ค่าพาหนะ
1. การรับหรือส่งตวั ผู้ประกนั ตนระหว่าง รพ.ทตี่ ้งั อย่ใู น
จังหวดั เดยี วกนั (ทมี่ ใิ ช่ รพ.ตามบัตรฯ)
- ค่ารถพยาบาล/เรือพยาบาล 500 บาท
- ค่ารถรับจ้าง 300 บาท
2. การรับหรือส่งตวั ผู้ประกนั ตนระหว่าง รพ.ทต่ี ้งั อยู่ใน
จงั หวดั อ่ืน (ทม่ี ใิ ช่ รพ.ตามบัตรฯ) เพม่ิ ให้อกี ในอตั รา
กโิ ลเมตรละ 6 บาท
51
กรณี สปส.ยงั ไม่ออกบตั รรับรองสิทธิฯ
ผปต.เข้ารพ.กรณีประสบอนั ตราย / เจบ็ ป่ วยไมเ่ น่ืองจากการทาํ งาน
จา่ ยคา่ รักษาไปกอ่ นนาํ ใบเสร็จ รีบแจง้ สปส.เขตพนื้ ท/ี่ จังหวัด
ฯ+ใบรับรองแพทย์มาเบกิ คนื กับ ในทอ้ งทเ่ี กดิ เหตุทนั ที
สปส.เขตพนื้ ท/่ี จงั หวัด
1. สปส.จ่ายค่ารักษาตามหลกั เกณฑ์เดยี วกนั กบั กรณปี ระสบอนั ตราย/
เจ็บป่ วยฉุกเฉิน ในช่วงเวลาก่อนได้รับแจ้งแต่ไม่เกนิ กาํ หนดระยะเวลา
72 ชม. และช่วงเวลาภายหลงั รับแจ้ง จนถึงเวลาทจ่ี ําหน่ายจาก รพ.
2. กาํ หนด รพ.ให้แก่ ผปต.เพื่อไปใช้บริการต่อไป
52
กรณปี ระสบอนั ตราย/เจบ็ ป่ วย
๏ เงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้าง
คร้ังหนึ่งไม่เกนิ 90 วนั
ปี ละไม่เกนิ 180 วนั
โรคเรื้อรังไม่เกนิ 365 วนั
53
มผี ลบงั คบั ใช้ 1 มกราคม 2554
ในกรณี - อุดฟัน ปี ละไม่เกนิ 900
- ถอนฟัน บาท
- ขูดหินปูน
54
ทันตกรรม (ต่อ)
มผี ล 31 ส.ค. 54
ใส่ฟันเทยี มบางส่วนชนิดถอดได้
ในกรณี 1 – 5 ซี่ จ่าย 1,300 บาท
5 ซ่ีขนึ้ ไป จ่าย 1,500 บาท
55
ทันตกรรม (ต่อ)
มผี ล 31 ส.ค.54
ใส่ฟันเทยี มชนิดถอดได้ท้งั ปาก
ในกรณี บนหรือล่าง จ่าย 2,400 บาท
บนและล่าง จ่าย 4,400 บาท
56
กรณคี ลอดบุตร
มผี ลบงั คับใช้ วันท่ี 1 มกราคม 2554
ผ้ปู ระกนั ตน
ภริยาของผ้ปู ระกนั ตน คลอดบุตร เหมาจ่าย 13,000 บาท
ต่อการคลอดหนึ่งคร้ัง
หญงิ ทอ่ี ยู่กนิ ฉันสาม-ี ภริยา
กบั ผ้ปู ระกนั ตน
57
จ่ายเงนิ สมทบครบ 7 เดือน ภายใน 15 เดือนแต่ภายหลงั 20 ตค.58
จ่ายเงนิ สมทบครบ 5 เดือนภาย ใน 15 เดือน ก่อนการคลอดบุตร เกดิ สิทธิ
มสี ิทธิปัจจุบันไม่จํากดั จํานวนคร้ัง
กรณเี ป็ นผู้ประกนั ตนท้ังคู่ มสี ิทธิ
ผู้ประกนั ตนหญงิ มสี ิทธิได้รับเงนิ สงเคราะห์
หยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 50 % ของค่าจ้าง
เฉลยี่ เป็ นเวลา 90 วนั
58
58
หนังสือรับรองของผู้ประกนั ตนกรณีไม่มที ะเบียนสมรส
1. ข้าพเจ้า นาย.............................................................................................................
เลขประจําตวั ประชาชน ทอ่ี ยู่ทส่ี ามารถตดิ ต่อได้เลขที่...........
หมู่ท่.ี ...............ถนน.............................ตาํ บล/แขวง.........................................อาํ เภอ/เขต........................
จงั หวดั .....................................................รหสั ไปรษณยี ์...............................โทรศัพท์............................
2.ข้าพเจ้าได้อย่กู นิ ด้วยกนั ฉันสามีภริยากบั นางสาว/นาง..........................................
โดยเปิ ดเผย แต่มิได้จดทะเบยี นสมรส
3.นางสาว/นาง....................................................ได้คลอดบุตรเมื่อวนั ท.่ี .......................
ซึ่งในวนั ทคี่ ลอดบุตรนี้ ข้าพเจ้าไม่มีภริยาอื่นที่จดทะเบยี นสมรสตามกฏหมาย
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อความข้างต้นถูกต้องและเป็ นจริงทุกประการ จึงได้ลงลายมือช่ือไว้เป็ น
หลกั ฐาน
(ลงชื่อ).......................................ผู้ประกนั ตน (ลงชื่อ)......................................หญงิ ซ่ึงอยู่กนิ ด้วยกนั
(......................................) (.....................................) ฉนั สามี ภริยากบั
ผปู้ ระกนั ตนโดยเปิ ดเผย
เลขประจาํ ตวั ประชาชน
(ลงชื่อ)....................................... พยาน (ลงช่ือ).....................................พยาน
(......................................) (.....................................)
59
3. สิทธิประโยชน์กรณี ท◌ุ พพลภาพ
เงนิ ทดแทนการขาดรายได้ ครง่ึ หน่ึงของคา่ จา้ งตลอดชีวิต
ค่ารกั ษาพยาบาล
สถานพยาบาลของรฐั
ผปู้ ่ วยนอก เทา่ ที่จา่ ยจรงิ ตามความจาํ เป็ น
ผปู้ ่ วยใน จา่ ยค่ารกั ษาพยาบาลใหแ้ ก่โรงพยาบาล
ตาม หลกั เกณฑแ์ ละอตั ราที่
คณะกรรมการการแพทยก์ าํ หนด
สถานพยาบาลเอกชน
ผปู้ ่ วยนอก เทา่ ท่ีจา่ ยจริงไม่เกินเดือนละ 2,000 บ60าท
ผปู้ ่ วยใน เทา่ ทจี่ า่ ยจรงิ ไม่เกินเดือนละ 4,000
บาท
ทุพพลภาพต่อ
• ค่ารถพยาบาลหรือค่าพาหนะรับส่งผู้
ทุพพลภาพเหมาจ่ายไม่เกนิ 500 บาท/
เดือน
• รับเงนิ กรณชี ราภาพ
• เข้ารับการฟื้ นฟูฯ
• ผู้ทุพพลภาพตาย รับค่าทาํ ศพ
• เงนิ สงเคราะห์กรณตี ายตามเงื่อนไข
61
4. สิทธิประโยชน์กรณี ตาย
ค่าทาํ ศพ 40,000 บาท(เพิม่ ใหต้ ง้ั แต่ 29 ธ.ค.2550)
เงินสงเคราะหแ์ ก่ทายาท
1. กรณีจา่ ยเงินสมทบตง้ั แต่ 3 ปี แตไ่ ม่ถงึ 10 ปี
(20 ตค.58จะไดร้ บั เทา่ กบั ค่าจา้ งสองเดอื น)
2. กรณีจา่ ยเงินสมทบ 10 ปี ข้ ึนไป
(20 ตค.58จะไดร้ บั เทา่ กบั คา่ จา้ งหกเดอื น)
เงินบาํ เหน็จชราภาพ 62
เงนิ สงเคราะห์กรณที ผี่ ู้ประกนั ตนถงึ แก่กรรมให้จ่ายแก่
1) บุคคลซึ่งผู้ประกนั ตนทาํ หนังสือระบุให้เป็ น
ผู้มสี ิทธิ
2สผ) ู้ปาถมร้าีะไ/ภมกร่นัไิดยต้ามน,หี ใบนนดิจังาาํสนื/อมวรนะารบทดุกเี่ ทาใ็ ห่าแก้ลนนัะําบมุตาเรฉลขยี่อจง่ายให้แก่
63
64
สาเหตุทผี่ ู้ประกนั ตนไม่ได้รับสิทธิ
ผปู้ ระกนั ตนจงใจหรอื ยนิ ยอมใหผ้ อู้ ื่นก่อใหเ้ กิด
(เจบ็ ป่ วย ทุพพลภาพ ตาย)ใหไ้ ดร้ บั (๒๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘)
พน้ สภาพการเป็ นลกู จา้ ง
ไดร้ บั การลดสว่ นการจา่ ยเงินสมทบ
จา่ ยเงินสมทบไม่ครบตามหลกั เกณฑ์
65
กรณีสงเคราะหบ์ ุตร
จํานวนบุตร คราวละไม่เกนิ 2 คน บุตรท่ี
เกดิ ต้งั แต่ 20 ตค58 จะได้รับ
อายุบุตร สิทธิคราวละไม่เกนิ 3 คน
บุตรผู้ประกนั ตน
ท่ีทุพพลภาพ / ตาย แรกเกดิ ถงึ 6 ปี บริบูรณ์
ได้รับการสงเคราะห์ ต่อ
จนอายุ 6 ปี
66
กรณีสงเคราะหบ์ ุตร
จาํ นวนเงนิ ทไ่ี ด้รับการ เหมาจ่ายอตั ราเดยี ว
สงเคราะห์
ผู้รับประโยชน์ 400 บาท/คน (1 มกราคม 2554)
ผู้ประกนั ตน
กรณเี ป็ นผู้ประกนั ตนท้งั คู่ให้
จ่ายผู้ประกนั ตนหญงิ
กรณี ผู้ประกนั ตนตาย จ่ายให้
คู่สมรส หากตายหมดให้จ่าย
ผู้อปุ การะเลยี้ งดูบุตร
67
67
ทําอย่างไรจะให้เป็ นบุตรทถ่ี ูกต้องตามกฎหมายของบิดา
การจะให้เป็ นบุตรทถ่ี ูกต้องตามกฎหมายของบดิ า จะต้องเข้า
หลกั เกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์มาตรา 1547
และมาตรา 1557 ดงั ต่อไปนี้
ก1)ฎหบมดิ าายแลขะอมงบาริดดาานไดับ้ไตป้งั จแดตท่วะนั เทบบี่ยี นิดาสมแลระสมกานั รภดาายไหด้จลดงั ทบะุตเบรจยี ะนเปส็ มนรบสุตรทช่ี อบด้วย
2บ)ุตรบจิดะาเไปด็ น้ไบปุตจดรททช่ีะเอบบยี ดน้วรยับกรฎอหงมบาุตยรข(อกงรบณดิ ที าบ่ีนิดบั าแแตล่วะนั มทารไี่ ดด้จาไดมท่ไะดเ้จบดยี ทนะรเับบรยี อนงสบมุตรรสกนั )
3ศ)าลศมาคีลาํพพพิ พิ าากกษษาาวถ่าเึงปท็ นสี่ บุดุตร บุตรจะเป็ นบุตรทช่ี อบด้วยกฎหมายของบดิ านับแต่วนั ที่
กพฎพิ หากมษายาถต้ึงงั ทแกตสี่ ร่วุดณนั วม่ีทาเกีบี่ป็าุตนรรบจเดุกตดิทรตะ้งัเบแียตน่วสนั มทร่ี 8สมจนี ดาทคะมเบ25ยี 5น1รถับือรวอ่างเปบ็ นุตรบุตหรรทือช่ีศอาลบมดคี้วาํย
68
กรณชี ราภาพ
จ่ายเงนิ สมทบครบ 180 เดือน
อายุครบ 55 ปี
เกษยี ณอายุงาน
69
การประกนั ชราภาพ
หมายถึง การสรา้ งความมนั ่ คงทางรายไดใ้ นยามที่ความสามารถ
ในการหารายไดล้ ดลง หรอื สูญเสียไปดว้ ยสาเหตทุ ไ่ี ม่สามารถ
ทาํ งานตอ่ ไปได้ เนื่องจากพน้ วยั ทาํ งานตามเกณฑอ์ ายทุ ่ีกาํ หนด
หรอื ความเสอื่ มสภาพทางรา่ งกายทีเ่ ขา้ สูว่ ยั ชรา
วตั ถุประสงค์
เป็ นหลกั ประกนั รายไดเ้ ม่ือเขา้ สูว่ ยั ชรา
เพื่อจดั ใหม้ ีรายไดใ้ นการดาํ รงชีพ
เพอื่ สนบั สนุนใหม้ ีการออมท้งั ทางตรง และทางออ้ ม
70
70
เง่ือนไขการเกดิ สิทธิ
บาํ เหน็จชราภาพ บาํ นาญชราภาพ
( รับคร้ังเดยี วเป็ นเงนิ ก้อน ) (รับเป็ นรายเดือนตลอดชีวติ )
1. มอี ายุครบ 55 ปี บริบูรณ์ และ 1. อายคุ รบ 55 ปี บริบูรณ์ และ
2. ความเป็ นผ้ปู ระกนั ตนสิ้นสุดลง 2. ความเป็ นผ้ปู ระกนั ตนสิ้นสุดลง
3. จ่ายเงินสมทบ ไม่ครบ 180 เดือน 3. จ่ายเงนิ สมทบ ครบ 180 เดือน
ยกเว้น - หากเป็ นผู้ทพุ พลภาพ 71
ขอรับได้ทนั ที
- หากเสียชีวติ ก่อนจะจ่าย
ให้แก่ทายาท
สิทธิประโยชน์กรณี บําเหน็จชราภาพ
1. จา่ ยเงินสมทบ 1 - 11 เดอื น ไดเ้ งนิ ดงั น้ ี
จาํ นวนเงินสมทบทผี่ ปู้ ระกนั ตนจา่ ยสมทบเขา้ กองทุนเพยี งฝ่ ายเดยี ว
2. จา่ ยเงินสมทบตง้ั แต่ 12 เดอื น ข้ ึนไป แตไ่ ม่ถึง 180 เดือน ไดเ้ งินดงั น้ ี
จาํ นวนเงินสมทบที่ + เงินสมทบทน่ี ายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบ
ผ้ปู ระกนั ตนจ่าย จ่าย แทน
72
รายการจา่ ยเงินสมทบกรณีบาํ เหน็จชราภาพ
คาํ นวณจากค่าจา้ ง 15,000.-
ปี พ.ศ. ผู้ประกนั ตน นายจ้าง รวม ดอกผล
44,567 44,567 89,134 15,694.62
สิทธิประโยชน์กรณี บํานาญชราภาพ
1. จา่ ยเงินสมทบ 180 เดือน ไดเ้ งินบาํ นาญชราภาพ
ในอตั รารอ้ ยละ 20 ของค่าจา้ งเฉล่ยี 60 เดือน สุดทา้ ย
2. จา่ ยเงินสมทบเกินกว่า 180 เดอื น ปรบั เพ่ิมอตั รา
เงนิ บาํ นาญชราภาพ อีกรอ้ ยละ 1.5 ตอ่ ระยะเวลาการจา่ ย
เงินสมทบทกุ 12 เดือน
หากรบั บาํ นาญแลว้ เสียชีวิตภายใน 60 เดอื นใหจ้ า่ ย
3.
เงินบาํ เหน็จอีกจาํ นวน 10 เทา่ ของเงินบาํ นาญชราภาพ
แก่ทายาท
กฎกระทรวง กาํ หนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ ระยะเวลา และอตั ราการจ่ายประโยชน์ 74
ทดแทน
ในกรณีชราภาพ พ.ศ.2550 ให้ไว้ ณ วันท่ี 28 สิงหาคม 2550
กรณผี ้ปู ระกนั ตนซึ่งมสี ิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณชี ราภาพถงึ แก่กรรมให้
ทายาทของผ้นู ้ันเป็ นผ้มู สี ิทธิ ดงั นี้
1) บุตรชอบด้วยกฎหมาย
2) สามหี รือภริยา
3) บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาทมี่ ชี ีวติ
4) ให้บุคคลซึ่งผู้ประกนั ตนทาํ หนังสือระบุไว้เป็ นผ้มู สี ิทธิได้รับเงนิ บาํ เหน็จชราภาพ
กรณีไม่มที ายาทตาม (1)- (4) ให้แบ่งจ่ายแก่ทายาทตามลาํ ดับดงั นี้
1) พ-่ี น้องร่วมบิดามารดาเดยี วกนั
2) พ-ี่ น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดยี วกนั
3) ป่ ู ย่า ตา ยาย
4) ลงุ ป้า น้า อา
75
กรณีจา่ ยเงนิ สมทบครบ 180 เดือน อายุครบ 55 ปี บริบูรณ์ และ
ความเป็ นผปู้ ระกนั ตนส้ นิ สุดลง
(สมมตใิ หค้ า่ จา้ งเฉลยี่ 60 เดือน สุดทา้ ยที่ใชเ้ ป็ นฐานในการ
คาํ นวณเงินสมทบก่อนความเป็ นผปู้ ระกนั ตนส้ ินสุดลงเทา่ กบั
10,000 บาท) ขอรบั
ประโยชนท์ ดแทน
จา่ ยเงินสมทบ 180 เดือน
เรม่ิ จา่ ยเงินสมทบ อายุ 55 ปี
ความเป็ นผปู้ ระกนั ตน
สิทธิประโยชน์ทไ่ี ด้รับ = 2,000 บาท ส้นิ สุดลง
76
76
บาํ นาญชราภาพเกนิ 15 ปี
กรณีผปู้ ระกนั ตนจา่ ยเงินสมทบ 15 ปี 11 เดือน อายคุ รบ 55 ปี
บริบูรณ์ ความเป็ นผปู้ ระกนั ตนส้ นิ สุดลง ไดร้ บั เงินบาํ นาญชราภาพ
แลว้ ตอ่ มาอีก 6 เดือน กลบั เขา้ เป็ นผปู้ ระกนั ตน จา่ ยเงินสมทบเป็ น
ระยะเวลา 17 เดือน และความเป็ นผปู้ ระกนั ตนส้ นิ สุดลง
อายุ 55 ปี กลบั มาเป็ น ความเป็ น
ความเป็ นผ้ปู ระกนั ตน ผูป้ ระกนั ตน ผูป้ ระกนั ตน ประโขยอชรนบั ท์ ดแทน
เรม่ิ จา่ ยเงนิ สมทบ ส้ นิ สุดลง
สิ้นสุดลง
จ่ายเงนิ สมทบ 15 ปี 11 เดือน รบั เงนิ บาํ นาญชราภาพงดจา่ ยเงนิ บาํ นาญชราภาพ
สิทธิประโยชน์ทไี่ ด้ = 180 ด. + 2จ8า่ ยดเง.ินสมทบตอ่ 17 เดือน
20% + 3% = 23% จาํ นวนเงนิ = 2,300 บาท77
77
ระยะเวลาเรกิ่มาดราํ ปเนรินะกการนั จดักเากร็บว่างงาน
เริ่มดาํ เนินการจดั เก็บเงินสมทบ ตง้ั แต่
อวนั ตั ทร่ี า1เงมินกสรมาทคบม 2547 เป็ นตน้ ไป
กรณีว่างงาน
นายจา้ ง ลกู จา้ ง จา่ ยเงินสมทบในอตั รา
รอ้ ยละ 0.5 ของคา่ จา้ ง และรฐั บาลจา่ ยเงินสมทบ
ในอตั รารอ้ ยละ 0.25 ของค่าจา้ งผปู้ ระกนั ตน
ยกเวน้ ผปู้ ระกนั ตนมาตรา 39
78
สิทธิประโยชน์กรณวี ่างงาน
กรณีถกู เลิกจา้ ง
ไดร้ บั เงินทดแทนการขาดรายได้ ในอตั รารอ้ ยละ 50ของ
คา่ จา้ ง ครง้ั ละไม่เกิน 180 วนั ภายใน 1 ปี ปฏิทนิ
กรณีลาออกหรอื ส้ นิ สุดสญั ญาจา้ ง
ไดร้ บั เงินทดแทนการขาดรายได้ ในอตั รารอ้ ยละ 30
ของคา่ จา้ ง ครง้ั ละไม่เกิน 90 วนั ภายใน 1 ปี ปฏิทนิ
79
79
2. เงื่อนไขการเกดิ สิทธิ
2.1 ไม่ใช่ผู้มสี ิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณชี ราภาพ
2.2 สิ้นสภาพการเป็ นผู้ประกนั ตนตามมาตรา 38(2)
2.3 ต้องมรี ะยะเวลาการว่างงานต้ังแต่ 8 วนั ขนึ้ ไป
2.4 จ่ายเงนิ สมทบกรณวี ่างงานครบ 6 เดือน
ภายใน 15 เดือนก่อนการว่างงานจากการทาํ งาน
กบั นายจ้างรายสุดท้าย
80
2.5 ภายในปี ปฏทิ นิ เดยี วกนั ต้องไม่เคยใช้สิทธิหรือใช้สิทธิแล้วแต่
ยงั ไม่ครบในการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณวี ่างงานเน่ืองจาก
ถูกเลกิ จ้าง ลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง
2.6 ต้องไม่ถูกเลกิ จ้างด้วยสาเหตุ ดงั นี้
- ทุจริตต่อหน้าที่
- กระทําความผดิ อาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
- จงใจทาํ ให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
- ฝ่ าฝื นข้อบงั คบั หรือระเบียบเกย่ี วกบั การทาํ งาน หรือ
คาํ สั่งอนั ชอบ ด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง
81
2.6 ต้องไม่ถูกเลกิ จ้างด้วยสาเหตุ ดงั นี(้ ต่อ)
- ละทิ้งหนา้ ท่ีเป็นเวลา 7 วนั ทาํ งานติดต่อกนั โดยไม่มีเหตุผลอนั สมควร
- ประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุใหน้ ายจา้ งไดร้ ับความเสียหายอยา่ งร้างแรง
-ไดร้ ับโทษจาํ คุกตามคาํ พพิ ากษาถึงท่ีสุด เวน้ แต่เป็นโทษสาํ หรับความผดิ
ที่ไดก้ ระทาํ โดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ
2.7 ต้องมคี วามสามารถทาํ งาน พร้อมทจ่ี ะทาํ งานทเ่ี หมาะสมท่ี
จดั หาให้หรือต้องไม่ปฏเิ สธการฝึ กงาน และได้ขนึ้ ทะเบียนไว้ท่ี
สํานักงานจดั หางานของรัฐโดยต้องไปรายงานตัวไม่น้อยกว่า
เดือนละ 1 คร้ัง
82
1. ถูกเลกิ จ้าง ได้รับ 50% ของค่าจ้างคร้ังละไม่เกนิ
180 วนั ใน 1 ปี ปฏทิ นิ
ถูกเลกิ จ้าง ธ.ค. 48 ม.ค. 49 ธ.ค. 49
ก.ค. 48 83
จ่ายเงนิ สมทบ ได้รับสิทธิว่างงาน
ครบ 6 เดือน (ก.ค. - ธ.ค. 48 = 180 วนั )
รับ 50%
2. ลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างได้รับ 30% ของค่าจ้าง
คร้ังละไม่เกนิ 90 วนั ใน 1 ปี ปฏทิ นิ
ลาออก ธ.ค. 48
ก.ค. 49 ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. 49 ม.ค. 50 84
(ก.ย. - พ.ย. 49 = 90 วนั )
รับ 30%
3. ในกรณยี ่ืนคาํ ขอเพราะเหตุ 1.หรือเหตุ 1. และ 2. เกนิ กว่า 1 คร้ัง
ภายใน 1 ปี ปฏิทนิ ให้มสี ิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนทกุ คร้ัง
รวมกนั ไม่เกนิ 180 วนั
ถูกเลกิ จ้าง ลาออก ถูกเลกิ จ้าง
ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
(ม.ค.- ก.พ. = 60 วนั ) (ม.ิ ย. - ส.ค. = 90 วนั ) (พ.ย. = 30 วนั )
รับ 50% รับ 30% รับ 50%
85
• ในกรณขี อรับเพราะเหตุ 2. เกนิ กว่า 1 คร้ัง ภายใน 1 ปี ปฏิทนิ
ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนทุกคร้ังรวมกนั ไม่เกนิ 90
วนั
ถูกเลกิ จ้าง ลาออก ลาออก
ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
(ม.ค.- ก.พ. = 60 วนั ) (ม.ิ ย. - ส.ค. = 90 วนั ) (พ.ย.- ธ.ค.)
รับ 50% รับ 30% ไม่มสี ิทธิรับ
ประโยชน์ทดแทน
86
4. ไหดรวร้ะนัรือยับ)ตะปาเมวรละ2โายต(9ชถ่อ0ูกนเเนลว์ทกิ ่ือนั จด้งา)แงไใทปหนย้มงัใสี นปิทีปปธี ปฏิไฏทิดทิ้นิรับนิถปดัใดรไไปะมโไย่คดชร้ นบ์ทกาํดหแนทดนเโวดถลูยกาเกลตกิาาจรม้านง1ับ(18ไม0่มีสิทธิ
ก.ค.48 ธ.ค.48 ม.ค.49 พ.ค. 49 พ.ย. ธ.ค.49
(ธ.ค.48 = 30วนั )รับ ต่อเน่ือง (ม.ค.-พ.ค. 49 = 150 (พ.ย. 49 =30 วนั )
50% วนั ) รับ 50% รับ 50%
ลาออก ลาออก ไม่มีสิทธิ
ก.ค.48 พ.ย. ธ.ค. 48 ม.ค. 49
ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย ธ.ค. 49
(พ.ย.-ธ.ค.48 = 60 วนั )รับ ต่อเนื่อง(ม.ค.49 = 30
30% วนั ) รับ 30% (ส.ค.- ก.ย.49 = 60 วนั )
รับ 30%
87
หลกั เกณฑ์การจ่ายประโยชน์ทดแทน
- ขนึ้ ทะเบยี นภายใน 30 วนั นับแต่วนั ว่างงานวนิ ิจฉัยให้มีสิทธิต้งั แต่
วนั ท่ี 8 ของการว่างงานจนถึงวนั ครบสิทธิตามเง่ือนไขลาออก / ถูกเลกิ จ้าง
- ขนึ้ ทะเบยี นเกนิ กว่า 30 วนั วนิ ิจฉัยให้มสี ิทธิต้ังแต่วนั ที่
ขนึ้ ทะเบยี นจนถึงวนั ครบสิทธิตามเงื่อนไขลาออก / ถูกเลกิ จ้าง
- ขนึ้ ทะเบียนหางานเกนิ ระยะเวลาทมี่ ีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน
กรณวี ่างงาน จะไม่มสี ิทธิได้รับเงนิ ประโยชน์ทดแทนกรณวี ่างงาน
88
วนั เริ่มรับประโยชน์ทดแทนขนึ้ อยู่กบั วนั ทข่ี นึ้ ทะเบยี นหางาน
กบั สํานักจดั หางาน
1. กรณีขึน้ ทะเบียนหางานภายใน 30 วนั นับแต่วนั ว่างงานกบั นายจ้างรายสุดท้าย
ให้มสี ิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณวี ่างงานต้งั แต่วนั ที่ 8 ของการว่างงานจนครบสิทธิ
1 ม.ค. 49 8 ม.ค. 49 15 ม.ค. 49 6 ก.ค. 49
ถูกเลกิ จ้าง ขึน้ ทะเบียนหางาน
ระยะเวลา 180 วนั ต้งั แต่ 8 ม.ค 49 - 6 ก.ค 49
89
2. กรณขี ึน้ ทะเบยี นหางานเกนิ 30 วนั นับแต่วนั ว่างงานกบั นายจ้างรายสุดท้าย
ให้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณวี ่างงานต้งั แต่วนั ท่ี ขนึ้ ทะเบยี นจนครบสิทธิ
127 2 . . 49 – 6 . . 49
1 ม.ค. 49 8 ม.ค. 49 วนั ขึน้ ทะเบยี น 6 ก.ค. 49
วนั ท่มี สี ิทธิ
2 ม.ี ค. 49
ถูกเลกิ จ้าง มีสิทธิรับ 127 วนั (2 มี.ค 49 - 6 ก.ค 49)
ระยะเวลา 180 วนั ต้งั แต่ 8 ม.ค 49 - 6 ก.ค 49 90
3. กรณขี นึ้ ทะเบยี นหางานเกนิ ระยะเวลาทมี่ สี ิทธจิ ะได้รับประโยชน์ทดแทนกรณวี ่างงาน จะพจิ ารณาเป็ น
กรณไี ม่มสี ิทธิแม้จะปฏบิ ตั ิครบตามเงื่อนไขและขนึ้ ทะเบียนหางาน
ภายใน 1 ปี นับแต่วนั ว่างงานกต็ าม
1 ม.ค 49 8 ม.ค 49 6 ก.ค 49 12 ก.ค 49
ถูกเลกิ จ้าง ขนึ้ ทะเบยี นหางาน
ระยะเวลา 180 วนั ต้งั แต่ 8 ม.ค 49 – 6 ก.ค 49
91
การจ่ายเงนิ ทดแทนในกรณวี ่างงาน
- จ่ายเป็ นรายเดือน เดือนละ 1 คร้ัง
- โอนเงนิ เข้าบัญชีธนาคารของผ้ปู ระกนั ตนภายในวนั ทาํ การที่ 5 หลงั จาก
การรายงานตัวต่อเจ้าหน้าท่จี ดั หางาน
ลาออก 3 พ.ค 8 พ.ค 3 ม.ิ ย 8 มิ.ย 49
1 มี.ค 49
1 มี.ค 49 3 มี.ค 3 เม.ย 8 เม.ย
วนั ขนึ้ วนั นัด ได้รับ วนั นัด ได้รับ วนั นัด ได้รับ
ทะเบยี น รายงานตวั เ8งมินี.งควด-1 รายงานตวั เ4งเนิ มง.ยวด2- รายงานตวั เ4งพินง.คว3ด-
หางาน 3 เม.ย 49 3 พ.ค 49 5 มิ.ย 49
1 2 3
92
สํานักงานประกนั สังคมงดจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณวี ่างงานเม่ือ
1. ผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกลบั เข้าเป็ นผู้ประกนั ตน มาตรา33
2. ผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนปฏเิ สธการทาํ งาน / ปฏเิ สธการฝึ กงาน
โดยไม่มเี หตุผลอนั สมควร
3. ผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนไม่ไปรายงานตัวทส่ี ํานักงานจดั หางาน
โดยไม่มเี หตุผลอนั สมควร
93
ข้นั ตอนการขอรบั ประโยชนท์ ดแทนกรณีว่างงาน
ผปู้ ระกนั ตนท่อี อกจากงาน
ข้ ึนทะเบียนหางานและยนื่ แบบเพอื่ ขอรบั ประโยชนก์ รณวี ่างงาน
ท่สี าํ นกั งานจดั หางานของรฐั
ฝึ กอาชีพ รบั บริการจดั หางาน ไดง้ านใหม่
พฒั นาฝี มือแรงงาน และแนะแนวอาชีพ
เพ่ือรองานใหม่ รองาน
รายงานตวั ตามกาํ หนดนดั รายงานตวั ตามกาํ หนดนดั
ณ สถานท่ีฝึ ก ณ ท่ีระบุในใบนดั รายงานตวั
รบั เงินทดแทนการขาดรายได้
94
สวสั ดีท่ีเดียว ทนั ใด ทว่ั ไทย ทุกเวลา 95
www.sso.go.th
สายด่วนประกนั สังคม
โทร. 1506
พ.ร.บ.ประกนั สงั คม(ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๕๘
เพ่ิมสิทธิประโยชน์ใหก้ บั ผปู้ ระกนั ตนมากยงิ่ ข้ึน
• กรณีประสบอนั ตรายหรอื เจ็บป่ วย
เพมิ่ คา่ สง่ เสรมิ สขุ ภาพและปอ้ งกนั โรคและคา่ ใชจ้ า่ ยเป็นเงินช่วยเหลอื
เบอื้ งตนใหแ้ ก่ผปู้ ระกนั ตน ในกรณีไดร้ บั ความเสียหากจากการรบั บรกิ าร
ทางการแพทย์
เดมิ มีสทิ ธิไดร้ บั เฉพาะคา่ ตรวจวนิ ิจฉยั คา่ บาํ บดั ทางการแพทย์ คา่ กินอยู่
และคา่ รกั ษาพยาบาลในสถานพยาบาล คา่ ยา และคา่ เวชภณั ฑ์ คา่
รถพยาบาล หรอื คา่ พาหนะรบั สง่ ผปู้ ่วย
ผใู้ ดจงใจใหต้ นเองไดร้ ับบาดเจบ็ ทุพพลภาพ และตาย
• เพมิ่ สิทธิประโยชน์ แก่ผปู้ ระกนั ตนท่ีจงใจ ทาํ ใหต้ นเองบาดเจบ็
ทพุ พลภาพ และตายหรอื ยินยอมใหผ้ อู้ ่ืนก่อใหเ้ กิดขนึ้
เดมิ ไมไ่ ดร้ บั ความคมุ้ ครอง
กรณี คลอดบุตร
• เพ่ิม มีสิทธิไดร้ บั ไม่จาํ กดั จาํ นวนครงั้ +เงินสงเคราะหก์ ารหยดุ งาน 90
วนั ไมเ่ กิน 2 ครงั้ สาํ หรบั ผปู้ ระกนั ตนหญิง
• เดมิ มีสทิ ธิไดร้ บั ไมเ่ กิน 2 ครงั้ เหมาจ่ายครงั้ ละ 13,000 บาท+
เงินสงเคราะหก์ ารหยดุ งาน 90 วนั
กรณีสงเคราะห์บุตร
• เพ่ิม มีสทิ ธิไดร้ บั คราวละไม่เกิน 3 คน
• ไดร้ บั สาํ หรบั บตุ รอายุ 0 – 6 ปี คราวละไมเ่ กิน 2 คน
• เหมาจา่ ยเดือนละ 400 บาท ตอ่ คน
• กรณีวา่ งงาน
• เพ่ิม ใหค้ วามคมุ้ ครองสิทธิประโยชนก์ รณีวา่ งงาน
แก่ผปู้ ระกนั ตนกรณีนายจา้ งหยดุ กิจการช่วั คราว
เน่ืองจากเหตสุ ดุ วสิ ยั โดยยงั ไม่มีการเลกิ จา้ งเช่น
กรณีสถานประกอบการถกู นา้ํ ท่วม
• เดมิ ผปู้ ระกนั ตนมีสิทธิไดร้ บั เม่ือถกู เลกิ จา้ งหรอื
ลาออก