หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 1 ความรเู้ บอ้ื งต้นเกี่ยวกับเซต
ใบงานที่ 1.2 เฉลย
เร่ือง เซตจากดั และเซตอนันต์
คาชี้แจง : จงพิจารณาเซตในแตล่ ะข้อตอ่ ไปนี้วา่ เป็นเซตจากดั หรือเซตอนนั ต์
1. เซตของจานวนตรรกยะ
เซตอนนั ต์
2. A = {xR | 0 < x < 1}
เซตอนนั ต์
3. เซตของจานวนเตม็ ที่นาไปหาร 0 ไดล้ งตวั
เซตอนันต์
4. เซตของจานวนพลเมืองในโลก ณ ขณะน้ี
เซตจากดั
5. B = {1, 2, 3, … ,100}
เซตจากัด
6. C = {x | x เปน็ จานวนเต็มลบ}
เซตอนนั ต์
7. เซตของเดอื นในหนึ่งปี
เซตจากัด
8. เซตของจานวนคูท่ ี่มี 7 เป็นหลักสิบ
เซตอนันต์
9. เซตของวงกลมที่มจี ุดศูนย์กลางรว่ มกัน
เซตอนนั ต์
10. D = {x | x I- และ x2 – 5x + 4 = 0}
เซตจากดั
27
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 1 ความรู้เบือ้ งต้นเกีย่ วกบั เซต
ใบงานท่ี 1.3
เร่ือง เซตที่เทา่ กนั
คาชีแ้ จง : จงพจิ ารณาเซตในแต่ละข้อต่อไปนีว้ า่ มีข้อใดบา้ งท่เี ปน็ เซตท่เี ทา่ กนั พรอ้ มท้งั อธบิ าย
1. A = {x | x เป็นจานวนครี่ ะหวา่ ง 1 และ 10}
B = {1, 3, 5, 7, 9}
2. A = {0, 1, 2, 3, …, 9}
B = {x I | x < 10}
3. A = {10, 20, 30, 40}
B = {30, 40, 10, 20, 30}
4. A = {x | x I และ x2 = 25}
B = {5}
5. A = {7, 14, 21, 28}
B = {7x | xN และ x < 5}
28
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 1 ความรเู้ บอ้ื งต้นเกีย่ วกับเซต
ใบงานท่ี 1.3 เฉลย
เรอ่ื ง เซตทเี่ ท่ากนั
คาชแี้ จง : จงพิจารณาเซตในแตล่ ะขอ้ ต่อไปน้วี า่ มขี อ้ ใดบ้างท่ีเปน็ เซตทีเ่ ท่ากนั พร้อมทง้ั อธบิ าย
1. A = {x | x เป็นจานวนคีร่ ะหวา่ ง 1 และ 10}
B = {1, 3, 5, 7, 9}
A = B เพราะ A = {1, 3, 5, 7, 9}
2. A = {0, 1, 2, 3, …, 9}
B = {x I | x < 10}
A ≠ B เพราะ B = {…, -3, -2, -1, 0, 1, 2, 3, …,9}
3. A = {10, 20, 30, 40}
B = {30, 40, 10, 20, 30}
A = B เพราะ B = {10, 20, 30, 40}
4. A = {x | x I และ x2 = 25}
B = {5}
A ≠ B เพราะ A = {-5, 5}
5. A = {7, 14, 21, 28}
B = {7x | xN และ x < 5}
A = B เพราะ B = {7, 14, 21, 28}
29
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 1 ความร้เู บื้องต้นเกยี่ วกบั เซต
ใบงานท่ี 1.4
เร่ือง เซตว่าง
คาชแ้ี จง : จงพจิ ารณาวา่ เซตในแต่ละข้อตอ่ ไปนเ้ี ป็นเซตวา่ งหรอื ไมเ่ ป็นเซตวา่ ง
1. เซตของชอื่ เดือนในหน่งึ ปที ีม่ ี 30 วนั
2. A = { }
3. เซตของจานวนเตม็ ที่เป็นจานวนนับ
4. เซตของจานวนประชากรในประเทศไทย ณ ขณะนี้
5. B = {x | x ≠ x}
6. C = {x | √ = x}
7. D = {x | x มี 0 เปน็ ตวั ประกอบ}
8. E = {x | 4 < x 5}
9. F = [x | xN และ x + x = x2}
10. G = {x | x I- และ x2 – 7x + 12 = 0}
30
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 เซต เฉลย
แผนฯ ท่ี 1 ความรู้เบ้อื งต้นเกี่ยวกับเซต
ใบงานที่ 1.4
เรือ่ ง เซตวา่ ง
คาช้ีแจง : จงพจิ ารณาว่าเซตในแตล่ ะข้อต่อไปนเ้ี ปน็ เซตว่างหรอื ไมเ่ ปน็ เซตว่าง
1. เซตของช่ือเดอื นในหนง่ึ ปที ม่ี ี 30 วัน
ไมเ่ ป็นเซตว่าง
2. A = { }
ไมเ่ ป็นเซตวา่ ง
3. เซตของจานวนเต็มทเ่ี ป็นจานวนนบั
ไมเ่ ป็นเซตวา่ ง
4. เซตของจานวนประชากรในประเทศไทย ณ ขณะน้ี
ไมเ่ ปน็ เซตวา่ ง
5. B = {x | x ≠ x}
เซตวา่ ง
6. C = {x | √ = x}
ไมเ่ ป็นเซตว่าง
7. D = {x | x มี 0 เปน็ ตวั ประกอบ}
เซตวา่ ง
8. E = {x | 4 < x 5}
ไมเ่ ป็นเซตว่าง
9. F = [x | xN และ x + x = x2}
ไม่เป็นเซตวา่ ง
10. G = {x | x I- และ x2 – 7x + 12 = 0}
เซตวา่ ง
31
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 1 ความรู้เบ้อื งต้นเกยี่ วกับเซต
9. บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอนระดับชนั้ ม.4
สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้
สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เน่อื งจาก
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ผลท่ีเกิดกับผู้เรียน
1.) การประเมินผลความรหู้ ลงั การเรยี น โดยใช…้ …………………….......................................
พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมินคิดเปน็ ร้อยละ.........……ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ั้นตา่ ที่กาหนดไว้คิดเป็นร้อยละ
...............ไดแ้ ก่ ............................................................................................................................
2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………...….….........................
พบว่านักเรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ...........ไม่ผา่ นเกณฑข์ ้นั ต่าท่ีกาหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ
................... ได้แก.่ .................................................................................................................................
3.) การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……………………...........................
พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมินคดิ เปน็ ร้อยละ...........ไม่ผา่ นเกณฑข์ น้ั ตา่ ท่กี าหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ
................... ไดแ้ ก่..................................................................................................................................
3. ปญั หาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทาใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ นั ตามกาหนดเวลา
มนี ักเรยี นทไ่ี ม่สนใจเรยี น
อ่นื ๆ
...................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนาแผนไปปรบั ปรุง เรือ่ ง
................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขนกั เรยี นท่ไี ม่ผา่ นการประเมิน
................................................................................................................................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงชือ่ ผู้สอน
(นายศุภชัย เรืองเดช)
วันที่.........../.................../.................
32
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 2 แผนภาพเวนนและเอกภพสัมพทั ธ
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 2 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 4
กลุมสาระการเรียนรู คณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 31101
รายวชิ า คณิตศาสตรพ นื้ ฐาน เวลา 18 ชัว่ โมง
หนว ยการเรยี นรูท ี่ 1 เรอ่ื ง เซต เวลา 2 ชัว่ โมง
หวั ขอเรอ่ื ง แผนภาพเวนนแ ละเอกภพสมั พทั ธ
1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วดั
ค 1.1 ม.4/1 เขาใจและใชความรูเกี่ยวกับเซตและตรรกศาสตรเบื้องตน ในการส่ือสารและส่ือ
ความหมายทางคณติ ศาสตร
2. จุดประสงคการเรยี นรู
1) บอกสมาชิกของเซตเมือ่ กําหนดแผนภาพเวนนใหได (K)
2) บอกความหมายของเอกภพสัมพัทธไ ด (K)
3) เขยี นแผนภาพเวนนแทนเซตได (P)
4) รบั ผิดชอบตอหนาทีท่ ี่ไดรบั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรยี นรูท อ งถ่นิ
ความรูเบ้ืองตนและสัญลักษณพ้ืนฐานเกี่ยวกับ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
เซต
4. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การเขียนแผนภาพเวนนแทนเซตจะชวยใหเขาใจความสัมพันธระหวางเซตตาง ๆ ไดงายและ
ชัดเจนมากข้ึน ซ่ึงจะกําหนดใหเซตของสมาชิกท้ังหมดท่ีอยูภายใตขอบเขตส่ิงท่ีเราตองการจะศึกษา
โดยมีขอตกลงวา ตอไปจะกลาวถึงสมาชิกของเซตนี้เทานั้น เรียกเซตน้ีวา เอกภพสัมพัทธ เขียนแทน
ดว ยสญั ลกั ษณ U
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียนและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเรยี นรู
1) ทักษะการสังเกต 3. มงุ มั่นในการทาํ งาน
2) ทักษะการระบุ
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
6. กิจกรรมการเรียนรู
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบอปุ นยั (Induction)
34
หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 2 แผนภาพเวนนแ ละเอกภพสัมพัทธ
ช่ัวโมงท่ี 1
ขั้นนาํ
1. ครแู จง จุดประสงคก ารเรยี นรใู หนกั เรยี นทราบ
2. ครถู ามคําถาม ครูทบทวนความรเู กย่ี วกบั การเขียนเซตแบบบอกเง่อื นไขของสมาชิก โดยตัง้
คาํ ถาม ดังน้ี
• การเขยี นเซตแบบบอกเงอ่ื นไขของสมาชิก มีประโยชนอยางไร
(แนวตอบ เชน เพอื่ ใหทราบวาตวั แปรนั้นแทนสมาชิกใดบา ง เพื่อใหร ะบสุ มาชิกของเซตได
งายขึน้ เปนตน)
ขน้ั สอน
1. ครเู ขยี นตวั อยา งเซต 3 เซต บนกระดาน เชน
A = {2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ,10}
B = {x | x ∈ R และ -5 > x > -9}
C = {x | x เปน จํานวนเต็มบวก และ 2 ≤ x < 11}
2. ครใู หน ักเรียนพจิ ารณาตัวอยางเซตที่ครูเขยี นบนกระดาน แลวถามคาํ ถาม ดังน้ี
• เซต B และเซต C เขยี นแบบแจกแจงสมาชิกไดอ ยางไร
(แนวตอบ เซต B ไมสามารถเขียนแบบแจกแจงสมาชกิ ได และ C = {2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9
,10})
• เพราะเหตุใดนักเรียนจงึ ไมส ามารถเขียนเซต B แบบแจกแจงสมาชกิ ได
(แนวตอบ เพราะเซต B ไมส ามารถระบุสมาชิกทแ่ี นนอนได)
• เซตใดบา งเปน เซตทเ่ี ทา กัน
(แนวตอบ เซต A เทากับ เซต C)
• ถาเซต C ไมไ ดก าํ หนดให x เปนจาํ นวนเต็มบวก นกั เรียนคดิ วา สมาชกิ ของเซต C จะเปน
อยา งไร
(แนวตอบ เซต C จะมสี มาชกิ เปน จาํ นวนจรงิ ทอ่ี ยรู ะหวา ง -5 กบั -9)
3. ครูกลาวสรปุ ดงั นี้ จากตัวอยา งดังกลาวขางตน นักเรียนรแู ลววา เซต B กําหนดขอบเขตของ
เซตเปน
จํานวนจริง และเซต C กาํ หนดขอบเขตของเซตเปนจาํ นวนเต็มบวก เราจะเรยี กการกาํ หนด
ขอบเขตของสมาชิกดังกลาววา เอกภพสมั พัทธ เขยี นแทนดวยสญั ลักษณ U เชน
U = {-1, -2, -3},
U = {x | x ∈ R} และ U = {x | x ∈ } เปน ตน
4. ครยู กตวั อยา งการเขียนแผนภาพแทนเซตบนกระดาน ดงั น้ี
35
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เซต U
แผนฯ ที่ 2 แผนภาพเวนนแ ละเอกภพสัมพทั ธ
4
A
1 5
23
5. ครูใหนกั เรียนพจิ ารณาการเขียนแผนภาพแทนเซตดงั กลา ว แลว อธิบายวา นักเรยี นจะเหน็ รูป
ส่เี หลยี่ มมุมฉากแสดงถึงเซตของจํานวนสมาชกิ ทง้ั หมดทอ่ี ยูภายใตเอกภพสมั พทั ธทเ่ี ราตองการ
จะศึกษา และสวนวงกลมในรปู แสดงถงึ เซต A เราเรยี กแผนภาพแทนเซตนวี้ า แผนภาพเวนน
(Venn Diagram) แลว ถามคาํ ถาม ดงั นี้
• เขียนเซตเอกภพสัมพัทธแ บบแจกแจงสมาชกิ ไดอยา งไร
(แนวตอบ U = {1, 2, 3, 4, 5})
• เขียนเซต A แบบแจกแจงสมาชิกไดอ ยางไร
(แนวตอบ A = {1, 2, 3})
6. ครยู กตัวอยา งที่ 4 ในหนังสือเรยี น หนา 11 บนกระดาน ใหน ักเรียนพจิ ารณา พรอ มถาม
คําถาม ดังน้ี
• เซต A และเซตของเอกภพสัมพัทธม คี วามสมั พนั ธกันอยางไร
(แนวตอบ สมาชกิ ของเซต A เปน สมาชกิ ทอ่ี ยใู นเซตของเอกภพสัมพัทธ)
7. ครใู หน กั เรยี นทาํ “ลองทําดู” ในหนังสือเรยี น หนา 12 จากนั้นครูและนกั เรียนรว มกันเฉลย
คาํ ตอบ
ชว่ั โมงที่ 2
8. ครแู ละนักเรยี นรว มกนั ทบทวนความรู โดยการถาม-ตอบ ดงั น้ี
• เอกภพสัมพทั ธ หมายถงึ อะไร
(แนวตอบ เอกภพสมั พัทธ หมายถึง เซตของสมาชิกท้ังหมดทเ่ี ราตอ งการจะศกึ ษา โดยมี
ขอตกลงวาตอไป จะกลา วถงึ สมาชิกของเซตน้เี ทาน้ัน)
• แผนภาพเวนน มลี กั ษณะอยา งไร
(แนวตอบ เปนรปู สี่เหลย่ี มมมุ ฉากที่ภายในมสี มาชกิ ทง้ั หมดทอี่ ยภู ายใตเอกภพสัมพทั ธบรรจุ
อย)ู
9. ครูกลาวทบทวนเก่ยี วกับการเขยี นแผนภาพแทนเซต U และเซต A จากตวั อยางที่ 4 ใน
หนงั สือเรยี น
หนา 11
10. ครเู นนยาํ เทคนคิ การแกโจทยปญ หาจากกรอบ PROBLEM SOLVING TIP ในหนังสอื เรยี นหนา
12
36
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 2 แผนภาพเวนนแ ละเอกภพสัมพทั ธ
11. ครูแจกใบงานที่ 1.5 เร่ือง แผนภาพเวนน ใหนักเรยี นทาํ จากน้ันครูและนักเรียนรว มกนั เฉลย
คําตอบ
12. ครูใหน ักเรียนทําแบบฝกทกั ษะ 1.2 ขอ 1 จากนน้ั ครูและนักเรยี นรวมกนั เฉลยคาํ ตอบ
13. ครใู หน กั เรยี นทํา Exercise 1.2A เรือ่ งแผนภาพเวนนและเอกภพสมั พันธ ในหนังสอื แบบฝก หัด
จากน้ันครูและนักเรยี นรว มกันเฉลยคาํ ตอบ
ขัน้ สรุป
ครแู ละนักเรยี นรวมกันสรุปความคิดรวบยอดเรอื่ งแผนภาพเวนนแ ละเอกภพสัมพันธ โดยใชการ
ถาม-ตอบ ดังนี้
• เอกภพสมั พทั ธ หมายถึงอะไร
(แนวตอบ เอกภพสมั พัทธ หมายถงึ เซตของสมาชิกทง้ั หมดที่เราตอ งการจะศึกษา โดยมี
ขอตกลงวาตอ ไปจะกลา วถงึ สมาชิกของเซตนีเ้ ทาน้ัน)
• แผนภาพท่ใี ชเ ขียนแทนเซต เรียกวาอะไร
(แนวตอบ เรยี กวา แผนภาพเวนน)
• แผนภาพเวนน มปี ระโยชนอ ยางไร
(แนวตอบ เชน เพื่อใหเ หน็ ภาพของความสมั พนั ธไ ดชัดเจนย่ิงขึน้ เพอื่ ใหงา ยตอการอธิบาย
เกย่ี วกับเซตใหผ ูอ่ืนเขา ใจ เปน ตน)
7. การวดั และประเมินผล
รายการวัด วธิ วี ดั เคร่อื งมอื เกณฑการประเมิน
การประเมินระหวาง
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู
1) แผนภาพเวนนและ - ตรวจใบงานที่ 1.5 - ใบงานที่ 1.5 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจแบบฝกทกั ษะ 1.2 - แบบฝก ทักษะ 1.2 ขอ 1 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
ขอ 1
- ตรวจ Exercise 1.2A - Exercise 1.2A - รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
2) พฤตกิ รรมการทาํ งาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2
รายบคุ คล การทํางานรายบุคคล การทํางานรายบุคคล ผานเกณฑ
3) คณุ ลักษณะอนั พงึ - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
ประสงค ใฝเรยี นรู และมุงมั่น คุณลักษณะอนั พึง ผา นเกณฑ
ในการทาํ งาน ประสงค
37
หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 2 แผนภาพเวนนและเอกภพสัมพทั ธ
8. สอื่ /แหลงการเรียนรู
8.1 สอ่ื การเรยี นรู
1) หนังสอื เรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน คณิตศาสตร ม.4 หนว ยการเรยี นรูที่ 1 เซต
2) แบบฝก หัดรายวิชาพน้ื ฐาน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 1 เซต
3) ใบงานที่ 1.5 เรือ่ ง แผนภาพเวนน
8.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมุด
2) หอ งเรยี น
3) อินเตอรเน็ต
38
หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 2 แผนภาพเวนนแ ละเอกภพสัมพทั ธ
ใบงานท่ี 1.5
เรอ่ื ง แผนภาพเวนน
คาํ ชแ้ี จง : ใหน กั เรยี นเขียนแผนภาพเวนนแ ทนเซตตอไปนี้
กําหนด U = {x | x เปน จํานวนเต็มตั้งแต 1 ถงึ 100}
A = {x | x เปน จาํ นวนเฉพาะ}
B = {x | x เปนกําลังสองสมบรู ณ}
C = {x | x เปน จํานวนจริงและ (x - 6)(x - 18) = 0}
= {x | x เปน จาํ นวนเตม็ ทมี่ ากกวา 89 แตน อ ยกวาเทา กับ 96}
และ D
39
หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 2 แผนภาพเวนนแ ละเอกภพสัมพทั ธ
ใบงานที่ 1.5 เฉลย
เรื่อง แผนภาพเวนน
คําช้ีแจง : ใหนกั เรยี นเขยี นแผนภาพเวนนแทนเซตตอ ไปนี้
กาํ หนด U = {x | x เปน จาํ นวนเตม็ ต้ังแต 1 ถึง 100}
A = {x | x เปนจาํ นวนเฉพาะ}
B = {x | x เปน กําลงั สองสมบรู ณ}
C = {x | x เปนจาํ นวนจรงิ และ (x - 6)(x - 18) = 0}
= {x | x เปน จํานวนเต็มทม่ี ากกวา 89 แตน อยกวา เทา กับ 96}
และ D
A U
2 3 5 7 11 13 17 19 B
23 29 31 37 41 43 47
53 59 61 67 71 73 79 1 4 9 16 25
36 49 64 81
83 87 89 97
100
D C
6 18
90 91 92 93
94 95 96
8 10 12 14 15 20 21 22 24 26 27 28 30 32 33 34 35 38 39 40 42 44 45 46 48 50 51 52 54 55
56 57 58 60 62 63 65 66 68 69 70 72 74 75 76 77 78 80 82 84 85 86 88 98 99
40
หนว ยการเรียนรูท ่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 2 แผนภาพเวนนและเอกภพสัมพทั ธ
9. บันทึกผลหลังการสอน
ผลการสอนระดับชั้น ม.4
สอนไดต ามแผนการจดั การเรยี นรู
สอนไมไดตามแผนการจดั การเรยี นรู เน่ืองจาก
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ผลท่เี กดิ กบั ผเู รียน
1.) การประเมนิ ผลความรูหลงั การเรียน โดยใช… …………………….......................................
พบวานักเรียนผา นการประเมนิ คดิ เปนรอยละ.........……ไมผ า นเกณฑข ้นั ตา่ํ ทีก่ ําหนดไวคดิ เปน รอยละ
...............ไดแ ก ............................................................................................................................
2.) การประเมินดา นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…………………...….….........................
พบวานกั เรยี นผานการประเมนิ คดิ เปน รอยละ...........ไมผ า นเกณฑข นั้ ต่ําท่กี าํ หนดไวค ดิ เปน รอ ยละ
................... ไดแ ก..................................................................................................................................
3.) การประเมนิ ดา นคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค เรยี น โดยใช………………………...........................
พบวานักเรียนผานการประเมนิ คดิ เปนรอ ยละ...........ไมผา นเกณฑข ัน้ ต่าํ ท่ีกาํ หนดไวคิดเปนรอ ยละ
................... ไดแก..................................................................................................................................
3. ปญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู ไมเ หมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทาํ ใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท ันตามกาํ หนดเวลา
มีนักเรียนทไี่ มส นใจเรยี น
อนื่ ๆ
...................................................................................................................................
4. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
ควรนําแผนไปปรับปรุง เรือ่ ง
................................................................................................................................................................
แนวทางแกไขนกั เรยี นทไ่ี มผา นการประเมนิ
................................................................................................................................................................
ไมม ีขอเสนอแนะ
ลงชอื่ ผสู อน
(นายศุภชัย เรอื งเดช)
วนั ท่.ี ........../.................../.................
41
หนวยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 3 สบั เซตและเพาเวอรเซต
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 3 ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 4
กลุมสาระการเรียนรู คณิตศาสตร รหสั วิชา ค 31101
รายวชิ า คณติ ศาสตรพ น้ื ฐาน เวลา 18 ชั่วโมง
หนวยการเรยี นรูท ่ี 1 เร่ือง เซต เวลา 2 ชั่วโมง
หวั ขอ เรอ่ื ง สบั เซตและเพาเวอรเ ซต
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชีว้ ดั
ค 1.1 ม.4/1 เขาใจและใชความรูเกี่ยวกับเซตและตรรกศาสตรเบ้ืองตน ในการส่ือสารและสื่อ
ความหมายทางคณติ ศาสตร
2. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1) หาจํานวนสมาชิกของเพาเวอรเซตของเซตทก่ี ําหนดใหไ ด (K)
2) เขยี นสับเซตของเซตทกี่ ําหนดใหไ ด (P)
3) เขียนเพาเวอรเ ซตของเซตทีก่ าํ หนดใหไ ด (P)
4) รบั ผดิ ชอบตอ หนา ท่ที ี่ไดรับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรทู อ งถิน่
สาระการเรยี นรแู กนกลาง
ความรูเบื้องตนและสัญลักษณพ้ืนฐานเกี่ยวกับ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
เซต
4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
เซต A เปนสับเซตของเซต B ก็ตอเม่ือ สมาชิกทุกตัวของเซต A เปนสมาชิกของเซต B และ
เพาเวอรเ ซตของเซต A คือ เซตของสับเซตทง้ั หมดของเซต A เขียนแทนดวย P(A)
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ รยี นรู
1) ทกั ษะการสังเกต 3. มงุ ม่ันในการทาํ งาน
2) ทกั ษะการระบุ
3. ความสามารถในการแกปญหา
6. กจิ กรรมการเรียนรู
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : Concept Based Teaching
43
หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 3 สบั เซตและเพาเวอรเซต
ชว่ั โมงท่ี 1
ขนั้ นํา
ข้ันการใชความรูเดิมเช่ือมโยงความรใู หม (Prior Knowledge)
1. ครกู ลาวทักทายนักเรยี น แลวใหนกั เรียนทํากจิ กรรมโดยใหน กั เรยี นแบง กลุม กลมุ ละ 6 กลุม
จากนั้น ใหแ ตล ะกลุม สง ตัวแทนออกมารับกลอง 1 ใบ และใบงานที่ 1.6 เรื่อง สับเซตและสับ
เซตแท ซ่งึ ในแตล ะกลองจะมเี สอ้ื เชติ้ ถุงเทา นักกฬี า เสือ้ กันฝน และถงุ มอื บรรจุอยู ครบู อก
กตกิ าการเลน เกม ดงั นี้
1) นกั เรยี นแตล ะกลมุ ผลดั กันเลน ทีละคน
2) นกั เรยี นตองแตง ตัวจากเส้ือผาในกลอ งท่คี รแู จกใหเรียบรอ ย สมบูรณแ ละเร็วทส่ี ุดในเวลา 2
นาที ซ่ึงครจู ะเปานกหวดี เรม่ิ และหมดเวลา
3) เมื่อหมดเวลาทุกคนในกลุมชว ยกนั ตรวจสอบเสื้อผา ชน้ิ ท่ีใสไดเรียบรอยและสมบรู ณ แลว
บนั ทึกผลลงในใบงานที่ 1.6
4) สลบั นกั เรียนคนถดั ไปแลวทาํ ซา้ํ ขอ 2 อีกครง้ั
2. ครูใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สงตวั แทนออกมาเขียนเซตของเสือ้ ผาช้ินทแี่ ตละคนใสไ ดเ รียบรอ ย
สมบูรณ แลว ใหน ักเรียนทกุ คนรวมกนั สังเกตและเปรยี บเทยี บความแตกตา งของคําตอบทเ่ี พ่อื น
เขยี นบนกระดาน
3. ครถู ามคาํ ถาม เพอ่ื นําเขา สบู ทเรียนและกระตุนใหน กั เรียนรว มกันแสดงความคิดเหน็ ดังน้ี
• นักเรียนคิดวาเสื้อผา ทอ่ี ยใู นกลอ งสามารถเขยี นเปนเซตไดอยางไร
(แนวตอบ {เส้ือเชต้ิ , ถงุ เทานักกฬี า, เสอื้ กันฝน, ถงุ มอื })
• นกั เรยี นคดิ วาคาํ ตอบที่เพื่อนแตล ะกลุม เขยี นไวบ นกระดานมีอะไรท่เี หมอื นกนั
(แนวตอบ มาจากสง่ิ ของสิ่งเดียวกนั (เซตเดียวกนั น่นั คอื กลองใสเสื้อผา ) หรือเปน สวนยอย
จากสวนรวมทงั้ หมดหรือสมาชกิ ในเซตคําตอบแตล ะขอเปนสมาชกิ ของเซตกลองใสเส้อื ผา)
• ถาเซตคาํ ตอบแตละขอในใบงานท่ี 1.6 เปนสว นยอ ยจากสว นรวมท้ังหมด นกั เรียนคิดวายงั
มเี ซตคําตอบทเ่ี ปนสว นยอ ยอื่น ๆ อีกหรอื ไม ใหน ักเรยี นชวยกันคดิ คาํ ตอบทัง้ หมดที่เปน
สวนยอยจากสว นรวมทง้ั หมด
(แนวตอบ มี เซตคาํ ตอบทัง้ หมดทเี่ ปน สว นยอยจากสวนรวมทง้ั หมด คือ { }, {เส้ือเช้ติ }, {ถงุ
เทานกั กีฬา}, {เสื้อกนั ฝน}, {ถงุ มือ}, {เส้ือเชต้ิ , ถุงเทา นักกีฬา}, {เสือ้ เชิ้ต, เสื้อกนั ฝน} ,
{เสอื้ เชิต้ , ถงุ มือ}, {ถุงเทานักกีฬา, เส้ือกนั ฝน}, {ถุงเทานกั กฬี า, ถุงมือ}, {เส้ือกันฝน, ถุงมือ},
{เสือ้ เช้ติ , ถงุ เทานักกฬี า, เสือ้ กันฝน}, {เส้ือเชต้ิ , ถุงเทา นักกฬี า, ถงุ มอื }, {เสอ้ื เชติ้ , เสือ้ กัน
ฝน, ถุงมือ}, {ถุงเทา นักกีฬา, เสอ้ื กันฝน,ถุงมอื }, {เส้ือเช้ิต, ถงุ เทานกั กฬี า, เสอ้ื กนั ฝน, ถงุ
มือ})
44
หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 3 สับเซตและเพาเวอรเซต
4. ครูกลา วสรุปดังน้ี จากกิจกรรมขางตน เซตคาํ ตอบท่ีเราเขยี นท้ังหมดนเี้ รียกวา สบั เซต ดงั น้ัน
เซต A เปน สับเซตของเซต B กต็ อ เมือ่ สมาชกิ ทุกตวั ของเซต A เปน สมาชกิ ของเซต B เชน {ถงุ เทา
นักกีฬา} เปนสบั เซตของ {เสอื้ เช้ติ , ถงุ เทา นักกีฬา, เส้อื กันฝน, ถุงมือ})
ขั้นสอน
ขนั้ รู (Knowing)
1. ครูใหน ักเรียนจับคทู าํ กจิ กรรมโดยใชเ ทคนคิ คคู ิด (Think Pair Share) ดังนี้
• ใหน กั เรียนแตล ะคนศึกษาเรอื่ งสับเซตและสบั เซตแท ในหนังสอื เรียนหนา 12-13
• ใหน ักเรียนแตล ะคนคดิ คาํ ตอบของตนเองกอนจาก Class Discussion ในหนังสอื เรยี นหนา
13
• ใหน กั เรียนจบั คูกับเพ่ือนเพ่ือแลกเปลย่ี นคาํ ตอบกนั สนทนาซักถามซึง่ กนั และกนั จนเปน ท่ี
เขา ใจรวมกนั
• ครูสุม ถามนกั เรยี น แลวใหนกั เรียนรวมกันอภิปรายคาํ ตอบ ดงั นี้
- จากแผนภาพ เซต A เปนสับเซตของเซต B หรือไม และเซต B เปนสับเซตของเซต A
หรือไม เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ เซต A ไมเปน สบั เซตของเซต B เพราะมีสมาชิกบางตัวของเซต A คอื x, y
และ z ไมเปนสมาชิกของเซต B และเซต B ไมเ ปน สับเซตของเซต A เพราะมสี มาชิก
บางตัวของเซต B คือ q และ r ไมเปน สมาชิกของเซต A)
2. ครใู หศ ึกษาตัวอยา งท่ี 5-6 จากหนังสอื เรียนหนา 14 จากนนั้ สมุ นกั เรียน 2 คน มาหนาช้นั เรยี น
โดยครูตรวจสอบความถูกตอง
ขนั้ เขาใจ (Understanding)
1. ครูใหน ักเรยี นทาํ “ลองทําด”ู ในหนงั สือเรยี นหนา 14-15 และแบบฝกทกั ษะ 1.2 ขอ 2-3 ใน
หนงั สอื เรยี น หนา 17 จากนนั้ สุมนกั เรยี นออกมานําเสนอคาํ ตอบหนาชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบความ
ถูกตอ ง
2. ครสู รปุ โดยใชก ารถาม-ตอบ ดงั นี้
• เซต A จะเปนสบั เซตของเซต B ไดตอ งเปนอยางไร
(แนวตอบ เซต A เปนสับเซตของเซต B กต็ อเมือ่ สมาชกิ ทุกตัวของเซต A เปน สมาชิกของ
เซต B)
• เซต A จะเปน สับเซตแทข องเซต B ไดตอ งเปน อยา งไร
(แนวตอบ เซต A เปน สับเซตของเซต B กต็ อ เม่ือ สมาชิกทกุ ตัวของเซต A เปนสมาชกิ ของ
เซต B และA ≠ B)
• เซต A จะเทา กับเซต B ไดต อ งเปน อยา งไร
(แนวตอบ เซต A เปนสับเซตของเซต B และเซต B เปน สับเซตของเซต A)
45
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 3 สับเซตและเพาเวอรเซต
ชว่ั โมงท่ี 2
ข้นั รู (Knowing)
1. ครกู ลาวทบทวนเกี่ยวกับสับเซตและสบั เซตแท ดงั นี้
- เซต A เปน สบั เซตของเซต B ก็ตอ เม่ือ สมาชิกทุกตวั ของเซต A เปน สมาชิกของเซต B
- เซต A เปน สับเซตของเซต B ก็ตอ เมอ่ื สมาชิกทกุ ตวั ของเซต A เปน สมาชิกของเซต B และ
A≠B
2. ครเู ขียน A = {1, 2} และวาดแผนภาพรปู ที่ 1-4 ในหนังสอื เรียนหนา 15 บนกระดาน แลวถาม
คําถาม ดงั นี้
• จากแผนภาพ เซตใดอยูใ นเซต A บา ง
(แนวตอบ {1}, {2}, {1, 2}, ∅ )
• สับเซตทง้ั หมดของเซต A มีกีเ่ ซต อะไรบาง
(แนวตอบ สับเซตทั้งหมดของเซต A มี 4 เซต คอื {1}, {2}, {1, 2}, ∅ )
3. ครอู ธิบายกรอบ INFORMATION ท่ีวา “เซตวา งเปนสบั เซตของเซตทุกเซต นัน่ คอื ถา เซต A
เปน เซตใด ๆ แลว ∅ ⊂ A ”
4. ครอู ธบิ ายวา เซตของสับเซตทงั้ หมดของเซต A เรยี กวา เพาเวอรข องเซต A เขียนแทนดวย
P(A)
ดงั นนั้ P(A) = {{1}, {2}, {1, 2}, ∅ }
5. ครูใหนกั เรียนจับคศู ึกษาตวั อยางที่ 7-8 ในหนงั สอื เรยี นหนา 16 จากนัน้ สมุ นักเรยี น 2 คู มา
อธบิ ายการหาจาํ นวนสมาชกิ ของเพาเวอรเซต แลวถามคาํ ถาม ดังน้ี
• จาํ นวนสมาชิกของเซต A กับจํานวนสับเซตของเซต A มีความสัมพันธกนั อยางไร
(แนวตอบ ถาเซต A มสี มาชิก n ตวั จํานวนสบั เซตของเซต A จะเทา กับ 2n เซต)
• จํานวนสมาชกิ ของเซต A กบั จํานวนสมาชิกของเพาเวอรเซต A มีความสมั พนั ธก ันอยางไร
(แนวตอบ ถาเซต A มสี มาชิก n ตัว จาํ นวนสมาชกิ ของเพาเวอรเ ซต A จะเทา กับ 2n ตัว)
• จํานวนสับเซตของเซต A กับจาํ นวนสมาชิกของเพาเวอรเซต A มีความสมั พันธกันอยา งไร
(แนวตอบ จาํ นวนสับเซตของเซต A เทากบั จํานวนสมาชิกของเพาเวอรเซต A)
ขัน้ เขา ใจ (Understanding)
1. ครูใหน ักเรียนทํา “ลองทําด”ู ในหนงั สือเรยี นหนา 16 และแบบฝกทกั ษะ 1.2 ขอ 4-5 ใน
หนงั สอื เรยี นหนา 17 จากนัน้ สุมนกั เรยี นออกมานําเสนอคําตอบหนา ช้นั เรยี น โดยครูตรวจสอบ
ความถูกตอง
2. ครูใหน กั เรยี นทาํ Exercise1.2 B-C ในหนงั สอื แบบฝกหดั และใบงานที่ 1.7 เรื่องเพาเวอรเซต
เปน การบาน
ขนั้ ลงมือทาํ (Doing)
ครูใหน ักเรียนแบงกลมุ กลุมละ 3 คน แลวชวยกันพจิ ารณาและตอบคําถามของแบบฝก
ทักษะ 1.2 ขอ 6
46
หนว ยการเรียนรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 3 สับเซตและเพาเวอรเซต
ในหนังสือเรยี นหนา 17 จากน้นั ครูสมุ นักเรยี น 2 กลุม มานําเสนอหนาชั้นเรียน โดยครูคอย
ตรวจสอบความถกู ตอง
ข้นั สรปุ
ครูใหน ักเรยี นเขยี นผังความรูร วบยอดเร่ืองสับเซตและเพาเวอรเซตลงในสมดุ
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วธิ วี ัด เคร่ืองมือ เกณฑการประเมิน
การประเมนิ ระหวา ง
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู - รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
1) สับเซตและ - ตรวจใบงานที่ 1.6 - ใบงานที่ 1.6 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
เพาเวอรเซต - ตรวจใบงานที่ 1.7 - ใบงานที่ 1.7 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจแบบฝก ทกั ษะ 1.2 - แบบฝก ทกั ษะ 1.2 ขอ - รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
ขอ 2-6 2-6 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจ Exercise 1.2B - Exercise 1.2B - ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจ Exercise 1.2C - Exercise 1.1C
2) การนําเสนอผลงาน - ประเมนิ การนาํ เสนอ - แบบประเมนิ การ ผานเกณฑ
ผลงาน นาํ เสนอผลงาน - ระดับคณุ ภาพ 2
3) พฤติกรรมการทาํ งาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผา นเกณฑ
รายบุคคล การทํางานรายบุคคล การทาํ งานรายบุคคล - ระดบั คณุ ภาพ 2
4) พฤติกรรมการทํางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผานเกณฑ
กลุม การทาํ งานกลมุ การทํางานกลมุ - ระดบั คุณภาพ 2
5) คณุ ลกั ษณะอนั พงึ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมนิ ผา นเกณฑ
ประสงค ใฝเรยี นรู และมุงมั่น คุณลกั ษณะอนั พึง
ในการทํางาน ประสงค
8. ส่อื /แหลง การเรยี นรู
8.1 สอื่ การเรียนรู
1) หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐาน คณติ ศาสตร ม.4 หนว ยการเรียนรูที่ 1 เซต
2) แบบฝก หัดรายวิชาพนื้ ฐาน ม.4 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
3) ใบงานท่ี 1.6 เร่อื ง สบั เซตและสบั เซตแท
4) ใบงานท่ี 1.7 เรอ่ื ง เพาเวอรเ ซต
5) กลองใสเ ส้อื ผา เสอ้ื เชิ้ต ถุงเทา นักกีฬา เสือ้ กนั ฝน และถุงมือ
8.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมดุ
2) หอ งเรยี น
3) อินเตอรเ น็ต
47
หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 3 สับเซตและเพาเวอรเซต
ใบงานท่ี 1.6
เรอื่ ง สบั เซตและสบั เซตแท
คําช้แี จง : จากกิจกรรมใหนกั เรียนเขยี นเซตแบบแจกแจงสมาชกิ จากเซตแบบบอกเง่ือนไขท่ี
กําหนดใหตอไปน้ี
A = {x | x เปนเซตของเสอ้ื ผา ที่อยใู นกลองใสเ สอ้ื ผา}
B = {x | x เปนเซตของเสื้อผาท่ีนักเรยี นคนท่ี 1 ใสไ ดครบถว นและสมบูรณ}
C = {x | x เปนเซตของเส้ือผา ทน่ี ักเรียนคนที่ 2 ใสไ ดครบถว นและสมบรู ณ}
D = {x | x เปนเซตของเสอ้ื ผาที่นกั เรยี นคนที่ 3 ใสไดครบถว นและสมบูรณ}
E = {x | x เปนเซตของเสื้อผาที่นกั เรยี นคนที่ 4 ใสไ ดครบถว นและสมบรู ณ}
F = {x | x เปน เซตของเสอ้ื ผาท่นี ักเรียนคนที่ 5 ใสไ ดครบถวนและสมบูรณ}
G = {x | x เปน เซตของเสอื้ ผาท่ีนักเรียนคนท่ี 6 ใสไ ดค รบถว นและสมบูรณ}
A=
B=
C=
D=
E=
F=
G=
สับเซตท้ังหมดของเซต A คอื
สับเซตแทท ัง้ หมดของเซต A คอื
48
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต เฉลย
แผนฯ ที่ 3 สบั เซตและเพาเวอรเ ซต
ใบงานที่ 1.6
เรื่อง สับเซตและสบั เซตแท
คาํ ช้ีแจง : จากกจิ กรรมใหนกั เรียนเขยี นเซตแบบแจกแจงสมาชิกจากเซตแบบบอกเงอื่ นไขที่
กําหนดใหต อ ไปนี้
A = {x | x เปน เซตของเสื้อผาที่อยูในกลองใสเสอื้ ผา }
B = {x | x เปนเซตของเสื้อผาทนี่ ักเรียนคนท่ี 1 ใสไดครบถวนและสมบรู ณ}
C = {x | x เปน เซตของเสือ้ ผา ที่นกั เรียนคนที่ 2 ใสไ ดค รบถวนและสมบูรณ}
D = {x | x เปน เซตของเสือ้ ผาที่นกั เรยี นคนท่ี 3 ใสไดค รบถวนและสมบูรณ}
E = {x | x เปนเซตของเส้ือผาที่นกั เรยี นคนท่ี 4 ใสไดค รบถว นและสมบูรณ}
F = {x | x เปน เซตของเสื้อผา ท่นี ักเรียนคนท่ี 5 ใสไดค รบถว นและสมบรู ณ}
G = {x | x เปน เซตของเส้ือผาท่นี กั เรียนคนท่ี 6 ใสไ ดค รบถวนและสมบูรณ}
A = {เสอ้ื เชต้ิ , ถงุ เทานกั กีฬา, เสอ้ื กนั ฝน, ถงุ มอื }
B = คาํ ตอบขนึ้ อยูกับผลทเ่ี กดิ ข้ึนจรงิ
C = คาํ ตอบขึ้นอยูกับผลท่เี กดิ ขน้ึ จริง
D = คําตอบขึ้นอยกู บั ผลท่ีเกดิ ขึน้ จริง
D = คาํ ตอบข้ึนอยกู บั ผลทเ่ี กดิ ข้ึนจริง
E = คาํ ตอบข้ึนอยกู บั ผลทีเ่ กดิ ข้ึนจรงิ
F = คําตอบขึ้นอยูก ับผลทีเ่ กดิ ขนึ้ จริง
สับเซตท้ังหมดของเซต A คอื { }, {เสื้อเชต้ิ }, {ถงุ เทา นักกฬี า}, {เสอ้ื กันฝน}, {ถุงมอื }, {เสอ้ื เชิ้ต, ถุงเทา
นักกีฬา}, {เส้ือเช้ิต, เสอ้ื กนั ฝน}, {เสอื้ เช้ิต, ถุงมือ}, {ถุงเทานกั กฬี า, เส้ือกนั ฝน}, {ถงุ เทานกั กีฬา, ถุง
มือ}, {เสือ้ กนั ฝน, ถุงมือ}, {เสอื้ เชต้ิ , ถุงเทา นักกฬี า, เสื้อกนั ฝน}, {เสือ้ เชติ้ , ถุงเทานักกฬี า, ถงุ มอื },
{เสื้อเชต้ิ , เสอื้ กันฝน, ถุงมือ}, {ถงุ เทานักกฬี า, เสือ้ กนั ฝน, ถงุ มอื }, {เสื้อเชิต้ , ถุงเทานักกฬี า, เส้อื กัน
ฝน, ถุงมอื }
สบั เซตแทท ั้งหมดของเซต A คอื { }, {เสอ้ื เชิ้ต}, {ถุงเทานักกีฬา}, {เสื้อกนั ฝน}, {ถุงมอื }, {เสื้อเชติ้ , ถุง
เทา นกั กฬี า}, {เส้อื เช้ิต, เส้อื กันฝน}, {เส้อื เชต้ิ , ถุงมือ}, {ถงุ เทานักกีฬา, เสอื้ กันฝน}, {ถงุ เทานักกฬี า,
ถงุ มือ}, {เส้ือกนั ฝน, ถุงมือ}, {เสอ้ื เชิ้ต, ถงุ เทานักกฬี า, เสื้อกนั ฝน}, {เสื้อเชิต้ , ถงุ เทา นกั กีฬา, ถงุ มอื },
{เสอื้ เช้ติ , เสอ้ื กันฝน, ถงุ มือ}, {ถุงเทา นกั กฬี า, เสอ้ื กันฝน, ถุงมือ}
49
หนว ยการเรียนรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 3 สบั เซตและเพาเวอรเ ซต
ใบงานท่ี 1.7
เรือ่ ง เพาเวอรเ ซต
คําชแี้ จง : ใหน ักเรียนหาเพาเวอรเ ซตและจาํ นวนสมาชิกของเพาเวอรเ ซตตอไปน้ี
1. A = {x | x เปนจาํ นวนคี่ระหวาง 1 และ 9}
A=
P(A) =
n(P(A)) =
2. B = {x | x∈ I และ x2 = 25}
B=
P(B) =
n(P(B)) =
3. C คือ เซตของจํานวนเต็มที่สอดคลอ งกับสมการ x2 – 3x + 2 = 0
C=
P(C) =
n(P(C)) =
4. D = {x | x มี 0 เปนตัวประกอบ}
D=
P(D) =
n(P(D)) =
ใบงานท่ี 1.7 เฉลย
50
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 3 สับเซตและเพาเวอรเซต
เรอื่ ง เพาเวอรเ ซต
คําชแ้ี จง : ใหน กั เรียนหาเพาเวอรเ ซตและจาํ นวนสมาชกิ ของเพาเวอรเ ซตตอ ไปน้ี
1. A = {x | x เปนจาํ นวนค่ีระหวาง 1 และ 9}
A = {3, 5, 7}
P(A) = { , {3}, {5}, {7}, {3, 5}, {3, 7}, {5, 7}, {3, 5, 7}}
n(P(A)) =8
2. B = {x | x∈ I และ x2 = 25}
B = {-5, 5}
P(B) = { , {-5}, {5}, {-5, 5}}
n(P(B)) = 4
3. C คอื เซตของจาํ นวนเตม็ ทส่ี อดคลองกบั สมการ x2 – 3x + 2 = 0
C = {1, 2}
P(C) = { , {1}, {2}, {1, 2}}
n(P(C)) =4
4. D = {x | x มี 0 เปนตัวประกอบ}
D=
P(D) = { }
n(P(D)) =1
51
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 3 สบั เซตและเพาเวอรเซต
9. บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอนระดับชั้น ม.4
สอนไดตามแผนการจัดการเรียนรู
สอนไมไ ดตามแผนการจดั การเรยี นรู เนื่องจาก
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ผลทเี่ กดิ กบั ผเู รยี น
1.) การประเมนิ ผลความรหู ลงั การเรยี น โดยใช… …………………….......................................
พบวานกั เรยี นผานการประเมนิ คิดเปนรอ ยละ.........……ไมผ า นเกณฑขัน้ ต่าํ ทีก่ ําหนดไวคิดเปน รอ ยละ
...............ไดแ ก ............................................................................................................................
2.) การประเมินดานทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…………………...….….........................
พบวานักเรยี นผานการประเมินคดิ เปนรอยละ...........ไมผ านเกณฑข ้นั ต่ําทกี่ ําหนดไวค ิดเปน รอ ยละ
................... ไดแก..................................................................................................................................
3.) การประเมนิ ดา นคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค เรยี น โดยใช………………………...........................
พบวา นักเรยี นผา นการประเมนิ คิดเปน รอ ยละ...........ไมผ านเกณฑข้ันต่ําท่ีกาํ หนดไวคิดเปน รอ ยละ
................... ไดแก..................................................................................................................................
3. ปญ หาและอุปสรรค
กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู ไมเหมาะสมกับเวลา
มีนักเรยี นทาํ ใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท นั ตามกําหนดเวลา
มีนักเรียนท่ไี มสนใจเรียน
อนื่ ๆ
...................................................................................................................................
4. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
ควรนําแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง
................................................................................................................................................................
แนวทางแกไ ขนกั เรียนที่ไมผา นการประเมิน
................................................................................................................................................................
ไมม ีขอ เสนอแนะ
ลงชือ่ ผูส อน
(นายศภุ ชัย เรอื งเดช)
วันท.่ี ........../.................../.................
52
หนว ยการเรยี นรูที่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 4 อินเตอรเ ซกชันและยเู นยี นของเซต
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 4 ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 4
กลุมสาระการเรียนรู คณติ ศาสตร รหัสวชิ า ค 31101
รายวิชา คณิตศาสตรพ นื้ ฐาน เวลา 24 ชัว่ โมง
หนวยการเรียนรูท ี่ 1 เรือ่ ง เซต เวลา 2 ช่ัวโมง
หัวขอเร่ือง อนิ เตอรเ ซกชนั และยูเนยี นของเซต
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชวี้ ดั
ค 1.1 ม.4/1 เขาใจและใชความรูเกี่ยวกับเซตและตรรกศาสตรเบื้องตน ในการส่ือสารและส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตร
2. จดุ ประสงคการเรียนรู
1) หาอินเตอรเซกชันของเซตได (K)
2) หายเู นียนของเซตได (K)
3) เขียนเซตทเี่ กิดจากการอินเตอรเ ซกชันของเซตได (P)
4) เขยี นเซตทเี่ กิดจากการยเู นยี นของเซตได (P)
5) รับผดิ ชอบตอ หนา ทท่ี ี่ไดร บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรทู องถ่นิ
สาระการเรยี นรแู กนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
ยเู นยี นและอินเตอรเซกชนั ของเซต
4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
ถา A และ B เปนสบั เซตของเอกภพสัมพทั ธ แลวจะไดวา อนิ เตอรเ ซกชนั ของเซต A และเซต B
คือ เซตของสมาชิกที่ซํ้ากันของเซต A และเซต B เขียนแทนดวย A ∩ B น่ันคือ A ∩ B =
{x | x ∈ A และ x | x ∈ B}
ยูเนียนของเซต A และเซต B คือ เซตของสมาชิกที่อยูในเซต A หรือเซต B หรือท้ังสองเซต
เขียนแทนดวย A ∪ B น่ันคือ A ∪ B= {x | x ∈ A หรือ x | x ∈ B หรือ x เปนสมาชิกของทั้งสอง
เซต}
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี นและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ รียนรู
1) มกั ษะการสงั เกต 3. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน
2) ทกั ษะการคดิ คลอง
3. ความสามารถในการแกป ญหา
54
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 4 อนิ เตอรเ ซกชันและยูเนยี นของเซต
6. กจิ กรรมการเรยี นรู
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : Concept Based Teaching
ชว่ั โมงที่ 1
ขน้ั นาํ
ขัน้ การใชความรเู ดิมเช่อื มโยงความรใู หม (Prior Knowledge)
1. ครกู ระตุนใหน กั เรียนสนใจโดยการทบทวนเรอ่ื งแผนภาพเวนน จากคลิปวดี ีโอ
https://www.youtube.com/watch?v=wtR5XWfR_CE
2. ครูแจกใบงานที่ 1.8 เร่ือง อินเตอรเซกชันของเซต ใหกบั นักเรยี น เม่อื นกั เรยี นวาดแผนภาพ
เรียบรอ ยแลว ครูและนักเรยี นชวยกันตรวจสอบความถูกตอ ง จากนัน้ ครูใหน ักเรียนปฏิบัตติ าม
คําส่งั ดังตอไปนี้
• ขอ 1 นกั เรียนเวนวางไวไ มตองแรเงา
• ขอ 2 นักเรยี นแรเงาพ้นื ทเ่ี ฉพาะชองท่มี ีเลข 3 อยูเทา นั้น
• ขอ 3 นักเรียนแรเงาพื้นท่ีเฉพาะชองทมี่ ีเลข 3 และ 4 อยูเทา นัน้
• ขอ 4 นกั เรยี นแรเงาพ้นื ทเ่ี ฉพาะชอ งทม่ี เี ลข 3 อยเู ทา น้นั
ขนั้ สอน
ขน้ั รู (Knowing)
1. ครูอธบิ ายใหนกั เรียนฟง วา พื้นท่สี วนท่แี รเงา คอื สว นอนิ เตอรเ ซกชนั ของเซต A และเซต B ซึ่ง
เขียนแทนดวย A ∩ B จากน้ันครูใหน กั เรยี นชวยกันวิเคราะหค วามหมายอนิ เตอรเซกชนั ของ
เซตจากรูปในใบงานท่ี 1.8 แลวเขยี นคาํ ตอบลงในชอ งวา งท่ีเหลืออยใู หสมบรู ณ
2. ครูและนักเรยี นรวมกันสรปุ ความหมายอินเตอรเซกชนั ของเซตโดยครูถามนกั เรียน ดังนี้
• อนิ เตอรเซกชนั ของเซต A และเซต B คอื อะไร
(แนวตอบ เซตของสมาชิกทซี่ ํ้ากนั ของเซต A และเซต B เขยี นแทนดวย A ∩ B
นน่ั คือ A ∩ B = {x | x ∈ A และ x | x ∈ B}
3. ครใู หนกั เรียนจบั คศู ึกษาตวั อยางท่ี 9 ในหนงั สอื เรียนหนา 18-19
4. ครสู ุม นกั เรยี น 2 คู มาอธบิ ายวธิ ีการหาคําตอบ จากนน้ั ใหน ักเรยี นในหองรวมแสดงความ
คดิ เห็นเพิม่ เตมิ และรวมกนั สรปุ คาํ ตอบ
ขนั้ เขาใจ (Understanding)
1. ครใู หน ักเรียนทํา “ลองทาํ ด”ู ในหนงั สอื เรียนหนา 19 จากนนั้ สุมนกั เรยี นออกมานาํ เสนอ
คําตอบหนาช้ันเรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ตอง
2. ครูเนน ยา้ํ ขอ มูลท่ีสําคญั ท่ีนักเรยี นควรรเู พ่ิมเตมิ ในกรอบ ATTENTION จากหนังสือเรียนหนา
19
55
หนวยการเรียนรูที่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 4 อนิ เตอรเ ซกชนั และยเู นยี นของเซต
3. ครใู หน กั เรียนทําแบบฝกทกั ษะ 1.3 ขอ 1-2 ในหนังสือแบบเรยี นหนา 30 และ Exercise 1.3A
ในหนงั สือ แบบฝก หัด เปน การบา น
ชัว่ โมงที่ 2
ข้ันรู (Knowing)
1. ครูกลา วทบทวน ดังนี้
• อินเตอรเซกชันของเซต A และเซต B คือ เซตของสมาชิกท่ีซํ้ากันของเซต A และเซต B
เขยี นแทนดว ย A ∩ B นน่ั คือ A ∩ B = {x | x ∈ A และ x | x ∈ B}
2. ครแู ละนกั เรยี นรวมกันเฉลยคาํ ตอบของแบบฝก ทักษะ 1.3 ขอ 1-2 ในหนงั สือเรยี นหนา 30
และ Exercise 1.3A ในหนงั สอื แบบฝก หดั
3. ครูแจกใบงานที่ 1.9 เรอ่ื ง ยเู นยี นของเซต ใหก ับนกั เรยี น เม่อื นักเรยี นวาดแผนภาพเรียบรอย
แลว ครแู ละนกั เรียนชว ยกันตรวจสอบความถกู ตอง จากนนั้ ครใู หนกั เรยี นปฏิบตั ิตามคาํ สง่ั
ดังตอไปน้ี
• ขอ 1 นักเรยี นแรเงาพื้นที่วงกลม A และวงกลม B
• ขอ 2 นกั เรียนแรเงาพ้นื ที่วงกลม A และวงกลม B
• ขอ 3 นักเรียนแรเงาพ้นื ที่วงกลม A และวงกลม B
• ขอ 4 นกั เรียนแรเงาพน้ื ที่วงกลม A วงกลม B และวงกลม C
4. ครูอธิบายใหน กั เรียนฟง วา พื้นท่ีสวนทแ่ี รเงา คือ สวนยูเนยี นของเซต A และเซต B ซงึ่ เขียน
แทนดวย A ∪ B จากน้ันครใู หนักเรยี นชว ยกันวิเคราะหความหมายยูเนียนของเซตจากรูปใน
ใบงานท่ี 1.9 แลว เขียนคาํ ตอบลงในชอ งวา งทเี่ หลอื อยใู หส มบูรณ
5. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปความหมายยูเนียนของเซตโดยครถู ามนักเรยี น ดังน้ี
• ยเู นยี นของเซต A และเซต B คอื อะไร
(แนวตอบ เซตของสมาชิกทอี่ ยใู นเซต A หรอื เซต B หรือทงั้ สองเซต เขียนแทนดวย A ∪ B
นัน่ คือ A ∪ B= {x | x ∈ A หรอื x | x ∈ B หรอื x เปนสมาชกิ ของทัง้ สองเซต}
6. ครูใหนักเรยี นจบั คศู ึกษาตัวอยางที่ 10 ในหนังสอื เรียนหนา 20-21
7. ครสู ุมนกั เรยี น 2 คู มาอธิบายวิธีการหาคาํ ตอบ จากนั้นใหน กั เรียนในหอ งรว มแสดงความ
คดิ เห็นเพิม่ เตมิ และรว มกนั สรปุ คาํ ตอบ
8. ครเู นนยา้ํ เทคนคิ การแกโ จทยป ญ หาจากกรอบ PROBLEM SOLVING TIP ในหนังสอื เรียนหนา
20
ขั้นเขา ใจ (Understanding)
1. ครูใหน ักเรียนทํา “ลองทําด”ู ในหนงั สอื เรยี นหนา 21 และแบบฝก ทักษะ 1.3 ขอ 3-4 ใน
หนังสอื เรียน หนา 30 จากนั้นสมุ นักเรียนออกมานําเสนอคําตอบหนาชั้นเรยี น โดยครู
ตรวจสอบความถกู ตอง
2. ครเู นน ยาํ้ ขอมลู ท่ีสาํ คญั ที่นกั เรียนควรรเู พม่ิ เติมในกรอบ ATTENTION จากหนังสือแบบเรยี น
หนา 21
56
หนว ยการเรียนรูที่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 4 อินเตอรเ ซกชนั และยเู นียนของเซต
3. ครใู หนักเรยี นทาํ Exercise 1.3B ในหนังสอื แบบฝก หัด เปน การบา น
ขน้ั ลงมือทาํ (Doing)
ครใู หน ักเรียนแบงกลุม กลุม ละ 4 - 5 คน พรอมแจกกระดาษ A4 ใหกลมุ ละหนง่ึ แผน จากนนั้
ใหน กั เรยี นรวมกันทาํ แบบฝก ทกั ษะ 1.3 ขอ 8-10 ในหนงั สอื เรียนหนา 31 แลว สง ตัวแทนกลุมละ 1
คน ออกมานาํ เสนอหนา ช้ันเรียน โดยมีครตู รวจสอบความถกู ตอ ง
ขั้นสรปุ
ครใู หนักเรยี นเขยี นผงั ความรูรวบยอดเรื่องอินเตอรเซกชนั ของเซตและยูเนียนของเซตลงในสมดุ
7. การวดั และประเมินผล
รายการวัด วธิ ีวัด เครอ่ื งมอื เกณฑก ารประเมนิ
การประเมินระหวาง
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู - รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
1) อนิ เตอรเซกชนั และ - ตรวจใบงานท่ี 1.8 - ใบงานที่ 1.8 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจใบงานที่ 1.9 - ใบงานที่ 1.9 - รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
- ตรวจแบบฝกทกั ษะ 1.3 - แบบฝกทกั ษะ 1.3 ขอ - รอยละ 60 ผานเกณฑ
ขอ 1-4, 8-10 1-4, 8-10 - รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจ Exercise 1.3A - Exercise 1.3A - ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจ Exercise 1.3B - Exercise 1.3B
2) การนําเสนอผลงาน - ประเมินการนําเสนอ - แบบประเมินการ ผานเกณฑ
ผลงาน นาํ เสนอผลงาน - ระดบั คุณภาพ 2
3) พฤติกรรมการทาํ งาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผานเกณฑ
รายบคุ คล การทํางานรายบคุ คล การทาํ งานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2
4) พฤติกรรมการทํางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา นเกณฑ
กลุม การทํางานกลมุ การทํางานกลมุ - ระดบั คณุ ภาพ 2
5) คุณลักษณะอนั พึง - สงั เกตความมวี ินัย - แบบประเมิน ผานเกณฑ
ประสงค ใฝเ รียนรู และมงุ มน่ั คณุ ลกั ษณะอนั พึง
ในการทํางาน ประสงค
8. ส่อื /แหลง การเรยี นรู
8.1 ส่ือการเรยี นรู
1) หนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน คณิตศาสตร ม.4 หนวยการเรยี นรูที่ 1 เซต
2) แบบฝกหัดรายวิชาพ้นื ฐาน ม.4 หนว ยการเรียนรูที่ 1 เซต
3) ใบงานท่ี 1.8 เรอ่ื ง อินเตอรเ ซกชันของเซต
4) ใบงานที่ 1.9 เรอ่ื ง ยเู นยี นของเซต
8.2 แหลงการเรียนรู
57
หนวยการเรียนรูท ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 4 อนิ เตอรเ ซกชนั และยูเนยี นของเซต
1) หองสมดุ
2) หองเรียน
3) อินเตอรเ น็ต
• https://www.youtube.com/watch?v=wtR5XWfR_CE
58
หนวยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 4 อินเตอรเ ซกชันและยูเนยี นของเซต
ใบงานที่ 1.8
เรือ่ ง อินเตอรเซกชันของเซต
คาํ ช้ีแจง : ใหน ักเรยี นเขยี นแผนภาพเวนนจากเซตท่กี าํ หนดให จากนน้ั ปฏิบัตติ ามคาํ สัง่ ท่คี รบู อก
1. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {4, 5}
A∩B =
2. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {3, 4, 5}
A∩B =
59
หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 4 อนิ เตอรเ ซกชนั และยเู นียนของเซต
3. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3, 4, 5} และ B = {3, 4}
A∩B =
4. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3}, B = {3, 4, 5} และ C = {2, 3, 4}
ดงั น้ัน อนิ เตอรเซกชันของเซต A และเซต B คือ
60
หนวยการเรียนรูที่ 1 เซต เฉลย
แผนฯ ที่ 4 อนิ เตอรเ ซกชันและยเู นยี นของเซต
ใบงานท่ี 1.8
เร่ือง อินเตอรเ ซกชันของเซต
คําช้ีแจง : ใหนักเรียนเขียนแผนภาพเวนนจ ากเซตทก่ี ําหนดให จากน้ันปฏบิ ตั ิตามคาํ สั่งท่ีครูบอก
1. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {4, 5}
A∩B =
2. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {3, 4, 5}
A ∩ B = {3}
61
หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 4 อนิ เตอรเซกชันและยเู นยี นของเซต
3. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3, 4, 5} และ B = {3, 4}
A ∩ B = {3, 4}
4. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3}, B = {3, 4, 5} และ C = {2, 3, 4}
A ∩ B ∩ C = {3} เซตของสมาชิกทีซ่ า้ํ กนั ของเซต A และเซต B
ดังนน้ั อินเตอรเซกชนั ของเซต A และเซต B คือ และ
เขียนแทนดวย นน่ั คอื =
62
หนวยการเรียนรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 4 อินเตอรเ ซกชนั และยูเนยี นของเซต
ใบงานท่ี 1.9
เรือ่ ง ยเู นยี นของเซต
คาํ ชี้แจง : ใหน ักเรียนเขียนแผนภาพเวนนจ ากเซตทีก่ าํ หนดให จากนั้นปฏบิ ัตติ ามคําส่ังทคี่ รบู อก
1. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {4, 5}
A∪B =
2. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {3, 4, 5}
A∪B =
63
หนวยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 4 อนิ เตอรเซกชนั และยเู นยี นของเซต
3. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3, 4, 5} และ B = {3, 4}
A∪B =
4. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3}, B = {3, 4, 5} และ C = {2, 3, 4}
A∪B∪C =
ดังนั้น ยูเนียนของเซต A และเซต B คือ
64
หนวยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 4 อินเตอรเซกชนั และยูเนยี นของเซต
ใบงานที่ 1.9 เฉลย
เรอื่ ง ยูเนยี นของเซต
คาํ ชี้แจง : ใหน ักเรยี นเขียนแผนภาพเวนนจ ากเซตท่ีกาํ หนดให จากนัน้ ปฏิบัตติ ามคาํ สง่ั ทค่ี รูบอก
1. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {4, 5}
A ∪ B = {1, 2, 3, 4, 5}
2. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {3, 4, 5}
A ∪ B = {1, 2, 3, 4, 5}
65
หนว ยการเรียนรูท ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 4 อินเตอรเ ซกชันและยเู นยี นของเซต
3. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3, 4, 5} และ B = {3, 4}
A ∪ B = {1, 2, 3, 4, 5}
4. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3}, B = {3, 4, 5} และ C = {2, 3, 4}
A ∪ B ∪ C = {1, 2, 3, 4, 5}
ดงั นั้น อนิ เตอรเซกชนั ของเซต A และเซต B คือ เซตของสมาชกิ ท่อี ยูใ นเซต A หรือเซต B หรือทั้งสองเซต
เขยี นแทนดว ย นนั่ คือ = หรือ หรือ เปน สมาชกิ ของท้งั สองเซต
66
หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 4 อินเตอรเ ซกชนั และยูเนยี นของเซต
9. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอนระดับชั้น ม.4
สอนไดตามแผนการจัดการเรยี นรู
สอนไมไ ดต ามแผนการจดั การเรยี นรู เนื่องจาก
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ผลท่ีเกิดกบั ผเู รียน
1.) การประเมนิ ผลความรหู ลงั การเรยี น โดยใช… …………………….......................................
พบวา นักเรยี นผา นการประเมนิ คิดเปน รอยละ.........……ไมผ านเกณฑขน้ั ตํ่าทก่ี าํ หนดไวคิดเปนรอยละ
...............ไดแก ............................................................................................................................
2.) การประเมินดานทกั ษะกระบวนการเรียน โดยใช… ………………...….….........................
พบวา นกั เรียนผา นการประเมินคดิ เปน รอยละ...........ไมผานเกณฑข้ันตาํ่ ทกี่ าํ หนดไวคดิ เปน รอ ยละ
................... ไดแ ก..................................................................................................................................
3.) การประเมินดา นคณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค เรยี น โดยใช………………………...........................
พบวา นักเรียนผา นการประเมินคิดเปนรอยละ...........ไมผ า นเกณฑข้ันตํา่ ทก่ี ําหนดไวค ิดเปน รอยละ
................... ไดแก. .................................................................................................................................
3. ปญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจดั การเรียนรู ไมเ หมาะสมกบั เวลา
มีนักเรยี นทําใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท นั ตามกาํ หนดเวลา
มีนกั เรียนที่ไมสนใจเรียน
อ่นื ๆ
...................................................................................................................................
4. ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไข
ควรนําแผนไปปรบั ปรุง เรอ่ื ง
................................................................................................................................................................
แนวทางแกไ ขนกั เรยี นทไ่ี มผา นการประเมิน
................................................................................................................................................................
ไมม ีขอเสนอแนะ
ลงชื่อ ผูส อน
(นายศภุ ชยั เรืองเดช)
วันที่.........../.................../.................
67
หนวยการเรียนรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลเี มนตของเซตและผลตา งระหวางเซต
แผนจดั การเรยี นรทู ่ี 5 ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 4
กลมุ สาระการเรยี นรู คณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 31101
รายวชิ า คณติ ศาสตรพ น้ื ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง
หนว ยการเรยี นรูท ี่ 1 เรอื่ ง เซต เวลา 2 ชว่ั โมง
หัวขอเร่อื ง คอมพลีเมนตของเซตและผลตา งระหวา งเซต
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วดั
ค 1.1 ม.4/1 เขาใจและใชความรูเกี่ยวกับเซตและตรรกศาสตรเบื้องตน ในการสื่อสารและสื่อ
ความหมายทางคณติ ศาสตร
2. จุดประสงคการเรยี นรู
1) หาคอมพลเี มนตของเซตได (K)
2) หาผลตางระหวางเซตได (K)
3) เขยี นเซตทเี่ กิดจากการคอมพลีเมนตข องเซตได (P)
4) เขยี นเซตทเ่ี กดิ จากการหาผลตางระหวางเซตได (P)
5) รบั ผดิ ชอบตอหนาท่ที ไ่ี ดร ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรทู อ งถ่นิ
สาระการเรียนรแู กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
คอมพลเี มนตข องเซตและผลตางระหวางเซต
4. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
ถา A และ B เปนสับเซตของเอกภพสัมพทั ธแลว จะไดวา คอมพลีเมนตของเซต A คือ เซตของ
ทุกสมาชกิ ในเซต U แตไ มอยูใ นเซต A เขยี นแทนดวย A′ นัน่ คอื A′ = {x | x ∈U และ x ∉ A}
ผลตางระหวางเซต A และเซต B หรือคอมพลีเมนตของเซต B เทียบกับเซต A คือ เซตที่มี
สมาชกิ อยใู นเซต A แตไ มอ ยใู นเซต B เขียนแทนดว ย A - B น่ันคือ A - B = {x | x ∈ A และ x ∉ B}
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี นิ ยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ รียนรู
1) ทกั ษการสงั เกต 3. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน
2) ทกั ษะการคิดคลอง
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
6. กจิ กรรมการเรยี นรู
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : Concept Based Teaching
69
หนวยการเรยี นรูที่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลเี มนตของเซตและผลตา งระหวา งเซต
ชัว่ โมงที่ 1
ข้นั นาํ
ขั้นการใชความรเู ดิมเชอ่ื มโยงความรใู หม (Prior Knowledge)
1. ครูกระตนุ ใหน กั เรยี นสนใจโดยการทบทวนเรอื่ งอินเตอรเ ซกชันและยูเนียนของเซต จากคลปิ
วีดีโอ ดงั น้ี
• https://www.youtube.com/watch?v=1nwYzFf46XQ
• https://www.youtube.com/watch?v=Bscr_DYyaIE
2. ครูแจกใบงานท่ี 1.10 เรือ่ ง คอมพลีเมนตข องเซต ใหกับนกั เรยี น เมอื่ นกั เรียนวาดแผนภาพ
เรยี บรอ ยแลว ครูและนักเรียนชวยกันตรวจสอบความถูกตอ ง จากนัน้ ครูใหนกั เรยี นปฏิบตั ติ าม
คําสง่ั ดังตอไปนี้
• ขอ 1 นักเรยี นแรเงาพ้นื ท่เี ฉพาะชอ งทมี่ หี มายเลย 5 อยูเ ทา นน้ั
• ขอ 2 นักเรียนแรเงาพน้ื ที่เฉพาะชอ งทม่ี ีหมายเลข 4 และ 5 อยูเทา นั้น
• ขอ 3 นกั เรยี นแรเงาพนื้ ทีเ่ ฉพาะชองทม่ี ีหมายเลข 5 อยเู ทา นน้ั
• ขอ 4 นักเรยี นแรเงาพ้ืนทเ่ี ฉพาะชองทมี่ หี มายเลข 4, 5, 7 และ 8 อยูเ ทานน้ั
ข้ันสอน
ข้นั รู (Knowing)
1. ครูอธิบายใหนกั เรยี นฟงวา พ้ืนทส่ี ว นทแี่ รเงา คือ สวนคอมพลเี มนตของเซต A ซง่ึ เขียนแทน
ดวย A′ จากนั้นครูใหนกั เรียนชว ยกนั วิเคราะหค วามหมายคอมพลีเมนตของเซตจากรปู ในใบ
งานที่ 1.10 แลวเขยี นคาํ ตอบลงในชอ งวางท่ีเหลอื อยูใหส มบูรณ
2. ครูและนักเรียนรวมกนั สรุปความหมายคอมพลเี มนตข องเซตโดยครูถามนักเรียน ดงั นี้
• คอมพลเี มนตข องเซต A คืออะไร
(แนวตอบ เซตของทกุ สมาชิกในเซต U แตไมอยใู นเซต A เขียนแทนดวย A′
น่นั คือ A′ = {x | x ∈U และ x ∉ A})
3. ครูใหนักเรยี นจับคูศึกษาตวั อยา งที่ 11 ในหนังสอื เรยี นหนา 22
4. ครสู มุ นักเรยี น 2 คู มาอธิบายวิธกี ารหาคําตอบ จากน้นั ใหน กั เรียนในหองรวมแสดงความ
คดิ เหน็ เพ่ิมเตมิ และรว มกนั สรปุ คาํ ตอบ
ขน้ั เขา ใจ (Understanding)
1. ครใู หนักเรยี นทาํ “ลองทาํ ด”ู ในหนงั สอื เรยี นหนา 23 จากนนั้ สมุ นกั เรียนออกมานําเสนอ
คาํ ตอบหนา ช้ันเรยี น โดยครูตรวจสอบความถกู ตอง
2. ครูใหนกั เรียนทาํ แบบฝกทักษะ 1.3 ขอ 5 ในหนังสือเรยี นหนา 30 เปน การบา น
70
หนวยการเรยี นรูท ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลีเมนตข องเซตและผลตางระหวางเซต
ชว่ั โมงที่ 2
ขน้ั รู (Knowing)
1. ครูกลาวทบทวน ดงั น้ี
• คอมพลเี มนตข องเซต A คือ เซตของทุกสมาชิกในเซต U แตไมอยูในเซต A เขียนแทนดวย
A′
นน่ั คอื A′ = {x | x ∈U และ x ∉ A}
2. ครูและนักเรียนรว มกันเฉลยคาํ ตอบของแบบฝก ทักษะ 1.3 ขอ 5 ในหนงั สือแบบเรียนหนา 30
3. ครูแจกใบงานที่ 1.11 เรอ่ื ง ผลตา งระหวางเซต ใหก บั นกั เรียน เมอ่ื นกั เรียนวาดแผนภาพ
เรียบรอ ยแลว ครแู ละนักเรียนชวยกันตรวจสอบความถกู ตอ ง จากนนั้ ครูใหนกั เรียนปฏบิ ตั ิตาม
คําส่งั ดงั ตอไปนี้
• ขอ 1 นกั เรียนแรเงาพน้ื ที่เฉพาะชอ งทมี่ ีหมายเลข 1, 2 และ 3 อยูเ ทานั้น
• ขอ 2 นักเรยี นแรเงาพ้ืนทเ่ี ฉพาะชอ งท่มี ีหมายเลข 1 และ 2 อยเู ทา น้ัน
• ขอ 3 นกั เรียนแรเงาพ้ืนทเ่ี ฉพาะชอ งท่มี หี มายเลข 1 และ 2 อยูเทานั้น
• ขอ 4 นักเรียนเวน วางไวไมต องแรเงา
4. ครูอธิบายใหนักเรยี นฟง วา พ้ืนทีส่ ว นที่แรเงา คอื สว นผลตา งระหวางเซต A และเซต B ซงึ่
เขยี นแทนดวย
A - B จากน้ันครใู หน ักเรียนชว ยกนั วิเคราะหค วามหมายของผลตา งระหวา งเซตจากรปู ในใบ
งานท่ี 1.11
แลวเขียนคําตอบลงในชองวางที่เหลอื อยูใ หสมบูรณ
5. ครูและนักเรยี นรว มกันสรปุ ความหมายของผลตางระหวางเซตโดยครูถามนกั เรยี น ดงั นี้
• ผลตา งระหวา งเซต A และเซต B คืออะไร
(แนวตอบ ผลตางระหวางเซต A และเซต B หรือคอมพลีเมนตของเซต B เทียบกับเซต A
คือ เซตที่มีสมาชิกอยูในเซต A แตไมอยูในเซต B เขียนแทนดวย A - B น่ันคือ A - B =
{x | x ∈ A และ x ∉ B}
6. ครใู หน กั เรยี นจบั คศู ึกษาตัวอยา งที่ 13-14 ในหนังสือเรยี นหนา 24-25
7. ครูสมุ นักเรยี น 2 คู มาอธบิ ายวธิ ีการหาคาํ ตอบ จากนั้นใหน กั เรียนในหองรวมแสดงความ
คิดเห็นเพม่ิ เติมและรว มกันสรุปคาํ ตอบ
ขน้ั เขาใจ (Understanding)
1. ครูใหนักเรียนทาํ “ลองทําด”ู ในหนงั สือเรยี นหนา 25 และแบบฝกทกั ษะ 1.3 ขอ 6 ในหนังสอื
เรยี นหนา 25 จากนัน้ สมุ นกั เรยี นออกมานําเสนอคําตอบหนา ชั้นเรยี น โดยครูตรวจสอบความ
ถกู ตอ ง
2. ครใู หนักเรียนทํา Exercise 1.3C ในหนงั สอื แบบฝก หัด เปนการบา น
71
หนวยการเรียนรูท ่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลีเมนตของเซตและผลตางระหวางเซต
ข้นั ลงมอื ทาํ (Doing)
ครใู หนกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3 คน แจกกระดาษ A4 ใหก ลมุ ละหนึ่งแผน จากนน้ั ใหน ักเรยี น
รว มกนั พิจารณาและวิเคราะหคําถาม Thinking Time จากหนังสอื เรียนหนา 23 และเขียนคาํ ตอบลง
ในกระดาษ A4 แลว สง ตัวแทนกลุม กลุมละ 1 คน มานําเสนอหนา ช้ันเรียน โดยมคี รคู อยตรวจสอบ
ความถกู ตอง
(แนวตอบ เนอื่ งจากนิยามของ A′ คอื เซตของทกุ สมาชกิ ในเซตU แตไมอ ยูในเซต A ดังนัน้ จงึ ไม
สามารถหา A′ ได)
ข้นั สรปุ
ครใู หนกั เรยี นเขยี นผังความรูรวบยอดเรอื่ งคอมพลีเมนตข องเซตและผลตา งระหวางเซตลงในสมุด
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ ีวัด เครอ่ื งมอื เกณฑการประเมิน
การประเมินระหวาง
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู - รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
1) คอมพลีเมนตของเซต - ตรวจใบงานที่ 1.10 - ใบงานท่ี 1.10 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจใบงานที่ 1.11 - ใบงานที่ 1.11 - รอยละ 60 ผานเกณฑ
- ตรวจแบบฝก ทักษะ 1.3 - แบบฝกทักษะ 1.3 ขอ - รอยละ 60 ผานเกณฑ
ขอ 5-6 5-6 - ระดับคณุ ภาพ 2
- ตรวจ Exercise 1.3C - Exercise 1.3C
2) การนาํ เสนอผลงาน - ประเมินการนาํ เสนอ - แบบประเมินการ ผา นเกณฑ
ผลงาน นาํ เสนอผลงาน - ระดบั คณุ ภาพ 2
3) พฤติกรรมการทาํ งาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา นเกณฑ
รายบคุ คล การทํางานรายบุคคล การทํางานรายบุคคล - ระดบั คณุ ภาพ 2
4) พฤติกรรมการทํางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผานเกณฑ
กลุม การทํางานกลมุ การทาํ งานกลมุ - ระดับคณุ ภาพ 2
5) คุณลกั ษณะอนั พงึ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมิน ผานเกณฑ
ประสงค ใฝเรียนรู และมงุ มั่น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ในการทาํ งาน ประสงค
8. ส่อื /แหลง การเรยี นรู
8.1 ส่ือการเรียนรู
1) หนังสือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน คณิตศาสตร ม.4 หนว ยการเรียนรูท่ี 1 เซต
2) แบบฝก หดั รายวชิ าพนื้ ฐาน ม.4 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
3) ใบงานที่ 1.10 เร่ือง คอมพลเี มนตของเซต
4) ใบงานที่ 1.11 เรือ่ ง ผลตางระหวา งเซต
72
หนว ยการเรยี นรูท่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลีเมนตของเซตและผลตา งระหวางเซต
8.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมดุ
2) หองเรยี น
3) อินเตอรเ นต็
• https://www.youtube.com/watch?v=1nwYzFf46XQ
• https://www.youtube.com/watch?v=Bscr_DYyaIE
73
หนวยการเรยี นรูท ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 5 คอมพลีเมนตของเซตและผลตา งระหวา งเซต
ใบงานที่ 1.10
เรือ่ ง คอมพลีเมนตของเซต
คําช้ีแจง : ใหน กั เรียนเขียนแผนภาพเวนนจากเซตทก่ี ําหนดให จากน้นั ปฏบิ ตั ติ ามคาํ สั่งท่คี รบู อก
1. ให U = {1, 2, 3, 4, 5} และ A = {1, 2, 3, 4}
A′ =
2. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {3, 4}
A′ =
74
หนว ยการเรียนรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 5 คอมพลีเมนตของเซตและผลตางระหวา งเซต
3. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3, 4} และ B = {3, 4}
A′ =
4. ให U = {1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8}, A = {1, 2, 3, 6}, B = {3, 4, 5, 6} และ C = {2, 3, 4, 7}
A′ =
ดังน้นั คอมพลเี มนตข องเซต A คือ
75
หนว ยการเรยี นรูท ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลเี มนตของเซตและผลตา งระหวางเซต
ใบงานที่ 1.10 เฉลย
เร่ือง คอมพลีเมนตของเซต
คําชีแ้ จง : ใหน ักเรียนเขียนแผนภาพเวนนจากเซตที่กาํ หนดให จากนัน้ ปฏิบัติตามคําส่ังท่ีครบู อก
1. ให U = {1, 2, 3, 4, 5} และ A = {1, 2, 3, 4}
A′ = {5}
2. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {3, 4}
A′ = {4, 5}
76
หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลเี มนตของเซตและผลตา งระหวา งเซต
3. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3, 4} และ B = {3, 4}
A′ = {5}
4. ให U = {1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8}, A = {1, 2, 3, 6}, B = {3, 4, 5, 6} และ C = {2, 3, 4, 7}
A′ = {4, 5, 7, 8}
ดังนั้น คอมพลีเมนตของเซต A คือ เซตของทุกสมาชิกในเซต U แตไมอยูในเซต A เขียนแทนดวย
นนั่ คือ = U และ
77
หนว ยการเรียนรูที่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 5 คอมพลีเมนตข องเซตและผลตา งระหวางเซต
ใบงานที่ 1.11
เรือ่ ง ผลตางระหวางเซต
คาํ ช้ีแจง : ใหน ักเรยี นเขียนแผนภาพเวนนจากเซตท่ีกาํ หนดให จากน้ันปฏบิ ตั ติ ามคาํ สั่งทีค่ รูบอก
1. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {4, 5}
A–B=
2. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {3, 4, 5}
A–B=
78
หนวยการเรยี นรูที่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลีเมนตของเซตและผลตา งระหวางเซต
3. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3, 4} และ B = {3, 4}
A–B=
4. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3,4} และ B = {3, 4}
B–A=
ดงั นนั้ ผลตางระหวางเซต A และเซต B คือ
79
หนวยการเรยี นรูท่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 5 คอมพลเี มนตของเซตและผลตางระหวา งเซต
ใบงานท่ี 1.11 เฉลย
เรือ่ ง ผลตา งระหวา งเซต
คําชีแ้ จง : ใหน กั เรยี นเขียนแผนภาพเวนนจ ากเซตท่กี ําหนดให จากนัน้ ปฏิบตั ิตามคาํ สง่ั ท่คี รบู อก
1. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {4, 5}
A – B = {1, 2, 3}
2. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3} และ B = {3, 4, 5}
A – B = {1, 2}
80