The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

BOOK ธรรมะหน้ากุฏิ เล่ม 5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2020-07-21 22:08:40

BOOK ธรรมะหน้ากุฏิ เล่ม 5

BOOK ธรรมะหน้ากุฏิ เล่ม 5

ธรรมะหน้ากุฏิ

เดิมทีก็อยากจะให้ฟังท่ีบ้านกัน เพราะมัน
ก็เหมือนกันแหละ อันที่พูดมันก็ตรงไปที่บ้าน
ตรงเข้าไปในเครื่อง อยู่ที่บ้านหรืออยู่ท่ีไหน
เวลาฟังก็ได้ธรรมอันเดียวกัน แต่อาจจะต่างท่ี
บรรยากาศ เพราะที่บ้านของญาติโยมส่วนใหญ่
ก็คงจะเป็นท่ีมีเร่ืองราวต่างๆ มีเหตุการณ์ต่างๆ
จึงจะไม่ค่อยสงบ พอไม่สงบ เวลาฟังก็ไม่ได้รส
ไดช้ าติ การฟงั ธรรมนต้ี อ้ งมคี วามสงบ มสี ถานท่ี
สงบ เป็นที่เสริมการฟังธรรมให้ได้รสได้ชาติ
ไดค้ ณุ ไดป้ ระโยชน์ สถานทสี่ งบแลว้ กายวาจาใจ
กต็ ้องสงบดว้ ย


ค� ำ น� ำ

ท่านอาจารย์มักสอนบรรดาศิษย์บ่อยครั้ง ให้ลอง
กักขังตวั เองไวใ้ นหอ้ งไม่ให้ออกไปไหนทัง้ วนั ท่านว่า
ให้ตอ่ สกู้ บั กเิ ลสความอยากของใจ
เมื่อถึงคราวถูกกักล็อคดาวน์จากโควิด ไม่สามารถ
ไปวัดได้ จึงเขา้ ใจถึงการฝึกฝนตนในขอ้ น้ี ภยั ของใจ
จากโควิดจึงคลายร้อนรุ่มลงได้เม่ือได้ฟังธรรม
หนา้ กฏุ ทิ กุ ๆ สว่ี นั ประจกั ษใ์ จแลว้ วา่ ชอ่ื วา่ ธรรมของ
พระพทุ ธเจา้ แสดง ณ กาลใด สถานทใี่ ด ไมว่ ่าจะเป็น
ศาลาใหญ่ จลุ ศาลา หรอื หนา้ กฏุ ิ “รสแหง่ ธรรมยอ่ ม
ชำ� นะรสท้งั ปวง”

คณะศิษยานุศษิ ย์

พิมพเ์ ผยแผเ่ ปน็ ธรรมทาน
หา้ มจ�ำหนา่ ย


ธรรมะหนา้ กุฏิ เล่ม ๕

ตอนนเี้ ราจะมกี ารแสดงธรรมกนั ทกุ วนั เสาร์ วนั อาทติ ย์
วันหยุดราชการ วันหยุดชดเชย และวันพระ น่ีคือ
ตารางเวลาของการแสดงธรรมในปจั จบุ นั ตอนนยี้ งั ขน้ึ
ไปแสดงธรรมที่บนเขาชโี อนไม่ได้ เพราะทางราชการ
ยังไมอ่ นญุ าตให้ข้ึนไป เพราะกลัวว่าจะไปแพรเ่ ชอ้ื ไป
ตดิ เชือ้ กนั กเ็ ลยมาพบกนั ที่น่ี (หนา้ กฏุ )ิ แทน
การพบกันท่ีน่ีก็ตามมีตามเกิด ไม่ได้เตรียมอะไรไว้
รบั รอง ตอ้ งหาเสอื่ หาอะไรมาปนู งั่ กนั เอง ถา้ นง่ั เกา้ อก้ี ็
เอาเกา้ อพ้ี บั มา ถา้ ชว่ งวนั ไหนมฝี นฟา้ กถ็ อื รม่ มาดว้ ย
เพราะเราจะนั่งอยู่กลางแจ้ง นั่งอยู่ตามร่มไม้ ก็มที ี่
หลบฝนไดบ้ า้ งแตไ่ มม่ ากกข็ อใหเ้ รายดึ หลกั “อตั ตาหิ

4


พระอาจารย์สชุ าติ อภิชาโต

อัตตโน นาโถ” ตนเป็นที่พ่ึงของตน แล้วเราจะ
สบายใจ จะได้ไม่ต้องไปมปี ัญหากบั ใคร เพราะเรา
เตรียมพร้อมทุกอย่าง พร้อมที่จะรับกับเหตุการณ์
ตา่ งๆ ที่จะเกิดขึ้น แล้วก็ขอความกรุณาว่าอย่ามา
กอ่ สรา้ งทม่ี งุ ทบี่ งั อะไร เพราะมนั จะไมเ่ ปน็ ธรรมชาติ
สถานท่ีมีการก่อสร้างน้ีมันจะท�ำให้ความเป็น
ธรรมชาติหายไป บรรยากาศการฟงั ธรรมนี้จะไมไ่ ด้
รสชาติถา้ มันไม่เปน็ ธรรมชาติ
นี่ก็เป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการมาฟังเทศน์
ฟงั ธรรมทีน่ ่ี 

5


ธรรมะหนา้ กุฏิ เล่ม ๕

ท่ีมาของ
วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษาเป็นวันท่ีพระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติหรือทรง
ก�ำหนดให้พระภิกษุสามเณรอยู่ประจ�ำที่ตลอดระยะเวลา
๓ เดือน นบั ตง้ั แตว่ ันนี้ คือวันแรม ๑ ค่ำ� เดือน ๘ ไมว่ า่ จะอยู่
ในทใ่ี ดกต็ าม พอถึงวนั แรม ๑ คำ่� เดือน ๘ ก็ตอ้ งหยดุ การ
เดินทางไปไหนมาไหน ให้อยู่กับที่ เนอ่ื งจากในสมยั พทุ ธกาล
เวลาทีพ่ ระเณรเดนิ ทางไปหาสถานทป่ี ลกี วิเวก มักจะต้องเดนิ
ตดั ทงุ่ นา แลว้ ชว่ งนเ้ี ปน็ ชว่ งฤดฝู น เปน็ ชว่ งเพาะปลกู เวลาพระ
เณรเดินลัดทุ่งนาก็มักจะไปเหยียบต้นข้าวท่ีเขาเพ่ิงปลูกใหม่
ทำ� ให้เกดิ ความเสยี หายต่อชาวนาชาวไร่ ชาวนาชาวไร่ก็เลยไป
กราบทลู ขอความเมตตาจากพระพทุ ธเจา้ เมอื่ ทรงพจิ ารณาเหน็
ความเดือดร้อนของชาวนาชาวไร่ ก็เลยทรงรับส่ังให้พระภิกษุ
สามเณร นกั บวชภกิ ษณุ ี ทอ่ี ยใู่ นศาสนาพทุ ธทง้ั หมดน้ี ใหร้ ะงบั
การปลกี วเิ วก คอื การเดนิ ทางไปหาทส่ี งบเพอ่ื บำ� เพญ็ การภาวนา
แล้วให้อยู่ในวัดวาอารามในสถานท่ีโดยให้อยู่ตลอดระยะเวลา

6


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

๓ เดอื น แตก่ ท็ รงมขี อ้ ยกเวน้ ในกรณฉี กุ เฉนิ เชน่ ถา้ บดิ ามารดา
หรือครูบาอาจารย์เจ็บไข้ได้ป่วย ต้องออกไปดูแลรักษาท่าน
กส็ ามารถไปได้ แตไ่ ปไดค้ รงั้ ละไมเ่ กนิ ๗ วนั ๗ คนื พอครบแลว้
ต้องกลับมาอยู่อย่างน้อยก็ ๑ คืน แล้วถ้าจ�ำเป็นจะต้องกลับ
ไปใหม่ก็กลับไปได้ แต่ไม่ให้ไปยาว ให้ไปเพียงครั้งละ ๗ วัน
๗ คืน กรณีที่ ๒ ถา้ มีเหตกุ ารณ์ คอื มที อี่ ยูอ่ าศัยหรอื กุฏิวิหาร
ช�ำรุด ต้องมีการซ่อมแซม ถ้าต้องออกไปเพ่ือไปหาวัสดุเพ่ือ
เอามาซอ่ มแซมก็สามารถไปได้ ไปคา้ งคนื ท่อี นื่ ได้ แต่ก็ไม่เกนิ
๗ วนั ๗ คนื เชน่ เดยี วกบั ถา้ มกี จิ นมิ นต์ เชน่ ญาตโิ ยมจะทำ� บญุ
นิมนต์พระที่ต้องเดินทางไกลไป กรณีไปเช้าเย็นกลับไม่ได้
กอ็ นญุ าตใหค้ า้ งแรมได้ นคี่ อื ขอ้ ยกเวน้ ซงึ่ มอี ยหู่ ลายขอ้ ดว้ ยกนั
น่ีก็เอาตัวอย่างมาให้ท่านได้พิจารณาให้ได้รับทราบเรื่องของ
การจ�ำพรรษา โดยหลักก็คือเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะ
เกิดขึ้นแก่ชาวนาชาวไร่ ที่พระสงฆ์องค์เจ้าท่านอาจจะไม่ได้
พจิ ารณารอบคอบ เวลาทา่ นเดนิ ทางไปไหนมาไหน ทา่ นอาจจะ
ต้องการเดินให้มันระยะส้ันที่สุด ก็เลยต้องเดินข้ามทุ่งนากัน
แล้วช่วงฤดูฝนก็เป็นช่วงท�ำการเพาะปลูกของชาวนาชาวไร่
กอ็ าจจะไปเหยยี บทำ� ลายพชื ทก่ี ำ� ลงั เพาะปลกู ใหมจ่ นเกดิ ความ
เสยี หาย 

7


ธรรมะหน้ากุฏิ เลม่ ๕
8


พระอาจารยส์ ุชาติ อภิชาโต

ธรรมเนียม
การบวชช่วง
เข้าพรรษา

ช่วงเขา้ พรรษา ชาวพทุ ธท่มี ีลูกผู้ชายกอ็ ยากจะให้บวชเพ่ือ
จะได้ศึกษาพระธรรมค�ำสอนของพระพุทธเจ้า เพ่ือท่ีจะได้
ตอบสนองพระคณุ ของบดิ ามารดา เพราะมคี วามเชอ่ื วา่ การ
บวชของลกู นี้จะชว่ ยทำ� ใหพ้ ่อแม่ไดไ้ ปสวรรค์ ไม่ตอ้ งไปเกดิ
ในอบายหลังจากที่ตายไปแล้ว ลูกก็ได้บุญจากการเสียสละ
มาบวช มาอยู่แบบอดอยากขาดแคลน มาศึกษามาปฏิบัติ
พระธรรมคำ� สอนของพระพทุ ธเจา้ ลกู กจ็ ะไดธ้ รรมะทจ่ี ะเปน็
แสงสวา่ งน�ำพาชวี ิตให้ไปสทู่ ีส่ ขุ ท่เี จริญ
ชาวพุทธชาวไทยเราก็เลยถือธรรมเนียมบวชให้กับลูกผู้ชาย
ทมี่ ีอายคุ รบ ๒๐ ปี กเ็ ลยนยิ มบวชกันในชว่ งเขา้ พรรษา เพราะ
เป็นช่วงที่พระท่านอยู่ประจ�ำที่กัน ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย
ท่านไม่ต้องเดินทางไปโปรดญาติโยมท่ีอ่ืน ก็จะได้ศึกษากับ
ครูบาอาจารย์ ก็เลยมีธรรมเนียมบวชเข้าพรรษากัน 

9


ธรรมะหนา้ กฏุ ิ เลม่ ๕

เคร่ืองประดบั
ของศาสนา
เนื่องจากสมัยโบราณไม่มีไฟฟ้าเหมือนสมัยน้ี ก็ต้องอาศัย
แสงสว่างจากแสงเทียน เมื่อถึงช่วงเข้าพรรษาก็จะมีผู้มาบวช
เป็นจ�ำนวนมาก ก็จ�ำเป็นท่ีจะต้องใช้เทียนเป็นจ�ำนวนมาก
จึงมีประเพณีถวายเทียนเข้าพรรษากัน เพื่อท่ีจะให้พระภิกษุ
สามเณรทบี่ วชในพรรษานน้ั มแี สงสวา่ งไวใ้ ชใ้ นยามคำ่� คนื คอื ใช้
แสงเทยี น

10


พระอาจารย์สชุ าติ อภชิ าโต

แตส่ มยั นเ้ี รามไี ฟฟา้ กนั วดั สว่ นใหญย่ กเวน้ พระทเ่ี ปน็ พระวดั ปา่
ท่ีอยู่ในถ่ินกันดารที่ห่างไกลจากความเจริญ ก็ยังใช้แสงเทียน
กนั อยู่ อยา่ งสมยั ทเี่ ราศกึ ษาทวี่ ดั ปา่ บา้ นตาด สมยั นนั้ ทวี่ ดั ปา่
บา้ นตาดกไ็ มม่ ไี ฟฟา้ ถงึ แมจ้ ะมไี ฟฟา้ ไปถงึ แลว้ กต็ าม เพราะ
หลวงตาทา่ นไม่ให้วดั ใช้ไฟฟ้า เพราะไฟฟ้านี้มีทงั้ คณุ และมี
ทงั้ โทษ คณุ กค็ อื ใหแ้ สงสวา่ ง แตโ่ ทษกค็ อื มนั จะชว่ ยใหม้ กี าร
ใชส้ อื่ ต่างๆ ที่เป็นโทษต่อพระเณร เชน่ ทีวี วทิ ยุ หรอื เครือ่ ง
อำ� นวยความสขุ เชน่ ตเู้ ยน็ เปน็ ตน้ ซง่ึ จะมาทำ� ใหเ้ ปน็ อปุ สรรค
ต่อการปฏิบัติธรรมมากกว่าส่งเสริม หลวงตาท่านก็เลยไม่ให้
เอาไฟฟา้ เขา้ วดั นำ�้ ประปากไ็ มใ่ หเ้ ขา้ วดั เพราะจะทำ� ใหข้ เี้ กยี จ
สบายกันมากเกินไป น้�ำกใ็ ห้ใช้น้ำ� บ่อ ใช้สูบโยกน�ำ้ ขนึ้ มาใสป่ ๊บี
แลว้ กใ็ สร่ ถเขน็ เพอื่ เขน็ ไปใสต่ ามตมุ่ ตา่ งๆ เพอ่ื พระเณรจะไดม้ ี
ความเพยี รไดอ้ อกกำ� ลงั กายไมข่ เี้ กยี จกนั วดั ปา่ บา้ นตาดสมยั นนั้
จึงไม่มีไฟฟา้ ก็ต้องใช้เทยี นกันเปน็ หลัก อนั น้ีคือเร่ืองของการ
ใชเ้ ทียน
พอถงึ ยคุ ปจั จบุ นั นี้ วดั สว่ นใหญจ่ ะใชเ้ ทยี นเปน็ เครอ่ื งประดบั
โดยจะต้ังอยู่ในโบสถ์ ต้ังอยู่ท่ีหน้าพระพุทธรูป แต่ไม่ได้ใช้
ประโยชนจ์ รงิ ๆ คอื การใหแ้ สงสวา่ ง เพราะเดยี๋ วนม้ี ไี ฟฟา้ แลว้
เทยี นกเ็ ลยกลายเปน็ เครอื่ งประดบั ไป และยงิ่ สมยั นก้ี ารจดุ ธปู

11


ธรรมะหน้ากุฏิ เลม่ ๕

ก็ไม่มีแล้วภายในตัวอาคาร เพราะควันธูปนี้เป็นควันพิษ
สดู เขา้ ไปมากๆ กท็ ำ� ใหเ้ กดิ โรคภยั ไขเ้ จบ็ ตอ่ รา่ งกายได้ ฉะนนั้
การถวายธปู เทยี นจงึ หมดความสำ� คญั ไป พวกญาตโิ ยมกเ็ ลย
เปลยี่ นจากการถวายเทยี นมาเปน็ การถวายคา่ นำ�้ คา่ ไฟแทน
หรือถวายเป็นพวกหลอดไฟต่างๆ แทนถวายเทียน อันน้ี
กเ็ ปน็ การเปลยี่ นแปลงสว่ นประกอบของศาสนา ซงึ่ กไ็ มเ่ ปน็
ปญั หาอะไรกบั ตวั ของศาสนาโดยตรง ตวั ศาสนานไ้ี มเ่ ปลยี่ น
เปลย่ี นไมไ่ ด้ ตวั ศาสนาคอื อะไร กค็ ือพระธรรมคำ� สอนของ
พระพทุ ธเจา้ ที่สอนใหพ้ ทุ ธบรษิ ัท ๔ ได้ศึกษาและน�ำเอาไป
ปฏบิ ตั ิเพราะการปฏบิ ตั ติ ามพระธรรมคำ� สอนของพระพทุ ธเจา้
เป็นการดับความทุกข์ใจต่างๆ ท่ีมีอยู่ในใจให้หมดส้ินไป
น่นั เอง อันน้ีเป็นสง่ิ ทไ่ี มเ่ ปล่ยี นแปลง

12


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ธรรมะเป็นอกาลิโก ไม่เปลี่ยนไปกับกาลกับเวลา พระธรรม
ค�ำสอนของพระพุทธเจ้าทุกบททุกบาทท่ีได้ทรงแสดงไว้และ
มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมบทด้วยกันน้ี
เป็นธรรมท่ีเป็นความจริงล้วน ๑๐๐% สวากขาโต ภควตา
ธมั โม แปลวา่ เปน็ ธรรมทต่ี รสั ไวช้ อบแลว้ เปน็ คำ� สอนทถี่ กู ตอ้ ง
ตามหลักความเป็นจริงท่ีไม่มีการเปล่ียนแปลง ไม่ว่าเวลาจะ
ผา่ นไปกร่ี อ้ ยปกี พี่ นั ปกี หี่ มนื่ ปกี แ่ี สนปกี ลี่ า้ นปกี ต็ าม กก่ี ปั กต็ าม
ความจริงท่ีพระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้วน�ำมาสอนให้แก่สัตว์
โลกนี้เป็นความจริงที่ไม่มีวันเปล่ียนแปลง เป็นความจริงท่ี
เกี่ยวกับจิตใจของสัตว์โลกท่ีเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ
อยู่ในไตรภพ ท่ีจ�ำเป็นจะต้องอาศัยพระธรรมค�ำสอนของ
พระพทุ ธเจา้ เพอ่ื เปน็ พาหนะทจ่ี ะพาใหส้ ตั วโ์ ลกทตี่ ดิ อยใู่ นการ
เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏน้ีได้หลุดออกจากการเวียนว่าย
ตายเกดิ ดังน้ัน คำ� สอนนจี้ งึ ไม่มกี ารเปลยี่ นแปลง แตส่ ถานที่
ของศาสนาหรือส่ิงท่ีมาเป็นเคร่ืองประดับของศาสนาน้ี
กอ็ าจจะเปลยี่ นไปไดต้ ามกาลตามเวลาตามเหตกุ ารณ์ แตส่ ง่ิ
ที่ไม่เปลี่ยนก็คือพระธรรมค�ำสอนของพระพุทธเจ้าที่สอน
ความจรงิ ของการเวียนว่ายตายเกดิ ของสัตวโ์ ลก 

13


ธรรมะหนา้ กฏุ ิ เลม่ ๕

ต้ังจติ
อธิษฐานชว่ ง
พรรษากาล

ในช่วงเข้าพรรษาน้ี บางท่านก็อาจจะตั้งจิตอธิษฐานว่า
เขา้ พรรษานจ้ี ะขอทำ� บญุ ทกุ วนั บางทา่ นกจ็ ะตงั้ จติ อธษิ ฐาน
ว่าจะขอรักษาศีล ๕ ทุกวัน บางท่านก็จะขอรักษาศีล ๘
บางทา่ นกจ็ ะขอไปอยวู่ ดั เพอื่ ไปบวช บวชโกนหวั กไ็ ด้ บวชชี
กไ็ ด้ บวชพระก็ได้ ในตลอดระยะเวลา ๓ เดอื น เพ่อื เป็นการ
พฒั นาจติ ใจ เพอ่ื การตดั ภพตดั ชาติ ตดั การเวยี นวา่ ยตายเกดิ
ลดความทกุ ขต์ า่ งๆ ทม่ี อี ยใู่ นใจใหม้ นั นอ้ ยลง ถา้ ไดผ้ ลดกี อ็ าจ
จะไมส่ กึ เลยกไ็ ด้ บางทบี างทา่ นตง้ั ใจวา่ จะบวชชว่ั คราว แตพ่ อไป
ไดส้ ัมผัสกบั รสแห่งธรรมแล้ว มนั ชนะรสทง้ั ปวง ชนะรูป เสยี ง
กล่ิน รส โผฏฐัพพะ กเ็ ลยตดั สนิ ใจไมส่ ึกดกี วา่ ได้ของดีแลว้ ไป
เอาของไม่ดีมาท�ำไม เหมือนอย่างได้รถเบนซ์แล้วจะกลับไป
ขบั รถกระบะทำ� ไม

14


พระอาจารยส์ ชุ าติ อภชิ าโต

น่ีคือผลท่ีจะเกิดข้ึนถ้าท่านมีความแน่วแน่ต่อการปฏิบัติธรรม
ทา่ นจะตอ้ งเจรญิ กา้ วหนา้ ขน้ึ ไปตามลำ� ดบั อยา่ งแนน่ อน เพราะ
ได้มีผู้ที่ปฏิบัติมาแล้วและได้รับผลมาแล้ว คือพระอริยสงฆ์
สาวกท้ังหลายและพระพทุ ธเจา้ ของพวกเรา ทา่ นปฏิบตั ิอยา่ ง
ไม่ท้อถอย ไม่หยุดหย่อน จนในที่สุดท่านก็ได้รับผลอันสูงสุด
อย่างพวกเรา พระพุทธเจ้าก็ทรงรับประกันไว้แล้วว่า ถ้าไม่
๗ วัน ก็ ๗ เดอื น ไม่ ๗ เดือน ก็ ๗ ปี ถ้ามีความตงั้ ใจที่จะปฏิบตั ิ
จรงิ ๆ แลว้ ละก็ ต้องไดร้ ับผลอย่างแนน่ อน 

15


ธรรมะหนา้ กฏุ ิ เล่ม ๕

การฟงั ธรรม
ส�ำหรบั
ผเู้ รมิ่ ปฏิบตั ิ

การฝึกสติเพื่อให้เกิดความสงบเกิดความสุขน้ี จะต้องมีที่สงบ
ท่ีเงียบๆ ไม่มีใครมารบกวนใจ แล้วก็มีเวลาว่างที่จะนั่งสมาธิ
ดูลมหายใจเข้าออก พุทโธ หรือสวดมนต์ หรือฟังเทศน์
ฟังธรรมไป แลว้ แตร่ ะดบั ของการปฏิบัติของเราว่าเราทำ� ได้ใน
ระดับไหน เราก็ท�ำในระดับนั้นไปก่อน แล้วเราค่อยก้าวขึ้นสู่
ระดับสูงขน้ึ ต่อไป
ระดับง่ายท่ีสุดก็คือการฟังธรรม ที่เราก�ำลังน่ังฟังกันอยู่นี้
นเ่ี วลาผา่ นไปเกอื บ ๔๕ นาทแี ลว้ ยงั นง่ั กนั เฉยๆ ได้ ไมร่ สู้ กึ อดึ อดั
แต่ถ้าลองนง่ั คนเดยี วดูซิ ไม่มกี ารฟังธรรมอยู่อยา่ งนี้ นง่ั ได้สัก
๑๐ นาที กร็ สู้ กึ อยากจะลกุ แลว้ เพราะมนั ไมม่ อี ะไรมาทำ� ใหใ้ จ
เพลดิ เพลนิ เวลาฟงั ธรรมนม้ี นั มเี รอ่ื งใหเ้ ราคอยตดิ ตามเหมอื น
ดูภาพยนตร์ เวลาดูภาพยนตร์นี้ บางทีปวดท้องฉี่ยังไม่อยาก

16


พระอาจารยส์ ชุ าติ อภิชาโต

จะลุกเลย เพราะว่ามันมีเร่ืองให้เราติดตาม อยากจะดูว่าจะ
เกดิ อะไรขึน้ ต่อไป มันก็เลยท�ำใหเ้ รานีม้ ีความสนใจ มสี ติคอย
จดจอ่ คอยดภู าพยนตรอ์ ยู่
การฟังธรรมก็อย่างนี้ ส�ำหรับผู้เร่ิมต้นถ้ายังน่ังสวดมนต์ไม่ได้
นงั่ พทุ โธไม่ได้ นง่ั ดูลมไม่ได้ ก็ให้เปดิ ธรรมฟังไปก่อน สมยั น้ีกม็ ี
ธรรมอดั เปน็ เสยี งอดั เปน็ ภาพไว้ ไมต่ อ้ งดภู าพกไ็ ด้ ภาพไมส่ ำ� คญั

17


ธรรมะหนา้ กฏุ ิ เล่ม ๕

เท่าเสียง ให้ฟังเสียง หลับตาฟังได้ย่ิงดีเพราะจะได้ไม่มีอะไร
มาดึงใจให้ไปข้างนอก ถ้าลืมตาไว้ ฟังไปเด๋ียวเห็นรูปคนน้ัน
คนนี้ แทนทจ่ี ะอยกู่ บั การฟงั ธรรม มนั กม็ งุ่ ไปหารปู แทน แลว้ กไ็ ป
คดิ ถงึ รปู ทเ่ี หน็ วา่ เปน็ รปู ของใคร ดหี รอื ไมด่ อี ยา่ งไร ดชี วั่ อยา่ งไร
วิพากษ์วิจารณ์ คิดปรุงแต่งไปอีก แล้วการฟังธรรมก็จะฟัง
ไมร่ เู้ รอื่ ง จะขาดตอนไป ฉะนนั้ เวลาฟงั ธรรมถา้ อยากจะไดร้ บั รู้
เร่ืองราวของธรรมท่ีเราฟังอยู่อย่างต่อเน่ือง ก็ให้น่ังแบบ
หลบั ตาจะดกี ว่า
อันนี้ก็เป็นวิธีฝึกสมาธิข้ันต่างๆ ส�ำหรับผู้ที่เริ่มต้น ถ้ายังนั่ง
ไม่ได้เลย ดูลมไม่ได้ พุทโธไม่ได้ สวดมนต์ไม่ได้ ก็ฟังธรรม
ไปกอ่ น ฟงั ธรรมไมไ่ ดก้ บ็ ังคบั ฟงั ไปเรื่อยๆ เด๋ียวก็ฟงั ได้เอง
ตอนต้นอาจจะฟังแล้วไม่เข้าใจ ก็ต้องหาธรรมะท่ีฟังง่ายๆ
อยา่ ไปฟงั ธรรมทม่ี นั ยาก บางทธี รรมะของอาจารยบ์ างรปู ทา่ น
สอนภาษาบาลเี ปน็ สว่ นใหญ่ เราเปน็ คนไทยฟงั แลว้ กง็ ง ทา่ นมี
แตบ่ าลอี อกมาตลอดเวลา แลว้ บางทอี อกมาแลว้ กไ็ มแ่ ปลใหฟ้ งั
ดว้ ยว่าแปลวา่ อะไร เชน่ “อนจิ จา วต สงขฺ ารา อุปปฺ าทวย-
ธมฺมโิ น” อยา่ งน้ีแล้วก็ไมไ่ ด้แปล ฟังแล้วมนั ไมเ่ ขา้ ใจ กเ็ ลยจะ
ทำ� ใหไ้ ม่มีความอยากจะฟัง ท่นี ่จี งึ มกั จะไม่มบี าลี พยายามใช้
ภาษาไทยล้วนๆ เพราะมันเป็นธรรมอันเดียวกัน เพราะบาลี

18


พระอาจารยส์ ุชาติ อภิชาโต

ก็เป็นธรรม ภาษาไทยก็เป็นธรรม เพราะภาษาเป็นเพียงสื่อ
เท่านั้นเอง สื่อความหมาย ความส�ำคัญอยู่ที่คนฟัง ฟังเข้าใจ
หรอื ไม่ ฟงั รู้เร่ืองหรือไม่ ถ้าเอาบาลมี าพดู ให้ฟงั ฟังไม่รูเ้ รอ่ื งก็
ไมม่ คี วามสนใจ ดไี ม่ดีเด๋ยี วก็เริ่มคุยกนั แลว้ เห็นไหม สงั เกตดู
เวลาไปงานศพ มใี ครฟงั พระสวดไหม “กสุ ลา ธมฺมา อกสุ ลา
ธมฺมา” ไม่รู้ว่าสวดอะไรใช่ไหม ความจริงเป็นค�ำเทศน์
เป็นธรรมะทั้งน้ันแหละ แต่ในเม่ือเราไม่รู้ว่าท่านสวดอะไร
เราก็เลยไม่ฟงั ดกี ว่า คยุ กนั ดีกว่า ถามคนขา้ งๆ วา่ ไปไหนมา
วันนที้ �ำอะไร มือกพ็ นมไป แต่ปากกค็ ยุ กันไป
นเ่ี ปน็ สาเหตจุ ากการไปฟงั ธรรมทไี่ มร่ เู้ รอ่ื ง ตอ้ งหาธรรมะทฟี่ งั
รู้เร่ืองท่ีเราเข้าใจ ท่ีส่วนใหญ่จะเป็นธรรมะของพระป่า
ของครบู าอาจารยท์ งั้ หลาย ทา่ นจะพดู ภาษาคน ไมใ่ ชภ้ าษาพระ
เพราะพูดให้คนฟัง ไม่ได้พูดให้พระฟัง ก็ไม่จ�ำเป็นจะต้องใช้
ภาษาพระ 

19


ธรรมะหน้ากฏุ ิ เลม่ ๕

การเพ่ิม
พลังใหก้ ับ
จิตใจ
การฟังธรรมตามกาลตามเวลาตามวาระ พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง เป็นประโยชน์อย่างย่ิง
เป็นประโยชน์สุขต่อจิตใจ เพราะการฟังธรรมนี้เหมือนกับ
การอัดฉีด เป็นการให้ก�ำลังใจต่อผู้ศึกษาต่อผู้ปฏิบัติตาม
พระธรรมคำ� ส่ังคำ� สอนของพระพุทธเจ้า ครบู าอาจารยท์ าง
สายปฏิบัติท่านให้ความส�ำคัญต่อการแสดงธรรมอบรม

20


พระอาจารย์สุชาติ อภชิ าโต

สั่งสอนอย่างมาก โดยเฉพาะหลวงตามหาบัว สมัยที่ไปอยู่
กับท่าน ช่วงแรกๆ ช่วงนั้นท่านยังไม่มีญาติโยมไปรบกวน
ท่านมาก ท่านเลยมีเวลาอบรมส่ังสอนพระเณรอยู่อย่าง
สม�่ำเสมอ ทุก ๔ – ๕ วัน ท่านก็จะเรียกพระเณรมาอบรม
มาแสดงธรรมใหฟ้ งั ๑ ครงั้ ทกุ ครงั้ ทไ่ี ดย้ นิ ไดฟ้ งั ธรรม หลงั จาก
ท่ีได้ยินแล้วก็จะรู้สึกมีก�ำลังจิตก�ำลังใจที่จะปฏิบัติมากขึ้น
ก่อนแสดงธรรมน้เี หมือนกบั คนจะตาย คนหมดเรี่ยวหมดแรง
ถ้าเป็นต้นไม้ก็ก�ำลังจะเฉาก�ำลังจะเหี่ยว พอฟังธรรมปั๊บ
นี่เหมือนกับต้นไม้ได้น้�ำ จิตใจได้ธรรมน้ีเหมือนจิตใจได้น�้ำ
ความหมดเรี่ยวหมดแรงนี้หายไปหมด ก�ำลังวังชาไม่รู้มาจาก
ทไ่ี หน มีศรทั ธามวี ริ ยิ ะขนึ้ มาอย่างมากมาย พรอ้ มทจี่ ะกลบั ไป
สู้กับกิเลสต่อไป พอฟังธรรมเสร็จกลับไปก็เดินจงกรมต่อได้
นงั่ สมาธติ อ่ ได้ วนั ไหนทไี่ มไ่ ดฟ้ งั ธรรมนี้ จะรสู้ กึ ไมค่ อ่ ยอยากจะ
ปฏบิ ตั เิ ทา่ ไร
น่ีแหละคือประโยชน์ของการฟังธรรม เป็นการอัดฉีดเป็นการ
เพ่ิมพลังให้กับจิตใจในการท่ีจะต่อสู้กับกิเลสตัณหาโมหะ
อวชิ ชา ผ้ทู ่ีคอยฉดุ ลากจติ ใจใหต้ ิดอย่กู บั วัฏสงสาร วัฏฏะแหง่
การเวยี นวา่ ยตายเกดิ คอื เกดิ แก่ เจบ็ ตาย ซำ�้ แลว้ ซำ้� อกี ไมร่ จู้ กั
จบจักสนิ้ 

21


ธรรมะหน้ากฏุ ิ เล่ม ๕

มายา
ของกเิ ลส

การฝึกสตินี้ตอนต้นมันจะยาก เพราะใจไม่ค่อยยอมอยู่กับ
พทุ โธ ไม่ชอบฟงั เทศนฟ์ ังธรรม ไม่ชอบสวดมนต์ ไม่ชอบดู
ลมหายใจเขา้ ออก พอดงึ มนั มาทำ� ในสง่ิ ทมี่ นั ไมช่ อบ มนั กร็ สู้ กึ
อดึ อดั ขนึ้ มา สงั เกตไหม พอจะนง่ั สมาธปิ บ๊ั น้ี โอย๊ เกดิ อาการ
แขง็ ตรงนั้น ขัดตรงนี้ อึดอัดตรงนั้น อดึ อดั ตรงน้ีขึ้นมา แน่น
หนา้ อกบา้ งแนน่ หนา้ ผากบา้ งปวดศรี ษะบา้ งอนั นเี้ ปน็ ผลจาก
การต่อต้านของกิเลส กิเลสมันไม่ชอบให้เราปฏิบัติธรรมกัน
กเิ ลสมันชอบให้เราไปเที่ยวกัน แต่เราก็ตอ้ งอดทน บอกวา่ มัน
เป็นอาการหลอกลวง เป็นมายา มันไม่ได้เป็นความเจ็บจริงๆ
ของรา่ งกาย พอเราไมน่ ง่ั สมาธิ เปลย่ี นมานงั่ ดหู นงั กไ็ มเ่ ปน็ เลย
เวลาดูหนงั ดูละครน้ี อาการอดึ อัด แนน่ หน้าอก แน่นหน้าผาก
แน่นหนา้ ท้องทั้งหลายหายไปหมดเลย

22


พระอาจารยส์ ชุ าติ อภิชาโต

อันน้ีต้องรู้ว่ามันเป็นมายา มันเป็นเล่ห์กลของกิเลสที่จะคอย
ขดั ขวางการหาความสขุ จากการเจรญิ สติ เราตอ้ งอดทน ตอ้ งมี
ความเพยี รพยายาม ตอ้ งหมน่ั คดิ วา่ “ความพยายามอยทู่ ไ่ี หน
ความส�ำเร็จอยู่ที่น่ัน” สมาธิ คือความสุขท่ีได้จากความสงบ
ทเ่ี ปน็ ความสขุ ทเ่ี หนอื กวา่ ความสขุ ทงั้ ปวงน้ี มนั ตอ้ งอาศยั ความ
เพียร ความพยายาม ความตง้ั อกตัง้ ใจ ความอดทน อดทนตอ่
ความร้สู ึกทไ่ี ม่ดีต่างๆ ท่ีกิเลสมันคอยสรา้ งขน้ึ มาเปน็ อุปสรรค
ขวางกน้ั เราฉะนนั้ ใหเ้ ราพยายามทำ� ไปพทุ โธไปดลู มไปฟงั เทศน์
ฟังธรรมไป ต้องบังคับมัน คือการตั้งใจน่ีแหละคือการบังคับ
เรียกวา่ “อธิษฐาน” อธิษฐานวา่ เวลานีเ้ ราจะน่งั สมาธิ เราจะ
ฟังธรรม พอถึงเวลาเราก็ต้องบังคับเพราะเราอธิษฐานไว้แล้ว
เราตั้งใจไว้แล้ว ถ้าเราไม่บังคับ เด๋ียวเราก็เถลไถลไปท�ำ
อยา่ งอ่ืนแทน เราก็จะไม่ไดป้ ระโยชนจ์ ากการนั่งสมาธิ
ดังนั้นเราต้องมีความต้ังใจท่ีแน่วแน่ แล้วก็มีความเพียร
พยายามทตี่ อ่ เนอ่ื ง มคี วามอดทนตอ่ ความรสู้ กึ ตา่ งๆ ทมี่ นั คอย
มาขัดขวางการเจริญสมาธิของเรา อดทนไปท�ำไป จะรู้สึก
อดึ อัดยังไงก็อยา่ ไปสนใจ พุทโธไป ฟงั ธรรมไป ถ้าพุทโธไมไ่ ด้
กส็ วดมนตไ์ ป สวดมนตไ์ มไ่ ดก้ ฟ็ งั ธรรมไปกอ่ น ทำ� ไปเรอื่ ยๆ แลว้
อุปสรรคต่างๆ มันก็จะเบาลงๆ แล้วเดี๋ยวก็จะรู้สึกนั่งสบาย

23


ธรรมะหน้ากุฏิ เล่ม ๕

ข้ึนมา ต่อไปก็ดูลมได้ ถ้าดูลมอย่างต่อเน่ืองได้ เดี๋ยวใจก็จะ
เข้าไปในสมาธิได้ เข้าไปสู่ความสงบได้ พอสงบแล้วมันจะ
รู้สึกแปลกประหลาดมหัศจรรย์ใจว่าเจอความสุขท่ีไม่เคยเจอ
มากอ่ น ตัง้ แต่เกดิ มานไี้ มเ่ คยเจอความสขุ แบบน้เี ลย ความสุข
ทเี่ ราได้จากรูป เสียง กลน่ิ รส โผฏฐพั พะน้ี ต่อใหม้ ันมรี าคา
แพงมากเพียงไรกต็ าม มันกส็ ู้ความสุขทไ่ี ด้จากความสงบไม่ได้
ต้องได้ความสุขแบบนี้ถึงจะเรียกว่าจิตสงบจริง จิตรวมเป็น
สมาธิจริง พอได้ความสุขแบบน้ีแล้วทีนี้มันจะติดใจ แล้วมัน
จะมีความยนิ ดที ่จี ะปฏิบัติสมาธอิ ยู่บอ่ ยๆ อยเู่ รอ่ื ยๆ ต่อไปจะ
เปล่ียนวิธีหาความสุข เพ่ือนมาชวนไปเท่ียวก็บอกว่าไม่ไปล่ะ
จะอยู่บ้านหรือไปวัดดีกว่า ไปฝึกสมาธิไปท�ำใจให้สงบดีกว่า
เพราะเปน็ ความสขุ ท่ีมั่นคงกวา่ แนน่ อนกวา่ 

24


พระอาจารย์สุชาติ อภชิ าโต

การหยดุ การ
รักษาไม่ได้เป็น
การฆา่ ตวั ตาย

พระพทุ ธเจ้าทรงบอกว่ารา่ งกายของพวกเราไม่เทย่ี ง มกี าร
เกดิ แก่ เจ็บ ตาย มกี ารพลดั พรากจากกัน เราก็ต้องหมนั่
พจิ ารณาอยเู่ นอื งๆ วา่ เกดิ มาแลว้ ตอ้ งแก่ ตอ้ งเจบ็ ตอ้ งตาย
ตอ้ งพลดั พรากจากกนั ลว่ งพน้ สง่ิ เหลา่ นไ้ี ปไมไ่ ด้ อยา่ ใหม้ นั ลมื
จากใจของเรา แล้วเวลาเกิดเหตุการณ์ข้ึนมา เช่น ถ้าเกิด
ความแก่แลว้ เราส้มู ันไม่ได้ กแ็ สดงว่ายงั ไมม่ สี มาธิ เรากต็ อ้ งไป
ฝึกสมาธิให้มันมีอุเบกขาให้ได้ ถ้ามีอุเบกขาแล้วมีปัญญามา
ร่วมกัน พอเกิดความแก่ มันก็จะเฉยได้ พอเกิดความเจ็บไข้
ได้ป่วย หมอบอกว่าเป็นมะเร็งก็จะเฉยได้ ไม่ต่ืนเต้นตกใจ
ก่อนไปหาหมอเป็นอย่างไร หลังจากท่ีได้ข่าวจากหมอแล้วก็
เหมือนเดิม ท่ีไปก็เพราะเห็นว่าถ้ายังพอรักษาร่างกายได้
ก็รักษาไป ถ้าเรายังต้องใช้ร่างกายอยู่ แต่ถ้าเราไม่ต้องใช้
ร่างกาย เราจะรักษาก็ได้ ไม่รักษาก็ได้ ไม่ถือว่าเป็นการฆ่า
ตัวตาย การไม่รกั ษาร่างกายน้ไี มไ่ ดเ้ ปน็ การฆา่ ตัวตาย การฆ่า

25


ธรรมะหน้ากุฏิ เลม่ ๕

ตัวตายนี้ต้องเอายาพิษมากรอก เอาอะไรมาอุดจมูกท�ำให้มัน
หายใจไม่ได้ เอาอะไรมารัดคออย่างนี้เพ่ือไม่ให้หายใจ ถึงจะ
เรียกว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่การหยุดการรักษาน้ีไม่ได้เป็น
การฆา่ ตวั ตายหรอื ฆา่ ผู้อื่น
หมอบางคนกลวั รกั ษาคนไขแ้ ลว้ รวู้ า่ รกั ษายงั ไงกไ็ มม่ วี นั หาย
ทรมานคนไขไ้ ปเปล่าๆ แตก่ ็ไมก่ ลา้ ถอดสายยาง ถอดเครอ่ื ง
ชว่ ยหายใจอะไรตา่ งๆ ออกไป เพราะคดิ วา่ จะเปน็ การฆา่ ผอู้ น่ื
หรอื ถา้ คนไขส้ งั่ กค็ ดิ วา่ เปน็ การฆา่ ตวั ตาย การหยดุ การรกั ษานี้
ไมไ่ ดเ้ ปน็ การฆา่ ตวั ตาย ดงั นนั้ ไมต่ อ้ งไปกลวั นะ สมมตุ วิ า่ ปยู่ า่
ตายายหรือพ่อแม่ของเราเขาป่วยอยู่ในโรงพยาบาล แล้ว
หมอเขาบอกวา่ รกั ษาไมห่ ายแลว้ จะเอาสายยงสายยางอะไร
ชว่ ยมัน ก็เพียงแตร่ กั ษาเหมอื นกบั รกั ษาต้นไม้ รกั ษาต๊กุ ตา
ทไ่ี มส่ ามารถจะทำ� อะไรไดแ้ ลว้ ถา้ เราหยดุ รกั ษานไี้ มถ่ อื วา่ เปน็
การฆา่ ดงั นน้ั ไมต่ อ้ งไปกงั วล ถา้ ไมต่ อ้ งการรกั ษาไมถ่ อื วา่ เปน็
การฆา่ ตวั ตาย แสดงวา่ มปี ญั ญา แสดงวา่ ไมโ่ ง่ ไมต่ อ้ งไปดนิ้
ไมต่ อ้ งไปทกุ ข์ ไมต่ อ้ งไปกงั วล วา่ มนั จะหายหรอื ไมห่ าย เพราะ
รู้ว่ารักษายังไงเด๋ียวมันก็ต้องตายอยู่ดี รักษาโรคนี้หาย
เดย๋ี วมนั กม็ โี รคใหมม่ ารอรบั เราอยดู่ ี ในทส่ี ดุ มนั กต็ อ้ งตายไป

26


พระอาจารยส์ ชุ าติ อภิชาโต

ผู้ท่ีพิจารณาความตายอยู่เร่ือยๆ แล้ว บางทีก็จะเบื่อหน่าย
ตอ่ การรกั ษา ข้เี กยี จรกั ษา ว่างา่ ยๆ เจบ็ ตวั ไปเปล่าๆ แตล่ ะวัน
ต้องฉีดยากี่เข็ม เดี๋ยวพยาบาลก็มาเจาะ เด๋ียวหมอก็มาเจาะ
โดนเจาะอยู่ทั้งวัน บางทีแขนขามีแต่รอยเจาะเต็มไปหมด
แล้วมันหายไหม มันก็ไม่หายอยู่ดี แต่ถ้ามีปัญญาแล้วมันจะ
ไม่ต้าน มันจะไม่สู้ มันจะไม่ฝืนความจริง มันจะยอมรับ
ความจรงิ ปลอ่ ยมนั อยไู่ ป ถา้ มนั อยไู่ ดก้ ใ็ หม้ นั อยไู่ ป ปลอ่ ยใหม้ นั
หายใจเอง ปล่อยให้มันกินเอง ถ้ามันกินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน
มันด่ืมไม่ได้ก็ไม่ต้องด่ืม ถ้ามันหายใจไม่ได้ก็ไม่ต้องหายใจ
กเ็ ทา่ นน้ั เอง แบบนไี้ มเ่ รยี กวา่ เปน็ การฆา่ ตวั ตาย ไมไ่ ดเ้ ปน็ การ
ปาณาติบาต ไม่ได้เป็นการท�ำผิดศีลข้อท่ี ๑ ไม่ไปนรก
รับประกันได้ จะได้ไปสวรรค์ ดีไม่ดีไปเป็นพระโสดาบันเลย
พระโสดาบันน้ีปล่อยวางร่างกายได้ เห็นว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ตัว
เราของเรา เปน็ ของพ่อแม่ พ่อแมป่ นั้ ให้เรามา สรา้ งใหเ้ รามา
เป็นตุ๊กตาเป็นของขวัญให้มาเป็นเพ่ือนเรา พาเราไปไหน
มาไหนด้วยกัน เป็นเหมือนฝาแฝด ร่างกายนี้เป็นแฝดน้อง
ใจเป็นแฝดพ่ี ไปไหนต้องไปด้วยกัน แต่เวลาแฝดน้องตาย
แฝดพ่ีไม่ได้ตายด้วย แฝดพ่ีน้ีไม่มีวันตายเพราะใจไม่มีวันตาย
แฝดนอ้ งตายไป เดย๋ี วแฝดพกี่ ไ็ ปหารา่ งกายอนั ใหม่ ไปหาพอ่ แม่
คนใหม่ต่อ ก็เท่าน้นั เอง

27


ธรรมะหน้ากฏุ ิ เล่ม ๕

ดงั นนั้ ไมต่ อ้ งไปยดึ ไปตดิ ไปหวงไปหว่ งรา่ งกายมากจนเกนิ ไป
ดแู ลไปตามความเหมาะสม ตามเหตตุ ามผล ดแู ลไดร้ กั ษาได้
ก็ดูแลไป เพราะเรายังต้องใช้ร่างกายเป็นเคร่ืองมือใน
การปฏิบัติธรรมอยู่ เป็นเครื่องมือที่จะพาให้เราบรรลุเป็น
พระอรยิ บคุ คลขน้ั ต่างๆ อยู่ แต่ถ้าเราได้เป็นพระอรยิ บุคคล
ขั้นสูงสุดแล้ว เราก็ไม่ต้องไปกังวลกับมัน จะไม่รักษาก็ได้
ครบู าอาจารยท์ ท่ี า่ นบรรลถุ งึ ธรรมขน้ั สงู สดุ แลว้ ทา่ นมกั จะไมไ่ ป
โรงพยาบาลกนั ทา่ นไมอ่ ยากจะไปเสยี เวลา พดู งา่ ยๆ แตบ่ างที
ท่านก็ถูกบังคับ ญาตโิ ยมผมู้ ีศรทั ธาเคารพนับถอื อยากจะชว่ ย
รกั ษาทา่ นทา่ นกเ็ ลยเอา้ เลยตามเลยมนั อยากจะรกั ษากย็ อมไป
บางองคท์ า่ นกไ็ ปนอนคนื สองคนื แลว้ กข็ อกลบั วดั
อยา่ งหลวงตามหาบวั น้ี พระราชนิ ขี อรอ้ งใหไ้ ปกต็ อ้ งไป แตพ่ อไป
อยู่แค่ ๒ คืนก็ขอกลับแล้ว ท่านไม่ได้มีความเย่ือใยอะไรกับ
รา่ งกาย ทา่ นกลบั เหน็ วา่ มนั เปน็ ภาระ เปน็ กองทกุ ข์ “ภารา หเว
ปัญจักขันธา” มันเป็นเหมือนกองไฟเวลาร่างกายไม่สบาย
เหมอื นเปน็ ไขท้ งั้ ตวั มนั รอ้ นอยตู่ ลอดเวลา ไปอมุ้ กองไฟไวท้ ำ� ไม
สใู้ หม้ ันดับไม่ดีกว่าหรือ ใหม้ ันหยดุ หายใจ พอหยดุ หายใจปบ๊ั
ไฟไข้ตา่ งๆ มันกด็ บั ไปทันที 

28


พระอาจารยส์ ชุ าติ อภิชาโต

ทอดสมอเรือ
เพ่ือยตุ ิการ
เวยี นว่ายตายเกดิ

ผทู้ ม่ี งุ่ ไปทางนพิ พานแลว้ จะหนั หลงั ใหก้ บั ทรพั ยส์ มบตั ขิ า้ ว
ของเงินทอง มีเงินทองเท่าไรก็ไม่เสียดายเลย จะทิ้งหมด
ไม่อยากจะมีภาระเกี่ยวข้องกับมัน เพราะมันจะกลายเป็น
เหมอื นสมอเรอื เวลาทจ่ี ะเอาเรอื ออกจากทา่ เรอื ไปในทะเลได้
เขาจะต้องถอนสมอเรือก่อน ไม่เช่นนั้นเรือจะลอยไปไม่ได้
เพราะมสี มอเรอื ดงึ เอาไว้ ใจของผทู้ ต่ี อ้ งการไปวมิ ตุ ตหิ ลดุ พน้
จากการเวยี นวา่ ยตายเกดิ จากไตรภพจากสงั สารวฏั น้ี กต็ อ้ ง
ถอนสมอกอ่ น สมอทที่ ำ� ใหใ้ จของสตั วโ์ ลกตดิ อยกู่ บั การเวยี น
วา่ ยตายเกดิ น้ี กค็ อื ทรพั ยส์ มบตั ขิ า้ วของเงนิ ทองนเ่ี อง แลว้ ก็
ครอบครัว
พระพทุ ธเจา้ นพี้ อไดย้ นิ ขา่ ววา่ ไดล้ กู ทรงอทุ านขน้ึ มาวา่ “ราหลุ ”
ราหลุ แปลวา่ บว่ ง บว่ งกค็ อื สมอเรอื นเ่ี อง ถกู ทอดสมอเรอื แลว้
ท่านเลยต้องรีบถอนสมอทันที บอกว่าต้องออกจากวังแล้ว

29


ธรรมะหน้ากุฏิ เลม่ ๕

อยู่ไม่ได้แล้ว ถ้าอยู่ต่อไป สมอเรือก็จะท�ำให้ใจของท่านไม่
สามารถจะไปสู่การหลุดพ้นจากกองทุกข์แห่งการเวียนว่าย
ตายเกดิ ได้ ทา่ นจงึ ตอ้ งตดั สนิ ใจไปในคนื นนั้ เพราะทา่ นมปี ญั ญา
ไมเ่ หมอื นพวกเรา เวลาไดล้ กู กลบั ดใี จเสยี อกี ดอี กดใี จเลย้ี งฉลอง
กนั ใหญ่ หารไู้ มว่ า่ มนั เปน็ บว่ ง แลว้ ตอ่ ไปอยากจะไปปฏบิ ตั ธิ รรม
กไ็ ปไมไ่ ดแ้ ลว้ ตอ้ งเลยี้ งลกู แลว้ นกี่ ม็ ลี กู ศษิ ยท์ มี งานอยคู่ นหนงึ่
อยากจะไปบวช มลี กู ๒ คน แต่ยังไม่โต ยังเรยี นอยชู่ ั้นประถม
ภรรยากไ็ มใ่ หไ้ ป บอกวา่ แลว้ ใครจะเลย้ี งลกู ถา้ คณุ ไป ฉนั เลย้ี ง
คนเดยี วไมไ่ หว เหน็ ไหม กเ็ ลยตอ้ งรอไปกอ่ น การรอนม้ี นั กเ็ ลย
มีความเส่ียง เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรข้ึนในอนาคต
มันไม่มีอะไรแน่นอน ชีวิตของเราน้ีจะจบลงเมื่อไรก็ไม่มี
ใครรู้ อาจจะจบวันนี้ อาจจะจบพรุ่งนี้ อาจจะปีหนา้ อาจจะ
๑๐ ปขี ้างหน้า หรอื ๕๐ ปีข้างหน้า กไ็ ม่มีใครรู้ ถา้ ต้องรอ
ไปกอ่ นอยา่ งนี้ ถา้ เกดิ ไปเจอแบบปหี นา้ หรอื เดอื นหนา้ โอกาส
ทเ่ี ราจะไดห้ ลดุ พน้ กจ็ ะหมดไป และคราวหนา้ กลบั มาเกดิ ใหม่
กไ็ มร่ วู้ า่ จะไดม้ าเจอพระพทุ ธศาสนาหรอื ไมเ่ พราะตายไปแลว้
นอกจากน้ีเราก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปรับผลบุญผลบาปท่ีไหน
มากมายเทา่ ไรกวา่ จะไดก้ ลบั มาเกดิ เปน็ มนษุ ยอ์ กี และมาเกดิ
เปน็ มนษุ ยก์ ไ็ มร่ วู้ า่ จะมาเกดิ อยใู่ นทมี่ พี ระพทุ ธศาสนาหรอื ไม่

30


พระอาจารย์สชุ าติ อภิชาโต

ซง่ึ ถา้ ไมม่ พี ระพทุ ธศาสนา กจ็ ะไมม่ ใี ครจะมาสอนมาบอกวธิ ี
การปฏบิ ัตใิ ห้เราหลุดพน้ จากการเวียนว่ายตายเกิดได้
ดังน้ันส�ำหรับผู้ท่ีมีปัญญาจริงๆ เหมือนพระพุทธเจ้า ก็ต้อง
ตัดสินในวันน้ันในเวลาน้ันเลย พอได้ทราบข่าวว่าได้ลูกแล้ว
ท่านรู้แล้วว่าถ้าอยู่ในวังต่อไปท่านจะไปไม่ได้ ท่านก็เลยต้อง
ตดั สนิ หนไี ปเลย ไม่บอกใครด้วย เพราะถ้าไปขออนญุ าต เขาก็
ไมใ่ หไ้ ปซิ ลองไปขออนญุ าตแฟน แฟนกไ็ มใ่ หไ้ ป ขออนญุ าตพอ่
พ่อก็ไม่ให้ไป แล้วดีไม่ดีอาจจะถูกกักขังด้วย จะถูกคุมแจเลย
กเ็ ลยตอ้ งไปแบบไมบ่ อกใคร น่แี หละปญั ญาของพระโพธสิ ตั ว์
พระพทุ ธเจ้าเป็นพระโพธิสตั ว์ ท่านมองเหน็ ธรรมซึ่งเหนือกวา่
สิ่งทั้งหลายท้ังปวง ท่านสอนให้สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ
สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต สละชีวิตเพ่ือรักษาธรรม เพราะ
ไมม่ อี ะไรทจ่ี ะมคี ณุ คา่ ประเสรฐิ เทา่ กบั ธรรมนน่ั เอง เพราะไมม่ ี
อะไรที่จะท�ำให้จิตใจหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้
มีแต่ธรรมเท่าน้ันท่ีจะท�ำได้ ดังน้ันท่านจึงต้องตัดสินใจมุ่งไป
หาธรรมกอ่ น แตท่ า่ นกม็ น่ั ใจวา่ เมอ่ื หลงั จากทท่ี า่ นไดธ้ รรมแลว้
ทา่ นจะสามารถกลบั มาทำ� ประโยชนใ์ หก้ บั ผทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั ทา่ น
ไดม้ ากกวา่ ตอนที่ท่านยังไม่ได้ไป ถา้ ท่านอยู่ต่อไปท่านกจ็ ะได้
เปน็ พระมหาจกั รพรรดิ แตท่ า่ นจะไมส่ ามารถชว่ ยดบั ความทกุ ข์

31


ธรรมะหน้ากฏุ ิ เลม่ ๕

เวลาเกิดความแก่ ความเจบ็ ความตาย ของญาติของทา่ นได้
ของภรรยา ของพอ่ ของท่านได้ ของลกู ของท่านได้ เขายังจะ
ต้องทุกข์ และหลงั จากท่เี ขาตายไปแลว้ เขายงั จะต้องกลับมา
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ใหม่ต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด แต่ถ้าท่าน
หนีไปก่อน ไปศึกษาไปปฏิบัติเพ่ือให้ได้พบกับโลกุตตรธรรม
ท่ีจะพาให้จิตใจของท่านได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
หลุดพ้นจากการเกดิ แก่ เจบ็ ตาย ได้แล้ว ทีนีท้ ่านจะสามารถ
มาช่วยญาตพิ ีน่ ้องของทา่ นไดด้ กี ว่าตอนที่ท่านยงั ไมไ่ ดไ้ ปบวช
พอหลงั จากทพี่ ระองคต์ รสั รแู้ ลว้ ไมน่ าน กไ็ ดก้ ลบั ไปโปรดในวงั
ไปโปรดพระญาติ ไปแสดงธรรม ก็มผี ู้ศรัทธาขอออกบวชตาม
แล้วลูกก็มาขอมรดก ขอมรดกก็คือขอธรรมนี่เอง เพราะ
พระพุทธเจา้ ไมม่ ที รพั ยส์ มบัตขิ ้าวของเงินทอง มแี ต่ธรรม คือ
อริยธรรม มีโสดาบัน มีสกิทาคามี มีอนาคามี มีอรหันต์
เป็นมรดก ก็เลยจับบวชเปน็ สามเณรเลย แล้วกส็ อนใหป้ ฏิบัติ
ศลี สมาธิ ปญั ญา จนในทสี่ ดุ ก็ไดบ้ รรลเุ ปน็ พระอรหันต์ขึน้ มา
ได้หลุดพ้นจากความทุกข์ของความแก่ ความเจ็บ ความตาย
ไดห้ ลดุ พน้ จากการทจ่ี ะตอ้ งกลบั มาเวยี นวา่ ยตายเกดิ อยา่ งไมม่ ี
วนั สน้ิ สดุ อนั นอี้ ยา่ งไหนจะดกี วา่ กนั ถา้ อยเู่ ปน็ จกั รพรรดกิ อ็ าจ
จะทำ� ใหล้ กู เปน็ ผชู้ ว่ ยจกั รพรรดิ มที รพั ยส์ มบตั เิ งนิ ทองขา้ วของ

32


พระอาจารย์สุชาติ อภชิ าโต

มากมาย มคี วามสขุ ทางโลกมากมาย แตไ่ มช่ า้ กเ็ รว็ กต็ อ้ งไปเจอ
ความแก่ ความเจบ็ ความตาย แลว้ ทรัพย์สมบัตทิ ีม่ ีอยใู่ นโลก
ทง้ั หลายก็จะไม่สามารถมาดบั ความทกุ ข์ใจได้
ดงั นน้ั เวลาทจี่ ะตอ้ งเจอความแก่ความเจบ็ ความตายนกั ปราชญ์
ท่านถึงเลอื กธรรม ท่านไม่เอาโลก โลกธรรมน้ไี มใ่ ช่เป็นสิง่ ท่ี
ควรจะเลือกควรจะมี เราควรจะหาธรรม หาโลกุตตรธรรม
หามรรคผลนพิ พาน เพราะมรรคผลนพิ พานนเ้ี ปน็ ทพ่ี ง่ึ ของใจ
เปน็ ทด่ี บั ทกุ ขข์ องใจ ใจถา้ มมี รรคผลนพิ พานแลว้ ใจจะไมม่ ี
ความทกุ ขอ์ กี ตอ่ ไป ไมว่ า่ รา่ งกายจะเปน็ อยา่ งไรกต็ าม รา่ งกาย
จะแก่ ร่างกายจะเจ็บ ร่างกายจะตาย กไ็ ม่เปน็ ปัญหาต่อใจทมี่ ี

33


ธรรมะหนา้ กฏุ ิ เล่ม ๕

มรรคผลนิพพาน ท่ีมีโลกุตตรธรรม ใจจะเพียงแต่รับรู้เฉยๆ
เท่านั้น รู้ว่าร่างกายแก่ แต่ไม่ทุกข์กับความแก่ของร่างกาย
รู้ว่าร่างกายเจ็บ แต่ไม่ทุกข์กับความเจ็บของร่างกาย รู้ว่า
รา่ งกายจะตาย แตไ่ ม่ทกุ ข์กบั ความตายของรา่ งกาย เพราะใจ
มีธรรมปกป้องคุ้มครองรักษานั่นเอง น่ีแหละนักปราชญ์
ทง้ั หลายจงึ เหน็ ความสำ� คญั ของธรรมยงิ่ กวา่ สงิ่ ตา่ งๆ ทงั้ หลาย
ท่ีมีอยใู่ นโลกน้ี ทา่ นถงึ เปน็ พระอรหนั ตก์ ันขน้ึ มา
หากทา่ นไปเห็นโลกธรรม ๘ เปน็ ส่ิงทีส่ ำ� คญั กวา่ ถ้าท่านเห็น
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นสิ่งที่ส�ำคัญกว่าโลกุตตรธรรม
ทา่ นกจ็ ะอยกู่ บั โลก เปน็ มหาเศรษฐี เปน็ พระราชามหากษตั รยิ ์
เปน็ ประธานาธบิ ดีเปน็ อะไรตา่ งๆนานาแตพ่ อเวลาแก่เวลาเจบ็
เวลาตายนี้ ก็ทุกข์เหมอื นกบั ขอทานดๆี น่เี อง ความทุกขข์ อง
พระราชามหากษัตริย์กับความทุกข์ของขอทานน้ีไม่ต่างกัน
เวลาท่ีเจอความแก่ ความเจ็บ ความตาย มีทรัพย์สมบัติ
ข้าวของมากน้อยเพียงไร ก็ไม่สามารถมาก�ำจัดความทุกข์
ต่างๆ ได้ แตถ่ า้ มีโลกุตตรธรรมนส้ี ามารถก�ำจัดได้หมด 

34


พระอาจารยส์ ุชาติ อภิชาโต

งานที่มี
วันส้ินสุด

สมัยท่ีพระพุทธเจ้าทรงเป็นเด็ก โดยปกติแล้วจะต้องมีพี่เลี้ยง
คอยเฝา้ ดคู อยอยเู่ ปน็ เพอื่ นตลอดเวลา แตพ่ อดวี นั นน้ั มกี จิ กรรม
บางอย่างท่ีท�ำให้พี่เล้ียงต้องไปช่วยงานท่ีอ่ืน เลยปล่อยให้
เจา้ ชายสทิ ธตั ถะประทบั อยใู่ ตต้ น้ ไมต้ ามลำ� พงั พอใจกบั รา่ งกาย
ของเจ้าชายสิทธัตถะน้ีอยู่ตามล�ำพัง ไม่มีใครมาคอยดึงไว้
ใจก็รวมเข้าสู่ความสงบโดยอัตโนมัติ เพราะเจ้าชายสิทธัตถะ
ในอดตี ชาตเิ คยบำ� เพญ็ สติมาแลว้ เคยฝึกสมาธมิ าแลว้ เคยได้
ฌานได้สมาธิมาแล้ว พอได้บรรยากาศท่ีเอื้อต่อความสงบ
เกดิ ขน้ึ ปบ๊ั เมอื่ กายวเิ วก จติ กว็ เิ วกขนึ้ มาทนั ที สำ� หรบั ผทู้ มี่ ขี อง
เกา่ นะ แต่พวกที่ไมม่ ีของเก่านี้ พอกายวิเวกแลว้ ใจเหงาขึน้ มา
ทันที ใจหงุดหงิดข้ึนมาทันที เพราะไม่เคยอยู่คนเดียว มีแต่
เคยชินกบั การอยกู่ บั คนน้นั คนนี้ พอต้องอยู่คนเดียวปบ๊ั ก็เกดิ
อาการเหงาเกดิ อาการวา้ เหวข่ นึ้ มาทนั ที ลองสงั เกตดวู า่ เราเปน็

35


ธรรมะหน้ากุฏิ เลม่ ๕

ชนิดไหน ชนดิ ทเ่ี หงาวา้ เหวเ่ วลาอยคู่ นเดยี ว หรอื ชนิดท่ีพออยู่
คนเดยี วแลว้ รสู้ กึ เยน็ สบาย มคี วามสขุ อนั นเ้ี ปน็ การตรวจสอบ
บุญในอดีตที่เราท�ำมาว่าเราเคยท�ำบุญแบบน้ีมาหรือเปล่า
เคยเจริญเนกขัมมะ เคยเจริญสติ เคยเจริญอุเบกขาบารมีมา
หรือเปลา่ ถา้ ไมเ่ คยเจรญิ มนั ก็จะไม่เกิด พอต้องอยูค่ นเดยี ว
เทา่ นนั้ กจ็ ะรสู้ กึ เหงารสู้ กึ วา้ เหวข่ น้ึ มาทนั ที จะตอ้ งรบี หาคนนน้ั
คนนี้มาอยเู่ ป็นเพือ่ นทันที หาคนไม่ได้ก็อาจจะหาแมวหาหมา
มาอยู่ แก้เหงาไปพลางๆ น่ีคือจิตใจที่เกาะติดกับคนกับสิ่ง
ภายนอก พอไมม่ ีสิง่ ภายนอกใหเ้ กาะติดกร็ ู้สกึ เหงารู้สกึ ว้าเหว่
แต่คนที่ไมเ่ กาะตดิ กบั คนภายนอก สิ่งภายนอก คนที่เขา้ สมาธิ
เปน็ น้ี พออยเู่ ฉยๆ ตามลำ� พังปับ๊ จติ มันจะเขา้ ไปข้างในทันที
เพราะไม่มีอะไรคอยดึงมันไว้นั่นเอง ถ้ามีคนหรือมีสิ่งนั้นส่ิงน้ี
มนั กจ็ ะไมเ่ ขา้ ไปเพราะมนั จะตอ้ งเกย่ี วขอ้ ง ตอ้ งคอยดู ตอ้ งคอย
ทำ� อะไรกบั เขามนั กจ็ ะไมเ่ ขา้ ไปแตถ่ า้ ไมม่ ใี ครอยนู่ ้ีอยคู่ นเดยี วปบ๊ั
มันจะรสู้ ึกวิเวกขนึ้ มาในใจเลย มันจะรูส้ กึ เงียบสงบสงดั ข้นึ มา
ภายในใจทนั ที แลว้ จะไมม่ คี วามรสู้ กึ เหงา รสู้ กึ วา้ เหวแ่ ตอ่ ยา่ งใด
จะรสู้ กึ เบาอกเบาใจ สบายอกสบายใจ
น่ีแหละความสุขท่ีมีอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน เพียงแต่เรา
ต้องเข้าไปให้ได้เท่าน้ันเอง ตอนน้ีเราถูกกิเลสตัณหาโมหะ

36


พระอาจารย์สชุ าติ อภิชาโต

อวชิ ชาหลอกใหเ้ ราไปหาความสุขขา้ งนอกกัน เราจึงไม่ได้เจอ
ความสขุ ที่มอี ยู่ในตวั เรา ความสขุ ขา้ งนอกเปน็ ความสขุ ปลอม
ถา้ เปน็ ทองคำ� กเ็ ปน็ ทองเก๊ ถา้ เปน็ ธนบตั รกเ็ ปน็ ธนบตั รเก๊ เวลา
ไดม้ าก็คดิ ว่าเปน็ ของจริง พอเอาไปใชก้ ็ใช้ไมไ่ ด้ เอาธนบตั รเก๊
ไปซ้อื ของ เขาบอกวา่ ใชไ้ ม่ไดเ้ ปน็ ของปลอม ความสขุ ทเ่ี ราได้
จากรูป เสียง กลนิ่ รส โผฏฐพั พะ ก็แบบนน้ั ไดม้ าเดย๋ี วเดยี ว
เหมอื นแบบควนั ไฟ ได้มาปับ๊ แลว้ ก็จางหายไป พอหายไปแล้ว
ก็ปล่อยให้เราเศร้าโศกเสียใจ เวลาที่เราสูญเสียคนท่ีเรารักไป
สง่ิ ทเี่ รารกั ไป ใจเรากจ็ ะวุ่นวายขน้ึ มาทนั ที หรอื ถา้ ไมเ่ ศร้าโศก
เสียใจ บางทีก็เกิดอาการโกรธแค้นขึ้นมา เช่น สมมุติว่าเรา
รักใครแล้วเขาท้ิงเราขึ้นมา ความสุขท่ีเคยได้จากเขาก็หายไป
ความเคยี ดแคน้ กจ็ ะเกดิ ขนึ้ ตามมา หรอื ถา้ เขาไมท่ ง้ิ เรา แตเ่ ขา
จากเราไปเพราะเขาเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ เราก็เกิด
ความเศรา้ โศกเสียใจ ก็เปน็ ความทกุ ข์ ทุกข์เพราะรกั หรอื ทกุ ข์
เพราะชัง มันก็เป็นทุกข์เหมือนกัน ทุกข์เพราะรักก็เศร้าโศก
เสียใจ ทุกข์เพราะชังก็โกรธแค้นอาฆาตพยาบาทขึ้นมา น่ีคือ
ผลที่จะไดร้ บั จากการไปหาความสุขภายนอก เพราะความสุข
ภายนอกเขาเป็นอย่างนี้ เขาเป็นอนิจจัง เขาเป็นอนัตตา คือ
เราไม่สามารถควบคุมบังคับให้เขาเป็นนิจจัง เป็นสุขัง
เป็นอัตตาได้ เขาจะต้องเปลย่ี นไปตามกาลตามเวลา ตามเหตุ

37


ธรรมะหนา้ กุฏิ เลม่ ๕

ตามปัจจัย มเี กิดขึ้น ตั้งอยู่ แลว้ เด๋ียวกต็ อ้ งดบั ไป ขณะตง้ั อยู่
ก็มีการเปลี่ยนไป เปล่ียนไปในทางที่ดีบ้าง เปล่ียนไปในทาง
ที่ไม่ดีบ้าง พอมีการเปล่ียนไปก็เกิดความไม่สบายใจขึ้นมา
เกิดความทุกข์ใจขึ้นมา นี่คือความหลง อวิชชาคือความหลง
โมหะก็คือความเห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
เหน็ ความทกุ ขจ์ ากรปู เสยี ง กลนิ่ รส โผฏฐพั พะ วา่ เปน็ ความสขุ
เพราะมองไม่เห็นความเท่ียงแทแ้ นน่ อน มองไมเ่ ห็นความเป็น
ธรรมชาติของสิ่งต่างๆ คือเป็นส่ิงท่ีเขาไม่ได้อยู่ภายใต้อ�ำนาจ
ของใคร เขาเปน็ ธรรมชาติ
พวกเราคงเข้าใจค�ำว่าธรรมชาติ เช่น ฝนน้ีก็เป็นธรรมชาติ
เวลาฝนตกกไ็ มม่ ใี ครไปส่งั ให้หยุดได้ เวลาอากาศรอ้ นจะไปสง่ั
ใหม้ นั เยน็ กส็ ง่ั ไมไ่ ด้ มนั เปน็ ของมนั แลว้ มนั กเ็ ปลยี่ นของมนั ไป
มันมาแล้วเดี๋ยวมันก็ไป เรียกว่าไม่มีตัวตนในสิ่งเหล่านี้ รูป
เสียง กล่ิน รส โผฏฐัพพะตา่ งๆ ท่เี ราหาจากสิง่ ตา่ งๆ หรอื จาก
บคุ คลตา่ งๆ กเ็ ปน็ อนัตตาเหมือนกนั เปน็ ธรรมชาตเิ หมือนกัน
เพยี งแตเ่ ราไมม่ องวา่ เปน็ ธรรมชาติ เรากลบั ไปมองวา่ เปน็ สง่ิ ท่ี
ควบคุมบังคับได้ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ควบคุมบังคับไม่ได้
เราเลยไมเ่ คยเขา้ หาความสขุ ภายในกนั เพราะเราคอยถกู หลอก
ใหไ้ ปหาความสขุ ภายนอก จนกลายเปน็ เหมอื นคนตดิ ยาเสพตดิ

38


พระอาจารย์สชุ าติ อภชิ าโต

เหมอื นทว่ี นั กอ่ นเลา่ วา่ พวกนกทเี่ ขาเลย้ี งอาหารดว้ ยยาเสพตดิ น้ี
คือเอาอาหารผสมด้วยกัญชา นกที่เขาเอามาขายเพ่ือให้คน
เอาไปปลอ่ ย พอปลอ่ ยแลว้ เดย๋ี วมนั ก็บนิ กลบั มาหาเจา้ ของอกี
มันมากินอาหารที่มีกัญชาเพราะมันติดรสอาหาร มันเป็น
ยาเสพติด รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ นี่ก็เป็นเหมือนยา
เสพติดที่เราเสพกันอยู่เรื่อยๆ เสพกันเท่าไรก็ไม่อ่ิมไม่พอ
ดูหนังมาไม่รู้ก่ีร้อยเรื่องแล้ว ดูแล้วก็ไม่พอ ฟังเพลงมากี่ร้อย
กพ่ี นั เพลงแลว้ กไ็ มพ่ อ เสพรปู เสยี ง กลน่ิ รส โผฏฐพั พะ ชนดิ ไหน
มากมี่ ากนอ้ ยเพยี งไรกไ็ มเ่ คยมคี วามอมิ่ ความพอ มแี ตค่ วามหวิ
ความอยากท่ีจะเสพอยู่เร่ือยๆ แล้วพอต้องตกอยู่ในสภาพท่ี
ไม่สามารถเสพไดก้ จ็ ะเกดิ ความทกุ ขใ์ จขน้ึ มา
ดังนั้นเราต้องพยายามฝืนเพ่ือจะต่อสู้กับอ�ำนาจของกิเลส
ตัณหาโมหะอวิชชาท่ีคอยดันส่งใจให้เราออกไปหารูป เสียง
กลน่ิ รส โผฏฐพั พะต่างๆ ในเบ้ืองตน้ ก็อาศยั ก�ำลังของสตคิ อย
ดงึ ใจใหก้ ลบั เขา้ ขา้ งใน ถา้ เราหมน่ั ทอ่ งพทุ โธๆ ไปเรอ่ื ยๆ อยา่ งนี้
ต่อไปพุทโธจะมีก�ำลังมากกว่าความคิดปรุงแต่งที่จะไปคิด
หาความสุขจากรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะชนิดต่างๆ
พอความอยากหาความสุขน้ีมันสู้ก�ำลังของพุทโธไม่ได้
มนั กจ็ ะดึงใจกลบั เข้าข้างใน เดย๋ี วใจกเ็ ข้าสู่ความสงบ สำ� หรบั

39


ธรรมะหนา้ กฏุ ิ เลม่ ๕

บางท่านก็จะเข้าเป็นข้ันๆ สงบทลี ะเลก็ ทลี ะน้อย แต่บางท่าน
กเ็ ขา้ แบบพรวดพราดกม็ ี เขา้ แบบเหมอื นตกจากทสี่ งู บรกิ รรม
พทุ โธอยแู่ ปบ๊ หนงึ่ เหมอื นจติ นตี้ กจากทสี่ งู รวมเปน็ หนง่ึ สงบนง่ิ
ความคิดปรงุ แต่ง ความอยากตา่ งๆ โมหะอวิชชากเิ ลสตัณหา
หยดุ ท�ำงานชั่วคราว พอการทำ� งานของกเิ ลสตัณหาหยุดปบั๊ น่ี
ความสุขอันมหัศจรรย์ใจก็ปรากฏขึ้นมาทันที น่ีคืออ�ำนาจ
ของสติแตส่ ตนิ มี้ กี ำ� ลงั ไมม่ ากไมน่ านพอจติ สงบสตกิ ห็ ยดุ ทำ� งาน
ไปด้วย พอสตหิ มดแรง กเิ ลสตณั หาก็จะมีก�ำลงั โผลข่ ึ้นมาใหม่
กจ็ ะผลักดันให้จิตออกไปหารูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐพั พะใหม่
พอจิตสงบได้สักพักหน่ึงก็เกิดความอยากจะลุกแล้ว เริ่มคิด
ปรงุ แตง่ แลว้ เรม่ิ รสู้ กึ เจบ็ ตรงนนั้ ปวดตรงนแี้ ลว้ แสดงวา่ ไดอ้ อก
มาถึงตา หู จมกู ลิน้ กายแล้ว พอเกดิ ความรู้สกึ ข้ึนมาก็อยาก
จะเปลี่ยนความรู้สึกแล้ว พอน่ังแล้วร้สู กึ เจ็บตรงนั้นปวดตรงนี้
กอ็ ยากจะขยบั พอลกุ ขนึ้ มาแลว้ กจ็ ะรสู้ กึ อาการหวิ นำ้� กอ็ ยากจะ
ดม่ื เครอื่ งดม่ื ชนดิ ตา่ งๆ ถา้ ไมถ่ อื ศลี ๘ กอ็ าจจะอยากรบั ประทาน
ขนมนมเนยตอ่ อีก เพราะความอยากเร่มิ ทำ� งาน
ถ้าต้องการจะเอาชนะสิ่งเหล่าน้ีก็มี ๒ วิธี วิธีแรกก็ใช้พุทโธ
หยดุ มนั ไวก้ อ่ น ใหจ้ ติ กลบั เขา้ ไปขา้ งในเหมอื นเมอื่ กอ่ น อนั นกี้ ็
ตอ้ งทำ� อยเู่ รอื่ ยๆ สลบั กนั ไป ดนั เขา้ ไปแลว้ เดย๋ี วมนั กด็ นั ออกมา

40


พระอาจารย์สชุ าติ อภิชาโต

วธิ ีท่ี ๒ เราเรียกวา่ วธิ ีของปญั ญาหรือวิปัสสนา ต้องสอนใจให้
เหน็ วา่ รปู เสยี ง กลนิ่ รส โผฏฐพั พะ ทใี่ จอยากไปเสพนเ้ี ปน็ ทกุ ข์
เพราะไม่เท่ยี ง เพราะเป็นของธรรมชาติ เปน็ ของทบ่ี างทเี ราก็
ควบคมุ บังคบั ได้ บางทีก็ไมไ่ ด้ บางทกี ็อย่กู บั เรา บางทีก็ไม่อยู่
กบั เรา ถ้าเวลาเขาไม่อยกู่ ับเรา เวลาเขาจากเราไป มนั กจ็ ะทำ�
ใหเ้ ราทุกข์ใจ เสียใจ เศร้าใจ ถา้ เราไม่อยากจะทกุ ขใ์ จ เศร้าใจ
เรากอ็ ยา่ ไปหารปู เสยี ง กลน่ิ รส โผฏฐพั พะ มาเสพดกี วา่ ถา้ เรา
ตัดความอยากได้ ตอ่ ไปเราจะไม่รสู้ ึกหวิ โหยกับรูป เสยี ง กล่ิน
รส โผฏฐัพพะ เหมอื นคนทตี่ ดั ความอยากสูบบหุ รี่ได้ พอเลกิ
สูบบุหรี่ได้แล้ว ก็จะไม่รู้สึกหิวโหยกับการสูบบุหรี่ คนท่ีเคย
หิวโหยกับการดมื่ สุรา พอเลกิ ความอยากดม่ื สรุ าได้ ตอ่ ไปก็ไม่
รู้สึกเดือดร้อนกับการไม่ได้ดื่มสุรา อันน้ีเป็นเร่ืองของปัญญา
ขั้นที่ ๒ ตอ่ จากสมาธิ
ถ้าเราช�ำนาญทางสมาธิแล้ว พอออกจากสมาธิมาก็ใช้ปัญญา
สอนใจ เวลาอยากไดอ้ ะไรกส็ อนใหเ้ หน็ ไตรลกั ษณ์ เหน็ อนจิ จงั
ทกุ ขัง อนัตตา หรือเห็นมุมกลบั ถ้าเห็นอะไรสวยงามก็มองให้
เหน็ วา่ มนั ไมส่ วยงาม เชน่ รา่ งกายเหน็ สวยงามกอ็ ยากจะไดเ้ ขา
เปน็ แฟน พอไปเหน็ สว่ นทไ่ี มส่ วยงามของเขา เรากก็ ลวั เขาทนั ที
ถา้ คดิ วา่ เกดิ วนั ดคี นื ดเี ขาโกรธเรา เขาเกลยี ดเรา เปน็ ยงั ไงบา้ ง

41


ธรรมะหนา้ กฏุ ิ เล่ม ๕
42


พระอาจารยส์ ุชาติ อภชิ าโต

เขาซ้อมเรา เขาทุบตีเราอยา่ งน้ี ถา้ คดิ ถงึ มมุ กลับบ้าง มนั ก็ท�ำ
ให้เราอาจจะหยุดความอยากได้ ไม่เส่ียงดีกว่า เพราะไม่รู้ว่า
เขาจะดีกับเราไปตลอดได้หรือเปล่า วันดีคืนดีเขาอาจจะ
กลายเป็นข้าศึกศัตรูข้ึนมาก็ได้ ให้คิดมุมกลับ ให้คิดถึงการ
เปลี่ยนแปลง คนเราคดิ ได้สิง่ ตา่ งๆ คิดจากดกี ลายเป็นไม่ดไี ด้
ถา้ เหน็ ความไมแ่ นน่ อนของสงิ่ ตา่ งๆ มนั กจ็ ะทำ� ใหเ้ ราไมอ่ ยากที่
จะไดส้ ง่ิ ตา่ งๆ มา เพราะเราไมร่ วู้ า่ มนั จะกลายเปน็ ยาพษิ ขนึ้ มา
เมื่อไร จะกลายเป็นพิษเป็นภัยต่อเราเมื่อไร สู้อยู่ตามล�ำพัง
ดกี วา่ ปลอดภยั กวา่ อยกู่ บั ความสงบดกี วา่ เรากจ็ ะเลกิ ความ
อยากต่างๆ ได้ ต่อไปก็จะไม่มีความอยากหลงเหลืออยู่
ในใจ ใจของเราก็จะมแี ต่ความสงบ มีแตค่ วามสุขไปตลอด
การปฏบิ ตั ขิ องเรากย็ ตุ ลิ งตรงจดุ นนั้ เมอื่ ไมม่ คี วามทกุ ขห์ ลง
เหลอื อยู่ในใจแล้วกไ็ มต่ ้องปฏิบตั ิตอ่ ไป เม่ือไม่มคี วามอยาก
หลงเหลืออยู่ในใจก็จะไม่มีความทุกข์ ก็ไม่ต้องเจริญสติ
ไม่ต้องนั่งสมาธิ ไม่ต้องเจริญวิปัสสนาอีกต่อไป เพราะการ
เจริญธรรมเหล่านี้เป็นเหมือนการรับประทานยา ถ้าไม่สบาย
ก็ต้องรับประทานยา แต่พอหายจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ก็ไม่
จำ� เป็นจะต้องรับประทานยา รับประทานไปก็ไม่ได้ทำ� ใหม้ ีผล
อะไรตา่ งกนั เรากเ็ ลกิ รบั ประทานยาเวลาทเ่ี ราหาย เวลาใจพน้

43


ธรรมะหน้ากฏุ ิ เลม่ ๕

ทกุ ข์แลว้ ไมม่ คี วามทกุ ขแ์ ล้ว ไม่มกี ิเลสตัณหาแล้ว ก็ไม่มีความ
จำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งปฏบิ ัติธรรมอีกตอ่ ไป
การปฏิบัติทางธรรมนี้มีวันสิ้นสุดลง งานทางธรรมมีวันส้ิน
สุดลง แต่งานทางโลกน้ีท�ำไปเท่าไรก็ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะ
มันจะต้องคอยมาเสริมมาเติมอยู่เร่ือยๆ เดี๋ยวมันเก่าก็ต้อง
มาซอ่ มมาแซมใหมอ่ ยู่เรอื่ ยๆ แตง่ านทางธรรมน้ีเหมอื นกับ
การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เพราะพอหายแล้วก็ไม่ต้องกินยา
อีกตอ่ ไป
นค่ี อื ผลทเี่ ราจะไดจ้ ากการทเ่ี รามาปฏบิ ตั ธิ รรมกนั หดั เจรญิ สติ
หดั นง่ั สมาธิ หดั เจรญิ ปญั ญา หดั ถอื ศลี ๘ กนั หดั อยตู่ ามลำ� พงั กนั
แลว้ ต่อไปเราจะได้หลดุ พน้ จากความทกุ ข์ แล้วก็จะมแี ตค่ วาม
สขุ อยูภ่ ายในใจตลอดเวลา 

44


พระอาจารย์สชุ าติ อภิชาโต

ลบลา้ งมจิ ฉาทฏิ ฐิ
เพ่ือกอ่ ให้เกดิ สัมมาทิฏฐิ
พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารยส์ ุชาติ อภิชาโต

วนั ท่ี ๒๙ มิถนุ ายน พ.ศ.​๒๕๖๓

คร่ึงหนึ่งของชีวิตของพวกเราคือร่างกายท่ีพวกเรารู้จักกัน
เหน็ กนั เรารเู้ รอ่ื งของรา่ งกายเราดมี าก พวกหมอพวกแพทย์
นเ่ี ขารเู้ รอ่ื งราวตา่ งๆ ของรา่ งกาย แตไ่ มม่ ใี ครรเู้ รอื่ งราวของ
จิตใจ เพราะการที่จะรู้เร่ืองราวของจิตใจได้นี้ ต้องมีตาใน
ต้องมีตาทิพย์ ต้องเปิดตาทิพย์ พวกเราทุกคนมีตาทิพย์กัน
มตี าใน มกี ายทพิ ย์ กายทพิ ยน์ ก่ี ม็ ตี าทพิ ย์ มหี ทู พิ ย์ สามารถทจี่ ะ
เห็นสิง่ ทีม่ ีอยู่ในโลกทิพยไ์ ด้ สามารถไดย้ ินเสยี งที่หธู รรมดาได้
ยนิ ไมไ่ ด้ ไดย้ นิ เสยี งของเทวดาของกายทพิ ยต์ า่ งๆ เหน็ ภาพเหน็
รปู ของกายทพิ ยต์ า่ งๆ การทจี่ ะมตี าทพิ ยห์ รอื เปดิ ตาทพิ ยข์ อง
เราขนึ้ มาน้ี เราต้องใชก้ ารปฏิบัตทิ เ่ี รียกวา่ การภาวนานี้เอง

45


ธรรมะหน้ากุฏิ เล่ม ๕

การภาวนานแ่ี หละเปน็ วธิ ที จี่ ะทำ� ใหเ้ ราเปดิ ตาทพิ ย์ เปดิ ตาใน
ของเรา ใหเ้ ราไดเ้ ห็นกายทิพยข์ องเราว่า นอกจากรา่ งกาย
ของเรา กายหยาบของเราแลว้ เรายงั มกี ายทพิ ยอ์ กี กายหนง่ึ
กายทพิ ยน์ จี้ ะไมม่ รี ปู รา่ งหนา้ ตาเหมอื นกบั กายหยาบ กายทพิ ยน์ ้ี
จะมคี วามรสู้ กึ นกึ คดิ มผี รู้ ผู้ คู้ ดิ นคี่ อื ตวั ของกายทพิ ย์ กายทพิ ยน์ ี้
เปน็ ผรู้ สู้ กึ นกึ คดิ และเปน็ ผทู้ มี่ าสงั่ การใหร้ า่ งกายทำ� อะไรตา่ งๆ
รา่ งกายนเ้ี ปน็ บา่ ว กายทพิ ยน์ เี้ ปน็ นาย ใจเปน็ นาย กายเปน็ บา่ ว
ผ้รู ผู้ ู้คิดนเ้ี ปน็ ผู้ส่ังใหร้ า่ งกายท�ำอะไรตา่ งๆ อยา่ งวนั นผ้ี รู้ กู้ ร็ ู้ว่า
มีการแสดงธรรมที่นี่ ผู้รู้ก็ส่ังด้วยความคิด สั่งให้ร่างกายออก
เดินทางมาท่ีน่ีเพราะจะมาท�ำหน้าที่ ส�ำหรับผู้ท่ีมีหน้าท่ี
ถ่ายทอดก็มาท�ำหน้าท่ีถ่ายทอดการแสดงธรรม ส�ำหรับผู้ที่
ต้องการฟังธรรมก็มาฟังธรรม ผู้รู้ผู้คิดนี้เป็นผู้สั่งให้ร่างกาย
ออกเดินทางมาจากบ้าน จากท่ีพัก ถ้าอยู่ในวัดก็มาจากที่พัก
ในวดั บางท่านกเ็ ดินมา บางท่านกข็ บั รถมา นง่ั รถมา มาแล้ว
กม็ าทำ� หนา้ ที่ ผทู้ ท่ี ำ� หนา้ ทจี่ รงิ ๆ คอื ใจ คอื กายทพิ ยห์ รอื ผรู้ ผู้ คู้ ดิ
รา่ งกายนเ้ี ปน็ เพยี งเครอ่ื งมอื ของใจ เปน็ เหมอื นรถยนต์ รถยนต์
นเ้ี ปน็ เครอื่ งมอื ของคนขบั รถ คนทขี่ บั รถนไ้ี มใ่ ชเ่ ปน็ รถ คนทขี่ บั
รถนเี้ ปน็ คนขบั คนทใ่ี ชร้ า่ งกายกไ็ มใ่ ชร่ า่ งกาย คนทใ่ี ชร้ า่ งกาย
ใหท้ ำ� งานตา่ งๆ กค็ อื กายทพิ ยน์ เี่ อง กายทพิ ยน์ แี่ หละเปน็ ตวั
ท่ีจะไม่ตายไปกับกายหยาบ เวลาที่ร่างกายน้ีตายไปแล้ว

46


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

กายทิพย์น้ีไม่ได้ตายไปกับร่างกาย เพราะเป็นคนละคนกัน
กายทพิ ยไ์ มไ่ ดแ้ กไ่ มไ่ ดเ้ จบ็ ไมไ่ ดต้ ายไปกบั กายหยาบเพราะวา่
กายทพิ ยน์ ไ้ี ม่ได้มสี ว่ นประกอบเหมือนกับกายหยาบนนั่ เอง
กายหยาบมีสว่ นประกอบคอื ธาตุ ๔ มธี าตดุ นิ ธาตนุ �้ำ ธาตุลม
ธาตไุ ฟ เราจงึ เรยี กรา่ งกายนวี้ า่ “สงั ขาร” สงั ขารคอื สง่ิ ทเี่ กดิ ขน้ึ
จากการผสมปรงุ แตง่ ของธาตุ๔คอื ของดนิ นำ้� ลมไฟเหมอื นกบั
อาหารต้องมีการผสมปรุงแต่ง การจะท�ำอาหารจานหนึ่งขึ้น
มาได้ เรากต็ อ้ งมีสว่ นประกอบต่างๆ คือ มีผกั มเี นื้อ มนี ำ�้ มัน
มนี ำ�้ มผี งชรู ส มนี ำ้� ปลา มอี ะไรตา่ งๆ เปน็ การผสมปรงุ แตง่ ของ
สว่ นประกอบ ทำ� ใหเ้ กดิ อาหารขน้ึ มา แตอ่ าหารทเี่ ราทำ� เสรจ็ น้ี
ถ้าเรารบั ประทานเขา้ ไปในรา่ งกาย มันกไ็ ปแยกตวั ออก มนั ก็
กลายเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของร่างกายต่อไป ไปเสริม
อาการ ๓๒ ต่างๆ ของร่างกาย ท�ำใหผ้ มของเรายาวข้ึน ท�ำให้
เลบ็ ของเรายาวขนึ้ ทำ� ใหอ้ วยั วะตา่ งๆ ทจี่ ะเสอื่ มไมเ่ สอ่ื ม เพราะ
เหมือนกับมีอะไหล่ชิ้นส่วนเข้ามาเสริมอยู่เร่ือยๆ น่ีเรียกว่า
สังขาร อะไรที่เป็นสังขารนี้แสดงว่ามันไม่ได้เป็นของแท้
ดงั้ เดมิ มนั เปน็ ของทเ่ี กดิ จากการผสมปรงุ แตง่ สว่ นธาตทุ ม่ี า
ผสมปรุงแต่งนี้เป็นของแท้ดั้งเดิม ธาตุดินนี้เป็นของแท้ของ
ดั้งเดิม มีมาตลอดทุกยุคทุกสมัย ธาตุน้�ำก็มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย

47


ธรรมะหนา้ กฏุ ิ เล่ม ๕

ธาตุดินก็มีทุกยุคทุกสมัย ธาตุลม ธาตุไฟ ก็มีทุกยุคทุกสมัย
ธาตเุ หลา่ นมี้ นั กเ็ ปน็ ธาตเุ หมอื นเดมิ นำ�้ ในสมยั พทุ ธกาลกบั นำ�้ ใน
สมยั นกี้ เ็ ปน็ นำ�้ อนั เดยี วกนั ดนิ ในสมยั พทุ ธกาลกบั ดนิ ในสมยั น้ี
ก็เป็นดินอันเดียวกัน ธาตุเหล่านี้เขาเรียกว่าเป็นธาตุแท้ ธาตุ
ดงั้ เดมิ ทไี่ มม่ วี นั แตกไมม่ วี นั ดบั ไมม่ วี นั หมดสนิ้ ไปจากโลกแตม่ นั
ชอบไปผสมรวมกนั แลว้ ไปปรงุ แตง่ ใหเ้ ปน็ สง่ิ ตา่ งๆ ขนึ้ มา สง่ิ ตา่ งๆ
ทเ่ี ราเหน็ เชน่ ตน้ ไม้ ใบหญา้ คน หรอื สตั วเ์ ดรจั ฉานน้ี กล็ ว้ นเปน็
ผลท่ีเกดิ จากการผสมปรุงแตง่ ของธาตุท้ัง ๔ นเ่ี อง
ดังนั้นร่างกายของเราน้ี ความจริงไม่มีตัวเรา ไม่มีตัวเราอยู่
ในรา่ งกาย “สพั เพ ธมั มา อนตั ตา” ธรรมทงั้ หลายไมม่ ตี วั ตน
ดิน น้�ำ ลม ไฟ ก็ไม่มีตัวตน พอมารวมตัวกันให้เป็นร่างกาย
เปน็ อาการ ๓๒ ขน้ึ มา กไ็ มม่ ตี วั ตนเหมอื นกนั กเ็ ปน็ เพยี งอาการ
๓๒ รา่ งกายของเรานม้ี ผี ม มขี น มเี ลบ็ มฟี นั มหี นงั มเี นอ้ื มเี อน็
มกี ระดูก มเี ยือ่ ในกระดูก มีม้าม มหี วั ใจ มตี บั มีพังผดื มปี อด
มีไส้น้อย มีไส้ใหญ่ มีอาหารใหม่ มีอาหารเก่า มีสมอง แลว้ ก็มี
น�้ำชนิดตา่ งๆ น�้ำเลอื ด น�ำ้ เหลอื ง น้�ำดี น�้ำเสลด น�้ำมนั เหลว
น�ำ้ ตา น้ำ� มนั ข้น น�ำ้ เหงอ่ื น้ำ� มูตร น้�ำคตู ร น�ำ้ มกู น้ำ� ลาย อันนี้
เปน็ สงั ขารทเี่ กดิ จากการผสมปรงุ แตง่ ของธาตทุ งั้ ๔ คอื ธาตดุ นิ
น้�ำ ลม ไฟ เหมือนกับขนมต่างๆ ที่เรารับประทานก็เกิดจาก

48


Click to View FlipBook Version
Previous Book
LM-1482 COURSE ANTHOLOGY - THEORY
Next Book
CPRG Seminar Presentation-Handout