พระราชบญั ญตั เิ งินทดแทน พ.ศ.2537
แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดย พระราชบญั ญตั ิเงินทดแทน
ฉบบั ที่ 2 พ.ศ.2561
นายกมลพนั ธ์ พลจนั ทร์
นักวชิ าการแรงงานชํานาญการ
1
กองทุนเงนิ ทดแทนคืออะไร
กองทุนทจี่ ่ายเงนิ ทดแทนให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง เม่ือ
ลูกจ้างประสบอนั ตราย เจ็บป่ วย ถงึ แก่ความตาย หรือสูญ
หาย เน่ืองจากการทาํ งาน ให้แก่นายจ้าง
2
วตั ถุประสงค์
- เพื่อเป็ นหลกั ประกนั แก่ลกู จ้างทีป่ ระสบ
อนั ตรายหรือเจบ็ ป่ วย อนั เนื่องจากการทาํ งาน ในด้านต่าง
ๆ ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน ค่าฟื้ นฟู
สมรรถภาพ และ ค่าทาํ ศพ
- เพ่ือให้การ
บาํ บดั รักษาและส่งเสริมฟื้ นฟูสมรรถภาพด้านร่างกาย
และจติ ใจ ตลอดจนการฝึ กอาชีพให้สามารถเลยี้ งชีพได้
ด้วยตนเอง ไม่เป็ นภาระแก่สังคม
- ให้การสนับสนุนและป้องกนั เร่ืองความ 3
ปลอดภยั สุขอนามยั ในการทาํ งาน
1.ราชการส่วนกขลาองบรเขาชตกกาารรสบ่วงันคภับูมใภิ ชา้ ค และราชการส่วน
ท้องถิน่ ยกเว้นข้าราชการหรือลูกจ้างประจาํ
2. รัฐวสิ าหกจิ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวสิ าหกจิ
สัมพนั ธ์
3.รัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศสําหรับ
ลูกจ้างซึ่งมใิ ช่เป็ นการจ้างงานในประเทศ
4.นายจ้างอ่ืนตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง
4
ข้อ 4 ให้นายจ้างทม่ี ลี ูกจ้างทาํ งานอยู่ในทุกท้องที่
ทว่ั ราชอาณาจักรต้งั แต่ หนึ่งคนขนึ้ ไปมหี น้าทจี่ ่ายเงนิ สมทบเว้นแต
(1) นายจ้างทเ่ี ป็ นบุคคลธรรมดา ซ่ึงงานทล่ี ูกจ้างทาํ น้ันมไิ ด้มกี าร
ประกอบธุรกจิ รวมอยู่ด้วย
(2) นายจ้างทปี่ ระกอบการค้าเร่ การค้าแผงลอย
5
นายจ้าง
หมายความว่า ผู้ซ่ึงตกลงรับลูกจ้างเข้าทาํ งานโดย
จ่ายค่าจ้างให้ และหมายความรวมถึงผู้ซ่ึงได้รับ
มอบหมายให้ทาํ งานแทนนายจ้าง ในกรณที นี่ ายจ้าง
เป็ นนิติบุคคลให้หมายความรวมถึงผู้มอี าํ นาจกระทาํ
การแทนนิตบิ ุคคลและผู้ซ่ึงได้รับมอบหมายจากผู้มี
อาํ นาจกระทาํ การแทนนิติบุคคลให้ทาํ การแทนด้วย
6
ลูกจา้ ง
• หมายถงึ
ผซู้ ง่ึ ทาํ งานใหน้ ายจา้ งโดยรบั คา่ จา้ งไมว่ า่
จะเรยี กช่ืออยา่ งไร แตไ่ มร่ วมถงึ ลกู จา้ งซง่ึ ทาํ งาน
เก่ียวกบั งานบา้ นอนั มิไดม้ ีการประกอบธรุ กิจ
รวมอยดู่ ว้ ย
การขนึ้ ทะเบยี นนายจ้าง
นายจ้างท่มี ลี ูกจ้างต้งั แต่ 1 คนขึน้ ไป จะต้อง
ขนึ้ ทะเบียนนายจ้างและจ่ายเงนิ สมทบภายใน
30 วนั
นับต้งั แต่วนั ที่ 9 ธันวาคม 2561หรือ
นับต้งั แต่วนั ทมี่ ลี ูกจ้าง 1 คนขนึ้ ไป
ณ สํานักงานประกนั สังคม 8
กรุงเทพมหานครพืน้ ท/ี่ จงั หวดั /สาขา ที่
สถานประกอบการต้งั อยู่
ค่เางจนิ ้าทงุกปหระมเาภยทคทวน่ี าามยวจ่า้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง
เป็ นค่าตอบแทนการทาํ งานในวนั และเวลาทาํ งาน
ปกติ ไม่ว่าจะคาํ นวณตามระยะเวลาหรือคาํ นวณ
ตามผลงานทลี่ ูกจ้างทาํ ได้และให้หมายความรวมถงึ
เงนิ ทนี่ ายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวนั หยุดและวนั ลา
ซ่ึงลูกจ้างไม่ได้ทาํ งานด้วย ท้งั นีไ้ ม่ว่าจะกาํ หนด
คาํ นวณหรือจ่ายในลกั ษณะใดหรือโดยวธิ ีการใด
และไม่ว่าจะเรียกช่ืออย่างไร
9
• เงนิ สมทบกองทุนเงนิ ทดแทน
เงนิ สมทบเป็ นเงนิ ทน่ี ายจ้างจ่ายเข้ากองทุนเงนิ
ทดแทนแต่เพยี งฝ่ ายเดยี วเป็ นรายปี ซึ่งคาํ นวณ
ได้จากค่าจ้างทนี่ ายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลกู จ้างท้งั
ปี และอตั ราเงนิ สมทบตามรหัสประเภทกจิ การ
ของนายจ้าง หรือคาํ นวณจาก อตั ราส่วนการ
สูญเสียและนําไปเปรียบเทียบตารางลดเพม่ิ อตั รา
เงนิ สมทบ
10
อตั ราเงนิ สมทบ
อตั ราเงนิ สมทบ กาํ หนดไว้ 2 ประเภทดงั นี้
1. อตั ราเงินสมทบตามรหัสประเภทกจิ การ เป็ นอตั ราทกี่ าํ หนดขึน้
ตามความเส่ียงภัยในการทาํ งานของแต่ละประเภทกจิ การของ
นายจ้า ร้อยละ 0.2-1.0
2. อตั ราเงินสม3ทบ6ตา1มค0่าป6ระ0ส0บก2าร7ณ์ 3จะ9คาํ 4นว5ณจากอตั ราส่วน
การสูญเสียและนําไปเปรียบเทยี บตารางลดเพม่ิ อตั ราเงนิ สมทบ
โดยนายจ้างอาจจะจ่ายเงินสมทบเพมิ่ หรือลดกไ็ ด้ ท้งั นีข้ ึน้ อยู่กบั
เงนิ ทดแทนทก่ี องทนุ เงนิ ทดแทนจ่ายให้กบั ลกู จ้างของนายจ้าง
(ลดลง-เพมิ่ ขึน้ ไม่เกนิ 50% ของอตั ราเงนิ สมทบหลกั )
11
เงนิ สมทบประจาํ ปี จ่ายภายในวนั ที่ 31 มกราคม ของทุกปี
เงนิ สมทบจากการรายงานค่าจ้าง จ่ายภายใน
วนั ที่ 31 มนี าคมของทุกปี ท่ไี ด้รับการประเมนิ เงนิ สมทบ
เงนิ สมทบจากการตรวจบญั ชี จ่ายภายใน 30 วนั
นับแต่วนั ท่ีประเมนิ เงนิ สมทบ
การรายงานค่าจ้าง ภายในวนั ท่ี 28 กมุ ภาพนั ธ์ของทุกปี
12
เงนิ เพม่ิ
• นายจา้ งไมจ่ า่ ยเงนิ สมทบภายในระยะเวลาทกี่ าํ หนดหรือจ่ายเงนิ สมทบ
ไม่ครบจาํ นวน ต้องจา่ ยเงนิ เพมิ่ ในอัตราร้อยละ 2 ของเงนิ สมทบทต่ี ้อง
จา่ ย (เงนิ เพมิ่ ต้องไม่เกนิ จาํ นวนเงนิ สมทบทนี่ ายจา้ งตอ้ งจ่าย)
• นายจา้ งทค่ี า้ งจ่ายเงนิ สมทบและต้องเสยี เงนิ เพม่ิ อย่กู ่อนวันที่ 9
ธันวาคม 2561 ใหเ้ สียเงนิ เพม่ิ ในอัตราร้อยละ 3 และเมอ่ื คาํ นวณแล้ว
ต้องไมเ่ กนิ เงนิ สมทบทค่ี ้างจ่าย
• การเปลีย่ นแปลงข้อเทจ็ จริงนายจา้ ง ต้องจ้างภายในวันที่ 15 ของเดอื น
ทมี่ กี ารเปล่ยี นแปลง 13
13
• เมือ่ ลูกจา้ งประสบอันตรายหรือเจบ็ ป่ วย ถงึ แก่ความตายหรือ
หายเนื่องจากการทาํ งานใหแ้ ก่นายจา้ ง ลูกจา้ งมีสิทธิได้รับเงนิ
ทดแทน ได้แก่
1) คา่ รักษาพยาบาล
2) คา่ ทดแทน
3) ค่าฟื้ นฟสู มรรถภาพ
4) ค่าทาํ ศพ
14
ค่ารักษาพยาบาล
1) กฎกระทรวงกาํ หนดอัตราค่ารักษาพยาบาลทใี่ หน้ ายจ้าง
จ่าย พ.ศ.2558 มผี ลใช้บังคบั ตัง้ แตว่ นั ที่ 20 กุมภาพนั ธ์ 2558
2) กฎกระทรวงกาํ หนดอตั ราค่ารักษาพยาบาลทใี่ หน้ ายจา้ ง
จ่าย (ฉบับท่ี 2 )พ.ศ.2560มีผลใช้บงั คบั ตัง้ แต่วนั ที่ มกราคม
2559
• ลูกจ้างมสี ิทธิได้รับคา่ รักษาเทา่ ทจี่ ่ายจริงตามความจาํ เป็ น
15
การประสบอนั ตรายเนื่องจากการทาํ งาน หมายความ
ว่าอย่างไร
• หมายความว่า การทล่ี ูกจา้ งได้รับอนั ตรายแก่กายหรือ
ผลกระทบแก่จิตใจหรอื ถงึ แก่ความตาย เน่ืองจากการทาํ งานหรอื
ป้องกนั รักษาผลประโยชนใ์ หน้ าย หรือตามคาํ ส่ังของนายจ้าง
16
การเจบ็ ป่ วยเน่ืองจากการทาํ งาน หมายความว่า
• การทลี่ ูกจา้ งเจบ็ ป่ วย หรือถงึ แก่ความ
ตายดว้ ยโรคซงึ่ เกดิ ขนึ้ ตามลักษณะ
หรือสภาพของงาน หรือเน่ืองจากการ
ทาํ งาน
17
ē �ďð��ffðëc�ðę�ffđë����b ď�ć �g�è ��ď�
�ĕ ��ç�č ç � b fi
�ç è đ�gę�ďčêę�gđ�ff�êç�čè�������ćĕ�g�čďǽ�ď1���çð�
18
ค่ารักษาพยาบาล
• 1) กรณีลูกจ้างประสบอนั ตรายหรือ
เจบ็ ป่ วยเนื่องจากการทาํ งาน ให้
นายจ้างจา่ ย ค่ารักษาพยาบาลเทา่ ทจี่ า่ ย
จริงตามความจาํ เป็ นไม่เกนิ 50,000
บาท
19
2) กรณีทคี่ ่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท ไม่เพยี งพอใหน้ ายจา้ งจา่ ยค่ารักษาพยาบาล
เทา่ ทจ่ี า่ ยจริงตามความจาํ เป็ นเพมิ่ อกี ไม่เกนิ 100,000 สาํ หรับการประสบอนั ตรายหรือ
เจบ็ ป่ วยของลกู จา้ งทมี่ ีลักษณะ ดงั ตอ่ ไปนี้
2.1 บาดเจบ็ อย่างรุนแรงของอวัยวะภายในหลายส่วนและตอ้ งไดร้ ับการผ่าตัดแกไ้ ข
2.2 บาดเจบ็ อย่างรุนแรงของกระดูกหลายแหง่ และตอ้ งได้รับการผ่าตดั แกไ้ ข
2.3 บาดเจบ็ อย่างรุนแรงของศรี ษะและตอ้ งได้รับการผ่าตัดเปิ ดกะโหลกศรี ษะ
2.4 บาดเจบ็ อยา่ งรุนแรงของกระดกู สันหลัง ไขสันหลัง หรอื รากประสาท
2.5 ประสบภาวะทตี่ อ้ งผ่าตดั ตอ่ อวัยวะทยี่ ุ่งยากซงึ่ ต้องใข้วิธีจุลศัลยกรรม
2.6 ประสบอันตรายจากไฟไหม นาํ้ ร้อนลวก ความร้อน ความเยน็ สารเคมี รังสี ไฟฟ่ า หรอื
ระเบดิ จนถงึ ขั้นสูญเสียผวิ หนังแทต้ งั้ แต่ร้อยละ 25 ของพนื้ ทผ่ี ิวของร่างกาย
27 ประสบอันตรายหรือเจบ็ ป่ วยอยา่ งอน่ื ซงึ่ รุนแรงหรือเรอื้ รัง ตามทรี่ ัฐมนตรี ประกาศ
กาํ หนด
20
ค่ารักษาพยาบาล (ต่อ)
• 3.กรณีค่ารักษาพยาบาลทจี่ ่ายเพม่ิ อกี ตามข้อ 2 ไม่เพยี งพอใหน้ ายจา้ งจา่ ยค่า
รักษาพยาบาลเทา่ ทจ่ี ่ายจรงิ ตามความจาํ เป็ นเพม่ิ ขนึ้ อีกทงั้ นี้ โดยรวมค่ารักษาพยาบาล
ทงั้ ข้อ 1 และ 2 แล้ว ต้องไม่เกนิ 300.000 บาทสาํ หรับการประอันตรายหรอื เจบ็ ป่ วยของ
ลูกจ้างทมี่ ลี ักษณะดงั ต่อไปนี้
• 3.1ประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่ วยตามขอ้ (1)ถงึ (6)ตง้ั แต่ 2 รายการขนึ้ ไป
• 3.2 ประสบอนั ตรายหรอื เจ็บป่ วยตามขอ้ (1)ถึง(6) จาํ เป็นตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งช่วยหายใจ หรอื ตอ้ งพกั
รกั ษาตวั อยใู่ นหอผปู้ ่ วยหนกั หอผปู้ ่ วยวกิ ฤตหรอื หอผปู้ ่ วยไฟไหมนา้ํ รอ้ นลวก ตงั้ แต่ 20วนั ขนึ้ ไป
• 3.3 บาดเจ็บอย่างรุนแรงของระบบสมองหรอื ไขสนั หลงั ท่ีจาํ เป็นตอ้ งรกั ษาตงั้ แต่ 30 วนั ตดิ ต่อกนั
• 3.4 การประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่ วยอยา่ งอ่ืนซง่ึ รุนแรงหรอื เรอื้ รงั ตามท่ีรฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนด
– ก. เป็นผลใหอ้ วยั วะสาํ คญั ลม้ เหลว
– ข. กรณีอ่ืนนอกจาก (ก) ใหเ้ ป็นไปตามความเหน็ ของคณะกรรมการแพทย์
21
คา่ รักษาพยาบาล (ต่อ)
4. กรณคี ่ารักษาพยาบาลตามข้อ 1-3 ไม่เพยี งพอ ให้นายจ้าง
จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าทจี่ ่ายจริงตามความจําเป็ นเพมิ่ ขนึ้
ตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ แต่รวมกนั
แล้วไม่เกนิ 500,000 บาท
5. กรณคี ่ารักษาพยาบาลทุกกรณไี ม่เพยี งพอ ให้นายจ้างจ่าย
- ค่ารักษาพยาบาลดงั กล่าวเท่าทจ่ี ่ายจริงตามความจาํ เป็ น
เพม่ิ ขนึ้ โดยเมื่อรวมกบั ค่ารักษาพยาบาลดงั กล่าวข้างต้น
แล้ว ต้องไม่เกนิ 1,000,000 บาท
- 22
• เวน้ แตใ่ นกรณีดงั ตอ่ ไปนคี้ ใหา่ รน้ ักายษจาา้ พงจยา่ ายบคาา่ ลรกั (ษตา่อพ)ยาบาลเท่าท่ีจ่ายจรงิ ตาม
ความจาํ เป็น ท่ีเพ่ิมขนึ้ จนสิน้ สดุ การรกั ษาแตไ่ ปไม่เกิน 2,000,000 บาท
• (1) ลกู จา้ งเขา้ รบั การรกั ษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรฐั ตงั้ แตเ่ รม่ิ แรกจน
สิน้ สดุ การรกั ษา
• (2) ลกู จา้ งมีความจาํ เป็นหรอื มีเหตผุ ลสมควรท่ีไมส่ ามารถเขา้ รบั การ
รกั ษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรฐั ตงั้ แตเ่ รม่ิ แรก แตภ่ ายหลงั ไดเ้ ขา้ รบั การ
รกั ษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรฐั
• การจ่ายคา่ รกั ษาพยาบาลใหเ้ ป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทนุ เงินทดแทน
(6) ในกรณีลูกจา้ งเป็ นผู้ป่ วยในมคี ่าใช้จ่ายเกย่ี วกับค่าหอ้ ง คา่ อาหาร
ค่าบริการพยาบาล และค่าบริการท่วั ไปใหน้ ายจา้ งจา่ ยค่าใช้จา่ ยดงั กล่าว
เทา่ ทจ่ี ่ายจริงแต่ไม่เกนิ วันละ 1,300 บาท
23
ค่าทดแทน
คือ เงนิ ทจี่ ่ายให้ลกู จ้างหรือผู้มีสิทธิตามมาตรา 20
สําหรับการประอนั ตรายหรือเจบ็ ป่ วย หรือถงึ แก่
ความตายหรือสูญหายของลกู จ้างเนื่องจากการ
ทาํ งานให้แก่นายจ้าง
ค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างข้นั ตา่ํ รายวนั ตาม
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในท้องทท่ี ่ี
ลกู จ้างประจาํ ทาํ งานอยู่
24
ประเภทของค่าทดแทน
• 1. ค่าหยุดงาน ตงั้ แต่ 1 วัน แตร่ วมกันไม่เกนิ 1
ปี ตามใบรับรองแพทย์
• 2. ค่าสูญเสียสมรรถภาพอวัยวะหรือ
สมรรถภาพในการทาํ งานของร่างกาย จ่ายตาม
ประเภทของการสูญเสยี อวัยวะ ฯ ไม่เกนิ 10 ปี
• 3 .ค่าทพุ พลภาพ ไม่น้อยกว่า 15ปี
• 4 .ค่าตาย หรือสูญหายไม่เกนิ 10 ปี
25
วธิ ีคาํ นวณค่าทดแทน
ตวั อยา่ ง
ลูกจา้ งเงินเดือน 20,000 บาท
20,000×70% = 14,000 บาท
(ค่าทดแทนต่อเดือน)
• วธิ ีคาํ นวณคา่ ทดแทน กรณีหยดุ งาน
– ลกู จา้ งไดร้ บั เงินเดือน เดอื นละ 10,000 บาท
– ใบรบั รองแพทยใ์ หห้ ยดุ พกั รกั ษาตวั 10 วนั
และลกู จา้ งหยดุ งานจรงิ
การคาํ นวณ 10,000 × 70% = 7,000 บาท
ลกู จา้ งหยดุ งาน 10 วนั = 7,000 × 10͟÷ 30
ลกู จา้ ง ไดร้ บั คา่ ทดแทน = 2,333.30 บาท
วิธีคาํ นวณค่าทดแทน
กรณีหยดุ งาน(ต่อ)
ลกู จา้ งไดร้ ับค่าจา้ งวนั ละ 325 บาท
ใบรับรองแพทยใ์ หห้ ยดุ พกั รักษาตวั 15 วนั
ลกู จา้ งหยดุ งาน 12 วนั
การคาํ นวณ (325×26) × 70% = 5,915 บาท
ลกู จา้ งหยดุ งาน 12 วนั = 5,915× 12 ÷ 30
ลกู จา้ งไดร้ ับค่าทดแทน = 2,366 บาท
• วธิ ีคาํ นวณคา่ ทดแทน
กรณีสญู เสียอวยั วะ/สมรรถภาพการทาํ งานของรา่ งกาย
ลกู จา้ งไดร้ บั เงินเดือน เดือนละ 10,000 บาท
การคาํ นวณ 10,000 × 70 % = 7,000 บาท
ลกู จา้ งแขนขาดระดบั ขอ้ ศอก ระยะเวลาในการจา่ ย = 120 เดือน
ลกู จา้ งไดร้ บั คา่ ทดแทน = 840,000 บาท
คา่ ทาํ ศพ
– ลูกจา้ งถึงแกค่ วามตายหรือสูญหายเนื่องจากการทาํ งาน ไดร้ ับค่าทาํ
ศพตามอัตราทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง โดยจา่ ยใหก้ ับผู้จดั การศพ
สญู หาย หมายความวา่ อยา่ งไร ?
การท่ีลกู จา้ งหายไปในระหวา่ งการทาํ งานหรอื ปฏิบตั ิตามคาํ ส่งั ของนายจา้ ง
ซง่ึ มีเหตอุ นั ควรเช่ือวา่ ลกู จา้ งถงึ แกค่ วามตายเพราะประสบเหตอุ นั ตรายท่ีเกิดขนึ้
ในระหวา่ งการทาํ งานหรอื ปฏบิ ตั ติ ามคาํ ส่งั ของนายจา้ งนนั้ รวมตลอดถงึ การท่ี
ลกู จา้ งหายไปในระหวา่ งเดินทางโดยเฉพาะทางบก ทางอากาศ หรอื ทางนา้ํ เพ่อื
ไปทาํ งานใหน้ ายจา้ ง ซง่ึ มีเหตอุ นั ควรเช่ือวา่ พาหนะนนั้ ไดป้ ระสบเหตอุ นั ตราย
และลกู จา้ งถงึ แก่ความตาย ทงั้ นี้ เป็นระยะเวลาไมน่ อ้ ยกวา่ 120 วนั นบั แตว่ นั ท่ี
เกิดเหตนุ นั้
ถา้ ลูกจา้ งตายหรือสูญหาย ใครเป็นผมู้ ีสิทธิ
• ผู้มีสิทธิได้รับเงนิ ทดแทน ได้แก่
– 1. มารดา
– 2. บดิ าทชี่ อบด้วยกฎหมาย
– 3.สามหี รือภรรยาทช่ี อบด้วยกฎหมาย
– 4. บตุ รทม่ี ีอายตุ ่าํ กว่า 18 ปี
– 5. บตุ รทม่ี ีอายตุ งั้ แต่ 18 ปี ขึน้ ไป ทย่ี ังศึกษาอยใู่ นระดบั ทไ่ี ม่สูงกว่าปริญญาตรี ใหไ้ ด้รับ
ส่วนแบง่ ต่อไปตลอดระยะเวลาทศี่ กึ ษาอยู่
– 6. บุตรทม่ี อี ายตุ งั้ แต่ 18 ปี และทพุ พลภาพหรือจติ ฟั้นเฟื อนไม่สมประกอบ ซง่ึ อยู่ใน
อุปการะของลูกจา้ งก่อนลูกจา้ งถงึ แก่ความตายหรอื สูญหาย
– 7. บุตรของลูกจ้างซงึ่ เกดิ ภายใน 310 วัน นับแต่วันทล่ี ูกจ้างถงึ แกค่ วามตาย หรอื วันท่ี
เกดิ เหตสุ ูญหาย มสี ิทธิรับเงนิ ทดแทนนับแต่วันคลอดอยู่รอดเป็ นทารก
– 8. หากไม่มบี คุ คลดังกล่าวข้างตน้ ใหผ้ ู้อยูใ่ นอุปการะของลูกจ้างกอ่ นลูกจ้างถงึ แกค่ วาม
ตายหรอื สูญหายเป็ นผู้มีสิทธิ แตผ่ ู้อยู่ในอุปการะดงั กล่าว จะตอ้ งได้รับความเดอื ดร้อน
เพราะขาดอุปการะจากลูกจา้ งทต่ี ายหรอื สูญหาย
คา่ ฟ้ื นฟูสมรรถภาพ
• คา่ ใชจ้ า่ ยท่ีจาํ เป็นเก่ียวกบั การฟื้นฟสู มรรถภาพในการทาํ งานของ
รา่ งกาย ในกรณีท่ีลกู จา้ งจาํ เป็นตอ้ งไดร้ บั การฟื้นฟสู มรรถภาพในการ
ทาํ งานภายหลงั การประสบอนั ตรายหรอื เจ็บป่วย ใหน้ ายจา้ งจา่ ยคา่
ฟื้นฟสู มรรถภาพในการทาํ งานของลกู จา้ งเทา่ ท่ีจ่ายจรงิ ตามความจาํ
เป็น
• 1) ดา้ นอาชีพ ตามหลกั สตู รท่ีหน่วยงานของสาํ นกั งานประกนั สงั คม
เป็นผดู้ าํ เนินการ คา่ ใชจ้ า่ ยไม่เกิน 24,000 บาท
• 2 ด้านจติ ใจ ใหค้ าํ ปรกึ ษาเชิงจิตวิทยาวางแผนจดั การดาํ เนินการ
ฟื้นฟสู มรรถภาพแบบครบวงจรเป็นรายบคุ คล สง่ เสรมิ การพฒั นา
ศกั ยภาพและการดาํ รงชีวิตอิสระ
ค่าฟ้ื นฟูสมรรถภาพ
• 3 ดา้ นบาํ บดั รักษาและผ่าตดั เพ่ือประโยชนใ์ นการฟื้นฟสู มรรถภาพ
ในการทาํ งาน มีคา่ ใชจ้ า่ ยในกระบวนการบาํ บดั รกั ษาไมเ่ กิน 40,000
บาท หากมีความจาํ เป็นจ่ายเพ่ิมไดอ้ ีกไมเ่ กิน 110,000 บาท (ตาม
หลกั เกณฑท์ ่ี สปส.กาํ หนด)
• 4 ดา้ นเวชศาสตรฟ์ ื้ นฟู กายภาพบาํ บดั ไมเ่ กิน วนั ละ 200 บาท ไม่
เกินวนั ละ 100 บาท รวมแลว้ คา่ ใชจ้ า่ ยไม่เกิน 24,000 บาท
• 5วัสดุและอุปกรณด์ ้านเวชศาสตรฟ์ ื้ นฟู หนว่ ยละไมเ่ กินอตั ราตามท่ี
กระทรวงการคลงั กาํ หนดรวมแลว้ ไม่เกิน 160,000 บาท
ศูนยฟ์ ้ื นฟูสมรรถภาพคนงาน
• จดั ตงั้ เพ่ือใหบ้ รกิ ารฟื้นฟสู มรรถภาพในการทาํ งานแบบครบวงจร ทงั้ การฟื้นฟสู มรรถภาพ
ดา้ นการแพทย์ และอาชีพ ควบคกู่ บั การฟื้นฟดู า้ นจิตใจ อารมณ์ และสงั คม รวมถงึ การ
ใหบ้ รกิ ารสง่ เสรมิ การจา้ งคนพกิ ารดว้ ย
• ลกู จา้ งท่ีประสบอนั ตราย หรอื เจ็บป่วยเน่ืองจากการทาํ งาน จนสญู เสยี อวยั วะหรอื สญู เสยี
สมรรถภาพในการทาํ งาน และผปู้ ระกนั ตนท่ที พุ พลภาพ จะไดร้ บั การฟื้นฟสู มรรถภาพทงั้
รา่ งกายและจิตใจ เพ่อื ใหล้ กู จา้ งสามารถดาํ รงชีวิต ประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งอสิ ระ ดว้ ยการฟื้นฟู
ในดา้ นตา่ ง
• ศนู ยฟ์ ื้นฟสู มรรถภาพคนงานภาค 1 จงั หวดั ปทมุ ธานี
• ศนู ยฟ์ ื้นฟสู มรรถภาพคนงานภาค 2 จงั หวดั ระยอง
• ศนู ยฟ์ ื้นฟสู มรรถภาพคนงานภาค 3 จงั หวดั เชียงใหม่
• ศนู ยฟ์ ื้นฟสู มรรถภาพคนงานภาค 4 จงั หวดั ขอนแกน่
• ศนู ยฟ์ ื้นฟสู มรรถภาพคนงานภาค 5 จงั หวดั สงขลา
ระยะเวลาการยน่ื เรื่อง
• นายจา้ งหรือผู้รับมอบอาํ นาจยน่ื แบบแจง้ การประสบอนั ตราย
(กท.16) ภายใน 15 วัน นับแตว่ ันทเี่ กดิ เหตุ
• ลูกจา้ งหรือผู้มสี ิทธิยน่ื แบบแจ้งการประสบอันตราย(กท.16)
ภายใน 180 วัน นับแตว่ ันทเี่ กดิ เหตุ
• กรณีลูกจ้างเจบ็ ป่ วย หรือเกดิ โรคจากการทาํ งาน หลังสนิ้ สภาพ
การเป็ นลูกจ้าง สามารถยน่ื คาํ ร้องไดภ้ ายใน 2 ปี นับแต่วันที่
ทราบการเจบ็ ป่ วย
ขอ้ ยกเวน้ เกี่ยวกบั สิทธิของลูกจา้ ง
• มาตรา 22 นายจา้ งไม่ต้องจ่ายเงนิ ทดแทน ในการประสบ
อนั ตราย หรือเจบ็ ป่ วยของลูกจา้ ง เพราะเหตุใดเหตุหน่ึงดงั
ตอ่ ไปนี้
(1) ลูกจา้ งเสพของมนึ เมา หรือสิง่ เสพตดิ จนไมส่ ามารถ
ครองสตไิ ด้
(2) ลูกจา้ งจงใจใหต้ นเองประสบอนั ตราย หรือยอมใหผ้ ู้อน่ื
ทาํ ใหต้ นประสบอนั ตราย
การอุทธรณ์
–ในกรณีท่ีนายจา้ ง ลกู จา้ ง หรอื ผมู้ ีสทิ ธิตามมาตรา 20 ซง่ึ
ไดร้ บั คาํ ส่งั คาํ วนิ ิจฉยั หรอื การประเมนิ เงินสมทบของ
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี ซง่ึ ส่งั การตามพระราชบญั ญตั ินีแ้ ลว้
ไมพ่ อใจคาํ ส่งั คาํ วินิจฉยั หรอื การประเมนิ เงินสมทบนนั้
ใหผ้ นู้ นั้ มีสทิ ธิอทุ ธรณ์ เป็นหนงั สอื ตอ่ คณะกรรมการได้
ภายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ท่ีไดร้ บั แจง้ คาํ ส่งั คาํ วนิ ิจฉยั หรอื
การประเมนิ เงินสมทบ ทงั้ เวน้ แตเ่ ป็นคาํ ส่งั ตามมาตรา 47
การฟ้อง
ในกรณีท่ีผอู้ ทุ ธรณไ์ มพ่ อใจคาํ วินิจฉยั ของ
คณะกรรมการอทุ ธรณ์ ใหม้ ีสทิ ธินาํ คดีไปสศู่ าล
แรงงานภายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ท่ีไดร้ บั แจง้ คาํ
วนิ ิจฉยั ถา้ ไมน่ าํ คดีไปสศู่ าลแรงงานภายใน
กาํ หนดเวลา ดงั กลา่ ว ใหค้ าํ วนิ ิจฉยั ของ
คณะกรรมการ เป็นท่ีสดุ
คลินิกโรคจาการทาํ งาน
• กระทรวงแรงงานและกรทรวงสาธารณสขุ ตระหนกั ถึงกลมุ่ ผใู้ ชแ้ รงงาน ซง่ึ
เป็นทรพั ยากร ท่ีมีคา่ และสาํ คญั ย่ิงของประเทศ จงึ ไดท้ าํ ขอ้ ตกลงความ
รว่ มมือ “ โครงการศนู ยโ์ รคจากการทาํ งาน” ขนึ้ เมือวนั ท่ี 6 กรกฎาคม 2548
– วตั ถปุ ระสงค์
(1) จดั ใหม้ ีระบบการดแู ลสขุ ภาพและการวนิ ิจฉยั โรคจากการทาํ งานของ
ลกู จา้ ง
(2) ดแู ล รกั ษา หลงั จากเกิดโรคและอบุ ตั ิเหตุ
(3) พฒั นาคลินิกอาชีวเวชศาสตรแ์ ละเครอื ข่าย ตลอดจนแนวทางการ
วินิจฉยั ท่ีเป็นมาตรฐาน
(4) สรา้ งระบบปอ้ งกนั และสง่ เสรมิ สขุ ภาพอยา่ งเป็นธรรม
คลินิกโรคจากการทาํ งาน
• ย่ืนแจง้ การประสบอนั ตรายฯ ตามแบบกท.16 ตอ่ สาํ นกั งาน
ประกนั สงั คมกรุงเทพมหานคร พืน้ ท่ี/จงั หวดั /สาขา ท่ีลกู จา้ ง
ทาํ งานอยู่ หรอื ท่ีนายจา้ งมีภมู ิลาํ เนาเพ่ือขอหนงั สอื สง่ ตวั ไปยงั
โรงพยาบาลท่ีใหบ้ รกิ าร คลนิ ิกโรคจากการทาํ งานหรอื ติดตอ่
คลนิ ิกโรคจากการทาํ งาน โดยตรง
• (2) กรณีถือบตั รรบั รองสทิ ธิของโรงพยาบาลท่ีใหบ้ รกิ ารคลนิ ิกโรค
จากการทาํ งานสามารถเขา้ รบั บรกิ ารได้ โดยตดิ ตอ่ คลนิ ิก
ประกนั สงั คมเพ่ือตรวจคดั กรองเบือ้ งตน หากพยาบาลท่ีคดั กรอง
โรคหรอื แพทยผ์ ทู้ าํ การตรวจวนิ ิจฉยั สงสยั วา่ เจบ็ ป่วยดว้ ย โรค
จากการทาํ งาน จะสง่ ตอ่ ไปยงั คลนิ ิกโรคจาการทาํ งาน
(3) กรณีลูกจา้ งเขา้ รับการตรวจวินิจฉยั โดยไม่ไดแ้ จง้ การประสบ
อนั ตราย หากผลการตรวจวนิ ิจฉยั พบวา่ ลูกจา้ งเจบ็ ป่ วยจากการ
ทาํ งานใหแ้ จง้ นายจา้ งยนื่ แบบการประสบอนั ตราย ฯ (กท.16) ต่อ
สาํ นกั งานประกนั สงั คมภายใน 15 วนั เพ่ือใหโ้ รงพยาบาลเรียก
เกบ็ คา่ ใชจ้ ่ายในการรักษาพยาบาลในส่วนของกองทุนเงิน
ทดแทน จากสาํ นกั งานประกนั สงั คมโดยตรง
• (4) กรณีผลการตรวจลูกจ้างไม่เจบ็ ป่ วยจากการทาํ งาน ลูกจา้ งไม่
ตอ้ งเสยี ค่าใช้จา่ ยในการตรวจวินิจฉัย เนื่องจากกองทุนเงนิ ทดแทน
ใหก้ ารสนับสนุนคา่ ใช้จ่ายแก่โรงพยาบาลแล้ว
• รายช่อื คลินิกโรคจาการทาํ งานสามารถตรวจสอบได้ท่ี
• www.sso.go.th เมนู- ดาวนโ์ หลด หวั ข้ออน่ื ๆ
มคี ุณลกั ษณะใหญ่ 3 ประการ
1 เป็ นภาษพี เิ ศษ
2 เฉลย่ี ทุกข์ - เฉลย่ี สุข
3 เฉพาะกลุ่มทเี่ ป็ นสมาชิก
40
เพ่ือการออม
เพ่ือการกระจายรายได้
เพ่ือเป็ นหลกั ประกนั ชีวติ
41
พระราชบญั ญตั ปิ ระกนั สังคม
การคุ้มครอง ประสบอนั ตราย/เจ็บป่ วย
ทุพพลภาพ
ตาย
คลอดบุตร
สงเคราะห์บุตร
ชราภาพ
ว่างงาน
42
ประโยชน์ อตั ราท่ี อตั ราเงนิ สมทบทชี่ ําระ หมายเหตุ
ทดแทนกรณี กาํ หนด ผ้ปู ระกนั ตน นายจ้าง รัฐบาล ใช้เพ่ือ
1. กเจาบ็ รป่…วย 0.88 1.5 1.5 1.5 1.5
0.12 เฉลยี่ ทุกข์
2. คลอดบุตร 0.44 เฉลยี่ สุข
3. ทุพพลภาพ
4. ตาย 0.06
3 3+ 3 1 ส่งเสริมการออม(จะ
5. สงเคราะห์บุตร 5 คืนให้ท้งั หมดในรูป
6. ชราภาพ รวมเป็ น 6 บาํ เหน็จหรือบาํ นาญ)
7. ว่างงาน 0.5 0.5 0.25 หลกั ประกนั ความเสี่ยง
รวม 9.5 5 5 2.75
43
ประเภทของผู้ประกนั ตน
ผ้ปู ระกนั ตนต้องมีอายุ ระหว่าง 15 – 60 ปี
โดยบงั คบั ผู้ประกนั ตน ม. 33
โดยสมัครใจ ผู้ประกนั ตน ม. 39
ผู้ประกนั ตน ม.40
การขยายความคุ้มครองประกนั สังคมสู่แรงงานนอก 44
ระบบ
ได้แก่ อาชีพคนขับรถรับจ้าง ผ้ทู ํางานรับจ้าง ผ้รู ับงานไปทาํ ท่ีบ้าน
ผ้รู ับจ้างทาํ ของ ผ้รู ับจ้างตามฤดูกาล ผ้รู ับจ้างทํางานบ้าน หาบเร่
แผงลอย เป็ นต้น
1. การรับบริการทางการแพทย์
2. ประโยชน์ทดแทนการขาดรายได้
3. เงนิ สงเคราะห์หยุดงานเพื่อการคลอดบุตร
45 ต่อ
4. เงนิ สงเคราะห์กรณตี าย
5. เงนิ สงเคราะห์บุตร
6. เงนิ บําเหน็จ/บํานาญ
7. ว่างงาน
46
เง่ือนไขการไดป้สริทะธโิ ยชน์ทดแทนทท่ไี กุ ดกร้รณีับตอ้ งไม่ไดร้ บั การลดสว่ น
กรณีเจบ็ ป่ วย - ทุพพลภาพ
จา่ ยเงินสมทบไม่นอ้ ยกว่า 3เดอื นภายใน 15เดือนก่อนป่ วย-ทพุ พลภาพ
กรณีคลอดบุตร
จ่ายเงนิ สมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนการคลอด
กรณีตาย
จา่ ยเงินสมทบไม่นอ้ ยกว่า 1 เดอื น ภายใน 6 เดือนก่อนตาย
กรณีสงเคราะหบ์ ุตร
จา่ ยเงินสมทบไม่นอ้ ยกว่า 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนมีสิทธิ
กรณีว่างงาน
จา่ ยเงินสมทบไม่นอ้ ยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน 47
1.สิทธิประโยชน์กรณเี จ็บป่ วย
การบริการทางการแพทย์
เงนิ ทดแทนการขาดรายได้
ค่าอวยั วะเทยี มและอปุ กรณ์
ใน
การบําบัดรักษาโรค
48
1. เจบ็ ป่ วยปกติ
2. เจบ็ ป่ วยฉุกเฉิน
3. อบุ ัตเิ หตุ
49
กรณเี จ็บป่ วยฉุกเฉิน หรือเกดิ อุบตั เิ หตุ และไม่สามารถไปรับ
บริการทางการแพทย์ทโี่ รงพยาบาลตามบตั รรับรองสิทธิได้
เจบ็ ป่ วย ฉุกเฉิน หมายถงึ
1. โรคหรืออาการของโรค ซง่ึ เกดิ ขึน้ โดยฉับพลัน
2. โรคหรืออาการของโรค มลี ักษณะรุนแรงอนั อาจเป็ นอนั ตรายถงึ แก่ชวี ิต
3. โรคหรืออาการของโรค ทต่ี ้องรักษาพยาบาลหรือช่วยชวี ิตเป็ นการดว่ น
อุบัตเิ หตุ หมายถงึ
เหตุทเ่ี กดิ ขึน้ โดยฉับพลัน หรือโดยไมค่ าดคดิ จากปัจจยั ภายนอก
ร่างกาย
และทาํ ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อร่างกาย
50