วารสาร
เรอื่ ง ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนชา้ งถวายฎีกา
จดั ทาโดย
นางสาวกนกวรรณ บุญเรอื งรอด เลขที่ ๑ นางสาวปิยวรรณ โพธิท์ อง เลขท่ี ๑๙
นางสาวกวิสรา ไตรเมศ เลขที่ ๒ นางสาววรพรรณ โพธท์ิ อง เลขท่ี ๒๘
นางสาวกัญญาณัฐ ข้องม่วง เลขที่ ๓ นางสาวศศธิ ร ราชสหี ์ เลขที่ ๓๑
นางสาวกัญญาณัฐ สมบตั ิเจริญ เลขท่ี ๔ นางสาวศุภสุตา อนุ่ อนิ เลขที่ ๓๒
นางสาวฐติ ิมา อินทร์ทองน้อย เลขที่ ๘ นางสาวอาภาพรรณ บญุ เรืองโรจน์ เลขท่ี ๔๑
นางสาวธนัญญา นาคนิยม เลขที่ ๑๑
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๖/๙
เสนอ
คุณครูชมยั พร แก้วปานกนั
วารสารฉบบั นี้เป็นส่วนหนงึ่ ของรายวิชาภาษาไทย ๕ (ท๓๓๑๐๑)
ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
โรงเรยี นสงวนหญิง
สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต ๙ สพุ รรณบุรี
ก
คานา
วารสารเร่ือง “ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา” เล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย ๕
รหัสวิชา ท๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ มีจุดประสงค์เพ่ือศึกษาความรู้เก่ียวกับวรรณคดีไทยเรื่อง “ขุนช้าง
ขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา” ซ่ึงวารสารเล่มนี้มีเน้ือหาเกี่ยวกับบทเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวาย
ฎีกา ได้แก่ ท่ีมาและความสาคัญของขุนช้างขุนแผน เนื้อเร่ืองของวรรณคดีเร่ืองนี้ ประวัติผู้แต่ง ลักษณะคา
ประพันธ์ บทประพันธ์เสภา โครงเรื่อง สาระของเร่ือง รวมไปถึงการวิเคราะห์คุณค่าท้ัง ๓ ด้าน ได้แก่ ด้าน
เน้ือหา ด้านวรรณศิลป์ และด้านสังคมท่ีสะท้อนความคิดความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี และค่านิยมของ
คนไทยในสมยั นัน้
การศึกษาค้นคว้าเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา” ฉบับน้ี กลุ่มของข้าพเจ้าได้วาง
แผนการดาเนนิ งานการศกึ ษาค้นควา้ เปน็ ระยะเวลา ๒ สปั ดาห์ ศกึ ษาจากแหลง่ ความรู้ต่างๆ อาทิ ตาราหนังสอื
เรยี นวรรณคดีวจิ ักษ์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๖ และแหลง่ ความรู้จากเวบ็ ไซตต์ ่างๆในอินเทอรเ์ นต็
การจดั ทาวารสารเล่มน้ี สาเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์ไปด้วยดี กลมุ่ ของข้าพเจ้าขอขอบพระคุณ คุณครชู มัย
พร แก้วปานกัน ท่ีได้ให้คาแนะนาเก่ียวกับการทาวารสาร จนทาให้วารสารเล่มน้ีสมบูรณ์ในด้านการเรียบเรียง
เนอ้ื หา การวิเคราะห์เนอื้ หาต่างๆ ไดส้ าเรจ็ ลุล่วงไปด้วยดี
กลุ่มของข้าพเจ้าหวังเปน็ อย่างยิ่งว่าเน้ือหาในวารสารเล่มนี้ ที่กลุ่มของข้าพเจ้าได้เรียบเรยี งมา จะเป็น
ประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี หากมีสิ่งใดในวารสารเล่มน้ีที่จะต้องปรับปรุง กลุ่มของข้าพเจ้าขอ
นอ้ มรับในข้อชีแ้ นะ และจะนาไปแก้ไขหรือพฒั นาใหถ้ กู ต้องสมบรู ณต์ อ่ ไป
กลมุ่ ขุนชา้ งขุนแผน
สารบญั ข
เรื่อง หนา้
คานา ก
สารบัญ ข
ขุนช้างขุนแผน
๑–๒
- ความเป็นมา ๒–๓
- การชาระเสภาเร่อื งขุนชา้ งขุนแผน
ประวตั ผิ ูแ้ ต่ง ๔
ลักษณะคาประพนั ธ์
- กลอนเสภา (กลอนสภุ าพ) ๕
เนอื้ เรื่อง
- เนื้อเรอื่ งขุนช้างขนุ แผน ๖–๙
- เนื้อเรอ่ื งขนุ ช้างขนุ แผน ตอน ขนุ ชา้ งถวายฎีกา ๑๐ –๑๒
เนือ้ เร่ืองจากบทประพนั ธ(์ บทเสภา)
- บทเสภาเร่อื งขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ขนุ ชา้ งถวายฎีกา ๑๓ –๒๗
ถอดคาประพนั ธ์
๒๘ –๕๑
- ถอดคาประพนั ธข์ นุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ขนุ ชา้ งถวายฎีกา
๕๒ –๕๖
วิเคราะหค์ ณุ ค่า ๕๗ –๖๖
- ดา้ นเนื้อหา ๖๗ –๗๑
- ดา้ นวรรณศิลป์ ๗๒ –๗๔
- ดา้ นสังคม
๗๕
อภิธานศพั ท์
บรรณานุกรม
๑
ความเป็นมา
สมเดจ็ ฯกรมพระยาดารงราชานภุ าพทรงอธิบายไว้ใน “วา่ ดว้ ยเร่ืองขนุ ชา้ งขนุ แผน” ฉบับหอพระ
สมุดวชิรญาณ พิมพ์ พ.ศ. ๒๔๖๐ ไวว้ า่
“เรอ่ื งขนุ ชา้ งขนุ แผนเปน็ เรื่องจรงิ เกดิ ในคร้ังกรุงเกา่ เนื้อความปรากฏจดไวใ้ นหนังสือคาใหก้ าร
ชาวกรุงเกา่ นับเป็นเรื่องในพระราชพงศาวดารมีอยู่ดังน้ี...”
ข้อความขา้ งตน้ มีประเด็นอภิปราย ๒ เร่ือง คอื
๑.เรื่องขุนชา้ งขุนแผนมีที่มาจากเร่อื งจรงิ ทเ่ี กิดขนึ้ สมัยกรงุ ศรอี ยุธยา
๒.เนอื้ ความเรื่องขุนชา้ งขุนแผน(บางตอน) ปรากฏจดไวใ้ นคาให้การชาวกรุงเก่า
ประเดน็ แรก เชือ่ ไดว้ า่ เร่ืองขุนชา้ งขนุ แผนมเี ค้าเรื่องจรงิ โดยเฉพาะเรอื่ งรกั สามเส้าระหวา่ งหนงึ่ หญงิ
สองชาย ชาวสุพรรณบรุ ี ซึ่งจบลงด้วยผ้หู ญิงถกู ประหารชีวติ ต่อสาธารณะ นา่ จะเปน็ เร่ืองที่โจษขานกันยาวนาน
จนกลายเป็นนทิ าน เม่ือพฒั นาจากเรื่องสู่กนั ฟังมาเป็นการเลา่ เร่ืองแบบมหรสพ คือเล่าเป็นคากลอนขับลาเป็น
ท่วงทานอง ต่อมามดี นตรปี ระกอบ ซ่งึ เรียกวา่ เสภา เรื่องขุนชา้ งขนุ แผนกค็ ล่ีคลายจากเร่ืองจรงิ ไปสู่
วรรณกรรมบนั เทิงคดที เี่ สรมิ แตง่ เรอ่ื งราวให้พิสดารขึน้ ดว้ ยจินตนาการและฝปี ากของกวแี ละนกั ขับเสภาหลาย
คนหลายยคุ สมัย รวมทั้งในสมยั รัตนโกสินทรก์ วไี ด้ดดั แปลงเหตุการณป์ ระวตั ิศาสตร์อยุธยาตอนอ่ืนๆ เติมเข้าไป
ในเนื้อเรื่องอีกด้วยทาใหเ้ ร่ืองขนุ ช้างขนุ แผนเปน็ วรรณกรรมบนั เทองทค่ี นฟงั ติดอกติดใจ เชอ่ื ถอื คลอ้ ยตามว่า
เป็นเรอ่ื งจริงทั้งหมด เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่นกั ขับเสภาสมัยรตั นโกสนิ ทร์นามาใช้สรา้ งโครงเรอ่ื งย่อยที่ทา
ให้เกดิ สีสนั ในเร่อื ง เช่น ตอนชิงราชธิดา ในพระราชพงศาวดารอยุธยาบนั ทึกว่า ยกพระราชธิดาใหพ้ ระเจา้ ล้าน
ช้างแตเ่ จา้ เมืองพิษณโุ ลกชงิ ตัวไประหวา่ งทางในเสภากลายเป็นพระเจา้ ลา้ นช้างยกราชธดิ าให้กษัตรยิ ์อยุธยา
แล้วพระเจา้ เชียงใหม่ชงิ ตัวไป เป็นเหตุการณ์ในราว พ.ศ.๒๑๐๗ อีกตอนหนึ่งคือ ตอนขุนแผนพลายงามชว่ ย
พระท้ายน้าหนอี อกจากคุกท่เี ชยี งใหม่ นามาจากเหตุการณ์ในประวัตศิ าสตรเ์ มื่อพระยาเดโชถกู จาคุกทอี่ งั วะ
พ.ศ.๒๒๐๕ (พงศาวดารกรุงศรีอยธุ ยา ฉบบั หมอบัดเล ๒๕๔๕:๖๘-๗๒ และ ๒๘๙-๒๙๐) สรปุ ว่า เรอื่ งราวใน
ขุนชา้ งขนุ แผนมีพฒั นาการต่อเน่อื งยาวนานกวา่ ๔๐๐ ปี โดยปรบั เปล่ยี นจากเรอื่ งจริงเป็นนทิ าน จากนทิ าน
เปน็ เสภา จากวรรณกรรมมุขปาฐะเปน็ วรรณกรรมลายลักษณ์ และจากวรรณกรรมชาวบ้านเป็นวรรณกรรม
ราชสานกั
ประเดน็ ทีส่ อง เนอื้ ความเร่ืองขุนชา้ งขุนแผนมีจดไว้ในคาให้การชาวกรงุ เกา่ เนื้อความย่อๆมีวา่
พระมหากษัตริย์อยธุ ยาทรงพระนามพระพนั วษา โปรดเกล้าฯให้ขุนแผนพ้นโทษไปตเี มืองเชียงใหม่ ขนุ แผนตี
เมืองเชียงใหม่สาเร็จ นานางสร้อยทองพระราชธิดาพระเจา้ ลา้ นช้าง กบั พระมเหสแี ละพระธิดาของพระเจา้
เมืองเชียงใหมม่ าถวายพระพันวษา พระพนั วษาตัง้ นางสร้อยทองเปน็ พระมเหสีฝ่ายซา้ ย ตั้งนางแว่นฟ้าทองเปน็
นางสนมเอกส่วนมเหสขี องพระเจ้าเชียงใหม่โปรดฯใหส้ ่งกลับคนื ไป ต่อมาภายหลังขุนแผนถวายดาบฟา้ ฟ้นื ให้
พระพันวษา เนอื้ ความจากคาให้การชาวกรุงเก่าทาใหส้ มเด็จฯกรมพระยาดารงราชานภุ าพทรงสนั นิษฐานวา่
ขนุ แผนมีตวั ตนจรงิ และเปน็ ทหารเอกในสมเดจ็ พระพันวษา กษัตริยอ์ ยธุ ยา ซ่งึ คอื พระรามาธิบดีท่ี ๒ เรอ่ื งขนุ
ช้างขุนแผนจงึ น่าจะเกิดระหวา่ ง พ.ศ.๒๐๓๔ กับ ๒๐๗๒ และกว่าจะเปน็ เสภากใ็ ชเ้ วลาอีกนบั รอ้ ยปี (เสภสเร่อื ง
๒
ขุนชา้ งขนุ แผน,๒๕๑๓ : (๑๑)) เมือ่ ครั้งสมเด็จฯกรมพระยาดารงราชานุภาพอา้ งถงึ คาให้การชาวกรุงเกา่ เปน็
การรวบรวมขอ้ มูลท่จี ดบันทึกจากคาให้การของเชลยศกึ จากสยามที่ถูกต้อนไปองั วะหลงั เสียกรงุ พ.ศ.๒๓๑๐
ดังนั้นการอ้างถึงเหตกุ ารณ์เกี่ยวกบั ขนุ แผนและพระพันวษาทเี่ กิดก่อน ๒๐๐ ปี จงึ น่าสงสัยวา่ เปน็ เรอื่ งจรงิ
หรือไม่ ครสิ เบเคอร์ และ ผาสกุ พงษ์ไพจิตร มคี วามเหน็ ว่า เชลยศึกอาจเล่าเรื่องจากเสภาซึง่ จดจาได้ขึ้นใจ ดงั
สรปุ ไวว้ ่า “นา่ จะเปน็ ว่าเชลยศกึ เลา่ เร่อื งในเสภาแลว้ ถกู จดบนั ทึกไว้ในคาให้การ...ท้งั น้ี เพราะว่าเรื่องราวใน
เสภานนั้ ชา่ งดูเหมือนเหตกุ ารณ์จรงิ จนเป็น”เรอ่ื งจรงิ ”สาหรบั ผคู้ น หรืออาจเป็นเพราะว่าผู้ท่บี ันทกึ คาให้การ
...ทีอ่ ังวะ เข้าใจผดิ ” (คริส เบเคอร์ และ ผาสกุ พงษ์ไพจิตร ๒๕๕๑ : ๑๔๔) ขอ้ สันนิษฐานใหม่นี้อาจจะไมไ่ ด้
คัดค้านว่า เรื่องรักสามเศรา้ ของขนุ ช้างขุนแผนและนางพิมเป็นเรอ่ื งจรงิ ในสมยั อยุธยา เพียงแตว่ ่าหลักฐานจาก
คาใหก้ ารชาวกรงุ เก่าไมใ่ ชห่ ลักฐานที่มีน้าหนักสนับสนุน เพราะบนั ทึกขน้ึ ในภายหลัง ซง่ึ อาจวา่ เชลยศึกไทยฟงั
เสภาเรื่องขุนช้างขนุ แผนจนจาได้ขนึ้ ใจ และคล้อยตามวา่ เป็นเร่ืองจริงทุกอย่าง
การชาระเสภาเรื่องขนุ ช้างขนุ แผน
ดงั ได้กลา่ วแล้วว่าเรือ่ งขนุ ชา้ งขนุ แผนเปน็ วรรณคดที ่ีนิยมสืบเนื่องยาวนานเกือบ ๔๐๐ ปี ตลอด
ระยะเวลาเหล่าน้ี เร่ืองขุนช้างขนุ แผนมีพฒั นาการทางรปู แบบการนาเสนอและเน้ือเรือ่ ง สมเด็จฯกรมพระยา
ดารงราชานภุ าพทรงสนั นษิ ฐานวา่ การพัฒนาเรือ่ งขนุ ช้างขุนแผนจากนิทานเปน็ เสภาในตอนแรกๆ คงมีแตบ่ ท
กลอนตอนสาคัญๆ เช่น บทสังวาส บทพ้อ บทชมโฉม บทชมดง เพ่ือแทรกเลา่ นทิ าน โดยอาจเปน็ กลอนสดแตง่
ในขณะเลา่ นทิ าน ต่อมาเม่อื คนนยิ มมาก จึงคิดอ่านแต่งนทิ านเป็นคากลอนทัง้ เร่ืองเนื่องจากเรือ่ งขนุ ชา้ ง
ขุนแผนเป็นเรอื่ งยาว สุดวิสยั จะขับเสภาจนจบเรอ่ื งในวันเดียวจงึ แต่งเปน็ ตอนๆ ใครชอบใจจะขบั ตอนไหนก็
แต่งตอนนั้น เรื่องราวจึงไม่ปะติดปะต่อกนั เหตุการณ์สลบั กัน และชือ่ ตัวละครไม่ตรงกัน มกี ารแตง่ บทเสภาตอน
ต่างๆขนึ้ ใหม่ในสมยั รชั กาลท่ี ๒ โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ พระราชนพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา้ นภาลัย
และกวอี น่ื ๆในราชสานกั ทาใหเ้ สภาเร่ืองขุนช้างขนุ แผนปรบั เปลี่ยนจากวรรณคดีชาวบา้ นเป็นวรรณคดรี าช
สานกั และในรัชกาลนี้ไดม้ ีการเพมิ่ ป่ีพาทย์เขา้ ไปในการเลน่ เสภาดว้ ย บทเสภาสานวนหลวงเปน็ เหตุให้เกิด
ความนยิ มบทเสภาท่ีแต่งใหม่ ทาใหใ้ นรัชกาลนม้ี ผี ู้ขวนขวายแตง่ บทเสภาตอนอืน่ ๆ ทย่ี ังไม่ไดแ้ ต่งในสมัยรัชกาล
ที่ ๒ ตอ่ มาในรัชกาลที่ ๓ บทเสภาสานวนหลวงนบั ว่าบริบูรณ์ เพราะมีการแต่งขนึ้ แทนบทเดมิ เกือบ ตลอดเรือ่ ง
ขุนชา้ งขุนแผน ทาให้มกี ารรวมบทเสภาเป็นเรอื่ งในสมัยรัชกาลท่ี ๓ นี้ ในสมยั รัชกาลท่ี ๔ มีกวีที่คิดแต่งบท
เสภาเพม่ิ เตมิ เช่น ตอนจระเข้เถรขวาด ตอนพลายเพชรพลายบัว และแตง่ บทประชนั สานวนของเดมิ อกี หลาย
ตอน เช่นสานวนครูแจ้ง ในสมยั รัชกาลที่ ๕ มีการพิมพ์บทเสภาขุนชา้ งขนุ แผนเปน็ คร้ังแรก พ.ศ.๒๔๑๕ โดย
โรงพมิ พ์หมอสมิธ เม่ือหาซื้อบทเสภาสานวนหลวงไดง้ ่ายแลว้ จึงไมค่ อ่ ยมีผู้แตง่ บทเสภาข้ึนใหม่อีก บทเสภาที่
พิมพ์ข้ึนน้ีมีเนื้อความตง้ั แตต่ น้ จนจบถงึ ตอนพลายเพชรพลายบวั ในพ.ศ. ๒๔๖๐ สมเด็จฯกรมพระยาดารงรา
ชานภุ าพ และกรมหมืน่ กวีพจน์สุปรีชา กรมการหอพระสมุดวชิรญาณร่วมกนั ชาระเสภาเร่ืองขนุ ช้างขุนแผน
เพราะทรงเหน็ วา่ ฉบับที่พมิ พ์จาหน่ายในขณะนน้ั "เรียกว่าหนงั สือเสภาเป็นจลาจล" เพราะมีผแู้ ก้ไขตดั เติม
ถอ้ ยคาโดยไม่รู้ ทาใหเ้ น้อื ความคลาดเคล่ือน และเวลาพิมพ์ การตรวจสับเพรา่ จึงทาให้อักขระวิบตั ิอีกชน้ั หน่ึง
๓
ในการชาระวรรณคดเี รอื่ งน้ี กรมการหอพระสมดุ วชิรญาณ ไดช้ าระสอบทานต้นฉบับของเสภาเก่า
ฉบบั หลวงสมยั รัชกาลท่ี ๒ และท่ี ๓ และสานวนแต่งประชันของกวีเชลยศกั ด์ิตา่ งๆ โดยเลือกสรรสานวนท่ดี ี
เลศิ ถูกต้อง มาประสมประสานกัน และแต่งเชื่อมต่อให้ราบรื่นเป็นเนอื้ เดยี ว ทั้งนี้เพราะ"มีความประสงคจ์ ะ
รกั ษาหนังสือกลอนเปน็ อยา่ งดใี นภาษาไทยไว้ให้ถาวร เป็นข้อสาคัญยิง่ กว่าจะพยายามรักษาเร่ืองขุนชา้ ง
ขนุ แผน"ดังนัน้ แมจ้ ะพยายามรกั ษาถ้อยคาของกวีตามต้นฉบับเดิม แตก่ จ็ าเป็นตอ้ งปรับปรุงแกไ้ ขด้วยสาเหตุ
ต่างๆคือ
๑. บทหยาบคาย เสภาสานวนเดมิ บางแห่งหยาบคาย จนห้ามผหู้ ญงิ อ่าน ในการชาระคร้ังแรกนีจ้ งึ ตดั
ตอนทีห่ ยาบคายออก แตไ่ มไ่ ดต้ ดั ท้ังหมด เพราะสมเด็จฯกรมพระยาดารงฯ ก็ทรงเห็นวา่ "กลอนเสภาดีอยู่ท่ี
สานวนเล่นอยา่ งปากตลาด บางทีก็พูดสปั ดนหรอื ด่าทอกัน ถ้าถือวา่ เป็นหยาบคายตดั ออกเสียหมด กเ็ สยี
สานวนเสภา จึงคงไว้เพยี งเทา่ ท่ีจะไมถ่ งึ น่ารังเกยี จ"
๒. บทตลก ความขบขันมีอยู่ในเนื้อเร่ืองขนุ ช้างขุนแผนสมบูรณอ์ ย่แู ล้ว แตเ่ สภาสานวนเดิมมผี ู้แตง่
แทรกบทจาอวดไว้หลายแห่ง เมอื่ มาอ่านเป็นหนังสือไม่ขบขัน กลบั ทาให้เสยี
๓. ความแตง่ เชือ่ มตรงหัวต่อ เม่อื รวมเสภาตอนต่างๆเป็นเร่ือง มผี ูแ้ ต่งเชื่อมตอนต่างๆเขา้ ดว้ ยกนั แต่
บางแห่งเชื่อมไม่ดี ความไม่เข้ากันบา้ ง ซา้ กันบ้าง ขาดเกินบกพร่องไปบ้าง จงึ มีการแก้ไขตรงหัวต่อเหล่าน้ใี ห้
ความเช่ือมกนั สนิทดขี นึ้
๔. ถอ้ ยคาและกลอนวิปลาส กไ็ ด้แกไ้ ขโดยสอบทานจากฉบับเก่า หากหาฉบับเกา่ สอบทานไมไ่ ด้ ให้
แก้ไขเฉพาะทีเ่ หน็ ว่าผิดแน่ๆ
ดงั นัน้ การชาระเสภาขนุ ช้างขุนแผน โดยหอพระสมุดวชิรญาณ ใชว้ ธิ ีเทยี บเคยี งต้นฉบับตัวเขียนหลายสานวน
มตี ัดออก แต่งเพ่ิม และพิมพ์บทเสภาท่ีไมเ่ คยพิมพ์มาก่อนรวมไปดว้ ย ได้แก่ตอนตีเมอื งเชียงใหม่ กบั ตอน
จระเขเ้ ถรขวาด รวมทั้งสนิ้ ๔๓ ตอน
อนงึ่ วรรณกรรมบนั เทงิ คดีทเ่ี ป็นยอดนิยมมักมีการแตง่ เน้อื เรื่องต่อให้พสิ ดารยืดยาวเพ่ือสนองความต้องการ
ของคนดู คนฟงั คนอา่ น เรือ่ งทีข่ ยายต่อออกไปมักเปน็ เรอื่ งราวของรนุ่ ลกู รุ่นหลาน เร่ืองขนุ ชา้ งขุนแผนก็
เช่นกนั จากที่มีการเพ่ิมเร่ืองของพระไวย ก็มีเพิ่มเร่อื งของพลายชมุ พล และต่อมากม็ ีผแู้ ต่งเร่อื งพลายเพชร
พลายบวั ตน้ ฉบบั ท่ีไมไ่ ดช้ าระในสมัยที่สมเดจ็ ฯกรมพระยาดารงราชานุภาพและจัดพิมพ์ในชื่อวา่ เสภาเรื่องขนุ
ชา้ งขนุ แผน ฉบบั หอพระสมุดวชิรญาณ หรือเรียกกนั ในปจั จุบนั ว่าฉบับหอสมุดแหง่ ชาติ จงึ มีอีกเป็นจานวนมาก
ในปจั จุบัน หอสมุดแหง่ ชาติ กรมศิลปากร ไดต้ รวจสอบชาระตน้ ฉบบั เหลา่ นนั้ จบั ความตั้งแต่ตอน ๔๓ จระเข้
เถรขวาด ต่อเติมต้งั แตเ่ ณรจิว๋ แปลงเปน็ นกถึดทือไปคาบศีรษะเถรขวาดบนิ หนี จนถึงตอนที่ ๗๕ อุปราชกับ
สมภารลาวจับพรายเพชรได้ รวมเปน็ ๓๓ ตอน แตย่ งั ไม่จบความ แล้วจะพิมพ์เรยี กวา่ ขุนชา้ งขนุ แผน ภาค
บ่าย กรมศิลปากรเคยนาไปเล่นละครเสภา เชน่ ตอนพลายเพชรพลายบัวออกศกึ เปน็ ทนี่ ิยมช่นื ชอบอยมู่ าก
อยา่ งไรกต็ าม สานวนกลอนในตอนแตง่ ต่อเหล่านี้ น่าจะเป็นสานวนราษฎรไ์ ม่ใชส่ านวนหลวงและไม่มีคณุ คา่
มากนัก สมเด็จฯกรมพระยาดารงฯจึงไม่สนพระทยั ดังท่ีทรงกล่าวไวว้ ่า"ตอนต่อจากนน้ั ไป คอื ตอนพลายยงไป
เมอื งจีนกด็ ี ตอนพลายเพชรพลายบวั ก็ดีเห็นไม่มสี าระทางวรรณคดี จงึ ไมพ่ ิมพ์
๔
ประวัติผแู้ ตง่
วรรณคดเี รอื่ งขุนชา้ งขนุ แผนมกี วีแต่งกันหลายคน ในปลายสมยั อยุธยา และ ในสมยั รัตนโกสินทร์-
ตอนตน้ ตอนท่ไี พเราะสว่ นมากแตง่ ในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั (รชั กาลท่ี ๒)
การแตง่ เสภาเรื่องขุนชา้ งขุนแผน ไม่นิยมบอกนามผู้แต่ง มเี พยี งการสันนิษฐานผูแ้ ตง่ โดย พจิ ารณาจาก
สานวนการแตง่ เท่านั้นเสภาขุนช้างขุนแผนตอน ขนุ ชา้ งถวายฎีกา จงึ ไม่ทราบนามผแู้ ต่งท่ีแนช่ ดั แต่ได้รบั
การยกย่องจากวรรณคดสี โมสรวา่ แตง่ ดีเย่ยี มโดยเฉพาะกระบวนกลอนท่สี อ่ื อารมณส์ ะเทือนใจ
และเปน็ ๑ ใน ๘ ตอนที่ไดร้ บั การยกย่องว่าแตง่ ดยี อดเย่ียมจากวรรณคดีสมาคมอีกด้วย
มีการสนั นษิ ฐานที่แตกตา่ งกันออกไปเก่ยี วกับผแู้ ตง่ ขนุ ช้างขุนแผน และมกี ารสันนษิ ฐานวา่ มผี ู้แตง่
หลายคน เช่น พระบาทสมเด็จพระบาทสมเดจ็ พระพุธเลศิ หล้านภาลยั , พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกล้าเจา้ อยหู่ ัว
เม่อื คร้ังดารงพระยศเปน็ กรมหม่ืนเจษฎาบดินทร์ , สุนธรภู่, ครแู จง้ และผแู้ ต่งท่ีไม่ปรากฏนามอีกหลายท่าน
ต่อมาสมเดจ็ พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงเดชานุภาพก็ทรงนิพนธ์ในตอนท่ีขาดหายไป
โดยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้านภาลยั ทรงแต่งตอน พลายแก้วเปน็ ชกู้ ับนางพิม ขุนแผนข้ึนเรอื นขนุ ช้าง
ขนุ แผนเข้าห้องนางแกว้ กิริยา ขนุ แผนพานางวันทองหนี พระบามสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ทรงแตง่ ตอน
ขนุ ชา้ งขอนางพิมและขนุ ช้างตามนางวันทอง สุนทรภู่ ไดแ้ ต่งตอน กาเนดิ พลายงาม ครแู จ้ง ไดแ้ ต่งตอน
กาเนิดกุมารทอง ขนุ แผนพลายงามแก้พระทา้ ยน้า สะกดพระเจ้าเชียงใหม่และยกทัพกลับ จระเข้เถรขวาด
แต่บทเสภาเรือ่ งขุนชา้ งขุนแผนตอน ขนุ ชา้ งถวายฏกี า เป็นตอนที่ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง มีเพียงการสนั นิษฐานว่า
คงมีราวๆ รชั สมยั สมเด็จพระนารายณม์ หาราช ในเบอื้ งตน้ คงเลา่ เปน็ นิทาน ภายหลงั จงึ มีการขับเปน็ ทานอง
หนงั สอื พงศาวดาร “คาใหก้ ารชาวกรงุ เก่า” ได้กลา่ วถงึ เรื่องราวที่เกยี่ วกบั เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน และจากข้อมลู
ในพงศาวดารเร่อื งน้จี ึงทาให้ทราบวา่ ขนุ แผนรับราชการอยู่ในสมยั สมเด็จพระพันวษา คือสมเด็จพระรามาธบิ ดี
ท่ี 2 ซึ่งครองราชย์ระหวา่ ง พ.ศ. 2034 – พ.ศ.2072
๕
ลกั ษณะคาประพันธ์
เรอื่ งเสภาขนุ ชา้ งขุนแผนเปน็ คาประพันธป์ ระเภทกลอนเสภา ๔๓ ตอน ซ่งึ มีอยู่ ๘ ตอนท่ไี ด้รบั ยกย่อง
ว่าแต่งดยี อดเยีย่ มจากวรรณดีสมาคมอนั มสี มเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดารงราชานุภาพทรงเป็น
ประธาน โดยลงมติเม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๔ และตอนขนุ ช้างถวายฎกี าเปน็ หนงึ่ ในแปดตอนที่ได้รบั การยกย่อง
ลกั ษณะคาประพันธ์กลอนเสภาเปน็ กลอนสภุ าพเสภาเปน็ กลอนขนั้ เล่าเรื่องอย่างเล่านทิ านจงึ ใชค้ า
มากเพอ่ื บรรจขุ ้อความใหช้ ดั เจนแกผ่ ฟู้ งั และมุ่งเอาการขบั ไดไ้ พเราะเปน็ สาคัญ สัมผสั ของคาประพันธ์ คอื คา
สุดทา้ ยของวรรคตน้ ส่งสมั ผัสไปยงั คาใดคาหนง่ึ ใน ๕ คาแรกของวรรคหลงั สัมผัสวรรคอ่นื และสัมผสั ระหว่าง
บทเหมือนกลอนสุภาพ
ท่มี าและมูลเหตุของการขับเสภาในประเทศไทยเสภา อาจจะมาจากคาว่า เสวา หรือ เสพา ในภาษา
สนั สกฤต ซึง่ แปลว่าการบูชาก็ได้ เพราะ การสวดบูชาพระเปน็ เจ้าของพราหมณ์นัน้ ทาเสียงเป็นทานองตา่ งๆ
ชาวทมิฬมกี ารบูชาพระเปน็ เจ้าหรอื เทวดา ขบั ลานาสรรเสริญใหเ้ ข้ากับเครอ่ื งดีดสี ตโี ทนเปน็ จงั หวะ ไทยคง
ได้รบั ประเพณีการขับเสภาจาก อินเดยี มานานแลว้ อยา่ งช้าที่สุดก็ในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ เพราะ
ในกฎมนเทยี รบาลสมยั น้ี ไดก้ าหนดเวลาพระราชานุกิจไว้ว่า หกทุม่ เบิกเสภาดนตรี เจ็ดทุ่มเบิกนิยาย แต่การ
ขับเสภาในสมยั ก่อน คงขับเป็นลานาเรอื่ งนทิ านเฉลิมพระเกียรตพิ ระเปน็ เจ้า เชน่ มหาภารตะ หรอื
รามเกยี รต์หิ รอื ขบั นิทาน เฉลมิ พระเกยี รติพระเจา้ แผน่ ดนิ บทที่ขบั คงเปน็ กลอนสด ในคร้ังนั้นยังมิได้มีการขับ
เรื่องขุนชา้ งขนุ แผน
เชน่ ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
โอ้แมเ่ จ้าประคณุ ของลูกเอย๋ มิพอทจี่ ะต้องพรากก็จากมา
อ้ายหวั ใสขม่ เหงไมเ่ กรงหน้า
เวรกรรมนาไปไมร่ ั้งรอ ขอษมาแม่แลว้ กข็ บั พราย
มนั ไปฉดุ มารดาเอามาไว้ มารดาก็ฟื้นต่ืนโดยงา่ ย
ท่ีทาแค้นกจู ะแทนให้ทนั ตา วันทองรู้สึกกายก็ลมื ตา
เปา่ ลงด้วยพระเวทวิทยา
ดาบใสฝ่ ักไว้ไมเ่ คลื่อนคลาย
๖
เนื้อเรื่องเต็มโดยย่อขนุ ช้างขนุ แผน
เร่อื งขุนชา้ งขนุ แผนเขยี นขน้ึ โดยมเี คา้ โครงเรื่องจริง ตามหนังสือคาให้การชาวกรุงเก่า เกิดขน้ึ ในรชั กาล
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ระหว่าง พ.ศ. ๒๐๒๓ - ๑๐๗๒ สมเด็จพระรามาธบิ ดที ี่ ๒ ถูกสมมตุ พิ ระนามในเสภา
วา่ "พระพันวษา" กล่าวถึงครอบครวั สามครอบครัว คือ ครอบครวั ของขุนไกรพลพา่ ยรบั ราชการทหาร มภี รรยา
ช่ือ นางทองประศรี มีลูกชายดว้ ยกันช่อื พลายแก้ว ครอบครวั ของขนุ ศรวี ชิ ัย เศรษฐีใหญ่ของเมอื งสุพรรณบุรี
รับราชการเปน็ นายกองกรมช้างนอก ภรรยาชอ่ื นางเทพทอง มีลูกชายช่ือ ขุนชา้ ง ซ่งึ หัวล้านมาแต่กาเนิด และ
ครอบครวั ของพนั ศรโยธา เป็นพ่อคา้ ภรรยาชอื่ ศรีประจนั มลี ูกสาวรูปรา่ งหนา้ ตางดงามชื่อ นางพิมพิลาไลย
วันหนึ่งสมเดจ็ พระพันวษา มีความประสงคจ์ ะลา่ ควายป่า จึงส่ังให้ขุนไกรปลูกพลบั พลาและต้อนควายเตรียมไว้
แตค่ วายปา่ เหลา่ นน้ั แตกตน่ื ไม่ยอมเข้าคอก ขุนไกรจงึ ใช้หอกแทงควายตายไปมากมาย ท่ีรอดชีวิตกห็ นีเข้าปา่
ไป สมเดจ็ พระพนั วษาโกรธมากสั่งใหป้ ระหารชวี ิตขนุ ไกรเสีย นางทองประศรรี ู้ขา่ วจึงรบี พาพลายแก้วหนไี ปอยู่
ท่เี มืองกาญจนบุรี ทางเมืองสุพรรณบรุ ี มีพวกโจรจันศรขึน้ ปลน้ บา้ นของขนุ ศรีวิชยั และฆ่าขนุ ศรวี ชิ ยั ตาย สว่ น
พันศรโยธาเดนิ ทางไปคา้ ขายตา่ งเมือง พอกลบั มาถึงบา้ นกเ็ ป็นไขป้ า่ ตาย
เมอ่ื พลายแกว้ อายุได้ ๑๕ ปี กบ็ วชเณรเรียนวชิ าอยู่ทวี่ ัดส้มใหญ่ แล้วย้ายไปเรยี นต่อทีว่ ดั ปา่ เลไลยก์ ตอ่ มาท่วี ัด
ปา่ เลไลยก์จัดใหม้ ีเทศน์มหาชาติ เณรพลายแกว้ เทศน์กัณฑ์มัทรี ซ่ึงนางพมิ พลิ าไลยเป็นเจ้าของกัณฑเ์ ทศน์ นาง
พิมเลื่อมใสมากจนเปลือ้ งผ้าสไบบชู ากัณฑ์เทศ์ ขนุ ช้างเห็นเชน่ น้นั ก็เปลอ้ื งผา้ ห่มของตนวางเคยี งกับผ้าสไบของ
นางพิม อธิฐานขอใหไ้ ด้นางเป็นภรรยา ทาใหน้ างพมิ โกรธ ต่อมาเณรพลายแกว้ ก็สึกแลว้ ใหน้ างทองประศรีมาสู่
ขอนางพิมและแต่งงานกัน
มาทท่ี างกรงุ ศรีอยธุ ยาได้ขา่ วว่ากองทัพเชยี งใหม่ตไี ด้เมอื งเชียงทอง ซึง่ เป็นเมืองขน้ึ ของกรุงศรีอยธุ ยา
สมเด็จพระพันวษาถามหาเช้ือสายของขุนไกร ขนุ ชา้ งซงึ่ เขา้ ไปรับราชการอยู่จึงเล่าเรือ่ งราวความเก่งกลา้
สามารถของพลายแกว้ เพื่อหวงั จะพรากพลายแกว้ ไปใหห้ า่ งไกลจากนางพิม สมเดจ็ พระพันวษาจงึ ให้ไปตามตวั
มา แล้วแตง่ ตัง้ ให้เป็นแม่ทัพไปรบกับเมืองเชียงใหม่และได้รับชัยชนะกลับมา
นายบา้ นแสนคาแมนแห่งหมู่บา้ นจอมทอง เห็นว่าพลายแก้วกับพวกทหารไม่ได้เบียดเบยี นใหช้ าวบา้ นเดือดรอ้ น
จงึ ยกนางลาวทองลูกสาวของตนให้เป็นภรรยาของพลายแก้ว ส่วนนางพิมพลิ าไลย เมื่อสามีจากไปทัพได้ไมน่ าน
๗
กป็ ่วยหนกั รักษาเท่าไรก็ไม่หาย ขรวั ตาจูวัดป่าเลไลยกแ์ นะนาให้เปลีย่ นช่ือเป็นวันทอง อาการไขจ้ งึ หาย ขนุ ชา้ ง
ทาอบุ ายนาหม้อใหมใ่ ส่กระดูกไปใหน้ างศรปี ระจันกบั นางวันทองดูวา่ พลายแกว้ ตายแลว้ และขู่วา่ นางวนั ทอง
จะต้องถกู คุมตัวไว้เป็นมา่ ยหลวงตามกฎหมาย นางวันทองไมเ่ ชือ่ แต่นางศรปี ระจนั คิดว่าจริง ประกอบกบั เหน็
วา่ ขนุ ช้างเปน็ เศรษฐจี ึงบังคับใหน้ างวนั ทองแต่งงานกบั ขุนช้าง นางวันทองจาตอ้ งตามใจแม่ของตนแต่นางไม่
ยอมเข้าหอ
ขณะนน้ั พลายแกว้ กลับมาถึงกรงุ ศรีอยธุ ยาและได้บรรดาศักดิเ์ ป็นขุนแผนแสนสะทา้ น จากน้นั ก็พานาง
ลาวทองกลับสุพรรณบุรนี างวันทองเห็นขนุ แผนพาภรรยาใหมม่ าดว้ ยกโ็ กรธดา่ ทอโตต้ อบกับนางลาวทองและ
ลมื ตัวพดู ก้าวร้าวขุนแผน ทาให้ขนุ แผนโมโหพานางลาวทองไปอยู่ท่ีกาญจนบรุ ี สว่ นนางวันทองกต็ กเป็นภรรยา
ของขนุ ช้างอย่างจาใจ
ต่อมาขุนชา้ งและขุนแผนเขา้ ไปรับราชการอบรมในวงั และได้มหาดเลก็ เวรทง้ั สองคน วนั หนึ่งนางทอง
ประศรใี ห้คนมาส่งข่าววา่ นางลาวทองปว่ ยหนกั ขุนแผนจึงฝากเวรไวก้ บั ขุนชา้ งแล้วไปดอู าการของนางลาว
ทอง ตอนเชา้ สมเดจ็ พระพนั วษาถามถึงขนุ แผน ขนุ ชา้ งบอกวา่ ขุนแผนปนี กาแพงวังหนไี ปหาภรรยา สมเด็จ
พระพันวษาโกรธจงึ สง่ั ใหน้ าตัวนางลาวทองมากกั ไว้ในวงั สว่ นขนุ แผนใหไ้ ปตระเวนด่านห้ามเข้าวังอกี ทาให้
ขนุ แผนแค้นขุนชา้ งมากคดิ ชว่ งชิงนางวนั ทองกลบั คืนมา จึงออกหาของวิเศษ ๓ อย่าง คือ ดาบวิเศษ กุมารทอง
และม้าฝเี ทา้ ดี
ขุนแผนเดนิ ทางไปถึงซ่องโจรของหมนื่ หาญและสมคั รเข้าเปน็ สมุน วนั หน่ึงไดช้ ว่ ยชวี ติ หมื่นหาญใหร้ อด
พ้นจากการถูกววั แดงขวดิ ตาย หม่ืนหาญจึงยกนางบวั คลีล่ ูกสาวของตนใหเ้ ป็นภรรยาของขนุ แผน ต่อมาหม่นื
หาญเห็นขุนแผนมวี ิชาอาคมเหนือกว่าตนก็คดิ กาจดั โดยสั่งให้นางบวั คลวี่ างยาพิษฆา่ ขนุ แผน แตโ่ หงพรายมา
บอกให้ขุนแผนร้ตู ัว คนื น้ันพอนางบัวคล่นี อนหลบั ขุนแผนก็ผา่ ทอ้ งนางควกั เอาเด็กไปทาพธิ ีปลุกเสกเป็นกุมาร
ทอง ต่อจากน้ันกท็ าพธิ ตี ีดาบฟ้าฟืน้ และไปซ้ือม้าลกั ษณะดีไดต้ ัวหนงึ่ ชือ่ ม้าสีหมอก แล้วขุนแผนก็ไปทบ่ี ้าน
ของขุนชา้ งสะกดคนให้หลับหมดแล้วขนึ้ ไปบนบ้านแต่เข้าห้องผดิ จงึ พบนางแก้วกริ ิยาและไดน้ างเปน็ ภรรยา
จากนน้ั ก็ไปปลุกนางวันทองพาขนึ้ มา้ หนเี ข้าป่าไป
๘
ขุนชา้ งไปฟอ้ งสมเด็จพระพนั วษา พระองคใ์ ห้ทหารตามจับขุนแผน แตถ่ ูกขุนแผนฆา่ ตายไปหลายคน
ขนุ แผนกับนางวันทองหลบซ่อนอยู่ในป่าจนนางต้งั ท้อง จงึ พากันออกมามอบตัวส้คู ดีกบั ขุนชา้ งจนชนะคดี
ขุนแผนนางวันทอง และนางแกว้ กริ ิยาจึงอยู่ร่วมกันดว้ ยความสุข แต่ขนุ แผนนึกถึงนางลาวทองจงึ ขอร้องจมืน่
ศรเี สาวรักษใ์ ห้ขอตัวนางจากสมเดจ็ พระพันวษาทาให้พระองค์โกรธวา่ ขนุ แผนกาเรบิ จงึ สัง่ จาคกุ ขุนแผนไว้ นาง
แกว้ กริ ิยาตามไปปรนนบิ ตั ิขนุ แผนด้วย ส่วนนางวันทองพักอยทู่ ี่บา้ นของหม่นื ศรี ขุนชา้ งจงึ พาพรรคพวกมาฉุด
นางวนั ทองไปเป็นภรรยาอีก
ต่อมานางกค็ ลอดลูกชาย แล้วตัง้ ชือ่ ให้วา่ พลายงาม ขุนชา้ งรู้วา่ ไมใ่ ชล่ กู ของตนกเ็ กลยี ดชัง วันหนงึ่ จงึ
หลอกพาเขา้ ไปในปา่ ทุบตจี นสลบแล้วเอาท่อนไม้ทับไว้ โหงพรายของขนุ แผนมาช่วยไดท้ ัน นางวันทองจงึ ให้ลูก
ไปอยู่กบั นางทองประศรีที่กาญจนบรุ พี ลายงามไดร้ า่ เรียนวิชาของพอ่ เชย่ี วชาญ ขนุ แผนจึงพาไปฝากไว้กับหมน่ื
ศรี เพือ่ หาโอกาสใหเ้ ขา้ รบั ราชการ
ทางฝ่ายพระเจา้ เชียงอนิ ทร์ เจ้าเมืองเชียงใหม่ ใหท้ หารไปชิงตัวนางสรอ้ ยทองธดิ าพระเจา้ ล้านชา้ งระหว่างที่
เดนิ ทางไปยังกรงุ ศรอี ยธุ ยา เพราะพระเจ้าล้านชา้ งต้องการเปน็ ไมตรีด้วยจึงสง่ ธดิ ามาถวายตัวแล้วพระเจา้ เชยี ง
อินทรย์ ังสง่ หนังสือทา้ ทายสมเดจ็ พระพนั วษาอีกด้วย พลายงามได้โอกาสจึงอาสาออกไปรบ และขอใหป้ ลอ่ ย
ขนุ แผนออกจากคุกดว้ ย เพอื่ จะได้ชว่ ยกนั ทาศกึ ขุนแผนจึงพน้ โทษ ในขณะทีก่ าลังเตรยี มทัพนางแก้วกริ ิยาก็
คลอดลกู เป็นชาย ขุนแผนตงั้ ชือ่ วา่ พลายชมุ พล
แล้วขนุ แผนกบั พลายงามก็คมุ ทัพมุง่ สูเ่ ชียงใหม่ ขุนแผนได้แวะเย่ียมพระพิจิตรกบั นางบุษบาซึ่งเคยให้
ความช่วยเหลอื เม่อื ครงั้ ขุนแผนกับนางวนั ทองเขา้ มอบตวั พลายงามจึงได้พบนางศรีมาลาและได้นางเป็น
ภรรยา จากน้ันกค็ มุ ทพั ไปรบกับเชียงใหม่ได้ชยั ชนะ คร้นั กลบั ถงึ กรงุ ศรีอยุธยา ขุนแผนได้เป็นพระสรุ ินฤาไชย
เจา้ เมืองกาญจนบุรี พลายงามได้เป็นจมนื่ ไวยวรนาถ และสมเด็จพระพนั วษาก็ยกนางสรอ้ ยฟ้าธิดาของพระเจ้า
เชยี งอนิ ทร์ใหแ้ ต่งงานกับพระไวยพรอ้ ม ๆ กับนางศรีมาลา
พระไวยอยากใหแ้ ม่มาอยู่กับตนและคืนดีกับพ่อ จึงไปลักพานางวนั ทองมา ขนุ ช้างเคืองมากไปฟ้อง
สมเดจ็ พระพันวษา จงึ มกี ารไตส่ วนคดีกนั อีกคร้ังหน่ึง ในที่สดุ สมเดจ็ พระพนั วษาก็ถามความสมคั รใจของนางว่า
จะเลือกอยู่กับใคร นางตัดสนิ ใจไม่ได้ สมเด็จพระพันวษาหาว่านางเป็นหญิงสองใจจึงสั่งให้นาตวั ไปประหารชวี ิต
พระไวย พยายามอ้อนวอนขออภัยโทษได้ แต่ไปห้ามการประหารไม่ทัน
๙
ในครอบครัวของพระไวยก็ไม่ราบร่นื นกั เพราะนางสรอ้ ยฟ้าไม่พอใจทีพ่ ระไวยและนางทองประศรีรัก
นางศรมี าลามากกว่านาง จงึ มักจะมีการทะเลาะววิ าทกันอยู่เสมอ นางสร้อยฟา้ เจ็บใจจงึ ใหเ้ ถรขวาดทาเสนห่ ์
ให้พระไวย หลงรกั นาง แล้วนางสรอ้ ยฟา้ ก็หาเร่ืองใส่ความให้พระไวยตนี างศรมี าลา พลายชุมพลเข้าไปหา้ มก็
ถูกตีไปดว้ ย พลายชุมพลน้อยใจจึงหนอี อกจากบา้ นไปหาพ่อแม่ทก่ี าญจนบรุ ีเล่าเรื่องให้ฟัง แลว้ หนีต่อไปหายาย
ท่ีสโุ ขทยั ไดบ้ วชเณรและเล่าเรียนอยู่ทน่ี ัน้
ฝ่ายขุนแผนรีบไปทบ่ี ้านของพระไวย แลว้ เสกกระจกมนต์ให้ดวู า่ ถูกทาเสน่ห์ แต่พระไวยไม่เช่อื หาวา่
พ่อเล่นกลใหด้ ู และพูดลาเลิกบุญคุณท่ีช่วยพ่อออกมาจากคุก ขุนแผนแคน้ มากประกาศตัดพ่อตัดลกู แล้วกลับ
กาญจนบรุ ีทันที ต่อมาพลายชุมพลเรยี นวิชาสาเรจ็ แล้วกน็ ดั หมายกบั ขุนแผน เพื่อท่จี ะแก้แคน้ พระไวย
โดยพลายชมุ พลสึกจากเณรปลอมเปน็ มอญ ใช้ชอ่ื สมงิ มตั รา ยกกองทัพหุน่ หญ้าเสกมาถึงสุพรรณบรุ ี สมเดจ็
พระพนั วษา ให้ขนุ แผนยกทัพไปตา้ นศึก ขนุ แผนแกล้งแพใ้ หถ้ ูกจบั ได้พระไวยจงึ ต้องยกทัพไปและต่อสกู้ บั พลาย
ชมุ พล ระหว่างท่ีกาลังตอ่ สู้กนั ขนุ แผนบอกใหพ้ ลายชุมพลจับตวั พระไวยไว้ พระไวยเหน็ พ่อก็ตกใจหนีกลับไป
ฟ้องสมเดจ็ พระพันวษา พระองศ์จึงให้นางศรีมาลาไปรับตัวขุนแผนกับพลายชุมพลเขา้ วัง
พลายชมุ พลอาสาจบั คนท่ีทาเสนห่ ์ โดยขอหม่ืนศรีไปเปน็ พยานดว้ ย พลายชุมพลจบั ตวั เถรขวาดกบั
เณรจิ๋วไว้ แล้วขุดรปู ป้ันลงอาคมทฝี่ งั่ ไส้ใตด้ ินข้นึ มาได้ เสนห่ ์จงึ คลาย ตกดึกเถรขวาดกบั เณรจ๋ิวสะเดาะโซต่ รวน
หนีไป ในการไตส่ วนคดี นางสรอ้ ยฟ้าไมย่ อมรับวา่ เปน็ คนทาเสนห่ ์ และใสร่ ้ายวา่ นางศรีมาลาเป็นชกู้ ับพลายชุม
พล พอนางจับได้พลายชุมพลก็หนีไปยยุ งขนุ แผน ในทส่ี ุดก็มีการพิสูจน์ความบริสุทธ์ิโดยการลยุ ไฟ ผลออกมา
นางสรอ้ ยฟา้ แพ้ถกู ไฟลวกจนพพุ อง สว่ นนางศรีมาลาไม่เป็นอะไรเลย สมเดจ็ พระพนั วษาสั่งประหารนางสรอ้ ย
ฟ้า แตน่ างศรมี าลาชว่ ยขออภัยโทษให้ จึงเพียงถกู เนรเทศกลบั ไปอยทู่ ีเ่ ชยี งใหมเ่ ชน่ เดมิ ระหวา่ งเดินทางก็พบ
เถรขวาดกับเณรจ๋ิว จึงเดนิ ทางไปด้วยกนั กลับถึงเชยี งใหม่ได้ไม่นานนางก็ให้กาเนดิ ลูกชาย ชื่อ พลายยง สว่ น
นางศรมี าลากค็ ลอดลกู ชายเช่นกัน ขุนแผนตง้ั ชื่อใหว้ า่ พลายเพชร
พระเจา้ เชยี งอินทร์ ตั้งเถรขวาด เป็นพระสงั ฆราชเพื่อตอบแทนความดีความชอบที่พานางสรอ้ ยฟา้ ท่ี
กลับบา้ นเมืองได้อยา่ งปลอดภัย แต่เถรขวาดยังแค้นพลายชุมพล จึงเดนิ ทางมาที่กรงุ ศรีอยุธยา แปลงเป็น
จระเข้อาละวาดฆ่าคนและสตั ว์เลีย้ งไปมากมาย พลายชมุ พลจึงอาสาออกปราบจระเข้จนสาเร็จ ได้ตวั เถรขวาด
มาประหารชีวติ พลายชมุ พลไดบ้ รรดาศักดเิ์ ปน็ หลวงนายฤทธิ์ นับจากนนั้ เป็นต้นมาทุกคนก็อยู่กนั อย่างมี
ความสขุ
๑๐
เนือ้ เร่อื งย่อ ขนุ ช้างขนุ แผน
เน้อื เร่ืองย่อขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ขุนชา้ งถวายฎกี า ครัง้ หนึ่งสมเด็จพระพนั วษาเสดจ็ ประพาส
สพุ รรณบรุ ีเพ่ือทรงล่าควายป่า ขุนไกรพ่อของ พลายแกว้ มีหน้าท่ตี ้อนควายป่า เผอญิ ควายปา่ แตกตื่นขวิดผคู้ น
ขนุ ไกรจงึ ได้รับโทษประหาร ฝ่ายนางทองประศรีผู้เปน็ ภรรยาได้พาพลายแก้วซึง่ ยังเล็กอยู่หนอี าญาไปเมือง
กาญจนบรุ ี เมื่อ พลายแกว้ อายุ ๑๕ ปี นางทองประศรไี ด้พาไปบวชเรียนทวี่ ัดส้มใหญ่ เมอ่ื เรยี นร้วู ชิ าอาคมจน
จบ แล้วกไ็ ด้ไปบวชเรยี นต่อที่วัดป่าเลไลยก์เมืองสุพรรณบรุ ีตอ่ มาพลายแก้วไดแ้ ต่งงานกับนางพมิ หลังจาก
แต่งงานได้ ๒ วนั พลายแก้วก็ต้องยกทัพไปตีเมืองเชยี งใหม่ เม่อื ไดร้ ับชยั ชนะก็ได้ นางลาวทองเป็นภรรยา
ขณะท่ีพลายแกว้ ไปทาศึกนั้น นางพมิ ลม้ ป่วย ขรวั ตาจจู งึ แนะนาให้เปลี่ยนชือ่ เปน็ วนั ทอง เพือ่ รักษา
อาการไข้ ขนุ ช้างทหี่ ลงรกั นางวนั ทองมาโดยตลอดได้ใชอ้ บุ ายลวงวา่ พลายแกว้ ไปทัพ ตายเสียแล้ว และอา้ ง
กฎหมายว่าผหู้ ญิงม่ายทีส่ ามีไปทัพตายจะถูกริบเป็นม่ายหลวง นางศรีประจนั ผูเ้ ปน็ แม่เชื่อขุนช้างจงึ บงั คับให้
นางวันทองแต่งงานกบั ขนุ ชา้ งจนได้ แต่นางวนั ทองไม่ยอมเข้า เรอื นหอ เมอื่ พลายแกว้ ยกทพั กลบั กรงุ ศรีอยธุ ยา
พรอ้ มนางลาวทอง พระพนั วษาได้พระราชทาน บรรดาศักด์ิใหพ้ ลายแกว้ เปน็ ขนุ แผนแสนสะท้าน แลว้ พานาง
ลาวทองกลบั สพุ รรณบรุ ี ขนุ แผน รเู้ รื่องการแต่งงานของนางวันทองกับขนุ ชา้ งกโ็ กรธ ประกอบกับนางลาวทอง
และนางวนั ทองเกิด ววิ าทกัน ขนุ แผนจึงพานางลาวทองไปอยู่กาญจนบุรี ในทส่ี ุดนางวันทองก็ถกู นางศรปี ระจนั
เฆี่ยนตี และบงั คับจนต้องตกเป็นภรรยาขุนช้าง
ตอ่ มาขุนแผนกบั ขนุ ช้างได้ไปฝึกราชการกับจมื่นศรเี สาวรกั ษท์ ั้งสองได้คืนดกี นั กระทั่ง นางลาวทอง
ป่วยขุนแผนจึงฝากเวรไว้กับขุนชา้ ง ขนุ ช้างกร็ ับปากดว้ ยดี ครัน้ เม่อื พระพันวษารับสั่ง ถามถงึ ขุนแผน ขนุ ชา้ ง
กลับทลู วา่ ขนุ แผนหนเี วรปีนกาแพงวังไปหานางลาวทอง สมเดจ็ พระพันวษา กรวิ้ จงึ ลงโทษใหข้ ุนแผนตระเวน
ดา่ นหา้ มเฝ้า ส่วนนางลาวทองให้เอาไปไวใ้ นวัง ขนุ แผนมีความ อาฆาตขุนชา้ งมากจึงเดินทางไปสุพรรณบรุ ี
สะเดาะดาลประตูขึ้นเรือนขนุ ช้าง แตเ่ ข้าห้องผดิ ไป เข้าห้องนางแกว้ กิริยา ซ่ึงเป็นทาสในเรอื นขุนช้างและได้
นางเปน็ ภรรยา จากนนั้ จงึ พานางวนั ทอง หนีออกจากเรือนขุนชา้ งเขา้ ไปอยูใ่ นป่า จนกระท่งั นางวันทองใกล้
คลอด ขนุ แผนจงึ เขา้ พงึ่ พระพจิ ติ รกับนางบษุ บา ขนุ แผนเห็นว่าความผดิ ของตนจะทาใหพ้ ระพิจติ รเดอื ดร้อน
จึงขอร้อง ให้พระพิจติ รสง่ ตวั ไปสูค้ ดีกบั ขุนชา้ ง ในที่สุดขุนแผนก็เปน็ ฝ่ายชนะความ
๑๑
ขนุ แผนคดิ ถึงนางลาวทองซึง่ ถูกกักไว้ในวงั จึงได้ขอร้องให้จม่ืนศรกี ราบทลู ขอพระราชทาน อภยั โทษ
ใหน้ างลาวทอง เปน็ ผลให้พระพันวษากริ้ว รับสง่ั ใหล้ งอาญาจาคกุ ขนุ แผน สว่ นนางวันทอง ตอ้ งจาใจอยกู่ บั ขุน
ชา้ งและได้คลอดบุตรท่ีบา้ น ขุนชา้ ง ใหช้ ื่อว่า “พลายงาม” ขนุ ช้างรูว้ ่าไมใ่ ช่บตุ ร ของตนจึงวางอบุ ายฆ่า เมื่อ
นางวนั ทองทราบเรื่อง จากผีพรายของขนุ แผน จึงไปช่วยพลายงามได้ทัน และเล่าเรื่องท้ังหมดใหฟ้ ัง แล้วให้
พลายงามเดิน ทางไปอยู่กบั ย่าทองประศรีทกี่ าญจนบรุ ี ไดเ้ รยี น วิชาอาคมต่างๆ เมื่อเตบิ ใหญข่ นึ้ จมนื่ ศรีพาเขา้
ไป ถวายตวั เป็นมหาดเล็ก
เม่ือครั้งทีพ่ ระพนั วษากรว้ิ เจ้าเมอื งเชียงใหม่ ซึง่ ส่งพระราชสาสน์ มาทา้ ทายเปน็ เหตุให้ พลายงามมี
โอกาสกราบทลู อาสาและกราบทลู ขอขุนแผนให้ไปทพั ดว้ ย ขุนแผนจึงพน้ โทษ ขณะรอ ฤกษ์เคลื่อนทัพ นาง
แกว้ กริ ยิ าก็คลอดบุตร นางทองประศรีจึงใหช้ ื่อหลานวา่ “พลายชุมพล”
ขนุ แผนกับพลายงามเคลือ่ นทัพไปพักที่เมืองพจิ ิตร พลายงามพบรกั กบั ศรีมาลาลูกสาว พระพิจติ รกับ
นางบษุ บา ขุนแผนได้ขอศรีมาลาใหก้ ับพลายงาม ศึกเชียงใหมข่ นุ แผนและ พลายงามไดช้ ยั ชนะ เม่ือกลบั ถึงกรุง
ศรอี ยธุ ยาพลายงามได้รบั พระราชทานความดคี วามชอบเป็น จม่นื ไวยวรนาถ ไดร้ ับพระราชทานนางสร้อยฟ้า
ซ่ึงเปน็ พระธดิ าของพระเจา้ เชียงใหม่เป็นภรรยา พลายงามหรือจมนื่ ไวยวรนาถจึงแต่งงานกบั นางสรอ้ ยฟ้าและ
นางศรมี าลา ส่วนขุนแผนได้รับ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระสรุ นิ ทร์ไชยมไหสรุ ิยภักด์ิ ครองเมือง
กาญจนบุรี
จม่นื ไวยฯ เกิดความคิดทีจ่ ะพานางวนั ทองกลับมาอย่ดู ว้ ยกัน จะได้พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก พอตกดกึ จงึ
ไปลอบขนึ้ เรือนขนุ ชา้ งแลว้ พานางวนั ทองหนีมาอยทู่ บี่ ้านกับตน ตอนแรกนางก็ไมย่ ินยอมทีจ่ ะมา เพราะกลวั
จะเปน็ เรอื่ งให้อับอายวา่ คนน้ันลาก ไป คนนลี้ ากมาอีก และเกรงจะมีปัญหาตามมาภายหลัง จงึ บอกให้พลาย
งามนาความไปปรึกษาขนุ แผน เพ่อื ฟ้องร้องขุนช้างดีกว่าจะมาลกั พาตวั ไป แต่พลายงามไม่ยอม สุดท้ายนางวัน
ทองจึงจาต้องยอมไปกบั พลายงาม ฝ่ายขุนชา้ งนอนฝันร้ายก็ผวาตน่ื เอาตอนสาย คร้ันตืน่ ขน้ึ มาก็ร้องเรียกหา
นางวนั ทอง ออกมาถามบ่าว ไพรก่ ็ไมม่ ใี ครเห็นจงึ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มุ่งม่ันจะตามนางวันทองกลบั มาให้ได้
ฝ่ายพลายงามก็เกรงว่าขนุ ชา้ ง จะเอาผดิ ถ้ารู้ว่าตนไปพานางวันทองมาจะเพ็ดทูลสมเด็จพระพนั วษาอกี แม่
อาจจะต้องโทษไดจ้ ึงใช้ใหห้ มื่นวิเศษผลไปบอกขนุ ชา้ งวา่ ตนนั้นปว่ ยหนักอยากเหน็ หน้าแมจ่ งึ ใชใ้ หค้ นไปตาม
๑๒
นางวันทองมาเมื่อกลางดึก ขอให้ แม่อย่กู บั ตนสักพักหนึ่งแลว้ จะส่งตวั กลับมาอยู่กับขนุ ช้างตามเดิม ขุนชา้ ง
โมโหและแคน้ ยง่ิ นักทพ่ี ลายงามทา เหมือนขม่ เหงไมเ่ กรงใจตน จึงรา่ งคาร้องถวายฎกี า แล้วลอยคอมายังเรอื
พระที่นั่งของสมเด็จพระพนั วษาเพ่ือ ถวายฎกี า ทาให้สมเด็จพระพนั วษาพโิ รธมาก ให้ทหารรับคาฟ้องมาแล้ว
ให้เฆย่ี นขนุ ช้าง ๓๐ ทีแลว้ ปลอ่ ยไป และยังทรงต้ังกฤษฎกี าการรักษาความปลอดภยั วา่ ตอ่ ไปข้าราชการผใู้ ดที่
มีหนา้ ทร่ี ักษาความปลอดภยั แล้ว ปล่อยให้ใครเขา้ มาโดยมิไดร้ บั อนญุ าตจะมีโทษมหนั ต์ถึงประหารชีวติ กล่าว
ฝา่ ยขุนแผนนอนอยูในเรือนกับนางแกว้ กิรยิ าและนางลาวทองอย่างมีความสุข ครนั้ สองนาง หลับ ขนุ แผนก็
คิดถงึ นางวันทองท่พี ลายงามไปนาตวั มาไวท้ ีบ่ ้านจึงออกจากห้องยอ่ งไปหานางวนั ทองหวงั จะ ร่วมหลับนอนกนั
แตน่ างปฏเิ สธแล้วพากนั หลับไป แต่พอตกตึกนางวนั ทองกเ็ กดิ ฝันรา้ ยตกใจต่นื เล่าความฝัน ให้ขนุ แผนฟงั
ขนุ แผนฟังความฝนั ของนางก็รทู้ นั ทวี า่ เปน็ เรอื่ งร้ายอันตรายถงึ ชีวติ แนน่ อน แต่ก็แกลง้ ทานายไป ในทางดีเสยี
เพือ่ นางจะได้สบายใจ ขนุ ช้างจึงถวายฎีกา
ฝา่ ยสมเด็จพระพันวษา คร้ันทรงอ่านคาฟ้องของขุนช้างก็ทรงกริว้ ยง่ิ นกั ใหท้ หารไปตามตวั นางวนั ทอง
ขนุ แผนและพระไวยมาเฝา้ ทนั ทีขุนแผนเกรงว่านางวนั ทองจะมภี ยั จึงเสกคาถาและขผี้ ้งึ ให้นางวันทองทาปาก
เพื่อใหพ้ ระพนั วษาเมตตา แล้วจึงพานางเข้าเฝา้ เมือ่ พระพันวษาเห็นนางวนั ทองกใ็ จอ่อนเอน็ ดู ตรัสถาม
เรื่องราวทเ่ี ป็นมาจากนางวนั ทองวา่ ตอนชนะคดีให้ไปอยู่กับขุนแผนแล้วทาไมจงึ ไปอยู่กบั ขุนชา้ งนางวันทองก็
กราบทลู ดว้ ยความกลัวไปตามจรงิ วา่ ขุนแผนถูกจองจา ขุนช้างเอาพระโองการไปอา้ งให้ฉดุ นางไปอยดู่ ้วยเพ่ือน
บ้านเห็นเหตุการณ์ก็ไม่กล้าเข้าชว่ ยเพราะกลวั ผิดพระโองการ สมเดจ็ พระพันวษาฟงั ความทรงกรว้ิ ขนุ ชา้ งมาก
ทรงถามนางวันทองอีกว่าขนุ ชา้ งไปฉดุ ให้อยูด่ ้วยกนั มาตัง้ ๑๘ ปี แล้วคราวนห้ี นีมาหรอื มีใครไปรับมาอยกู่ ับ
ขุนแผน นางวนั ทองก็กราบทูลไปตามจริงวา่ พระไวยฯเปน็ ผ้ไู ปรับมาเวลาสองยาม ขนุ ชา้ งจึงหาความวา่
หลบหนีสมเด็จพระพันวษาทรงกริ้วพระไวยที่ทาอะไรตามใจตน นกึ จะขน้ึ บ้านใครก็ขึน้ ทาเหมือนบา้ นเมอื งไม่
มีขื่อมีแป และวา่ ขนุ แผนรูเ้ ห็นเปน็ ใจ สมเด็จพระพนั วษาทรงคดิ ว่า สาเหตุของความวนุ่ วายทงั้ หมดนีเ้ กดิ จาก
นางวนั ทองจึงให้นางวันทอง ตัดสินใจวา่ จะอยู่กบั ใคร นางวันทองตกใจ ประหม่า อกี ทงั้ จะหมดอายุขยั จึง
บนั ดาลใหพ้ ดู ไม่ออกบอกไมถ่ ูกว่า จะอยู่กับใคร นางให้เหตุผลว่า นางรกั ขนุ แผน แต่ขนุ ช้างกด็ กี บั นาง ส่วน
พลายงามก็เป็นลูกรัก ทาใหส้ มเด็จ พระพันวษากร้วิ มาก เห็นว่านางวนั ทองเปน็ คนหลายใจ เปน็ หญิงแพศยา
จงึ ใหป้ ระหารชีวติ นางวนั ทองเพือ่ มิ ให้เป็นเยย่ี งอย่างแกผ่ ู้อ่ืนตอ่ ไป
๑๓
เสภาเร่ืองขนุ ช้างขุนแผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา
๏ จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เม่ือเป็นความชนะขุนช้างน่นั
กลับมาอยบู่ ้านสาราญครัน เกษมสันตส์ องสมภริ มย์ยวน
พรอ้ มญาติขาดอยู่แต่มารดา นกึ นึกตรกึ ตราละห้อยหวน สมั ผัสสระ สมั ผสั พยัญชนะ
โอ้ว่าแม่วันทองชา่ งหมองนวล ไมส่ มควรเคียงคู่กบั ขนุ ชา้ ง
เช่อื เร่อื งเวรกรรมและเคราะห์ เออนเ่ี น้ือเคราะห์กรรมมานาผิด น่าอายมิตรหมองใจไมห่ ายหมาง
ฝ่ายพอ่ มีบญุ เปน็ ขุนนาง แตแ่ ม่ไปแนบข้างคนจญั ไร
รปู ร่างวปิ รติ ผดิ กวา่ คน จนิ ตภาพดา้ นภาพ ทรพลอัปรยี ์ไม่ดีได้
ท้งั ใจคอชวั่ โฉดโหดไร้ ชา่ งไปหลงรักใคร่ไดเ้ ปน็ ดี
วนั น้ันแพก้ เู มื่อดาน้า นาฏการ ก็กรว้ิ ซา้ จะฆา่ ใหเ้ ปน็ ผี
แสนแค้นดว้ ยมารดายงั ปรานี ให้ไปขอชีวีขนุ ชา้ งไว้
พิโรธวาทงั แค้นแมจ่ าจะแก้ใหห้ ายแค้น ไม่ทดแทนอ้ายขนุ ช้างบา้ งไม่ได้
การเลน่ คาซา้ หมายจติ คดิ จะให้มนั บรรลยั ไมส่ มใจจาเพาะเคราะห์มันดี เชอื่ เร่อื งเคราะหก์ รรม
อย่าเลยจะรับแม่กลับมา ใหอ้ ยดู่ ้วยบดิ าเกษมศรี
พรากให้พ้นคนอบุ าทว์ชาตอิ ัปรยี ์ ย่ิงคิดกย็ ่ิงมคี วามโกรธา
สมั ผัสสระ สมั ผัสพยัญชนะ อดั อึดฮดึ ฮดั ด้วยขดั ใจ เมอ่ื ไรตะวันจะลับหลา้ หลากคา ; แปลว่า พระอาทติ ย์
เขา้ หอ้ งหวนละห้อยคอยเวลา นาฏการ จวนสุริยาเลี้ยวลบั เมรุไกร บคุ คลวัต
เงียบสตั วจ์ ตั ุบททวิบาท สมั ผัสสระ ดาวดาษเดือนสวา่ งกระจา่ งไขสัมผัสพยญั ชนะ
พรรณนาโวหาร นา้ ค้างตกกระเซ็นเย็นเยือกใจ สมั ผัสพยญั ชนะ สงัดเสียงคนใครไม่พูดจา
จินตภาพด้านเสียง ได้ยินเสียงฆ้องยา่ ประจาวัง ลอยลมลอ่ งดงั ถงึ เคสหมั ผาสั พยญั ชนะ อุปมา
การบอกเวลา ด้วยเสียงฆ้อง คะเนนับยา่ ยามได้สามครา ดูเวลาปลอดหว่ งทกั ทิน
สัมผัสพยัญชนะ ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสวา่ ง จินตภาพด้านภาพ จนั ทร์กระจา่ งทรงกลดหมดเมฆส้ิน เช่อื เรือ่ งฤกษ์งามยามดี
บรรยายโวหาร จึงเซน่ เหล้าขา้ วปลาให้พรายกิน เสกขมิน้ ว่านยาเขา้ ทาตัว
ลงยนั ต์ราชะเอาปะอก นาฏการ หยบิ ยกมงคลขึน้ ใส่หัว ความเชอ่ื ทางโหราศาสตร์
เป่ามนตร์เบือ้ งบนชอมุ่ มวั พรายย่ัวยวนใจให้ไคลคลา และไสยศาสตร์
นาฏการ จบั ดาบเคยปราบณรงค์รบ เสรจ็ ครบบรกิ รรมพระคาถา
ลงจากเรือนไปมิไดช้ า้ รีบมาถงึ บา้ นขนุ ช้างพลนั ฯ
๏ เห็นคนนอนล้อมอ้อมเปน็ วง ประตูล่นั ม่นั คงขอบร้วั ก้ัน
อตพิ จน์ อุปมา กองไฟสว่างดังกลางวัน จนิ ตภาพดา้ นภาพ หมายสาคัญตรงมาหน้าประตู
จึงร่ายมนตรามหาสะกด เส่ือมหมดอาถรรพท์ ฝี่ งั อยู่ ความเชอ่ื ทางไสยศาสตร์
ภตู พรายนายขุนชา้ งวางวงิ่ พรูนาฏการ คนผใู้ นบ้านก็ซานเซอะ
ทั้งชายหญิงง่วงงมล้มหลับ นอนทบั ควา่ หงายกา่ ยกันเปรอะ
๑๔
ความเชอ่ื ทางไสยศาสตร์ จป่ี ลาคาไฟมันไหลเลอะ โงกเงอะงยุ งมไม่สมประดี สัมผัสพยัญชนะ
ใช้พรายถอดกลอนถอนลม่ิ รอยทิ่มถอดหลดุ ไปจากที่
นาฏการ ยา่ งเท้ากา้ วไปในทันที มไิ ด้มีใครทักแต่สกั คน
มีแต่หลบั เพ้อมะเมอฝนั จินตภาพดา้ นเสียง ท้ังไฟกองป้องกนั ทกุ แห่งหน
ผ้คู นเงยี บสาเนียงเสยี งแต่กรน มาจนถึงเรือนเจ้าขนุ ช้าง
นาฏการ จุดเทยี นสะกดขา้ วสารปราย นาฏการ ภูตพรายโดดเรือนสะเทือนผาง ความเชอ่ื ทางไสยศาสตร์
สะเดาะดาลบานเปิดหน้าตา่ งกาง ย่างเทา้ กา้ วขึน้ รา้ นดอกไม้
ฆานพจน์ หอมหวนอวลอบบุปผาชาติ เบิกบานกา้ นกลาดกิ่งไสวนาฏการ
เรณฟู รู ่อนขจรใจ นาฏการ ย่างเทา้ กา้ วไปไมโ่ ครมคราม
บอกถึงสภาพบ้านเรอื น ขา้ ไทนอนหลบั ลงทับกนั จนิ ตภาพดา้ นภาพ สะเดาะกลอนถอนลนั่ ถึงช้ันสาม จนิ ตภาพดา้ นเสยี ง
บรรยายโวหาร
กระจกฉากหลากสลบั วับแวมวาม อรา่ มแสงโคมแกว้ แววจับตา จนิ ตภาพดา้ นแสง
มา่ นมู่ลีม่ ีฉากประจากัน้ นาฏการ อฒั จันทร์เครื่องแก้วก็หนกั หนา
ชมพลางย่างเย้ืองชาเลืองมา นาฏการเปดิ ม้งุ เหน็ หนา้ แม่วันทอง
น่ิงนอนอย่บู นเตยี งเคียงขุนช้างจนิ ตภาพด้านภาพ มันแนบขา้ งกอดกลมประสมสอง
อุปมา เจบ็ ใจดงั หวั ใจจะพังพอง อตพิ จน์ ขยบั จอ้ งดาบงา่ อยากฆา่ ฟนั
จะใคร่ถบี ขนุ ชา้ งที่กลางตัว การเคารพผทู้ ่มี ี นึกกลัวจะถูกแม่วนั ทองนั่น พิโรธวาทงั
นาฏการ พลางนงั่ ลงนอบนบอภวิ ันท์ อายมุ ากกวา่ สะอน้ื อนั้ อกแค้นน้าตาคลอ
โอ้แม่เจ้าประคณุ ของลูกเอย๋ ไมค่ วรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
เชื่อเร่อื งเวรกรรม เวรกรรนมานฏกาาไรปไมร่ ั้งรอ มพิ อที่จะต้องพรากก็จากมาสลั ลาปังคพิไสย
อ้ายหวั ใสข่มเหงไมเ่ กรงหน้า
มันไปฉุดมารดาเอามาไว้
ความเชอ่ื ทางไสยศาสตร์ ทนาี่ทฏากาแรค้นกูจะแทนให้ทันตา นาฏการ ขอษมาแม่แลว้ ก็ขับพราย
เป่าลงด้วยพระเวทวทิ ยา มารดาก็ฟ้นื ตนื่ โดยงา่ ยนาฏการ
ดาบใสฝ่ กั ไวไ้ ม่เคล่ือนคลาย วันทองรู้สกึ กายกล็ ืมตนาาฏฯการ
๏ ครานนั้ จงึ โฉมเจนา้ าวฏันกาทร อง ต้องมนต์มวั หมองเป็นหนกั หนา
ตนื่ พลางทางชาเลืองนัยนต์ ามา เหน็ ลูกยานั้นยนื อยรู่ ิมเตยี ง
ภยานกรส สาคญั คดิ ว่าผรู้ า้ ยให้นึกกลวั นาฏการ กอดผวั ร้องดน้ิ จนสนิ้ เสียง จนิ ตภาพด้านเสียง
ซนวานฏซกาบร หลบลงมาหมอบเมียง พระหม่นื ไวยเขา้ เคยี งหา้ มมารจดนิ ตาภาพดา้ นภาพ
อะไรแม่แซร่ ้องทัง้ ห้องนอน ลูกรอ้ นราคาญใจจึงมาหา
จะร้องไยใช่โจรผรู้ า้ ยมา สนทนาดว้ ยลกู อยา่ ตกใจ ฯ
๏ ครานั้นวันทองผ่องโสภา ครั้นร้วู ่าลกู ยาหากลวั ไม่
ลุกออกมาพลนั ดว้ ยทนั ใด นาฏการ พระหมืน่ ไวยเข้ากอดเอาบาทา นาฏการ
วนั ทองประคองสอดกอดลูกรัก นาฏการ ซบพกั ตรร์ ้องไห้ไม่เงยหน้า สลั ลาปงั คพิไสย
๑๕
เจ้ามาไยปานนนี้ ีล่ ูกอา เขารกั ษาอย่ทู ุกแหง่ ตาแหนง่ ใน
จนิ ตภาพด้านภาพ ใสด่ าลบา้ นชอ่ งกองไฟรอบ พอ่ ชา่ งลอบเขา้ มากะไรได้
อาจองทะนงตวั ไม่กลัวภยั นพี่ อ่ ใช้ฤๅว่าเจ้ามาเอง
ขุนชา้ งตืน่ ขึ้นมิเปน็ การ เขาจะรุกรานพาลขม่ เหง
ศฤงคารรส จะเกิดผดิ แมค่ ิดคะนึงเกรง ฉวยสบเพลงพลาดพลา้ มิเปน็ การ
มธี รุ ะสิง่ ไรในใจเจา้ พ่อจงเลา่ แก่แมแ่ ล้วกลบั บา้ น
มคิ วรทาเจ้าอยา่ ทาให้ราคาญ อยา่ หาญเหมือนพอ่ นักคะนองใจ ฯ
๏ จมน่ื ไวยสารภาพกราบบาทา ลูกมาผิดจริงหาเถียงไม่
รักตวั กลวั ผิดแต่คดิ ไป กห็ กั ใจเพราะรักแมว่ นั ทอง
แสดงถึงชนช้ันทางสงั คม และ ทุกวนั น้ีลูกชายสบายยศ พรอ้ มหมดเมียม่ิงก็มสี อง
การมียศถาบรรดาศกั ดิ์ มบี า่ วไพร่ใช้สอยท้ังเงนิ ทอง พ่นี ้องขา้ งพอ่ ก็บรบิ ูรณ์
ยังขาดแต่แม่คุณไมแ่ ลเหน็ เปน็ อย่กู ็เหมอื นตายไปหายสูญ สัลลาปงั คพิไสย
ขอ้ นี้ที่ทกุ ข์ยงั เพิ่มพูน ถา้ พร้อมมูลแม่ด้วยจะสาราญ
ลกู มาหมายว่าจะมารับ เชิญแม่วันทองกลับคืนไปบ้าน
แม้นจะบงั เกิดเหตุเภทพาล ประการใดกต็ ามแต่เวรา เชอื่ เรื่องเวรกรรม
มาอยู่ไยกับไอ้หินชาติ แสนอบุ าทว์ใจจิตริษยา
อุปมาโวหาร อุปมา ดงั ทองคาทาเลี่ยมปากกะลา หนา้ ตาดาเหมือนมนิ หม้อมออปุมมา
อุปมา เหมือนแมลงวันว่อนเคล้าทีเ่ น่าชั่ว อุปลักษณ์ มาเกลือกกล้วั ปทุมาลย์ท่หี วานหอม จนิ ตภาพดา้ นกลนิ่
อปุ ลกั ษณ์ คาถามเชงิ วาทศลิ ป์ ดอกมะเด่ือฤๅจะเจือดอกพะยอม วา่ นกั แม่จะตรอมระกาใจ สัลลาปังคพิไสย
แม่เล้ยี งลกู มาถงึ เจด็ ขวบ เคราะห์ประจวบจากแมห่ าเห็นไม่ เชือ่ เร่ืองเวรกรรม
คาถามเชงิ วาทศิลป์ จะคิดถึงลูกบา้ งฤๅอย่างไร ฤๅหาไม่ใจแม่ไม่คดิ เลย
ถา้ คิดเหน็ เอน็ ดูวา่ ลกู เตา้ แม่ทูนเกล้าไปเรือนอยา่ เชือนเฉย
ใหล้ กู คลายอารมณ์ได้ชมเชย เหมือนเมื่อคร้ังแมเ่ คยเลี้ยงลูกมา ฯ สลั ลาปงั คพไิ สย
๏ ครานน้ั จงึ โฉมเจ้าวนั ทอง นามนัย เศรา้ หมองด้วยลกู เปน็ หนกั หนา
พอ่ พลายงามทรามสวาดิของแม่อา แมโ่ ศกาเกอื บเจียนจะบรรลอัยติพจน์
สัมผัสพยัญชนะ ใช่จะอม่ิ เอบิ อาบด้วยเงินทอง มใิ ชข่ องตวั ทามาแตไ่ หน
ทั้งผูค้ นชา้ งม้าแลข้าไท ไม่รกั ใคร่เหมือนกบั พ่อพลายงาม อุปมา
ทุกวนั น้ีใชแ่ มจ่ ะผาสุก มีแต่ทุกข์ใจเจบ็ ดังเหน็บหนาม อุปมา
เช่ือเร่ืองเวรกรรม ต้องจาจนทนกรรมที่ติดตาม จะขืนความคดิ ไปก็ใชท่ ี
เมอ่ื พอ่ เจา้ เข้าคุกแม่ทอ้ งแก่ เขนาาฉฏกดุ าแร ม่ใชจ่ ะแกลง้ แหนงหนี
ถึงพ่อเจา้ เล่าไมร่ ูว้ ่ารา้ ยดี ปฏิพากย์ เปน็ หลายปแี ม่มาอยู่กบั ขนุ ช้าง
เมอ่ื พ่อเจา้ กลบั มาแตเ่ ชยี งใหม่ ไม่เพด็ ทูลสง่ิ ไรแตส่ ักอย่าง
๑๖
เม่อื คราวตัวแมเ่ ปน็ คนกลาง ทา่ นก็วางบทคืนใหบ้ ิดา
แสดงถึงชนชั้นทางสังคม เจา้ เป็นถงึ หัวหมน่ื มหาดเล็ก มใิ ช่เดก็ ดอกจงฟังคาแม่วา่
เทศนาโวหาร จงเรง่ กลับไปคดิ กบั บิดา
ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์
พระองค์คงจะโปรดประทานให้ จะปรากฏยศไกรเฉิดฉัน
อันจะมาลกั พาไมว่ า่ กนั เชน่ น้ันใจแมม่ เิ ต็มใจ ฯ
๏ ครานั้นจงึ โฉมเจา้ พลายงาม ฟังความเห็นวา่ แม่หาไปไม่
สัมผัสสระ สมั ผสั พยัญชนะ คิดบ่ายเบ่ยี งเล่ยี งเลี้ยวเบ้ียวบิดไป เพราะรักไอ้ขุนชา้ งกว่าบิดา
จงึ วา่ อนิจจาลกู มารบั แมย่ ังกลับทัดทานเปน็ หนักหนา
อปุ มา เหมือนไมม่ ีรักใครใ่ นลูกยา อตุ ส่าหม์ ารบั แล้วยังมิไป
เสยี แรงเป็นลกู ผชู้ ายไม่อายเพื่อน จะพาแมไ่ ปเรอื นใหจ้ งได้
แม้นมิไปใหง้ ามก็ตามใจ จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที เชื่อเรอื่ งเวรกรรม
นาฏการ จะตดั เอาศีรษะของแมไ่ ป ทิง้ แตต่ ัวไว้ให้อยนู่ ี่
แม่อย่าเจรจาให้ช้าที จวนแจ้งแสงศรีจะรบี ไป ฯ
๏ ครานั้นวนั ทองผ่องโสภา เห็นลูกยากัดฟนั มนั ไส้ ภยานกรส
ตกใจกลัววา่ จะฆ่าฟัน
นาฏการถอื ดาบฟา้ ฟ้ืนยนื แกว่งไกว
เทศนาโวหาร จงึ ปลอบวา่ พลายงามพ่อทรามรัก อย่าฮึกฮักวา้ วุ่นทาหุนหนั สัมผสั สระ สมั ผัสพยัญชนะ
ศฤงคารรส จงครวญใคร่ใหเ้ หน็ ขอ้ สาคัญ
กรณุ ารส ดว้ ยเป็นขา้ ลักไปไทลักมา แมน่ พ้ี รนั่ กลัวแตจ่ ะเกดิ ความ
เห็นเบ้อื งหนา้ จะอึงแมจ่ งึ หา้ ม
ถ้าเห็นเจา้ เปน็ สขุ ไม่ลุกลาม ก็ตามเถดิ มารดาจะคลาไคล
สัลลาปังคพิไสย ว่าพลางนางลกุ ออกจากห้อง นาฏการ เศร้าหมองโศกาน้าตาไหล
พระหมนื่ ไวยก็พามารดาไป
พอรุง่ แจง้ แสงใสกถ็ งึ เรือน ฯ
๏ จะกลา่ วถึงเจา้ จอมหม่อมขุนชา้ ง นอนครางหลับกรนอยู่ปน่ เป้ือน
อัศจรรย์ฝนั แปรแชเชือน ว่าขีเ้ ร้ือนขน้ึ ตัวทั่วทั้งนั้น
หาหมอมารักษายาเข้าปรอท มนั กินปอดตับไตออกไหลลนั่
ทั้งไสน้ ้อยไส้ใหญ่แลไส้ตัน ฟนั ฟางก็หกั จากปากตัว
ตกใจต่ืนผวาควา้ วนั ทอง นาฏการ รอ้ งวา่ แม่คุณแม่ช่วยผัว ภยานกรส
ใหน้ กึ กลวั ปรอทจะตอดตาย
ลุกข้ึนงกงนั ตวั สน่ั รวั นาฏการ
นาฏการ ลมื ตาเหลยี วหาเจา้ วันทอง ไม่เหน็ น้องหอ้ งสวา่ งตะวันสาย
ผา้ ผ่อนล่อนแก่นไม่ติดกาย เห็นมา่ นขาดเรีย่ รายประหลาดใจ
ตะโกนเรียกในห้องวนั ทองเอ๋ย หาขานรบั เชน่ เคยสกั คาไม่
จินตภาพด้านเสยี ง และ ทงั้ ข้าวของมากมายกห็ ายไป ปากประตูเปิดไว้ไมใ่ ส่กลอน
จินตภาพดา้ นภาพ พลางเรียกหาขา้ ไทอย่วู า้ วุ่น
อีอนุ่ อีอิ่มอีฉมิ อีสอน
หาสยรส
๑๗
หาสยรส อมี ีอมี าอสี าคร น่งิ นอนไยหวามาหากู
เห็นนายน้ันแก้ผา้ กางขาอยู่
นาฏการ
บา่ วผูห้ ญิงว่ิงไปอยูง่ กงัน
ต่างคนทรุดน่ังบังประตนู าฏการ ตกตะลงึ แลดูไม่เขา้ มา
ขนุ ช้างเห็นข้าไมม่ าใกล้ ขัดใจลกุ ขนึ้ ทง้ั แกผ้ ้านาฏการ
แหงนเถอ่ เป้อปังยนื จังกา้ ย่างเทา้ กา้ วมาไม่รู้ตัว นาฏการ
ยายจันงันงกยกมือไหว้ นาฏการ นนั่ พอ่ จะไปไหนพ่อทูนหวั ภยานกรส
ไมน่ งุ่ ผ่อนนุ่งผา้ ดนู ่ากลวั ขุนช้างมองดตู ัวกต็ กใจ
อปุ มา สองมือปิดขาเหมอื นทา่ เปรต นาฏการ ใครมาเทศน์เอาผ้ากูไปไหน
จนิ ตภาพดา้ นเสยี ง และ ให้นึกอดสหู มู่ข้าไท ยายจนั ไปเอาผา้ ให้ข้าที ภยานกรส
จินตภาพด้านภาพ ยายจนั ตกใจเตม็ ประดา เขา้ ไปฉวยผ้าเอามาคล่ี นาฏการ
หยิบยน่ื สง่ ไปใหท้ ันที นาฏการ เมนิ หนีอดสไู ม่ดูนาย
ขนุ ชา้ งตัวส่นั ทาวบอกบ่าวไพร่ นาฏการ วนั ทองไปไหนอยา่ งไรหาย
เอง็ ไปดใู หร้ ู้ซ่งึ แยบคาย พบแล้วอย่าว่นุ วายให้เชิญมา ฯ
๏ ขา้ ไทได้ฟังขุนช้างใช้ ต่างเท่ยี วคน้ ด้นไปจะเอาหน้า จนิ ตภาพดา้ นภาพ
ทง้ั หอ้ งนอกห้องในไม่พบพา ทัว่ เคหาแลว้ ไปคน้ จนแผน่ ดิน
จนิ ตภาพด้านภาพ เหน็ ประตรู ้วั บ้านบานเปดิ กว้าง ผู้คนนอนสลา้ งไม่ต่ืนส้นิ
เสาแรกแตกต้นเป็นมลทิน กนิ ใจกลับมาหาขุนช้าง
บอกวา่ ไดค้ น้ ควา้ หาพบไม่ แลว้ เล่าแจง้ เหตุไปสนิ้ ทุกอยา่ ง
ขา้ เหน็ วปิ รติ ผดิ ท่าทาง ทน่ี วลนางวนั ทองนน้ั หายไป ฯ นามนยั
๏ ครานน้ั ขุนชา้ งฟังบา่ วบอก เหง่อื ออกโซมลา้ นกระบานใส
รุทรรส คิดคดิ ให้แค้นแสนเจ็บใจ ชา่ งทาได้ต่างต่างทุกอย่างจรงิ
สองหนสามหนกน่ แต่หนี พลั้งทลี งไม่รอดนางยอดหญงิ นามนยั
คราวนั้นอา้ ยขนุ แผนมันแงน้ ชิง นาฏการ นค่ี ราวนหี้ นวี ิง่ ไปตามใคร
ไมค่ ิดวา่ จะเปน็ เหน็ ว่าแก่ ยงั สาระแนหลบล้หี นไี ปไหน
เอาเถดิ เป็นไรก็เป็นไป ไมเ่ อากลบั มาได้มิใช่กู ฯ
๏ จะกลา่ วถงึ โฉมเจา้ พลายงาม เกรงเน้อื ความนั่งนึกตรกึ ตรองอยู่ สัมผสั สระ สัมผสั พยัญชนะ
อานาจของกษัรตริย์ อา้ ยขนุ ช้างสารพัดเปน็ ศัตรู ถา้ มนั ร้วู า่ ลักเอาแม่มา
มนั ก็จะสอดแนมแกมเท็จ ไปกราบทูลสมเด็จพระพนั วษา
ดจู ะระแวงผดิ ในกจิ จา มารดากจ็ ะต้องซง่ึ โทษภัย
คดิ แลว้ เรยี กหมื่นวเิ ศษผล เอ็งเป็นคนเคยชอบอัชฌาสัย
จงไปบ้านขุนชา้ งด้วยทนั ใด ไกลเ่ กลีย่ เสียอย่าให้มันโกรธา
บอกว่าเราจับไขม้ าหลายวัน เกรงแม่จะไม่ทนั มาเห็นหน้า
๑๘
เมอื่ คืนน้ีซ้ามีอันเป็นมา เราใชค้ นไปหาแมว่ ันทอง
พอขณะมารดามาส่งทุกข์
จงึ รบี มาเร็วไวดงั ใจปอง อุปมา ร้องปลุกเข้าไปถงึ ในห้อง
ไมต่ ายคลายคืนฟืน้ ข้ึนได้
แต่พอให้เคลื่อนคลายหลายเวลา นามนัยรักษาจนแสงทองสว่างฟ้า จินตภาพดา้ นแสง
๏ หม่นื วเิ ศษรับคาแลว้ อาลา
ครั้นถึงแอบดูอยู่แต่ไกล กขู อแม่ไว้พอเหน็ หน้า
ขุนช้างนั่งเยยี่ มหน้าตา่ งเรือน
นาฏการ จะด้ือเดนิ เข้าไปไม่เปน็ การ จึงจะส่งมารดานนั้ คนื ไป ฯ
๏ ครานน้ั เจา้ จอมหม่อมขนุ ช้าง
นาฏการ เห็นคนคลานเข้ามาเหลอื บตาดู รีบมาบา้ นขุนชา้ งหาช้าไม่
อะไรพอสวา่ งวางเข้ามา
สะท้อนการแตง่นกาาฏยการลกุ ขึน้ ถกเขมรร้องเกนไป เหน็ ผคู้ นขวกั ไขวท่ ั้งเรือนชาน จนิ ตภาพด้านภาพ
๏ ครานนั้ วเิ ศษผลคนว่องไว
ร้องตอบไปพลันในทนั ที ดหู นา้ เฝื่อนทโี กรธอยู่งุ่นงา่ น
ขา้ พเจ้าเปน็ บ่าวพระหมน่ื ไวย คิดแล้วลงคลานเขา้ ประตู ฯ นาฏการ
ทา่ นใชใ้ หก้ ระผมมากราบกราน
เจบ็ จุกปัจจุบันมีอนั เป็น น่ังคาหนา้ ต่างเยยี่ มหนา้ อยู่
สัมผสั เสยี งพยญั ชนะและสัมผสั เสยี งสระ ร้องโอดโดดดิ้นเพียงสิน้ ใจ
พอพบทา่ นมารดามาส่งทกุ ข์ น่ีมาลอ้ หลอกกูฤๅอย่างไร คาถามเชิงวาทศิลป์
จะกลับขึ้นเคหาเห็นช้านาน
พยาบาลคุณพระนายพอคลายไข้ เด็กหวาจบั ถองให้จงได้
ให้คามนั่ สัง่ มาวา่ ย่ังยืน
๏ ครานนั้ ขุนชา้ งได้ฟงั ว่า ทุดอ้ายไพร่ขคี้ รอกหลอกผู้ดี ฯ
สัมผสั เสยี งสระ ดบั โมโหโกรธาทาว่าไป
การไข้เจ็บลม้ ตายไมว่ ายเวน้ ยกมือข้ึนไหว้ไม่ว่งิ หนี การมมี ารยาทและการเคารพผอู้ นื่
ถ้าขดั สนสิ่งไรทีไ่ ม่มี
วนา่ าแฏลกา้วรปดิ นบาาฏนกาหร นา้ ต่างผาง คนดีดอกข้าไหวใ้ ชค่ นพาล
ทอดตัวลงกับหมอนถอนฤทยั
เพราะกูแพ้ความจม่นื ไวย เปน็ ขุนหม่ืนรบั ใชอ้ ยู่ในบ้าน
พอ่ ลกู แมล่ ูกถูกทานอง
อา้ ยพ่อไปเชยี งใหม่มีชยั มา ขอประทานคืนน้ีพระหมื่นไวย
แก้ไขก็เห็นหาหายไม่
จงึ ใชใ้ หต้ ัวขา้ มาแจ้งการ
ขา้ พเจ้าร้องปลุกไปในบา้ น จนิ ตภาพดา้ นเสยี ง
ทา่ นจึงรีบไปในกลางคนื
คุณอย่าสงสยั วา่ ไปอนื่
พอหายเจบ็ แล้วจะคืนไม่นอนใจ ฯ
แค้นดงั เลอื ดตาจะหล่ังไหล อธพิ จน์
เราก็ไม่ว่าไรสดุ แต่ดี
ประจุบนั อันเป็นทงั้ กรุงศรี รุทรรส
ก็มาเอาท่นี ่ีอย่าเกรงใจ
ขุนชา้ งเดอื ดดาลทะยานไส้ สัมผสั เสียงพยัญชนะ สัมผัสเสียงสระ
ดดู ู๋เป็นได้เจยี ววนั ทอง และสมั ผัสเสียงวรรณยกุ ต์
มนั จงึ เหิมใจทาจองหอง
ถึงสองครง้ั แล้วเปน็ แตเ่ ช่นน้ี
อุปมา ตง้ั ตัวดงั พระยาราชสหี ์ พโิ รธวาทัง
๑๙
อา้ ยลกู เปน็ หมน่ื ไวยทาไมมี เห็นกูนค้ี นผดิ ติดโทษทณั ฑ์
มนั จึงขม่ เหงไมเ่ กรงใจ จะพึง่ พาใครได้ที่ไหนนัน่
สะท้อนสงั คมมกี ารทจุ รติ ขุนนางน้อยใหญ่เกรงใจกัน ถงึ ฟ้องมันก็จะปิดให้มดิ ไป
ความเชอ่ื เรื่องเวรกรรม ตามบุญตามกรรมได้ทามา จะเฆ่ยี นฆ่าหาคิดชีวติ ไม่ สมั ผัสเสียงพยญั ชนะและสัมผัสเสียงสระ
ยงิ่ คดิ เดือดดาลทะยานใจ ฉวยได้กระดานชนวนมา
รา่ งฟอ้ งท่องเทียบใหเ้ รยี บรอ้ ย ถอ้ ยคาถถ่ี ว้ นเป็นหนักหนา สัมผสั เสยี งพยญั ชนะ
ลงกระดาษพับไวม้ ไิ ดช้ า้ อาบนา้ ผลัดผา้ แล้วคลาไคล
วันนนั้ พอพระปิ่นนรนิ ทร์ราช เสด็จประพาสบัวยงั หากลบั ไม่ การใช้คาเหมาะสมกับบุคคล
ขนุ ชา้ งมาถงึ ซง่ึ วังใน ก็คอยจ้องทีใ่ ตต้ าหนักน้า ฯ
จนิ ตภาพดา้ นภาพ๏ จะกล่าวถงึ พระองคผ์ ู้ทรงเดช เเรสือดป็จรคะนื จนนาิเาแวฏหศกานนรนาแ์พฏหอกาเ่จรซว็งบแคซ่า่มจากินาตรภใชา้คพาดเห้านมภาะาสพมแกลบัะจบนิุคตคภลาพด้านเสยี ง
ขุนช้างกร็ ล่ี งตนี ทา่
ฝพี ายรายเล่มมาเตม็ ลา นาฏกผาดุรโผลโ่ งหน้ายดึ แคมเรอื
พอเรือพระทน่ี ่ังประทับที่ นาฏการเพื่อนโขกลงดว้ ยกะลาวา่ ผเี สื้อ สัญลกั ษณ์
นาฏกลาอร ยคอชหู นงั สือดอื้ เขา้ มา
จนิ ตภาพดา้ นภาพ เขา้ ตรงบโทนอ้นตน้ กญั ญา
มหาดเล็กอยู่งานพัดพลัดตกเรือ รอ้ งว่าเสือตัวใหญว่ า่ ยน้ามา
ขนุ ช้างดงึ ดอ้ื มอื ยึดเรอื นาฏการ มิใชเ่ สอื กระหม่อมฉานลา้ นเกศา
ส้ตู ายขอถวายซึ่งฎีกา แค้นเหลือปัญญาจะทานทน ฯ
การใชค้ าเหมาะสมกบั บุคคล ๏ ครานน้ั สมเดจ็ พระพันวษา ทรงพระโกรธาโกลาหล รุทรรส
ทุดอา้ ยจัญไรมิใช่คน บนบกบนฝ่งั ดงั ไม่มี อปุ มา
ใชท่ ใ่ี ชท่ างวางเข้ามา ฤๅอ้ายช้างเปน็ บ้ากระมงั น่ี รุทรรส
เฮ้ยใครรับฟอ้ งของมนั ที นาฏการตเี สยี สามสิบจึงปล่อยไป
แสดงถงึ อานาจของกษัตริย์ มหาดเลก็ ก็รับเอาฟ้องมา ตารวจคว้าขุนชา้ งหาวางไม่
ลงพระราชอาญาตามว่าไว้ พระจงึ ใหต้ ง้ั กฤษฎกี า
วา่ ต้ังแตว่ ันน้สี ืบตอ่ ไป หนา้ ท่ีของผู้ใดให้รกั ษา
ถา้ ประมาทราชการไม่นาพา ปล่อยใหใ้ ครเข้ามาในล้อมวง
ระวางโทษเบ็ดเสรจ็ เจ็ดสถาน สัมผัสเสียงสระ ถงึ ประหารชวี ิตเปน็ ผยุ ผงอธพิ จน์
ตามกฤษฎีการักษาพระองค์ แล้วลงจากพระทนี่ ่งั เข้าวังใน ฯ
๏ จะกล่าวถงึ ขนุ แผนแสนสนิท เรืองฤทธิฦๅจบพิภพไหว อธพิ จน์
อยบู่ ้านสุขเกษมเปรมใจ สมสนิทพิสมัยดว้ ยสองนาง
ลาวทองกบั เจ้าแก้วกริ ยิ า ปรนนบิ ัตวิ ัตถาไมห่ ่างข้าง
สัมผสั เสยี งพยัญชนะและสัมผสั เสียงสระ เพลดิ เพลินจาเริญใจไม่เว้นวาง คนื นนั้ ในกลางซึ่งราตรี
นางแก้วลาวทองท้งั สองหลับ ขุนแผนกลบั ผวาตนื่ ฟนื้ จากที่
สัมผสั เสียงพยญั ชนะ นาฏการ
๒๐
พระจนั ทรจรแจ่มกระจ่างดี พระพายพัดมาลตี รลบไป
สมั ผัสเสยี งพยญั ชนะและสมั ผสั เสยี งสระ คดิ คะนึงถงึ มิตรแต่กอ่ นเกา่
นจิ จาเจา้ เหินหา่ งร้างพิสมยั
ถึงสองครงั้ ตงั้ แต่พรากจากพ่ีไป อปุ มา ดงั เด็ดใจอจธพิ าจกนร์ ่างกร็ าวกนั
กูก็ช่ัวมวั รกั แต่สองนาง
เมอ่ื ตีไดเ้ ชียงใหม่กโ็ ปรดครัน ละวางใหว้ นั ทองน้องโศกศัลย์ ศฤงคารรสและกรณุ ารส
สารพดั ทจ่ี ะวา่ ได้ทุกอย่าง จะเพด็ ทลู คราวน้ันก็คลอ่ งใจ
ไม่ควรเลยเฉยมาไม่อาลัย
จากจู ะไปสสู่ วาดินอ้ ง อ้ายขนุ ช้างไหนจะโต้จะตอบได้
คิดพลางจัดแจงแต่งกายา
ออกจากห้องย่องเดินดาเนนิ มนาาฏการ บัดนี้เล่าเจ้าไวยไปรับมา
เข้าห้องวันทองในทนั ใด
นาฏกาลรดตวั ลงน่งั ข้างวันทอง เจ้าวนั ทองจะคอยละหอ้ ยหา
สน่ั ปลกุ ลุกขึน้ เถิดน้องอา
๏ นางวันทองตนื่ อยรู่ สู้ ึกตัว นา้ อบทาหอมฟ้งุ จรงุ ใจ ฆานพจน์
น่ิงดอู ารมณ์ทชี่ มเชย
แต่นิ่งดกู ิรยิ าเป็นช้านาน ถงึ เรือนลูกยาหาช้าไม่
ทั้งรักทงั้ แค้นแน่นฤทยั
นามนัย ๏ โอเ้ จ้าแกว้ แววตาของพีเ่ อ๋ย เหน็ นางหลบั ใหลนง่ิ นทิ รา
นามนยั ดังนมิ่ น้องหมองใจไม่นาพา
ความรกั หนกั หนว่ งทรวงสวาดิ เตอื นต้องด้วยความเสนหา
เผอิญเป็นวปิ รติ พ่ผี ดิ จรงิ
พม่ี าหาแล้วอย่านอนเลย ฯ
หมายใจวา่ ผวั กท็ าเฉย
จะรกั จริงฤๅจะเปรยเป็นจาใจ
หาวา่ ขานโต้ตอบอยา่ งไรไม่
ความอาลยั ปั่นป่วนยวนวิญญาณ์ ฯ
เจ้าหลบั ใหลกะไรเลยเป็นหนกั หนา
ฤๅขัดเคอื งคิดว่าพ่ีทอดท้ิง นารีปราโมทย์
พี่ไม่คลาศคลายรักแตส่ ักสง่ิ
จะนอนนิ่งถือโทษโกรธอยู่ไย
ว่าพลางเอนแอบลงแนบข้าง นาฏกจาบูร พลางชวนชดิ พสิ มัย นามนัย
นาฏกลารบู ไลพ้ ิไรปลอบใหช้ อบใจ
เป็นไรจึงไมฟ่ นื้ ต่นื นิทรา ฯ
๏ เจา้ วันทองน้องต่ืนจากที่นอน โอนออ่ นวอนไหว้พิไรวสแลัมา่ ะผสสั ัมเสผียัสงเพสียยงญั สชรนะะ
หมอ่ มน้อยใจฤๅท่ีไม่เจรจา ใช่ตัวขา้ น้ีจะงอนค่อนพิไร
ชอบผิดพ่อจงคิดคะนึงตรอง อันตัวนอ้ งมลทนิ หาสิ้นไม่
ประหน่ึงว่าวนั ทองนสี้ องใจ พบไหนกเ็ ปน็ แตเ่ ชน่ นั้น ความเชอื่ เรื่องจารีตประเพณี
ทจ่ี รงิ ใจถึงไปอยเู่ รือนอื่น สมั ผัสเสียงพยัญชนะ คงคิดคืนทหี่ ม่อมเปน็ แมน่ มน่ั
ดว้ ยรกั ลกู รักผวั ยงั พัวพัน คราวนัน้ กไ็ ปอยเู่ พราะจาใจ
สลั ลาปังคพิไสย แค้นคดิ ดว้ ยมติ รไมร่ ักเลย ยามมที เี่ ชยเฉยเสยี ได้
๒๑
พโิ รธวาทงั เสียแรงรว่ มทกุ ข์ยากกันกลางไพร กินผลไม้ต่างขา้ วทกุ เพรางาย สัลลาปงั คพไิ สย
พอไดด้ มี สี ุขลืมทุกข์ยาก กเ็ พราะหากหม่อมมซี ่ึงที่หมาย
ว่านักกเ็ ครื่องเคืองระคาย เอ็นดูนอ้ งอยา่ ให้อายเขาอีกเลย ฯ
๏ พี่ผดิ จรงิ แลว้ เจา้ วันทอง เหมอื นลมื น้องหลงเลือนทาเชือนเฉย กรุณารส
ใช่จะเพลดิ เพลินชืน่ เพราะอ่ืนเชย นาฏการเงยหน้าเถิดจะเลา่ อยา่ เฝ้าแค้น
เม่อื ติดคุกทุกข์ถงึ เจา้ ทุกเชา้ ค่า อติพจน์ ต้องกลืนกลา้ โศกเศรา้ นั้นเหลือแสน
ซ้าขนุ ชา้ งคดิ คดทาทดแทน มันดูแคลนวา่ พ่ีนย้ี ากยับ
อาลัยเจา้ เท่ากบั ดวงชวี ติ พ่ี คดิ จะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ สลั ลาปงั คพไิ สย
เกรงจะพากันผิดเข้าติดทับ แต่ขยับอยูจ่ นได้ไปเชยี งอินท์
กลบั มาหมายว่าจะไปตาม พอเจ้าไวยเป็นความก็คา้ งส้นิ
หวั อกใครได้แคน้ ในแผ่นดนิ อุปมา ไม่เดือดดิ้นเท่าพี่กับวันทอง
คิดอยู่ว่าจะทูลพระพันวษา เหน็ ช้ากว่าจะได้มารว่ มหอ้ ง
จะเปน็ ความอิกก็ตามแตท่ านอง จงึ ให้ลกู รับน้องมาร่วมเรือน
ปฏพิ ากย์ จะเปน็ ตายง่ายยากไมย่ ากรัก อุปมา จะฟูมฟักเหมอื นเม่ืออยู่ในกลางเถื่อน
ขอโทษท่พี ีผ่ ิดอย่าบิดเบือน เจา้ เพ่อื นเสนหาจงอาลยั กรุณารส
พี่ผิดพ่ีก็มาลุแก่โทษ จะคมุ โกรธคุมแคน้ ไปถึงไหน คาถามเชิงวาทศลิ ป์
ความรกั พีย่ ังรกั ระงมใจ นาฏการ อย่าตัดไมตรตี รึงให้ตรอมตาย
ว่าพลางทางแอบเขา้ แนบอก นาฏกาปรระคองยกของสาคัญม่ันหมาย
นามนัย เจ้าเนอ้ื ทิพหยิบชน่ื อารมณ์ชาย ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา ฯ
๏ ใจน้องมิให้หมองอารมณห์ ม่อม ไม่ตัดใจใหต้ รอมเสนหา ศฤงคารรส
ถา้ ตัดรักหักใจแลว้ ไม่มา หมอ่ มอย่าว่าเลยว่าฉนั ไม่คืนคิด
ถึงตัวไปใจยังนับอยวู่ า่ ผัว นอ้ งน้ีกลวั บาปทบั เมือ่ ดบั จติ ความเชอ่ื เร่อื งเวรกรรม
คา่ นิยมของผู้หญิงทตี่ ้องมสี ามีคนเดียว หญงิ เดยี วชายครองเป็นสองมิตร ถ้ามิปลิดเสียให้เปล้ืองไมต่ ามใจ
คราวนั้นเมือ่ ตามไปกลางป่า อุปมา หน้าดาเหมอื นหนงึ่ ทามินหม้อไหม้
อปุ มา ชนะความงามหน้าดงั เทียนชัย นาฏการเขาฉดุ ไปเหมือนลงทะเลลอกึ ปุ มา
เจ้าพลายงามตามรับเอากลบั มา ทนี ห้ี น้าจะดาเป็นน้าหมกึ อุปลักษณ์
กาเรบิ ใจด้วยเจา้ ไวยกาลังฮึก จะพาแม่ตกลึกใหจ้ าตาย สัมผสั เสยี งพยญั ชนะ
สมั ผสั เสยี งพยัญชนะ มิใชห่ นมุ่ ดอกอย่ากลุม้ กาเรบิ รัก
และสมั ผสั เสยี งสระ ถ้ารกั น้องป้องปิดให้มิดอาย เอาความผดิ คดิ หักใหเ้ หอื ดหาย และสัมผสั เสยี งสระ
ฉันกลับกลายแลว้ หม่อมจงฟาดฟันนาฏการ
ไปเพ็ดทลู เสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง นอ้ งจะแต่งบายศรไี วเ้ ชิญขวัญ
ไมพ่ ักวอนดอกจะนอนอย่ดู ว้ ยกนั ไม่เช่นน้ันฉนั ไม่เลยจะเคยตัว ฯ
สมั ผสั เสียงพยญั ชนะ ๏ นจิ จาใจเจา้ จะให้พเ่ี จบ็ จติ ร อปุ มา ดงั เอากฤชแกระกรีดในอกผัว
ความเชอ่ื เร่อื งเวรกรรม
๒๒
เกรงผิดคิดบาปจึงหลาบกลัว พ่ีน้ีชัว่ เพราะหม่ินประมาทความ
อนื่ ไกลไหนพีจ่ ะละเลา่ น่ีเจา้ วา่ ดอกจะยง้ั ไว้ฟงั ห้าม
เสียแรงมาว่าวอนจงผ่อนตนาาฏมการ อย่าหวงห้ามเสนหาให้ชา้ วนั
วา่ พลางคลึงเคลา้ เข้าแนบขา้ ง นาฏการ จบู พลางทางปลอบประโลมขวญั
สมั ผสั เสยี งพยัญชนะและสมั ผสั เสยี งสระ ก่ายกอดสอดเกย่ี วพลั วัน นาฏการ วนั ทองกนั้ กดี ไว้ไมต่ ามใจ
พลกิ ผลกั ชกั ชวนให้ชื่นชดิ เบอื นบดิ แบง่ รักหาร่วมไม่
สยดสยองพองเสียวแสยงใจ พระพายพัดมาลยั ตรลบลอย
แมลงภเู่ ฝา้ เคล้าไมใ้ นไพรชฏั ไมเ่ บกิ บานกา้ นกลดั เกสรสร้อย
บนั ดาลคงคาทพิ กะปริบกะปรอจยนิ ตภาพด้านภาพ พรมพร้อยท้องฟ้านภาลัย หลากคา ; คาไวพจน์ แปลวา่ ทอ้ งฟ้า
สัทพจน์ อสนีครนื้ ครั่นสนัน่ ก้อง จนิ ตภาพดา้ นเสียง น้าฟา้ หาต้องดอกไม้ไม่
กระเซ็นรอบขอบสระสมุทไท หววิ ใจแล้วกห็ ลบั กับเตียงนอน ฯ
สัมผสั เสียงพยญั ชนะและสมั ผสั เสียงสระ ๏ ครนั้ เวลาดึกกาดดั สงัดเงียบ ใบไมแ้ ห้งแกรง่ เกรียบระรุบรอ่ น สทั พจน์
พระพายโชยเสาวรสขจายจร พระจนั ทรแจม่ แจง้ กระจ่างดวง
ดุเหว่าเรา้ เสยี งสาเนียงก้อง จนิ ตภาพด้านเสยี ง ระฆังฆ้องขานแขง่ ในวังหลวง จนิ ตภาพดา้ นเสียง
วนั ทองน้องนอนสนิททรวง จติ รง่วงระงับส่ภู วังค์
ความเชอื่ เรอ่ื งความฝัน ฝนั ว่าพลัดไปในไพรเถ่ือน เลื่อนเป้อื นไม่รูท้ จี่ ะกลับหลัง
ลดเลยี้ วเที่ยงหลงในดงรงั ยังมีพยัคฆรา้ ยมาราวีหลากคา ; คาไวพจน์ แปลวา่ ป่า
นาฏกาทรัง้ สองมองหมอบอยรู่ ิมทาง พอนางดั้นป่ามาถงึ ที่
โดดตะครุบคาดค้ันในทนั ที แลว้ ฉดุ ครา่ พารี่ไปในไพรนาฏการ
ส้ินฝนั ครั้นตนื่ ตกประหม่า หวีดผวากอดผวั สะอื้นไห้ ศฤคารรสและอัพภูตรส
เล่าความบอกผวั ดว้ ยกลัวภยั ประหลาดใจนอ้ งฝันพรน่ั อุรา
สัมผัสเสียงพยญั ชนะ ใตเ้ ตียงเสยี งหนูก็กุกกก สทั พจน์ แมลงมุมทมุ่ อกทีร่ ิมฝา
และสัมผัสเสียงสระ ยิง่ หวาดหว่นั พรั่นตัวกลัวมรณา อุปมา ดงั วญิ ญาณ์นางจะพรากไปจากกาย ฯ ศฤงคารรส
๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิท ฟังความตามนิมิตกใ็ จหาย
ครั้งน้ีน่าจะมอี ันตราย ฝนั รา้ ยสาหสั ตัดตาราความเชอื่ เรอื่ งความฝัน
ความเชอื่ เรอ่ื งโหราศาสตร์ พเิ คราะหด์ ทู งั้ ยามอัฐกาล กบ็ ันดาลฤกษแ์ รงเปน็ หนักหนา
มิรทู้ ีจ่ ะแถลงแจ้งกจิ จา นาฏการ กอดเมยี เมินหนา้ น้าตากระเด็น
จึงแกล้งเพทุบายทานายไป ฝันอยา่ งน้ีมิใช่จะเกดิ เคขวญ็ามเชอื่ เรื่องความฝนั
สมั ผัสเสียงพยญั ชนะและสมั ผัสเสียงสระ เพราะวิตกหมกไหม้จงึ ได้เป็น เนอื้ เย็นอยู่กับผวั อย่ากลวั ทุกข์ นามนัย
พรุง่ น้ีพีจ่ ะแก้เสนียดฝนั แล้วทามงิ่ ส่งิ ขวัญใหเ้ ป็นสุข
มิใหเ้ กดิ ราคกี ลียุค บคุ คลวัต อยา่ เปน็ ทุกข์เลยเจา้ จงเบาใจ ฯ
๏ ครนั้ วา่ รุ่งสางสวา่ งฟ้า จนิ ตภาพด้านภาพ สมั ผัสเสยี งพยญั ชนะ
สุรยิ าแยม้ เยีย่ มเหล่ียมไศล และสมั ผสั เสยี งสระ
๒๓
จะกลา่ วถึงพระองคผ์ ้ทู รงชัย เนาในพระทนี่ ่งั บลั ลงั กร์ ตั น์
พรอ้ มดว้ ยพระกานลั นกั สนม หมอบประนมเฝา้ แหนแน่นขนัด
ประจาต้งั เครื่องอานอยู่งานพัด ทรงเคืองขัดขุนชา้ งแต่กลางคืน พิโรธวาทัง
แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมอื นมันบา้ ง ทุกอย่างทจ่ี ะช่วั อ้ายหัวลื่น
เวียนแต่เป็นถอ้ ยความไม่ขา้ มคืน นา้ ยนื หยั่งไม่ถงึ ยงั ดงึ มา
คราวนั้นฟอ้ งกันดว้ ยวนั ทอง นม่ี นั ฟ้องใครอีกไอ้ชาตขิ า้
ดารพิ ลางทางเสด็จยาตรานาฏการ ออกมาพระท่ีน่งั จกั รพรรดิ จนิ ตภาพด้านภาพ
คาราชาศพั ท์ แสดงถงึ การใชค้ าเหมาะสม พระสูตรรดู กร่างกระจา่ งองค์ นาฏการ ขนุ นางกราบราบลงเปน็ ขนัด
สมั ผัสเสยี งพยัญชนะและสัมผัสเสียงสระ ทง้ั หนา้ หลงั เบียดเสยี ดเยยี ดยัด หมอบอดั ถดั กันเปน็ หลน่ั ไป
คาราชาศัพท์ แสดงถึงการใช้คาเหมาะสม ทอดพระเนตรมาเหน็ ขุนชา้ งเฝา้ เออใครเอาฟ้องมนั ไปไว้ไหน
พระหมนื่ ศรีถวายพลันในทันใด รบั ไว้คลี่ทอดพระเนตรพลัน คาราชาศพั ท์ แสดงถึงการใช้คาเหมาะสม
พอทรงจบแจง้ พระทยั ในข้อหา กโ็ กรธาเคืองขุน่ หนุ หัน
คาถามเชิงวาทศิลป์ มนั เคีย่ วเข็ญทาเปน็ อย่างไรกัน อีวนั ทองคนเดยี วไมร่ ู้แลว้ พโิ รธวาทัง
ราวกับไม่มีหญิงเฝา้ ชงิ กัน ฤๅอวี นั ทองน้นั มันมแี กว้
รปู อ้ายชา้ งช่วั ช้าตาแบง้ แบว ไมเ่ ห็นแววท่วี ่ามันจะรัก
ใครจะเอาเป็นผัวเขากลวั อาย หัวหดู ูเหมือนควายท่ตี กปลกั พีภัตสรส
คราวน้นั เปน็ ความกูถามซัก นาฏการตกหนกั อย่กู บั เถา้ ศรปี ระจัน
วนั ทองกสู ใิ ห้กบั ไอ้แผน ไยแลน่ มาอยกู่ ับอา้ ยช้างน่ัน
จมืน่ ศรีไปเอาตัวมันมาพลนั ทั้งวนั ทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย ฯ
นาฏการถอยหลังออกมาไมช่ ้าได้
หน่งึ ในหน่วยงานระบบปกครองที่ ๏ ฝา่ ยพระหมนื่ ศรไี ดร้ ับสง่ั
เรียกว่า จตุสดมภ์ ตารวจในวง่ิ นตาะฏกบาึงรมาถงึ พลัน
สงั่ เวรกรมวังในทันใด
ขน้ึ ไปบนเรือนพระหมื่นไวย แจง้ ข้อรบั สงั่ ไปขมีขมัน
ขนุ ช้างฟ้องรอ้ งฎกี าพระทรงธรรม์ ใหห้ าทงั้ สามท่นั นัน้ เข้าไป ฯ
๏ ครานน้ั วันทองเจา้ พลายงาม ได้ฟงั ความคร้ามครนั่ หวัน่ ไหว สัมผสั เสยี งพยัญชนะ
ขุนแผนเรยี กวนั ทองเขา้ ห้องใน ไม่ไวใ้ จจงึ เสกด้วยเวทมนตร์ และสัมผสั เสยี งสระ
ความเชอื่ เรื่องไสยศาสตร์ สีข้ีผ้ึงสีปากกนิ หมากเวท ซ่งึ วเิ ศษสารพัดแก้ขดั สน
น้ามันพรายน้ามันจันทนส์ รรเสกปน เคยค้มุ ขงั บังตนแต่ไรมา
คนเหน็ คนทักรกั ทุกหน้า สัมผสั เสยี งพยัญชนะ
สมั ผัสเสยี งพยัญชนะ แล้วทาผงอิทธิเจเขา้ เจิมพักตร์ เสรจ็ แลว้ กพ็ าวนั ทองไป ฯ และสัมผสั เสยี งสระ
และสัมผสั เสยี งสระ เสกกระแจะจวงจนั ทน์นา้ มนั ทา
๏ ครานนั้ ทองประศรีผู้มารดา คร้ันได้แจง้ กิจจาไม่นง่ิ ได้
เด็กเอย๋ วงิ่ นตาาฏมกามราไวไว ลงบันไดงันงกตกนอกชาน นาฏการ
๒๔
พลายชุมพลกอดกน้ ทองประศรี กูมิใชช่ า้ งข่ีดอกลูกหลาน
นาฏการ สมั ผสั เสยี งพยญั ชนะ
นาฏการ และสัมผสั เสียงสระ ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป
ลุกข้นึ โขยง่ โกง้ โคง้ คลาน ผรู้ บั สง่ั เร่งรดุ ไม่หยดุ ได้ จินตภาพดา้ นภาพ
คร้ันถึงยง้ั อย่ปู ระตวู งั
ขุนแผนวันทองพระหมน่ื ไวย เขา้ ไปเฝา้ องค์พระภมู ี ฯ
๏ คราน้นั พระองคผ์ ทู้ รงเดช ป่ินปักนัคเรศเรืองศรี
เห็นสามราเขา้ มาอัญชลี พระปรานีเหมอื นลูกในอุทร อุปมา
ดว้ ยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ เผอิญคดิ รักใคร่พระทยั อ่อน
ตรัสถามอยา่ งความราษฎร ฮา้ เฮย้ ดูก่อนอีวันทอง
เมื่อมึงกลับมาแตป่ ่าใหญ่ กูสใิ ห้ไอ้แผนประสมสอง
ครั้นกูขัดใจให้จาจอง ตัวของมึงไปอยู่แห่งไร
ทาไมไม่อยกู่ บั อ้ายแผน แลน่ ไปอยู่กบั อ้ายช้างใหม่
เดิมมึงรักอ้ายแผนแล่นตามไป ครั้นยกให้สเิ ต้นกลบั เลน่ ตวั
อย่กู บั อ้ายช้างไม่อยู่ได้ เกิดรังเกยี จเกลียดใจด้วยชงั หัวคาพอ้ งเสยี ง
ตกว่าชว่ั แล้วมงึ ไมไ่ ยดี ฯ
ดูยักใหม่ย้ายเกา่ เฝ้าเปลีย่ นตัว
๏ คราน้ันวันทองไดร้ บั สัง่ ละลา้ ละลังประนมก้มเกศี สัมผัสเสียงพยัญชนะ
หวั สยองพองพรั่นทนั ที ทูลคดีพระองค์ผู้ทรงธรรม์
คาราชาศพั ท์ แสดงถงึ ขอเดชะละอองธุลบี าท องค์หรริ กั ษร์ าชรงั สรรค์
การใช้คาไดเ้ หมาะสม เมือ่ กระหม่อมฉันมาแต่อารญั
คร้ังน้นั โปรดประทานขนุ แผนไป
คร้นั อยู่มาขนุ แผนต้องจาจอง กระหม่อมฉันมที ้องน้นั เตบิ ใหญ่
อยทู่ ่ีเคหาหน้าวดั ตะไกร ขนุ ชา้ งไปบอกว่าพระโองการ
กระหม่อมฉนั ไม่ไปกห็ ักหาญ
นาฏการ มีรบั สั่งโปรดปรานประทานให้ บรรยายโวหาร
สัมผัสเสยี งพยญั ชนะ ยอื้ ยุดฉุดคร่าทาสามานย์
เพ่ือนบา้ นจะช่วยกส็ ุดคิด
ดว้ ยขุนช้างอ้างวา่ รบั สัง่ ให้
ใครจะขัดขืนไวก้ ็กลวั ผิด
สัมผสั เสยี งพยัญชนะ จนใจจะมิไปก็สุดฤทธิ ชีวติ อยู่ใตพ้ ระบาทา ฯ
๏ ครานน้ั พระองค์ผทู้ รงภพ ฟงั จบกร้วิ ขนุ ชา้ งเป็นหนักหนา
มีพระสิงหนาทตวาดมา อา้ ยบ้าเย่อหยิง่ อ้ายลงิ โลน รทุ รรส
มงึ ถือใจว่าเปน็ เจา้ ทโ่ี รงโขน
ตกว่ากหู าเปน็ เจา้ ชีวิตไม่
เปน็ ไมม่ ีอาญาสิทธิคดิ ดงึ โดน เทยี่ วทาโจรใจคะนองจองหองครัน สมั ผสั เสยี งสระ
เลยี้ งมึงไม่ได้อ้ายใจรา้ ย ชอบแต่เฆ่ียนสองหวายตลอดสัน
แล้วกลบั ความถามข้างวนั ทองพลัน เออเมอ่ื มันฉุดคร่าพามงึ ไป นาฏการ
ก็ชา้ นานประมาณได้สิบแปดปี ครั้งนท้ี าไมมึงจึงมาได้
นม่ี งึ หนมี นั มาฤๅวา่ ไร ฤๅวา่ ใครไปรับเอามึงมา ฯ
๒๕
๏ วนั ทองฟงั ถามให้ครา้ มคร่นั บงั คมคัลประนมกม้ เกศา
ขอเดชะพระองคท์ รงศกั ดา พระอาญาเปน็ พ้นล้นเกลา้ ไป
ครัง้ นจี้ มนื่ ไวยนนั้ ไปรบั กระหม่อมฉันจึงกลบั คืนมาได้ บรรยายโวหาร
มใิ ชย่ ้อนยอกทานอกใจ ขนุ แผนก็มิได้ประเวณี
แต่มานน้ั เวลาสกั สองยาม ขนุ ช้างจึงหาความว่าหลบหนี
เกรงกลวั ต่ออานาจของกษตั รยิ ์ ขอพระองคจ์ งทรงพระปรานี ชวี ีอย่ใู ต้พระบาทา ฯ
๏ ครานนั้ พระองค์ผู้ทรงเดช นามนยั ฟังเหตุข่นุ เคอื งเป็นหนกั หนา
อา้ ยหมืน่ ไวยทาใจอหงั การ์ จินตภาพด้านภาพ ตกว่าบ้านเมืองไม่มนี าย
จะปรึกษาตราสินใหไ้ มไ่ ด้นาฏการ จงึ ทาตามน้าใจเอางา่ ยงา่ ย
ถ้าฉวยเกดิ ฆ่าฟนั กันล้มตาย อันตรายไพรเ่ มืองก็เคืองกู
อีวนั ทองกใู ห้ไอแ้ ผนไป อ้ายช้างบังอาจใจทาจู่ลู่
นาฏกาฉร ุดมนั ขึ้นช้างอา้ งถึงกู ตะคอกขอู่ วี ันทองให้ตกใจ
นาฏการเฆี่ยนตีเสยี ใหย้ บั ไม่นบั ได้
ชอบตบใหส้ ลบลงกบั ท่ี นาฏการ
มะพร้าวหา้ วยดั ปากให้สาใจ อา้ ยหมืน่ ไวยกโ็ ทษถึงฉกรรจ์
มงึ ถือว่าอวี ันทองเป็นแมต่ ัว ไม่เกรงกลวั เว้โวท้ าโมหนั ธ์
สัมผัสเสียงสระ ไปรับไยไม่ไปในกลางวนั อา้ ยแผนพ่อนนั้ ก็เปน็ ใจ
อุปมา มันเหมอื นววั เคยขาม้าเคยข่ี ถึงบอกกวู ่าดหี าเชื่อไม่
อา้ ยชา้ งมนั กฟ็ ้องเป็นสองนยั ว่าอา้ ยไวยลกั แม่ให้บดิ า
เป็นราคีข้อผดิ มตี ดิ ตัว หมองมัวมลทินอยู่หนักหนา
ถ้าอา้ ยไวยอยากจะใคร่ไดแ้ ม่มา ชวนพ่อฟ้องหาเอาเป็นไร
สะท้อนสภาพสังคมดา้ นกฎหมาย อยั การศาลโรงกม็ ีอยู่ ฤๅว่ากูตัดสินให้ไมค่ไาดถา้ มเชงิ วาทศลิ ป์
ปัญหาทั้งหมดทเ่ี กิดขน้ึ ชอบทวนดว้ ยลวดให้ปวดไป ปรับไหมใหเ้ ท่ากบั ชายชู้ สมั ผสั เสียงพยญั ชนะ
เพราะนางวนั ทอง สัมผสั เสียงสระ
มนั เกิดเหตทุ ้ังน้กี เ็ พราะหญงิ จึงหงึ หวงช่วงชิงยุ่งย่งิ อยู่
จาจะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู อุปลักษณ์
ใหล้ กู ดอกดกอยแู่ ต่ก่ิงเดียว
อวี นั ทองตัวมันเหมือนรากแก้ว อปุ มา ถา้ ตดั โคนขาดแล้วกใ็ บเหย่ี ว
ใครจะควรสสู่ มอยกู่ ลมเกลียว ใหเ้ ด็ดเดีย่ วรกู้ นั แตว่ นั น้ี
เฮ้ยอีวนั ทองว่ากะไร มึงต้งั ใจปลดปลงให้ตรงท่ี
อย่าพะวงั กังขาเปน็ ราคี เพราะมงึ มผี วั สองกตู ้องแคน้
ถา้ รกั ใหม่กไ็ ปอยู่กับอ้ายช้าง ถ้ารกั เก่าเขา้ ข้างอ้ายขนุ แผน
อยา่ เวียนวนไปให้คนมนั หม่ินแคลน ถา้ แมน้ มึงรักไหนให้วา่ มา ฯ สัมผสั เสียงพยัญชนะ
๏ ครานนั้ วันทองฟงั รบั สั่ง ให้ละลา้ ละลงั เป็นหนักหนา
ครน้ั จะทลู กลัวพระราชอาชญา ภยานกรส
ขนุ ช้างแลดูตายกั คิว้ ลน
๒๖
สัมผสั เสียงพยญั ชนะ พระหมื่นไวยใชใ้ บใ้ หแ้ ม่วา่ บยุ้ ปากตรงบิดาเป็นหลายหน
สัมผสั เสยี งสระ วันทองหมองจิตรคดิ เวยี นวน เป็นจนใจนง่ิ อยู่ไม่ทลู ไป ฯ
๏ ครานัน้ พระองคท์ รงธรณินทร์ หาได้ยนิ วนั ทองทูลข้นึ ไม่
พระตรสั ความถามซักไปทนั ใด ฤๅมึงไมร่ ักใครใหว้ ่ามา
จะรกั ชู้ชังผวั มึงกลวั อาย จะอยู่ด้วยลกู ชายก็ไม่วา่
ตามใจกูจะให้ดังวาจา แตน่ เี้ บอ้ื งหนา้ ขาดเด็ดไป ฯ
๏ นางวนั ทองรบั พระราชโองการ ใหบ้ ันดาลบังจติ รหาคิดไม่
อกศุ ลดลมวั ให้ชว่ั ใจ ด้วยสน้ิ ในอายทุ ่เี กดิ มา
สัมผสั เสยี งพยัญชนะ คดิ คะนงึ ตะลึงตะลานอก อุปมา ดงั ตวั ตกพระสุเมรภุ ูผา
สัมผัสเสียงสระ ให้อทุ ัจอัดอั้นตนั อรุ า เกรงผดิ ภายหน้ากส็ ดุ คดิ
จะว่ารักขุนชา้ งกะไรได้ ทจ่ี ริงใจมไิ ด้รกั แต่สักหนิด
ศฤงคาร รักพ่อลูกห่วงดงั ดวงชีวิต อปุ มา อติพจน์ แม้นทูลผดิ จะพิโรธไมโ่ ปรดปราน
รส อย่าเลยจะทลู เป็นกลางไว้ ตามพระทัยท้าวจะแยกใหแ้ ตกฉาน
ศฤงคารรส คิดแลว้ เท่านน้ั มิทนั นาน นางกม้ กรานแลว้ ก็ทูลไปฉบั พลัน
ความรสู้ กึ ทมี่ ตี อ่ ขนุ แผน ความรกั ขุนแผนกแ็ สนรัก ด้วยรว่ มยากมานักไม่เดียดฉนั ท์
ส้ลู าบากบุกปา่ มาด้วยกัน สารพนั อดออมถนอมใจสมั ผัสเสยี งสระ
ศฤงคารรส ขุนชา้ งแต่อยู่ด้วยกนั มา คาหนกั หาได้วา่ ใหเ้ คืองไม่
ความรสู้ กึ ทีม่ ตี อ่ ขนุ ช้าง เงินทองกองไว้มิให้ใคร ข้าไทใช้สอยเหมือนของตวั อุปมา
ศฤงคารรส จม่นื ไวยเลา่ กเ็ ลอื ดทใ่ี นอก กห็ ยบิ ยกรกั เท่ากันกับผวั
ความรสู้ กึ ทมี่ ตี ่อพลายงาม ทลู พลางตัวนางระเร่ิมรวั ความกลวั พระอาญาเปน็ พ้นไป ฯ
๏ ครานัน้ พระองค์ผทู้ รงภพ ฟงั จบแคน้ คง่ั ดงั เพลิงไหม้ อปุ มา
อุปมา เหมือนดินประสิวปลวิ ติดกบั เปลวไฟ สัมผสั เสยี ง
ดดู ู๋เปน็ ได้อีวันทอง วรรณยกุ ต์ พิโรธวาทงั
จะว่ารักข้างไหนไม่วา่ ได้
น้าใจจะประดังเขา้ ท้งั สอง
ออกนัน่ เข้าน่ีมีสารอง อุปมา ย่ิงกวา่ ท้องทะเลอนั ล้าลกึ
จอกแหนแพเสาสาเภาใหญ่ จะทอดถมเท่าไรไม่รู้สกึ อติพจน์
อปุ มาเหมอื นมหาสมุทรสดุ ซ้งึ ซึก นา้ ลกึ เหลอื จะหย่ังกระท่ังดนิ
อิฐผาหาหาบมาทุ่มถม ก็จอ่ มจมสูญหายไปหมดส้ิน
อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ อุปมา ดงั เพชรนลิ เกิดข้ึนในอาจม
คุณธรรมสอนให้รวู้ า่ อย่าดูคน รปู งามนามเพราะน้อยไปฤๅ ใจไมซ่ ่ือสมศักดิเท่าเส้นผมอุปมา
จากรูปลกั ษณภ์ ายนอก แต่ใจสัตว์มนั ยงั มีทีน่ ยิ ม สมาคมก็แตถ่ ึงฤดูมัน
มงึ นีถ่ ่อยยิง่ กว่าถ่อยอที ้ายเมือง จะเอาเรื่องไม่ได้สกั สง่ิ สรรพ์
คุณธรรมสอนใหร้ ู้จักพอดี ละโมบมากตัณหาตาเปน็ มนั สักร้อยพันใหม้ ึงไม่ถึงใจ
๒๗
ค่านิยมว่าผู้หญิง วา่ หญงิ ชวั่ ผัวยังคราวละคนเดียว หาตามตอมกนั เกรียวเหมอื นมึงไม่
ตอ้ งมีสามเี ดยี ว หนักแผ่นดินกจู ะอยู่ไย อา้ ยไวยมึงอยา่ นบั ว่ามารดา
กูเล้ยี งมึงถึงใหเ้ ป็นหัวหมืน่ คนอ่ืนรู้วา่ แม่ก็ขายหนา้
อ้ายขุนช้างขนุ แผนท้งั สองรา กจู ะหาเมียใหอ้ ย่าอาลัย รุทรรส
หญิงกาลกิณอี แี พศยา มันไม่น่าเชยชิดพิสมยั
ทร่ี ูปรวยสวยสมมถี มไป มงึ ตดั ใจเสียเถิดอีคนนี้ สมั ผัสเสียงพยญั ชนะ
เร่งเรว็ เหวยพระยายมราช ไปฟนั ฟาดเสียให้มันเป็นผี นาฏการ และเสยี งสมั ผสั สระ
อกเอาขวานผา่ อยา่ ปรานี นาฏการ อยา่ ให้มโี ลหติ ตดิ ดินกู
เอาใบตองรองไว้ใหห้ มากนิ ตกดนิ จะอัปรยี ก์ าลีอยู่
ฟนั ใหห้ ญิงชายทั้งหลายดู สั่งเสรจ็ เสด็จสู่ปราสาทชยั ฯ
๒๘
ถอดคาประพันธ์ (ขุนชา้ งขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา)
จะกล่าวถงึ โฉมเจ้าพลายงาม เมื่อเป็นความชนะขนุ ช้างน่นั
กลบั มาอยบู่ ้านสาราญครัน เกษมสันตส์ องสมภริ มยย์ วน
พรอ้ มญาติขาดอยู่แต่มารดา นกึ นึกตรึกตราละห้อยหวน
โอว้ า่ แม่วันทองช่างหมองนวล ไม่สมควรเคียงค่กู ับขนุ ช้าง
เออนเี่ น้ือเคราะห์กรรมนามาผดิ นา่ อายมติ รหมองใจไม่หายหมาง
ฝ่ายพ่อมีบญุ เปน็ ขนุ นาง แตแ่ ม่ไปแนบขา้ งคนจงั ไร
ถอดความไดว้ า่
เม่ือพลายงามชนะความขุนชา้ ง ก็ได้กลบั มาอยบู่ ้านอย่างสขุ สบาย ขาดกแ็ ต่มารดา พลายงามคิด วา่
แม่วนั ทองไม่ควรอยูก่ บั ขุนช้าง อาจจะเป็นเคราะห์กรรมของแม่วนั ทองถึงต้องมาอับอายแบบนี้ พอ่ ก็เปน็ ถึงขุน
นาง แต่แม่กลบั ไปอยูก่ ับคนจัญไร
รปู ร่างวิปรติ ผดิ กว่าคน ทรพลอัปรีย์ไมด่ ีได้
ทงั้ ใจคอชั่วโฉดโหดไร้ ช่างไปหลงรกั ใคร่ได้เปน็ ดี
วันนัน้ แพก้ ูเม่ือดาน้า ก็กริ้วซ้าจะฆา่ ใหเ้ ปน็ ผี
แสนแค้นด้วยมารดายังปรานี ใหไ้ ปขอชวี ขี นุ ชา้ งไว้
แคน้ แม่จาจะแก้ให้หายแคน้ ไมท่ ดแทนอ้ายขนุ ช้างบ้างไม่ได้
หมายจติ คดิ จะใหม้ ันบรรลยั ไม่สมใจจาเพาะเคราะห์มันดี
ถอดความได้ว่า
รูปร่างนา่ เกลียด ใจคอโหดเห้ียม ไม่รวู้ ่าแม่วันทองไปรักขนุ ชา้ งได้อย่างไร ท้าวความถงึ ตอนท่ีขุนชา้ ง
ดานา้ เพ่ือพสิ จู น์โทษเม่อื เปน็ คดีกับตน พลายงามโกรธมากและจะฆ่าขนุ ชา้ งให้ตาย แต่มารดาหา้ มและขอชีวติ
ไว้
อย่าเลยจะรับแม่กลับมา ใหอ้ ยูด่ ้วยบิดาเกษมศรี
พรากให้พ้นคนอบุ าทว์ชาตอิ ัปรีย์ ย่งิ คดิ กย็ ิ่งมคี วามโกรธา
อดั อึดฮดึ ฮัดด้วยขดั ใจ เม่อื ไรตะวนั จะลบั หล้า
เขา้ ห้องหวนละห้อยคอยเวลา จวนสุริยาเลี้ยวลบั เมรไุ กร
เงยี บสตั วจ์ ัตบุ ททวิบาท ดาวดาษเดอื นสวา่ งกระจา่ งไข
นา้ คา้ งตกกระเซ็นเย็นเยือกใจ สงดั เสยี งคนใครไม่พดู จา
ถอดความได้วา่
พลายงามแค้นขุนช้างมาก จะตอ้ งหาทางแก้แค้นขุนชา้ งใหไ้ ด้ ใจกอ็ ยากให้ขุนช้างตาย แต่ขุนช้างดวงดี
ไมเ่ ปน็ ดังทีต่ นหวังไว้ ก็เลยจะรบั แม่(นางวันทอง)ให้มาอย่บู ้านกบั พ่อ(ขุนแผน) จะพาแม่หนีให้พ้นจากขุนขา้ งคน
ชัว่ ชา้ ใจทราม ย่ิงคดิ กย็ งิ่ คบั แค้นใจ กระวนกระวายวา่ เม่ือไรจะคา่ ทจี่ ะได้ไปรับแมก่ ลับบ้าน จนตะวนั ลับขอบ
๒๙
ฟา้ ไม่มแี ม้แตเ่ สยี งเท้าสัตวเ์ ดิน ดาวทีอ่ ยู่บนท้องฟา้ ส่องแสงสว่าง ในตอนมืดอากาศเร่มิ เยน็ มีนา้ คา้ ง เงยี บสงัด
ไม่มีแมแ้ ต่เสียงคนพดู ไดย้ นิ เสียง
ไดย้ นิ เสยี งฆ้องยา่ ประจาวงั ลอยลมลอ่ งดังถงึ เคหา
คะเนนบั ย่ายามได้สามครา ดูเวลาปลอดห่วงทักทิน
ฟา้ ขาวดาวเดน่ ดวงสว่าง จนั ทรก์ ระจา่ งทรงกลดหมดเมฆสิ้น
จงึ เซ่นเหลา้ ข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมน้ิ วา่ นยาเข้าทาตัว
ลงยนั ต์ราชะเอาปะอก หยบิ ยกมงคลขึน้ ใสห่ วั
เป่ามนตรเ์ บือ้ งบนชอมุ่ มวั พรายย่วั ยวนใจใหไ้ คลคลา
ถอดความไดว้ ่า
เสยี งฆอ้ งตีบอกเวลาจากวัง ลอยมาตามลมได้ยินถึงบา้ น นับไดเ้ ป็นเวลาตีสาม เป็นเวลาท่ีจะได้
ปลดปลอ่ ยความชั่วร้าย เมือ่ ท้องฟ้าเตม็ ไปด้วยดวงดาวและดวงจันทรส์ ว่างไม่มีเมฆบดบัง จึงได้นาเหลา้ และ
อาหารไปเซ่นให้ผพี รายกิน เอาขมิ้นมาทาตามตัว ลงยนั ต์ที่อกและเอาสิ่งมงคลมาใส่หัว เป่ามนตร์คาถา เพื่อให้
หลงมนตร์ทเี่ ป่าลงไป
จบั ดาบเคยปราบณรงคร์ บ เสร็จครบบริกรรมพระคาถา
ลงจากเรอื นไปมไิ ด้ช้า รบี มาถงึ บ้านขุนช้างพลัน
เหน็ คนนอนลอ้ มอ้อมเป็นวง ประตูล่ันม่นั คงขอบรัว้ กั้น
กองไฟสวา่ งดังกลางวัน หมายสาคัญตรงมาหนา้ ประตู
จงึ รา่ ยมนตรามหาสะกด เสอื่ มหมดอาถรรพณ์ทฝี่ งั อยู่
ภตู พรายนายขุนช้างวางวิ่งพรู คนผใู้ นบ้านกซ็ านเซอะ
ถอดความไดว้ า่
นาดาบทเี่ คยรบมารา่ ยมนตรเ์ สกคาถา และลงจากเรือนรบี ไปบา้ นขุนช้าง เมื่อมาถึงกเ็ ห็นคนนอนหลบั
กันหมด ประตูปิดสนทิ มกี องไฟสวา่ งอย่หู นา้ บ้าน พลายงามรบี มาที่หน้าประตู รา่ ยมนตรส์ ะกดพวกผพี ราย
ของขนุ ช้าง ผูค้ นในบ้านต่างง่วงหลบั ดว้ ยมนตรข์ องพลายงาม
ทง้ั ชายหญิงงว่ งงมล้มหลบั นอนทับควา่ หงายกา่ ยกนั เปรอะ
จ่ปี ลาคาไฟมนั ไหลเลอะ โงกเงอะงยุ งมไม่สมประดี
ใชพ้ รายถอดกลอนถอนลิม่ รอยทิม่ ถอดหลุดไปจากท่ี
ยา่ งเทา้ กา้ วไปในทนั ที มไิ ด้มีใครทักแต่สกั คน
มีแตห่ ลับเพ้อมะเมอฝัน ทงั้ ไฟกองป้องกนั ทุกแห่งหน
ผู้คนเงียบสาเนียงเสียงแต่กรน มาจนถงึ เรือนเจา้ ขุนชา้ ง
ถอดความไดว้ า่
ผู้คนในบ้านตา่ งก็ง่วงหลบั ด้วยมนตข์ องพลายงาม นอนทับกันไปมา พลายงามจงึ ใชใ้ หพ้ รายไปถอด
กลอนประตู และก้าวเขา้ ไปถึงเรอื นของขนุ ชา้ ง
๓๐
จุดเทียนสะกดขา้ วสารปราย ภูตพรายโดดเรอื นสะเทอื นผาง
สะเดาะดาลบานเปดิ หนา้ ตา่ งกาง ย่างเท้าก้าวขนึ้ รา้ นดอกไม้
หอมหวนอวลอบบุปผชาติ เบกิ บานก้านกลาดกิ่งไสว
เรณูฟรู ่อนขจรใจ ยา่ งเท้าก้าวไปไมโ่ ครมคราม
ขา้ ไทนอนหลับลงทับกนั สะเดาะกลอนถอนลัน่ ถึงชั้นสาม
กระจกฉากหลากสลบั วบั แวมวาม อรา่ มแสงโคมแก้วแววจบั ตา
ถอดความไดว้ ่า
พลายงามจุดเทยี นร่ายมนต์สะกด โปรยข้าวสารเสกใส่ทาใหภ้ ูตพรายหนกี นั อลหม่าน จงึ สะเดาะกลอน
ประตูเข้าไปถึงสามชัน้ บานหนา้ ตา่ ง เขา้ ไปขา้ งในห้อง และได้กลน่ิ หอมของดอกไมท้ ่ีหอมหวนอบอวลไปท่ัว
ห้อง แลว้ ก้าวเขา้ ไปอย่างเงยี บๆ พวกข้ารบั ใช้กาลงั นอนหลับ พลายงามจึงใชม้ นตร์สะเดาะกลอนประตูเขา้ มา
ภายในถงึ 3ช้นั
มา่ นมู่ลมี่ ีฉากประจาก้นั อฒั จันทร์เคร่ืองแก้วกห็ นักหนา
ชมพลางย่างเย้ืองชาเลอื งมา เปดิ มงุ้ เหน็ หน้าแมว่ ันทอง
นิ่งนอนอยู่บนเตียงเคียงขุนช้าง มนั แนบขา้ งกอดกลมประสมสอง
เจ็บใจดังหัวใจจะพงั พอง ขยบั จอ้ งดาบงา่ อยากฆ่าฟัน
จะใครถบี ขนุ ชา้ งที่กลางตวั นกึ กลวั จะถูกแม่วันทองนน่ั
พลางนงั่ ลงนอบนบอภวิ ันทน์ สะอน้ื อัน้ อกแคน้ น้าตาคลอ
ถอดความได้วา่
เมอื่ เข้าไปถึงในห้องมีทัง้ กระจกฉาก และม่านมลู่ ่ีทก่ี ัน้ อยู่ เม่ือพลายงามเดินมาถึง พลายงามจงึ เปิดมงุ้
และเหน็ ขนุ ชา้ งนอนกอดแมว่ ันทองอยู่ จึงเจบ็ ใจจนอยากจะชักดาบมาฆา่ มนั คดิ จะถบี ขุนชา้ งก็กลวั จะถูกแมว่ นั
ทอง พลายงามจึงน่ังลงและยกมอื ไหว้ สะอ้ืนน้าตาคลอ
โอแ้ ม่เจา้ ประคุณของลูกเอย๋ ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
เวรกรรมนาไปไมร่ ง้ั รอ มิพอทจ่ี ะตอ้ งพรากกจ็ ากมา
มนั ไปฉุดมารดาเอามาไว้ อ้ายหัวใสข่มเหงไม่เกรงหนา้
ที่ทาแคน้ กูจะแทนให้ทันตา ขอษมาแม่แล้วกข็ ับพราย
เป่าลงด้วยพระเวทวทิ ยา มารดาก็ฟ้นื ตนื่ โดยง่าย
ดาบใส่ฝักไวไ้ มเ่ คล่ือนคลาย วนั ทองรสู้ ึกกายก็ลมื ตา
ถอดความไดว้ ่า
พลายงามราพันวา่ นางวันทองไม่ควรพลัดพรากจากขุนแผน แลว้ โทษว่าเปน็ เวรกรรมท่ีทาให้ตอ้ ง
แยกกนั พรายงามไดแ้ ม่แล้วขอขมาไล่พราย พรอ้ มทัง้ เป่ามนต์ใหแ้ ม่วันทองตืน่ ขน้ึ มา
ครานั้นจึงโฉมเจ้าวนั ทอง ต้องมนตร์มวั หมองเป็นหนกั หนา
ตืน่ พลางทางชาเลอื งนยั น์ตามา เหน็ ลูกยาน้นั ยืนอยู่รมิ เตียง
๓๑
สาคัญคิดว่าผ้รู ้ายใหน้ กึ กลวั กอดผวั รอ้ งดันจนสนิ้ เสียง
ซวนซบหลบลงมาหมอบเมยี ง พระหมื่นไวยเข้าเคยี งหา้ มมารดา
อะไรแม่แซ่รอ้ งทง้ั ห้องนอน ลกู ร้อนราคาญใจจงึ มาหา
จะร้องไยใช่โจรผู้รา้ ยมา สนทนาดว้ ยลูกอยา่ ตกใจ
ถอดความไดว้ า่
นางวันทองรสู้ กึ ตัวต่นื ข้ึนมาสายตามองเหน็ พลายงามแต่คดิ วา่ เป็นโจรจึงเข้า กอดขนุ ช้างด้วยความ
กลัว พลายงามปลอบ บอกนางวันทองวา่ ลูกพลายงามเอง ไม่ใช่โจรผรู้ า้ ย แมอ่ ยา่ ตกใจไปเลย
ครานั้นวันทองผ่องโสภา คร้นั ร้วู า่ ลกู ยาหากลัวไม่
ลูกออกมาพลนั ด้วยทนั ใด พระหมื่นไวยเขา้ กอดเอาบาทา
วนั ทองประคองสอดกอดลูกรัก ซบพักตร์ร้องไหไ้ ม่เงยหนา้
เจา้ มาไยปา่ นน้นี ีล่ ูกอา เขารักษาอยทู่ ุกแห่งตาแหน่งใน
ใสด่ าลบา้ นชอ่ งกองไฟรอบ พ่อช่างลอบเขา้ มากระไรได้
อาจองทะนงตัวไม่กลัวภัย นี่พอ่ ใช้ฤาวา่ เจา้ มาเอง
ถอดความไดว้ า่
เม่ือวนั ทองรู้วา่ พลายงามมาหา ก็รีบลุกเขา้ ไปกอดพลายงามแลว้ ก็ซบหนา้ รอ้ งไหแ้ ลว้ ถามว่าลกู ผา่ นคน
ทค่ี อยเฝา้ อยู่มาไดย้ ังไงทน่ี ี่มีคนคอยเฝา้ ดูแลอยทู่ ุกตาแหนง่ ทาไมถงึ รอดเข้ามาได้ลูกไมก่ ลัวหรอ น่ีขนุ แผนใช้ลกู
มา หรือ ลูกมาเอง
ขนุ ช้างต่ืนขึ้นมิเป็นการ เขาจะรุกรานพาลข่มเหง
จะเกดิ ผิดแมค่ ิดคะนึงเกรง ฉวยสบเพลงพลาดพลา้ มเิ ปน็ การ
มธี ุระส่ิงไรในใจเจา้ พ่อจงเล่าแกแ่ ม่แล้วกลับบ้าน
มิควรทาเจา้ อยา่ ทาใหร้ าคาญ อยา่ หาญเหมือนพอ่ นักคะนองใจ
จมื่นไวยสารภาพกราบบาทา ลูกมาผดิ จรงิ หาเถยี งไม่
รกั ตัวกลวั ผิดแตค่ ิดไป กห็ ักใจเพราะรักแมว่ ันทอง
ถอดความไดว้ า่
ถ้าขุนช้างตื่นมาอาจจะทารา้ ยลกู ได้นะแมเ่ ป็นห่วงมาก แม่กลวั ว่าถ้าลูกเสียจังหวะพลาดพล้าไปพลาย
งามอาจจะถูกทารา้ ยได้นะแม่กลัว ถ้ามีธรุ ะอะไรด่วนก็รีบมาเล่าใหแ้ ม่ฟงั แลว้ กร็ ีบกลับไปซะ อยา่ ทาตวั กล้า
หาญเหมอื นขนุ แผนพ่อของลูก พลายงามกราบเท้าแม่แล้วบอกวา่ ลกู ทาผดิ จริงจะไม่เถียงผิดท่ีคดิ ไปแต่ก็ตอ้ งจา
ใจเพราะรักแมว่ ันทอง
ทุกวนั นล้ี กู ชายสบายยศ พร้อมหมดเมียมง่ิ ก็มสี อง
มบี า่ วไพร่ใช้สอยทง้ั เงนิ ทอง พีน่ ้องข้างพ่อกบ็ ริบรู ณ์
ยงั ขาดแต่แม่คุณไม่แลเห็น เปน็ อย่กู เ็ หมือนตายไปหายสูญ
ขอ้ นี้ท่ีทุกข์ยังเพ่ิมพนู ถา้ พร้อมมูลแมด่ ้วยจะสาราญ
๓๒
ลกู มาหมายว่าจะมารับ เชิญแม่วนั ทองกลบั คนื ไปบา้ น
แม้จะบงั เกิดเหตุเภทพาล ประการใดกต็ ามแตเ่ วรา
ถอดความได้วา่
ทุกวนั น้ีพลายงามสบายมียศถาบรรดาศกั ด์ิ มีพร้อมทุกอย่างทงั้ เงินทองบ่าวไพรเ่ มยี ก็มีสองคน ผู้ใหญ่
ฝา่ ยพอก็อยู่ดี ยงั ขาดแต่แมว่ ันทองไม่มองเหน็ อยู่ไปก็เหมือนตายไม่เคยสนใจเพราะอยา่ งน้ีทยี่ ังทุกข์หนกั ถา้ มี
แมว่ ันทองด้วยจะสขุ สาราญ ทล่ี กู มาตง้ั ใจว่าจะมารับแม่วนั ทองกลับบา้ นเรา ถึงจะเกิดเรอื่ งก็แลว้ แต่เวรแต่
กรรม
มาอยู่ไยกบั อ้ายหนิ ชาติ แสนอุบาทวใ์ จจิตริษยา
ดังทองคาเลย่ี มปากกะลา หน้าตาดาเหมือนมนิ หม้อมอม
เหมอื นแมลงวันวอ่ นเคล้าท่เี น่าชั่ว มาเกลือกกลวั้ ปทุมมาลยท์ หี่ วานหอม
ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม วา่ นกั แมจ่ ะตรอมระกาใจ
แม่เล้ียงลกู มาถึงเจ็ดขวบ เคราะห์ประจวบจากแม่หาเห็นไม่
จะคดิ ถึงลูกบา้ งฤาอยา่ งไร ฤาหาไม่ใจแม่ไม่คิดเลย
ถา้ คิดเหน็ เอ็นดูวา่ ลูกเต้า แมท่ นู เกล้าไปเรือนอย่าเชือนเฉย
ให้ลูกคลายอารมณ์ไดช้ มเชย เหมือนเมื่อครงั้ แม่เคยเล้ยี งลกู มา
ถอดความไดว้ า่
มาอยู่ทาไมกบั คนเลวทรามชว่ั ข้ีอจิ ฉาแบบนี้ หนา้ ตาก็มอมแมมดาอย่างกับเขม่าท่ีตดิ กน้ หมอ้ นา่
เกลียดเหมอื นแมลงวนั เน่ามาบินตอมดอกไม้ท่ีสวยงามอยา่ งแม่ เหมือนคนช่วั มาปนกับคนดี จะวา่ มากก็กลวั แม่
จะทุกข์ใจ แมเ่ ลี้ยงลูกมาถึง 7 ขวบ เพราะเคราะห์กรรมของแมถ่ งึ ตอ้ งจากกัน แม่วันทองคดิ ถึงลกู บ้างไหม หรือ
ว่าแมไ่ ม่คิดถึงลูกเลย ถ้าแมย่ งั เอ็นดูลกู อยู่ แมร่ ีบไปกบั อย่กู ับลูก เหมอื นครั้งทีแ่ ม่เคยเลี้ยงดลู กู มา
ครานัน้ จึงโฉมเจ้าวนั ทอง เศรา้ หมองดว้ ยลกู เปน็ หนกั หนา
พอ่ พลายงาม ทรามสวาดิ ของแม่อา แมโ่ ศกาเกือบเจยี นจะบรรลัย
ใช่จะอ่มิ เอบิ อาบด้วยเงินทอง มิใช่ของตัวทามาแต่ไหน
ทงั้ ผคู้ นช้างมา้ แลข้าไท ไมร่ กั ใคร่เหมือนกับพ่อพลายงาม
ทุกวนั นี้ใชแ่ ม่จะผาสุก มีแตท่ ุกข์เจบ็ ดงั เหนบ็ หนาม
ตอ้ งจาจนทนกรรมทีต่ ิดตาม จะขนื ความคิดไปกใ็ ช่ที
ถอดความได้วา่
นางวนั ทองก็ตอบพลายงามว่า เศรา้ ใจเจยี นตาย เงินทองข้าทาสบริวารไมม่ ีอะไรสาคญั กว่าลูกทุกวันน้ี
ทีน่ างวันทองทนอยู่ก็มีแต่ความทกุ ข์ไม่ไดม้ ีความสุขเลยแต่ก็ตอ้ งทนอยทู่ าตามใจตนเองกไ็ มไ่ ด้
เมอ่ื พ่อเจ้าเขา้ คุกแม่ทอ้ งแก่ เขาฉุดแม่ใช่จะแกล้งแหนงหนี
ถึงพ่อเจ้าเลา่ ไม่รูว้ า่ รา้ ย เปน็ หลายปแี ม่มาอย่กู ับขนุ ชา้ ง
๓๓
เม่อื พ่อเจา้ กลบั มาแต่เชียงใหม่ ไม่เพ็ดทูลส่งิ ไรแต่สกั อย่าง
เมื่อคราวตวั แม่เป็นคนกลาง ท่านก็ วางบท คนื ให้บิดา
เจา้ เปน็ ถึง หัวหมน่ื มหาดเลก็ มใิ ชเ่ ดก็ ดอกจงฟังคาแม่ว่า
จงเรง่ กลบั ไปคิดกบั บิดา ฟ้องหากราบทลู พระทรงธรรม์
ถอดความได้ว่า
เม่อื ตอนขนุ แผนถูกจับเข้าคุก แม่กท็ ้องแก่ ขุนชา้ งฉุดแม่มาไม่ได้หนีขนุ แผนมา ตอนขนุ แผนเขารบชนะ
เชียงใหมม่ ีความดีความชอบ พระพนั วษาก็ตดั สนิ ให้ไปอยู่กับขนุ แผน ลูกเป็นถงึ หวั หมน่ื มหาดเลก็ ไม่ใช่เด็กแล้ว
จงกลับไปคิดไตรต่ รองกับพ่อใหด้ ี แลว้ ไปกราบทลู พระพันวษา
พระองค์คงจะโปรดประทานให้ จะปรากฏยศไกรเฉดิ ฉัน
อนั จะมาลกั พาไม่ว่ากนั เชน่ นน้ั ใจแมม่ ิเต็มใจ
คราน้นั จงึ โฉมเจา้ พลายงาม ฟงั ความเหน็ วา่ แมห่ าไปไม่
คิดบ่ายเบีย่ งเลย่ี งเลีย้ วเบ้ียวบิดไป เพราะรักอา้ ยขุนช้างกว่าบิดา
จึงวา่ อนจิ จาลกู มารบั แม่ยงั กลบั ทัดทานเป็นหนักหนา
เหมือนไม่มรี ักใครใ่ นลูกยา อตุ สา่ ห์มารบั แลว้ ยงั มิไป
ถอดความได้ว่า
พระพนั วษาคงจะโปรดประทานให้ ถ้าจะมาลักตัวแม่กลบั แมไ่ มว่ า่ แตแ่ ม่จะไมเ่ ต็มใจกลบั พลายงาม
ไดฟ้ ังทนี่ างวนั ทองพูดจงึ ตอบไปวา่ เพราะว่าแมร่ ักชนุ ช้างมากกวา่ ขุนแผนแม่ถงึ ได้บ่ายเบีย่ งไม่ยอมท่ีจะกลบั
ทง้ั ๆที่ลกู กม็ าแลว้ แล้ว หรอื วา่ แม่ไมร่ ักลูกแลว้
เสียแรงเปน็ ลกู ผชู้ ายไม่อายเพ่ือน จะพาแมไ่ ปเรือนใหจ้ งได้
แม้นมไิ ปใหง้ ามก็ตามใจ จะบาปกรรมอยา่ งไรก็ตามที
จะตดั เอาศรี ษะของแมไ่ ป ทง้ิ แต่ตัวไวใ้ ห้อยู่น่ี
แม่อยา่ เจรจาให้ชา้ ที จวนแจง้ แสงศรี จะรบี ไป
ครานนั้ วันทองผ่องโสภา เหน็ ลูกยากัดฟนั มนั ไส้
ถือดาบฟ้าฟ้นื ยืนแกว่งไกว ตกใจกลวั วา่ จะฆ่าฟัน
ถอดความได้ว่า
พลายงามตอบว่าตนเป็นลูกผู้ชายวันนี้จะตอ้ งพาแม่กลับบา้ นไปให้ได้ถงึ แม้วา่ แมจ่ ะไม่ยอมก็ตาม ถา้ แม่
ไม่กลบั ไปขอทาบาปกรรมแล้ววนั นี้ ตอ่ ให้ตัดหวั ของแม่ไปแล้วทิ้งแตต่ วั ไว้ทีน่ ก่ี ็จะทา แม่อย่ามัวพูดอยู่ รีบไป
เถอะฟ้าจะแจ้งแลว้ ฝ่ายนางวนั ทองพอเห็นลูกกัดฟนั แกว่งดาบฟ้าฟ้นื ก็กลวั
จึงปลอบวา่ พลายงามพ่อทรามรกั อยา่ ฮึกฮักว่าว่นุ ทาหนุ หัน
จงครวญใครใ่ ห้เหน็ ข้อสาคัญ แมน่ ีพ้ รน่ั กลัวแต่จะเกิดความ
ด้วยเปน็ ข้าลักไปไทลักมา เห็นเบือ้ งหน้าจะอึงแม่จงึ ห้าม
ถ้าเจา้ เหน็ เป็นสขุ ไม่ลุกลาม กต็ ามเถิดมารดาจะคลาไคล
๓๔
วา่ พลางนางลกุ ออกจากห้อง เศรา้ หมองโศกานา้ ตาไหล
พระหมน่ื ไวยก็พามารดาไป พอรงุ่ แจง้ แสงใสก็ถงึ เรือน
ถอดความไดว้ ่า
นางวันทองปลอบลกู วา่ อย่าหนุ หนั ท่ีแม่ไม่ไปนนั้ เพราะกลัวลูกจะเดือดร้อนเป็นคดคี วาม แต่ถ้าลูก
เหน็ วา่ ดวี า่ งามแม่กจ็ ะตามกลับไป แล้ววนั ทองก็ตามพลายงามกลบั บ้าน พลายงามพาแม่ไปถงึ บ้านเม่อื ใกล้
สว่าง
จะกล่าวถงึ เจ้าจอมหมอ่ มขนุ ช้าง นอนครางหลับกรนอย่ปู น่ เปื้อน
อัศจรรย์ฝันแปรแชเชอื น วา่ ขี้เรอื้ นขน้ึ ตัวท่วั ท้ังนนั้
หาหมอมารักษา ยาเข้าปรอท มนั กินปอดตบั ไตออกไหลลนั่
ทง้ั ไสน้ อ้ ยไส้ใหญ่แลไสต้ นั ฟนั ฟางก็หักจากปากตวั
ตกใจตน่ื ผวาควา้ วันทอง ร้องวา่ แม่คณุ แม่ชว่ ยผวั
ลุกขน้ึ งกงนั ตัวส่นั รัว ใหน้ กึ กลวั ปรอทจะตอดตาย
ถอดความไดว้ ่า
ขนุ ชา้ งท่นี อนหลับอยู่ ก็ไดฝ้ นั รา้ ยวา่ “เป็นขี้เรอื นทั่วท้ังตัว พอไปหาหมอกนิ ยาประสมปรอทจึงถูก
ปรอทกนิ กนิ ตบั ไตไส้พุงและฟันฟางก็หักออกจากปาก” เม่ือขนุ ชา้ งตืน่ ขึน้ มาก็ผวาจะคว้าหานางวนั ทอง
ลมื ตาเหลยี วหาเจ้าวันทอง ไม่เห็นนอ้ งห้องสว่างตะวนั สาย
ผา้ ผ่อนล่อนแกน่ ไม่ติดกาย เหน็ ม่านขาดเรี่ยรายประหลาดใจ
ตะโกนเรยี กในห้องวนั ทองเอ๋ย หาขานรบั เชน่ เคยซักคาไม่
ทัง้ ข้าวของมากมายกห็ ายไป ปากประตูเปิดไว้ไมใ่ สก่ ลอน
พลางเรียกหาขา้ ไทอยวู่ ้าวนุ่ ออี นุ่ อีอ่ิมอีฉิมอีสอน
อีมีอีมาอสี าคร น่ิงนอนไยหวามาหากู
ถอดความได้วา่
พอขนุ ชา้ งลมื ตาข้นึ มามองกไ็ มเ่ หน็ นางวันทองอยู่ในห้อง จึงตะโกนเรยี กหาวันทอง ก็ไมม่ ีเสยี งขานรบั
กลับมา พอมองไปในห้องก็เห็นข้าวของมากมายหายไป จึงตะโกนเรยี กบ่าวไพร่ในบา้ นให้เข้ามาหา
บา่ วผ้หู ญงิ วิ่งไปอยงู่ กงัน เหน็ นายน้ันแกผ้ ้ากางขาอยู่
ต่างคนทรดุ นั่งบงั ประตู ตกตะลงึ แลดไู มเ่ ขา้ มา
ขนุ ชา้ งเห็นข้าไม่มาใกล้ ขดั ใจลุกขึน้ ทง้ั แกผ้ า้
แหงนเถ่อเปอ้ ปงั ยนื จังกา ย่างเท้าก้าวมาไม่รู้ตัว
ยายจงั งันงกยกมือไหว้ นั่นพอ่ จะไปไหนพ่อทนู หวั
ไม่น่งุ ผอ่ นนุ่งผา้ ดนู ่ากลวั ขนุ ชา้ งมองดูตวั ก็ตกใจ
๓๕
ถอดความได้วา่
บา่ วทเี่ ปน็ ผหู้ ญิงกว็ ่งิ กันไปหาแต่เหน็ ขนุ ชา้ งแก้ผ้าอยู่ ก็หลบกันไปอยหู่ ลังประตูไม่กลา้ เขา้ มา ขุนช้าง
เห็นดังน้นั ก็ขดั ใจจึงลกุ ข้นึ ทง้ั ๆท่ยี ังแกผ้ า้ อยู่ ยนื คา้ งถา่ งขาแลว้ ก้าวออกไปโดยท่ีไม่รตู้ วั ยายจันก็ยกมือไหว้แลว้
ถามขุนชา้ งว่าจะไปไหน เสื้อผ้าไมใ่ ส่ พอขนุ ชา้ งมองดตู ัวเองกต็ ้องตกใจ
สองมือปิดขาเหมอื นท่าเปรต ใครมาเทศน์เอาผา้ กูไปไหน
ใหน้ ึกอดสูหมู่ขา้ ไท ยายจันไปเอาผ้าใหข้ า้ ที
ยายจันตกใจเต็มประดา เข้าไปฉวยผ้าเอามาคล่ี
หยบิ ยนื่ สง่ ไปใหท้ ันที เมินหนีอดสูไมด่ ูนาย
ขุนชา้ งตวั สนั่ เทาบอกบ่าวไพร่ เจ้าวนั ทองไปไหนอยา่ งไรหาย
เอ็งไปดูใหร้ ซู้ งึ่ แยบคาย พบแลว้ อย่าว่นุ วายใหเ้ ชิญมา
ถอดความได้ว่า
ขนุ ช้างเอามือไปปดิ ขาเหมอื นท่าทีเ่ ปรตยนื แล้วบอกว่าใครมาเอาผ้าไปไหน เลยนกึ ละอายใจกบั เหล่า
คนใช้ แล้วบอกใหย้ ายจันไปเอาผ้ามาให้ ยายจันกต็ กใจแล้วไปหยบิ ผ้ามาคลแ่ี ล้วสง่ ไปให้กบั ขุนช้าง แล้วตนเอง
ก็หลบไปไม่กล้ามอง ขุนช้างก็บอกคนใชอ้ ย่างส่นั เทาว่า นางวนั ทองหายไปไหน ให้ไปดวู า่ อยู่ทไี่ หนถา้ เจอตวั
แล้วกใ็ ห้เชิญตวั กลบั มา
ข้าไทได้ฟังขนุ ช้างใช้ ต่างเทีย่ วค้นด้นไปจะเอาหน้า
ทง้ั ห้องนอกห้องในไม่พบพา ทวั่ เคหาแลว้ ไปคน้ จนแผ่นดิน
เห็นประตรู วั้ บา้ นบานเปดิ กวา้ ง ผูค้ นนอนสล้างไมต่ ื่นสิ้น
เสาแรกแตกตน้ เปน็ มลทิน กนิ ใจกลบั มาหาขนุ ชา้ ง
บอกว่าไดค้ ้นควา้ หาพบไม่ แล้วเลา่ แจ้งเหตไุ ปสิ้นทุกอย่าง
ข้าเหน็ วปิ ริตผดิ ท่าทาง ทีน่ วลนางวนั ทองน้ันหายไป
ถอดความได้ว่า
พวกคนใช้ได้ฟังที่ขนุ ชา้ งใชต้ ่างกไ็ ปค้นหาเพื่อที่จะเอาหนา้ แตห่ าเทา่ ไรกย็ ังหากันไมพ่ บพอออกไปหนา้
บา้ นกเ็ ห็นประตูบา้ นเปิดอยกู่ ับคนที่นอนเกลือ่ นกลาดเพราะมนต์สะกด ก็กลบั มารายงานขนุ ชา้ งว่าไม่พบนาง
วนั ทอง เห็นแต่ “เสาแรกแตกต้น” ซ่ึงดผู ิดประหลาดไป
คราน้ันขนุ ชา้ งฟังบ่าวบอก เหงื่อออกโซมลา้ นกระบาลใส
คิดคดิ ให้แค้นแสนเจ็บใจ ชา่ งทาได้ต่างตา่ งทุกอยา่ งจริง
สองหนสามหนกน่ แต่หนี พล้ังทีลงไม่รอดนางยอดหญิง
คราวนัน้ อ้ายขุนแผนมันแงน้ ชิง นค่ี ราวน้ีหนีวิง่ ไปตามใคร
ไมค่ ิดว่าจะเปน็ เหน็ วา่ แก่ ยงั สาระแนหลบล้หี นีไปไหน
เอาเถดิ เปน็ ไรก็เป็นไป ไม่เอากลับมาได้ไมใ่ ชก่ ู
๓๖
ถอดความได้ว่า
ขุนชา้ งได้ฟังที่คนใชพ้ ดู เหงอื่ ก็ออกเตม็ หัวลา้ น คดิ ไปแล้วขนุ ช้างกเ็ จบ็ ใจขุนชา้ งพอได้ยนิ ก็เหงอ่ื ทว่ มตัว
ทง้ั แคน้ ทั้งเจ็บใจ บน่ ดา่ นางวนั ทองว่าหายไปไหน หนีตนไปได้สองสามคร้งั แลว้ พอได้โอกาสกห็ นี ตอนนัน้
ขนุ แผนเป็นคนพาไป แลว้ คราวน้ีนางวันทองไปกับใคร แตถ่ ึงอย่างไรกจ็ ะต้องตามกลับมาให้ได้
จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เกรงเน้อื ความน่ังนึกตรกึ ตรองอยู่
อ้ายขนุ ช้างสารพัดเปน็ ศตั รู ถ้ามนั รวู้ ่าลักเอาแม่มา
มนั ก็จะสอดแนมแกมเทจ็ ไปกราบทลู สมเด็จพระพนั วษา
ดจู ะระแวงผิดในกจิ จา มารดาก็จะต้องซึง่ โทษภัย
คดิ แลว้ เรยี กหม่นื วเิ ศษผล เอง็ เป็นคนเคยชอบอชั ฌาสยั
จงไปบ้านขุนชา้ งด้วยทันใด ไกล่เกลย่ี เสียอยา่ ให้มันโกรธา
ถอดความไดว้ ่า
พลายงามเกรงว่าขุนช้างจะนาเรอ่ื งท่เี อาตัวนางวนั ทองมา ไปกราบทลู พระพนั วษา ทาให้นางวันทอง
ต้องรบั โทษไปดว้ ย คิดไดด้ งั นั้นจงึ เรยี กหม่นื วเิ ศษผล ให้ไปบา้ นขุนช้างแลว้ ไกล่เกลยี่ เรือ่ งนางวนั ทอง อย่าใหข้ นุ
ชา้ งโกรธ
บอกวา่ เราจบั ไขม้ าหลายวนั เกรงแมจ่ ะไมท่ ันมาเห็นหนา้
เม่ือคืนนี้ซา้ มีอนั เป็นมา เราใชค้ นไปหาแมว่ นั ทอง
พอขณะมารดามา สง่ ทุกข์ ร้องปลุกเข้าไปถงึ ในห้อง
จงึ รีบมาเรว็ ไวดงั ใจปอง รักษาจนแสงทองสวา่ งฟ้า
ไมต่ ายคลายคนื ฟนื้ ขนึ้ ได้ กูขอแม่ไวพ้ อเหน็ หน้า
แต่พอให้เคล่ือนคลายหลายเวลา จงึ จะส่งมารดานั้นคืนไป
ถอดความไดว้ า่
ให้หม่ืนวเิ ศษผลบอกกับขุนช้างว่าตนไม่สบายมาหลายวนั จงึ อยากพบหน้าแม่ เลยใช้คนไปตามแม่ถึง
ส้วม แม่จึงรบี มาหาตน แต่ตอนนต้ี นไมเ่ ป็นอะไรแล้ว แต่ขอให้แม่อยู่กบั ตนสักระยะหน่งึ แล้วจะสง่ แม่กลบั
หมน่ื วิเศษรบั คาแลว้ อาลา รีบมาบา้ นขุนช้างหาชา้ ไม่
ครน้ั แอบดูอยู่แต่ไกล เห็นผู้คนขวักไขว่ทง้ั เรือนชาน
ขนุ ชา้ งนัง่ เยี่ยมหน้าต่างเรอื น ดูหน้าเฝอ่ื นทโี กรธอยู่งุ่นง่าน
จะดอื้ เดินเขา้ ไปไม่เปน็ การ คิดแล้วลงคลานเขา้ ประตู
ครานนั้ เจา้ หมอ่ มขนุ ชา้ ง นง่ั คาหนา้ ตา่ งเยี่ยมหนา้ อยู่
เหน็ คนคลานเขา้ มาเหลือบตาดู นี่มาหลอกกูหรอื อย่างไร
๓๗
ถอดความได้ว่า
หมนื่ ขุนวิเศษรบั คาจากจม่นื ไวย(พลายงาม) แล้วมาท่ีบา้ นขุนช้าง พอเข้าไปถงึ เรือนขนุ ชา้ ง ดูทา่ ทาง
ขนุ ช้างกาลงั โกรธเคืองจึงคลานเขา้ ไปหา ขุนชา้ งเห็นเขา้ กโ็ กรธเพราะนึกวา่ มาหลอกตน
อะไรพอสวา่ งวางเข้ามา เด็กหวาจบั ถองใหจ้ งได้
ลุกขนั้ ถกเขมรร้องเกนไป ทุดอา้ ยไพร่ขีค้ รอกหลอกผ้ดู ี
ครานนั้ วเิ ศษผลคนวอ่ งไว ยกมือไหว้ไมว่ ิง่ หนี
ร้องตอบไปพลนั ในทันที คนดดี อกขา้ ไหว้ใชค่ นพาล
ข้าพเจ้าเปน็ บ่าวพระหมน่ื ไวย เปน็ ขุนหม่ืนรบั ใช้อยู่ในบ้าน
ท่านใช้ใหก้ ระผมมากราบกราน ขอประทานคืนนพี้ ระหม่ืนไวย
ถอดความไดว้ า่
หม่นื วเิ ศษรีบยกมือขน้ึ ไหว้แล้วตอบวา่ ตนเปน็ คนดีไม่ใช่คนร้าย เป็นบา่ วของจมื่นไวยเป็นขนุ หมื่นรับ
ใชอ้ ยู่ในบา้ น พลายงามไมส่ บายจงึ ใชใ้ หต้ นมาแจ้ง ขอให้นางวันทองอยู่ดว้ ยหนึ่งคนื
เจบ็ จุกประจุบนั มีอนั เป็น กไ็ ขกเ็ ห็นหาหายไม่
ร้องโอดโดดดน้ิ เพียงสิน้ ใจ จึงใชใ้ ห้ตวั ขา้ มาแจ้งการ
พอพบทา่ นมารดามาสง่ ทุกข์ ขา้ พเจา้ ร้องปลุกไปในบา้ น
จะกลับข้ึนเคหาเห็นชา้ นาน ทา่ นจงึ รีบไปในกลางคืน
พยาบาลคุณพระนายพอคลายไข้ คณุ อย่าสงสยั ว่าไปอ่ืน
ใหค้ ามั่นสง่ั มาว่าย่ังยืน พอหายเจบ็ แลว้ จะคืนไม่นอนใจ
ถอดความได้ว่า
พลายงามไม่สบายเลยจงึ อยากพบหน้าแม่ เลยใหค้ นใช้ไปตามแมม่ าถงึ สว้ ม แม่จึงมาหาหลายงามหล
พลายงามจงึ หม่ืนวเิ ศษผลมาแจ้ง ถ้าหายแล้วจะพานางวนั ทองกลับไป
ครานัน้ ขนุ ช้างได้ฟังวา่ แคน้ ดังเลอื ดตาจะหลั่งไหล
ดับโมโหโกรธาทาวา่ ไป เราก็ไมว่ า่ ไรสุดแตด่ ี
การเจบ็ ไขล้ ้มตายไมว่ ายเว้น ประจุบนั เปน็ ท้งั กรุงศรี
ถ้าขัดสนสงิ่ ไรท่ีไม่มี ก็มาเอาท่นี ่ีอยา่ เกรงใจ
วา่ แล้วปดิ บานหน้าต่างผาง ขุนชา้ งเดือดดาลทะยานไส้
ทอดตวั ลงกับหมอนถอนฤทัย ดดู เู๋ ปน็ ไดเ้ จยี ววนั ทอง
ถอดความไดว้ ่า
ขนุ ชา้ งได้ฟังแลว้ รู้สกึ แคน้ ขน้ึ มา แต่แกล้งพดู ต่อไปวา่ การเจ็บไขน้ ้นั เปน็ เร่ืองปกตเิ ป็นกันทั่วไป ถ้าขดั
สนสง่ิ ใดใหม้ าขอทตี่ น พอขุนชา้ งพูดเสรจ็ กป็ ดิ ประตูดังผาง แล้วเขา้ ไปนอนแคน้ นางวนั ทองกบั ครอบครวั
เพราะกูแพ้ความจมื่นไวย มนั จึงเหมิ ใจทาจองหอง
พอ่ ลูกแม่ลกู ถกู ทานอง ถงึ สองครง้ั แลว้ เปน็ แตเ่ ช่นนี้
๓๘
อา้ ยพ่อไปเชียงใหมม่ ชี ยั มา ตงั้ ตวั ดงั พญาราชสีห์
อา้ ยลกู เปน็ หมนื่ ไวยทาไมมี เหน็ กูนี้คนผดิ ตดิ โทษทณั ฑ์
มนั จงึ ข่มเหงไมเ่ กรงใจ จะพ่งึ พาใครได้ท่ไี หนนน่ั
ขุนนางนอ้ ยใหญเ่ กรงใจกัน ถึงฟ้องมันก็จะปิดใหม้ ดิ ไป
ถอดความได้วา่
เพราะว่าตนแพ้ความจม่นื ไวยจงึ ทาใหจ้ มนื่ ไวยเหมิ ใจนัก ท้ังขุนแผนและพลายงามนั้นชนะตนถงึ 2
ครัง้ แลว้ แลว้ คดิ ขนึ้ มาได้ว่าจะไปฟอ้ งคดีแย่งนางวันทองคืน ถ้าฟอ้ งตามกระบวนการพวกขุนนางจะชว่ ยสอง
พอ่ ลกู นน้ั ได้
ตามบญุ ตามกรรมได้ทามา จะเฆย่ี นฆ่าหาคิดชวี ิตไม่
ย่ิงคดิ เดือดดาลทะยานใจ ฉวยไดก้ ระดารชนวนมา
รา่ งฟอ้ งท่องเทียบใหเ้ รยี บรอ้ ย ถ้อยคาถ่ถี ้วนเปน็ หนักหนา
ลงกระดาษพับไว้มไิ ด้ช้า อาบน้าผลดั ผ้าแล้วคลาไคล
วันนน้ั พอปิน่ นรินทรร์ าช เสด็จประพาสบวั ยงั หากลับไม่
ขนุ ข้างมาถึงซ่ึงวงั ใน กค็ อยจ้องท่ใี ต้ตาหนักน้า
ถอดความไดว้ ่า
คราวนี้ตอ้ งฟอ้ งกบั พระพันวษาเองถึงจะถกู เฆยี่ นตกี ็ตาม ว่าแลว้ ก็หยิบกระดานชนวนขน้ึ มารา่ งคา
ฎีกาแลว้ ลอกใสก่ ระดาษอีกที เสด็จแลว้ กอ็ าบน้าเตรียมตัวไปทลู พระพนั วษา ขุนชา้ งมาคอยจ้องเข้าเฝ้าพระ
พันวษาทตี่ าหนักนา้ ตง้ั แต่ยังไมเ่ สดจ็ กลับจากประพาสบวั
จะกลา่ วถงึ พระองคผ์ ู้ทรงเดช เสดจ็ คนื นเิ วศน์พอจวนค่า
ฝพี ายรายเลม่ มาเต็มลา เรือประจาแหนแหเ่ ซง็ แชม่ า
พอเรือพระท่ีนง่ั ประทับที่ ขนุ ชา้ งก็ร่ีลงตนี ท่า
ลอยคอชูหนงั สือด้ือเข้ามา ผดุ โผล่โงหน้ายึดแคมเรอื
เขา้ ตรงบโทนอ้นตน้ กญั ญา เพื่อนโขกลงดว้ ยกะลาว่าผีเสอ้ื
มหาดเล็กอยู่งานพัดพลดั ตกเรือ ร้องว่าเสอื ตัวใหญว่ า่ ยนา้ มา
ถอดความไดว้ ่า
พระพันวษารบี เสดจ็ กลับตอนคา่ ขุนช้างรีบลงจากทา่ แลว้ ลอยคอชหู นังสือฎกี าถวาย โดยโผลเ่ ข้ามา
ทางท่ีแคมเรือจนคนบนเรือตกใจนกึ วา่ เปน็ ผีนา้ หรือเสอื วา่ ยมา ทาใหเ้ กิดความวุ่นวาย จนมหาดเลก็ อยู่งาน
พลัดตกจากเรอื แลว้ รอ้ งว่าเสือตัวใหญ่ว่ายน้ามา
ขนุ ช้างดึงด้ือมอื ยึดเรือ มใิ ชเ่ สอื กระหม่อมฉานลา้ นเกศา
ส้ตู ายของถวายซึ่งฎีกา แคน้ เหลอื ปญั ญาจะทนทาน
คราน้ันสมเดจ็ พระพนั วษา ทรงพระโกรธาโกลาหล
ทดุ อ้ายจัญไรมิใช่คน บนบกบนฝ่งั ดังไมม่ ี
๓๙
ใช่ท่ีใชท่ างวางเข้ามา ฤๅอา้ ยชา้ งเป็นบา้ กระมงั นี่
เฮย้ ใครรบั ฟอ้ งของมันที ตีเสยี สามสบิ จงึ ปลอ่ ยไป
ถอดความได้วา่
ขนุ ชา้ งเอามอื ไปยึดเรือแล้วพูดวา่ เป็นตนเองไมใ่ ช่เสอื จะมาขอถวายฎีกา พระพนั วษากริว้ ว่าขุนชา้ งมิใช่
คนบนฝั่งก็มีไม่ไปกลับลุยน้ามาหาหรือวา่ ขุนช้างเป็นบา้ ถึงทาเช่นนี้ จงึ ส่งั ใหม้ หาดเล็กไปรับฎีกาแลว้ โบยขนุ ชา้ ง
30 ที แล้วจึงปล่อยไป
มหาดเล็กกร็ บั เอาฟ้องมา ตารวจคว้าขุนช้างหางวางไม่
ลงพระราชอาญาตามวา่ ไว้ พระจงึ ให้ตง้ั กฤษฎีกา
วา่ ตั้งแต่วันนส้ี บื ไป หนา้ ท่ีของผ้ใู ดให้รักษา
ระวางโทษเบ็ดเสรจ็ เจ็ดสถาน ถงึ ประหารชีวติ เปน็ ผุยผง
ตามกฤษฎกี ารักษาพระองค์ แล้วลงจากพระทน่ี ง่ั เขาวงั ใน
ถอดความได้ว่า
มหาดเล็กรับคาฟ้องของขนุ ชา้ ง แลว้ นาตวั ขุนช้างไปเฆย่ี นตี และพระพันวษาทรงออกกฎ (กฤษฎีกา)
ว่า ถา้ ใครประมาทปล่อยให้คนเข้ามาไดเ้ ชน่ น้ีอีกจะลงโทษสูงสุดถงึ ประหารชีวิต
จะกลา่ วถงึ ขุนแผนแสนสนิท เรืองฤทธล์ิ ือจบพภิ พไหว
อยบู่ า้ นสขุ เกษมเปรมใจ สมสนทิ พิสมยั ด้วยสองนาง
ลาวทองกับแก้วกริ ิยา ปรนนิบตั ิวตั ถาไมห่ ่างขา้ ง
เพลิดเพลนิ จาเรญิ ใจไม่เวน้ วาง คืนนัน้ ในกลางซึ่งราตรี
นางแก้วลาวทองท้งั สองหลับ ขนุ แผนกลบั ผวาตนื่ ฟน้ื จากท่ี
พระจันทรจรแจ่มกระจ่างดี พระพายพัดมาลตี รลบไป
ถอดความไดว้ า่
ขนุ แผนมคี วามสุขที่มนี างลาวทองและนางแก้วกิรยิ าคอยปรนนิบัติ คืนนัน้ ขณะท่ีนางทาสองหลบั ไป
ขุนแผนกลบั ผวาต่นื
คิดคะนึงมิตรแตก่ ่อนเก่า นิจจาเจา้ เหินห่างรา้ งพิสมัย
ถงึ สองคร้ังต้งั แต่พรากจากพี่ไป ดังเดด็ ใจจากร่างกร็ าวกนั
กูกช็ ่วั มวั รักแต่สองนาง ละวางให้วนั ทองน้องโศกศัลย์
เมื่อตีได้เชียงใหม่ก็โปรดครัน จะเพด็ ทลู คราวนัน้ ก็คล่องใจ
สารพดั ท่จี ะวา่ ไดท้ ุกอย่าง อ้ายขนุ ช้างไหนจะโต้จะตอบได้
ไมค่ วรเลยเฉยมาไม่อาลัย บัดนี้เล่าเจ้าไวยไปรับมา
๔๐
ถอดความได้ว่า
ขนุ แผนคิดถึงนางวันทองซ่งึ ได้พรากจากตนไปถึง 2 คร้ัง โดยทต่ี นนัน้ มวั แต่อย่กู บั นางลาวทองและ
นางแกว้ กิริยาปล่อยให้นางวันทองต้องเศร้า เมื่อตอนไปตเี ชียงใหมไ่ ด้กไ็ ปทลู ขอนางวนั ทองกไ็ ด้กลบั มาแลว้ ขุน
ช้างก็ไปพรากอกี ตอนนพ้ี ลายงามไปรับตวั นางวันทองมาแล้ว
จากจู ะไปสู่สวาทน้อง เจา้ วันทองจะคอยละห้อยหา
คิดพลางจดั แจงแตง่ กายา น้าอบทาหอมฟุ้งจรงุ ใจ
ออกจากห้องย่องเดินดาเนินมา ถงึ เรือนลกู ยาหาชา้ ไม่
เข้าหอ้ งวันทองในทนั ใด เห็นนางหลับใหลนิ่งนทิ รา
ลดตวั ลงนง่ั ข้างวนั ทอง เตอื นต้องดว้ ยความเสน่หา
สนั่ ปลกุ ลกุ ขึน้ เถดิ น้องอา พมี่ าหาแลว้ อย่านอนเลย
ถอดความได้ว่า
ขนุ แผนคดิ วา่ ตนต้องไปหานางวนั ทองป่านน้ีคงจะเฝ้ารอตนอย่วู า่ แลว้ จึงแต่งตัวแล้วออกจากห้องไปยงั
เรอื นพลายงาม เข้าไปในห้องนารงวันทองเห็นนางหลับอยู่ จงึ นงั่ ลงข้างๆแล้วปลุกให้นางตื่น ว่าตนมาหาแล้ว
ให้ตนื่
นางวนั ทองตน่ื อยู่ร้สู กึ ตัว หมายใจว่าผัวกท็ าเฉย
นง่ิ ดูอารมณ์ที่ชมเชย จะรกั จริงฤๅจะเปรยเป็นจาใจ
แต่นิง่ ดูกิริยาเป็นชา้ นาน หาวา่ ขานตอบโต้อย่างไรไม่
ทั้งรกั ท้งั แค้นแนน่ ฤทัย ความอาลยั ป่นั ป่วนยวนวิญญา
ถอดความไดว้ ่า
ชนุ แผนมาถึงเรอื นพลายงาม เข้าไปในห้องนางวันทองแล้วพบนางหลับไป จงึ น่ังข้างๆแล้วปลุกให้
นางต่ืน วา่ ตนมาแลว้
โอ้เจ้าแก้วแววตาของพี่เอย๋ เจ้าหลบั ใหลกระไรเลยเป็นหนักหนา
ดังน่ิมนอ้ งหมองใจไมน่ าพา ฤๅขัดเคอื งคดิ ว่าพี่ทอดทง้ิ
ความรักหนักหนว่ งทรวงสวาท พไี่ ม่คลาดคลายรักแต่สักสิ่ง
เผอิญเป็นวิปรติ ทีผ่ ิดจริง จะนอนนง่ิ ถอื โทษโกรธอยู่ไย
ว่าพลางเอนแอบลงแนบขา้ ง จบู พลางชวนชดิ พสิ มยั
ลูบไลพ้ ไิ รปลอบใหช้ อบใจ เปน็ ไรจงึ ไม่ฟื้นตืน่ นิทรา
ถอดความได้ว่า
ขุนแผนงอ้ นางวนั ทองดว้ ยคาพดู หวานๆและขอโทษนางวนั ทอง ว่าอย่าโกรธขุนแผนเลย จะนอนน่ิงไม่
คุยกบั ขนุ แผนเลยหรอ ขุนแผนพดู ไปแลว้ กก็ ม้ ลงนอนแนบขา้ งๆนางวันทองพรอ้ มพรมจูบ ลบู แขน และถาม
นางวันทองว่าทาไมไมต่ นื่ ขึน้ มาคุยกับขนุ แผน
๔๑
เจา้ วันทองน้องตื่นจากทน่ี อน โอนอ่อนวอนไหวพ้ ิไรว่า
หม่อมน้อยใจฤๅที่ไม่เจรจา ใชต่ ัวขา้ น้จี ะงอนค่อนพิไร
ชอบผิดพอ่ จงคิดคะนึงตรอง อันตวั นอ้ งมลทินหาสน้ิ ไม่
ประหนึ่งว่าวนั ทองนี้สองใจ พบไหนกเ็ ปน็ แตเ่ ชน่ นน้ั
ท่ีจรงิ ใจถงึ ไปอยู่เรือนอ่นื คงคิดคืนทห่ี ม่อมเป็นแม่นมนั่
ดว้ ยรกั ลูกกรกั ผัวยงั พัวพนั คราวนั้นก็ไปอยเู่ พราะจาใจ
ถอดความได้ว่า
นางวนั ทองจึงตืน่ ขึ้นมาบอกว่า ขนุ แผนน้อยใจนางวนั ทองเหรอ นางวันทองไม่ได้งอนแต่รสู้ กึ ว่าตัวนาง
เป็นคนสองใจอยตู่ ลอดเวลา ถงึ ตวั จะอยูท่ ่เี รอื นของขนุ ชา้ งแตใ่ จน้ันยังรักลูกและขนุ แผนมาก ท่ีอยู่กับขุนช้าง
เพราะจาใจ
แค้นคิดด้วยมิตรไม่รักเลย ยามมที ี่เชยเฉยเสยี ได้
เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร กนิ ผลไม้ตา่ งข้าวทกุ เพรางาย
พอไดด้ ีมีสุขลมื ทุกข์ยาก ก็เพราะหากหม่อมมซี ง่ึ ท่หี มาย
วา่ นกั ก็เคร่ืองเคืองระคาย เอ็นดนู ้องอยา่ ให้อายเขาอกี เลย ฯ
พีผ่ ดิ จริงแลว้ เจ้าวนั ทอง เหมอื นลมื น้องหลงเลือนทาเชือนเฉย
ใชจ่ ะเพลดิ เพลนิ ช่ืนเพราะอนื่ เชย เงยหนา้ เถดิ จะเล่าอยา่ เฝ้าแค้น
ถอดความไดว้ า่
นางวนั ทองแค้นใจที่ขุนแผนมัวแตห่ ลงนางลาวทองกบั แก้วกิริยาจนลืมนางวันทอง เสียแรงทไี่ ด้เคย
อาศยั อยู่กินกนั ในป่า พอไปได้ดิบได้ดมี ีความสุขก็ลมื นางวนั ทอง เป็นเพราะขุนแผนมีทห่ี มายใหม่ นางวันทอง
อยากให้ขนุ แผนรกั เอ็นดนู างวันทองไม่ทิ้งนางให้ขายหนา้ อีก ขุนแผนกล่าววา่ พ่ีผดิ ไปแลว้ ไมไ่ ดล้ มื น้องเพราะมี
หญิงอน่ื เงยหน้าเถอะอย่าโกรธพ่ีเลย
เม่อื ติดคุกทุกข์ถงึ เจ้าทุกเชา้ ค่า ตอ้ งกลนื กกล้าโศกเศร้านั้นเหลือแสน
ซา้ ขนุ ชา้ งคิดคดทาทดแทน มนั ดแู คลนว่าพนี่ ย้ี ากยบั
อาลยั เจา้ เทา่ กับดวงชีวติ พ่ี คดิ จะหนีไปตามเอาเจ้ากลบั
เกรงจะพากนั ผดิ เขา้ ตดิ ทับ แต่ขยบั อย่จู นไดไ้ ปเชียงอนิ ทร์
กลับมาหมายว่าจะไปตาม พอเจ้าไวยเปน็ ความกค็ า้ งสนิ้
ถอดความได้วา่
ขนุ แผนจึงขอโทษนางวันทองและเลา่ เรือ่ งราวทง้ั หมดเพ่ือปรับความเข้าใจกับนางวนั ทองวา่ สาเหตทุ ี่
ไม่ได้ไปหาก็เพราะตดิ คุก แต่คิดถงึ นางวนั ทองตลอดเวลา ตอนออกจากคุกก็วา่ จะไปพานางวันทองกลับมา
แต่มเี รื่องของพลายงามเกดิ ขึ้นเสียกอ่ น
๔๒
หัวอกใครได้แคน้ ในแผน่ ดนิ ไมเ่ ดือดดิน้ เทา่ พ่ีกับวนั ทอง
คิดอยวู่ า่ จะทูลพระพันวษา เหน็ ช้ากวา่ จะไดม้ าร่วมหอ้ ง
จะเปน็ ความอกี ก็ตามแต่ทานอง จึงใหล้ กู รับนอ้ งมาร่วมเรือน
จะเปน็ ตายง่ายยากไม่ยากรัก จะฟูมฟักเหมือนเม่ืออยู่ในกลางเถื่อน
ขอโทษทพ่ี ่ผี ดิ อย่าบดิ เบือน เจา้ เพอื่ นเสนหาจงอาลัย
พีผ่ ิดพ่ีกม็ าลแุ กโ่ ทษ จะคมุ โกรธคมุ แค้นไปถงึ ไหน
ถอดความได้ว่า
ขนุ แผนจะไปทลู พระพันวษาแต่เห็นวา่ คงดาเนนิ เร่ืองชา้ เลยใหพ้ ลายงามเปน็ คนรับนางวันทองกลับมา
จะดแู ลนางวนั ทองเหมือนตอนท่อี ย่ดู ้วยกันในปา่ ขุนแผนขอโทษนางวันทองแล้วบอกว่าอยา่ โกรธขนุ แผน
ขุนแผนผิดจึงมาขอโทษจะโกรธเคอื งไปถงึ ไหน
ความรกั พยี่ ังรกั ระงมใจ อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย
ว่าพลางทางแอบเขา้ แนบอก ประคองยกของสาคัญมน่ั หมาย
เจ้าเน้ือทิพยห์ ยิบช่ืนอารมณช์ าย ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา
ใจนอ้ งมิใหห้ มองอารมณห์ ม่อม ไม่ตัดใจใหต้ รอมเสนหา
ถา้ ตัดรกั หักใจแลว้ ไม่มา หม่อมอย่าว่าเลยฉนั ไมค่ นื คดิ
ถอดความไดว้ ่า
ความรักท่ีขุนแผนมใี หย้ ังมอี ยู่เต็มหัวใจ อยา่ ตดั ความสัมพันธ์ใหเ้ จ็บช้า ขนุ ช้างพูดไปก็ซบนางวันทอง
นางวนั ทองไมเ่ คยตดั ใจจากขุนแผน ถา้ ตดั ใจแล้วคงไม่กลับมาหาขนุ แผน
ถึงตวั ไปใจยังนบั อยู่ว่าผัว นอ้ งนก้ี ลัวบาปทับเมื่อดบั จติ
หญงิ เดยี วชายครองเป็นสองมิตร ถา้ มิปลิดเสียใหเ้ ปลือ้ งไมต่ ามใจ
คราวนั้นเม่ือตามไปกลางปา่ หนา้ ดาเหมือนหนึ่งทามนิ หม้อไหม้
ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย เขาฉดุ ไปเหมือนลงทะเลลกึ
เจ้าพลายงามตามรับเอากลบั มา ทนี ้หี น้าจะดาเปน็ น้าหมึก
กาเริบใจด้วยเจา้ ไวยกาลังฮึก จะพาแมต่ กลกึ ใหจ้ าตาย
ถอดความไดว้ า่
ตัวนางวนั ทองอยู่กบั ขนุ ชา้ งแต่ใจอยูก่ บั ขุนแผนตลอด นางวนั ทองกลัวบาปที่มสี ามสี องคน ตอนหนไี ป
อยปู่ า่ กับขนุ แผนก็เสยี หน้ามารอบหนง่ึ แล้ว พอขนุ ช้างฉดุ ไปอยู่ดว้ ยกเ็ หมือนโดนฉุดไปอยู่ใต้ทะเลลึกพอมา
ตอนนพ้ี ลายงามก็มารบั กลับไปอกี กไ็ ด้อายเขาอีกรอบ
มิใช่หนุ่มดอกอย่ากลุ้มกาเรบิ รัก เอาความผิดคดิ หักให้เหอื ดหาย
ถา้ รกั น้องป้องปิดให้มิดอาย ฉนั กลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน
ไปเพด็ ทลู เสียให้ทลู กระหม่อมแจง้ น้องจะแต่งบายศรไี วเ้ ชญิ ขวญั
ไม่พักวอนดอกจะนอนอยูด่ ว้ ยกนั ไมเ่ ช่นนน้ั ฉันไมเ่ ลยจะเคยตัว
๔๓
ครน้ั เวลาดกึ กาดัดสงัดเงียบ ใบไม้แห้งแกรง่ เกรียบระรุบร่อน
พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจนั ทรแจม่ แจง้ กระจ่างดวง
ถอดความไดว้ ่า
นางวนั ทองเลยบอกกบั ขุนแผนว่า ถ้าขุนแผนรกั นางจรงิ ตอ้ งช่วยนาง ไปทลู พระพันวษาขอนางวันทอง
คนื ใหถ้ ูกต้องตามข้นั ตอน ไม่อย่างน้ันก็ห้ามขนุ แผนแตะเน้ือต้องตวั นางอีก ในเวลาคา่ น้ันเสียงเงียบสงดั จนได้
ยนิ เสยี งของใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ พระจันทรก์ ็ส่องแสงสว่าง
ดุเหว่าเรา้ เสียงสาเนียงก้อง ระฆังฆ้องขานแข่งในวงั หลวง
วนั ทองน้องนอนสนทิ รวง จิตงว่ งระงบั สู่ภวงั ค์
ฝันว่าพลัดไปในไพรเถือ่ น เลอื่ นเปอื้ นไมร่ ทู้ จี่ ะกลับหลงั
ลดเล้ยี วเทย่ี วหลงในดงรัง ยงั มีพยัคฆร์ ้ายมาราวี
ทั้งสองมองหมอบอย่รู มิ ทาง พอนางดัน้ ป่ามาถงึ ที่
โดดตะครบุ คาบคัน้ ในทันที แล้วฉุดคร่าพาร่ีไปในไพร
ถอดความได้วา่
นกกต็ ่างร้องสยี งดัง เสยี งระฆังจากในวังกต็ ีบอกเวลา นางวันทองท่นี อนหลับสนิทอยู่ กฝ็ ันว่าตนหลง
ไปในป่า หาทางกลับไมไ่ ด้ ยง่ิ เดนิ เลี้ยวไปไหนต่อไหนกย็ ่ิงหลงทาง และก็ไปเจอเสือสองตวั นอนหมอบอยรู่ ิมข้าง
ทางแล้วกต็ ะครุบนางเข้าไปในป่า
สนิ้ ฝนั ครน้ั ต่นื ตกประหมา่ หวีดผวากอดผัวสะอน้ื ไห้
เลา่ ความบอกผัวด้วยกลวั ภยั ประหลาดใจน้องฝนั พร่ันอุรา
ใต้เตียงเสียงหนกู ็กกุ กก แมงมมุ ทมุ่ อกท่ีรมิ ฝา
ยิง่ หวาดหว่ันพรน่ั ตวั กลัวมรณา ดงั วิญญานางจะพรากไปจากกาย
ครานั้นขุนแผนแสนสนิท ฟงั ความตามนมิ ติ ก็ใจหาย
คร้ังน้ีนา่ จะมอี นั ตราย ฝันร้ายสาหัสตัดตารา
ถอดความไดว้ ่า
นางก็ตืน่ ขน้ึ มาร้องไห้ผวากอดขุนแผนและเลา่ ความฝนั ใหข้ ุนแผนฟงั ยง่ิ ได้ยินเสียงหนรู อ้ งและแมงมุม
ทมุ่ อกยงิ่ ใจหายกลวั จะเกดิ เรื่องไมด่ ี
พิเคราะหด์ ูทง้ั ยามอัฐกาล ก็บันดาลฤกษแ์ รงเป็นหนักหนา
มริ ้ทู ่ีจะแถลงแจง้ กจิ จา กอดเมียเมินหนา้ น้าตากระเด็น
จึงแกลง้ เพทบุ ายทานายไป ฝนั อยา่ งนมี้ ิใช่จะเกิดเขญ็
เพราะวติ กหมกไหม้จึงไดเ้ ปน็ เนอื้ เย็นอยู่กบั ผัวอยา่ กลัวทุกข์
พรุ่งนีพ้ จ่ี ะแกเ้ สนยี ดฝัน แล้วทามิ่งสง่ิ ขวญั ให้เป็นสุข
มใิ หเ้ กิดราคกี ลยี คุ อยา่ เป็นทุกข์เลยเจ้าจงเบาใจ
๔๔
ถอดความไดว้ า่
เมอ่ื ขุนแผนได้ฟงั ความฝนั ของนางวนั ทองกร็ ู้ว่าเป็นลางบอกเหตรุ ้ายที่จะเกดิ ข้ึน แต่ไม่รจู้ ะบอกนางวัน
ทองยังไงเลยปลอบใจนางวนั ทอง จงึ แกลง้ บอกปลอบใจนางวนั ทองวา่ เปน็ เพราะนางคดิ มากไปไม่ได้จะเกดิ
เหตุรา้ ยหรอก อยู่กบั พ่ไี มต่ อ้ งกลัว เดี๋ยวพรุง่ นีจ้ ะแกส้ ง่ิ ไม่เป็นมงคลให้และทาส่งิ ดีทาใหน้ างมีความสขุ ไมใ่ หเ้ กดิ
ส่ิงรา้ ยๆ สบายใจได้
ครั้นว่ารงุ่ สางสว่างฟ้า สุริยาแยม้ เยยี่ มเหลี่ยมไศล
จะกลา่ วถึงพระองคผ์ ้ทู รงชัย เนาในพระที่นัง่ บัลลังก์รตั น์
พรอ้ มด้วยพระกานัลนักสนม หมอบประนมเฝ้าแหนแนน่ ขนัด
ประจาตงั้ เคร่ืองอานอยู่งานพัด ทรงเคืองขดั ขุนชา้ งแต่กลางคืน
แสนถ่อยใครจะถอ่ ยเหมือนมันบา้ ง ทกุ อย่างท่จี ะชัว่ อา้ ยหวั ลนื่
เวยี นแต่เป็นถอ้ ยความไม่ขา้ มคนื นา้ ยนื หย่ังไม่ถงึ ยังดงึ มา
ถอดความไดว้ ่า
วนั รงุ่ ขน้ึ สมเดจ็ พระพนั วษาประทับบนบัลลงั ก์มีนางกานลั และสนมหมอบเฝา้ อยู่ ตงั้ เครอื่ งกินและอยู่
งานพัดตามหน้าที่ สมเดจ็ พระพันวษาขดั เคืองขุนชา้ งตง้ั แตเ่ วลากลางคืน ทรงเหน็ ว่าขนุ ช้างเปน็ คนชัว่ คอยแต่มี
คดีความกับผู้อน่ื
คราวน้นั ฟอ้ งกันด้วยวนั ทอง นมี่ ันฟ้องใครอกี อ้ายชาติข้า
ดาริพลางทางเสด็จยาตรา ออกมาพระท่ีนั่งจกั รพรรดิ
พระสตู รรดู กร่างกระจ่างองค์ ขุนนางกราบลงเปน็ ขนดั
ทงั้ หนา้ หลังเบียดเสียดเยยี ดยัด หมอบอัดถดั กนั เปน็ หล่นั ไป
ทอดพระเนตรมาเหน็ ขุนชา้ งเฝา้ เออใครเอาฟ้องมนั ไปไว้ไหน
พระหม่นื ศรีถวายพลันในทันใด รบั ไว้คลีท่ อดพระเนตรพลนั
ถอดความไดว้ า่
คราวก่อนก็ฟ้องร้องเรือ่ งวันทอง ครงั้ น้ีไมท่ รงทราบวา่ จะฟ้องใครอกี พระองคจ์ งึ เสด็จออกมาท่ีพระท่ี
นง่ั จักรพรรดิ เม่ือมา่ นรดู ออกขนุ นางกพ็ ร้อมกันกราบลงหมอบเฝ้ากันอยู่มากมายตามลาดับ ทรง
ทอดพระเนตรเห็นขนุ ชา้ งเขา้ เฝา้ อยู่จงึ ตรัสถามขุนนางว่าจะฟ้องใคร หมื่นศรี จงึ ถวายฎกี าใหท้ อดพระเนตร
พอทรงจบแจง้ พระทัยในข้อหา ก็โกรธาเคืองขุ่นห่นุ หนั
มนั เคี่ยวเขญ็ ทาเป็นอย่างไรกัน อวี ันทองคนเดยี วไม่รู้แลว้
ราวกับไมม่ ีหญิงเฝา้ ชิงกนั หรืออวี นั ทองน้นั มันมแี ก้ว
รปู อ้ายช้างชวั่ ช้าตาบอ้ งแบ๋ว ไม่เห็นแววท่วี า่ มันจะรกั
ใครจะเอาเปน็ ผัวเขากลัวอาย หัวหดู ูเหมอื นควายทต่ี กปลกั
คราวนน้ั เป็นความกูถามซัก ตกหนกั อยู่กับเฒ่าศรีประจัน
๔๕
ถอดความได้ว่า
พอทอดพระเนตรเสรจ็ ก็กร้ิวว่าเร่อื งวันทองคนเดยี ว ทาไมไมจ่ บกนั เสียทเี หมือนกับไม่มผี ู้หญิงคนอืน่
อีกแล้ว และทรงไม่เห็นวา่ วนั ทองจะมีใจรักขนุ ชา้ ง ใครกไ็ ม่อยากไดข้ นุ ช้างไปเป็นผัว เพราะดรู ปู ร่างหน้าตานา่
เกลียด
วนั ทองกสู ิให้กบั ไอ้แผน ไยแลน่ มาอยูก่ บั อ้ายช้างน่ัน
จมนื่ ศรไี ปเอาตวั มนั มาพลนั ทั้งวันทองขนุ แผนอ้ายหมื่นไวย
ฝา่ ยพระหมืน่ ศรีได้รบั ส่ัง ถอยหลังออกมาไม่ชา้ ได้
สั่งเวรกรมวังในทนั ใด ตารวจในว่ิงตะบึงมาถงึ พลัน
ขึ้นไปบนเรือนพระหม่นื ไวย แจง้ ขอ้ รบั ส่งั ไปขมขี มัน
ขุนช้างฟ้องรอ้ งฎกี าพระทรงธรรม์ ใหห้ าท้งั สามท่านนนั้ เขา้ ไป
ถอดความไดว้ า่
คราวกอ่ นก็ยกวนั ทองให้กบั ขุนแผนไปแล้ว ทาไมจึงมาอยู่กับขุนช้างอีก จึงใหจ้ มนื่ ศรีไปนาตัววันทอง
ขุนแผนและจมน่ื ไวย พระหมืน่ ศรีได้รบั คาสั่งให้ถอยหลงั ออกมาในไม่ช้าและสั่งหารในวังทันทีให้ทหารวงิ่ มา
อยา่ งเร่งรีบและข้นึ ไปบนเรือนพระหม่ืนไวยและแจ้งรับสงั่ ให้รบี ไปในทันที ขุนชา้ งไดย้ นื คาร้องทุกข์ให้พระเจ้า
แผ่นดนิ ใหเ้ รยี กท้งั สามคนมาเขา้ เฝา้
ครานั้นวันทองเจา้ พลายงาม ได้ฟังความครา้ มครั่นหวนั่ ไหว
ขุนแผนเรยี กวนั ทองเข้าห้องใน ไมไ่ วใ้ จจงึ เสกด้วยเวทมนตร์
สีขผี้ งึ้ สีปากกนิ หมากเวทย์ ซึง่ วเิ ศษสารพัดแก้ขดั สน
นา้ มนั พรายนา้ มนั จันทน์สรรเสกปน เคยคุ้มขงั บังตนแตไ่ รมา
แล้วทาผงอิทธเิ จเข้าเจมิ พักตร์ คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
เสกกระแจะจวงจนั ทร์นา้ มนั ทา เสร็จแล้วกพ็ าวนั ทองไป
ถอดความได้วา่
ตอนน้นั นางวนั ทองและพลายงามได้ฟงั คารับสัง่ แลว้ รสู้ กึ ตื่นเตน้ และขนุ แผนเรยี กนางวันทองเข้าไป
ข้างในห้องเพราะไม่ไวใ้ จเลยเสกมนตรใ์ สน่ างวันทอง เอาข้ีผึง้ มาปากและกนิ หมากที่ลงมนตรไ์ ว้ มันเปน็ ของที่
ช่วยแก้ปัญหาทกุ อย่าง มีทัง้ น้ามันพรายและนา้ มนั จันทน์ทีใ่ ชพ้ ลางตัวมาตลอด แลว้ นาผงเสนห่ ม์ าทาหนา้
เพ่อื ให้คนทเ่ี หน็ ท่ที ักทกุ คนตา่ งหลงรกั ตนและเสกเคร่ืองหอมท่ที าดว้ ยไมจ้ ันทรท์ าใหเ้ ปน็ นา้ มันพอทาเสรจ็ แล้ว
ก็พานางวันทองออกไป
คราน้ันทองประศรีผมู้ ารดา ครั้นได้แจง้ กิจจาไมน่ ่งิ ได้
เดก็ เอย๋ วิง่ ตามมาไวไว ลงบนั ไดงันงกตกนอกกชาน
พลายชมุ พลกอดก้นทองประศรี กมู ิใช่ช้างข่ดี อกลูกหลาน
ลกุ ขน้ึ โขยง่ โกง้ โคง้ คลาน ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป
๔๖
ครน้ั ถงึ ยง้ั อยปู่ ระตวู ัง ผ้รู บั สัง่ เร่งรุดไม่หยดุ ได้
ขุนแผนวนั ทองพระหมืน่ ไวย เขา้ ไปเฝ้าองค์พระภูมี ฯ
ถอดความได้ว่า
เม่อื แม่ของนางวนั ทองไดร้ ู้ขา่ วก็รอ้ นใจ รบี เรียกลูกหลานให้วิ่งตามมาให้รีบลงจากบนั ไดจนตกออก
นอกชาน พลายชุมพลก็เขา้ กอดกน้ นางทองประศรี นางทองประศรจี ึงตะโกนบอกว่าพลายชมุ พลวา่ ตนไม่ใชช่ ้าง
แล้วก็ลกุ ขึ้น เม่ือถึงหนา้ ประตูวงั ทงั้ สามคนจึงรบี เข้าไปเขา้ เฝ้าพระมหากษัตรยิ ์
ครานัน้ พระองคผ์ ูท้ รงเดช ปิน่ ปักนคเรศเรืองศรี
เห็นสามราเข้ามาอัญชลี พระปรานเี หมอื นลูกในอุทร
ด้วยเดชะพระเวทวเิ ศษประสิทธ์ิ เผอิญคิดรักใคร่พระทัยอ่อน
ตรัสถามอยา่ งความราษฎร ฮ้าเฮย้ ดกู ่อนอีวันทอง
เมื่อมึงกลับมาแตป่ า่ ใหญ่ กสู ิให้อา้ ยแผนประสมสอง
ครน้ั กขู ัดใจใหจ้ าจอง ตวั ของมึงไปอยู่แห่งไร
ถอดความได้วา่
เมื่อพระพนั วสาเห็นท้ังสามคน(ขนุ ช้าง พระไวย และนางวนั ทอง)เดินเขา้ มาก็เกิดความเอน็ ดูอยา่ งลกู
จึงตรสั ถามความว่าเมอื่ กลบั มาจากป่าที่ตัดสนิ ใหไ้ ปอย่กู ับขุนแผนเป็นอย่างไร
ทาไมไม่อยกู่ บั อ้ายแผน แลน่ ไปอยู่กบั อ้ายชา้ งใหม่
เดมิ มงึ รักอา้ ยแผนแล่นตามไป คร้ันยกใหเ้ ตน้ กลับเลน่ ตวั
อยกู่ ับอา้ ยชา้ งไม่อยู่ได้ เกิดรังเกียจเกลียดใจด้วยชงั หัว
ดูยักใหมย่ า้ ยเกา่ เฝา้ เปลยี่ นตวั ตกว่าช่ัวแลว้ มึงไมไ่ ยดี ฯ
ครานั้นวนั ทองไดร้ ับสัง่ ละลา้ ละลังประนมก้มเกศี
หัวสยองพองพรั่นทันที ทูลคดพี ระองค์ผทู้ รงธรรม์
ถอดความได้วา่
ใหไ้ ปอยู่กบั ขนุ แผนทาไมถงึ ไม่ไปอยู่ แต่กลบั ไปอยกู่ ับขุนชา้ ง ทั้งๆท่แี ต่ก่อนรักกบั ขุนแผนไมใ่ ชเ่ หรอ
พอจะยกให้ไปอยกู่ ับขนุ ช้าง ก็รังเกยี จขุนชา้ งขนึ้ มา เปลยี่ นไปเปลย่ี นมามันไมด่ ี เมอื่ นางวนั ทองได้รบั สงั่ ก็รู้สกึ
ละล้าละลงั จึงประนมมือไหว้เหนือหัว นางรสู้ ึกกลวั มาก
ขอเดชะละอองธุลีพระบาท องค์หริรักษ์ราชรงั สรรค์
เมื่อกระหม่อมฉันมาแต่อรัญ ครัง้ นน้ั โปรดประทานขนุ แผนไป
ครนั้ อย่มู าขุนแผนต้องจาจอง กระหม่อมฉนั มีท้องนนั้ เตบิ ใหญ่
อยู่ทเ่ี คหาหน้าวัดตะไกร ขนุ ชา้ งไปบอกวา่ พระโองการ
มีรบั สัง่ โปรดประทานให้ กระหม่อมฉันไม่ไปก็หักหาญ
ย้ือยุดแดคร่าทาสามานย์ เพ่ือนบา้ นจะช่วยกส็ ุดคิด