• การเคย้ี วอาหารใหล ะเอยี ดกอ นกลนื จะชว ยใหส ามารถกลนื อาหารไดง า ยขน้ึ การเคย้ี วอาหาร โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
ใหละเอียดจะตองใชฟนทุกสวนในการเคี้ยว ทําใหอาหารไมถูกเคี้ยวโดยฟนขางใดขางหนึ่ง
เพราะการเคย้ี วอาหารเพียงขางเดยี วจะทาํ ใหฟนดานน้นั ทาํ งานหนกั และสกึ กรอนไดงา ย
• สวนการดื่มนมหลังการแปรงฟนกอนนอนอาจทําใหฟนผุได เพราะในนมมีนํ้าตาลเปน
สว นประกอบอยดู ว ย ซงึ่ ถา หากดม่ื นมโดยที่ไมแ ปรงฟน กจ็ ะทาํ ใหน า้ํ ตาลในนมนน้ั ทาํ ปฏกิ ริ ยิ า
กับแบคทเี รียในชองปาก และทําใหฟ น ผุได
16. ตอบ ขอ 4. แปรงสีฟน ควรมกี ารเปล่ียนทุก 3 - 4 เดอื น แมว า ขนแปรงจะยงั อยูในสภาพเดิมก็ตาม หรือหาก
ขนแปรงมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป เชน มีลักษณะบาน หรือขนแปรงหลุดรวง ก็ควรเปล่ียน
แปรงสฟี นเชน เดยี วกัน เพราะการใชแปรงสฟี นอนั เดมิ เปน เวลานานจะทําใหแ ปรงสีฟนน้นั เกดิ
การหมักหมมของเชอ้ื โรค ทาํ ใหประสทิ ธภิ าพในการทาํ ความสะอาดฟน ลดลง
17. ตอบ ขอ 3. เศษอาหารที่เรากินเขาไปนอกจากจะติดอยูบริเวณซอกฟนและเหงือกแลว ยังติดอยูบริเวณลิ้น
อีกดวย ดังน้ัน หลังจากแปรงฟนจึงควรแปรงล้ินดวยเพ่ือใหเศษอาหาร หรือคราบส่ิงสกปรก
หลดุ ออกไป
18. ตอบ ขอ 2. เราควรแปรงฟน อยา งนอยวนั ละ 2 คร้ัง ตอนเชา หลงั ตื่นนอน และกอนเขานอนในตอนกลางคืน
ไมค วรแปรงฟน ดว ยความรนุ แรง เพราะอาจทาํ ใหเ กดิ บาดแผลและเหงอื กอกั เสบได ไมค วรแปรง
บอยจนเกินไปเพราะอาจทาํ ใหฟ นสกึ หรือเกิดอาการเหงือกรนได และควรแปรงฟนใหครบทกุ ซ่ี
ทงั้ ดานในและดา นนอก เพื่อไมใหม เี ศษอาหารหรอื คราบสกปรกเหลืออยูจนเปน สาเหตใุ หฟ น ผุ
19. ตอบ ขอ 4. • การใชไมถพู นื้ เขยี่ รูปภาพอาจทําใหรูปภาพหลนลงมาถูกตัวนอ งไดร ับบาดเจบ็ ได
• การกระโดดเพือ่ แขวนรูปภาพ หากนอ งกระโดดผดิ จงั หวะอาจทําใหห กลม และบาดเจบ็ ได
• การใชเ กาอปี้ นขน้ึ ไปแขวนรูปภาพ หากเกาอี้ไมแ ขง็ แรง หรอื นอ งยืนบนเกา อี้ไมม น่ั คงก็อาจ
ทําใหเกาอี้ลม และนอ งหลน ลงมาไดร บั บาดเจบ็ ได
ดังนน้ั เพื่อความปลอดภัยนอ งจึงควรแจง ใหแมท ราบวารปู ภาพหลุด หรือชํารดุ เพื่อใหแ ม
หรอื ผูใ หญค นอ่นื ๆ ในบา นชว ยแขวนรูปภาพให
20. ตอบ ขอ 3. หากรถโดยสารประจําทางมีผูใชบริการจํานวนมาก จนเหลือแตพ้ืนที่บริเวณบันไดหรือประตูรถ
ก็ไมค วรโดยสาร แมวาจะทาํ ใหเสยี เวลาเพม่ิ ข้ึนก็ตาม เพราะหากโดยสารรถคนั น้นั ไป อาจทําให
เกิดอุบตั เิ หตุ เชน พลัดตกลงมาจากรถ หรือถกู ประตรู ถหนีบจนไดร ับบาดเจบ็ ได
21. ตอบ ขอ 2. • การน่ังคุยโทรศัพทหรือน่ังดูโฆษณาจากโทรทัศนในขบวนรถไมทําใหเกิดอันตราย เพราะ
เปน การนัง่ อยูกับที่ ไมไ ดเคลอื่ นยา ยไปไหน จึงไมทําใหเกดิ อันตราย
• การเดินจับราวขณะเดินมาที่ประตูเพ่ือเตรียมลงเปนสิ่งท่ีควรปฏิบัติ เพราะเปนการปองกัน
อนั ตรายทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ในขณะทีร่ ถเคล่ือนที่ เชน การเซหกลม เปน ตน
• สว นการยนื พงิ ประตรู ถในขณะทร่ี ถกาํ ลงั วงิ่ เปน สง่ิ ท่ีไมค วรทาํ เพราะหากระบบลอ็ กประตเู กดิ
การขดั ขอ ง และประตูถกู เปดออกกะทนั หัน อาจทําใหพ ลัดตกจากตวั รถและเปนอันตรายได
(51) โครงการวัดและประเมินผล
โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 22. ตอบ ขอ 1. เมอื่ ลงเรอื แลว ควรนง่ั ใหเ รยี บรอ ย จากนน้ั สงั เกตวา เสอื้ ชชู พี หรอื อปุ กรณช ว ยชวี ติ เกบ็ อยบู รเิ วณใด
บนเรอื หากเกิดอบุ ตั เิ หตุจะไดส ามารถหยบิ เส้อื ชูชีพหรืออุปกรณชว ยชีวติ มาใชไ ดท ันที
23. ตอบ ขอ 3. ในการแจงเหตุดวนเหตุรายเพื่อขอความชวยเหลือ ผูแจงควรแจงช่ือใหผูชวยเหลือทราบวา
เปนใคร จากนน้ั แจง สถานที่หรือตําแหนงทเี่ กิดเหตุ จากนั้นอธบิ ายลกั ษณะการเกิดเหตเุ พ่ือให
ผูชวยเหลือสามารถประเมินความรุนแรงของสถานการณและความชวยเหลือไดถูกตอง หากมี
ผูบ าดเจ็บใหแ จงขอความชวยเหลือเพ่ิมเตมิ เชน หากมเี หตเุ พลงิ ไหมอ าคาร แลวมคี นพลดั ตก
ลงมา นอกจากขอความชว ยเหลอื จากหนว ยดบั เพลงิ แลว ตอ งขอความชว ยเหลอื จากแพทยห รอื
หนวยกูภ ยั รวมดว ย โดยสงั เกตจากอาการของผบู าดเจ็บ เชน หมดสติ หรอื มีบาดแผล เปนตน
24. ตอบ ขอ 4. หลงั การบาดเจบ็ ไมค วรประคบรอ น เนอ่ื งจากบรเิ วณทบ่ี าดเจบ็ จะมเี ลอื ดคงั่ อยู หากทาํ การประคบ
รอนจะทําใหเ ลอื ดบรเิ วณน้ันเกิดการไหลเวยี น ทาํ ใหผ ูบาดเจบ็ เกดิ ความเจ็บปวดมาก
25. ตอบ ขอ 3. บาดแผลท่ีมีขนาดเล็กและมีเลือดออกไมมาก สามารถทําการหามเลือดไดโดยการกดท่ีบริเวณ
บาดแผลโดยตรง โดยอาจใชผา หรือนว้ิ มอื ทีส่ ะอาดกดก็ได
26. ตอบ ขอ 2. เลือดกาํ เดาไหลเกิดไดจ ากหลายสาเหตุ เชน อากาศรอน การถูกกระแทก เปน ตน เลอื ดกาํ เดา
เกดิ ไดก บั คนทกุ วยั และหยดุ เองไดโ ดยไมเ ปน อนั ตราย แตถ า หากทาํ การปฐมพยาบาลแลว แตย งั
คงมเี ลอื ดกาํ เดาไหลอยู โดยไหลอยเู ปน เวลานานไมห ยดุ หรอื มกี ารไหลทเ่ี รว็ และมากควรรบี พา
ไปพบแพทย เพราะอาจเกดิ จากสาเหตุอ่ืนที่มคี วามรนุ แรง หากปลอยไวอ าจเปนอันตรายได
27. ตอบ ขอ 1. การว่ิง 50 เมตร เปนการทดสอบที่ตองใชพ้ืนท่ีมาก เพราะมีระยะทางในการทดสอบที่ไกล
สถานที่ท่ีใชจึงควรมีความกวางมากกวา 50 เมตร เพื่อใหผูทดสอบสามารถว่ิงไดอยางสะดวก
สนามเทนนสิ สนามวอลเลยบอล และสนามบาสเกตบอลมคี วามกวา งนอ ยกวา 50 เมตร จึงไม
เหมาะจะทําการทดสอบ สวนสนามฟตุ บอลมีความกวางมากกวา 50 เมตร ทําใหว่ิงระยะไกลได
สะดวก จึงเหมาะสําหรบั ทําการทดสอบสมรรถภาพโดยการว่งิ 50 เมตร
28. ตอบ ขอ 4. เพศชายมรี า งกายท่ีใหญโ ต และแข็งแรงกวา เพศหญิง ดังน้นั ในการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ประเภทเดียวกนั จึงตอ งมกี ารกาํ หนดใหเพศชายมีเกณฑในการทดสอบสงู กวาเพศหญิง
29. ตอบ ขอ 2. การที่น้ําเพชรวิ่งชากวาเพ่ือน อาจมีสาเหตุมามีกลามเนื้อขาไมแข็งแรง ดังน้ัน น้ําเพชรควร
สรา งเสรมิ สมรรถภาพทางกายในเรอื่ งของกลา มเนอื้ ขา ดว ยการฝก วงิ่ บอ ยๆ โดยเรมิ่ ตน ดว ยการ
ฝก วิ่งอยูกบั ท่ี จากน้นั คอ ยๆ เพม่ิ ระยะทางใหไกลมากขน้ึ เม่ือฝกฝนอยา งสม่ําเสมอก็จะทําให
นํ้าเพชรมีสมรรถภาพทางกายท่ีดขี ึน้ แลวทาํ การทดสอบสมรรถภาพทางกายไดด ขี ้ึน
30. ตอบ ขอ 4. ในการสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย ควรเริ่มสังเกตวาตนเองมีความบกพรองในดานใด
จากน้นั เลอื กวิธีการสรางเสรมิ สมรรถภาพ จากขอ ความทกี่ ําหนด แสดงวา แกวมคี วามแข็งแรง
ของกลา มเนื้อแขนไมดี เพราะการดันพ้ืนตอ งอาศัยความแข็งแรงของกลา มเนอื้ แขน แกวตาจงึ
ควรสรา งเสริมสมรรถภาพของกลามเน้ือแขน เชน ดันผนัง โหนราว เปนตน
โครงการวัดและประเมินผล (52)
ตอนท่ี 2 โรคไขหวดั มสี าเหตุมาจากการติดเชอื้ ไวรสั ซึง่ สามารถแพรก ระจายเชอื้ โรคไดโ ดยอาศยั อากาศ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ
1. แนวตอบ บริเวณที่เสย่ี งตอการแพรก ระจายของเช้อื ไดแก บริเวณทมี่ ีผูคนแออัด มีการถา ยเทอากาศท่ี
2. แนวตอบ ไมด ี เชน บนรถประจาํ ทาง เปน ตน
ซ่ึงการปองกันสามารถทําไดโดยการหลีกเล่ียงบริเวณที่มีผูคนแออัด หรือหากไมสามารถ
3. แนวตอบ หลีกเลยี่ งได ควรสวมหนากากอนามยั ทุกคร้งั เพือ่ ปอ งกนั การแพรก ระจายของเช้อื โรค
4. แนวตอบ แวนแกวมีวิธีการเลือกกินอาหารท่ีหลากหลาย โดยมีการกินขาวสลับกับอาหารอ่ืนๆ รวมถึง
5. แนวตอบ อาหารทแี่ วน แกว เลอื กกนิ มสี ารอาหารทค่ี รบถว นทงั้ 5 หมู โดยไดส ารอาหารในแตล ะหมมู าจาก
• หมทู ี่ 1 เนอื้ นม ไข ไดสารอาหารโปรตีนมาจากเน้อื ปู เนือ้ หมู และไข
• หมทู ่ี 2 ขา ว แปง นํ้าตาล ไดส ารอาหารคารโบไฮเดรตมาจากขา วสวย เสนขนมจนี
• หมทู ่ี 3 ผกั ตางๆ ไดส ารอาหารเกลอื แรและวติ ามินมาจากแตงกวา
• หมทู ี่ 4 วิตามนิ ไดส ารอาหารมาจากเงาะและชมพู
• หมทู ่ี 5 นา้ํ มนั พชื และสตั วไดสารอาหารไขมันมาจากนา้ํ มันที่ใชผดั และทอด
เปน วธิ กี ารแปรงฟนลาง โดยมีวิธกี ารแปรง ดงั นี้
• วางขนแปรงคว่ําลงกบั คอฟนทาํ มมุ 45 องศา
• ขยบั ขนแปรงไปมา 4 - 5 ครัง้ แลวปด ขนแปรงขึ้น
• แปรงฟนใหครบทกุ ซที่ ้งั ดานในและดา นนอก
แผลมีดบาดควรปฐมพยาบาล ดงั น้ี
• เนือ่ งจากมีเลือดไหลไมม าก จึงสามารถหา มเลือดไดโดยการกดที่บาดแผล
• ลา งแผลดว ยนา้ํ สะอาด หรือสบเู พ่อื ลางสงิ่ สกปรกออก
• เชด็ รอบบาดแผลดว ยแอลกอฮอล จากน้นั เช็ดทาํ ความสะอาดท่แี ผลอีกครง้ั ดวยนํ้าเกลือ
• ทายาใสแ ผลสด แลวปดแผลดว ยผาพันแผลหรือพลาสเตอรย า
การสรางเสริมสมรรถภาพทางกายสามารถสรา งไดหลายวิธี เชน
• การนอนหลับพกั ผอนใหเพียงพอ จะชว ยทําใหร างกายไดผอนคลายความเมอ่ื ยลา รวมถงึ ใน
ชวงเวลาที่พักผอนรางกายจะมีการสรางการเจริญเติบโต ซ่ึงจะสงผลใหรางกายมีการเติบโต
และแข็งแรงสมวยั ทําใหสามารถทํากจิ กรรมตา งๆ ไดอยา งเตม็ ท่ี
• การทํากจิ กรรมนันทนาการ เชน เลนดนตรี หรือเลนกีฬาที่ชอบจะชวยใหเรามจี ติ ใจทแี่ จม ใส
ไมต ึงเครยี ดงา ย ทาํ ใหมกี าํ ลังใจในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ
(53) โครงการวัดและประเมินผล