The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tang774114124869, 2021-04-19 15:15:29

การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี



กา รปลกู พริกตามมาตรฐานการปฏบิ ัติทางการเกษตรท่ีดี

ค่มู ือ Production of publications in the good agricultural practice (GAP)

เฉพาะพ้นื ทลี่ มุ่ นำ�้ ปากพนงั

kalonice





คณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลวิชัย

เอกสารประกอบการฝึกอบรมการถ่ายทอดองคค์ วามรู้ และเทคโนโลยกี ารปลูกพริกตามมาตรฐาน
การปฏิบตั ิทางการเกษตรที่ดี(GAP)ท่ีสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตลาดกิจกรรมส่งเสริมและสนบั สนุน
การวิจยั การจดั การความรู้การวิจยั เพ่ือการใชป้ ระโยชน์เชิงชุมชนสังคม“ภายใตโ้ ครงการจดั การความรู้การ
วจิ ยั เพ่ือการใชป้ ระโยชนป์ ระจำ� ปี 2563”

คำ�น�ำ ..

พน้ื ทล่ี มุ่ น้ำ� ปากพนงั ต้งั อยทู่ างตอนใตข้ องจงั หวดั นครศรีธรรมราชมพี น้ื ทท่ี ้งั หมดประมาณ 1.98 ลา้ น
ไร่ ประชากรส่วนใหญป่ ระกอบอาชีพทำ� นา สวนไมผ้ ล สวนปาลม์ น้ำ� มนั ประมง เล้ยี งกงุ้ ทะเล รบั จา้ ง ซ่ึงในอดตี
พน้ื ทลี่ มุ่ น้ำ� ปากพนงั เป็นเมอื งอขู่ า้ วอนู่ ้ำ� ทส่ี ำ� คญั ของภาคใต้ ซ่ึงพน้ื ทล่ี มุ่ น้ำ� ปากพนงั เป็นพน้ื ทรี่ าบลมุ่ มนี ้ำ� ขงั ใน
ช่วงฤดฝู น จนเกดิ น้ำ� ทะเลหนนุ ทำ� ใหล้ กั ษณะคณุ สมบตั ขิ องดนิ เป็นดนิ เหนียว ดนิ บนเป็นดนิ เหนียวปนทราย สี
ดำ� หรือสีน้ำ� ตาลปนเทา ปฏกิ ริ ิยาดนิ เป็นกรด ดนิ ลา่ งเป็นดนิ เหนียวสีเทา พบจดุ ประสีแดงเหลอื งหรือน้ำ� ตาล อาจ
พบเมด็ ทราย และเศษเปลอื กหอยประปนในเน้อื ดนิ ทคี่ วามลกึ 150 เซนตเิ มตร ปฏกิ ริ ิยาดนิ เป็นกลางถงึ เป็นดา่ ง
ปานกลาง ซ่ึงจดั อยใู่ นกลมุ่ ชดุ ดนิ ท่ี 3 ปัจจบุ นั ประชากรมกี ารประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลกู พชื เล้ยี งสตั ว์ โดย
เฉพาะการปลกู พริกในพน้ื ทลี่ มุ่ น้ำ� ปากพนงั เกษตรกรมกั จะประสบปัญหาน้ำ� ทว่ มขงั ในพน้ื ทแ่ี ปลงปลกู พริก ปัญหา
ดา้ นผลผลติ ตกตำ่� ราคาพริกตกตำ่� ปัญหาตน้ ทนุ สงู และมสี ารพษิ ตกคา้ งในกระแสเลอื ด

ซ่ึงการปลูกพริกที่มีหลกั การปฏิบตั ิทางการเกษตรท่ีดี(GAP)เป็นแนวทางในการปฏิบตั ิเพื่อผลิต
สินคา้ ทางการเกษตรทมี่ คี วามปลอดภยั และคณุ ภาพถกู ใจผบู้ รโิ ภคในวธิ ีควบคมุ และป้องกนั การเกิดปัญหาใน
กระบวนการผลิตผลผลิตทไ่ี ดจ้ ากกระบวนการตดิ ตามการปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรที่ดี(GAP)มคี วามปลอดภยั ตอ่
เกษตรกรไมท่ ำ� ลายสง่ิ แวดลอ้ ม ผลผลติ มคี ณุ ภาพปลอดภยั จากการปนเป้ือนของสารเคมแี ละเช้ือโรค เป็นทต่ี อ้ งการ
ท้งั ในและตา่ งประเทศ เพอ่ื เป็นแนวทางในการทำ� การเกษตรกรรมเพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลผลติ ทมี่ คี ณุ ภาพดเี ป็นทต่ี อ้ งการของ
ตลาดตรงตามมาตรฐานทกี่ ำ� หนดใหผ้ ลผลติ คมุ้ คา่ ตอ่ กระบวนการการลงทนุ ผลผลติ ทางการเกษตรทปี่ ลอดภยั ตอ่
เกษตรกรผผู้ ลติ และปลอดภยั ตอ่ ผบู้ ริโภค ซ่ึงการใชท้ รพั ยากรทมี่ อี ยใู่ นใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สุดสามารถตรวจสอบ
และสอบทวนไดไ้ มก่ อ่ ใหเ้ กดิ มลพษิ ตอ่ ส่ิงมชี ีวติ อนื่ และสภาพแวดลอ้ มรวมท้งั เกดิ ความยงั่ ยนื ทางการเกษตร

ท้งั น้ีการปลกู พริกตามมาตรฐานการปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรที่ดี(GAP)เป็นการปลกู พริกปลอดภยั ซ่ึง
พริกทเี่ กษตรกรปลกู ไดร้ บั มาตรฐานเกษตรทด่ี ีแมจ้ ะไดใ้ ชส้ ารเคมกี ใ็ ชอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งท้งั ชนดิ ปริมาณ และวธิ กี าร
ใช้ รวมท้งั การผา่ นการตรวจประเมนิ รบั รองคณุ ภาพ โดยไดร้ บั มาตรฐานการปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรทดี่ ี (GAP)
เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลผลติ ทดี่ มี คี ณุ ภาพตรงมาตรฐานทกี่ ำ� หนดต้งั แตแ่ หลง่ น้ำ� พน้ื ทปี่ ลกู การใชว้ ตั ถอุ นั ตรายทางการเกษตร
การจดั การคณุ ภาพการผลติ กอ่ นการเกบ็ เกย่ี ว และการปฏบิ ตั หิ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว การพกั ผลผลติ การขนยา้ ย การเกบ็
รกั ษา สุขลกั ษณะส่วนบคุ คลตลอดจนการจดบนั ทกึ และการตรวจสอบ โดยขอ้ กำ� หนดดงั กลา่ ว ทำ� ใหเ้ กษตรกร
ปรบั เปลยี่ นการผลติ โดยลดการใชส้ ารเคมใี นการผลติ เพอื่ ใหผ้ ลผลติ มคี วามปลอดภยั

ขอขอบพระคุณ
คณะผจู้ ดั ทำ�



สารบัญ

คำ� นำ�
ประวตั ิ 1
ส่วนประกอบของพริก 2
การปฏิบตั ิทางการเกษตรท่ีดี 5
ขอ้ กำ� หนด 8 ประการ เพ่ือใหไ้ ดก้ ารรับรองแหล่งผลิต GAP 6
การปฏิบตั ิทางการเกษตรท่ีดีสำ� หรับพริก 11
ธาตุอาหารที่จำ� เป็นต่อพริก 17
การเกบ็ ตวั อยา่ งดินเพอื่ การวเิ คราะห์ธาตุอาหาร 22
โรคพริกและแมลง 29
การจดั การโรคของพริกโดยชีววธิ ี 41



การปลูกพรกิ ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี



พรกิ Chili

ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Capsicum frutescens
L. var. frutescens
ชื่อสามญั Chilli
ช่ือวงศ์ SOLANACEAE
ชื่ออนื่ ครี (กระเหรี่ยง-กำ� แพงเพชร) ดปี ลี
ข้นี ก พริกข้หี นู (ใต)้ ปะแกว (ชาวบน-
นครราชสีมา) พริก (กลาง เหนอื ) พริกข้หี นู
(กลาง) หมกั เพด็ (ตะวนั ออกเฉียงเหนอื )
พริกแด้ พริกแต้ พริกนำ� (เหนอื ) มะระตี
(เขมร-สุรินทร)์ มอื ซาซีซู มอื ส่าโพ (กระเห

พ รี่ยง-แมฮ่ อ่ งสอน) ดปี ลี (ปัตตาน)ี

การปรุงอาหารอย่ารเออเงปชกินงัิแื่อรกมพเวูดฤใถี ร่านยีษนิ่่ชหปโใากดลีนว1�ายำปโเ4ยนปชี9ม1าดริ3ว5าตใโโโน4ุเคดปก8เลขยรสแมัตตตเลปบลุเรกะ็ น้ออสัเสขนดผไ้าด้แขนู ส้ลนอ�ู่ำยพะง�ำโุมพทรรหีวปกิรปกิีเลตขเอกัอข้าเฐมน้ามาสากรนใู่ยลกินกโุาาปรางมรปรกกปีะ่อกาเลนทารกูรสคศพป้ิน้นไลทรพศกิกูยตบใพเนวปซร็รจนากิรนีกเไษวขชดลท่อ้วกาี่งงรห1พทะ6ลจศรกาากิวย่อยทรรนเร้ขอม่ี ปษ้ยาอีี สปา11ู่ีเย8ม7ขก8ุ0าต5ว0แเ่าลมพส2้วดร�,ำ0เแิหกิ ต0ลไรอด0ะับร้เเปขปป์เีร็้านรใเสนนะทู่ปปเียทน่ี รรนศยิะะไมแเเทททลในศศยะ

1การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

ส่วนประกอ

ดอก มีลกั ษณะเป็นพู สีขาวหรือสีม่วงประมาณ 5 กลีบ
เกสรตวั ผมู้ ีประมาณ 1-10 อนั แตกออกจากโคนที่กลีบดอก อบั
เกสรตวั ผมู้ กั มีสีน้ำ� เงิน เป็นกระเปาะขนาดเลก็ และยาว ส่วนเกสร
ตวั เมียมี 1- 2 รังไข่ มีลกั ษณะชูข้ึนเหนือเกสรตวั ผู้ รูปร่างเหมือน
กระบองหวั มน รังไข่มี 3 – 4 พู มกั จะออกดอก และติดผลในช่วง
วนั ส้นั

ลำ� ตน้ และก่ิง สูงประมาณ 30-75 เซนติเมตร พริกเป็นพชื ที่มีการ
เจริญของกิ่งเป็นแบบ dichotomous คือ ก่ิงจะเจริญจากลำ� ตน้
เพียง 1 ก่ิง แลว้ แตกออกเป็น 2 ก่ิง และเพิม่ เป็น 4 ก่ิง 8 ก่ิง 16
กิ่ง ไปเร่ือยๆ ดงั น้นั จึงมกั ไม่พบลำ� ตน้ หลกั แต่จะพบเพียงกิ่ง
หลกั ๆเท่าน้นั ท้งั ลำ� ตน้ และก่ิงน้นั ในระยะแรกจะเป็ นไมเ้ น้ือ
อ่อนแต่เมื่อมีอายมุ ากข้ึนก่ิงกจ็ ะยง่ิ แขง็ มาก แต่ก่ิงหรือตน้ พริก
กย็ งั คงเปราะและหกั ง่าย

2การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

อบของพรกิ

ผลพริก ผลอ่อนมกั ช้ีข้ึนแต่เมื่อแก่ผลจะหอ้ ยลง ผล
มีลกั ษณะแบน กลมยาว จนถึงพองอว้ นส้นั ผลมีขนาดเลก็ หรือ
ขนาดใหญ่ มีความเผด็ แตกต่างกนั ตามพนั ธุ์ ผลเมื่ออ่อนสีเขียว
เขม้ บางพนั ธุ์อาจมีสีขาวออกเหลืองเขียว เมื่อผลแก่จะเปล่ียน
เป็นแดงหรือเหลือง ขนาดผลทว่ั ไปประมาณ 1- 1.5 นิ้ว มีเสน้ ผา่
ศูนยก์ ลาง 1/4 -2/3 นิ้ว เมลด็ ดา้ นในจะเกิดรวมกนั ที่รก (Placenta)
ตลอดจากโคนจนถึงปลายผล

ใบ เป็นชนิดใบเด่ียวมีลกั ษณะแบนเรียบ สีเขียว
อ่อน และเขียวเขม้ ตามอายขุ องใบ ใบเป็นมนั มีขนปกคลุม
เลก็ นอ้ ย รูปร่างของใบมีลกั ษณะรูปไข่จนถึงเรียวยาว ปลายใบ
แหลม
ราก ระบบรากของพริกมีรากแกว้ ตน้ พริกท่ีโตเตม็
ที่รากฝอยจะออกหากินดา้ นขา้ งในรัศมีเกินกวา่ 1 เมตร และ
หยงั่ ลึกลงไปในดินเกินกวา่ 1.20 เมตร รากฝอยหากินของพริก
จะพบอยอู่ ยา่ งหนาแน่นมากในบริเวณรอบๆ ตน้ ใตผ้ วิ ดินลึก
ประมาณ 60 เซนติเมตร

3การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี



การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี
Good Agricultural Practices (GAP)

เมก ทเคขไแสปกกดวาวบางูร่ีมษบ็รดตาคแา้วีคตขเมศลรกมกุ้นรุณนยฐจอ่ย้ี่คอกงาาส่ัมวภา่ยกยนากง่มการนาืก่กากพีผงาGาราทราครลดรลแAรจาปรผติใีนงแดงัPบชนลทจกลวกทต้ะิวเานุทเะาปปรตรงรส้กปืาอ็เพนจัอหก้งาำ�นลใรงยมษรหลนอขปาผางตตรักอกดตกลลรบัง้ัรงาภราติอแใกสสรรฐหตยดัตาทง่ิเาากตราเภแ้ปรน่กำม�ผบ็าวเยกัดิจคทัมลมดเตากปจมคี่ติารลมอ่ไยี่ยรตัีรเอสา้กเมวะกอรกมตโษินท่ฐากบษยรรเตาำคา�คศชตฐในผรรา้หรลนราบเลเกษพกมนุเสG้์รกติษฐรกอื่งรทูดAิกแตใสากจ่ีกมหรจลิPรหุดุาลำผไ�ไะร้แ3บีหกดพลดผผลปหอ่ผตนิ้ผษลิบู้ะ้ ใรอ่ลสลสตติดรหะผผโินิโแอง่ัเกเ้ภภคลกลดลสคาทมตตดคิิิะยรง่ิา้ .

1. พชื ผล เช่น ผกั ผลไม้ ชา กาแฟ ฝา้ ย ฯลฯ
2. ปศสุ ตั ว์ เช่น ววั ควาย แกะ หมู ไกฯ่ ลฯ
เว กาลดด็ ปดลงัาเนช่ลนิ 3ฯป.ลลสฯาตั แวซน์ ล้ำ� ม เอชน่น แปลละาปนล้ำ� าจเดืทปรา้รทะเ์ภกทงุ้ ลปำ�ลตาวั สยงาั วกมะี
mi,
eici

5การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

ข้อกำ� หนด 8 ประการเพอ่ื ให้ได้การรับรองแหล่งผลติ GAP

1. แหล่งน�ำ้
แหล่งน้ำ� ตอ้ งสะอาด ไม่มีการปนเป้ื อน
ของวตั ถุหรือส่ิงที่เป็นอนั ตราย

2. พืน้ ทป่ี ลูก
ตอ้ งไม่มีวตั ถุหรือส่ิงท่ีเป็นอนั ตรายท่ีจะทำ� ใหเ้ กิดการตกคา้ งหรือ
ปนเป้ื อน

3.การใช้วตั ถุอนั ตรายทางการเกษตร

-ใชต้ ามคำ� แนะนำ� หรืออา้ งอิงของกรมวชิ าการ
เกษตรหรือตามฉลากที่ข้ึนทะเบียนอยา่ งถูกตอ้ งกบั กรม
วชิ าการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
-ใชส้ ารเคมีท่ีประเทศคู่คา้ อนุญาตใหใ้ ช ้
-ห้ามใชว้ ตั ถุอนั ตรายที่ระบุในทะเบียนวตั ถุ
อนั ตรายท่ีทางราชการหา้ มใช้

6การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

4. การจดั การกระบวนการผลติ เพื่อให้ได้
ผลติ ผลคุณภาพ
- ปฏิบตั ิและจดั การการผลิตตามแผนควบคุมการ
ผลิต

5. การเกบ็ เกย่ี วและการปฏบิ ัตหิ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว
- เกบ็ เก่ียวผลผลิตในระยะเวลาที่เหมาะสมตามแผน
ควบคุมการผลิต
- อุปกรณ์ภาชนะบรรจุท่ีใชร้ วมถึงวิธีการเก็บเกี่ยว
ตอ้ งสะอาดไม่ก่อให้เกิดอนั ตรายต่อคุณภาพของ
ผลิตผลและไม่ปนเป้ื อนสิ่งอนั ตรายที่มีผลต่อการ
บริโภค

6. การเกบ็ รักษาและการขนย้ายผลติ ผลภายในแปลง
เพาะปลูก
- สถานท่ีเก็บรักษาตอ้ งสะอาด อากาศถ่ายเทไดด้ ีสามารถ
ป้องกนั การปนเป้ื อนของวตั ถแุ ปลกปลอม วตั ถอุ นั ตราย และ
สตั วพ์ าหะนำ� โรค
- อุปกรณ์และพาหนะในการขนยา้ ยตอ้ งสะอาด ปราศจาก
การปนเป้ื อนส่ิงอนั ตรายที่มีผลต่อความปลอดภยั ในการ
บริโภค
- ตอ้ งขนยา้ ยผลิตผลอยา่ งระมดั ระวงั

7การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

7. สุขลกั ษณะส่วนบุคคล
- ผปู้ ฏิบตั ิงานตอ้ งมีความรู้ท่ีเหมาะสม หรือผา่ นกระบวนการอบรมการ
ปฏิบตั ิที่ถูกตอ้ งและถูกสุขลกั ษณะ
- มีการดูแลสุขลกั ษณะส่วนบุคคล เพอื่ ป้องกนั ไม่ใหผ้ ลิตผลเกิดการปน
เป้ื อนจากผทู้ ่ีสมั ผสั กบั ผลิตผลโดยตรง โดยเฉพาะในข้นั การเกบ็ เก่ียวและ
หลงั การเกบ็ เกี่ยวสำ� หรับพชื ท่ีใชบ้ ริโภคสด
8. การบนั ทกึ ข้อมูล
- บนั ทึกขอ้ มูลเก่ียวกบั ปัจจยั การผลิต การใชว้ ตั ถุอนั ตรายทางการเกษตร
ขอ้ มูลการขยายผลผลิตรวมถึงการปฏิบตั ิในทุกข้นั ตอน
- ตอ้ งมีการบนั ทึกขอ้ มูลการส ารวจและการปูองกนั การกำ� จดั ศตั รูพชื
- ตอ้ งมีการบนั ทึกขอ้ มูลผรู้ ับซ้ือผลิตผล หรือแหล่งท่ีนำ� ผลิตผลในแต่ละ
รุ่นไปจำ� หน่าย

8การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี





การปฏบิ ตั ิทางการเกษตรทด่ี สี �ำหรับพริก
Good Agricultural Practices for Peppers

พริกเป็นพชื ลม้ ลุกอายหุ ลายฤดูลำ� ตน้ ต้งั
ตรงสูงประมาณ 30-75เซนติเมตรใบแบนเรียบและ
เป็นมนั ใบมรี ูปร่างกลมรีปลายใบแหลมใบเเตกออก
ตรงขา้ มกนั ดอกเป็ นดอกเดี่ยวขนาดเล็กกา้ นดอก
ตรงหรือโคง้ กลีบดอกจะมีสีขาวหรือ สีม่วงเกสร
เพศผู้มี 1-10 อนั เกสรตวั เมียมี 1-2 รังไข่ ผลมีหลาย
ขนาดพริกข้หี นูจะมีผลขนาดเลก็ ยาวประมาณ 2.51-
4 เซนติเมตร เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง 0.5-0.8 เซนติเมตร
เม่ืออ่อนสีเขียวเขม้ และเม่ือเจริญเต็มที่จะเปล่ียน
เป็นสีแดงหรือเหลืองในแต่ละผลจะมีเมลด็ จำ� นวน
มากเรียงตวั กนั หนาแน่นขนส่วนของรากมีสีขาว

การเลอื กพนั ธ์ุทใ่ี ช้ส�ำหรับการเพาะปลกู
1.เลือกพนั ธุ์ท่ีสมบูรณ์และตา้ นทานต่อ
โรคและแมลง
2.เป็นพนั ธุท์ ่ีตลาดตอ้ งการใหผ้ ลผลิตสูง
และเจริญเติบโตดีพนั ธุ์ที่นิยมปลูกพริกข้ีหนู ไดแ้ ก่
พนั ธุ์หว้ ยสีทน (ศรีสะเกษ) พนั ธุ์หวั เรือ พนั ธุ์จินดา
และพนั ธุ์ยอดสน

11การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

1. สภาพพืน้ ทปี่ ลูก
พริกสามารถปลูกได้ในดิน
แทบทุกชนิดที่มีความอุดมสมบูรณ์จะ
ตอ้ งมีการระบายน้ำ� และการถา่ ยเทอากาศ
ดี สภาพอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 24-29
องศาเซลเซียส

2. การปลูก

2.1 การเตรียมดิน: ไถตากดินไวป้ ระมาณ 7-14 วนั แลว้ ไถพรวนอีก
1-2 คร้ัง ทำ� การยกแปลงใหส้ ูงข้ึน 10 เซนติเมตร ขดุ หลุมตามระยะ
ปลูกลึก 20 เซนติเมตร
2.2การเตรียมพนั ธุ:์ โดยการเพาะเมลด็ ในถาดเพาะหรือแปลงเพาะกลา้
- การเพาะเมลด็ ในถาดหลุม ใชเ้ มลด็ พริก หลุมละ 1 เมลด็ เม่ือตน้ กลา้
งอกและอายไุ ด้ ประมาณ 30 วนั จึงยา้ ยลงปลูกในแปลง
- การเพาะเมลด็ ในแปลงเพาะกลา้ โดยหวา่ นเมลด็ ลงในแปลงเพาะ
กวา้ ง 1 เมตร ยาว 10 เมตรพ้ืนท่ีที่เตรียมใหพ้ รวนดินผสมป๋ ุยคอก 4-5
กิโลกรัมต่อพ้ืนที่ 1 ตารางเมตร คลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั เพือ่ ใหด้ ินร่วนซุย
และตากดินไว้7-15 วนั โรยเมลด็ เป็นแถวห่างกนั 10 เซนติเมตร ระยะ
แต่ละเมลด็ ห่างกนั 0.5 เซนติเมตร กลบดินบางๆ เสมอผวิ ดิน หรือใช้
ฟางคลุมและรดน้ำ� ใหช้ ุ่ม จนตน้ กลา้ งอกและอายไุ ด้ 20-35 วนั (สูง
10-15 เซนติเมตร) จึงยา้ ยปลูกในแปลง
2.3 วิธีการปลูก: ใชต้ น้ กลา้ ที่มีความสมบูรณ์แขง็ แรงปราศจากโรค
มาปลูกได้ 2 แบบ
- ปลูกแบบแถวเด่ียว ระยะระหวา่ งตน้ 50 เซนติเมตร ระหวา่ งแถว
100 เซนติเมตร ถา้
- ปลูกแบบแถวคู่ ระยะระหวา่ งตน้ 50 เซนติเมตร ระหวา่ งแถว 80
เซนติเมตร ระหวา่ งแถวคู่ 120 เซนติเมตร

12การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

3. การดูแลรักษา
3.1 การใหน้ ้ำ� ควรใหน้ ้ำ� อยา่ งสม่ำ� เสมอ และใหท้ นั ที
หลงั จากการใส่ป๋ ุยแลว้ หลงั จากน้นั ทำ� การคลุมดินเพ่ือ
รักษาความช้ืนของดิน และลดการระเหยของน้ำ� ดว้ ยการ
ใชพ้ ลาสติกทึบแสง หรือฟางขา้ ว คลุมโคนตน้
3.2 การใส่ป๋ ุย ในเดือนแรก ควรใส่ป๋ ุยคอกหรือป๋ ุยหมกั
อตั รา 500 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ N:P:K สูตร 15-15-15
อตั รา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ต่อคร้ัง คร้ังแรกใส่หลงั จาก
ยา้ ยกลา้ ปลกู แลว้ 7 วนั คร้ังท่ี 2 ใส่เม่ือเริ่มออกดอก หรือ
หลงั ยา้ ยปลูกแลว้ ประมาณ 30 วนั ใส่คร้ังที่ 2 ขา้ งแถว
แลว้ พรวนดินกลบ

4. การเกบ็ เกยี่ ว
4.1 ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม: เร่ิม
เกบ็ เก่ียวผลผลิตได้ เม่ืออายุ 60-90 วนั หลงั จาก
ยา้ ยกลา้ ปลูก
4.2 วิธีการเก็บเกี่ยว: ใชม้ ือปลิดผล
ตามอายเุ กบ็ เกี่ยวพริก ผลผลิตท่ีเกบ็ ไดค้ วรเกบ็
ใส่ถาดหรือตะกร้าท่ีสะอาดไวใ้ นที่ร่ม และไม่
ควรกองสุมทบั กนั เพราะจะทำ� ให้เกิดการเน่า
เสียได้

13การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

6. สุขลกั ษณะและความสะอาด
- ควรหลีกเลี่ยงการใชส้ ารเคมี ดว้ ยการปลูกพชื แบบผสมผสาน หรือ
หากตอ้ งการใช้ควรใชอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม เพอ่ื ไมใ่ หม้ ีสารพษิ
ตกคา้ งในวตั ถุดิบ และสิ่งแวดลอ้ ม
- ควรรักษาแปลงปลกู สมนุ ไพรใหถ้ กู สุขลกั ษณะและสะอาดอยเู่ สมอ
- กำ� จดั วชั พืช เพ่อื ไม่ใหแ้ ข่งขนั กบั พชื หลกั หรือเป็นแหล่งเพาะศตั รู
พืชซ่ึงอาจติดไปกบั ผลผลิต
- หลงั การตดั แต่ง ควรนำ� เศษพชื ไปทิ้งนอกแปลง หรือทำ� ลายเสีย
- หลงั การพน่ สารป้องกนั กำ� จดั ศตั รูพืช ตอ้ งทำ� ความสะอาดอุปกรณ์
ที่ใชเ้ ผากำ� จดั วสั ดุเหลือใช้ และกำ� จดั ภาชนะบรรจุใหถ้ ูกวธิ ี
- เกบ็ รักษาวสั ดุทางการเกษตร เช่น ป๋ ุย สารป้องกนั กำ� จดั ศตั รูพชื
เคร่ืองมือ เครื่องใช้ ในการทำ� การเกษตรกรรมใหเ้ รียบร้อยปลอดภยั
อยใู่ นสภาพพร้อมใชง้ าน

14การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

7. การบันทกึ ข้อมูล
ในการผลิตเกษตรดีท่ีเหมาะสมของพริกควรมีการบนั ทึกขอ้ มลู การปฏิบตั ิ
ในข้นั ตอนการผลิตต่างๆเพ่ือสามารถนำ� ไปใชใ้ นการตรวจสอบวิธีการผลิตไดโ้ ดย
เฉพาะการนำ� ไปใชเ้ ป็นวตั ถุดิบคือสารออกฤทธ์ิ
ดงั น้นั การบนั ทึกขอ้ มูลจะเป็นส่ิงท่ีช่วยในการผลิตวตั ถุดิบใหไ้ ดส้ ารออก
ฤทธ์ิที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและหากมีขอ้ ผดิ พลาดหรือบกพร่องเกิดข้ึน จะได้
สามารถแกไ้ ขหรือปรับปรุงวธิ ีการผลิตไดท้ นั ทีรายละเอียดที่ควรบนั ทึกไดแ้ ก่
1. บนั ทึกข้นั ตอนการผลิต เช่น รายละเอียดการใส่ป๋ ุย ใหน้ ้ำ� การใชส้ าร
เคมีป้องกนั กำ� จดั ศตั รูพืช โดยเฉพาะป๋ ุยซ่ึงมีผลต่อปริมาณสารสำ� คญั และสารเคมี
ป้องกนั กำ� จดั ศตั รูพืช ซ่ึงหากมีสารพษิ ตกคา้ งจะทำ� ใหค้ ุณภาพของสมุนไพรไม่เป็น
ไปตามมาตรฐาน
2. บนั ทึก วนั ปลกู วนั ออกดอก วนั เกบ็ เก่ียว การเกบ็ เกี่ยว วธิ ีการบรรจุ การ
ขนส่ง และช่ือผปู้ ฏิบตั ิงาน ฯลฯ เพอ่ื ใชต้ รวจสอบคุณภาพของวตั ถุดิบสมุนไพร เช่น
ถา้ เกบ็ เก่ียวในช่วงเวลา/อายุที่ไมเ่ หมาะสมจะมีผลทำ� ใหค้ ุณภาพต่ำ� ขอ้ มลู ท่ีบนั ทึกไว้
จะสามารถนำ� มาใชป้ รับปรุงแกไ้ ขวธิ ีการผลิตที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐาน
3. บนั ทึก วนั เดือน ปี และวธิ ีการปฏิบตั ิงานเพอื่ ใชต้ รวจสอบ และวางแผน
การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา

15การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี



ธาตอุ าหารทจี่ ำ� เป็นต่อพริก

ธาตอุ าหรพืชเป็ นส่ิงทจี่ �ำเป็ นต่อพืชมบี ทบาทส�ำคญั ในการ
เจริญเตบิ โตและการเพม่ิ ผลผลติ ให้แก่พริก พริกต้องการธาตอุ าหาร
หลายธาตุ เพ่ือเป็ นองค์ประกอบของสารต่างๆในพืช และใช้ใน
กระบวนการและกจิ กรรมต่างๆ ภายในพืช เช่นกระบวนการหายใจ
กระบวนการสังเคราะห์แสง และการท�ำงานของเอนไซม์ เป็ นต้น แต่
ความต้องการธาตอุ าหารของพืชแต่ละชนดิ มคี วามแตกต่างกนั ขนึ้
อย่กู บั ชนดิ พืช อายุ ชนดิ ดนิ และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ส�ำหรับ
หน้าทแ่ี ละบทบาทของธาตอุ าหารพืชกบั พรกิ มดี งั นี้

ธาตอุ าหารทจี่ �ำเป็ นต่อพรกิ

17การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

โปแตสเซียม : ช่วยใหท้ ุกส่วนของตน้ พชื และระบบรากแขง็ แรง ทนต่อโรคและแมลง
โบรอน : มีหนา้ ท่ีสำ� คญั ในการสร้างเซลล์ การแบ่งเซลล์
แคลเซียม : เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างที่สำ� คญั ของผนงั เซลลซ์ ่ึงจำ� เป็น ช่วยใหผ้ นงั เซลลแ์ ขง็ แรง
แมกนีเซียม : เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิ ลลซ์ ่ึงสำ� คญั สำ� หรับการสงั เคราะห์แสง แมกนีเซียมเป็นธาตุ
อาหารรองท่ีสำ� คญั ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและการเพม่ิ ผลผลิตของพชื ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของ
ราก และการงอกของเมลด็
ไนโตรเจน : มีหนา้ ที่สำ� คญั ในกระบวนการเมตาบอลิซึมของพืช ทำ� ใหพ้ ชื มีสีเขียวและแขง็ แรง
ทองแดง : มีหนา้ ท่ีเกี่ยวกบั การสร้างลิกนิน เป็นส่วนประกอบของเอนไซมท์ ่ีช่วยในการเจริญเติบโตของพชื
เหลก็ : มีบทบาทในกระบวนการสงั เคราะห์คลอโรฟิ ลล์
สงั กะสี : เป็นธาตุที่จำ� เป็นต่อการสร้างคลอโรฟิ ลล์
แมงกานีส : เป็นส่วนประกอบของเอนไซมท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกบั กระบวนการหายใจของพืชและการสร้างคลอ
โรฟิ ลล์
ฟอสฟอรัส : ช่วยในการเจริญเติบโตของราก จำ� เป็นสำ� หรับการออกดอก ติดเมลด็ และการพฒั นาของ
เมลด็ หรือผล

18การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

การขาดธาตแุ คลเซยี ม การขาดธาตุเหล็ก

ลกั ษะอาการของพริกทขี่ าดธาตุแคลเซียมจะ ลกั ษะอาการของพริกท่ีขาดธาตุเหลก็
เกดิ ขนึ้ ทยี่ อดอ่อนก่อน พริกทข่ี นาดของใบใหญ่จะแสดง ใบของพริกที่กำ� ลงั เจริญเติบโตจะมีสีซีดเหลือง
อาการให้เห็นชัดกว่าพริกทใ่ี บขนาดเลก็ ผลของการขาด และจะซีดขาวหมดท้งั ใบในเวลาต่อมา ใบอ่อนท่ี
ธาตุแคลเซียม คือยอดพริกมสี ีเขยี วน้อยกว่าปกติ และ
ปลายใบอ่อนทยี่ อดทุกใบม้วนงอลง เมื่ออาการ แตกใหม่มีขนาดเลก็ ลงผดิ ปกติ ขอบใบและปลาย
เพมิ่ มากขนึ้ จะปรากฏมจี ุดเลก็ ๆ สีน�ำ้ ตาลบน ใบจะแหง้ เป็นสีน้าํ ตาล ตน้ พริกจะมียอด
เนื้อเย่ือทอี่ ยู่ระหว่างเส้นใบของใบอ่อน ใบ ซีดขาวและชะงกั การเจริญเติบโต
อ่อนเหลือง และหลุดร่วงได้ง่าย การป้องกนั และแกไ้ ข ตอ้ ง
การป้องกนั และแก้ไข ในดนิ เปรี้ยวจะ ปรับปรุงดินใหเ้ ป็นกรดโดย
แก้ไขได้โดยการเพม่ิ ปูนขาว ซึ่งมธี าตุ การใส่กำ� มะถนั ลงในดิน หรือ
แคลเซียมอยู่มากซ่ึงนิยมใช้กนั มากใน การเพม่ิ ป๋ ุยคอกกจ็ ะช่วยได้
รูปของปูนเผาหรือปูนขาว ทจี่ ะมคี วาม มาก หรืออาจใชฟ้ อสฟอรัส
รุนแรงและทำ� ปฏกิ ริ ิยาได้รวดเร็วกว่าปูน ซลั เฟต0.2% ฉีดพน่ ทางใบ แต่
ดนิ หรือหินปูน แม้จะใส่ในจำ� นวนทมี่ ากเกนิ ตอ้ งระวงั จะเกิดอนั ตรายต่อใบได้
ขนาดกจ็ ะไม่เป็ นอนั ตรายต่อพืช เพราะมกี ารสลายตวั ง่าย ส่วนการแกไ้ ขโดยวธิ ีการใส่ปูน
ช้าและยงิ่ นานไปกจ็ ะทำ� ให้โครงสร้างของดนิ ดขี นึ้ ดงั
น้ันการใช้ปูนขาวจงึ ต้องระวงั อย่างมากโดยเฉพาะยงิ่ ใน ขาวปรับปรุงดิน จะช่วยไดแ้ ต่ตอ้ งคำ� นวณดู
ดนิ ปนทราย ในดนิ เหนียวแม้จะใส่มากไปบ้างกไ็ ม่ค่อย วา่ จะเพม่ิ จำ� นวนเท่าใด และอาการที่ขาดเกิดจาก
จะเป็ นอนั ตราย สาเหตุใด มิฉะน้นั แลว้ อาการจะเพิม่ มากข้ึนและ

เป็นอนั ตรายต่อพริกไดร้ ุนแรงมากข้ึน

19การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

การขาดธาตุแมกนีเซียม การขาดธาตุโบรอน

ลกั ษณะอาการของตน้ พริกท่ีขาดธาตุ ลกั ษะอาการพชื ท่ีขาดธาตโุ บรอน
แมกนีเซียม จะแสดงใหเ้ ห็นที่ใบโดยเร่ิมจาก และไดร้ บั แสงที่มคี วามเขม้ สูงจะมอี าการ
ใบแก่จะปรากฎข้ึนมาจนถึงใบอ่อน อาการบน ผดิ ปกติรวดเร็วกวา่ เมอื่ ไดร้ ับแสงที่มคี วาม
ใบแก่มีสีเหลืองเกิดข้ึนในเน้ือเยอ่ื ท่ีอยู่
ระหวา่ งเสน้ ใบ แต่เสน้ ใบยงั เป็นสี เขม้ ขน้ ต่ำ� นอกจากน้ีปริมาณคลอ
เขียวอยจู่ ึงทำ� ใหเ้ กิดเป็นอาการใบ โรฟิลลใ์ นใบจะลดลง เน้ือเยอ่ื
ด่างเขียวสลบั เหลืองแมกนีเซียม เปลยี่ นเป็นสีน้ำ� ตาลและ
เป็นธาตุหน่ึงท่ีช่วยใหใ้ บมี ปลายยอดตาย พชื ขาดธาตุ
สีเขียว เมื่อตน้ พริกขาดธาตุ โบรอนจะมผี ลกระทบตอ่
แมกนีเซียมจึงทำ� ใหเ้ กิดอาการใบ กระบวนการสงั เคราะห์
เหลืองจะมีผลทำ� ใหพ้ ืชปรุงอาหาร แสง เมอื่ พชื ขาดธาตโุ บรอน
ไดไ้ ม่เตม็ ที่ ตน้ เจริญเติบโตชา้ และให้ ผนงั เซลลจ์ ะขาดบรู ณภาพและ
ผลผลิตลดนอ้ ยลง
การป้องกนั และแกไ้ ข อาจทำ� ไดโ้ ดยการใส่ป๋ ุยท่ี สภาพยดื หยนุ่ ลดลงธาตุ
มีธาตุแมกนีเซียมร่วมอยดู่ ว้ ย การป้องกนั และแกไ้ ข ใส่ป๋ ยุ อนิ ทรียโ์ ดย
เฉพาะมลู สตั วก์ อ็ าจเพยี งพอกบั พชื ได้

20การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี



การเก็บตัวอย่างดินเพ

ธาตุอาหารเป็นส่ิงจำ� เป็นต่อ ภาพท่ี 1 การเจาะดินเพอ่ื เกบ็ ตวั อยา่ งส่งวเิ คราะห์
การเจริญเติบโตละการใหผ้ ลผลิตของ 1.เดินสุ่มเกบ็ ตวั อยา่ งดินใหท้ ว่ั แปลงใน
พืช หากเกษตรกรสามารถจดั การธาตุ แต่ละแปลง แปลงละประมาณ 15 จุด
อาหารไดเ้ หมาะสมและตรงตามความ
ตอ้ งการของพชื จะส่งผลใหพ้ ืชสามารถ
นำ� ธาตุอาหารไปใชเ้ พ่ือการเจริญเติบโต
และใหผ้ ลผลิตไดด้ ี แต่หากเกษตรกร
จดั การธาตุอาหารไม่เหมาะสม จะส่ง
ผลใหพ้ ชื ไม่สามารถนำ� ธาตุอาหารไป
ใชเ้ พ่ือการเจริญเติบโตและใหผ้ ลผลิต
ไดด้ ี ในการจดั การธาตุอาหารเพื่อให้
เหมาะสมและตรงตามความตอ้ งการของ
พืชน้นั การวเิ คราะห์ดินเป็นวธิ ีการท่ี
สำ� คญั อยา่ งยง่ิ เนื่องจากทำ� ใหเ้ กษตรกร
ทราบถึงระดบั ความเป็นกรดด่างของ
ดิน และทราบปริมาณธาตุอาหารท่ีเป็น
ประโยชนใ์ นดิน ซ่ึงจะช่วยใหเ้ กษตรกร
สามารถใส่ป๋ ุยไดเ้ หมาะสมและตรงตาม
ความตอ้ งการของพชื สำ� หรับการเกบ็
ตวั อยา่ งดินมีข้นั ตอนการเกบ็ ดงั น้ี

22การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

พื่อการวิเคราะห์ธาตุอาหาร

ภาพที่ 2 เจาะดินท่ีระดบั ความลึก 30 เซนติเมตร
2.ใช้ auger เจาะดินที่ระดบั ความลึก 30
เซนติเมตรจากระดบั ผวิ ดิน

23การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

ภาพท่ี 3 คลุกเคลา้ ดินที่เจาะเขา้ ดว้ ยกนั ภาพที่ 4 ตากดินในท่ีร่ม
3. นำ� ดินท้งั 15 จุด ซ่ึงเกบ็ มาจากแปลงเดียวกนั 4.แบ่งดินออกเป็น 4 ส่วน แลว้ เกบ็ ตวั อยา่ งดิน
มาเทรวมกนั แลว้ คลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั เพียง 1 ส่วน ใหไ้ ดป้ ระมาณคร่ึงกิโลกรัมใส่ถุง
พลาสติก พร้อมบนั ทึกขอ้ มูลตวั อยา่ งดิน เช่น
ชื่อเจา้ ของแปลง ที่อยขู่ องแปลง วนั เวลาที่เกบ็

24การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

pH 7.84 pH 7.85

ภาพที่ 5 ค่าความเป็นกรดด่างของดินในแปลงสาธิต



ผลการวเิ คราะห์เบื้องต้นและการปรับปรุงดนิ

จากการเกบ็ ตวั อยา่ งดินมาวเิ คราะห์ในหอ้ งปฏิบตั ิการ ผลการวเิ คราะห์เบ้ืองตน้ พบวา่ ดินมีค่า
ความเป็นกรดด่างประมาณ 7.8 (มีค่าเป็นด่าง) ดงั ภาพที่ 5 ท้งั น้ีน่าจะมีสาเหตุจากดินบริเวณพ้นื ที่ป่ าระกำ�
เป็นกลุ่มชุดดินที่ 3 ซ่ึงมีวตั ถุตน้ กำ� เนิดดินพวกตะกอนผสมของตะกอนลำ� น้ำ� และตะกอนน้ำ� ทะเล แลว้
พฒั นาในสภาพน้ำ� กร่อย ดินกลุ่มน้ีพบในบริเวณที่ราบลุ่มหรือท่ีราบเรียบ บริเวณชายฝั่งทะเลหรือห่างจาก
ทะเลไม่มากนกั มีน้ำ� แช่ขงั ในช่วงฤดูฝน เป็นดินลึกท่ีมีการระบายน้ำ� เลวถึงค่อนขา้ งเลว มีเน้ือดินเป็นพวก
ดินเหนียวหรือดินเหนียวจดั หนา้ ดินอาจแตกระแหงเป็นร่องลึกในฤดูแลง้ และมีรอยถูไถลในดิน ดินบน
มีสีดำ� ส่วนดินล่างมีสีเทาหรือน้ำ� ตาลอ่อน มีจุดประสีเหลืองและสีน้ำ� ตาล ตลอดช้นั ดิน บางบริเวณอาจพบ
จุดประสีแดงปะปน ดงั ภาพที่ 6 และ 7

25การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

ภาพท่ี 6 สภาพกลุ่มดินในพ้ืนท่ีตำ� บลป่ าระกำ� อำ� เภอปากพนงั จงั หวดั นครศรีธรรมราช

26การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

ภาพท่ี 7 ลกั ษณะดินในแปลงสาธิต ตำ� บลป่ าระกำ� อำ� เภอปากพนงั จงั หวดั นครศรีธรรมราช
แนวทางการจดั การธาตุอาหาร
1.แนะนำ� ใหเ้ กษตรกรใส่ป๋ ุยหมกั และน้ำ� หมกั เพ่ือเป็นตวั ช่วยในการปรับค่าความเป็นกรดด่าง
ของดินใหม้ ีค่าลดลง
2.แนะนำ� ใหเ้ กษตรกรใส่ป๋ ุยท่ีใส่ประกอบของกำ� มะถนั เช่น 21-0-0 และ 0-0-45 เพื่อเพ่มิ ความ
เป็นกรด ซ่ึงจะช่วยส่งเสริมความเป็นประโยชนข์ องธาตุอาหารในดิน

27การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี



โรคพรกิ เเละเเมลง

1. โรคเน่าคอดนิ (damping-off)
สาเหตุ เช้ือ Pythium sp., Fusarium sp. และ Sclerotium sp.
อาการ มกั เกิดในระยะกลา้ ลกั ษณะเป็นแผลช้ำ� ฉ่ำ� น้ำ� ที่โคนตน้
แลว้ ขยายเป็นรอยช้ำ� สีน้ำ� ตาลรอบโคนตน้ ทำ� ใหต้ น้ กลา้ หกั พบั
ตน้ กลา้ เห่ียวและแหง้ ตายในที่สุด
การป้องกนั กำ� จดั
1. ไม่เพาะกลา้ ใหแ้ น่นมากเกินไป แปลงปลูกควรมีการระบาย
น้ำ� ไดด้ ี น้ำ� ไม่ขงั
2. ใหน้ ้ำ� พอเหมาะ ไม่ควรรดน้ำ� ตอนเยน็ หรือค่ำ�
3. ฉีดพน่ ดว้ ยเช้ือราปฏิปักษไ์ ตรโคเดอร์มา หรือเช้ือ แบคทีเรีย
Bacillus subtilis โดยการคลุกเมลด็ ก่อนปลูก หรือใส่ในดิน
4. ฉีดพน่ ดว้ ยสารป้องกนั กำ� จดั เช้ือรา ไดแ้ ก่ เมทาแลกซิล โพรพาโมคาร์บไฮโดรคลอไรด์ (propamocarb hydrochlo-
ride) หรือ อีไตรไดอะโซล + ควนิ โตซีน (etridiazole + quintozene) (อุดมศกั ด์ิ, 2563)

2.โรคเห่ียว (fusarium wilt) 29การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี
สาเหตุ เช้ือรา Fusarium oxysporum f.sp. vasinfectum (Atk)
Snyd & Hans
อาการ เช้ือราเขา้ ทำ� ลายบริเวณรากและโคนตน้ ใบพริกแสดง
อาการเห่ียวเหลือง ลู่ลงและร่วงหล่น เมื่อถอนตน้ พริกดูพบวา่
เปลือกรากเน่าหรือหลุดร่อน เปลี่ยนเป็นสีน้ำ� ตาล หากอากาศ
ช้ืน สงั เกตเห็นส่วนของเสน้ ใยและสปอร์เช้ือราสีขาวหรือสม้
อ่อนเจริญปะปน
การป้องกนั กำ� จดั
1. เช้ือสาเหตุสะสมอยใู่ นดินเป็นเวลาน้นั จำ� เป็นตอ้ งหลีกเล่ียง
การปลูกในท่ีเคยมีโรค
2. ใชพ้ นั ธุ์ตา้ นทาน
3. ปรับพ้นื ท่ีปลูกโดยการยกร่อง เพือ่ ใหน้ ้ำ� ระบายไดด้ ี
4. ใชป้ ๋ ุยหมกั ท่ีมีส่วนผสมของเช้ือไตรโคเดอร์มา หรือราดดว้ ย
เช้ือราไตรเคอร์มา บริเวณรอบทรงพมุ่
5. ฉีดพน่ หรือราดดว้ ยแบคทีเรียปฏิปักษบ์ าซิลลสั

3. โรคใบจดุ ตากบ (frog-eye leaf spot)
สาเหตุ เช้ือรา Cercospora capsici Heald & Wolf
อาการ อาการใบจุดตากบสามารถเกิดไดก้ บั ทุกส่วนของตน้ พริก
เช่น ใบ กิ่ง ตน้ กลีบดอก กา้ นผล โดยบนใบมกั เกิดมากท่ีสุด ลกั ษณะเป็นแผล
จุดเลก็ ๆ สีเหลือง และเปล่ียนเป็นน้ำ� ตาล รูปร่างกลมขนาด 2 มิลลิเมตร ถึง 1
เซนติเมตร บริเวณกลางแผลมีสีซีดจางจนถึงสีขาวเห็นไดช้ ดั เจนคลา้ ยจดุ ตากบ
หากเกิดโรครุนแรง ใบพริกจะเหลืองและร่วง สำ� หรับอาการบนก่ิงหรือลำ� ตน้
มกั เกิดเป็นแผลยาวสีน้ำ� ตาลทำ� ใหก้ ่ิงแหง้ ตาย หากเช้ือเขา้ ทำ� ลายบริเวณข้วั ผล
จะทำ� ใหผ้ ลร่วง
การป้องกนั กำ� จดั
1. เช้ือสาเหตุสามารถติดไปกบั เมลด็ พนั ธุ์ ดงั น้นั ควรเลือกซ้ือเมลด็ พนั ธุ์จาก
แหล่งท่ีมีคุณภาพ
2. คลุกเมลด็ ดว้ ยไทแรม (thiram) ไซแนบ (zineb) หรือมาแนบ (maneb)
4. โรคเหี่ยวจากแบคทเี รีย (bacterial wilt)
สาเหตุ เช้ือแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum (Smith)
Yabuuchi et al.
อาการ โรคเหี่ยวท่ีเกิดจากแบคทีเรียเป็นโรคท่ีสำ� คญั เนื่องจาก
มีพืชอาศยั กวา้ งมากกวา่ 250 ชนิด พืชท่ีถูกเช้ือเขา้ ทำ� ลายจะ
แสดงอาการเห่ียวเฉา แต่ใบยงั คงเป็นสีเขียว (เหี่ยวเขียว) ส่ง
ผลใหท้ ำ� ใหพ้ ืชตายอยา่ งรวดเร็ว หากเช้ือเขา้ ทำ� ลายในระยะ
เริ่มใหผ้ ลผลิตพืชจะแสดงอาการรุนแรงมากกวา่ ตน้ พืชที่แก่
โดยอาจเกิดโรคเพียงดา้ นใดดา้ นหน่ึงของตน้ กไ็ ด้ การตรวจ
อาการเหี่ยวท่ีเกิดจากแบคทีเรียโดยการตดั รากหรือลำ� ตน้ แช่
น้ำ� จะพบกลุ่มแบคทีเรียสีขาวข่นุ ไหลออกมา
การป้องกนั กำ� จดั
1. ปรับดินใหเ้ ป็นด่างโดยการเติมปนู ขาว และควรเพมิ่ อินทรีย
วตั ถุในดิน เช่น ป๋ ุยหมกั จากซากพชื
2. ใชเ้ ช้ือแบคทีเรียปฏิปักษบ์ าซิลลสั
3. ปลูกพชื หมุนเวยี นที่ไม่ใชพ้ ืชอาศยั ของโรค
4. ใชพ้ นั ธุ์ตา้ นทาน

30การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

5. โรครากและโคนเน่า (root and foot rot)
สาเหตุ เช้ือรา Sclerotium rolfsii Sacc.
อาการ เช้ือรามกั เขา้ ทำ� ลายเมื่อตน้ พริกโต เช้ือเขา้ ทำ� ลายส่วนของ
รากและโคนตน้ ทำ� ใหใ้ บพริกเหลือง เห่ียว เมื่อถอนตน้ ดูจะพบ
อาการรากเน่า ช้ำ� เป็นสีน้ำ� ตาล เปลือกรากหลุดร่อน บริเวณโคน
ตน้ แสดงอาการเน่าช้ำ� และมกั พบเสน้ ใยสีขาวลกั ษณะหยาบ แผ่
รอบโคนตน้ สังเกตเห็นไดอ้ ย่างชดั เจน นอกจากน้ีมกั พบเม็ด
สเคอลโรเทียม (sclerotium) ลกั ษณะกลม สีขาวครีมหรือสีน้ำ� ตาล
บริ เวณโคนพริ กท่ีเป็ นโรค
การป้องกนั กำ� จดั
1. หลงั เก็บผลผลิตรุ่นสุดทา้ ยให้โรยปูนขาว และตากหนา้ ดิน
อยา่ งนอ้ ย 3 เดือน จะสามารถลดปริมาณเช้ือไดฤ้ ดูปลูกถดั ไปได้
2. ปลูกพชื หมุนเวยี น และควรใส่อินทรียวตั ถุในดิน
3. ขดุ ทำ� ลายตน้ เป็นโรคและราดดินดว้ ยสารเคมี เช่น คาร์บ๊อก
ซิน (carboxin)
6. โรคราน้�ำค้าง (downy mildew)
สาเหตุ เช้ือรา Peronospora tabacina
อาการระยะแรกพบบริเวณใตใ้ บพริกเป็นแผลสีเหลอื ง
พบกลุ่มของเส้นใยและสปอร์ สี ขาวหรื อเทาอ่อน
ลกั ษณะเป็นขยุ หลงั จากน้นั แผลจะแหง้ หากเกิดโรค
รุนแรงจะทำ� ใหใ้ บเหลือง และร่วงหล่น
การป้องกนั กำ� จดั
1. เก็บใบท่ีเป็นโรคเผาทำ� ลาย และเผาทำ� ลายตน้ พืช
หลงั การเกบ็ เก่ียว เพ่ือกำ� จดั แหล่งสะสมเช้ือโรค
2. ฉีดพน่ ดว้ ยสารเคมี เช่น เมตาแลคซิล (metalaxyl)
มาแนบ (maneb) หรือคาร์เบนดาซิน (carbendazim)

31การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

7. โรคแอนแทรกโนส หรือโรคก้งุ แห้ง (anthracnose)
สาเหตุ เช้ือรา Colletotrichum capsici (Syd.) Butler & Bisby,
C. gloeosporioides Penz,
C. accutatum
อาการ เป็นโรคที่สำ� คญั ในระบบการผลิตพริก ส่วนใหญ่เช้ือ
เขา้ ทำ� ลายผลพริก แต่หากสภาพแวดลอ้ มเหมาะสมต่อการเกิด
โรคกส็ ามารถพบโรคไดบ้ ริเวณใบและก่ิงกา้ น
อาการท่ีเกิดบนผลพริก : ระยะแรกเกิดเป็นจุดแผลช้ำ� กลม หรือ
รูปร่างไม่แน่นอน สีน้ำ� ตาล ต่อมาเน้ือเย่ือยบุ ตวั ลง แผลแห้ง
เปลี่ยนเป็นสีน้ำ� ตาลดำ� หรือดำ� และมีการสร้าง fruiting body
แบบ acervulus สีน้ำ� ตาลดำ� เรียงเป็นวงรีซอ้ นกนั ในสภาพอากาศช้ืนอาจพบกลุ่มสปอร์สีสม้ หรือสีเหลืองบนแผล
ทำ� ใหผ้ ลพริกยบุ ตวั ลง และแหง้ เช้ือโรคสามารถเขา้ ทำ� ลายไดท้ กุ ระยะของผล หากเขา้ ตอนผลออ่ น เซลลท์ ี่ถกู ทำ� ลาย
จะหยดุ เจริญ ในขณะที่เซลลร์ อบๆ เจริญปกติ จึงทำ� ใหเ้ กิดอาการบิดเบ้ียวหรือโคง้ งอ เนื่องจากเซลลท์ ่ีตายอยดู่ า้ น
ใน จึงเป็นท่ีมาของชื่อโรคกงุ้ แหง้
อาการบนใบพริก :พบเป็นแผลไหมแ้ หง้ รูปร่างไม่แน่นอน
การป้องกนั กำ� จดั
1. เช้ือโรคสามารถติดไปกบั เมลด็ พนั ธุ์ ดงั น้นั ควรคลุกเมลด็ ดว้ ยสารเคมี เช่น ไทแรม (thiram) หรือ แช่น้ำ� ร้อนที่
อุณหภูมิ 45-50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-20 นาที
2. ลดการสะสมเช้ือโรค โดยการกำ� จดั วชั พืช และพืชอาศยั อ่ืน
3.ใชส้ ารเคมี เช่น เบนโนมิล (benomyl) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) ไซแรม (ziram) และ ไซเนบ (zineb) เป็นตน้
4. คลุกเมลด็ ดว้ ยเช้ือราไตรโครเดอร์มาก่อนปลูก
5. ฉีดพน่ ดว้ ยเช้ือราไตรโคเดอร์มา หรือเช้ือแบคทีเรียบาซิลลสั

32การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

8. โรคยอดและดอกเน่า (wet rot, blossom rot)
สาเหตุ เช้ือรา Choanephora cucurbitarum (Berk.
& Rav.) Thaxt.
อาการ พบบนยอดอ่อน ใบอ่อน ตาดอก ดอก และ
ผลอ่อน เน้ือเยอ่ื พชื แสดงอาการเน่าเละ กลายเป็นสีน้ำ� ตาลดำ�
หกั พบั ขยายลุกลามอยา่ งรวดเร็ว มองเห็นกา้ นชูสปอร์ใสต้งั
ฉากชูข้ึนจากส่วนที่เป็ นโรคตรงปลายกา้ นเป็ นตุ่มสีดำ� โดย
เฉพาะส่วนยอด กา้ นผลและกิ่ง มกั เกิดในระยะท่ีพริกกำ� ลงั
ติดผล ผลพริกมีขนาดเลก็ ร่วงหล่น พบเช้ือเขา้ ทำ� ลายมากใน
สภาพอากาศร้อนอบอา้ ว สลบั กบั มีฝนตก ความช้ืนสูง
การป้องกนั กำ� จดั
1. ควรสำ� รวจแปลงปลูกอยา่ งสม่ำ� เสมอ เม่ือพบอาการยอด
ช้ำ� หกั พบั หรือบริเวณยอดมีเช้ือราเขา้ ทำ� ลาย ใหร้ ีบตดั ออก
แลว้ นำ� ไปเผาทำ� ลาย
2. ปรับระยะการปลูกพริก อยา่ ใหแ้ น่นเกินไป เพอ่ื ใหอ้ ากาศถ่ายเท และระบายความช้ืน
3. หลีกเลี่ยงการใหน้ ้ำ� ตอนเยน็ และการใหน้ ้ำ� แบบพน่ ฝอย
4. ใชส้ ารกำ� จดั เช้ือรา ไดแ้ ก่ ไตรโฟลีน (triforine) และคอปเปอร์ ไฮดรอกไซด์ (copper hydroxide)

9. โรคพริกทเี่ กดิ จากเชื้อไวรัส
เช้ือไวรัสท่ีทำ� ใหเ้ กิดโรคกบั พริกมีหลายชนิด ลกั ษณะของพริกท่ี
ถูกเช้ือไวรัสเขา้ ทำ� ลาย ไดแ้ ก่ อาการ ใบด่างเป็นสีเขียวอ่อนสลบั กบั
เขียวเขม้ ตวั อยา่ งเช้ือไวรัสก่อโรคในพริกที่สำ� คญั ไดแ้ ก่ Potato virus
(PVY), Chilli veinal mottle virus, Cucumber mosaic virus (CMV)
และ Tobacco etch virus การถ่ายทอดเช้ือโรคโดยน้ำ� ค้นั ซ่ึงมีเพล้ียอ่อน
เป็ นแมลงพาหะ
อาการ เสน้ ใบขยายบวมโต ใบด่างเขียวเขม้ สลบั เขียวอ่อน ลกั ษณะด่าง
ลายหดยน่ ตน้ พริกแคระแกร็น ผลมีขนาดเลก็ บิดเบ้ียว เมลด็ นอ้ ย
- Chilli veinal mottle virus
อาการ เน้ือใบมีลกั ษณะอาการด่างซีด แต่เน้ือเยอื่ รอบ ๆ เสน้ ใยยงั คง
เขียวปกติ ปลายใบซีด หากเป็นรุนแรงใบจะลีบ อาการด่างเห็นไดอ้ ยา่ ง
ชดั เจน ตน้ หดส้นั
- Cucumber mosaic virus (CMV)
การป้องกนั กำ� จดั
1. ทำ� ลายตน้ พริกเป็นโรคไวรัสโดยการเผาทำ� ลาย
2. กำ� จดั แมลงพาหะ เช่น เพล้ียอ่อน ดว้ ยสารเคมี หรือชีวภณั ฑก์ ำ� จดั แมลงศตั รูพชื
33การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

เพลย้ี ไฟพริก

เพล้ียไฟพริกเป็นแมลงขนาดเลก็ ลำ� ตวั แคบยาว มีความยาวประมาณ 1-2
มม. ตวั เตม็ วยั มีปี กเรียวยาว 2 คู่ ปี กแต่ละขา้ งมีขนบาง ๆ ตวั อ่อนมีลกั ษณะคลา้ ยตวั
แก่แต่ไม่มีปี ก ตวั เตม็ วยั มีสีน้ำ� ตาลอ่อน เพล้ียไฟมกั อยรู่ วมกนั เป็นกลุ่มชอบหากิน
บริเวณฐานดอกและข้วั ผลอ่อน มีการขยายพนั ธุ์ท้งั แบบผสมพนั ธุ์และไม่ผสมพนั ธุ์
ตวั เมียมีอายปุ ระมาณ 15 วนั เม่ือไดร้ ับการผสมจะออกไข่ไดป้ ระมาณ 40 ฟอง
ส่วนตวั เมียท่ีไม่ผสมพนั ธุ์ออกไข่ไดป้ ระมาณ 30 ฟอง วงจรชีวติ จากไข่ถึงตวั เตม็
วยั ประมาณ 15-20 วนั

ไข่ ตวั อ่อนระยะที่1 ตวั อ่อนระยะที่ 2 ดกั แด้ ตัวเต็มวยั

การแพรก่ ระจายและฤดกู าลระบาด
เพล้ียไฟระบาดมากในช่วงฤดูแลง้ หรือเม่ือฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน กระแสลม
เป็นปัจจยั ช่วยใหเ้ พล้ียไฟเเพร่กระจายไปไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว

34การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

ลกั ษณะการทำ� ลาย

ลกั ษณะการทำ� ลาย
ตวั อ่อนและตวั เตม็ วยั ทำ� ลายใบพริกโดยดูดกินน้ำ� เล้ียงในใบอ่อน หรือยอด
อ่อน ทำ� ใหใ้ บหรือยอดอ่อนหงิก และมว้ นงอข้ึนดา้ นบนท้งั สองขา้ ง ใบท่ีถูกทำ� ลายจะ
เห็นเป็นรอยสีน้ำ� ตาล ถา้ การระบาดรุนแรงพืชจะชะงกั การเจริญเติบโต หรือ แหง้ ตาย
ในที่สุด ถา้ เกิดกบั ใบออ่ นหรือยอดออ่ นกจ็ ะทำ� ใหใ้ บหรือยอดออ่ นหงิก ขอบใบหงิกและ
มว้ นงอข้ึนดา้ นบนท้งั สองขา้ ง ถา้ เกิดในระยะพริกกำ� ลงั ออกดอกกจ็ ะทำ� ใหด้ อกพริกร่วง
ถา้ ระบาดในช่วงพริกติดผลแลว้ จะทำ� ใหร้ ูปทรงของผลบิดงอไม่ไดค้ ุณภาพหากเกิดการ

การป้องกนั และกำ� จดั

การป้องกนั และกำ� จดั
1. การใหน้ ้ำ� แบบสปริงเกอร์จะช่วยลดการระบาดของเพล้ียไฟ
2. หมน่ั สำ� รวจแปลงพริกโดยใชว้ ธิ ีเคาะยอดพริกกบั กระดาษสีขาวจะทำ� ใหเ้ ห็นตวั เพล้ียไฟ
ไดง้ ่ายข้ึน หากพบการทำ� ลายที่บริเวณยอดหรือใบพริก หรือพบเพล้ียไฟประมาณ 10 ตวั
ต่อยอด ใหร้ ีบทำ� การป้องกนั กำ� จดั
3. เมื่อพบการระบาดของเพล้ียไฟควรฉีดพน่ ดว้ ยสารเคมีป้องกนั กำ� จดั โดยฉีดพน่ ใหท้ ว่ั ตาม
ใตใ้ บ ซอกใบ ยอดอ่อน หรือในช่อดอก ซ่ึงในการใชส้ ารเคมีป้องกนั กำ� จดั ควรเลือกใชด้ ว้ ย
ความรอบคอบ สำ� หรับสารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกนั กำ� จดั เพล้ียไฟ ไดแ้ ก่ ฟิ โปร
นิล อะบาเมก็ ติน คาร์โบซลั แฟน อิมิดาโคลพริด ไซเปอร์เมทริน โฟซาโลน แลมบด์ าไซฮา
โลทริน โดยใชใ้ นอตั ราตามท่ีฉลากแนะนำ�

35การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

ไรขาว

ไรขาวพริกมีซีพจกั รส้นั ระยะไข่-ตวั เตม็
วยั กินเวลานาน 4-5 วนั ไข่ของไรขาวพริกมีสีขาว
ใสลกั ษณะเป็นรูปไข่ผวิ ของไข่ดา้ นบนมีจุดเลก็ ๆสี
ขาวข่นุ คลา้ ยฟองอากาศเรียงกนั เป็นแถวพาดตาม
แนวยาวของไข่ประมาณ 5-6 แถว ตวั อ่อนเมื่อเจริญ
เติบโตเตม็ ท่ีจะหยดุ นิ่งอยกู่ บั ท่ีเหมือนการเขา้ ดกั แด้
ในแมลง และมีการเปล่ียนรูปร่างเป็นตวั เตม็ วยั ภาย
ใตผ้ นงั ลำ� ตวั ของตวั อ่อนท่ีเกาะน่ิงพบวา่ ตวั เตม็ วยั
เพศเมียใชเ้ วลาประมาณ 0.74 วนั จึงออกจากดกั แด้
และมีอายอุ ยไู่ ดน้ านประมาณ 9 วนั เศษ ส่วนตวั ผู้
น้ีใชเ้ วลาประมาณไม่ถึง 1 วนั กอ็ อกเป็นตวั เตม็ วยั
และมีอายอุ ยไู่ ดน้ านเฉลี่ย 6 วนั เศษ

เขตแพร่ กระจายและฤดูกาลระบาด

ระบาดทำ� ความเสียหายใหก้ บั พริกมากในระยะท่ีฝนตกชุก พบ
ระบาดทำ� ลายพริกในทุกแหล่งปลูกของประเทศไทย

36การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

ลกั ษณะการทำ� ลาย การป้องกนั กำ� จดั

ตวั ออ่ นและตวั เตม็ วยั ดดู กินน้ำ� เล้ยี ง 1. ควรตรวจดูตน้ พริกท่ีปลูกทุกๆ 7 วนั โดยเฉพาะ
จากตาดอกและยอดออ่ นทำ� ใหใ้ บออ่ นของตน้ ในช่วงฤดูฝน ซ่ึงเป็นระยะท่ีพริกกำ� ลงั แตกใบอ่อน
พริกหงิกขอบใบมว้ นงอลงดา้ นล่างทำ� ให้ใบ ถา้ สงั เกตเห็นพริกเริ่มแสดงอาการใบหรือยอดหงิก
มีลกั ษณะเรียวแหลม กา้ นใบยาวงอ บิดเบ้ียว ใหใ้ ชก้ ำ� มะถนั ผงอตั รา 60-80 กรัมต่อน้ำ� 20 ลิตรพน่
หรือแตกเป็นฝอยได้ตน้ พชื แคระแกรน ชะงกั ตรงบริเวณที่เกิดการระบาดและบริเวณใกลเ้ คียงโดย
การเจริญเติบโต อาการข้นั รุนแรงจะพบว่า พน่ 2 คร้ังห่างกนั 3 วนั และพน่ ซ้ำ� เมื่อพบการระบาด
ส่วนยอดหงิกเป็นฝอยและมีสีน้ำ� ตาลแดง ไร (ไม่ควรพน่ ในเวลาแดดจดั เพราะจะทำ� ใหเ้ กิดอาการ
ขาวพริกมกั ระบาดในช่วงท่ีมีอากาศช้ืนฝนตก ใบไหมไ้ ด)้
เลก็ นอ้ ย ตลอดเวลา 2. ถา้ พบในระยะท่ีไรระบาดมากแลว้ ควรใช้ amitraz
อตั รา 40-60 มล. ต่อน้ำ� 20 ลิตรพน่ 2 คร้ังห่างกนั 5-7
วนั และพน่ ซ้ำ� หากพบวา่ ยงั มีไรระบาด
3. กรณีพริกท่ีปลูกแบบสวนครัวหลงั บา้ นการเดด็
ยอดที่หงิกไปทำ� ลายเสียจะช่วยลดการระบาดของไร
ขาวไดบ้ า้ ง (ฐานขอ้ มูลพนั ธุกรรมพืชสวน, 2557)

37การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

แมลงวนั ทอง

จากไข่ถึงตวั เตม็ วยั ใชเ้ วลา 23 – 25 วนั ตวั เตม็ วยั เพศเมียจะใชอ้ วยั วะวางไข่ที่
แหลม และแขง็ แรงแทงลงไปในเน้ือเยอ่ื พืชลึก 0.5 – 1.0 มิลลิเมตร เพ่อื วางไข่ ระยะไข่ ใช้
เวลา 2 – 3 วนั เมื่อใกลฟ้ ักสีจะเขม้ ข้ึน ระยะหนอน มี 3 ระยะ ใชเ้ วลา 8 – 10 วนั ระยะดกั แด้
ใชเ้ วลา 11 -14 วนั หนอนจะเขา้ ดกั แดใ้ นดิน จากน้นั จะฟักออกเป็นตวั เตม็ วยั ซ่ึงมีอายเุ ฉล่ีย
77 – 183 วนั ตวั เตม็ วยั มีปี กบางใส สะทอ้ นแสง และมีแถบสีเหลืองที่ส่วนอก จึงเรียกวา่
“แมลงวนั ทอง”

38การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

ลกั ษณะการทำ� ลาย
ตวั เต็มวยั เพศเมียเขา้ ทำ� ลายพริกในระยะที่พริกติดผลจนถึงเก็บเกี่ยวโดย
วางไข่ลงไปในผลพริกโดยใชอ้ วยั วะวางไข่แทงเขา้ ไปเมื่อฟักออกเป็นตวั หนอนก็ จะ
ชอนไชกินไส้ในพริกในระยะแรกจะสังเกตไดย้ ากจะพบเพียงอาการชา้ บริเวณใตผ้ ิว
เปลือก เม่ือหนอนโตข้ึนเร่ือยๆ ทำ� ใหผ้ ลเน่าและมีนา้ ไหลเยมิ้ ออกทางรูที่มีหนอนเจาะ
ออกมาเพอ่ื เขา้ ดกั แดใ้ นดินรอยแผลท่ีเกิดจาการวางไขย่ งั มีผลใหเ้ ช้ือจุลินทรียส์ าเหตโุ รค
พชื เขา้ ทำ� ลายต่อทำ� ใหผ้ ลพริกเน่าและร่วงหล่นก่อนระยะเกบ็ เก่ียวหากไม่มีการป้องกนั
หรือควบคุมความเสียหายที่เกิดข้ึนจากการทำ� ลายอาจรุนแรงมากถึง100 เปอร์เซ็นต์

การป้องกนั กำ� จดั

1. ทำ� ความสะอาดแปลงปลูก โดยการเกบ็ ผลพริกท่ีร่วงหล่นไปทำ� ลาย เพ่อื
ลดแหล่งเพาะพนั ธุ์ของแมลงวนั ผลไมใ้ นพริก หรือทำ� ลายพชื อาศยั ที่อยรู่ อบๆแปลง
ปลูกพริก
2. การใชน้ ้ำ� มนั ปิ โตรเลียม อตั รา 60 มิลลิลิตร/น้ำ� 20 ลิตร
3. การใชส้ ารชีวภณั ฑใ์ นการป้องกนั กำ� จดั เช่น เช้ือราบิวเวอร์เรีย เช้ือรา
เมตตาไรเซียม
4. การใชส้ ารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพ ไดแ้ ก่ มาลาไธออน อตั รา 50
มิลลิลิตร/น้ำ� 20 ลิตร เน่ืองจากตวั หนอนอาศยั อยใู่ นผลพริกโอกาสนอ้ ยมากที่สารเคมี
จะถูกตวั หนอนโดยตรง และทำ� ใหห้ นอนตาย จึงควรใชต้ ้งั แต่พชื ออกดอกเพ่อื ไม่ให้
ตวั เตม็ วยั มาวางไข่บนผลพริก โดยฉีดพน่ ใหท้ ว่ั ตน้ พชื ทุก 7 วนั และเวน้ ระยะก่อน
การเกบ็ เกี่ยวผลผลิตอยา่ งนอ้ ย 7 วนั
5. การใชส้ ารล่อ
5.1 การใชส้ ารล่อแมลงวนั ผลไมต้ วั ผู้
5.2 การใชเ้ หยอื่ โปรตีน โดยการใชย้ สี ตโ์ ปรตีนออโตไล
เสท ผสมกบั สารเคมี กำ� จดั แมลงมาเป็นเหยอื่ ล่อแมลงวนั พริก สารน้ีสามารถดึงดูด
แมลงวนั พริกตวั ผแู้ ละตวั เมีย ซ่ึงช่วยลดการเขา้ ทำ� ลายของแมลงวนั พริกไดเ้ ป็นอยา่ งดี

39การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี



การจดั การโรคของพริกโดยชีววธิ ี

การจดั การโรคของพริกโดยชีววธิ ีใหป้ ระสบความสำ� เร็จ เร่ิม
จากการเตรียมพ้นื ท่ีปลูก การเตรียมตน้ กลา้ การจดั การดินและน้ำ� การ
จดั การศตั รูพืช และการเกบ็ เกี่ยว โดยการป้องกนั การเกิดโรคของพริก
พืชในระยะเร่ิมแรก อาจกระทำ� ไดห้ ลายวธิ ี เช่น การคลุกหรือแช่เมลด็
พนั ธุ์พริกดว้ ยชีวภณั ฑเ์ ช้ือราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma sp.) หรือชีว
ภณั ฑเ์ ช้ือแบคทีเรียปฏิปักษ์Bacillus subtilis นอกจากจะช่วยป้องกนั การ
เขา้ ทำ� ลายของเช้ือสาเหตโุ รคทางดินแลว้ ยงั มีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญ
ของกลา้ พืชอีกดว้ ย ท้งั น้ีการนำ� เช้ือราไตรโคเดอร์มาไปใชเ้ พ่ือป้องกนั
กำ� จดั โรคพชื สามารถประยกุ ตใ์ ชไ้ ดห้ ลายวธิ ี ไดแ้ ก่ การผสมในป๋ ุยหมกั
ที่ยอ่ ยสมบูรณ์แลว้ นำ� ไปใชโ้ ดยการรองกน้ หลุมก่อนปลูกพชื ซ่ึงเป็นวธิ ี
ที่จะช่วยลดการเกิดโรคพืชไดเ้ ป็นอยา่ งดี
การใชป้ ๋ ุยหมกั จากกอ้ นเช้ือเห็ดเก่าผสมเช้ือราไตรโคเด
อร์มา จะเป็นอีกวิธีการหน่ึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยบั ย้งั การ
เกิดโรคของพริกไดเ้ ป็นอยา่ งดี นอกจากน้ีแลว้ การศึกษาความหลาก
หลายของเช้ือจุลินทรียท์ ้งั ก่อนและหลงั การใชเ้ ช้ือปฏิปักษ์ ในการ
ป้องกนั กำ� จดั โรคพืชจำ� เป็ นตอ้ งมีการติดตามจำ� นวนประชากรของ
เช้ือจุลินทรียก์ ่อโรคและเช้ือปฏิปักษเ์ พอื่ ใหค้ วามทราบถึงการมีชีวติ
รอดและการดำ� รงในส่ิงแวดลอ้ มน้นั ไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื และพฒั นาวธิ ีการ
ใชจ้ ุลินทรียใ์ หเ้ กิดประสิทธิภาพสูงสุด

41การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี

การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพอ่ื ป้องกนั กำ� จดั การเกดิ โรคของพชื
เช้ือราไตรโตเดอร์มาเจริญไดด้ ีในดินทมี่ อี นิ ทรียวตั ถมุ คี ณุ สมบตั ิ
ในการยบั ย้งั หรือทำ� ลายเช้ือสาเหตุโรคพชื หลายชนิดไดแ้ ก่ Pythium (โรค
เน่าระดบั ดิน กลา้ เน่า), Phytophthora (โรครากและโคนเน่า), Fusarium
(โรคเหี่ยว), Sclerotium (โรคเห่ียว โรครากและโคนเน่า), Rhizoctonia (โรค
เน่าระดบั ดิน กลา้ เน่า) และ Colletotrichum (แอนแทรกโนส/กงุ้ แหง้ ) เช้ือ
ราไตรโคเดอร์มามีกลไกในการยบั ย้งั หรือควบคุมเช้ือสาเหตุของโรคพืช
ดงั น้ี
1. การสร้างสารปฏิชีวนะ (antibiosis) คือ การสร้างผลผลิตจาก
กระบวนการเมแทบอลิซึม ซ่ึงมีคุณสมบตั ิเป็นสารปฏิชีวนะ (antibiotic) ซ่ึง
สารจะมีประสิทธิภาพในการทำ� ลายชีวิต หรือยบั ย้งั เช้ือก่อโรคพืช หลาย
ชนิด ไดแ้ ก่ เช้ือรา Rhizoctonia, Sclerotium, Alternaria, Colletotrichum
และ Fusarium เป็ นตน้ ท้งั น้ีเช้ือราไตรโคเดอร์มาสายพนั ธุ์ท่ีสามารถ
ควบคุมโรคพชื
2. การแข่งขนั (competition) เช้ือจุลินทรียป์ ฏิปักษม์ ีความ
สามารถในแข่งขนั กบั เช้ือสาเหตุโรคพืช ไดแ้ ก่ แก่งแยง่ แหล่งอาหารพวก
คาร์โบไฮเดรต ไนโตรเจน ก๊าซออกซิเจน ตลอดจนสารที่จำ� เป็นต่อการ
เจริญของพชื ทำ� ใหพ้ ชื อาศยั ขาดอาหารเพื่อการเจริญและตายในท่ีสุด เช้ือ
ราไตรโคเดอร์มาเป็นราปฏิปักษท์ ี่มีประสิทธิภาพในการแก่งแยง่ แขง่ ขนั สูง
3. การเป็ นปรสิต (parasitism) เช้ือจุลินทรียป์ ฏิปักษม์ ีความ
สามารถในการเขา้ ไปเจริญและอาศยั ในเช้ือโรคพืช หรือเจริญบริเวณใกล้
เคียงพชื อาศยั แลว้ คอยดูดกินอาหาร ทำ� ลายเช้ือโรคโดยตรง ท้งั น้ีกลไกการ
เป็นปรสิตแบบน้ีไดแ้ ก่ การสร้างสารพษิ หรือเอนไซมย์ อ่ ยสลายผนงั เซลล์
ของเช้ือโรค ในขณะที่ปรสิตของเช้ือราบางชนิดที่สามารถเขา้ ไปเจริญและ
มีชีวติ ในเช้ือสาเหตุ แลว้ คอ่ ยๆ แทงผา่ นเสน้ ใยเช้ือโรคแต่ไม่ทำ� ใหเ้ ช้ือโรค
ตาย เรียกวา่ biotrophic mycoparasite
4. การชกั นำ� ใหพ้ ืชตา้ นทานต่อโรค (induced host resistance)
เป็ นอีกกลไกหน่ึงท่ีน่าสนใจเน่ืองจากเช้ือจุลินทรียป์ ฏิปักษ์บางชนิด
นอกจากควบคุมโรคพชื ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพแลว้ ยงั มีความสามารถใน
การกระตุน้ หรือชกั นำ� ใหพ้ ชื สร้างความตา้ นทานต่อการเขา้ ทำ� ลายของเช้ือ
โรค

42การปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี


Click to View FlipBook Version