The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by OBone Cck, 2022-06-09 01:24:13

แผนคณิคคอม

แผนคณิคคอม

แผนการจัดการเรียนรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะวิชาชพี
และบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ด้วยกระบวนการชมุ ชนการเรียนรูท้ างวชิ าชพี (PLC)

ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ รหสั วชิ า 20001-2001 ทฤษฎี 1 ปฏบิ ตั ิ

2 หนว่ ยกติ

 หลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ าชีพ  หลกั สตู รประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสงู

ประเภทวิชา พาณิชยกรรม สาขาวิชา คอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ

จดั ทำโดย

นายชาญชยั ไชยคำ
ตำแหน่ง ครู

แผนก คอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ

วิทยาลยั สารพดั ช่างอบุ ลราชธานี
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

รายการตรวจสอบและอนญุ าตให้ใช้

ควรอนญุ าตให้ใช้ในการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ เกยี่ วกับ
............................................................................................................................. ......
.............................................................................................................................................................................

(นายชาญชยั ไชยคำ )
ครู

ควรอนุญาตให้ใช้ ในการสอนได้
ควรปรับปรุงเกี่ยวกบั
...................................................................................................................................
.................................................................................. ............................................................................................

(นางพรมณี ยืนยาว)
หวั หน้างานพัฒนาหลกั สตู รการเรียนการสอน

ควรอนุญาตให้ใชใ้ นการสอนได้
ควรปรบั ปรุงเกย่ี วกับ
...................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

(นางสาวกรรณิการ์ แดนสีแก้ว)
รองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
อนุญาตให้ใชใ้ นการสอนได้
ควรปรับปรุงเกยี่ วกับ
.................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................................................................. ............

(นายนริ ันดร์ สมมตุ ิ)
ผูอ้ ำนวยการวิทยาลยั สารพดั ชา่ งอุบลราชธานี

หลกั สูตรรายวิชา

ช่ือวชิ า คณิตศาสตร์คอมพวิ เตอร์ รหสั วิชา 202040-2003 ทฤษฎี 1 ปฏิบัติ 2 หน่วยกติ 2

 หลักสตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ  หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้นั สูง

สาขาวชิ า คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ

จุดประสงคร์ ายวชิ า

เพอื่ ให้
1.รู้หลักการเกี่ยวกับระบบจำนวนระบบเลขฐาน พีชคณิตบูลีนพีชคณิตเส้นตรง และ ทฤษฎี
เมตริกซ์
2.มที ักษะในการคำนวณทางคณติ ศาสตรค์ อมพิวเตอร์
3.เข้าใจความสมั พันธ์ระหวา่ งคณิตศาสตรก์ บั การทำงานของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
4.มกี จิ นสิ ัยการทำงานอย่างมรี ะเบยี บ

สมรรถนะรายวิชา

1. แสดงความรู้เกยี่ วกับคำนวณเลขฐาน พชี คณิตบลู นี พีชคณติ เส้นตรง ทฤษฎีเมตริกซไ์ ด้
2. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์กับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์

คำอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาเก่ียวกับระบบจำนวน ระบบเลขฐาน พีชคณิตเส้นตรงและทฤษฎีเมตริกซ์ คอมพิวเตอร์กับเลข
ฐาน ตรรกะกบั คอมพิวเตอร์ และหลกั การคำนวณของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ โดยใช้กระบวนการชมุ ชนการ
เรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในการจัดการเรียนรู้ ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง เพือ่ ให้มพี ืน้ ฐานความรทู้ างวิชาชีพ

ตารางวิเคราะหค์ ำอธิบายรายวชิ า

ชื่อวิชา คณติ ศาสตรค์ อมพิวเตอร์ รหัสวชิ า 20204-2003 จำนวน 2 หน่วยกิต

ระยะเวลาเรียน 18 สัปดาห์ จำนวน 3 ชั่วโมง / สัปดาห์ รวมจำนวน 54 ช่ัวโมง

ลำดบั ชอ่ื หน่วย พฤติกรรมท่ีต้องการต่อการเรียนการสอนหนึ่งครั้ง
ที่ ความรู้ ทกั ษะ กจิ นสิ ัย รวม(ชม.)

1. ระบบจำนวน // / 3

2 เลขฐานในระบบคอมพวิ เตอร์ // / 6

3 การแปลงเลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์ / / / 9

4 หลักการคำนวณเลขในระบบคอมพิวเตอร์ / / / 6

5 ตรรกศาสตร์ // / 6

6 พชี คณติ บูลีน // / 6

7 วงจรตรรก // / 6

8 เมตรกิ ซ์ // / 6

9 พชี คณิตเชิงเสน้ // / 6

การประเมนิ ผลการเรยี นตามสภาพจริง

รวม 54

ตารางวิเคราะห์หนว่ ยการเรียนรู้

ช่ือวิชา คณติ ศาสตร์คอมพิวเตอร์ รหัสวชิ า 20204-2003 จำนวน 3 หนว่ ยกติ

ระยะเวลาเรยี น 18 สปั ดาห์ จำนวน 3 ช่ัวโมง / สัปดาห์ รวมจำนวน 54 ชั่วโมง

สัปดาห์ท่ี หนว่ ยท่ี ช่ือนหน่วยการสอน เวลา (ชม.)

1 1 ระบบจำนวน (Number Systems) 3

สาระสำคัญ

1.1 บทนำ

1.2 ววิ ัฒนาการของจำนวนและตวั เลข

1.3 โครงสร้างระบบจำนวน

1.4 จำนวนจรงิ

1.5 จำนวนตรรกยะ

1.6 จำนวนอตรรกยะ

1.7 จำนวนเต็ม

1.8 จำนวนนับหรอื จำนวนธรรมชาติ

1.9 เสน้ จำนวน

1.10 ใบมอบหมายงาน

1.11 แบบทดสอบหลังเรียน

2 2 เลขฐานในระบบคอมพวิ เตอร์ 6

สาระสำคญั

2.1 บทนำ

2.2 ระบบเลขฐานสิบ

2.3 ระบบเลขสอง

2.4 ระบบเลขฐานแปด

2.5 ระบบเลขฐานสบิ หก

2.6 ระบบเลขฐานอนื่ ๆ

2.7 ใบมอบหมายงาน

2.8 แบบทดสอบหลังเรียน

ตารางวเิ คราะหห์ น่วยการเรียนร้(ู โครงการสอน)

ชอ่ื วิชา คณติ ศาสตร์คอมพิวเตอร์ รหัสวชิ า 20204-2003 จำนวน 2 หนว่ ยกิต

ระยะเวลาเรียน 18 สปั ดาห์ จำนวน 2 ช่ัวโมง / สัปดาห์ รวมจำนวน 36 ชวั่ โมง

สัปดาห์ที่ หนว่ ยท่ี ช่ือนหน่วยการสอน เวลา (ชม.)

3-5 3 การแปลงเลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์ 9

สาระสำคัญ

3.1 ทนำ

3.2 การแปลงเลขฐานสิบเปน็ เลขฐานใด ๆ

3.3 การแปลงเลขฐานสองเปน็ เลขฐานใด ๆ

3.4 การแปลงเลขฐานแปดเป็นเลขฐานใด ๆ

3.5 การแปลงเลขฐานสิบหกเปน็ เลขฐานใด ๆ

3.6 ใบงานและแบบฝกึ หดั

6-9 4 หลกั การคำนวณเลขในระบบคอมพวิ เตอร์ 6
สาระสำคัญ 6
4.1 บทนำ
4.2 หลกั การคำนวณในระบบคอมพวิ เตอร์
4.3 การคำนวณเลขฐานสิบ
4.4 การคำนวณเลขฐานสอง
4.5 การคำนวณเลขฐานแปด
4.6 การคำนวณเลขฐานสิบหก
4.7 คอมพลเี มนต์ของเลขฐาน
4.8 ใบงานและแบบฝกึ หดั

10-11 5 ตรรกศาสตร์
สาระสำคญั
5.1 บทนำ
5.2 ประพจน์และประโยคเปดิ
5.3 การเชือ่ มประพจน์
5.4 การหาค่าความจริงของประพจน์
5.5 การให้เหตแุ ละผล
5.6 ใบงานและแบบฝกึ หัด

ตารางวเิ คราะห์หนว่ ยการเรยี นรู้

ช่ือวิชา คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ รหัสวิชา 20204-2003 จำนวน 2 หนว่ ยกติ

ระยะเวลาเรียน 18 สัปดาห์ จำนวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์ รวมจำนวน 36 ชวั่ โมง

สัปดาห์ท่ี หนว่ ยท่ี ชอ่ื นหน่วยการสอน เวลา (ชม.)

12 6 พชี คณิตแบบบูล (Boolean Algebra) 6

สาระสำคญั

6.1 บทนำ

6.2 พชี คณิตแบบบูล

6.3 สมมตฐิ านแบบบลู

6.4 ทฤษฎแี บบบลู

6.5 ใบงานและแบบฝกึ หัด

13-15 7 วงจรตรรก (Logic Circuits) 6

สาระสำคัญ

7.1 บทนำ

7.2 วงจรเกท

- ออร์เกท ( OR Gates)

- แอนดเ์ กท (AND Gates)

- อินเวอร์เตอร์ (Inverters , NOT)

- แนนด์เกท (NAND Gates)

- นอรเ์ กท (NOR Gates)

- XOR Gates

- XNOR Gates

7.3 ใบงานและแบบฝกึ หัด

16-17 6 เมตริกซ์ 6
สาระสำคญั 6
8.1 ความหมายของเมตรกิ ซ์
8.2 แถวและคอลมั น์
8.3 ชนดิ ของเมตรกิ ซ์
8.4 เมตรกิ ซ์ย่อย
8.5 การเทา่ กันของเมตรกิ ซ์
8.6 การบวกเมตรกิ ซ์
8.7 การลบเมตรกิ ซ์
8.8 การคณู เมตรกิ ซ์
8.9 การสลบั เปลย่ี นของเมตริกซ์
8.10 ตวั กำหนด (Determinant)
8.11 เมตริกซเ์ อกลักษณ์ (Identity Matrix)
8.12 ใบงานและแบบฝกึ หัด

18 9 พีชคณิตเสน้ ตรง (Linear Algebra)
สาระสำคญั
9.1 ความร้เู บ้ืองตน้ เกย่ี วกับสมการ
9.2 ระบบสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียว
9.3 การแก้สมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียว
9.4 ระบบสมการเชิงเส้นสองตวั แปร
9.5 การแก้สมการเชงิ เส้นสองตวั แปร
9.6 ใบงานและแบบฝึกหัด

ตารางวิเคราะห์การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ

ชอื่ วิชา คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ รหัสวิชา 2204-2004 จำนวน 3 หนว่ ยกิต

ระยะเวลาเรียน 18 สปั ดาห์ จำนวน 3 ชั่วโมง / สัปดาห์ รวมจำนวน 54 ชว่ั โมง

หน่วยที่ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เครื่องมือวัด คะแนน หมายเหตุ

1. ระบบจำนวน แบบประเมิน 5 จุดประสงค์การ
2. เลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์
3. การแปลงเลขฐานในระบบคอมพวิ เตอร์ ถาม-ตอบ เรียนรทู้ ี่ไม่ผา่ น
4. หลักการคำนวณในระบบคอมพวิ เตอร์
แบบประเมิน 5 ครูผูส้ อนมอบหมาย
5. ตรรกศาสตร์
อตั นัย งานเพิ่มเติมเพื่อเป็น
6. พชี คณตแบบบลู
แบบประเมิน 15 การพฒั นาความรู้
7. วงจรตรรก
อตั นัย และทบทวนบทเรียน

แบบประเมิน 20 ของผเู้ รียน หาก

ถาม-ตอบและ พบวา่ ยงั ไมผ่ ่าน

อัตนัย จุดประสงค์การ

แบบประเมนิ 10 เรียนรู้อกี จดั สอน
ซ่อมเสรมิ ให้
ถาม-ตอบและ

อตั นัย

แบบประเมนิ 10

ถาม-ตอบและ

อัตนัย

แบบอัตนยั 15

8. เมตรกิ ซ์ แบบประเมิน 10
ถาม-ตอบ

9. พชี คณิตเชิงเสน้ แบบประเมิน 10
ถาม-ตอบและ

อัตนัย

เคร่ืองมอื วัด

ดา้ นคณุ ธรรมจริยธรรม (วดั ความดี) ดา้ นวิชาการ (วัดความเก่ง)

1. การปฏิบัติตามกฎระเบยี บของสถานศกึ ษา 1. ตอบคำถาม

2. ตรงตอ่ เวลา 2. หลักการและเทคนิคในกระบวนการคิด

3. สนใจปฏิบตั ิงานทีม่ อบหมายและความ 3. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ

กระตือรอื รน้ ในการเรียน 4. ผลงานการปฏิบัตติ ามใบงานมีความถูกต้อง

4. ความรับผิดชอบ 5. มที กั ษะและวิเคราะห์การใชง้ านได้

5. ความสะอาดและความเปน็ ระเบียบ 6. ความสามารถในการนำความรู้ไป

6. ความซ่อื สัตย์ ประยุกต์ใชใ้ นการทำงานกบั คอมพวิ เตอร์

7. การเห็นคุณคา่ และมีเจตที่ดี 7. ทำแบบฝึกหดั หลงั เรยี นมีความเขา้ ใจ

8. กระบวนการแกป้ ญั หาและกระบวนการ

สบื คน้ เพื่อหาคำตอบ

9. มโี นภาพและความคดิ รวบยอดในการใน

กระบวนการเรียนรปู้ ระจำหน่วย

แผนการสอน/การเรียนรูภ้ าคทฤษฎี หนว่ ยท่ี 1
สอนสัปดาห์ท่ี
ชื่อ วชิ า คณติ ศาสตรค์ อมพวิ เตอร์ 1
ชือ่ หน่วย ระบบจำนวน
คาบรวม 3

ชื่อเร่ือง ระบบจำนวน จำนวนคาบ 3

1. สาระสำคญั

โดยทั่วไปเรามนุษย์เรารู้จักกับจำนวนในการดำรงชีวิต มาตั้งแต่สมัยโบราณ และมนุษย์ได้มีการ

วิวัฒนาการในการใช้เกี่ยวกับจำนวนมาเรื่อย ๆ เป็นยุค ๆ และมีการเริ่มใช้จำนวนมากท่ีสุดในสมัย ของบาบิโล

เนีย กรีก โรมันและอียิปต์ ส่วนชาวฮินดู-อาหรับ ได้สร้างสัญลักษณ์แทนจำนวนอย่างมีระบบ จนถึงยุก

ปัจจุบันเราใช้ระบบจำนวนเก่ียวข้องกับชีวิตประจำวันจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพ่ือใช้ในการส่ือสาร

แลกเปลี่ยน ซ่ึงรวมไปถงึ การคำนวณเลขท้ังทางคณิตศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์ ดังนน้ั จึงมีความจำเป็นต้องศึกษา

และเรียนรู้ระบบจำนวนให้มีความเข้าใจในหลักการ เพ่ือประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในการ

นำไปใชง้ านตามประเภทของการใช้งานอย่างถกู หลักและถูกต้องเหมาะสม

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
จุดประสงค์ทวั่ ไป
1. มคี วามรู้ความเขา้ ใจในระบบจำนวน
2. มคี วามรคู้ วามเข้าใจในระบบตวั เลข
3. เห็นความสำคัญของระบบตวั เลขและระบบจำนวน
4. ทราบความเปน็ มาและววิ ฒั นาการของระบบจำนวน
5. มคี วามรู้ความเข้าในในระบบเส้นจำนวน
6. เลง็ เห็นความสำคัญของการนำระบบจำนวนไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์
จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. อธบิ ายโครงสรา้ งของระบบจำนวนได้
2. ประยุกต์ใชค้ ุณสมบตั ติ า่ งไ ของจำนวนใด ๆ ได้
3. สามารถวิเคราะห์และแยกแยะไดอ้ ย่างถกู ต้องระหวา่ งระบบจำนวนกบั ตวั เลข
4. สามารถนำระบบจำนวนไปประยุกต์ใชไ้ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและเกิดประโยชน์ในดา้ นต่าง ๆ
ได้
5. สามารถเขยี นเลขจำนวนตา่ ง ๆ ให้เป็นเลขโรมันได้

3. เนื้อหาสาระการเรยี นรู้

1. ววิ ฒั นาการของจำนวนและตวั เลข
2. โครงสร้างระบบจำนวน
3. จำนวนจริง
4. จำนวนตรรกยะ
5. จำนวนอตรรกยะ
6. จำนวนเตม็
7. จำนวนนบั หรือจำนวนธรรมชาติ
8. เสน้ จำนวน

4. กจิ กรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมครู กิจกรรมนักเรยี น

ขนั้ เตรียมกิจกรรม

1. ครูชแี้ จงจดุ ประสงค์และคำอธิบายรายวิชา 1. นักเรยี นดู , ฟัง และจดบันทึก

2. ครูช้ีแจงระเบียบว่าด้วยเวลาเรียนและการ 2. ให้นกั เรียนพูดคยุ และซกั ถาม ขอ้ สงสยั

ประเมนิ ผล

3. ค รู ต ก ล งกั บ นั ก เรี ย น ใน ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม

กระบวนการเรยี นการสอน

4. ครกู ำหนดหนงั สอื เอกสาร และใบงาน

5. ครูกั บ นั ก เรีย น สร้างคว าม เป็ น กั น เอ งแ ล ะ

ความคุ้นเคยเพื่อให้ผู้เรียนลดอาการเครียดและ

เกรงกลวั ครผู ้สู อน

6. ครตู อบคำถามข้อสงสัยของนกั เรยี นก่อน

เรยี น

กจิ กรรมครู กิจกรรมนักเรียน

ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน

1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนในห้องแสดง 1. นักเรียนฟัง และตอบคำถามครูด้วยความ

ความคิดเห็น ถึงความหมาย และความแตกต่าง ตง้ั ใจ เปน็ การวัดความรู้เดมิ ของนักเรียน

ของ “ระบบจำนวน” กับ”ตัวเลข”ตามท่ีนักเรียน 2. ผเู้ รยี นแสดงความคิดเหน็ และนำเสนอ

เขา้ ใจ 3. ผู้เรียนปรึกษาหากันในห้องเรียน ศึกษาจาก

2. ทดสอบกอ่ นเรยี นโดยการ ถาม – ตอบ เอกสารประกอบการเรียนและช่วยกันระดม

3. ครูให้นักเรียนบอกระบบจำนวนทั้งหมดเท่าที่ทราบ ความคิดแลว้ ตอบคำถาม

โดยวิธีการถาม นักเรียนท้ังห้องก่อน ถ้าได้คำตอบ

ไม่ชัดเจน จึงทำการสุ่มนักเรียนเพ่ือลุกขึ้นตอบ

คำถามทลี ะคน

4. ครูสรุปและอธิบาย พร้อมกับยกตัวอย่าง จนกว่าผู้เรียน

สามารถมองเห็นภาพถึงความแตกต่าง ระหว่างจำนวน

กับ ตัวเลข และ เข้าใจเก่ียวกับระบบจำนวนต่าง ๆ ได้ดี

ย่งิ ขึน้

ข้นั ดำเนนิ การสอน

1. ทดสอบก่อนเรียนโดยการ ถาม – ตอบ 1. ให้นักเรยี น ตอบคำถาม

2. ให้ผู้เรียนบอกความหมาย และความแตกต่าง 2. นักเรยี นร่วมกันคิดและนำเสนอในหอ้ งเรียน

ระห ว่าง “จำน วน ” กับ “ตัวเลข” พ ร้อม 3. ให้นักเรียน ร่วมกันประเมินผลเพ่ือนที่ออก

ยกตวั อยา่ งประกอบ แสดงความคิดเหน็ ว่าถูกหรือไม่ อย่างไร

3. ใหผ้ เู้ รียน บอกโครงสรา้ งของระบบจำนวนตา่ ง ๆ 4. ผู้เรียนสนใจ ตั้งใจฟังครูบรรยายพร้อมจด

พรอ้ มกับให้ความหมาย และยกตวั อยา่ งประกอบ บนั ทกึ

ในแตร่ ะบบ 5. ให้นักเรียนสรุปผลร่วมกับครูผู้สอนและจด

4. ครบู รรยาย และยกตวั อย่างประกอบในแตล่ ะ บนั ทึกผลการสรปุ

หัวข้ออย่างชดั เจนเพ่ือให้ผเู้ รียนสามารถจดจำได้

ง่าย

กิจกรรมครู กจิ กรรมนกั เรยี น

5. สุม่ ใหผ้ ู้เรยี นลุกขน้ึ สรุปบทเรียน 6. นักเรียนทำใบงานที่มอบหมายส่งในเวลาท่ี

6. ให้ทำใบงาน ผูส้ อนกำหนด

7. ครูตรวจใบงาน พร้อมแจกคืนให้นักเรียน เพื่อนำ 7. ถ้าใบงานในข้อใดไม่ถูกต้องนักเรียนต้องทำ

กลับไปแก้ไขข้อท่ีผิดแล้วส่งใหม่จนกว่าจะถูกต้อง การแก้ไขใบงานใหถ้ ูกต้อง

หรือหมดเวลาท่กี ำหนดในการส่งใบงาน 8. นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน

ข้ันสรปุ 9. นักเรียนช่วยกันเฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

8. ครูแนะน ำให้ผู้เรียน ไปศึกษ าจากเอกสาร รว่ มกับครผู ู้สอน

ประกอบการเรียน 10. ผู้เรียนบอกวิธีที่นำความรู้จากบทเรียนไป

9. ทดสอบหลงั เรยี น ประยกุ ตใ์ ช้ใหเ้ กิดประโยชน์และประสทิ ธิภาพ

10. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนและการนำไป สูงสุดตอ่ ไป

ประยุกต์ใช้

5. สอื่ การสอนและแหล่งเรียนรู้
5.1 ชุดการสอน PowerPoint / PDF File
5.2 หนังสือเรยี นเรยี นวิชาคณิตศาสตร์คอมพวิ เตอร์
5.3 ครผู สู้ อน, Internet, E-learning, Website , Visual Classroom
5.4 รายงานท่เี ก่ียวข้องกับสาระการเรียนร้ปู ระจำหนว่ ย
5.5 ชดุ การเรียนร้ดู ้วยโปรแกรมส่อื ประสม

6. การวดั ผลและการประเมินผล
6.1 ความสนใจในการเรยี นรู้ การคน้ คว้า การมีส่วนร่วมในกจิ กรรม
6.2 การซกั ถามและการตอบคำถาม
6.3 การทำงานเป็นทีม (ใหค้ วามสำคญั ในการทำงานเป็นทมี งาน , การมีส่วนร่วมรับผดิ ชอบกนั และกัน
ของกลุม่ ทป่ี ฏบิ ัติภาระงานรว่ มกนั อย่างเป็นระบบ)
6.4 การสรปุ เนื้อหาบทเรยี น องค์ความรู้ท่ีได้ในกจิ กรรมการเรยี นการสอน และสามารถปฏบิ ัตภิ าระงาน
ทไี่ ดร้ บั มอบหมายแลว้ เสรจ็ ทนั เวลาทกี่ ำหนด
6.5 บันทกึ ผลการเรียนรแู้ ละการเขียนรายงานตนเอง (Self-Report)
6.6 แฟ้มสะสมผลงานในการปฏิบตั ิภาระงานท่มี อบหมาย

7. ผลงาน / ช้นิ งานของนักศกึ ษา
7.1 บันทกึ ผลการเรียนรู้ การเขียนรายงานตนเอง
7.2 ผลงานการปฏิบัตติ ามใบงานที่มอบหมายประจำสาระการเรียนรู้

8. กจิ กรรมเสนอแนะ /ภาระงานทีม่ อบหมาย
8.1 ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเก่ียวกับสาระการเรียนรู้จาก หนังสือ Internet , Website , บทเรียน
ออนไลนใ์ น Visual Classroom ของสถานบนั การศึกษาต่าง ๆ
8.2 บนั ทึกและสรปุ องค์ความรทู้ ่ีได้ในการเรียนเสนอครูผสู้ อนหลงั เสร็จสิ้นการเรียนการสอน
ในแตล่ ะคร้งั

9. กิจกรรมเสนอแนะ
1. ผู้เรยี นต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพือ่ หาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพือ่ ให้หาคำตอบได้

อย่างถูกตอ้ ง และรวดเรว็ โดยการ ต้ังใจฟังหลักการ เทคนคิ วิธกี ารที่ครูผสู้ อนสรุปในขณะทที่ ำการสอน และนำ
ขอ้ สงสัยซักถามครูในการเรยี นทกุ ครั้งที่เกิดความสบั สน และไมเ่ ขา้ ใจ

2. ผมู้ ีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพ่ือเสริมสร้างความเขา้ ใจอย่างแทจ้ รงิ
3. ผเู้ รยี นหมนั่ ทำใบงาน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อท่ผี ดิ ใหถ้ กู ต้องเสมอ

ภาระงานทมี่ อบหมาย
บทที่ 1 เรอ่ื ง ระบบจำนวน
วชิ า คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ หลักสตู ร ปวช. ภาคเรยี นท่ี ……./…………
…………………………………………………………………………………………………………
วธิ ปี ฏบิ ตั ิ
1. นักเรยี นปรึกษาหารือกนั และศกึ ษา ทบทวนสาระการเรยี นรู้
2. นักเรยี นแสดงความคดิ เห็นทเ่ี หมอื นหรือแตกต่าง จากเพื่อนในห้องเรยี นเพือ่ เปน็ แนวทางการ
ค้นหาคำตอบท่ีถกู ต้อง
3. ตอบคำถามครูผู้สอน
4. นักเรียนแกไ้ ขปรับปรุงข้อบกพรอ่ งของช้ินงานให้ถูกต้องจากที่ครู โดยการสรุปสิ่งที่ผเู้ รยี นมสี ว่ น
รว่ มในกิจกรรม เขา้ แฟม้ สะสมผลงานแล้วนำเขา้ แฟ้มสะสมผลงาน

ภาระงานที่มอบหมาย
1. บอกความหมายของระบบจำนวนและตัวเลข
2. เขยี นเส้นจำนวนพร้อมอธบิ าย
3. บอกโครงสรา้ งของระบบจำนวนทน่ี กั เรียนคนุ้ เคย
4. ใหค้ วามหมายของระบบจำนวน พรอ้ มยกตวั อย่างประกอบอย่างน้อย 3 ตวั อยา่ ง

หนา้ ทค่ี รูผู้สอน
1. กำหนดเวลาในการปฏบิ ัติงานของนักเรยี น
2. สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการมสี ่วนร่วมและปฏบิ ัติภาระงานท่ีมอบหมาย
3. ตรวจผลงานของนักเรยี น
4. สุ่มถามนักเรียน
5. ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเฉลยใบงานพร้อมให้คะแนนหรือชมชยนักเรียนท่ีมีส่วนร่วมใน

กจิ กรรมการเรียนรู้

เฉลยแบบฝกึ หดั บทที่ 1 เรื่อง ระบบจำนวน

1. จงอธบิ ายความหมายของจำนวนตอ่ ไปนี้พรอ้ มยกตวั อย่าง

จำนวนจริง คอื จำนวนท่ีใหญ่ที่สุดในระบบของโครงสร้างจำนวน ซ่ึงเลขท่ีอยู่ในระบบจำนวนจรงิ

ประกอบดว้ ยเลขทุกจำนวน ซงึ่ จะแสดงหรือเกบ็ รูปแบบของตวั เลขอยู่ในรปู ของเลขทศนิยม เช่น

- 2.00 , -1.50 , 0.00 , 1.25 , 2.20 , 3.00 เปน็ ต้น

(1) จำนวนเตม็ คือ จำนวนทเ่ี ปน็ เลขไม่มเี ศษ ประกอบด้วยตัวเลขจำนวน ลบ , ศนู ย์ , จำนวน

บวก เท่านั้น ซง่ึ ไม่เลขทศนยิ ม เศษส่วน เช่น …,-4 , -3 , -2 , -1 , 0 , 1 , 2 ,3 , 4, …

เป็นต้น

(2) จำนวนธรรมชาติ คือ จำนวนนับ , จำนวนเตม็ บวก โดยเลขในระบบจำนวนนี้ประกอบด้วยเลขทีเ่ ริ่ม

ต้ังแต่ 1,2,3,4,5,6,…. เปน็ ตน้ ไป

(3) จำนวนนับ คอื จำนวนธรรมชาติ , จำนวนเตม็ บวก โดยเลขในระบบจำนวนน้ีประกอบดว้ ย

เลขทเ่ี ร่มิ ต้ังแต่ 1,2,3,4,5,6, … เป็นตน้ ไป

(4) จำนวนตรรกยะ คอื จำนวนท่ีสามารถเขยี นอยู่ในรูปเศษส่วน หรือ จำนวนเต็ม เช่น 5 , 20 ,

24
−9

3

(5) จำนวนอตรรกยะ คือ จำนวนท่ีไม่สามารถเขียนให้อยู่ในรปู ของเศษส่วนและจำนวนเต็มได้ ซ่ึง

จำนวนอตรรกยะเปน็ เลขจำนวนทศนยิ มไม่รู้จบหรอื แบบไม่ซ้ำ รากท่ถี อดไดไ้ มล่ งตัว เชน่ 2.3333,

15.2151515… ,  , 5 เป็นต้น
2. จงเปลีย่ นสัญลกั ษณต์ ่อไปน้ใี ห้เป็นเลขอารบิค

(1) D = ...500........................... (2) LXX

=..120.........................

(3) CD = ...400........................... (4) XXV =......25000.......................

3. กาเคร่อื งหมาย  ในช่องจำนวนท่ีแสดงอย่ใู นรูปของเลขจำนวนทีถ่ กู ต้อง

ขอ้ ท่ี จำนวน จำนวนจริง จำนวนนบั จำนวนเต็ม จำนวน ตรรกยะ จำนวน อตรรกยะ

1 2.5 /

23 /
5

3 0.725 /

4 0.62323… /

58 // /

6 23 // /

70 // /

8¶ /

95 /
10 /

4

4. จงเปลยี่ นเป็นเลขโรมนั = ...... I........................
(1) 1 = .......L.......................
(2) 50
(3) 62 =........LXII......................

5. จงหาคำตอบจากทกี่ ำหนดให้ต่อไปน้ี

(1) 100 =………ไม่มนี ิยาม ดงั นั้นจงึ ไม่สามารถหาคำตอบได้………………….

0

(2) 0 =…………0……………….
5

(3) − 50 =………ไม่มนี ยิ าม ดงั นนั้ จึงไมส่ ามารถหาคำตอบได้…………………
0

(4) 0 =…………0…………………
− 200

6. จงเขียนโครงสร้างของระบบจำนวน พรอ้ มอธิบายมาพอสังเขป

จำนวนจริง

จำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ

จำนวนจริงเปน็ จำนวนท่ใี หญก่ ว่าจำนวนอ่ืน ๆ เพราะจำนวนจรงิ ประกอบด้วยเลขทกุ จำนวน โดยเลข
จำนวนตรรกยะ จะเปน็ เลขจำนวนเตม็ เศษส่วน และ จำนวนเลขทมี่ ที ศนิยม(ทศนิยมท่รี ู้จบ ) ส่วนเลข
จำนวนอตรรกยะ เป็น เลขทศนิยมท่ีไม่ร้จู บ หรือ วนซำ้ รวมทง้ั เลขที่อยใู่ นรปู ของเลขอนื่ ๆ ที่ไมใ่ ช่จำนวน

ตรรกยะ เชน่  , 5

7. จงบอกความหมายของสัญลักษณต์ ่อไปนี้พร้อมยกตัวอย่าง
7.1 R หมายถึงจำนวนใด ……จำนวนจริง…ตัวอยา่ ง -2.50 , 3.25 , 2.00 , 0.00 ,… เปน็ ต้น

7.2 I- หมายถงึ จำนวนใด ……จำนวนเต็มลบ……ตวั อยา่ ง …-5,-4,-3,-2,-1 เปน็ ตน้
7.3 I+ หมายถงึ จำนวนใด ……จำนวนเตม็ บวก……ตวั อยา่ ง 1,2,3,4,… เปน็ ตน้
7.4 I หมายถึงจำนวนใด ……จำนวนเต็ม ตวั อย่าง …,-3,-2,-1 , 0 ,1 , 2 , 3,… (เลขจำนวน
เตม็ ลบ , ศนู ย์ , เลขจำนวนเตม็ บวก)

8. จงบอกคุณสมบัติของเลขต่อไปนี้
8.1 เลข …1…… เป็นเอกลักษณ์ของการคณู เพราะ เลข 1 ไปคูณกับเลขจำนวนใด ๆ แล้วจะได้

เลขจำนวนนั้นๆ เสมอ ไมเ่ ปลยี่ นแปลง
8.2 เลข…0…… เป็นเอกลกั ษณ์ของการบวก เพราะ เลข 0 ไปบวกกบั เลขจำนวนใด ๆ แลว้ จะได้

เลขจำนวนนัน้ ๆ เสมอ ไมเ่ ปลี่ยนแปลง

9. เขยี นคุณสมบตั ิพื้นฐานของจำนวนพรอ้ มแสดงตวั อย่างประกอบ
เชน่ คุณสมบัตขิ องการสลับที่
สลับท่กี ารบวก a + b = b + a ตวั อย่าง 6 + 2 = 2 + 6 จะไดเ้ ท่ากบั 8
สลับท่ีการคณู a . b = b . a ตวั อยา่ ง 6 . 2 = 2 . 6 จะไดเ้ ท่ากบั 12
9.1 การเปล่ียนกลมุ่
การเปล่ียนกลุ่มการบวก a+(b+c) = (a+b)+ c
การเปล่ียนกลุ่มการคณู a . (b.c) = (a .b) . c
9.2 การแจกแจง
การแจกแจงการบวก a+(b. c) = (a+b) . (a+ c)
การแจกแจงการคณู a . (b+ c) = (a .b) + ( a. c)
9.3 การมเี อกลักษณ์
การมีเอกลกั ษณ์ของการบวก a + 0 = a
การมีเอกลักษณ์ของการคูณ a . 1 = a

10. เขียนเส้นจำนวนพร้อมอธิบายหลักในการเขยี นเส้นจำนวน

-5 -4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 5
เส้นจำนวนจะประกอบดว้ ยจำนวนทุกจำนวน ทงั้ จำนวนเต็มลบ ศูนย์ จำนวนเต็มบวก และ ทศนยิ ม

บนั ทกึ หลังสอน

1. ผลการเรียนรูข้ องผู้เรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
2. ผลการสอนของผสู้ อน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ปญั หา อุปสรรค/ ขอ้ เสนอแนะ เพ่ือปรับปรุงและพฒั นา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ……………………………ผสู้ อน
(นายชาญชัย ไชยคำ)
วนั ท่ี……..เดือน………..พ.ศ. 25….

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอ้ เสนอแนะของผู้ตรวจแผนการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชอ่ื ………………………….ผตู้ รวจแผนการเรียนรู้
(…………………………………)
วันท่ี………เดือน………….พ.ศ. 25….

แผนการสอน/การเรียนรูภ้ าคทฤษฎี หน่วยที่ 2
สอนสปั ดาหท์ ี่
ช่ือ วิชา คณิตศาสตรค์ อมพิวเตอร์ 2-3
ชอ่ื หน่วย เลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์
คาบรวม 6

ชือ่ เรื่อง เลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์ จำนวนคาบ 3

1. สาระสำคญั
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เครื่องประมวลผลทาง

อิเลคทรอนิคส์ หรือ คอมพิวเตอร์ ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมา หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ต้องอาศัยทาง
ไหลหรอื การหยุดไหลของสญั ญาณในช่วงเวลาต่าง ๆ กัน เหมือนกับการเปิด-ปิด สวิทซ์น่ันเอง การทำงานของ
คอมพิวเตอร์แต่ละส่วนจึงเปน็ แบบ 2 จงั หวะ ตลอดเวลาดว้ ยเหตุนี้ค่าตวั เลขในเลขฐานสอง (binary number)
จงึ มีบทบาทบา้ งเพราะมันมีคา่ 0 กับ 1 จึงสมดุลย์กบั การเปดิ ปดิ สวิทซ์ นอกจากฐานสองแล้ว เรายงั มเี ลขฐาน
8 (Octal -number) เลขฐานสิบหก (Hexadecimal number) อีกด่วย เพราะสะดวกต่อการนำไปใช้ตรวจ
การทำงานของเครื่องคอมพวิ เตอร์ ในแตล่ ะข้นั ตอนเปน็ อันมาก

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงคท์ ่วั ไป
1. มีความรใู้ นระบบเลขฐานท่ใี ชใ้ นระบบคอมพวิ เตอร์
2. มีความรคู้ วามเข้าใจในหลักการแปลงเลขฐาน
3. มีความรู้ความเข้าใจในการแทนลักษณะข้อมูลในคอมพิวเตอร์
4. ทราบประเภทของรหัสทใ่ี ชแ้ ทนขอ้ มลู ภายในเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
5. เห็นความสำคญั ของระบบเลขฐานท่ใี ช้ในระบบคอมพวิ เตอร์
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. สามารถเขียนระบบเลขฐานใด ๆ ที่เกยี่ วข้องกบั ระบบคอมพิวเตอร์ได้
2. สามารถนำความรูใ้ นระบบเลขฐานต่าง ๆ ไปประยุกตใ์ ชก้ ับเลขฐานอื่น ๆ ได้
3. สามารถบอกสมาชกิ ของเลขจำนวนทีอ่ ยใู่ นระบบเลขฐานใด ๆ ได้
4. สามารถเขยี นและบอกสัญลักษณ์ทใ่ี ชเ้ ป็นรหัสในระบบคอมพิวเตอร์ได้
5. ปฏบิ ัติการแปลงเลขฐาน ไปเป็นเลขฐานใด ๆ ได้
6. บอกความจำเปน็ ในการนำระบบของเลขฐานไปใชใ้ นระบบคอมพิวเตอร์
7.

3. เนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้

1. ความสำคญั ของระบบเลขฐาน

2. ระบบเลขฐานสบิ

3. ระบบเลขฐานสอง

4. ระบบเลขฐานแปด

5. ระบบเลขฐานสบิ หก

6. ระบบเลขฐานอื่น ๆ

7. การเขยี นและอ่านเลขฐาน

4. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

กิจกรรมครู กจิ กรรมนักเรียน

ข้นั เตรยี ม

1. ให้นักเรียนอ่านหนังสือเรียน เพื่อทำความรู้จักกับ 1. นักเรียนอ่านหนังสือเรียน และทำความ

ระบบเลขฐานที่เก่ียวข้องกับสิ่งท่ีจำเป็นต้องเรียนรู้ใน เขา้ ใจในระบบเลขฐาน ตา่ ง ๆ

ระบบคอมพวิ เตอร์ ประมาณ 10 นาที 2. นกั เรียน ซักถามข้อสงสยั

2. ครูตอบข้อสงสยั ของนักเรยี น 3. จดบันทึกคำตอบของครผู ู้สอน

ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน

1. ครูเขียนตัวอย่างเลขฐานต่าง ๆ บนกระดาน แล้วถาม 1. นกั เรียนชว่ ยกันวิเคราะห์ตวั อย่างที่ผูส้ อน

ผเู้ รยี น เพื่อใหท้ ราบความรู้พื้นฐานของผู้เรยี นเก่ยี วกับ เขียน บ น กระดาน ว่าเลขแ ต่ล ะชุ ด

ระบบเลขฐาน เกยี่ วกบั ข้องระบบเลขฐานใด

2. ครูถามนักเรียน เก่ียวกับความสำคัญของระบบเลข 2. ผู้เรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น และ

ฐานท้ังที่เก่ียวข้องกับมนุษย์ และเก่ียวข้องกับระบบ ตอบคำถาม

คอมพิวเตอร์ 3. ผู้เรียนช่วยกันแสดงความช่ืนชมกับผู้ท่ีมี

3. ครูชมเชยผู้เรียนท่ีมีความพยายามตอบคำถามและ ส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและ

แสดงความคิดเห็น และให้นักเรียนในห้องมีส่วนร่วม ตอบคำถาม

ในการแสดงความชื่นชมกับผู้ที่ตอบคำถาม ท้ังผู้ที่

ตอบถกู และผู้ทีต่ อบไม่ถกู

กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักเรยี น

ขั้นดำเนินการสอน

1. บรรยาย อธบิ าย และยกตัวอย่างประกอบ 1. จดบันทึก

2. เขียนรปู แบบระบบเลขฐานตา่ ง ๆ ใหผ้ เู้ รยี นเพื่อให้ 2. นกั เรียนตอบคำถาม

ผ้เู รยี นสงั เกตแุ ละเข้าใจถึงความเหมือนและความ 3. นักเรยี นซกั ถามข้อสงสยั

แตกตา่ งของระบบเลขฐาน 4. ทำใบงานและแบบทดสอบหลังเรียนที่ได้รับ

3. ครแู นะนำเทคนิค และวธิ จี ดจำเก่ียวกับระบบเลขฐาน มอบหมายใหเ้ สร็จทันภายในเวลาทกี่ ำหนด

ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชนใ์ นการเรยี นรู้ และเพ่ือให้ 5. นักเรียนและครูผู้สอนร่วมกันสรุปสาระการ

ผู้เรียนเกดิ มโนภาพและมคี วามคดิ รวมยอดในสาระ เรียนรู้จากส่ิงที่ได้รับมอบหมายตามใบงาน

การเรียนรู้ และแบบทดสอบ

4. ใหน้ กั เรยี นทำใบงานโดยการตอบคำถามและออกไป 6. นักเรียนจดบันทึกผลการสรุป และเทคนิค

เขยี นคำตอบบนกระดานดำ วธิ ีการจดจำทีค่ รผู ู้สอนแนะนำ

5. ทำแบบทดสอบหลงั เรยี นและให้นักเรียนสง่ ภายใน 7. ผู้เรียนบอกวิธีที่นำความรู้จากบทเรียนไป

เวลาทีก่ ำหนด ป ร ะ ยุ ก ต์ ใช้ ให้ เกิ ด ป ร ะ โย ช น์ แ ล ะ

6. ตรวจใบงานและแบบทดสอบ ประสทิ ธิภาพสูงสุดต่อไป

7. ครูและผเู้ รยี นรว่ มกันเฉลยใบงานและแบบทดสอบ

ข้ันสรปุ

8. ครูให้นักเรียนในห้องสรุปความรู้ท่ีได้จากการเรียนทุก

หัวข้อการเรยี นรู้

9. ครูสุ่มถามนักเรียนในห้องเรียนเพื่อตอบคำถาม ครู

ดำเนินการถามจนนักเรียนจนกว่าผู้เรียนจะถาม

คำถามได้อยา่ งถกู ต้อง

10. ครูกับนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนและวิธีการนำไป

ประยุกตใ์ ช้

5. สื่อการสอนและแหล่งเรยี นรู้
5.1 ชุดการสอน PowerPoint / PDF File
5.2 หนังสอื เรียนเรยี นวชิ าคณิตศาสตรค์ อมพิวเตอร์
5.3 ครผู ้สู อน, Internet, E-learning, Website , Visual Classroom
5.4 รายงานท่ีเกี่ยวข้องกบั สาระการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
5.5 ชุดการเรียนรู้ด้วยโปรแกรมสือ่ ประสม

6. การวดั ผลและการประเมินผล
6.1 ความสนใจในการเรียนรู้ การคน้ ควา้ การมสี ว่ นร่วมในกิจกรรม
6.2 การซักถามและการตอบคำถาม
6.3 การทำงานเป็นทีม (ให้ความสำคัญในการทำงานเป็นทีมงาน , การมสี ว่ นรว่ มรับผิดชอบกันและกนั
ของกล่มุ ที่ปฏิบัติภาระงานรว่ มกนั อย่างเป็นระบบ)
6.4 การสรปุ เนือ้ หาบทเรียน องค์ความรทู้ ไ่ี ด้ในกิจกรรมการเรียนการสอน และสามารถปฏิบัติภาระงาน
ทไ่ี ด้รบั มอบหมายแล้วเสรจ็ ทันเวลาทกี่ ำหนด
6.5 บันทกึ ผลการเรยี นรู้และการเขยี นรายงานตนเอง (Self-Report)
6.6 แฟ้มสะสมผลงานในการปฏบิ ัติภาระงานท่มี อบหมาย

7. ผลงาน / ช้นิ งานของนกั ศึกษา
7.1 บันทกึ ผลการเรยี นรู้ การเขียนรายงานตนเอง
7.2 ผลงานการปฏบิ ัติตามใบงานท่มี อบหมายประจำสาระการเรยี นรู้

8. กิจกรรมเสนอแนะ /ภาระงานท่มี อบหมาย
8.1 ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้จาก หนังสือ Internet , Website , บทเรียน
ออนไลน์ใน Visual Classroom ของสถานบันการศกึ ษาตา่ ง ๆ
8.2 บันทกึ และสรุปองค์ความรู้ท่ไี ดใ้ นการเรยี นเสนอครูผูส้ อนหลังเสร็จสิ้นการเรยี นการสอน
ในแตล่ ะคร้ัง

9. กิจกรรมเสนอแนะ
ถ้าผู้เรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนท่ีดี เช่น อ่าน และทำการศึกษาหนังสือเก่ียวกับหน่วยการเรียน

มากก่อน ถึงช่ัวโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่างมี
ความสุข และเกิดความชอบ และสนุกกบั การเรยี นในชน้ั เรียน

ภาระงานทมี่ อบหมาย
บทที่ 2 เรอื่ ง เลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์
วชิ า คณติ ศาสตรค์ อมพิวเตอร์ หลักสตู ร ปวช. ภาคเรียนที่ ……./…………
…………………………………………………………………………………………………………
วธิ ีปฏิบัติ
1. นักเรียนศึกษา ทบทวนเน้ือหาบทเรียนจากหนังสือและทำความเข้าใจกับสาระการเรียนรู้ในส่ิงที่
ผสู้ อนไดแ้ นะนำหลักการและเทคนคิ ใหก้ ับผเู้ รยี น
2. แบง่ กลมุ่ ผู้เรยี นเทา่ กัน 2 กลมุ่ เพอ่ื แข่งขันกันปฏบิ ัติภาระงานทมี่ อบหมาย
3. สมาชิกท้ัง 2 กลุ่ม แข่งขันกันตอบคำถามผู้สอน โดยการออกไปแสดงวิธีการหาคำตอบบน
กระดาน
4. นักเรียนแก้ไขปรับปรุงช้ินงานให้ถูกต้องจากท่ีครูและเพื่อน ๆ รว่ มกันเฉลย แล้วเก็บเข้าแฟ้ม
สะสมผลงาน

ภาระงานท่มี อบหมาย
1. บอกความสำคญั ของระบบเลขฐานตา่ ง ๆ และประโยชนใ์ นการเรยี นระบบเลขฐาน
2. บอกเหตุผลและความจำเป็นในการเรยี นรรู้ ะบบเลขฐาน
3. บอกจำนวนสมาชิกของเลขฐานใด ๆ พร้อมท้ังแจกแจงสมาชกิ ของเลขฐานทุกตัว
4. เขยี นและอา่ นเลขฐาน
5. สรปุ สาระการเรียนรู้และเทคนิคท่ีไดจ้ ากกจิ กรรมการเรยี นการสอนอย่างน้อยคนละ 1 ข้อ

หนา้ ทีค่ รผู ู้สอน
1. สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการมสี ่วนร่วมและปฏบิ ตั ภิ าระงานท่ีมอบหมาย
2. กำหนดให้นักเรียนทุกคนมปี ระสบการณร์ ่วมในกจิ กรรมทมี่ อบหมาย
3. ต้ังคำถาม ให้สัมพนั ธก์ บั ภาระงานทม่ี อบหมาย แล้วใหน้ ักเรยี นทั้ง 2 กลมุ่ แข่งขันกันตอบคำถาม
4. ให้คะแนน ตัดคะแนนหรือลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่งตามความเหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมี

ความกระตือรือรน้ ในกจิ กรรมท่กี ำหนด
5. ร่วมกับนกั เรยี นเฉลยใบงานพร้อมแนะนำเทคนิคการหาคำตอบให้แก่ผเู้ รียน

เฉลยแบบฝกึ หดั บทท่ี 2 เรื่อง เลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์
1. จงเตมิ คำ เพ่ือใหใ้ จความสมบูรณจ์ ากคำถามท่กี ำหนดให้ตอ่ ไปนี้

1) ระบบเลขฐานท่ีมนษุ ยใ์ ช้ คอื เลขฐานใด..เลขฐานสบิ
2) เลขฐานสิบประกอบดว้ ยสมาชิก …10……...ตัว ประกอบด้วย 0,1,2,3,4,5,6,7,8,9
3) เลขฐานสองประกอบดว้ ยสมาชกิ …2……...ตัว ประกอบด้วย 0 , 2

4) เลขฐานแปดประกอบด้วยสมาชกิ …8……..ตวั ประกอบดว้ ย 0 ,1,2,3,4,5,6,7

5) เลขฐานสบิ หกประกอบด้วยสมาชิก…16…...ตัว ประกอบด้วย 0,1,2,3,4,5,6,7,8,9 , A,B ,C ,D,D,F

6) เลขฐานหา้ ประกอบดว้ ยสมาชกิ ………5….ตวั ประกอบดว้ ย 0 ,1,2,3,4

2. จงเขยี นตัวเลขตอ่ ไปนีใ้ หอ้ ยใู่ นรูปของเลขฐาน

1) 29 เลขฐานสิบ = 2910

2) 19A0 เลขฐานสบิ หก = 19A016

3) 101101 เลขฐานสอง = 1011012
4) 745 เลขฐานแปด = 7458

5) 102 เลขฐานสาม = 1023

3. จากขอ้ 2 มวี ธิ กี ารอา่ นเลขฐานวา่ อยา่ งไร

1) 29 อา่ นว่า ยสี่ ิบเก้า หรือ สองเก้าฐานสบิ

2) 19A016 อ่านว่า หนึ่ง เก้า เอ ศนู ย์ ฐานสบิ หก

3) 1011012 อา่ นวา่ หนึง่ ศูนย์ หนึง่ หน่ึง ศนู ย์ หน่ึง ฐานสอง

4) 7458 อ่านวา่ เจ็ด ส่ี ห้า ฐานแปด

5) 1023 อ่านวา่ หนึ่ง ศนู ย์ สอง ฐานสาม

4. จงหาค่าของเลขจำนวนในตารางตอ่ ไปนี้

ลำดบั ท่ี จำนวน กระจาย คา่ ท่ีได้

1 20 1 1

2 21 2x1 2

3 22 2x2 4

4 23 2x2x2 8

5 24 2x2x2x2 16

6 90 1 1

7 91 9x1 9

8 92 9x9 81

9 93 9 x 9x 9 729

10 94 9x9x9x9 6561

5. จงตอบคำถามต่อไปนี้

1) รหสั ท่ใี ชแ้ ทนการมกี ระแสไฟฟา้ คอื ..................1....................................................

2) รหัสทีใ่ ชแ้ ทนการไม่มีกระแสไฟฟ้า คอื .....................0.................................................

6. จำตอบคำถามต่อไปนี้

1) สมาชิกท่ีมคี า่ สูงสุดของเลขฐานสองคือเลขใด …………2………………………………………

2) สมาชิกท่มี คี ่าสูงสดุ ของเลขฐานแปดคือเลขใด …………7………………………………………
3) สมาชกิ ท่ีมคี า่ สงู สุดของเลขฐานสิบคือเลขใด ……………9………………………………………
4) สมาชิกที่มคี า่ สงู สุดของเลขฐานสิบหกคือเลขใด …………F……………………………………
5) สมาชกิ ทมี่ คี า่ สงู สดุ ของเลขฐานเจ็ดคือเลขใด ……………6……………………………………
7. ระบบคอมพิวเตอรใ์ ช้รหัสขอ้ มูลดว้ ยเลขฐานใด ……………ฐานสอง…………………………………..
8. เลขฐานสอง 10110012 มจี ำนวนกี่บทิ (bit) …………………7 บิท……………………………………
9. รหัส ASCII มคี วามสำคัญอยา่ งไร……………………เปน็ รหสั ท่ใี ช้ในระบบคอมพิวเตอร์ท่ไี ด้รับมาตรฐานจาก
สถาบันในการผลิตคอมพวิ เตอร์จากสหรัฐอเมริกาที่ใชเ้ ป็นมาตรฐานในการผลิตคอมพวิ เตอร์เพ่ือใหส้ ามารถใช้
งานไดเ้ ปน็ มาตรฐานเดียวกนั

10. ใหก้ าเครื่องหมาย  หนา้ ข้อท่ีเหน็ วา่ ถูก และกาเครื่องหมาย  หน้าข้อทเ่ี ห็นวา่ ผดิ จากคำถาม
ต่อไปน้ี

…… ……1) 10011 เปน็ เลขฐานสอง

…………2) 10110020 เป็นเลขฐานสอง

…… ……3) 10011 เป็นเลขฐานสิบ

…… ……4) 23015 เปน็ เลขฐานห้า
…… ……5) 141516 เปน็ เลขฐานสบิ หก
…………6) 8423.508 เป็นเลขฐานแปด
…………7) FA01316 เปน็ เลขฐานสบิ หก
…………8) 37200 มคี า่ เท่ากับ 3720
…………9) 102 มคี า่ เทา่ กบั 100
…………10) 202 มคี า่ เท่ากบั 40

บันทกึ หลงั สอน

1. ผลการเรยี นร้ขู องผเู้ รยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
2. ผลการสอนของผสู้ อน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ปัญหา อปุ สรรค/ ขอ้ เสนอแนะ เพ่ือปรบั ปรุงและพัฒนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ……………………………ผสู้ อน
(นายชาญชัย ไชยคำ)

วนั ท่ี……..เดือน………..พ.ศ. 25….
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อเสนอแนะของผตู้ รวจแผนการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชอ่ื ………………………….ผตู้ รวจแผนการเรยี นรู้
(…………………………………)
วนั ท่ี………เดอื น………….พ.ศ. 25….

แผนการสอน/การเรียนร้ภู าคทฤษฎี หน่วยที่ 3

ชอื่ วชิ า คณติ ศาสตร์คอมพิวเตอร์ สอนครั้งท่ี 3-5
ชอ่ื หน่วย การแปลงเลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์
คาบรวม 6

ชื่อเรอื่ ง การแปลงเลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์ จำนวนคาบ 6

1. สาระสำคัญ
ในการเขียนโปรแกรมและศึกษาระบบงานคอมพิวเตอร์ บางครั้งก็มีความจำเป็นต้องรู้หลัก และ

สามารถเปลี่ยนระบบเลขฐานต่าง ๆ ได้ เน่ืองจาก มนุษย์เราไมค่ ุ้นเคยกับเลขฐานสอง ฐานแปด ฐานสิบหก ซึ่ง
เป็นรหัสที่ใช้กันในระบบคอมพิวเตอร์ โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นภาษาระดับสูง เมื่อเขียน
โปรแกรมส่ังงานคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ไม่สามารถเข้าใจในภาษาระดับสูง หรือภาษามนุษย์ ได้ ดังนั้นจึงมี
การเปลี่ยนภาษาเหล่าน้ันไปเป็นภาษาท่ีเคร่ืองคอมพิวเตอร์เข้าใจเสียก่อน ซึ่งย่อมต้องมีการเปล่ียนเลขฐาน
สลบั ไปมา ระหวา่ งฐานเลข 10 เลขฐาน 2 เลขฐาน 8 เลขฐาน 16 แลว้ เวลานำขอ้ มูลที่ผ่านการประมวลผล
ตามวิธที างของระบบคอมพวิ เตอร์ ออกแสดงผลกจ็ ะแปลงรหัสนนั้ ให้เป็นรหสั ที่มนษุ ยอ์ ่านเขา้ ใจอีกครั้ง

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
จุดประสงค์ทัว่ ไป
1. ทราบถงึ ความสำคญั ในการแทนรหัสในระบบคอมพิวเตอร์
2. มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจในกระบวนการแปลงเลขฐานใดๆ
3. เห็นความสำคัญนการแปลงเลขฐานใด ๆ
4. ทราบข้ันตอนและวิธกี ารในการแปลงเลขฐาน ใด ๆ
จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. บอกความจำเป็นในการเปลยี่ นเลขฐานได้
2. ปฏบิ ัตกิ ารเปลย่ี นเลขฐานสิบไปเป็นเลขฐานใด ๆ ได้
3. ปฏบิ ตั ิการเปล่ยี นเลขฐานสองไปเป็นเลขฐานใด ๆ ได้
4. ปฏบิ ตั ิการเปลย่ี นเลขฐานแปดไปเป็นเลขฐานใด ๆ ได้
5. ปฏิบตั ิการเปลี่ยนเลขฐานสิบหกไปเปน็ เลขฐานใด ๆ ได้
6. มีทกั ษะในการแปลงเลขฐานและนำไปประยุกต์ใชใ้ นระบบคอมพวิ เตอร์ได้

3. เน้ือหาสาระการเรียนรู้
1. การแปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานสอง

2. การแปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานแปด
3. การแปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานสิบหก
4. การแปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ
5. การแปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานแปด
6. การแปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบหก
7. การแปลงเลขฐานแปดเปน็ เลขฐานสบิ
8. การแปลงเลขฐานแปดเปน็ เลขฐานสอง
9. การแปลงเลขฐานแปดเปน็ เลขฐานสิบหก
10 การแปลงเลขฐานสบิ หกเป็นเลขฐานสบิ
11 การแปลงเลขฐานสบิ หกเปน็ เลขฐานสอง
12 การแปลงเลขฐานสบิ หกเป็นเลขฐานแปด

4. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

กิจกรรมครู กจิ กรรมนักเรยี น

ขัน้ เตรยี มกจิ กรรม

1. ครชู ้ีแจงจุดประสงค์และเป้าหมายในการเรียนหน่วย 1. ผเู้ รียนต้ังใจสนใจฟัง และจดบนั ทกึ

ที่ 3 2 ซักถามเมือ่ เกดิ ความสงสัย

2. ครูชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญของการ

เรียนรปู้ ระจำหน่วยที่ 3

3. ครูกำหนดแนวทาง และแนะนำวิธีเรียน เพ่ือให้

ผู้เรียนลดความสับสนและความรู้สึกเดิม ๆ ได้มี

หลักการเรียนที่ง่าย ๆ และสามารถปปฏิบัติการหา

คำตอบได้อย่างถูกต้อง อันจะเป็นประโยชน์ต่อ

ผเู้ รยี นในระดับท่ีสงู ขึ้น

กิจกรรมครู กจิ กรรมนกั เรยี น

ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน

1. ทดสอบก่อนเรยี น โดยการถาม 1. นกั เรยี นปรกึ ษาหารือเพือ่ หาคำตอบ

- หลกั การแปลงเลขฐานต่าง ๆ 2. นกั เรียนผทู้ ่ีได้รับคดั เลือกโดยการสุ่มลุกข้ึน

- ประโยชน์ของการแปลงเลขฐาน แสดงความคิดเหน็ และตอบคำถาม

- ระดับของภาษาในระบบคอมพิวเตอร์ 3. นักเรียนช่วยกันประเมินคำตอบของเพื่อน

- กระบวนการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์ และช่วยกันสืบค้นเพื่อหาคำตอบที่คิดว่า

2. สมุ่ นกั เรยี นตามเลขที่ลุกขนึ้ ตอบคำถาม ถกู ต้องที่สดุ เสนอครผู สู้ อน

3. ให้นกั เรยี นในห้องหาคำตอบชว่ ยกนั 4. จดบันทึกส่ิงท่ีครูผู้สอนอธิบายและสาธิต

4. ครูตอบคำถามพร้อมอธิบาย ถึง หลักการแปลงเลข การหาคำตอบ

ฐานคร่าวๆประโยชน์ของการแปลงเลขฐาน ภาษา

ในระบบคอมพิวเตอร์และ กระบวนการทำงานของ

ระบบคอมพวิ เตอร์ทำงานเก่ียวข้องกนั อย่างไร

ขั้นดำเนินการสอน

1. ครูอธบิ าย พร้อมยกตัวอยา่ งและแสดงวิธีการหา 1. ตั้งใจฟงั จดบันทกึ

คำตอบทลี ะขนั้ อยา่ งละเอียดแต่ละหัวข้อการเรียน 2. ผู้เรียนร่วมกันแสดงการหาคำตอบจากส่ิง

2. ครูเขยี นโจทยบ์ นกระดานแล้วแสดงวธิ ีการหาคำตอบ ทคี่ รผู สู้ อนกำหนดให้

ไปพร้อมๆ กันกับผ้เู รียน 3. นักเรียนถามเมื่อสงสัยหรือไม่เข้าใจ

3. ใหผ้ ู้เรียนทำใบงาน สาระการเรียนละประมาณ 3 ข้อ บทเรียน

และกำหนดเวลาส่งทุกคร้งั ที่เรยี นจบแตล่ ะหวั ขอ้ การ 4. ทำใบงานส่ง

เรียน 5. แก้ไขใบงานใหถ้ กู ต้อง

4. ครตู รวจใบงานและให้คะแนนสำหรบั ผทู้ ท่ี ำถกู ต้อง 6. ผู้เรียนร่วมกบั ครผู สู้ อนเฉลยใบงาน

และเสร็จทนั เวลาทีก่ ำหนด และผ้ทู ี่ทำไบงานผิดต้อง 7. สรุปสาระการเรียนรู้ทุกหัวข้อการเรียน

นำกลับไปแกไ้ ขใหมจ่ นกวา่ จะใบงานจะถกู ต้องทุก ตามความเข้าใจของผู้เรียน

ขอ้ 8. จดเทคนิคและวิธีการหาคำตอบตามที่

5. ครดู ำเนินการในข้อ 1-4 จนครบทุกหัวข้อการเรียนรู้ ครผู ู้สอนแนะนำ

ในหนว่ ยที่ 3 9. ตง้ั ใจทำแบบทดสอบ

10. ผู้เรียนในห้องเรียนและครูผู้สอนร่วมกัน

เฉลยแบบทดสอบ

กิจกรรมครู กิจกรรมนักเรยี น

6. ครเู ปิดโอกาสให้ผู้เรียนซกั ถามข้อสังสยั 11. ผู้เรียนบอกวิธีที่นำความรู้จากบทเรียนไป

7. ครูบอกเทคนิค หลักการหาคำตอบท่ีง่าย ถูกต้อง ป ร ะ ยุ ก ต์ ใช้ ให้ เกิ ด ป ร ะ โย ช น์ แ ล ะ

และรวดเร็วให้แก่ผู้เรียนเพ่ือเป็นแนวทางในการคิด ประสทิ ธภิ าพสงู สุดตอ่ ไป

และจดจำ

8. กำหนดเวลาให้ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

ขนั้ สรปุ

9. ครูแนะนำใหน้ ักเรียนศึกษาจากเอกสารประกอบการ

เรียน,ใบงาน,แบบทดสอบ

10. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระการเรียนรู้จาก

บทเรียน หน่วยที่ 3 ความสำคัญและการนำไป

ประยุกต์ใช้

5. สอ่ื การสอนและแหล่งเรียนรู้

5.1 ชุดการสอน PowerPoint / PDF File

5.2 หนังสือเรยี นเรียนวชิ าคณิตศาสตร์คอมพวิ เตอร์

5.3 ครผู ้สู อน, Internet, E-learning, Website , Visual Classroom

5.4 รายงานท่ีเก่ียวข้องกบั สาระการเรียนรปู้ ระจำหนว่ ย

5.5 ชุดการเรยี นรดู้ ้วยโปรแกรมส่ือประสม

6. การวัดผลและการประเมินผล

6.1 ความสนใจในการเรยี นรู้ การคน้ คว้า การมีส่วนรว่ มในกิจกรรม

6.2 การซักถามและการตอบคำถาม

6.3 การทำงานเปน็ ทมี (ให้ความสำคญั ในการทำงานเปน็ ทีมงาน , การมีส่วนร่วมรบั ผดิ ชอบกนั และกนั

ของกล่มุ ที่ปฏิบตั ิภาระงานรว่ มกันอย่างเป็นระบบ)

6.4 การสรุปเน้ือหาบทเรยี น องค์ความรทู้ ีไ่ ด้ในกิจกรรมการเรียนการสอน และสามารถปฏบิ ัตภิ าระงาน

ทไี่ ดร้ บั มอบหมายแล้วเสรจ็ ทนั เวลาทก่ี ำหนด

6.5 บนั ทึกผลการเรียนรูแ้ ละการเขียนรายงานตนเอง (Self-Report)

6.6 แฟ้มสะสมผลงานในการปฏิบัตภิ าระงานท่ีมอบหมาย

7. ผลงาน / ช้ินงานของนักศึกษา

7.1 บันทกึ ผลการเรยี นรู้ การเขียนรายงานตนเอง

7.2 ผลงานการปฏิบัติตามใบงานที่มอบหมายประจำสาระการเรยี นรู้

8. กจิ กรรมเสนอแนะ /ภาระงานทมี่ อบหมาย
8.1 ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้จาก หนังสือ Internet , Website , บทเรียน
ออนไลน์ใน Visual Classroom ของสถานบนั การศกึ ษาตา่ ง ๆ
8.2 บันทึกและสรปุ องคค์ วามรู้ท่ีได้ในการเรียนเสนอครูผ้สู อนหลงั เสรจ็ สิ้นการเรยี นการสอน
ในแต่ละครั้ง

9. กิจกรรมเสนอแนะ
1. ผ้เู รยี นตอ้ งทบทวนบทเรยี นท้งั กอ่ นเรียนและหลงั เรยี นอยู่อย่างสม่ำเสมอ
2. ผู้เรยี นหมัน่ เข้าชัน้ เรียนเพื่อรบั ฟังเทคนิค วธิ ี และแนวทางทดี่ ีกับครสู อนอย่างตั้งใจ
3. ผู้เรียนสนใจทำใบงาน แบบทดสอบ และขยันปรับปรุงแก้ไขใบงานและแบบทดสอบให้ถูกต้องทุก

คร้ังทีท่ ำผิด

ภาระงานที่มอบหมาย
บทที่ 3 เรื่อง การแปลงเลขฐานในระบบคอมพวิ เตอร์
วชิ า คณิตศาสตรค์ อมพิวเตอร์ หลักสูตร ปวช. ภาคเรียนท่ี ……./…………
…………………………………………………………………………………………………………
คร้ังที่ 1 การแปลงเลขฐานสิบไปเป็นเลขฐานใด ๆ และ การแปลงเลขฐานสองไปเป็นเลขฐานใด ๆ
วิธีปฏบิ ตั ิ
1. นกั เรียนทำความเข้าใจกบั บทเรยี น
2. นักเรยี นทำใบงานลงในสมดุ แลว้ ส่งตามเวลาทกี่ ำหนด
3. นักเรียนออกไปแสดงการแปลงเลขฐานจากส่ิงท่ีครูกำหนดให้บนกระดานตามเลขที่
หมนุ เวยี นกันจนครบทุกคนในห้องเรียน
4. นักเรียนชว่ ยกันเฉลยคำตอบทถ่ี ูกตอ้ งไปพร้อมๆ กันในช้นั เรียน
5. นักเรียนแก้ไขปรับปรุงชิ้นงานให้ถูกต้องจากท่ีครแู ละเพื่อน ๆ ร่วมกันเฉลย แล้วเก็บเขา้ แฟ้มสะสม
ผลงาน

ภาระงานทม่ี อบหมาย
1. แสดงวิธีการแปลงเลขฐานสบิ ไปเปน็ เลขฐานสองทง้ั แบบจำนวนเตม็ และทศนิยม
2. แสดงวธิ ีการแปลงเลขฐานสิบไปเปน็ เลขฐานแปดทั้งแบบจำนวนเต็มและทศนยิ ม
3. แสดงวธิ ีการแปลงเลขฐานสิบไปเปน็ เลขฐานสิบหกทง้ั แบบจำนวนเตม็ และทศนยิ ม
4. แสดงวธิ ีการแปลงเลขฐานสองไปเปน็ เลขฐานสิบทัง้ แบบจำนวนเต็มและทศนยิ ม
5. แสดงวิธีการแปลงเลขฐานสองไปเปน็ เลขแปดทง้ั แบบจำนวนเต็มและทศนยิ ม
6. แสดงวิธกี ารแปลงเลขฐานสองไปเป็นเลขฐานสิบหกทัง้ แบบจำนวนเต็มและทศนิยม
7. อภิปรายหลักการแปลงเลขฐานสองไปเป็นเลขฐานใด ๆ และหลักการแปลงเลขฐานสองไปเป็นเลข

ฐานใด ๆ

หน้าทีค่ รผู ู้สอน
1. สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการมีสว่ นร่วมและปฏบิ ัตภิ าระงานที่มอบหมาย
2. กำหนดโจทยป์ ญั หา
3. เรียกชือ่ นักเรียนโดยเรยี งตามเลขที่ ออกไปแสดงวิธีการหาคำตอบจากโจทย์ที่กำหนด
4. เฉลย ถ้านักเรียนคนใดตอบผิดใหน้ ักเรยี นคนอน่ื ชว่ ยแกไ้ ขให้ถกู ต้องและครคู อยเพิ่มเติมและ

แนะนำเทคนคิ ให้นักเรียนเข้าใจหลกั ในการหาคำตอบไดช้ ดั เจนยิ่งขึ้น

ภาระงานทม่ี อบหมาย
บทท่ี 3 เร่อื ง การแปลงเลขฐานในระบบคอมพวิ เตอร์
วิชา คณิตศาสตรค์ อมพิวเตอร์ รหสั 22012402 ภาคเรยี นท่ี ……./…………
…………………………………………………………………………………………………………
คร้ังท่ี 2 การแปลงเลขฐานแปด เลขฐานสบิ หก และเลขฐานอ่นื ๆ เป็นเลขฐานใด ๆ
วิธีปฏบิ ัติ
1. นักเรียนแบง่ กลุ่มเท่า ๆ กนั 3 กลุ่ม และน่งั เป็นกลุ่มเพื่อทบทวนบทเรียนและร่วมกันปฏบิ ัติภาระ
งานทค่ี รมู อบหมายในชั่วโมงเรียน
2. สมาชิกในกลุ่ม ร่วมกันหาคำตอบจากโจทย์ท่ีครูกำหนดให้ และแข่งขันกับกลุ่มอ่ืนออกไป แสดง
คำตอบ
3. นกั เรยี นร่วมกันเฉลย และแก้ไขขอ้ ผิดเพ่ือเกบ็ เข้าแฟ้มสะสมผลงาน
4. นกั เรยี นช่วยกนั สรปุ เทคนคิ ในการหาคำตอบ

ภาระงานที่มอบหมาย
1. แสดงวธิ ีการแปลงเลขฐานแปดไปเปน็ เลขฐานใดๆ ท้ังแบบจำนวนเต็มและทศนิยม
2. แสดงวธิ ีการแปลงเลขฐานสิบหกไปเปน็ เลขฐานใด ๆ ท้ังแบบจำนวนเต็มและทศนยิ ม
3. แสดงวิธีการแปลงเลขฐานอื่น เช่น แปลงเลขฐานสิบไปเป็นเลขฐานสาม ,แปลงเลขฐานสามไปเป็น

เลขฐานสิบ ,ฐานสอง , ฐานแปด , ฐานสบิ หก
4. อภิปรายหลักการแปลงเลขฐานแปดไปเป็นเลขฐานใด ๆ และ หลักการแปลงเลขฐานสิบหกไปเป็นเลข

ฐานใด ๆ

หนา้ ทีค่ รผู สู้ อน
1. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการช่วยเหลือและร่วมมือในกลุ่ม รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการ

ปฏิบตั ิภาระงานท่ีมอบหมายถ้าเห็นว่านักเรียนคนใดแสดงการคำตอบไม่ถูกตอ้ งหรือเร่ิมไม่สนใจในการร่วมกิจกรรม
ครูผู้สอนต้องให้ออกไปแสดงวิธีการหาคำตอบหนา้ ห้อง

2. กำหนดโจทย์ปัญหา ให้สัมพันธ์กับภาระงานที่มอบหมาย เพื่อให้กลุ่มนักเรียนแข่งขันกันออกไป
แสดงคำตอบ ต้ังคำถามไปเรื่อย ๆ จนกว่านักเรียนจะมีความเข้าใจในสาระการเรียนรู้เป็นไปตามจุดประสงค์ท่ี
กำหนด

3. ตรวจผลงานและเฉลยผลงานของนักเรยี นบนกระดานรว่ มกับนักเรยี นพร้อมทั้งให้หรอื หักคะแนน
หรอื กำหนดเกณฑ์ประเมนิ อย่างใดอยา่ งหนึง่ เพ่ือสรา้ งสงิ่ เร้าใหผ้ เู้ รียนมคี วามกระตือรือรน้ และมสี ่วนร่วมใน
กจิ กรรมการเรยี นรู้

เฉลยแบบฝึกหดั บทที่ 3 เรื่อง การแปลงเลขฐานในระบบคอมพิวเตอร์

1. จงแปลงเลขฐานสิบต่อไปนี้ ให้เปน็ เลขฐานสอง

1) 53 = 0.1000012 2) 142 = 100011102
2. จงแปลงเลขฐานสิบต่อไปน้ีให้เปน็ เลขฐานแปด = 0.431468
= 0.B0A3D16 หรือ
1) 47 = 578 2) 055
3. จงแปลงเลขฐานสิบต่อไปนใี้ ห้เป็นเลขฐานสิบหก

1) 96 = 6016 2) 069

0.B0A16

4. จงแปลงเลขฐานสองต่อไปนี้ ให้เปน็ เลขฐานสิบ

1) 11012 = 13 2) 1001010112 = 18.6875

5. จงแปลงเลขฐานแปดต่อไปน้ใี หเ้ ปน็ เลขฐานสิบ

1) 728 = 58 2) 3463758 = 230.494
6. จงแปลงเลขฐานสบิ หกต่อไปน้ีใหเ้ ปน็ เลขฐานสิบ

1) 9316 = 147 2) 5EB216 = 1515.125
7. จงแปลงเลขฐานสองตอ่ ไปนี้ให้เป็นเลขฐานแปด

1) 110102 2) 1000011112
8. จงแปลงเลขฐานแปดตอ่ ไปน้ใี หเ้ ป็นเลขฐานสอง

1) 238 = 0100112 2) 736548 =
111011110.1011002

9. จงแปลงเลขฐานสบิ หก ตอ่ ไปนีใ้ หเ้ ปน็ เลขฐานสอง

1) 3B16 = 001110112 2) 1DEF2C16 =
0001110111101111.001011002

10. จงแปลงเลขฐานสองต่อไปนใ้ี หเ้ ป็นเลขฐานสิบหก

1) 1110012 = 3916 2) 1011000000100012 = B02.216

บนั ทึกหลังสอน

1. ผลการเรียนร้ขู องผู้เรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
2. ผลการสอนของผู้สอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ปญั หา อปุ สรรค/ ข้อเสนอแนะ เพ่ือปรบั ปรงุ และพฒั นา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ……………………………ผสู้ อน
(นายชาญชัย ไชยคำ)
วนั ท่ี……..เดือน………..พ.ศ. 25….

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจแผนการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชอื่ ………………………….ผตู้ รวจแผนการเรียนรู้
(…………………………………)
วันที่………เดือน………….พ.ศ. 25….

แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 4

ชื่อ วชิ า คณิตศาสตร์คอมพวิ เตอร์ สอนครงั้ ท่ี 6-9
ชอ่ื หน่วย หลกั การคำนวณเลขในระบบคอมพิวเตอร์
คาบรวม 8

ชอ่ื เรอ่ื ง หลักการคำนวณเลขในระบบคอมพิวเตอร์ จำนวนคาบ 8

1. สาระสำคญั
ในการคำนวณโดยในระบบคอมพิวเตอร์ก็ใช้ Operator เช่น บวก, ลบ,คูณ,หาร เช่นเดียวกับการ

คำนวณในทางคณิตศาสตร์ และหลักการคำนวณ นิพจน์ใด ๆ จะทำการคำนวณได้ก็ต่อเมื่อ นิพจน์น้ัน ๆ
จะต้องอยู่ในระบบเลขฐานเดยี วกันกอ่ นเสมอ

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงคท์ ่วั ไป
1. ทราบลำดับความสำคัญของเคร่อื งหมาย Operator ต่าง ๆ ท่ใี ช้ในการคำนวณ
2. มคี วามรู้ความเขา้ ใจในหลักการคำนวณในระบบคอมพวิ เตอร์
3. มคี วามรคู้ วามเข้าใจหลักการคำนวณในระบบเลขฐานใด ๆ
4. มีความรู้ความเขา้ ใจหลักการคำนวณระหวา่ งเลขฐานใด ๆ
5. เหน็ ความสำคญั ของการคำนวณระบบเลขฐานใด ๆ ในระบบคอมพิวตอร์

จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. บอกลำดบั ความสำคญั ของเครื่องหมาย Operator ในการคำนวนได้
2. สามารถหาผลลพั ธ์ตามหลักการคำนวณในระบบคอมพิวเตอร์ได้
3. ปฏบิ ัติการหาผลลพั ธใ์ นการคำนวณของระบบเลขฐานใด ๆ
4. ปฏบิ ัตกิ ารหาผลลัพธ์ในการคำนวณระหวา่ งเลขฐานใด ๆ ได้
5. สามารถนำหลักการคำนวณเลขฐานใด ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการคำนวณระบบเลขฐานอ่ืน
ๆ ได้
6. สามารถนำหลักการคำนวณในระบบเลขคณิตไปประยุกต์ใช้ในการคำนวณในระบบ
คอมพวิ เตอร์ได้

3. เน้ือหาสาระ
1. หลกั การคำนวณในระบบคอมพวิ เตอร์
2. การบวก , การลบ , การคูณ , การหารเลขฐานสบิ
3. การบวก , การลบ , การคณู , การหารเลขฐานสอง
4. การบวก , การลบ , การคูณ , การหารเลขฐานแปด
5. การบวก , การลบ , การคณู , การหารเลขฐานสิบหก
6. คอมพลีเมนต์ของเลขฐาน
- คอมพลีเมนต์ของเลขฐานสบิ 10-คอมพลเี มนต์ , 9-คอมพลีเมนต์
- คอมพลเี มนต์ของเลขฐานสอง 2-คอมพลเี มนต์ , 1-คอมพลีเมนต์
- คอมพลเี มนต์ของเลขฐานแปด 8-คอมพลีเมนต์ , 7-คอมพลีเมนต์
- คอมพลีเมนตข์ องเลขฐานสบิ หก 16-คอมพลเี มนต์ , 15-คอมพลเี มนต์

4. กิจกรรมการเรียนการสอน

กิจกรรมครู กิจกรรมนกั เรียน

ขน้ั เตรียมกจิ กรรม

1. ครูชีแ้ จงจดุ ประสงคแ์ ละเปา้ หมายในการเรียน 1. ผเู้ รียนต้ังใจสนใจฟัง และจดบันทกึ

2.ครูกำหนดเวลาให้ผู้เรียนอ่านหนังสือเตรียมความ 2.ทำความเข้าใจกบั บทเรียน

พร้อมในการเรียนการสอนการเรยี น 3. ซักถามเมือ่ เกิดความสงสัย

ข้นั นำเขา้ สู่บทเรยี น

1. ทดสอบก่อนเรียน โดยการถามผ้เู รียนในห้อง 1. นักเรียนปรกึ ษาหารอื เพอ่ื ตอบคำถาม

2. ครูตั้งโจท ย์ เช่น 9 * 5 + ( 20 –13 ) / 4^2 2. ผูเ้ รยี นชว่ ยกันหาคำตอบจากส่งิ ทคี่ รกู ำหนด

แล้วให้นักเรียนบอกลำดับความสำคญั ก่อนหลังในการ

คำนวณเพ่ือหาคำตอบ

3. ครูเขยี นโจทย์การคำนวณเลขฐานต่าง ๆ บนกระดาน

พร้อมเฉลยคำตอบเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความสงสัย และ

สนใจเรียนเพ่ือจะรู้ทม่ี าของคำตอบท่ีครผู สู้ อนเฉลย

กจิ กรรมครู กิจกรรมนกั เรียน

ขั้นดำเนนิ การสอน

1. ครูอธบิ าย พร้อมยกตวั อย่างและแสดงวธิ ีการหา 1. ตงั้ ใจฟงั จดบันทกึ

คำตอบทลี ะขน้ั อย่างละเอยี ดแต่ละหัวข้อการเรียน 2. ผู้เรียนร่วมกันแสดงการหาคำตอบจากส่ิงที่

2. ครูเขียนโจทยบ์ นกระดานแล้วแสดงวิธกี ารหา ครูผ้สู อนกำหนดให้

คำตอบไปพรอ้ มๆ กันกบั ผเู้ รยี น 3. นักเรียนถามเม่อื สงสัยหรอื ไม่เขา้ ใจบทเรยี น

3. ครูบอกเทคนิค และแนวคิดทีง่ า่ ยแก่การจดจำและ 4. ทำใบงานสง่

รวดเรว็ ในการหาคำตอบทถ่ี ูกตอ้ งใหแ้ ก่ผ้เู รยี น 5. แกไ้ ขใบงานใหถ้ กู ต้อง

4. ให้ผเู้ รียนทำใบงาน สาระการเรยี นละประมาณ 2 ข้อ 6. ผ้เู รยี นร่วมกับครูผูส้ อนเฉลยใบงาน

และกำหนดเวลาสง่ ทุกคร้งั ท่เี รียนจบแต่ละหวั ขอ้ การ 7. จดเทคนคิ และหลกั การคดิ ที่ครผู สู้ อนแนะนำ

เรยี น 8. ทำแบบทดสอบสง่

5. ครูตรวจใบงานและให้คะแนนสำหรับผูท้ ี่ทำถูกต้อง 2. ผู้เรียนสรุปสาระการเรียนทุกหัวข้อการเรียน

และเสร็จทันเวลาท่กี ำหนด และผู้ที่ทำไบงานผิดต้อง แลว้ จดบันทัก

นำกลบั ไปแกไ้ ขใหม่จนกว่าจะใบงานจะถูกต้องทุกข้อ 3. ผู้เรียนกับครูรว่ มกนั เฉลยแบบทดสอบ

6. ครูดำเนินการในขอ้ 1-5 จนครบทุกหัวข้อการเรยี นรู้ 4. ผู้เรียนบอกวิธีท่ีนำความรู้จากบทเรียนไป

ในหนว่ ยท่ี 4 ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพ

7. ครเู ปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นซกั ถามข้อสังสยั สงู สุดต่อไป

8. กำหนดเวลาให้ผเู้ รียนทำแบบทดสอบหลังเรียน

ข้นั สรปุ

9.ครูแนะนำให้นักเรียนศึกษาจากเอกสารประกอบการ

เรยี น,ใบงาน,แบบทดสอบ

10.ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปสาระการเรยี นรู้จาก

บทเรียน หน่วยที่ 4

5. สอ่ื การสอนและแหล่งเรียนรู้
5.1 ชดุ การสอน PowerPoint / PDF File
5.2 หนงั สอื เรยี นเรียนวชิ าคณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์
5.3 ครูผสู้ อน, Internet, E-learning, Website , Visual Classroom
5.4 รายงานทเี่ กยี่ วข้องกบั สาระการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
5.5 ชุดการเรียนรูด้ ว้ ยโปรแกรมสอ่ื ประสม

6. การวดั ผลและการประเมินผล
6.1 ความสนใจในการเรียนรู้ การคน้ ควา้ การมีสว่ นรว่ มในกิจกรรม
6.2 การซักถามและการตอบคำถาม
6.3 การทำงานเป็นทีม (ใหค้ วามสำคญั ในการทำงานเปน็ ทมี งาน , การมีสว่ นรว่ มรับผิดชอบกนั และกนั
ของกลุม่ ทป่ี ฏบิ ัตภิ าระงานร่วมกันอย่างเปน็ ระบบ)
6.4 การสรุปเนือ้ หาบทเรียน องค์ความรู้ท่ไี ด้ในกจิ กรรมการเรยี นการสอน และสามารถปฏิบัติภาระงาน
ท่ีได้รบั มอบหมายแลว้ เสรจ็ ทันเวลาทก่ี ำหนด
6.5 บันทึกผลการเรยี นรู้และการเขียนรายงานตนเอง (Self-Report)
6.6 แฟ้มสะสมผลงานในการปฏบิ ตั ิภาระงานทม่ี อบหมาย

7. ผลงาน / ชน้ิ งานของนกั ศึกษา
7.1 บันทกึ ผลการเรียนรู้ การเขียนรายงานตนเอง
7.2 ผลงานการปฏิบัติตามใบงานทมี่ อบหมายประจำสาระการเรยี นรู้

8. กจิ กรรมเสนอแนะ /ภาระงานทมี่ อบหมาย
8.1 ศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติมเก่ียวกับสาระการเรียนรู้จาก หนังสือ Internet , Website , บทเรียน
ออนไลน์ใน Visual Classroom ของสถานบนั การศึกษาตา่ ง ๆ
8.2 บนั ทึกและสรุปองค์ความรทู้ ี่ไดใ้ นการเรยี นเสนอครผู ู้สอนหลงั เสร็จสนิ้ การเรียนการสอน
ในแต่ละครงั้

9. กิจกรรมเสนอแนะ
1. ผเู้ รยี นตอ้ งทบทวนบทเรยี นทงั้ กอ่ นเรยี นและหลังเรียนอยอู่ ยา่ งสมำ่ เสมอ
2. ผู้เรยี นหมั่นเข้าชัน้ เรียนเพือ่ รับฟงั เทคนิค วธิ ี และแนวทางท่ีดกี ับครูสอนอย่างตงั้ ใจ
3. ผเู้ รยี นสนใจทำใบงาน แบบทดสอบ และแกไ้ ขให้ถูกต้องทกุ คร้งั ที่ทำผิด
4. กล้าท่ีจะถามทกุ ครง้ั ทเ่ี กิดความสงสยั และไม่เข้าใจหรอื ตามบทเรียนไม่ทัน

ภาระงานท่มี อบหมาย
บทท่ี 4 เรอื่ ง หลักการคำนวณในระบบคอมพิวเตอร์
วิชา คณติ ศาสตร์คอมพิวเตอร์ หลักสูตร ปวช. ภาคเรียนท่ี ……./…………
…………………………………………………………………………………………………………
คร้ังท่ี 1 การบวกและการลบเลขฐาน
วิธปี ฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนแบ่งกลมุ่ เทา่ ๆ กนั 3 กล่มุ และน่งั เปน็ กลุม่ เพอื่ ทบทวนบทเรียนและร่วมกันปฏิบัตภิ าระ
งานท่ีครมู อบหมายในชวั่ โมงเรยี น
6. สมาชิกในกลุ่ม ร่วมกันหาคำตอบจากโจทย์ท่ีครูกำหนดให้ และแข่งขันกับกลุ่มอ่ืนออกไป แสดง
คำตอบ
7. ผูเ้ รยี นร่วมกันเฉลย และแก้ไขขอ้ ผิดเพ่อื เกบ็ เขา้ แฟ้มสะสมผลงาน
8. ผ้เู รยี นชว่ ยกนั สรุปเทคนคิ ในการหาคำตอบของนพิ จน์ การบวกและการลบเลขฐาน

ภาระงานที่มอบหมาย
1. แสดงวิธีการหาตอบจากนิพจน์ของการบวก, ลบ, คูณ, หาร, ยกกำลัง ฯลฯ พร้อมบอกลำดับ

ความสำคัญกอ่ นหลงั ในการประมวลผลของนิพจนท์ ค่ี รกู ำหนดให้
2. แสดงวธิ ีการหาการคำตอบจากการบวกเลขฐาน
3. แสดงวิธกี ารหาการคำตอบจากการลบ เลขฐาน
4. แสดงวธิ ีการหาคำตอบจากการบวกระหว่างเลขฐาน
5. แสดงวิธีการหาคำตอบจากการลบระหวา่ งเลขฐาน

หน้าท่ีครูผู้สอน
1. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการช่วยเหลือและร่วมมือในกลุ่ม รวมท้ังการมีส่วนร่วมในการ

ปฏิบตั ิภาระงานท่มี อบหมาย
2. กำหนดโจทย์ปัญหา ให้สัมพันธ์กับภาระงานท่ีมอบหมาย เพ่ือให้กลุ่มนักเรียนแข่งขันกันออกไป

แสดงคำตอบ ตั้งคำถามไปเรื่อย ๆ จนกว่านักเรียนจะมีความเข้าใจในสาระการเรยี นรู้เป็นไปตามจุดประสงค์ท่ี
กำหนด

3. ครเู ฉลยและแนะนำเทคนคิ ในการหาคำตอบท่ีถูกต้องรวดเร็วใหแ้ กน่ กั เรยี น

ภาระงานทีม่ อบหมาย
บทท่ี 4 เรอ่ื ง หลกั การคำนวณในระบบคอมพิวเตอร์
วชิ า คณิตศาสตรค์ อมพิวเตอร์ รหัส 22012402 ภาคเรยี นท่ี ……./…………
…………………………………………………………………………………………………………
คร้งั ท่ี 2 การคณู และการหารเลขฐาน
วธิ ีปฏบิ ัติ
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสมแล้วนั่งเป็นกลุ่มเพ่ือทบทวนบทเรียนและร่วมกันปฏิบัติภาระ
งานทคี่ รูมอบหมายในชวั่ โมงเรียน
2. สมาชิกในกลุ่ม ร่วมกันหาคำตอบจากโจทย์ที่ครูกำหนดให้ และแข่งขันกับกลุ่มอ่ืนออกไป แสดง
คำตอบ
3. ผเู้ รียนรว่ มกนั เฉลย และแก้ไขข้อผดิ เพอื่ เก็บเข้าแฟ้มสะสมผลงาน
4. ผเู้ รียนช่วยกนั สรปุ เทคนคิ ในกระบวนการคูณเลขฐานและการหารเลขฐาน

ภาระงานท่ีมอบหมาย
1. แตล่ ะกลุ่มทบทวนบทเรียนและรว่ มกันปฏิบัติการหาคำตอบของการคณู และหารเลขฐาน
2. แต่ละกลุ่มแข่งข้ันกัน โดยส่งสมาชิกออกไปแสดงคำตอบบนกระดานจากโจทย์คำถามที่ครูกำหนดให้

ดำเนินกิจกรรมไปเรอื่ ย ๆ จนกวา่ จะหมดชั่วโมงเรียน หรอื นักเรยี นปฏบิ ัติงานได้ถูกตอ้ ง

หนา้ ทีค่ รูผู้สอน
1. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการช่วยเหลือและร่วมมือในกลุ่ม รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการ

ปฏิบัติภาระงานท่ีมอบหมายถ้าเห็นว่านกั เรยี นคนใดแสดงการคำตอบไม่ถกู ต้องหรือเร่ิมไม่สนใจในการร่วมกิจกรรม
ครูผสู้ อนต้องให้ออกไปแสดงวิธีการหาคำตอบหน้าหอ้ ง

2. กำหนดโจทย์ปัญหา ให้สัมพันธ์กับภาระงานท่ีมอบหมาย เพ่ือให้กลุ่มนักเรียนแข่งขันกันออกไป
แสดงคำตอบ ต้ังคำถามไปเรื่อย ๆ จนกว่านักเรียนจะมีความเข้าใจในสาระการเรียนรู้เป็นไปตามจุดประสงค์ที่
กำหนด

3. ตรวจผลงานและเฉลยผลงานของนักเรียนบนกระดานร่วมกับนกั เรียนพร้อมท้ังใหห้ รือหักคะแนน
หรือกำหนดเกณฑ์ประเมินอย่างใดอยา่ งหน่งึ เพื่อสรา้ งสิ่งเร้าให้ผเู้ รยี นมคี วามกระตือรอื รน้ และมสี ่วนรว่ มใน
กจิ กรรมการเรียนรู้

ภาระงานทมี่ อบหมาย
บทที่ 4 เรื่อง หลกั การคำนวณในระบบคอมพิวเตอร์
วชิ า คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ รหัส 22012402 ภาคเรยี นท่ี ……./…………
…………………………………………………………………………………………………………
ครั้งท่ี 3 คอมพลีเมนต์ของเลขฐาน
วธิ ีปฏบิ ัติ
1. นักเรยี นทำความเข้าใจและทบทวนบทเรียน
2. นักเรียนหาคำตอบจากโจทย์ท่ีครผู ูส้ อนกำหนดให้
3. นกั เรียนออกไปเฉลยใบงานที่ถกู ตอ้ งบนกระดานตามเลขที่หมนุ เวียนกันจนครบทุกคนในห้องเรียน
4. นักเรยี นปรับปรงุ แกไ้ ขขอ้ ท่ผี ดิ จากการเฉลยและคำแนะนำของผูส้ อน แลว้ เกบ็ เข้าแฟ้มสะสมผลงาน
5. นักเรียน สรุปความเข้าใจในการปฏบิ ัตงิ านของสาระการเรยี นร้ใู นหลักการของตนเองและนำเสนอ
สง่ิ เขียนสรปุ

ภาระงานทีม่ อบหมาย
1. แต่ละกลมุ่ ทบทวนบทเรยี นและรว่ มกันปฏิบัติการหาคำตอบของการคูณและหารเลขฐาน
2. แต่ละกลุ่มแข่งข้ันกัน โดยส่งสมาชิกออกไปแสดงคำตอบบนกระดานจากโจทย์คำถามท่ีครูกำหนดให้

ดำเนนิ กจิ กรรมไปเรือ่ ย ๆ จนกวา่ จะหมดช่วั โมงเรยี น หรือ นกั เรียนปฏบิ ตั งิ านได้ถูกต้อง

หนา้ ทคี่ รผู ูส้ อน
1. กำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับคอมพลีเมนต์ของเลขฐานต่าง ๆให้นักเรียนออกแสดงวิธีการหาคอม

พลีเมนตข์ องเลขฐานบนกระดาน คนละ 1 วิธี จนกวา่ จะครบทกุ คนในหอ้ งเรียน
2. ประเมินการเรียนรูแ้ ละการมสี ว่ นรว่ มปฏบิ ตั ิภาระงานของผ้เู รียน
3. สงั เกตพฤตกิ รรมของผู้เรียน มีการเปล่ยี นแปลงไปตามวตั ถปุ ระสงค์และเปา้ หมายท่ีกำหนดหรือไม่ ถ้า

ไมค่ รผู ู้สอนแนะนำเทคนิคการหาคำตอบที่ถูกตอ้ งและรวดเร็วให้แก่นกั เรยี น และใหน้ ักเรียนฝึกปฏบิ ัตเิ พื่อหาคำตอบ
ใหม่จนกวา่ จะสังเกตได้วา่ ผ้เู รยี นปฏบิ ตั ิการหาคำตอบไดถ้ กู ต้องตรงกัน

เฉลยแบบฝึกหัด บทท่ี 4 เรื่อง หลกั การคำนวณในระบบคอมพิวเตอร์

1. จงบวกเลขฐานสองต่อไปน้ี 2) (110111.11 + 101111.11)2 =
1) (1011 + 110)2 =100012

1100111.102

2. จงบวกเลขฐานแปดต่อไปนี้

1) (354 + 437) 8 = 10138 2) (27.103 + 304.45) 8 =

333.5538
3. จงบวกเลขฐานสิบต่อไปนี้

1) 459 + 28= 487 2) 25.50 + 7.45 = 32.95

4. จงบวกเลขฐานสิบหกตอ่ ไปน้ี

1) (374 + 697) 16 = A0B 16 2) (2A9.50F + E8.67) 16 = 391.B7F 16
5. จงทำการบวกระหว่างเลขฐานต่อไปน้ี

1) 3B 16 + 101102 = 5116 , 10100012 2) A7 16 + 920 = 43F16 ,
1087

3) 4058 + 10112 = 1000100002 , 4208 4) 64 + 111002 = 92,

10111002

5) 2058 + 4F016 = 25658 ,57516

6) 1011002 + 4128 + 52B16 = 0110011000012, 61418 , 66116

6. จงปฏิบตั กิ ารลบเลขฐานตอ่ ไปนี้

1) 101102 - 100112 = 112

2) 5607.25 - 101112 = 5584.25 , 1010111010000.012

3) 6038 - 258 = 4568
4) 11BC16 - 89A16 = 92216

5) 10F416 - 7028 = F3216 , 74628

6) 65.478 - 10100.1012 = 100000.1111112 , 40.778
7. จงปฏบิ ตั ิการคณู เลขฐานต่อไปนี้

1) 1010012 x 1102 = 111101102 2) 590 x 24 = 14160

3) 98716 x BC16 = 6FF2416 4) 7708 x 258 = 245308

5) 11101102 x 8 = 11101100002 , 944

6) A4516 x 1102 = 3D9E16 , 111101100111102

8. จงปฏิบัตกิ ารหารเลขฐานต่อไปน้ี

1) 10110102 ÷ 1102 = 11102 2) 100011012 ÷ 3 = 47 ,
= ( EA3
1011112

3) 120 ÷ 8 = 15 4) A10916 ÷ B16

เศษ 4 ) 16

5) 7708 ÷ B16 = (55 เศษ 11) 8 , (3D เศษ 9) 16

6) 1708 ÷ 108 = 178

7) 11100002 ÷ 48 = 111002 , 348

8) A4516 ÷ 01102 = (1B6 เศษ 1) 16 , ( 110110110 เศษ 1 ) 2

9. จงหาคอมพลีเมนต์ของเลขฐานตอ่ ไปนี้

1) 1001012 แสดงวธิ ีการหา 1-คอมพลีเมนต์
วิธีทำ 1 0 0 1 0 1

1-คอมพลีเมนต์คอื 0 1 1 0 1 0

2) 168  ดงั นนั้ 1-คอมพลเี มนต์ของ 1001012 คือ 0110102
แสดงวิธีการหา 7-คอมพลเี มนต์
วธิ ีทำ 168 เปน็ เลขฐานแปด จงึ หา 7-คอมพลเี มนต์
77

-16

= 61

 ดังนน้ั 7-คอมพลเี มนต์ของ 168 คอื 618

3) 109 แสดงวิธีการหา 9-คอมพลเี มนต์

วิธีทำ 9 9 9

-1 0 9

= 890

 ดังนั้น 9-คอมพลเี มนต์ของ 109 คือ 890

4) A2F516 แสดงวธิ กี ารหา 15-คอมพลีเมนต์
วธิ ที ำ F F F F
-A 2 F 5
= 5 D0 A

 ดงั นน้ั 15-คอมพลีเมนต์ของ A2F516 คอื 5D0A16

10 จงหา 2-คอมพลีเมนต์ ,8-คอมพลีเมนต์,10-คอมพลเี มนต์ ,16-คอมพลเี มนต์

1) 1001012 2-คอมพลีเมนต์ = 0110112

2) 168 8-คอมพลีเมนต์ = 628

3) 109 10-คอมพลีเมนต์ = 891

4) A2F516 16-คอมพลีเมนต์ = 5D0B16



บนั ทกึ หลงั สอน

1. ผลการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
2. ผลการสอนของผู้สอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ปัญหา อปุ สรรค/ ขอ้ เสนอแนะ เพื่อปรบั ปรงุ และพัฒนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ……………………………ผสู้ อน (นายชาญ

ชัย ไชยคำ)

วันท่ี……..เดอื น………..พ.ศ. 25….

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอ้ เสนอแนะของผตู้ รวจแผนการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชอ่ื ………………………….ผตู้ รวจแผนการเรียนรู้
(…………………………………)
วนั ที่………เดอื น………….พ.ศ. 25….

แผนการสอน/การเรียนร้ภู าคทฤษฎี หนว่ ยท่ี 5

ชอ่ื วชิ า คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ สอนครั้งที่ 10-11
ช่ือหน่วย ระบบตรรกศาสตร์
คาบรวม 4

ช่ือเรื่อง ระบบตรรกศาสตร์ จำนวนคาบ 4

1. สาระสำคญั
ตรรกวิทยาเปน็ ศาสตร์ท่ีมคี วามสำคัญมากในหลักการท่วี ่าด้วย การหาเหตแุ ละผล ซง่ึ จะมคี ่าความจริง

ที่เป็นจริง (Truth) หรือ ค่าความจริงที่เป็นเท็จ อย่างใดอย่างหน่ึง ค่าความจริงท่ีเป็นจริงแทนด้วย T ค่า
ความจริงท่ีเป็นเท็จแทนด้วย F ในการสรุปผลในการหาเหตุและผลอาจจะต้องพิจารณาประพจน์หลาย ๆ
ประพจน์ หรือ พิจารณาการนำประพจน์เหล่านั้นมาเช่ือมกันแล้วเกิดประพจน์ใหม่ท่ีสรุปเหตุและผลได้ ทาง
ตรรกศาสตร์เรียกว่า การเช่ือมประพจน์ ซ่ึงจะมีการเชื่อมประพจน์ด้วย และ , หรือ ,ถ้า…แล้ว , ก็ต่อเมื่อ ,
นิเสธของประพจน์ จะทำให้สามารถหาข้อสรุปได้ว่าเป็นเป็นจริงหรือเท็จ สมเหตุสมผลเป็นท่ียอมมรับหรือไม่
ซ่งึ ตอ้ งอาศัยศิลปในการหาเหตแุ ละผล

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จุดประสงคท์ ัว่ ไป
1. ทราบความหมายของประพจน์
2. ทราบความแตกตอ่ งระหวา่ งประพจน์กบั ประโยค
3. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับประพจน์และประโยค
4. มคี วามรู้ความเข้าใจในการเชื่อมประพจน์
5. เห็นความสำคญั ของกระบวนการหาเหตุและผล

จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. บอกความหมายของประพจนไ์ ด้
2. บอกความแตกต่างของประพจน์และประโยคได้
3. สามารถหาคา่ ความจรงิ ของประพจนไ์ ด้
4. นำไปประยกุ ตใ์ ชง้ านตามหลกั การหาคา่ ความจริงได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

3. เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้


Click to View FlipBook Version