รูปที่ 3-16 แสดงกระบวนการปรบั เสถียรภาพ (การหมกั )
ขั้นตอนท่ี 4 กระบวนการรอน: ขยะท่ีผานการหมัก ถูกสงเขาเครื่องรอนแบบตะแกรง
หมุนหรอื แบบตะแกรงรอน โดยการรอนขยะ เพื่อคัดแยกขนาดขยะ ดวยเคร่ืองคัดแยกโลหะดว ยแมเหล็ก
หรือเคร่อื งคดั แยกโดยลม เครื่องจับกอน เครื่องอัดแทง ซ่ึงแบงขนาดขยะออกเปน 4 ขนาด คือ เบอร 1
ขนาดเล็กเปนปุยอินทรีย เบอร 2 ขนาดใหญเปนวัสดุปรับปรุงดนิ เบอร 3 และ เบอร 4 เปนขยะขนาด
ใหญทใ่ี ชง านเปนปุย ไมไดจ ะถูกคดั ออก ไดเชื้อเพลงิ ขยะ RDF เกรด A และเกรด B ซ่ึงมีคา ความชน้ื ต่ําและ
คาความรอนสงู
รปู ท่ี 3-17 แสดงผลพลอยไดจ ากกระบวนการรอ น
3-20
ขั้นตอนที่ 5 กระบวนการขาย: ขยะที่เปนเศษผาและเศษหนังกําจัดโดยใชหลุมฝง กลบ
ขยะอันตรายสงกําจัดโดยหนวยงานภายนอกท่ีเปนผูมีใบอนุญาตกําจัดขยะอันตรายอยางถูกตองตาม
กฎหมาย สว นขยะรีไซเคิลถูกนํามาสูกระบวนการขาย ซ่ึงเปนหัวใจสําคญั ทจ่ี ะทําใหระบบการจัดการขยะ
ไมใ ชเรื่องทีส่ ูญเปลา อกี ตอ ไป
1. วัสดุรีไซเคลิ มีตลาดรไี ซเคิลรายใหญร องรับชัดเจน โดยราคาและคุณสมบัตเิ ปนไปตาม
ความตองการของตลาด
2. วสั ดุปรับปรงุ ดิน/ปยุ อนิ ทรยี มีคณุ สมบัติ ดงั น้ี
รายการ คณุ สมบัติ
ขนาดของปยุ < 12.5 x 12.5 มม.
ปริมาณความช้ืน < 35 % โดย นน.
ปริมาณอินทรียวตั ถุ (%OM) > 30 % โดย นน.
ไนโตรเจน (%N) > 1.0 % โดย นน.
ฟอสฟอรสั (%) > 0.5 % โดย นน.
โพแทสเซยี ม (%) > 0.5 % โดย นน.
อตั ราสวนคารบอนตอ ไนโตรเจน นอยกวา 20 : 1
การยอยสลายทส่ี มบูรณ > 80 % โดย นน.
คา ความเปน กรด – ดา ง (pH) 5.5 – 8.5
คา การนําไฟฟา (EC) < 6 เดซิซีเมน/เมตร
ปรมิ าณหนิ และกรวด < 5 % โดย นน.
พลาสตกิ แกว วสั ดุมคี ม และโลหะอ่ืนๆ ไมมี
สารหนู (Arsenic) < 50 มก./กก.
แคดเมยี ม (Cadmium) < 5 มก./กก.
โครเมียม (Chromium) < 300 มก./กก.
ทองแดง (Copper) < 500 มก./กก.
ตะกว่ั (Lead) < 500 มก./กก.
ปรอท (Mercury) < 2 มก./กก.
3-21
3. เชอื้ เพลงิ จากขยะ (RDF) มคี ณุ สมบัติ ดังนี้
รายการ คุณสมบัติ
คา ความรอ นตา่ํ > 4,500 kcal/kg
ปริมาณความช้นื < 30 % โดย นน.
ปริมาณคลอไรด < 1 % โดย นน.
ปริมาณขีเ้ ถา < 35 % โดย นน.
ปรมิ าณวัตถุที่เผาไหมไ มไ ด < 10 % โดย นน.
หมายเหตุ: คุณสมบัติของเช้ือเพลิงจากขยะ (RDF) สามารถปรับเปล่ียนไดดวยกระบวนการรอน โดยปริมาณวัตถุที่เผา
ไหมไมไ ดขนึ้ อยกู ับสัดสวนของขยะท่มี คี าความรอ นตาํ่ เชน แกว ทราย หิน กรวด อิฐ ปนู เปนตน
3.5 กรณีศกึ ษา การบริหารจัดการขยะในตางประเทศ
3.5.1 มหานครโตเกยี ว ประเทศญี่ปุน
มหานครโตเกียวมีประชากรอาศัยอยูกวา 13 ลานคน หรือคิดเปน 10% ของท้ัง
ประเทศ จํานวนประชากรรวมท้ังหมดมากกวาประเทศไทยเกือบเทาตัว ซึ่งในประเทศญ่ีปุนระบบรัฐบาล
ทองถ่ินมี 2 ระดับช้ัน คือ ระดับจังหวัดและระดับเทศบาล มีการบริหารงานทองถ่ินตามอํานาจหนาที่
เทากนั เขตปกครองมอี าํ นาจหนาทใ่ี นการบริหารงาน 47 จงั หวดั ซ่ึงมหานครโตเกียวเปนสวนหน่ึงของเขต
ปกครองดังกลาว เขตเทศบาลเปนหนว ยงานทอ งถ่นิ ที่มหี นา ท่รี บั ผดิ ชอบและจัดการสิ่งอาํ นวยความสะดวก
ใหกบั ประชาชนในพื้นที่
ประเทศญ่ีปุนมีกฎหมายดานการจดั การขยะเฉพาะ ทกุ ภาคสวนตองมีสวนรวมในการ
รบั ผิดชอบการจัดการขยะ และกฎหมายดังกลาวนํามาบังคับใชไดอยางมีประสิทธิภาพ สงผลใหประเทศ
ญี่ปุนประสบความสําเร็จในดานการจัดการขยะสงู กฎหมายพืน้ ฐานในการสนับสนนุ สังคมใหเปน สังคมรี
ไซเคลิ ไดถ กู นํามาบังคับใชเพ่ือสงเสรมิ การพัฒนาสูสังคมรไี ซเคลิ ลดการใชทรพั ยากร และลดผลกระทบตอ
สิ่งแวดลอม รวมทั้งมีการพัฒนาขอกฎหมาย ไดแก กฎหมายดานการรักษาความสะอาดและการจัดการ
ขยะเพอ่ื ใหมกี ารจัดการขยะทีเ่ หมาะสม กําหนดระเบียบขอบังคับในการจัดตั้งโรงงานกําจัดขยะและธุรกิจ
ดานการกําจัดขยะ กําหนดมาตรฐานการจัดการขยะ มาตรการควบคมุ การกําจัดขยะท่ีไมเหมาะสม และ
การพัฒนาการจัดการขยะโดยผานการมีสวนรวมของประชาชนอยางมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังมี
กฎหมายดานการสงเสริมการนาํ ทรัพยากรกลับมาใชใหม เพื่อสงเสริมการใชซํ้าและนํากลับมาใชใ หมของ
ผลิตภัณฑแตละประเภท โดยคํานึงถึงหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ซ่ึงไดมกี ารออกกฎหมาย
เฉพาะตามลักษณะของผลิตภัณฑ เชน กฎหมายรีไซเคิลภาชนะและบรรจุภัณฑ กฎหมายรีไซเคิล
เคร่ืองใชไฟฟา กฎหมายรีไซเคิลขยะเศษอาหาร กฎหมายรีไซเคิลขยะจากการกอสราง และกฎหมายรี
ไซเคลิ ยานพาหนะทีห่ มดอายกุ ารใชงานแลว เปนตน
3-22
รปู ที่ 3-18 แสดงการจดั การขยะในเขตเมอื ง 23 เขต ของกรงุ โตเกียว
ในเขตเมืองของโตเกียว 23 เขต ไมน ับรวมปรมิ ณฑลของจังหวัดโตเกียวทั้งหมด มีการ
แบงหนาทคี่ วามรบั ผดิ ชอบแตละหนวยงานอยางชัดเจน โดยหนวยงานปกครองสวนทองถ่ินแตละเมืองทํา
หนาที่รวบรวมและขนสงขยะ สวนการบําบัดขยะ เชน การบําบัดดวยเตาเผา ดําเนินการโดยหนวยงาน
ดูแลความสะอาดของกรงุ โตเกยี ว 23 (Clean Association of Tokyo 23) ซง่ึ กอตง้ั โดยมติของท้ัง 23 เขต
และตามกฎหมายการปกครองสวนทอ งถ่ิน การลดและคัดแยกขยะในทองถิ่นแตล ะเขตของกรุงโตเกียวมี
การดาํ เนนิ กิจกรรมหรอื โครงการเพ่อื ลดปริมาณขยะท้ังในที่พักอาศัย รานคา และบริษัท ทั้งยังดําเนินการ
ตามกฎหมายสงเสริมการสรางสังคมการนํากลับมาใชใหมอยางยั่งยืน รวมถึงกฎหมายเฉพาะของการ
จัดการขยะแตละประเภท นอกจากนี้ประชาชนในกรุงโตเกียวมีการคัดแยกขยะกอนนํามาทิ้ง ณ จุด
รวบรวมขยะ โดยแยกเปน ขยะ 4 ประเภท ดงั นี้
1. ขยะเผาไหมไ ด (Combustible Waste) เชน เศษอาหาร กระดาษ พลาสติก
2. มลู ฝอยเผาไหมไมได (Non-Combustible Waste) เชน โลหะ อปุ กรณ
เคร่ืองใชไฟฟา แกว เซรามคิ
3. ขยะขนาดใหญ (Bulky Waste) เชน เฟอรนิเจอร ตู เตยี ง โตะ
4. ขยะทส่ี ามารถนํากลบั มาใชใ หมได (Resources) เชน กระดาษ พลาสติก แกว
แตละเมืองของกรุงโตเกียวมีการกําหนดวันและจุดสําหรับท้ิงขยะโดยข้ึนอยูกับชนิด
ขยะและการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ นอกจากน้ีแผนการดําเนินงานจะข้ึนอยูกับการเปล่ียนแปลงของ
3-23
ฤดูกาลและแนวโนม ของปริมาณขยะในทองถ่ิน โดยไมมีการคิดคาธรรมเนยี มการจัดการขยะสําหรับขยะ
จากบานพักอาศยั ยกเวนกรณที ีม่ ีการท้ิงขยะปริมาณมาก ซงึ่ มีการคดิ คา ธรรมเนียมจากขยะเฉพาะขยะทม่ี ี
ขนาดใหญและขยะจากภาคธุรกิจ ขยะจากบานพักอาศัยจะถูกเก็บรวบรวมโดยเทศบาลทองถ่ิน ซ่ึงมีการ
กาํ หนดความถใี่ นการเกบ็ รวบรวมโดยแยกตามประเภทขยะ ขยะท่ีเผาไหมไดเก็บ 2 คร้ังตอ สัปดาห ขยะท่ี
เผาไหมไ มไดเก็บ 1 คร้ังตอสัปดาห ขยะทีม่ ีขนาดใหญจะทําการเก็บรวบรวมโดยข้ึนอยูกับความตองการ
ของประชาชนในการรองขอใหนําไปกําจัด และขยะรีไซเคิลเก็บ 1 ครง้ั ตอสัปดาห สวนขยะจากสํานักงาน
รา นคา และอืน่ ๆ จะถูกเกบ็ รวบรวมโดยรถเก็บขนขยะท่ีไดร ับอนญุ าตจากหนวยงานทอ งถิ่นเพ่ือนําขยะไป
กําจดั ณ สถานทกี่ าํ จดั ตอไป
รปู ที่ 3-19 แสดงขั้นตอนการกาํ จัดขยะในเขตเมอื ง 23 เขต ของกรุงโตเกียว
ในแตล ะเมอื งมีการกําหนดรปู แบบการขนสง ขยะ โดยข้ึนอยูกับชนิดของขยะและการ
ปฏิบัตงิ านของเจาหนาท่ี ขยะที่เผาไหมไดจะถูกเก็บรวบรวมในรถเก็บขนขยะและถูกขนสงไปยังโรงงาน
เตาเผาขยะโดยหนว ยงานดานความสะอาดของกรุงโตเกยี ว 23 ซึ่งมีเตาเผาทงั้ หมด 19 แหง โดยขี้เถาท่เี กิด
จากการเผาจะถกู นาํ ไปกําจัดโดยการฝงกลบ และนําไปแปรรปู เปน ตะกรัน (slag) เพ่ือนําไปผสมกับซเี มนต
ซึ่งสามารถผลิตเปนอิฐบล็อกหรือวัสดุสําหรับปูพื้นถนน สวนขยะท่ีเผาไหมไมไดจะถูกเก็บรวบรวมและ
ขนสงไปยังโรงเผา 2 แหง คือ Chubo Incombustible Waste Processing Center และ Keihinjima
Island Incombustible Waste Processing Center ขยะที่มีขนาดใหญจะถูกเก็บรวบรวมและขนสงไป
3-24
ยังโรงงานบาํ บดั ขยะขนาดใหญ ซึ่งในแตล ะเมืองจะมีศนู ยสําหรบั ขนสง ขยะขนาดใหญไปยังโรงงานโดยการ
ขนสง ดว ยรถเกบ็ ขนขยะแบบอดั เพือ่ ทาํ ใหข ยะมีขนาดเล็กลง
โรงงานเตาเผาทม่ี ีอยทู ัง้ หมด 21 แหง สว นใหญจ ะเปน เตาเผาระบบเผาไหมโ ดยใชแผง
ตะกรนั (Stoker Furnace Waste Incinerator) ซึ่งมีระบบปองกันมลพิษ เชน กลิ่น และสารไดออกซิน
รวมท้ังมีการรกั ษาสง่ิ แวดลอมในโรงงานเตาเผา ขี้เถาท่ีเกดิ จากการเผาบางสวนจะนําไปกําจัดดว ยการฝง
กลบ และบางสว นจะนําไปหลอมเปนตะกรัน เพื่อนําไปผสมกับซเี มนตซึ่งสามารถผลิตเปนอฐิ บล็อกหรือ
วัสดุสําหรับปูพื้นถนนตอไป สวนสารพิษที่ถูกปลอยออกมาและนํ้าเสียจะถูกควบคุมเพื่อปองกันไมให
แพรก ระจายสูสิง่ แวดลอม นอกจากน้ี โรงงานเตาเผาไดม ีการผลิตกระแสไฟฟาจากพลังงานความรอนที่ได
จากการเผาขยะและการหลอมตะกรัน กระแสไฟฟาท่ีผลิตไดจะถูกนาํ มาใชในโรงงาน สวนทเ่ี หลือจะขาย
ใหกบั บริษัททต่ี องการและบา นเรือนในราคาท่ีถูกกวาปกติ
สวนการฝงกลบขยะเผาไหมไมไดที่ผานการบดยอยใหมีขนาดเล็กลง ขยะประเภท
ขเ้ี ถา จากการเผา และกากตะกอนจากระบบบําบัดน้ําเสีย จะถูกนํามากําจัดโดยวิธีการฝงกลบ โดยการฝง
กลบขยะที่ Outer Central Breakwater Landfill Disposal Site ถือเปนสถานที่สุดทายของขยะ ซ่ึง
สรางข้ึนและบริหารงานโดยเทศบาลมหานครโตเกียว โดยในการฝงกลบจะใชว ิธีแซนดวิช คือ การเทขยะ
ในหลุมฝงกลบสูง 3 เมตร แลวทําการกลบดิน 50 เซนติเมตร เพื่อเปนการปกคลุมขยะ ทําสลับกันไป
เรื่อยๆ สวนขยะท่ีเปนข้ีเถาจะฝงกลบโดยการขุดหลุมใหเปนคูกอนนําข้ีเถาเทลงหลุมเพื่อปองกันลมพัด
ข้เี ถา การดําเนินการของสถานท่ฝี งกลบขยะของเทศบาลมหานครโตเกียวมีการดําเนินการที่เปนมาตรฐาน
ตามกฎหมายและเปนมิตรกับส่ิงแวดลอม โดยมีจุดมุงหมายใหมีการใชสถานท่ีฝงกลบไดนานที่สุด ซ่ึง
ปจจุบนั กรุงโตเกยี วอยรู ะหวา งการหาวิธีการตา งๆ เพ่ือยืดอายกุ ารใชง านหลุมฝง กลบ
3.5.2 ประเทศสวเี ดน
ประเทศสวีเดน หรือชอื่ อยางเปนทางการวา ราชอาณาจักรสวีเดน (THE KINGDOM
OF SWEDEN) ประเทศสวีเดนอยูใ นกลุมสแกนดเิ นเวียตอนเหนือของยุโรป มีพ้ืนที่ 450,000 ตร.กม. หรอื
ประมาณ 20% ของประเทศไทย มีประชากร 9,454,000 คน ซึ่งปจจุบันประเทศสวีเดนกําลังขาดแคลน
ขยะ จนตองนําเขาขยะจากประเทศเพื่อนบาน อยางนอรเวย และอีกหลายๆประเทศในยุโรป ปละกวา
800,000 ตัน เพ่ือนํามาปอนโครงการผลิตกระแสไฟฟา พลังงานท่ีไดจากขยะสามารถนํามาใชใหความ
อบอุนกบั บา นเรอื นไดม ากถงึ 20% หรอื 810,000 หลงั และยงั สามารถปอ นพลงั งานไฟฟาใหกับบานเรือน
ไดอ กี 250,000 หลงั และดจู ะเพมิ่ มากขน้ึ เรือ่ ยๆ ดวย
ประเทศสวีเดนเริ่มตนโครงการนําขยะกลับมาใชใหมน้ีต้ังแตป 1940 ในขณะท่ี
ประเทศอ่ืนๆในโลกยังไมมีใครตระหนักหรือสนใจกับปญหาขยะและคิดถึงเร่ืองรีไซเคิล แตสวีเดนกลับ
เริ่มตนโครงการในการคัดแยกขยะ และนําขยะกลับมาใชเปนพลังงาน จนปจจุบันสวีเดนสามารถพัฒนา
เทคโนโลยีท่ีนําขยะกลับมาใชเปนพลังงานไดโดยแทบไมกอใหเกิดมลพิษใดๆ ความสําเร็จของโครงการ
3-25
ไมไดมีเพียงเทคโนโลยี แตข้ึนอยูกับประชากรของประเทศที่มีความตระหนักถึงปญหา และรวมมือกับ
โครงการ รวมถงึ กฎหมายท่ีเขมงวด ความรว มมอื ในการจดั เก็บและคัดแยกขยะในสวีเดน เพราะขยะเกือบ
ท้ังหมดถูกนาํ กลบั ไปใชใหมได เหลือเพียง 4% เทา นั้น ท่ีไมสามารถนํากลับไปใชใหมและตองนําไปถมที่
ในทางตรงขามประเทศอยางสหรัฐอเมรกิ า ขยะมากถึง 63% ไมไดถ กู นํากลับมาใชใหม ตอ งนาํ ไปถมที่
รปู ท่ี 3-20 ขัน้ ตอนการกาํ จัดขยะมลู ฝอยของประเทศสวีเดน
เทคโนโลยีโรงไฟฟาของประเทศสวีเดน ใชเทคโนโลยีแบบเคร่ืองกําเนิดไอนํ้าฟลูอิด
ไดซเบดแบบหมุนเวียน (Circulating Fluidized Bed Boiler, CFB) ซึ่งเปนท่ีนิยมอยางสูงในปจจุบัน
เน่อื งจากขอดหี ลายขอทีแ่ ตกตา งจากเครอ่ื งกาํ เนดิ ไอนา แบบอื่น คือ สามารถใชก ับเชื้อเพลงิ ไดหลากหลาย
ชนิดแมแตเช้ือเพลิงท่ีมีความชื้นสูงมาก เชน เช้ือเพลิงชีวมวลสามารถควบคมุ สารพิษ จําพวก SOx และ
NOx ทอ่ี อกไปสชู ัน้ บรรยากาศไดอยางมีประสิทธิภาพมากกวาเมื่อเทียบกับเคร่ืองกําเนิดไอนา้ํ แบบใชถ าน
หินผง และมีประสิทธิภาพการเผาไหมที่สูงกวาเครื่องกําเนิดไอนํ้าแบบอ่ืนเน่ืองจากมีกระบวนการ
หมนุ เวียนเชือ้ เพลิงทใ่ี ชใ นการเผาไหมที่ยังไมเกิดการเผาไหมใหกลับมาเผาไหมอีกคร้ัง ดังนั้นเคร่ืองกําเนิด
ไอน้ําชนิดนีจ้ งึ เปนทยี่ อมรับและนยิ มนํามาใชในโรงงานอุตสาหกรรมเพ่ือตอบสนองความตอ งการทางดาน
พลังงานของโลกอีกรูปแบบหน่ึง โดยผูผลิตโรงไฟฟา คือ บริษัท Malar Energy มีกําลังผลิตไฟฟา 50
MWe และความรอน 10 MWth โดยมีระบบนําความรอนกลับมาใชใหมได 30 MWth เชื้อเพลงิ ท่ีใช คือ
เชื้อเพลิงขยะคณุ ภาพสูง (SRF: Solid recovery fuel) มีปริมาณเช้ือเพลิงที่ใชตอปเทากับ 450,000 ตนั
ตอป โดยใชเงนิ ลงทนุ ประมาณ 300 ลานยโู ร (ไมร วมระบบคัดแยกขยะมูลฝอย)
3-26
บทท่ี 4
กฎหมายท่เี กยี่ วขอ งกบั โรงไฟฟา ขยะ
ขยะ หมายถึง ส่ิงของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตและการอุปโภค ซึ่งเสื่อมสภาพจนใชการไมได
หรือไมตองการใชแลว ปจจุบันมีการคิดคนเทคโนโลยีกําจัดขยะที่สามารถแปลงขยะเปนพลังงานและใช
ผลิตกระแสไฟฟา ไดแ ก เทคโนโลยกี ารฝงกลบ และระบบผลิตกาซชวี ภาพจากหลุมฝงกลบขยะ (Landfill
Gas to Energy) เทคโนโลยีเตาเผาขยะ (Incineration) เทคโนโลยีการผลิตกาซเชื้อเพลิงจากขยะชุมชน
(Municipal Solid Waste Gasification: MSW) เทคโนโลยียอยสลายแบบไมใ ชอ อกซิเจน (Anaerobic
Digestion) และเทคโนโลยผี ลิตเช้ือเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF)
ขอดีของการผลิตไฟฟาจากพลังงานขยะน้ัน นอกจากจะมีสว นชวยลดปญหาเร่ืองการกําจัดขยะใน
ชมุ ชนแลว ยังเปนแหลง พลงั งานที่มีราคาถูก แตม ขี อ เสียคอื ในการใชเ ทคโนโลยผี ลติ พลังงานไฟฟาจากขยะ
นนั้ ใชเงนิ ลงทนุ สูงและการตอตา นจากผูคนในชุมชนใกลเ คยี ง
สําหรับกฎหมายตางๆ ทเี่ กีย่ วขอ งกับการนาํ ขยะมาใชเ พื่อการผลิตพลงั งานไฟฟา สามารถจาํ แนก
เปน หมวดหมูไ ดด งั ตอไปนี้
4.1 กฎหมายที่เกีย่ วขอ งดา นพลงั งานและการขออนญุ าตจัดตงั้ โรงไฟฟา
4.1.1 พระราชบญั ญตั กิ ารพฒั นาและสง เสริมพลังงาน พ.ศ. 2535
บทบญั ญัติของพระราชบัญญตั ิการพัฒนาและสงเสริมพลังงาน พ.ศ. 2535 มสี าระสําคัญ คือ
การกาํ หนดอาํ นาจหนาท่ีของกรมพฒั นาพลงั งานทดแทนและอนุรักษพลังงานในการศึกษา วิเคราะห วิจัย
สาธิต ออกแบบ ควบคุม กํากับดูแล ถายทอดเทคโนโลยี ฝกอบรม และดําเนินการใด ๆ ในการสงเสริม
และพัฒนาพลงั งาน
นอกจากน้ีบทบญั ญตั ิของกฎหมายดังกลา วไดกําหนดใหการผลิต หรือขยายการผลิตพลังงาน
ควบคุม จะตองไดรับใบอนุญาตจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงานอีกดวย ซึ่งไดมีการ
ประกาศใชพระราชกฤษฏกี ากาํ หนดพลังงานควบคมุ พ.ศ. 2536 โดยกําหนดใหพ ลังงานไฟฟา ซ่งึ ขนาดการ
ผลิตรวมของแตละแหลงผลิตตั้งแต 200 กิโลโวลตแอมแปรขึ้นไป เปนพลังงานควบคุม และตาม
กฎกระทรวงฉบบั ที่ 2 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิการพัฒนาและสงเสริมพลังงาน พ.ศ.
2535 กําหนดใหผูที่ประสงคจะขอรับอนุญาตผลิต หรือขยายการผลิตพลังงานควบคุม ใหยื่นคําขอตาม
แบบ พค.1 ทา ยกฎกระทรวงน้ี
4.1.2 พระราชบญั ญตั ิการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550
ตามพระราชบญั ญตั กิ ารประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาตรา 48 กําหนดใหก ารปลกู
สรางอาคาร หรือการตั้งโรงงานเพ่ือประกอบกิจการพลังงานตองปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยโรงงาน
กฎหมายวาดวยการควบคุมอาคาร กฎหมายวาดวยการผังเมือง หรือกฎหมายวาดวยการพัฒนาและ
4-1
สงเสริมพลังงาน โดยใหการอนุญาตตามกฎหมายวาดวยการนั้น เปนอํานาจหนาท่ีของคณะกรรมการ
กํากับกิจการพลังงาน ดังนั้นการอนุญาตตามกฎหมายวาดวยการพัฒนาและสงเสริมพลังงาน จึงเปน
อาํ นาจหนาทขี่ องคณะกรรมการกาํ กับกจิ การพลังงานตามความในมาตรา 48 ดงั กลาว
ทั้งน้ี หลังจากท่ีไดม ีการประกาศใชพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550
แลว ไดม ีการประกาศใชพ ระราชกฤษฎีกากาํ หนดประเภท ขนาด และลักษณะของกิจการพลังงานที่ไดรับ
การยกเวนไมตองขอรับใบอนุญาตการประกอกิจการพลังงาน พ.ศ. 2552 ออกตามความใน
พระราชบัญญตั ิการประกอบกจิ พลงั งาน พ.ศ. 2550 กาํ หนดใหก จิ การผลิตไฟฟา ทม่ี กี ําลงั การผลิตรวมของ
แตล ะแหลงผลติ ตํา่ กวา 1,000 กิโลโวลตแ อมแปร ไดรับยกเวนไมตอ งขอรับใบอนญุ าตการประกอบกิจการ
พลงั งานจากคณะกรรมการกาํ กับกิจการพลงั งาน
ดงั น้ี เหน็ ไดว า จากบทบัญญตั ิของกฎหมายท้ัง 2 ฉบับดงั กลาวน้ันไดกําหนดเง่ือนไขของการ
นําเทคโนโลยีพลังงานขยะมาใชเพื่อผลิตกระแสไฟฟา มีขนาดการผลิตรวมของแหลงผลิตเกินกวา 200
กิโลโวลตแอมแปร จึงเปนพลังงานควบคุม ซ่ึงตองปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการพัฒนาและสงเสริม
พลงั งาน พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติการพัฒนา
และสงเสริมพลังงาน พ.ศ. 2535 ซง่ึ กําหนดรายละเอียดเกย่ี วกับข้ันตอนการยื่นคําขอรับใบอนุญาตผลิต
หรือขยายการผลิตพลังงานควบคุม และหากเปนกิจการผลิตไฟฟาท่ีมีกําลังการผลิตรวมของแตละแหลง
ผลิตไมต ่าํ กวา 1,000 กิโลโวลตแอมแปร จึงไมไดรบั ยกเวนใหไมตองขอรับใบอนุญาตการประกอบกิจการ
พลงั งานจากคณะกรรมการกํากับกิจการพลงั งาน
4.1.3 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
ตามพระราชบัญญตั ิโรงงาน พ.ศ. 2535 น้ัน ไดกําหนดคาํ นยิ ามของคําวา “โรงงาน” ไวใน
มาตร 5 ซงึ่ บัญญัติวา “โรงงาน” หมายความวา อาคาร สถานท่ี หรือยานพาหนะท่ีใชเครอ่ื งจักรมีกําลัง
รวมกันตั้งแตหาแรงมาหรอื กําลังเทียบเทาตั้งแตหาแรงมา ข้ึนไป หรือใชคนงานต้ังแตเจ็ดคนข้ึนไป โดยใช
เครอื่ งจักรหรือไมก็ตาม สาํ หรับทํา ผลิต ประกอบ บรรจุ ซอม ซอมบํารุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพ
ลําเลียง เก็บรักษา หรือทําลายส่ิงใด ๆ ท้ังนี้ ตามประเภทหรือชนิดของโรงงานทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง
และตามมาตรา 7 แหงพระราชบัญญัติดังกลาวไดใ หอํานาจรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงกําหนดใหโรงงาน
ตามประเภท หรือชนิดใด เปนโรงงานจําพวกที่ 1 โรงงานจําพวกท่ี 2 และโรงงานจําพวกที่ 3
แลวแตกรณีโดยคํานึงถึงความจําเปนในการควบคุมดูแล การปองกันเหตุเดือดรอนรําคาญ การปองกัน
ความเสียหาย และการปองกันอันตรายตามระดับความรุนแรงของผลกระทบท่ีมีตอประชาชนหรือ
สงิ่ แวดลอ ม ซ่ึงแบง ไดเ ปน 3 จําพวก ดังน้ี
โรงงานจําพวกท่ี 1 ไดแก โรงงานประเภท ชนิด และขนาดที่สามารถประกอบกิจการโรงงาน
ไดท นั ทตี ามความประสงคของผูประกอบกิจการโรงงาน
โรงงานจําพวกท่ี 2 ไดแ ก โรงงานประเภท ชนิด และขนาดที่เม่อื จะประกอบกิจการตอ งแจง
ใหผอู นญุ าตทราบกอ น
4-2
โรงงานจําพวกท่ี 3 ไดแก โรงงานประเภท ชนิด และขนาดท่ีการต้ังโรงงานจะตองไดรับ
ใบอนญุ าตกอนจึงจะดาํ เนินการได
ตอมามีการประกาศใชก ฎกระทรวง ฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2549) กําหนดใหโรงงานผลิตพลังงาน
ไฟฟา เปนโรงงานจําพวกท่ี 3 ซ่ึงตามมาตรา 12 แหงพระราชบัญญัติดังกลาวกําหนดใหผูประกอบ
กิจการโรงงานจําพวกที่ 3 ตองไดรับใบอนุญาตจากผูอนุญาต และตองปฏิบัติตามหลักเกณฑท่ีกําหนดใน
กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ประกาศของรัฐมนตรที ี่ออกตามกฎกระทรวงดังกลาวและประกาศของ
รฐั มนตรีทอ่ี อกตามมาตรา 32
ดังนั้น จึงเห็นไดวา เมื่อตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี 17 (พ.ศ. 2549) กําหนดใหโรงงานผลิต
พลงั งานไฟฟาเปนโรงงานจําพวกที่ 3
จากบทบัญญัติของพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการ
พลังงาน พ.ศ. 2550 เห็นไดวา การจัดตั้งโรงงานผลิตพลังงานไฟฟาจากขยะน้ัน จัดเปนการประกอบ
กจิ การพลงั งานซึง่ ตอ งไดรบั ใบอนญุ าตตามพระราชบัญญตั กิ ารประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 และ
จัดเปนโรงงานจําพวกที่ 3 ซ่ึงตองไดรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 เชนกัน แต
ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กําหนดใหคณะกรรมการกํากับกิจการ
พลงั งานเปนผูออกใบอนญุ าตตามกฎหมายวาดว ยโรงงานดวย ดังน้ัน หากผูป ระกอบการรายใดประสงค
จะจัดตง้ั โรงงานไฟฟา จากขยะยอมสามารถยืน่ คาํ ขอรบั ใบอนญุ าตตอ คณะกรรมการกํากับกิจการพลงั งาน
4.2 กฎหมายทีเ่ ก่ียวของกบั สถานทต่ี ้งั โรงไฟฟา
4.2.1 พระราชบญั ญตั ิผงั เมอื ง พ.ศ. 2518
บทบัญญัติของกฎหมายวาดวยผังเมืองเปนกฎหมายท่ีใหอํานาจในการจัดวาง จัดทํา และ
ดาํ เนินการใหเปนไปตามผังเมือง เพื่อสรางหรือพัฒนาเมือง หรอื สวนของเมืองขึ้นใหมหรือแทนเมือง หรือ
สวนของเมอื งทีไ่ ดรบั ความเสียหาย เพ่ือใหมีหรือทาํ ใหดีย่ิงขึ้นซ่งึ สุขลักษณะ ความสะดวกสบาย ความเปน
ระเบียบ ความสวยงาม การใชประโยชนในทรัพยสนิ ความปลอดภัยของประชาชน และสวัสดิภาพของ
สงั คม เพ่อื สงเสรมิ การเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดลอม เพื่อดํารงรกั ษาหรือบูรณะสถานที่และวัตถุท่ีมี
ประโยชนหรือคุณคาในทางศิลปกรรม สถาปตยกรรม ประวัติศาสตร หรือโบราณคดี หรือเพื่อบํารุงรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิประเทศที่งดงาม หรือมคี ณุ คา ในทางธรรมชาติ โดยมาตรา 5 และมาตรา 26
วรรคหน่งึ แหงพระราชบัญญตั กิ ารผังเมอื ง พ.ศ. 2518 ใหรฐั มนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยมีอํานาจออก
กฎกระทรวงเก่ยี วกับการใชบ ังคบั ผงั เมอื งรวม
4.2.2 พระราชบัญญัตปิ า ไม พ.ศ. 2484
ตามกฎหมายวา ดว ยปา ไม มาตรา 4 ไดบญั ญัติคํานิยามของคําวา “ปา” หมายความวา ท่ีดิน
ทย่ี งั มไิ ดมีบคุ คลไดม าตามกฎหมายทด่ี นิ และคาํ วา “ไม” หมายความวา ไมส กั และไมอื่นทุกชนดิ ทีเ่ ปนตน
4-3
เปน กอ เปนเถา รวมตลอดถึงไมไผทกุ ชนดิ ปาลม หวาย ตลอดจนราก ปุม ตอ เศษปลายและกิ่งของสงิ่ น้นั
ๆ ไมวา จะไดถูกัดตอนเล่ือยผา ถากขุดหรือกระทําโดยประการอนื่ ใด
นอกจากนีต้ ามกฎกระทรวงฉบับท่ี 16 (พ.ศ. 2498) ออกตามความในพระราชบัญญตั ิปาไม
พ.ศ. 2484 วาดวยการแผวถางปา ขอ 2 และ ขอ 3 แหงกฎกระทรวงดังกลาว กําหนดใหการจะแผวถาง
ปา จะตองยนื่ คําขอตอพนักงานเจา หนาที่แหง ทองท่ปี า โดยพนกั งานเจา หนา ที่แหงทองท่ีของปานั้นจะเปน
ผพู จิ ารณาส่งั
ดังน้ัน หากจะมีการสรางโรงไฟฟาขยะและจะตองมีการแผวถางปา ผูน้ันจะตองยื่นคาํ ขอตอ
พนกั งานเจา หนา ที่แหง ทองท่ีปา กอ น
4.2.3 พระราชบัญญตั ปิ าสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507
กฎหมายวาดว ยปาสงวนแหงชาติเปนกฎหมายที่ใหอํานาจในการกําหนดบรรดาปาใหเ ปนปา
สงวนแหงชาติ เพ่ือรักษาสภาพปาไมของปาหรือทรัพยากรธรรมชาติ โดยหามมิใหบุคคลใดยึดถือ
ครอบครองทําประโยชนหรืออยูอาศยั ในท่ีดิน กอสราง แผวถาง เผาปา ทําไม เกบ็ หาของปา หรือกระทํา
ดวยประการใด ๆ อนั เปนการเส่ือมเสยี แกสภาพปาสงวนแหงชาติ อนั เปนการควบคมุ และรกั ษาปาสงวน
แหงชาติ ทั้งน้ี หากบุคคลหนึ่งบุคคลใดจะเขาทําประโยชนในเขตปาสงวนแหงชาติตองขออนุญาตและ
ไดรบั อนญุ าตจากรฐั มนตรกี อน
4.2.4 พระราชบญั ญตั ิอทุ ยานแหง ชาติ พ.ศ. 2504
เปนกฎหมายที่กําหนดบริเวณที่ดินที่มีสภาพธรรมชาติเปนท่ีนาสนใจ ใหคงอยูในสภาพ
ธรรมชาติเดิมเพ่ือสงวนไวใหเปนประโยชนแกการศึกษาและร่ืนรมยของประชาชน ใหเปน “อุทยาน
แหงชาติ” โดยประกาศเปนพระราชกฤษฎีกาและมแี ผนท่ีแสดงแนวเขตแหงบรเิ วณทีก่ ําหนดนั้นแนบทาย
พระราชกฤษฎกี าดว ย
4.2.5 พระราชบัญญตั ิสงวนและคุมครองสตั วป า พ.ศ. 2535
พระราชบัญญตั สิ งวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ.2535 มีเจตนารมณเพื่อเรงรัดการขยายพันธุ
สัตวปาและใหการสงวนและคุมครองสัตวปาควบคูกันไป ประกอบกับไดมีความตกลงระหวางประเทศใน
การทจ่ี ะรวมมือกันเพ่ือสงวนและคุมครองสัตวปาของทอ งถน่ิ อันเปน ทรัพยากรท่ีสําคัญของโลก จึงไดมตี รา
กฎหมายดังกลา วขน้ึ ตามมาตรา 42 แหงพระราชบัญญัติดงั กลาวกําหนดใหบริเวณสถานที่ท่ีใชในราชการ
หรือใชเพื่อสาธารณะประโยชนหรือประชาชนใชประโยชนรวมกันแหงใด รัฐมนตรีวาการกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสงวนและคุมครองสัตวปา
แหงชาติ จะกําหนดใหเปนเขตหามลาสัตวปาชนิดหรือประเภทใดก็ได โดยเม่ือมีประกาศเขตแลว หาม
ยึดถือครอบครองท่ีดิน หรือตัดโคน แผวถาง เผา ทําลายตนไม หรือพฤกษาอื่น ๆ หรือขุดหาแร ดิน หิน
หรือเลี้ยงสัตว หรอื เปลี่ยนแปลงทางของนํ้า หรือทําใหนํ้าในลําน้ํา ลําหวย หนอง บึง ทวมทน เหือดแหง
เปนพษิ หรือเปน อันตรายตอ สัตวปา เวน แตไดร บั อนญุ าต
4-4
4.2.6 คาํ สั่งหัวหนา คณะรกั ษาความสงบแหงชาติ ที่ 4/2559
เน่อื งดวยคาํ สง่ั หวั หนาคณะรกั ษาความสงบแหงชาติ ท่ี 4/2559 เร่ือง การยกเวนการใชบังคบั
กฎกระทรวงใหใชบ งั คับผงั เมืองรวม สําหรบั การประกอบกจิ การบางประเภท
ขอ 1. ใหยกเวนกํารบังคับใชกฎกระทรวงฯผังเมอื งรวม ทุกฉบับในทุกพ้ืนทท่ี ่ัวประเทศ ทม่ี ี
ผลใชบังคับทางกฎหมายอยู ณ วันท่ี 20 มกราคม 2559 (วนั ท่ีมคี ําสัง่ ฉบบั น้ี) หรอื ทจ่ี ะประกาศและมผี ลใช
บังคับภายในหนึ่งปนับจากวันท่ีมีคาํ สั่งฉบับน้ี (ระหวางวันที่ 21 มกราคม 2559 – 20 มกราคม 2560)
สาํ หรบั การอนุมตั อิ นญุ าตใหป ระกอบกจิ กาํ รดังตอไปนี้
(1) คลังนํา้ มันตามกฎหมายวา ดวยการควบคมุ นาํ้ มนั เชอื้ เพลิง
(2) กิจการโรงงานลําดับท่ี 88: โรงงานผลติ สง หรือจาํ หนายพลังงานไฟฟา (โรงไฟฟา
และสถานสี งไฟฟา )
(3) กิจการท่ีเปนสวนหน่ึงของการผลิต ขนสง และระบบจําหนายพลังงานของกิจการ
ตาม (1) และ (2) (เชน ทอสงน้าํ มนั สายสง ไฟฟา )
ทัง้ นก้ี ิจการตาม (1) (2) และ (3) เปนไปตามทีก่ ําหนดไวใน
แผนพัฒนากาํ ลังผลิตไฟฟาของประเทศไทย พ.ศ.2558-2579 (PDP 2015)
แผนพฒั นาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ.2558-2579
แผนบรหิ ารจัดการนา้ํ มนั เช้อื เพลิง พ.ศ.2558-2579
แผนบริหารจัดการกาซธรรมชาติ พ.ศ.2558-2579
และรวมถึงการแกไขเพิ่มเติมปรับปรุงแผนซึ่งไดรับความเห็นชอบจาก
คณะรฐั มนตรใี นภายหลงั ดวย
(4) กจิ การโรงงานลาํ ดับท่ี 89: โรงผลติ กา ซซง่ึ มิใชกา ซธรรมชาติ (เชน โรงงานผลิตกาซ
ชีวภาพ)
(5) กิจการโรงงานลําดับท่ี 101: โรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวม (เชน โรงบําบัด
น้ําเสีย เตาเผาขยะ)
(6) กิจการโรงงานลําดับท่ี 105: โรงงานคัดแยกและฝงกลบสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไมใ ชแลว
(เชน หลมุ ฝง กลบขยะ)
(7) กิจการโรงงานลําดับที่106: โรงงานประกอบกิจการเก่ียวกับการนําผลิตภัณฑ
อุตสาหกรรมทไ่ี มใชแลว หรือของเสยี จากโรงงานมาผลติ เปนวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ
ใหม โดยผานกรรมวิธีการผลติ ทางอุตสาหกรรม (โรงงานรไี ซเคลิ )
(8) กิจการอนื่ ที่เก่ยี วขอ งกับการประกอบกจิ การกําจัดมูลฝอย
4-5
จากประกาศฉบับน้ีทาํ ใหหนวยงานรัฐสามารถอนุมัติอนุญาตการประกอบกิจการตาม (1)-(8)
ไดโดยไมต องพจิ ารณาขอ หา มตามกฎหมายผังเมอื ง แตย ังคงตองพิจารณาเรื่องความเหมาะสมของพื้นท่ีตั้ง
โครงการและเงอ่ื นไขการอนุมัติอนุญาตตามกฎหมายอื่นๆ ดว ย
นั่นหมายความวาจากประกาศ คสช ที่ 4/2559 สามารถสรางโรงไฟฟาขยะได ซึง่ ไมขัดกับ
กฎหมายผงั เมือง โดยผา นหนว ยงานของรฐั แตย ังคงดาํ เนนิ การตา งๆ ตามกฎหมายอืน่ ๆ ดว ย
4.3 กฎหมายที่เกย่ี วขอ งดา นสิ่งแวดลอมและการสาธารณะสขุ
4.3.1 พระราชบัญญัติสง เสรมิ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหง ชาติ พ.ศ. 2535
พระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 น้ันมีหลักการเพอ่ื
สงเสริมประชาชนและองคกรเอกชนใหมีสวนรวมในการสงเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดลอม จัดระบบ
การบรหิ ารงานดานสิ่งแวดลอมใหเปนไปตามหลักการจัดการคณุ ภาพสิ่งแวดลอม กําหนดอํานาจหนาท่ี
ของสว นราชการ รัฐวิสาหกจิ และราชการสวนทองถิน่ ใหเกิดการประสานงาน และมีหนา ท่ีรวมกันในการ
สงเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดลอม และกําหนดแนวทางปฏิบัติในสว นที่ไมมีหนวยงานใดรับผิดชอบ
โดยตรง กําหนดมาตรการควบคุมมลพษิ ดว ยการจดั ใหมรี ะบบบําบัดอากาศเสยี ระบบกําจัดของเสีย และ
เคร่ืองมือหรืออุปกรณตางๆ เพื่อแกไขปญหาเกี่ยวกับมลพิษ กําหนดหนาที่ความรับผิดชอบของผูที่
เกี่ยวของกับการกอใหเกิดมลพิษใหเปนไปโดยชัดเจน รวมท้ังกําหนดใหมีมาตรการสงเสริมดานกองทุน
และความชวยเหลือตาง ๆ เพ่ือเปนการจูงใจใหมีการยอมรับท่ีจะปฏิบัติหนาท่ีในการรักษาคุณภาพ
สงิ่ แวดลอ ม
ตามมาตรา 46 แหงพระราชบญั ญตั สิ งเสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ มแหง ชาติ พ.ศ. 2535
ใหอํานาจรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติมีอํานาจประกาศกําหนด
ประเภทและขนาดของโครงการ หรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนท่ีมีผลกระทบ
สิ่งแวดลอมซ่ึงตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผ ลเพ่ือกระทบส่ิงแวดลอ เพื่อเสนอขอความเห็นชอบตาม
มาตรา 47 มาตรา 48 และมาตรา 49 แตหากในกรณีที่โครงการหรือกิจการประเภทหรือขนาดใดหรือที่
จะจัดต้ังขึ้นในพื้นที่ใดมีการวิเคราะหผลกระทบส่ิงแวดลอมไวแลว และเปนมาตรฐานที่สามารถใชกับ
โครงการหรือกิจการประเภทหรือขนาดเดียวกัน หรือในพื้นท่ีลักษณะเดียวกันได รัฐมนตรีโดยความ
เห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติอาจประกาศกําหนใหโครงการหรือกิจการในทํานอง
เดียวกันไดรับยกเวนไมตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสง่ิ แวดลอมก็ได แตทั้งนี้โครงการหรือ
กิจการนั้นจะตองแสดงความยินยอมปฏิบัติตามมาตรการตางๆ ท่ีกําหนดไวในการวิเคราะหผลกระทบ
ส่งิ แวดลอมสําหรบั โครงการหรือกิจการน้ันตามหลกั เกณฑและวิธีการทรี่ ฐั มนตรีกาํ หนดไว
ตอ มากระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมไดอ อกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งตองจัดทํารายงานการ
วิเคราะหผลกระทบส่ิงแวดลอม และหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทํารายงาน
4-6
การวิเคราะหผลกระทบส่ิงแวดลอ ม1 ซ่ึงตามเอกสารแนบทายประกาศ 1 ลําดับ 18. กําหนดใหโรงไฟฟา
พลังความรอ นที่มีกําลังผลิตกระแสไฟฟาต้ังแต 10 เมกกะวัตตขึ้นไป ยกเวนโรงไฟฟาพลังความรอนที่ใช
ขยะมูลฝอยเปนเชื้อเพลิง โรงไฟฟาพลังความรอ นท่ีใชขยะมูลฝอยเปน เช้ือเพลิงท่ีไดรับยกเวน ตองไมใ ช
โรงไฟฟาท่ตี งั้ อยูพ ้นื ที่ ดงั ตอ ไปนี้
1) พน้ื ท่ซี ึ่งคณะรฐั มนตรีมมี ติ เห็นชอบกําหนดใหเปนพน้ื ที่ช้นั คุณภาพลุมนา้ํ ชั้น 1 และชนั้ 2
2) พื้นท่ีคุมครองส่งิ แวดลอ ม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ ม
3) พื้นที่ปาอนุรกั ษเพ่มิ เติมตามมติของคณะรฐั มนตรี
4) พื้นทช่ี ุมนํ้าทมี่ ีความสาํ คญั ระหวา งประเทศ ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี
5) พน้ื ท่ีซงึ่ มีระดับสารมลพษิ ทาง อากาศสูงเกินกวารอยละ 80 ของคามาตรฐานคุณภาพอากาศ
ในบรรยากาศโดยทัว่ ไป
โรงไฟฟาพลังความรอนท่ีใชขยะมูลฝอยเปนเชื้อเพลิงที่ไดรับยกเวน ไมตองจัดทํารายงานการ
วเิ คราะหผลกระทบสง่ิ แวดลอ ม
4.3.2 พระราชบัญญัติการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เปนกฎหมายที่มีมีการปรับปรุงมาจาก
พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ พทุ ธศักราชการ 2484 และพระราชบัญญัตคิ วบคมุ การใชอ ุจจาระเปน ปุย
พทุ ธศกั ราช 2480 เนือ่ งจากบทบัญญตั เิ ก่ยี วกับการดําเนนิ งานควบคมุ ดูแลในดานสาธารณสขุ ดังกลาวน้ัน
ไดใชบังคับมานานแลว จึงมีการปรับปรุงบทบัญญัติเก่ียวกับการควบคุมใหมีลักษณะการกํากับดูแลและ
ตดิ ตามและปรบั ปรุงอํานาจหนาทข่ี องเจา หนาทแ่ี ละบทกาํ หนดโทษตามกฎหมายปจจุบันใหสามารถบังคบั
ใหมีการปฏิบัติตามหลกั เกณฑของกฎหมายอยางเครงครัด เพื่อใหเหมาะสมและสอดคลองกับสภาพของ
สงั คมปจจุบันและเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในดานการกํากับดูแลและปองกันเกี่ยวกับการอนามัยสิ่งแวดลอม
จึงไดต ราพระราชบญั ญัตฉิ บับน้ขี ึ้น
มาตรา 32 ไดบ ญั ญตั ใิ หอาํ นาจราชการสว นทองถิ่นมีอาํ นาจออกขอ กาํ หนดของทองถ่ินได เพื่อ
กําหนดประเภทของกิจการท่ีเปนอันตรายตอสุขภาพตามที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข โดย
คาํ แนะนําของคณะกรรมการสาธารณสุขไดกําหนดไว และประกาศในราชกิจจานุเบกษา บางกิจการหรือ
ทุกกิจการ ใหเปนกิจการท่ีตองมีการควบคุมภายในทองถ่ินน้ัน และมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ และ
เงือ่ นไขท่ัวไปสาํ หรบั ใหผดู ําเนนิ กจิ การดังกลา วปฏบิ ัตเิ กี่ยวกับการดูแลสภาพหรือสขุ ลักษณะของสถานท่ีที่
ใชด าํ เนนิ กจิ การและมาตรการปอ งกันอันตรายตอ สุขภาพ
1 ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม เรอื่ ง กาํ หนดประเภทและขนาดของโครงการหรอื
กจิ การท่ตี อ งจดั ทาํ รายงานการวิเคราะหผลกระทบสงิ่ แวดลอม และหลักเกณฑ วิธกี าร ระเบียบปฏิบัตแิ ละแนวทางการ
จัดทํารายงานการวิเคราะหผ ลกระทบส่ิงแวดลอ ม ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเลม 132 ตอนพเิ ศษ 212 ง เม่อื วนั ท่ี 9
กันยายน 2558
4-7
4.3.3 พระราชบัญญตั ิสภาตาํ บลและองคการบริหารสวนตาํ บล พ.ศ. 2537
มาตรา 71 บญั ญัติใหอํานาจองคก ารบริหารสวนตําบลอาจออกขอบัญญัติองคการบรหิ ารสวน
ตําบล เพ่ือใชบังคับในเขตองคการบริหารสวนตําบลไดเทาท่ีไมขัดหรือแยงตอกฎหมายเพ่ือปฏิบัติการให
เปนไปตามอํานาจหนาท่ีขององคการบริหารสวนตําบล หรือเม่ือมีกฎหมายบัญญตั ใิ หองคก ารบริหารสว น
ตําบลออกขอบญั ญตั ิหรือใหมอี ํานาจออกขอบัญญัติ ในการน้จี ะกําหนดคา ธรรมเนียมทีจ่ ะเรียกเก็บและ
กําหนดโทษปรับผูฝาฝนดว ยก็ได แตมิใหกําหนดโทษปรับเกินหนึง่ พันบาท เวนแตจะมีกฎหมายบัญญัติไว
เปน อยางอนื่
4.3.4 พระราชบญั ญัติวัตถอุ ันตราย พ.ศ. 2535
เหตุทีม่ กี ารตราพระราชบัญญตั ิวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 เน่ืองมาจากในขณะน้ันมีการนําวัตถุ
อันตรายมาใชในกิจการประเภทตางๆ เปนจํานวนมาก และวัตถุอันตรายบางชนิดกอใหเกิดอันตรายอยา
รายแรงแกบุคคล สัตว พืช ทรัพย และส่ิงแวดลอมได แมวาจะมีกฎหมายที่ใชควบคุมวัตถุท่ีกอใหเกิด
อนั ตรายอยบู างแลวกต็ าม แตก ม็ ีอยูหลายฉบับและอยูในอํานาจหนาท่ีของหลายกระทรวง ทบวง กรม ซ่ึง
กฎหมายเหลาน้ันไดออกมาตางยุคตางสมัยกัน ทําใหมีบทบัญญัติท่ีแตกตางกันและยังไมครอบคลุม
เพียงพอ จึงไดปรับปรุงกฎหมายวาดวยวัตถุมีพิษโดยขยายขอบเขตใหครอบคลุมวัตถุอันตรายตางๆ ทุก
ชนิดและกําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการควบคุมวัตถุอันตรายใหเหมาะสมยิ่งขึ้น พรอมกับจัดระบบ
บริหารใหมีการประสานงานกันระหวางหนวยงานตางๆ ท่ีเก่ียวของกันกับการควบคุมดูแลวัตถุอันตราย
ดังกลา วดวย
ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไดบัญญัติคํานิยามคําวา “วัตถุอันตราย”
หมายความวา วัตถุดังตอไปน้ี (1) วัตถุระเบิดได (2) วัตถุไวไฟ (3) วัตถุออกซิไดซและวัตถุเปอร
ออกไซด (4) วัตถุมีพิษ (5) วัตถุที่ทําใหเกิดโรค (6) วัตถุกัมมันตรังสี (7) วัตถุท่ีกอใหเกิดการ
เปลยี่ นแปลงทางพันธกุ รรม (8) วัตถุกดั กรอน (9) วัตถทุ ี่ใหเกิดการระคายเคือง (10) วัตถุอยางอื่น ไม
วาจะเปน เคมภี ัณฑหรือส่งิ อื่นใด ทอ่ี าจทาํ ใหเกิดอันตรายแกบุคคล สัตว พชื ทรพั ย หรอื ส่งิ แวดลอม
นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไดแบงวัตถุอันตรายออกตามความ
จาํ เปนแกการควบคุม ดงั น้ี
(1) วัตถอุ ันตรายชนดิ ท่ี 1 ไดแกว ัตถอุ ันตรายที่การผลติ การนาํ เขา การสง ออก หรือการมไี วใ น
ครอบครองตอ งปฏิบัตติ ามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ซ่ึงตามมาตรา 21 กําหนดใหผูผลิต ผูนาํ เขา ผู
สงออก หรือผูมีไวในครอบครองซ่ึงวัตถุอันตรายชนิดท่ี 1 นี้ตองปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรี
ผูรบั ผิดชอบที่ออกตามมาตรา 20 (1) (2) และ (3)
(2) วัตถุอนั ตรายชนิดท่ี 2 ไดแ กวตั ถุอนั ตรายท่กี ารผลติ การนําเขา การสง ออก หรอื การมีไวใ น
ครอบครองตองแจงใหพนักงานเจาหนาที่ทราบกอนและตองปฏิบัติตามหลักเกณฑ และวิธีการท่ีกําหนด
ดวย ซ่ึงเม่ือไดประกาศระบุวัตถุใดเปนวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ใหผูผลิต ผูนําเขา ผูสงออก หรือผูมีไวใน
ครอบครอง แจงการดําเนินการของตนที่กระทําอยูในขณะนัน้ ใหพนักงานเจาหนาที่ทราบภายในเวลาที่
4-8
กําหนดในประกาศ และตองปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีผูรับผิดชอบที่ออกตามมาตรา 20 (1) (2)
และ (3) ดว ย
(3) วัตถุอันตรายชนดิ ที่ 3 ไดแกว ตั ถอุ ันตรายท่กี ารผลิต การนําเขา การสงออก หรือการมไี วใน
ครอบครองตอ งรับใบอนุญาต ซงึ่ ผผู ลิต ผูนําเขา ผูสงออก หรือผูมีไวในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดท่ี
3 ตอ งปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรผี รู บั ผดิ ชอบทอี่ อกตามมาตรา 20 (1) (2) และ (3) ดว ย ทัง้ นี้ เมือ่ ได
มีประกาศระบุช่ือวัตใดเปนวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ใหผูผลิต ผูนําเขา ผูสงออก หรือผูมีไวในครอบครองซึ่ง
วัตถุอนั ตรายดงั กลาวยื่นคาํ ขอรบั ใบอนญุ าตตามมาตรา 23 ภายในเวลาที่กําหนดในประกาศดังกลาว และ
ในระหวางระยะเวลาดังกลาวใหผูนั้นประกอบกิจการไปพลางกอนไดจนกวาพนักงานเจาหนาที่จะสั่งไม
อนุญาตตามคาํ ขอนนั้
(4) วัตถอุ นั ตรายชนดิ ที่ 4 ไดแ กว ัตถอุ นั ตรายทห่ี ามมใิ หม กี ารผลติ การนาํ เขา การสงออก หรอื
การมไี วในครอบครอง
เพ่ือประโยชนแกการปองกันและระงับอันตรายท่ีอาจมีแกบุคคล สัตว พืช ทรัพย หรือ
สิง่ แวดลอ ม ใหร ัฐมนตรวี า การกระทรวงอตุ สาหกรรมโดยความเห็นของคณะกรรมการมีอํานาจประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาระบุช่ือหรือคุณสมบัติของวัตถุอันตราย ชนิดของวัตถุอันตราย กําหนดเวลาการ ใช
บงั คบั และหนวยงานผูร ับผิดชอบในการควบคุมวตั ถอุ ันตรายดงั กลา ว
4.4 กฎหมายที่เกย่ี วกบั ใบอนุญาตและการรับซ้ือไฟฟา
4.4.1 พระราชบญั ญตั กิ ารประกอบกจิ การพลังงาน พ.ศ. 2550
ใบอนุญาต
มาตรา 47 การประกอบกิจการพลังงาน ไมว าจะมีคาตอบแทนหรือไม ตองไดรับใบอนุญาต
จากคณะกรรมการกํากบั กิจการพลงั งาน
ดังนั้น การนําเทคโนโลยีพลังความรอนมาผลิตกระแสไฟฟา ยอมตองไดรับใบอนุญาตจาก
คณะกรรมการกํากับกจิ การพลงั งาน ตามทีบ่ ัญญัติไวใ นมาตรา 47 ดังกลาว
ระเบียบการรบั ซ้ือไฟฟา
มาตรา 11 (4) คณะกรรมการกาํ กับกจิ การพลงั งาน มอี ํานาจหนาทใ่ี นการกาํ หนดระเบียบและ
หลักเกณฑในการจัดหาไฟฟา และการออกประกาศเชิญชวนการรบั ซอื้ ไฟฟา รวมท้งั กํากับดแู ลขน้ั ตอนการ
คัดเลอื กใหเกดิ ความเปนธรรมแกทกุ ฝาย
เชน ระเบียบคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานวาดวยการจัดหาไฟฟาจากผูผลิตไฟฟา
เอกชนรายใหญ พ.ศ. 2555 ไดกําหนดใหการจัดหากําลังผลติ ไฟฟาจากผูผลิตไฟฟา เอกชนรายใหญแตละ
คราว ใหคระกรรมการกํากับกิจการพลังงานประกาศหลักเกณฑและวิธีการไวในประกาศเชิญชวนการรับ
ซ้ือไฟฟา (Request for Proposal - RFP) ซง่ึ กําหนดหลักเกณฑและเง่อื นไขเกี่ยวกับวิธีการรับซอ้ื ไฟฟา
คุณสมบัตขิ องผูผลติ ไฟฟา ปรมิ าณการรับซ้อื พลังไฟฟา ขนั้ ตอนและระยะเวลาในการยื่นขอเสนอ ประเภท
4-9
เชื้อเพลิงทใ่ี ชใ นการผลิตไฟฟา คุณสมบัตหิ รอื ประเภทเทคโนโลยที ีใ่ ชในการผลิตไฟฟา ลักษณะและวธิ ีการ
เดินเครอื่ งของการผลิตไฟฟา หลกั เกณฑการคํานวณขอเสนอราคาขายไฟฟา และอนื่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอ ง เปน ตน
และระเบียบคณะกรรมการกํากับกิจการพลงั งาน วาดวยการรับซ้อื ไฟฟาจากการผลิตไฟฟา
พลังงานแสงอาทิตยท่ีติดตงั้ บนหลังคา พ.ศ. 2556 ซ่ึงกําหนดถึงรายละเอียดของกระบวนการรับซอื้ ไฟฟา
หลกั เกณฑใ นการพจิ ารณาคาํ ขอขายไฟฟา หลกั เกณฑและวิธกี ารคํานวณการรับซ้อื ไฟฟา คาใชจายในการ
เชื่อมโยงระบบไฟฟาและการตรวจสอบอปุ กรณ สญั ญาซอื้ ขายไฟฟา และอื่น ๆ เปน ตน
4.5 กฎหมายที่เก่ยี วกับมาตรการสงเสรมิ และชวยเหลือดานการลงทุน
4.5.1 พระราชกําหนดพิกดั อัตราภาษีศลุ กากร พ.ศ. 2530
ตามพระราชกําหนดพิกัดอัตราศุลกากรนั้นเปนการกําหนดหลักการในการจัดเก็บและเสีย
อากรสําหรับของที่นําหรอื พาเขามาในหรือสงหรือพาออกไปนอกราชอาณาจักรตามอัตราท่ีกําหนดไวใน
พกิ ัดอตั ราอากรแนบทายพระราชกาํ หนด
ตามมาตรา 10 วรรคสี่ แหงพระราชกําหนดพิกัดอัตราภาษีศุลกากร พ.ศ. 2530 กําหนดให
รฐั มนตรีวา การกระทรวงการคลัง โดยความเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรมี อี ํานาจประกาศกําหนดใหข องบาง
ประเภทหรือบางชนดิ ซึ่งบุคคลที่มีสิทธิไดรับยกเวน หรือลดหยอ นอากรนําเขามาเพือ่ ใชเ อง หรือของบาง
ประเภทหรือบางชนิดที่นําเขามาเพื่อใชประโยชนท่ีกําหนดไวโดยเฉพาะ ตามความในวรรคหน่งึ ไดรับ
ยกเวนจากบทบังคับแหงมาตราน้ี โดยจะกําหนดหลักเกณฑและเงอ่ื นไขใด ๆ ไวดวยก็ได ซึง่ หากของใด
ซ่ึงในเวลานพเขาไดร ับยกเวนหรอื ลดหยอนอากรเพราะเหตุที่นําเขามาเพือ่ ใชเ องโดยบุคคลท่ีมีสิทธิเชนนน้ั
หรอื เพราะเหตุท่ีนําเขามาเพือ่ ใชประโยชนอยางใดที่กาํ หนดไวโดยเฉพาะ ถาหากของน้นั ไดโอนไปเปนของ
บุคคลทไ่ี มม ีสิทธไิ ดร บั ยกเวน หรอื ลดหยอ นอากร หรือไดนําไปใชใ นการอื่นนอกจากที่กําหนดไว หรือสิทธิ
ทไี่ ดร บั ยกเวนหรือลดหยอ นอากรส้นิ สดุ ลง ของน้ันจะตองเสียอากรโดยถือสภาพของของ ราคา และอัตรา
อากรที่เปนอยูในวันโอนหรือนําไปใชในการอ่ืน หรือวันท่ีมีสิทธิไดรับยกเวนหรือลดหยอนอากรส้ินสุดลง
เปน เกณฑใ นการคาํ นวณอากร สําหรับกรณีท่ีไดรับลดหยอนอากร ใหเสียอากรเพ่ิมจากท่ีไดเสียไวแลวให
ครบถว นตามจาํ นวนเงนิ อากรทจ่ี ะพงึ ตอ งเสียท้งั หมดในเม่ือไดคํานวณตามเกณฑนัน้ และตามมาตรา 11
กําหนดใหข องใดซ่ึงในเวลานาํ เขา ไดร บั ยกเวน อากรโดยมเี งื่อนไขวาจะตอ งสงกลับออกไปภายในระยะเวลา
ท่ีกําหนด ถาภายในระยะเวลาที่กําหนดนั้นของน้ันไดโอนไปเปนของบุคคลที่มีสิทธิไดรับยกเวนอากร
หากนําของนั้นเขา มาเอง หรอื ไดนําไปใชประโยชนท่ีกฎหมายกําหนดใหไดรบั ยกเวน อากรในการนําเขาโดย
ไมม เี ง่ือนไขวาจะตองสงกลับออกไป ใหของนั้นหลดุ พนจากเงอ่ื นไขดังกลา ว แตตองอยูภายใตเ งื่อนไขท่ี
กฎหมายกาํ หนดไว สําหรบั ของทไ่ี ดร ับยกเวนอากรเพราะนําเขา โดยบุคคลท่มี ีสิทธหิ รือเพราะนาํ เขา เพือ่ ใช
ประโยชนท่กี ฎหมายกาํ หนด ทั้งนี้ ใหถือวา ของนน้ั นาํ เขา โดยผรู ับโอนหรือเพื่อใชประโยชนดังกลาวต้ังแต
เวลาท่ีโอนหรอื นาํ ไปใชประโยชนน ้นั
4-10
4.5.2 พระราชบัญญัตสิ งเสริมการลงทนุ พ.ศ. 2520
เหตุผลในการใชประกาศใชพระราชบัญญัติสงเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 คือ เนื่องจาก
สภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศไดเ ปลี่ยนแปลงไปโดยไดร ับผลกระทบจากวิกฤติการณทางเศรษฐกิจทํา
ใหก ารจัดเก็บภาษอี ากรของรัฐตํา่ กวา เปา หมาย ภาระหนีส้ าธารณะเพิ่มข้ึนสงผลกระทบตอ ฐานะการคลัง
ของรัฐบาล จงึ สมควรปรบั ปรุงการใหส ทิ ธแิ ละประโยชนดานภาษอี ากรแกผไู ดร บั การสง เสรมิ การลงทนุ เพอ่ื
เพิ่มประสิทธิภาพและความคุมคาในการใหสิทธิและประโยชนดานภาษีอากรของรัฐ และเพื่อให
คณะกรรมการสงเสรมิ การลงทุนมคี วามคลองตัวและยืดหยุน มากขึ้นในการใหสิทธิและประโยชนดานภาษี
อากรตามความเหมาะสมของสภาวะทางเศรษฐกจิ และสอดคลอ งกบั สภาวะดานการคลงั ของรฐั
ตามพระราชบัญญัติสงเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 16 น้ันกําหนดใหกิจการที่
คณะกรรมการสงเสริมการลงทุนจะพึงใหการสงเสริมการลงทุนไดตองเปนกิจการท่ีสําคัญและเปน
ประโยชนในดานเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ กิจการผลิตเพ่ือสงออกไปจําหนาย
ตางประเทศ กิจการที่ใชทุน แรงงานหรือบริการในอัตราสูง หรือกิจการท่ีใชผลิตผลการเกษตร หรือ
ทรัพยากรธรรมขาติเปนวัตถุดิบ ซึ่งคณะกรรมการสงเสริมการลงทุนเห็นวากิจการน้ันยังไมมีใน
ราชอาณาจักร หรอื มีในราชอาณาจักรไมเ พยี งพอ หรือกรรมวิธีการผลิตยังไมทันสมัย ซ่ึงคณะกรรมการ
สงเสริมการลงทนุ สามารออกประกาศกาํ หนดประเภทและขนาดของกิจการท่ีจะใหการสง เสรมิ การลงทุน
นั้นจะกําหนดเง่ือนในการใหสงเสรมิ ไวก็ได และจะแกไ ขเพ่ิมเติมหรือยกเลิกเง่ือนไขดังกลาวในเวลาใดก็ได
ทั้งน้ี หากคณะกรรมการสง เสรมิ การลงทุนพิจารณาแลว เหน็ วา กิจการใดทไี่ ดประกาศใหสงเสริมการลงทุน
หมดความจาํ เปนท่ีจะตองใหก ารสงเสรมิ การลงทุนตอ ไปแลว คณะกรรมการสง เสริมการลงทุนจะประกาศ
งดใหการสงเสรมิ การลงทนุ กจิ การน้นั ไวชว่ั คราวหรือเปนการถาวรก็ได
เมื่อวันท่ี 15 ตุลาคม 2552 คณะกรรมการสงเสริมการลงทุนไดมีประกาศคณะกรรมการ
สงเสริมการลงทนุ ที่ 10/2552 เรื่อง ประเภท ขนาด เง่อื นไข และสทิ ธิประโยชนข องแตละประเภทกิจการ
ท่ีไดรับการสงเสริมการลงทุน ซึ่งเปนการกําหนดประเภทกิจการและขนาดของการลงทุนของแตละ
โครงการขั้นตํ่าไมน อยกวา 1 ลานบาท (ไมรวมคาท่ีดินและทนุ หมุนเวียน) สําหรับทุกประเภทกิจการที่ให
การสง เสริมการลงทุน โดยใหก ําหนดเง่อื นไขสําหรับโครงการท่ีไดรับการสงเสริมการลงทุนตามท่ีกําหนด
ในแตละประเภทกิจการน้ัน ซ่ึงตามบัญชีประเภทกิจการท่ีไดรับการสงเสริมแนบทายประกาศ
คณะกรรมการสงเสริมการลงทุน ท่ี 10/2552 หมวด 7 กิจการบริการและสาธารณูปโภค ประเภท 7.1.1
กิจการผลิตพลังงานไฟฟาหรือไอนํ้า ไดกําหนดใหกิจการผลติ พลังงานไฟฟาจะตองไดรับความเห็นชอบ
จากหนวยงานของรัฐท่ีเกี่ยวของเปนกิจการท่ีไดรับการสงเสรมิ การลงทุน โดยสิทธิและประโยชนที่ไดรับ
ไดแก
(1) สิทธิและประโยชนต ามกิจการทใี่ หค วามสาํ คญั เปน พิเศษ
ตามประกาศคณะกรรมการสงเสริมการลงทุน ท่ี 10/2552 ขอ 6 กิจการที่ให
ความสาํ คัญเปน พิเศษ ใหไ ดร บั สิทธิและประโยชนดงั ตอ ไปนี้
4-11
- ไดรับยกเวนอากรขาเขา สําหรับเคร่อื งจกั รไมว าจะตงั้ อยูในเขตใด
- ไดรับยกเวนภาษีเงนิ ไดนิติบุคคลเปน ระยะเวลา 8 ป ไมว า จะตัง้ อยูในเขตใด
- สทิ ธิและประโยชนอื่นใหไ ดร บั ตามหลกั เกณฑประกาศคณะกรรมการสงเสริมการลงทุน
ท่ี 1/2543 ลงวันท่ี 1 สงิ หาคม พ.ศ. 2543 โดยใหไดร ับยกเวน ภาษเี งินไดน ิตบิ ุคคลโดย
ไมก ําหนดสดั สว นการไดร บั ยกเวน ภาษีเงินไดนติ บิ คุ คล
(2) สําหรับการผลติ พลังงานไฟฟา หรอื ไอน้าํ เฉพาะกรณีใชพลังงานหมุนเวียน เชน พลังงาน
จากวัสดุทางการเกษตร กาซชีวภาพ และพลังงานลม เปนตน ใหไดรบั สิทธิและประโยชนตามกิจการท่ีมี
ความสาํ คญั และเปน ประโยชนต อ ประเทศเปนพิเศษ
4-12
2คูม5อื 6โร3งไฟฟาขยะ
โครงการการสรางความรูความเขาใจและพัฒนาการสื่อสารดานพลังงานเพ�่อเจตคติที่ดี
ตอการขับเคลื่อนงานพลังงานในชุมชน ปงบประมาณ 2563