The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by P'supattra Silasalai, 2022-09-25 05:35:21

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย

ส่อื ๒๐ บตั รคา

พระรว่ งโรจนฤทธิ์ เรอื หลวงพระรว่ ง ทานบพระรว่ ง

ปลาพระรว่ ง ขา้ วตอกพระรว่ ง

ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามกระตนุ้ ความคดิ ดงั นี้
๏ บตั รคาทงั้ ๕ ใบ มีอะไรท่เี หมอื นกนั (มคี าวา่ “พระร่วง” ปรากฏอยทู่ ุกใบ)
๏ นกั เรยี นทราบหรอื ไมว่ า่ คาศพั ทใ์ นบตั รคาแตล่ ะใบมคี วามหมายอยา่ งไร ครูอธิบาย
เพ่มิ เติมดงั นี้

พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นช่ือพระพทุ ธรูปท่พี ระวหิ าร พระปฐมเจดยี ์ จงั หวดั นครปฐม
เรอื หลวงพระร่วง เป็นเรอื หลวงลาแรกของไทย
ทานบพระร่วง คือคนั ดนิ โบราณท่ใี ชเ้ พ่อื การชลประทานสมยั สโุ ขทยั
ปลาพระร่วง หรอื ปลากา้ ง (กา้ งพระรว่ ง) เป็นปลานา้ จืดขนาดเลก็ มตี านานเล่าวา่
ครงั้ หนง่ึ พระรว่ งเสดจ็ ประพาสแลว้ ชาวบา้ นนาพระกระยาหารมาถวาย และมปี ลารวมอยู่
ดว้ ย เม่อื พระรว่ งเสวยปลาแลว้ ทรงนากา้ งปลาไปลอยนา้ แลว้ ตรสั วา่
“เจา้ กา้ งปลาตวั นอ้ ยจงกลบั มชี ีวติ แลว้ วา่ ยนา้ ไป” ดว้ ยวาจาสิทธิ์ กา้ งปลานนั้ กลาย
เป็นปลาชนิดหนึ่งว่ายอย่ใู นนา้ สบื พนั ธมุ์ าจนตราบทกุ วนั นี้
ข้าวตอกพระร่วง คือ แรช่ นิดหนง่ึ พบมากท่จี งั หวดั สโุ ขทยั เป็นหินส่เี หล่ยี มคลา้ ยลกู เตา๋ สี
สนิมเหลก็ หรอื สนี า้ ตาลไหม้ ชาวบา้ นเช่ือวา่ เป็นของขลงั และศกั ดิส์ ิทธิ์

๏ นกั เรยี นรูจ้ กั อะไรอกี บา้ งท่มี คี าวา่ พระรว่ ง ปรากฏอยู่ (ไตรภมู พิ ระร่วง สุภาษิตพระ
ร่วงบทละครราเร่อื งพระร่วง บทละครพูดคากลอนเร่ืองพระร่วง)

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗บทละครพูดคากลอน เรื่อง พระร่วง เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง พระร่วง (๒) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วันท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพ่ือนาไปใช้ ท ๑.๑ ป. ๔/๓ อา่ นเร่อื งสนั้ ๆ ตามเวลาท่กี าหนดและตอบคาถามจากเร่อื งท่ีอ่าน
ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และมีนิสยั รกั การอา่ น ๕.๑ ป. ๔/๒ อธิบายขอ้ คดิ จากการอ่านเพ่อื นาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรม
ไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. อธิบายเร่อื งราวจากบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. เรียงลาดบั เหตกุ ารณจ์ ากบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง (P) (A) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
A ๓. แสดงบทบาทสมมตุ จิ ากบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง (P)
๔. เหน็ ความสาคญั และขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากบทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง พระรว่ ง

สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้

บทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง พระรว่ ง มีขอ้ คิดและคตสิ อนใจในเรอ่ื ง บทละครพดู คากลอน เร่อื ง พระรว่ ง
ของความสามคั คแี ละการรกั ชาติบา้ นเมอื งท่ีคนไทยทกุ คนควร
ตระหนกั

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๑. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อา่ นบทกลอนละครพดู คากลอนเร่อื ง พระร่วง ตงั้ แต่ ๕. ครูตดิ แถบประโยคบนกระดาน (ส่ือ ๒๑)

พระรว่ งออกอบุ ายใหน้ ายม่นั หลงป่าเพ่ือใหข้ อมจบั ตวั ไดจ้ นจบเร่อื ง ๖. ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๒.ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสม รว่ มกนั คน้ หาคาศพั ทแ์ ละ ๏ บทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง พระรว่ ง มีขอ้ คดิ และคตสิ อนใจในเร่อื ง
ความหมายจากบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง แลว้ ออกมานาเสนอ
คาศพั ทแ์ ละความหมายทีละกลมุ่ จากนนั้ ครูสรุปคาศพั ทส์ าคญั และ ของความสามคั คี และ
ความหมายจากบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง การรกั ชาตบิ า้ นเมืองท่คี นไทยทกุ คนควรตระหนกั
๓.ใหน้ กั เรยี นอ่านบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง เป็นทานองเสนาะ ๑ ๗. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้

รอบ ๏ นกั เรยี นจะแสดงความรกั ชาตไิ ดอ้ ยา่ งไรบา้ ง

ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล

- สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน
ส่อื การเรยี นรู้
.....................................................................................
..K................................................................................... ลงช่ือ……….......…………ผู้รายงาน ลงชือ่ ……........……………ผู้รับรอง
....AP......................................................................................................................................................................
............................................ (นาง..................................) (..............................)
ตาแหน่งครู ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

ส่อื ๒๑ บตั รคา

ครูตดิ แถบประโยคบนกระดาน ดงั นี้

พระรว่ งคดิ ทากระออมใสน่ า้ แทนตมุ่ (๓)
พระรว่ งขนึ้ เป็นกษัตรยิ ค์ รองกรุงสโุ ขทยั (๘)
พระรว่ งหลบหนีขอมไปผนวชอยทู่ ่ีเมืองสโุ ขทยั (๕)
นางจนั ทนพ์ าชาวเมืองละโวล้ อบตที พั ขอมไดส้ าเรจ็ (๖)
ทา้ วพนั ธุมบดีส่งั ใหพ้ ญาเดโชจบั พระรว่ งไปถวาย (๔)
พญาเดโชตามไปพบพระรว่ งท่ีวดั พระบรมธาตุ (๗)
พระรว่ งเป็นเจา้ เมืองละโวแ้ ทนพระบิดาท่ีสนิ้ พระชนม์ ( ๒)
เมืองละโวต้ กอยใู่ ตอ้ านาจของขอม (๑)

จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ ความจากแถบประโยคไปเรยี งลาดบั เหตกุ ารณบ์ ท
ละครพดู คากลอนเรอ่ื งพระรว่ ง เป็นแผนภาพลาดบั เหตกุ ารณใ์ หถ้ กู ตอ้ ง
โดยครูสมุ่ เลอื กผแู้ ทนนกั เรยี น ๒ - ๓ คน ออกมานาเสนอแผนภาพ
ตวั อยา่ งแผนภาพลาดบั เหตกุ ารณ์ (นาขอ้ ความมาเรยี งตอ่ กนั ตาม
หมายเลข)

๑ ๒ ๓ ๔๕ ๖ ๗ ๘

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗บทละครพดู คากลอน เรื่อง พระร่วง เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง พระร่วง (๓) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วันท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใช้ ท ๑.๑ ป. ๔/๕ คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่อื งท่อี ่านโดยระบเุ หตผุ ลประกอบ
ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต และมีนสิ ยั รกั การอา่ น ท ๕.๑ ป. ๔/๑ ระบขุ อ้ คิดจากนทิ านพนื้ บา้ นและนิทานคติธรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม ท ๕.๑ ป. ๔/๒ อธิบายขอ้ คิดจากการอ่านเพ่อื นาไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
K ๑. อธิบายเรอ่ื งราวจากบทละครพดู คากลอนเรอื่ ง พระรว่ ง (K) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
P ๒.วเิ คราะหค์ ณุ สมบตั ติ วั ละครในบทละครพดู คากลอนเรอ่ื งพระรว่ ง (P)
๓. อา่ นบทละครพดู คากลอนเรอ่ื งพระรว่ ง (P) สาระการเรยี นรู้
A ๔. เห็นความสาคญั และตระหนกั ในขอ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากบทละครพดู คากลอนเรอื่ ง
บทละครพดู คากลอน เรอ่ื ง พระรว่ ง
พระรว่ ง (A)

สาระสาคญั

บทละครพดู คากลอน เร่อื งพระรว่ ง เป็นวรรณคดที ่มี ีคณุ คา่ ดา้ น
ประวตั ศิ าสตร์ สมยั ก่อนกรุงสโุ ขทยั เป็นราชธานี ตกอยใู่ นการครอบครองของ

ขอม ท่ใี หข้ อ้ คดิ และคตสิ อนใจในเร่อื งความจงรกั ภกั ดีตอ่ ชาตบิ า้ นเมือง

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๒. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ ๕ - ๗ คน เพ่ืออภปิ รายกล่มุ ยอ่ ยตาม ๔. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ ถา้ คนไทยมีคณุ สมบตั ิ
หวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้ ๑) ลกั ษณะนสิ ยั ของตวั ละครในเร่อื ง ไดแ้ ก่ พระรว่ ง เชน่ เดยี วกบั พระรว่ งและนางจนั ทน์ ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร
นางจนั ทน์ นกั คมุ้ พญาเดโช โดยยกเหตผุ ลหรอื ขอ้ ความประกอบใหเ้ หน็ ๖. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปความสาคญั ของชาตบิ า้ นเมืองและเสนอแนวทาง
จรงิ ๒) การท่พี ระรว่ งเสดจ็ หนีไปจากเมืองละโวม้ ีผลดีหรอื ผลเสีย ในการปฏบิ ตั ติ นท่แี สดงถงึ ความรกั ชาตขิ องนกั เรยี นลงบนกระดาน
อยา่ งไรตอ่ ชาวเมือง ๓) นกั เรียนคดิ วา่ พระรว่ งทาถกู หรอื ไม่ ท่ไี ม่ ๗. ครูสรุปบทเรียนโดยการอ่านพระบรมราโชวาทเก่ียวกบั ความรกั ชาตใิ ห้
ประหารพญาเดโช นกั เรยี นฟัง (ส่ือ ๒๒)
๓. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี ๓๒ เร่อื ง การวเิ คราะหค์ ณุ สมบตั ิของตวั ละคร ๘. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
ในบทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง พระรว่ ง ครูประเมนิ ผลงานของนกั เรยี นเป็น
รายบคุ คล ๏ บทละครพดู คากลอน เร่อื งพระรว่ ง เป็นวรรณคดีท่มี ีคณุ ค่าดา้ น
ประวตั ศิ าสตร์ สมยั กอ่ นกรุงสโุ ขทยั เป็นราชธานี
ภาระชิน้ งาน
การวดั ประเมินผล
ใบงานเรอื่ ง การวเิ คราะหค์ ณุ สมบตั ขิ องตวั ละครใน
บทละครพดู คากลอนเรอื่ ง พระรว่ ง สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน
ส่อื การเรยี นรู้
.....................................................................................
..K................................................................................... ลงช่ือ……….......…………ผู้รายงาน ลงชื่อ……........……………ผู้รับรอง
....AP......................................................................................................................................................................
............................................ (นาง..................................) (..............................)
ตาแหน่งครู ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรยี น

ส่อื ๒๒ บตั รคา

ครูสรุปบทเรยี นโดยการอา่ นพระบรมราโชวาทเก่ียวกบั ความรกั ชาตใิ ห้
นกั เรยี นฟัง ดงั นี้
“... ความจงรกั ภกั ดตี อ่ ชาตินนั้ คือความสานกึ ตระหนกั ในคณุ ของ
แผน่ ดนิ อนั เป็นท่ีเกิดท่ีอาศยั ซง่ึ ทาใหบ้ คุ คลเกิดความภมู ิใจในชาติ
กาเนิดและมงุ่ ม่นั ท่ีจะธารงรกั ษาประเทศชาตไิ วใ้ หเ้ ป็นอิสระม่นั คง
ตลอดไป...”

พระบรมราโชวาท ในพธิ ีถวายสตั ยป์ ฏิญาณและสวนสนามของ
ทหารรกั ษาพระองค์

ณ ลานพระราชวงั ดสุ ติ ๓ ธนั วาคม ๒๕๒๙

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗บทละครพดู คากลอน เรื่อง พระร่วง เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่อง พระร่วง (๔) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนท่ี ................ วันท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๒ อธิบายขอ้ คิดจากการอ่านเพ่อื นาไปใชใ้ นชีวิตจรงิ
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. อธิบายเรอ่ื งราวของบทละครพดู คากลอนเรอื่ ง พระรว่ ง (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. เขียนเรอื่ งย่อบทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง พระรว่ งดว้ ยสานวนตนเอง (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
A ๓. กระตือรอื รน้ และมสี ว่ นรว่ มกบั การจดั กิจกรรมการเรยี นรูใ้ นชนั้ เรยี น (A)
สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
บทละครพดู คากลอน เรอ่ื ง พระรว่ ง
เม่ือครงั้ ทีพ่ ระรว่ งเป็นเจา้ เมอื งละโว้ (ลพบรุ )ี พระรว่ งเป็นที่นยิ มนบั ถือของชาวเมือง
เพราะมีสตปิ ัญญาไหวพรบิ ดี มคี ณุ ธรรมเป็นคณุ สมบตั ิผนู้ า มีความรกั ใครห่ ว่ งใย
ประชาชน คดิ ถึงทกุ ขส์ ขุ ของประชาชนย่ิงกวา่ ตนเอง มคี วามกลา้ หาญ เสยี สละ

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๑. ใหน้ กั เรียนอ่านขอ้ ความในแถบประโยคท่คี รูนามาตดิ บนกระดาน ๓. ใหน้ กั เรียนคน้ ควา้ เร่อื งเก่ียวกบั พระรว่ งและอาณาจกั รสโุ ขทยั ใน

จากนนั้ ช่วยกนั ใสเ่ คร่อื งหมาย หนา้ แถบประโยคท่ถี กู ตอ้ ง และ หอ้ งสมดุ กลมุ่ ละ ๑ เร่อื ง แลว้ นามาเสนอรายงานหนา้ ชนั้ เรยี น
เคร่อื งหมาย หนา้ แถบประโยคท่ไี มถ่ กู ตอ้ งตามเนือ้ เรอ่ื ง (ส่ือ ๒๓) ๔. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๒. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ ๓ - ๕ คน เขียนเร่อื งยอ่ บทละครพดู คา
กลอนเร่อื ง พระรว่ งดว้ ยสานวนของนกั เรียนเองลงในกระดาษท่คี รูแจกให้ ๏ เม่ือครงั้ ท่พี ระรว่ งเป็นเจา้ เมืองละโว้ (ลพบรุ ี) พระรว่ งเป็นท่นี ยิ มนบั
จากนนั้ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น ครูและนักเรยี น ถือของชาวเมือง เพราะมีสตปิ ัญญาไหวพรบิ ดี มีคณุ ธรรมเป็นคณุ สมบตั ิ
ผนู้ า มีความรกั ใครห่ ว่ งใยประชาชน คดิ ถงึ ทกุ ขส์ ขุ ของประชาชนย่งิ กวา่
รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ตนเอง มีความกลา้ หาญ เสียสละ

ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล

ใบงานเรอื่ ง การวิเคราะหค์ ณุ สมบตั ขิ องตวั ละครใน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
บทละครพดู คากลอนเรอื่ ง พระรว่ ง และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

..................................................................................... ลงชอื่ ……….......…………ผู้รายงาน ลงชื่อ……........……………ผู้รับรอง
..K...................................................................................
....AP...................................................................................................................................................................... (นาง..................................) (..............................)
............................................ ตาแหน่งครู ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

ส่อื ๒๓ บัตรคา

ใหน้ กั เรยี นอา่ นขอ้ ความในแถบประโยคท่ีครูนามาตดิ บนกระดาน
จากนนั้ ช่วยกนั ใสเ่ ครอ่ื งหมาย หนา้ แถบประโยคท่ีถกู ตอ้ ง และ
เครอ่ื งหมาย หนา้ แถบประโยคท่ีไม่ถกู ตอ้ งตามเนือ้ เรอ่ื ง ดงั นี้

พระรว่ งขนึ้ เป็นกษัตรยิ ค์ รองกรุงศรอี ยธุ ยา (สุโขทยั )

เมืองละโวต้ กอยใู่ ตอ้ านาจของขอม

พญาเดโชตามไปพบพระรว่ งท่ีวดั ศรชี มุ (พระบรมธาตุ)

พระรว่ งหลบหนีขอมไปผนวชอยทู่ ่ีเมืองสโุ ขทยั

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๕

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗บทละครพูดคากลอน เร่ือง พระร่วง เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง พระร่วง (๕) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วันท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพ่ือนาไป ท ๑.๑ ป. ๔/๗ อา่ นหนงั สอื ท่ีมคี ณุ คา่ ตามความสนใจอย่างสมา่ เสมอและแสดง
ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชีวติ และมีนสิ ยั รกั การอา่ น ความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั เรอ่ื งทอ่ี า่ น

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละ ท ๕.๑ ป. ๔/๒ อธิบายขอ้ คดิ จากการอา่ นเพือ่ นาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ

วรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ คา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. อธิบายวธิ ีการสานกระออม (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
๒. วิเคราะหล์ กั ษณะนิสยั ของตวั ละครท่นี ามาเป็นแบบอยา่ งทีด่ ีในการดาเนินชีวิต (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
P ๓. เลอื กอา่ นหนงั สือและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรอื่ งทอี่ า่ น (P)
A ๔. เหน็ ความสาคญั ของขอ้ คดิ ท่ีดีจากบทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง พระรว่ งที่สามารถ
นาไปเป็นแนวทางในการดาเนนิ ชีวิต (A)

สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้

บทละครพดู คากลอน เรอื่ งพระรว่ ง เป็นวรรณคดที ่ีมคี ณุ คา่ ดา้ นประวตั ิศาสตร์ บทละครพดู คากลอน เร่อื ง พระรว่ ง
แสดงใหเ้ หน็ ความเป็นอย่ขู องชาวไทยกอ่ นสมยั กรุงสโุ ขทยั เป็นราชธานี คณุ คา่ ทาง

ปัญญา แสดงถึงลกั ษณะนสิ ยั และคณุ ธรรมของผนู้ าที่ดี

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๑. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ระบตุ วั ละครท่ชี อบมากท่สี ดุ พรอ้ มแสดงเหตผุ ลท่ชี อบ ๕. ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั บอกขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากการอา่ นเร่อื ง พระร่วง โดย
๒.ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหล์ กั ษณะนสิ ยั ของตวั ละครในเรอ่ื ง แลว้ รว่ มกนั อภปิ ราย ยกตวั อยา่ งมาประกอบใหเ้ หน็ ชดั เจน
วา่ ลกั ษณะนสิ ยั ของ ๖. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
ตวั ละครใดสามารถนามาเป็นแบบอย่างท่ดี ใี นการดาเนนิ ชีวติ ได้
๓. ใหน้ กั เรียนจบั คกู่ บั เพ่ือนช่วยกนั ศกึ ษาวธิ ีการสานกระออมจากแหลง่ การ ๏ บทละครพดู คากลอน เร่อื งพระรว่ ง เป็นวรรณคดที ่มี ีคณุ ค่าดา้ น
เรยี นรูต้ า่ ง ๆ ภายในโรงเรียนบนั ทกึ ความรูล้ งในกระดาษท่คี รูแจกให้ พรอ้ ม ประวตั ศิ าสตร์ แสดงใหเ้ หน็ ความเป็นอย่ขู องชาวไทยกอ่ นสมยั กรุงสโุ ขทยั
วาดภาพประกอบ เสรจ็ แลว้ จงึ นามาแลกเปล่ียนกนั อ่านกบั เพ่ือนกลุ่มอ่ืน เป็นราชธานี คณุ คา่ ทางปัญญา แสดงถงึ ลกั ษณะนิสยั และคณุ ธรรมของ
ผนู้ าท่ดี ีไดแ้ ก่ สตปิ ัญญา ไหวพรบิ ความเฉลียวฉลาด ความรกั และหว่ งใย
ภาระชิน้ งาน ประชาราษฎร์ ความกลา้ หาญ เสียสละ ความเมตตา การรูจ้ กั ใหอ้ ภยั และ
คณุ คา่ ดา้ นอารมณ์ อนั กอ่ ใหเ้ กิดพลงั สามคั คขี องความรกั ชาติ
ชิน้ งานเร่อื ง การเลือกอ่านหนงั สือตามความสนใจ
การวดั ประเมินผล

สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

..................................................................................... ลงช่ือ……….......…………ผู้รายงาน ลงชื่อ……........……………ผู้รับรอง
..K...................................................................................
....AP...................................................................................................................................................................... (นาง..................................) (..............................)
............................................ ตาแหน่งครู ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ที่ ๔

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ บทละครพูดคากลอน เรื่อง พระร่วง เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง ข้อคดิ จากบทละครพดู คากลอน เร่ือง พระร่วง เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนท่ี ................ วนั ท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๒ อธิบายขอ้ คดิ จากการอา่ นเพอ่ื นาไปใชใ้ นชีวิตจรงิ
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา ท ๕.๑ ป. ๔/๔ ทอ่ งจาบทอาขยานตามทีก่ าหนดและบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ณุ ค่าตาม

ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ ความสนใจ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. อธิบายขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากบทละครพดู คากลอนเรอื่ ง พระรว่ ง (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. เขียนแผนภาพขอ้ คดิ ท่ีไดจ้ ากบทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง พระรว่ ง (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
A ๓. เห็นคณุ คา่ ของวรรณคดีไทย (A)

สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้

บทละครพดู คากลอน เรอ่ื งพระรว่ ง เป็นบทละครท่ีสอดแทรกขอ้ คิดในเรอ่ื ง ความรกั บทละครพดู คากลอน เรอ่ื ง พระรว่ ง
ชาติบา้ นเมือง ความเสยี สละ และความรอบคอบ เฉลยี วฉลาดของพระรว่ งในการ
ปกครองบา้ นเมือง

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๒. ใหน้ กั เรียนทกุ คนอ่านบทละครพดู คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง และเลือกตอนท่ี ๔. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากบทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง
พระรว่ ง เป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน (ส่ือ ๒๔)
ตนเองชอบมากท่สี ดุ
คนละ ๑ ตอน จากนนั้ ครูคดั เลือกตวั แทนนกั เรยี น ๕ คน ออกมาทอ่ งบทละคร ๕. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๏ บทละครพดู คากลอน เร่อื งพระรว่ ง เป็นบทละครท่สี อดแทรกขอ้ คดิ
และเลา่ เหตกุ ารณต์ อนท่ตี นเองชอบ พรอ้ มบอกเหตผุ ล
๓.ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ ๕ - ๗ คน รว่ มกนั สนทนาอภปิ รายเก่ียวกบั ในเร่อื ง ความรกั ชาตบิ า้ นเมือง ความเสียสละ และความรอบคอบ เฉลียว

ขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากบทละครพดู ฉลาดของพระรว่ งในการปกครองบา้ นเมือง
คากลอนเร่อื ง พระรว่ ง แลว้ สง่ ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชนั้

เรียนโดยใหเ้ พ่ือนกลมุ่ อ่ืนและครูรว่ มกนั ตรวจสอบและเสนอแนะเพ่ิมเตมิ

ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล

- สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
บนั ทกึ หลงั สอน
ส่อื การเรยี นรู้
.....................................................................................
..K................................................................................... ลงชื่อ……….......…………ผู้รายงาน ลงชื่อ……........……………ผู้รับรอง
....AP......................................................................................................................................................................
............................................ (นาง..................................) (..............................)
ตาแหน่งครู ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

ส่อื ๒๔ บัตรคา

ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากบทละครพดู คากลอนเรอ่ื ง
พระรว่ ง เป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดงั ตวั อยา่ ง

ชิ้นงานที่ 19 คะแนน
เร่อื ง การเลอื กอ่านหนังสอื ตามความสนใจ

ช่ือ............................................................................ชนั้ ................................เลขท่ี..........................

ใหน้ ักเรียนเลือกอา่ นหนังสือทมี่ คี ุณค่าตามความสนใจ คนละ ๑ เล่ม แล้วเขยี น
บนั ทกึ ตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด

•ช่ือหนงั สอื
•ผแู้ ตง่
•เรอ่ื งย่อ

•นกั เรยี นเลอื กอา่ นหนงั สอื เลม่ นีเ้ พราะ

ใบงานท่ี 32 คะแนน

เรื่อง การวเิ คราะหค์ ุณสมบัตขิ องตวั ละครในบทละครพดู
คากลอนเรื่อง พระร่วง

ช่ือ............................................................................ชนั้ ................................เลขท่ี..........................

ใหน้ ักเรียนวเิ คราะหค์ ุณสมบตั ขิ องบุคคลตอ่ ไปนี้ และผลทเี่ กดิ ขนึ้ ตอ่ ส่วนรวม
จากคุณสมบตั เิ หล่านั้น

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ที่ ๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ เพลงพนื้ บ้าน เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง ลักษณะของเพลงพนื้ บา้ น เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วนั ท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๓ รอ้ งเพลงพนื้ บา้ น
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. อธิบายลกั ษณะของเพลงพืน้ บา้ น (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. เขียนแผนภาพความคดิ ลกั ษณะของเพลงพืน้ บา้ น (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
A ๓. มีส่วนรว่ มกบั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (A)
สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
เพลงพนื้ บา้ น
เพลงพนื้ บา้ นเป็นเพลงท่ีชาวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่ินคิดสรา้ งสรรค์
รูปแบบ เนือ้ รอ้ ง และทานองขนึ้ เป็นท่ียอมรบั ของชมุ ชน และ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
นาไปใชร้ ว่ มกนั นิยมรอ้ งในงานเทศกาล เพ่อื ความร่นื เริง

การจดั การเรยี นรู้

๑. ครูอธิบายเก่ียวกบั เพลงพืน้ บา้ นใหน้ กั เรยี นฟัง (ส่ือ ๒๔) ๔. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๒. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาอภิปรายเก่ียวกบั เพลงพืน้ บา้ นในทอ้ งถ่นิ ๏ เพลงพืน้ บา้ นเป็นเพลงท่ชี าวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ คดิ สรา้ งสรรค์
และนามาขบั รอ้ งรว่ มกนั ในชนั้ เรยี น โดยครูอาจเป็นผนู้ าหรือใหต้ วั แทน
นกั เรียนท่รี อ้ งไดอ้ อกมานาเพ่ือน ๆ รอ้ ง รูปแบบ เนือ้ รอ้ ง และทานองขนึ้ เป็นท่ยี อมรบั ของชมุ ชน และนาไปใช้
๓.ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสม รว่ มกนั วเิ คราะหล์ กั ษณะของ รว่ มกนั นิยมรอ้ งในงานเทศกาล เพ่ือความร่นื เรงิ ลกั ษณะเนือ้ รอ้ งไม่มี
เพลงพืน้ บา้ นวา่ มีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร จากนนั้ สง่ ผแู้ ทนกลุ่มออกมานาเสนอ ระเบียบแบบแผนขนึ้ อยแู่ ตล่ ะทอ้ งถ่นิ ตามความนยิ ม ลกั ษณะเด่นอย่ทู ่ี
หนา้ ชนั้ เรียน โดยครูและเพ่ือน ๆ กล่มุ อ่ืนช่วยตรวจสอบและใหค้ าแนะนา ความไพเราะ การใชถ้ อ้ ยคางา่ ย ๆ มีความหมายกินใจ และปฏิภาณไหว
เพ่มิ เตมิ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเก่ียวกบั ลกั ษณะของเพลงพืน้ บา้ นเป็น พรบิ ของผรู้ อ้ ง
แผนภาพความคดิ
การวดั ประเมินผล
ภาระชิน้ งาน
สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
- และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงช่อื ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงชอื่ ……........……………ผู้รบั รอง ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง

(..............................) (..............................)
หวั หน้าวิชาการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

ส่อื ๒๔

ครูอธิบายเก่ียวกบั เพลงพืน้ บา้ นใหน้ กั เรยี นฟัง ดงั นี้

เพลงพนื้ บา้ น หมายถงึ เพลงท่ชี าวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่ินคิดสรา้ งสรรคร์ ูปแบบ เนอื้
รอ้ ง และทานองขนึ้ ซง่ึ เป็นท่ยี อมรบั ของชมุ ชนและนาไปใชร้ ว่ มกนั โดยนิยมรอ้ งใน
งานเทศกาลหรอื งานท่มี ีการชมุ นมุ ผคู้ นในหมบู่ า้ นเพ่อื ความรน่ื เรงิ เชน่ สงกรานต์
ขนึ้ ปีใหม่ ทอดกฐิน และในการลงแขกช่วยกนั ทางาน เชน่ เก่ียวขา้ ว นวดขา้ ว

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ เพลงพนื้ บา้ น เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ืองเพลงพนื้ บ้านของแต่ละภาค เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วนั ท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๓ รอ้ งเพลงพนื้ บา้ น
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
K ๑. ระบเุ พลงพืน้ บา้ นของแตล่ ะภาค (K)
P ๒. รอ้ งเพลงพืน้ บา้ นของแตล่ ะภาค (P) สาระการเรยี นรู้
A ๓. มีความกระตือรอื รน้ และสนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ (A)
เพลงพนื้ บา้ น
สาระสาคญั
รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
เพลงพนื้ บา้ น เป็นเพลงท่ีชาวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่ินคิดสรา้ งสรรค์
รูปแบบ เนือ้ รอ้ ง และทานองขนึ้ ไม่มีระเบียบแบบแผน ลกั ษณะ
เดน่ เนือ้ หาจะสอดคลอ้ งกบั ภมู ิประเทศ และประเพณีในทอ้ งถ่ิน

การจดั การเรยี นรู้

๑. ครูยกตวั อยา่ งเพลงพืน้ บา้ นในทอ้ งถ่นิ แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มรอ้ งเพลง ๔. ครูนาตวั อย่างเพลงพืน้ บา้ นของภาคตา่ ง ๆ มาเปิดใหน้ กั เรียนฟังและให้
พืน้ บา้ น ๑ รอบ ดงั นี้ ตวั อย่างเพลง ราเหย่อย (ส่ือ ๒๕) นกั เรยี นรว่ มกนั ฝึกรอ้ ง ตวั อย่างเชน่ ภาคเหนือ เพลงซอ, ภาคอีสาน เพลง
๒. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาอภิปรายเก่ียวกบั ลกั ษณะของเพลง หมอลา, ภาคกลาง เพลงฉ่อย และภาคใต้ เพลงเรอื
พืน้ บา้ น โดยครูอธิบายเพ่มิ เตมิ เก่ียวกบั ลกั ษณะของเพลงพืน้ บา้ นใหน้ กั เรยี น ๕. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ระบเุ พลงพืน้ บา้ นของแตล่ ะภาค เพ่ือสรุปเป็น
ฟัง (ส่ือ ๒๖) แผนภาพความคดิ
๓. ครูใชค้ าถามเพ่ือใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สนทนาแสดงความคดิ เห็น ดงั นี้ ๖. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้

๏ เพลงพืน้ บา้ นของแตล่ ะภาคมีความแตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร ๏ เพลงพืน้ บา้ น เป็นเพลงท่ชี าวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ คดิ สรา้ งสรรค์
๏ นกั เรียนรูจ้ กั เพลงพืน้ บา้ นของภาคใด ไดแ้ ก่เพลงอะไรบา้ ง รูปแบบ เนือ้ รอ้ ง และทานองขนึ้ ไมม่ ีระเบียบแบบแผน ลกั ษณะเด่น เนือ้ หา
จะสอดคลอ้ งกบั ภมู ปิ ระเทศ และประเพณีในทอ้ งถน่ิ
ภาระชิน้ งาน
การวดั ประเมินผล
-
สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงชื่อ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง ลงชือ่ ……........……………ผู้รับรอง

(..............................) (..............................)
หวั หน้าวชิ าการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

ส่อื ๒๕

ครูยกตวั อยา่ งเพลงพืน้ บา้ นในทอ้ งถ่ิน แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มรอ้ งเพลง
พนื้ บา้ น ๑ รอบ ดงั นี้

ตวั อย่างเพลง ราเหย่อย

ช. มาเถิดหนาแมม่ า มาเลน่ พาดผา้ กนั เอย
พ่ตี งั้ วงไวท้ ่า อยา่ น่งิ รอชา้ เลยเอย
พ่ตี งั้ วงไวค้ อยอยา่ ใหว้ งกรอ่ ยเลยเอย

ญ. ใหพ้ ่ยี ่นื แขนขวา เขา้ มาพาดผา้ เถิดเอย
ช. พาดเอยพาดลง พาดท่อี งคน์ อ้ งเอย
ญ. มาเถิดพวกเรา ไปรากบั เขาหนอ่ ยเอย
ช. สวยแมค่ ณุ อยา่ ชา้ ก็รามาเถิดเอย
ญ. รารา่ ยกรายวง สวยดงั หงสท์ องเอย
ช. ราเอยรารอ่ น สวยดงั กินนรนางเอย
ญ. ราเอยราคู่ นา่ เอน็ ดจู รงิ เอย
ช. เจา้ เขียวใบขา้ ว พ่รี กั เจา้ สาวจรงิ เอย
ญ. เจา้ เขยี วใบพวง อยา่ งมาเป็นหว่ งเลยเอย

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ที่ ๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ เพลงพนื้ บ้าน เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่อง เพลงพวงมาลัย (๑) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วนั ท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๓ รอ้ งเพลงพนื้ บา้ น
วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. บอกลกั ษณะของเพลงพวงมาลยั (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. รอ้ งเพลงพวงมาลยั (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
A ๓. กระตือรือรน้ และเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรูอ้ ยา่ งสนกุ สนาน (A)

สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้

เพลงพืน้ บา้ น เป็นเพลงท่ชี าวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ คดิ สรา้ งสรรคร์ ูปแบบ เนือ้ เพลงพนื้ บา้ น : เพลงพวงมาลยั
รอ้ ง และทานองขนึ้ ไม่มีระเบยี บแบบแผน ลกั ษณะเดน่ ของเพลงพืน้ บา้ น มี
ความไพเราะใชถ้ อ้ ยคาง่าย ๆ มีความหมายกินใจ และปฏิภาณไหวพรบิ ของ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
ผรู้ อ้ ง

การจดั การเรยี นรู้

๑. ครูนาแผนภมู ิเพลงพวงมาลยั ตดิ บนกระดาน (ส่ือ ๒๖) ๕. ใหน้ กั เรยี นทกุ คนออกแบบเสอื้ ผา้ เคร่อื งแตง่ กายประกอบการแสดงเพลง
๒.ใหน้ กั เรยี นอา่ นเนือ้ เพลงพรอ้ ม ๆ กนั จนคลอ่ งแคลว่ จากนนั้ ครูสอน พวงมาลยั ระบายสีใหส้ วยงาม จากนนั้ ครูคดั เลือกนกั เรียนท่วี าดภาพได้
นกั เรียนรอ้ งเพลงตามทานอง สวยงามและสรา้ งสรรคอ์ อกมานาเสนอผลงานใหเ้ พ่ือน ๆ ดู
ทีละวรรคโดยใหน้ กั เรยี นรอ้ งตามพรอ้ ม ๆ กนั ทงั้ ชายและหญิง ๖. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๓. ครูสอนนกั เรยี นรอ้ งเพลงพืน้ บา้ น : เพลงพวงมาลยั โดยแบง่ ทอ่ นชายและ
หญิง และใหน้ กั เรียนฝึกรอ้ งตามทานองอยา่ งถกู ตอ้ งและคล่องแคล่ว โดยครู ๏ เพลงพืน้ บา้ นเป็นเพลงท่ชี าวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ คดิ สรา้ งสรรค์
คอยตรวจสอบความถกู ตอ้ งและใหค้ าแนะนาเพ่ิมเตมิ รูปแบบ เนือ้ เร่อื ง และทานองขนึ้ ไมม่ ีระเบียบแบบแผน ลกั ษณะเดน่ ของ
๔. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ถอดเนือ้ เรอ่ื งของบทเพลงพืน้ บา้ น : เพลง เพลงพืน้ บา้ น มีความไพเราะ ใชถ้ อ้ ยคาง่าย ๆ มีความหมายกินใจ และ
พวงมาลยั เป็นความเรียงท่ใี ชภ้ าษางา่ ย ๆ ปฏิภาณไหวพรบิ ของผรู้ อ้ ง

ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล

การออกแบบเสอื้ ผา้ เคร่อื งแตง่ กายประกอบการแสดงเพลงพวงมาลยั สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงชอ่ื ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงชอ่ื ……........……………ผู้รับรอง ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง

(..............................) (..............................)
หวั หน้าวิชาการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

สอ่ื ๒๖

ครูนาแผนภมู ิเพลงพวงมาลยั ตดิ บนกระดาน ดงั นี้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ เพลงพนื้ บา้ น เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ือง เพลงพวงมาลัย (๒) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนท่ี ................ วันท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๓ รอ้ งเพลงพนื้ บา้ น
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. บอกประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากการรอ้ งเพลงพืน้ บา้ น (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. รอ้ งเพลงพวงมาลยั (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
A ๓. เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรูด้ ว้ ยความสนกุ สนานและใหค้ วามรว่ มมือ
สาระการเรยี นรู้
ในการทากิจกรรมเป็นอยา่ งดี (A)
เพลงพนื้ บา้ น : เพลงพวงมาลยั
สาระสาคญั

เพลงพืน้ บา้ น เป็นเพลงท่ชี าวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ คดิ สรา้ งสรรคร์ ูปแบบ เนือ้
รอ้ ง และทานองขนึ้ เป็นท่ยี อมรบั ของชมุ ชน และนาไปใชใ้ นงานเทศกาลหรอื

งานชมุ นมุ ของคนในทอ้ งถ่นิ

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๑. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั รอ้ งเพลงพืน้ บา้ น : เพลงพวงมาลยั พรอ้ ม ๆ กนั ๑ ๕. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ ในหวั ขอ้ ดงั นี้
รอบ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นชายและหญิงแบง่ รอ้ งตามทอ่ นของตนเองอีก ๑ รอบ ๑) นกั เรยี นรูส้ กึ อยา่ งไรขณะรอ้ งเพลงพืน้ บา้ น : เพลงพวงมาลยั
โดยครูคอยชว่ ยตรวจสอบ และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง ๒) การท่นี กั เรียนรอ้ งเพลงพืน้ บา้ นได้ มีประโยชนต์ อ่ ทอ้ งถ่ินอยา่ งไร
๒. ใหน้ กั เรียนเขา้ กล่มุ ของตนเองตามท่ไี ดแ้ บง่ ไวเ้ ม่ือช่วั โมงท่แี ลว้ ชาย ๒ ๓) นกั เรยี นจะมีแนวทางอนรุ กั ษเ์ พลงพืน้ บา้ นในทอ้ งถ่นิ ไดอ้ ย่างไร
กลมุ่ หญิง ๒ กล่มุ และใหแ้ ตล่ ะกล่มุ ฝึกรอ้ งเพลงพืน้ บา้ น : เพลงพวงมาลยั ๖. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
ตามทอ่ นชายและหญิง จนรอ้ งไดค้ ลอ่ งแคลว่
๓. ใหน้ กั เรียนออกมารอ้ งเพลงพวงมาลยั พรอ้ มปรบมือประกอบจงั หวะทลี ะ ๏ เพลงพืน้ บา้ น เป็นเพลงท่ชี าวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ คดิ สรา้ งสรรค์
๒ กลมุ่ เป็นชาย ๑ กล่มุ และหญิง ๑ กล่มุ โดยการจบั ฉลากเลือกกล่มุ ท่เี ป็น รูปแบบ เนือ้ รอ้ ง และทานองขนึ้ เป็นท่ยี อมรบั ของชมุ ชน และนาไปใชใ้ น
ครู่ อ้ งชายและหญิง งานเทศกาลหรอื งานชมุ นมุ ของคนในทอ้ งถ่นิ

ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล

ชิน้ งานเรอ่ื ง การรอ้ งเพลงพนื้ บา้ น สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงชือ่ ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงชอ่ื ……........……………ผู้รบั รอง ลงชื่อ……........……………ผู้รบั รอง

(..............................) (..............................)
หวั หน้าวิชาการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

ชิ้นงานท่ี 18 คะแนน

เรื่อง การร้องเพลงพนื้ บ้าน

ช่ือ............................................................................ชนั้ ................................เลขท่ี..........................

ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนภาพโครงเรื่องของบทละครเรอ่ื ง เงาะป่ า
ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเพลงพนื้ บา้ นท่ชี อบ ๑ เพลงในทอ้ งถ่ินของตนเอง แลว้ เขียนขอ้ มลู ตาม
หวั ขอ้ ท่กี าหนดให้ จากนนั้ ฝึกรอ้ งใหค้ ลอ่ ง

ช่ือเพลง
แหลง่ ขอ้ มลู
นิยมรอ้ งในโอกาส
เหตผุ ลท่ชี อบเพลงนีเ้ พราะ

เพลง

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑

รายวิชาภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

ชอ่ื ............... หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๘ คาแทนช่ือ...นีค้ อื สรรพนาม เวลาเรียน ๔ ชัว่ โมง
โรงเรยี น....................
เรอื่ งลักษณะและชนดิ ของคาสรรพนาม เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง

สอนวันท่ี............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนท่ี .... ปีการศึกษา ๒๕๖๕

มาตรฐาน สาระสาคญั

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การ คาสรรพนาม ใชแ้ ทนคานาม คาสรรพนามที่ใช้ในการสนทนาเรยี กว่า
เปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และ บุรุษสรรพนาม ซึง่ ใชแ้ ทนผู้พูด ใช้แทนผู้ฟัง และใช้แทนผู้ท่ีกล่าวถงึ
รกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
สาระการเรยี นรู้
ตวั ชว้ี ัด
ชนิดของคาสรรพนาม
ตัวชีว้ ัด

ท ๔.๑ ป. ๔/๒ ระบุชนดิ และหนา้ ทข่ี องคาในประโยค

กระบวนการจดั การเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. ใหน้ ักเรียนอ่านบทร้อยกรอง “ใช้ถูกวิธ.ี ..เป็นศรแี ก่ผู้พูด” สงั เกตคาทคี่ รู ๑. บอกลกั ษณะและชนิดของคาสรรพนาม (K)
กาหนด แลว้ ช่วยกนั วเิ คราะหว์ ่าคาเหลา่ นั้นหมายถึงใคร (สื่อ๑) ๒. ยกตวั อย่างคาสรรพนามได้ถกู ต้อง (P)
๒.ให้นักเรยี นสังเกตคาบนกระดานทกุ คา ๓. กระตอื รอื ร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)
กาไล แขน ผม พัดลม วดั แจ้ง จากน้ันครใู ชค้ าถาม ดงั น้ี
สมรรถนะสาคญั
๑) คาทุกคานักเรยี นคิดว่าเปน็ คาอะไร (คานามทง้ั ชนิดสามัญ และ
วิสามญั คือ วดั แจง้ ) ๒) คาใดแตกต่างจากคาอ่ืน (ผม) การส่ือสาร การคิด การแก้ไขปัญหา การใช้เทคโนโลยี ทักษะชีวติ
๓. ใหน้ กั เรียนทบทวนความรูเ้ ร่อื งคาท่ีใช้แทนชอ่ื แทนคานาม คอื คาอะไร หรือ
เรยี กว่าอะไร (เพราะคาชนดิ นี้นกั เรยี นไดเ้ รียนมาแลว้ ในชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
เช่นเดยี วกับคานาม) คาทีใ่ ช้แทนคานาม เรยี กว่า คาสรรพนาม ที่มหี ลายชนดิ
(แตช่ ัน้ นจี้ ะเรยี นเฉพาะคาสรรพนามท่ใี ช้ในการสนทนา แทนชอื่ ผ้พู ูด ผูฟ้ ัง และผู้ ใฝ่เรียนรู้ มวี นิ ยั รักความเป็นไทย มุ่งม่นั ในการทางาน
ทก่ี ล่าวถึง เรยี กวา่ บรุ ุษสรรพนาม)
๔. ใหค้ รูนาบัตรคา ทเี่ ปน็ บรุ ษุ สรรพนามมาให้นักเรยี นฝึกจาแนก (ส่ือ๒) ภาระชิ้นงาน
๕. ใหน้ กั เรียนออกมาจบั ฉลากเลอื กคาหน้าชั้นเรยี น ถา้ ไดค้ าใดให้อธบิ าย -
ความหมาย หรอื ชนิดของคา ยกตวั อย่างการใชค้ านัน้ เช่น
การวัดประเมินผล
โยม ๏ เปน็ คาสรรพนามท่พี ระสงฆ์ใชเ้ รียก บิดา - มารดา หรอื ผใู้ หญ่รนุ่ สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วม
เดียวกับพ่อแม่ เช่น “อาตมาขอแจง้ ใหโ้ ยมนา้ ทราบเทา่ นกี้ อ่ น” เป็นต้น กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนักเรียน
๖. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
บนั ทึกหลงั สอน
๏ คาสรรพนาม ใชแ้ ทนคานาม คาสรรพนามทใ่ี ช้ในการสนทนาเรยี กวา่
บุรษุ สรรพนาม ซ่ึงใช้แทนผพู้ ดู ใชแ้ ทนผฟู้ ัง และใช้แทนผทู้ ก่ี ลา่ วถึง .................................................................................
๗. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดงั น้ี .................................................................................

๏ ถ้าไมใ่ ชค้ าสรรพนามขอ้ ความทใี่ ชใ้ นการสื่อสารจะเปน็ อย่างไร

ส่ือการเรียนรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................

.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................

ลงชอื่ ……….......…………ผรู้ ายงาน ลงชอ่ื …….................……………ผรู้ บั รอง ลงช่อื ……........……………ผู้รับรอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหนง่ ครู หัวหนา้ ฝ่ายวิชาการ
ตาแหน่งผูอ้ านวยการโรงเรยี น

สอื่ ๑

ใช้ถกู วธิ ี...เป็ นศรีแก่ผู้พูด

หนู ฉนั ผม เธอ เขา เรา ใตเ้ ทา้ ขา้ พระพทุ ธเจา้ และ อาตมา
พระองค์ ทา่ น คณุ กนั หรอื เจา้ ขา้ ใชใ้ นการสนทนามาชา้ นาน
ภาษาส่ือบอกฐานะตามกลา่ วขาน
คาเหลา่ นีแ้ ทนคานามยามเรยี กช่ือ ทงั้ บคุ คลสถานท่จี ะดีเอย
ควรเลือกใชใ้ หเ้ พราะเหมาะแกก่ าล

ประพนั ธโ์ ดย นฤภร รุจิเรข

ส่อื ๒
บัตรคา ทเี่ ป็ นบุรุษสรรพนาม

ผม คุณ

ฉัน โยม

ข้าพเจา้ เธอ

ดฉิ ัน ทา่ น

เรา กระผม

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๒

รายวชิ าภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔

ชอื่ ............... หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๘ คาแทนชื่อ...นีค้ ือสรรพนาม เวลาเรียน ๔ ชัว่ โมง
โรงเรยี น....................
เรือ่ ง การใช้คาบุรษุ สรรพนาม เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง

สอนวันที่............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรียนที่ .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕

มาตรฐาน สาระสาคญั

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การ ในการติดต่อสอ่ื สารกนั ตอ้ งเลอื กใชค้ าสรรพนามใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
เปล่ยี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และ กบั บคุ คลโดยตอ้ งหม่ันศึกษาการใชใ้ หเ้ ข้าใจ ฝกึ ฝนการใช้คาสรรพ
รกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ นามที่ใช้กับบคุ คลต่าง ๆ

ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้

ตัวช้วี ดั การใชค้ าสรรพนามกับบุคคลตา่ ง ๆ

ท ๔.๑ ป. ๔/๒ ระบชุ นดิ และหนา้ ท่ขี องคาในประโยค

กระบวนการจดั การเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑.ใหน้ ักเรยี นดูภาพ แลว้ ใหช้ ว่ ยกนั เลา่ บรรยายภาพโดยให้มีคาสรรพนาม ๑. บอกคาสรรพนามชนิดต่าง ๆ ได้ (K)
อยู่ด้วยอยา่ งน้อย ๑ คา เชน่ (สอ่ื ๑) ๒. ใชค้ าสรรพนามไดเ้ หมาะสมกบั บคุ คลประเภทต่าง ๆ (P)
๓. กระตือรือร้นในการรว่ มกจิ กรรม (A)
๏ เขาร้จู ักเมตตาต่อสัตว์
๏ เด็กชายสงสารสุนขั คดิ ว่ามนั คงหิวโหย สมรรถนะสาคญั
๏ ฉันมแี ต่กระดกู ไก่เจ้าต้องการหรือไม่
๓.ให้นกั เรียนชว่ ยกนั ใช้คาสรรพนามท่ีกาหนดแตง่ ประโยค หรอื เรื่องราว การสือ่ สาร การคดิ การแก้ไขปัญหา การใช้เทคโนโลยี ทักษะชวี ติ
สั้น ๆ
คุณลักษณะพงึ ประสงค์
ขา้ พเจา้ ผม ทา่ น เขา พระองค์
ตัวอย่าง ใฝ่เรียนรู้ มีวินยั รกั ความเปน็ ไทย มุง่ มัน่ ในการทางาน

๏ ขา้ พเจ้าขอแจง้ ใหท้ กุ ทา่ นทราบว่าขณะนี้บริษัทของเรากาลังมี ภาระชนิ้ งาน
ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ -

๏ ผลสาเรจ็ ของเขา ผมคิดวา่ เกดิ จากการท่ีเขาเชอ่ื มนั่ ในแนว

พระราชดารเิ รอ่ื งเศรษฐกิจพอเพยี งของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัวท่ี การวัดประเมินผล
พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้นานแล้ว

๔. ใหค้ รูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้าร่วม
๏ ในการตดิ ต่อสื่อสารกัน ต้องใช้คาสรรพนามให้ถูกต้อง และ กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนักเรียน

เหมาะสมกับบุคคล โดยต้องหมน่ั ศึกษาการใชใ้ หเ้ ขา้ ใจ ฝกึ ฝนการใช้คา

สรรพนามกบั บคุ คลตา่ ง ๆ บนั ทกึ หลังสอน
๕. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถา้ ใชค้ าสรรพนามไมเ่ หมาะสมกบั บุคคล จะมผี ลอยา่ งไรบ้าง .................................................................................
.................................................................................

สอื่ การเรยี นรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................

.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................

ลงช่อื ……….......…………ผู้รายงาน ลงช่อื …….................……………ผรู้ บั รอง ลงช่อื ……........……………ผ้รู บั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หัวหนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
ตาแหนง่ ผูอ้ านวยการโรงเรียน

ส่อื ๑
บัตรภาพ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๓

รายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔

ชอ่ื ............... หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๘ คาแทนช่อื ...นีค้ อื สรรพนาม เวลาเรยี น ๔ ช่ัวโมง
โรงเรยี น....................
เรื่องชนิดและหนา้ ท่ีของคาสรรพนามในประโยค เวลาเรียน ๑ ชัว่ โมง

สอนวันที่............... เดือน.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นที่ .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕

มาตรฐาน สาระสาคัญ

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การ คาสรรพนามในแต่ละประโยคจะมีหนา้ ที่แตกต่างกนั
เปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และ
รกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ สาระการเรยี นรู้

ตัวชว้ี ดั ชนดิ และหนา้ ท่ขี องคาสรรพนามในประโยค

ตัวชี้วดั

ท ๔.๑ ป. ๔/๒ ระบชุ นดิ และหนา้ ทข่ี องคาในประโยค

กระบวนการจดั การเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้

๑.ให้นักเรียนทายคาจากปริศนาคาทาย ๑. การบอกชนดิ และหน้าทีข่ องคาสรรพนามในประโยค (K)
๑) มคี าอะไรอีกบา้ งที่เปน็ ไดท้ งั้ คานาม และคาบรุ ษุ สรรพนาม ๒. แต่งประโยคใหม้ คี าสรรพนามตามทก่ี าหนด (P)
(มนั , เขา) ๓. กระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกิจกรรม (A)
๒) พระ.......อะไรมิใช่พระสงฆ์ แต่ใช้กันมามัน่ คงเม่ือกล่าวถึงเจา้ นาย

(พระองค์) สมรรถนะสาคัญ
๒.ใหน้ ักเรียนอาสาสมัคร ๓ - ๔ คน ออกมาแต่งประโยคให้มคี าสรรพนาม
คนละ ๑ ประโยคหรอื ๑ ขอ้ ความ เชน่ การสอื่ สาร การคิด การแก้ไขปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะชวี ติ

๑. ทา่ นผนู้ ี้ เมตตาพวกเรามาก ทา่ นให้ความช่วยเหลอื อยเู่ สมอ คณุ ลักษณะพงึ ประสงค์
๒. นเ่ี ด่น นายรู้ไดอ้ ย่างไรว่าเกิดเหตุร้ายขน้ึ กบั เขา
ใฝ่เรียนรู้ มีวนิ ัย รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่ันในการทางาน

๓. เจ้าแต้มข้ีประจบ เจ้านายรกั มนั มาก ภาระช้ินงาน
๔. ข้าพระพทุ ธเจา้ ใช้เวลาบุกเบกิ ทด่ี ินแหง่ น้ีอยู่นานถึง ๑๐ ปี ใบงานเรอื่ ง การระบุชนดิ และหน้าที่ของคาสรรพ
พระพุทธเจ้าข้า จากน้นั ครูใช้คาถามวา่
๑) คาสรรพนามคาใดทาหนา้ ที่เปน็ ประธานบา้ ง นามในประโยค

(ทา่ น - ขอ้ ๑, นาย - ขอ้ ๒ ขา้ พระพุทธเจา้ - ข้อ ๔ คาสรรพนาม การวัดประเมินผล

นอกนน้ั ทาหนา้ ที่เปน็ กรรมในประโยค) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วม
๒) นาย ในประโยคที่ ๒ ใชค้ าอืน่ ๆ ไดอ้ ย่างไรบา้ ง (เธอ, คุณ) กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรียน

๓. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ ๘ เรอ่ื ง การระบุชนิดและหนา้ ทข่ี องคาสรรพ

ปนใ๏หารค้คมบั ารใปสนตู รรรปงุ รวรพจแะสลนโยอะาคซบมกัใอจนถกี าแาคกตมรน่ลเงั้ ้นัมะคือ่รปว่รเรกมแู ะิดกลโคะนัยวนคตากัจรมวะเรสจมยีงสหี สนอนัยรบา้ว่ แคทมลวแี่ก้วาตนั มใกหสถตรทู้ก่าุปกุตงคค้อกวนงันารเมวพรบ่อืู้ ดรกวังานมรผ้ีแลกงไ้ ราขนูปสแง่ บบการสอน..........................................................................................บ.........ัน......ท.........กึ.........ห.........ล......งั......ส.........อ.......น...................................................................................
สอ่ื การเรียนรู้ .................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................

ลงชอ่ื ……….......…………ผูร้ ายงาน ลงชื่อ…….................……………ผู้รับรอง ลงช่ือ……........……………ผู้รับรอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหนง่ ครู หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
ตาแหน่งผ้อู านวยการโรงเรียน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔

รายวิชาภาษาไทย กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔

ชอ่ื ............... หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๘ คาแทนชื่อ...นีค้ ือสรรพนาม เวลาเรียน ๔ ชัว่ โมง
โรงเรยี น....................
เร่อื ง สรุปความรเู้ รื่องคาสรรพนาม เวลาเรยี น ๑ ชัว่ โมง

สอนวนั ท่ี............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นท่ี .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕

มาตรฐาน สาระสาคญั

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การ การใช้คาสรรพนามชนดิ ตา่ ง ๆ ต้องพิจารณาเลือกใช้ให้ถูกตอ้ ง
เปลีย่ นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และ เหมาะสมกับบุคคลในฐานะตา่ ง ๆ กัน
รกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
สาระการเรียนรู้
ตัวชีว้ ดั
หนา้ ทขี่ องคาสรรพนามในประโยค
ตัวชวี้ ดั

ท ๔.๑ ป. ๔/๒ ระบชุ นิดและหน้าทข่ี องคาในประโยค

กระบวนการจดั การเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑.ให้นักเรียนสังเกตขอ้ ความตอ่ ไปนี้ แลว้ บอกวา่ คาสรรพนามใดไม่ ๑. สรุปความร้เู รอ่ื งคาสรรพนาม (K)
เหมาะสม ๒. ใช้คาสรรพนามแต่งเรอ่ื งราวส้ัน ๆ (P)
๑. นอ้ งรอ้ งไห้ไม่หยดุ เลย สงสัยแกจะปวดทอ้ งหรอื เปน็ อะไรสกั อยา่ ง ๓. เห็นคุณคา่ ของการนาคาสรรพนามไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน (A)
๒. คุณลงุ กบั คุณป้าของฉันมาแล้ว แกใจดีท้งั สองคนเลยนะแก

๓. เห็นนายแดนไหมจอม มันหายไปไหนเร็วจริง สมรรถนะสาคญั
- ข้อ ๑ ใชค้ าวา่ แก แทนเดก็ ๆ, ผูน้ ้อย หรอื ผทู้ ม่ี ีอาวุโสน้อยกวา่ ที่
การสอ่ื สาร การคิด การแกไ้ ขปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะชวี ิต
สนิทสนมกนั
- ขอ้ ๒ ใช้คาวา่ แก แทนญาตผิ ใู้ หญ่ทเี่ คารพ ไมส่ มควร ควรใชค้ าว่า คุณลกั ษณะพึงประสงค์

ท่าน และคาวา่ แก เปน็ สรรพนามแทนผู้ฟังท่ไี มส่ ภุ าพ (อาจใช้ไดก้ บั คนที่ ใฝ่เรยี นรู้ มวี นิ ยั รกั ความเป็นไทย มุ่งมนั่ ในการทางาน

สนิทกัน ใช้กับผู้นอ้ ย หรือผทู้ เี่ ปน็ เดก็ กวา่ และไมค่ วรใชพ้ ดู ในทส่ี าธารณะ) ภาระชน้ิ งาน
ควรใชค้ าวา่ เธอ, นาย, คุณ แผนภาพความคิดสรุปความรู้เรอื่ ง คาสรรพนาม

- ข้อ ๓ ใชส้ รรพนาม มนั แทนผู้ถกู กลา่ วถงึ ถ้าไมใ่ ชส่ ัตว์ เป็นคนจะไม่

สภุ าพ ควรใช้คาว่า เขา

๔.ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ใชค้ าบรุ ุษสรรพนามแตง่ การวัดประเมินผล

ประโยค เรอื่ งราวสน้ั ๆ หรือนิทานสั้น ๆ ในกระดาษท่ีครแู จกให้ พรอ้ มตงั้ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้ารว่ ม
ชอ่ื เร่ือง กิจกรรม และ ตรวจผลงานของนักเรยี น
๕. ให้นักเรยี นเขยี นแผนภาพความคดิ สรปุ ความรเู้ ร่อื ง คาสรรพนาม แลว้

เ๖รห่วใมมหาก้คะนัรส๏แูตมลรกกวะาับจนรสบักใชอุคเร้คบคียาคลนสวใรรนา่วรมฐมพาถกนนกู ันะาตสมต้อรชา่งปุงนคิดๆวตกาา่ มนังรๆู้ ดตังนอ้ งี้ พิจารณาเลอื กใชใ้ ห้ถูกรตปู ้องแบบการสอน..........................................................................................บ.........ัน......ท.........ึก.........ห.........ล......ัง......ส.........อ.......น...................................................................................
สอ่ื การเรียนรู้ .................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................

ลงชื่อ……….......…………ผู้รายงาน ลงชื่อ…….................……………ผู้รบั รอง ลงชอ่ื ……........……………ผูร้ บั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หวั หน้าฝา่ ยวชิ าการ
ตาแหน่งผูอ้ านวยการโรงเรียน

ใบงานท่ี ๘

เร่ือง การระบุชนิดและหนา้ ที่ของคาสรรพนามใน

ประโยค คะแนน

ใหน้ กั เรียนระบุชนิด และหนา้ ท่ีของคาบุรุษสรรพนามใน
ประโยค

ประโยค คาบุรุษสรรพ ชนิด หน้าท่ี

นาม

๑. พวกเขากาลงั ทาความ

สะอาดหอ้ งเรียน พวกเขา
๒. คุณแม่สอนฉันใหร้ ู้จกั

ประหยดั ฉนั
๓. แกว้ ตา ทาไมเธอไม่มา

โรงเรียนเมื่อวานน้ี เธอ
๔. กระผมขอนิมนตห์ ลวง

พอ่

ไปฉนั เพลท่ีบา้ นขอรับ กระผม

๕. เจา้ มอมเห่าเสียงดงั มาก

คงมีคนแกลง้ มัน

มนั

ชื่อ.................................................................................ช้นั ................................เลขที่..................

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ บทอาขยาน เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่องลักษณะและคุณค่าของบทอาขยาน เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วนั ท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๔ ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทรอ้ ย
วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนามา กรองท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. บอกลกั ษณะสาคญั และคณุ คา่ ของบทอาขยาน (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. ทอ่ งจาบทอาขยาน (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
A ๓. ตระหนกั ในความสาคญั และคณุ คา่ ของบทอาขยาน (A)
สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
ลกั ษณะสาคญั และคณุ คา่ ของบทอาขยาน
บทอาขยานเป็นบทรอ้ ยกรองท่ีไพเราะ ใชส้ าหรบั ท่องจา และ
ปลกู ฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรมท่ีสามารถนาไปปฏิบตั ิไดจ้ ริง

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๑. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั บทอาขยานว่ามี ๓. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเพ่ือสรุปเก่ียวกบั ลกั ษณะสาคญั และ
ลกั ษณะเป็นอยา่ งไร จากนนั้ ครูอธิบายเก่ียวกบั ความหมายของบทอาขยาน คณุ คา่ ของบทอาขยานเป็นแผนภาพความคดิ (ส่ือ ๒๗)
ดงั นี้ ๏ บทอาขยาน หมายถงึ บททอ่ งจาซง่ึ เป็นบทรอ้ ยกรองท่ีไพเราะ
๔. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
แฝงขอ้ คดิ คณุ ธรรม เชน่ บทรอ้ ยกรองจากวรรณคดตี า่ ง ๆ ๏ บทอาขยานเป็นบทรอ้ ยกรองท่มี ีความไพเราะ ใชส้ าหรบั ทอ่ งจาและ
๒. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ ๔ - ๖ คน ชว่ ยกนั หาบทอาขยานจาก
วรรณคดี กลมุ่ ละ ๑ บท จากนนั้ รว่ มกนั วเิ คราะหว์ า่ บทอาขยานนนั้ มี ปลกู ฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรมท่สี ามารถนาไปปฏิบตั ไิ ดจ้ รงิ
ลกั ษณะสาคญั อย่างไร แลว้ ออกมาอา่ นบทอาขยานนนั้ เป็นทานองเสนาะที ๕. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้

ละกลมุ่ ๏ นกั เรียนจะนาขอ้ คดิ ในบทอาขยานไปใชใ้ นชีวติ จรงิ ไดอ้ ยา่ งไร

ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล

- สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงช่ือ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงชื่อ……........……………ผู้รับรอง ลงชือ่ ……........……………ผู้รบั รอง

(..............................) (..............................)
หวั หน้าวิชาการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

สอ่ื ๒๗ บตั รคา

ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเพื่อสรุปเก่ียวกบั ลกั ษณะสาคญั และ
คณุ ค่าของบทอาขยานเป็นแผนภาพความคดิ ดงั ตวั อยา่ ง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปี ที่ ๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ บทอาขยาน เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่อง บทอาขยานสยามานุสสติ เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วนั ท.ี่ ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๔ ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทรอ้ ย
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา กรองท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. ระบขุ อ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากการทอ่ งจาบทอาขยาน (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. ทอ่ งจาบทอาขยาน (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
A ๓. ตระหนกั ในความสาคญั ของขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการทอ่ งจาบทอาขยาน (A)
สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
: สยามานสุ สติ
บทอาขยาน เป็นบทรอ้ ยกรองท่ีมีความไพเราะ สอดแทรกขอ้ คิด
คณุ ธรรม ท่ีมีคณุ ค่าในการจดจานาไปใชอ้ า้ งอิงในการพดู หรอื รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand
การเรยี น และนาไปเป็นหลกั ปฏบิ ตั ิในชีวิตจรงิ

การจดั การเรยี นรู้

๑๑. ครูอธิบายการทอ่ งบทอาขยานโคลงส่ีสภุ าพ และใหน้ กั เรียนฝึกทอ่ งจา ๏ นกั เรียนมีความรูส้ กึ อย่างไรเม่ืออา่ นอาขยานบทนี้
บทอาขยาน สยามานสุ สติ ดงั นีอ้ าขยานบทหลกั บทท่ี ๒ โคลงส่ีสภุ าพ ใช้ ๏ อาขยานบทนีท้ าใหเ้ กิดความคดิ อยา่ งไร
จงั หวะอา่ นวรรคหนา้ ๓/๒ วรรคหลงั อ่านทลี ะ ๒ คา (ส่ือ ๒๘) ๏ ส่ิงท่ตี อ้ งปฏบิ ตั เิ พ่ือรกั ษาความเป็นชาตไิ ทยไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
๒.ใหน้ กั เรียนออกมาโยงเสน้ จบั คคู่ ากบั ความหมายบนกระดานใหถ้ ูกตอ้ ง ๔. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
(ส่ือ ๒๙)
๔. ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหบ์ ทอาขยานสยามานสุ สตวิ า่ แสดงลกั ษณะนิสยั ของ ๏ บทอาขยาน เป็นบทรอ้ ยกรองท่มี ีความไพเราะ สอดแทรกขอ้ คดิ
คนไทยอยา่ งไรบา้ ง คนละ ๒ ขอ้ จากนนั้ ขออาสาสมคั รนกั เรยี นออกมา คณุ ธรรม ท่มี ีคณุ คา่ ในการจดจานาไปใชอ้ า้ งองิ ในการพดู หรือการเรยี น
นาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น ๔ - ๕ คน โดยครูชว่ ยเพ่มิ เตมิ ใหส้ มบรู ณช์ ดั เจน และนาไปเป็นหลกั ปฏบิ ตั ใิ นชีวติ จรงิ
๓. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สนทนาแสดงความคดิ เหน็ โดยครูถามคาถาม ดงั นี้
การวดั ประเมินผล
ภาระชิน้ งาน
สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
กิจกรรมการท่องจาบทอาขยาน และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงช่ือ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงช่ือ……........……………ผู้รบั รอง ลงชอื่ ……........……………ผู้รับรอง

(..............................) (..............................)
หวั หน้าวชิ าการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

ส่อื ๒๘ บัตรคา

สยามานุสสติ

ใครราน/ใครรุกดา้ ว// แดนไทย//

ไทยรบจน/สดุ ใจ// ขาดดนิ้ //

เสยี เนือ้ เลอื ด/หล่งั ไหล// ยอมสละ/สนิ้ แล//

เสยี ชีพไป่/เสยี สนิ้ // ช่ือกอ้ ง/เกียรติงาม//

หากสยาม/ยงั อยยู่ งั้ // ยืนยง//

เรากเ็ หมือน/อยคู่ ง// ชพี ดว้ ย//

หากสยาม/พนิ าศลง// ไทยอย/ู่ ไดฤ้ ๅ//

เราก็เหมือน/มอดมว้ ย// หมดสนิ้ /สกลุ ไทย

พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้

เจา้ อยหู่ วั

ส่อื ๒๙ บตั รคา

ใหน้ กั เรยี นออกมาโยงเสน้ จบั คคู่ ากบั ความหมายบนกระดานใหถ้ กู ตอ้ ง
ดงั ตวั อยา่ ง

รุกราน ชวี ติ
ดา้ ว ประเทศไทย
ชพี ตาย
สยาม
มอดมว้ ย แดน ประเทศ
ลว่ งลา้ เขา้ ไป กา้ วรา้ วระราน

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ บทอาขยาน เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เร่ืองวธิ ที ่องจาบทอาขยาน เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ ................ วนั ท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๔ ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทรอ้ ย
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา กรองท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

K ๑. อธิบายความแตกตา่ งของวธิ ีการทอ่ งจาบทอาขยาน (K) การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
P ๒. ทอ่ งบทอาขยานเสียงปกตแิ ละเป็นทานองเสนาะ (P) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทางาน
A ๓. มีความกระตือรอื รน้ และมีส่วนรว่ มกบั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (A)
สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
วิธีท่องจาบทอาขยาน
การท่องจาบทอาขยานตอ้ งมีความถกู ตอ้ ง ออกเสยี งใหช้ ดั เจน
และไพเราะ

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๑. ครูอธิบายเก่ียวกบั วธิ ีทอ่ งจาบทอาขยานใหน้ กั เรยี นฟัง (ส่ือ ๓๐) ๑) กลอนแปด ใชจ้ งั หวะการอ่าน ๓/๒/๓ หรือ ๓/๓/๓ ตามจานวนคาในแต่
๒. ครูตดิ บทอาขยานจากตอนหน่งึ ของนทิ านคากลอนเร่อื ง พระอภยั มณี
บนกระดาน (ส่ือ ๓๐) ละวรรค
๓. ใหน้ กั เรยี นฝึกทอ่ งจาบทอาขยานทงั้ ๒ วธิ ี พรอ้ มกนั ทกุ คนโดยครูยงั ไม่ ๒) โคลงส่ีสภุ าพ ใชจ้ งั หวะอา่ นวรรคหนา้ ๓/๒ วรรคหลงั อา่ นทีละ ๒ คา
จากนนั้ ใหต้ วั แทนนกั เรียนแบง่ จงั หวะหรอื เวน้ วรรคบทอาขยานบนกระดาน
ตอ้ งอธิบายเร่อื งการแบง่ จงั หวะ ดงั นี้ คนละ ๑ วรรคโดยครูและเพ่ือน ๆ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง(ส่ือ ๓๑)
๑) ทอ่ งโดยการอา่ นออกเสียงอยา่ งรอ้ ยแกว้
๒) ทอ่ งโดยการอ่านออกเสียงทานองเสนาะ ๕. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๏ การทอ่ งจาบทอาขยานตอ้ งมีความถกู ตอ้ ง ออกเสียงใหช้ ดั เจนและ
๔. อธิบายเพ่มิ เตมิ การแบง่ จงั หวะหรอื เวน้ วรรคบทอาขยาน ดงั นี้
ไพเราะ

ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล

กิจกรรมการทอ่ งจาบทอาขยาน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงช่ือ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงชือ่ ……........……………ผู้รับรอง ลงชอื่ ……........……………ผู้รบั รอง

(..............................) (..............................)
หวั หน้าวิชาการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

ส่อื ๓๐ บตั รคา

ครูอธิบายเก่ียวกบั วิธีทอ่ งจาบทอาขยานใหน้ กั เรยี นฟัง ดงั นี้

การทอ่ งจาบทอาขยาน มี ๒ วธิ ีคอื
๑) ทอ่ งจาเสยี งปกติ คือ การอา่ นออกเสยี งอยา่ งรอ้ ยแกว้ แต่มีการเวน้

วรรคหรอื แบง่ จงั หวะอยา่ งรอ้ ยกรอง ซง่ึ มีจงั หวะแตกตา่ งกนั ตาม
ประเภทของบทรอ้ ยกรองนนั้ ๆ

๒) ท่องจาเป็นทานองเสนาะ คือ การอา่ นใหม้ ีเสยี งสงู ต่า หนกั เบา สนั้
ยาว เออื้ นเสยี ง เนน้ สมั ผสั ใหช้ ดั เจน ทว่ งทานองไพเราะ และแสดง
อารมณต์ ามเนือ้ หาของบทรอ้ ยกรอง

ครูติดบทอาขยานจากตอนหน่งึ ของนทิ านคากลอนเรอ่ื ง พระอภยั มณี บน
กระดาน ดงั นี้

ฝ่ายโยคีน่ิงน่งั ไดฟ้ ังเสียง จงึ มองเมยี งมาชะโงกรมิ โกรกผา
เห็นกมุ ารคลานไดม้ ิใชป่ ลา หวั รอ่ รา่ รอ้ งไมเ่ ป็นไรแลว้
เขา้ อมุ้ ชดู หู ลานสงสารนกั ไม่รูจ้ กั เจรจาตาแจว๋ แหวว
แตล่ กั ษณะจะฉลาดไม่คลาดแคลว้ ดผู อ่ งแผว้ เหมือนพอ่ หนอสีกา

ส่อื ๓๑ บตั รคา

แบง่ จงั หวะหรอื เวน้ วรรคบทอาขยาน

ฝ่ายโยค/ี น่ิงน่งั /ไดฟ้ ังเสยี ง จงึ มองเมยี ง/มาชะโงก/รมิ โกรกผา
เห็นกมุ าร/คลานได/้ มิใชป่ ลา หวั รอ่ รา่ /รอ้ งไม่/เป็นไรแลว้
เขา้ อมุ้ ช/ู ดหู ลาน/สงสารนกั ไม่รูจ้ กั /เจรจา/ตาแจ๋วแหวว
แตล่ กั ษณะ/จะฉลาด/ไม่คลาดแคลว้ ดผู ่องแผว้ /เหมือนพอ่ /หนอสกี า

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ บทอาขยาน เวลาเรียน ๔ ช่ัวโมง นางสาว..............................
ครูผสู้ อน
เรื่อง บทอาขยานจากเร่ืองพระอภยั มณี เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

ภาคเรียนท่ี ................ วนั ท.่ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์ ท ๕.๑ ป. ๔/๔ ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทรอ้ ย
วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา กรองท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ
สมรรถนะสาคญั / คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
การส่ือสาร การคิด การแกไ้ ขปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
K ๑. ระบขุ อ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากการทอ่ งจาบทอาขยาน (K) ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั รกั ความเป็นไทย ม่งุ ม่นั ในการทางาน
P ๒. ทอ่ งจาบทอาขยาน (P)
A ๓. กระตอื รือรน้ และมีสว่ นรว่ มกบั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (A) สาระการเรยี นรู้

สาระสาคญั บทอาขยานจากเรอ่ื ง พระอภยั มณี ตอน สดุ สาคร
เขา้ เมืองการะเวก
บทอาขยานเป็นบทรอ้ ยกรองท่ีไพเราะใชส้ าหรบั ท่องจา แทรก
ขอ้ คิดคณุ ธรรม บทอาขยานจะคดั จากวรรณคดีเรอ่ื งตา่ ง ๆ

การจดั การเรยี นรู้ รูปแบบสอน On Line On Site On Hand On Demand

๑. ใหน้ กั เรยี นฝึกท่องจาบทอาขยานแบบรอ้ ยแกว้ ใหถ้ กู ตอ้ งตาม ๓. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
อกั ขรวิธี และจงั หวะตามเครอ่ื งหมายท่ีกากบั (ส่อื ๓๒) ๏ บทอาขยาน เป็นบทรอ้ ยกรองท่ีไพเราะ ใชส้ าหรบั ทอ่ งจาแทรก
ใหน้ กั เรยี นออกมาท่องบทอาขยานเป็นทานองเสนาะทีละคน
โดยครูคอยตรวจสอบและใหค้ าแนะนาเพ่มิ เติม ขอ้ คิดคณุ ธรรม บทอาขยานจะคดั จากวรรณคดีเรอ่ื งต่าง ๆ
๒. ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั วิเคราะหบ์ ทอาขยานวา่ ฤๅษีสอนส่ิงใดแก่ ๔. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สนทนาแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถาม
สดุ สาครบา้ ง จากนนั้ ใหช้ ว่ ยกนั สรุปขอ้ คิดท่ีไดเ้ ป็นแผนภาพ
ทา้ ทาย ดงั นี้
ความคิดบนกระดาน (ส่อื ๓๓) ๏ นกั เรยี นจะนาขอ้ คิดหลกั ธรรมจากบทอาขยานไป

สนบั สนนุ สงั คมไดอ้ ยา่ งไร

ภาระชิน้ งาน การวดั ประเมินผล

กิจกรรมการท่องจาบทอาขยาน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

บนั ทกึ หลงั สอน ส่อื การเรยี นรู้

................................................................................
..K..............................................................................
......AP..........................................................................................................................................................................................................................ลงชื่อ……(.….......ต.....า....แ.…..ห.….น.…..่ง.….ค..ผ.ร.ูู้ร..า..ย...ง..า..น)
ลงชอ่ื ……........……………ผู้รับรอง ลงช่อื ……........……………ผู้รบั รอง

(..............................) (..............................)
หวั หน้าวิชาการ ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน

สอ่ื ๓๒ บัตรคา

ใหน้ กั เรยี นฝึกทอ่ งจาบทอาขยานแบบรอ้ ยแกว้ ใหถ้ กู ตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี
และจงั หวะตามเครอ่ื งหมายท่ีกากบั ดงั นี้

เครอ่ื งหมาย / แทนจงั หวะเสรมิ หมายถงึ การหยดุ เสยี งอา่ นสนั้ ๆ
ภายในวรรค
เครอ่ื งหมาย // แทนจงั หวะหลกั หมายถงึ การหยดุ จงั หวะเสยี งเป็นช่วง
ยาวกวา่ จงั หวะเสรมิ เม่ืออา่ นจบวรรค

อาขยานบทหลกั บทท่ี ๑ กลอนแปดใชจ้ งั หวะการอา่ น ๓/๒/๓ หรอื ๓/๓/
๓ ตามจานวนคาในแตล่ ะวรรค

พระอภยั มณี ตอน สุดสาครเขา้ เมอื งการะเวก

บดั เด๋ยี วดงั /หง่งั เหงง่ /วงั เวงแวว่ // สะดงุ้ แลว้ /เหลียวแล/ชะแงห้ า//

เหน็ โยค/ี ข่ีรุง้ /พงุ่ ออกมา// ประคองพา/ขนึ้ ไปจน/บนบรรพต//

แลว้ สอนวา่ /อยา่ ไว/้ ใจมนษุ ย/์ / มนั แสนสดุ /ลกึ ลา้ /เหลอื กาหนด//

ถงึ เถาวลั ย/์ พนั เก่ียว/ท่เี ลยี้ วลด// ก็ไมค่ ด/เหมือนหนง่ึ ใน/นา้ ใจคน//

มนษุ ยน์ ี/้ ท่รี กั /อย่สู องสถาน// บิดา/มารดารกั /มกั เป็นผล//

ท่พี ง่ึ หน่งึ /พง่ึ ได/้ แตก่ ายตน// เกิดเป็นคน/คดิ เหน็ /จงึ เจรจา//

แมน้ ใครรกั /รกั ม่งั /ชงั ชงั ตอบ// ใหร้ อบคอบ/คิดอา่ น/นะหลานหนา//

รูส้ ่งิ ใด/ไมส่ /ู้ รูว้ ิชา// รูร้ กั ษา/ตวั รอด/เป็นยอดดี//
จงคิดตาม/ไปเอา/ไมเ้ ทา้ เถิด// จะประเสรฐิ /สมรกั /เป็นศกั ดิศ์ ร/ี /

พอเสรจ็ คา/สาแดง/แจง้ คด/ี / รูปโยคี/หายวบั /ไปกบั ตา

พระสนุ ทรโวหาร (ภ่)ู

ส่อื ๓๓ บัตรคา

ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั วิเคราะหบ์ ทอาขยานวา่ ฤๅษีสอนส่งิ ใดแกส่ ดุ สาครบา้ ง
จากนนั้ ใหช้ ่วยกนั สรุปขอ้ คิดท่ีไดเ้ ป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดงั นี้

อยา่ ไวใ้ จใครงา่ ยๆ รูจ้ กั เอาตวั รอด
(แกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ )

ใฝ่ หาความรู ้

ใหร้ กั พอ่ แม่ พง่ึ ตนเอง

คาสอนของพระ
ฤาษี

ใหเ้ ป็นคนรอบคอบ คดิ ก่อนพดู
ตอบแทนคนท่ีดีกบั เรา

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑

กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คากริยา...สื่ออาการ เวลาเรยี น ๔ ชัว่ โมง
เร่อื ง ลักษณะและชนดิ ของคากริยา เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง
ภาคเรยี นท่ี ................ วนั ท่ี.............. เดอื น..................... พ.ศ.๒๕๖๕

ช่อื ............................................ โรงเรยี น สพป.อบ

● มาตรฐานการเรียนรู้ ● จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย K ๑. บอกลกั ษณะและชนดิ ของคากริยา (K)
การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา P ๒. ยกตัวอย่างคากรยิ าแต่ละชนดิ (P)
และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ A ๓. กระตอื รอื ร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)

ป●. ๔ต/ัว๑ชสีว้ ะดั กดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท ●คาสกราิยราะสทาาคหญันา้ ทแี่ สดงอาการหรือการกระทาของนามและสรรพนามซ่งึ

ต่าง ๆ เป็นประธานในประโยค มีท้ังคากริยาอกรรม และคากรยิ าสกรรม

● สมรรถนะสาคัญ □✔การคดิ ● สาระการเรียนรู้
□✔การสอื่ สาร □✔ทักษะชวี ติ ชนิดของคากรยิ า
□✔การแก้ไขปญั หา
✔□ การใช้เทคโนโลยี การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

● คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๑. ให้นักเรยี นอา่ นเร่ือง “กวางเขางาม” สังเกตคาท่ีครูกาหนด แลว้ วเิ คราะห์
ว่าคาเหล่าน้นั มีความหมายสมบรู ณ์หรือไม่
□ รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๒.ให้นกั เรียนอาสาสมคั ร ๓ - ๔ คน ออกมาแสดงท่าต่าง ๆ ใหเ้ พ่อื นทาย เช่น
ทาท่า เกา เตะ รา ชะโงก หัวเราะ ส่ายเอว แล้วเขียนคาท่ที ายไดถ้ ูกต้อง
□ ซือ่ สัตยส์ ุจริต ไว้บนกระดาน พร้อมกบั ช่วยกันบอกวา่ เป็นคาอะไร (คากรยิ า)
□ มวี นิ ัย ๓. ครใู ห้นักเรียนอา่ นคา ๒ คาบนกระดาน คือ นอน รับประทาน จากนั้นให้
□✔ใฝเ่ รียนรู้ นกั เรยี นคิดวา่ คาท้ังสองมลี ักษณะต่างกันอยา่ งไร (นอน เปน็ คากรยิ าอกรรม
□✔อย่อู ยา่ งพอเพยี ง ส่วน รบั ประทาน เป็นคากรยิ าสกรรม เชน่ รบั ประทานข้าว รับประทานขนม
✔□ มุ่งม่นั ในการทางาน ก๋วยเตีย๋ ว)
✔□ รักความเป็นไทย ๔.ให้นกั เรียนเติมคากริยาในชอ่ งวา่ งตอ่ ไปนี้ คนละ ๑ คา โดยตอบพร้อมกันให้
ทกุ คนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบทบี่ างขอ้ มคี าตอบได้หลายคา
□ มจี ิตสาธารณะ แลว้ ชว่ ยกันบอกวา่ คาใดเป็นคากรยิ าชนดิ ใด
๕. ใหค้ รูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
● การวดั และประเมนิ ผล ๏ คากริยา ทาหน้าทีแ่ สดงอาการหรอื การกระทาของนามและสรรพนามซงึ่
เปน็ ประธานในประโยค
- ประเมินจากช้นิ งานและคะแนนของผู้เรยี น
- สงั เกตพฤติกรรมของผเู้ รยี น (ใช้แบบประเมนิ KPA)

● สอื่ / อปุ กรณ/์ เครือ่ งมอื ในการสอน

● ภาระชิ้นงาน รปู แบบการสอน
On Line On Site
-
● บันทกั หลังการสอน
ลงช่ือ ลงชือ่
....................................................................... ( ....................................) ( นาย.............................. )
....................................................................... ครูผสู้ อน ผูอ้ านวยการโรงเรยี น

กวางเขางาม

กวางหนมุ่ ตวั หนง่ึ ภาคภูมใิ จในเขาของมนั มาก มนั คิดวา่ เขาของมนั นนั้ ดสู วยงามกวา่
เขาของกวางตวั อ่ืน ๆ มนั มกั จะกนิ หญา้ ในท่โี ลง่ ๆ เพราะกลวั เขางามจะหกั หากเกีย่ ว
ก่ิงไม้ วนั หนง่ึ กวางเขางามเห็นกระทิงยนื กินหญา้ อยจู่ งึ พดู โอ้อวดขนึ้ ว่า “เขาของทา่ น
มนี ิดเดียวไมง่ ามเทา่ เขาของเราเลย”

กระทงิ ไดฟ้ ังดงั นนั้ จงึ ตอบวา่ “ถงึ เขาของขา้ จะมีนิดเดียวแตก่ ็สามารถทาใหเ้ จา้
หยดุ พดู โมไ้ ด”้ วา่ แลว้ กระทิงก็พงุ่ เขา้ ขวดิ กวางล้มลงทาใหเ้ ขางามของมนั หกั ในทนั ที

ใหน้ กั เรยี นเตมิ คากรยิ าในชอ่ งวา่ งตอ่ ไปนี้ คนละ ๑ คา
โดยตอบพรอ้ มกนั

๏ แม.่ ...........เสอื้ (ซกั , สวม, รดี )
๏ นอ้ ง............. (ยมิ้ , หวั เราะ, ว่งิ )
๏ พ่.ี ............หนงั สอื (อา่ น, หอ่ ปก, ถือ)
๏ เจา้ ดา่ ง............. (ว่งิ , เหา่ , หมอบ)
๏ คณุ ยาย............. (เดินเลน่ , น่งั , ยมิ้ )
๏ คณุ ครู.............นกั เรยี น (รกั , ด,ุ ใหค้ วามรู)้

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คากริยา...สื่ออาการ เวลาเรยี น ๔ ชัว่ โมง
เรอ่ื งคากรยิ าชนดิ ใด ดูไดไ้ มย่ าก เวลาเรียน ๑ ช่วั โมง
ภาคเรยี นที่ ................ วันท่ี.............. เดือน..................... พ.ศ.๒๕๖๕

ช่ือ............................................ โรงเรียน สพป.อบ

● มาตรฐานการเรยี นรู้ ● จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย K ๑. อธิบายลักษณะของคากรยิ า (K)
การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา P ๒. จาแนกชนิดของคากรยิ าได้ (P)
และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ A ๓. ยกตวั อย่างคากรยิ าแต่ละชนิด (P)
๔. กระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)

ป●. ๔ต/วั ๑ชสว้ี ะดั กดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท ● สาระสาคญั

ตา่ ง ๆ คากริยาต้องการกรรมเพราะยังมีใจความไม่สมบรู ณ์ สว่ นคากริยาไม่ตอ้ งการ
กรรมเพราะคากริยาน้ันมีใจความสมบรู ณ์อย่ใู นตัวแลว้

● สมรรถนะสาคัญ □✔การคดิ ● สาระการเรยี นรู้
□✔การสอ่ื สาร □✔ทกั ษะชีวติ ชนิดของคากรยิ า
□✔การแกไ้ ขปัญหา
✔□ การใช้เทคโนโลยี การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

● คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ให้นักเรียนบอกการแสดงการกระทาต่าง ๆ ของสตั ว์ท้ังหลาย ทั้งบอกปาก
เปลา่ และเขยี นบนกระดาน เชน่ จกิ (นกจิกหนอน) ขนั (ไก่ขัน) คาราม
□ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เห่า กระโดด หมอบ เล้อื ย คลาน ไต่ ร้อง กัด วิ่งหนี ต่อสู้
กิน นอน ให้นักเรยี นออกมาทาทา่ ทาง เช่น สตั ว์ปา่ คาราม, ตอ่ สู้กบั ศตั รู,
□ ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต คลาน เล้อื ย ขนั
□ มีวนิ ยั ๒.ใหน้ ักเรยี นสังเกตบางคาทีเ่ ปน็ คากริยา อาจทาหนา้ ทเี่ ปน็ คาชนิดอืน่ ได้ เช่น
□✔ใฝ่เรยี นรู้ ขัน ไกข่ นั (คากริยา) ขันนา้ (คานาม)
□✔อยูอ่ ย่างพอเพยี ง กา (ทาเครอื่ งหมาย) กานา้ , กาดา (คานาม)
✔□ มุ่งมั่นในการทางาน ๓.ให้นกั เรยี นอา่ นแถบประโยคทีค่ รูติดบนกระดาน แลว้ เตมิ คากรยิ าในช่องวา่ ง
✔□ รักความเป็นไทย ใหเ้ หมาะสมกับประโยค ในกระดาษที่ครูแจกให้ใหท้ ุกคนร่วมกนั พจิ ารณา
ความถกู ต้องของคาท่เี ตมิ ชนดิ ของคากริยาแตล่ ะคา แก้ไข ปรับปรงุ ผลงาน
□ มจี ติ สาธารณะ แล้วรวบรวมส่งให้ครูตรวจสอบอีกคร้งั
๔.ใหค้ รูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
● การวดั และประเมินผล ๏ คากรยิ าสกรรมตอ้ งการกรรมเพราะยังมีใจความไม่สมบรู ณ์ สว่ นคากริยา
อกรรมไมต่ อ้ งการกรรม เพราะคากริยานัน้ มใี จความสมบรู ณ์อย่ใู นตัวแล้ว
- ประเมนิ จากชิ้นงานและคะแนนของผ้เู รียน
- สงั เกตพฤตกิ รรมของผู้เรียน (ใชแ้ บบประเมนิ KPA)

● ส่อื / อปุ กรณ/์ เครื่องมือในการสอน

● ภาระชิ้นงาน รปู แบบการสอน
On Line On Site
-
● บนั ทกั หลังการสอน
ลงชอื่ ลงชอื่
....................................................................... ( ....................................) ( นาย.............................. )
....................................................................... ครผู สู้ อน ผูอ้ านวยการโรงเรยี น

ครูตดิ บนกระดาน

๑) เจา้ ดา่ ง...........หงงิ ๆ อยใู่ ตโ้ ต๊ะ (คราง, รอ้ ง) ๓) นอนหลบั – คากรยิ า
๒) เขา............เพ่อื นใหบ้ อกความจรงิ (ขอรอ้ ง, คาดคนั้ )
๓) คณุ ตา............อยบู่ นเตยี งคะ่ (นอนหลบั , นอนเลน่ )
แลว้ ใหบ้ อกวา่ คากรยิ าแตล่ ะขอ้ เป็นคากรยิ าชนดิ ใด เชน่

๑) คราง – คากรยิ าอกรรม ๒) ขอรอ้ ง – คากรยิ าสกรรม
อกรรม

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๓

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๙ คากริยา...สอื่ อาการ เวลาเรยี น ๔ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง คากริยามีมากมาย เลือกใชใ้ ห้ถกู ตอ้ ง เวลาเรียน ๑ ช่วั โมง
ภาคเรียนที่ ................ วนั ที่.............. เดือน..................... พ.ศ.๒๕๖๕

ชอื่ ............................................ โรงเรียน สพป.อบ

● มาตรฐานการเรยี นรู้ ● จุดประสงค์การเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย K ๑. บอกความแตกตา่ งของคากรยิ าแตล่ ะชนดิ (K)
การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา P ๒. ยกตวั อยา่ งคากรยิ าชนดิ ต่าง ๆ บอกความหมายหน้าทไ่ี ด้ (P)
และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ A ๓. กระตือรอื ร้นในการร่วมกิจกรรม (A)

ป●. ๔ต/วั ๑ชสีว้ ะดั กดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท ● สาระสาคัญ

ต่าง ๆ ประโยคทุกประโยคต้องมคี ากรยิ าไมว่ า่ จะเปน็ คากริยาสกรรม หรอื คากริยา
อกรรม เพือ่ ให้รูว้ า่ ประธานของประโยคทาอะไร

● สมรรถนะสาคญั □✔การคิด ● สาระการเรยี นรู้
□✔การส่ือสาร □✔ทักษะชวี ิต คากริยาในประโยค
□✔การแก้ไขปัญหา
✔□ การใช้เทคโนโลยี การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

● คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกันสนทนา โดยครใู ช้คาถามท้าทาย ดงั น้ี
๏ ชอ่ื ใครบ้างเป็นคากริยา
□ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๒.ให้นักเรยี นออกมาเขยี นคากรยิ าจากคาหนา้ ท่กี าหนด ครอู นญุ าตใหน้ กั เรียน
เปิดคาในพจนานุกรมได้ เพอื่ หาความหมายของคาต่าง ๆ ด้วย สนทนากนั ใน
□ ซือ่ สัตย์สุจริต บางคา ใหน้ กั เรียนบอกวา่ คาบนกระดานมีคาใดเป็นคากริยาอกรรม และคา
□ มีวนิ ยั ใดบ้างเป็นคากริยาสกรรม
□✔ใฝเ่ รยี นรู้
□✔อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง ๏ คากริยาสกรรม : ตะปบ ตะครบุ กระแทก กระเซา้
✔□ มงุ่ มัน่ ในการทางาน ๏ คากริยาอกรรม : ตะเบ็ง ตะโกน กระโจน ชะเง้อ
✔□ รักความเป็นไทย ๓.ใหน้ กั เรยี นทาใบงานที่ ๙ เร่ือง การหาคากริยาในประโยคแลว้ บอกชนดิ ของ
คากรยิ าน้ัน จากน้ันรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง แลว้ รวบรวมผลงานสง่ ครู
□ มีจิตสาธารณะ ตรวจสอบอกี ครัง้
๔.ใหค้ รูและนกั เรียนร่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี
● การวดั และประเมินผล ๏ ประโยคทกุ ประโยคต้องมคี ากรยิ าไมว่ ่าจะเปน็ คากรยิ าสกรรม หรือคากริยา
อกรรม เพ่อื ใหร้ วู้ ่าประธานของประโยคทาอะไร
- ประเมนิ จากชน้ิ งานและคะแนนของผ้เู รียน
- สงั เกตพฤติกรรมของผู้เรียน (ใชแ้ บบประเมิน KPA)

● สือ่ / อุปกรณ/์ เครื่องมือในการสอน ● ภาระชิ้นงาน รปู แบบการสอน
On Line On Site
● บันทกั หลงั การสอน ใบงานเร่ือง การหาคากริยาใน
ประโยคแลว้ บอกชนิดของ
....................................................................... คากริยาน้ัน
.......................................................................
ลงชื่อ ลงชือ่
( ....................................) ( นาย.............................. )
ครูผู้สอน ผู้อานวยการโรงเรียน

ตวั อยา่ ง คาท่ีครูกาหนด

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๙ คากรยิ า...สื่ออาการ เวลาเรียน ๔ ชัว่ โมง
เรอ่ื งใชค้ ากรยิ าสร้างประโยค เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
ภาคเรียนที่ ................ วนั ที่.............. เดือน..................... พ.ศ.๒๕๖๕

ชอื่ ............................................ โรงเรยี น สพป.อบ

● มาตรฐานการเรยี นรู้ ● จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย K ๑. สรุปลักษณะหนา้ ที่ และชนิดของคากริยา (K)
การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา P ๒. เลน่ ละครจากเรื่องทีแ่ ต่งโดยใช้คากรยิ า (P)
และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ A ๓. กระตือรอื ร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)

● ตวั ชี้วัด ● สาระสาคญั

ท ๔.๑ ป.๔/๒ ระบชุ นดิ และหนา้ ทข่ี องคาในประโยค การนาคากรยิ าไปใชใ้ นประโยคช่วยให้วิเคราะห์ชนดิ ของคากรยิ าไดง้ า่ ยขน้ึ

● สมรรถนะสาคัญ □✔การคดิ ● สาระการเรียนรู้
□✔การสอ่ื สาร □✔ทักษะชีวติ ความรู้เร่อื งคากรยิ าแตล่ ะชนิด
□✔การแก้ไขปญั หา
✔□ การใชเ้ ทคโนโลยี การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

● คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑.ใหน้ กั เรยี นทายคากริยาจากปริศนาคาทาย จากนนั้ ครใู ชค้ าถามดังนี้ สะ

□ รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ..........ที่น่าสนใจเปน็ คากรยิ ายังมีอกี หลายคา มีคาอะไรบ้างทน่ี ามาเตมิ ใน

□ ซือ่ สตั ย์สุจริต ประโยคได้
□ มวี ินัย
□✔ใฝ่เรยี นรู้ ๏ นอ้ งร้องไห้..............ดว้ ยความเสียใจ (สะอกึ สะอน้ื )
□✔อยู่อยา่ งพอเพียง
✔□ มงุ่ มั่นในการทางาน ๏ นทั ตะโกนเสยี งดงั จนอรทนี่ ัง่ เหมอ่ ............ตกใจ (สะดงุ้ )
✔□ รักความเปน็ ไทย
๒.ให้นักเรยี นบอกวา่ สะ...........คาใดเป็นคากริยาสกรรม และ สะ......... คาใด
□ มจี ิตสาธารณะ
เป็นคากรยิ าอกรรม

๏ คากรยิ าสกรรม เชน่ สะบดั สะสาง สะกิด สะกด สะดุด สะเดาะ

๏ คากรยิ าอกรรม เช่น สะอกึ สะอกึ สะอนื้ สะดุง้ สะเทือน สะท้อน

(ตัวอย่างประโยค - น้องสะดุดขาตัวเองลม้ ลง - คุณตอ้ งสะสางงาน

● การวดั และประเมนิ ผล นใี้ ห้เสร็จโดยเร็ว

- ประเมินจากช้นิ งานและคะแนนของผู้เรียน ๔. ให้นกั เรียนชว่ ยกันหาคากริยามาเตมิ ในชอ่ งวา่ งให้สัมพันธก์ บั ประโยค
- สังเกตพฤตกิ รรมของผู้เรียน (ใช้แบบประเมนิ KPA)
(นกั เรยี นสามารถหาคามาเตมิ ได้หลายคาตามความเหมาะสม)

๖. ให้ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้

๏ การนาคากริยาไปใชใ้ นประโยคชว่ ยใหว้ เิ คราะหช์ นิดของคากริยาได้ง่ายขน้ึ

● สื่อ / อุปกรณ/์ เครือ่ งมอื ในการสอน ● ภาระช้นิ งาน

ใบงานเร่อื ง การหาคากริยาใน รปู แบบการสอน
ประโยคแล้วบอกชนดิ ของ On Line On Site
คากรยิ านนั้
● บนั ทกั หลังการสอน
ลงช่ือ ลงช่ือ
....................................................................... ( ....................................) ( นาย.............................. )
....................................................................... ครูผูส้ อน ผ้อู านวยการโรงเรยี น

ปริศนาคาทาย

๑) สะ..........อะไร อาการเคล่อื นไหวเรว็ ๆ แรง ๆ เพ่อื ใหส้ ง่ิ ใดหลดุ ออกไป (สะบัด)
๒) สะ.........อะไร เป็นส่งิ ดี คอื ทาเรอ่ื งท่มี ปี ัญหาหมกั หมมคา้ งไวใ้ หเ้ สรจ็ สนิ้ ไป
(สะสาง)
๓) สะ.........อะไร เป็นการใชส้ ่งิ หนง่ึ สง่ิ ใดเข่ียตวั คน หรอื แตะเบา ๆ ใหร้ ูต้ วั (สะกิด)
๔) สะ.........อะไร ไมย่ อมเลยไป แตว่ กกลบั ยอ้ นกลบั (สะทอ้ น)

ใหน้ ักเรียนช่วยกันหาคากรยิ ามาเตมิ ในช่องวา่ งใหส้ ัมพนั ธก์ บั ประโยค
(นักเรียนสามารถหาคามาเตมิ ไดห้ ลายคาตามความเหมาะสม)
๑) เดก็ ทารก______________________ เสยี งดงั
๒) สนุ ขั ________________________ อยกู่ ลางสนามหญา้
๓) หนกู ลว้ ย _____________________ แตเ่ ชา้ ทกุ วนั
๔) ทหาร ________________________ ขา้ ศกึ
๕) คณุ ป่ ู ________________________ ก่อนนอนทกุ คืน

ใบงานท่ี ๙
เร่ือง การหาคากริยาในประโยคแลว้ บอกชนิดของ

คากริยาน้นั คะแนน

ใหน้ กั เรียนหาคาฟกริยาในประโยคแลว้ บอกชนิดของคากริยาน้นั

ประโยค คากริยา ชนิดของคา
ตวั อยา่ ง ทา คากริยาสกรรม

พีท่ าการบา้ น

ประโยค คากริยา ชนิด
๑. คุณพอ่ อา่ นหนงั สือพมิ พท์ ุกเชา้
๒. เขาพบเพอ่ื นเก่าในงานเล้ียง
๓. เราควรปิ ดไฟก่อนออกจากหอ้ งทุกคร้ัง
๔. ชาวตา่ งประเทศชอบผา้ ไหมของไทย
๕. มะม่วงสุกหล่นเกล่ือนอยใู่ ตต้ น้

ช่ือ...............................................................................ช้นั ........................เลขที่........

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑

รายวิชาภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔

ชื่อ............... หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑๐ คาวิเศษณ์...ขยายคา จาให้แมน่ เวลาเรียน ๔ ชวั่ โมง
โรงเรียน....................
เรื่องลักษณะและหน้าทขี่ องคาวิเศษณ์ เวลาเรียน ๑ ชัว่ โมง

สอนวนั ที่............... เดอื น.......................... พ.ศ. ................ ภาคเรยี นที่ .... ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕

มาตรฐาน สาระสาคัญ

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ คาวเิ ศษณ์ทาหนา้ ท่ีขยายคากริยา ให้มคี วามหมาย
เปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และ ชัดเจนขน้ึ
รกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
สาระการเรยี นรู้
ตวั ชว้ี ดั
หน้าทขี่ องคาวิเศษณ์
ตัวช้ีวดั

ท ๔.๑ ป. ๔/๒ ระบุชนดิ และหนา้ ท่ีของคาในประโยค

กระบวนการจัดการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑. อธิบายลกั ษณะหนา้ ท่ขี องคาวิเศษณ์ (K)

๑. ให้นักเรียนอา่ นเรือ่ ง “รักษป์ า่ รกั ษาธรรมชาติ” สงั เกตคาทีค่ รกู าหนด ๒. จาแนกคาวิเศษณ์ออกจากคาอ่นื ๆ (P)
แลว้ อธบิ ายลักษณะของคาตามความเขา้ ใจ ๓. กระตอื รือร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)

๒. ให้นกั เรียนสงั เกตประโยค ๒ ประโยคบน และ ๒ ประโยคล่าง สมรรถนะสาคญั

๏ เขานอนหลับ ๏ นอ้ งกินขนม การส่อื สาร การคดิ การแกไ้ ขปญั หา การใช้เทคโนโลยี ทกั ษะชวี ติ

๏ เขานอนหลบั สนทิ ๏ นอ้ งกนิ ขนมอยา่ งเอร็ดอรอ่ ย

จากน้นั ครูใช้คาถามวา่ คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์

๑) ประโยคท่ี ๑ บนและล่างต่างกันหรือไมอ่ ย่างไร (ประโยคล่างมคี วาม ใฝ่เรยี นรู้ มีวินัย รกั ความเป็นไทย มงุ่ มนั่ ในการทางาน

ชัดเจนมากกว่าประโยคบน เพราะมีคาบางคามาช่วยให้คากริยา (นอน) ภาระชนิ้ งาน

ชัดเจนขึน้ ทาใหเ้ หน็ ว่าหลับสนิท)

๒) ประโยคที่ ๒ มคี าหรอื ขอ้ ความใดช่วยให้ประโยค “นอ้ งกินขนม” ชัดเจน -

มากขน้ึ เหมือนประโยคที่ ๑ (ประโยค ๒ มคี าวา่ อย่างเอร็ดอร่อยขยายกินที่

ทาหนา้ ทีเ่ ป็นคากรยิ าในประโยคให้เห็นลกั ษณะชดั เจนขน้ึ ) การวดั ประเมินผล
๓. ครูอธบิ ายเพมิ่ เติมวา่ คาวา่ สนิท ทาหนา้ ทข่ี ยายคาวา่ นอน และคาว่า

อยา่ งเอร็ดอรอ่ ย ทาหนา้ ท่ี สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้าร่วม
ขยายคาวา่ กนิ ให้มคี วามชัดเจนขึ้น เราเรียกคาท่ีทาหนา้ ทีข่ ยายคากริยาใน กจิ กรรม และ ตรวจผลงานของนกั เรยี น
ประโยคน้ีวา่ คาวเิ ศษณ์ (อ่านว่า วิ - เสด)

๔. ให้นกั เรียนจาแนกคาเป็น ๓ กลมุ่ โดยครูเขียนคาบนกระดาน และให้ บนั ทกึ หลงั สอน
ตัวแทนออกมาเขยี นคาลงในตาราง
.................................................................................
๕. ให้ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้

๏ คาวิเศษณ์ ทาหน้าทข่ี ยายคากริยา ใหม้ ีความหมายชดั เจนขึ้น .................................................................................

ส่ือการเรยี นรู้ รปู แบบการสอน.................................................................................

.................................................................................
OnOHnanLdineOnOnDeSmitean..d.........................................................................................

ลงชอื่ ……….......…………ผรู้ ายงาน ลงชอ่ื …….................……………ผ้รู ับรอง ลงชอ่ื ……........……………ผู้รบั รอง
(นาง..................) (..........................) (..............................)
ตาแหน่งครู หวั หน้าฝา่ ยวิชาการ
ตาแหนง่ ผอู้ านวยการโรงเรียน


Click to View FlipBook Version