The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบทดสอบ สุขศึกษาฯ ป.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2017-05-30 23:29:23

แบบทดสอบ สุขศึกษาฯ ป.3

แบบทดสอบ สุขศึกษาฯ ป.3

แบบทดสเนอบนอกงิ มาารตรคฐาดิ น
การจัดการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน มีจุดมุง หมายเพอื่ ใหผูเรียน อา นออก เขียนได คดิ คํานวณเปน มุงใหเกดิ ทักษะการเรียนรูต ลอดชีวิต
เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว
จงึ ควรใหผ เู รียนฝกฝนการนาํ ความรูไปประยกุ ตใชในชวี ติ จรงิ สามารถคิดวเิ คราะหและแกปญหาได ดงั นั้นเพอื่ เปน การเตรยี มความพรอ ม
ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด
โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูท่ีสําคัญตามท่ีระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นปแลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด
เพอื่ สรางแบบทดสอบท่ีมีคุณสมบตั ิ ดังน้�

1 2วดั ผลการเรยี นรู เนน ใหผเู รียนเกิดการคิด ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเคร่ืองมือวัด
และประเมินผล รวมท้งั เปนเคร่ืองบง ช้คี วามสาํ เร็จและรายงาน
คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม
นักเรียนใหมีความสามารถใน ดานการใชภาษา ดานการคิด
คํานวณ และดานเหตผุ ล สําหรับรองรับการประเมนิ ผลผเู รยี น
ที่สอดคลอ งกบั มาตรฐาน ตามระดับพฤตกิ รรมการคิด ในระดบั ประเทศ (NT) และระดบั นานาชาติ (PISA) ตอ ไป
ตัวชี้วดั ช้ันปทกุ ขอ ที่ระบุไวใ นตวั ชวี้ ัด โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

แบบทดสอบองิ มาตรฐาน เนน การคดิ ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมนิ ผล บรษิ ัท อกั ษรเจรญิ ทศั น อจท. จาํ กดั ประกอบดว ย
แบบทดสอบประจําภาคเรียนที่ 1 และแบบทดสอบประจําภาคเรียนที่ 2 ซ�ึงแตละภาคเรียนจะมีแบบทดสอบ 2 ชุด แตละชุดมีทั้ง
แบบทดสอบปรนยั และแบบทดสอบอตั นัย โดยวิเคราะหม าตรฐานตัวชว้ี ัด และระดับพฤติกรรมการคดิ ทีส่ มั พันธก บั แบบทดสอบไวอยาง
ชดั เจน เพ่อื ใหผสู อนนาํ ไปใชเปนเครอ่ื งมอื วัดและประเมินผลผเู รยี นไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ

ตารางวิเคราะหแ บบทดสอบ ภาคเรยี นท่ี 1
ตารางวเิ คราะหระดับพฤติกรรมการคดิ
ตารางวิเคราะหม าตรฐานตัวชี้วัด
พกฤราตะรกิดคับรดิ รม ขอ ของแบบทดสอบท่ีสมั พันธก ับ รวม
ชดุ ที่ มาตรฐาน ตัวชวี้ ัด ขอของแบบทดสอบที่สมั พันธกับตัวช้ีวัด ระดับพฤติกรรมการคิด -
A ความรคู วามจํา
1 1-5 -
26
พ 1.1 3 6-9 B ความเขาใจ 1, 3 - 5, 11, 21 - 22 6
1 10 - 13
1 พ 2.1 2 14 - 17 C การนําไปใช 9, 15, 17, 25 4
3 18 - 20
พ 3.1 1 21 - 23 D การวิเคราะห 2, 4, 7 - 8, 10, 12 - 14, 16, 18 - 20, 19
พ 3.2 2 24 - 25
1 26 - 29 23 - 24, 26 - 30
2 30
E การสังเคราะห - -
F การประเมนิ คา 6 1

หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทา ยแบบทดสอบภาคเรียนท่ี 1 และภาคเรียนที่ 2

(1) โครงการวัดและประเมินผล

ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ภาคเรียนท่ี 1
ตารางวิเคราะหระดบั พฤติกรรมการคดิ
ตารางวเิ คราะหมาตรฐานตัวชว้ี ดั
พกฤราตะรกิดคบัริดรม ขอของแบบทดสอบทส่ี มั พนั ธกบั รวม
ชดุ ที่ มาตรฐาน ตัวช้ีวัด ขอ ของแบบทดสอบที่สัมพันธก ับตวั ชี้วัด ระดับพฤติกรรมการคิด

1 1-8 A ความรูความจาํ - -
29
พ 1.1 3 10 - 14 B ความเขาใจ 1, 5 - 7, 26 5
1 15 - 18
2 พ 2.1 2 19 - 21 C การนาํ ไปใช - -
3 22 - 25
พ 3.1 1 21 - 23 D การวิเคราะห 2 - 4, 8 - 25, 27 - 30 25
พ 3.2 2 24 - 25
1 26 - 27 E การสงั เคราะห - -
2 28 - 30
F การประเมินคา - -

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

โครงการวัดและประเมินผล (2)

แบบทดสอบวช� า สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1ภาคเรย� นที่ ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3
ชุดท่ี 1 ¤Ðá4¹0¹ÃÇÁ
เวลาสอบ 60 นาที

ช่ือ นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………..

เลขประจําตวั สอบ โรงเรยี น……………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….

สอบวนั ท่ี เดอื น พ.ศ.……………………..
………………………………………………… ………………………………………..

โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด

1ตอนท่ี 1. แบบทดสอบฉบบั นม้� ีทงั้ หมด 30 ขอ 30 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
2. ใหนกั เรยี นเลอื กคาํ ตอบท่ถี ูกทีส่ ุดเพียงขอเดยี ว
¤Ðá¹¹àµçÁ

30

1. ลักษณะการเจริญเติบโตของคนแตละชวงวัย 4. ปอ มกบั ปนู เปน เพศชาย มีอายเุ ทากัน แตชอบ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
B ในดา นใด มคี วามแตกตางกันทีส่ ังเกตไดจ าก D กินอาหารตางกัน ปอมกับปูนจําเปนตองมี
การมองเห็นไดช ดั เจนท่สี ดุ
1. รูปรา ง 2. นาํ้ หนัก นํา้ หนกั และสว นสูงเทากันหรือไม เพราะอะไร
3. สวนสูง 4. อารมณ 1. จาํ เปน เพราะปอมกบั ปูนอยูในวยั เดยี วกัน
2. จําเปน เพราะปอ มกบั ปนู เปนเพศชาย
2. พฒั นาการของเดก็ วยั เรยี นในขอ ใด
D เปนพฒั นาการดานรางกายทมี่ ีความสมั พันธ เหมือนกนั
กับการเจริญเติบโต 3. ไมจ าํ เปน เพราะปอ มกบั ปนู ชอบกนิ อาหาร
1. ปลาสามารถจาํ ชอ่ื เพื่อนในหอ งไดท กุ คน
2. เกง ยิม้ แยมและเปน มติ รกบั เพือ่ นทุกคน ตางกนั
3. แปงรสู ึกตื่นเตนเมือ่ พบเหตกุ ารณท่ี 4. ไมจําเปน เพราะคนที่จะมนี ํ้าหนักและ
ไมคุนเคย
4. กาววงิ่ ระยะสนั้ ไดเร็วที่สุดในช้ันเรยี น สว นสงู เทา กันตอ งเปน พน่ี องกนั เทานั้น
5. การท่นี ชุ ใสกระโปรงตัวเดมิ ไมไ ด เนอ่ื งจาก
3. ใครอยใู นวัยทร่ี า งกายมกี ารเจรญิ เติบโตเตม็ ที่ B กระโปรงคับและส้นั ข้ึนเปนเพราะเหตใุ ด
B 1. พี่แพรอายุ 20 ป
2. นาพมิ อายุ 45 ป 1. เพราะนชุ อายุมากขึ้น
3. นอ งพลอยอายุ 2 ป 2. เพราะนชุ มีรูปรา งท่ีผอมลง
4. ลุงพรอมอายุ 63 ป 3. เพราะนชุ มนี ํา้ หนักและสวนสงู เพม่ิ ขน้ึ
4. เพราะนุชมีนํ้าหนักมากกวา

เกณฑมาตรฐาน

ความรู ความจาํ ความเขา ใจ การนาํ ไปใช การวิเคราะห การสงั เคราะห การประเมินคา

A B C D E F

(3) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ อา นขอ มลู ทกี่ าํ หนดใหแ ลว ตอบคาํ ถามขอ 6.-8. 7. หากนาํ้ ออ ยมีการเจรญิ เติบโตเปนไปตาม
D เกณฑมาตรฐาน เชน มีน้าํ หนกั มากกวา
น้ําออยกําลังเรียนอยูช้ันประถมศึกษา
ปท ่ี 3 มนี ํ้าหนกั 41 กิโลกรัม และมีสวนสงู เกณฑมาตรฐาน นกั เรียนคดิ วานา้ํ ออย
140 เซนตเิ มตร น้าํ ออยเปนลูกคนโตและ ควรแกไ ขอยางไร
มีลักษณะคลายพอ พอของน้ําออยตัวสูง 1. ลดปรมิ าณอาหารลง
นํา้ ออยกบั พอ มกั จะไปปน จักรยานดว ยกนั 2. ลดจาํ นวนมอ้ื อาหารลง
เสมอ เดือนละ 2 คร้ัง น้ําออยชอบดื่ม 3. เลิกกินอาหารทเ่ี ปนแปง ทุกชนิด
น้ําอัดลมมากกวาด่ืมนํ้าเปลา โดยเฉพาะ 4. เลอื กด่ืมน้าํ เปลา แทนการด่ืมนา้ํ อัดลม
เวลากนิ ขาว แตน ้ําออยไมชอบดืม่ นมและ 8. หากนกั เรยี นเปน เพ่อื นกบั นํ้าออ ย นอกจาก
ไมชอบกนิ ผักบางชนิด D เร่อื งการกนิ อาหารแลว นักเรยี นควรแนะนํา
นํ้าออ ยอยา งไร เพือ่ ใหนํา้ ออ ยมีการเจริญ-
6. จากขอ มลู ขางตน เมอ่ื นาํ มาเปรยี บเทียบกับ เตบิ โตตามเกณฑมาตรฐาน
F ขอมลู ในตาราง นกั เรียนคิดวา นา้ํ ออ ยมีการ 1. แนะนําใหออกกาํ ลังกายอยางสม่ําเสมอ
2. แนะนาํ ใหก นิ อาหารเสรมิ และวติ ามนิ ตา งๆ
เจรญิ เตบิ โตเปนอยางไร และเพราะเหตใุ ด 3. แนะนาํ ใหกนิ ขนมทท่ี าํ จากแปง และ
จงึ เปนเชน นั้น
มีรสชาตหิ วานนอ ย
ตารางแสดงนํ้าหนักและสว นสงู 4. แนะนําใหด่ืมน้ําอัดลมที่ไมมีสวนผสมของ
ตามเกณฑม าตรฐานการเจรญิ เตบิ โตของเพศหญงิ
น้ําตาล
อายุ นํา้ หนัก (กก.) สวนสูง (ซม.) 9. ตนเขานอนเวลา 2 ทุม เพื่อการพักผอ นท่ี
8 19.3 - 32.5 117.0 - 132.5 C เพยี งพอ ตน ควรตนื่ นอนในชว งเวลาใดจึงจะ
9 21.2 - 37.4 121.9 - 139.1
10 23.4 - 42.1 127.1 - 146.1 เหมาะสมที่สุด
1. 02.00 น. - 04.00 น.
1. นํ้าออยมสี วนสูงสูงกวาเกณฑม าตรฐาน 2. 04.00 น. - 06.00 น.
เพราะนํ้าออยเปน ลูกคนโต 3. 06.00 น. - 08.00 น.
4. 08.00 น. - 10.00 น.
2. นํา้ ออยมสี วนสงู สงู กวา เกณฑมาตรฐาน
เพราะน้าํ ออ ยมีลักษณะคลายพอ

3. น้ําออยมีน้าํ หนักมากกวา เกณฑมาตรฐาน
เพราะนํ้าออ ยชอบดม่ื นํา้ อัดลม

4. นา้ํ ออ ยมนี ํ้าหนกั มากกวา เกณฑมาตรฐาน
เพราะน้าํ ออ ยไมกินผักทุกชนิด

โครงการวัดและประเมินผล (4)

10. “ฉัตรอาศัยอยูกับพอแม ทุกเชาแมจะ ครอบครวั ที่ 2 เอกอาศัยอยูกับพอ แม
D ต่นื ขนึ้ มาทาํ อาหารเชาใหฉ ัตรกิน และจดั ปู และยา พอ แมข องเอกตอ งทํางานหนกั
เพอื่ หาเงนิ มาเลยี้ งครอบครวั จึงไมม เี วลา
อาหารใสกลองใหฉัตรนําไปกินท่ีโรงเรียน ดแู ลเอก บางครง้ั เอกรสู กึ นอ ยใจพอ แม แต
อาหารท่ีแมทําอรอยมาก ฉัตรจึงกิน เอกกม็ ปี แู ละยา คอยชว ยดแู ลและปลอบใจ
อาหารทแ่ี มจ ดั ใหห มดทกุ วนั แมบ อกวา มี อยเู สมอ ยา บอกเอกวา ทพี่ อ แมต อ งทาํ งาน
ความสุขที่เห็นฉัตรกินอาหารที่แมทําให หนกั เพราะพอ แมร กั เอก อยากใหเ อกมกี นิ
ฉัตรก็มีความสุขท่ีไดก ินอาหารฝม ือแม”

จากขอความดังกลาว แสดงใหเห็นถึงความ มีใช เอกจึงไมควรโกรธท่ีพวกทานไมมี
สําคญั ของครอบครัวในดานใด เวลาให แตเอกควรตั้งใจเรียนและเปน
1. เปนแหลงรายไดข องสมาชกิ ในครอบครวั เดก็ ดี เพ่อื เปนกําลงั ใจใหพอกบั แม
2. เปนทอ่ี บรม เล้ยี งดู และสั่งสอนสมาชกิ ใน
ครอบครวั 12. ครอบครัวเอกและอมุ มีความเหมอื นและ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
D แตกตางในดา นใด
3. เปน ศนู ยร วมความรกั และความผกู พนั ของ
สมาชกิ ในครอบครวั 1. ดานสังคม - ดานการศกึ ษา
4. เปนแหลงใหค วามชว ยเหลอื และแกป ญ หา 2. ดา นส่ิงแวดลอม - ดา นเศรษฐกจิ
ใหแ กส มาชิกในครอบครัว 3. ดานสงั คม - ดา นเศรษฐกจิ
11. หากสมาชกิ ในครอบครัวไมเห็นความสาํ คญั 4. ดานการศึกษา - ดานเศรษฐกิจ
B ของครอบครวั จะสงผลอยา งไร 13. หากเอกตง้ั ใจเรียนหนงั สือตามท่ยี า บอก
1. ครอบครัวขาดผนู าํ D จะเกิดผลดอี ยา งไรตอ ตวั เอก
2. ครอบครวั ขาดรายได 1. เอกจะเกงและมคี วามรู
3. ครอบครวั เกิดความวุนวาย 2. เอกจะเปน ทร่ี ักของเพ่อื นๆ
4. ครอบครวั ขาดความรกั และความอบอุน 3. พอกบั แมจ ะมเี วลาใหเ อกมากข้นึ
อา นเรอ่ื งทก่ี าํ หนดแลว ตอบคาํ ถามขอ 12. - 14. 4. เอกจะรูส กึ ภูมิใจท่ีไดเ ปน ลูกของพอแม

ครอบครวั ที่ 1 อุมอาศัยอยูกับพอและแม 14. การที่เอกต้งั ใจเรียนหนงั สอื ตามทีย่ า บอก
พอแมของอุมมีงานที่ม่ันคงและรายไดดี D ถือเปนการสรางสัมพันธภาพในครอบครวั
จึงไมตองทํางานหนัก ทําใหมีเวลาดูแล
เอาใจใสอ ุม เสมอ พอ กบั แมสอนอุมเสมอ อยา งไร
วาใหมีนํ้าใจและรูจักแบงปน ดังนั้นเวลา 1. เปนการใชเวลาวา งรว มกัน
อุมมีของเลนชิ้นใหม อุมจึงแบงใหเพื่อน 2. เปนการแสดงความมีนํ้าใจตอ กัน
เลน ดว ยเสมอ ครอบครัวของอุมมกั จะทาํ 3. เปนการแสดงความเคารพตอพอแมและ
กิจกรรมตา งๆ รว มกันในวันหยุด อุม รสู ึก
อบอนุ และมีความสขุ ที่ไดอ ยกู บั ครอบครัว ญาติผูใ หญ
4. เปนการแสดงความรบั ผดิ ชอบตอ หนา ที่

ของตนเอง

(5) โครงการวัดและประเมินผล

15. หากตอ งการสรางสัมพันธภาพทีด่ ีระหวา งกนั 18. บานของตาลอยูในซอยลึก อยูติดกับ
C ในครอบครวั ควรปฏิบตั ติ ามขอ ใด D บานของตํารวจ ตาลกลับบานดึกทุกวัน
เพราะตาลไปเดินเลนที่หางสรรพสินคา
1. ลูกซอ้ื ของราคาแพงมาฝากพอ แม หลังเลิกเรียน ตาลตองน่ังรถรับจางเขา
2. พก่ี บั นองพูดคยุ กนั เมือ่ มธี ุระสาํ คัญเทา น้นั บา นและหากบางวนั ไมม รี ถ ตาลกต็ อ งเดนิ
3. พอแมแ ละลกู ชว ยกันทําความสะอาดบา น เขาซอยกลบั บานเพียงคนเดยี ว
4. พอ ตงั้ กฎใหส มาชิกทกุ คนปฏบิ ตั ิ
อยา งเครง ครดั จากขอความดังกลา ว ตาลเสี่ยงตอ การถูก
ลวงละเมิดทางเพศหรอื ไม อยา งไร
16. ดขู อ มลู ในตารางแลวตอบคาํ ถาม 1. เสยี่ ง เพราะบา นของตาลอยูในซอยลึก
D 2. เส่ยี ง เพราะตาลชอบกลับบา นดึกๆ ทุกวัน
หนูนนุ หนาตาสวย ขี้อาย พูดไพเราะ 3. ไมเ ส่ยี ง เพราะตาลนงั่ รถรับจางกลับบาน
มนี า้ํ ใจตอ เพือ่ น 4. ไมเ สี่ยง เพราะบา นของตาลอยูตดิ กบั บาน

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ หนูน่ิม หนาตาสวย รา เรงิ พูดเกง
ชอบลอ เลยี นเพือ่ น

เพ่อื นๆ ชอบเลนกับหนูนุนมากกวาหนนู ม่ิ ของตํารวจ

เพราะเหตใุ ดจงึ เปน เชน นน้ั 19. หากนักเรียนเปนเพื่อนของตาล นักเรียนจะ
1. เพราะหนนู ่มิ ชอบพดู เสียงดงั D แนะนาํ ตาลอยา งไรจงึ จะเหมาะสม และสามารถ
หลีกเลย่ี งการถกู ลวงละเมิดทางเพศได
2. เพราะหนูนุนมีหนา ตาสะสวย 1. แนะนําใหต าลยา ยบาน
3. เพราะหนนู ่ิมไมมนี ้ําใจตอ เพอื่ น
4. เพราะหนูนนุ ไมพูดคาํ หยาบ 2. แนะนําใหตาลพกอาวุธไวปองกันตัว
3. แนะนําใหตาลรบี กลบั บานใหเ รว็ ขึน้
17. การสรางสมั พนั ธภาพในกลุมเพ่อื นแบบใด 4. แนะนาํ ใหตาลมานอนคา งคนื ท่บี า น
C ที่เหมาะสม และทําใหเราเปน ท่ีรักของเพ่อื น
ของตนเอง
1. ใหเพ่อื นลอกการบาน
2. ชวยเพือ่ นทาํ ความสะอาดหอ งเรียน 20. ตั้มพบลุงคนหนึ่งทาทางใจดีท่ีหนาโรงเรียน
3. ตําหนเิ พอื่ นดวยถอยคํารนุ แรงเมอ่ื เพ่อื น D คณุ ลงุ ยนื่ ขนมหอ หนง่ึ มาใหต ม้ั โดยขนมหอ นน้ั
ทําผิด เปนขนมท่ีตั้มชอบ ตั้มควรทําอยางไรจึงจะ
4. ใหเพอ่ื นยมื อุปกรณก ารเรยี นโดยคิด ปลอดภยั จากการถกู ลวงละเมดิ ทางเพศ
1. ตะโกนรองใหคนชว ยแลววงิ่ หนี
คา ตอบแทน 2. ปฏิเสธดว ยคาํ พูดหยาบคาย แลว ว่ิงหนี

3. กลาวขอบคุณอยางสุภาพ แลว รับขนมไว
4. ปฏิเสธอยา งสุภาพและจรงิ จังวายงั ไมห วิ

โครงการวัดและประเมินผล (6)

21. กิจกรรมใดถอื เปน การเคล่อื นไหวรางกาย 24. การทมุ ลกู บอลลงพนื้ พรอ มกบั เดนิ ไปขา งหนา โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
B ขณะอยกู บั ที่ทงั้ หมด D 5 กาว อวัยวะที่ใชในการเคล่ือนไหวมีการ

1. นอนหลบั นอนดูโทรทัศน ทาํ งานรวมกนั อยา งไร
2. นัง่ เหยยี ดขา ยนื บดิ ลําตวั ไปมา 1. ใชแ ขนกาํ หนดจงั หวะการทุมลูกบอลใน
3. เดินขึน้ บนั ได รดนํา้ ตนไมห นาบา น
4. ทาํ ความสะอาดบาน วิง่ เลน กับสนุ ขั ขณะท่ีใชตามองการกาวเทา
22. การยืนกระโดดตบมอื ใชอวัยวะใดในการ 2. ใชเทากําหนดจงั หวะการเดินในขณะท่ีใช
B กําหนดจังหวะการเคลอื่ นไหว
1. มือ ตามองจงั หวะการทุมลกู บอล
2. ขา 3. ใชต ามองมือทท่ี ุมลกู บอลลงพ้ืนในขณะท่ี
3. ลาํ ตัว
4. ปลายเทา กา วเดินโดยใชจ ังหวะการตกของลูกบอล
23. เปน หลัก
4. ใชต ามองลกู บอลและสงั เกตการเคลอื่ นไหว
D ของมอื ใหเ ปนจงั หวะเดยี วกับจงั หวะการ
กา วเทา
การกระโดดตบมอื ใตข า อวัยวะใดมีการ 25. การฝก เคล่ือนไหวรางกายอยางสมา่ํ เสมอ
เคล่อื นไหวมากทีส่ ดุ เพราะเหตใุ ด C จะชว ยเพิ่มทักษะในดานใดมากทีส่ ุด
1. มือ เพราะตอ งใชต บนบั จังหวะ 1. ความคลอ งแคลว
2. ขา เพราะตอ งยกขาขึน้ ขณะกระโดด 2. ความแมนยํา
3. เทา เพราะตองใชเ ทาในการทรงตวั ขณะ 3. ความออ นตัว
4. ความอดทน
กระโดด 26. เกมหรือการละเลน ใดชวยฝก ทักษะการ
4. ลําตวั เพราะตอ งใชลาํ ตวั ในการกม ตัวลง D เคล่อื นไหวของรา งกายไดค รบทกุ สวน
1. เกมงกู นิ หาง
ตบมอื 2. เกมลิงชงิ บอล
3. เกมบอลเรยี กชือ่
4. เกมลมเพลมพัด

(7) โครงการวัดและประเมินผล

อานขอ ความที่กําหนด แลว ตอบคาํ ถาม 28. การเลน วง่ิ เปย ว นอกจากความเร็วแลว ยงั
ขอ 27. - 28. D ตอ งอาศยั สิง่ ใดจงึ จะทาํ ใหส ามารถเอาชนะ
ฝายตรงขามได
การเลนวิ่งเปยวเปนการละเลนวิ่งแขง 1. ระยะเวลาในการฝกซอม
โดยแบงผูเลน ออกเปน 2 ฝา ย แตละฝา ย 2. สถานท่ีและอุปกรณท ี่ใชแ ขง ขนั
จะสง ผเู ลน วงิ่ ไปออ มหลกั ของฝา ยตรงขา ม 3. ความสามัคคีกนั ระหวางผเู ลน
แลววนกลับมาสงผาหรือไมเพื่อใหผูเลน 4. ความสามารถเฉพาะบุคคลของผูเ ลน
ฝายตนคนถดั ไปวิ่งตอ ผูเ ลนแตล ะฝา ยจะ
ตอ งรบี วงิ่ เพอื่ ใหท นั ฝา ยตรงขา ม หากฝา ย 29. การละเลนเปนกลุม ในขอใดที่สามารถเลน
ใดใชผาตีฝายตรงขามไดกอน ถือวาเปน D แขง ขันกนั ไดมากกวา 2 ทมี
ผูชนะ 1. ว่งิ เปย ว 2. วงิ่ กระสอบ
3. งูกินหาง 4. มอญซอ นผา
27. การละเลนว่ิงเปยวตอ งใชท ักษะใดมากท่ีสุด
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ D 1. ความเรว็ ในการว่ิง 30. การเลนเกมหรือการละเลนที่ตองเลนเปนทีม
D ผเู ลน ควรปฏบิ ตั อิ ยา งไรเพอ่ื ใหก ารเลน นนั้ เปน
2. ความเรว็ ในการออกตวั ไปดวยความเรยี บรอย
3. ความเรว็ ในการสงผา ใหเพือ่ น 1. เลน ตามใจตนเองเพยี งคนเดยี ว
4. ความเรว็ ในการแตะตวั ผเู ลน ฝา ยตรงขา ม 2. ตําหนเิ พื่อนรว มทีมเมื่อทําผดิ พลาด

3. รว มกนั วางแผนแกลง ฝายตรงขา มเพอ่ื ให
ทมี ตนเองชนะ
4. เลน ตามท่ีฝกซอมและใหกําลงั ใจเพ่ือนที่
ลงเลน

โครงการวัดและประเมินผล (8)

2ตอนที่ ตอบคาํ ถามใหถูกตอง จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ

¤Ðá¹¹àµçÁ

10

อานขอ ความท่ีกําหนด แลวตอบคาํ ถามขอ 1. - 2.

ใบเตยเปนเด็กผหู ญิง มอี ายุ 9 ป 4 เดอื น ขณะน้เี รยี นอยูช้นั ป.3 เธอมีรูปรา งตวั เล็กกวา
เพื่อนรวมช้ันหลายคน ใบเตยมนี ํ้าหนกั 23 กิโลกรมั มีสว นสงู 127 เซนติเมตร และไดรบั เลือก
ใหเ ปนเหรัญญิกของหอ ง เพราะเธอคิดเลขเกง

นทีเปนเดก็ ผูชาย อีก 1 เดือนจะมอี ายุ 9 ป เขาสงู ทีส่ ุดในหอ ง นทีมนี ํ้าหนัก 38 กโิ ลกรัม
มีสวนสงู 137 เซนตเิ มตร และวิ่งเรว็ ทส่ี ุดในหอง เขาเรยี นอยชู ้ันเดียวกับใบเตยจงึ ไดเ ปนตวั แทน
ของหอ งลงแขงขนั กฬี าเสมอ

1. อายุ เพศชาย เพศหญงิ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
(ป)
D นํา้ หนัก (กก.) สวนสงู (ซม.) น้ําหนัก (กก.) สวนสูง (ซม.)

8 20.0 - 32.2 117.4 - 133.2 19.3 - 32.5 117.0 - 132.4

9 21.5 - 36.6 121.8 - 138.3 21.2 - 37.4 121.9 - 139.1

10 23.6 - 40.8 126.2 - 143.4 23.4 - 42.1 127.1 - 146.1

จากตารางเกณฑมาตรฐานการเจรญิ เติบโต ใบเตยและนทีมเี กณฑก ารเจริญเตบิ โตเปน อยา งไร
และหากไมเปน ไปตามเกณฑม าตรฐาน ใบเตยและนทคี วรแกไ ขอยางไร

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

2. การที่ใบเตยคดิ เลขเกง และนทีวง่ิ เร็วทีส่ ดุ ในหอง เปน เพราะเหตใุ ด

D ............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

(9) โครงการวัดและประเมินผล

ดูภาพเหตกุ ารณทก่ี าํ หนด แลวตอบคาํ ถามขอ 3. - 4. เหตกุ ารณที่ 2

เหตุการณท ่ี 1 ˹ÙÁÒàÅ‹¹·èºÕ ÒŒ ¹¹ÒŒ äËÁ

àÃÒ§‹Ç§¹Í¹¨Ñ§àÅ 䴌ÊÔ äÁà‹ »š¹ää‹Ð
¢Í˹عµÑ¡à¸Í¹Í¹ à¸Í¹Í¹Ë¹Ø¹µ¡Ñ àÃÒ¡çä´Œ áÁº‹ Í¡ãËŒÃºÕ ¡ÅºÑ ºŒÒ¹

˹͋ ¹Ð

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 3. จากเหตกุ ารณท ยี่ กตวั อยาง เหตกุ ารณใดเสย่ี งตอ การถูกลวงละเมิดทางเพศมากที่สุด เพราะเหตใุ ด

D ............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

4. หากตอ งการหลีกเลย่ี งการถูกลวงละเมิดทางเพศจากเหตุการณตัวอยาง ควรปฏบิ ตั อิ ยา งไร

D ............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

5. ธันวามีนํ้าหนักและสวนสูงนอยกวาเพื่อนๆ ถาหากธันวาจับคูกับเพื่อนเพื่อเลนเกมขี่มาสงเมือง
D ธันวาควรเลนเปนอะไร เพราะเหตใุ ด

............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

โครงการวัดและประเมินผล (10)

แบบทดสอบว�ชา สขุ ศึกษาและพลศึกษา 1ภาคเร�ยนท่ี ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 3
ชุดท่ี 2 ¤Ðá4¹0¹ÃÇÁ
เวลาสอบ 60 นาที

ชอ่ื นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………..

เลขประจําตัวสอบ โรงเรียน……………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….

สอบวนั ที่ เดือน พ.ศ.…………………….. ………………………………………..
…………………………………………………

โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด

1ตอนท่ี 1. แบบทดสอบฉบบั น�ม้ ที งั้ หมด 30 ขอ 30 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
2. ใหน กั เรียนเลอื กคําตอบท่ีถกู ท่สี ดุ เพยี งขอเดยี ว
¤Ðá¹¹àµçÁ

30

1. รางกายคนเรามีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ดูภาพ แลวตอบคําถามขอ 3. โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
B และอายุ หากนาํ้ ชามรี า งกายทสี่ งู นอ ยกวา เพอื่ น
¤Ñº¨Ñ§
คนอน่ื ๆ เลก็ นอ ย ถอื วา นา้ํ ชามกี ารเจรญิ เตบิ โต àÁÍè× ¡Í‹ ¹ÂѧãÊä‹ ´ŒàÅÂ
ผดิ ปกติหรือไม อยางไร
1. ผิดปกติ เพราะเพือ่ นทุกคนสูงเทา กัน 3. การทเ่ี ติ้งไมส ามารถใสเ ส้อื ผาตัวเดมิ ได
2. ผิดปกติ เพราะคนในวยั เดยี วกนั ตอ งมี D เปนเพราะเหตใุ ด

สวนสูงเทากัน 1. เพราะเส้ือหดเล็กลง
3. ไมผ ดิ ปกติ เพราะนาํ้ ชาและเพอ่ื นไมไ ดเ ปน 2. เพราะเส้อื เกา มากเกนิ ไป
3. เพราะเติ้งมีรางกายที่ใหญข ้นึ
พน่ี อ งกัน 4. เพราะเตงิ้ เลอื กขนาดเสือ้ ท่ีไมเ หมาะกับ
4. ไมผดิ ปกติ เพราะรางกายของคนเรามีการ
ขนาดตวั
เจริญเตบิ โตตางกันตามปจจัยตา งๆ
2. เราสามารถสงั เกตวาตวั เรามีการเจรญิ เติบโต
D ไดจากสงิ่ ใด

1. รปู แบบเสอ้ื ผาที่สวมใส
2. ขนาดรองเทา ทีเ่ ปลย่ี นไป
3. ประเภทของอาหารทเี่ รากนิ แตล ะวัน
4. ปริมาณของของเลน ทเ่ี ลน ตง้ั แตแ รกเกดิ

ความรู ความจํา ความเขา ใจ การนําไปใช การวเิ คราะห การสงั เคราะห การประเมนิ คา

A B C D E F

(11) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 4. คณุ ครูใหนกั เรยี นทุกคนวดั สว นสงู เปไ มอ ยาก 8. ขอใด ไมใช พัฒนาการของเด็กในวยั เรียน
D ถอดรองเทา เปจึงใสรองเทาขณะวัดสวนสูง D ทเี่ กดิ ขึ้นตามความเจริญเติบโตของรา งกาย

นักเรียนคิดวาสวนสูงที่วัดไดของเปมีความ 1. วิ่งไดเ รว็ ข้นึ
คลาดเคลอ่ื นหรือไม เพราะอะไร 2. กนิ อาหารไดม ากขึน้
1. ไมค ลาดเคลอ่ื น เพราะเปเปน คนวัด 3. บวกเลขในใจไดเ ร็วขน้ึ
4. เขียนหนงั สือไดตวั บรรจงขน้ึ
สวนสูงเอง ดูขอมูลในตาราง แลว ตอบคาํ ถามขอ 9.
2. ไมค ลาดเคล่ือน เพราะการใสรองเทา
ตารางแสดงน้ําหนักและสว นสงู
ไมมีผลตอการวดั สว นสงู ตามเกณฑมาตรฐานการเจริญเติบโตของเพศหญิง
3. คลาดเคลอ่ื น เพราะเปต องถอดเครื่อง-
อายุ นา้ํ หนกั (กก.) สว นสูง (ซม.)
แตง กายดว ยจงึ จะทําใหไดสวนสูงทแ่ี ทจ ริง 8 19.3 - 32.5 117.0 - 132.5
4. คลาดเคลอ่ื น เพราะการใสร องเทาวดั 9 21.2 - 37.4 121.9 - 139.1
10 23.4 - 42.1 127.1 - 146.1
สวนสูงจะทาํ ใหไมทราบสว นสูงทแ่ี ทจ ริง
5. โดยปกติคนในวยั ใดจะมนี า้ํ หนกั ตวั มากทีส่ ุด 9. ออ มแอม อยชู น้ั ป.3 ปจ จบุ นั ออ มแอม มนี า้ํ หนกั
B และนอ ยทีส่ ุดตามลําดบั D 34 กิโลกรัม และมีสวนสูง 131 เซนติเมตร

1. วัยเดก็ วัยทารก หากอกี 1 เดือน ออ มแอม จะมีอายคุ รบ 9 ป
2. วัยผูใหญ วัยทารก นํ้าหนักและสวนสูงของออมแอมถือวาเกิน
3. วยั ชรา วัยผใู หญ เกณฑมาตรฐานหรือไม เพราะอะไร
4. วยั ชรา วยั เดก็ 1. เกนิ เกณฑมาตรฐาน เพราะยงั เหลืออีก
6. ในวัยผูใ หญ เพศหญิงและเพศชายมกี าร
B เจรญิ เตบิ โตแตกตา งกนั ในเรอ่ื งใดทชี่ ดั เจนทสี่ ดุ 1 เดอื น ออมแอม จงึ จะอายุ 9 ป
1. ลกั ษณะรปู ราง 2. เกนิ เกณฑมาตรฐาน เพราะออมแอม
2. ความยาวของเสนผม
3. ลักษณะของสผี ิวหนงั มนี ้ําหนักเกินเกณฑของเดก็ อายุ 8 ป
4. ความเรียบเนยี นของผวิ หนงั 3. ไมเ กนิ เกณฑมาตรฐาน เพราะออมแอม
7. แกมอายุ 9 ป เรยี นอยูชนั้ ป.3 แกมควรมี
B ลกั ษณะตามขอใด มีสว นสงู อยูในเกณฑข องเด็กอายุ 8 ป
1. เริ่มมีผวิ หนังเห่ยี วยน 4. ไมเกินเกณฑม าตรฐาน เพราะอาจ
2. มีเอวคอดและสะโพกผาย
3. มฟี นนาํ้ นมขึน้ ครบทุกซี่ ประมาณการวาออมแอม อายุ 9 ปแ ลว
4. มกี ลามแขนท่ีใหญและแขง็ แรง สามารถใชเกณฑม าตรฐานนํา้ หนักและ
สวนสูงของเด็ก 9 ปไ ด

โครงการวัดและประเมินผล (12)

10. การเจริญเตบิ โตในขอใดเปนผลมาจากปจ จยั 14. นสิ ารสู กึ วา ตนเองตวั สงู นอ ยกวา เพอื่ นๆ
D ทางดานกรรมพนั ธุ D หากนสิ าอยากมสี ว นสงู เทา เพอ่ื น นสิ าควรทาํ
1. แกว มนี ้วิ เรียวยาวเหมือนคุณแม อยา งไร
2. ตา มขี าทแ่ี ขง็ แรง เพราะว่งิ กับพอ ทกุ เชา 1. กนิ ผลไมท กุ วนั
3. นนทตัวสูง เพราะดื่มนมที่แมเตรียมไวให 2. ด่ืมนมเปน ประจํา
ด่ืมทุกวนั 3. กนิ อาหารทท่ี าํ จากแปงมากๆ
4. ฝนกบั พฟ่ี น ไมผ ุ เพราะพอ สอนใหแ ปรงฟน 4. ออกกําลงั กายทุกวนั วันละ 10 นาที
กอนนอนทกุ คืน
15. พฤตกิ รรมของครอบครวั ใดถอื เปน การใหค วาม
11. พฤตกิ รรมในขอใดสงผลตอการเจรญิ เตบิ โต D สําคัญตอครอบครัว
D ทางดา นรางกาย 1. ครอบครวั ของแพรวไมเ คยดเุ มือ่ ลกู ทําผดิ
1. แตวต้ังใจเรียนหนังสอื 2. ครอบครัวของกองทําโทษลูกอยางรุนแรง
2. ตก๊ิ วาดภาพตวั การตูนที่ชอบ เมอื่ ลกู ทําผดิ
3. ตน ชอบไปเลนฟุตบอลกบั พอ 3. ครอบครัวของฝนมาเชียรฝนเสมอเมื่อฝน โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
4. เตยรอ งเพลงตามโฆษณาในโทรทัศน ลงแขง กฬี า
12. อาหารในขอใดไมใช อาหารทมี่ ีประโยชนตอ 4. ครอบครัวของปานจางครูมาสอนพิเศษ
D การเจรญิ เตบิ โตทัง้ หมด เพราะพอแมไ มมเี วลาสอนการบาน

1. ขาวสวย ผัดผกั คะนาใสหมู อา นเรอื่ งทกี่ าํ หนด แลว ตอบคาํ ถามขอ 16. - 18.
2. มะละกอสุก นมพรอ งมันเนย
3. ขาวเหนียวทุเรียน มะมว งดอง เปลเปนลูกคนท่ีสอง เม่ือไดของเลน
4. ขาวตม ปลา หมูทอดกระเทียม ชิ้นใหม เปลจะแบงใหนองเลนดวยเสมอ
เธอใชเงินอยางประหยัดเพราะแมสอนวา
13. เดก็ ในวยั เรยี นควรนอนหลบั พกั ผอ นอยา งนอ ย เราตอ งรจู กั คา ของเงนิ ทกุ วนั เปล เหลอื เงนิ
D วันละ 8 - 10 ชั่วโมง ถา พลอยสวยนอนหลบั มาหยอดกระปกุ ออมสนิ ทบี่ า นเผอื่ วา อยาก
ไดอะไร เธอจะไดไมตองรบกวนเงินของ
เพียง 6 ช่ัวโมง จะสงผลตอการเจริญเติบโต พอ แม
ของพลอยสวยอยา งไร
1. ทําใหเกดิ อาการงว งนอน นชุ เปนพคี่ นโต เวลาแมซ้อื ของเลน มา
2. ทาํ ใหรา งกายทํางานมากกวาปกติ ใหนอง เธอจะเอาของเลนทั้งหมดมาเลน
3. ทําใหรา งกายตอ งการอาหารนอยลง กอ นคนเดยี ว พอเบอ่ื แลว คอ ยใหน อ งเลน ตอ
4. ทาํ ใหรา งกายมกี ารเจริญเติบโตไมเต็มที่ นุชไมเคยเหลือเงนิ กลับบาน เพราะนชุ นาํ
เงินไปซ้ือขนมและของเลนทุกวัน แมไม
เคยดุนุชเรื่องความฟุมเฟอย เพราะกลัว
นชุ จะเสียใจ

(13) โครงการวัดและประเมินผล

16. จากเนอ้ื เรอ่ื ง ครอบครวั ของเปล และนุช 19. เพราะเหตุใดเพือ่ นๆ จงึ ไมเ ลนกบั ขาว
D มีความแตกตา งกันในดานใด D 1. เพราะเพ่ือนๆ ไมช อบขาว
2. เพราะขาวพูดจาไมเพราะ
1. ดา นสงั คมและดา นการศกึ ษา 3. เพราะขา วทาํ ใหขวญั เสียใจ
2. ดา นสงั คมและดานเศรษฐกจิ
3. ดา นเศรษฐกิจและดา นการศึกษา 4. เพราะขา วชอบลอ เลียนเพื่อน

4. ดานการศึกษาและดา นส่ิงแวดลอ ม 20. การท่ีเพ่ือนๆ ไมเลนกับขา ว เปน การกระทํา
17. การทีเ่ ปลรจู กั ใชเงนิ อยา งรคู ุณคา เปน การ D ทถี่ ูกตอ งหรือไม อยา งไร
D สรา งสัมพันธภาพในครอบครัวในดา นใด 1. ถกู ตอง เพราะขาวชอบลอเลียนเพอื่ น
2. ถูกตอง เพราะเพอื่ นทุกคนไมช อบขาว
1. การมีนํ้าใจตอ คนในครอบครวั 3. ไมถูกตอง เพราะเพื่อนควรตกั เตอื น
2. การใชเ วลาวางรว มกนั ในครอบครัว
3. การรบั ผิดชอบตอ หนา ท่ีของตนเอง เมอ่ื เห็นเพือ่ นทําผิด
4. การใหค วามเคารพตอผูใหญในครอบครัว 4. ไมถกู ตอ ง เพราะขาวลอ เลยี นขวัญ
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ เพยี งคนเดยี วไมไดลอ เลียนเพือ่ นคนอน่ื
18. การทนี่ ชุ เอาของเลน ทพ่ี อ แมซ อื้ ใหน อ งมาเลน
D กอนแลวคอยนําไปคืน แสดงวานุชขาดการ 21. การสรางสมั พันธภาพในกลุม เพอ่ื นในขอ ใด
สรางสัมพนั ธภาพในครอบครวั ในดานใด D ทส่ี ามารถทาํ ไดงาย ไมเกินกําลงั ของเรา
1. การพดู คยุ กันดว ยเหตผุ ล และเหมาะสมทส่ี ุด
1. แบงคาขนมใหเพื่อนยืมไปซื้อของเลน
2. การมนี าํ้ ใจตอ คนในครอบครัว 2. กลาวทกั ทายเพ่อื นดวยรอยยิ้มเสมอ
3. การเคารพสิทธขิ องคนในครอบครวั
4. การรับผดิ ชอบตอ หนา ทข่ี องตนเอง 3. ใหเ พอื่ นลอกการบา นเมือ่ เพื่อนลืมทํามา
อา นเรอื่ งทกี่ าํ หนด แลว ตอบคาํ ถามขอ 19. - 20. 4. ชว ยดูตนทางใหเ พ่อื นทีแ่ อบนําขนม
มากินในหอ งเรียน
ขา วกับขวญั เปน เพอื่ นกนั ขาวกระโดด
ไดส งู แตข วญั กระโดดไดไ มค อ ยสงู นกั ขา ว 22. บา นของพายแุ ละนาํ้ ฟา อยใู กลก นั ถา พายชุ วน
มักลอขวัญเสมอวาเปนเพราะขวัญตัวเตี้ย D นา้ํ ฟา ไปเทย่ี วทบ่ี า นในขณะทพี่ อ แมไ มอ ยบู า น
ขวญั จงึ กระโดดไดไ มส งู เวลาทขี่ วญั ถกู ขา ว
ลอ เลยี น ขวญั รสู กึ เสยี ใจและบางครง้ั กแ็ อบ นา้ํ ฟา ควรไปกบั พายุหรอื ไม เพราะเหตุใด
รอ งไหอ ยคู นเดยี ว เพอื่ นๆ เหน็ ขวญั รอ งไห 1. ไป เพราะพายเุ ปน เพ่ือน
เพราะถกู ขา วลอ เลียน เพื่อนๆ จงึ ชวนกัน 2. ไป เพราะบานอยูใกลก นั
ไมเลนกับขาว ขาวรูสึกเสียใจท่ีเพ่ือนๆ 3. ไมไป เพราะบา นอยูใกลก นั จะไปเทยี่ ว
ไมเ ลน ดวย
เมอ่ื ใดก็ได
4. ไมไป เพราะการอยกู ับพายเุ พียงลาํ พัง

อาจทําใหเกดิ การลว งละเมดิ ทางเพศได

โครงการวัดและประเมินผล (14)

23. มนิ้ เหน็ นกั รอ งทช่ี นื่ ชอบแตง กายดว ยเสอื้ กลา ม 27. นกั เรยี นควรเลอื กทาํ กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหวใด
D และกางเกงขาสนั้ มนิ้ จงึ แตง กายตามนักรอง D หากมพี ้ืนทใี่ นการทาํ กิจกรรมจํากดั
คนนัน้ พฤติกรรมของมน้ิ เหมาะสมหรอื ไม 1. กระโดดตบมอื
อยางไร 2. กระโดดเชือก
1. เหมาะสม เพราะจะไดเปน ผูนําแฟชั่น 3. วง่ิ ซิกแซ็กไปกลับ
2. เหมาะสม เพราะจะไดเ ปน ทชี่ น่ื ชอบเหมอื น 4. ทุมลกู บอลขา มสงิ่ กดี ขวาง
นกั รองคนนน้ั
3. ไมเ หมาะสม เพราะเปนการแตงกายท่ี 28. การกระโดดเขยงสลับเทากนั สามารถนําไป
D ประยุกตเลน กับการละเลน ในขอ ใด
ลอ แหลม
4. ไมเ หมาะสม เพราะจะทาํ ใหดรู ูปรางไมดี 1. วงิ่ เปย ว
2. งกู ินหาง
24. สถานทใ่ี ดทเี่ สยี่ งตอ การถกู ลว งละเมดิ ทางเพศ 3. รรี ขี าวสาร
D นอ ยท่สี ุด 4. กระตายขาเดยี ว
1. รานขาวแกงหนาปากซอย 29. หากตอ งการเลน เกม หรอื การละเลน ทตี่ อ งแบง โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
2. สถานบันเทงิ ทอ่ี ยูใกลบ า น D ผูเลน ออกเปน 2 ทมี และผเู ลนในทมี จะตองมี
3. บนรถประจําทางทมี่ คี นแออดั
4. หองนอนของเพือ่ นผชู ายทอี่ ยูขา งบาน สวนรวมในเกมอยางเทาเทียมและครบทุกคน
เกมในขอใดเหมาะสมท่สี ุด
25. สริ ตี องออกไปทําธรุ ะใหแ ม สริ คี วรแตง กาย 1. การเลน ต่ีจบั
D อยางไร จงึ จะชว ยลดความเสยี่ งจากการถกู 2. การเลนวิ่งเปยว
3. การเลน งกู ินหาง
ลว งละเมิดทางเพศ 4. การเลนมอญซอนผา
1. ชุดกระโปรงสัน้ สายเด่ียว 30. การเลน วงิ่ เปย ว หากผเู ลน ทย่ี นื รอรบั ผา โนม ตวั
2. เส้ือแขนสั้นกับกระโปรงยาวคลุมเขา D ไปขา งหนา โดยทเี่ ทาเหยียบอยูหลงั เสนที่
3. เส้อื แขนยาวรดั รูปกับกางเกงขาสนั้ กาํ หนด ถอื วา ผดิ กติกาหรอื ไม เพราะอะไร
4. เสื้อแขนกดุ กบั กระโปรงยาวคลมุ เทา 1. ผดิ กตกิ า เพราะผูเ ลนทีร่ อรับผา ตองยืน
26.
ตวั ตรงขณะรอ
B

2. ผิดกติกา เพราะการโนมตวั ไปขา งหนา
เปนการเอาเปรียบผเู ลน อกี ฝา ย
กจิ กรรมในขอใดมลี กั ษณะการเคลือ่ นไหว 3. ไมผดิ กตกิ า เพราะวาเทาของผเู ลนท่รี อ
คลา ยการยอยดื รับผา ไมไ ดล้าํ เสน ท่ีกําหนด
1. การยืนรดนา้ํ ตน ไม 4. ไมผ ดิ กติกา เพราะการโนม ตวั ออกมา
2. การยนื กวาดเศษใบไม ขางหนา จะชว ยใหส ามารถแตะตวั ผูเลน
3. การกม ลงยกกระถางตนไม ฝายตรงขา มไดเ รว็ ขน้ึ ซ่ึงผเู ลน ทั้งสองทมี
4. การยนื เอือ้ มมือไปตัดกงิ่ ไม สามารถกระทาํ ได

(15) โครงการวัดและประเมินผล

2ตอนที่ ตอบคาํ ถามใหถกู ตอ ง จาํ นวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ

¤Ðá¹¹àµçÁ

10

อานขอ ความที่กาํ หนด แลว ตอบคาํ ถามขอ 1.

เมอื่ ปท แี่ ลว ธนั วามนี า้ํ หนกั 26 กโิ ลกรมั อายุ เพศชาย
และมีสวนสูง 121 เซนติเมตร ปจจุบัน ป นํ้าหนกั (กก.) สวนสงู (ซม.)

ธันวาอายุ 9 ป มนี ํ้าหนกั 34 กิโลกรมั และ 8 20.0 - 32.2 117.4 - 133.2
มสี ว นสูง 127 เซนติเมตร 9 21.5 - 36.6 121.8 - 138.3

10 23.6 - 40.8 126.2 - 143.4

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. จากตารางเกณฑมาตรฐานการเจริญเติบโต เม่ือปท่ีแลวธันวามีการเจริญเติบโตเปนอยางไร และ
D ปจจุบันธนั วามีการเจริญเตบิ โตเปนอยางไร และธันวาควรดูแลการเจริญเติบโตของตนเองอยา งไร

............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

2. พระแพงเปนเพือ่ นกับน้าํ หวาน ครอบครวั ของนา้ํ หวานฐานะไมด นี กั นํ้าหวานตองชว ยแม
D เตรยี มของไปขายแตเชาทกุ วนั จึงทาํ ใหน า้ํ หวานมาเรยี นสาย นํา้ หวานจึงเรียนไมคอยทันเพื่อน

บางวันนํ้าหวานก็กินแตขาวกลางวัน เพราะน้ําหวานมีเงินไมพอซื้อขนม พระแพงรูสึกสงสาร
นํา้ หวานและอยากชว ยเหลอื นา้ํ หวาน

นกั เรยี นคดิ วา พระแพงควรชว ยเหลือนาํ้ หวานอยา งไรจงึ จะเหมาะสม

............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

3. มีนอาศยั อยกู ับพอ แม และพส่ี าว เยน็ วนั หนงึ่ พอและแมติดธรุ ะสําคญั ทําใหก ลับบา นชา กวา
D ปกติ สวนพี่สาวของมีนยังไมกลับจากไปทํางาน มีนจงึ ตอ งอยบู า นเพียงคนเดียว

มนี ควรปฏบิ ตั ิตนอยางไรจึงจะชว ยใหป ลอดภัยจากการถูกลวงละเมิดทางเพศ

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

โครงการวัดและประเมินผล (16)

4.

D

จากอุปกรณที่ยกตัวอยาง ถาตูนตองการทํากิจกรรมการเคลื่อนไหวท่ีสามารถทํารวมกับเพ่ือนได โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
ตนู ควรเลอื กอปุ กรณชนดิ ใด เพราะเหตุใด พรอมยกตัวอยางกจิ กรรมที่ใชอ ุปกรณช นิดนั้น

............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

อา นขอความทีก่ ําหนด แลว ตอบคําถามขอ 5.
การละเลนตจี่ บั

การละเลนต่ีจับเปนการละเลนพ้ืนเมืองของไทย นิยมเลนกันในหมูเด็กผูชาย มีกติกาในการเลน
ดังน้ี

• แบง ผเู ลนออกเปน 2 ฝา ย ฝายละเทาๆ กัน จากน้ันตกลงกันวาฝายใดจะเปน ฝายเรมิ่ ตนตีก่ อน
โดยฝายทเี่ ริ่มกอน เรียกวา “ฝา ยรกุ ” ใหฝายรกุ เลอื กตัวแทนออกมาคนหนงึ่ เปน คนเขาไปต่ี โดยคนตี่
จะตองออกเสยี งวา “ต่ี” ขณะเขาไปในแดนฝายตรงขา ม

• เม่ือฝายรุกตี่เขามาในเขตแดน ฝายตรงขามตองคอยยึดตัวไมใหฝายรุกขามกลับไปแดนของ
ตนได โดยยดึ ตัวไวจ นกวา เสียงตีจ่ ะขาดเสยี งลง ซง่ึ หากฝายรกุ ท่ที ําเสียงต่ขี าดเสยี งกอ นขา มกลบั ไป
แดนตนเอง ผเู ลนคนนั้นตอ งมาเปนเชลยของฝา ยตรงขา ม

• ถา ฝา ยรกุ สามารถหนกี ลบั เขาแดนตนได ฝา ยตรงขามทถ่ี ูกแตะตัวตอ งไปเปน เชลยของฝา ยรกุ
• เมอื่ ฝา ยของตนถกู จบั ไปเปน เชลย ผทู ตี่ ค่ี นตอ ไปตอ งพยายามชว ยพวกของตนกลบั มาใหไ ด โดย
ฝา ยตรงขา มตอ งคอยกนั ไมใ หผ ทู ม่ี าชว ยและเชลยแตะตวั กนั ได ถา แตะกนั ไดเ ชลยจะไดก ลบั แดนของตน
• เลนสลับกนั เชนนจี้ นกวา ฝายใดฝายหนง่ึ จะหมดตวั ผูเลน กอ น โดยฝายชนะมสี ิทธจิ์ ะใหฝ า ยแพ
ทาํ อะไรก็ได
5. การเลนการละเลน ตจ่ี บั หากผูเลน ทเี่ ปน ฝา ยรกุ ทาํ เสยี ง “ต”่ี เขาไปยังเขตแดนของฝายตรงขา ม แลว
D ถกู ฝา ยตรงขา มจบั ตวั ได แตผ เู ลน ฝา ยรกุ หนกี ลบั มายงั เขตแดนของตวั เองโดยทเี่ สยี ง “ต”่ี นน้ั หยดุ ดงั
ไปแลว ผเู ลน คนน้ันถือวาทําผดิ กตกิ าหรอื ไม และผเู ลน ฝา ยตรงขามทีแ่ ตะถูกตัวผูเ ลน คนนั้นจะตอง
ถูกจับมาเปนเชลยของฝา ยรุกหรอื ไม เพราะเหตใุ ด

............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

(17) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนท่ี

ชุดที่ 1

ตอนที่ 1

1. ตอบ ขอ 1. คนแตละชวงวัยจะมีการเจริญเติบโตของรางกายแตกตางกัน โดยสามารถสังเกตไดงายๆ จาก

การเปลี่ยนแปลงของรูปราง เชน เม่ือเปน เดก็ รา งกายยงั เตบิ โตไมเต็มที่ จึงทําใหเ ด็กมีรปู ราง
เล็กกวาผูใหญ ซ่ึงความแตกตางของรูปรางน้ีเกิดขึ้นจากปจจัยในหลายดาน เชน พันธุกรรม
สภาพแวดลอ ม และพฤตกิ รรมการกนิ เปน ตน ปจ จยั เหลา นจ้ี ะสง ผลและแสดงออกเปน นาํ้ หนกั
และสวนสงู ซงึ่ เราจะทราบนา้ํ หนกั และสวนสูงไดจ ากการชงั่ นา้ํ หนักและการวดั สว นสงู สวนการ
เจริญเติบโตในดานอารมณนั้นไมสามารถสังเกตเห็นไดชัดเจน เน่ืองจากเปนการเปล่ียนแปลง
ดา นจติ ใจ ดงั นน้ั ความแตกตางทสี่ ังเกตเห็นไดช ดั เจนท่ีสดุ คอื รูปราง

2. ตอบ ขอ 4. พฒั นาการ คอื ความสามารถในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ ทงั้ ทางดา นรา งกาย จติ ใจ สตปิ ญ ญา และ

สังคม การจดจาํ สิง่ ตา งๆ ไดเ ปน พฒั นาการทางดา นสตปิ ญ ญา การมคี วามสมั พนั ธทีด่ ตี อ เพือ่ น
หรือผูอ่ืนเปนพัฒนาการทางดานสังคม การรูสึกตื่นเตน ดีใจ เมื่อพบเหตุการณที่ไมคุนเคย
เปนพัฒนาการทางดานจิตใจ สวนการเคล่ือนไหวรางกายดวยความคลองแคลว รวดเร็ว เชน
การวิ่งระยะสนั้ เปน ตน เปน พัฒนาการทางดานรางกาย

3. ตอบ ขอ 2. วัยที่มีการเจริญเติบโตของรางกายเต็มที่ คือ คนที่มีอายุ 25 - 60 ป ซึ่งเรียกวา วัยผูใหญ

หรือวัยทํางาน ในวัยนี้จะมีการเจริญเติบโตอยางสมบูรณท้ังดานรางกายจิตใจ สังคม และ
สตปิ ญ ญา

4. ตอบ ขอ 3. น้ําหนักและสวนสูงของคนเรามีผลมาจากปจจัยหลายดาน เชน พันธุกรรม สภาพแวดลอม

และพฤติกรรมการกิน เปนตน ถึงแมจะเปนเพศเดียวกัน และอายุเทากัน แตหากมีปจจัย
ในการเจรญิ เตบิ โตตา งกนั ก็ไมจําเปนตอ งมีนา้ํ หนกั และสว นสงู เทากัน

5. ตอบ ขอ 3. เม่อื รางกายเจริญเติบโตและมกี ารเปลยี่ นแปลง เชน อาจมนี ํ้าหนักตัวเพมิ่ ข้นึ มีสว นสงู เพ่ิมขนึ้

หรือมีรูปรางใหญข้ึน เปนตน ซึ่งจากการเปล่ียนแปลงน้ีบางครั้งอาจสงผลตอการดําเนินชีวิต
เล็กนอย เชน ใสรองเทาคูเดิมไมไดเพราะเทายาวขึ้น หรือการใสเสื้อผาตัวเดิมไมไดเพราะ
ตวั ใหญหรือสงู ขนึ้ เปนตน

6. ตอบ ขอ 3. นํ้าออ ยมีนา้ํ หนกั มากกวาเกณฑม าตรฐาน เพราะนํ้าตาลมีพฤตกิ รรมการกินท่ีไมเหมาะสม คอื

ด่ืมน้าํ อดั ลมบอยๆ ซ่ึงในนา้ํ อดั ลมมนี ้ําตาลอยมู าก จงึ ทาํ ใหนํา้ ออยอว น

7. ตอบ ขอ 4. นํ้าออ ยควรเลือกดม่ื เครอ่ื งดม่ื ทมี่ ปี ระโยชน เชน น้าํ เปลา แทนการดมื่ น้าํ อัดลม เพราะนอกจาก

น้าํ อดั ลมจะมนี ้ําตาลท่อี าจทาํ ใหอ วนแลว ยงั อาจเปนสาเหตุทาํ ใหฟน ผไุ ดอกี ดวย

โครงการวัดและประเมินผล (18)

8. ตอบ ขอ 1. การออกกาํ ลงั กายชว ยทาํ ใหรางกายแขง็ แรงและทําใหร างกายมกี ารเจรญิ เตบิ โตอยางสมสว น โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
9. ตอบ ขอ 2. เด็กในวัยเรียนควรนอนหลับพักผอนอยางนอยวันละ 8 - 10 ช่ัวโมง โดยนับจํานวนช่ัวโมง

ตั้งแตเ ขา นอนจนถงึ ต่นื นอน ตน เขา นอนเวลา 2 ทุม คอื 20.00 น. เมอื่ นบั ตอไป 8 ชม. ก็คอื
เวลา 04.00 น. และเมือ่ ครบ 10 ชม. ก็คือเวลา 06.00 น. ดงั น้นั ตน ควรต่นื นอนในชวงเวลา
04.00 - 06.00 น. จึงเปน การพักผอนอยา งเพยี งพอ

10. ตอบ ขอ 2. การท่แี มทําอาหารใหล กู กินเปน การดูแลสมาชกิ ในครอบครวั วธิ หี น่งึ ซง่ึ ถือเปนความสาํ คญั ของ

ครอบครัวในดา นการอบรม เล้ียงดู และสั่งสอนสมาชิกในครอบครวั

11. ตอบ ขอ 4. ครอบครวั เปน ศนู ยร วมความรกั ความผกู พนั ของสมาชกิ ในครอบครวั ครอบครวั เปน แหลง พกั พงิ

และชว ยเหลือยามสมาชิกเกดิ ปญ หา หากสมาชิกในครอบครัวไมเ หน็ ความสาํ คัญของสงิ่ เหลา นี้
กจ็ ะทาํ ใหเกดิ ชองวา งในครอบครัว สมาชกิ ในครอบครัวเกิดความหา งเหนิ และวา เหวได

12. ตอบ ขอ 3. พอ กบั แมข องอมุ สอนใหอ มุ รจู กั แบง ปน ยายของเอกสอนใหเ อกเปน เดก็ กตญั ู ดงั นนั้ จงึ มคี วาม

เหมือนกันในดานสงั คม คอื มพี อ แม หรอื ญาติผูใ หญค อยดแู ล อบรมสง่ั สอนในดานคุณธรรม
สว นพอ แมข องอมุ มรี ายไดด ี จงึ ไมต อ งทาํ งานหนกั ขณะทพี่ อ แมข องเอกตอ งทาํ งานหนกั เพราะ
มรี ายไดนอ ย ดังนั้น จงึ มีความแตกตางกนั ในดา นเศรษฐกิจ

13. ตอบ ขอ 1. การทเี่ อกตงั้ ใจเรยี นเปน การแสดงความกตญั ตู อ พอ แม ทท่ี าํ งานหนกั หาเงนิ สง เสยี ใหเ อกเรยี น

ซ่ึงพอแมก็จะมีกําลังใจในการทํางานเพ่ือเอก นอกจากน้ีเอกยังจะไดความรูจากการเรียนไปใช
ในการทํางานในอนาคตไดอ กี ดว ย

14. ตอบ ขอ 4. การที่พอแมไมมีเวลาใหเอกเพราะตองทํางานหาเงินมาเล้ียงดูครอบครัวและสงเสียใหเอกได

เรียนหนังสือ และการที่เอกต้ังใจเรียนก็เปนหนาที่ของลูกท่ีดี ซึ่งถือเปนการสรางสัมพันธภาพ
ในครอบครัวในดานการแสดงความรบั ผิดชอบตอ หนา ทข่ี องตนเอง

15. ตอบ ขอ 3. การสรา งสมั พนั ธภาพในครอบครวั ควรยดึ ถอื หลกั การการอยรู ว มกนั อยา งมคี วามสขุ คอื สมาชกิ

ทุกคนตองรูจักหนาท่ีและบทบาทของตนเอง เชน ลูกควรเคารพพอแม พ่ีควรชวยเหลือนอง
ลกู ไมควรใชเงนิ ที่พอแมใหอยา งฟุมเฟอ ย พอแมควรมีเวลาดูแลและอบรมสงั่ สอนลูก เปนตน

16. ตอบ ขอ 4. การสรา งสมั พนั ธภาพท่ดี ีกับเพ่อื น ควรเริม่ ดวยการปฏิบัตดิ กี บั เพ่ือน เชน การพูดกบั เพ่ือนดว ย

คําพูดท่ีดี ย้ิมแยมแจมใสอยูเสมอ ดังน้ัน แมวาหนูนุนจะข้ีอาย แตหนูนุนก็พูดกับเพื่อนดวย
คําพูดที่ไพเราะ เพื่อนจงึ อยากเลนดว ย สวนหนูนิ่มชอบลอ เลยี นเพอื่ น จงึ ทําใหเพื่อนไมอ ยาก
เลน ดวย

17. ตอบ ขอ 2. การสรางสัมพันธภาพในกลุมเพ่ือนเปนส่ิงท่ีดี เชน การรูจักชวยเหลือเพ่ือน เปนตน แตการ

ชวยเหลือควรคํานึงถึงความถูกตองและเหมาะสมในการชวยเหลือดวย โดยเปนการชวยเหลือ
ที่ไมเ กนิ กาํ ลงั ของเรา และเปนการชวยเหลือที่ไมทาํ ใหผูอ น่ื เดือดรอ นหรือเสยี ใจ เชน การชว ย
เพื่อนทาํ ความสะอาดหองเรียน หรือการแบง ขนมใหเพื่อนกินดวย เปนตน

(19) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 18. ตอบ ขอ 2. เส่ียง เพราะตาลมีพฤติกรรมท่ีอาจนําไปสูการลวงละเมิดทางเพศ คือ การชอบกลับบานดึก

ซ่ึงหากมผี รู ายมาแอบซุมอยู ตาลก็อาจถูกลวงละเมิดทางเพศรวมถงึ โดนทํารา ยได

19. ตอบ ขอ 3. แนะนําใหต าลรีบกลับบา น เพราะหากตาลกลบั บา นเร็ว ซ่ึงเปน ชวงเวลาทีค่ นสว นใหญเลิกเรยี น

หรอื เลิกทํางาน ตาลกจ็ ะไดไ มต อ งเดนิ เขาบา นเพยี งลําพงั และลดโอกาสเสีย่ งทีจ่ ะพบผูรายซ่งึ
มักจะกอ อาชญากรรมในชว งกลางคืนหรือชว งที่ไมมคี นดว ย

20. ตอบ ขอ 4. เม่อื มคี นแปลกหนา หรอื คนที่เรารสู กึ ไมน า ไวว างใจมาชักชวนใหร ับส่ิงของ ขนม หรอื เครอ่ื งดม่ื

เราควรปฏิเสธทันทีดวยทาทางและน้ําเสียงท่ีจริงจัง โดยควรกลาวปฏิเสธอยางสุภาพวาไมรับ
สงิ่ ของนน้ั และตง้ั สติ ไมแ สดงอาการตกใจ หรอื ตนื่ กลวั จนเปน ทส่ี งั เกต เพราะผทู ม่ี าหลอกลอ เรา
อาจสังเกตเหน็ และฉวยโอกาสนน้ั ทาํ รา ย หรือลว งละเมิดทางเพศได

21. ตอบ ขอ 2. การเคลอื่ นไหวรา งกายขณะอยกู บั ทเ่ี ปน การขยบั รา งกายในทา ทางตา งๆ โดยไมม กี ารเคลอ่ื นท่ีไป

ทอ่ี นื่ การนอนดูโทรทศั นแ ละการนอนหลับไมถือเปน การเคลือ่ นไหว เพราะไมมีการขยับอวยั วะ
สว นใดของรา งกาย การเดนิ ขนึ้ บนั ไดและการรดนาํ้ ตน ไมห นา บา น การทาํ ความสะอาดบา น และ
การวง่ิ เลน กบั สนุ ขั เปนการเคล่ือนไหวรางกายขณะเคล่ือนท่ี เพราะมกี ารเคลอ่ื นที่รา งกายไปมา
สว นการนงั่ เหยยี ดขาและการยนื บดิ ลาํ ตวั ไปมาเปน การเคลอื่ นไหวรา งกายขณะอยกู บั ท่ี เพราะมี
การขยับรา งกายแตไมม ีการเคลื่อนที่ไปยงั จดุ อื่น

22. ตอบ ขอ 1. การกระโดดตบมือจะใชการตบมือในการกําหนดจังหวะและนับจํานวนคร้ังของการเคล่ือนไหว

ดงั นั้น อวยั วะท่ีใชก าํ หนดจงั หวะ คอื มือ

23. ตอบ ขอ 2. การกระโดดตบมือใตขาสลับกัน เปนการกระโดดในลกั ษณะการยกขาขนึ้ ขางหนงึ่ แลวตบมอื ใต

ขานัน้ โดยยกขาสลับกันไปมาท้งั สองขาง ดงั นน้ั อวยั วะท่ีใชในการเคล่ือนไหวมากทส่ี ุด คอื ขา

24. ตอบ ขอ 4. การกาวเดินพรอมกับการทุมลูกบอลตองใชตาสังเกตจังหวะการตกของลูกบอลและจังหวะ

ในการกาวเทา หากไมม ีการสงั เกตและจับจังหวะการเคลื่อนไหวของมอื เทา และลูกบอล ทําให
การทุมลกู บอลมจี งั หวะที่ไมสมดุลกับจังหวะการกา วเทา และทาํ ใหก ารเคล่อื นไหวเสยี จังหวะได

25. ตอบ ขอ 1. การเคลอ่ื นไหวรา งกายซา้ํ ๆ อยา งสมาํ่ เสมอ จะทาํ ใหร า งกายเกดิ ความเคยชนิ และเรมิ่ เคลอ่ื นไหว

ไดเร็ว และคลอ งแคลว ขึ้น

26. ตอบ ขอ 3. เกมที่ชวยฝกทักษะการเคลื่อนไหวของรางกายควรจะเปนเกมท่ีทําใหรางกายไดเคลื่อนไหว

ครบทุกสวน เชน ไดเคลื่อนไหวท้ังแขน ขา ลําตัว เปนตน เกมงูกินหาง เปนเกมที่ตองว่ิง
เพ่อื จบั ผูเลนทเี่ ปน ลกู งู ซึ่งอวยั วะทเ่ี คล่ือนไหวมากท่สี ุดคอื ขา เกมลิงชงิ บอล เปน เกมที่ตอง
สง บอลตอ ไปใหเ พอื่ น โดยอวยั วะที่เคลือ่ นไหวมากทีส่ ุดคือ มอื เกมลมเพลมพัด เปน เกมทต่ี อง
วิ่งไปสลับที่หรือยายตําแหนงจากที่เดิมไปอีกท่ีหน่ึง ซึ่งอวัยวะท่ีเคล่ือนไหวมากที่สุดคือ ขา
สว น เกมบอลเรียกชอ่ื เปนเกมทีต่ อ งวิง่ หนีลูกบอล และหากถกู เรยี กตอ งรบี ไปรบั แลว โยนบอล
เรยี กชอ่ื คนอื่นตอไป ซงึ่ อวัยวะที่เคลอ่ื นไหวมากท่สี ดุ คือ ขา แขน และมือ

โครงการวัดและประเมินผล (20)

27. ตอบ ขอ 1. การละเลนว่ิงเปยวเปนการละเลนท่ีตองใชความรวดเร็วในการวิ่ง เพ่ือนําผาไปแตะตัวผูเลน

ฝายตรงขาม ดงั นน้ั การละเลนวิ่งเปยวจึงตอ งใชท กั ษะดานความเรว็ ในการวง่ิ มากทีส่ ดุ

28. ตอบ ขอ 3. การละเลน ว่งิ เปย วนอกจากความเรว็ ในการวงิ่ แลวผเู ลนในทมี ควรมีความสามคั คีและมีสว นรวม

ในการเลน เชน เมื่อเห็นเพื่อนกาํ ลังวงิ่ มาใกลถ งึ จดุ ออกตัวแลวกค็ วรเตรยี มตวั ออกวิ่งและรับผา
ที่เพอ่ื นจะสง ให เปนตน หากคนในทีมไมใหค วามรว มมือกจ็ ะทาํ ใหก ารวิ่งชา ลง จนอาจแพไ ด

29. ตอบ ขอ 2. ว่ิงเปยวเปนการแขงขันของผูเลน 2 ทีม มอญซอนผาและงูกินหางเปนการเลนแบบเปนกลุม

สวนการวง่ิ กระสอบแขงขันไดมากกวา 2 ทีม โดยทมี ใดวิ่งกระสอบถึงเสนชยั กอ นถือวาชนะ

30. ตอบ ขอ 4. การทํากิจกรรมเปนกลุม ตอ งอาศัยความสามัคคแี ละการรวมมอื กันระหวางสมาชกิ ทุกคนในทมี

ฟงความคิดเห็นและขอ เสนอแนะของสมาชกิ ในทมี ใหก ําลังใจซึ่งกนั และกัน รวมถึงการมวี ินัย
ในการฝกซอม หม่ันฝกซอมอยางตั้งใจและสมํ่าเสมอ ที่สําคัญที่สุดคือการมีนํ้าใจนักกีฬา
เลน ตามกติกา และใหเกยี รตผิ ูเลนทกุ คนท้งั ฝา ยตนเองและฝายตรงขา ม

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

(21) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ตอนที่ 2 ใบเตยมนี า้ํ หนกั และสว นสงู อยใู นเกณฑม าตรฐาน นทมี สี ว นสงู ตามเกณฑม าตรฐาน แตม นี าํ้ หนกั
1. แนวตอบ มากกวาเกณฑมาตรฐาน จากขอมูลที่บอกวานทีเปนนักกีฬา แสดงวานทีมีการออกกําลังกาย
อยา งสมา่ํ เสมอ ดังน้ัน การท่ีนทีมีน้ําหนกั มากกวา เกณฑจ ึงอาจมีสาเหตมุ าจากการกินอาหาร
2. แนวตอบ ซง่ึ นทีอาจกินอาหารที่ไมมปี ระโยชน ดงั น้ัน จึงควรเลือกกนิ แตอ าหารที่มปี ระโยชน เชน กนิ ผัก
3. แนวตอบ และผลไม หรอื นม และลดอาหารประเภทไขมัน น้าํ ตาล เปนตน
ใบเตยและนทมี ีความสามารถท่ีเกิดขนึ้ ตามพฒั นาการของการเจริญเตบิ โต ใบเตยคดิ เลขไดเกง
4. แนวตอบ เพราะมีพัฒนาการดานสตปิ ญ ญาที่ดี และการที่นทีวิ่งไดเรว็ เพราะมีพัฒนาการทางดา นรา งกาย
5. แนวตอบ ท่ีดี
เหตุการณท่ี 1 เส่ียงตอการถูกลวงละเมิดทางเพศ เพราะผูหญิงและผูชายไมควรอยูดวยกัน
เพียงลําพงั ในทม่ี ิดชดิ ลบั ตาคน รวมถงึ ไมค วรแตะเนือ้ ตองตัวกนั โดยไมจําเปน หรอื แสดงทาที
ใกลช ดิ สนทิ สนมกนั มากเกนิ ไป สว นเหตกุ ารณท ่ี2 เปน การปฏเิ สธคาํ เชญิ ชวนจากคนแปลกหนา
จงึ ไมทาํ ใหเ สี่ยงตอ การถูกลวงละเมดิ ทางเพศ
ตอบปฏิเสธอยา งสภุ าพและจรงิ จังวาการอยูดวยกนั ในทีล่ ับตาคนนน้ั ไมเหมาะสม จะทําใหผอู นื่
มองเราในทางที่ไมด ี หากมธี รุ ะอะไรคอยโทรศัพทคุยกนั หรอื หากไมใชธุระสําคัญคอยพูดคยุ กัน
ท่ีโรงเรยี นก็ได
การเลนข่มี าสงเมอื งประกอบดว ยผูเลน 2 คน คอื ผทู ีเ่ ปนเจาเมือง และผทู ีเ่ ปนมา โดยผทู เ่ี ลน
เปนมาควรเปนคนท่ีมีรางกายสูงใหญ แข็งแรง เพ่ือท่ีจะไดสามารถรับน้ําหนักของผูท่ีเลนเปน
เจาเมอื งได สว นคนท่ีเลน เปน เจา เมืองควรเปนคนทมี่ ีน้าํ หนกั ตัวไมม าก รปู รางเลก็ ไมควรให
คนท่มี ีน้ําหนักตัวมาก หรอื มีรางกายใหญโตเปน เจา เมอื ง เพราะอาจจะทาํ ใหผ ทู ่ีเลน เปน มา รับ
นาํ้ หนักไมไ หว ธนั วามีนํ้าหนักและสว นสงู นอ ยกวาเพื่อน แสดงวามีเพ่ือนคนอ่นื ๆ ทนี่ ํา้ หนกั ตัว
และสว นสงู มากกวาธันวา ดังนนั้ ธนั วาจึงไมเหมาะจะเลนเปนมา แตธนั วาควรเลนเปนเจา เมือง

โครงการวัดและประเมินผล (22)

เฉลยแบบทดสอบ 1ภาคเร�ยนที่

ชุดท่ี 2

ตอนท่ี 1

1. ตอบ ขอ 4. การเจริญเติบโตของคนแตละคนมีความแตกตางกัน เน่ืองจากการเจริญเติบโตของคนเรา โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

ขนึ้ อยกู บั ปจ จยั ในหลายดา น เชน ดา นกรรมพนั ธุ เปน การถา ยทอดลกั ษณะเดน ลกั ษณะดอ ยจาก
พอแมไปสลู ูก เชน การมีผมตรง หรอื มสี ีผวิ เหมือนพอแม เปน ตน นอกจากน้ีการเจรญิ เตบิ โต
ยังขึ้นอยูกบั พฤตกิ รรม เชน การกินอาหารทีม่ ีประโยชน หรือการออกกาํ ลังกาย เปนตน ดงั นัน้
การที่สว นสงู ของคนเราจะไมเ ทา กันจึงไมถ อื วาผิดปกติ

2. ตอบ ขอ 2. การเจรญิ เตบิ โตของคนเราสามารถสงั เกตไดจ ากการเปลย่ี นแปลงของรา งกาย เชน การมรี ปู รา ง

สูงขึน้ ใหญข ้นึ เปนตน และเราสามารถสังเกตการเปล่ียนแปลงของรา งกายซ่ึงมีผลมาจากการ
เจริญเตบิ โตไดจากขนาดเสอื้ ผา หรือขนาดรองเทา

3. ตอบ ขอ 3. เม่ือรางกายมีการเจริญเติบโตจะสงผลใหรางกายมีขนาดและรูปรางที่เปลี่ยนแปลงไป เชน

มีรูปรางสูงใหญข้ึน เพราะมีน้ําหนักและสวนสูงมากข้ึน ซึ่งการที่รางกายมีการเปลี่ยนแปลง
เชนน้ี อาจสงผลตอการดําเนินชีวิตประจําวันอยูบางเล็กนอย เชน ไมสามารถสวมใสเสื้อผา
ตัวเดมิ ได เปนตน

4. ตอบ ขอ 4. ในการวัดสวนสูง ควรถอดรองเทากอนทําการวัดทุกคร้ัง เนื่องจากการใสรองเทาในการวัด

สว นสูงจะทําใหส ว นสงู ท่ีไดน้ันเกินกวาความสงู ท่ีแทจริง เพราะจะรวมความสูงท่ีไดจากรองเทา
ไปดว ย ทาํ ใหส วนสงู ท่ีวัดไดมคี วามคลาดเคล่ือน

5. ตอบ ขอ 2. โดยปกติท่ัวไป น้ําหนักและสวนสูงจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ซึ่งสามารถลําดับปริมาณ

นํา้ หนักของแตล ะวัยจากนอยไปมากได ดงั น้ี วยั ทารก วัยเรยี น วัยชรา และวัยผูใ หญ แตท ัง้ น้ี
ปรมิ าณนาํ้ หนกั และสว นสูงของแตล ะบคุ คลน้นั อาจขนึ้ อยกู ับปจ จัยอื่นๆ เชน พฤติกรรมการกิน
หรอื กิจกรรมที่ทําในแตล ะวนั เปนตน

6. ตอบ ขอ 1. การมีเสนผมท่ียาวข้ึนเปนการเจริญเติบโตของรางกายที่เกิดขึ้นท้ังในเพศชายและเพศหญิง

ลักษณะสีผิวและความเรียบเนียนของผิวหนังเปนการเจริญเติบโตท่ีมีผลมาจากกรรมพันธุ ซึ่ง
มีไดท ั้งเพศชายและเพศหญงิ แตล กั ษณะรปู รางของเพศชายและเพศหญิงเปนการเจริญเติบโต
ท่ีแตกตางกนั เนอ่ื งจากเพศชายจะมรี ปู รา งสูงใหญ และมกี ลา มเน้อื สวนเพศหญิงจะมีรปู ราง
เลก็ กวา มีหนา อก มที รวดทรง จงึ ทําใหมีความแตกตา งกนั ทางดานรปู รา งอยา งชัดเจน

7. ตอบ ขอ 3. แกมอายุ 9 ป แสดงวา อยูในชวงวยั เรียน ซง่ึ วยั เรยี นจะมพี ัฒนาการท่ชี ดั เจน คือ อวยั วะตา งๆ

มขี นาดใหญขนึ้ เชน แขน ขายาวขน้ึ มอื และเทาใหญขึน้ เปนตน รวมถึงเด็กในวยั เรยี นจะมี
การเจริญเติบโตของฟนดวย คือ มีฟน น้ํานมขนึ้ ครบทุกซี่

(23) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 8. ตอบ ขอ 2. พฒั นาการคอื ความสามารถในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ ไดด ี เชน การวง่ิ ไดเ รว็ การคดิ เลขไดถ กู ตอ ง

หรอื การเขยี นหนงั สือตัวบรรจง เปนตน สวนการกนิ อาหารไดมากข้นึ ไมถอื วา เปนพฒั นาการ
เนื่องจากการกินอาหารไดมากขึ้นไมใชความสามารถท่ีเกิดข้ึนตามการเจริญเติบโตของรางกาย
แตเปนความตองการปรมิ าณอาหารของรางกายซง่ึ เปน ผลมาจากการทาํ กิจกรรมตา งๆ

9. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากอีก 1 เดอื น ออ มแอมจะมีอายคุ รบ 9 ป จงึ ประมาณการวาออ มแอมอายุ 9 ปแ ลว

ดังนั้น เมื่อเทียบกับเกณฑมาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 9 ป จึงถือวาออมแอม
มีนา้ํ หนักและสวนสงู อยูในเกณฑมาตรฐาน

10. ตอบ ขอ 1. กรรมพนั ธุ คอื การเจริญเตบิ โตทล่ี ูกไดร บั การถา ยทอดลกั ษณะตา งๆ มาจากพอ แม เชน การมี

ตาสองชั้น การมผี มตรง หรอื การมนี ิ้วมอื เรียวยาว เปน ตน

11. ตอบ ขอ 3. การเจริญเติบโตของรางกายข้ึนอยูกับปจจัยหลายอยาง โดยเฉพาะพฤติกรรมตางๆ ท่ีเราทํา

ในแตล ะวนั เชน การกินอาหารทมี่ ปี ระโยชน การออกกาํ ลังกาย เชน ว่งิ วายน้าํ เปน ตน

12. ตอบ ขอ 3. อาหารที่มปี ระโยชนควรใหส ารอาหารที่ครบถวนตามทรี่ า งกายตองการ เชน ขา ว เน้อื สตั ว ผัก

ผลไมสด เปนตน สวนอาหารทมี่ ีประโยชนแ กร า งกายนอย เชน อาหารทีม่ ีนา้ํ ตาลมาก อาหาร
หมกั ดอง เปน ตน

13. ตอบ ขอ 4. เดก็ วยั เรยี นควรนอนหลบั พกั ผอ นอยา งนอ ยวนั ละ8 - 10 ชว่ั โมง เพราะในขณะทก่ี าํ ลงั นอนหลบั นน้ั

รางกายจะมีการผลิตฮอรโมนท่ีชวยในการเจริญเติบโต ซึ่งหากมีการนอนหลับพักผอนอยาง
ไมเพียงพอ กจ็ ะสงผลใหร างกายมกี ารเจริญเตบิ โตไดไมเ ตม็ ท่ี

14. ตอบ ขอ 2. การดื่มนมจะชวยทําใหรางกายเติบโต สูงใหญข้ึน เนื่องจากในนมมีแคลเซียม ซึ่งแคลเซียม

มสี วนในการเสริมสรา งกระดูก นอกจากนค้ี วรออกกําลังกายรว มดว ย อยา งนอ ยสปั ดาหละ 3 - 5
ครงั้ คร้งั ละอยางนอย 30 นาที เพ่อื ใหรา งกายมีความแข็งแรงและเติบโตสมวัย

15. ตอบ ขอ 3. การไมดุลูกเม่ือลูกทําผิดเปนการไมใหความสําคัญในดานการเล้ียงดู สั่งสอนลูก การลงโทษลูก

ดวยความรุนแรงเปนการไมใหความสําคัญในดานการใหความรักแกลูก การไมมีเวลาในการสอน
การบา นลูกเปน การไมใหความสาํ คญั ในการเปนทพ่ี งึ่ และใหค วามชวยเหลอื แกลูก
สวนการไปใหกําลังใจลูกเม่ือลูกไปแขงกีฬาเปนการใหความสําคัญในการเปนแหลงพึ่งพิงและ
ใหก าํ ลงั ใจลกู

16. ตอบ ขอ 2. ครอบครวั ของเปล และนชุ แตกตา งกนั ในดา นสงั คม และดา นเศรษฐกจิ เพราะพอ แมข องเปล สอน

ใหรูจ กั ใชเงิน แตครอบครัวของนชุ มีฐานะดี และไมต าํ หนิเมือ่ ลูกใชเ งินฟุมเฟอ ย จึงทําใหล ูกมี
ความประพฤติท่ีไมด ไี ด

17. ตอบ ขอ 1. การท่ีเปลรูจักใชเงิน รวมถึงรูจักเก็บออมนั้นเปนการชวยแบงเบาภาระของพอแมไดอีกวิธีหน่ึง

ซงึ่ การชวยแบงเบาภาระของพอ แม ถอื เปนการแสดงความมนี ํา้ ใจตอคนในครอบครวั

โครงการวัดและประเมินผล (24)

18. ตอบ ขอ 3. การที่นชุ นําของเลน ทพ่ี อแมซอื้ ใหน องมาเลนกอน แลว คอยนาํ ไปคนื ถอื เปนการไมเ คารพสิทธิ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

ของนอง เพราะนองเปนเจา ของของเลน หากนชุ อยากเลน ควรขออนญุ าตนองกอ น เม่อื นอง
อนญุ าตแลวนุชจึงคอ ยนําของเลนชน้ิ นนั้ ไปเลน

19. ตอบ ขอ 4. การทข่ี าวลอเลียนเร่ืองขวัญกระโดดไดไ มสงู ทาํ ใหขวัญเสียใจ แสดงวาขาวมนี สิ ยั ชอบลอ เลียน

เพื่อน โดยการนําเอาจุดบกพรองของเพ่ือนมาลอเลียน เม่ือเพ่ือนคนอ่ืนๆ เห็นวาขาวชอบ
ลอ เลียนเพ่อื น จนทาํ ใหเพอ่ื นเสยี ใจ เพ่อื นๆ จงึ ตกลงกันวา จะไมเลน กบั ขา ว

20. ตอบ ขอ 3. การที่ขา วชอบลอ เลียนคนอนื่ ถือเปน ส่งิ ท่ีไมค วรทาํ เพราะเปน การทําใหผอู ื่นรูสกึ ไมดี แตการท่ี

เพอื่ นๆ ชวนกนั ไมเ ลน กบั ขา วเปน สงิ่ ท่ีไมถ กู ตอ ง เพราะหากเราเหน็ วา เพอ่ื นทาํ ไมถ กู ตอ ง เราควร
ตกั เตอื นเพอ่ื นและอธบิ ายอยา งมเี หตผุ ลวา เพราะเหตใุ ดจงึ ไมค วรทาํ อยา งนนั้ พรอ มทงั้ แนะนาํ ให
เพอื่ นปรับปรงุ ตนเอง

21. ตอบ ขอ 2. การแบงคาขนมใหเพื่อนยืมไปซื้อของเลนเปนการสรางสัมพันธภาพท่ีเกินกําลังของเรา เพราะ

หากเราตอ งใชเงินซอื้ สิง่ ของที่จาํ เปน เชน ดินสอ เปนตน อาจทาํ ใหเ รามเี งนิ ไมพอซ้ือของนั้น
การใหเ พอื่ นลอกการบา น และการชว ยเพอื่ นดตู น ทางในการขโมยขนมเปน การสรา งสมั พนั ธภาพ
ในกลุมเพื่อนท่ีไมถูกตอง เพราะเปนการสงเสริมใหเพ่ือนทําส่ิงท่ีไมดี สวนการกลาวทักทาย
เพอื่ นดว ยรอยยมิ้ เปน การสรา งสมั พนั ธภาพในกลมุ เพอ่ื นทส่ี ามารถทาํ ไดง า ย และไมเ กนิ กาํ ลงั เรา
รวมถงึ ยังทาํ ใหเ พือ่ นมสี มั พนั ธภาพที่ดีตอ เราอกี ดวย

22. ตอบ ขอ 4. น้ําฟาและพายุไมควรอยูดวยกันเพียงลําพังในที่ลับตาคน เพราะการอยูดวยกันเพียงลําพัง

อาจทําใหเ กิดการลว งละเมิดทางเพศได ดงั นน้ั นํา้ ฟา จึงไมควรไปเท่ียวบานของพายุในเวลาท่ี
พอแมไมอยูบา น

23. ตอบ ขอ 3. การแตงกายตามนักรองท่ีชื่นชอบสามารถทําได หากเปนการแตงกายท่ีดูสุภาพ ไมลอแหลม

เพราะการแตงกายลอ แหลม เชน การใสเ สอ้ื กลามหรือกางเกงขาสั้น เปนตน จะทําใหเสีย่ งตอ
การถูกลวงละเมิดทางเพศได จึงไมสมควรปฏบิ ัตติ าม

24. ตอบ ขอ 1. สถานที่ทีเ่ สยี่ งตอ การถกู ลวงละเมดิ ทางเพศ ไดแ ก สถานท่ีทีม่ ีผูคนแออัด เชน บนรถประจําทาง

เปนตน เน่ืองจากในสถานท่ีท่ีมีผูคนอยูกันอยางแออัดจะทําใหผูคนไมทันระวังตัวและไมทัน
สงั เกตเหน็ บคุ คลทม่ี ที า ทางไมน า ไวใ จ จงึ ทาํ ใหเ กดิ การลว งละเมดิ ทางเพศได รวมถงึ สถานบนั เทงิ
ตา งๆ ทม่ี กี ารดมื่ สรุ าหรอื มกี ารเสพสารเสพตดิ เพราะสรุ าและสารเสพตดิ จะทาํ ใหข าดความยบั ยง้ั
ชง่ั ใจ จึงทาํ ใหเกดิ การลวงละเมดิ ทางเพศได นอกจากนก้ี ารอยรู วมกับเพศตรงขา มเพียงลําพงั
ในทล่ี บั ตาคน เชน ในหอ งนอน กเ็ สยี่ งตอ การถกู ลว งละเมดิ ทางเพศ เชน เดยี วกนั สว นรา นอาหาร
หรอื รา นขา วแกงหนา ปากซอยเปน สถานทมี่ ผี คู นผา นเขา ออกอยตู ลอดเวลา แตไ มม คี วามแออดั
และเปด ใหบ รกิ ารในเวลากลางวัน จงึ ทําใหสามารถสังเกตบคุ คลที่ไมนา ไวใจไดง าย จงึ เส่ียงตอ
การลว งละเมิดทางเพศนอยทสี่ ดุ

(25) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 25. ตอบ ขอ 2. การใสเส้ือรัดรูป ใสเส้ือสายเดี่ยว หรือนุงกระโปรงสั้น เปนตน เปนการแตงกายที่ลอแหลม

ทําใหเสี่ยงตอการถูกลวงละเมิดทางเพศไดงาย การแตงกายดวยเสื้อผาท่ีมีขนาดใหญหรือ
มคี วามยาวเกนิ ไปจะทาํ ใหด รู มุ รา มและทาํ กจิ กรรมตา งๆ ไดไ มค ลอ งแคลว ดงั นนั้ จงึ ควรแตง กาย
ดวยเสื้อผาท่ีสวมใสสบาย เชน ใสเส้ือที่พอดีตัว โดยอาจเปนเส้ือแขนสั้นเพ่ือเปนการระบาย
ความรอน หรือนุงกระโปรงที่มีความยาวพอดี โดยอาจยาวกวาเขาหรือสั้นเหนือเขาเล็กนอย
เปน ตน

26. ตอบ ขอ 3. การยืนกวาดเศษใบไมและการยืนรดน้ําตนไมเปนการเคล่ือนไหวรางกายในลักษณะของการยืน

ตวั ตรงแลว บิดลําตัวไปมา
การยืนเอื้อมมือไปตัดก่ิงไมเปนการเคลื่อนไหวรางกายในลักษณะของการชูแขนขึ้นเหนือศีรษะ
ขณะยืนเขยง เทา
สวนการกมลงยกกระถางตนไมเปนการเคลื่อนไหวรางกายในลักษณะการยอตัวลงแลวยืดตัวข้ึน
ซึ่งมลี ักษณะคลายกบั การเคล่อื นไหวรางกายดว ยการยอ ยืด

27. ตอบ ขอ 1. การกระโดดเชอื ก การวง่ิ ซกิ แซก็ ไป - กลบั และการวง่ิ ขา มสงิ่ กดี ขวางเปน การเคลอ่ื นไหวรา งกาย

ท่ตี อ งใชอ ปุ กรณแ ละพนื้ ที่ในการทาํ กจิ กรรม สวนการกระโดดตบมือเปน การเคล่อื นไหวรา งกาย
แบบอยกู บั ทแี่ ละไมต อ งใชอ ปุ กรณจ งึ เหมาะสาํ หรบั การทาํ กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหวรา งกายในพน้ื ที่
ท่ีจาํ กัด

28. ตอบ ขอ 4. การละเลนว่ิงเปยว การละเลนงูกินหาง และการละเลนรีรีขาวสาร เปนการละเลนที่ตองใชขา

ทั้งสองขางในการเคลอื่ นไหว ซง่ึ ผเู ลน จะเคล่ือนไหวโดยใชว ิธเี ดนิ หรอื ว่ิงเปนสวนใหญ สว นการ
เลน กระตา ยขาเดยี วเปน การละเลน ท่ีใชข าขา งใดขา งหนงึ่ ในการเคลอื่ นไหว ซงึ่ ผเู ลน จะเคลอ่ื นไหว
โดยใชวิธีการกระโดด ซึ่งมีความคลายกับการเคลื่อนไหวโดยการกระโดดเขยงสลับเทากัน
การเคลอ่ื นไหวน้ีจึงสามารถนาํ ไปประยุกตก บั การละเลนกระตายขาเดยี วได

29. ตอบ ขอ 2. • การเลน ลิงชิงบอล จะมผี ูเ ลน เปน ลงิ เพยี งคนเดยี ว ผเู ลน ทเ่ี หลอื เปน คนท่สี ง บอล

• การเลนงกู ินหาง จะมผี ูเ ลน ฝายหนึง่ เปนพองูเพยี งคนเดียว สว นอีกฝายเปน แมงูและลูกงู
ซ่ึงลูกงูจะมหี ลายคน

• การเลนมอญซอนผาทุกคนมีสวนรวมในการรองเพลง แตผูเลนท่ีมีบทบาทในเกมมากท่ีสุด
คือ ผูทีถ่ ือผาและผทู ถ่ี ูกผา ซอ นไวดานหลงั

• การเลน วงิ่ เปย วเปน การเลน ทผี่ เู ลน ทกุ คนมสี ว นรว ม เพราะเปน การเลน ทตี่ อ งผลดั กนั สง ผา แลว
วง่ิ ไปแตะฝา ยตรงขา ม หากวงิ่ จนครบรอบแลว ยงั ไมส ามารถแตะผเู ลน อกี ฝา ยไดก ต็ อ งสง ผา ให
ผเู ลน คนตอไปวิ่งตอจนกวาจะแตะได จงึ ทําใหผ ูเ ลน ทุกคนมบี ทบาทในการเลน เทา เทยี มกัน

30. ตอบ ขอ 3. การโนมตัวมาดานหนาเพื่อรอรับผาในการเลนว่ิงเปยวเปนส่ิงที่สามารถกระทําไดหากผูเลนทํา

ตามกตกิ าโดยการยนื อยูหลงั เสนท่ีกาํ หนด ทง้ั นีก้ ารโนม ตัวมาดา นหนา จะชวยใหส ามารถรบั ผา
ไดเ ร็วขน้ึ และทาํ ใหก ารออกตัวในการวิ่งเร็วขึน้

โครงการวัดและประเมินผล (26)

ตอนท่ี 2 ปจ จบุ นั ธันวาอายุ 9 ป แสดงวาเมือ่ หนึง่ ปท่ีแลว ธนั วามีอายุ 8 ป ซง่ึ ตอนธันวาอายุ 8 ป ธันวามี โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
1. แนวตอบ น้ําหนักและสว นสงู อยูในเกณฑม าตรฐาน
ปจ จบุ ันธันวาอายุ 9 ป ธันวายงั มนี า้ํ หนักและสวนสงู อยูในเกณฑม าตรฐาน แตสวนสูงของธนั วา
2. แนวตอบ เพ่มิ ขน้ึ เพยี งเล็กนอ ย
3. แนวตอบ ธนั วาจงึ ควรกนิ อาหารทชี่ ว ยเสรมิ สรา งกระดกู เชน การดมื่ นม เปน ตน รวมถงึ การออกกาํ ลงั กาย
4. แนวตอบ อยา งสม่ําเสมอ และนอนหลับพกั ผอ นใหเ พยี งพอ
5. แนวตอบ เน่ืองจากน้ําหวานตองชวยแมเตรียมของไปขายทําใหนํ้าหวานมาเรียนสาย จึงทําใหนํ้าหวาน
เรียนไมทันเพ่ือน การชวยเหลือท่ีพระแพงจะสามารถชวยเหลือนํ้าหวานไดเหมาะสมท่ีสุดคือ
เม่อื มีเวลาวาง พระแพงควรชว ยสอนนํ้าหวานใหเขาใจบทเรียน รวมถงึ ชว ยสอนการบา น และ
ชวยจดบันทึกขอ มลู ทส่ี ําคัญท่ีเปน ประโยชนตอ การเรียนมาบอกนา้ํ หวาน
มนี ควรปด ลอ็ กประตูบานใหแ นน หนา และไมเปดใหผ ูอ่นื นอกเหนือจากพอแมและพี่สาวเขามา
ในบาน โดยบอกผูที่มาหาพอแมไปวาขณะน้ีพอแมยังไมกลับ หากมีธุระอะไรคอยกลับมา
ตอนที่พอแมก ลบั มาแลว
เชือกและฮูลาฮูปเปนอุปกรณท่ีเหมาะสําหรับการทํากิจกรรมเคล่ือนไหวรางกายเพียงคนเดียว
สว นลกู บอลเปน อปุ กรณท ส่ี ามารถเลน พรอ มกนั ไดม ากกวา หนง่ึ คน ดงั นนั้ ลกู บอลจงึ เหมาะทส่ี ดุ
สําหรับการใชเปนอุปกรณในการทํากิจกรรมการเคล่ือนไหวรางกายรวมกับเพื่อน โดยกิจกรรม
การเคล่ือนไหวที่ใชล ูกบอลเปน อปุ กรณ เชน การวงิ่ สง บอลสลับกนั เปน ตน
เพราะกติกากําหนดไววาผูเลนฝายรุกท่ีทําเสียง “ตี่” เม่ือรุกเขาไปในพ้ืนท่ีของฝายตรงขาม
ตอ งทาํ เสยี ง “ต่ี” ตลอดเวลา ดังนน้ั ถา ฝา ยรกุ หยุดทาํ เสยี ง “ตี”่ ขณะอยูในเขตฝา ยตรงขาม
ตองตกเปน เชลยของฝายตรงขา ม การทผ่ี ูเ ลน ฝา ยรุกหยุดทาํ เสียง “ตี”่ กอ นขามกลับมายงั เขต
ของตนเอง แตไ มย อมเปนเชลยจงึ ถือวาผิดกติกา และฝา ยตรงขา มทถ่ี ูกฝายรุกทที่ าํ เสียง “ต”่ี
แตะตัวก็ไมต องมาเปน เชลยของฝา ยรกุ เพราะฝา ยรุกเปนฝา ยทาํ ผิดกตกิ ากอน

(27) โครงการวัดและประเมินผล

ตารางวิเคราะหแ บบทดสอบ ภาคเรยี นท่ี 2
ตารางวเิ คราะหระดับพฤตกิ รรมการคิด
ตารางวเิ คราะหม าตรฐานตัวช้วี ัด
พกฤราตะรกิดคับริดรม ขอของแบบทดสอบที่สัมพนั ธกบั รวม
ชุดท่ี มาตรฐาน ตัวชวี้ ัด ขอ ของแบบทดสอบทสี่ ัมพันธกับตวั ช้ีวัด ระดับพฤติกรรมการคิด
A ความรูความจํา -
พ 4.1 1 1-4 B ความเขา ใจ - 7
2 5-9 C การนาํ ไปใช 5, 10, 22, 24, 26 - 27, 29 4
1 3 10 - 14 D การวเิ คราะห 7 - 8, 15 - 16 16
4 15 - 16 E การสงั เคราะห 1 - 4, 9, 12 - 14, 17 - 18, 20 - 21, 23, 25, 28, 30 2
พ 5.1 5 26 - 30 F การประเมินคา 6, 11 1
1 17 - 20 19
พ 4.1 2 21
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 3 22 - 25 A ความรคู วามจํา - -
2 B ความเขา ใจ 13, 24 2
1 1-5 C การนาํ ไปใช 5, 7, 17, 22 - 23, 25 6
พ 5.1 2 6 - 10 D การวเิ คราะห 1 - 4, 6, 9 - 10, 12, 14 - 15, 18, 21, 26 - 29 16
3 11 - 14 E การสงั เคราะห 8, 11, 19 3
4 15 - 18 F การประเมินคา 16, 20, 30 3
5 27 - 30
1 19 - 22
2 23
3 24 - 36

โครงการวัดและประเมินผล (28)

แบบทดสอบวช� า สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 2ภาคเร�ยนที่ ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 3
ชดุ ท่ี 1 ¤Ðá4¹0¹ÃÇÁ
เวลาสอบ 60 นาที

ช่ือ นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………..

เลขประจําตวั สอบ โรงเรยี น……………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….

สอบวันที่ เดอื น พ.ศ.……………………..
………………………………………………… ………………………………………..

โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด

1ตอนท่ี 1. แบบทดสอบฉบบั นม้� ีท้ังหมด 30 ขอ 30 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
2. ใหนกั เรียนเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ทีส่ ดุ เพียงขอ เดียว
¤Ðá¹¹àµçÁ

30

อา นขอ ความทีก่ าํ หนด แลว ตอบคาํ ถามขอ 1. 3. โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

เตาแบงโรคออกเปน 2 กลุม ดังน้ี D

กลุม 1 โรคอสี ุกอีใส โรคหัด โรคกลากเกล้อื น ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2
กลุม 2 โรคไขห วัด โรคปอดอักเสบ โรควัณโรค
จากภาพ ส่งิ แวดลอ มในภาพเปน แหลง
1. เตา ใชห ลกั เกณฑใดในการจดั กลุมโรค แพรกระจายเชอื้ โรค เปน เชือ้ โรคใด
D 1. กลมุ 1 ระยะเวลาการเกดิ โรค 1. ภาพที่ 1 โรคกลากเกล้อื น
2. ภาพที่ 1 โรคไขหวดั
2. กลมุ 2 ชวงเวลาทีม่ กี ารแพรกระจายโรค 3. ภาพที่ 2 โรคบาดทะยัก
3. กลุม 1 บรเิ วณที่เกดิ โรคบนรางกาย 4. ภาพท่ี 2 โรคไขเ ลือดออก
4. กลมุ 2 พาหะหรอื สง่ิ ของทแี่ พรก ระจายโรค
2. พฤติกรรมของใครเสยี่ งตอ การเปนโรคติดตอ 4. การปฏบิ ตั ใิ นขอ ใดชว ยปอ งกนั การแพรก ระจาย
D มากทส่ี ดุ D ของโรคไดดที สี่ ดุ
1. เดอื นชอบกินลาบหมทู ย่ี ังไมสกุ ดี 1. ใชผ า ปดปากและจมกู ตลอดเวลา
2. ดาวลางมือกอนกินอาหารในบางคร้งั 2. ใชแ อลกอฮอลเ ชด็ มอื กอ นสมั ผสั แผลผปู ว ย
3. กนั ใชผ าเช็ดหนา ผนื เดิมปด ปากทัง้ วัน 3. ไมอ ยรู วมหอ งกบั ผปู ว ยโดยเด็ดขาด
4. กอยรินน้ําดม่ื จากขวดเดยี วกนั ใสในแกว 4. หลกี เล่ียงบริเวณทเ่ี ปนแหลง แพรเ ชื้อโรค

ของตนเองและเพื่อน

ความรู ความจํา ความเขาใจ การนาํ ไปใช การวิเคราะห การสงั เคราะห การประเมินคา

A B C D E F

(29) โครงการวัดและประเมินผล

5. กลว ย ผกั คะนา 9. เพราะเหตใุ ดเราจึงควรกนิ ปลาเปน ประจาํ
D 1. เพราะปลามีราคาถกู
B ปลา

2. เพราะปลาเปนแหลงโปรตีนท่มี ีไขมันนอ ย
3. เพราะปลานาํ มาประกอบอาหารได
มะเขอื เทศ ขนมปง เนื้อไก

หลากหลาย
4. เพราะปลาเม่อื นาํ มาทาํ เปนอาหารแลว
แตงโม น้ํามันถวั่ เหลอื ง ขาว สามารถเกบ็ ไวไดนาน
10. การกนิ อาหารในขอ ใดถูกตองตามหลัก
อาหารในขอ ใดจาํ แนกไดถ ูกตองครบ 5 หมู B ธงโภชนาการ
1. ปลา ขา ว แตงโม เน้ือไก มะเขือเทศ
2. ขาว เนอื้ ไก ผักคะนา น้ํามนั ถ่วั เหลือง 1. กินอาหารทชี่ อบทุกมอ้ื
แตงโม 2. กินในปรมิ าณเหมาะสมและหลากหลาย
3. ปลา ขา ว เนอ้ื ไก นาํ้ มนั ถว่ั เหลอื ง มะเขอื เทศ 3. กนิ อาหารมื้อเย็นนอยกวา ม้ืออาหารอ่นื ๆ
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 4. เนอื้ ไก นม ปลา นา้ํ มนั ถวั่ เหลอื ง มะเขอื เทศ 4. กนิ อาหารประเภทเนือ้ สัตวใหมากทสี่ ุด
11. ใน 1 วนั ใครกินอาหารไดหลากหลายและ
6. นชุ กินขา วผัดหมูเปนอาหารมื้อกลางวนั E ครบถว นทสี่ ุด
E เมื่อจาํ แนกสวนประกอบของอาหารพบวา 1. ปงปอนดกินขา วตมกงุ สลดั ผกั น้ําใส
ไมครบ 5 หมู ถานชุ ตองการกินอาหารม้ือน้ี
ใหค รบทุกหมู นชุ ควรเลือกกินอาหารใน และซปุ ผักโขม
ขอใดเพม่ิ 2. ใบบวั กนิ ขนมปง ทาเนย แฮมเบอรเ กอรห มู
1. ไขเ จียว 2. แครอต
3. ชมพู 4. นํ้าเตา หู และแซนดว ชิ ไข
3. นํ้าทพิ ยกินกว ยเตี๋ยวไกตนุ ไขต ม 2 ฟอง
7. สิงหามอี าการทอ งผูก ขับถา ยไมปกตมิ า
C 2 - 3 วนั สงิ หาควรกินอาหารประเภทใด และขา วเหนยี วหมูปง
จงึ จะชว ยใหร ะบบขับถา ยทํางานเปนปกติ 4. ทชิ ากนิ ขาวผัดหมู กวยเตีย๋ วผดั ไทย
1. เตา หู 2. เนื้อปลา
3. มะละกอสุก 4. น้าํ มันมะพราว และผดั ผักคะนา หมูราดขาว
12. ในแตล ะวนั อาวธุ ควรกนิ อาหารกลมุ ขา ว - แปง
8. ปา นแกว ควรกินอาหารประเภทใดมากทส่ี ดุ D ในปริมาณ 8 ทัพพี ใครที่ควรกินอาหารใน
C หากปา นแกว อาศยั อยูในพ้ืนทีท่ ีม่ ีอากาศ
หนาวเยน็ ตลอดป ปริมาณท่ีเทา กับของอาวธุ
1. ปลาทะเล 2. ผักใบเขียว 1. คณุ ครมู ะปราง อายุ 27 ป
3. ขา วซอ มมอื 4. เนื้อสัตวติดมนั 2. ลุงสเุ มธเปนภารโรง อายุ 43 ป
3. พี่ของขวญั เปนนกั เรยี น อายุ 17 ป
4. ปา สมใจมอี าชพี ทาํ สวน อายุ 51 ป

โครงการวัดและประเมินผล (30)

13. ลกั ษณะสาํ คญั ของอาหารทสี่ ามารถกนิ ทดแทน 17. พฤตกิ รรมใดทอ่ี าจทําใหเ กดิ อุบัติเหตุจนเปน
D กนั ไดคืออะไร D อนั ตรายถึงแกช วี ิตได
1. มีขนาดของอาหารใกลเ คียงกนั 1. ใชม ดี ทีค่ มหัน่ อาหารทม่ี คี วามแขง็ มาก
2. ใชเ ตาแกสทําอาหารโดยใชไฟแรง
2. มสี ีสันของอาหารใกลเ คียงกนั 3. เสยี บปลก๊ั ตเู ย็นทิง้ ไวก อนออกจากบา น
3. มีสารอาหารที่ใกลเคยี งกนั 4. ถอดปลก๊ั พัดลมหลงั จากเพิง่ ลา งมือเสรจ็
4. มีปรมิ าณของอาหารท่เี ทา กนั 18. เมษาพบวา เกา อใ้ี นชนั้ เรยี นมลี กั ษณะขาโยกไป
D มาเลก็ นอ ย เมษาควรทาํ อยางไรเกาอต้ี ัวนัน้
14. อาหารในขอใดสามารถกินทดแทนกันได
D 1. มะมว ง 1 ผล กับ ลําไย 1 ผล 1. เปลยี่ นไปน่งั เกา อตี้ วั อื่น
2. นาํ เกาอีน้ ั้นไปซอ มดวยตนเอง
2. ไขไ กครึ่งฟอง กับ ปลาทู 1 ตวั 3. แจง ใหครูทราบวาเกา อี้ชาํ รุด
3. นมสด 1 กลองใหญ กับ โยเกริ ต 1 ถวย 4. นงั่ เกา อนี้ นั้ ตอ ไปเพราะชาํ รดุ เพยี งเลก็ นอ ย
4. แตงโม 6 ช้นิ กบั กลว ย 1 ผล
15. โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
C 19. เกายืนรอขามถนนท่ีทางมาลายตรง
F สแี่ ยก แตส แี่ ยกน้ีไมม สี ญั ญาณไฟคนขา ม
เกาจึงตองขามถนนโดยสังเกตสัญญาณ
ไฟจราจร ในขณะที่ยืนรอเกาเห็นวาบน
จากรูป เปน การแปรงฟน ชนดิ ใด ถนนรถที่ว่ิงมายังอยูหางมาก และเห็น
และมีวธิ ีปฏิบัตอิ ยางไร คนอื่นๆ เดิมขามถนนไปโดยท่ีสัญญาณ
ไฟจราจรยังเปนสีเขียวอยู เกาจึงคิดจะ
1. ฟน กรามดานบน ปฏบิ ตั โิ ดยการหงาย ขามถนนบา ง เพราะคิดวาปลอดภยั
ขนแปรงขน้ึ ขยบั ไปมา แลว ปดลง
2. ฟนกรามดานบน ปฏิบัตโิ ดยการคว่าํ
ขนแปรงลง ขยบั ไปมา แลวปด ลง นักเรียนเหน็ ดวยกบั เกาหรือไม เพราะเหตุใด
1. เห็นดวย เพราะถนนไมมีรถวิง่
3. ฟน กรามดานลาง ปฏบิ ตั โิ ดยการควา่ํ 2. เหน็ ดว ย เพราะมีคนอ่ืนขามเหมือนกัน
ขนแปรงลง ขยับไปมา แลว ปด ข้นึ 3. ไมเห็นดวย เพราะผดิ กฎจราจร
4. ไมเ หน็ ดว ย เพราะหากมรี ถวง่ิ มากะทันหนั
4. ฟนดา นบดเค้ียว ปฏบิ ตั ิโดยการวาง
ขนแปรงบนตัวฟน แลวขยบั ไปมา อาจถกู รถชนได
20. ขอใดไมค วร ปฏบิ ตั ขิ ณะขจี่ กั รยาน
16. การเลือกอปุ กรณในการแปรงฟน ในขอใด D 1. สวมหมวกนิรภัยแบบมหี นา กาก
C ปฏบิ ัตไิ ดถ ูกตอง
2. หยอดน้าํ มนั ท่ีโซร ถกอนนําออกไปข่ี
1. เลือกยาสีฟนท่ีขายดีท่สี ุด 3. ขจี่ กั รยานกลางชอ งเดนิ รถเมอื่ เหน็ ถนนวา ง
2. เลอื กยาสฟี น ทมี่ สี สี นั สดใส 4. ชะลอความเรว็ รถเมือ่ ขี่ลงสะพาน
3. เลือกแปรงสีฟนทพ่ี อดีกับชอ งปาก
4. เลอื กแปรงสฟี นท่ีมหี ัวแปรงเลก็ เทา น้ัน หรอื บริเวณที่เปน ทางโคง

(31) โครงการวัดและประเมินผล

21. หากตนพบเพื่อนถูกรถเฉี่ยวขาแพลงอยูหนา 26. กอ นการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
D โรงเรียน ตนควรทาํ สง่ิ ใดเปนอยา งแรก B ควรปฏิบัตอิ ยา งไร
1. แจง ผปู กครองของเพอ่ื น 1. งดอาหารกอนการทดสอบ
2. แจงผอู ํานวยการโรงเรียน 2. ดื่มนาํ้ มากๆ กอนการทดสอบ
3. แจง ครเู วรทอี่ ยูห นาโรงเรยี น 3. ทําทากายบรหิ ารกอ นการทดสอบ
4. แจงตํารวจทอ่ี ยสู ถานตี าํ รวจใกลโรงเรียน 4. นัง่ สมาธเิ ตรยี มจิตใจใหพรอมกอนการ
ทดสอบ
22. ใครมบี าดแผลสด
B 1. โอมมแี ผลเปนขนาดใหญทม่ี ือ 27. การทดสอบสมรรถภาพทางกายโดยการว่งิ
2. อารม มหี นองไหลออกมาจากแผลท่แี ขน B ซิกแซก็ ไปกลับระยะทาง 10 เมตร ในเวลาที่
3. อัม้ มีแผลบวมชํ้าทข่ี าหลงั เดนิ ชนโตะ กําหนด ควรใชการวดั ผลแบบใด
4. เอมมเี ลอื ดออกทแ่ี ผลทถ่ี ดู มดี บาดเมอื่ วาน 1. ระยะทางตอ นาที
2. ระยะทางตอครงั้
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 23. ส่ิงใดทค่ี วรคาํ นึงถึงมากทีส่ ุดในการทําแผล 3. จํานวนคร้งั ตอนาที
D 1. ความสะอาดในการทาํ แผล
2. ปรมิ าณของยาที่ใชใ สแผล 4. จํานวนรอบตอ นาที

3. ประเภทของวัสดทุ ่ีใชท ําแผล 28. หากตองการสรางเสริมกลามเนอ้ื แขน ควรใช
4. บริเวณทเ่ี กดิ บาดแผล D กิจกรรมในขอใด
24. ลกั ษณะบาดแผลแบบใดที่ไมต อ งเช็ดทาํ ความ 1. การดันพน้ื 2. การลุก - น่งั
B สะอาดแผลดวยแอลกอฮอล 3. การว่งิ เกบ็ ของ 4. การว่ิง 50 เมตร

1. บาดแผลถลอก 29. การบนั ทกึ ผลการทดสอบควรบันทกึ เมือ่ ใด
2. บาดแผลหอเลอื ด B หากมกี ารทดสอบมากกวา 1 ครง้ั
3. บาดแผลถูกมดี บาด 1. บนั ทึกเมือ่ ทําการทดสอบครบทุกคร้งั
4. บาดแผลถกู เขม็ ท่มิ ตํา 2. บนั ทกึ เมอ่ื ทาํ การทดสอบเสรจ็ ในแตล ะครงั้
25. การรูจักวิธปี ฐมพยาบาลมปี ระโยชนอยางไร 3. บนั ทกึ เฉพาะการทดสอบท่ีดีทสี่ ดุ เทาน้ัน
D 1. ชวยใหก ารบาดเจ็บหายเร็วขึ้น 4. บนั ทึกเฉพาะการทดสอบครั้งลาสดุ เทาน้นั

2. ชว ยประหยดั คารกั ษาพยาบาล 30. ผทู ม่ี สี มรรถภาพทางกายท่ีดีจะมีลกั ษณะ
3. ชว ยใหแ พทยวนิ จิ ฉัยโรคไดง ายข้นึ D อยา งไร
4. ชว ยบรรเทาอาการบาดเจ็บไมใหรนุ แรง 1. มีหนา ตาท่แี จม ใส
2. รปู รางอว นทว นสมบูรณ
3. ทาํ กจิ กรรมตา งๆ ไดน านข้นึ
4. กินอาหารไดใ นปริมาณมาก

โครงการวัดและประเมินผล (32)

2ตอนที่ ตอบคําถามใหถกู ตอ ง จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ

¤Ðá¹¹àµÁç

10

1. โรคไขหวัดและโรคตาแดง มีความเหมอื นและแตกตางกันอยางไร

D ............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

2. จากภาพอาหารที่ยกตัวอยาง มีอาหารในหมูใดบางเปน
D สวนประกอบ อาหารในภาพน้ีมีสารอาหารครบ 5 หมูหรือไม

หากไมครบควรกินอาหารอะไรเพ่ิมเติม พรอมกับยกตัวอยาง
ประกอบ

กวยเตี๋ยวผัดไทยกุงสด ………………………………………………………………………………………………………………………………… ..... โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ...

3. เพราะเหตุใดหลงั แปรงฟนจึงตองแปรงลนิ้ เพียง 1 - 2 ครั้ง เทา นน้ั

D …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. เกียรติกลาปนขึ้นไปบนตนไมเพ่ือเก็บเคร่ืองบินที่ติดอยูบนกิ่งไม แตพลัดตกลงมาหัวเขาถลอก
D เกยี รติกลา ควรปฐมพยาบาลตนเองอยา งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

5. การท่ีขาวหอมทดสอบสมรรถภาพทางกายโดยการวิ่ง 50 เมตร ไมผานอาจเกิดจากสาเหตุใด
D แลวขาวหอมควรสรางเสริมสมรรถภาพทางกายอยางไร จึงจะทําใหการทดสอบครั้งตอไปมีผลการ

ทดสอบทดี่ ีข้นึ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

(33) โครงการวัดและประเมินผล

แบบทดสอบว�ชา สุขศกึ ษาและพลศึกษา 2ภาคเรย� นท่ี ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3
ชดุ ท่ี 2 ¤Ðá4¹0¹ÃÇÁ
เวลาสอบ 60 นาที

ชือ่ นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………..

เลขประจาํ ตวั สอบ โรงเรียน……………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….

สอบวันที่ เดอื น พ.ศ.…………………….. ………………………………………..
…………………………………………………

โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด

1ตอนที่ 1. แบบทดสอบฉบบั น�้มีทั้งหมด 30 ขอ 30 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
2. ใหนกั เรยี นเลือกคําตอบท่ถี กู ท่สี ุดเพียงขอ เดยี ว
¤Ðá¹¹àµÁç

30

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. โรคในขอใดมกี ารแพรก ระจายของโรค 4. การปฏิบตั ติ นของใครที่ชว ยปองกันการแพร
D เหมอื นกับโรคตาแดง D กระจายของโรคไดดีทส่ี ดุ

1. โรคไขหวัด 1. ใบหมอ นลา งมือเฉพาะเวลาท่ีเขา หอ งนาํ้
2. โรควัณโรค เสรจ็ แลว
3. โรคอสี ุกอีใส
4. โรคไขเลือดออก 2. สมชายใชผ า เช็ดหนาผนื เดมิ ท่ีใชเ มือ่ วาน
ส่ังนาํ้ มูก
2. เพราะเหตุใดจงึ ไมควรใชสง่ิ ของรว มกบั ผูปว ย
D 1. เพราะทาํ ใหผูปวยเกดิ ความสับสน 3. ปน ชาใชชอ นของตนทีล่ วกนํา้ รอนแลว
ตักแกงชามเดียวกับเพื่อน
2. เพราะของใชสําหรบั ผูปวยมีอยจู ํากัด
3. เพราะส่ิงของอาจมเี ชื้อโรคปะปนอยู 4. อนั ดาสวมหนา กากอนามยั เสมอเมอ่ื ตอ งอยู
4. เพราะส่ิงของที่ผูปวยใชตองไดรับอนุญาต ในทีท่ ่มี ีคนแออัด

จากแพทยเทาน้นั 5. เพราะเหตใุ ดจงึ ควรลา งมอื กอ นกนิ อาหาร
C และหลังเขา หอ งน้าํ ทกุ ครง้ั
3. หากมีเพ่อื นในชนั้ เรียนหลายคน มีอาการ
D ทองเสีย นักเรยี นคิดวามีสาเหตมุ าจากส่ิงใด 1. เพราะชวยใหมือมกี ล่นิ หอม
1. เพราะกินอาหารท่มี ีรสจดั 2. เพราะชว ยใหเ ชอ้ื โรคทต่ี ดิ ทมี่ อื หลดุ ออกไป
2. เพราะด่มื นํา้ ที่ไมสะอาด 3. เพราะชว ยฆาเชื้อโรคที่อยูตามซอกนิว้ มอื
3. เพราะรางกายขาดการพกั ผอน 4. เพราะจะทําใหมือชุมชนื้ ผิวไมแตก

4. เพราะอยูในบริเวณท่มี อี ากาศรอ นมาก

ความรู ความจาํ ความเขา ใจ การนาํ ไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา

A B C D E F

โครงการวัดและประเมินผล (34)

อานขอ ความทกี่ ําหนด แลวตอบคําถาม 10. ลุงสมชาติทาํ งานอยใู นจงั หวัดเชียงราย
ขอ 6. - 7. D และตอ งทํางานท่ีใชแ รงมาก ลุงสมชาติ
ควรกนิ อาหารประเภทใดมากท่ีสดุ
มิลนิ จัดกลุม อาหาร ออกเปน 2 กลมุ ดงั นี้

กลมุ 1 ขนมปง กรอบ ขาวสวย มันฝรั่ง 1. ขาวสวย และเตาหู
กลมุ 2 สม เขียวหวาน กลวยหอม มะละกอสุก 2. ขาวสวย และผกั ทีม่ ีรสขม
3. ขาวสวย และเนื้อสตั วติดมัน
6. มลิ ินใชเกณฑใ ดในการจัดกลุมอาหาร 4. ขา วสวย และผลไมทมี่ ีผลขนาดใหญ
D 1. ประเภทของสารอาหารเหมือนกัน
2. ปริมาณอาหารทคี่ วรกิน 11. ใน 1 วัน นภัทรควรเลือกกินอาหารในขอ ใด
E เพื่อใหม คี วามหลากหลายและไดสารอาหาร
3. ลักษณะรปู รา งอาหาร ครบถวน
4. รสชาตขิ องอาหาร
1. ขา วตมไก ขา วขาหมู สลัดผกั นํ้าใส และ
7. ขอใดมสี ว นประกอบของอาหารท่อี ยใู นหมู มันเช่อื ม
C เดยี วกับอาหารทัง้ กลุม 1 และกลมุ 2 2. ขนมปง ทาเนย ขา วไขเ จยี ว กว ยเตยี๋ วตม ยาํ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
1. เสนใหญร าดหนาหมู และนา้ํ เตา หู
2. ขาวเหนียวมะมวง 3. แซนดว ชิ กงุ ขา วผดั ปู กว ยเตยี๋ วคว่ั ไก และ
3. ลอดชองนาํ้ กะทิ ถ่ัวเขยี วตม นาํ้ ตาล
4. ขนมจีนแกงไก 4. ขาวตมกุง ขาวผัดผักรวมมิตร กวยเตี๋ยว
ผดั ไทย และแตงโมหั่นเปน ช้นิ
8. มานกี นิ ผดั ผกั บงุ และหมทู อดกบั ขา วสวย มานี
E ควรกินอาหารอะไรเพ่ิมเพื่อใหกินอาหารครบ 12. หากแมใหเ นยดืม่ นม 1 แกว แตเนยไมอยาก
5 หมู D ดืม่ นม เนยสามารถกนิ อาหารชนิดใดทดแทน
1. ขนมชน้ั 2. มันเชือ่ ม ได เพราะเหตใุ ด
3. สับปะรด 4. ขนมปง กรอบ
1. นํ้าผลไม 1 แกว เพราะมีปริมาณใกลเ คยี ง
กัน
9. มกุ ไมอ ยากใหพ อ แมเ ปน โรคความดนั โลหติ สงู
D มุกควรแนะนาํ อาหารประเภทใดใหทานกนิ 2. ซปุ ไก1 ถว ย เพราะมลี กั ษณะเปน ของเหลว
เหมอื นกนั
1. ปลาทะเลนึ่ง 3. น้ําเตา หู 1 แกว เพราะเปนอาหารในกลุม
2. ผดั ผักบุงหมูกรอบ
3. เผอื กเช่อื ม เดียวกนั
4. ขนมปง ไสสงั ขยา 4. นา้ํ ขา วกลอ งงอก 1 ขวด เพราะให
สารอาหารชนดิ เดียวกนั

(35) โครงการวัดและประเมินผล

อานขอมลู ในตาราง แลวตอบคําถาม 15. พฤติกรรมใดสง ผลเสียตอฟน มากที่สดุ
ขอ 13. - 14. D 1. ดม่ื นมหลงั แปรงฟน กอนนอน
2. บวนปากดวยนํ้าเปลา หลงั กนิ ขนม
กลุม อายุ กลมุ อาหารที่ควรกนิ ใน 3. แปรงฟนในบริเวณที่มอี าการเหงือกบวม
เด็กวยั 6 - 13 ป 1 วนั /หนว ยครวั เรือน 4. เคย้ี วอาหารเปน เวลานานกอ นกลืนทกุ ครง้ั
ขา ว - แปง ผัก 16.
(ทพั พี) (ทัพพี)
F
8 4 (6)

หญงิ วัยทาํ งาน 25 - 60 ป 8 4 (6)

วยั รุน หญงิ ชาย 14 - 25 ป 10 5

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ชายวัยทํางาน 25 - 60 ป 10 5 จากภาพ เหมาะสมในการนาํ มาใชแ ปรงฟน
หรือไม เพราะเหตใุ ด
13. พี่พลอยอายุ 17 ป อยใู นชวงวัยรุน พพ่ี ลอย 1. เหมาะสม เพราะลกั ษณะแปรงยังใหมอยู
B ควรกินผักวันละ 5 ทัพพี พี่พีทอายุมากกวา 2. เหมาะสม เพราะขนแปรงบานออกเพียง

พพี่ ลอย 6 ป พพ่ี ที อยใู นกลุมวัยใดและควรกิน เล็กนอยเทานนั้
ผักในปรมิ าณเทา ใด 3. ไมเ หมาะสม เพราะขนแปรงที่บานออกจะ
1. วยั รุน ควรกนิ ผกั วนั ละ 5 ทพั พี
2. วัยทํางาน ควรกนิ ผักวันละ 5 ทพั พี ทําใหย าสีฟน เกดิ ฟองมากขนึ้
3. วัยสงู อายุ ควรกินผกั วนั ละ 6 ทัพพี 4. ไมเ หมาะสม เพราะขนแปรงทบ่ี านออกจะ
4. ผูใชแ รงงาน ควรกนิ ผักวนั ละ 6 ทัพพี
ทําใหขจัดส่ิงสกปรกในชองปากไดไ มด ี

14. เพราะเหตใุ ดชายวยั ทาํ งานและหญงิ วัยทํางาน 17. เพราะเหตใุ ดหลงั จากแปรงฟน เสรจ็ แลว จงึ ควร
D จงึ กนิ อาหารกลมุ ขา ว - แปง ในปรมิ าณทต่ี า งกนั C มีการแปรงล้นิ รว มดว ย
1. เพราะเพศชายชอบอาหารประเภทขา ว 1. เพอ่ื ใหลน้ิ รับรสไดดขี ้นึ
มากกวา เพศหญิง 2. เพอื่ ใหส ีของลิน้ ขาวสม่ําเสมอ
2. เพราะเพศชายทาํ กจิ กรรมทต่ี อ งใชพ ลงั งาน 3. เพ่อื ใหค ราบอาหารทต่ี ดิ บนลนิ้ หลุดออก
มากกวา เพศหญงิ 4. เพอ่ื ใหลิ้นปลอดภยั จากการติดเช้อื โรค
3. เพราะเพศชายรางกายมีความตองการ ระบบทางเดนิ อาหาร
อาหารมากกวาเพศหญงิ
4. เพราะเพศหญงิ ไมน ยิ มกนิ อาหารกลมุ ขา ว -
แปง เนื่องจากทาํ ใหอว น

โครงการวัดและประเมินผล (36)

18. ใครแปรงฟน ไดอ ยางถกู วิธี 21. พฤตกิ รรมของใครอาจทําใหเ กดิ อบุ ตั เิ หตุ
D 1. กอ งแปรงฟนทุกครั้งหลงั กินอาหาร D ในการโดยสารรถไฟฟา
2. แกมแปรงฟนจนครบทุกซี่ท้งั ฟน ดานใน 1. ลูกชุบน่ังคุยโทรศพั ทต ลอดการเดนิ ทาง
และฟน ดา นนอก 2. ลกู หมูยนื พิงประตรู ถไฟฟา ขณะรถว่ิง
3. ปง แปรงฟน เฉพาะเวลากอ นเขานอน 3. ลูกตาลเดินจับราวขณะเดินมาท่ีประตูเพ่ือ
เทา นั้น เตรยี มตัวลง
4. ปอแปรงฟน แรงๆ เพราะเชือ่ วา จะทําให 4. ลกู แกว นงั่ ดูโฆษณาจากโทรทศั นข องสถานี
ฟน สะอาด ระหวางรอรถ

19. นอ งเห็นรูปภาพแขวนผนงั ของแมเ อยี งหลดุ 22. การโดยสารเรือใหปลอดภัย สงิ่ ใดคอื สง่ิ ทค่ี วร
E ออกจากที่แขวน นอ งอยากชว ยแมแขวน C สงั เกตเปน อยางแรกเม่อื ลงไปในเรือโดยสาร
รูปภาพ แตรปู ภาพอยสู งู เกนิ ไป นองควรทํา 1. บริเวณที่เกบ็ เส้ือชูชพี
อยางไรจึงจะปลอดภยั จากการเกดิ อุบตั ิเหตุ 2. จํานวนผูโดยสารบนเรือ
1. ใชไ มถ พู นื้ เข่ียรูปภาพใหเขาท่ี 3. ขนาดความกวา งของเรือ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
2. พยายามกระโดดแขวนรูปภาพ 4. ตําแหนง ท่นี ง่ั ของคนขับเรือ
3. ใชเกา อป้ี น ขน้ึ ไปแขวนภาพทผ่ี นงั
23. ในการแจงเหตุดวนเหตุรายมีลําดับขั้นตอนใน
4. บอกใหแ มท ราบวา รปู ภาพหลดุ จากทแี่ ขวน C การแจง ขอ มลู อยา งไรเพอื่ ใหไ ดข อ มลู ทถ่ี กู ตอ ง
20. ฤทัยกําลังจะไปโรงเรยี นสาย ฤทยั จึงรบี ไปรอ ครบถว น และรวดเร็วในการชว ยเหลือ
F รถประจําทางที่ปาย เม่ือรถประจําทางสายที่ 1. ความชว ยเหลือทีต่ องการ ช่อื ผแู จงเหตุ
ฤทัยตองโดยสารมาถึงปรากฏวามีผูโดยสาร สถานทีเ่ กดิ เหตุ ลักษณะการเกิดเหตุ
แนนเต็มรถ เหลือพ้ืนท่ีบริเวณประตูเทาน้ัน อาการผบู าดเจบ็
หากนักเรยี นเปนฤทยั นักเรียนควรโดยสารรถ 2. สถานทีเ่ กิดเหตุ ลักษณะการเกิดเหตุ
คันน้หี รอื ไม เพราะเหตุใด ชื่อผแู จงเหตุ ความชวยเหลือที่ตอ งการ
1. ควร เพราะกําลงั จะไปเรียนสาย อาการผูบ าดเจ็บ
2. ควร เพราะสามารถข้นึ รถไปยนื บริเวณ 3. ชอื่ ผแู จงเหตุ สถานท่ีเกิดเหตุ ลักษณะ
ประตูรถได การเกดิ เหตุ ความชวยเหลอื ที่ตอ งการ
3. ไมค วร เพราะอาจถกู เบียดและพลดั ตก อาการผูบาดเจบ็
จากรถจนไดรับบาดเจบ็ ได 4. ลักษณะการเกิดเหตุ อาการผูบาดเจ็บ
4. ไมควร เพราะจะไมไดนั่งเนื่องจากบนรถ สถานท่เี กิดเหตุ ชอ่ื ผแู จง เหตุ
มผี โู ดยสารอยเู ตม็ คนั ความชว ยเหลอื ทต่ี องการ

(37) โครงการวัดและประเมินผล

24. เพราะเหตใุ ดจงึ ไมค วรประคบรอนหลงั จาก 28. เพราะเหตุใดเพศชายจึงมีเกณฑการทดสอบ
B ไดร ับบาดเจ็บทนั ที D สมรรถภาพทางกายสูงกวาเพศหญิง
1. เพราะจะทําใหบ รเิ วณท่บี าดเจ็บหายชาลง 1. เพราะเพศชายตอ งเสยี สละใหเ พศหญงิ
2. เพราะจะทาํ ใหส ผี วิ บรเิ วณทบ่ี าดเจบ็ มสี เี ขม 2. เพราะเพศชายมีประเภทการทดสอบ
คล้ํามากข้ึน มากกวาเพศหญิง
3. เพราะจะทําใหผิวหนังบริเวณทบ่ี าดเจ็บ 3. เพราะเพศชายมคี วามชาํ นาญในการ
เกิดอาการบวม ทดสอบมากกวาเพศหญงิ
4. เพราะจะทาํ ใหเ ลือดบรเิ วณท่บี าดเจบ็ 4. เพราะเพศชายมลี ักษณะรา งกาย
ไหลเวยี น และทําใหร สู ึกปวดมากขึ้น และความแข็งแกรงมากกวา เพศหญิง

25. หากบาดแผลมีขนาดเล็กและมีเลือดออก 29. น้ําเพชรรูส กึ วาตนเองทาํ การทดสอบ
C ไมม าก สามารถหา มเลอื ดในเบื้องตนไดดวย D สมรรถภาพทางกายไดไ มดี เพราะวิ่งชา กวา
วธิ ีใด เพือ่ นๆ นา้ํ เพชรควรทาํ กจิ กรรมสรา งเสริม
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. ใชเ ชือกมัดหลวมๆ ใตบาดแผล สมรรถภาพทางกายดว ยวิธใี ด
2. ใชผาพันแผลพนั รอบแผลใหแ นน 1. ดนั พน้ื
3. ใชน ว้ิ มือกดทบ่ี ริเวณบาดแผล 2. วง่ิ อยูกบั ท่ี
4. ยกบาดแผลขึน้ ใหอ ยูสงู กวาระดับหัวใจ 3. ยกนํา้ หนัก
26. การเกิดเลือดกําเดาไหลในกรณีใดที่ควรรีบพา 4. กระโดดแยกเทา
D ไปพบแพทย 30. แกว ตาทดสอบดนั พน้ื แลว ไดผ ลไมดี
1. เลือดท่ีไหลมีสีซีดและไหลเร็ว F จงึ สรางเสริมสมรรถภาพทางกายดวยการ
2. เลือดไหลไมห ยุดเปนเวลานาน กระโดดตบทุกวนั แกวตาปฏิบัติไดถกู ตอง
3. เลือดท่ีไหลมคี วามหนดื มากกวาปกติ หรือไม เพราะเหตใุ ด
4. สีของเลือดท่ีไหลมคี วามเขม กวา ปกติ 1. ถูกตอง เพราะเปน การสรางเสรมิ ความ
อดทนของกลา มเน้อื ขา
27. ในการทดสอบสมรรถภาพทางกายดวยการวง่ิ 2. ถูกตอ ง เพราะเปน การสรา งเสริมความ
D 50 เมตร ควรทาํ การทดสอบในสถานทใ่ี ด
อดทนของกลา มเนอ้ื ขาและแขน
1. สนามฟตุ บอล 3. ไมถ ูกตอ ง เพราะควรปฏิบตั ิสปั ดาหละ
2. สนามเทนนสิ
3. สนามวอลเลยบ อล 2 - 3 วัน
4. สนามบาสเกตบอล 4. ไมถกู ตอ ง เพราะควรสรา งเสรมิ ความ

แข็งแรงของกลา มเน้ือแขน

โครงการวัดและประเมินผล (38)

2ตอนที่ ตอบคาํ ถามใหถ กู ตอ ง จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ

¤Ðá¹¹àµçÁ

10

อานเนอ้ื เรื่องทีก่ ําหนด แลว ตอบคําถามขอ 1.
ธารโดยสารรถประจาํ ทางเพือ่ ไปโรงเรียน ซง่ึ รถประจาํ ทางสายทีธ่ ารตองใชน นั้ มีผใู ชบรกิ าร

เปนจํานวนมาก เขาจึงตองโดยสารรถที่มีความแออัดเชนน้ีไปโรงเรียนทุกวัน อยูมาวันหน่ึง
เพื่อนสนิทของธารไมมาโรงเรยี น คณุ ครบู อกวาเพอ่ื นของเขาเปน โรคไขเลือดออก ตองพกั รกั ษา
ตัวที่โรงพยาบาลหลายวัน จึงไมสามารถมาเรียนหนังสือได อีกหลายวันตอมาธารก็มีอาการ
ปวดหัว น้าํ มกู ไหล และมไี ขด ว ย แมพ าธารไปพบคณุ ลงุ หมอ คุณลงุ หมอบอกวาธารปวยเปน
โรคไขหวัด นอนพักผอนสัก 2 - 3 วนั อาการก็จะดีขึน้

1. จากเรอ่ื ง โรคทธ่ี ารเปน มสี าเหตมุ าจากอะไร มีการแพรก ระจายเชือ้ โรคอยา งไร แลวธารควรปอ งกนั โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
D ตนเองอยา งไร จึงจะปลอดภัยจากการเจบ็ ปวยดวยโรคดงั กลา ว

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................................................................................................................

อา นขอมูลในตาราง แลวตอบคําถามขอ 2.
รายการอาหารทแี่ วนแกว กนิ ใน 1 วนั

มอ้ื อาหาร รายการอาหารหลัก รายการอาหารวา ง
ม้ือเชา
มอื้ กลางวัน ขาวตมปู -
ม้ือเยน็
ขนมจีนนา้ํ ยากะทิ เงาะ 4 ผล

ขา วสวยกบั หมทู อดและแตงกวาผัดไข ชมพู 1 ผล

2. จากรายการอาหารของแวน แกว นกั เรยี นคดิ วา แวน แกว มวี ธิ กี ารเลอื กกนิ อาหารอยา งไร และรายการ
D อาหารของแวนแกวมสี ารอาหารครบ 5 หมูหรอื ไม และแตละหมูไดสารอาหารมาจากส่ิงใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

(39) โครงการวัดและประเมินผล

3.

D

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ จากภาพ เปนการแปรงฟน ชนิดใด และมีวิธกี ารแปรงฟน อยา งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

4. พริกแกงกาํ ลังทาํ งานแกะสลกั ผลไมก ับเพ่ือนๆ แตเ ธอใจลอยจึงถูกมดี แกะสลกั บาดนวิ้ มือ บาดแผล
D ไมล กึ มากนกั และมเี ลอื ดออกไมม าก ถา นกั เรยี นเปน เพอื่ นกบั พรกิ แกง นกั เรยี นจะชว ยปฐมพยาบาล

เธออยางไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

5. การสรา งเสริมสมรรถภาพทางกายนนั้ นอกจากการหม่นั ออกกําลังกายเปนประจาํ แลว ยงั สามารถ
D สรางเสริมสมรรถภาพทางกายไดดว ยวิธีการใดอกี บา ง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................

โครงการวัดและประเมินผล (40)

เฉลยแบบทดสอบ 2ภาคเรย� นท่ี

ชุดที่ 1

ตอนท่ี 1

1. ตอบ ขอ 3. โรคอีสกุ อีใส โรคหดั โรคกลากเกล้ือน เปน โรคตดิ ตอทีเ่ กิดจากเช้อื ไวรสั และเช้อื รา บรเิ วณท่ี โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

เกิดโรค คอื ผวิ หนงั โรคไขห วัด โรคปอดอักเสบ โรควัณโรค เปนโรคท่ีเกดิ จากเชอื้ ไวรัสและ
เช้อื แบคทเี รีย บริเวณที่เกิดโรคสว นใหญ คือ ระบบทางเดนิ หายใจ เชน ปอด หลอดลม เปน ตน
ดงั น้นั การแบง กลุมโรคจงึ ใชห ลักการบรเิ วณท่เี กิดโรคบนรา งกาย

2. ตอบ ขอ 1. การลางมือกอนกินอาหารจะชวยปองกันไมใหเช้ือโรคเขาสูรางกาย ซ่ึงเราควรปฏิบัติทุกครั้ง

การใชผาเช็ดหนา ปดปากสามารถชว ยปอ งกนั เชือ้ โรคไดอกี วธิ หี น่ึง ซึง่ หากไมม ีส่งิ ปกปรก เชน
น้าํ มูก หรอื น้ําลายจํานวนมากติดอยู ผา เช็ดหนาเพยี งผืนเดียวก็พอตอการใชงาน และการรนิ
นํา้ ด่มื จากขวดเดยี วกนั แตรินใสแ กวคนละใบก็ไมท ําใหเกดิ การแพรกระจายของเชื้อโรค

การกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เปน พฤตกิ รรมเสยี่ งตอสขุ ภาพ เพราะในเนอ้ื หมอู าจมีไขพยาธอิ ยู
ซ่งึ หากไมป รงุ ใหส ุกกอนกนิ ก็อาจทําใหไ ขพ ยาธิถูกกินเขาไป เม่อื ไขพยาธิทถี่ กู กนิ เขาไปฟก ตวั
ก็จะทาํ ใหเกดิ โรคพยาธิได

3. ตอบ ขอ 2. ภาพท่ี 1 เปนภาพรถประจําทางที่มีผูโดยสารแออัด ซึ่งโรคท่ีสามารถแพรกระจายเชื้อโรคใน

ส่ิงแวดลอมเชนน้ี ไดแก โรคเกยี่ วกับระบบทางเดนิ หายใจ เชน โรคไขหวดั โรควัณโรค เปน ตน
ซ่ึงโรคเหลาน้ีจะมีการแพรเช้ือโรคไปในอากาศ ทําใหผูที่สูดอากาศท่ีมีเชื้อโรคเขาไปเกิดโรคได
สว นภาพที่ 2 เปน ภาพบา นทอี่ ยูใกลท ท่ี งิ้ ขยะและนาํ้ เนา เสยี ซงึ่ มแี มลงวนั อยมู าก โรคทส่ี ามารถ
แพรก ระจายเช้ือโรคได ไดแ ก โรคอุจจาระรว ง ซึ่งมีแมลงวนั เปนพาหะ เม่อื แมลงวันทม่ี ีเชอ้ื มา
ตอมอาหารแลวเรากนิ อาหารนั้นเขา ไปกจ็ ะทําใหเ กดิ โรค

4. ตอบ ขอ 4. การใชผาปดปากและจมูกเม่ือจําเปนตองอยูในบริเวณท่ีมีผูคนแออัดเปนการปองกันการแพร

กระจายของเช้ือโรควธิ หี น่งึ แตไมจ ําเปน ตองสวมผาปดปากและปดจมูกตลอดเวลา เพราะอาจ
ทาํ ใหหายใจไมส ะดวกได

กอ นการสมั ผสั แผลผปู ว ยทกุ ครงั้ ควรใสถ งุ มอื เพอื่ ปอ งกนั การตดิ เชอื้ การอยรู ว มกนั กบั ผปู ว ย
สามารถทําได โดยควรมกี ารปอ งกันอยางถูกวธิ ี เชน ไมใชส่งิ ของรวมกับผปู ว ย เปนตน

สวนการหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการแพรกระจายของเชื้อ รวมถึงการไมสัมผัสกับนํ้ามูกหรือ
น้ําลายของผูปวยเปนการปองกันตนเองจากการแพรกระจายของเช้ือไดดีที่สุด เพราะเช้ือโรค
บางชนิดแพรกระจายในอากาศ และการใชหนากากอนามัยไมสามารถปองกันได ดังนั้น การ
หลกี เล่ียงจึงเปน วิธีปองกันที่ดีท่ีสุด

(41) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 5. ตอบ ขอ 2. • ปลาและเนอ้ื ไก เปน อาหารหมู 1 ไดแก เน้ือสตั วต า งๆ

• ขนมปงและขาว เปนอาหารหมู 2 ไดแก ขา ว แปง น้าํ ตาล
• ผกั คะนาและมะเขอื เทศ เปน อาหารหมู 3 ไดแ ก ผักตางๆ
• กลว ยและแตงโม เปนอาหารหมู 4 ไดแก ผลไมตา งๆ
• นํ้ามันถ่ัวเหลอื ง เปนอาหารหมู 5 ไดแ ก ไขมันจากพืชและสัตว
ดงั น้นั ขาว เนอ้ื ไก ผักคะนา แตงโม นาํ้ มนั ถั่วเหลอื ง จงึ เปน การจําแนกอาหารทคี่ รบท้ัง 5 หมู

6. ตอบ ขอ 3. ขาวผัดหมู มสี วนประกอบ คอื

• ขาว เปน อาหารหมู 2
• เนอ้ื หมแู ละไขไ ก เปนอาหารหมู 1
• ผกั คะนา เปนอาหารหมู 3
• น้าํ มันพืช เปน อาหารหมู 5
ดังนัน้ หมูอ าหารทย่ี ังขาดไป คือ หมู 4 ผลไมตา งๆ นชุ จึงตองเลือกกินผลไม คือ ชมพู

7. ตอบ ขอ 3. เตาหูและเน้ือปลาใหสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งชวยในเรื่องการซอมแซมสวนที่สึกหรอของ

รางกาย นํ้ามันมะพราว ใหสารอาหารประเภทไขมัน ซ่ึงชวยใหพลังงานและความอบอุนแก
รา งกาย สวนมะละกอสกุ ใหสารอาหารประเภทเกลือแรและวติ ามนิ รวมถงึ มีกากใยอาหาร ซึง่
ชวยในเร่อื งระบบขับถา ยของรางกาย สงิ หามอี าการทองผกู และขบั ถา ยไมป กติ ดงั นน้ั สงิ หาจงึ
ควรกินผลไมเ พ่อื ชว ยใหร ะบบขับถา ยทํางานเปน ปกติ

8. ตอบ ขอ 4. การอาศัยอยูในพ้ืนท่ีท่ีมีอากาศหนาวเย็น จําเปนตองทําใหรางกายมีความอบอุนอยูเสมอ ซ่ึง

ความอบอุนของรางกายสวนหนึ่งไดมาจากอาหารที่กิน โดยอาหารที่กินควรเปนอาหารท่ีมี
ไขมนั เปน สว นประกอบ เชน ไขมนั จากพชื ไดแ ก นา้ํ มนั มะพรา ว เปน ตน สว นไขมนั ท่ีไดจ ากสตั ว
ไดแก เนือ้ สตั วต ิดมนั เปน ตน

9. ตอบ ขอ 2. ปลา เปนอาหารในกลุม โปรตนี เชนเดียวกบั เน้อื สัตวอื่นๆ แตเ น้ือปลาจะมปี รมิ าณไขมันนอ ยกวา

เนอื้ สัตวชนิดอืน่ จงึ ทําใหเราสามารถกินปลาไดใ นปริมาณทม่ี ากและสามารถกินไดเ ปน ประจํา

10. ตอบ ขอ 2. การกนิ อาหารเพอื่ ใหไ ดป ระโยชนแ กร า งกาย ควรเลอื กกนิ อาหารในปรมิ าณทเ่ี หมาะสมกบั ความ

ตอ งการของรา งกาย โดยควรกนิ อาหารอยา งหลากหลาย กนิ หลายๆ ชนดิ ไมซ าํ้ กนั เพอ่ื ใหร า งกาย
ไดร บั สารอาหารอยา งครบถวน

11. ตอบ ขอ 4. ในหน่งึ วันเราควรกนิ อาหารใหหลากหลาย และไดสารอาหารทคี่ รบถวนทั้ง 5 หมู ในสัดสวนที่

เหมาะสม ปง ปอนดก นิ อาหารหมู 1 หมู 2 และหมู 3 โดยเนนหมู 3 เปนหลกั ใบบวั กินอาหาร
หมู 1 และหมู 2 โดยเนนหมู 2 เปนหลกั นาํ้ ทพิ ยกนิ อาหารหมู 1 และหมู 2 โดยเนนหมู 1
เปน หลกั สว นทชิ ากนิ อาหารหมู 1 หมู 2 และหมู 3 โดยกินในสดั สวนที่ใกลเ คยี งกนั จึงถือวา
ทิชากนิ อาหารไดห ลากหลายและครบถว นทีส่ ดุ

โครงการวัดและประเมินผล (42)

12. ตอบ ขอ 1. กลุมวยั ทีค่ วรกินอาหารในกลุมขาว - แปง วนั ละ 8 ทัพพี ไดแก เด็กวัย 6 - 13 ป หญิงวัยทาํ งาน โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

25 - 60 ป และผสู งู อายุ 60 ปข้ึนไป คุณครมู ะปรางอายุ 27 ป และปาสมใจอายุ 51 ปอยูใน
กลมุ หญงิ วัยทาํ งาน ลงุ สุเมธอายุ 43 ป อยูในกลมุ ชายวยั ทํางาน พข่ี องขวัญอายุ 17 ป อยูใน
กลมุ วยั รนุ จากการแบง กลมุ อายพุ บวา คณุ ครูมะปรางและปา สมใจ คอื ผทู คี่ วรกนิ อาหารในกลมุ
ขา ว - แปง วนั ละ 8 ทพั พี แตป า สมใจมอี าชพี เปน เกษตรกร ซงึ่ ตอ งใชพ ลงั งานในการทาํ งานมาก
อาหารในกลุมขาว - แปง วันละ 8 ทัพพี จึงไมเ พียงพอตอความตองการของรางกาย ดังนั้น
ครมู ะปรางจงึ เปนคนทีค่ วรกินอาหารในปรมิ าณทเ่ี ทา กับอาวธุ

13. ตอบ ขอ 3. อาหารที่สามารถกินทดแทนกันไดควรเปนอาหารที่อยูในหมูเดียวกัน ประเภทเดียวกัน และ

มีสัดสวนและสารอาหารที่เหมือนหรือใกลเคียงกัน โดยอาจมีรูปราง สีสัน ขนาดของอาหาร
รวมถึงปรมิ าณทกี่ นิ แตกตา งกันได

14. ตอบ ขอ 4. มะมวงและลําไยเปนอาหารอยูในกลุมเดียวกัน แมจะมีสัดสวนในการกินเทากัน แตมีขนาดท่ี

แตกตางกันมากจึงไมสามารถกินทดแทนกันไดตามท่ีตัวเลือกระบุ ไขไกและปลาทูเปนอาหาร
ในกลมุ เดยี วกนั แตป ลาทมู สี ดั สว นทม่ี ากกวา ไขไ กจ งึ ไมส ามารถกนิ ทดแทนกนั ไดต ามทต่ี วั เลอื ก
ระบุ นมสดและโยเกิรต เปนอาหารอยูในกลุมเดยี วกนั และมีสดั สวนในการกนิ ใกลเ คียงกนั แต
นมสดมีปริมาณมากกวาโยเกิรตจึงไมสามารถกินทดแทนกันไดตามที่ตัวเลือกระบุ สวนแตงโม
และกลวยเปน อาหารในกลุมเดยี วกนั มีสดั สว นในการกนิ เทา กัน แตงโม 6 ช้นิ จงึ สามารถกนิ
ทดแทนกลวย 1 ผลได

15. ตอบ ขอ 1. ฟน กรามดา นบน มวี ธิ ปี ฏบิ ตั ิ คอื หงายขนแปรงขนึ้ ทาํ มมุ กบั คอฟน จากนน้ั ขยบั ไปมาแลว ปด ลง

ใหทาํ เชน น้จี นครบท้ังดา นซา ยและดา นขวา

16. ตอบ ขอ 3. การเลอื กแปรงสีฟน ทีด่ คี วรเลือกแปรงทีม่ ีขนาดพอดกี บั ชองปาก จับถนัดมอื ขนแปรงมีความ

ออนนุม เพ่ือปองกันการบาดเหงือก โดยสามารถเลือกแบบและสีสันของแปรงสีฟนไดตาม
ตองการ

17. ตอบ ขอ 4. • การใชม ดี ทคี่ มหนั่ อาหารทมี่ คี วามแขง็ มากๆ อาจทาํ ใหถ กู มดี บาดได แตบ าดแผลทถ่ี กู มดี บาด

เปนบาดแผลขนาดเลก็ และอาจมีเลือดออกเล็กนอย จึงเปน อุบตั เิ หตุท่ีไมอ นั ตรายมาก
• การเปด เตาแกส โดยใชไ ฟแรง หากเปน อปุ กรณท อี่ ยใู นสภาพดี ไมช าํ รดุ ก็ไมท าํ ใหเ กดิ อนั ตราย

แตก ารใชไ ฟแรงของเตาแกส จะทาํ ใหเกดิ การสนิ้ เปลืองพลงั งาน
• การเสยี บปลกั๊ ตูเ ย็นกอ นออกจากบานสามารถทาํ ได ไมเ ปนอันตราย แตค วรหมนั่ ตรวจสอบ

สภาพสายไฟและปล๊กั ไฟวา อยูในสภาพดี พรอ มใชง าน
• สวนการถอดปลั๊กพัดลมหลังจากเพ่ิงลางมือเสร็จ เปนพฤติกรรมท่ีอาจทําใหเกิดอันตราย

ถึงชีวิต เนือ่ งจากการสมั ผัสกบั เครื่องใชไ ฟฟาในขณะทีต่ วั เปยกอาจทาํ ใหถูกไฟดูดได ซึง่ ถา
หากถูกดูดดว ยกาํ ลังไฟทส่ี งู อาจทาํ ใหพ ิการหรอื เสียชวี ิตได

(43) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 18. ตอบ ขอ 3. เมอ่ื พบอปุ กรณห รอื ของใชอ ยูในสภาพชาํ รดุ หรอื ไมพ รอ มใชง านควรมกี ารซอ มแซมใหเ รยี บรอ ย

กอ นนาํ มาใชแ มจ ะชาํ รดุ เพยี งเลก็ นอ ยกต็ าม แตเ นอื่ งจากเมษาอยทู ี่โรงเรยี น เมษาจงึ ไมส ามารถ
ซอ มเกา อเี้ องได และถงึ แมว า เมษาจะเปลย่ี นไปนง่ั เกา อต้ี วั อน่ื แทน แตถ า หากมเี พอ่ื นที่ไมท ราบวา
เกาอชี้ ํารุดมาน่ังตอ แลว เกา อีเ้ กดิ การหกั หรอื เอียงลม เพอ่ื นก็อาจไดรบั บาดเจบ็ เชน กนั ดงั น้นั
เมษาควรแจงใหค รูทราบวาเกา อี้ชํารุด เพือ่ ทีค่ รูจะไดดําเนนิ การซอมแซมตอไป

19. ตอบ ขอ 4. การขามถนนใหป ลอดภยั ควรขา มในบริเวณที่กําหนด เชน สะพานลอย หรือทางมาลาย เปนตน

โดยในการขามทางมาลายนั้น ควรสังเกตสัญญาณไฟคนขามกอนขามทุกครั้ง ถาสัญญาณไฟ
คนขามเปนสีเขียวแปลวาสามารถขามถนนได หรือหากไมมีสัญญาณไฟคนขามใหสังเกตจาก
สญั ญาณไฟจราจรแทน และแมว า จะไมม กี ารระบโุ ทษในการขา มถนนโดยไมด สู ญั ญาณไฟจราจร
แตถ า หากเหน็ วา สญั ญาณไฟจราจรเปน สเี ขยี วก็ไมค วรขา ม แมว า บนถนนจะไมม รี ถวงิ่ หรอื รถวง่ิ
อยูหางกต็ าม เพราะหากมีรถวิง่ มากะทนั หนั ในขณะทเ่ี รากาํ ลงั ขา มถนน อาจทาํ ใหเราถกู รถชน
ไดรบั บาดเจบ็ หรือเสยี ชีวิตได

20. ตอบ ขอ 3. ในการขจ่ี ักรยานทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยผูขี่ควรมีการตรวจสภาพรถจักรยานวา อยูในสภาพ

ที่พรอ มใชง าน เชน เบรกสามารถใชไ ดดี ลอรถไมแ บนหรอื หยอดนาํ้ มนั เครือ่ งท่ีโซรถเพอื่ ไมให
เกิดความฝดในขณะข่ี เปนตน รวมถึงกอนจะทําการข่ีจักรยาน ผูข่ีควรสวมหมวกนิรภัยเพื่อ
ปอ งกนั อนั ตรายทอ่ี าจเกดิ กบั ศรี ษะ โดยสามารถสวมหมวกทมี่ หี นา กากหรอื ไมม กี ็ได และในขณะ
ข่ีจักรยานควรขี่ดวยความระมัดระวัง โดยข่ีจักรยานในชองทางท่ีกําหนดไวสําหรับรถจักรยาน
หรือชิดดานซา ยของถนน ไมข ี่จกั รยานดว ยความเร็ว และควรชะลอความเร็วลงเม่อื เขาโคง หรือ
ขึน้ สะพาน เพอ่ื ปองกันไมใหรถจักรยานเสยี หลักจนเกดิ อบุ ตั เิ หตุและบาดเจ็บได

21. ตอบ ขอ 3. เมื่อเกดิ อุบัติเหตขุ ้นึ ควรรบี แจง ขอความชว ยเหลอื จากผใู หญท่อี ยูใกลท ี่สุด เพอ่ื ทผี่ ูใหญจะไดใ ห

ความชว ยเหลือไดท นั ทว งที ซึง่ หากเหตเุ กดิ ข้นึ ที่หนา โรงเรยี นควรรบี แจงใหครูเวรหนาโรงเรียน
หรือครูประจําชั้นทราบทันที เนื่องจากครูคือผูท่ีอยูใกลชิดนักเรียนมากท่ีสุดเม่ืออยูโรงเรียน
จึงทําใหครสู ามารถใหค วามชวยเหลอื ไดใ นทนั ทีเมอ่ื เกิดเหตุ สว นการแจง ผูปกครองและตาํ รวจ
จะทาํ ใหก ารใหค วามชว ยเหลอื ลา ชา เนอื่ งจากผปู กครองและตาํ รวจไมไ ดอ ยูในทเี่ กดิ เหตจุ งึ ทาํ ให
ตอ งใชเ วลาในเดนิ ทาง ซง่ึ อาจทาํ ใหม าชว ยเหลอื ไดไ มท นั การณ สว นผอู าํ นวยการโรงเรยี นแมว า
จะอยทู ี่โรงเรยี นเชน เดยี วกบั ครู แตเ นอ่ื งจากผอู าํ นวยการโรงเรยี นมภี าระหนา ทหี่ ลายดา น จงึ ทาํ ให
ไมสามารถอยทู ี่โรงเรียนไดตลอดเวลา อาจทาํ ใหไ มส ามารถใหค วามชว ยเหลือไดเตม็ ท่ี

22. ตอบ ขอ 4. บาดแผลสด เปนบาดแผลทเ่ี กดิ จากการไดร ับบาดเจบ็ ตา งๆ จนผิวหนงั ทีเ่ กิดบาดแผลเปด และมี

เลอื ดออก โดยบาดแผลสดไมใชเ พยี งบาดแผลทเี่ พงิ่ บาดเจบ็ เทา นน้ั แตย งั รวมถงึ บาดแผลทเ่ี กดิ
ขนึ้ นานแลว แตบ าดแผลยงั คงเปด อยแู ละอาจมเี ลอื ดหรอื นาํ้ เหลอื งซมึ ออกมา ซงึ่ บาดแผลสดใน
แตล ะแผลจะมรี ะยะเวลาบาดเจบ็ ที่ไมเ ทา กนั รวมถงึ บาดแผลอาจมขี นาดเลก็ หรอื ใหญก ็ไดข น้ึ อยู
กบั ความรุนแรงของอุบัติเหตุท่ีไดรับ

โครงการวัดและประเมินผล (44)

23. ตอบ ขอ 1. • ปริมาณยาที่ใสแผลอาจใชในปริมาณที่แตกตางกัน ขึ้นอยูกับความรุนแรงและขนาดของ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

บาดแผล โดยยาท่ีใสแผลจะมปี ระสทิ ธภิ าพและทําการรกั ษาไดด ีในบาดแผลท่ีมีความสะอาด
• อุปกรณที่ใชในการทําแผลอาจผลิตมาจากวัสดุตางชนิดกัน แตมีหลักการในการใชงานและ

ข้ันตอนการผลติ ท่เี หมือนกัน คอื ตอ งเปน อุปกรณท่สี ะอาด ปราศจากเชือ้ โรค
• บริเวณที่เกิดบาดแผล แมวาจะเปนบริเวณที่ไมทําใหเกิดอันตรายรายแรง เชน ปลายนิ้ว

หรอื หัวเขา เปนตน แตถา หากบาดแผลนน้ั ไมไดรับการดูแลรักษาอยา งถูกวิธีกอ็ าจจะสงผล
ใหบ าดแผลนน้ั เกดิ การอักเสบ และทําใหเ จ็บปวดได
ดงั นน้ั เวลาทร่ี า งกายเกดิ การบาดเจบ็ จนเกดิ บาดแผลขน้ึ หากไมม กี ารดแู ลรกั ษาบาดแผลอยา ง
ถูกวิธีก็อาจทําใหเกิดการอักเสบได ซ่ึงการอักเสบน้ีสวนหนึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องความสะอาด
ในการทําแผล เพราะเมอ่ื รา งกายมีบาดแผลก็จะเปน ชองทางใหเ ชือ้ โรคเขา สูร างกายซ่ึงถาหาก
ไมมีการดูแลรักษาความสะอาดของบาดแผลอยางถูกตอง เชน ใชอุปกรณทําแผลท่ีไมสะอาด
หรือไมมีการลางทําความสะอาดแผลก็จะย่ิงทําใหสิ่งสกปรกเขาสูบาดแผล แลวทําใหรางกาย
เกดิ การเจ็บปว ยมากขนึ้ หรือทีเ่ รยี กวา การตดิ เชื้อ เปนตน

24. ตอบ ขอ 2. แอลกอฮอลเ ปน อปุ กรณท ่ีใชท าํ ความสะอาดบาดแผล แตเ นอื่ งจากแอลกอฮอลเ มอ่ื สมั ผสั กบั แผล

โดยตรงจะทําใหเกิดอาการแสบ และอาจทาํ ใหเ น้ือเย่อื ทีแ่ ผลเกิดการระคายเคือง จึงไมน ิยมใช
แอลกอฮอลในการเช็ดทาํ ความสะอาดท่ีบาดแผล แตจะใชเ ชด็ รอบๆ บาดแผลเพื่อปอ งกันไมให
เชอื้ โรคทอี่ ยบู นผวิ หนงั รอบบาดแผลเขา สบู าดแผล แลว ใชน าํ้ เกลอื ทาํ ความสะอาดบาดแผลแทน
บาดแผลที่ตองใชแอลกอฮอลในการทําความสะอาด ไดแก บาดแผลสดตางๆ เชน บาดแผล
ถลอก บาดแผลถูกมดี บาด หรอื บาดแผลท่ีถูกของแหลมทม่ิ ตํา เปนตน สวนบาดแผลท่ีไมตอง
ใชแอลกอฮอลเ ชด็ ทําความสะอาด ไดแก บาดแผลปด เชน บาดแผลฟกช้าํ หอ เลอื ด เปนตน
เพราะบาดแผลลักษณะนี้ไมมีการเปดของผิวหนัง เช้ือโรคที่อยูบริเวณผิวหนังจึงไมสามารถ
เขาสูรา งกายทางบาดแผลได ดังนน้ั จงึ ไมต อ งใชแ อลกอฮอลทําความสะอาดบาดแผลก็ได

25. ตอบ ขอ 4. การปฐมพยาบาลเปน การใหค วามชว ยเหลอื เบอ้ื งตนแกผ ทู ่ีบาดเจ็บ การรจู กั วิธปี ฐมพยาบาลจะ

ชว ยใหส ามารถใหค วามชว ยเหลอื ผบู าดเจบ็ ไดอ ยา งถกู ตอ ง ซง่ึ จะสง ผลใหค วามรนุ แรงของอาการ
บาดเจ็บบรรเทาลง รวมถงึ ทําใหแ พทยหรือหนว ยกูชีพสามารถประเมนิ อาการและทําการรักษา
ไดอ ยา งตอ เนอ่ื งและรวดเรว็ นอกจากการดแู ลเรอื่ งบาดแผล และอาการบาดเจบ็ แลว การพดู คยุ
ใหกําลังใจแกผูบาดเจ็บก็เปนส่ิงสําคัญเชนกัน เพราะจะทําใหผูบาดเจ็บไมรูสึกทอแทและเกิด
กําลังใจในการตอสกู บั อาการบาดเจบ็

(45) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 26. ตอบ ขอ 3. กอนการทดสอบสมรรถภาพทางกายควรมีการเตรียมรางกายใหพรอมตอการทดสอบ โดยการ

ทาํ ทา กายบรหิ ารตางๆ เพื่อใหร างกายมีการตื่นตัวและพรอมในการทดสอบ รวมถึงชว ยปอ งกนั
การบาดเจ็บของกลา มเน้ือท่ีอาจเกดิ ข้นึ จากการยดื หรอื เกร็งมากเกินไป สว นการงดอาหารเปน
สงิ่ ท่ีไมค วรทํา เพราะจะทําใหร า งกายไมม แี รง และทาํ การทดสอบไดผ ลไมด ีเทาทคี่ วร ดงั นั้น
กอนการทดสอบจึงควรกนิ อาหารตามปกติ โดยควรกินกอ นการทดสอบอยางนอย 2 - 3 ช่ัวโมง
เพ่อื ใหร า งกายมีเวลายอยอาหาร และไมควรดม่ื นาํ้ มากกวา ปกตเิ พราะทําใหเ กิดอาการจกุ แนน
และอาเจียนได สวนการน่งั สมาธิเพอื่ เตรียมจิตใจใหพรอ มกับการทดสอบเปนสิง่ ทด่ี ี แตไมม ผี ล
ตอ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

27. ตอบ ขอ 4. การว่ิงซิกแซ็กเปนการว่ิงในลักษณะการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง โดยในการทําการทดสอบอาจใช

กรวยเปนเคร่ืองกีดขวาง ซ่ึงผูทดสอบจะตองวิ่งสลับไปมาระหวางกรวยในระยะทางและเวลาท่ี
กําหนด เชน การว่ิงซิกแซ็กระยะทาง 10 เมตร ในระยะเวลา 1 นาที ผูทดสอบตอ งวง่ิ ใหไดอ ยา ง
นอย 1 รอบ จึงจะถอื วาผา นการทดสอบ ดังนน้ั การวดั ผลการทดสอบควรวัดจากจํานวนรอบที่ว่ิง
ไดในเวลา 1 นาที หรอื จํานวนรอบตอนาที

28. ตอบ ขอ 1. หากตองการสรางเสริมกลามเน้ือแขน ควรเลือกกิจกรรมการออกกําลังกายที่ใชแขนในการ

ออกแรงเปนหลัก
• การลกุ - นง่ั เปนการออกกาํ ลังกายที่ตอ งออกแรงเกรง็ บรเิ วณหนา ทอง
• การวงิ่ เกบ็ ของ และการวง่ิ 50 เมตร เปน การออกกาํ ลงั กายทต่ี อ งใชค วามเรว็ ของขาในการวง่ิ

สวนการดันพื้นเปน การออกกาํ ลงั กายท่ตี องใชแรงจากแขนเพื่อดนั และรับน้าํ หนักตัว ดงั นั้น
หากตองการสรา งเสรมิ กลา มเน้อื แขน ควรเลือกออกกําลังกายดว ยการดนั พ้นื

29. ตอบ ขอ 2. ในการทดสอบสมรรถภาพทางกาย หากตอ งทดสอบมากกวา 1 ครงั้ หลงั ทาํ การทดสอบเสรจ็ สนิ้

ในแตล ะครง้ั ควรมกี ารบนั ทึกผลการทดสอบทกุ คร้งั เพือ่ ใหสามารถเปรยี บเทียบผลการทดสอบ
และวเิ คราะหหาขอบกพรองทคี่ วรปรบั ปรุง และหาแนวทางแกไ ขตอ ไป

30. ตอบ ขอ 3. การฝก ฝนและสรา งเสรมิ สมรรถภาพของรา งกายอยูเสมอ จะทาํ ใหรางกายมีความแขง็ แรง และ

อดทน สามารถทํากิจกรรมตางๆ ไดมากขึ้น และนานข้ึน เชน สามารถว่ิงในระยะทางท่ีไกล
มากขนึ้ หรอื สามารถวง่ิ ในระยะเวลาทนี่ านขนึ้ เปน ตน สว นการมหี นา ตาทแี่ จม ใส เปน การฝก ฝน
ดานจิตใจ คอื การทาํ จิตใจใหสดใส ไมต ึงเครียด การมรี ูปรางทอี่ วนทว นสมบรู ณม กั ไมพ บในผูท่ี
มกี ารสรา งเสรมิ สมรรถภาพรา งกายอยเู สมอ เนอื่ งจากรา งกายมกี ารเผาผลาญพลงั งานอยตู ลอด
จงึ ไมม กี ารสะสมไขมนั ทเ่ี ปน สาเหตขุ องความอว น สว นการกนิ อาหารในปรมิ าณทม่ี ากหรอื นอ ย
ขึ้นอยูก บั ความตองการของรางกาย และกิจกรรมทที่ ําในแตล ะวยั ของแตละบคุ คล

โครงการวัดและประเมินผล (46)

ตอนที่ 2 โรคไขหวัดและโรคตาแดงมีความเหมือนกันในเรื่องของสาเหตุการเกิดโรค โดยโรคไขหวัดและ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
1. แนวตอบ โรคตาแดงเปน โรคทเี่ กดิ จากการตดิ เชอ้ื ไวรสั แตม คี วามแตกตา งกนั ในเรอ่ื งของการแพรก ระจาย
เชื้อโรค โรคตาแดงมีการแพรกระจายเชื้อจากการใชส่ิงของรวมกับผูปวย เชน ใชผาเช็ดหนา
2. แนวตอบ รวมกัน เปนตน แตโรคไขหวัดมีการแพรกระจายเชื้อจากการหายใจเอาเช้ือโรคเขาไป โดย
เชื้อโรคนั้นจะอยูในละอองฝอยของนํ้าลายหรือนํ้ามูกของผูปวย เม่ือผูปวยไอหรือจามออกมา
3. แนวตอบ เช้อื โรคก็จะลอยอยูในอากาศ เมือ่ สูดอากาศนั้นเขา ไปก็อาจทาํ ใหปว ยเปนโรคไขหวดั ได
4. แนวตอบ กว ยเตยี๋ วผัดไทย มสี วนประกอบ คอื
5. แนวตอบ
• เสนผัดไทย เปน อาหารในหมูที่ 2 ใหส ารอาหารคารโบไฮเดรต
• ไขไก เตา หูเหลือง กงุ สด กงุ แหง ถัว่ ลสิ ง เปน อาหารในหมูท่ี 1 ใหส ารอาหารโปรตนี
• ถัว่ งอก กยุ ชา ย เปนอาหารในหมทู ่ี 3 ใหสารอาหารเกลือแร
• นาํ้ มันพืช เปนอาหารในหมทู ่ี 5 ใหสารอาหารไขมัน
จากการแยกสวนประกอบพบวา กวยเตย๋ี วผดั ไทยกุงสดมีสารอาหารไมค รบ 5 หมู เนือ่ งจาก
ขาดอาหารในหมูท่ี 4 ไดแก ผลไมตา งๆ ดังนน้ั จึงควรกนิ ผลไมต า งๆ เพ่มิ เติม เพอื่ ใหร า งกาย
ไดรบั วิตามนิ อยางเพยี งพอ ตวั อยา งผลไมท ีม่ วี ติ ามนิ ซี วิตามนิ เอสูง ไดแก มะละกอ สบั ปะรด
ล้ินจี่ กลวยไข มงั คุด เปน ตน
การแปรงฟน อาจกาํ จัดสิ่งสกปรกท่ีอยูในชองปากไดไมห มด เนอ่ื งจากส่ิงสกปรกบางสว นยงั ติด
อยูที่ล้ิน ดังน้ัน จึงควรมีการแปรงลิ้นดวย แตล้ินเปนอวัยวะท่ีมีความออนนุม และบอบบาง
จึงตองใชความระมัดระวังในการทําความสะอาด โดยควรแปรงเบาๆ และไมจําเปนตองแปรง
หลายคร้ัง เพราะอาจทาํ ใหเ กดิ การระคายเคืองตอ ลน้ิ ได
เกียรตกิ ลา ควรปฐมพยาบาลตนเอง ดงั น้ี
1. ลางแผลดวยนํา้ สะอาด หรือสบู หากมเี ศษดนิ หรือส่ิงสกปรกติดอยูใหลา งออกใหห มด
2. เชด็ รอบๆ บาดแผลดวยแอลกอฮอลเ พอ่ื ฆา เชอ้ื โรค
3. เชด็ บาดแผลดว ยน้าํ เกลอื เพื่อทาํ ความสะอาดแผลอีกคร้งั
4. ทายาใสแ ผลสดบนบาดแผล
การท่ีขาวหอมทดสอบสมรรถภาพดวยการวงิ่ 50 เมตรไมผ าน อาจเปน เพราะขา วหอมมีความ
อดทนในเร่ืองการหายใจไมคอยดีนัก เน่ืองจากการวิ่ง 50 เมตร เปนการออกกําลังที่ตองใช
ความเรว็ จงึ ทาํ ใหก ารเตน ของหวั ใจและจงั หวะการหายใจเรว็ ตามไปดว ย ซง่ึ หากไมม กี ารฝก ฝน
เปน ประจาํ กจ็ ะทาํ ใหค วามอดทนในการหายใจตาํ่ ทาํ ใหร สู กึ หอบ และเหนอ่ื ยไดง า ย จนสง ผลให
ทาํ กจิ กรรมไดช า ลง
ดังนน้ั ขา วหอมจึงควรสรา งเสริมสมรรถภาพทางกายดวยการฝก ว่งิ บอ ยๆ โดยอาจเริ่มจาก
การฝกว่ิงอยูกับที่ เพ่ือใหกลามเนื้อขามีการไดออกแรงขยับ ชวยฝกใหสามารถหายใจไดยาว
ขน้ึ จนรูสึกเหน่ือยหอบนอยลง เม่ือฝก เชน น้จี นรา งกายเริ่มคนุ ชนิ แลว จงึ คอยทําการทดสอบ
สมรรถภาพทางกายอกี คร้งั

(47) โครงการวัดและประเมินผล

เฉลยแบบทดสอบ 2ภาคเรย� นที่

ชดุ ท่ี 2

ตอนท่ี 1

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. ตอบ ขอ 1. โรคตาแดงมกี ารแพรก ระจายของโรคโดยผา นสง่ิ ทเ่ี ปน พาหะ ไดแ ก ขา วของเครอื่ งใชต า งๆ รว มกนั

เชน เส้ือผา ผาเช็ดหนา เปน ตน
• โรควัณโรค มีการแพรก ระจายของโรคโดยการอาศัยอากาศในการแพรเ ชื้อ
• โรคอสี ุกอีใส มีการแพรกระจายของโรคโดยการสัมผสั กับผิวหนงั ของผูปวยซง่ึ มเี ชือ้ อยู
• โรคไขเ ลอื ดออก มีการแพรกระจายของโรคโดยมียุงลายเปนพาหะนาํ โรค
• สวนโรคไขหวัด มีการแพรกระจายของโรคโดยการหายใจเอาอากาศที่มีเชื้อเขาไป รวมถึง

แพรก ระจายผา นทางการใชส ิง่ ของรวมกัน เชน การใชผ า เช็ดหนา รวมกนั เปน ตน ดังน้นั
โรคไขห วัดจึงมกี ารแพรก ระจายของโรคเหมอื นโรคตาแดง

2. ตอบ ขอ 3. โดยสว นใหญแ ลวเชือ้ โรคมกั ปะปนอยูในนาํ้ มูก หรือนา้ํ ลายของผูป วย ซงึ่ ละอองฝอยของนา้ํ มกู

หรือน้ําลายอาจจะกระเด็นไปติดยังส่ิงของเคร่ืองใชของผูปวยได จึงทําใหผูท่ีอยูใกลชิดหรือ
ใชสงิ่ ของรว มกับผูป ว ยไดรบั เชอ้ื และเกดิ การเจบ็ ปว ยได

3. ตอบ ขอ 2. อาการทอ งเสยี เกิดจากการกินอาหาร หรือดืม่ นา้ํ ท่ีไมสะอาด มีเชอื้ โรคปะปนอยู เมอ่ื คนเรากนิ

อาหารหรอื ด่ืมนํ้าทมี่ ีเชื้อโรคเขา ไปกจ็ ะทาํ ใหเกดิ การติดเชอ้ื และมอี าการทอ งเสียได

4. ตอบ ขอ 4. • การลางมือเพื่อปองกันโรคควรทําทุกคร้ังกอนกินอาหารและหลังใชหองนํ้าเสร็จแลว เพราะ

หากไมลางมอื กอ นกนิ อาหารอาจทาํ ใหเ ชอื้ โรคที่ติดอยูท ่ีมอื เขาสรู า งกายได
• การใชผาเช็ดหนาเช็ด หรือส่ังนํ้ามูกเปนสิ่งท่ีดี แตการใชผาเช็ดหนาผืนเดิมซ้ํากันหลายวัน

จะทาํ ใหเกดิ การสะสมของเชอ้ื โรค จนกลายเปน แหลง แพรเ ช้ือโรคได
• การลวกชอนกอ นกนิ อาหารจะชว ยฆา เช้ือโรคที่ตดิ อยทู ี่ชอ น แตการใชชอนตักแกงชามเดียว

กับเพ่อื นกอ็ าจไดรบั เชอ้ื โรคที่แพรกระจายจากนาํ้ ลายทีต่ ดิ ชอนในขณะท่กี ินไดอ ยู
• สว นการสวมหนา กากอนามยั เมอื่ ตอ งอยใู นสถานทท่ี มี่ ผี คู นแออดั เปน สง่ิ ทช่ี ว ยปอ งกนั การแพร

กระจายของเช้ือโรคไดด ที ี่สดุ เพราะไมเ พยี งแตป อ งกนั ตนเองทีอ่ าจไดร ับเช้ือโรคจากอากาศ
ท่ีหายใจเขา ไป ยงั ชว ยปอ งกันผูอ่ืนไมใหไ ดรับเชอ้ื โรคในกรณีทตี่ นเองเจบ็ ปว ยอีกดว ย

5. ตอบ ขอ 2. การลา งมือกอนการกินอาหารและหลังเขาหอ งนํา้ จะชว ยปอ งกนั ไมใหเ ชอ้ื โรคที่ตดิ อยูท ่ีมือเขา สู

รา งกาย เพราะในขณะทลี่ า งมือเชื้อโรคบางสว นจะถูกชะลา งจนหลุดออกจากมือไป

โครงการวัดและประเมินผล (48)

6. ตอบ ขอ 1. จากการแบง กลมุ อาหารจะสงั เกตเหน็ วา โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ

• ขนมปง กรอบ ขาวสวย และขนมปงเปนอาหารหมเู ดียวกนั คือ หมู 2 สว นสมเขยี วหวาน
กลว ยหอม และมะละกอสุก เปน อาหารในหมู 4 เหมอื นกัน

• อาหารกลมุ 1 เปน อาหารทค่ี วรกนิ มากทสี่ ดุ และอาหารกลมุ 2 เปน อาหารทคี่ วรกนิ รองลงมา
• อาหารแตละชนิดมลี ักษณะรูปรา งตา งกัน เชน ขนมปง มีลกั ษณะเปน แผน ขา วสวยมีลกั ษณะ

เปน เมล็ด และมนั ฝร่งั มีลกั ษณะเปน กอ น สวนสมเขียวหวานมีลกั ษณะกลม สวนกลว ยหอม
และมะละกอมีลักษณะยาว
• อาหารกลมุ 1 มีรสชาตหิ วาน สวนอาหารกลุม 2 สม เขยี วหวานมรี สเปรย้ี ว แตกลวยหอม
และมะละกอมีรสหวาน
ดังน้นั จงึ สรุปไดว าใชเกณฑก ารใหสารอาหารทเ่ี หมือนกันเปน เกณฑในการแบง กลุม เพราะ
อาหารท่อี ยูในหมเู ดียวกนั จะใหส ารอาหารที่เหมือนกัน

7. ตอบ ขอ 2. ขา วเหนียว เปนอาหารที่ใหสารอาหารประเภทคารโบไฮเดรต จึงเปนอาหารหมู 2 สว นมะมว ง

เปน อาหารท่ีใหสารอาหารประเภทวติ ามนิ จึงเปน อาหารในหมู 4

8. ตอบ ขอ 3. ผดั ผกั บงุ ประกอบดว ยผกั บงุ เปน อาหารหมู3 นา้ํ มนั ที่ใชผ ดั เปน อาหารหมู5 สว นหมทู อดประกอบ

ดว ยเนอ้ื หมูเปนอาหารหมู 1 น้าํ มนั ที่ใชทอดเปน อาหารหมู 3 และมขี า วสวยเปนอาหารหมู 2
จากการแยกสว นประกอบจึงสรุปไดว าหมูอาหารที่ขาดไป คือ อาหารหมู 4 ไดแก ผลไมตา งๆ
ดงั นั้น อาหารท่คี วรกนิ เพิ่มเติมเพ่อื ใหไ ดสารอาหารทีค่ รบถวน คือ สบั ปะรด

9. ตอบ ขอ 1. โรคความดันโลหิตสูงมีสาเหตุสวนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกิน เชน การกินอาหารรสเค็มจัด

รสหวานจัด หรืออาหารท่ีมมี ันมากๆ และมักพบในผูท ีม่ รี ปู รางอวนเปน สวนใหญ
• เนอ้ื สัตวต ดิ มันไมค วรกินมากเกินความจําเปน เพราะไขมนั ท่ีไดจ ากเน้ือสัตวหากไมม กี ารนํา

ไปใชอาจสง ผลตอ ความดันโลหติ และทาํ ใหเ กดิ โรคอวนได
• เผือกเช่ือม และขนมปงไสสังขยาเปนอาหารท่ีใหพลังงาน แตหากกินมากเกินความจําเปน

และไมม ีการออกกําลังกาย ก็จะทําใหพ ลงั งานน้ันถกู สะสมอยูในรูปของนา้ํ ตาลและทาํ ใหเกดิ
โรคอวน ซึง่ เปนสาเหตุของการเกิดความดนั โลหิตสงู ได
• สว นปลาทะเล เปน เนอ้ื สตั วท มี่ ไี ขมนั นอ ย แตใหโ ปรตนี สงู และยอ ยไดง า ยกวา เนอื้ สตั วช นดิ อน่ื
จึงสามารถกินไดใ นปรมิ าณมาก เพราะสง ผลตอ โรคความดนั โลหติ สูงไดนอ ยที่สุด

10. ตอบ ขอ 3. กิจกรรมที่ลุงสมชาติทําเปนกิจกรรมท่ีตองใชแรงมาก จึงตองกินอาหารท่ีใหพลังงานมาก ซ่ึง

อาหารท่ีใหพลังงานมาก ไดแก อาหารหมู 2 คือ ขาว แปงตางๆ และลุงสมชาติทํางานใน
จังหวัดเชยี งราย ซ่ึงอยูในภาคเหนอื มีอากาศหนาวเยน็ ลุงสมชาติจงึ ควรกนิ อาหารที่ใหความ
อบอนุ แกร างกาย ไดแ ก อาหารในหมู 5 คอื ไขมนั จากพชื และสตั ว ดงั นนั้ อาหารที่ลุงสมชาติ
ควรกนิ มากท่ีสดุ คือ ขาวสวย และเนอ้ื สัตวติดมัน

(49) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 11. ตอบ ขอ 4. ในหน่งึ วนั เราควรกนิ อาหารใหหลากหลาย และไดส ารอาหารท่ีครบถวนทั้ง 5 หมู ในสัดสวนท่ี

เหมาะสม
• ขา วตมไก ขาวขาหมู สลดั ผกั นํ้าใส และมันเชื่อม ประกอบดว ยอาหารหมู 1, 2, 3 และ 5 โดย

เนนอาหารหมู 2 เปน หลัก
• ขนมปงทาเนย ขาวไขเจยี ว กวยเตีย๋ วตมยํา และนาํ้ เตา หู ประกอบดวยอาหารหมู 1, 2, 3

และ 5 โดยเนน อาหารหมู 1 เปน หลกั
• แซนดว ิชกุง ขาวผัดปู กว ยเตย๋ี วคว่ั ไก และถั่วเขียวตม นํ้าตาล ประกอบดวยอาหารหมู 1, 2,

3 และ 5 โดยเนนอาหารหมู 2 เปนหลกั
สวนขาวตมกุง ขาวผัดผักรวมมิตร กวยเตย๋ี วผัดไทย และแตงโมห่ันเปนชิน้ ประกอบดว ย
อาหารหมู 1, 2, 3, 4 และ 5 จึงเปนรายการอาหารท่หี ลากหลายและใหสารอาหารทคี่ รบถวน

12. ตอบ ขอ 3. อาหารทส่ี ามารถกนิ ทดแทนกนั ได ตอ งเปน อาหารทอ่ี ยูในกลมุ เดยี วกนั ใหส ารอาหารเหมอื นกนั

และมีปรมิ าณหรอื ขนาดที่ใกลเ คยี งกัน
• นาํ้ ผลไม 1 แกว มีปริมาณเทากับนม 1 แกว แตเปน อาหารตา งกลุม กัน และใหส ารอาหาร

ตางกนั จงึ ไมสามารถกนิ ทดแทนกันได
• ซุปไก 1 ถว ย มปี รมิ าณใกลเคียงกับนม 1 แกว และเปน อาหารกลุมเดียวกนั แตม ีสารอาหาร

ในปริมาณทีน่ อยกวา นมมาก จึงไมเหมาะในการกินทดแทนกัน
• น้าํ ขาวกลอ งงอก 1 ขวด มีปรมิ าณไมเทากบั นม 1 แกว เปนอาหารตางกลมุ กนั และใหส าร

อาหารตางกนั จงึ ไมสามารถกินทดแทนกันได
• สว นนํ้าเตาหู 1 แกว มปี รมิ าณเทากับนม 1 แกว เปนอาหารกลุมเดยี วกัน และใหส ารอาหาร

เหมือนกัน จงึ สามารถกนิ ทดแทนนมได

13. ตอบ ขอ 1. พีพ่ ลอยอายุ 17 ป พีพ่ ีทอายุมากกวาพี่พลอย 6 ป แสดงวา พพี่ ีทอายุ 23 ป อยูในชวงวยั รนุ

เชนเดียวกับพ่ีพลอย ดงั นนั้ ปริมาณการกนิ ผักจงึ เทากับพ่ีพลอย คอื ควรกนิ ผกั วนั ละ 5 ทัพพี

14. ตอบ ขอ 2. ปรมิ าณของอาหารทค่ี นเรากนิ นนั้ จะมคี วามแตกตา งกนั ตามอายุ วยั และกจิ กรรมทท่ี าํ ในแตล ะวนั

จากตารางจะสงั เกตเหน็ วา ชายวยั ทาํ งานมปี รมิ าณอาหารทคี่ วรกนิ มากกวา หญงิ วยั ทาํ งาน เพราะ
เพศชายมีรางกายที่แข็งแรงกวา จึงทําใหลักษณะของกิจกรรมที่ทํามีความซับซอนและตองใช
แรงมากกวา ดังน้ัน เม่ือกิจกรรมท่ีทําตองใชแรงมาก รางกายจึงตองการอาหารที่ใหพลังงาน
ในปริมาณทม่ี ากตามไปดว ย

15. ตอบ ขอ 1. • การบว นปากดว ยนา้ํ เปลา หลงั กนิ ขนมเปน วธิ กี ารดแู ลฟน วธิ หี นงึ่ ทสี่ ามารถทาํ ได เมอ่ื ไมส ามารถ

แปรงฟนได
• การแปรงฟน ในบรเิ วณทเ่ี หงอื กบวมสามารถทาํ ไดแ ละควรทาํ เพราะเมอ่ื เกดิ อาการเหงอื กบวม

จะทาํ ใหเ กดิ อาการปวด จงึ ทาํ ใหม กั หลกี เลยี่ งการแปรงฟน ในบรเิ วณทเี่ หงอื กบวม แตห ากไม
แปรงฟน บรเิ วณนน้ั กจ็ ะทาํ ใหเ กดิ การหมกั หมมของเศษอาหาร จนเกดิ การอกั เสบมากกวา เดมิ ได

โครงการวัดและประเมินผล (50)


Click to View FlipBook Version