ก
คำนำ
เอกสารแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพ
ภายในโดยน้อมนำศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง (JUMPHOL +SSANUBANS :
MODEL) ฉบับนี้โรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒
จัดทำขนึ้ เพ่อื ใช้เป็นแนวทางในการบริหารเพือ่ การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาให้บรรลตุ ามวิสยั ทัศน์ “ภายในปี ๒๕๖๕
มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ คู่คุณธรรม พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 น้อมนำศาสตร์พระราชาหลัก
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการบริหาร” มีสาระเนอ้ื หาประกอบด้วย ๔ สว่ น ดังน้ี
สว่ นที่ ๑ ศาสตร์พระราชาส่กู ารพฒั นาอย่างย่งั ยนื
สว่ นท่ี ๒ ทิศทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
ส่วนที่ ๓ กระบวนการพัฒนาส่โู รงเรยี นคณุ ภาพ
สว่ นท่ี ๔ การขับเคล่ือนรูปแบบการบรหิ ารสู่การปฏิบัติ
โรงเรยี นอนบุ าลจุมพลโพนพสิ ยั สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ ขอขอบคุณ
ผู้มสี ว่ นเกยี่ วขอ้ งในการจัดทำเอกสารฉบับนีจ้ นสำเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี ไว้ ณ โอกาสนี้ และหวงั เป็นอย่างยิ่งว่าเอกสาร
ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับครูและบุคลากรทกุ ท่านเพื่อใช้เปน็ แนวทางในการมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหาร
จัดการคุณภาพการศกึ ษาใหไ้ ด้คณุ ภาพและมาตรฐานการศกึ ษารวมท้งั เปา้ หมายทโ่ี รงเรยี นได้กำหนดไว้ตอ่ ไป
โรงเรยี นอนุบาลจมุ พลโพนพสิ ยั
สารบญั ข
คำนำ ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอยา่ งยง่ั ยืน หน้า
ทศิ ทางการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ก
สารบัญ ข
สารบัญตาราง กระบวนการพฒั นาสโู่ รงเรียนคณุ ภาพ ค
สารบัญภาพ การขบั เคลอ่ื นรปู แบบการบริหารส่กู ารปฏิบตั ิ ง
๑
ส่วนท่ี ๑ ๘
สว่ นท่ี ๒ ๙
๒๓
ส่วนที่ ๓ ๔๘
ส่วนที่ ๔ ๔๙
บรรณานกุ รม
ประวัติ
ค
สารบญั ตาราง
ตารางที่ แสดงแนวทางการขับเคลือ่ นรูปแบบการบรหิ ารสู่การปฏิบตั ิระดบั โรงเรยี น หน้า
๔.๑ ๓๓
แสดงแนวทางการขบั เคลือ่ นรปู แบบการบริหารสู่การปฏบิ ตั ิระดบั หอ้ งเรยี น ๓๗
๔.๒ แสดงจดุ เนน้ การพฒั นาทกั ษะผเู้ รียนในศตวรรษท่ี ๒๑ ๔๔
๔.๓ แสดงแนวทางการขบั เคลอ่ื นรปู แบบการบริหารเช่ือมโยงกบั นโยบาย และจุดเนน้ ของ
๔.๔ ๔๖
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน สู่พื้นทนี่ วัตกรรมสำนักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ NAGA MODEL
ง
สารบญั แผนภาพ
แผนภาพที่ หน้า
๑.๑ กรอบแนวคดิ ในการนำขั้นตอนการทรงงานตามศาสตรพ์ ระราชาเปน็ แนวทางในการบริหาร ๗
๓.๑ ปิรามิดทิศทางและเป้าหมายการบริหารเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพ ๑๗
๑๙
๓.๒ กรอบแนวคิดทิศทางการพัฒนาการศึกษา ๒๑
๓.๓ กรอบแนวคิดการรา่ งรปู แบบ ๒๓
๓.๔ กรอบแนวคิดการพฒั นาระบบประกันคณุ ภาพภายใน ๒๔
๓.๕ รปู แบบการบรหิ ารเพ่ือพัฒนาระบบประกนั คณุ ภาพภายใน
๓๒
“JUMPHOL+SSANUBANS : MODEL”
๓.๖ รปู แบบการบริหารเพอื่ พัฒนาระบบประกนั คุณภาพภายในเชือ่ มโยงกบั สพป.หนองคาย
เขต ๒ “JUMPHOL+SSANUBANS NAGA : MODEL”
ส่วนที่ ๑
ศาสตร์พระราชาสกู่ ารพัฒนาอยา่ งยงั่ ยนื
๑. ทีม่ าและความสำคัญศาสตรพ์ ระราชา
การสืบสานศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นกระบวนการนำศาสตร์พระราชาไปสู่การปฏิบัติให้
เกิดผล หรือเรียกงา่ ย ๆ วา่ การน าความรู้ในศาสตร์ทั้ง ๓ ด้าน หรือ ๓ มิติ ทัง้ ดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรม และ
สิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาประเทศให้มั่นคง ยั่งยืน ไปสู่การปฏิบัติจริง หรือเดินตามรอยเท้าพ่อในการปฏิบัติตน
ปฏบิ ัตงิ าน เพ่ือการพฒั นาประเทศอยา่ งยงั่ ยนื ประกอบด้วย การน าองค์ความรู้ ดา้ นการกำหนดเป้าหมายของการ
เรียนรู้หรือการพัฒนางาน องค์ความรู้ด้านเน้ือหา ความรู้จากโครงการพระราชดำริ และอื่น ๆ รวมทั้งการนำองค์
ความรู้ในวิธีทรงงานมาใช้ในการดำเนินชีวิต การทำงานของบุคคล ครอบครัว ชุมชน หรือขององค์กร มูลนิธิ
หน่วยงานทั้งภาครฐั และภาคเอกชนตา่ ง ๆ เพ่ือการพัฒนาตนเอง พัฒนางานดำเนินชีวิต ดำเนินงานในหนา้ ที่ความ
รับผิดชอบด้วยองค์ความรู้ตามศาสตร์พระราชา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เดินตามรอยเท้าพ่อ สานต่องานที่พอ่
ทำ”
นบั ต้ังแตพ่ ระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช เสด็จขึ้นครองราชยส์ มบตั เิ ปน็ ประมขุ แห่งประเทศ
ไทยเป็นต้นมา พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอด
พระชนมายุของพระองค์ โดยพระราชกรณยี กจิ ท่ีสำคญั ของพระองค์ คอื การเสด็จพระราชดำเนนิ เยือนประชาชนใน
ท้องถิ่นต่าง ๆ ของประเทศ ดังในปฐมพระบรมราชโองการในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ ๕
พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม” ซึ่งใน
ขณะนั้นสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ยังคงบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ ประชาชนเดือดร้อน ชีวิต
ความเป็นอยู่แย่ลง ฐานะยากจน ดังนั้น เมื่อเสด็จฯ กลับจากการไปศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี พ.ศ.
๒๔๙๓ จงึ ได้พระราชทานพระราชดำริในการช่วยเหลอื พสกนิกรให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขนึ้
การทรงงานพระราชกรณยี กิจของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๙ ในแตล่ ะชว่ งเวลานน้ั พระองคท์ รง
ใช้ศาสตร์ความรู้แขนงต่างๆ มาบูรณาการหลักการทรงงานของพระองค์เพื่อให้ประชาชนของพระองค์นั้น ได้รับ
ประโยชน์สงู สดุ
“ศาสตร์พระราชา คือ การลงไปศึกษาเรียนรู้จากชุมชน ให้ชุมชนบอกว่าปัญหาคืออะไร ความต้องการ
ของประชาชนคอื อะไร โดยตอ้ งคำนึงถึงความตอ่ เน่อื งและย่ังยืน”
ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าเป้าหมายในการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ คือ การพัฒนา
ที่ยั่งยนื เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยูข่ องคน โดยไม่ทำลายส่ิงแวดลอ้ ม ให้คนมีความสุข โดยต้องคำนึงเรื่องสภาพ
ภูมิศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา เชื้อชาติ และภูมิหลังทางเศรษฐกิจ สังคม แม้ว่าวิธีการพัฒนามีหลากหลาย แต่
ท่ีสำคัญคอื การพฒั นาจะต้องมคี วามรกั ความหว่ งใย ความรับผดิ ชอบ และการเคารพในเพอื่ นมนุษย์จะเหน็ ไดว้ ่าการ
พัฒนาเก่ียวขอ้ งกบั มนษุ ยชาติ และเปน็ เรอ่ื งของจิตใจ
๒. หลัก ๒๓ ขอ้ ในการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั รัชกาลท่ี ๙
หลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี ๙ ทเ่ี รียบง่ายเน้นการปรบั ใช้ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินท่ี
ราษฎรสามารถนำไปปฏิบัติได้และเกิดประโยชน์สูงสุดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงทุ่มเทพระ
วรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพือ่ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พสกนิกรไมว่ ่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใดอยู่หา่ งไกล
สักเพียงใด ก็มิทรงย่อท้อ เข้าไปช่วยเหลือราษฎรทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
การเกษตรการฟ้นื ฟทู รัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ทั้งดิน น้ำปา่ ไม้ และพลังงานหรอื แมก้ ระท่ังการจราจร ทรง
๒
คดิ ค้นหาแนวทางแกไ้ ขปญั หาได้อย่างแยบยลการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี ๙ ทรงยึดการ
ดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับสิ่งที่อยู่รอบตัวและสามารถปฏิบัติได้จริง ทรงมีความละเอียด
รอบคอบ และทรงคิดค้นหาแนวทางพฒั นาเพื่อมุง่ ประโยชน์ต่อประชาชนสูงสดุ มคี ุณคา่ และควรยดึ เป็นแบบอยา่ งใน
การเจริญรอยตามเบ้อื งพระยคุ ลบาท นำมาปฏบิ ัตเิ พ่อื ใหบ้ งั เกิดผลต่อตนเอง สงั คม และประเทศชาตสิ บื ไปหลักการ
ทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั รัชกาลท่ี ๙ มีดงั ตอ่ ไปนี้
๒.๑ ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบ ทั้งจากข้อมูลเบื้องต้น
จากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการและราษฎรในพื้นที่ เพื่อให้ได้รายละเอียด
ที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
๒.๒ ระเบิดจากข้างใน พระองค์ทรงมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคนทรงตรัสว่า “ต้องระเบิดจากข้างใน”
หมายความวา่ ต้องสรา้ งความเขม้ แข็งให้คนภายในชุมชน ใหม้ ีสภาพพร้อมที่จะร่วมพัฒนาเสียก่อนแล้วจึงออกมาสู่
สังคมภายนอก มิใช่การนำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชนในหมู่บ้านที่ยังไม่ทันได้มี
โอกาสได้ตง้ั ตัวหรือเตรยี มพร้อม
๒.๓ แก้ปัญหาที่จุดเล็ก ทรงแก้ปัญหาในภาพรวม (Macro) ก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเร่ิม
จากจุดเล็ก ๆ (Micro) คอื การแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ ทีค่ นมักจะมองข้าม
“ ถา้ ปวดหวั คิดอะไรไมอ่ อก กต็ ้องแก้ไขการปวดหวั น้ีก่อน มันไม่ได้แกอ้ าการจรงิ
แต่ตอ้ งแก้ปวดหัวก่อน เพอ่ื จะใหอ้ ยู่ในสภาพทีค่ ดิ ได้...”
๒.๔ ทำตามลำดับขนั้ ตอน ทรงเริม่ ตน้ จากสิง่ ทีจ่ ำเปน็ ของประชาชนท่ีสดุ ก่อน ได้แก่ สขุ ภาพสาธารณสุขเม่ือมี
ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้วก็จะสามรถทำประโยชน์ด้านอื่น ๆ ต่อไปได้ จากนั้นจึงเป็นเรื่องสาธารณูปโภคขั้น
พน้ื ฐาน และส่ิงจำเป็นในการประกอบอาชพี อาทิ ถนน แหลง่ น้ำเพอ่ื การเกษตร การอุปโภคบรโิ ภคท่ีเอื้อประโยชน์
ต่อประชาชนโดยไม่ทำลายทรพั ยากรธรรมชาติ รวมถงึ การให้ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยี เนน้ การปรับใช้ภูมิ
ปญั ญาท้องถนิ่ ท่ีราษฎรสามารถนำไปปฏิบตั ไิ ด้ และเกดิ ประโยชน์สงู สดุ
“ การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสรา้ งพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกนิ พอใช้
ของประชาชนสว่ นใหญ่เปน็ เบื้องตน้ กอ่ น ใช้วธิ กี ารและอุปกรณ์ทป่ี ระหยดั แต่ถูกตอ้ งตามหลักวชิ า
เมอื่ ไดพ้ ้ืนฐานท่ีมั่นคงพร้อมพอสมควร และปฏบิ ตั ไิ ดแ้ ล้วจงึ คอ่ ยสรา้ งเสริมความเจริญ
และฐานะเศรษฐกจิ ขั้นท่ีสูงข้ึนโดยลำดับตอ่ ไป...”
๒.๕ ภูมสิ ังคม การพฒั นาใด ๆ ต้องคำนึงถงึ สภาพภมู ปิ ระเทศของบริเวณนน้ั ว่าเป็นอยา่ งไรและสังคมวิทยา
เกีย่ วกบั นิสยั ใจคอของคนตลอดจนวฒั นธรรมประเพณีในแต่ละทอ้ งถ่ินทีม่ ีความแตกต่างกนั
“การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมปิ ระเทศทางภูมศิ าสตร์ และภมู ปิ ระเทศทางสังคมศาสตร์
ในสังคมวิทยา คือ นิสัยใจคอของคนเรา จะไปบงั คบั ให้คนอน่ื คิดอยา่ งอ่นื ไม่ได้ เราตอ้ งแนะนำเราเข้าไป
ดวู ่าเขาต้องการอะไรจรงิ ๆ แล้วกอ็ ธบิ ายใหเ้ ขาเขา้ ใจหลกั การของการพัฒนานก้ี จ็ ะเกิดประโยชน์อยา่ งยิ่ง”
๒.๖ องค์รวม ทรงมีวิธีคิดอย่างองค์รวม (Holistic) หรือมองอย่างครบวงจรในการที่จะพระราชทาน
พระราชดำรเิ ก่ยี วกบั โครงการหน่ึงนั้นจะทรงมองเหตกุ ารณท์ ีจ่ ะเกิดข้ึนและแนวทางแกไ้ ขอย่างเชื่อมโยงดงั เช่น กรณี
ของ “ทฤษฎีใหม”่ ที่พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพแนวทางหนึ่งท่พี ระองค์
ทรงมองอย่างองค์รวมต้ังแต่การถือครองที่ดินโดยเฉลี่ยของประชาชนคนไทยประมาณ ๑๐ - ๑๕ ไร่การบริหาร
จัดการที่ดินและแหล่งนำ้ อันเป็นปจั จัยพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชพี เมื่อมีน้ำในการเกษตรแล้วจะส่งผลให้
ผลผลิตดีขึ้นและหากมีผลผลิตมากขึ้นเกษตรกรต้องรู้จักวิธีการจัดการและการตลาดรวมถึงการรว มกลุ่มรวมพลัง
๓
ชุมชนให้มีความเข้มแข็งเพื่อพร้อมที่จะออกสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคมภายนอกได้อย่างครบวงจรนั้น คือทฤษฎี
ใหม่ ขน้ั ที่ ๑, ๒ และ ๓
๒.๗ ไม่ติดตำรา มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และลอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสภาพ
ของสงั คม จติ วิทยาแห่งชมุ ชน“ไม่ติดตำรา”ไม่ผกู มัดติดกบั วิชาการและเทคโนโลยีท่ไี ม่เหมาะสมกบั สภาพชีวิตความ
เป็น อยู่ทแ่ี ทจ้ ริงของคนไทย
๒.๘ ประหยดั เรียบง่าย ไดป้ ระโยชน์สงู สดุ ในเร่อื งของความประหยดั นี้ประชาชนไทยทราบกนั ดวี า่ เรอื่ งส่วน
พระองค์ก็ทรงประหยัดมาก ดังที่เราเคยเห็นว่าหลอดยาสีพระทนต์นั้น ท่านทรงใช้อย่างคุ้มค่าอย่างไร หรือ ฉลอง
พระองค์แต่ละองค์ทรงใช้อยู่เป็นเวลานาน ขณะเดียวกันในการพัฒนาและช่วยเหลือราษฎร ทรงใช้หลักในการ
แก้ปัญหาด้วยความเรียบง่าย และประหยัด ราษฎรสามารถทำได้เอง หาได้ในท้องถิ่น และประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ใน
ภมู ภิ าคนนั้ มาแกไ้ ขโดยไมต่ ้องลงทุนสงู หรือใชเ้ ทคโนโลยีทไ่ี มย่ งุ่ ยากนกั
๒.๙ ทำให้ง่าย (Simplicity) ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขงาน การพัฒนาประเทศตามแนว
พระราชดำริดำเนินการไปได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ สอดคล้องกับสภาพ
ความเป็นอยู่และระบบนิเวศโดยรวม ตลอดจนสภาพสังคมของชุมชนนั้น ๆ ทรงโปรดที่จะทำสิ่งที่ยากให้กลาย
เป็นง่ายนำสงิ่ ท่สี ลับซับซ้อนให้เขา้ ใจงา่ ยอนั เปน็ การแก้ปัญหาด้วยการใชก้ ฎธรรมชาติเปน็ แนวทางนั่นเองแต่การทำ
สิ่งที่ยากให้กลายเป็นง่ายนั้นเป็นของยาก ฉะนั้นคำว่า “ทำให้ง่าย” หรือ Simplicity จึงเป็นหลักคิดสำคัญที่สุด
ของการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ
๒.๑๐ การมีส่วนร่วม ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหาร เพื่อเปดิ
โอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้อง
คำนึงถงึ ความคดิ เหน็ ของประชาชนหรือความตอ้ งการของสาธารณชน
“สำคัญทีส่ ดุ จะตอ้ งหัดทำใจใหก้ วา้ งขวาง หนักแนน่ รจู้ กั รบั ฟงั ความคดิ เห็น
แม้กระทัง่ ความวิพากษว์ จิ ารณ์จากผู้อนื่ อยา่ งฉลาดน้ัน แทจ้ รงิ คอื การระดมสติปญั ญาและประสบการณ์
อนั หลากหลายมาอำนวยการปฏิบัตบิ รหิ ารงานให้ประสบผลสำเรจ็ ที่สมบูรณน์ ่นั เอง”
๒.๑๑ มุง่ ประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลกั “การปฏิบตั ิงานทกุ อย่างของข้าราชการมีผลเกีย่ วเนือ่ งถึงประโยชน์
ส่วนรวมของบ้านเมืองและประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นที่ข้าราชการทุกคนจะต้องทำหน้าที่ทุก ๆ
ประการให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ โดยเต็มกำลังสติปัญญาความรู้ความสามารถ เพื่อผลการปฏิบัติราชการทุกอย่างจักได้
บรรลคุ วามสำเร็จอย่างสูง และบังเกดิ ประโยชนอ์ ย่างดีทส่ี ดุ แก่ตน แกห่ น้าท่ี และแกแ่ ผน่ ดนิ ”
๒.๑๒ บริการรวมท่ีจุดเดียว (One Stop Services) ทรงมีพระราชดำริให้บริการ “ศูนย์ศกึ ษาการพัฒนาท้งั
๖ แห่ง” ให้เป็น “การบริการรวมที่จุดเดียว” เป็นรูปแบบการบริหารแบบเบ็ดเสร็จที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในระบบ
บรหิ ารราชการแผ่นดนิ ของประเทศไทยโดยทรงให้ “ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”เป็นต้นแบบ
ในการบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เพื่อประโยชน์ที่จะมาขอใช้บริการจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายโดยจะมี
หน่วยงานราชการต่าง ๆ มาร่วมดำเนินการ และให้บริการประชาชน ณ ที่แห่งเดียว โดยทรงเน้นเรื่องรู้รักสามัคคี
และการรว่ มมอื รว่ มแรงรว่ มใจกนั ดว้ ยการปรบั ลดชอ่ งว่างระหวา่ งหน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้อง
๒.๑๓ ทรงใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ ทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ
ทรงมองอยา่ งละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแกไ้ ขธรรมชาติ จะต้องใช้ธรรมชาติเข้าชว่ ยเหลอื เช่น การ
แก้ไขปัญหาปา่ เสื่อมโทรมไดพ้ ระราชทานพระราชดำริ “การปลกู ปา่ โดยไม่ตอ้ งปลกู ” ปลอ่ ยใหธ้ รรมชาติช่วยในการ
ฟ้ืนฟธู รรมชาติ หรอื แมก้ ระทั่งการปลกู ปา่ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง เพ่อื ทำใหม้ นุษยแ์ ละธรรมชาติเกอ้ื กูลกัน
๒.๑๔ ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม ทรงนำความจรงิ ในเรอ่ื งความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ
เป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เปน็ ปกติ
๔
เช่น การทนำ้ ดขี ับไลน่ ำ้ เสีย หรอื เจือจางน้ำเสยี ใหก้ ลบั เปน็ น้ำดตี ามจังหวะการขึน้ ลงตามธรรมชาติของน้ำ การบ บัด
นำ้ เน่าเสยี โดยใชผ้ กั ตบชวา ซง่ึ มีตามธรรมชาติใหด้ ูดซึมสงิ่ สกปรกปนเป้อื นในนำ้ ดงั พระราชดำรสั ความว่า “ใชอ้ ธรรม
ปราบอธรรม”
๒.๑๕ ปลูกป่าในใจคน เป็นการปลูกป่าลงบนแผ่นดินด้วยความต้องการของมนุษย์ ท าให้
ต้องการบริโภคและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลืองเพื่อประโยชน์ของตนเองและสร้างความเสียหายให้แก่
สิ่งแวดล้อมไม่รู้จักพอ ปัญหาความไม่สมดุลจึงบังเกิดขึ้นดังนั้นในการฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับคืนมาจะต้อง
ปลกู จิตสำนกึ ในการรกั ผนื ปา่ ใหแ้ ก่คนเสยี ก่อน
“เจ้าหน้าทีป่ า่ ไม้ควรจะปลกู ตน้ ไมล้ งในใจคนเสียกอ่ น
แลว้ คนเหลา่ น้นั ก็จะพากันปลกู ต้นไม้ลงบนแผน่ ดิน
และจะรักษาตน้ ไม้ด้วยตนเอง”
๒.๑๖ ขาดทนุ คือ กำไร (Our loss is gain) การเสีย คือ การได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหนา้ และการท่ีคนอยู่ดี
มีสุขนั้นเป็นการนับที่เน้นมูลค่าเงนิ ไม่ได้ จากพระราชดำรัสดังกล่าว คือหลักการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั
รชั กาลท่ี ๙ ทม่ี ตี ่อพสกนกิ รไทย “การให้” และ “การเสยี สละ” เปน็ การกระทำอนั มีผลเปน็ กำไร คือ ความอยู่ดมี ีสุข
ของราษฎร ซึง่ สามารถสะทอ้ นใหเ้ หน็ เป็นรูปธรรมชดั เจนได้
“...ถา้ เราทำอะไรทีเ่ ราเสีย แต่ในทส่ี ดุ เราเสียนัน้ เป็นการได้ทางออ้ ม...
ในไมช่ ้าประชาชนจะไดร้ บั ผล ราษฎรมีรายได้ รัฐบาลกเ็ ก็บภาษีได้สะดวก
เพื่อให้รัฐบาลไดท้ ำโครงการตอ่ ไป...
ถ้ารรู้ ักสามัคคี ร้เู สียสละ คือการได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า
และการท่คี นอยูด่ มี สี ุขนั้น เป็นการนับท่ีเปน็ มูลคา่ เงินไมไ่ ด้...”
๒.๑๗ การพึ่งพาตนเอง การพฒั นาตามแนวพระราชดำริเพือ่ การแก้ไขปัญหาในเบอื้ งตน้ ด้วยการแก้ไขปัญหา
เฉพาะหนา้ เพ่อื ใหม้ ีความแขง็ แรงพอท่จี ะดำรงชีวติ ได้ตอ่ ไปแล้ว ข้นั ตอนต่อไปกค็ ือ การพัฒนาใหป้ ระชาชนสามารถ
อยูใ่ นสงั คมไดต้ ามสภาพแวดลอ้ มและสามารถ “พ่ึงตนเองได”้ ในที่สดุ
๒.๑๘ พออยู่พอกิน ให้ประชาชนสามารถอยู่อย่าง “พออยู่พอกิน” เสียก่อน แล้วจึงค่อยขยับขยายให้มีขีด
สมรรถนะทกี่ ้าวหนา้ ตอ่ ไป การพฒั นาเพ่ือใหพ้ สกนิกรทง้ั หลายประสบความสุขสมบูรณ์ในชวี ิตได้เรม่ิ จากการเสด็จฯ
ไปเยยี่ มประชาชนทกุ หมูเ่ หล่าในทุกภูมภิ าคของประเทศไทยได้ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยพระองค์
เองจึงทรงสามารถเข้าพระราชหฤทัยในสภาพปัญหาได้อย่างลึกซึ้งในการพฒั นานนั้ หากมองในภาพรวมของประเทศ
มิใช่งานเล็กน้อยแต่ต้องใช้ความคิดและกำลังของคนทั้งชาติจึงจะบรรลุผลสำเร็จด้วยพระปรีชาญาณในพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ จึงทำให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่าแนวพระราชดำริในพระองค์นั้น “เรียบง่าย
ปฏิบตั ไิ ด้ผล” เป็นทย่ี อมรบั โดยทว่ั กนั
๒.๑๙ เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๙ มีพระราชดำรัสชี้แนะแนว
ทางการดำเนินชวี ิตแกพ่ สกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 30 ปี ตั้งแตก่ ่อนเกดิ วกิ ฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และ
เม่ือภายหลงั ได้ทรงยำ้ แนวทางการแก้ไข เพ่อื ให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมน่ั คงและย่งั ยนื ภายใต้กระแส
โลกาภิวัตน์และความเปล่ียนแปลงตา่ ง ๆ ดังปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ไดพ้ ระราชทานไว้ดังนี้ ความพอเพียง
หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นท่ีจะตอ้ งมรี ะบบภมู ิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อมา
ไม่มีผลกระทบใด ๆ อันเกดิ จากการเปลี่ยนแปลงทัง้ ภายนอกและภายในทง้ั น้ี ตอ้ งอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ
และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน
ขณะเดยี วกันจะต้องเสรมิ สร้างพน้ื ฐานจติ ใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าทข่ี องรฐั นกั ทฤษฎี และนักธุรกจิ ในทุก
๕
ระดับให้ มีสำนึกในคุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและ
ความรอบคอบเพ่อื ให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปล่ียนแปลงตา่ ง ๆ อยา่ งรวดเรว็ และกว้างขวางทง้ั ด้านวัตถุ
สงั คม ส่งิ แวดล้อมและวฒั นธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ป็นอย่างดี
๒.๒๐ ความซ่ือสัตย์สุจริต จรงิ ใจต่อกนั “คนทไ่ี มม่ ีความสจุ ริต คนทไ่ี มม่ คี วามมน่ั คงชอบแตม่ ักง่ายไม่มีวันจะ
สร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่
ท่ีเป็นคุณเป็นประโยชนแ์ ท้จริงท่ีสำเร็จ”
“ผูท้ ่มี ีความสุจรติ และบรสิ ุทธใ์ิ จแม้จะมีความรนู้ อ้ ยกย็ ่อมทำประโยชนใ์ หแ้ ก่ส่วนรวมไดม้ ากกว่าผทู้ ี่มี
ความรมู้ ากแตไ่ ม่มีความสุจริต ไม่มีความบรสิ ุทธิใ์ จ”
“ผูว้ ่า CEO ต้องเปน็ คนที่สจุ ริต ทุจรติ ไมไ่ ดถ้ ้าทจุ ริตแม้แตน่ ดิ เดยี วกข็ อแช่งใหม้ อี ันเปน็ ไปขา้ ราชการ
หรือประชาชนท่มี กี ารทุจริต ถ้ามีทุจริตแลว้ บา้ นเมอื งพงั ทเี่ มืองไทยพงั มาเพราะมีการทุจรติ ”
๒.๒๑ ทำงานอย่างมีความสุข ทรงพระเกษมสำราญทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคย
รับสั่งครั้งหนึ่งวา่ “ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กบั
ผู้อ่นื ”
๒.๒๒ ความเพียร : พระมหาชนก จากพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” เป็นพระราชนิพนธ์ที่ทรงใช้เวลา
คอ่ นขา้ งนานในการคดิ ประดษิ ฐด์ ว้ ยการทำใหเ้ ข้าใจงา่ ยปรับเปลีย่ นใหเ้ ข้ากับสภาพสังคมปัจจุบันอกี ทง้ั ภาพประกอบ
และคติธรรมต่าง ๆ ได้ส่งเสริมให้หนงั สือเล่มนีม้ ีความศักดิ์สิทธิ์ที่หากคนไทยน้อมรับมาศึกษาวิเคราะห์และปฏิบตั ิ
ตามรอยพระมหาชนก กษัตริย์ผู้เพียรพยายาม แม้จะไม่เห็นฝั่งก็ยังว่ายน้ำต่อไปเพราะถ้าไม่เพียรว่ายก็จะตกเป็น
อาหารปปู ลาและไมไ่ ดพ้ บกับเทวดาที่มาช่วยเหลือมใิ ห้จมน้ำ เชน่ เดียวกบั พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รชั กาลที่ ๙
ที่ทรงริเริ่มทำโครงการต่าง ๆ ในระยะแรกที่ไม่มีความพร้อมในการท างานมากนักและทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วน
พระองค์ทั้งสิ้น แต่พระองค์ก็มิได้ท้อพระราชหฤทัยมุ่งมั่นพัฒนาบ้านเมืองให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุข
๒.๒๓ รู้ รัก สามัคคี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรสั ในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี”มา
อย่างต่อเน่ือง ซึ่งเปน็ สามคำท่ีมีค่าและมีความหมายลกึ ซึง้ พร้อมทงั้ สามารถปรับใชไ้ ด้ทุกยุคทกุ สมยั
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหา และรู้ถึงวิธีการ
แก้ปญั หา
รกั : คือ เมื่อเรารูค้ รบด้วยกระบวนการความแล้ว จะตอ้ งมีความรกั การพจิ ารณาทีจ่ ะเขา้ ไปลงมือปฏิบัติ
แกไ้ ขปัญหาน้นั ๆ คือ การสร้างฉนั ทะ
สามัคคี : การทจี่ ะลงมอื ปฏิบัติน้ัน ควรคำนึงเสมอว่าเราจะทำงานคนเดยี วไม่ได้ต้องทำงานร่วมมือร่วม
ใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงยึดการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับสิ่งที่อยู่รอบตัว และสามารถ
ปฏิบัติไดจ้ ริง ทรงมีความละเอียดรอบคอบและทรงคิดคน้ หาแนวทางพัฒนาเพือ่ มุง่ สู่ประโยชนต์ ่อ ประชาชนสูงสดุ
3. ขน้ั ตอนการทรงงานตามศาสตรพ์ ระราชา
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๙ ทรงศึกษาขอ้ มลู ตา่ ง ๆ เป็นขน้ั เปน็ ตอนอยา่ งละเอียดก่อนทุกครั้ง
ในการจัดวางแผนโครงการใดโครงการหน่งึ กอ่ นจะมพี ระราชดำรนิ ัน้ ข้ันตอนต่าง ๆ พอจะกล่าวไดด้ งั ตอ่ ไปน้ี
๓.๑ การศกึ ษาขอ้ มูล
ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินยังพื้นที่ใด ๆ นั้น จะทรงศึกษาข้อมูลจากเอกสารและแผนที่ต่าง ๆที่มีอยู่
เพอื่ ให้ทราบถึงสภาพในทอ้ งถน่ิ นนั้ ๆ อยา่ งละเอียดก่อนเสมอ
๖
๓.๒ การหาข้อมลู ในพ้ืนที่
เมื่อเสด็จฯ ถึงพื้นที่นั้น ๆ จะทรงหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและ
ขอ้ มูลลา่ สดุ อาทเิ ช่น
๑) ทรงสำรวจพื้นที่ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพืน้ ท่ีจริงท่ีคาดวา่ ควรจะดำเนนิ การพฒั นาได้
๒) ทรงสอบถามเจ้าหน้าท่ี เมื่อทรงศกึ ษาจากข้อมลู เอกสาร และทรงได้ข้อมูลจากพื้นที่จริงแล้วจะทรง
ปรกึ ษากบั เจ้าหน้าท่ีฝ่ายต่าง ๆ ถึงความเหมาะสม ความเป็นไปได้อีกคร้ังหนง่ึ พรอ้ มทง้ั คำนวณวิเคราะห์ทันที ด้วย
ว่าเมื่อดำเนนิ การแล้วจะได้ประโยชน์อยา่ งไร และคุ้มค่ากับการลงทุน หรือไม่เพียงใด อย่างไรแล้ว จึงพระราชทาน
พระราชดำรใิ หเ้ จ้าหนา้ ที่ท่ี เกี่ยวขอ้ งไปพจิ ารณาในขั้นรายละเอียดตามข้นั ตอนตอ่ ไป
๓.๓ การศกึ ษาข้อมูลและการจดั ทำโครงการ
เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้เก่ียวข้องได้รับพระราชทานพระราชดำริแล้ว จะไปศึกษาข้อมูลรายละเอียดตา่ ง ๆ อีก
ครั้งหนึ่งเพื่อประกอบการจัดทำโครงการให้เป็นไปตามแนวทางพระราชดำริที่ได้พระราชทานไว้ อย่างไรก็ตาม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้มีพระราชดำริอยู่เสมอว่า พระราชดำริของพระองค์เป็นเพียง
ข้อเสนอแนะเท่านั้น เมื่อรัฐบาลได้ทราบแล้ว ควรไปพิจารณาวิเคราะห์กลั่นกรองตามหลักวิชาการก่อน เมื่อมี
ความเป็นไปได้และมีประโยชน์คุ้มค่า และเห็นควรทำ เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาตัดสินใจเอง และในกรณีที่
วิเคราะห์พจิ ารณาแลว้ เห็นว่าไม่เหมาะสมสามารถล้มเลกิ ได้
๓.๔ การดำเนนิ งานตามโครงการ
เมื่อจัดทำโครงการเสร็จเรียบร้อย และผ่านการพิจารณาจากหน่วยเหนือตามลำดับขั้นตอน
จนถึงการอนุมัติโครงการและงบประมาณแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการปฏิบัติงานในทันที โดยมี
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็น
หน่วยงานกลางในการประสานงานและประสานแผนต่าง ๆ ให้แต่ละหน่วยงานได้ดำเนินการสนับสนุน
สอดคล้องกัน และ/หรืออาจจัดตั้งองค์กรกลางที่ประกอบด้วยแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ควบคุมดูแลให้การ
ดำเนนิ การต่างเปน็ ไปดว้ ยความเรยี บร้อย มปี ระสิทธิภาพ
๓.๕ การติดตามผลงาน
ในการติดตามผลงานการดำเนินงานนั้น แต่ละหน่วยงานรวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อ
ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจะได้มีการติดตามประเมินผลเป็นระยะ ๆ แต่ที่สำคัญคือ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ จะเสด็จฯ กลับไปยังโครงการนั้นด้วยทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าและติดตามผลงานต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในกรณีที่เกิดมีปัญหา
อปุ สรรคตา่ ง ๆ จะทรงช้แี นะแนวทางการแก้ไขปัญหานัน้ ให้สำเร็จลลุ ว่ งไป
๔. การนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้
ดงั นี้
๔.๑ เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน ให้สามารถอยู่ร่วมกับคนในหน่วยงานได้อย่างมีความสุข
๔.๒ ยึดความประหยดั ตัดทอนค่าใช้จ่ายท่ีไม่จำเป็น ลดความฟุ่มเฟอื ย รู้จักคำว่า “พอ” โดยไม่เบียดเบยี น
ทั้งตนเองและผู้อ่ืน
๔.๓ มคี วามสุขและความพอใจกบั งานท่ีปฏบิ ตั ิ กบั ชวี ติ ท่พี อเพยี ง ยดึ ทางสายกลางในการดำเนินชีวติ
๔.๔ พยายามใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และชีวิตประจำวันอย่างประหยัด เพื่อให้เกิด
ประโยชนม์ ากที่สุด
๔.๕ ควรมีการวางแผนการทำงานประจำวันให้ดี โดยพิจารณาถึงงานที่ค้างจากวันก่อน งานที่ยังไม่เสร็จใน
วนั นี้ และงานทตี่ ้องทำในวันต่อไป โดยใหม้ ีการเขียนรายการของงานทต่ี อ้ งปฏบิ ตั ิลงในแผ่นกระดาษ หรือสมดุ บันทกึ
ประจำวัน ทงั้ นีค้ วรระบุให้ชัดเจน ว่ามงี านอะไรบา้ งท่ีต้องทำใหว้ ันนน้ั ๆ
๗
๔.๖ ควรมีการบริหารเวลาโดยจัดลำดับความสำคัญของงาน ซึ่งในแต่ละวันมีงานหลายอย่าง ดังนั้น ควร
จัดลำดับความสำคัญของงานวา่ จะทำอะไร กอ่ น – หลงั เพอื่ ใหม้ คี วามเหมาะสมกับเวลา
๕. กรอบแนวคดิ ในการนำขนั้ ตอนการทรงงานตามศาสตร์พระราชาเปน็ แนวทางในการบรหิ าร
1. การศึกษาวเิ คราะหข์ อ้ มูล รปู แบบการบริหาร
2. การหาขอ้ มลู ในพนื้ ท่ี เพือ่ พฒั นาระบบประกนั คณุ ภาพภายใน
3. การศกึ ษาข้อมลู และการจดั ทำโครงการ
4. การดำเนินงานตามโครงการ “JUMPHOL+SSANUBANS NAGA : MODEL”
5. การติดตามผลงาน
แผนภาพท่ี ๑.๑ กรอบแนวคิดในการนำขน้ั ตอนการทรงงานตามศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางในการบรหิ าร
สว่ นที่ ๒
ทิศทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
๑. พระบรมราโชบายด้านการศกึ ษาของสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั มหาวชิราลงกรณบดนิ ทรเทพยวรางกูร
พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั มหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู มีใจความ
สำคญั วา่ การศกึ ษาตอ้ งมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรยี น ๔ ด้าน
๑. มีทศั นคตทิ ่ถี ูกตอ้ งตอ่ บ้านเมอื ง
๑.๑ การมีความรูค้ วามเข้าใจตอ่ ชาตบิ ้านเมอื ง
๑.๒ การยึดมัน่ ในศาสนา
๑.๓ มั่นคงในสถาบันพระมาหากษัตริย์
๑.๔ การมีความเอื้ออาทรต่อครอบครัว และชุมชนของตน
๒. มีพน้ื ฐานชวี ิตท่ีมัน่ คง มคี ุณธรรม
๒.๑ ร้จู กั แยกแยะส่ิงท่ีผดิ –ชอบ-ชั่ว-ดี
๒.๒ ปฏบิ ตั ิแต่สงิ่ ทชี่ อบ ที่ดีงาม
๒.๓ ปฏเิ สธสงิ่ ทีผ่ ดิ สง่ิ ท่ชี ัว่
๒.๔ ชว่ ยกันสร้างคนดีให้แก่บา้ นเมอื ง
๓. มีงานทำ มีอาชพี
๓.๑ การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรม ในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็กและเยาวชน
รกั งาน ส้งู าน จนงานสำเร็จ
๓.๒ การฝึกฝนอบรม ทง้ั ในหลกั สตู รและนอกหลักสตู ร ตอ้ งมีจุดมุง่ หมายใหผ้ เู้ รยี นทำงาน และมีงานทำ
ในทีส่ ุด
๓.๓ ต้องสนับสนนุ ผู้สำเร็จหลักสตู รมอี าชพี มีงานทำ จนสามารถเลีย้ งตวั เองและครอบครัว
๔. เป็นพลเมืองดี
๔.๑ การเปน็ พลเมืองดี เปน็ หนา้ ทขี่ องทกุ คน
๔.๒ ครอบครัว สถานศึกษา และสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่เป็น
พลเมอื งดี
๔.๓ การเป็นพลเมืองดี คือ เห็นอะไรที่จะต้องทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ เช่น งานอาสาสมัคร งาน
บำเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกศุ ล ให้ทำด้วยความมีนำ้ ใจและเอ้ืออาทร
๒. นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – พ.ศ. 2565
ดังน้ี
1) ดา้ นความปลอดภยั
พัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากร ทำงการศึกษาและ
สถานศกึ ษา จากภยั พิบตั ิและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการจดั สภาพแวดล้อมทเี่ อือ้ ต่อ การมสี ุขภาวะท่ดี สี ามารถ
ปรบั ตัวต่อโรคอุบตั ใิ หมแ่ ละโรคอบุ ัติซ้ำ
2) ด้านโอกาส
2.1 สนับสนุนให้เด็กปฐมวัยได้เข้าเรียนทุกคน มีพัฒนาการที่ดี ทั้งทางร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์
สังคม และสตปิ ัญญา ให้สมกับวัย
๙
2.2 ดำเนินการ ให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างมีคุณภาพตาม
มาตรฐานวางรากฐานการศึกษาเพ่ืออาชีพ สำมารถวิเคราะห์ตนเองเพื่อการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพตรงตาม
ศักยภาพและความถนัดของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมและพฒั นาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ สู่ความเป็นเลิศ เพ่ือ
เพมิ่ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
2.3 พฒั นาระบบดูแลชว่ ยเหลอื เด็กและเยาวชนที่อยู่ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพอื่ ป้องกนั ไม่ให้ออกจาก
ระบบการศกึ ษา รวมทัง้ ช่วยเหลือเด็กตกหลน่ และเด็กออกกลางคนั ให้ได้รับการศึกษาข้นั พน้ื ฐานอย่างเท่าเทียมกัน
2.4 ส่งเสริมให้เด็กพิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะในการ
ดำเนินชีวิต มีพื้นฐานในการประกอบอำชีพ พึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
3) ด้านคณุ ภาพ
3.1 ส่งเสริมกำรจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็น ของโลกใน
ศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ มีทัศนคติท่ีถูกต้องตอ่ บ้านเมือง
3.2 พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะด้ำนการอ่ำน คณิตศาสตร์ กำรคิดขั้นสูง นวัตกรรม
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่ำงประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสำมารถในการแข่งขัน และการเลือก
ศกึ ษาตอ่ เพ่ือการมีงานทำ
3.3 ปรบั หลักสตู รเปน็ หลกั สูตรฐานสมรรถนะ ทีเ่ นน้ การพฒั นาสมรรถนะหลกั ที่จำเปน็ ในแต่ละระดับ
จัดกระบวนกำรเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง รวมทั้งส่งเสริมกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีสร้างสมดลุ ทุกด้ำน ส่งเสริมการจัด
กำรศึกษาเพื่อพฒั นาพหุปญั ญา พัฒนาระบบการวดั และประเมนิ ผลผู้เรียนทกุ ระดบั
3.4 พฒั นาครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษา ให้เป็นครยู คุ ใหม่ มศี กั ยภาพในกำรจัดการเรียนการสอนตำม
หลกั สตู รฐานสมรรถนะ มที กั ษะในการปฏบิ ตั หิ น้าที่ไดด้ ี มคี วามรคู้ วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยดี จิ ิทัล
4) ดำ้ นประสทิ ธภิ าพ
4.1 พัฒนาระบบบริหำรจัดการโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน มีนวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนบน
ฐานขอ้ มูลสำรสนเทศทถี่ กู ตอ้ ง ทันสมัย และกำรมีส่วนร่วมของทกุ ภาคส่วน
4.2 พัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนท่ี
สามารถดำรงอย่ไู ดอ้ ย่างมีคณุ ภาพ (Stand Alone) ให้มีคณุ ภาพอย่างย่งั ยืน สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของพ้ืนท่ี
4.3 บริหารจัดการโรงเรียนขยำยโอกาสทางการศึกษา ที่มีจำนวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีท่ี 1 - 3
นอ้ ยกว่า 20 คน ให้ไดร้ บั กำรศึกษาอย่ำงมีคุณภาพ สอดคลอ้ งกบั นโยบายโรงเรียนคณุ ภาพของชมุ ชน
4.4 ส่งเสริมการจัดการศกึ ษาทม่ี ีคุณภาพในสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ และสถานศึกษาท่ีต้ังใน
พืน้ ท่ลี กั ษณะพิเศษ
4.5 สนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้เป็นต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา และการเพิ่ม
ความคลอ่ งตัวในการบริหารและการจดั การศึกษาขนั้ พื้นฐาน
4.6 เพิม่ ประสทิ ธภิ าพการนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
๓. จดุ เนน้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 ดังน้ี
1) เร่งแก้ปัญหากลุ่มผูเ้ รียนท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด – 19 โดย
เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศกึ ษา ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery) ให้กับผู้เรียนทุก
ระดับ รวมทง้ั ลดความเครียดและสุขภาพจติ ของผูเ้ รยี น
๑๐
2) เสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยนักเรียน ด้วยระบบมาตรฐาน ความปลอดภัย
กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform)
3) สง่ เสริมให้เดก็ ปฐมวยั ทมี่ ีอายุ 3 – 5 ปี และผ้เู รียนระดับการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน เข้าถงึ โอกาสทางการ
ศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน และเด็กพิการที่ค้นพบ
จากการปกั หมุดบา้ นเด็กพิการให้กลบั เข้าสู่ระบบการศึกษา
4) พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและการจัดทำกรอบหลักสูตร รวมทั้ง จัดกระบวนการ
เรยี นรู้ทางประวตั ศิ าสตร์ หน้าท่ีพลเมืองและศลี ธรรม ให้เหมาะสมตามวัยของผูเ้ รียน
5) จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน พร้อมกับการเสริมทักษะการสอนแบบออนไลน์ อย่างมี
ประสิทธิภาพ และการให้ความรดู้ า้ นการวางแผนและการสร้างวนิ ัยด้านการเงินและการออม เพ่ือแกไ้ ขปญั หาหนี้สิน
ครู
6) สง่ เสริมการจดั การเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ให้ผูเ้ รยี นมสี ่วนร่วม และมีปฏสิ มั พันธ์
กับกจิ กรรมการเรยี นรผู้ ่านการปฏบิ ัติท่หี ลากหลายรูปแบบ (Active Learning) มกี ารวัด และประเมนิ ผลในช้นั เรียน
เพอ่ื พฒั นาการเรียนรแู้ ละสมรรถนะของผ้เู รียน (Assessment for Learning) ทกุ ระดับ
7) ยกระดับคุณภาพของนักเรียนประจำพักนอน สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สูง ห่างไกล และถิ่น
ทรุ กนั ดาร
8) มงุ่ เนน้ การใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ัลเพ่อื การเรียนรู้ทุกระดบั
9) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน เพื่อสร้าง
ความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรกรอบวงเงนิ งบประมาณ (Block Grant) ตามหลักธรรมาภิบาล ให้กับ สำนักงานเขต
พน้ื ท่กี ารศึกษาและสถานศกึ ษา
๔. นโยบายของผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
จากผลการบริหารจดั การ และผลสำเร็จในปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรยี นอนบุ าลจุมพลโพนพิสัยได้นำมา
วิเคราะหจ์ ุดเดน่ จุดด้อย เพอ่ื ท่จี ะพฒั นาให้ส่คู วามสำเร็จ จึงไดก้ ำหนดเปน็ นโยบาย ดงั น้ี
๔.๑ ดา้ นคุณภาพเด็ก
๑. ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ให้มี
ความพร้อมเขา้ สู่การเรียนในระดบั สูงข้ึน
๒. พัฒนาการจัดกิจกรรมให้กับเด็กปฐมวัยตามโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทยอย่าง
ต่อเนื่อง
๓. พัฒนาการเขียนหนังสือของนักเรียนใหส้ วยงาม เครื่องเขียน แบบเรียนของนักเรยี นให้สะอาด
เรยี บร้อย
๔. พฒั นา กระบวนการท่ีทำใหน้ กั เรียนอา่ นออกเขยี นไดใ้ ห้สำเร็จ ตามเป้าหมาย นกั เรยี นอ่านออก
เขียนไดท้ ุกคน
๕. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตามหลักสูตรกำหนด ผลการทดสอบระดับชาติข้ัน
พน้ื ฐาน NT และO-Net คะแนนเฉลี่ยสงู กว่าคะแนนเฉลี่ยขนั้ ต่ำของประเทศ
๖. จดั กจิ กรรมทงั้ ในและนอกห้องเรยี น ท่เี อื้อต่อการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คุณลักษณะอันพึง
ประสงคต์ ามหลกั สูตรและค่านยิ มหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ
๗. ปลูกฝังและเสริมสร้างวิถีประชาธิปไตย ความสามัคคี สมานฉันท์ สันติวิธี ต่อต้านการทุจริต
คอรัปชน่ั และยดึ มนั่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
๑๑
๘. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผ่าน
หลักสตู รและกระบวนการเรียนรูป้ ระวตั ศิ าสตร์และความเป็นพลเมอื ง
๔.๒ ด้านคุณภาพครแู ละบคุ ลากร
๑. น้อมนำแนวพระราชดำริ สืบสานพระราชปณธิ าณและพระบรมราโชบายด้านการศึกษา หรือ”
ศาสตร์พระราชา” มาใชใ้ นการจดั กระบวนการเรยี นรอู้ ยา่ งยัน่ ยนื
๒. ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ทราบข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล และลด
ปัญหาการขาดเรยี นของนักเรียน
๓. จัดการเรยี นการสอน หรอื กจิ กรรมโดยใชร้ ะบบ ICT ตามแบบโรงเรียนประชารัฐให้มากขน้ึ
๔. ปรับปรุง พัฒนาห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ให้สะอาด เรียบร้อยตามนโยบาย ครูดูห้องเรียน
ผู้อำนวยการดูโรงเรยี น
๕. ส่งเสรมิ ให้นักเรียน เรยี นรู้การทำงานและปฏิบัติหน้าทท่ี ี่ไดร้ บั มอบหมายได้
๔.๓ ด้านคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การศึกษา
๑. บรหิ ารจัดการขยะอยา่ งเป็นระบบ
๒. ปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการโดยเน้นการทำงานเป็นทีมตามรูปแบบราชการไทย การ
เสนอความคดิ เห็น การลา การรายงาน ความเชอื่ มโยงระหว่างผบู้ งั คบั บัญชา กับผู้ใต้บังคบั บัญชา การสนองนโยบาย
ใหถ้ ือปฏิบัติอย่างเครง่ ครดั
๓. สรา้ งความเขม้ แข็งของระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น ระบบสง่ เสริมความประพฤตินักเรียน
ระบบคุม้ ครองนกั เรียน และการสรา้ งภูมคิ มุ้ กันทางสังคม
๔. พฒั นาระบบการนเิ ทศตดิ ตาม การจดั เกบ็ ข้อมลู การสื่อสาร การรายงานต่อหน่วยงานต้นสังกัด
และองค์กรอ่ืน
๕. พฒั นาความสัมพนั ธก์ ับชุมชนใหแ้ นน่ แฟ้นยิ่งขึน้ ดว้ ยรูปแบบดาวกระจาย
๖. ส่งเสริมความเป็นเลศิ (Best Practices) ตามโครงโครงการ ๑ ครู ๑ นักเรียนเพอ่ื ความเป็นเลิศ
๗. ปรบั ปรงุ ภูมทิ ศั นใ์ นโรงเรยี นตามหลกั ความพอเพียง
โรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ ได้จัดให้มี
การประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นวิเคราะห์ความเชื่อมโยง ความสอดคล้องของการนำนโยบายและจุดเน้นของ
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานสู่การปฏิบัติ และได้กำหนดค่านิยม วิสัยทศั น์ พนั ธกิจ เป้าประสงค์
กลยุทธ์ และได้กำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕ ดังนี้
๕. ค่านิยม(Value)
รว่ มคิด รว่ มทำ ร่วมนำเสนอ ร่วมรบั ผิดชอบ รว่ มภาคภมู ิใจ
๖. วสิ ยั ทศั น์ (Vision)
ภายในปี ๒๕๖๕ มุ่งพฒั นาให้ผูเ้ รียนมีความรู้ ค่คู ุณธรรม รักษาสิง่ แวดล้อมร่วมกบั ชุมชน พรอ้ มสำหรับวิถี
ชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 น้อมนำศาสตร์พระราชาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ แนวทางในการบรหิ าร
๗. พันธกิจ(Missions)
1. พัฒนาผู้เรียนให้มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน
2. สง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนมที ักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
๑๒
3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนปฏิบัติตามระเบียบวินัยของโรงเรียน นำวฒั นธรรมที่ดีงามมาใช้ในการดำเนินชีวิตตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. ส่งเสรมิ ครูจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสำคญั โดยใช้เทคโนโลยี แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายใน
และนอกโรงเรยี น
5. พัฒนาการบรหิ ารจัดการด้วยระบบคณุ ภาพอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
6. ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีศักยภาพด้านวิชาการ มีจรรยาบรรณวิชาชีพ และจัด
สวัสดกิ าร ตามความเหมาะสม
๘. เป้าประสงค์(Goals)
โรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัยมุ่งมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม นำสู่ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ น้อมนำ
ศาสตร์พระราชาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ แนวทางในการบริหารจึงกำหนดเปา้ ประสงค์ ดังนี้
1. โรงเรียนพัฒนาและใชห้ ลกั สูตรทเี่ อ้ือตอ่ การพฒั นาคณุ ภาพของนกั เรียนตามมาตรฐานการศึกษา
ขนั้ พนื้ ฐาน
2. นักเรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามมาตรฐานการศึกษาขัน้ พื้นฐาน โดยมีลักษณะความเป็นเลิศทาง
วชิ าการ ส่ือสารสองภาษา ลำ้ หน้าทางความคดิ ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ และรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมโลก
3. นักเรียนปฏบิ ัติตนตามระเบียบวินัยของโรงเรียน นำวัฒนธรรมที่ดีงามมาใช้ในการดำเนินชีวิตตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
4. ครจู ดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยใชเ้ ทคโนโลยี และแหล่งการเรียนรู้
5. โรงเรยี นบรหิ ารจัดการด้วยระบบคุณภาพอย่างมีประสิทธภิ าพ
6. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีจิตวิญญาณของความเป็นครู การเป็นครูมืออาชีพ และยึดมั่นใน
จรรยาบรรณของวชิ าชีพ
๙.กลยุทธ์ (Strategies)
กลยุทธ์ที่ 1 มุ่งพัฒนาผู้เรียนระดับก่อนประถมศึกษา และประถมศึกษาให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ
สมู่ าตรฐานสากล
กลยทุ ธท์ ่ี 2 พัฒนาทักษะกระบวนการจดั การเรยี นรูต้ ามแนวทางการจัดการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21
กลยุทธท์ ่ี 3 พัฒนาระบบบริหารจัดการของสถานศึกษาตามหลกั ธรรมาภิบาลโดยนอ้ มนำศาสตร์พระราชา
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ แนวทางในการบริหาร
กลยุทธ์ท่ี 4 สง่ เสรมิ การพฒั นาครูและบุคลากรสู่ความเปน็ มอื อาชพี
กลยทุ ธ์ท่ี 5 ส่งเสริมการมีสว่ นรว่ มแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนในการสนับสนุนและการจัด
การศึกษา
กลยุทธ์ท่ี ๖ สง่ เสรมิ อตั ลักษณ์ของสถานศึกษา “ใส่ใจสง่ิ แวดล้อม และความปลอดภัยร่วมกับชุมชนบนวิถี
ความเป็นไทยของความพอเพียง”
๙.๑ กลยุทธ์ท่ี 1 มงุ่ พฒั นาผ้เู รยี นระดับก่อนประถมศึกษา และประถมศึกษาใหม้ คี วามเป็นเลิศทางวิชาการ
ส่มู าตรฐานสากล
กลยุทธ์ที่ ๑.๑ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนเด็กระดับก่อนประถมศึกษาให้มีพัฒนาการทางด้านรา่ งกาย
อารมณ์จติ ใจ สงั คม และสตปิ ญั ญา
๑๓
แนวทาง
๑. ปรบั ปรงุ หลักสตู รในระดับปฐมวัยและหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน และนำหลกั สูตร
ไปส่กู ารปฏิบัตใิ หเ้ กิดประสิทธิภาพ และจดั การเรียนรใู้ ห้สอดคลอ้ งกบั หลักสูตร ตามความจำเปน็ และความต้องการ
ของผู้เรยี น ชุมชน ทอ้ งถนิ่ และสังคม
๒. สง่ เสริมการเรียนการสอนให้ผูเ้ รียนมีความม่ันใจในการส่อื สารภาษาอังกฤษ ภาษาต่างประเทศ
คคู่ า้ และภาษาอาเซยี นอย่างนอ้ ย ๑ ภาษา
๓. พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลทุกระดับ ให้มีคุณภาพและมาตรฐานนำไปสู่การพัฒนา
คณุ ภาพผเู้ รยี นเต็มตามศกั ยภาพ
ตวั ชวี้ ดั
๑. หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั เกณฑก์ ารจบการศึกษา
และการบริหารจดั การหลักสตู ร ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๐
๒. ร้อยละ ๘๐ ของผู้เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการ
ส่ือสาร
๓. สถานศึกษามกี ระบวนการวดั ประเมนิ ผลดว้ ยวธิ ีการที่หลากหลาย
๔. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้เรียนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ จากการเรียนรู้ในการปฏิบัติจริง ตาม
สภาพความต้องการและบรบิ ทของแต่ละพน้ื ท่ี
กลยทุ ธ์ที่ ๑.๒ พฒั นาคณุ ภาพกระบวนการเรยี นรูโ้ ดยยดึ ผู้เรียนเป็นสำคญั
แนวทาง
๑. พัฒนาผู้เรียนระดับก่อนประถมศึกษา ให้มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และสตปิ ัญญา ใหม้ คี วามพรอ้ มเข้าสูก่ ารเรยี นในระดบั สงู ขนึ้
๒. ส่งเสริมสนับสนุนให้ผ้เู รยี นสามารถอา่ นออกเขียนได้ตามช่วงวยั
๓. สง่ เสรมิ สนับสนนุ ให้ผู้เรยี นมีนสิ ัยรกั การอ่าน
๔. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการปฏบิ ัติจริง (Active Learning)
เน้นทักษะกระบวนการ ใหเ้ กิดทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ คิดแก้ปัญหา และคดิ สร้างสรรคใ์ นทุกกลุม่ สาระการเรียนรู้ ท้งั
ในและนอกห้องเรยี น
๕. ส่งเสริมให้ผเู้ รยี นมีทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑
๖. ปลูกฝังทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนระดับก่อน
ประถมศึกษาตามโครงการบ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย
๗. สนับสนุนการผลิต จัดหาและใช้สื่อการเรียนการสอน เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งอำนวย
ความสะดวกที่หลากหลายรวมท้ังการพฒั นาห้องสมุดและแหลง่ เรียนรู้ภายในสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้ได้ท้ัง
ในหอ้ งเรยี น และนอกห้องเรยี น เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนได้เรียนรูอ้ ยา่ งเตม็ ศักยภาพ
๘. ส่งเสรมิ สนับสนนุ การพัฒนาผูเ้ รียนทม่ี ีความต้องการจำเป็นพิเศษ (ผู้พกิ าร ผดู้ อ้ ยโอกาส และผู้
มคี วามสามารถพิเศษ) ใหเ้ ต็มตามศกั ยภาพดว้ ยรูปแบบที่เหมาะสม
ตัวช้วี ัด
๑. รอ้ ยละ ๑๐๐ ของเดก็ ปฐมวัยมีพฒั นาการสมวัย
๒. ร้อยละ ๑๐๐ ของนักเรียนแต่ละระดบั ชน้ั อ่านออก เขียนได้ตามเกณฑท์ ี่ สพฐ กำหนด
๓. รอ้ ยละ ๑๐๐ ของนกั เรยี นอา่ นหนงั สอื ตามเกณฑท์ ่ี สพฐ กำหนด
๔. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (NT) มากกว่า
รอ้ ยละ ๕๐ มากกวา่ ปีการศกึ ษาท่ีผา่ นมา
๑๔
๕. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net)
มากกวา่ ร้อยละ ๕๐ มากกว่าปีการศึกษาทีผ่ ่านมา
กลยุทธท์ ี่ ๑.๓ ส่งเสรมิ การพฒั นาศกั ยภาพผ้เู รยี นสู่ความเป็นเลิศในดา้ นตา่ ง ๆ
แนวทาง
๑. ส่งเสรมิ การพฒั นาศกั ยภาพผ้เู รียนสคู่ วามเปน็ เลิศในด้านตา่ ง ๆ
๒. สง่ เสรมิ การเรียนรเู้ ชงิ บูรณาการ แบบสหวิทยาการ เช่น สะเตม็ ศึกษา (Science Technology
Engineering and Mathematics Education: STEM Education) เพอ่ื พฒั นากระบวนการคิด และการสร้างสรรค์
นวัตกรรมเพอื่ สร้างมูลค่าเพ่มิ สอดคล้องกบั ประเทศไทย ๔.๐
ตวั ชว้ี ดั
๑. ผลการแข่งขนั งานศลิ ปหัตกรรมนกั เรยี น
๒. โล่รางวัลที่โรงเรยี นประสบความสำเร็จ
๙.๒ กลยทุ ธท์ ่ี 2 พัฒนาทักษะกระบวนการจดั การเรยี นรตู้ ามแนวทางการจัดการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21
กลยุทธ์ที่ ๒.๑ ครูและบุคลากรมีการจัดกระบวนการแบบการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการปฏิบัติจริง
(Active Learning) และนำผลมาพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น
แนวทาง
๑. พัฒนาครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน อบรมเทคนิคการจัดการเรียนรู้ การทำสื่อออนไลน์ บทเรียน
ออนไลน์
๒. ส่งเสรมิ การคิดคน้ นวตั กรรม ในการแก้ปญั หา และพัฒนาผเู้ รียน
ตัวช้วี ดั
๑. รอ้ ยละของครูทจ่ี ัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning
๒. รอ้ ยละของครทู ่ีมีนวัตกรรมเพ่อื แกป้ ญั หา และพฒั นาผ้เู รยี น
๙.๓ กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาระบบบริหารจัดการของสถานศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลโดยน้อมนำศาสตร์
พระราชาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเป็นแนวทางในการบรหิ าร
กลยทุ ธท์ ่ี ๓.๑. พัฒนาระบบบรหิ ารจัดการให้มปี ระสทิ ธภิ าพ
แนวทาง
๑. การสร้างความเขม้ แข็ง และยกระดบั คุณภาพสถานศกึ ษาตามเป็น โรงเรยี นคณุ ภาพของชมุ ชน
๒. สง่ เสริมระบบประกันคณุ ภาพภายในของสถานศึกษาใหเ้ ข้มแข็ง
ตัวชีว้ ัด
๑. ร้อยละ ๑๐๐ หน่วยงานทุกระดับร่วมกนั ส่งเสริมสนับสนุนใหผ้ ู้ปกครอง ชุมชน สังคม ฯลฯ มี
สว่ นรว่ มในการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียนถานศึกษา
๒. โรงเรยี นมีรปู แบบการบรหิ ารเพือ่ พัฒนาระบบประกนั คุณภาพภายในที่แข้มแข็ง
กลยทุ ธท์ ่ี ๓.๒ เสริมสรา้ งความมัน่ คงของสถาบนั หลัก และการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข
แนวทาง
๑. น้อมนำแนวพระราชดำริ สืบสานพระราชปณธิ าณและพระบรมราโชบายด้านการศกึ ษา หรือ”
ศาสตร์พระราชา” มาใช้ในการจดั กระบวนการเรยี นรอู้ ยา่ งยัน่ ยนื
๒. ปลูกฝังและเสริมสร้างวิถีประชาธิปไตย ความสามัคคี สมานฉันท์ สันติวิธี ต่อต้านการทุจริต
คอรปั ชน่ั และยดึ ม่ันในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
๑๕
๓. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผ่าน
หลักสูตรและกระบวนการเรียนรูป้ ระวัตศิ าสตรแ์ ละความเปน็ พลเมอื ง
ตัวชี้วดั
๑. ร้อยละ ๑๐๐ ของสายชน้ั และห้องเรียนท่ีนำศาสตรพ์ ระราชามาใชใ้ นการจดั การเรยี นรู้
กลยุทธท์ ี่ ๓.๓ ปลกู ฝงั ผ้เู รียนดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มท่พี ึงประสงค์
แนวทาง
๑. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียน ที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณธรรม
จริยธรรมคุณลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รและค่านยิ มหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ
๒. เสรมิ สรา้ งความเขา้ ใจ เกี่ยวกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ เชน่ อาชญากรรม และความรุนแรงใน
รูปแบบต่าง ๆ สิง่ เสพติด ภัยพิบัตจิ ากธรรมชาติ ภยั จากโรคอบุ ตั ใิ หม่ ภัยจากไซเบอร์ ฯลฯ
ตัวช้วี ัด
๑. รอ้ ยละ ๑๐๐ ของนักเรยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ตามหลักสูตร และ
คา่ นิยมหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ
๙.๔ กลยทุ ธ์ที่ 4 ส่งเสรมิ การพฒั นาครูและบคุ ลากรสคู่ วามเปน็ มอื อาชีพ
กลยุทธท์ ่ี ๔.๑ ครูและบคุ ลากรมีการทำวจิ ัยและนำผลมาพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น
แนวทาง
๑. ส่งเสรมิ การทำวจิ ยั เพ่อื พัฒนาการบรหิ ารจัดการศึกษา
๒. ส่งเสรมิ การทำวิจัยเพื่อพฒั นาหลักสูตร กระบวนการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล โดยเน้นให้
มกี ารวจิ ัยในชน้ั เรยี น
๓. พัฒนาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาให้สามารถจัดการเรียนร้อู ย่างมีคุณภาพท้ังระบบเช่ือมโยง
กับการเลื่อนวิทยฐานะในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น TEPE Online (Teachers and Educational Personals
Enhancement Based on Mission and Functional Areas as Majors) ชมุ ชนแห่งการเรยี นรูท้ างวชิ าชพี
(Professional Learning Community: PLC)
ตัวชวี้ ดั
๑. ร้อยละของครทู ีท่ ำการวิจัยเพอ่ื แกป้ ญั หา หรอื พฒั นาตนเอง จากการดำเนินงานตามระบบ PLC
๒. ร้อยละของครูและบุคลากรที่มีการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป้น
สำคัญ
๓. ร้อยละของนักเรียนทมี่ ผี ลการทดสอบทางการศกึ ษาเพิม่ ขึ้นรอ้ ยละ ๕
๙.๕ กลยุทธ์ที่ 5 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนในการสนับสนุนและการจัด
การศกึ ษา
กลยุทธ์ที่ ๕.๑ สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน
๑. ส่งเสรมิ สนบั สนุนผูป้ กครอง ชมุ ชน สังคม และสาธารณชน ใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจ สร้างความ
ตระหนักในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การกำกับดูแล ตลอดจนการส่วนร่วมรับผิดชอบในการพัฒนาคุณภาพ
ผเู้ รยี น
ตวั ชี้วดั
๑. รอ้ ยละของผู้ปกครองทีใ่ ห้ความรว่ มมอื กับสถานศึกษา
๑๖
๙.๖ กลยุทธ์ที่ ๖ ส่งเสริมอัตลักษณ์ของสถานศึกษา “ใส่ใจสิ่งแวดลอ้ ม และความปลอดภัยรว่ มกับชุมชน
บนวถิ คี วามเปน็ ไทยของความพอเพียง”
กลยทุ ธ์ที่ ๖.๑ ปลกู ฝงั ผ้เู รยี นดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มทพ่ี ึงประสงค์
แนวทาง
๑. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียน ที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณธรรม
จริยธรรมคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรและคา่ นิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ
๒. เสรมิ สร้างความเขา้ ใจ เกี่ยวกับภัยคกุ คามในรูปแบบใหม่ เช่น อาชญากรรม และความรนุ แรงใน
รปู แบบต่าง ๆ ส่ิงเสพติด ภยั พิบตั ิจากธรรมชาติ ภัยจากโรคอบุ ตั ิใหม่ ภัยจากไซเบอร์ ฯลฯ
ตัวช้ีวัด
๑. ร้อยละ ๑๐๐ ของนกั เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ตามหลกั สตู ร และ
คา่ นิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ
ส่วนท่ี ๓
กระบวนการพฒั นาสู่โรงเรียนคุณภาพ
โรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ กำหนด
วิสัยทัศน์ (Vision) ไว้ว่ามุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ คู่คุณธรรม พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ น้อมนำ
ศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการบริหาร ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนดีมีระบบ
ประกนั คณุ ภาพภายในท่ีดี เนน้ พัฒนาการบริหารจดั การสถานศกึ ษาท้ังในระดับโรงเรียน ระดับห้องเรียน เน้นพฒั นา
ครเู ปน็ ชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้ มงุ่ ทักษะผเู้ รียนในศตวรรษท่ี ๒๑ ( PLC : ๓R๘C)” โดยใชร้ ปู แบบบรหิ ารจดั การดังนี้
มาตรฐานโรงเรยี น โรงเรี โรงเรียนดีมีคณุ ภาพ
ยน
Active learning นกั เรยี น ๓R๘C(วชิ าการ อาชีพ ชวี ิต)
Active learning /PLC ครูและบุคลากร ครูในศตวรรษที่ ๒๑ /PLC
JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL ผู้บรหิ าร SMART SCHOOL
ศาสตร์พระราชา
หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แผนภาพที่ ๓.๑ : ปิรามิดทิศทางและเป้าหมายการบรหิ ารเพ่ือพฒั นาคุณภาพของโรงเรียนอนุบาลจมุ พลโพนพิสัย
สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต ๒
จากแผนภาพท่ี ๓.๑ สามารถอธิบายไดว้ า่ การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรยี นอนบุ าลจมุ พลโพนพิสัย
สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ เพ่อื พัฒนาระบบการประกนั คุณภาพภายในท้ังระดับ
โรงเรียน และระดับห้องเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพของผูเรียนอยา่ งตอเนื่อง โดยมีจุดหมายสุดทา้ ยคือมีคณุ ลักษณะ
คณุ ภาพท่ีพงึ ประสงค์ และมีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R&๘R) ไดแ้ ก่ทกั ษะทางวิชาการ มีที่ดี ทกั ษะอาชีพ และ
ทักษะชีวิติโดยเรียนรู้ด้วยการลงมอื ปฏิบัติจริง มุ่งมั่นพัฒนาครู บุคลกรทางการศึกษาให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้
ทางวิชาชีพ (PLC) ที่เน้นพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ และจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ Active learning รวมทั้งรวมทั้ง
พัฒนาโรงเรียนใหเ้ ปน็ โรงเรยี นชน้ั นำ (Smart School) ภายใต้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพ่ือพฒั นาระบบการ
ประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
หนองคาย เขต ๒ ดว้ ยรูปแบบของ JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL
๑๘
รปู แบบการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ –๒๕๖๕
โรงเรยี นอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สงั กัดสำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ กำหนด
ทศิ ทางการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาไว้ในแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ระยะ ๓ ปี ( พ.ศ.๒๕๖๓-๒๕๖๕) กำหนด
วิสัยทัศน์ (Vision) ไว้ว่า“มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ คู่คุณธรรม พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ น้อมนำ
ศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการบริหาร”และเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว
โรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ จึงได้กำหนด
นโยบายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในทัง้ ระดับโรงเรียน และระดับ
ห้องเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน อย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดหมายสุดท้ายคือผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
(๓R&๘R) ได้แก่ทักษะทางวิชาการ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทีด่ ี ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิติโดยเรียนรู้ด้วย
การลงมือปฏิบัติจริง มุ่งมั่นพัฒนาครู บุคลกรทางการศึกษาให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่เน้น
พัฒนาห้องเรียนคุณภาพ และจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ Active learning รวมทั้งรวมทั้งพัฒนาโรงเรียนให้เป็น
โรงเรียนชั้นนำ (Smart School) ภายใต้รปู แบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน
ของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพสิ ัย สงั กดั สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ ด้วยรูปแบบ
ของ JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL ซึ่งมรี ายละเอียดดังน้ี
๑.ความเปน็ มา
ประเทศไทยไดก้ ำหนดวิสัยทัศนเ์ พื่อกำหนดทิศทางการพฒั นาประเทศของรฐั บาลโดยมชี ื่อว่า “มั่นคง มั่ง
คั่ง ยั่งยืน “เพื่อพัฒนาทั้งด้านเสถียรภาพ ความสงบสุขเศรษฐกิจที่เข็งแข็งด้านการใช้จ่ายจัดหางบประมาณเพื่อ
พัฒนาประเทศไทยให้มากขึ้น แก้ปัญหาด้านสาธารณูปโภคการดูแลสุขภาพ และการศึกษา วิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่ง
คั่ง ยั่งยืน “ นำไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุขภายใต้ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และสนองตอบต่อ
ผลประโยชนแ์ ห่งชาติการจัดการศึกษาจึงจำเปน็ ต้องยกระดับคุณภาพผเู้ รียนให้มคี ุณภาพท่พี งึ ประสงค์ และมีทักษะ
ในศตวรรษท่ี ๒๑ สอดรบั กบั การพัฒนาประเทศในยคุ ไทยแลนด์ ๔.๐
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษยใ์ ห้มีคุณภาพสอดคล้องกับการ
เปลี่ยนสังคมไทยยคุ ไทยแลนด์ ๔.๐ เปน็ ยุคดิจิทลั โดยพฒั นาคนใหม้ ีขีดความสามารถในการแขง่ ขัน และดำรงชีวิต
อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข“ศาสตร์พระราชากับการพัฒนาที่ยั่งยืน”ถือเป็นตำราแห่งชีวิต เพราะบันทึกประสบ
การณ์ จากการทรงงาน จนทำให้ประเทศไทยผ่านพน้ วิกฤตต่าง ๆมาได้ทกุ มติ ิ ซ่งึ หน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งทุกหน่วยงาน
ควรนอ้ มนำไปสกู่ ารปฏิบตั อิ ยา่ งถอ่ งแท้และจรงิ จัง จึงจะทำใหว้ ิสัยทัศน์ของประเทศประสบผลสำเรจ็
ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และวิสัยทัศน์ของประเทศดังกล่าวโรงเรียน
อนุบาลจุมพลโพนพิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์
(Vision) ไว้ว่า“มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ คู่คุณธรรม รักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน พร้อมสำหรับวิถีชีวิตใน
ศตวรรษท่ี 21 น้อมนำศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการบรหิ าร และเพื่อให้
บรรลุวิสยั ทศั น์ดังกลา่ ว โรงเรียนอนุบาลจมุ พลโพนพิสยั สังกดั สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย
เขต ๒ จึงได้กำหนดกรอบแนวคิดทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย ซึ่งมี
รายละเอยี ดดังแผนภาพท่ี ๓.๒
นโยบายกระทรวงศกึ ษาธิการ นโยบายสำนกั งานคณะ
วสิ ัยทัศน์ : โรงเรียนอนบุ าลจุมพลโพนพสิ ยั มุ่งให้ผูเ้ รยี นมคี วามรคู้ ู่คณุ ธรรม น
Corporate JUMPHOL : MODEL
values: ๕ ร
๑. ร่วมคดิ JUSTICE TO LEADS THE การนำองคก์ รอยา่ งชัดเจนยุติธรรม
๒.ร่วมทำ ORGANIZATION
๓.ร่วมรับผิดชอบ UNDERSTANDING ทำความเข้าใจกำหนดมาตรฐาน
EDUCATIONAL STANDARDS การศกึ ษา
๔.รว่ มนำเสนอ MANAGEMENT OF การบริหารจัดการการวางแผนพัฒนา
๕.รว่ มภาคภมู ใิ จ EDUCATIONAL QUALITY คณุ ภาพการศึกษา
DEVELOPMENT PLANNING
PLANNED PERFORMANCE การดำเนนิ งานตามแผนงานอย่างมี
ประสิทธิ
HUMAN MONITORING FOR ตดิ ตามตรวจสอบเพื่อพัฒนา
DEVELOPMENT
ORGANIZATIONAL ประเมนิ ตนเองและรายงาน
ASSESSMENTS AND REPORTS
LEARNING TO REFLECT การเรยี นรู้สะทอ้ นคณุ ภาพเพือ่
QUALITY AND IMPROVE ปรับปรงุ
กลยุทธ์ที่ 1 กลยทุ ธป์ ี พ.ศ.2563-2565
กลยทุ ธ์ที่ 2
พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นสคู่ วามเป็นพลโลก
กลยุทธ์ท่ี 3 พัฒนาทักษะกระบวนการจดั การเรียนรตู้ ามแนวทางการจดั การ
เรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21
กลยทุ ธท์ ี่ 4 พฒั นาระบบบริหารจัดการของสถานศกึ ษาตามหลกั ธรรมาภิ
กลยทุ ธท์ ี่ 5 บาลภายใต้ศาสตรพ์ ระราชา
ส่งเสริมการพัฒนาครแู ละบุคลากรสคู่ วามเปน็ มอื อาชพี
กลยุทธท์ ี่ 6 สง่ เสริมการมีสว่ นรว่ มแบบบรู ณาการของทกุ ภาคสว่ นในการ
สนับสนุนและการจดั การศึกษา
สง่ เสริมอัตลักษณข์ องสถานศกึ ษาบนวิถีชมุ ชนและความเปน็
ไทย
แผนภาพที่ ๓.๒ : กรอบแนวคิดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลจุมพ
เพือ่ การประกันคณุ ภาพคณุ ภาพภายใน ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓-๒๕๖๕
19
ะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน นโยบาย สพป.หนองคาย เขต ๒
นำส่ทู กั ษะในศตวรรษที่ ๒๑ น้อมนำศาสตร์พระราชาเปน็ แนวทางในการบริหาร
A P Smart
school
SSANUBANS T
PLC
(IQA+Classroom) DM E คณุ ภาพผเู้ รียน
C ๓R๘C
A
FEEDBACK ๑๙
พลโพนพิสัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒
20
จากแผนภาพที่ ๓.๒ กรอบแนวคิดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย
สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓-๒๕๖๕ จึงนำไปสกู่ รอบแนวคิด
ในการออกแบบของกระบวนการสรา้ งและพฒั นาวตั กรรมการบรหิ าร
๒. กรอบแนวคดิ การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการบริหาร
นวัตกรรม JUMPHOL +SSANUBANS : MODELเป็นรูปแบบการบริหารเพื่อการประกันคุณภาพ
คุณภาพภายในสถานศึกษา โดยน้อมนำศาสตร์พระราชาของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพ่ือพัฒนาระบบประกันคณุ ภาพภายในน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนา
โรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัยมาบูรณาการจัดการเรียนรู้ และการพัฒนาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายกำหนดไว้ใน
วิสัยทัศน์ โดยศึกษานโยบาย ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และผลการดำเนินงานของโรงเรียนในปีการศึกษา
ย้อนหลัง ๓ ปี ประเพณี วัฒนธรรมในชุมชน และวัฒนธรรมการทำงานรวมทั้งปัจจัยที่เกี่ยวข้องทีส่ ่งผลต่อความ
สำเร็จต่อโรงเรยี นอนุบาลจุมพลโพนพิสัย โดยใช้หลักการบรหิ ารโรงเรยี นคุณภาพ (TQA) การบริหารโดยใช้โรงเรียน
เป็นฐาน (SBM) เทคนิคกระบวนการวงจรเดมมิ่ง (PDCA) ทฤษฎีระบบ(System Theory) แนวทางการประกนั
คุณภาพภายในสถานศึกษาด้วยแนวคิดแบบไคเซ็น(ปียานันต์ บุญธิมา : ๒๕๖๑,๑๓๔) ทั้งในระดับโรงเรียน และ
ระดบั หอ้ งเรียน และนำแนวคดิ การเรยี นรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ท่ตี อ้ งเรยี นรู้ตลอดชวี ิตโดยเรียนรผู้ ่านเสาหลักด้านการ
เรยี นรู้ ๔ เสาหลัก ไดแ้ กก่ ารเรยี นเพอ่ื รู้ (Learning to know) การเรยี นรู้เพื่อปฏิบัติได้จริง (Learning to do) การ
เรียนรู้เพื่อที่จะอยู่ร่วมกนั และการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น (Learning to Live Together) การเรียนรู้เพื่อชวี ติ
(Learning to Be) เปน็ กรอบแนวคดิ ในการสร้างรปู แบบถือไดว้ ่าเปน็ การพัฒนาโรงเรียนอนบุ าลจุมพลโพนพสิ ยั
( Jumphol Phon Phisai Kindergarten school Development) ดังแผนภาพที่ ๓.๓
21
ศกึ ษาสภาพปัจจุบัน ศึกษาแนวคิดทฤษฎที เี่ ก่ยี วขอ้ ง
และปญั หาของโรงเรียน (SWOT) • ศาสตรพ์ ระราชา และหลักปรชั ญาของ
• บรบิ ทพื้นท่ีการปฏบิ ตั งิ าน
• เอกสารสรุปผลการปฏบิ ตั งิ าน เศรษฐกิจพอเพียง
• ผลการประเมินคุณภาพท้งั ภายใน และ • แนวคดิ การบรหิ ารองค์กร
ภายนอก (สมศ) • แนวคิดการบรหิ ารการศกึ ษา
• เอกสารต่างๆทเ่ี กยี่ วขอ้ ง • แนวคิดเกี่ยวกบั ภาวะผู้นำ
• สอบถามผู้ทเ่ี กีย่ วข้อง • แนวคดิ เกี่ยวกับการสรา้ งแรงจูงใจ
•แนวติดเกยี่ วกับการประกนั คณุ ภาพ
สรา้ งรูปแบบการบริหาร • แนวคดิ เกี่ยวกับทัศนคติ
JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL • แนวคิดเก่ียวกับการทำงานเป็นทีม
• แนวคดิ เก่ียวกับการมีสว่ นรว่ ม
ทดลองใช้รปู แบบการบรหิ าร • แนวคดิ เก่ียวกับความพึงพอใจ
JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL
รูปแบบการบริหาร
JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL
ประเมินผลการใชร้ ูปแบบการบรหิ าร ความสำเร็จของการปฏบิ ตั งิ าน
JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL จากการใช้รปู แบบการบริหาร
JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL
โรงเรียนคุณภาพ
คณุ ภาพครู
คณุ ภาพผู้เรยี น
จากการใช้รูปแบบการบรหิ าร
JUMPHOL +SSANUBANS : MODEL
แผนภาพท่ี ๓.๓ : กรอบแนวคิดการร่างรูปแบบ
๒.๑ กำหนดเป้าหมายคณุ ภาพการบริหาร
๒.๑.๑ โรงเรียนคุณภาพ (Smart School) หมายถึง โรงเรยี นอนบุ าลจุมพลโพนพสิ ัยมี
การบริหารจดั การสู่ความเป็นเลิศและเปน็ แบบอย่างไดม้ ีนวตั กรรมนำไปใช้พัฒนาสถานศึกษาใหม้ คี ุณภาพสามารถ
เปน็ แบบ อย่างและเผยแพร่ตอ่ สาธารณได้
๒.๑.๒ ๓R๘C หมายถึงครูและบุคลากรในโรงเรียน เป็นชุมชนแห่งการเรียนรูท้ างวิชาชพี
( Professional Learning Community: PLC) สามารถจัดการเรยี นร้แู บบ Active Learning สามารถพัฒนา
ผเู้ รียนใหม้ ีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R๘C) ดงั น้ี
22
๑) ๓R ไดแ้ ก่
๑.๑)อา่ นออก(Reading)
๑.๒)เขียนได้ ( (W)Riting )
๑.๓)คิดเลขเป็น (A)Rithmetics
๒) ๘C ไดแ้ ก่
๒.๑) Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคดิ
วิเคราะห์ การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้
๒.๒) Creativity and Innovation : คิดอยา่ งสร้างสรรค์ คิดเชงิ นวัตกรรม
๒.๓) Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมอื
การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ
๒.๔) Communication Information and Media Literacy : ทักษะใน
การส่ือสาร และการรูเ้ ทา่ ทันสือ่
๒.๕) Cross-cultural Understanding : ความเข้าใจความแตกต่างทาง
วัฒนธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวฒั นธรรม
๒.๖ Computing and ICT Literacy : ทกั ษะการใช้คอมพวิ เตอร์ และการ
รู้เทา่ ทนั เทคโนโลยี ซ่ึงเยาวชนในยคุ ปัจจุบันมคี วามสามารถด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีอย่างมากหรือเปน็
Native Digital สว่ นคนรนุ่ เก่าหรือผู้สูงอายเุ ปรียบเสมือนเปน็ Immigrant Digital แตเ่ ราตอ้ งไม่อายท่จี ะเรียนรู้
แมว้ า่ จะสงู อายุแลว้ กต็ าม
๒.๗) Career and Learning Skills : ทกั ษะทางอาชีพ และการเรยี นรู้
๒,๘) Compassion : มีคุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบียบวินยั ซึง่ เป็น
คุณลกั ษณะพนื้ ฐานสำคัญของทกั ษะขน้ั ต้นทั้งหมด และเปน็ คุณลกั ษณะท่เี ดก็ ไทยจำเปน็ ตอ้ งมี
๒.๑.๓ King wisdom หมายถึงศาสตรพ์ ระราชา ซง่ึ ถือว่าเป็น “ตำราแหง่ ชวี ิต” เปน็
บันทึกประสบการณจ์ ากการทรงงานของ รัชกาลท่ี ๙ พระราชกรณียกิจในแต่ละช่วงเวลาพระองคท์ รงใช้ศาสตร์
ความรู้แขนงตา่ ง ๆ มาบูรณาการหลักการทรงงานของพระองคใ์ นการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ เพือ่ ให้ประชาชนของ
พระองค์นน้ั ไดร้ บั ประโยชน์สูงสุด และทำใหป้ ระเทศไทยเราสามารถผา่ นวกิ ฤตินานานปั การไดใ้ นทุกมิติเท่าทุกวันน้ี
๒.๓ กรอบแนวคิดของกระบวนการพฒั นาระบบประกันคุณภาพภายในกับคุณภาพการ
บริหาร ( IQA : Internal quality assurance)
การพัฒนาระบบประกนั คุณภาพภายใน( IQA : Internal quality assurance)ทงั้ ในระดับ
โรงเรยี น และห้องเรียนเพื่อส่งผลถึงคณุ ภาพของผูร้ ับบรกิ ารคือผู้เรียน ดงั กรอบแนวคิด แผนภาพท่ี ๓.๔ ดงั นี้
23
การดำเนินการ ขน้ั ท่ี ๑ สำรวจศึกษาวิเคราะหผ์ ลการดำเนนิ งาน(J)
ระดบั โรงเรียน ข้ันท่ี ๒ กำหนดมาตรฐาน(U)
ขัน้ ที่ ๓ วางแผนการดำเนนิ งาน(M)
(JUMPHOL) ขนั ท่ี ๔ ดำเนนิ งานตามแผน(P)
ขน้ั ที่ ๕ ตดิ ตามตรวจสอบเพ่ือพัฒนา (H)
ขน้ั ที่ ๖ ประเมินตนเองและรายงาน(O)
ชน้ั ที่ ๗ สะท้อนคุณภาพเพ่อื ปรับปรุง(L)
การดำเนนิ การระดับช้นั เรยี น (SS) ๑. วเิ คราะห์มาตรฐาน,ตัวช้วี ัดตามหลกั สูตร ,แผนการ
และหอ้ งเรยี น (ANUBAN) จดั การเรียนรู,้ ประสบการณ,์ วิเคราะห์ผเู้ รยี น
(Analyze)
๒. บรหิ ารจดั การหอ้ งเรียน และสารสนเทศ (Need)
๓. จัดการเรยี นรทู้ ่เี นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ (Understand
to active learning)
๔. สร้างนวตั กรรมการเรยี นรู้ (Best practice)
๕. นิเทศตดิ ตาม การจัดการเรียนรู้ มีการวัดประเมนิ ผล
อยา่ งหลากหลาย รายผลการจดั การเรียนรู้ (assessment)
๖. สรา้ งเครอื ข่ายชมุ ชนการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ (PLC) เพอ่ื
สะท้อนและพฒั นางานเพอ่ื พัฒนาตนเองสู่ครมู อื อาชีพ
อย่างต่อเนือ่ ง (network)
เป้าหมายคุณภาพเด็ก/ผู้เรยี น ๑. พัฒนาการของเดก็ ปฐมวยั ท้งั ๕ ดา้ น
(STUDENTS) ๒. ดา้ นผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการ(ระดับข้ันพื้นฐาน)
๓. ด้านคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์(ระดบั ขน้ั พ้ืนฐาน)
(๓R๘C)
แผนภาพท่ี ๓.๔ กรอบแนวคิดการพัฒนาระบบประกนั คุณภาพภายในของโรงเรยี นอนบุ าลจมุ พลโพนพิสัย
ปีการศึกษา ๒๕๖๓-๒๕๖๕
ที่มา : ปรับจากแนวทางการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาดว้ ยแนวคิดแบบไคเซ็น(ปียานันต์
บุญธิมา : ๒๕๖๑,๑๓๔)
จากแผนภาพท่ี ๓.๒ กรอบแนวคิดทิศทางการพฒั นา แผนภาพที่ ๓.๓ กรอบแนวคิดการออกแบบ และ
แผนภาพที่ ๓.๔ กรอบแนวคิดการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน จนได้รูปแบบการบริหารเพื่อการประกัน
คุณภาพคุณภาพภายในสถานศึกษา JUMPHOL+SSANUBANS : MODEL ซึ่งมีรายละเอียด ของ MODEAL
ดังแผนภาพท่ี ๓.๕ ดังนี้
24
JUMPHOL+
SSANUBAN
S : MODEL
ACT PLAN
(JUM+ศกึ ษา
(L+N)
แนวคิดทฤษฎี
ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
๑) ศาสตร์
พระราชา
และหลกั
ปรัชญาของ
เศรษฐกิจ
พอเพียง
๒)
แ
น
ว
คิ DO
CHECK ด
(HO+BA) ก (P+UB)
า
ร
บ
ริ
ห
แผนภาพท่ี ๓.๕: รปู แบบการบริหารเพอ่ื พัฒนาระบบประกนั คุณภาพภายใน “JUMPHOL+SารSANUBANS :
MODEL”
อ
จากแผนภาพ “JUMPHOL+SSANUBANS : MODEL” สามารถอธบิ ายได้ดังน้ี ง
รูปแบบการบรหิ ารเพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอนุบาลจุมพคล์ โพนพิสยั มีลักษณะ
ตามทฤษฎรี ะบบ (System Theory หรือ System Approach) ประกอบด้วย ๔ ด้าน คอื ก
แ๓๑ล))ะดกดา้า้นารนปจจัผัดจลลยั ผำนดลำับิเตขอา้ ง(ค(IOn์ปupรtuะptกu)อt)บ๒)ตดแาา้มลนแะกนผรวละคลบิดัวพนกธกร์(ะาOรบuว(tPนcrooกmcาeรesบ)sร)ิ๔หา) รดP้าDนCขA้อ๓Pม)lูaลnย้(อวนรแนางกแลผับน)(DFeoe(dปbฏaิบckัต)ิ
ตามแผน) Check (ตรวจสอบเรยี นรู้หลงั จากการกระทำ หรอื ขณะปฏิบัติผลลัพธท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ไมว่ า่ ดวี หรอื แย่ล้วนมีคณุ คา่
ในการพฒั นา) และ Act (ปรบั ปรุงแกไ้ ขตามผลลพั ธ)์ ซ่ึงมรี ายละเอียด ดงั นี้
คิ
องคป์ ระกอบหลักที่ ๑ ดา้ นปจั จัยนำเข้า (Input) ประกอบดว้ ยองค์ประกอบย่อย ๖ดอยา่ ง ได้แก่
๑) รูปแบบการบริหาร JUMPHOL+SSANUBANS : MODEL ก
และผู้มีส่วนารได้เสียไดแ้ ก่
๒) การเรียนรู้ตลอดชีวติ ในศตวรรษท่ี ๒๑ ของนักเรยี น ผู้บริหาร
แลบคุ ลากร คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ชมุ ชน บ
ครู
ริ
ห
า
25
๓) ทรพั ยากรแหลง่ เงนิ ทนุ
๔) วัสดอุ ปุ กรณ์ อาคารเรยี น อาคารประกอบ
๕) สื่อและเทคโนโลยี
๖) ศาสตร์พระราชา
๗) ค่านยิ มของโรงเรียน ( ๕ ร)
องค์ประกอบที่ ๒ ด้านกระบวนการ (Process) ประกอบด้วย ๗ องค์ประกอบ โดยการบริหารโรงเรียน
คุณภาพโดยใช้ JUMPHOL+SSANUBANS : MODEL นั้นเป็นรูปแบบการบริหารโรงเรียนคุณภาพที่มุ่งสู่การ
พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนที่เป็นผลผลิต เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มี
ความสามารถ และมีความสุข เป็นรปู แบบการบริหารที่มีความสอดคล้องกับบรบิ ทของโรงเรียน และเหมาะสมตาม
หว้ งเวลานัน้ ๆ จากการศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎี และประสบการณใ์ นการบรหิ ารโรงเรยี นทำให้ไดน้ วัตกรรมรูปแบบการ
บริหารโรงเรียนที่สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย โดยใช้กระบวนการวงจร
คุณภาพ P-D-C-A ในการดำเนินงาน และใช้ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory) ซึ่งเป็นค่านิยม
(Corporate values) ของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสยั คือเทคนิค ๕ ร ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมนำเสนอ ร่วม
รับผิดชอบ ร่วมภาคภูมิใจเพื่อทำให้การดำเนินการบริหารจัดการศึกษาบรรลุตามเป้าหมาย มีรายละเอียดของ
กระบวนการนำนวัตกรรมการบรหิ ารโรงเรียนคุณภาพไปดำเนนิ งานดงั นี้
ขน้ั สำรวจผลการดำเนินงาน
๑) JUSTICE TO LEADS THE ORGANIZATION การนำองค์กรอย่าง
ชดั เจนและยตุ ธิ รรม
๑.๑ โรงเรียนศึกษาสภาพผลการดำเนินงานในภาพรวมของรอบปีการศึกษาที่ผ่านมาจาก
รายงานผลการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) และคำแนะนำของสำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษา
ประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ ของปีการศึกษาที่ผ่านมาในการพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพ
๑.๒ โรงเรยี นวิเคราะห์ผลการดำเนนิ งานในรอบปีที่ผ่านรวมถงึ ใช้ข้อมูลสารสนเทศของสถาน
ศกึ ษาประกอบการพจิ ารณา โดยการดำเนนิ การรว่ มกนั ของคณะครูว่า เรอ่ื งใดทตี่ อ้ งปรบั ปรงุ พฒั นา เร่ืองใดท่ีต้องคง
สภาพ เร่ืองใดทต่ี ้องต่อยอด และจะพัฒนาเพมิ่ เติมในเร่ืองใด
ข้นั กำหนดมาตรฐานการศึกษา
๒) UNDERSTANDING EDUCATIONAL STANDARDS ทำความเข้าใจกำหนดมาตรฐาน
๒.๑ โรงเรียนกำหนดมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนด
มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา และการสรา้ งจิตสำนกึ จากคา่ นิยม ๕ ร ของโรงเรียนคือ รว่ มคิด ร่วมทำ ร่วม
นำเสนอ รว่ มรบั ผิดชอบ และร่วมภาคภมู ิใจ ในการพฒั นาคุณภาพการศึกษา
๒.๒ โรงเรยี นวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของมาตรฐานการศกึ ษาต่าง ๆ โดยร่วมกนั วิเคราะห์และ
กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และพิจารณาสาระสำคัญที่จะ
กำหนดในมาตรฐานประเดน็ พจิ ารณาท่สี ะทอ้ นอตั ลักษณ์ของสถานศกึ ษา
๒.๓ โรงเรียนกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ค่าเป้าหมายความสำเร็จของแต่ละ
มาตรฐาน ของประเดน็ พจิ ารณา
๒.๔ โรงเรยี นตรวจสอบและทบทวนมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษา
๒.๕ โรงเรยี นกำหนดกรอบมาตรฐานการประเมิน การสร้างเครือ่ งมือประเมนิ และเครื่องมือ
เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
๒.๖ โรงเรยี นประกาศใช้มาตรฐานการศึกษา และประกาศกำหนดค่าเป้าหมายตามมาตรฐาน
การศกึ ษาของสถานศกึ ษาใหก้ ลุ่มผู้เก่ยี วขอ้ งทง้ั ภายในและภายนอกรับทราบ
26
ขัน้ วางแผน (Plan)
๓) MANAGEMENT OF EDUCATIONAL QUALITY DEVELOPMENT PLANNING
การบริหารจัดการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยใช้ทฤษฎีการบริหาร SBM / PDCA / SYSTEM
THORY เข้ามาเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในกระบวนการวางแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ในระดบั โรงเรยี นดงั นี้
๓.๑ โรงเรยี นจดั ทำแผนพฒั นาการจัดการศึกษาของสถานศกึ ษา ด้วยการแต่งตั้งคณะทำงาน
และรวบรวมขอ้ มลู สารสนเทศเก่ยี วกบั สภาพภายในและสภาพภายนอกของสถานศกึ ษา
๓.๒) โรงเรยี นการวเิ คราะหข์ อ้ มูลเก่ยี วกบั สภาพภายในและสภาพภายนอกของสถานศกึ ษา
๓.๓) โรงเรียนนำผลการวิเคราะห์สภาพภายในและภายนอกของสถานศึกษาประมวลเป็น
วิสัยทัศน์ พนั ธกิจ และเป้าประสงค์ของสถานศกึ ษา
๓.๔) โรงเรียนกำหนดกลยุทธ์ ตัวชวี้ ัดความสำเรจ็ และกำหนดโครงการ/กิจกรรมให้เหมาะสม
กบั บริบทของโรงเรยี น
๓.๕) โรงเรียนจดั ทำรปู เล่มแผนพฒั นาการจดั การศึกษาท่ีมุง่ คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
ของสถานศกึ ษา (๓ ป)ี
๓.๖) โรงเรียนเสนอแผนพฒั นาจดั การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พื้นฐาน เพ่ือให้
ความเห็นชอบ
๓.๗) โรงเรียนจัดทำแผนปฏิบัตกิ ารประจำปี ท่ีสอดคล้องกบั แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของ
สถานศกึ ษา
๓.๘) โรงเรยี นเสนอแผนปฏบิ ัติการประจำปีต่อคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน เพ่ือให้
ความเห็นชอบ
๓.๙) การดำเนินการขั้นวางแผนเพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในระดับสายชั้นเรียน
และห้องเรียนโดยดำเนินการดังนี้
SMALL SCHOOL : เป็นการกระจายอำนาจในการบรหิ ารจดั การศกึ ษาสู่ทกุ สายชั้น
ตัง้ แต่ ระดับช้นั อนบุ าล ถงึ ระดบั ชั้นประถมศกึ ษปีท่ี ๖ เปรียบไดก้ บั โรงเรียนเล็กในโรงเรียนใหญ่
ANALYZE, NEED
๓.๙.๑) บรหิ ารจดั การห้องเรียน
๑) ความสะอาดและการจดั สภาพห้องเรยี นทมี่ ีบรรยากาศทีด่ ีสภาพห้องเรียนท่ีมี
บรรยากาศที่ดี คือ เป็นห้องเรียนที่มีความสะอาด แสงสว่างเพียงพอ และมีความเป็นระเบียบ มีป้ายชื่อนักเรียน
กำกบั ทั้งภาษาไทยและภาษาองั กฤษ มีป้ายชอื่ ครปู ระจำชัน้ มีปา้ ยทำเนียบรูปและชอ่ื -สกลุ ของนกั เรยี น มีสญั ลักษณ์
ของชาติ, ศาสนา, พระมหากษตั ริย์ และมีปา้ ยขอ้ ตกลงของหอ้ งเรยี น
๒) การจัดบรรยากาศห้องเรียนที่เอื้อและส่งเสริมการเรียนรูก้ ารจัดบรรยากาศ
หอ้ งเรียนท่เี อ้อื และสง่ เสรมิ การเรียนรู้ คือ หอ้ งเรยี นท่มี สี อื่ ICT ทพ่ี ร้อมใชง้ าน มีมุมส่งเสรมิ การเรยี นรู้ มปี ้ายนเิ ทศที่
สอดคล้องกับการเรียนการสอนและสถานการณ์ปัจจบุ ัน มกี ารจัดตกแต่งห้องเรียนให้สวยงามใช้สีสันเหมาะสมและ
เอื้อต่อการเรียนรู้ และมีการแสดงผลงานของนักเรยี นเปน็ ปัจจบุ ัน
๓.๙.๒) เพ่มิ ศักยภาพความเปน็ ครู
๑) ครูรู้จักนักเรยี นเปน็ รายบคุ คล
- ครเู ข้าใจความแตกต่างของผู้เรยี นเปน็ รายบุคคล
- มหี ลกั ฐานการวเิ คราะห์และจดั กล่มุ ผู้เรียน
- นำผลการวิเคราะห์ข้อมูลไปใช้ในการออกแบบการเรียนรเู้ ปน็ รายบคุ คล
- กำหนดเปา้ หมายผลสัมฤทธ์ิ
27
๒) ครใู ช้จิตวิทยาการเรียนรู้ และการเสรมิ แรงทางบวก
- ครสู อ่ื สารกับผ้เู รยี นด้วยท่าทีทเ่ี ปน็ มติ ร
- เปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี นแสดงความรู้สึกนกึ คดิ รับฟงั อยา่ งเขา้ ใจและใหเ้ กียรติ
- ใช้คำถามให้ผู้เรียนสะท้อนความรู้สึก หาสาเหตุ และผลการกระทำบน
พ้นื ฐานการยอมรับของผ้เู รยี น
- ใช้คำถามให้ผู้เรียนประเมินและเลือกทางเลือก กำหนดแนวปฏิบัติท่ี
เกดิ ผลดีกบั ตนเอง โดยสร้างข้อตกลงรว่ มกนั
- ครูเสริมแรงให้เกิดการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลดีต่อตนเองและ
สงั คม รวมถงึ มีความภาคภูมิใจ และยดึ ถือปฏิบัติอย่างยงั่ ยืน
๓) ครูใช้ ICT เพือ่ การสอนและสนับสนนุ การสอน
- ครูให้นักเรยี นทุกคน ใช้สอ่ื ICT เพอื่ ฝึกปฏบิ ตั ิตามกิจกรรมการเรียนรู้และ
ตามความต้องการ
- ครูใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรข์ ้นั พื้นฐานในกระบวนการจดั การเรียนรูไ้ ด้
- ครูมที กั ษะพื้นฐานในการใช้สอ่ื ICT
- ครูออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนใช้ส่ือ
ICT เพ่อื การเรียนรู้อยา่ งต่อเน่ือง
- ครูจัดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยใชส้ ่ือ ICT
ข้ันดำเนินงานตามแผน(Do)
๔) PLANNED PERFORMANCE การดำเนินงานตามแผนอย่างมี
ประสิทธภิ าพ ดังน้ี
๔.๑ ) โรงเรยี นกำหนดปฏิทินการดำเนินงานนำแผนปฏิบัติการประจำปีสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน
๔.๒) โรงเรียนดำเนนิ การตามกรอบระยะเวลาและกิจกรรม โครงการท่ีกำหนดผู้รับผิดชอบ
และผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่และระบบความรับผิดชอบตามที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพและเกิด
ประสิทธิผลสงู สุด
๔.๓ ผู้รับผิดชอบกิจกรรมในโครงการสรุปและรายงานผลการดำเนินงานตามกิจกรรมแล้ว
ผ้รู บั ผิดชอบโครงการนำมาสรปุ รวมเพ่ือจดั ทำรายงานโครงการ
๔.๔ การดำเนนิ งานประกันคุณภาพภายในระดบั สายชนั้ เรยี น และห้องเรยี นดำเนินการดงั นี้
UNDERSTAND TO , BEST PRACTICE
๔.๔.๑ จดั การเรยี นรทู้ ่เี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
๑) ครูมีหน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะ
สำคญั และคุณลักษณะองั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลาง
- ครูมหี น่วยการเรียนรูท้ ค่ี รบตามโครงสร้างหลกั สูตร โดยปรับมาจากตำราอ่ืน
ๆ วเิ คราะหเ์ ทยี บเคียงกับหลกั สูตรแกนกลาง ความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวัด สมรรถนะสำคัญ แล
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ตามหลักสตู รแกนกลาง
๒) ครูจัดทำและใชแ้ ผนการจดั การเรียนรตู้ ามหน่วยการเรยี นรู้
- ครูมีและใช้แผนการจัดการเรียนรู้จากเอกสาร ตำราอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับ
หน่วยการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนตามระดับความสามารถ และปรับปรุงพัฒนาแผนการจัดการ
เรียนรูอ้ ยา่ งต่อเนอ่ื ง
28
๓) ครจู ดั การเรียนรทู้ ีเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั
- ครมู ีการวางแผนและเตรียมการสอน
- ครูสร้างบรรยากาศ และเนน้ การมีสว่ นร่วมของนกั เรียน
- ครสู อนตามลำดับทีก่ ำหนดในแผน
- ครใู ช้สอ่ื หรอื แหล่งเรียนรไู้ ดเ้ หมาะสม
- ครจู ัดกิจกรรมการเรยี นรูส้ ง่ เสริมกระบวนการคิด
- รูปแบบกิจกรรมมีความหลากหลาย และบูรณาการให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมี
ความสขุ
- จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยสร้างบรรยากาศ เน้นการมีส่วนร่วม ส่งเสริม
กระบวนการคดิ ของผูเ้ รยี น มกี ารการบรู ณาการ
- รูปแบบกิจกรรมมีความหลากหลาย
ขน้ั การติดตามและตรวจสอบ (CHECK)
๕) HUMAN MONITORING FOR DEVELOPMENT ก า ร ต ิ ด ต า ม
ตรวจสอบเพ่ือพฒั นาการดำเนนิ งานของบคุ ลากร ในการประกันคุณภาพระดับโรงเรียนดงั น้ี
๕.๑) โรงเรยี นวางแผนตดิ ตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาดว้ ยกระบวนการนิเทศแบบมีส่วน
รว่ ม
๕.๒) โรงเรยี นดำเนินการตามแผนการติดตามตรวจสอบคณุ ภาพการศึกษา
๕.๓) โรงเรียนรายงานและนำผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาไปใชใ้ นการปรับปรุง
พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาให้เปน็ ไปตามมาตรฐานการศึกษา
๕.๔) โรงเรยี นแตง่ ตั้งผูร้ ับผิดชอบในการประเมนิ ผลและตรวจสอบคุณภาพการศกึ ษา ทงั้ ระดับ
บคุ คลและระดับสถานศกึ ษา
๕.๕) ครูทุกคนดำเนินการประเมินผู้เรียนตามกรอบการประเมินของสถานศึกษาด้วย
กระบวนการ PLC
๕.๖) ครูรว่ มกันสรุปผลรายชัน้ เรยี น ในแต่ละมาตรฐานและประเด็นพจิ ารณา
๕.๗) โรงเรยี นสรปุ ผลภาพรวมของโรงเรียน ในแตล่ ะมาตรฐานและประเด็นพิจารณา
๕.๘) ประเมินผลและตรวจสอบคณุ ภาพการศกึ ษาภายในสถานศึกษาอยา่ งนอ้ ย ภาคเรียนละ๑
คร้ัง
๕.๘.๑ ) การประเมินผลและตรวจสอบคณุ ภาพการศึกษาภายในระดบั สายชัน้ เรยี น และ
หอ้ งเรียนดังนี้
ASSESSMENT
๑) วดั ผลประเมินผลอย่างหลากหลาย
- ครูมีการวดั ผลและประเมินผลทเี่ ปน็ ไปตามหลักการและกระบวนการของ
การวัดผลและประเมนิ ผลตามหลกั สูตร
- ครูมีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงด้วยวิธีการและเครื่องมือท่ี
หลากหลาย
- ครูมีเกณฑ์การประเมินผลงาน/ชิ้นงานครอบคลุมมาตรฐาน/ตัวชี้วัด/
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครูมีการนำผลการประเมินมาวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของผู้เรียน และ
สะทอ้ นผลสู่ผู้เรียน เพ่อื การพัฒนา
29
- ครูมีการนำผลการประเมินมาจัดกลุ่มผู้เรียนและออกแบบการจัดการ
เรยี นรูอ้ ย่างเหมาะสมและตอ่ เน่ือง
- ครมู ีการรายงานผลต่อผเู้ กย่ี วขอ้ งเพ่ือใช้ผลการพฒั นาผู้เรียนร่วมกัน
ข้นั ประเมนิ ตนเองและรายงาน
๖.๑) ORGANIZATIONAL ASSESSMENTS AND REPORTS การประเมนิ ตนเองและรายงาน
โดยดำเนินการดังนี้
๖.๑.๑ ) ครูดำเนินการประเมินตนเอง และจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองของครู
(Teacher Self-Assessment Report : T-SAR) ทสี่ ะทอ้ นคุณภาพผูเ้ รียนจากการปฏบิ ัตงิ านของตนเอง
๖.๑.๒) โรงเรียนสรุปและจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานผลการประเมินตนเอง
(Self-Assessment Report : SAR) ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ที่สะท้อนคุณภาพผู้เรียน และ
ผลสำเรจ็ ของการบรหิ ารจดั การศกึ ษา
๖.๑.๓) โรงเรยี นนำเสนอรายงานผลการประเมินตนเองต่อคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั
พน้ื ฐาน เพ่อื ใหค้ วามเหน็ ชอบ
๖.๑.๔) โรงเรียนจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ เปน็ ประจำทุกปี และเผยแพร่รายงานฯ ตอ่ สาธารณชนทางช่องทางตา่ ง ๆ
ข้ันสะทอ้ นคณุ ภาพเพ่ือปรบั ปรุง (ACT)
๖) LEARNING TO REFLECT QUALITY AND IMPROVE การเรยี นร้สู ะท้อนคณุ ภาพเพือ่
ปรบั ปรงุ
๗.๑ โรงเรียนนำผลการประเมินติดตามตรวจสอบคุณภาพของโรงเรียนทั้งระบบไปจดั ทำข้อมูล
สารสนเทศเพือ่ นำไปใช้ในการวางแผนพฒั นาคณุ ภาพอย่างตอ่ เนือ่ ง
๗.๒ การประกันคณุ ภาพภายในระดับสายชัน้ เรียน และห้องเรียนโดยครนู ำผลการดำเนนิ งานมา
พัฒนาการจัดการเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนอื่ งเพ่ือพัฒนาตนเองสคู่ รืออาชีพดังนี้
NETWORK
๗.๒.๑) ครูเข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มีผลงานการวิจัยในชั้นเรียน
- ครูเข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มีการนำข้อมูลนักเรียนเป็น
รายบุคคลมาใชใ้ นการวเิ คราะหป์ ัญหานักเรียน
- ครูเข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มีการพัฒนานวัตกรรมการแก้ไข
ปัญหานักเรียนร่วมกัน เพื่อนำนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นไปใช้แก้ปัญหานักเรียนในห้องเรียนของตนเอง
- ครเู ข้าร่วมชมุ ชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มกี ารแลกเปลยี่ น เรยี นรูร้ ว่ มกนั เพอื่
พฒั นานวัตกรรมไปใช้แกไ้ ชปญั หานกั เรยี นในหอ้ งเรียนของตนเอง
- ครูเข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มีการจัดทำและรายงานวิจัยชั้น
เรียนเกยี่ วกบั การใช้และพฒั นานวัตกรรมการจัดการเรยี นรตู้ ามที่ตกลงรว่ มกนั
- ครูเข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มีการนำผลการวิจัยในชั้นเรียนไป
แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ (Show & Share) ในกลุม่ ชมุ ชนการเรียนรทู้ างวิชาชีพ
๗.๒.๒) ครศู กึ ษาและพฒั นาตนเอง
- ครูมีแผนพฒั นาตนเอง ID Plan
- ครมู ปี ฏทิ ินการทำงานของตนเอง
- ครมู บี นั ทกึ ขอ้ ตกลงเพื่อพัฒนางาน (MOU) ตอ่ ผ้บู รหิ ารโรงเรยี น
- ครมู กี ารเชอื่ มโยงและบูรณาการแผนงานของตนเองกบั แผนงานของโรงเรียน
30
- ครวู างแผนพฒั นาผูเ้ รียนโดยเนน้ การมสี ่วนรว่ มของนักเรียน
องคป์ ระกอบที่ ๓ ด้านผลผลิต (Output) และผลลัพธ์(Outcome)
๑) ดา้ นผลผลิตคือ โรงเรียนคณุ ภาพ (Smart School)
๒) ดา้ นผลลพั ธ์
๒.๑) นวัตกรรมการบริหาร (JUMPHOL+SSANUBANS : MODEL)
๒.๒) ครูมีชมุ ชนการเรียนรูท้ างวิชาชีพ ( Professional Learning Community: PLC)
๒.๓) คณุ ภาพของผ้เู รียนที่เกิดจากการพฒั นาคุณภาพในการจัดการเรียนการเรยี นการสอนโดย
การบริหารจดั การห้องเรยี นคุณภาพของครแู ละบุคลากร และการสร้างเครอื ข่ายชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ (PLC) ภายใน
โรงเรียนแต่ละสายชั้นเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ และบรรลุเป้าหมายของหลักสูตร
และมาตรฐานการศกึ ษาของโรงเรยี นท่ีตง้ั ไว้ประกอบด้วยคณุ ภาพของเดก็ ในระดับอนบุ าลเกีย่ วกับพฒั นาการที่สมวัย
และระดบั การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ๒ ดา้ นของผ้เู รยี น (STUDENTS) ดงั น้ี
๑) ดา้ นผลสมั ฤทธ์ทิ างวชิ าการของนักเรียน
๑.๑) ความสามารถในการอ่านตามเกณฑ์ของแต่ละระดับช้ัน
๑.๒) ความสามารถในการเขียนตามเกณฑ์ของแต่ละดับชนั้
๑.๓) ความสามารถในการส่ือสารภาษาไทยตามเกณฑ์ของแต่ละระดับช้นั
๑.๔) ความสามารถในการสอ่ื สารภาษาอังกฤษตามเกณฑข์ องแตล่ ะระดบั ช้นั
๑.๕) ความสามารถในการคำนวณตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชนั้
๑.๖) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ คดิ วิจารญาณ อภปิ ราย และแลกเปล่ียน
ความคิดเห็นและแกป้ ญั หา
๑.๗) ความสามารถในการสรา้ งนวัตกรรม
๑.๘) ความสามรถในการใช้เทคโนโลยีและการสื่อสาร
๑.๙) ความกา้ วหน้าทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา
๑.๑๐) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นจากการวัดผลปลายปขี องแตล่ ะชนั้
๑.๑๑) ค่าเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติ/ระดับเขตพื้นที่การศึกษาของนักเรียนมี
พัฒนาการสูงขน้ึ หรอื คณุ ภาพเปน็ ไปตามเปา้ หมาย
๑.๑๒) มคี วามรู้ ทกั ษะพ้นื ฐาน และเจตคติทดี่ ีตอ่ งานอาชพี
๒) ด้านคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ของนกั เรยี น
๒.๑) การมคี ุณลักษณะและค่านิยมทดี่ ตี ามท่ีสถานศึกษากำหนดโดยไมข่ ดั กับ
กฎหมายและวัฒนธรรมอนั ดงี ามของสังคม
๒.๒) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
๒.๓) ความภมู ิใจในท้องถ่นิ และความเปน็ ไทย
๒.๔) การยอมรับเหตุผล ความคิดเห็นของผอู้ ืน่ และมีมนษุ ยสมั พันธท์ ่ดี ี
๒.๕) การมีวธิ ีรักษาสุขภาพของตนเองให้แขง็ แรง
๒.๖) การรักษาอารมณ์และสุขภาพจติ ให้ดีอยู่เสมอ
๒.๗) การรู้และวิธีการป้องกันตนเองจากการล่อลวง ข่มเหง รงั แก
๒.๘) การไม่เพิกเฉยต่อการกระทำสิ่งที่ไม่ถกู ต้อง และอยู่ร่วมกันด้วยดีในครอบครวั
ชมุ ชน และสังคม
องค์ประกอบที่ ๔ ดา้ นข้อมูลย้อนกลบั (Feedback)
31
ถา้ ดา้ นผลผลติ (Output) และผลลพั ธ(์ Outcome) ไม่เปน็ ไปตามที่คาดหวังต้องย้อนกลบั ไปดู
และทบทวนทปี่ ัจจยั นำเขา้ (INPUT) และกระบวนการ(PROCESS) อกี ครงั้ วา่ เกิดไรข้ึนถงึ ไมเ่ ปน็ ตามทวี่ างแผน
๓.วัตถปุ ระสงค์
๔.๑ เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในโดยการน้อมนำศาสตร์
พระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปน็ แนวทางในการบรหิ าร
๔.๒ เพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียนตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรยี นอนุบาลจมุ พลโพนพิสัย
๔.๓ เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพครผู สู้ อนตามมาตรฐานการศกึ ษาของโรงเรยี นอนบุ าลจุมพลโพนพิสยั
๔. หลักการบรหิ ารจดั การศกึ ษา JUMPHOL+SSANUBANS MODEL
รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ เป็นการบริหารจัดการและการดําเนินกิจกรรมเพื่อ
พัฒนาคุณภาพของผูเรียนอยางตอเนื่อง ซึ่งจะเปนการสรางความมั่นใจใหกับผูรับบริการทางการศึกษา วาการ
ดำเนินการจัดการศึกษาของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ ในการดำเนินการครั้งนี้ โรงเรียนไดใช้รูปแบบของ
JUMPHOL+SSANUBANS MODEL เพอ่ื ขับเคลื่อนกลยทุ ธข์ องโรงเรียนสกู่ ารปฏิบตั ิ โดยใช้หลักการและทฤษฎี
การบริหารเพื่อพัฒนาองค์กร ( Organizational development : OD) ) การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
(SBM) การบริหารวงจรคณุ ภาพเดมม่ิง PDCA และการบรหิ ารเชงิ ระบบ (system approach) เพ่อื พัฒนาระบบการ
ประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
หนองคายเขต ๒ ท้ังระดับโรงเรยี น และระดบั ห้องเรยี นเพอ่ื พฒั นาคุณภาพของผูเรียนอยางตอเนอ่ื ง โดยมจี ุดหมาย
สุดท้ายคือผู้เรียนมีทักษะในศตรรษที่ ๒๑ (๓R&๘R) ได้แก่ทักษะทางวิชาการ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดี
ทกั ษะอาชพี และทักษะชวี ิตโิ ดยเรยี นรูด้ ว้ ยการลงมอื ปฏบิ ัติจริง มงุ่ มัน่ พฒั นาครู บคุ ลกรทางการศึกษาให้เป็นชุมชน
แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่เน้นพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ และจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ Active learning
รวมทั้งพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรยี นชั้นนำ (Smart School) ภายใต้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพ่ือพัฒนา
ระบบการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ ด้วยรูปแบบของ JUMPHOL+SSANUBANS : MODEL เชื่อมโยงกับสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ ในการนำนโยบาย และจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐานสกู่ ารปฏิบตั ิ โรงเรียนจงึ ปรับโมเดลเปน็ JUMPHOL+SSANUBANS NAGA : MODEL ดัง
แผนภาพท่ี ๓.๖
N N:N
สร้าง
A
NAGAขบั เคล่อื น
G
A:
A ระบ
ด้าน
แผนภาพที่ ๓.๖: รปู แบบการบริหารเพือ่ พฒั นาระบบประกันคุณภาพภายในเชือ่ มโยง
32
NETWORK ข้นั เตรียมการวางแผนประสานเตรยี มการ ครูจัดการเรียนรู้
งการรบั รูว้ ิเคราะห์ความสอดคล้อง เนน้ ผเู้ รยี นฯ
(Active
โรงเรียนมี
learning) ทีม่ ี คณุ ภาพ
ปลอดภยั
คุณภาพทกุ
ระดบั ชัน้
A : ACTIVE ข้นั ปฏิบตั เิ ปน็ การดําเนนิ การโดย ผู้บริหารมกี าร
ขบั เคล่อื นนโยบายและจุดเน้น บริหารจดั การ
G : GOOD GOVERNANCE ข้ันการสรา้ งวนิ ยั ที่ดี
ปลูกฝงั คณุ ธรรมในการกํากับ ติดตาม ตรวจสอบ ผลการ
ด้วยคา่ นิยม ๕ ร (ร่วมคดิ รว่ มทํา รว่ มรบั ผิดชอบ ดาเนินงาน
รว่ มนาํ เสนอ รว่ มภาคภมู ใิ จ)
ผู้เรยี นเขา้ ถึงโอกาส ปลอดภยั
มคี ณุ ภาพ
ASSESSMENT ขั้นการวัดผลและประเมินผลท้ัง
บบ(JUMPHOL+SSANUBANS NAGA MODEL)
นปัจจยั ด้านกระบวนการ ดา้ นผลผลติ และผลลพั ท์
งกบั สพป.หนองคาย เขต ๒ “JUMPHOL+SSANUBANS NAGA : MODEL”
๓๒
สว่ นท่ี ๔
การขบั เคล่อื นรูปแบบการบรหิ ารสูก่ ารปฏบิ ตั ิ
การดำเนินการพัฒนานวัตกรรม JUMPHOL+SSANUBANS NAGA : MODEL เป็นรูปแบบการบริหาร
เพอ่ื การประกันคุณภาพคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยน้อมนำศาสตรพ์ ระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็น
แนวทางของโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย เป็นแนวทางควบคู่กับการบริหารงานด้วยระบบคุณภาพ ใช้เทคนิค
กระบวนการวงจรเดมมิ่ง (PDCA) ทฤษฎีระบบ(System Theory) แนวทางการประกนั คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา
ด้วยแนวคิดแบบไคเซน็ โดยมรี ายละเอยี ดของการดำเนนิ งาน ดังตารางท่ี ๔.๑ - ๔.๔ ดังนี้
ตารางที่ ๔.๑ แสดงแนวทางการขับเคลอื่ นรูปแบบการบริหารสกู่ ารปฏบิ ัติระดบั โรงเรยี น
รูปแบบ แนวทางการดำเนนิ งาน(Process) ผลผลิต (Output)
๑)JUSTICE TO ๑.๑ โรงเรียนศึกษาสภาพผลการดำเนินงานในภาพรวม -ขอ้ มลู วิเคราะห์สถานภาพ
LEAD THE ของรอบปกี ารศกึ ษาท่ผี ่านมาจากรายงานผลการประเมนิ ของโรงเรยี น
ORGANIZATION ตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) และ
การนำองค์กร คำแนะนำของสำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา
อยา่ งชัดเจนและ หนองคาย เขต ๒ ของปีการศกึ ษาที่ผ่านมา
ยตุ ธิ รรม ๑.๒โรงเรียนวเิ คราะห์ผลการดำเนินงานในรอบปที ีผ่ ่าน
รวมถึงใชข้ ้อมลู สารสนเทศของสถาน ศึกษาประกอบการ -ทิศทางในการขบั เคลอื่ น
พจิ ารณา โดยการดำเนนิ การรว่ มกนั ของคณะครวู า่ เรื่อง การดำเนินงานพัฒนา
ใดทตี่ ้องปรับปรุงพฒั นา เรื่องใดทีต่ อ้ งคงสภาพ เร่ืองใดท่ี คณุ ภาพการศกึ ษา
ตอ้ งตอ่ ยอด และจะพัฒนาเพม่ิ เติมในเรอื่ งใด
๑.๓ โรงเรียนนอ้ มนำศาสตร์พระราชามาใช้บริหารทกุ
ขน้ั ตอน
-แนวทางการใช้ศาสตร์
พระราชาในการบริหาร
๒) ๒.๑ โรงเรยี นกำหนดมาตรฐานการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน โดย -คำสั่ง
UNDERSTANDING การแตง่ ตงั้ คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการศึกษา -คา่ นยิ ม
EDUCATIONAL ของสถานศกึ ษา และการสร้างจิตสำนึกจากคา่ นิยม ๕ ร
STANDARDS ทำ ของโรงเรยี นคือ ร่วมคิด ร่วมทำ รว่ มนำเสนอ ร่วม
ความเข้าใจกำหนด รับผดิ ชอบ และรว่ มภาคภูมิใจ ในการพฒั นาคุณภาพ
มาตรฐาน การศึกษา๒.๒ โรงเรียนวเิ คราะห์ความสมั พันธข์ อง
มาตรฐานการศกึ ษาต่าง ๆ โดยรว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละ -ร่างมาตรฐานสอดคล้องกบั
กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษาทสี่ อดคลอ้ ง บริบทของสถานศกึ ษา
กับบรบิ ทของสถานศึกษา และพจิ ารณาสาระสำคัญทจ่ี ะ -อตั ลักษณ์ของสถานศกึ ษา
กำหนดในมาตรฐานประเดน็ พจิ ารณาท่ีสะทอ้ นอัตลักษณ์
ของสถานศึกษา
๓๔
รูปแบบ แนวทางการดำเนินงาน(Process) ผลผลติ (Output)
-มาตรฐานการศกึ ษาของ
๓.๑) ๒.๓ โรงเรียนกำหนดมาตรฐานการศึกษาของ โรงเรยี นและค่าเป้าหมาย
MANAGEMENT สถานศกึ ษา คา่ เป้าหมายความสำเร็จของแต่ละ
OF มาตรฐาน ของประเดน็ พิจารณา -เครื่องมอื ประเมนิ และ
EDUCATIONAL เครอ่ื งมอื เกบ็ รวบรวมข้อมูล
QUALITY ๒.๔ โรงเรียนตรวจสอบและทบทวนมาตรฐาน
DEVELOPMENT การศกึ ษาของสถานศกึ ษา -ประกาศใช้มาตรฐาน
PLANNING ๒.๕ โรงเรยี นกำหนดกรอบมาตรฐานการประเมนิ การ การศกึ ษาของโรงเรยี น
การบริหารจัดการ สรา้ งเครือ่ งมอื ประเมนิ และเคร่ืองมอื เกบ็ รวบรวม -ประกาศกำหนดคา่ เปา้ หมาย
วางแผนพัฒนา ข้อมูล ตามมาตรฐานการศึกษาของ
คุณภาพการศกึ ษา -คำสง่ั
๒.๖ โรงเรียนประกาศใชม้ าตรฐานการศกึ ษา และ -สารสนเทศของสถานภาพ
ประกาศกำหนดค่าเปา้ หมายตามมาตรฐานการศึกษา ของโรงเรียน
ของโรงเรียนใหก้ ลมุ่ ผู้เก่ยี วข้องทง้ั ภายในและภายนอก
รับทราบ -ข้อมูลสถานภาพของโรงเรียน
๓.๑ โรงเรียนจัดทำแผนพัฒนาการจดั การศกึ ษาของ -วิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ และ
สถานศึกษา ดว้ ยการแต่งตงั้ คณะทำงาน และรวบรวม เป้าประสงค์ของสถานศกึ ษา
ข้อมลู สารสนเทศเกี่ยวกบั สภาพภายในและสภาพ -กลยุทธ์ ตวั ช้ีวัดความสำเร็จ
ภายนอกของสถานศึกษา โครงการ/กจิ กรรม
๓.๒) โรงเรียนการวเิ คราะหข์ อ้ มลู เก่ียวกับสภาพ -แผนพฒั นาคุณภาพ
ภายในและสภาพภายนอกของสถานศึกษา การศึกษา
๓.๓) โรงเรียนนำผลการวิเคราะห์สภาพภายใน -รายงานการประชมุ
-ความเห็นชอบคณะกรรมการ
และภายนอกของสถานศกึ ษาประมวลเป็นวิสยั ทัศน์ ฯ
พนั ธกจิ และเป้าประสงคข์ องสถานศึกษา -แผนปฏบิ ัติการประจำปี
๓.๔) โรงเรียนกำหนดกลยทุ ธ์ ตวั ชีว้ ัดความสำเร็จ -รายงานการประชมุ
และกำหนดโครงการ/กจิ กรรมให้เหมาะสมกบั บริบท -ความเหน็ ชอบคณะกรรมการ
ของโรงเรียน ฯ
๓.๕) โรงเรยี นจดั ทำรปู เลม่ แผนพฒั นาการจัด
การศึกษาท่มี ่งุ คณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาของ
สถานศกึ ษา (๓ ปี)
๓.๖) โรงเรียนเสนอแผนพัฒนาจัดการศกึ ษาต่อ
คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน เพอื่ ให้ความ
เหน็ ชอบ
๓.๗) โรงเรยี นจดั ทำแผนปฏบิ ัติการประจำปี ท่ี
สอดคล้องกับแผนพัฒนาการจดั การศึกษาของ
สถานศึกษา
๓.๘) โรงเรยี นเสนอแผนปฏิบตั กิ ารประจำปีต่อ
คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน เพ่อื ให้ความ
เห็นชอบ
๓๕
รปู แบบ แนวทางการดำเนินงาน(Process) ผลผลติ (Output)
๔)PLANNED
PERFORMANCE ๔.๑)โรงเรยี นกำหนดปฏิทนิ การดำเนินงานนำ -ปฏทิ นิ การดำเนินงาน
การดำเนินงานตามแผน
อย่างมีประสิทธิภาพ แผนปฏิบัตกิ ารประจำปีสูก่ ารปฏบิ ัติท่ชี ัดเจน
๕)HUMAN ๔.๒) โรงเรยี นดำเนินการตามกรอบระยะเวลาและ -ดำเนินตามโครงการ
MONITORING FOR
DEVELOPMENT การ กิจกรรม โครงการที่กำหนดผู้รบั ผิดชอบและผเู้ ก่ยี ว
ติดตามตรวจสอบเพอื่
พัฒนาการดำเนนิ งาน ข้องปฏบิ ัติตามบทบาทหนา้ ทแี่ ละระบบความ
ของบุคลากร
รับผดิ ชอบตามทก่ี ำหนดอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
๖)ORGANIZATIONAL
ASSESSMENTS AND และเกิดประสทิ ธผิ ลสูงสุด
REPORTS การประเมิน
ตนเองและรายงาน ๔.๓ ผู้รบั ผิดชอบกจิ กรรมในโครงการสรุปและ -รายงานโครงการ
รายงานผลการดำเนินงานตามกจิ กรรมแลว้
ผู้รบั ผิดชอบโครงการนำมาสรปุ รวมเพ่ือจัดทำ
รายงานโครงการ
๕.๑) โรงเรียนวางแผนติดตามตรวจสอบคุณภาพ -แผนนิเทศ
การศกึ ษาด้วยกระบวนการนิเทศแบบมีสว่ นร่วม
๕.๒) โรงเรียนดำเนินการตามแผนการตดิ ตาม -คำส่งั
ตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
๕.๓) โรงเรียนรายงานและนำผลการตดิ ตาม -แผนติดตามตรวจสอบ
ตรวจสอบคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการปรับปรุง -สรปุ ผลการรายงาน
พฒั นาคุณภาพสถานศกึ ษาให้เป็นไปตามมาตรฐาน
การศึกษา
๕.๔) โรงเรยี นแตง่ ตงั้ ผรู้ ับผิดชอบในการประเมนิ ผล -คำสงั่
และตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
ทง้ั ระดับบุคคลและระดบั สถานศกึ ษา
๕.๕) ครทู ุกคนดำเนินการประเมินผู้เรยี นตามกรอบ -ขอ้ มูลสรปุ รายชัน้ แตล่ ะ
การประเมนิ ของสถานศึกษาด้วยกระบวนการ PLC มาตรฐาน
๕.๖) ครูรว่ มกันสรปุ ผลรายชัน้ เรยี น ในแต่ละ - ขอ้ มลู สรุปโรงเรยี นแต่ละ
มาตรฐานและประเดน็ พจิ ารณา มาตรฐาน
๕.๖) โรงเรยี นสรุปผลภาพรวมของโรงเรยี น ในแต่ -แผนตรวจสอบคุณภาพ
ละมาตรฐานและประเด็นพิจารณา
๕.๗) ประเมนิ ผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
ภายในสถานศกึ ษาอย่างนอ้ ย ภาคเรียนละ๑ คร้ัง
๖.๑ ) ครูดำเนินการประเมินตนเอง และจดั ทำ -SAR ครู
รายงานผลการประเมนิ ตนเองของครู
(Teacher Self-Assessment Report : T-SAR)
ทส่ี ะทอ้ นคณุ ภาพผู้เรียนจากการปฏบิ ัตงิ านของ
ตนเอง
๖.๒) โรงเรยี นสรุปและจดั ทำรายงานประจำปที ่ี SAR โรงเรยี น
เป็นรายงานผลการประเมนิ ตนเอง (Self-
Assessment Report : SAR) ตามมาตรฐาน
๓๖
รปู แบบ แนวทางการดำเนนิ งาน(Process) ผลผลิต (Output)
๗)LEARNING TO การศึกษาของสถานศกึ ษา ที่สะท้อนคุณภาพ
REFLECT QUALITY
AND IMPROVE การ ผู้เรียน และผลสำเร็จของการบริหารจัดการศกึ ษา
เรยี นรสู้ ะทอ้ นคณุ ภาพ
เพ่ือปรับปรุงพฒั นา ๖.๓) โรงเรยี นนำเสนอรายงานผลการประเมิน -รายงานการประชุม
อย่างอย่างตอ่ เนอื่ ง
ตนเองตอ่ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
เพ่อื ให้ความเห็นชอบ
๖.๔) โรงเรยี นจัดส่งรายงานผลการประเมนิ ตนเอง -หนังสอื นำส่ง/เอกสารSAR
ต่อสำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา -website
หนองคาย เขต ๒ เป็นประจำทุกปี และเผยแพร่
รายงานฯ ตอ่ สาธารณชนทางชอ่ งทางตา่ งๆ
๗.๑)โรงเรียนนำผลการประเมนิ ติดตามตรวจสอบ -ข้อมลู ในการทำแผนพัฒนา
คุณภาพของโรงเรียนทง้ั ระบบไปจดั ทำขอ้ มูล การศึกษา
สารสนเทศเพ่ือนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนา
คุณภาพอย่างตอ่ เนอื่ ง
๗.๒) การสรา้ งเครือข่ายและขยายเครือขา่ ยเรยี นรู้ -ชมุ ชนการเรียนรวู้ ิชาชพี (PLC)
ร่วมกันในรูปแบบของการจดั การเรียนรู้(KM)มกี าร
สะทอ้ นผลการดำเนินงานและทำให้เป็นชุมชนการ
เรียนรวู้ ิชาชพี (PLC) ซ่ึงจะเปน็ กระบวนการพฒั นา
อย่างตอ่ เนื่องต่อไป
๓๗
ตารางท่ี ๔.๒ แสดงแนวทางการขับเคล่อื นรปู แบบการบริหารสกู่ ารปฏบิ ตั ิระดับหอ้ งเรยี น
รูปแบบ แนวทางการดำเนินงาน(Process) ผลผลติ (Output)
๑.๑) ครูวิเคราะห์ผเู้ รียนเป็นรายบคุ คล
๑) ANALYZE - ครูเข้าใจความแตกต่างของ
วิเคราะห์ผู้เรยี น ผู้เรียนเป็นรายบุคคล
- มีหลักฐานการวิเคราะห์และ
๒) NEED ๒.๑) ความต้องการของครู จัดกลุ่มผู้เรยี น
ความตอ้ งการ ๒.๑.๑) การบริหารจัดการหอ้ งเรียน - นำผลการวิเคราะห์ข้อมูลไป
ใช้ในการออกแบบการเรียนรู้
๒.๑.๒) การเพมิ่ ศักยภาพของครู เป็นรายบุคคล
- กำหนดเป้าหมายผลสัมฤทธิ์
สภาพห้องเรียนทม่ี ีบรรยากาศ
ทีด่ ี คอื เปน็ ห้องเรยี นทมี่ คี วาม
สะอาด แสงสว่างเพียงพอ
และมีความเป็นระเบียบ มี
ป ้ า ย ช ื ่ อ น ั ก เ ร ี ย น ก ำ ก ั บ ทั้ ง
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มี
ป้ายชื่อครูประจำชั้น มีป้าย
ทำเนียบรูปและชื่อ-สกุลของ
นกั เรียน มีสัญลกั ษณ์ของชาติ,
ศาสนา, พระมหากษัตริย์ และ
มีป้ายขอ้ ตกลงของหอ้ งเรียน
มีสื่อ ICT ที่พร้อมใช้งาน มีมุม
ส่งเสริมการเรียนรู้ มีป้าย
นิเทศท่ีสอดคล้องกับการเรียน
ก า ร ส อ น แ ล ะ ส ถ า น ก า ร ณ์
ปัจจุบัน มีการจัดตกแต่ง
ห้องเรียนให้สวยงามใช้สีสัน
เหมาะสมและเอื้อต่อการ
เรยี นรู้ และมกี ารแสดงผลงาน
ของนักเรยี นเปน็ ปัจจุบนั
-ครูใชจ้ ิตวิทยาการเรียนรู้ และ
การเสริมแรงทางบวก
-ครูสื่อสารกับผู้เรียนดว้ ยท่าที
ทเ่ี ป็นมติ ร
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดง
ความรู้สึกนึกคิด รับฟังอย่าง
เขา้ ใจและใหเ้ กยี รติ
๓๘
ตารางท่ี ๔.๒ (ตอ่ ) แนวทางการดำเนนิ งาน(Process) ผลผลติ (Output)
รปู แบบ - ใช้คำถามให้ผเู้ รียนสะทอ้ น
ความรสู้ กึ หาสาเหตุ และผล
การกระทำบนพนื้ ฐานการ
ยอมรับของผเู้ รยี น
- ใช้คำถามให้ผู้เรียนประเมนิ
และเลอื กทางเลอื ก กำหนด
แนวปฏบิ ัติที่เกดิ ผลดีกับ
ตนเอง โดยสร้างข้อตกลง
ร่วมกัน
-ครเู สรมิ แรงให้เกิดการปฏิบตั ิ
อยา่ งต่อเน่ืองจนเกดิ ผลดีตอ่
ตนเองและสังคม รวมถงึ มี
ความภาคภมู ิใจ และยึดถือ
ปฏบิ ัตอิ ย่างยงั่ ยนื
-ครใู ช้ ICT เพื่อการสอนและ
สนับสนุนการสอน
- ครูใหน้ กั เรียนทุกคน ใชส้ ื่อ
ICT เพื่อฝึกปฏิบัตติ าม
กิจกรรมการเรยี นรูแ้ ละตาม
ความตอ้ งการ
- ครูใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์
ขน้ั พื้นฐานในกระบวนการ
จดั การเรยี นรไู้ ด้
-ครูมที ักษะพื้นฐานในการใช้
ส่ือ ICT
- ครูออกแบบและจดั กิจกรรม
การเรยี นรู้ โดยเปิดโอกาสให้
นักเรยี นใชส้ ือ่ ICT เพ่ือการ
เรียนรู้อยา่ งตอ่ เนื่อง
- ครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรูโ้ ดย
ใช้สอื่ ICT
ตารางที่ ๔.๒ (ตอ่ ) แนวทางการดำเนินงาน(Process) ๓๙
๓.๑) วเิ คราะหห์ ลักสูตร
รปู แบบ ผลผลติ (Output)
๓) UNDERSTAND TO -ครูมีหนว่ ยการเรียนรู้ที่
สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการ
ACTIVE LEARNING เรยี นรู้ ตวั ชี้วดั สมรรถนะ
จัดการเรยี นรทู้ ี่เน้นผเู้ รยี น สำคัญและคุณลกั ษณะองั พงึ
เป็นสำคญั ประสงคต์ ามหลกั สตู ร
แกนกลาง
๓.๒) ครจู ดั ทำและใช้แผนการจัดการเรยี นรตู้ าม - ครมู ีหน่วยการเรยี นรทู้ ่คี รบ
หน่วยการเรยี นรู้ ตามโครงสรา้ งหลกั สูตร โดย
ปรบั มาจากตำราอนื่ ๆ
๓.๓) ครูจัดการเรียนร้ทู ีเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ วิเคราะห์เทียบเคียงกบั
หลกั สูตรแกนกลาง ความ
สอดคล้องกับมาตรฐานการ
เรียนรู้ ตัวช้วี ัด สมรรถนะ
สำคญั และคณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงคต์ ามหลกั สูตร
- ครมู แี ละใช้แผนการจัดการ
เรียนรจู้ ากเอกสาร ตำราอ่นื ๆ
ทส่ี อดคล้องกับหน่วยการ
เรียนรู้ เพอ่ื ส่งเสรมิ พัฒนาการ
ของผเู้ รียนตามระดับ
ความสามารถ และปรับปรุง
พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้
อยา่ งต่อเนอื่ ง
- ครมู กี ารวางแผนและ
เตรยี มการสอน
- ครสู ร้างบรรยากาศ และเนน้
การมสี ว่ นรว่ มของนกั เรยี น
- ครสู อนตามลำดับที่กำหนด
ในแผน
- ครใู ช้สอ่ื หรอื แหล่งเรยี นรู้ได้
เหมาะสม
- ครจู ัดกิจกรรมการเรียนรู้
สง่ เสริมกระบวนการคดิ
- รูปแบบกจิ กรรมมคี วาม
หลากหลาย และบูรณาการให้
ผู้เรียนเรยี นรอู้ ย่างมีความสขุ
๔๐
ตารางที่ ๔.๒ (ต่อ) แนวทางการดำเนินงาน(Process) ผลผลิต (Output)
รูปแบบ - จัดกจิ กรรมการเรียนรโู้ ดย
๔) BEST PRACTICE สร้างบรรยากาศ เนน้ การมี
สร้างนวตั กรรมการเรียนรู้
สว่ นร่วม สง่ เสริมกระบวนการ
คิดของผูเ้ รยี น มกี ารการ
บูรณาการ
กระบวนการการสรา้ งและพัฒนา นวตั กรรมการเรียนรู้ของครูใน
นวัตกรรม 5 ขัน้ ตอน แต่ละระดบั ช้นั
ข้นั ตอนท่ี 1 การศึกษาเอกสารแนวคดิ หลักการ
เป็นขั้นตอนของการสำรวจวา่ ในทางวชิ าการมี
พฒั นาเร่ืองน้ไี วว้ ่าอยา่ งไร มีใครทีเ่ คยประสบปญั หา
การพฒั นาการเรยี นรหู้ รือการบรหิ ารสถานศึกษา
เชน่ เดยี วกันน้ีมาก่อน และคนท่ีหาปญั หา
เชน่ เดยี วกันนี้มแี นวทางในการแก้ไขปญั หานีใ้ น
ห้องเรยี นของตนเองอย่างไร เพ่ือใหไ้ ดแ้ นวคดิ และ
แนวทางทจ่ี ะนำมาแก้ปัญหาของตนเองตอ่ ไป
1.1 การแลกเปลีย่ นเรียนรแู้ ละการแสวงหาแนวคิด
และหลักการ
1.2 การศึกษาเอกสารงานวิจยั และประสบการของ
ผู้เก่ยี วขอ้ ง
ขัน้ ตอนท่ี 2 การเลอื กและการวางแผนสร้าง
นวตั กรรม
โดยพจิ ารณาเลอื กจากลักษณะของนวตั กรรมการ
เรยี นรู้ทด่ี ี ดังน้ี
1. เป็นนวตั กรรมการเรียนรทู้ ่ีตรงกับความ
ต้องการและความจำเป็น
2. มคี วามหน้าเชอื่ ถือและเปน็ ไปไดส้ ูงท่ีจะ
สามารถแกป้ ัญหา และพัฒนาการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น
3. เป็นนวัตกรรมทมี่ ีแนวคิดหรือหลกั การทาง
วิชาการรองรับจนนา่ เชอ่ื ถือ
4. สามารถนำไปใช้ในห้องเรยี นไดจ้ รงิ ใชไ้ ดง้ า่ ย
สะดวกต่อการใชแ้ ละการพฒั นานวตั กรรม
5. มีผลการพิสจู น์เชิงประจักษ์วา่ ได้ใชใ้ น
สถานการณ์จริงแลว้ สามารถแก้ปัญหาหรือพัฒนา
คณุ ภาพการจัดการเรยี นรูไ้ ดอ้ ย่างน่าเพง่ิ พอใจ
๔๑
ตารางที่ ๔.๒ (ตอ่ ) แนวทางการดำเนนิ งาน(Process) ผลผลติ (Output)
รูปแบบ ข้ันตอนที่ 3 สร้างและพัฒนานวตั กรรม
จากแผนการสร้างนวตั กรรม ครูต้องศกึ ษาถงึ
รายละเอียดของนวัตกรรมที่จะสรา้ งและดำเนนิ การ
ตามขนั้ ตอน เชน่ การสร้างนวัตกรรมท่ีเป็นชุดการ
เรยี นรู้ ครูอาจดำเนนิ การสร้างตามข้ันตอนต่อไปนี้
เชน่
- วิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้
- กำหนดและออกแบบชดุ การเรียนรดู้ ้วยตนเอง
- ออกแบบส่อื เสริม
- ลงมอื ทำ
- ตรวจสอบคุณภาพครัง้ แรกโดยผเู้ ชีย่ วชาญ
- ทดลองใช้ระยะส้นั เพ่ือปรับปรุงเนือ้ หาสาระ
- นำไปใชเ้ พื่อแกป้ ัญหาหรือการพฒั นาการเรียนรู้
ขนั้ ตอนท่ี 4 การหาประสทิ ธิภาพของนวัตกรรม
ข้ันตอนนี้เป็นข้ันตอนทีพ่ ิสจู นว์ ่านวัตกรรมทส่ี รา้ ง
ขน้ั นนั้ เม่อื นำไปใช้จะได้ผลตามที่ต้องการหรอื ไม่
สามารถแกป้ ัญหาในชัน้ เรียนหรอื พัฒนาผ้เู รยี นได้
จริงหรอื ไมก่ ารประสิทธภิ าพของนวัตกรรมมีหลาย
วิธี เช่น
1. การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ
2. การบรรยายคุณภาพ
3. การคำนวณค่ารอ้ ยละของผ้เู รยี น
4. การหาประสทิ ธภิ าพของนวัตกรรม
5. การประเมนิ ส่อื มลั ติมีเดีย
ข้นั ตอนท่ี 5 ปรับปรุงนวัตกรรม
หลงั จากที่หาประสทิ ธภิ าพของนวัตกรรมทสี่ รา้ งข้นั
ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดกต็ ามควรนำความคดิ เห็นหรอื
ขอ้ เสนอแนะเล่าน้ันมาปรบั ปรงุ นวตั กรรมใหม้ ี
คุณภาพเหมาะสมทจี่ ะนำไปใช้ในห้องเรียนไดม้ าก
ข้ึน โดยเฉพาะคา่ หาประสิทธิภาพโดยการให้
ผูเ้ ชย่ี วชาญชว่ ยตรวจและการบรรยายคุณภาพกอ่ น
การทดลองใชแ้ ละหลังการทดลองใช้กบั ผเู้ รยี นกลุ่ม
เล็กจะทำให้ไดข้ ้อมูลทีช่ ดั เจนและเป็นรายละเอยี ด
ทจ่ี ะปรบั ปรุงนวตั กรรมไดง้ ่ายข้ึน
๔๒
ตารางท่ี ๔.๒ (ตอ่ )
รูปแบบ แนวทางการดำเนินงาน(Process) ผลผลิต (Output)
๕) ASSESSMENT ๕.๑) วดั ผลประเมินผลอยา่ งหลากหลาย เครอ่ื งมอื วัดผลทมี่ ีมาตรฐาน
นเิ ทศติดตาม การจัดการ - ครมู กี ารวดั ผลและประเมนิ ผลท่ีเปน็ ไปตาม ตรงมาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด/
เรยี นการสอน มีการวัด จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ประเมนิ ผลอย่างหลากหลาย หลกั การและกระบวนการของการวดั ผลและ
ประเมินผลตามหลกั สตู ร
- ครมู กี ารวดั และประเมนิ ผลตามสภาพจริงด้วย
วธิ กี ารและเครอ่ื งมอื ทห่ี ลากหลาย
- ครูมเี กณฑก์ ารประเมนิ ผลงาน/ช้ินงาน
ครอบคลุมมาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั /จดุ ประสงค์การ
เรียนรู้
- ครูมกี ารนำผลการประเมินมาวิเคราะห์จดุ เดน่
จุดด้อยของผู้เรยี น และสะท้อนผลสผู่ เู้ รยี น เพื่อ
การพัฒนา
- ครมู กี ารนำผลการประเมินมาจัดกล่มุ ผ้เู รยี นและ
ออกแบบการจดั การเรียนรอู้ ย่างเหมาะสมและ
ตอ่ เนอื่ ง
- ครมู ีการรายงานผลตอ่ ผเู้ กีย่ วขอ้ งเพอื่ ใช้ผลการ
พฒั นาผูเ้ รยี นร่วมกนั
-ครดู ำเนนิ การประเมินตนเอง และจัดทำรายงาน - T-SAR
ผลการประเมนิ ตนเองของครู(Teacher Self-
Assessment Report : T-SAR) ทส่ี ะทอ้ นคุณภาพ
ผูเ้ รยี นจากการปฏบิ ตั ิงานของตนเอง
๖) NETWORK ๖.๑) ครูเขา้ ร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ (PLC) มีชมุ ชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพ
สร้างเครือขา่ ยชุมชนการ มผี ลงานการวจิ ัยในชัน้ เรียน (PLC) ในโรงเรียน
เรียนรู้ทางวชิ าชพี (PLC) เพอื่
สะทอ้ นและพฒั นางานเพอื่ - ครเู ข้ารว่ มชมุ ชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มี
พัฒนาตนเองสคู่ รมู ืออาชพี การนำข้อมลู นักเรยี นเปน็ รายบคุ คลมาใช้ในการ
วิเคราะห์ปัญหานกั เรยี น
- ครูเข้าร่วมชุมชนการเรียนรทู้ างวิชาชพี (PLC) มี
การพฒั นานวัตกรรมการแกไ้ ขปญั หานักเรยี น
รว่ มกนั เพื่อนำนวัตกรรมท่พี ัฒนาข้นึ ไปใช้
แก้ปญั หานักเรียนในห้องเรยี นของตนเอง
- ครเู ข้าร่วมชุมชนการเรยี นรู้ทางวชิ าชพี (PLC) มี
การแลกเปลี่ยน เรียนรูร้ ว่ มกนั เพอ่ื พฒั นานวัตกรรม
ไปใชแ้ ก้ไชปญั หานกั เรียนในหอ้ งเรียนของตนเอง
๔๓
ตารางที่ ๔.๒ (ตอ่ ) แนวทางการดำเนนิ งาน(Process) ผลผลติ (Output)
รูปแบบ - ครเู ข้ารว่ มชมุ ชนการเรียนรูท้ างวิชาชพี (PLC) มี
๗) STUDENTS การจัดทำและรายงานวจิ ัยชนั้ เรยี นเกี่ยวกับการใช้
คุณภาพผูเ้ รียน
และพฒั นานวัตกรรมการจัดการเรยี นรูต้ ามทต่ี กลง
ร่วมกนั
- ครูเข้าร่วมชุมชนการเรยี นร้ทู างวิชาชีพ (PLC) มี
การนำผลการวจิ ัยในชนั้ เรยี นไปแลกเปล่ียนเรยี นรู้
(Show & Share) ในกล่มุ ชมุ ชนการเรียนรทู้ าง
วชิ าชพี
๖.๒) ครูศกึ ษาและพัฒนาตนเอง - ครมู ีแผนพฒั นาตนเอง ID
Plan
- ครมู ปี ฏทิ นิ การทำงานของ
ตนเอง
- ครมู ีบันทกึ ข้อตกลงเพ่ือ
พัฒนางาน (MOU) ต่อ
ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น
- ครูมีการเชอ่ื มโยงและบรู ณา
การแผนงานของตนเองกับ
แผนงานของ
โรงเรยี น
- ครวู างแผนพฒั นาผเู้ รียนโดย
เน้นการมีส่วนรว่ มของ
นกั เรียน
๗.๑) จัดการเรยี นการสอนท่ีเนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ - นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิท์ าง
ACTIVE LEARNING วชิ าการสงู ข้ึน
- คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ของ
นกั เรยี น
- นักเรยี นมพี ฒั นาการครบท้งั
๔ ด้าน