4. สมรรถนะสำคัญของผู4เรยี น (R เฉพาะท่เี กดิ ในหนว; ยการเรียนร4ูนี)้
R 4.1 ความสามารถในการส่อื สาร R 4.2 ความสามารถในการคดิ
£ 4.3 ความสามารถในการแกป, ;ญหา £ 4.4 ความสามารถในการใชท, กั ษะชีวิต
£ 4.5 ความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค^ (R เฉพาะท่เี กิดในหน;วยการเรยี นร4ูนี้)
£ 5.1 รกั ชาติ £ 5.2 ซอ่ื สัตยสQ จุ ริต
£ 5.3 มวี นิ ัย R 5.4 ใฝคj วามร,ู
£ 5.5 อยอ<ู ย<างพอเพยี ง R 5.6 มุง< ม่นั ในการทำงาน
£ 5.7 รักความเปนR ไทย £ 5.8 มจี ติ สาธารณะ
£ 5.9 มีความรู,พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตรQ เศรษฐศาสตรQ เทคโนโลยี รู,ภาษา พหุวัฒนธรรม
ตระหนกั สำนึกระดับโลก
£ 5.10 สามารถคิดประดิษฐQอย<างสร,างสรรคQ ปรับตัว ใฝjรู, ใฝjเรียน วิเคราะหQ สังเคราะหQ สรุป สร,างองคQ
ความรู,
R 5.11 มที ักษะสอื่ สารอยา< งมปี ระสิทธภิ าพ £ 5.12 มคี วามสามารถในการใช,ทกั ษะชีวติ
£ 5.13 มคี วามสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี (ขอ, 5.9 - 5.13 ตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล)
6. จดุ มง;ุ หมายของสง่ิ แวดล4อมศึกษา
£ 6.1 มคี วามตระหนกั ในปญ; หาสงิ่ แวดลอ, ม £6.2 มีความรค,ู วามเข,าใจในปญ; หาส่งิ แวดลอ, ม
£ 6.3 มที กั ษะในการแก,ป;ญหาส่ิงแวดล,อม £ 6.4 มเี จตคตทิ ี่ดีตอ< ส่ิงแวดลอ, ม
£ 6.5 มีสว< นรว< มในการแก,ปญ; หาส่งิ แวดลอ, ม
7. ทกั ษะของผ4ูเรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
R 7.1 ทกั ษะการอา< น (Reading)
R 7.2 ทักษะการเขียน (Writing)
£ 7.3 ทักษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)
R 7.4 ทักษะด,านการคิดอย<างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก,ป;ญหา (Critical thinking and
problem solving)
£ 7.5 ทักษะดา, นการสรา, งสรรคQและนวตั กรรม (Creativity and innovation)
R 7.6 ทักษะด,านความร<วมมือ การทำงานเปRนทีม และภาวะผู,นำ (Collaboration, teamwork, and
leadership)
R 7.7 ทักษะด,านความเข,าใจต<างวัฒนธรรม ต<างกระบวนทัศนQ (Cross-cultural understanding)
£ 7.8 ทักษะด,าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู,เท<าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
£ 7.9 ทักษะด,านคอมพวิ เตอรQ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
£ 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนร,ู (Career and learning self-reliance, change)
£ 7.11 มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปRนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต,น
ทั้งหมด และเปRนคุณลกั ษณะทีเ่ ด็กไทยจำเปนR ตอ, งมี (Compassion)
8. กระบวนการจัดการเรียนร4ู
8.1 ขั้นนำ 5 นาที
1. ครนู ำเน้ือเพลง Castle on the Hill ของ Ed Sheeran มาตัดเปRนทอ< น ๆ แลว, แจกใหน, ักเรียนค<ูละ 1 ชุด
ครเู ปåดเพลงนจ้ี าก www.youtube.com ใหน, ักเรียนฟง; และเรยี งลำดับเน้ือเพลงให,ถกู ตอ, ง เม่ือเรยี ง
a. เนือ้ เพลงไดถ, ูกต,องแล,ว ให,นกั เรยี นหาคำกริยารูป past simple ในเนอื้ เพลง
2. นักเรียนชว< ยกันระดมสมองบอกคำศัพทเQ กย่ี วกับยานพาหนะให,ได,มากท่ีสุดภายในเวลา 1 นาที
3. ครูเขียนหัวข,อ means of transport บนกระดาน แล,วอธิบายว<า วันนี้นักเรียนจะได,เรียนรู,เกี่ยวกับวิธีการ
เดินทางตั้งแต<สมัยอดีตจนถึงป;จจุบัน จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมว<า คำว<า means จะต,องเติม s เสมอ
เพราะ means เปRนไดท, ัง้ คำนามเอกพจนแQ ละพหพู จนQ เชน<
The tram is an efficient means of transport.
8.2 ขั้นสอน 40 นาที
1. หนังสือเรียน หน4า 32 Ex. 1b นักเรียนแบ<งเปRนกลุ<ม ครูแจกกระดาษแผ<นเล็ก ๆ ที่มีชื่อยานพาหนะใน
Ex. 1a ให,แต<ละกลุ<ม กลุ<มละ 1 ชุด ครูให,เวลานักเรียน 1-2 นาที แบ<งกลุ<มคำศัพทQเหล<านี้ตามหัวข,อ
ต<อไปนี้ การเดินทางทางบก (land) การเดินทางทางอากาศ (air) และการเดินทางทางทะเล (sea)
ครูบอกนักเรียนว<า มีคำศัพทQ 1 คำที่อยู<ได,ทั้ง 2 กลุ<ม เมื่อหมดเวลา ครูเขียนหัวข,อบนกระดานแล,วให,
นักเรียนชว< ยกันเฉลยคำตอบ
Land: van, horse, carriage, train, chariot, metro, hovercraft, wagon, stream
train, bus, motorbike, bicycle, car, stagecoach
Sea: steamboat, hovercraft, sailboat, ferry, cruise ship
Air: airplane, helicopter, hot-air balloon
ตอ< มาครถู ามนกั เรียนวา< Which of these means of transport is your favorite one? Why? แลว,
รวบรวมคำตอบจากนักเรยี นหลาย ๆ คน พร,อมกับให,นักเรยี นอธิบายเหตผุ ลประกอบด,วย
My favorite means of transport is the airplane because you fly through the clouds, and
you can relax and watch a film as you travel.
2. หนังสือเรียน หน4า 32 Ex. 2a นักเรียนอ<านชื่อเรื่องและบทนำ แล,วช<วยกันบอกว<า บทอ<านนี้น<าจะมี
เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไร ครูให,เวลานักเรียนคิดสักครู< แล,วจึงสุ<มเรียกนักเรียนหลาย ๆ คน บอกคำตอบ
จากนัน้ ครูอธิบายคำศพั ทกQ <อนการอ<าน ด,วยการยกตวั อยา< งประโยค แลว, ให,นกั เรียนบอกความหมาย
We took one oar each and rowed quickly to the shore.
3. หนงั สือเรยี น หน4า 33 Ex. 2b ครูใช,กระบวนการเรยี นการสอนของรปู แบบจกิ๊ ซอวQ (jigsaw) ดงั น้ี
1) จดั นักเรียนเข,ากลุม< คละความสามารถ (เก<ง-กลาง-อ<อน) กลม<ุ ละ 4 คน และเรยี กกล<ุมน้วี า< Home
Group
2) สมาชิกในกลุ<ม Home Group ไดร, บั มอบหมายใหศ, กึ ษาเน้ือหาสาระคนละ 1 ส<วน แลว, แต<ละคนสรุป
ขอ, มูลเกย่ี วกับยานพาหนะแตล< ะชนดิ
3) สมาชิก Home Group แยกย,ายไปรวมกับสมาชิกกลุ<มอื่น ซึ่งได,รับเนื้อหาเดียวกัน ตั้งเปRนกลุ<ม
Expert Group ขึ้นมา และร<วมกันทำความเข,าใจในเนื้อหาสาระนั้นอย<างละเอียด และร<วมกัน
อภปิ รายเพื่อสรุปขอ, มลู เกีย่ วกับยานพาหนะแตล< ะชนดิ
4) สมาชิก Expert Group กลับไปสู<กลุ<มบ,านของเรา แต<ละคนช<วยสอนเพื่อนในกลุ<มให,เข,าใจในสาระท่ี
ตนไดศ, กึ ษารว< มกับกลุ<มผูเ, ช่ียวชาญ เชน< น้ี สมาชิกทกุ คนกจ็ ะไดเ, รยี นรภ,ู าพรวมของสาระทง้ั หมด
5) นกั เรยี นทกุ คนทำ Ex. 2b แต<ละคนจะได,คะแนนเปนR รายบคุ คล และนำคะแนนของทุกคน
ในกลุ<มบา, นของเรามารวมกัน (หรือหาคา< เฉลีย่ ) เปนR คะแนนกล<ุม กลุม< ทไ่ี ด,คะแนนสงู สดุ ได,รับรางวลั
8.3 ขั้นสรุปบทเรยี น 5 นาที
1. นกั เรยี นสรปุ เกีย่ วกับวิธกี ารเดนิ ทางรูปแบบตา< ง ๆ ตง้ั แตอ< ดตี จนถงึ ป;จจุบัน
9. สื่อการเรียนร/ู4 วสั ดอุ ุปกรณ^
9.1 หนังสือเรยี น รายวิชาพื้นฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
10. แหล;งการเรียนร4ู
10.1 หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
11. การวัดและการประเมนิ ผลการเรียนร4ู
สิง่ ท่ตี อ4 งการวดั วิธกี ารวัด เคร่ืองมือท่ใี ชว4 ัด เกณฑ^การประเมนิ
ดา, นพทุ ธพิสัย (K) หนังสอื เรยี น หน,า นักเรียนทำแบบฝgกหัดได,
32 Ex. 1b ถกู ตอ, งร,อยละ 60 ข้ึนไป
1. ผู,เรียนบอกคำศัพทQที่เกี่ยวกับ ตรวจช้ินงาน
วธิ ีการเดนิ ทางในชวี ติ ประจำวนั ได,
ด,านทกั ษะพสิ ยั (P) ตรวจชน้ิ งาน หนังสอื เรียน หน,า นักเรียนทำแบบฝgกหัดได,
สังเกตพฤติกรรม 33 Ex. 2b ถูกตอ, งรอ, ยละ 60 ขน้ึ ไป
1. ผู,เรียนอ<านเพื่อหาข,อมูลเฉพาะ
ได, แบบสังเกต พฤติกรรมของนักเรียน
พฤตกิ รรม รายกลุ<มผ<านร,อยละ 70
ดา, นเจตพิสัย (A) ขึน้ ไป
1. ผู,เรียนมีความสนใจและตั้งใจใน
การเรียนและการทำกิจกรรมฝgก
ทักษะ
12. บนั ทึกหลงั การสอน
12.1 ส่งิ ท่ไี ด,เรียนรู,/ขอ, สงั เกต/ขอ, ค,นพบ
………-……เ…พ…ล…ง…ช…า…ยใ……L…!…ก…เ…$…ย…น…ส…g……ก…§…บ……ก…าร…เ…$…ย…น…ม…าก…∑…ง…^……น………ล…ด……ค…วา…ม…เ…ค…$…ย…ด…………
……แล…ะ…E…ใ…L…!…ก…เ…$ย…น…∏……น…•…ว…ใ…น…W…ว…ง…™…า…ย…- …………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.2 ป;ญหาและอุปสรรค
…………n…ts………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.3 ขอ, เสนอแนะ/ขอ, แกไ, ขปรับปรุง
…………-…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .............................................
(นายทนพุ งษQ ลาภปญ; ญา)
ครผู ,สู อน
โรงเรยี นราชดำริ
แผนการจดั การเรียนรท4ู ี่ 18
กลุ;มสาระการเรียนรู4ภาษาต;างประเทศ รหัสวิชา อ32101 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 9
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปOท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 ปOการศึกษา 2565
หน;วยการเรยี นร4ทู ี่ 2 เร่อื ง Transport เวลาเรียน 50 น า ที
ครูผ4สู อน นายทนุพงษ^ ลาภปญ_ ญา
1. สาระการเรยี นรู/4 มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด/ผลการเรยี นรู4
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ต 1.1 เข,าใจและตีความเรอ่ื งทฟ่ี ;งและอา< นจากสื่อประเภทต<าง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อย<างมี
เหตุผล
ต 1.1 ม. 4-6/2 อา< นออกเสยี งขอ, ความ ข<าว ประกาศ โฆษณา บทร,อยกรอง และบทละครส้ัน (skit)
ถกู ตอ, งตามหลักการอา< น
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข,อมูลข<าวสาร แสดงความรู,สึก
และความคดิ เห็นอยา< งมีประสทิ ธิภาพ
ต 1.2 ม. 4-6/1 สนทนาและเขียนโต,ตอบข,อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต<าง ๆ ใกล,ตัว ประสบการณQ
สถานการณขQ า< ว/เหตุการณQประเดน็ ทอี่ ยใ<ู นความสนใจของสงั คม และสอื่ สารอย<างต<อเน่อื งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 2.1 เข,าใจความสมั พันธรQ ะหวา< งภาษากับวัฒนธรรมของเจ,าของภาษา และนำไปใชไ, ด,อย<าง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ต 2.1 ม. 4-6/1 เลอื กใชภ, าษา น้ำเสยี ง และกิริยาท<าทางเหมาะกบั ระดบั ของบคุ คล โอกาส และสถานที่
ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา, ของภาษา
มาตรฐาน ต 4.1 ใช,ภาษาต<างประเทศในสถานการณQตา< งๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ต 4.1 ม. 4-6/1 ใช,ภาษาสื่อสารในสถานการณQจริง/สถานการณQจำลองที่เกิดขึ้นในห,องเรียน สถานศึกษา
ชมุ ชน และสงั คม
2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การรแ,ู ละเข,าใจคำศพั ทQ สำนวนภาษา และเรอ่ื งที่ฟ;งและอา< น ช<วยใหจ, ับใจความสำคญั ฝgกการออกเสียง
ท,ายคำกริยารปู อดตี แบบปกติ หรอื regular verbs และพูดสอื่ สารในสถานการณทQ เ่ี ก่ยี วข,องกับชีวติ ประจำวัน
3. จุดประสงค^การเรยี นร4ู
3.1 ดา, นความร,ู (K)
1. ผู,เรียนผูเ, รียนเขา, ใจการออกเสียงทา, ยคำกริยารูปอดตี แบบปกติ หรือ regular verbs
3.2 ดา, นทกั ษะกระบวนการ (P)
1. ผเ,ู รียนสามารถสนทนาในสถานการณเQ ก่ยี วกับการซือ้ ตว๋ั รถไฟได,
3.3 ดา, นเจตคต/ิ คุณลกั ษณะ (A)
1. ผู,เรยี นมคี วามสนใจและตัง้ ใจในการเรยี นและการทำกจิ กรรมฝgกทักษะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ4 รยี น (R เฉพาะที่เกดิ ในหน;วยการเรียนรูน4 ้)ี
R 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร R 4.2 ความสามารถในการคดิ
£ 4.3 ความสามารถในการแก,ปญ; หา £ 4.4 ความสามารถในการใช,ทักษะชวี ติ
£ 4.5 ความสามารถในการใช,เทคโนโลยี
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค^ (R เฉพาะทเี่ กิดในหนว; ยการเรียนรนู4 ้)ี
£ 5.1 รักชาติ £ 5.2 ซือ่ สตั ยQสจุ รติ
£ 5.3 มวี ินยั R 5.4 ใฝคj วามรู,
£ 5.5 อยอ<ู ย<างพอเพียง R 5.6 มง<ุ มั่นในการทำงาน
£ 5.7 รกั ความเปRนไทย £ 5.8 มจี ิตสาธารณะ
£ 5.9 มีความรู,พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตรQ เศรษฐศาสตรQ เทคโนโลยี รู,ภาษา พหุวัฒนธรรม
ตระหนักสำนึกระดับโลก
£ 5.10 สามารถคิดประดิษฐQอย<างสร,างสรรคQ ปรับตัว ใฝjรู, ใฝjเรียน วิเคราะหQ สังเคราะหQ สรุป สร,างองคQ
ความรู,
R 5.11 มที ักษะสอื่ สารอย<างมปี ระสิทธิภาพ £ 5.12 มีความสามารถในการใช,ทกั ษะชีวติ
R 5.13 มีความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี (ขอ, 5.9 - 5.13 ตามหลักสูตรมาตรฐานสากล)
6. จดุ มุง; หมายของส่ิงแวดลอ4 มศกึ ษา
£ 6.1 มีความตระหนกั ในปญ; หาสิ่งแวดล,อม £6.2 มีความรู,ความเขา, ใจในป;ญหาส่งิ แวดล,อม
£ 6.3 มีทักษะในการแก,ปญ; หาสง่ิ แวดล,อม £ 6.4 มีเจตคติที่ดตี <อสิ่งแวดลอ, ม
£ 6.5 มสี ว< นรว< มในการแก,ป;ญหาสิ่งแวดล,อม
7. ทักษะของผเ4ู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
R 7.1 ทกั ษะการอ<าน (Reading)
R 7.2 ทกั ษะการเขยี น (Writing)
£ 7.3 ทักษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)
R 7.4 ทักษะด,านการคิดอย<างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก,ป;ญหา (Critical thinking and
problem solving)
£ 7.5 ทักษะดา, นการสร,างสรรคแQ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
R 7.6 ทักษะด,านความร<วมมือ การทำงานเปRนทีม และภาวะผู,นำ (Collaboration, teamwork, and
leadership)
R 7.7 ทกั ษะด,านความเขา, ใจต<างวฒั นธรรม ต<างกระบวนทัศนQ (Cross-cultural understanding)
£ 7.8 ทักษะด,าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู,เท<าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
£ 7.9 ทักษะด,านคอมพวิ เตอรQ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
£ 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นร,ู (Career and learning self-reliance, change)
£ 7.11 มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปRนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต,น
ท้งั หมด และเปนR คุณลักษณะทเี่ ดก็ ไทยจำเปRนต,องมี (Compassion)
8. กระบวนการจดั การเรียนร4ู
8.1 ขน้ั นำ 5 นาที
1. ทบทวนคำศัพทQเกี่ยวกับยานพาหนะต<าง ๆ ด,วยเกม Beginning with โดยครูแบ<งนักเรียนเปRน 2 ทีม แต<
ละทีมผลัดกนั พูดบอกยานพาหนะทขี่ น้ึ ตน, ด,วยตวั อกั ษรทคี่ รกู ำหนด เชน<
T: Can you tell me a vehicle beginning with a?
Team A: Aeroplan.
T: 1 point for Team A.
8.2 ขน้ั สอน 40 นาที
1. ครูอธิบายว<า นกั เรยี นจะไดเ, รียนรแู, ละฝgกฝนการออกเสียงทา, ยคำกริยารปู อดตี แบบปกติ หรือ regular
verbs จากนัน้ ครเู ขยี นคำกรยิ าตอ< ไปนี้บนกระดาน
wanted, needed
looked, helped, laughed, watched, washed, danced, fixed
called, cleaned, offered, loved, closed
ครอู ธิบายวา< เสยี งทา, ยของคำกรยิ าที่เติม -ed จะออกเสยี งได, 3 แบบ ครูออกเสียงใหน, ักเรยี นฟง;
แล,วใหน, ักเรียนชว< ยกันวเิ คราะหเQ สียงท,าย เสรจ็ แลว, ครอู ธบิ าย ดงั นี้
คำกรยิ าที่ลงทา, ยด,วยเสยี ง /t/ และ /d/ เมอื่ เติม -ed เสียงท,ายจะออกเสียงเปRน /Id/ เชน<
wanted, needed
คำกริยาที่ลงท,ายดว, ยเสยี ง /k/, /p/, /f/, /ʃ/, /s/, / tʃ/ เมื่อเติม -ed เสียงท,ายจะออกเสยี งเปนR /t/
เชน< looked, helped, laughed, watched, washed, danced, fixed
คำกริยาที่ลงท,ายด,วยเสยี งอ่นื ๆ เช<น /l/, /n/, /r/, /v/, /z/ เมื่อเติม -ed เสียงทา, ยจะออกเสียง
เปนR /d/ เช<น called, cleaned, offered, loved, closed
ตอ< มาครใู หน, กั เรยี นฝกg อา< นออกเสียงคำ แลว, จึงออกเสยี งแบบเปRนประโยค ดังนี้
/Id/ wanted, needed
/t/ looked, helped, laughed, watched, washed, danced, fixed
/d/ called, cleaned, offered, loved, closed
I just wanted to check that the meeting is still on next week.
Dad looked up from his paper and smiled.
He was the only man she had ever loved.
2. หนงั สือเรียน หนา4 33 Ex.3 นักเรียนดคู ำกริยาท่ีให,มาในตาราง แล,วครเู ปåดไฟลเQ สียงใหน, ักเรยี นฟง; 1-2
ครั้ง และระบเุ สียงท,ายของคำกรยิ าเหล<าน้ี จากนัน้ ครรู วบรวมคำตอบจากนักเรยี นและเฉลยคำตอบพร,อม
กัน
/t/ /d/ /Id/
1 used /
2 travelled /
3 changed /
4 wanted /
5 moved /
6 pulled /
7 opened /
8 walked /
3. นกั เรยี นเปรียบเทยี บโครงสร,างประโยคของภาษาไทยกบั ภาษาองั กฤษ โดยครูเขยี นประโยคตอ< ไปนบี้ น
กระดาน
He gets up at 6 o’clock every day. ฉนั ตน่ื นอน 6 โมงเชา, ทุกวัน
He got up at 7 o’clock yesterday. ฉันตื่นนอน 7 โมงเช,า เม่อื วานนี้
ครูถามนกั เรยี นว<า คำกริยาในภาษาไทย มกี ารผนั รูปเหมือนคำกรยิ าในภาษาองั กฤษหรอื ไม< (ไม)<
แตใ< นภาษาไทยจะมคี ำบอกเวลาเหมือนกบั ภาษาองั กฤษ เช<น เม่ือวานนี้
4. หนงั สอื เรียน หน4า 33 Ex. 4b นกั เรียนอา< นสำนวนภาษาท่ีให,มาในตาราง ครแู ละนักเรียนรว< มกนั แต<ง
บทสนทนารว< มกนั 1 บท ในสถานการณQเกีย่ วกบั การซือ้ ตวั๋ รถไฟ โดยใช,สำนวนภาษาในตาราง
At Liverpool Train Station
A: Hello. How can I help you? B: I’d like to go to King’s Cross, please.
A: When would you like to travel, sir? B: This Saturday, please.
A: Let me see. There’s a train at 9 am. B: That’s fine. How long does it take?
A: Two hours and forty-four minutes. B: Single, please. How much is it?
Single or return, sir?
A: It’s £16.50, please. B: Here you are.
5. นกั เรียนจับค<ูกันและแต<งบทสนทนาของตนเองโดยเปลย่ี นสถานทแี่ ละราคา โดยใชข, ,อมูลท่ีกำหนดให,
จากนนั้ ครใู ห,เวลานักเรยี นฝgกซ,อมบทสนทนา ครยู ้ำเรือ่ งการเลือกใช,น้ำเสยี ง และท<าทางให,เหมาะกบั ระดับ
บุคคลและตามมารยาทของเจ,าของภาษา ซึ่งการซื้อตั๋วรถไฟนักเรียนควรใช,น้ำเสียงและแสดงมารยาทท่ี
สุภาพต<อพนักงานขายตั๋ว เช<น การใช,คำว<า please เปRนต,น ส<วนพนักงานขาย ก็จะใช,คำว<า sir/madam
ซง่ึ เปRนคำเรียกอยา< งสภุ าพ สำหรบั บุคคลทเี่ ราไม<ร,ูจักช่ือ
8.3 ขน้ั สรปุ บทเรียน 5 นาที
1. นักเรยี นสรปุ คำศพั ทแQ ละสำนวนภาษาท่ใี ช,ในการซื้อตั๋วรถไฟ
9. สอื่ การเรยี นรู4/วสั ดอุ ปุ กรณ^
9.1 หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐานภาษาอังกฤษ Upload 5
10. แหล;งการเรียนร4ู
10.1 หนงั สือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐานภาษาอังกฤษ Upload 5
11. การวดั และการประเมินผลการเรียนร4ู
สิง่ ที่ต4องการวัด วธิ กี ารวัด เครอื่ งมือที่ใช4วัด เกณฑก^ ารประเมนิ
ด,านพทุ ธพสิ ัย (K) หนงั สอื เรยี น หนา, นักเรียนทำแบบฝgกหัดได,
33 Ex.3 ถกู ตอ, งรอ, ยละ 60 ขนึ้ ไป
1. ผู,เรียนเข,าใจการออกเสียง
ท,ายคำกริยารูปอดีตแบบปกติ
หรอื regular verbs
ด,านทักษะพสิ ยั (P) ประเมนิ การพดู
1. ผู,เรียนสามารถสนทนาใน บทสนทนา นักเรียนได,ระดับคุณภาพ
สถานการณQเกี่ยวกับการซื้อตั๋ว การซือ้ ตั๋วรถไฟ พอใช, ขึ้นไป
รถไฟได,
ด,านเจตพิสยั (A)
1. ผู,เรียนมีความสนใจและ สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต พฤติกรรมของนักเรียน
ตั้งใจในการเรียนและการทำ พฤตกิ รรม รายกลุ<มผ<านร,อยละ 70
กจิ กรรมฝกg ทักษะ ขน้ึ ไป
12. บนั ทกึ หลงั การสอน
12.1 สง่ิ ทีไ่ ด,เรยี นร,/ู ขอ, สังเกต/ข,อคน, พบ
……………*………!…ก……เ$…ย…น…ส…g……ก…§…บ…ก…า…รใ…n……เท…ค…โ…น…โ…ล…π……ใ…น…ก…า…ร…เ$…ย…น…ก…า…ร…อ…อ…ก……เú…ย……ง……………
……แ…ล…ะ…ก…า…ร…ò…ง……เ…R…อง…จ…า…ก…ไZ……O…อ…ง…§…ง…วล……ห…l…อ…อ…าย…เ…≠…อ…ออ…ก…เ…ú…ย…ง…T…ด………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.2 ป;ญหาและอุปสรรค
oปกรp…………-………In…t…e…r…n…e……t …,………………………x…ไ…Z…พ…G…อ…ม……ขอ…ง…!…ก…เ…$…ย…น……บา…ง…e…ว…น……………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.3 ข,อเสนอแนะ/ข,อแกไ, ขปรับปรงุ
………………-……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .............................................
(นายทนุพงษQ ลาภป;ญญา)
ครูผูส, อน
โรงเรียนราชดำริ
แผนการจดั การเรียนร4ทู ่ี 19
กลุ;มสาระการเรียนรู4ภาษาต;างประเทศ รหัสวิชา อ32101 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 9
ช้ันมัธยมศกึ ษาปOที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปOการศึกษา 2565
หน;วยการเรียนรทู4 ี่ 2 เรื่อง Town เวลาเรยี น 50 น า ที
ครผู 4สู อน นายทนุพงษ^ ลาภปญ_ ญา
1. สาระการเรียนร4/ู มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นร4ู
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ต 1.1 เข,าใจและตีความเรื่องที่ฟ;งและอ<านจากสื่อประเภทต<าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย<างมี
เหตุผล
ต 1.1 ม. 4-6/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะหQความสรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจาก
การฟ;งและอ<านเรือ่ งที่เปนR สารคดีและบันเทิงคดี พร,อมทั้งให,เหตผุ ลและยกตัวอย<างประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข,อมูลข<าวสาร แสดงความรู,สึก
และความคิดเหน็ อยา< งมปี ระสิทธิภาพ
ต 1.2 ม. 4-6/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให,ข,อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น
เก่ียวกับเรอื่ ง/ประเด็น/ข<าว/เหตุการณทQ ีฟ่ ง; และอา< นอย<างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 2.1 เข,าใจความสัมพันธQระหว<างภาษากับวัฒนธรรมของเจ,าของภาษา และนำไปใช,ได,อย<าง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การรู,และเข,าใจคำศัพทQเกี่ยวกับเมือง การใช, present simple และ past simple ช<วยให,เข,าใจเรื่องท่ี
อ<านและถ<ายโอนข,อมูลให,อยู<ในรูปแบบต<าง ๆ อีกทั้งช<วยให,พูดและเขียนเปรียบเทียบเมืองในประเทศของเจ,าของ
ภาษากับของไทย และเมืองของไทยในอดีตกับป;จจุบัน ทำให,เข,าใจภูมิหลัง ความเปRนมาทั้งของเจ,าของภาษาและ
ของไทย
3. จดุ ประสงคก^ ารเรียนร4ู
3.1 ดา, นความรู, (K)
1. ผ,ูเรียนเขา, ใจคำศัพทเQ กี่ยวกับเมอื ง
3.2 ดา, นทกั ษะกระบวนการ (P)
1. ผู,เรียนเขยี นเปรยี บเทยี บเมืองในประเทศของเจา, ของภาษากับของไทย
3.3 ด,านเจตคติ/คุณลักษณะ (A)
1. ผเ,ู รียนมีความสนใจและตัง้ ใจในการเรยี นและการทำกิจกรรมฝกg ทักษะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ4 รยี น (R เฉพาะทีเ่ กิดในหน;วยการเรยี นรู4น้)ี
R 4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร R 4.2 ความสามารถในการคิด
£ 4.3 ความสามารถในการแกป, ญ; หา £ 4.4 ความสามารถในการใชท, กั ษะชีวิต
R 4.5 ความสามารถในการใช,เทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค^ (R เฉพาะท่ีเกิดในหนว; ยการเรียนรนู4 )้ี
£ 5.1 รกั ชาติ £ 5.2 ซ่ือสตั ยสQ จุ รติ
£ 5.3 มวี นิ ยั R 5.4 ใฝjความรู,
£ 5.5 อย<อู ย<างพอเพียง R 5.6 ม<ุงมั่นในการทำงาน
£ 5.7 รักความเปนR ไทย £ 5.8 มจี ติ สาธารณะ
£ 5.9 มีความรู,พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตรQ เศรษฐศาสตรQ เทคโนโลยี รู,ภาษา พหุวัฒนธรรม
ตระหนักสำนึกระดบั โลก
£ 5.10 สามารถคิดประดิษฐQอย<างสร,างสรรคQ ปรับตัว ใฝjรู, ใฝjเรียน วิเคราะหQ สังเคราะหQ สรุป สร,างองคQ
ความรู,
R 5.11 มที กั ษะส่ือสารอยา< งมปี ระสิทธภิ าพ £ 5.12 มีความสามารถในการใช,ทกั ษะชวี ิต
R 5.13 มคี วามสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี (ข,อ 5.9 - 5.13 ตามหลักสตู รมาตรฐานสากล)
6. จดุ มุ;งหมายของสงิ่ แวดล4อมศึกษา
£ 6.1 มคี วามตระหนักในป;ญหาสง่ิ แวดลอ, ม £6.2 มคี วามร,ูความเขา, ใจในป;ญหาสงิ่ แวดล,อม
£ 6.3 มีทักษะในการแก,ปญ; หาสิ่งแวดลอ, ม £ 6.4 มีเจตคติที่ดตี อ< สงิ่ แวดลอ, ม
£ 6.5 มีสว< นร<วมในการแกป, ญ; หาส่งิ แวดล,อม
7. ทักษะของผู4เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
R 7.1 ทักษะการอ<าน (Reading)
R 7.2 ทกั ษะการเขียน (Writing)
£ 7.3 ทักษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)
R 7.4 ทักษะด,านการคิดอย<างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก,ป;ญหา (Critical thinking and
problem solving)
£ 7.5 ทกั ษะด,านการสรา, งสรรคQและนวตั กรรม (Creativity and innovation)
R 7.6 ทักษะด,านความร<วมมือ การทำงานเปRนทีม และภาวะผู,นำ (Collaboration, teamwork, and
leadership)
R 7.7 ทกั ษะดา, นความเข,าใจตา< งวัฒนธรรม ต<างกระบวนทศั นQ (Cross-cultural understanding)
£ 7.8 ทักษะด,าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู,เท<าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
£ 7.9 ทักษะด,านคอมพิวเตอรQ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
£ 7.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นร,ู (Career and learning self-reliance, change)
£ 7.11 มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปRนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต,น
ทั้งหมด และเปนR คณุ ลกั ษณะทีเ่ ด็กไทยจำเปRนตอ, งมี (Compassion)
8. กระบวนการจัดการเรยี นรู4
8.1 ข้ันนำ 5 นาที
1. นกั เรยี นช<วยกนั พดู บอกสถานท่ที ่มี ใี นหมบู< ,านของนกั เรยี น เชน<
There is a police station and a hospital. There is a post office.
There is a school. There is a market.
There is a bank. There are temples.
2. นกั เรยี นทงั้ หอ, งอภปิ รายร<วมกบั เกย่ี วกับลักษณะของเมอื งใหญ< จากนน้ั พูดบรรยายสง่ิ ทีม่ ใี นเมือง เช<น
There are shopping centers and department stores.
There are interesting museums.
There is a park, a train station, and an airport.
There is a traffic jam. /There are too many cars.
There are cinemas and fast-food restaurants.
8.2 ขัน้ สอน 40 นาที
1. ครูเขียน Los Angeles บนกระดาน แล,วสอบถามความรู,เดิมของนักเรียน ด,วยการให,นักเรียนช<วยกันบอก
ส่งิ ทเ่ี ก่ยี วกบั เมอื งนี้
Los Angeles is a city in southern California, in the United States.
It is the second largest city, after New York City, in the US.
Los Angeles has several nicknames. One is simply the city’s initials, L.A.
It is also called the City of Angels because Los Angeles means “the angels” in
Spanish.
2. ครอู ธบิ ายคำศพั ทQก<อนการอ<าน ด,วยการยกตวั อยา< งประโยค แลว, ใหน, กั เรยี นบอกความหมาย เช<น
London is considered to be one of the most cosmopolitan cities in the world, and
any visitor will immediately notice the great diversity found within the city.
When the first settlers moved into the area, they had a hard life.
The evidence suggests that almost all the village houses in earlier days were built
of dried mud with thatched roofs.
3. หนงั สือเรยี น หน4า 34 Ex. 2a ครูเขยี นคำถาม What was Los Angeles like 200 years ago?
แลว, รวบรวมคำตอบจากนักเรียนหลาย ๆ คน จากนั้นครเู ปåดไฟลQเสยี งใหน, กั เรียนฟ;งและอ<านตามไปด,วย
เพอ่ื ตรวจคำตอบ เสร็จแล,วครูรวบรวมคำตอบจากนกั เรียน
Two hundred years ago, Los Angeles was very small. The houses were small and had
thatched roofs.
The streets were dirty, and there were no pavements. There were horses and carts in
the streets.
ครเู ขียนคำวา< vehicle และ salmon บนกระดาน แลว, ให,นักเรียนบอกวา< ออกเสยี งอย<างไร เสร็จแล,วครู
ให,นักเรยี นออกเสยี งตามครหู ลาย ๆ ครัง้
vehicle /ˈviːəkl/
salmon /ˈsæmən/
ครชู ้ีใหน, กั เรยี นเห็นวา< vehicle จะไม<ออกเสียง /h/ สว< นคำวา< salmon จะไมอ< อกเสยี ง /l/ ตวั อักษรท่ีไม<
ออกเสยี งในคำเหล<าน้ีเรียกว<า silent letter คำในภาษาองั กฤษจะมีลักษณะนี้อยูห< ลายคำ เช<น listen ไม<
ออกเสยี ง /t/, when ไม<ออกเสยี ง /h/, climb ไมอ< อกเสียง /b/
4. หนงั สอื เรียน หนา4 35 Ex. 2c นักเรียนอา< นประโยค 1-6 แลว, นำคำศพั ทจQ าก Ex. 1 มาเตมิ ลงในประโยค
ให,สมบรู ณQ ครใู ห,เวลานักเรียนทำสกั คร<ู เมื่อนกั เรียนทำเสร็จ ครูสม<ุ นกั เรียนหลาย ๆ คน อ<านคำตอบ
จากนนั้ ครูเขียนเฉลยคำตอบบนกระดาน
1 tall buildings and skyscrapers 2 traffic jams
3 smog 4 expensive shops and shopping centers
5 convenient public transport 6 exciting nightlife
5. หนงั สือเรยี น หน4า 35 กรอบ Check these words นกั เรียนอา< นคำศัพทQในกรอบ แลว, ช<วยกันบอก
ความหมายของคำศัพทQ โดยเดาความหมายของคำศัพททQ ่ีไมร< ,จู ากบรบิ ท (context clues) หรอื ขอ, ความ
ทแ่ี วดลอ, มคำศพั ทQดงั กลา< ว เสร็จแล,วครสู รปุ ความหมายทถี่ กู ต,องบนกระดาน
6. หนังสือเรียน หน4า 35 กรอบ Study Skills นักเรียนศึกษาข,อมูลในกรอบ แล,วช<วยกันอธิบาย
ครูอธิบายเพิ่มเติมว<า graphic organizers คือ ผังกราฟฟåคหรือการบรรยายด,วยภาพ ซึ่งช<วยทำให,เรา
สามารถเข,าใจและจดจำข,อมูลในบทอา< นได,ดยี ิง่ ขน้ึ
7. หนังสอื เรยี น หนา4 35 Ex. 3a นักเรยี นแบ<งกลม<ุ กลมุ< ละ 4 คน ลอกตารางทใ่ี หม, าลงในกระดาษ A4 แล,ว
ช<วยกันนำข,อมูลเกี่ยวกับนครลอสแองเจลิสในอดีตและป;จจุบันมาเติมลงในตารางให,สมบูรณQ เมื่อนักเรียน
ทำเสรจ็ ครใู ห,ตวั แทนแต<ละกล<มุ ออกมาเขยี นคำตอบบนกระดาน และให,เพ่ือน ๆ ช<วยกนั ตรวจคำตอบ
18th century Today
building small wooden house with tall buildings and skyscrapers
thatched roofs
transport horses and cars metro, cars, airports
entertainment stories, music, and dance nightclubs, cinemas, restaurants,
Disneyland, Hollywood
8. หนังสือเรียน หน4า 35 Ex. 3b นักเรียนกลุ<มเดิม ช<วยกันเขียนบรรยายสั้น ๆ เพื่อเปรียบเทียบเมือง
ที่อาศัยอยู<กับนครลอสแองเจลิส ก<อนทำครูให,นักเรียนศึกษาประโยคตัวอย<างที่ให,มา ครูแนะนำ
ให,นักเรียนเปรียบเทียบเกี่ยวกับอาคารสิ่งปลูกสร,าง สภาพอากาศ ระบบขนส<งสาธารณะ และสถานท่ี
ท<องเที่ยวต<าง ๆ เมื่อนักเรียนทำเสร็จ ครูให,ตัวแทนแต<ละกลุ<มที่ไม<ซ้ำกับกิจกรรมที่แล,วออกมารายงาน
คำตอบใหเ, พ่ือนร<วมชัน้ ฟ;ง
Los Angeles has convenient public transport. It’s very easy to get around there.
There is exciting nightlife too because it is the entertainment capital of the world.
In my town, our public transport isn’t good enough. There isn’t a metro system.
People usually drive their own cars. Moreover, there isn’t much nightlife in
my town – it’s very quiet. In the evening or at night, we usually stay at home.
Sometimes we go to the cinema and go out for dinner in a restaurant.
8.3 ขั้นสรปุ บทเรยี น 5 นาที
1. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับการทำงานกลุ<มในวันนี้ว<า การที่กลุ<มของนักเรียนสามารถทำงานสำเร็จลุล<วงไป
ด,วยดี เปRนเพราะเหตุใด สิ่งใดบ,างที่กลุ<มของนักเรียนทำได,ดี และสิ่งใดบ,างที่ควรปรับปรุงเพื่อนำไปใช,ใน
การปรบั ปรุงการทำงานในคร้ังต<อไป
9. ส่อื การเรยี นร/4ู วสั ดอุ ุปกรณ^
9.1 หนังสือเรียน รายวิชาพ้นื ฐานภาษาอังกฤษ Upload 5
10. แหล;งการเรียนร4ู
10.1 หนังสอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐานภาษาอังกฤษ Upload 5
11. การวดั และการประเมินผลการเรยี นร4ู
สิ่งท่ีตอ4 งการวัด วิธีการวัด เคร่อื งมอื ที่ใช4วัด เกณฑ^การประเมิน
ด,านพุทธพิสยั (K)
1. ผู,เรียนเข,าใจคำศัพทQเกี่ยวกับ
เมือง
ดา, นทกั ษะพิสัย (P) ตรวจชิน้ งาน หนังสือเรยี น หนา, นกั เรียนทำแบบฝgกหัดได,
35 Ex. 3b ถกู ตอ, งรอ, ยละ 60 ขนึ้ ไป
1. ผู,เรียนเขียนเปรียบเทียบเมืองใน
ประเทศของเจ,าของภาษากับของ
ไทย
ด,านเจตพิสยั (A)
1. ผู,เรียนมีความสนใจและตั้งใจใน สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรมของนักเรียน
การเรียนและการทำกิจกรรมฝgก พฤติกรรม รายกลุ<มผ<านร,อยละ 70
ทกั ษะ ขนึ้ ไป
12. บนั ทกึ หลังการสอน
12.1 ส่ิงท่ไี ดเ, รยี นรู/, ขอ, สังเกต/ข,อคน, พบ
…………m…ใ…L……E……ง…าน…เ…Ö…ย…น…เป…$…ย…บ…เ…∫…ย…บ…ª…า …ใ…L…û…เ…$…ย…น…เõ…า…ใ…จ…บ…>…บ…ท…ก…า…รใ…n……t…e…n…s…e……x…Ä…ด…เจ…น
…ม……า…ก……น……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.2 ป;ญหาและอปุ สรรค
…………-…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………1…2-.…3…ข…อ, ค…เVส…อนา…อจแจ…ะนใ…ะ…L/ข[…,อด…แ…เกป…ไ, ข$…ยป…รบบั…เ∫ป…รย…งุ บ…ใ…น…ปร…ะเ…º…น…≥น……ๆ……ใ…น…ป…ระ…เº…น……x…สน…ใ…จ……เM…ม……เ.…ม……. ……………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .............................................
(นายทนุพงษQ ลาภปญ; ญา)
ครผู สู, อน
โรงเรยี นราชดำริ
แผนการจัดการเรยี นรทู4 ี่ 20
กลุ;มสาระการเรียนรู4ภาษาต;างประเทศ รหัสวิชา อ32101 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 9
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปทO ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 ปOการศึกษา 2565
หนว; ยการเรียนรูท4 ี่ 2 เรื่อง Inventions เวลาเรียน 50 น า ที
ครูผ4สู อน นายทนพุ งษ^ ลาภป_ญญา
1. สาระการเรยี นร4/ู มาตรฐาน/ตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู4
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ต 1.1 เข,าใจและตีความเรื่องที่ฟ;งและอ<านจากสื่อประเภทต<าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย<างมี
เหตผุ ล
ต 1.1 ม. 4-6/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะหQความสรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจาก
การฟง; และอ<านเรือ่ งท่ีเปนR สารคดแี ละบันเทงิ คดี พรอ, มทงั้ ใหเ, หตุผลและยกตัวอย<างประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข,อมูลข<าวสาร แสดงความรู,สึก
และความคดิ เห็นอย<างมปี ระสิทธิภาพ
ต 1.2 ม. 4-6/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให,ข,อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกบั เร่อื ง/ประเดน็ /ขา< ว/เหตกุ ารณทQ ี่ฟง; และอา< นอย<างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 2.1 เข,าใจความสัมพันธQระหว<างภาษากับวัฒนธรรมของเจ,าของภาษา และนำไปใช,ได,อย<าง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การรู,และเข,าใจคำศัพทQเกี่ยวกับเครื่องใช,ไฟฟ®า สำนวนภาษาที่ใช,ในการขอและให,ข,อมูลส<วนตัว การซ้ือ
ของทางโทรศัพทQ ชว< ยใหเ, ข,าใจเรื่องท่ีฟ;งและอ<าน รวมทั้งพดู และเขียนสอื่ สารในชีวิตประจำวนั
3. จุดประสงคก^ ารเรยี นรู4
3.1 ด,านความร,ู (K)
1. ผ,ูเรยี นเขา, ใจคำศพั ทเQ ก่ียวกับเคร่อื งใชไ, ฟฟา®
3.2 ด,านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. ผ,ูเรียนสามารถสนทนาเก่ยี วกับการซ้ือเครอ่ื งใชไ, ฟฟ®าได,
3.3 ดา, นเจตคต/ิ คุณลกั ษณะ (A)
1. ผเ,ู รยี นมีความสนใจและต้งั ใจในการเรยี นและการทำกจิ กรรมฝกg ทักษะ
4. สมรรถนะสำคัญของผเ4ู รยี น (R เฉพาะท่เี กิดในหน;วยการเรยี นรน4ู )ี้
R 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร R 4.2 ความสามารถในการคดิ
£ 4.3 ความสามารถในการแกป, ญ; หา £ 4.4 ความสามารถในการใช,ทกั ษะชีวิต
£ 4.5 ความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค^ (R เฉพาะท่ีเกดิ ในหนว; ยการเรยี นร4นู )้ี
£ 5.1 รกั ชาติ £ 5.2 ซอ่ื สัตยสQ จุ ริต
£ 5.3 มีวินัย R 5.4 ใฝjความร,ู
£ 5.5 อย<ูอยา< งพอเพยี ง R 5.6 มุง< ม่นั ในการทำงาน
£ 5.7 รักความเปRนไทย £ 5.8 มจี ิตสาธารณะ
£ 5.9 มีความรู,พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตรQ เศรษฐศาสตรQ เทคโนโลยี รู,ภาษา พหุวัฒนธรรม
ตระหนักสำนกึ ระดับโลก
£ 5.10 สามารถคิดประดิษฐQอย<างสร,างสรรคQ ปรับตัว ใฝjรู, ใฝjเรียน วิเคราะหQ สังเคราะหQ สรุป สร,างองคQ
ความรู,
R 5.11 มที ักษะส่อื สารอยา< งมีประสิทธภิ าพ £ 5.12 มีความสามารถในการใชท, ักษะชีวติ
R 5.13 มคี วามสามารถในการใช,เทคโนโลยี (ขอ, 5.9 - 5.13 ตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล)
6. จดุ มุ;งหมายของสงิ่ แวดลอ4 มศกึ ษา
£ 6.1 มคี วามตระหนกั ในป;ญหาสง่ิ แวดลอ, ม £6.2 มคี วามรค,ู วามเขา, ใจในปญ; หาส่ิงแวดลอ, ม
£ 6.3 มที ักษะในการแกป, ;ญหาสงิ่ แวดลอ, ม £ 6.4 มีเจตคติที่ดตี อ< สง่ิ แวดลอ, ม
£ 6.5 มสี <วนรว< มในการแก,ปญ; หาสิ่งแวดลอ, ม
7. ทักษะของผเู4 รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
R 7.1 ทักษะการอา< น (Reading)
R 7.2 ทกั ษะการเขียน (Writing)
£ 7.3 ทักษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)
R 7.4 ทักษะด,านการคิดอย<างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก,ป;ญหา (Critical thinking and
problem solving)
£ 7.5 ทักษะด,านการสรา, งสรรคแQ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
R 7.6 ทักษะด,านความร<วมมือ การทำงานเปRนทีม และภาวะผู,นำ (Collaboration, teamwork, and
leadership)
R 7.7 ทักษะด,านความเขา, ใจต<างวฒั นธรรม ต<างกระบวนทศั นQ (Cross-cultural understanding)
£ 7.8 ทักษะด,าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู,เท<าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
£ 7.9 ทักษะด,านคอมพิวเตอรQ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
£ 7.10 ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู, (Career and learning self-reliance, change)
£ 7.11 มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปRนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต,น
ทัง้ หมด และเปนR คุณลกั ษณะท่ีเด็กไทยจำเปนR ต,องมี (Compassion)
8. กระบวนการจดั การเรียนรู4
8.1 ขั้นนำ 5 นาที
1. ครูเขยี นคำวา< electrical devices บนกระดาน และอธิบายว<า คอื อุปกรณQหรือเครื่องใช,ไฟฟา®
ซึ่งเรียกว<า electrical appliances ก็ได, จากนั้นครูให,นักเรียนช<วยกันระดมสมองบอกคำศัพทQเกี่ยวกับ
อุปกรณหQ รอื เครอ่ื งใชไ, ฟฟา® ท่ีรจ,ู กั
2. ครูให,นกั เรยี นบอกของใช,ภายในบา, นทไ่ี มไ< ดใ, ช,ไฟฟ®า เช<น broom (ไมก, วาด), mop (ไม,ถพู ืน้ ),
gas stove (เตาแกสÆ ), wood-fired oven (เตาอบทใ่ี ชฟ, Øน), kettle (กาตม, น้ำ)
8.2 ขนั้ สอน 40 นาที
6. หนังสือเรียน หน4า 36 Ex. 1a นักเรียนดูภาพและคำศัพทQที่ให,มา ครูถามนักเรียนว<า เครื่องใช,ไฟฟ®า
ที่นักเรียนเห็นในภาพคืออะไร โดยใช,ภาษาไทย จากนั้นครูเปåดไฟลQเสียงให,นักเรียนฟ;งและออกเสียงตาม
ครูสังเกตว<านักเรียนออกเสียงถูกต,องหรือไม< โดยเฉพาะคำว<า iron /ˈaɪən/ ที่ไม<ออกเสียง /r/ต<อมาครู
ให,นกั เรยี นออกเสยี งคำศพั ทQเหล<านด้ี ว, ยตนเอง พรอ, ม ๆ กัน และทีละคน
เมือ่ ฝกg ออกเสยี งเสร็จแล,ว ครูถามนกั เรยี นว<า Which of these devices do you have at home?
เพื่อใหน, ักเรียนบอกเครื่องใชไ, ฟฟ®าทีม่ ที บ่ี า, นของตนเอง
7. หนงั สอื เรยี น หน4า 36 Ex. 1b นกั เรียนอ<านขอ, ความท่บี อกการใช,สอยของเครอ่ื งใช,ไฟฟ®า
ครูใหน, ักเรยี นชว< ยกนั บอกความหมาย โดยครชู ว< ยอธิบายคำศพั ทบQ างคำ เชน<
hoover up (phr v) ทำความสะอาดด,วยเครื่องดูดฝjนุ
dust (n) ฝุjน
จากนนั้ นักเรียนอ<านตวั อย<างคำตอบ แล,วพดู บอกวา< ใช,เครอ่ื งใชไ, ฟฟ®าใน Ex. 1 ทำอะไร
We use a vacuum cleaner to hoover up dust.
We use a dishwasher to wash dishes.
We use a DVD player to watch films.
We use iron-to-iron clothes.
We use a fridge to keep food and drinks cold.
We use a cooker to cook food.
8. หนังสือเรียน หนา4 36 Ex. 3a นักเรยี นหาตัวอย<างการใช, too กับ enough ในบทสนทนา ครเู ขียน
ประโยคทน่ี กั เรียนบอกบนกระดาน จากนนั้ นกั เรยี นชว< ยกันอธบิ ายความหมายของประโยคเหลา< น้ี
We didn’t have enough money to afford one.
They were too expensive to afford one.
ต<อมานกั เรียนอ<านขอ, มลู ในกรอบ แล,วช<วยกันบอกหลักการใช, too และ enough รวมท้ังตำแหนง< ของ
too และ enough ในประโยค
too + คำคณุ ศพั ทQ หรอื คำวเิ ศษณQ (+ to + กริยาชอ< งที่ 1)
การใช,: ใชใ, นความหมายว<า “มากเกนิ ไป” หรอื “น,อยกว<าทตี่ อ, งการ” เชน<
The cooker is too expensive to buy. (We can’t buy it; it’s very expensive.)
คำคณุ ศัพทQ/คำกรยิ าวิเศษณQ + enough (+ to + กรยิ าช<องที่ 1)
แต< enough + คำนาม
การใช,: ใชใ, นความหมายวา< “พอ” หรอื “พอเพียง” กบั ความต,องการของผพ,ู ดู เชน<
This mixer is easy enough to use. (It’s very easy to use. I can use it easily.)
I don’t have enough money to buy a washing machine.
9. นักเรียนทำงานคู< แต<ละค<เู ลอื กแตง< บทพูดโตต, อบ 1 บท โดยใชบ, ทพูดใน Ex. 3b เปนR ต,นแบบ
เมือ่ แต<งเสร็จแลว, ครูให,เวลานกั เรียนฝกg ซอ, มสนทนากัน ครเู ดนิ สังเกตขณะนักเรียนทำงาน
เมือ่ เหน็ ว<า ส<วนใหญ<ฝgกพดู คลอ< งแลว, ครใู ห,นกั เรียนหลาย ๆ คู< ออกมาสนทนาที่หน,าชั้น
A: Did you buy that new microwave?
B: No, it was too expensive. etc.
8.3 ข้ันสรุปบทเรียน 5 นาที
1. นักเรยี นช<วยกันสรปุ ขอ, ดีและขอ, เสียของการใชเ, ครือ่ งใชไ, ฟฟา®
2. นกั เรียนสรปุ คำศพั ทQทไ่ี ด,เรียนในวันนี้
9. สอื่ การเรยี นรู/4 วสั ดุอปุ กรณ^
9.1 หนังสอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
10. แหล;งการเรยี นรู4
10.1 หนงั สอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
11. การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนร4ู
สงิ่ ท่ตี 4องการวดั วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื ทีใ่ ชว4 ัด เกณฑก^ ารประเมนิ
ดา, นพทุ ธพสิ ยั (K)
1. ผู,เรียนเข,าใจคำศัพทQเกี่ยวกับ
เครื่องใช,ไฟฟ®า
ดา, นทกั ษะพสิ ัย (P) ตรวจชน้ิ งาน หนังสอื เรียน หนา, นักเรียนผ<านการประเมิน
สังเกตพฤตกิ รรม 27 Ex. 4a ร,อยละ 60 ขึ้นไปถือว<า
1. ผู,เรียนสามารถสนทนาเกี่ยวกับ ผา< น
การซอื้ เครือ่ งใช,ไฟฟ®าได,
แบบสงั เกต พฤติกรรมของนักเรียน
ดา, นเจตพิสยั (A) พฤติกรรม รายกลุ<มผ<านร,อยละ 70
ข้นึ ไป
1. ผู,เรียนมีความสนใจและตั้งใจใน
การเรียนและการทำกิจกรรมฝgก
ทกั ษะ
12. บนั ทึกหลังการสอน
12.1 ส่ิงที่ไดเ, รยี นร/,ู ขอ, สงั เกต/ขอ, คน, พบ
…………-……!…ก…เ$…ยน…ส…า…มา…ร…ถ…เด…า…=…J…พ…K…จ…าก…ภ…า…พไ…_…แ…†……ไZ……ทร…าบ…=……J…พ…K…ห…ากไ…Z……3 …=ใ…æ……แ…ê…å…าจ…ะ…เc…น………
หø อ¬……=……J…พ…Kห…ม…า…ด………xอ…า…จ จ…ะ…เจ…อไ…_…ปอ…ย…แ…†…¿…กจ…ะไ…Z…¡…อ…ยไ…_……ใ…น…ก…าร…สน…ท…น…า…!ก…เ…$ย…น…√…งไ…Z…A…=……J…พ…K…………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.2 ปญ; หาและอุปสรรค
®น©น…………-………=…J…พ……Kย…า…ก……!…ก…เ…$ย…น…ไ…Z…………………กา…ร…แ†…ง…ป…ร…ะ…โ…ย…ค…√…ง…ใn…เ…วล…า…น…า…น…………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.3 ขอ, เสนอแนะ/ข,อแกไ, ขปรบั ปรงุ
………-……ป…Hบ…8……นว…น…แ…บบ…P…ก…ƒ…ด…ใ…L…เõ…า…§น…เ…วล…า…x…ห…อ………………ใ…L…!…ก…เ…$ย…น…≈…=…J……พ…Kไ……_…บ…า…งใ…น…ก…าร…ท…า…บ
……ต…อบ……ห…lอ…≈…ร…ใ…L=……ใ…æ§…บ…!…ก เ…$ย…น…น…….……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.............................................
(นายทนุพงษQ ลาภปญ; ญา)
ครผู ,ูสอน
โรงเรียนราชดำริ
แผนการจดั การเรียนรู4ที่ 21
กลุ;มสาระการเรียนรู4ภาษาต;างประเทศ รหัสวิชา อ32101 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 9
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปOท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 ปOการศึกษา 2565
หน;วยการเรียนรู4ที่ 2 เรอ่ื ง Long ago เวลาเรียน 50 น า ที
ครูผ4สู อน นายทนุพงษ^ ลาภปญ_ ญา
1. สาระการเรยี นรู4/มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นร4ู
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ต 1.1 เข,าใจและตีความเรื่องที่ฟ;งและอ<านจากสื่อประเภทต<าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย<างมี
เหตผุ ล
ต 1.1 ม. 4-6/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะหQความสรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจาก
การฟง; และอา< นเรือ่ งทเ่ี ปRนสารคดีและบนั เทงิ คดี พร,อมท้งั ใหเ, หตผุ ลและยกตวั อย<างประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข,อมูลข<าวสาร แสดงความรู,สึก
และความคิดเหน็ อย<างมปี ระสิทธิภาพ
ต 1.2 ม. 4-6/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให,ข,อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น
เก่ยี วกับเรื่อง/ประเดน็ /ข<าว/เหตกุ ารณทQ ่ีฟ;งและอ<านอย<างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 2.1 เข,าใจความสัมพันธQระหว<างภาษากับวัฒนธรรมของเจ,าของภาษา และนำไปใช,ได,อย<าง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การรูแ, ละเขา, ใจคำศพั ทQ สำนวนภาษา และเรอ่ื งทฟี่ ;งและอา< น ชว< ยให,จบั ใจความสำคัญ และพูดสื่อสารใน
สถานการณทQ ่ีเกยี่ วขอ, งกบั ชีวิตประจำวัน
3. จุดประสงคก^ ารเรยี นร4ู
3.1 ด,านความรู, (K)
1. ผเ,ู รียนตอบคำถามจากการอ<านได,
3.2 ดา, นทักษะกระบวนการ (P)
1. ผ,เู รียนเขียนสรุปเรื่องทีอ่ <านได,
3.3 ดา, นเจตคต/ิ คุณลกั ษณะ (A)
1. ผเ,ู รยี นมีความสนใจและต้งั ใจในการเรยี นและการทำกจิ กรรมฝกg ทักษะ
4. สมรรถนะสำคัญของผเ4ู รยี น (R เฉพาะท่เี กิดในหน;วยการเรยี นรน4ู ้ี)
R 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร R 4.2 ความสามารถในการคดิ
£ 4.3 ความสามารถในการแกป, ญ; หา £ 4.4 ความสามารถในการใช,ทกั ษะชีวิต
£ 4.5 ความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค^ (R เฉพาะท่ีเกดิ ในหนว; ยการเรยี นร4นู )้ี
£ 5.1 รกั ชาติ £ 5.2 ซอ่ื สัตยสQ จุ รติ
£ 5.3 มีวินัย R 5.4 ใฝjความร,ู
£ 5.5 อย<ูอยา< งพอเพยี ง R 5.6 มุง< ม่นั ในการทำงาน
£ 5.7 รักความเปRนไทย £ 5.8 มจี ิตสาธารณะ
£ 5.9 มีความรู,พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตรQ เศรษฐศาสตรQ เทคโนโลยี รู,ภาษา พหุวัฒนธรรม
ตระหนักสำนกึ ระดับโลก
£ 5.10 สามารถคิดประดิษฐQอย<างสร,างสรรคQ ปรับตัว ใฝjรู, ใฝjเรียน วิเคราะหQ สังเคราะหQ สรุป สร,างองคQ
ความรู,
R 5.11 มที ักษะสอ่ื สารอยา< งมีประสิทธภิ าพ £ 5.12 มีความสามารถในการใชท, ักษะชีวติ
R 5.13 มคี วามสามารถในการใช,เทคโนโลยี (ขอ, 5.9 - 5.13 ตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล)
6. จดุ มุ;งหมายของสงิ่ แวดลอ4 มศกึ ษา
£ 6.1 มคี วามตระหนกั ในป;ญหาสง่ิ แวดลอ, ม £6.2 มคี วามรค,ู วามเขา, ใจในปญ; หาส่ิงแวดลอ, ม
£ 6.3 มที ักษะในการแกป, ;ญหาสงิ่ แวดลอ, ม £ 6.4 มีเจตคติที่ดตี <อสง่ิ แวดล,อม
£ 6.5 มสี <วนรว< มในการแก,ปญ; หาสิ่งแวดลอ, ม
7. ทักษะของผ4ูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
R 7.1 ทักษะการอา< น (Reading)
R 7.2 ทกั ษะการเขียน (Writing)
£ 7.3 ทักษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)
R 7.4 ทักษะด,านการคิดอย<างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก,ป;ญหา (Critical thinking and
problem solving)
£ 7.5 ทักษะด,านการสรา, งสรรคแQ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
R 7.6 ทักษะด,านความร<วมมือ การทำงานเปRนทีม และภาวะผู,นำ (Collaboration, teamwork, and
leadership)
R 7.7 ทกั ษะดา, นความเขา, ใจตา< งวฒั นธรรม ตา< งกระบวนทศั นQ (Cross-cultural understanding)
£ 7.8 ทักษะด,าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู,เท<าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
£ 7.9 ทกั ษะดา, นคอมพิวเตอรQ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
£ 7.10 ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู, (Career and learning self-reliance, change)
£ 7.11 มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปRนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต,น
ท้งั หมด และเปRนคุณลกั ษณะทีเ่ ดก็ ไทยจำเปนR ตอ, งมี (Compassion)
8. กระบวนการจดั การเรยี นร4ู
8.1 ขน้ั นำ 5 นาที
1. ครนู ำแผนทโี่ ลกมาแสดงใหน, กั เรียนดู แลว, ขอใหน, กั เรียนชว< ยกันบอกวา< ทวีปออสเตรเลยี ตง้ั อยู< ตำแหน<ง
ใดบนแผนท่โี ลก ครขู อตวั แทนนักเรยี นออกมาชต้ี ำแหน<งท่ตี ง้ั ของทวปี ออสเตรเลีย
2. ครูถามนักเรียนว<า นักเรียนรู,อะไรเกี่ยวกับชาวอะบอริจิน (Aborigines) บ,าง จากนั้นครูอธิบาย
เก่ียวกบั ชาวอะบอริจินใหน, กั เรยี นฟง; สัน้ ๆ
3. นักเรียนดภู าพในหนังสือเรยี น หน,า 38 และพูดบอกส่งิ ทเี่ หน็ ในภาพ เชน< แผนท่ปี ระเทศออสเตรเลีย
ชาวอะบอริจิน จงิ โจ, ภาพศลิ ปะ
8.2 ข้ันสอน 40 นาที
1. หนังสือเรียน หน4า 38 Ex. 1a ครูให,เวลานักเรียนสั้น ๆ ใช,พจนานุกรมค,นหาความหมายของคำศัพทQ
ที่ไม<รู,ใน Ex. 1 ครูสุ<มเรียกนักเรียนออกมาเขียนความหมายของคำศัพทQบนกระดานนักเรียน
สามารถค,นหาคำศพั ทQจากพจนานุกรมออนไลนไQ ด, ซง่ึ สามารถฟ;งการออกเสยี งคำศัพทQไดด, ว, ย เชน<
พจนานกุ รม Longman Dictionary of Contemporary English
https://www.ldoceonline.com/
พจนานกุ รม Oxford Learner’s Dictionaries:
https://www.oxfordlearnersdictionaries.com/
พจนานกุ รม Cambridge Dictionary
https://dictionary.cambridge.org/
2. ครูสอนคำศัพทกQ <อนการอ<าน
Nomadic people (phr) ชนเผ<าเร<ร<อนทย่ี า, ยจากทห่ี นง่ึ ไปอีกท่หี นึง่ หรือเรียกว<า Nomad
sandstone (n) หินทราย เกิดจากการรวมตัวกันของเม็ดทราย ประกอบด,วย
ควอรQตซเQ ปRนส<วนใหญ< ใช,ประโยชนQทางดา, นการสรา, งปราสาท
ในสมยั โบราณ ทำหนิ ลบั มดี ทำครก ทำโม<
3. หนังสือเรียน 39 หน,า 4 นักเรียนอ<านประโยค 1-4 แล,วครูให,เวลานักเรียนนำคำศัพทQจากกรอบ
Check these words มาเตมิ จากนน้ั ครรู วบรวมคำตอบจากนักเรยี นและเฉลยคำตอบพรอ, มกัน
เสร็จแล,วครูตรวจสอบความเข,าใจของนักเรียนโดยการสุ<มนักเรียนหลาย ๆ คน อธิบายความหมาของ
แต<ละประโยค
1 nomadic people 3 special place
2 reptiles 4 respect
4. หนงั สือเรยี น หนา, 39 Ex. 5a ครูให,นักเรยี นสรุปยอ< เรือ่ งท่อี <าน โดยครูอธิบายวธิ กี ารสรุปย<อ ดังน้ี
อ<านบทอา< นอย<างละเอียด
หา main idea ของเนอื้ เรื่องทั้งหมด และ topic sentence ในแตล< ะยอ< หนา, แลว, เรยี บเรยี ง
โดยใช,ภาษาของตนเอง
ครูให,เวลานักเรียนทำงาน และเดินสังเกตเพื่อให,ความช<วยเหลือท่ีจำเปRน เมื่อนักเรียนทำเสร็จ ครูขอ
อาสาสมัครนักเรยี นหลาย ๆ คน อา< นงานของตนเองใหเ, พ่อื นฟ;ง
8.3 ข้ันสรปุ บทเรียน 5 นาที
1. นกั เรียนช<วยกนั บอกสิง่ ทจ่ี ำได,เก่ียวกบั Australian Aborigines คนละ 1 ประโยค
2. นกั เรยี นทบทวนคำศัพทQทีเ่ รียน
9. ส่อื การเรียนรู4/วสั ดอุ ปุ กรณ^
9.1 หนงั สอื เรยี น รายวิชาพื้นฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
10. แหลง; การเรียนร4ู
10.1 หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐานภาษาอังกฤษ Upload 5
10.2 พจนานกุ รม Longman Dictionary of Contemporary English
https://www.ldoceonline.com/
10.3 พจนานกุ รม Oxford Learner’s Dictionaries:
https://www.oxfordlearnersdictionaries.com/
10.4 พจนานกุ รม Cambridge Dictionary
https://dictionary.cambridge.org/
11. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู4
สง่ิ ที่ตอ4 งการวัด วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื ทใ่ี ช4วัด เกณฑ^การประเมิน
ดา, นพุทธพิสยั (K) หนงั สอื เรยี น 39 นักเรียนทำแบบฝgกหัดได,
หนา, 4 ถกู ตอ, งรอ, ยละ 60 ขึ้นไป
1. ผู,เรียนตอบคำถามจากการอ<าน ตรวจชิ้นงาน
ได,
ดา, นทักษะพสิ ยั (P) ตรวจชิ้นงาน งานสรปุ บทอ<าน นักเรียนทำแบบฝgกหัดได,
1. ผเ,ู รยี นเขยี นสรปุ เรือ่ งทอี่ า< นได, ถกู ต,องร,อยละ 60 ขนึ้ ไป
ดา, นเจตพิสัย (A) สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต พฤติกรรมของนักเรียน
พฤติกรรม รายกลุ<มผ<านร,อยละ 70
1. ผู,เรียนมีความสนใจและตั้งใจใน ขึ้นไป
การเรียนและการทำกิจกรรมฝgก
ทกั ษะ
12. บนั ทึกหลังการสอน
12.1 สงิ่ ท่ีได,เรยี นรู/, ขอ, สงั เกต/ขอ, ค,นพบ
…………-……!…ก…เ$…ย…น…ส……g…ก…§…บ…ก…ารใ……n……A……d……in……e……D……Ic…t…io…n…a……n…y………เพ…ร…าไ…ะ …_……∆…ง…ก…า…ร…ออ…ก……
……เ…ú…ย…ง………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………*………õอ…)…ง…เ…ก…ต……คอ………O……n…tin…e……D…i…o…ti…o…n…a…ry………e…ว…น…ใ…ห…f…'…ง……เc…น……E…n…g…l…is…h………to……E…nglish
!กเ$ยน จะ Oอง แปล เcน ไทย bก รอบ
12.2 ป;ญหาและอุปสรรค
………………-……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.3 ข,อเสนอแนะ/ขอ, แก,ไขปรับปรงุ
Dictionary…………เX……อ……เ……คMV……มค……ดว……ร)……ส……ส!……พ……บท……กส……gะ……น……!……ใก……Lเ$……เยถ……นา……แ……«ล……nะ…………โP……ก……กE……าn……รg……}l……iาs……นh……ก……าt……oร……เ……»Eอ……nม……gโ……lย……isง……h……=……]……บ…………ห……า……ก…………õ……น……………………
………อา…จ…จ…ะ …W…วย……ò…ฒ…น…า…!…ก…o…r…ก…า…รG…า…น…ใ…L…Ø……'…ง…õ…น……………………………………………………………………
ลงช่ือ.............................................
(นายทนพุ งษQ ลาภป;ญญา)
ครูผ,สู อน
โรงเรยี นราชดำริ
แผนการจดั การเรยี นรู4ที่ 22
กลุ;มสาระการเรียนรู4ภาษาต;างประเทศ รหัสวิชา อ32101 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 9
ช้ันมธั ยมศึกษาปOท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 ปOการศึกษา 2565
หน;วยการเรยี นรูท4 ่ี 2 เร่อื ง Changing fashion เวลาเรยี น 50 น า ที
ครผู 4ูสอน นายทนุพงษ^ ลาภปญ_ ญา
1. สาระการเรยี นร4/ู มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนร4ู
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ต 1.1 เข,าใจและตีความเรื่องที่ฟ;งและอ<านจากสื่อประเภทต<าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย<างมี
เหตุผล
ต 1.1 ม. 4-6/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะหQความสรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจาก
การฟ;งและอา< นเรือ่ งท่เี ปนR สารคดีและบันเทิงคดี พร,อมทั้งใหเ, หตุผลและยกตัวอย<างประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข,อมูลข<าวสาร แสดงความรู,สึก
และความคดิ เห็นอย<างมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 4-6/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให,ข,อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกบั เรอื่ ง/ประเด็น/ข<าว/เหตกุ ารณQทีฟ่ ง; และอ<านอยา< งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 2.1 เข,าใจความสัมพันธQระหว<างภาษากับวัฒนธรรมของเจ,าของภาษา และนำไปใช,ได,อย<าง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
2. สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
การรแู, ละเขา, ใจคำศัพทเQ กีย่ วกบั เส้อื ผา, และแฟชน่ั ในอดตี สำนวนภาษาเกย่ี วกับการถามความคิดเหน็ และ
แสดงความชนื่ ชม ชว< ยให,เขา, ใจเรอ่ื งที่อ<าน พูดสอ่ื สารในชวี ิตประจำวัน พูดและเขยี นอธบิ าย เปรยี บเทียบเก่ยี วกบั
เร่อื งทอ่ี า< น รวมทั้งเข,าใจภูมหิ ลงั ความเปนR มา และวฒั นธรรมของเจ,าของภาษา
3. จุดประสงคก^ ารเรียนรู4
3.1 ดา, นความร,ู (K)
1. ผูเ, รียนเข,าใจคำศพั ทเQ กีย่ วกับเสือ้ ผา, และแฟชน่ั ในอดีต
3.2 ด,านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. ผเู, รียนพูดเก่ยี วกบั แฟชั่นในยุคอดีตของเจา, ของภาษาจากเรอ่ื งที่อ<านได,
3.3 ด,านเจตคต/ิ คุณลกั ษณะ (A)
1. ผู,เรียนมคี วามสนใจและต้ังใจในการเรยี นและการทำกิจกรรมฝกg ทักษะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู4 รียน (R เฉพาะทเี่ กิดในหนว; ยการเรียนร4นู )้ี
R 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร R 4.2 ความสามารถในการคิด
£ 4.3 ความสามารถในการแกป, ญ; หา £ 4.4 ความสามารถในการใช,ทกั ษะชวี ติ
£ 4.5 ความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค^ (R เฉพาะที่เกดิ ในหน;วยการเรยี นรน4ู )ี้
£ 5.1 รกั ชาติ £ 5.2 ซ่ือสตั ยสQ ุจริต
£ 5.3 มีวนิ ยั R 5.4 ใฝคj วามรู,
£ 5.5 อยู<อย<างพอเพยี ง R 5.6 มงุ< มัน่ ในการทำงาน
£ 5.7 รกั ความเปRนไทย £ 5.8 มีจิตสาธารณะ
£ 5.9 มีความรู,พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตรQ เศรษฐศาสตรQ เทคโนโลยี รู,ภาษา พหุวัฒนธรรม
ตระหนกั สำนึกระดับโลก
£ 5.10 สามารถคิดประดิษฐQอย<างสร,างสรรคQ ปรับตัว ใฝjรู, ใฝjเรียน วิเคราะหQ สังเคราะหQ สรุป สร,างองคQ
ความรู,
R 5.11 มีทักษะสอ่ื สารอย<างมีประสิทธภิ าพ £ 5.12 มคี วามสามารถในการใชท, กั ษะชีวิต
R 5.13 มีความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี (ขอ, 5.9 - 5.13 ตามหลักสตู รมาตรฐานสากล)
6. จุดม;ุงหมายของสิ่งแวดล4อมศกึ ษา
£ 6.1 มคี วามตระหนักในปญ; หาส่ิงแวดล,อม £6.2 มคี วามรูค, วามเขา, ใจในป;ญหาส่งิ แวดล,อม
£ 6.3 มีทักษะในการแก,ปญ; หาสิง่ แวดล,อม £ 6.4 มเี จตคตทิ ่ีดตี อ< สิ่งแวดลอ, ม
£ 6.5 มสี <วนรว< มในการแก,ป;ญหาส่ิงแวดล,อม
7. ทกั ษะของผ4เู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
R 7.1 ทกั ษะการอ<าน (Reading)
R 7.2 ทักษะการเขยี น (Writing)
£ 7.3 ทกั ษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)
R 7.4 ทักษะด,านการคิดอย<างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก,ป;ญหา (Critical thinking and
problem solving)
£ 7.5 ทกั ษะดา, นการสรา, งสรรคแQ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
R 7.6 ทักษะด,านความร<วมมือ การทำงานเปRนทีม และภาวะผู,นำ (Collaboration, teamwork, and
leadership)
R 7.7 ทักษะดา, นความเขา, ใจต<างวฒั นธรรม ตา< งกระบวนทัศนQ (Cross-cultural understanding)
£ 7.8 ทักษะด,าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู,เท<าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
£ 7.9 ทกั ษะดา, นคอมพิวเตอรQ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
£ 7.10 ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู, (Career and learning self-reliance, change)
£ 7.11 มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปRนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต,น
ทั้งหมด และเปนR คุณลกั ษณะท่เี ดก็ ไทยจำเปนR ตอ, งมี (Compassion)
8. กระบวนการจดั การเรยี นร4ู
8.1 ขั้นนำ 5 นาที
1. นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน หน,า 40 แล,วพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเสื้อผ,าที่บุคคลในภาพสวมใส<
และเดาว<าแฟช่นั แตล< ะแบบนา< จะได,รบั แรงบันดาลใจมาจากนกั รอ, งคนใดหรือวงใด
8.2 ขัน้ สอน 40 นาที
1. หนังสือเรียน หน,า 40 Ex. 1a นักเรียนอ<านประโยคที่ให,มา แล,วจับคู<ประโยคเหล<านี้กับภาพบุคคลในหน,า
40-41 เมอ่ื ทำเสรจ็ ครูสุม< เรยี กนกั เรยี นรายงานคำตอบ แล,วครเู ฉลยคำตอบทถ่ี กู ต,อง
1E 2B 3D 4C 5A
ตอ< มานักเรียนดภู าพอกี ครงั้ แลว, ระบวุ า< คำศพั ททQ ี่พมิ พQตัวหนาคอื เสอ้ื ผา, ชนิดใด
ภาพ A minidress (ชุดเสื้อกระโปรงติดกันแบบสั้น), knee-high boots (บูทสูงถึงเข<า), headband (ท่ี
คาดผม)
ภาพ B bell-bottom trousers (กางเกงขากระด่ิง), earrings (ตม,ุ หู)
ภาพ C three-piece suit (สูทสามชิ้น), platform shoes (รองเท,าส,นตึกที่ด,านหน,าพื้นรองเท,าก็หนา
ดว, ย), sunglasses (แว<นกนั แดด)
ภาพ D leggings (กางเกงเลกกิ้ง), socks (ถุงเท,า), leg warmers (ปอกขา), high-heeled sandals
(รองเทา, แบบมีสายรัดสน, สูง)
ภาพ E shirt (เสอ้ื เชิ้ต), jacket (เส้อื แจก็ เกต็ ), buttons (กระดุม)
2. หนังสือเรียน หน4า 40 Ex. 2a ครูถามนักเรียนว<า นักเรียนรู,จักแฟชั่นในอดีตอะไรบ,าง เสื้อผ,าชนิดใดที่คน
สวมใส<ในช<วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 (ปÆ ค.ศ. 1950-1999) ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน จากนั้นครู
เปดå ไฟลเQ สยี งใหน, กั เรยี นฟง; และอ<านบทอ<านตามไปด,วย เพือ่ หาวา< มคี ำตอบทเี่ ดาไว,หรือไม<
I know that people usually wore bright colors in the second half of the 20th century.
There were many changes from tight to loose clothing, and sports clothes became
popular in the 1980s. Many people followed the styles of musicians, and film started
too.
3. หนังสือเรียน หน4า 40 Ex. 2b นักเรียนฝgกอ<านเพื่อหาข,อมูลเฉพาะ โดยอ<านประโยค 1-6 แล,วจึงกลับไป
อ<านเนื้อเรื่องอีกครั้งอย<างรวดเร็ว เพื่อหาว<า เนื้อหาที่ประโยค 1-6 อ,างอิงถึงนั้นอยู<ตรงส<วนใดของเนื้อเรื่อง
ข,อมูลดังกล<าวอาจจะไม<ได,เรียบเรียงโดยใช,ถ,อยคำเดียวกัน เมื่อพบแล,ว จึงพิจารณาว<า ประโยค 1-6
ถูกต,องหรือไม< ถ,าถูก ให,เขียน T ถา, ผิดหรือถกู เพียงบางส<วน ให,เขยี น F รวมท้ังแก,ไขให,ถูกต,องด,วย
1 F (hippies wore…bright colors) 2T
3T 4 T
5 F (bell-bottoms were fashionable in the 70s) 6 F (women wore thick socks in
the 80s)
4. หนังสือเรียน หน4า 41 Ex. 3b นักเรียนแบ<งกลุ<มคละความสามารถ กลุ<มละ 4 คน อ<านบทอ<านเรื่อง
Clothes & Fashion อกี คร้งั หน่งึ แล,วพดู บอกความแตกต<างของแฟชน่ั ในชว< งยุค 60s, 70s และ 80s
ที่กล<าวถึงในบทอ<าน โดยครูแนะนำให,นักเรียนใช,คำศัพทQจาก Ex. 1 เสร็จแล,วตัวแทนแต<ละกลุ<มพูด
รายงานคำตอบ
5. หนังสือเรียน หน4า 41 Ex. 6 นักเรียนกลุ<มเดิมทำงานร<วมกันแล,วครูอธิบายว<า ให,นักเรียนฝgกพูด
เปรียบเทียบความเหมือนและแตกต<างของแฟชั่นเสื้อผ,าและรองเท,าของคนหนุ<มสาวในช<วงยุค 70s กับใน
ปจ; จุบัน ครูกำหนดเวลาในการทำงานและเดนิ สงั เกตเพ่อื ใหค, ำแนะนำ
8.3 ข้ันสรุปบทเรยี น 5 นาที
1. นกั เรยี นสรปุ คำศัพททQ ่ไี ด,เรียนในวนั นี้
9. ส่อื การเรยี นร4ู/วสั ดุอุปกรณ^
9.1 หนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐานภาษาอังกฤษ Upload 5
10. แหลง; การเรยี นร4ู
10.1 หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
11. การวัดและการประเมนิ ผลการเรยี นร4ู
สงิ่ ท่ตี อ4 งการวัด วิธกี ารวดั เครอื่ งมือที่ใชว4 ดั เกณฑก^ ารประเมนิ
ดา, นพุทธพิสัย (K)
1. ผู,เรียนเข,าใจคำศัพทQเกี่ยวกับ ประเมินการพูด กิจกรรมสนทนา นักเรียนผ<านการประเมิน
เสือ้ ผ,าและแฟชั่นในอดตี การพูดร,อยละ 60 ขึ้นไป
ถือว<า ผา< น
ด,านทักษะพสิ ยั (P)
1. ผู,เรียนพูดเกี่ยวกับแฟชั่นในยุค
อดีตของเจ,าของภาษาจากเรื่องท่ี
อา< นได,
ด,านเจตพสิ ัย (A) สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต พฤติกรรมของนักเรียน
พฤติกรรม รายกลุ<มผ<านร,อยละ 70
1. ผู,เรียนมีความสนใจและตั้งใจใน ขึ้นไป
การเรียนและการทำกิจกรรมฝgก
ทกั ษะ
12. บนั ทึกหลงั การสอน
12.1 สิ่งทไี่ ดเ, รียนร,ู/ข,อสังเกต/ข,อคน, พบ
……-……ก…า…ร…เส…>…ม…แ…ร…ง…ทา…ง…บ…วก…ข…ณ…ะ…!…ก…เ$…ย…น…P…ก…[…ด…จ…ะ…ใ……L…!…ก…เ$…ย…น3……แร…ง…îบ…ใน…ก…า…ร P…ก……ฝ…น…ม…าก…^น………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.2 ป;ญหาและอุปสรรค
…………-…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………1…2.-…3…ข…อ, ค…เVสค…นว…อรแแ…นน…ะะD…/าข…หอ, …!แ…งก…,ไหข…lปอ…รบั… ป…ร$…ุงÀ…ใ…L……!ก……เ$ย…น…P…ก…[…ด……ตา…ม……ห…l…อ…เ$…ย…น…เÃ…ย…ง…เ…Xอ……òฒ……นา…ü…ก…ษ…ะ
……ก…า…ร อ…อ…ก…เú…ย…ง…ใ…L…ใ…ก…í…เÕ…ย…ง…§…บ……เŒ…าข…อ…ง…ภา…ษา………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .............................................
(นายทนุพงษQ ลาภป;ญญา)
ครูผูส, อน
โรงเรียนราชดำริ
แผนการจดั การเรยี นรู4ท่ี 23
กลุ;มสาระการเรียนรู4ภาษาต;างประเทศ รหัสวิชา อ32101 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 9
ชั้นมัธยมศึกษาปOท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 ปOการศึกษา 2565
หนว; ยการเรียนร4ูท่ี 2 เรอ่ื ง Sport and -ed -ing adjective เวลาเรยี น 50 น า ที
ครผู ส4ู อน นายทนุพงษ^ ลาภป_ญญา
1. สาระการเรียนร4ู/มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู4
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ต 1.1 เข,าใจและตีความเรื่องที่ฟ;งและอ<านจากสื่อประเภทต<าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย<างมี
เหตผุ ล
ต 1.1 ม. 4-6/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะหQความสรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจาก
การฟง; และอ<านเรือ่ งทีเ่ ปนR สารคดแี ละบนั เทิงคดี พรอ, มท้ังให,เหตผุ ลและยกตวั อยา< งประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข,อมูลข<าวสาร แสดงความรู,สึก
และความคดิ เห็นอย<างมีประสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 4-6/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให,ข,อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น
เกีย่ วกับเร่อื ง/ประเด็น/ขา< ว/เหตกุ ารณทQ ่ฟี ง; และอา< นอย<างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 2.1 เข,าใจความสัมพันธQระหว<างภาษากับวัฒนธรรมของเจ,าของภาษา และนำไปใช,ได,อย<าง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
2. สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
การรู,และเขา, ใจคำศพั ทเQ กี่ยวกบั กีฬา และคำคุณศพั ทQในรปู แบบ -ed -ing adjective ช<วยให,เข,าใจเรือ่ งที่
ฟง; และอ<านพูดแสดงความคดิ เหน็ และความร,สู กึ เก่ยี วกบั กีฬาตา< ง ๆ อีกทง้ั ยังเปRนพืน้ ฐานในการค,นควา, และรวบรวม
ขอ, มลู
3. จดุ ประสงค^การเรียนรู4
1. ดา, นความร,ู (K)
1. ผู,เรียนเขา, ใจคำศัพทQเกยี่ วกับกีฬา และคำคุณศัพทQในรปู แบบ -ed -ing
2. ด,านทักษะกระบวนการ (P)
1. ผ,ูเรยี นพูดแสดงความรู,สกึ และความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั กฬี าต<าง ๆ ได,
3. ด,านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะ (A)
1. ผู,เรียนมคี วามสนใจและตง้ั ใจในการเรยี นและการทำกิจกรรมฝกg ทักษะ
4. สมรรถนะสำคัญของผเ4ู รียน (R เฉพาะท่เี กิดในหน;วยการเรยี นรู4น)้ี
R 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร R 4.2 ความสามารถในการคดิ
£ 4.3 ความสามารถในการแก,ปญ; หา £ 4.4 ความสามารถในการใช,ทกั ษะชีวติ
£ 4.5 ความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค^ (R เฉพาะท่เี กดิ ในหน;วยการเรียนร4นู ี้)
£ 5.1 รักชาติ £ 5.2 ซอื่ สตั ยสQ จุ รติ
£ 5.3 มวี ินยั R 5.4 ใฝjความร,ู
£ 5.5 อยอ<ู ย<างพอเพียง R 5.6 มุ<งมัน่ ในการทำงาน
£ 5.7 รกั ความเปนR ไทย £ 5.8 มจี ิตสาธารณะ
£ 5.9 มีความรู,พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตรQ เศรษฐศาสตรQ เทคโนโลยี รู,ภาษา พหุวัฒนธรรม
ตระหนักสำนึกระดับโลก
£ 5.10 สามารถคิดประดิษฐQอย<างสร,างสรรคQ ปรับตัว ใฝjรู, ใฝjเรียน วิเคราะหQ สังเคราะหQ สรุป สร,างองคQ
ความรู,
R 5.11 มีทกั ษะสือ่ สารอยา< งมีประสิทธภิ าพ £ 5.12 มคี วามสามารถในการใชท, ักษะชีวติ
R 5.13 มีความสามารถในการใชเ, ทคโนโลยี (ขอ, 5.9 - 5.13 ตามหลักสูตรมาตรฐานสากล)
6. จุดมุง; หมายของสงิ่ แวดลอ4 มศึกษา
£ 6.1 มีความตระหนกั ในปญ; หาส่งิ แวดล,อม £6.2 มีความร,คู วามเขา, ใจในป;ญหาสง่ิ แวดลอ, ม
£ 6.3 มีทักษะในการแก,ป;ญหาสิ่งแวดล,อม £ 6.4 มเี จตคติที่ดตี <อสิ่งแวดล,อม
£ 6.5 มสี ว< นรว< มในการแกป, ญ; หาสิ่งแวดล,อม
7. ทักษะของผ4เู รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
R 7.1 ทักษะการอา< น (Reading)
R 7.2 ทกั ษะการเขียน (Writing)
£ 7.3 ทกั ษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)
R 7.4 ทักษะด,านการคิดอย<างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก,ป;ญหา (Critical thinking and
problem solving)
£ 7.5 ทักษะด,านการสรา, งสรรคQและนวตั กรรม (Creativity and innovation)
R 7.6 ทักษะด,านความร<วมมือ การทำงานเปRนทีม และภาวะผู,นำ (Collaboration, teamwork, and
leadership)
R 7.7 ทักษะด,านความเขา, ใจตา< งวัฒนธรรม ต<างกระบวนทัศนQ (Cross-cultural understanding)
£ 7.8 ทักษะด,าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู,เท<าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
£ 7.9 ทกั ษะด,านคอมพวิ เตอรQ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
£ 7.10 ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู, (Career and learning self-reliance, change)
£ 7.11 มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปRนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต,น
ทั้งหมด และเปนR คุณลักษณะทเี่ ดก็ ไทยจำเปRนตอ, งมี (Compassion)
8. กระบวนการจัดการเรียนร4ู
8.1 ขนั้ นำ 5 นาที
1. หนังสือเรียน หน4า 42 Ex. 1 นักเรียนดูภาพ และช<วยกันบอกว<า กีฬาแต<ละชนิดที่เห็นในภาพคือกีฬา
อะไร รวมทั้งข,อมูลที่นักเรียนรู,เกี่ยวกับกีฬาดังกล<าว จากนั้นครูช<วยอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับกีฬาท่ี
นกั เรียนไม<รจ,ู ัก
8.2 ขน้ั สอน 40 นาที
1. หนงั สือเรียน หนา4 43 Ex. 3a นักเรยี นอ<านขอ, มลู ในกรอบ แล,วช<วยกนั อธบิ ายส่ิงที่อา< นใหค, รูฟ;ง
2. ครูช<วยอธิบายและยกตัวอย<างเพิ่มเติมของการใช,คำคุณศัพทQที่ลงท,ายด,วย -ing โดยครูเขียนประโยค
ต<อไปนีบ้ นกระดาน
Rugby is thrilling.
ครูถามนกั เรยี นวา< What is rugby? (It’s thrilling.) จากนั้นครูเขียนคำถามอีก 1 คำถามบนกระดาน
แลว, เรียกนกั เรียนหลาย ๆ คน ตอบคำถามน้ี
What do you think of running the marathon?
It’s (exciting/exhausting/challenging/relaxing … etc.)
ต<อมาครูอธิบายวา< คำคุณศพั ทQทลี่ งท,ายดว, ย -ing จะใชเ, พ่ือบรรยายลักษณะ ในภาษาไทยมกั จะมี
คำว<า น<า... เชน<
Rugby is thrilling. รกั บ้เี ปRนกีฬาทีน่ า< ต่ืนตาเร,าใจ
Marathon running is exhausting. วิ่งมาราธอนเปRนกีฬาทนี่ า< เหน่อื ย
Swimming is relaxing. วา< ยนำ้ เปนR กีฬาท่ีนา< ผอ< นคลาย
Lacrosse is exciting. ลาครอสเปRนกฬี าทน่ี <าตน่ื เต,น
Skydiving is challenging. กีฬากระโดดรม< เปนR กีฬาที่น<าทา, ทาย
เสร็จแล,วครูถามนักเรียนว<า What do you think of football? แล,วให,นักเรียนพูดแสดงความ
คดิ เหน็ โดยใชโ, ครงสร,าง I think it is … .
3. ครูช<วยอธิบายและยกตัวอย<างเพิ่มเติมของการใช,คำคุณศัพทQที่ลงท,ายด,วย -ed โดยครูเขียนประโยค
บนกระดาน ดงั น้ี
We were thrilled with the match.
ครูถามนักเรียนว<า How did we feel? (Thrilled.) จากนั้นครูเขียนคำถามอีก 1 คำถามบนกระดาน
แล,วสม<ุ เรียกนักเรียนหลาย ๆ คน ตอบคำถามนี้
What do you think of bungee jumping?
It makes me feel (excited/amazed/scared/frightened…etc.)
ต<อมาครูอธิบายว<า คำคุณศัพทQที่ลงท,ายด,วย -ed จะใช,เพื่อบรรยายความร,ูสึกของเรา ครูยกตัวอย<าง
เพมิ่ เตมิ เชน<
Do you like rugby? Yes, it makes me feel thrilled.
(ชอบ เปRนกฬี าทท่ี ำใหฉ, นั รู,สึกตื่นเตน, เรา, ใจ)
Do you like running marathons? No, it makes me feel exhausted.
(ไม<ชอบ เปนR กีฬาทท่ี ำใหฉ, ันรส,ู ึกเหนือ่ ยมาก)
Do you like swimming? Yes, it makes me feel relaxed.
(ชอบ เปนR กฬี าทท่ี ำให,ฉนั รูส, ึกผอ< นคลาย)
Do you like lacrosse? Yes, it makes me feel excited.
(ชอบ เปRนกฬี าทที่ ำใหฉ, นั รส,ู กึ ตืน่ เตน, )
4. นกั เรยี นหาตัวอยา< งคำคุณศพั ทQทล่ี งท,ายดว, ย -ing และ -ed จากแบบทดสอบ Sports Trivia หน,า 42
thrilling, exciting
5. ครูอธิบายว<า คำคุณศัพทQที่ลงท,ายด,วย -ed และ -ing นั้น เกิดจากการนำคำกริยามาเติม -ed หรือ -
ing จากนั้นครูแจกใบงาน (worksheet) ให,นักเรียน แล,วแบ<งนักเรียนเปRนกลุ<ม ช<วยกันเปลี่ยน
คำกริยาให,เปRนคำคุณศัพทQที่ลงท,ายด,วย -ed และ -ing รวมทั้งบอกความหมาย ครูสังเกตการทำงาน
ของแต<ละกลุ<ม เสร็จแล,วตัวแทนแต<ละกลุ<มช<วยกันออกมาเขียนคำคุณศัพทQและความหมายบน
กระดาน
6. หนังสือเรียน หน4า 43 Ex. 3b นักเรียนอ<านบทพูดโต,ตอบสั้น ๆ ที่ให,มา แล,วให,เวลานักเรียนเปลี่ยน
คำกริยาในวงเล็บอยู<อยู<ในรูปคำคุณศัพทQที่ลงท,ายด,วย -ing หรือ -ed เสร็จแล,วครูให,นักเรียนแต<งบท
พูดแล,วออกมาพูดให,ครฟู ง; โดยใช,รปู แบบจากบทพูด
ตัวอยา; ง
What do you think of bungee jumping?
It makes me feel (excited/amazed/scared/frightened…etc.)
Do you like running marathons?
No, it makes me feel exhausted.
8.3 ขน้ั สรปุ บทเรียน 5 นาที
1. นักเรยี นสรปุ การใช, -ed and -ing adjectives และความหมายของคำคณุ ศัพทQทไ่ี ดเ, รยี น
9. ส่ือการเรยี นรู4/วัสดุอุปกรณ^
9.1 หนังสือเรียน รายวิชาพน้ื ฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
10. แหล;งการเรียนรู4
10.1 หนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ Upload 5
11. การวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรู4
สิ่งท่ตี 4องการวดั วธิ กี ารวัด เครอื่ งมือทใี่ ชว4 ัด เกณฑก^ ารประเมิน
ด,านพุทธพิสัย (K) ประเมินการพูด กิจกรรมสนทนา นักเรียนผ<านการประเมิน
การพูดร,อยละ 60 ขึ้นไป
1. ผู,เรียนเข,าใจคำศัพทQเกี่ยวกับ ถอื ว<า ผา< น
กีฬา และคำคุณศัพทQในรูปแบบ -
ed -ing
ดา, นทกั ษะพิสยั (P)
1. ผู,เรียนพูดแสดงความรู,สึกและ
ความคิดเห็นเกยี่ วกบั กีฬาตา< ง ๆ ได,
ด,านเจตพิสยั (A) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต พฤติกรรมของนักเรียน
พฤติกรรม รายกลุ<มผ<านร,อยละ 70
1. ผู,เรียนมีความสนใจและตั้งใจใน ขึ้นไป
การเรียนและการทำกิจกรรมฝgก
ทกั ษะ
12. บันทกึ หลังการสอน
12.1 สิง่ ที่ไดเ, รียนร/ู, ขอ, สังเกต/ข,อคน, พบ
………-………e…d……, …in…g………A…d…j………!…ก…เ…$ย…น……¿…ก…จ…ะ…)…บ…ส……น…§…บ……P…a……s…t…s…im………,……P…r…e…s…e…n…t……
Vป……C……o…n…ti…n…u…e………เR…อ…ง…จ…า…ก………ข…อง…=……3…ค…ว…าม……ค…í…า…ย…§…น…………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.2 ป;ญหาและอปุ สรรค
………………-……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………1…2.…3-…ข…,อ…เสส…นอ…อนแ…เน…สะ…>/ขม…,อใ…แน…ก…ก,ไข…Nป…มรับ…xป…ร…'งุ …งไ…Z…เ…õ…าใ…จ…………………………………………………………………………
……………-……ใ……L……V…D…O……ส…∂…ป……แ…ล…ะ …แ…บบ…P…ก……เM……ม…เ.…ม……จ…าก………B…r…i…t…is…h………C…o…u…n…c…i…/…1.…………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .............................................
(นายทนุพงษQ ลาภปญ; ญา)
ครผู ,สู อน
โรงเรียนราชดำริ
แผนการจัดการเรียนรท4ู ่ี 24 – 26
กลม=ุ สาระการเรยี นรภู4 าษาตา= งประเทศ รหสั วิชา อ32101 รายวชิ า ภาษาอังกฤษ 9
ชน้ั มัธยมศึกษาปQที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกQ ารศึกษา 2565
เร่ือง LINCS Vocabulary คำศัพทชd ดุ ท่ี 1-3 เวลาเรียน 150 นาที
ครผู ูส4 อน นายทนพุ งษd ลาภปญf ญา
1. สาระการเรียนรู/4 มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นร4ู
มาตรฐาน
ต 1.1 เข'าใจและตคี วามเร่ืองทฟี่ ง9 และอ:านจากส่อื ประเภทต:าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อย:างมเี หตผุ ล
ต 4.1 ใช'ภาษาตา: งประเทศในสถานการณตN :าง ๆ ท้ังในสถานศึกษาชมุ ชนและสังคม
ตัวช้ีวัด
ต 1.1 ม. 4-6/3 อธิบายและเขียนประโยคและข'อความให'สัมพันธNกับสื่อที่ไม:ใช:ความเรียงรูปแบบต:างๆ ที่อ:าน
รวมทัง้ ระบุและเขียนสอ่ื ท่ไี มใ: ชค: วามเรียงรปู แบบตา: งๆ ให'สมั พันธกN บั ประโยคและข'อความที่ฟง9 หรอื อ:าน
ต 4.1 ม. 4-6/1 ใช'ภาษาส่ือสารในสถานการณNจริง/สถานการณNจำลองที่เกิดขึ้นในห'องเรียน สถานศึกษา
ชมุ ชน และสงั คม
2. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
การร'ูและเข'าใจความหมายคำศัพทNจากการฝ^กฝนโดยการสร'างบัตรคำโดยใช'กลวิธีลินซN 5 ขั้นตอน คือ
1. (List the part; L) การบันทึกคำศัพทNใหม: 2. (Indicate a reminding word; I) การกำหนดคำช:วยจำ
3. (Note a Lincing story; N) การผูกเรื่อง 4. (Create a Linking picture; C) การวาดภาพประกอบ
5. (Self - test; S) การตรวจสอบ ซึ่งผู'เรียนสามารถบอกความหมายของคำศัพทN และนำคำศัพทNไปใช'ใน
การประโยคได'อย:างถกู ต'อง และสามารถนำไปใช'ในการเขียน หรือสนทนาในชีวิตประจำวนั ได'
3. จดุ ประสงคdการเรยี นร4ู
3.1 ดา' นความรู' (K)
1. ผูเ' รยี นสามารถบอกความหมายของคำศพั ทNภาษาองั กฤษได'
3.2 ด'านทักษะกระบวนการ (P)
1. ผู'เรยี นสามารถแตง: ประโยคจากคำศัพทNท่ีกำหนดใหไ' ด'อยา: งถูกตอ' ง
3.3 ด'านเจตคต/ิ คณุ ลักษณะ (A)
1. ผเู' รยี นมีความสนใจและตง้ั ใจในการเรยี นและการทำกจิ กรรมฝก^ ทกั ษะ
4. สมรรถนะสำคัญของผ4ูเรยี น (R เฉพาะทเี่ กดิ ในหน=วยการเรยี นร4ูน)ี้
R 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร R 4.2 ความสามารถในการคดิ
£ 4.3 ความสามารถในการแกป' ญ9 หา £ 4.4 ความสามารถในการใชท' กั ษะชีวติ
R 4.5 ความสามารถในการใชเ' ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพึงประสงคd (R เฉพาะทเี่ กิดในหนว= ยการเรียนรนู4 ้)ี
£ 5.1 รักชาติ £ 5.2 ซ่อื สตั ยNสจุ รติ
£ 5.3 มวี นิ ยั R 5.4 ใฝคÉ วามรู'
£ 5.5 อย:ูอยา: งพอเพียง R 5.6 ม:ุงม่ันในการทำงาน
£ 5.7 รกั ความเปนÖ ไทย £ 5.8 มีจติ สาธารณะ
£ 5.9 มีความรูพ' น้ื ฐานในยุคดจิ ิตอล วิทยาศาสตรN เศรษฐศาสตรN เทคโนโลยี รภ'ู าษา พหวุ ัฒนธรรม
ตระหนกั สำนึกระดับโลก
R 5.10 สามารถคิดประดษิ ฐอN ยา: งสร'างสรรคN ปรบั ตวั ใฝÉร'ู ใฝเÉ รยี น วิเคราะหN สังเคราะหN สรปุ สรา' ง
องคNความรู'
£ 5.11 มที กั ษะสื่อสารอย:างมปี ระสทิ ธภิ าพ £ 5.12 มคี วามสามารถในการใช'ทกั ษะชวี ติ
£ 5.13 มคี วามสามารถในการใชเ' ทคโนโลยี (ขอ' 5.9 - 5.13 ตามหลักสูตรมาตรฐานสากล)
6. จุดมุง= หมายของสิง่ แวดลอ4 มศึกษา
£ 6.1 มีความตระหนกั ในปญ9 หาสง่ิ แวดล'อม £ 6.2 มีความรูค' วามเข'าใจในป9ญหาส่งิ แวดลอ' ม
£ 6.3 มีทกั ษะในการแกป' ญ9 หาสิง่ แวดล'อม £ 6.4 มีเจตคตทิ ดี่ ีต:อส่ิงแวดล'อม
£ 6.5 มสี ว: นร:วมในการแกป' ญ9 หาสง่ิ แวดลอ' ม
7. ทกั ษะของผู4เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
R 7.1 ทกั ษะการอ:าน (Reading)
R 7.2 ทกั ษะการเขียน (Writing)
£ 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
£ 7.4 ทักษะด'านการคิดอย:างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก'ป9ญหา (Critical thinking and
problem solving)
R 7.5 ทักษะดา' นการสร'างสรรคแN ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
R 7.6 ทักษะด'านความร:วมมือ การทำงานเปÖนทีม และภาวะผู'นำ (Collaboration, teamwork,
and leadership)
£ 7.7 ทักษะด'านความเขา' ใจต:างวัฒนธรรม ตา: งกระบวนทัศนN (Cross-cultural understanding)
£ 7.8 ทักษะด'าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู'เท:าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
£ 7.9 ทกั ษะด'านคอมพิวเตอรN และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
£ 7.10 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู' (Career and learning self-reliance, change)
£ 7.11 มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปÖนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะ
ข้นั ตน' ทงั้ หมด และเปนÖ คุณลกั ษณะท่ีเด็กไทยจำเปÖนตอ' งมี (Compassion)
8. กระบวนการจัดการเรยี นรคู4 าบที่ 24 – 26
การสอนโดยกลวิธีลินซd ขั้นตอนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู4
L(INCS)/เวลาทำกจิ กรรม
1. นักเรียนรับสมุดบันทึกบัตรคำ จากนั้นครูเปêด Canva แสดงคำศัพทN
10 คำ พรอ' มทงั้ ถามว:าเคยรู'ความหมายหรือไม:
List the parts 2. ครูให'นักเรียนแข:งกันค'นหาความหมายของคำศัพทNที่แสดง จากนั้นครู
การจดบันทกึ คำศพั ทNใหม: สม:ุ ถามความหมายของคำศพั ทNกบั นกั เรยี น
2. นักเรียนจดบันทึกคำศัพทNใหม:จำนวน 10 คำ ดังตารางแนบท'าย
(5 นาที)
แผนการสอน
Identify a reminder word 1. นักเรียนเขียนคำช:วยจำลงบัตรคำในช:อง Reminding Term เช:น
การกำหนดคำชว: ยจำ entire แปลว:า ทั้งหมด นักเรียนอาจกำหนดคำช:วยจำ คือ end-t สื่อถึง
(10 นาที) ตอนจบ ท้งั หมด เปนÖ ต'น
1. นักเรียนเขียนความหมายภาษาไทยที่ถูกต'องของคำศัพทNลงช:อง
Definition in Thai และครูแนะนำให'นักเรียนเขียนความหมายของ
คำศัพทNเปÖนภาษาอังกฤษด'วย โดยสามารถเลือกสืบค'นจากอินเทอรNเน็ต
ดังนี้
Note a LINCing story - Cambridge Dictionary Online เขา' ถึงได'จาก
การแต:งประโยคจากคำช:วยจำ
https://dictionary.cambridge.org
(15 นาท)ี - Oxford Dictionary Online เขา' ถงึ ได'จาก
https://www.oxfordlearnersdictionaries.com
2. นักเรียนแต:งประโยคจากคำช:วยจำที่ตนเองกำหนดขึ้นมาในช:อง
LINCS Story
Create a LINCing picture. 1. นักเรียนวาดภาพประกอบคำศัพทNลงในช:อง LINCS Picture และครู
การวาดภาพประกอบคำศพั ทN แนะนำใหน' ักเรยี นสามารถตกแต:งบัตรคำของตนเองได'
(10 นาที)
Self – test 1. นักเรียนจับคู:กับเพื่อน เพื่อสลับกันถามตอบเกี่ยวกับความหมายของ
คำศัพทNโดยใช'บัตรคำที่ตนเองสร'างขึ้นมา ครูแนะนำการถามตอบจาก
การทดสอบความรข'ู อง การเดาคำศัพทNจากรูปภาพที่เพื่อนวาด หรือการแปลประโยคที่เพื่อแต:ง
นักเรียนที่ได'เรียนไปแล'ว ข้ึนกไ็ ด'
2. นักเรียนร:วมกันทำแบบฝ^กหัดออนไลนN Word wall โดยครูส:งลิงกNให'
(10 นาท)ี ผ:านไลนNกล:มุ หอ' งเรียน หรือใหน' กั เรยี นสแกน QR code จาก Canva
9. สอ่ื การเรียนร/ู4 วัสดุอปุ กรณd
9.1 Canva LINCS Vocabulary
9.2 หนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
9.3 แบบฝ^กหัดออนไลนN Word wall เข'าถงึ ได'จาก https://wordwall.net/th/resource/35120100
9.4 LINCS Book สมดุ บันทึกบตั รคำ เข'าถึงไดจ' าก shorturl.at/bqZ09
10. แหลง= การเรยี นร4ู
10.1 หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐานภาษาองั กฤษ Upload 5
10.2 Cambridge Dictionary Online เขา' ถงึ ได'จาก https://dictionary.cambridge.org
10.3 Oxford dictionary Online เข'าถึงได'จาก https://www.oxfordlearnersdictionaries.com
11. การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนร4ู
สงิ่ ที่ต4องการวัด วธิ กี ารวดั เคร่อื งมือทีใ่ ช4วัด เกณฑdการประเมนิ
นกั เรยี นทำแบบฝก^ หดั ได'
ด4านพุทธพสิ ัย (K) แบบฝก^ หดั ออนไลนN ถูกต'องรอ' ยละ 60 ข้นึ ไป
ผู'เรียนสามารถบอกความหมายของ ตรวจชิน้ งาน Word wall ถือว:า ผ:าน
คำศัพทภN าษาองั กฤษได' นักเรียนแตง: ประโยคได'
LINCS Book ถกู ตอ' งรอ' ยละ 60 ขน้ึ ไป
ดา4 นทักษะพสิ ัย (P) สมดุ บันทกึ บัตรคำ ถือวา: ผา: น
ผู'เรียนสามารถแต:งประโยคจาก ตรวจชิ้นงาน พฤติกรรมของนักเรียน
คำศัพทNทีก่ ำหนดใหไ' ด'อยา: งถูกต'อง แบบสังเกต รายกลุ:มผ:านร'อยละ 70
พฤตกิ รรมนักเรยี น ขึ้นไปถอื วา: ผ:าน
ด4านเจตพิสยั (A)
ผู'เรียนมีความสนใจและตั้งใจในการ สังเกต รายกล:มุ
เรยี นและการทำกิจกรรมฝก^ ทกั ษะ พฤติกรรม
12. บนั ทกึ หลังการสอน
12.1 ส่ิงที่ได'เรียนร/ู' ขอ' สังเกต/ขอ' คน' พบ
……*……ค…าบ…x……2…4………L…/…N…C…S……B…o…o…k……E……ใL…!…ก…เ$…ย…น…ส…g…ก…§…บ…ก…าร…เ…$…ย…น…=…J……พ……K……แ…†…!…ก…เ$…ยน
……'…ง…E……ไ_…ï…………เR…อง…จ…าก…'…ง…ไZ…©…น…§…บ…V…ป…แ…บ…บ…ใ…ห…Z…………………………………………………………………
……*………ค…าบ…x………2s……-…2…6…………………………………………………………………………………………………………
…………บ…า…ง…=…x……ยา…ก…ม…า…ก…อ…าจ…E……ใ…L…ใ…น……ล…า…น……น………√…ง…อ…าจ…ไ…Z…ไ…_…ท…ด…ส…อบ…ท……าย…ค…ะ…บ………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………1…2.-…2…ป…9ญ…8ห…านแ…าล…นะ…อ=…ปุ ส…สร…พร…คE……อ…า…จ…จะ…ม…า…ก…เk…น…ไ…ป…ใ…น………1……ก…า…บ……เ$…ย…น……น……ใ…L…เ…ล…ย…เ…ว…ล…า…
………ห…l…อ…ไ…Z…ü…น……เว…ล…า…ใ…น…m……v………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอ………1…2-.…3…ขา…อ' …เคส…วนร…อEแ…นµ…ะ…ส/ข…ç'อ…=แ…ก\…'ไาขย…ป…มราบั…ไปว…กร…งุ า…ย…§…น………………ใ…Lก…า…ร…เ…$ย…น…ใ…น…ค…า…บ…\า…ย…^…น……ง…าน……เส…ß…จ…
……ใ…น…ท…บ……xᵗ …O…อ…ง…ก…า…ร……………………………………………………………………………………………………………
………-………ห…า…กไ…Z…ü…น…เว…ล…า…ส…าม…า…ร…ถ…ù…า …x…æ…าน…ไ…_…………………………………………………………………………
………-…………ค…ว…รท…ด…ส…อ…บ……หา…=……x…!…ก…เ$…ย…น…¿…ก…8……ไZ…ใ…ด…y…อ…น………เX…อ…ม…าเ…D…น…ใ…L…!…ก…เ…$ย…น…b…ก……รอ…บ….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .............................................
(นายทนุพงษN ลาภปญ9 ญา)
ครูผสู' อน
ตารางแสดงรายการคำศพั ทdชุดที่ 1 ประกอบการสอน (คาบที่ 24)
NO. Vocabulary Past of Level Meaning
speech CEFR
To suffer or die because you do not have enough food to
1 starve verb B2 eat; to make somebody suffer or die in this way.
(อดอยาก, หิวโหย)
(Used when you are emphasizing that the whole of
2 entire adjective B2 something is involved) Including everything, everyone, or
every part. (ท้งั หมด)
3 construction noun B2 The process or method of building or making something,
especially roads, buildings, bridges, etc. (การกอ: สรา' ง)
4 develop verb A2 To gradually grow or become bigger, more advanced,
stronger, etc.; to make something do this. (พฒั นา)
5 chariot noun C1 An open vehicle with two wheels, pulled by horses, used
in ancient times in battle and for racing. (รถมา' )
6 distance noun A2 The amount of space between two places or things.
(ระยะทาง)
7 settler noun B2 A person who goes to live in a new country or region.
(ผท'ู ีไ่ ปอาศยั อยู:ต:างถน่ิ )
Containing people of different types or from different
8 cosmopolitan adjective C2 countries and influenced by their culture.
(ความเปนÖ สากล)
9 pavement noun B2 A flat part at the side of a road for people to walk on.
(ทางเทา' )
10 Ideas, statements, or beliefs that you think are silly or not
nonsense noun C1 true.
(เรอื่ งไรส' าระ, เรอ่ื งเหลวไหล)
(Oxford Learner’s Dictionaries, 2022)
ตารางแสดงรายการคำศัพทdชดุ ท่ี 2 ประกอบการสอน (คาบท่ี 25)
NO. Vocabulary Past of Level Meaning
speech CEFR
11 afford verb B1 To have enough money to be able to buy or do something.
(สามารถซอ้ื ได')
12 dramatic adjective B2 Sudden, very great, and often surprising.
(เรา' ใจ, นา: ทง่ึ )
13 formation noun B2 The action of forming something; the process of being
formed (การต้ังตวั )
14 gather verb B1 To come together, or bring people together, in one place
to form a group (รวมตัว, รวบรวม)
Any animal that has cold blood and skin covered in scales,
15 reptile noun B2 and that lays eggs. Snakes, crocodiles, and tortoises are all
reptiles. (สัตวเN ลอื้ ยคลาน).
16 decade noun B1 A period of ten years, especially a continuous period, such
as 1910–1919 or 2000–2009. (ทศวรรษ)
17 glamorous adjective B2 Especially attractive and exciting, and different from
ordinary things or people. (งามสง:า)
18 inspire verb B2 To give somebody the desire, confidence, or enthusiasm to
do something well. (สรา' งแรงบันดาลใจ, จุดประกาย)
19 native adjective B1 Connected with the place where you were born and lived
for the first years of your life. (พนื้ เมือง, ทอ' งถิ่น)
20 encourage verb B1 To give somebody support, courage or hope.
(ให'กำลงั ใจ, ส:งเสรมิ )
(Oxford Learner’s Dictionaries, 2022)