The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๑๓-นายเจษฎา ไชยวงศ์คต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social study, 2022-05-30 00:20:08

๑๓-นายเจษฎา ไชยวงศ์คต

๑๓-นายเจษฎา ไชยวงศ์คต

๓๘

๒.๖ กรอบแนวคดิ การวิจยั

ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องของ การพัฒนาการจัดการ

เรียนรู้ รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบ ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของ

นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ และได้กำหนดกรอบแนวคิด ดงั นี้

ตวั แปรต้น ตวั แปรตาม

การจัดการเรียนรู้ในรปู แบบปัญหาเป็นฐาน ๑. ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของ
(PBL) วิชาหนา้ ทพ่ี ลเมือง นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓

ข้ันท่ี ๑ กำหนดปัญหา ๒. ความพงึ พอใจของนักเรยี นช้ัน
ขน้ั ท่ี ๒ ทำความเข้าใจกบั ปัญหา ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
ข้นั ที่ ๓ ดำเนนิ การศึกษาคน้ ควา้
ขัน้ ที่ ๔ สังเคราะหค์ วามรู้
ขั้นท่ี ๕ สรุปและประเมนิ คา่ หาคำตอบ
ข้นั ที่ ๖ นำเสนอและประเมนิ ผลงาน

ภาพที่ ๒.๑ กรอบแนวคิดการวจิ ัย

๓๘

บทที่ ๓

ระเบียบวิธีวิจัย

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการ
ดำเนินชีวิตในสังคม โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ อำเภอเมอื ง จงั หวัดขอนแก่น

๓.๑ รปู แบบการวจิ ัย
๓.๒ กลมุ่ เปา้ หมาย
๓.๓ วธิ ีดำเนินการศึกษา
๓.๔ เครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการศกึ ษา
๓.๕ การสรา้ งและหาคุณภาพเครื่องมอื
๓.๖ การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
๓.๗ การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
๓.๘ สถติ ทิ ี่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล

๓.๑ รปู แบบการวจิ ยั

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิท์ างการเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการ
ดำเนินชีวิตในสังคม โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ ๓ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research)
ดำเนินการทดลองตามรูปแบบ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ที่มี
การศึกษาจากกลมุ่ เปา้ หมายเพยี งหนง่ึ กลมุ่ และมีการทดสอบก่อนและหลังจากการจัดการเรยี นรู้

๔๐

ทดสอบกอ่ นเรียน (Pretest) ทดลอง ทดสอบหลงั เรียน (Posttest)

T๑ X T๒

T๑ แทน การทดสอบก่อนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ รปู แบบ ปัญหาเปน็ ฐาน (PBL)
X แทน ทดลองการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ รูปแบบ ปัญหาเปน็ ฐาน (PBL)

T๒ แทน การทดสอบหลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบ ปญั หาเป็นฐาน (PBL)

๓.๒ กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง
วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ( PBL)
ของนกั เรียน ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ นี้ คือ นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรยี นชุมชนบ้านพรหมนิมิต
อำเภอเมืองขอนแก่น จงั หวัดขอนแก่น จำนวน ๑๙ คน

๓.๓ วิธดี ำเนินการศึกษา

เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั ครงั้ น้ี ไดท้ ำแบบฝกึ ทกั ษะ แบ่งออกเป็น ดงั น้ี
๓.๓.๑ เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการสอนประกอบดว้ ย
การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตใน
สังคม โดยใชก้ ารจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ รปู แบบ ปญั หาเปน็ ฐาน (PBL) ของนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้ กำหนด
แผนการจดั การเรียนรู้ แบง่ ออกเปน็ ๓ แผนการจดั การเรยี นรลู้ ะ ๑ ชว่ั โมง รวมเป็น ๓ ชวั่ โมง ดงั นี้

แผนที่ ๑ เร่ือง ความหมายและความสำคัญของประเพณไี ทย
แผนที่ ๑ เรอื่ ง ประเพณีและวัฒนธรรมในครอบครัว
แผนที่ ๑ เร่ือง ประเพณีและวัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ
การศกึ ษาคร้ังน้ี ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาโดยมลี ำดับขั้นตอน ดงั นี้
๑) เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ ในการสอน
๒) ศึกษาทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ท่เี กย่ี วขอ้ ง
๓) ดำเนนิ การสร้างเคร่อื งมอื และแผนการจดั การเรียนรู้
๔) นำเคร่ืองมือและแผนการจัดการเรยี นรู้เสนอตอ่ อาจารย์ทป่ี รึกษา
๕) นำเครื่องมอื และแผนการจดั การเรียนรู้ที่ได้รบั การปรับปรุงแก้ไขเสนอต่อผ้เู ช่ียวชาญ

๔๑

๖) ดำเนนิ การศึกษาตามแผนการจดั การเรียนรู้
๗) ใชเ้ คร่ืองมอื ในการวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
๘) รวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะห์ และสรปุ ผลการศึกษา
การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นรายวิชาหนา้ ที่พลเมือง โดยใช้การจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบ
ใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (PBL) ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชมุ ชนบ้านพรหมนิมติ อำเภอเมือง
จังหวัดขอนแก่น โดยใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ทั้งหมด ๓ ชั่วโมง เป็นการวิจัยเชิงทดลอง
(Experimental Research ที่มีการศึกษาจากกลุ่มเป้าหมายเพียงหนึ่งกลุ่ม และมีการทดสอบก่อนและ
หลังจากการจัดการเรียนรู้ และกจิ กรรมการเรียนรู้การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ประเพณีและ
วัฒนธรรมไทย ของนกั เรียนช้นั ประถมมศึกษาปีท่ี ๓ โรงเรยี นชุมชนบ้านพรมนมิ ติ จงั หวดั ขอนแกน่
การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ร่วมกับเทคนิคการสอนแบบปัญหาเป็นฐาน มีขั้นตอน
การดำเนินการ ดังน้ี
๑.แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ และแบ่งกลุ่มนกั เรียนคละชายหญงิ และคละความสามารถ
๒. ดำเนินการทดสอบก่อนเรียนกับกลุ่มนักเรียนเป้าหมาย โดยใช้แบบทดสอบวัดผล
สมั ฤทธท์ิ างการเรียน วิชาหน้าทพี่ ลเมือง เรอื่ ง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย จำนวน ๒๐ ข้อ ท่ผี วู้ ิจัยสร้าง
ขนึ้ และบันทึกผลการทดสอบทไี่ ดเ้ ปน็ คะแนนกอ่ นเรยี น (Pre-test)
๓. ดำเนินการสอนตามการจัดการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา
หน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ( PBL) ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น กับนักเรียนกลุ่ม
ตัวอยา่ ง เปน็ เวลา ๓ ชว่ั โมง โดยใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ทงั้ หมดจำนวน ๓ แผนการจัดการเรียนรู้
๔. เมื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครบเวลา ๓ ชั่วโมง ให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายทำ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน วิชาหน้าที่พลเมือง เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย
จำนวน ๒๐ ข้อ โดยเป็นแบบทดสอบชุดเดียวกันกับกอ่ นเรยี น และบันทึกผลการทดสอบที่ได้เป็นคะแนน
หลงั เรยี น (Post-Test)
๕. ให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ที่มีต่อการ
จัดการเรียนรู้ เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชน
บา้ นพรมนิมติ จงั หวัดขอนแก่น จำนวน ๒๐ ขอ้

๔๒

๓.๔ เครอื่ งมือท่ีใช้ในการศกึ ษา

๓.๔.๑ แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย สำหรบั นกั เรยี นชั้นประถมศึกษา
ปที ี่ ๓ โรงเรียนชุมชนบา้ นพรหมนิมติ จงั หวดั ขอนแก่น จำนวน ๓ แผนการเรยี นรู้ ๓ ชว่ั โมง คือ แผนการ
จดั การเรียนรู้ เร่อื ง ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย

๓.๔.๒ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ประเพณีและ
วัฒนธรรมไทย เปน็ แบบปรนยั ชนิดเลอื กตอบ ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอ้

๓.๔.๓ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
เรอื่ ง ประเพณีและวฒั นธรรมไทย จำนวน ๒๐ ข้อ เป็นแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (Rating Scale) ตาม
วิธีของ Likert มี ๕ ระดบั คือ

๕ หมายถงึ มีระดบั ความคดิ เหน็ ตอ่ การจดั การเรยี นรู้มากท่สี ุด
๔ หมายถึง มรี ะดบั ความคดิ เหน็ ต่อการจัดการเรียนรู้มาก
๓ หมายถึง มีระดับความคดิ เห็นต่อการจดั การเรียนรูป้ านกลาง
๒ หมายถึง มรี ะดับความคดิ เหน็ ต่อการจัดการเรยี นรู้น้อย
๑ หมายถงึ มรี ะดบั ความคิดเหน็ พฤติกรรมต่อการจดั การเรียนรู้นอ้ ยทีส่ ดุ

๓.๕ การสร้างและหาคณุ ภาพเคร่อื งมอื

ในการศึกษาคร้ังน้ี ผูว้ ิจยั ได้ดำเนินการสรา้ งและหาคุณภาพของเครื่องมือท่ใี ชใ้ นการศึกษา เพือ่ จะ
นำไปทดลองใช้จรงิ ในภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ โดยผูว้ จิ ัยไดด้ ำเนนิ การตามลำดับ ดงั นี้

๓.๕.๑ การสร้างและหาคุณภาพของการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง
โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งคณะผู้วิจัย สร้างขึ้นจำนวน ๓ แผนการ
สอน มีข้นั ตอนการสร้าง ดังนี้

๑) ศึกษาตำราและเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ โรงเรยี นชุมชนบ้านพรหมนิมติ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

๒) ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง หลักสูตร
สถานศึกษา ของโรงเรียนชุมชนบ้านพรมนิมิต จังหวัดขอนแก่น และสื่อการสอนเรื่อง ประเพณีและ
วัฒนธรรมไทย สำหรับนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ โรงเรียนชมุ ชนบา้ นพรหมนมิ ติ จงั หวดั ขอนแก่น

๔๓

๓) สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วยสาระสำคัญ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สื่อ/อปุ กรณ์การเรยี นรู้ การวดั ผลและประเมนิ ผลจำนวน ๑ ชุด

๔) นำแผนการจัดการเรียนรู้ ที่สร้างขึ้น เสนออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย เพื่อตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง ความเหมาะสม และความสอดคล้องกับสาระสำคญั ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวัง จดุ ประสงค์การ
เรียนรู้ สื่อ/อุปกรณก์ ารเรียนรู้ การวดั ผลและการประเมินผล จำนวน ๓ ทา่ น

๕) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการตรวจสอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย นำไปให้
ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณา จำนวน ๓ ท่าน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ พิจารณาความสอดคล้อง ความ
เหมาะสมของภาษา ครอบคลุมเนื้อหา ความถูกต้องของสาระการเรียนรู้ กระบวนการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล และประเมนิ ความสอดคล้องระหวา่ งแผนการจัดการเรียนรู้และจุดประสงค์
การเรียนรู้ เพื่อวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence : IOC)
ซ่ึงมเี กณฑก์ ารประเมิน ดังน้ี

ใหค้ ะแนน +๑ ถ้าแน่ใจวา่ แผนการจดั การเรยี นรตู้ รงตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ใหค้ ะแนน ๐ ถ้าไม่แน่ใจว่าแผนการจดั การเรียนรู้ตรงตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ให้คะแนน - ๑ ถ้าแน่ใจว่าแผนการจัดการเรยี นรู้ไมต่ รงตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๖) นำคะแนนผลการประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้มาวิเคราะห์หา
คา่ ดัชนีความสอดคลอ้ ง โดยใช้สูตรหาคา่ ดชั นีความสอดคล้อง (IOC) ไดค้ ่าเทา่ กบั ๐.๖๗ ขึน้ ไป

๗) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการตรวจพิจารณาแล้วไปจัดพิมพ์ และนำไปทดลอง
ใช้ (Tryout) กับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านบึงเนียมใคร่นุ่นท่าหิน จังหวัดขอนแก่น
จำนวน ๑๙ คน

๘) นำแผนการจัดการเรียนรู้มาปรับปรุงแก้ไข และจัดพิมพ์แผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อ
นำไปทดลองใช้จริงกับนกั เรียนกลุ่มเปา้ หมาย คอื นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ จำนวน ๑๙ คน ท่ีกำลัง
ศึกษาในภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นพรมนมิ ติ จงั หวดั ขอนแกน่

๓.๕.๒ การสรา้ งและหาคณุ ภาพแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพ่อื ใชท้ ดสอบก่อนเรียน
และหลังเรียน เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐
ข้อ ซ่งึ ผูว้ ิจัยสร้างขน้ึ ตามแนวการสร้างและหาคณุ ภาพแบบองิ เกณฑ์ ดงั นี้

๑) ศึกษาวิธีการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และศึกษาวธิ ีการสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย
ชนิดเลือกตอบ ๔ ตวั เลือก

๔๔

๒) ศึกษาหลักสูตรโรงเรียน ชุมชนบ้านพรมนิมิต คำอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และศึกษาตารางวิเคราะห์ข้อสอบของวิชาหน้าที่พลเมืองเร่ือง ประเพณี
และวัฒนธรรมไทย ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓

๓) สร้างแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ให้ครอบคลุมเนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ โดยสร้างเป็น
แบบทดสอบปรนัยชนดิ เลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ข้อ

๔) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ท่ี
ปรึกษาวิจัย จำนวน ๑ ท่าน เพื่อพิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความ
เหมาะสมด้านเนื้อหา ด้านภาษาและปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ได้แก่ ความชัดเจนของข้อคำถามและ
คำตอบที่เป็นตัวเลือก ความสอดคล้องและครอบคลุมกับจุดประสงค์การเรียนรู้ รวมทั้งความซ้ำซ้อนของ
ประเดน็ ตัวเลือกทเ่ี ป็นคำตอบ แลว้ ทำการปรับปรุงและแก้ไขตามข้อเสนอแนะ

๕) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เสนอต่อ
ผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๓ ท่าน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ พิจารณา และประเมินความสอดคล้องระหว่าง
ข้อสอบและจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective
Congruence : IOC) ซ่งึ มีเกณฑก์ ารประเมนิ ดังนี้

ให้คะแนน +๑ ถ้าแน่ใจว่าขอ้ สอบสอบตรงตามจุดประสงค์การเรยี นรู้
ใหค้ ะแนน ๐ ถ้าไม่แนใ่ จว่าขอ้ สอบตรงตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ให้คะแนน -๑ ถา้ แนใ่ จว่าขอ้ สอบไมต่ รงตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๖) นำคะแนนผลการประเมนิ ความสอดคล้องระหว่างข้อสอบและจุดประสงค์การเรียนรู้
มาวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้อง โดยใช้สูตรหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ได้ค่าเท่ากับ ๐.๖๗
ข้ึนไป
๗) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผ่านการตรวจพิจารณาแล้วไปจัดพิมพ์
และนำไปทดลองใช้ (Tryout) นักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ โรงเรียนบ้านบงึ เนยี มใครน่ ่นุ ท่าหนิ จังหวัด
ขอนแก่น จำนวน ๑๙ คน (ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายและไม่เคยเรียน) เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย
โดยการตรวจใหค้ ะแนน ใชเ้ กณฑ์ตอบถูกใหข้ ้อละ ๑ คะแนน ข้อทตี่ อบผดิ หรอื ไม่ตอบหรือตอบมากกว่า ๑
ตวั เลือกในข้อเดียวกันให้ ๐ คะแนน
๘) คดั เลอื กแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรายข้อท่ีมีคา่ ความยากงา่ ย (P) ซึ่งมี
ค่าความยากอยู่ที่ ๐.๒๖ – ๐.๗๙ และค่าอำนาจจำแนก (r) ๐.๒๐ – ๐.๗๐ แลว้ นำมาวเิ คราะห์หาคา่ ความ
เชอื่ มั่น (Reliability) ซ่งึ มีค่าความเชอ่ื มั่นอยทู่ ี่ ๐.๘๒ ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการ

๔๕

๙) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นฉบับสมบรู ณ์มาจดั พมิ พ์ เพือ่ นำไปทดลอง
ใช้จริงกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรมนิมิต
จงั หวดั ขอนแก่น จำนวน ๑๙ คน ที่กำลงั ศกึ ษาในภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔

๓.๕.๓ การสร้างและหาคุณภาพแบบวัดระดับความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ ต่อแบบฝึก
ทักษะ เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรม
นมิ ติ จงั หวดั ขอนแก่น ซ่งึ คณะผศู้ กึ ษาสร้างข้ึนมขี ้นั ตอน ดังนี้

๑) ศึกษาเอกสาร และงานวิจยั ท่ีเก่ียวข้องกับแบบวดั ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการ
เรียนรู้เพื่อเป็นกรอบแนวคิด และแนวทางในการสร้างแบบวัดระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้
ของนักเรยี น

๒) ศกึ ษาวธิ กี ารสร้างแบบแบบวัดระดบั ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน
และกำหนดรปู แบบจากเอกสารและงานวิจัยตา่ ง ๆ ทีไ่ ด้ทำการศกึ ษาค้นคว้า

๓) สร้างแบบวัดระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปที ่ี ๓ โรงเรยี นชมุ ชนบ้านพรมนิมิต จงั หวัดขอนแกน่ ทม่ี ีต่อการจัดการเรยี นรู้แบบปัญหาเป็นฐาน (PBL)
และกิจกรรมการเรยี นรู้ จำนวน ๒๐ ข้อ ซึง่ เปน็ แบบประเมินแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (Rating Scale)
ตามวธิ ขี อง Likert มี ๕ ระดับ คือ

๔.๕๑ - ๕.๐๐ หมายถงึ มรี ะดับความพึงพอใจตอ่ การจัดการเรียนรู้มากทีส่ ุด
๓.๕๑ - ๔.๕๐ หมายถึง มีระดบั ความพงึ พอใจตอ่ การจดั การเรียนรู้มาก
๒.๕๑ - ๓.๕๐ หมายถงึ มรี ะดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรยี นรู้ปานกลาง
๑.๕๑ - ๒.๕๐ หมายถึง มีระดบั ความพึงพอใจต่อการจดั การเรยี นรูน้ อ้ ย
๑.๐๐ - ๑.๕๐ หมายถึง มรี ะดบั ความพึงพอใจตอ่ การจดั การเรยี นรู้นอ้ ยทส่ี ดุ
๓.๕.๓.๔ นำแบบวัดระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น เสนอต่อ
อาจารย์ที่ปรึกษาวจิ ัย เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสม และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสร้าง
แบบประเมินความพึงพอใจ และนำมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยจำนวน ๑
ทา่ น
๕) นำแบบวดั ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรยี นรู้ของนักเรียนท่ผี ่านการตรวจสอบ
แล้ว เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๓ ท่าน เพื่อตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง
แก้ไข และประเมินความตรงเชิงเนื้อหา เพื่อวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้อง ( Index of Item
Objective Congruence : IOC) ซงึ่ มเี กณฑ์การประเมิน ดงั น้ี

๔๖

ให้คะแนน +๑ ถา้ แนใ่ จวา่ ขอ้ คำถามแบบประเมินตรงตามเนือ้ หา
ให้คะแนน ๐ ถา้ ไม่แนใ่ จวา่ ข้อคำถามแบบประเมินตรงตามเนื้อหา
ให้คะแนน -๑ ถ้าแนใ่ จว่าขอ้ คำถามไมต่ รงแบบประเมินตรงตามเนอ้ื หา
๖) นำคะแนนผลการประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามแบบประเมินกับเนื้อหา
มาวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้อง โดยใช้สูตรหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ได้ค่าเท่ากับ ๐.๖๗
ขึน้ ไป

๗) วิเคราะห์หาความเชื่อมั่น ( ) โดยนำแบบประเมินที่ปรับปรุง แก้ไขไปหาค่าความ

เชื่อมั่น โดยนำไปทดลอง (Try out) กับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๓ โรงเรียนชุมชน
บ้านพรมนิมติ จงั หวดั ขอนแกน่ ที่กำลงั ศกึ ษาในภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ จำนวน ๑๙ คน เพือ่
หาค่าความเชื่อมั่น โดยใช้สูตรการหาค่าสัมประสิทธิแอลฟา (α - coefficient) ตามวิธีของครอนบัค
(Cronbach) วิเคราะหห์ าความเช่ือมัน่ ได้ ๐.๖๗ ขึน้ ไป

๘) นำแบบวัดระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการตรวจพิจารณาแล้วไป
จัดพิมพ์ และนำไปทดลองใช้จริงกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียน
เทศชุมชนบ้านพรมนิมิต จังหวัดขอนแก่น ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔จำนวน ๑๙
คน

๓.๖ การเก็บรวบรวมข้อมลู

การเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ทำการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลกับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรมนิมิต จังหวัดขอนแก่น ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ ๒ ปี
การศึกษา ๒๕๖๔ จำนวน ๑๙ คน โดยมวี ิธีเก็บรวบรวมข้อมูล ดงั นี้

๓.๖.๑ ให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิด
เลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ข้อ เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย แล้วนำแบบทดสอบวัดผล
สมั ฤทธ์ิทางการเรยี นมาตรวจให้คะแนน โดยใชเ้ กณฑต์ อบถูกให้ข้อละ ๑ คะแนน ขอ้ ที่ตอบผดิ หรือไม่ตอบ
หรือตอบมากกว่า ๑ ตัวเลือกในข้อเดียวกันให้ ๐ คะแนน และบันทึกคะแนนเพื่อใช้เป็นคะแนนทดสอบ
ก่อนเรียน (Pretest)

๓.๖.๒ ดำเนนิ การการจดั การเรียนรู้ เร่อื ง ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย โดยแผนการจดั การเรียนรู้
จำนวน ๓ แผนการจัดการเรยี นรู้ แผนละ๑ ชวั่ โมง รวามเปน็ ๓ ชัว่ โมง

๔๗

๓.๖.๓ เมื่อดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามเนื้อหาครบแล้ว ให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายทำ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ข้อ โดยเป็น
แบบทดสอบชดุ เดียวกนั กับแบบทดสอบก่อนเรยี น แล้วนำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนมาตรวจ
ใหค้ ะแนน โดยใช้เกณฑต์ อบถูกให้ข้อละ ๑ คะแนน ข้อท่ตี อบผดิ หรอื ไม่ตอบหรือตอบมากกวา่ ๑ ตัวเลือก
ในขอ้ เดียวกนั ให้ ๐ คะแนน และบนั ทึกคะแนนเพอ่ื ใชเ้ ปน็ คะแนนทดสอบหลงั เรยี น (Post-test)

๓.๖.๔ ให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ทำแบบวัดระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ที่มีต่อการ
พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
โรงเรยี นชุมชนบา้ นพรมนิมติ จงั หวัดขอนแก่น จำนวน ๒๐ ขอ้ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating
Scale) ตามวธิ ขี อง Likert มี ๕ ระดบั

๓.๖.๕ นำข้อมูลที่ได้จากการทดลอง ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ เพื่อสรุปผลการทดลองตาม
วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษาตอ่ ไป

๓.๗ การวเิ คราะหข์ ้อมูล

จากการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้สถิติในการวิเคราะห์ขอ้ มูลจากแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ
และแบบวัดระดับพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประเพณีและ
วัฒนธรรมไทย สำหรบั นักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓ โรงเรียนชมุ ชนบา้ นพรมนมิ ิต จงั หวัดขอนแกน่ ดงั นี้

๓.๗.๑ วิเคราะห์หาผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบปัญหา
เป็นฐาน (PBL) เร่ือง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย สำหรบั นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ โรงเรยี น ชุมชน
บา้ นพรมนมิ ติ จังหวัดขอนแก่น โดยใช้สตู รหาคา่ รอ้ ยละ ค่าเฉล่ีย และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน

๓.๗.๒ วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จากแบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการ เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย โดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานดว้ ยค่าสถติ ิการทดสอบค่าท่ี (t-test dependent samples)

๓.๗.๓ วิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
โรงเรียนชุมชนบ้านพรมนิมิต จังหวัดขอนแก่น โดยนำคะแนนที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และแปลผลตามมาตราสว่ นประมาณคา่ (Rating Scale)

๔๘

๓.๘ สถติ ทิ ่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

จากการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้สถิติในการวิเคราะห์ขอ้ มูลจากแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ
และแบบวัดระดับพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประเพณีและ
วัฒนธรรมไทย สำหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ โรงเรยี นชมุ ชนบ้านพรมนมิ ติ จงั หวดั ขอนแก่น ดงั นี้

สถิตพิ น้ื ฐาน ไดแ้ ก่
๑) ค่าร้อยละ
๒) คา่ เฉล่ยี
๓) ส่วนเบ่ยี งเบนมาตาฐาน
๔) t-test

๔๘

บทที่ ๔

ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู

การนำเสนอผลการวิจัย การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ผู้วิจัยได้นำเสนอการ
วิเคราะห์ ข้อมลู และการแปลผลขอ้ มูลตามลำดบั ดังน้ี

๔.๑ สญั ลักษณ์ท่ีใช้นำเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู
๔.๒ ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู
๔.๓ องค์ความรจู้ ากการวิจัย

๔.๑ สัญลกั ษณ์ที่ใช้นําเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู

ในการวิจัย การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน รายวชิ าหน้าทีพ่ ลเมือง โดยใช้การจดั กิจกรรมการ
เรยี นรู้ โดยใชก้ ารจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แบบใชป้ ัญหาเป็นฐาน (PBL)) ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓
โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์
ข้อมลู ดังน้ี

n แทน จำนวนกลุ่มตัวอยา่ ง
̅ แทน คะแนนเฉล่ยี ของกลุ่มตวั อยา่ ง
S.D. แทน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
t แทน ค่าทดสอบสถติ ิ t – test
** แทน คำมีนยั สำคัญทางสถติ ทิ ่ีระดบั .๐๕

๕๐

๔.๒ ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู

๔.๒.๑ ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นรายวชิ าหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจดั การเรียนรู้โดย
ใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียน
ชุมชนบา้ นพรหมนิมติ อำเภอเมอื ง จังหวัดขอนแก่น ตามเกณฑท์ ี่กำหนดคือ ๘๐/๘๐

จากผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดการเรียนรู้
โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต จังหวัดขอนแก่น ตามเกณฑ์ที่กำหนดคือ ๘๐/๘๐ จำนวน ๓ แผนการ
จัดการเรียนรู้ สามารถสรุปได้ ดังน้ี

ตารางที่ ๔.๒.๑ ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัด
กิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้าน
พรหมนิมติ อำเภอเมือง จังหวดั ขอนแก่น

คะแนนแบบทดสอบ จำนวนนักเรียนท่ี จำนวนนักเรียนที่
ผ่านเกณฑ์
แบบทดสอบ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
จำนวน ร้อย
เต็ม ผ่าน ̅ S.D. ร้อยละ (คน) ละ จำนวน ร้อยละ
เกณฑ์ (คน)

ก่อน ๒๐ ๑๔ ๑๑.๑๐ ๓.๑๐ ๕๕.๕๐ - - ๕ ๒๖.๓๑

หลงั ๒๐ ๑๕ ๑๗.๙๔ ๑.๑๑ ๘๙.๒๐ ๑๙ ๑๐๐ - -

จากตารางที่ ๔.๒.๑ แสดงการวเิ คราะห์ข้อมูลจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิก่อนและหลัง
เรยี น รายวิชาหนา้ ท่ีพลเมอื ง โดยใชก้ ารจดั กิจกรรมการเรียนร้แู บบใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (PBL) เร่อื งประเพณี
ละวัฒนธรรมไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง
จังหวดั ขอนแกน่ ใหน้ กั เรยี นไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ผ่านเกณฑ์และมคี ะแนนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
พบวา่ จากการทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น กอ่ นเรียนมีนักเรียนผา่ นเกณฑ์ ๑๔คน มคี ะแนน
เฉลี่ยเท่ากับ ๑๑.๑๐ คิดเป็นร้อยละ ๕๕.๕๐ ของคะแนนเต็ม และการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนหลังเรียน นักเรียนทุกคนมีคะแนนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป โดยมีคะแนนเฉลี่ยเทา่ กับ
๑๗.๙๔ คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๒๐ ของคะแนนเต็ม มีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ ๑๙ คน คิดเป็นร้อยละ
๑๐๐

๕๑

๔.๒.๒ ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน และหลังเรียน โดยการพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดกิจกรรม
การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหม
นิมิต อำเภอเมอื ง จังหวัดขอนแก่น

ตารางที่ ๔.๒.๒ แสดงผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาหน้าที่พลเมือง
เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน
โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรแู้ บบใชป้ ญั หาเป็นฐาน (PBL)

ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น คะแนนเต็ม n ̅ S.D t p

ก่อนเรยี น ๒๐ ๑๙ ๑๑.๑๐ ๓.๑๐ ๑๘ ๐.๐๐**
หลงั เรียน ๒๐ ๑๙ ๑๗.๙๔ ๑.๑๑

** มนี ยั สำคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .๐๕

จากตารางที่ ๔.๒.๒ แสดงผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาหน้าที่พลเมือง
เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรไทย ของนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดย
ใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) พบว่า คะแนน
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนเท่ากับ ๑๑.๑๐ และคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
นักเรียนหลังเรียนเท่ากับ ๑๗.๙๔ โดยผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น คะแนนหลังเรียนสงู กว่ากอ่ นเรียน อย่างมี
นยั สำคัญทางสถิติทรี่ ะดับ .๐๕

๕๒

๔.๒.๓ ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบ ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โดยนำ
คะแนนที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และแปลผลตามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating
Scale) ดงั นี้

ตาราง ๔.๒.๓ แสดงคา่ เฉล่ีย และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานของความพงึ พอใจต่อการจัดการเรียนรู้
รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ โดยรวม

ข้อท่ี ความพึงพอใจต่อส่ือประกอบการเรียนการสอน ระดบั ความพึงพอใจ
สาระวิชาหนา้ ที่พลเมือง
̅ S.D. ระดบั
๑. ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๓๘ ๐.๓๖ มาก
๒. ด้านบรรยากาศในหอ้ งเรียน ๔.๔๙ ๐.๓๐ มาก
๓. ดา้ นประโยชน์ท่ไี ด้รับ ๔.๓๓ ๐.๓๒ มาก
๔. ด้านครผู ูส้ อน ๔.๔๖ ๐.๒๒ มาก
๔.๔๒ ๐.๑๖ มาก
รวม

จากตารางที่ ๔.๓ ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ วิชาหน้าท่ี
พลเมือง เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรไทย โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL)
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนพรหมนิมิต จังหวัดขอนแก่น โดยรวม พบว่า ความพึงพอใจ
ต่อการจัดการเรียนรู้ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅=๔.๔๒ ,S.D. = ๐.๑๖) เมื่อพิจารณาเป็นราย
ด้านโดยเรยี งลำดับจากมากไปหานอ้ ย พบวา่ ด้านทม่ี คี วามพอใจมากทส่ี ดุ คอื ด้านบรรยากาศในห้องเรยี น
มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๔.๔๙ , S.D. = ๐.๓๐) รองลงมาด้านครูผู้สอน มีความพึงพอใจอยู่
ในระดับมาก ( ̅= ๔.๔๖ , S.D. = ๐.๒๒), ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅=
๓.๓๘ , S.D. = ๐.๓๖) และด้านดา้ นประโยชน์ท่ีไดร้ ับ มีความพงึ พอใจอยู่ในระดบั มาก ( ̅= ๓.๓๓ , S.D.
= ๐.๓๒) ตามลำดบั

๕๓

ตารางที่ ๔.๒.๔ การวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวชาหน้าท่ี
พลเมือง โดยการใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ( PBL)
ของนักเรียนชั้นปถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ด้าน
กิจกรรมกาเรยี นรู้

ขอ้ ที่ ดา้ นกิจกรรมการเรียนรู้ ระดบั ความพึงพอใจ
̅ S.D. แปลผล

๑. กิจกรรมการเรยี นรูม้ ีความเหมาะสมกับเน้อื หา ๔.๔๒ ๐.๖๙ มาก

๒. กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความรู้ ๔.๒๖ ๐.๘๐ มาก
ความคดิ

๓. กิจกรรมการเรยี นรูท้ ำใหน้ ักเรยี นมโี อกาสแสดงความคดิ เหน็ ๔.๑๐ ๐.๙๓ มาก

๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ส่งเสริมการเรยี นรูโ้ ดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน ๔.๕๒ ๐.๗๗ มาก

๕. กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมการคิด ด้วยการนำปัญหามา ๔.๖๓ ๐.๖๘ มาก
วเิ คราะห์เพ่ือใช้ในการตัดสินใจ

รวม ๔.๓๘ ๐.๓๖ มาก

จากตารางที่ ๔.๒.๔ ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวิชา
หน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน
(PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๓๘, S.D.= ๐.๓๖) เมื่อพิจารณา
เป็นรายข้อ โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย พบว่า ข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ กิจกรรมการ
เรียนรู้ส่งเสริมการคิด ด้วยการนำปัญหามาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการตัดสินใจ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ
มาก ( ̅= ๔.๖๓, S.D.= ๐.๖๘) รองลงมา คือ กจิ กรรมการเรียนรสู้ ่งเสริมการเรยี นรโู้ ดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๕๒, S.D.= ๐.๗๗), กิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสมกับ
เนือ้ หา มีความพงึ พอใจอยู่ในระดบั มาก ( ̅= ๔.๔๒, S.D.= ๐.๖๙), กิจกรรมการเรียนรูส้ ่งเสรมิ ใหน้ ักเรียน
ได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิด มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๒๖, S.D.= ๐.๘๐) และข้อที่มี
ระดบั ความพึงพอใจน้อยทส่ี ดุ คอื กิจกรรมการเรยี นรู้ทำใหน้ ักเรยี นมีโอกาสแสดงความคิดเห็น มีความพึง
พอใจอย่ใู นระดับมาก ( ̅= ๔.๑๐, S.D.= ๐.๙๓) ตามลำดบั

๕๔

ตารางที่ ๔.๒.๕ การวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวชาหน้าที่พลเมือง
โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นปถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียน
ชุมชนบ้านพรหมนมิ ติ อำเภอเมอื ง จงั หวัดขอนแกน่ ด้านบรรยากาศในหอ้ งเรียน

ขอ้ ท่ี ด้านบรรยากาศในหอ้ งเรียน ระดบั ความพึงพอใจ
̅ S.D. แปลผล

๑. บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมใน ๔.๕๒ ๐.๖๙ มาก
การทำกจิ กรรม

๒. บรรยากาศของการเรียนทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นใน ๔.๖๓ ๐.๕๙ มาก
การเรยี น

๓. บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนทำกิจกรรมได้ ๔.๒๑ ๐.๙๑ มาก
อย่างอิสระ

๔. บรรยากาศของการเรียนทำให้นักเรยี นสนุกสนานในการปฏิบัติ ๔.๗๘ ๐.๖๓ มาก
ทกุ ขน้ั ตอน

๕. การจัดการเรยี นรทู้ ำให้เข้าใจเนื้อหาไดง้ า่ ย ๔.๓๑ ๑.๐๐ มาก

รวม ๔.๔๙ ๐.๓๐ มาก

จากตารางที่ ๔.๒.๕ ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวิชาหน้าท่ี
พลเมอื ง โดยใชก้ ารจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ รูปแบบปญั หาเปน็ ฐาน (PBL) ของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่
๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ด้านบรรยากาศในห้องเรียน พบว่า มี
ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๔๙ , S.D.= ๐.๓๐) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ โดยเรียงลำดับจาก
มากไปหานอ้ ย พบวา่ ขอ้ ท่ีมีความพงึ พอใจมากท่ีสดุ คอื บรรยากาศของการเรียนทำใหน้ ักเรียนสนุกสนาน
ในการปฏิบัติทุกขั้นตอน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๗๘ , S.D.= ๐.๖๓) รองลงมา คือ
บรรยากาศของการเรียนทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
( ̅= ๔.๖๓ , S.D.= ๐.๕๙), บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม
มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๕๒ , S.D.= ๐.๖๙), การจดั การเรยี นรทู้ ำใหเ้ ขา้ ใจเนื้อหาได้งา่ ย มี
ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๓๑ , S.D.= ๑.๐๐) และข้อที่มีระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ
บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนทำกิจกรรมได้อย่างอิสระ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
( ̅= ๔.๒๑ , S.D.= ๐.๙๑) ตามลำดับ

๕๕

ตารางที่ ๔.๒.๖ การวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวชาหน้าที่พลเมือง
โดยการใช้กิจกรรมการเรียนรูปแบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นปถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียน
ชมุ ชนบา้ นพรหมนมิ ติ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ด้านประโยชนท์ ีไ่ ด้รับ

ข้อ ดา้ นประโยชนท์ ีไ่ ด้รับ ระดับความพึงพอใจ
ที่ ̅ S.D. แปลผล

๑. การจดั การเรียนรู้ทำให้เข้าใจเนือ้ หาไดน้ าน ๔.๑๕ ๐.๘๙ มาก

๒. การจัดการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนสร้างความรู้ ความเข้าใจด้วย ๔.๕๗ ๐.๖๙ มาก
ตนเองได้

๓. การจัดการเรียนร้ทู ำให้นกั เรยี นนำวธิ ีการเรยี นร้ไู ปใช้ในวิชาอนื่ ๆ ๔.๑๕ ๐.๙๕ มาก

๔. การจดั การเรยี นร้ทู ำใหน้ กั เรียนพัฒนาทักษะการคิดทส่ี งู ขนึ้ ๔.๔๒ ๐.๗๖ มาก

๕. การจัดการเรียนรู้ช่วยใหน้ ักเรยี นตัดสินใจโดยใชเ้ หตุผล ๔.๓๖ ๐.๗๖ มาก

รวม ๔.๓๓ ๐.๓๒ มาก

จากตารางที่ ๔.๒.๖ ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวิชาหน้าท่ี
พลเมือง โดยใช้การจดั กิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี
๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ด้านประโยชน์ที่ได้รับ พบว่า มีความพึง
พอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๓๓ , S.D.= ๐.๓๒) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ โดยเรียงลำดับจากมากไปหา
น้อย พบว่า ข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ การจัดการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนสร้างความรู้ ความเข้าใจ
ด้วยตนเองได้ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๕๗ , S.D.= ๐.๖๙) รองลงมา คือ การจัดการ
เรียนรู้ทำให้นักเรียนพัฒนาทักษะการคิดที่สูงขึ้น มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๔๒ , S.D.=
๐.๗๖), การจัดการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนตัดสินใจโดยใช้เหตุผล มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅=
๔.๓๖ , S.D.= ๐.๗๕), การจัดการเรียนรู้ทำให้เข้าใจเนื้อหาได้นาน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅=
๔.๑๕ , S.D.= ๐.๘๙) และข้อที่มีระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ การจัดการเรียนรู้ทำให้นักเรียนนำ
วธิ ีการเรยี นรู้ไปใช้ในวชิ าอ่นื ๆ มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดบั มาก ( ̅= ๔.๑๕ , S.D.= ๐.๙๕) ตามลำดับ

๕๖

ตารางที่ ๔.๒.๗ การวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวชาหน้าที่พลเมือง
โดยการใช้กิจกรรมการเรียนรูปแบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นปถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียน
ชุมชนบา้ นพรหมนิมิต อำเภอเมือง จงั หวดั ขอนแกน่ ด้านครผู สู้ อน

ข้อที่ ดา้ นครูผสู้ อน ระดบั ความพึงพอใจ
̅ S.D. แปลผล
๑. ครสู ่งเสริมใหน้ กั เรยี นทำงานรว่ มกนั เปน็ กล่มุ /ทีม ๔.๖๘ ๐.๗๔ มาก
๒. ครใู ห้ความสนใจแก่นักเรียนอย่างทว่ั ถึงขณะท่ีสอน ๔.๗๓ ๐.๖๕ มาก
๓. ครูให้โอกาสนกั เรียนซักถามปญั หา ๔.๓๑ ๐.๘๒ มาก
๔. ครสู อนเข้าในงา่ ยครอบคลุมเนือ้ หา ๔.๒๑ ๑.๑๘ มาก
๕. ครตู ้ังใจสอนใหค้ ำแนะนำนักเรยี นในการทำกิจกรรม ๔.๓๖ ๐.๘๓ มาก
๔.๔๖ ๐.๒๒ มาก
รวม

จากตารางที่ ๔.๒.๗ ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวิชาหน้าท่ี
พลเมือง โดยใช้การจดั กิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ด้านครูผู้สอน พบว่า มีความพึงพอใจอยู่
ในระดับมาก ( ̅= ๔.๔๖ , S.D.= ๐.๒๒) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย
พบว่า ข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ครูให้ความสนใจแก่นักเรียนอย่างทั่วถึงขณะที่สอน มีความพึง
พอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๗๓ , S.D.= ๐.๖๕) รองลงมา คือ ครูส่งเสรมิ ให้นักเรียนทำงานร่วมกันเปน็
กลุ่ม/ทีม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๖๘ , S.D.= ๐.๗๔), ครูตั้งใจสอนให้คำแนะนำนักเรยี น
ในการทำกิจกรรม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๓๖ , S.D.= ๐.๘๓), ครูให้โอกาสนักเรียน
ซักถามปัญหา มคี วามพงึ พอใจอยู่ในระดบั มาก ( ̅= ๔.๓๑ , S.D.= ๐.๘๒) และข้อที่มีระดับความพงึ พอใจ
น้อยที่สุด คือ ครูสอนเข้าในง่ายครอบคลุมเนื้อหา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅= ๔.๒๑ , S.D.=
๑.๑๘) ตามลำดับ

๕๗

๔.๓ องค์ความรไู้ ดจ้ ากการวจิ ยั

จากการวิจัย การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหา
เป็นฐาน (PBL) วิชาหน้าที่พลเมืองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต
อำเภอเมอื ง จังหวัดขอนแก่นผู้วจิ ัยสรุปองค์ความร้ทู ่ไี ดจ้ ากการวิจัย ดังนี้

๔.๓.๑ องค์ความรู้ที่ได้จากการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้
การจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้าน
พรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดคือ ๘๐/๘๐ พบว่า สามารถนำไปใช้
ในการจัดการเรียนรู้ได้จริงตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ และเป็นส่วนช่วยให้ผู้สอนสามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ของนกั เรยี นไดเ้ ป็นอยา่ งดี

๔.๓.๒ องค์ความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิก์ ่อนเรียนและหลังเรยี น พบว่า ก่อนการ
เรยี นดว้ ย วจิ ยั การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใชร้ ูปแบบปญั หาเปน็ ฐาน (PBL) วิชาหนา้ ทพ่ี ลเมือง
ของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ โรงเรยี นชุมชนบา้ นพรหมนมิ ติ อำเภอเมอื ง จงั หวดั ขอนแกน่ นักเรยี น
ยังมีพื้นฐานความรู้เรื่องนี้ค่อนข้างต่ำ และไม่สนใจเนื้อหาในการเรียน แต่หลังจากที่ผู้สอนได้จัดกิจกรรม
การเรียนรู้ร่วมกับสื่อการสอน ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผลปรากฏว่า
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๐ แสดงว่า การ
พฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน รายวชิ าหน้าท่ีพลเมือง โดยใช้การจัดการเรยี นรู้แบบปัญหาเป็นฐาน (PBL)
สามารถพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรยี นได้

๔.๓.๓ องค์ความรู้ที่ได้จากการวัดระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี ๓ ทมี่ ี ตอ่ การจัดการเรยี นรู้โดยใช้โดยใช้การจดั การเรยี นรแู้ บบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ใน
รายวิชาหนา้ ทีพ่ ลเมือง สำหรบั นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ โรงเรียนชมุ ชนบ้านพรหมนมิ ติ อำเภอเมือง
จังหวัดขอนแก่น พบว่า นักเรียนมีความชื่นชอบในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ผู้สอนบูรณาการ
กิจกรรมกบั สอื่ การสอนได้เป็นอย่างดี มีความกระตือรอื รน้ และมีสว่ นชว่ ยให้นกั เรียนเขา้ ใจบทเรยี นได้อย่าง
ง่ายข้นึ ซึง่ โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก

๕๘

องคค์ วามรูท้ ่ีไดจ้ ากการวจิ ยั

แผนจดั การเรยี นรูโ้ ดยใช้ การทาแบบทดสอบ แบบประเมนิ
รูปแบบปัญหาเป็นฐาน กอ่ นเรยี นและหลงั ความพงึ พอใจ

(PBL) เรียน
๓แผน

๑.นกั เรยี นมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นท่ีสงู ขึน้
๒.นกั เรยี นช่นื ชอบในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
เขา้ ใจในเนอื้ หาและสามารถนาความรูไ้ ปใชใ้ นชีวิติประจาวนั ได้
๓.เป็นรูปแบบท่ดี มี ีประสทิ ธิภาพในการแกไ้ ขปัญหาไดด้ ี และ
สามารถพฒั นาผลการเรียนของนกั เรียนไดด้ ียง่ิ ขีน้

ภาพที่ ๔.๑ องความรู้ที่ได้จ-ากการวิจยั

๕๘

บทท่ี ๕

สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านบึงเนียมใคร่นุ่นท่าหนิ
จังหวัดขอนแก่น จำนวน ๑๙ คน (ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายและไม่เคยเรียนปีที่ ๓ เป็นการวิจัยเชิงทดลอง
(Experimental Research) โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ ๑) การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
รายวิชาหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชวี ิตในสังคม โดยใช้การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ รูปแบบ
ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรมนิมิต อำเภอเมือง
จังหวดั ขอนแกน่ ใหเ้ ป็นไปตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ๒) การเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น รายวิชาหนา้ ท่ี
พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบ ปัญห าเป็น
ฐาน (PBL) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัด
ขอนแก่น ๓) การศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ รายวิชาหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการ
ดำเนินชีวิตในสังคม โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ผลวิจัยที่ได้ นำไปสู่การ
สรุปผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ ดงั นี้

๕.๑ สรปุ ผลการวจิ ยั
๕.๒ อภปิ รายผลการวจิ ัย
๕.๓ ข้อเสนอแนะ

๕.๑ สรปุ ผลการวิจยั

๕.๑.๑ ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดการเรียนรู้
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านบึงเนียมใคร่นุ่นท่าหิน จังหวัดขอนแก่น จำนวน ๑๙ คน
(ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายและไม่เคยเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหม นิมิต
อำเภอเมือง จังหวัดขอนแกน่ ผวู้ จิ ัยได้นาํ แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอ่ื งประเพณีและวฒั นธรรมไทย นำไปใช้

๖๐

ในกระบวนการเรียนการสอน ครบถ้วนตามกระบวนการเรียนการสอน พบว่า จากการทำแบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียน ไม่มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ ๒๖.๓๐ มีคะแนนเฉล่ีย
เท่ากับ ๑๑.๑๐ คิดเป็นร้อยละ ๕๕.๕๐ ของคะแนนเต็ม และการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนหลงั เรียน นกั เรยี นทุกคนมีคะแนนผ่านเกณฑ์ รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป โดยมคี ะแนนเฉลีย่ เทา่ กับ ๑๗.๙๔
คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๒๐ ของคะแนนเต็ม มีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ ๑๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ซ่ึง
เปน็ ไปตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ตามทีก่ ำหนดไว้

๕.๑.๒ ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน้าทพี่ ลเมอื ง เร่อื ง ประเพณีและวัฒนธรรม
ไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
ระหว่างกอ่ นเรียนและหลังเรียน โดยใช้การจัดการเรยี นรู้แบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ผู้วจิ ัยได้นำผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนก่อนละหลังเรียนมาเปรียบเทยี บ พบว่า หลังเรียนสูงกว่ากอ่ นเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ท่ี ระดับนยั สำคญั ๐.๐๕

๕.๑.๓. ผลการวิเคราะหเ์ กี่ยวกบั ความพงึ พอใจตอ่ การจัดการเรยี นรู้ ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษา
ปที ี่ ๓ ท่ีมตี ่อการจัดการเรียนรโู้ ดยใชโ้ ดยใช้การจัดการเรยี นรู้แบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) สำหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ผู้วิจัยได้นำแบบ
ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการ
เรียนรอู้ ยใู่ นระดับมากมีคา่ เฉลยี่ ๔.๔๒ และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ๐.๑๖

๕.๒ อภปิ รายการวจิ ัย

การวิจยั คร้งั นต้ี ามวัตถปุ ระสงคท์ ีต่ ง้ั ไว้ ซงึ่ อภิปรายผลได้ ดังนี้
๕.๒.๑. จากทีผ่ ูว้ จิ ยั ไดน้ าํ แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอ่ื งหลกั การและเป้าหมายของปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียง ไปใช้ในกระบวนการเรียนการสอน ครบถ้วนตามกระบวนการเรียนการสอน พบว่า จากการทำ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ก่อนเรียน ไม่มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ ๐ มีคะแนน
เฉลี่ยเท่ากับ ๑๒.๒๗ คิดเป็นร้อยละ ๖๑ ของคะแนนเต็ม และการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนหลังเรียน นักเรียนทุกคนมีคะแนนผ่านเกณฑ์ รอ้ ยละ ๗๕ ขน้ึ ไป โดยมคี ะแนนเฉลยี่ เทา่ กับ ๑๗.๑๔
คิดเป็นร้อยละ ๘๖ ของคะแนนเต็ม มีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ ๒๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ซึ่งเป็นไป
ตามเกณฑ์ ๗๕/๗๕ ตามทกี่ ำหนดไว้

๖๑

ซึ่งสอดคล้องกับ ชัยยศ จระเทศ๔๓ ได้ศึกษาการส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ด้วยการ
จัดการเรยี นรู้แบบผสมผสานโดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน ของห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ สำหรับ นักเรียน ช้ัน
มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ โรงเรียนวาปปี ทุม อำเภอวาปีปทมุ จังหวัดมหาสารคาม เขต ๒๖จำนวน ๓๐ คน พบว่า
ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มี
ภาพรวมอยู่ในระดับดี โดยมีความเข้าใจในข้อปัญหาดีอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ วิธีแก้ปัญหาต่อมาคือ
สามารถระบุสาเหตุของปัญหาได้ และสุดท้าย สามารถบอกผลหลังการแก้ปัญหาได้ ส่วนผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนพบว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ทำให้นักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนร้อยละ ๗๖.๖๗ ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียนทีผ่ ่านเกณฑ์ ๒๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๐๐
ของจำนวนนกั เรียนทง้ั หมด

๕.๒.๒จากท่ีผ้วู ิจยั ได้นำผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นกอ่ นละหลังเรยี นมาเปรียบเทยี บ พบว่า หลังเรยี น
สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับนัยสำคัญ ๐.๐๕ ซึ่งสอดคล้องกับ ตฤนวัฒน์ พล
เยี่ยม๔๔ ได้ศึกษาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ การคิดแก้ปัญหา และเจตคติ ต่อวิชาสังคมศึกษา ของ
นักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ทีเ่ รยี นดว้ ยการจัดการเรียนรู้แบบ ซิปปาและการจัดการเรยี นร้โู ดยใช้ปัญหา
เป็นฐาน พบว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐานและ นักเรียนที่เรียนโดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้
แบบซิปปา มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดับ .๐๑ และนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐานมีความสามารถในการคิด
แก้ปัญหาสูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบซิปปา อภิชัย เหล่าพิเดช๔๕ ผลของการ
จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง ปัญหาทาง สังคมไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนหลังเรยี นสูงกวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถติ ิ ท่ีระดับ ๐.๕

๔๓ ชัยยศ จระเทศ, การส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ ผสมผสาน
โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕ โรงเรียนวาปีปทุม
(วทิ ยานิพนธป์ ริญญามหาบณั ฑติ ), (มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ มหาสารคาม,๒๕๕๘), หน้า ๕๙.

๔๔ ตฤนวัฒน์ พลเยี่ยม, การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน การคดิ แก้ปัญหาและเจตคติตอ่ วิชาสังคม
ศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา และการจัดการเรียนรู้โดยใช้
ปญั หาเปน็ ฐาน (วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบัณฑิต), (มหาสารคาม: มหาวิทยาลยั มหาสารคาม,๒๕๖๐), หน้า ๘๐.

๔๕ อภิชัย เหล่าพิเดช, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดแก้ปัญหา อย่าง
สร้างสรรค์ เร่ือง ปญั หาทางสงั คมของไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ดว้ ยการจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้ปัญหาเป็น
ฐาน (วิทยานิพนธ์ปรญิ ญามหาบัณฑิต), (กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.๒๕๕๖), หน้า๘๒.

๖๒

๕.๒.๓ จากที่ผู้วิจัยได้นำแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ พบว่า
นกั เรยี นมคี วามพงึ พอใจต่อการจดั การเรยี นรู้อยใู่ นระดับมากมีค่าเฉลยี่ ๔.๐๔ และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน
๐.๕๕ ซึ่งสอดคล้องกับ อภิชัย เหล่าพิเดช๔๖ ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถ ในการ
คิดแกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ เร่ือง ปญั หาทางสงั คมของไทย ดว้ ยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ปัญหาเป็นฐาน
ของนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนสารสทิ ธ์ิพิทยาลัย อำเภอบา้ นโป่ง จงั หวัด ราชบุรี จำนวน ๕๒
คน ในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕ พบว่าความสามารถในการคิดแก้ปัญหา อย่างสร้างสรรค์ เรื่อง
ปัญหาทางสังคมไทย ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง ความคิดเห็น
ของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานพบว่านักเรียน มีความคิดเห็นโดยรวมอยู่ใน
ระดับเหน็ ด้วยมาก

๕.๓ ขอ้ เสนอแนะ

จากผลการวิจัย เรื่อง ประเพณีและวัฒนธรรมไทย วิชาหน้าทีพ่ ลเมอื ง โดยการใช้ปัญหาเป็นฐาน
(PBL) ของนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ โรงเรยี นชุมชนบา้ นพรหมนมิ ิต ผู้วจิ ัยมีข้อแสนอแนะ ดังน้ี

๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้
๑) ควรให้มีรูปแบบที่ทันต่อเหตุการณ์และเหมาะสมกับการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิชา

หน้าที่พลเมืองเพอ่ื ให้นกั เรยี นเกดิ ความรู้ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๒) แบบฝึกทักษะและสื่อการเรียนการสอนที่สร้างขึ้นต้องสามารถพัฒนาทักษะของ

ผู้เรยี นได้จรงิ และใช้รว่ มในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรยี นจริง
๓) การนำแผนการจดั การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเปน็ ฐานไปใช้ ต้องคำนงึ ถึงวยั ของผู้เรียน

สื่อการสอนควรมีความพร้อม สำหรับการเลือกปัญหาหรือสถานการณ์ควรเป็นเรื่อง ที่ใกล้ตัวผู้เรียนและ
หลากหลาย คำตอบไม่ควรตายตวั หรือมคี ำตอบอยู่มากกวา่ หน่ึงคำตอบ ครูผ้สู อน ควรกระตุ้นอยเู่ ป็นระยะ
ๆ จะทำให้การจัดการเรียนรู้ไม่น่าเบื่อ และผู้เรียนให้ความร่วมมือในการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรนำแผนการ
จัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานไปประยุกต์ใช้กบั รายวชิ าอ่ืน เพือ่ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการกระบวนการคิด
ที่ตอ่ เนอ่ื ง จะสง่ ผลใหก้ ารการคิด การมองปญั หา การระบุแนวทางแก้ปญั หาเปน็ ระบบมากยง่ิ ขึ้น

๔๖ อภิชัย เหล่าพิเดช, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดแก้ปัญหา อย่าง
สรา้ งสรรค์ เร่อื ง ปญั หาทางสงั คมของไทย ของนักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๖ ดว้ ยการจัดการเรียนรู้โดยใชป้ ัญหาเป็น
ฐาน (วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบัณฑติ ), (กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร, ๒๕๕๖), หนา้ ๘๒.

๖๓

๕.๓.๒ ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การวิจัยคร้งั ตอ่ ไป
๑) ควรมีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา โดยใช้

การจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานในรายวิชาอื่น หรือเนื้อหาอื่น และระดับชั้นอื่น ๆ เพื่อจะได้พัฒนา
ต่อไป

๒) ควรนำทฤษฎที างการศกึ ษาอนื่ ๆ มาทำวจิ ยั เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและ
ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาสำหรับนักเรียน เพ่ือให้เกิดความต่อเนื่องและหลากหลายในการพัฒนา
ผูเ้ รียนต่อไป

๖๔

บรรณานกุ รม

กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖. กรุงเทพฯ : โรงพิมพค์ รุ สุ ภา
ลาดพรา้ ว, ๒๕๕๖.

กระทรวงศึกษาธกิ าร.หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๖๐. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพอ์ งค์การรับสง่ สินคา้ และพสั ดุ, ๒๕๖๐.

กนก จันทร์ทอง. การสอนสังคมศึกษาในศตวรรษที่๒๑. กรุงเทพฯ:วารสารวทิ ยบรกิ าร
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์, ๒๕๖๐.

กนกวรรณ โพธ์ทิ อง. พฒั นาการสอน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ๒๕๔๔.
ชวาล แพรตั กุล. ทกั ษะกระบวนการเรียนรู้. กรงุ เทพฯ: ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๕๒.
ชริณี เดชจินดา. ความพึงพอใจของผู้ประกอบการตอ่ ศูนยก์ ำจดั กากอุตสาหกรรมแขวงแสมดำเขตบาง

ขุนเทียนจังหวัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์สังคมศาสตรมหาบัณฑิตสาขา
สง่ิ แวดล้อม. บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยมหิดล, ๒๕๓๕.
ชยั ยศ จระเทศ. การส่งเสริมความสามารถในการคดิ แก้ปญั หา ด้วยการจัดการเรยี นรู้แบบ ผสมผสาน
โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่๖ โรงเรียนวาปีปทุม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม:
มหาวิทยาลยั ราชภัฏ มหาสารคาม,๒๕๕๘.
ชอ่ ผกา ผลภญิ โญ. การสรา้ งแบบทดสอบการคดิ วเิ คราะหส์ ำหรบั นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษา. กรุงเทพฯ
: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , ๒๕๔๙.
ตฤนวัฒน์ พลเย่ยี ม. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การคดิ แกป้ ญั หาและเจตคติตอ่ วชิ าสังคม
ศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ ซิปปา
และการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต),
มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๖๐.
ทิศนา แขมมณ.ี ศาสตรก์ ารสอน (พิมพ์ครั้งท่ี ๕). กรงุ เทพฯ: ดา่ นสุทธาการพมิ พ์จำกัด,๒๕๔๙.
ทศิ นา แขมมณ.ี ศาสตรก์ ารสอน : องคค์ วามร้เู พือ่ จดั กระบวนการเรียนรู้ทีม่ ีประสิทธภิ าพ. กรงุ เทพฯ:
สำนกั พิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย,๒๕๕๙.
ทองจันทร์ หงศล์ ดารมภ์. การเรยี นโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก. กรงุ เทพฯ:ข่าวสารกองบริการการศกึ ษา,
๒๕๔๔.

๖๕

เทพ พานิชพนั ธ์ุ. ความพึงพอใจของเกษตรกรในการเข้าร่วมโครงการปรบั โครงสรา้ งและระบบการ
ผลิตการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต.
มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้, ๒๕๔๑.

ปรญิ ญา จเรรชั ต์ และคณะ. ความพงึ พอใจของเกษตรกรผูผ้ ลิตและผใู้ ชเ้ สบียงสตั ว์จังหวัดพันธ์ดีทับทิม
.คณะศึกษาศาสตร์ของนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรพิษณุโลก : คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยนเรศวร, ๒๕๔๖.

พวงรัตน์ บญุ ญานุรักษ.์ การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน PROBLEM-BASED LEARNING. ชลบรุ :ี
มหาวทิ ยาลัยบรู พา,๒๕๔๔.

ภพ เลาหไพบลู ย์. รูปแบบการจัดการศกึ ษาตอ่ เนอ่ื งในสถาบนั อุดมศึกษาเอกชน. วิทยานิพนธก์ ารศึกษา
ดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาการศกึ ษาผู้ใหญ่ มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,๒๕๕๐

ภัทรพงษ์ วงษว์ จิ ติ รำนนท์. การศึกษาทักษะการคิดแกป้ ัญหาและผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นของ นกั เรยี น
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕ ด้วยการสอนโดยใช้รูปแบบการใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับสื่อ
มลั ติมีเดียรายวิชา ส ๓๒๒๐๑ พระพุทธศาสนา เร่ือง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบณั ฑิต). ขอนแกน่ : มหาวิทยาลัยขอนแก่น,๒๕๕๗.

ยรุ วัฒน์ คล้ายมงคลม. การพัฒนากระบวนการการเรยี นการสอนโดยการประยุกต์แนวคิด การใชป้ ญั หา
เป็นหลัก ในการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่๕ที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์(วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบัณฑติ .กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ,๒๕๔๕.

เยาวดี วิบูลศรี. การประเมินโครงการแนวคดิ และแนวปฏบิ ัติ .กรงุ เทพฯ: สำนักพมิ พจ์ ุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , ๒๕๕๐.

รชั นีกร หงส์พนัส. การเรียนแบบใช้ปัญหาเป็นหลกั : ความหมายสู่การเรยี นการสอน กลุ่มสาระสงั คม
ศึกษศาสนาและวัฒนธรรม
,http://ejournals.swu.ac.th/index.php/hm/article/view/644.(๒๕๔๗).

ลว้ น สายยศ และ อังคณา สายยศ. เทคนิคการวจิ ัยเพ่ือการศกึ ษา. พมิ พ์ครง้ั ที่ ๕.กรงุ เทพฯ :
สวุ รี ยิ าสาส์น, ๒๕๓๘.

วัลลี สัตยาศัย. การเรียนรู้โดยใชป้ ญั หาเป็นหลักรูปแบบการเรยี นรโู้ ดยผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
.กรงุ เทพฯ: บุค๊ เนท็ ,๒๕๔๗.

๖๖

วรรธนพงศ์ สิทธิโชค. สาเหตุความดอ้ ยสมั ฤทธใิ์ นการเรยี นวิชาคณิตศาสตรข์ องนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษา
ตอนปลายในกรุงเทพมหานคร (Unpublished Master's thesis). กรุงเทพฯ :
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , ๒๕๓๐.

วริ ัช วรรณรัตน์. การวัดและการประเมนิ ผลการศึกษา. กรงุ เทพฯ : สำนักงานทดสอบทางการศึกษา
และจิตวิทยามหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร, ๒๕๓๙.

วชิ ยั เหลืองธรรมชาติ. ความพึงพอใจและการปรับตวั ต่อสภาพแวดลอ้ มใหมข่ องประชากรในหมู่บา้ น
อพยพเข่ือนรัชชประภา (เขือ่ นเชี่ยวหลานจงั หวดั สุราษฎร์ธานี), ๒๕๓๑.

ศิริพร จันลาม. การพฒั นาการจัดการเรียนร้สู าระเศรษฐศาสตรโ์ ดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน เพ่ือส่งเสรมิ
ความสามารถในการแก้ปัญหาและผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต).มหาสารคาม: มหาวิทยาลยั
มหาสารคาม,๒๕๖๐.

ศลิ า สงอาจินต์. ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารสบื เสาะความรูท้ ่ีมตี ่อความสามารถในการคิด
วิเคราะห์ ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนวิทยาศาสตร์
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา
หลกั สูตรและการสอน. มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ , ๒๕๕๔.

สง่า ภณู่ รงค์. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประสิทธิผลในการปฏิบัตงิ านของศึกษาธิการอำเภอตามอำนาจ
หน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการอำเภอและความพึงพอใจของข้าราชการสำนักงาน
ศึกษาธกิ ารในเขตการศกึ ษา.วทิ ยานพิ นธ์ กศ.ม. มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั , ๒๕๔๐.

สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา.รปู แบบการจัดการเรยี นรู้เพอ่ื พฒั นาความสามารถของเด็กในการ
อา่ น คดิ วิเคราะห์ เขียน และสรา้ งองคค์ วามรูด้ ้วยตนเอง โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคญั .
กรงุ เทพฯ: สำนักงานฯ,๒๕๕๐.

สุวิมล ติรการนนั ท์. หลักการวดั และประเมนิ ผลการศึกษา.กรงุ เทพฯ: เฮ้าสอ์ อฟเคอร์, ๒๕๕๐.
อโรชา ทองลาว. พัลลภ สวุ รรณฤกษ์,สมเกยี รติ ไทยปรีชา และศศิน เทียนดี. การศกึ ษาความพึงพอใจ

ของนสิ ิตมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ต่อการจัดการเรียนการ
สอนรปู แบบออนไลนป์ ระจำภาคต้น ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓.วารสารศิลปะศาสตร์และ
อุตสาหกรรมบริการ, ปีที่ ๔ ฉบับท่ี ๒ กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๔.

๖๗

อภิชยั เหล่าพเิ ดช.การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นและความสามารถในการคดิ แกป้ ญั หา อย่าง
สร้างสรรค์ เรื่อง ปัญหาทางสังคมของไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ด้วย
การจดั การเรียนรโู้ ดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (วิทยานพิ นธป์ ริญญามหาบณั ฑิต).กรุงเทพฯ:
มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.๒๕๕๖.

อุรางค์ อตุ สาหะ. การจัดการเรยี นรู้.กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๔๙.
Gorski. การศกึ ษาทักษะการคิดแก้ปัญหาและผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของ นกั เรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี

๕ ดว้ ยการสอนโดยใช้รปู แบบการใชป้ ญั หาเปน็ ฐานร่วมกบั สอ่ื มลั ติมีเดียรายวชิ า
ส ๓๒๒๐๑ พระพุทธศาสนา เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนากลุ่มสาระ การ
เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต).
ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแกน่ , ๒๕๕๗.
Kenson Kin Hang Wong. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ เพ่ือพฒั นาความสามารถในการคดิ แก้ปญั หา
ของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท๕ี่ โดยใช้รูปแบบPBL (Problem Based Learning).
(วิทยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบณั ฑติ ). มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๕๖.
Dolmans, D. and Schmidt. H.TheAdventages of a Problem-Based Curriculum.
Netherlands : Department of Educational Development and Research
University of Limburg. (1995).

๖๘

ภาคผนวก

๖๙

ภาคผนวก ก
รายนามผู้เชย่ี วชาญ

๗๐

รายนามผ้เู ชี่ยวงชาญ

๑. ด.ร สมควร นามสีฐาน ตาํ แหน่ง อาจารยป์ ระจาํ หลักสูตร ครศุ าสตรมหาบณั ฑิต
๒. อาจารยว์ ิรัตน์ ทองภู มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขอนแก่น
๓. อาจารย์พนั ทวิ า ทบั ภมู ี
ตําแหน่ อาจารยป์ ระจําหลักสูตร ครศุ าสตรบัณฑติ
คณะครศุ าสตร์ สาขาวชิ าสงั คมศกึ ษา มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตขอนแก่น

ตําแหน่ง อาจารย์ประจาํ หลักสตู ร ครุศาสตรบัณฑิต
คณะครุศาสตร์ สาขาวชิ าสงั คมศึกษา มหาวทิ ยาลยั
มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยเขตขอนแก่น

๗๑

ภาคผนวก ข
หนังสอื ขอความอนุเคราะห์ผเู้ ชียวชาญ

๗๒

ที่ อว ๘๐๓๒ / ว๕ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
วิทยาเขตขอนแกน่ ๓๐ หมู่ ๑ ตำบลโคกสี
อำเภอเมืองขอนแกน่ จังหวัดขอนแก่น
๔๐๐๐๐ โทรศพั ท์ ๐-๔๓๒๘-๓๕๕๗
โทรสาร ๐-๔๓๒๘-๓๓๙๙

๘ มนี าคม ๒๕๖๕

เร่ือง ขอความอนุเคราะหเ์ ปน็ ผู้เช่ียวชาญในการตรวจสอบเครอ่ื งมอื วจิ ัยในรายวชิ าการศึกษาอสิ ระทางสงั คมศกึ ษา
เจริญพร อาจารยว์ ิรตั น์ ทองภู
สิง่ ที่ส่งมาดว้ ย โครงการและเครือ่ งมอื ทใี่ ช้ในการวิจัย จำนวน ๑ ชุด

ดว้ ยนายเจษฎา ไชยวงศ์คต รหัสนิสติ ๖๑๐๕๕๐๒๐๖๑ ชัน้ ปีที่ ๔ หลกั สูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคม
ศึกษา ได้รับการอนุมัติให้ทำงานวิจัยในรายวิชาการศึกษาอิสระทางสังคมศึกษา เรื่อง “ การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี น รายวชิ าหน้าที่พลเมอื ง โดยใช้การจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน (PBL) ของนกั เรียนช้นั
ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น” โดยมีคณาจารย์ใน
หลักสูตรครศุ าสตรบณั ฑิต สาขาวิชาสงั คมศึกษา มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตขอนแก่น ไดก้ ำกับ
ดแู ล

ในการน้ี หลกั สูตรครศุ าสตรบณั ฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา จงึ ใคร่ขอเชิญ อาจารย์วิรตั น์ ทองภู เป็นผเู้ ชีย่ วชาญ
ในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัยในรายวิชาการศึกษาอิสระทางสังคม ตามรายละเอียดโครงการวิจัยและเครื่องมือวิจัยที่
แนบมาพร้อมน้ี

จงึ เจริญพรมาเพอื่ พจิ ารณา และหวังเปน็ อย่างยง่ิ วา่ จกั ได้รบั ความอนเุ คราะห์ด้วยดี ขออนโุ มทนาขอบคุณมา ณ
โอกาสน้ี

เจรญิ พร

(พระมหาดาวสยาม วชริ ปญโฺ ญ,ผศ.ดร.)
ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆข์ อนแกน่

๗๓

ที่ อว ๘๐๓๒ / ว๕ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
วทิ ยาเขตขอนแกน่ ๓๐ หมู่ ๑ ตำบลโคกสี
อำเภอเมอื งขอนแกน่ จงั หวัดขอนแกน่
๔๐๐๐๐ โทรศพั ท์ ๐-๔๓๒๘-๓๕๕๗
โทรสาร ๐-๔๓๒๘-๓๓๙๙

๘ มนี าคม ๒๕๖๕

เรื่อง ขอความอนเุ คราะหเ์ ปน็ ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครอื่ งมือวิจยั ในรายวชิ าการศึกษาอสิ ระทางสังคมศึกษา
เจริญพร อาจารย์พนั ทิวา ทบั ภูมี
สิ่งทส่ี ง่ มาด้วย โครงการและเคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ในการวิจัย จำนวน ๑ ชดุ

ดว้ ยนายเจษฎา ไชยวงศ์คต รหสั นิสิต ๖๑๐๕๕๐๒๐๖๑ ชั้นปที ่ี ๔ หลักสูตรครศุ าสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าสังคม
ศึกษา ได้รับการอนุมัติให้ทำงานวิจัยในรายวิชาการศึกษาอิสระทางสังคมศึกษา เรื่อ ง “การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน รายวิชาหนา้ ทพ่ี ลเมือง โดยใชก้ ารจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แบบใชป้ ญั หาเป็นฐาน (PBL) ของนกั เรียนชน้ั
ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น” โดยมีคณาจารย์ใน
หลักสูตรครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวชิ าสงั คมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ไดก้ ำกับ
ดแู ล

ในการนี้ หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา จึงใคร่ขอเชิญ อาจารย์พันทิวา ทับภูมี เป็น
ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัยในรายวิชาการศึกษาอิสระทางสังคม ตามรายละเอียดโครงการวิจัยและ
เคร่อื งมอื วิจัยท่ีแนบมาพรอ้ มนี้

จึงเจริญพรมาเพื่อพจิ ารณา และหวงั เปน็ อย่างย่ิงวา่ จักได้รบั ความอนุเคราะหด์ ้วยดี ขออนโุ มทนาขอบคุณมา ณ
โอกาสน้ี

เจรญิ พร

(พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ,ผศ.ดร.)
ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั สงฆข์ อนแก่น

๗๔

ท่ี อว ๘๐๓๒ / ว๕ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
วทิ ยาเขตขอนแกน่ ๓๐ หมู่ ๑ ตำบลโคกสี
อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแกน่
๔๐๐๐๐ โทรศัพท์ ๐-๔๓๒๘-๓๕๕๗
โทรสาร ๐-๔๓๒๘-๓๓๙๙

๘ มีนาคม ๒๕๖๕

เรอ่ื ง ขอความอนเุ คราะห์เปน็ ผเู้ ช่ียวชาญในการตรวจสอบเครอ่ื งมอื วิจัยในรายวชิ าการศึกษาอิสระทางสงั คมศึกษา
เจริญพร อาจารย์ ดร.สมควร นามสีฐาน
ส่ิงท่สี ง่ มาด้วย โครงการและเคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั จำนวน ๑ ชดุ

ดว้ ยนายเจษฎา ไชยวงศค์ ต รหสั นสิ ิต ๖๑๐๕๕๐๒๐๖๑ ช้ันปีท่ี ๔ หลกั สตู รครุศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาสังคม
ศึกษา ได้รับการอนุมัติให้ทำงานวิจัยในรายวิชาการศึกษาอิสระทางสังคมศึกษา เรื่อง “ การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน รายวชิ าหน้าท่ีพลเมอื ง โดยใชก้ ารจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน (PBL) ของนกั เรียนชน้ั
ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น” โดยมีคณาจารย์ใน
หลักสูตรครุศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาสงั คมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน่ ไดก้ ำกับ
ดแู ล

ในการนี้ หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา จึงใคร่ขอเชิญอาจารย์ดร.สมควร นามสีฐาน เป็น
ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัยในรายวิชาการศึกษาอิสระทางสังคม ตามรายละเอียดโครงการวิจัยและ
เครอื่ งมือวจิ ยั ทแ่ี นบมาพร้อมน้ี

จงึ เจรญิ พรมาเพอื่ พิจารณา และหวังเป็นอยา่ งยง่ิ วา่ จกั ได้รับความอนุเคราะหด์ ว้ ยดี ขออนุโมทนาขอบคณุ มา ณ
โอกาสน้ี

เจริญพร

(พระมหาดาวสยาม วชิรปญโฺ ญ,ผศ.ดร.)
ผู้อำนวยการวิทยาลยั สงฆ์ขอนแก่น

๗๕

ภาคผนวก ค
หนงั สือตดิ ต่อหนว่ ยงานราชการ เพอื่ ขออนุญาตลงพนื้ ทว่ี ิจยั

๗๖

ท่ี อว ๘๐๓๒ / ว๔ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตขอนแกน่ ๓๐ หมู่ ๑ ตำบลโคกสี
อำเภอเมืองขอนแก่น จงั หวดั ขอนแก่น
๔๐๐๐๐ โทรศพั ท์ ๐-๔๓๒๘-๓๕๕๗
โทรสาร ๐-๔๓๒๘-๓๓๙๙

๗ มีนาคม ๒๕๖๕

เรอื่ ง ขอความอนญุ าตเกบ็ ขอ้ มูลเพื่อการวจิ ยั ในรายวชิ าการศกึ ษาอสิ ระทางสงั คมศึกษา
เจรญิ พร ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นชุมชนบ้านพรหมนมิ ิต
ส่ิงทีส่ ่งมาดว้ ย เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการวจิ ัย ๑ ชดุ

ดว้ ย นายเจษฎา ไชยวงศ์คต รหสั นิสิต ๖๑๐๕๕๐๒๐๖๑ ชน้ั ปที ่ี ๔ หลักสูตรครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวิชาสงั คม
ศึกษา ได้รับการอนุมัติให้ทำงานวิจัยในรายวิชาการศึกษาอิสระทางสังคมศึกษา เรื่อง “การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ( PBL) ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น” โดยมีคณาจารย์ใน
หลักสูตรครศุ าสตรบัณฑติ สาขาวิชาสังคมศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตขอนแก่น ได้กำกับ
ดูแล

ในการนี้ เพื่อให้งานวิจัยในรายวิชาการศึกษาอิสระทางสังคมศึกษา สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ จึง ขอ
อนุญาตให้นิสิตเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์นักเรียนและครูในโรงเรียน ชุมชนบ้านพรหมนิมิต โดยข้อมูลที่ได้จักใช้เป็น
ประโยชนใ์ นการวิจยั เท่านนั้ ไม่มผี ลกระทบตอ่ ทา่ นแตป่ ระการใด

จงึ เจริญพรมาเพื่อพจิ ารณา และหวังเปน็ อยา่ งยง่ิ ว่าจกั ได้รบั ความอนเุ คราะหด์ ้วยดี ขออนุโมทนาขอบคุณมา ณ
โอกาสน้ี

๗๗

ภาคผนวก ง
ตารางแสดงคณุ ภาพของเครอื่ งมอื

๗๘

๑.ผลการประเมนิ แผนการจดั การเรยี นรปู วชิ า หนา้ ทพี่ ลเมอื ง วัฒนธรรม และการดาํ เนินชีวิต
ใน สงั คม รหัสวิชา ส๑๓๑๐๑ สําหรบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ แผนการเรยี นรู้ เร่ืองประเพณีและวัฒนธรรม
ไทย โดยผ้เู ชี่ยวชาญ

รายการประเมนิ ผู้เชยี วชาญ ๓ทา่ น ๓๓ IOC การแปลผล
๑๑ ๒๔ +๑

+๑
๑. หน่วยการเรยี นรูม้ อี งคป์ ระกอบ +๑ + +๑ ๓.๐๐ ใใชไ้ ด้
ครบถว้ นเหมาะสม และมี +๑ ๑.๐๐
รายละเอยี ดท่สี อดคลอ้ งสมั พนั ธก์ นั +๑
+๑
๒. การเขยี นสาระท่สี าคญั ในแผน +๑ ๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
กระชบั ครอบคลมุ ตามเปา้ หมาย +๑
+๑
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูม้ คี วาม +๑ +๑ ๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
ชดั เจนถกู ตอ้ งครอบคลมุ เนอื้ หา
สาระ +๑
+๑
๔. เนอื้ หา / กิจกรรมการสอน +๑ +๑ ๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
+๑ ๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
เหมาะสมกบั จานวนเวลาท่กี าหนด +๑ ๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๕.เนอื้ หาสาระในแผนถกู ตอ้ งตาม +๑
หลกั วิชาการ

๖.กิจกรรมการเรียนรูห้ ลากหลาย / +๑
เหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รยี นและ
สามารถนาไปปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ

๗. กิจกรรมการสอนตาม รูปแบบ +๑ +๑ ๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
+๑ +๑ ๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
Macro Model

๘. มีการใชส้ ื่อ/แหล่งการเรยี นรูท้ ่ี
เหมาะสมกบั วยั และเนอื้ หาสาระ

๙. มรี ูปแบบการวดั ผลและ +๑ +๑ +๑ ๗๙
ประเมนิ ผลท่หี ลากหลาย +๑ +๑
๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๑๐.มกี ารวดั ผลและประเมนิ ผลท่ี +๑ ๓.๐๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

๘๐

๒.ผลการประเมินความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับ
จุดประสงค์การเรียนรู้ รายวิชาหน้าที่พลเมือง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบปัญหาเป็นฐาน
PBL ของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ โดยผู้เชีย่ วชาญ ดังน้ี

รายการประเมนิ คะแนนผเู้ ชี่ยวชาญ ∑ IOC แปลผล
คนท่ี ๑ คนนที่ ๒ คนที่ ๓
ขอ้ ท่ี ๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๒ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๓ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๔ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๕ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๖ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๗ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๘ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๙ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๐ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๑ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๒ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๓ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๔ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๕ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๖ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๗ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๘ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๑๙ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี ๒๐ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
+๑ +๑ +๑ ๑.๐๐

รวม

๘๑

๓.ผลการประเมนิ ความสอดคลอ้ งระหว่างขอ้ คาถามกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ของแบบสอบถาม ความพงึ
พอใจต่อการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าหนา้ ท่พี ลเมือง โดยใชก้ ารจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ รูปแบบ ปัญหาเป็นฐาน PBL ของ
นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ โดยผเู้ ช่ยี วชาญดงั นี้

ข้อ ประเด็นความพึงพอใจ ผเู้ ชยี่ วชาญคนท่ี IOC การแปรผล
๑๒๓

ด้านกิจกรรมการเรยี นรู้

๑ กิจกรรมการเรียนรู้มคี วาม +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

เหมาะสมกับเนอื้ หา

๒ กิจกรรมการเรยี นรู้สง่ เสริมให้ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

นกั เรียนไดแ้ ลกเปลีย่ นความรู้

ความคดิ

๓ กิจกรรมการเรยี นรู้ทำใหน้ ักเรียน +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

มีโอกาสแสดงความคดิ เห็น

๔ กิจกรรมการเรียนรสู้ ่งเสริมการ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

เรียนร้โู ดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน

๕ กิจกรรมการเรยี นรสู้ ง่ เสรมิ การ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

คดิ ด้วยการนำปญั หามา

วเิ คราะห์เพื่อใชใ้ นการตดั สินใจ

ดา้ นครผู สู้ อน

๖ ครสู ง่ เสริมให้นักเรยี นทำงาน +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

รว่ มกนั เป็นกลุ่ม/ทมี

๗ ครูใหค้ วามสนใจแก่นกั เรียนอย่าง ๐ +๑ +๑ ๐.๖๗ ใชไ้ ด้

ทั่วถงึ ขณะทสี่ อน

๘ ครใู ห้โอกาสนักเรยี นซกั ถาม +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

ปญั หา

๘๒

๙ ครูสอนเข้าในง่ายครอบคลุม +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
เน้อื หา ๑.๐๐ ใช้ได้

๑๐ ครูตั้งใจสอนใหค้ ำแนะนำนักเรยี น +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
ในการทำกิจกรรม ๐.๖๗ ใชไ้ ด้
๑.๐๐ ใช้ได้
ดา้ นบรรยากาศในห้องเรยี น ๐.๖๗ ใช้ได้
๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๑๑ บรรยากาศของการเรียนเปิด +๑ +๑ +๑
โอกาสใหน้ ักเรียนมีสว่ นรว่ มใน +๑ +๑ ๐ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
การทำกจิ กรรม +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๐ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๑๒ บรรยากาศของการเรยี นทำให้ +๑ +๑ +๑
นักเรยี นมคี วามกระตอื รือรน้ ใน
การเรยี น

๑๓ บรรยากาศของการเรยี นเปิด
โอกาสให้นกั เรียนทำกิจกรรมได้
อยา่ งอิสระ

๑๔ บรรยากาศของการเรียนทำให้
นกั เรียนสนุกสนานในการปฏบิ ัติ
ทกุ ขนั้ ตอน

๑๕ การจดั การเรียนรูท้ ำให้เขา้ ใจ
เน้ือหาได้ง่าย

ด้านประโยชนท์ ี่ไดร้ บั

๑๖ การจดั การเรยี นรู้ทำให้จำเน้ือหา +๑ +๑ +๑
ไดน้ าน

๑๗ การจดั การเรยี นร้ชู ว่ ยให้นกั เรียน +๑ +๑ +๑
สร้างความรู้ ความเข้าใจดว้ ย
ตนเองได้

๑๘ การจัดการเรยี นรูท้ ำให้นกั เรียน +๑ +๑ +๑
นำวธิ ีการเรยี นรูไ้ ปใชใ้ นวิชาอ่ืน ๆ

๘๓

๑๙ การจัดการเรยี นรูท้ ำใหน้ กั เรยี น +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
พฒั นาทักษะการคิดทสี่ ูงขน้ึ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๒๐ การจัดการเรยี นรชู้ ่วยให้นักเรียน
ตดั สินใจโดยใชเ้ หตุผล

๘๔

ภาคผนวก จ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

๘๕

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑

วิชา หนา้ ที่พลเมือง รหัสวิชา ส ๒๒๑๐๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดบั ช้ัน ประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย เวลา ๓ ชั่วโมง

หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยที่ ๑ ความหมายและความสำคัญของประเพณีและวัฒนธรรมไทย

เวลา๑ ชัว่ โมง

ผสู้ อน นายเจษฎา ไชยวงศ์คต สอนวนั ท่ี ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ๒๕๖๕ โรงเรียนชุมชนบา้ นพรมนมิ ติ ร

...............................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ดั

ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏิบัติหน้าทตี่ ามพลเมอื งดี มคี ่านิยมท่ีดีงาม และธำรงรักษาประเพณแี ละ

วฒั นธรรมไทย ดำรงชีวติ อิ ยู่ร่วมกนั ในสังคมไทย และสงั คมโลกอยา่ งสันตสิ ุข

ตัวช้วี ัด

(ส ๒.๑ ป.๓/๑) สรปุ ประโยชนแ์ ละปฏิบัติตามประเพณีและวฒั นธรรมในครอบครวั และท้องถน่ิ

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทยเปน็ สง่ิ ท่ปี ฏบิ ตั สิ บื ต่อกันมา แสดงถึงความเจริญงอกงามและเป็น

เอกลกั ษณ์ของชาติไทยทท่ี ุกคนควรรว่ มกันอนรุ ักษณ์ และสืบทอดให้คงอย่ตู อ่ ไป

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนอธิบายความหมายและความสำคญั ของเวลาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทยได้ (K)

๒. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียนคิดวิเคราะห์การปฏิบัติตนตามประเพณีและวัฒนธรรมไทยได้ (P)

๓. เพื่อใหผ้ ้เู รยี นเห็นคุณค่าของการปฏบิ ัติตนตามประเพณีและวัฒนธรรมไทยมากขึ้น (A)

ด้านความรู้ (Knowledge)

นกั เรียนมคี วามรู้เกยี่ วกับความหมายและความสำคัญของเวลาประเพณีและวฒั นธรรม

ไทย

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ

นักเรียนสามารถวิเคราะห์ และเสนอแนวทางการปฏิบัตติ นตามประเพณีและวัฒนธรรม

ไทยเพือ่ ไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวันได้

๘๖

ดา้ นคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสนา กษัตรยิ ์  อยู่อย่างพอเพียง  ซอ่ื สัตย์สจุ ริต

 มุ่งมัน่ ในการทำงาน  มวี นิ ัย  รักความเปน็ ไทย

 ใฝเ่ รียนรู้

ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

 ความสามารถในการส่อื สาร : สามารถแยกแยะการปฏบิ ัตติ นในการนับถือ

วฒั นธรรม

 ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะในการคดิ วเิ คราะห์ มวี จิ ารณญาณ

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : …………………………………………………..

 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : การนำความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ..........................................................

ด้านคุณลักษณะของผเู้ รยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เป็นเลศิ ทางวชิ าการ  ส่อื สารสองภาษา  ลำ้ หนา้ ทางความคิด

 ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์  ร่วมกนั รับผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

๑. หลักความพอประมาณ:………………………………………………………………

๒. หลกั ความมีเหตุผล : มีเหตผุ ลในการส่งเสรมิ การปฏิบตั ติ นในการรบั วฒั นธรรม

๓. หลกั ภมู คิ ้มุ กนั : ……………………………………………………………

๔. เง่ือนไขความรู้ : มคี วามรู้ความเข้าใจเก่ยี วกับผลจากการปฏิบัติตนตามประเพณี

และวฒั นธรรมไทย

๕. เง่อื นไขคุณธรรม : ตระหนกั ถึงการปฏบิ ัตติ นและอยูร่ ่วมกันในสังคม

สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หา

๑. ความหมายของประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย

๒. ความสำคัญของประเพณีและวัฒนธรรมไทย

๘๗

กิจกรรมการเรียนรู้ (๕๐ นาที)
นำเข้าส่บู ทเรยี น (๑๐ นาท)ี
๑. ครูและนักเรยี นกล่าวทักทายกนั ดว้ ยคำว่า สวัสดีครบั /สวสั ดคี ะ และผู้สอนเชค็ ชื่อนกั เรยี น
๒. ครูชแ้ี จงหวั ข้อท่จี ะเรียนในวันน้ี มดี ังนี้
-ความหมายของประเพณีไทยและวัฒนธรรม
-ความสำคญั ของประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย
กำหนดปัญหา
๓. ครเู ปิด VDO เกย่ี วกับประเพณีและวัฒนธรรมไทย แล้วใหน้ ักเรียนวิเคราะหว์ ่าใน VDO ครู

ถามคำถามวา่ เขาทำอะไรบ้าง มขี นั้ ตอนอย่างไรบ้าง จดั ข้นั เมอ่ื ใด
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน (๓๐ นาท)ี

ทำความเข้าใจปญั หา
๔ ครตู ังคำถามกระตุ้นใหเ้ กิดความสนใจในชน้ั เรียน แล้วสุมถาม คำถามมีดงั นี้

-นักเรียนร้จู กั ประเพณีอะไรในทอ้ งถิ่นของตนเอง และมีจดุ ประสงค์อะไรในการจดั ขึน้
แนวคำตอบ ประเพณบี ญุ ข้าวสาก เพ่อื ให้พุทธศาสนกิ ชนไดร้ ะลกึ ถึงบรรพบุรษุ สือ่ ถึงความ
กตัญญูกะตะเวที
๕. นกั เรยี นแบ่งกลุมออกเปน็ ๔ กลมุ่ กลุม่ ละ ๔ คน คละชาย-หญิง
ดำเนนิ การศกึ ษาค้นคว้า
๖. ครูให้นกั เรยี นมารบั ใบความรู้ กระดาษชารท์ ปากกาเคมี และหัวข้อท่ีจะให้ศึกษา

มีด้งนี้ ๑ .ประเพณีหมายถงึ
๒ .วฒั นธรรมหมายถงึ
๓ .มคี วามสำคัญอยา่ งไร
๔ .ใหน้ กั เรียนบอกประเพณที ี่นักเรยี นเคยเห็นในชุมชนของตนเองมาอยา่ งน้อย

๓ ประเพณี
๗. ครูอธบิ ายข้นั ตอนในการทำกิจกรรม
-ใหน้ ักเรียนศึกษาข้อมูลในใบความรทู้ คี่ รแู จกให้
-ใหน้ ักเรยี นสรปุ องคความรูท้ ่ีนักเรยี นได้ศึกษาตามหัวข้อท่ีกำหนด แต่ละกลุ่มจะได้หวั ข้อ

ทงั้ หมด ๔ หวั ขอ้ ตามทก่ี ำหนด ทำเปน็ แผนผงั ความคดิ ลงในกระดาษชาท ทค่ี รูแจกให้ พร้อมตกแตง่
ให้สวยงาม


Click to View FlipBook Version