แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4
นางสาวสุพตั รา ศิลาไสล
ตาแหนง่ ครู
โรงเรยี นบา้ นหนองครองราษฎรป์ ระสงค์
ตาบลกกปลาซิว อาเภอภพู าน จังหวัดสกลนคร
สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ที่ ๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ บทละครเร่ือง เงาะป่ า เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ืองความเป็ นมาและเนือ้ เร่ืองยอ่ เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ................ วนั ท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละ ท ๑.๑ ป. ๔/๓ อ่านเรอ่ื งสนั้ ๆ ตามเวลาท่กี าหนดและตอบคาถามจากเรอ่ื งที่อ่าน
ความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และ ท ๑.๑ ป. ๔/๖ สรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากเรอื่ งทีอ่ า่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นการดาเนิน
มีนิสยั รกั การอ่าน ชีวิต
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
K ๑. อธิบายความเป็นมาของบทละครเร่อื ง เงาะป่า (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. สรุปเนือ้ เร่อื งยอ่ ของเงาะป่า (K) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
A ๓. เขียนแผนภาพความคิดสรุปเนือ้ เรอ่ื ง (P)
สาระการเรยี นรู้
๔. เห็นคณุ คา่ ของวรรณคดไี ทย (A)
ความเป็นมาและเนือ้ เรอ่ื งยอ่ ของบทละครเร่อื ง เงาะป่า
สาระสาคญั
รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
บทละครเร่อื ง เงาะป่า เป็นพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระ
จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงนามาจากเคา้ เร่อื งจรงิ ของเงาะซาไก
ซง่ึ มีถ่ินอาศยั ในแถบจงั หวดั พทั ลงุ
การจดั การเรยี นรู้
๑. ครูตดิ บตั รคาวา่ เงาะ แลว้ ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สนทนาวา่ นึกถงึ ๒. ใหน้ กั เรยี นสรุปเร่อื งยอ่ ของเงาะป่าเป็นแผนภาพความคดิ
อะไรบา้ ง ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาประวตั ขิ องบทละครเร่อื ง เงาะป่า และเนือ้ เร่อื งย่อ ๓. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
ของเงาะป่า ครูตงั้ คาถามจากเร่อื ง เงาะป่า ใหน้ กั เรยี นตอบ
๏ บทละครเร่อื ง เงาะป่า เป็นพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระ
๏ บทละครเร่อื ง เงาะป่า เป็นพระราชนิพนธข์ องใคร จลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั ทรงนามาจากเคา้ เร่อื งจรงิ ของเงาะซาไก ซ่ึงมีถ่นิ อาศยั
๏ บทละครเร่อื ง เงาะป่า มีเคา้ โครงเร่อื งมาจากภาคใดของประเทศไทย ในแถบจงั หวดั พทั ลงุ โดยเม่ือครงั้ เสดจ็ ประพาสหวั เมืองทางภาคใต้ ไดเ้ สดจ็ ไป
๏ บทละครเร่อื ง เงาะป่า เป็นบทละครประเภทใด หมบู่ า้ นเงาะซาไก และแม่เฒา่ เงาะคนหน่งึ เลา่ เร่อื งถวาย บทละครเร่ืองนีม้ ี
๏ ตวั ละครในบทละครเร่อื ง เงาะป่า ใหค้ ตสิ อนใจในการดาเนนิ ชีวิต
ภาษาเงาะสอดแทรกดว้ ย โดยทรงสอบถามภาษาเงาะจาก “คนงั ” เดก็ เงาะท่ี
อยา่ งไร พระองคท์ รงนามาชบุ เลีย้ งไว้ และใหต้ วั ละครตวั หน่งึ มีช่ือวา่ “คนงั ” ดว้ ย
ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล
- สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้
................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงชอื่ ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงชอื่ ……........……………ผู้รับรอง ลงชือ่ ……........……………ผู้รบั รอง
(..............................) (..............................)
หวั หน้าวชิ าการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ บทละครเร่ือง เงาะป่ า เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่องตอนชมป่ า เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ................ วนั ท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพ่อื นาไปใช้ ท ๑.๑ ป. ๔/๖ สรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากเรอ่ื งที่อา่ นเพื่อนาไปใชใ้ นการดาเนิน
ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และมนี ิสยั รกั การอา่ น ชวี ิต ท ๕.๑ ป. ๔/๔ ทอ่ งจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคณุ คา่
ตามความสนใจ
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม
สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
ไทยอย่างเห็นคณุ คา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ
การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
K ๑. บอกเหตกุ ารณจ์ ากเร่อื ง เงาะป่า ตอนชมป่า (K) (K) สาระการเรยี นรู้
P ๒. สรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากเรอ่ื ง เงาะป่า ตอนชมป่า
A ๓. อา่ นบทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนชมป่า (P) บทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนชมป่า
๔. นาขอ้ คิดท่ีดีไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั (A)
สาระสาคญั
ธรรมชาติท่ีสวยงามทาใหจ้ ิตใจเบกิ บาน ดงั นนั้ จงึ ควรรกั ษา
ธรรมชาติไว้
การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
๑. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้ ๕. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามกระตนุ้ ความคดิ ดงั นี้
๏ ถา้ นกั เรยี นไดไ้ ปชมป่า อยากชมป่าท่มี ีลกั ษณะอยา่ งไร ๏ ทาไมลาหบั จงึ อยากไปเท่ยี วป่า
๏ การไปเท่ยี วป่าครงั้ นีม้ ีส่ิงใดแอบแฝง
๒. ใหน้ กั เรยี นอา่ นบทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนชมป่า ๑ รอบ จากนนั้ รว่ มกนั
สนทนาเก่ียวกบั คาศพั ทท์ ่ไี ม่รูค้ วามหมาย บนั ทกึ คาศพั ทบ์ นกระดาน แลว้ ๖. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปสาระสาคญั ของเนือ้ เร่อื งตอนนี้
ชว่ ยกนั เปิดหาความหมายของคาศพั ทน์ นั้ จากพจนานกุ รม ๗. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สนทนาแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั ขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ าก
๓. ใหน้ กั เรียนอ่านบทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนชมป่า เป็นทานองเสนาะตาม การอ่านบทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนชมป่า
หลกั การอ่านบทรอ้ ยกรองใหถ้ กู ตอ้ งและชดั เจน ๘. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๔. ครูอ่านทานองเสนาะใหฟ้ ัง ๑ - ๒ รอบ แลว้ จงึ ใหน้ กั เรยี นทกุ คนอ่านออก
เสียงทานองเสนาะพรอ้ มกนั ใหน้ กั เรยี นฝึกอา่ นหลาย ๆ รอบ ๏ ธรรมชาตทิ ่สี วยงามทาใหจ้ ติ ใจเบกิ บาน ดงั นนั้ จงึ ควรรกั ษาธรรมชาตไิ ว้
ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล
- สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้
.......................................................................... ลงชอ่ื ……….......…………ผู้รายงาน ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง
..K........................................................................
....AP................................................................................................................................................ (...................................) (..............................) (..............................)
.... ตาแหน่งครู
หวั หน้าวชิ าการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ บทละครเรื่อง เงาะป่ า เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่อง ตอนพธิ แี ตง่ งาน เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ................ วนั ท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละ ท ๑.๑ ป. ๔/๓ อา่ นเรอื่ งสน้ั ๆ ตามเวลาทีก่ าหนดและตอบคาถามจาก
ความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และ เรอ่ื งที่อา่ น
มีนิสยั รกั การอ่าน ท ๑.๑ ป. ๔/๖ สรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากเรอื่ งที่อา่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นการดาเนิน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
K ๑. บอกเหตกุ ารณจ์ ากเร่อื ง เงาะป่า ตอนพธิ ีแตง่ งาน (K) (A) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. สรุปความรูแ้ ละขอ้ คดิ จากเร่อื ง เงาะป่า ตอนพิธีแตง่ งาน (K) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
A ๓. อา่ นบทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนพธิ ีแตง่ งาน (P)
๔. นาขอ้ คดิ จากเร่ือง เงาะป่า ตอนพิธีแตง่ งานไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั บทละครเรอ่ื ง เงาะป่า ตอนพธิ ีแตง่ งาน
บทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนพธิ ีแตง่ งานทาใหเ้ รยี นรูเ้ ก่ียวกบั ธรรม
เนียมการแต่งงานของเงาะซาไก
การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
๑. ครูนาคากลอนในบทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนพธิ ีแตง่ งาน ใหน้ กั เรียนแบง่ ๔. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปสาระสาคญั ของเนือ้ เร่อื งตอนนแี้ ละคาดคะเนวา่
วรรคจงั หวะการอา่ นใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การอา่ น และจงั หวะการอา่ น เพ่ือ หลงั จากพธิ ีแตง่ งานจะเป็นอย่างไร
สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นนาความรูไ้ ปใชใ้ นการเขียน และอา่ นคากลอน ๕. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ขอ้ คิดจากบทละคร
๒. ใหน้ กั เรยี นเลือกคายาก แลว้ คน้ หาความหมายคนละ ๑๐ คา เพ่ือส่งเสรมิ เร่อื ง เงาะป่า ตอนพิธีแตง่ งาน
ใหน้ กั เรยี นใชพ้ จนานกุ รมได้ ๖. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๓. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปขนั้ ตอนพธิ ีการแตง่ งานของเงาะป่าซาไกเป็น
แผนภาพความคดิ ๏ บทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนพิธีแตง่ งานทาใหเ้ รียนรูเ้ ก่ียวกบั ธรรม
เนียมการแตง่ งานของเงาะซาไก
ภาระชิน้ งาน ๗. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้
- ๏ นกั เรยี นคดิ วา่ คนท่จี ะดแู ลคนอ่ืนได้ ตอ้ งมีลกั ษณะนิสยั อยา่ งไร
การวดั ประเมินผล
สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้
............................................................................
..K..........................................................................
....AP....................................................................................................................................................
............................................................................ ลงชือ่ ……….......…………ผู้รายงาน ลงช่อื ……........……………ผู้รบั รอง ลงชื่อ……........……………ผู้รับรอง
(...................................) (..............................) (..............................)
ตาแหน่งครู
.... หวั หน้าวชิ าการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ที่ ๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ บทละครเร่ือง เงาะป่ า เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่องตอนโศกนาฏกรรม เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ................ วันท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละ ท ๑.๑ ป. ๔/๓ อ่านเรอ่ื งสน้ั ๆ ตามเวลาท่กี าหนดและตอบคาถามจาก
ความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และ เรอ่ื งทอ่ี า่ น
มีนิสยั รกั การอ่าน ท ๑.๑ ป. ๔/๖ สรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากเรอ่ื งที่อา่ นเพื่อนาไปใชใ้ นการดาเนิน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
K ๑. บอกเหตกุ ารณจ์ ากเร่อื ง เงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม (K) (A) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. สรุปความรูแ้ ละขอ้ คดิ จากเร่อื ง เงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม (K) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
A ๓. อา่ นบทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม (P)
๔. นาขอ้ คดิ จากเร่ือง เงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรมไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั บทละครเรอ่ื ง เงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม
บทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม ทาใหเ้ รยี นรูเ้ ก่ียวกบั
การมีสติ และการแกป้ ัญหา
การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
๑. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้ ๏ ส่ิงใดพสิ จู นว์ า่ ซมพลาเป็นคนไม่เหน็ แก่ตวั และรกั ลาหบั อย่างจรงิ ใจจน
๏ เม่ือนกั เรยี นพบปัญหา นกั เรียนทาอะไรเป็นอนั ดบั แรก วนิ าทีสดุ ทา้ ย
๏ เพราะเหตใุ ดลาหบั จงึ ฆ่าตวั ตาย ๏ ฮเนาทาอย่างไรเม่ือคดิ วา่ ตนเอง
๒. ครูนากลอนในบทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม ใหน้ กั เรียนแบ่ง คอื ตน้ เหตขุ องเรอ่ื งทงั้ หมด ๏ ขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากเร่อื งนีค้ อื อะไร
วรรคจงั หวะการอ่านใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การอา่ น ๖. ใหน้ กั เรียนเลือกตวั แทนออกมาตามตวั ละครท่มี ีในบทละคร จากนัน้
๓. ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสียงเป็นทานองเสนาะพรอ้ มกนั แสดงบทบาทสมมตุ เิ หตกุ ารณท์ ่เี กิดขนึ้
๔. ใหน้ กั เรยี นเลือกคายาก แลว้ คน้ หาความหมายคนละ ๕ คา จากนนั้ รว่ มกนั ๗. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
แปลความหมายของบทกลอน
๕. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามกระตนุ้ ๏ บทละครเร่อื ง เงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม ทาใหเ้ รยี นรูเ้ ก่ียวกบั การมี
ความคดิ ดงั นี้ ๏ ขณะท่ซี มพลากาลงั ตอ่ สกู้ บั ฮเนามีเหตกุ ารณใ์ ดเกดิ ขนึ้ สติ และการแกป้ ัญหา
ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล
- สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้
............................................................................
..K..........................................................................
....AP....................................................................................................................................................
............................................................................ ลงชอื่ ……….......…………ผู้รายงาน ลงชอื่ ……........……………ผู้รับรอง ลงช่ือ……........……………ผู้รับรอง
(...................................) (..............................) (..............................)
ตาแหน่งครู
.... หวั หน้าวชิ าการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๕
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ที่ ๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ บทละครเรื่อง เงาะป่ า เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนที่ ................ วันท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพ่ือ ท ๑.๑ ป. ๔/๖ สรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากเรอื่ งทอ่ี ่านเพื่อนาไปใชใ้ นการดาเนิน
นาไปใชต้ ดั สนิ ใจแกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รกั การอา่ น ท ๕.๑ ป. ๔/๒ อธิบายขอ้ คดิ จากการอา่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและ
วรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ คา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
K ๑. สรุปความรูแ้ ละขอ้ คดิ จากเร่อื ง เงาะป่า (K) (P)
P ๒. เขียนแผนภาพโครงเร่อื งของบทละครเร่อื ง เงาะป่า สาระการเรยี นรู้
A ๓. เหน็ คณุ คา่ ของวรรณคดีไทย (A)
การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื งของบทละครเร่อื ง เงาะป่า
สาระสาคญั
การอา่ นบทละครเร่อื ง เงาะป่า ทาใหเ้ กิดจินตนาการและไดข้ อ้ คิด
ท่ีดีในการดาเนินชีวิต
การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
๑. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้ ๓. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอขอ้ มลู ในแผนภาพโครงเร่ือง
๏ นกั เรยี นช่ืนชมตวั ละครใดในเร่อื ง เงาะป่า เพราะอะไร ๔. ใหน้ กั เรยี นกล่มุ อ่ืน ๆ แสดงความคดิ เหน็ เพ่ิมเตมิ เก่ียวกบั แผนภาพโครง
๒. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ ๕ กลมุ่ แตล่ ะกล่มุ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองจากการ เร่อื งของกลมุ่ ตา่ ง ๆ
อา่ นบทละครเร่อื ง เงาะป่า ลงในกระดาษปรูฟ๊ แผน่ ใหญ่ โดยกาหนดใหม้ ีหวั ขอ้ ๕. ใหน้ กั เรยี นทาใบงานท่ี ๒๓ เร่อื ง การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งของบท
สาคญั ในแผนภาพโครงเร่อื ง ดงั นี้ ๑. ตวั ละครสาคญั ละครเร่อื ง เงาะป่า
๒. สถานท่ี ๓. ขอ้ คดิ ๔. ปัญหา ครูประเมนิ ผลงานของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล
๕. เหตกุ ารณ์ นกั เรียนสามารถวาดภาพตกแตง่ หรอื ออกแบบ ๖. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
แผนภาพใหม้ ีความน่าสนใจ
๏ การอา่ นบทละครเร่อื ง เงาะป่า ทาใหเ้ กิดจนิ ตนาการ และไดข้ อ้ คดิ ท่ี
ภาระชิน้ งาน ดใี นการดาเนินชีวติ
ใบงานเรอ่ื ง การเขียนแผนภาพโครงเร่อื งของบทละครเรอ่ื ง เงาะป่า การวดั ประเมินผล
สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้
............................................................................
..K..........................................................................
....AP....................................................................................................................................................
............................................................................ ลงชอ่ื ……….......…………ผู้รายงาน ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง ลงชอ่ื ……........……………ผู้รับรอง
(...................................) (..............................) (..............................)
ตาแหน่งครู
.... หวั หน้าวิชาการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๖
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ บทละครเร่ือง เงาะป่ า เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ืองการคาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรื่อง เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ................ วันท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ ท ๑.๑ ป. ๔/๕ คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรอื่ งท่อี า่ นโดยระบเุ หตผุ ลประกอบ
เพ่อื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และมีนิสยั รกั ท ๑.๑ ป. ๔/๗ อ่านหนงั สอื ท่มี ีคณุ คา่ ตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอและ
การอ่าน แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั เรอ่ื งที่อ่าน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
K ๑. เขา้ ใจเนือ้ เร่อื งในบทละครเร่อื ง เงาะป่า (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากการอ่านบทละครเรอ่ื ง เงาะป่า (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
A ๓. เหน็ คณุ คา่ ของวรรณคดไี ทย (A)
สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
การคาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่อื งท่ีอ่าน
เม่ืออ่านวรรณคดตี อ้ งคิดวิเคราะหแ์ ละสามารถคาดคะเน
เหตกุ ารณข์ องเรอ่ื งอยา่ งมีเหตผุ ล
การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
๑. นกั เรียนอา่ นบทละครเร่อื ง เงาะป่า มาแลว้ ใหน้ กั เรียนรวบรวมขอ้ คดิ จาก ๓. ครูประเมนิ ระหวา่ ง ๒ กล่มุ ท่รี วบรวมตอนเดียวกนั วา่ ตรงกนั หรือ
เคา้ เร่อื งท่สี ามารถนาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ ได้ ระบวุ า่ ไดจ้ ากตอนใดในเร่อื ง โดยแบง่ แตกตา่ งกนั อยา่ งไร ใหอ้ ธิบายแลว้ สรุปรวมเป็น ๑ ผลงาน
นกั เรยี นเป็น ๖ กลมุ่ ตามความเหมาะสม ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนจบั ฉลาก แต่ ๔. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี ๒๔ เร่อื ง การคาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่ือง
ละกล่มุ รว่ มกนั รวบรวมขอ้ คดิ ท่นี าไปใชใ้ นชีวติ จรงิ ได้ เงาะป่า ครูประเมินผลงานของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล
๕. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
กล่มุ ท่ี ๑, ๔ ตอนชมป่า
กลมุ่ ท่ี ๒, ๕ ตอนพธิ ีแตง่ งาน ๏ เม่ืออ่านวรรณคดีตอ้ งวเิ คราะหแ์ ละสามารถคาดคะเนเหตกุ ารณข์ อง
กลมุ่ ท่ี ๓, ๖ ตอนโศกนาฏกรรม เร่อื งอยา่ งมีเหตผุ ล
๒. เม่ือนกั เรียนแตล่ ะกล่มุ รวบรวมขอ้ มลู ไดแ้ ลว้ ใหเ้ ลือกตวั แทน ๑ คนนาเสนอ
ขอ้ คดิ หนา้ ชนั้ เรยี น การวดั ประเมินผล
ภาระชิน้ งาน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
ใบงานเรอ่ื ง การคาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรอ่ื ง เงาะป่า
บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้
............................................................................
..K..........................................................................
....AP....................................................................................................................................................
............................................................................ ลงชื่อ……….......…………ผู้รายงาน ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง ลงชือ่ ……........……………ผู้รบั รอง
(...................................) (..............................) (..............................)
ตาแหน่งครู
.... หวั หน้าวชิ าการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๗
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ บทละครเร่ือง เงาะป่ า เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่อง คุณค่าของบทละครเร่ืองเงาะป่ า (๑) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนที่ ................ วันท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ ท ๑.๑ ป. ๔/๗ อ่านหนงั สือท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจอยา่ ง
เพ่อื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และมีนิสยั รกั สม่าเสมอและแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั เรอ่ื งท่ีอ่าน
การอ่าน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
K ๑. สรุปความรูแ้ ละขอ้ คดิ จากบทละครเรอ่ื ง เงาะป่า (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. วเิ คราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นอารมณข์ องบทละครเร่อื ง เงาะป่า (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
A ๓. เหน็ คณุ คา่ ของวรรณคดีไทย (A)
สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
คณุ ค่าดา้ นอารมณข์ องบทละครเรอ่ื ง เงาะป่า
บทละครเรอ่ื ง เงาะป่า เป็นเรอ่ื งท่ีมีคณุ คา่ ทางวรรณคดีอยา่ ง
ครบถว้ น
การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
๑. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามกระตนุ้ ๔. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้ บทละครเร่ือง เงาะป่า
ความคิด ดงั นี้ ๏ นกั เรยี นชอบตอนใดมากท่ีสดุ เพราะเหตใุ ด เป็นเรอ่ื งท่ีมีคณุ คา่ ทางวรรณคดอี ยา่ งครบถว้ น
๏ นกั เรยี นไมช่ อบตอนใดมากท่ีสดุ เพราะเหตใุ ด ๕. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามทา้
๒. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั วิเคราะหค์ ณุ คา่ ของบทละครเรอ่ื ง เงาะป่า ทาย ดงั นี้
ดา้ นอารมณว์ า่ นกั เรยี นเกิดอารมณใ์ ด เหตกุ ารณใ์ ดท่ีทาใหเ้ กิด ๏ นกั เรยี นเคยอ่านนิทานหรอื ละครเรอ่ื งใดท่ีทาใหเ้ กิด
อารมณน์ ี้ อารมณค์ วามรูส้ กึ เหมือนเรอ่ื ง เงาะป่า
๓. ครูบนั ทกึ คาตอบของนกั เรยี นเป็นแผนภาพความคิด
ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล
ใบงานเร่อื ง การคาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรอ่ื ง เงาะป่า สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้
............................................................................
..K..........................................................................
....AP....................................................................................................................................................
............................................................................ ลงชอ่ื ……….......…………ผู้รายงาน ลงชอื่ ……........……………ผู้รบั รอง ลงชือ่ ……........……………ผู้รบั รอง
(...................................) (..............................) (..............................)
ตาแหน่งครู
.... หวั หน้าวิชาการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๘
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ บทละครเรื่อง เงาะป่ า เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง คุณค่าของบทละครเร่ืองเงาะป่ า (๒) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนที่ ................ วันท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ ท ๑.๑ ป. ๔/๗ อา่ นหนงั สือท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจอยา่ ง
เพ่อื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และมีนิสยั รกั สม่าเสมอและแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั เรอ่ื งท่ีอ่าน
การอ่าน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
K ๑. สรุปความรูแ้ ละขอ้ คดิ จากบทละครเรอ่ื ง เงาะป่า (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. วเิ คราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรมของบทละครเร่อื ง เงาะป่า (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
A ๓. เหน็ คณุ คา่ ของวรรณคดีไทย (A)
สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้
บทละครเรอ่ื ง เงาะป่าสะทอ้ นวิถีชีวิตดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม คณุ คา่ ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรมของบทละครเรอ่ื ง เงาะป่า
การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
๑. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถาม ชอบมากท่ีสดุ ในเร่อื งนี้ พรอ้ มอธิบายเหตผุ ล
กระตนุ้ ความคิด ดงั นี้ ๏ นกั เรยี นอยากใชช้ ีวิตแบบเงาะซา
๔. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
ไกหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด ๏ บทละครเรอ่ื ง เงาะป่า สะทอ้ นวิถีชีวิตดา้ นสงั คมและ
๒. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั วิเคราะหค์ ณุ ค่าของบทละครเร่อื ง เงาะป่า
ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม จากนนั้ ใหบ้ นั ทกึ คาตอบเป็น วฒั นธรรม
แผนภาพความคิดลงในสมดุ ๕. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามทา้
๓. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั วิจารณเ์ ก่ียวกบั ตวั ละครวา่ ตวั ละครท่ี ทาย ดงั นี้ ๏ นกั เรยี นคิดวา่ ความเป็นอยขู่ องเงาะซาไกมี
ความเหมือนและตา่ งจากความเป็นอยใู่ นปัจจบุ นั อยา่ งไร
ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล
- สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้
................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงชื่อ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง ลงชอื่ ……........……………ผู้รับรอง
(..............................) (..............................)
หวั หน้าวชิ าการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
ใบงานที่ 23 คะแนน
เร่อื งการเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ งของบทละครเรือ่ ง เงาะป่ า
ช่ือ............................................................................ชนั้ ................................เลขท่ี..........................
ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ งของบทละครเร่อื ง เงาะป่ า
ใบงานที่ 23 คะแนน
เรอ่ื ง การคาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื ง เงาะป่ า
ช่ือ............................................................................ชนั้ ................................เลขท่ี..........................
ใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
๑. อะไรเป็นตน้ เหตขุ องปัญหาทงั้ หมด
๒. ถา้ ซมพลาไมถ่ กู ลอบยิง เหตกุ ารณต์ อ่ ไปจะเป็นอยา่ งไร เพราะ
เหตใุ ด
๓. การท่ลี าหบั และฮเนาฆา่ ตวั ตายถกู ตอ้ งหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
๔. ลาหบั และฮเนาควรแกป้ ัญหาอยา่ งไรท่ดี ีกวา่ การฆา่ ตวั ตาย
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑
รายวิชาภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔
ช่ือ............... หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ มาตราตัวสะกด...มีทง้ั หมด ๘ มาตรา เวลาเรียน ๔ ชว่ั โมง
โรงเรยี น....................
เรอ่ื งลักษณะของคาในมาตรา กง กม เกย เกอว เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง
สอนวนั ท่ี............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นที่ .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ มาตรา กง กม เกย เกอว ล้วนเป็นมาตราตัวสะกดทม่ี ี
เปล่ียนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และ ตวั สะกดตัวเดยี ว
รกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
สาระการเรียนรู้
ตวั ชว้ี ดั
ตวั ช้วี ดั
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทต่าง ๆ ลกั ษณะของคาในมาตรา กง กม เกย เกอว
กระบวนการจดั การเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรียนอา่ นบทร้อยกรอง “อานภุ าพเสยี งปีข่ องพระอภยั มณี” สังเกตคา ๑. อธบิ ายลักษณะของคาในมาตรา กง กม เกย เกอว (K)
ท่คี รูกาหนด จากนั้นช่วยกนั จาแนกส่วนประกอบของคา เพ่อื สังเกตเสยี ง ๒. จาแนกคาในมาตรา กง กม เกย เกอว (P)
ตวั สะกด แลว้ สรปุ ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต (สือ่ ๑) ๓. เหน็ ความสาคญั ของการจาแนกคาในมาตรา กง กม เกย
๒.ให้นักเรียนทายคาจากปรศิ นาคาทาย ดงั น้ี
เกอว เพื่อนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั (A)
๑) ข้าว...อะไร พนี่ ้องชาวไทยภาคเหนือและภาคอีสานตา่ งสุขสาราญเพราะ
สมรรถนะสาคัญ
รบั ประทานขา้ วชนดิ น้ี (ข้าวเหนียว)
๒) กลม...อะไรทใ่ี ชก้ ับรสหรอื เสยี ง ความหมายบอกเพยี ง “ทเี่ ข้ากนั พอดี” การสอ่ื สาร การคิด การแกไ้ ขปญั หา การใช้เทคโนโลยี ทกั ษะชวี ติ
ไม่มีรสใดมากไป (กลมกล่อม) คณุ ลักษณะพึงประสงค์
๓. คาเฉลยทั้ง ๒ คาน้ี “ข้าวเหนียว” “กลมกลอ่ ม” มีลักษณะอย่างไร หรือมี
ข้อสังเกตอะไรบา้ ง (แตล่ ะคามี ๒ พยางค์ มตี วั สะกดท้ังพยางค์หนา้ และหลงั ใฝ่เรียนรู้ มวี ินัย รกั ความเป็นไทย มุ่งมั่นในการทางาน
เหมือนกนั ทุกคา) แตล่ ะคามี ว ม ง เป็นตัวสะกดตามลาดับ เป็นคาทม่ี ี ภาระชนิ้ งาน
ตวั สะกดมาตราใด นอกจาก ว ม ง มีตวั อนื่ สะกดแล้วออกเสียงเหมือนเดมิ -
ไดห้ รือไม่ ถือว่ามตี วั สะกดกีต่ ัว (คาทมี่ ี ว ม ง สะกด เรยี กวา่ คาในมาตรา
เกอว มาตรา กม มาตรา กง ตามลาดับ
๔.ใหน้ กั เรียนเขียนคาที่มคี วามหมายตรงข้ามกับคาที่ครูพดู ซึง่ จะเปน็ คาใน การวดั ประเมนิ ผล
มาตราทั้ง ๔ (มาตรา กง กม เกย เกอว) จากนั้นใหจ้ ัดประเภทโดยเขยี นรวมคา สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ ร่วม
ใหมใ่ นแต่ละมาตรา กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนักเรยี น
ตวั อย่าง ครูพดู วา่ เหม็น (นกั เรียนเขียนคาตรงขา้ มกนั คือ หอม) อว้ น
ขเี้ หร่ หนา มาก เตีย้ ยากจน มืด แคบ สัน้ ลาบาก บันทกึ หลังสอน
หวาน หนา้ ดี เปน็ ตน้
๕. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้เรอื่ ง มาตรา กง กม เกย เกอว เป็น .................................................................................
แผนภาพความคิด .................................................................................
สือ่ การเรยี นรู้ รูปแบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงช่อื ……….......…………ผ้รู ายงาน ลงชื่อ…….................……………ผูร้ ับรอง ลงชอื่ ……........……………ผ้รู บั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หัวหน้าฝ่ายวิชาการ
ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรยี น
ส่ือ ๑
อานุภาพเสยี งป่ี ของพระอภยั มณี
วเิ วกหวดี กรดี เสยี งสาเนียงสน่นั คนขยนั้ ยนื ขงึ ตะลงึ หลง
ใหห้ ววิ วาบซาบทรวงตา่ งง่วงงง ลมื ณรงคร์ บสเู้ ง่ียหฟู ัง
พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต ใหค้ นคิดถึงถ่ินถวิลหวงั
วา่ จากเรอื นเหมือนนกมาจากรงั อยขู่ า้ งหลงั กอ้ จะแลชะแงค้ อย
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๒
รายวชิ าภาษาไทย กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
ชือ่ ............... หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๒ มาตราตวั สะกด...มที งั้ หมด ๘ มาตรา เวลาเรียน ๔ ชัว่ โมง
โรงเรียน....................
เร่อื ง ลกั ษณะของคาในมาตรา กก กด กน กบ เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
สอนวันที่............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนท่ี .... ปีการศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ มาตรา กก กด กน กบ ลว้ นเป็นมาตราตวั สะกดทีม่ ตี ัวสะกด
เปลยี่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และ หลายตัว
รกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
สาระการเรียนรู้
ตัวชี้วัด
ตัวช้วี ัด
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทตา่ ง ๆ ลกั ษณะของคาในมาตรา กก กด กน กบ
กระบวนการจัดการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดังน้ี ๑. อธิบายลกั ษณะของคาในมาตรา กก กด กน กบ (K)
๏ ชอ่ื – นามสกุลของนกั เรียนมีคามาตราใดบ้าง ๒. จาแนกคามาตรา กก กด กน กบ (P)
๒. ครูและนกั เรียนร่วมกันทบทวนความรูเ้ รอื่ ง มาตรา กก กด กน กบ ว่า ๓. กระตือรอื รน้ ในการรว่ มกิจกรรม (A)
แต่ละมาตรามีตัวสะกดใดบา้ ง มาตราใดมสี มาชกิ มากทส่ี ุด (มาตรา กด)
๓. ใหน้ กั เรยี นเขยี นคาทคี่ รเู ขยี นบนกระดาน โดยเติมคาในชอ่ งว่างให้เป็นคาใน สมรรถนะสาคญั
มาตรา ตา่ ง ๆ ใหถ้ กู ตอ้ ง เช่น
๏ มาตรา กก ประ (มุข, โยค, จกั ษ)์ กระ (ตกิ , บอก) ความ (รัก, สุข, ทกุ ข)์ การสอื่ สาร การคดิ การแก้ไขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะชีวิต
(เลข) เก้า
๏ มาตรา กด ประ (เทศ, สิทธ์ิ) วนั (พุธ, อาทติ ย์) อา (ทิตย์) ซ่ือ (สัตย์) คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
๏ มาตรา กน อา (หาร, จารย์, คาร) ลา (ธาร, เคญ็ ) วัน (จันทร์, เพญ็ ,
อังคาร) น้า (ตาล, หวาน, มนต)์ ใฝ่เรยี นรู้ มวี ินยั รักความเปน็ ไทย มุ่งมัน่ ในการทางาน
๏ มาตรา กบ อา (ชีพ, ภัพ) ประ (ดับ, กอบ, ทบั ) สขุ (ภาพ) ระ (บบ,
เบยี บ) เคา (รพ) (หมายเหตุ บางคาอาจมหี ลายคาให้เลือกเตมิ ได้ เช่น มาตรา ภาระชิ้นงาน
กด - ประดิษฐ์, ประสาท, วันพฤหัสบดี, อาฆาต, อาพาธ) -
ใหท้ กุ คนรว่ มกันเฉลยโดยนักเรยี นตรวจเอง หรือแลกกบั เพื่อนข้าง ๆ แล้วแต่
จะตกลงกนั ซกั ถามสิง่ ท่ีสงสัยให้เข้าใจยิง่ ข้ึน (แกไ้ ขคาผดิ คาละ ๓ ครง้ั หรือ การวัดประเมนิ ผล
เขยี นคาท่ีถูกต้องไว้ขา้ ง ๆ) สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ ม
๖. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้เรอื่ ง มาตรา กก กด กน กบ เปน็ กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
แผนภาพ (สอื่ ๑)
บันทกึ หลังสอน
.................................................................................
.................................................................................
ส่ือการเรยี นรู้ รูปแบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอ่ื ……….......…………ผ้รู ายงาน ลงชอ่ื …….................……………ผรู้ ับรอง ลงชอื่ ……........……………ผู้รบั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หัวหนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
ตาแหน่งผ้อู านวยการโรงเรยี น
ส่ือ ๑
แผนภาพ สรุปความรู้เรื่อง มาตรา กก กด กน กบ
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๓
รายวิชาภาษาไทย กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
ช่ือ............... หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ มาตราตวั สะกด...มีท้ังหมด ๘ มาตรา เวลาเรียน ๔ ชั่วโมง
โรงเรยี น....................
เรอื่ ง ความหมายของคาทมี่ ีตัวสะกดในมาตราต่าง ๆ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
สอนวันที่............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนท่ี .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ การร้คู วามหมายของคาทาใหเ้ ลือกใช้คาไดถ้ กู ต้อง ซึง่ เป็น
เปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และ ประโยชน์ในการสื่อสารทั้งการพูด การเขยี น และเป็น
รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ เคร่ืองมือในการศึกษาหาความรู้
ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้
ตัวชีว้ ดั
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ ง ๆ ความหมายของคาในมาตราตัวสะกดต่าง ๆ
ความหมายของคา
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. ให้นักเรยี นรว่ มกนั เปดิ พจนานกุ รมหาความหมายของคาท่คี รู
กาหนดให้ ดังนี้ อัฐ ลาภ นาค กญุ ชร ชลธาร รัญจวน พิศวาส ๑. บอกความหมายของคาตา่ ง ๆ ได้ (K)
๒ให้นกั เรียนช่วยกนั หาคาที่มีตวั สะกดตามท่ีกาหนด เช่น ๒. เขยี นคาในมาตราตวั สะกดทุกมาตราได้ (P)
๏ มาตรา ก กา มาตรา กด เช่น อากาศ ประดษิ ฐ์ พิบัติ วกิ ฤติ ๓. เหน็ คุณค่าของการร้คู วามหมายของคา เพ่อื นาไปใชใ้ น
๏ มาตรา กด มาตรา กบ เช่น จุดธูป วาดรปู ชีวติ ประจาวนั (A)
๓. ใหน้ ักเรยี นบอกความหมายของคาหรอื เปิดพจนานุกรมหา
ความหมายของคาใหอ้ าสาสมคั รออกมาอา่ นความหมายทค่ี ้นพบ สมรรถนะสาคัญ
๔. ให้นักเรยี นทาใบงานท่ี ๒ เร่อื ง การเขียนคาตามคาบอก และอธบิ าย
ความหมายของคา ดังนี้ การสือ่ สาร การคิด การแก้ไขปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะชีวิต
คาที่ ๑ บริการ คาท่ี ๒ ประมาท
คาท่ี ๓ อัจฉริยะ คาท่ี ๔ กระฉบั กระเฉง คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
คาที่ ๕ ทะนุถนอม จากนน้ั ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
๕. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี ใฝเ่ รยี นรู้ มวี ินัย รกั ความเปน็ ไทย ม่งุ มั่นในการทางาน
๏ การรูค้ วามหมายของคาทาให้เลอื กใช้คาได้ถูกตอ้ ง ซง่ึ เปน็ ภาระชน้ิ งาน
ประโยชนใ์ นการสอื่ สารทัง้ การพูด การเขียน และเปน็ เครื่องมอื ใน ใบงานเรือ่ ง การเขยี นคาตามคาบอก และอธิบาย
การศกึ ษาหาความรู้ ความหมายของคา
การวดั ประเมินผล
สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ ม
กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
ส่อื การเรยี นรู้ บนั ทึกหลังสอน
ลงชื่อ……….......…………ผู้รายงาน .................................................................................
(นาง..................) .................................................................................
ตาแหนง่ ครู
รปู แบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอื่ …….................……………ผู้รับรอง ลงช่อื ……........……………ผ้รู บั รอง
(..........................) (..............................)
หัวหน้าฝ่ายวชิ าการ
ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔
รายวิชาภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
ชอ่ื ............... หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๒ มาตราตัวสะกด...มีทงั้ หมด ๘ มาตรา เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง
โรงเรยี น....................
เรอื่ ง มาตราตวั สะกด จดจาไดห้ มด ใชไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง
สอนวนั ท่ี............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นท่ี .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคญั
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การ การอ่านและเขยี นคาถูกต้อง รวมท้งั รู้ความหมายของคา มี
เปล่ยี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และ คุณคา่ ต่อการติดต่อสอื่ สาร และการศึกษาหาความรู้ ทง้ั ยัง
รักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ เปน็ การอนรุ ักษม์ รดกทางภาษาของไทยไวใ้ หย้ ั่งยนื
ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้
ตัวช้ีวดั ความหมายของคาในมาตราตัวสะกดตา่ ง ๆ
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทตา่ ง ๆ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.ใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เห็นรว่ มกัน โดยครใู ช้คาถามท้าทาย ดงั นี้ ๑. บอกความหมายของคาตา่ ง ๆ ได้ (K)
๏ มีชอ่ื จังหวัดใดบา้ งท่มี คี ามาตรา ก กา และมาตรา กง ๒. เขียนคาในมาตราตัวสะกดต่าง ๆ ได้ถกู ตอ้ ง (P)
๒.ให้นักเรียนแขง่ ขนั กันเขยี นคาท่ีครอู า่ นทลี ะคาบนกระดาน เชน่ ๓. เห็นคณุ คา่ ของการอา่ นเขยี น รู้ความหมายของคา (A)
กด - เกน (กฎเกณฑ์) ปรฺ ะ - พฺรึด (ประพฤต)ิ ทรฺ ิด - สะ - ดี , บกุ -
คะ - ลกิ , สะ - กน - นะ - คอน, สา - ราน, บกุ - คน, เทบ - พะ - บุด, สมรรถนะสาคัญ
ความ - โลบ, ประ - มุก
๓.ให้นกั เรียนช่วยกนั คดิ คามาต่อคาหนา้ หรือพยางค์หน้าให้เปน็ คาใน การสือ่ สาร การคิด การแก้ไขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชวี ิต
มาตราตา่ ง ๆ เช่นอา - อาศยั อาลัย / อาคม อาศรม อารมณ์ / อาณัติ
อากาศ อาทิตย์ อาบตั ิ อาพาธ อาฆาต อาเพศ / อาจิณ อาสัญ คุณลักษณะพึงประสงค์
ใฝเ่ รยี นรู้ มวี ินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ มั่นในการทางาน
อาคาร อาการ อากร อาจารย์ อาหาร / อาชีพ อาภัพ ภาระช้นิ งาน
๔. ใหน้ ักเรยี นหาความหมายของคาท่ีสนใจคนละ ๒ - ๓ คา หรือใช้บาง ใบงานเร่อื ง การเขียนคาตามคาบอก และอธิบาย
คาแต่งประโยค
๕. ให้ทุกคนร่วมกันพจิ ารณาความถูกตอ้ งของคาท่ีเพ่ือนเขียน ชว่ ยกัน ความหมายของคา
แกไ้ ขใหถ้ ูกต้อง จากนั้นบอกความหมายของคาที่ทราบ และชว่ ยกัน การวดั ประเมินผล
คน้ หาความหมายของคาบางคาจากพจนานุกรม สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเข้ารว่ ม
๖. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรียน
๏ การอา่ นและเขยี นคาถูกต้อง รวมทง้ั ร้คู วามหมายของคา มคี ุณค่า
ตอ่ การตดิ ต่อสื่อสาร และการศกึ ษาหาความรู้ ทัง้ ยงั เปน็ การอนุรกั ษ์ บันทึกหลังสอน
มรดกทางภาษาของไทยไว้ให้ยงั่ ยนื
๗. ให้นักเรียนเขียนแผนภาพความคิดสรปุ ความรู้เร่ือง มาตราตวั สะกด .................................................................................
.................................................................................
สอ่ื การเรียนรู้ รูปแบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอ่ื ……….......…………ผรู้ ายงาน ลงชอื่ …….................……………ผ้รู ับรอง ลงชื่อ……........……………ผู้รับรอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
ตาแหน่งผอู้ านวยการโรงเรียน
ใบงานที ๒
เรื่องการเขียนคาตามคาบอก และอธิบายความหมายของ
คา คะแนน
ใหน้ กั เรียนเขียนตามคาบอก แลว้ อธิบายความหมายของคา
......................................................................
......................................................................
......................................................................
......................................................................
ช่ือ.......................................ชั้น...................เลขที่.............
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑
รายวิชาภาษาไทย กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
ช่ือ............... หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ไตรยางศ์...สรา้ งคา เวลาเรยี น ๔ ชว่ั โมง
โรงเรยี น....................
เรอ่ื ง อักษร ๓ หมู่ เวลาเรียน ๑ ช่วั โมง
สอนวนั ที่............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนที่ .... ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การ ไตรยางศ์เปน็ การจาแนกพยัญชนะไทยทงั้ ๔๔ ตวั เป็น
เปลยี่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และ อักษร ๓ หมู่ โดยใช้พ้ืนเสียงทีย่ ังไม่ไดผ้ นั ด้วยรปู วรรณยกุ ต์
รกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
สาระการเรยี นรู้
ตวั ช้วี ัด
ตวั ชี้วดั
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ ง ๆ คาที่มีพยัญชนะต้นเปน็ อักษรหมู่ตา่ ง ๆ
กระบวนการจดั การเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรียนอา่ นเรือ่ ง “หง่ิ ห้อยกับต้นลาพู” แลว้ สงั เกตพยญั ชนะตน้ ของคา ๑. บอกความหมายของคาวา่ ไตรยางศ์ (K)
ท่คี รกู าหนด (ส่ือ ๑) สงั เกตคา หงิ่ หอ้ ย กงิ้ กอื คา้ งคาว จากนนั้ ครใู ชค้ าถาม ๒. ยกตัวอย่างคาทีม่ พี ยัญชนะต้นเปน็ อักษรหมตู่ า่ ง ๆ (P)
๑) คาทัง้ สามมีรปู คาหรอื ลกั ษณะเหมอื นกันอยา่ งไร (มี ๒ พยางคท์ กุ คา และ ๓. กระตือรือรน้ ในการรว่ มกิจกรรม (A)
คาหน้ากบั คาหลังใช้ตัวพยัญชนะเหมอื นกนั )
๒) คาทง้ั สามมคี วามตา่ งกันหรอื ไม่ อย่างไร (พยัญชนะตน้ ของแตล่ ะคา เปน็ สมรรถนะสาคัญ
อกั ษรคนละหมกู่ ัน ห่ิงห้อย ห เป็นอกั ษรสูง กง้ิ กือ ก เปน็ อักษรกลาง และ
คา้ งคาว ค เปน็ อักษรต่า) การสือ่ สาร การคดิ การแก้ไขปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะชวี ติ
๓) อกั ษร ๓ หมขู่ องพยญั ชนะไทย เรียกวา่ อะไร จาแนกอย่างไร (ไตรยางศ์ คุณลักษณะพึงประสงค์
จาแนกโดยใชพ้ ้นื เสียงท่ียังไม่ได้ผนั ดว้ ยรูปวรรณยกุ ต์)
๔. ใหน้ ักเรียนทบทวนอกั ษร ๓ หมู่ ที่เรียกว่า ไตรยางศ์ ว่าในแตล่ ะหมู่มี ใฝ่เรยี นรู้ มวี นิ ยั รกั ความเปน็ ไทย มงุ่ มัน่ ในการทางาน
พยัญชนะใดบา้ ง แล้วออกมาชว่ ยกนั เขียนให้ครบ ภาระชนิ้ งาน
๏ อกั ษรสงู มี ๑๑ ตัว ไดแ้ ก่ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห -
๏ อักษรกลาง มี ๙ ตัว ไดแ้ ก่ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ
๏ อกั ษรต่า มี ๒๔ ตัว ได้แก่ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย
รลวฬฮ การวดั ประเมินผล
๕.ให้นักเรียนเขียนชอ่ื สัตวใ์ ต้ภาพที่ครูนามาติด หรือบอกใบใ้ หเ้ ขียนบ้าง เชน่ สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเข้าร่วม
๏ ช้าง เสอื ลิง เป็ด กระต่าย แมว ผง้ึ ตุ๊กแก หอย กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรียน
แล้วช่วยกันจัดแยกประเภท เช่น โยงชือ่ สัตว์ หรอื เขยี นชอ่ื สตั วท์ ม่ี ีอักษรสงู
กลาง ต่า บนั ทกึ หลงั สอน
๖. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ ไตรยางศ์ เปน็ การจาแนกพยัญชนะไทย ๔๔ ตวั เปน็ อักษร ๓ หมโู่ ดยใชพ้ ืน้ .................................................................................
เสียงที่ยงั ไม่ได้ผนั ด้วยรปู วรรณยุกต์ .................................................................................
ส่อื การเรยี นรู้ รูปแบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชื่อ……….......…………ผูร้ ายงาน ลงชอ่ื …….................……………ผู้รับรอง ลงชือ่ ……........……………ผู้รบั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหนง่ ครู หวั หนา้ ฝ่ายวิชาการ
ตาแหน่งผ้อู านวยการโรงเรียน
ส่อื ๑
หง่ิ หอ้ ยกับตน้ ลาพู
หลายคนสงสัยวา่ ในป่ าโกงกางมีตน้ ไมอ้ ยหู่ ลายชนิด แตเ่ หตใุ ด
หงิ่ หอ้ ยจงึ มกั จะเกาะอยบู่ นตน้ ลาพเู ป็นสว่ นใหญ่ มีข้อสนั นิษฐานวา่ ท่ี
เป็นเชน่ นนั้ เน่ืองจากลาพเู ป็นตน้ ไมใ้ หญ่มีพมุ่ ใบหนา มีใบขนาดเลก็
เหมาะสาหรบั ห่ิงหอ้ ยท่ีโตเตม็ วยั เกาะเพ่อื ผสมพนั ธุ์ และเหมาะสาหรบั
ตวั ออ่ นซง่ึ เป็นหนอนอยอู่ าศยั เพราะลกั ษณะโดยท่วั ไปของตน้ ลาพคู ือ
รากจะอยเู่ หนือพนื้ ดนิ ในระดบั ท่ีตา่ งกนั ดงั นนั้ เม่ือเวลานา้ ทะเลขนึ้ นา้
จะท่วมตน้ ลาพู แตจ่ ะมีรากบางสว่ นท่ีนา้ ทว่ มไมถ่ งึ หนอนของห่ิงหอ้ ย
จงึ สามารถหนนี า้ ไปอยใู่ นรากสว่ นนนั้ ได้
เรยี บเรยี งโดย นฤภร รุจิเรข
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี ๒
รายวิชาภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
ชื่อ............... หน่วยการเรยี นรู้ทีไ่ ตรยางศ์...สร้างคา เวลาเรียน ๔ ชั่วโมง
โรงเรียน....................
เร่ือง อักษรคู่ อกั ษรเดยี่ ว เวลาเรยี น ๑ ชวั่ โมง
สอนวันที่............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นท่ี .... ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคญั
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ อกั ษรตา่ ท่ีมเี สยี งคกู่ ับอักษรสงู เรยี กวา่ อักษรคู่ อกั ษรตา่ ท่ี
เปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และ ไมม่ เี สยี งคูก่ บั อกั ษรสูง เรียกวา่ อกั ษรเดี่ยว
รกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
สาระการเรยี นรู้
ตัวชวี้ ัด
ตัวช้ีวดั
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ คาอกั ษรคู่ อักษรเดีย่ ว
กระบวนการจัดการเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. ครแู จกกระดาษใหน้ ักเรยี นเขยี นคาประเภทตา่ ง ๆ เชน่ ขนม เครื่องใชต้ า่ ง ๑. บอกความหมายของอกั ษรคู่ - อักษรเดีย่ ว (K)
ๆ ตามหมู่ของตวั อกั ษรรวมแลว้ ไม่นอ้ ยกว่า ๑๐ คา ๒. ยกตวั อยา่ งคาที่เป็นอักษรคู่ - อกั ษรเด่ยี ว (P)
จากน้นั ให้นกั เรยี นหรอื อาสาสมคั รออกมานาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียนทีละคน ๓. กระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
ประมาณ ๓ - ๔ คน ทกุ คนร่วมกันพิจารณาความถกู ต้อง แล้วรวบรวมผลงาน สมรรถนะสาคัญ
ส่งให้ครตู รวจสอบอีกครงั้
๓. ใหน้ ักเรยี นสังเกตคาในบัตรคาบนกระดาน ดงั นี้ แพะ ม้า งู นก ลงิ การสือ่ สาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะชวี ิต
ช้าง ยรี าฟครูใช้คาถาม ดังนี้ คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
๑) ทกุ คามพี ยัญชนะต้นเปน็ อักษรในหมใู่ ด (อกั ษรต่าทั้งหมด)
๒) คาว่า แพะ มีเสยี งพยญั ชนะต้นคล้ายกบั อกั ษรสงู ตัวใด (ผ) ใฝเ่ รยี นรู้ มีวินยั รกั ความเปน็ ไทย มุ่งมั่นในการทางาน
๓) คาว่า ชา้ ง มีเสยี งพยญั ชนะต้นคล้ายกับอักษรสงู ตวั ใด (ฉ) ภาระช้นิ งาน
๔) คาว่า ม้า มีเสยี งพยัญชนะต้นคล้ายกับอักษรสงู ตัวใด (ไม่มี) -
๔. ครูให้ความรเู้ พ่ิมเตมิ เรอ่ื ง อักษรคู่ คอื อกั ษรต่าท่มี เี สียงคู่กบั อกั ษรสูงมี ๑๔
ตวั ไดแ้ ก่ ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ เช่น ช มีเสียงคกู่ บั ฉ / การวัดประเมินผล
พ มเี สยี งคกู่ บั ผ และอกั ษรเดย่ี ว คือ อักษรตา่ ทไ่ี มม่ ีเสียงคู่กับอักษรสูงมี ๑๐
ตัว คือ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ ม
๖. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนักเรียน
๏ อักษรตา่ ทีม่ เี สียงคู่กับอกั ษรสูง เรยี กว่า อักษรคู่ อกั ษรต่าที่ไม่มคี ่กู บั
อกั ษรสงู เรยี กว่า อกั ษรเดยี่ ว บันทึกหลงั สอน
๗. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ คาวา่ พอ่ กบั แม่ คาใดมอี ักษรคู่ .................................................................................
.................................................................................
ส่อื การเรยี นรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอื่ ……….......…………ผรู้ ายงาน ลงชื่อ…….................……………ผรู้ บั รอง ลงชอ่ื ……........……………ผู้รับรอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหนง่ ครู หัวหน้าฝา่ ยวชิ าการ
ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรยี น
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี ๓
รายวิชาภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
ช่ือ............... หน่วยการเรยี นรูท้ ไ่ี ตรยางศ์...สรา้ งคา เวลาเรยี น ๔ ชัว่ โมง
โรงเรยี น....................
เร่ืองอักษรคู่ เรยี นรไู้ ม่ยาก เวลาเรียน ๑ ชัว่ โมง
สอนวันท่ี............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนที่ .... ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การ อกั ษรตา่ ท่ีมเี สยี งคูก่ ับอักษรสูง มี ๑๔ ตัว
เปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และ
รักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ สาระการเรยี นรู้
ตัวช้ีวัด
ตวั ชี้วดั
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทตา่ ง ๆ อักษร ๓ หมู่ อกั ษรคู่ อักษรเดีย่ ว
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. ครเู ขยี นชอ่ งปริศนาอกั ษรไขว้บนกระดาน แล้วให้นักเรยี นเตมิ ตวั อักษรใน ๑. บอกลักษณะของคาอักษรคไู่ ด้ (K)
ให้เปน็ คาชื่อสัตวต์ า่ ง ๆ ดังตวั อย่าง (สื่อ ๑) ๒. ยกตัวอย่างคาอกั ษรคู่ และใชค้ าแตง่ ประโยค (P)
๒. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มคิดคาต่อทา้ ยคาว่า ขนม (อาจเป็นชือ่ ขนม หรือไม่ใช่ ๓. นาความรเู้ รื่องอักษรคไู่ ปใช้ในชีวิตประจาวนั (A)
ขนมแตม่ ักเรยี กว่า “ขนม” นาหนา้ สมรรถนะสาคัญ
๓.ใหน้ ักเรียนร่วมกันฝกึ คิด ใช้คาอักษรคูแ่ ละคาทีม่ อี กั ษรสงู มเี สียงคกู่ ับอักษรคู่
แต่งประโยคหรอื ขอ้ ความตา่ ง ๆ เช่น การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใช้เทคโนโลยี ทักษะชวี ติ
๏ ค - ข ๐ นา้ วางขนมครกไวข้ า้ งเขียง๐ นอ้ งขบขันที่พี่แกล้งใส่ คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
หนวดเครา
ใฝเ่ รียนรู้ มีวินัย รักความเปน็ ไทย มงุ่ มนั่ ในการทางาน
๏ ซ - ส ๐ คนเดินโซเซเพราะไม่สบาย๐ พช่ี าวอีสานรอ้ งแซบเม่ือชิมส้มตา
๏ ภ - ผ ๐ ภาพนีน้ กกาลงั โผผินข้ึนส่ทู อ้ งฟ้าดูงดงาม ภาระชน้ิ งาน
๏ ฮ - ห ๐ น้องร้องไหโ้ ฮด้วยความเจบ็ เพราะหกลม้ ใบงานเรื่อง คดิ คาอกั ษรคแู่ ลว้ ใชแ้ ต่งประโยค
๔.ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ ๓ เรื่อง คดิ คาอกั ษรคู่ แล้วใชแ้ ตง่ ประโยค จากนนั้ ให้
อาสาสมัคร ๓ - ๔ คน ออกมานาเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี นทลี ะคน ให้นักเรียน การวดั ประเมินผล
ทุกคนร่วมกนั พิจารณาความถกู ต้อง ช่วยกันแก้ไข ปรับปรุงผลงาน แลว้
รวบรวมผลงานนาสง่ ใหค้ รูตรวจสอบอีกครง้ั สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเข้าร่วม
๕.ใหค้ รแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนักเรยี น
๏ อกั ษรต่าทม่ี ีเสียงคู่กับอักษรสงู มี ๑๔ ตัว
๖. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามทา้ ทาย ดังน้ี บนั ทกึ หลงั สอน
๏ คาที่มีอักษรคู่กบั อกั ษรเดี่ยวท่ีประสมสระเดียวกนั จะนามาแตง่ เปน็
เพลงได้อยา่ งไร .................................................................................
.................................................................................
ส่ือการเรียนรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอื่ ……….......…………ผรู้ ายงาน ลงชือ่ …….................……………ผรู้ บั รอง ลงชอ่ื ……........……………ผรู้ บั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หวั หน้าฝา่ ยวชิ าการ
ตาแหน่งผ้อู านวยการโรงเรยี น
ส่อื ๑ ปรศิ นาอกั ษรไขว้
แนวนอน
๑. หอ้ ยหวั นอน หากินกลางคืน (ค้างคาว)
๒. ช่ือสตั วท์ ะเล เปลือกแขง็ (หอยแครง)
๓. สตั วเ์ ค้ียวเอ้ือง มีขนปุยหนา (แกะ)
แนวต้งั
๔. สตั วส์ ี่เทา้ มีลายสีขาวดาพาดขวางลาตวั (ม้าลาย)
๕. คลา้ ยกบ ผวิ หนงั เป็นตุ่มขรุขระ (คางคก)
๖. สตั วเ์ ล้ือยคลานขนาดใหญ่ หากินในน้า (จระเข้)
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี ๔
รายวิชาภาษาไทย กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
ชอ่ื ............... หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ีไตรยางศ์...สรา้ งคา เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง
โรงเรยี น....................
เรอ่ื ง ครบเคร่อื งเร่ืองไตรยางศ์ เวลาเรยี น ๑ ชัว่ โมง
สอนวันที่............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนที่ .... ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การ คนไทยตอ้ งอ่านเขียนสะกดคาต่าง ๆ ใหถ้ กู ต้อง และบอก
เปลี่ยนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และ ความหมายของคาไดเ้ พอ่ื ประโยชน์ในการติดตอ่ สอื่ สารกนั
รักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ และสรา้ งผลงานด้านภาษาไทยใหม้ ีคุณคา่ ทั้งเป็นการ
อนุรกั ษม์ รดกทางภาษาไทยไวใ้ ห้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวช้ีวดั
สาระการเรียนรู้
ตัวชี้วัด
ความรู้เรอื่ ง ไตรยางศ์ และความหมายของคาต่าง ๆ
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทตา่ ง ๆ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
กระบวนการจดั การเรียนรู้
๑. ครแู ละนักเรียนสนทนาถงึ ประโยชนข์ องการรคู้ วามหมายของคาตา่ ง ๆ ๑. อธิบายความรู้เรอื่ ง ไตรยางศ์ (K)
และการเขยี นคาตา่ ง ๆ ใหถ้ กู ต้อง ๒. ยกตัวอยา่ งคา บอกความหมายของคา ( P)
๒.ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั หาตัวอักษรเตมิ ใน ให้เปน็ คาตามทมี่ คี วามหมายของ ๓. กระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกิจกรรม (A)
คาท่ีกาหนดให้ (สื่อ๑) สมรรถนะสาคญั
๓. ใหน้ กั เรยี นทุกคนรว่ มกันพจิ ารณาความหมายของคา ใชค้ าแต่งประโยค
ปากเปลา่ หรือเขยี นบนกระดาน การสอื่ สาร การคดิ การแก้ไขปญั หา การใช้เทคโนโลยี ทักษะชวี ิต
๔. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันตอบปากเปลา่ ดังนี้ คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
ไตรยางศ์ คือ ........................................................................................
อกั ษร ๓ หมู่ คือ ................................................................................... ใฝ่เรยี นรู้ มีวินัย รักความเป็นไทย มุ่งมัน่ ในการทางาน
๏ อกั ษรสงู มี..........ตัว คือ ................................................................... ภาระช้นิ งาน
คาท่ีมีอกั ษรสงู เป็นพยญั ชนะต้น เช่น ๑................. ๒............................... -
๏ อกั ษรกลางมี..........ตวั คือ................................................................
คาที่มอี ักษรกลางเป็นพยัญชนะตน้ เช่น ๑..................... ๒......................... การวดั ประเมนิ ผล
๏ อกั ษรตา่ มี..........ตัว คือ....................................................................
- อกั ษรคู่ คือ....................... ม.ี ............ตวั ไดแ้ ก่................................... สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา้ ร่วม
- อกั ษรเดย่ี ว คอื .............................. ม.ี ............ตัว ไดแ้ ก่.............................. กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนักเรียน
๕. ให้ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คนไทยตอ้ งอ่านเขยี นสะกดคาต่าง ๆ ใหถ้ ูกตอ้ ง และบอกความหมาย บันทกึ หลงั สอน
ของคาได้เพอ่ื ประโยชนใ์ นการตดิ ตอ่ ส่ือสารกัน และสร้างผลงานดา้ นภาษาไทย
มีคุณคา่ .................................................................................
.................................................................................
สื่อการเรียนรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงช่ือ……….......…………ผู้รายงาน ลงช่ือ…….................……………ผรู้ ับรอง ลงชื่อ……........……………ผูร้ ับรอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหนง่ ครู หวั หนา้ ฝา่ ยวิชาการ
ตาแหนง่ ผูอ้ านวยการโรงเรยี น
สื่อ ๑ ปรศิ นาอกั ษรไขว้
ความหมายของคา
แนวนอน
๑. นอกเหนือหรอื แตกตา่ งไปจากปรกติธรรมดา (มกั ใชใ้ นทางด)ี (พเิ ศษ)
๒. เรยี งตอ่ กนั ไปเป็นระยะ ๆ (เรยี งราย)
๓. ยอดเขา ภเู ขา (สิงขร)
๔. ความเสยี หายสนิ้ เชิง เสียหายยอ่ ยยบั (พนิ าศ)
แนวตงั้
๕. ขอใหช้ ่วยกนั ออกเงินทาบญุ (เร่ยี ไร)
๖. พจิ ารณา ตรวจตรา (พนิ ิจ)
๗. การกระทา อาการท่แี สดงออกดว้ ยกาย, มารยาท
ใบงานที ๓ คะแนน
เรื่องคิดคาอกั ษรคูแ่ ลว้ ใชแ้ ต่งประโยค
ใหน้ กั เรียนคิดคาโดยใชอ้ กั ษรคู่ท่ีกาหนด แลว้ นาไปแต่ง
ประโยค
ค-ข
ฉนั เหน็ คา้ งคาวเกาะอยบู่ นตน้ ขนนุ
ช-จ
......................................................................
ถ-ท
......................................................................
พ-ผ
......................................................................
ชือ่ .......................................ช้ัน...................เลขท่ี.............
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑
รายวิชาภาษาไทย กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
ช่อื ............... หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔คาเปน็ คาตาย...ดูง่ายไม่ยาก เวลาเรียน ๔ ช่วั โมง
โรงเรียน....................
เรือ่ ง ลักษณะของคาเป็น คาตาย เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง
สอนวนั ที่............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นที่ .... ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การ คาทป่ี ระสมสระเสียงยาวในมาตรา ก กา และคาที่มีตัวสะกด
เปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และ มาตรา กง กน กม เกย เกอว เรียกว่า คาเปน็ คาที่ประสมสระ
รกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ เสียงสน้ั ในมาตรา ก กา และคาท่ีมตี ัวสะกดในมาตรา กก กด
กบ เรียกวา่ คาตาย
ตัวชว้ี ัด
สาระการเรียนรู้
ตวั ชว้ี ัด
ลักษณะของคาเป็น คาตาย
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทต่าง ๆ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑.ใหน้ กั เรยี นสงั เกตคาวา่ ลิง มา้ ปลาช่อน แรด ควาย ให้นักเรยี นทายว่า ๑. อธบิ ายลกั ษณะของคาเป็น คาตาย (K)
๒. จาแนกคาเปน็ คาตาย (P)
ชือ่ สัตว์ทัง้ ๕ ช่ือ มีคาใดแตกต่างจากคาอ่นื ๆ โดยไมเ่ กย่ี วกบั สิ่งต่อไปนี้ ๓. กระตือรือรน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
๑. การมี – ไม่มีตัวสะกด ๒. การมตี ัวสะกด ๑ ตัว - หลายตัว
๓. ลกั ษณะของสัตว์ ๔. การมี – ไมม่ ีรูปวรรณยุกต์
๒. ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ใหน้ กั เรียนฟัง ดงั น้ี สมรรถนะสาคญั
๏ คาเปน็ คอื คาทป่ี ระสมดว้ ยสระเสยี งยาวในมาตรา ก กา เช่น พ่อ แม่ อา
พี่ หนู และคาที่มีตัวสะกดในมาตรา กง กน กม เกย เกอว เช่น วนั องั คาร การส่อื สาร การคิด การแก้ไขปญั หา การใช้เทคโนโลยี ทักษะชวี ติ
ชมเชย รวมทงั้ คาท่ปี ระสมสระเสียงสน้ั อา ใอ ไอ เอา (เพราะออกเสียงเหมอื นมี คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
ม ย ว เปน็ ตวั สะกดอยู่ด้วย)
ใฝเ่ รยี นรู้ มวี ินัย รกั ความเปน็ ไทย มงุ่ มั่นในการทางาน
๏ คาตาย คอื คาท่ีประสมด้วยสระเสยี งส้นั ในมาตรา ก กา ยกเวน้ สระ อา ใอ
ไอ เอา เชน่ กระทะ ทะเลาะ กะปิ เอะอะ และคาท่ีมตี วั สะกดในมาตรา กก กด ภาระชน้ิ งาน
กบ เช่น เลขแปด อพยพ โชคลาภ -
๓.ให้นกั เรียนเลือกคาไปเตมิ ใตภ้ าพบนกระดาน เชน่ ภาพ - คา บัว เลขหก
เมฆ ท้องฟ้า ชมพู่ พัด กระทะ ธปู น้อยหน่า หนังสอื แล้วชว่ ยกัน
แยกประเภทคาเปน็ คาตาย ใหท้ ุกคนร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้องของคาที่ การวดั ประเมินผล
เขยี น และการแยกประเภทคา ให้นกั เรียนใช้บางคาแตง่ ประโยคปากเปลา่ สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ ม
๔.ให้นกั เรียนเขยี นคาในชอ่ งว่างจากคาท่คี รบู อกทีละคาตามท่กี าหนด ในกระดาษ กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรียน
ทคี่ รแู จกให้ (สอื่ ๑)
๕. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี บันทึกหลงั สอน
๏ คาทปี่ ระสมสระเสยี งยาวในมาตรา ก กา รวมทัง้ สระ อา ใอ ไอ เอา และคาท่มี ี
ตวั สะกดในมาตรา กง กน กม เกย เกอว เรียกว่า คาเป็น คาทป่ี ระสมสระเสียงสน้ั .................................................................................
ในมาตรา ก กา ยกเวน้ สระ อา ใอ ไอ เอา และคาท่ีมตี ัวสะกดในมาตรา กก กด .................................................................................
กบ เรยี กว่า คาตาย รูปแบบการสอน.................................................................................
สื่อการเรียนรู้ .................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอื่ ……….......…………ผ้รู ายงาน ลงช่ือ…….................……………ผรู้ ับรอง ลงช่ือ……........……………ผู้รับรอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หัวหน้าฝ่ายวิชาการ
ตาแหนง่ ผอู้ านวยการโรงเรียน
ส่ือ ๑
ให้นักเรียนเขยี นคาในช่องว่างจากคาที่ครูบอกทลี ะคาตามที่กาหนด
ในกระดาษทีค่ รูแจกให้
๑) วนั ...............(จนั ทร์, องั คาร, เพญ็ , เสาร์)
๒) สี................ (ฟ้า, เขียว, แดง, สม้ , ชมพ,ู ขาว)
๓) ปลา...............(ท,ู บู่, ช่อน, สาลี, หมอ)
๔) ลา................... (ไย, ตน้ , เคญ็ )
๕) อา...............(ลยั , ศรม, รมณ์, รัญ)
๖) กระ.................. (ปกุ , ติก)
๗) ประ..............(สูติ, ดิษฐ์, สิทธ์ิ)
๘) ทะ............. (ลุ, เลาะ)
๙) นก.............. (พิราบ, หวีด)
๑๐) พ.ิ ............ (บตั ิ, นาศ, นิจ, จิตร)
ใหน้ กั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบคาตอบ ใหน้ กั เรียนตรวจเองหรือแลกกนั ตรวจ ซกั ถามเม่ือสงสยั
แกค้ าผดิ แลว้ รวบรวมผลงานใหค้ รูตรวจสอบอีกคร้ัง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๒
รายวชิ าภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
ชื่อ............... หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๔คาเปน็ คาตาย...ดูงา่ ยไมย่ าก เวลาเรียน ๔ ช่วั โมง
โรงเรียน....................
เรือ่ งลกั ษณะทีต่ า่ งกนั ของคาเป็นและคาตาย เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ท่ี............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนที่ .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การ สาระสาคัญ
เปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และ
รกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ ส่วนประกอบของคาเปน็ และคาตายตา่ งกันทีก่ ารประสม
สระในมาตรา ก กา และมตี วั สะกดต่างมาตรากนั
ตวั ชีว้ ดั
สาระการเรยี นรู้
ตัวชวี้ ัด
สว่ นประกอบของคาเป็น คาตาย
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ ง ๆ
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั น้ี ๑. บอกลักษณะของคาเปน็ คาตายได้ (K)
๏ คาเปน็ กบั คาตายมีสง่ิ ใดที่ต่างกัน ๒. ยกตวั อย่างคาเปน็ คาตาย (P)
๓. กระตือรือร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)
๒.ใหน้ กั เรยี นออกมาคดิ และเขียนคาเป็น คาตาย ตามประเภททก่ี าหนด
หมวด อวัยวะ เช่น คาเป็น เชน่ แขน ขา มอื เทา้ ค้วิ คาง หัวใจ สมรรถนะสาคญั
คาตาย เช่น จมกู ปาก ปอด ตบั กระเพาะ
๓.ให้นักเรียนเขียนคาตามเสยี งอา่ น ของครูทีละคา ในกระดาษทีค่ รแู จกให้ ๑๐ คา การส่อื สาร การคดิ การแก้ไขปญั หา การใช้เทคโนโลยี ทกั ษะชีวติ
เช่นคาว่า สุก - ขะ - พาบ, สา้ ง - สนั , กรุง - เทบ, เพด็ - ชะ - คาด แล้วให้
นกั เรยี นเขยี นวา่ เปน็ คาชนิดใด (เชน่ ๑. สขุ ภาพ - คาตายทัง้ หมด ๒. สรา้ งสรรค์ คุณลกั ษณะพึงประสงค์
- คาเป็นท้ังหมด ๓. กรุงเทพ - คาเปน็ คาตาย) ใหท้ กุ คนรว่ มกนั เฉลยโดย
สลับกันเขยี นท่ีกระดานคนละคา ทกุ คนรว่ มกนั พิจารณาความถูกตอ้ งของการ ใฝ่เรียนรู้ มวี นิ ัย รักความเป็นไทย มุ่งมน่ั ในการทางาน
สะกดคา การระบวุ ่าเป็นคาชนดิ ใด จากน้ันรวบรวมผลงานสง่ ใหค้ รูตรวจสอบอีก
ครงั้ ภาระชน้ิ งาน
๔. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี -
๏ ส่วนประกอบของคาเป็นและคาตายตา่ งกันทีก่ ารประสมสระในมาตรา ก การวัดประเมินผล
กา และมีตัวสะกดต่างมาตรากนั สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ ม
๕. ให้นกั เรยี นทบทวนความรูโ้ ดยใหเ้ ขยี นชื่อผลไม้ทีใ่ ช้คาเปน็ และช่ือสัตว์ที่เปน็ คา กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนักเรยี น
ตาย อย่างละ ๔ คา แลว้ ให้นักเรียนแยกสว่ นประกอบของคาทกี่ าหนดในตารางให้
ถกู ต้อง รวม ๔ คา บันทกึ หลงั สอน
ส่ือการเรยี นรู้ .................................................................................
.................................................................................
รปู แบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอื่ ……….......…………ผรู้ ายงาน ลงช่ือ…….................……………ผรู้ ับรอง ลงชื่อ……........……………ผู้รบั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หัวหนา้ ฝ่ายวิชาการ
ตาแหน่งผ้อู านวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓
รายวิชาภาษาไทย กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
ช่อื ............... หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๔คาเป็น คาตาย...ดูง่ายไมย่ าก เวลาเรียน ๔ ชว่ั โมง
โรงเรยี น....................
เรอ่ื ง ความหมายของคา นาปญั ญา เวลาเรียน ๑ ชัว่ โมง
สอนวนั ที่............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นท่ี .... ปีการศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การ สาระสาคญั
เปลีย่ นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และ
รกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ การรู้ความหมายของคาต่าง ๆ ชว่ ยใหเ้ ข้าใจ และสะดวกใน
การตดิ ต่อสอื่ สาร การศึกษาความรเู้ พ่มิ เตมิ
ตัวชวี้ ัด
สาระการเรียนรู้
ตวั ชี้วัด
คาเป็น คาตาย และความหมายของคา
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกลกั ษณะของคาเป็น คาตาย (K)
๑.ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังน้ี ๒. ยกตัวอย่างคาเปน็ และคาตาย พรอ้ มบอก
๏ การร้คู วามหมายของคาตา่ ง ๆ สาคญั อย่างไร ความหมายของคา(P)
๒.ให้นักเรยี นหาคามาเตมิ พยางค์ ตามทกี่ าหนด (สอื่ ๑) ๓. เหน็ คณุ คา่ ของการร้คู วามหมายของคา (A)
๓.ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาจากข้อ ๒ บอกชนิดของคา เช่น สมรรถนะสาคัญ
๏ ประสงค์ - คาตาย, คาเป็น ๏ อาฆาต - คาเป็น, คาตาย การสอ่ื สาร การคดิ การแกไ้ ขปัญหา การใช้เทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
๏ สามารถ - คาเป็น, คาตาย ๏ สามคั คี - คาเปน็ , คาตาย, คาเปน็ คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
๔. ให้นักเรียนใช้คาบางคาจากขอ้ ๒ (หรอื คดิ คาเองกไ็ ด้) แต่งประโยค หรือเติมใน ใฝ่เรียนรู้ มวี นิ ัย รกั ความเปน็ ไทย มุง่ ม่ันในการทางาน
ประโยคที่กาหนด (ครูพิจารณาตามความสามารถของนกั เรียนในชัน้ ) เช่น
๏ ความสามคั คสี ร้างความสงบสขุ แก่สังคม ภาระชน้ิ งาน
๏ เราตอ้ งเลอื กรับประทานอาหารท่ีมี..............(ประโยชน์) ใบงานเร่ือง การบอกความหมายของคา
๕. ใหน้ ักเรยี นเขยี นคาตามคาบอก ของครูในกระดาษทีค่ รแู จกให้
เชน่ ๏ บอ - ริ – เวน ๏ บอ - ริ - จาก ๏ บิน - ทะ - บาด
๏ บาด - ทะ - ยกั ๏ ปรา - กด ๏ ปรา - ไส การวัดประเมนิ ผล
๏ เพ็ด - ชะ - คาด ๏ คาด - ตะ - กอน ๏ บัน - พะ - ชา ๏ บนั - หยดั
ใหท้ ุกคนรว่ มกันเฉลย แก้คาผิด สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วม
๖. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี ๔ เรือ่ ง การบอกความหมายของคา แล้วรว่ มกนั กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรียน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง บนั ทึกหลงั สอน
๗. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ การรคู้ วามหมายของคาตา่ ง ๆ ชว่ ยให้มีความเขา้ ใจ และสะดวกในการ .................................................................................
ตดิ ต่อสอ่ื สาร การศึกษาความรู้เพ่มิ เตมิ .................................................................................
สอ่ื การเรยี นรู้ รูปแบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอ่ื ……….......…………ผูร้ ายงาน ลงช่อื …….................……………ผรู้ ับรอง ลงชอื่ ……........……………ผู้รับรอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรยี น
สื่อ ๑
ใหน้ กั เรียนเติมตวั อกั ษรใหเ้ ป็นคาตามความหมายท่ีกาหนด จากบตั รคา
แถบประโยค และเขียนบนกระดาน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔
รายวชิ าภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔
ชอื่ ............... หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๔คาเปน็ คาตาย...ดงู ่ายไมย่ าก เวลาเรียน ๔ ชั่วโมง
โรงเรยี น....................
เร่ือง ครบเคร่อื งเร่ือง คาเปน็ คาตาย เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
สอนวันท่ี............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นท่ี .... ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การ สาระสาคัญ
เปล่ยี นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และ
รกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ คาเป็นและคาตายมลี ักษณะตา่ งกัน การรู้ความหมายของ
คาจะทาให้ใชค้ าไดถ้ กู ต้อง
ตวั ชว้ี ดั
สาระการเรยี นรู้
ตัวชีว้ ัด
ส่วนประกอบของคาเปน็ คาตาย ความหมายของคา
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. ให้นกั เรียนร่วมกันสนทนา โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดังนี้ ๑. บอกความหมายของคาได้ (K)
๏ ชอ่ื จังหวดั ใดบ้างท่ปี ระสมด้วยคาเป็นทั้งหมด ๒. จาแนกคาเปน็ คาตายได้ (P)
๓. เขียนคาถกู ต้อง (P)
๒.ใหน้ ักเรียนออกมาแขง่ ขนั กนั เตมิ คาในชอ่ งว่างบนกระดาน (ส่อื ๑) ๔. กระตอื รอื ร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)
๓. ครแู ละนกั เรยี นสนทนากนั ถงึ ความสาคญั ของการร้คู วามหมายของคา (เพือ่ ให้
เข้าใจเรอ่ื งท่อี า่ น - ฟงั มากขน้ึ สอื่ สารกันดียิ่งขน้ึ ) สมรรถนะสาคญั
๔.ให้นกั เรยี นเขียนคาตา่ ง ๆ ตามทีก่ าหนดในกระดาษทค่ี รแู จกให้ ประเภทละ ๒ การส่ือสาร การคิด การแก้ไขปัญหา การใช้เทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
คา เชน่ ชื่อคน พืช ของใช้ ให้นักเรยี นอาสาสมคั ร ๓ - ๔ คนนาเสนอผลงานหน้า คณุ ลกั ษณะพึงประสงค์
ชนั้ เรียนทลี ะคน รว่ มกันพจิ ารณาความถกู ต้อง ซกั ถามสงิ่ ท่สี งสยั แล้วรวบรวม ใฝเ่ รียนรู้ มวี ินัย รักความเป็นไทย มุ่งมัน่ ในการทางาน
ผลงานสง่ ใหค้ รตู รวจสอบอีกครง้ั
๕. ให้นักเรียนสงั เกตคา เตมิ คาทีม่ ีความหมายตรงขา้ มกับคาทก่ี าหนด (ส่ือ ๒) ภาระช้นิ งาน
๖. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันตอบปากเปล่า ดังนี้ -
คาเป็น มลี กั ษณะดังน้ี
๑. คาทป่ี ระสมดว้ ยสระ ................ ในมาตรา................... การวดั ประเมนิ ผล
๒. คาทม่ี ตี ัวสะกดในมาตรา........................ คาท่ปี ระสมด้วยสระ .................
ซ่ึงเป็นสระเสียงสน้ั ตัวอย่างคาเปน็ เช่น คาตาย มลี กั ษณะดังน้ี สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้ารว่ ม
๑. คาที่ประสมดว้ ยสระ ....................... ในมาตรา.............................. กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนักเรยี น
๒. คาทีม่ ีตัวสะกดในมาตรา............................ ตัวอยา่ งคาตาย เช่น
๗. ใหค้ รูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี้ บันทึกหลงั สอน
๏ คาเป็นและคาตายมีลักษณะตา่ งกัน การร้คู วามหมายของคาจะทาใหใ้ ชค้ า
.................................................................................
ได้ถูกต้อง
.................................................................................
สอื่ การเรียนรู้ รูปแบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอื่ ……….......…………ผรู้ ายงาน ลงช่อื …….................……………ผูร้ ับรอง ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หัวหนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรยี น
ใบงานที๔
เร่ือง การบอกความหมายของคา
คะแนน
ใหน้ กั เรียนบอกความหมายของคาที่ขีดเสน้ ใต้
๑. ทงั้ นีเ้ พราะกรรมมาตามทนั จงึ สดุ สนิ้ ชีวนั บรรลัย
บรรลยั มีความหมายวา่
๒. แมน้ ใครรกั รกั ม่งั ชงั ชงั ตอบ ใหร้ อบคอบคดิ อา่ นนะหลานหนา
รอบคอบ มีความหมายวา่
๑๒..๓ทแบ.มงั้รนพนร้บลเี้ใญพรคยั วิรรามาาระรกคีัรการวมรกัาชรมมีคสม่งัหมวหีชมาางัจ์าตชมบยั างั หวตมสา่ มอทตั บนัาวยม์จใวงึหาสา่ร้เดุลอสบยี้ นิ้ คงชดอีวบบูนั บคริดรวิ อราลา่ รนัยขนอะหงลตานนหนา
รอบคอบ มีความหมายวา่
๓. พญาราชสหี จ์ บั สตั วม์ าเลยี้ งดบู ริวารของตน
บรวิ าร มีความหมายวา่
ชือ่ .......................................ชนั้ ...................เลขที่.............
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๑
รายวิชาภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
ชือ่ ............... หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๕ วรรณยุกต์...สง่ิ สาคญั ผันอักษร เวลาเรียน ๔ ชั่วโมง
โรงเรยี น....................
เรอื่ ง วรรณยุกตส์ รา้ งคา เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
สอนวันที่............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นที่ .... ปีการศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การ วรรณยุกตเ์ ป็นเครื่องหมายประกอบตวั หนังสือทแ่ี สดงเสยี งสงู ตา่
เปลย่ี นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และ ของคา วรรณยุกต์มี ๔ รปู และมี ๕ เสียง คาทุกคาจะมีเสยี ง
รักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ วรรณยุกต์ ไม่ว่าจะมหี รอื ไมม่ ีรปู วรรณยกุ ตก์ ากบั กต็ าม
ตวั ชว้ี ดั
ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทต่าง ๆ รูปและเสียงวรรณยกุ ต์
กระบวนการจดั การเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นอ่านข้อความต่อไปนี้ ๑. บอกความหมาย และชนิดของวรรณยกุ ต์ (K)
๏ นองรองไหเสียงดงั ลนั บาน ๏ พนี ังเกาอสี ฟี าตัวเกา ๒. ยกตวั อย่างคาท่มี ีรูปวรรณยกุ ต์ต่าง ๆ (P)
๏ แมตมขาวตมและทาไขเจยี วกบั ยากงุ แหงใหคณุ ยารบั ประทาน ๓. กระตือรือร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)
จากนน้ั ครูใช้คาถาม ดงั น้ี สมรรถนะสาคัญ
๑) ข้อความท้ังสามน้ี อ่านแลว้ เข้าใจไดท้ นั ทีหรอื ไม่ เพราะอะไร (ไม่เข้าใจ
การสอ่ื สาร การคิด การแก้ไขปัญหา การใช้เทคโนโลยี ทักษะชีวติ
ชัดเจน เพราะขาดรปู วรรณยกุ ต์ในหลายคา)
๒) จะเตมิ สิง่ ใดในคาให้อา่ นแล้วเข้าใจไดช้ ัดเจนข้นึ (๐ นอ้ งรอ้ งไหเ้ สยี งดังล่นั คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
บา้ น ๐ พี่นง่ั เก้าอ้สี ีฟ้าตวั เกา่ ๐ แมต่ ม้ ขา้ วต้ม และทาไข่เจยี วกับยากุง้ แหง้ ให้ ใฝ่เรียนรู้ มวี นิ ยั รกั ความเปน็ ไทย มุ่งมั่นในการทางาน
คุณยา่ รับประทาน)
๓. ใหน้ กั เรยี นทบทวนความร้เู รอ่ื ง ความหมายของวรรณยกุ ต์ รปู และเสยี ง
วรรณยุกต์ ภาระช้นิ งาน
๔. ใหน้ ักเรยี นเขยี นคาทมี่ ีความหมายตรงขา้ มกบั คาท่ีครพู ูดใหเ้ ปน็ คาทีม่ ีรปู -
วรรณยุกต์ทุกคา ในกระดาษท่คี รูแจกให้ เชน่ ครพู ูดว่า ผอม นักเรียนเขียนว่า
๑) อว้ น ครพู ดู ว่า เก่า นักเรยี น การวัดประเมนิ ผล
เขียนวา่ ๒) ใหม่ ครพู ดู ว่า ของจริง นักเรยี นเขียนว่า ๓) ของเก๊ (๔) จิ๋ว ๕)
กว้าง ๖) น้อย ๗) ท่ีโหล่ .......) ประมาณ ๑๐ คา แล้วใหต้ รวจพรอ้ มกัน โดย สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเข้าร่วม
ให้นกั เรยี นออกไปเขยี นทีละคา บนกระดาน ให้ทุกคนรว่ มกนั พิจารณาความ กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนักเรยี น
ถูกต้อง ช่วยกนั แก้ไข แล้วรวบรวมผลงานส่งใหค้ รูตรวจสอบอกี คร้งั
๔. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้ บันทกึ หลงั สอน
๏ วรรณยุกตเ์ ปน็ เครือ่ งหมายประกอบตัวหนงั สอื ทแี่ สดงเสียงสูงต่าของคา
วรรณยุกตม์ ี ๔ รูป .................................................................................
และมี ๕ เสียง คาทกุ คาจะมีเสยี งวรรณยกุ ตไ์ ม่ว่าจะมหี รือไม่มีรปู วรรณยกุ ตก์ ากบั .................................................................................
ก็ตาม รูปแบบการสอน.................................................................................
สื่อการเรียนรู้ .................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงช่ือ……….......…………ผู้รายงาน ลงช่ือ…….................……………ผรู้ บั รอง ลงชื่อ……........……………ผรู้ ับรอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หวั หนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
ตาแหน่งผ้อู านวยการโรงเรียน
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๒
รายวชิ าภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
ชอื่ ............... หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๕ วรรณยุกต์...ส่ิงสาคญั ผนั อักษร เวลาเรยี น ๔ ชว่ั โมง
โรงเรยี น....................
เรื่องผันอักษร ผนั คา เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
สอนวนั ท่ี............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนท่ี .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคญั
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การ การผนั คาตามเสียงวรรณยกุ ต์ต้องใช้หลกั การของไตรยางศแ์ ละ
เปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และ คาเป็น คาตาย ควบคู่กนั
รักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
สาระการเรียนรู้
ตวั ช้ีวดั
ตัวชวี้ ดั
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทต่าง ๆ การผันอกั ษรหมู่ตา่ ง ๆ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑.ให้นกั เรยี นทบทวนการผันอกั ษรท่ีได้เคยเรยี นมาแลว้ โดยผนั อกั ษรกลาง - คา ๑. บอกเสียงวรรณยุกต์ของคาตา่ ง ๆ (K)
เป็นกอ่ น เพราะสามารถผันเสยี งวรรณยกุ ต์ได้ครบ ๕ เสยี ง (ใช้รูปวรรณยกุ ตไ์ ด้ ๒. ผันอกั ษรหมู่ตา่ ง ๆ ได้ (P)
ครบ ๔ รปู ) เชน่ ๏ เกง เก่ง เกง้ เก๊ง เกง๋ ๓. กระตอื รือรน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
๒. ใหน้ ักเรียนร่วมกันผันเสียงอักษรสูง - และอักษรตา่ คาเป็นท่ผี นั ไดอ้ ย่างละ ๓
เสยี งเทา่ กนั เชน่ อกั ษรสูง : ขา ขา่ ขา้ สมรรถนะสาคัญ
๏ เฉา เฉ่า เฉา้ ๏ สอง ส่อง สอ้ ง (มีพื้นเสยี งเปน็ เสยี งจัตวา)
๓. ใหน้ ักเรียนแขง่ ขนั เติมรปู วรรณยกุ ตใ์ หเ้ ป็นคาที่ถูกตอ้ ง มคี วามหมายบน การสอ่ื สาร การคดิ การแก้ไขปญั หา การใช้เทคโนโลยี ทักษะชวี ติ
กระดาน เช่น ๏ เจาฟา กลวยไข ตนออย วงิ เปียว ตืนเตน วนุ เสน คณุ ลักษณะพึงประสงค์
เสือผา กอกนา กระปอง มานัง ใสปุย กนิ โจก รองเจยี ก
ๆ ให้นกั เรียนเลอื กบางคาบอกเสยี งวรรณยกุ ต์ เชน่ ๏ กลว้ ยไข่ เสยี งโท – เอก ใฝเ่ รียนรู้ มีวนิ ัย รักความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
๏ วง่ิ เปี้ยว เสียงโท - โท ๏ ร้องเจ๊ยี ก เสียงตรี – ตรี ภาระชนิ้ งาน
๔. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง การผนั เสียงคาตายใหน้ ักเรยี นฟังเพ่ิมเตมิ ดังน้ี -
๏ คาตาย - อกั ษรกลาง ผนั ได้ ๔ เสยี ง คือ เสยี งเอก โท ตรี จัตวา พืน้ เสียงเปน็
เสยี งเอก เชน่ กาบ จิต แปด บอก ประดิษฐ์ กระจบิ
๏ คาตาย - อกั ษรสงู ผนั ได้ ๒ เสยี ง คอื เสียงเอก - โท พ้นื เสยี งเปน็ เสียงเอก เชน่ การวดั ประเมนิ ผล
ขุด ขดี ฉีด ผาก สาบ หอบ ถูก ผิด สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้าร่วม
๏ คาตาย - อักษรตา่ - สระเสยี งส้ันผนั ได้ ๓ เสยี ง คือ เสียงโท ตรี จตั วา กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
พนื้ เสยี งเป็นเสยี งตรี เช่น คัด วัด รับ ทรัพย์ มดิ ชดิ
๏ อกั ษรต่า - สระเสียงยาว ผันได้ ๓ เสยี ง คือ เสียงโท ตรี จตั วา พน้ื เสยี ง บันทึกหลังสอน
เป็นเสียงโท เชน่ คาบ ราด เมฆ ชีพ รูป ทาส มดื
๕. ให้นักเรยี นฝึกผันเสยี งคาในอักษรหมตู่ า่ ง ๆ จากตารางการผันเสยี งให้คล่องขน้ึ .................................................................................
(สื่อ ๑) ใหค้ รแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ .................................................................................
ส่ือการเรียนรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงช่ือ……….......…………ผ้รู ายงาน ลงชอื่ …….................……………ผรู้ ับรอง ลงช่ือ……........……………ผรู้ บั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหนง่ ครู หัวหนา้ ฝา่ ยวิชาการ
ตาแหน่งผ้อู านวยการโรงเรยี น
ส่ือ ๑
ให้นักเรียนฝึ กผนั เสียงคาในอกั ษรหมู่ต่าง ๆ จากตารางการผนั เสียงให้คล่องขนึ้
เช่น
คา หมู่อกั ษร สามญั เสียงวรรณยกุ ต์
เอก โท ตรี จตั วา
ไห
ไห สูง - ไห่ ไห้ - สงั
ด๋าน
สง่ั สูง - สง่ั ส้งั - บ๋าง
-
ดา้ น กลาง ดาน ด่าน ดา้ น ด๊าน -
-
บา้ ง กลาง บาง บ่าง บา้ ง บ๊าง
รอย ต่า รอย - ร่อย ร้อย
เชา ต่า เชา - เช่า เชา้
คลอง ต่า คลอง - คลอ่ ง คลอ้ ง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๓
รายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
ช่ือ............... หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ วรรณยกุ ต์...สงิ่ สาคัญผันอักษร เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง
โรงเรียน....................
เรือ่ ง ผนั เสียงอกั ษรสงู - ตา่ เวลาเรยี น ๑ ชวั่ โมง
สอนวนั ท่ี............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนที่ .... ปีการศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การ คาท่ีมอี กั ษรสูงกบั อกั ษรต่าทม่ี เี สยี งค่กู นั สามารถผันเสยี งร่วมกัน
เปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และ ใหค้ รบ ๕ เสียงได้ สว่ นอักษรเดย่ี วกส็ ามารถผนั เสียงให้ครบ ๕
รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ เสยี งได้ โดยมี ห เป็นอกั ษรนาช่วยผันเสยี ง
ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้
ตัวช้วี ดั
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ การผันอกั ษรสงู และอกั ษรตา่
กระบวนการจดั การเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑.ให้นักเรยี นหาคามาเตมิ คาหนา้ ที่กาหนดให้ โดยตอ้ งเปน็ คาทีม่ รี ปู ๑. บอกเสยี งวรรณยุกต์ของคาต่าง ๆได้ (K)
วรรณยุกต์ (สื่อ ๑) ๒. ผันคาอกั ษรสงู และอกั ษรต่า (P)
๒. ใหน้ กั เรียนผันเสียงอักษรสงู และอกั ษรตา่ ท่ีมเี สียงคู่กนั เช่น ค - ข, ช - ๓. กระตือรือร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)
ฉ
๏ อกั ษรสงู - เขา เข่า เขา้ - ผึง ผึ่ง ผ้ึง สมรรถนะสาคัญ
๏ อกั ษรต่า - เคา เคา่ เคา้ - พงึ พ่ึง พ้ึง
๓. ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ เรือ่ ง การผนั อกั ษรคู่ (หรืออักษรต่าทีม่ เี สยี งคกู่ ับอักษร การสื่อสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใช้เทคโนโลยี ทกั ษะชีวติ
สงู ) สามารถผนั ใหไ้ ด้ครบ๕ เสยี ง โดยร่วมกันผนั
๕. ให้นักเรียนผันเสียงคาอกั ษรเดีย่ ว เช่น คาทีม่ พี ยัญชนะตน้ เป็น น ม คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้ มวี ินัย รักความเปน็ ไทย มุ่งมน่ั ในการทางาน
ย ร ล ๏ นา นา่ นา้ ๏ มา ม่า ม้า๏ ลัง ลั่ง ลง้ั คา ภาระชิ้นงาน
อกั ษรเด่ียวกส็ ามารถผนั เสียงใหค้ รบ ๕ เสยี งได้ โดยมี ห ชว่ ยผนั -
๔. ใหน้ ักเรียนเติมคาในช่องวา่ งในกระดาษ จากคาทคี่ รกู าหนดให้ (สอ่ื ๒ )
๕. ใหน้ ักเรียนทบทวนความรู้ โดยใหน้ ักเรียนเขยี นรูปวรรณยกุ ต์ ๔ รปู บอก
ชื่อ และยกตัวอย่างคา รูปละ ๒ คา แล้วใหน้ ักเรียนผันคา (ในตาราง) การวดั ประเมนิ ผล
ต่อไปนี้ให้ครบ ๕ เสยี ง (สื่อ ๓) สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้ารว่ ม
๖. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้ กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรียน
๏ คาทีม่ อี ักษรสูงกับอักษรต่าทมี่ ีเสยี งคกู่ ัน สามารถผันเสยี งร่วมกนั ให้
ครบ ๕ เสยี งได้ สว่ นอกั ษรเดยี่ วกส็ ามารถผนั เสยี งใหค้ รบ ๕ เสียงได้ โดยมี บนั ทึกหลงั สอน
ห เป็นอกั ษรนาช่วยผนั เสียง
.................................................................................
.................................................................................
ส่อื การเรียนรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชอ่ื ……….......…………ผู้รายงาน ลงช่ือ…….................……………ผ้รู ับรอง ลงชอื่ ……........……………ผู้รบั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หวั หน้าฝา่ ยวชิ าการ
ตาแหนง่ ผูอ้ านวยการโรงเรยี น
สื่อ ๑
ให้นักเรียนหาคามาเติมคาหน้าที่กาหนดให้ โดยต้องเป็ นคาท่ีมรี ูปวรรณยุกต์
เช่น
สื่อ ๒
ให้นักเรียนเติมคาในช่องว่างในกระดาษ จากคาท่ีครูกาหนดให้
๏ ทา - ท่า - ทา้
๐ .............ทาย ๐ ...............ทาง ๐ ............สี
๏ นา - นา่ , หนา้ – นา้
๐ .............ตา่ ง ๐ ............สงสาร ๐ คณุ .........
๏ไหม - ใหม่ - ไหม้ ๐ บา้ น...........
๐ ไฟ.............. ๐ ผา้ ...............
๏ ผง่ึ - พง่ึ - ผงึ้ ๐ ท่ี............
๐ รงั ............... ๐ .........แดด
๏ เขา่ - เขา้ - เคา้
๐ ..........ไป ๐ หวั ............. ๐ นก.........แมว
๏ ถ่อง - ท่อง - ทอ้ ง
๐ ...........เท่ียว ๐ .............ถ่ิน ๐ ...........แท้
ส่ือ ๓
ให้นักเรียนทบทวนความรู้ โดยให้นักเรียนเขียนรูปวรรณยกุ ต์ ๔ รูป บอกช่ือ
และยกตัวอย่างคา รูปละ ๒ คา แล้วให้นักเรียนผนั คา (ในตาราง) ต่อไปนีใ้ ห้
ครบ ๕ เสียง
คา หมู่ เสียงวรรณยกุ ต์ จตั วา
อกั ษร สามญั เอก โท ตรี
ผา้ สูง - ผา่ ผา้ - ผา
สี สูง - สี่ ส้ี - สี
ไก่ กลาง ไก ไก่ ไก้ ไก๊ ไก๋
ดาว กลาง ดาว ด่าว ดา้ ว ด๊าว ด๋าว
มือ ต่า มือ - ม่ือ ม้ือ -
คู ต่า คู - คู่ คู้ -
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๔
รายวิชาภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
ช่อื ............... หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๕ วรรณยกุ ต์...สิ่งสาคัญผนั อักษร เวลาเรยี น ๔ ช่ัวโมง
โรงเรยี น....................
เร่อื งครบเครอื่ งเร่ืองวรรณยุกต์ เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง
สอนวนั ที่............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนที่ .... ปีการศึกษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ รูปวรรณยกุ ต์มี ๔ รูป เสียงวรรณยกุ ตม์ ี ๕ เสียง การผนั อักษรใน
เปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และ แตล่ ะหมู่มหี ลักเกณฑแ์ ตกต่างกนั
รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
สาระการเรียนรู้
ตวั ชี้วดั
ตัวช้วี ัด
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ ง ๆ ความหมายของคาที่มีเสยี งวรรณยกุ ตต์ า่ ง ๆ
กระบวนการจัดการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันสนทนา โดยครใู ชค้ าถามทา้ ทาย ดังน้ี ๑. เข้าใจหลกั การผนั อักษร (K)
๒. ผันคาทมี่ ีอกั ษรในหมูต่ ่าง ๆ ได้ (P)
๏ คาทมี่ ีพยัญชนะตน้ เปน็ อกั ษรกลาง รปู และเสียงวรรณยุกต์ตรงกันทกุ คา ๓. ยกตวั อยา่ งคาท่ีมรี ปู วรรณยกุ ต์ บอกความหมายของคา(P)
๔. กระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกิจกรรม (A)
หรือไม่
สมรรถนะสาคญั
๒. ให้นกั เรยี นใชค้ าที่กาหนดให้ หรอื จากการผนั อกั ษรของคาในหม่ตู า่ ง ๆ
การส่ือสาร การคิด การแก้ไขปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะชีวิต
เติมในช่องวา่ งบนกระดาน ดงั ตัวอยา่ ง ๏ ชอน ชอ่ น ช้อน
คุณลกั ษณะพึงประสงค์
- ปลา............. - กระ............... - ..........ส้อม
ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย รักความเป็นไทย มุ่งมัน่ ในการทางาน
๏ เทา เทา่ เถา้ เทา้
ภาระชน้ิ งาน
- ..........กัน - รอง............. - สี......... - ขี้.......... ใบงานเรอื่ ง การแตง่ ประโยคจากคาท่กี าหนด
๓. ใหน้ กั เรยี นอาสาสมคั รออกมาแตง่ ประโยคโดยใช้คาจากขอ้ ๓ ประโยค
ละ ๓ คา เช่น ๏ เทา เทา่ เทา้ (รองเทา้ สเี ทาคนู่ ี้ราคาเทา่ ไรคะ)
๏ ชอน ช่อน ชอ้ น (คณุ แม่ใชช้ อ้ นเข่ียปลาช่อนต้มทอ่ี ยูใ่ นกระชอน)
๔. ให้นักเรียนทาใบงานท่ี ๕ เร่ือง การแต่งประโยคจากคาทก่ี าหนด จากนนั้
ให้อาสาสมคั รออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ทกุ คนชว่ ยกนั แนะนาเพอื่ การวัดประเมินผล
ปรับปรุงผลงาน แลว้ รวบรวมผลงานสง่ ใหค้ รตู รวจอกี คร้ัง
๕. ให้นกั เรียนสรปุ การผนั อกั ษรลงในตารางให้ถกู ตอ้ ง (สือ่ ๑) สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา้ ร่วม
๖. ใหค้ รูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้ กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรียน
๏ รปู วรรณยกุ ต์มี ๔ รูป เสยี งวรรณยกุ ตม์ ี ๕ เสียง การผันอกั ษรในแต่
ละหมมู่ ีหลักเกณฑ์แตกต่างกนั บันทึกหลงั สอน
.................................................................................
.................................................................................
สอื่ การเรยี นรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชื่อ……….......…………ผู้รายงาน ลงชอ่ื …….................……………ผรู้ ับรอง ลงชื่อ……........……………ผรู้ บั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
ตาแหนง่ ผูอ้ านวยการโรงเรยี น
สื่อ ๑
ให้นักเรียนสรุปการผนั อกั ษรลงในตารางให้ถูกต้อง
ความสัมพนั ธ์ของรูปและเสียง
หมู่อกั ษร รูปวรรณยุกต์ เสียงวรรณยกุ ต์ วรรณยกุ ต์
อกั ษรสูง ไม่มีรูปวรรณยกุ ต์
อกั ษรกลาง ตรงกนั ไม่ตรงกนั
-่่
อกั ษรต่า -่้ ______________ ______________ ______________
ไม่มีรูปวรรณยกุ ต์
-่่ __ _ _
-่้ ______________ ______________ ______________
-่๊
-่๋ __ _ _
______________ ______________ ______________
ไม่มีรูปวรรณยกุ ต์
-่่ __ _ _
-่้
______________ ______________ ______________
__ _ _
______________ ______________ ______________
__ _ _
______________ ______________ ______________
__ _ _
______________ ______________ ______________
__ _ _
______________ ______________ ______________
__ _ _
คาเป็น ______________ ______________
__________ _ _
คาตาย ______________ ______________
__________ _ _
______________ ______________ ______________
__ _ _
______________ ______________ ______________
__ _ _
ใบงานที ๕
เรื่อง การแต่งประโยคจากคาที่กาหนด
คะแนน
ใหน้ กั เรียนบอกความหมายของคาท่ีขีดเส้นใต้
กลอง กลอ่ ง กลอ้ ง
......................................................................
ทา ทา่ ทา้
๑. ทงั้ นเี้ พราะกรรมมาตามทนั จงึ สดุ สนิ้ ชีวนั บรรลัย
บรรลยั มคี..ว..า..ม...ห..ม..า..ย..ว..า่...................................................
๒. แมน้ ใครรกั รกั ม่งั ชงั ชงั ตอบ ใหร้ อบคอบคิดอา่ นนะหลานหนา
รอบคอบ มีความหมายวา่
๓. พญนาารานชา่สหี จน์ บัา้ สตั วม์ าเลยี้ งดบู ริวารของตน
บรวิ าร มคี วามหมายวา่
......................................................................
ชอ่ื .......................................ชัน้ ...................เลขท่ี.............
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓
รายวิชาภาษาไทย กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
ชอ่ื ............... หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ คาพอ้ ง...ต้องพจิ ารณา เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง
โรงเรยี น....................
เร่อื งคาพอ้ งอะไร สงั เกตให้ดี เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ที่............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนท่ี .... ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การ การอ่านคาพอ้ งไดถ้ กู ตอ้ ง ต้องสงั เกตคา หรือข้อความทแ่ี วดล้อม
เปล่ียนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และ เพอ่ื ชว่ ยใหเ้ ข้าใจความหมายของคา
รกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทตา่ ง ๆ คาพ้องเสยี ง - คาพ้องรูป
กระบวนการจัดการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. เขา้ ใจความหมายของคาพอ้ งเสียง คาพ้องรูป (K)
๑.ให้นักเรยี นร่วมแสดงความคดิ เห็นโดยครใู ชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้ ๒. ยกตัวอยา่ งคาพอ้ งเสยี ง คาพ้องรูป (P)
๏ คาพ้องอะไรเขียนง่ายกวา่ กนั ระหว่างคาพอ้ งรูปและคาพอ้ งเสยี ง ๓. ใช้คาพ้องเสียง คาพ้องรปู แต่งประโยค (P)
๓. ใหน้ กั เรยี นออกมาเตมิ คาในชอ่ งว่างบนกระดาน จากคาที่กาหนด (ส่อื ๑) ๔. นาความรูเ้ รอ่ื งคาพ้องเสียง คาพ้องรปู ไปใช้ใน
๔.ให้นกั เรียนเขยี นคาตามคาบอกของครูในกระดาษทีละคา
๑) พนั - นะ - นา (พรรณนา)๒) แผน – กาน ๓) สงั – สนั ชีวิตประจาวนั (A)
๔) ผวิ – พัน ๕) บา้ น - จัด - สนั ๖) หลง - ไหล สมรรถนะสาคญั
๗) นา้ - ไหล ๘) เว- ลา - เพน ๙) เหด - กาน การสือ่ สาร การคิด การแก้ไขปญั หา การใช้เทคโนโลยี ทกั ษะชวี ติ
๑๐) ปลกู - สะ - เหฺมา ๑๑) ไม้ - จนั ๑๒) จัน - ยา คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
๕. ครูส่มุ นกั เรยี นออกมาเขยี นคนละ ๑ คา ทลี ะคน ให้ทกุ คนรว่ มกนั พิจารณา ใฝเ่ รยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มุ่งมนั่ ในการทางาน
ความถูกตอ้ งของคาทุกคา ครชู ว่ ยแนะนาอธิบายความหมายบางคาเพม่ิ เติม
จากนั้นรวบรวมผลงานสง่ ให้ครตู รวจสอบอีกครงั้ ภาระชน้ิ งาน
๕.ใหน้ ักเรียนหรืออาสาสมัครออกมาใชค้ าพ้องรปู - พอ้ งเสยี งแต่งประโยคบน ใบงานเรื่อง การแตง่ ประโยคโดยใชค้ าท่กี าหนด
กระดาน เชน่
๏ ผา้ ซิน่ - ส้ิน - คณุ ปา้ ทขี่ ายผ้าซนิ่ สวย ๆ ปว่ ยหนกั และสน้ิ ใจเมื่อเชา้ นี้
๏ จดั สรร - สงั สรรค์ – คณุ ลุงจัดงานเล้ยี งสงั สรรคใ์ นหมญู่ าตมิ ิตรท่บี า้ นจดั สรร การวัดประเมินผล
หลังใหม่ของทา่ น ๏ สระ (นา้ , ผม) สระบุรี - ๏ เหลวไหล - หลงใหล - สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้ารว่ ม
ใหท้ ุกคนร่วมกนั พจิ ารณาการใช้คาแต่งประโยค มคี วามถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
เพยี งใด ช่วยกันแก้ไข ปรับปรงุ
๖. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้ บนั ทกึ หลังสอน
๏ การอ่านคาพ้องไดถ้ กู ต้อง ต้องสงั เกตคา หรือข้อความท่ีแวดล้อม เพ่อื ชว่ ยให้
เขา้ ใจความหมายของคา .................................................................................
๗. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี ๖ เรื่อง การแต่งประโยคโดยใชค้ าท่กี าหนด .................................................................................
ส่อื การเรยี นรู้ รูปแบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงชือ่ ……….......…………ผรู้ ายงาน ลงช่ือ…….................……………ผู้รบั รอง ลงชอื่ ……........……………ผู้รบั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหนง่ ครู หัวหน้าฝา่ ยวิชาการ
ตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรียน
สื่อ ๑
ใหน้ กั เรยี นออกมาเตมิ คาในชอ่ งวา่ งบนกระดาน จากคาท่ีกาหนด
ก. น่า - หนา้
- .......สงสาร - ........บา้ น - ขา้ ง......... - ......เบ่อื - .......ท่ี - .....อาย
ข. บาศ บาต บาตร บาท
- ใส่ ....... - บิณฑบา....... - พระ......... - บว่ ง.......
ค. สนั สรร สรรค์ - สรา้ ง........ - จดั .........
- คดั (เลอื ก)....... - ........เขา
ง. กานท์ การ กาล กาฬ
- .......เวลา - ราช........ - รชั .........
- ปอ้ มพระ.......... - กลอน.......... - ........เทศะ - ........งาน
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๔
รายวชิ าภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
ชือ่ ............... หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๖ คาพ้อง...ต้องพจิ ารณา เวลาเรยี น ๔ ชวั่ โมง
โรงเรยี น....................
เรื่อง คาพ้องมีคุณค่า เวลาเรยี น ๑ ชวั่ โมง
สอนวันที่............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนท่ี .... ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
มาตรฐาน สาระสาคัญ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การ เราสามารถนาคาพอ้ งเสยี ง - คาพ้องรูปไปใช้แตง่ เร่อื งส้ัน ๆ หรือ
เปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และ นามาเล่นคา เลน่ ความหมาย ให้เกดิ ความรู้ และสนกุ สนานได้
รกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้
ท ๔.๑ ป. ๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ ง ๆ การใช้คาพอ้ ง
กระบวนการจัดการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑.ให้นักเรียนสงั เกตคา แขม ให้ทายว่าจะอา่ นได้อยา่ งไรบา้ ง เป็นคาประเภทใด ๑. สรุปความแตกต่างของคาพ้องเสียง กบั คาพอ้ งรปู (K)
๒. นาคาพอ้ งเสยี ง คาพอ้ งรูปไปแต่งประโยค เรือ่ งราวสั้น ๆ (P)
ครูใหค้ วามร้วู า่ การจะอา่ นคาพอ้ งให้ถูกต้อง ตอ้ งสังเกตคาทีแ่ วดล้อมขา้ งหน้า - ๓. นาความร้เู ร่อื งคาพอ้ งเสยี ง คาพ้องรปู ไปใช้ในชีวิตประจาวัน (A)
ขา้ งหลัง คานน้ั ๏ (คน) แขม = คน - ขะ - แม หมายถงึ คนเขมร พอ้ ง สมรรถนะสาคัญ
รูปกับ แขม ทอี่ า่ นโดยมี ม สะกด การส่ือสาร การคิด การแก้ไขปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะชีวิต
(ขอ - แอ - มอ = แขม) เปน็ ช่ือไมล้ ม้ ลุกชนิดหนึง่ มกั ขึ้นตามชายน้า ชายป่า คณุ ลักษณะพึงประสงค์
ชายเขาทชี่ มุ่ ช้นื ใฝ่เรียนรู้ มวี นิ ยั รกั ความเป็นไทย มุ่งม่ันในการทางาน
๒. ครแู ละนกั เรยี นสนทนาถึงความสาคญั ของการอา่ นคาใหถ้ กู รคู้ วามหมายของ ภาระชน้ิ งาน
ช้ินงานเรอ่ื ง สร้างสรรคเ์ รอ่ื งราวดว้ ยคาพอ้ งรูป
คาทุกคา แลว้ ให้นักเรียนฝกึ อา่ นคาพอ้ งรูปต่าง ๆ (สอื่ ๑) และคาพ้องเสียง
ใหน้ ักเรยี นใช้คาพ้องรูปแตง่ ประโยคปากเปลา่ หรือเขยี นบนกระดาน การวดั ประเมนิ ผล
๓. ใหน้ กั เรียน ชว่ ยกนั ใช้คาพอ้ งแตง่ เรือ่ งสั้น ๆ ๑ เร่อื ง เชน่ เร่ือง
....................
คุณป่กู ับคุณย่าเดนิ เลน่ ในสนามหญ้า คณุ ย่าเกบ็ ดอกพดุ มาบูชา
พระพทุ ธรปู เมื่อสวดมนต์เสรจ็ แลว้ คณุ ย่ากับคุณปู่จะทาสมาธิ โดยคุณปู่
น่ังขดั สมาธติ ัวตรง สว่ นคณุ ยา่ นัง่ พบั เพยี บเรยี บรอ้ ย วันนฉ้ี นั ซอื้ ผลไมร้ วมเปน็ เงิน
๒๐ บาท เพอ่ื รว่ มใส่บาตรกับคณุ ย่าตอนเช้า
๔. ให้นกั เรยี นทาช้นิ งานท่ี ๑ เรือ่ ง สร้างสรรคเ์ รอื่ งราวด้วยคาพ้องรปู และคาพ้อง สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเข้ารว่ ม
เสยี ง จากนัน้ นามาแลกเปลยี่ นกันอ่าน แล้วรว่ มกนั คดั เลือกผลงานดีเดน่ มาจดั กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
แสดงบนป้ายนเิ ทศ บนั ทึกหลังสอน
๕. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้ เร่อื งคาพ้องรปู - คาพ้องเสียง แลว้ ให้
ชว่ ยกนั เขยี นอธิบายความแตกตา่ งของคาพอ้ งรปู และคาพ้องเสยี งเป็นแผนภาพ .................................................................................
.................................................................................
ส่ือการเรยี นรู้ รูปแบบการสอน.................................................................................
.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................
ลงช่ือ……….......…………ผู้รายงาน ลงชือ่ …….................……………ผูร้ บั รอง ลงช่อื ……........……………ผู้รบั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหนง่ ครู หวั หน้าฝา่ ยวิชาการ
ตาแหนง่ ผ้อู านวยการโรงเรียน
สื่อ ๑
ครูและนกั เรยี นสนทนาถงึ ความสาคญั ของการอา่ นคาใหถ้ กู รูค้ วามหมายของคาทกุ คา
แลว้ ใหน้ กั เรยี นฝึกอา่ นคาพอ้ งรูปต่าง ๆ
๏ คนแขม (ขะ - แม) - ตน้ แขมขนึ้ รมิ หนองนา้
๏ ใบเสมา (เส - มา) - ตน้ เสมา (สะ - เหมา)
๏ ซากปรกั (ปะ - หรกั ) หกั พงั - ไม่พดู ปรกั ปราผใู้ ด
๏ ตวั พยาธิ (พะ - ยาด) - ทาใหเ้ กิดโรคพยาธิ (พะ - ยา - ทิ)
๏ ไมท่ าตวั เสเพล - พระฉนั ภตั ตาหารเพล
๏ น่งั สมาธิ (สะ - มา - ทิ) - น่งั ขดั สมาธิ (สะ - หมาด)
ชิ้นงานที่ ๑
เรื่อง สร้างสรรคเ์ รื่องราวดว้ ยคาพอ้ งรูปและคาพอ้ งเสียง
คะแนน
ใหน้ กั เรียนแต่งเร่ืองส้นั ๆ โดยนาคาพอ้ งรูป
และคาพอ้ งเสียงมาเล่นคาเลน่ ความหมายให้
สนุกสนาน
๑. ทงั้ นเี้ พราะกรรมมาตามทนั จงึ สดุ สนิ้ ชวี นั บรรลัย
บรรลยั มคี วามหมายวา่
๒. แมน้ ใครรกั รกั ม่งั ชงั ชงั ตอบ ใหร้ อบคอบคดิ อา่ นนะหลานหนา
รอบคอบ มคี วามหมายวา่
๓. พญาราชสหี จ์ บั สตั วม์ าเลยี้ งดบู ริวารของตน
บรวิ าร มีความหมายวา่
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
.........................................................
ชื่อ.......................................ชน้ั ...................เลขที่.............
ใบงานที่ ๖
เรื่อง การแต่งประโยคโดยใชค้ าที่กาหนด คะแนน
ใหน้ กั เรียนแต่งประโยคโดยใชค้ าท่ีกาหนดให้
ตวั อยา่ ง หวงแหน จอกแหน
ถา้ เราหวงแหนแหลง่ นา้ ควรชว่ ยกนั กาจดั จอกแหนไมใ่ หม้ มี ากเกินไป
๑. ชอ้ นสอ้ ม ซ่อมแซม
๒. เสเพล เวลาเพล
๓. น้าไหล หลงใหล
ชื่อ.......................................ช้นั ...................เลขที่.............
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ที่ ๔
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗บทละครพูดคากลอน เรื่อง พระร่วง เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง พระร่วง (๑) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนที่ ................ วนั ท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพือ่ นาไปใช้ ท ๑.๑ ป. ๔/๓ อา่ นเรอ่ื งสนั้ ๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเรอ่ื งท่ีอ่าน
ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอา่ น ท ๑.๑ ป. ๔/๖ สรุปความรูแ้ ละขอ้ คดิ จากเร่อื งท่ีอา่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรม
ไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ ท ๕.๑ ป.๔/๒ อธิบายขอ้ คดิ จากการอา่ นเพื่อนาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
K ๑. อธิบายเร่อื งราวจากบทละครพดู คากลอนเร่อื งพระรว่ ง (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. อา่ นบทละครพดู คากลอนเรอ่ื งพระรว่ ง (P)
A ๓. เหน็ ความสาคญั ของขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากเร่อื งพระรว่ งเพ่ือนาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ และ
ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
ช่วยเหลือสงั คม (A)
สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้
บทละครพดู คากลอนเรอ่ื งพระรว่ ง เป็นบทพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเด็จพระ บทละครพดู คากลอน เร่อื ง พระรว่ ง
มงกฎุ เกลา้ -เจา้ อย่หู วั (รชั กาลที่ ๖) ทรงแกไ้ ขดดั แปลงมาจากบทละครเรอื่ งพระรว่ ง
เพื่อใหส้ มาชิกเสอื ป่ารกั ษาดินแดนใชแ้ สดงละครเป็นการปลกุ ใจ แสดงถึงความรกั
ชาติบา้ นเมอื งของคนไทยไดด้ ี
การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
๑. ใหน้ กั เรียนพิจารณาบตั รคาท่คี รูนามาตดิ บนกระดาน (ส่ือ ๒๐) ๓. ใหน้ กั เรยี นเขียนแผนภาพโครงเร่อื งจากบทละครพดู คากลอนเร่ือง พระ
๒. ใหน้ กั เรยี นอ่านบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ งจนถงึ ตอนพระรว่ ง รว่ ง จนถงึ ตอนพระรว่ งหนีไปสโุ ขทยั ๒เหตกุ ารณต์ ามหวั ขอ้ ท่กี าหนด (ส่ือ
หนีไปสโุ ขทยั เพ่ือสารวจคายากและแบง่ วรรคตอนใหถ้ กู ตอ้ ง พรอ้ ม ๒๑)
ตรวจสอบคาศพั ทท์ ่ไี ม่ทราบความหมายจากพจนานกุ รมกอ่ นฝึกอ่านออก
เสียงรอ้ ยกรอง ครูเลือกตวั แทนนกั เรียนครงั้ ละ ๑ คน ใหอ้ า่ นออกเสียงรอ้ ย ๔. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
กรองตอ่ กนั ไปเร่อื ย ๆ ในขณะท่เี พ่ือนอา่ นใหค้ รูและนกั เรยี นรว่ มกนั ๏ บทละครพดู คากลอนเร่อื งพระรว่ ง เป็นบทพระราชนิพนธใ์ น
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง โดยคานงึ ถงึ ความชดั เจนถกู ตอ้ ง
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อย่หู วั (รชั กาลท่ี ๖) ทรงแกไ้ ขดดั แปลง
มาจากบทละครเร่อื งพระรว่ ง เพ่ือใหส้ มาชิกเสือป่ารกั ษาดนิ แดนใชแ้ สดง
ละครเป็นการปลกุ ใจ แสดงถงึ ความรกั ชาตบิ า้ นเมืองของคนไทยไดด้ ี
ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล
แผนภาพโครงเร่อื งบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน
ส่อื การเรยี นรู้
.....................................................................................
..K................................................................................... ลงชอ่ื ……….......…………ผู้รายงาน ลงชื่อ……........……………ผู้รับรอง
....AP......................................................................................................................................................................
............................................ (นาง..................................) (..............................)
ตาแหน่งครู ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน