แผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระวิชาภาษาไทย
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
เสนอ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. พัชรภี รณ์ บางเขียว
จัดทำโดย
นางสาวนันทกิ า เจรญิ จนั ทร์
เลขท่ี ๒๑ รหสั ๖๒๘๑๑๒๔๐๕ หมูเ่ รยี น D ๗
รายงานนเี้ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของวิชา วิทยาการจัดการเรียนรู้
รหสั ๑๑๙๐๓๐๑ ครศุ าสตร์บณั ฑิต
ภาคเรยี นที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บา้ นสมเด็จเจ้าพระยา
ก
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา “วิทยาการจัดการเรียนรู้” จัดทำขึ้นเพื่อศึกษากระบวนการ
จัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ กล่าวคือ การจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญ มีจุดเน้นเป็นความเข้าใจ สามารถนำองคค์ วามรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวันได้อยา่ งเหมาะสม
เนื้อหาของแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ประกอบด้วย คำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา
แผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ทักษะของผู้เรียน
ในศตวรรษที่ การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ชิ้นงาน/ภาระงาน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ส่อื การเรยี นร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้ การวดั และประเมินผล บนั ทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
ทั้งนี้ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พัชรีภรณ์ บางเขียว เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้คำปรึกษาและ
คำแนะนำตลอดระยะเวลาในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และหวังเปน็ อย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนร้ฉู บับนี้
จะเป็นประโยชน์กับการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน ทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตอ่ ไป
นางสาวนันทกิ า เจรญิ จันทร์
ผู้จัดทำ
สารบญั ข
เรื่อง หนา้
คำนำ ก
สารบัญ ข
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้วี ัด ๑
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๔
คำอธบิ ายรายวชิ า ๕
ตารางโครงสร้างรายวิชา ๖
แผนการจัดการเรยี นรู้
๙
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๒๑ ๒๒
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒๒ ๒๙
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๒๓ ๔๑
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๒๔ ๕๒
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๒๕ ๖๓
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๒๖
๑
แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ าพืน้ ฐาน
เวลา ๖๐ ชัว่ โมง
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑
ผูส้ อน นางสาวนนั ทกิ า เจริญจันทร์
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน
การดำเนินชวี ติ
มาตรฐานที่ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว
ในรปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐานที่ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
มาตรฐานที่ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
มาตรฐานที่ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานที่ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน
การดำเนนิ ชวี ติ
ท ๑.๑ ม.๓/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสมกบั เร่ือง
ที่อา่ น
ท ๑.๑ ม.๓/๒ ระบคุ วามแตกตา่ งของคำทม่ี คี วามหมายโดยตรงและความหมายโดยนยั
๒
ท ๑.๑ ม.๓/๓ ระบุใจความสำคญั และรายละเอยี ดของข้อมลู ที่สนับสนุนจากเรื่องทอี่ ่าน
ท ๑.๑ ม.๓/๔ อา่ นเร่อื งต่าง ๆ แลว้ เขยี นกรอบแนวคิด ผังความคดิ บนั ทกึ ย่อความ และรายงาน
ท ๑.๑ ม.๓/๗ วิจารณค์ วามสมเหตสุ มผล การลำดบั ความ และความเปน็ ไปไดข้ องเรื่อง
ท ๑.๑ ม.๓/๘ วิเคราะหเ์ พ่ือแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกีย่ วกับเรื่องท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ม.๓/๙ ตีความและประเมนิ คุณค่า และแนวคิดทีไ่ ด้จากงานเขยี นอย่างหลากหลายเพ่อื นำไปใช้
แกป้ ญั หาในชีวิต
ท ๑.๑ ม.๓/๑๐ มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน
รูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ท ๒.๑ ม.๓/๑ คดั ลายมือตวั บรรจงคร่งึ บรรทัด
ท ๒.๑ ม.๓/๒ เขียนข้อความโดยใชถ้ อ้ ยคำได้ถกู ตอ้ งตามระดบั ภาษา
ท ๒.๑ ม.๓/๔ เขียนย่อความ
ท ๒.๑ ม.๓/๖ เขยี นอธบิ าย ชแ้ี จง แสดงความคดิ เหน็ และโตแ้ ย้งอยา่ งมีเหตุผล
ท ๒.๑ ม.๓/๗ เขยี นวเิ คราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคดิ เห็น หรอื โตแ้ ยง้ ในเรอื่ งต่าง ๆ
ท ๒.๑ ม.๓/๙ เขียนรายงานการศึกษาคน้ คว้า และโครงงาน
ท ๒.๑ ม.๓/๑๐มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความรูส้ ึกในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ท ๓.๑ ม.๓/๑ แสดงความคดิ เห็นและประเมนิ เรอ่ื งจากการฟังและการดู
ท ๓.๑ ม.๓/๒ วิเคราะห์และวิจารณ์เรือ่ งทฟี่ งั และดู เพื่อนำขอ้ คดิ มาประยุกตใ์ ช้ในการดำเนนิ ชีวติ
ท ๓.๑ ม.๓/๓ พูดรายงานเรือ่ งหรอื ประเดน็ ท่ศี กึ ษาค้นคว้าจากการฟงั การดู และการสนทนา
ท ๓.๑ ม.๓/๔ พดู ในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์
ท ๓.๑ ม.๓/๖ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู
๓
มาตรฐานที่ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ท ๔.๑ ม.๓/๑ จำแนกและใช้คำภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย
ท ๔.๑ ม.๓/๒ วิเคราะห์โครงสรา้ งประโยคซบั ซอ้ น
ท ๔.๑ ม.๓/๓ วิเคราะห์ระดับภาษา
ท ๔.๑ ม.๓/๖ แตง่ บทรอ้ ยกรอง
มาตรฐานที่ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
ท ๕.๑ ม.๓/๑ สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถ่นิ ในระดบั ทยี่ ากย่งิ ขึ้น
ท ๕.๑ ม.๓/๒ วเิ คราะหว์ ถิ ไี ทยและคณุ ค่าจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมทอ่ี า่ น
ท ๕.๑ ม.๓/๓ สรปุ ความรแู้ ละข้อคิดจากการอ่าน เพอ่ื นำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จรงิ
ท ๕.๑ ม.๓/๔ ทอ่ งจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามทกี่ ำหนด และบทร้อยกรองท่มี คี ณุ ค่าตามความ
สนใจและนำไปใช้อา้ งองิ
๔
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒)
ด้านความรู้ ( Knowledge)
๑. นกั เรยี นบอกลกั ษณะภาษาแต่ละระดบั ได้
๒. นกั เรยี นเลอื กใชภ้ าษาตามระดบั ของภาษาไดถ้ กู ตอ้ ง
๓. นกั เรยี นสามารถเขา้ ใจหลกั การทบั ศพั ทแ์ ละบอกความหมายของคาทบั ศพั ทไ์ ด้
๔. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหค์ าทบั ศพั ทไ์ ด้
๕. นกั เรยี นสามารถเขา้ ใจหลกั การบญั ญตั ศิ พั ทแ์ ละบอกความหมายของศพั ทบ์ ญั ญตั ไิ ด้
๖. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหศ์ พั ทบ์ ญั ญตั ิ
๗. นกั เรยี นสามารถบอกสาเหตุของการยมื คาได้
๘. นกั เรยี นสามารถจาแนกคาไทยกบั คาภาษาตา่ งประเทศได้
๙. นกั เรยี นเขา้ ใจความเป็นมาและลกั ษณะของภาษา
ด้านทกั ษะกระบวนการ ( Process)
๑. นกั เรยี นวเิ คราะหแ์ ละเลอื กใช้ภาษาตามระดบั ของภาษาได้ถกู ตอ้ ง
๒. นกั เรยี นวเิ คราะหแ์ ละจำแนกคำภาษาต่างประเทศทใ่ี ชใ้ นภาษาไทย
ด้านเจตคติ ( Attitude )
๑.นกั เรยี นมมี ารยาทในการสอ่ื สาร
๕
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
รหสั วชิ า ท๒๓๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน เข้าใจความหมายโดยตรง
และความหมายโดยนัย จับใจความสำคัญ การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเร่ือง แสดงความคิดเห็น โต้แย้ง
ตีความ และประเมินค่าอย่างมีเหตุผล เขียนกรอบแนวความคิด ผังความคิด คำขวัญ คำคม คำอวยพรในโอกาส
ต่าง ๆ เขียนย่อความ เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์แสดงความรู้ ความคิด โต้แย้งอย่างมีเหตุผล เขียนรายงานจาก
การค้นคว้าด้วยลายมือที่อ่านง่ายชัดเจน พูดแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินเรื่อง ได้จากการฟัง
และการดู นำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พูดรายงานจากการศึกษาค้นคว้า รวมถึงการพูดรายงาน
การศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พูดในโอกาสต่าง ๆ ใช้คำภาษาต่างประเทศ วิเคราะห์โครงสร้าง
ของประโยคที่ซับซ้อน และใช้ภาษาได้ถูกต้องตามระดับภาษา แต่งคำประพันธ์ประเภทโคลงสี่สุภาพ สรุปเนื้อหา
วรรณคดี และวรรณกรรมที่ง่าย วิเคราะห์ตัวละครท่ีสำคัญ วิถีชีวิตไทย และคุณค่าทีไ่ ด้รับจากวรรณคดีวรรณกรรม
และบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรู้ ข้อคิดเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง โดยใช้ทักษะการอ่าน การเขียน
ทกั ษะการฟงั การดู การพดู กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการคิด สงั เคราะห์ กระบวนการกลุม่ การฝึกปฏิบัติ
และกระบวนการสืบคน้ ขอ้ มูล เพื่อให้ผู้เรียนมีการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย ซื่อสัตย์สจุ รติ
ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ รู้จักการแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต การใช้เทคโนโลยี สื่อสารอย่างมี
ประสทิ ธผิ ล และมมี ารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด รกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย
รหัสตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๔, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๖
ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๖
ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวมทง้ั หมด ๒๘ ตัวชวี้ ดั
๖
ตารางโครงสรา้ งรายวชิ า
รายวชิ าพืน้ ฐาน รหัสวชิ า ท๒๓๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง
หนว่ ยการ ช่ือหนว่ ย มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ ช่วั โมง น้ำหนัก
เรียนรู้ที่ เรียนรู/้ ตวั ชี้วดั คะแนน
- ประวัตคิ วามเปน็ มา
๑ นิทานคำกลอนเรื่อง ท ๑.๑ ม.๓/๑ - เนือ้ เรื่องยอ่ ของเรือ่ งพระอภัยมณี ตอน ๒๐ ๑๕
พระอภัยมณหี นีนางผีเสอื้ สมทุ ร
พระอภยั มณี ม.๓/๓ - บทประพนั ธข์ องวรรณคดเี รอื่ งพระอภัย ๑๐ ๑๕
มณี ตอนพระอภยั มณีหนนี างผเี สอ้ื สมุทร
ม.๓/๔ - ลกั ษณะการประพนั ธ์ รสวรรณคดีและ
ศิลปะการประพนั ธ์
ม.๓/๗ - การวิเคราะห์วิถีไทยและคณุ ค่า
จากวรรณคดี
ม.๓/๘
- ระดับภาษา
ม.๓/๑๐ - คำทบั ศัพท์
- ศพั ท์บญั ญตั ิ
ท ๒.๑ ม.๓/๑ - สาเหตทุ ท่ี ำให้เกดิ การยมื คำ
- ความเป็นมาและลกั ษณะของคำท่มี าจาก
ม.๓/๒ ภาษาตา่ งประเทศ (จนี )
ม.๓/๔
ม.๓/๖
ท ๓.๑ ม.๓/๔
ม.๓/๖
ท.๔/๑ ม.๓/๖
ท ๕.๑ ม.๓/๑
ม.๓/๒
ม.๓/๓
ท ๓.๔
๒ เรียนรู้หลักประจักษ์ ท ๑.๑ ม.๓/๑
ภาษา ท ๒.๑ ม.๓/๒
ม.๓/๑๐
ท ๔.๑ ม.๓/๑
ม.๓/๒
ม.๓/๓
๗
- ความเปน็ มาและลักษณะของคำทม่ี าจาก
ภาษาตา่ งประเทศ (ญ่ปี ุ่น)
- ความเป็นมาและลกั ษณะของคำทมี่ าจาก
ภาษาตา่ งประเทศ (ชวา - มลาย)ู
สอบกลางภาค ๑ ๒๐
๓ บทละครพูดเรื่อง ท ๑.๑ ม.๓/๑ - ประวัติความเป็นมาของบทละครพูด ๑๕ ๑๕
เหตุแก่ลกู ม.๓/๒ เรือ่ งเห็นแก่ลกู
ม.๓/๓ - เนื้อเรอ่ื งยอ่ บทละครพูดเร่ืองเห็นแก่ลูก
ม.๓/๔ - บทเด่นของบทละครพดู เรื่องเห็นแกล่ กู
ม.๓/๗ - การวเิ คราะห์วถิ ีไทยและคุณค่าจาก
ม.๓/๘ วรรณคดี
ม.๓/๙ - ข้อคิดท่ไี ด้
ม.๓/๑๐
ท ๒.๑ ม.๓/๒
ม.๓/๔
ม.๓/๖
ม.๓/๗
ม.๓/๑๐
ท ๓.๑ ม.๓/๑
ม.๓/๒
ม.๓/๖
ท.๕/๑ ม.๓/๑
ม.๓/๒
๘
๔ พัฒนาทกั ษะสือ่ สาร ท ๑.๑ ม.๓/๑ การอา่ น ๑๒ ๑๕
ม.๓/๒ - การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว
ม.๓/๓ - การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
ม.๓/๔ - การอ่านจับใจความจากสอื่ ต่าง ๆ
ม.๓/๗ - การอา่ นตีความและประเมนิ คา่ แนวคิด
ม.๓/๙ - มารยาทในการอ่าน
ม.๓/๑๐ การเขียน
ท ๒.๑ ม.๓/๑ - การคดั ลายมือ
ม.๓/๒ - การเขยี นชีวประวัต/ิ อัตชวี ประวัติ
ม.๓/๖ - การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความ
ม.๓/๗ คิดเหน็ หรือโต้แย้ง
ม.๓/๙ - การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้
ม.๓/๑๐ - มารยาทในการเขียน
ท.๓/๑ ม.๓/๑ การฟงั การดู และการพูด
ม.๓/๒ - การพูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรื่องที่ฟัง
ม.๓/๓ และดู เพื่อนำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในการ
ม.๓/๔ ดำเนินชีวติ
ม.๓/๖ - การพูดในโอกาสตา่ ง ๆ
- การพดู โน้มนา้ ว
- มารยาทในการฟงั การดู และการพดู
สอบปลายภาค ๒ ๒๐
รวมทั้งหมด ๖๐ ๑๐๐
๑
๙
รหัสวิชา ท๒๓๑๐๑ แผนการจดั การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕๖๔
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ ช่อื วชิ า ภาษาไทย แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๑
เรอ่ื งระดบั ภาษา ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๑ ช่วั โมง
ผสู้ อน นางสาวนนั ทกิ า เจรญิ จนั ทร์ เรยี นรหู้ ลักประจกั ษ์ภาษา โรงเรยี นวัดประดใู่ นทรงธรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานที่ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพ่ือนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวติ
ท ๑.๑ ม.๓/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองไดถ้ กู ต้องและเหมาะสมกบั เร่ือง
ทอ่ี า่ น
มาตรฐานที่ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก
ในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ท ๓.๑ ม.๓/๑ แสดงความคดิ เห็นและประเมนิ เร่ืองจากการฟังและการดู
ท ๓.๑ ม.๓/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
ท ๔.๑ ม.๓/๓ วเิ คราะหร์ ะดับภาษา
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้ ( Knowledge)
๑๐.นกั เรยี นบอกลกั ษณะภาษาแตล่ ะระดบั ได้
๑๑.นกั เรยี นเลอื กใชภ้ าษาตามระดบั ของภาษาไดถ้ กู ตอ้ ง
๑๐
ด้านทกั ษะกระบวนการ ( Process)
การคดิ : วเิ คราะหแ์ ละเลอื กใช้ภาษาตามระดับของภาษาไดถ้ กู ตอ้ ง
ด้านเจตคติ ( Attitude )
นกั เรยี นมมี ารยาทในการสอ่ื สาร
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ มงุ่ มนั่ ในการทางาน
มวี นิ ยั รกั ความเป็นไทย ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร : ใชร้ ะดบั ภาษาในการสื่อสารได้เหมาะสมตามหลักภาษาไทย
ความสามารถในการคดิ : การคิดวิเคราะห์ระดับภาษา
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต : …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : …………………………………………………………………………….
สาระการเรียนรู้
ระดบั ภาษา
การบูรณาการ
บรู ณาการขา้ มกลุม่ สาระการเรยี นรู้
(ระบุ)……………………………………………………………….
บรู ณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซยี น
บรู ณาการอน่ื ๆ
(ระบ)ุ ........................................................................................................................................................
๑๑
ค่านิยม ๑๒ ประการ
ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
ซ่อื สตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ดุ มการณ์ในสงิ่ ทด่ี งี ามเพอ่ื สว่ นรวม
กตญั ญตู ่อพอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเล่าเรยี นทงั้ ทางตรง และทางออ้ ม
รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อผอู้ ่นื เผอ่ื แผ่และแบ่งปัน
เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ทถ่ี กู ตอ้ ง
มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่
มสี ตริ ตู้ วั รคู้ ดิ รทู้ า รปู้ ฏบิ ตั ติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
รจู้ กั ดารงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มคี วามเขม้ แขง็ ทงั้ ร่างกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ อ่ อานาจฝ่ายต่า หรอื กเิ ลส มคี วามละอาย
เกรงกลวั ต่อบาปตามหลกั ของศาสนา
คานึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
กรอบแนวคิดโรงเรียนคณุ ธรรม ๕ ประการ
ความพอเพยี ง ความกตญั ญู ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
ความรบั ผดิ ชอบ อุดมการณ์คุณธรรม
ภาระ / ชิ้นงาน
ใบงานเรอ่ื งระดบั ภาษา
๑๒
แนวทางการวดั ประเมินผลการประเมินผล
กิจกรรมการประเมิน เคร่อื งมือที่ใช้ในการ วิธีการประเมิน เกณฑก์ าร
ประเมิน ประเมิน
๑. แบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรยี น - ใบงานเรอ่ื งระดบั ภาษา - ตรวจผลงานของนกั เรยี น ผา่ นเกณฑร์ อ้ ย
ละ ๗๐ ขน้ึ ไป
๒. สงั เกตพฤตกิ รรม ถาม- - แบบสงั เกต -สงั เกตจากการตอบคาถาม รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ
ตอบ และอภปิ รายในชนั้ เรยี น ไป
๑๓
เกณฑก์ ารประเมินการอภิปรายถาม-ตอบ ของนักเรียน
รายการประเมิน ๔ ระดบั คณุ ภาพ ๑
๓๒
๑. ความสนใจและ มกี ารถามใน มกี ารถามใน มกี ารถามใน มกี ารถามใน
การซกั ถาม หวั ขอ้ ทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ทต่ี นไม่
เขา้ ใจทุกเรอ่ื ง เขา้ ใจทกุ เรอ่ื ง หวั ขอ้ ทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ทต่ี นไม่
และกลา้ และกลา้
แสดงออกอย่าง แสดงออก เขา้ ใจเป็น เขา้ ใจเป็น
สรา้ งสรรค์
สว่ นมากและกลา้ บางครงั้ และไม่
แสดงออก คอ่ ยกลา้
แสดงออก
๒. การตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม
ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม
และตอบคาถาม และตอบคาถาม น้อยและตอบ
ถูกตอ้ งชดั เจน สว่ นมากถูกตอ้ ง คาถามถกู เป็น
สว่ นน้อย
๓. ความตงั้ ใจใน มสี ว่ นรว่ มในการ สนใจในการ สนใจในการ
การเรยี น เรยี น ไม่คุยหรอื เรยี นไม่คุยหรอื เรยี นแตม่ กี ารคยุ
เล่นกนั ในขณะ เลน่ กนั ในขณะ กนั บา้ งในขณะ
เรยี น เรยี น เรยี น
คะแนนเตม็ ๑๐
เกณฑร์ ะดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ๙ – ๑๐ คะแนน = ระดบั คณุ ภาพ ๔ (ดมี าก)
ชว่ งคะแนน ๗ – ๘ คะแนน = ระดบั คุณภาพ ๓ (ด)ี
ชว่ งคะแนน ๕ – ๖ คะแนน = ระดบั คณุ ภาพ ๒ (พอใช)้
ชว่ งคะแนน ๐ – ๔ คะแนน = ระดบั คุณภาพ ๑ (ปรบั ปรงุ )
๑๔
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ มในชน้ั เรยี น(รายบคุ คล)
ผู้ประเมนิ ................................................................................................เร่ือง............................................
ที.่ ...................เดือน.............................พ.ศ........................ครั้งท่.ี ....................ปีการศกึ ษา.........................
คำชีแ้ จง : แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วมในชัน้ เรียนน้สี รา้ งข้ึนเพ่อื ให้ครผู ู้สอนประเมนิ พฤติกรรมการมสี ว่ น
ร่วมในช้ันเรียนของนักเรียนตามเกณฑก์ ารประเมินที่กำหนด โดยพิจารณาให้คะแนนนกั เรียนตามความเหมาะสม
พฤติกรรม มคี วามรบั ผิดชอบ การให้ความ มวี นิ ัยและมี ความตรงตอ่ เวลา รวม
เลขที่ รว่ มมอื มารยาทในช้นั เรียน
ชื่อ-นามสกุล ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖
ขอ้ สงั เกตเพม่ิ เติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เกณฑ์การระเมินผล
ระดบั คะแนน ผลการประเมนิ ลงชือ่ …………………………………..….ผ้สู งั เกต
(นางสาวนันทิกา เจริญจนั ทร์)
๑๓ - ๑๖ ดมี าก ……./………/…….
๙ – ๑๒ ดี
๕ – ๘ พอใช้
๔ ปรบั ปรงุ
กิจกรรมการเรียนร้เู น้นทกั ษะการคิด ๑๕
บทเรยี นยอ่ ยท่ี ๑
เวลา ๑ ชวั่ โมง
ความเขา้ ใจทค่ี งทน หลกั ฐานการเรยี นรู้
มคี วามเขา้ ใจ อธบิ ายภาษาแตล่ ะระดบั ได้ การอภปิ รายรว่ มกนั ภายในหอ้ งเรยี น
มคี วามเขา้ ใจในเรอ่ื งระดบั ภาษา ใบงาน เรอ่ื งระดบั ภาษา
ช่ัวโมงท่ี ๑
กลยทุ ธก์ ารสอน/เนื้อหา VARK style Bloom’s
๑. การนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น (Warm-up & Introduction) Visual taxonomy
- ครูกลา่ วปฏสิ นั ถารกับนกั เรียน Auditory Create
Evaluate
- ให้นักเรียนดูวีดิทัศน์การกล่าวสุนทรพจน์ และเชื่อมโยง Read/write Analyze
Apply
เข้าสเู่ นอ้ื หาท่จี ะเรยี น Kinesthetic Understand
Remember
๒. การนำเสนอเนอื้ หา ทกั ษะ กระบวนการ Visual Create
Evaluate
(Presentation) Auditory Analyze
Apply
- ครอู ธบิ ายความหมายและความเก่ยี วขอ้ งของระดบั ภาษา Read/write Understand
Remember
- ครูอธิบายภาษาแต่ละระดับ และให้นักเรียนร่วมอภิปราย Kinesthetic
แสดงความคิดเหน็
- ร่วมกนั สรุปเนอื้ หาท่เี รียน
- ให้นกั เรียนเลน่ เกมสรปุ และทบทวนความรู้
กลยทุ ธก์ ารสอน/เนื้อหา VARK style ๑๖
๓. การฝึกเน้อื หา ทกั ษะ กระบวนการ (Practice) Visual Bloom’s
- นกั เรยี นทาใบงานเรอ่ื งระดบั ภาษา Auditory taxonomy
Read/write Create
Kinesthetic Evaluate
Analyze
๔. การนาไปใช้ (Application) Visual Apply
Understand
- นักเรียนสามารถนาความรู้ท่ีได้ไปใช้ในการส่ือสาร Auditory Remember
Create
อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม Read/write Evaluate
Analyze
Kinesthetic Apply
Understand
Remember
สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓
๒. สือ่ Powerpiont เรื่องระดบั ภาษา
๓. ใบงาน เร่ืองระดบั ภาษา
๔. วีดิทศั นก์ ารกล่าวสนุ ทรพจน์
๑๗
แบบฝึกหดั
เร่อื ง ระดบั ของภาษา
จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
๑.ระดบั ของภาษาแบง่ เปน็ ก่รี ะดับ อะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒.อธบิ ายลกั ษณะของภาษาระดบั กงึ่ ทางการมาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓.การพูดอภิปรายวชิ าการหรอื การประชุมควรใชภ้ าษาระดบั ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔.นางสาวส้มได้เป็นตัวแทนขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานเปิดโลกกิจกรรมวันนี้ ภาษาที่นางสาวส้มใช้
ควรเป็นภาษาระดับใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕.จงบอกภาษาระดับทางการของคำทกี่ ำหนดให้
๕.๑ แสตมป์ ……………………………………………………………………………
๕.๒ โรงหนงั ……………………………………………………………………………
๕.๓ งานแต่งงาน ……………………………………………………………………………
๑๘
นภา : ฉนั จะไปเทยี่ วแต่แม่บอกใหพ้ าน้องไปดว้ ย เซ็งจังเลย
วารุณี : ฉนั กเ็ หมือนกัน นา่ เบ่ือ จะทำอะไรกไ็ มถ่ กู ใจแม่ซักอยา่ ง ถูกดา่ ทกุ ที
๖.จากบทสนทนาข้างต้นเป็นการใชภ้ าษาระดับใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๗.“ภาษาระดับสนทนาและภาษาระดับกันเองมีความใกล้เคียงกันมาก แต่สามารถสังเกตได้จากกลุ่มบุคคล
และสถานที่ที่พดู ” จงอธบิ ายข้อความข้างตน้ ตามความเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๘.คำคะนอง คำภาษาถ่ิน จดั อยใู่ นคำระดบั ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๙.ข่าวและบทความในหนงั สือพิมพ์ เป็นภาษาระดับใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๐.จงยกตัวอย่างเหตุการณท์ ใ่ี ชภ้ าษาระดบั ทางการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ช่อื ……………………………………………………………………………………..ชั้น………เลขท่ี………
๑๙
บันทกึ ผลหลังการสอน
๑. ผลการสอน
นักเรียนมีความเข้าใจในเนื้อหา และให้ความร่วมมือในกิจกรรมการสอนเป็นอย่างดี ส่งงานที่ได้รับ
มอบหมายครบถว้ น ตรงเวลา
๒.ปัญหา/อปุ สรรค
เนื่องจากเป็นการสอนในรูปแบบออนไลน์ ทำให้เกิดการติดขัด หรือล่าช้าของสัญญาณอินเทอร์เน็ต
และนกั เรียนบางคนเขา้ เรยี นชา้
๓. แนวทางแกไ้ ข
กำชับเรอื่ งเวลาเข้าเรียน ให้นักเรยี นเตรยี มพรอ้ มสญั ญาณอนิ เทอรเ์ นต็ และเขา้ หอ้ งเรยี นลว่ งหนา้
ลงช่อื …………………………………………… ผู้สงั เกต
(นางสาวนนั ทิกา เจริญจนั ทร)์
นกั ศกึ ษาทดลองสอน
๒๐
แผนการจดั การเรยี นรู้
รหสั วชิ า ท๒๓๑๐๑ ช่อื วิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๒ เรียนรู้หลกั ประจกั ษ์ภาษา แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๒๒
เรอื่ ง คำทบั ศพั ท์และศัพท์บญั ญตั ิ เวลา ๑ ชว่ั โมง
ผ้สู อน นางสาวนันทิกา เจริญจนั ทร์ โรงเรยี นวดั ประดใู่ นทรงธรรม
มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ท ๔.๑ ม.๓/๔ใชค้ ำทบั ศัพท์และศัพทบ์ ญั ญตั ิ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้ ( Knowledge)
๑. นกั เรยี นสามารถเขา้ ใจหลกั การทบั ศพั ทแ์ ละบอกความหมายของคาทบั ศพั ทไ์ ด้
๒. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหค์ าทบั ศพั ทไ์ ด้
ด้านทกั ษะกระบวนการ ( Process)
การคดิ : วเิ คราะห์
ด้านเจตคติ ( Attitude )
นกั เรยี นมมี ารยาทในการสอ่ื สาร
๒๑
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มงุ่ มนั่ ในการทางาน
มวี นิ ยั รกั ความเป็นไทย ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น : …………………………………………………………………………….
: การคิดวิเคราะห์
ความสามารถในการสอื่ สาร : …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการคิด :
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
สาระการเรียนรู้
คำทบั ศัพท์
การบรู ณาการ
บรู ณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู
(ระบ)ุ ……………………………………………………………….
บรู ณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซยี น
บรู ณาการอน่ื ๆ
(ระบุ)........................................................................................................................................................
๒๒
ค่านิยม ๑๒ ประการ
ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
ซอ่ื สตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสง่ิ ทด่ี งี ามเพ่อื สว่ นรวม
กตญั ญตู ่อพอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรง และทางออ้ ม
รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อผอู้ น่ื เผอ่ื แผ่และแบ่งปัน
เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ทถ่ี ูกตอ้ ง
มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่
มสี ตริ ตู้ วั รคู้ ดิ รทู้ า รปู้ ฏบิ ตั ติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
รจู้ กั ดารงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มคี วามเขม้ แขง็ ทงั้ ร่างกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ ่ออานาจฝ่ายต่า หรอื กเิ ลส มคี วามละอาย
เกรงกลวั ต่อบาปตามหลกั ของศาสนา
คานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
กรอบแนวคิดโรงเรียนคณุ ธรรม ๕ ประการ
ความพอเพยี ง ความกตญั ญู ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
ความรบั ผดิ ชอบ อดุ มการณ์คุณธรรม
ภาระ / ชิ้นงาน
-
๒๓
แนวทางการวดั ประเมินผลการประเมินผล
กิจกรรมการประเมิน เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการ วิธีการประเมิน เกณฑก์ าร
ประเมิน ประเมิน
๑. สงั เกตพฤตกิ รรม ถาม-
ตอบ - แบบสงั เกต -สงั เกตจากการตอบคาถาม รอ้ ยละ ๗๐
และอภปิ รายในชนั้ เรยี น ขน้ึ ไป
๒๔
เกณฑก์ ารประเมินการอภิปรายถาม-ตอบ ของนักเรียน
รายการประเมิน ๔ ระดบั คณุ ภาพ ๑
๓๒
๑. ความสนใจและ มกี ารถามใน มกี ารถามใน มกี ารถามใน มกี ารถามใน
การซกั ถาม หวั ขอ้ ทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ทต่ี นไม่
เขา้ ใจทุกเรอ่ื ง เขา้ ใจทกุ เรอ่ื ง หวั ขอ้ ทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ทต่ี นไม่
และกลา้ และกลา้
แสดงออกอย่าง แสดงออก เขา้ ใจเป็น เขา้ ใจเป็น
สรา้ งสรรค์
สว่ นมากและกลา้ บางครงั้ และไม่
แสดงออก คอ่ ยกลา้
แสดงออก
๒. การตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม
ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม
และตอบคาถาม และตอบคาถาม น้อยและตอบ
ถูกตอ้ งชดั เจน สว่ นมากถูกตอ้ ง คาถามถกู เป็น
สว่ นน้อย
๓. ความตงั้ ใจใน มสี ว่ นรว่ มในการ สนใจในการ สนใจในการ
การเรยี น เรยี น ไม่คุยหรอื เรยี นไม่คุยหรอื เรยี นแตม่ กี ารคยุ
เล่นกนั ในขณะ เลน่ กนั ในขณะ กนั บา้ งในขณะ
เรยี น เรยี น เรยี น
คะแนนเตม็ ๑๐
เกณฑร์ ะดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ๙ – ๑๐ คะแนน = ระดบั คณุ ภาพ ๔ (ดมี าก)
ชว่ งคะแนน ๗ – ๘ คะแนน = ระดบั คุณภาพ ๓ (ด)ี
ชว่ งคะแนน ๕ – ๖ คะแนน = ระดบั คณุ ภาพ ๒ (พอใช)้
ชว่ งคะแนน ๐ – ๔ คะแนน = ระดบั คุณภาพ ๑ (ปรบั ปรงุ )
๒๕
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วมในชน้ั เรียน(รายบคุ คล)
ผปู้ ระเมิน................................................................................................เรอื่ ง............................................
ที่....................เดือน.............................พ.ศ........................ครง้ั ท่ี.....................ปกี ารศึกษา.........................
คำช้แี จง : แบบสงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วมในช้นั เรยี นน้สี ร้างขึ้นเพอื่ ใหค้ รูผ้สู อนประเมินพฤตกิ รรมการมีส่วน
ร่วมในชน้ั เรียนของนักเรยี นตามเกณฑก์ ารประเมินทีก่ ำหนด โดยพิจารณาใหค้ ะแนนนกั เรียนตามความเหมาะสม
พฤติกรรม มคี วามรับผิดชอบ การใหค้ วาม มีวินยั และมี ความตรงต่อเวลา รวม
เลขที่ รว่ มมือ มารยาทในชั้นเรยี น
ชอ่ื -นามสกลุ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖
ขอ้ สังเกตเพ่ิมเติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เกณฑ์การระเมินผล
ระดบั คะแนน ผลการประเมนิ ลงช่ือ …………………………………..….ผสู้ งั เกต
(นางสาวนันทิกา เจริญจนั ทร์)
๑๓ - ๑๖ ดมี าก ……./………/…….
๙ – ๑๒ ดี
๕ – ๘ พอใช้
๔ ปรับปรุง
กิจกรรมการเรียนรเู้ น้นทกั ษะการคิด ๒๖
บทเรยี นยอ่ ยท่ี ๒
เวลา ๑ ชวั่ โมง
ความเขา้ ใจทค่ี งทน
มคี วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั คาทบั ศพั ท์ หลกั ฐานการเรยี นรู้
การอภปิ รายรว่ มกนั ภายในหอ้ งเรยี น
ชัว่ โมงที่ ๑
กลยทุ ธก์ ารสอน/เนื้อหา VARK style Bloom’s
๑. การนาเขา้ สบู่ ทเรยี น (Warm-up & Introduction) Visual taxonomy
- ครกู ล่าวปฏสิ นั ถารกบั นกั เรยี น Auditory
Read/write Create
Kinesthetic Evaluate
Analyze
๒. การนาเสนอเน้อื หา ทกั ษะ กระบวนการ Visual Apply
Understand
(Presentation) Auditory Remember
Create
- ครอู ธบิ ายความเป็นมาและเน้อื หาคาทบั ศพั ท์ Read/write Evaluate
Analyze
- ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภิปราย แลกเปล่ยี นตวั อย่าง Kinesthetic Apply
Understand
คาศพั ท์ Remember
- ทบทวนความรทู้ เ่ี รยี นในคาบรว่ มกนั
๓. การฝึกเน้อื หา ทกั ษะ กระบวนการ (Practice) Visual Create
- Auditory Evaluate
Read/write Analyze
Kinesthetic Apply
กลยทุ ธก์ ารสอน/เนื้อหา VARK style ๒๗
๔. การนาไปใช้ (Application) Visual Bloom’s
taxonomy
- นักเรียนมีความเข้าใจธรรมชาติของภาษา และสามารถนำ Auditory Understand
Remember
ความรูท้ ไ่ี ดไ้ ปใช้ในการศึกษาในระดบั สูงข้ึน Read/write Create
Evaluate
Kinesthetic Analyze
Apply
Understand
Remember
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓
๒. สอื่ Powerpoint เรอ่ื งคำทับศพั ทแ์ ละศัพท์บญั ญัติ
๒๘
บันทึกผลหลังการสอน
๑. ผลการสอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
๒.ปัญหา/อุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
๓. แนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.
ลงช่อื …………………………………………… ผู้สงั เกต
(นางสาวนันทกิ า เจรญิ จนั ทร)์
นกั ศึกษาทดลองสอน
๒๙
แผนการจัดการเรยี นรู้
รหัสวิชา ท๒๓๑๐๑ ช่อื วิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒๓
เวลา ๑ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรยี นร้หู ลักประจักษ์ภาษา โรงเรยี นวดั ประดู่ในทรงธรรม
เรือ่ ง คำทบั ศัพทแ์ ละศพั ทบ์ ัญญัติ
ผสู้ อน นางสาวนันทิกา เจรญิ จนั ทร์
มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ท ๔.๑ ม.๓/๔ ใชค้ ำทับศัพทแ์ ละศัพท์บญั ญัติ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้ ( Knowledge)
๑. นกั เรยี นสามารถเขา้ ใจหลกั การบญั ญตั ศิ พั ทแ์ ละบอกความหมายของศพั ทบ์ ญั ญตั ไิ ด้
๒. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหศ์ พั ทบ์ ญั ญตั ิ
ด้านทกั ษะกระบวนการ ( Process)
การคดิ : วเิ คราะห์
ด้านเจตคติ ( Attitude )
นกั เรยี นมมี ารยาทในการสอ่ื สาร
๓๐
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ มงุ่ มนั่ ในการทางาน
มวี นิ ยั รกั ความเป็นไทย ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน : …………………………………………………………………………….
: การคดิ วเิ คราะห์
ความสามารถในการสือ่ สาร : …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการคิด :
ความสามารถในการแกป้ ัญหา : …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
สาระการเรียนรู้
ศัพท์บญั ญัติ
การบรู ณาการ
บรู ณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู
(ระบุ)……………………………………………………………….
บรู ณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซยี น
บรู ณาการอ่นื ๆ
(ระบ)ุ ........................................................................................................................................................
๓๑
ค่านิยม ๑๒ ประการ
ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
ซ่อื สตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสง่ิ ทด่ี งี ามเพอ่ื สว่ นรวม
กตญั ญตู ่อพอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรง และทางออ้ ม
รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ ่นื เผอ่ื แผ่และแบ่งปัน
เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ทถ่ี กู ตอ้ ง
มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่
มสี ตริ ตู้ วั รคู้ ดิ รทู้ า รูป้ ฏบิ ตั ติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
รจู้ กั ดารงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มคี วามเขม้ แขง็ ทงั้ ร่างกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ อ่ อานาจฝ่ายต่า หรอื กเิ ลส มคี วามละอาย
เกรงกลวั ตอ่ บาปตามหลกั ของศาสนา
คานึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
กรอบแนวคิดโรงเรียนคณุ ธรรม 5 ประการ
ความพอเพยี ง ความกตญั ญู ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
ความรบั ผดิ ชอบ อดุ มการณ์คุณธรรม
ภาระ / ชิ้นงาน
ใบงาน สรปุ เน้ือหาเรอ่ื งคำทบั ศพั ทแ์ ละศัพท์บญั ญตั ิ
๓๒
แนวทางการวดั ประเมินผลการประเมินผล
กิจกรรมการประเมิน เคร่อื งมือที่ใช้ในการ วิธีการประเมิน เกณฑก์ าร
ประเมิน ประเมิน
๑. แบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรยี น - ใบงานสรุปเน้ือหาเร่ือง - ตรวจผลงานของนกั เรยี น รอ้ ยละ ๗๐
คำ ทับศัพท์และ ศั พ ท์ ขน้ึ ไป
บัญญตั ิ
๒. สงั เกตพฤตกิ รรม ถาม- - แบบสงั เกต -สงั เกตจากการตอบคาถาม รอ้ ยละ ๗๐
ตอบ และอภปิ รายในชนั้ เรยี น ขน้ึ ไป
๓๓
เกณฑก์ ารประเมินการอภิปรายถาม-ตอบ ของนักเรียน
รายการประเมิน ๔ ระดบั คณุ ภาพ ๑
๓๒
๑. ความสนใจและ มกี ารถามใน มกี ารถามใน มกี ารถามใน มกี ารถามใน
การซกั ถาม หวั ขอ้ ทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ทต่ี นไม่
เขา้ ใจทุกเรอ่ื ง เขา้ ใจทกุ เรอ่ื ง หวั ขอ้ ทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ทต่ี นไม่
และกลา้ และกลา้
แสดงออกอย่าง แสดงออก เขา้ ใจเป็น เขา้ ใจเป็น
สรา้ งสรรค์
สว่ นมากและกลา้ บางครงั้ และไม่
แสดงออก คอ่ ยกลา้
แสดงออก
๒. การตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม
ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม
และตอบคาถาม และตอบคาถาม น้อยและตอบ
ถูกตอ้ งชดั เจน สว่ นมากถูกตอ้ ง คาถามถกู เป็น
สว่ นน้อย
๓. ความตงั้ ใจใน มสี ว่ นรว่ มในการ สนใจในการ สนใจในการ
การเรยี น เรยี น ไม่คุยหรอื เรยี นไม่คุยหรอื เรยี นแตม่ กี ารคยุ
เล่นกนั ในขณะ เลน่ กนั ในขณะ กนั บา้ งในขณะ
เรยี น เรยี น เรยี น
คะแนนเตม็ ๑๐
เกณฑร์ ะดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ๙ – ๑๐ คะแนน = ระดบั คณุ ภาพ ๔ (ดมี าก)
ชว่ งคะแนน ๗ – ๘ คะแนน = ระดบั คุณภาพ ๓ (ด)ี
ชว่ งคะแนน ๕ – ๖ คะแนน = ระดบั คณุ ภาพ ๒ (พอใช)้
ชว่ งคะแนน ๐ – ๔ คะแนน = ระดบั คุณภาพ ๑ (ปรบั ปรงุ )
๓๔
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ มในชน้ั เรยี น(รายบคุ คล)
ผู้ประเมนิ ................................................................................................เร่ือง............................................
ที่....................เดือน.............................พ.ศ........................ครั้งที่.....................ปีการศกึ ษา.........................
คำชีแ้ จง : แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วมในชนั้ เรียนน้สี ร้างข้ึนเพ่อื ให้ครผู ู้สอนประเมนิ พฤติกรรมการมสี ว่ น
ร่วมในช้ันเรียนของนักเรียนตามเกณฑก์ ารประเมนิ ท่กี ำหนด โดยพิจารณาให้คะแนนนกั เรียนตามความเหมาะสม
พฤติกรรม มคี วามรบั ผิดชอบ การให้ความ มวี นิ ัยและมี ความตรงตอ่ เวลา รวม
เลขที่ รว่ มมอื มารยาทในช้นั เรียน
ชอ่ื -นามสกุล ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖
ขอ้ สงั เกตเพม่ิ เติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เกณฑ์การระเมินผล
ระดบั คะแนน ผลการประเมนิ ลงชือ่ …………………………………..….ผ้สู งั เกต
(นางสาวนันทิกา เจริญจนั ทร์)
๑๓ - ๑๖ ดมี าก ……./………/…….
๙ – ๑๒ ดี
๕ – ๘ พอใช้
๔ ปรบั ปรงุ
กิจกรรมการเรียนร้เู น้นทกั ษะการคิด ๓๕
บทเรยี นยอ่ ยท่ี ๒
เวลา ๑ ชวั่ โมง
ความเขา้ ใจทค่ี งทน หลกั ฐานการเรยี นรู้
มคี วามเขา้ ใจเรอ่ื งคาทบั ศพั ทแ์ ละศพั ทบ์ ญั ญตั ิ การอภปิ รายรว่ มกนั ภายในหอ้ งเรยี น
มคี วามเขา้ ใจในเรอ่ื งทเ่ี รยี นและสามารถวเิ คราะห์ ใบงานสรุปเน้อื หาเรอ่ื งคำทับศพั ท์ และ
ได้ ศัพท์บัญญัติ
ช่ัวโมงท่ี ๑
กลยทุ ธก์ ารสอน/เนื้อหา VARK style Bloom’s
๑. การนาเขา้ สบู่ ทเรยี น (Warm-up & Introduction)
- ครกู ลา่ วปฏสิ นั ถารกบั นกั เรยี น Visual taxonomy
- ทบทวนเน้ือหาทไ่ี ดเ้ รยี นในคาบกอ่ นหน้า Auditory
Read/write Create
๒. การนาเสนอเน้อื หา ทกั ษะ กระบวนการ Kinesthetic Evaluate
(Presentation) Analyze
- อธบิ ายความเป็นมา และเน้ือหาศพั ทบ์ ญั ญตั ิ Visual Apply
Auditory Understand
Read/write Remember
Kinesthetic Create
Evaluate
Analyze
Apply
กลยทุ ธก์ ารสอน/เนื้อหา VARK style ๓๖
- ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภิปราย แลกเปล่ยี นตวั อย่าง Bloom’s
คาศพั ทบ์ ญั ญตั ิ taxonomy
- ใหน้ กั เรยี นเล่นเกมทบทวนความรู้ Understand
Remember
๓. การฝึกเน้อื หา ทกั ษะ กระบวนการ (Practice) Visual Create
Auditory Evaluate
- นกั เรยี นทาใบงานสรปุ เน้อื หาเรอ่ื งคำทบั ศพั ท์ Read/write Analyze
Kinesthetic Apply
และศพั ทบ์ ัญญัติ Understand
Remember
๔. การนาไปใช้ (Application) Visual
Create
- นักเรียนสามารถนาความรู้ท่ีได้ไปใช้ในการศึกษา Auditory Evaluate
Analyze
ในระดบั สูงขน้ึ และมคี วามเขา้ ใจในธรรมชาตขิ องภาษา Read/write Apply
Understand
มากยงิ่ ขน้ึ Kinesthetic Remember
สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
๑. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
๒. ส่อื Powerpoint เร่ืองคำทับศพั ทแ์ ละศพั ท์บญั ญตั ิ
๓. ใบงานสรปุ เน้อื หาเรอ่ื งคำทบั ศัพท์และศัพทบ์ ญั ญัติ
๓๗
แบบฝึกหดั
เร่อื งคำทบั ศพั ทแ์ ละศัพทบ์ ัญญตั ิ
จงตอบคำถามต่อไปน้ี
๑. ศัพท์บญั ญตั ิ หมายถงึ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. คำทับศพั ท์ หมายถึง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. จงอธิบายหลกั การบญั ญตั ศิ ัพทม์ าอยา่ งละเอียด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. จงยกตวั อย่างคำทับศพั ทพ์ รอ้ มคำภาษาอังกฤษมา ๕ ข้อ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓๘
๕. จงเติมศัพท์บญั ญัติของคำตอ่ ไปนี้
๕.๑ Culture …………………………………………………………….
๕.๒ Television ………………………………………………………..
๕.๓ Black market ……………………………………………………
๖. จงยกตัวอย่างศัพท์บัญญัติที่ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้เทคโนโลยีและสาระสนเทศมาอย่างน้อย ๒ คำ
พรอ้ มคำภาษาองั กฤษ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๗. จงยกตัวอย่างศัพท์บัญญัติที่ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มาอย่างน้อย ๒ คำ
พร้อมคำภาษาอังกฤษ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๘. จงยกตัวอย่างศัพท์บัญญัติที่ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศาสตร์มาอย่างน้อย ๒ คำ
พรอ้ มคำภาษาอังกฤษ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓๙
๙. จงยกตัวอย่างศัพท์บัญญัติที่ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมมาอย่างน้อย ๒ คำ
พรอ้ มคำภาษาอังกฤษ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๐.จงยกตัวอย่างศัพท์บัญญัติที่ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาและวรรณคดีมาอย่างน้อย ๒ คำ
พรอ้ มคำภาษาองั กฤษ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชื่อ……………………………………………………………………………………..ช้ัน………เลขที่…………
๔๐
บนั ทึกผลหลงั การสอน
๑. ผลการสอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
๒.ปัญหา/อปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
๓. แนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ …………………………………………… ผู้สังเกต
(นางสาวนนั ทิกา เจรญิ จนั ทร)์
นักศกึ ษาทดลองสอน
๔๑
แผนการจดั การเรียนรู้
รหสั วิชา ท๒๓๑๐๑ ช่ือวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๒๔
เวลา ๓ ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ เรยี นรหู้ ลักประจกั ษภ์ าษา โรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรม
เร่ือง ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
ผูส้ อน นางสาวนันทกิ า เจรญิ จันทร์
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ท ๔.๑ ม.๓/๑จำแนกและใชค้ ำภาษาต่างประเทศท่ใี ชใ้ นภาษาไทย
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้ ( Knowledge)
๑. นกั เรยี นสามารถบอกสาเหตขุ องการยมื คาได้
๒. นกั เรยี นสามารถจาแนกคาไทยกบั คาภาษาตา่ งประเทศได้
๓. นกั เรยี นเขา้ ใจความเป็นมาและลกั ษณะของภาษา
ด้านทกั ษะกระบวนการ ( Process)
การคดิ : วเิ คราะหแ์ ละจำแนกคำภาษาต่างประเทศทใ่ี ชใ้ นภาษาไทย
ด้านเจตคติ ( Attitude )
นกั เรยี นมมี ารยาทในการสอ่ื สาร
๔๒
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ มงุ่ มนั่ ในการทางาน
มวี นิ ยั รกั ความเป็นไทย ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น :
ความสามารถในการส่อื สาร : การคดิ วเิ คราะห์จำแนกภำษำตำ่ งประเทศท่ีใชใ้ นภำษำไทย
: …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการคดิ : …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการแก้ปัญหา : …………………………………………………………………………….
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
สาระการเรียนรู้
สาเหตุทท่ี าใหเ้ กดิ การยมื คา
ความเป็นมาและลักษณะของคำท่มี าจากภาษาต่างประเทศ (จีน)
การบูรณาการ
บรู ณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู้
(ระบุ)……………………………………………………………….
บรู ณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซยี น
บรู ณาการอ่นื ๆ
(ระบุ)........................................................................................................................................................
๔๓
ค่านิยม ๑๒ ประการ
ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
ซอ่ื สตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสง่ิ ทด่ี งี ามเพอ่ื สว่ นรวม
กตญั ญตู ่อพอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรง และทางออ้ ม
รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ น่ื เผอ่ื แผ่และแบง่ ปัน
เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ทถ่ี ูกตอ้ ง
มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่
มสี ตริ ตู้ วั รคู้ ดิ รทู้ า รปู้ ฏบิ ตั ติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
รจู้ กั ดารงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มคี วามเขม้ แขง็ ทงั้ ร่างกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ อ่ อานาจฝ่ายต่า หรอื กเิ ลส มคี วามละอาย
เกรงกลวั ต่อบาปตามหลกั ของศาสนา
คานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
กรอบแนวคิดโรงเรียนคณุ ธรรม ๕ ประการ
ความพอเพยี ง ความกตญั ญู ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
ความรบั ผดิ ชอบ อุดมการณ์คุณธรรม
ภาระ / ชิ้นงาน
ใบงานเรอ่ื งภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย (จนี )
๔๔
แนวทางการวดั ประเมินผลการประเมินผล
กิจกรรมการประเมิน เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการ วิธีการประเมิน เกณฑก์ าร
ประเมิน ประเมิน
๑. แบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรยี น - ใบงานเรอ่ื ง - ตรวจผลงานของนกั เรยี น ผา่ นเกณฑร์ อ้ ย
ละ ๗๐ ขน้ึ ไป
๒. สงั เกตพฤตกิ รรม ถาม- ภาษาตา่ งประเทศใน
ตอบ -สงั เกตจากการตอบคาถาม รอ้ ยละ ๗๐
ภาษาไทย (จนี ) และอภปิ รายในชนั้ เรยี น ขน้ึ ไป
- แบบสงั เกต
๔๕
เกณฑก์ ารประเมินการอภิปรายถาม-ตอบ ของนักเรียน
รายการประเมิน ๔ ระดบั คณุ ภาพ ๑
๓๒
๑. ความสนใจและ มกี ารถามใน มกี ารถามใน มกี ารถามใน มกี ารถามใน
การซกั ถาม หวั ขอ้ ทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ทต่ี นไม่
เขา้ ใจทุกเรอ่ื ง เขา้ ใจทกุ เรอ่ื ง หวั ขอ้ ทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ทต่ี นไม่
และกลา้ และกลา้
แสดงออกอย่าง แสดงออก เขา้ ใจเป็น เขา้ ใจเป็น
สรา้ งสรรค์
สว่ นมากและกลา้ บางครงั้ และไม่
แสดงออก คอ่ ยกลา้
แสดงออก
๒. การตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม รว่ มตอบคาถาม
ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม ในเรอ่ื งทค่ี รถู าม
และตอบคาถาม และตอบคาถาม น้อยและตอบ
ถูกตอ้ งชดั เจน สว่ นมากถูกตอ้ ง คาถามถกู เป็น
สว่ นน้อย
๓. ความตงั้ ใจใน มสี ว่ นรว่ มในการ สนใจในการ สนใจในการ
การเรยี น เรยี น ไม่คุยหรอื เรยี นไม่คุยหรอื เรยี นแตม่ กี ารคยุ
เล่นกนั ในขณะ เลน่ กนั ในขณะ กนั บา้ งในขณะ
เรยี น เรยี น เรยี น
คะแนนเตม็ ๑๐
เกณฑร์ ะดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ๙ – ๑๐ คะแนน = ระดบั คณุ ภาพ ๔ (ดมี าก)
ชว่ งคะแนน ๗ – ๘ คะแนน = ระดบั คุณภาพ ๓ (ด)ี
ชว่ งคะแนน ๕ – ๖ คะแนน = ระดบั คณุ ภาพ ๒ (พอใช)้
ชว่ งคะแนน ๐ – ๔ คะแนน = ระดบั คุณภาพ ๑ (ปรบั ปรงุ )