แบบทดสเนอบนอกงิ มาารตรคฐาดิ น
การจัดการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน มีจุดมุง หมายเพอื่ ใหผูเรียน อา นออก เขียนได คดิ คํานวณเปน มุงใหเกดิ ทักษะการเรียนรูต ลอดชีวิต
เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว
จงึ ควรใหผ เู รียนฝกฝนการนาํ ความรูไปประยกุ ตใชในชวี ติ จรงิ สามารถคิดวเิ คราะหและแกปญหาได ดงั นั้นเพอื่ เปน การเตรยี มความพรอ ม
ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด
โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูท่ีสําคัญตามท่ีระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นปแลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด
เพอื่ สรางแบบทดสอบท่ีมีคุณสมบตั ิ ดังน้�
1 2วดั ผลการเรยี นรู เนน ใหผเู รียนเกิดการคิด ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเคร่ืองมือวัด
และประเมินผล รวมท้งั เปนเคร่ืองบง ช้คี วามสาํ เร็จและรายงาน
คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม
นักเรียนใหมีความสามารถใน ดานการใชภาษา ดานการคิด
คํานวณ และดานเหตผุ ล สําหรับรองรับการประเมนิ ผลผเู รยี น
ที่สอดคลอ งกบั มาตรฐาน ตามระดับพฤตกิ รรมการคิด ในระดบั ประเทศ (NT) และระดบั นานาชาติ (PISA) ตอ ไป
ตัวชี้วดั ช้ันปทกุ ขอ ที่ระบุไวใ นตวั ชวี้ ัด โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
แบบทดสอบองิ มาตรฐาน เนน การคดิ ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมนิ ผล บรษิ ัท อกั ษรเจรญิ ทศั น อจท. จาํ กดั ประกอบดว ย
แบบทดสอบประจําภาคเรียนที่ 1 และแบบทดสอบประจําภาคเรียนที่ 2 ซ�ึงแตละภาคเรียนจะมีแบบทดสอบ 2 ชุด แตละชุดมีทั้ง
แบบทดสอบปรนยั และแบบทดสอบอตั นัย โดยวิเคราะหม าตรฐานตัวชว้ี ัด และระดับพฤติกรรมการคดิ ทีส่ มั พันธก บั แบบทดสอบไวอยาง
ชดั เจน เพ่อื ใหผสู อนนาํ ไปใชเปนเครอ่ื งมอื วัดและประเมินผลผเู รยี นไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ
ตารางวิเคราะหแ บบทดสอบ ภาคเรยี นท่ี 1
ตารางวเิ คราะหระดับพฤติกรรมการคดิ
ตารางวิเคราะหม าตรฐานตัวชี้วัด
พกฤราตะรกิดคับรดิ รม ขอ ของแบบทดสอบท่ีสมั พันธก ับ รวม
ชดุ ที่ มาตรฐาน ตัวชวี้ ัด ขอของแบบทดสอบที่สมั พันธกับตัวช้ีวัด ระดับพฤติกรรมการคิด -
A ความรคู วามจํา
1 1-5 -
26
พ 1.1 3 6-9 B ความเขาใจ 1, 3 - 5, 11, 21 - 22 6
1 10 - 13
1 พ 2.1 2 14 - 17 C การนําไปใช 9, 15, 17, 25 4
3 18 - 20
พ 3.1 1 21 - 23 D การวิเคราะห 2, 4, 7 - 8, 10, 12 - 14, 16, 18 - 20, 19
พ 3.2 2 24 - 25
1 26 - 29 23 - 24, 26 - 30
2 30
E การสังเคราะห - -
F การประเมนิ คา 6 1
หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทา ยแบบทดสอบภาคเรียนท่ี 1 และภาคเรียนที่ 2
(1) โครงการวัดและประเมินผล
ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ภาคเรียนท่ี 1
ตารางวิเคราะหระดบั พฤติกรรมการคดิ
ตารางวเิ คราะหมาตรฐานตัวชว้ี ดั
พกฤราตะรกิดคบัริดรม ขอของแบบทดสอบทส่ี มั พนั ธกบั รวม
ชดุ ที่ มาตรฐาน ตัวช้ีวัด ขอ ของแบบทดสอบที่สัมพันธก ับตวั ชี้วัด ระดับพฤติกรรมการคิด
1 1-8 A ความรูความจาํ - -
29
พ 1.1 3 10 - 14 B ความเขาใจ 1, 5 - 7, 26 5
1 15 - 18
2 พ 2.1 2 19 - 21 C การนาํ ไปใช - -
3 22 - 25
พ 3.1 1 21 - 23 D การวิเคราะห 2 - 4, 8 - 25, 27 - 30 25
พ 3.2 2 24 - 25
1 26 - 27 E การสงั เคราะห - -
2 28 - 30
F การประเมินคา - -
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผล (2)
แบบทดสอบวช� า สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1ภาคเรย� นที่ ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3
ชุดท่ี 1 ¤Ðá4¹0¹ÃÇÁ
เวลาสอบ 60 นาที
ช่ือ นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตวั สอบ โรงเรยี น……………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….
สอบวนั ท่ี เดอื น พ.ศ.……………………..
………………………………………………… ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
1ตอนท่ี 1. แบบทดสอบฉบบั นม้� ีทงั้ หมด 30 ขอ 30 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
2. ใหนกั เรยี นเลอื กคาํ ตอบท่ถี ูกทีส่ ุดเพียงขอเดยี ว
¤Ðá¹¹àµçÁ
30
1. ลักษณะการเจริญเติบโตของคนแตละชวงวัย 4. ปอ มกบั ปนู เปน เพศชาย มีอายเุ ทากัน แตชอบ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
B ในดา นใด มคี วามแตกตางกันทีส่ ังเกตไดจ าก D กินอาหารตางกัน ปอมกับปูนจําเปนตองมี
การมองเห็นไดช ดั เจนท่สี ดุ
1. รูปรา ง 2. นาํ้ หนัก นํา้ หนกั และสว นสูงเทากันหรือไม เพราะอะไร
3. สวนสูง 4. อารมณ 1. จาํ เปน เพราะปอมกบั ปูนอยูในวยั เดยี วกัน
2. จําเปน เพราะปอ มกบั ปนู เปนเพศชาย
2. พฒั นาการของเดก็ วยั เรยี นในขอ ใด
D เปนพฒั นาการดานรางกายทมี่ ีความสมั พันธ เหมือนกนั
กับการเจริญเติบโต 3. ไมจ าํ เปน เพราะปอ มกบั ปนู ชอบกนิ อาหาร
1. ปลาสามารถจาํ ชอ่ื เพื่อนในหอ งไดท กุ คน
2. เกง ยิม้ แยมและเปน มติ รกบั เพือ่ นทุกคน ตางกนั
3. แปงรสู ึกตื่นเตนเมือ่ พบเหตกุ ารณท่ี 4. ไมจําเปน เพราะคนที่จะมนี ํ้าหนักและ
ไมคุนเคย
4. กาววงิ่ ระยะสนั้ ไดเร็วที่สุดในช้ันเรยี น สว นสงู เทา กันตอ งเปน พน่ี องกนั เทานั้น
5. การท่นี ชุ ใสกระโปรงตัวเดมิ ไมไ ด เนอ่ื งจาก
3. ใครอยใู นวัยทร่ี า งกายมกี ารเจรญิ เติบโตเตม็ ที่ B กระโปรงคับและส้นั ข้ึนเปนเพราะเหตใุ ด
B 1. พี่แพรอายุ 20 ป
2. นาพมิ อายุ 45 ป 1. เพราะนชุ อายุมากขึ้น
3. นอ งพลอยอายุ 2 ป 2. เพราะนชุ มีรูปรา งท่ีผอมลง
4. ลุงพรอมอายุ 63 ป 3. เพราะนชุ มนี ํา้ หนักและสวนสงู เพม่ิ ขน้ึ
4. เพราะนุชมีนํ้าหนักมากกวา
เกณฑมาตรฐาน
ความรู ความจาํ ความเขา ใจ การนาํ ไปใช การวิเคราะห การสงั เคราะห การประเมินคา
A B C D E F
(3) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ อา นขอ มลู ทกี่ าํ หนดใหแ ลว ตอบคาํ ถามขอ 6.-8. 7. หากนาํ้ ออ ยมีการเจรญิ เติบโตเปนไปตาม
D เกณฑมาตรฐาน เชน มีน้าํ หนกั มากกวา
น้ําออยกําลังเรียนอยูช้ันประถมศึกษา
ปท ่ี 3 มนี ํ้าหนกั 41 กิโลกรัม และมีสวนสงู เกณฑมาตรฐาน นกั เรียนคดิ วานา้ํ ออย
140 เซนตเิ มตร น้าํ ออยเปนลูกคนโตและ ควรแกไ ขอยางไร
มีลักษณะคลายพอ พอของน้ําออยตัวสูง 1. ลดปรมิ าณอาหารลง
นํา้ ออยกบั พอ มกั จะไปปน จักรยานดว ยกนั 2. ลดจาํ นวนมอ้ื อาหารลง
เสมอ เดือนละ 2 คร้ัง น้ําออยชอบดื่ม 3. เลิกกินอาหารทเ่ี ปนแปง ทุกชนิด
น้ําอัดลมมากกวาด่ืมนํ้าเปลา โดยเฉพาะ 4. เลอื กด่ืมน้าํ เปลา แทนการด่ืมนา้ํ อัดลม
เวลากนิ ขาว แตน ้ําออยไมชอบดืม่ นมและ 8. หากนกั เรยี นเปน เพ่อื นกบั นํ้าออ ย นอกจาก
ไมชอบกนิ ผักบางชนิด D เร่อื งการกนิ อาหารแลว นักเรยี นควรแนะนํา
นํ้าออ ยอยา งไร เพือ่ ใหนํา้ ออ ยมีการเจริญ-
6. จากขอ มลู ขางตน เมอ่ื นาํ มาเปรยี บเทียบกับ เตบิ โตตามเกณฑมาตรฐาน
F ขอมลู ในตาราง นกั เรียนคิดวา นา้ํ ออ ยมีการ 1. แนะนําใหออกกาํ ลังกายอยางสม่ําเสมอ
2. แนะนาํ ใหก นิ อาหารเสรมิ และวติ ามนิ ตา งๆ
เจรญิ เตบิ โตเปนอยางไร และเพราะเหตใุ ด 3. แนะนาํ ใหกนิ ขนมทท่ี าํ จากแปง และ
จงึ เปนเชน นั้น
มีรสชาตหิ วานนอ ย
ตารางแสดงนํ้าหนักและสว นสงู 4. แนะนําใหด่ืมน้ําอัดลมที่ไมมีสวนผสมของ
ตามเกณฑม าตรฐานการเจรญิ เตบิ โตของเพศหญงิ
น้ําตาล
อายุ นํา้ หนัก (กก.) สวนสูง (ซม.) 9. ตนเขานอนเวลา 2 ทุม เพื่อการพักผอ นท่ี
8 19.3 - 32.5 117.0 - 132.5 C เพยี งพอ ตน ควรตนื่ นอนในชว งเวลาใดจึงจะ
9 21.2 - 37.4 121.9 - 139.1
10 23.4 - 42.1 127.1 - 146.1 เหมาะสมที่สุด
1. 02.00 น. - 04.00 น.
1. นํ้าออยมสี วนสูงสูงกวาเกณฑม าตรฐาน 2. 04.00 น. - 06.00 น.
เพราะนํ้าออยเปน ลูกคนโต 3. 06.00 น. - 08.00 น.
4. 08.00 น. - 10.00 น.
2. นํา้ ออยมสี วนสงู สงู กวา เกณฑมาตรฐาน
เพราะน้าํ ออ ยมีลักษณะคลายพอ
3. น้ําออยมีน้าํ หนักมากกวา เกณฑมาตรฐาน
เพราะนํ้าออ ยชอบดม่ื นํา้ อัดลม
4. นา้ํ ออ ยมนี ํ้าหนกั มากกวา เกณฑมาตรฐาน
เพราะน้าํ ออ ยไมกินผักทุกชนิด
โครงการวัดและประเมินผล (4)
10. “ฉัตรอาศัยอยูกับพอแม ทุกเชาแมจะ ครอบครวั ที่ 2 เอกอาศัยอยูกับพอ แม
D ต่นื ขนึ้ มาทาํ อาหารเชาใหฉ ัตรกิน และจดั ปู และยา พอ แมข องเอกตอ งทํางานหนกั
เพอื่ หาเงนิ มาเลยี้ งครอบครวั จึงไมม เี วลา
อาหารใสกลองใหฉัตรนําไปกินท่ีโรงเรียน ดแู ลเอก บางครง้ั เอกรสู กึ นอ ยใจพอ แม แต
อาหารท่ีแมทําอรอยมาก ฉัตรจึงกิน เอกกม็ ปี แู ละยา คอยชว ยดแู ลและปลอบใจ
อาหารทแ่ี มจ ดั ใหห มดทกุ วนั แมบ อกวา มี อยเู สมอ ยา บอกเอกวา ทพี่ อ แมต อ งทาํ งาน
ความสุขที่เห็นฉัตรกินอาหารที่แมทําให หนกั เพราะพอ แมร กั เอก อยากใหเ อกมกี นิ
ฉัตรก็มีความสุขท่ีไดก ินอาหารฝม ือแม”
จากขอความดังกลาว แสดงใหเห็นถึงความ มีใช เอกจึงไมควรโกรธท่ีพวกทานไมมี
สําคญั ของครอบครัวในดานใด เวลาให แตเอกควรตั้งใจเรียนและเปน
1. เปนแหลงรายไดข องสมาชกิ ในครอบครวั เดก็ ดี เพ่อื เปนกําลงั ใจใหพอกบั แม
2. เปนทอ่ี บรม เล้ยี งดู และสั่งสอนสมาชกิ ใน
ครอบครวั 12. ครอบครัวเอกและอมุ มีความเหมอื นและ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
D แตกตางในดา นใด
3. เปน ศนู ยร วมความรกั และความผกู พนั ของ
สมาชกิ ในครอบครวั 1. ดานสังคม - ดานการศกึ ษา
4. เปนแหลงใหค วามชว ยเหลอื และแกป ญ หา 2. ดา นส่ิงแวดลอม - ดา นเศรษฐกจิ
ใหแ กส มาชิกในครอบครัว 3. ดานสงั คม - ดา นเศรษฐกจิ
11. หากสมาชกิ ในครอบครัวไมเห็นความสาํ คญั 4. ดานการศึกษา - ดานเศรษฐกิจ
B ของครอบครวั จะสงผลอยา งไร 13. หากเอกตง้ั ใจเรียนหนงั สือตามท่ยี า บอก
1. ครอบครัวขาดผนู าํ D จะเกิดผลดอี ยา งไรตอ ตวั เอก
2. ครอบครวั ขาดรายได 1. เอกจะเกงและมคี วามรู
3. ครอบครวั เกิดความวุนวาย 2. เอกจะเปน ทร่ี ักของเพ่อื นๆ
4. ครอบครวั ขาดความรกั และความอบอุน 3. พอกบั แมจ ะมเี วลาใหเ อกมากข้นึ
อา นเรอ่ื งทก่ี าํ หนดแลว ตอบคาํ ถามขอ 12. - 14. 4. เอกจะรูส กึ ภูมิใจท่ีไดเ ปน ลูกของพอแม
ครอบครวั ที่ 1 อุมอาศัยอยูกับพอและแม 14. การที่เอกต้งั ใจเรียนหนงั สอื ตามทีย่ า บอก
พอแมของอุมมีงานที่ม่ันคงและรายไดดี D ถือเปนการสรางสัมพันธภาพในครอบครวั
จึงไมตองทํางานหนัก ทําใหมีเวลาดูแล
เอาใจใสอ ุม เสมอ พอ กบั แมสอนอุมเสมอ อยา งไร
วาใหมีนํ้าใจและรูจักแบงปน ดังนั้นเวลา 1. เปนการใชเวลาวา งรว มกัน
อุมมีของเลนชิ้นใหม อุมจึงแบงใหเพื่อน 2. เปนการแสดงความมีนํ้าใจตอ กัน
เลน ดว ยเสมอ ครอบครัวของอุมมกั จะทาํ 3. เปนการแสดงความเคารพตอพอแมและ
กิจกรรมตา งๆ รว มกันในวันหยุด อุม รสู ึก
อบอนุ และมีความสขุ ที่ไดอ ยกู บั ครอบครัว ญาติผูใ หญ
4. เปนการแสดงความรบั ผดิ ชอบตอ หนา ที่
ของตนเอง
(5) โครงการวัดและประเมินผล
15. หากตอ งการสรางสัมพันธภาพทีด่ ีระหวา งกนั 18. บานของตาลอยูในซอยลึก อยูติดกับ
C ในครอบครวั ควรปฏิบตั ติ ามขอ ใด D บานของตํารวจ ตาลกลับบานดึกทุกวัน
เพราะตาลไปเดินเลนที่หางสรรพสินคา
1. ลูกซอ้ื ของราคาแพงมาฝากพอ แม หลังเลิกเรียน ตาลตองน่ังรถรับจางเขา
2. พก่ี บั นองพูดคยุ กนั เมือ่ มธี ุระสาํ คัญเทา น้นั บา นและหากบางวนั ไมม รี ถ ตาลกต็ อ งเดนิ
3. พอแมแ ละลกู ชว ยกันทําความสะอาดบา น เขาซอยกลบั บานเพียงคนเดยี ว
4. พอ ตงั้ กฎใหส มาชิกทกุ คนปฏบิ ตั ิ
อยา งเครง ครดั จากขอความดังกลา ว ตาลเสี่ยงตอ การถูก
ลวงละเมิดทางเพศหรอื ไม อยา งไร
16. ดขู อ มลู ในตารางแลวตอบคาํ ถาม 1. เสยี่ ง เพราะบา นของตาลอยูในซอยลึก
D 2. เส่ยี ง เพราะตาลชอบกลับบา นดึกๆ ทุกวัน
หนูนนุ หนาตาสวย ขี้อาย พูดไพเราะ 3. ไมเ ส่ยี ง เพราะตาลนงั่ รถรับจางกลับบาน
มนี า้ํ ใจตอ เพือ่ น 4. ไมเ สี่ยง เพราะบา นของตาลอยูตดิ กบั บาน
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ หนูน่ิม หนาตาสวย รา เรงิ พูดเกง
ชอบลอ เลยี นเพือ่ น
เพ่อื นๆ ชอบเลนกับหนูนุนมากกวาหนนู ม่ิ ของตํารวจ
เพราะเหตใุ ดจงึ เปน เชน นน้ั 19. หากนักเรียนเปนเพื่อนของตาล นักเรียนจะ
1. เพราะหนนู ่มิ ชอบพดู เสียงดงั D แนะนาํ ตาลอยา งไรจงึ จะเหมาะสม และสามารถ
หลีกเลย่ี งการถกู ลวงละเมิดทางเพศได
2. เพราะหนูนุนมีหนา ตาสะสวย 1. แนะนําใหต าลยา ยบาน
3. เพราะหนนู ่ิมไมมนี ้ําใจตอ เพอื่ น
4. เพราะหนูนนุ ไมพูดคาํ หยาบ 2. แนะนําใหตาลพกอาวุธไวปองกันตัว
3. แนะนําใหตาลรบี กลบั บานใหเ รว็ ขึน้
17. การสรางสมั พนั ธภาพในกลุมเพ่อื นแบบใด 4. แนะนาํ ใหตาลมานอนคา งคนื ท่บี า น
C ที่เหมาะสม และทําใหเราเปน ท่ีรักของเพ่อื น
ของตนเอง
1. ใหเพ่อื นลอกการบาน
2. ชวยเพือ่ นทาํ ความสะอาดหอ งเรียน 20. ตั้มพบลุงคนหนึ่งทาทางใจดีท่ีหนาโรงเรียน
3. ตําหนเิ พอื่ นดวยถอยคํารนุ แรงเมอ่ื เพ่อื น D คณุ ลงุ ยนื่ ขนมหอ หนง่ึ มาใหต ม้ั โดยขนมหอ นน้ั
ทําผิด เปนขนมท่ีตั้มชอบ ตั้มควรทําอยางไรจึงจะ
4. ใหเพอ่ื นยมื อุปกรณก ารเรยี นโดยคิด ปลอดภยั จากการถกู ลวงละเมดิ ทางเพศ
1. ตะโกนรองใหคนชว ยแลววงิ่ หนี
คา ตอบแทน 2. ปฏิเสธดว ยคาํ พูดหยาบคาย แลว ว่ิงหนี
3. กลาวขอบคุณอยางสุภาพ แลว รับขนมไว
4. ปฏิเสธอยา งสุภาพและจรงิ จังวายงั ไมห วิ
โครงการวัดและประเมินผล (6)
21. กิจกรรมใดถอื เปน การเคล่อื นไหวรางกาย 24. การทมุ ลกู บอลลงพนื้ พรอ มกบั เดนิ ไปขา งหนา โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
B ขณะอยกู บั ที่ทงั้ หมด D 5 กาว อวัยวะที่ใชในการเคล่ือนไหวมีการ
1. นอนหลบั นอนดูโทรทัศน ทาํ งานรวมกนั อยา งไร
2. นัง่ เหยยี ดขา ยนื บดิ ลําตวั ไปมา 1. ใชแ ขนกาํ หนดจงั หวะการทุมลูกบอลใน
3. เดินขึน้ บนั ได รดนํา้ ตนไมห นาบา น
4. ทาํ ความสะอาดบาน วิง่ เลน กับสนุ ขั ขณะท่ีใชตามองการกาวเทา
22. การยืนกระโดดตบมอื ใชอวัยวะใดในการ 2. ใชเทากําหนดจงั หวะการเดินในขณะท่ีใช
B กําหนดจังหวะการเคลอื่ นไหว
1. มือ ตามองจงั หวะการทุมลกู บอล
2. ขา 3. ใชต ามองมือทท่ี ุมลกู บอลลงพ้ืนในขณะท่ี
3. ลาํ ตัว
4. ปลายเทา กา วเดินโดยใชจ ังหวะการตกของลูกบอล
23. เปน หลัก
4. ใชต ามองลกู บอลและสงั เกตการเคลอื่ นไหว
D ของมอื ใหเ ปนจงั หวะเดยี วกับจงั หวะการ
กา วเทา
การกระโดดตบมอื ใตข า อวัยวะใดมีการ 25. การฝก เคล่ือนไหวรางกายอยางสมา่ํ เสมอ
เคล่อื นไหวมากทีส่ ดุ เพราะเหตใุ ด C จะชว ยเพิ่มทักษะในดานใดมากทีส่ ุด
1. มือ เพราะตอ งใชต บนบั จังหวะ 1. ความคลอ งแคลว
2. ขา เพราะตอ งยกขาขึน้ ขณะกระโดด 2. ความแมนยํา
3. เทา เพราะตองใชเ ทาในการทรงตวั ขณะ 3. ความออ นตัว
4. ความอดทน
กระโดด 26. เกมหรือการละเลน ใดชวยฝก ทักษะการ
4. ลําตวั เพราะตอ งใชลาํ ตวั ในการกม ตัวลง D เคล่อื นไหวของรา งกายไดค รบทกุ สวน
1. เกมงกู นิ หาง
ตบมอื 2. เกมลิงชงิ บอล
3. เกมบอลเรยี กชือ่
4. เกมลมเพลมพัด
(7) โครงการวัดและประเมินผล
อานขอ ความที่กําหนด แลว ตอบคาํ ถาม 28. การเลน วง่ิ เปย ว นอกจากความเร็วแลว ยงั
ขอ 27. - 28. D ตอ งอาศยั สิง่ ใดจงึ จะทาํ ใหส ามารถเอาชนะ
ฝายตรงขามได
การเลนวิ่งเปยวเปนการละเลนวิ่งแขง 1. ระยะเวลาในการฝกซอม
โดยแบงผูเลน ออกเปน 2 ฝา ย แตละฝา ย 2. สถานท่ีและอุปกรณท ี่ใชแ ขง ขนั
จะสง ผเู ลน วงิ่ ไปออ มหลกั ของฝา ยตรงขา ม 3. ความสามัคคีกนั ระหวางผเู ลน
แลววนกลับมาสงผาหรือไมเพื่อใหผูเลน 4. ความสามารถเฉพาะบุคคลของผูเ ลน
ฝายตนคนถดั ไปวิ่งตอ ผูเ ลนแตล ะฝา ยจะ
ตอ งรบี วงิ่ เพอื่ ใหท นั ฝา ยตรงขา ม หากฝา ย 29. การละเลนเปนกลุม ในขอใดที่สามารถเลน
ใดใชผาตีฝายตรงขามไดกอน ถือวาเปน D แขง ขันกนั ไดมากกวา 2 ทมี
ผูชนะ 1. ว่งิ เปย ว 2. วงิ่ กระสอบ
3. งูกินหาง 4. มอญซอ นผา
27. การละเลนว่ิงเปยวตอ งใชท ักษะใดมากท่ีสุด
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ D 1. ความเรว็ ในการว่ิง 30. การเลนเกมหรือการละเลนที่ตองเลนเปนทีม
D ผเู ลน ควรปฏบิ ตั อิ ยา งไรเพอ่ื ใหก ารเลน นนั้ เปน
2. ความเรว็ ในการออกตวั ไปดวยความเรยี บรอย
3. ความเรว็ ในการสงผา ใหเพือ่ น 1. เลน ตามใจตนเองเพยี งคนเดยี ว
4. ความเรว็ ในการแตะตวั ผเู ลน ฝา ยตรงขา ม 2. ตําหนเิ พื่อนรว มทีมเมื่อทําผดิ พลาด
3. รว มกนั วางแผนแกลง ฝายตรงขา มเพอ่ื ให
ทมี ตนเองชนะ
4. เลน ตามท่ีฝกซอมและใหกําลงั ใจเพ่ือนที่
ลงเลน
โครงการวัดและประเมินผล (8)
2ตอนที่ ตอบคาํ ถามใหถูกตอง จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
อานขอ ความท่ีกําหนด แลวตอบคาํ ถามขอ 1. - 2.
ใบเตยเปนเด็กผหู ญิง มอี ายุ 9 ป 4 เดอื น ขณะน้เี รยี นอยูช้นั ป.3 เธอมีรูปรา งตวั เล็กกวา
เพื่อนรวมช้ันหลายคน ใบเตยมนี ํ้าหนกั 23 กิโลกรมั มีสว นสงู 127 เซนติเมตร และไดรบั เลือก
ใหเ ปนเหรัญญิกของหอ ง เพราะเธอคิดเลขเกง
นทีเปนเดก็ ผูชาย อีก 1 เดือนจะมอี ายุ 9 ป เขาสงู ทีส่ ุดในหอ ง นทีมนี ํ้าหนัก 38 กโิ ลกรัม
มีสวนสงู 137 เซนตเิ มตร และวิ่งเรว็ ทส่ี ุดในหอง เขาเรยี นอยชู ้ันเดียวกับใบเตยจงึ ไดเ ปนตวั แทน
ของหอ งลงแขงขนั กฬี าเสมอ
1. อายุ เพศชาย เพศหญงิ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
(ป)
D นํา้ หนัก (กก.) สวนสงู (ซม.) น้ําหนัก (กก.) สวนสูง (ซม.)
8 20.0 - 32.2 117.4 - 133.2 19.3 - 32.5 117.0 - 132.4
9 21.5 - 36.6 121.8 - 138.3 21.2 - 37.4 121.9 - 139.1
10 23.6 - 40.8 126.2 - 143.4 23.4 - 42.1 127.1 - 146.1
จากตารางเกณฑมาตรฐานการเจรญิ เติบโต ใบเตยและนทีมเี กณฑก ารเจริญเตบิ โตเปน อยา งไร
และหากไมเปน ไปตามเกณฑม าตรฐาน ใบเตยและนทคี วรแกไ ขอยางไร
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. การที่ใบเตยคดิ เลขเกง และนทีวง่ิ เร็วทีส่ ดุ ในหอง เปน เพราะเหตใุ ด
D ............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
(9) โครงการวัดและประเมินผล
ดูภาพเหตกุ ารณทก่ี าํ หนด แลวตอบคาํ ถามขอ 3. - 4. เหตกุ ารณที่ 2
เหตุการณท ่ี 1 ˹ÙÁÒàÅ‹¹·èºÕ ÒŒ ¹¹ÒŒ äËÁ
àÃÒ§‹Ç§¹Í¹¨Ñ§àÅ 䴌ÊÔ äÁà‹ »š¹ää‹Ð
¢Í˹عµÑ¡à¸Í¹Í¹ à¸Í¹Í¹Ë¹Ø¹µ¡Ñ àÃÒ¡çä´Œ áÁº‹ Í¡ãËŒÃºÕ ¡ÅºÑ ºŒÒ¹
˹͋ ¹Ð
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 3. จากเหตกุ ารณท ยี่ กตวั อยาง เหตกุ ารณใดเสย่ี งตอ การถูกลวงละเมิดทางเพศมากที่สุด เพราะเหตใุ ด
D ............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. หากตอ งการหลีกเลย่ี งการถูกลวงละเมิดทางเพศจากเหตุการณตัวอยาง ควรปฏบิ ตั อิ ยา งไร
D ............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. ธันวามีนํ้าหนักและสวนสูงนอยกวาเพื่อนๆ ถาหากธันวาจับคูกับเพื่อนเพื่อเลนเกมขี่มาสงเมือง
D ธันวาควรเลนเปนอะไร เพราะเหตใุ ด
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
โครงการวัดและประเมินผล (10)
แบบทดสอบว�ชา สขุ ศึกษาและพลศึกษา 1ภาคเร�ยนท่ี ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 3
ชุดท่ี 2 ¤Ðá4¹0¹ÃÇÁ
เวลาสอบ 60 นาที
ชอ่ื นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ โรงเรียน……………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….
สอบวนั ที่ เดือน พ.ศ.…………………….. ………………………………………..
…………………………………………………
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
1ตอนท่ี 1. แบบทดสอบฉบบั น�ม้ ที งั้ หมด 30 ขอ 30 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
2. ใหน กั เรียนเลอื กคําตอบท่ีถกู ท่สี ดุ เพยี งขอเดยี ว
¤Ðá¹¹àµçÁ
30
1. รางกายคนเรามีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ดูภาพ แลวตอบคําถามขอ 3. โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
B และอายุ หากนาํ้ ชามรี า งกายทสี่ งู นอ ยกวา เพอื่ น
¤Ñº¨Ñ§
คนอน่ื ๆ เลก็ นอ ย ถอื วา นา้ํ ชามกี ารเจรญิ เตบิ โต àÁÍè× ¡Í‹ ¹ÂѧãÊä‹ ´ŒàÅÂ
ผดิ ปกติหรือไม อยางไร
1. ผิดปกติ เพราะเพือ่ นทุกคนสูงเทา กัน 3. การทเ่ี ติ้งไมส ามารถใสเ ส้อื ผาตัวเดมิ ได
2. ผิดปกติ เพราะคนในวยั เดยี วกนั ตอ งมี D เปนเพราะเหตใุ ด
สวนสูงเทากัน 1. เพราะเส้ือหดเล็กลง
3. ไมผ ดิ ปกติ เพราะนาํ้ ชาและเพอ่ื นไมไ ดเ ปน 2. เพราะเส้อื เกา มากเกนิ ไป
3. เพราะเติ้งมีรางกายที่ใหญข ้นึ
พน่ี อ งกัน 4. เพราะเตงิ้ เลอื กขนาดเสือ้ ท่ีไมเ หมาะกับ
4. ไมผดิ ปกติ เพราะรางกายของคนเรามีการ
ขนาดตวั
เจริญเตบิ โตตางกันตามปจจัยตา งๆ
2. เราสามารถสงั เกตวาตวั เรามีการเจรญิ เติบโต
D ไดจากสงิ่ ใด
1. รปู แบบเสอ้ื ผาที่สวมใส
2. ขนาดรองเทา ทีเ่ ปลย่ี นไป
3. ประเภทของอาหารทเี่ รากนิ แตล ะวัน
4. ปริมาณของของเลน ทเ่ี ลน ตง้ั แตแ รกเกดิ
ความรู ความจํา ความเขา ใจ การนําไปใช การวเิ คราะห การสงั เคราะห การประเมนิ คา
A B C D E F
(11) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 4. คณุ ครูใหนกั เรยี นทุกคนวดั สว นสงู เปไ มอ ยาก 8. ขอใด ไมใช พัฒนาการของเด็กในวยั เรียน
D ถอดรองเทา เปจึงใสรองเทาขณะวัดสวนสูง D ทเี่ กดิ ขึ้นตามความเจริญเติบโตของรา งกาย
นักเรียนคิดวาสวนสูงที่วัดไดของเปมีความ 1. วิ่งไดเ รว็ ข้นึ
คลาดเคลอ่ื นหรือไม เพราะอะไร 2. กนิ อาหารไดม ากขึน้
1. ไมค ลาดเคลอ่ื น เพราะเปเปน คนวัด 3. บวกเลขในใจไดเ ร็วขน้ึ
4. เขียนหนงั สือไดตวั บรรจงขน้ึ
สวนสูงเอง ดูขอมูลในตาราง แลว ตอบคาํ ถามขอ 9.
2. ไมค ลาดเคล่ือน เพราะการใสรองเทา
ตารางแสดงน้ําหนักและสว นสงู
ไมมีผลตอการวดั สว นสงู ตามเกณฑมาตรฐานการเจริญเติบโตของเพศหญิง
3. คลาดเคลอ่ื น เพราะเปต องถอดเครื่อง-
อายุ นา้ํ หนกั (กก.) สว นสูง (ซม.)
แตง กายดว ยจงึ จะทําใหไดสวนสูงทแ่ี ทจ ริง 8 19.3 - 32.5 117.0 - 132.5
4. คลาดเคลอ่ื น เพราะการใสร องเทาวดั 9 21.2 - 37.4 121.9 - 139.1
10 23.4 - 42.1 127.1 - 146.1
สวนสูงจะทาํ ใหไมทราบสว นสูงทแ่ี ทจ ริง
5. โดยปกติคนในวยั ใดจะมนี า้ํ หนกั ตวั มากทีส่ ุด 9. ออ มแอม อยชู น้ั ป.3 ปจ จบุ นั ออ มแอม มนี า้ํ หนกั
B และนอ ยทีส่ ุดตามลําดบั D 34 กิโลกรัม และมีสวนสูง 131 เซนติเมตร
1. วัยเดก็ วัยทารก หากอกี 1 เดือน ออ มแอม จะมีอายคุ รบ 9 ป
2. วัยผูใหญ วัยทารก นํ้าหนักและสวนสูงของออมแอมถือวาเกิน
3. วยั ชรา วัยผใู หญ เกณฑมาตรฐานหรือไม เพราะอะไร
4. วยั ชรา วยั เดก็ 1. เกนิ เกณฑมาตรฐาน เพราะยงั เหลืออีก
6. ในวัยผูใ หญ เพศหญิงและเพศชายมกี าร
B เจรญิ เตบิ โตแตกตา งกนั ในเรอ่ื งใดทชี่ ดั เจนทสี่ ดุ 1 เดอื น ออมแอม จงึ จะอายุ 9 ป
1. ลกั ษณะรปู ราง 2. เกนิ เกณฑมาตรฐาน เพราะออมแอม
2. ความยาวของเสนผม
3. ลักษณะของสผี ิวหนงั มนี ้ําหนักเกินเกณฑของเดก็ อายุ 8 ป
4. ความเรียบเนยี นของผวิ หนงั 3. ไมเ กนิ เกณฑมาตรฐาน เพราะออมแอม
7. แกมอายุ 9 ป เรยี นอยูชนั้ ป.3 แกมควรมี
B ลกั ษณะตามขอใด มีสว นสงู อยูในเกณฑข องเด็กอายุ 8 ป
1. เริ่มมีผวิ หนังเห่ยี วยน 4. ไมเกินเกณฑม าตรฐาน เพราะอาจ
2. มีเอวคอดและสะโพกผาย
3. มฟี นนาํ้ นมขึน้ ครบทุกซี่ ประมาณการวาออมแอม อายุ 9 ปแ ลว
4. มกี ลามแขนท่ีใหญและแขง็ แรง สามารถใชเกณฑม าตรฐานนํา้ หนักและ
สวนสูงของเด็ก 9 ปไ ด
โครงการวัดและประเมินผล (12)
10. การเจริญเตบิ โตในขอใดเปนผลมาจากปจ จยั 14. นสิ ารสู กึ วา ตนเองตวั สงู นอ ยกวา เพอื่ นๆ
D ทางดานกรรมพนั ธุ D หากนสิ าอยากมสี ว นสงู เทา เพอ่ื น นสิ าควรทาํ
1. แกว มนี ้วิ เรียวยาวเหมือนคุณแม อยา งไร
2. ตา มขี าทแ่ี ขง็ แรง เพราะว่งิ กับพอ ทกุ เชา 1. กนิ ผลไมท กุ วนั
3. นนทตัวสูง เพราะดื่มนมที่แมเตรียมไวให 2. ด่ืมนมเปน ประจํา
ด่ืมทุกวนั 3. กนิ อาหารทท่ี าํ จากแปงมากๆ
4. ฝนกบั พฟ่ี น ไมผ ุ เพราะพอ สอนใหแ ปรงฟน 4. ออกกําลงั กายทุกวนั วันละ 10 นาที
กอนนอนทกุ คืน
15. พฤตกิ รรมของครอบครวั ใดถอื เปน การใหค วาม
11. พฤตกิ รรมในขอใดสงผลตอการเจรญิ เตบิ โต D สําคัญตอครอบครัว
D ทางดา นรางกาย 1. ครอบครวั ของแพรวไมเ คยดเุ มือ่ ลกู ทําผดิ
1. แตวต้ังใจเรียนหนังสอื 2. ครอบครัวของกองทําโทษลูกอยางรุนแรง
2. ตก๊ิ วาดภาพตวั การตูนที่ชอบ เมอื่ ลกู ทําผดิ
3. ตน ชอบไปเลนฟุตบอลกบั พอ 3. ครอบครัวของฝนมาเชียรฝนเสมอเมื่อฝน โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
4. เตยรอ งเพลงตามโฆษณาในโทรทัศน ลงแขง กฬี า
12. อาหารในขอใดไมใช อาหารทมี่ ีประโยชนตอ 4. ครอบครัวของปานจางครูมาสอนพิเศษ
D การเจรญิ เตบิ โตทัง้ หมด เพราะพอแมไ มมเี วลาสอนการบาน
1. ขาวสวย ผัดผกั คะนาใสหมู อา นเรอื่ งทกี่ าํ หนด แลว ตอบคาํ ถามขอ 16. - 18.
2. มะละกอสุก นมพรอ งมันเนย
3. ขาวเหนียวทุเรียน มะมว งดอง เปลเปนลูกคนท่ีสอง เม่ือไดของเลน
4. ขาวตม ปลา หมูทอดกระเทียม ชิ้นใหม เปลจะแบงใหนองเลนดวยเสมอ
เธอใชเงินอยางประหยัดเพราะแมสอนวา
13. เดก็ ในวยั เรยี นควรนอนหลบั พกั ผอ นอยา งนอ ย เราตอ งรจู กั คา ของเงนิ ทกุ วนั เปล เหลอื เงนิ
D วันละ 8 - 10 ชั่วโมง ถา พลอยสวยนอนหลบั มาหยอดกระปกุ ออมสนิ ทบี่ า นเผอื่ วา อยาก
ไดอะไร เธอจะไดไมตองรบกวนเงินของ
เพียง 6 ช่ัวโมง จะสงผลตอการเจริญเติบโต พอ แม
ของพลอยสวยอยา งไร
1. ทําใหเกดิ อาการงว งนอน นชุ เปนพคี่ นโต เวลาแมซ้อื ของเลน มา
2. ทาํ ใหรา งกายทํางานมากกวาปกติ ใหนอง เธอจะเอาของเลนทั้งหมดมาเลน
3. ทําใหรา งกายตอ งการอาหารนอยลง กอ นคนเดยี ว พอเบอ่ื แลว คอ ยใหน อ งเลน ตอ
4. ทาํ ใหรา งกายมกี ารเจริญเติบโตไมเต็มที่ นุชไมเคยเหลือเงนิ กลับบาน เพราะนชุ นาํ
เงินไปซ้ือขนมและของเลนทุกวัน แมไม
เคยดุนุชเรื่องความฟุมเฟอย เพราะกลัว
นชุ จะเสียใจ
(13) โครงการวัดและประเมินผล
16. จากเนอ้ื เรอ่ื ง ครอบครวั ของเปล และนุช 19. เพราะเหตุใดเพือ่ นๆ จงึ ไมเ ลนกบั ขาว
D มีความแตกตา งกันในดานใด D 1. เพราะเพ่ือนๆ ไมช อบขาว
2. เพราะขาวพูดจาไมเพราะ
1. ดา นสงั คมและดา นการศกึ ษา 3. เพราะขา วทาํ ใหขวญั เสียใจ
2. ดา นสงั คมและดานเศรษฐกจิ
3. ดา นเศรษฐกิจและดา นการศึกษา 4. เพราะขา วชอบลอ เลียนเพื่อน
4. ดานการศึกษาและดา นส่ิงแวดลอ ม 20. การท่ีเพ่ือนๆ ไมเลนกับขา ว เปน การกระทํา
17. การทีเ่ ปลรจู กั ใชเงนิ อยา งรคู ุณคา เปน การ D ทถี่ ูกตอ งหรือไม อยา งไร
D สรา งสัมพันธภาพในครอบครัวในดา นใด 1. ถกู ตอง เพราะขาวชอบลอเลียนเพอื่ น
2. ถูกตอง เพราะเพอื่ นทุกคนไมช อบขาว
1. การมีนํ้าใจตอ คนในครอบครวั 3. ไมถูกตอง เพราะเพื่อนควรตกั เตอื น
2. การใชเ วลาวางรว มกนั ในครอบครัว
3. การรบั ผิดชอบตอ หนา ท่ีของตนเอง เมอ่ื เห็นเพือ่ นทําผิด
4. การใหค วามเคารพตอผูใหญในครอบครัว 4. ไมถกู ตอ ง เพราะขาวลอ เลยี นขวัญ
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ เพยี งคนเดยี วไมไดลอ เลียนเพือ่ นคนอน่ื
18. การทนี่ ชุ เอาของเลน ทพ่ี อ แมซ อื้ ใหน อ งมาเลน
D กอนแลวคอยนําไปคืน แสดงวานุชขาดการ 21. การสรางสมั พันธภาพในกลุม เพอ่ื นในขอ ใด
สรางสัมพนั ธภาพในครอบครวั ในดานใด D ทส่ี ามารถทาํ ไดงาย ไมเกินกําลงั ของเรา
1. การพดู คยุ กันดว ยเหตผุ ล และเหมาะสมทส่ี ุด
1. แบงคาขนมใหเพื่อนยืมไปซื้อของเลน
2. การมนี าํ้ ใจตอ คนในครอบครัว 2. กลาวทกั ทายเพ่อื นดวยรอยยิ้มเสมอ
3. การเคารพสิทธขิ องคนในครอบครวั
4. การรับผดิ ชอบตอ หนา ทข่ี องตนเอง 3. ใหเ พอื่ นลอกการบา นเมือ่ เพื่อนลืมทํามา
อา นเรอื่ งทกี่ าํ หนด แลว ตอบคาํ ถามขอ 19. - 20. 4. ชว ยดูตนทางใหเ พ่อื นทีแ่ อบนําขนม
มากินในหอ งเรียน
ขา วกับขวญั เปน เพอื่ นกนั ขาวกระโดด
ไดส งู แตข วญั กระโดดไดไ มค อ ยสงู นกั ขา ว 22. บา นของพายแุ ละนาํ้ ฟา อยใู กลก นั ถา พายชุ วน
มักลอขวัญเสมอวาเปนเพราะขวัญตัวเตี้ย D นา้ํ ฟา ไปเทย่ี วทบ่ี า นในขณะทพี่ อ แมไ มอ ยบู า น
ขวญั จงึ กระโดดไดไ มส งู เวลาทขี่ วญั ถกู ขา ว
ลอ เลยี น ขวญั รสู กึ เสยี ใจและบางครง้ั กแ็ อบ นา้ํ ฟา ควรไปกบั พายุหรอื ไม เพราะเหตุใด
รอ งไหอ ยคู นเดยี ว เพอื่ นๆ เหน็ ขวญั รอ งไห 1. ไป เพราะพายเุ ปน เพ่ือน
เพราะถกู ขา วลอ เลียน เพื่อนๆ จงึ ชวนกัน 2. ไป เพราะบานอยูใกลก นั
ไมเลนกับขาว ขาวรูสึกเสียใจท่ีเพ่ือนๆ 3. ไมไป เพราะบา นอยูใกลก นั จะไปเทยี่ ว
ไมเ ลน ดวย
เมอ่ื ใดก็ได
4. ไมไป เพราะการอยกู ับพายเุ พียงลาํ พัง
อาจทําใหเกดิ การลว งละเมดิ ทางเพศได
โครงการวัดและประเมินผล (14)
23. มนิ้ เหน็ นกั รอ งทช่ี นื่ ชอบแตง กายดว ยเสอื้ กลา ม 27. นกั เรยี นควรเลอื กทาํ กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหวใด
D และกางเกงขาสนั้ มนิ้ จงึ แตง กายตามนักรอง D หากมพี ้ืนทใี่ นการทาํ กิจกรรมจํากดั
คนนัน้ พฤติกรรมของมน้ิ เหมาะสมหรอื ไม 1. กระโดดตบมอื
อยางไร 2. กระโดดเชือก
1. เหมาะสม เพราะจะไดเปน ผูนําแฟชั่น 3. วง่ิ ซิกแซ็กไปกลับ
2. เหมาะสม เพราะจะไดเ ปน ทชี่ น่ื ชอบเหมอื น 4. ทุมลกู บอลขา มสงิ่ กดี ขวาง
นกั รองคนนน้ั
3. ไมเ หมาะสม เพราะเปนการแตงกายท่ี 28. การกระโดดเขยงสลับเทากนั สามารถนําไป
D ประยุกตเลน กับการละเลน ในขอ ใด
ลอ แหลม
4. ไมเ หมาะสม เพราะจะทาํ ใหดรู ูปรางไมดี 1. วงิ่ เปย ว
2. งกู ินหาง
24. สถานทใ่ี ดทเี่ สยี่ งตอ การถกู ลว งละเมดิ ทางเพศ 3. รรี ขี าวสาร
D นอ ยท่สี ุด 4. กระตายขาเดยี ว
1. รานขาวแกงหนาปากซอย 29. หากตอ งการเลน เกม หรอื การละเลน ทตี่ อ งแบง โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
2. สถานบันเทงิ ทอ่ี ยูใกลบ า น D ผูเลน ออกเปน 2 ทมี และผเู ลนในทมี จะตองมี
3. บนรถประจําทางทมี่ คี นแออดั
4. หองนอนของเพือ่ นผชู ายทอี่ ยูขา งบาน สวนรวมในเกมอยางเทาเทียมและครบทุกคน
เกมในขอใดเหมาะสมท่สี ุด
25. สริ ตี องออกไปทําธรุ ะใหแ ม สริ คี วรแตง กาย 1. การเลน ต่ีจบั
D อยางไร จงึ จะชว ยลดความเสยี่ งจากการถกู 2. การเลนวิ่งเปยว
3. การเลน งกู ินหาง
ลว งละเมิดทางเพศ 4. การเลนมอญซอนผา
1. ชุดกระโปรงสัน้ สายเด่ียว 30. การเลน วงิ่ เปย ว หากผเู ลน ทย่ี นื รอรบั ผา โนม ตวั
2. เส้ือแขนสั้นกับกระโปรงยาวคลุมเขา D ไปขา งหนา โดยทเี่ ทาเหยียบอยูหลงั เสนที่
3. เส้อื แขนยาวรดั รูปกับกางเกงขาสนั้ กาํ หนด ถอื วา ผดิ กติกาหรอื ไม เพราะอะไร
4. เสื้อแขนกดุ กบั กระโปรงยาวคลมุ เทา 1. ผดิ กตกิ า เพราะผูเ ลนทีร่ อรับผา ตองยืน
26.
ตวั ตรงขณะรอ
B
2. ผิดกติกา เพราะการโนมตวั ไปขา งหนา
เปนการเอาเปรียบผเู ลน อกี ฝา ย
กจิ กรรมในขอใดมลี กั ษณะการเคลือ่ นไหว 3. ไมผดิ กตกิ า เพราะวาเทาของผเู ลนท่รี อ
คลา ยการยอยดื รับผา ไมไ ดล้าํ เสน ท่ีกําหนด
1. การยืนรดนา้ํ ตน ไม 4. ไมผ ดิ กติกา เพราะการโนม ตวั ออกมา
2. การยนื กวาดเศษใบไม ขางหนา จะชว ยใหส ามารถแตะตวั ผูเลน
3. การกม ลงยกกระถางตนไม ฝายตรงขา มไดเ รว็ ขน้ึ ซ่ึงผเู ลน ทั้งสองทมี
4. การยนื เอือ้ มมือไปตัดกงิ่ ไม สามารถกระทาํ ได
(15) โครงการวัดและประเมินผล
2ตอนที่ ตอบคาํ ถามใหถกู ตอ ง จาํ นวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
อานขอ ความที่กาํ หนด แลว ตอบคาํ ถามขอ 1.
เมอื่ ปท แี่ ลว ธนั วามนี า้ํ หนกั 26 กโิ ลกรมั อายุ เพศชาย
และมีสวนสูง 121 เซนติเมตร ปจจุบัน ป นํ้าหนกั (กก.) สวนสงู (ซม.)
ธันวาอายุ 9 ป มนี ํ้าหนกั 34 กิโลกรมั และ 8 20.0 - 32.2 117.4 - 133.2
มสี ว นสูง 127 เซนติเมตร 9 21.5 - 36.6 121.8 - 138.3
10 23.6 - 40.8 126.2 - 143.4
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. จากตารางเกณฑมาตรฐานการเจริญเติบโต เม่ือปท่ีแลวธันวามีการเจริญเติบโตเปนอยางไร และ
D ปจจุบันธนั วามีการเจริญเตบิ โตเปนอยางไร และธันวาควรดูแลการเจริญเติบโตของตนเองอยา งไร
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. พระแพงเปนเพือ่ นกับน้าํ หวาน ครอบครวั ของนา้ํ หวานฐานะไมด นี กั นํ้าหวานตองชว ยแม
D เตรยี มของไปขายแตเชาทกุ วนั จึงทาํ ใหน า้ํ หวานมาเรยี นสาย นํา้ หวานจึงเรียนไมคอยทันเพื่อน
บางวันนํ้าหวานก็กินแตขาวกลางวัน เพราะน้ําหวานมีเงินไมพอซื้อขนม พระแพงรูสึกสงสาร
นํา้ หวานและอยากชว ยเหลอื นา้ํ หวาน
นกั เรยี นคดิ วา พระแพงควรชว ยเหลือนาํ้ หวานอยา งไรจงึ จะเหมาะสม
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. มีนอาศยั อยกู ับพอ แม และพส่ี าว เยน็ วนั หนงึ่ พอและแมติดธรุ ะสําคญั ทําใหก ลับบา นชา กวา
D ปกติ สวนพี่สาวของมีนยังไมกลับจากไปทํางาน มีนจงึ ตอ งอยบู า นเพียงคนเดียว
มนี ควรปฏบิ ตั ิตนอยางไรจึงจะชว ยใหป ลอดภัยจากการถูกลวงละเมิดทางเพศ
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
โครงการวัดและประเมินผล (16)
4.
D
จากอุปกรณที่ยกตัวอยาง ถาตูนตองการทํากิจกรรมการเคลื่อนไหวท่ีสามารถทํารวมกับเพ่ือนได โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
ตนู ควรเลอื กอปุ กรณชนดิ ใด เพราะเหตุใด พรอมยกตัวอยางกจิ กรรมที่ใชอ ุปกรณช นิดนั้น
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
อา นขอความทีก่ ําหนด แลว ตอบคําถามขอ 5.
การละเลนตจี่ บั
การละเลนต่ีจับเปนการละเลนพ้ืนเมืองของไทย นิยมเลนกันในหมูเด็กผูชาย มีกติกาในการเลน
ดังน้ี
• แบง ผเู ลนออกเปน 2 ฝา ย ฝายละเทาๆ กัน จากน้ันตกลงกันวาฝายใดจะเปน ฝายเรมิ่ ตนตีก่ อน
โดยฝายทเี่ ริ่มกอน เรียกวา “ฝา ยรกุ ” ใหฝายรกุ เลอื กตัวแทนออกมาคนหนงึ่ เปน คนเขาไปต่ี โดยคนตี่
จะตองออกเสยี งวา “ต่ี” ขณะเขาไปในแดนฝายตรงขา ม
• เม่ือฝายรุกตี่เขามาในเขตแดน ฝายตรงขามตองคอยยึดตัวไมใหฝายรุกขามกลับไปแดนของ
ตนได โดยยดึ ตัวไวจ นกวา เสียงตีจ่ ะขาดเสยี งลง ซง่ึ หากฝายรกุ ท่ที ําเสียงต่ขี าดเสยี งกอ นขา มกลบั ไป
แดนตนเอง ผเู ลนคนนั้นตอ งมาเปนเชลยของฝา ยตรงขา ม
• ถา ฝา ยรกุ สามารถหนกี ลบั เขาแดนตนได ฝา ยตรงขามทถ่ี ูกแตะตัวตอ งไปเปน เชลยของฝา ยรกุ
• เมอื่ ฝา ยของตนถกู จบั ไปเปน เชลย ผทู ตี่ ค่ี นตอ ไปตอ งพยายามชว ยพวกของตนกลบั มาใหไ ด โดย
ฝา ยตรงขา มตอ งคอยกนั ไมใ หผ ทู ม่ี าชว ยและเชลยแตะตวั กนั ได ถา แตะกนั ไดเ ชลยจะไดก ลบั แดนของตน
• เลนสลับกนั เชนนจี้ นกวา ฝายใดฝายหนง่ึ จะหมดตวั ผูเลน กอ น โดยฝายชนะมสี ิทธจิ์ ะใหฝ า ยแพ
ทาํ อะไรก็ได
5. การเลนการละเลน ตจ่ี บั หากผูเลน ทเี่ ปน ฝา ยรกุ ทาํ เสยี ง “ต”่ี เขาไปยังเขตแดนของฝายตรงขา ม แลว
D ถกู ฝา ยตรงขา มจบั ตวั ได แตผ เู ลน ฝา ยรกุ หนกี ลบั มายงั เขตแดนของตวั เองโดยทเี่ สยี ง “ต”่ี นน้ั หยดุ ดงั
ไปแลว ผเู ลน คนน้ันถือวาทําผดิ กตกิ าหรอื ไม และผเู ลน ฝา ยตรงขามทีแ่ ตะถูกตัวผูเ ลน คนนั้นจะตอง
ถูกจับมาเปนเชลยของฝา ยรุกหรอื ไม เพราะเหตใุ ด
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
(17) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนท่ี
ชุดที่ 1
ตอนที่ 1
1. ตอบ ขอ 1. คนแตละชวงวัยจะมีการเจริญเติบโตของรางกายแตกตางกัน โดยสามารถสังเกตไดงายๆ จาก
การเปลี่ยนแปลงของรูปราง เชน เม่ือเปน เดก็ รา งกายยงั เตบิ โตไมเต็มที่ จึงทําใหเ ด็กมีรปู ราง
เล็กกวาผูใหญ ซ่ึงความแตกตางของรูปรางน้ีเกิดขึ้นจากปจจัยในหลายดาน เชน พันธุกรรม
สภาพแวดลอ ม และพฤตกิ รรมการกนิ เปน ตน ปจ จยั เหลา นจ้ี ะสง ผลและแสดงออกเปน นาํ้ หนกั
และสวนสงู ซงึ่ เราจะทราบนา้ํ หนกั และสวนสูงไดจ ากการชงั่ นา้ํ หนักและการวดั สว นสงู สวนการ
เจริญเติบโตในดานอารมณนั้นไมสามารถสังเกตเห็นไดชัดเจน เน่ืองจากเปนการเปล่ียนแปลง
ดา นจติ ใจ ดงั นน้ั ความแตกตางทสี่ ังเกตเห็นไดช ดั เจนท่ีสดุ คอื รูปราง
2. ตอบ ขอ 4. พฒั นาการ คอื ความสามารถในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ ทงั้ ทางดา นรา งกาย จติ ใจ สตปิ ญ ญา และ
สังคม การจดจาํ สิง่ ตา งๆ ไดเ ปน พฒั นาการทางดา นสตปิ ญ ญา การมคี วามสมั พนั ธทีด่ ตี อ เพือ่ น
หรือผูอ่ืนเปนพัฒนาการทางดานสังคม การรูสึกตื่นเตน ดีใจ เมื่อพบเหตุการณที่ไมคุนเคย
เปนพัฒนาการทางดานจิตใจ สวนการเคล่ือนไหวรางกายดวยความคลองแคลว รวดเร็ว เชน
การวิ่งระยะสนั้ เปน ตน เปน พัฒนาการทางดานรางกาย
3. ตอบ ขอ 2. วัยที่มีการเจริญเติบโตของรางกายเต็มที่ คือ คนที่มีอายุ 25 - 60 ป ซึ่งเรียกวา วัยผูใหญ
หรือวัยทํางาน ในวัยนี้จะมีการเจริญเติบโตอยางสมบูรณท้ังดานรางกายจิตใจ สังคม และ
สตปิ ญ ญา
4. ตอบ ขอ 3. น้ําหนักและสวนสูงของคนเรามีผลมาจากปจจัยหลายดาน เชน พันธุกรรม สภาพแวดลอม
และพฤติกรรมการกิน เปนตน ถึงแมจะเปนเพศเดียวกัน และอายุเทากัน แตหากมีปจจัย
ในการเจรญิ เตบิ โตตา งกนั ก็ไมจําเปนตอ งมีนา้ํ หนกั และสว นสงู เทากัน
5. ตอบ ขอ 3. เม่อื รางกายเจริญเติบโตและมกี ารเปลยี่ นแปลง เชน อาจมนี ํ้าหนักตัวเพมิ่ ข้นึ มีสว นสงู เพ่ิมขนึ้
หรือมีรูปรางใหญข้ึน เปนตน ซึ่งจากการเปล่ียนแปลงน้ีบางครั้งอาจสงผลตอการดําเนินชีวิต
เล็กนอย เชน ใสรองเทาคูเดิมไมไดเพราะเทายาวขึ้น หรือการใสเสื้อผาตัวเดิมไมไดเพราะ
ตวั ใหญหรือสงู ขนึ้ เปนตน
6. ตอบ ขอ 3. นํ้าออ ยมีนา้ํ หนกั มากกวาเกณฑม าตรฐาน เพราะนํ้าตาลมีพฤตกิ รรมการกินท่ีไมเหมาะสม คอื
ด่ืมน้าํ อดั ลมบอยๆ ซ่ึงในนา้ํ อดั ลมมนี ้ําตาลอยมู าก จงึ ทาํ ใหนํา้ ออยอว น
7. ตอบ ขอ 4. นํ้าออ ยควรเลือกดม่ื เครอ่ื งดม่ื ทมี่ ปี ระโยชน เชน น้าํ เปลา แทนการดมื่ น้าํ อัดลม เพราะนอกจาก
น้าํ อดั ลมจะมนี ้ําตาลท่อี าจทาํ ใหอ วนแลว ยงั อาจเปนสาเหตุทาํ ใหฟน ผไุ ดอกี ดวย
โครงการวัดและประเมินผล (18)
8. ตอบ ขอ 1. การออกกาํ ลงั กายชว ยทาํ ใหรางกายแขง็ แรงและทําใหร างกายมกี ารเจรญิ เตบิ โตอยางสมสว น โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
9. ตอบ ขอ 2. เด็กในวัยเรียนควรนอนหลับพักผอนอยางนอยวันละ 8 - 10 ช่ัวโมง โดยนับจํานวนช่ัวโมง
ตั้งแตเ ขา นอนจนถงึ ต่นื นอน ตน เขา นอนเวลา 2 ทุม คอื 20.00 น. เมอื่ นบั ตอไป 8 ชม. ก็คอื
เวลา 04.00 น. และเมือ่ ครบ 10 ชม. ก็คือเวลา 06.00 น. ดงั น้นั ตน ควรต่นื นอนในชวงเวลา
04.00 - 06.00 น. จึงเปน การพักผอนอยา งเพยี งพอ
10. ตอบ ขอ 2. การท่แี มทําอาหารใหล กู กินเปน การดูแลสมาชกิ ในครอบครวั วธิ หี น่งึ ซง่ึ ถือเปนความสาํ คญั ของ
ครอบครัวในดา นการอบรม เล้ียงดู และสั่งสอนสมาชิกในครอบครวั
11. ตอบ ขอ 4. ครอบครวั เปน ศนู ยร วมความรกั ความผกู พนั ของสมาชกิ ในครอบครวั ครอบครวั เปน แหลง พกั พงิ
และชว ยเหลือยามสมาชิกเกดิ ปญ หา หากสมาชิกในครอบครัวไมเ หน็ ความสาํ คัญของสงิ่ เหลา นี้
กจ็ ะทาํ ใหเกดิ ชองวา งในครอบครัว สมาชกิ ในครอบครัวเกิดความหา งเหนิ และวา เหวได
12. ตอบ ขอ 3. พอ กบั แมข องอมุ สอนใหอ มุ รจู กั แบง ปน ยายของเอกสอนใหเ อกเปน เดก็ กตญั ู ดงั นนั้ จงึ มคี วาม
เหมือนกันในดานสงั คม คอื มพี อ แม หรอื ญาติผูใ หญค อยดแู ล อบรมสง่ั สอนในดานคุณธรรม
สว นพอ แมข องอมุ มรี ายไดด ี จงึ ไมต อ งทาํ งานหนกั ขณะทพี่ อ แมข องเอกตอ งทาํ งานหนกั เพราะ
มรี ายไดนอ ย ดังนั้น จงึ มีความแตกตางกนั ในดา นเศรษฐกิจ
13. ตอบ ขอ 1. การทเี่ อกตงั้ ใจเรยี นเปน การแสดงความกตญั ตู อ พอ แม ทท่ี าํ งานหนกั หาเงนิ สง เสยี ใหเ อกเรยี น
ซ่ึงพอแมก็จะมีกําลังใจในการทํางานเพ่ือเอก นอกจากน้ีเอกยังจะไดความรูจากการเรียนไปใช
ในการทํางานในอนาคตไดอ กี ดว ย
14. ตอบ ขอ 4. การที่พอแมไมมีเวลาใหเอกเพราะตองทํางานหาเงินมาเล้ียงดูครอบครัวและสงเสียใหเอกได
เรียนหนังสือ และการที่เอกต้ังใจเรียนก็เปนหนาที่ของลูกท่ีดี ซึ่งถือเปนการสรางสัมพันธภาพ
ในครอบครัวในดานการแสดงความรบั ผิดชอบตอ หนา ทข่ี องตนเอง
15. ตอบ ขอ 3. การสรา งสมั พนั ธภาพในครอบครวั ควรยดึ ถอื หลกั การการอยรู ว มกนั อยา งมคี วามสขุ คอื สมาชกิ
ทุกคนตองรูจักหนาท่ีและบทบาทของตนเอง เชน ลูกควรเคารพพอแม พ่ีควรชวยเหลือนอง
ลกู ไมควรใชเงนิ ที่พอแมใหอยา งฟุมเฟอ ย พอแมควรมีเวลาดูแลและอบรมสงั่ สอนลูก เปนตน
16. ตอบ ขอ 4. การสรา งสมั พนั ธภาพท่ดี ีกับเพ่อื น ควรเริม่ ดวยการปฏิบัตดิ กี บั เพ่ือน เชน การพูดกบั เพ่ือนดว ย
คําพูดท่ีดี ย้ิมแยมแจมใสอยูเสมอ ดังน้ัน แมวาหนูนุนจะข้ีอาย แตหนูนุนก็พูดกับเพื่อนดวย
คําพูดที่ไพเราะ เพื่อนจงึ อยากเลนดว ย สวนหนูนิ่มชอบลอ เลยี นเพอื่ น จงึ ทําใหเพื่อนไมอ ยาก
เลน ดวย
17. ตอบ ขอ 2. การสรางสัมพันธภาพในกลุมเพ่ือนเปนส่ิงท่ีดี เชน การรูจักชวยเหลือเพ่ือน เปนตน แตการ
ชวยเหลือควรคํานึงถึงความถูกตองและเหมาะสมในการชวยเหลือดวย โดยเปนการชวยเหลือ
ที่ไมเ กนิ กาํ ลงั ของเรา และเปนการชวยเหลือที่ไมทาํ ใหผูอ น่ื เดือดรอ นหรือเสยี ใจ เชน การชว ย
เพื่อนทาํ ความสะอาดหองเรียน หรือการแบง ขนมใหเพื่อนกินดวย เปนตน
(19) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 18. ตอบ ขอ 2. เส่ียง เพราะตาลมีพฤติกรรมท่ีอาจนําไปสูการลวงละเมิดทางเพศ คือ การชอบกลับบานดึก
ซ่ึงหากมผี รู ายมาแอบซุมอยู ตาลก็อาจถูกลวงละเมิดทางเพศรวมถงึ โดนทํารา ยได
19. ตอบ ขอ 3. แนะนําใหต าลรีบกลับบา น เพราะหากตาลกลบั บา นเร็ว ซ่ึงเปน ชวงเวลาทีค่ นสว นใหญเลิกเรยี น
หรอื เลิกทํางาน ตาลกจ็ ะไดไ มต อ งเดนิ เขาบา นเพยี งลําพงั และลดโอกาสเสีย่ งทีจ่ ะพบผูรายซ่งึ
มักจะกอ อาชญากรรมในชว งกลางคืนหรือชว งที่ไมมคี นดว ย
20. ตอบ ขอ 4. เม่อื มคี นแปลกหนา หรอื คนที่เรารสู กึ ไมน า ไวว างใจมาชักชวนใหร ับส่ิงของ ขนม หรอื เครอ่ื งดม่ื
เราควรปฏิเสธทันทีดวยทาทางและน้ําเสียงท่ีจริงจัง โดยควรกลาวปฏิเสธอยางสุภาพวาไมรับ
สงิ่ ของนน้ั และตง้ั สติ ไมแ สดงอาการตกใจ หรอื ตนื่ กลวั จนเปน ทส่ี งั เกต เพราะผทู ม่ี าหลอกลอ เรา
อาจสังเกตเหน็ และฉวยโอกาสนน้ั ทาํ รา ย หรือลว งละเมิดทางเพศได
21. ตอบ ขอ 2. การเคลอื่ นไหวรา งกายขณะอยกู บั ทเ่ี ปน การขยบั รา งกายในทา ทางตา งๆ โดยไมม กี ารเคลอ่ื นท่ีไป
ทอ่ี นื่ การนอนดูโทรทศั นแ ละการนอนหลับไมถือเปน การเคลือ่ นไหว เพราะไมมีการขยับอวยั วะ
สว นใดของรา งกาย การเดนิ ขนึ้ บนั ไดและการรดนาํ้ ตน ไมห นา บา น การทาํ ความสะอาดบา น และ
การวง่ิ เลน กบั สนุ ขั เปนการเคล่ือนไหวรางกายขณะเคล่ือนท่ี เพราะมกี ารเคลอ่ื นที่รา งกายไปมา
สว นการนงั่ เหยยี ดขาและการยนื บดิ ลาํ ตวั ไปมาเปน การเคลอื่ นไหวรา งกายขณะอยกู บั ท่ี เพราะมี
การขยับรา งกายแตไมม ีการเคลื่อนที่ไปยงั จดุ อื่น
22. ตอบ ขอ 1. การกระโดดตบมือจะใชการตบมือในการกําหนดจังหวะและนับจํานวนคร้ังของการเคล่ือนไหว
ดงั นั้น อวยั วะท่ีใชก าํ หนดจงั หวะ คอื มือ
23. ตอบ ขอ 2. การกระโดดตบมือใตขาสลับกัน เปนการกระโดดในลกั ษณะการยกขาขนึ้ ขางหนงึ่ แลวตบมอื ใต
ขานัน้ โดยยกขาสลับกันไปมาท้งั สองขาง ดงั นน้ั อวยั วะท่ีใชในการเคล่ือนไหวมากทส่ี ุด คอื ขา
24. ตอบ ขอ 4. การกาวเดินพรอมกับการทุมลูกบอลตองใชตาสังเกตจังหวะการตกของลูกบอลและจังหวะ
ในการกาวเทา หากไมม ีการสงั เกตและจับจังหวะการเคลื่อนไหวของมอื เทา และลูกบอล ทําให
การทุมลกู บอลมจี งั หวะที่ไมสมดุลกับจังหวะการกา วเทา และทาํ ใหก ารเคล่อื นไหวเสยี จังหวะได
25. ตอบ ขอ 1. การเคลอ่ื นไหวรา งกายซา้ํ ๆ อยา งสมาํ่ เสมอ จะทาํ ใหร า งกายเกดิ ความเคยชนิ และเรมิ่ เคลอ่ื นไหว
ไดเร็ว และคลอ งแคลว ขึ้น
26. ตอบ ขอ 3. เกมที่ชวยฝกทักษะการเคลื่อนไหวของรางกายควรจะเปนเกมท่ีทําใหรางกายไดเคลื่อนไหว
ครบทุกสวน เชน ไดเคลื่อนไหวท้ังแขน ขา ลําตัว เปนตน เกมงูกินหาง เปนเกมที่ตองว่ิง
เพ่อื จบั ผูเลนทเี่ ปน ลกู งู ซึ่งอวยั วะทเ่ี คล่ือนไหวมากท่สี ุดคอื ขา เกมลิงชงิ บอล เปน เกมที่ตอง
สง บอลตอ ไปใหเ พอื่ น โดยอวยั วะที่เคลือ่ นไหวมากทีส่ ุดคือ มอื เกมลมเพลมพัด เปน เกมทต่ี อง
วิ่งไปสลับที่หรือยายตําแหนงจากที่เดิมไปอีกท่ีหน่ึง ซึ่งอวัยวะท่ีเคล่ือนไหวมากที่สุดคือ ขา
สว น เกมบอลเรียกชอ่ื เปนเกมทีต่ อ งวิง่ หนีลูกบอล และหากถกู เรยี กตอ งรบี ไปรบั แลว โยนบอล
เรยี กชอ่ื คนอื่นตอไป ซงึ่ อวัยวะที่เคลอ่ื นไหวมากท่สี ดุ คือ ขา แขน และมือ
โครงการวัดและประเมินผล (20)
27. ตอบ ขอ 1. การละเลนว่ิงเปยวเปนการละเลนท่ีตองใชความรวดเร็วในการวิ่ง เพ่ือนําผาไปแตะตัวผูเลน
ฝายตรงขาม ดงั นน้ั การละเลนวิ่งเปยวจึงตอ งใชท กั ษะดานความเรว็ ในการวง่ิ มากทีส่ ดุ
28. ตอบ ขอ 3. การละเลน ว่งิ เปย วนอกจากความเรว็ ในการวงิ่ แลวผเู ลนในทมี ควรมีความสามคั คีและมีสว นรวม
ในการเลน เชน เมื่อเห็นเพื่อนกาํ ลังวงิ่ มาใกลถ งึ จดุ ออกตัวแลวกค็ วรเตรยี มตวั ออกวิ่งและรับผา
ที่เพอ่ื นจะสง ให เปนตน หากคนในทีมไมใหค วามรว มมือกจ็ ะทาํ ใหก ารวิ่งชา ลง จนอาจแพไ ด
29. ตอบ ขอ 2. ว่ิงเปยวเปนการแขงขันของผูเลน 2 ทีม มอญซอนผาและงูกินหางเปนการเลนแบบเปนกลุม
สวนการวง่ิ กระสอบแขงขันไดมากกวา 2 ทีม โดยทมี ใดวิ่งกระสอบถึงเสนชยั กอ นถือวาชนะ
30. ตอบ ขอ 4. การทํากิจกรรมเปนกลุม ตอ งอาศัยความสามัคคแี ละการรวมมอื กันระหวางสมาชกิ ทุกคนในทมี
ฟงความคิดเห็นและขอ เสนอแนะของสมาชกิ ในทมี ใหก ําลังใจซึ่งกนั และกัน รวมถึงการมวี ินัย
ในการฝกซอม หม่ันฝกซอมอยางตั้งใจและสมํ่าเสมอ ที่สําคัญที่สุดคือการมีนํ้าใจนักกีฬา
เลน ตามกติกา และใหเกยี รตผิ ูเลนทกุ คนท้งั ฝา ยตนเองและฝายตรงขา ม
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
(21) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ตอนที่ 2 ใบเตยมนี า้ํ หนกั และสว นสงู อยใู นเกณฑม าตรฐาน นทมี สี ว นสงู ตามเกณฑม าตรฐาน แตม นี าํ้ หนกั
1. แนวตอบ มากกวาเกณฑมาตรฐาน จากขอมูลที่บอกวานทีเปนนักกีฬา แสดงวานทีมีการออกกําลังกาย
อยา งสมา่ํ เสมอ ดังน้ัน การท่ีนทีมีน้ําหนกั มากกวา เกณฑจ ึงอาจมีสาเหตมุ าจากการกินอาหาร
2. แนวตอบ ซง่ึ นทีอาจกินอาหารที่ไมมปี ระโยชน ดงั น้ัน จึงควรเลือกกนิ แตอ าหารที่มปี ระโยชน เชน กนิ ผัก
3. แนวตอบ และผลไม หรอื นม และลดอาหารประเภทไขมัน น้าํ ตาล เปนตน
ใบเตยและนทมี ีความสามารถท่ีเกิดขนึ้ ตามพฒั นาการของการเจริญเตบิ โต ใบเตยคดิ เลขไดเกง
4. แนวตอบ เพราะมีพัฒนาการดานสตปิ ญ ญาที่ดี และการที่นทีวิ่งไดเรว็ เพราะมีพัฒนาการทางดา นรา งกาย
5. แนวตอบ ท่ีดี
เหตุการณท่ี 1 เส่ียงตอการถูกลวงละเมิดทางเพศ เพราะผูหญิงและผูชายไมควรอยูดวยกัน
เพียงลําพงั ในทม่ี ิดชดิ ลบั ตาคน รวมถงึ ไมค วรแตะเนือ้ ตองตัวกนั โดยไมจําเปน หรอื แสดงทาที
ใกลช ดิ สนทิ สนมกนั มากเกนิ ไป สว นเหตกุ ารณท ่ี2 เปน การปฏเิ สธคาํ เชญิ ชวนจากคนแปลกหนา
จงึ ไมทาํ ใหเ สี่ยงตอ การถูกลวงละเมดิ ทางเพศ
ตอบปฏิเสธอยา งสภุ าพและจรงิ จังวาการอยูดวยกนั ในทีล่ ับตาคนนน้ั ไมเหมาะสม จะทําใหผอู นื่
มองเราในทางที่ไมด ี หากมธี รุ ะอะไรคอยโทรศัพทคุยกนั หรอื หากไมใชธุระสําคัญคอยพูดคยุ กัน
ท่ีโรงเรยี นก็ได
การเลนข่มี าสงเมอื งประกอบดว ยผูเลน 2 คน คอื ผทู ีเ่ ปนเจาเมือง และผทู ีเ่ ปนมา โดยผทู เ่ี ลน
เปนมาควรเปนคนท่ีมีรางกายสูงใหญ แข็งแรง เพ่ือท่ีจะไดสามารถรับน้ําหนักของผูท่ีเลนเปน
เจาเมอื งได สว นคนท่ีเลน เปน เจา เมืองควรเปนคนทมี่ ีน้าํ หนกั ตัวไมม าก รปู รางเลก็ ไมควรให
คนท่มี ีน้ําหนักตัวมาก หรอื มีรางกายใหญโตเปน เจา เมอื ง เพราะอาจจะทาํ ใหผ ทู ่ีเลน เปน มา รับ
นาํ้ หนักไมไ หว ธนั วามีนํ้าหนักและสว นสงู นอ ยกวาเพื่อน แสดงวามีเพ่ือนคนอ่นื ๆ ทนี่ ํา้ หนกั ตัว
และสว นสงู มากกวาธันวา ดังนนั้ ธนั วาจึงไมเหมาะจะเลนเปนมา แตธนั วาควรเลนเปนเจา เมือง
โครงการวัดและประเมินผล (22)
เฉลยแบบทดสอบ 1ภาคเร�ยนที่
ชุดท่ี 2
ตอนท่ี 1
1. ตอบ ขอ 4. การเจริญเติบโตของคนแตละคนมีความแตกตางกัน เน่ืองจากการเจริญเติบโตของคนเรา โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
ขนึ้ อยกู บั ปจ จยั ในหลายดา น เชน ดา นกรรมพนั ธุ เปน การถา ยทอดลกั ษณะเดน ลกั ษณะดอ ยจาก
พอแมไปสลู ูก เชน การมีผมตรง หรอื มสี ีผวิ เหมือนพอแม เปน ตน นอกจากน้ีการเจรญิ เตบิ โต
ยังขึ้นอยูกบั พฤตกิ รรม เชน การกินอาหารทีม่ ีประโยชน หรือการออกกาํ ลังกาย เปนตน ดงั นัน้
การที่สว นสงู ของคนเราจะไมเ ทา กันจึงไมถ อื วาผิดปกติ
2. ตอบ ขอ 2. การเจรญิ เตบิ โตของคนเราสามารถสงั เกตไดจ ากการเปลย่ี นแปลงของรา งกาย เชน การมรี ปู รา ง
สูงขึน้ ใหญข ้นึ เปนตน และเราสามารถสังเกตการเปล่ียนแปลงของรา งกายซ่ึงมีผลมาจากการ
เจริญเตบิ โตไดจากขนาดเสอื้ ผา หรือขนาดรองเทา
3. ตอบ ขอ 3. เม่ือรางกายมีการเจริญเติบโตจะสงผลใหรางกายมีขนาดและรูปรางที่เปลี่ยนแปลงไป เชน
มีรูปรางสูงใหญข้ึน เพราะมีน้ําหนักและสวนสูงมากข้ึน ซึ่งการที่รางกายมีการเปลี่ยนแปลง
เชนน้ี อาจสงผลตอการดําเนินชีวิตประจําวันอยูบางเล็กนอย เชน ไมสามารถสวมใสเสื้อผา
ตัวเดมิ ได เปนตน
4. ตอบ ขอ 4. ในการวัดสวนสูง ควรถอดรองเทากอนทําการวัดทุกคร้ัง เนื่องจากการใสรองเทาในการวัด
สว นสูงจะทําใหส ว นสงู ท่ีไดน้ันเกินกวาความสงู ท่ีแทจริง เพราะจะรวมความสูงท่ีไดจากรองเทา
ไปดว ย ทาํ ใหส วนสงู ท่ีวัดไดมคี วามคลาดเคล่ือน
5. ตอบ ขอ 2. โดยปกติท่ัวไป น้ําหนักและสวนสูงจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ซึ่งสามารถลําดับปริมาณ
นํา้ หนักของแตล ะวัยจากนอยไปมากได ดงั น้ี วยั ทารก วัยเรยี น วัยชรา และวัยผูใ หญ แตท ัง้ น้ี
ปรมิ าณนาํ้ หนกั และสว นสูงของแตล ะบคุ คลน้นั อาจขนึ้ อยกู ับปจ จัยอื่นๆ เชน พฤติกรรมการกิน
หรอื กิจกรรมที่ทําในแตล ะวนั เปนตน
6. ตอบ ขอ 1. การมีเสนผมท่ียาวข้ึนเปนการเจริญเติบโตของรางกายที่เกิดขึ้นท้ังในเพศชายและเพศหญิง
ลักษณะสีผิวและความเรียบเนียนของผิวหนังเปนการเจริญเติบโตท่ีมีผลมาจากกรรมพันธุ ซึ่ง
มีไดท ั้งเพศชายและเพศหญงิ แตล กั ษณะรปู รางของเพศชายและเพศหญิงเปนการเจริญเติบโต
ท่ีแตกตางกนั เนอ่ื งจากเพศชายจะมรี ปู รา งสูงใหญ และมกี ลา มเน้อื สวนเพศหญิงจะมีรปู ราง
เลก็ กวา มีหนา อก มที รวดทรง จงึ ทําใหมีความแตกตา งกนั ทางดานรปู รา งอยา งชัดเจน
7. ตอบ ขอ 3. แกมอายุ 9 ป แสดงวา อยูในชวงวยั เรียน ซง่ึ วยั เรยี นจะมพี ัฒนาการท่ชี ดั เจน คือ อวยั วะตา งๆ
มขี นาดใหญขนึ้ เชน แขน ขายาวขน้ึ มอื และเทาใหญขึน้ เปนตน รวมถึงเด็กในวยั เรยี นจะมี
การเจริญเติบโตของฟนดวย คือ มีฟน น้ํานมขนึ้ ครบทุกซี่
(23) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 8. ตอบ ขอ 2. พฒั นาการคอื ความสามารถในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ ไดด ี เชน การวง่ิ ไดเ รว็ การคดิ เลขไดถ กู ตอ ง
หรอื การเขยี นหนงั สือตัวบรรจง เปนตน สวนการกนิ อาหารไดมากข้นึ ไมถอื วา เปนพฒั นาการ
เนื่องจากการกินอาหารไดมากขึ้นไมใชความสามารถท่ีเกิดข้ึนตามการเจริญเติบโตของรางกาย
แตเปนความตองการปรมิ าณอาหารของรางกายซง่ึ เปน ผลมาจากการทาํ กิจกรรมตา งๆ
9. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากอีก 1 เดอื น ออ มแอมจะมีอายคุ รบ 9 ป จงึ ประมาณการวาออ มแอมอายุ 9 ปแ ลว
ดังนั้น เมื่อเทียบกับเกณฑมาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 9 ป จึงถือวาออมแอม
มีนา้ํ หนักและสวนสงู อยูในเกณฑมาตรฐาน
10. ตอบ ขอ 1. กรรมพนั ธุ คอื การเจริญเตบิ โตทล่ี ูกไดร บั การถา ยทอดลกั ษณะตา งๆ มาจากพอ แม เชน การมี
ตาสองชั้น การมผี มตรง หรอื การมนี ิ้วมอื เรียวยาว เปน ตน
11. ตอบ ขอ 3. การเจริญเติบโตของรางกายข้ึนอยูกับปจจัยหลายอยาง โดยเฉพาะพฤติกรรมตางๆ ท่ีเราทํา
ในแตล ะวนั เชน การกินอาหารทมี่ ปี ระโยชน การออกกาํ ลังกาย เชน ว่งิ วายน้าํ เปน ตน
12. ตอบ ขอ 3. อาหารที่มปี ระโยชนควรใหส ารอาหารที่ครบถวนตามทรี่ า งกายตองการ เชน ขา ว เน้อื สตั ว ผัก
ผลไมสด เปนตน สวนอาหารทมี่ ีประโยชนแ กร า งกายนอย เชน อาหารทีม่ ีนา้ํ ตาลมาก อาหาร
หมกั ดอง เปน ตน
13. ตอบ ขอ 4. เดก็ วยั เรยี นควรนอนหลบั พกั ผอ นอยา งนอ ยวนั ละ8 - 10 ชว่ั โมง เพราะในขณะทก่ี าํ ลงั นอนหลบั นน้ั
รางกายจะมีการผลิตฮอรโมนท่ีชวยในการเจริญเติบโต ซึ่งหากมีการนอนหลับพักผอนอยาง
ไมเพียงพอ กจ็ ะสงผลใหร างกายมกี ารเจริญเตบิ โตไดไมเ ตม็ ท่ี
14. ตอบ ขอ 2. การดื่มนมจะชวยทําใหรางกายเติบโต สูงใหญข้ึน เนื่องจากในนมมีแคลเซียม ซึ่งแคลเซียม
มสี วนในการเสริมสรา งกระดูก นอกจากนค้ี วรออกกําลังกายรว มดว ย อยา งนอ ยสปั ดาหละ 3 - 5
ครงั้ คร้งั ละอยางนอย 30 นาที เพ่อื ใหรา งกายมีความแข็งแรงและเติบโตสมวัย
15. ตอบ ขอ 3. การไมดุลูกเม่ือลูกทําผิดเปนการไมใหความสําคัญในดานการเล้ียงดู สั่งสอนลูก การลงโทษลูก
ดวยความรุนแรงเปนการไมใหความสําคัญในดานการใหความรักแกลูก การไมมีเวลาในการสอน
การบา นลูกเปน การไมใหความสาํ คญั ในการเปนทพ่ี งึ่ และใหค วามชวยเหลอื แกลูก
สวนการไปใหกําลังใจลูกเม่ือลูกไปแขงกีฬาเปนการใหความสําคัญในการเปนแหลงพึ่งพิงและ
ใหก าํ ลงั ใจลกู
16. ตอบ ขอ 2. ครอบครวั ของเปล และนชุ แตกตา งกนั ในดา นสงั คม และดา นเศรษฐกจิ เพราะพอ แมข องเปล สอน
ใหรูจ กั ใชเงิน แตครอบครัวของนชุ มีฐานะดี และไมต าํ หนิเมือ่ ลูกใชเ งินฟุมเฟอ ย จึงทําใหล ูกมี
ความประพฤติท่ีไมด ไี ด
17. ตอบ ขอ 1. การท่ีเปลรูจักใชเงิน รวมถึงรูจักเก็บออมนั้นเปนการชวยแบงเบาภาระของพอแมไดอีกวิธีหน่ึง
ซงึ่ การชวยแบงเบาภาระของพอ แม ถอื เปนการแสดงความมนี ํา้ ใจตอคนในครอบครวั
โครงการวัดและประเมินผล (24)
18. ตอบ ขอ 3. การที่นชุ นําของเลน ทพ่ี อแมซอื้ ใหน องมาเลนกอน แลว คอยนาํ ไปคนื ถอื เปนการไมเ คารพสิทธิ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
ของนอง เพราะนองเปนเจา ของของเลน หากนชุ อยากเลน ควรขออนญุ าตนองกอ น เม่อื นอง
อนญุ าตแลวนุชจึงคอ ยนําของเลนชน้ิ นนั้ ไปเลน
19. ตอบ ขอ 4. การทข่ี าวลอเลียนเร่ืองขวัญกระโดดไดไ มสงู ทาํ ใหขวัญเสียใจ แสดงวาขาวมนี สิ ยั ชอบลอ เลียน
เพื่อน โดยการนําเอาจุดบกพรองของเพ่ือนมาลอเลียน เม่ือเพ่ือนคนอ่ืนๆ เห็นวาขาวชอบ
ลอ เลียนเพ่อื น จนทาํ ใหเพอ่ื นเสยี ใจ เพ่อื นๆ จงึ ตกลงกันวา จะไมเลน กบั ขา ว
20. ตอบ ขอ 3. การที่ขา วชอบลอ เลียนคนอนื่ ถือเปน ส่งิ ท่ีไมค วรทาํ เพราะเปน การทําใหผอู ื่นรูสกึ ไมดี แตการท่ี
เพอื่ นๆ ชวนกนั ไมเ ลน กบั ขา วเปน สงิ่ ท่ีไมถ กู ตอ ง เพราะหากเราเหน็ วา เพอ่ื นทาํ ไมถ กู ตอ ง เราควร
ตกั เตอื นเพอ่ื นและอธบิ ายอยา งมเี หตผุ ลวา เพราะเหตใุ ดจงึ ไมค วรทาํ อยา งนนั้ พรอ มทงั้ แนะนาํ ให
เพอื่ นปรับปรงุ ตนเอง
21. ตอบ ขอ 2. การแบงคาขนมใหเพื่อนยืมไปซื้อของเลนเปนการสรางสัมพันธภาพท่ีเกินกําลังของเรา เพราะ
หากเราตอ งใชเงินซอื้ สิง่ ของที่จาํ เปน เชน ดินสอ เปนตน อาจทาํ ใหเ รามเี งนิ ไมพอซ้ือของนั้น
การใหเ พอื่ นลอกการบา น และการชว ยเพอื่ นดตู น ทางในการขโมยขนมเปน การสรา งสมั พนั ธภาพ
ในกลุมเพื่อนท่ีไมถูกตอง เพราะเปนการสงเสริมใหเพ่ือนทําส่ิงท่ีไมดี สวนการกลาวทักทาย
เพอื่ นดว ยรอยยมิ้ เปน การสรา งสมั พนั ธภาพในกลมุ เพอ่ื นทส่ี ามารถทาํ ไดง า ย และไมเ กนิ กาํ ลงั เรา
รวมถงึ ยังทาํ ใหเ พือ่ นมสี มั พนั ธภาพที่ดีตอ เราอกี ดวย
22. ตอบ ขอ 4. น้ําฟาและพายุไมควรอยูดวยกันเพียงลําพังในที่ลับตาคน เพราะการอยูดวยกันเพียงลําพัง
อาจทําใหเ กิดการลว งละเมิดทางเพศได ดงั นน้ั นํา้ ฟา จึงไมควรไปเท่ียวบานของพายุในเวลาท่ี
พอแมไมอยูบา น
23. ตอบ ขอ 3. การแตงกายตามนักรองท่ีชื่นชอบสามารถทําได หากเปนการแตงกายท่ีดูสุภาพ ไมลอแหลม
เพราะการแตงกายลอ แหลม เชน การใสเ สอ้ื กลามหรือกางเกงขาสั้น เปนตน จะทําใหเสีย่ งตอ
การถูกลวงละเมิดทางเพศได จึงไมสมควรปฏบิ ัตติ าม
24. ตอบ ขอ 1. สถานที่ทีเ่ สยี่ งตอ การถกู ลวงละเมดิ ทางเพศ ไดแ ก สถานท่ีทีม่ ีผูคนแออัด เชน บนรถประจําทาง
เปนตน เน่ืองจากในสถานท่ีท่ีมีผูคนอยูกันอยางแออัดจะทําใหผูคนไมทันระวังตัวและไมทัน
สงั เกตเหน็ บคุ คลทม่ี ที า ทางไมน า ไวใ จ จงึ ทาํ ใหเ กดิ การลว งละเมดิ ทางเพศได รวมถงึ สถานบนั เทงิ
ตา งๆ ทม่ี กี ารดมื่ สรุ าหรอื มกี ารเสพสารเสพตดิ เพราะสรุ าและสารเสพตดิ จะทาํ ใหข าดความยบั ยง้ั
ชง่ั ใจ จึงทาํ ใหเกดิ การลวงละเมดิ ทางเพศได นอกจากนก้ี ารอยรู วมกับเพศตรงขา มเพียงลําพงั
ในทล่ี บั ตาคน เชน ในหอ งนอน กเ็ สยี่ งตอ การถกู ลว งละเมดิ ทางเพศ เชน เดยี วกนั สว นรา นอาหาร
หรอื รา นขา วแกงหนา ปากซอยเปน สถานทมี่ ผี คู นผา นเขา ออกอยตู ลอดเวลา แตไ มม คี วามแออดั
และเปด ใหบ รกิ ารในเวลากลางวัน จงึ ทําใหสามารถสังเกตบคุ คลที่ไมนา ไวใจไดง าย จงึ เส่ียงตอ
การลว งละเมิดทางเพศนอยทสี่ ดุ
(25) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 25. ตอบ ขอ 2. การใสเส้ือรัดรูป ใสเส้ือสายเดี่ยว หรือนุงกระโปรงสั้น เปนตน เปนการแตงกายที่ลอแหลม
ทําใหเสี่ยงตอการถูกลวงละเมิดทางเพศไดงาย การแตงกายดวยเสื้อผาท่ีมีขนาดใหญหรือ
มคี วามยาวเกนิ ไปจะทาํ ใหด รู มุ รา มและทาํ กจิ กรรมตา งๆ ไดไ มค ลอ งแคลว ดงั นนั้ จงึ ควรแตง กาย
ดวยเสื้อผาท่ีสวมใสสบาย เชน ใสเส้ือที่พอดีตัว โดยอาจเปนเส้ือแขนสั้นเพ่ือเปนการระบาย
ความรอน หรือนุงกระโปรงที่มีความยาวพอดี โดยอาจยาวกวาเขาหรือสั้นเหนือเขาเล็กนอย
เปน ตน
26. ตอบ ขอ 3. การยืนกวาดเศษใบไมและการยืนรดน้ําตนไมเปนการเคล่ือนไหวรางกายในลักษณะของการยืน
ตวั ตรงแลว บิดลําตัวไปมา
การยืนเอื้อมมือไปตัดก่ิงไมเปนการเคลื่อนไหวรางกายในลักษณะของการชูแขนขึ้นเหนือศีรษะ
ขณะยืนเขยง เทา
สวนการกมลงยกกระถางตนไมเปนการเคลื่อนไหวรางกายในลักษณะการยอตัวลงแลวยืดตัวข้ึน
ซึ่งมลี ักษณะคลายกบั การเคล่อื นไหวรางกายดว ยการยอ ยืด
27. ตอบ ขอ 1. การกระโดดเชอื ก การวง่ิ ซกิ แซก็ ไป - กลบั และการวง่ิ ขา มสงิ่ กดี ขวางเปน การเคลอ่ื นไหวรา งกาย
ท่ตี อ งใชอ ปุ กรณแ ละพนื้ ที่ในการทาํ กจิ กรรม สวนการกระโดดตบมือเปน การเคล่อื นไหวรา งกาย
แบบอยกู บั ทแี่ ละไมต อ งใชอ ปุ กรณจ งึ เหมาะสาํ หรบั การทาํ กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหวรา งกายในพน้ื ที่
ท่ีจาํ กัด
28. ตอบ ขอ 4. การละเลนว่ิงเปยว การละเลนงูกินหาง และการละเลนรีรีขาวสาร เปนการละเลนที่ตองใชขา
ทั้งสองขางในการเคลอื่ นไหว ซง่ึ ผเู ลน จะเคล่ือนไหวโดยใชว ิธเี ดนิ หรอื ว่ิงเปนสวนใหญ สว นการ
เลน กระตา ยขาเดยี วเปน การละเลน ท่ีใชข าขา งใดขา งหนงึ่ ในการเคลอื่ นไหว ซงึ่ ผเู ลน จะเคลอ่ื นไหว
โดยใชวิธีการกระโดด ซึ่งมีความคลายกับการเคลื่อนไหวโดยการกระโดดเขยงสลับเทากัน
การเคลอ่ื นไหวน้ีจึงสามารถนาํ ไปประยุกตก บั การละเลนกระตายขาเดยี วได
29. ตอบ ขอ 2. • การเลน ลิงชิงบอล จะมผี ูเ ลน เปน ลงิ เพยี งคนเดยี ว ผเู ลน ทเ่ี หลอื เปน คนท่สี ง บอล
• การเลนงกู ินหาง จะมผี ูเ ลน ฝายหนึง่ เปนพองูเพยี งคนเดียว สว นอีกฝายเปน แมงูและลูกงู
ซ่ึงลูกงูจะมหี ลายคน
• การเลนมอญซอนผาทุกคนมีสวนรวมในการรองเพลง แตผูเลนท่ีมีบทบาทในเกมมากท่ีสุด
คือ ผูทีถ่ ือผาและผทู ถ่ี ูกผา ซอ นไวดานหลงั
• การเลน วงิ่ เปย วเปน การเลน ทผี่ เู ลน ทกุ คนมสี ว นรว ม เพราะเปน การเลน ทตี่ อ งผลดั กนั สง ผา แลว
วง่ิ ไปแตะฝา ยตรงขา ม หากวงิ่ จนครบรอบแลว ยงั ไมส ามารถแตะผเู ลน อกี ฝา ยไดก ต็ อ งสง ผา ให
ผเู ลน คนตอไปวิ่งตอจนกวาจะแตะได จงึ ทําใหผ ูเ ลน ทุกคนมบี ทบาทในการเลน เทา เทยี มกัน
30. ตอบ ขอ 3. การโนมตัวมาดานหนาเพื่อรอรับผาในการเลนว่ิงเปยวเปนส่ิงที่สามารถกระทําไดหากผูเลนทํา
ตามกตกิ าโดยการยนื อยูหลงั เสนท่ีกาํ หนด ทง้ั นีก้ ารโนม ตัวมาดา นหนา จะชวยใหส ามารถรบั ผา
ไดเ ร็วขน้ึ และทาํ ใหก ารออกตัวในการวิ่งเร็วขึน้
โครงการวัดและประเมินผล (26)
ตอนท่ี 2 ปจ จบุ นั ธันวาอายุ 9 ป แสดงวาเมือ่ หนึง่ ปท่ีแลว ธนั วามีอายุ 8 ป ซง่ึ ตอนธันวาอายุ 8 ป ธันวามี โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
1. แนวตอบ น้ําหนักและสว นสงู อยูในเกณฑม าตรฐาน
ปจ จบุ ันธันวาอายุ 9 ป ธันวายงั มนี า้ํ หนักและสวนสงู อยูในเกณฑม าตรฐาน แตสวนสูงของธนั วา
2. แนวตอบ เพ่มิ ขน้ึ เพยี งเล็กนอ ย
3. แนวตอบ ธนั วาจงึ ควรกนิ อาหารทชี่ ว ยเสรมิ สรา งกระดกู เชน การดมื่ นม เปน ตน รวมถงึ การออกกาํ ลงั กาย
4. แนวตอบ อยา งสม่ําเสมอ และนอนหลับพกั ผอ นใหเ พยี งพอ
5. แนวตอบ เน่ืองจากน้ําหวานตองชวยแมเตรียมของไปขายทําใหนํ้าหวานมาเรียนสาย จึงทําใหนํ้าหวาน
เรียนไมทันเพ่ือน การชวยเหลือท่ีพระแพงจะสามารถชวยเหลือนํ้าหวานไดเหมาะสมท่ีสุดคือ
เม่อื มีเวลาวาง พระแพงควรชว ยสอนนํ้าหวานใหเขาใจบทเรียน รวมถงึ ชว ยสอนการบา น และ
ชวยจดบันทึกขอ มลู ทส่ี ําคัญท่ีเปน ประโยชนตอ การเรียนมาบอกนา้ํ หวาน
มนี ควรปด ลอ็ กประตูบานใหแ นน หนา และไมเปดใหผ ูอ่นื นอกเหนือจากพอแมและพี่สาวเขามา
ในบาน โดยบอกผูที่มาหาพอแมไปวาขณะน้ีพอแมยังไมกลับ หากมีธุระอะไรคอยกลับมา
ตอนที่พอแมก ลบั มาแลว
เชือกและฮูลาฮูปเปนอุปกรณท่ีเหมาะสําหรับการทํากิจกรรมเคล่ือนไหวรางกายเพียงคนเดียว
สว นลกู บอลเปน อปุ กรณท ส่ี ามารถเลน พรอ มกนั ไดม ากกวา หนง่ึ คน ดงั นนั้ ลกู บอลจงึ เหมาะทส่ี ดุ
สําหรับการใชเปนอุปกรณในการทํากิจกรรมการเคล่ือนไหวรางกายรวมกับเพื่อน โดยกิจกรรม
การเคล่ือนไหวที่ใชล ูกบอลเปน อปุ กรณ เชน การวงิ่ สง บอลสลับกนั เปน ตน
เพราะกติกากําหนดไววาผูเลนฝายรุกท่ีทําเสียง “ตี่” เม่ือรุกเขาไปในพ้ืนท่ีของฝายตรงขาม
ตอ งทาํ เสยี ง “ต่ี” ตลอดเวลา ดังนน้ั ถา ฝา ยรกุ หยุดทาํ เสยี ง “ตี”่ ขณะอยูในเขตฝา ยตรงขาม
ตองตกเปน เชลยของฝายตรงขา ม การทผ่ี ูเ ลน ฝา ยรุกหยุดทาํ เสียง “ตี”่ กอ นขามกลับมายงั เขต
ของตนเอง แตไ มย อมเปนเชลยจงึ ถือวาผิดกติกา และฝา ยตรงขา มทถ่ี ูกฝายรุกทที่ าํ เสียง “ต”่ี
แตะตัวก็ไมต องมาเปน เชลยของฝา ยรกุ เพราะฝา ยรุกเปนฝา ยทาํ ผิดกตกิ ากอน
(27) โครงการวัดและประเมินผล
ตารางวิเคราะหแ บบทดสอบ ภาคเรยี นท่ี 2
ตารางวเิ คราะหระดับพฤตกิ รรมการคิด
ตารางวเิ คราะหม าตรฐานตัวช้วี ัด
พกฤราตะรกิดคับริดรม ขอของแบบทดสอบที่สัมพนั ธกบั รวม
ชุดท่ี มาตรฐาน ตัวชวี้ ัด ขอ ของแบบทดสอบทสี่ ัมพันธกับตวั ช้ีวัด ระดับพฤติกรรมการคิด
A ความรูความจํา -
พ 4.1 1 1-4 B ความเขา ใจ - 7
2 5-9 C การนาํ ไปใช 5, 10, 22, 24, 26 - 27, 29 4
1 3 10 - 14 D การวเิ คราะห 7 - 8, 15 - 16 16
4 15 - 16 E การสงั เคราะห 1 - 4, 9, 12 - 14, 17 - 18, 20 - 21, 23, 25, 28, 30 2
พ 5.1 5 26 - 30 F การประเมินคา 6, 11 1
1 17 - 20 19
พ 4.1 2 21
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 3 22 - 25 A ความรคู วามจํา - -
2 B ความเขา ใจ 13, 24 2
1 1-5 C การนาํ ไปใช 5, 7, 17, 22 - 23, 25 6
พ 5.1 2 6 - 10 D การวเิ คราะห 1 - 4, 6, 9 - 10, 12, 14 - 15, 18, 21, 26 - 29 16
3 11 - 14 E การสงั เคราะห 8, 11, 19 3
4 15 - 18 F การประเมินคา 16, 20, 30 3
5 27 - 30
1 19 - 22
2 23
3 24 - 36
โครงการวัดและประเมินผล (28)
แบบทดสอบวช� า สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 2ภาคเร�ยนที่ ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 3
ชดุ ท่ี 1 ¤Ðá4¹0¹ÃÇÁ
เวลาสอบ 60 นาที
ช่ือ นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตวั สอบ โรงเรยี น……………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ เดอื น พ.ศ.……………………..
………………………………………………… ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
1ตอนท่ี 1. แบบทดสอบฉบบั นม้� ีท้ังหมด 30 ขอ 30 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
2. ใหนกั เรียนเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ทีส่ ดุ เพียงขอ เดียว
¤Ðá¹¹àµçÁ
30
อา นขอ ความทีก่ าํ หนด แลว ตอบคาํ ถามขอ 1. 3. โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
เตาแบงโรคออกเปน 2 กลุม ดังน้ี D
กลุม 1 โรคอสี ุกอีใส โรคหัด โรคกลากเกล้อื น ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2
กลุม 2 โรคไขห วัด โรคปอดอักเสบ โรควัณโรค
จากภาพ ส่งิ แวดลอ มในภาพเปน แหลง
1. เตา ใชห ลกั เกณฑใดในการจดั กลุมโรค แพรกระจายเชอื้ โรค เปน เชือ้ โรคใด
D 1. กลมุ 1 ระยะเวลาการเกดิ โรค 1. ภาพที่ 1 โรคกลากเกล้อื น
2. ภาพที่ 1 โรคไขหวดั
2. กลมุ 2 ชวงเวลาทีม่ กี ารแพรกระจายโรค 3. ภาพที่ 2 โรคบาดทะยัก
3. กลุม 1 บรเิ วณที่เกดิ โรคบนรางกาย 4. ภาพท่ี 2 โรคไขเ ลือดออก
4. กลมุ 2 พาหะหรอื สง่ิ ของทแี่ พรก ระจายโรค
2. พฤติกรรมของใครเสยี่ งตอ การเปนโรคติดตอ 4. การปฏบิ ตั ใิ นขอ ใดชว ยปอ งกนั การแพรก ระจาย
D มากทส่ี ดุ D ของโรคไดดที สี่ ดุ
1. เดอื นชอบกินลาบหมทู ย่ี ังไมสกุ ดี 1. ใชผ า ปดปากและจมกู ตลอดเวลา
2. ดาวลางมือกอนกินอาหารในบางคร้งั 2. ใชแ อลกอฮอลเ ชด็ มอื กอ นสมั ผสั แผลผปู ว ย
3. กนั ใชผ าเช็ดหนา ผนื เดิมปด ปากทัง้ วัน 3. ไมอ ยรู วมหอ งกบั ผปู ว ยโดยเด็ดขาด
4. กอยรินน้ําดม่ื จากขวดเดยี วกนั ใสในแกว 4. หลกี เล่ียงบริเวณทเ่ี ปนแหลง แพรเ ชื้อโรค
ของตนเองและเพื่อน
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนาํ ไปใช การวิเคราะห การสงั เคราะห การประเมินคา
A B C D E F
(29) โครงการวัดและประเมินผล
5. กลว ย ผกั คะนา 9. เพราะเหตใุ ดเราจึงควรกนิ ปลาเปน ประจาํ
D 1. เพราะปลามีราคาถกู
B ปลา
2. เพราะปลาเปนแหลงโปรตีนท่มี ีไขมันนอ ย
3. เพราะปลานาํ มาประกอบอาหารได
มะเขอื เทศ ขนมปง เนื้อไก
หลากหลาย
4. เพราะปลาเม่อื นาํ มาทาํ เปนอาหารแลว
แตงโม น้ํามันถวั่ เหลอื ง ขาว สามารถเกบ็ ไวไดนาน
10. การกนิ อาหารในขอ ใดถูกตองตามหลัก
อาหารในขอ ใดจาํ แนกไดถ ูกตองครบ 5 หมู B ธงโภชนาการ
1. ปลา ขา ว แตงโม เน้ือไก มะเขือเทศ
2. ขาว เนอื้ ไก ผักคะนา น้ํามนั ถ่วั เหลือง 1. กินอาหารทชี่ อบทุกมอ้ื
แตงโม 2. กินในปรมิ าณเหมาะสมและหลากหลาย
3. ปลา ขา ว เนอ้ื ไก นาํ้ มนั ถว่ั เหลอื ง มะเขอื เทศ 3. กนิ อาหารมื้อเย็นนอยกวา ม้ืออาหารอ่นื ๆ
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 4. เนอื้ ไก นม ปลา นา้ํ มนั ถวั่ เหลอื ง มะเขอื เทศ 4. กนิ อาหารประเภทเนือ้ สัตวใหมากทสี่ ุด
11. ใน 1 วนั ใครกินอาหารไดหลากหลายและ
6. นชุ กินขา วผัดหมูเปนอาหารมื้อกลางวนั E ครบถว นทสี่ ุด
E เมื่อจาํ แนกสวนประกอบของอาหารพบวา 1. ปงปอนดกินขา วตมกงุ สลดั ผกั น้ําใส
ไมครบ 5 หมู ถานชุ ตองการกินอาหารม้ือน้ี
ใหค รบทุกหมู นชุ ควรเลือกกินอาหารใน และซปุ ผักโขม
ขอใดเพม่ิ 2. ใบบวั กนิ ขนมปง ทาเนย แฮมเบอรเ กอรห มู
1. ไขเ จียว 2. แครอต
3. ชมพู 4. นํ้าเตา หู และแซนดว ชิ ไข
3. นํ้าทพิ ยกินกว ยเตี๋ยวไกตนุ ไขต ม 2 ฟอง
7. สิงหามอี าการทอ งผูก ขับถา ยไมปกตมิ า
C 2 - 3 วนั สงิ หาควรกินอาหารประเภทใด และขา วเหนยี วหมูปง
จงึ จะชว ยใหร ะบบขับถา ยทํางานเปนปกติ 4. ทชิ ากนิ ขาวผัดหมู กวยเตีย๋ วผดั ไทย
1. เตา หู 2. เนื้อปลา
3. มะละกอสุก 4. น้าํ มันมะพราว และผดั ผักคะนา หมูราดขาว
12. ในแตล ะวนั อาวธุ ควรกนิ อาหารกลมุ ขา ว - แปง
8. ปา นแกว ควรกินอาหารประเภทใดมากทส่ี ดุ D ในปริมาณ 8 ทัพพี ใครที่ควรกินอาหารใน
C หากปา นแกว อาศยั อยูในพ้ืนทีท่ ีม่ ีอากาศ
หนาวเยน็ ตลอดป ปริมาณท่ีเทา กับของอาวธุ
1. ปลาทะเล 2. ผักใบเขียว 1. คณุ ครมู ะปราง อายุ 27 ป
3. ขา วซอ มมอื 4. เนื้อสัตวติดมนั 2. ลุงสเุ มธเปนภารโรง อายุ 43 ป
3. พี่ของขวญั เปนนกั เรยี น อายุ 17 ป
4. ปา สมใจมอี าชพี ทาํ สวน อายุ 51 ป
โครงการวัดและประเมินผล (30)
13. ลกั ษณะสาํ คญั ของอาหารทสี่ ามารถกนิ ทดแทน 17. พฤตกิ รรมใดทอ่ี าจทําใหเ กดิ อุบัติเหตุจนเปน
D กนั ไดคืออะไร D อนั ตรายถึงแกช วี ิตได
1. มีขนาดของอาหารใกลเ คียงกนั 1. ใชม ดี ทีค่ มหัน่ อาหารทม่ี คี วามแขง็ มาก
2. ใชเ ตาแกสทําอาหารโดยใชไฟแรง
2. มสี ีสันของอาหารใกลเ คียงกนั 3. เสยี บปลก๊ั ตเู ย็นทิง้ ไวก อนออกจากบา น
3. มีสารอาหารที่ใกลเคยี งกนั 4. ถอดปลก๊ั พัดลมหลงั จากเพิง่ ลา งมือเสรจ็
4. มีปรมิ าณของอาหารท่เี ทา กนั 18. เมษาพบวา เกา อใ้ี นชนั้ เรยี นมลี กั ษณะขาโยกไป
D มาเลก็ นอ ย เมษาควรทาํ อยางไรเกาอต้ี ัวนัน้
14. อาหารในขอใดสามารถกินทดแทนกันได
D 1. มะมว ง 1 ผล กับ ลําไย 1 ผล 1. เปลยี่ นไปน่งั เกา อตี้ วั อื่น
2. นาํ เกาอีน้ ั้นไปซอ มดวยตนเอง
2. ไขไ กครึ่งฟอง กับ ปลาทู 1 ตวั 3. แจง ใหครูทราบวาเกา อี้ชาํ รุด
3. นมสด 1 กลองใหญ กับ โยเกริ ต 1 ถวย 4. นงั่ เกา อนี้ นั้ ตอ ไปเพราะชาํ รดุ เพยี งเลก็ นอ ย
4. แตงโม 6 ช้นิ กบั กลว ย 1 ผล
15. โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
C 19. เกายืนรอขามถนนท่ีทางมาลายตรง
F สแี่ ยก แตส แี่ ยกน้ีไมม สี ญั ญาณไฟคนขา ม
เกาจึงตองขามถนนโดยสังเกตสัญญาณ
ไฟจราจร ในขณะที่ยืนรอเกาเห็นวาบน
จากรูป เปน การแปรงฟน ชนดิ ใด ถนนรถที่ว่ิงมายังอยูหางมาก และเห็น
และมีวธิ ีปฏิบัตอิ ยางไร คนอื่นๆ เดิมขามถนนไปโดยท่ีสัญญาณ
ไฟจราจรยังเปนสีเขียวอยู เกาจึงคิดจะ
1. ฟน กรามดานบน ปฏบิ ตั โิ ดยการหงาย ขามถนนบา ง เพราะคิดวาปลอดภยั
ขนแปรงขน้ึ ขยบั ไปมา แลว ปดลง
2. ฟนกรามดานบน ปฏิบัตโิ ดยการคว่าํ
ขนแปรงลง ขยบั ไปมา แลวปด ลง นักเรียนเหน็ ดวยกบั เกาหรือไม เพราะเหตุใด
1. เห็นดวย เพราะถนนไมมีรถวิง่
3. ฟน กรามดานลาง ปฏบิ ตั โิ ดยการควา่ํ 2. เหน็ ดว ย เพราะมีคนอ่ืนขามเหมือนกัน
ขนแปรงลง ขยับไปมา แลว ปด ข้นึ 3. ไมเห็นดวย เพราะผดิ กฎจราจร
4. ไมเ หน็ ดว ย เพราะหากมรี ถวง่ิ มากะทันหนั
4. ฟนดา นบดเค้ียว ปฏบิ ตั ิโดยการวาง
ขนแปรงบนตัวฟน แลวขยบั ไปมา อาจถกู รถชนได
20. ขอใดไมค วร ปฏบิ ตั ขิ ณะขจี่ กั รยาน
16. การเลือกอปุ กรณในการแปรงฟน ในขอใด D 1. สวมหมวกนิรภัยแบบมหี นา กาก
C ปฏบิ ัตไิ ดถ ูกตอง
2. หยอดน้าํ มนั ท่ีโซร ถกอนนําออกไปข่ี
1. เลือกยาสีฟนท่ีขายดีท่สี ุด 3. ขจี่ กั รยานกลางชอ งเดนิ รถเมอื่ เหน็ ถนนวา ง
2. เลอื กยาสฟี น ทมี่ สี สี นั สดใส 4. ชะลอความเรว็ รถเมือ่ ขี่ลงสะพาน
3. เลือกแปรงสีฟนทพ่ี อดีกับชอ งปาก
4. เลอื กแปรงสฟี นท่ีมหี ัวแปรงเลก็ เทา น้ัน หรอื บริเวณที่เปน ทางโคง
(31) โครงการวัดและประเมินผล
21. หากตนพบเพื่อนถูกรถเฉี่ยวขาแพลงอยูหนา 26. กอ นการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
D โรงเรียน ตนควรทาํ สง่ิ ใดเปนอยา งแรก B ควรปฏิบัตอิ ยา งไร
1. แจง ผปู กครองของเพอ่ื น 1. งดอาหารกอนการทดสอบ
2. แจงผอู ํานวยการโรงเรียน 2. ดื่มนาํ้ มากๆ กอนการทดสอบ
3. แจง ครเู วรทอี่ ยูห นาโรงเรยี น 3. ทําทากายบรหิ ารกอ นการทดสอบ
4. แจงตํารวจทอ่ี ยสู ถานตี าํ รวจใกลโรงเรียน 4. นัง่ สมาธเิ ตรยี มจิตใจใหพรอมกอนการ
ทดสอบ
22. ใครมบี าดแผลสด
B 1. โอมมแี ผลเปนขนาดใหญทม่ี ือ 27. การทดสอบสมรรถภาพทางกายโดยการว่งิ
2. อารม มหี นองไหลออกมาจากแผลท่แี ขน B ซิกแซก็ ไปกลับระยะทาง 10 เมตร ในเวลาที่
3. อัม้ มีแผลบวมชํ้าทข่ี าหลงั เดนิ ชนโตะ กําหนด ควรใชการวดั ผลแบบใด
4. เอมมเี ลอื ดออกทแ่ี ผลทถ่ี ดู มดี บาดเมอื่ วาน 1. ระยะทางตอ นาที
2. ระยะทางตอครงั้
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 23. ส่ิงใดทค่ี วรคาํ นึงถึงมากทีส่ ุดในการทําแผล 3. จํานวนคร้งั ตอนาที
D 1. ความสะอาดในการทาํ แผล
2. ปรมิ าณของยาที่ใชใ สแผล 4. จํานวนรอบตอ นาที
3. ประเภทของวัสดทุ ่ีใชท ําแผล 28. หากตองการสรางเสริมกลามเนอ้ื แขน ควรใช
4. บริเวณทเ่ี กดิ บาดแผล D กิจกรรมในขอใด
24. ลกั ษณะบาดแผลแบบใดที่ไมต อ งเช็ดทาํ ความ 1. การดันพน้ื 2. การลุก - น่งั
B สะอาดแผลดวยแอลกอฮอล 3. การว่งิ เกบ็ ของ 4. การว่ิง 50 เมตร
1. บาดแผลถลอก 29. การบนั ทกึ ผลการทดสอบควรบันทกึ เมือ่ ใด
2. บาดแผลหอเลอื ด B หากมกี ารทดสอบมากกวา 1 ครง้ั
3. บาดแผลถูกมดี บาด 1. บนั ทึกเมือ่ ทําการทดสอบครบทุกคร้งั
4. บาดแผลถกู เขม็ ท่มิ ตํา 2. บนั ทกึ เมอ่ื ทาํ การทดสอบเสรจ็ ในแตล ะครงั้
25. การรูจักวิธปี ฐมพยาบาลมปี ระโยชนอยางไร 3. บนั ทกึ เฉพาะการทดสอบท่ีดีทสี่ ดุ เทาน้ัน
D 1. ชวยใหก ารบาดเจ็บหายเร็วขึ้น 4. บนั ทึกเฉพาะการทดสอบครั้งลาสดุ เทาน้นั
2. ชว ยประหยดั คารกั ษาพยาบาล 30. ผทู ม่ี สี มรรถภาพทางกายท่ีดีจะมีลกั ษณะ
3. ชว ยใหแ พทยวนิ จิ ฉัยโรคไดง ายข้นึ D อยา งไร
4. ชว ยบรรเทาอาการบาดเจ็บไมใหรนุ แรง 1. มีหนา ตาท่แี จม ใส
2. รปู รางอว นทว นสมบูรณ
3. ทาํ กจิ กรรมตา งๆ ไดน านข้นึ
4. กินอาหารไดใ นปริมาณมาก
โครงการวัดและประเมินผล (32)
2ตอนที่ ตอบคําถามใหถกู ตอ ง จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ
¤Ðá¹¹àµÁç
10
1. โรคไขหวัดและโรคตาแดง มีความเหมอื นและแตกตางกันอยางไร
D ............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. จากภาพอาหารที่ยกตัวอยาง มีอาหารในหมูใดบางเปน
D สวนประกอบ อาหารในภาพน้ีมีสารอาหารครบ 5 หมูหรือไม
หากไมครบควรกินอาหารอะไรเพ่ิมเติม พรอมกับยกตัวอยาง
ประกอบ
กวยเตี๋ยวผัดไทยกุงสด ………………………………………………………………………………………………………………………………… ..... โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ...
3. เพราะเหตุใดหลงั แปรงฟนจึงตองแปรงลนิ้ เพียง 1 - 2 ครั้ง เทา นน้ั
D …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เกียรติกลาปนขึ้นไปบนตนไมเพ่ือเก็บเคร่ืองบินที่ติดอยูบนกิ่งไม แตพลัดตกลงมาหัวเขาถลอก
D เกยี รติกลา ควรปฐมพยาบาลตนเองอยา งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. การท่ีขาวหอมทดสอบสมรรถภาพทางกายโดยการวิ่ง 50 เมตร ไมผานอาจเกิดจากสาเหตุใด
D แลวขาวหอมควรสรางเสริมสมรรถภาพทางกายอยางไร จึงจะทําใหการทดสอบครั้งตอไปมีผลการ
ทดสอบทดี่ ีข้นึ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
(33) โครงการวัดและประเมินผล
แบบทดสอบว�ชา สุขศกึ ษาและพลศึกษา 2ภาคเรย� นท่ี ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3
ชดุ ท่ี 2 ¤Ðá4¹0¹ÃÇÁ
เวลาสอบ 60 นาที
ชือ่ นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจาํ ตวั สอบ โรงเรียน……………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ เดอื น พ.ศ.…………………….. ………………………………………..
…………………………………………………
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
1ตอนที่ 1. แบบทดสอบฉบบั น�้มีทั้งหมด 30 ขอ 30 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
2. ใหนกั เรยี นเลือกคําตอบท่ถี กู ท่สี ุดเพียงขอ เดยี ว
¤Ðá¹¹àµÁç
30
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. โรคในขอใดมกี ารแพรก ระจายของโรค 4. การปฏิบตั ติ นของใครที่ชว ยปองกันการแพร
D เหมอื นกับโรคตาแดง D กระจายของโรคไดดีทส่ี ดุ
1. โรคไขหวัด 1. ใบหมอ นลา งมือเฉพาะเวลาท่ีเขา หอ งนาํ้
2. โรควัณโรค เสรจ็ แลว
3. โรคอสี ุกอีใส
4. โรคไขเลือดออก 2. สมชายใชผ า เช็ดหนาผนื เดมิ ท่ีใชเ มือ่ วาน
ส่ังนาํ้ มูก
2. เพราะเหตุใดจงึ ไมควรใชสง่ิ ของรว มกบั ผูปว ย
D 1. เพราะทาํ ใหผูปวยเกดิ ความสับสน 3. ปน ชาใชชอ นของตนทีล่ วกนํา้ รอนแลว
ตักแกงชามเดียวกับเพื่อน
2. เพราะของใชสําหรบั ผูปวยมีอยจู ํากัด
3. เพราะส่ิงของอาจมเี ชื้อโรคปะปนอยู 4. อนั ดาสวมหนา กากอนามยั เสมอเมอ่ื ตอ งอยู
4. เพราะส่ิงของที่ผูปวยใชตองไดรับอนุญาต ในทีท่ ่มี ีคนแออัด
จากแพทยเทาน้นั 5. เพราะเหตใุ ดจงึ ควรลา งมอื กอ นกนิ อาหาร
C และหลังเขา หอ งน้าํ ทกุ ครง้ั
3. หากมีเพ่อื นในชนั้ เรียนหลายคน มีอาการ
D ทองเสีย นักเรยี นคิดวามีสาเหตมุ าจากส่ิงใด 1. เพราะชวยใหมือมกี ล่นิ หอม
1. เพราะกินอาหารท่มี ีรสจดั 2. เพราะชว ยใหเ ชอ้ื โรคทต่ี ดิ ทมี่ อื หลดุ ออกไป
2. เพราะด่มื นํา้ ที่ไมสะอาด 3. เพราะชว ยฆาเชื้อโรคที่อยูตามซอกนิว้ มอื
3. เพราะรางกายขาดการพกั ผอน 4. เพราะจะทําใหมือชุมชนื้ ผิวไมแตก
4. เพราะอยูในบริเวณท่มี อี ากาศรอ นมาก
ความรู ความจาํ ความเขา ใจ การนาํ ไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
โครงการวัดและประเมินผล (34)
อานขอ ความทกี่ ําหนด แลวตอบคําถาม 10. ลุงสมชาติทาํ งานอยใู นจงั หวัดเชียงราย
ขอ 6. - 7. D และตอ งทํางานท่ีใชแ รงมาก ลุงสมชาติ
ควรกนิ อาหารประเภทใดมากท่ีสดุ
มิลนิ จัดกลุม อาหาร ออกเปน 2 กลมุ ดงั นี้
กลมุ 1 ขนมปง กรอบ ขาวสวย มันฝรั่ง 1. ขาวสวย และเตาหู
กลมุ 2 สม เขียวหวาน กลวยหอม มะละกอสุก 2. ขาวสวย และผกั ทีม่ ีรสขม
3. ขาวสวย และเนื้อสตั วติดมัน
6. มลิ ินใชเกณฑใ ดในการจัดกลุมอาหาร 4. ขา วสวย และผลไมทมี่ ีผลขนาดใหญ
D 1. ประเภทของสารอาหารเหมือนกัน
2. ปริมาณอาหารทคี่ วรกิน 11. ใน 1 วัน นภัทรควรเลือกกินอาหารในขอ ใด
E เพื่อใหม คี วามหลากหลายและไดสารอาหาร
3. ลักษณะรปู รา งอาหาร ครบถวน
4. รสชาตขิ องอาหาร
1. ขา วตมไก ขา วขาหมู สลัดผกั นํ้าใส และ
7. ขอใดมสี ว นประกอบของอาหารท่อี ยใู นหมู มันเช่อื ม
C เดยี วกับอาหารทัง้ กลุม 1 และกลมุ 2 2. ขนมปง ทาเนย ขา วไขเ จยี ว กว ยเตยี๋ วตม ยาํ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
1. เสนใหญร าดหนาหมู และนา้ํ เตา หู
2. ขาวเหนียวมะมวง 3. แซนดว ชิ กงุ ขา วผดั ปู กว ยเตยี๋ วคว่ั ไก และ
3. ลอดชองนาํ้ กะทิ ถ่ัวเขยี วตม นาํ้ ตาล
4. ขนมจีนแกงไก 4. ขาวตมกุง ขาวผัดผักรวมมิตร กวยเตี๋ยว
ผดั ไทย และแตงโมหั่นเปน ช้นิ
8. มานกี นิ ผดั ผกั บงุ และหมทู อดกบั ขา วสวย มานี
E ควรกินอาหารอะไรเพ่ิมเพื่อใหกินอาหารครบ 12. หากแมใหเ นยดืม่ นม 1 แกว แตเนยไมอยาก
5 หมู D ดืม่ นม เนยสามารถกนิ อาหารชนิดใดทดแทน
1. ขนมชน้ั 2. มันเชือ่ ม ได เพราะเหตใุ ด
3. สับปะรด 4. ขนมปง กรอบ
1. นํ้าผลไม 1 แกว เพราะมีปริมาณใกลเ คยี ง
กัน
9. มกุ ไมอ ยากใหพ อ แมเ ปน โรคความดนั โลหติ สงู
D มุกควรแนะนาํ อาหารประเภทใดใหทานกนิ 2. ซปุ ไก1 ถว ย เพราะมลี กั ษณะเปน ของเหลว
เหมอื นกนั
1. ปลาทะเลนึ่ง 3. น้ําเตา หู 1 แกว เพราะเปนอาหารในกลุม
2. ผดั ผักบุงหมูกรอบ
3. เผอื กเช่อื ม เดียวกนั
4. ขนมปง ไสสงั ขยา 4. นา้ํ ขา วกลอ งงอก 1 ขวด เพราะให
สารอาหารชนดิ เดียวกนั
(35) โครงการวัดและประเมินผล
อานขอมลู ในตาราง แลวตอบคําถาม 15. พฤติกรรมใดสง ผลเสียตอฟน มากที่สดุ
ขอ 13. - 14. D 1. ดม่ื นมหลงั แปรงฟน กอนนอน
2. บวนปากดวยนํ้าเปลา หลงั กนิ ขนม
กลุม อายุ กลมุ อาหารที่ควรกนิ ใน 3. แปรงฟนในบริเวณที่มอี าการเหงือกบวม
เด็กวยั 6 - 13 ป 1 วนั /หนว ยครวั เรือน 4. เคย้ี วอาหารเปน เวลานานกอ นกลืนทกุ ครง้ั
ขา ว - แปง ผัก 16.
(ทพั พี) (ทัพพี)
F
8 4 (6)
หญงิ วัยทาํ งาน 25 - 60 ป 8 4 (6)
วยั รุน หญงิ ชาย 14 - 25 ป 10 5
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ชายวัยทํางาน 25 - 60 ป 10 5 จากภาพ เหมาะสมในการนาํ มาใชแ ปรงฟน
หรือไม เพราะเหตใุ ด
13. พี่พลอยอายุ 17 ป อยใู นชวงวัยรุน พพ่ี ลอย 1. เหมาะสม เพราะลกั ษณะแปรงยังใหมอยู
B ควรกินผักวันละ 5 ทัพพี พี่พีทอายุมากกวา 2. เหมาะสม เพราะขนแปรงบานออกเพียง
พพี่ ลอย 6 ป พพ่ี ที อยใู นกลุมวัยใดและควรกิน เล็กนอยเทานนั้
ผักในปรมิ าณเทา ใด 3. ไมเ หมาะสม เพราะขนแปรงที่บานออกจะ
1. วยั รุน ควรกนิ ผกั วนั ละ 5 ทพั พี
2. วัยทํางาน ควรกนิ ผักวันละ 5 ทพั พี ทําใหย าสีฟน เกดิ ฟองมากขนึ้
3. วัยสงู อายุ ควรกินผกั วนั ละ 6 ทัพพี 4. ไมเ หมาะสม เพราะขนแปรงทบ่ี านออกจะ
4. ผูใชแ รงงาน ควรกนิ ผักวนั ละ 6 ทัพพี
ทําใหขจัดส่ิงสกปรกในชองปากไดไ มด ี
14. เพราะเหตใุ ดชายวยั ทาํ งานและหญงิ วัยทํางาน 17. เพราะเหตใุ ดหลงั จากแปรงฟน เสรจ็ แลว จงึ ควร
D จงึ กนิ อาหารกลมุ ขา ว - แปง ในปรมิ าณทต่ี า งกนั C มีการแปรงล้นิ รว มดว ย
1. เพราะเพศชายชอบอาหารประเภทขา ว 1. เพอ่ื ใหลน้ิ รับรสไดดขี ้นึ
มากกวา เพศหญิง 2. เพอื่ ใหส ีของลิน้ ขาวสม่ําเสมอ
2. เพราะเพศชายทาํ กจิ กรรมทต่ี อ งใชพ ลงั งาน 3. เพ่อื ใหค ราบอาหารทต่ี ดิ บนลนิ้ หลุดออก
มากกวา เพศหญงิ 4. เพอ่ื ใหลิ้นปลอดภยั จากการติดเช้อื โรค
3. เพราะเพศชายรางกายมีความตองการ ระบบทางเดนิ อาหาร
อาหารมากกวาเพศหญงิ
4. เพราะเพศหญงิ ไมน ยิ มกนิ อาหารกลมุ ขา ว -
แปง เนื่องจากทาํ ใหอว น
โครงการวัดและประเมินผล (36)
18. ใครแปรงฟน ไดอ ยางถกู วิธี 21. พฤตกิ รรมของใครอาจทําใหเ กดิ อบุ ตั เิ หตุ
D 1. กอ งแปรงฟนทุกครั้งหลงั กินอาหาร D ในการโดยสารรถไฟฟา
2. แกมแปรงฟนจนครบทุกซี่ท้งั ฟน ดานใน 1. ลูกชุบน่ังคุยโทรศพั ทต ลอดการเดนิ ทาง
และฟน ดา นนอก 2. ลกู หมูยนื พิงประตรู ถไฟฟา ขณะรถว่ิง
3. ปง แปรงฟน เฉพาะเวลากอ นเขานอน 3. ลูกตาลเดินจับราวขณะเดินมาท่ีประตูเพ่ือ
เทา นั้น เตรยี มตัวลง
4. ปอแปรงฟน แรงๆ เพราะเชือ่ วา จะทําให 4. ลกู แกว นงั่ ดูโฆษณาจากโทรทศั นข องสถานี
ฟน สะอาด ระหวางรอรถ
19. นอ งเห็นรูปภาพแขวนผนงั ของแมเ อยี งหลดุ 22. การโดยสารเรือใหปลอดภัย สงิ่ ใดคอื สง่ิ ทค่ี วร
E ออกจากที่แขวน นอ งอยากชว ยแมแขวน C สงั เกตเปน อยางแรกเม่อื ลงไปในเรือโดยสาร
รูปภาพ แตรปู ภาพอยสู งู เกนิ ไป นองควรทํา 1. บริเวณที่เกบ็ เส้ือชูชพี
อยางไรจึงจะปลอดภยั จากการเกดิ อุบตั ิเหตุ 2. จํานวนผูโดยสารบนเรือ
1. ใชไ มถ พู นื้ เข่ียรูปภาพใหเขาท่ี 3. ขนาดความกวา งของเรือ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
2. พยายามกระโดดแขวนรูปภาพ 4. ตําแหนง ท่นี ง่ั ของคนขับเรือ
3. ใชเกา อป้ี น ขน้ึ ไปแขวนภาพทผ่ี นงั
23. ในการแจงเหตุดวนเหตุรายมีลําดับขั้นตอนใน
4. บอกใหแ มท ราบวา รปู ภาพหลดุ จากทแี่ ขวน C การแจง ขอ มลู อยา งไรเพอื่ ใหไ ดข อ มลู ทถ่ี กู ตอ ง
20. ฤทัยกําลังจะไปโรงเรยี นสาย ฤทยั จึงรบี ไปรอ ครบถว น และรวดเร็วในการชว ยเหลือ
F รถประจําทางที่ปาย เม่ือรถประจําทางสายที่ 1. ความชว ยเหลือทีต่ องการ ช่อื ผแู จงเหตุ
ฤทัยตองโดยสารมาถึงปรากฏวามีผูโดยสาร สถานทีเ่ กดิ เหตุ ลักษณะการเกิดเหตุ
แนนเต็มรถ เหลือพ้ืนท่ีบริเวณประตูเทาน้ัน อาการผบู าดเจบ็
หากนักเรยี นเปนฤทยั นักเรียนควรโดยสารรถ 2. สถานทีเ่ กิดเหตุ ลักษณะการเกิดเหตุ
คันน้หี รอื ไม เพราะเหตุใด ชื่อผแู จงเหตุ ความชวยเหลือที่ตอ งการ
1. ควร เพราะกําลงั จะไปเรียนสาย อาการผูบ าดเจ็บ
2. ควร เพราะสามารถข้นึ รถไปยนื บริเวณ 3. ชอื่ ผแู จงเหตุ สถานท่ีเกิดเหตุ ลักษณะ
ประตูรถได การเกดิ เหตุ ความชวยเหลอื ที่ตอ งการ
3. ไมค วร เพราะอาจถกู เบียดและพลดั ตก อาการผูบาดเจบ็
จากรถจนไดรับบาดเจบ็ ได 4. ลักษณะการเกิดเหตุ อาการผูบาดเจ็บ
4. ไมควร เพราะจะไมไดนั่งเนื่องจากบนรถ สถานท่เี กิดเหตุ ชอ่ื ผแู จง เหตุ
มผี โู ดยสารอยเู ตม็ คนั ความชว ยเหลอื ทต่ี องการ
(37) โครงการวัดและประเมินผล
24. เพราะเหตใุ ดจงึ ไมค วรประคบรอนหลงั จาก 28. เพราะเหตุใดเพศชายจึงมีเกณฑการทดสอบ
B ไดร ับบาดเจ็บทนั ที D สมรรถภาพทางกายสูงกวาเพศหญิง
1. เพราะจะทําใหบ รเิ วณท่บี าดเจ็บหายชาลง 1. เพราะเพศชายตอ งเสยี สละใหเ พศหญงิ
2. เพราะจะทาํ ใหส ผี วิ บรเิ วณทบ่ี าดเจบ็ มสี เี ขม 2. เพราะเพศชายมีประเภทการทดสอบ
คล้ํามากข้ึน มากกวาเพศหญิง
3. เพราะจะทําใหผิวหนังบริเวณทบ่ี าดเจ็บ 3. เพราะเพศชายมคี วามชาํ นาญในการ
เกิดอาการบวม ทดสอบมากกวาเพศหญงิ
4. เพราะจะทาํ ใหเ ลือดบรเิ วณท่บี าดเจบ็ 4. เพราะเพศชายมลี ักษณะรา งกาย
ไหลเวยี น และทําใหร สู ึกปวดมากขึ้น และความแข็งแกรงมากกวา เพศหญิง
25. หากบาดแผลมีขนาดเล็กและมีเลือดออก 29. น้ําเพชรรูส กึ วาตนเองทาํ การทดสอบ
C ไมม าก สามารถหา มเลอื ดในเบื้องตนไดดวย D สมรรถภาพทางกายไดไ มดี เพราะวิ่งชา กวา
วธิ ีใด เพือ่ นๆ นา้ํ เพชรควรทาํ กจิ กรรมสรา งเสริม
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. ใชเ ชือกมัดหลวมๆ ใตบาดแผล สมรรถภาพทางกายดว ยวิธใี ด
2. ใชผาพันแผลพนั รอบแผลใหแ นน 1. ดนั พน้ื
3. ใชน ว้ิ มือกดทบ่ี ริเวณบาดแผล 2. วง่ิ อยูกบั ท่ี
4. ยกบาดแผลขึน้ ใหอ ยูสงู กวาระดับหัวใจ 3. ยกนํา้ หนัก
26. การเกิดเลือดกําเดาไหลในกรณีใดที่ควรรีบพา 4. กระโดดแยกเทา
D ไปพบแพทย 30. แกว ตาทดสอบดนั พน้ื แลว ไดผ ลไมดี
1. เลือดท่ีไหลมีสีซีดและไหลเร็ว F จงึ สรางเสริมสมรรถภาพทางกายดวยการ
2. เลือดไหลไมห ยุดเปนเวลานาน กระโดดตบทุกวนั แกวตาปฏิบัติไดถกู ตอง
3. เลือดท่ีไหลมคี วามหนดื มากกวาปกติ หรือไม เพราะเหตใุ ด
4. สีของเลือดท่ีไหลมคี วามเขม กวา ปกติ 1. ถูกตอง เพราะเปน การสรางเสรมิ ความ
อดทนของกลา มเน้อื ขา
27. ในการทดสอบสมรรถภาพทางกายดวยการวง่ิ 2. ถูกตอ ง เพราะเปน การสรา งเสริมความ
D 50 เมตร ควรทาํ การทดสอบในสถานทใ่ี ด
อดทนของกลา มเนอ้ื ขาและแขน
1. สนามฟตุ บอล 3. ไมถ ูกตอ ง เพราะควรปฏิบตั ิสปั ดาหละ
2. สนามเทนนสิ
3. สนามวอลเลยบ อล 2 - 3 วัน
4. สนามบาสเกตบอล 4. ไมถกู ตอ ง เพราะควรสรา งเสรมิ ความ
แข็งแรงของกลา มเน้ือแขน
โครงการวัดและประเมินผล (38)
2ตอนที่ ตอบคาํ ถามใหถ กู ตอ ง จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
อานเนอ้ื เรื่องทีก่ ําหนด แลว ตอบคําถามขอ 1.
ธารโดยสารรถประจาํ ทางเพือ่ ไปโรงเรียน ซง่ึ รถประจาํ ทางสายทีธ่ ารตองใชน นั้ มีผใู ชบรกิ าร
เปนจํานวนมาก เขาจึงตองโดยสารรถที่มีความแออัดเชนน้ีไปโรงเรียนทุกวัน อยูมาวันหน่ึง
เพื่อนสนิทของธารไมมาโรงเรยี น คณุ ครบู อกวาเพอ่ื นของเขาเปน โรคไขเลือดออก ตองพกั รกั ษา
ตัวที่โรงพยาบาลหลายวัน จึงไมสามารถมาเรียนหนังสือได อีกหลายวันตอมาธารก็มีอาการ
ปวดหัว น้าํ มกู ไหล และมไี ขด ว ย แมพ าธารไปพบคณุ ลงุ หมอ คุณลงุ หมอบอกวาธารปวยเปน
โรคไขหวัด นอนพักผอนสัก 2 - 3 วนั อาการก็จะดีขึน้
1. จากเรอ่ื ง โรคทธ่ี ารเปน มสี าเหตมุ าจากอะไร มีการแพรก ระจายเชือ้ โรคอยา งไร แลวธารควรปอ งกนั โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
D ตนเองอยา งไร จึงจะปลอดภัยจากการเจบ็ ปวยดวยโรคดงั กลา ว
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
อา นขอมูลในตาราง แลวตอบคําถามขอ 2.
รายการอาหารทแี่ วนแกว กนิ ใน 1 วนั
มอ้ื อาหาร รายการอาหารหลัก รายการอาหารวา ง
ม้ือเชา
มอื้ กลางวัน ขาวตมปู -
ม้ือเยน็
ขนมจีนนา้ํ ยากะทิ เงาะ 4 ผล
ขา วสวยกบั หมทู อดและแตงกวาผัดไข ชมพู 1 ผล
2. จากรายการอาหารของแวน แกว นกั เรยี นคดิ วา แวน แกว มวี ธิ กี ารเลอื กกนิ อาหารอยา งไร และรายการ
D อาหารของแวนแกวมสี ารอาหารครบ 5 หมูหรอื ไม และแตละหมูไดสารอาหารมาจากส่ิงใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
(39) โครงการวัดและประเมินผล
3.
D
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ จากภาพ เปนการแปรงฟน ชนิดใด และมีวิธกี ารแปรงฟน อยา งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. พริกแกงกาํ ลังทาํ งานแกะสลกั ผลไมก ับเพ่ือนๆ แตเ ธอใจลอยจึงถูกมดี แกะสลกั บาดนวิ้ มือ บาดแผล
D ไมล กึ มากนกั และมเี ลอื ดออกไมม าก ถา นกั เรยี นเปน เพอื่ นกบั พรกิ แกง นกั เรยี นจะชว ยปฐมพยาบาล
เธออยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. การสรา งเสริมสมรรถภาพทางกายนนั้ นอกจากการหม่นั ออกกําลังกายเปนประจาํ แลว ยงั สามารถ
D สรางเสริมสมรรถภาพทางกายไดดว ยวิธีการใดอกี บา ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................................................................
โครงการวัดและประเมินผล (40)
เฉลยแบบทดสอบ 2ภาคเรย� นท่ี
ชุดที่ 1
ตอนท่ี 1
1. ตอบ ขอ 3. โรคอีสกุ อีใส โรคหดั โรคกลากเกล้ือน เปน โรคตดิ ตอทีเ่ กิดจากเช้อื ไวรสั และเช้อื รา บรเิ วณท่ี โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
เกิดโรค คอื ผวิ หนงั โรคไขห วัด โรคปอดอักเสบ โรควัณโรค เปนโรคท่ีเกดิ จากเชอื้ ไวรัสและ
เช้อื แบคทเี รีย บริเวณที่เกิดโรคสว นใหญ คือ ระบบทางเดนิ หายใจ เชน ปอด หลอดลม เปน ตน
ดงั น้นั การแบง กลุมโรคจงึ ใชห ลักการบรเิ วณท่เี กิดโรคบนรา งกาย
2. ตอบ ขอ 1. การลางมือกอนกินอาหารจะชวยปองกันไมใหเช้ือโรคเขาสูรางกาย ซ่ึงเราควรปฏิบัติทุกครั้ง
การใชผาเช็ดหนา ปดปากสามารถชว ยปอ งกนั เชือ้ โรคไดอกี วธิ หี น่ึง ซึง่ หากไมม ีส่งิ ปกปรก เชน
น้าํ มูก หรอื น้ําลายจํานวนมากติดอยู ผา เช็ดหนาเพยี งผืนเดียวก็พอตอการใชงาน และการรนิ
นํา้ ด่มื จากขวดเดยี วกนั แตรินใสแ กวคนละใบก็ไมท ําใหเกดิ การแพรกระจายของเชื้อโรค
การกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เปน พฤตกิ รรมเสยี่ งตอสขุ ภาพ เพราะในเนอ้ื หมอู าจมีไขพยาธอิ ยู
ซ่งึ หากไมป รงุ ใหส ุกกอนกนิ ก็อาจทําใหไ ขพ ยาธิถูกกินเขาไป เม่อื ไขพยาธิทถี่ กู กนิ เขาไปฟก ตวั
ก็จะทาํ ใหเกดิ โรคพยาธิได
3. ตอบ ขอ 2. ภาพท่ี 1 เปนภาพรถประจําทางที่มีผูโดยสารแออัด ซึ่งโรคท่ีสามารถแพรกระจายเชื้อโรคใน
ส่ิงแวดลอมเชนน้ี ไดแก โรคเกยี่ วกับระบบทางเดนิ หายใจ เชน โรคไขหวดั โรควัณโรค เปน ตน
ซ่ึงโรคเหลาน้ีจะมีการแพรเช้ือโรคไปในอากาศ ทําใหผูที่สูดอากาศท่ีมีเชื้อโรคเขาไปเกิดโรคได
สว นภาพที่ 2 เปน ภาพบา นทอี่ ยูใกลท ท่ี งิ้ ขยะและนาํ้ เนา เสยี ซงึ่ มแี มลงวนั อยมู าก โรคทส่ี ามารถ
แพรก ระจายเช้ือโรคได ไดแ ก โรคอุจจาระรว ง ซึ่งมีแมลงวนั เปนพาหะ เม่อื แมลงวันทม่ี ีเชอ้ื มา
ตอมอาหารแลวเรากนิ อาหารนั้นเขา ไปกจ็ ะทําใหเ กดิ โรค
4. ตอบ ขอ 4. การใชผาปดปากและจมูกเม่ือจําเปนตองอยูในบริเวณท่ีมีผูคนแออัดเปนการปองกันการแพร
กระจายของเช้ือโรควธิ หี น่งึ แตไมจ ําเปน ตองสวมผาปดปากและปดจมูกตลอดเวลา เพราะอาจ
ทาํ ใหหายใจไมส ะดวกได
กอ นการสมั ผสั แผลผปู ว ยทกุ ครงั้ ควรใสถ งุ มอื เพอื่ ปอ งกนั การตดิ เชอื้ การอยรู ว มกนั กบั ผปู ว ย
สามารถทําได โดยควรมกี ารปอ งกันอยางถูกวธิ ี เชน ไมใชส่งิ ของรวมกับผปู ว ย เปนตน
สวนการหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการแพรกระจายของเชื้อ รวมถึงการไมสัมผัสกับนํ้ามูกหรือ
น้ําลายของผูปวยเปนการปองกันตนเองจากการแพรกระจายของเช้ือไดดีที่สุด เพราะเช้ือโรค
บางชนิดแพรกระจายในอากาศ และการใชหนากากอนามัยไมสามารถปองกันได ดังนั้น การ
หลกี เล่ียงจึงเปน วิธีปองกันที่ดีท่ีสุด
(41) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 5. ตอบ ขอ 2. • ปลาและเนอ้ื ไก เปน อาหารหมู 1 ไดแก เน้ือสตั วต า งๆ
• ขนมปงและขาว เปนอาหารหมู 2 ไดแก ขา ว แปง น้าํ ตาล
• ผกั คะนาและมะเขอื เทศ เปน อาหารหมู 3 ไดแ ก ผักตางๆ
• กลว ยและแตงโม เปนอาหารหมู 4 ไดแก ผลไมตา งๆ
• นํ้ามันถ่ัวเหลอื ง เปนอาหารหมู 5 ไดแ ก ไขมันจากพืชและสัตว
ดงั น้นั ขาว เนอ้ื ไก ผักคะนา แตงโม นาํ้ มนั ถั่วเหลอื ง จงึ เปน การจําแนกอาหารทคี่ รบท้ัง 5 หมู
6. ตอบ ขอ 3. ขาวผัดหมู มสี วนประกอบ คอื
• ขาว เปน อาหารหมู 2
• เนอ้ื หมแู ละไขไ ก เปนอาหารหมู 1
• ผกั คะนา เปนอาหารหมู 3
• น้าํ มันพืช เปน อาหารหมู 5
ดังนัน้ หมูอ าหารทย่ี ังขาดไป คือ หมู 4 ผลไมตา งๆ นชุ จึงตองเลือกกินผลไม คือ ชมพู
7. ตอบ ขอ 3. เตาหูและเน้ือปลาใหสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งชวยในเรื่องการซอมแซมสวนที่สึกหรอของ
รางกาย นํ้ามันมะพราว ใหสารอาหารประเภทไขมัน ซ่ึงชวยใหพลังงานและความอบอุนแก
รา งกาย สวนมะละกอสกุ ใหสารอาหารประเภทเกลือแรและวติ ามนิ รวมถงึ มีกากใยอาหาร ซึง่
ชวยในเร่อื งระบบขับถา ยของรางกาย สงิ หามอี าการทองผกู และขบั ถา ยไมป กติ ดงั นน้ั สงิ หาจงึ
ควรกินผลไมเ พ่อื ชว ยใหร ะบบขับถา ยทํางานเปน ปกติ
8. ตอบ ขอ 4. การอาศัยอยูในพ้ืนท่ีท่ีมีอากาศหนาวเย็น จําเปนตองทําใหรางกายมีความอบอุนอยูเสมอ ซ่ึง
ความอบอุนของรางกายสวนหนึ่งไดมาจากอาหารที่กิน โดยอาหารที่กินควรเปนอาหารท่ีมี
ไขมนั เปน สว นประกอบ เชน ไขมนั จากพชื ไดแ ก นา้ํ มนั มะพรา ว เปน ตน สว นไขมนั ท่ีไดจ ากสตั ว
ไดแก เนือ้ สตั วต ิดมนั เปน ตน
9. ตอบ ขอ 2. ปลา เปนอาหารในกลุม โปรตนี เชนเดียวกบั เน้อื สัตวอื่นๆ แตเ น้ือปลาจะมปี รมิ าณไขมันนอ ยกวา
เนอื้ สัตวชนิดอืน่ จงึ ทําใหเราสามารถกินปลาไดใ นปริมาณทม่ี ากและสามารถกินไดเ ปน ประจํา
10. ตอบ ขอ 2. การกนิ อาหารเพอื่ ใหไ ดป ระโยชนแ กร า งกาย ควรเลอื กกนิ อาหารในปรมิ าณทเ่ี หมาะสมกบั ความ
ตอ งการของรา งกาย โดยควรกนิ อาหารอยา งหลากหลาย กนิ หลายๆ ชนดิ ไมซ าํ้ กนั เพอ่ื ใหร า งกาย
ไดร บั สารอาหารอยา งครบถวน
11. ตอบ ขอ 4. ในหน่งึ วันเราควรกนิ อาหารใหหลากหลาย และไดสารอาหารทคี่ รบถวนทั้ง 5 หมู ในสัดสวนที่
เหมาะสม ปง ปอนดก นิ อาหารหมู 1 หมู 2 และหมู 3 โดยเนนหมู 3 เปนหลกั ใบบวั กินอาหาร
หมู 1 และหมู 2 โดยเนนหมู 2 เปนหลกั นาํ้ ทพิ ยกนิ อาหารหมู 1 และหมู 2 โดยเนนหมู 1
เปน หลกั สว นทชิ ากนิ อาหารหมู 1 หมู 2 และหมู 3 โดยกินในสดั สวนที่ใกลเ คยี งกนั จึงถือวา
ทิชากนิ อาหารไดห ลากหลายและครบถว นทีส่ ดุ
โครงการวัดและประเมินผล (42)
12. ตอบ ขอ 1. กลุมวยั ทีค่ วรกินอาหารในกลุมขาว - แปง วนั ละ 8 ทัพพี ไดแก เด็กวัย 6 - 13 ป หญิงวัยทาํ งาน โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
25 - 60 ป และผสู งู อายุ 60 ปข้ึนไป คุณครมู ะปรางอายุ 27 ป และปาสมใจอายุ 51 ปอยูใน
กลมุ หญงิ วัยทาํ งาน ลงุ สุเมธอายุ 43 ป อยูในกลมุ ชายวยั ทํางาน พข่ี องขวัญอายุ 17 ป อยูใน
กลมุ วยั รนุ จากการแบง กลมุ อายพุ บวา คณุ ครูมะปรางและปา สมใจ คอื ผทู คี่ วรกนิ อาหารในกลมุ
ขา ว - แปง วนั ละ 8 ทพั พี แตป า สมใจมอี าชพี เปน เกษตรกร ซงึ่ ตอ งใชพ ลงั งานในการทาํ งานมาก
อาหารในกลุมขาว - แปง วันละ 8 ทัพพี จึงไมเ พียงพอตอความตองการของรางกาย ดังนั้น
ครมู ะปรางจงึ เปนคนทีค่ วรกินอาหารในปรมิ าณทเ่ี ทา กับอาวธุ
13. ตอบ ขอ 3. อาหารที่สามารถกินทดแทนกันไดควรเปนอาหารที่อยูในหมูเดียวกัน ประเภทเดียวกัน และ
มีสัดสวนและสารอาหารที่เหมือนหรือใกลเคียงกัน โดยอาจมีรูปราง สีสัน ขนาดของอาหาร
รวมถึงปรมิ าณทกี่ นิ แตกตา งกันได
14. ตอบ ขอ 4. มะมวงและลําไยเปนอาหารอยูในกลุมเดียวกัน แมจะมีสัดสวนในการกินเทากัน แตมีขนาดท่ี
แตกตางกันมากจึงไมสามารถกินทดแทนกันไดตามท่ีตัวเลือกระบุ ไขไกและปลาทูเปนอาหาร
ในกลมุ เดยี วกนั แตป ลาทมู สี ดั สว นทม่ี ากกวา ไขไ กจ งึ ไมส ามารถกนิ ทดแทนกนั ไดต ามทต่ี วั เลอื ก
ระบุ นมสดและโยเกิรต เปนอาหารอยูในกลุมเดยี วกนั และมีสดั สวนในการกนิ ใกลเ คียงกนั แต
นมสดมีปริมาณมากกวาโยเกิรตจึงไมสามารถกินทดแทนกันไดตามที่ตัวเลือกระบุ สวนแตงโม
และกลวยเปน อาหารในกลุมเดยี วกนั มีสดั สว นในการกนิ เทา กัน แตงโม 6 ช้นิ จงึ สามารถกนิ
ทดแทนกลวย 1 ผลได
15. ตอบ ขอ 1. ฟน กรามดา นบน มวี ธิ ปี ฏบิ ตั ิ คอื หงายขนแปรงขนึ้ ทาํ มมุ กบั คอฟน จากนน้ั ขยบั ไปมาแลว ปด ลง
ใหทาํ เชน น้จี นครบท้ังดา นซา ยและดา นขวา
16. ตอบ ขอ 3. การเลอื กแปรงสีฟน ทีด่ คี วรเลือกแปรงทีม่ ีขนาดพอดกี บั ชองปาก จับถนัดมอื ขนแปรงมีความ
ออนนุม เพ่ือปองกันการบาดเหงือก โดยสามารถเลือกแบบและสีสันของแปรงสีฟนไดตาม
ตองการ
17. ตอบ ขอ 4. • การใชม ดี ทคี่ มหนั่ อาหารทมี่ คี วามแขง็ มากๆ อาจทาํ ใหถ กู มดี บาดได แตบ าดแผลทถ่ี กู มดี บาด
เปนบาดแผลขนาดเลก็ และอาจมีเลือดออกเล็กนอย จึงเปน อุบตั เิ หตุท่ีไมอ นั ตรายมาก
• การเปด เตาแกส โดยใชไ ฟแรง หากเปน อปุ กรณท อี่ ยใู นสภาพดี ไมช าํ รดุ ก็ไมท าํ ใหเ กดิ อนั ตราย
แตก ารใชไ ฟแรงของเตาแกส จะทาํ ใหเกดิ การสนิ้ เปลืองพลงั งาน
• การเสยี บปลกั๊ ตูเ ย็นกอ นออกจากบานสามารถทาํ ได ไมเ ปนอันตราย แตค วรหมนั่ ตรวจสอบ
สภาพสายไฟและปล๊กั ไฟวา อยูในสภาพดี พรอ มใชง าน
• สวนการถอดปลั๊กพัดลมหลังจากเพ่ิงลางมือเสร็จ เปนพฤติกรรมท่ีอาจทําใหเกิดอันตราย
ถึงชีวิต เนือ่ งจากการสมั ผัสกบั เครื่องใชไ ฟฟาในขณะทีต่ วั เปยกอาจทาํ ใหถูกไฟดูดได ซึง่ ถา
หากถูกดูดดว ยกาํ ลังไฟทส่ี งู อาจทาํ ใหพ ิการหรอื เสียชวี ิตได
(43) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 18. ตอบ ขอ 3. เมอ่ื พบอปุ กรณห รอื ของใชอ ยูในสภาพชาํ รดุ หรอื ไมพ รอ มใชง านควรมกี ารซอ มแซมใหเ รยี บรอ ย
กอ นนาํ มาใชแ มจ ะชาํ รดุ เพยี งเลก็ นอ ยกต็ าม แตเ นอื่ งจากเมษาอยทู ี่โรงเรยี น เมษาจงึ ไมส ามารถ
ซอ มเกา อเี้ องได และถงึ แมว า เมษาจะเปลย่ี นไปนง่ั เกา อต้ี วั อน่ื แทน แตถ า หากมเี พอ่ื นที่ไมท ราบวา
เกาอชี้ ํารุดมาน่ังตอ แลว เกา อีเ้ กดิ การหกั หรอื เอียงลม เพอ่ื นก็อาจไดรบั บาดเจบ็ เชน กนั ดงั น้นั
เมษาควรแจงใหค รูทราบวาเกา อี้ชํารุด เพือ่ ทีค่ รูจะไดดําเนนิ การซอมแซมตอไป
19. ตอบ ขอ 4. การขามถนนใหป ลอดภยั ควรขา มในบริเวณที่กําหนด เชน สะพานลอย หรือทางมาลาย เปนตน
โดยในการขามทางมาลายนั้น ควรสังเกตสัญญาณไฟคนขามกอนขามทุกครั้ง ถาสัญญาณไฟ
คนขามเปนสีเขียวแปลวาสามารถขามถนนได หรือหากไมมีสัญญาณไฟคนขามใหสังเกตจาก
สญั ญาณไฟจราจรแทน และแมว า จะไมม กี ารระบโุ ทษในการขา มถนนโดยไมด สู ญั ญาณไฟจราจร
แตถ า หากเหน็ วา สญั ญาณไฟจราจรเปน สเี ขยี วก็ไมค วรขา ม แมว า บนถนนจะไมม รี ถวงิ่ หรอื รถวง่ิ
อยูหางกต็ าม เพราะหากมีรถวิง่ มากะทนั หนั ในขณะทเ่ี รากาํ ลงั ขา มถนน อาจทาํ ใหเราถกู รถชน
ไดรบั บาดเจบ็ หรือเสยี ชีวิตได
20. ตอบ ขอ 3. ในการขจ่ี ักรยานทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยผูขี่ควรมีการตรวจสภาพรถจักรยานวา อยูในสภาพ
ที่พรอ มใชง าน เชน เบรกสามารถใชไ ดดี ลอรถไมแ บนหรอื หยอดนาํ้ มนั เครือ่ งท่ีโซรถเพอื่ ไมให
เกิดความฝดในขณะข่ี เปนตน รวมถึงกอนจะทําการข่ีจักรยาน ผูข่ีควรสวมหมวกนิรภัยเพื่อ
ปอ งกนั อนั ตรายทอ่ี าจเกดิ กบั ศรี ษะ โดยสามารถสวมหมวกทมี่ หี นา กากหรอื ไมม กี ็ได และในขณะ
ข่ีจักรยานควรขี่ดวยความระมัดระวัง โดยข่ีจักรยานในชองทางท่ีกําหนดไวสําหรับรถจักรยาน
หรือชิดดานซา ยของถนน ไมข ี่จกั รยานดว ยความเร็ว และควรชะลอความเร็วลงเม่อื เขาโคง หรือ
ขึน้ สะพาน เพอ่ื ปองกันไมใหรถจักรยานเสยี หลักจนเกดิ อบุ ตั เิ หตุและบาดเจ็บได
21. ตอบ ขอ 3. เมื่อเกดิ อุบัติเหตขุ ้นึ ควรรบี แจง ขอความชว ยเหลอื จากผใู หญท่อี ยูใกลท ี่สุด เพอ่ื ทผี่ ูใหญจะไดใ ห
ความชว ยเหลือไดท นั ทว งที ซึง่ หากเหตเุ กดิ ข้นึ ที่หนา โรงเรยี นควรรบี แจงใหครูเวรหนาโรงเรียน
หรือครูประจําชั้นทราบทันที เนื่องจากครูคือผูท่ีอยูใกลชิดนักเรียนมากท่ีสุดเม่ืออยูโรงเรียน
จึงทําใหครสู ามารถใหค วามชวยเหลอื ไดใ นทนั ทีเมอ่ื เกิดเหตุ สว นการแจง ผูปกครองและตาํ รวจ
จะทาํ ใหก ารใหค วามชว ยเหลอื ลา ชา เนอื่ งจากผปู กครองและตาํ รวจไมไ ดอ ยูในทเี่ กดิ เหตจุ งึ ทาํ ให
ตอ งใชเ วลาในเดนิ ทาง ซง่ึ อาจทาํ ใหม าชว ยเหลอื ไดไ มท นั การณ สว นผอู าํ นวยการโรงเรยี นแมว า
จะอยทู ี่โรงเรยี นเชน เดยี วกบั ครู แตเ นอ่ื งจากผอู าํ นวยการโรงเรยี นมภี าระหนา ทหี่ ลายดา น จงึ ทาํ ให
ไมสามารถอยทู ี่โรงเรียนไดตลอดเวลา อาจทาํ ใหไ มส ามารถใหค วามชว ยเหลือไดเตม็ ท่ี
22. ตอบ ขอ 4. บาดแผลสด เปนบาดแผลทเ่ี กดิ จากการไดร ับบาดเจบ็ ตา งๆ จนผิวหนงั ทีเ่ กิดบาดแผลเปด และมี
เลอื ดออก โดยบาดแผลสดไมใชเ พยี งบาดแผลทเี่ พงิ่ บาดเจบ็ เทา นน้ั แตย งั รวมถงึ บาดแผลทเ่ี กดิ
ขนึ้ นานแลว แตบ าดแผลยงั คงเปด อยแู ละอาจมเี ลอื ดหรอื นาํ้ เหลอื งซมึ ออกมา ซงึ่ บาดแผลสดใน
แตล ะแผลจะมรี ะยะเวลาบาดเจบ็ ที่ไมเ ทา กนั รวมถงึ บาดแผลอาจมขี นาดเลก็ หรอื ใหญก ็ไดข น้ึ อยู
กบั ความรุนแรงของอุบัติเหตุท่ีไดรับ
โครงการวัดและประเมินผล (44)
23. ตอบ ขอ 1. • ปริมาณยาที่ใสแผลอาจใชในปริมาณที่แตกตางกัน ขึ้นอยูกับความรุนแรงและขนาดของ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
บาดแผล โดยยาท่ีใสแผลจะมปี ระสทิ ธภิ าพและทําการรกั ษาไดด ีในบาดแผลท่ีมีความสะอาด
• อุปกรณที่ใชในการทําแผลอาจผลิตมาจากวัสดุตางชนิดกัน แตมีหลักการในการใชงานและ
ข้ันตอนการผลติ ท่เี หมือนกัน คอื ตอ งเปน อุปกรณท่สี ะอาด ปราศจากเชือ้ โรค
• บริเวณที่เกิดบาดแผล แมวาจะเปนบริเวณที่ไมทําใหเกิดอันตรายรายแรง เชน ปลายนิ้ว
หรอื หัวเขา เปนตน แตถา หากบาดแผลนน้ั ไมไดรับการดูแลรักษาอยา งถูกวิธีกอ็ าจจะสงผล
ใหบ าดแผลนน้ั เกดิ การอักเสบ และทําใหเ จ็บปวดได
ดงั นน้ั เวลาทร่ี า งกายเกดิ การบาดเจบ็ จนเกดิ บาดแผลขน้ึ หากไมม กี ารดแู ลรกั ษาบาดแผลอยา ง
ถูกวิธีก็อาจทําใหเกิดการอักเสบได ซ่ึงการอักเสบน้ีสวนหนึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องความสะอาด
ในการทําแผล เพราะเมอ่ื รา งกายมีบาดแผลก็จะเปน ชองทางใหเ ชือ้ โรคเขา สูร างกายซ่ึงถาหาก
ไมมีการดูแลรักษาความสะอาดของบาดแผลอยางถูกตอง เชน ใชอุปกรณทําแผลท่ีไมสะอาด
หรือไมมีการลางทําความสะอาดแผลก็จะย่ิงทําใหสิ่งสกปรกเขาสูบาดแผล แลวทําใหรางกาย
เกดิ การเจ็บปว ยมากขนึ้ หรือทีเ่ รยี กวา การตดิ เชื้อ เปนตน
24. ตอบ ขอ 2. แอลกอฮอลเ ปน อปุ กรณท ่ีใชท าํ ความสะอาดบาดแผล แตเ นอื่ งจากแอลกอฮอลเ มอ่ื สมั ผสั กบั แผล
โดยตรงจะทําใหเกิดอาการแสบ และอาจทาํ ใหเ น้ือเย่อื ทีแ่ ผลเกิดการระคายเคือง จึงไมน ิยมใช
แอลกอฮอลในการเช็ดทาํ ความสะอาดท่ีบาดแผล แตจะใชเ ชด็ รอบๆ บาดแผลเพื่อปอ งกันไมให
เชอื้ โรคทอี่ ยบู นผวิ หนงั รอบบาดแผลเขา สบู าดแผล แลว ใชน าํ้ เกลอื ทาํ ความสะอาดบาดแผลแทน
บาดแผลที่ตองใชแอลกอฮอลในการทําความสะอาด ไดแก บาดแผลสดตางๆ เชน บาดแผล
ถลอก บาดแผลถูกมดี บาด หรอื บาดแผลท่ีถูกของแหลมทม่ิ ตํา เปนตน สวนบาดแผลท่ีไมตอง
ใชแอลกอฮอลเ ชด็ ทําความสะอาด ไดแก บาดแผลปด เชน บาดแผลฟกช้าํ หอ เลอื ด เปนตน
เพราะบาดแผลลักษณะนี้ไมมีการเปดของผิวหนัง เช้ือโรคที่อยูบริเวณผิวหนังจึงไมสามารถ
เขาสูรา งกายทางบาดแผลได ดังนน้ั จงึ ไมต อ งใชแ อลกอฮอลทําความสะอาดบาดแผลก็ได
25. ตอบ ขอ 4. การปฐมพยาบาลเปน การใหค วามชว ยเหลอื เบอ้ื งตนแกผ ทู ่ีบาดเจ็บ การรจู กั วิธปี ฐมพยาบาลจะ
ชว ยใหส ามารถใหค วามชว ยเหลอื ผบู าดเจบ็ ไดอ ยา งถกู ตอ ง ซง่ึ จะสง ผลใหค วามรนุ แรงของอาการ
บาดเจ็บบรรเทาลง รวมถงึ ทําใหแ พทยหรือหนว ยกูชีพสามารถประเมนิ อาการและทําการรักษา
ไดอ ยา งตอ เนอ่ื งและรวดเรว็ นอกจากการดแู ลเรอื่ งบาดแผล และอาการบาดเจบ็ แลว การพดู คยุ
ใหกําลังใจแกผูบาดเจ็บก็เปนส่ิงสําคัญเชนกัน เพราะจะทําใหผูบาดเจ็บไมรูสึกทอแทและเกิด
กําลังใจในการตอสกู บั อาการบาดเจบ็
(45) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 26. ตอบ ขอ 3. กอนการทดสอบสมรรถภาพทางกายควรมีการเตรียมรางกายใหพรอมตอการทดสอบ โดยการ
ทาํ ทา กายบรหิ ารตางๆ เพื่อใหร างกายมีการตื่นตัวและพรอมในการทดสอบ รวมถึงชว ยปอ งกนั
การบาดเจ็บของกลา มเน้ือท่ีอาจเกดิ ข้นึ จากการยดื หรอื เกร็งมากเกินไป สว นการงดอาหารเปน
สงิ่ ท่ีไมค วรทํา เพราะจะทําใหร า งกายไมม แี รง และทาํ การทดสอบไดผ ลไมด ีเทาทคี่ วร ดงั นั้น
กอนการทดสอบจึงควรกนิ อาหารตามปกติ โดยควรกินกอ นการทดสอบอยางนอย 2 - 3 ช่ัวโมง
เพ่อื ใหร า งกายมีเวลายอยอาหาร และไมควรดม่ื นาํ้ มากกวา ปกตเิ พราะทําใหเ กิดอาการจกุ แนน
และอาเจียนได สวนการน่งั สมาธิเพอื่ เตรียมจิตใจใหพรอ มกับการทดสอบเปนสิง่ ทด่ี ี แตไมม ผี ล
ตอ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
27. ตอบ ขอ 4. การว่ิงซิกแซ็กเปนการว่ิงในลักษณะการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง โดยในการทําการทดสอบอาจใช
กรวยเปนเคร่ืองกีดขวาง ซ่ึงผูทดสอบจะตองวิ่งสลับไปมาระหวางกรวยในระยะทางและเวลาท่ี
กําหนด เชน การว่ิงซิกแซ็กระยะทาง 10 เมตร ในระยะเวลา 1 นาที ผูทดสอบตอ งวง่ิ ใหไดอ ยา ง
นอย 1 รอบ จึงจะถอื วาผา นการทดสอบ ดังนน้ั การวดั ผลการทดสอบควรวัดจากจํานวนรอบที่ว่ิง
ไดในเวลา 1 นาที หรอื จํานวนรอบตอนาที
28. ตอบ ขอ 1. หากตองการสรางเสริมกลามเน้ือแขน ควรเลือกกิจกรรมการออกกําลังกายที่ใชแขนในการ
ออกแรงเปนหลัก
• การลกุ - นง่ั เปนการออกกาํ ลังกายที่ตอ งออกแรงเกรง็ บรเิ วณหนา ทอง
• การวงิ่ เกบ็ ของ และการวง่ิ 50 เมตร เปน การออกกาํ ลงั กายทต่ี อ งใชค วามเรว็ ของขาในการวง่ิ
สวนการดันพื้นเปน การออกกาํ ลงั กายท่ตี องใชแรงจากแขนเพื่อดนั และรับน้าํ หนักตัว ดงั นั้น
หากตองการสรา งเสรมิ กลา มเน้อื แขน ควรเลือกออกกําลังกายดว ยการดนั พ้นื
29. ตอบ ขอ 2. ในการทดสอบสมรรถภาพทางกาย หากตอ งทดสอบมากกวา 1 ครงั้ หลงั ทาํ การทดสอบเสรจ็ สนิ้
ในแตล ะครง้ั ควรมกี ารบนั ทึกผลการทดสอบทกุ คร้งั เพือ่ ใหสามารถเปรยี บเทียบผลการทดสอบ
และวเิ คราะหหาขอบกพรองทคี่ วรปรบั ปรุง และหาแนวทางแกไ ขตอ ไป
30. ตอบ ขอ 3. การฝก ฝนและสรา งเสรมิ สมรรถภาพของรา งกายอยูเสมอ จะทาํ ใหรางกายมีความแขง็ แรง และ
อดทน สามารถทํากิจกรรมตางๆ ไดมากขึ้น และนานข้ึน เชน สามารถว่ิงในระยะทางท่ีไกล
มากขนึ้ หรอื สามารถวง่ิ ในระยะเวลาทนี่ านขนึ้ เปน ตน สว นการมหี นา ตาทแี่ จม ใส เปน การฝก ฝน
ดานจิตใจ คอื การทาํ จิตใจใหสดใส ไมต ึงเครียด การมรี ูปรางทอี่ วนทว นสมบรู ณม กั ไมพ บในผูท่ี
มกี ารสรา งเสรมิ สมรรถภาพรา งกายอยเู สมอ เนอื่ งจากรา งกายมกี ารเผาผลาญพลงั งานอยตู ลอด
จงึ ไมม กี ารสะสมไขมนั ทเ่ี ปน สาเหตขุ องความอว น สว นการกนิ อาหารในปรมิ าณทม่ี ากหรอื นอ ย
ขึ้นอยูก บั ความตองการของรางกาย และกิจกรรมทที่ ําในแตล ะวยั ของแตละบคุ คล
โครงการวัดและประเมินผล (46)
ตอนที่ 2 โรคไขหวัดและโรคตาแดงมีความเหมือนกันในเรื่องของสาเหตุการเกิดโรค โดยโรคไขหวัดและ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
1. แนวตอบ โรคตาแดงเปน โรคทเี่ กดิ จากการตดิ เชอ้ื ไวรสั แตม คี วามแตกตา งกนั ในเรอ่ื งของการแพรก ระจาย
เชื้อโรค โรคตาแดงมีการแพรกระจายเชื้อจากการใชส่ิงของรวมกับผูปวย เชน ใชผาเช็ดหนา
2. แนวตอบ รวมกัน เปนตน แตโรคไขหวัดมีการแพรกระจายเชื้อจากการหายใจเอาเช้ือโรคเขาไป โดย
เชื้อโรคนั้นจะอยูในละอองฝอยของนํ้าลายหรือนํ้ามูกของผูปวย เม่ือผูปวยไอหรือจามออกมา
3. แนวตอบ เช้อื โรคก็จะลอยอยูในอากาศ เมือ่ สูดอากาศนั้นเขา ไปก็อาจทาํ ใหปว ยเปนโรคไขหวดั ได
4. แนวตอบ กว ยเตยี๋ วผัดไทย มสี วนประกอบ คอื
5. แนวตอบ
• เสนผัดไทย เปน อาหารในหมูที่ 2 ใหส ารอาหารคารโบไฮเดรต
• ไขไก เตา หูเหลือง กงุ สด กงุ แหง ถัว่ ลสิ ง เปน อาหารในหมูท่ี 1 ใหส ารอาหารโปรตนี
• ถัว่ งอก กยุ ชา ย เปนอาหารในหมทู ่ี 3 ใหสารอาหารเกลือแร
• นาํ้ มันพืช เปนอาหารในหมทู ่ี 5 ใหสารอาหารไขมัน
จากการแยกสวนประกอบพบวา กวยเตย๋ี วผดั ไทยกุงสดมีสารอาหารไมค รบ 5 หมู เนือ่ งจาก
ขาดอาหารในหมูท่ี 4 ไดแก ผลไมตา งๆ ดังนน้ั จึงควรกนิ ผลไมต า งๆ เพ่มิ เติม เพอื่ ใหร า งกาย
ไดรบั วิตามนิ อยางเพยี งพอ ตวั อยา งผลไมท ีม่ วี ติ ามนิ ซี วิตามนิ เอสูง ไดแก มะละกอ สบั ปะรด
ล้ินจี่ กลวยไข มงั คุด เปน ตน
การแปรงฟน อาจกาํ จัดสิ่งสกปรกท่ีอยูในชองปากไดไมห มด เนอ่ื งจากส่ิงสกปรกบางสว นยงั ติด
อยูที่ล้ิน ดังน้ัน จึงควรมีการแปรงลิ้นดวย แตล้ินเปนอวัยวะท่ีมีความออนนุม และบอบบาง
จึงตองใชความระมัดระวังในการทําความสะอาด โดยควรแปรงเบาๆ และไมจําเปนตองแปรง
หลายคร้ัง เพราะอาจทาํ ใหเ กดิ การระคายเคืองตอ ลน้ิ ได
เกียรตกิ ลา ควรปฐมพยาบาลตนเอง ดงั น้ี
1. ลางแผลดวยนํา้ สะอาด หรือสบู หากมเี ศษดนิ หรือส่ิงสกปรกติดอยูใหลา งออกใหห มด
2. เชด็ รอบๆ บาดแผลดวยแอลกอฮอลเ พอ่ื ฆา เชอ้ื โรค
3. เชด็ บาดแผลดว ยน้าํ เกลอื เพื่อทาํ ความสะอาดแผลอีกคร้งั
4. ทายาใสแ ผลสดบนบาดแผล
การท่ีขาวหอมทดสอบสมรรถภาพดวยการวงิ่ 50 เมตรไมผ าน อาจเปน เพราะขา วหอมมีความ
อดทนในเร่ืองการหายใจไมคอยดีนัก เน่ืองจากการวิ่ง 50 เมตร เปนการออกกําลังที่ตองใช
ความเรว็ จงึ ทาํ ใหก ารเตน ของหวั ใจและจงั หวะการหายใจเรว็ ตามไปดว ย ซง่ึ หากไมม กี ารฝก ฝน
เปน ประจาํ กจ็ ะทาํ ใหค วามอดทนในการหายใจตาํ่ ทาํ ใหร สู กึ หอบ และเหนอ่ื ยไดง า ย จนสง ผลให
ทาํ กจิ กรรมไดช า ลง
ดังนน้ั ขา วหอมจึงควรสรา งเสริมสมรรถภาพทางกายดวยการฝก ว่งิ บอ ยๆ โดยอาจเริ่มจาก
การฝกว่ิงอยูกับที่ เพ่ือใหกลามเนื้อขามีการไดออกแรงขยับ ชวยฝกใหสามารถหายใจไดยาว
ขน้ึ จนรูสึกเหน่ือยหอบนอยลง เม่ือฝก เชน น้จี นรา งกายเริ่มคนุ ชนิ แลว จงึ คอยทําการทดสอบ
สมรรถภาพทางกายอกี คร้งั
(47) โครงการวัดและประเมินผล
เฉลยแบบทดสอบ 2ภาคเรย� นที่
ชดุ ท่ี 2
ตอนท่ี 1
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. ตอบ ขอ 1. โรคตาแดงมกี ารแพรก ระจายของโรคโดยผา นสง่ิ ทเ่ี ปน พาหะ ไดแ ก ขา วของเครอื่ งใชต า งๆ รว มกนั
เชน เส้ือผา ผาเช็ดหนา เปน ตน
• โรควัณโรค มีการแพรก ระจายของโรคโดยการอาศัยอากาศในการแพรเ ชื้อ
• โรคอสี ุกอีใส มีการแพรกระจายของโรคโดยการสัมผสั กับผิวหนงั ของผูปวยซง่ึ มเี ชือ้ อยู
• โรคไขเ ลอื ดออก มีการแพรกระจายของโรคโดยมียุงลายเปนพาหะนาํ โรค
• สวนโรคไขหวัด มีการแพรกระจายของโรคโดยการหายใจเอาอากาศที่มีเชื้อเขาไป รวมถึง
แพรก ระจายผา นทางการใชส ิง่ ของรวมกัน เชน การใชผ า เช็ดหนา รวมกนั เปน ตน ดังน้นั
โรคไขห วัดจึงมกี ารแพรก ระจายของโรคเหมอื นโรคตาแดง
2. ตอบ ขอ 3. โดยสว นใหญแ ลวเชือ้ โรคมกั ปะปนอยูในนาํ้ มูก หรือนา้ํ ลายของผูป วย ซงึ่ ละอองฝอยของนา้ํ มกู
หรือน้ําลายอาจจะกระเด็นไปติดยังส่ิงของเคร่ืองใชของผูปวยได จึงทําใหผูท่ีอยูใกลชิดหรือ
ใชสงิ่ ของรว มกับผูป ว ยไดรบั เชอ้ื และเกดิ การเจบ็ ปว ยได
3. ตอบ ขอ 2. อาการทอ งเสยี เกิดจากการกินอาหาร หรือดืม่ นา้ํ ท่ีไมสะอาด มีเชอื้ โรคปะปนอยู เมอ่ื คนเรากนิ
อาหารหรอื ด่ืมนํ้าทมี่ ีเชื้อโรคเขา ไปกจ็ ะทาํ ใหเกดิ การติดเชอ้ื และมอี าการทอ งเสียได
4. ตอบ ขอ 4. • การลางมือเพื่อปองกันโรคควรทําทุกคร้ังกอนกินอาหารและหลังใชหองนํ้าเสร็จแลว เพราะ
หากไมลางมอื กอ นกนิ อาหารอาจทาํ ใหเ ชอื้ โรคที่ติดอยูท ่ีมอื เขาสรู า งกายได
• การใชผาเช็ดหนาเช็ด หรือส่ังนํ้ามูกเปนสิ่งท่ีดี แตการใชผาเช็ดหนาผืนเดิมซ้ํากันหลายวัน
จะทาํ ใหเกดิ การสะสมของเชอ้ื โรค จนกลายเปน แหลง แพรเ ช้ือโรคได
• การลวกชอนกอ นกนิ อาหารจะชว ยฆา เช้ือโรคที่ตดิ อยทู ี่ชอ น แตการใชชอนตักแกงชามเดียว
กับเพ่อื นกอ็ าจไดรบั เชอ้ื โรคที่แพรกระจายจากนาํ้ ลายทีต่ ดิ ชอนในขณะท่กี ินไดอ ยู
• สว นการสวมหนา กากอนามยั เมอื่ ตอ งอยใู นสถานทท่ี มี่ ผี คู นแออดั เปน สง่ิ ทช่ี ว ยปอ งกนั การแพร
กระจายของเช้ือโรคไดด ที ี่สดุ เพราะไมเ พยี งแตป อ งกนั ตนเองทีอ่ าจไดร ับเช้ือโรคจากอากาศ
ท่ีหายใจเขา ไป ยงั ชว ยปอ งกันผูอ่ืนไมใหไ ดรับเชอ้ื โรคในกรณีทตี่ นเองเจบ็ ปว ยอีกดว ย
5. ตอบ ขอ 2. การลา งมือกอนการกินอาหารและหลังเขาหอ งนํา้ จะชว ยปอ งกนั ไมใหเ ชอ้ื โรคที่ตดิ อยูท ่ีมือเขา สู
รา งกาย เพราะในขณะทลี่ า งมือเชื้อโรคบางสว นจะถูกชะลา งจนหลุดออกจากมือไป
โครงการวัดและประเมินผล (48)
6. ตอบ ขอ 1. จากการแบง กลมุ อาหารจะสงั เกตเหน็ วา โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
• ขนมปง กรอบ ขาวสวย และขนมปงเปนอาหารหมเู ดียวกนั คือ หมู 2 สว นสมเขยี วหวาน
กลว ยหอม และมะละกอสุก เปน อาหารในหมู 4 เหมอื นกัน
• อาหารกลมุ 1 เปน อาหารทค่ี วรกนิ มากทสี่ ดุ และอาหารกลมุ 2 เปน อาหารทคี่ วรกนิ รองลงมา
• อาหารแตละชนิดมลี ักษณะรูปรา งตา งกัน เชน ขนมปง มีลกั ษณะเปน แผน ขา วสวยมีลกั ษณะ
เปน เมล็ด และมนั ฝร่งั มีลกั ษณะเปน กอ น สวนสมเขียวหวานมีลกั ษณะกลม สวนกลว ยหอม
และมะละกอมีลักษณะยาว
• อาหารกลมุ 1 มีรสชาตหิ วาน สวนอาหารกลุม 2 สม เขยี วหวานมรี สเปรย้ี ว แตกลวยหอม
และมะละกอมีรสหวาน
ดังน้นั จงึ สรุปไดว าใชเกณฑก ารใหสารอาหารทเ่ี หมือนกันเปน เกณฑในการแบง กลุม เพราะ
อาหารท่อี ยูในหมเู ดียวกนั จะใหส ารอาหารที่เหมือนกัน
7. ตอบ ขอ 2. ขา วเหนียว เปนอาหารที่ใหสารอาหารประเภทคารโบไฮเดรต จึงเปนอาหารหมู 2 สว นมะมว ง
เปน อาหารท่ีใหสารอาหารประเภทวติ ามนิ จึงเปน อาหารในหมู 4
8. ตอบ ขอ 3. ผดั ผกั บงุ ประกอบดว ยผกั บงุ เปน อาหารหมู3 นา้ํ มนั ที่ใชผ ดั เปน อาหารหมู5 สว นหมทู อดประกอบ
ดว ยเนอ้ื หมูเปนอาหารหมู 1 น้าํ มนั ที่ใชทอดเปน อาหารหมู 3 และมขี า วสวยเปนอาหารหมู 2
จากการแยกสว นประกอบจึงสรุปไดว าหมูอาหารที่ขาดไป คือ อาหารหมู 4 ไดแก ผลไมตา งๆ
ดงั นั้น อาหารท่คี วรกนิ เพิ่มเติมเพ่อื ใหไ ดสารอาหารทีค่ รบถวน คือ สบั ปะรด
9. ตอบ ขอ 1. โรคความดันโลหิตสูงมีสาเหตุสวนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกิน เชน การกินอาหารรสเค็มจัด
รสหวานจัด หรืออาหารท่ีมมี ันมากๆ และมักพบในผูท ีม่ รี ปู รางอวนเปน สวนใหญ
• เนอ้ื สัตวต ดิ มันไมค วรกินมากเกินความจําเปน เพราะไขมนั ท่ีไดจ ากเน้ือสัตวหากไมม กี ารนํา
ไปใชอาจสง ผลตอ ความดันโลหติ และทาํ ใหเ กดิ โรคอวนได
• เผือกเช่ือม และขนมปงไสสังขยาเปนอาหารท่ีใหพลังงาน แตหากกินมากเกินความจําเปน
และไมม ีการออกกําลังกาย ก็จะทําใหพ ลงั งานน้ันถกู สะสมอยูในรูปของนา้ํ ตาลและทาํ ใหเกดิ
โรคอวน ซึง่ เปนสาเหตุของการเกิดความดนั โลหิตสงู ได
• สว นปลาทะเล เปน เนอ้ื สตั วท มี่ ไี ขมนั นอ ย แตใหโ ปรตนี สงู และยอ ยไดง า ยกวา เนอื้ สตั วช นดิ อน่ื
จึงสามารถกินไดใ นปรมิ าณมาก เพราะสง ผลตอ โรคความดนั โลหติ สูงไดนอ ยที่สุด
10. ตอบ ขอ 3. กิจกรรมที่ลุงสมชาติทําเปนกิจกรรมท่ีตองใชแรงมาก จึงตองกินอาหารท่ีใหพลังงานมาก ซ่ึง
อาหารท่ีใหพลังงานมาก ไดแก อาหารหมู 2 คือ ขาว แปงตางๆ และลุงสมชาติทํางานใน
จังหวัดเชยี งราย ซ่ึงอยูในภาคเหนอื มีอากาศหนาวเยน็ ลุงสมชาติจงึ ควรกนิ อาหารที่ใหความ
อบอนุ แกร างกาย ไดแ ก อาหารในหมู 5 คอื ไขมนั จากพชื และสตั ว ดงั นนั้ อาหารที่ลุงสมชาติ
ควรกนิ มากท่ีสดุ คือ ขาวสวย และเนอ้ื สัตวติดมัน
(49) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 11. ตอบ ขอ 4. ในหน่งึ วนั เราควรกนิ อาหารใหหลากหลาย และไดส ารอาหารท่ีครบถวนทั้ง 5 หมู ในสัดสวนท่ี
เหมาะสม
• ขา วตมไก ขาวขาหมู สลดั ผกั นํ้าใส และมันเชื่อม ประกอบดว ยอาหารหมู 1, 2, 3 และ 5 โดย
เนนอาหารหมู 2 เปน หลัก
• ขนมปงทาเนย ขาวไขเจยี ว กวยเตีย๋ วตมยํา และนาํ้ เตา หู ประกอบดวยอาหารหมู 1, 2, 3
และ 5 โดยเนน อาหารหมู 1 เปน หลกั
• แซนดว ิชกุง ขาวผัดปู กว ยเตย๋ี วคว่ั ไก และถั่วเขียวตม นํ้าตาล ประกอบดวยอาหารหมู 1, 2,
3 และ 5 โดยเนนอาหารหมู 2 เปนหลกั
สวนขาวตมกุง ขาวผัดผักรวมมิตร กวยเตย๋ี วผัดไทย และแตงโมห่ันเปนชิน้ ประกอบดว ย
อาหารหมู 1, 2, 3, 4 และ 5 จึงเปนรายการอาหารท่หี ลากหลายและใหสารอาหารทคี่ รบถวน
12. ตอบ ขอ 3. อาหารทส่ี ามารถกนิ ทดแทนกนั ได ตอ งเปน อาหารทอ่ี ยูในกลมุ เดยี วกนั ใหส ารอาหารเหมอื นกนั
และมีปรมิ าณหรอื ขนาดที่ใกลเ คยี งกัน
• นาํ้ ผลไม 1 แกว มีปริมาณเทากับนม 1 แกว แตเปน อาหารตา งกลุม กัน และใหส ารอาหาร
ตางกนั จงึ ไมสามารถกนิ ทดแทนกันได
• ซุปไก 1 ถว ย มปี รมิ าณใกลเคียงกับนม 1 แกว และเปน อาหารกลุมเดียวกนั แตม ีสารอาหาร
ในปริมาณทีน่ อยกวา นมมาก จึงไมเหมาะในการกินทดแทนกัน
• น้าํ ขาวกลอ งงอก 1 ขวด มีปรมิ าณไมเทากบั นม 1 แกว เปนอาหารตางกลมุ กนั และใหส าร
อาหารตางกนั จงึ ไมสามารถกินทดแทนกันได
• สว นนํ้าเตาหู 1 แกว มปี รมิ าณเทากับนม 1 แกว เปนอาหารกลุมเดยี วกัน และใหส ารอาหาร
เหมือนกัน จงึ สามารถกนิ ทดแทนนมได
13. ตอบ ขอ 1. พีพ่ ลอยอายุ 17 ป พีพ่ ีทอายุมากกวาพี่พลอย 6 ป แสดงวา พพี่ ีทอายุ 23 ป อยูในชวงวยั รนุ
เชนเดียวกับพ่ีพลอย ดงั นนั้ ปริมาณการกนิ ผักจงึ เทากับพ่ีพลอย คอื ควรกนิ ผกั วนั ละ 5 ทัพพี
14. ตอบ ขอ 2. ปรมิ าณของอาหารทค่ี นเรากนิ นนั้ จะมคี วามแตกตา งกนั ตามอายุ วยั และกจิ กรรมทท่ี าํ ในแตล ะวนั
จากตารางจะสงั เกตเหน็ วา ชายวยั ทาํ งานมปี รมิ าณอาหารทคี่ วรกนิ มากกวา หญงิ วยั ทาํ งาน เพราะ
เพศชายมีรางกายที่แข็งแรงกวา จึงทําใหลักษณะของกิจกรรมที่ทํามีความซับซอนและตองใช
แรงมากกวา ดังน้ัน เม่ือกิจกรรมท่ีทําตองใชแรงมาก รางกายจึงตองการอาหารที่ใหพลังงาน
ในปริมาณทม่ี ากตามไปดว ย
15. ตอบ ขอ 1. • การบว นปากดว ยนา้ํ เปลา หลงั กนิ ขนมเปน วธิ กี ารดแู ลฟน วธิ หี นงึ่ ทสี่ ามารถทาํ ได เมอ่ื ไมส ามารถ
แปรงฟนได
• การแปรงฟน ในบรเิ วณทเ่ี หงอื กบวมสามารถทาํ ไดแ ละควรทาํ เพราะเมอ่ื เกดิ อาการเหงอื กบวม
จะทาํ ใหเ กดิ อาการปวด จงึ ทาํ ใหม กั หลกี เลยี่ งการแปรงฟน ในบรเิ วณทเี่ หงอื กบวม แตห ากไม
แปรงฟน บรเิ วณนน้ั กจ็ ะทาํ ใหเ กดิ การหมกั หมมของเศษอาหาร จนเกดิ การอกั เสบมากกวา เดมิ ได
โครงการวัดและประเมินผล (50)