รายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs)
โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา
นายเกียรติชัย เพ็ญวิจิตร ผู้นำเสนองาน
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรี ยนเก้ าเลี้ ยววิ ทยา อำเภอเก้ าเลี้ ยว
จั งหวั ดนครสวรรค์
สำนั กงานเขตพื้ นที่ การศึ กษามั ธยมศึ กษานครสวรรค์
สำนั กงานคณะกรรมการการศึ กษาขั้ นพื้ นฐาน
กระทรวงศึ กษาธิ การ
คำนำ
การจัดกิจกรรมการเรยี นร้นู ้ันจำเปน็ อยา่ งยง่ิ ท่จี ะตอ้ งมงุ่ เน้นใหผ้ เู้ รยี นได้พัฒนาความคิด ท้ังความคิด
เป็นเหตุและผล มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
สามารถตดั สนิ ใจโดยใชข้ ้อมลู ท่ีหลากหลาย ให้ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มในการเรียนรู้ทุกข้ันตอน มกี ารทำกิจกรรมด้วย
การลงมือปฏิบัติจริงอยา่ งหลากหลายเหมาะสม นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทักษะศตวรรษที่ 21 รวมท้ัง
การใชส้ ื่อเทคโนโลยีดจิ ิทัล OBEC Content Center มาชว่ ยพฒั นาผู้เรยี นตามแนวทางการเรียนการสอนบันได
5 ขั้น (5 STEPs) ขั้นที่ 1 การตั้งประเด็นคำถามหรือการตั้งสมมุติฐาน ขั้นที่ 2 การสืบค้นความรู้จากแหล่ง
เรียนรู้และสารสนเทศ ขั้นที่ 3 การสร้างองค์ความรู้ ขั้นที่ 4 การสื่อสารและการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ
และขนั้ ที่ 5 การบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
รายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง
แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) สำหรับ
นักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 เพือ่ พฒั นาทกั ษะผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) โรงเรียนเกา้ เลีย้ ววทิ ยา ฉบับ
น้ี สำเร็จได้ด้วยความกรุณาของนายก้านตอง เส็งเอี่ยม ผู้อำนวยการโรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา นางสุวรรณา
ภมรพิบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเก้าเล้ียววิทยา และนางธันย์ชนก หาญวงษ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา การศึกษาค้นคว้าเพื่อให้ผู้เรียนได้รับการ
พัฒนาการเรยี นรู้และผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนสงู ขึน้
ขอขอบคุณคณะครูในโรงเรยี นและนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นเก้าเลี้ยววิทยาที่ให้ความ
รว่ มมือในการดำเนนิ การและเก็บรวบรวมขอ้ มูลครัง้ นเี้ ปน็ อยา่ งดี
นายเกยี รตชิ ัย เพญ็ วจิ ติ ร
โรงเรยี นเกา้ เลย้ี ววทิ ยา
สารบญั ข
เรอื่ ง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
สารบัญภาพ ค
แบบรายงานผลการปฏิบัตทิ ่ีเป็นเลศิ (Best Practice) 1
1
1. ความเป็นมาและความสำคัญ 3
2. วตั ถปุ ระสงค์ 3
3. เปา้ หมาย 3
3
3.1 เปา้ หมายเชงิ ปริมาณ 3
3.2 เปา้ หมายเชงิ คณุ ภาพ 7
4. ขนั้ ตอนการดำเนินงาน 8
5. ผลการดำเนินงาน 8
6. บทเรียนท่ไี ดร้ ับ 9
7. ปัจจยั ความสำเร็จ 11
8. การเผยแพรผ่ ลงานหรอื นวัตกรรม และการยกย่อง 13
บรรณานุกรม 14
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้ 26
ภาคผนวก ข แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
36
กจิ กรรม 8.1 การเคลอื่ นที่ของอากาศ
ภาคผนวก ค ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นกอ่ นเรียนและหลังเรียน 55
แบบประเมินความพงึ พอใจของนักเรยี น
แบบประเมนิ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
แบบประเมนิ การปฏิบตั ิงานกล่มุ
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
แบบประเมินพฤติกรรมคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
แบบประเมินสมรรถนะของผเู้ รียน
แบบประเมินคุณลักษณะทักษะศตวรรษที่ 21(3Rs8Cs)
ภาคผนวก ง ภาพการพฒั นากจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ตัวอยา่ งชิน้ งานของผู้เรยี น กิจกรรม 8.1 การเคลอ่ื นที่ของอากาศ
สารบญั ภาพ ค
ภาพท่ี หน้า
1 แสดงกระบวนการในการพัฒนานวัตกรรม 4
แบบรายงานผลการปฏิบตั ิทเี่ ปน็ เลศิ (Best Practice)
ช่ือผลงาน การพฒั นากิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ เร่ือง แรงทเ่ี กิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
ดว้ ยกระบวนการเรียนรู้ 5 ข้นั ตอน (5 STEPs) สำหรับนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 เพื่อพฒั นา
ผู้เสนองาน ทักษะผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) โรงเรยี นเก้าเลี้ยววิทยา
ตำแหน่ง นายเกยี รตชิ ยั เพญ็ วจิ ิตร
สถานศกึ ษา ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการพิเศษ
โรงเรยี นเก้าเลย้ี ววทิ ยา
1. ความเป็นมาและความสำคัญ
การจดั การเรียนรู้เพ่ือเตรียมความพร้อมให้นักเรยี นมที ักษะสำหรับการออกไปดำรงชีวิตในโลกในศตวรรษ
ที่ 21 ที่เปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ 20 และ 19 โดยทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญที่สุด คือ ทักษะการเรียนรู้
(Learning Skill) ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรู้เพ่ือให้เด็กในศตวรรษที่ 21 นี้ มีความรู้
ความสามารถ และทักษะจำเป็น ซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ตลอดจน
การเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ (วิจารณ์ พานิช, 2556, น. 16-21) การเรียนรู้ เพื่อมีชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21
ปัจจุบันการเรียนรู้สาระวิชา ควรเป็นการเรียนจากการค้นคว้าเองของศิษย์ โดยครูช่วยแนะนำและช่วยออกแบบ
กจิ กรรมทชี่ ว่ ยให้นกั เรียนแตล่ ะคนสามารถประเมนิ ความกา้ วหนา้ ของการเรยี นรขู้ องตนเองได้ (ไสว ฟักขาว, 2558,
น. 1) การพฒั นาทักษะหรือความสามารถของผเู้ รยี นในด้านทักษะท่จี ำเป็นในศตวรรษที่ 21 ภายใต้ยุคทโ่ี ลกท่ีมีการ
แข่งขันสูง การศึกษาวิทยาศาสตร์นับเป็นปัจจัยลำดับต้นๆ ที่ควรได้รับการพัฒนา มีทักษะความสามารถตัดสินใจ
โดยใช้ข้อมูลที่หลากหลาย การคิดระดับสูง การแก้ปัญหา ทั้งการสื่อสารและความร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ
จดั การเรยี นรู้ให้มคี วามเข้าใจเกยี่ วกบั ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์ ยังสง่ เสริมใหม้ กี ารฝึกปฏิบตั ิด้วยกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ สง่ ผลต่อพฒั นาทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
วิทยาศาสตร์จัดเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้หลั กในโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้ นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ซึ่งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมุ่งเน้นให้
ผู้เรียนได้พัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุและผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการ
ค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายให้
ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริงอย่างหลากหลาย เหมาะสม
นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในทักษะศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ และคุณลักษณะสำหรับ
ศตวรรษท่ี 21 เพอ่ื นำไปสคู่ วามรู้ได้อย่างม่ันคง และเตรยี มคนรนุ่ ใหม่ให้มีทกั ษะท่ีจำเป็นเพ่อื ให้ดำรงชีวิตในสังคมท่ี
มีการเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเรว็
2
กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ มีทักษะการสื่อสาร และทักษะ การประยุกต์
เข้ามาร่วมด้วย เกิดเป็นงานชิ้นใหม่ไปตอบแทนสังคม เป็นการสร้างเสริมทักษะในการคิด ทำให้สามารถดำรงชีวติ
อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครูต้องมีความชำนาญในการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ
และมีความแม่นยำในกระบวนการสามารถยกตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน
ได้ดงั น้ี 1) ขั้นระบคุ ำถาม ให้นกั เรยี นสงั เกตพชื สมุนไพรภายในบริเวณโรงเรยี นเพ่ือกระตุ้นให้เกิด ความสงสัยใคร่รู้
แล้วฝึกให้ตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนเกิดการสังเคราะห์ สามารถระบุปัญหาทำโครงงาน ได้ทั้ง 4 ประเภท จากน้ัน
ตั้งสมมติฐานของคำถามที่สงสัยและต้องการหาคำตอบเพื่ออกแบบเก็บ รวบรวมข้อมูลต่อไป 2) ขั้นแสวงหา
สารสนเทศให้นักเรียนวางแผนเพื่อรวบรวมข้อมูล ทดลองเก็บข้อมูล และ วิเคราะห์ผล เพื่อสื่อความหมายข้อมูล
ตา่ งๆพรอ้ มกับสรุปผล 3) ขนั้ สรา้ งความรู้ ศกึ ษาโครงงานแตล่ ะประเภทตามความสนใจ และสรา้ งคำอธบิ ายจากผล
การทำโครงงานซึ่งเป็นความรู้ใหม่ทั้งของนักเรียนและของครู 4) ขั้นสื่อสาร นักเรียนนำเสนอผลงานต่อหน้าช้ัน
เรียนและครูที่ปรึกษาโครงงาน ปรับปรุง แก้ไข และสรุปความรู้ใหม่ที่ค้นพบ 5) ขั้นตอบแทนสังคม นำโครงงานท่ี
ไดม้ าจดั แผงโครงงานและนำไปเผยแพร่โดยมีการสะท้อน คิดถงึ สงิ่ ที่ไดเ้ รียนรู้ (พิมพันธ์ เดชะคปุ ต์ และพเยาว์ ยินดี
สุข, 2557, น. 81) กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนมีความเหมาะสมในการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์เพราะเป็น
วิธีการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีการจัดระบบการคิดทำงานอย่างเป็นกระบวนการ และผู้เรียนมีการสืบค้น ศึกษา
รวบรวมข้อมูลและสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยตนเอง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีนี้จะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ เรียน
เกิดความคิดสร้างสรรค์ และนำทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ทำให้เกิดคุณลักษณะของการเป็น
นักวิทยาศาสตร์ท่ีดแี ละคุณภาพผู้เรยี นในทักษะศตวรรษที่ 21
โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์ โรงเรียนที่เปิดสอน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 มีความพร้อมท่ีจะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ มุ่งเน้นการ
จัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้เต็มตามศักยภาพและพัฒนาสู่การสร้างองค์
ความรู้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะด้านกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทักษะการคิดวิเคราะห์
สังเคราะห์ ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา ยังไม่สามารถพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้เท่าที่ควร จากรายงานการ
ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา ในปีการศึกษา 2564 พบว่าในมาตรฐานด้านคุณภาพ
ผเู้ รยี น มีผลการสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นที่ต่ำกว่าเปา้ หมาย โดยค่าเป้าหมายคือรอ้ ยละ 50 ผลการประเมนิ อยู่ที่ร้อยละ
46.34 และจากผลรายงานผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) วิชาวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ในระดับสถานศึกษามีคะแนนเฉลี่ย 25.26 ซึ่งสถานศึกษามีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศมีค่าเฉลี่ย 28.65
ระดับสังกัด (สพฐ.) มีค่าเฉลี่ย 29.04 และระดับจังหวัดมีค่าเฉลี่ย 28.57 (สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
(องค์การมหาชน), 2565, ออนไลน์)
จากสภาพปัญหาและทิศทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ข้าพเจ้าจึงได้ตระหนักและ
ให้ความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ด้วย
3
กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) นำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเตรียมผู้เรียนให้
สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและสังคมว่าสถานศึกษาจะ
ดำเนินการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ ทั้งในความรู้ ความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตาม
มาตรฐานการศึกษาที่สถานศึกษากำหนดไว้ จึงทำให้ข้าพเจ้าได้พัฒนากิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงท่ี
เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) สำหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา ด้วยสื่อเทคโนโลยี
ดิจิทัล OBEC Content Center เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน เพิ่มศักยภาพให้ผู้เรียนได้พัฒนา
ความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุและผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มี
ความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใน
ทกั ษะศตวรรษที่ 21
2. วตั ถุประสงค์
1) เพ่ือพัฒนาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของผ้เู รยี น (K)
2) เพอื่ พัฒนาทกั ษะและความสามารถผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) (P,S)
3) เพือ่ พฒั นาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้เรยี นด้านวินยั ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมน่ั ในการทำงาน (A)
3. เปา้ หมาย
3.1 เชงิ ปริมาณ
1) ผเู้ รียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น เพม่ิ ขนึ้ ร้อยละ 10 เม่อื เทียบกับเกณฑ์
2) ผ้เู รียนรอ้ ยละ 80 มีการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
3) ผเู้ รียนร้อยละ 80 มีทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม
4) ผู้เรยี นรอ้ ยละ 80 มีทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
5) ผู้เรียนรอ้ ยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นวนิ ัย ใฝ่เรยี นรแู้ ละมงุ่ มัน่ ในการทำงาน
3.2 เชงิ คณุ ภาพ
นักเรียนมีความพึงพอใจในการจดั การเรียนรู้ดว้ ยกระบวนการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) มผี ลการ
ประเมนิ อยู่ในระดับมาก
4. ขนั้ ตอนการดำเนินงาน
ในการพัฒนากิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วย
กระบวนการเรยี นรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) สำหรับนกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 เพ่ือพัฒนาทกั ษะผ้เู รียนในศตวรรษ
ท่ี 21 (3Rs8Cs) โรงเรยี นเกา้ เลี้ยววิทยา ข้าพเจ้าไดน้ ำแนวคดิ การบรหิ ารงานในการพัฒนาภายใต้กรอบแนวคิดการ
บริหารของ“วงจรเดมมิ่ง” (Deming Cycle) ของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดมมิ่ง (Edward W.Deming) มาออกแบบและ
4
จัดการเรียนรู้ ด้วยขั้นตอนการวางแผน (Plan) การปฏิบัติ(Do) การตรวจสอบ (Check) และ การปรับปรุง (Act)
มาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานวัตกรรม มุ่งเน้นการมีส่วนรวมของทุกภาคส่วนในการพัฒนานวัตกรรม โดยมี
ขัน้ ตอนการดำเนนิ งานดังนี้
ภาพที่ 1 แสดงกระบวนการในการพัฒนานวตั กรรม
ขนั้ ตอนของการวางแผน (Plan) ไดแ้ ก่
1) ศึกษาขอ้ มูลสารสนเทศของสถานศึกษาในทุกด้าน ผลการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา
ภายในและผลการประเมนิ คณุ ภาพภายนอก
2) วเิ คราะห์ความต้องการของผู้เรียน ผูป้ กครอง ผ้มู ีส่วนไดส้ ่วนเสียในการจดั การเรียนรู้
3) วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและทิศทางการ
พัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษาของสถานศึกษา
4) กำหนดผลการเรียนรู้ที่ชัดเจนในการพัฒนาผู้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งผลที่คาดว่า
จะได้รบั จากการจัดกจิ กรรม ประกอบด้วย
4.1) รอ้ ยละของนักเรยี นท่ีมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเพ่ิมสงู ขน้ึ
4.2) รอ้ ยละของผูเ้ รียนมีทักษะและความสามารถผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21(3Rs8Cs)
4.3) ร้อยละของผู้เรยี นทีม่ ีคุณลักษณะอนั พ่ึงประสงค์
5) จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้และออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยความรู้ ทักษะ
คุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ และสมรรถนะ ตามมาตรฐานและตัวชี้วัด ผลการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
สถานศกึ ษาโดยใช้รูปแบบการจดั การเรยี นรู้ดว้ ยกระบวนการเรยี นรู้ 5 ขัน้ ตอน (5 STEPs)
6) จดั ทำกำหนดการสอนและประมวลรายวชิ า/โครงการจดั การเรียนรู้ (Course Syllabus)
5
7) นำสื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center มาสนับสนุนการจัดการ
เรยี นรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) ท่พี ัฒนาข้นึ เอง และการจดั หาส่ือการเรียนการสอนท่ีส่งเสริม
การเรยี นรู้ที่หลากหลาย ผา่ นสอ่ื เทคโนโลยีดจิ ทิ ัล OBEC Content Center
ข้ันตอนดำเนินงาน (Do)
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วย
กระบวนการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) สำหรบั นักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 เพื่อพฒั นาทักษะผเู้ รียนในศตวรรษ
ที่ 21 (3Rs8Cs) โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ มีทักษะการ
สื่อสาร และทักษะ การประยุกต์เข้ามาร่วมด้วย เกิดเป็นงานชิ้นใหม่ไปตอบแทนสังคม เป็นการสร้างเสริมทักษะ
ในการคิด ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูต้องมีความ
ชำนาญในการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ และมีความแม่นยำในกระบวนการ ข้าพเจ้าได้นำแนวคิดการบริหารงาน โดยมี
ขัน้ ตอนในพัฒนาการกระบวนการเรยี นรู้ 5 ขั้นตอน ดงั น้ี
ขนั้ ที่ 1 ต้ังคำถาม(Learn to Question)
เป็นขั้นตอนแรกของการจัดการเรียนการสอนด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) เป็นขั้นตอน
ที่ทำให้นักเรียนเกิดความสงสัยใคร่รู้ มีการทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียน โดยการคาดคะเนคำตอบ อาจมีคำตอบ
ที่คลาดเคลื่อนได้ โดยครูจะไม่บอกคำตอบแก่ผู้เรียน สามารถใช้เทคนิคการตอบคำถามเป็นรายบุคคล โดยใช้
ข้อสอบเป็นเครื่องมือ ตรวจสอบคำตอบของผู้เรียนพร้อมใช้เทคนิคการคิดคนเดียว คิดเป็นกลุ่ม การสร้าง
แรงบันดาลใจในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน เพื่อนำผู้เรียนเข้าสู่เนื้อหาบทเรียนที่ได้วางแผนไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้
ท่ีมงุ่ เน้นการปฏิบตั จิ รงิ (Active Learning) ผ่านสื่อเทคโนโลยีตา่ งๆ
ขั้นท่ี 2 สบื ค้นความร้(ู แสวงหาสารสนเทศ)(Learn to search)
มีลักษณะสำคัญคือเป็นขั้นตอนหลัก ในการพิสูจน์สมมติฐาน โดยครูเป็นผู้วางแผน ออกแบบ ให้นักเรียน
รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สื่อเทคโนโลยี แอพพลิเคชั่นต่างๆ และให้นักเรียนภายในกลุ่มวางแผนและ
ตอบคำถามร่วมกัน
ขั้นที่ 3 สร้างความรู้ (Learn to Construct)
เป็นขั้นตอนในการสร้างความรู้ฝึกกระบวนคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง นำข้อมูลท่ีได้วิเคราะห์
แลว้ มาส่ือความหมายขอ้ มูล จากการแปลความหมายขอ้ มูล มีการแลกเปล่ยี นความคิดกันแต่ละกลุ่ม แกไ้ ขปรบั ปรุง
ความรู้ที่สร้างขึ้นด้วยตนเอง ฝึกทักษะกระบวนการแก้ไขปัญหาและการทำงานร่วมกัน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับ
การพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ โดยระหว่างปฏิบัติกิจกรรมครูคอยให้คำแนะนำและตอบคำถามผู้เรียน และครู
เชื่อมโยงอธบิ ายความรูท้ ี่นักเรียนสร้างไปสู่ความรู้ทถ่ี ูกตอ้ งชัดเจน
ข้นั ท่ี 4 สื่อสารและนำเสนอ (Learn to Communicate)
เปน็ ข้นั ตอนทผี่ ้เู รียนนำเสนอสิ่งทีไ่ ด้จากการสร้างความรูห้ นา้ ชัน้ เรยี นอย่างเขา้ ใจสรปุ และสรา้ งความรู้ดว้ ย
6
ผู้เรียน และได้สร้างชิ้นงานติดที่บอร์ดหรือกระดานแอพพลิเคชัน Padlet ในชั้นเรียน เพื่อให้กลุ่มอื่นๆ ได้เห็น
ชิ้นงานและสามารถแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ได้ฝึกให้นักเรียนนำเสนองานหน้าชั้นเรียนอย่างชำนาญ จากนั้นครู
และนักเรียนร่วมกันอภิปรายซักถามเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สมบูรณ์ ครูใช้สื่อเทคโนโลยี OBEC Content Center
ให้ผู้เรียนทบทวน เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนและเชื่อมโยงความรู้ที่ได้กับชีวิตประจำวัน ผู้เรียนร่วมกัน
ประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม ว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไรบ้าง ครูประเมินการเรียนรู้
ของนักเรียน ดังน้ี สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรม การตอบคำถามในชั้นเรียนการค้นหา โดยใช้แบบประเมินการ
ปฏิบัติงานกลุ่ม แบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม โดยสังเกตความสนใจและความตั้งใจในการทำกิจกรรมของ
นักเรียน แบบประเมินพฤติกรรมดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และแบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
จดุ ประสงค์ วิธีวดั การวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
และประเมินผล แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 70 ข้นึ ไป
เพ่ือพัฒนาผลสมั ฤทธิท์ างการ การทดสอบหลังเรยี น
เรียนของผ้เู รยี น 1. แบบประเมินการ ผา่ นเกณฑ์การ
เพอ่ื พัฒนาทักษะและ 1. สงั เกตการปฏิบตั งิ าน ปฏิบตั ิงานกล่มุ ประเมินอยา่ งน้อย
ความสามารถผูเ้ รยี นใน กล่มุ กิจกรรม 8.1 ระดับปานกลางขนึ้ ไป
ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) 2. แบบประเมนิ การ
2. สังเกตการปฏิบตั ิการ ปฏบิ ัตกิ ารทำ ผเู้ รียนไดค้ ะแนน
ทำกจิ กรรม 8.1 กิจกรรม ระดบั ดขี ึน้ ไป
3. สังเกตการนำเสนอ 3. แบบประเมินการ
ผลงาน นำเสนอผลงาน
เพอื่ พัฒนาคุณลักษณะอนั พึง สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่ แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
ประสงค์ของผู้เรียน ดา้ นวนิ ยั เรียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการ คุณลกั ษณะอันพงึ
ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ ม่ันในการ ทำงาน ประสงค์
ทำงาน
ขน้ั ที่ 5 ตอบแทนสงั คม(นำไปใช้สถานการณจ์ ริงหรอื ใกล้เคยี ง)(Learn to Service)
เป็นตอนที่ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ เผยแพร่ความรู้ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคม เผยแพร่
ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่มที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ในห้องเรียนหรือในแอพพลิเคชัน Padlet
ให้กับนักเรียนชั้นอื่นๆ ทราบผ่านไลน์กลุ่มของโรงเรียนและสามารถนำความรู้ไปอธิบาย ปรากฎการณ์
ในชวี ิตประจำวัน
7
ขน้ั ตอนตรวจสอบ (Check) มกี ารดำเนนิ การดงั นี้
1) มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม ให้กำลังใจ การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ
Coaching and Mentoring จากหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มบริหารงานวิชาการ รองผู้อำนวยการโรงเรียน
ผู้อำนวยการโรงเรยี น และศกึ ษานเิ ทศสำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศกึ ษานครสวรรค์
2) กิจกรรมสะท้อนคิดจากท่านศึกษานิเทศ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และ
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ นำไปปรบั ปรุง เปล่ยี นแปลง แกไ้ ข จากคำแนะนำจากผเู้ ชย่ี วชาญ
3) จัดทำเอกสารสรุปรายงานผลการจัดการเรียนการรู้ รวมทั้งเผยแพร่สู่สาธารณชน
ในรูปแบบของโปสเตอร์ บอร์ดประชาสัมพันธ์ เพจ Facebook โรงเรยี นและเวบ็ ไซตข์ องโรงเรยี น
4) การจัดนิทรรศการผลงานของผู้เรียนในโอกาสต่างๆ นิทรรศการนำเสนอผลการจัดการเรียนรู้
Active Learning ของสำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษานครสวรรค์
ขั้นตอนการปรับปรุงและพัฒนา (Act) เป็นขั้นตอนการสรุปผลการจัดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ เพื่อเป็นแนวทางพิจารณาในการปรับปรุงการจัดการเรียนการรู้ ผ่านกระบวนการ PLC ของสำนักงานเขต
พื้นท่กี ารศึกษานครสวรรค์ เพอื่ นำมาวางแผนพฒั นาคุณภาพการจัดการศกึ ษาในปกี ารศึกษาต่อไป รวมท้งั ยังใชเ้ ป็น
ข้อมูลสารสนเทศในการอ้างองิ การดำเนินงานเพ่ือพฒั นาผู้เรยี นให้มีความเปน็ เลศิ ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์
5. ผลการดำเนินงาน
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วย
กระบวนการเรยี นรู้ 5 ข้นั ตอน (5 STEPs) สำหรบั นักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 เพอ่ื พฒั นาทักษะผู้เรยี นในศตวรรษ
ที่ 21 (3Rs8Cs) โรงเรียนเก้าเลี้ยววทิ ยา มีผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชนด์ ังนี้
1) ผู้เรยี นมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น เรอ่ื งแรงท่ีเกิดจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ เพิ่มสูงขึ้น
ร้อยละ 12.08 เมือ่ เทยี บกับเกณฑ์
2) ผ้เู รยี นร้อยละ 82.50 มีการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
3) ผู้เรียนรอ้ ยละ 81.67 มีทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม
4) ผู้เรียนร้อยละ 85.00 มที ักษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ
5) ผ้เู รยี นร้อยละ 89.20 มคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรูแ้ ละมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
6) นักเรียนมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs)
มีผลการประเมินอยู่ในระดบั มากทสี่ ดุ
นอกจากนี้การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs)
เพ่ือพัฒนาทักษะผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) สง่ ผลใหไ้ ดร้ ับประโยชน์ดงั น้ี
1) ผ้เู รียนมรี ะดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของผู้เรยี นสูงข้นึ โดยใช้กิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) มาแก้ไขปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้
8
เกิดการเรียนรู้ได้เต็มตามศักยภาพและพัฒนาสู่การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ด้วยกระบวนการเรียนรู้
ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทักษะการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ นำไปสู่การสร้างสรรคช์ ้นิ งานด้วยตนเอง
2) ครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน
(5 STEPs) ได้อยา่ งมีคณุ ภาพ เป็นการพฒั นาผูเ้ รยี นแบบองค์รวม ไดท้ ั้งความรู้ ทกั ษะ กระบวนการและคณุ ลกั ษณะ
เจตคติที่ดี มุ่งเน้นการบูรณาการทั้งในเรื่องการเรียนการสอนและการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง รวมไปถึง
การนำเสนอผลงานในรูปแบบของบอร์ดประชาสัมพันธใ์ นห้องเรยี นหรอื ในแอพพลิเคชัน Padlet ให้กับนกั เรียนช้ัน
อืน่ ๆ
3) สถานศึกษามีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่มีคุณภาพ มีผลงาน
เป็นทปี่ ระจกั ษต์ อ่ สาธารณชนอย่างตอ่ เนอื่ ง
6. บทเรยี นทีไ่ ด้รบั
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วย
กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) สำหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 เพือ่ พฒั นาทักษะผเู้ รยี นในศตวรรษ
ที่ 21 (3Rs8Cs) โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพรอบด้านทั้งความรู้ที่
สร้างขึ้นด้วยตนเอง ฝึกทักษะกระบวนการแก้ไขปัญหาและการทำงานร่วมกัน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
สมรรถนะทสี่ ำคัญ การปฏิบตั ิกจิ กรรมครูคอยให้คำแนะนำและตอบคำถามผู้เรียน และครเู ชือ่ มโยงอธิบายความรู้ท่ี
นักเรยี นสรา้ งไปสคู่ วามรทู้ ถ่ี ูกตอ้ งชดั เจน รว่ มถงึ การสรา้ งบรรยากาศในการเรยี นรทู้ เี่ อือ้ ตอ่ การเรียนร้ขู องผ้เู รยี น
ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ดว้ ยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขน้ั ตอน (5 STEPs) ครู
ควรให้นกั เรียนดาวนโ์ หลดและตดิ ต้ังและสมัครใช้แอพพลิเคชัน ร่วมถงึ จัดเตรยี มกิจกรรมไวล้ ่วงหน้า เพือ่ ใหผ้ ู้เรียน
ดำเนนิ กิจกรรมการเรียนรไู้ ดต้ ามกำหนด
แนวทางการพัฒนานวตั กรรมตอ่ ยอดการเรียนรู้ คือ ขยายผลการดำเนินการจดั การเรียนรู้ผา่ นกจิ กรรม
Active Learning และการออกแบบการจดั การเรียนรดู้ ว้ ยกระบวนการ 5 ข้ันตอน (5STEPs) ครแู ละบุคลากรทาง
ศกึ ษาทกุ กลุม่ สาระการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการเรยี นรูข้ องผู้เรยี นรอบด้าน
7. ปจั จยั ความสำเร็จ
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วย
กระบวนการเรยี นรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) สำหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 เพือ่ พัฒนาทกั ษะผู้เรียนในศตวรรษ
ที่ 21 (3Rs8Cs) โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของการมสี ่วนร่วมโดยตรง
และการมีสว่ นร่วมทางออ้ มต้งั แต่ร่วมกนั วางแผน ร่วมกนั ตัดสินใจ รว่ มการประเมนิ ผล ดงั นี้
9
ปัจจัยแหง่ ความสำเร็จด้านนกั เรียน
ผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียนรู้ ผู้เรียนได้พัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุและผล คิดสร้างสรรค์
คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน มีเจตคติในวิชาวิทยาศาสตร์ มีร่วมวางแผนการดำเนินกิจกรรมรูปแบบของการ
จดั กิจกรรมการเรยี นรู้แบบสร้างสรรค์ ประเมนิ ผลความสำเรจ็ ร่วมกัน
ปจั จัยแหง่ ความสำเร็จดา้ นครูผสู้ อน
ครูได้พัฒนาศักยภาพให้มีมาตรฐานการจดั การเรียนรู้ผ่านกิจกรรม Active Learning และการออกแบบ
การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ 5 ขั้นตอน(5STEPs) สามารถใช้สื่อนวัตกรรม เทคโนโลยี OBEC Content
Center และมีกระบวนการจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 3Rs8Cs
นำไปสู่การยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของโรงเรยี น
ปัจจยั แห่งความสำเรจ็ ด้านการบริหาร
การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของผู้บริหารจัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการและส่งเสริมให้ครูและบุคลากร
ทางการศึกษาจัดการเรยี นรู้ผา่ นกิจกรรม Active Learning และการออกแบบการจดั การเรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการ 5
ขั้นตอน (5STEPs) เป็นแนวคิดก้าวหน้ามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาให้สอดรับกับแนวนโยบายเร่งด่วนของ สพฐ.
ผู้บรหิ ารสามารถกระตนุ้ และแนะแนวทางการจดั การเรยี นรเู้ พ่ือให้มกี ารพฒั นาและมีมาตรฐานการจัดการเรียนรู้
ปจั จัยแหง่ ความสำเรจ็ ด้านสถานศกึ ษา
โรงเรียนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดองค์ความรู้ พัฒนาความคิด ทักษะการ
เรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) ซงึ่ เป็นส่ิงสำคญั ในการใชช้ ีวติ และทำงานในอนาคตของผเู้ รยี น
8. การเผยแพร่ผลงานหรือนวตั กรรม และการยกย่อง
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วย
กระบวนการเรียนรู้ 5 ขัน้ ตอน (5 STEPs) สำหรบั นกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 เพ่ือพัฒนาทักษะผเู้ รียนในศตวรรษ
ที่ 21 (3Rs8Cs) โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา ได้มีกิจกรรมสะท้อนคิดจากท่านศึกษานิเทศ ผู้อำนวยการโรงเรียน
รองผู้อำนวยการโรงเรียน และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นำไปปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข จากคำแนะนำ
จากผู้เชี่ยวชาญ มาพัฒนาเพื่อให้ผู้เรียนให้มีคุณภาพ มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และเกิดทักษะ
การเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21
การเผยแพร่ ด้านการแพร่ผลงานนำเสนอผลงานทั้งในโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มธั ยมศึกษานครสวรรค์ ในรูปแบบวารสารโรงเรียน เว็บไซต์โรงเรยี น Facebook, Youtube, นทิ รรศการนำเสนอ
ผลการดำเนนิ งาน Active Learning ของสำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษานครสวรรค์
10
การไดร้ ับการยอมรบั ในการนำนวตั กรรมการจดั การเรยี นรู้ไปใช้ในโรงเรียนและมีโรงเรยี นในสำนักงาน
เขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษานครสวรรคเ์ ขา้ มาเยยี่ มชมและศึกษา และนำนวัตกรรมไปใช้ในการพฒั นาคุณภาพ
ผู้เรยี น ส่งผลให้ผูเ้ รยี นมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนท่เี พิ่มสงู ขึน้
การได้รบั การยกยอ่ ง
ผลทเี่ กิดจากการพัฒนาผู้เรยี น
1) ผู้เรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของ
ความกดอากาศ ด้วยกระบวนการเรยี นรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) มผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนที่เพม่ิ สงู ข้ึน
2) ผู้เรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของ
ความกดอากาศ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) มีทักษะและความสามารถผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
(3Rs8Cs)
3) ผู้เรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของ
ความกดอากาศ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนด้านวินัย
ใฝ่เรยี นรูแ้ ละมุง่ มน่ั ในการทำงาน
ผลที่เกดิ จากการพฒั นาครผู ู้สอน
นายเกียรติชัย เพ็ญวิจิตร และนางสาวนาตยา อิ่มมาก ครูโรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา ได้รับเกียรติบัตร
ครูแกนนำการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบ Active Learning ทั้งระบบสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ
เตรียมผู้เรียนให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์ ประจำปี
งบประมาณ 2565
ผลที่เกดิ จากการพฒั นาผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
นายก้านตอง เส็งเอยี่ ม ผู้อำนวยการโรงเรียนเก้าเลย้ี ววิทยา ได้รบั รางวัลผู้บรหิ ารดีเดน่ ปีการศกึ ษา
2564 สมาคมผู้บรหิ ารโรงเรยี นมัธยมศึกษาแหง่ ประเทศไทย
นายก้านตอง เส็งเอี่ยม ผู้อำนวยการโรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา และนางสุวรรณา ภมรพิบูลย์
รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นเกา้ เลี้ยววิทยา ได้รบั เกียรตบิ ตั รผบู้ ริหารสถานศกึ ษาแกนนำ ดเี ดน่ ด้านส่งเสริม สนับสนนุ
การจัดการเรียนรู้ Active Learning โครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทั้งระบบ Active Learning สู่การยกระดับ
ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน และเตรียมผู้เรยี นใหส้ อดคล้องกับศตวรรษท่ี 21 ตามนโยบาย สพฐ. กระทรวงศึกษาธกิ าร
ผลท่เี กดิ จากการพฒั นาสถานศึกษา
โรงเรียนเก้าเล้ียววิทยา ได้รับเกียรติบัตรเป็นสถานศึกษาแกนนำ ดีเด่น ด้านการขับเคลื่อน ส่งเสริม
สนับสนนุ การจัดการเรยี นรู้ Active Learning โครงการพัฒนาการจดั การเรียนรู้ท้งั ระบบ Active Learning สกู่ าร
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเตรียมผู้เรียนให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 ตามนโยบาย สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
แผนการจัดการเรียนรู้ การพฒั นากิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เรอื่ ง แรงท่ีเกดิ
จากความแตกตา่ งของความกดอากาศ ด้วยกระบวนการเรยี นรู้ 5 ขัน้ ตอน (5 STEPs)
สำหรับนกั เรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 เพ่ือพัฒนาทกั ษะผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs)
โรงเรยี นเก้าเลี้ยววิทยา
15
แผนการจัดการเรียนรู้
การพฒั นากิจกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ เร่ือง แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
ด้วยกระบวนการเรยี นรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) สำหรับนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5
เพือ่ พัฒนาทักษะผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) โรงเรยี นเกา้ เลย้ี ววิทยา
รายวชิ าสมดุลโลก รหสั วชิ า ว 32263 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
จำนวน 14 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 8 การหมุนเวียนของอากาศบนโลก เวลา 2 ชั่วโมง
เร่ือง แรงท่ีเกิดจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ โรงเรยี นเกา้ เล้ยี ววทิ ยา
ชอื่ ผสู้ อน นายเกียรตชิ ยั เพญ็ วิจิตร กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายผลของแรงเน่ืองจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรงสู่ศนู ยก์ ลางและแรงเสยี ด
ทานทีม่ ตี ่อการหมุนเวยี นของอากาศ
2. สาระสำคัญ
ลม คือ อากาศที่เคลื่อนที่ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ซ่ึงเป็นผลมาจากความแตกต่างของความกดอากาศ โดย
อากาศร้อนจะมีความกดอากาศต่ำและมีความหนาแน่นน้อย อากาศร้อนจึงลอยตัวสูงขึ้น ส่วนอากาศเย็นมีความกด
อากาศสงู และมีความหนาแนน่ มากจะเคลื่อนทเ่ี ข้าไปแทนท่ีบริเวณทีม่ ีอากาศร้อน ดังน้ัน ลมจึงพัดจากบรเิ วณท่ีมคี วามกด
อากาศสูงไปยังบรเิ วณทมี่ คี วามกดอากาศต่ำ
การหมุนเวียนของอากาศเกิดข้ึนจากความกดอากาศท่ีแตกต่างกันระหว่างสองบริเวณ โดยอากาศเคลื่อนท่ีจาก
บรเิ วณท่ีมีความกดอากาศสูงไปยังบรเิ วณท่ีมีความกดอากาศต่ำซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนในการเคล่ือนท่ีของอากาศในแนวราบ
และเม่ือพิจารณาการเคล่ือนท่ีของอากาศในแนวดิ่งจะพบว่าอากาศเหนือบริเวณความกดอากาศต่ำจะมีการยกตัวข้ึน
ขณะท่ีอากาศเหนือบริเวณความกดอากาศสูงจะจมตัวลงโดยการเคล่ือนที่ของอากาศท้ังในแนวราบและแนวดิ่งนี้ทำให้เกิด
เปน็ การหมุนเวยี นของอากาศ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายกระบวนการเกดิ ลมได้ (K)
2. อธบิ ายลักษณะการเคล่อื นทีข่ องอากาศทเี่ ป็นผลมาจากแรงท่เี กดิ จากความแตกตา่ งของความกดอากาศได้ (K)
3. อภิปรายความแตกต่างของความกดอากาศได้ (P)
4. สนใจใฝ่รู้ในการศึกษาแรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น (เขียนให้สอดคล้องกบั แผนน)้ี
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
16
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน
6. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
1. อธิบายลกั ษณะการเคล่อื นทข่ี องอากาศท่ีเปน็ ผลมาจากแรงทีเ่ กดิ จากความแตกต่างของความกดอากาศ
ทักษะทสี่ ำคญั (P)
1. สบื คน้ ทดลองและอภิปรายความแตกต่างของความกดอากาศ
2. สรา้ งแบบจำลองความแตกตา่ งของความกดอากาศ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. นักเรยี นมพี ฤติกรรมทแี่ สดงออกถงึ ความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่นั ในการทำงาน
7. จดุ เนน้ สู่การพฒั นาคุณภาพผูเ้ รยี น ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทกั ษะด้านการส่ือสารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)
ทกั ษะดา้ นความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural Understanding)
ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร(Computing and ICT Literacy)
ทกั ษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills )
ความมเี มตตา คุณธรรม มีวินัย คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Compassion)
ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรบั ตัว
การริเรมิ่ สรา้ งสรรค์และการเป็นตัวของตัวเอง
ทกั ษะสังคม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเปน็ ผู้สร้างหรือผู้ผลิต และความรบั ผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้
ภาวะผูน้ ำและความรบั ผดิ ชอบ
คณุ ลกั ษณะสำหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผูน้ ำ
คุณลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนร้ขู องตนเอง
คณุ ลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซ่ือสตั ย์ สำนกึ พลเมือง
17
8. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยแสดงความร้)ู เขยี นใหส้ อดคลอ้ งกับจุดประสงค์
ชน้ิ งาน
1. กิจกรรมที่ 8.1 การเคล่ือนท่ีของอากาศ
2. แบบจำลองความแตกต่างของความกดอากาศ
ภาระงาน
1. การเขยี นสมมตฐิ าน บนั ทึกผลกิจกรรม อภปิ รายและสรุปผลกจิ กรรม
2. การตอบคำถามทา้ ยกิจกรรม
9. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้กระบวนการ 5 ขนั้ ตอน (5 STEPs) และบรู ณาการเรื่องแรงท่ีเกดิ จากความแตกต่างของ
ความกดอากาศ
รปู แบบการจัดการเรยี นรู้ : กระบวนการคดิ เป็นกลวิธีการพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน
ขั้นท่ี 1 ตั้งคำถาม(Learn to Question)
1. ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง แรงทเี่ กิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
จากแอพพลเิ คชนั Quizizz จำนวน 10 ข้อ เพือ่ วัดความรู้เดิมของนักเรียนก่อนเข้าสู่บทเรียน
2. ครกู ระตนุ้ ความสนใจโดยต้ังคำถามและดรู ปู ภาพในโปรแกรม Powerpiont ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั
อภิปรายและแสดงความคิดเห็นเพ่อื เช่ือมโยงไปสู่การจดั การเรียนรเู้ รื่อง แรงทีเ่ กิดจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ
ทม่ี า : www.kmir-tv6.com ท่มี า : www.the-world-around.com ที่มา : www.blockdit.com ท่ีมา : www.trueplookpanya.com
- จากภาพแต่ละบรเิ วณมคี วามแตกตา่ งกันหรือไม่ อย่างไร
แนวคำตอบ : นักเรยี นตอบตามแนวคิดของตนเอง
- จากภาพลักษณะภมู ิอากาศแตล่ ะบรเิ วณมีความแตกต่างกันหรือไม่ อยา่ งไร
แนวคำตอบ : นกั เรียนตอบตามแนวคดิ ของตนเอง
- นกั เรยี นคิดว่าลกั ษณะภูมิอากาศแตล่ ะบรเิ วณมีความแตกต่างกัน เพราะเหตใุ ด
แนวคำตอบ : ลกั ษณะภมู ิอากาศแตล่ ะบริเวณมีความแตกต่างกัน อาจมหี ลายปจั จัย เชน่
1. ทต่ี ง้ั ละตจิ ดู เป็นตวั กำหนดอณุ หภมู ขิ องอากาศในพ้ืนท่ีของภูมภิ าคตา่ ง ๆ
2. ทิศทางของลมประจำถนิ่
3. อทิ ธพิ ลของพายุหมุน
4. ความสงู ของพน้ื แผน่ ดนิ
5. การวางตวั ของเทอื กเขาสงู
6. กระแสนำ้ ในมหาสมุทร เป็นตน้
- นักเรียนคดิ ว่าลมมผี ลต่อการเปลีย่ นแปลงลกั ษณะภูมิอากาศของประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร
แนวคำตอบ : มผี ลตอ่ การเปลี่ยนแปลง เช่น ทำให้เกิดฤดกู าลต่างๆ ความชื้น ฝน เป็นตน้
18
ขัน้ ท่ี 2 สืบคน้ ความรู้(แสวงหาสารสนเทศ)(Learn to search)
1. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 4 คน สบื ค้นและอภิปรายรว่ มกนั เกีย่ วกบั ลม ดงั หวั ข้อท่ีกำหนดให้
ตอ่ ไปน้ี
- ลมเกิดข้นึ ได้อย่างไร
- ลมแบง่ ออกเป็นก่ีประเภท อะไรบา้ ง
- การเคลอ่ื นท่ีของอากาศระหว่างบรเิ วณทีม่ ีอุณหภมู ิแตกตา่ งกันจะมลี ักษณะอย่างไร
2. นักเรยี นนำคำตอบที่ไดจ้ ากการสบื คน้ และอภิปรายกันในกลุ่ม ตอบลงในแอพพลิเคชนั Padlet
กระดานสนทนารว่ มกันระหวา่ งนักเรียนและครู เพื่อเชอื่ มโยงไปสกู่ ารจดั กิจกรรม 8.1 การเคลื่อนที่ของอากาศ
ขนั้ ที่ 3 สร้างความรู้ (Learn to Construct)
1. ให้นกั เรียนแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน ทำกิจกรรม 8.1 การเคลอ่ื นท่ขี องอากาศ โดยครแู จง้ จุดประสงค์
ของการทำกิจกรรมให้นกั เรยี นทราบก่อนทำกจิ กรรม จากนน้ั นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษาและคน้ คว้า และปฏิบตั ิ
กิจกรรมตามข้นั ตอนดงั นี้ (โดยระหว่างปฏบิ ตั กิ ิจกรรมครคู อยให้คำแนะนำและตอบคำถามนกั เรียน)
จากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมน้ีแสดงให้เห็นว่า ในขวดท่ีมีอุณหภูมติ ่ำ อากาศมีความหนาแน่นสงู ควนั ธปู จึง
จมตัวลงล่างขวด ขวดที่มีอุณหภูมิสูง อากาศมีความหนาแน่นต่ำ ควันธูปจะลอยตัวข้ึน และขวดพลาสติกใสท้ังสองที่มี
อณุ หภมู ติ า่ งกนั ควันธูปจะเคลือ่ นทีจ่ ากขวดท่มี ีอณุ หภมู ติ ่ำไปยังขวดทม่ี ีอุณหภมู ิสูงกว่า
ขั้นท่ี 4 สื่อสารและนำเสนอ (Learn to Communicate)
1. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั นำข้อมลู ที่ได้จากการทำกิจกรรม 8.1 การเคล่ือนทขี่ องอากาศ มาร่วมกนั
วิเคราะห์ แปลความหมาย ลงข้อสรปุ อธบิ ายซักถามกันภายในกลุ่มจนเข้าใจตรงกัน จากนั้นให้นกั เรยี นร่วมกนั ตอบ
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
- เมอ่ื นำ้ ในขวดทง้ั สองใบมีอุณหภูมติ ่างกัน ควันธปู มีการเคลอื่ นทห่ี รือไม่ อย่างไร
แนวคำตอบ : ควนั ธูป มีการเคล่ือนท่ี โดยควันธูป เคล่ือนที่จากบริเวณทปี่ ล่อยควันธูปไปยงั ขวดท่ีใส่
น้ำอุ่นจากน้ันควนั ธปู ยกตวั สงู ขน้ึ ควันธปู ส่วนใหญ่จะเคลื่อนท่ีผ่านท่อดา้ นบนไปยังขวดท่ีบรรจุน้ำเยน็
และจมตัวลงดา้ นลา่ งขวดจากน้นั จึงเคล่อื นที่กลับมาทางท่อด้านล่างไปยังขวดท่ีบรรจนุ ้ำอุ่น
- เมื่อนำ้ ในขวดท้ังสองใบมีอุณหภมู เิ ทา่ กัน ควนั ธูปมีการเคลอื่ นทห่ี รือไม่ อย่างไร
แนวคำตอบ : ควนั ธูป มีการเคล่ือนทเี่ ลก็ น้อย โดยควนั ธูป เคลื่อนที่ออกจากบรเิ วณท่ปี ล่อยควันธูปไป
ยังขวดท้ังสองขวดเท่า ๆ กัน
- เมอ่ื น้ำในขวดท้งั สองใบมีอุณหภมู ิต่างกัน ความกดอากาศในขวดเทา่ กนั หรอื ไม่ อย่างไร
แนวคำตอบ : เม่ือนำ้ ในขวดทั้งสองใบมีอุณหภูมิตา่ งกนั ความกดอากาศในขวดท้ังสองไมเ่ ท่ากัน โดยใน
ขวดท่บี รรจนุ ้ำอนุ่ มีความกดอากาศต่ำกวา่ ขวดที่บรรจนุ ำ้ เย็น
- เมอื่ นำ้ ในขวดทั้งสองใบมีอุณหภมู ิเท่ากนั ความกดอากาศในขวดตา่ งกันอย่างไร
แนวคำตอบ : เม่ือนำ้ ในขวดทั้งสองใบมีอณุ หภมู ิเทา่ กัน ความกดอากาศในขวดทั้งสองเทา่ กัน
- การเคลอื่ นท่ีของควนั ธูปในขอ้ 1 และ 2 เหมือนหรือตา่ งกันอย่างไร เพราะเหตใุ ด
แนวคำตอบ : ต่างกัน โดยควันธูปในขอ้ ท่ี 1 เคลื่อนทจี่ ากบรเิ วณที่ปลอ่ ยควันธปู ไปยังขวดทใี่ สน่ ้ำอุ่น
จากน้นั ควันธูปยกตัวสงู ข้ึน ควนั ธปู ส่วนใหญจ่ ะเคล่ือนทีผ่ า่ นท่อด้านบนไปยงั ขวดทบ่ี รรจุน้ำเยน็ และ
จมตัวลงดา้ นลา่ งขวดจากนั้นจึงเคลือ่ นที่กลบั มาทางท่อด้านลา่ งไปยังขวดที่บรรจุน้ำอนุ่ เกิดการ
19
เคลอ่ื นที่หมุนเวยี น ในขณะท่ีควันธปู ในขอ้ ท่ี 2 เคลอื่ นที่ออกจากบรเิ วณที่ปลอ่ ยควันธปู ไปยังขวดท้ัง
สองขวดเท่า ๆ กนั ไมเ่ กิดการเคลื่อนที่หมนุ เวยี น จงึ พบวา่ การหมนุ เวียนของอากาศจะเกิดขึ้นเมื่อ
อากาศในขวดท้งั สองใบมีอณุ หภมู หิ รอื ความกดอากาศไม่เท่ากัน
2. สุ่มตัวแทนนักเรียนประมาณ 1-2 กลุ่ม โดยวธิ ีจับฉลากจากโปรแกรมส่มุ wheelofnames นำเสนอ
ผลงานการทำกิจกรรมตามรายละเอียดในกจิ กรรม 8.1 การเคลือ่ นท่ีของอากาศ ที่หนา้ ชั้นเรยี น โดยให้นกั เรียน
นำผลงานกิจกรรมของกลุม่ ตนเองลงในแอพพลิเคชนั Padlet จากนั้นครูและนักเรยี นร่วมกันอภิปรายซักถามเพื่อให้ได้
ข้อสรุปที่สมบูรณ์ดังน้ี
บริเวณพ้ืนผิวโลกท่ีมีอุณหภูมิสูงส่งผลให้บริเวณน้ันมีความกดอากาศต่ำกว่าบริเวณโดยรอบในทาง
กลับกันบริเวณพื้นผิวโลกท่ีมีอุณหภูมิต่ำจะมีความกดอากาศสูงกว่าบริเวณโดยรอบ เม่ือความกดอากาศระหว่างสอง
บริเวณแตกต่างกันจะเกิดแรงท่ีทำให้อากาศเคล่ือนที่ เรียกแรงนี้ว่า แรงท่ีเกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
(pressure gradient force) โดยอากาศจะเคล่ือนท่ีจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงกว่าไปยังบริเวณท่ีมีความกดอากาศ
ตำ่ กวา่ และอากาศจะเคลื่อนทห่ี มนุ เวียนต่อเนื่องกนั
3. ครเู ช่ือมโยงความรู้ท่ีได้กับชวี ิตประจำวันเกย่ี วกับการเคลื่อนทข่ี องอากาศหรอื ลมว่า ลมทพี่ ดั จาก
บรเิ วณขั้วโลกไปยงั บริเวณเส้นศนู ย์สตู ร เกดิ จากที่บริเวณข้ัวโลกมีอณุ หภมู ติ ำ่ กวา่ บริเวณเส้นศนู ยส์ ตู ร
4. ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ โดยนำเสนอใน Powerpoint
- ถ้าพื้นผิวโลกสองบริเวณมีอุณหภมู เิ ทา่ กนั ส่งผลให้ความกดอากาศของสองบริเวณเท่ากัน และเมื่อ
พจิ ารณาการเปล่ียนแปลงความกดอากาศตามระดับความสูงพบวา่ การเปลยี่ นแปลงของความกดอากาศของสองบริเวณ
จะลดลงตามระดับความสูงในอัตราท่เี ทา่ กนั ดงั น้นั ท่รี ะดับความสูงเดยี วกนั จึงไม่เกดิ การเคล่ือนที่ของอากาศในแนวราบ
- หากพืน้ ผวิ โลกสองบริเวณมีอุณหภูมแิ ตกตา่ งกัน ความกดอากาศของทงั้ สองบรเิ วณแตกตา่ งกนั
และเมื่อพิจารณาการเปล่ียนแปลงความกดอากาศตามระดับความสงู พบว่า การเปลย่ี นแปลงความกดอากาศของสอง
บริเวณจะลดลงตามระดับความสงู ในอตั ราที่ตา่ งกัน
5. ครูนำสือ่ เทคโนโลยี OBEC Content Center เร่ือง ความแตกตา่ งของความกดอากาศกับการ
หมนุ เวียนของอากาศ ให้นกั เรยี นทบทวนเพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นจากหัวข้อทเ่ี รียนมา
6. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ียังไม่
เขา้ ใจหรือยงั มขี อ้ สงสัย ถ้ามคี รชู ่วยอธบิ ายเพ่มิ เติมให้นักเรียนเข้าใจ
7. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม ว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบ้าง
8. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรอื่ ง แรงท่ีเกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
จากแอพพลเิ คชัน Quizizz จำนวน 10 ขอ้
9. ครปู ระเมินการเรียนร้ขู องนกั เรยี น ดังน้ี สังเกตพฤติกรรมการทำกจิ กรรม การตอบคำถามในชั้นเรียน
การค้นหา โดยใช้แบบประเมินการปฏิบตั งิ านกลุ่ม แบบประเมนิ การปฏบิ ัติกิจกรรม โดยสงั เกตความสนใจและความตั้งใจ
ในการทำกจิ กรรมของนกั เรียน แบบประเมนิ พฤติกรรมด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และแบบประเมินสมรรถนะสำคญั
ของผเู้ รียน
20
ข้ันที่ 5 ตอบแทนสังคม(นำไปใช้สถานการณจ์ ริงหรือใกล้เคียง)(Learn to Service)
เผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธ์กิจกรรม 8.1 การเคลื่อนทีข่ องอากาศ ของนักเรยี นแต่ละกล่มุ ในแอพพลิเคชนั
Padlet ใหก้ บั นักเรียนช้นั อืน่ ๆ ทราบผ่านไลนก์ ลมุ่ ของโรงเรยี นและสามารถนำความรู้ไปอธิบายการเคลื่อนที่ของลมใน
ชีวิตประจำวัน
10. สื่อการสอน
1. Powerpiont เรอ่ื ง แรงท่เี กิดจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ
2. แอพพลเิ คชนั Quizizz
3. แอพพลเิ คชนั
4. เว็บไซตโ์ ปรแกรมสุม่ wheelofnames
5. สอ่ื เทคโนโลยี OBEC Content Center
11.แหล่งเรยี นรู้
1. หอ้ งสมุดโรงเรียน
2. อินเทอรเ์ น็ตจากเว็บไซตต์ า่ งๆ Websites www.satit.up.ac.th, www.mitrearth.org
3. Youtube : Compulsory-Science IPST
4. OBEC Content Center เร่อื ง ความแตกตา่ งของความกดอากาศกับการหมุนเวียนของ
อากาศ https://contentcenter.obec.go.th/mediaplayer/youtube.php?l=aHR0cHM6Ly
93d3cueW91dHViZS5jb20vZW1iZWQvbHQzaWRMV1JyREk=
5. หนังสือเรียนวิชาโลก ดาราศาสตร์ อวกาศ เลม่ 3 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 สถาบันการสง่ เสริมการสอน
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ
6. หนังสือเรียนวิชาโลก ดาราศาสตร์ อวกาศ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 เล่ม 1 บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทัศน์
(อจท.) จำกัด
12. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
12.1 การประเมินตามจุดประสงค/์ ตวั ชี้วดั
จดุ ประสงค์ วธิ วี ัดการวดั เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
และประเมนิ ผล
1. อธบิ ายกระบวนการ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรยี น เรื่อง ประเมนิ ตามสภาพจริง
เกิดลมได้ แรงทเ่ี กดิ จากความแตกต่างของ
2. อธิบายลักษณะการ ความกดอากาศ
เคล่ือนท่ีของอากาศ ตรวจกิจกรรม 8.1 กิจกรรม 8.1 การเคลอ่ื นที่ของ นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ าร
ทเ่ี ป็นผลมาจากแรง อากาศ ประเมินอยา่ งน้อยรอ้ ยละ 60
ท่ีเกดิ จากความ ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน แบบทดสอบหลังเรียน เร่ือง นักเรยี นผ่านเกณฑ์การ
แตกตา่ งของความ แรงท่ีเกดิ จากความแตกต่างของ ประเมินอยา่ งน้อยรอ้ ยละ 70
กดอากาศได้ ความกดอากาศ
21
จุดประสงค์ วธิ ีวดั การวัด เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล
และประเมนิ ผล นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การ
ประเมินอยา่ งน้อยระดบั ปาน
3. อภิปรายความแตกตา่ ง 1. สังเกตการปฏิบตั ิงาน 1. แบบประเมนิ การปฏบิ ัตงิ าน กลางขึน้ ไป
ของความกดอากาศได้ กลมุ่ กิจกรรม 8.1 กลุ่ม นักเรียนได้คะแนนระดบั ดีขึน้
ไป
2. สงั เกตการปฏิบตั กิ ารทำ 2. แบบประเมินการปฏิบัติการ
กิจกรรม 8.1 ทำกจิ กรรม
3. สังเกตการนำเสนอ 3. แบบประเมนิ การนำเสนอ
ผลงาน ผลงาน
4. สนใจใฝร่ ใู้ นการศึกษา สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่ แบบประเมนิ พฤติกรรม
แรงท่ีเกิดจากความ เรยี นรู้ และมุ่งมั่นในการ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
แตกตา่ งของความกด ทำงาน
อากาศ
12.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และคุณลกั ษณะทกั ษะศตวรรษที่ 21
การประเมินสมรรถนะสำคัญ 5 ดา้ น
ประเด็นการ แหล่ง วิธวี ดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเมิน /Rubrics
ความสามารถในการ 1. มีความสามารถในการรบั -ส่งสาร สังเกต แบบประเมิน ดเี ย่ยี ม ระดบั 3
สอื่ สาร 2. มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ความสามารถใน สมรรถนะสำคญั ดี ระดบั 2
ความเข้าใจของตนเอง การสอื่ สาร ของผู้เรยี น พอใช้ ระดบั 1
3. ใชว้ ิธีการส่อื สารท่เี หมาะสมมีประสิทธิภาพ ปรบั ปรงุ ระดับ 0
4. เจรจาตอ่ รองเพื่อขจัดและลดปญั หาความขดั แยง้
ตา่ ง ๆ ได้
5. เลือกรบั และไมร่ บั ข้อมลู ข่าวสารดว้ ยเหตผุ ลและ
ถกู ต้อง
ความสามารถในการ 1. มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ สังเกต แบบประเมนิ ดีเย่ยี ม ระดบั 3
คิด 2. มที กั ษะในการคดิ นอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์ ความสามารถใน สมรรถนะสำคญั ดี ระดับ 2
3. สามารถคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ การคิด ของผู้เรยี น พอใช้ ระดับ 1
ความสามารถในการ 4. มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้ ปรับปรุง ระดับ 0
แกป้ ัญหา 5. ตัดสินใจแกป้ ญั หาเกี่ยวกบั ตนเองได้อยา่ ง สงั เกต
ความสามารถใน แบบประเมิน ดเี ยย่ี ม ระดบั 3
เหมาะสม การแกป้ ญั หา สมรรถนะสำคญั ดี ระดบั 2
1. สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ท่ีเผชิญได้ ของผู้เรียน พอใช้ ระดับ 1
2. ใชเ้ หตุผลในการแกป้ ญั หา ปรับปรุง ระดับ 0
3. เขา้ ใจความสัมพันธแ์ ละการเปลีย่ นแปลงในสังคม
4. แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรมู้ าใชใ้ นการ
ป้องกนั และแก้ไขปัญหา
5. สามารตดิ สนิ ใจไดเ้ หมาะสมตามวยั
22
ประเด็นการ แหล่ง วธิ วี ดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การใหค้ ะแนน
/Rubrics
ประเมนิ สงั เกต
ความสามารถใน แบบประเมนิ ดีเย่ียม ระดบั 3
ความสามารถในการ 1. เรยี นร้ดู ้วยตนเองได้เหมาะสมตามวัย การใช้ทักษะชวี ติ สมรรถนะสำคัญ ดี ระดบั 2
ของผู้เรียน พอใช้ ระดับ 1
ใช้ทกั ษะชีวติ 2. สามารถทำงานกลมุ่ ร่วมกับผูอ้ นื่ ได้
ปรบั ปรงุ ระดบั 0
3. นำความรูท้ ไ่ี ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวัน
4. จัดการปญั หาและความขัดแยง้ ไดเ้ หมาะสม
5. หลกี เลี่ยงพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงคท์ ี่สง่ ผลกระทบ
ตอ่ ตนเอง
ความสามารถในการ 1. เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยไี ดเ้ หมาะสมตามวยั สงั เกต แบบประเมนิ ดีเยย่ี ม ระดบั 3
ใชเ้ ทคโนโลยี 2. มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี ความสามารถใน สมรรถนะสำคัญ ดี ระดบั 2
3. สามารถนำเทคโนโลยไี ปใช้พฒั นาตนเอง การใชเ้ ทคโนโลยี ของผเู้ รียน พอใช้ ระดบั 1
4. ใชเ้ ทคโนโลยีในการแก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์ ปรบั ปรุง ระดับ 0
5. มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี
การประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเดน็ การ แหล่ง วิธวี ดั เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมนิ
ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ สังเกตความมวี ินัย แบบประเมิน /Rubrics
มีวนิ ยั ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั โรงเรยี นและ พฤตกิ รรม
สงั คม สังเกตการใฝเ่ รยี นรู้ คุณลักษณะอนั ดเี ยี่ยม ระดบั 3
ใฝ่เรียนรู้ พงึ ประสงค์ ดี ระดับ 2
- ตง้ั ใจเพยี รพยายามในการเรียนและ สงั เกตความมงุ่ มัน่ ใน ผ่าน ระดับ 1
มงุ่ มัน่ ในการ การทำงาน แบบประเมิน
ทำงาน เข้ารว่ มกิจกรรม พฤติกรรม ไมผ่ า่ น ระดบั 0
คณุ ลักษณะอนั
- แสวงหาความรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรตู้ ่างๆ พึงประสงค์ นักเรียนไดค้ ะแนนระดบั ดีขึ้นไป
ดีเย่ียม ระดบั 3
ทั้งภายในและนอกโรงเรยี นด้วยการ ดี ระดับ 2
เลอื กใช้ส่ืออย่างเหมาะสม บนั ทึกความรู้ ผ่าน ระดบั 1
วิเคราะห์ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ สามารถ
นำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ ไม่ผา่ น ระดบั 0
ตัง้ ใจและรับผิดชอบในหน้าทีก่ ารทำงาน
นกั เรยี นได้คะแนนระดับดีขนึ้ ไป
แบบประเมิน ดีเยยี่ ม ระดบั 3
พฤตกิ รรม ดี ระดับ 2
คณุ ลักษณะอัน ผ่าน ระดับ 1
พงึ ประสงค์
ไม่ผา่ น ระดบั 0
นกั เรียนได้คะแนนระดับดีขึ้นไป
23
คณุ ลกั ษณะทักษะศตวรรษที่ 21(3Rs8Cs)
ประเด็นการประเมนิ แหลง่ วิธวี ดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การให้คะแนน
/Rubrics
1.การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ การสนทนาซักถาม การสงั เกต แบบประเมิน
และทกั ษะในการแก้ปญั หา แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ การตอบคำถาม คุณลักษณะ ดีเยี่ยม ระดบั 5
(Critical Thinking and ทกั ษะศตวรรษที่ ดมี าก ระดับ 4
Problem Solving) 21(3Rs8Cs) ดี ระดบั 3
พอใช้ ระดบั 2
2.ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ การสร้างสรรค์ ประเมินการปฏิบตั ิ แบบประเมิน
และนวัตกรรม(Creativity ชิน้ งาน การสังเกต คณุ ลกั ษณะ ปรับปรุง ระดบั 1
and Innovation) ทักษะศตวรรษที่
21(3Rs8Cs) นักเรียนไดค้ ะแนนระดับดขี ึน้ ไป
3.ทกั ษะด้านความรว่ มมือการ การนำเสนอ การสงั เกต ดีเยย่ี ม ระดบั 5
ทำงานเป็นทมี และภาวะ กระบวนการทำงาน แบบประเมิน ดมี าก ระดบั 4
ผูน้ ำ(Collaboration คณุ ลักษณะ ดี ระดับ 3
Teamwork and ทกั ษะศตวรรษที่ พอใช้ ระดบั 2
Leadership) 21(3Rs8Cs)
ปรับปรงุ ระดับ 1
นักเรยี นไดค้ ะแนนระดบั ดขี ึ้นไป
ดีเย่ียม ระดบั 5
ดมี าก ระดับ 4
ดี ระดับ 3
พอใช้ ระดับ 2
ปรบั ปรุง ระดับ 1
นกั เรยี นไดค้ ะแนนระดบั ดีข้ึนไป
13.ข้อเสนอแนะ (ผู้ใช้แผนเขยี นเสนอแนะ)
1. ครูควรใหน้ ักเรยี นดาวน์โหลดและตดิ ต้ัง แอพพลิเคชนั Quizizz และสมคั รใช้แอพพลิเคชนั Padlet ไวล้ ่วงหน้า
2. กจิ กรรม 8.1 การเคลือ่ นท่ีของอากาศ ควรมอบหมายให้นักเรยี นเตรยี มขวดเจาะรูมาล่วงหนา้
3. กจิ กรรม 8.1 การเคล่อื นที่ของอากาศ หากครตู อ้ งการให้ผลการเคลอ่ื นท่ีของควันธูป ออกมาชดั เจน ครูอาจ
ควรเลือกน้ำท่ีมอี ุณหภมู ิให้แตกต่างกนั มาก โดยอุณหภูมอิ าจแตกต่างกันต้งั แต่ 20 องศาเซลเซียสขน้ึ ไป
4. ควรเตรยี มความพร้อมของอินเตอรเ์ น็ตไวล้ ว่ งหนา้
24
14. บันทกึ หลงั สอน
14.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นักเรยี นจำนวน..........................คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ โดยรวม...........................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.......................
ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยรวม...........................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.......................
ไดแ้ ก.่ ........................................
1. ............................................................................................................................. .....................
2....................................................................................................................................................
3....................................................................................................................................................
นกั เรียนที่มีความสามารถพเิ ศษ/ นกั เรียนเด็กพเิ ศษ ได้แก่
1. ............................................................................................................................. .....................
2...................................................................................................... ..............................................
3............................................................................................................................ ........................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านความรู้ (K) จำนวน........................คน ไดแ้ ก่
............................................................................................................................. .......................
....................................................................................................................................................
นักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ดา้ นทักษะ (P) จำนวน........................คน ได้แก่
............................................................................................................................. .......................
.......................................................................................... ..........................................................
นักเรียนทีไ่ ม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านเจตคติ (A) จำนวน........................คน ไดแ้ ก่
............................................................................................................................. .......................
.................................................................................................. ..................................................
14.2. ปัญหา/อุปสรรค(แนวทางพฒั นา)
............................................................................................................................. .......................
...................................................................................................................................... ..............
14.3แนวทางการแกไ้ ข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
............................................................................................................................. .......................
......................................................................................................... ...........................................
(ลงชอื่ )...............................................ครูผู้สอน
(นายเกยี รตชิ ยั เพ็ญวจิ ติ ร)
............./................./................
25
ความคดิ เห็นหรือข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .......................
............................................................................................................................................ ........
........................................................................................................................ ............................
ลงช่อื )......................................หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางธนั ย์ชนก หาญวงษ)์
............./................./................
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของนายเกียรติชัย เพ็ญวิจิตร แลว้ มีความคดิ เห็น ดงั น้ี
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำกระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนการนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ
............................................................................................................................................ ........
................................................................................................................... .................................
(ลงชอ่ื ) .............................................. รองผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางสุวรรณา ภมรพิบูลย)์
............./................./................
ความคดิ เห็น
............................................................................................................................. .......................
....................................................................................................... .............................................
(ลงชื่อ) ....................................................ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
(นายก้านตอง เส็งเอีย่ ม)
............./................./................
ภาคผนวก ข
1. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น เร่อื ง แรงที่เกดิ จากความแตกต่างของ
ความกดอากาศ
2. เฉลยแบบทดสอบ เรอ่ื ง แรงท่เี กิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
3. กิจกรรม 8.1 การเคลอื่ นทขี่ องอากาศ และเฉลยกจิ กรรม 8.1 การเคล่ือนท่ี
ของอากาศ
27
แบบทดสอบ
เรอ่ื ง แรงทเ่ี กดิ จากความแตกต่างของความกดอากาศ
คำช้ีแจง แบบทดสอบปรนยั 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลาสอบ 10 นาที
คำสั่ง นกั เรยี นเลอื กคำตอบที่ถูกต้องทสี่ ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว จากแอพพลิเคชนั Quizizz
1. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. ลมเคล่ือนท่จี ากบริเวณทม่ี ีความกดอากาศสูงไปบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ
ข. อากาศมีความกดอากาศต่างกันมาก ทำให้เกิดลมสงบ
ค. ลมคืออากาศที่เคลื่อนที่จากที่หนึง่ ไปยังท่หี น่ึง
ง. ความกดอากาศสมดลุ ทำให้เกิดลมสงบ
2. บริเวณขว้ั โลก มีอุณหภูมิเละความกดอากาศอย่างไร
ก. อุณหภูมิสูง ความกดอากาศสูง
ข. อณุ หภูมิต่ำ ความกดอากาศต่ำ
ค. อุณหภมู ิต่ำ ความกดอากาศสูง
ง. อุณหภูมสิ งู ความกดอากาศต่ำ
3. หากแรงทเ่ี กิดจากความชนั ของความกดอากาศมีคา่ มาก จะมผี ลเชน่ ไร
ก. ความกดอากาศ 2 บรเิ วณตา่ งกนั มาก ลมพดั แรง
ข. ความกดอากาศ 2 บริเวณตา่ งกันนอ้ ย ลมพดั แรง
ค. ความกดอากาศ 2 บรเิ วณตา่ งกันมาก ลมพัดเบาๆ
ง. ความกดอากาศ 2 บรเิ วณต่างกันนอ้ ย ลมพัดเบาๆ
4. บริเวณความกดอากาศต่ำ อนภุ าคอากาศจะมีแนวโนม้ การเคลอ่ื นท่เี ชน่ ไร
ก. เคลือ่ นท่เี ปน็ คลื่น
ข. จมตัวลง
ค. ลอยตวั ขนึ้
ง. อย่นู ง่ิ ๆในแนวราบ
5. เมื่ออณุ หภูมิของอากาศในสองบริเวณแตกต่างกนั ข้อใดถูกต้อง
ก. อากาศจะเคลื่อนทจ่ี ากบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำไปยงั บริเวณทีม่ ีความกดอากาศสงู
ข. บริเวณทมี่ ีอุณหภูมสิ ูงจะมีความกดอากาศต่ำ
ค. อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณท่ีมอี ุณหภมู ิสงู ไปยังบริเวณทม่ี ีอณุ หภูมิต่ำ
ง. อากาศจะเคล่ือนทจ่ี ากบริเวณทม่ี ีความกดอากาศสูงไปยังบริเวณท่ีมีอณุ หภมู ิตำ่
28
6. เพราะเหตุใด ในชว่ งเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพนั ธ์ของแต่ละปี จึงมกี ระแสลมจากผนื แผ่นดนิ ใหญป่ ระเทศจีน
พัดมายังประเทศไทยและประเทศอนื่ ๆ ท่ีอยูต่ ำแหนง่ ละตจิ ดู ต่ำกวา่ ของซีกโลกเหนือ
ก. บรเิ วณประเทศจีนได้รบั ความเขม้ ของแสงอาทิตย์มากกวา่
ข. บริเวณประเทศไทยมีอณุ หภูมิอากาศตำ่ กว่า
ค. บรเิ วณประเทศจนี มคี วามกดอากาศสูงกว่า
ง. บริเวณประเทศไทยมรี ะดบั พน้ื ดนิ ตำ่ กว่า
7. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเก่ียวกับความกดอากาศ
ก. ถ้าพื้นผวิ โลกสองบรเิ วณมีอุณหภูมิเทา่ กัน ความกดอากาศจะมีค่าเท่ากัน
ข. ความกดอากาศหมายถึงผลตา่ งของอุณหภูมิในสองบรเิ วณ
ค. ในแตล่ ะบรเิ วณ ความกดอากาศจะเพ่มิ ข้ึนตามความสูง
ง. ถ้าอุณหภูมิเหนือพนื้ น้ำกับเหนือพื้นดนิ รมิ ฝง่ั น้ำมีค่าเท่ากนั จะมีลมพัดออกจากฝงั่ ซึ่งมีความกดอากาศต่ำกว่า
8. การเคลอ่ื นที่ของอากาศในแนวความกดอากาศต่ำบริเวณศนู ย์สูตรเปน็ อยา่ งไร
ก. หมุนวนรอบศูนย์กลาง
ข. เคลอ่ื นตัวจากทิศตะวันออกไปทิศตะวนั ตก
ค. ยกตัวข้ึนและกระจายตัวไปยังบรเิ วณละตจิ ูดทสี่ งู ขนึ้
ง. จมตัวลงและกระจายตวั ไปยังบริเวณละตจิ ดู ทสี่ ูงขึ้น
9. การเคลอื่ นทีข่ องอากาศในแนวความกดอากาศสงู ก่งึ เขตรอ้ นเป็นอยา่ งไร
ก. หมนุ วนรอบศนู ย์กลาง
ข. เคลือ่ นตัวจากทิศตะวนั ออกไปทศิ ตะวันตก
ค. ยกตวั ข้นึ และกระจายตวั ไปยงั บริเวณละติจูดอนื่
ง. จมตัวลงและกระจายตวั ไปยงั บรเิ วณละตจิ ูดอื่น
10. ขอ้ ใดทำใหเ้ กิดลม
ก. ความแตกต่างของแรงดนั อากาศ
ข. ความแตกตา่ งของปริมาตรอากาศ
ค. ความแตกตา่ งของความชนื้ อากาศ
ง. ความแตกตา่ งของหย่อมความกดอากาศ
29
เฉลยแบบทดสอบ
เรือ่ ง แรงทเี่ กิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ
ข้อที่ คำตอบ
1. ข
2. ค
3. ก
4. ค
5. ข
6. ค
7. ก
8. ค
9. ง
10. ง
30
กจิ กรรม 8.1 การเคล่อื นทขี่ องอากาศ
วัน ............ เดือน ................ พ.ศ. ................. ที่ทำกิจกรรม
ชอื่ .- นามสกลุ .............................................................................ชัน้ ...................เลขที่ .................... ประธาน
ชื่อ.- นามสกุล .............................................................................ชัน้ ...................เลขท่ี .................... รองประธาน
ช่อื .- นามสกุล .............................................................................ชน้ั ...................เลขท่ี .................... กรรมการ
ชือ่ .- นามสกลุ .............................................................................ชั้น ...................เลขท่ี .................... เลขานกุ าร
จดุ ประสงคก์ ารทำกจิ กรรม
1. อธบิ ายการเคล่ือนท่ขี องอากาศระหว่างบริเวณท่ีมีอณุ หภูมแิ ตกต่างกัน โดยใช้แบบจำลอง
เวลาท่ใี ช้ 60 นาที
วัสดอุ ุปกรณ์
1. ขวดพลาสติกใสขนาด 1.5 ลติ ร 2 ใบ
2. แผน่ ปกพลาสตกิ ใสขนาด A4 2 แผน่
3. นำ้ อุ่น 500 มิลลิลติ ร
4. นำ้ เย็น 500 มิลลลิ ิตร
5. ธปู 1 ดอก
6. ไฟแช็ค 1 อนั
วธิ ีการทำกจิ กรรม
1. จัดทำชุดอุปกรณด์ งั นี้
1.1 เจาะรูที่ข้างขวดพลาสตกิ ทง้ั สองใบ ให้มขี นาดเส้นผ่านศนู ย์กลาง 3 เซนติเมตร ขวดละ 2 ตำแหนง่ ให้อยู่ใน
แนวเดียวกนั โดยให้ตำแหน่งแรกอยสู่ งู จากก้นขวด 8 เซนติเมตร และตำแหนง่ ที่สองอยู่สูงจากตำแหน่งแรก 8 เซนติเมตร
ดังรปู
1.2 มว้ นแผน่ ปกพลาสติกใสตามแนวยาวให้มลี ักษณะเป็นท่อ ใหม้ ขี นาดพอดกี ับรทู ่ีเจาะจำนวน 2 ท่อ ดงั รูป
2. ใสน่ ำ้ เย็นลงในขวดใบที่ 1 และใส่น้ำอนุ่ ลงในขวดใบที่ 2 ใหร้ ะดับน้ำสงู 6 เซนติเมตร
31
3. นำทอ่ พลาสติกท่ีเตรยี มไว้มาเชอ่ื มต่อระหวา่ งขวดทง้ั สองใบ ดงั รปู
4. จีป้ ลายธปู ทจ่ี ดุ แลว้ ทีก่ ึ่งกลางของท่อพลาสตกิ ทอ่ ล่าง ถอื ค้างไวจ้ นเหน็ การเคล่อื นทขี่ องควันธูป
5. สังเกตการเคลื่อนที่ของควนั ธปู ระหว่างขวดทงั้ สองใบ และบนั ทกึ ผล
6. ทำเช่นเดียวกบั ข้อ 2 – 5 แตเ่ ปลีย่ นไปใชน้ ำ้ ที่มีอุณหภมู ิเทา่ กนั ในขวดท้ังสองใบสังเกตการเคล่อื นที่ของควนั ธูประหว่าง
ขวดทั้งสองใบ และบนั ทกึ ผล
สมมติฐานของกจิ กรรม
............................................................................................................................. .......................................................
บันทึกผลการทำกิจกรรม
ตอนท่ี 1
ตอนที่ 2
32
สรุปผลการทำกจิ กรรม ……………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เม่อื น้ำในขวดทงั้ สองใบมีอุณหภมู ิต่างกนั ควนั ธปู มีการเคล่ือนท่หี รือไม่ อย่างไร
ตอบ ............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. .............................................
2. เมือ่ นำ้ ในขวดท้ังสองใบมีอณุ หภูมิเท่ากัน ควนั ธูปมีการเคลอื่ นทห่ี รือไม่ อยา่ งไร
ตอบ ............................................................................................................................. ..............................................
..........................................................................................................................................................................
3. เมื่อน้ำในขวดทัง้ สองใบมีอุณหภูมิต่างกัน ความกดอากาศในขวดเทา่ กันหรือไม่ อย่างไร
ตอบ ...........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .............................................
4. เมอื่ น้ำในขวดทง้ั สองใบมีอุณหภมู เิ ท่ากนั ความกดอากาศในขวดต่างกนั อย่างไร
ตอบ ............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. .............................................
.................................................................................. ........................................................................................
5. การเคล่อื นที่ของควันธปู ในข้อ 1 และ 2 เหมือนหรือตา่ งกันอย่างไร เพราะเหตุใด
ตอบ ...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .............................................
............................................................................................................................. .............................................
............................................................................................................................. .............................................
*****************************
กจิ กรรมสะท้อนคิดในกลุ่ม
ข้อดีของกลุ่ม ข้อเสยี ของกลมุ่
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
แนวทางการแกไ้ ข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
33
เฉลยกิจกรรม
กจิ กรรม 8.1 การเคล่ือนทีข่ องอากาศ
วัน ............ เดือน ................ พ.ศ. ................. ที่ทำกจิ กรรม
ช่อื .- นามสกลุ .............................................................................ชั้น ...................เลขท่ี .................... ประธาน
ช่อื .- นามสกุล .............................................................................ชัน้ ...................เลขท่ี .................... รองประธาน
ช่อื .- นามสกุล .............................................................................ชั้น ...................เลขท่ี .................... กรรมการ
ช่ือ.- นามสกุล .............................................................................ชนั้ ...................เลขที่ .................... เลขานุการ
จดุ ประสงค์การทำกิจกรรม
1. อธิบายการเคล่ือนทีข่ องอากาศระหว่างบรเิ วณที่มีอณุ หภูมแิ ตกต่างกัน โดยใชแ้ บบจำลอง
เวลาท่ใี ช้ 60 นาที
วัสดุอุปกรณ์
1. ขวดพลาสติกใสขนาด 1.5 ลติ ร 2 ใบ
2. แผ่นปกพลาสตกิ ใสขนาด A4 2 แผน่
3. น้ำอุ่น 500 มลิ ลลิ ติ ร
4. นำ้ เยน็ 500 มลิ ลลิ ติ ร
5. ธูป 1 ดอก
6. ไฟแชค็ 1 อนั
วธิ กี ารทำกิจกรรม
1. จัดทำชุดอปุ กรณด์ ังน้ี
1.1 เจาะรูทีข่ ้างขวดพลาสตกิ ท้ังสองใบ ให้มขี นาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลาง 3 เซนตเิ มตร ขวดละ 2 ตำแหนง่ ให้อย่ใู น
แนวเดียวกัน โดยใหต้ ำแหน่งแรกอย่สู งู จากกน้ ขวด 8 เซนตเิ มตร และตำแหนง่ ท่สี องอยู่สูงจากตำแหน่งแรก 8 เซนติเมตร
ดังรูป
1.2 มว้ นแผ่นปกพลาสติกใสตามแนวยาวให้มีลักษณะเปน็ ท่อ ให้มีขนาดพอดกี ับรทู เ่ี จาะจำนวน 2 ทอ่ ดงั รูป
2. ใสน่ ้ำเย็นลงในขวดใบที่ 1 และใส่น้ำอ่นุ ลงในขวดใบที่ 2 ให้ระดับนำ้ สูง 6 เซนตเิ มตร
34
3. นำท่อพลาสติกทีเ่ ตรยี มไว้มาเชื่อมต่อระหวา่ งขวดท้ังสองใบ ดังรปู
4. จีป้ ลายธปู ทจี่ ุดแล้วที่กงึ่ กลางของท่อพลาสติกทอ่ ลา่ ง ถอื คา้ งไว้จนเหน็ การเคลื่อนท่ีของควันธูป
5. สงั เกตการเคล่ือนที่ของควนั ธูประหวา่ งขวดท้ังสองใบ และบนั ทกึ ผล
6. ทำเช่นเดยี วกับข้อ 2 – 5 แต่เปลี่ยนไปใช้นำ้ ที่มอี ุณหภมู ิเท่ากันในขวดทง้ั สองใบสังเกตการเคลือ่ นทข่ี องควนั ธปู ระหว่าง
ขวดทงั้ สองใบ และบนั ทึกผล
สมมติฐานของกิจกรรม ควันธปู จะไหลจากบริเวณทอ่ี ุณหภมู ิสูงไปสูอ่ ุณหภมู ิที่ตำ่ กว่า
บนั ทึกผลการทำกจิ กรรม
ตอนท่ี 1
ตอนที่ 2
35
สรปุ ผลการทำกจิ กรรม เมื่อความกดอากาศในขวดทั้งสองใบไมเ่ ทา่ กนั ส่งผลให้อากาศเคล่อื นทีแ่ ละหมนุ เวียนระหว่างขวด
สองใบ ซง่ึ สงั เกตไดจ้ ากการเคลอ่ื นทขี่ องควันธปู ภายในขวด
คำถามท้ายกจิ กรรม
1. เมื่อน้ำในขวดทง้ั สองใบมีอุณหภมู ิต่างกนั ควนั ธูปมีการเคลอื่ นทหี่ รือไม่ อย่างไร
ตอบ ควนั ธปู มีการเคล่อื นที่ โดยควันธปู เคลื่อนท่จี ากบริเวณที่ปล่อยควันธูปไปยังขวดที่ใสน่ ำ้ อุ่นจากนน้ั ควันธูป
ยกตวั สูงข้นึ ควนั ธูปสว่ นใหญจ่ ะเคลอื่ นท่ีผา่ นท่อดา้ นบนไปยงั ขวดที่บรรจนุ ้ำเย็น และจมตัวลงดา้ นล่างขวดจากนนั้ จึง
เคลื่อนท่ีกลบั มาทางท่อด้านล่างไปยังขวดทีบ่ รรจุนำ้ อนุ่
2. เมอื่ นำ้ ในขวดท้ังสองใบมีอุณหภูมิเท่ากัน ควันธูปมกี ารเคล่ือนที่หรือไม่ อย่างไร
ตอบ ควันธูป มีการเคลอ่ื นที่เลก็ นอ้ ย โดยควันธปู เคลอ่ื นที่ออกจากบริเวณทป่ี ลอ่ ยควันธูปไปยงั ขวดทั้งสองขวด
เท่า ๆ กัน
3. เม่อื น้ำในขวดทงั้ สองใบมีอุณหภูมิต่างกนั ความกดอากาศในขวดเทา่ กนั หรอื ไม่ อย่างไร
ตอบ เม่ือนำ้ ในขวดทง้ั สองใบมอี ณุ หภมู ิต่างกัน ความกดอากาศในขวดทงั้ สองไมเ่ ทา่ กนั โดยในขวดที่บรรจุนำ้ อนุ่ มี
ความกดอากาศต่ำกวา่ ขวดที่บรรจนุ ำ้ เย็น
4. เมอื่ น้ำในขวดท้งั สองใบมีอุณหภมู ิเท่ากัน ความกดอากาศในขวดต่างกันอย่างไร
ตอบ เมื่อนำ้ ในขวดทัง้ สองใบมอี ณุ หภมู เิ ท่ากนั ความกดอากาศในขวดทัง้ สองเทา่ กัน
5. การเคล่อื นที่ของควันธูปในขอ้ 1 และ 2 เหมอื นหรือตา่ งกนั อยา่ งไร เพราะเหตุใด
ตอบ ตา่ งกัน โดยควันธูปในข้อที่ 1 เคลื่อนทีจ่ ากบริเวณที่ปล่อยควนั ธูปไปยังขวดทใี่ ส่น้ำอุ่นจากนนั้ ควนั ธปู ยกตวั
สงู ขึ้น ควันธูปสว่ นใหญ่จะเคลื่อนทีผ่ ่านท่อด้านบนไปยงั ขวดท่บี รรจุน้ำเย็น และจมตัวลงด้านล่างขวดจากนัน้ จึงเคลอื่ นที่
กลบั มาทางทอ่ ดา้ นลา่ งไปยังขวดทบ่ี รรจนุ ้ำอ่นุ เกดิ การเคลื่อนท่หี มุนเวียน ในขณะทค่ี วนั ธูปในขอ้ ที่ 2 เคลอ่ื นท่ีออกจาก
บริเวณทปี่ ล่อยควนั ธปู ไปยังขวดทง้ั สองขวดเท่า ๆ กัน ไมเ่ กิดการเคล่ือนทห่ี มุนเวยี น จงึ พบว่าการหมนุ เวยี นของอากาศจะ
เกดิ ข้นึ เม่ืออากาศในขวดท้ังสองใบมีอณุ หภูมหิ รือความกดอากาศไมเ่ ท่ากนั
กจิ กรรมสะทอ้ นคดิ ในกลุ่ม
ขอ้ ดีของกลุ่ม ขอ้ เสยี ของกลุม่
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
แนวทางการแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ภาคผนวก ค
1. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
2. แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรยี นต่อการเรยี นรู้ดว้ ยกิจกรรมการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์ เรอื่ ง แรงท่ีเกิดจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ ดว้ ย
กระบวนการเรยี นรู้ 5 ขนั้ ตอน (5 STEPs)
3. แบบประเมนิ การปฏบิ ตั ิกิจกรรม
4. แบบประเมินการปฏิบัติงานกลุ่ม
5. แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
6. แบบประเมนิ พฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์
7. แบบประเมินสมรรถนะของผู้เรียน
8. แบบประเมินคุณลักษณะทกั ษะศตวรรษที่ 21(3Rs8Cs)
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนกอ่ นเรียนและหลงั เรียน 37
นกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 D D2
5 25
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ คะแนนกอ่ นเรยี น คะแนนหลงั เรียน 5 25
5 25
1 นายชยทตั สดุ แก้ว 38 6 36
6 36
2 นายดลชัย วงคค์ รุ ุ 5 10 6 36
7 49
3 นายดารากร วงคค์ ุรุ 38 6 36
5 25
4 นายณฐั พล โตใหญ่ 28 7 49
7 49
5 นายจริ ยุทธ เกิดปลั่ง 2 8 39
39
6 นางสาวกติ ติรตั น์ เกตุสำรี 2 8 5 25
4 16
7 นางสาวณัฐนชิ า อย่บู ำรงุ 2 9 5 25
5 25
8 นางสาวบุณยานุช สมพนั ธ์ 3 9 5 25
7 49
9 นางสาวผกามาศ เจรญิ ศิลป์ 2 7 5 25
5 25
10 นางสาวพรพิพฒั น์ ย้มิ เจรญิ 3 10 6 36
6 36
11 นางสาวภคพร สุขขวัญ 2 9 39
127 705
12 นางสาววราทิพย์ ทองหยิบ 6 9 5.29 29.38
1.20 12.19
13 นางสาววลัยพรรณ เฉลมิ พัชรพรบณุ 7 10 นยั สำคญั ทางสถติ ิ
14 นางสาวสริ กิ านต์ คะชุนรัมย์ 2 7 .05
15 นางสาวอรวกิ า สำเนยี ง 3 7
16 นางสาวณัฐธชิ า หงษไ์ กร 2 7
17 นางสาวธิดา เดชเรืองศรี 2 7
18 นางสาวกัณญาภัชร สุขจนุ่ 27
19 นางสาวเขมจิรา ต่างเกตุ 3 10
20 นางสาวชาลสิ า เขียวดำ 2 7
21 นางสาวนภัสรตั น์ ทองเตย่ี ง 2 7
22 นางสาวปิ่นมณี พรเจรญิ วิโรจน์ 2 8
23 นางสาวพชั ราภรณ์ กะพงษห์ งษ์ 2 8
24 นางสาวธีริศรา เจรญิ พร 6 9
รวม 70 197
x 2.92 8.21
S.D. 1.50 1.10
ร้อยละ 29.17 82.08
t-test 21.66*
หมายเหตุ : นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ อยา่ งน้อยรอ้ ยละ 70
38
ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจของนกั เรียนต่อการเรียนร้กู จิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
เรื่อง แรงทเี่ กดิ จากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs)
สำหรบั นกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 เพ่ือพัฒนาทักษะผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) โรงเรียนเก้าเลย้ี ววทิ ยา
ความถข่ี องระดับ
รายการประเมิน ความพงึ พอใจ X S.D. แปลผล
5 4 321
1. ครชู ้ีแจงกิจกรรมการเรยี นรู้ดว้ ยกระบวนการเรียนรู้ 5 19 5 - - - 4.79 0.41 มากที่สุด
ขั้นตอน (5 STEPs) ใหน้ ักเรียนเข้าใจอย่างชดั เจน
2. ครูให้คำปรกึ ษา แนะนำ ดูแลนักเรยี นในการเรยี นรู้ได้ 17 7 - - - 4.71 0.46 มากที่สุด
อย่างท่ัวถึง
3. ครูสง่ เสริมให้นกั เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรยี นรู้ 18 6 - - - 4.75 0.44 มากท่สี ดุ
4. มีรปู แบบขัน้ ตอนทำกิจกรรมชดั เจน เหมาะสมและ 19 4 1 - - 4.75 0.53 มากท่สี ดุ
นา่ สนใจ ปฏบิ ตั ิได้จรงิ
5. เวลาเพยี งพอตอ่ การเรยี นรู้เนื้อหาและการทำกิจกรรม 20 3 1 - - 4.79 0.51 มากทส่ี ดุ
6. ส่อื เทคโนโลยี OBEC Content Center มีความ 17 5 2 - - 4.63 0.65 มากทส่ี ุด
หลากหลาย เหมาะสมกบั กจิ กรรม
7. กจิ กรรมการเรยี นร้เู ปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รยี นตาม 18 5 1 - - 4.71 0.55 มากทส่ี ดุ
ความสนใจ
8. นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการทำกิจกรรมร่วมกนั มคี วาม 17 7 - - - 4.71 0.46 มากทสี่ ุด
หลากหลาย และตรงตามจุดประสงค์
9. แบบทดสอบมีความยากงา่ ยเหมาะสมและสอดคล้อง 15 8 1- - 4.58 0.58 มากท่สี ดุ
กบั เนอ้ื หา
10. การประเมินผลครอบคลุมเน้อื หาทเี่ รียน 16 7 1 - - 4.63 0.58 มากที่สุด
เฉล่ยี รวม 4.71 0.52 มากทสี่ ดุ
จากตารางแสดงผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนท่มี ีต่อการเรียนรู้กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ เรือ่ ง
แรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) จำนวน 24 คน พบว่า
นักเรียนท่ีเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงท่ีเกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ด้วย
กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากท่ีสุด
โดยมีคา่ เฉล่ียเท่ากับ 4.71 และคา่ เบี่ยงเบนมาตรฐานเทา่ กบั 0.52
39
แบบประเมินการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม 8.1 การเคลอื่ นทข่ี องอากาศ
ชน้ั ม.5/1
รายการประเมนิ
เลขท่ี ชื่อ - สกุล
1. การทดลองตามแผน
ท่ีกำหนด
2. การใช้ ัวสดุ ุอปกร ์ณ
เค ่ืรองมือ
3. การบันทึกผลการ
ทดลอง
4. การส ุรปผลการ
ทดลอง
คะแนนที่ได้
1 นายชยทัต สดุ แกว้ 3 3 3 3 12
2 นายดลชยั วงค์คุรุ 3 3 3 3 12
3 นายดารากร วงคค์ ุรุ 3 3 3 3 12
4 นายณฐั พล โตใหญ่ 3 3 3 2 11
5 นายจิรยทุ ธ เกิดปลง่ั 3 3 2 2 10
6 นางสาวกิตติรตั น์ เกตสุ ำรี 3 3 3 2 11
7 นางสาวณฐั นชิ า อยบู่ ำรงุ 3 3 3 2 11
8 นางสาวบณุ ยานุช สมพันธ์ 3 3 3 2 11
9 นางสาวผกามาศ เจรญิ ศิลป์ 3 3 3 2 11
10 นางสาวพรพพิ ฒั น์ ย้ิมเจริญ 3 3 3 3 12
11 นางสาวภคพร สุขขวัญ 3 3 3 3 12
12 นางสาววราทพิ ย์ ทองหยิบ 3 3 3 3 12
13 นางสาววลัยพรรณ เฉลมิ พชั รพรบุณ 3 3 3 3 12
14 นางสาวสิริกานต์ คะชนุ รมั ย์ 3 3 3 2 11
15 นางสาวอรวิกา สำเนยี ง 3 3 3 2 11
16 นางสาวณัฐธิชา หงษไ์ กร 3 3 2 2 10
17 นางสาวธดิ า เดชเรอื งศรี 3 3 2 2 10
18 นางสาวกัณญาภชั ร สขุ จุ่น 3 3 3 2 11
19 นางสาวเขมจริ า ตา่ งเกตุ 3 3 3 2 11
20 นางสาวชาลิสา เขยี วดำ 3 3 2 2 10
21 นางสาวนภสั รตั น์ ทองเต่ยี ง 3 3 3 2 11
22 นางสาวป่นิ มณี พรเจริญวโิ รจน์ 3 3 3 2 11
23 นางสาวพชั ราภรณ์ กะพงษห์ งษ์ 3 3 2 2 10
24 นางสาวธรี ศิ รา เจรญิ พร 3 3 3 3 12
ลงชอื่ ...........................................................ผูป้ ระเมนิ
( นายเกยี รติชัย เพ็ญวิจิตร )
40
สรปุ แบบประเมินการปฏิบัติกจิ กรรม 8.1 การเคลือ่ นท่ขี องอากาศ
นักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5/1
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ คะแนนที่ได้ ระดับการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
1 นายชยทัต สดุ แกว้ 12 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
12 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
2 นายดลชัย วงค์คุรุ 12 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
11 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
3 นายดารากร วงค์คุรุ 10 ผลการปฏบิ ัติมาก
11 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
4 นายณฐั พล โตใหญ่ 11 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
11 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
5 นายจริ ยุทธ เกดิ ปลง่ั 11 ผลการปฏบิ ัติมาก
12 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
6 นางสาวกติ ตริ ัตน์ เกตสุ ำรี 12 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
12 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
7 นางสาวณฐั นิชา อยูบ่ ำรงุ 12 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
11 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
8 นางสาวบณุ ยานุช สมพนั ธ์ 11 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
10 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
9 นางสาวผกามาศ เจรญิ ศลิ ป์ 10 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
11 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
10 นางสาวพรพิพฒั น์ ยม้ิ เจรญิ 11 ผลการปฏบิ ัติมาก
10 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
11 นางสาวภคพร สขุ ขวญั 11 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
11 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
12 นางสาววราทพิ ย์ ทองหยิบ 10 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
12 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
13 นางสาววลัยพรรณ เฉลิมพชั รพรบุณ
14 นางสาวสริ กิ านต์ คะชนุ รัมย์
15 นางสาวอรวิกา สำเนียง
16 นางสาวณัฐธชิ า หงษไ์ กร
17 นางสาวธดิ า เดชเรอื งศรี
18 นางสาวกณั ญาภชั ร สขุ จุ่น
19 นางสาวเขมจิรา ต่างเกตุ
20 นางสาวชาลสิ า เขยี วดำ
21 นางสาวนภัสรตั น์ ทองเตย่ี ง
22 นางสาวป่นิ มณี พรเจริญวิโรจน์
23 นางสาวพชั ราภรณ์ กะพงษห์ งษ์
24 นางสาวธีรศิ รา เจรญิ พร
คะแนนตดั สนิ คุณภาพ ลงชือ่ ...........................................................ผ้ปู ระเมนิ
10 – 12 คะแนน ( นายเกยี รติชัย เพ็ญวิจติ ร )
7 – 9 คะแนน
4 – 6 คะแนน หมายถงึ มีผลการปฏบิ ัติมาก เกณฑ์การผา่ น : ตอ้ งอยใู่ นระดับปานกลางขึ้นไป
1 – 3 คะแนน หมายถึง มผี ลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
หมายถึง มีผลการปฏิบตั พิ อใช้
หมายถึง มีผลการปฏบิ ัติควรปรับปรงุ
41
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมนิ ตามสภาพจรงิ ตามพฤติกรรมการปฏิบัตกิ ิจกรรมนักเรยี น
รายการประเมนิ 3 (ดีมาก) ระดับคะแนน 1 (พอใช้)
2 (ปานกลาง)
1. การทดลองตาม ดำเนนิ การตามวธิ ีการและ ดำเนินการตามวิธีการและ ดำเนินการตามวธิ ีการและ
แผนทกี่ ำหนด ขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่าง ข้ันตอนที่กำหนดไว้ โดยครู ข้นั ตอนที่กำหนดไวห้ รอื
ถกู ต้องมีการปรบั ปรุง เป็นผแู้ นะนำในบางสว่ น ดำเนินการขา้ มข้นั ตอนที่กำหนด
แก้ไขเป็นระยะ มกี ารปรบั ปรุงแก้ไข ไว้ ไมม่ กี ารแก้ไขปรบั ปรุง
2. การใช้วสั ดุ อุปกรณ์ ใช้อุปกรณ์ในการทดลอง ใชอ้ ปุ กรณ์ในการทดลองได้ ใช้อุปกรณ์ไม่ถกู ต้อง
เครื่องมือ ได้อยา่ งคล่องแคล่วและ อยา่ งถูกต้องตามหลักการ
ถูกต้องตามหลักการปฏิบตั ิ ปฏิบัติแตไ่ ม่คล่องแคล่ว
3. การบันทกึ ผล บันทกึ ผลเปน็ ระยะอย่าง บันทกึ ผลเปน็ ระยะแต่ไม่ บนั ทกึ ผลไม่ครบตามผลการ
การทดลอง ถูกต้องมรี ะเบียบและ เปน็ ระเบียบ และเป็นไป ทดลอง
เป็นไปตามการทดลอง ตามการทดลอง
4. การสรปุ ผลการ สรปุ ผลการทดลองได้อยา่ ง สรปุ ผลการทดลองได้ สรปุ ผลการทดลองไดต้ ามความ
ทดลอง ถูกต้องกระชับ ชดั เจนและ ถูกต้องแตย่ งั ไม่ครอบคลุม คิดเหน็ โดยไม่ใชข้ ้อมลู จาก การ
ครอบคลุมข้อมลู จากการ ขอ้ มูลจากการวิเคราะห์ ทดลอง
วิเคราะห์ทั้งหมด ขอ้ มูลท้ังหมด
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ดมี าก = 3
ปานกลาง = 2
พอใช้ = 1
คะแนนตัดสนิ คุณภาพ หมายถึง มผี ลการปฏิบัติมาก
10 – 12 คะแนน หมายถึง มผี ลการปฏิบัติปานกลาง
7 – 9 คะแนน หมายถึง มีผลการปฏบิ ตั ิพอใช้
4 – 6 คะแนน หมายถึง มีผลการปฏิบตั ิควรปรบั ปรงุ
1 – 3 คะแนน
เกณฑก์ ารผ่าน : ตอ้ งอยู่ในระดับปานกลางข้นึ ไป
42
แบบประเมินการปฏิบตั ิงานกลมุ่ กจิ กรรม 8.1 การเคลื่อนทข่ี องอากาศ
ชน้ั ม.5/1
รายการประเมนิ
เลขท่ี ชือ่ - สกุล
1. การวางแผนในการ
ทำงานและความ
ร2.อกบาครอแบสดงความ ิคดเห็น
3. ความสนใจใฝ่เ ีรยน ู้ร
ความ ุ่มงมั่น อดทน
4. ความ ีมเหตุผล
5. ความซ่ือ ัสต ์ย
6. ความประห ัยด
คะแนนท่ีได้
1 นายชยทตั สุดแก้ว 3 3 3 3 3 3 18
3 3 3 3 3 3 18
2 นายดลชัย วงค์คุรุ 3 3 3 3 3 3 18
3 2 2 3 3 3 16
3 นายดารากร วงคค์ ุรุ 3 2 2 3 3 3 16
3 2 2 3 3 3 16
4 นายณัฐพล โตใหญ่ 3 2 3 3 3 3 17
3 3 3 3 3 3 18
5 นายจิรยุทธ เกดิ ปลัง่ 2 2 2 2 3 3 14
3 2 3 3 3 3 17
6 นางสาวกติ ติรัตน์ เกตสุ ำรี 3 2 2 2 3 3 15
3 3 3 3 3 3 18
7 นางสาวณฐั นิชา อยู่บำรุง 3 3 3 3 3 3 18
3 2 2 3 3 3 16
8 นางสาวบุณยานุช สมพนั ธ์ 3 2 2 3 3 3 16
3 2 2 3 3 3 16
9 นางสาวผกามาศ เจริญศลิ ป์ 3 2 3 3 3 3 17
3 2 2 3 3 3 16
10 นางสาวพรพิพฒั น์ ยมิ้ เจรญิ 3 2 2 3 3 3 16
2 2 2 2 3 3 14
11 นางสาวภคพร สุขขวญั 3 2 2 2 3 3 15
3 2 2 3 3 3 16
12 นางสาววราทิพย์ ทองหยิบ 3 2 2 3 3 3 16
3 3 3 3 3 3 18
13 นางสาววลัยพรรณ เฉลมิ พัชรพรบณุ
ลงชื่อ...........................................................ผู้ประเมิน
14 นางสาวสิริกานต์ คะชนุ รมั ย์ ( นายเกยี รตชิ ัย เพ็ญวิจิตร )
15 นางสาวอรวิกา สำเนยี ง
16 นางสาวณฐั ธชิ า หงษ์ไกร
17 นางสาวธิดา เดชเรืองศรี
18 นางสาวกณั ญาภัชร สุขจุ่น
19 นางสาวเขมจริ า ต่างเกตุ
20 นางสาวชาลิสา เขยี วดำ
21 นางสาวนภัสรัตน์ ทองเต่ียง
22 นางสาวปนิ่ มณี พรเจริญวิโรจน์
23 นางสาวพชั ราภรณ์ กะพงษห์ งษ์
24 นางสาวธีริศรา เจรญิ พร
43
สรุปแบบประเมินการปฏิบัติงานกลุ่ม กจิ กรรม 8.1 การเคลอ่ื นทข่ี องอากาศ
นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1
เลขที่ ชอ่ื - สกุล คะแนนที่ได้ ระดับการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน
ผา่ นเกณฑ์ ไม่ผา่ นเกณฑ์
1 นายชยทัต สุดแก้ว 18 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
18 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
2 นายดลชัย วงค์คุรุ 18 ผลการปฏบิ ัติมาก
16 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
3 นายดารากร วงค์ครุ ุ 16 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
16 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
4 นายณัฐพล โตใหญ่ 17 ผลการปฏบิ ัติมาก
18 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
5 นายจริ ยุทธ เกิดปลั่ง 14 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
17 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
6 นางสาวกติ ติรตั น์ เกตุสำรี 15 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
18 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
7 นางสาวณฐั นิชา อยู่บำรุง 18 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
16 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
8 นางสาวบณุ ยานชุ สมพนั ธ์ 16 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
16 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
9 นางสาวผกามาศ เจรญิ ศิลป์ 17 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
16 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
10 นางสาวพรพพิ ฒั น์ ยม้ิ เจริญ 16 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
14 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
11 นางสาวภคพร สุขขวัญ 15 ผลการปฏบิ ัติมาก
16 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
12 นางสาววราทิพย์ ทองหยบิ 16 ผลการปฏบิ ัติมาก
18 ผลการปฏบิ ัตมิ าก
13 นางสาววลัยพรรณ เฉลิมพชั รพรบุณ
14 นางสาวสริ ิกานต์ คะชนุ รมั ย์
15 นางสาวอรวกิ า สำเนยี ง
16 นางสาวณัฐธิชา หงษไ์ กร
17 นางสาวธดิ า เดชเรืองศรี
18 นางสาวกณั ญาภชั ร สุขจุ่น
19 นางสาวเขมจริ า ตา่ งเกตุ
20 นางสาวชาลสิ า เขียวดำ
21 นางสาวนภสั รัตน์ ทองเต่ียง
22 นางสาวป่นิ มณี พรเจรญิ วโิ รจน์
23 นางสาวพชั ราภรณ์ กะพงษ์หงษ์
24 นางสาวธรี ิศรา เจริญพร
คะแนนตัดสนิ คุณภาพ ลงชือ่ ...........................................................ผปู้ ระเมนิ
14 – 18 คะแนน หมายถงึ ( นายเกียรตชิ ยั เพ็ญวจิ ติ ร )
9 – 13 คะแนน หมายถึง
5 – 8 คะแนน หมายถงึ มผี ลการปฏิบตั ิมาก
1 – 4 คะแนน หมายถึง มผี ลการปฏบิ ตั ปิ านกลาง
มีผลการปฏบิ ตั ิพอใช้
มีผลการปฏบิ ัติควรปรับปรุง เกณฑก์ ารผา่ น : ต้องอย่ใู นระดบั ปานกลางข้นึ ไป
44
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมนิ ตามสภาพจริงตามพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม
รายการประเมิน ระดบั คะแนน
1. การวางแผนในการทำงาน และความรอบคอบ 3
- วางแผนในการทำงานอย่างรอบคอบ ทำงานอยา่ งเป็นระบบ 2
- วางแผนในการทำงานแต่ทำงานไม่เปน็ ระบบ 1
- ไมว่ างแผนในการทำงานและทำงานไมเ่ ป็นระบบ
3
2. การแสดงความคิดเห็น 2
- รว่ มแสดงความคิดเห็นอย่างสมำ่ เสมอ ยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผ้อู ่ืน 1
- รว่ มแสดงความคิดเห็นบ้าง แตไ่ มย่ อมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อ่ืน
- ไม่รว่ มแสดงความคดิ เห็น และไม่ยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อืน่ 3
2
3. ความสนใจใฝ่เรียนรู้ ความมงุ่ มนั่ อดทน 1
- ทำงานอย่างกระตอื รือร้น และทำงานเต็มความสามารถ
- ทำงานอย่างกระตือรือร้น แต่ทำงานไมเ่ ต็มความสามารถ 3
- ไม่กระตอื รือร้นในการทำงาน และทำงานไม่เตม็ ความสามารถ 2
1
4. ความมีเหตุผล
- สรปุ ขอ้ มลู อยา่ งมีเหตุผลสอดคลอ้ งกับสถานการณ์ท่ีกำหนดให้ 3
- สรุปข้อมลู อย่างมเี หตุผลแต่ไม่สอดคล้องกบั สถานการณ์ท่กี ำหนดให้ 2
- สรปุ ขอ้ มลู อย่างไม่สมเหตุสมผล 1
5. ความซือ่ สัตย์ 3
- นำเสนอขอ้ มูลตามขอ้ เท็จจริงจากผลการทดลอง 2
- นำเสนอข้อมลู ตามขอ้ เท็จจริงบางสว่ นและบางส่วนคลาดเคลอื่ นจากข้อเท็จจริง 1
- นำเสนอขอ้ มูลทคี่ ลาดเคล่อื นจากข้อเท็จจริงจากผลการทดลอง
6. ความประหยดั
- ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์อย่างประหยดั ทำความสะอาดและเก็บเขา้ ที่
- ใชว้ ัสดุอุปกรณ์อย่างประหยัด ทำความสะอาดแตไ่ ม่เก็บเข้าท่ี
- ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณไ์ ม่ประหยัด และไม่เก็บหรือไม่ทำความสะอาด
เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนตัดสนิ คุณภาพ มผี ลการปฏบิ ตั ิมาก
ดีมาก = 3 14 – 18 คะแนน หมายถึง มผี ลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
ปานกลาง = 2 9 – 13 คะแนน หมายถึง มีผลการปฏบิ ัตพิ อใช้
พอใช้ = 1 5 – 8 คะแนน หมายถงึ มีผลการปฏิบัตคิ วรปรบั ปรุง
1 – 4 คะแนน หมายถึง
เกณฑก์ ารผ่าน : ตอ้ งอยู่ในระดับปานกลางข้ึนไป
45
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน กิจกรรม 8.1 การเคล่อื นท่ขี องอากาศ
ช้นั ม.5/1
รายการประเมิน
เลขท่ี ชื่อ - สกุล
1. การถ่ายทอดเน้ือหา
2. การสบสายตา
3. การใ ้ชน้าเ ีสยง
4. การใ ้ชภาษากายใน
การ ืสอสาร
5. การสรุป
คะแนนท่ีได้
1 นายชยทตั สุดแก้ว 2 3 2 3 3 13
2 นายดลชยั วงคค์ ุรุ 3 3 2 2 3 13
3 นายดารากร วงค์คุรุ 2 3 2 3 3 13
4 นายณัฐพล โตใหญ่ 3 3 2 3 3 14
5 นายจิรยุทธ เกดิ ปลั่ง 2 2 2 3 3 12
6 นางสาวกิตติรตั น์ เกตสุ ำรี 2 2 2 3 3 12
7 นางสาวณัฐนชิ า อยบู่ ำรงุ 2 2 2 3 3 12
8 นางสาวบณุ ยานุช สมพนั ธ์ 3 3 2 3 3 14
9 นางสาวผกามาศ เจรญิ ศิลป์ 2 2 2 3 3 12
10 นางสาวพรพพิ ฒั น์ ยม้ิ เจริญ 3 2 2 3 3 13
11 นางสาวภคพร สุขขวญั 3 3 2 2 3 13
12 นางสาววราทิพย์ ทองหยิบ 3 2 2 3 3 13
13 นางสาววลยั พรรณ เฉลมิ พชั รพรบณุ 3 2 2 3 3 13
14 นางสาวสิริกานต์ คะชุนรมั ย์ 2 2 2 3 3 12
15 นางสาวอรวิกา สำเนยี ง 2 2 2 3 3 12
16 นางสาวณฐั ธชิ า หงษไ์ กร 3 2 2 3 2 12
17 นางสาวธิดา เดชเรอื งศรี 3 2 2 3 2 12
18 นางสาวกณั ญาภัชร สขุ จนุ่ 2 2 2 3 3 12
19 นางสาวเขมจิรา ตา่ งเกตุ 3 3 2 3 3 14
20 นางสาวชาลสิ า เขียวดำ 2 2 2 2 2 10
21 นางสาวนภสั รัตน์ ทองเต่ยี ง 2 2 2 3 3 12
22 นางสาวปิน่ มณี พรเจรญิ วิโรจน์ 3 3 2 3 3 14
23 นางสาวพชั ราภรณ์ กะพงษ์หงษ์ 2 2 2 3 3 12
24 นางสาวธรี ิศรา เจรญิ พร 3 2 2 3 3 13
ลงชื่อ...........................................................ผูป้ ระเมนิ
( นายเกียรติชยั เพญ็ วจิ ิตร )
46
สรุปแบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน กจิ กรรม 8.1 การเคล่ือนทข่ี องอากาศ
นกั เรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5/1
เลขที่ ชื่อ - สกุล คะแนนที่ได้ ระดับการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน
ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
1 นายชยทตั สุดแกว้ 13 ผลการปฏบิ ัติมาก
13 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
2 นายดลชัย วงค์ครุ ุ 13 ผลการปฏบิ ัติมาก
14 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
3 นายดารากร วงคค์ รุ ุ 12 ผลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
12 ผลการปฏบิ ัติปานกลาง
4 นายณฐั พล โตใหญ่ 12 ผลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
14 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
5 นายจิรยุทธ เกดิ ปลง่ั 12 ผลการปฏบิ ัติปานกลาง
13 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
6 นางสาวกติ ตริ ตั น์ เกตสุ ำรี 13 ผลการปฏบิ ัติมาก
13 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
7 นางสาวณัฐนิชา อยู่บำรุง 13 ผลการปฏบิ ตั ิมาก
12 ผลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
8 นางสาวบณุ ยานุช สมพนั ธ์ 12 ผลการปฏบิ ัติปานกลาง
12 ผลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
9 นางสาวผกามาศ เจรญิ ศลิ ป์ 12 ผลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
12 ผลการปฏบิ ัติปานกลาง
10 นางสาวพรพพิ ฒั น์ ยิ้มเจริญ 14 ผลการปฏบิ ัติมาก
10 ผลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
11 นางสาวภคพร สขุ ขวญั 12 ผลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
14 ผลการปฏบิ ัติมาก
12 นางสาววราทิพย์ ทองหยบิ 12 ผลการปฏบิ ัติปานกลาง
13 ผลการปฏบิ ตั มิ าก
13 นางสาววลยั พรรณ เฉลมิ พัชรพรบณุ
14 นางสาวสิรกิ านต์ คะชุนรมั ย์
15 นางสาวอรวิกา สำเนียง
16 นางสาวณฐั ธชิ า หงษ์ไกร
17 นางสาวธิดา เดชเรอื งศรี
18 นางสาวกณั ญาภัชร สขุ จ่นุ
19 นางสาวเขมจริ า ตา่ งเกตุ
20 นางสาวชาลิสา เขียวดำ
21 นางสาวนภสั รตั น์ ทองเตย่ี ง
22 นางสาวปิ่นมณี พรเจรญิ วโิ รจน์
23 นางสาวพชั ราภรณ์ กะพงษ์หงษ์
24 นางสาวธรี ิศรา เจริญพร
คะแนนตดั สินคณุ ภาพ ลงช่อื ...........................................................ผูป้ ระเมิน
13 – 15 คะแนน หมายถงึ ( นายเกยี รติชยั เพญ็ วจิ ติ ร )
9 – 12 คะแนน หมายถึง
5 – 8 คะแนน หมายถงึ มผี ลการปฏบิ ัติมาก
1 – 4 คะแนน หมายถึง มีผลการปฏบิ ตั ิปานกลาง
มีผลการปฏบิ ตั ิพอใช้
มีผลการปฏบิ ตั คิ วรปรบั ปรุง เกณฑก์ ารผา่ น : ตอ้ งอย่ใู นระดบั ปานกลางข้ึนไป
47
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินการนำเสนอผลงาน
รายการประเมนิ ระดับคะแนน
1. การถ่ายทอด
เนื้อหา 3 (ดีมาก) 2 (ปานกลาง) 1 (พอใช้)
- ไมค่ ล่องแคลว่ มกี ารหงุดชะงกั
2. การสบสายตา - คลอ่ งแคลว่ ไม่ตดิ ขดั ทำ - คลอ่ งแคล่ว ไม่ตดิ ขัด ทำ บางจังหวะ ทำให้เข้าใจ
3. การใชน้ ้ำเสียง ประเดน็ ได้ง่ายและเรว็
ให้เข้าใจประเด็นได้งา่ ย ใหเ้ ขา้ ใจประเด็นได้งา่ ย - การพูดเร็วจนจับใจความไม่
4. การใช้ภาษากาย ค่อยได้ หรอื พูดช้าเกนิ ไป
ในการสือ่ สาร และเร็ว และเรว็
1. การสรุป สบสายตากับผฟู้ ังน้อยคร้ังมาก
- การพูดมีการเวน้ จงั หวะ - การพูดมีการเวน้ จังหวะ
- นำ้ เสยี งสนั่ เครือบา้ ง
และการเนน้ คำ หรือเนน้ อยา่ งเหมาะสมเพือ่ ทำให้ - ใช้เสยี งเบาบ้าง ดงั บา้ ง
สำระสำคญั อย่าง ผู้ฟังตดิ ตามการนำเสนอ มกี ารใช้ภาษากายนอ้ ยคร้งั ใน
การส่ือสาร
เหมาะสมเพอ่ื ทำใหผ้ ู้ฟัง - ความเรว็ ในการพูดอยู่ใน
สรปุ ไมค่ รบถ้วน และ/หรือไม่มี
ติดตามการนำเสนอ ระดับเหมาะสม ข้อเสนอแนะ
- ความเร็วในการพูดอยใู่ น
ระดับเหมาะสม
สบสายตากับผู้ฟงั อยู่ตลอด สบสายตากบั ผูฟ้ งั พอสมควร
เพ่ือ ดงึ ดดู ให้ผ้ฟู ังสนใจใน
เนอ้ื หาทถี่ ่ายทอด
- น้ำเสียงเตม็ เปย่ี มด้วย - นำ้ เสียงสะทอ้ นถงึ ความ
ความม่นั ใจ มั่นใจ
- ความดงั ของเสียง - ความดงั ของเสียง
เหมาะสม เหมาะสม
ใช้ภาษากายอย่าง ใช้ภาษากายส่อื สาร
คล่องแคล่ว เชน่ ยกมือ พอสมควร เช่น ยกมือ ผาย
ผายมอื เพื่อดงึ ดูดให้ผฟู้ ัง มือ เพ่ือดงึ ดูดใหผ้ ้ฟู งั สนใจ
รู้สกึ สนใจในส่ิงทีอ่ ธบิ าย ในสงิ่ ทอี่ ธิบาย
สรุปครบถว้ น และมีการ สรปุ ครบถ้วน แตข่ าดการ
เสนอแนะข้อมูลที่เปน็ เสนอแนะข้อมลู ท่เี ป็น
ประโยชน์ ประโยชน์
เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนนตดั สินคณุ ภาพ มีผลการปฏบิ ตั มิ าก
ดีมาก = 3 13 – 15 คะแนน หมายถึง มีผลการปฏิบัตปิ านกลาง
ปานกลาง = 2 9 – 12 คะแนน หมายถึง มีผลการปฏิบัตพิ อใช้
พอใช้ = 1 5 – 8 คะแนน หมายถงึ มผี ลการปฏบิ ัตคิ วรปรับปรงุ
1 – 4 คะแนน หมายถึง
เกณฑก์ ารผ่าน : ตอ้ งอยใู่ นระดบั ปานกลางขนึ้ ไป