2คูม5ือ6โร3งไฟฟา ขยะ
โครงการการสรางความรูความเขาใจและพัฒนาการสื่อสารดานพลังงานเพ�่อเจตคติที่ดี
ตอการขับเคลื่อนงานพลังงานในชุมชน ปงบประมาณ 2563
ขยะ คือ สิ�งของเหลือทิ�งจากกระบวนการผลิต การอุปโภค และการบร�โภค ซึ่งเสื่อมสภาพจนใชการไมได หร�อ ไมตองการใชแลว บางชนิดเปนของแข็งหร�อเปนกากของเสีย
(Solid waste) ซึ่งขยะสามารถทำใหเกิดมลพ�ษ และเปนแหลงเพาะเชื้อโรค สามารถสงผลเสียตอสุขภาพ ทั้งทางกายและทางจิตใจได
คาํ นาํ
คูมอื โรงไฟฟาขยะ โครงการ “การสรางความรูค วามเขา ใจและพัฒนาการส่ือสารดานพลงั งานเพ่ือเจต
คติท่ีดีตอ การขับเคลื่อนงานพลังงานในชุมชน ปงบประมาณ 2563” โดยกองศึกษาและพัฒนาโรงไฟฟา
ฐาน (กศร.) สํานักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กระทรวงพลังงาน จัดทําข้ึนโดยมีวัตถุประสงคเพ่ือ
เสริมสรางความเขาใจและเจตคติท่ีดีตอพลังงานในพ้ืนที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร และสงเสริม
กระบวนการเรียนรูใหกับเยาวชน ประชาชน และผูสนใจท่ัวไปเขาใจพลังงานทดแทนและพลังงาน
ทางเลือกอยางตอ เนือ่ ง
โดยในคมู ือโรงไฟฟาขยะ ประกอบไปดวย การจําแนกประเภทของขยะมลู ฝอย สถานการณข ยะมูล
ฝอย เทคโนโลยีการผลิตไฟฟาจากขยะ การบริหารจัดการขยะท่ีดําเนินการอยางเปนรูปธรรมและ
กฎหมายทีเ่ กย่ี วของกบั โรงไฟฟาขยะ
ทางคณะผจู ัดทําหวังเปนอยางย่ิงวา “คูมือโรงไฟฟาขยะ” จะสามารถเสรมิ สรา งความเขาใจและเจต
คติท่ีดีตอพลังงาน และสงเสริมกระบวนการเรียนรูใหกับเยาวชน ประชาชน และผูสนใจท่ัวไปเขาใจ
พลังงานทดแทนและพลงั งานทางเลือกอยางตอเนอ่ื ง สอดคลอ งกบั แผนพฒั นากําลงั ผลิตไฟฟาของประเทศ
ไทย พ.ศ.2558-2579 (PDP 2015) หากคมู ือโรงไฟฟาขยะ มีความผิดพลาดประการใด ทางคณะผูจัดทํา
ขอนอมรบั ไว ณ ที่น้ี และยินดรี บั ขอ คดิ เห็น รวมถึงขอติชมตางๆ จากผูเ ก่ยี วของทุกทา น เพื่อท่ีจะใชในการ
ปรบั ปรุงแกไ ขใหม ีความสมบรู ณย ่ิงข้ึน สาํ หรบั การใชง านในโอกาสตอ ไป
สารบญั
หนา
บทที่ 1 บทนํา 1-1
1.1 การจาํ แนกประเภทของขยะมลู ฝอย 1-1
1.2 สถานการณข ยะมูลฝอย 1-4
บทที่ 2 เทคโนโลยีการผลติ ไฟฟา จากขยะ 2-1
2.1 การผลติ พลังงานไฟฟา โดยใชกระบวนการทางความรอ น 2-1
2.2 การผลิตพลงั งานไฟฟา โดยใชก ระบวนการทางกา ซชีวภาพ 2-9
2.3 เทคโนโลยีผลิตเชื้อเพลิงขยะ 2-14
2.4 ขอ ด-ี ขอจาํ กดั ของเทคโนโลยกี ารผลิตไฟฟา จากขยะ 2-18
บทท่ี 3 การบรหิ ารจัดการขยะทด่ี าํ เนินการอยางเปนรูปธรรม 3-1
3.1 ศูนยก ําจัดขยะมลู ฝอย (ศูนยท่3ี ) เทศบาลนครราชสมี า 3-1
3.2 โรงเผามลู ฝอยชมุ ชนและผลติ ไฟฟา เทศบาลนครภเู กต็ 3-8
3.3 การผลติ เชือ้ เพลิง RDF จากขยะของบรษิ ัทปูนซีเมนต ทีพไี อ โพลนี จาํ กดั (มหาชน) 3-13
3.4 เทคโนโลยกี ารจัดการขยะดว ยวิธีผสมผสานแบบสรุ นารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยสี รุ นารี 3-17
3.5 กรณศี ึกษา การบรหิ ารจดั การขยะในตางประเทศ 3-22
บทที่ 4 กฎหมายทเ่ี กีย่ วของกับโรงไฟฟา ขยะ 4-1
4.1 กฎหมายทีเ่ ก่ียวของดา นพลงั งานและการขออนุญาตจดั ตัง้ โรงไฟฟา 4-1
4.2 กฎหมายทเ่ี กี่ยวของกับสถานที่ต้ังโรงไฟฟา 4-3
4.3 กฎหมายทเ่ี กี่ยวของดา นสง่ิ แวดลอมและการสาธารณสขุ 4-6
4.4 กฎหมายทีเ่ ก่ียวกบั ใบอนุญาตและการรับซอื้ ไฟฟา 4-9
4.5 กฎหมายท่ีเกี่ยวกับมาตรการสง เสริมและชวยเหลอื ดา นการลงทุน 4-10
บทที่ 1
บทนาํ
ขยะ คือ ส่ิงของเหลอื ท้ิงจากกระบวนการผลิต การอุปโภค และการบริโภค ซึ่งเสื่อมสภาพจนใชก าร
ไมไ ด หรือ ไมตองการใชแลว บางชนดิ เปนของแข็งหรือเปนกากของเสีย (Solid waste) ขยะสามารถทํา
ใหเกดิ มลพิษ และเปนแหลง เพาะเชื้อโรค สามารถสงผลเสียตอสุขภาพ ทั้งทางกายและทางจติ ใจได
1.1 การจําแนกประเภทของขยะมูลฝอย
การจําแนกประเภทของขยะมูลฝอยโดยทั่วไปมีการจําแนกตามพิษภัยท่ีเกิดข้ึนกับมนุษยและ
สิง่ แวดลอม จําแนกตามลกั ษณะของขยะ และจาํ แนกตามแหลง กาํ เนิดของขยะ ดงั รายละเอียดตอ ไปนี้
1.1.1 การจาํ แนกประเภทตามพิษภยั ทเ่ี กดิ ขน้ึ กับมนษุ ยแ ละสิ่งแวดลอม
1) ขยะทั่วไป (General Waste) หมายถึง ขยะมูลฝอยท่ีมอี ันตรายนอย ไดแก พวกเศษอาหาร
เศษกระดาษ เศษผา พลาสติก เศษหญา และใบไม ฯลฯ
2) ขยะอันตราย (Hazardous Waste) เปน ขยะทมี่ ีภยั ตอคนและส่งิ แวดลอม อาจมีสารพิษติด
ไฟหรือระเบิดงาย ปนเปอนเชื้อโรค เชน ไฟแช็คแกส กระปองสเปรย ถานไฟฉาย
แบตเตอร่ี หรืออาจเปนพวกสําลแี ละผา พันแผลจากสถานพยาบาลท่ีมเี ชื้อโรค
1.1.2 การจาํ แนกประเภทตามลกั ษณะของขยะ
1) ขยะเปยกหรือขยะสด (Garbage) มีความชื้นปนอยูมากกวารอยละ 50 จึงติดไฟไดยาก
สวนใหญ ไดแก เศษอาหาร เศษเนือ้ เศษผกั และผักผลไมจ ากบานเรอื น รา นจําหนาย
อาหารและตลาดสด รวมท้ังซากพืชและสัตวท่ียงั ไมเนาเปอย ขยะประเภทนี้จะทําใหเกดิ
กล่ินเนาเหม็นเนื่องจากแบคทีเรียยอ ยสลายอินทรยี สาร นอกจากน้ียังเปนแหลงเพาะเชื้อ
โรคโดยตดิ ไปกบั แมลง หนู และสัตวอื่นทีม่ าตอมหรือกินขยะเปนอาหาร
2) ขยะแหง (Rubbish) คอื สง่ิ เหลือใชท ่ีมคี วามชนื้ อยูน อ ยจงึ ไมก อใหเกิดกลิน่ เหม็น จําแนกได
เปน 2 ชนดิ คือ
- ขยะท่เี ปน เชอ้ื เพลิง เปน พวกที่ติดไฟได เชน เศษผา เศษกระดาษ หญา ใบไม กงิ่ ไมแหง
- ขยะท่ไี มเปน เชอ้ื เพลิง ไดแ ก เศษโลหะ เศษแกว และเศษกอ นอิฐ
1.1.3 การจาํ แนกประเภทตามแหลง กําเนดิ ของขยะ
1) ขยะมลู ฝอยชมุ ชน คือ ขยะจากสถานที่ตางๆ ไดแก ท่ีพักอาศยั ยานธุรกิจการคา ตลาดสด
สถานท่ีราชการ สถาบันการศกึ ษา และโรงพยาบาล ลักษณะของขยะขึ้นอยูกับกิจกรรม
ตางๆ ตามประเภทของแหลงกาํ เนิด เชน ขยะจากสถานที่ราชการหรือโรงเรียน สวนใหญ
1-1
เปนเศษวัสดุเหลือใชจ ากสาํ นกั งาน เชน กระดาษ ถุงพลาสติก ขยะจากโรงพยาบาล
มักเปนขยะติดเช้ือปะปนมากับขยะมูลฝอยประเภทอน่ื ๆ เปน ตน
2) ขยะมูลฝอยจากการเกษตร คือ มลู ฝอยที่เกิดจากฟารมเลี้ยงสัตวและจากการเพาะปลูก
ซ่ึ ง ส ว น ใ ห ญ เ ป น ส า ร อิ น ท รี ย ท่ี จ ะ เ กิ ด ก า ร เ น า แ ล ะ ย อ ย ส ล า ย ส ง ก ลิ่ น เ ห ม็ น ร บ ก ว น
เชน เศษพืชผัก มูลสัตว เปนตน ในเขตเกษตรกรรมบางแหงมีการใชสารเคมีและวัตถุมพี ิษ
ตา งๆ ซึ่งเส่ียงตอ การปนเปอ นสสู ่ิงแวดลอม
3) ขยะมูลฝอยอุตสาหกรรม คือ ขยะมูลฝอยจากโรงงานอุตสาหกรรมตางๆ ท้ังจาก
กระบวนการผลิต หรือท่ีปะปนมากับวัตถุดิบ ลกั ษณะมูลฝอยแบงเปนมูลฝอยท่ัวไป จาก
กิจวัตรประจําวัน หรือจากบานพักคนงาน และมูลฝอยอันตรายซ่ึงเกิดจากกระบวนการ
ผลิต เชน คราบนํา้ มัน สารละลายทใ่ี ชแลว รวมท้ังเศษวัตถุดบิ
1.1.4 การจําแนกประเภทตามลักษณะทางกายภาพ (อางอิงจากสํานักจัดการกากของเสียและสาร
อนั ตราย, 2555)
1) ขยะยอยสลาย หรือมูลฝอยยอยสลาย คือ
ขยะท่ีเนาเ สียแ ละย อยสลายไดเร็ว
สามารถนํามาหมักปุยได เชน เศษผัก
เปลือกผลไม เศษอาหาร ใบไม เศษ
เน้ือสัตว เปนตน แตจะไมรวมถึงซากหรือ
เศษของพืช ผัก ผลไม หรือสัตวที่เกิดจาก
การทดลองในหองปฏิบัติการ โดยท่ีขยะ
ย อ ย ส ล า ย นี้ เ ป น ข ย ะ ท่ี พ บ ม า ก ท่ี สุ ด ถึ ง
64% ของปริมาณขยะท้งั หมดในกองขยะ
2) ขยะรีไซเคิล (Recyclable waste) หรือ
มูลฝอยท่ียังใชได คือ ของเสียบรรจุภัณฑ หรือวัสดุเหลือใช ซึ่งสามารถนํากลับมาใช
ประโยชนใหมไ ด เชน แกว
กระดาษ เศษพลาสติก
กลองเคร่อื งด่ืม แบบ UHT
กระปองเครื่องดื่ม เศษ
โลหะ อะลูมิเนียม ยาง
รถยนต เปนตน สําหรับ
ขยะรีไซเคิลนี้เปนขยะที่
พบมากเปนอันดับท่ีสอง
ในกองขยะ กลา วคือ พบประมาณ 30% ของปรมิ าณขยะท้ังหมดในกองขยะ
1-2
3) ขยะอันตราย (Hazardous waste) หรือ มูลฝอยอันตราย คือ ขยะที่มีองคประกอบหรือ
ปนเปอนวัตถุอันตรายชนิดตางๆ ไดแก วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ วัตถุออกซิไดซ วัตถุมพี ิษ
วัตถุท่ีทําใหเกิดโรค วัตถุกัมมันตรังสี วัตถุท่ีทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
วัตถุกัดกรอน วัตถุที่กอใหเกิดการระคาย
เคือง วัตถุอยางอ่ืนไมวาจะเปนเคมีภัณฑ
หรือสิ่งอ่ืนใดท่ีอาจทําใหเกิดอันตรายแก
บคุ คล สัตว พชื ทรัพยสินหรือส่งิ แวดลอม
เชน ถานไฟฉาย หลอดฟลูออเรสเซนต
แบตเตอรี่โทรศพั ทเคลื่อนที่ ภาชนะบรรจุ
สารกําจัดศัตรูพืช กระปองสเปรยบรรจุสีหรือสารเคมี เปนตน ขยะอันตรายน้ีเปนขยะที่
มักจะพบไดนอ ยที่สดุ กลาวคอื พบประมาณเพียง 3% ของปริมาณขยะทัง้ หมดในกองขยะ
4) ขยะทั่วไป (General waste) หรอื มูลฝอยท่ัวไป คือ ขยะประเภทอื่นนอกเหนือจากขยะ
ยอยสลาย ขยะรีไซเคลิ และขยะอันตราย มีลักษณะที่ยอยสลายยากและไมคุมคาสําหรับ
การนํากลับมาใชประโยชนใ หม เชน หอ พลาสตกิ ใส
ขนม ถุงพลาสติกบรรจุผงซกั ฟอก พลาสติกหอลูกอม
ซองบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป ถุงพลาสติกเปอนเศษอาหาร
โฟมเปอ นอาหาร ฟอลย เปอนอาหาร เปนตน สาํ หรับ
ขยะท่ัวไปนี้เปนขยะที่มีปริมาณใกลเคียงกับขยะ
อันตราย กลาวคือ จะพบประมาณ 3% ของปริมาณ
ขยะท้งั หมดในกองขยะ
การจําแนกประเภทของขยะมูลฝอยท่ีนิยมในการศึกษาวิจัยท่ัวไปในประเทศไทย มีการแยกตาม
องคป ระกอบของขยะออกเปน 10 ประเภท ไดแ ก
1. ผกั ผลไม และเศษอาหาร หมายถงึ เศษผกั เศษผลไม เศษอาหารทเี่ หลือจากการเตรียม การปรงุ
และการบริโภค (ยกเวนเปลอื กหอย กระดกู กางปลา ซงั ขา วโพด กา นกระถนิ ) เชน ขาวสกุ เปลือกผลไม
เนอ้ื สตั ว ฯลฯ
2. กระดาษ หมายถงึ วสั ดหุ รอื ผลติ ภัณฑท ่ีทําจากเยอื่ กระดาษ เชน กระดาษหนงั สือพิมพ แมกกาซนี
หนังสือตา งๆ ใบปลวิ การด ถุงกระดาษ กลองกระดาษ กระดาษอดั ฯลฯ
3. พลาสตกิ หมายถึง วัสดหุ รอื ผลติ ภัณฑท ี่ทาํ มาจากพลาสตกิ เชน ถงุ พลาสติก ภาชนะพลาสติก
ของเลนเด็กที่ทําดวยพลาสตกิ ผลิตภัณฑไฟเบอรกลาส ฯลฯ
4. ผา หมายถงึ สงิ่ ทอตางๆ ที่ทาํ มาจากเสนใยธรรมชาติและเสน ใยสังเคราะห เชน ฝาย ลนิ ิน
ผา ไนลอน ตัวอยา งเชน ดาย เส้ือผา ผาเช็ดมือ ถุงเทา ฯลฯ
5. ไม หมายถึง วสั ดุหรือผลติ ภัณฑท ี่ทาํ จากไม ไมไ ผ ฟาง หญา เศษไม รวมทงั้ ดอกไม
1-3
6. ยางและหนัง หมายถึง วัสดุหรือผลิตภัณฑที่ทํามาจากยางหรือหนัง เชน เครื่องหนัง รองเทา
ลูกบอลหนงั กระเปา หนงั ฯลฯ
7. แกว หมายถงึ วัสดหุ รือผลิตภณั ฑท ีท่ าํ มาจากแกว เชน กระจก ขวดแกว หลอดไฟ ฯลฯ
8. โลหะ หมายถึง วัสดุและผลิตภัณฑตางๆ ที่ทําจากโลหะ เชน กระปองโลหะ สายไฟ foil ภาชนะ
ตา งๆ ตะปู ฯลฯ
9. หิน กระเบื้อง กระดูกสัตว และเปลือกหอย หมายถึง เศษหิน เศษกระดูกสัตว เปลือกหอย เชน
เซรามกิ เปลือกหอย กงุ ปู กระดกู สตั ว กา งปลา ฯลฯ
10. อ่ืนๆ หมายถงึ วัสดอุ น่ื ใดทไ่ี มสามารถจดั กลุมเขา กลุมตา งๆ ขา งตน รวมถงึ ฝุน ทราย เถา
1.2 สถานการณข ยะมูลฝอย
จากขอมูลสถานการณขยะมูลฝอยท่ีผานมา พบวา ป 2561 มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ
27.8 ลานตัน เม่ือเปรียบเทียบกับป 2560 มีปริมาณเพิ่มข้ึนรอยละ 1.64 เน่ืองจากการขยายตัวของ
ชุมชนเมือง และการปรับเปล่ียนวิถีชีวิตจากสังคมเกษตรกรรมสูสังคมเมือง การเพิ่มข้ึนของประชากร
การสง เสริมการทอ งเทยี่ ว การบรโิ ภคทเ่ี พม่ิ มากขน้ึ สงผลใหปรมิ าณขยะมูลฝอยในหลายพื้นที่เพ่ิมมากขึ้น
แมวา ปริมาณขยะมูลฝอยจะเพิ่มข้นึ แตการจดั การขยะมูลฝอยในป 2561 มีแนวโนม ดขี ้นึ
ขยะมูลฝอยชมุ ชนไดถูกคัดแยก ณ ตน ทาง และนํากลับไปใชป ระโยชน 9.58 ลา นตัน (รอยละ 34) เพิ่มขึ้น
จากปที่ผานมารอยละ 13 สวนใหญเปนการใชประโยชนจากขยะรีไซเคิลและทําปุยอินทรีย ขยะมูลฝอย
ชุมชนอีกจํานวน 10.88 ลานตัน (รอยละ 39) ถูกกําจัดอยางถูกตอง สวนที่เหลือเปนขยะท่ีถูกกําจัดอยาง
ไมถ กู ตองประมาณ 7.36 ลานตัน (รอยละ 27) แนวโนมการจัดการขยะท่ดี ีขึ้นเปน ผลมาจากนโยบายของ
รฐั บาลทม่ี ุงสูการเปนสังคมปลอดขยะ (Zero Waste Society) บนแนวคดิ 3R - ประชารัฐ มุง เนนการ
จดั การขยะมลู ฝอย ณ ตนทาง โดยการมสี วนรวมของภาครฐั และประชาชน (รปู ที่ 1-1)
1-4
รูปที่ 1-1 สัดสวนปรมิ าณขยะมูลฝอยที่เกิดขน้ึ การนาํ กลับไปใชป ระโยชน การกําจัดถกู ตองและไมถ ูกตอง
ป 2552-2561
ขยะมูลฝอยที่เกดิ ข้นึ ในกรุงเทพมหานคร 4.85 ลา นตัน (รอยละ 17 ของขยะมูลฝอยท่เี กิดข้ึนท้ังหมด)
มกี ารคัดแยกนาํ กลับมาใชประโยชน 0.92 ลา นตนั (รอยละ 19 ของขยะมลู ฝอยท่ีเกิดในกรุงเทพมหานคร)
ท่ีเหลือ 3.93 ลานตัน นําไปกําจัดอยางถูกตองตามหลักวิชาการโดยการฝงกลบอยางถูกหลักวิชาการ
ณ อาํ เภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชงิ เทรา อาํ เภอกาํ แพงแสน จังหวัดนครปฐม และโดยการเผากําจัดดวย
เตาเผา ณ ศูนยรวบรวมขยะมูลฝอยหนองแขม สําหรับใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีปริมาณขยะมูลฝอย
เกิดขึ้นทั้งหมด ประมาณ 22.97 ลานตัน (รอยละ 83 ของขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นท้ังหมด) มาจากองคกร
ปกครองสวนทองถิ่นท่ีมีระบบเก็บรวบรวมและขนสงขยะมูลฝอยไปกําจัดยังสถานที่กําจัดขยะมูลฝอย
จํานวน 4,894 แหง สวนองคกรปกครองสวนทองถิ่น จํานวน 2,881 แหง ยังไมมีการเก็บรวบรวมขนสง
ขยะมลู ฝอยไปกาํ จัด โดยประชาชนตองกําจดั ขยะในพน้ื ทขี่ องตน
สถานทกี่ ําจัดขยะมลู ฝอยชุมชนและสถานขี นถา ยขยะมลู ฝอยชมุ ชนทัว่ ประเทศ ในป 2561 มจี ํานวน
3,205 แหง เปดดาํ เนนิ การ 2,786 แหง และปดดาํ เนินการ 419 แหง เนอื่ งจากมขี ยะมลู ฝอยเต็มพื้นที่และ
ดําเนินการปดตามนโยบายของจังหวัดเพ่ือผลักดันใหเกิดการรวมกลุมในพ้ืนที่ เมื่อพิจารณาการหยุด
ดําเนินการของสถานที่กําจัดขยะมูลฝอย พบวา สถานท่ีกําจัดขยะมลู ฝอยของภาครัฐปดดําเนินการมาก
ที่สุด จํานวน 371 แหง สวนใหญเ ปนสถานท่ีกําจัดขยะมูลฝอยในระดับหมูบาน หรอื ชุมชน และสถานท่ี
กําจัดขยะมลู ฝอยท่ีไมสามารถดําเนินการกําจดั ขยะมูลฝอยไดอ ยางถกู ตอง (ตารางท่ี 1-1) ท้งั น้ีการนําขยะ
มูลฝอยไปใชเปนเชอื้ เพลิงในการผลิตไฟฟายังเปนการชวยสนับสนุนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ
องคกรปกครองสวนทองถ่ินไดอีกทางหน่ึง ปจจุบันมีโรงไฟฟาจากขยะ 35 แหง กําลังการผลิตไฟฟา
1-5
เทากับ 313.354 เมกะวัตต ซ่ีงอยูในสถานภาพการรับซื้อไฟฟาเชื้อเพลิงขยะที่จายไฟฟาเขาระบบเชิง
พาณิชยแ ลว
ตารางที่ 1-1 สถานภาพสถานทก่ี ําจัดขยะมูลฝอยชมุ ชนและสถานขี นถายขยะมลู ฝอยชุมชน ป 2561
1-6
บทที่ 2
เทคโนโลยีการผลติ ไฟฟา จากขยะ
สาํ หรบั เทคโนโลยีของการกําจดั ขยะมลู ฝอยเพือ่ ผลติ พลังงาน สามารถแบงออกไดเ ปน 3 กลมุ คอื
1. เทคโนโลยีความรอ น เปนการใชก ระบวนการทางความรอนทําใหขยะมูลฝอยเกิดการแตกสลายตัว
ไดแก
- เทคโนโลยเี ตาเผาขยะมลู ฝอย (Incinerator)
- เทคโนโลยีกาซซฟิ เ คชัน่ (Gasification)
2. เทคโนโลยชี วี ภาพ เปนการใชกระบวนการยอยสลายดวยจุลินทรียเพือ่ ทาํ ใหเกดิ กาซชวี ภาพ
ไดแก
- เทคโนโลยกี ารยอยสลายแบบไรออกซเิ จน (Anaerobic Digestion)
- เทคโนโลยกี ารผลิตกาซชีวภาพจากหลงุ ฝงกลบขยะ (Landfill Gas to Energy)
3. เทคโนโลยกี ารผลิตเชอ้ื เพลิงขยะ เปนการเปลี่ยนรปู ขยะ โดยการคัดเลือกองคประกอบของขยะมาสู
กระบวนการคัดแยกและแปรรปู เปนเชอ้ื เพลงิ ที่สามารถนําไปใชในการผลติ พลงั งานตอไป ไดแก
- เทคโนโลยกี ารผลิตเช้อื เพลิงขยะ (RDF)
2.1 การผลติ พลังงานไฟฟา โดยใชกระบวนการทางความรอน (Thermal Conversion Process)
2.1.1 เทคโนโลยกี ารผลติ พลังงานไฟฟาจากขยะชมุ ชนโดยใชเ ตาเผา (Incinerator)
เทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากขยะชุมชนโดยใชเตาเผา เปนการเผาขยะในเตาท่ีไดมีการ
ออกแบบมาเปนพิเศษเพื่อใหเขากับลักษณะสมบัติของขยะที่มอี ัตราความชน้ื สงู และมีคาความรอนท่ีแปร
ผันได การเผาไหมจะตองมีการควบคุมท่ีดีเพอื่ จะปองกันไมใหเกิดมลพิษและการรบกวนตอสิ่งแวดลอม
เชน กาซพิษ เขมา กล่ิน เปนตน กาซท่ีเกิดจากการเผาไหมจะไดร ับการกําจัดเขมาและอนุภาคตามที่
กฎหมายควบคุมกอนที่จะสงออกสูบรรยากาศ โดยจะมีข้ีเถาที่เหลือจากการเผาไหมประมาณรอยละ 10
โดยปริมาตร และรอ ยละ 25-30 โดยนํ้าหนักของขยะท่สี งเขาเตาเผาจะถูกนําไปฝงกลบหรือใชเปนวัสดุปู
พื้นสําหรับการสรางถนน สวนข้ีเถาที่มีสวนประกอบของโลหะอาจถูกนํากลับมาใชใหมได นอกจากนั้น
สามารถท่ีจะนําพลงั งานความรอนที่ไดจากการเผาขยะมาใชในการผลิตไอนํ้า หรือทํานํ้ารอน หรือผลิต
กระแสไฟฟา ได ดังแสดงในรูปท่ี 2-1
ระบบการเผาไหมชนิดเตาเผาขยะชุมชน แบงออกเปน 2 ประเภท คือ ระบบการเผาทําลาย
ขยะมูลฝอยในสภาพทร่ี บั เขา มาโดยไมตอ งมีกระบวนการจดั การเบ้ืองตนกอ น หรือเรียกระบบการเผาไหม
ชวี มวล (Mass Burn System) และระบบการเผาทําลายขยะมูลฝอยที่มีการจัดการเบ้ืองตน (Burning of
Preheated and Homogenized Waste)
2-1
ระบบการเผาไหมม วล เปน การเผาไหมขยะมูลฝอยที่มีองคประกอบท่ีหลากหลายโดยไมตองมี
การจดั การเบื้องตน กอ น เทคโนโลยีน้ปี กตจิ ะเปนการเผาไหมในเตาเผาแบบตะกรบั ทีเ่ คล่ือนท่ีได (Moving
grate) ซ่ึงเปนเทคโนโลยีท่ีใชกันแพรหลายและไดรับการทดสอบแลว มีสมรรถนะทางเทคนิคที่ยอมรับได
และสามารถรองรับการเผาทาํ ลายขยะมูลฝอยที่มอี งคประกอบและคาความรอนทหี่ ลากหลาย สวนระบบ
ที่ไดรับความนิยมรองลงมา คอื เตาเผาแบบหมุน (Rotary Kiln) จะเปนระบบท่ีมีการจัดการขยะเบื้องตน
กอนทาํ การเผา จะตองมีระบบเพอ่ื การลดขนาด การบดตัด และการคดั แยก ซ่ึงมีการใชงานอยูในวงจํากัด
ท่ีตองการจัดการขยะเบือ้ งตนกอนทําการเผา สําหรับเตาเผาแบบฟลูอิดไดซเบด (Fluidized Bed) จัดวา
เทคโนโลยีที่ใหมอยูและมีการใชงานเพ่ือการเผาทําลายขยะมูลฝอยในวงจํากัด โดยท่ัวไปใชในการกําจัด
ขยะมลู ฝอยอตุ สาหกรรม
รูปท่ี 2-1 แสดงโรงเผาขยะมลู ฝอยแบบนําความรอนมาผลติ กระแสไฟฟา
1) เทคโนโลยเี ตาเผาแบบตะกรับที่เคลอ่ื นท่ไี ด (Moving Grate)
เตาเผาขยะแบบการเผาไหมมวล เปนระบบที่ใชกนั อยางแพรหลาย ประกอบดวยตะกรบั ท่ี
สามารถเคลือ่ นท่ไี ดและมีการเผาไหมอยูบนตะกรับนี้ โดยขณะเผาไหม ตะกรับจะเคล่ือนที่และลําเลียงขยะ
จากจุดเริม่ ตน ถึงจดุ สดุ ทาย
ตะกรับจะทําหนาท่ีเปนเสมือนพ้ืนผิวดานลา งของเตา การเคลื่อนท่ีของตะกรับหากไดรับ
การออกแบบอยางถูกตองจะทําใหขยะมีการเคลื่อนยายและผสมผสานกันอยางมีประสิทธิภาพและทําให
อากาศท่ีใชในการเผาไหมส ามารถแทรกซมึ ไปท่ัวถึงพื้นผิวของขยะ ตะกรับอาจถูกจัดแบงใหเปนพื้นท่ียอย
เฉพาะ ทําใหสามารถปรับปริมาณอากาศเพ่ือใชในการเผาไหมไดอยางอิสระและทําใหสามารถเผาไหมได
2-2
แมขยะที่มีคาความรอนต่ํา ตะกรับท่ีใชกับระบบเตาเผาขยะมีหลายแบบ เชน Forward Movement,
Back Ward Movement, Double Movement, Rocking และ Roller เปนตน ผนังของหองเผาไหมใน
เตาเผาขยะ มักจะเปนแบบบุดวยอิฐทนไฟ (Refractory Wall) หรอื แบบผนังนํ้า (Water Wall) สําหรับ
แบบหลังนี้ สวนมากจะปฏิบัติงานโดยใชอากาศสวนเกินในปรมิ าณต่ํา ซ่ึงชวยใหลดปริมาตรของหองเผา
ไหมและลดขนาดของอปุ กรณควบคุมมลพิษอากาศ
รปู ท่ี 2-2 แสดงเตาเผาแบบตะกรับ
ตารางท่ี 2-1 เปรียบเทยี บขอดี-ขอจํากัดของเตาเผาแบบตะกรับ
ขอดี ขอ จํากัด
1. ไมตอ งการคดั แยกหรือบดตดั ขยะมลู ฝอยกอ น 1. เงินลงทุนและคาใชจายดานการบํารุงรักษา
2. เปนเทคโนโลยีที่มีการใชกันอยางแพรหลายและ คอ นขา งสูง
ไดรบั การทดสอบแลว
3. สามารถจัดการกับขยะมูลฝอยที่มีองคประกอบ
และคาความรอนที่เปล่ียนแปลงตลอดเวลาได
เปนอยางดี
4. ใหค าประสทิ ธิภาพเชงิ ความรอนไดสงู ถึง 85%
5. สามารถกอสรางใหมีความสามารถในการเผา
ทําลายไดถึง 1,200 ตันตอวัน หรือ 50 ตันตอ
ชว่ั โมง
2-3
2) เทคโนโลยีเตาเผาแบบหมุน (Rotary Kiln Incinerator)
ระบบเตาเผาแบบหมุนเปนการเผาไหม มวลของขยะมูลฝอยโดยใชหองเผาไหม
ทรงกระบอกซงึ่ สามารถหมุนไดร อบแกน โดยขยะจะเคลื่อนตวั ไปตามผนงั ของเตาเผาทรงกระบอกตามการ
หมุนของเตาเผาท่ที าํ มุมเอียงกับแนวระดบั เตาเผาแบบหมนุ สวนใหญจ ะเปน แบบผนงั อฐิ ทนไฟแตก็มีบางที่
เปนแบบผนังผนงั น้าํ ทรงกระบอก อาจมีขนาดเสนผา นศูนยกลางตั้งแต 1 ถึง 5 เมตร และยาวตั้งแต 8 ถึง
20 เมตร ความสามารถในการเผาทําลายขยะมูลฝอยมีต้ังแต 2.4 ตนั ตอ วัน (0.1 ตันตอ ชั่วโมง) จนถึง
ประมาณ 480 ตันตอ วัน (20 ตนั ตอ ชัว่ โมง) อัตราสว นอากาศสวนเกินท่ีใชจะมีปริมาณท่ีมากกวาแบบที่ใช
กับเตาเผาแบบตะกรับ และอาจจะมากกวาท่ีใชกับเตาเผาแบบฟลูอิดไดซเบด ส่ิงท่ีตามมาก็คือ เตาเผา
แบบหมุนจะมีประสิทธิภาพพลังงานท่ีตํ่ากวาเล็กนอย แตก็ยงั คงมีคา มากกวา 80% เนื่องจากเวลาท่ีใชใน
การเผาไหมข องกา ซไอเสียคอ นขางส้ันเกินไปสําหรับการทําปฏกิ ริ ิยาการเผาไหมใ นเตาเผาแบบหมนุ ดังนั้น
เตาทรงกระบอกจึงมักมีสวนตอทีท่ ําเปนหอ งเผาไหมหลัง (After-Burning Chamber) และมักรวมอยูใน
สว นของหมอนาํ้ ดว ย
ตารางที่ 2-2 เปรียบเทยี บขอดี-ขอจาํ กัดของเตาเผาแบบหมนุ
ขอดี ขอจาํ กัด
1. ไมตองการคดั แยกหรอื บดตัดขยะมลู ฝอยกอน 1. เปนเทคโนโลยีท่ีมีใชในการเผาทําลายขยะมูล
2. ใหคาประสิทธิภาพเชิงความรอนไดสงู ถึง 80% ฝอยคอนขา งนอ ย
3. สามารถจัดการกับขยะมูลฝอยที่มีองคประกอบ 2. เงนิ ลงทนุ และบํารุงรกั ษาคอนขางสงู
และคาความรอนท่ีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได 3. ความสามารถในการเผาทําลายสูงสุดตอหนึ่งเตา
เปน อยางดี ประมาณ 480 ตันตอ วัน หรือ 20 ตนั ตอช่ัวโมง
รูปท่ี 2-3 แสดงเตาเผาแบบหมนุ
2-4
3) เทคโนโลยีเตาเผาแบบฟลูอดิ ไดซเบด (Fluidized Bed)
เตาเผาแบบฟลูอิดไดซเบด ทํางานโดยอาศัยหลักการท่ีอนุภาคของแข็งท่ีรวมตวั เปนเบด
(วัสดทุ ่ีเติมเขาไปในเตาเพื่อชวยใหเกิดการเผาไหมตอเนอ่ื ง) ในเตาเผาผสมเขากับขยะมูลฝอย ทําหนาที่
เปนเชื้อเพลิงสําหรับการเผาไหมถูกทําใหลอยตัวขึ้นอันเน่ืองมาจากอากาศท่ีเปาเขาดานขางทําใหมันมี
พฤตกิ รรมเหมือนกับของไหล เตาเผาโดยทั่วไปจะมีรูปรางเปนทรงกระบอกต้ัง และวัสดุที่ทําบด มักทํามา
จากทราย ซลิ กิ า หินปูน หรอื วสั ดเุ ซรามิค
การใชงานเตาเผาแบบฟลูอิดไดซเบดอยูในข้ันเร่ิมตน เน่ืองจากมีการพัฒนาเทคโนโลยี
เตาเผาอยูอยางสมํ่าเสมอ โดยเตาเผามีขอไดเปรียบท่ีสามารถลดปรมิ าณสารอันตรายไดใน Bed และมี
ประสิทธิภาพเชิงความรอนสูง สามารถใชไดกับเช้ือเพลิงหลากหลายประเภท ขอเสยี เปรียบหลักของ
เตาเผาแบบน้ี อยูทตี่ องการกระบวนการในการจัดการขยะมูลฝอยเบ้ืองตนกอนท่ีจะสามารถปอนเขาสู
เตาเผาได เพ่ือใหขยะมูลฝอยมีขนาด คาความรอน ปริมาณขี้เถาที่อยูขางในและอ่ืนๆ เพื่อใหตรงตอ
ขอกําหนดในการปฏิบัติงานของเตาเผา และเนื่องจากขยะมูลฝอยมลี กั ษณะสมบัติที่หลากหลายจึงทําให
เกดิ ความยากลาํ บากในการทําใหไ ดเชอื้ เพลงิ ทตี่ รงตามความตองการ
ตารางที่ 2-3 เปรียบเทียบขอ ดี-ขอจาํ กัดของเตาฟลอู ดิ ไดซเ บด
ขอดี ขอจํากัด
1. เงินลงทุนและคาใชจายในการบํารุงรักษา 1. ปจจุบันยังจัดวาเปนเทคโนโลยีที่ยังตองการการ
คอนขางต่ํา เน่ืองจากการออกแบบท่ีคอนขาง ทดสอบอยูสําหรับการเผาทําลายขยะมูลฝอย
งา ย ชุมชน
2. ใหค าประสทิ ธิภาพเชิงความรอ นไดส งู ถึง 90% 2. คอนขางมีขอจํากัดดานขนาดและองคประกอบ
3. สามารถใชในการเผาทําลายเชื้อเพลิงท่ี ของขยะ โดยท่ัวไปตองมกี ารกระบวนการในการ
หลากหลายประเภท และสามารถรองรับไดท้ัง จดั การขยะกอนสง เขา เตาเผา
กากของแข็งและเหลวโดยเผาทําลายรวมกัน
หรือแยกจากกัน
2-5
รปู ท่ี 2-4 แสดงเตาเผาแบบฟลอู ดิ ไดซเบด
2.1.2 เทคโนโลยีการผลติ กา ซเชือ้ เพลงิ จากขยะชุมชน (MSW Gasification)
กระบวนการผลิตกาซเช้ือเพลิงจากขยะชุมชนหรือกาซซิฟเคชน่ั (Gasification) เปน
กระบวนการทําใหข ยะมลู ฝอยเปนกา ซ โดยการทาํ ปฏิกริ ิยาสนั ดาปแบบไมส มบรู ณ กลา วคอื สารอินทรียใน
ขยะมูลฝอยจะทําปฏิกิริยากับอากาศหรือออกซิเจนปริมาณจํากัด ทําใหเกิดกาซท่ีมีองคประกอบหลัก
คือ คารบอนมอนนอกไซด ไฮโดรเจน และมีเทน เรียกวา โพรดิวเซอรก าซ (Producer Gas) ในกรณีที่ใช
อากาศเปนกาซทําปฏิกิริยา กาซเชื้อเพลิงท่ีไดจะมีคาความรอนตํ่าประมาณ 3-5 MJ/Nm3 แตถาใช
ออกซิเจนเปนกาซทําปฏิกิริยา กาซเชื้อเพลิงที่ไดจะมีคาความรอนสูงประมาณ 15-20 MJ/Nm3 เคร่ือง
ปฏกิ รณแ กสซิไฟเออร สามารถแบง ออกไดเปน แกสซไิ ฟเออรแบบไหลลง แกสซิไฟเออรแ บบไหลข้ึน แกส
ซไิ ฟเออรแ บบไหลขวาง และแกส ซไิ ฟเออรแบบเบดนง่ิ (Fixed Bed Gasifier) ดงั น้ี
2-6
รปู ท่ี 2-5 แสดงการผลิตไฟฟา โดยใชเทคโนโลยีการผลติ กา ซเช้อื เพลิงจากขยะชุมชน
ก) แกส ซไิ ฟเออรแ บบไหลข้ึน (Updraft Gasifier)
เ ชื้ อ เ พ ลิ ง จ ะ ถู ก ป อ น เ ข า ท า ง ส ว น บ น ข อ ง เ ค รื่ อ ง แ ล ะ อ า ก า ศ จ ะ ถู ก ส ง ผ า น ต ะ แ ก ร ง
เขามาทางดานลาง บริเวณเหนือตะแกรงขึ้นไปจะมีการเผาไหมของเช้ือเพลิงข้ึน ซ่ึงเรียกบริเวณน้ีวา
โซนเผาไหม (Combustion Zone) เมื่ออากาศผานเขาไปบริเวณ โซนเผาไหม จะเกิดปฏิกิรยิ าขึ้นไดกาซ
คารบอนไดออกไซดและนํ้า กาซรอนที่ผานมาจากโซนเผาไหม จะมีอุณหภูมิสูงและจะถูกสงผาน
ไปยงั โซนรีดักชน่ั (Reduction Zone) ซ่งึ เปน โซนท่มี ีปริมาณคารบอนมากเพียงพอท่จี ะกอใหเกิดปฏิกิริยา
กับคารบอนไดออกไซดและน้ํา เกิดเปนกาซคารบอนมอนอกไซดและไฮโดรเจน หลังจากนั้นกาซท่ีได
จะไหลเขาสูบริเวณที่มีอุณหภูมิตํ่ากวาในชั้นของเช้ือเพลิงและกล่ันสลายในชวงอุณหภูมิ 200-500 OC
หลังจากน้นั กาซก็จะไหลเขาสูช้ันของเชื้อเพลิงท่ีชื้น เนื่องจากกาซยังคงมีอุณหภูมิสูงอยู จึงไประเหยนํ้าที่
อยูในเชอ้ื เพลิงเหลาน้ัน ทําใหกาซที่ออกจากเครอ่ื งปฏิกรณมีอุณหภูมิตํ่าลง สารระเหยและนํ้ามันทารท่ี
เกิดขึ้นในชว งการกลั่นสลายจะติดออกไปกับกาซเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้น ดังนั้นกาซเชื้อเพลิงท่ีไดจากเครื่อง
ปฏิกรณแบบไหลข้ึน จะมีปริมาณของนํ้ามันทารมาก บางคร้งั มมี ากถึง 20% ของน้ํามันทารท่ีไดจากการ
ไพโรไลซิสชีวมวล กาซเชอื้ เพลิงท่ไี ดจากเคร่ืองปฏกิ รณแบบไหลข้ึน มีอณุ หภูมิไมสูงนักและมปี ริมาณสาร
ไฮโดรคารบอนและนํ้ามันทารมากทําใหมีคาความรอนมาก จําเปนตองมีหนวยทําความสะอาดกาซ
เชื้อเพลิงกอนนําเชื้อเพลิงไปหมุนกังหันกาซ ขอดีหลกั ของเคร่ืองปฏิกรณแบบไหลขึ้น คอื ติดตั้งงายและมี
ประสิทธภิ าพทางความรอ นสูง
2-7
ข) แกสซิไฟเออรแ บบไหลลง (Downdraft Gasifier)
เคร่ืองปฏิกรณกาซซิไฟเออรแบบนี้ออกแบบมาเพ่ือขจัดนํ้ามันทารในกาซเชื้อเพลิง
โดยเฉพาะ อากาศจะถูกดูดผานจากดานบนลงสดู านลาง ผานกลุมของหัวฉีดซง่ึ เรียกวา Tuyers บริเวณ
หัวฉีดจะเปนบริเวณของโซนเผาไหม กาซท่ีไดจากโซนเผาไหมจะถูกลดลง ในขณะที่ไหลลงสูดานลางและ
ผานชั้นของคารบอนทร่ี อนท่ีอยูเหนือตะแกรงเลก็ นอย ขณะเดยี วกันในชัน้ ของเช้ือเพลิงท่ีอยูทางดานบน
ของโซน เผาไหมจะมีปริมาณออกซิเจนนอ ยมากทําใหเ กิดการกล่ันสลาย และนํา้ มันทารที่เกิดจากการกลั่น
สลายจะไหลผานช้ันของคารบอนท่รี อน ทําใหน้ํามันทารเกิดการแตกตัวเปนกาซ การแตกตวั น้ีจะเกิดที่
อุณหภูมิคงท่ีในชว งระหวาง 800-1,000 oC ถาอุณหภูมิสูงกวา 1,000 oC ปฏิกิริยาดูดความรอนจะทําให
กาซทไ่ี ดมอี ณุ หภูมติ า่ํ ลง แตถ า อณุ หภมู ิตํา่ กวาชวงอุณหภูมิดังกลาว ปฏิกิริยาคายความรอนจะทําใหกา ซท่ี
ไดม อี ณุ หภูมิสูงข้ึน กาซท่ีผานโซนเผาไหมจะมีสวนประกอบของนํ้ามันทารล ดลงเหลือนอยกวา 10% ของ
น้ํามันทารท่ีไดจากกาซซิไฟเออรแบบไหลข้ึนและกาซเช้ือเพลิงที่ไดจะสะอาดกวา การผลิตกาซเชื้อเพลิง
โดยเคร่ืองปฏิกรณแบบไหลลงนี้งาย และมีความนาเช่ือถือสําหรับเช้ือเพลิงท่ีแหง (มีความชื้นตาํ่ กวา 30
%) เนื่องจากวากาซเช้ือเพลิงท่ีไดมีปริมาณนํา้ มันทารตํา่ เคร่ืองปฏิกรณแบบไหลลงจึงเหมาะกับเครอื่ ง
กําเนิดไฟฟาขนาดเล็กที่มีเคร่ืองยนตสันดาปภายในท่ีมีขนาดกําลงั การผลิตไมเกิน 500 kg/hr หรือ
500 kWe
รูปที่ 2-6 แสดงกาซซไิ ฟเออรแ บบไหลขน้ึ รูปที่ 2-7 แสดงกาซซไิ ฟเออรแบบไหลลง
การเลือกชนดิ เคร่ืองปฏิกรณกาซซิไฟเออรขึ้นอยูกบั ขนาดกําลังไฟฟาที่ผลิต กาซเช้ือเพลิงท่ีได
จะข้ึนอยูกับชนิดของเคร่ืองปฏิกรณ และออกซิแดนทท่ีใช ในทางทฤษฎีจะคิดวาน้ํามันทาร สาร
ไฮโดรคารบอนและถานชารจะเปลี่ยนเปนกาซเชื้อเพลิงทั้งหมดอยางสมบูรณ อยางไรก็ตามชนิดและ
รูปแบบของเครื่องปฏิกรณกาซซิไฟเออรสามารถทําใหปฏิกิริยาเกิดไมสมบูรณได ซ่ึงระดับของการ
2-8
เกิดปฏิกิริยาจะข้นึ กับรปู รางและลกั ษณะของเครือ่ งปฏกิ รณกาซซไิ ฟเออรดว ย ขนาดกาํ ลังไฟฟาท่ีผลิตและ
ชนิดของเคร่อื งปฏิกรณกา ซซไิ ฟเออรที่เหมาะสมแสดงดังตอ ไปนี้
• กาซซิไฟเออรแบบไหลขน้ึ : 20 kW-1 MW
• กา ซซไิ ฟเออรแบบไหลลง: 1-15 MW
• กาซซิไฟเออรฟลอู ดิ ไดซเบดแบบฟองกา ซ: 2-50 MW
• กาซซไิ ฟเออรฟลูอดิ ไดซเ บดแบบหมุนเวยี น (CFB) : 10-120 MW
• กาซซิไฟเออรแบบ Pressurized fluidized bed (PFB) : 80-500 MW
2.2 การผลิตพลังงานไฟฟาโดยใชกระบวนการทางชวี ภาพ
เทคโนโลยีการกําจัดขยะมูลฝอยเพ่ือผลิตพลังงานดวยกระบวนการทางชีวภาพเปนการยอยสลาย
สารอินทรียที่เปนองคประกอบในขยะมูลฝอยดวยจุลินทรียและทําใหเกิดเปนกาซชีวภาพ ซึ่งสามารถ
นํามาใชเปนเชื้อเพลงิ เพ่อื ผลิตพลังงานได สามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภท คือ
เทคโนโลยกี ารยอยสลายขยะแบบไมใชออกซิเจน
เทคโนโลยกี ารผลติ กาซชวี ภาพจากหลุมฝงกลบขยะมูลฝอย
2.2.1 เทคโนโลยกี ารยอยสลายขยะแบบไมใชออกซเิ จน
การใชเทคโนโลยีไมใชอากาศในการบําบัดขยะมูลฝอยชุมชนเปนเรื่องใหม แมในประเทศ
พัฒนาแลว สาํ หรับประเทศไทยการคัดแยกขยะชุมชนเกิดข้ึนโดยอัตโนมัติเพ่ือแยกวัสดุที่ขายได เชน ขวด
พลาสตกิ แกว เปนตน ทําใหขยะที่สงไปเก็บท่ีกองขยะตา งๆ มีสัดสวนของสารอินทรียอยูมากจนสามารถ
เกดิ การยอยสลายแบบไมใชอากาศได
ของเสียเกษตรกรรม กา ซ
ขยะชมุ ชน สับและบด ไฮรโดรไลซสิ ถงั สรา งกรด ถังสรา งกาซมเี ทน
นาํ้ เสยี ชมุ ชนและน้ําเสยี อุตสาหกรรม นํ้าท้งิ
รูปที่ 2-8 ข้ันตอนการทํางานของระบบยอ ยสลายขยะแบบไมใ ชอ อกซิเจน
2-9
แมวาการยอยสลายขยะชุมชนแบบไมใชอากาศ จะมีหลักการเดียวกับการบําบัดนํา้ เสียตางๆ
แตขั้นตอนการทาํ งานของการยอยสลายขยะชุมชนมมี ากกวา เนื่องจากทัง้ น้เี พราะนํา้ เสยี และของเสียตางๆ
มีลักษณะแตกตางกัน โดยท่ีขยะชุมชนจะเปนสารอินทรียทม่ี ีอยูในสภาพท่ีเปนของแข็งขนาดใหญและอยู
ภายใตสภาวะที่เรียกวา “แหงกวา” นํา้ เสียตาง ๆ มาก การยอยสลายขยะจึงมีขั้นตอนการบดขยะและ
ข้ันตอนการลดขนาดของของแข็งอินทรีย จากนนั้ จึงเปนกลไกปกติของการยอยสลายภายใตสภาวะไมใช
อากาศ
1) ขัน้ ตอนการทํางานของระบบยอยสลายแบบไมใชออกซิเจน
ข้ันตอนการทํางานของระบบยอยสลายแบบไมใชออกซเิ จน สาํ หรับการบําบัดขยะมูลฝอย
ชมุ ชน ประกอบดวย
1.1) การบําบัดขยะมูลฝอยข้ันตน (Front-end Treatment) ไดแก การคัดแยกขยะมูล
ฝอย อินทรยี ออกจากขยะมลู ฝอยรวม การคดั แยกสง่ิ ปะปนออกจากขยะมูลฝอยอินทรีย และการปรับปรุง
สภาพของขยะมูลฝอยอินทรยี ใหมีความสม่ําเสมอ เพื่อใหเหมาะสมสําหรับการปอนเขาสูระบบยอยสลาย
แบบไมใชออกซิเจน รวมทงั้ เพื่อปองกันความเสยี หายท่ีอาจเกิดขึ้นกบั ระบบบําบดั ตอเนื่อง
1.2) การยอยสลายแบบไมใชออกซิเจน (Anaerobic Digestion) เปนข้ันตอนในการผลิต
กาซชีวภาพจากขยะมูลฝอยอินทรีย การกําจัดกลิ่นและทําใหขยะมูลฝอยคงสภาพรวมท้ังเพ่ือใหไดก าก
ตะกอนจากการยอยสลายปราศจากเช้ือโรค
1.3) การบําบัดข้ันหลัง (Back-end Treatment) ไดแก การทําใหก ารยอยสลายขยะมูล
ฝอยอินทรยี สมบรู ณมากข้ึนโดยใชระบบหมกั ปุยแบบใชอากาศ หรือการฆา เชื้อโรค และการกําจัดส่ิงปะปน
ออกจากสารปรับสภาพดิน หรือเปนการทําใหความช้ืนของสารปรับสภาพดินท่ีไดอยูระดับเหมาะสม หรือ
อยูใ นสภาพท่ีเหมาะสมสาํ หรบั การนําไปใชประโยชนในการเพาะปลูกพชื
2.2.2 เทคโนโลยีการผลิตกาซชีวภาพจากการฝงกลบขยะชุมชน (Landfill Gas to Energy
Technology)
การกําจัดขยะชุมชนดวยวิธีการฝงกลบเปนการนําขยะชุมชนมากองหรือฝงกลบในพ้ืนท่ี
จัดเตรยี มไว แลวใชเคร่อื งจักรเกลี่ยและบดอัดใหขยะมูลฝอยยุบตวั ลงจนมีความหนาแนนของช้ันขยะมูล
ฝอยตามทกี่ ําหนด จากน้นั ใชดินบดทบั และอดั ใหแนน อีกครัง้ หน่ึงแลวจึงนําขยะมูลฝอยชุมชนมาเกลี่ยและ
บดอัดอีกเปนช้ันๆ สลับดวยชั้นดินกลบทับเพ่ือปองกันปญหาเร่ืองกล่ิน แมลง น้ําชะขยะ และเหตุ
เดือดรอนราํ คาญอนื่ ๆ
ปฏิกิรยิ าการยอยสลายสารอินทรยี ในขยะมลู ฝอยชุมชนท่ถี ูกฝงกลบในชว งแรกจะเปนการยอย
สลายแบบใชอากาศ (Aerobic Decomposition) ซ่ึงเปนการใชอากาศท่ีแทรกอยูตามชอ งวางภายใน
บรเิ วณฝง กลบ และเมือ่ ออกซเิ จนทม่ี ีอยูหมดลง การยอยจะเปล่ียนไปเปนแบบไมใ ชอากาศ ซ่ึงจะทําใหเกดิ
กาซที่เกิดจากปฏิกิริยาการยอยสลายทางเคมีของขยะมูลฝอยในบริเวณหลุมฝงกลบ ไดแก มีเทน
2-10
คารบ อนไดออกไซด แอมโมเนีย คารบอนมอนอกไซด ไฮโดรเจนซัลไฟด ไนโตรเจน และแอมโมเนีย โดยจะ
พบกาซมีเทน และคารบอนไดออกไซดในปริมาณท่ีมากกวากาซชนิดอ่ืนๆ กาซที่เกิดจากหลุมฝงกลบขยะ
มูลฝอยน้เี ปนที่รจู กั กันในชอ่ื กาซชวี ภาพหรือ Landfill Gas (LFG)
โดยทั่วไปหากกาซชวี ภาพที่ได มีความเขมขน ของมเี ทนมากกวา 50% ขึน้ ไป ก็จะสามารถ
นําไปใชประโยชนในการผลติ พลงั งานความรอนไดโดยตรงในรูปของกาซดิบ (Raw Gas) ซ่ึงมีคาความรอน
ปานกลาง หรือนาํ ไปผา นระบบปรับปรุงคุณภาพกาซ (Gas Upgrading) กอนนําไปใชเ พ่ือใหมีคาความรอน
สูงขึน้ นอกจากน้ียงั สามารถนาํ ไปผลติ พลงั งานไฟฟา โดยใชเ ครื่องยนตกาซ (Gas Engine) หรือ กังหันกาซ
(Gas Turbine) หรอื ใชเปนเชื้อเพลิงสาํ หรับหมอไอนา้ํ (Boiler) ไดอีกดว ย การกาํ จัดขยะมูลฝอยชุมชนโดย
วิธีการฝงกลบน้ันเปนวิธีท่ีงา ยและใชงานกันอยางกวางขวางท่ัวโลก ปจจุบันกาซชีวภาพที่เกดิ จากหลุมฝง
กลบขยะมูลฝอยไดถูกนํามาใชประโยชนในการผลติ พลงั งานมากข้นึ เทคโนโลยีการผลิตพลงั งานโดยใชกาซ
ชวี ภาพจากหลุมฝงกลบขยะมลู ฝอยน้ัน สามารถจําแนกตามวิธกี ารดําเนินงานฝงกลบขยะมลู ฝอยไดเปน 2
วิธี ดังนี้
รูปท่ี 2-9 แสดงเทคโนโลยกี ารผลติ กาซชวี ภาพจากการฝงกลบขยะชมุ ชนเพื่อการผลิตไฟฟา
2-11
1) เทคโนโลยีการผลติ พลงั งานจากการฝงกลบขยะชมุ ชนแบบถกู หลกั สุขาภิบาล
เปนการพัฒนาและปรบั ปรุงระบบฝงกลบขยะมูลฝอยเพ่ือลดการปลอ ยออกของกาซมีเทน
ที่เกิดจากกระบวนการยอยสลายแบบไมใชภายในหลุมฝงกลบโดยปจจัยพื้นฐานที่สงผลตอการผลิตและ
การระบายกาซมีเทนจากพื้นท่ีฝงกลบ ประกอบดวย ระบบบําบัดขั้นตน (Pre-treatment System) การ
ดําเนนิ การฝงกลบในพืน้ ที่ ระบบควบคุมทางดานสง่ิ แวดลอ ม ไดแก ระบบรวบรวมน้ําชะขยะ (Leachate
Collection System) ระบบบําบัดนํ้าเสยี เปนตน
รปู ที่ 2-10 แสดงเทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากการฝงกลบขยะชมุ ชนแบบถกู หลกั สขุ าภิบาล
เพ่อื การผลติ ไฟฟา (ที่มา: http://imgbuddy.com/sanitary-landfill-cross-section.asp)
ขยะมลู ฝอย ระบบบําบดั ข้ันตน การดาํ เนนิ การฝง ระบบรวบรวม
กลบในพ้ืนที่ กาซชวี ภาพ
พลงั งาน การปดพืน้ ที่ ระบบควบคมุ ทาง ระบบผลิต
ฝง กลบ ส่ิงแวดลอ ม พลงั งาน
รปู ที่ 2-11 แสดงการผลติ พลงั งาน โดยใชก าซชวี ภาพจากการฝงกลบขยะแบบถูกหลักสุขาภบิ าล
2-12
2) เทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากการฝงกลบขยะชุมชนแบบไบโอรีแอคเตอร (Bioreactor
Landfill)
เน่อื งจากระยะเวลาการยอยสลายสารอินทรียในพนื้ ท่ีฝงกลบใชร ะยะเวลายาวนาน ดังนั้น
จึงมกี ารพัฒนาและปรับปรุงแบบของการฝงกลบข้นึ ในชวงตน ๆ ของศตวรรษที่ 21 เรียกวา การฝงกลบ
ขยะชุมชนแบบไบโอรีแอคเตอร (Bioreactor Landfill) มีลักษณะการกอสรางเหมือนกับสถานที่ฝงกลบ
ขยะมูลฝอยชุมชนแบบถูกหลักสุขาภิบาล คือ ตองมกี ารปูวัสดุรองพื้น และระบบรวบรวมนาํ้ ชะขยะ แตมี
หลักการในการออกแบบระบบท่ีแตกตางไปจากการฝงกลบแบบถูกหลักสุขาภิบาล เพ่ือยนระยะเวลาของ
การยอยสลายสารอินทรยี ในขยะมูลฝอยชุมชนใหมีสภาวะเสถียรและคงทภ่ี ายในเวลา 5-10 ป การเพิม่
อัตราการผลิตกาซชีวภาพ และการเพ่ิมประสิทธิภาพของระบบใหสูงกวาระบบฝง กลบขยะชุมชนท่ัวไป
โดยการเสถียรและคงท่ีของสถานท่ีฝงกลบนั้น หมายถึง สภาวะแวดลอมตางๆ ของระบบคงที่ ไดแก
องคประกอบกาซชีวภาพ อัตราการเกิดกาซชวี ภาพ ความเขมขนและลักษณะสมบัติของนํ้าชะขยะ ซ่ึงไม
ควรจะมีความปรวนแปรมากนกั ในชวง 5-10 ปข องการดาํ เนนิ งานหลมุ ฝงกลบขยะมูลฝอยแบบไบโอรีแอค
เตอร
หลกั การในการฝงกลบขยะมูลฝอยแบบถูกหลักสุขาภิบาลนั้นเปนการดําเนินงานฝงกลบ
ขยะมูลฝอยแบบแหง (Dry Landfill) โดยมคี า ความชื้นของชั้นขยะมูลฝอยประมาณ 10-20 เปอรเซน็ ต
ขยะมูลฝอยที่นํามาฝงกลบจะถูกนํามาเกล่ียใหมีความหนาเทาๆ กัน กอนบดอัดใหแนนจนไดความ
หนาแนนท่ีออกแบบไว จากน้ันกลบทับดวยดินซ่ึงเปนการปดทับชั้นฝงกลบรายวันจนกระท่ังไดความสูง
ของชัน้ ขยะตามท่อี อกแบบจึงปดทบั ดวยดนิ เปนการปดทับขั้นสดุ ทาย การฝง กลบแบบน้ีจะใชร ะยะเวลาใน
การยอยสลายนานหลายสิบป (30-200 ป) จงึ เสร็จสิ้นกระบวนการยอยสลายแบบไมใชออกซิเจน ดังนั้นจึง
กอใหเ กดิ ปญหานํา้ ใตดินปนเปอ นจากน้าํ ชะขยะได เนอื่ งจากวัสดทุ ี่ใชปรู องพืน้ มกี ารชํารดุ เสียหายตามอายุ
ของการใชงาน
สวนหลักการพืน้ ฐานในการออกแบบ/ดําเนินงานสถานที่ฝงกลบขยะมูลฝอยแบบไบโอรี
แอคเตอร คือ การออกแบบและการดําเนินงานระบบแบบเฉพาะเพ่ือกระตุนใหเกิดกระบวนการยอยสลาย
สารอินทรยี ทีม่ ีอยูในขยะมูลฝอยชุมชน ไดแก เศษอาหาร ผกั ผลไม กระดาษ และอ่ืนๆ โดยควบคุม
ความชน้ื ใหเหมาะสมและเติมสารอาหารทจ่ี ําเปนใหแ กจุลินทรยี เพ่ือใชใ นกระบวนการยอยสลายแบบไมใช
ออกซิเจนอกี ดวย สาํ หรับขอดีนน้ั นอกจากจะชวยในการยนระยะเวลาการยอยสลายสารอินทรียในขยะมลู
ฝอยชุมชนแลว ยังชวยทําใหเกิดความเสถียรภาพของระบบไดเร็วข้ึนอกี ดวย ในการควบคมุ ความชื้นของ
ระบบการฝงกลบขยะชุมชนแบบไบโอรีแอคเตอรน ้ัน ทําไดโดยการเติมนํ้าหรือหมุนเวียนน้ําชะขยะเขาไป
ในระบบ เพื่อใหชั้นขยะมูลฝอยมีความช้ืนอยูในชวงประมาณ 35-40 เปอรเซน็ ต ซ่ึงเปนชวงความช้ืนท่ี
เหมาะสมสาํ หรบั กระบวนการยอยสลายแบบไมใชออกซเิ จน
2-13
รปู ที่ 2-12 แสดงความแตกตางระหวางการดาํ เนินงานฝงกลบขยะมลู ฝอยชมุ ชน
แบบถกู หลักสขุ าภิบาล และแบบไบโอรีแอคเตอร
2.3 เทคโนโลยีผลิตเช้อื เพลงิ ขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF)
2.3.1 เทคโนโลยีผลิตเช้อื เพลงิ ขยะ
การใชขยะมูลฝอยท่ีเกบ็ รวบรวมไดเพื่อการเผาไหมโดยตรงมักกอใหเกดิ ความยุงยากในการใช
งานเนอื่ งจากความไมแนนอนในองคป ระกอบตางๆที่ประกอบกนั ข้ึนเปนขยะมูลฝอย ซึ่งเปล่ยี นแปลงไป
ตามชุมชนและตามฤดูกาล อีกทั้งขยะมลู ฝอยเหลาน้ีมีคาความรอ นต่ํา มีปริมาณเถาและความชื้นสงู ส่ิง
เหลา นก้ี อความยุงยากใหก บั ผูออกแบบโรงเผาและผูปฎบิ ตั แิ ละควบคมุ การเกิดผลกระทบตอสิ่งแวดลอมได
ยาก การแปรรูปขยะมูลฝอยโดยผานกระบวนการจัดการตางๆ เพ่ือปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและ
คุณสมบัติทางเคมีของขยะมูลฝอยเพื่อทําใหกลายเปนเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF) จะ
สามารถแกปญหาดังกลาวมาขางตนได โดยเชื้อเพลิงขยะท่ีไดนั้นสามารถนําไปใชเปนเชือ้ เพลิงเพื่อผลิต
พลังงานได
2-14
เช้ือเพลิงขยะ หมายถงึ ขยะมูลฝอยทผี่ านกระบวนการจดั การตางๆ เชน การคัดแยกวัสดุท่ีเผา
ไหมไดออกมา การฉีกหรือตัดขยะมลู ฝอยออกเปนชน้ิ เล็กๆ เชอื้ เพลิงขยะที่ไดน ี้จะมคี าความรอนสูงกวา
หรือมีคุณสมบัติเปนเช้ือเพลิงท่ีดีกวาการนําขยะมูลฝอยที่เก็บรวบรวมมาใชโดยตรง เน่ืองจากมี
องคประกอบท้ังทางเคมีและกายภาพสมํ่าเสมอกวา ขอดีของเชื้อเพลิงขยะ คือคาความรอนสูง (เมื่อ
เปรียบเทียบกับขยะมลู ฝอยทเี่ กบ็ รวบรวมมา) งายตอ การจัดเกบ็ การขนสง การจดั การตางๆ รวมทง้ั สง ผล
กระทบตอส่งิ แวดลอมตํา่ กวา เช้ือเพลิงขยะสามารถแบงออกไดเ ปน 7 ชนิด ตามมาตรฐาน ASTM E-75
ข้ึนอยูกับกระบวนการจัดการทใี่ ช ดังนี้
ตารางที่ 2-4 คณุ ลักษณะของเช้อื เพลิงขยะแตละชนดิ และระบบการเผาไหม
ชนดิ กระบวนการการจดั การ ระบบการเผาไหม
RDF 1: MSW คัดแยกสวนที่เผาไหมไดออกมาดวยมือรวมท้ังขยะที่มี Stoker
RDF 2: Coarse RDF
RDF3: Fluff RDF ขนาดใหญ
RDF 4: Dust RDF บดหรือตัดขยะมูลฝอยอยางหยาบๆ FBC, MFC
RDF 5: Densified RDF
RDF 6: RDF Slurry คัดแยกสว นทเ่ี ผาไหมไมไดออก เชน โลหะแกวและอื่นๆ Stoker
RDF 7: RDF Syngas มีการบดหรือตัดจนทําให 95% ของขยะมูลฝอยท่ีคัด
แยกแลว มีขนาดเล็กกวา 2 นิว้
ขยะมูลฝอยสวนท่ีเผาไหมได มาผานกระบวนการทําให FBC, PF
อยใู นรูปของผงฝนุ
ขยะมลู ฝอยสวนทเี่ ผาไหมไดมาผานกระบวนการอัดแทง FBC, MFC
โดยใหมคี วามหนาแนนมากกวา 600 kg/m3
ขยะมูลฝอยสวนท่ีเผาไหมได มาผานกระบวนการใหอยู Swirl burner
ในรปู ของ Slurry
ขยะมูลฝอยสวนท่ีเผาไ หมมาผานกระบวนการ Burner, IGCC
Gasification เพ่ือผลิต Syngas ท่ีสามารถใชเปน
เช้ือเพลงิ กาซได
2.3.2 การแปรรปู ขยะเปนเชื้อเพลงิ ขยะ
เพื่อที่แปรรูปขยะเปนเชื้อเพลิงน้ัน จําเปนตองมีกระบวนการจัดการไมวาจะมากหรือนอย
ขึ้นอยูกับคุณสมบัติของเช้อื เพลิงขยะท่ีตอ งการ กระบวนการการจัดการทัว่ ไปมีขั้นตอนดังตอไปน้ี 1) การ
คัดแยกที่แหลงกําเนิด 2) การคดั แยกดวยมือหรือเคร่ืองจักร 3) การลดขนาด 4) การแยกขนาด 5) การ
ผสม 6) การทาํ ใหแหงและการอัดแทง และ 7) การบรรจแุ ละการเก็บ
2-15
รปู ที่ 2-13 แสดงขั้นตอนการแปรรูปขยะเปน เชื้อเพลงิ ขยะ
ขั้นตอนตางๆ ในการแปรรูปขยะเปนเช้ือเพลิงนั้นข้ึนอยูกับวามีการจัดการขยะอยางไร
ตัวอยางเชน ถาขยะไดม ีการคัดแยกสวนที่สามารถนํากลับมาใชประโยชนใหมไดจากแหลงกําเนิดกอนอยู
แลว ดงั น้นั ในกระบวนการแปรรูปขยะเปนเชื้อเพลิงก็อาจจะไมจ ําเปนที่จะมีขั้นตอนการคัดแยกโลหะหรือ
แกวก็ได โดยท่วั ไปขยะจะถูกนํามาคัดแยกสวนทีน่ ําไปกลับใชซํ้าได (เชน โลหะ และแกว) และอินทรียสาร
(เชน เศษอาหาร) ที่มคี วามช้ืนสูงสว นประกอบนี้สามารถนาํ ไปใชกับกระบวนการผลิตกาซชวี ภาพ (Biogas)
หรอื สารปรับปรุงคุณภาพดิน (Soil Conditioner) สวนประกอบทีเ่ หลือจะถูกนําไปลดขนาด สวนใหญ
ประกอบดวย กระดาษ เศษไม พลาสติก ซ่ึงสามารถนําไปใชใ นกระบวนการเผาไหมโดยตรงในรูปของ
Coarse RDF หรือนํามาผานกระบวนการทําใหแหงและการอัดแทงเพื่อผลิตเปน Densified RDF การ
เลือกพิจารณาวาจะใชเช้อื เพลิงขยะในแบบชนิดไหนขึ้นอยูกับเทคโนโลยีของระบบการเผาไหม สถานที่
ท่ีตั้งระหวางท่ผี ลิตเชือ้ เพลิงขยะและสถานท่ที ีใ่ ชงาน
2.3.3 ปริมาณและคุณลกั ษณะของเช้อื เพลิงขยะ
ปริมาณของเชือ้ เพลงิ ขยะท่ีผลิตไดตอปริมาณขยะ 1 ตนั ข้ึนอยูกบั การจดั เกบ็ ขยะกระบวนการ
ทใ่ี ชในการแปรรูปขยะ และคุณภาพของเช้ือเพลิงขยะท่ีตองการ องคประกอบของเช้ือเพลิงขยะนั้นขึ้นอยู
กบั องคป ระกอบของขยะท่นี ํามาแปรรูป วิธีการจัดเก็บ และกระบวนการท่ใี ชในการแปรรูป คุณลักษณะท่ี
สําคัญของเชื้อเพลิงขยะหลังจากการแปรรูปแลว ไดแก คาความรอน ปริมาณความช้ืน ปริมาณเถา และ
ปรมิ าณซัลเฟอรและคลอไรด ตัวอยางคณุ ลักษณะของขยะและ RDF ที่ไดจากการแปรรปู ขยะ
2-16
ตารางที่ 2-5 แสดงคุณลกั ษณะทีส่ าํ คญั ของเชื้อเพลงิ ขยะหลังจากการแปรรปู
วธิ วี เิ คราะหแบบประมาณ การวเิ คราะหแ บบแยกธาตุ
(Proximate Analysis) (Ultimate Analysis)
MSW (wt%) RDF (wt%) MSW (wt%) RDF (wt%)
ความชน้ื 55.93 29.29 คารบ อน 51.33 50.87
(Moisture) (Carbon)
ปรมิ าณสาร 35.28 54.27 ไฮโดรเจน 6.77 6.68
ระเหย(Volatile) (Hydrogen)
ปรมิ าณคารบ อน 4.27 10.98 ออกซเิ จน 30.92 26.66
คงตัว (Fixed (Oxygen)
Carbon)
ข้เี ถา (Ash) 4.52 5.46 ไนโตรเจน 1.42 1.56
(Nitrogen)
คาความรอ น (Calorific Value)
คา ความรอนตา่ํ : 9,736.17 14,805.25 คาความรอนสูง: 21,894.33 21,306.77
LHV (kJ/kg) HHV (kJ/kg)
จะเห็นไดวาความช้ืนใน RDF ลดลงอยางมาก (~50%) เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั ขยะกอนที่จะนํามา
แปรรูป สงผลใหคาความรอ นมีคาสงู ขน้ึ ดว ย
2.3.4 วิธกี ารใชป ระโยชนจากเชื้อเพลิงขยะ
การใชประโยชนจากเชอ้ื เพลงิ ขยะในรปู ของพลงั งาน มดี ังตอไปนี้
1) ใชในสถานท่ีแปรรปู ขยะเปนเชื้อเพลิงขยะ โดยรวมกับอปุ กรณท ี่ใชเ ปลย่ี นเปนพลังงาน เชน
เตาเผาแบบตะกรับ หรือเตาเผาแบบฟลูอดิ ไดซเบด หรอื กา ซซิฟเคช่ัน หรือ ไพโรไลซิส
2) ใชในสถานที่อื่นทต่ี องมีการขนสง โดยมีอุปกรณที่ใชเปล่ียนเปนพลังงาน เชน เตาเผาแบบ
ตะกรับ หรอื เตาเผาแบบฟลอู ิดไดซเบด หรือ กา ซซฟิ เ คชั่น หรอื ไพโรไลซิส
3) เผาไหมร ว มกบั เช้อื เพลิงอ่นื เชน ถานหิน หรอื ชีวมวล
4) เผาไหมใ นเตาผลติ ปูนซเี มนต
5) ใชรว มกับถานหินหรือชีวมวลในกระบวนการกา ซซิฟเคช่ัน
2-17
2.4 ขอดี-ขอ จาํ กัดของเทคโนโลยีการผลติ ไฟฟา จากขยะ
จากรายละเอียดของเทคโนโลยีการผลิตไฟฟา จากขยะในหัวขอ 2.1-2-3 ขางตน จะเห็นไดว าแตละ
เทคโนโลยนี ัน้ มขี อ ดีและขอ จํากัดแตกตา งกันไปตามลักษณะการใชงาน ปริมาณขยะตอวัน ตลอดจนความ
เหมาะในแตละพ้ืนท่ี โดยเทคโนโลยีผลิตไฟฟาจากขยะที่นิยมใชมีหลายเทคโนโลยีดวยกัน โดยมีขอดี-
ขอ จํากดั แตกตางกัน แสดงดงั ตารางที่ 2-6 และผลกระทบตอสิง่ แวดลอ ม แสดงดังตารางที่ 2-7
ตารางที่ 2-6 ขอดี-ขอ จาํ กัดของเทคโนโลยีผลิตไฟฟา จากขยะ
เทคโนโลยี ขอดี ขอ จํากดั
1. เทคโนโลยีเตาเผาขยะ
1. สามารถกําจัดขยะมูลฝอยได 1. ตองมีระบบบําบัดมลพิษทาง
(Incineration)
หลากหลายประเภท อากาศ ระบบบําบัดน้ําเสีย
2. เทคโนโลยีผลติ กาซเช้ือเพลงิ 2. สามารถทําลายขยะมูลฝอยได รองรับ
(Gasification)
สงู สุดถึง 90% 2. ตองมีผูดูแลท่ีมีความรู ความ
3. สามารถนําพลังงานทเ่ี กิดจาก ชํานาญ เพราะใชเทคโนโลยีใน
การเผาไหมไปใชป ระโยชน การดาํ เนนิ การ
4. มีของเสียเหลือจากการเผาไหม 3. ราคาลงทุนและดาํ เนนิ การสูง
นอ ย
1. มลพิษท่ีเกิดขึ้นนอยกวา และ 1. มีน้ํามันดิน (Tar) ผสมในกาซ
ค ว บ คุ ม ไ ด ง า ย ก ว า เ มื่ อ เชอื้ เพลงิ ทาํ ใหต องหาทางกําจัด
เปรียบเทียบกับการนําขยะมูล หรือทําใหนอยลงเพ่ือไมใหมี
ฝอยมาเผาไหมโ ดยตรง ป ญ ห า ตอ ก า ร ทํา ง า น ข อ ง
2. การผลิตพลังงานไดม าจากการ เคร่อื งยนต
เผาไหมกาซเชื้อเพลิงทําใหได 2. มีการลงทุนคอนขางสูงท้ัง
ประสิทธิภาพสูงกวาการเผา ต น ทุ น แ ล ะ ค า ใ ช จ า ย ใ น
ไหมขยะมูลฝอยโดยตรง กระบวนการคัดแยกขยะมูล
ฝอย รวมถึงกระบวนการยอย
ใหม ีขนาดเลก็ ลงเพื่อใหมีขนาด
ใกลเคยี งกนั
3. การควบคุมระบบมีคว าม
ซับซอ นและยุงยาก
2-18
เทคโนโลยี ขอดี ขอจาํ กัด
3. เทคโนโลยีการยอยสลาย
1. เปนการหมุนเวียนขยะมูลฝอย 1. ไมสามารถยอยสลายขยะมลู
แบบไมใชออกซิเจน
(Anaerobic Digestion, ประเภทขยะอินทรียกลับมาใช ฝอยบางประเภท เชน ขยะ
AD)
ใหมในรปู ของกาซชวี ภาพ อินทรียท่ีอยูในรูปของแข็ ง
4. เทคโนโลยกี าซชวี ภาพจาก
หลมุ ฝง กลบขยะ (Landfill 2. สามารถใชบําบัดขยะมูลฝอย (เศษไม พลาสติก ลิกนิน) ตอง
Gas to Energy)
อนิ ทรยี นําไปฝง กลบแทน
5. เทคโนโลยผี ลิตเชอ้ื เพลิงขยะ
(Refuse Derived Fuel) 3. สามารถหมักรวมกับของเสีย 2. คา กอ สรา งระบบสูง ตอ งลงทุน
อินทรียประเภทอ่ืน (Co- ในสวนการคัดแยกขยะมูลฝอย
digestion) เชน เศษวัสดุเหลือ ดวย
ใชทางการเกษตร มูลสตั วต างๆ 3. เปนระบบทมี่ กี ลนิ่
4. มีศกั ยภาพในการผลิตพลังงาน 4. ผลพลอยไดท ี่ไดเ ปนเพียงสาร
จากขยะเปยก ซึ่งไมเหมาะสม ปรับดินตองมีกา รเติมธา ตุ
สํ า ห รั บ ก า ร เ ผ า เ พื่ อ ผ ลิ ต อาหาร เพือ่ นําไปเปน ปยุ
พลังงาน 5. ตองมีระบบความปลอดภัยสงู
เพ่อื ปองกันการระเบดิ ของ
กาซทีผ่ ลติ ได
1. สามารถกําจัดขยะมูลฝอยไดทุก 1. ไดสัดสว นปริมาณกาซมีเทน
ประเภท ป ริ ม า ณ ท่ี น อ ย ก ว า ห า ก
2. ไมจําเปนตองมรี ะบบอ่ืนๆ เชน เปรียบเทียบกับเทคโนโลยี
ระ บ บ คัดแ ยก ร องรับ ก อ น กา รยอยสลา ยแบ บไมใช
เรม่ิ ทาํ การหมกั ออกซเิ จน
2. ใชพ้ืนทจี่ ํานวนมากในการฝง
กลบ
1. มีคา ความรอนสูง เม่ือเทียบกับ 1. ตองมีระบบการคัดแยกขยะ
ขยะท่ีรวบรวมได มูลฝอยกอนเขาสูระบบ ทําให
2. การจัดเก็บ การขนสง การ ต องใช เงิน ล งทุน ใ น สว น น้ี
จัดการตางๆ สะดวก ปลอดภัย เพมิ่ เติม
และมีผลกระทบดานส่ิงแวดลอม 2. มีคาใชจายในการขนสงแทง
นอ ย เชื้อเพลิงขยะไปยังระบบอ่ืนๆ
3. ไดแทงเช้ือเพลิง สําหรับผลิต เพราะตองขนสงโดยพาหนะ
พลงั งานความรอ น เทา นนั้
2-19
เทคโนโลยี ขอดี ขอจํากัด
4. ใชรวมกับเทคโนโลยีไพโรไลซิส 3. เปนเทคโนโลยีท่ียังไมส้ินสุด
และกาซซฟิ เ คชัน่ ได คือจะตองมีระบบคอยรองรับ
5. ใชพื้นท่ีระบบนอย โรงกําจัดมี เพือ่ นาํ แทงเชอ้ื เพลิงขยะทีไ่ ดไป
ขนาดเล็ก สามารถสรา งกระจาย เปลย่ี นเปนพลงั งานอีกครั้ง
ไปตามจุดตางๆ ณ แหลงกําเนิด 4. มีตลาดการซือ้ ขายนอ ย
ขยะมลู ฝอยได 5. มีผลกระทบตอหมอนํ้า และ
6. เช้ือเพลิงท่ีไดไ มจําเปนตองผลิต ระบบทอลําเลียงมากกวาการ
เปนพลังงานทันทีเก็บไวผลิต ใชเช้ือเพลงิ ประเภทอน่ื ๆ
เมื่อใดกไ็ ด
ตารางท่ี 2-7 ผลกระทบตอส่ิงแวดลอมของเทคโนโลยีผลติ ไฟฟา จากขยะ
เทคโนโลยี ผลกระทบตอ สงิ่ แวดลอม
1. เทคโนโลยีเตาเผาขยะ ผลกระทบหลัก ไดแก มลพิษท่ีเกิดข้ึนจากการเผาไหม เชน มลพิษ
(Incineration) อากาศ (NOx, ไดออกซิน และฟูราน) และโลหะหนักท่ีอยูในข้ีเถาท่ี
เหลอื จากการเผาไหม
2. เทคโนโลยผี ลติ กาซเช้อื เพลงิ มลพิษที่เกิดขน้ึ นอยกวา และควบคุมไดงายกวาเมื่อเปรียบเทียบกับ
(Gasification) การนําขยะมูลฝอยมาเผาไหมโดยตรง
3. เทคโนโลยีการยอยสลาย ปญหาดานกลิ่นจากกาซไฮโดรเจนซัลไฟล (กาซไขเนา) และคุณภาพ
แบบไมใชออกซเิ จน นาํ้ ทิ้งของระบบบําบัดข้ันหลงั
(Anaerobic Digestion)
4. เทคโนโลยีกาซชวี ภาพจาก น้าํ ใตด นิ และนํา้ ผิวดินอาจเกดิ จากการปนเปอนของนา้ํ ชะขยะจากหลุม
หลมุ ฝง กลบขยะ (Landfill ฝง กลบขยะมูลฝอย
Gas to Energy)
5. เทคโนโลยผี ลิตเชอื้ เพลงิ ขยะ -
(Refuse Derived Fuel)
2-20
บทที่ 3
การบริหารจัดการขยะท่ีดําเนินการอยา งเปนรูปธรรม
สําหรับการบริหารจดั การขยะในประเทศไทยจะยกกรณโี ครงการตวั อยาง ที่มีรูปแบบการบรหิ ารใน
รปู ของหนว ยงานของรฐั หนว ยงานเอกชน และหนวยงานทางการศึกษา ดงั น้ี
3.1 ศนู ยกําจัดขยะมลู ฝอย (ศนู ยท ี่ 3) เทศบาลนครนครราชสีมา
1) ขอมูลรายละเอยี ดระบบกําจัดขยะมลู ฝอย
สถานที่กําจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา เปนศูนยกําจัดขยะมูลฝอย
(ศนู ยท่ี 3) มีพ้นื ที่ 73 ไร เร่ิมใชง านมโี ครงการทีจ่ ะฟน ฟูสถานท่ีกําจัดขยะมูลฝอยแบบฝงกลบและกอสราง
ระบบกาํ จัดขยะแบบครบวงจร (Integrated Solid Management) ในพ้ืนท่ีซึ่งกองทัพบกไดอนมุ ัติใหใ ช
(อนุมัติเม่ือวันที่ 20 กุมภาพันธ 2550) โดยไดศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอยี ดมาแลว
ตง้ั แตป พ.ศ. 2548 เริ่มกอ สรา งในป 2552 และเสรจ็ สน้ิ ในป 2554 (โดยบรษิ ัท เบตเตอร เวลิ ดกรนี จํากัด
(มหาชน)) ใหงบประมาณในการกอสราง เปนเงิน 412,000,000 บาท โดยมีมูลนิธิเพ่ือการพัฒนา
ส่งิ แวดลอมและพลงั งาน เปนผูศกึ ษาและออกแบบ โดยมีวัตถปุ ระสงคด งั นี้
1. เพ่ือแกไขปญหาเรงดว นดานการจัดการมูลฝอยกอนจะเปนวิกฤติกอนเกิดผลกระทบ
รุนแรงตอ สงั คมและคณุ ภาพชวี ิตของประชาชน
2. เพ่ือเปนการผลิตพลังงานตามแนวทางการสงเสริมการผลิตพลังงานทดแทน และ
แนวทางการใชทรัพยากรธรรมชาติใหมีประโยชนสูงสุด ดานการสงเสริมกระบวนการนํากลับมาใชใหม
การผลิตปุยอินทรียจากขยะมูลฝอย และการแปรรูปขยะมูลฝอยใหเปนพลังงาน โดยนําเทคโนโลยีท่ี
ผสมผสานมาใชอ ยางเหมาะสม อันเปน การอนรุ ักษพ ลงั งานและทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวทางการฟนฟู
ทรัพยากร
3. เพื่อเปนตัวอยางในการจัดการขยะมูลฝอยท่ีบูรณาการ กระบวนการมีสวนรวมของ
ประชาชนกับการใชเทคโนโลยีท่ีเหมาะสม ประกอบดวย การคดั แยกขยะมูลฝอยที่ตนกําเนิด การจัดเก็บ
แยกประเภท การคัดแยกวัสดุเพื่อนํากลับมาใชประโยชนใหม การแปรรปู ขยะมูลฝอยอินทรีย เพ่ือใหได
กาซชวี ภาพ ซึ่งเปนเช้อื เพลงิ ในการผลิตพลังงานและปยุ อินทรยี และการกําจัดโดยการฝงกลบแบบถูกหลกั
สุขาภิบาล ทําใหเกิดความเชอื่ ม่นั ในการจัดการขยะมูลฝอยที่ไมสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมและคุณภาพ
ชีวิตของประชาชน
ระบบกําจัดขยะมูลฝอยถูกออกแบบใหสามารถกําจัดขยะมูลฝอยชุมชนที่เก็บรวบรวมไดจาก
แหลงกําเนิดตางๆ ไมน อยกวา 230 ตันตอวัน หรือประมาณ 84,000 ตันตอป โดยประกอบดวย ขยะ
อินทรียที่คัดแยกจากแหลงกําเนิด 50 ตันตอ วัน (ขยะมูลฝอยจากตลาดสด 30 ตันตอวัน ขยะจําพวกเศษ
อาหาร 15 ตันตอวัน และขยะจากสวน 5 ตันตอวันและขยะมลู ฝอยชุมชน 180 ตันตอวัน ) โดยเปน ขยะ
3-1
มูลฝอยภายในเขตเทศบาลนครฯ องคการปกครองสวนทองถิ่นใกลเคียง 2 เทศบาลตําบล กับ 7 อบต. ซึ่ง
ระบบกําจัดขยะมลู ฝอยสามารถแบงออกเปน 5 สว น ไดแก ระบบคดั แยกอินทรียที่แหลงกําเนิดและระบบ
คัดแยกดวยเคร่ืองจักร ระบบยอยสลายแบบไมใชออกซิเจน (การแปรรูปขยะอินทรียเปนกาซชีวภาพ)
ระบบหมักปุยจากกากตะกอน และกิ่งไมใบไม ระบบผลิตแทงเชื้อเพลิงจากขยะที่ยอยสลายยาก เชน เศษ
พลาสติก และระบบฝง กลบขยะมูลฝอยท่ีเหลอื จากการคัดแยกอยา งถกู หลกั สขุ าภบิ าล
2) ระบบการจัดการขยะมลู ฝอย
เทศบาลนครนครราชสีมา สามารถเก็บขยะไดไ มนอยกวา 83,950 ตัน/ป หรือไมน อยกวา
230 ตัน/วัน ฝงกลบขยะมูลฝอยมาต้ังแต ป พ.ศ. 2542 รองรบั ขยะไดนาน 20 - 30 ป ไดมีการจัดเก็บ
ขยะมูลฝอยรวมท้ังในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ใชรถขนขยะ 2,442 เที่ยว/เดือน มีขยะรองรับ
5,757 ใบ เฉพาะในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีการจัดเก็บขยะมาจากเทศบาลเอง จากตลาดยาโม
จากตลาดแมกิมเฮง จากโรงเรยี นราชสีมา จากบริษัท อุมบุญธุรกิจ จาํ กัด มีปริมาณขยะ 5,633.15 ตัน/
เดือน หรอื ประมาณ 180 ตัน/วัน โดยใชรถขนขยะ จํานวน 1,514 เท่ียว/เดือน มีเจาหนาท่ีปด กวาดถนน
จํานวน 124 คน โดยในป พ.ศ. 2557 มีหนวยงานตางๆ เขามาใชบริการของระบบกําจัดขยะมลู ฝอยของ
จังหวัดนครราชสีมา ทง้ั หมด 34 ราย มีปริมาณขยะมูลฝอยเฉล่ีย 368.6 ตันตอ วัน (น้ําหนักจากเครื่องชั่ง
น้ําหนัก ณ สถานทกี่ าํ จัด) แบงเปน ขยะมูลฝอยจากภายในเขตเทศบาล 210.58 ตนั /วัน และขยะจากนอก
เขตเทศบาล เฉลย่ี 158.02 ตนั ตอ วนั
รูปท่ี 3-1 เคร่อื งชัง่ นาํ้ หนัก รปู ที่ 3-2 อาคารรบั และคดั แยกขยะ
รูปที่ 3-3 พ้นื ทร่ี บั ขยะท่วั ไป
3-2
3) สถานที่ต้ัง
สถานที่กําจัดขยะมลู ฝอยตั้งอยูทบ่ี รเิ วณท่ีดนิ ของกองทัพภาคท่ี 2 ตําบลโพธิ์กลาง อําเภอ
เมือง จังหวัดนครราชสมี า มีพื้นท่ีทั้งหมด 73 ไร ระยะหางจากเทศบาลนครนครราชสีมาประมาณ 15
กโิ ลเมตร เทศบาลนครนครราชสมี า
4) หลักการทํางาน
รูปที่ 3-4 หลกั การทาํ งานของระบบกาํ จดั ขยะมูลฝอยแบบผสมผสานของเทศบาลนครนครราชสีมา
3-3
หลกั การทาํ งานภายในสถานทก่ี ําจัดขยะมูลฝอย ประกอบดวย
1. ระบบคดั แยกอนิ ทรยี ที่แหลงกาํ เนิด และระบบคัดแยกดวยเครื่องจกั ร
ขยะมูลฝอยท่เี ขาสูระบบ มี 2 สวน คือ ขยะอนิ ทรยี จากตลาดสด และขยะมูลฝอยจาก
ครัวเรอื น ขยะมูลฝอยดังกลาวจะถูกสงเขาสูระบบโดยสายพานลําพาน ผานเคร่ืองฉีกถุง และเครอ่ื งรอน
โดยขยะมลู ฝอยท่ีมีขนาดเล็กจะตกลงสูสายพานดา นลาง ซึ่งจะมเี ครื่องแยกโลหะดูดวัสดุท่ีเปนเหล็กออก
จากขยะมลู ฝอย และจะคดั แยกขยะอินทรียดวยน้ํา เพื่อเตรยี มสงเขาสูระบบยอ ยสลายแบบไมใชออกซิเจน
สวนขยะมูลฝอยท่มี ขี นาดใหญ จะคัดแยกขยะมลู ฝอย โดยแรงงานคน แบง เปน ขยะรีไซเคิล ขยะ RDF และ
ขยะท่ีไมมีประโยชน ซึง่ จะถูกนําไปกาํ จัดโดยระบบฝงกลบ
2. ระบบยอ ยสลายแบบไมใชออกซเิ จน (การแปรรปู ขยะอินทรยี เ ปน กา ซชีวภาพ)
ขยะอนิ ทรียท ถ่ี กู คัดแยกดวยน้ํา จะถูกสงเขาสูเครื่องยอยขยะอินทรียเหลว และถังปรับ
สภาพกอนหมัก กระบวนการหมัก จะมี 2 ขั้นตอน คือ ถังหมกั ที่ 1 (ถังหมักกรด) ขนาด 2,300 ลบ.ม.
และ ถังหมักท่ี 2 (ถังหมักกาซ) ขนาด 2,300 ลบ.ม. เพ่ือใหไดกาซชีวภาพ โดยจะตอ งผานเคร่ืองทําความ
สะอาดกา ซชวี ภาพ (Wet Scrubber) กอ นท่ีกา ซจะถกู สง เขา สูเ ครือ่ งปน ไฟเพ่อื ผลิตกระแสไฟฟา
3. ระบบหมกั ปยุ จากกากตะกอน และก่ิงไมใบไม
กากตะกอน และก่ิงไมใบไม จะถูกแยกออกมาทําปุยอินทรยี โดยวิธีการหมักแบบกอง
กลางแจง ใชเวลาประมาณ 40 – 45 วัน ในการกลบั กองแตละครงั้
รปู ที่ 3-5 ระบบหมักปุยจากกากตะกอน และก่ิงไมใบไม
3-4
4. ระบบผลติ เชื้อเพลิงขยะอดั แทง
ขยะ RDF ท่ีถูกคดั แยกออกมา จะแบงออกเปนท้ังหมด 3 แบบ คือ RDF-1 แบบช้ินท่ี
ผานการคัดแยก RDF-2 แบบยอยหยาบที่ผานการคัดแยกและสับแบบหยาบ และ RDF-3 แบบแทงทผี่ าน
คัดแยกสับแบบหยาบ และอัดเปนแทงเชอ้ื เพลิง ปจจุบนั สามารถผลิต RDF ไดประมาณ 4.14 ตันตอวัน
โดยในแตละเดือนจะมีบรษิ ทั เอกชนเขามาประมลู RDF ประมาณ 100 ตัน ไปใชในอุตสาหกรรม
5. ระบบฝงกลบขยะมลู ฝอยท่เี หลอื จากการคดั แยกอยางถูกหลกั สุขาภิบาล
ปจจุบันขยะมูลฝอยท่ีเขาสูสถานที่กําจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา
ประมาณ 300 – 400 ตันตอวัน ตามสัญญาที่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดลอมและพลังงานทาํ ไวกับ
เทศบาลนครนครราชสมี า จะดูแลระบบผลติ ปุยอนิ ทรยี และกระแสไฟฟาจากขยะมูลฝอย ซ่ึงรองรับขยะมูล
ฝอย 230 ตันตอวัน โดยขยะมูลฝอยท่ีถูกสงเขามาเกินในแตละวัน จะถูกสงไปกําจัดยังระบบฝงกลบขยะ
มูลฝอยทเี่ ทศบาลนครนครราชสมี าเปนผูดาํ เนนิ การ
3-5
กระบะรบั ขยะอินทรียคดั
แยกจากแหลง กําเนิด
3-6 รถขนขยะ เคร่ืองแยกขยะอ
เคร่อื งยอยขยะอินทรยี แบบละเอียด
ถงั หมักขยะอนิ ทรีย ขนั้ ท่ี 1 (ระยะการสรา งกรด)
เครอ่ื งรอ นขยะแบบอุโมง
อินทรียดวย เครื่องแยกโลหะ
หอ งคัดแยกขยะดวยมือคน
ขยะ RDF ขยะ ขยะที่ไมมปี ระโยชน
ตอ ตอ
ถงั หมักขยะอินทรีย ขนั้ ที่ 2 (ระยะการสรางกา ซชวี ภาพ) เครื่องยอ ยพ
3-7
เครื่องทาํ ความสะอาดกา ซ เคร่ืองอบพ
เคร่ืองยนตกา ซชีวภาพผลติ ไฟฟา เคร่ืองอัดขย
รูปท่ี 3-6 แผนผงั การทํางานของศูนยกาํ จัดขยะมลู ฝ
อ ตอ
พลาสติก บอ ฝงกลบขยะท่ีเหลอื จากระบบ
พลาสติก ระบบบาํ บดั นํา้ เสียจากบอฝงกลบขยะ
ยะเช้อื เพลงิ ระบบบําบดั กลิ่น
ฝอย (ศนู ยท ่ี 3) เทศบาลนครนครราชสีมา จงั หวดั นครราชสมี า
3.2 โรงเผามูลฝอยชุมชนและผลติ ไฟฟาเทศบาลนครภูเก็ต
1) ขอ มูลทัว่ ไป
โรงเผามูลฝอยชุมชนและผลิตไฟฟาเทศบาลนครภเู ก็ต ตงั้ อยูภายในพื้นที่ศูนยกําจัดมูลฝอย
เทศบาลนครภูเก็ต ตง้ั อยูที่ ถนนรัตนโกสินทร 200 ป หมูท่ี 1 ตําบลวิชติ อําเภอเมอื งภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
พื้นท่ีดังกลาวมีเน้ือที่รวม 300 ไร เปนพ้ืนที่ของกรมปาไม ซึ่งไดรับอนุญาตใหใชประโยชนมาต้ังแต
พ.ศ. 2535 ภายใตศูนยฯ ประกอบดวยอาคารสํานักงานกลุมงานส่ิงแวดลอม เทศบาลนครภูเก็ต พ้นื ท่ี
โรงมูลฝอยเดิม ขนาด 250 ตัน/วัน (46 ไร) อาคารคัดแยกมูลฝอย (8 ไร) พื้นที่ฝงกลบ (134 ไร) พ้ืนที่
บําบัดนํา้ เสยี (33 ไร) พ้ืนทส่ี วนทเี่ หลือเปน พ้ืนทฉ่ี นวน (46 ไร)
1) อาคารสํานักงานโรงเผาขยะชมุ ชนเดิม 2) อาคารเตาเผาขยะ (เดมิ ) 3) ปลองเตาเผาขยะ (เดิม)
4) อาคารระบบผลติ นํา้ ใช 5) ถงั เกบ็ นาํ้ ใช 6) อาคารลานเท/ขนถายขยะ
7) หอ งควบคมุ เครนตักขยะ 8) บอพักขยะ 9) อาคารเตาเผาและผลติ ไอน้ํา
10) อาคารเครื่องผลติ ไฟฟา 11) ปลอ งระบายอากาศ 12) สาํ นกั งานและหอ งนิทรรศการ
13) หอหลอ เยน็ 14) อาคารปม 15) อาคารซอมบํารุง/โกดัง
รูปที่ 3-7 ผงั อาคารโรงเผามลู ฝอยชมุ ชนและผลิตไฟฟา เทศบาลนครภเู กต็
2) ปริมาณขยะมูลฝอย
ขยะมูลฝอยทเี่ ก็บขนมากาํ จัด ณ ศนู ยกําจัดมูลฝอยรวมเทศบาลนครภูเกต็ ในป พ.ศ. 2551
มีปริมาณเฉล่ีย 531 ตัน/วัน จากการคาดการณปริมาณมูลฝอยของจังหวัดภูเก็ต โดยหนวยงานตางๆ
3-8
ไดแ ก กรมควบคุมมลพษิ มลู นิธิเพ่ือการพัฒนาสง่ิ แวดลอม (DEE) และจังหวัดภูเก็ต พบวา มีอัตราเพิม่ ขึ้น
ของมูลฝอยประมาณรอยละ 7 ดังนั้น หากไมดําเนินการลดปริมาณมูลฝอย ณ แหลงกําเนิดภายใน
ระยะเวลา 10 ป จงั หวัดภูเกต็ จะมีปริมาณมลู ฝอยประมาณ 1,000 ตนั /วัน หรอื ประมาณ 2,000 ตัน/วัน
ภายในระยะเวลา 20 ป
ทั้งน้ี ศูนยกําจัดมูลฝอยรวมเทศบาลนครภูเก็ต ใหบริการกําจัดมูลฝอยทั้งจังหวัดภูเก็ต
ดาํ เนินการเก็บขนมายังศนู ย โดยองคกรปกครองสว นทองถิ่น 19 แหง ประกอบดว ย
1) องคการบริหารสว นจังหวดั ภเู ก็ต
2) เทศบาลนครภเู ก็ต
3) เทศบาลเมอื ง 2 แหง คอื ปาตอง กะทู
4) เทศบาลตาํ บล 6 แหง คอื กะรน เทพกระษัตรี เชิงทะเล วชิ ติ ราไวย และ รษั ฎา
5) องคการบริหารสวนตําบล 9 แหง คือ เกาะแกว ศรีสุนทร เทพกระษัตรี สาคลู ไมขาว
ปากคลอก กมลา เชิงทะเล และฉลอง
3) หลกั การทาํ งาน
กระบวนการผลิตไฟฟาของโรงเผามูลฝอยชมุ ชนเทศบาลนครภูเก็ต ประกอบดวย หนวย
การผลิตหลักท่สี ําคัญและขัน้ ตอนการดําเนินงาน สามารถจําแนกไดเ ปน 6 สว นหลัก (ดังรูปท่ี 3-8) ดังน้ี
(1) ระบบรบั มลู ฝอย ประกอบดวย ลานเทมูลฝอย และบอ พกั ขยะ
(2) ระบบปอนมลู ฝอย และเชือ้ เพลิง
(3) เตาเผามูลฝอย
(4) ระบบผลติ ไอนํ้า (Boiler)
(5) กงั หนั ไอน้ํา (Steam Turbine) และเคร่อื งกําเนดิ ไฟฟา (Generator)
(6) ระบบเสริมการผลิต
(7) ระบบจัดการมลพษิ
การทาํ งานเร่มิ จากการปอนมูลฝอยเขาสูหองเผาไหม โดยในชวงเริ่มเดินระบบจะใชห ัวเผา
นํา้ มันดเี ซล ซ่ึงใหคาความรอนสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส ทําใหมูลฝอยท่ีอยูบนตะกรับเคลื่อนตัวเกิดการ
เผาไหมอยางสมบูรณ โดยอุณหภูมิภายในหองเผาไหมอยูในชวง 850-1,050 องศาเซลเซียส เถาที่เหลือ
จากการเผาไหมจะตกลงสูชอ งรบั ดานลาง สวนกาซรอนจะถูกเผาไหมอีกครัง้ ขณะท่ีอยูภายในหองเผาไหม
ประมาณ 2 วินาที กอนผา นเขาสูหนวยผลติ ไอนํ้าเพอื่ แลกเปล่ียนความรอนไดไอนํ้าไปผลติ ไฟฟา สวนกาซ
รอนจะถูกลดอุณหภูมิและผานระบบบําบัดมลพิษทางอากาศใหอยูในคามาตรฐานกอนระบายออกทาง
ปลองระบายอากาศ
3-9
1. ระบบรับและปอ นมลู ฝอย
1.1 รถเก็บขนมลู ฝอยทีเ่ ขามายังพ้ืนท่ีโครงการ จะช่งั น้ําหนักที่อาคารเคร่ืองช่ัง โดยมี
การจดบนั ทึกขอ มลู นาํ้ หนกั วนั เวลา ที่เขา ช่ังน้ําหนักและทะเบียนรถ
1.2 รถเก็บขนขยะมูลฝอยจะเขาไปถายมูลฝอยลงในบอพักมูลฝอย (Hopper of
waste) ซง่ึ อยูภายในอาคารเตาเผา
1.3 ภายในบอพักมูลฝอยจะถูกคลุกเคลาใหเขากันดวยปนจ่ันมูลฝอย (Overhead
carne) ท่ีควบคมุ จากหองควบคุม จากนนั้ ปนจ่ันจะทําการคีบมูลฝอยลงสูกรวยรับมลู ฝอย (Hopper) เพ่ือ
ปอ นเขาสหู องเผาไหมอยางตอเน่อื ง (Continuous) ตามลําดบั กอ นหลัง (First-in First-out)
การควบคุมความช้ืนของมูลฝอยกอนปอนเขาสูหองเผาไหมน ้ัน จะทําการควบคุมคา
ความชน้ื ของขยะที่ปอนเขา สเู ตาเผา ไมเกนิ รอ ยละ 55 ตามคา การออกแบบ
รูปที่ 3-8 ระบบโรงเผามลู ฝอยชมุ ชนและผลิตไฟฟา เทศบาลนครภูเก็ต
2. ระบบเผาขยะ
การเรม่ิ เดนิ เครือ่ งจะจุดเชื้อเพลิงในหองเผาไหมจากชองจุดเช้ือเพลิงโดยใชน้ํามันดีเซล
ฉีดพนเขาไปยังหองเผาไหม จากน้ันจึงทําการเปดพัดลมดูดอากาศเขาสูเตา และเปดพัดลมระบายอากาศ
เสียออกตามลําดับ แลวจึงปอนมูลฝอยใหมีปริมาณเชอื้ เพลิงสมดุลกับปริมาณอากาศท่ีปอนเขาไป ปนจั่น
จะจับมูลฝอย เพ่ือปอนลงในกรวยรบั มลู ฝอย (Feed Hopper) หลังจากนั้นมลู ฝอยจะตกลงสูแผงตะกรับ
3-10
ของเตา ซ่ึงเปน แบบตะกรบั เคล่ือนตัวได (Moving grate) ทําใหปอนมลู ฝอยเขาสูเตาไดอ ยางสม่ําเสมอ
และตอเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ความรอ นในเตาเผาจะทําใหม ลู ฝอยแหงกอ นท่ีจะเกดิ การเผาไหม มีอุณหภูมิ
ในหองเผาไหมประมาณ 850-1,050 องศาเซลเซียส การเคล่ือนท่ีของตะกรับจะทําใหมูลฝอยมีการ
เคล่ือนยา ยและผสมผสานกันอยางมีประสทิ ธภิ าพ และทําใหอากาศท่ีใชใ นการเผาไหมส ามารถแทรกซึมไป
ท่วั ถึงพื้นผิวของมูลฝอยทําใหสามารถเผาไหมไ ดแมมลู ฝอยที่มีคาความรอนต่ํา ซ่งึ เมื่ออุณหภูมิคงท่ีแลวจะ
หยุดปอ นเชื้อเพลิงเสรมิ
อุปกรณเผาไหมแบบ Stoker มีลักษณะเปนตะแกรงไฟที่หลอข้ึนมาใหมีชองวาง
จาํ นวนมาก เพ่ือใหอากาศสําหรับการเผาไหมไหลผานพื้นที่รองรบั มลู ฝอย โดยมูลฝอยบางสว นจะเร่ิมเผา
ไหมระหวางที่ลอยอยูในหองเผาไหม (Suspension) ซึ่งถูกปอนดว ยลมและเผาไหมตอจนสมบูรณ เม่ือตก
ลงบนตะแกรง ทั้งนี้ ในกระบวนการเผาไหมในหองเผาไหมมีอุณหภูมิและอากาศสวนเกินตามคาการ
ออกแบบ โดยในระหวางการเผาไหมมีการพนอากาศเขาสูหองเผาไหมทางชองอัดอากาศดานลาง โดยใช
พัดลมหลัก (Force draft fan) ทําหนาท่ีดูดอากาศจากภายนอกแลวเปาผานเคร่ืองอุนอากาศ (Air
Preheater) ทอี่ ยใู นชองไอเสยี เพ่ืออุนอากาศใหรอน อากาศน้ีจะถูกอัดผา นชองอัดอากาศดวยปริมาณท่ี
เกินความตองการในการเผาไหม (Excess Air) นอกจากจะใชในการเผาไหมแลวยังเปนการหลอเย็น
ตะกรับไมใหหลอมละลาย ขณะเดยี วกันยังเปนการเพ่ิมอุณหภูมิของอากาศทําใหประสิทธิภาพในการเผา
ไหมดีขึ้นดวย เรียกวา อากาศปฐมภูมิ (Primary Air) นอกจากน้ี ยังมีอากาศอีกสวนหนึ่ง เรียกวา อากาศ
ทุตยิ ภมู ิ (Secondary Air) ซ่ึงปลอยเขาเหนือตะกรับ (Overfire Air) ภายในหองเผาไหม เพื่อเพ่ิมอากาศ
ใหมากเกินพอ (Excess Air) สําหรับเผาไหมสารอินทรียท่ีคงเหลือจากการเผาไหมบ นตะกรับ และกาซ
คารบอนมอนอกไซด ซ่ึงเกิดจากการเผาไหมท่ีไมสมบูรณของสวนระเหยและคารบอนคงท่ี ทําใหเผาไหม
อยางสมบูรณขณะท่ีลอยตวั ข้ึนสงู ในหองเผาไหมอกี คร้ัง
เถาที่เกิดข้ึนจากการเผาไหม ซึ่งเหลืออยูในบริเวณสวนทายของตะกรับ (Ash Zone)
จะตกลงสูกนเตา มีลักษณะลาดเอียงและไหลออกทางชองเถากอนกวาดออกโดยสายพานลําเลียงเถา
เรียกวา “เถาหนัก (Bottom Ash)” ซ่งึ รวมท้ังเขมา ทมี่ ีขนาดใหญบางสวนดวย สาํ หรับสวนท่ีมีนํ้าหนักเบา
เม่ือถูกเผาแลวจะผสมอยูในกาซรอนและปลิวออกไปจากหองเผาไหมทางชองกาซรอน เรียกวา “เถาเบา
(Fly Ash)” จะถูกดักจับไวดวยระบบบําบัดมลพิษทางอากาศกอนที่จะระบายออกสูบรรยากาศ สวนเถา
เบาทีร่ วบรวมไดจะถูกรวบรวมและสงไปกําจัด ทั้งน้ี ในระหวางการเผาไหมจะมคี ราบเขมา เกิดข้ึนและติด
คางอยูภายในเสนทอ ดงั น้ัน โครงการจึงมีการพนเขมา (Soot Blow) ทกุ ๆ 12 ช่ัวโมง หรือประมาณ 2
ครั้ง/วนั แตละครงั้ จะใชระยะเวลาประมาณ 5 นาที อยางไรก็ตาม เขมาและฝุนละอองท้ังหมดท่ีเกิดข้ึนใน
ระหวางการพนเขมา จะถูกสง ผา นระบบบําบัดมลพิษทางอากาศ เพอ่ื ควบคมุ ใหอยูในเกณฑมาตรฐานกอน
ระบายออกสบู รรยากาศ
3-11
3. ระบบผลติ ไอนํ้า
หมอไอนํ้าของโรงเผามีลักษณะเปนทอนํา้ อาศัยการแลกเปล่ียนความรอ นระหวางนํ้า
ภายในทอกบั กาซรอ นจากการเผาไหมซ ่ึงอยูภ ายนอกทอ โดยกระบวนการผลติ ไอน้าํ เริ่มตนจากการปอ นน้ํา
ทผ่ี านดแี อรเ รเตอร (Deaerator) เขาสูไอน้าํ โดยปม น้าํ ปอนสงไปยังเคร่อื งอุนนํ้าปอน เพื่ออุนน้ําใหรอ นขึ้น
แลวสงไปยังเครอ่ื งแยกไอนํ้า เพ่ือแยกนาํ้ ออกจากไอน้าํ อิ่มตวั สวนทเ่ี ปนน้ําจะถูกสงไปยังผนงั ทอ ซ่ึงเปน
ทอรอบเตา มีการถา ยเทความรอ นกับกาซรอนจากหองเผาไหม ทําใหน้ํากลายเปนไอน้ําอิ่มตัวแลวสง กลบั
ไปยงั เคร่อื งแยกไอนํา้ จากนน้ั ไอน้ําอ่ิมตัวจะออกจากเครื่องแยกไอน้ําไปยังเคร่อื งทาํ ไอน้ํารอนยิง่ ยวด เพอ่ื
ทําใหไอนํ้าอ่ิมตัวกลายเปนไอรอนย่ิงยวด เพ่ือนําไปใชเปนไอน้ําแรงดันสูงตอไป เมื่อเดินเครื่องจักรเต็ม
กําลังการผลิต โครงการสามารถผลิตไอนํ้าไดสูงสุด 28 ตัน/ชั่วโมง ไอนํ้าที่ผลิตไดมีแรงดัน 40 บาร และ
อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส จะถูกนําไปใชในการขับเคล่ือนกังหันไอน้ํา ซึ่งมีเพลาเช่ือมตอกับเครื่อง
กาํ เนิดไฟฟาเพอื่ ผลิตไฟฟา
4. ระบบผลิตไฟฟา
โครงการมเี คร่ืองกังหันไอนาํ้ และเครอ่ื งกาํ เนิดไฟฟา จํานวน 2 ชดุ แตละชุดมีกําลังการ
ผลิตพลังไฟฟาสูงสุด 7 เมกะวัตต โดยเครื่องกังหันไอน้ําท่ีเลือกใชเปนแบบ Condensing Steam
Turbine การทํางานเร่ิมตนจากไอนํ้าความดันสูง (Superheat) แรงดัน 40 บาร อุณหภูมิ 400 องศา
เซลเซียส ท่ีไดจ ากหมอไอนํ้าจะถูกสงมาท่ีกังหันไอน้ํา (Steam turbine) โดยผาน Control Valve เพอื่
ควบคุมปริมาณไอนํ้า เม่ือไอน้ําผานกังหันจะทําใหกังหันหมุนปนเคร่ืองกําเนิดไฟฟา (Generator) เพอ่ื
แปลงเปน พลังงานไฟฟา
5. ระบบหลอ เย็นและควบแนน
ไอน้ําสวนท่ีผานกังหันไอน้ําจะเขาสูเคร่ืองควบแนน (Condenser) เพื่อทําการ
แลกเปลี่ยนความรอ นโดยระบบนํา้ หลอเย็น ทําใหไอนํา้ เกิดการควบแนนกลายเปนน้ําและสงกลบั ปอนเขา
สูหมอ ไอนํ้าตอไป สวนนํา้ หลอ เยน็ เม่ือแลกเปลี่ยนความรอ นที่เคร่ืองควบแนน แลวจะมีอุณหภูมิสูงข้ึนและ
ถูกสงกลับไปยังหอผึ่งเย็น เพื่อระบายความรอนสูบรรยากาศ ทําใหน้ํามีอุณหภูมิลดลง แลวนํากลับไป
หมนุ เวยี นแลกเปลยี่ นความรอ นกับเครื่องควบแนนตอไป ระบบน้ําหลอเยน็ ที่ใชใ นโครงการเปนหอหลอเย็น
แบบไหลสวนทาง จํานวน 3 ชุด (เดินระบบ 2 ชุด สํารอง 1 ชุด) อัตราการใชนํ้าประมาณ 6,000
ลกู บาศกเ มตร/ชั่วโมง ทัง้ นร้ี ะหวางการดาํ เนนิ งานจะมีนํา้ สว นหนึง่ สญู เสยี ไปในระบบจากการระเหย ทําให
คณุ ภาพนํ้าในระบบหลอเย็นมคี วามเขมขนสูงข้ึน ตองมีการระบายนํ้าสวนหนึ่งออกเพื่อรักษาความเขมขน
และเตมิ นํ้าชดเชย (Make up Water) เขาสรู ะบบดว ยอัตรา 57 ลกู บาศกเมตร/ช่วั โมง
3-12
6. การเช่อื มตอและจําหนา ยไฟฟา
ไฟฟา ทีไ่ ดจ ากเครอ่ื งกาํ เนดิ ไฟฟา (Generator) ทั้ง 2 ชุด มีแรงดันไฟฟา 6.6 กิโลโวลต
จะถูกเพ่ิมแรงดันไฟฟาเปน 33 กิโลโวลต ดวยหมอแปลงไฟฟา จํานวน 1 ชุด ซ่ึงระบายความรอนดวย
น้ํามัน เพื่อผลิตกระแสไฟฟาจําหนายไมเกิน 10 เมกะวัตต และใชใ นโครงการประมาณรอยละ 20 ของ
ปรมิ าณไฟฟาท่ีผลติ ได
3.3 การผลติ เชอื้ เพลงิ RDF จากขยะของบริษทั ปูนซีเมนต ทพี ีไอ โพลีน จาํ กัด (มหาชน)
1) ขอ มูลท่ัวไป
โครงการผลิตเช้ือเพลิงทดแทน หรือ Refuse Derive Fuel : RDF โดยนําขยะชุมชน ขยะ
อุตสาหกรรม และเศษวสั ดุเหลอื ทิ้งจากการเกษตรมาทําการคัดแยกเพื่อผลิตเปนเชื้อเพลิงทดแทนถานหิน
โดยมีเปาหมาย “Zero Waste” คอื “จะตองบรหิ ารจัดการขยะเหลานี้ใหเ กิดประโยชนสูงสุด และตอง
ไมใหเหลอื เศษใดๆ ที่จะเปน ภาระในการนําไปกําจดั นอกโรงงาน” ดวยการนําเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใชใน
การบริหารจัดการของเสยี และขยะมูลฝอย เพอื่ การลดภาระ ลดผลกระทบและลดงบประมาณในการกําจัด
ขยะแบบการเทกองหรือฝงกลบของหนวยงานภาครัฐ และเอกชนท่ีมีหนาท่ีจัดการขยะ ใหเกิดประโยชน
รว มกนั ทุกฝาย
ปจจุบนั บริษัทรบั ขยะชมุ ชนปรมิ าณวันละ 1,200 ตัน สําหรับขยะท่เี ขามาจะถูกนํามาแปร
รปู เปน เช้ือเพลิงภายใน 3 ชว่ั โมง โดยผา นกระบวนยอ ย คดั แยกโดยเครอ่ื งจักร เพอ่ื แยกสว นท่สี ามารถเปน
เช้ือเพลิงและทําการปรับปรุงคุณภาพใหเปนเช้ือเพลิงคุณภาพดี สวนท่ีเปนสารอินทรียก็นํามาใชเปน
วัตถุดิบในการผลิตปุยอินทรีย และอยูในระหวางการกอสรางโรงงาน Mechanical Biological
Treatment (MBT) เพื่อแปลงขยะอนิ ทรียใหเปน เชอ้ื เพลิง RDF และปยุ อนิ ทรียตอไป
นอกจากน้ัน บริษัทยังใหความรวมมือกับหนวยงานราชการ องคการปกครองสวนทองถ่ิน
หรือเอกชนผูที่หนา ท่ใี นการการกําจัดขยะโดยสนบั สนุนความรใู นการแปรรูปขยะเปนเชื้อเพลิง RDF และ
เปนผรู บั ซ้ือเช้ือเพลิงดงั กลาว เพื่อทําใหเกิดการจัดการขยะโดยการแปรรูปเปนพลังงานอยางเปนรูปธรรม
และมีการสรา งอาชพี และรายไดใหก บั ชุมชนพรอ มกบั ลดปญ หาส่งิ แวดลอ มในการกองขยะแบบเดมิ
2) สถานทต่ี ั้ง
บรษิ ัท ปูนซีเมนต ทีพีไอ โพลนี จํากดั (มหาชน) อยู 299 หมทู ี่ 5 ถนนมิตรภาพ ตําบลทบั
กวาง อําเภอแกงคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งอยูหางจากตัวอําเภอประมาณ 16.7 กิโลเมตร หรือใชเวลา
เดนิ ทางตวั อําเภอประมาณ 17 นาที
3-13
3) หลกั การทํางาน
3.1) โรงงานผลิตเช้ือเพลงิ ทดแทนจากขยะมูลฝอย (RDF)
วัตถุดิบในการนํามาผลิตเช้ือเพลิงทดแทนจากขยะมูลฝอย นํามาจากขยะมูลฝอย
ชุมชน ปริมาณ 500,000 ตันตอป จากขยะฝงกลบ ปริมาณ 500,000 ตันตอป และขยะอุตสาหกรรม
ปรมิ าณ 80,000 ตนั ตอป โดยมกี ระบวนการผลิตเช้ือเพลงิ ทดแทนจากขยะมลู ฝอยดงั น้ี
กระบวนการคัดแยก
ขยะมูลฝอยจะถูกลําเลียงเขาสูเคร่อื งฉีกสับ (Pre Shredder) ผานเคร่ืองรอ น
(Trommel) เพอื่ แยกขยะหนัก (ขยะมูลฝอยอินทรีย) ใหตกลงสูดานลาง สวนขยะเบา (ขยะพลาสตกิ ) จะ
เขา สูเคร่ืองแยกดวยลม (Air Classifier) เพื่อแยกพลาสติกช้ินเล็กและพลาสตกิ ช้ินใหญ โดยพลาสติกช้ิน
ใหญจ ะผานเขาสูเคร่ืองฉีกสับ (Main Shredder) ทาํ การคัดแยกโดยผานเคร่อื งแยกโลหะ (Magnetic
Separator) เคร่อื งกรองฝนุ (Fine Screen) และเครอ่ื งแยกอะลมู ิเนยี ม (Aluminum Separator) และทาํ
ความสะอาดดวยเครือ่ งแยกดวยลม (Air Classifier) อกี ครั้ง
กระบวนการยอ ย
เมือ่ ผา นกระบวนการคดั แยก จากน้ันจะเขาสูเคร่อื งฉีกสับ (Fine Shredder) อีก
ครั้ง เพอ่ื ตัดขยะพลาสตกิ ใหมขี นาดเล็กลง
กระบวนการผลติ RDF
จากนั้นขยะท้ังหมดจะถูกปอนเขาสู RDF Blending Silo เพ่ือปรบั สภาพให RDF มี
คาความรอนเทากันโดยการกวนผสม มีการควบคุมคาความรอน ความชื้นและสารเคมี ใหอยูในสภาพที่
เหมาะสม กอนปอนเขาสูโรงงานโดยเช้ือเพลิงดงั กลาว จะถูกนํามาเปนเชื้อเพลิงสําหรับการผลิตพลังงาน
ไฟฟาทมี่ ีกําลังการผลิตขนาด 20 เมกะวัตต โดยไดจายไฟฟาเขาระบบไปแลวเมื่อเดือนมกราคม 2558
และอยูระหวางการกอสรา งโรงไฟฟาจากเช้ือเพลิงขยะ ขนาด 60 เมกะวัตต ซึ่งจะเร่ิมขายไฟฟาเขาระบบ
ในเดือนกรกฎาคม 2558
3-14
รปู ท่ี 3-9 แผนผงั ขัน้ ตอนการผลิตเชอ้ื เพลงิ ทดแทนจากขยะมูลฝอยแบบ MBT
3.2) โรงงานไพโรไลซสิ
โรงงานไพโรไลซิส เพื่อผลิตน้ํามัน จํานวน 2 โรง มีปริมาณขยะมลู ฝอยท่ีเขาสรู ะบบ
8,000 ตันตอ ป กําลงั ผลติ นํ้ามันรวม 2.5 ลานลติ รตอป โดยน้ํามันท่ีผลิตได สวนหน่ึงจะผานหอกลั่น เพ่ือ
แปรรูปเปนน้ํามันดีเซล และอีกสวนหน่ึง (15%) จะถูกนําไปผสมกบั น้ํามนั ในทองตลาด เพ่ือใชใ นโรงงาน
(ปจ จุบันโรงงานไพโรไลซิส ปด ปรับปรงุ เนอ่ื งจากการการดําเนนิ งานไมคมุ คา เดนิ ระบบ)
3-15
รูปท่ี 3-10 แผนผงั ขั้นตอนการผลติ นาํ้ มนั โดยกระบวนการไพโรไลซสิ จากเศษพลาสตกิ และยาง
รถยนต
3.3) โรงงานผลติ ปุยชวี ะอนิ ทรีย
ขยะมูลฝอยอินทรยี ท่ผี า นการคัดแยกจากโรงงาน RDF จะเขาสูกระบวนการหมักโดย
การเติมอากาศและจุลินทรีย ควบคุมคาความเปนกรด อุณหภูมิและออกซิเจน โดยใชเทคโนโลยี
Aerothermal Thermophilic Aerobic Digestion (ATAD) เพื่อใหไดผลผลติ 3 แบบ คือ สารออแกนิค
สารปรับปรงุ ดนิ และปุยอินทรียเ ม็ด
3-16
รปู ท่ี 3-11 แผนผงั ขน้ั ตอนการนําขยะมูลฝอยมาใชผลติ ปยุ อินทรยี
3.4 เทคโนโลยกี ารจัดการขยะดวยวิธผี สมผสานแบบสรุ นารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
1) สถานท่ตี ง้ั
ศูนยความเปนเลิศทางดานชีวมวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตําบลสุรนารี
อําเภอเมอื ง จังหวัดนครราชสมี า
รปู ท่ี 3-12 แสดงสถานทต่ี ง้ั ของศูนยความเปนเลิศทางดา นชวี มวล
3-17
2) หลกั การทํางาน
เรมิ่ จากรถเก็บรวบรวมขยะ จํานวน 2 คัน เก็บขนขยะทกุ วนั จันทร-เสาร วันละ 1 เที่ยวตอ
พนื้ ท่ี และทําการชั่งนํา้ หนักขยะในแตล ะเท่ยี วทเ่ี กบ็ รวบรวมพรอ มบนั ทึกขอมูลน้ําหนกั ขยะ
รปู ที่ 3-13 แสดงรวบรวมขยะในมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยสี รุ นารี
กระบวนการจดั การขยะ 5 ขั้นตอน:
รูปท่ี 3-14 กระบวนการจดั การขยะ 5 ขนั้ ตอนของเทคโนโลยีการจดั การขยะดว ยวิธผี สมผสานแบบสรุ นารี
3-18
ขั้นตอนท่ี 1 กระบวนการคดั แยก: เทขยะลงจุดรับขยะกอนคัดแยก ใชระบบสายพาน
คัดแยกดวยมือ เพ่ือคัดแยกขยะสวนที่ไมสามารถหมักได เชน ขยะรีไซเคิล เศษผา เศษหนัง และขยะ
อนั ตรายออก
รปู ท่ี 3-15 แสดงกระบวนการคดั แยก
ขั้นตอนท่ี 2 กระบวนการลดขนาด (การยอย): ขยะสวนที่ไมถูกคัดแยกออกจะถูกสง
เขาเคร่ืองจักรสับหยาบใหลดขนาดกอนเขา สูโรงหมัก
ขัน้ ตอนท่ี 3 กระบวนการปรับเสถียรภาพ (การหมัก): ขยะถูกสง ผานสายพานลําเลียง
เขา โรงหมัก MBT ขนาด 8×36 เมตร กองสงู 1.5 เมตร ใชระยะเวลาหมกั เพ่ือปรับเสถียรภาพขยะ 15-30
วัน ดวยอุณหภมู ทิ สี่ ามารถฆา เชื้อโรคได 60-70 องศาเซลเซียสระหวางกระบวนการหมัก กลับกองหมัก 4
ชั่วโมงตอวนั ดวยเคร่อื งปฏกิ รณการหมักแบบใชอ ากาศของสุรนารี หรือ Suranree Aerobic Reactor
(SAR) ซึ่งเปนหัวใจหลักของเทคโนโลยี สามารถทํางานไดทั้งแบบเปนชุด (Batch Operation) และ
แบบตอเนื่อง (Continuous Operation) และผลลัพธสําคัญที่จะไดรับคือ ความปลอดเชอื้ เน่ืองจากใน
กระบวนการหมกั จะมอี ุณหภมู สิ ูงและระยะเวลานานเพียงพอตอการฆาเชอ้ื โรค
3-19