The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหญ้า(๒๕๖๕)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pichita_best, 2022-09-19 07:50:20

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหญ้า(๒๕๖๕)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหญ้า(๒๕๖๕)

ห น้ า | ๙๕

คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

รายวิชาภาษาอังกฤษ ๒ รหสั วชิ า อ ๑๒๑๐๑
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง/ปี

ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษรและสระ อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ และอ่านประโยคง่ายๆ ถูกต้องตาม
หลักการอ่าน เน้น การออกเสียงพยัญชนะต้นคำและพยัญชนะท้ายคำ การออกเสียงเน้นหนัก-เบาในคำและ
กลุ่มคำ รวมทั้งการออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค เลือกภาพตรงตามความหมายของคำ กลุ่มคำ
และ ประโยคเดี่ยว (simple sentence) ที่ฟังเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร
เครื่องดื่ม และนันทนาการ เป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ คำ (คำศัพท์ที่เป็นรูปธรรรม) ตอบคำถาม
จากการฟงั ประโยค บทสนทนา หรือนิทานงา่ ยๆ ทมี่ ภี าพประกอบ บอกความตอ้ งการงา่ ยๆ ของตนเองตามแบบที่
ฟังเกยี่ วกับคำศัพท์ สำนวนและประโยค บอกชื่อและคำศัพท์เก่ยี วกับเทศกาลสำคัญของเจา้ ของภาษาเกี่ยวกับวัน
คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่และวันวาเลนไทน์ ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
บอกคำศัพทท์ เี่ กี่ยวขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน

ปฏิบัติตามคำสั่งและคำข้อร้องง่ายๆ ที่ฟัง เน้นคำสั่งและคำขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน พูดโต้ตอบด้วยคำ
สั้นๆ ง่ายๆ ในการสอื่ สารระหว่างบคุ คลตามแบบที่ฟังเปน็ บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ ขอโทษ
และประโยค/ข้อความท่ใี ชแ้ นะนำตนเอง ใช้คำสั่งและคำขอร้องง่ายๆ ตามแบบทีฟ่ ังโดยเฉพาะคำส่งั และคำขอร้อง
ทีใ่ ชใ้ นห้องเรียน พดู ขอและให้ขอ้ มูลง่ายๆ เกย่ี วกบั ตนเองตามแบบท่ฟี ัง พดู ใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเองและเร่ืองใกล้
ตวั ในการบอกช่อื อายุ รูปร่าง สว่ นสูง สง่ิ ตา่ งๆ จำนวน ๑-๓๐ สี ขนาด และสถานที่อยู่ของสิ่งของ พูดและ
ทำท่าประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาในการใช้สีหน้าท่าทางประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การ
สัมผัสมอื การโบกมือและการแสดงอาการตอบรบั หรือปฏิเสธ เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะ
กับวัยเก่ยี วกับการเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านทิ านประกอบท่าทาง วนั ครสิ ต์มาส วนั ขึน้ ปีใหม่และวันวาเลน
ไทน์ ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องจากสื่อ
ตา่ งๆ เก่ียวกับ อาหารพนื้ บา้ น สตั ว์ สิ่งของ สถานทีส่ ำคัญ และอาชีพในอำเภอเมือง

มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ มีความมุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้ มีความสามารถในการสื่อสารและนำ
ความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน

รหสั ตัวชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ต ๑.๓ ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๒ ป.๒/๑

รวมทั้งหมด ๑๖ ตัวชีว้ ัด

ห น้ า | ๙๖

คำอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ

รายวิชาภาษาอังกฤษ ๓ รหัสวิชา อ ๑๓๑๐๑
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง/ปี

เลือก/ระบภุ าพ หรือสัญลักษณต์ รงตามความหมายของกลมุ่ คำและประโยคท่ีฟังเก่ยี วกบั ตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่มและนันทนาการ เป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ ๓๕๐-๔๕๐ คำ
(คำศัพท์ที่เป็นรูปธรรรม) ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนาหรือนิทานง่ายๆ บอกความ
ตอ้ งการงา่ ยๆ ของตนเองตามแบบทฟ่ี ัง

บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง โดยเน้นคำและ
ประโยคที่ใช้แสดงความรู้สึก ดีใจ เสียใจ ชอบ ไม่ชอบ จัดหมวดหมู่คำตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของ
ตามท่ีฟังหรืออ่าน โดยการระบ/ุ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของภาพกับคำ หรือกลมุ่ คำ โดยใช้ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ
แผนผัง บอกชื่อและคำศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคญั /งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษา
เกีย่ วกบั วนั คริสต์มาส วันขนึ้ ปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เครอ่ื งแต่งกาย อาหารและเครื่องดืม่ บอกความแตกต่างของ
เสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ
กลุม่ สาระการเรยี นร้อู ืน่

ปฏิบัติตามคำสั่ง และคำขอร้องที่ฟัง หรืออ่านโดยเฉพาะคำสั่งและคำขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน อ่านออก
เสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค และบทพูดเข้าจังหวะ (chant) ง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่านของคำ
กลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว และบทพูดเข้าจังหวะ และการสะกดคำ การใช้พจนานุกรม เน้น หลักการอ่านออกเสียง
พยญั ชนะตน้ คำและพยัญชนะท้ายคำ การออกเสยี งเนน้ หนัก-เบา ในคำและกลุ่มคำ และการออกเสียงตามระดับ
เสียงสูง-ต่ำ ในประโยค พูดโต้ตอบด้วยคำส้ันๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหวา่ งบคุ คลตามแบบที่ฟังเป็นบทสนทนาที่
ใช้ในการทกั ทาย กล่าวลา ขอบคณุ ขอโทษ และประโยค/ข้อความทใ่ี ช้แนะนำตนเอง ใช้คำสง่ั และคำขอร้องง่ายๆ
ตามแบบที่ฟังเป็นคำสั่งและคำขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเพื่อนตาม
แบบท่ีฟัง พูดและทำท่าประกอบตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เก่ยี วกบั การขอบคุณ ขอโทษ
การใช้สีหน้าท่าทางประกอบ การพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือและการแสดงอาการตอบรับ
หรือปฏิเสธ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย เกี่ยวกับ การเล่นเกม การร้องเพลง การ
เล่านิทานประกอบท่าทาง วันคริสตม์ าส วนั ขน้ึ ปใี หม่ และวนั วาเลนไทน์ ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ทีเ่ กิดขึน้ ใน
ห้องเรียน ใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อต่างๆเกี่ยวกับ อาหารพื้นบ้าน สัตว์
สง่ิ ของ สถานท่สี ำคญั และอาชีพในอำเภอเมือง

มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ มีความมุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้ มีความสามารถในการสื่อสารและนำ
ความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจำวนั

ห น้ า | ๙๗

รหัสตวั ช้ีวดั
ต ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑

รวมท้ังหมด ๑๘ ตัวชว้ี ัด

ห น้ า | ๙๘

คำอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

รายวิชาภาษาอังกฤษ ๔ รหสั วิชา อ ๑๔๑๐๑
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง/ปี

เลือก/ระบุภาพหรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความสั้นๆ ที่ฟัง
หรืออ่านเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ
สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศ ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา นิทาน
ง่ายๆ ที่มีภาพประกอบ เทศกาลวันสำคัญ งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา โดยเฉพาะวัน
คริสต์มาส วนั ขนึ้ ปใี หม่ วนั วาเลนไทน์ บอกความแตกตา่ งของเสยี งตวั อักษร คำ กลมุ่ คำ ประโยคและข้อความ
ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตาม
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย

ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องและคำแนะนำที่ฟังหรืออ่าน คำศัพท์ในการเล่นเกม คำบอกลำดับขั้นตอน
อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อา่ นกล่มุ คำ ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพดู เขา้ จังหวะถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ออกเสียงพยัญชนะต้นคำและพยัญชนะท้ายคำ เสียงหนัก-เบาในคำ กลุ่มคำ ระดับเสียงสูง-ต่ำในประโยค พดู /
เขยี น บทสนทนาโตต้ อบในการส่ือสารระหว่างบุคคล โดยเนน้ การพดู ทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ การพูด
แทรกอย่างสภุ าพ คำศพั ท์ สำนวนภาษา ประโยค ขอ้ ความทใ่ี ชแ้ นะนำตนเอง เพื่อน ครอบครวั และบุคคลใกล้
ตัว และสำนวนการตอบรับ ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคล สัตว์ เรื่องใกล้ตัวเกี่ยวกับชื่อ อายุ ส่วนสูง
รูปรา่ ง สี ขนาด รปู ทรงและตำแหนง่ ของส่งิ ตา่ งๆ จำนวน ๑-๑๐๐ วนั เดือน ปี ฤดูกาล รวมทงั้ เคร่ืองหมายวรรค
ตอน ประโยคแสดงความตอ้ งการ และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ตา่ งๆ ประโยคแสดงความคิดเห็น แสดง
ความรู้สึก ชอบ ไม่ชอบ รัก ไม่รัก ดีใจ เสียใจของตนเองเกี่ยวกับเรื่องการเลี้ยงนกนางแอ่น อาหาร ผลไม้
กีฬา และกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง วาดภาพคำ กลุ่มคำที่มีความหมายสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวตามที่ฟัง
หรืออ่าน พูดและทำท่าทางประกอบอย่างสุภาพตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
โดยเฉพาะการใช้สีหน้าประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความชอบ ไม่
ชอบ การแสดงการตอบรับหรือการปฏเิ สธ เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะกบั วัยโดยเน้นการ
เล่นเกม ร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง บทบาทสมมุติวันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์
คน้ ควา้ รวบรวม คำศพั ทท์ ่ีเก่ยี วขอ้ งกับการเรียนรู้อนื่ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขยี น ใชภ้ าษาตา่ งประเทศใน
การฟัง พูด /อา่ น สืบค้นและรวบรวมคำศพั ท์ที่เก่ียวกบั ชื่อถนน สถานที่ราชการอาชีพในชมุ ชนจากส่อื และแหล่ง
เรียนรตู้ า่ งๆ ในสถานการณ์ท่ีเกดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี นและสถานศึกษา

มีเจตคติที่ดีต่อการเรียน มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสามารถในการใช้ภาษาในการสื่อสาร นำ
ความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจำวนั และแลกเปล่ียนเรยี นรู้กบั สงั คมโลกไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมและมปี ระสิทธิภาพ

ห น้ า | ๙๙

รหัสตวั ชี้วัด
ต ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑

รวมท้ังหมด ๒๐ ตัวชี้วัด

ห น้ า | ๑๐๐

คำอธิบายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

รายวชิ าภาษาอังกฤษ ๕ รหัสวชิ า อ ๑๕๑๐๑
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี

ระบุ/วาดภาพ สัญลักษณ์ หรือเครือ่ งหมายตรงตามความหมายของกลุ่มคำ ประโยค ขอ้ ความท่ีเก่ียวกับ
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดกิ าร การซ้อื -ขาย ลมฟ้าอากาศในวงคำศัพท์ ๗๕๐-๙๕๐คำ บอกใจความสำคญั และตอบคำถามจากการ
ฟังและอ่านประโยค บทสนทนา นิทานหรือเร่ืองสั้น ตอบคำถาม/บอกความสำคัญของเทศกาลวันสารทเดอื น
สิบ วันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ วันคริสต์มาส เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่มและชีวิตความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษา บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมาย
วรรคตอนและการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/ความ
แตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองของวนั ขึ้นปใี หม่ วนั พอ่ วนั แมข่ องเจ้าของภาษากบั ของไทย

ปฏิบัติตามและใชค้ ำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาต ภาษาท่าทาง คำแนะนำที่มี ๑-๒ ขั้นตอนในการเล่น
เกม การวาดภาพ คำบอกลำดับขั้นตอนในการทำอาหาร เครื่องดื่ม อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบท
กลอนถูกต้องตามหลกั การอ่านออกเสยี งพยัญชนะตน้ คำและพยัญชนะทา้ ยคำ เสยี งหนัก-เบาในคำ กลุ่มคำ ระดบั
เสียงสูง-ต่ำในประโยค การออกเสียงเชื่อมโยงในข้อความ การออกเสียงบทกลอนตามจังหวะ รวมทั้งการใช้
พจนานุกรม พูด/ เขียนโต้ตอบบทสนทนาในการสื่อสารระหว่างบุคคลเกี่ยวกับการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ ประโยคและข้อความที่ใช้ในการแนะนำ ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง เพื่อน ครอบครัว และข้อมูลเกี่ยวบุคคล สัตว์ สถานที่และกิจกรรมต่างๆ โดยเน้น ข้อมูลส่วนบุคคล
จำนวน ๑-๕๐๐ ลำดับที่ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก สี ขนาด
รูปทรง ตำแหน่งของส่ิงต่างๆ รวมทั้งการใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน คำศัพท์ สำนวนภาษาและประโยคที่ใช้แสดง
ความตอ้ งการ ขอความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ แสดงความคิดเหน็ แสดงความรู้สึก
ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ เกี่ยวกับ สัตว์ อาหาร ผลไม้ คอนโดนกนางแอ่นใน
ทอ้ งถิน่ อำเภอเมืองพร้อมให้เหตผุ ลสั้นๆ ประกอบ เขยี นภาพ แผนผงั และแผนภมู แิ สดงข้อมลู หรอื คำ กลุ่มคำ
ประโยคที่แสดงข้อมูลและความหมายสัมพันธ์กับภาพ แผนผัง แผนภูมิและตาราง ใช้ถ้อยคำน้ำเสียงและกิริยา
ท่าทางตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา โดยเน้นการใช้สีหน้าท่าทางประกอบการพูดขณะ
แนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงการ
ตอบรับหรือการปฏิเสธ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ โดยเน้นในด้านการร้องเพลง
การเล่นเกมในวันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ค้นคว้ารวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้อื่น
และนำเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น รวมทัง้ การใชภ้ าษาในการฟงั พดู และอา่ น/เขยี น สืบค้นและรวบรวมคำศพั ท์
ที่เกี่ยวกับ ชื่อถนน สถานที่ราชการ อาชีพในชุมชน จากสื่อและแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน
หอ้ งเรยี นและสถานศกึ ษา

มีเจตคติที่ดีต่อการเรียน มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสามารถในการใช้ภาษาในการสื่อสาร นำ
ความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั และแลกเปล่ียนเรียนรู้กับสงั คมโลกไดถ้ ูกต้องเหมาะสมและมีประสิทธภิ าพ

ห น้ า | ๑๐๑

รหัสตวั ช้ีวัด
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑

รวมทั้งหมด ๒๐ ตัวชี้วัด

ห น้ า | ๑๐๒

คำอธิบายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ

รายวิชาภาษาอังกฤษ ๖ รหัสวิชา อ ๑๖๑๐๑
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง/ปี

เลือก/ระบุ ประโยคหรือข้อความตรงตามภาพ สัญลักษณ์ เครื่องหมายและความหมายทเี่ ก่ียวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ
การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศ ในวงคำศัพท์ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำ บอกใจความสำคัญของเรื่องและตอบคำถาม
จากการฟังประโยค บทสนทนา นิทานหรือเรื่องเล่า บอกเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค
ชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและ
ภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองและประเพณีวันข้ึนปใี หม่ วันพอ่
วันแมข่ องเจ้าของภาษากบั ของไทย

ปฏิบัติตามและใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาต ภาษาท่าทาง คำแนะนำที่มี ๒-๓ขั้นตอนในการเล่น
เกม การวาดภาพ คำบอกลำดับขั้นตอนในการทำอาหาร เครื่องดื่มและการประดิษฐ์ อ่านออกเสียงข้อความ
นิทาน บทกลอนถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียงพยัญชนะต้นคำและพยัญชนะท้ายคำ เสียงหนัก-เบาในคำ
กลุ่มคำ ระดับเสียงสูง-ต่ำในประโยค การออกเสียงเชื่อมโยงในข้อความรวมทั้งการใช้พจนานุกรม พูด/ เขียน
โต้ตอบบทสนทนาที่ใช้ทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ/ประโยค และ
ขอ้ ความที่ใช้ในการให้ข้อมูลเกีย่ วกับตนเอง เพอ่ื น ครอบครวั บุคคลใกลต้ วั และสำนวนการตอบรับในการส่ือสาร
ระหว่างบุคคลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน ข้อมูลส่วนบุคคล จำนวน ๑-๑,๐๐๐ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา
กิจกรรมที่ทำ สี ขนาด รูปทรง ตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ทิศทางง่ายๆ สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก
รวมทั้งการใช้เครื่องหมายวรรคตอน คำศัพท์ สำนวนภาษาและประโยคที่ใช้แสดง/บอกความต้องการ ขอความ
ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือ แสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึก ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ
เสยี ใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย นา่ เกลยี ด เสียงดงั ดี ไมด่ ี เกยี่ วกับสัตว์ อาหาร ผลไม้ คอนโดนก
นางแอ่นในท้องถนิ่ อำเภอเมืองพร้อมใหเ้ หตผุ ลประกอบ เขียนภาพ แผนผงั แผนภูมิ ตารางแสดงขอ้ มลู หรือคำ
กลมุ่ คำ ประโยคท่มี คี วามหมายสัมพันธก์ ับภาพ แผนผัง แผนภูมแิ ละตาราง ใช้ถ้อยคำ นำ้ เสยี งและกิรยิ าท่าทาง
อยา่ งสภุ าพเหมาะสมตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา โดยเน้นการใชส้ หี น้าท่าทางประกอบการ
พูดขอบคณุ ขอโทษ การแนะนำตนเอง การสัมผสั มอื การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ ไมช่ อบ การกล่าว
อวยพร การแสดงการตอบรับหรือการปฏิเสธ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของเทศกาลวันสารทเดือนสิบ วัน
สงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ วันคริสต์มาส เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่มและชีวิตความเป็นอยู่ของ
เจ้าของภาษา และเข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ ค้นคว้ารวบรวมคำศัพท์ที่เก่ียวขอ้ ง
กับการเรียนรู้อ่นื และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน รวมทง้ั ใชภ้ าษาในการส่ือสาร สืบค้นและรวบรวมคำศัพท์ท่ี
เกี่ยวกับ ชื่อถนน สถานที่ราชการ อาชีพในชุมชนจากสื่อและแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน
หอ้ งเรยี นและสถานศึกษา

มีเจตคติที่ดีต่อการเรียน มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสามารถในการใช้ภาษาในการสื่อสาร นำ
ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั และแลกเปลี่ยนเรยี นรกู้ ับสงั คมโลกได้ถูกตอ้ งเหมาะสมและมปี ระสิทธภิ าพ

ห น้ า | ๑๐๓

รหสั ตัวช้ีวัด
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑

รวมท้ังหมด ๒๐ ตัวชว้ี ัด

ห น้ า | ๑๐๔

การจัดการเรยี นรู้

การจัดการเรียนรูเ้ ปน็ กระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั
พื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็น
เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้
จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง
เสริมสร้างคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ พฒั นาทกั ษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผเู้ รยี นบรรลุตามเป้าหมาย

๑. หลกั การจัดการเรียนรู้
การจดั การเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรยี นมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรู้ สมรรถนะสำคัญ และ

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี
ความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรียนรูต้ ้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาได้ตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศักยภาพ คำนึงถึง
ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและพฒั นาการทางสมอง เนน้ ให้ความสำคญั ทั้งความรู้และคุณธรรม

๒. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็น

เครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏิบตั ิ ลง
มือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะ
นสิ ยั

กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ
สามารถช่วยให้ผ้เู รยี นเกิดการเรียนรู้ไดด้ ี บรรลุเป้าหมายของหลกั สตู ร ดังนนั้ ผู้สอนจงึ จำเปน็ ตอ้ งศึกษาทำความ
เขา้ ใจในกระบวนการเรยี นรู้ต่างๆ เพือ่ ให้สามารถเลือกใชใ้ นการจดั กระบวนการเรยี นรู้ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ

๓. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของ

ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการ
จัดการเรียนรู้โดยเลอื กใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้
พัฒนาเตม็ ตามศกั ยภาพและบรรลุตามเป้าหมายท่ีกำหนด

๔. บทบาทของผสู้ อนและผเู้ รียน
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมี

บทบาท ดังนี้
๔.๑ บทบาทของผ้สู อน
๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ

เรยี นรู้ ทที่ า้ ทายความสามารถของผู้เรียน
๒) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ท่ี

เปน็ ความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ห น้ า | ๑๐๕

๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ
พฒั นาการทางสมอง เพ่ือนำผเู้ รียนไปสู่เปา้ หมาย

๔) จดั บรรยากาศทีเ่ อ้อื ตอ่ การเรยี นรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนใหเ้ กดิ การเรียนรู้
๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ
วิชาและระดบั พัฒนาการของผูเ้ รยี น
๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ
จดั การเรยี นการสอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผ้เู รยี น
๑) กำหนดเปา้ หมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรยี นรู้ของตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความ รู้ ต้ัง
คำถาม คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ตา่ งๆ มีปฏสิ ัมพนั ธ์ ทำงาน ทำกจิ กรรมร่วมกับกลุ่มและครู ประเมิน
และพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอยา่ งต่อเน่ือง

สือ่ การเรียนรู้

ส่ือการเรยี นรู้เป็นเครอ่ื งมอื สง่ เสริมสนับสนนุ การจัดการกระบวนการเรยี นรู้ ให้ผูเ้ รียนเขา้ ถึงความรู้ ทักษะ
กระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มีหลากหลาย
ประเภท ท้ังส่อื ธรรมชาติ ส่อื ส่งิ พิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรยี นรตู้ ่างๆ ที่มใี นท้องถ่ิน การเลือกใช้
สอ่ื ควรเลือกใหม้ ีความเหมาะสมกับระดบั พัฒนาการ และลลี าการเรียนรู้ท่หี ลากหลายของผ้เู รียน

การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผูส้ อนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี
คุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จรงิ
สถานศึกษา เขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วข้องและผ้มู หี นา้ ท่ีจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานควรดำเนินการ ดงั น้ี

๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้และเครือข่าย
การเรียนรู้ทีม่ ีประสิทธิภาพในสถานศึกษาและชุมชน เพื่อการศึกษาค้นควา้ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การ
เรียนรู้ ระหว่างสถานศกึ ษา ท้องถน่ิ ชุมชน สังคมโลก

๒. จดั ทำและจัดหาส่ือการเรียนรู้สำหรับการศกึ ษาคน้ คว้าของผู้เรียน เสรมิ ความรูใ้ ห้ผสู้ อน รวมท้ังจัดหา
สงิ่ ทมี่ อี ยใู่ นทอ้ งถ่ินมาประยุกตใ์ ช้เป็นสื่อการเรยี นรู้

๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการ
เรยี นรู้ ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกตา่ งระหว่างบุคคลของผูเ้ รยี น

๔. ประเมนิ คุณภาพของส่ือการเรยี นร้ทู ีเ่ ลอื กใช้อยา่ งเปน็ ระบบ
๕. ศึกษาค้นควา้ วจิ ัย เพ่อื พัฒนาส่ือการเรียนรูใ้ หส้ อดคล้องกับกระบวนการเรยี นรู้ของผู้เรียน
๖. จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้ส่ือ
การเรียนรู้เป็นระยะๆ และสม่ำเสมอในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ใน
สถานศึกษา ควรคำนึงถึงหลักการสำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การ

ห น้ า | ๑๐๖

เรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่
กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง รูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย และ
น่าสนใจ

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ
การประเมนิ เพ่อื พฒั นาผ้เู รียน และเพ่อื ตัดสินผลการเรยี น ในการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น ให้ประสบ
ผลสำเรจ็ น้นั ผูเ้ รยี นจะตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาและประเมนิ ตามตัวชว้ี ัดเพื่อให้บรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน
สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ
เรียนรู้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดบั ชั้นเรยี น ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นทีก่ ารศึกษา และระดับชาติ การ
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็น
ประโยชนต์ ่อการส่งเสรมิ ให้ผ้เู รียนเกดิ การพัฒนาและเรยี นรอู้ ย่างเตม็ ตามศักยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา
ระดบั เขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดังน้ี

๑. การประเมินระดบั ช้ันเรียน
เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและ

สม่ำเสมอ ในการจัดการเรยี นการสอน ใช้เทคนคิ การประเมนิ อย่างหลากหลาย เชน่ การซักถาม การสงั เกต การ
ตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ
โดยผสู้ อนเป็นผู้ประเมนิ เองหรือเปิดโอกาส ใหผ้ ู้เรยี นประเมนิ ตนเอง เพ่ือนประเมินเพื่อน ผปู้ กครองร่วมประเมิน
ในกรณที ีไ่ ม่ผา่ นตวั ชี้วัด ใหม้ ีการสอนซอ่ มเสรมิ

การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบวา่ ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน
เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา
ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้
โดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ดั

๒. การประเมินระดบั สถานศกึ ษา
เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผล

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้
เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่
ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์
ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร
โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทำแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา
ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา
สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

ห น้ า | ๑๐๗

๓. การประเมนิ ระดบั เขตพน้ื ที่การศึกษา
เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา
ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสมั ฤทธิ์ของผู้เรยี นด้วยข้อสอบมาตรฐานที่
จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดำเนินการจัด
สอบ นอกจากนี้ ยงั ไดจ้ ากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มูลจากการประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษาในเขตพ้นื ที่การศึกษา

๔. การประเมินระดับชาติ
เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สถานศกึ ษาต้องจดั ให้ผู้เรียนทุกคนท่เี รียนในชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๓ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการ
เทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา
ตลอดจนเปน็ ขอ้ มลู สนับสนนุ การตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง
แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ บนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ท่ี
จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่ม
ผ้เู รยี นทีม่ ผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นต่ำ กลมุ่ ผู้เรยี นทมี่ ีปัญหาด้านวนิ ัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน
กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการ
ประเมนิ จงึ เปน็ หัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการชว่ ยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการ
พัฒนาและประสบความสำเร็จในการเรียน

สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผล
การเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน เพื่อให้บุคลากรท่เี ก่ยี วขอ้ งทกุ ฝ่ายถือปฏิบตั ริ ว่ มกนั

เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียน

๑. การตดั สนิ การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตัดสินผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนนั้น ผู้สอนตอ้ งคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก
และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อมเสริมผู้เรียน
ให้พฒั นาจนเตม็ ตามศักยภาพ

ระดบั ประถมศึกษา
(๑) ผเู้ รยี นต้องมีเวลาเรยี นไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
(๒) ผ้เู รียนต้องได้รับการประเมนิ ทกุ ตัวชี้วดั และผา่ นตามเกณฑท์ สี่ ถานศกึ ษากำหนด
(๓) ผูเ้ รยี นตอ้ งได้รับการตดั สินผลการเรยี นทกุ รายวิชา
(๔) ผู้เรยี นต้องได้รับการประเมิน และมผี ลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด

ในการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน

ห น้ า | ๑๐๘

การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถ
พัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่าน
รายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซ้ำชัน้ ได้ ท้ังน้ใี ห้คำนึงถึงวฒุ ภิ าวะและความร้คู วามสามารถของผู้เรยี นเป็นสำคญั

๑.๒ การใหร้ ะดับผลการเรยี น
ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียน

หรือระดบั คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิของผ้เู รยี น เป็นระบบตัวเลข ระบบตวั อกั ษร ระบบร้อยละ และระบบที่ใช้คำสำคัญ
สะท้อนมาตรฐาน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล
การประเมินเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่าน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วม
กิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วม
กจิ กรรมเป็นผา่ น และไมผ่ า่ น

๑.๓ การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า ใน

การเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็น
ระยะๆ หรืออย่างน้อยภาคเรยี นละ ๑ ครัง้ การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน็ ระดบั คุณภาพการปฏิบัติ
ของผู้เรยี นที่สะท้อนมาตรฐานการเรียนรูก้ ลุ่มสาระการเรียนรู้

๒. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็น ๓ ระดับ คือ
ระดบั ประถมศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียน

ทีห่ ลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานกำหนด
(๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา

กำหนด
(๓) ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมิน

ตามทสี่ ถานศึกษากำหนด
(๔) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศึกษากำหนด
(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

ห น้ า | ๑๐๙

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา

เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมลู และสารสนเทศที่เก่ียวข้องกับ
พัฒนาการของผู้เรียนในดา้ นต่างๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดงั น้ี

๑. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาท่กี ระทรวงศึกษาธิการกำหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรยี น
เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตามรายวชิ า ผลการประเมิน

การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมิน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกขอ้ มูลและออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อผู้เรยี นจบ
การศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖) จบการศึกษาภาคบังคับ(ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓)จบการศึกษา
ข้ันพ้นื ฐาน (ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖) หรือเม่อื ลาออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี

๑.๒ ประกาศนยี บตั ร
เปน็ เอกสารแสดงวุฒิการศึกษา เพื่อรบั รองศักด์ิและสิทธิ์ของผจู้ บการศึกษาท่ีสถานศึกษาให้

ไวแ้ กผ่ ้จู บการศกึ ษาภาคบังคับ และผจู้ บการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
๑.๓ แบบรายงานผู้สำเรจ็ การศกึ ษา
เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตร โดยบันทึกรายชื่อและข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับ

ประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓) และผู้จบการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน (ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖)

๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่สี ถานศกึ ษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ

ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรยี น แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรอง
ผลการเรยี น และเอกสารอื่นๆ ตามวัตถุประสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้

ห น้ า | ๑๑๐

การเทยี บโอนผลการเรียน

สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ
เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก
ต่างประเทศ และขอเข้าศึกษาตอ่ ในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก
แหลง่ การเรยี นรูอ้ ืน่ ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบนั การฝกึ อบรมอาชีพ การจดั การศกึ ษาโดย
ครอบครัว

การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกท่ี
สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งน้ี ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียน ต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอน ควรกำหนด
รายวิชา/จำนวนหน่วยกิต ท่ีจะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพจิ ารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนินการได้ ดงั น้ี
๑. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอืน่ ๆ ทีใ่ ห้ขอ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถของผเู้ รียน
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวธิ ีการต่างๆ ทั้งภาคความรู้และ
ภาคปฏบิ ัติ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัติในสภาพจรงิ
การเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามประกาศ หรือแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับการ
เทียบโอนเข้าสู่การศึกษาในระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำเนินการตามแนวปฏบิ ัติเกี่ยวกับการเทยี บโอน
ผลการเรียนเขา้ ส่กู ารศกึ ษาในระดบั การศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน

การบริหารจัดการหลักสูตร

ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ทอ้ งถิ่น และสถานศกึ ษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรนั้น
หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาท
หน้าที่ และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามี
ประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ใน
ระดับชาติ

ระดับทอ้ งถ่นิ ไดแ้ ก่ สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา หนว่ ยงานต้นสงั กัดอนื่ ๆ เปน็ หน่วยงานทีม่ ีบทบาทใน
การขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ี
กำหนดในระดับชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลกั สูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสำเรจ็ โดยมีภารกิจสำคญั
คือ กำหนดเป้าหมายและจุดเนน้ การพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียนในระดบั ท้องถนิ่ โดยพจิ ารณาให้สอดคลอ้ งกับส่ิงท่ีเป็น
ความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น รวมทั้ง
เพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล
ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผู้เรียน สถานศึกษามีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสูตร การเพิ่มพูนคุณภาพ การใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและ
พัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทำระเบียบการวัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตร

ห น้ า | ๑๑๑

สถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่
การศกึ ษา หรอื หน่วยงานต้นสงั กัดอืน่ ๆ ในระดับท้องถ่นิ ไดจ้ ัดทำเพ่ิมเตมิ รวมท้งั สถานศกึ ษาสามารถเพ่ิมเติมใน
ส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความต้องการของผู้เรียน โดยทุกภาคส่วน
เข้ามามีสว่ นร่วมในการพฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษา

การจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผูเ้ รียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อ
ความเปน็ มนษุ ย์ทีส่ มบรู ณ์ ท้งั ดา้ นร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสงั คม เสริมสร้างให้เปน็ ผมู้ ีศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มรี ะเบียบวนิ ยั ปลกู ฝงั และสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้และอยู่ร่วมกับ
ผู้อืน่ อยา่ งมีความสขุ

โรงเรยี นวัดหญ้า ไดจ้ ัดกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน โดยแบง่ ออกเป็น ๓ ลกั ษณะ ดังน้ี
๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความ
แตกต่างระหว่างบุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์
การเรียนรู้ในเชงิ พหปุ ัญญา และการสร้างสมั พันธภาพทีด่ ี
นกั เรยี นทกุ คนตอ้ งเข้ารว่ มกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชวั่ โมงต่อปีการศึกษา (ระดบั ประถมศกึ ษา)

แนวทางการจดั กิจกรรมแนะแนว
๑. สำรวจสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ และธรรมชาติของผู้เรียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลใน

การกำหนดแนวทางและแผนการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแนะแนว
๒. ศึกษาวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนที่ได้จากฐานข้อมูลผู้เรียน

รายบคุ คล หรือการสำรวจเพือ่ ทราบปัญหา ความตอ้ งการและความสนใจ เพือ่ นำไปกำหนดสาระและรายละเอียด
ของกจิ กรรมแนะแนว

๓. กำหนดสัดส่วนของกิจกรรมด้านการศึกษา การงานและอาชีพ รวมทั้งชีวิตและสังคมให้ได้
สัดส่วนที่เหมาะสม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการและความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนเป็นหลัก
ทัง้ นี้ ครแู ละผู้เรยี นมสี ัดส่วนร่วมในการปฏบิ ัติกจิ กรรม

๔. กำหนดแผนปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว โดยระดับประถมศึกษาจัดเป็นรายปี เมื่อกำหนดสัดส่วน
ของกิจกรรมในแต่ละด้านแล้ว จะตอ้ งระบวุ ่า จะจัดกจิ กรรมแนะแนวในด้านใด จำนวนก่ีชว่ั โมง พรอ้ งทง้ั จะต้อง
กำหนดรายละเอียดของแตล่ ะดา้ นให้ชดั เจนวา่ ควรมเี รื่องอะไรบา้ ง เพอ่ื จะจัดทำเปน็ รายละเอียดของแตล่ ะกจิ กรรม
ยอ่ ยต่อไป

๕. การจัดทำรายละเอียดของแต่ละแผนการปฏิบัติกิจกรรม เริ่มตั้งแต่การกำหนดชื่อกิจกรรม
จุดประสงค์ เวลา เนอื้ หา/สาระ วิธดี ำเนนิ กจิ กรรม สื่อ/อุปกรณ์ และการประเมนิ ผล

๖. ปฏบิ ตั ติ ามแผนการการปฏิบัติกจิ กรรมกรรมแนะแนว วดั และประเมินผล และสรปุ รายงาน

ห น้ า | ๑๑๒

๒. กจิ กรรมนกั เรียน เป็นกจิ กรรมท่ีผเู้ รยี นเป็นผ้เู ลือกปฏิบตั ิด้วยตนเองอย่างครบวงจร ตั้งแต่การศึกษา
วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินผลและปรับปรุงการทำงาน โดยเน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
ความรับผิดชอบ และความมีระเบียบวินัย เช่น กิจกรรมโครงงาน กิจกรรมตามความสนใจ ชมรมหรือชุมนุม
ต่างๆ กิจกรรมสาธารณประโยชน์ กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี ยวุ กาชาดและผบู้ ำเพญ็ ประโยชน์ เปน็ ต้น กจิ กรรม
นกั เรยี นประกอบด้วย

๒.๑ กจิ กรรมลกู เสอื /เนตรนารี/ยวุ กาชาด/ผบู้ ำเพญ็ ประโยชน์
นกั เรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ยวุ กาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ๔๐ ชั่วโมงต่อ
ปี (ระดบั ประถมศึกษา)

แนวทางการจัดกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด/ผูบ้ ำเพญ็ ประโยชน์
การจดั กิจกรรมลูกเสือ เนตนารี มีแนวทางการจัดจิกกรรมตามวิธีการลูกเสือ (Scout Metthod )

ซ่ึงมีองค์ประกอบ ๗ ประการ คอื
๑. คำปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่ลูกเสือทุกคนให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตามกฎ

ของลูกเสือ กฎของลูกเสือ กฎของลูกเสือมีไว้ใหล้ ูกเสือเป็นหลักในการปฏิบัตไิ ม่ได้ “ห้าม” ทำหรือ “บังคับให้”ทำ
แต่ถ้า “ทำ” ก็จะทำให้เกดิ ผลดีแกต่ ัวเอง เปน็ คนดี ได้รบั การยกยอ่ งวา่ เปน็ ผู้มเี กียรตเิ ช่อื ถอื ได้ ฯลฯ

๒. เรียนรู้จากการกระทำ เป็นการพัฒนาส่วนบุคคลความสำเร็จหรือไม่สำเร็จของผลงานอยู่ท่ี
การกระทำของตนเองทำให้มีความรู้ที่ชดั เจนและสามารถแกป้ ัญหาต่างๆ ได้ด้วยตัวเองและท้าทายความสามารถ
ของตนเอง

๓. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแทจ้ ริงของการลูกเสือเป็นพืน้ ฐานในการอยู่รว่ มกันการยอมรับซ่ึง
กับและกัน การแบง่ หน้าทรี่ ับผิดชอบการชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกันซ่งึ เปน็ การเรียนรูก้ ารใช้ประชาธปิ ไตยเบ้อื งตน้

๔. การใชส้ ญั ลักษณ์รว่ มกนั ฝกึ ใหม้ คี วามเป็นหนง่ึ เดยี วในการเปน็ สมาชกิ ลูกเสอื เนตรนารดี ้วย
การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เครื่องแบบ เครื่องหมาย การทำความเคารพ รหัส คำปฏิญาณ กฎ คติพจน์
คำขวัญ ธง เป็นต้น วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการเป็นสมาชกิ ขององค์การลูกเสือแหง่
โลก ซ่ึงมสี มาชกิ ทว่ั โลกและเป็นองค์กรทีม่ ีจำนวนสมาชกิ มากทีส่ ดุ ในโลก

๕. การศึกษาธรรมชาติ คือสิ่งสำคัญอันดับ ๑ ในกิจกรรมของลูกเสือธรรมชาติอันโปร่งใสตาม
ชนบทป่าเขา ป่าละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นที่ปรารถนาอย่างยิง่ มีการในการไปทำกจิ กรรมกับธรรมชาติ การปนื เขา
ตั้งค่ายพักแรกในสุดสัปดาห์ หรือ ตามวาระของการอยู่ค่ายพักแรมตามกฎระเบียบเป็นที่เสน่หาแก่เด็กทุกคนถ้า
ขาดสิง่ น้ีแล้วกไ็ มเ่ รยี กว่าใชช้ ีวิตแบบลูกเสือ

๖. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กจิ กรรมตา่ งๆ ทีจ่ ดั ให้เด็กทำต้องให้มีความก้าวหน้า
และดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตือรือร้น อยากที่จะทำและวัตถุประสงค์ในการจัดแต่ละอย่างให้สัมพันธ์กับ
ความหลากหลายในการพฒั นาตนเองเกมการเล่นที่สนกุ สนาน การแข่งขนั กนั กเ็ ป็นสง่ิ ดึงดดู ใจและเป็นการจูงใจท่ีดี

๗. การสนบั สนุนโดยผู้ใหญ่ ผใู้ หญ่เป็นผทู้ ช่ี ้ีแนะหนทางท่ีถูกต้องให้แกเ่ ด็กเพื่อให้เขาเกิดความ
มั่นใจในการที่จะตัดสินใจกระทำสิ่งใดลงไปทั้งคู่มีความต้องการการซึ่งกันและกันเด็กก็ต้องการให้ผู้ใหญ่เองก็
ตอ้ งการนำพาให้ไปสหู่ นทางทด่ี ี ให้ได้รับการพัฒนาอย่างถกู ต้องและดีท่ีสดุ จงึ เป็นการร่วมมือกนั ท้งั สองฝา่ ย

ห น้ า | ๑๑๓

๒.๒ กิจกรรมชมุ นุม ผเู้ รียนทกุ คนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชมุ นุม ๓๐ ช่วั โมงต่อปีการศึกษาระดับ
ประถมศกึ ษา

แนวทางการจดั กจิ กรรมชมุ นมุ
โรงเรยี นวดั หญา้ จัดกจิ กรรมชมุ นมุ ตามความเหมาะสมกบั บรบิ ทและสภาพของโรงเรยี น ดังน้ี

จัดกิจกรรมชุมนุมให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมตามความรู้ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน เป็น
กจิ กรรมระยะเวลา ๑ ปกี ารศกึ ษา ไดแ้ ก่

- ชุมนุมเลยี้ งไก่พนั ธุ์ไข่
- ชุมนมุ กีฬา
- ชมุ นมุ ห้องสมดุ
- ชมุ นุมอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม
- ชุมนุมศนู ยก์ ารเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
(หมายเหตุ โรงเรยี นระบุกจิ กรรมชุมนุมทจี่ ดั หรือช่อื กิจกรรมชมุ นุมทม่ี )ี

๓. กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจกรรมทสี่ ง่ เสริมและพฒั นาผู้เรียนให้บำเพ็ญตนให้
เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดีงาม ความเสยี สละตอ่ สังคม และการมีจติ สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพฒั นาตา่ งๆ กิจกรรมสร้างสรรค์
สังคม

โรงเรียนวัดหญ้า จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ทง้ั ๓ ลกั ษณะมคี วามสัมพันธ์เชอื่ มโยงกนั

ผู้เรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษาระดับ
ประถมศกึ ษา

แนวทางการจดั กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์
การจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ เน้นใหผ้ ู้เรยี นร่วมกันสำรวจและวิเคราะหส์ ภาพ

ปัญหา ร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วางแผนการจัดกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตามแผน ร่วมสรุปและ
ประเมินผลการจัดกิจกรรม ร่วมรายงานผล พรอ้ มทง้ั ประชาสมั พันธเ์ ผยแพร่ผลการจดั กิจกรรม

จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมลักษณะโครงการ
กจิ กรรมร่วมกบั องค์กรอืน่ เป็นกิจกรรมลักษณะเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยให้ผู้เรียนสามารถเลือกเข้า
ร่วมกิจกรรมตามความสนใจ ตามความถนัดของผเู้ รียน

๑. กิจกรรมโรงเรียนสะอาดสวยดว้ ยโซน
๒. กิจกรรมอนุรกั ษส์ ่งิ แวดล้อม
๓. กจิ กรรมทำความสะอาดห้องน้ำในโรงเรยี นและทีส่ าธารณะ
๔. กจิ กรรมทำความสะอาดคมุ้ บ้าน
๕. กิจกรรมพืน้ ที่น้อยนิดเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. กจิ กรรมธนาคารขยะ
๗. กจิ กรรมเลีย้ งไกพ่ ันธไุ์ ขเ่ พอ่ื อาหารกลางวัน

ห น้ า | ๑๑๔

แนวทางการประเมนิ ผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
๑. ประเมินการร่วมกิจกรรมด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพจริงให้ได้ผลการประเมินที่

ถูกตอ้ งครบถว้ น
๒. ครทู ีป่ รึกษากิจกรรม
๒.๑ ต้องดแู ลใหเ้ กิดคณุ ลกั ษณะตามวัตถปุ ระสงค์ของกจิ กรรม
๒.๒ ตอ้ งบันทึกและรายงานเวลาและพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๒.๓ ตอ้ งศึกษา ตดิ ตามนักเรยี นกรณไี มเ่ ขา้ ร่วมกจิ กรรม
๓. ผเู้ รยี น
๓.๑ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมให้บรรลผุ ลตามวตั ถปุ ระสงค์
๓.๒ มีหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ๘๐% หรือตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา

กำหนดพร้อมทงั้ แสดงผลการปฏิบัตกิ จิ กรรมและพฒั นาการด้านต่างๆ
๓.๓ ถ้าไม่เกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ ต้องปฏิบัติกิจกรรมเพิ่มเติมตามที่ครูที่

ปรึกษากจิ กรรมมอบหมาย หรือใหค้ วามเหน็ ชอบตามที่ผู้เรยี นเสนอ
๓.๔ มีการประเมินตนเองและเพ่ือนร่วมกิจกรรม

๔. ผู้ปกครอง
๔.๑ ใหค้ วามร่วมมือในการติดตามพฒั นาการของผู้เรียนกบั สถานศกึ ษาเปน็ ระยะๆ
๔.๒ บนั ทึกความเหน็ สรุปพัฒนาการและการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน

๕. เกณฑ์การผา่ นกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
๕.๑ ต้องเข้าร่วมกิจกรรมทั้งกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมนักเรียนอย่างน้อย ๘๐%

หรือตามเกณฑ์ทสี่ ถานศึกษากำหนด
๕.๒ ผู้เรียนผ่านจุดประสงค์ที่สำคัญของแต่ละกิจกรรมหรือตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา

กำหนด

ห น้ า | ๑๑๕

คณะผจู้ ดั ทำ

คณะท่ีปรึกษา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหญา้
๑. นายวัชรา ชุมธรรม สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๑
๒. นายอภิสิทธิ์ ธานมาศ
๓. คณะศกึ ษานิเทศก์

คณะผูจ้ ดั ทำ ครโู รงเรียนวัดหญา้ ประธาน
ครโู รงเรยี นวดั หญา้ รองประธาน
๑. นางสาวพชิ ติ า มณพี งศ์ ครโู รงเรียนวดั หญ้า กรรมการ
๒. นางอัจฉราพรรณ ชายวงศ์ เจ้าหน้าทธี่ ุรการ กรรมการ/เลขานกุ าร
๓. นางสาวอาภัสรา พรหมดวง
๔. นางสาวธิตญา เสนดำ

ห น้ า | ๑๑๖


Click to View FlipBook Version