78
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1. ทักษะระบุ
2. ทกั ษะการสังเกต
3. ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
4. ทกั ษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4. การวัดและการประเมินผล (Evaluation)
สง่ิ ทวี่ ัดผล วธิ วี ดั ผล เคร่ืองมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ประเมินตามสภาพจริง
ดา้ นความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
รอ้ ยละ 70 ผ่านเกณฑ์
เรียน และหลงั 1.แบบฝึกหดั
เรยี น 2.ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2
แบบสรปุ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
ด้านทักษะ/กระบวนการ -การสงั เกต ระดับคุณภาพ 2
(P) แบบสรปุ สมรถนะของผู้เรียน ผา่ นเกณฑ์
เจตคต/ิ คณุ ลักษณะ (A) -การสงั เกต
สมรถนะของผเู้ รยี น (C) -การสงั เกต
5. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รูปแบบการจัดกจิ กรรม (Learning Process)
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้/แนวทางการเสริมแรงหรือชว่ ยเหลือนกั เรียน
1. รูปแบบการจกั การเรยี นท่ีเป็นเกมส์
2. การใหค้ ำชมนกั เรียนท่ีตัง้ ใจทำงาน
6. กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น ( ระบุเวลาทใี่ ช้ )
ข้ันกระตุ้นความสนใจ (Engage)
ชั่วโมงท่ี 1
ข้นั นำ
กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครแู จง้ ผลการเรียนรใู้ หน้ ักเรยี นทราบ
2. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพอ่ื วัดความรเู้ ดิมของนกั เรียนก่อนเขา้ สู่บทเรียน
79
3. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเร่ืองที่จะเรียนวันน้ี โดยให้นักเรียนดูภาพส่ิงมีชีวิตเซลล์
เดียวและส่ิงมีชีวิตหลายเซลล์ จาก PPT จากนั้นครูถามคำถาม Big Question ว่า ส่ิงท่ีเล็กท่ีสุด
ในร่างกายของเราคืออะไร แลว้ ให้นกั เรียนระดมความคิดในการตอบคำถาม
(แนวคำตอบ เซลล์ เป็นหน่วยท่เี ลก็ ทส่ี ดุ ในรา่ งกายของสิง่ มีชวี ติ ทุกชนิด)
ข้ันสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูถามคำถามเพ่ือทบทวนความรู้เดิมว่า ส่ิงมีชีวิตแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิตอย่างไร เพราะเหตุใดจึง
เปน็ เชน่ นัน้
(แนวคำตอบ สิ่งมีชีวิตสามารถเจริญเติบโต เคล่ือนไหว หายใจ ขับถ่าย สืบพันธุ์ และตอบสนองต่อ
สงิ่ เรา้ ได้ ส่วนสงิ่ ไม่มชี ีวติ ไม่มคี ุณสมบัตขิ องลกั ษณะดังกล่าว เพราะส่ิงมีชีวติ ทุกชนดิ ล้วนประกอบไป
ด้วยเซลล์ทเ่ี ป็นหน่วยพืน้ ฐานใหส้ ่ิงมีชวี ิตดำเนินกจิ กรรมตา่ ง ๆ เพอ่ื ใชใ้ นการดำรงชีวิต)
2. ครูถามคำถามเพ่ือโยงเข้าสู่หัวข้อที่จะเรียนว่า ร่างกายของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีโครงสร้าง
และจำนวนเซลล์ในการดำรงชีวติ เหมือนกนั หรอื ไม่
(แนวคำตอบ ร่างกายของส่ิงมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีโครงสร้าง และจำนวนเซลล์ในการดำรงชีวิต
ไมเ่ หมือนกัน)
3. ครูให้นักเรียนศึกษาวีดิทัศน์การเคลื่อนท่ีของพารามีเซียมกับการเคลื่อนที่ของสัตว์ แล้วให้นักเรียน
ร่วมกนั อภปิ รายเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างส่ิงมชี วี ิตท้ังสองชนดิ ในประเด็นของจำนวนเซลล์
และการทำงานร่วมกันของเซลล์ทมี่ ผี ลตอ่ การเคล่ือนท่ี
4. ครูให้นักเรียนศึกษา เร่ือง ประเภทเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ในหัวข้อสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และยกตัวอย่าง
ภาพสง่ิ มชี วี ติ เซลล์เดียวจากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 29
ช่ัวโมงท่ี 2
ขน้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูถามคำถามเพื่อโยงเข้าสู่หัวข้อถัดไปว่า เซลล์ต่าง ๆ ท่ีอยู่บนร่างกายของเรามีรูปร่างและหน้าที่
เหมือนกันหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ เซลล์บนร่างกายมนุษย์มีรูปร่างแตกต่างกันตามความเหมาะสมกับหน้าท่ีการทำงาน
ของเซลล์แตล่ ะชนดิ เช่น เซลลก์ ล้ามเนอ้ื เก่ยี วข้องกับการเคล่อื นที่ เซลล์รบั แสงในดวงตา เป็นต้น)
2. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาตัวอย่างส่งิ มีชีวิตหลายเซลล์ เช่น พชื สัตว์ เป็นตน้ โดยใหน้ ักเรยี นศึกษารูปร่าง
และหนา้ ท่ีของเซลล์จาก PPT หรือหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 30-31
3. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ร่วมกันยกตัวอย่างเซลล์ของส่ิงมีชีวิตมา 10 ชนิด พร้อม
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับหน้าที่ของเซลล์ชนิดน้ัน แล้วส่งตัวแทนออกมานำเสนอ
หนา้ ช้นั เรยี น
80
ชั่วโมงที่ 3
ขัน้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูถามคำถามเกริ่นนำเข้าสู่หัวข้อท่ีจะเรียนว่า เราจะศึกษารูปร่างและลักษณะเซลล์ของส่ิงมีชีวิต
เซลลเ์ ดยี ว และเซลลข์ องสงิ่ มีชวี ติ หลายเซลลไ์ ดอ้ ยา่ งไร
(แนวคำตอบ การศึกษาเซลล์ของส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียว และเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ต้องอาศัย
กล้องจุลทรรศน์เขา้ มาช่วยในการศกึ ษา)
2. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการเล่าประวัติของรอเบิร์ต ฮุค พอสังเขป พร้อมท้ังอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับ
กล้องจุลทรรศน์ท่ีรอเบิร์ต ฮุค เป็นผู้ผลิตข้ึนเพื่อใช้ในการศึกษาเซลล์ จากน้ันครูต้ังคำถามเพ่ือ
กระตุน้ ความสนใจของนกั เรียนว่า เซลล์ ทีร่ อเบิร์ต ฮุค ค้นพบมีลักษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ รอเบิร์ต ฮุค ใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูไม้คอร์กท่ีเฉือนบาง ๆ และพบช่องขนาดเล็ก
จำนวนมาก เรียกช่องเหล่านี้ว่า เซลล์ (cell) แต่เซลล์ท่ีรอเบิร์ต ฮุค เห็นน้ันเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว
เพราะ ภายในไม่มีองค์ประกอบทมี่ ีชีวติ อยมู่ เี พยี งผนังเซลล์เรียงติดกนั เปน็ ช่องสี่เหลี่ยม)
3. ครูอธิบายส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์จาก PPT หรือหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1
หนา้ ที่ 32
4. ครูสาธิตการใช้งานกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงตามขั้นตอนที่ถูกต้อง จาก PPT หรือหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 33
5. ครูแจกใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง เซลล์ของส่ิงมีชวี ิต แล้วใหน้ ักเรียนศกึ ษาคำชแี้ จงในใบงาน
6. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ฝึกปฏิบัติใช้งานกล้องจุลทรรศน์ โดยใช้สไลด์ตัวอย่างท่ี
จดั เตรยี มไวแ้ ลว้ ไดแ้ ก่ พารามีเซียม ยูกลีนา เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์อสุจิ เซลล์ประสาท เซลล์คุม
เป็นต้น โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับสไลด์ตัวอย่างท่ีแตกต่างกัน จากน้ันครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกต
รูปร่าง แล้ววาดภาพและบรรยายลักษณะและหน้าที่ของเซลล์ แต่ละชนิดลงในใบงานท่ี 2.1 เร่ือง
เซลล์ของสงิ่ มชี วี ิต
ชั่วโมงท่ี 4
ขน้ั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มเลือกนักเรียน 4 คน ออกมานำเสนอใบงานที่ 2.1 หน้าช้ันเรียน โดยนักเรียนแต่ละคน
นำเสนอในหวั ข้อ ดังน้ี
นกั เรยี นคนท่ี 1 นำเสนอขัน้ ตอนการใชก้ ล้องจลุ ทรรศน์
นักเรยี นคนท่ี 2 นำเสนอความแตกต่างระหว่างสิง่ มีชีวิตเซลลเ์ ดยี วกบั สิ่งมชี วี ติ หลายเซลล์
นักเรียนคนที่ 3 และ 4 นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างของเซลล์ต่อการทำหน้าที่ของเซลล์
จากสไลด์ตัวอยา่ ง
2. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเพือ่ เสรมิ ความเข้าใจหลงั จากนักเรยี นแตล่ ะคนนำเสนอจบ
81
ช่วั โมงที่ 5
ขนั้ สรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั ลงในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
2. ครตู รวจใบงานที่ 2.1 เรื่อง เซลลข์ องส่งิ มีชีวติ
3. ครตู รวจแบบฝกึ หัดในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1
4. ครปู ระเมนิ พฤติกรรมการทำงานรายกล่มุ จากการศึกษาองค์ประกอบและการใช้งานของกล้องจุลทรรศน์
1. ครปู ระเมินการนำเสนอใบงาน โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน
7. ส่ือการสอน / แหล่งเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1
2. แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1
3. ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง เซลลข์ องสง่ิ มชี ีวิต
4. PowerPoint นำเสนอภาพสิง่ มีชีวติ หลายเซลล์ และรปู ร่างของเซลล์ในส่ิงมีชวี ิตหลายเซลล์
5. PowerPoint นำเสนอภาพส่วนประกอบและขัน้ ตอนการใชก้ ล้องจุลทรรศน์แบบใชแ้ สง
6. กล้องจลุ ทรรศน์
7. สไลด์สงิ่ มีชวี ิตตวั อยา่ ง เช่น พารามีเซยี ม ยูกลีนา เซลล์เมด็ เลอื ดแดง เซลลอ์ สุจิ เป็นต้น
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) ห้องเรยี น
8. บันทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี 1 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรื่อง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบว่านักเรียนผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบวา่ นักเรียน...........................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
82
1.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เรอ่ื ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบว่านักเรียนผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดบั ................และพบว่านักเรยี น..............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชอ่ื มโยงกับมาตรฐานหลกั สตู ร
ตารางที่ 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เร่อื ง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบว่านกั เรียนคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยูใ่ นระดบั ............และและ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ................และพบว่านกั เรยี น..............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สรปุ ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ …………………………..
1) นกั เรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นอยใู่ นระดับ...................
2) นกั เรยี นมที ักษะในระดับ..................
3) นักเรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
83
3. การปรับเปลยี่ นแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถ้ามี)
..............................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................... ........................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ขอ้ คน้ พบดา้ นพฤตกิ รรมการจัดการเรยี นรู้
.............................................................................................................. ................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. อนื่ ๆ
............................................................................................................................. .............................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.
84
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2
เร่ือง เซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์ เวลา 3 ชั่วโมง ระดับช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 1
__________________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมินผล
มาตรฐานการเรียนรู้ สง่ิ ทตี่ ้องร้แู ละปฏบิ ัตไิ ด้ ผลงาน / ชิ้นงาน การวดั ผลและการ
และตัวช้วี ัด ประเมินผล
1. บรรยายหนา้ ท่ี 1. การประเมนิ ระหวา่ ง
ว 1.2 ม.1/1 องคป์ ระกอบของเซลล์ได้ การจัดกจิ กรรม 1.แบบประเมนิ ชิน้ งาน
เปรียบเทยี บรูปร่างและ 2. เปรียบเทียบรูปร่างและ 2. เซลล์พืชและเซลล์ 2.แบบประเมิน
โครงสรา้ งของเซลลพ์ ชื โครงสร้างของเซลล์พชื สตั ว์ 3.การปฏิบัติการ
และเซลลส์ ัตว์ รวมทง้ั และเซลลส์ ตั ว์ได้ (P) 3.การปฏบิ ัตกิ าร 4.แบบสงั เกตพฤติกรรม
บรรยายหนา้ ที่ของผนัง 4. พฤตกิ รรมการทำงาน การทำงานรายกลุ่ม
เซลล์ เยื่อหมุ้ เซลล์ ไซ รายกลุม่
โทพลาซมึ นิวเคลยี ส
แวควิ โอล ไมโทคอนเด
รียและคลอโรพลาสต์
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
เซลล์สิ่งมีชีวิตมีส่วนประกอบพ้ืนฐานสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และ
นิวเคลียส แต่เซลล์พืชและเซลล์สัตว์จะมีบางส่วนประกอบที่แตกต่างกัน เช่น เซลล์พืชจะมีผนังเซลล์ห่อหุ้มเยื่อหุ้ม
เซลล์อีกชั้นหน่ึง และมีคลอโรพลาสต์ ทำหน้าที่สร้างอาหารให้แก่เซลล์ ซ่ึงท้ังผนังเซลล์และคลอโรพลาสต์จะไม่พบ
ในเซลลส์ ตั ว์
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional
Model)
3. หลักฐานการเรยี นรูช้ นิ้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
1. ใบงาน
2. สมุด
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะระบุ
2) ทกั ษะการสงั เกต
3) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
4) ทกั ษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
85
4. การวัดและการประเมนิ ผล (Evaluation)
ส่งิ ท่วี ัดผล วธิ วี ัดผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ประเมินตามสภาพจรงิ
ดา้ นความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
เรยี น และหลงั รอ้ ยละ 70 ผ่านเกณฑ์
1.แบบฝกึ หดั
เรยี น 2.ใบงาน ระดับคุณภาพ 2
แบบสรุปคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ -การสังเกต ระดับคุณภาพ 2
แบบสรปุ สมรถนะของผูเ้ รยี น ผ่านเกณฑ์
(P)
เจตคต/ิ คณุ ลักษณะ (A) -การสังเกต
สมรถนะของผู้เรยี น (C) -การสังเกต
5. กระบวนการการจดั กจิ กรรม / รูปแบบการจดั กจิ กรรม (Learning Process)
การจัดกจิ กรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลอื นกั เรยี น
1. รูปแบบการจักการเรยี นทเ่ี ปน็ เกมส์
2. การให้คำชมนกั เรยี นท่ีตั้งใจทำงาน
6. กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น ( ระบเุ วลาทใี่ ช้ )
ขั้นขน้ั กระตุ้นความสนใจ (Engage)
ชว่ั โมงท่ี 1
ขน้ั นำ
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูตัง้ คำถามกระตุ้นความคดิ นักเรียนว่า เซลล์พชื และเซลลส์ ตั ว์มลี ักษณะเหมือนหรือตา่ งกนั อยา่ งไร
แล้วใหน้ ักเรียนช่วยกนั ระดมความคดิ ในการตอบคำถาม
(แนวคำตอบ เซลล์พืชและเซลล์สัตว์จะมีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 3 ส่วนท่ีเหมือนกัน คือ ส่วนท่ี
ห่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส แต่แตกต่างกันที่รูปร่างของเซลล์ ซึ่งเซลล์พืชจะมีรูปร่าง
เหลีย่ ม ส่วนเซลลส์ ัตวจ์ ะมีรปู ร่างกลม)
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูให้นักเรียนศึกษาแผนภาพโครงสร้างของเซลล์สิ่งมีชีวิตทั้งเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ จาก PPT หรือ
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน้าท่ี 34-35 จากน้ันครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้าง
พ้ืนฐานสำคัญของเซลล์ส่งิ มีชวี ิตพอสังเขป
86
2. ครูถามคำถามทักษะการคิดขั้นสูง (H.O.T.S.) ว่า ถ้าเซลล์ไม่มีนิวเคลียส ส่ิงมีชีวิตจะสามารถ
ดำรงชวี ิตได้ตามปกตหิ รอื ไม่
(แนวคำตอบ เน่ืองจากนิวเคลียสทำหน้าท่ีควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์ ซ่ึงหากเซลล์สิ่งมีชีวิต
ไม่มีนิวเคลียส พบว่า ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เซลล์จะไม่สามารถดำรงชีวิตได้ เน่ืองจากไม่มี
นิวเคลียสควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีเกดิ ขึ้นภายในเซลล์ แต่ถา้ เป็นส่งิ มชี ีวติ หลายเซลล์ หากเซลล์ไม่มี
นิวเคลียสจะยังคงสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ เน่ืองจากร่างกายของส่ิงมีชีวิตหลายเซลล์
ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมาก หากบางเซลล์ไม่มีนิวเคลียส เซลล์อ่ืน ๆ ท่ีมีลักษณะหรือหน้าท่ี
เหมอื นกัน จะสามารถทำหน้าทท่ี ดแทนเซลล์ทีไ่ ม่มนี วิ เคลยี สได้)
ชัว่ โมงที่ 2
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบส่ีสหาย มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ
4 คน ทำกิจกรรม รูปร่างและส่วนประกอบของเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์ ในหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์
ม.1 หน้าที่ 36-37 เพื่อสังเกตรูปร่างลักษณะของเซลล์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พร้อมวาดภาพ
ส่วนประกอบที่เห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์ และเปรียบเทียบกับแผนภาพของเซลล์ ซึ่งระบุ
สว่ นประกอบสำคัญของเซลล์ ดังนี้
สมาชกิ 2 คน : ศึกษาสไลดข์ องเซลล์พืช เชน่ เซลล์ใบสาหร่ายหางกระรอก เซลลเ์ ย่ือหอม เป็นต้น
สมาชิก 2 คน : ศึกษาสไลด์ของสงิ่ มชี ีวติ หลายเซลล์ เชน่ เซลลเ์ ยื่อบุข้างแก้ม เปน็ ตน้
2. ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ เปรียบเทยี บเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ที่สังเกตเห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์ และ
อภิปรายผลร่วมกันว่า เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีส่วนประกอบใดท่ีเหมือนกัน และส่วนประกอบใดที่
แตกตา่ งกัน และอธบิ ายหน้าท่ขี องส่วนประกอบต่าง ๆ ของเซลล์ พรอ้ มทั้งตอบคำถามท้ายกิจกรรม
ลงในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มเลือกนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอข้อมูลการเปรียบเทียบเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ และ
อธิบายหนา้ ท่ีของส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของเซลล์ และตอบคำถามท้ายกจิ กรรม
2. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายผลจากการทำกิจกรรม และเฉลยคำตอบจากคำถามท้ายกิจกรรมใน
แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
87
ช่วั โมงท่ี 3
ข้ันสรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครูต้ังคำถามเพ่ือต่อยอดการทำกิจกรรมว่า นอกจากรูปร่างของเซลล์ท่ีแตกต่างกันแล้ว
นักเรยี นคิดวา่ เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ัตว์มีอะไรที่แตกตา่ งกนั
(แนวคำตอบ เซลล์พืชจะพบผนังเซลลแ์ ละคลอโรพลาสต์ สว่ นในเซลลส์ ัตวจ์ ะพบเพียงเซนทริโอล)
2. ครูใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปและทำแผ่นพบั เรอ่ื ง เซลล์พชื และเซลลส์ ตั ว์ ในประเด็นตา่ ง ๆ ดงั น้ี
โครงสร้างและหน้าท่ี ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเซลล์ และความแตกต่างระหว่างเซลล์พืชและเซลล์
สัตว์
3. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1
2. ครปู ระเมนิ การทำกจิ กรรม เรื่อง รปู รา่ งและสว่ นประกอบของเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์ โดยใช้
แบบประเมินการปฏิบตั กิ าร
3. ครูประเมนิ พฤติกรรมการทำงานรายกลุ่ม
7. สือ่ การสอน / แหล่งเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.
2. แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
3. กลอ้ งจุลทรรศน์
4. สไลด์ตวั อยา่ งของเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ตั ว์
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) หอ้ งเรยี น
8. บนั ทึกผลหลังแผนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรือ่ ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
88
จากตารางที่ 1 พบว่านักเรยี นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดับ...............และพบวา่ นกั เรยี น...............................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น เรอื่ ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 2 พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน ร้อยละ................อยูใ่ นระดับ..............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยู่ในระดบั ................และพบวา่ นักเรียน..............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ดา้ นเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกบั มาตรฐานหลักสูตร
ตารางที่ 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เรือ่ ง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบวา่ นกั เรยี นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยูใ่ นระดบั ............และและ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดับ................และพบว่านกั เรยี น..............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สรุป ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี …………………………..
4) นักเรยี นมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนอยู่ในระดับ...................
5) นกั เรียนมีทักษะในระดบั ..................
6) นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. การปรบั เปลยี่ นแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถ้าม)ี
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
89
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ข้อคน้ พบดา้ นพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้
..................................................................................................................................................................... .........
.......................................................................................................................... ....................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. อื่นๆ
............................................................................................................................. .............................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................... ........
.
90
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 3
เรอื่ ง การแพร่และออสโมซิส เวลา 4 ชั่วโมง ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
__________________________________________________________________________
1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรียนรู้ สง่ิ ท่ตี อ้ งรูแ้ ละปฏิบัติได้ ผลงาน / ชิน้ งาน การวดั ผลและการ
และตัวชีว้ ดั ประเมินผล
ว 1.2 ม.1/5 อธบิ าย 1. อธบิ ายกระบวนการ 1. แบบฝึกหัดการแพร่ 1.ตรวจแบบฝกึ หัด
กระบวนการแพรแ่ ละ แพรแ่ ละออสโมซสิ ได้ และออสโมซิส 2.ประเมินการ
ออสโมซสิ จากหลักฐาน 2. อธบิ ายความแตกต่าง 2. การปฏิบัติการ ปฏิบตั กิ าร
เชิงประจกั ษ์ และ ของการแพรแ่ ละออสโม 3. พฤติกรรมการทำงาน 3.สงั เกตพฤติกรรม
ยกตวั อย่างการแพรแ่ ละ ซิสได้ รายกล่มุ การทำงานรายกลมุ่
การออสโมซสิ ใน 3. ใช้งานอุปกรณท์ าง
ชีวิตประจำวนั วิทยาศาสตรไ์ ด้อยา่ ง
ถูกต้อง
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
เซลล์ของส่ิงมชี วี ิตต้องมีกระบวนการนำสารเข้าและออกจากเซลล์ เพ่ือใช้ในกระบวนการ
ดำรงชีวิตของเซลล์ เชน่ การแพร่เป็นกระบวนการเคล่ือนท่ีของอนุภาคสารจากบริเวณท่ีมคี วามเข้มขน้ สูงไปสู่
บรเิ วณทีม่ ีความเขม้ ข้นต่ำ หรือการออสโมซิสเปน็ กระบวนการเคล่อื นที่ของโมเลกุลนำ้ จากบรเิ วณทม่ี ีความ
เข้มข้นของสารละลายต่ำไปสบู่ ริเวณท่ีมีความเข้มข้นความเข้มข้นของสารละลายสงู เปน็ ต้น
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional
Model)
3. หลกั ฐานการเรียนรชู้ ิน้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
1. ใบงาน
2. สมุด
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1. ทกั ษะระบุ
2. ทักษะการสงั เกต
3. ทักษะการสำรวจค้นหา
4. ทกั ษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยu
91
4. การวัดและการประเมินผล (Evaluation)
สิ่งทวี่ ัดผล วิธวี ัดผล เคร่ืองมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ประเมินตามสภาพจรงิ
ดา้ นความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
เรียน และหลัง 1.แบบฝกึ หดั
2.ใบงาน ระดับคุณภาพ 2
เรยี น แบบสรปุ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ -การสงั เกต แบบสรุปสมรถนะของผเู้ รยี น ผา่ นเกณฑ์
(P)
เจตคต/ิ คุณลักษณะ (A) -การสงั เกต
สมรถนะของผู้เรียน (C) -การสงั เกต
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการจดั กิจกรรม (Learning Process)
การจดั กจิ กรรมการเรียนร/ู้ แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นกั เรียน
1. รปู แบบการจกั การเรียนท่เี ป็นเกมส์
2. การให้คำชมนักเรยี นทีต่ งั้ ใจทำงาน
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
ชวั่ โมงที่ 1
ขัน้ นำ
กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถามเพ่ือกระตุ้นความสนใจและทบทวนความรู้ของนักเรียนว่า พืชสามารถดูดน้ำและแร่
ธาตจุ ากดนิ เข้าสู่ลำตน้ ผ่านอวยั วะใด
(แนวคำตอบ พืชจะดูดน้ำและแร่ธาตุจากดินเข้าสู่ลำต้นผ่านทางราก ซึ่งมีท่อลำเลียงน้ำ หรือไซเล็ม
(xylem) ทำหนา้ ที่ในการลำเลยี งน้ำและแร่ธาตุ)
ขัน้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครใู หน้ ักเรียนศกึ ษาหลักการแพร่และตัวอยา่ งการแพร่ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในชีวิตประจำวนั และในสิง่ มชี ีวติ
2. ครูให้นักเรียนศึกษากระบวนการแพร่ของสารผ่านเข้าและออกจากเซลล์ เม่ือความเข้มข้นของสาร
ภายนอกและภายในเซลล์แตกต่างกัน รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่ของสาร ในหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ที่ 39-40 จากนั้นครูอธบิ ายเพม่ิ เติม
3. ครูให้นักเรยี นแบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ 4-5 คน ทำกจิ กรรม การแพรข่ องด่างทับทิมในนำ้ ตามหนงั สือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 41 แล้วให้นักเรียนสังเกตและบันทึกผลที่ได้จากกิจกรรมลงในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ม.1
92
ข้ันสอน ชว่ั โมงที่ 2
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูส่มุ เลือกนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอผลการอภปิ รายจากกจิ กรรมการแพร่ของดา่ งทบั ทิม
ในน้ำ และตอบคำถามท้ายกิจกรรม
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายผลจากการทำกจิ กรรม และเฉลยคำตอบของคำถามทา้ ยกิจกรรม
ข้ันสรปุ
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรมท้าทายความคดิ ขน้ั สูง (H.O.T.S.) ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1
ข้นั สอน ชัว่ โมงท่ี 3
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครทู บทวนความรู้เดิมจากชั่วโมงทีแ่ ลว้ เก่ยี วกบั กระบวนการแพร่ของสาร พอสงั เขป
2. ครูให้นักเรียนศึกษาหลักการออสโมซิสและตัวอย่างการออสโมซิสท่ีเกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตและ
ในชีวิตประจำวัน รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อการออสโมซิสของน้ำ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม .1
หน้าที่ 42 จากน้ันครูอธบิ ายเพมิ่ เติม
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ทำกิจกรรม การแพร่ผ่านเยื่อเลือกผ่าน เพื่อศึกษา
การออสโมซิสของน้ำในสารละลายซูโครสผ่านเย่ือเลือกผ่าน ตามหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1
หน้าที่ 43 แล้วให้นักเรียนสังเกตและบันทึกผลที่ไดจ้ ากกิจกรรมลงในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มเลือกกลุ่มนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรม เรื่อง การแพร่ผ่าน
เยือ่ เลอื กผ่าน แล้วให้นกั เรยี นตอบคำถามท้ายกิจกรรมในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1
2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายถึงการออสโมซิสของน้ำในสารละลายซูโครสผ่านเยื่อ
เลือกผ่าน สาเหตุที่ทำให้ระดับของเหลวในหลอดแก้วเพ่ิมขึ้น และส่ิงที่สังเกตได้จากกิจกรรม พร้อม
เฉลยคำตอบท้ายกิจกรรมในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
ขนั้ สรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูถามคำถามนักเรยี นว่า การแพร่และการออสโมซิสมคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ การแพร่ เป็นการเคลื่อนที่ของอนุภาคสาร จากบริเวณท่ีมีความเข้มข้นของสารละลาย
สูงไปต่ำ แต่การออสโมซิส เป็นการเคล่ือนท่ีของโมเลกุลน้ำ จากบริเวณท่ีมีความเข้มข้นของ
สารละลายต่ำไปสงู )
93
2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จัดทำรายงาน เรื่อง การแพร่และการออสโมซิส และ
ยกตัวอย่างการแพร่และการออสโมซิสในชีวิตประจำวัน มาอย่างน้อย 5 เหตุการณ์ และอธิบาย
ความสอดคล้องของเหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ข้ึนกบั หลกั การของการแพร่และการออสโมซิสลงในเล่มรายงาน
3. ครูให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดลงในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
ชวั่ โมงที่ 4
ข้ันสรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครใู ห้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบทา้ ยหนว่ ยท่ี 2 ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
3. ครูให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบท้ายเล่ม
4. ครูใหน้ กั เรยี นตรวจสอบตนเองดว้ ยการทำ self-check และตอบคำถาม Unit Question ในหนงั สือ
เรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ท่ี 45
5. ครูให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบท้ายหนว่ ยที่ 2 ในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ม.1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลจากการทำรายงานในหวั ขอ้ เร่ือง การแพรแ่ ละการออสโมซสิ
2. ครตู รวจแบบฝกึ หัดในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
3. ครตู รวจแบบทดสอบทา้ ยหน่วยที่ 2 ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1
4. ครูตรวจแบบทดสอบทา้ ยเลม่ ในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1
7. ส่ือการสอน / แหล่งเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1
2. แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
3. อปุ กรณก์ ารทดลอง เรือ่ ง การแพร่ของดา่ งทับทมิ ในน้ำ
4. อปุ กรณ์การทดลอง เร่ือง การแพร่ผ่านเยือ่ เลอื กผ่าน
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งสมุด
2. ห้องเรยี น
94
8. บันทกึ ผลหลังแผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน เร่ือง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อย่ใู นระดบั ..........
และรองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบว่านกั เรยี น...........................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เร่อื ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 2 พบวา่ นักเรยี นผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นักเรียน...........................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.3 ดา้ นเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมาตรฐานหลกั สตู ร
ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง ............................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบวา่ นกั เรียนคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อย่ใู นระดับ............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น...........................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
95
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี …………………………..
7) นักเรยี นมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรียนอย่ใู นระดับ...................
8) นกั เรียนมีทักษะในระดบั ..................
9) นักเรยี นมคี ุณลักษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. .............................
3. การปรบั เปล่ยี นแผนการจัดการเรียนรู้ (ถา้ ม)ี
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................................................................................................
4. ขอ้ ค้นพบด้านพฤตกิ รรมการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ...................
5. อ่นื ๆ
............................................................................................................................. ..............................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
96
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เรอ่ื ง การดำรงชวี ิตของพืช จำนวน 22 ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว21101
ครูผ้สู อน นายนธิ ศิ จิตรจกั ร์
_________________________________________________________
สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด (Learning Concepts)
พืชดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น ใบไม้ ทำหน้าท่ีสังเคราะห์ด้วยแสงเพ่ือผลิตอาหาร
ให้แก่พืช ราก ทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุ ลำต้น ทำหน้าท่ีพยุง และภายในมีระบบท่อลำเลียงสารไปเล้ียงส่วน
ตา่ ง ๆ ของพืช ดอก ทำหน้าทีเ่ ปน็ อวยั วะสืบพันธ์ุ และผลทำหน้าท่หี ่อหมุ้ เมล็ดซ่งึ ทำหนา้ ทก่ี ระจายพนั ธพุ์ ืช
สาระที่ : 1 เร่ืองวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐานท่ี : ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียงสารผ่านเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำ
ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ม.1/6 ระบปุ ัจจยั ที่จำเปน็ ในการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงและผลผลิตทเ่ี กดิ ข้ึนจากการสงั เคราะห์ดว้ ย
แสง โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์
ม.1/7 อธิบายความสำคญั ของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ตอ่ สง่ิ มชี ีวติ และสงิ่ แวดล้อม
ม.1/8 ตระหนักในคุณค่าของพชื ทีม่ ีตอ่ สิ่งมชี วี ติ และสงิ่ แวดล้อม โดยการรว่ มกันปลกู และดูแล
รักษาตน้ ไม้ในโรงเรยี น
ม.1/9 บรรยายลักษณะและหนา้ ทีข่ องไซเล็มและโฟลเอ็ม
ม.1/10 เขียนแผนภาพที่บรรยายทิศทางการลำเลยี งสารในไซเลม็ และโฟลเอ็มของพชื
ม.1/11 อธบิ ายการสบื พันธ์ุแบบอาศยั เพศและไม่อาศยั เพศของพืชดอก
ม.1/12 อธิบายลักษณะโครงสรา้ งของดอกทม่ี ีส่วนทำใหเ้ กดิ การถ่ายเรณู รวมทงั้ บรรยาย
การปฏสิ นธิของพชื ดอก การเกดิ ผลและเมล็ด การกระจายเมล็ด และการงอกของเมล็ด
ม.1/13 ตระหนักถงึ ความสำคญั ของสตั ว์ทีช่ ว่ ยในการถ่ายเรณูของพชื ดอก โดยการไม่ทำลายชวี ติ
ของสัตวท์ ีช่ ่วยในการถ่ายเรณู
ม.1/14 อธิบายความสำคัญของธาตอุ าหารบางชนดิ ทีม่ ผี ลต่อการเจริญเตบิ โตและการดำรงชวี ิตของพื
พชื
ม.1/15 เลอื กใช้ป๋ยุ ทมี่ ธี าตุอาหารเหมาะสมกับพืชในสถานการณท์ ี่กำหนด
ม.1/16 เลอื กวิธีการขยายพันธ์ุพืชให้เหมาะสมกับความตอ้ งการของมนุษย์ โดยใช้ความรเู้ ก่ียวกบั การ
สบื พนั ธข์ุ องพชื
ม.1/17 อธิบายความสำคญั ของเทคโนโลยีการเพาะเลีย้ งเนอ้ื เย่อื พชื ในการใช้ประโยชนด์ า้ นตา่ ง ๆ
ม.1/18 ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องการขยายพนั ธพุ์ ชื โดยการนำความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
ประจักษ์และแบบจำลอง
เชงิ ประจกั ษแ์ ละแบบจำลอง 97
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ( Competency ) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
7) มีวนิ ยั
1. ความสามารถในการสื่อสาร 8) ใฝ่เรยี นรู้
2. ความสามารถในการคดิ 9) ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
1. ทักษะการสงั เกต
2. ทกั ษะการระบุ
3. ทกั ษะการเปรียบเทียบ
4. ทักษะการจำแนกประเภท
5. ทกั ษะการสำรวจ
6. ทักษะการรวบรวมข้อมูล
7. ทกั ษะการเช่อื มโยง
8. ทกั ษะการสรปุ ยอ่
9.) ทักษะการให้เหตุผล
10. ทักษะการเรียงลำดบั
11. ทกั ษะการนำไปใช้
12. ทักษะการสำรวจคน้ หา
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ทกั ษะ / กระบวนการ ( Skill during the process )
ทกั ษะเฉพาะวิชา ทักษะการคดิ
1.การกำหนดและควบคมุ ตัวแปร 1.การค้นคว้าข้อมูล
2.การกำหนดนิยามเชงิ ปฏบิ ัติการ 2.การนำเสนอข้อมูล
3.การจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมลู
4.การตีความหมายข้อมูลและลงขอ้ สรุป
ความเขา้ ใจท่ียั่งยืน
พืชดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น ใบไม้ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงเพ่ือผลิตอาหาร
ให้แก่พืช ราก ทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุ ลำต้น ทำหน้าท่ีพยุง และภายในมีระบบท่อลำเลียงสารไปเลี้ยง
ส่วนต่าง ๆ ของพืช ดอก ทำหน้าท่ีเป็นอวัยวะสืบพันธ์ุ และผลทำหน้าที่ห่อหุ้มเมล็ดซ่ึงทำหน้าท่ีกระจาย
พันธ์ุพืช
ความสมั พันธ์กบั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ น่ื
ภาษาไทย โดยการใช้เขยี นคำที่ถูกต้อง
คณติ ศาสตร์ โดยหารหารค่าของสารต่างๆ
เทคโนโลยี โดยการใช้สำหรับคน้ คว้าหาข้อมลู
98
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1
เรอ่ื ง การสังเคราะห์ด้วยแสง เวลา 4 ชั่วโมง ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1
__________________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้ สงิ่ ที่ตอ้ งรแู้ ละปฏบิ ัตไิ ด้ ผลงาน / ชนิ้ งาน การวัดผลและการ
และตวั ชี้วดั ประเมินผล
ว 1.2 ม.1/6 ระบุ 1. ระบุปัจจัยทจ่ี ำเปน็ ใน 1. ประเมินระหวา่ งการ 1. ประเมินรายงาน เร่ือง
ปัจจัยทจี่ ำเป็นในการ การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ปจั จยั บางประการท่ี
สงั เคราะห์ดว้ ยแสงและ และผลลิตที่เกิดข้นึ จาก 2. การสังเคราะหด์ ว้ ย จำเปน็ ต่อกระบวนการ
ผลผลติ ทเี่ กิดข้ึนจาก การสงั เคราะหด์ ้วยแสง แสงของพชื สังเคราะหด์ ว้ ยแสง
การสังเคราะห์ด้วยแสง 2. อธบิ ายความสำคัญของ 3.การนำเสนอผลงาน 2.ประเมินรายงาน เร่ือง
โดยใชห้ ลักฐานเชงิ การสังเคราะห์ดว้ ยแสง 4. พฤตกิ รรมการทำงาน ผลผลติ ท่ีเกดิ จาก
ประจกั ษ์
ของพชื ตอ่ ส่งิ มชี ีวติ และ รายกลมุ่ กระบวน การสังเคราะห์
ม.1/7 อธิบาย สงิ่ แวดลอ้ มได้ 5. การปฏบิ ตั กิ าร ดว้ ยแสง
ความสำคัญของการ 3. สามารถออกแบบ 3. ประเมินการนำเสนอ
สงั เคราะห์ด้วยแสงของ สภาวะแวดล้อมท่ี แนวทางการอนรุ ักษ์
พชื ต่อสิ่งมชี วี ิตและ เหมาะสมต่อการปลกู ต้นไม้
สง่ิ แวดลอ้ ม ต้นไม้ได้ 4.สังเกตพฤติกรรม
การทำงานรายกลุ่ม
ม.1/8 ตระหนกั ใน
คุณคา่ ของพชื ที่มีตอ่ 5. ประเมนิ การ
สง่ิ มีชีวติ และ ปฏิบตั กิ าร
สง่ิ แวดล้อม โดยการ
ร่วมกนั ปลูก และดูแล
รักษาต้นไมใ้ นโรงเรยี น
และชุมชนต้นไม้ใน
โรงเรียน
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contnts)
1. ความรู้ (Knowledge)
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis) เป็นกระบวนการผลิตอาหารของพืช
โดยพืชจะใช้สารคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในใบดูดกลืนพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานเคมีในรูป
ของสารอินทรีย์จำพวกน้ำตาล โดยมีน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารต้ัง และได้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำตาล
กลูโคส น้ำ และแกส๊ ออกซิเจน ซงึ่ สง่ิ มีชวี ติ นำแก๊สออกซเิ จนมาใช้ในกระบวนหายใจ
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
99
3. หลกั ฐานการเรียนรู้ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (Work)
1. ใบงาน
2. สมุด
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1. ทักษะระบุ
2. ทกั ษะการสงั เกต
3. ทกั ษะการสำรวจค้นหา
4. ทักษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4. การวัดและการประเมนิ ผล (Evaluation)
ส่ิงทว่ี ดั ผล วิธีวัดผล เครอื่ งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ประเมินตามสภาพจรงิ
ดา้ นความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
เรียน และหลัง 1.แบบฝกึ หดั
เรยี น 2.ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2
แบบสรุปคณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
ด้านทักษะ/กระบวนการ -การสงั เกต ระดับคุณภาพ 2
(P) แบบสรปุ สมรถนะของผู้เรียน ผา่ นเกณฑ์
เจตคต/ิ คุณลักษณะ (A) -การสังเกต
สมรถนะของผูเ้ รียน (C) -การสังเกต
5. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รปู แบบการจัดกิจกรรม (Learning Process)
การจัดกจิ กรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนกั เรียน
1. รูปแบบการจกั การเรียนทเ่ี ป็นเกมส์
2. การใหค้ ำชมนักเรียนท่ีตง้ั ใจทำงาน
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น ( ระบุเวลาท่ีใช้ )
ขนั้ กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
100
ชั่วโมงท่ี 1
ข้ันนำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครแู จ้งผลการเรยี นรใู้ ห้นกั เรียนทราบ
2. ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพอ่ื วดั ความรเู้ ดมิ ของนกั เรียนกอ่ นเข้าสบู่ ทเรียน
3. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเก่ียวกับเรื่องที่จะเรียนวันนี้ โดยนำต้นไม้ขนาดเล็ก เช่น
ต้นกระบองเพชรและขวดโหลท่ีมีปลากัดมาให้นักเรียนเปรียบเทียบความแตกต่างในการดำรงชีวิต
ระหวา่ งพืชกับสัตว์ แล้วถามคำถาม Big Question ว่า พืชดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร โดยไม่มีการเคล่ือนท่ี
แล้วให้นักเรียนระดมความคิดในการตอบคำถาม
(แนวคำตอบ พืชจะใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น ใบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อผลิตอาหาร
ให้กับพืช ราก ทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุซ่ึงเป็นสารต้ังต้นในการผลิตอาหารของพืช และอาศัย
เนื้อเยอื่ ลำเลียงท่ีอยู่ภายในราก ลำต้น และใบช่วยลำเลียงอาหารไปยังส่วนต่างของพชื เพ่ือใช้ในการ
เจริญเติบโต ดังน้ัน พืชจึงเป็นสิ่งมีชีวิตท่ีสามารถสร้างอาหารเองได้ ซ่ึงแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอ่ืนท่ี
จำเป็นตอ้ งมกี ารเคลื่อนทเี่ พื่อหาอาหาร เป็นตน้ )
ข้ันสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูถามคำถาม prior knowledge วา่ พืชใช้กระบวนการใดในการสร้างอาหาร
(แนวคำตอบ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง)
2. ครถู ามคำถามเพ่ือโยงเขา้ สู่หวั ข้อท่จี ะเรยี น แล้วให้นกั เรยี นระดมความคดิ ในการตอบคำถามดงั น้ี
- อาหารของพืชคืออะไร
(แนวคำตอบ นำ้ ตาล)
- พืชหาอาหารได้อย่างไร
(แนวคำตอบ พชื ใชร้ ากในการดดู ซมึ น้ำและแร่ธาตทุ ่ีอยูใ่ นดิน เพอ่ื เป็นสารต้งั ตน้ ให้กบั กระบวนการ
สังเคราะห์ดว้ ยแสงทีใ่ ชใ้ นการผลติ อาหารของพืช)
2. ครูใหน้ ักเรยี นจบั กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน ศึกษา เร่ือง การสงั เคราะหด์ ้วยแสง จากหนังสอื เรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน้าท่ี 47 แล้วใหน้ ักเรียนทำใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง การสังเคราะห์ด้วยแสง
ของพชื
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูให้นกั เรียนสง่ ตัวแทนกลมุ่ 4-5 คน ออกมานำเสนอใบงานที่ 3.1 เร่ือง การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
ของพชื
ขนั้ สรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หัดในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.1
101
ช่ัวโมงท่ี 2
ขั้นนำ
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครถู ามคำถามทบทวนความรู้ว่า พืชใชส้ ว่ นใดในการสงั เคราะห์ด้วยแสง
(แนวคำตอบ ใบ ลำต้น และรากพชื ที่มีสเี ขียว)
2. ครเู กรนิ่ นำวา่ พชื ส่วนใหญจ่ ะใชใ้ บในการสังเคราะหแ์ สง จากนั้นครูนำใบไม้ตวั อยา่ งมาให้นกั เรียน
พิจารณาและอภิปรายลักษณะของใบไมร้ ่วมกนั
3. ครใู หน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 4 กลุ่ม โดยให้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ศกึ ษาเซลลใ์ บไม้ในแต่ละชน้ั และ
มคี วามสัมพันธอ์ ย่างไรตอ่ กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ท่ี
48
- กลุ่มที่ 1 ศกึ ษาเร่อื ง เซลล์ของใบไมช้ ั้นท่ี 1
- กลุ่มท่ี 2 ศึกษาเรื่อง เซลล์ของใบไม้ชน้ั ที่ 2
- กลมุ่ ที่ 3 ศึกษาเรือ่ ง เซลล์ของใบไมช้ ั้นท่ี 3
- กลุ่มที่ 4 ศกึ ษาเรอื่ ง เซลลข์ องใบไม้ชน้ั ที่ 4
4. ครูใหน้ ักเรยี นจับกลุ่มใหม่ 4 คน โดยสมาชกิ ในกลุม่ ประกอบดว้ ยสมาชิกที่มากจากกลุ่มท่ี 1 2 3
และ 4 มาสรปุ และอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างเซลลข์ องใบไม้ในแต่ละชั้นกับกระบวนการ
สังเคราะหด์ ้วยแสงลงในกระดาษ A4 เร่อื ง โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ใบไม้
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูให้นกั เรยี นสง่ ตวั แทนกลมุ่ ออกมานำเสนอโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องเซลล์ใบไม้
ขั้นสรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครมู อบหมายการบา้ นให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ม.1
ช่ัวโมงท่ี 3
ขน้ั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูถามคำถามเกร่ินนำก่อนเข้าสู่บทเรยี นวา่ นักเรียนคิดวา่ มีปจั จัยใดบา้ งทีส่ ำคัญต่อกระบวนการ
สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื
(แนวคำตอบ แสง สารคลอโรฟิลล์ น้ำ และแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์)
2. ครใู ห้นกั เรยี นสบื คน้ ขอ้ มลู หรือศกึ ษาปจั จัยทสี่ ำคญั ต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงในหนังสือ
เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หน้าที่ 49
102
3. ครใู หน้ กั เรียนจบั กล่มุ เดมิ ที่เคยแบง่ จากชั่วโมงทีแ่ ล้ว ศึกษาและทำกิจกรรมเร่ือง ปัจจยั บาง
ประการทจ่ี ำเป็นต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ตามหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
หนา้ ที่ 50 แลว้ บนั ทกึ ผลลงในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครสู ุ่มตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลที่ได้จากการทำกิจกรรม
2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายผลของทีเ่ กิดข้นึ จากกิจกรรม เรอื่ ง ปจั จัยบางประการท่จี ำเปน็ ต่อ
กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง
3. ครูให้นกั เรยี นตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม และครเู ฉลยคำตอบ ดงั นี้
- เพราะเหตุใดก่อนการทดลองต้องเก็บผักบ้งุ ไวใ้ นหอ้ งมืด 1 คนื
(แนวคำตอบ เพ่ือไมใ่ หใ้ บผกั บุ้งสังเคราะห์แสงได้น้ำตาลเปน็ ผลิตภณั ฑ์ ซึง่ จะสะสมไว้ในรูปของแปง้
ส่งผลกระทบต่อการทดลอง)
- เมอ่ื ทดสอบดว้ ยสารละลายไอโอดนี กับใบผักบงุ้ ทัง้ 3 ใบ ใหผ้ ลต่างกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ ใหผ้ ลแตกต่างกัน ผักบุ้งใบท่ี 1 และ ใบท่ี 2 จะเปล่ียนสารละลายไอโอดีนจากสี
นำ้ ตาลเป็นสนี ำ้ เงินเข้ม แตผ่ ักบุ้งใบที่ 3 จะไมเ่ ปล่ยี นแปลงสสี ารละลายไอโอดนี )
- หากทดสอบใบผักบุ้งดว้ ยสารละลายไอโอดีน แล้วสารละลายไอโอดีนเปลีย่ นเป็นสีนำ้ เงนิ จะ
สรปุ ผลกิจกรรมอยา่ งไร
(แนวคำตอบ แป้งทำให้สารละลายไอโอดีนเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน แสดงให้เห็นว่าใบผักบุ้งที่ได้รับแส
จะเกดิ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงได้น้ำตาลกลูโคสเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเกบ็ สะสมไว้ในรูปของ
แป้ง)
ขน้ั สรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครใู ห้นักเรียนศึกษาผลของอุณหภูมิต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ใน science focus
จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าที่ 50 เพื่อขยายความเข้าใจของนักเรียนว่ามีหลายปัจจัยที่
มคี วามเกีย่ วขอ้ งกบั กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื
2. ครูมอบหมายการบ้านใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1
3. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนทำรายงาน เร่อื ง ปจั จยั ทจ่ี ำเป็นต่อกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
4. ครใู ห้นกั เรียนทำกิจกรรมทา้ ทายความคิดขน้ั สงู เรือ่ ง การสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื ลงใน
แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1
ชวั่ โมงท่ี 4
ขัน้ สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูถามคำถามเกร่ินนำก่อนทำกิจกรรม ดงั นี้
- ผลผลติ ทเี่ กิดขน้ึ จากกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื มีอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ นำ้ ตาลกลโู คส แก๊สออกซิเจน นำ้ )
- แก๊สออกซิเจนมีความสำคญั อยา่ งไรตอ่ ส่งิ มีชีวติ
103
(แนวคำตอบ สง่ิ มีชีวติ สว่ นใหญน่ ำแกส๊ ออกซเิ จนไปใชใ้ นกระบวนการหายใจ)
2. ครูใหน้ ักเรียนจับกลุ่ม กลมุ่ ละ 5-6 คน ศึกษาขัน้ ตอนการทำกจิ กรรม เร่ือง ผลผลติ ท่เี กิดจาก
กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงให้แตล่ ะกลุ่ม ในหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ท่ี 51 จากนน้ั
ครูอธิบายข้นั ตอนการทำกจิ กรรมอยา่ งละเอยี ด
3. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ วางแผนกำหนดหนา้ ทขี่ องสมาชิกภายในกลุม่ แล้วลงมอื ปฏบิ ัติกจิ กรรม
เร่อื ง ผลผลิตทีเ่ กิดจากกระบวนการสังเคราะหดว้ ยแสง แล้วบนั ทึกผลลงในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์
ม.1
4. ครใู ห้นักเรยี นสืบค้นประโยชน์และความสำคัญของต้นไมจ้ ากส่ือมเี ดยี หรือศึกษาจากหนังสือเรยี น
วิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 52
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครสู มุ่ ตวั แทนกลุ่มของแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลของกิจกรรม
2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายผลของทีเ่ กิดขึ้นจากกิจกรรม เร่ือง ผลผลติ ทีเ่ กิดจากกระบวน
การสงั เคราะห์ด้วยแสง
3. ครใู ห้นักเรียนตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมลงในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1 จากนน้ั ครูเฉลยคำตอบ
ทา้ ยกจิ กรรม ดงั น้ี
- ผลการทดลองทงั้ สองเหมอื นกันหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ ตา่ งกนั อา่ งนำ้ ที่วางไวก้ ลางแดด ระดบั นำ้ ในหลอดทดลองจะต่ำกวา่ อา่ งนำ้ ท่ีวางไว้
ในหอ้ งมืด)
- สาเหตุทท่ี ำใหร้ ะดับนำ้ ในหลอดทดลองลดลงคอื อะไร เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ แกส๊ ออกซิเจน เน่อื งจากแกส๊ ออกซเิ จนทเ่ี กิดจากกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
มาแทนทน่ี ้ำ ทำให้ระดับน้ำในหลอดทดลองตำ่ ลง)
- แกส๊ ที่ไดจ้ ากการทดลองคืออะไร มีวธิ ที ดสอบอยา่ งไร
(แนวคำตอบ แก๊สออกซิเจน ตรวจสอบดว้ ยการนำก้านธปู ท่ตี ดิ ไฟไปใกล้กับบรเิ วณทเ่ี กิดแก๊ส หาก
เปน็ แกส๊ ออกซิเจนบรเิ วณปลายธูปไฟจะลกุ มากขึ้น เน่ืองจากแก๊สออกซิเจนมีสมบตั ชิ ว่ ยให้ไฟติด)
ขน้ั สรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม
ทำกิจกรรมท่ีช่วยอนุรักษ์ต้นไม้ และตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ เช่น ทำโปสเตอร์รณรงค์
การปลูกป่า ทำใบความรู้ประโยชน์ทไี่ ด้จากตน้ ไม้ ไปปลูกปา่ หรอื ช่วยกันปลกู ตน้ ไม้ภายในโรงเรียน
เป็นตน้ และออกมานำเสนอแนวทางการอนุรักษ์ตน้ ไมท้ ่ีแต่ละกลุ่มปฏบิ ัติ หน้าชั้นเรียน
2. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1
3. ครูใหน้ กั เรียนทำรายงาน เรอ่ื ง ผลผลติ ท่ีเกดิ จากกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ครตู รวจแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1
3. ครตู รวจใบงานที่ 3.1 เรื่อง การสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช
104
4. ครตู รวจกิจกรรมท้าทายความคิดขนั้ สูง H.O.T.S. เร่อื ง การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ในแบบฝึกหดั
วิทยาศาสตร์ ม.1
5. ครูประเมนิ รายงาน เร่อื ง ปัจจยั ท่ีจำเปน็ ต่อกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง โดยใชแ้ บบประเมนิ
ชิ้นงาน
6. ครูประเมินรายงาน เรอ่ื ง ผลผลิตท่ีเกดิ จากกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง โดยใชแ้ บบประเมิน
ชิ้นงาน
7. ครูประเมนิ การทำกิจกรรม ปัจจยั ทจี่ ำเปน็ ตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยใชแ้ บบประเมนิ
การปฏิบตั กิ าร
8. ครปู ระเมินการทำกิจกรรม ผลผลิตทเี่ กดิ จากกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง โดยใช้แบบประเมนิ
การปฏบิ ตั ิการ
9. ครปู ระเมนิ พฤติกรรมการทำงานรายกลมุ่ จากการศึกษาและการทำใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง
การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช
10.ครปู ระเมินการนำเสนอใบงาน โดยใชแ้ บบประการนำเสนอผลงาน
11.ครูประเมินการนำเสนอแนวทางการอนรุ ักษ์ต้นไม้ โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
7. ส่อื การสอน / แหล่งเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1
2. แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
3. ใบงานท่ี 3.1 เร่ือง การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องสมดุ
2. หอ้ งเรยี น
3. อินเทอร์เนต็
4. ห้องปฏิบัติการ
8. บันทกึ ผลหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นกั เรียนผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ร้อยละ................อย่ใู นระดบั .............
และรองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น……………….............................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
105
1.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน เรอื่ ง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 2 พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น ร้อยละ................อยใู่ นระดบั .............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดับ...............และพบว่านกั เรยี น……………….............................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.3 ด้านเจตคติ / คณุ ลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชือ่ มโยงกับมาตรฐานหลกั สตู ร
ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เรือ่ ง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบว่านักเรยี นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยูใ่ นระดับ............
และรองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดับ...............และพบวา่ นักเรยี น……………….............................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
สรุป ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ที่ …………………………..
22)นกั เรยี นมผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นอยใู่ นระดับ...................
23)นกั เรียนมีทักษะในระดับ..................
24)นักเรยี นมีคุณลักษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
3. การปรับเปล่ียนแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถ้าม)ี
................................................................................................................. .............................................................
......................................................................................................................................... .....................................
4. ข้อค้นพบด้านพฤตกิ รรมการจดั การเรียนรู้
106
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. อืน่ ๆ
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
107
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
เร่อื ง การลำเลยี งสารในพชื เวลา 5 ช่ัวโมง ระดบั ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1
__________________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมินผล
มาตรฐานการเรียนรู้ สง่ิ ท่ตี อ้ งรแู้ ละปฏิบตั ิได้ ผลงาน / ชิน้ งาน การวัดผลและการ
และตัวช้ีวดั ประเมนิ ผล
ว 1.2 ม.1/9 1. บรรยายลักษณะและ 1. การลำเลียงสารในพชื 1.ตรวจใบงานท่ี 3.2
บรรยายลักษณะและ หน้าท่ีของไซเล็มและโฟล 2. การนำเสนอผลงาน เรือ่ ง การลำเลียงน้ำ
หนา้ ทข่ี องไซเล็ม เอม็ ได้ 3. พฤตกิ รรมการทำงาน และแรธ่ าตขุ องพชื
และโฟลเอ็ม 2. บรรยายทิศทางการ รายบุคคล 2.ประเมินการนำเสนอ
ม.1/10 เขยี นแผนภาพ ลำเลยี งสารในไซเล็ม 4. พฤตกิ รรมการทำงาน ใบงานท่ี 3.2
ทบ่ี รรยายทิศทางการ และโฟลเอ็มของพชื เปน็ กลมุ่ 3.สังเกตพฤติกรรม
ลำเลยี งสารในไซเล็ม แผนภาพได้ 5. การปฏบิ ัตกิ าร การทำงานรายบุคคล
และโฟลเอ็มของพชื 3. เปรยี บเทยี บโครงสร้าง ม.1/10 เขยี นแ4ผ.สนงั ภเกาตพพทฤบ่ี ตริกรยรรามยทศิ ทางการลำเลียงสาร
ระบบท่อลำเลียงในพืชใบ การทำงานกลุ่ม
เล้ยี งเด่ยี วและพืชใบเล้ียงคู่ 5.ประเมิน
ได้ การปฏบิ ตั ิการ
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
พืชมีระบบลำเลียงสาร โดยพืชจะอาศัยเน้ือเยื่อท่ีทำหน้าที่เฉพาะในการลำเลียงสาร เรียกว่า
เนื้อเยื่อลำเลียง เช่น ท่อไซเล็ม (xylem) ทำหน้าท่ีลำเลียงน้ำและแร่ธาตุจากรากไปสู่ใบ ส่วนท่อโฟลเอ็ม (pholem)
ทำหนา้ ทีล่ ำเลยี งอาหารจากใบไปยังสว่ นต่างๆของพืช
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional
Model)
3. หลักฐานการเรียนรู้ชิ้นงานหรือภาระงาน (Work)
1. ใบงาน
2. สมุด
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะระบุ
2) ทกั ษะการสังเกต
3) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
4) ทกั ษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
108
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4. การวัดและการประเมินผล (Evaluation)
สง่ิ ที่วัดผล วธิ ีวดั ผล เครอื่ งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมิน
ประเมนิ ตามสภาพจริง
ดา้ นความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
ร้อยละ 70 ผา่ นเกณฑ์
เรียน และหลงั 1.แบบฝกึ หัด
2.ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2
เรียน แบบสรุปคณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ -การสงั เกต แบบสรุปสมรถนะของผู้เรยี น ผา่ นเกณฑ์
(P)
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) -การสังเกต
สมรถนะของผูเ้ รียน (C) -การสงั เกต
5. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รูปแบบการจัดกจิ กรรม (Learning Process)
การจัดกิจกรรมการเรียนร้/ู แนวทางการเสรมิ แรงหรือชว่ ยเหลือนักเรียน
1. รูปแบบการจกั การเรียนที่เปน็ เกมส์
2. การใหค้ ำชมนักเรยี นที่ตง้ั ใจทำงาน
6. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน ( ระบเุ วลาทใ่ี ช้ )
ขน้ั ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
ข้ันนำ ช่ัวโมงท่ี 1
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครแู จ้งผลการเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นทราบ
2. ครถู ามคำถาม prior knowledge กระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี น ว่า พืชจะนำนำ้ และแร่ธาตุทอี่ ยู่
ภายในดนิ ไปใช้ได้อยา่ งไร
(แนวตอบ พชื จะใช้รากดดู น้ำท่ีอยูภ่ ายในดนิ โดยน้ำที่อยภู่ ายในดินจะออสโมซิสเข้าส่รู าก ส่วนแร่
ธาตุทีอ่ ย่ใู นดินจะละลายน้ำอยใู่ นรูปสารละลาย โดยพชื จะลำเลยี งสารละลายท่ีมีแรธ่ าตุดว้ ยการ
ลำเลยี งแบบใชพ้ ลงั งาน เรยี กว่า แอคทีฟทรานสปอรต์ )
3. ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน โดยการนำผกั กาดมาแช่น้ำสีผสมอาหาร 7 สี (สรี ุ้ง) เปน็ เวลา
2 ช่วั โมง กอ่ นนำมาใหน้ กั เรียนสังเกตทศิ ทางการลำเลียงนำ้ แล้วถามคำถาม ดังน้ี
- พืชใช้สว่ นใดทำหนา้ ที่ดูดนำ้
(แนวตอบ ราก)
- ทิศทางการลำเลยี งน้ำเป็นอยา่ งไร
(แนวตอบ จากพชื จะลำเลยี งน้ำจากรากไปสู่ใบ)
ขั้นสอน 109
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูถามคำถามทบทวนความรเู้ ดิมของนักเรยี น ดังนี้
- กระบวนการออสโมซิส คืออะไร
(แนวคำตอบ กระบวนการออสโมซสิ คอื กระบวนการแพรข่ องโมเลกุลน้ำจากบริเวณที่มีน้ำมาก
หรือบรเิ วณท่ีมีความเข้มขน้ ต่ำ ไปสูบ่ ริเวณทม่ี ีนำ้ น้อย หรือบริเวณที่มคี วามเขม้ ขน้ สงู )
- กระบวนการแพรแ่ บบแอคทีฟทรานสปอร์ต คืออะไร
(แนวคำตอบ การแพร่อนภุ าคของสารจากบรเิ วณท่ีมีความเข้มขน้ น้อยไปส่บู รเิ วณที่มคี วามเข้มขน้
มาก โดยใช้พลังงาน)
2. ครแู จกใบงานที่ 3.2 เรอื่ ง การลำเลียงนำ้ และแร่ธาตุของพืช
3. ครูอธบิ ายขนั้ ตอนการทำใบงานท่ี 3.2 เร่อื ง การลำเลยี งน้ำและแร่ธาตุของพชื อย่างละเอียด
4. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาโครงสร้างของทอ่ ลำเลียงนำ้ และแร่ธาตุจากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1
หนา้ ท่ี 53 แล้วลงมอื ทำใบงานท่ี 3.2
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครใู ห้นักเรยี น 3-4 คน ออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรมจากใบงานท่ี 3.2 เร่อื ง การลำเลยี ง
นำ้ และแร่ธาตขุ องพชื
2. ครูอธิบายเสริมและเพ่ิมเติมข้อมูลเกยี่ วกับ ผลของแรงดึงจากการคายน้ำต่อการลำเลียงสารของพชื
ในหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 53
3. ครใู หน้ กั เรยี นจับคู่แลกเปลีย่ นข้อสรุป เรอ่ื ง ผลของแรงดึงจากการคายนำ้ ต่อการลำเลียงสาร
ข้ันสรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูให้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
2. ครูขยายความเข้าใจเกยี่ วกับการคายน้ำของพืช โดยให้นกั เรยี นศกึ ษา ประเภทของการคายนำ้ จาก
กรอบ science focus ในหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หนา้ ที่ 53
ช่วั โมงที่ 2
ขน้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครถู ามคำถามทบทวนความร้เู ดมิ ของนักเรียนวา่ การคายน้ำของพชื เกดิ ขึน้ ทใี่ ด และส่วนใดของพืช
(แนวคำตอบ การคายน้ำของพืชเกดิ ขน้ึ ท่ีบรเิ วณปากใบ ส่วนใหญม่ กั พบบริเวณใต้ทอ้ งใบ โดย
การคายนำ้ เป็นการระเหยของนำ้ ท่ีอยู่ในเซลลพ์ ืชออกสู่ชัน้ บรรยากาศภายนอก)
2. ครูเกรน่ิ นำวา่ อัตราการคายน้ำของพชื จะสูงหรือตำ่ ขึ้นอย่กู ับปจั จัยหลายๆด้าน จากนัน้ ครใู หน้ กั เรยี น
ศกึ ษาปัจจัยท่ีมผี ลตอ่ การคายนำ้ จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าที่ 53
110
3. ครใู ห้นักเรียนศึกษาขั้นตอนการทำกจิ กรรม เรอ่ื ง การลำเลยี งน้ำของพชื ตามหนงั สือเรยี น
วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน้าที่ 54
4. ครูให้นกั เรียนจับกล่มุ 5-6 คน ทำกิจกรรม เร่ือง การลำเลียงนำ้ ของพืช แล้วบันทึกผลกิจกรรมลงใน
แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอผลทไ่ี ด้จากกจิ กรรม เรอื่ ง การลำเลยี งนำ้ ของพชื
2. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายผลของทีเ่ กิดขึ้นจากกจิ กรรม เรอ่ื ง การลำเลียงนำ้ ของพืช
3. ครใู หน้ กั เรยี นตอบคำถามทา้ ยกิจกรรม ลงในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.1 จากน้ันครเู ฉลยคำตอบ
ทา้ ยกิจกรรม ดังนี้
- ตน้ กระสงั มที ิศทางในการลำเลียงนำ้ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ น้ำจะเคลือ่ นทจี่ ากรากไปยังส่วนต่างๆ ของต้นกระสงั )
- การติดสีของลำตน้ ทผ่ี ่าแนวตามยาวและผา่ แนวตามขวางแตกต่างกนั อย่างไร
(แนวคำตอบ ลำตน้ ทีผ่ ่าแนวตามยาว บริเวณทต่ี ดิ สจี ะมีลกั ษณะเป็นเส้น แต่ลำต้นที่ผ่าตามขวางจะมี
ลักษณะเปน็ จดุ สี พบเซลล์นี้ที่บรเิ วณผวิ ใบดา้ นล่าง)
ชัว่ โมงท่ี 3
ขั้นสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครใู ห้นักเรียนศึกษาขนั้ ตอนการทำกิจกรรม เรอ่ื ง เซลล์คุม ตามหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1
หนา้ ท่ี 55
2. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม 5-6 คน ทำกิจกรรม เร่ือง เซลล์คุม แล้วบันทึกผลกิจกรรมลงในแบบฝึกหัด
วทิ ยาศาสตร์ ม.1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครสู ่มุ ตวั แทนกล่มุ ออกมานำเสนอผลที่ไดจ้ ากกจิ กรรม เรือ่ ง เซลล์คมุ
2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ รายผลของที่เกิดขึน้ จากกิจกรรม เร่อื ง เซลลค์ มุ
3. ครใู หน้ ักเรียนตอบคำถามท้ายกจิ กรรม จากนัน้ ครูเฉลยคำตอบท้ายกิจกรรม ดังน้ี
- ลกั ษณะของผิวใบไมด้ ้านบน และดา้ นลา่ งแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ แปง้ ทำใหส้ ารละลายไอโอดีนเปลี่ยนเปน็ สีนำ้ เงนิ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ใบผักบุ้งทไี่ ด้รับแสงจะ
เกิดกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงได้น้ำตาลกลูโคสเปน็ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเก็บสะสมไวใ้ นรูปของแปง้ )
- จากการศึกษาเน้ือเย่ือผวิ ใบดว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์ นักเรยี นพบเซลล์ใดที่มลี ักษณะแตกต่างไปจาก
เซลล์อ่ืนบา้ งหรือไม่ แลว้ เซลล์ชนิดน้คี อื อะไร พบมากท่บี รเิ วณใด
(แนวคำตอบ พบเซลล์รปู ร่างคลา้ ยเมลด็ ถวั่ ประกบกนั เปน็ คู่ เรียกว่า เซลล์คุม สว่ นใหญ่พบเซลล์น้ีท่ี
บริเวณผิวใบดา้ นล่าง)
111
ช่ัวโมงท่ี 4
ขั้นสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูให้นกั เรียนจับคู่ศึกษา เรือ่ ง การลำเลยี งอาหาร จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หน้าที่ 56
โดยใหค้ นหน่ึงศึกษาลักษณะของเนือ้ เยอื่ ลำเลยี งท่ที ำหนา้ ที่ลำเลียงอาหาร อีกคนหนึ่งศึกษา เร่ือง
ทศิ ทางการลำเลยี งอาหาร จากน้นั ให้ต่างฝา่ ยต่างอธบิ ายเรื่องท่ีตนเองไดศ้ ึกษา เพ่อื แลกเปล่ียน
ขอ้ มลู กบั คขู่ องตนเอง
2. ครูอธิบาย เรอ่ื ง อาหารสะสมในสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื จากกรอบ Science focus ในหนังสือเรยี น
วิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 56
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครสู ่มุ ตัวแทนนักเรยี นให้ออกมาเขียนแผนผังการลำเลยี งน้ำและอาหาร หนา้ ช้นั เรยี น จากนัน้ ให้
ตัวแทนเลอื กเพื่อนในชัน้ เรยี น 1 คน ออกมาอธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่างการลำเลยี งน้ำและอาหาร
2. ครสู ุ่มนกั เรยี นออกมา 3-5 คู่ ออกมาสรปุ เรอื่ ง การลำเลียงอาหาร หน้าช้ันเรยี น โดยให้นำเสนอ
ความเกยี่ วข้องของลกั ษณะของเนอ้ื เยื่อลำเลียงกบั หนา้ ท่ี จากนนั้ ครชู ่วยเสรมิ ความรู้ให้กับนักเรียน
ข้ันสรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
ชัว่ โมงที่ 5
ข้ันสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครนู ำใบไม้ตวั อยา่ งของพืชใบเล้ียงเดย่ี ว เช่น หญ้า ไผ่ เปน็ ต้น และพชื ใบเล้ียงคู่ เชน่ ต้นมะม่วง ถัว่
เปน็ ต้น มาใหน้ ักเรยี นดูความแตกตา่ งระหว่างพชื ใบเลีย้ งเด่ียวกับพืชใบเลยี้ งคู่
2. ครูใหน้ ักเรียนศึกษา science focus เรื่อง โครงสร้างของระบบท่อลำเลียงในพืชใบเลย้ี งเดียว และ
พืชใบเล้ยี งคู่ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 57
ขนั้ สรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
2. ครูนำภาพสไลด์ตัวอยา่ งโครงสร้างของระบบท่อลำเลียงในรากและลำต้นของ ต้นไผ่ และตน้ ถวั่ มาให้
นักเรยี นส่องดดู ้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ เพ่อื ใหน้ ักเรยี นได้เหน็ ความแตกต่างอย่างชัดเจนของระบบท่อ
ลำเลียงในลำต้นและรากของพชื ใบเลย้ี งเดย่ี วและพชื ใบเลย้ี งคู่
112
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจใบงานที่ 3.2 เรื่อง การลำเลียงนำ้ และแร่ธาตุของพืช
2. ครตู รวจแบบฝึกหัดในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.1
3. ครูประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติการจากการทำกิจกรรม เร่ือง การลำเลียงน้ำของพืช โดยใช้แบบ
ประเมนิ การปฏบิ ัติการ
4. ครูประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติการจากการทำกิจกรรม เร่ือง เซลล์คุม โดยใช้แบบประเมินการ
ปฏบิ ัตกิ าร
5. ครูประเมินพฤตกิ รรมการทำงานรายกล่มุ จากการทำกิจกรรม
6. ครปู ระเมินพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คลจากการศกึ ษาและสบื คน้ การลำเลียงสารของพชื
7. สื่อการสอน / แหล่งเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1
2. แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.1
3. ใบงานท่ี 3.2 เร่อื ง การลำเลยี งน้ำและแร่ธาตุของพืช
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) หอ้ งเรยี น
8. บนั ทึกผลหลังแผนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น เรอ่ื ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นกั เรยี นผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบวา่ นักเรียน
....................................................
.................................................................................... ........................................................................
113
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น เร่ือง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 2 พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยู่ในระดับ................และพบวา่ นักเรยี น..............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.3 ด้านเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมาตรฐานหลักสูตร
ตารางที่ 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรอื่ ง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบวา่ นกั เรยี นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยใู่ นระดบั ............และและ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดับ................และพบวา่ นกั เรียน..............................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี …………………………..
25)นกั เรยี นมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอย่ใู นระดับ...................
26)นกั เรียนมที ักษะในระดบั ..................
27)นกั เรยี นมคี ุณลักษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรียนรู้
................................................................................................................................................................. .............
...................................................................................................................... ........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. การปรบั เปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถ้าม)ี
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
114
4. ข้อคน้ พบดา้ นพฤตกิ รรมการจดั การเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. อ่นื ๆ
............................................................................................................................. .............................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.
115
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3
เรื่อง การเจริญเตบิ โตของพืช เวลา 3 ชั่วโมง ระดับช้ัน มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
__________________________________________________________________________
1. เป้าหมายการเรยี นรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละ สง่ิ ทต่ี ้องร้แู ละปฏิบัติได้ ผลงาน / ช้ินงาน การวัดผลและการ
ตัวชว้ี ดั ประเมินผล
ว 1.2 ม.1/14 อธบิ าย 1. อธิบายความสำคัญ 1. การสงั เคราะหด์ ว้ ย 1. ตรวจใบงานท่ี 3.3
ความสำคัญของธาตุ ของธาตุอาหารบางชนดิ ท่ี แสงของพชื เรือ่ ง การเจริญเติบโตของ
อาหารบางชนดิ ท่ีมผี ลต่อ มีผลต่อการเจริญเติบโต 2. การนำเสนอผลงาน พชื
การเจริญเติบโตและการ และการดำรงชีวติ ของพืช 3. พฤตกิ รรมการทำงาน 2. ประเมนิ การนำเสนอ
ดำรงชีวติ ของพชื ได้ รายบุคคล ใบงานที่ 3.3
ม.1/15 เลอื กใช้ปุ๋ยทีม่ ี 2. เลอื กใช้ปยุ๋ ทมี่ ธี าตุ 4. พฤติกรรมการทำงาน 3.สังเกตพฤติกรรม
ธาตุอาหารเหมาะสมกบั อาหารเหมาะสมกับพชื ได้ รายกลมุ่ การทำงานรายบุคคล
พชื ในสถานการณท์ ี่ 5. การออกแบบการ 4.สงั เกตพฤติกรรม
กำหนด ม.1/15 เลอื กปใฏชบิ ป้ ัตุ๋ยิกทา่ีมรธี าตุอาหารเหมาะสกมากรับทพำชืงาในสราถยากนลกุม่ารณ์ท่ีกำหนด
6. การปฏิบตั กิ าร 5. ประเมนิ การออกแบบ
การปฏิบตั กิ าร
6. ประเมินการปฏบิ ัติการ
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
พชื สามารถผลติ อาหารได้จากกระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง เพื่อเปน็ แหลง่ พลังงานใหก้ ับพืช
เพอื่ ใชใ้ นการเจรญิ เตบิ โต เช่น การเพิม่ จำนวนเซลล์ การขยายขนาดของเซลล์ และการเปล่ยี นแปลงรูปร่างของ
เซลลไ์ ปทำหน้าท่เี ฉพาะต่าง ๆ พืชใบเลยี้ งเดยี่ ว และพืชใบเลย้ี งคู่ มลี ักษณะที่แตกตา่ งกัน เนื่องจากขนั้ ตอนการ
เจริญเตบิ โตของรากและลำต้นในพชื ทั้งสองชนดิ แตกต่างกัน นอกจากนี้พืชตอ้ งการธาตุอาหารทจ่ี ำเปน็ หลาย
ชนดิ สำหรบั การเจริญเติบโตและการดำรงชวี ิตของพชื
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
3. หลักฐานการเรยี นรู้ชิน้ งานหรือภาระงาน (Work)
1. ใบงาน
2. สมุด
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
1. ทกั ษะระบุ
2. ทกั ษะการสังเกต
116
3. ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
4. ทกั ษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4. การวัดและการประเมนิ ผล (Evaluation)
ส่งิ ทว่ี ัดผล วธิ วี ดั ผล เคร่อื งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ประเมินตามสภาพจริง
ด้านความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
ร้อยละ 70 ผา่ นเกณฑ์
เรยี น และหลัง 1.แบบฝึกหดั
2.ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2
เรียน แบบสรปุ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ -การสังเกต แบบสรปุ สมรถนะของผู้เรียน ผ่านเกณฑ์
(P)
เจตคติ/คุณลักษณะ (A) -การสงั เกต
สมรถนะของผ้เู รยี น (C) -การสงั เกต
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการจัดกจิ กรรม (Learning Process)
การจัดกิจกรรมการเรียนรู/้ แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นกั เรียน
1. รูปแบบการจักการเรียนทเี่ ป็นเกมส์
2. การใหค้ ำชมนักเรยี นทตี่ ง้ั ใจทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขนั้ นำ ชวั่ โมงท่ี 1
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครแู จ้งผลการเรียนรู้ใหน้ ักเรยี นทราบ
2. ครูถามคำถาม prior knowledge กระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า ส่ิงใดบ้างที่บ่งบอกว่าพืชมีการ
เจรญิ เตบิ โต
(แนวคำตอบ การงอกเมลด็ การขยายขนาดของลำตน้ การแตกใบและผลดั ใบ เปน็ ต้น)
ขัน้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลมุ่ จากน้นั ครู ครแู จกเมลด็ ถั่วเขียวใหก้ ับนักเรยี นแต่ละกลมุ่
พร้อมกบั แจกใบงานที่ 3.3 เร่อื ง การเจรญิ เติบโตของพืชให้กับนกั เรยี น
2. ครใู ห้ตัวแทนกลุ่มสืบค้นศึกษาวิธีการเพาะเมลด็ ถว่ั เขียวจากส่ืออนิ เตอรเ์ น็ต
3. ครแู จกอปุ กรณ์การเพาะเมลด็ ถ่ัวเขยี ว ดงั น้ี
117
- ขวดพลาสตกิ
- กระดาษทิชชู
4. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มปลกู ต้นถว่ั เขียว และศึกษาการเจริญเตบิ โตของพืชในหนงั สือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หนา้ ที่ 58 แล้วให้นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.3 เร่ือง การเจรญิ เติบโตของพชื
ในตอนท่ี 1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลการเพาะเมลด็ ถว่ั เขียว
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายผลเกยี่ วกบั ความสมั พนั ธ์ของกระบวนการเจริญเติบโตของพชื กบั การ
เจริญเตบิ โตของต้นถวั่ เขยี ว
ช่วั โมงท่ี 2
ขนั้ สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครถู ามคำถามเกร่ินนำว่า จากการทีน่ กั เรียนเพาะเมลด็ ถว่ั เขียว นกั เรยี นคดิ วา่ ปจั จยั ใดบ้างที่มีผลต่อ
การเจริญเติบโตของพชื
(แนวคำตอบ น้ำ แสง ดิน แร่ธาตุ อุณหภมู ิ เป็นต้น)
2. ครแู จกกระดาษใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นว่า น้ำและแสงมผี ลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชอย่างไร
จากนั้นใหน้ ักเรยี นแลกกระดาษคำตอบกบั เพ่ือน แล้วตรวจคำตอบของเพื่อนจากการอภิปราย
รว่ มกนั ระหว่างครูกับนักเรยี น
(แนวคำตอบ น้ำช่วยใหแ้ รธ่ าตุที่อยู่ในดินละลายนำ้ อยใู่ นรูปของสารละลาย ทำให้พืชดูดซึมนำไปใช้
ประโยชนไ์ ด้ และแสงเป็นปัจจยั สำคัญท่พี ืชใช้สงั เคราะหแ์ สง เพื่อผลิตอาหารไวใ้ ชส้ ำหรับการ
เจรญิ เตบิ โต ยกเว้นในกรณีการงอกของเมล็ด)
3. ครนู ำภาพต้นไม้ชนดิ เดียวกัน แต่เจรญิ เติบโตในภมู ภิ าคที่ต่างกัน แล้วตงั้ คำถามจากภาพ ดงั นี้
- จากภาพตน้ ไม้ 2 ตน้ มีความแตกตา่ งกันหรือไม่
(แนวคำตอบ แตกต่าง)
- นักเรยี นคดิ ว่าปัจจยั ใดทีท่ ำใหต้ น้ ไมช้ นิดเดียวกนั มีลกั ษณะการเจริญทีแ่ ตกต่างกนั
(แนวคำตอบ สภาพแวดลอ้ ม สภาพอากาศ และความอุดมสมบรู ณข์ องแร่ธาตใุ นดิน)
- หากนกั เรยี นต้องการแกป้ ญั หาตน้ ไมใ้ นรูป ที่ขาดแรธ่ าตุในดิน นักเรยี นจะแก้ปัญหาอย่างไร
(แนวคำตอบ ใชป้ ุ๋ยเพิ่มแรธ่ าตุอาหารให้กบั ต้นไม้)
4. ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาประเภทของป๋ยุ และขอ้ ดี-ขอ้ เสียของปุ๋ยแต่ละประเภทจากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หนา้ ท่ี 59
5. ครตู ้ังคำถามใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เหน็ ว่า นักเรียนเหน็ ดว้ ยหรอื ไม่ว่าปุย๋ เปรียบเสมือนกบั
ผลติ ภัณฑ์อาหารเสริม อยา่ งไร
(แนวคำตอบ ปยุ๋ เปรยี บเสมือนกบั อาหารเสรมิ ท่รี ่างกายตอ้ งการในเวลาที่ธาตุอาหารไมเ่ พยี งพอต่อ
การเจริญเตบิ โต โดยปยุ๋ จะอุดมไปด้วยแรธ่ าตุอาหารตา่ ง ๆ ที่พืชต้องการ)
6. ครูใหน้ ักเรียนทำใบงานท่ี 3.3 เรอ่ื ง การเจรญิ เตบิ โตของพชื ในตอนท่ี 2
118
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอใบงานที่ 3.3 เรื่อง การเจรญิ เตบิ โตของพืช ตอนที่ 2
2. ครูอธบิ ายความรเู้ พิ่มเตมิ ให้กับนักเรยี น
ช่วั โมงที่ 3
ข้ันสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูนำภาพ PPT เก่ยี วกับพืชท่ีมีลักษณะผดิ ปกตมิ าให้นักเรียนศึกษา จากนน้ั ใหน้ ักเรียนร่วมกันสบื ค้น
ว่า ต้นไมใ้ นภาพขาดธาตุอาหารชนดิ ใด
2. ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาเกี่ยวกับ เร่ือง ธาตอุ าหารทีพ่ ืชต้องการใชใ้ นการเจริญเตบิ โตในหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 60
3. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อออกแบบการทดลองเก่ยี วกับเรือ่ ง ธาตุอาหารทจี่ ำเปน็
ต่อการเจริญเติบโตของพชื โดยใหน้ ักเรียนออกแบบวา่ ตอ้ งการทดลองเกยี่ วกบั ธาตชุ นิดใด
วัตถุประสงค์ของการทดลอง อุปกรณ์การทดลอง วิธีทดลอง ตารางบันทึกผล และผลที่ได้จากการ
ทดลอง ลงในกระดาษ A4 โดยทำเป็นรูปแบบดังตวั อยา่ ง ดังน้ี
ตัวอยา่ งเชน่
ชอื่ การทดลอง ธาตุไนโตรเจนมีความสำคัญตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืช
วัตถุประสงคข์ องการทดลอง 1. เพอื่ ให้รู้วา่ ธาตไุ นโตรเจนเป็นธาตอุ าหารหลกั ของพชื
2. เพอ่ื ใหร้ ู้ลักษณะของพชื ท่ีขาดธาตไุ นโตรเจน
3. เพื่อศึกษา คน้ ควา้ และแก้ปญั หาจากการทำงาน มบี ทบาทและ
ส่วนร่วมในการเรยี นรู้
วธิ กี ารทดลอง นำพชื ท่ีมีลักษณะดีมา 3 ตน้ จากนนั้ ใหป้ ุ๋ยท่ีมีธาตอุ าหารครบ ปยุ๋ ที่ขาดธาตุ
ไนโตรเจน และแมกนีเซยี มตามลำดับ จากนน้ั สงั เกตลกั ษณะของต้นไมท้ ัง้ 3 เป็น
เวลา 1 เดอื น
ตารางบนั ทกึ ผล
วนั ท่ี ลกั ษณะทีสักเกตไดจ้ ากต้นไม้ ต้นท่ี 3
ตน้ ท่ี 1 ต้นท่ี 2
อภิปรายผลการทดลอง ……………………………..
4. ครูให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ ออกเป็น 3 กลุ่มทำกจิ กรรม เรอ่ื ง การเลอื กใช้ปยุ๋ ใหเ้ หมาะสมกับพชื ใน
หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ท่ี 61
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครสู ุ่มเลขทข่ี องนักเรียนในห้องเพอ่ื ตอบคำถาม ดังนี้
119
- ธาตอุ าหารท่ีพืชตอ้ งการมีกป่ี ระเภท
(แนวตอบ 2 ประเภท คือ ธาตอุ าหารหลัก และธาตุอาหารรอง)
- ธาตุอาหารหลกั แตกตา่ งกบั ธาตอุ าหารรองอยา่ งไร
(แนวตอบ ธาตอุ าหารหลัก คือ ธาตุอาหารที่พชื ต้องการในปริมาณมาก แตธ่ าตุอาหารรอง คือ
ธาตอุ าหารที่พชื ตอ้ งการในปริมาณท่ีน้อยกว่า)
- ธาตอุ าหารหลักประกอบได้แกอ่ ะไรบ้าง
(แนวตอบ ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม)
- ธาตอุ าหารรองไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
(แนวตอบ แคลเซยี ม แมกนีเซียม กำมะถัน และธาตอุ นื่ เป็นต้น)
2. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอผลการออกแบบการปฏิบตั กิ ารเกีย่ วกบั ธาตุอาหารทีจ่ ำเปน็
ต่อการเจรญิ เตบิ โตของพชื โดยนำเสนอธาตุท่ตี ้องการศึกษา วตั ถุประสงค์ วธิ กี ารทดลอง ตาราง
บนั ทึกผล และผลทีไ่ ด้จากการทดลอง จากน้ันครพู จิ ารณาการออกแบบและเสนอแนวทาง
นอกเหนือจากที่นักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอ
3. ครูส่มุ นกั เรยี นออกมานำเสนอผลจากการทำกจิ กรรม เรื่อง การเลือกใช้ป๋ยุ ให้เหมาะสมกับพืช ท่ี
นกั เรียนจบั ฉลากได้
4. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายผลกจิ กรรม เร่ือง การเลอื กใช้ปุ๋ยใหเ้ หมาะสมกบั พืช
5. ครอู ธิบายความรู้เพ่มิ เติมข้อมูลท่นี กั เรยี นออกมานำเสนอ
ข้นั สรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูให้นักเรียนทำป้ายนิเทศ เร่ือง สถานที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกพริก โดยให้นักเรียนออกแบบ
สถานท่ี และเสนอวิธีการเลือกใช้ปุ๋ยในการปลูกต้นพริกให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก พร้อมนำเสนอใน
รปู แบบป้ายนเิ ทศท่ีสวยงาม
2. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจใบงานที่ 3.3 เรอ่ื ง การเจริญเติบโตของพืช
2. ครูประเมินการนำเสนอใบงานที่ 3.3 เรอื่ ง การเจริญเตบิ โตของพืช โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอ
ผลงาน
3. ครตู รวจแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
4. ครูประเมนิ ปา้ ยนเิ ทศ เรอ่ื ง สถานท่ที ี่เหมาะสมต่อการปลูกต้นพริก โดยใช้แบบประเมนิ ช้ินงาน
5. ครูประเมินพฤติกรรมการทำงานรายบุคคลจากการทำป้ายนิเทศ เรื่อง สถานท่ีที่เหมาะสมต่อการ
ปลูกพริก
6. ครูประเมินการออกแบบการปฏิบัติการจากการทำกิจกรรม เร่ือง ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการ
เจริญเตบิ โตของพืข โดยใช้แบบประเมินประเมินการออกแบบการปฏบิ ัติการ
7. ครูประเมินการทำกิจกรรม เร่ือง การเลือกใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมต่อกับพืช โดยใช้แบบประเมินการ
ปฏิบัติการครูประเมินพฤติกรรมการทำงานรายกลุ่มจากการทำกิจกรรม เร่ือง การเลือกใช้ปุ๋ยให้
เหมาะสมตอ่ กบั พชื
120
7. สื่อการสอน / แหล่งเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.1
2. แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.1
3. ใบงานที่ 3.3 เรื่อง การเจริญเติบโตของพืช
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) ห้องเรยี น
8. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ตารางท่ี 1 แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรือ่ ง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบว่านักเรียนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........
และรองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบว่านักเรียน...........................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น เรือ่ ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบว่านักเรยี นผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน ร้อยละ................อย่ใู นระดบั ..........
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบวา่ นกั เรียน...........................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
121
1.3 ด้านเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร
ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง ............................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบว่านักเรยี นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่านักเรยี น...........................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
สรปุ ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ …………………………..
28)นกั เรียนมีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นอย่ใู นระดับ...................
29)นักเรียนมที ักษะในระดับ..................
30)นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................ ..................................
3. การปรบั เปล่ียนแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถ้าม)ี
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................................................................................................
4. ขอ้ คน้ พบด้านพฤตกิ รรมการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ...................
5. อืน่ ๆ
............................................................................................................................. ..............................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... ....................................
122
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4
เรือ่ ง การสบื พนั ธ์แุ บบไม่อาศยั เพศของพืช เวลา 2 ชว่ั โมง ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
__________________________________________________________________________
1. เป้าหมายการเรยี นรู้ / หลักฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรียนรู้ สิ่งทีต่ ้องรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงาน / ชนิ้ งาน การวดั ผลและการ
และตวั ชีว้ ดั ประเมนิ ผล
ว 1.2 ม.1/11 1. อธิบายการสบื พนั ธุ์ 1. การสบื พันธุแ์ บบไม่ 1.ประเมินรายงาน
อธบิ ายการสบื พันธุ์แบบ แบบไม่อาศัยเพศของพืช อาศยั เพศของพชื เรือ่ ง การขยายพันธุ์พืช
อาศัยเพศและไมอ่ าศัย ดอกได้ 2. การนำเสนอผลงาน แบบไม่อาศยั เพศ
เพศของพชื ดอก 2. เลอื กวิธีการขยายพันธุ์ 3. พฤตกิ รรมการทำงาน 2. ประเมินการนำเสนอ
ม.1/16 เลอื กวธิ ีการ พืชให้เหมาะสมกบั ความ รายกลุ่ม การขยายพันธุ์พชื แบบ
ขยายพันธพุ์ ืชให้ ตอ้ งการของมนษุ ย์ได้ ไมอ่ าศยั เพศ
เหมาะสมกับความ 3.สังเกตพฤติกรรม
ตอ้ งการของมนุษย์ โดย การทำงานรายกลมุ่
ใชค้ วามรู้เกีย่ วกับการ
สืบพันธุ์ของพชื
ม.1/18 ตระหนักถึง
ประโยชนข์ องการ
ขยายพนั ธุ์พชื โดยการ
นำความรู้ไปใชใ้ น
ชีวติ ประจำวนั
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
การสืบพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศ เป็นการขยายพันธ์ุของพืชที่ไม่ได้มาจากการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มกับ
เซลล์ไข่ ทำให้พืชต้นใหม่มีลักษณะคล้ายกับต้นเดิมทุกประการ โดยมนุษย์อาศัยหลักการน้ีมาขยายพันธ์ุพืช
เพื่อให้พืชมีลักษณะตามท่ีต้องการโดยการนำส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ลำต้น และใบ เป็นต้น มาทำใหเ้ กิด
เป็นต้นใหม่ ได้แก่ การปักชำ การติดตา การตอนกิ่ง การทาบก่ิง เป็นต้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับต้นพืช หรือ
ปรบั ปรุงพันธใ์ุ ห้ดีขน้ึ นอกจากน้พี ชื สามารถใช้โครงสรา้ งพิเศษจากราก ลำตน้ และใบ ขยายพนั ธุไ์ ด้
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional
Model)
3. หลักฐานการเรยี นร้ชู ิน้ งานหรือภาระงาน (Work)
1. ใบงาน
2. สมดุ
123
4. สมรรถนะ (Competency)
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1.ทกั ษะระบุ
2.ทักษะการสังเกต
3. ทักษะการสำรวจคน้ หา
4. ทกั ษาการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4. การวดั และการประเมนิ ผล (Evaluation)
ส่งิ ทว่ี ัดผล วิธวี ดั ผล เครือ่ งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ประเมินตามสภาพจรงิ
ด้านความรู้ (K) - แบบทดสอบก่อน แบบทดสอบ
ร้อยละ 70 ผา่ นเกณฑ์
เรียน และหลัง 1.แบบฝกึ หดั
2.ใบงาน
เรยี น
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ -การสงั เกต
(P)
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) -การสังเกต แบบสรุปคณุ ลักษณะ ระดับคุณภาพ 2
สมรถนะของผเู้ รียน (C) -การสังเกต แบบสรุปสมรถนะของผเู้ รยี น ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รปู แบบการจัดกจิ กรรม (Learning Process)
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้/แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนกั เรยี น
1. รูปแบบการจักการเรียนทเ่ี ปน็ เกมส์
2. การใหค้ ำชมนักเรยี นทตี่ ั้งใจทำงาน
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรยี น ( ระบเุ วลาที่ใช้ )
ชวั่ โมงท่ี 1
ขนั้ นำ
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครแู จ้งผลการเรียนรูใ้ หน้ ักเรยี นทราบ
2. ครถู ามคำถามprior knowledge กระตนุ้ ให้นกั เรียนคดิ วา่ ส่วนใดของพชื ทม่ี นุษย์นำมาใช้ขยายพันธ์ุ
(แนวคำตอบ ลำต้น ราก กิ่ง เป็นต้น)
3. ครูกระตุ้นความสนใจนักเรียนโดยครเู ขียน key word บนกระดานต่อไปน้ี
124
- ตอ้ งการขยายพันธ์ุพชื ประเภทไมด้ อกไม้
- ต้องการขยายพนั ธุพ์ ชื ประเภทไม้พุม่ ไม้ยนื ต้น
- ต้องการปรับปรงุ พันธ์ุพชื ให้ดีกว่าเดิม โดยนำตน้ พนั ธุด์ มี าทำหน้าท่ีเปน็ ลำตน้
- ต้องการกุหลาบหลายสใี น 1 ตน้
ครใู หน้ กั เรียนชว่ ยกนั เสนอวธิ ีขยายพันธพุ์ ชื จากkey word บนกระดาน
ขน้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 4 กลมุ่ แล้วส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากหวั ข้อ ตอ่ ไปนี้
- การปักชำ - การตดิ ตา
- การตอนกิ่ง - การทาบกง่ิ
2. ครูให้นกั เรียนสืบค้นข้อมูลวิธีและขน้ั ตอนการขยายพันธุ์พชื ตามหัวขอ้ ทีแ่ ตล่ ะกลมุ่ จบั ฉลากไดจ้ าก
ส่อื มเี ดีย หรือหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 หน้าท่ี 62-64 แล้วสรุปเปน็ รายงานรูปเลม่ พร้อมกบั
เลือกต้นไมม้ า 1 ชนิดและขยายพนั ธุด์ ้วยวธิ ดี ังกล่าว
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครสู ุ่มตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอผลจากการขยายพนั ธุพ์ ชื ตามหัวขอ้ ที่จับฉลาก พร้อมกบั นำเสนอ
ขั้นตอนและวธิ ีการขยายพนั ธุ์ และนำต้นไมท้ ี่ได้รบั การขยายพันธด์ุ ้วยวธิ ดี งั กล่าวมาแสดงหน้าชน้ั เรียน
2. ครูเสรมิ ความรูแ้ ละเพ่ิมข้อมลู ท่นี ักเรยี นออกมานำเสนอ
ขั้นสรปุ
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูให้นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1
ชวั่ โมงที่ 2
ขนั้ สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครใู หน้ กั เรยี นสืบคน้ วิธกี ารขยายพันธพ์ุ ชื แบบไม่อาศัยเพศอื่น ๆ นอกเหนือจากการปักชำ
การตอนกง่ิ การติดตา การทาบก่ิง เป็นต้น
2.
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครสู ่มุ ตวั แทนนกั เรยี นออกมานำเสนอวธิ ีการขยายพันธุพ์ ืชดว้ ยวธิ อี ่นื หนา้ ช้นั เรียน
2. ครนู ำภาพตวั อย่าง และอธบิ ายการขยายพันธพ์ุ ชื ดว้ ยโครงสรา้ งพิเศษ ในกรอบ science focus
ในหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1 หนา้ ที่ 64 เพือ่ ให้นักเรียนเหน็ ลักษณะของพชื ท่ีเกิด การ
ขยายพนั ธุแ์ บบไม่อาศยั เพศชัดเจนมากขนึ้
125
ข้นั สรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1
2. ครปู ระเมนิ รายงาน เร่ือง การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศยั เพศ โดยใช้แบบประเมินชิ้นงาน
3. ครูประเมนิ การนำเสนอผลงาน การขยายพนั ธ์ุพชื แบบไมอ่ าศัยเพศ
4. ครปู ระเมินพฤติกรรมการทำงานรายกลุ่มจากการขยายพันธ์ุพชื แบบไมอ่ าศัยเพศ
7. สื่อการสอน / แหล่งเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) หอ้ งเรียน
8. บนั ทึกผลหลังแผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี 1 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น เรือ่ ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........
และรองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบว่านักเรียน..........................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงค่าร้อยละระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรอื่ ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ร้อยละ................อย่ใู นระดับ..........
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่านกั เรียน...........................................
126
1.3 ด้านเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เช่ือมโยงกับมาตรฐานหลักสูตร
ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เร่อื ง ............................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบวา่ นกั เรียนคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อย่ใู นระดบั ............
และรองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบวา่ นักเรียน..........................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
สรปุ ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี …………………………..
31)นกั เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอยใู่ นระดับ...................
32)นักเรียนมที ักษะในระดับ..................
33)นักเรยี นมคี ุณลักษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ..................
3. การปรับเปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถา้ มี)
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................... ...........................
.............................................................................................................................................................................
4. ข้อคน้ พบด้านพฤตกิ รรมการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................................................................................................
5. อื่นๆ
......................................................................................................................... ..................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................... ..................
127
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5
เร่ือง การสืบพันธุแ์ บบอาศัยเพศของพชื เวลา 5 ชั่วโมง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
__________________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรียนรู้ ส่งิ ท่ีตอ้ งร้แู ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน / ชนิ้ งาน การวดั ผลและการ
และตวั ชีว้ ดั ประเมินผล
ว 1.2 ม.1/11 1. อธบิ ายการสบื พันธุ์ 1. การสืบพนั ธุแ์ บบอาศยั 1.ประเมนิ ผังสรปุ เรื่อง
อธิบายการสืบพันธ์ุแบบ แบบอาศยั เพศของพชื ดอก เพศของพชื โครงสรา้ งเมลด็ ของพชื
อาศัยเพศและไม่อาศัย ได้ 2. การนำเสนอผลงาน 2.ประเมนิ ผังสรปุ เรื่อง
เพศของพืชดอก 2. อธบิ ายลกั ษณะ 3. พฤตกิ รรม การทำงาน การงอกเมล็ดของพชื
ม.1/12 อธิบาย โครงสร้างของดอกทมี่ ีสว่ น รายกลมุ่ 3.ประเมินการนำเสนอ
ลกั ษณะโครงสร้างของ ทำให้เกดิ การถา่ ยเรณไู ด้ องค์ประกอบของ
ดอกทีม่ ีสว่ นทำให้เกิด 3. บรรยายการปฏิสนธิ ดอกไม้
การถา่ ยเรณู รวมทง้ั การเกิดผลและเมลด็ การ 4. ประเมนิ การนำเสนอ
บรรยายการปฏสิ นธิ กระจายเมล็ด และการ โครงสรา้ งเมล็ดของพชื
ของพืชดอก การเกดิ ผล งอกเมลด็ ของพืชดอกได้ 5. ประเมนิ การนำเสนอ
และเมลด็ การกระจาย 4. เปรียบเทยี บลักษณะ การงอกเมลด็ ของพชื
เมล็ด แลการงอกของ โครงสรา้ งและการงอกของ 6. สงั เกตพฤติกรรม
เมล็ด พชื ใบเล้ยี งเดยี่ วและพชื ใบ การทำงานรายกลมุ่
ม.1/13 ตระหนกั ถึง เลี้ยงคู่
ความสำคญั ของสตั วท์ ่ี
ชว่ ยในการถ่ายเรณูของ
พชื ดอก โดยการไม่
ทำลายชวี ติ ของสัตวท์ ่ี
ชว่ ยในการถ่ายเรณู
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
พชื ดอกมีดอกเปน็ อวัยวะสืบพนั ธุ์ ภายในมีสว่ นประกอบทที่ ำหน้าทส่ี ร้างเซลล์สืบพันธ์เุ พศผู้
(สเปริ ์ม) และเซลลส์ บื พันธุเ์ พศเมีย (เซลล์ไข่) ซึ่งการปฏิสนธริ ะหวา่ งสเปริ ม์ กับเซลล์ไขจ่ ะเกิดขึ้นภายในรัง
ไข่ แลว้ เจริญเป็นเมล็ดอยู่ภายในผล เม่อื ถงึ เวลาขยายพันธเ์ุ มล็ดที่อยภู่ ายในผลจะแตกออกและกระจายไป
ยังท่ตี า่ ง ๆ เมื่ออยู่ ในสภาวะแวดลอ้ มและมีปจั จยั ทีเ่ หมาะสม เมลด็ จะงอกตน้ อ่อนท่ีมีลกั ษณะที่
หลากหลาย หรอื แตกตา่ งไปจากต้นพ่อและตน้ แม่
4. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)