พ้นื ฐานชีวติ 22
ผเู้ รยี บเรยี งรุน่ หลงั 65
20/09/2565
15.19น.
สารบญั 4
53
อจี้ งิ ปรัชญาแหง่ วชิ าฮวงจยุ้ :(I Ching Feng shui Philosophy) 66
อะไรคือหวั ใจของอีจ้ ิง? 83
ขงเบง้ ดดู าว...สวย ๆ 92
แม็กโครไบโอตกิ ส์ (macrobiotics) 144
เรอ่ื งการแบ่งผงั บา้ น เพ่อื ใสด่ าว (9 ยคุ ) ลงในผงั สาหรบั วิเคราะหต์ าแหนง่ พลงั งานฮวงจยุ้ 155
ธาตใุ นจกั รวาลท่ีสาคญั 169
รกั แรกของสนุ ทรภู่ 207
ฤกษย์ าม 64 ข่วย 217
ท่ีมาท่ีไป ฤกษย์ าม 64 ขว่ ย 227
“พอ่ แม่ ฟา้ ดิน คน” ของขว่ ย 245
หลกั การและองคป์ ระกอบของ ฤกษย์ าม 64 ข่วย 268
ความสมั พนั ธใ์ น ฤกษย์ าม 64 ข่วย 284
LOCALRY: ไขรหสั คาแถลงผพู้ พิ ากษาคณากร ทาไมตอ้ งพดู ถึงขนนก? ทาไมตอ้ งเอาหวั ใจใสต่ าช่งั ? 297
คอลมั น์ รูไ้ ปโมด้ : เทพจี สั ตซิ 313
ขงจือ๊ เขียนไวใ้ น ตารา สิบปีก (十翼)
ประวตั ขิ งจือ๊
เน้ือหาในเล่ม 21
อีจ้ งิ ดวงจีน ฮวงจยุ้ แพทยจ์ ีน
หยนิ -หยาง 64 ข่วย ช่ี/ปราณ
5 ธาตุ ฤกษย์ าม ขงจือ๊
โหงวเฮง้
ปา-กวา้ 八卦
四象
五行
อจี้ งิ ปรัชญาแห่งวชิ าฮวงจุ้ย :
(I Ching Feng shui Philosophy)
http://www.sumnakcharang.com/huangjui2.php
อ้ีจิง มาจากคา 2 คา คือ
• อี้ แปลวา่ เปลยี่ นแปลง
• จงิ แปลวา่ ปรากฎการณท์ เ่ี คลอื่ นไหวตลอดเวลา เพอ่ื รักษาสมดุล
ดงั น้นั สมดุลท่ีมีการเปลี่ยนแปลง
เคล่ือนไหวอยตู่ ลอดเวลา
กลบั ไปกลบั มาอยา่ งไม่จบ
ในธรรมชาติ สามารถอธิบายได้
จากการเปรยี บเทียบของสง่ิ ท่ีตรงกนั ขา้ ม
แตข่ าดจากกนั ไมไ่ ด้
เพ่ือรกั ษาสมดลุ
• เชน่ แกนตราช่งั ไมใ่ หเ้ อียงไปดา้ นใดดา้ นหน่งึ
โดยเราตอ้ งมีของ 2 ดา้ น
เพ่ือรกั ษาสมดลุ
ธรรมชาตกิ ็เชน่ กนั ยกตวั อยา่ งเช่น
2 ข้วั
พลังเอยี้ ง พลังอมิ
พระอาทิตย์ พระจนั ทร์
แสงสวา่ ง ความมดื
ความดี ความช่วั
หยดุ น่ิง เคล่ือนไหว
แข็ง ออ่ น
ขวั้ บวก ขวั้ ลบ
ขวั้ โลกเหนือ
บวก ขวั้ โลกใต้
ชาย ลบ
ซา้ ย หญิง
ขวา
และเม่ือท้งั สองสิ่งตรงขา้ มกนั มารวมกนั
เกิดการผสมผสานกนั
จึงจะเกิดความสมดุลข้ึน
และ สองสงิ่ ท่ีตรงขา้ มกนั นนั้ กค็ ือ อมิ เอยี้ ง นนั้ เอง
• เม่ือพลงั อมิ เอีย้ ง รวมตวั กนั
เม่ือนนั้ จงึ มีการเคล่อื นไหว
ทาใหเ้ กิดการท่ีโลกหมนุ รอบตวั เอง และเกิดฤดกู าล
เม่ือพลงั อิมเอ้ียง รวมตวั กนั
เมื่อน้นั จึงมีการเคลื่อนไหว
ทาใหเ้ กิดการที่โลกหมุนรอบตวั เอง และเกิดฤดูกาล
อิมเอ้ียงหรือ อินหยางน้นั
ตามบนั ทึกโบราณ
• ไดก้ ลา่ วไวว้ า่ จกั รพรรดิ์ ฝ-ู ชี
ผปู้ กครองในสมยั นนั้ ( ประมาณ กว่า 4700 ปีกอ่ น ) เป็นผบู้ ญั ญตั ิ
รูปสญั ลกั ษณ์ เสน้ ขาด - - และเสน้ เตม็ – ขนึ้ มาใช้
เป็นรากฐานของศาสตร์ อีจ้ ิง
คมั ภีร์อ้ีจิง บนกระดองเต่า
กลา่ วถงึ จกั รวาล ธรรมชาติ สรรพสิง่
ลว้ นมีการเปล่ยี นแปลง อยเู่ สมอ
• หยินและหยาง เป็นตน้ เหตแุ หง่ สรรพส่งิ
ยคุ ศตวรรษที่ 20
มีชาวบา้ นซ่ึงอาศยั อยทู่ ี่หมู่บา้ น เส่ียวถนุ
https://www.blockdit.com/posts/5d4bf789d4d4795d92d65a0e
• บรเิ วณตะวนั ตกเฉียงเหนือของเมอื งอันหยาง
มณฑลเหอหนาน
ไดน้ ากระดองเตา่ และกระดกู สตั วท์ ่ีเก็บได้
มาขายในตลาดจานวนมาก
และมีนกั วชิ าการมาพบเขา้ โดยบงั เอิญ
• เขาสงั เกตเหน็ ตวั อกั ษรโบราณท่ีถกู สลกั ไวบ้ นกระดองเตา่
จงึ นามนั มาศกึ ษา
และพบวา่ ตวั อกั ษรโบราณเหลา่ นี้
ถกู ประดษิ ฐ์ขนึ้ ในสมยั ราชวงศซ์ าง
มีอาย1ุ ,700 - 1,100 ปีกอ่ นครสิ ตศ์ กั ราช
• พวกเขาจงึ สรุปวา่ บรเิ วณหมบู่ า้ นเส่ยี วถนุ
คือท่ีตงั้ ของเมืองยิน
ซง่ึ เป็นเมืองหลวงเกา่ ของราชวงศซ์ าง
ต้งั แต่ปี ค.ศ.1928
กม็ ีการขดุ คน้ ที่บริเวณหมู่บา้ น เส่ียวถนุ
เรื่อยมา
และไดพ้ บโบราณวตั ถมุ ากมาย
เช่น เคร่อื งทองสมั ฤทธิ์ กระดกู สตั ว์
รวมถึงกระดองเตา่
ท่ีถกู สลกั ตวั อกั ษรโบราณเอาไว้
เจี๋ยก่เู หวิน
• ปัจจบุ นั มีกระดองเตา่ และกระดกู สตั ว์
จานวนมากกว่า 160,000 ชิน้ ท่ีถกู คน้ พบ
• บางชิน้ ยงั มีสภาพสมบรู ณ์
และไดย้ งั พบตวั อกั ษรโบราณ
ท่ีถกู แกะสลกั ไวบ้ นกระดองเตา่
อีกมากกวา่ 5,000ตวั อกั ษร
เรยี กวา่ อกั ษรเจ๋ียก่เู หวิน
• นอกจากนี้ กระดองเตา่ ท่ีคน้ พบบางสว่ น
คือ กระดองเตา่ เส่ยี งทาย
ท่ีใชใ้ นการเส่ยี งทาย
ก่อนทาสงคราม
ของกษัตรยิ อ์ ีกดว้ ย
• โดยจะแกะสลกั เรอ่ื งท่ีจะเส่ยี งทายไวบ้ นกระดองเตา่
จากนนั้ กน็ าไปเผาไฟจนกระดองนนั้ เรม่ิ รา้ ว
แลว้ จงึ นารอยรา้ วบนกระดองเตา่ มาทานาย
นกั วชิ าการไดศ้ ึกษา
และถอดความหมายของตวั อกั ษร
ไดป้ ระมาณ 3,000 ตวั
แตก่ ็ยงั มีบางสว่ นท่ีไมส่ ามารถถอดความหมายได้
• จากการศกึ ษาวจิ ยั ตวั อกั ษรโบราณบนกระดองเตา่ ครงั้ นี้
ทาใหไ้ ดร้ ูถ้ งึ สภาพความเป็นอยขู่ องผคู้ นในสมยั นนั้
ทงั้ เร่อื งการเมือง เศรษฐกิจและวฒั นธรรม
ราชวงศซ์ าง
• ถือเป็นราชวงศท์ ่ีเกา่ แก่เป็นอนั ดบั 2 ของจีน
• แตห่ ลกั ฐานทางโบราณคดี
พิสจู นว์ า่ จีนไดพ้ ฒั นาเขา้ สสู้ มยั อารยธรรม
ตงั้ แตร่ าชวงศซ์ างแลว้
ต่อมาจึงมีการศึกษาฮวงจุย้
http://www.sumnakcharang.com/huangjui2.php
วา่ ดว้ ยการปรบั สมดลุ ของคนและธรรมชาติ
จงึ กอ่ ใหเ้ กิดคา 2 คา คือ อิม - เอีย้ ง ท่ีประกอบดว้ ย สง่ิ 2 สิ่ง
ท่ีตรงขา้ มกนั แตค่ กู่ นั เสมอ
ผสมผสานกันพงึ่ พาซงึ่ กัน สลับสับเปลยี่ น
กลมกลนื กันไดเ้ ป็ นหนึ่งเดยี ว เป็ นวัฏจักร
ดงั น้นั กฎของอิมเอ้ียง
คือความเปลี่ยนแปลงสร้างผลกระทบต่อกนั
เปรยี บไดเ้ ชน่
สภาวะ นา้ ขนึ้ นา้ ลง
กบั ดวงจนั ทร์
ความสมั พนั ธ์ของสญั ลกั ษณ์ อิมเอ้ียง
มีดงั ตารางตวั อยา่ งดงั น้ี
สภาวะ เอยี้ ง อมิ
เพศ ชาย หญิง
ดาวเก่ียวกบั โลก ดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์
จกั รวาล ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์
ฤดกู าล รอ้ น หนาว
อณุ หภมู ิ
เวลา ความรอ้ น ความเยน็
ไฟฟา้ กลางวนั กลางคืน
โลก ขวั้ บวก ขวั้ ลบ
แสง
ฟา้ ดนิ
ชีวติ สวา่ ง มืด
การสถิต ตาย ( เสยี ชีวติ ) เป็น ( มีชีวิต )
ดา้ น
ความ เกิด ดบั
รา่ งกาย นอก ใน
คาตอบ จรงิ เทจ็
ภายนอก ภายใน
ทอ่ี าศยั ถกู ผดิ
บา้ นคนเป็น หลมุ ศพ ( บา้ นคนตาย )
อิมเอ้ียงเป็ นกฎสากล
อ้ีจิง 易經
หรือคมั ภีร์อ้ี
หรือคมั ภีร์อนิจจลกั ษณ์
https://sinsae.com/i-ching/
• เป็นคมั ภีรเ์ ก่าแกข่ องจีนโบราณ
ท่ีวา่ ดว้ ยเรอ่ื ง “เปล่ยี น” (อี้ แปลวา่ เปล่ยี น, จิง แปลวา่ คมั ภีร)์
• ซง่ึ ปราชญไ์ ดส้ รา้ งคมั ภีรเ์ ลม่ นีข้ นึ้ ไว้
เพ่ือใหใ้ ชเ้ ป็นคมู่ ือดาเนินชีวิต ใหส้ อดคลอ้ งกบั ธรรมชาติ
สอดคลอ้ งกบั ฟา้ -ดนิ (สวรรค-์ โลก)
• โดยอาศยั การ เปล่ยี น ไป-มาระหวา่ งอิม-เอีย้ ง
เป็นหลกั สาคญั ท่ีใชใ้ นการพยากรณ์
และวางแนวทางแหง่ การดาเนินชีวิตใหร้ าบรน่ื ม่นั คง
อ้ีจิง (易經) คือคมั ภีร์แห่งความเปล่ียนแปลง
• คาวา่ อี้ (易) แปลวา่ การเปล่ยี นแปลง
• สว่ นคาวา่ จิง (經) แปลวา่ คมั ภีร์
ความเขา้ ใจของคนทว่ั ไป
ซ่ึงช้ีวา่ ทุกสิ่งตอ้ งเปลี่ยนแปลง
เช่น จากอมิ เป็นเอีย้ ง และจากเอีย้ งเป็นอิม
(จากแขง็ เป็นออ่ น จากออ่ นเป็นแข็ง,
จากทกุ ขเ์ ป็นสขุ และจากสขุ เป็นทกุ ข์ ฯลฯ)
• หาก มนษุ ย์ สามารถเขา้ ถงึ กฎนีไ้ ด้
ชีวติ ของมนษุ ย์ ก็จะราบรน่ื และดาเนินไป
สอดคลอ้ งกบั ธรรมชาติ
สอดคลอ้ งกบั เจตจานงของสวรรค-์ โลก (ฟา้ -ดิน) น่นั เอง
จิง (經)
https://www.blockdit.com/posts/60d2df9b9626b30c6f56496e
ในภาษาสนั สกฤต
ตรงกบั คาวา่ สตุ รา (พระสตู ร)
• แปลวา่ เชือกหรอื เสน้ ดา้ ยท่ีมดั ของเขา้ ดว้ ยกนั
คานีจ้ งึ มีความหมายวา่ กฎหรอื สตู ร
สูตรมาจากรากศพั ท์ siv
ภาษาละตินคือ suere
ภาษาองั กฤษคือ sew
• ทงั้ หมดแปลวา่ การเยบ็
• กม็ ีความหมายถงึ หนงั สือ
ในทางพทุ ธ
หมายถึง พระสตู รท่ีบนั ทกึ คาสอนของพระพทุ ธเจา้
• อีจ้ ิง (易經) เป็นภมู ปิ ัญญาของจีนโบราณ
เป็นผลงานการศกึ ษาของปราชญส์ มยั ต่าง ๆ มากวา่ หา้ พนั ปี
ลกึ ซงึ้ เขา้ ใจยาก
ในสมยั ของจ๋ินซีฮ่องเต้
ทรงส่งั ฆา่ นกั ปราชญจ์ านวนมาก และเผาหนงั สอื จานวนมหาศาล
• อีจ้ ิง (易經) กเ็ ป็นหนง่ึ ในหนงั สือท่ีถกู ส่งั เผาทงิ้
ขอ้ หา “เป็นเร่อื งของส่งิ ศกั ดิส์ ทิ ธิ์และมายาศาสตร”์
• แตโ่ ชคดีท่ี อีจ้ ิง (易經) รอดจากการถกู เผามาได้
และผ่านกาลเวลามาหลายพนั ปี
โดยท่ีโลกตะวนั ตกไมเ่ คยรูค้ วามดารงอยขู่ องมนั มาก่อน
• จนกระท่งั มิชชนั นารโี ปรเตสแตนต์ ชาวเยอรมนั
รชิ ารด์ วลิ เฮลม์
แปล อีจ้ ิง (易經) เป็นภาษาเยอรมนั ในปี ค.ศ. 1924
จะเขา้ ใจอ้ีจิง กต็ อ้ งรู้ประวตั ิที่มาก่อน
• เรม่ิ ท่ีตานานสรา้ งมนษุ ยข์ องจีน
ของกษัตริยฝ์ ูซี (伏羲) กบั พระขนิษฐา หน่ีวา (女媧)
ตานานเล่าวา่ เบ้ืองน้นั
บนสวรรค์ เทพเพลิงกบั เทพน้า
ทาสงครามกนั
• เทพนา้ พา่ ยแพ้
หนีไปและชนภเู ขาใหญ่ท่ีคา้ ฟา้ จนพงั ลง
เป็นผลใหท้ อ้ งฟา้ เกิดรอยร่วั
บงั เกิดลมพายุ ไฟไหมป้ ่า และนา้ ทว่ มโลก
• หนี่วา ตดั สนิ พระทยั ซอ่ มทอ้ งนภา
โดยหลอมก้อนหนิ ห้าสหี ้าชนิด แลว้ นาหินนนั้ ไปอดุ ฟา้
ทกุ อยา่ งกก็ ลบั คืนสสู่ ภาวะปกติ
ดว้ ยคาบญั ชาจากสวรรค์
• กษัตริยฝ์ ูซี (伏羲)
ทรงเสกสรา้ งชาวจีน จากดนิ เหนียวขนึ้ มา
ใหก้ าเนิดหลกั การและศาสตรต์ า่ ง ๆ
เชน่ การจบั ปลา การลา่ สตั ว์ การแตง่ งาน
ตานานเล่าวา่ โลกในยคุ แรก
ยงั ไม่มีศีลธรรมหรือระเบียบสงั คม
• มนษุ ยร์ ูจ้ กั แตแ่ มข่ องพวกเขา ไมร่ ูจ้ กั พอ่
• เม่ือหิวก็แสวงหาอาหาร เม่ือทอ้ งอิม่ ก็ทงิ้ เศษอาหารท่ีเหลอื
• พวกเขาเสพอาหารอยา่ งตะกรุมตะกราม
ทงั้ หนงั และขน ด่ืมเลอื ดสตั ว์ น่งุ หม่ หนงั สตั ว์
• ฝซู ี (伏羲) ทรงรวบรวมมนษุ ยเ์ ป็นกลมุ่ กอ้ น วางกฎแหง่ มนษุ ยชาติ
ทรงประดษิ ฐ์อกั ษรจีน
จากภาพนิมิตท่ีเหน็ จากลายบนหลงั เตา่ ตวั หน่งึ
ท่ีผดุ ขนึ้ จากแมน่ า้
ลายบนหลงั เต่าตวั น้ีเอง
กเ็ ป็นตน้ กาเนิดของสญั ลกั ษณ์อ้ีจิง (易經)
ไดแ้ ก่ ไตรลกั ษณ์และฉกั กลกั ษณ์
• ไตรลกั ษณ์ (trigrams)
มีหนา้ ตาเป็นเสน้ ขนานสามเส้นซอ้ นกนั
• สว่ น ฉกั กลกั ษณ์ (hexagrams)
คือไตรลกั ษณห์ นง่ึ คู่
ซอ้ นกนั เป็นเสน้ ขนาน หกเส้น
เส้นทึบ แทนหยาง
เสน้ ขาด แทนหยนิ
แตล่ ะ ไตรลักษณ์
แทนคณุ สมบตั ติ า่ ง ๆ ของสรรพสง่ิ ในจกั รวาล
• ประกอบดว้ ย สวรรค์ ทะเลสาบ ไฟ ฟา้ รอ้ ง ลม นา้ ภเู ขา และโลก
เสน้ ล่างสุด เป็น หยาง
• สวรรค์ (乾) คือทอ้ งฟา้ กลางวนั พลงั งาน การสรา้ งสรรค์
เพราะสวรรคเ์ ป็นจดุ สรา้ งสรรคข์ องจกั รวาล (เรยี กว่า The Creative)
• ทะเลสาบ (兌) คือความรา่ เรงิ ความเตม็ แหลง่ นา้ เป็นศนู ยช์ ีวิต
• ไฟ (離) คือความรอ้ นและแสงสวา่ ง หมายถงึ ปัญญา
• ฟา้ รอ้ ง (震) คือพลงั ท่ีทาใหส้ รรพสง่ิ เตบิ โต
เสน้ ล่างสุด เป็น หยนิ
• ลม (巽) คือพลงั ท่ีพดั แทรกทงั้ โลก หมายถงึ ความออ่ นโยน
• นา้ (坎) คือความลกึ ลา้ อนั ตราย
• ภเู ขา (艮) คือความสงบน่ิง
• โลก (坤) คือการยอมรบั ความออ่ นแอ
เพราะมนั เป็นพลงั รบั ของจกั รวาล
(เรยี กวา่ The Receptive)
นี่กค็ ือ ‘ภาษา’ ของอ้ีจิง
• ท่ีเม่ือนามารวมกนั เป็นวงกลม
กค็ ือสญั ลกั ษณท์ ่ีเรยี กวา่ ปา้ กวั้ (八卦)
ซง่ึ คนไทยคนุ้ เคย
เพราะคนจีนอพยพนาเขา้ มา
ตามบนั ทึกประวตั ิศาสตร์
ผเู้ ขียนและปรับปรุงศาสตร์อ้ีจิงที่สาคญั
มี 4 คน
• คนแรกคือกษัตรยิ ฝ์ ซู ี
• คนท่ีสองคือ โจวเหวนิ หวัง
• คนท่ีสามคือ โจวกงตนั โอรสของโจวเหวนิ หวงั
• คนท่ีส่คี ือ ขงจ๊อื
พระเจา้ โจวเหวิน
https://bit.ly/3f6fmDw
พระเจา้ โจวเหวนิ
(องั กฤษ: King Wen of Zhou)
• เป็นกษัตรยิ จ์ ีนในราชวงศโ์ จว
• อยใู่ นช่วงระหวา่ งปลายราชวงศช์ าง
แมว้ า่ โจวอู่หวัง พระราชโอรสของพระองค์
ไดย้ กทพั มาปราบพระเจา้ ซางโจ้ว
กษัตรยิ แ์ หง่ ราชวงศช์ างพระองคส์ ดุ ทา้ ย
แลว้ สถาปนาราชวงศโ์ จวขนึ้
• แตพ่ ระเจา้ โจวเหวิน
กไ็ ดร้ บั การยกยอ่ งวา่ เป็นผสู้ ถาปนากอ่ ตงั้ ราชวงศโ์ จว
ยคุ โจวเหวนิ หวงั
อยหู่ ่างจากยคุ กษตั ริยฝ์ ซู ี
ราวสองพนั ปี
เวลาน้นั รัฐโจว
ใตก้ ารปกครองของ จิหล่ี
• แขง็ แกรง่ จนทรราชแหง่ ราชวงศซ์ ัง
พระนามกษัตรยิ โ์ จว้
ทรงระแวงและกลวั การลกุ ฮือ
สง่ คนไปลอบสงั หาร จิหล่ี
• โอรสของ จิหล่ี
นาม โจวเหวนิ หวงั
ขนึ้ เป็นกษัตรยิ อ์ งคต์ อ่ มา
โจวเหวินหวงั
ทรงฉลาดปราดเปรอ่ื ง ปกครองบา้ นเมืองโดยธรรม
• ทรงทาไรท่ านาเช่นเดียวกบั สามญั ชน
• ยกเลกิ ระบบทาส
• ทาใหท้ รราชแหง่ ราชวงศซ์ งั
ทรงกลวั วา่ จะแยง่ ชิงอานาจ
และบงการใหโ้ จวเหวนิ หวงั ไปทางานในวงั ของกษัตรยิ โ์ จว้
• และต่อมากจ็ บั โจวเหวนิ หวัง
ขังคุกนานเจด็ ปี
ในช่วงที่ถูกจองจานี่เอง
• โจวเหวนิ หวงั
ทรงศกึ ษาตาราอีจ้ ิงและขยายความคดิ กวา้ งจากเดมิ
• ทรงคิดคน้ หลกั การเรียงแผนภมู ิแบบใหม่
โดยรวมเอาเรอ่ื งดาราศาสตร์ ภมู ศิ าสตร์ สรรี ศาสตร์ เวลา ฤดกู าล
การคา้ การเมือง ความสมั พนั ธใ์ นสงั คมเขา้ ไปดว้ ย
• ตอ่ มากท็ รงถกู ปลอ่ ยพระองค์
โจวเหวนิ หวงั มีพระโอรสหลายองค์
ที่โดดเด่นคือโจวกงตนั กบั โจวกงอู่
หลงั จาก โจวกงอู่ ข้ึนครองราชย์
ทรงยกทพั บุกเมืองหลวงของซงั สาเร็จ
• โจวกงอู่
เป็นกษัตรยิ อ์ งคแ์ รกของราชวงศโ์ จว
ซง่ึ เป็นราชวงศท์ ่ีปกครองแผน่ ดินจีนยาวนานท่ีสดุ
และเป็นยคุ รุง่ เรอื งแหง่ ปรชั ญาจีน
• ยคุ นีเ้ อง
กาเนิดเลา่ จือ๊ ผกู้ อ่ ตงั้ ลัทธิเต๋า
กบั ขงจือ๊ ผกู้ ่อตงั้ ลัทธิขงจ๊อื (Confucianism)