ จากการเรยี น
และการคดิ ท�ำ ใหส้ ามารถวินจิ ฉัยเหตกุ ารณต์ า่ งๆทั้งภายในภายนอกได้ถูกตอ้ งและแกป้ ัญหาได้
เป็นอย่างดี
บรรดากำ�ลังทง้ั หา้ ประการน้ี กำ�ลงั แขนหรอื ก�ำ ลงั กายทา่ นจดั ไว้ในอันดับท่ตี ่�ำ สุด เพราะ
กำ�ลังกายท่ีไม่มีกำ�ลังปัญญาควบคุมอาจกลายเป็นกำ�ลังมืดบอดท่ีสร้างความเดือดร้อนแก่สังคม
ได้ การใช้ก�ำ ลงั กายอยา่ งเดยี วในการท�ำ งานย่อมไดร้ ับค่าตอบแทนเป็นค่าแรงขัน้ ตำ�่ จงึ สแู้ รงงาน
มีฝมี ือทใี่ ช้ปัญญากำ�กบั ไม่ได้ ดงั น้นั กำ�ลงั ปญั ญา ทา่ นจึงจัดว่าเปน็ กำ�ลงั อนั ประเสริฐยอดเยย่ี ม
กวา่ ก�ำ ลังท้ังสปี่ ระการที่เหลอื เพราะกำ�ลังปญั ญาเป็นเคร่อื งกำ�กบั ควบคมุ และนำ�ทางก�ำ ลงั
เหลา่ นนั้ อาทิเชน่ ก�ำ ลังปัญญายอ่ มช่วยเพิม่ พนู กำ�ลังโภคทรพั ย์ ดงั พระบาลีท่วี ่า “ปฏิรปู การี
ธุรวา อุฏฺ าตา วินฺทเต ธน”ํ แปลความวา่ “คนทำ�เหมาะสม ไม่ทอดธุระ เปน็ ผหู้ มน่ั ย่อม
หาทรพั ย์ได้” สมด้วยคำ�ประพันธ์ทวี่ า่ “ทรพั ยน์ ม้ี ิไกล ใครปญั ญาไว หาได้บน่ าน ท่ัวแควน้ แดน
ดิน มีส้ินทุกสถาน ผ้ใู ดเกยี จครา้ น บ่พานพบเลย” ในท�ำ นองเดียวกนั กำ�ลังปัญญาทำ�ให้สามารถ
ปกครองดูแลกำ�ลงั อมาตย์หรือกำ�ลงั บริวาร
113
อย่างพอดดี ว้ ยพระเดชและพระคุณ ดังพุทธศาสนสภุ าษติ ที่ว่า “นคิ ฺคณเฺ ห นคิ คฺ หารหํ ปคฺคณเฺ ห
ปคฺคหารหํ” แปลความว่า “ขม่ คนที่ควรขม่ ยกยอ่ งคนท่คี วรย่อง” ยิ่งไปกวา่ นนั้ ชาติตระกูลสงู
ก็ไมท่ ำ�ให้คนเป็นผนู้ �ำ ทด่ี ไี ดถ้ ้าเขาไมม่ ีกำ�ลงั ปญั ญาสนับสนนุ สมดังพระบาลีท่วี า่ “น สาธุ พลวา
พาโล ยถู สสฺ ปรหิ ารโก” แปลความว่า “คนโง่ แตม่ ีกำ�ลงั เปน็ ผู้นำ� ไม่ดีเลย” ตรงกนั ขา้ ม
คนท่ีมีปญั ญาอาจเปน็ ผนู้ ำ�ทดี สี ามาถน�ำ ความสขุ ความเจริญมาสูห่ ม่คู ณะ ดงั เรอื่ งท่ีพระพุทธเจ้า
ตรัสเล่าไว้ในสมั โมทมานชาดก ต่อไปน้ี
ในอดีตกาลนานมาแล้ว มฝี งู นกกระจาบหลายพันตวั อาศยั อยใู่ นป่า มีนายพรานคนหน่งึ
มอี าชพี จับนกกระจาบขายด้วยการทอดตาขา่ ยไปบนฝูงนกกระจาบทก่ี ำ�ลังหากินอาหาร จาก
น้ันนายพรานก็รวบที่ชายขอบตาข่ายนำ�นกกระจาบท้ังหมดมารวมกันแล้วบรรจุใส่กระสอบนำ�
ไปขายเลี้ยงชีพ
อยมู่ าวันหน่ึง นกกระจาบโพธิสัตว์ที่เปน็ จา่ ฝงู ไดก้ ล่าวแนะนำ�นกกระจาบเหลา่ น้นั ว่า
“นายพรานคนนที้ �ำ ญาตขิ องพวกเราให้ถึงความพนิ าศ เรารู้อุบายอย่างหนงึ่ ทจี่ ะช่วยให้นาย
พรานคนนัน้ จับพวกเราไมไ่ ด้ นน่ั คอื ตง้ั แตบ่ ัดนีเ้ ป็นตน้ ไป เมือ่ นายพรานคนนี้ทอดตาข่ายลงบน
ตัวพวกเรา ให้นกกระจาบแตล่ ะตัวพร้อมกันสอดหวั เข้าในตาของตาข่ายแล้วพากันบินยกตาข่าย
ขึน้ น�ำ ไปพาดลงบนพุ่มไม้มีหนาม จากน้นั พวกเราพากนั บนิ หนลี งทางด้านลา่ งของตาข่ายไปสู่
ความปลอดภยั ”
นกกระจาบทง้ั หมดท�ำ ตามคำ�แนะนำ�อันชาญฉลาดของนกโพธสิ ัตว์ เม่ือนายพราน
ทอดตาขา่ ยลงเบ้ืองบนกพ็ ากนั ยกตาข่ายขนึ้ ไปพาดไว้บนพมุ่ ไมม้ หี นามแหง่ หนงึ่ แลว้ บนิ หนไี ป
โดยปลอดภัย นกกระจาบโพธสิ ัตวใ์ นเรื่องนี้เปน็ ตวั อยา่ งของผนู้ �ำ ทีม่ ีปัญญาสามารถสรา้ งความ
สขุ ความเจริญให้กบั หมู่คณะ สมดงั พระบาลีทีว่ ่า “ธโี ร จ พลวา สาธุ ยถู สฺส ปรหิ ารโก” แปล
ความว่า “คนฉลาด มกี ำ�ลงั เป็นผู้นำ� ดีนกั ”
พระมหาคณานัมธรรมปญั ญาธิวตั ร (เถ่ยี นถกึ ) เหน็ คุณคา่ ของการศึกษาวา่ ชว่ ยพฒั นา
กำ�ลังปัญญาให้กับคณะสงฆ์อนัมนิกายจึงได้ร่วมกันจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ
ศกึ ษาและการศึกษาระดบั อุดมศึกษาในมหาปญั ญาวิทยาลัย การศกึ ษาไม่ว่าในรูปแบบใด คอื
ท้ังการศกึ ษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ย่อมเปน็ ประโยชน์แก่ผู้
เรียนทงั้ นั้น ถา้ มโี อกาสเข้ารับการศกึ ษา คนเราตอ้ งเรยี นให้มากท่สี ุดเทา่ ท่สี ตปิ ญั ญาจะอำ�นวย
สมดงั พุทธศาสนสภุ าษิตทวี่ า่ “สพฺพํ สตุ มธเี ยถ หีนมกุ กฺ ฏมชฺฌมิ ”ํ เป็นต้น แปลความว่า
“ความรคู้ วรเรยี นทกุ อย่าง ทงั้ ช้นั ตน้ ชัน้ กลาง ชนั้ สงู ควรทำ�ความเขา้ ใจความหมายของ
เรอื่ งทเี่ รียนท้งั หมด แตไ่ มใ่ ช่วา่ จะใชป้ ระโยชน์จากทุกเรอื่ งทีเ่ รยี น วันหน่ึงจะถึงเวลาทคี่ วาม
รนู้ น้ั น�ำ ประโยชน์มาให้” ซ่ึงสอดคล้องกับค�ำ ประพันธ์ทวี่ า่ “ขน้ึ ช่อื วา่ วชิ าควรศึกษาทกุ อยา่ งไป
114
ไป ศกึ ษาให้เขา้ ใจเป็นคณุ เคร่ืองเรืองปัญญา แตว่ า่ อยา่ พึงใชท้ ุกอย่างไปท่ีศกึ ษา ชวี ติ และเวลา
เปน็ ปญั หาให้จ�ำ นน จะใชว้ ิชาใดจงใส่ใจในเหตุผล ท�ำ ใดตอ้ งใจคนนัน่ คอื ผลของวชิ า”
โดยนัยดงั รับพระราชทานพรรณนามานี้ พระมหาคณานมั ธรรมปญั ญาธวิ ัตรเปน็ พระ
มหาเถระท่ีตนเองเพียบพรอ้ มด้วยกำ�ลงั ปญั ญา สมกับราชทินนามวา่ “ปัญญาธวิ ัตร” ทง้ั ยัง
ร่วมกับอดีตเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกายรูปก่อนจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาปัญญาให้กับคณะสงฆ์อนัม
นิกาย สมดงั พระบาลีท่วี ่า “อลํ กาตงุ อลํ สวํ ิธาตุง ทำ�เองก็ได้ จดั การให้คนอนื่ ทำ�ก็ได”้ บัดนี้
แมพ้ ระมหาคณานมั ธรรมปัญญาธวิ ตั ร (เถ่ยี นถกึ ) ไดล้ ว่ งลับดับสังขารแลว้ แต่ช่อื เสียงเกยี รติคุณ
ก็ยงั ขจรขจายไป ตามนยั พระบาลที ว่ี า่ “รูปํ ชรี ติ มจจฺ านํ นามโคตตฺ ํ น ชรี ติ ร่างกายของสตั ว์
ทงั้ หลายเสื่อมสลายไป แต่ชือ่ เสียงวงศ์ตระกูลหาไดเ้ สอ่ื มสลายไปไม่” คุณงามความดีของเจ้า
คณะใหญ่อนัมนิกายรูปนี้จะคงอยู่สืบไปถ้าคณะสงฆ์อนัมนิกายรุ่นต่อมายังคงรักษามรดกของ
ท่านดว้ ยการสืบสาน รักษาและพัฒนาต่อยอดการศึกษาพระปริยตั ธิ รรมแผนกสามัญศึกษาและ
การศึกษาระดับอดุ มศกึ ษาในมหาปญั ญาวทิ ยาลัย
สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจา้ ผทู้ รงพระคุณอันประเสรฐิ กอปรดว้ ยพระราช
ศรัทธาในปฏิปทาท่ีมีกำ�ลังปัญญาอันประเสริฐสนับสนุนของพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร
(เถย่ี นถึก) จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์การบ�ำ เพ็ญพระราชกศุ ล
สตั ตมวาร ๗ วนั อทุ ศิ ถวายในวนั น้ี
อมิ นิ า กตปุญเญนะ ขออ�ำ นาจพระราชกุศลทท่ี รงบำ�เพ็ญใหเ้ ปน็ ไปด้วยดีในหมูส่ งฆ์ท้ัง
ปวงนี้จงสัมฤทธิ์ประสิทธิ์อิฏฐวิบากศุภผลเพ่ิมบารมีธรรมย่ิงข้ึนไปในสัมปรายภพแด่พระมหา
คณานมั ธรรมปัญญาธวิ ตั ร (เถยี่ นถึกมหาเถร) สมพระราชเจตนาปรารภทกุ ประการ
ในอวสานแหง่ พระธรรมเทศนานี้ พระสงฆจ์ ตุรวรรคจากวัดประยุรวงศาวาสวรวหิ าร
จักสวดธรรมคาถา เพือ่ เพม่ิ พนู อปั ปมาทธรรมสัมมาปฏิบตั ใิ ห้ยิ่งขนึ้ ไปในมหาสมาคมนี้
รับพระราชทานถวายวสิ ัชนาพระธรรมเทศนาในวรพลกถา ฉลองพระเดชพระคุณ
ประดบั พระปัญญาบารมี ยุติลงคงไวแ้ ต่เพียงเท่านี้
เอวํ ก็มดี ้วยประการฉะนี้
ขอถวายพระพร
115
พระราชบัญั ญัตั ิิคณะสงฆ์์ พ.ศ. ๒๕๐๕
แก้ไ้ ขเพิ่�มเติิมโดยพระราชบัญั ญััติิคณะสงฆ์์
(ฉบับั ที่� ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
116
พระราชบัญั ญััติิคณะสงฆ์์
พ.ศ. ๒๕๐๕
แก้้ไขเพิ่�มเติมิ โดยพระราชบััญญัตั ิคิ ณะสงฆ์์ (ฉบัับที่� ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
ภูมู ิิพลอดุุลยเดช ป.ร.
ให้้ไว้้ ณ วัันที่� ๒๕ ธัันวาคม ๒๕๐๕
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า
ให้ประกาศวา่
โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ให้เหมาะสมย่ิงขึ้นจึงทรงพระ
กรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญัตไิ ว้ โดยค�ำ แนะน�ำ และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ในฐานะรฐั สภา ดังตอ่ ไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชบัญญตั นิ ้ีเรียกว่า “พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุ
เบกษาเปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกพระราชบญั ญตั ิคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔
มาตรา ๔ ภายในระยะเวลาหนงึ่ ปีนบั แต่วันท่พี ระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ ังคับ บรรดา
กฎกระทรวง สังฆาณัติ กติกาสงฆ์ กฎองค์การ พระบัญชาสมเดจ็ พระสังฆราชขอ้ บังคบั และ
ระเบยี บเก่ยี วกับคณะสงฆ์ท่ีใชบ้ งั คับอยู่ในวนั ประกาศพระราชบัญญตั นิ ีใ้ นราชกจิ จานเุ บกษา ให้
คงใช้บงั คับต่อไปเทา่ ทไี่ ม่ขัดหรอื แย้งกับพระราชบญั ญตั ิน้ี ท้งั น้ีจนกว่าจะมีกฎกระทรวง กฎมหา
เถรสมาคม พระบัญชาสมเด็จพระสงั ฆราช ขอ้ บงั คับหรือระเบียบของมหาเถรสมาคม ยกเลกิ
หรือมีความอยา่ งเดียวกัน หรือขดั หรอื แยง้ กนั หรือกล่าวไว้เปน็ อยา่ งอ่ืน
มาตรา ๕ เพือ่ ประโยชน์แห่งมาตรา ๔ บรรดาอ�ำ นาจหน้าทซ่ี ง่ึ กำ�หนดไว้ใน
สังฆาณตั ิ กตกิ าสงฆ์ กฎองคก์ าร พระบญั ชาสมเด็จพระสังฆราช ข้อบังคับและระเบียบเกยี่ วกับ
คณะสงฆ์ ใหเ้ ป็นอ�ำ นาจหน้าทขี่ องพระภกิ ษุต�ำ แหน่งใดหรอื คณะกรรมการสงฆ์ใดซ่ึงไมม่ ีในพระ
ราชบญั ญตั ินี้ ให้มหาเถรสมาคมมอี ำ�นาจกำ�หนดโดยกฎมหาเถรสมาคมให้เป็นอ�ำ นาจหนา้ ท่ีของ
พระภกิ ษุต�ำ แหนง่ ใด รูปใด หรือหลายรูปรว่ มกนั เป็นคณะตามที่เหน็ สมควรได้
117
มาตรา ๕ ทวิ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี
“คณะสงฆ”์ หมายความว่า บรรดาพระภกิ ษุทไี่ ดร้ ับบรรพชาอปุ สมบทจาก
พระอุปชั ฌายต์ ามพระราชบัญญัติน้ี หรอื ตามกฎหมายท่ีใชบ้ งั คบั กอ่ นพระราชบัญญัตินีไ้ ม่วา่ จะ
ปฏิบตั ิศาสนกิจในหรือนอกราชอาณาจกั ร
“คณะสงฆอ์ น่ื ” หมายความวา่ บรรดาบรรพชติ จีนนกิ าย หรอื อนมั นกิ าย
“พระราชาคณะ” หมายความวา่ พระภิกษุทีไ่ ด้รับแต่งต้ังและสถาปนาให้มีสมณศักด์ิ
ตง้ั แตช่ ั้นสามญั จนถงึ ช้นั สมเดจ็ พระราชาคณะ
“สมเดจ็ พระราชาคณะผ้มู ีอาวโุ สสงู สดุ โดยสมณศกั ด์”ิ หมายความวา่ สมเดจ็ พระราชา
คณะท่ไี ดร้ บั สถาปนากอ่ นสมเด็จพระราชาคณะรปู อ่นื ถ้าได้รบั สถาปนาในวนั เดยี วกนั ให้ถอื รูป
ทไี่ ดร้ ับสถาปนาในล�ำ ดบั
มาตรา ๕ ตรี พระมหากษัตรยิ ์ทรงไว้ซงึ่ พระราชอำ�นาจในการแตง่ ตัง้ สถาปนาและ
ถอดถอนสมณศกั ด์ิของพระภิกษใุ นคณะสงฆ์
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัติ
นี้ และใหม้ ีอ�ำ นาจออกกฎกระทรวงเพือ่ ปฏิบตั กิ ารให้เป็นไปตามพระราชบัญญตั ิน้ี
กฎกระทรวงนน้ั เม่อื ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บงั คบั ได้
118
ดา้ นการปกครอง
การปกครองของคณะสงฆอ์ นมั นกิ ายในปจั จบุ ันนี้ เปน็ ไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๔
(พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญตั คิ ณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึง่ แกไ้ ขเพิ่มโดยพระราช
บัญญตั ิคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อใหก้ ารปกครองเปน็ ไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย กฎ
กระทรวง ฉบบั ท่ี ๔ (พ.ศ.๒๕๓๖) ได้กําหนดใหม้ ีบรรพชติ เปน็ ผ้ปู กครองตามตาํ แหนง่ โดยลําดับ
ดังนี้คอื
เจา้ คณะใหญ่
รองเจ้าคณะใหญ่
ผชู้ ว่ ยเจา้ คณะใหญ่ฝ่ายขวา
ผู้ชว่ ยเจ้าคณะใหญฝ่ ่ายซา้ ย
ปลัดขวา
ปลัดซ้าย
รองปลัดขวา
รองปลัดซ้าย
ผูช้ ่วยปลดั ขวา
ผู้ช่วยปลดั ซา้ ย
เจา้ อาวาส
รองเจา้ อาวาส
ผู้ช่วยเจา้ อาวาส
ดําเนนิ การปกครองใหเ้ ปน็ ไปตามพระธรรมวินยั ลทั ธิ นิกาย กฎหมาย และพระบญั ชา
ของสมเดจ็ พระสงั ฆราช
เพอ่ื การน้ี กฎกระทรวงฯ ได้กําหนดใหเ้ จา้ คณะใหญ่มอี าํ นาจวางระเบยี บและออกคําสัง่
โดยไม่ขดั หรอื แยง้ กบั พระธรรมวินัย ลทั ธิ นิกาย กฎหมาย พระบญั ชาของสมเดจ็ พระสงั ฆราช
และระเบยี บแบบแผนของทางราชการ
119
การปกครองคณะสงฆ์ฝา่ ยอนัมนกิ าย
การปกครองคณะสงฆฝ์ ่ายอนมั นกิ ายในปจั จบุ ัน เป็นไปตามพระราชบัญญตั ิ คณะสงฆ์
พ.ศ. ๒๕๐๕ และมีกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบญั ญตั คิ ือ กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๓
พ.ศ. ๒๕๒๐ วา่ ด้วยการปกครองคณะสงฆ์อนื่ จดั ให้มีการดําเนนิ การปกครอง ใหเ้ ป็นไปตามพ
ระธรรมวนิ ัย ลทั ธิ นกิ าย กฎหมาย และพระบญั ชาของสมเด็จพระสังฆราชดังน้ี
สมเด็จพระสงั ฆราชฯ
สํานักงาน เจา้ คณะใหญอ่ นัมนิกาย มหาเถรสมาคม
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
คณะกรรมการ
วดั และสาํ นักสงฆ์อนัมนิกาย
120
โครงสร้้างและตํําแหน่่งการปกครองของ
คณะสงฆ์อ์ นัมั นิกิ าย
ผู้ชว่ ยเจ้าคณะใหญ่ฝา่ ยขวา เจ้าคณะใหญ่ ผชู้ ่วยเจา้ คณะใหญ่ฝ่ายซ้าย
ปลดั ขวา รองเจา้ คณะใหญ่ ปลดั ซา้ ย
รองปลดั ขวา คณานกุ รม รองปลดั ซา้ ย
ผชู้ ่วยปลดั ขวา ผูช้ ่วยปลดั ซา้ ย
คณานกุ รมเจา้ คณะใหญ่ ๖ รูป คณานุกรมรองเจ้าคณะใหญ่ ๕ รูป
องปลดั ธรรม องวินัยธร องธรรมธร องสงั ฆรกั ษ์ องสมหุ ์ องใบฎีกา องปลัด องวนิ ัยธร องสังฆรักษ์ องสมุห์ องใบฎกี า
ปญั ญาธวิ ัตร
คณานุกรมผู้ช่วยเจ้าคณะใหญ่
คณานุกรมผชู้ ว่ ยเจ้าคณะใหญ่ ฝา่ ยซา้ ย ๔ รปู
ฝา่ ยขวา ๔ รูป
องปลดั องสงั ฆรกั ษ์ องสมุห์ องใบฎีกา
องปลัด องสงั ฆรกั ษ์ องสมหุ ์ องใบฎีกา
คณานกุ รมปลัดซ้าย ๓ รูป
คณานกุ รมปลัดขวา ๓ รปู
องปลดั องสมหุ ์ องใบฎีกา องปลดั องสมุห์ องใบฎีกา
121
ทำเนีียบเจ้า้ คณะใหญ่่อนัมั นิกิ ายแห่่งประเทศไทย
๑. เจ้า้ คณะใหญ่่อนััมนิกิ ายแห่่งประเทศไทย รูปู ที่� ๑
พระครูคู ณานััมสมณาจารย์์ (องฮึงึ )
วัดั อุุภััยราชบำรุุง ถนนเจริิญกรุงุ แขวงตลาดน้้อย เขตสัมั พันั ธวงศ์์ กรุุงเทพมหานคร
๒. เจ้า้ คณะใหญ่่อนััมนิิกายแห่่งประเทศไทย รููปที่� ๒
พระครูคู ณานััมสมณาจารย์์ (เหยี่�ยวกร่า่ ม)
วัดั อนัมั นิกิ ายาราม ถนนประชาราษฎร์์ สาย ๑ แขวงบางซื่�อ เขตบางซื่�อ กรุงุ เทพมหานคร
๓. เจ้้าคณะใหญ่อ่ นัมั นิกิ ายแห่ง่ ประเทศไทย รูปู ที่� ๓
พระครูคู ณานัมั สมณาจารย์์ (จี๊�หล็อ็ บ)
วัดั สมณานััมบริิหาร ถนนลููกหลวง แขวงสี่�แยกมหานาค เขตดุุสิติ กรุงุ เทพมหานคร
๔. เจ้้าคณะใหญ่อ่ นัมั นิกิ ายแห่ง่ ประเทศไทย รูปู ที่� ๔
พระครููคณานััมสมณาจารย์์ (ทันั เคี้�ยด)
วััดอุภุ ัยั ราชบำรุงุ ถนนเจริิญกรุงุ แขวงตลาดน้้อย เขตสัมั พัันธวงศ์์ กรุุงเทพมหานคร
๕. เจ้้าคณะใหญ่อ่ นััมนิกิ ายแห่่งประเทศไทย รููปที่� ๕
พระครูคู ณานััมสมณาจารย์์ (เหมิกิ โงน)
วััดมงคลสมาคม ถนนแปลงนาม แขวงสััมพันั ธวงศ์์ เขตสัมั พันั ธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร
๖. เจ้า้ คณะใหญ่อ่ นััมนิิกายแห่่งประเทศไทย รููปที่� ๖
พระครูคู ณานัมั สมณาจารย์์ (เวียี งหมาง)
วััดกุุศลสมาคร ถนนราชวงศ์์ แขวงสัมั พัันธวงศ์์ เขตสัมั พันั ธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร
122
๗. เจ้้าคณะใหญ่่อนััมนิกิ ายแห่่งประเทศไทย รููปที่� ๗
พระครูคู ณานััมสมณาจารย์์ (โผซ้้าย)
วััดอุภุ ััยราชบำรุงุ ถนนเจริญิ กรุุง แขวงตลาดน้้อย เขตสัมั พันั ธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร
๘. เจ้า้ คณะใหญ่อ่ นัมั นิิกายแห่ง่ ประเทศไทย รููปที่� ๘
พระครูคู ณานััมสมณาจารย์์ (บิ๊�นเลืือง)
วััดโลกานุุเคราะห์์ ถนนราชวงศ์์ แขวงจัักรวรรดิิ เขตสัมั พัันธวงศ์์ กรุุงเทพมหานคร
๙. เจ้้าคณะใหญ่่อนััมนิกิ ายแห่ง่ ประเทศไทย รููปที่� ๙
พระครูคู ณานััมสมณาจารย์์ (โผเรียี น)
วััดชัยั ภููมิกิ าราม ถนนเยาวพานิิช แขวงจักั รวรรดิิ เขตสััมพัันธวงศ์์ กรุุงเทพมหานคร
๑๐. เจ้้าคณะใหญ่่อนััมนิกิ ายแห่่งประเทศไทย รููปที่� ๑๐
พระคณานััมธรรมสมาธิวิ ััตร (ย้้ากเหมิิง)
วััดมงคลสมาคม ถนนแปลงนาม แขวงสัมั พันั ธวงศ์์ เขตสัมั พันั ธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร
๑๑. เจ้้าคณะใหญ่่อนััมนิิกายแห่ง่ ประเทศไทย รููปที่� ๑๑
พระมหาคณานััมธรรมปััญญาธิิวัตั ร (เจริิญ กิ๊�นเจี๊�ยว)
วัดั กุศุ ลสมาคร ถนนราชวงศ์์ แขวงสััมพันั ธวงศ์์ เขตสัมั พัันธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร
๑๒. เจ้า้ คณะใหญ่่อนััมนิิกายแห่ง่ ประเทศไทย รููปที่� ๑๒
พระมหาคณานัมั ธรรมปัญั ญาธิิวััตร (ถนอม เถี่�ยนถึึก)
วัดั กุศุ ลสมาคร ถนนราชวงศ์์ แขวงสัมั พันั ธวงศ์์ เขตสััมพันั ธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร
123
124
125
126
127
128
129
130
ท�ำ เนยี บสมณศักดบิ์ รรพชติ
ฝ่ายอนัมนกิ ายแหง่ ประเทศไทย
๑. พระมหาคณานมั ธรรมปญั ญาธวิ ตั ร (ถนอม เถ่ียนถกึ )
เจ้าคณะใหญอ่ นมั นิกายแห่งประเทศไทย
วัดกศุ ลสมาคร (โผเพ้อื กตื่อ) เขตสมั พนั ธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร
๒. พระคณานัมธรรมเมธาจารย์ (ณรงค์ ตนิ่ เรียน)
รองเจ้าคณะใหญ่อนมั นิกายแห่งประเทศไทย
วดั สมณานมั บริหาร (กัน๋ เพอ๊ื กตอ่ื ) เขตดสุ ิต กรุงเทพมหานคร
๓. พระคณานมั ธรรมวธิ านาจารย์ (ยุกถอน มนิ เองิ )
ผชู้ ว่ ยเจา้ คณะใหญ่ฝา่ ยขวาอนมั นกิ าย
วดั อุภัยราชบำ�รุง (คนั้ เยิงตอ่ื ) เขตสมั พนั ธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร
๔. พระคณานมั ธรรมวฒุ าจารย์ (บุญชู ต่ินทนิ )
ผูช้ ว่ ยเจ้าคณะใหญ่ฝา่ ยซา้ ยอนัมนกิ าย
วดั ชยั ภูมิการาม (ตีห๋ ง่านตือ่ ) เขตสัมพนั ธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
๕. พระสมณานัมธรี าจารย์ (เดชาธร เกวิ๊กซนั )
ปลดั ขวา
วดั ถาวรวราราม (คนั้ ถ่อต่อื ) อ�ำ เภอเมืองกาญจนบุรี จงั หวดั กาญจนบุรี
๖. พระบริหารอนัมพรต (ชาตชิ ัย เหยยี่ วคัง)
ปลดั ซา้ ย
วดั มงคลสมาคม (โหย่ คน้ั ตอื่ ) เขตสัมพนั ธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร
๗. องสรภาณมธุรส (พชรกรโกศล เหย่ยี วหาย)
รองปลดั ขวา, เลขานุการคณะสงฆอ์ นัมนิกาย
วัดกศุ ลสมาคร (โผเพ้อื กต่ือ) เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
131
๘. องสุตบทบวร (ไพรัตน์ เหวต่ ี)้
รองปลดั ซ้าย
วัดเขตร์นาบญุ ญาราม (เพอื้ กเด้ียนต่อื ) อำ�เภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบรุ ี
๙. องสรพจนสนุ ทร (ปรีชา เถย่ี นกอื )
ผู้ชว่ ยปลัดขวา
วัดอนมั นิกายเฉลิมพระชนมพรรษากาล (หง็อกทนั ต่ือ) จังหวัดสุพรรณบรุ ี
๑๐. องพจนกรโกศล (พสิ ิษฐ์ เถย่ี นบา๊ ว)
ผู้ชว่ ยปลดั ซา้ ย, ประชาสมั พนั ธค์ ณะสงฆ์อนัมนิกาย
วัดธรรมปัญญารามบางมว่ ง (ฮงึ ถน่ั ต่ือ) อำ�เภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม
๑๑. องอนนั ตสรนาท (สมพฒุ มนิ หลับ)
วดั เจรญิ บุญไพศาล (ฮงึ เพ้อื กต่ือ) จงั หวดั กาญจนบุรี
๑๒. องสุตบทอนมั บริหาร (แดง อ๊ีตู)
วัดถาวรวราราม (คนั้ ถ่อตือ่ ) อ�ำ เภอเมืองกาญจนบรุ ี จังหวัดกาญจนบรุ ี
132
วัดอนัมนกิ ายในประเทศไทย
1. วัดกศุ ลสมาคร (โผเพื๊อกต่ือ)
พระมหาคณานัมธรรมปญั ญาธวิ ัตร (ถนอม เถี่ยนถึก) เจ้าคณะใหญอ่ นัมนกิ าย, เจ้าอาวาส
97 ถนนราชวงศ์ แขวงสัมพนั ธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร 10100
โทร. 0-2225-1361 โทรสาร 0-2221-7002
องสรภาณมธุรส รองปลัดขวาอนัมนิกาย, รองเจา้ อาวาส
องวนิ ัยธรเด่นชัย เหว่มิน ผชู้ ่วยเลขานุการฯ, ผูช้ ว่ ยเจา้ อาวาส โทร. 08-9214-9861
2. วัดสมณานัมบรหิ าร (ก๋นั เพอื๊ กต่อื )
พระคณานมั ธรรมเมธาจารย์ (ณรงค์ ตน่ิ เรยี น) รองเจา้ คณะใหญ่อนมั นกิ าย, เจา้ อาวาส
416 ถนนลูกหลวง แขวงสแ่ี ยกมหานาค เขตดสุ ิต กรงุ เทพมหานคร 10300
โทร.0-2281-5235, 08-6825-5115 โทรสาร 0-2281-2326
องสังฆรักษจ์ ักรพนั ธ์ เถ่ยี นเหว่ โทร. 09-5296-5453
องสมหุ ์ธนกฤต เพ๊อื กหงาย โทร. 08-8088-5327
3. วัดอภุ ัยราชบ�ำ รุง (คนั้ เยงิ ต่ือ)
พระคณานมั ธรรมวิธานาจารย์ (ยกุ ถอน มนิ เองิ ) ผูช้ ่วยเจา้ คณะใหญฝ่ ่ายขวาอนัมนกิ าย,
เจา้ อาวาส 864 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดนอ้ ย เขตสัมพันธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร
10100 โทร. 0-2233-3102, 0-2234-4432
องปลดั ประวทิ ย์ เถ่ยี นโงน โทร. 08-1313-7751
องสงั ฆรกั ษศ์ ภุ วชิ ญ์ คั้นเยือง เลขานกุ ารเจา้ อาวาส โทร. 08-7494-5832
4. วดั ชัยภมู ิการาม (ต๋หี ง่านต่อื )
พระคณานมั ธรรมวฒุ าจารย์ (บุญชู ต่ินทิน) ผ้ชู ่วยเจา้ คณะใหญฝ่ ่ายซ้ายอนมั นกิ าย,
เจา้ อาวาส 30 ถนนเยาวพานชิ แขวงจกั รวรรดิ เขตสมั พันธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร
10100 โทร. 0-2224-2218, 08-1920-7937 โทรสาร 0-2225-5286
องปลัดธรรมโรจน์ เถีย่ นจู้ รองเจ้าอาวาส โทร. 08-1806-7937
5. วดั ถาวรวราราม (คนั้ ถอ่ ต่ือ)
พระสมณานมั ธรี าจารย์ (เดชาธร เกวิก๊ ซัน) ปลดั ขวาอนมั นิกาย, เจา้ อาวาส
3 ถนนเจา้ ขุนเณร ต�ำ บลบา้ นเหนอื อ�ำ เภอเมอื งกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบรุ ี 71000
โทร. 034-511-521, 034-513-226, 08-1981-2609
133
6. วดั มงคลสมาคม (โหย่ ค้ันตอ่ื )
พระบริหารอนมั พรต (ชาตชิ ยั เหยย่ี วคงั ) ปลัดซ้ายอนมั นกิ าย, เจ้าอาวาส
48 ถนนแปลงนาม แขวงสมั พนั ธวงศ์ เขตสมั พนั ธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร 10100
โทร. 0-2222-0909
องปลัดธรรมปญั ญาธวิ ตั รธรี ะยุทธ เถยี่ นคาย โทร. 09-4663-8622
7. วัดเขตรน์ าบญุ ญาราม (เพ๊อื กเดีย้ นตื่อ)
องสตุ บทบวร (ไพรตั น์ เหวต่ ้ี) รองปลดั ซ้ายอนัมนกิ าย, เลขานุการคณะสงฆ์อนมั นกิ าย,
เจา้ อาวาส 28 ถนนขวาง ต�ำ บลตลาด อำ�เภอเมืองจันทบรุ ี จังหวัดจนั ทบุรี 22000
โทร. 039-311-329, 09-2247-2285, 09-8430-4238
8. วดั อนมั นกิ ายเฉลิมพระชนมพรรษากาล (หงอ็ กทนั ตอ่ื )
องสรพจนสนุ ทร (ปรีชา เถีย่ นกือ ดร.) ผู้ช่วยปลดั ขวาอนมั นกิ าย, รองเลขานกุ ารคณะสงฆ ์
อนมั นกิ าย, เจา้ อาวาส 208 หมู่ 1 ตำ�บลดอนมะนาว อ�ำ เภอสองพี่นอ้ ง
จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี 72110
โทร. 035-566-136, 08-1880-1573
องสังฆรักษ์หทัย ด่ินเหล่ย โทร.08-9828-8713
9. วัดธรรมปญั ญารามบางม่วง (ฮงึ ถ่นั ต่อื )
องพจนกรโกศล (พิสษิ ฐ์ เถี่ยนบา๊ ว ดร.) ผชู้ ว่ ยปลัดซ้าย, ประชาสัมพันธค์ ณะสงฆอ์ นมั นิกาย,
เจา้ อาวาส 108/8 บา้ นบางมว่ ง หมู่ 8 ซอยโรงเจ ต�ำ บลบางชา้ ง อำ�เภอสามพราน
จังหวัดนครปฐม 73110 โทร. 034-295-341, 08-1439-5900
องสมุหณ์ ัฐกจิ เพ๊อื กยือ เลขานุการเจา้ อาวาส โทร. 09-9713-1891
10. วดั เจรญิ บุญไพศาล (ฮึงเพ๊อื กตอ่ื )
องอนันตสรนาท (สมพุฒ มนิ หลบั ) เจา้ อาวาส
179 บ้านหนองแฟบ หมู่ 3 ต�ำ บลท่ามะขาม อำ�เภอเมอื งกาญจนบุรี จังหวดั กาญจนบรุ ี
71000 โทร. 08-1949-8711
11. วัดอภุ ัยภาติการาม (ตามบ๋าวก็องเผิกต่อื )
องปลัดธรรมปญั ญาธิวัตรธีระยุทธ เถย่ี นคาย เลขานุการเจ้าคณะใหญอ่ นัมนิกาย, เจ้าอาวาส
475/7ก ถนนศภุ กจิ ต�ำ บลหน้าเมอื ง อำ�เภอเมอื งฉะเชิงเทรา จังหวดั ฉะเชิงเทรา 24000
โทร. 038-511-198, 09-4663-8622 โทรสาร 038-511-198
องใบฎีกาพรี ะพล เพือ๊ กเกีย๊ ด เลขานุการเจา้ อาวาส โทร. 08-6963-6056
134
12. วัดโลกานุเคราะห์ (ต้อื เต๊ตอื่ )
องปลดั ธรรมปญั ญาธวิ ัตรรงั สรรค์ คนั้ เต่ือง เจ้าอาวาส
126 ถนนราชวงศ์ แขวงจกั รวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร 10100
โทร. 0-2226-2719, 0-2225-1516, 08-5111-6044
13. วัดถาวรวรารามหาดใหญ่ (คัน้ ถอ่ ตอื่ )
องปลดั ปานชัย เถ่ียนหงอื เจา้ อาวาส
33 ซอยวดั ถาวร ถนนศุภสารรงั สรรค์ ต�ำ บลหาดใหญ่ อ�ำ เภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา
90110 โทร. 08-7479-8242, 08-4194-6634
14. วดั ถำ�้เขานอ้ ย (ล็องเซงิ ต่ือ)
องปลดั วิเชียร เถ่ียนอี๊ เจ้าอาวาส
18/1 บ้านม่วงชุม หมู่ 5 ตำ�บลม่วงชมุ อ�ำ เภอทา่ มว่ ง จังหวดั กาญจนบุรี 71110
โทร. 034-655-233-4, 034-655-421, 08-1849-7199
15. วดั หมนื่ ปีวนาราม (หยา่ งถอ่ ตอ่ื )
องปลัดสุชาติ ตือ่ เยียน ดร. เจ้าอาวาส
251 หมู่ 11 บ้านปากแรต ต�ำ บลปากแรต อ�ำ เภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบรุ ี 70110
โทร. 034-511-521, 08-5508-2152
16. วัดศรัทธายม้ิ พานชิ วราราม (โผเจ๊ียวตอื่ )
องวนิ ัยธรเอนก เถ่ยี นหลาก เจ้าอาวาส
63/66 ถนนนรราชอุทิศ ต�ำ บลท่าทราย อ�ำ เภอเมอื งสมทุ รสาคร จงั หวัดสมทุ รสาคร
74000 โทร. 06-3521-3310
17. วัดสุนทรประดษิ ฐ์ (คั้นอังตอ่ื )
องวนิ ัยธรกุศล เถี่ยนดก๊ึ เจ้าอาวาส
44/3 ถนนอดลุ ยเดช ตำ�บลหมากแข้ง อ�ำ เภอเมอื งอดุ รธานี จงั หวัดอดุ รธานี 41000
โทร. 042-221-124, 08-6638-5099
องใบฎกี าพิชยั ภษู ติ เหวถ่ ่ัน ผู้ช่วยเจา้ อาวาส โทร. 08-9183-4126
18. วัดอนัมนกิ ายาราม (กวา๋ งเพอื๊ กต่อื )
องธรรมธรมานติ ย์ เทยี นท่าน เจา้ อาวาส
803/1 ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงบางซ่อื เขตบางซื่อ กรงุ เทพมหานคร 10800
โทร. 0-2912-7470, 08-4121-7984
องปลัดสทิ ธิศกั ด์ิ เถ่ยี นยา โทร. 09-2473-3544
135
19. วดั ศริ ิจรรยาธรรมปญั ญาราม (ฮึงเยิงตอ่ื )
องสังฆรกั ษ์กจิ ธบุษฐ์ ถน่ั ตว่ึ เจา้ อาวาส
104/3 ถนนรงั สติ -นครนายก หมู่ที่ ๓ ตำ�บลรงั สิต อ�ำ เภอธัญบุรี จงั หวดั ปทมุ ธานี
2110 โทร. 09-2270-6555
20. วดั นพรตั นว์ นาราม (เพอ๊ื กถ่อตือ่ )
องสตุ บทบวร (ไพรัตน์ เหวต่ )้ี รองปลดั ซา้ ยอนัมนิกาย, เลขานุการคณะสงฆ์อนมั นกิ าย,
ผู้รกั ษาการแทนเจา้ อาวาส
บ้านทงุ่ บอน หมูท่ ่ี 1 ตำ�บลปัถวี อ�ำ เภอมะขาม จงั หวดั จนั ทบุรี 22150
โทร. 09-2247-2285, 09-8430-4238
21. วัดมหายานกาญจนมาสราษฎรบ์ ำ�รุง (คั้นซนั ตอ่ื )
พระมหาคณานมั ธรรมปัญญาธวิ ัตร (ถนอม เถยี่ นถึก) , ผ้รู กั ษาการแทนเจ้าอาวาส
9 ถนนมหาภาส ต�ำ บลสะเตง อ�ำ เภอเมืองยะลา จงั หวัดยะลา 95000
พระคงศักดิ์ เถย่ี นเตื๊อง ผู้ปฏบิ ตั หิ น้าท่แี ทน โทร. 09-6417-4656, 06-1161-7829
22. วดั ประถมพทุ ธาราม (เผกิ กวางตอื่ )
องสรภาณมธรุ ส (พชรกรโกศล เหยี่ยวหาย) รองปลดั ขวาอนัมนิกาย,
ผู้ปฏบิ ตั ิหน้าที่แทนเจ้าอาวาส ,ประธานสงฆ์อนัมนิกายในสหรฐั อเมรกิ า
Anamnikaya Association, 1635 N.LAKE, PASADENA, CA. USA.
23. วัดสขุ าวดอี นัมวนาราม (กกึ หลากตอ่ื )
องปลดั สันติ ถ่ออาง เจ้าอาวาส
บา้ นแม่ปะ หมู่ที่ 6 ตำ�บลสะเมงิ เหนือ อำ�เภอสะเมิง จังหวดั เชยี งใหม่ 50250
โทร. 08-9213-3412
24. วดั มหาโพธสิ ตั วอ์ นัมนกิ ายาราม (กวนอิมตื่อ)
พระมหาคณานมั ธรรมปญั ญาธิวตั ร (ถนอม เถ่ยี นถกึ ), ผรู้ ักษาการแทนเจ้าอาวาส
บ้านชฏั ป่าหวาย หมู่ที่ 1 ต�ำ บลทา่ เคย อ�ำ เภอสวนผ้งึ จงั หวดั ราชบุรี 70180
องพจนกรโกศล (พสิ ิษฐ์ เถ่ียนบ๊าว ดร.) ผ้ปู ฏิบัตหิ นา้ ที่แทน โทร. 08-1439-5900
136
ส�ำ นกั สงฆ์ในสังกัดคณะสงฆอ์ นมั นกิ าย
1. ส�ำ นกั สงฆต์ าลเลยี นอนัมพรต
องวินยั ธรกศุ ล เถยี่ นดกึ๊ ผรู้ ักษาการแทน เจา้ สำ�นกั
บา้ นตาลเลยี น หมู่ 1 ตำ�บลตาลเลียน อำ�เภอกุดจับ จงั หวัดอดุ รธานี 41250
โทร. 08-6638-5099
2. สำ�นักสงฆ์ถ�ำ ก้ ลองทิพย์ (เขาแกลต)
องสตุ บทบวร (ไพรัตน์ เหว่ตี้) รองปลัดซา้ ยอนัมนิกาย, ผูร้ ักษาการแทนเจ้าสำ�นัก
บ้านสวิ้ หมู่ 1 ตำ�บลสองพ่ีนอ้ ง อ�ำ เภอทา่ ใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี 22120
องใบฎกี าสหพณ เพือ๊ กตั้น ดร. ผปู้ ฏบิ ัติหนา้ ท่แี ทน โทร. 06-1359-3595
3. สำ�นักสงฆแ์ ดนสขุ าวดวี ิถีเซน
พระคงศักดิ์ เถ่ยี นเตื๊อง เจ้าส�ำ นกั
302 บา้ นหนองผกั บุ้ง หมทู่ ี่ 2 ต�ำ บลสวนผึง้ อำ�เภอสวนผึง้ จงั หวัดราชบรุ ี 70180
โทร. 09-6417-4656, 06-1161-7829
4. ส�ำ นักสงฆว์ ดั แสงมณวี ชริ มงคล
พระคงศกั ด์ิ เถย่ี นเตอื๊ ง เจา้ ส�ำ นกั
บา้ นดอนมะขามเฒา่ หมทู่ ่ี 3 ตำ�บลเตาปนู อ�ำ เภอโพธาราม จังหวดั ราชบรุ ี 70120
โทร. 09-6417-4656, 06-1161-7829
๕. สำ�นักสงฆอ์ นมั งามศรสี ุขุมพฒั น์
137
138
วดั
ในคณะสงฆ์อนมั นิกาย
139
140
วัดั กุศุ ลสมาคร (โผเพื้�อกตื่�อ)
แขวงสััมพันั ธวงศ์์ เขตสััมพัันธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร
วััดกุุศลสมาคร สร้้างเมื่�อ พ.ศ. ๒๓๘๔ และได้้รัับพระราชทาน
วิิสุุงคามสีีมาเมื่�อ พ.ศ. ๒๔๐๐ ได้้รัับพระราชทานนามเป็็นภาษาอนััมว่่า
“ซักั ต๊า๊ ฮึงึ เกวิ๊�กโผเพื้�อกตื่�อ” หรือื ที่�ชาวอนัมั มักั เรีียกว่า่ “จั่�วโผเพื้�อก” และ
นิยิ มเรียี กกัันเป็น็ ภาษาจีนี ว่่า “โผวฮกหยี่�” ได้้รัับพระราชทานนามว่า่ “วััด
กุศุ ลสมาคร” มีคี วามหมายว่า่ “วััดที่่�มีแี ต่ค่ วามดีี ความบริสิ ุุทธิ์� ดุุจนํ้�าใน
สาคร”
วััดกุุศลสมาครนั้�น ไม่ม่ ีหี ลักั ฐานใด ๆ ปรากฏชัดั ว่่าผู้�ใดเป็็นผู้�ถวาย
ที่่�ดินิ ให้ต้ั้�งวัดั เพราะหลักั ฐานบางส่ว่ นถูกู ไฟไหม้ท้ ำลายไปในคราวที่�เกิดิ อัคั คีี
ภััยในอดีีต ได้้แต่่เพียี งสัันนิิษฐานว่า่ ตระกููลของพระเจริญิ ราชธน (เท่่ง เลา
ห เ ศ ร ษ ฐีี ) เ ป็็ น ผู้� ม อ บ ที่่�ดิิ น ใ ห้้ ตั้� ง วัั ด เ พ ร า ะ ต า ม ห ลัั ก ฐ า น
ที่�ปรากฏชัดั ในเอกสารหอจดหมายเหตุแุ ห่ง่ ชาติิ ซึ่�งได้ม้ ีกี ารบันั ทึกึ เรื่�องของ
ท่่านเจ้้าอธิิการเยีียนหมาง อดีีตเจ้้าอาวาสรููปที่�สอง วััดกุุศลสมาครได้้มีี
หนังั สือื กราบบังั คมทูลู พระกรุณุ าเพื่�อขอผูกู พัทั ธสีมี าและฉลองเป็น็ พระราช
กุศุ ล วันั ที่� ๓๐ พฤศจิกิ ายน ร.ศ.๑๑๘ สมัยั พระบาทสมเด็จ็ พระจุลุ จอมเกล้า้
เจ้้าอยู่่�หััว รััชกาลที่� ๕ ซึ่�งมีีใจความตอนหนึ่�งว่่า “ด้้วยวััดกุุศลสมาครนั้�น
อาตมภาพกับั สัปั ปุรุ ุษุ ทั้�งหลาย มีอี ุบุ าสิกิ าอิ่�ม ภรรยาพระเจริญิ ราชธน (เท่ง่ )
เป็น็ ประธาน ได้้ช่ว่ ยกัันปฏิิสัังขรณ์์เสร็็จแล้้ว และมีกี ารฉลองเมื่�อวัันที่� ๑๐
พฤศจิกิ ายน ร.ศ. ๑๑๘ ครั้�งหนึ่�งแล้้วแต่่ยัังหาได้ผ้ ูกู พััทธสีีมาไม่่ อาตมภาพ
กัับอุุบาสิิกาอิ่�มขอรับั พระราชทานที่่�ผูกู พััทธสีมี าโดยกว้้าง ๘ วา ๙ นิ้�ว ยาว
๑๒ วา ๑๑ นิ้�ว ขอเจ้า้ คุณุ ได้้อนุเุ คราะห์์นำความกราบบังั คมทูลู พระกรุณุ า
การจะควรประการใดสุดุ แล้ว้ แต่จ่ ะทรงพระกรุุณาโปรด” จากข้อ้ ความดััง
กล่า่ วข้า้ งต้น้ ทำให้ส้ ันั นิิษฐานได้ว้ ่่า ตระกูลู ของพระเจริิญราชธน (เท่่ง)
141
โดยมีีภรรยาคือื อุุบาสิกิ าอิ่�ม เป็น็ ประธานในการทำให้้ที่่�ดิินผืืนนี้�เป็็นพุทุ ธาวาส ด้้วยการ
จััดทำให้้เป็น็ วััดตามระเบีียบของทางราชการในสมัยั นั้�น
ตระกููลเลาหเศรษฐีี เป็็นจีีนฮกเกี้�ยน แซ่่เหลา ย้้ายมาจากเมืืองเจีียงจิิว พระเจริิญ
ราชธน (เท่่ง เลาหเศรษฐี)ี เข้า้ มาอยู่�ในประเทศสยามตั้�งแต่อ่ ายุไุ ด้้ ๑๕ ปีี ด้้วยเป็น็ ญาติิร่ว่ มแซ่่กับั
พระยาพิิสณฑ์์สมบััติิบริิบููรณ์์ (ยิ้�ม ต้้นสกุุล พิิศลยบุุตร) ซึ่�งมาตั้�งตััวได้้เป็็นปึึกแผ่่นมั่�นคง
ก่่อน แล้้วจึึงได้้ชวนพระเจริิญราชธน (เจ้้าสััวเท่่ง) เข้้ามาอยู่่�ด้้วย และได้้ภรรยาชื่�อ อิ่�ม
ซึ่�งภายหลัังเมื่�อสามีีสิ้�นชีีพและได้้ช่่วยราชการมีีความชอบ สมเด็็จพระพุุทธเจ้้าหลวง
ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ พระราชทานเครื่�องราชอิิสริิยาภรณ์์จุุลจอมเกล้้าฝ่่ายในมีียศเป็็น
คุุณหญิิง) ซึ่�งคนทั้�งหลายมักั เรียี กท่่านว่า่ “เจ้า้ สััวเท่่ง” ตั้�งเคหสถานเป็น็ หลักั แหล่่งอยู่�ที่�ริมคลอง
ผดุงุ กรุงุ เกษม
พระประธานในอุุโบสถนั้�น เดิิมเป็็นพระพุุทธรููปเก่่าแก่่อยู่่�คู่่�กัับอุุโบสถมาตั้�งแต่่เริ่�ม
สร้า้ ง มีีนามว่่า “พระศรีศี ากยมุนุ ีเี ส็็กเกีียยููไล” หรืือรู้�จักกันั ในนามว่่า พระยููไล ซึ่�งเดิมิ ทีเี ดียี วเป็็น
พระพุุทธรููปที่่�มีีขนาดองค์์ไม่่ใหญ่่นััก อยู่่�คู่่�กัับเยาวราชมาร่่วมร้้อยปีี ต่่อมาภายหลััง
พระครููบริิหารอนััมพรต (เจริิญ กิ๊�นเจี๊�ยว) หรือื พระมหาคณานััมธรรมปััญญาธิวิ ัตั ร เจ้้าคณะใหญ่่
อนััมนิิกาย เจ้้าอาวาสวััดกุุศลสมาครรููปปััจจุุบััน ได้้เป็็นผู้�นำพุุทธศาสนิิกชนบููรณะองค์์
พระพุุทธรููปใหม่่ โดยใช้้ปููนปั้้�นโบกทัับองค์์เก่่าให้้ใหญ่่ขึ้�นกว่่าองค์์เดิิม จนกระทั่�งประมาณปีี
พุทุ ธศักั ราช ๒๕๔๗ ได้้บููรณะครั้�งล่า่ สุุด มีีการลงรัักปิดิ ทอง ทำให้้องค์พ์ ระยููไลสวยและเด่น่ สง่่า
คู่่�กัับอุโุ บสถวัดั กุุศลสมาครเป็น็ อย่า่ งมากดัังที่�เห็น็ อยู่�ในปัจั จุุบััน
142
นอกจากนี้้�ยัังมีีพระโพธิิสััตว์์อีีกหลายองค์์ในอุุโบสถ เช่่น พระอวโลกิิเตศวรโพธิิสััตว์์
หรืือพระแม่่กวนอิิมปางเหยีียบปลา ท้้าวมหาชมพูู หรืือพระเวทโพธิิสััตว์์ผู้�เป็็นธรรมบาล
พระกษิติ ิิครรภโพธิสิ ััตว์์ พระศรีีอาริยิ เมตไตรยหรืือหนี่�เล็็กฮุกุ โจ้้ว เป็็นต้้น
วดั กศุ ลสมาครในปจั จบุ ันมี องสรภาณมธุรส ผรู้ กั ษาการแทนเจ้าอาวาส ซง่ึ ด�ำ รง
ตำ�แหนง่ เป็นเจ้าอาวาสรูปท่ี 6 โดยมีอดตี เจา้ อาวาสดงั นี้
๑. องพจนกรโกศล (เหล มหาเถระ) ๒.พระครคู ณานัมสมณาจารย์ (เวยี งหมาง)
๓.พระภกิ ษุเซ่งก่ี โคมเวียน ๔.พระมหาคณานัมธรรมปญั ญาธวิ ตั ร (กน๊ิ เจ๊ยี ว)
๕.พระมหาคณานัมธรรมปญั ญาธวิ ัตร (เถยี่ นถึก)
๖.องสรภาณมธุรส (เหย่ยี วหาย) ผู้รกั ษาการแทนเจา้ อาวาส
วัดั กุศุ ลสมาคร นอกจากจะเป็น็ ที่�พึ่�งที่่�ยึดึ เหนี่�ยวทางจิติ ใจจากอดีตี มาจนถึงึ ปัจั จุบุ ันั
แล้้ว พระมหาคณานััมธรรมปััญญาธิิวััตรได้้มองการณ์์ไกลและมีีความประสงค์์จะสร้้าง
โรงเรีียนเพื่ �อให้้เด็็กเยาวชนชาวพุุทธได้้เรีียนหนัังสืือเพื่ �อจะได้้เป็็นศาสนทายาทในภายภาค
หน้้า ท่า่ นได้ใ้ ช้้เวลาศึึกษาวิิธีีการและรอโอกาสเหมาะสมนานถึงึ ๕๐ ปีี จึึงได้้สร้า้ งโรงเรีียน
แห่ง่ แรกของคณะสงฆ์อ์ นัมั นิกิ ายขึ้�นชื่�อว่า่ “โรงเรียี นกุศุ ลสมาครวิทิ ยาลัยั ” ภายใต้ก้ ารอนุมุ ัตั ิิ
และอุปุ ถัมั ภ์์ของ ฯพณฯ ศาสตราจารย์ม์ ารุุต บุนุ นาค รัฐั มนตรีวี ่่าการกระทรวงศึึกษาธิกิ าร
เมื่�อปีี พ.ศ. ๒๕๓๒ และอยู่�ภายใต้้การอุปุ ถัมั ภ์์ของคณะสงฆ์์อนััมนิิกายแห่่งประเทศไทย
โรงเรียี นกุศุ ลสมาครวิทิ ยาลัยั ปัจั จุบุ ันั เปิดิ ทำการเรียี นการสอนตามพระราชบัญั ญัตั ิิ
การศึกึ ษาขั้�นพื้�นฐาน ช่ว่ งชั้�นที่� ๓ (ม.๑ - ม.๓) และช่ว่ งชั้�นที่� ๔ (ม.๔ - ม.๖) ซึ่�งเปิดิ โอกาส
ทางการศึึกษาสำหรัับเยาวชนที่่�ต้้องการบวชเรีียนในพระพุทุ ธศาสนา
143
วัดั โลกานุุเคราะห์์ (ตื่�อเต๊๊ตื่�อ)
ถนนราชวงศ์์ แขวงจักั รวรรดิิ เขตสัมั พันั ธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร
วััดโลกานุุเคราะห์์ ตั้�งอยู่�เลขที่� ๑๒๖ ซอยผลิิตผล ถนนราชวงศ์์ แขวงจัักรวรรดิิ เขต
สัมั พันั ธวงศ์์ กรุงุ เทพมหานคร เป็น็ วัดั ในพระพุทุ ธศาสนาฝ่า่ ยมหายาน สังั กัดั คณะสงฆ์อ์ นัมั นิกิ าย
สร้้างในสมััยปลายรััชกาลที่� ๓ เมื่�อประมาณปีี พ.ศ. ๒๓๙๔ โดยพ่่อค้้าชาวจีีนและชาวญวน
ได้้ร่่วมกัันสร้้างเป็็นสำนัักสงฆ์์เพื่ �อใช้้เป็็นศาสนสถานประกอบศาสนกิิจตามลััทธิิพิิธีีทางฝ่่าย
พระพุทุ ธศาสนาลัทั ธิมิ หายาน และได้อ้ าราธนาพระญวนในคณะสงฆ์อ์ นัมั นิกิ ายมาจำพรรษา (จาก
พระนิิพนธ์์ของสมเด็็จพระเจ้้าบรมวงศ์์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุุภาพ เรื่�องตำนาน
พระญวนในประเทศไทย) ต่่อมาในสมัยั รัชั กาลที่� ๕ ได้ร้ ัับอนุุญาตเปลี่�ยนประเภทจากสำนัักสงฆ์์
เป็็นวััด เมื่�อ พ.ศ. ๒๔๓๐
144
เดิิมวััดโลกานุุเคราะห์์นี้้�มีีชื่�อตามอัักษรจีีนว่่า 慈濟寺
อ่า่ นเป็็นเสีียงสำเนีียงภาษาญวนว่่า ตื่�อเต๊๊ตื่�อ ในทางคณะสงฆ์์เรีียก
กันั ว่า่ วัดั ตื่�อเต๊ต๊ื่�อ ส่ว่ นพุทุ ธศาสนิกิ ชนทั่�วไปนิยิ มเรียี กกันั ว่า่ วัดั ญวน
ราชวงศ์์ หรือื เรีียกอีกี ชื่�อหนึ่�งว่า่ วัดั ญวนต้้นสน เมื่�อ ร.ศ. ๑๑๘ ตรง
กัับ พ.ศ. ๒๔๔๒ เจ้า้ อธิกิ ารวิ่�นกิมิ เจ้้าอาวาสในขณะนั้�น โดยมีีพระ
ครูคู ณานัมั สมณาจารย์์ (จี๊�หล็อ็ บ) วัดั สมณานัมั บริหิ าร เจ้า้ คณะใหญ่่
อนัมั นิกิ าย ในฐานะประมุขุ สงฆ์ค์ ณะสงฆ์ฝ์ ่า่ ยอนัมั นิกิ าย ได้ม้ ีหี นังั สือื
แจ้้งความประสงค์์ถึึงเจ้า้ พระยาภาสกรวงษ์์ ให้น้ ำความกราบบัังคม
ทูลู พระบาทสมเด็็จพระจุลุ จอมเกล้า้ เจ้า้ อยู่่�หััว รัชั กาลที่� ๕ เพื่�อขอ
พระบรมราชานุุญาตให้้พระราชทานนามวััดตื่�อเต๊๊ตื่�อ ให้้เป็็นชื่�อ
ภาษาสยาม เมื่�อความทราบฝ่่าละอองธุุลีีพระบาท จึึงได้ม้ ีีพระราช
กระแสรัับสั่ �งให้้เจ้้าพระยาภาสกรวงศ์์กลัับมาสอบถามความหมาย
ของคำว่า่ ตื่�อเต๊๊ตื่�อนั้�นแปลว่า่ อะไร พระครููคณานัมั สมณาจารย์์ (จี๊�
หล็็อบ) จึึงมีหี นังั สืือชี้�แจงไปว่่า ความหมายของคำว่่า ตื่�ออัักษรตััว
แรก แปลว่า่ เมตตา เต๊๊ อักั ษรตัวั ที่�สอง แปลว่า่ อนุเุ คราะห์์ ตื่�อ อักั ษร
ตััวสุุดท้้าย แปลว่่า วัดั พระบาทสมเด็จ็ พระจุลุ จอมเกล้้าเจ้า้ อยู่่�หัวั
รััชกาลที่� ๕ จึึงโปรดเกล้้าโปรดกระหม่่อม พระราชทานนามว่่า
วััดโลกานุุเคราะห์์ เมื่�อวันั ที่� ๒๖ สิงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๔๒
145
วััดอนัมั นิกิ ายาราม (กว๋า๋ งเพื้�อกตื่�อ)
แขวงบางซื่�อ เขตบางซื่�อ กรุงุ เทพมหานคร
วดั อนมั นกิ ายาราม (กว๋างเพอ้ื กตื่อ) วดั ญวนบางโพ สรา้ งข้นึ ในราวปี พ.ศ. ๒๓๓๐
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเมื่อครั้งท่ีองเชียงสือได้เข้ามาพ่ึง
พระบรมโพธิสมภารในประเทศไทยและครอบครัวขององโหเดืองด๊ึกและองทงยุงยานก็ได้
ยา้ ยตามองเชียงสือเข้ามาตั้งรกรากอย่ทู ี่บา้ นบางโพตลอดมา ตามหลกั ฐานปรากฏว่าญวน
พวกขององเชยี งสอื น้ีไดร้ ว่ มกนั สรา้ งวัดญวนข้ึนในสมัยน้ันรวม ๒ วดั คือ ๑. วดั ค้ันเยงิ
ตือ่ (วัดอุภัยราชบ�ำ รุง) ๒. วดั กวา๋ งเพอ้ื กตอ่ื (วัดอนมั นกิ ายาราม) ส�ำ หรับวดั กวา๋ งเพ้ือกต่อื
หรือวัดญวนบางโพนน้ั ตามตำ�นานไม่ไดร้ ะบไุ ว้ชัดวา่ สร้างขึน้ เมอ่ื ปีใดในรัชกาลที่ ๑ แต่ก็
พอสันนิษฐานได้วา่ สรา้ งข้นึ ในราวปี พ.ศ.๒๓๓๐ คือภายหลงั จากท่ที รงพระกรุณาโปรด
เกล้าโปรดกระหม่อมให้ญวนของพวกองเชียงสืออพยพจากตำ�บลคอกกระบือไปอยู่ท่ีตำ�บล
บางโพและตอ่ มาวัดนพี้ ระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ ๔ ไดพ้ ระราชทาน
นามเสยี ใหม่วา่ “วัดอนมั นกิ ายาราม” มาจนถงึ ปัจจุบัน
146
ลำ�ดบั เจา้ อาวาส
ในช้ันแรกท่ีต้ังวัดอนัมนิกายารามในรัชกาล
ที่ ๑ - ๒ นั้น ไม่ปรากฏชื่อเจา้ อาวาส สันนษิ ฐานว่าเจ้า
อ า ว า ส ท่ี ค ร อ ง วั ด ค ง เ ป็ น พ ร ะ ญ ว น ท่ี บ ว ช เ รี ย น ม า จ า ก
เมืองญวน ประกอบกบั พระญวนในยุคน้นั ยังไมไ่ ดร้ ับการ
ยกย่องในทางราชการใหเ้ ขา้ ร่วมใหพ้ ระราชพิธี จึงไม่มกี าร
จดชอ่ื เจ้าอาวาสบนั ทึกไว้เป็นหลักฐาน ช่ือเจ้าอาวาสที่ครอง
วัดอนัมนิกายารามเพ่งิ ปรากฏเป็นหลกั ฐานในรชั กาลท่ี ๓ วา่
พระครูบริหารอนัมพรต (เหย่ียวกรา่ ม) เปน็ ผคู้ รองวัด และ
ต่อมาพระครบู รหิ ารอนมั พรตรปู น้ี ไดพ้ ระราชทานเลื่อน
สมณศักด์เิ ป็นท่ี พระครูคณานัมสมณาจารย์ เจา้ คณะใหญ่
อนัมนิกายรูปท่ี ๒ ในรัชกาลที่ ๕ เพราะฉะน้นั เจา้ อาวาสท่ี
ครองวัดน้ี ซงึ่ มสี มณศกั ด์ิมรี ายนามดงั ต่อไปนี้ คือ
๑. พระครคู ณานมั สมณาจารย์ (องเหยี่ยวกรา่ ม) องคป์ ฐม
๒. องสุตบทบวร (กรุงเออื ง)
๓. องอนนตสรภญั (ตร้ลี ิน)
๔. องสุตบทบวร (ว่างเยือง)
๕. องอนนตสรภัญ (อางถนุ่ หล)ี
๖. องสุตบทบวร (ติ่นมิน เฉลมิ )
๗. พระคณานมั ธรรมวิธานาจารย์ (สมาน ว่างเยียน)
๘. องธรรมธรมานิตย์ เทยี นท่าน
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เกิดเพลิงไหมอ้ โุ บสถวัดทงั้ หลัง
จงึ มีการกอ่ สรา้ งอุโบสถหลังใหมพ่ ร้อมท้ังพระประธาน เม่อื
การก่อสรา้ งแล้วเสร็จได้ประกอบพธิ ีฉลองอุโบสถ และพระ
ประธาน เม่ือวนั ที่ ๑๑ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยพระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช และสมเดจ็ พระ
นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชด�ำ เนนิ มาทรง
เปน็ ประธานในพิธีดงั กลา่ ว ส่งิ สำ�คัญในวดั ไดแ้ กพ่ ระอุโบสถ
เป็นศิลปะการก่อสร้างแบบญวนหรือเวียดนามมีความเป็น
เอกลกั ษณ์ทโ่ี ดดเด่นและสวยงาม
147
วััดสมณานััมบริหิ าร (กั๋�นเพื้�อกตื่�อ)
แขวงสี่�แยกมหานาค เขตดุุสิิต กรุงุ เทพมหานคร
วดั สมณานมั บรหิ าร (วัดญวน สะพานขาว) เป็นพระอารามในสงั กัดคณะสงฆ์
อนัมนกิ ายแห่งประเทศไทย ต้งั อยรู่ ิมคลองผดงุ กรุงเกษม แขวงส่แี ยกมหานาค เขตดุสิต
กรุงเทพมหานคร สรา้ งขึ้นโดยชาวญวนท่ีอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในรัชสมัยของ
พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว ( รชั กาลท่ี 3 ) โดยแตเ่ ดิมมีชอื่ วา่ “วัดเก๋ียงเพือ้ กต่ือ”
ต่อมาในปี พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หัว ( รชั กาลท่ี 5 )
ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ปฏิสงั ขรณพ์ ระอารามแหง่ นี้ และไดท้ รง พระราชทานนาม
ใหม่วา่ “วัดสมณานมั บรหิ าร” อนั มีความหมายวา่ “ศาสนสถานอันมีสมณะแหง่ อนัมนกิ าย
เป็นผ้ดู แู ลบรหิ าร” ซงึ่ มีพระครคู ณาสมณาจารย์ (หยวิ กร่าม จี๊หลับ) เป็นเจา้ อาวาสรปู แรก
โดยมีพระชลธารวนิ จิ ฉัย กับขุนอนัมคามบรริ กั ษ์ เป็นผู้น�ำ ศรทั ธาสาธชุ นมาร่วมสรา้ ง
อกี ทงั้ ได้ทรงพระราชทานตรา “พระจลุ มงกฎุ ” สัญลักษณป์ ระจ�ำ พระองค์ ให้เป็น
สว่ นหนึง่ ในตราสัญลกั ษณข์ องพระอารามเพ่อื ความเปน็ สิรมิ งคล ตราบจนปจั จบุ นั
มีเจ้าอาวาสตามลำ�ดับดงั นี้
รูปที่ ๑ พระครูคณานัมสมณาจารย์ (หยวิ กร่าม จี๊หลบั )
รูปที่ ๒ องสรพจนสนุ ทร (เผื่องเกย๊ี น)
รูปที่ ๓ องสรพจนสุนทร (เจนิ ตรุง)
รปู ท่ี ๔ องสรภาณมธุรส (บา๋ วเองิ )
รูปที่ ๕ องอนนั ตสรนาท (กิมฟ)ู่
รปู ท่ี ๖ พระคณานัมธรรมเมธาจารย์ (ณรงค์ ตน่ิ เรยี น) ตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ - ปัจจุบัน
148
149
150