The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหญ้า(๒๕๖๕)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pichita_best, 2022-09-19 07:50:20

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหญ้า(๒๕๖๕)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหญ้า(๒๕๖๕)

คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตรใ์ นกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ และคำสัง่ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๐
ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ใหเ้ ปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชวี้ ัด กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ
วทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมคี ำส่งั ให้โรงเรียนดำเนินการใช้หลักสูตรในปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ โดย
ให้ใช้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ให้เป็น
หลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดมุ่งหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทาง
ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
เพ่ือใหส้ อดคล้องกบั นโยบายและเป้าหมายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน

โรงเรียนวัดหญ้าจึงได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับ
ปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ในกลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภมู ศิ าสตร์ในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนและพัฒนา
หลกั สูตรของสถานศึกษาและจัดการเรยี นการสอน โดยมีเปา้ หมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการ
นำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัดและประเมินผลให้มีความ
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกำหนดทิศทางในการจัดทำหลักสูตรการเรียน
การสอนในแต่ละระดับช้นั ตามความพรอ้ มและจดุ เนน้ เพือ่ กา้ วเข้าสสู่ งั คมคณุ ภาพ และมคี วามรู้อย่างแท้จริง

ในการจัดทำครั้งนี้ได้ทำการประเมินผลการใช้หลกั สูตรสถานศึกษาทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ศึกษาสภาพ
ปญั หา บรบิ ท ของการจัดการศึกษา แตง่ ตั้งคณะทำงาน วางแผนการปรบั ปรุงหลกั สูตรรายกลุ่มสาระการเรียนรู้
รวมทั้งประชุมอบรมเชิงปฏิบตั ิการจดั ทำหลักสูตรสถานศึกษา ประเมินผล การใช้หลักสูตร ก่อนใช้ ระหว่างใช้
และหลังใช้เชิงระบบ จนได้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้า พุทธศักราช ๒๕๖๕ ระดับชั้นประถมศึกษา
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ฉบับ
สมบรู ณ์

ขอขอบคุณประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ
ประธานตัวแทนผู้ปกครอง คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน คณะผู้เชี่ยวชาญ คณะศึกษานิเทศก์
สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษานครศรธี รรมราช เขต ๑ ทีใ่ ห้การสนับสนนุ ร่วมมือ พัฒนาจนแลว้ เสร็จ

คณะผจู้ ดั ทำ
โรงเรียนวัดหญา้







ประกาศโรงเรยี นวัดหญา้
ท่ี ๑/๒๕๖๓

เรือ่ ง ใหใ้ ชห้ ลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั หญา้ พทุ ธศักราช ๒๕๖๓ ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษา
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐)

------------------------------------------------

โรงเรียนวดั หญา้ โดยคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและงานวชิ าการ
ประธานตัวแทนผู้ปกครอง คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน คณะผู้เชี่ยวชาญ คณะศึกษานิเทศก์
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษานครศรธี รรมราช เขต ๑ ไดด้ ำเนินการจดั ทำหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้า
พุทธศักราช ๒๕๖๓ ระดับชั้นประถมศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) เพื่อใช้ในการบริหารการจัดการศึกษาและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตาม
ธรรมชาติ และเต็มศักยภาพตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ฉบับ
ปรบั ปรุง (พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๕)

ทั้งนี้ หลักสูตรโรงเรียนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๓๑
เดอื น มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงประกาศใหใ้ ช้หลักสูตรโรงเรยี นตงั้ แตบ่ ดั น้ีเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๓๐ เดอื น เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓

…………………………… ……………………………
(นายวัชรา ชุมธรรม) (นายพัฒนา สงพราหมณ์)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พื้นฐาน ผู้อำนวยการโรงเรียนวดั หญา้

สารบญั ห น้ า | ๑

เร่อื ง หน้า

คำนำ ก
คำส่ังกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ 1239/2560 ข
คำสัง่ สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ค
ประกาศโรงเรยี นวัดหญา้ ที่ ๑/๒๕๖๓ ลงวนั ท่ี ๓๐ เมษายน ๒๕๖๓ จ
สารบัญ ฉ
ความนำ ๑
วสิ ัยทัศน์ ๖
หลักการ ๖
จุดหมาย ๖
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ๘
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๘
มาตรฐานการเรยี นรู้ ๒๐
โครงสร้างเวลาเรียน ๒๒
โครงสรา้ งหลกั สูตร ๒๘
คำอธบิ ายรายวชิ า ๑๐๒
การจัดการเรียนรู้ ๑๐๓
ส่ือการเรยี นรู้ ๑๐๔
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑๐๕
เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียน ๑๐๗
เอกสารหลักฐานการศึกษา ๑๐๙
การจัดกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน 113
คณะผจู้ ัดทำ

ห น้ า | ๒

ความนำ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้า พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช 2551 เปน็ แผนหรอื แนวทาง หรอื ขอ้ กำหนดของการจัดการศกึ ษาของโรงเรียนวดั หญ้า ท่จี ะใชใ้ นการ
จัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานทีก่ ำหนด มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา
มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพที่สุจริต โดยมุ่งหวังให้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย
จติ ใจ และสติปัญญา อกี ท้ังมคี วามรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต สอดคลอ้ งกับพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ.2542 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค่านิยม 12
ประการ คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ รวมทั้งจุดเน้นและอัตลักษณ์ของโรงเรียน และมีคุณภาพได้มาตรฐาน
ดังนั้น หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้า พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ประกอบด้วยสาระสำคัญของหลักสูตรแกนกลางและเพิ่มเติมรายวิชาตามจุดเน้น ตลอดจน
สาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่น โดยจัดเป็นรายวิชาพื้นฐานตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และ
รายวชิ าเพ่มิ เติม

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาได้ดำเนินการ
ติดตามผลการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ ทั้งการประชุมรับฟังความคิดเห็น การ
นิเทศติดตามผลการใช้หลักสูตรของโรงเรียน การรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา รายงานผลการวิจัยของหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและการใช้หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผลจากการศึกษาพบว่า หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 มีข้อดีในหลายประการ เช่น กำหนดเป้าหมายการพัฒนาไว้ชัดเจน มีความยืดหยุ่นเพียงพอให้
สถานศึกษาบริหารจดั การหลกั สูตรสถานศกึ ษาได้

นอกจากนี้ การศึกษาข้อมูลทิศทางและกรอบยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบบั ที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564) ซึ่งเกดิ ขึ้นในชว่ งเวลาของการปฏริ ูปประเทศและสถานการณ์โลกท่เี ปลยี่ นแปลง
อยา่ งรวดเรว็ และเชื่อมโยงใกลช้ ิดกนั มากขนึ้ โดยจัดทำบนพนื้ ฐานของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560 –
2579) ซึ่งเป็นแผนหลักของการพัฒนาประเทศ และเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable
Development Goals:SDGs) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579 รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศ
ไปสู่ประเทศไทย 4.0 ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติที่จะใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาในระยะ 20 ปี ต่อจากน้ี
ประกอบดว้ ย 6 ยทุ ธศาสตร์ ไดแ้ ก่ (1) ยุทธศาสตรด์ ้านความมั่นคง (2) ยทุ ธศาสตรด์ ้านการสรา้ งความสามารถใน
การแข่งขัน (3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน (4) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความ
เสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม (5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม และ (6) ยุทธศาสตรด์ ้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การภาครฐั เพื่อมุ่งสูว่ ิสัยทัศน์
และทิศทางการพัฒนาประเทศ “ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ประเด็นที่สำคัญเพื่อแปลงแผนไปสู่การปฏิบัตใิ หเ้ กิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างแท้จริงตามยุทธศาสตร์การพัฒนา
และเสริมสรา้ งศักยภาพคน คือ การเตรียมพรอ้ มด้านกำลังคนและการเสริมสร้างศักยภาพของประชากรในทุก-ช่วง

ห น้ า | ๓

วัย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพทุนมนษุ ยข์ องประเทศ โดยพัฒนาคนให้เหมาะสมตามช่วงวยั เพื่อให้เติมโตอย่างมี
คุณภาพ การพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตใน
ศตวรรษท่ี 21 ของคนแตล่ ะชว่ งวยั ตามความเหมาะสม การเตรียมความพร้อมของกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีทจ่ี ะเปลย่ี นแปลงในอนาคต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพการศกึ ษาสู่ความเปน็ เลิศ

ดงั นน้ั เพื่อให้การขบั เคลอ่ื นยุทธศาสตรช์ าติ เพื่อเตรยี มความพร้อมคนใหส้ ามารถปรบั ตัวรองรับผลกระทบ
จากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนให้มีการ
ปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รวมทั้งเทคโนโลยีใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (สสวท.) ดำเนินการปรับปรุง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ และ
สาระเกี่ยวกับเทคโนโลยีในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และมอบหมายให้สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐานดำเนินการปรับปรุงสาระภูมิศาสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม ทั้งนี้ การดำเนินงานประกาศใช้หลักสูตรยังคงอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน

การปรับปรุงหลักสูตรคร้ังนี้ ยังคงหลักการและโครงสร้างเดิมของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
พุทธศักราช 2551 คือ ประกอบด้วย 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี
และภาษาต่างประเทศ แต่มุ่งเน้นการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความ
เจริญก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆ คำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี
21 เป็นสำคญั เตรียมผู้เรยี นใหม้ ีความพร้อมที่จะเรียนรูส้ ิง่ ต่างๆ พร้อมท่ีจะประกอบอาชพี เมอ่ื จบการศึกษา หรอื
สามารถศึกษาต่อในระดบั ที่สูงขึ้น สามารถแขง่ ขนั และอยู่รว่ มกับประชาคมโลกได้

ห น้ า | ๔

ข้อมลู ดา้ นสถานศกึ ษา

ประวัติความเปน็ มาโรงเรียนวัดหญา้

เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ เจ้าอาวาสวัดหญ้า คอื พระทดั อินทสโร ไดจ้ ดั ให้ พระแจ้ง ธรรมจติ โต เข้าทำการสอน

เด็กในศาลาวัด จำนวน ๔๕ คน ผู้ปกครองได้สละเงินคนละ 11 สตางค์ต่อเดือน และในปีการศึกษา ๒๔๗๕ พระ

แจ้ง เป็นครูใหญ่และครูประจำชัน้ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ มีผู้เรียนเพิม่ ขึ้น ได้ครูเพิ่มขึ้นอีก ๑ คน คือ พระแคลว้
พระแจง้ และพระแคลว้ ทำการสอนมาได้ ๓ ปีเศษกล็ าสกิ ขาบท นายแคล้ว ยง่ิ นคร ไดร้ ับมอบหมายให้รกั ษาการ
ในตำแหน่งครูใหญ่ นายแจ้ง ชุมธรรม รับหน้าที่ครูประจำชั้น ต่อมาในปีการศึกษา พ.ศ.๒๔๗๙ ครูทั้งสองได้ขอ
ลาออกจากโรงเรียน พระทดั อนิ ทสโร พร้อมดว้ ยผจู้ ัดการของวดั นี้ คอื นายภู่ วฒุ สิ ม นายเลื่อม อัมมะระ นาย
นุ่น พราหมณ์นาค ได้ยื่นคำร้องไปยงั อำเภอเพือ่ ขอเปิดเป็นโรงเรียนประชาบาล สมัยขุนจุลพราหมณศ์ ึกษากรณ์
เปน็ กรรมการอำเภอ ก็ได้รบั อนญุ าตให้เปิดเป็นโรงเรียนประชาบาล

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2490 มีนายนุช เสวีพงศ์ รับตำแหน่งครูใหญ่เป็นคนแรก ได้จัดพิธีเปิดเมื่อวันที่
17 ตุลาคม 2490 เวลา 10.00 น. มีราษฎรในพิธี 46 คน ผ้เู รยี น 49 คน

พ.ศ.2491 นายเรียง โกมัย ได้มารับราชการครูในโรงเรียนนี้ตามคำสั่งอำเภอเมือง ลงวันที่ 14
มิถุนายน 2491 ตอ่ มานายเรยี ง โกมัย ย้ายไปทโี่ รงเรยี นตำบลนาทราย วัดบา้ นตาล

27 กรกฎาคม 2493 นายบุญโลม ทลั วัลย์ ได้ย้ายมาปฏิบัติราชการท่ีโรงเรยี นนี้
4 สงิ หาคม 2493 นายนรินทร์ ไทยจำนงค์ ได้รบั แตง่ ต้ังให้เขา้ รบั ราชการโรงเรยี นน้ี
30 เมษายน 2494 นายนุช เสวีพงศ์ ครูใหญยา้ ยไปดำรงตำแหนง่ ครูใหญ่โรงเรียนวดั ศาลาไพ
16 พฤษภาคม 2494 นายจันทร์ กิจแถลง เขา้ รบั ราชการในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรยี นน้ี
13 พฤษภาคม 2496 นายนรนิ ทร์ ไทยจำนงค์ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนวัดหญา้
9 ตุลาคม 2539 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งแต่งต้ัง
นายชัชวาล บุญอมร อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านบางกระบือ มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดหญ้า เมื่อ
วนั ที่ 31 กนั ยายน 2539
ปีการศึกษา 2542 มีครูอาจารย์ท้ังหมด 13 คน มีตัวตนจริง 12 คน ไปช่วยราชการที่จังหวัดภูเก็ต 1
คน ผู้เรียน 190 คน มีอาคารถาวร 2 หลัง อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง อาศัยอยู่ในที่ดินวัดหญ้า มีพื้นที่จำนวน
9 ไร่
16 พฤศจิกายน 2543 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดนครศรธี รรมราช ได้มีคำสงั่ ย้าย
และแต่งตั้ง นายพัฒนา สงพราหมณ์ อาจารย์ใหญ่โรงเรยี นบ้านบางหลวง มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียน
วัดหญา้ ต้งั แต่ 24 พฤศจกิ ายน 2543
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2546 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 เลื่อนและแต่งตัง้ นาย
พฒั นา สงพราหมณ์ เปน็ ผ้อู ำนวยการสถานศึกษาโรงเรยี นวัดหญา้ และเกษยี ณอายรุ าชการในวันท่ี ๓๐ กันยายน

ห น้ า | ๕

๒๕๖๔ จงึ ได้มคี ำส่งั แต่งตั้ง นายอภสิ ทิ ธิ์ ธานมาศ มาดำรงตำแหน่ง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัด
หญา้ ต้ังแต่วนั ท่ี 1 ตลุ าคม 2564 เปน็ ต้นไป

โรงเรียนวดั หญ้า เปดิ เรียนต้ังแตช่ น้ั อนุบาล 3 – ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6

ข้อมลู ดา้ นครูผูส้ อน

ประเภทบคุ ลากร รวม จำนวน ระดับการศึกษาสงู สุด
1 ชาย หญงิ ต่ำกวา่ ป.ตรี ปรญิ ญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก
ผ้บู รหิ ารและ 1
ผชู้ ว่ ยผู้บรหิ ารท่ี 4 -- 1 - -
ไดร้ บั การแต่งต้งั - 1
ครูประจำการ - 3- 4 - -
ครูอัตราจา้ ง/ชว่ ย 1 -- - - -
สอน/ไม่บรรจุ 1
นักการ/ภารโรง -1 - - -

ข้อมูลชมุ ชน

1. สภาพชุมชน เปน็ สงั คมกึ่งเมอื งก่ึงชนบท ประชากรมีวิถชี ีวิตความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ด้งั เดมิ
ประกอบด้วย 3 หม่บู ้าน คอื หมูท่ ี่ 1 ,2 ,6 ประชากรประมาณ 2,000 คน ประชากรสว่ นใหญป่ ระกอบอาชพี
รับจ้าง เกษตรกร ธุรกิจส่วนตวั รบั ราชการ และอนื่ ๆ ตามลำดับ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 99

ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมท้องถิน่ ท่ีเป็นทรี่ ู้จักโดยทว่ั ไป คือ
- ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ไดแ้ ก่ การทำขนมพน้ื บา้ น ทำรปู หนังตะลงุ อุปกรณ์จบั ปลาน้ำจดื งานจกั สาน
- แหลง่ เรยี นรู้ ได้แก่ การผลิตผ้ามัดยอ้ ม การผลิตนำ้ เพ่ือบริโภค โรงเพาะเหด็ บอ่ ปลานำ้ จืด คณะ
กลองยาว
2. ผปู้ กครองส่วนใหญ่

- จบการศึกษาระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6
- ประกอบอาชีพ รบั จ้าง (คดิ เปน็ รอ้ ยละ 60)
- นบั ถอื ศาสนาพทุ ธ (คิดเป็น ร้อยละ 99)
- ฐานะทางเศรษฐกิจ / รายไดโ้ ดยเฉล่ีย ต่อครอบครัว 30,000 บาท/ปี
3. โอกาสและข้อจำกดั ของโรงเรียน
โอกาสของสถานศกึ ษากบั ความรว่ มมอื ในดา้ นต่างๆ ของชมุ ชน
- ชมุ ชนโดยคณะกรรมการสถานศึกษาและผ้ปู กครองให้ความรว่ มมือในการพัฒนาการศึกษาและพัฒนา

สถานศกึ ษา
- ให้ความร่วมมือและสนบั สนุนอุปกรณ์การเรยี นของบุตรหลาน
- ให้ความร่วมมอื ในการถา่ ยทอดความรูด้ า้ นศลิ ปวฒั นธรรมแกน่ ักเรียน
- สนับสนนุ โครงการอาหารกลางวัน

ห น้ า | ๖

- สถานศกึ ษามีโอกาสเข้ารว่ มกจิ กรรมตา่ งๆ ของชมุ ชน
ข้อจำกัดของสถานศกึ ษากบั ความร่วมมอื ในดา้ นตา่ งๆ ของชมุ ชน

- สภาพทางเศรษฐกิจ ประชากรส่วนใหญ่มรี ายได้นอ้ ย
- ระดับการศกึ ษาของชุมชน

ห น้ า | ๗

ข้อมลู ดา้ นผเู้ รียน

นอกจากนี้ ผลการประเมนิ ภายนอกรอบ 2 ของ สมศ. ปรากฏวา่ โรงเรยี นวดั หญา้ มีผลการจดั การศกึ ษา
ทไี่ ดม้ าตรฐานคณุ ภาพ สมศ. จำนวน 14 มาตรฐาน ไดแ้ ก่

มาตรฐานที่ 1 ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านิยมทีพ่ ึงประสงค์
คดิ เป็นคา่ เฉลย่ี 3.08

มาตรฐานที่ 2 ผู้เรียนมีสุขนิสัย สขุ ภาพกาย และสุขภาพจิตท่ีดี
คิดเป็นคา่ เฉลยี่ 3.20

มาตรฐานที่ 3 ผู้เรยี นมสี ุนทรยี ภาพและลักษณะนิสยั ด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา
คดิ เปน็ ค่าเฉลีย่ 2.91

มาตรฐานท่ี 4 ผเู้ รียนมคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิด
สร้างสรรค์ คดิ ไตร่ตรอง และมีวิสัยทศั น์ คดิ เป็นค่าเฉลย่ี 1.78

มาตรฐานท่ี 5 ผู้เรยี นมคี วามรูแ้ ละทักษะท่จี ำเป็นตามหลักสตู ร
คดิ เป็นคา่ เฉลี่ย 2.86

มาตรฐานท่ี 6 ผูเ้ รยี นมที กั ษะในการแสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเอง รกั การเรียนรูแ้ ละพัฒนาตนเองอยา่ ง
ต่อเน่ือง คดิ เป็นคา่ เฉล่ยี 2.92

มาตรฐานท่ี 7 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รกั การทำงาน สามารถทำงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นได้ และมเี จต
คติที่ดตี อ่ อาชีพสุจริต คิดเปน็ ค่าเฉลย่ี 3.15

มาตรฐานท่ี 8 ครูมคี ุณวฒุ /ิ ความรู้ ความสามารถตรงกับงานท่ีรับผดิ ชอบและมคี รเู พยี งพอ
คิดเป็นค่าเฉลย่ี 3.10

มาตรฐานที่ 9 ครมู ีความสามารถในการจดั การเรยี นการสอนอยา่ งมีประสิทธภิ าพและเน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญ คดิ เป็นคา่ เฉล่ยี 1.75

มาตรฐานที่ 10 ผบู้ รหิ ารมีภาวะผนู้ ำและมีความสามารถในการบริหารจดั การ
คดิ เป็นคา่ เฉล่ยี 3.16

มาตรฐานที่ 11 สถานศึกษามีการจัดองค์กร/โครงสร้าง และการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ครบวงจร
ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายการศึกษา คดิ เปน็ คา่ เฉลย่ี 2.93

มาตรฐานท่ี 12 สถานศกึ ษามีการจดั กิจกรรมและการเรยี นการสอนโดยเนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ
คดิ เป็นคา่ เฉลีย่ 3.04

มาตรฐานที่ 13 สถานศกึ ษามหี ลกั สตู รเหมาะสมกบั ผเู้ รยี นและทอ้ งถ่ินมีส่ือการเรียนการสอนที่เอ้ือตอ่
การเรียนรู้ คิดเปน็ คา่ เฉลย่ี 1.80

มาตรฐานที่ 14 สถานศึกษาส่งเสรมิ ความสมั พนั ธ์และความร่วมมือกับชุมชนในการพฒั นาการศึกษา
คดิ เปน็ คา่ เฉล่ยี 2.97

ห น้ า | ๘

วิสยั ทศั น์

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดหญ้า ระดับช้ันประถมศกึ ษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ม่งุ พัฒนาผู้เรยี นทุกคน ซงึ่ เป็นกำลังของชาติให้เปน็ มนุษย์ที่มคี วามสมดุลทง้ั ด้านรา่ งกาย ความรู้
คณุ ธรรม มจี ิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทง้ั เจตคติ ท่ีจำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบ
อาชพี และการศึกษาตลอดชวี ิต โดยมงุ่ เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญบนพ้ืนฐานความเชื่อว่า ทกุ คนสามารถเรยี นรแู้ ละ
พฒั นาตนเองได้เตม็ ตามศกั ยภาพ

หลกั การ

หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน มหี ลกั การท่สี ำคัญ ดงั นี้
๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็น

เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทย
ควบคูก่ ับความเป็นสากล

๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ

๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้
สอดคลอ้ งกบั สภาพและความตอ้ งการของท้องถนิ่

๔. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีมโี ครงสร้างยดื หยุ่นท้ังด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้
๕. เปน็ หลักสตู รการศกึ ษาท่ีเนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์

จุดหมาย

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขน้ั
พื้นฐาน ดงั นี้

๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทตี่ นนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๒. มคี วามรู้ ความสามารถในการสอ่ื สาร การคดิ การแก้ปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี และมีทกั ษะชวี ิต
๓. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตที่ดี มสี ขุ นิสัย และรกั การออกกำลังกาย
๔. มคี วามรักชาติ มจี ิตสำนึกในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มน่ั ในวถิ ชี ีวิตและการปกครองตาม
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข

ห น้ า | ๙

๕. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิต
สาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสรา้ งสง่ิ ท่ดี ีงามในสังคม และอยรู่ ่วมกันในสังคมอยา่ งมคี วามสุข

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้าได้กำหนดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนโดยใช้แนวทางของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน ซงึ่ มุ่งให้ผ้เู รียนเกิดสมรรถนะสำคญั ๕ ประการ ดงั น้ี

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหา
ความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้
วธิ ีการส่อื สาร ท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่มตี อ่ ตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง
สรา้ งสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพื่อนำไปสู่การสรา้ งองค์ความร้หู รือสารสนเทศเพ่ือ
การตดั สินใจเก่ียวกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมีการตัดสินใจท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่เกิดขนึ้ ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ใน
การดำเนนิ ชวี ิตประจำวัน การเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยรู่ ่วมกนั ในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การ
ปรับตัวให้ทนั กับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จกั หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่
ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่นื

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร
การทำงาน การแกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

ห น้ า | ๑๐

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้าได้กำหนดคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนโดยใช้แนวทางของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่
รว่ มกับผู้อืน่ ในสังคมได้อย่างมคี วามสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี

๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ย์สุจรติ
๓. มีวินยั
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรยี นรู้

การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้าได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้โดยใช้แนวทางของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐาน ท่กี ำหนดใหผ้ ู้เรียนเรียนรู้ ๘ กล่มุ สาระการเรียนรู้ ดังน้ี

๑. ภาษาไทย
๒. คณิตศาสตร์
๓. วทิ ยาศาสตร์
๔. สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
๕. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
๖. ศิลปะ
๗. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
๘. ภาษาตา่ งประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรยี น มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะบสุ ิ่งท่ีผู้เรียนพึงรู้ ปฏบิ ัติได้ มีคุณธรรมจรยิ ธรรม และค่านยิ มท่ีพึงประสงค์เม่ือจบ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้น มาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาท้ัง
ระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร
รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการประเมินคุ ณภาพภายใน
และการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ

ห น้ า | ๑๑

ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกล่าว เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาพการจัดการศึกษาว่าสามารถ
พฒั นาผู้เรยี นใหม้ ีคณุ ภาพตามทม่ี าตรฐานการเรียนรู้กำหนดเพยี งใด

ตัวชีว้ ดั

ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่งสะท้อนถึง
มาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นำไปใช้ในการกำหนดเนื้อหา จัดทำหน่วยการ
เรียนรู้ จดั การเรยี นการสอน และเป็นเกณฑส์ ำคัญสำหรบั การวัดประเมนิ ผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรยี น

๑. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบัง คับ
(ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ – มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓)

๒. ตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
(มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔- ๖)

หลักสูตรได้มีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวดั เพื่อความเขา้ ใจและใหส้ ื่อสารตรงกัน
ดังน้ี

ว ๑.๑ ป. ๑/๒ ตัวชี้วัดชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ข้อท่ี ๒
ป.๑/๒ สาระท่ี ๑ มาตรฐานข้อท่ี ๑
๑.๑ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์


ต ๒.๒ ม.๔-๖/ ๓ ตัวชวี้ ดั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ข้อที่ ๓
ม.๔-๖/๓ สาระที่ ๒ มาตรฐานขอ้ ท่ี ๒
๒.๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ


ห น้ า | ๑๒

สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ซึ่งกำหนดใหผ้ เู้ รียนทกุ คนในระดับการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานจำเปน็ ต้องเรียนรู้ โดยแบ่งเปน็ ๘ กลมุ่ สาระการ
เรยี นรู้ ดังน้ี

ภาษาไทย : ความรู้ ทกั ษะ คณิตศาสตร์ : การนา วิทยาศาสตร์ : การนาความรู้

และวฒั นธรรมการใชภ้ าษาเพ่อื ความรทู้ กั ษะและกระบวนการ และกระบวนการทาง
การสอ่ื สาร ทางคณิตศาสตรไ์ ปใชใ้ นการ วทิ ยาศาสตร์
ความช่นื ชม การเหน็ คณุ คา่ ภมู ิ แกป้ ัญหา การดาเนนิ ชวี ติ ไปใชใ้ นการศกึ ษา คน้ ควา้ หา
ปัญญาไทย และภมู ใิ จในภาษา และศกึ ษาตอ่ การมเี หตมุ ผี ล ความรู้ และแกป้ ัญหาอย่างเป็น
ประจาชาติ มเี จตคตทิ ด่ี ตี ่อคณิตศาสตร์ ระบบ การคดิ อย่างเป็นเหตุเป็น
พฒั นาการคดิ อยา่ งเป็นระบบ ผล คดิ วเิ คราะห์
และสรา้ งสรรค์ คดิ สรา้ งสรรค์ และจติ
วทิ สยงาั คศมาสศตกึ รษ์ า ศาสนาและ
ภาษาต่างประเทศ : องค์ความรู้ ทกั ษะสำคญั
ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณลักษณะ วฒั นธรรม : การอย่รู ว่ มกนั ใน
และวฒั นธรรม การใช้
ภาษาตา่ งประเทศในการ ในหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา สงั คมไทยและสงั คมโลกอย่างสนั ติ
สอ่ื สาร การแสวงหา ข้นั พ้นื ฐาน สุข การเป็นพลเมอื งดี ศรทั ธา
ความรแู้ ละการประกอบ ในหลกั ธรรมของศาสนา การ
อาชพี ศิลปะ : ความรแู้ ละทกั ษะ เหน็ คุณคา่ ของทรพั ยากรและ
ในการคดิ รเิ รม่ิ สงิ่ แวดลอ้ ม ความรกั ชาติ และ
การงานอาชีพและเทคโนโลยี จนิ ตนาการ สรา้ งสรรค์ สุขศภึกมู ษใิ จาใแนลคะวพามลเศปึก็นษไทาย :
: ความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ งานศลิ ปะ สนุ ทรยี ภาพ
ในการทางาน การจดั การ การ และการเหน็ คณุ ค่าทาง ความรู้ ทกั ษะและเจตคตใิ นการ
ดารงชวี ติ การประกอบอาชพี ศลิ ปะ สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพพลานามยั ของ
และการใชเ้ ทคโนโลยี ตนเองและผอู้ น่ื การป้องกนั และ
ปฏบิ ตั ติ ่อสงิ่ ตา่ ง ๆ ทม่ี ผี ลต่อ
สขุ ภาพอย่างถูกวธิ แี ละทกั ษะใน
การดาเนนิ ชวี ติ

ห น้ า | ๑๓

ความสัมพันธข์ องการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน

วิสยั ทศั น์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์
ที่มคี วามสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจติ สำนกึ ในความเปน็ พลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่น
ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน
รวมท้ัง เจตคติ ท่ีจำเปน็ ต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียน
เปน็ สำคัญบนพ้ืนฐานความเชือ่ ว่า ทกุ คนสามารถเรยี นรู้และพัฒนาตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ

จดุ หมาย
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มวี ินัยและปฏิบตั ิ
ตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนบั ถือ ยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๒. มคี วามรู้อันเปน็ สากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยีและมีทักษะชวี ิต
๓. มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ท่ดี ี มสี ขุ นสิ ยั และรักการออกกำลังกาย
๔. มีความรกั ชาติ มจี ติ สำนึกในความเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ยดึ ม่นั ในวิถชี วี ติ และการ
ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ
๕. มจี ติ สำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย การอนุรกั ษ์และพัฒนาส่ิงแวดล้อม
มีจิตสาธารณะที่มุง่ ทำประโยชนแ์ ละสร้างส่ิงท่ดี ีงามในสงั คม และอยรู่ ่วมกนั ในสังคมอย่างมคี วามสขุ

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ความสามารถในการคิด ๒. ซอื่ สัตยส์ จุ ริต
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา ๓. มีวนิ ยั
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ๔. ใฝเ่ รยี นรู้
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
๑. กจิ กรรมแนะแนว
๑. ภาษาไทย ๒. คณติ ศาสตร์ ๓. วทิ ยาศาสตร์ ๒. กจิ กรรมนกั เรยี น
๔. สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๓. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ
สาธารณประโยชน์
๖. ศลิ ปะ ๗. การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๘. ภาษาตา่ งประเทศ

คณุ ภาพของผู้เรียนระดบั การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน

ห น้ า | ๑๔

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดหญ้าได้กำหนดสาระและมาตรฐานการเรยี นรู้โดยใช้แนวทางของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน ๘ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ จำนวน 5๗ มาตรฐาน
ดงั น้ี

ภาษาไทย

สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ

ดำเนนิ ชีวิตและมนี ิสยั รักการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน

รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกใน
โอกาสต่างๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และสร้างสรรค์
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและ
นำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ

คณติ ศาสตร์

สาระท่ี ๑ จำนวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่

เกดิ ขนึ้ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟงก์ชัน ลำดับและอนุกรม และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชน้ ิพจน์ สมการ และอสมการ อธบิ ายความสัมพนั ธ์หรือช่วยแกป้ ญหาทีก่ ำหนดให้
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพ้ืนฐานเกย่ี วกบั การวัด วดั และคาดคะเนขนาดของส่งิ ทต่ี อ้ งการวดั และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่าง รูป

เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนำไปใช้

ห น้ า | ๑๕

สาระที่ ๓ สถิติและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถติ ใิ นการแกป้ ญหา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เขา้ ใจหลกั การนบั เบ้ืองต้น ความน่าจะเป็น และนำไปใช้

วทิ ยาศาสตร์

สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต

และความสมั พันธร์ ะหว่างสิ่งมชี ีวิตกับสิ่งมชี วี ิตตา่ งๆ ในระบบนเิ วศ การถ่ายทอดพลังงาน
การเปลีย่ นแปลงแทนทีใ่ นระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบ
ที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไ้ ขปัญหาส่งิ แวดล้อม รวมทงั้ นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของส่ิงมชี วี ิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมชี วี ิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่
ทำงานสมั พนั ธ์กัน รวมท้งั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทาง
ชวี ภาพและวิวัฒนาการของส่ิงมีชวี ิต รวมทง้ั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปลย่ี นแปลง
สถานะของสสาร การเกิดสารละลายและการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคลอ่ื นที่แบบต่างๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์
ระหว่างสสารและพลงั งาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลนื่ ปรากฏการณ์
ท่เี กีย่ วข้องกบั เสียง แสง และคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมท้ังนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิดและววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาว
ฤกษ์และระบบสรุ ิยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสรุ ยิ ะท่ีส่งผลตอ่ สิ่งมีชีวติ และการ
ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ

ห น้ า | ๑๖

มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก
มาตรฐาน ว ๔.๑ รวมทัง้ ผลต่อส่ิงมชี ีวติ และสิง่ แวดล้อม

มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่นๆ เพ่ือ
แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม
และสิ่งแวดล้อม
เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการ
แก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ร้เู ทา่ ทัน และมจี รยิ ธรรม

สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน

นับถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาท่ถี กู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกัน
อย่างสนั ติสขุ
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาทต่ี นนับถอื
สาระท่ี ๒ หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา
ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติ
สุข
มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จบุ ัน ยดึ ม่ัน ศรทั ธา และธำรงรักษาไว้ซ่ึง
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลติ และการบรโิ ภค การใช้ทรัพยากร
ที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง เพอื่ การดำรงชีวิตอยา่ งมีดุลยภาพ
มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ
จำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

ห น้ า | ๑๗

สาระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้

วธิ กี ารทางประวัติศาสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเปน็ ระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการ

เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถวเิ คราะห์
ผลกระทบท่เี กิดขึ้น
มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ
ธำรงความเปน็ ไทย
สาระท่ี ๕ ภูมศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขาใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธของสรรพสิ่งซึ่งมีผลตอกัน ใชแผน
ที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตรในการคนหา วิเคราะห และสรุปขอมูลตามกระบวนการ
ทางภมู ิศาสตร ตลอดจนใชภมู ิสารสนเทศอยางมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เขาใจปฏสิ ัมพันธระหวางมนุษยกับสิง่ แวดลอมทางกายภาพท่ีกอใหเกดิ การสรางสรรค์วิถี
การดําเนินชีวิต มีจิตสํานึกและมีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอมเพ่ือ
การพัฒนาทยี่ ัง่ ยนื

สุขศกึ ษาและพลศึกษา

สาระท่ี ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์
สาระท่ี ๒ ชวี ิตและครอบครัว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนินชวี ติ
สาระท่ี ๓ การเคล่อื นไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลอื่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชมใน
สุนทรยี ภาพของการกีฬา
สาระที่ ๔ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การป้องกันโรคและ
การสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพือ่ สุขภาพ
สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชวี ิต
มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยาสารเสพ
ติด และความรุนแรง

ห น้ า | ๑๘

ศิลปะ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณค์ ุณค่างานทัศนศิลป์ ถา่ ยทอดความร้สู ึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่น
สาระที่ ๑ ทศั นศิลป์ ชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๑.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างาน
ทศั นศิลปท์ ่เี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ ๑.๒
สาระที่ ๒ ดนตรี เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ิศาสตร์และวฒั นธรรม เห็นคณุ ค่าของดนตรีท่ี
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ ๓.๑
เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่า
มาตรฐาน ศ ๓.๒ นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน
เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็ คุณค่าของนาฏศิลป์
ท่เี ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

การงานอาชีพและเทคโนโลยี

สาระที่ ๑ การดำรงชีวิตและครอบครวั
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะ การ

จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะ
การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้
พลงั งาน ทรัพยากรและส่ิงแวดลอ้ มเพ่ือการดำรงชวี ติ และครอบครัว
สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี

มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจเทคโนโลยแี ละกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสง่ิ ของเครือ่ งใช้ หรอื
วธิ ีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคดิ สร้างสรรค์ เลอื กใช้เทคโนโลยีในทาง
สรา้ งสรรคต์ ่อชีวิต สงั คม ส่ิงแวดลอ้ ม และมีสว่ นรว่ มในการจดั การเทคโนโลยีท่ียัง่ ยืน

ห น้ า | ๑๙

สาระท่ี ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร
มาตรฐาน ง ๓.๑ เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้

การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล และมี
คุณธรรม
สาระที่ ๔ การอาชีพ

มาตรฐาน ง ๔.๑ เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพื่อ
พฒั นาอาชีพ มีคุณธรรม และมเี จตคติท่ดี ตี อ่ อาชพี

ภาษาต่างประเทศ

สาระท่ี ๑ ภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมี

เหตุผล

มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความ
คดิ เหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด
และการเขยี น

สาระท่ี ๒ ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง

เหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั

ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพนั ธ์กับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และเป็นพื้นฐานใน

การพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
สาระที่ ๔ ภาษากับความสมั พนั ธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เคร่ืองมือพ้นื ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ และการ

แลกเปลีย่ นเรียนรู้กับสังคมโลก

ห น้ า | ๒๐

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็น
มนษุ ย์ท่สี มบรู ณท์ ง้ั รา่ งกาย สตปิ ญั ญา อารมณ์และสังคม เสริมสรา้ งให้เป็นผ้มู ีศลี ธรรม จริยธรรม มรี ะเบียบวินัย
ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมี
ความสุข

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้าได้กำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยใช้แนวทางของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น แบ่งเปน็ ๓ ลักษณะ ดังน้ี

๑. กจิ กรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิด

แก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากน้ยี ังชว่ ยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทงั้ ยังเปน็ กจิ กรรมท่ชี ว่ ยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผูป้ กครองในการมี
ส่วนร่วมพัฒนาผเู้ รียน

๒. กิจกรรมนักเรยี น
เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงาน

ร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทร และ
สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียนให้ได้ปฏิบัตดิ ้วยตนเองใน
ทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงาน เน้นการ
ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษาและ
ท้องถน่ิ กิจกรรมนกั เรียนประกอบด้วย

๒.๑ กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ ชมรม
๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความ
สนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตสาธารณะ
เช่น กิจกรรมอาสาพฒั นาตา่ งๆ กจิ กรรมสร้างสรรค์สงั คม

ระดบั การศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้าได้จัดระดับการศึกษาประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖)
การศึกษาระดับนี้เป็นช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิด
คำนวณ ทักษะการคดิ พ้นื ฐาน การติดตอ่ สอื่ สาร กระบวนการเรียนรู้ทางสงั คมและพ้ืนฐานความเป็นมนุษย์ การ
พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม โดย
เนน้ จดั การเรียนรู้แบบบูรณาการ

ห น้ า | ๒๑

การจดั เวลาเรยี น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดหญ้าได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนโดยใช้แนวทางของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ำสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖) โดยจัดเวลาเรยี นเป็นรายปี มี
เวลาเรียนวันละ ไม่เกิน ๕ ชั่วโมง และสถานศึกษาได้เพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้น โดยสามารถปรับให้
เหมาะสมตามบรบิ ทของสถานศึกษาและสภาพของผ้เู รยี น

ห น้ า | ๒๒

โครงสร้างเวลาเรียน

หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรยี น ดงั น้ี

เวลาเรียน

กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ ระดบั ประถมศึกษา ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ ระดบั มัธยมศึกษา
กจิ กรรม ตอนปลาย

 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ – ๖

ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
(๖ นก.)
คณิตศาสตร์ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) ๒๔๐
(๖ นก.)
วิทยาศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
สังคมศึกษา ศาสนา (๖ นก.)
และวัฒนธรรม (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.)
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 3๒๐
๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ (8 นก.)
ศิลปะ
การงานอาชพี และ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) ๑๒๐
เทคโนโลยี (๓นก.)
ภาษาตา่ งประเทศ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐
(๓ นก.)
รวมเวลาเรยี น (พน้ื ฐาน) (๔ นก.) (๔ นก.) (๔ นก.)
 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑๒๐
๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๓ นก.)
รายวิชา / กจิ กรรมท่ี
(๒นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) ๒๔๐
สถานศึกษาจัดเพิ่มเติม (๖ นก.)
ตามความพร้อมและจุดเน้น ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑,๕๖๐
(41 นก.)
(๒นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) ๓๖๐

๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

(๒นก.) (๒ นก.) (๒ นก.)

๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

(๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.)

๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘8๐ ๘๔๐ ๘๔๐

(๒2 นก.) (๒๒ นก.) (๒๒ นก.)

๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

ปีละไม่เกนิ ๔๐ ชว่ั โมง ปีละไม่เกนิ ๒๐๐ ชั่วโมง ไม่น้อยกว่า ๑,๖๐๐
ชั่วโมง

รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ช่ัวโมง/ปี ไม่เกิน ๑,๒๐๐ ชวั่ โมง/ปี รวม ๓ ปี
ไม่นอ้ ยกวา่
๓,๖๐๐ ช่วั โมง

และกำหนดโครงสรา้ งเวลาเรียนพ้ืนฐาน และเพ่ิมเติม โดยสถานศกึ ษาสามารถดำเนินการ ดงั น้ี
ในระดับประถมศึกษา สามารถปรับเวลาเรียนพื้นฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้ตามความ
เหมาะสม ทงั้ นี้ ต้องมีเวลาเรียนรวมตามที่กำหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน และผ้เู รียนต้องมคี ุณภาพตาม
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชีว้ ัดทีก่ ำหนด
สำหรับเวลาเรยี นเพิม่ เตมิ ในระดบั ประถมศึกษาให้จดั เป็นรายวิชาเพ่ิมเตมิ หรอื กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น โดย
พิจารณาให้สอดคล้องกับความพร้อม จุดเน้นของสถานศึกษาและเกณฑ์การจบหลักสูตร เฉพาะระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ สถานศึกษาอาจจัดให้เป็นเวลาสำหรับสาระการเรียนรู้พื้นฐานในกลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทยและกลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ห น้ า | ๒๓

กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนทกี่ ำหนดไว้ในชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ - ๖ จำนวน ๓๖๐ ชว่ั โมงนนั้ เปน็ เวลาสำหรบั
ปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในส่วนกิจกรรมเพ่ือ
สังคมและสาธารณประโยชน์ให้สถานศึกษาจัดสรรเวลาใหผ้ ู้เรียนได้ปฏิบัติกจิ กรรมในระดับประถมศึกษา (ป.๑-๖)
รวม ๖ ปี จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง

จากขอ้ มลู ท่กี ล่าวข้างต้น หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวดั หญา้ จงึ ได้กำหนดโครงสร้างเวลาเรียนไว้ ดงั น้ี

กลมุ่ สาระการเรียนรู้/ เวลาเรียน
กจิ กรรม ระดบั ประถมศึกษา
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

สังคมศึกษา ศาสนา และ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
วฒั นธรรม

ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

ศิลปะ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

การงานอาชีพ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ภาษาตา่ งประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

รวมเวลาเรียน (พืน้ ฐาน) ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐

 กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รายวชิ า / กิจกรรมท่ี

สถานศึกษาจดั เพม่ิ เติม ปลี ะไมเ่ กนิ ๔๐ ชว่ั โมง
ตามความพร้อมและจดุ เนน้

รวมเวลาเรียนท้งั หมด ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ ช่ัวโมง/ปี

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดหญ้าไดก้ ำหนด โครงสร้างหลกั สตู ร และคำอธิบายรายวชิ าในแต่ละ
ระดับชั้น และกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ไว้ ดังนี้

ห น้ า | ๒๔

โครงสร้างหลักสูตร
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน (ชม./ปี)
รายวชิ าพน้ื ฐาน (๘๘๐)
๒๐๐
ท ๑๑๑๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๘๐
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๘๐
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ๔๐
ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๔๐
พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๒๐
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๒๐
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๑๖๐
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ
รายวชิ าเพิ่มเติม/กจิ กรรมเพิ่มเติม 40
ส ๑๑๒๓๑ หนา้ ทพี่ ลเมือง (๑๒๐)
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน ๔๐

กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กิจกรรมนักเรยี น ๓๐
๑๐
- ลูกเสือ ๑,๐๐๐
- ชมรม
- กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียนท้งั สน้ิ

หมายเหตุ กิจกรรมลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู้ เน้นการเสริมทักษะด้านการอ่านและการเขียน

ห น้ า | ๒๕

โครงสร้างหลักสตู ร
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน (ชม./ป)ี
รายวิชาพน้ื ฐาน (๘๘๐)
๒๐๐
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๘๐
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๘๐
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ๔๐
ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๒๐
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒๐
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๑๖๐
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ
รายวิชาเพิ่มเติม/กจิ กรรมเพิ่มเติม 40
ส ๑๒๒๓๒ หนา้ ท่ีพลเมือง (๑๒๐)
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ๔๐

กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๓๐
๑๐
- ลกู เสอื ๑,๐๐๐
- ชมรม
- กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียนท้ังสิ้น

หมายเหตุ กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เนน้ การเสริมทกั ษะดา้ นการอ่าน การเขียนและการคดิ คำนวณ

ห น้ า | ๒๖

โครงสร้างหลักสูตร
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน (ชม./ปี)
รายวิชาพน้ื ฐาน (๘๘๐)
๒๐๐
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๘๐
ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๘๐
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ๔๐
ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๒๐
ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๒๐
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๑๖๐
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ
รายวิชาเพิ่มเติม/กจิ กรรมเพ่ิมเติม ๔๐
ส ๑๓๒๐๓ หนา้ ท่ีพลเมือง (๑๒๐)
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๔๐

กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมนักเรียน ๓๐
๑๐
- ลกู เสอื ๑,๐๐๐
- ชมรม
- กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียนท้ังสิ้น

หมายเหตุ กิจกรรมลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารู้ เน้นการเสริมทักษะดา้ นการอา่ น การเขยี นและการคดิ คำนวณ

ห น้ า | ๒๗

โครงสรา้ งหลักสูตร
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๔

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน (ชม./ป)ี
รายวชิ าพน้ื ฐาน (๘๘๐)
๑๖๐
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑๒๐
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๘๐
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ๔๐
ส ๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๘๐
พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ
รายวิชาเพม่ิ เติม/กิจกรรมเพิ่มเติม ๔๐
ส ๑๔๒๓๔ หนา้ ทพ่ี ลเมือง (๑๒๐)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรียน ๔๐
๓๐
- ลกู เสือ ๑๐
- ชมรม ๑,๐๐๐
- กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียนท้งั สิน้

หมายเหตุ กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้ เน้นการเสริมทกั ษะด้านการอา่ น การเขียนและการคดิ คำนวณ

ห น้ า | ๒๘

โครงสร้างหลักสูตร
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม./ปี)
รายวิชาพน้ื ฐาน (๘๘๐)
๑๖๐
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑๒๐
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๘๐
ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ๔๐
ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐
พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ
รายวิชาเพิ่มเติม/กิจกรรมเพิ่มเติม 40
ส ๑๕๒๓๕ หนา้ ทพ่ี ลเมือง (๑๒๐)
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐
๓๐
- ลูกเสอื ๑๐
- ชมรม ๑,๐๐๐
- กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรยี นทั้งสน้ิ

หมายเหตุ กิจกรรมลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้ เน้นการเสริมทักษะดา้ นการอา่ น การเขยี นและการคิดคำนวณ

ห น้ า | ๒๙

โครงสร้างหลักสตู ร
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น (ชม./ป)ี
รายวิชาพน้ื ฐาน (๘๘๐)
๑๖๐
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑๒๐
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๘๐
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา ๔๐
ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐
พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ
รายวิชาเพม่ิ เติม/กิจกรรมเพ่ิมเตมิ 40
ส ๑๖๒๓๖ หน้าทพ่ี ลเมือง (๑๒๐)
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๔๐

กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมนักเรียน ๓๐
๑๐
- ลกู เสือ ๑,๐๐๐
- ชมรม
- กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียนท้ังสน้ิ

หมายเหตุ กิจกรรมลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้ เนน้ การเสริมทกั ษะด้านการอ่าน การเขียนและการคดิ คำนวณ

ห น้ า | ๓๐

คำอธิบายรายวชิ า
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

รายวชิ าภาษาไทย ๑ รหัสวชิ า ท ๑๑๑๐๑
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง/ปี

ฝึกอ่าน คำพืน้ ฐาน ความหมายของคำ กลุ่มคำ ประโยค ขอ้ ความ สญั ลักษณ์ เคร่อื งหมาย แผนภูมิ
บทร้อยแก้ว รอ้ ยกรอง และบทอาขยานไดไ้ ม่น้อยกว่า ๖๐๐ คำ

ฝึกเขียนแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สกึ และความต้องการ โดยใช้ความรูแ้ ละประสบการณ์มากำหนด
เร่ืองในการพัฒนาการเขียนให้สมบูรณ์ สรา้ งนสิ ัยรักการเขียน โดยการเขียนเรื่องจากภาพตา่ งๆ

ฝึกใช้หลักเกณฑ์การฟัง การพูด ทำความเข้าใจเนื้อเรือ่ ง ใช้ถ้อยคำและเสียงจากเรื่องทีฟ่ ังและท่ีดู จับ
ใจความสำคัญ ตง้ั คำถาม ตอบคำถาม สนทนาแสดงความคิดเห็นอย่างมเี หตุผลและสร้างสรรค์

ศึกษาลกั ษณะเสียง รูป ของพยัญชนะและวรรณยุกต์ท่ีประสมเป็นคำท่ีมคี วามหมาย ลกั ษณะความหมาย
ของคำและกลุ่มคำ โครงสร้างของประโยค การเรียงลำดับ การแต่งประโยค การสื่อสาร และคำคล้องจอง ใช้
คำพูดทสี่ ุภาพน้ำเสยี งที่เหมาะสมในการสนทนา มีมารยาทในการอ่าน พดู ฟังและดู คดิ ไตร่ตรองกอ่ นพูดและเขยี น

การหาความบันเทิงจากการอ่าน วรรณคดี วรรณกรรม บทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง สำหรับเด็ก การ
เช่อื มโยงความรู้ แสดงความคิดเหน็ จากเรือ่ งทอี่ า่ น

เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถอ่าน เข้าใจจากสิ่งที่อ่าน ถ่ายทอดใจความสำคัญของเรื่อง ตั้งคำถาม ตอบ
คำถาม สนทนาแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล เลือกฟังและดูสิ่งที่เป็นประโยชน์ตามต้องการ รู้จักเชื่อมโยง
ความรู้ท่ไี ดจ้ ากการอา่ นใหเ้ ข้ากับชวี ติ ประจำวัน มีมารยาทในการอ่าน การพูด การเขยี น การฟงั และการดู

รหัสตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

รวมทั้งหมด ๒๒ ตัวชว้ี ัด

ห น้ า | ๓๑

คำอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย

รายวิชาภาษาไทย ๒ รหสั วิชา ท ๑๒๑๐๑
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี

ฝึกอ่านคำพื้นฐาน ความหมายของคำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความ จดบันทึกและสรุปเร่ืองจากอ่าน
บทรอ้ ยแกว้ บทร้อยกรองและบทอาขยาน เลือกอา่ นเรอ่ื งท่เี ป็นประโยชน์ เพือ่ หาความรู้และความบนั เทิง มีนิสัย
รักการอ่าน มีมารยาทในการอ่าน สามารถนำความรู้จากการอ่านมาพัฒนาความคิด คาดคะเนเรื่องราวหรือ
เหตุการณก์ ำหนดเป็นแนวทางปฏบิ ตั ใิ นชีวิตประจำวนั

ฝึกเขียนตามหลักเกณฑ์จากความรู้และประสบการณ์ ฝึกนิสัยรักการเขียนอย่างมีมารยาท โดยใช้ภาษา
สภุ าพและเหมาะสมกบั เหตุการณ์

ฝึกใช้หลักเกณฑ์การฟัง การดู และการพูด อย่างมีมารยาท สามารถจับใจความสำคัญ โดยการตั้ง
คำถาม ตอบคำถาม สนทนา แสดงความคิดเห็น เล่าเรื่องถ่ายทอดความรู้ จากการฟัง การดู ด้วยถ้อยคำที่
เหมาะสม พูดสอื่ สารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ แสดงความคิดและความร้อู ยา่ งสรา้ งสรรค์

ศึกษาลักษณะของเสียง รูป ของพยัญชนะ สระและวรรณยุกต์ที่ประสมเป็นคำที่มีความหมาย เข้าใจ
ความหมายของคำ กลุ่มคำ และเลือกใช้คำได้ตรงตามความหมายและความรู้สึก เลือกใช้คำในการเรียบเรียง
ประโยคตามรูปแบบโครงสร้างของประโยค สื่อสารได้ถูกต้องชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ เลือกใช้สำนวน คำ
คล้องจอง คำภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ ไดถ้ ูกต้องตามฐานะของบคุ คล

แสวงหาความรู้ ความบันเทงิ จากการอ่านวรรณคดี และวรรณกรรมง่ายๆ ส้ันๆสำหรับเด็ก บทร้องเล่น
บทอาขยาน นำมาเช่อื มโยงความรู้ทไี่ ด้จากการอ่านกับประสบการณแ์ ละชวี ิตจริง เพอ่ื นำขอ้ คดิ ไปใชใ้ นการพัฒนา
ตน และจำบทร้อยกรองท่ปี ระทับใจได้

การเรียนรู้ภาษาไทยจำพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถอ่าน เข้าใจ ความหมายของคำ กลุ่มคำ ประโยค
ข้อความและนำความรู้ที่ได้จากการอ่านมาคิดคาดคะเนเรื่องราว หรือเหตุการณ์ และกำหนดแนวทางปฏิบัติ
มนี ิสัยรกั การอา่ น การเขียน การพดู และการฟงั สามารถเขียนแสดงความรู้ ความคิด ความรูส้ กึ ความตอ้ งการ
ได้ รู้จักการเลือกฟัง และดูสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเชื่อมโยงความรู้กับระสบการณ์ท่ีได้จากการอา่ น การฟัง และ
การดูอย่างมีเหตุผล

รหสั ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวมท้ังหมด ๒๗ ตัวชว้ี ดั

ห น้ า | ๓๒

คำอธบิ ายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

รายวชิ าภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๑๓๑๐๑
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี

ศึกษาการอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง อ่านข้อความ และ บทร้อยกรอง
ง่ายๆ ท่ีประกอบด้วยคำพ้ืนฐาน ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คำ คำท่ีมีตัวการันต์ คำท่มี ี รร คำที่มพี ยัญชนะและสระไม่
ออกเสียง คำพ้อง คำที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ ฝึกการอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น นิทานหรือเรื่องเกี่ยวกับท้องถ่ิน
อ่านเรื่องเล่าสั้นๆ บทเพลง บทร้อยกรอง บทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น อ่านข่าวและเหตุการณ์ใน
ชีวิตประจำวันในท้องถิ่นและชุมชน การอ่านหนังสือตามความสนใจที่เหมาะสมกับวัย หนังสือที่ครูและนักเรียน
กำหนดร่วมกัน ปฏิบัติตามคำสงั่ หรือคำแนะนำต่างๆ อ่านประกาศ ป้ายโฆษณา และคำขวัญ การอ่านข้อมูลจาก
แผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ มารยาทในการอ่าน การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดตาม
รูปแบบ การเขยี นตัวอักษรไทย การเขียนบรรยายเก่ียวกับลักษณะของ คน สตั ว์ สงิ่ ของ สถานท่ี เขียนบันทึก
ประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเรื่องตามจินตนาการจากคำ ภาพ และหัวข้อที่กำหนดในการเขียน การ
เขียนต้องใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับเวลา สถานที่ และบุคคล ไม่เขียนล้อเลียนผู้อื่น การอ่านจับใจความและพูด
แสดงความคิดเห็นแสดงความรู้สึกจากเรื่องที่ฟัง ดู ท้ังที่เป็นความรู้และความบันเทิง รายการสำหรับเด็ก ข่าว
เหตุการณ์ ฝึกการพูดสื่อสาร การแนะนำ/เชิญชวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในด้านต่างๆ การพูดในโอกาสต่างๆ
มารยาทในการฟัง มารยาทในการดู มารยาทในการพูด การสะกดคำ การแจกลกู และการอ่านเปน็ คำ อ่านคำท่ี
มตี ัวสะกดท่ีตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา การผันอักษร คำควบกล้ำ อักษรนำ คำทป่ี ระวสิ รรชนยี ์ และ
คำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ คำที่มี ฤ ฤๅ คำที่ใช้ บัน บรร คำที่ใช้ รร ตัวการันต์ ความหมายของคำ ชนิดของคำ
ได้แก่ คำนาม คำสรรพนาม คำกริยาการใช้พจนานุกรมการแต่งประโยคเพื่อการสื่อสาร ได้แก่ ประโยคบอกเล่า
ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม ประโยคขอร้อง ประโยคคำสั่ง คำคล้องจอง คำขวัญ การใช้คำ ภาษาไทย
มาตรฐาน คำภาษาถิ่น เรียนรู้เรื่องวรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพื้นบ้าน นิทานหรือเรื่องในท้องถิ่น เรื่องสั้น
ง่ายๆ ปรศิ นาคำทาย บทร้อยกรอง เพลงพืน้ บ้าน เพลงกล่อมเด็ก วรรณกรรมและวรรณคดี บทอาขยาน และบท
ร้อยกรองทมี่ คี ุณคา่ บทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทร้อยกรองตามความสนใจ

โดยใช้ทักษะกระบวนการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูดอย่างมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์
สามารถแสดงความคดิ เห็น ความรู้สึก ลำดบั เร่ืองราวตา่ งๆ อย่างเปน็ เหตุเปน็ ผลใช้ภาษาได้ถูกต้องเหมาะสมกับ
โอกาสและบุคคลสามารถวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศึกษาข้อมูลแนวความคิด และนำข้อคิดมา
ประยุกต์ใช้ในชวี ิตจรงิ

มีนิสัยรักการอ่านและ มีมารยาทในการอ่าน เขียน การฟัง ดู และพูด ภูมิใจในความงดงามของภาษา
เห็นคุณคา่ ร่วมอนรุ กั ษ์ สบื สานภูมปิ ัญญาไทย รกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาตไิ ทยตลอดไป

ห น้ า | ๓๓

รหัสตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวมทั้งหมด ๓๒ ตัวชีว้ ัด

ห น้ า | ๓๔

คำอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

รายวิชาภาษาไทย ๔ วชิ า ท ๑๔๑๐๑
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง/ปี

อธิบายความหมายของคำ ประโยค และสำนวน คำที่มี ร ล เป็นพยัญชนะต้น คำท่ีมีพยัญชนะควบกล้ำ
คำที่มีอักษรนำ คำประสม อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน ประโยคที่มีสำนวนเป็นคำพังเพย สุภาษิต
ปริศนาคำทาย และเครื่องหมายวรรคตอน แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็น คาดคะเนเหตกุ ารณ์ ระบเุ หตผุ ล สรปุ
ความรู้และข้อคิดจากเร่ืองสั้น เรื่องเล่าจากประสบการณ์ นิทานชาดก บทความ บทโฆษณา งานเขียนประเภท
โนม้ นา้ วใจ ข่าวและเหตกุ ารณป์ ระจำวนั สารคดีและบันเทงิ คดี เพื่อนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดูในชีวติ ประจำวันบอกความหมายของคำในแม่ ก กา
มาตราตัวสะกด การผันอักษร คำเป็นคำตาย คำพ้อง สำนวนที่เป็นคำพังเพยและสุภาษิต ระบุชนิดและหน้าที่
ของคำนาม คำสรรพนาม คำกรยิ า คำวิเศษณ์ เปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ินใต้ ระบุข้อคิดจาก
นทิ านพ้ืนบ้านหรอื นทิ านคตธิ รรม เพลงพื้นบ้าน วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี นและตามความสนใจ อธิบาย
ขอ้ คดิ จากการอา่ นเพื่อนำไปใช้ในชีวติ จริง

อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง คำทีม่ ี ร ล เปน็ พยญั ชนะตน้ คำทีม่ พี ยัญชนะควบกล้ำ คำท่ี
มอี ักษรนำ คำประสม อักษรยอ่ และเครื่องหมายวรรคตอน ประโยคทมี่ ีสำนวนเปน็ คำพังเพย สุภาษิต ปริศนาคำ
ทาย และเครื่องหมายวรรคตอน บทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ เรื่องสั้น เรื่องเล่าจากประสบการณ์ นิทาน
ชาดก บทความ บทโฆษณา งานเขียนประเภทโน้มน้าวใจ ข่าวและเหตุการณ์ประจำวัน สารคดีและบันเทิงคดี
ตามเวลาทก่ี ำหนดและตอบคำถามจากเรื่องท่ีอ่าน อา่ นหนงั สอื ท่ีมีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน หนังสือที่นักเรียนสนใจและเหมาะสมกับวัย หนังสือที่ครูและนักเรียนกำหนด
ร่วมกัน

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนส่ือสารโดยใช้
คำได้ถูกต้อง ชัดเจนและเหมาะสม คำขวัญเมืองปากพนัง คำแนะนำ แผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิด
เพื่อใช้พัฒนางานเขียน ย่อความจากสื่อ นิทาน ความเรียง ประกาศ จดหมาย คำสอน เขียนจดหมายถึงเพื่อน
และบิดามารดา บันทึกและเขยี นรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า เรื่องตามจินตนาการ

พูดสรุปความ แสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรู้สึก ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล จากการ
จับใจความ การจับใจความ เรื่องเล่า บทความสั้นๆ ข่าวและเหตุการณ์ประจำโฆษณา สื่ออิเล็กทรอนิกส์
เรื่องราวจากบทเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น รายงานเรื่องหรือประเด็นที่
ศกึ ษาค้นควา้ ลำดับข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน เหตุการณ์

สะกดคำนาม คำสรรพนาม คำกริยา คำวิเศษณ์ ใชพ้ จนานกุ รมค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยค
ไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ภาษา ประโยคสามญั สว่ นประกอบของประโยค ประโยค ๒ สว่ น ประโยค ๓ สว่ นแต่งบท
ร้อยกรอง กลอนสี่และคำขวัญ ร้องเพลงพื้นบ้าน ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทร้อยกรองที่มีคุณค่า
ตามความสนใจ

โดยใชก้ ระบวนการฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน มาฝึกปฏิบัติเพ่ือให้เกิดทักษะทางภาษา มคี วามรู้
ความเขา้ ใจ ฝกึ ฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร สามารถนำความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้

ห น้ า | ๓๕

มีความภาคภูมิใจและรักความเป็นไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นใน
การทำงาน และมจี ติ สาธารณะ

รหสั ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔

รวมท้ังหมด ๓๓ ตัวชว้ี ัด

ห น้ า | ๓๖

คำอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย

รายวิชาภาษาไทย ๕ รหสั วิชา ท ๑๕๑๐๑
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง/ปี

ศึกษาการอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง คำควบกลำ้ อกั ษรนำ คำท่ีมี
ตัวการันต์ อกั ษรย่อและเคร่อื งหมายวรรคตอน ขอ้ ความทเี่ ปน็ การบรรยายและพรรณนา ขอ้ ความท่ีมีความหมาย
โดยนัย การอ่านทำนองเสนาะ การอา่ นจับใจความจากส่อื ต่างๆ เชน่ วรรณคดใี นบทเรยี น บทความ บทโฆษณา
งานเขียนประเภท โน้มน้าวใจ ข่าวและเหตุการณ์ประจำวัน การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ
และปฏิบัติตาม การใช้พจนานุกรม การใช้วัสดุอุปกรณ์ การอ่านฉลากยา คู่มือและเอกสารของโรงเรียนที่
เกี่ยวข้องกับนักเรียน ข่าวสารทางราชการ การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น หนังสือที่นักเรียนสนใจและ
เหมาะสมกับวัย หนงั สือทค่ี รูและนักเรียนกำหนดรว่ มกัน มีมารยาทในการอ่าน ฝกึ การคดั ลายมือตัวบรรจงเต็ม
บรรทัดและ ครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย ฝึกการเขียนสื่อสาร เช่น คำขวัญ คำอวยพร
คำแนะนำและคำอธิบายแสดงขั้นตอน ฝึกการนำแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดไปพัฒนางานเขียน
การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น นิทาน ความเรียงประเภทต่าง ๆ ประกาศ แจ้งความ แถลงการณ์ จดหมาย
คำสอน โอวาท คำปราศรัย การเขียนจดหมายถงึ ผู้ปกครองและญาติ การเขียนแสดงความรูส้ กึ และความคิดเห็น
การกรอกแบบรายการ เช่น ใบฝากเงินและใบถอนเงิน ธนาณัติ แบบฝากส่งพัสดุไปรษณียภัณฑ์ การเขียนเรื่อง
ตามจินตนาการ มารยาทในการเขียน การจับใจความ และการพูดแสดงความรู้ ความคิดในเรื่องท่ีฟังและดู
จากสือ่ ตา่ งๆ เช่น เร่อื งเลา่ บทความ ข่าวและเหตกุ ารณ์ประจำวันโฆษณา สื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส์ การวเิ คราะห์ความ
นา่ เช่อื ถอื เรื่องท่ีฟังและดูในชีวติ ประจำวนั การรายงาน เชน่ การพดู ลำดับขน้ั ตอนการปฏิบัติงาน การพูดลำดับ
เหตุการณ์ มารยาทในการฟัง การดู และการพูด ชนิดของคำ ได้แก่ คำบุพบท คำสันธาน คำอุทาน ประโยค
และส่วนประกอบของประโยค ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น คำราชาศัพท์ คำภาษาต่างประเทศ กาพย์ยานี
๑๑ สำนวนที่เป็นคำพังเพยและสุภาษิต วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น นิทานพื้นบ้าน นิทานคติธรรม เพลง
พืน้ บา้ น วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี นและตามความสนใจ บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ุณค่า

โดยใช้ทักษะกระบวนการอ่าน การเขียน การฟัง การดูอย่างมีเหตุผล สามารถแยกข้อเท็จจริงและ
ข้อคิดเหน็ มที กั ษะคาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่องท่ีอ่านโดยระบเุ หตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเร่ืองที่
อ่านเพอ่ื นำไปใช้ในการดำเนนิ ชีวติ ในประจำวนั ได้อย่างเหมาะสม

เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ คุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม มีนิสัยรักการ
อา่ น รกั ความเป็นไทย มีมารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟงั การดู และการพดู ใชภ้ าษาในการสื่อสารได้อย่าง
ถกู ต้องชัดเจนและ เหมาะสม รักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติตลอดไป

รหสั ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวมท้ังหมด ๓๓ ตัวชีว้ ดั

ห น้ า | ๓๗

คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

รายวชิ าภาษาไทย ๖ รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง/ปี

ศึกษาการอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง คำควบกล้ำ คำ
อักษรนำ คำที่มีตัวการันต์ คำภาษาต่างประเทศ อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน วัน เดือน ปีแบบไทย
ข้อความที่เป็นโวหารต่างๆ สำนวนเปรียบเทียบ การอ่านทำนองเสนาะ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ การ
อ่านเร็ว การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏิบัติตาม การใช้พจนานุกรม การปฏิบัติตนใน
การอยู่ร่วมกันในสังคม ข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันในโรงเรียน และการใช้สถานที่สาธารณะในชุมชนและท้องถ่ิน
การอ่านข้อมูลจากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น หนังสือที่นักเรียน
สนใจและเหมาะสมกับวัยด้วยการใช้หนังสืออ่านที่ครูและนักเรียนกำหนดร่วมกัน มารยาทในการอ่าน การคัด
ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียนสื่อสาร การเขียน
แผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิด เรียงความ ย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น นิทาน ความเรียงประเภท
ตา่ งๆ ประกาศ แจง้ ความ แถลงการณ์ จดหมาย คำสอน โอวาท คำปราศรัย สุนทรพจน์ รายงาน ระเบยี บ
คำสั่ง การเขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายขอโทษ จดหมาย แสดงความขอบคุณ จดหมายแสดงความเห็นใจ
จดหมายแสดงความยินดี การกรอกแบบรายการ แบบคำร้องต่างๆ ใบสมัครศึกษาต่อ แบบฝากส่งพัสดุและ
ไปรษณียภัณฑ์ การเขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการและสรา้ งสรรค์ มารยาทในการเขียน การพดู แสดงความรู้ ความ
เขา้ ใจ ในจดุ ประสงค์ของเรื่องท่ีฟังและดูจากสื่อต่างๆ ไดแ้ ก่ สอื่ สงิ่ พิมพ์ ส่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ การวเิ คราะห์ความ
น่าเชื่อถือจากการฟังและดูสื่อโฆษณา การรายงาน เช่น การพูดลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน การพูดลำดับ
เหตุการณ์ การพูดโน้มน้าวในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเลือกตั้งกรรมการนักเรียน การรณรงค์ด้านต่าง ๆ
การโต้วาที มารยาทในการฟัง การดู และการพูด ชนิดของคำ เช่น คำนาม คำสรรพนาม คำกริยา คำ
วเิ ศษณ์ คำบพุ บท คำเชื่อม คำอุทาน การใช้คำราชาศพั ท์ ระดับภาษา ภาษาถ่ิน คำทมี่ าจากภาษาตา่ งประเทศ
กลมุ่ คำหรอื วลี ประโยคสามญั ประโยครวม ประโยคซ้อน กลอนสภุ าพ สำนวนทเี่ ปน็ คำพังเพยและสุภาษิต
วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น นิทานพื้นบ้านท้องถิ่นตนเองและท้องถิ่นอื่น นิทานคติธรรม เพลงพื้นบ้าน
วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรยี นและตามความสนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองทีม่ คี ุณค่า

โดยใช้ทักษะกระบวนการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพูดอย่างมวี ิจารณญาณ แยกข้อเท็จจรงิ
และข้อคิดเห็น สามารถคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจาก
เรอ่ื งท่ีอ่านเพอื่ นำไปใช้ในชีวติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

เหน็ คุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ มนี ิสัยรกั การอ่าน รกั ความเป็นไทย มมี ารยาทในการ
อ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด ใช้ภาษาในการสื่อสาร ค้นคว้าและรายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
รกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาตติ ลอดไป

ห น้ า | ๓๘

รหสั ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวมทั้งหมด ๓๔ ตัวช้วี ดั

ห น้ า | ๓๙

คำอธิบายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

รายวชิ าคณิตศาสตร์ 1 รหสั วิชา ค ๑1๑๐๑
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 20๐ ชั่วโมง/ปี

ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและฝึกแก้ปัญหา จำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 บอกและแสดงจำนวน
สิ่งต่าง ๆ ตามจำนวนท่ีกำหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย การบอกอันดับที่หลัก ค่าของเลข
โดดในแต่ละหลัก และเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 โดยใช้
เครื่องหมาย = ≠ > < เรียงลำดับจำนวนตั้งแต่ 3 ถึง 5 จำนวน และหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค
สัญลักษณ์แสดงการบวก การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0
ความยาวและน้ำหนัก สรา้ งโจทยป์ ัญหาพร้อมท้ังแสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบของจำนวน
นับไม่เกิน 100 และ 0 ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 ทีละ 10 รูปที่
หายไป ในแบบรูปซำ้ ของรูปเรขาคณิตและรปู อืน่ ๆ ทสี่ มาชิกในแต่ละชุดทซี่ ำ้ มี 2 รปู

วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร นำ้ หนักเป็นกิโลกรมั เป็นขีด และใช้หน่วยท่ีไม่ใช่
หน่วยมาตรฐาน จำแนกรูปสามเหลี่ยม รูปส่เี หลย่ี ม วงกลม วงรี ทรงสี่เหลยี่ มมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก
และกรวย ใช้ข้อมูลจากแผนภมู ิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา เม่ือกำหนดรูป 1 รปู แทน 1 หนว่ ย

เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการปฏิบัติจริง สรุปเนื้อหา มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน และนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวันได้

รหัสตวั ชี้วดั
ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ค 1.2 ป.1/1
ค 2.1 ป.1/1, ป.1/2
ค 2.2 ป.1/1
ค 3.1 ป.1/1

รวมท้ังหมด 10 ตัวช้วี ัด

ห น้ า | ๔๐

คำอธบิ ายรายวชิ า
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

รายวชิ าคณิตศาสตร์ 2 รหัสวิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 เวลา 200 ช่ัวโมง/ปี

ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและฝึกแก้ปัญหา จำนวนนับ 1 ถึง 1,000 และ 0 บอกและแสดง
จำนวนสิ่งต่าง ๆ ตามจำนวนที่กำหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย การบอกอันดับที่หลัก ค่า
ของเลขโดดในแต่ละหลัก และเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0
โดยใช้เครื่องหมาย = ≠ > < เรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 ตั้งแต่ 3 ถึง 5 จำนวน และหาค่า
ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบของจำนวน
นับไม่เกิน 1,000 และ 0 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับ
จำนวนไมเ่ กิน 2 หลัก และประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการหารท่ตี ัวต้ังไม่เกนิ 2 หลัก ตัวหาร 1 หลกั โดยที่ผลหาร
มี 1 หลัก ทั้งหารลงตัวและหารไม่ลงตวั หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับไม่เกิน 1,000
และ 0 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ขน้ั ตอนของจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 แสดงวธิ ีหาคำตอบ
ของโจทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั เวลาที่มหี นว่ ยเดีย่ วและเปน็ หน่วยเดยี ว

วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร พร้อมทั้งแสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
การบวก การลบความยาวทีม่ ีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร วัดและเปรียบเทียบน้ำหนัก เป็นกิโลกรัมและกรัม
กิโลกรัมและขีด พร้อมทั้งแสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบเกี่ยวกับน้ำหนักที่มีหน่วยเป็น
กโิ ลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด วัดและเปรยี บเทียบปริมาตรและความจเุ ป็นลิตร จำแนกและบอกลักษณะของ
รูปหลายเหล่ียมและวงกลม ใช้ข้อมูลจากแผนภมู ิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา เมื่อกำหนดรูป 1 รปู
แทน 2 หน่วย 5 หน่วย หรือ 10 หน่วย

ในการจัดการเรยี นรู้ได้กำหนดสถานการณ์เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการปฏิบัตจิ ริง
สรุปเนื้อหา มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการทาง
คณิตศาสตรข์ องผเู้ รียน และนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้

รหัสตัวชี้วัด
ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6
ค 2.2 ป.2/1
ค 3.1 ป.2/1

รวมทั้งหมด 16 ตัวช้วี ัด

ห น้ า | ๔๑

คำอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

รายวิชาคณิตศาสตร์ 3 รหสั วิชา ค 13101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 200 ชวั่ โมง/ปี

อ่านและเขียน ตวั เลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100,000,000
และ 0 เปรียบเทยี บและเรยี งลำดับจำนวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 จากสถานการณ์ต่างๆ บอก อา่ นและ
เขยี นเศษส่วนท่แี สดงปรมิ าณสิ่งตา่ งๆ และแสดงส่ิงต่างๆ ตามเศษสว่ นท่ีกำหนด เปรยี บเทียบเศษสว่ นทีต่ ัวเศษ
เทา่ กนั โดยทตี่ ัวเศษน้อยกวา่ หรอื เท่ากับตวั สว่ น

หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณแ์ สดงการบวกและการลบของจำนวนนับไม่เกนิ 100,000
และ 0 หาคา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลักกบั จำนวนไม่เกิน 4 หลัก
และจำนวน 2 หลักกบั จำนวน 2 หลกั หาค่าของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการหารที่ตัวต้ังไมเ่ กิน 4
หลัก ตวั หาร 1 หลกั และหาผลลพั ธ์การบวก ลบ คูณ หารระคน และแสดงวธิ ีการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
2 ข้ันตอนของจำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000 และ 0 หาผลบวกและแสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก
ของเศษสว่ นทม่ี ีตัวสว่ นเทา่ กัน และผลบวกไมเ่ กนิ 1 และหาผลลบพรอ้ มทั้งแสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปญั หาการ
ลบของเศษสว่ นทีม่ ตี ัวสว่ นเท่ากนั

ระบจุ ำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนท่ีเพม่ิ ขน้ึ หรอื ลดลงทีละเท่า ๆ กนั แสดงวธิ ีหาคำตอบของ
โจทย์ปญั หาเกยี่ วกบั เงิน เวลา และระยะเวลา เลอื กใชเ้ คร่ืองมือความยาวทเี่ หมาะสม วดั และบอกความยาวของ
ส่ิงตา่ ง ๆ เป็นเซนตเิ มตรและมิลลเิ มตร เมตรและเซนตเิ มตร คาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเปน็ เซนตเิ มตร
เปรียบเทียบความยาวและแสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปญั หาเกีย่ วกับระหวา่ งเซนติเมตรกบั มิลลิเมตร เมตรกับ
เซนติเมตร กโิ ลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ ต่าง ๆ เลอื กใช้เครื่องชั่งท่ีเหมาะสม วัด และบอกนำ้ หนกั เปน็
กิโลกรมั และขดี กโิ ลกรัมและกรมั คาดคะเนน้ำหนักเป็นกโิ ลกรัมและเป็นขดี เปรยี บเทยี บนำ้ หนักและแสดงวิธหี า
คำตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกับน้ำหนกั ท่ีมีหนว่ ยเปน็ กโิ ลกรมั กับกรัม เมตรกิ ตันกบั กโิ ลกรมั จากสถานการณต์ า่ งๆ
เลือกใชเ้ คร่ืองตวงท่ีเหมาะสม วดั และเปรียบเทยี บปรมิ าตร ความจเุ ปน็ ลิตรและมิลลลิ ิตร คาดคะเนและแสดงวธิ ี
หาคำตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ปรมิ าตรและความจเุ ป็นลิตรและมิลลิเมตร

ระบรุ ูปเรขาคณติ สองมติ ิทม่ี แี กนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร เขียนแผนภูมริ ูปภาพ และใชข้ ้อมลู
จากแผนภูมิรปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา เขยี นตารางทางเดยี วจากข้อมูล ท่ีเป็นจำนวนนับ และใช้
ขอ้ มลู จากตารางทางเดยี วในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา

เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนได้ศึกษา ค้นควา้ ฝึกทกั ษะ โดยการปฏิบตั ิจรงิ สรุปเนอ้ื หา มเี จตคตทิ ี่ดีต่อคณติ ศาสตร์
มีความคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของผูเ้ รยี น และนำไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวนั ได้

ห น้ า | ๔๒

รหสั ตวั ช้ีวดั
ค 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10, ป.3/11
ค 1.2 ป.3/1
ค 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10, ป.3/11,
ป.3/12, ป.3/13
ค 2.2 ป.3/1
ค 3.1 ป.3/1, ป.3/2

รวมทั้งหมด 28 ตัวชีว้ ัด

ห น้ า | ๔๓

คำอธบิ ายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์

รายวชิ าคณิตศาสตร์ 4 รหสั วชิ า ค 14101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 160 ช่วั โมง/ปี

ศึกษา ฝึกทักษะการอ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับท่ี
มากกวา่ 100,000 พรอ้ มทัง้ เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนบั ทมี่ ากกวา่ 100,000 จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ
บอก อ่านและเขียนเศษส่วน จำนวนคละแสดงปริมาณส่ิงต่างๆ และแสดงสิ่งต่างๆ ตามเศษส่วน จำนวนคละที่
กำหนด เปรียบเทียบ เรียงลำดับเศษส่วนและจำนวนคละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหูคูณของอีกตัวหนึ่ง อ่านและ
เขียนทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง แสดงปริมาณ ของสิ่งต่างๆ ตามทศนิยมที่กำหนด เปรียบเทียบและเรียงลำดบั
ทศนิยมไม่เกนิ 3 ตำแหน่ง และประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบ การคณู การหาร จากสถานการณต์ า่ ง ๆ
อย่างสมเหตุสมผล หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการบวก การลบของจำนวนนับ
ทมี่ ากกว่า 100,000 และ 0 แสดงการคณู ของจำนวนหลายหลัก 2 จำนวน ทีม่ ผี ลคณู ไมเ่ กิน 6 หลัก และแสดง
การหารที่ตัวตั้งไม่เกิน 6 หลัก ตัวหารไม่เกิน 2 หลัก หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับ
และ 0 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0 สร้างโจทย์
ปัญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนับ และ 0 พร้อมทั้งหาคำตอบ หาคำตอบและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
การบวก การลบของเศษส่วนและจำนวนคละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหูคูณของอีกตัวหนึ่ง หาผลบวก ผลลบของ
ทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ 2 ขั้นตอนของทศนิยมไม่
เกิน 3 ตำแหนง่

แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา วัดและสร้างมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ แสดงวิธีหา
คำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก จำแนกชนิดของมุม บอกช่ือ
มุม ส่วนประกอบของมุมและเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม สร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเมื่อกำหนดความยาวของด้าน
และใชข้ อ้ มลู จากแผนภมู แิ ทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา

เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการปฏิบัตจิ รงิ สรุปเนื้อหา มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน และนำไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวันได้

รหสั ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9, ป.4/10, ป.4/11,
ป.4/12, ป.4/13, ป.4/14, ป.4/15, ป.4/16
ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ค 3.1 ป.4/1

รวมทั้งหมด 22 ตัวชว้ี ดั

ห น้ า | ๔๔

คำอธบิ ายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์

รายวิชาคณิตศาสตร์ 5 รหัสวชิ า ค 15101
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลา 160 ชั่วโมง/ปี

ศกึ ษา เขยี นเศษสว่ นท่มี ีตัวส่วนเปน็ ตัวประกอบของ 10 หรือ 100 หรอื 1,000 ในรูปทศนยิ ม แสดงวิธี
หาคำตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและจำนวน
คละ แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน 2 ขั้นตอน หาผลคูณของ
ทศนยิ ม ทผี่ ลคูณเป็นทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตำแหน่ง หาผลหารที่ตัวตั้งเป็นจำนวนนบั หรือทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตำแหน่ง
และตัวหารเป็นจำนวนนับ ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก
การลบ การคูณ การหารทศนิยม 2 ขน้ั ตอน และแสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหารอ้ ยละไมเ่ กนิ 2 ขนั้ ตอน

แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ที่มีการเปลี่ยนหน่วย และเขียนในรูป
ทศนิยม แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมมุ ฉากและความจุของภาชนะทรง
สี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานและรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียก
ปูน สร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงที่กำหนดให้ จำแนกรูปสี่เหลี่ยม
โดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปสี่เหลี่ยมชนิดต่างๆ เมื่อกำหนดความยาวของด้านและขนาดของมุมหรอื
เมอ่ื กำหนดความยาวของเสน้ ทแยงมุม และบอกลักษณะของปรซิ มึ

ใช้ข้อมูลจากกราฟเสน้ ในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา และเขียนแผนภมู ิแท่งจากขอ้ มูลท่ีเป็นจำนวน
นบั

เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการปฏิบัติจริง สรุปเนื้อหา มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน และนำไปใช้ใน
ชีวติ ประจำวันได้

รหสั ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9
ค 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 3.1 ป.5/1, ป.5/2,

รวมทั้งหมด 19 ตัวชว้ี ัด


Click to View FlipBook Version