128
3. หลกั ฐานการเรยี นรชู้ ้นิ งานหรอื ภาระงาน (Work)
1. ใบงาน
2. สมุด
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1. ทกั ษะระบุ
2. ทักษะการสงั เกต
3. ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
4. ทักษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4. การวัดและการประเมินผล (Evaluation)
ส่ิงท่วี ดั ผล วิธวี ัดผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ประเมินตามสภาพจรงิ
ด้านความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
เรียน และหลงั ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
1.แบบฝึกหดั
เรียน 2.ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2
แบบสรปุ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ -การสงั เกต ระดับคุณภาพ 2
(P) แบบสรปุ สมรถนะของผเู้ รียน ผ่านเกณฑ์
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) -การสังเกต
สมรถนะของผเู้ รยี น (C) -การสงั เกต
5. กระบวนการการจดั กจิ กรรม / รูปแบบการจัดกจิ กรรม (Learning Process)
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู/้ แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลือนกั เรยี น
5. รูปแบบการจักการเรยี นที่เป็นเกมส์
6. การให้คำชมนักเรยี นท่ตี ัง้ ใจทำงาน
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน ( ระบเุ วลาที่ใช้ )
129
ชว่ั โมงที่ 1
ขน้ั นำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครแู จง้ ผลการเรยี นรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
2. ครูถามคำถามกระตนุ้ ความสนใจนกั เรียนว่า พชื มีอวัยวะท่ีใช้สบื พนั ธ์หุ รือไม่ อวัยวะนนั้ คืออะไร
(แนวคำตอบ มี ดอกเป็นอวัยวะสืบพนั ธ์ุของพืช)
3. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 4 กลุ่ม จากนั้นใหแ้ ต่ละกลุ่มส่งตวั แทนกลุ่มออกมาจับฉลาก และรับ
ดอกชบา หรอื ดอกพูร่ ะหงท่ีครูเตรยี มมาใหน้ ักเรยี นศึกษา โดยฉลากที่ครนู ำมาให้นักเรียนสุม่ ได้แก่
เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมยี กลีบเลยี้ ง และกลีบดอก
ข4.ั้นสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูให้แต่ละกลุ่มศึกษาองค์ประกอบของดอกไมต้ ามฉลากท่ีตัวแทนกลมุ่ จับไดจ้ ากหนงั สือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ท่ี 65
2. ครใู หน้ กั เรียนศึกษา เรื่อง ประเภทของดอกไม้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าที่ 65
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครสู ุม่ นกั เรียนออกมานำเสนอองค์ประกอบของดอกไม้ พรอ้ มช้ีองคป์ ระกอบของดอกไม้
2. ครใู ห้แต่ละกล่มุ เล่นเกมตอบคำถามทายองคป์ ระกอบของดอกไม้โดยมกี ตกิ า ดงั น้ี
- ให้แต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาหน้าห้อง 1 คน เพื่อเขยี นคำตอบบนกระดาน โดยปากกาเขยี น
กระดานมีเพยี งแทง่ เดียว ดงั นั้น ตัวแทนแตล่ ะกลมุ่ จะต้องทำหน้าทีแ่ ยง่ ชิงปากกา
- สมาชกิ ทีเ่ หลอื ทำหนา้ ที่ระดมความคดิ เพ่อื บอกคำตอบให้กับตัวแทนกลุ่มในเวลาท่จี ำกัดก่อนทคี่ รู
จะให้สญั ญาณกบั ตัวแทนเพื่อมาแยง่ ชงิ ปากกา
- กลมุ่ ท่ตี อบผิดจะไม่มสี ทิ ธติ อบซำ้ อกี
- กล่มุ ที่ตอบไดม้ ากทสี่ ดุ จะถือวา่ กลุม่ น้นั เปน็ ฝา่ ยชนะ
ข้นั สรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1
130
ช่วั โมงที่ 2
ขน้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครใู หน้ กั เรียนศึกษาเรอื่ ง การถา่ ยละอองเรณูจากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หนา้ ที่ 66
2. ครตู ง้ั คำถามให้นักเรยี นคิดต่อไปวา่ เกสรเพศผจู้ ะผสมกับเกสรเพศเมียไดอ้ ย่างไร
(แนวคำตอบ พชื อาศยั พาหะในการถ่ายเรณู ซึ่งพาหะที่พาละอองเรณูไมต่ กบนยอดเกสรเพศเมยี มที ้ัง
แบบพาหระที่ไมม่ ีชีวิต และพาหะที่มีชวี ติ )
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครสู มุ่ ตวั แทนนกั เรียนออกมานำเสนอโครงสรา้ งของดอกไม้ทีเ่ อ้ืออำนวยใหเ้ กิดการถา่ ยเรณู
2. ครูยกตัวอย่างดอกบัวผดุ และนำภาพมาแสดงใหน้ ักเรียนเห็นตัวอย่างการถ่ายเรณูของดอกบัวผุด
3. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมในกรอบ science focus เก่ยี วกบั ประเภทของการถ่ายเรณู จากหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ที่ 66
ชว่ั โมงท่ี 3
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาเรอ่ื ง กระบวนการสบื พันธุข์ องพชื ดอก จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1
หน้าที่ 67
2. ครูให้นกั เรยี นเตรียมเมลด็ ถ่วั เขยี วหรอื เมลด็ ข้าวโพด เพื่อนำมาศกึ ษาในชั่วโมงเรยี นถัดไป
3. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาตวั อยา่ งพืชไมม่ เี มลด็ จาก Science focus จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1
หนา้ ที่ 67
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูให้นกั เรียนแบ่งกล่มุ ออกเป็น 2 กลุม่ จากน้ันครแู จกชุดคำกระดาษใหก้ ับ 2 กลุ่ม ทม่ี ี key word
เหมือนกนั ทัง้ สองกลุ่ม ไดแ้ ก่ ละอองเรณู, ยอดเกสรเพศเมีย, หลอดละอองเรณู, เซลลส์ ืบพนั ธเ์ุ พศผู้,
โพลาร์นิวเคลียส, รงั ไข่ และเซลล์ไข่
2. ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะนำ key word มาเรียงลำดบั ให้เปน็ ขั้นตอนการปฏิสนธขิ องพชื ให้ถูกต้อง
3. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่ม 1 คน ออกมาอธบิ ายการเรยี งลำดบั key word ของกลมุ่ ตนเอง
4. หลังจบการนำเสนอทั้ง 2 กลมุ่ ครูชว่ ยเสรมิ และแนะนำข้ันตอนทีถ่ ูกต้อง
ขนั้ สรปุ
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1
131
ช่ัวโมงที่ 4
ข5น้ั. สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูใหน้ ักเรยี นศกึ ษา เรือ่ ง การแพรพ่ ันธ์ุของเมล็ดพชื จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ท่ี 68
2. ครูให้นกั เรียนนำเมล็ดถ่วั เขียว หรอื เมล็ดข้าวโพดท่เี ตรียมมาศึกษาโครงสร้างของเมล็ด โดยแบ่งกลุ่ม
นักเรยี นออกเปน็ 2 กลุ่ม ดงั น้ี
- กลุ่มเมล็ดถั่วเขียวสำหรับนกั เรยี นทน่ี ำเมลด็ ถ่ัวเขียวมา
- กลุ่มเมลด็ ข้าวโพดสำหรับนักเรยี นทนี่ ำเมลด็ ขา้ วโพดมา
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาโครงสร้างเมล็ดของแต่ละกลุ่มท่ีเตรียมมาจากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน้าที่ 68 แล้วให้แต่ละกลมุ่ ทำผังสรุป เร่ือง โครงสร้างเมล็ดของพืช โดย
ใหน้ ักเรียนอธบิ ายและวาดโครงสร้างของเมล็ดพชื พรอ้ มตกแต่งใหส้ วยงาม
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครสู ุ่มตวั แทนจากกลมุ่ ถ่วั เขยี ว และกลุ่มข้าวโพดกลุ่มละ 3 คน ออกมาอธิบายลักษณะโครงสรา้ งของ
เมลด็ โดยหนา้ ทีข่ องตวั แทน 3 คนมี ดงั น้ี
- คนที่ 1 วาดรปู โครงสรา้ งของเมลด็ บนกระดาน
- คนที่ 2 ระบอุ งคป์ ระกอบแตล่ ะสว่ นของพืช จากคนท่ี 1
- คนที่ 3 อธิบายโครงสรา้ ง หนา้ ทขี่ องเมลด็
2. ครเู สรมิ ความรู้เพิ่มเติม และแก้ไขขอ้ มลู ทน่ี กั เรียนนำเสนอให้ถกู ต้อง
ข้ันสอน ชั่วโมงท่ี 5
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูให้นักเรียนศึกษาปัจจัยการงอกของเมล็ดพืช จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 69
จากน้นั ครูให้นักเรยี นแบง่ กลุม่ ออกเป็น 2 กลุ่ม
2. ครูนำภาพการงอกของเมล็ดถ่ัวเขียว และเมล็ดข้าวโพด อย่างละกลุ่มให้นักเรียนศึกษาแล้วให้แต่ละ
กลุ่ม ผังสรุป เร่ือง การงอกเมล็ดของพืช แล้วให้นักเรียนอธิบายและวาดภาพการงอกของเมล็ดพืช
พรอ้ มตกแต่งให้สวยงาม
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มตวั แทนกลุ่ม กล่มุ ละ 3 คน ออกมาอธบิ ายลกั ษณะการงอกของเมลด็ ดงั น้ี
- คนท่ี 1 วาดรูปต้นอ่อนท่งี อกจากเมล็ดบนกระดาน
- คนที่ 2 ระบอุ งค์ประกอบแต่ละส่วนของพชื จากคนที่ 1
- คนที่ 3 อธิบายข้นั ตอนการงอกของเมล็ด
2. ครเู สรมิ ความร้เู พ่ิมเติมและแกไ้ ขขอ้ มลู ทนี่ กั เรยี นนำเสนอใหถ้ ูกต้อง
ข้นั สรปุ
132
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครูให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดลงในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ม.1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจแบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
2. ครูประเมินผังสรุป เรือ่ ง โครงสร้างเมล็ดของพชื โดยใช้แบบประเมินช้นิ งาน
3. ครปู ระเมนิ ผังสรปุ เร่ือง การงอกเมล็ดของพชื โดยใช้แบบประเมนิ ชน้ิ งาน
4. ครปู ระเมนิ พฤติกรรมการทำงานรายกลุ่มจากทำชน้ิ งานโครงสรา้ งเมลด็ ของพืช
5. ครูประเมินพฤติกรรมการทำงานรายกลมุ่ จากทำช้นิ งานการงอกเมลด็ ของพืช
6. ครูประเมินการนำเสนอองคป์ ระกอบของดอกไม้ โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน
7. ครูประเมนิ การนำเสนอผังสรปุ เร่ือง โครงสร้างเมล็ดของพืช ครูประเมนิ การนำเสนอผังสรุป เร่อื ง
การงอกเมล็ดของพชื
7. ส่ือการสอน / แหล่งเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1
2. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ม.1
3. ดอกไมต้ ัวอยา่ ง เชน่ ดอกชบา ดอกพรู่ ะหงส์ เปน็ ตน้
4. เมล็ดถั่ว/เมล็ดขา้ วโพด
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องสมดุ
2. หอ้ งเรียน
8. บนั ทึกผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน เรอ่ื ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรียน รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 1 พบว่านักเรยี นผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........
และรองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบวา่ นักเรียน.............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
133
1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เรอื่ ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบวา่ นักเรียนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........
และรองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบว่านักเรียน.............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.3 ด้านเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชือ่ มโยงกับมาตรฐานหลกั สตู ร
ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรอื่ ง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบว่านกั เรยี นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อย่ใู นระดบั ............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน.............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
สรุป ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี …………………………..
34)นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนอย่ใู นระดับ...................
35)นกั เรยี นมีทักษะในระดบั ..................
36)นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. .............................
3. การปรบั เปล่ียนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถา้ ม)ี
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
..............................................................................................................................................................................
134
4. ขอ้ ค้นพบดา้ นพฤตกิ รรมการจดั การเรยี นรู้
......................................................................................................................... .....................................................
......................................................................................................................................... .....................................
........................................................................................................................................................... ...................
5. อน่ื ๆ
.................................................................................................. .................................................. ........................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 6
เรือ่ ง เทคโนโลยชี วี ภาพของพชื เวลา 3 ชั่วโมง ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 1
__________________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สงิ่ ท่ตี ้องรู้และปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน / ชน้ิ งาน การวดั ผลและการ
และตวั ชว้ี ัด ประเมนิ ผล
ว 1.2 ม.1/16 1. อธิบายความสำคัญของ 1. เทคโนโลยีชวี ภาพ ของ 1.ประเมินป้ายนิเทศ เรอ่ื ง
เลอื กวธิ ีการขยายพันธ์ุ เทคโนโลยกี ารเพาะเลยี้ ง พืช ฟาร์มในฝนั ของฉนั
พืชให้เหมาะสมกบั เน้ือเย่อื พชื ในการใช้ 2. การนำเสนอผลงาน 2.ตรวจแบบฝึกหัด
ความตอ้ งการของ ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ได้ 3. พฤตกิ รรมการทำงาน 3. ประเมินการนำเสนอ
มนษุ ย์ โดยใช้ความรู้ 2. เลอื กวธิ ีการขยายพนั ธ์ุ รายกล่มุ ข้อมูล หรอื ขา่ วการ
เกี่ยวกบั การสบื พันธุ์ หรือปรับปรุงพนั ธ์ุพชื ให้ เพาะเล้ียงเน้ือเยื่อ
ของพชื เพียงพอกบั ความต้องการ 4. ประเมนิ การนำเสนอ
ม.1/17 อธบิ าย ของมนุษย์ได้ ข้อมูล หรือขา่ วการดัดแปร
ความสำคญั ของ พันธกุ รรมพชื
เทคโนโลยีการเพาะเลีย้ ง 5.ประเมนิ การนำเสนอ
เนอ้ื เยื่อพชื ในการใช้ ผลงาน เร่อื ง ฟารม์ ในฝนั
ประโยชนด์ ้านตา่ ง ๆ ของฉนั
6. สงั เกตพฤติกรรม
การทำงานรายกลุม่
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
เทคโนโลยีชีวภาพของพืช เป็นการนำเอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับพืช
เพื่อให้เป็นประโยชน์ และเพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์ เช่น การขยายพันธุ์พืชด้วยการเพาะเล้ียง
เน้อื เยือ่ ซึ่งเป็นการนำช้นิ ส่วนเนื้อเยื่อของพืชมาเล้ียงในอาหารสงั เคราะห์ การปรบั ปรุงพนั ธพ์ุ ืช และการดัด
135
แปรพันธุกรรมของพืช โดยใช้ยีนจากส่ิงมีชีวิตอื่นมาแทรกลงในสารพันธุกรรมของพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตท่ีมี
ปรมิ าณและคณุ ภาพมากขึ้น
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional
Model)
3. หลกั ฐานการเรียนรู้ช้นิ งานหรอื ภาระงาน (Work)
1. ใบงาน
2. สมุด
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1. ทักษะระบุ
2. ทกั ษะการสังเกต
3. ทักษะการสำรวจคน้ หา
4. ทักษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4. การวดั และการประเมินผล (Evaluation)
สงิ่ ท่ีวดั ผล วิธีวัดผล เครอื่ งมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน
ประเมนิ ตามสภาพจริง
ดา้ นความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
เรียน และหลงั 1.แบบฝกึ หดั
เรยี น 2.ใบงาน ระดับคุณภาพ 2
แบบสรุปคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
ด้านทักษะ/กระบวนการ -การสงั เกต ระดับคุณภาพ 2
(P) แบบสรุปสมรถนะของผเู้ รยี น ผ่านเกณฑ์
เจตคต/ิ คุณลักษณะ (A) -การสงั เกต
สมรถนะของผูเ้ รียน (C) -การสังเกต
5. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รปู แบบการจัดกิจกรรม (Learning Process)
การจดั กิจกรรมการเรียนร/ู้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนักเรยี น
1. รปู แบบการจักการเรียนที่เปน็ เกมส์
2. การใหค้ ำชมนกั เรยี นที่ต้ังใจทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นการสอน
1. ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน ( ระบเุ วลาท่ใี ช้ )
136
ชัว่ โมงที่ 1
ขั้นนำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถาม prior knowledge ว่า นกั เรียนมวี ธิ ใี ดบา้ งในการขยายพนั ธพ์ุ ชื หากไม่มเี มลด็ พนั ธุพ์ ชื
ชนดิ น้ัน เพื่อกระตุ้นความคดิ ของนักเรยี นก่อนเร่ิมบทเรียน
(แนวคำตอบ ขยายพนั ธ์ุแบบไมอ่ าศัยเพศ โดยการนำส่วนต่าง ๆ มาปกั ชำ ตอนกิง่ ติดตา ทาบกิ่ง
เป็นต้น นอกจากน้สี ามารถนำเน้ือเย่ือพชื มาเพาะเล้ยี งในอาหารเลย้ี งเชื้อได้)
2. ครถู ามความคิดเหน็ นักเรียนว่า นักเรียนเคยสงสัยหรอื ไมว่ า่ มนษุ ยม์ วี ธิ กี ารอยา่ งไร ในการเพม่ิ
ผลผลิตจากพืชให้ไดเ้ พียงพอต่อความต้องการของมนุษย์
(แนวคำตอบ มนุษยน์ ำเอาความรทู้ างด้านวทิ ยาศาสตร์มาประยุกตใ์ ช้กบั พชื เช่น การนำเอาสว่ นตา่ ง
ๆ ของพชื มาขยายพนั ธุ์ เช่น นำเน้ือเย่อื ของพืชมาเพาะเลีย้ ง การดดั แปรพันธกุ รรมพชื ให้มีความ
ต้านทานตอ่ แมลงศัตรพู ืช หรือโรคต่างๆ นอกจากนีม้ นษุ ย์สามารถปรบั ปรงุ คณุ ภาพผลผลิตใหม้ ี
ขนาด ปรมิ าณ และคุณภาพมากข้นึ เป็นต้น)
3. ครูนำภาพนำเสนอตัวอย่าง PPT เกี่ยวกับการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับพืช เพื่อ
กระตุ้นความสนใจของนักเรียน และแสดงให้นักเรียนเห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพใน
ปจั จบุ นั
ข้นั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครใู หน้ ักเรยี นศึกษา เรื่อง การเพาะเลย้ี งเนื้อเย่ือพืช จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ท่ี 70
2. ครูให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 3-4 คน โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มหาข้อมลู และขา่ วที่เกี่ยวข้องกับ
การเพาะเล้ยี งเนื้อเย่ือพชื โดยแต่ละกลุ่มจะต้องมีข้อมลู หรือขา่ วไม่ซำ้ กัน
3. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละคนหาข่าวเกย่ี วกับเทคโนโลยีชวี ภาพในการดดั แปรพนั ธกุ รรมพืช เพือ่ ใชท้ ำ
กจิ กรรมในชัว่ โมงถัดไป
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูถามคำถามท้าทายความคิดข้ันสูง (H.O.T.S.) ว่า การขยายพันธ์ุพืชด้วยการเพาะเมล็ดให้ผล
แตกต่างกับการเพาะเลย้ี งเนื้อเยอ่ื พชื อยา่ งไร
(แนวคำตอบ พืชที่ขยายพันธ์ุด้วยเมล็ดเป็นการขยายพันธ์ุแบบอาศัยเพศ ทำให้พืชที่ได้มีความ
หลากหลายทางพันธุกรรม แต่การเพาะเล้ียงเนื้อเย่ือพืชเป็นการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ทำให้
พืชมีลกั ษณะไม่แตกตา่ งจากต้นพ่อตน้ แม่ หรอื ไมม่ คี วามหลากหลายทางพันธุกรรม)
2. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มของแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอข้อมลู และข่าว หน้าชน้ั เรยี น โดยขอ้ มูลที่จะ
นำเสนอมี ดังน้ี
- พชื ทน่ี ำมาเพาะเลีย้ งเนือ้ เยื่อ คืออะไร
- วัตถปุ ระสงคใ์ นการเพาะเลี้ยงเนอื้ เยอ่ื พชื ชนดิ นี้ คืออะไร
137
- ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชชนิดนน้ี านเท่าไหร่
- ขน้ั ตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือพืชมอี ะไรบา้ ง
- ผลท่ไี ดม้ ปี ระโยชน์ตอ่ สังคม และเศรษฐกจิ อยา่ งไร
3. ครชู ว่ ยอธบิ ายข้อมูลในสว่ นที่นักเรยี นนำมาเสนอไมท่ ราบ หรือเปน็ ขอ้ มูลท่ีเกินความรู้พ้ืนฐานสำหรับ
นกั เรียน ช้ัน ม.1 เช่น อุปกรณ์ในการเพาะเล้ียงเนื้อเยอ่ื บางชนดิ ฮอร์โมนพชื เปน็ ต้น
4. ครอู ธิบายความหมายของแคลลัสในกรอบ Science focus ให้นกั เรียนเข้าใจมากขน้ึ ว่า แคลลัส คือ
กลุ่มเซลล์ทเ่ี จรญิ ต่อเน่อื ง โดยไมเ่ ปล่ยี นแปลงรปู รา่ งหรือหน้าทจ่ี นกว่าจะได้รบั การกระต้นุ หรืออยู่
ในสภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสม
ขน้ั สรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดลงในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
ชวั่ โมงที่ 2
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครใู ห้นักเรียนสืบค้น หรือศกึ ษาการดัดแปรพนั ธกุ รรมของพืชในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1
หนา้ ที่ 72
2. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนสืบคน้ ขอ้ มลู ข่าวสารเกีย่ วกบั การใช้เทคโนโลยีดัดแปรพันธกุ รรมพืช
3. ครใู ห้นักเรยี นศึกษา เลขบนฉลากที่ตดิ กับพืชผลทางการเกษตรทจี่ ำหนา่ ยในห้างสรรพสินคา้ ในกรอบ
Science in real life ในหนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ท่ี 72
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 3-4 คน เพ่ือแลกเปลย่ี นข้อมูลหรือขา่ วทีส่ มาชิกนำมา แล้ว
สรปุ ข่าวของสมาชกิ ภายในกลุ่มลงในกระดาษ A4 1 แผน่ ภายใต้หัวขอ้ เรือ่ ง เทคโนโลยีการดัดแปร
พนั ธกุ รรมของพชื
2. ครมู อบหมายงานกจิ กรรมกลุม่ (Group activity) จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หน้าที่ 72
และกำหนดวันส่งผลงานกิจกรรมกล่มุ ภายในเวลาท่กี ำหนด
3. ครใู ห้ตวั แทนกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ออกมานำเสนอข้อมลู และขา่ วหนา้ ชน้ั เรียน โดยข้อมูลที่จะ
นำเสนอมี ดงั นี้
- พืชทีน่ ำมาดัดแปรพันธุกรรมคือพืชชนิดใดบ้าง
- วัตถุประสงค์ในการดดั แปรพันธุกรรมของพชื แต่ละชนดิ เหมือนและแตกตา่ งกันอยา่ งไร
- ใช้ยนี จากสง่ิ มชี วี ติ ใดมาตดั ตอ่ ใหก้ ับพืชแต่ละชนิด
- ขัน้ ตอนคร่าว ๆ ในการดดั แปรพนั ธุกรรมพืชแตล่ ะชนดิ เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร
- ผลที่ได้มปี ระโยชนต์ ่อสงั คมและเศรษฐกจิ อย่างไร
138
4. ครชู ่วยอธิบายข้อมลู ในส่วนทน่ี ักเรียนนำมาเสนอไม่ทราบ หรือเป็นขอ้ มลู ท่ีเกินความรพู้ ้ืนฐานสำหรับ
นักเรียน ม.1 เช่น อุปกรณ์ในการดัดแปรพันธุกรรมของพืชบางชนิด การตัดต่อยีน สารพันธุกรรม
ฮอร์โมนพชื เปน็ ตน้
ชัว่ โมงที่ 3
ข้ันสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครใู หน้ ักเรยี นทำป้ายนเิ ทศ เรือ่ ง ฟาร์มในฝันของฉัน โดยนำความรู้ที่ไดจ้ ากการศกึ ษา หรือสืบคน้
ข้อมูลเกย่ี วกบั เทคโนโลยีชีวภาพมาใช้กับฟาร์ม โดยใช้เทคโนโลยชี วี ภาพทม่ี ากกว่า 1 วิธี เพอื่
ออกแบบฟารม์ ในฝนั ของตนเองให้ได้ผลผลติ ตามวตั ถปุ ระสงค์
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครใู หน้ ักเรยี นออกมานำเสนอ รปู และเทคโนโลยีชวี ภาพทใี่ ชก้ ับฟาร์มของตนเอง คนละ 10 นาที
โดยขอ้ มูลการนำเสนอมี ดังน้ี
- ฟารม์ ของนักเรียนมีพืชชนิดใดบา้ ง
- วตั ถปุ ระสงคใ์ นการใชเ้ ทคโนโลยชี วี ภาพกบั ฟารม์ ของตนเอง คืออะไร
- เทคโนโลยชี ีวภาพทีใ่ ชก้ ับพชื ในฟาร์มมีอะไรบา้ ง ใหผ้ ลอย่างไร
2. ครชู ่วยอธิบายขอ้ มูลเพ่มิ เติมในส่วนทน่ี กั เรียนนำเสนอ
3. ครูเฉลยและอธบิ ายคำตอบ self check และ Unit Question
ข้นั สรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครูใหน้ ักเรียนประเมินตนเอง self check และทำ Unit Question
2. ครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1
3. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน
4. ครูใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบท้ายหน่วยที่ 3
5. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบทดสอบทา้ ยเล่ม
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ป้ายนเิ ทศ เร่ือง ฟาร์มในฝันของฉนั
2. ครปู ระเมนิ การนำเสนอผลงาน เรอ่ื ง ฟารม์ ในฝนั ของฉนั
3. ครตู รวจแบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1
4. ครปู ระเมินผลงานกจิ กรรมกลมุ่ group activity
5. ครปู ระเมนิ self check และUnit Question
6. ครตู รวจแบบทดสอบหลังเรยี น
7. ครูตรวจแบบทดสอบทา้ ยหน่วยท่ี 3
8. ครปู ระเมินพฤติกรรมการทำงานรายกลุ่มจากการทำกจิ กรรม
9. ครปู ระเมนิ การนำเสนอข้อมูล หรอื ขา่ วการเพาะเล้ยี งเนือ้ เย่ือ โดยใช้แบบประเมนิ การนำเสนอ
ผลงาน
139
10.ครูประเมินการนำเสนอข้อมูล หรือขา่ วการดัดแปรพนั ธกุ รรมของพืช โดยใชแ้ บบประเมนิ การนำเสนอ
ผลงาน
7. ส่ือการสอน / แหล่งเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) ห้องเรยี น
8. บันทึกผลหลังแผนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน เรือ่ ง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 1 พบว่านกั เรยี นผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ................อยูใ่ นระดับ..........
และรองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่านกั เรยี น...........................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน เรือ่ ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบวา่ นักเรียนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน...........................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
140
1.3 ด้านเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกบั มาตรฐานหลักสตู ร
ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรอื่ ง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบว่านกั เรยี นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............
และรองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่านักเรยี น...............................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
สรุป ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี …………………………..
37)นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นอยู่ในระดับ...................
38)นักเรยี นมที ักษะในระดบั ..................
39)นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ...................
3. การปรบั เปล่ียนแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถ้ามี)
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
........................................................................................................................................................... ...................
4. ขอ้ ค้นพบดา้ นพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
................................................................................................................................... ...........................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ...................
5. อนื่ ๆ
............................................................................................................................. ..............................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
ปญั หา/สิง่ ท่ีพัฒนา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพฒั นา 141
ผลการแก้ไข/พฒั นา
ปัญหา/ส่งิ ทพ่ี ัฒนา สาเหตุของปญั หา/ แนวทางแก้ไข/ วิธีแกไ้ ข/พฒั นา
สง่ิ ทีพ่ ัฒนา พัฒนา
ลงชอ่ื ............................................. ผสู้ อน
(.....................................................)
รับทราบผลการดำเนนิ การ
ลงช่อื ...............................................
(.......................................................)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ลงช่อื ...........................................
( นายวรี ะ แก้วกัลยา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี
142
8. ความคดิ เหน็ (ผ้บู ริหาร / หรอื ผู้ที่ได้รับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง.................................................แลว้ มคี วามเหน็ ดังน้ี
8.1 เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรงุ
8.2 การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ทเี่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ยี ังไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
8.3 เปน็ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
8.4 ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..............................................................
(.............................................................)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ความคดิ เห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ..................................................................... .......................
............................................................................................................................................... ..............................
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยุทธ สุทธิธรานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
143