ค่มือการบริหารจัดการท ู ี พักเพื อ การท่องเที ยวในชุมชน รัตนา ปานเรียนแสน และคณะ เอกสารนี เป นส่วนหนึ งขของภายใต้แผนงานวิจัย เรื อง การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที ยวชุมชนนวัตวิถีเชงสร้างสรรค์ ิ เพื อรองรับการจัดหลักสูตรการเรยนรู้ค ี ่การทํางานู สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ น เติมเต็มประสบการณ์ด้วยที พักอัตลักษณ์ชุมชน ลิ มรสอาหารดังเดิม ได้รับทุนอุดหนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจากจากสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) THIS PROJECT IS FUNDED BY NATIONAL RESEARCH COUNCIL OF THAILAND (NRCT)
1 คู่มือการบริหารจัดการที่พักเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชน โดย อาจารย์ ดร.รัตนา ปานเรียนแสน และคณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยการพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ การจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถีเชิงสร้างสรรค์เพื่อรองรับ การจัดหลักสูตรการเรียนรู้คู่การทำงาน สนับสนุนทุนวิจัย โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ก คำนำ คู่มือการบริหารจัดการที่พักเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชน เป็น องค์ความรู้ที่ได้จากโครงการวิจัยย่อยเรื่องต้นแบบการจัดการอาคาร สถานที่ พำนัก บ้านพัก เฮือนที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเป็น การท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถีเชิงสร้างสรรค์ภายใต้โครงการวิจัยการพัฒนา นวัตกรรมตันแบบ การจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถีเชิง สร้างสรรค์เพื่อรองรับการจัดหลักสูตรการเรียนรู้คู่กับการทำงาน ได้รับ งบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานวิจัยแห่งชาติ(วช.) ปีพ.ศ. 2565 เพื่อ ทำการศึกษาศักยภาพเชิงพื้นที่ของอำเภอลอง จังหวัดแพร่ เพื่อพัฒนาและ ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน นอกจากนี้ยังได้บูรณาการประกอบและ ออกแบบเป็นชุดโครงการวิจัยสร้างหลักสูตรต้นแบบที่ดี(sandbox curriculum model) กับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม อุตสาหกรรมเป้าหมายใน 11 กลุ่มของการพัฒนาและใช้กลไกใน การขับเคลื่อนประเทศด้วย BCG และ NEG ร่วมกับแนวคิดรูปแบบ การจัดการเรียนรู้คู่กับการทำงาน หรือ WIL คณะผู้วิจัยหวังว่าคู่มือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจ และ หากมีส่วนใดบกพร่อง คณะผู้วิจัยขออภัยไว้ณ ที่นี้ด้วย อาจารย์ ดร.รัตนา ปานเรียนแสนและคณะ
ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ที่พักในชุมชน 1 การจัดตั้งที่พักในชุมชน 17 แนวทางการจัดการที่พักในชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว 40 แนวทางการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับที่พักในชุมชน 63 เสน่ห์ที่พักในชุมชนรูปแบบใหม่ 87 บรรณานุกรม 99 ภาคผนวก 103 รายนามผู้จัดทำ 112
1 ที่พักในชุมชน ความสำคัญของที่พักในชุมชน ที่พักระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวเป็นหนึ่งปัจจัยที่นักท่องเที่ยวให้ ความสำคัญ ปัจจุบันที่พักหลายแห่งได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มให้ความสนใจและใช้ประกอบการตัดสินใจ นอกจากนี้ มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวในที่พักที่มีคุณภาพ ดังนั้น ที่พักจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ใช้เวลาพักนานขึ้น และ มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ในปัจจุบันมีกระแสความนิยมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ กลุ่มนักท่องเที่ยวคนเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่โหยหาวิถีชีวิต เรียบง่าย มีความต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิต ของชุมชนมากขึ้นเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง ส่งผลให้เกิด การบริการและการอำนวยความสะดวกเพื่อตอบสนองความต้องการของ นักท่องเที่ยวอีกด้านหนึ่ง คือที่พักรูปแบบโฮมสเตย์ (Homestay) เป็น การท่องเที่ยวที่พัฒนาจากแนวความคิดการจัดการที่พักแบบ B&B หรือ ฟาร์มสเตย์ในต่างประเทศ ซึ่งหมายถึง การท่องเที่ยวที่นำนักท่องเที่ยว พักร่วมกับเจ้าของบ้าน และมีวัตถุประสงค์เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของ เจ้าของบ้านซึ่งเต็มใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและ
2 กัน พร้อมทั้งจัดที่พักและอาหารให้กับนักท่องเที่ยวโดยได้รับค่าตอบแทน ตามความเหมาะสม (กองพัฒนาการท่องเที่ยว, 2564) โฮมสเตย์ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-based tourism) โดยชาวบ้านหรือคนในชุมชนร่วมกัน บริหารจัดการที่พักสําหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสวิถีชีวิตและ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ส่งเสริมให้เกิดรายได้ในชุมชนเพื่อ การพัฒนาที่ยั่งยืนมากกว่าโฮมสเตย์ที่เป็นเจ้าของคนเดียวหรือจัดเป็นธุรกิจ คล้าย Guest House จึงสามารถแบ่งประเภทของโฮมสเตย์ในประเทศไทย ได้2 รูปแบบ คือ 1) โฮมสเสตย์ชนบทหรือแบบการบริหารจัดการโดยชุมชน (Rural Homestay or Eco Homestay) และ 2) โฮมสเตย์เมืองหรือแบบ ธุรกิจเดี่ยว (Modern Homestay) (มานิศา ผิวจันทร์, 2555) สำหรับรูปแบบที่พักแบบโฮมสเตย์ ซึ่งมีทั้งแบบทั่วไปและแบบที่ ผ่านการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยของกรมการท่องเที่ยว ลักษณะเป็น บ้านพักที่เป็นกิจการของครอบครัว เจ้าของบ้าน และสมาชิกในบ้านจะเป็น ผู้ดูแลนักท่องเที่ยว โดยเป็นผู้นำเที่ยวหรือจัดกิจกรรมท่องเที่ยวได้ภายใน ชุมชน เน้นทำเป็นอาชีพเสริมและเป็นกิจการเล็ก ๆ ภายในครอบครัว นอกจากนี้ ยังพบรูปแบบที่พักแบบโฮมลอดจ์หรือที่พักนักเดินทาง ที่เน้นให้ ที่พักในชุมชน โดยที่นักท่องเที่ยวไม่ได้พักอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับเจ้าของ บ้าน การจัดทําโฮมสเตย์ หรือที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท ต้องมองในหลาย มิติโดยพิจารณาตามวิถีชีวิตที่แตกต่างกันของชุมชนนั้น ต้องมองว่าบ้านไม่ใช่ แค่ที่พัก แต่ต้องประกอบไปด้วย “คนและจิตวิญญาณของชุมชน” การ
3 ส่งเสริมและพัฒนาจะต้องส่งเสริมให้ชุมชนมีความพร้อมก่อน มีจุดยืนที่ ชัดเจน มีวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์และเต็มใจที่จะ ต้อนรับผู้มาเยือน โดยต้องมีการพัฒนาและอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และ จิตวิญญาณไปในเวลาเดียวกัน (มาตรฐาน โฮมสเตย์ไทย พ.ศ.2551) โฮมสเตย์มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่บ้านพักในชุมชน การจัดการที่พักจึง เป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้านหรือชุมชนจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก การจัดที่พักและบริการโฮมสเตย์ไว้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555 โดยระบุว่า “มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย” หมายถึง โฮมสเตย์ที่จัดบริการอยู่ในระดับมาตรฐาน 10 ด้าน ประกอบด้วย ด้านที่พัก อาหาร ความปลอดภัย อัธยาศัยไมตรีของเจ้าบ้านและสมาชิก รายการ นำเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม การสร้างคุณค่า และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ชุมชน การบริหารของกลุ่มโฮมสเตย์ และ การประชาสัมพันธ์ (ราชกิจจานุเบกษามาตรฐานบริการท่องเที่ยวมาตรฐาน โฮมสเตย์ไทย, 2555) โดยดัชนีชี้วัดมาตรฐานโฮมสเตย์แต่ละด้านล้วนแล้วแต่ ตอบโจทย์การจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านการบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ แทบทั้งสิ้น หากแต่จะมองให้ลึกลงไปถึงความเป็นตัวตน ความเป็นอัตลักษณ์ ของโฮมสเตย์นั้น อาจจะต้องเสริมกิจกรรมที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ที่แท้จริง ของชุมชนได้(สริตา ศรีสุวรรณ และบงกช เดชมิตร, 2562) ดังนั้น การบริหารจัดการที่พักในชุมชนได้มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย (ที่ พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท) เป็นกลไกสำคัญต่อการบริหารที่พักชุมชนให้มี
4 มาตรฐาน พัฒนามาตรฐานให้บริการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเป็น การกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ เข้าสู่กระบวนการพัฒนาสินค้าและบริการของ ตนให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้บริการ และสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย รวมทั้งก่อให้เกิดคุณค่าของผลประโยชน์ทาง ธุรกิจในภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สามารถยกระดับและเพิ่ม มูลค่าของสินค้า และการบริการด้านการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น หลักการสำคัญของที่พักโฮมสเตย์ การจัดการที่พักโฮมสเตย์(Home Stay) หรือที่พักสัมผัสวัฒนธรรม ชนบท เป็นการนำเสนอบริการที่พักพร้อมการบริหารจัดการของชุมชน จุดขายที่สำคัญคือชุมชนที่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบสังคมชนบท เป็น ทางเลือกในตลาดท้องถิ่นที่ไม่ใช่คู่แข่งในเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ที่มีโรงแรมหรือ รีสอร์ท จึงไม่ถือเป็นการประกอบการที่พักในเชิงธุรกิจ แต่ต้องอยู่ภายใต้ ศักยภาพและความพร้อมของชุมชนเป็นหลัก โดยบริการที่เสนอให้(Service Offered) ดังนี้ 1. วิถีการดําเนินชีวิตที่เรียบงายแบบสังคมชนบท 2. วัฒนธรรมทองถิ่นที่มีเอกลักษณเฉพาะ 3. ความปลอดภัย 4. ความสะอาด 5. หองพักและอาหาร 6. กิจกรรมการทองเที่ยว
5 ส่วนในเรื่องของการจัดการกิจกรรมที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบทควร ที่จะมีการรวมกลุ่มจัดตั้งในรูปของกลุ่ม/ชมรม/สหกรณ์ซึ่งสมาชิกและคนใน ชุมชนจะต้องมีความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในด้านการจัด (มานิศา ผิวจันทร์, 2555) องค์ประกอบสำคัญของที่พักโฮมสเตย์ สริตา ศรีสุวรรณ และบงกช เดชมิตร (2562) สังเคราะห์ประเด็น องค์ประกอบสำคัญของที่พักโฮมสเตย์ที่ต้องมีดังนี้ 1. ด้านอัธยาศัยไมตรีของเจ้าของบ้านและสมาชิกในครัวเรือน การต้อนรับ และความคุ้นเคย ความสะดวก ความสะอาด ความปลอดภัย ความมีมาตรฐาน การสร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ในวิถีชีวิตของชุมชน จะทำให้เกิดการกลับมาใช้ซ้ำ วิถีการดําเนินชีวิตที่ เรียบง่ายแบบสังคม ชนบท วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ มีเอกลักษณ์เฉพาะ ความปลอดภัย ความสะอาด ห้องพักและอาหาร กิจกรรมการ ท่องเที่ยว
6 2. ด้านวัฒนธรรม เอกลักษณ์อัตลักษณ์วิถีถิ่นวิถีไทย การดำรง รักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมและประเพณีของท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติของ ท้องถิ่น การรักษาวิถีชีวิตขุมชนคงไว้เป็นกิจวัตรปกติความดั้งเดิมและ ความสงบเรียบง่ายของชนบท เป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหล 3. ด้านการสร้างคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์จาก ชุมชนเพื่อเป็นของที่ระลึก ของฝากหรือจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว ด้านการสร้างคุณค่า และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนโดย ต่อยอดจากสิ่งที่มีและพัฒนาเชื่อมโยงกับโฮมสเตย์ตลอดจนบูรณาการกับ โฮมสเตย์ในชุมชนใกล้เคียง รวมถึงการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ 4. ด้านการบริหารจัดการของกลุ่มโฮมสเตย์การรวมกลุ่มของ ชาวบ้าน คณะกรรมการกลุ่มโฮมสเตย์กฏกติกาการทำงานของ คณะกรรมการ การกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม โปร่งใส มีระบบการ จองการลงทะเบียน การมัดจำล่วงหน้า และรายละเอียดของค่าธรรมเนียม และบริการต่าง ๆ ที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน ตลอดจนร่วมมือกับภาคีที่ เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน 5. ด้านการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์และเพื่อการประชาสัมพันธ์ ทำการตลาดออนไลน์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดการสูญเสียของ ทรัพยากรทางธรรมชาติในแหล่งท่องเที่ยว
7 ประเภทของโฮมสเตย์ 1. โฮมสเตย์ตามมาตรฐานของกรมการท่องเที่ยว 2. โฮมสเตย์ทั่วไปเชิงธุรกิจ แนวโน้มทิศทางของโฮมสเตย์ในประเทศไทย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโฮมสเตย์ โฮมสเตย์มีจุดเด่นเป็นที่พักที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ใกล้ชิดกับ วิถีชีวิตชุมชน และมีราคาไม่สูง จึงเป็นที่สนใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ชื่นชอบธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของ คนในชุมชน เพื่อเรียนรู้และหาประสบการณ์ในวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน ด้านอัธยาศัยไมตรีของ เจ้าของบ้านและ สมาชิกในครัวเรือ ด้านวัฒนธรรม เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีถิ่นวิถีไทย ด้านการสร้างคุณค่า และมูลค่าของ ผลิตภัณฑ์ ด้านการบริหาร จัดการของกลุ่มโฮมส เตย์ ด้านการสื่อสารเพื่อ สร้างภาพลักษณ์และ เพื่อการประชาสัมพันธ์
8 ฝ่ายยุทธศาสตร์และวิจัย ธนาคารออมสิน (2565) ได้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ของโฮมสเตย์ดังนี้ 1. นักท่องเที่ยวที่ใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น (The existential tourists) ต้องการใช้ชีวิตภายใต้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตเดียวกับคนท้องถิ่น ใช้เวลาอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวนั้นเป็นเวลานาน และพยายามใช้ชีวิต เช่นเดียวกับคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตัว การรับประทานอาหาร การพยายามพูดภาษาท้องถิ่น 2. นักท่องเที่ยวมุ่งหาประสบการณ์ (The experiential tourists) เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์ที่แท้จริง นักท่องเที่ยวประเภทนี้ สนใจศึกษาและได้รับประสบการณ์ที่แท้จริงของ แหล่งท่องเที่ยวที่ได้ไปสัมผัส 3. นักท่องเที่ยวแบบชอบทดลอง (The experimental tourists) มีลักษณะที่เห็นเด่นชัดคือชอบติดต่อพูดคุยกับคนท้องถิ่นเพื่อเรียนรู้และทำ ความเข้าใจในชีวิตความเป็นอยู่ และมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมของ คนท้องถิ่น 4. นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ (Gen Y และ Gen 2)ชื่นชอบการเดินทาง แบบผจญภัยและมีจุดประสงค์ท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์ และให้ความ สนใจกับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 5. นักท่องเที่ยวสายรักษ์ธรรมชาติ (Nature conservation tourists) โดยส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่
9 ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สนใจที่พักที่มีความใกล้ชิดธรรมชาติ และให้ความสำคัญกับที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 6. นักท่องเที่ยวครอบครัวรุ่นใหม่ (Millennial family) ให้ความสนใจ กับการเรียนรู้ประวัติและเรื่องราวของชุมชน (เช่น ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมในท้องถิ่น เป็นต้น) 7. นักท่องเที่ยวสูงอายุ (Silver age) โดยส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยว ในประเทศเพื่อพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ชื่นชอบการท่องเที่ยว ท่ามกลางธรรมชาติ และทัศนียภาพที่งดงาม รวมถึงการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมเพื่อเรียนรู้ขนมธรรมเนียม ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชน พฤติกรรมการท่องเที่ยวโฮมสเตย์ของชาวไทย จากการสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมพักโฮมสเตย์อยู่ใน ระดับกลาง รองลงมาจาก โรงแรม รีสอร์ท และบ้านเพื่อน/ญาติ แต่เมื่อ เทียบกับที่พัก ในระดับใกล้เคียงกันพบว่า โฮมสเตย์เป็นที่นิยมสูงที่สุด มากกว่าบังกะโลและเกสต์เฮ้าส์ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้หญิงและกลุ่มสูงอายุ นิยมเลือกพัก Homestay เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ที่พักโฮมสเตย์ยังคงเป็น ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มครอบครัวขยาย กลุ่มครอบครัว รุ่นใหม่ และกลุ่ม Gen Y ผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ ผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ส่วนใหญ่กว่า 93.09% เป็น ผู้ประกอบการรายย่อย (Micro) โดยเป็นประเภทบุคคลสูงที่สุดที่ 79.43% วิสาหกิจชุมชน 16.49% และเป็นนิติบุคคล 4.08% โดยปี2564
10 ผู้ประกอบการลดลงจากปีก่อน 78 ราย (-4.23%) เนื่องจากในช่วงเมษายน 2564 ได้เกิดการระบาดระลอก 3 จึงต้อง Lockdown อีกครั้ง (12 กรกฎาคม -30 กันยายน 2564) ทำให้ยอดการจองห้องพักลดลง ทั้งนี้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 ได้คลาย Lockdown และเริ่มกระตุ้นการท่องเที่ยว (Phuket sandbox และเปิดจังหวัดนำร่องท่องเที่ยว) แต่นักท่องเที่ยวจะ เลือกพักโรงแรมหรือรีสอร์ทที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย SHA มากกว่า การเลือกพัก โฮมสเตย์ส่งผลให้ผู้ประกอบการ โฮมสเตย์บางรายที่ไม่ได้รับ มาตรฐาน SHA ที่มีสภาพคล่องต่ำแบกรับภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินไม่ไหว จนต้องยุติการดำเนินธุรกิจ แนวโน้มธุรกิจโฮมสเตย์ในประเทศไทย ภาพรวมภาคท่องเที่ยวปี 2565 สถานการณ์ภาคท่องเที่ยวปี 2565 ปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ COVID-19 ที่ลดระดับความรุนแรง ลง รวมถึงมาตรการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องกักตัว และมาตรการ กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศจากภาครัฐ โดยคาดว่าทั้งปี 2565 จะมี นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 160 ล้านคน/ครั้ง และนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 10 ล้านคน สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 1.2 ล้านล้านบาท ภาพรวมธุรกิจโฮมสเตย์ ใน ปี 2565 ยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากสัดส่วนที่พักของโฮมสเตย์ต่อที่พักทั้งหมดที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทุกปี โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยวจาก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเมื่อพิจารณารายภูมิภาคพบว่า ทั้งจำนวนที่พักและจำนวนห้องพักขยายตัวได้ดีในเกือบทุกภูมิภาค
11 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตก สอดคล้องกับจำนวน ผู้เข้าพัก ที่ปรับเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ที่มา: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) (ผู้ประกอบการที่พักแรม หมวดที่ พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท ISIC 155103) ภาพที่ 1 แนวโน้มผู้ประกอบการโฮมสเตย์ในประเทศไทย การเติบโตได้อย่างยั่งยืนของที่พัก Homestay ในประเทศไทย แนวโน้มหรือเทรนด์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนและอนุรักษ์ธรรมชาติ และจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ มี วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตในแต่ละท้องถิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เมื่อผนวกรวมกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างมีแบบแผน จะเป็นส่วน สำคัญที่ช่วยให้ ธุรกิจโฮมสเตย์ของไทยมีความโดดเด่น สามารถดึงดูดได้ทั้ง นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
12 การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม เน้นไม่สร้างผลกระทบทางลบให้แก่สิ่งแวดล้อมหรือส่งผล กระทบให้น้อยที่สุด สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นชุมชน สนับสนุน เศรษฐกิจชุมชนเลือกบริการที่ชุมชนเป็นเจ้าของหรือมีการส่งเสริมวัฒนธรรม ท้องถิ่น เพื่อช่วยยกระดับวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชุนชม ดั้งเดิม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ต้องการชมความสวยงามของธรรมชาติได้สัมผัส และเรียนรู้สภาพแวดล้อม ได้เห็นวิถีชีวิตและร่วมทำกิจกรรมกับชุมชน ท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อแสวงหาความหมายและคุณค่าของชีวิต ซึ่งเป็นการ ท่องเที่ยวที่ช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อคง ความอุดมสมบูรณ์และความงดงามของธรรมชาติ ตารางที่ 1 โอกาสและจุดแข็งของโฮมสเตย์ Opportunities Strengths - พฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่นิยมแสวงหา แหล่งท่องเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ ได้เรียนรู้และ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน วัฒนธรรมและประเพณีใน แต่ละท้องถิ่น - การสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ที่ เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับกระแส อนุรัษณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - เทรนด์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ ต้องการเข้าพักในระยะยาว (Long Stay) เพื่อ พักฟื้น/ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ และต้องการ ความสงบ เป็นส่วนตัวและความเป็นธรรมชาติ - ความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายของแหล่ง ท่องเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย ส่งผลให้แต่ ละพื้นที่มีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่แตกต่าง กัน - ความโดดเด่นของเอกลักษณ์ความเป็นไทย ศิลปะวัฒนธรรม ประเพณีในท้องถิ่น การดำเนิน วิถีชีวิตของผู้คน และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ม่ความ แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ - อุปนิสัยของคนไทยที่ยิ้มแย้ม เป็นมิตรและมี น้ำใจช่วยสร้างความประทับใจแก่กลุ่ม นักท่องเที่ยวที่มาเยือน
13 แผนธุรกิจสำหรับโฮมสเตย์ โฮมสเตย์จัดเป็นธุรกิจหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศและ ผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถเขียนแผนธุรกิจอย่างย่อตามแบบของ Business Model Canvas ได้ ซึ่งเป็นการแสดงส่วนประกอบภาพรวมของธุรกิจที่ สามารถแสดงส่วนสำคัญหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจเกิดรายได้ได้อย่างไร และ ผู้ซื้อหรือลูกค้าที่ใช้บริการได้รับคุณค่าอะไร ทั้ง 2 ส่วนนี้จะมีส่วนประกอบ ด้วย 9 ส่วน ซึ่งแผนธุรกิจของโฮมสเตย์ มีดังนี้ Key Partner (พันธมิตรหลัก): การท่องเที่ยว, Influencer, สื่อ ด้านการท่องเที่ยว Key Activities (กิจกรรมหลัก): ปรับวิถีชีวิตปกติของชุมชนให้ เป็นกิจกรรมระยะสั้นและระยะยาว Key Resources (ทรัพยากรหลัก): Host/Local Guide คนใน ชุมชน บ้านพักที่สไตล์ดั้งเดิมของชุมชน สภาพแวดล้อมของชุมชนที่ดี Value proposition (การเสนอคุณค่า): ประสบการณ์แปลกใหม่ เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน, อนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม สร้างงาน สร้างรายได้ให้ ชุมชน Customer Relationship (ความสัมพันธ์กับลูกค้า): ให้มีส่วน ร่วมกับการดำเนินชีวิตของชุมชนในระยะยาว Customer Segment (กลุ่มลูกค้า): นักท่องเที่ยวต่างถิ่นและ ต่างชาติ นักเรียน/ นักศึกษา Channel (ช่องทาง): social media
14 Cost Structure (โครงสร้างต้นทุน): ค่าดูแลรักษาที่พัก ค่าดูแล รักษาชุมชนให้สะอาด น่ามาเยือน ค่าบำรุงรักษา พัฒนากิจกรรมใหม่ ๆ ค่าการตลาด Revenue Streams (กระแสรายได้): ค่าที่พัก ส่วนแบ่งจาก ค่ากิจกรรมต่าง ๆ ภาพที่2 แผนธุรกิจของโฮมสเตย์
15 ปัจจัยแห่งความสำเร็จของโฮมสเตย์ ผู้ประกอบการโฮมเสตย์หรือชุมชนควรให้ความสำคัญต่อการจัดการ โฮมสเตย์บนฐานของอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของชุมชนที่ส่งผ่านไปยัง นักท่องเที่ยวที่มารับบริการ ดังนี้ 1. คนที่ใช่และมีหัวใจบริการ (Man) ผู้ที่ดำเนินการโฮมเสตย์จะต้องมีหัวใจที่แข็งแรงมองเห็น เป้าหมายของความสำเร็จเสมอ ผู้ที่มีภาวะผู้นำกลุ่มและชุมชนเพื่อการสร้าง การมีส่วนร่วมของทุกส่วน มีความรู้และความเข้าใจต่อการจัดการโฮมสเตย์ที่ ถูกต้อง มีการพัฒนาทักษะ ความสามารถและประสบการณ์ในการให้บริการ และการดำเนินงานอย่างมีระบบ เพื่อให้การบริการของโฮมสเตย์สร้างความ พึงพอใจและประทับใจ การจัดการตัวบ้านและพื้นที่ 2. คอนเซ็ปต์ต้องชัด สร้างความโดดเด่นให้ดึงดูดใจลูกค้า (Memory) ค้นหาจุดเด่นของที่พักและชุมชน สร้างความแตกต่างจากที่พัก อื่น การสร้างและนำเสนออัตลักษณ์ทางกายภาพ โดยบริการที่จับต้องได้และ ปรากฏในสายตาของลูกค้า เช่น การสร้างบรรยากาศ ลักษณะของที่พัก การ จัดการตัวบ้านและพื้นที่บ้านให้เป็นสัดส่วน ทำเลที่ตั้ง 3. การจัดการบริบทของชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว(Community Management) สร้างการมีส่วนร่วม และส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยนำชุมชนเข้า มามีส่วนร่วมการมีส่วนร่วม การกระจายบทบาท การทำงาน การกระจาย
16 ผลประโยชน์และรายได้ มีระบบการทำงานที่โปร่งใส มีมาตรการใน การควบคุมและป้องกันผลกระทบทางสังคม 4. การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ (Management) การบริหารจัดการที่พัก/บ้านพักให้สะอาด ปลอดภัย การจัดบริการต่าง ๆ ผู้ประกอบการทำความเข้าใจการคำนวณต้นทุนและ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การทำบัญชีรายรับ-จ่าย เข้าใจเรื่องภาษีข้อกฎหมาย และ ยื่นขอใบอนุญาตเปิดโฮมสเตย์ให้ถูกต้อง วางแผนการเงินสำรอง สร้างรายได้ จากช่องทางอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย 5. การบริการที่ประทับใจ (Service Mind) การบริการถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ถึงแม้ว่า การให้บริการโฮมสเตย์จะเป็นรูปแบบการบริการที่พักที่ไม่เน้นความหรูหรา และการบริการแบบเต็มรูปแบบ (Full Service) แต่จะให้การบริการที่เป็น มิตรเสมอคนในครอบครัวและอยู่บนหลักคิดที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และ รูปแบบวิถีชีวิตท้องถิ่นเป็นสำคัญ
17 การจัดตั้งที่พักชุมชน นิยามและความหมายคำที่เกี่ยวข้อง ชุมชน หมายถึง กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ร่วมกันในเขตหรือบริเวณ เดียวกัน มีวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมอยู่ภายใต้กฎ หรือระเบียบเดียวกัน และสามารถดำเนินกิจกรรมใด ๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันได้ โดยยึดขอบเขต ของหมู่บ้านเป็นหลัก ยกเว้นกรณีต่างหมู่บ้าน ต้องเป็นหมู่บ้านที่ไปมาหากัน ได้สะดวก และเป็นหมู่บ้านที่มีการเชื่อมโยงของกิจกรรมโฮมสเตย์ที่เหมาะสม และลงตัว บ้านที่พักโฮมสเตย์หมายถึง ครอบครัวที่เป็นสมาชิกกลุ่มโฮมสเตย์ ที่นำบ้านของตัวเองมาให้บริการนักท่องเที่ยว โดยมีการดำเนินการตาม มาตรฐาน โฮมสเตย์ไทยของกรมการท่องเที่ยว ซึ่งบ้าน/ ที่พักโฮมสเตย์ จะต้องมีลักษณะดังนี้ 1. มีเลขที่บ้านและมีเจ้าของบ้านพักอาศัยในหลังนั้น 2. มีบ้านที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อรับรองนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ 3. มีห้องพักในบ้านรองรับนักท่องเที่ยวไม่เกิน 4 ห้อง รับนักท่องเที่ยวไม่เกิน 20 คนดูจำนวนห้องน้ำเป็นหลัก (1 ห้องน้ำ: 4 คน) สมาชิกกลุ่มโฮมสเตย์หมายถึง ชาวบ้านในชุมชนที่สมัครเข้ามา เป็นสมาชิกกลุ่ม/ สหกรณ์โฮมสเตย์/ชุมชน ซึ่งจะต้องสมัครเป็นสมาชิก โฮมสเตย์เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเข้าร่วมกิจกรรม เช่น ที่พัก การทำอาหาร การแสดงวัฒนธรรมประเพณีการจัดทำและจำหน่ายสินค้าชุมชน
18 การตรวจสอบดูแลความเรียบร้อยในชุมชน การเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น การเป็นวิทยากรหรือผู้สื่อความหมายท้องถิ่นเพื่อให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว เป็นต้น โฮมลอดจ์(Home Lodge) หรือที่พักนักเดินทาง หมายถึงพัก ที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวโดยมีอัตราค่าบริการและจัดให้มีบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควร มีลักษณะเป็นการประกอบกิจกรรมเพื่อ หารายได้เสริมซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 มีจำนวน ห้องพักไม่เกิน 4 ห้อง และรองรับได้ไม่เกิน 20 คน ประเภทที่พักในชุมชน กองพัฒนาบริการทอ่งเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา (2561) แบ่งที่พักในชุมชนเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. โฮมสเตย์(Home stay) หรือที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท หมายถึง การท่องเที่ยวรูปแบบหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวจะต้องพักรวมกับเจ้าของ บ้านชายคาเดียวกัน โดยมีห้องพักหรือพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเหลือสามารถ นำมาดัดแปลงให้นักท่องเที่ยวได้พักชั่วคราว ซึ่งมีจำนวนไม่เกิน 4 ห้อง มีผู้พักรวมกันไม่เกิน 20 คนโดยมีค่าตอบแทน และจัดบริการสิ่งอำนวยความ สะดวกตามสมควร อันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งเป็นไปตามบทนิยามคำว่า “โรงแรม” แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยว ตามหลักเกณฑ์ที่ กรมการท่องเที่ยวกำหนด
19 2. โฮมลอดจ์ (Home lodge) หรือที่พักนักเดินทาง หมายถึง ที่พักที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวโดยมีอัตราค่าบริการและจัดให้มีบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควร ลักษณะเป็นการประกอบกิจกรรมเพื่อ หารายได้เสริมซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 มีจำนวน ห้องพักไม่เกิน 4 ห้อง และรองรับได้ไม่เกิน 20 คน ความแตกต่างระหว่างโฮมสเตย์กับโฮมลอดจ์ Home Stay หรือ ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท กรมการท่องเที่ยว ได้ดำเนินการกำหนดมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Home Stay) ซึ่งมีการดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547 โดย Home Stay จะต้องมี ลักษณะเป็นบ้านพักที่มีการรวมกลุ่ม และบริหารจัดการร่วมกันของชุมชน อย่างน้อย 3 หลังคาเรือนขึ้นไป โดยนักท่องเที่ยวจะต้องพักค้างแรมในบ้าน เดียวกันกับเจ้าของบ้านและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิต ระหว่างกัน พร้อมทั้งถ่ายทอดประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น
20 แก่นักท่องเที่ยว และพานักท่องเที่ยวเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวและทำกิจกรรม ต่าง ๆ เช่น เล่นน้ำตก ขี่จักรยาน นั่งเรือ เดินป่าศึกษาธรรมชาติเป็นต้น Home Lodge หรือที่พักนักเดินทาง จะมีลักษณะเป็นที่พักที่ ให้บริการนักท่องเที่ยวเจ้าของบ้านเปิดให้บริการที่พัก โดยไม่ต้องมี การรวมกลุ่มของชุมชน ซึ่งอาจมีบริการอาหารและเครื่องดื่มหรือไม่ก็ได้ นักท่องเที่ยวอาจพักค้างแรมในบ้านเดียวกันกับเจ้าของบ้านหรือไม่ก็ได้ และกรมการท่องเที่ยว ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์คุณภาพที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) เพื่อส่งเสริมให้ที่พักที่ให้บริการนักท่องเที่ยวมีคุณภาพ พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวและเป็นการเพิ่มทางเลือกด้านที่พักให้แก่ นักท่องเที่ยวมากขึ้น การขออนุญาตทำโฮมสเตย์ และการจดแจ้งสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 อธิบายไว้ว่าการเปิดห้องพักที่มี การจัดเก็บค่าบริการแม้เพียง 1 ห้อง แต่หากเราเก็บรายได้เป็นรายวัน รายสัปดาห์หรือนานเท่าไรก็ตามที่ไม่ถึง 1 เดือน ให้ถือว่าประกอบธุรกิจ โรงแรม โดยทางรัฐได้ยกเว้นไว้3 แบบ ได้แก่ สถานที่พักซึ่งดำเนินการโดย ส่วนราชการ สถานที่พักที่คิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไป เช่น การให้เช่า คอนโดมิเนียม แล้วคิดเป็นรายเดือน เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ เป็นต้น และ สถานที่พักอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวง ซึ่งจะเป็นไปตามกฏเพิ่มเติม ประเภทที่พักของปีพ.ศ.2551 หรือที่เรามักจะเรียกติดปากว่า "ใบอนุญาต โฮมสเตย์"
21 การขอใบรับแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม โฮมสเตย์จัดเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม โดยมีการดำเนินการขอ ใบรับแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม เพื่อไม่ให้มีความผิดประกอบธุรกิจ โรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต ดังนี้ 1. เป็นสถานที่พักที่มีจำนวนห้องพักในอาคารเดียวกัน หรือหลาย อาคารรวมกันไม่เกิน 4 ห้อง และมีจำนวนผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 20 คน โดยนับจากห้องนอนที่ให้บริการเท่านั้น 2. จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือ บุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน อันเป็นการประกอบกิจการเพื่อหารายได้เสริม ต้องแสดงหลักฐานว่าเรามีอาชีพหลักอาชีพอื่น 3. ได้แจ้งต่อนายทะเบียนโรงแรมประจำจังหวัด 4. สถานที่พักนั้นต้องสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นและส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ระยะเวลาในการดำเนินการขอใบรับแจ้ง เมื่อส่งเอกสารครบใช้เวลา อีกประมาณ 2 เดือน ได้รับเอกสารจากนายทะเบียนประจำอำเภอจะยื่น เรื่องไปให้ทางจังหวัดภายใน 40 วัน สามารถโทรติดตามได้ เอกสารสำหรับการไปจดแจ้งหรือยื่นขอแบบหนังสือรับแจ้งสถานที่ พักที่ไม่เป็นโรงแรม ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่น ณ สํานักการสอบสวนและ นิติการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (งานโรงแรม วังไชยา) ส่วนต่างจังหวัด ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอที่สถานที่พักนั้นตั้งอยู่ เอกสารที่ใช้ในการจดแจ้ง 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
22 2. สำเนาทะเบียนบ้านของที่พัก จำนวน 1 ชุด 3. แบบหนังสือแจ้งขอใบรับรองสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตาม กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 จำนว 1 ชุด 4. หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของอาคาร ในกรณีที่เราเช่ามาทำ กิจการต้องมีหนังสือแสดงความยินยอมให้ใช้อาคารหรือสถานที่ที่ขออนุญาต ประกอบกิจการพาณิชย์ในกรณีที่อาคารหรือสถานที่นั้นเป็นของผู้อื่น 5. โฉนดที่ดินหรือหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ ครอบครองที่ดินที่จะใช้เป็นที่ตั้งของสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม 6. แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ จำนวน 1 ชุด 7. แบบแปลนภายในอาคาร จะใช้การวาดมือก็ได้หรือใช้โปรแกรม Magic Plan ( iOS/Android ) ซึ่งทำให้เราใช้โทรศัพท์ในการวัดขนาดห้องได้ เลย รวมถึงเขาจะมีเฟอร์นิเจอร์ให้เราเอาไว้ใส่ประกอบ ณ ปัจจุบันโปรแกรม นี้เก็บค่าบริการเป็นรายเดือน 8. เอกสารไซส์ A4 ที่ใส่ภาพถ่ายห้องต่างๆ ของบ้าน ทางเข้า ห้องพักแต่ละห้อง และห้องอื่นๆ เช่น ห้องครัว 9. ใบรับรองการทำงานจากบริษัท หรือ หนังสือรับรองการ ประกอบอาชีพ 10. รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป
23 คุณสมบัติของผู้ที่จะขอรับแบบหนังสือแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็น โรงแรม 1. มีสัญชาติไทย 2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ 3. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย 4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 5. ไม่เป็นบุคคลคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ 6. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 7. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิด เกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับ ยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและ ปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการ ในการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี 8. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต 9. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดย เหตุอื่นที่มิใช่เหตุตาม (6) แต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี 10. ติดตั้งป้ายห้องต่างๆตามคำแนะนำ การตรวจที่พัก เจ้าหน้าที่จะโทรมานัดก่อน โดยจะเข้ามาตรวจพร้อมกันทั้งหมดมี3 ฝ่าย คือ กรมการปกครองส่วนจังหวัด อบต. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
24 สิ่งที่ควรจะเพิ่มจากบ้านพักแบบปกติ 1. ป้ายชื่อโฮมสเตย์(ต้องเสียค่าภาษีป้ายให้เขต ขั้นต่ำ 200 บาท ต่อปี) 2. กล้องวงจรปิดภายนอกอาคาร 3. ป้ายเลขห้องและป้ายห้องอื่น ๆ ที่ชัดเจน เช่น ห้องพนักงาน ห้องครัว 4. ถังดับเพลิง 1ชั้นต่อ 1ถัง หากมีห้องมากอาจจะพิจารณาขอเพิ่ม 5. ไฟฉุกเฉิน ให้เจ้าหน้าที่ที่ตรวจแจ้งตำแหน่งที่ควรติดตั้งได้ หลังจากปรับปรุงเพิ่มเติมแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะให้ส่งภาพถ่าย การแก้ไขไปให้จากนั้นเขาจะดำเนินการยื่นเอกสารไปที่จังหวัด เพื่อรอให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามให้ในขั้นตอนนี้ระหว่างรอหนังสือรับรอง สามารถ ตรวจสอบได้เอง www.dopa.go.th เห็นรายชื่อและหมายเลขที่พัก สามารถ นำที่พักของเราเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันได้เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ไปรับ หนังสือ จะได้เอกสารลงตราประทับพร้อมภาพถ่ายตัวเราโดย 1 คนสามารถ ทำได้แค่ 1 ใบ และ 1 สถานที่ นำมาใส่กรอบแสดงไว้ในที่เปิดเผยได้(ดังภาพ ที่ 4)
25 ภาพที่3 แบบหนังสือรับแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม
26 การพัฒนาที่พักโฮมสเตย์ จากการที่รัฐบาลมีนโยบายมุ่นเน้นบทบาทการพัฒนาชนบทและได้ ออกกฎหมายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อเป็นแรงผลักดันให้องค์กร ท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญกับการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชุมชน โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ จึงทำ ให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายในชุมชน โดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักใน การจัดทำและพัฒนามาตรฐานบริการท่องเที่ยว จึงได้พิจารณาจัดทำดัชนีชี้ วัดมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย (Thailand Homestay Standard) ขึ้นในปี พ.ศ.2546 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนจัดทำที่พักในรูปแบบที่พักสัมผัส วัฒนธรรมชนบท และเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน เป็นชุมชนที่ เข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ สนับสนุนและพัฒนาโฮมสเตย์ให้มี มาตรฐานเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความยั่งยืนของ ทรัพยากรธรรมชาติ คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของชุมชน และให้ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการท่องที่ยวอย่างเป็นธรรม กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินการตรวจ ประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 – ปัจจุบัน ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจการพัฒนาที่พักโฮมสเตย์สามารถให้แนวทาง การพัฒนาจากมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยได้
27 คุณสมบัติโฮมสเตย์ไทยเบื้องต้น 10 ประการ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำหนดคุณสมบัติ โฮมสเตย์ไทยเบื้องต้น 10 ประการ ดังนี้ 1. เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวต้องถือว่าการทำโฮมสเตย์ เป็นเพียงรายได้เสริมของครอบครัวเท่านั้น 2. มีห้องพักหรือพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเหลือและไม่ได้ใช้ ประโยชน์ สามารถนำมาดัดแปลงให้นักท่องเที่ยวพักได้ไม่เกิน 4 ห้อง หรือ รับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 20 คนต่อหลัง 3. นักท่องเที่ยวต้องเข้าพักค้างแรมในบ้านเดียวกันเจ้าของบ้านโดย มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม และวิถีชีวิตระหว่างกัน 4. สมาชิกในครอบครัวต้องมีความยินดีและเต็มใจที่จะรับ นักท่องเที่ยวให้เข้ามาพักค้างแรมในบ้าน (ชายคาเดียวกันกับเจ้าของบ้าน) พร้อมทั้งถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นนั้นแก่นักท่องเที่ยว 5. เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวให้ความร่วมมือกับชุมชนใน การจัดการโฮมสเตย์เป็นอย่างดี 6. บ้านนั้นต้องเป็นสมาชิกของกลุ่ม ชมรม หรือ สหกรณ์ที่ร่วมกัน จัดการโฮมสเตย์ของชุมชนนั้น 7. จำนวนหลังคาเรือนที่เป็นสมาชิกของกลุ่มชมรมหรือสหกรณ์ โฮมสเตย์อย่างน้อย 3 หลังคาเรือน 8. บ้านที่ขอรับการประเมินทุกหลัง ต้องมีเลขที่บ้าน ที่ออกโดยส่วน ราชการ
28 9. ที่ตั้งของชุมชนหรือกลุ่มโฮมสเตย์ ต้องไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ เช่น เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นต้น หากตั้งอยู่จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว 10.ดำเนินการจัดทำโฮมสเตย์ตามข้อกำหนดมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ของกรมการท่องเที่ยวมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
29 กรอบดัชนีชี้วัดคุณภาพมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย(Home Stay) การจัดการที่พักโฮมสเตย์ ผู้ประกอบการสามารถใช้ดำเนินการ ตามกรอบดัชนี้ชี้วัดคุณภาพมาตรฐานการจัดการโฮมสเตย์ไทยของ กรมการท่องเที่ยวได้กำหนดให้มีดัชนีชี้วัดมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ซึ่งมี 10 ด้าน 31 ตัวชี้วัด ดังนี้(รายละเอียดศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือมาตรฐาน โฮมสเตย์ไทย กรมการท่องเที่ยว, 2561) ดังนี้ 1. ด้านที่พัก ประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด 1.1 ลักษณะบ้านพักที่เป็นสัดส่วน 1.2 ที่พักที่นอนสะอาด และสบาย 1.3 ห้องอาบน้ำ และห้องส้วมที่สะอาดมิดชิด 1.4 มีมุมพักผ่อนภายในบ้านหรือในชุมชน 2. ด้านอาหาร ประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด 2.1 ชนิดของอาหาร และวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร 2.2 มีน้ำดื่มที่สะอาด 2.3 ภาชนะที่บรรจุอาหารที่สะอาด 2.4 ห้องครัวและอุปกรณ์ที่ใช้ในครัวที่ถูกสุขลักษร์ 3. ด้านความปลอดภัย ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด 3.1 มีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น 3.2 มีการจัดระบบดูแลความปลอดภัย
30 4. ด้านอัธยาศัยไมตรีของเจ้าของบ้านและสมาชิกในครัวเรือน ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด 4.1 การต้อนรับและการสร้างความคุ้นเคย 4.2 การสร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ในวิถีของชุมชน 5. ด้านรายการนำเที่ยว ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด 5.1 มีรายการนำเที่ยวที่ชัดเจนสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งต้องผ่าน การยอมรับจากชุมชน 5.2 ข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยว 5.3 เจ้าของบ้านเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นหรือประสานงานให้ มัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำเที่ยว 6. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด 6.1 มีแหล่งท่องเที่ยวภายในชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียง 6.2 มีการดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยว 6.3 แผนงานหรือมาตรการการอนุรัษณ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อ ลดผลกระทบจากการท่องเที่ยว และลดภาวะโลกร้อน 6.4 มีกิจกรรมในการลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวเพื่อการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน 7. ด้านวัฒนธรรม ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด 7.1 การดำรงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น 7.2 การรักษาวิถีชุมชน คงไว้เป็นกิจวัตรปกติ
31 8. ด้านการสร้างคุณค่า และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ชุมชน ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด 8.1 ผลิตภัณฑ์จากชุมชนเพื่อเป็นของที่ระลึก ของฝาก หรือ จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว 8.2 มีผลิตภัณฑ์ที่สร้างคุณค่าและมูลค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของ ชุมชน 9. ด้านการบริหารของกลุ่มโฮมสเตย์ประกอบด้วย 6 ตัวชี้วัด 9.1 มีการรวมกลุ่มของชาวบ้าน 9.2 มีคณะกรรมการกลุ่มโฮมสเตย์ 9.3 กฎ กติกา การทำงานของคณะกรรมการ 9.4 มีการกระจ่ายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม 9.5 ระบบการจองล่วงหน้า การลงทะเบียนและชำระเงิน ล่วงหน้า 6.6 รายละเอียดค่าธรรมเนียมและบริการต่าง ๆ ที่ชัดเจน และ เป็นปัจจุบัน 10. ด้านประชาสัมพันธ์ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด 10.1 มีเอกสาร สิ่งพิมพ์ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชน 10.2 มีแผนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
32 ขั้นตอนการพัฒนาที่พักแบบโฮมสเตย์การขอรับการตรวจประเมิน และรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย 1. ดำเนินการพัฒนาที่พักตามแนวทางมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยของ กรมการท่องเที่ยว 2. ดำเนินการขอมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยจะต้องขอรับการตรวจ ประเมินจากคณะกรรมการโดยกรมการท่องเที่ยว มีขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ยื่นใบสมัครเพื่อขอรับรองการประเมินโฮมสเตย์ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2.2 คณะกรรมการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ ไทย แบ่งเป็น 2 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการประเมินมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ระดับจังหวัด และคณะกรรมการมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย (ส่วนกลาง) 2.2 คณะกรรมการตรวจประเมินทุกคนเข้าไปในพื้นที่ของชุมชน ที่ตั้งโฮมสเตย์ที่ขอรับการประเมิน เพื่อดำเนินการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่ กำหนดไว้ 2.3 คณะกรรมการตรวจประเมิน สามารถประเมินโดยใช้วิธี การสังเกตการณ์สอบถาม หรือการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ ผู้นำ ชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่ ร้านค้าในชุมชน ผู้ประกอบการ เพื่อประกอบการ ประเมิน 2.4 ข้อปฏิบัติในการประเมินของคณะกรรมการตรวจประเมิน มีดังนี้
33 1) เลขานุการคณะกรรมการการตรวจประเมินประจำ จังหวัด ประสานงานคณะกรรมการทั้งหมด เพื่อประชุมเตรียมความพร้อม และกำหนดวันประเมิน 2) แจ้งกำหนดการประเมินไปยังกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือที่อบรมและวิจัยเพื่อพัฒนาภาคพื้น เอเชียและแปซิฟิค 3) คณะกรรมการเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อตรวจประเมินโฮมส เตย์ตามกำหนดการ โดยใช้แบบประเมินที่กำหนด 4) เมื่อคณะกรรมการการตรวจประเมินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เลขานุการของคณะกรรมการฯ จะเป็นผู้รวบรวมผลประเมิน เพื่อดำเนินการ วิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการที่กำหนดไว้ 5) นำผลการวิเคราะห์ข้อมูล เสนอต่อประธาน คณะกรรมการประเมิน เพื่อส่งไปยังกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬาต่อไป โดยเอกสารที่ส่งประกอบด้วย ผลของการประเมิน ของคณะกรรมการทุกท่าน และสรุปผลการประเมิน 6) กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตรวจสอบความถูกต้องของผลการประเมิน และส่งผลการประเมินให้ คณะกรรมการมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ที่ปรึกษาโครงการพิจารณา พร้อมกับ รับรองผลการประเมินดังกล่าว 7) กรมการท่องเที่ยวแจ้งผลการประเมินให้ชุมชนที่ขอเข้า รับการประเมินทราบผล โดยแจ้งผ่านจังหวัดที่โฮมสเตย์ตั้งอยู่
34 2.4 เมื่อคณะกรรมการตรวจประเมินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผลการประเมินเข้าสู่กระบวนการรับรองของกรมการท่องเที่ยว 2.5 กรมการท่องเที่ยวแจ้งผลการประเมินให้ชุมชนที่ขอเข้ารับ การประเมินทราบผล โดยแจ้งผ่านจังหวัดที่โฮมสเตย์ตั้งอยู่ 3. ผู้ดำเนินการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยจะได้รับ เกียรติบัตร ป้ายรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย โดยมีเครื่องหมายรับรอง มาตรฐานโฮมสเตย์ ดังภาพที่ 4 ภาพที่ 4 เครื่องหมายรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยและความหมายของ เครื่องหมายโฮมสเตย์
35 เอกสารใบสมัครเพื่อขอรับรองการตรวจประเมิน ชุมชนโฮมสเตย์ที่ขอเข้รับการตรวจประเมินทุกโฮมสเตย์จะต้องส่ง ใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครตรวจประเมินมาตรฐานโฮมสเตย์ ไทย (แบบฟอร์มแนบท้ายภาคผนวก) ดังนี้ 1. ใบสมัครเพื่อขอรับการตรวจประเมินโฮมสเตย์ 2. โครงสร้างคณะกรรมการโฮมสเตย์ 3. สำเนาทะเบียนบ้านถ่ายเอกสารให้ชัดเจน ของหลังที่จะตรวจ ประเมิน (ครบทุกหลัง ๆ ละ 1 ชุด) 4. สำเนาบัตรประชาชนถ่ายเอกสารให้ชัดเจน (ต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ ในทะเบียนบ้านและไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าบ้าน) จำนวน 1 ชุด 5. ข้อมูลรายละเอียดบ้านแต่ละหลังของสมาชิกโฮมสเตย์ ประกอบด้วยภาพตัวบ้าน ห้องนอน พื้นที่รับแขก ห้องน้ำ ห้องครัว สภาพแวดล้อมบริเวณบ้าน อย่างน้อยประเภทละ 1 ภาพ และภาพกิจกรรม หรือแหล่งท่องเที่ยวที่จะพานักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 3 - 5 ภาพ 6. หนังสือรับรองจากฝ่ายความมั่นคง เช่น สถานีตำรวจ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านรับรองเจ้าบ้านและสมาชิกในบ้าน/ที่พักรองรับนักท่องเที่ยว แต่ละหลังว่าปราศจากอาชญากรรม 7. หนังสือรับรองจากหน่วยงานดูแลด้านสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำาบล (อนามัย) รับรองเจ้าบ้านและสมาชิกใน
36 บ้าน/ที่พักรองรับนักท่องเที่ยวแต่ละหลังว่ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคร้ายหรือโรคติดต่อ 8. แบบสำรวจข้อมูลโฮมสเตย์แผนที่หมู่บ้านโฮมสเตย์ โดยลง รายละเอียดแผนที่ที่ตั้งของบ้านสมาชิกโฮมสเตย์ทุกหลัง 9. แบบรวบรวมข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ การพัฒนาที่พักตามแนวทางโฮมลอดจ์ เกณฑ์คุณภาพของที่พักนักเดินทาง มีองค์ประกอบ 5 ด้าน 14 ตัวชี้วัด ดังนี้ 1. ด้านความสะอาด หมายถึง ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตามหลัก สุขลักษณะในด้านที่พัก หรือได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บ้านพักเป็นสัดส่วน มีที่นอนสะอาดและสบาย ห้องน้ำที่สะอาดและมิดชิด ห้องครัวและอุปกรณ์ที่มีความสะอาด อาหารและน้ำ ดื่มสะอาดและถูกสุขลักษณะ 2. ด้านความสะดวก หมายถึง สถานที่ให้บริการสามารถเข้าถึงได้ สะดวก และจัดให้มีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานให้แก่ นักท่องเที่ยว มีระบบคมนาคมขนส่งเข้าถึงได้ง่าย
37 มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ให้บริการ มีร้านสะดวกซื้อ / โรงพยาบาลตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ӎ มีการให้การต้อนรับและแนะนำ ข้อมูลให้ผู้เข้าพัก 3. ด้านความปลอดภัย หมายถึง ผู้ให้บริการต้องมีการดูแลความ ปลอดภัยขั้นพื้นฐานให้แก่นักท่องเที่ยว มีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีการจัดระบบดูแลความปลอดภัย มีระบบสาธารณูปโภคด้านความปลอดภัย 4. ด้านเป็นธรรม หมายถึง ผู้ให้บริการต้องมีการแสดงอัตรา ค่าบริการที่ชัดเจนและไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว มีการแสดงอัตราค่าบริการที่ชัดเจน 5. รักษ์สิ่งแวดล้อม หมายถึง ผู้ให้บริการต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม และการประหยัดพลังงาน มีการจัดการด้านการกำจัดสิ่งปฏิกูล มีการรณรงค์และส่งเสริมการประหยัดพลังงาน
38
39
40 แนวทางการจัดการที่พักในชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว แนวทางการจัดการที่พักในชุมชน ที่พักประกอบด้วยส่วนต่างๆ ประกอบด้วย พื้นที่บ้าน ตัวบ้านพัก ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ อาทิ ห้องพัก ห้องน้ำ ห้องครัว ห้อง รับประทานอาหารและอื่นๆ จะเห็นว่ามีทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่ของผู้เข้าพักและ พื้นที่ใช้ร่วมกับเจ้าของบ้าน มีแนวทางในการจัดการ ดังนี้ 1. การจัดการพื้นที่บ้านและพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน เนื่องจากการบริการโฮมสเตย์เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างเจ้าบ้าน และแขก เจ้าของบ้านต้องความเต็มใจของสมาชิกในครอบครัวต่อการรับ ผู้มาเยือน เจ้าบ้านจึงควรกำหนดพื้นที่บ้านและพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน โดยควร จะกำหนดให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่าลูกค้าสามารถใช้พื้นที่ส่วนใดในบ้าน บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ห้องพัก ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องครัวจะเป็นพื้นที่ สำหรับลูกค้าและจะเป็นพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสะดวก ความสบาย เป็นระเบียบเรียบร้อย มีแนวทางการจัดการ ดังนี้ 1.1 การจัดการที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานในที่พัก บ้านพักมีโครงสร้างที่ดีมีความปลอดภัย อยู่ในชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ไกลจากเมืองหรือสถานที่ท่องเที่ยว น้ำประปาหรือถ้าไม่มีควรมีแหล่งน้ำ อื่น ๆ มีการจัดการที่พักให้เป็นสัดส่วน สะอาดและสบายพร้อมสิ่งอำนวย ความสะดวกในที่พัก ที่นอนที่สะอาด มีแนวทางจัดการ ดังนี้
41 ห้องนอน/ ที่นอน • แบ่งปันที่นอนหรือห้องนอนอย่างเป็นสัดส่วน หรือ อาจจะปรับปรุงต่อเติมที่พักที่ติดกับบ้านเดิมเพื่อใช้เป็นที่นอนหรือห้องนอน เป็นสัดส่วน • มีที่นอนสำหรับนักท่องเที่ยวอาจเป็นเตียง ฟูก หรือเสื่อ • มีมุ้งหรือมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุงและแมลง • มีเครื่องนอน อุปกรณ์ที่ใช้นอน ผ้าปู หมอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม และได้รับการทำความสะอาดทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนนักท่องเที่ยวและ เปลี่ยนเครื่องนอนตามความเหมาะสม ในกรณีที่นักท่องเที่ยวพักหลายวัน • มีราวตากผ้าหรือที่เก็บเสื้อผ้า มุมพักผ่อนภายในบ้าน • มีมุมพักผ่อนที่สงบสบายภายในบ้านหรือบริเวณ โดยรอบที่สามารถนั่ง นอน และมีบรรยากาศผ่อนคลอย เช่น ลานบ้าน ใต้ต้นไม้ ศาลาหน้าบ้าน • มีการดูแลบริเวณรอบบ้าน เช่น สวนครัว ต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ร่องน้ำ ให้สะอาดปราศจากขยะ 1.2 การจัดการห้องน้ำ ห้องน้ำจะเป็นที่ ๆ ใช้ร่วมกันทั้ง ครอบครัวและนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือ ความสะอาด จะต้องมีการทำ ความสะอาดอยู่เป็นประจำและสม่ำเสมอ มีแนวทางจัดการ ดังนี้
42 • มีความปลอดภัย มีที่ล็อคประตูอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี มีความมิดชิด • มีขนาดของห้องน้ำที่เหมาะสม มีอากาศถ่ายเทได้ สะดวก • มีการแยกขันสำหรับตักอาบน้ำ • น้ำที่ใช้มีความสะอาด อาจเป็นน้ำประปาหมู่บ้าน ประปาภูเขา หรือน้ำดิบที่ปล่อยไว้ระยะหนึ่งและแกว่งสารส้ม • มีถังขยะในห้องน้ำ 1.3 การจัดการบริการอาหารและโภชนาการ เนื่องจาก นักท่องเที่ยวต้องพักรวมกับเจ้าของบ้าน อาหารมื้อใดมื้อหนึ่งจึงมี ความจำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว การนำเสนอรายการอาหารท้องถิ่นจึงเป็น เสน่ห์และจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจกับวัฒนธรรม และ อาหารพื้นถิ่น • การวางแผนจัดเตรียมอาหารจึงมีความจำเป็นเพื่อ ป้องกันข้อผิดพลาดระหว่างปริมาณอาหารและจำนวนนักท่องเที่ยว พิจารณาจากปัจจัยหลายประการ ข้อมูลของนักท่องเที่ยว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา งบประมาณในการจัดทำอาหาร ปัจจัยด้านฤดูกาลของวัตถุดิบ อาหารประจำท้องถิ่น จำนวนนักท่องเที่ยว • ชนิดของอาหารและวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร ไม่ซื้อ อาหารหรือกับข้าวถุง มีการปรุงอาหารอย่างถูกสุขอนามัย
43 • น้ำดื่มที่สะอาดผ่านกระบวนการทำความสะอาด มีที่ เก็บน้ำ/ ภาชนะเก็บน้ำที่สะอาด ไม่มีตะกอน มีฝาปิดมิดชิด • มีภาชนะที่บรรจุอาหารที่สะอาด เช่น ถ้วย ชาม จาน ช้อน ช้อนกลาง ทัพพี โถข้าวที่สะอาด ไม่มีคราบ และกลิ่นคาว กลินอับ • ห้องครัวและอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องครัว ถูกสุขลักษณะ ครัวอาจอยู่ในบ้าน หรือแยกออกจากตัวบ้านก็ได้และมีการดูแลความสะอาด อยู่เสมอ มีอุปกรณ์การเก็บเครื่องปรุง วัตถุดิบ ที่สะอาด สามารถป้องกัน เชื้อโรคและสิ่งสกปรก เช่น มีที่เก็บมิดชิด ที่แขวนหรือมีฝาชีครอบ หรือ คลุม ผ้าสะอาด มีการจัดการขยะที่ถูกสุขอนามัย
44 2. การกำหนดกติกาและข้อตกลง วัฒนธรรม จารีต ประเพณีและความเชื่อ ของแต่ละชุมชนอาจ แตกต่างกัน การกำหนดระเบียบและข้อปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ การแต่งกาย การนอน การกำหนดเวลาการเข้าออกบ้านพัก จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อมิก่อให้เกิดปัญหาที่ขัดต่อวัฒนธรรม จารีต ประเพณีและความเชื่อของ ชุมชน จำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขที่เป็นข้อตกลงเพื่อให้แขกหรือนักท่องเที่ยว เข้าใจและถือปฏิบัติทั้งนี้เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจร่วมกัน ลดความเสี่ยงและ ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้กติกาและข้อตกลงควรครอบคลุมเรื่อง การดูแล สิ่งของมีค่า ข้อกำหนดด้านเวลา การประพฤติข้อห้าม ข้อควรระหว่าง หรือ แม้แต่การขอความช่วยเหลือในกรณีต่างๆ นักท่องเที่ยวจะต้องยอมรับและ ปฎิบัติตาม ทั้งนี้ควรมีการชี้แจงในขั้นตอนการจองหรือลงทะเบียนการเข้า พัก กรณีที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถปฎิบัติได้สามารถที่จะปฏิเสธการเข้าพักได้ เช่นเดียวกัน 3. การจัดกิจกรรมภายในบ้าน ถือเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้และ สามารถร่วมกิจกรรมได้ทั้งนี้อาจจะเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น หรือรูปแบบการดำรงชีวิต เช่น การทำอาหารร่วมกัน การทำสวน การทำนา หรือกิจกรรมงานฝีมือต่าง ๆ
45 4. การจัดการความปลอดภัย ความปลอดภัยถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่นักท่องเที่ยว ใช้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมที่พักเชิง วัฒนธรรมลักษณะสัมผัสชนบท มีแนวการจัดการ ดังนี้ ความปลอดภัยของที่พัก • สมาชิกในบ้านต้องสร้างความคุ้นเคยกับผู้มาเยือน เสมือน ญาติสนิท และมีความรู้เรื่องสถานที่ในบ้านและชุมชนเป็นอย่างดี • สมาชิกในบ้านต้องหมั่นตรวจตรา ดูแลความเป็นระเบียบ เรียบร้อยภายในบ้านว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ • กุญแจที่สำคัญต้องได้รับการเก็บรักษาและดูแลเป็นอย่างดี • ทรัพย์สิน เงินสดต่าง ๆ ต้องเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย • สมาชิกทุกคนต้องคำนึงถึงเรื่องความสำคัญของความ ปลอดภัยตลอดเวลา • การเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น เมื่อนักท่องเที่ยวเกิดเจ็บป่วย หรือ ได้รับอุบัติเหตุ การเตรียมเบอร์ติดต่อช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน • มียาสามัญประจำบ้าน ที่อยู่ในสภาพใช้งานได้ทันที (ยังไม่ หมดอายุ) • เจ้าของบ้านควรซักถามถึงโรคประจำตัวหรือบุคคลที่ติดต่อ ได้ทันที ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินกับนักท่องเที่ยว
46 • ควรมีการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัย สำหรับ เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น เช่น การจัดอบรมให้กับสมาชิกของชุมชน ในการให้การป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ หรือการแก้ไขหากเกิดอุบัติเหตุการขอ ความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือองค์การบริหารท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ในพื้นที่ • การจัดตั้งเวรยามของชุมชน ทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว • ต้องมีการดูแลและซ่อมแซมระบบล็อคต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา อาทิประตูหน้าต่าง • ถ้าเห็นนักท่องเที่ยวไม่เก็บทรัพย์สินไว้ในที่ที่ปลอดภัย ต้อง เข้าไปเตือน • ถ้านักท่องเที่ยวลืมทรัพย์สินไว้ในบ้านพักหรือที่อื่น ๆ ภายหลังการเดินทางกลับ เจ้าของบ้านควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัยและพยายาม ติดต่อเจ้าของเพื่อมารับคืน