The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเกร็ดความรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surachetgms, 2022-08-05 02:48:38

รวมเกร็ดความรู้

รวมเกร็ดความรู้

- ๓๘ - นายเชดิ ศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ

ตอนท่ี ๑๖ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๘๙๘๖ - ๘๙๙๗/๒๕๖๑
เร่ือง การกระทำอย่างอ่ืน เช่น การปิดก้ัน หรือการชุมนุมโดยละเมิดสิทธิของผู้อ่ืนน้ัน

ย่อมมิใช่ “การนัดหยุดงาน” หรือเป็นส่วนหน่ึงของการนัดหยุดงานแต่อย่างใด การที่ลูกจ้างกับพวก
ร่วมกันบุกรุกเขา้ ชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสมั พันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘
มาตรา ๙๙ (๔) จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เป็นการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดย
ไมต่ ้องบอกกลา่ วล่วงหนา้ และไมต่ อ้ งจา่ ยคา่ ชดเชย

คดีน้ีโจทก์ท้ัง ๑๒ คน ฟ้องว่า ก่อนถูกเลิกจ้างโจทก์ท้ัง ๑๒ คน และสหภาพแรงงานได้ยื่น
ข้อเรียกร้องประจำปี แต่ตกลงกันไม่ได้เกิดข้อพิพาทแรงงานมีการนัดหยุดงานและปิดงาน ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์
โดยไม่เป็นธรรม ขอบังคับให้จำเลยรับโจทก์ทั้ง ๑๒ คน กลับเข้าทำงานหรือให้จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุด
พักผ่อนประจำปี สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินโบนัส ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
เงินบำนาญจากการรับเงินของประกันสังคม จำเลยให้การว่า จำเลยปิดงานเฉพาะสมาชิกสหภาพแรงงาน
ซ่ึงรวมถึงโจทก์ทั้ง ๑๒ คนด้วย สมาชิกสหภาพฯ ประมาณ ๒๐๐ คน ได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ครอบครอง
มีการชุมนุมทำให้เดือดร้อนรำคาญ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้ง ๑๒ คน เน่ืองจากได้ร่วมกันบุกรุกเข้ามาในพื้นที่
สถานประกอบกิจการโดยไม่ได้รับความยินยอม กล่าวปราศรัยโจมตี ดูหมิ่น หมิ่นประมาท กระทำการ
เป็นปรปักษ์ต่อกิจการของนายจ้าง ศาลแรงานภาค ๒ พิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว
ล่วงหน้ากับค่าชดเชยให้โจทก์ท่ี ๓ - ๑๒ แล้ว คงเหลือเพียงโจทก์ท่ี ๑ และที่ ๒ ซ่ึงฟังแล้วโจทก์กับพวก
ไม่มีเจตนาบุกรุก และไม่ปรากฏแจ้งชัดว่าเป็นหมิ่นประมาท แต่กรณีมีเหตุสมควรเลิกจ้าง ไม่เป็นการเลิกจ้าง
ท่ีไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ท่ี ๒ พร้อมดอกเบ้ีย คำขออื่นให้ยก
โจทกแ์ ละจำเลยอทุ ธรณ์

ประเด็นค่าชดเชย ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕
“การนัดหยุดงาน หมายความว่า การท่ีลูกจ้างร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน” แสดงว่า
การนัดหยุดงานเป็นวิธีการของฝา่ ยลกู จ้างที่ได้กระทำเพื่อบังคับฝา่ ยนายจ้างให้ยอมรับตามข้อเรียกร้องของตน
ในการเจรจาต่อรองโดยวิธีการร่วมกันไม่ทำงานให้แก่นายจ้างพร้อมกันเท่าน้ัน แต่การกระทำอย่างอื่น
เช่น การปิดก้ัน หรือการชุมนุมโดยละเมิดสิทธิของผู้อ่ืนน้ัน ย่อมมิใช่การนัดหยุดงานหรือเป็นส่วนหนึ่ง
ของการนัดหยุดงานแต่อย่างใด และเม่ือมิใช่การนัดหยุดงานและไม่มีกฎหมายระบุให้กระทำได้โดยไม่ต้อง
รับผิด ดังเช่นท่ีระบุไว้ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙๙ แล้ว ผู้กระทำย่อมไม่ได้รับ
ความคุ้มครองตามกฎหมายเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ที่ ๑ และ ๒ ได้เข้าไปร่วมชุมนุมกับพวกรวม
๑๒๓ คน ในบริเวณพื้นที่กรอบสแี ดง ท่ีจำเลยและบริษัท A ครอบครองร่วมกนั โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต และต่อมา
ถูกบริษัท A ฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาต่อศาลจังหวัดระยองในข้อหาบุกรุกและคดีถึงท่ีสุดให้ลงโทษจำคุกคนละ
๒ เดือน และปรับคนละ ๕,๐๐๐ บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ข้อเท็จจริงในการชุมนุม
โจทกที่ ๑ และที่ ๒ กับพวกมีการใช้กำลังฝ่าฝนื ดงึ ดนั เขา้ ไปในพื้นท่ีชุมนมุ โดยไม่ฟงั การห้ามปรามของพนกั งาน

นายเชดิ ศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

- ๓๙ - นายเชิดศักดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร
รักษาความปลอดภัยและบริษัท A มีการนำเต็นท์ขนาดใหญ่ เคร่ืองขยายเสียงและสุขาเคลื่อนท่ี นำรถยนต์
และจักรยานยนต์เข้าไปจอด ใช้เครื่องขยายเสียงรบกวนการทำงานท่ีไม่ได้หยุดงาน ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน
ถือว่าโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ กับพวกร่วมกันชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘
มาตรา ๙๙ (๔) โจทก์ท่ี ๑ และที่ ๒ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าว เมื่อการชุมนุมก่อให้เกิด
ความเสียหายแก่จำเลย ถอื ว่าโจทก์ท่ี ๑ และท่ี ๒ได้กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้าง
ได้รับความเสยี หาย ฝา่ ฝนื ข้อบงั คับเกี่ยวกับการทำงานร้ายแรง จำเลยเลกิ จ้างได้โดยไม่ต้องงบอกกล่าวลว่ งหน้า
ไม่ต้องจ่ายคา่ ชดเชย
สรุปยอ่ โดย นายเชิดศกั ด์ิ กำปนั่ ทอง ผ้อู ำนวยการกลุ่มงานทีป่ รึกษากฎหมาย นิติกรรมและสัญญา

กองนิตกิ าร กรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน

นายเชดิ ศักดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๔๐ - นายเชดิ ศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

เกรด็ ความรคู้ แู่ รงงาน ตอนท่ี ๑๗ (เผยแพรว่ ันที่ ๒๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔)
ลูกจ้างทำสัญญาจ้าง ๑ ปี กับนายจ้าง และมีเงื่อนไขต้องผ่านการทดลองงาน ๙๐ วัน เมื่อทำงานไปได้
ระยะหน่ึงนายจ้างก็ได้เลิกจ้าง เน่ืองจากลูกจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม ไม่ผ่านการทดลองงาน
ลูกจ้างจึงเรียกร้องค่าจ้างจนกว่าจะครบสัญญาจ้าง และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างจากนายจ้าง ลูกจ้างจะมี
สิทธิไดร้ ับเงินตามที่เรียกร้องหรอื ไม่ ?
#กสร #กสรคุ้มครองสิทธิพัฒนาคุณภาพชวี ิตแรงงาน

นายเชดิ ศักด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ

- ๔๑ - นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

ตอนที่ ๑๗ : คำพิพากษาศาลอทุ ธรณ์คดชี ำนญั พิเศษที่ ๕๙๓/๒๕๖๓
เรื่อง “ทำสัญญาจ้าง ๑ ปี และมีเง่ือนไขทดลองงาน ๙๐ วัน” ในระยะทดลองงานลูกจ้าง

ไม่ไดอ้ ุทิศเวลาในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ มิไดป้ ฏิบตั ิงานด้วยความซื่อสัตยส์ ุจริต ขาดความเอาใจใส่งาน
ทั้งไม่มีความสัมพันธ์ท่ีดีต่อเพื่อนร่วมงาน นายจ้างจึงเลิกจ้างเพราะเหตุไม่ผ่านทดลองงาน อันเป็นเรื่องปกติ
ในการบริหารงานบุคคลที่นายจ้างย่อมมีสิทธิคัดสรรแรงงานที่มีคุณภาพท่ีสุด ลูกจ้างจึงไม่มีสิทธิเรียกร้อง
คา่ จา้ งจนกว่าจะครบสญั ญาจา้ ง และคา่ เสียหายจากนายจ้าง

คดนี โ้ี จทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทกเ์ ขา้ ทำงานตำแหนง่ เจ้าหน้าท่ีความปลอดภัย มกี ำหนด ๑ ปี
ค่าจ้างรวมเดือนละ ๕๑,๐๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ก่อนครบกำหนด
ตามสัญญาโดยโจทก์มิได้กระทำความผิด ขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าจ้างเท่ากับระยะเวลาท่ีเหลือตามสัญญา
จ้างที่เหลือรวม ๘ เดือน และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างก่อนครบสัญญาจ้าง พร้อมดอกเบ้ีย ฯลฯ จำเลย
ให้การว่า จำเลยจ้างโจทก์ตำแหน่งเจ้าหน้าท่ีความปลอดภัย มีหน้าท่ีตรวจสอบงาน ประเมิน วิเคราะห์
ความเสี่ยงของสภาพแวดล้อมการทำงานฯ ในการวางท่อก๊าซของผู้รับเหมา ระหว่างทดลองงานโจทก์รายงาน
เท็จ ละทิ้งหน้าท่ี...นอนหลับขณะปฏิบัติหน้าที่ และพูดจาหยาบคายกับเพ่ือนร่วมงาน จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์
ศาลแรงงานภาค ๒ พจิ ารณาแล้วพพิ ากษายกฟ้อง โจทกอ์ ุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เห็นว่า สัญญาจ้างระหว่างโจทก์และจำเลยมีกำหนดระยะเวลา
ทดลองงาน ๙๐ วัน อันเป็นข้อกำหนดท่ีเกิดจากความสมัครใจระหว่างโจทก์กับจำเลยจะมีกำหนดระยะเวลา
จา้ งไว้แน่นอนแล้วมีกำหนด ๑ ปี ก็ไม่ทำให้ข้อตกลงเรื่องระยะเวลาทดลองงานสนิ้ ผลไป การทดลองงานก็เพื่อ
คดั หาลูกจ้างท่ีเหมาะสมแกง่ านของนายจ้าง หากผลการทดลองงานเป็นที่พอใจนายจ้างก็ให้ลูกจ้างทำงาน
ต่อไปหากไม่เป็นที่พอใจนายจ้างอาจเลิกจ้างลูกจ้างที่อยู่ในระหว่างทดลองงานนั้นได้ ซึ่งตามสัญญาจ้าง
ก็กำหนดให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้หากไม่ผ่านทดลองงาน ประกอบกับไม่มีกฎหมายใดบัญญัติไว้ว่า
ในการประเมินผลการทำงานของโจทก์ซึง่ เป็นลกู จา้ งทดลองงานจะต้องปรากฏว่าโจทกต์ ้องปรากฏว่าโจทก์
ต้องปฏิบัติผิดข้อตกลงในสัญญาจ้างแรงงาน หรือฝ่าฝืนข้อบังคับฯ กรณีร้ายแรงก่อนจำเลยจึงจะมีสิทธิ
เลิกจ้างโจทก์ได้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าในระยะทดลองงานโจทก์ไม่ได้อุทิศเวลาในการปฏิบัติงาน
อยา่ งเต็มที่ มิได้ปฏิบัติงานด้วยความซอื่ สัตย์สุจรติ ขาดความเอาใจใสร่ ับผิดชอบต่องาน ทั้งไม่มีความสัมพนั ธ์ที่ดี
ต่อเพื่อนร่วมงานและฝ่าฝืนข้อบังคับฯ จนทำให้จำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่มีความเหมาะสมที่จะทำงานกับจำเลย
และเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุไม่ผ่านทดลองงาน การเลิกจ้างดังกล่าวเป็นเร่ืองปกติในการบริหารงานบุคคล
ที่ น า ย จ้ า งย่ อ ม มี สิ ท ธิ คั ด ส ร ร แ ร ง ง า น ท่ี มี คุ ณ ภ า พ ท่ี สุ ด แ ก่ กิ จ ก า ร ท่ี จ ำ เล ย มี อ ำ น า จ ก ร ะ ท ำ ได้ โ ด ย ช อ บ
โดยไม่จำต้องรอจนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างตามท่ีโจทก์กล่าวอ้างท่ีศาลแรงงานภาค ๒ วินิจฉัย
มานน้ั ศาลอุทธรณค์ ดชี ำนัญพเิ ศษเหน็ พอ้ งดว้ ย พิพากษายนื

สรุปย่อโดย นายเชดิ ศักดิ์ กำปัน่ ทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานทป่ี รึกษากฎหมาย นติ ิกรรมและสญั ญา
กองนติ ิการ กรมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศักด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

- ๔๒ - นายเชิดศักดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

เกรด็ ความรูค้ ู่แรงงาน ตอนที่ ๑๘ (เผยแพรว่ นั ท่ี ๕ ธันวาคม ๒๕๖๔)
ค่าบริการของโรงแรม ที่นายจ้างเรียกเก็บจากลูกค้าร้อยละ ๑๐ ของยอดค่าใช้บริการ แล้วหักออกร้อยละ ๕
เพื่อใช้ซ้ือของทดแทนส่วนที่ลูกจ้างทำอุปกรณ์เสียหาย ส่วนท่ีเหลือร้อยละ ๙๕ นำมาแบ่งให้ลูกจ้างจำนวน
เท่ากนั ทกุ คน เป็นค่าจา้ งหรอื ไม่ ?
#กสร #กสรคุ้มครองสิทธิพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน

นายเชิดศักด์ิ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

- ๔๓ - นายเชดิ ศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร

ตอนท่ี ๑๘ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๑๙๗๓/๒๕๖๑
เร่ือง “ค่าบริการ” ของโรงแรม นายจา้ งประกอบกิจการโรงแรม เรียกเก็บเงิน “ค่าบริการ”

จากลูกค้าร้อยละ ๑๐ ของยอดค่าใช้บริการ แล้วหักออกร้อยละ ๕ เพ่ือใช้ซ้ือของทดแทนส่วนท่ีลูกจ้าง
ทำอปุ กรณเ์ สียหาย ส่วนทีเ่ หลือรอ้ ยละ ๙๕ นำมาแบ่งให้ลกู จา้ งจำนวนเท่ากันทกุ คน ไม่เคยกำหนดจำนวน
คา่ บรกิ ารข้ันตำ่ ทล่ี ูกจา้ งจะได้รบั ในแตล่ ะเดอื น “คา่ บรกิ าร” จงึ ไม่ใชค่ า่ จา้ ง

คดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้าง ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงแรม จำเลยได้มีคำส่ังให้โจทก์ชำระ
เงินสมทบกองทุนเงินทดแทน แลกองทุนประกันสังคมเพิ่มเติม เน่ืองจากจำเลยวินิจฉัยว่า ค่าบรกิ าร ค่าน้ำมัน
ค่าโทรศัพท์ และเงินส่วนแบ่งจากยอดใช้บริการสปา เป็นค่าจ้าง โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงอุทธรณ์ คณะกรรมการ
อุทธรณ์วินิจฉัยว่า ค่าบริการ ค่าน้ำมัน และเงินส่วนแบ่งจากยอดใช้บริการสปา เป็นค่าจ้าง ให้นำมาคำนวณ
ส่งเงินสมทบด้วย ส่วนค่าโทรศัพท์ไม่เป็นค่าจ้าง โจทก์ไม่เห็นด้วยขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยดังกล่าว
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนคำส่ังของจำเลยและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ
ทีว่ ินิจฉยั เกี่ยวกบั เงนิ ค่าบริการ คำขออ่ืนนอกจากน้ีใหย้ ก จำเลยอทุ ธรณ์

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เรียกเก็บเงินค่าบริการจากลูกค้าของโจทก์ในอัตราร้อยละ ๑๐ ของยอด
ค่าใช้บริการแต่ละคร้ัง โจทก์จะนำเงินค่าบริการดังกล่าวที่ได้รับมาหักออกร้อยละ ๕ เพื่อใช้ซ้ือของทดแทน
ส่วนที่ลูกจ้างของโจทก์ทำอุปกรณ์เสียหาย ส่วนที่เหลือร้อยละ ๙๕ โจทก์นำมาแบ่งให้ลูกจ้างของโจทก์
จำนวนเท่ากันทุกคนไม่ว่าลูกจ้างรายน้ันจะให้บริการแก่ลูกค้าท่ีจ่ายค่าบริการหรือไม่ โจทก์ไม่เคยกำหนด
จำนวนค่าบริการข้ันต่ำที่ลูกจ้างของโจทก์แต่ละคนจะได้รับในแต่ละเดือนว่าจำนวนเท่าใด ทั้งน้ี ลูกจ้าง
ของโจทก์ตำแหน่งระดับผู้บริหารที่เป็นชาวต่างประเทศเท่าน้ันท่ีจะไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าบริการในส่วนนี้ ดังน้ี
เม่ือค่าจ้างคือเงินท่ีนายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ แต่เงิน
ค่าบริการดังกล่าวข้างต้นโดยแท้จริงเป็นเงินท่ีโจทก์เรียกเก็บจากลูกค้าโจทก์ โดยโจทก์เพียงแต่นำเงินน้ัน
มาบริหารจัดการจ่ายให้แก่ลูกจ้างของโจทก์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ทำแทนลูกจ้างเพ่ือความสะดวกและเพื่อให้
กิจการของโจทก์ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เงินค่าบริการดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินของโจทก์ผู้เป็นนายจ้าง
ค่าบริการจึงไม่ใช่ค่าจ้าง ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ อันต้องนำมาเป็นฐาน
ในการคำนวณเงนิ สมทบเพิ่มเตมิ เพอ่ื ส่งเข้ากองทุนประกันสังคม ตามมาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ พพิ ากษายนื

สรปุ ย่อโดย นายเชดิ ศักดิ์ กำป่นั ทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานทปี่ รึกษากฎหมาย นิตกิ รรมและสัญญา
กองนิตกิ าร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

- ๔๔ - นายเชิดศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

เกรด็ ความรู้คแู่ รงงาน ตอนที่ ๑๙ (เผยแพร่วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔)
นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจากมีความจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานเพื่อพยุงธุรกิจจากการได้รับผลกระทบ
ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แต่เม่ือมาพิจารณาจากผลประกอบการ
ของนายจ้างแล้ว นายจ้างมีกำไรมากขึ้นทุกปี เหตุผลท่ีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างนั้นมีเหตุผลสมควรเพียงพอท่ีจะ
เลิกจ้างหรอื ไม่ ?
#กสร #กสรคุ้มครองสิทธิพัฒนาคณุ ภาพชีวติ แรงงาน

นายเชดิ ศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

- ๔๕ - นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

ตอนท่ี ๑๙ : คำพิพากษาศาลอทุ ธรณ์คดชี ำนัญพิเศษที่ ๑๖๔๑/๒๕๖๔
เร่ือง แม้นายจ้างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า (โควิด 19)

ทำให้ยอดคำส่ังซื้อลดน้อยลงก็ตาม แต่ผลประกอบการของจำเลยปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ มีกำไรทุกปี
หลังจากถูกเลิกจ้างยอดขาดก็สูงข้ึน แสดงว่านายจ้างไม่ได้ขาดทุนถึงขนาดต้องลดจำนวนลูกจ้างเพ่ือพยุง
ธุรกิจท้ังก่อนเลิกจ้างก็ไม่ได้พยายามหาหนทางช่วยเหลือมิให้มีการเลิกจ้างเกิดขึ้น การเลิกจ้างจึงเป็นไป
เพื่อประโยชนข์ องนายจา้ งเพยี งฝา่ ยเดยี ว เปน็ การเลกิ จ้างทไี่ มเ่ ป็นธรรม

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๔ ตำแหน่งสุดท้าย
เป็นผู้จัดการฝ่ายเทคนิค ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๖๓,๒๕๑ บาท วันท่ี ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ จำเลย
เลกิ จ้างโจทก์โดยอา้ งเหตจุ ากแพรร่ ะบาดโรคไวรสั โคโรนา่ (โควดิ 19) ทำใหย้ อดขายลดลงมากอย่างตอ่ เนอ่ื ง
ไม่สามารถผลิตตามแผนงานปกติ เป็นการเลิกจ้างท่ีไม่เป็นธรรม จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้าง
แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์แล้ว ขอบังคับใหจำเลยจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างท่ีไม่เป็นธรรม
ศาลแรงงานภาค ๒ พิจารณาแล้ว เห็นว่า เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ทำงานกับจำเลยมา ๒๘ ปี
๘ เดือน ๔ วัน ขณะเลิกจ้างมีอายุ ๕๘ ปีเศษ เห็นควรกำหนดค่าเสียหายจาการขาดรายได้จนกว่าจะหางาน
ทำใหม่เท่ากับค่าจ้าง ๕ เดือน และค่าเสียหายในอนาคตท่ียังไม่สามารถหางานทำได้เป็นเวลา ๕ เดือน
พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างท่ีไม่เป็นธรรม ๖๓๒,๕๑๐ บาท พร้อมดอกเบ้ียร้อยละ ๗.๕
ตอ่ ปี จำเลยอทุ ธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เห็นวา่ แม้จำเลยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัส
โคโรน่า (โควิด 19) ทำให้ยอดคำส่ังซื้อลดน้อยลงก็ตาม แต่ผลประกอบการของจำเลยปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒
มีกำไรทุกปี หลังจากโจทก์ถูกเลิกจ้างยอดขาดของจำเลยก็สูงขึ้น แสดงว่าจำเลยไม่ได้ขาดทุนถึงขนาดต้องลด
จำนวนลูกจ้างเพ่ือพยุงธุรกิจ ท้ังก่อนเลิกจ้างก็ไม่ได้เสนองานใหม่หรือตำแหน่งงานใหม่อันแสดงให้เห็นว่า
พยายามหาหนทางช่วยเหลือมิใหม้ ีการเลิกจ้างเกดิ ขนึ้ หลักเกณฑท์ จ่ี ำเลยใช้เลกิ จา้ งแมจ้ ะดูจากผลการประเมิน
พนักงานท่ีต่ำกว่ามาตรฐาน สถิติการมาทำงาน ขาด ลา มาสาย ลากิจ แต่หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
และประเมินเพื่อเลิกจ้างดังกล่าวก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบขั้นตอนและวิธีการเพื่อตรวจสอบ
และทักท้วงการประเมินนั้นก่อนเลิกจ้าง การเลิกจ้างของจำเลยจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลย
เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของโจทก์ เป็นการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรเพียงพอ
เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมคำวินิจฉัยของศาลแรงงานภาค ๒ ชอบแล้ว ในส่วนอุทธรณ์ว่าค่าเสียหาย
สูงเกินไปมากนั้น เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานภาค ๒ เป็นอุทธรณ์
ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง

อนึ่ง ระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ มีพระราชกำหนดแก้ไข
เพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ใช้บังคับ....พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงิน
๖๓๒,๕๑๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนถึงวันที่ ๑๐ เมษายน

นายเชดิ ศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

- ๔๖ - นายเชิดศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ
๒๕๖๔ และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี นับแต่วันท่ี ๑๑ เมษายน ๒๕๖๔ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
แก่โจทก์ ทั้งน้ี อัตราดอกเบี้ยนับแต่วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๔ ให้ปรับลดลงหรือเพิ่มข้ึนตามพระราชกฤษฎีกา
แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ตามท่ีโจทก์มคี ำขอ นอกจากที่แกใ้ ห้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลแรงงาน
ภาค ๒
สรุปย่อโดย นายเชดิ ศักดิ์ กำป่นั ทอง ผ้อู ำนวยการกลุ่มงานที่ปรึกษากฎหมาย นติ กิ รรมและสัญญา

กองนิติการ กรมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศักดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ

- ๔๗ - นายเชิดศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

เกรด็ ความรู้ค่แู รงงาน ตอนที่ ๒๐ (เผยแพร่วันท่ี ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๔)
สัญญาหา้ มลกู จา้ งทำงานให้แกบ่ ุคคลหรือนติ บิ ุคคลท่ีประกอบกจิ การในลักษณะเดียวกนั และเป็นคู่แข่ง
ทางการคา้ ของนายจ้างภายในระยะเวลา ๕ ปี ถอื เป็นสญั ญาทเ่ี ปน็ ธรรมหรอื ไม่ ?
#กสร #กสรค้มุ ครองสิทธิพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน

นายเชิดศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

- ๔๘ - นายเชดิ ศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

ตอนที่ ๒๐ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๓๕๘๐/๒๕๖๑
เร่ือง สัญญาห้ามลูกจ้างทำงานให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลท่ีประกอบกิจการในลักษณะ

เดียวกันและเป็นคู่แข่งทางการค้าภายในระยะเวลา ๕ ปี นับแต่วันท่ีจำเลยส้ินสภาพ ไม่เป็นโมฆะ แต่เมื่อ
คำนึงถึงทางได้เสียทุกอย่างแล้ว การจำกัดสิทธิเป็นระยะเวลา ๕ ปี ทำให้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ
ต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ จึงเห็นสมควรให้มีผลบังคับได้เพียง ๑ ปี เท่าท่ี
เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔/๑
และพระราชบญั ญัตวิ า่ ด้วยขอ้ สญั ญาทไี่ ม่เปน็ ธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๕

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อล่ืนและน้ำมันเชื้อเพลิง
วนั ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ โจทก์จ้างจำเลยทำงานเป็นลูกจ้าง ตำแหน่งพนักงานธุรการประสานงานขาย ค่าจ้าง
อัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๓,๒๐๐ บาท เพื่อป้องกันความเสียหายของโจทก์ โจทก์และจำเลยตกลงกันว่า
พนักงานจะไม่ทำงานให้กับผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงบริษัท/ห้างร้าน ในเครือ
ที่เกี่ยวข้องและเป็นคู่แข่งทางการค้าของบริษัทไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ
หรือความลับทางการค้าแก่บุคคลอ่ืนตลอดระยะเวลาที่ยังทำงานให้บริษัทและภายในระยะเวลา ๕ ปี นับแต่
ส้ินสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัท ต่อมาวันท่ี ๘ กันยายน ๒๕๕๗ จำเลยลาออกแล้วเข้าทำงานกับ
บริษัท A จำกัด ซ่ึงมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเคร่ือง น้ำมันหล่อล่ืน
และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทุกชนิดอันเป็นคู่แข่งทางการค้าของโจทก์ จำเลยย่อมใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล
ลูกค้าซ่ึงเป็นความลับทางการค้าของโจทก์ ถือว่าจำเลยผิดสัญญาจ้าง ขอบังคับให้จำเลยลาออกจากบริษัท A
จำกัด ห้ามจำเลยเข้าไปทำงานให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลท่ีประกอบกิจการแข่งขันกับโจทก์ภายในระยะเวลา
๕ ปี นับแต่ส้ินสภาพพนักงาน และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ๒,๐๕๙,๕๘๓.๔๙ บาท และอีกเดือนละ
๖๘๖,๕๒๗.๘๓ บาท จากว่าจะลาออกหรือพ้นสภาพจากบริษัท A จำกัด จำเลยให้การว่าข้อตกลงขัดต่อ
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ จำเลยลาออกจากบริษัทโจทก์แล้วไปทำงาน
บริษัท A จำกัด มีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาท เพ่ิมขึ้นจากเดิม ๑,๘๐๐ บาท บริษัท A จำกัด ไม่ใช่คู่แข่งทางการค้า
โดยตรง ท้งั ตำแหนง่ งานทเี่ ขา้ ไปทำงานก็คนละสายงาน

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาห้ามจำเลยทำงานให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่
ประกอบกิจการในลักษณะเดียวกันและเป็นคู่แข่งทางการค้ากับโจทก์ภายในระยะเวลา ๕ ปี นับแต่วันท่ี
จำเลยส้ินสภาพจากการเป็นพนักงานของโจทก์ จำเลยสิ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของโจทก์วันที่
๘ กนั ยายน ๒๕๕๗ และให้จำเลยชดใช้คา่ เสยี หายแก่โจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท คำขออ่ืนใหย้ ก จำเลยอุทธรณ์

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงตามหนังสือ...เป็นเพียงข้อจำกัดห้ามการประกอบอาชีพอันมีลักษณะ
เป็นการแข่งขันกับโจทก์โดยจำกัดประเภทธุรกิจไว้อย่างชัดเจน มิได้เป็นการห้ามประกอบอาชีพอันเป็ น
การปิดทางทำมาหาได้ของจำเลยอย่างเด็ดขาด ลักษณะข้อตกลงเช่นนี้ไม่ใช่การตัดการประกอบอาชีพ
ของจำเลยทั้งหมด เพียงแต่เป็นการห้ามประกอบอาชีพบางอย่างที่มีลักษณะบางอย่างท่ีมีลักษณะ
เป็นการแข่งขันกับโจทก์เพียงชั่วระยะเวลาหน่ึงเท่าน้ัน เป็นสัญญาต่างตอบแทนท่ีรักษาสิท ธิประโยชน์

นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๔๙ - นายเชิดศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร
ของคู่กรณีท่ีเป็นไปโดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ ไม่เป็นการปิดทางทำมาหาได้ของฝ่ายใดโดยเด็ดขาด
จนไมอ่ าจดำรงอย่ไู ด้ จงึ ไมข่ ดั ตอ่ ความสงบเรยี บร้อยหรือศีลธรรมอนั ดีของประชาชน ไมต่ กเป็นโมฆะ

แต่เมื่อคำนึงถึงทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายแล้ว การจำกัดสิทธิเป็นระยะเวลา ๕ ปี
นับจากวันท่ีจำเลยซ่ึงเป็นเพียงพนักงานธุรการประสานงานขายพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน นับว่าทำให้
จำเลยผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าท่ีจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ จึงเห็นสมควรให้มีผล
บังคับได้เพียง ๑ ปี นับจากวันที่จำเลยพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน เท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔/๑ และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญา
ทไี่ มเ่ ป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐มาตรา ๕

พิพากษาแก้เป็น ห้ามจำเลยทำงานให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในลักษณะ
เดียวกันและเป็นคู่แข่งทางการค้ากับโจทก์ภายในระยะเวลา ๑ ปี นับแต่วันท่ีจำเลยส้ินสภาพจากการเป็น
พนกั งานของโจทก์ นอกจากท่ีแกค้ งใหเ้ ป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

สรปุ ยอ่ โดย นายเชดิ ศักดิ์ กำปน่ั ทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานท่ปี รึกษากฎหมาย นิตกิ รรมและสัญญา
กองนิติการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

นายเชดิ ศกั ด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๕๐ - นายเชิดศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

เกรด็ ความรคู้ ่แู รงงาน ตอนที่ ๒๑ (เผยแพร่วนั ที่ ๒๖ ธนั วาคม ๒๕๖๔)
คคู่ วามตกลงทา้ กันในศาลว่าหากสืบพยานบุคคลตามอ้างแล้วศาลตดั สินวา่ โจทกเ์ ป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลย
จะยอมรับและรับผิดชอบคา่ เสียหายตามฟ้อง แตห่ ากไม่ใช่ลกู จ้าง โจทก์ต้องยอมรับวา่ เป็นฝ่ายแพ้คดี
คำทา้ ดงั กลา่ ว สามารถบังคบั ใช้ในชั้นศาลได้หรอื ไม่
#กสร #กสรคุ้มครองสิทธิพัฒนาคุณภาพชีวติ แรงงาน

นายเชิดศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

- ๕๑ - นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

ตอนที่ ๒๑ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๑๙๖๕/๒๕๕๙
เร่ือง โจทก์จำเลยท้ากันในศาลว่าหากสืบพยานบุคคลตามอ้างแล้ว ศาลตัดสินว่าโจทก์

เป็นลูกจ้าง จำเลยยอมรับจะรับผิดชอบค่าเสียหายตามฟ้อง แต่หากไม่ใช่ลูกจ้าง โจทก์ยอมรับว่า
เป็นฝ่ายแพ้คดี คำท้าดังกล่าวเป็นการตกลงกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนฟ้องและข้อตกลง
ไมเ่ ป็นการฝา่ ฝนื กฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ ใช้บงั คับได้

คดีน้ีโจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งรองประธานกรรมการ ต่อมาวันท่ี
๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ จำเลยบอกเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำความผิด จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ได้
เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่โจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัท พ. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ถือหุ้ นในบริษัทจำเลย
ในอัตราส่วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานภาค ๒ คู่ความตกลงท้ากันว่าโจทก์
เป็นลูกจา้ งของจำเลยหรือไม่ โดยจำเลยจะนำผู้จัดการฝา่ ยบคุ คลและนาย พ. มาเบกิ ความ สว่ นโจทก์เบกิ ความ
ด้วยตนเอง และหากสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้วศาลพิจารณาและตัดสินว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยแล้ว
จำเลยจะยอมรับว่าเปน็ ฝา่ ยแพ้คดีและรับผิดชอบคา่ เสียหายตามที่โจทกฟ์ ้องทั้งหมด แต่หากศาลตัดสนิ ว่าโจทก์
ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลย โจทก์ยอมรับว่าเปน็ ฝ่ายแพ้คดี ศาลแรงงานภาค ๒ พิจารณาแล้วโดยสบื พยานแล้วฟังได้ว่า
โจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า คำท้าดังกล่าวเป็นการตกลงกัน
ในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนฟ้องและข้อตกลงน้ันไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ ประกอบพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ แล้วต่อมาศาลแรงงานภาค ๒ ได้พิจารณาสืบพยานทง้ั สองฝา่ ยเสร็จแลว้ วนิ ิจฉัยพยาน
ท่ีนำสืบมามีน้ำหนักมากกว่าพยานฝ่ายโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลย โจทก์จึงแพ้คดีไป
ตามคำท้าแล้วพิพากษายกฟ้องตามที่คู่ความตกลงกัน ดังนี้ โจทก์จะอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่
แทนข้อเท็จจริงท่ีศาลแรงงานภาค ๒ พิจารณาตัดสินแล้วมิได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รบั วนิ ิจฉยั

สรปุ ย่อโดย นายเชดิ ศักด์ิ กำป่ันทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานทปี่ รกึ ษากฎหมาย นิตกิ รรมและสัญญา
กองนิตกิ าร กรมสวสั ดิการและคมุ้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศักดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

- ๕๒ - นายเชดิ ศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

เกร็ดความร้คู แู่ รงงาน ตอนที่ ๒๒ (เผยแพร่วนั ท่ี ๒ มกราคม ๒๕๖๕)
นายจ้างสั่งพักงานลกู จ้างด้วยวาจาโดยไมม่ กี ำหนดเวลาและไม่จา่ ยค่าจา้ งเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจรงิ จากลกู จ้าง
ผู้ซ่ึงมีหน้าที่ดูแลเงินสดในตู้นิรภัย เน่ืองจากเงินในตู้นิรภัยหาย การท่ีนายจ้างพักงานลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าจ้าง
ถือเปน็ การเลิกจ้างหรอื ไม่
#กสร #กสรคุ้มครองสิทธพิ ัฒนาคุณภาพชีวติ แรงงาน

นายเชิดศักดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

- ๕๓ - นายเชดิ ศักด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

ตอนท่ี ๒๒ : คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๔๙๖/๒๕๔๕
เรื่อง การท่ีนายจ้างพักงานด้วยวาจาโดยไม่มีกำหนดเวลาและมิได้จ่ายค่าจ้างเป็นการ

เลกิ จา้ งตามมาตรา ๑๑๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ถอื วา่ การเลิกจ้าง
ในคดีน้ีเกิดข้ึนโดยผลของกฎหมาย แต่เพ่ือความเป็นธรรมแก่นายจ้างลูกจ้าง จึงต้องนำเหตุของการสั่ง
พกั งานของนายจา้ งมาเป็นเหตแุ ห่งการเลิกจา้ งในการพจิ ารณาในเรือ่ งค่าชดเชย

คดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงิน วันที่
๔ สิงหาคม ๒๕๔๓ จำเลยสั่งพักงานโดยไม่มีกำหนดเวลาและไม่จ่ายค่าจ้าง ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง จำเลย
ให้การว่าเงินจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท สูญหายไปจากตู้นิรภัย โจทก์มีหน้าที่ดูแลเงินสดในตู้นิรภัย จำเลยจึงสั่ง
พักงานเพื่อสอบสวนยังไมไ่ ด้บอกเลิกสัญญาจ้าง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแลว้ พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้าง
แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชย พร้อมดอกเบ้ีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า วันที่ ๓๐ มิถุนายน
๒๕๔๓ เงินจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเก็บไว้ในตู้นิรภัยหายไป เจ้าพนักงานตำรวจไม่สามารถสืบสวน
หาผู้กระทำผิดได้ ต่อมาวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๓ โจทก์นำรายการเงนิ สูญหายดังกล่าวลงบัญชีเป็นรายจ่าย
ของจำเลยโดยพลการ วันท่ี ๔ สิงหาคม ๒๕๔๓ นาย ช. กรรมการจำเลย ส่ังให้โจทกค์ ิดบัญชีแล้วพูดด้วยวาจา
ส่ังพักงานโจทก์ด้วยเหตุข้างต้น โดยไม่มีกำหนดเวลาและมิได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ ต่อมาวันท่ี ๒๐ พฤศจิกายน
๒๕๔๓ จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยให้มีผลต้ังแต่วันท่ี ๔ สิงหาคม ๒๕๔๓ เป็นต้นไป จากข้อเท็จจริง
การพักงานดังกล่าว มิใช่การพักงานในกรณีท่ีนายจ้างทำการสอบสวนลูกจ้างซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
ซ่งึ นายจ้างต้องปฏบิ ัติตามหลักเกณฑ์มาตรา ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ แต่เป็น
กรณีที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไป และไม่จ่ายค่าจ้างให้อันเป็น การเลิกจ้างตามมาตรา
๑๑๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงถือว่าจำเลยเลิกจ้างต้ังแต่วันที่
๔ สิงหาคม ๒๕๔๓ มิใช่การเลิกจ้างเมื่อจำเลยมีหนังสือเลิกจ้างฉบับลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๓
แต่การเลิกจ้างกรณีน้ีเกิดข้ึนโดยผลของกฎหมายเพ่ือความเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่ายจึงต้องนำเหตุของการ
ส่ังพักงานของจำเลยมาเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างในการพิจารณาสิทธิในเร่ืองค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๘
และมาตรา ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ดว้ ย

สรุปยอ่ โดย นายเชิดศักด์ิ กำปน่ั ทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานที่ปรึกษากฎหมาย นิติกรรมและสัญญา
กองนิติการ กรมสวสั ดิการและคมุ้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

- ๕๔ - นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

เกรด็ ความรู้คู่แรงงาน ตอนท่ี ๒๓ (เผยแพร่วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๕)
ลูกจ้างย่ืนใบลาออกให้แก่นายจ้างล่วงหน้า มีผลพ้นสภาพการเป็นพนักงานของนายจ้างในวันท่ี ๑ ธันวาคม
เม่ือถึงวันดังกล่าว นายจ้างได้ทำการยุบหน่วยงานที่ลูกจ้างเคยทำอยู่ ซ่ึงเป็นวันเดียวกันกับวันท่ีลูกจ้าง
พ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน สิ่งทนี่ ายจ้างกระทำน้นั ถือเปน็ การเลิกจ้างลูกจ้างหรือไม่ ?
#กสร #กสรคุม้ ครองสิทธพิ ัฒนาคณุ ภาพชวี ิตแรงงาน

นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๕๕ - นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ
ตอนท่ี ๒๓ : คำพิพากษาศาลฎกี าที่ ๔๗๕๖/๒๕๕๖

เรื่อง ลาออกมีผลนับแต่วันยื่นใบลาออกและจะถอนมิได้ตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ มาตรา ๓๘๖ วรรคสอง

การที่จำเลยยุบหน่วยงานสายงานนิติการต้ังแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่
โจทก์ได้รับอนุมัติให้ลาออกจากงานย่อมไม่ใช่กรณีท่ีจำเลยไม่ยอมให้โจทก์ทำงาน หากเป็นเร่ืองที่โจทก์
ไม่ทำงานให้จำเลยเพราะไปทำงานท่ีอ่ืนเอง นอกจากนี้เม่ือโจทก์ย่ืนหนังสือลาออกต่อจำเลยในวันท่ี
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ให้มีผลพ้นสภาพการเป็นพนักงานของจำเลยวันท่ี ๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ อันเป็น
การแสดงเจตนาเลิกสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลย การแสดงเจตนาเลิกสัญญาของโจทก์มีผล
ตามกฎหมายแล้วนับแตว่ นั ย่นื หนังสือลาออกต่อจำเลยและจะถอนไม่ไดต้ ามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
มาตรา ๓๘๖ วรรคสอง ส่วนการอนุมัติลาออกเป็นข้ันตอนและระเบียบปฏิบัติภายในของจำเลยไม่มีผล
เปลี่ยนแปลงการแสดงเจตนาเลิกสัญญาของโจทก์ สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงสิ้นสุดลงวันท่ี
๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ ตามหนังสือลาออกของโจทก์ ไม่ใช่กรณีจำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดจ่าย
คา่ ชดเชยและสินจา้ งแทนการบอกกล่าวลว่ งหน้าแกโ่ จทก์
สรปุ ย่อโดย นายเชดิ ศักด์ิ กำปน่ั ทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานท่ีปรกึ ษากฎหมาย นิติกรรมและสญั ญา

กองนติ ิการ กรมสวัสดิการและค้มุ ครองแรงงาน

นายเชิดศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ

- ๕๖ - นายเชดิ ศักดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ

เกรด็ ความรคู้ ู่แรงงาน ตอนที่ ๒๔ (เผยแพร่วันท่ี ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕)
นายจ้างประกอบธุรกิจร้านทำผม รับลูกจ้างเข้ามาทำงานในตำแหน่งแม่บ้าน มีหน้าท่ีทำงานบ้าน ซักผ้า
และทำอาหาร ต่อมานายจ้างได้เลิกจ้างลูกจ้าง และไม่ได้จ่ายค่าชดเชย โดยให้เหตุผลว่า ตำแหน่งงาน
ของลูกจ้างไม่มีส่วนเก่ียวข้องกับธุรกิจของนายจ้าง จึงไม่มีสิทธิได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ
คมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เรื่องคา่ ชดเชย สรุปแล้วลกู จ้างนั้นมสี ทิ ธไิ ด้รับการคุ้มครองหรอื ไม่ ?
#กสร #กสรคมุ้ ครองสิทธพิ ัฒนาคุณภาพชีวติ แรงงาน

นายเชิดศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ

- ๕๗ - นายเชดิ ศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

ตอนที่ ๒๔ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๓๕๔๕/๒๕๕๒
เร่ือง ลูกจ้างทำงานทำงานบ้าน ซักผ้า ทำงานบ้าน กวาดร้านทำผมและซักผ้าเช็ดผม ถือได้ว่า

เป็นการให้ลูกจ้างทำงานเก่ียวกับงานบ้านท่ีมีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย การให้โจทก์ทำความสะอาด
และซกั ผ้าเชด็ ผมซ่ึงเป็นงานส่วนหนงึ่ ในสถานประกอบการ ถือได้ว่าเป็นลูกจา้ งทว่ั ไปท่ีได้รับความคุ้มครอง
ตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน นายจา้ งเลิกจ้างจึงตอ้ งจ่ายคา่ ชดเชย

คดีน้ีโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายจากการ
เลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ค่าจ้างค้างจ่าย และค่าชดเชย พร้อมดอกเบ้ีย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลย
จ่ายค่าจ้าง ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างท่ีไม่เป็นธรรม
พร้อมดอกเบ้ียจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า
จำเลยจ้างโจทก์ทำงานบ้านโดยให้โจทก์ซักผ้า ทำงานบ้าน กวาดร้านทำผมและซักผ้าเช็ดผม ถือได้ว่า
เป็นการให้โจทก์ทำงานเก่ียวกับงานบ้านท่ีมีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย การให้โจทก์ทำความสะอาด
และซักผ้าเช็ดผม ซึ่งเป็นงานส่วนหน่ึงในสถานประกอบการ ถือได้ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างท่ัวไปท่ีได้รับ
ความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานจำเลยอุทธรณ์ว่า จากคำเบิกความพยานโจทก์จำเลยฟังได้ว่า
โจทก์ทำงานกับจำเลยในตำแหน่งแม่บ้าน มีหน้าที่ทำงานบ้าน ซักผ้า และทำอาหาร แยกส่วนกันกับ
ร้านเสรมิ สวย โจทก์เป็นลูกจา้ งทำงานบา้ นจึงไมไ่ ดร้ ับการค้มุ ครองตามพระราชบัญญตั ิคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
เห็นได้ว่า เป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง จึงเป็นอุทธรณ์
ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒
มาตรา ๕๔ วรรคหนงึ่ ศาลฎีกาไม่รับวินจิ ฉยั

สรปุ ย่อโดย นายเชดิ ศักดิ์ กำปัน่ ทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานทปี่ รกึ ษากฎหมาย นติ ิกรรมและสัญญา
กองนิติการ กรมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร

- ๕๘ - นายเชดิ ศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ

เกรด็ ความร้คู ู่แรงงาน ตอนที่ ๒๕ (เผยแพร่วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๕)
ลูกจ้างดำรงตำแหน่งผู้จัดการถูกนายจ้างพักงานเพื่อสอบสวน โดยนายจ้างอ้างว่าลูกจ้างทุจริตและกระทำผิด
วินัยตามระเบียบข้อบังคับ และต่อมาก็ได้ลงโทษไล่ลูกจ้างออกอ้างกระทำผิดตามระเบียบและจงใจทำให้
นายจ้างเสียหาย ลูกจ้างเห็นว่าคำส่ังไล่ออกเป็นความผิดคนละข้อกับคำสั่งพักงาน จึงถือเป็นการเลิกจ้าง
ท่ีไม่เป็นธรรม สิ่งท่ีลูกจา้ งโตแ้ ยง้ ขึ้นมานัน้ ถกู ต้องหรอื ไม่ ?
#กสร #กสรคุ้มครองสิทธิพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน

นายเชดิ ศักดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร

- ๕๙ - นายเชิดศักด์ิ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ

ตอนท่ี ๒๕ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๓๗๓๕/๒๕๖๐
เรื่อง นายจ้างส่ังพักงานเพื่อสอบสวน แม้ข้อกล่าวหาท่ีระบุในคำส่ังพักงานอาจแตกต่างกันบ้าง

กับคำสั่งไล่ออก แต่ก็เป็นเพียงข้อกล่าวหาเบื้องต้นในการสอบสวนเพ่ือดำเนินการทางวินัยเท่านั้น
หาได้ทำให้กระบวนการทางวินัยท่ีชอบมาแต่ต้นเสียไปไม่ คำสั่งลงโทษไล่ออกจึงชอบด้วยกฎหมาย
และข้อบังคบั เกย่ี วกบั การทำงาน

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม
๒๕๕๗ จำเลยมีคำส่ังลงโทษพักงานโจทก์อ้างทุจริตและกระทำผิดวินัยตามระเบียบข้อบังคับ เป็นเวลา ๗ วัน
โดยได้รับค่าจ้างร้อยละ ๕๐ ต่อมาวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จำเลยลงโทษไล่โจทก์ออกอ้างกระทำผิด
ตามระเบยี บและจงใจทำให้จำเลยเสยี หาย โจทก์มไิ ดก้ ระทำผดิ และคำสั่งไล่ออกเป็นความผิดคนละข้อกับคำสั่ง
พักงานโจทก์ จึงเป็นการเลิกจ้างท่ีไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานภาค ๙ พิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ว่าคำส่ังไล่ออกไม่ชอบเน่ืองจากไม่มีการระบุข้อกล่าวหาในการสอบสวน ประเด็นนี้ศาลฎีกา
เห็นว่า จำเลยมีคำส่ัง เรื่อง พักงานผู้จัดการ ระบุเหตุในการพักงานว่า โจทก์เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ
โดยไม่ได้นำเงินสดหรือโอนเงินเพื่อทำรายการ และปลดอายัดเงินฝากที่ใช้ค้ำประกันการกู้ยืมส่วนคำส่ังที่
๑๐/๒๕๕๗ เรื่อง ลงโทษไล่ออกจากการเป็นเจ้าหน้าท่ีนั้นได้ระบุเหตุลงโทษว่า ทำผิดวินัยกรณีเปิดบัญชี
เงินฝากโดยไม่นำเงินสด เงินโอน หรือเช็คมาทำรายการ ปลดอายัดบัญชีเงินฝากท่ีใช้ค้ำประกันการกู้เงิน
และปลดอายัดบัญชีเงินฝากท่ีใช้ค้ำประกันการทำงานในตำแหน่งผู้จัดการ โดยเกิดจากเหตุการณ์กระทำ
ของโจทก์เหตุเดียวกัน ดังน้ัน คำสั่งพักงานและคำส่ังลงโทษไล่ออกจึงเป็นการกระทำผิดกรณีเดียวกัน
เมื่อจำเลยแต่งต้ังอนุกรรมการทำการสอบข้อเท็จจริง ไต่สวนวินัย รวมท้ังพักงาน จึงเป็นการดำเนินการ
ตามขั้นตอนการสอบข้อเท็จจริงและไต่สวนทางวินัยแล้ว แม้ข้อกล่าวหาท่ีระบุในคำส่ังอาจแตกต่างกันบ้าง
แต่ก็เป็นเพียงข้อกล่าวหาเบ้ืองต้นในการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยเท่านั้นหาได้ทำให้กระบวนการ
ทางวนิ ัยทช่ี อบมาแต่ต้นเสียไปไม่ คำส่งั ลงโทษไล่ออกจงึ ชอบด้วยกฎหมายและขอ้ บังคบั เก่ยี วกบั การทำงาน

จำเลยประกอบกิจการรับฝากถอนและให้สินเช่ือแก่สมาชิกของจำเลย ซ่ึงเป็นกิจการท่ีเก่ียวกับเงิน
ท่ลี กู จา้ งผูป้ ฏบิ ตั ิงานจะตอ้ งปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีตามระเบียบข้อบงั คับเกย่ี วกับการเงินอยา่ งเครง่ ครดั การท่ีโจทก์ฝ่าฝืน
ไม่ปฏิบัติตามระเบียบฯ เปิดบัญชีเงินฝากโดยมิได้นำเงินเข้ามาฝากจริง การท่ีโจทก์ปลดอายัดบัญชีเงินฝาก
ของโจทก์ท่ีค้ำประกันการกู้ยืมเงินบุคคลอ่ืน จึงเป็นการกระทำผิดวินัยตามระเบียบฯ ข้อ ๕๐.๖.๓ “กระทำ
โดยจงใจอันอาจทำให้สหกรณ์เสียหาย” เป็นความผิดร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ตามพระราชบญั ญัตคิ ้มุ ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๔) และไมเ่ ปน็ การเลกิ จ้างทไ่ี ม่เปน็ ธรรม

สรปุ ยอ่ โดย นายเชดิ ศกั ดิ์ กำปัน่ ทอง ผูอ้ ำนวยการกลุ่มงานทป่ี รึกษากฎหมาย นติ ิกรรมและสัญญา
กองนติ กิ าร กรมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงาน

นายเชิดศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ

- ๖๐ - นายเชิดศักดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

เกรด็ ความรูค้ แู่ รงงาน ตอนที่ ๒๖ (เผยแพร่วนั ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๕)
ลูกจา้ งฟ้องต่อศาลวา่ นายจ้างกลน่ั แกลง้ ประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านตำ่ กวา่ ความเป็นจรงิ มาก ขอบังคบั ให้
นายจ้างประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านใหม่ กรณดี งั กล่าวน้ี ลูกจ้างมีอำนาจท่ีจะฟ้องต่อศาลเพอื่ ใหน้ ายจ้าง
ดำเนนิ การตามทล่ี ูกจ้างขอได้หรือไม่ ?
#กสร #กสรคมุ้ ครองสิทธิพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ แรงงาน

นายเชดิ ศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๖๑ - นายเชดิ ศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

ตอนที่ ๒๖ : คำพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๗๖๒๑/๒๕๕๙
เรื่อง ลูกจ้างฟ้องว่านายจ้างกล่ันแกล้งประเมินผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าความเป็นจริงมาก

ขอบงั คบั ให้นายจ้างประเมินผลการปฏิบัติงานใหม่ กรณีจึงเป็นเรื่องท่ีถกู โต้แย้งสิทธิเก่ียวกบั สภาพการจ้าง
ตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความแพง่ มาตรา ๕๕ ลูกจา้ งจงึ มีอำนาจฟ้อง

คดีน้ีโจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานตำแหน่งพนักงานซ่อมบำรุง จำเลยได้ประเมิน
ผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๕๐ ในหัวข้อเกี่ยวกับคุณภาพ และหัวข้อเกี่ยวกับความรับผิดชอบ เป็นศูนย์
คะแนนเท่ากับทีมของโจทก์ไม่มีผลปฏิบัติงานเลย ทั้งที่โจทก์กับพวกปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท ซึ่งไม่เป็นธรรม
เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ ขอบังคับให้จำเลยประเมินผลการปฏิบัติงานปี ๒๕๕๐ ใหม่ ศาลแรงงานภาค ๒
พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยได้ประเมินการทำงานโจทก์เป็นไปตามอำนาจหน้าท่ีงานบริหารโดยทั่วไปตามปกติ
ของบริษัทไม่เข้าเหตุที่ศาลจะพิจารณาตามกฎหมายแรงงาน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า
ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกล่ันแกล้งประเมินผลการปฏิบัติงานโจทก์ต่ำกว่าควา มเป็นจริงมาก
ขอบังคับให้จำเลยประเมินผลการปฏิบัติงานปี ๒๕๕๐ ใหม่ กรณีจึงเป็นเรื่องท่ีโจทก์อ้างว่าถูกโต้แย้งสิทธิ
เกย่ี วกบั สภาพการจ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ประกอบพระราชบัญญัติจัดต้ัง
ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ศาลแรงงานภาค ๒
ต้องพิจารณาไต่สวนให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการประเมินการปฏิบัติงานของจำเลยเป็นการกล่ันแกล้งหรือไม่
แล้ววินิจฉัยไปตามรูปคดีที่ศาลแรงงานภาค ๒ ด่วนยกฟ้อง ด้วยเหตุผลว่าจำเลยท้ังสองประเมินผลการทำงาน
โจทก์ไปตามอำนาจหน้าท่ีงานบริหารโดยท่ัวไปตามปกติของบริษัท เป็นทำนองว่าไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิ
ของโจทก์น้ัน จึงเป็นการดำเนินกระบวนการท่ีไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานภาค ๒
ให้ศาลแรงงานภาค ๒ รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาตามรูปคดีต่อไปว่าการประเมินการปฏิบัติงานของนายจ้าง
เปน็ การกลน่ั แกลง้ หรอื ไม่ แลว้ วินจิ ฉัยไปตามรปู คดี

สรปุ ยอ่ โดย นายเชิดศักด์ิ กำปนั่ ทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานทปี่ รกึ ษากฎหมาย นิติกรรมและสญั ญา
กองนติ กิ าร กรมสวสั ดิการและคุม้ ครองแรงงาน

นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

- ๖๒ - นายเชิดศักด์ิ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

เกร็ดความรู้คแู่ รงงาน ตอนที่ ๒๗ (เผยแพร่วันที่ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕)
นายจ้างพึง่ มกี ารกำหนดนโยบายให้มีการเกษียณอายุข้นึ ในบรษิ ัท ส่งผลทำใหล้ ูกจ้างท่มี ีอายุ ๗๗ ปี และทำงาน
ใหก้ ับนายจ้างมานานกว่า ๒๐ ปี ตอ้ งถกู นายจ้างเลิกจ้าง สิ่งทีน่ ายจา้ งทำถกู ต้องแลว้ หรอื ไม่?
#กสร #กสรค้มุ ครองสิทธพิ ัฒนาคุณภาพชีวติ แรงงาน

นายเชดิ ศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

- ๖๓ - นายเชิดศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

ตอนท่ี ๒๗ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๙๐๕๒/๒๕๕๙
เร่ือง นายจ้างไม่มีข้อบังคับฯ กำหนดอายุเกษียณของลูกจ้างไว้ ลูกจ้างเข้าทำงานตอนอายุ

๕๕ ปี ถูกเลิกจ้างตอนอายุ ๗๗ ปี ลักษณะการทำงานของลูกจ้างมุ่งเน้นอาศัยความรู้ความสามารถ
ด้านภาษาจีนเป็นสำคัญย่ิงกว่าอายุที่เพ่ิมมากขึ้น แม้ลูกจ้างจะมีอายุมากถึง ๗๗ ปี แต่ก็ไม่ปรากฏว่า
สุขภาพไม่แข็งแรงหรือหย่อนสมรรถภาพอันเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน การเลิกจ้างด้วยเพียงเหตุที่
นายจ้างต้องการกำหนดนโยบายให้มีการเกษียณอายุ และหาคนรุ่นใหม่มาทำงานทดแทน โดยไม่ปรากฏ
หลกั เกณฑ์เงือ่ นไขในการคัดเลอื กเพอื่ เลิกจ้างลูกจ้าง กรณเี ป็นการเลิกจ้างที่ไมเ่ ป็นธรรม

คดีน้ีโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าบรรณาธิการ ค่าจ้าง
สุดท้ายเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ โดยโจทก์มิได้กระทำความผิดเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอเรียกค่าเสียหาย
๖๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบ้ีย จำเลยให้การว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามนโยบายจำเลยที่ประสงค์จะเลิกจ้าง
พนักงานที่สงู อายุเนื่องจากโจทกม์ ีอายุสงู ถงึ ๗๗ ปีแล้ว ประกอบกับธุรกิจจำเลยอยู่ในภาวะขาดทนุ จำเลยจา่ ย
คา่ ชดเชย ๓๐๐ วนั ใหโ้ จทก์แล้ว ขอให้ยกฟอ้ ง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ภาษาจีน ขณะเข้า
ทำงานกับจำเลยโจทกม์ ีอายุ ๕๕ ปี ทำงานกับจำเลยมาเป็นเวลา ๒๒ ปี ถูกเลิกจ้างขณะอายุ ๗๗ ปี จำเลยไม่มี
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดอายุเกษียณของลูกจ้างไว้ แม้จะน่าเห็นใจโจทก์อยู่บ้างที่ได้ทุ่มเท
การทำงานอย่างเต็มความสามารถโดยตลอดเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี ทั้งอัตราค่าจ้าง ก็ไม่มากนัก
เมื่อเปรียบเทียบกับความรู้ความสามารถของโจทก์ แต่จำเลยก็มีความจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาองค์กร
และได้ดำเนินการเลิกจ้างตามข้ันตอนท่ีกฎหมายกำหนด ไม่ปรากฏว่าจำเลยกล่ันแกล้ง จึงไม่เป็นการเลิกจ้าง
ทีไ่ ม่เปน็ ธรรม พพิ ากษายกฟอ้ งโจทก์อทุ ธรณ์

ศาลฎีกาเห็นว่า ประเภทกิจการของจำเลยเป็นงานด้านวิชาการจัดทำหนังสือพิมพ์ภาษาจีน
เพ่ือจำหน่ายซึ่งจำเลยเองก็รับโจทก์เข้าทำงานตอนอายุถึง ๕๕ ปี แสดงให้เห็นว่าในการทำงานของลูกจ้าง
จำเลยมุ่งเน้นและอาศัยความรู้ความสามารถด้านภาษาจีนของลูกจ้างเป็นสำคัญยิ่งกว่าอายุท่ีเพิ่มมากขึ้น
และโดยเฉพาะอย่างย่ิงภารกิจของโจทก์คือการเขยี นบทความและคอลมั น์ต่าง ๆ ระหว่างทำงานโจทกม์ ีสุขภาพ
แขง็ แรงไมเ่ จ็บป่วยและยงั สามารถทำงานได้ เหตุท่ีจำเลยเลิกจ้างโจทก์มาจากนโยบายของคณะกรรมการจำเลย
ที่ต้องการให้มีกำหนดอายุเกษียณ และต้องการรับคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ภาษาจีนเข้ ามาทำงานแทนโจ ทก์
หากจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่อาจทำงานให้แก่จำเลยได้ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยจะปรับข้ึนตำแหน่งและเงินเดือน
ให้แก่โจทก์ก่อนท่ีจำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ไม่มากนัก ดังน้ัน แม้โจทก์จะมีอายุมากถึง ๗๗ ปี แต่ก็ไม่ปรากฏว่า
โจทก์สุขภาพไม่แข็งแรงหรอื หย่อนสมรรถภาพอันเปน็ อุปสรรคต่อการทำงานในหน้าท่ีให้แก่จำเลยเช่นที่จำเลย
กลา่ วอา้ ง การเลกิ จ้างด้วยเพียงเหตุที่จำเลยต้องการกำหนดนโยบายให้มีการเกษียณอายุ และหาคนรุ่นใหม่
มาทำงานทดแทน โดยไมป่ รากฏว่ามีการกำหนดหลักเกณฑ์เง่ือนไขในการพิจารณาคัดเลือกเพอ่ื เลิกจ้างลกู จ้าง
นอกจากนำอายุของลูกจ้างมาเป็นเกณฑ์และไม่มีการประกาศแจ้งให้ลูกจ้างที่อยู่ในข่ายท่ีจะถูกเลิกจ้าง

นายเชิดศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

- ๖๔ - นายเชดิ ศกั ด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ
ทราบก่อน กรณีไม่มีเหตุผลอันสมควรเพียงพอท่ีจะเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้ เป็นการเลิกจ้าง
ที่ไม่เป็นธรรมที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เห็นควรย้อนสำนวน
ไปให้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและกำหนดค่าเสียหายที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์พร้อมดอกเบ้ียร้อยละ
๗.๕ ตอ่ ปี นับแตว่ นั ฟ้องจนกวา่ จะชำระเสร็จ
สรปุ ย่อโดย นายเชดิ ศักด์ิ กำปนั่ ทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานทีป่ รึกษากฎหมาย นติ กิ รรมและสัญญา

กองนติ กิ าร กรมสวัสดิการและคมุ้ ครองแรงงาน

นายเชิดศักดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ

- ๖๕ - นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร

เกรด็ ความรู้คแู่ รงงาน ตอนที่ ๒๘ (เผยแพร่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕)
นายจ้างให้ลูกจ้างเข้าฝึกอบรมเพ่ือให้เกิดความเช่ียวชาญในการปฏิบัติงาน และได้หักค่าจ้างลูกจ้างเพ่ือเป็น
เงนิ ประกันการฝกึ อบรม สิ่งท่นี ายจ้างทำสมควรแลว้ หรอื ไม่ ?
#กสร #กสรคมุ้ ครองสิทธพิ ัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน

นายเชิดศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

- ๖๖ - นายเชดิ ศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

ตอนท่ี ๒๘ : คำพิพากษาศาลอุทธรณค์ ดชี ำนญั พิเศษที่ ๑๕/๒๕๖๓
เรื่อง ค่าฝึกอบรม/หักค่าจ้าง : แม้นายจ้างจะมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกจ้างชำระค่าใช้จ่าย

ในการฝึกอบรมได้ตามกฎหมายก็ตาม แต่นายจ้างจะหักเอาจากค่าจ้างของลูกจ้างเพื่อชำระเงินดังกล่าว
มิได้เพราะไม่เข้าข้อยกเว้นในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๖ (๑) – (๕) แม้มี
ข้อตกลงหรอื ไดร้ บั ความยนิ ยอมจากลูกจ้างก็ใช้บงั คับไมไ่ ด้ นายจ้างจงึ ตอ้ งคืนค่าจา้ งท่หี ักไป

คดีน้ีโจทก์ (นายจ้าง) ฟ้องว่า จำเลยเคยเป็นลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งช่างต่อขนตา ค่าจ้างอัตรา
สุดท้ายเดือนละ ๒๒,๐๐๐ บาท ระหว่างทำงานโจทก์ให้จำเลยฝึกอบรมเกี่ยวกับหลักสูตรและเทคนิควิธีการ
ปฏิบัติงานเพ่ือให้เกิดความเชี่ยวชาญรวม ๓ คอร์ส แต่หลังจากผ่านการอบรมและทำงานกับโจทก์ถึงเดือน
สิงหาคม ๒๕๖๑ จำเลยละทิ้งหน้าท่ีและเปิดร้านกิจการเสริมความงามแข่งขันกับโจทก์ อันเป็นการผิดสัญญา
จ้างแรงงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย (ค่าฝึกอบรม ๑๓๒,๐๐๐ บาท ค่าเปิดเผยข้อมูลความลับ
๑๓๒,๐๐๐ บาท ค่าละทิ้งหน้าท่ี ๔๔,๐๐๐ บาท ค่าไม่สามารถอยู่ปฏิบัติงานกับโจทก์อย่างน้อย ๒ ปี ๕๐,๐๐๐ บาท
ขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ๔๐๗,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบ้ีย จำเลยให้การว่า ค่าอบรมท้ังหมด
ไม่เกิน ๑๐,๐๒๐ บาท โจทก์หักค่าจ้างเป็นเงินประกัน ๘,๐๐๐ บาท โจทก์ยังไม่ได้จ่ายค่าจ้างระหว่างวันที่
๑ – ๑๑ กันยายน ๒๕๖๑ จำเลยมิไดล้ ะท้งิ หน้าที่ และคา่ เสียหายเป็นเบยี้ ปรบั สงู เกนิ สว่ น

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว เห็นว่า การที่โจทก์ให้จำเลยเข้าฝึกอบรมฯ รวม ๓ คอร์ส
โดยจำเลยเข้าอบรมไม่เต็มเวลา ไม่ได้รับอุปกรณ์และวุฒิบัตรแสดงถึงวิทยฐานะหรือคุณวุฒิที่สามารถ
ใช้ประกอบอาชีพต่อไปได้ ย่อมไม่เป็นธรรมต่อจำเลย โจทก์ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าจำเลยเปิดร้านเสริมสวย
แข่งขันกับโจทก์ค่าเสียหายที่กำหนดในสัญญา ๕๐,๐๐๐ บาท เปน็ เบี้ยปรับที่สูงเกินส่วน พิพากษาให้จำเลย
ชำระเงิน ๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้โจทก์ชำระเงินค่าจ้าง ๘,๐๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ย เงินประกัน
๘,๐๐๐ บาท คำขออน่ื ให้ยก โจทกอ์ ุทธรณ์

ประเด็นค่าใช้จ่ายจากการฝึกอบรม ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การ
ยอมรับวา่ จำเลยเขา้ ฝึกอบรมตามฟ้องและมีคา่ ใช้จา่ ยค้างชำระแก่โจทก์ แม้ข้อเท็จจรงิ จะรับฟงั เป็นยุตวิ ่าจำเลย
เข้าอบรมไม่เต็มเวลา ไม่ได้รับอุปกรณ์และวุฒิบัตรจากโจทก์ แต่ก็ต้องถือว่าจำเลยได้รับประโยชน์จากการเข้า
ฝกึ อบรมในคร้ังน้ันแล้ว ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีจึงมีวา่ จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าฝึกอบรมให้แก่โจทก์เพียงใด
ดังน้ัน การท่ีศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือ
คำให้การและเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อศาลแรงงานกลางยังไม่ได้
วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลาง
ดำเนนิ การตอ่ ไป

ประเด็นโจทก์มีสิทธิหักค่าฝึกอบรมจากค่าจ้างของจำเลยหรือไม่ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
เห็นว่า แม้โจทก์จะมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์จะหักเอา
จากค่าจ้างของจำเลยเพ่ือชำระเงินดังกล่าวมิได้ เพราะไม่เข้าข้อยกเว้นการหักเพื่อชำระเงินตามที่บัญญัติไว้
ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๖ (๑) – (๕) ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้

นายเชิดศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๖๗ - นายเชดิ ศกั ด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ
โจทก์คืนเงินค่าจ้าง ๘,๐๐๐ บาท และจ่ายค่าจ้างค้างชำระอีก ๘,๐๖๗ บาท พร้อมดอกเบ้ียแก่จำเลยน้ัน
ชอบดว้ ยกฎหมายแล้ว

พิพากษาแก้เป็น...และให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในส่วนค่าเสียหาย...โดยให้ย้อน
สำนวนให้ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายที่จำเลยต้องชดใช้แก่โจทก์จากการลาออกของจำเลย
และวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าฝกึ อบรมให้แก่โจทก์เพียงใด แล้วพิพากษาใหม่
ตามรูปคดตี อ่ ไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
สรปุ ยอ่ โดย นายเชดิ ศกั ด์ิ กำปัน่ ทอง ผูอ้ ำนวยการกลุ่มงานทปี่ รึกษากฎหมาย นิตกิ รรมและสัญญา

กองนิตกิ าร กรมสวสั ดิการและคมุ้ ครองแรงงาน

นายเชิดศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ

- ๖๘ - นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

เกร็ดความร้คู แู่ รงงาน ตอนท่ี ๒๙ (เผยแพร่วันท่ี ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕)
นายจ้างมีข้อตกลงกับลูกจ้างว่า ต้องย่ืนใบลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน หากฝ่าฝืนลูกจ้างต้องชำระ
ค่าปรบั เปน็ จำนวนเงนิ ๓๐,๐๐๐ บาท ขอ้ ตกลงดงั กลา่ วขดั ตอ่ กฎหมายหรอื ไม่ ?
#กสร #กสรคุม้ ครองสิทธพิ ัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน

นายเชิดศกั ด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

- ๖๙ - นายเชดิ ศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

ตอนที่ ๒๙ : คำพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๑๕๐๒๓/๒๕๕๘
เรื่อง นายจ้างมีข้อตกลงกับลูกจ้างว่า ต้องย่ืนใบลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

หากฝ่าฝืนยินยอมชำระค่าปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท ไม่ขัดต่อกฎหมายก็ตาม แต่นายจ้างไม่ได้รับความเสียหาย
ใด ๆ จากการใช้สทิ ธิลาออกของลกู จ้าง นายจา้ งจงึ ต้องคนื เงนิ ประกนั ให้ลูกจ้าง

คดนี ี้โจทก์ฟ้องวา่ จำเลยจา้ งโจทก์ทำงานเป็นพนักงานขาย จำเลยเรยี กเกบ็ เงนิ ประกันการทำงาน
๑๐,๐๐๐ บาท โจทก์จ่ายเงินประกันการทำงานให้จำเลยไปแล้ว ๖,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๑
โจทก์แสดงเจตนาลาออกให้มีผลวนั ท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ และไม่ไดท้ ำความเสียหายใด ๆ ขอบงั คับใหจ้ ำเลย
คนื เงินประกนั ๖,๐๐๐ บาท จ่ายคา่ จ้างคา้ งจ่าย พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การวา่ ตามขอ้ ตกลงกำหนดให้ลูกจา้ ง
ต้องย่ืนใบลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน หากฝ่าฝืนยินยอมชำระค่าปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท และโจทก์
ตอ้ งเสียค่าปรับจากการขาดงานอีกจำนวนหน่ึง ขอบังคับให้โจทก์ชำระเงินจำนน ๒๔,๐๐๐ บา พรอ้ มดอกเบ้ีย
ศาลแรงงานพิจารณาแล้วเห็นว่า ความเสียหายปัจจุบันยังไม่พบว่าโจทก์ทำความเสียหายแก่จำเลย ข้อตกลง
ตามสัญญาจ้างเป็นข้อสัญญาท่ีไม่เป็นธรรม จำเลยไม่มีสิทธิหักเงินประกันความเสียหาย พิพากษาให้จำเลย
ชำระเงนิ ๖,๐๐๐ บาท พรอ้ มดอกเบยี้ จำเลยอุทธรณ์

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ข้อตกลงตามสัญญาจ้างพนักงาน ข้อ ๓ จะเป็นข้อตกลงที่สอดคล้องกับ
บทบัญญัติของมาตรา ๑๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งจำเลยและโจทก์
สามารถตกลงกันได้ และไม่ขัดต่อกฎหมายดังท่ีจำเลยอุทธรณ์ก็ตาม แต่การที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะเรียกให้
โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างเสียค่าปรับจากการกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงาน ซ่ึงถือเป็นค่าเสียหายจากการผิดสัญญา
ส่วนหนึ่งนั้นจะต้องปรากฏชัดว่าการประพฤติผิดสัญญาจ้างแรงงานของโจทก์ทำให้จำเ ลยได้รับความเสียหาย
เมอ่ื คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟงั ขอ้ เทจ็ จรงิ จากคำแถลงรบั ของจำเลยเองเปน็ ยุติมาว่าจำเลยไม่ได้รบั ความเสียหาย
ใด ๆ จากการใช้สิทธิลาออกของโจทก์ และโจทก์มิได้ขาดงานตามที่จำเลยกล่าวอ้าง ที่ศาลแรงงานกลาง
พพิ ากษาให้จำเลยคืนเงนิ ประกันความเสียหาย และยกฟ้องแย้ง ศาลฎีกาเหน็ พอ้ งดว้ ย พพิ ากษายืน

สรุปย่อโดย นายเชิดศกั ดิ์ กำป่ันทอง ผ้อู ำนวยการกลุ่มงานท่ีปรกึ ษากฎหมาย นติ กิ รรมและสัญญา
กองนติ กิ าร กรมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงาน

นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๗๐ - นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

เกร็ดความรคู้ แู่ รงงาน ตอนท่ี ๓๐ (เผยแพร่วนั ที่ ๒๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๕)
นายจา้ งกำหนดเวลาทำงานปกติวันละ ๑๑ ชั่วโมง โดยใหล้ กู จา้ งทำงานตอนพกั เที่ยงด้วย กรณแี บบนี้ลูกจ้าง
มีสิทธิได้รับค่าลว่ งเวลาจากการทำงานหรือไม่ ?
#กสร #กสรคมุ้ ครองสิทธพิ ัฒนาคุณภาพชีวติ แรงงาน

นายเชดิ ศักดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

- ๗๑ - นายเชิดศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ
ตอนที่ ๓๐ : คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๖๕๔/๒๕๕๗

เรื่อง นายจ้างกำหนดเวลาทำงานปกติวันละ ๑๑ ชั่วโมง โดยให้ลูกจ้างทำงานตอนพักเท่ียง
จึงต้องจ่ายค่าล่วงเวลา ๓ ช่ัวโมง

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ทำงานที่โรงเรียนอักษรบัณฑิต ตำแหน่งเลขานุการ ค่าจ้างเดือนละ
๑๘,๐๐๐ บาท ทำงานจันทร์-เสาร์ เวลา ๐๙.๐๐ น.- ๒๐.๐๐ น. (๑๑ ชั่วโมง) โดยไม่มีเวลาพัก จำเลยให้การว่า
โจทก์ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาท ซ่ึงเป็นค่าจ้าง ๑๒,๐๐๐ บาท และค่าล่วงเวลาวันละ
๓ ชั่วโมง ซ่ึงจริง ๆ แล้ว โจทก์ทำงานล่วงเวลาวันละ ๒ ชั่วโมง เนื่องจากพัก ๑ ช่ัวโมง ศาลแรงงาน
ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทำงานวันละ ๑๑ ช่ัวโมง โดยต้องทำงานในเวลาพักเท่ียงด้วยจึงเป็นการทำงานล่วงเวลา
วนั ละ ๓ ชว่ั โมง รวมเวลาทำงานลว่ งเวลาแล้วท้ังส้ิน ๒๗๐ ชั่วโมง จำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาแก่โจทก์เป็นเงิน
จำนวน ๓๐,๓๗๕ บาท ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการท่ีศาลแรงงานกลางไม่ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายว่าโจทก์ทำงาน
ในตำแหน่งเลขานุการมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือไม่และไม่ได้วินิจฉัยในเร่ืองค่าเสียหายเป็นการไม่ชอบด้วย
พระราชบัญญัติจัดต้ังศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๑ นั้น เห็นว่า การที่
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาแก่โจทก์ ย่อมเป็นการวินิจฉัยว่าโจทก์ทำงานในตำแหน่ง
เลขานกุ ารมีสทิ ธไิ ดร้ บั คา่ ลว่ งเวลาดว้ ย จึงเปน็ การวนิ ิจฉยั โดยชอบแล้ว
สรปุ ย่อโดย นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง ผ้อู ำนวยการกลุ่มงานที่ปรกึ ษากฎหมาย นติ ิกรรมและสญั ญา

กองนิติการ กรมสวัสดิการและคมุ้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศกั ด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

- ๗๒ - นายเชดิ ศกั ด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

เกรด็ ความรคู้ ู่แรงงาน ตอนท่ี ๓๑ (เผยแพร่วนั ที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๕)
เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานท่ีตกลงกันไม่ได้แล้ว นายจา้ งสามารถใชส้ ิทธิปิดงานเฉพาะลกู จา้ งผู้ท่ีมขี ้อพิพาทแรงงาน
ท่ตี กลงกนั ไม่ไดห้ รือไม่ ?
#กสร #กสรคุม้ ครองสิทธิพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน

นายเชดิ ศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

- ๗๓ - นายเชดิ ศักดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

ตอนที่ ๓๑ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๗๓๖๒/๒๕๕๙ (คดฟี ้องเพิกถอนคำส่ังคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ)์
เรื่อง การที่นายจ้างปิดงานเฉพาะผู้แทนการเจรจาจำนวน ๕ คน แสดงว่านายจ้างมิได้มี

เจตนาปิดงานเน่ืองจากข้อพิพาทแรงงานตามนิยามคำว่า “การปิดงาน” แต่เป็นการจงใจเลือกปฏิบัติ
ใช้การปิดงานโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ลูกจ้างได้รับความเสียหาย ถือเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม
ตามพระราชบญั ญตั ิแรงงานสัมพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ (๑) และ (๔)

โจทก์ฟ้องขอใหเ้ พกิ ถอนคำส่ังคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ ๒๖-๓๐/๒๕๕๕ กับให้กรรมการ
ทั้ง ๑๓ คน ชดใช้ค่าเสียหาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยพร้อมเงินเพิ่ม เนื่องจากโจทก์เห็นว่าคำสั่ง
ดังกล่าวไม่ชอบ กล่าวคือ สหภาพแรงงาน บ. ได้แจ้งข้อเรียกร้องขอเปล่ียนแปลงสภาพการจ้าง ต่อมาเจรจา
ตกลงกันตามข้ันตอนแล้วตกลงกันไม่ได้ เกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานข้ึน โจทก์ใช้สิทธิปิดงานเฉพาะลูกจ้างที่เป็น
กรรมการสหภาพฯ จำนวน ๕ คน เป็นเวลา ๓๐ วัน วันท่ี ๒ กนั ยายน ๒๕๕๔ ลูกจ้างทัง้ ๕ ย่ืนคำร้องกล่าวหา
ว่าโจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรม ต่อมาวันท่ี ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ สหภาพฯ มีมติขอถอนข้อเรียกร้อ ง
จงึ ไมม่ ีเหตุทโ่ี จทก์จะต้องไปช้ีแจงจำเลยท้ังยังมีผลใหจ้ ำเลยทั้งสิบสามไม่มีอำนาจพิจารณา แต่จำเลยท้ังสบิ สาม
ยังพิจารณาคำร้องอยู่ และมีคำสั่งวินิจฉัยช้ีขาดว่าการที่โจทก์ปิดงานและไม่จ่ายค่าจ้างลูกจ้าง ๕ คน
ฝ่าฝืน มาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ อันเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม
โจทกไ์ มเ่ หน็ ดว้ ย

ศาลแรงงานภาค ๑ พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพนั ธ์ ท่ี ๒๖-๓๐/๒๕๕๕
คำขออนื่ ใหย้ ก

จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕ และมาตรา ๒๒
วรรคสาม ไม่มีข้อความตอนใดอันมีลักษณะจำกัดสิทธิของนายจ้างว่า เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานท่ีตกลงกันไม่ได้
นายจ้างจะต้องใช้สิทธิปิดงานท้ังหมด นายจ้างย่อมปิดงานบางส่วนเฉพาะลูกจ้างท่ีมีข้อพิพาทแรงงาน
ที่ตกลงกันไม่ได้ แต่สำหรับคดีน้ีการท่ีโจทก์ปิดงานเฉพาะลูกจ้าง ๕ คน ซึ่งเป็นกรรมการสหภาพโดยอ้างว่า
ไม่สามารถทราบได้ว่าคนใดบา้ งเป็นสมาชิกสหภาพหรือเกี่ยวข้องกับขอ้ เรยี กร้องน้ัน การท่ีจะตรวจสอบเพ่ือให้
ทราบน้ัน โจทก์สามารถกระทำได้โดยย่ืนคำร้องให้พนักงานประนอมข้อพิพาทตรวจรับรองลูกจ้างได้
ตามมาตรา ๑๕ วรรคสาม โจทก์ยังมีหนทางที่จะทราบว่าลูกจ้างคนใดเป็นสมาชิกได้ แตโ่ จทก์ก็หาได้ขวนขวาย
ที่จะตรวจสอบไม่ การที่โจทก์อ้างปิดงานเฉพาะผู้แทนการเจรจาก็ปรากฏว่าในการเจรจาสหภาพส่งผู้แทน
เจรจาฝ่ายลูกจ้างรวม ๗ คน แต่โจทก์กลับเลือกปิดงานเฉพาะลูกจ้าง ๕ คน แสดงว่าโจทก์มิได้มีเจตนา
ปิดงานเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานอันเป็นการปิดงานตามนิยามคำว่า “การปิดงาน” ตามมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ แต่เป็นการจงใจเลือกปฏิบัติใช้การปิดงานโดยมีเจตนา
กลั่นแกล้งใหล้ ูกจ้างทั้ง ๕ คน ไดร้ ับความเสยี หายไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้เพราะเหตทุ ี่สหภาพแรงงาน
ได้ยื่นข้อเรียกร้อง และเป็นการขัดขวางการดำเนินการของสหภาพแรงงานตามมาตรา ๑๒๑ (๑) และ (๔)
แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ การกระทำของโจทก์จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม

นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ

- ๗๔ - นายเชิดศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร
ทศี่ าลแรงงานภาค ๑ พิพากษาให้เพิกถอนคำส่ังคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มาน้ัน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องในส่วนขอเพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์นอกจากท่ีแก้ให้เป็นไป
ตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค ๑
สรปุ ย่อโดย นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานท่ปี รกึ ษากฎหมาย นติ กิ รรมและสญั ญา

กองนิติการ กรมสวสั ดิการและคุม้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร

- ๗๕ - นายเชดิ ศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

เกรด็ ความรคู้ แู่ รงงาน ตอนท่ี ๓๒ (เผยแพร่วันท่ี ๑๓ มนี าคม ๒๕๖๕)
นายจ้างมีคำส่ังย้ายลูกจ้างจากเดิมทีด่ ำรงตำแหน่งระดับบริหารมีอำนาจบังคบั บัญชาในแผนกไปดำรงตำแหน่ง
พนักงานปฏิบัติงานที่ไม่มีอำนาจบังคับบัญชาเหมือนแต่ก่อน โดยท่ีเงินเดือนของลูกจ้างยังได้รับเท่าเดิ ม
สงิ่ ทน่ี ายจา้ งทำสมควรแล้วหรือไม่ ?
#กสร #กสรคุม้ ครองสิทธิพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ แรงงาน

นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ

- ๗๖ - นายเชิดศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

ตอนที่ ๓๒ : คำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๔๐๓๐/๒๕๖๑
เร่ือง การท่ีนายจ้างมีคำส่ังย้ายลูกจ้างตำแหน่งผู้จัดการแผนกบัญชีท่ีมีอำนาจบังคับบัญชา

ไปดำรงตำแหน่งพนักงานการเงนิ ซ่งึ เปน็ พนักงานปฏิบัตงิ านทไี่ ม่มีอำนาจบังคับบัญชา เปน็ การลดตำแหน่ง
แม้ไม่ได้ลดค่าจ้างก็ตาม แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างท่ีไม่เป็นคุณโดยไม่ได้รับความยินยอม
จากลูกจ้าง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ นายจ้างเลิกจ้าง จึงต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าว
ล่วงหนา้ และคา่ เสยี หายจากการเลกิ จ้างทไ่ี ม่เปน็ ธรรม

คดีน้ีโจทก์ฟ้องว่า วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งสุดท้าย
เป็นผู้จัดการแผนกบัญชี ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๕๒,๐๐๐ บาท ค่าตำแหน่ง ๑,๐๐๐ บาท รวม ๕๓,๐๐๐ บาท
แบ่งจ่ายสองงวด ต่อมาวันท่ี ๑๖ มกราคม ๒๕๕๘ จำเลยท่ี ๑ แจ้งจะปรับค่าจ้างให้ส่วนค่าตำแหน่งเท่าเดิม
แต่ในวันเดียวกันจำเลยท่ี ๑ ขอลดค่าจ้างและวันทำงานของโจทก์ ส่วนค่าตำแหน่งยังคงให้เท่าเดิม อ้างว่า
บริษัทมีกำไรน้อย โจทก์ปฏิเสธเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ วันท่ี ๒๙ มกราคม
๒๕๕๘ จำเลยที่ ๑ ยกเลิกตำแหน่งผู้จัดการแผนกบัญชีและตัดค่าจ้างพร้อมยุบแผนบัญชีต้ังแต่เดือนมกราคม
๒๕๕๘ คงจ่ายค่าจ้างโจทก์เพียงเดือนละ ๔๒,๐๐๐ บาท ท้ังส่ังให้โจทก์ไปทำงานในตำแหน่งหน้าท่ีพนักงาน
การเงินซึ่งมีลักษณะงานที่ด้อยและต่ำกว่าเดิม ทำให้โจทก์อับอาย ถูกดูหมิ่น เหยียดหยามจากพนักงาน
หมดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต่อมาวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ จำเลยที่ ๑ มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ ขอให้บังคับ
จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชย ๕๓๐,๐๐๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๕๓,๐๐๐ บาท ค่าจ้าง
ที่ถูกลดลง ๔,๐๐๐ บาท ค่าเสียหายเน่ืองจากเสียโอกาสก้าวหน้าทางวิชาชีพ ๒,๑๒๐,๐๐๐ บาท ค่าเสียหาย
จากการสูญเสียรายได้ ค่าใช้จ่ายระหว่างหางานใหม่และค่าภาระต้องดูแลครอบครัว ๖๐๐,๐๐๐ บาท
คา่ เสยี หายภาระหนสี้ นิ ผอ่ นค่าเช่าซือ้ รถยนต์ ๖๐๐,๖๖๗ บาท คา่ เสยี หายจากภาระหนสี้ ินผ่อนชำระที่อยอู่ าศัย
๖๖๑,๐๕๐ บาท ค่าเสียหายจากการเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบ้ีย ให้จำเลย
ที่ ๑ ออกใบสำคัญแสดงการทำงาน ให้จำเลยที่ ๒ (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) จ่ายเงินสมทบผลประโยชน์
๕๓๓,๐๑๓.๑๗ บาท พร้อมดอกเบยี้

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า การลดค่าตำแหน่งเป็นการลดสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
แม้จำเลยท่ี ๑ ยกเลิกตำแหน่งดังกล่าว ก็ไม่อาจลดเงินประจำตำแหน่งได้ แต่โจทก์ปฏิเสธไม่ทำงานในหน้าท่ี
เดิมอ้างว่าถูกลดตำแหน่งและเงินค่าตำแหน่งเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งของนายจ้าง จำเลยที่ ๑ มีสิทธิ
เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่เป็นการเลิกจ้างท่ีไม่เป็นธรรม
พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่าจ้างท่ีลดลงเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๔ เดือน เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท
พร้อมดอกเบ้ียให้จำเลยที่ ๑ ออกใบสำคัญการทำงาน คำขออื่นให้ยก ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยท่ี ๒
โจทก์อทุ ธรณ์

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยท่ี ๑ มีอำนาจยุบรวมแผนกการเงินและแผนกบัญชีเข้าด้วยกัน
เพื่อประสิทธิภาพและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจตามนโยบายบริหารบุคคลของบริษัทก็ตาม แต่การย้าย
นั้นต้องไม่เป็นการลดตำแหน่งหรือค่าจ้างของลูกจ้าง และไม่เป็นการกลั่นแกล้งลูกจ้างด้วย การท่ีจำเลยท่ี ๑

นายเชดิ ศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

- ๗๗ - นายเชดิ ศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ
มีคำส่ังย้ายโจทก์ตำแหน่งผู้จัดการแผนกบัญชีซ่ึงเป็นฝ่ายบริหารในระดับหัวหน้าแผนกที่มีอำนาจบังคับบัญชา
พนกั งานในแผนกในการปฏบิ ัติงาน ไปดำรงตำแหน่งพนักงานการเงนิ ในแผนกการเงินและบญั ชีซง่ึ เปน็ พนกั งาน
ปฏิบัติงานที่ไม่มีอำนาจบังคับบัญชาโดยต้องปฏิบัติตามคำส่ังของผู้จัดการแผนก จึงเป็นการลดตำแหน่ง
ของโจทก์ลง แม้จำเลยท่ี ๑ ไม่ได้ลดค่าจ้าง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณโดยไม่ได้รับ
ความยินยอมจากโจทก์ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐
ไมม่ ีผลบังคับแก่โจทก์ การทโี่ จทกไ์ มย่ ินยอมทำงานในตำแหน่งใหม่จึงมิใช่การฝา่ ฝนื คำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย
และเป็นธรรมของนายจ้างกรณีที่ร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๔)
จำเลยท่ี ๑ ต้องจา่ ยคา่ ชดเชยและสนิ จ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการเลิกจา้ งท่ไี ม่เป็นธรรม

พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชย ๕๓๐,๐๐๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
๓๓,๕๖๖.๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ย ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ให้ย้อน สำนวนให้
ศาลแรงงานกลางพิจารณากำหนดจำนวนค่าเสียหายแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไป
ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
สรุปยอ่ โดย นายเชดิ ศกั ดิ์ กำปั่นทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานทีป่ รกึ ษากฎหมาย นติ ิกรรมและสัญญา

กองนิติการ กรมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

- ๗๘ - นายเชิดศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

เกร็ดความรคู้ ูแ่ รงงาน ตอนท่ี ๓๓ (เผยแพร่วนั ที่ ๒๐ มนี าคม ๒๕๖๕)
ลูกจา้ งพิมพข์ ้อความตอ่ ว่าเสียดสีนายจ้างผา่ นแอปพลิเคชัน โดยใชถ้ ้อยคำไมส่ ุภาพ ถอื วา่ การกระทำของลูกจา้ ง
ดงั กล่าว มีความผดิ มีสิทธถิ กู เลิกจ้างหรือไม่ ?
#กสร #กสรคุม้ ครองสทิ ธิพัฒนาคุณภาพชวี ิตแรงงาน

นายเชดิ ศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ ิการ

- ๗๙ - นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

ตอนที่ ๓๓ : คำพพิ ากษาศาลอทุ ธรณค์ ดีชำนญั พิเศษที่ ๑๓๒๗/๒๕๖๔
เร่ือง การที่ลูกจ้างพิมพ์ข้อความลงในแอปพลิเคชันในลักษณะตอบโต้กัน แม้เป็นการแสดง

ความคิดเห็น แต่ก็เป็นการต่อว่าเสียดสีถึงกรรมการบริษัท โดยใช้ถ้อยคำไม่สุภาพและแสดงถึง
ความไม่เคารพเกรงผู้เป็นนายจ้าง ถือว่าเป็นการกระทำท่ีไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้างให้ลุล่วง
ไปโดยถูกต้องและสุจริตท่ีลูกจ้างที่ดีพึงกระทำ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๓
เลิกจา้ งได้โดยไมต่ ้องจ่ายคา่ จ้างแทนการบอกกล่าวลว่ งหนา้ แตไ่ ม่ใช่กรณรี า้ ยแรง ต้องจา่ ยคา่ ชดเชย

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า วันท่ี ๑ มีนาคม ๒๕๖๒ จำเลยที่ ๒ จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่ง
ผู้ช่วยผู้จัดการแผนก BOI อัตราค่าจ้างสุดท้ายเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท และค่าตำแหน่ง ๒,๐๐๐ บาท ต่อมา
วันท่ี ๒๙ เมษายน ๒๕๖๓ จำเลยท่ี ๒ เลิกจ้างโจทก์เป็นหนังสือให้มีผลทันที โจทก์ไปร้องต่อพนักงาน
ตรวจแรงงาน จำเลยท่ี ๑ เพ่ือให้จำเลยที่ ๒ จ่ายค่าจ้าง ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย
และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ต่อมาจำเลยท่ี ๑ พนักงานตรวจแรงงาน มีคำส่ังยกคำร้องโจทก์
โจทก์ไม่เห็นด้วย ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ และบังคับให้จำเลยที่ ๒ จ่ายค่าจ้าง ค่าจ้าง
แทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี พร้อมดอกเบี้ย
และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไมเ่ ป็นธรรม ๕๐๐,๐๐๐ บาท

ศาลแรงงานภาค ๒ พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีฟังไม่ได้ว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าท่ีบกพร่องเป็นเหตุให้
จำเลยที่ ๒ ได้รับความเสียหาย ส่วนการลงข้อความในแอปพลิเคชัน LINE ก็มิได้มีลักษณะของการให้
ข้อเท็จจริงถึงจำเลยที่ ๒ ในลักษณะจงใจท่ีจะกระทำให้จำเลยท่ี ๒ ได้รับความเสียหายในส่วนนี้
เป็นการกระทำเพียงผิดข้อบังคับในการทำงานท่ีให้ลงโทษด้วยการว่ากล่าวตักเตือนเท่าน้ัน ที่จำเลยที่ ๒
ลงโทษโดยการเลิกจ้างจึงเป็นการลงโทษเกินสมควรไม่เหมาะสมกับความผิด จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดจ่ายค่าจ้าง
สำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พิพากษาให้เพิกถอนคำส่ัง
ของจำเลยท่ี ๑ ให้จำเลยท่ี ๒ จ่ายเงินรวม๒๒ ๐,๑๓๓.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยก
จำเลยที่ ๒ อทุ ธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดชี ำนัญพเิ ศษฯ เห็นวา่ การพิมพข์ ้อความลงในแอปพลิเคชัน เป็นข้อความสนทนา
ในลักษณะตอบโต้กันไปมา เป็นการแสดงความคิดเห็นต่อว่าเสียดสีถึงกรรมการจำเลยที่ ๒ โดยใช้ถ้อยคำ
ไม่สุภาพและแสดงถึงความไม่เคารพยำเกรงผู้เป็นนายจ้าง โจทก์มีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ไม่เคารพยำเกรงต่อ
นายจ้างอันเป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ ๒ ซ่ึงมิใช่กรณีร้ายแรง เมื่อจำเลยท่ี ๒ เลิกจ้าง
จึงต้องจ่ายค่าชดเชย และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามมาตรา ๖๗ ด้วย อย่างไรก็ดี การที่โจทก์
พมิ พ์ข้อความลงในแอปพลิเคชนั ในลักษณะตอบโตก้ ัน แม้เป็นการแสดงความคดิ เห็น แตก่ ็เปน็ การต่อวา่ เสียดสี
ถึงกรรมการจำเลยที่ ๒ โดยใช้ถ้อยคำไม่สุภาพและแสดงถึงความไม่เคารพเกรงผู้เป็นนายจ้าง อันเป็น
พฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ไม่เคารพยำเกรงต่อนายจ้าง และเป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ ๒
ซ่งึ อาจทำใหผ้ ู้อนื่ ขาดความเช่ือถือเคารพในจำเลยที่ ๒ ซงึ่ เป็นนายจ้าง แม้จะเป็นการผิดระเบียบขอ้ บงั คบั ท่มี ิใช่
กรณีร้ายแรงแต่ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้างให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต

นายเชดิ ศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๘๐ - นายเชิดศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ
ท่ีลูกจ้างท่ีดีพึงกระทำ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๓ จำเลยท่ี ๒ จึงเลิกจ้างโจทก์ได้
โดยไมต่ ้องจา่ ยคา่ จ้างแทนการบอกกลา่ วลว่ งหน้า

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้แก้ไขคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน โดยให้จำเลยท่ี ๒ จ่ายค่าชดเชย
และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกคำขอในส่วนค่าจ้างแทนการบอกกล่าว
ลว่ งหน้า นอกจากที่แกใ้ ห้เป็นไปตามคำพพิ ากษาศาลแรงงานภาค ๒
สรุปย่อโดย นายเชิดศักด์ิ กำป่นั ทอง ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานทปี่ รกึ ษากฎหมาย นิติกรรมและสญั ญา

กองนติ ิการ กรมสวสั ดิการและคมุ้ ครองแรงงาน

นายเชดิ ศักด์ิ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร

- ๘๑ - นายเชิดศักดิ์ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร

เกร็ดความรูค้ แู่ รงงาน ตอนที่ ๓๔ (เผยแพร่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๕)
ข้อตกลงระหว่างนายจ้าง และลูกจ้าง ตามสัญญาจ้างระบุไว้ว่า “หากลูกจ้างต้ังครรภ์ให้ถือว่าลูกจ้าง
บอกเลกิ สัญญาจ้าง” ขอ้ ตกลงดงั กลา่ วสามารถใชไ้ ดจ้ รงิ หรอื ไม่
#กสร #กสรคุ้มครองสทิ ธพิ ฒั นาคณุ ภาพชีวิตแรงงาน

นายเชดิ ศกั ด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๘๒ - นายเชดิ ศักด์ิ กำปั่นทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

ตอนท่ี ๓๔ : คำพพิ ากษาฎกี าที่ ๑๓๙๔/๒๕๔๙ (มาตรา ๔๓)
เรื่อง ข้อตกลงตามสัญญาจ้างพนักงานต้อนรับเครื่องบินที่กำหนดว่าภายในระยะเวลา

๒ ปี หากตั้งครรภ์ถือว่าพนักงานได้บอกเลิกสัญญาจ้าง เป็นข้อตกลงที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผล
เป็นการเลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์ ขัดมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
จึงเป็นโมฆะ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำส่ังของจำเลย (พนักงานตรวจแรงงาน) ในส่วนท่ีส่ังให้โจทก์จ่าย
ค่าชดเชยให้แก่นางสาว เอ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์
ต่อศาลฎกี า

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า
ข้อตกลงระหว่างโจทก์และนางสาว เอ ตามสัญญาจ้างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ข้อ ๖.๑ ที่ว่า ภายใน
ระยะเวลา ๒ ปี นับแต่วันเริ่มสัญญา หากพนักงาน (ซึ่งหมายถึงนางสาวสาวิตรีลูกจ้าง) ต้ังครรภ์ให้ถือว่า
พนักงานได้บอกเลิกสัญญาน้ีแล้ว ตกเป็นโมฆะเพราะขัดต่อกฎหมายอันเก่ียวกับความสงบเรียบร้อย
ของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้การใช้
แรงงานเป็นไปอย่างเป็นธรรมและคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกเอาเปรียบเป็นกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบ
เรียบร้อยของประชาชน พระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา ๔๓ บัญญัติว่า ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง
ซ่ึงเป็นหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ ข้อตกลงระหว่างโจทก์และนางสาว เอ ตามสัญญาจ้างพนักงานต้อนรับ
บนเคร่ืองบิน ข้อ ๖.๑ ท่ีกำหนดว่า ภายในระยะเวลา ๒ ปี นับแต่วันเริ่มสัญญา หากนางสาว เอ ต้ังครรภ์
ให้ถือว่านางสาว เอ ได้บอกเลิกสัญญาเป็นข้อตกลงที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับข้อตกลงในเรื่องสภาพการจ้าง
การสิ้นสุดสัญญาและการต้ังครรภ์ตามสัญญาดังกล่าวข้อ ๒ ข้อ ๕.๒.๒ และข้อ ๖ ซ่ึงสรุปได้ว่า คู่สัญญาท้ังสองฝ่าย
เข้าใจและยอมรับวา่ การปฏิบัติงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบนิ มีลกั ษณะเปน็ การเฉพาะ พนักงาน
ต้อนรับบนเครื่องบินต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัวเกี่ยวกับภาษีท่ีใช้มีบุคลิกภาพท่ีดีและสุขภาพสมบูรณ์สามาร ถ
ปฏิบัติงานบนเคร่ืองบินขณะทำการบินได้ตามหลักเกณฑ์ท่ีโจทก์กำหนดและไม่ถูกจำกัดทางเวชศาสตร์การบิน
ซ่ึงจะต้องได้รับการศึกษาอบรม การทดสอบและการตรวจร่างกายตามระยะเวลาท่ีโจทก์กำหนด พนักงาน
ต้อนรับบนเคร่ืองบินจำเป็นต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อมจะเข้ารับการฝึกอบรมและปฏิ บัติงานเพ่ือเพิ่มพูน
ความสามารถและประสบการณ์ในช่วงระยะเวลา ๒ ปีแรกของการปฏิบัติงาน การต้ังครรภ์ของพนักงาน
ต้อนรับบนเคร่ืองบินในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งสองฝ่าย
จึงได้ตกลงเงื่อนไขเก่ียวกับการต้ังครรภ์ตามข้อ ๖.๑ ข้ึนเป็นข้อหน่ึงของสัญญาจ้าง ซึ่งข้อ ๕.๒.๒ กำหนดว่า
เมื่อนางสาว เอ ได้กระทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ คำสั่งต่าง ๆ ที่กล่าวไว้ใน ข้อ ๒
กรณีร้ายแรง ให้สัญญาจ้างส้ินสุดลงและข้อตกลงในข้อ ๖.๑ ท่ีกำหนดว่าภายในระยะเวลา ๒ ปี นับแต่วัน
เร่ิมสัญญา หากนางสาว เอ ตั้งครรภ์ ให้ถือว่านางสาว เอ ได้บอกเลิกสัญญานั้นมีข้อความต่อไปอีกด้วยว่า
โดยให้สัญญาสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งวินิจฉัยหรือเม่ือเห็นได้ชัดว่านางสาว เอ ตั้งครรภ์
จึงเห็นได้ว่าข้อตกลงข้อ ๖.๑ เป็นข้อตกลงท่ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้มีผลเป็นการเลิกจ้างเพราะนางสาว เอ

นายเชิดศกั ด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิติการ

- ๘๓ - นายเชิดศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนติ กิ าร
มีครรภ์ อันขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔๓ ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ
ความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐
อุทธรณ์ของโจทก์ข้อน้ีฟังไม่ขึ้น ปัญหาประการสุดท้ายมีว่า ค่าชั่วโมงบินเป็นค่าจ้างหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริง
ปรากฏว่าการปฏิบัติงานบนเคร่ืองบินเป็นการทำงานในเวลาทำงานปกติของนางสาวสาวิตรี แม้ค่าช่ัวโมงบิน
ที่นางสาว เอ ได้รับในแต่ละเดือนจะมีจำนวนไม่แน่นอนและไม่เท่ากัน แต่โจทก์ซ่ึงเป็นนายจ้างก็จ่ายค่าชั่วโมง
บินให้แก่นางสาว เอ เมื่อมีการปฏิบัติงานบนเคร่ืองบินในแต่ละเดือนทุกเดือนตามอัตราที่คำนวณจากเวลา
ท่ีได้ปฏิบัติงานบนเครื่องบิน ค่าชั่วโมงบินดังกล่าว จึงเป็นเงินที่โจทก์จ่ายให้แก่นางสาว เอ เป็นการตอบแทน
ในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายช่ัวโมงของวันทำงาน จึงเป็นค่าจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ ท่ีจำเลยนำค่าชั่วโมงบินมารวมเป็นฐาน
ในการคำนวณค่าชดเชยด้วย จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทกข์ ้อนี้ฟงั ไม่ขึ้นเชน่ กนั พิพากษายืน
สรุปยอ่ โดย นายเชดิ ศกั ดิ์ กำปัน่ ทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานท่ีปรึกษากฎหมาย นติ ิกรรมและสญั ญา

กองนติ ิการ กรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน

นายเชดิ ศักดิ์ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิติการ

- ๘๔ - นายเชดิ ศกั ดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

เกร็ดความร้คู แู่ รงงาน ตอนที่ ๓๕ (เผยแพร่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๕)
ลูกจ้างอยู่ในระหว่างทดลองงาน ถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยให้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานทดลองงาน
การที่ลกู จา้ งถูกเลกิ จ้างแบบนี้ ลกู จ้างมีสิทธิได้รบั สนิ จ้างแทนการบอกกลา่ วลว่ งหน้าหรือไม่ ?
#กสร #กสรคุ้มครองสทิ ธิพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตแรงงาน

นายเชิดศักดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนติ ิการ

- ๘๕ - นายเชิดศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

ตอนท่ี ๓๕ : คำพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๗๕๗๕/๒๕๕๙
เรื่อง สัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างท่ีไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้าง เลิกจา้ งจึงต้อง

บอกกล่าวล่วงหน้า เม่ือนายจ้างจ่ายค่าจ้างทุกส้ินเดือน วันท่ี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ นายจ้างเลิกจ้างให้มีผล
วันท่ี ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จึงเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายจ้างจึงต้องจ่าย
สนิ จา้ งแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าถึงวนั ท่ี ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

คดีโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เขา้ ทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งผู้จดั การสำนักงาน ค่าจ้างสุดท้าย
เดือนละ ๓๕,๐๐๐ บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน วันท่ี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ จำเลยเลิกจา้ งโจทก์ให้มีผล
วันท่ี ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ โดยโจทก์มิได้กระทำผิดเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าท่ีไม่ชอบและไม่เป็นธรรม
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๓๗,๑๖๖.๖๗ บาท พร้อมดอกเบ้ีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกา
เห็นว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานโดยมีข้อตกลงเก่ียวกับการทดลองงานว่าภายในระยะเวลาการทดลองงาน
สูงสุดไม่เกิน ๓ เดือน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีสิทธิเลิกสัญญาได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าให้อีกฝ่ายทราบเป็นเวลา
๑ สัปดาห์ หลังจากพ้นระยะเวลาการทดลองงานแล้วจะมีการทำสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยต่อไป
และในหัวข้อการแจง้ ล่วงหนา้ ยงั กำหนดต่อไปว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาทดลองงานแล้ว ๙๐ วัน โจทก์จะมี
ฐานะเป็นพนักงานประจำของจำเลย และหากเลิกสัญญาจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบไม่น้อยกว่า ๑ เดือน
ข้อตกลงดังกล่าวย่อมหมายถึงโจทก์หรือจำเลยต่างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาฉบับน้ีในเวลาใด ๆ ในระหว่าง
ทดลองงานก็ได้ และหากครบกำหนดระยะเวลาทดลองงานหรือโจทก์ผ่านทดลองงานจำเลยก็จะจ้างโจทก์
ต่อไป หากไม่ผ่านทดลองงาน จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ซึ่งไม่แน่นอนว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดเมื่อใด
สัญญาจ้างดังกล่าว จึงเป็นสัญญาจ้างท่ีไม่มีกำหนดระยะเวลาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗ วรรคสอง จำเลยจงึ ต้องบอกกลา่ วล่วงหนา้ ให้โจทก์ทราบเมื่อถึงหรอื กอ่ นจะถึงกำหนด
จ่ายค่าจ้างคราวหน่ึงคราวใดเพ่ือให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป
เมื่อจำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ฉบับลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ |ให้มีผลเลิกจ้างโจทก์ในวัน ท่ี
๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จึงเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยต้องจ่ายสินจ้าง
แทนการบอกกลา่ วลว่ งหน้าให้โจทกจ์ นถึงวนั ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ พิพากษายนื

สรปุ ยอ่ โดย นายเชดิ ศกั ดิ์ กำป่ันทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานที่ปรึกษากฎหมาย นติ กิ รรมและสัญญา
กองนติ กิ าร กรมสวสั ดิการและคมุ้ ครองแรงงาน

นายเชิดศกั ด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนิตกิ าร

- ๘๖ - นายเชิดศักดิ์ กำป่ันทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

เกร็ดความรคู้ ูแ่ รงงาน ตอนที่ ๓๖ (เผยแพร่วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๕)
ลูกจ้างลางานไปสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการ โดยไม่ได้ทำบันทึกแจ้งขออนุญาตกับนายจ้าง แต่กลับใช้สิทธิ
ลาป่วย ลากิจเพื่อไปสอบคัดเลือก การท่ีลูกจ้างอ้างเหตุผลในการลาป่วย ลากิจไม่ตรงตามธุระที่ลูกจ้าง
ไปกระทำถือว่าลูกจ้างจงใจทำใหน้ ายจ้างได้รบั ความเสยี หายหรือไม่ ?
#กสร #กสรคุ้มครองสิทธพิ ัฒนาคณุ ภาพชีวติ แรงงาน

นายเชิดศกั ดิ์ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพเิ ศษ กองนติ กิ าร

- ๘๗ - นายเชิดศักด์ิ กำปั่นทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิตกิ าร

ตอนท่ี ๓๖ : คำพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๘๔๘๓/๒๕๕๙
เรื่อง การท่ีลูกจ้างลางานไปสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการโดยไม่ทำบันทึกแจ้งขออนุญาต

นายจ้างและใช้สิทธิลาป่วย ลากิจไปโดยอ้างเหตุไม่ตรงกับธุระที่โจทก์ไปกระทำ เป็นเร่ืองท่ีลูกจา้ งต้องการ
ใช้สิทธิลาไปทำธุระส่วนตัวมากกว่าคิดจะทำให้นายจ้างเสียหาย ประกอบกับขณะน้ันไม่อาจคาดหมายว่า
จะสอบคัดเลือกได้หรือไม่ เช่นน้ี ไม่อาจถือได้ว่าโจทก์จงใจหรือเจตนาโดยประสงค์ให้นายจ้างได้รับ
ความเสยี หาย และไม่ใชก่ รณกี ระทำผดิ รา้ ยแรงตามระเบยี บฯ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทโรงเรียนเอกชน จำเลยจ้างโจทก์ทำงานตำแหน่ง
ครูทำหน้าท่ีสอนนักเรียนท่ีโรงเรียนจำเลย ตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าแผนกช่างไฟฟ้า ต่อมาจำเลยเลิกจ้าง
โจทก์โดยโจทก์มไิ ด้กระทำผดิ และไมไ่ ดบ้ อกกลา่ วล่วงหนา้ โจทก์ทำงานติดตอ่ กบั ครบ ๑๐ ปี ขอบงั คบั ให้จำเลย
จา่ ยคา่ ชดเชยสนิ จ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า คา่ เสยี หายจากการเลิกจา้ งทีไ่ ม่เปน็ ธรรม พรอ้ มดอกเบยี้

จำเลยให้การว่าโจทก์ไปทำการสอบบรรจุข้าราชการครูโดยไม่แจ้งขออนุญาตจำเลย โดยกลับ
มี ห นั ง สื อ แ จ้ ง ล า ป่ ว ย แ ล ะ ล า กิ จ ย้ อ น ห ลั ง ร ะ บุ ว่ า ไป ดู แ ล ม า ร ด า ที่ พั ก ฟ้ื น อ ยู่ โ ร ง พ ย า บ า ล อั น เป็ น เท็ จ
เป็นการกระทำผิดระเบียบฯ ต่อมาจำเลยทราบผลการสอบแข่งขันเพ่ือบรรจุเข้ารับราชการครูพบว่ามีรายช่ือ
โจทกส์ อบแขง่ ขันได้ลำดับท่ี ๑๙ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานภาค ๘ เห็นว่า วันท่ี ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ โจทก์ไปสอบคัดเลือกข้าราชการครู
โดยยื่นใบลาระบุเหตุผลว่าปวดศีรษะและอาหารเป็นพิษ ส่วนวันท่ี ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ โจทก์ยื่นใบลากิจ
อ้างว่าไปดูแลมารดาที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี การลาท้ังสองครั้งไปสอบแข่งขันฯ แม้ไม่ตรงกับเหตุผลที่ระบุ
ไว้แต่ไม่ถึงกับเป็นความผิดกฎหมายอาญาในความผิดฐานทำเอกสารอันเป็นเท็จ การไปสอบก็เพ่ือแสวงหา
อนาคตที่ดีข้ึนในตำแหน่งหน้าที่การงาน อีกท้ังจำเลยก็ให้การสนับสนุนบุคลากรของตนที่จะไปสมัครสอบ
ในตำแหน่งอื่นเพียงแต่ต้องขออนุญาต มิใช่เรื่องที่โจทก์แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ ไมป่ รากฏกวา่ จำเลยได้รับ
ความเสียหายอยา่ งไร ถือไม่ได้วา่ โจทก์จงใจทำให้นายจ้างไดร้ ับความเสียหาย แม้จะเป็นการฝา่ ฝืนระเบยี บหรือ
คำสั่งของจำเลยแต่มิใช่เร่ืองร้ายแรง จำเลยต้องมีหนังสือเตือนก่อน การเลิกจ้างจึงไม่เข้าเหตุหนึ่งเหตุใด
ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน
พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๓๔ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหาย
จากการเลิกจา้ งที่ไม่เป็นธรรม พร้อมดอกเบ้ีย

จำเลยอุทธรณ์
ประเด็นว่าการกระทำของโจทก์เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายหรือไม่ ศาลฎีกา
เห็นว่า การท่ีโจทก์ลางานไปสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการโดยไม่ทำบันทึกแจ้งขออนุญาตจำเลย และใช้สิทธิ
ลาป่วยลากิจไปโดยอ้างเหตุไม่ตรงกับธุระที่โจทก์ไปกระทำ เป็นเร่ืองท่ีโจทก์ต้องการใช้สทิ ธิลาไปทำธรุ ะส่วนตัว
มากกว่าคิดจะทำให้จำเลยเสียหาย ประกอบกับขณะน้ันโจทก์ไม่อาจคาดหมายว่าจะสอบคัดเลือกได้หรือไม่
เช่นนี้ ไม่อาจถือได้ว่าโจทก์จงใจหรือเจตนาโดยประสงค์ให้จำเลยได้รับความเสียหาย ประเด็นว่าการเลิกจ้าง
เป็นธรรมหรือไม่ เห็นว่าแม้โจทก์จะมีความผิดอยู่บ้างในเรื่องไม่ปฏิบัติตามคำส่ังเร่ืองบันทึกขออนุญาตไปสอบ

นายเชิดศักด์ิ กำป่ันทอง นิตกิ รชำนาญการพิเศษ กองนิติการ


Click to View FlipBook Version