หนวยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 5 คอมพลีเมนตของเซตและผลตา งระหวา งเซต
3. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3, 4} และ B = {3, 4}
A – B = {1, 2}
4. ให U = {1, 2, 3, 4, 5}, A = {1, 2, 3,4} และ B = {3, 4}
B–A=
ดงั นนั้ ผลตา งระหวางเซต A และเซต B คอื เซตท่ีมีสมาชิกอยูในเซต A แตไมอยูในเซต B เขียนแทนดวย A - B
นั่นคอื A - B = และ
81
หนว ยการเรยี นรูที่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 5 คอมพลีเมนตข องเซตและผลตางระหวา งเซต
9. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอนระดับชั้น ม.4
สอนไดต ามแผนการจดั การเรียนรู
สอนไมไดต ามแผนการจดั การเรียนรู เนอื่ งจาก
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ผลทเ่ี กิดกบั ผูเรียน
1.) การประเมนิ ผลความรหู ลงั การเรียน โดยใช……………………….......................................
พบวานกั เรียนผา นการประเมนิ คดิ เปน รอ ยละ.........……ไมผ า นเกณฑข้ันตํ่าทกี่ าํ หนดไวคดิ เปน รอ ยละ
...............ไดแ ก ............................................................................................................................
2.) การประเมินดานทกั ษะกระบวนการเรยี น โดยใช… ………………...….….........................
พบวา นกั เรียนผา นการประเมนิ คิดเปน รอยละ...........ไมผ า นเกณฑข ัน้ ต่าํ ท่กี ําหนดไวคดิ เปนรอ ยละ
................... ไดแก..................................................................................................................................
3.) การประเมินดานคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค เรยี น โดยใช………………………...........................
พบวานกั เรยี นผานการประเมนิ คดิ เปนรอยละ...........ไมผา นเกณฑข ัน้ ตาํ่ ท่ีกาํ หนดไวค ดิ เปนรอยละ
................... ไดแก. .................................................................................................................................
3. ปญ หาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู ไมเหมาะสมกับเวลา
มีนักเรียนทาํ ใบงาน/ใบกิจกรรมไมท ันตามกาํ หนดเวลา
มีนักเรียนทไี่ มสนใจเรยี น
อืน่ ๆ
...................................................................................................................................
4. ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
ควรนําแผนไปปรับปรุง เรือ่ ง
................................................................................................................................................................
แนวทางแกไขนักเรียนทไี่ มผา นการประเมิน
................................................................................................................................................................
ไมม ีขอ เสนอแนะ
ลงช่อื ผสู อน
(นายศุภชยั เรอื งเดช)
วนั ท.ี่ ........../.................../.................
82
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 6 การหาผลการดําเนนิ การของเซตต้งั แตสองเซตขน้ึ ไป
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 6 ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 4
กลมุ สาระการเรียนรู คณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 31101
รายวิชา คณติ ศาสตรพ นื้ ฐาน เวลา 18 ชว่ั โมง
หนวยการเรียนรทู ี่ 1 เรอ่ื ง เซต เวลา 2 ชวั่ โมง
หวั ขอเรือ่ ง การหาผลการดําเนนิ การของเซตตั้งแตส องเซตขนึ้ ไป
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชีว้ ดั
ค 1.1 ม.4/1 เขาใจและใชความรูเกี่ยวกับเซตและตรรกศาสตรเบ้ืองตน ในการส่ือสารและส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตร
2. จดุ ประสงคการเรยี นรู
1) หาเซตที่เกดิ จากผลการดาํ เนนิ การของเซตต้งั แตสองเซตข้ึนไปได (K)
2) เขียนเซตทเ่ี กิดจากผลการดาํ เนนิ การของเซตตั้งแตสองเซตขึน้ ไปได (P)
3) เขยี นแผนภาพแทนเซตท่เี กดิ จากผลการดําเนินการของเซตตัง้ แตส องเซตขึ้นไปได (P)
4) รับผดิ ชอบตอ หนาทที่ ่ีไดรับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู
สาระการเรยี นรแู กนกลาง สาระการเรยี นรทู องถิน่
ยูเนียน อินเตอรเซกชัน และคอมพลีเมนตของ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
เซต
4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การหาผลการดําเนินการของเซตตั้งแตสองเซตขึ้นไป คือ การนําเซตตั้งแตสองเซตข้ึนไปมา
อินเตอรเซกชัน ยูเนียน คอมพลีเมนต หรือหาผลตางระหวางเซต จากนั้นเขียนคําตอบในรูปเซตหรือ
เขียนแผนภาพแทนเซตคาํ ตอบนัน้
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเรยี นรู
1) ทกั ษะการคดิ คลอง 3. มุง มน่ั ในการทาํ งาน
2) ทักษะการประยกุ ตใชความรู
3. ความสามารถในการแกปญ หา
6. กิจกรรมการเรยี นรู
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : Concept Based Teaching
84
หนว ยการเรียนรูท ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 6 การหาผลการดาํ เนินการของเซตตง้ั แตสองเซตขน้ึ ไป
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้ันนาํ
ขัน้ การใชความรูเดิมเชือ่ มโยงความรใู หม (Prior Knowledge)
1. ครแู จง จดุ ประสงคก ารเรียนรูใหน กั เรยี นทราบ
2. ครทู บทวนความรูเกี่ยวกบั เร่ือง อินเตอรเ ซกชนั ยเู นยี น คอมพลีเมนตของเซต และผลตาง
ระหวางเซต โดยตัวอยา งเซตบนกระดาน เชน
ให U = {a, b, c, d, e, f, g}, A = {a, b, c} และ B = {b, d, e}
3. ครูสมุ ใหน กั เรยี น 4 คน ออกมาเขยี นแผนภาพแทนเซต A ∩ B, A ∪ B, A′ และ A – B
ขนั้ สอน
ข้นั รู (Knowing)
1. ครใู หน ักเรียนจบั คศู กึ ษาตัวอยา งที่ 14-15 ในหนังสือเรยี นหนา 26-27
2. ครสู ุมนกั เรยี น 2 คู มาอธิบายวธิ ีการหาคําตอบ จากนัน้ ใหน กั เรยี นในหองรว มแสดงความ
คดิ เหน็ เพิม่ เติมและรว มกันสรปุ คาํ ตอบ
3. ครูเนน ยํา้ เทคนคิ การแกโจทยปญหาจากกรอบ PROBLEM SOLVING TIP และขอสงั เกตทไ่ี ด
จากตัวอยา งท่ี 14 ในกรอบ INFORMATION
4. ครใู หน กั เรยี นศึกษาตัวอยา งที่ 16 ในหนังสอื เรยี นหนา 28 จากน้ันสมุ นกั เรยี นออกมาอธบิ าย
การหาคาํ ตอบหนาช้ันเรยี น โดยครูตรวจสอบความถูกตอ ง
5. ครเู นน ยํา้ เทคนคิ การแกโ จทยป ญหาจากกรอบ PROBLEM SOLVING TIP ในหนังสอื เรยี นหนา
28
ข้ันเขา ใจ (Understanding)
1. ครใู หน ักเรียนทํา “ลองทําด”ู ในหนงั สอื เรียนหนา 26, 27 และ 29 จากน้ันสุม นกั เรยี นออกมา
นาํ เสนอคาํ ตอบหนา ชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ตอง
2. ครใู หนักเรียนทาํ แบบฝก ทักษะ 1.3 ขอ 7, 11-14 ในหนงั สอื แบบเรียนหนา 30-32 เปน
การบา น
ชั่วโมงที่ 2
ขนั้ รู (Knowing)
1. ครแู ละนักเรยี นรว มกันเฉลยคําตอบของแบบฝกทกั ษะ 11.3 ขอ 7, 11-14 ในหนังสือแบบเรยี น
หนา 30-32
2. ครใู หน ักเรียนจับคูทาํ กจิ กรรมโดยใชเทคนิคคูค ิด (Think Pair Share) ดงั นี้
85
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 6 การหาผลการดาํ เนนิ การของเซตตั้งแตสองเซตขนึ้ ไป
• ใหน กั เรียนแตล ะคนคิดคําตอบของตนเองกอนจาก Thinking Time ในหนงั สือเรยี นหนา
29
• ใหนักเรยี นจับคกู บั เพ่ือนเพ่อื แลกเปลยี่ นคําตอบกัน สนทนาซักถามซึง่ กนั และกันจนเปน ท่ี
เขา ใจรว มกนั
• ครูสมุ ถามนักเรียน แลว ใหน กั เรียนรว มกันอภปิ รายคําตอบ ดังนี้
- ใหต รวจสอบวาขอความตอ ไปน้ีเปน จริงหรอื เปน เท็จ
1) (X ∪ Y)′ มีคา เทา กบั X′ ∪ Y′ และ X′ ∩ Y′
(แนวตอบ เปน เท็จ เพราะ (X ∪ Y)′ ≠ X′ ∪ Y′ แต (X ∪ Y)′ ≠ X′ ∩ Y′ )
2) (X ∩ Y)′ มีคา เทากบั X′ ∩ Y′ และ X′ ∪ Y′
(แนวตอบ เปนเทจ็ เพราะ (X ∩ Y)′ ≠ X′ ∩ Y′ แต (X ∩ Y)′ ≠ X′ ∪ Y′ )
หมายเหตุ* ครอู าจเขียนแผนภาพเวนน เพือ่ ใหนกั เรยี นเขาใจไดง ายและชดั เจนย่ิงข้นึ
4. ครแู จกบตั รแผนภาพเวนนใ หนกั เรยี นคนละ 1 ใบ เพ่อื แบงนกั เรยี นเปน กลุม A ∩ B, A ∪ B,
A′ และ A – B โดยใหน ักเรยี นวเิ คราะหจ ากพื้นทีส่ ว นทแี่ รเงา เมือ่ แบง กลมุ เรียบรอยแลวครู
ตรวจสอบความถกู ตอ ง
ข้นั เขาใจ (Understanding)
1. ครูแจกใบงานที่ 1.12 เรือ่ ง การหาผลการดาํ เนนิ การของเซตตง้ั แตสองเซตขนึ้ ไป ใหกบั
นักเรยี นในแตล ะกลมุ จากน้ันใหนักเรียนทกุ คนในกลมุ ชวยกันหาคาํ ตอบ
2. ครูและนกั เรียนรวมกันเฉลยคําตอบของใบงานท่ี 1.12 พรอมกนั หาความสมั พันธข องการ
ดําเนนิ การของเซตท่มี ีคาํ ตอบเหมือนกนั จากแผนภาพ โดยครูตรวจสอบความถูกตอง
3. ครูใหนักเรยี นทํา Exercise 1.3D ในหนงั สอื แบบฝก หดั เปนการบา น
ขั้นลงมือทํา (Doing)
ครใู หน ักเรียนแบง กลมุ กลุมละ 4 - 5 คน พรอ มแจกกระดาษ A4 ใหก ลมุ ละหน่ึงแผน จากนัน้ ให
นกั เรยี นรว มกนั ทาํ แบบฝก ทกั ษะ 1.3 ขอ 15-17 ในหนงั สอื เรยี นหนา 32 แลว สงตัวแทนกลุมละ 1
คน ออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น โดยมีครตู รวจสอบความถกู ตอ ง
ขัน้ สรุป
ครูใหนกั เรียนเขยี นผังความรูรวบยอดเรื่องการหาผลการดาํ เนินการของเซตต้ังแตส องเซตข้ึนไปลง
ในสมดุ
86
หนวยการเรียนรูท ่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 6 การหาผลการดําเนินการของเซตตงั้ แตสองเซตขนึ้ ไป
7. การวดั และประเมินผล
รายการวดั วิธีวดั เคร่อื งมอื เกณฑก ารประเมิน
การประเมินระหวา ง
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
1) การหาผลการ - ตรวจใบงานที่ 1.12 - ใบงานที่ 1.12 - รอยละ 60 ผานเกณฑ
- ตรวจแบบฝก ทกั ษะ 1.3 - แบบฝกทกั ษะ 1.3 ขอ 7, - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
ขอ 7, 11-17 11-17
- ตรวจ Exercise 1.3D - Exercise 1.3D - รอยละ 60 ผานเกณฑ
2) การนาํ เสนอผลงาน - ประเมนิ การนําเสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ผลงาน นําเสนอผลงาน ผานเกณฑ
3) พฤตกิ รรมการทาํ งาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
รายบุคคล การทาํ งานรายบุคคล การทํางานรายบุคคล ผานเกณฑ
4) พฤตกิ รรมการทํางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
กลมุ การทาํ งานกลุม การทํางานกลมุ ผา นเกณฑ
5) คุณลกั ษณะอันพึง - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
ประสงค ใฝเ รยี นรู และมงุ ม่ัน คุณลักษณะอนั พึง ผานเกณฑ
ในการทาํ งาน ประสงค
8. ส่อื /แหลงการเรยี นรู
8.1 สือ่ การเรียนรู
1) หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน คณิตศาสตร ม.4 หนวยการเรียนรูท่ี 1 เซต
2) แบบฝก หัดรายวชิ าพ้นื ฐาน ม.4 หนว ยการเรยี นรูท ่ี 1 เซต
3) ใบงานท่ี 1.12 เรอื่ ง การหาผลการดาํ เนินการของเซตตง้ั แตส องเซตขนึ้ ไป
4) บัตรแผนภาพเวนน
8.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมุด
2) หอ งเรยี น
3) อนิ เตอรเนต็
87
หนว ยการเรียนรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 6 การหาผลการดําเนนิ การของเซตตง้ั แตสองเซตขึ้นไป
ใบงานท่ี 1.12
เรื่อง การหาผลการดําเนนิ การของเซตตั้งแตสองเซตข้นึ ไป
คาํ ช้แี จง : ใหแ รเงาสวนท่แี ทนเซตในแตล ะขอ 2. A ∩ B′
1. A – B
3. A′ ∩ B′ 4. (A ∪ B)′
5. (A ∩ B)′ 6. A′ ∪ B′
88
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 1 เซต 8. A ∪ B ∪ C
แผนฯ ท่ี 6 การหาผลการดาํ เนนิ การของเซตตั้งแตสองเซตขึ้นไป
7. (A – B) ∪ (B – A)
9. A ∩ B ∩ C 10. (A ∩ B) – (B – C)
89
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 6 การหาผลการดาํ เนนิ การของเซตต้งั แตสองเซตขน้ึ ไป
ใบงานที่ 1.12 เฉลย
เรื่อง การหาผลการดําเนนิ การของเซตต้งั แตส องเซตขึน้ ไป
คําชแ้ี จง : ใหแ รเงาสวนท่ีแทนเซตในแตล ะขอ 2. A ∩ B′
1. A – B
3. A′ ∩ B′ 4. (A ∪ B)′
5. (A ∩ B)′ 6. A′ ∪ B′
90
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 1 เซต 8. A ∪ B ∪ C
แผนฯ ท่ี 6 การหาผลการดาํ เนนิ การของเซตตั้งแตสองเซตขึ้นไป
7. (A – B) ∪ (B – A)
9. A ∩ B ∩ C 10. (A ∩ B) – (B – C)
91
หนว ยการเรยี นรูท่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 6 การหาผลการดําเนินการของเซตต้งั แตสองเซตขึ้นไป
บตั รแผนภาพเวนน
คาํ ชี้แจง : ครูอาจแจกบัตรแผนภาพรปู ซ้ํากันใหก บั นักเรียนเพื่อใหนกั เรยี นแตละกลุมมจี าํ นวนเทา กนั
ทงั้ นี้ข้นึ อยกู ับ จาํ นวนนกั เรยี นภายในหอ ง
92
หนวยการเรียนรูท่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 6 การหาผลการดาํ เนนิ การของเซตต้งั แตสองเซตขึ้นไป
9. บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอนระดับชั้น ม.4
สอนไดต ามแผนการจดั การเรียนรู
สอนไมไดตามแผนการจดั การเรยี นรู เนอ่ื งจาก
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ผลที่เกิดกับผูเรียน
1.) การประเมนิ ผลความรูหลงั การเรยี น โดยใช……………………….......................................
พบวานกั เรยี นผา นการประเมนิ คดิ เปน รอยละ.........……ไมผา นเกณฑข นั้ ตาํ่ ท่กี ําหนดไวคดิ เปนรอ ยละ
...............ไดแก ............................................................................................................................
2.) การประเมนิ ดานทกั ษะกระบวนการเรยี น โดยใช…………………...….….........................
พบวานกั เรยี นผานการประเมนิ คดิ เปนรอยละ...........ไมผา นเกณฑข น้ั ตา่ํ ทกี่ าํ หนดไวค ดิ เปน รอยละ
................... ไดแก. .................................................................................................................................
3.) การประเมินดานคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค เรยี น โดยใช… ……………………...........................
พบวา นกั เรยี นผา นการประเมินคิดเปน รอ ยละ...........ไมผ านเกณฑข น้ั ต่ําทกี่ าํ หนดไวค ิดเปนรอยละ
................... ไดแก. .................................................................................................................................
3. ปญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู ไมเหมาะสมกับเวลา
มนี ักเรียนทําใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท ันตามกาํ หนดเวลา
มนี ักเรียนทไี่ มสนใจเรยี น
อ่นื ๆ
...................................................................................................................................
4. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
ควรนําแผนไปปรบั ปรงุ เรื่อง
................................................................................................................................................................
แนวทางแกไ ขนกั เรยี นทไ่ี มผ า นการประเมิน
................................................................................................................................................................
ไมม ีขอ เสนอแนะ
ลงชื่อ ผูสอน
(นายศภุ ชัย เรืองเดช)
วนั ท.่ี ........../.................../.................
93
หนวยการเรยี นรูที่ 1 เซต ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 4
แผนฯ ท่ี 7 จาํ นวนสมาชิกของเซตจํากดั รหสั วิชา ค 31101
เวลา 18 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 เวลา 5 ชั่วโมง
กลุม สาระการเรยี นรู คณิตศาสตร
รายวชิ า คณิตศาสตรพ นื้ ฐาน
หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 เรือ่ ง เซต
หัวขอ เร่ือง จาํ นวนสมาชกิ ของเซตจํากดั
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชว้ี ดั
ค 1.1 ม.4/1 เขาใจและใชความรูเกี่ยวกับเซตและตรรกศาสตรเบ้ืองตน ในการส่ือสารและสื่อ
ความหมายทางคณิตศาสตร
2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1) หาจาํ นวนสมาชกิ ของเซตจํากดั ทีก่ ําหนดใหได (K)
2) นําความรเู รื่องสมาชกิ ของเซตจาํ กัดไปใชใ นการแกโ จทยป ญ หาได (K)
3) ใชแ ผนภาพและสตู รในการหาจาํ นวนสมาชิกของเซตจาํ กดั ได (P)
4) ใชภาษาและสญั ลกั ษณท างคณิตศาสตร ในการสื่อสาร ส่ือความหมาย และการนาํ เสนอได
อยา งถูกตอง (P)
5) รบั ผดิ ชอบตอ หนา ทท่ี ไี่ ดรับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู
สาระการเรยี นรแู กนกลาง สาระการเรยี นรูทอ งถิ่น
1. ความรเู บอื้ งตนและสัญลักษณพ้ืนฐานเกี่ยวกับ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
เซต
2. ยูเนยี น อนิ เตอรเ ซกชัน และคอมพลีเมนตของ
เซต
4. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
ถา A, B และ C เปนเซตจํากัดใด ๆ แลว จะไดวา n(A ∪ B) = n(A) + n(B) - n(A ∩ B)
และ
n(A ∪ B ∪ C) = n(A) + n(B) + n(C) - n(A ∩ B) - n(A ∩ C) - n(B ∩ C)+ n(A ∩ B ∩ C)
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียนและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ มั่นในการทาํ งาน
1) ทักษะการคดิ คลอ ง
2) ทกั ษะการประยุกตใชความรู
3) ทักษะกระบวนการคิดแกป ญหา
4) ทักษะการคิดอยา งสรา งสรรค
95
หนว ยการเรยี นรูที่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 7 จาํ นวนสมาชกิ ของเซตจํากดั
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรียนรู
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : Concept Based Teaching
ชว่ั โมงท่ี 1
ขั้นนาํ
ขัน้ การใชความรูเดมิ เชื่อมโยงความรใู หม (Prior Knowledge)
ครูกระตนุ ใหน กั เรียนสนใจโดยการทบทวนเรือ่ งจํานวนสมาชกิ และเซตชนดิ ตา ง ๆ จากคลปิ วีดโี อ
https://www.youtube.com/watch?v=eTV--wOyAJQ
ข้ันสอน
ขั้นรู (Knowing)
1. ครใู หนักเรยี นชวยกันตอบคําถามจาก Investigation ในหนงั สอื เรียนหนา 33 ดังนี้
• จากแผนภาพ n(A) เทา กบั เทา ใด
(แนวตอบ 4)
• จากแผนภาพ n(B) เทา กับเทา ใด
(แนวตอบ 5)
• จากแผนภาพ n(A∪ B) เทา กบั เทา ใด
(แนวตอบ 7)
• จากแผนภาพ n(A∩ B) เทากบั เทาใด
(แนวตอบ 2)
• หาสมการแสดงความสมั พันธของ n(A), n(B), n(A∪ B) และ n(A∩ B) ไดอยางไร
(แนวตอบ n(A ∪ B) = n(A) + n(B) - n(A ∩ B) )
96
หนวยการเรยี นรูที่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 7 จํานวนสมาชิกของเซตจํากดั
2. ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ ถึงกรณที เี่ ซต A และเซต B ไมมสี มาชิกรว มกนั พรอมทง้ั เขียนแผนภาพและ
สมการแสดงความสมั พนั ธข อง n(A), n(B), n(A∪ B) และ n(A∩ B) จากหนังสอื เรียนหนา
34 แลวยกตัวอยา งเซตประกอบ
ขั้นเขาใจ (Understanding)
ใหน กั เรยี นทาํ ใบงานที่ 1.13 เรอ่ื ง การหาจาํ นวนสมาชกิ ของเซต เมอื่ นักเรียนทําเสรจ็ แลว ให
รวมกนั เฉลยคาํ ตอบโดยครตู รวจสอบความถกู ตอง
ขนั้ รู (Knowing)
1. ครูใหนกั เรียนจับคทู ํากจิ กรรมโดยใชเทคนคิ คคู ดิ (Think Pair Share) ดังน้ี
• ครใู หนกั เรียนแตละคนคิดคําตอบของตนเองกอ นจาก Class Discussion ในหนงั สือเรยี น
หนา 34
• ใหนกั เรยี นจบั คูเพอื่ แลกเปลยี่ นคาํ ตอบกัน สนทนาซักถามซึ่งกนั และกันจนเปนทีเ่ ขาใจ
รว มกนั
• ครูสุม ถามนกั เรยี น แลว ใหน กั เรยี นรวมกันอภปิ รายคําตอบ ดงั นี้
- จากขอ มลู ทกี่ ําหนดเขยี นแผนภาพแทนเซต A, เซต B และเซต C ไดอยางไร
(แนวตอบ
A BU
12 3 9
4 6 12
18 24
C
- หาสมการแสดงความสมั พันธข อง n(A), n(B), n(C), n(A ∪ B ∪ C) , n(A ∩ B) ,
n(A ∩ C) , n(B ∩ C) และ n(A ∩ B ∩ C) ไดอยางไร
(แนวตอบ
n(A ∪ B ∪ C) = n(A) + n(B) + n(C) - n(A ∩ B) - n(A ∩ C) - n(B ∩ C)+ n(A ∩ B ∩ C) )
97
หนวยการเรียนรูที่ 1 เซต
แผนฯ ท่ี 7 จํานวนสมาชิกของเซตจํากดั
2. ครูอธิบายเพิม่ เตมิ ถงึ กรณที เี่ ซต A, เซต B และเซต C ไมม สี มาชกิ รวมกนั พรอมท้งั เขยี น
แผนภาพและสมการแสดงความสัมพนั ธข อง n(A), n(B), n(C), n(A ∪ B ∪ C) , n(A ∩ B) ,
n(A ∩ C) , n(B ∩ C) และ n(A ∩ B ∩ C) จากหนังสอื เรยี นหนา 35 แลว ยกตวั อยา งเซต
ประกอบ
ขั้นเขา ใจ (Understanding)
ครูใหนกั เรยี น Exercise 1.4 ขอ 1-2 ในหนงั สือแบบฝกหดั เปนการบาน
ชวั่ โมงท่ี 2
ขน้ั รู (Knowing)
1. ครกู ลา วทบทวนสมการแสดงความสมั พันธของเซต A และเซต B โดยยกตัวอยาง ดงั น้ี
กําหนด A = {x | x เปน จาํ นวนคบู วกทีน่ อ ยกวา 10}
และ B = {x | x เปนจํานวนเฉพาะบวกท่นี อยกวา 11}
ใหนักเรียนเขียนแผนภาพแทนเซต A และเซต B พรอมหาสมการแสดงความสมั พันธข อง n(A),
n(B), n(A∪ B) และ n(A∩ B)
(แนวตอบ A = {2, 4, 6, 8} และ B = {2, 3, 5, 7} เขียนแผนภาพแทนเซต A และเซต B ได
ดงั น้ี
A BU
46 2 35
8 7
จากแผนภาพ จะไดวา n(A) = 4, n(B) = 4, n(A∪ B) = 7 และ n(A∩ B) = 1
จะเห็นวา 7 = 4+4–1
ดงั น้ัน n(A∪ B) = n(A) + n(B) – n(A∩ B) )
2. ครูกลาวทบทวนเพม่ิ เตมิ ถงึ สมการแสดงความสัมพนั ธของเซต A, เซต B และเซต C ดงั นี้
n(A ∪ B ∪ C) = n(A) + n(B) + n(C) - n(A ∩ B) - n(A ∩ C) - n(B ∩ C)+ n(A ∩ B ∩ C)
3. ครูและนักเรียนรว มกันเฉลยคาํ ตอบของ Exercise 1.4 ขอ 1-2
4. ครใู หนกั เรียนศกึ ษาตัวอยา งท่ี 17-18 ในหนงั สอื เรียนหนา 36-37
98
หนวยการเรียนรูที่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 7 จาํ นวนสมาชกิ ของเซตจํากัด
5. ครูสุมนักเรยี น 2 คน มาอธิบายวธิ กี ารหาคําตอบโดยการใชแผนภาพและใชสตู ร จากนนั้ ให
นกั เรยี นในหองรว มแสดงความคิดเห็นเพิ่มเตมิ และรวมกันสรุปคําตอบ
ข้นั เขาใจ (Understanding)
1. ครใู หน ักเรยี นทํา “ลองทําด”ู ในหนงั สือเรียนหนา 37 จากน้นั สุมนักเรียนออกมานาํ เสนอ
คาํ ตอบหนา ชั้นเรียน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ ง
2. ครเู นน ยา้ํ เกี่ยวกบั เทคนิคตาง ๆ ทจ่ี ะชวยใหแ กโ จทยปญ หาไดง ายข้นึ จากกรอบ PROBLEM
SOLVING TIP ในตวั อยางที่ 17-18 จากหนงั สือเรยี นหนา 36-37
3. ครูใหน ักเรยี นทาํ แบบฝก ทักษะ 1.4 ขอ 1-4, 6 ในหนงั สอื เรียนหนา 40 เมอ่ื นักเรยี นทาํ เสร็จให
รวมกันเฉลยคาํ ตอบ โดยครูตรวจสอบความถูกตอ ง
4. ครูใหนกั เรียนทาํ แบบฝกทกั ษะ 1.4 ขอ 11-12 ในหนงั สือเรียนหนา 41 และ Exercise 1.4 ขอ
3-5 ในหนงั สือแบบฝกหดั เปน การบา น
ช่ัวโมงท่ี 3
ขัน้ รู (Knowing)
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกันเฉลยคาํ ตอบของแบบฝกทกั ษะ 1.4 ขอ 11-12 ในหนงั สือเรยี นหนา 41
และ
Exercise 1.4 ขอ 3-5 ในหนงั สือแบบฝกหดั
2. ครใู หนกั เรยี นจับคศู กึ ษาตวั อยา งท่ี 19-20 ในหนงั สือเรยี นหนา 38-39
3. ครูสุมนกั เรยี น 2 คู มาอธบิ ายวธิ ีการหาคําตอบ จากนั้นใหน กั เรยี นในหองรวมแสดงความ
คดิ เห็นเพม่ิ เตมิ และรว มกนั สรุปคําตอบ
ขัน้ เขา ใจ (Understanding)
1. ครใู หน ักเรยี นทาํ “ลองทําด”ู ในหนงั สอื เรียนหนา 39 จากน้ันสุมนักเรยี นออกมานาํ เสนอ
คําตอบหนาชั้นเรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ตอง
2. ครใู หนักเรียนแบง กลมุ กลุมละ 5-6 คน เพอื่ ทาํ กจิ กรรม Performance Task จากหนังสอื
เรียนหนา 39 โดยใหนกั เรยี นสรา งแผนภาพและตอบคาํ ถาม
3. ครูใหน กั เรียนสง ตวั แทนกลุม ละ 1 คน ออกมาอธิบายแผนภาพและคาํ ตอบหนา ชัน้ เรียน โดย
นักเรยี นและครูชว ยกนั ตรวจสอบคาํ ตอบของนักเรียน
(แนวตอบ แผนภาพและคําตอบของกจิ กรรม Performance Task ขึน้ อยูกบั ผลสํารวจของ
นกั เรยี นแตละกลมุ )
4. ครูใหนักเรียนทาํ แบบฝกทกั ษะ 1.4 ขอ 5, 7-10 ในหนงั สอื เรยี นหนา 40-41 และ Exercise
1.4 ขอ 6-13 ในหนงั สือแบบฝก หดั เปนการบาน
99
หนวยการเรียนรูท่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 7 จาํ นวนสมาชิกของเซตจํากัด
ชั่วโมงที่ 4
ขนั้ เขา ใจ (Understanding)
5. ครูและนกั เรียนรว มกนั เฉลยคําตอบของแบบฝก ทกั ษะ 1.4 ขอ 5, 7-10 ในหนังสอื เรียนหนา
40-41 และ Exercise 1.4 ขอ 6-13 ในหนงั สอื แบบฝกหดั
ขั้นลงมอื ทาํ (Doing)
1. ครใู หน ักเรียนแบงกลุม กลุม ละ 4 - 5 คน จากนั้นใหนกั เรยี นจัดทาํ ชนิ้ งานโดยรวมกนั คิดหวั ขอ
ทจี่ ะทาํ การสํารวจในโรงเรยี นหรอื ในชมุ ชนเพ่ือท่ีจะนาํ ผลการสํารวจนัน้ มาสรา งปาย
ประชาสมั พันธ, แผน พับใหเกรด็ ความรู หรอื โปสเตอรเ ชิญชวนเพอ่ื ใหส อดคลอ งหรอื เปน สวน
หนึง่ ในการชวยแกป ญหาของเรือ่ งทส่ี าํ รวจ โดยครูจะใหนกั เรียนนาํ เสนอในชวั่ โมงถดั ไปซ่งึ การ
นําเสนอตอ งนําเสนอผลการสาํ รวจโดยใชแ ผนภาพและอปุ กรณ (ปายประชาสัมพนั ธ, แผน พบั
ใหเ กรด็ ความรู หรอื โปสเตอรเชญิ ชวน) ทีเ่ ปน สว นหน่งึ ในการชว ยแกป ญหาของเรอ่ื งทีส่ าํ รวจ
โดยใหน กั เรยี นใชคอมพิวเตอรในการสรา งสรรคผ ลงาน
(ตวั อยาง นักเรียนสาํ รวจเรื่องบริเวณใดภายในโรงเรียน (หอ งนาํ้ , หองเรียนและโรงอาหาร) ท่ี
อยากใหทุกคนชว ยกันรักษาความสะอาด กลุม คนทส่ี าํ รวจ คือ นักเรียนหญงิ 50 คน นกั เรยี นชาย 50
คน และครู 10 คน ผลการสํารวจออกมาพบวา หองนํ้าเปน บรเิ วณทท่ี กุ คนอยากใหช ว ยกนั รกั ษาความ
สะอาดมากทีส่ ดุ ในกลุมจึงไดออกแบบสติก๊ เกอรภ าพและคําตาง ๆ เชน อยาลืมราดนา้ํ หลังเสรจ็
ภารกิจ ทง้ิ กระดาษชําระใน ถงั ขยะ เปน ตน เพ่ือแปะตามมุมตา ง ๆ ในหองน้ําทกุ ท่ใี นโรงเรยี น)
ชั่วโมงที่ 5
ขัน้ ลงมือทาํ (Doing)
2. ครูใหแ ตละกลมุ ออกมานาํ เสนอผลงานหนาช้ันเรียน โดยนกั เรียนและครชู ว ยกนั ตรวจสอบ
คาํ ตอบของนกั เรยี น
ข้ันสรปุ
1. ครูใหน ักเรียนเขยี นผังความรูรวบยอดเร่ืองจํานวนสมาชกิ ของเซตจํากดั ลงในสมุด
2. ครูสรปุ โดยใชก ารถาม-ตอบ ดังนี้
• สูตรทีเ่ ราใชใ นการหาจาํ นวนสมาชกิ ของเซตจํากดั มีก่สี ตู ร อะไรบา ง
(แนวตอบ 2 สตู ร คอื กาํ หนดให A, B และ C เปน เซตจาํ กัดใด ๆ จะไดว า
- A ∪ B = n(A) + n(B) – n( A ∩ B) เมื่อ A ∩ B=∅
- A ∪ B ∪ C = n(A) + n(B) + n(C) – n( A ∩ B) – n( A ∩ C ) – n( B∩ C ) + n(
A ∩ B ∩ C ) เมอ่ื A ∩ B ∩ C=∅
3. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรยี น หนว ยการเรยี นรูท่ี 1
4. ครูใหน กั เรียนทําแบบฝกทักษะประจําหนว ยการเรยี นรทู ่ี 1 เปน การบา น
100
หนวยการเรยี นรูที่ 1 เซต
แผนฯ ที่ 7 จํานวนสมาชิกของเซตจํากดั
7. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วธิ ีวดั เครอ่ื งมอื เกณฑการประเมนิ
7.1 การประเมินชน้ิ งาน/ - ตรวจปาย - แบบประเมินช้ินงาน/ - ระดับคณุ ภาพ 2
ประชาสัมพันธ ภาระงาน ผา นเกณฑ
ภาระงาน (รวบยอด) แผน พบั ใหเกรด็ ความรู
7.2 การประเมินระหวาง หรือโปสเตอรเชญิ ชวน
1) จาํ นวนสมาชิกของ
- ตรวจใบงานที่ 1.13 - ใบงานที่ 1.13 - รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจแบบฝกทกั ษะ 1.4 - แบบฝก ทักษะ 1.4 - รอยละ 60 ผานเกณฑ
- ตรวจ Exercise 1.4 - Exercise 1.4 - รอยละ 60 ผานเกณฑ
- ตรวจแบบฝกทกั ษะ - แบบฝกทักษะประจํา - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
ประจาํ หนว ยการ หนว ยการเรยี นรูท่ี 1 - ระดับคณุ ภาพ 2
เรยี นรูที่ 1
2) การนาํ เสนอผลงาน - ประเมนิ การนําเสนอ - แบบประเมินการ ผา นเกณฑ
ผลงาน นาํ เสนอผลงาน - ระดบั คุณภาพ 2
3) พฤติกรรมการทาํ งาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผา นเกณฑ
รายบคุ คล การทาํ งานรายบุคคล การทํางานรายบคุ คล - ระดบั คุณภาพ 2
4) พฤตกิ รรมการทํางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผานเกณฑ
กลุม การทํางานกลุม การทาํ งานกลุม - ระดับคุณภาพ 2
5) คุณลักษณะอนั พงึ - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมิน ผานเกณฑ
ประสงค ใฝเ รียนรู และมุงมน่ั คุณลกั ษณะอนั พึง - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
ในการทาํ งาน ประสงค
7.3 การประเมินหลังเรียน
- แบบทดสอบหลงั - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน
เรียนหนว ยการ หลงั เรยี น
เรยี นรูที่ 1
8. สอื่ /แหลงการเรยี นรู
8.1 สื่อการเรยี นรู
1) หนงั สือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน คณิตศาสตร ม.4 หนวยการเรยี นรูที่ 1 เซต
2) แบบฝก หดั รายวิชาพื้นฐาน ม.4 หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เซต
3) ใบงานท่ี 1.13 เร่อื ง การหาจาํ นวนสมาชกิ ของเซตจํากัด
101
หนว ยการเรยี นรูท่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 7 จํานวนสมาชกิ ของเซตจํากดั
8.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมุด
2) หองเรยี น
3) อินเตอรเ น็ต
• https://www.youtube.com/watch?v=eTV--wOyAJQ
102
หนวยการเรียนรูท่ี 1 เซต
แผนฯ ท่ี 7 จาํ นวนสมาชกิ ของเซตจํากดั
ใบงานที่ 1.13
เร่ือง การหาจาํ นวนสมาชกิ ของเซตจาํ กัด
คาํ ชี้แจง : เติมคําตอบใหสมบูรณ
กาํ หนด n(U ) = 100, n(A) = 35, n(B) = 45 และ n( A ∩ B) = 10 ใหเ ติมจํานวนสมาชกิ ของเซต
ตาง ๆ ลงในแผนภาพทกี่ ําหนด พรอมท้งั หาจาํ นวนสมาชิกของเซตในแตล ะขอตอไปน้ี
A BU
เซต จํานวนสมาชกิ
A-B
B-A
A∪B
A′
B′
(A ∪ B)′
103
หนวยการเรียนรูที่ 1 เซต เฉลย
แผนฯ ท่ี 7 จํานวนสมาชกิ ของเซตจํากดั
ใบงานที่ 1.13
เร่ือง การหาจํานวนสมาชิกของเซตจํากัด
คาํ ชี้แจง : เติมคําตอบใหสมบูรณ
กําหนด n(U ) = 100, n(A) = 35, n(B) = 45 และ n( A ∩ B) = 10 ใหเ ตมิ จาํ นวนสมาชกิ ของเซต
ตา ง ๆ ลงในแผนภาพทีก่ าํ หนด พรอ มท้งั หาจาํ นวนสมาชิกของเซตในแตล ะขอตอ ไปนี้
A BU
25 10 35
30
เซต จํานวนสมาชกิ
A-B 25
B-A 35
70
A∪B 65
A′ 55
B′ 30
(A ∪ B)′
104
หนวยการเรียนรูท่ี 1 เซต
แผนฯ ที่ 7 จํานวนสมาชกิ ของเซตจํากัด
9. บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอนระดบั ชน้ั ม.4
สอนไดตามแผนการจัดการเรยี นรู
สอนไมไ ดตามแผนการจดั การเรยี นรู เนอ่ื งจาก
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ผลทีเ่ กิดกับผเู รยี น
1.) การประเมนิ ผลความรหู ลงั การเรียน โดยใช… …………………….......................................
พบวา นกั เรียนผา นการประเมินคิดเปนรอ ยละ.........……ไมผ า นเกณฑข้นั ต่ําที่กําหนดไวคดิ เปนรอยละ
...............ไดแ ก ............................................................................................................................
2.) การประเมินดา นทกั ษะกระบวนการเรยี น โดยใช…………………...….….........................
พบวา นกั เรยี นผานการประเมินคดิ เปน รอ ยละ...........ไมผ านเกณฑข้ันต่าํ ที่กําหนดไวค ิดเปน รอยละ
................... ไดแ ก..................................................................................................................................
3.) การประเมนิ ดา นคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค เรยี น โดยใช………………………...........................
พบวานักเรียนผานการประเมนิ คดิ เปน รอยละ...........ไมผ า นเกณฑขน้ั ต่ําทกี่ าํ หนดไวค ิดเปน รอยละ
................... ไดแก. .................................................................................................................................
3. ปญ หาและอุปสรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู ไมเ หมาะสมกับเวลา
มีนักเรียนทําใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท นั ตามกําหนดเวลา
มีนกั เรียนที่ไมสนใจเรยี น
อนื่ ๆ
...................................................................................................................................
4. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
ควรนาํ แผนไปปรบั ปรงุ เรอ่ื ง
................................................................................................................................................................
แนวทางแกไขนักเรียนที่ไมผานการประเมนิ
................................................................................................................................................................
ไมม ขี อ เสนอแนะ
ลงช่อื ผสู อน
(นายศุภชยั เรืองเดช)
วันที่.........../.................../.................
105