47 แนวทางการจัดบริการผู้เข้าพัก การบริการผู้เข้าพักโฮมสเตย์เริ่มตั้งแต่การรับจองและรับ-ส่งผู้เข้า พัก การทักทายและการต้อนรับผู้เข้าพัก และการรับมือกับผู้เข้าพักในกรณี ที่ผู้เข้าพักไม่พอใจ มีแนวทางการจัดการ ดังนี้ 1. การรับจองและรับ-ส่งผู้เข้าพัก 1.1 การรับจองห้องพัก • การรับจองห้องพักผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่าน เว็บไซต์ควรมีการตั้งราคาให้เหมาะสมและระบุราคาห้องพักให้ชัดเจน ควรมี การใช้ICT และอินเตอร์เน็ตเพื่อให้ระบบสำรองห้องพักสามารถเก็บข้อมูลได้ แบบเป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งต้องมีการตรวจสอบสถานะของห้องพักให้เป็น ปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ทราบว่ามีห้องพักว่างในวันนั้น ๆ หรือไม่ • การรับจองห้องพักผ่านช่องทางโทรศัพท์ควรมี การพูดคุยเรื่องวัน เวลาที่จะเข้าพัก และราคาให้ละเอียด ผู้ให้บริการควรมี การจดบันทึกรายละเอียดการพูดคุยกับผู้ที่จะเข้าพักลงบนระบบ คอมพิวเตอร์หากไม่มีควรจดบันทึกลงแบบฟอร์มการจองห้องพักที่ได้จัดทำ ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การจดบันทึกข้อมูลเป็นไปอย่างมีระบบเพื่อไม่ให้ข้อมูล ขาดหายไป ทั้งนี้ในการจองห้องพักทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ควร จะมีการแจ้งนโยบายการยกเลิกห้องพักให้ผู้ต้องการเข้าพักทราบล่วงหน้า พร้อมทั้งอธิบายวิธีการยกเลิกและการคืนเงินผู้เข้าพัก (ในกรณีที่มีการชำระ เงินค่าที่พักล่วงหน้า)
48 1.2 การยกเลิกห้องพัก หากผู้เข้าพักต้องการยกเลิกห้องพัก ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตามนโยบายที่ได้แจ้งแก่ผู้เข้าพักไว้ล่วงหน้า พร้อม ทั้งระบุวิธีการคืนเงินและจำนวนเงินที่จะคืนในกรณีที่ผู้เข้าพักได้ชำระเงินไว้ แล้ว ทั้งนี้ผู้ให้บริการสามารถใช้วิธีนี้ได้ทั้งการยกเลิกห้องพักผ่านทาง โทรศัพท์และทางออนไลน์โดยทางออนไลน์อาจใช้วิธีการส่งจดหมายอิเล็ก ทรอนิกเพื่อแจ้งรายละเอียดการยกเลิกห้องพักให้แก่ลูกค้าก็ได้ 1.3 การติดต่อเข้าพัก (เช็คอิน) เมื่อผู้เข้าพักเดินทางมาถึงที่ พัก ผู้ให้บริการควรให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มการเข้าพักเพื่อเก็บข้อมูล พื้นฐานและเบอร์โทรศัพท์ของผู้เข้าพักไว้สำหรับติดต่อในกรณีฉุกเฉิน หากลูกค้ายังไม่ทำการชำระเงินค่าที่พัก ผู้ให้บริการอาจเก็บเงินค่ามัดจำ ห้องพักไว้กึ่งหนึ่งหรือเต็มจำนวนก่อนก็ได้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ ให้บริการที่พัก เมื่อดำเนินการเรื่องค่าที่พักเรียบร้อยแล้วจึงมอบกุญแจ ห้องพักหรือบ้านพักให้แก่ผู้เข้าพัก 1.4 การแนะนำเรื่องความปลอดภัยในระหว่างเข้าพัก ระหว่างที่ผู้ให้บริการนำทางผู้เข้าพักไปที่ห้องพักนั้น ผู้ให้บริการสามารถให้ คำแนะนำในเรื่องความปลอดภัยของผู้เข้าพักในระหว่างที่พักอยู่ในที่พักได้ เช่น แจ้งเวลาในการให้บริการห้องอาหาร เวลาในการเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลาง ในบริเวณที่พัก จุดพักของพนักงานรักษาความปลอดภัย ช่วงเวลาใน การเปิด-ปิดประตูที่พัก รายละเอียดเบอร์โทรศัพท์และชื่อผู้ที่สามารถติดต่อ ได้ในกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น
49 1.5 การพูดคุยเพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีแก่ผู้เข้าพัก ในระหว่าง การเข้าพัก ผู้ให้บริการสามารถพูดคุยในเรื่องที่ลูกค้าสนใจ เช่น แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงให้แก่ลูกค้า หรือชวนลูกค้าพูดคุยในเรื่อง การท่องเที่ยวหรือการใช้ชีวิตทั่ว ๆ ไป ควรหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนาที่เป็น ประเด็นอ่อนไหว เช่น การเมือง ศาสนา ความเชื่อต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้เข้าพัก รู้สึกไม่ดีจากการที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน 1.6 การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและการให้ข้อมูลท่องเที่ยว (การบอกทาง) ในสถานที่พักควรมีข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรมให้ ผู้เข้าพัก เช่น โบรชัวร์การท่องเที่ยวหรือแผนที่ท่องเที่ยว เพื่อให้การบอก ข้อมูลในการเดินทางเป็นไปด้วยความสะดวก การใช้ระบบการหาตำแหน่ง ทั่วโลก หรือ GPS ก็สามารถทำได้ในกรณีที่ลูกค้าต้องการ โดยผู้ให้บริการ อาจจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวผ่านระบบการหาตำแหน่งทั่วโลก (GPS) ไว้ ล่วงหน้าก็ได้เพื่อให้ผู้เข้าพักไม่ต้องเสียเวลาในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวว่า จะไปที่ใดก่อน-หลัง 1.7 การออกจากห้องพัก (เช็คเอ้าท์) เมื่อครบกำหนดการเข้า พัก ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องพักใน ระหว่างที่ผู้เข้าพักนำกุญแจมาคืน ตรวจสอบการว่าต้องมีการชำระเงิน เพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าผู้เข้าพักลืมสิ่งของไว้ในห้องพักหรือไม่ หากทุกอย่างเรียบร้อยจึงแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แก่ผู้เข้าพักเพื่อชำระเงิน หากผู้เข้าพักชำระเงินมาล่วงหน้าแล้ว ให้กล่าวขอบคุณผู้เข้าพักและอวยพร ให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
50 2. การทักทายและการต้อนรับผู้เข้าพัก 2.1 การแนะนำตัวและทักทายผู้เข้าพัก ผู้ดูแลที่พักหรือ ผู้ให้บริการควรเริ่มทักทายผู้ที่มาเข้าพักโดยการแนะนำตนเอง จากนั้นควร ทวนถามชื่อ-นามสกุลและประเภทห้องที่ผู้เข้าพักได้ทำการจองไว้เพื่อให้ แน่ใจว่าชื่อผู้เข้าพักและประเภทห้องที่จองไว้นั้นถูกต้อง จากนั้นจึงแนะนำ การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกของที่พักให้ผู้เข้าพักทราบ 2.2 การแนะนำให้ผู้อื่นรู้จักกัน หากเป็นการแนะนำระหว่าง ผู้เข้าพักด้วยกันเอง ควรแนะนำผู้เข้าพักที่มีอาวุโสกว่าให้แก่ผู้ที่มีอาวุโส น้อยกว่า แต่หากเป็นการแนะนำระหว่างผู้ให้บริการและผู้เข้าพัก ควรแนะนำผู้เข้าพักแก่ผู้ให้บริการก่อนแล้วจึงแนะนำผู้ให้บริการแก่ผู้เข้าพัก 2.3 การขอบคุณและการตอบรับคำขอบคุณ ผู้ดูแลที่พักหรือผู้ ให้บริการควรกล่าวขอบคุณผู้เข้าพักภายหลังการลงทะเบียนเข้าพักทุกครั้ง เพื่อให้ผู้เข้าพักประทับใจกับความสุภาพ อ่อนน้อมของผู้ให้บริการ และหาก ผู้เข้าพักกล่าวขอบคุณผู้ให้บริการก่อน ผู้ให้บริการก็ควรกล่าวขอบคุณผู้เข้า พักกลับอีกครั้งหนึ่ง 2.4 การขอร้อง การตอบรับคำขอร้อง และการปฏิเสธคำ ขอร้อง: ผู้ดูแลที่พักหรือผู้ให้บริการควรดำเนินการตามคำขอร้องของผู้เข้าพัก ให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการสามารถปฏิเสธคำขอร้องได้ในกรณี ที่การตอบรับคำขอร้องนั้นอาจก่อให้เกิดความไม่สบายใจของส่วนรวมหรือไม่ เป็นไปตามกฎหมายหรือผิดศีลธรรม โดยผู้ให้บริการต้องใช้น้ำเสียงสุภาพ
51 พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลให้ผู้เข้าพักทราบ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้เข้าพัก ร้องเรียนได้ในภายหลัง 2.5 การขอโทษ หากผู้ให้บริการทำผิด การขอโทษเป็นสิ่งที่ สำคัญอย่างยิ่ง ผู้ให้บริการควรกล่าวคำขอโทษโดยนำมือประสานทาง ด้านหน้าและก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการแสดงความน้อมรับต่อการกระทำ ที่ผิดพลาด ทั้งนี้การกล่าวคำขอโทษนั้นควรทำจากใจจริงเพราะผู้เข้าพัก สามารถรับรู้ได้จากน้ำเสียงและท่าทางในการขอโทษ หากไม่ได้ทำจากใจ อาจทำให้ผู้เข้าพักเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อการให้บริการซึ่งอาจส่งผลเสียต่อ ชื่อเสียงของที่พักได้ในภายหลัง 2.6 การอวยพร หลังจากการลงทะเบียนเข้าพัก ผู้ให้บริการ ควรอวยพรให้ผู้เข้าพักมีความสุขในการใช้บริการที่พัก โดยควรใช้ภาษา สุภาพและท่าทางที่สื่อถึงความจริงใจให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ผู้เข้าพักประทับใจ 2.7 การกล่าวลา ผู้ให้บริการควรกล่าวลาเมื่อแยกจากผู้เข้าพัก โดยอาจใช้ประโยคอวยพรในการกล่าวลาก็ได้เช่น ขอให้ท่านมีความสุขกับ การเข้าพัก เป็นต้น 3. การรับมือกับผู้เข้าพักในกรณีที่ผู้เข้าพักไม่พอใจ ในกรณีที่ผู้เข้าพักไม่พอใจกับการใช้บริการที่พัก ผู้ให้บริการ สามารถดำเนินการได้ดังนี้ 3.1 Stop หยุดงานที่ทำและให้ความสนใจกับสิ่งที่ผู้เข้าพักจะ บอกเพื่อลดความรุนแรงของอารมณ์ให้ผู้เข้าพักมีความรู้สึกว่าผู้ให้บริการใส่ ใจต่อปัญหาและหาทางแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้เข้าพัก!
52 3.2 Listening ตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้ใช้บริการอธิบาย ผู้ให้บริการ ต้องมีความอดทนและควรมีความเข้าใจในความแตกต่างของแต่ละบุคคล รวมถึงให้ความใส่ใจถึงภาษาที่ผู้ใช้บริการใช้เช่น มีคำใดบ้างที่ถูกพูดถึงซ้ำ ๆ โดยสิ่งนี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงความผิดปกติทำให้ผู้ให้บริการสามารถจับ ใจความสำคัญของปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขได้ 3.3 Repeat เมื่อเข้าใจปัญหาของผู้เข้าพักแล้วให้ทบทวน ปัญหาซ้ำอีกครั้งว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่ โดยอาจพูดทวนปัญหากับผู้เข้าพัก ควรทำด้วยความระมัดระวังเพราะอารมณ์ของผู้เข้าพักแต่ละคนไม่ เหมือนกัน การทวนปัญหาอาจทำให้ผู้เข้าพักคิดว่าผู้ให้บริการไม่สนใจฟัง ดังนั้น การทวนปัญหาควรใช้จิตวิทยาในการถามกลับ เช่น หากผู้ให้บริการ เข้าใจว่าน้ำในห้องพักรั่ว ไม่ควรจะถามออกไปตรง ๆ ควรหลีกเลี่ยงไปใช้คำ ว่า “ขออนุญาตให้ช่างขึ้นไปตรวจสอบห้องพักได้ไหม” ซึ่งผู้เข้าพักอาจตอบ กลับมาว่าควรไปดูตรงจุดไหน ทำให้เราสามารถสันนิษฐานได้ว่ามีปัญหาตรง จุดใดโดยไม่ต้องทวนปัญหาซ้ำ นอกจากนี้การทวนปัญหาไม่ควรทำเกิน 2 ครั้ง เพราะจะแสดงถึงความไม่ใส่ใจปัญหา นำมาซึ่งการหมดความเชื่อถือ ได้ 3.4 Body Language การใช้ภาษากาย ต้องระมัดระวัง การแสดงออกของท่าทาง เช่น ต้องไม่ยิ้มเวลาที่ผู้เข้าพักพูดหรืออธิบายถึง ปัญหาเพราะเหมือนเป็นการซ้ำเติม ไม่ควรสัมผัสตัวผู้เข้าพักเพราะอาจสร้าง ความรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามให้แก่ผู้เข้าพัก ควรคำนึงถึงความเหมาะสมใน
53 การแสดงออกของภาษากายไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไปเพื่อให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ 3.4 Solving Problem การแก้ไขปัญหาควรทำอย่างเป็น ระบบ มีการประมวลผลในการแก้ไขปัญหาก่อนว่ามีใครเกี่ยวข้องกับปัญหา บ้าง และใครมีหน้าที่แก้ไขปัญหา เพื่อให้สามารถลำดับการติดต่อกับผู้ที่ เกี่ยวข้องให้สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที 3.5 Compensation การชดเชย มีหลักการทั่วไปคือต้อง พิจารณาถึงผลประโยชน์ของผู้เข้าพักเป็นหลักร่วมกับผลประโยชน์ของที่พัก การชดเชยต้องเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับความไม่สะดวกหรือความเสียหายที่ ผู้เข้าพักได้รับ เช่น หากเกิดปัญหากับห้องพัก ควรพิจารณาย้ายห้องหรือ อัพเกรดให้อยู่ห้องที่ดีกว่าห้องเดิม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจใน การแก้ไขปัญหาและความใส่ใจที่อยากให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม การชดเชยก็ไม่ควรมากเกินไปจนกระทบถึงนโยบาย การบริหารงานของที่พัก 3.6 Feedback ผลตอบรับ เมื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้เข้าพักแล้ว ต้องมีการสอบถามถึงความพึงพอใจในการแก้ไขปัญหาเสมอ เพื่อให้ผู้เข้าพัก รู้สึกว่าผู้ให้บริการใส่ใจต่อปัญหาจริง ๆ เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อ ความผิดพลาดที่ผู้เข้าพักได้รับเพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงของที่พัก
54 แนวทางการจัดการรายได้และภาษี ถึงแม้โฮมสเตย์จะเป็นการประกอบการขนาดเล็ก ไม่ใช่รายได้หลัก แต่ในการดำเนินการต้องมีการจัดการรายได้ที่ได้รับมาเพื่อให้ไม่ขาดทุน และ มีกำไรแบ่งปันให้กับสมาชิก ซึ่งผู้ประกอบต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับบัญชี รายรับรายจ่าย การคิดต้นทุน การตั้งราคา ดังนี้ 1. บัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีรายรับรายจ่าย คือ กระบวนการจดบันทึกข้อมูลทั้งทางฝั่ง รายรับและฝั่งรายจ่ายเพื่อสรุปผลว่าในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งธุรกิจที่ ดำเนินการอยู่นั้นมีผลกำไรหรือขาดทุน "หากรายรับมากกว่ารายจ่ายแสดงว่าในช่วงเวลานั้นธุรกิจมีผล กำไร" "หากรายรับน้อยกว่ารายจ่ายแสดงว่าในช่วงเวลานั้นธุรกิจมีผล ขาดทุน" ตามเกณฑ์เงินสดโดยปกติแล้วบัญชีรายรับรายจ่ายจะถูกทำโดย บุคคลธรรมดา หากธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลจะต้องมีการจัดทำบัญชีอีกรูปแบบ หนึ่งที่เรียกว่าระบบบัญชีคู่ (Debit/Credit) ซึ่งสามารถจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายในรูปแบบของรายงานเงินสดรับ-จ่าย ได้ โดยลงทุกวัน และสรุปยอด ทุกสิ้นเดือน
55 ภาพที่ 5 ตัวอย่างสมุดบันทึกรายงานเงินสดรับ – จ่าย 2. รายรับและรายจ่ายของโฮมสเตย์ รายรับของโฮมสเตย์ประกอบด้วย รายรับจากการให้บริการ ห้องพัก รายรับจากการให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม และรายได้อื่นๆ เช่น ค่าซักรีด ค่ากิจกรรม ค่าเช่าจักรยาน ค่าจำหน่ายสินค้า ค่ารถรับ-ส่ง เป็นต้น รายจ่ายของโฮมสเตย์เป็นรายจ่ายในการดำเนินงาน หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโฮมสเตย์ เช่น ค่าแรง ค่าขนส่ง (รับ-ส่งแขก) วัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่ม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับห้องพัก เช่น สิ่งอำนวยความ สะดวกในห้องพัก (เช่น สบู่ ยาสระผม หรืออื่นๆ นอกจากนี้) ค่าซักรีด
56 ค่าน้ำยา/อุปกรณ์ทำความสะอาด ค่าแก๊ส ค่าน้ำ/ค่าไฟ ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการ โฆษณาประชาสัมพันธ์ ค่าจัดทำเว็บไซต์ เป็นต้น 3. หลักการตั้งราคาโฮมสเตย์ ในการตั้งราคาโฮมสเตย์ ผู้ประกอบการต้องเป็นราคาที่มี ความเป็นธรรมและเหมาะสมกับบริการที่นักท่องเที่ยวที่ได้รับ ต้องเป็นราคา ที่ชุมชนจะไม่ขาดทุน ต้องทราบต้นทุนที่เกิดขึ้น เพราะหากเราทราบต้นทุน ในการให้บริการบ้านพัก ก็จะทำให้สามารถกำหนดราคาที่เหมาะสมได้ ต้นทุนในการบริการโฮมสเตย์ 1) ต้นทุนคงที่ (Fix cost) คือ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเปิดโฮมสเตย์ ได้แก่ ค่าก่อสร้าง ค่าเช่า ค่าแรง ค่าตกแต่ง ค่าเฟอร์นิเจอร์ 2) ต้นทุนผันแปร (Variable cost) คือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ของโฮมสเตย์เพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าพัก เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่ากิจกรรม 3) ค่าต้นทุนผสม (Mixed cost) คือ ค่าใช้จ่ายที่มีส่วนหนึ่ง เป็นต้นทุนคงที่ในทุกกิจกรรมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลง ของปริมาณกิจกรรม เช่น ค่าซ่อม ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซักผ้า ค่าน้ำยาทำความสะอาด ค่าน้ำมัน การคิดราคาห้องพัก 1) ตั้งราคาจากค่าใช้จ่าย คิดจากต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด + กำไรที่ต้องการ = ราคาขาย
57 2) ตั้งราคาห้องพักตามต้องการ คิดจากต้นทุนค่าใช้จ่าย ทั้งหมด, ราคาที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้ = ราคาขาย 3) ตั้งราคาโดยเปรียบเทียบกับคู่แข่ง • คู่แข่งระดับเดียวกัน = ราคาขายเท่ากับคู่แข่ง • คู่แข่งมีคุณภาพดีกว่า = ราคาขายต่ำกว่าคู่แข่ง • คู่แข่งมีคุณภาพต่ำกว่า = ราคาขายสูงกว่าคู่แข่ง การคิดราคาอาหาร ต้นทุนค่าใช้จ่าย (ต่อจาน) ประกอบด้วย ค่าวัตถุดิบ ประมาณ 28 – 30% ค่าแรง ประมาณ 20 – 25% ค่าเช่าที่ 10 – 15% ค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าเครื่องปรุง ค่าแก๊ส ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ประมาณ 7 – 10% จากนั้นนำมารวมกับกำไรที่ต้องการ 35 – 20 % จะได้ราคาขาย 100% โดยทั่วไปราคาของโฮมสเตย์ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200 -500 บาท/คน/คืน ประกอบด้วยที่พัก 1 คืนพร้อมอาหารเช้า 1 มื้อ ทั้งนี้ราคาของโฮมสเตย์ ขึ้นอยู่กับรูปแบบบ้านพักและการให้บริการ 4. ภาษี ที่พักโฮมสเตย์ที่ได้รับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยของกรมการ ท่องเที่ยวจะได้รับการยกเว้น การเสียภาษี แต่โฮมสเตย์ทั่วไปจัดเป็นจะต้อง เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาษีเชิง ธุรกิจ (สำนักงานสรรพากร)
58 แนวทางการให้บริการโฮมสเตย์ให้ประทับใจ กำหนดรูปแบบการบริการให้สอดคล้องกับระบบวงจรการให้บริการ ตามหลักของวงจรการให้บริการนั้นจะประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก คือ 1. ก่อนการเข้าพัก เป็นการให้บริการด้านข้อมูล ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจและการรับ จองที่พัก ผู้ให้บริการโฮมสเตย์จะต้องสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และ รายละเอียดเชิงลึกทั้งในด้านการที่พักและเชื่อมโยงไปถึงด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ในการรับจองที่ถูกต้องและการแนวทางการประกันการจองคือ การกำหนดค่ามัดจำ หัวใจสำคัญคือความถูกต้องแม่นยำในการให้บริการ การจองที่พัก สามารถทำได้หลายวิธีเช่น การจองทางไปรษณีย์ การจองทางโทรศัพท์การจองผ่านเครือข่าย internet ผู้ประสารนการจองที่ พักควรตอบสนองกลับทันทีเพื่อเป็นการยืนยันการเข้าพักของนักท่องเที่ยว และควรจะส่งรายละเอียดให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อศึกษาก่อนการเข้าพัก ทั้งนี้ ควรแจ้งข้อมูลรายละเอียด ให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานในประเทศที่รับผิดชอบ พื้นที่ ได้รับทราบเพื่อเป็นช่องทางการตลาดในการเผยแพร่ และ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปรับทราบได้ ขั้นตอนการจองห้องพัก จัดบ้านพักตามลำดับ ตอบรับการจอง อาจจะมีการใช้ระบบการเรียกเก็บค่าบริการบางส่วน เพื่อเป็นการป้องกัน การไม่เข้าพักของนักท่องเที่ยวตามกำหนดเวลา ดังนั้นควรชี้แจงระยะการ
59 ยกเลิกเข้าพักให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบด้วย เก็บรักษาข้อมูลการจอง สำหรับการลงทะเบียนเข้าพักต่อไป 2. การเข้าพัก คนไทยเป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ดังสำนวน สุภาษิตไทยที่ว่า “เป็นธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชานต้อง ต้อนรับ” ดังนั้น การต้อนรับนักท่องเที่ยวดุจญาติมิตรจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิด ความรู้สึกอบอุ่น การเป็นเจ้าบ้านที่ดีย่อมทำให้ผู้มาเยือนเกิดความประทับใจ การจัดพื้นที่ต้อนรับในลักษณะจุดศูนย์กลางของชุมชน เพื่อ ดำเนินการต้อนรับ ลงทะเบียนการเข้าพัก หรือการให้ข้อมูลด้าน การท่องเที่ยว การต้อนรับ อาจให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรม ประจำถิ่น เช่น การต้อนรับด้วยการบายศรีสู่ขวัญของทางภาคเหนือหรือ อีสาน หรืออาจจะเป็นช่อดอกไม้หรือพวงมาลัยจากท้องถิ่นมอบให้กับ นักท่องเที่ยว จะเป็นการสร้างความประทับใจได้เมื่อเริ่มเข้าสู่ชุมชนเป็นการ สร้างความประทับใจในครั้งแรก (First Impression) เมื่อนักท่องเที่ยวได้ เดินทางมาถึงโฮมเสตย์บรรยากาศและการต้อนรับที่เป็นกันเองและมีความ เดิมแท้ (Authentic) จะเป็นสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจและกลายเป็น ความทรงจำที่ดี การลงทะเบียน (Registration) ในธุรกิจโรงแรมที่พัก ผู้เข้าพัก ต้องลงทะเบียนเพื่อเป็นหลักฐานและอ้างอิงในอนาคต ส่วนในลักษณะที่พัก แบบโฮมสเตย์การลงทะเบียนอาจไม่ต้องเป็นรูปแบบเหมือนธุรกิจโรงแรม แต่ควรเป็นรูปแบบการเก็บข้อมูลแบบง่าย ๆ การลงทะเบียนทำให้เจ้าของ
60 บ้านทราบข้อมูลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว ช่วยในการจัดเตรียมบ้านพัก ทำให้ ทราบวันออกจากที่พักของนักท่องเที่ยวแต่ละคน สามารถวางแผนการเข้า พักของแขกในลำดับต่อไป เป็นข้อมูลการเข้าพักให้ผู้ดูแลรักษาความ ปลอดภัย สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของผู้ประพฤติมิชอบหรือการ หลบซ่อนของอาชญากรได้สำหรับ ขั้นตอนการต้อนรับและลงทะเบียน ต้อนรับทำด้วยรอยยิ้มดุจญาติมิตร แจ้งรายละเอียดค่าธรรมเนียมการเข้าพัก และบริการต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวทราบ ให้นักท่องเที่ยวกรอกรายละเอียด และลงชื่อในใบลงทะเบียนการเข้าพัก แจ้งรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ เกี่ยวกับข้อมูลของชุมชนและสภาพทั่วไป นำนักท่องเที่ยวไปยังบ้านพัก 3. การบริการระหว่างการพัก เป็นการตอบสนองความต้องการ ในการพักที่มุ่งเน้นการมีส่วน ร่วมต่อกิจกรรมในบ้านพัก ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ การเอาใจใส่ต่อ ผู้มาพัก เช่น อาหารที่จัดสามารถทานได้หรือไม่ได้ความสนใจพิเศษ ความ ยืดหยุ่นของรูปแบบการบริการที่สอดคล้องกับเวลา สถานการณ์และ ความต้องการจะช่วยให้การดำเนินไปด้วยความราบรื่น ระหว่างการเข้าพัก อาจจะมีปัญหาในการให้บริการ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการร่วมกัน แก้ไขปัญหาของชุมชนจะให้การบริการของโฮมสเตย์มีความเป็นมืออาชีพ 4. การสิ้นสุดการเข้าพัก เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของการส่งมอบบริการ ซึ่งจะสามารถสร้าง ความทรงจำและการสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยวหรือผู้พัก การรับฟัง
61 ความคิดเห็น ของผู้มาพักจะเป็นเหมือนเครื่องมือในการสะท้อนคุณภาพ การบริการของโฮมสเตย์อีกด้วย
62
63 แนวทางการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับที่พักในชุมชน รายการนำเที่ยวและการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว รายการนำเที่ยว หรือโปรแกรมท่องเที่ยว (Itinerary) เป็น กิจกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละวันที่กำหนดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว โดยมี รายละเอียดระบุวัน เวลา สถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรม สถานที่พัก อาหาร เพื่อให้นักท่องเที่ยวทราบถึงสิ่งที่จะได้รับจากการท่องเที่ยวนั้น สำหรับ โฮมสเตย์การจัดรายการนำเที่ยวอาจแตกต่างไปจากรายการนำเที่ยวปกติ เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิต และชุมชน โดยมีข้อกำหนดการพักแรม ณ บ้านของเจ้าของโฮมสเตย์หลังใดหลังหนึ่งใน ชุมชนนั้น ดังนั้น การจัดรายการนำเที่ยวของโฮมสเตย์จะเน้นที่กิจกรรมที่ เกิดขึ้นภายในชุมชน แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนและใกล้เคียง ไม่มีการเปลี่ยนที่ พักระหว่างการเดินทาง และรูปแบบอาหารเป็นอาหารท้องถิ่นหรืออาหารที่ เจ้าบ้านประกอบขึ้นให้กับนักท่องเที่ยว (มานิศา ผิวจันทร์, 2555) องค์ประกอบของรายการนำเที่ยว ตามมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยระบุ ไว้ ดังนี้ • รายการนำเที่ยวที่ชัดเจน ซึ่งต้องผ่านการยอมรับจากชุมชน มีการวางแผนโปรแกรมการท่องเที่ยวร่วมกันของชุมชนและกลุ่มโฮมสเตย์ เพื่อการกระจายรายได้ให้เกิดขึ้นในแต่ละหมู่บ้าน หรือแต่ละกลุ่มกิจกรรม มี โปรแกรมการท่องเที่ยวที่เผยแพร่สู่สาธารณะและนักท่องเที่ยวที่ชัดเจน สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ของชุมชน
64 • ข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยว มีข้อมูลรายละเอียดในโปรแกรม การท่องเที่ยวที่หลากหลายแตกต่างกันตามภูมิศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกได้ • เจ้าของบ้านเป็นมัคคุเทศน์ท้องถิ่นหรือประสานงานให้ มัคคุเทศน์ท้องถิ่นนำเที่ยว กลุ่มหรือเจ้าของบ้านเป็นผู้นำเที่ยวเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากร สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมศิลปะ สถาปัตยกรรม การแสดง ความเชื่อ ค่านิยมภายในชุมชนแก่นักท่องเที่ยว มีการจัดทำสื่อ เช่น สิ่งพิมพ์ รูปถ่าย ภาพวาด เพื่อการเรียนรู้ของนักท่องเที่ยว รูปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับโฮมสเตย์ รูปแบบของกิจกรรมทองเที่ยวโฮมสเตย์อาจเปลี่ยนไปตามท้องถิ่น หรือสิ่งแวดล้อม ลักษณะกิจกรรมการท่องเที่ยวจะมีลักษณะที่แตกต่างไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือกิจกรรมส่วนใหญ่เปนการเรียนรู้วิถีชีวิตในชุมชนนั้น มานิศา ผิวจันทร์ (2555) ระบุสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาในการจัดกิจกรรม ท่องเที่ยว มีดังนี้ 1. กิจวัตรประจำวันของคนในครอบครัว หรือเจ้าของบ้าน กิจวัตรประจำวันของคนในครอบครัว หรือเจ้าของบ้าน สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ อาจ เริ่มจากการประกอบอาชีพหลักของเจ้าของบ้าน อาทิทำไร่ ทำสวน เก็บผัก ผลไม้จักสาน หัตถกรรม เป็นต้น เจ้าบ้านสามารถนำนักท่องเที่ยวที่เข้าพัก
65 กับบ้านและครอบครัวของตนไปร่วมกิจกรรมได้นอกจากนี้กิจกรรมที่ สามารถนำมาผนวกกับโฮมสเตย์ได้เช่น การตื่นเช้าใส่บาตร การทานอาหาร เช้าท้องถิ่นหรือการร่วมประกอบอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ด้วยตนเอง การออกไปช่วยงานเจ้าของบ้านในสวน หากเป็นโฮมสเตย์ในเมืองอาจสอน ด้านอื่น ๆ อาทิภาษาไทยพื้นฐาน การซื้อของในตลาดสด การทำกิจกรรม โดยใช้พื้นฐานของชีวิตประจำวันของเจ้าบ้านนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องร่วม กิจกรรมทั้งหมด การดำเนินกิจกรรมไม่เร่งรีบ กิจกรรมที่เห็นความแตกต่าง ทางวัฒนธรรมและเกิดการเรียนรู้ตัวอย่างกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ ความสนใจ เช่น การเกษตร ปศุสัตว์หัตถกรรม การประกอบอาหาร 2. กิจกรรมในชุมชน/สภาพแวดล้อมชุมชน กิจกรรมในชุมชนหรือสภาพแวดล้อมในชุมชน เป็นสิ่งดึงดูดใจ อีกประการหนึ่งของนักท่องเที่ยว โดยเจ้าบ้านแนะนำนักท่องเที่ยวให้ร่วม กิจกรรมกับชุมชน หรือ แนะนำวิถีชีวิตอื่นในชุมชนที่น่าสนใจ เช่น เดินเล่น/ ขี่จักรยานชมหมู่บ้านหรือชุมชน การชมตลาดท้องถิ่น งานประเพณีท้องถิ่น (งานแต่งงาน งานบวช งานทางศาสนาความเชื่อ เป็นต้น) และงานประเพณี ประจำปีการศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การเดินทางด้วยการคมนาคมของ ชุมชน เช่น รถทางการเกษตร (อีแต๋น) รถสองแถว ตุ๊กตุ๊ก สามล้อ เพื่อสัมผัส บรรยากาศของวัฒนธรรม เพราะ สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย 3. แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง การจัดกิจกรรมนำเที่ยวนอกจาก 2 ข้อข้างต้น สามารถนำ แหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติประวัติศาสตร์โบราณสถานและวัฒนธรรม
66 อื่นที่อยู่ในเขตใกล้เคียงกับชุมชนมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมได้การเลือก แหล่งท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของทรัพยากรการท่องเที่ยวคือ สิ่งดึงดูดใจของแหล่งท่องเที่ยว การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวย ความสะดวกทางการท่องเที่ยว โดยเจ้าบ้านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่จะ สามารถให้คำแนะนำให้นักท่องเที่ยวได้สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่ผนวกเป็น ส่วนของของกิจกรรมท่องเที่ยวกับโฮมสเตย์ เช่น น้ำพุร้อน น้ำตก ลำธาร เส้นทางเดินป่า จุดชมวิวทิวทัศน์สัตว์ป่า ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติเช่น หิ่งห้อยเรืองแสง ต้นไม้ที่มีลักษณะพิเศษ เป็นต้น 4. ระยะเวลาของนักท่องเที่ยวและช่วงเวลาของกิจกรรม การจัดกิจกรรมนำเที่ยวต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาการพำนักของ นักท่องเที่ยวโดยเจ้าบ้านต้องจัดให้ยืดหยุ่นและเหมาะสม รวมถึงไม่ยัดเยียด โปรแกรมที่แน่นจนเกินไป ระยะเวลาของแต่ละกิจกรรมเหมาะสม กิจกรรม บางอย่างขึ้นกับฤดูกาลของพื้นที่ว่าสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ได้และขี้แจงให้ นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้า เช่น กิจกรรมการเก็บผลไม้ถ้านักท่องเที่ยวมา ในฤดูที่ไม่ใช่ช่วงที่ผลไม้ออกผล ต้องเปลี่ยนเป็น กิจกรรมอื่น ๆ เพื่อป้องกัน ความผิดหวังและเกิดปัญหาได้ในภายหลัง 5. การสร้างเรื่องราวการเรียนรู้ การสร้างเรื่องราวการเรียนรู้การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ และความร่วมมือกับนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งจำเป็นต้องจัดให้มีขึ้น การสื่อสาร ด้วยการอธิบายเป็นสิ่งสำคัญ นักท่องเที่ยวต้องการคือความเป็นมา ความสำคัญของกิจกรรมที่พวกเขากำลังปฏิบัติอยู่ เสมือนมูลค่าทาง
67 วัฒนธรรม เจ้าบ้านควรเป็นนักอธิบายเรื่องราว นักเล่าหรือตอบข้อซักถาม ให้กับนักท่องเที่ยวได้ทราบ เพราะนักท่องเที่ยวเหล่านี้มาสัมผัส "ประสบการณ์และบรรยากาศของวิถีชีวิต" การนำเสนอเป็นเรื่องเล่าต่าง ๆ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้อย่าดำเนินกิจกรรมโดยไม่มีการสื่อสารใด ๆ 6. ความพร้อมของนักท่องเที่ยวและศักยภาพทางร่างกาย นักท่องเที่ยวแต่ละช่วงอายุมีความต้องการที่แตกต่างกัน เจ้าบ้านควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานถึงความสนใจและสภาพของร่างกาย เพราะ กิจกรรมบางอย่างนักท่องเที่ยวบางกลุ่มไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้เช่น การเดินป่าหรือเที่ยวน้ำตก หากระยะทางไกล ทางชัน หรือสภาพอากาศที่ หายใจได้ไม่สะดวก นักท่องเที่ยวสูงวัยควรหลีกเลี่ยง หรือห้องน้ำของ โฮมสเตย์บางแห่งอาจไม่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวสูงอายุเนื่องจากพื้นที่แคบ หรือเป็นส้วมนั่งยอง ควรจัดผู้สูงอายุไปอยู่ในบ้านที่มีพื้นที่ห้องน้ำที่สะดวก เหมาะสมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ เช่น มีราวจับ มีส้วมแบบ นั่งราบ เป็นต้น 7. ความสะอาดและความปลอดภัย ตามมาตรฐานของโฮมสเตย์ไทยมีการกำหนดในเรื่องของการ จัดการด้านความสะอาดของที่พักและความสะอาดของภาชนะอาหารและ การประกอบอาหารไว้ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวจะใส่ใจในเรื่องนี้ เป็นพิเศษ นอกจากนี้ความปลอดภัยในการทำกิจกรรมการท่องเที่ยวอื่น ๆ กับโฮมสเตยต้องดูแลด้วย หากนักท่องเที่ยวไปเดินป่าในชุมชนกับชาวบ้าน ท้องถิ่น สถานที่ที่มีสัตว์มีพิษหรือมีความเสี่ยงอันตรายควรหลีกเลี่ยงหรือ
68 มีการชี้แจงล่วงหน้าเพื่อการเตรียมตัวที่เหมาะสม การเดินป่าจะต้องมีการ แนะนำการแต่งกาย หรือสิ่งที่ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะในฤดูกาลที่มี ความชื้นจะต้องมีการเตรียมอุปกรณ์กันทากหรือแมลง หรือการเดินทางชัน ความเสี่ยงในการเกิดดินสไลด์ หรือน้ำป่าหลากในเขตน้ำตกควรแนะนำ วิธีการป้องกัน 8. สิ่งที่ควรชี้แจงนักท่องเที่ยวก่อนเข้าพัก/กฏ ระเบียบ ข้อจำกัด ควรทำความเข้าใจกับลูกค้าก่อนโดยชี้แจงถึงบริบทพื้นที่ วัฒนธรรมวิถีชีวิต โดยการนำเสนอข้อเท็จจริง อย่าอวดอ้างสรรพคุณที่เกิน จริงเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ควรจัดทำข้อปฏิบัติ/ข้อห้าม ของการอยู่ร่วมกับในโฮมสเตย์และประกาศให้นักท่องเที่ยวทราบ เนื่องจาก วัฒนธรรมที่แตกต่างอาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจได้โดยอาจมีรายละเอียด กิจกรรมของครอบครัว และข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ ตรงกัน โฮมสเตย์ต้องคำนึงถึงจิตสำนึกในการการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ ของนักท่องเที่ยว และผลกระทบต่อสังคมและวิถีชีวิตชุมชนด้วย 9. ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว/การจำกัดจำนวน นักท่องเที่ยว ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของพื้นที่ คือ ความสามารถของพื้นที่ที่จะรองรับการใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ได้โดย ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรและประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับ โดยมีการประเมินในหลายด้าน อาทิด้านกายภาพ ด้านสังคม ด้านนิเวศวิทยา เป็นต้น หากแต่กิจกรรมของโฮมสเตย์นั้นมีความสามารถในการรองรับในที่นี้
69 จะเน้นไปในด้านของความสามารถในการรองรับด้านสังคม ที่เด่นชัด เนื่องจากรูปแบบของกิจกรรมโฮมสเตย์จะอาศัยวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นเป็น ส่วนประกอบหลักของกิจกรรม การที่จะรับนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัส ประสบการณ์เหล่านี้ควรอยู่ในจำนวนที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ และเพื่อ เป็นการไม่ให้ชุมชนเสื่อมโทรมหรือถูกบุกรุกจากการท่องเที่ยวมากเกินไป ควรมีการจัดการโดยการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เช่น นักท่องเที่ยว โฮมสเตย์ที่พักอาศัยอยู่ในชุมชน ครั้งละไม่เกิน 20 คน ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นต้น ความสามารถในการรองรับด้านสังคม หมายถึง จำนวน นักท่องเที่ยวสูงสุด รูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยว และการพัฒนาเพื่อรองรับ กิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนท้องถิ่นยอมรับได้โดยไม่เกิดความรู้สึกใน ทางลบ และไม่สร้างผลกระทบหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ วัฒนธรรมภายในชุมชนไปในทิศทางลบ ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลง ค่านิยมด้านการบริโภค การเปลี่ยนแปลงการแต่งกาย ค่าครองชีพสูงขึ้น เป็นต้น
70 กิจกรรมล่องแพแม่ปาน ตามรอยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมวัดแสล่ง การจัดสำรับอาหารในชุมชน กิจกรรมนั่งรถรางเส้นทางท่องเที่ยว อ.ลอง จ.แพร่ ภาพที่ 6 ตัวอย่างกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชนอำเภอลอง จังหวัดแพร่
71 ตัวอย่างกิจกรรมการท่องเที่ยวสำหรับโฮมสเตย์ เนื้อหานำเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยวสำหรับโฮมสเตย์ ประกอบด้วย ข้อมูลของชุมชน ข้อกำหนดวัฒนธรรม แนวคิดของโปรแกรม ราคา/ค่าใช้จ่าย โปรแกรม/กำหนดการลักษณะกิจกรรมในโปรแกรม คำชี้แจง และสิ่งที่ต้อง เตรียมมากับการเข้าพักโฮมสเตย์(มานิศา ผิวจันทร์, 2555) ดังนี้ ข้อมูลของชุมชน เป็นการนำนักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงชุมชน เน้น การนำเสนออัตลักษณ์ ความโดดเด่นของชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ อย่างย่อ ข้อกำหนดวัฒนธรรม เป็นกฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ สิ่งข้อห้าม ข้อควร ระวังในชุมชนนั้น ต้องระบุให้ชัดเจน แนวคิดของโปรแกรม มีรายการนำเที่ยวที่ชัดเจน ซึ่งต้องผ่าน การยอมรับจากชุมชน กลุ่มหรือเจ้าบ้านนำเที่ยวมีการวางแผน มีการจัดธีม (Theme) ของโปรแกรมท่องเที่ยว เป็นการนำเสนอเป้าหมาย/ วัตถุประสงค์ หรือรูปแบบของการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ เช่น A country Retreat: หลบหนีความวุ่นวายกับมุมมองชีวิตที่แตกต่าง สัมผัสชีวิตชุมชน ชาวล้านนาที่เลื่องชื่อเรื่องสุขภาพดี ราคา/ค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับกิจกรรม และจำนวนวันที่พักค้าง โปรแกรม/กำหนดการ ไม่ควรจัดแบบตายตัว ต้องยืดหยุ่นได้ ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวกับเจ้าของบ้านตกลงกัน แต่ควรมีการจัดกิจกรรมเพื่อ สัมผัสวัฒนธรรม/แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ อาจจะกำหนดเป็น 3 วัน 2 หรือ 2 วัน 1 คืน
72 ลักษณะกิจกรรมในโปรแกรม เป็นการอธิบายลักษณะของกิจกรรม ข้อจำกัด เช่น เดินป่า 3 กม. ใช้เวลา 2 ชม. เป็นทางชัน ไม่เหมาะสมกับ ผู้สูงอายุ หรือในฤดูฝนงดเว้นกิจกรรมนี้ เนื่องจากทางลื่นไม่สามารถเดินได้/ ธูปทำมาจากสมุนไพรอาจมีกลิ่นฉุนทำให้ปวดศีรษะสำหรับบางคน คำชี้แจง รายละเอียดเพื่อให้นักท่องเที่ยวทราบ เช่น “กิจกรรมอาจ เปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม” “ไฟฟ้าจะหยุดทำการตั้งแต่ 21.30 – 05.00 น.” “ราคาค่าใช้จ่ายนี้รวมค่าที่พัก 1 คืน อาหาร 3 มื้อ และกิจกรรม ตามที่ระบุ” สิ่งที่ต้องเตรียมมากับการเข้าพักโฮมสเตย์ เช่น อุปกรณ์ใน การอาบน้ำ สเปรย์กันทาก (สำหรับเดินป่า) อาจมีแมลงท้องถิ่นกัดหรือเป็น อันตรายควรใส่เสื้อผ้ามิดชิด ยารักษาโรคประจำตัวของนักท่องเที่ยว
73
74 ตัวอย่างกิจกรรมโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย โปรแกรม 2 วัน 1 คืน ที่บ้านนาต้นจั่นโฮมสเตย์สุโขทัย บ้านนาต้นจั่นเป็นชุมชนเกษตรกรรม เปิดการท่องเที่ยวชุมชนโดย เริ่มจากโฮมสเตย์เพียงหนึ่งหลัง ก่อนชาวบ้านจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มโฮมสเตย์ บ้านนาต้นจั่น ปัจจุบันมีโฮมสเตย์กว่า 30 หลัง รองรับได้วันละไม่เกิน 200 คน กิจกรรมชุมชนมีหลากหลายทั้งทอผ้า ย้อมผ้าหมักโคลน ทำข้าวเปิ๊ป ทำตุ๊กตาบาร์โหน ปั่นจักรยานชมทุ่งนา นั่งรถอีแต๊ก และดูพระอาทิตย์ขึ้นบน ภูเขา จุดเด่นของบ้านนาต้นจั่นต้องยกให้ความน่ารักของคนในชุมชน โฮมสเตย์ที่ได้มาตรฐาน และรสชาติอาหารอร่อย
75 รายละเอียดโปรแกรมทริปของบ้านนาต้นจั่น 2 วัน 1 คืน วันที่ 1 15.00 น. รับนักท่องเที่ยวจากศูนย์กลางชุมชนเข้าที่พัก 16.30 น. ปั่นจักรยานชมทุ่ง ชมพระอาทิตย์ตก (สะพานเชื่อมทุ่ง) 18.30 น. รับประทานอาหารเย็น วันที่ 2 07.30 น. ตักบาตรหน้าบ้านหรือชมทะเลหมอกห้วยต้นไฮ (เลือกอย่างใด อย่างหนึ่งเพราะเวลาทับซ้อนกัน) 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า 08.30 น. ปั่นจักรยานชมวิธีการทอผ้าใต้ถุนบ้าน ชมวิธีการทำตุ๊กตาบาร์ โหน (บ้านตาวงศ์) ชมและชิมผลไม้ ตามฤดูกาล ชมการทำผ้า หมักโคลน ชมผลิตภัณฑ์จากผ้าหมักโคลน 11.30 น. ชมและทดลองการทำข้าวเป๊ปอาหารถิ่น กิจกรรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้เช่น ต้องรีบเดินทางกลับตามรอบ รถทัวร์ จึงทำกิจกรรมปั่นจักรยานเที่ยวชมในหมู่บ้าน อัตราค่าบริการ ค่าที่พัก คนละ 600 บาท, เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ 250 บาท, ชาวต่างชาติท่านละ 700 บาท ราคานี้รวมอาหารเย็นและเช้า นอนพักหนึ่ง คืน กิจกรรมชมเที่ยวในหมู่บ้านเจ้าของบ้าน มัคคุเทศก์ท้องถิ่นหรือ
76 มัคคุเทศก์น้อยพาชมเที่ยว หากสนใจใช้บริการห้องแอร์ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มห้อง ละ 300 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เพจของโฮมสเตย์หรือติดต่อสอบถามได้ ที่ โทร 055-677209 เลขที่ 111 หมู่ 5 ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 64130
77 ตัวอย่างกิจกรรมโฮมสเตย์บ้านริมคลองโฮมสเตย์ โปรแกรม 2 วัน 1 คืน ที่ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์สมุทรสงคราม • สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนมะพร้าวริมคลองบางผีหลอก • ล่องเรือพร้อมรับประทานอาหารรสเด็ด น้ำพริกกะปิ ต้มยำปลาทู สุดแซ่บ ส่งตรงจากครัวชุมชน • เรียนรู้วิถีชีวิต ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรม workshop การทำน้ำตาลมะพร้าว แข่งขันทำขนมหวานจากมะพร้าว ค้นหาสินทรัพย์ เกษตรในสวน และแข่งขันคิดสร้างแบรนด์น้ำตาลมะพร้าวให้กับชุมชน • เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น ตลาดน้ำอัมพวา • อาสาทำดีผ่านกิจกรรม CSR เช่น การปลูกต้นลำพู พัฒนาเส้นทาง จักรยาน
78 รายละเอียดโปรแกรม วันแรก 08:00 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยรถตู้ปรับอากาศวีไอพี ปลายทาง สมุทรสงคราม รับประทานอาหารว่าง บนรถ 10:00 น. บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ความสุขที่ได้อยู่กับมะพร้าว เดินทางถึงบ้านริมคลอง สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย ที่สัมพันธ์ กับสายน้ำ ริมคลองผีหลอก ต้อนรับสู่ดินแดนแห่งมะพร้าว โดย “ ป้าเล็ก” เจ้าของบ้าน และประธานชมรมฯ เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวจากสวน มะพร้าว และความเป็นมาของวิสาหกิจชุมชนฯ สั้น ๆ และ พร้อม รับประทานอาหารว่าง ขนมไทยพื้นบ้านและน้ำสมุนไพร ก่อนเข้าร่วม กิจกรรม 10:30 น. กิจกรรม “ศึกประลองฝีมือปลายจวัก แบ่งทีม ฟันฝ่าเก็บคะแนนตามแต่ละฐานให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วงชิง รางวัล กิจกรรมที่ 1 : สงครามน้ำตาลมะพร้าว • แบ่งทีมเป็น 4 ทีม ทีมละ 5 คน เริ่มกระบวนการ ตั้งแต่ทำ ความรู้จักน้ำตาลมะพร้าวแห่งบ้านริมคลอง ตั้งแต่ ต้นจนจบ กระบวนการ โดยปราญช์ชาวบ้านคุณลุงปรีชา จะพาไปดู ตั้งแต่การเก็บน้ำตาลสดจากกระบอกที่รองน้ำตาลไว้ และ เดินไปที่โรงเคี่ยว ดูวิธีการเคี่ยว จนไปถึงการหยอด ได้ ออกมาเป็นน้ำตาลมะพร้าวแสนหวาน โดยทุกคนจะมีน้ำตาล มะพร้าวใส่โหลเล็ก ๆ เอากลับบ้านที่ทำจากฝีมือของตัวเอง • แข่งขัน ภายใต้โจทย์ที่ว่าคุณรู้จัก และคุ้นเคยกับน้ำตาล มะพร้าว ที่ทำมากับมือเมื่อสักครู่มากน้อยแค่ไหน โดยมี
79 วันแรก ตัวอย่างน้ำตาลมะพร้าวทั่วไปในท้องตลาด ที่แตกต่างกัน ทั้งหมด 5 แหล่งการผลิต ซึ่งในจำนวนนั้นมีน้ำตาลมะพร้าว จากบ้านริมคลองอยู่ด้วย ทดลองชิม และระดมความคิด วิเคราะห์ คัดเลือกน้ำตาลมะพร้าวที่ทีมคิดว่าเป็นน้ำตาล มะพร้าว ที่ผลิตจากบ้านริมคลอง จากนั้น อภิปราย และ นำเสนอเหตุผลว่าเหตุใดจึงคิดว่าน้ำตาลมะพร้าว ก้อนที่ เลือกเป็นน้ำตาลมะพร้าวที่ผลิตจากบ้านริมคลอง และทำไม น้ำตาลมะพร้าวก้อนอื่นถึงไม่ใช่ กิจกรรมที่ 2 : กิจกรรมคิดแผนการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ในชุมชน มาร่วมกันระดมความคิด สร้างสรรค์ไอเดียคิดแผนการตลาด แผนการ ขายให้ผลิตภัณฑ์ในมชนด้วยการออกแบบ Packaging พร้อมทั้งทํา Branding และ Story/ กลยุทธ์การขายและการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ ของชุมชน 12:00 น. พักครึ่ง รับประทานอาหารกลางวันที่บ้านป้าเล็ก ด้วยสุดยอดอาหาร ฝีมือปลายจวัก ของคุณลุงคุณป้า ในชุมชนที่วัตถุดิบทั้งหลายล้วนส่ง ตรงมาจากชุมชน และทะเลอ่าวไทย กิจกรรมที่ 3 : สงครามครัวขนมหวาน (Thai Dessert Kitchen War) แบ่งทีมเป็น 2 ทีม เข้าครัว โจทย์คือ ทำกล้วยบวชชี แต่ละทีมแข่งขัน ประกอบขนมหวานตามวัตถุดิบจากมะพร้าว กิจกรรมที่ 4 : ตามหาขุมทรัพย์เกษตรในสวน แต่ละทีมส่งตัวแทน ปั่นจักรยานลัดเลาะสวนริมคลอง เพื่อค้นหา สินทรัพย์ทางธรรมชาติ จากในสวน เก็บใส่ตะกร้าแล้วปั่นกลับมาที่
80 วันแรก ชุมชน เพื่อให้ตีราคาของที่เก็บมาได้ ทีมไหนได้มูลค่าสูงที่สุด ภายใน เวลาที่กำหนด ทีมนั้นเป็นผู้ชนะ 15:00 น. สรุปกิจกรรม รวมคะแนน มอบรางวัลแก่ทีมที่ชนะเลิศ เป็นอันสิ้นสุด กิจกรรม Team Building เข้า Check In ที่เดอะ เกรซ อัมพวา รี สอร์ท พักผ่อนตามอัธยาศัยพบกันที่ Lobby เพื่อเดินทางไปทาน อาหารค่ำ Canal Dinner Theme ไฮโซบ้านนอกอย่าให้บอกว่า ลูกทุ่งสุด ๆ แต่งองค์ทรงเครื่องในธีม “ไฮโซบ้านนอกอย่าให้บอกว่า ลูกทุ่งสุด ๆ” เพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็น เสริฟกุ้ง ปู สด ๆ และ น้ำพริกกะปิ ปลาทูสุดแซ่บ ขึ้นที่ท่าเรือ ในชุมชนบ้านริมคลองโฮม เสตย์ 17:00 น. ลงเรือ Canal Dinner ที่ลอยละล่องเหนือคลองผีหลอกต่อเนื่องไปยัง แม่น้ำแม่กลองสิ้นสุดที่คลองอัมพวา พร้อมกับชมพระอาทิตย์ตกดิน และหิ่งห้อยริมคลอง แบบที่ไม่รบกวนหิ่งห้อย และธรรมชาติ 18:00 น. แวะพักผ่อน เดินเล่นสัมผัสวิถีชีวิต และแสงสีอัมพวายามค่ำ ณ ตลาด น้ำอัมพวา 20.00 น. กลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย วันที่สอง 07.00 น. ตักบาตรริมน้ำ ณ บริเวณหน้าที่พัก สัมผัสบรรยากาศยามเช้า ที่เล่า เรื่องราววิถีชีวิตของคน และสายน้ำได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมรับประทาน อาหารเช้า และทำธุระส่วนตัว ณ โรงแรมที่พัก 08.00 น. พบกันที่ Lobby เพื่อเดินทางไปยังวัดคลองโคน เพื่อทำกิจกรรม CSR ปลูกป่าโกงกาง ให้อาหารลิง และ เล่นสกีภูมิปัญญาชุมชน
81 วันที่สอง 08.30 น. กิจกรรม “ปลูกป่า” (กิจกรรม CSR) ถึงวัดคลองโคน นั่งเรือ ออกจากท่าเรือวัดคลองโคน เพื่อเดินทางไปพบ คุณลุง ประเทือง นักอนุรักษ์พื้นป่าที่วัดคลองโคน เป็นระยะเวลาหลาย 10 ปี ทุกคน ร่วมกันปลูกต้นโกงกาง โดยการนั่งเรือออกไปปลูกป่า เพื่อป้องกันการกัดเซาะผิวดิน และยังช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ระบบ นิเวศน์ให้กับพื้นป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ระหว่างเดินทางกลับ จะแวะให้อาหารลิง และ หากใครอยากจะเล่น สกีภูมิปัญญาชาวบ้าน ก็สามารถเล่นได้ หมายเหตุ: สามารถเลือกทำกิจกรรมตามความสนใจขององค์กร กิจกรรมแข่งสกีน้ำ ส่งตัวแทนกลุ่มลงแข่งขันสกีโคลนที่ทำจากไม้กระดาน เป็นภูมิปัญญา ของชาวบ้าน ทีมไหนถึงเส้นชัยก่อนทีมนั้นชนะ หมายเหตุ: สามารถเลือกทำกิจกรรมตามความสนใจขององค์กร 10.00 น. เดินทางกลับโรงแรม เพื่อทำธุระส่วนตัว และ Check out 11.30 น. พบกันที่ Lobby เพื่อเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารแดง 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหาร “แดงอาหารทะเล (เจ้าเก่า)” 13.00 น. ออกเดินทางจากร้านอาหารแดง ไปตลาดร่มหุบ 13.10 น. แวะเที่ยวตลาดแม่กลอง หรือ “ตลาดร่มหุบ” เจ้าของฉายา “ตลาด เสี่ยงตาย” ตลาดที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือน ใคร เลือกซื้อของฝากของกิน เล่น 14.10 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ 16.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
82 อัตราค่าบริการ ลำดับ รายการ ราคา 1 ค่าจัดกิจกรรมในชุมชน ฐานน้ำตาลมะพร้าว เคี่ยว หยอดน้ำตาล 100/คน ฐานทำขนมหวาน 150/คน ฐานจักสานใบมะพร้าว / ใบเตย 100/คน ฐานปั่นจักรยานเก็บผักแปลงเกษตร 100/คน กิจกรรมสกีน้ำ + กิจกรรมปลูกป่า (ราคารวมเรือ + วิทยากร + ต้นกล้า) 350/คน ค่าชุดใส่บาตร 40/ชุด ค่าบำรุงชุมชน 3,000/กรุ๊ป ค่าวิทยากรชุมชน 500/คน ค่าเจ้าหน้าที่ชุมชนจัดเตรียมงาน / ทำงาน 350/คน ค่าเรือวัดช่องลม – บ้านริมคลอง (1 ลำ นั่งได้ 40 คน) 1,000/ลำ 2 ค่าการแสดงในชุมชน การแสดงต้อนรับ กลองยาว 4,000/ชุด 3 ค่าชุดอัตลักษณ์ เสื้อลายดอก 300/ตัว ผ้าถุง 250/ผืน 4 ค่าอาหารในชุมชน อาหารว่าง (น้ำสมุนไพร + กาแฟ + ขนม 2 อย่าง) 50/คน อาหารว่าง (น้ำสมุนไพร + กาแฟ + ขนม 2 อย่าง + น้ำมะพร้าว 1 ลูก) 100/คน น้ำมะพร้าว 50/ลูก อาหาร (2 – 3 อย่าง) *ราคาขึ้นอยู่กับเมนูอาหารที่ เลือก* 100–200/คน
83 ลำดับ รายการ ราคา อาหาร (4 – 5 อย่าง) *ราคาขึ้นอยู่กับเมนูอาหารที่ เลือก* 250/คน อาหาร (6 – 7 อย่าง มี Sea food กุ้งเผา ปูนึ่ง) 600–700/คน ค่าล่องเรือ มื้อเย็น (ลำเล็กนั่งได้ 20 – 25 คน, ลำใหญ่ นั่งได้ 40 คน) 4,500–6,500/ ลำ 5 กิจกรรม CSR ในชุมชน งบประมาณตามที่องค์กรต้องการ 6 ของที่ระลึก น้ำตาลมะพร้าว 35– 40/ชิ้น น้ำหวานดอกมะพร้าว 100/ชิ้น 7 ค่าที่พักในชุมชน Home Stay (รวมอาหารเช้า) 300/คน ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ คุณป้าเล็ก โทร 089-1702904 หรือ Facebook: บ้านริม คลองโฮมสเตย์
84 ตัวอย่างกิจกรรมท่องเที่ยวโฮมสเตย์บ้านนาตุ้ม โปรแกรม 2 วัน 1 คืน “ทริปปลดหนี้ ตีระฆัง ดังระเบิด” ที่เมืองลอง จังหวัดแพร่ • สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน Slow life เที่ยวแหล่งอารยธรรมเหล็กโบราณ สวนเกษตรพุทรานมสด • ล่องแพชมป่าอเมซอนแห่งเมืองแพร่ สูดอากาศให้เต็มปอด จิบกาแฟแลสายหมอกที่ดอยระเบ้อ • เรียนรู้วิถีชีวิต ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรม workshop การจักสาน หมวกฮำพาน ทอผ้าตีนจก แช่สมุนไพร กาดขี้เมี่ยง
85 รายละเอียดโปรแกรม วันที่ 1 13.00 น. รับนักท่องเที่ยวจากศูนย์กลางชุมชนเข้าที่พักโฮมสเตย์ บ้านนาตุ้ม 13.30 น. ชมวัดนาตุ้ม ตีระฆังระเบิด ไหว้พระธาตุเววาทภาษีต์สะหรี๋เวียง เชียงชื่น อธิษฐานปลดหนี้-ชมอาวุธล้านนาที่หอศาตราแสน เมืองฮอม-เตาหลอมเหล็กโบราณ 15.00 น. ล่องแพแม่ปาน ชมป่าอเมซอนแห่งเมืองแพร่ สูดอากาศให้เต็ม ปอด ชมต้นไม้ใหญ่หลายคนโอบ ป่าธรรมชาติ 18.30 น. รับประทานอาหารเย็น วันที่ 2 05.30 น. กิจกรรมตักบาตรหน้าบ้านโฮมสเตย์หรือขึ้นดอยระเบ้อจิบกาแฟ แลหมอก ปอกข้าวหลาม (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเวลาใกล้เคียงกัน) 07.30. เที่ยวชมสวนพุทรา 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า 08.30 น. แช่เท้าสมุนไพร กิจกรรมเรียนรู้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ลูกประคบ ชาสมุนไพร 11.30 น. ชมและทดลองการทำอาหารพื้นถิ่น กิจกรรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้จากการนั่งรถ เป็นกิจกรรมปั่น จักรยานหรือนั่งรถพ่วงข้างเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในหมู่บ้าน
86 อัตราค่าบริการ ท่านละ 600 บาท, เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ 250 บาท, ชาวต่างชาติ ท่านละ 700 บาท ราคานี้รวมอาหารเย็นและเช้า นอนพัก 1 คืน กิจกรรมชม เที่ยวในหมู่บ้านเจ้าของบ้านหรือมัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือมัคคุเทศก์น้อยพาชม เที่ยว ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อลุงจืด (เสกสรร ภุมกา) 2.ม.2.ต.บ่อเหล็กลอง อ.ลอง จ.แพร่ 54150 โทร 0899561633
87 เสน่ห์ที่พักชุมชนรูปแบบใหม่ ที่พักชุมชนรูปแบบใหม่ กรมการท่องเที่ยวได้พัฒนาชุมชนและที่พักรูปแบบโฮมสเตย์มา อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและต่อยอดพัฒนา สร้างจุดขาย ใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสวิธีชุมชน เป็นที่พัก ชุมชนรูบแบบใหม่ที่เน้นด้านสุขภาพ การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการ นำอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ของชุมชนเป็นจุดขาย ดังนี้ • โฮมสเตย์ที่มีการจัดการและให้บริการที่เน้นด้านสุขภาพ (Healthy Homestay) หมายถึง โฮมสเตย์ ที่ได้รับมาตรฐานที่มีการจัดการ และให้บริการที่เน้นด้านสุขภาพ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมใน รูปแบบกิจกรรมและอาหารเพื่อสุขภาพ ให้ผู้รักสุขภาพได้รับความสุขเต็มที่ • โฮมสเตย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly Homestay) หมายถึง โฮมสเตย์ที่ได้มาตรฐาน ที่มีจุดเด่นในการอนุรักษ์และ ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการพื้นที่สีเขียว ที่นักท่องเที่ยวสายรักษ์โลกต้องเทใจให้ • โฮมสเตย์บ้านสวยด้วยอัตลักษณ์ หมายถึง โฮมสเตย์ที่ได้ มาตรฐาน นำอัตลักษณ์และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของชุมชนมาปรับใช้ใน การตกแต่งโฮมสเตย์หรือพื้นที่ส่วนกลางให้เกิดความสวยงาม น่าสนใจ น่าอยู่
88 และน่าประทับใจ เหมาะสำหรับ ผู้ชื่นชอบชุมชนและที่พักที่นำเสนอวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ชุมชนท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน • Camping ชุมชน หมายถึง ชุมชนที่ได้มาตรฐานที่มีการจัดสรร พื้นที่ ลานกางเต้นท์ในชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้อย่างมีคุณภาพตาม หลักเกณฑ์ที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด รองรับนักท่องเที่ยว สายแคมป์ปิ้งได้ อย่างเหมาะสมน่าประทับใจ นอกจากนี้ รัตนา ปานเรียนแสน และคณะ (2566) ได้ทำการวิจัย เรื่อง ต้นแบบการจัดการอาคาร สถานที่พำนัก บ้านพัก เฮือนที่พัก และ สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเป็นการท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถี เชิงสร้างสรรค์พบว่าบ้านพักในชุมชนมีรูปแบบโดดเด่นที่แตกต่างกันตามวิถี ชุมชนจึงได้พัฒนารูปแบบที่พักในชุมชนรูปแบบใหม่เรียกว่า “เฮือนสเตย์” มา จากคำว่า “เฮือน” ภาษาเหนือ แปลว่า บ้านเรือน หรือเรือน และสเตย์ (Stay) แปลว่า พักค้าง เฮือนสเตย์เป็นโฮมสเตย์รูปแบบใหม่ที่พัฒนามาจาก โฮมสเตย์ที่มีการจัดการและการให้บริการที่เน้นบ้านที่มีอัตลักษณ์ของตนเอง ด้วยการดึงจุดเด่นของเจ้าของบ้านมานำเสนอเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างการเข้าพัก เป็นการเสริมจุดแข็งให้กับโฮมสเตย์ที่มีอยู่เดิมให้โดดเด่น มากขึ้น สร้างการจดจำบ้านที่พักแต่ละหลังในชุมชนเพื่อสนับสนุน การกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง
89 แนวทางการจัดการโฮมสเตย์สู่เฮือนสเตย์ โดยมีข้อกำหนด 5 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านการกำหนดลักษณะที่พัก สำรวจและประเมินลักษณะของที่พัก เลือกประเภทของที่พัก ว่าจะเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์หรือ ที่พักแบบโฮมลอดจ์ (ที่พักนักเดินทาง) ให้ชัดเจน ถ้าเจ้าของบ้านพักร่วมในชายคาเดียวกันนักท่องเที่ยวถือว่าเป็นที่ พักแบบโฮมสเตย์ กรณีที่พักคนละชายคาเป็นที่พักแบบโฮมลอดจ์ โดย ลักษณะของที่พักที่ควรมีโครงสร้างที่พักหรือบ้านพักรูปแบบท้องถิ่นนั้น ๆ 2. ด้านการจัดการที่พักตามแนวทางมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย หรือโฮมลอดจ์ เป็นการจัดการ 2 ส่วน ได้แก่ การจัดการสมาชิกในบ้านพัก และกลุ่มโฮมสเตย์ และการจัดการบ้านพัก โดยสามารถใช้พัฒนาบ้านพัก ตามแนวทางของมาตรฐานโฮมสเตย์หรือโฮมลอดจ์ขึ้นอยู่กับประเภทของที่ พัก ซึ่งได้กล่าวไว้แล้วก่อนหน้านี้ ในส่วนของสมาชิกในบ้านพักและกลุ่มโฮมส เตย์เน้นให้เกิดความสมัครใจ ในกรณีสมาชิกกลุ่ม/ สหกรณ์โฮมสเตย์/ชุมชน ซึ่งจะต้องสมัครเป็นสมาชิกโฮมสเตย์เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเข้าร่วม กิจกรรม และจัดแบ่งหน้าที่รับผิดชอบให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยใน การให้บริการและลดข้อขัดแย้งในชุมชน 3. ด้านการค้นหาอัตลักษณ์ของที่พักหรือเจ้าบ้าน การค้นหาอัตลักษณ์ของที่พักหรือเจ้าบ้านเริ่มจากการประกอบ อาชีพหลักของเจ้าบ้าน อาทิทําไร่ ทําสวน เก็บผักผลไม้จักสาน หัตถกรรม
90 เป็นต้น หรืออาจจะใช้ความสนใจพิเศษ/ความเชี่ยวชาญพิเศษของเจ้าบ้านมา เป็นส่วนพิจารณา เช่น ทอผ้า ฟ้อนรำ ทำอาหารพื้นบ้าน เป็นต้น 4. ด้านการจัดการที่พักให้มี “ธีม” ที่ชัดเจนตามที่กำหนดไว้ โฮมสเตย์ที่ได้มาตรฐาน นำอัตลักษณ์และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ของชุมชนมาปรับใช้ในการตกแต่งที่พักหรือพื้นที่ส่วนกลางให้เกิดความ สวยงาม น่าสนใจ น่าอยู่ และน่าประทับใจ เหมาะสำหรับ ผู้ชื่นชอบชุมชน และเป็นที่พักที่นำเสนอวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่นได้ อย่างชัดเจน ตัวอย่างโฮมสเตย์และโฮมลอดจ์สู่ “เฮือนสเตย์” เฮือนสเตย์เป็นบ้านพักที่มีอัตลักษณ์ของเจ้าบ้านจากการประกอบ อาชีพ หรือจากความสนใจ/ ความเชี่ยวชาญพิเศษ เป็นการนำเสนอบ้านพัก ที่มีการตกแต่งให้เกิดความสะอาด ความสวยงาม น่าสนใจ น่าอยู่ และน่า ประทับใจ เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบชุมชนและที่พักที่นำเสนอวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน ดังตัวอย่าง เฮือนสเตย์ในอำเภอลอง จังหวัดแพร่ ซึ่งผู้เข้าพักสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับเจ้าบ้านตามความสนใจ
91 ตารางที่ 1 ตัวอย่างเฮือนสเตย์ในอำเภอลอง จังหวัดแพร่ รายชื่อ ที่ตั้ง ประเภท เฮือนส เตย์ รองรับ ได้ (คน) อัตลักษณ์พิเศษของบ้าน 1.เกื้อกูลโฮมส เตย์ ต. ห้วย อ้อ โฮมล อดจ์ บ้านดนตรี 5 เรือนไม้ล้านนา มีชานกว้างให้ ทำกิจกรรม 2 ห้อง พร้อมสิ่ง อำนวยความสะดวก เรียนรู้ ดนตรีพื้นบ้านกับที่ “โฮงซึง หลวง” 2. ครูอินสม โฮมสเตย์ ต. ห้วย อ้อ โฮมสเตย์ บ้าน ขนมจีนน้ำ ย้อย 5 ครูอินสม อดีตราชการบำนาญ ที่สืบต่ออาชีพขนมจีนน้ำย้อย แบ่งบ้านเรือนไม้ชั้นบนให้พั 2 ห้อง พร้อมเรียนรู้การทำ ขนมจีนและน้ำพริกน้ำย้อย สินค้าขึ้นชื่อของเมืองลอง 3.นางสุวรรณา ข้าวพัน ต. ห้วย อ้อ โฮมสเตย์ บ้านข้าว พัน 3 ข้าวพันเป็นอาหารว่างของชาว ลอง วิธีทำคล้ายปากหม้อ บ้าน นี้เข้าพักได้พร้อมเรียนรู้การทำ ข้าวพันไส้ต่าง ๆ 4.บ้านไพลิน ต. ห้วย อ้อ โฮมสเตย์ บ้าน เต้นรำ/ บาสโลบ 3 ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมเข้าจังหวะ เต้นบาสโลบสามารถเข้าพัก บ้านคุณไพลิน เป็นบ้านพัก ทันสมัยท่ามกลางบ้านแบบ ดั้งเดิม
92 ตารางที่ 1 ตัวอย่างเฮือนสเตย์ในอำเภอลอง จังหวัดแพร่ (ต่อ) รายชื่อ ที่ตั้ง ประเภท เฮือนสเตย์ รองรับ ได้ (คน) อัตลักษณ์พิเศษของบ้าน 5.บ้านริมลอง ต.หัว ทุ่ง โฮมล อดจ์ บ้านน้ำ หมัก ชีวภาพ 15 บ้านพักเรือนไม้แบบโบราณ กลางทุ่งนา อากาศบริสุทธิ์ เรียนรู้เรื่องน้ำหมักชีวภาพสูตร ต่างๆ จากป้าต่าย พร้อมงาน เพ้นท์ผ้า 6.ครูสงกาญจน์ ต. เวียง ต้า โฮมสเตย์ บ้านรำ ฟ้อน 5 อดีตครูนาฏศิลป์ มีเครื่องแต่ง กายและชุดต่างๆ ให้ได้ลองใส่ ทำกิจกรรมระหว่างเข้าพักผ่อน ในบ้าน 7.เฮือนไม้ หมอน ต. เวียง ต้า โฮมล อดจ์ บ้านรถไฟ 5 บ้านสวนตกแต่งด้วยไม้หมอน รางรถไฟ บ้านอยูท่ามกลางป่า สัก ผู้เข้าพักสามารถทำ กิจกรรมปิ้งย่างร่วมกับเจ้าบ้าน 8.ผู้ใหญ่จืด โฮมสเตย์ ต.บ่อ เหล็ก โฮมสเตย์ บ้าน สมุนไพร 3 ผู้ใหญจืด ครูภูมิปัญญา สมุนไพร เปิดห้องพัก 1 ห้อง พร้อมกิจกรรมสมุนไพร คั่ว กาแฟ แช่อบสมุนไพรจาก ชุมชน 9.ป้าชมโฮมส เตย์ ต.บ่อ เหล็ก โฮมสเตย์ บ้านผัก สวนครัว 5 ป้าชมมีอาชีพขายผัก ทุกเช้า จะนำผักไปขายตลาดสด เข้า พักบ้านไม้แบบดั้งเดิมของป้า ชมพร้อมกิจกรรมปลูกผักสวน ครัว
93
94
95 แนวทางการสร้างเสนห์ให้กับที่พักในชุมชน เสน่ห์ของที่พักในชุมชนคือคนและสภาพแวดล้อมในชุมชน การ สร้างเสน่ห์ทำได้โดยการเตรียมตัว “การเป็นเจ้าบ้านที่ดี” เจ้าของบ้าน จะต้องมีความพร้อมที่จะให้บริการเพื่อสร้างความประทับใจให้กับ นักท่องเที่ยว การให้การบริการหรือต้อนรับบุคคลที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนนั้น ต้องมีการเตรียมการบริการ ซึ่งมีหลักดังนี้ 1. การตรียมคนและบริการ 1.1 การเตรียมคนและการบริการในบ้าน เจ้าของบ้าน จะต้องมีการเตรียมคนที่จะคอยบริการลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวให้สามารถ วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ภาษาและคำพูดที่ควรใช้ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การสร้างความประทับใจครั้งแรกพบ ภาษาตา และรอยยิ้ม สมาชิกในบ้านเตรียมความรู้รอบตัวในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อพูดคุย หรือให้ความรู้และตอบข้อซักถามถ้าในกรณีที่ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวเป็น ชาวต่างชาติควรจัดเตรียมคนที่สามารสื่อภาษา ได้อย่างน้อยหนึ่งคน เพื่อทำ หน้าที่เป็นล่ามภายในบ้าน แต่การพูดคุยต้องดูความเหมาะสมด้วยเพราะ บางครั้งนักท่องเที่ยว อาจต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง การพูดคุยในเวลาที่ ไม่เหมาะสมอาจเป็นการสร้างความรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวได้ ส่วนใน กรณีที่นักท่องเที่ยวต้องเสียเงินมากกว่าค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่กำหนดไว้ เจ้าของ บ้านควรชี้แจงให้นักท่องเที่ยว ทราบเพื่อให้เขาตัดสินใจด้วยตัวเองว่ายินดีที่ จะเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้หรือไม่
96 1.2 การเตรียมเพื่อนบ้าน และผู้ให้บริการอื่น ๆ (ในชุมชน) ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านจะต้องจัดเตรียมสถานที่ภายในบ้านแล้วยังต้องมีการ บอกกล่าว แจ้งให้ทราบหรือประสานงานกับท้องถิ่นหรือให้เพื่อนบ้านทราบ เพื่อช่วยกันอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย รวมถึงการ ให้บริการในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย เช่น บริการนำเที่ยวสถานที่ชุมชนที่น่าสนใจ การเช่าอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ ในการท่องเที่ยว เช่น การเช่าจักรยาน การเช่าเรือ ควรมีการกำหนดราคาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน แผนที่การ เดินทาง ควรจัดทำให้ชัดเจนและง่ายต่อการทำความเข้าใจ และสามารถ ใช้ได้จริง 2. ผู้เป็นเจ้าของถิ่นในฐานะเป็นเจ้าของบ้านที่ดี 2.1 ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้า ผลิตภัณฑ์สถานที่ และ อื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางและบอกทิศทางในสถานที่ ที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก รู้เรื่องท้องถิ่น รอบรู้ข่าวสารและ ภูมิอากาศ รอบรู้เรื่องเบ็ดเตล็ดรอบตัวเรา ที่จะพูดคุยกับเขาได้ 2.2 ช่วยเหลือผู้เข้าพัก เมื่อลูกค้าต้องการ มีการบริการด้วย อัธยาศัยไมตรีที่อบอุ่น รวมถึงให้คำแนะนำและตักเตือนในสิ่งที่ควรปฏิบัติ และไม่ควรปฏิบัติ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องวัฒนธรรมจารีตประเพณี ความเชื่อใน ท้องถิ่น เช่น การสวมรองเท้าเข้าไปในบ้าน ในศาสนสถาน การใช้เท้าชี้ การแต่งกายเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง บางอย่างอาจเกิดความไม่ ปลอดภัย ทั้งอาหารการกินและการเดินทาง