ป กา รศึ กษา 2566 ภาค เ รียนที 1 สาขา วิชา วิทยาศาสต ร์สุขภาพแล ะค วามงาม วิทยาลัยสห เ วชศาสต ร์ มหา วิทยาลัย ราชภัฏส วนสุนันทา 1 S T E D I T I O N วิชาการพัฒนาบุคลิกภาพ และจิตวิทยาการบริการ เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร บ ร ร ย า ย
ประมวลการสอน (Course Syllabus) วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม รหัสวิชา ESH3243 หน่วยกิต 3(3-0-6) รายวิชา การพัฒนาบุคลิกภาพและจิตวิทยาการบริการ Personality Development and Psychology for Service ภาคเรียน 1/2566 ห้องเรียน 26502 (คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรุงเทพฯ) ผู้สอน 1. อาจารย์ ดร.พรรณี โรจนเบญจกุล 2. วิทยากรรับเชิญ คำอธิบายรายวิชา ทฤษฎีจิตวิทยาพื้นฐาน ความหมายและความสำคัญของการพัฒนาบุคลิกภาพและทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล การพัฒนาบุคลิกภาพด้านการแต่งกาย มารยาททางสังคม ทฤษฎีการเรียนรู้การรู้จักเข้าใจตนเองและผู้อื่น การเสริมสร้าง มนุษยสัมพันธ์ ทักษะการแก้ปัญหาและการทำงานเป็นกลุ่ม ความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีความฉลาดทางอารมณ์ สุขภาพจิต และการปรับตัวในการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ เทคนิคการให้คำปรึกษา การประยุกต์ใช้หลักบุคลิกภาพและจิตวิทยากับ การบริการสุขภาพและความงาม แผนการเรียน ครั้งที่ วันเดือนปี คาบ หัวข้อ ผู้สอน/ผู้บรรยาย 1 ส.22 ก.ค.66 เช้า แนะนำการเรียน จิตวิทยา การเรียนรู้การรู้จัก เข้าใจตนเองและผู้อื่น - รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ บ่าย ทักษะฝึกพูดในโอกาสต่างๆ และการบริการด้วยใจ 2 อ.23 ก.ค.66 เช้า การพัฒนาบุคลิกภาพและการปรับตัว มารยาททางสังคม - อ.นิษา ภิญญาไกรรวี* ที่ปรึกษาพิเศษ และพิธีกรทีวี บ่าย การพัฒนาบุคลิกภาพและการปรับตัว มารยาททางสังคม (ต่อ) - อ.ณภัทรลดา ดอกพวง* มิสแกรนด์ปัตตานี 2020 - อ.อัชฌา พุทธิชาติ* Hair stylist จาก MMC Mix Me Cutety Hair 3 ส. 29 ก.ค.66 เช้า จิตวิทยา ความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ความฉลาดทางอารมณ์ - อ.ดร.ทิพย์วารินทร์ เบญจนิรัตน์ บ่าย เทคนิคการให้คำปรึกษา 4 อ. 30 ก.ค.66 เช้า การเสริมสร้างมนุษย์สัมพันธ์ - อ.ดร.พรรณี โรจนเบญจกุล บ่าย การทำงานเป็นกลุ่มและการปรับตัวในการทำงาน 5 ส. 5 ส.ค.66 เช้า การประยุกต์ใช้หลักบุคลิกภาพและจิตวิทยากับ การบริการสุขภาพและความงาม - ผศ.ดร.คมกฤช รัตตะมณี บ่าย การประยุกต์ใช้หลักบุคลิกภาพและจิตวิทยากับ การบริการสุขภาพและความงาม (ต่อ) หมายเหตุ 1. เช้า 09.00-12.00 น. บ่าย 13.00-16.00 น. 2. วิทยากรพิเศษ* 3. กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
จิตวิทยาการเรียนรู้ การตระหนักรู้ในตนเอง (SELF AWARENESS) รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรสวัสดิ ี WHAT WE LEARN การตระหนักรู้ในตนเอง (SELF-AWARENESS) การตระหนักรู้ในตนเองคืออะไร? การรู้จักและเข้าใจตนเองสําคัญอย่างไร? คณแนะนําตัวเองให้เพื อนใหม่รู้จัก ุ ? คณแนะนําตัวเองอย่างไร ุ ? ชออะไร ื ? เกิดที ไหน? เรียนอะไร? ทํางานอะไร? มีพี น้อง? เกิดที ไหน?
คนอื นรู้จักคณจากข้อมูลเหล่านั ุ น เราจะรู้จักตนเองได้จากอะไรบ้าง? ... มารู้จักตนเองกันเถอะ อารมณ์ความรู้สึก ประสบการณ์ความสามารถด้านต่าง ๆ ความคิดของตนเอง การรับรู้ทางร ่างกาย ความสามารถในการมองเห็นตนเอง และตระหนักถึงสิง ต่าง ๆ ที เกิดขึ นกับตนเองได้อย่างชดเจนั ผ่านการรับรู้ และเข้าใจสภาวะต่าง ๆ เชน ่ การตระหนักรู้ในตนเอง Self Awareness หมายถึง / การรู้จักและเข้าใจตนเอง Joseph Luft & Harry Ingham (1955) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เฝ า สังเกตุพฤติกรรมมนุษย์ได้ค้นพบและนําเสนอทฤษฎี"The Johari Window Model" (หน้าต่างโจฮาร)ี The Johari Window Model อธิบายว่า มนุษย์ทุกคนจะนําเสนอตัวตน โดยแบ่งพื นที ออกเป น 4 หน้าต่าง (window) ภายในหน้าต่างที ถูกแบ่งออก นี คือที อยู่ของตัวตนในแง่มุมต่างๆ ขึ นกับว่ามนุษย์ผู้นันจะเลือกเป ดเผย ซุกซ่อน แสดงออก หรือป ดบัง แต่ละหน้าต่างก่อให้เกิด "วิธปฏิสัมพันธ์ ี ระหว่างบุคคล" ขึ น การรู้จักตนเองมก ีด้าน ี
การรู้จักตนเองม 4 ี ด้าน Open Self เรารู้ เขารู้ Blind Self Hidden Self Unknown Self เรารู้ เขาไม่รู้ เราไม่รู้ แต่เขาดูออก เราไม่รู้ เขาไม่รู้ - The Johari Window Model การรู้จักตนเอง ด้าน Open Self Open Self เรารู้ เขารู้ ตัวตนส่วนที เรารู้จักตัวเองดี รู้ว่า ตนเองคิดอะไร มีศักยภาพอะไร รู้สึก อย่างไร และเราเป ดเผยให้คนอื นรับ รู้ตัวตนนั นอย่างตรงไปตรงมา คนรอบตัวจะรู้และเข้าใจตัวตนของ เราส่วนนี - The Johari Window Model การรู้จักตนเอง ด้าน Blind Self Blind Self เราไม่รู้ แต่เขาดูออก ตัวตนส่วนนี คนอื นรอบตัวรับรู้ และ สัมผัสความเป นตัวตนของเราได้ แต่ ตัวเราเองกลับไม่รู้ว่ามีพฤติกรรม/ ความสามารถเหล่านี หน้าต่างบานนี เป น "พื นที บอด" เราจะรับรู้พื นที บอดนี ได้ก็ต่อเมื อผู้ อื นเตือน/ชี แนะ เราเป นคนชอบเอาชนะ ชอบแข่งขันกับคน อื นแบบไม่รู้ตัว เราอาจจะชอบยักคิวเวลาพูด แต่เราไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น - The Johari Window Model
การรู้จักตนเอง ด้าน Hidden Self Hidden Self เรารู้ เขาไม่รู้ ตัวตนส่วนนี เรารู้แต่เพียงผู้เดียว คนอื นไม่รู้ มาก่อน ตัวตนส่วนนี ถูกซ่อนไว้เป นความลับส่วนตัว ไม่แชร์ให้ใครทราบ มีสาเหตุมาจากกําแพงในใจ / ประสบการณ์ ที เคยเจอมา / ค่านิยมในสังคม ถ้าจะมีการแสดงตัวตนส่วนนี ออกมา จะ แสดงออกในลักษณะที ยังป ดบังตัวตน เช่น แอคเคาทฺหลุม เฟซบุ๊กอวตาร - The Johari Window Model การรู้จักตนเอง ด้าน Unknown Self Unknown Self เราไม่รู้ เขาไม่รู้ ตัวตนส่วนนี มืดมิดเลย เป นดินแดน ที ไม่มีใครค้นพบ ตัวเราเองก็ไม่รู้ คน รอบตัวก็ไม่รู้ว่าเรามีความสามารถ/ ทักษะประเภทนี ด้วย เป นตัวตนที รอการค้นพบ (ไม่รู้จะเจอ หรือไม่ และจะเจอเมื อไหร่) เช่น เราอาจไม่รู้ว่าตัวเองมีความ สามารถด้านใดด้านหนึ งมากๆ จนกว่าจะได้ลองทํา/หยิบจับสิงนั น - The Johari Window Model เราควรจัดการกับหน้าต่าง แต่ละบานอย่างไร? - The Johari Window Model ควรเพิ มหน้าต่าง บานที 1 บนซ้าย Open Self (เรารู้ เขารู้) ให้ใหญ่ขึ น และลดขนาดบานอื นๆ ให้เล็กลง ลดบานที 2 บนขวา Blind Self (เราไม่รู้ แต่เขาดูออก) ทําได้โดย การยอมรับคําติชมที ผู้อื นบอกเรา เพราะสิงนั นเป นสิ งที เราไม่ได้ รับรู้ แต่คนอื นมองเห็น การยอมรับคําติชมเหล่านัน จะมีส่วนไป ช่วยขยายบานที 1 ให้ใหญ่ขึ นเอง เพราะเราได้รับรู้มันแล้ว ลดบานที 3 ล่างซ้าย (เรารู้ เขาไม่รู้) ด้วยการยอมรับข้อเสียของ ตนเอง และบอกให้ผู้อื นรับรู้ เท่านันหน้าต่างบานที 4 ก็จะลดไป เองโดยปริยาย เพราะเราไม่กลัวที จะรับความเห็นผู้อื น และกล้าที จะยอมรับตัวเอง Open Self เรารู้ เขารู้ Hidden Self เรารู้ เขาไม่รู้ Blind Self เราไม่รู้ แต่เขาดูออก Unknown Self เราไม่รู้ เขาไม่รู้
Eric Berne (1957) จิตแพทย์ชาวอเมริกัน เสนอทฤษฎี "Transaction Analysis: TA" เป นทฤษฎีการวิเคราะห์การสื อสาร ระหว่างบุคคล เพื อชวยมนุษย์ให้เข้าใจบุคลิกภาพและพฤติกรรมการ ่ แสดงออกระหว่างบุคคล ภายใต้ทฤษฎี TA นี มีแนวคิดทัศนะต่อชวิตี (Life Position) ชวย ่ ให้บุคคลเข้าใจซึ งกันและกัน รู้จักและเข้าใจพฤติกรรมที ตน แสดงออก รู้จักปรับเปลี ยนให้สอดคล้องกับผู้อื น มีด้วยกัน 4 แบบ ทัศนคติต่อชวิตี (Life Position) "รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื น" ทัศนคติต่อชวิตี (Life Position) "รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื น" I'm not Ok - You're OK ฉันไม่ดี - เธอดี I'm Ok - You're Ok I'm not OK - You're not OK I'm OK - You're not OK ฉันไม่ดี - เธอไม่ดี ฉันดี - เธอดี ฉันดี - เธอไม่ดี I'm NOT OK with me You're NOT OK with me You're OK with me I'm OK with me ทัศนคติต่อชวิตี (Life Position) "รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื น" I'm Ok - You're Ok I'm not Ok - ฉันดี - เธอดี You're OK ฉันไม่ดี - เธอดี I'm not OK - You're not OK I'm OK - You're not OK ฉันไม่ดี - เธอไม่ดี ฉันดี - เธอไม่ดี ตําแหน่งนี บุคคลมีความเชื อว่า ทังต้น เองและผู้อื นเป นคนดี มีคุณค่า มีความ สามารถ พฤติกรรมที แสดงออกจึงเป นไปใน ลักษณะที มีความสุข มีความ กระตือรือร้น กล้าแสดงออก ยอมรับผู้ อื นและมองโลกในแง่ดี พร้อมสร้างสัมพันธ์ที ดีกับผู้อื น
ทัศนคติต่อชวิตี (Life Position) "รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื น" I'm Ok - You're Ok ฉันดี - เธอดี I'm not Ok - You're OK ฉันไม่ดี - เธอดี I'm not OK - You're not OK ฉันไม่ดี - เธอไม่ดี I'm OK - You're not OK ฉันดี - เธอไม่ดี ตําแหน่งนี บุคคลมีความเชื อว่า ตนเองดี มีคุณค่า มีความสามารถ แต่บุคคลอื น เป นคนไม่ดี ไม่มีความสามารถ พฤติกรรมที แสดงออกเป นลักษณะเชื อ มันในตนเอง แต่ไม่ยอมรับผู้อื น ไม่มีความไว้วางใจผู้อื น ทัศนคติต่อชวิตี (Life Position) "รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื น" I'm Ok - You're Ok ฉันดี - เธอดี I'm not Ok - You're OK ฉันไม่ดี - เธอดี I'm not OK - You're not OK ฉันไม่ดี - เธอไม่ดี I'm OK - You're not OK ฉันดี - เธอไม่ดี ตําแหน่งนี บุคคลมีความเชื อว่า ตนเอง ไม่ดี ไม่มีความสามารถ ในขณะที คนอื น เก่งกว่า มีความสามารถมาก เป นลักษณะที ขาดความเชื อมันในตนเอง มีพฤติกรรมต้องการการเห็นอกเห็นใจ จากผู้อื น รอคอยความช่วยเหลือจากผู้ อื นเสมอ ทัศนคติต่อชวิตี (Life Position) "รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื น" I'm not OK - You're not OK ฉันไม่ดี - เธอไม่ดี I'm Ok - You're Ok ฉันดี - เธอดี I'm not Ok - You're OK ฉันไม่ดี - เธอดี I'm OK - You're not OK ฉันดี - เธอไม่ดี ตําแหน่งนี บุคคลมีความเชื อว่า ทัง ตนเอง และผู้อื นไม่ดี ไม่มีความสามารถ ใดๆ ทังนั น พฤติกรรมที แสดงออกมีลักษณะหดหู่ สินหวัง ขาดความกระตืนรือร้น หมด กําลังใจ
มิติการรู้จักและ เข้าใจตนเอง เราสามารถรู้จักและเข้าใจตนเองได้ จาก 7 สิ งเหล่านี งานอดิเรก สิ งที ทําแล้วมีความสุข กิจกรรมที ทําแล้วมีสมาธิ สามารถจดจ่อกับ สิ งนั นได้นานๆ ไม่ต้องใช้ความพยายาม ความสนใจ (Interest) ความชอบ/ลักษณะนิสัยติดตัว (Preference & Temperament) สไตล์การทํางานที ชอบและถนัด ลักษณะการคิด การชอบแบบไม่มีเหตุผล เช่น กลิ น สี รส ลักษณะเฉพาะตามธาตุเจ้าเรือนเช่น ธาตุดิน ชอบอาหาร ที มีรสหวาน มัน ฝาด / ธาตุน า ชอบอาหารที มีรสขม เปรี ยว หรือร้อน เป นต้น เราสามารถรู้จักและเข้าใจตนเองได้ จาก 7 สิ งเหล่านี ลักษณะบุคลิกภาพ ท่าทาง การแสดงออก การใช้คําพูด พฤติกรรมและการแสดงออก (Behavior & Expression) ความเข้าใจด้านอารมณ์ความรู้สึก (Emotion) ความรู้สึกที เกิดขึ นบ่อยๆ จนคุ้นเคย ระยะเวลาในการอยู่กับอารมณ์นั นๆ อารมณ์ความรู้สึกที อยากผลักไส ไม่ต้อนรับ อารมณ์ด้านลบ
เราสามารถรู้จักและเข้าใจตนเองได้ จาก 7 สิ งเหล่านี การมีเพื อนสนิท และการแสดงออกกับเพื อนสนิท การทําความรู้จักกับคนแปลกหน้า / เพื อนใหม่ เช่น เป นคนชอบทักทายผู้ อื นก่อนเสมอ พฤติกรรมที แสดงออกกับกลุ่มคนที สบายใจที จะอยู่ด้วย เช่น กล้าหัวเราะ เสียงดัง เป นต้น ลักษณะการมีปฏิสัมพันธ์ (Relationaship Pattern) คุณค่า (Value) ต้นแบบความชอบ เช่น พ่อแม่, ศิลป นที มีชื อเสียง คุณค่าที ยืดถือ และให้ความสําคัญ เช่น การเป นคนตรงต่อเวลา คุณค่าที มักจะเลือกใช้บ่อยๆ เช่น การแสดงออกอย่างอ่อนน้อม ถ่อนตน การเป นผู้มีน าใจชอบช่วยเหลือ สิ งที ไม่ใช่ตัวตนของเรา และเราไม่สามารถทนอยู่กับสิ งนั นได้ เช่น ไม่ชอบการทํางานกับตัวเลขและสถิติ เราสามารถรู้จักและเข้าใจตนเองได้ จาก 7 สิ งเหล่านี ความต้องการสูงสุดในชีวิต - สิ งที อยากทําในชีวิต จุดมุ่งหมายชีวิตระยะยาว - จุดหมายที จะพาให้เรา ตัดสินใจทําป จจุบันให้ดีขึ น เป นแรงผลักดันให้วัน ข้างหน้าประสบความสําเร็จ สิ งที ทําแล้วเกิดความเติมเต็ม - กิจกรรมหรืออะไรที ทําแล้วเกิด Self-esteem สร้างความภาคภูมิใจให้ กับตนเอง ช่วงเวลาที มีความสุขในชีวิต - ช่วงไหนที รู้สึกว่าเป น ช่วงที มีความหมายต่อชีวิต ต้องการจดจํา คิดถึง แล้วมีความสุข จุดมุ่งหมายในชีวิต (Life Purpose) Maslow's Hierarchy of Needs การที เราจะรู้จักและเข้าใจตนเองและผู้อื นได้นั น เราต้องเข้าใจลําดับขั นของความ ต้องการพื นฐานของมนุษย์ให้ได้ก่อน Abraham Harrold Maslow ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา และนักทฤษฎีจิตวิทยา มานุษยนิยม อธิบายว่า มนุษย์ทุกคนมีลําดับขั นความต้องการพื นฐาน 5 ขั น ได้แก่ Physiological needs (ความต้องการทางกายภาพ) Safety (ความต้องการความมั นคงปลอดภัย) Love & Belongingness (ความต้องการความรักและการเป นเจ้าของ) Esteem (ความต้องการความเคารพนับถือ) Self-Actualization (ความสมบูรณ์ของชีวิต) ขั นพื นฐานที สุดจะอยู่ข้างล่าง และความสมบูรณ์สูงสุดของชีวิตจะอยู่ด้านบน
Self-Actualization ศักยภาพสูงสุดของบุคคล ความสมบูรณ์ การสมความปรารถนา การมาถึงจุดสูงสุดนี ความต้องการ 2-5 ต้องได้รับการตอบสนอง Love and Belongingness การเป นที รัก การได้รับการยอมรับ การเป นหนึ งในสมาชิกของกลุ่ม Physiological Needs เช่น อาหาร น า อากาศ สัญชาตญาณ ความต้องการทางเพศ Esteem ความต้องการการนับถือ ให้เกียรติ การเห็นคุณค่า ความภาคภูมิใจในตนเอง Safety ความปลอดภัยส่วนบุคคล ชีวิต ทรัพย์สิน ความมั นคงทางการเมือง การประกันภัย Maslow's Hierarchy of Needs ความสําคัญของการรู้จักและเข้าใจตนเอง ทําให้เรามีความกระตือรือร้น รู้จักยอมรับตนเอง และผู้อื น ช ่วยส่งเสริมการพัฒนาตนเองในด้านบวก เช ่ น เมื อรู้และเข้าใจตนเองดีแล้วว่าเป นคนสนใจการทํางานสปา อยู่กับการทํางานสปาแล้วมีความ สุข จึงยินดีเต็มใจที จะเข้ารับการพัฒนาตนเองในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา วิทยาศาสตร์สุขภาพและความงาม และสามารถจัดสรรเวลาเรียน จนประสบความสําเร็จได้ใบ ปริญญาตามความต้องการ บรรลุความต้องการขันพื นฐานทั ง 5 ได้เป นต้น ช ่วยส่งเสริมความสามารถในการตัดสินใจทําสิ งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ น ทําให้ทํางานได้ดีขึ น สื อสารได้อย่างราบรื น มีความมันใจในทุกเรื อง ผลกระทบหากเราไม่รู้จักและเข้าใจตนเอง ไหลตามคนอื น และกระแสสังคมใหม่ๆ ที เข้ามา จน ทําให้เราเข้าไปเป นส่วนหนึ ง และค้นพบว่าอาจไม่ใช่ สิ งที ตนชอบ ก่อให้เกิดการเสียประโยชน์หรืออยู่ใน สภาวะที ไม่คุ้นเคย ขาดความเช ื อมันในตนเอง ขาดความมันคงทางอารมณ์ และจิตใจ
Contact Me Contact Me [email protected] elahs.ssru.ac.th/somdech_ru ทักษะการพ ู ด รศ.ดร.สมเดช ร่งศรีสวัสดิ์ ุ พูดดีเป็ นศรีแก่ปาก = น. พูดดีมีคนนิยมชมชอบ พ ู ดอย่างมะนาวไม่มีน ้า = ก. พูดห้วน ๆ พูดไปสองไพเบี้ ย นิ่งเสียงต าลึงทอง = ก. พูดไปไม่มีประโยชน์ นิ่งเสียงดีกวา ่ พูดเป็ นน ้าไหลไฟดับ = ก. พูดคล ่องเหลือเกิ น
ปากมีไว้.... แบบทดสอบก ่อนเรียน ๑.ข้อใดเป็ นถ้อยค าที่เป็ นข้อเตือนใจก่อนพูดได้ดี ที่สุด ก. ปากเป็ นเอกเลขเป็ นโท ข. พูดดีเป็ นศรีแก่ตัว พูดชัวอัปราชัย ่ ค. พูดไปสองไพเบี้ ย นิ ่งเสียต าลึงทอง ง. ปากปราศรัย น ้าใจเชือดคอ แบบทดสอบก ่อนเรียน ๒. การพูดในที่ชุมชน ควรใช้ภาษาแบบใด ก. ภาษาปาก ข. ภาษาทางการ ค. ภาษาเขียน ง. ภาษาแบบกนเอง ั
แบบทดสอบก ่อนเรียน ๓.ความสามารถในการพ ู ดเกิดจากอะไร ก.การค้นคว้า ข.การถามผู้รู้ ค.การฟังนักพูดฝี ปากเอกพูด ง. การศึกษาและฝึ กฝน แบบทดสอบก ่อนเรียน ๔. การเตรียมเนื้อเรื่องที่พ ู ดที่ดีที่ส ุ ดคือ้ออใด ก. ถ้าพูดเก่ งอยูแล้ว ไม ่ ่ต้องเตรียมมากนักกได้ ็ ข. เตรียมเรื่องขณะที่สบายใจและมีเวลาวาง ่ ค. สนทนา อ ่านหนังสือ สัมภาษณ์และลงพื้นที่ ง. เตรียมเฉพาะเรื่องที่เราถนัดมากที่สุด แบบทดสอบก ่อนเรียน ๕.หากมีเสียงรบกวนจากภายนอก เช่น เสียงเครื่องบิน ผอพ ู ูดควรปฏิบัติอย่างไร ก. ใช้ภาษาใบ้แทนการพูด ข. หยุดพูดจากวาเสียงนั ่ ้ นจะสงบ ค. พูดเสียงดังขึ้นให้กลบเสียงนั้ น ง. เดินไปมาเพื่อไม่ให้ผู้ฟังเบื่อ
แบบทดสอบก ่อนเรียน ๖. การจัดเนื้อเรื่องควรเรียงล าดับอย่างไร ก. เนื ้อเรื่อง อารัมภบท สรุป ข. สรุป เนื ้อเรื่อง อารัมภบท ค. อารัมภบท เนื ้อเรื่อง สรุป ง. สรุป อารัมภบท เนื ้อเรื่อง แบบทดสอบก ่อนเรียน ๗. ้ออใดไม่ใช่การอารัมภบทที่ดี ก. อ้างค าถาม ข. อ้างสุภาษิต ค. ตั ้งปัญหาให้ผู้ฟังสงสัย ง. ออกตัวก่ อนวาอาจพูดได้ไม ่ ่ดี แบบทดสอบก ่อนเรียน ๘. การวิจารณ์ควรหลีกเลี่ยง้ออใดมากที่ส ุ ด ก. การเสนอข้อดี ข. การเสนอความคิดของตัวเอง ค. การพูดต าหนิ ง. การเสนอความคิดเห็นรุนแรง
แบบทดสอบก ่อนเรียน ๙.้ออใดไม่ใช่มารยาทที่ดีในการพ ู ด ก.คิดให้รอบคอบการพูด ข.ใช้อารมณ์ให้ถูกกาลเทศะ ค.พูดแสดงภูมิรู้ให้มาก ง.ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น แบบทดสอบก ่อนเรียน ๑๐. การพ ู ดใน้ออใดตอองใชอศิลปะในการพ ู ดมากที่ส ุ ด ก. การพูดเพื่อค้นหาความจริง ข. การพูดเพื่อให้ความรู้ ค. การพูดเพื่อโน้มน้าวใจ ง. การพูดเพื่อจรรโลงใจ แบบทดสอบก ่อนเรียน เฉลย ๑.ข ๖. ค ๒.ข ๗. ง ๓.ง ๘. ง ๔.ค ๙. ค ๕.ข ๑๐. ค
แบบทดสอบก ่อนเรียน วัดเกรดกนหน ั ่ อย ๙ – ๑๐ คะแนน ดีมาก ๗ – ๘ คะแนน ดี ๕ – ๖ คะแนน ปานกลาง ๓ – ๔ คะแนน ค ่อนข้างต ่า ๐ – ๒ คะแนน ต ่า การพูด การส่งสารดอวยการพ ู ด ๑. ความหมาย้องการพ ู ด การพูด หมายถึง การถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ และความรู้สึก ของผู้พูดไปสู่ผู้ฟังโดยอาศัยถ้อยค า น ้าเสียงและอากปกั ิริยาท่าทางประกอบจนเป็ น ที่เข้าใจกนได้ ตามจุดมุ ั ่งหมายของผู้พูด การพูดเป็ นได้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่วาเป็ น ่ “ศาสตร์” เพราะการพูด จะต้องมีหลักเกณฑ์ และวิธีการต่างๆ ที่ใช้สอน ถ่ายทอด ปฏิบัติ ฝึ กฝน เช ่นเดียวกบหลักวิชาแขนงอื่น ๆ ในส ั ่วนที่เป็ น “ศิลป์” นั ้ น กเพราะการพูด ็ เป็ นเรื่องของความสามารถพิเศษเฉพาะบุคคล ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะเป็ นนักพูดที่ดี จึงต้องศึกษาหลักและวิธีการพูดแล้วหมันฝึ กฝนตนเองอยู ่เสมอ ่
๒. จ ุ ดม่งหมาย้องการพ ุ ู ด ทัศนีย์ ศุภเมธี (๒๕๒๖ : ๓๕-๓๖)ได้ให้จุดมุ่งหมายของการพูด ดังนี ้ ๑. การพ ู ดถ่ายทอดความรอ ความคิด ความเ้อาใจ ู ผู้พูดต้องเสนอเรื่องราวที่ เป็ นจริงมีรายละเอียดพอสมควร เช่น การบรรยายวิชาการ ๒. การพ ู ดแสดงความคิดเห็น ผู้พูดควรมีความรู้ความเข้าใจเรื่องนั้ น ๆ ดี และสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ ยวกบเรื่องนั ั้นๆ ให้ผู้ฟังเข้าใจถึงความคิดของ ผู้พูดได้ เช่น การอภิปราย การโต้วาที เป็ นต้น ๓. การพ ู ดเพื่อจรรโลงใจ เป็ นการพูดให้ผู้ฟังเกิดความสนุกเพลิดเพลิน และการ พูดเพื่อยกระดับจิตใจของผู้ฟังให้สูงขึ้ น เช ่น การพูดสอนคติเตือนใจ ๔. การพ ู ดเพื่อโนอมนอาวใจผอฟัง ู เป็ นการพูดที่ผู้พูดต้องมีความสามารถและ ระมัดระวังเป็ นพิเศษวาจะพูดอย ่ างไร จึงจะท าให้ผู้ฟังเก ่ ิดการยอมรับความคิดของตน ๕. การพ ูดเพื่อแนะน าและชี้แนะเรื่องต่างๆ ความคิดเห็นเกี่ ยวกบเรื่องนั ั้น ๆได้ ปากเป็ นเอก..เลขเป็ นโทโบราณวา ่ หนังสือเป็ นตรีมีปัญญาไม่เสียหลาย ถึงรู้มากไม่มีปากล าบากกาย มีอุบายพูดไม่เป็ นเห็นป่ วยการ ความส าคัญ้องการพู ด พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว่ เป็ นมนุษย์..สุดนิยมที่ลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา จะพูดจาพิเคราะห์ให้เหมาะความ ความส าคัญ้องการพู ด สุภาษิตสอนหญิง
ถึงบางพูด..พูดดีเป็ นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชัวตัวตายท าลายมิตร ่ จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา ความส าคัญ้องการพู ด นิราศภูเขาทอง ๓. ความส าคัญ้องการพู ด ๑. การพ ู ดช่วยในการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจ าวัน เพราะการ พูดเป็ นทักษะที่ใช้มากที่สุดในกระบวนการติดต่อสื่อสาร ๒. การพ ู ดสามารถสรอางความสัมพันธ์ระหว่างบ ุ คคลไดอเป็ น อย่างดี มนุษย ์เราจะรู ้จักสนิทสนมหรือ คบหา สมาคมกบผู้อื่นก ั อาศัยการพูดเป็ นการสื่อ การพูดแสดงให้เห็น ็ ลักษณะนิสัย ความคิดความเชื่อของบุคคลที่เราจะคบหาสมาคม ได้ดี ๓. การพ ู ดสามารถสรอางความส าเร็จในงานอาชีพไดอ ๓. ความส าคัญ้องการพู ด นอกจากนี ้แล้ว ความส าคัญของการพูดยังมีดังต่อไปนี้ ๑. เป็ นทักษะทางภาษาที่ใช้สะดวก เข้าใจง่ ายกวาการเขียนซึ่งเป็ น ่ ทักษะที่ใช้ส่งสารเหมือนกน ั ๒. เป็ นเครื่องมือในการสมาคม ท าให้เกิดความส าเร็จในชีวิต เป็ น เครื่องแสดงออกถึงความโง่ ความฉลาด อุปนิสัยของผู้พูด อารมณ์ ความเป็ นมิตร และความเป็ นศัตรูต่ อกน ั ๓. การพูดท าให้การด าเนินงานในวงการต่ างๆ ด าเนินลุล่วงไปด้วยดี ๔. การพูดเป็ นวิชาการที่จ าเป็ นต้องศึกษาเล่าเรียน ๕. การพูดช ่วยท าให้การงานหรืออาชีพเด่นได้
๔. ประเภท้องการพ ู ด นพดล จันทร์เพ็ญ (๒๕๓๑ : ๕๙) ได้แบ่งการพูดออกเป็ น ๒ ประเภท คือ ๑. การพ ู ดอย่างไม่เป็ นทางการ (Informal)คือเป็ นการพูดคุยทัวไปใน ่ ชีวิตประจ าวัน ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนัก แบ่งออกเป็ น ๒ แบบ ได้แก่ ๑.๑ การพูดทัวไป ่ ๑.๒ การสนทนา คือ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสิ่งที่ ผู้พูดกบผู้ฟังมีความสนใจร ั ่ วมกน ั ๒. การพ ู ดอย่างเป็ นทางการ (Formal) เป็ นการพูดที่เป็ น พิธีการมีแบบแผน ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ จะต้องมี การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็ นอยางดี ซึ่งอาจจะเป็ นการพูดในที่ชุมชน ่ ตามโอกาสต่าง ๆ หรือพูดผานสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช ่ ่ น กล ่าวสุนทรพจน์ การพูดให้โอวาท เป็ นต้น ซึ่งแบ่งออกเป็ น ๔ รูปแบบ คือ ๒.๑ การพ ู ดโดยไม่เตรียมตัวล่วงหนอา หรือเรียกวา ่ “การพูดโดยกะทันหัน” ๒.๒ การพ ู ดโดยมีการเตรียมตัวล่วงหนอา หรือเรียกวา ่ “การพูดโดยโน้ตยอ ่ ” สามารถน าโครงเรื่องที่จะพูดมาดูได้ใน ขณะที่พูด ๒.๓ การพ ู ดโดยการอ่านจากตอนฉบับ เรียกวา ่ “การพูด แบบท ่องจ า” การพูดแบบนี ้ เหมาะสมกบผู้พูดที่มีความจ าดี และ ั เป็ นเรื่องที่ไม่ยาวนัก โดยต้องจดจ าประเด็นส าคัญให้ได้ ๒.๔ การพูดโดยการอ่านจากต้นฉบับ เป็ นการพูดตาม ต้นฉบับที่ตระเตรียมไว้ให้ครบถ้วน เช่ น การกล ่าวสุนทรพจน์
ในการพูดอยางเป็ นทางการหรือการพูดในที่ชุมชน ได้แบ ่ ่ ง ขั ้นตอนการพูดออกเป็ น ๓ ขั้นตอน คือ ๑. ก ่อนพูด คือ ขั้นเตรียมตัวเพื่อการพูดและฝึ กพูด ๒. ขณะพูด คือ การปฏิบัติการพูดและการแกปัญหาเฉพาะหน้า ้ ๓. หลังพูด คือ การประเมินผลการพูด อาจจะประเมินด้วยตนเอง และผู้อื่นกได้ ็ ๕. ลักษณะการพ ู ดที่ดี ๑. มีความรู้ดี ๒. มีความคิดดี ๓. มีบุคลิกภาพที่ดี ๔. มีจุดประสงค์ในการพูดที่แน่นอน ๕. มีการเตรียมการพูดที่ดี ๖. มีไหวพริบปฏิภาณดี ๗. มีอารมณ์ขัน ๘. มีความเคารพความคิดเห็นผู้อื่น ๙. มีความตรงต่อเวลา ๑๐. มีความเชื่อมันในตนเอง่ ๑๑. มีความสามารถในการวิเคราะห์ผู้ฟัง ๑๒. มีศิลปะและลีลาการพูดที่ดี มารยาทในการพ ู ด คิดก่ อนพูด ไม่ใช้อารมณ์ ใช้วาจาสุภาพ ยิมแย้มแจ ้ ่มใส ไม่ อวดตน ไม่ ผูกขาดการพูด รับฟังความคิดของผู้อื่น ไม่พูดขัดหรือแทรก ไม่พูดเรื่องของตนเองมากเกินไป
๖. ปัญหาเกี่ยวกับการพู ด ๑. การออกเสียง บางคนออกเสียงค่อยไป บางคนออกเสียงภาษาไทยกลาง (มาตรฐาน) ไม่ชัดเจน ส าเนียงจะออกมาเป็ นภาษาถิ่นที่ตนเคยชิน หรืออวัยวะที่ เกี่ยวข้องกบการออกเสียง ั บกพร่อง เช่น ฟันหัก ลิ ้นไก่สัน ปากแหว่ง่ ๒. ออกเสียงภาษาไทยผิดเพี้ยนไป เพราะความนิยมวาเป็ นสิ ่่งโกเก ้ ๋ เช่น ออกเสียงภาษาไทย เป็ นส าเนียงฝรั่ง เช่น ยากส์ มันส์ ฟังแล้วเหมือนพูดภาษาไทยไม่ชัด พูดภาษาไทยค าปน ภาษาต่างประเทศค า มีเสียงเสียดแทรกเหมือนภาษาฝรั่ง เป็ นต้น ๓. ใชอภาษาไทยไม่ถูกตอองตามหลักภาษา เช่น ค าราชาศัพท์ บุพบท ลักษณะนาม และการใช้ถ้อยค าส านวนได้ถูกต้อง ๔. การใชอค าและส านวนต่างประเทศ เช่น สมศรีเตรียมแพ็คกระเป๋ าไปช้อปปิ้ งที่สิงคโปร์ เจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์ภาพยนตร์เรื่องนี้ มากเกินไป ๗. ประเมินผลการพ ู ด ภายหลังเสร็จสิ้นการพูดแล้ว ควรมีการประเมินผล เพื่อเป็ นการปรับปรุง การพูดให้มีประสิทธิภาพยิงขึ ่ ้น มีการประเมิน ๓ ทาง ได้แก่ ๑. การประเมินผลการพ ู ดนี้ผอพ ู ู ดอาจท าเอง แต ่ต้องมีจิตใจเป็ นกลางไม่ เข้าข้างตัวเอง โดยสังเกตจากปฏิกิริยาตอบสนองจากผู้ฟังเป็ นหลัก ๒. การประเมินอีกทางหนึ่งคือ ให้ผู้ฟังเป็ นผู้ประเมินอาจขอร้องผู้ใกล้ชิด ช ่วยประเมินด้วยวาจา หรือให้ผู้ฟังกรอกแบบฟอร์มประเมินผลตามที่เตรียมไว้และ แจกให้ ผู้ฟังก่ อนการพูด ๓. การประเมินจากผอทรงค ู ุ ณว ุ ฒิ หรืออาจารย์ผู้ช านาญการเฉพาะ ตัวอย่าง แบบประเมินการพ ู ด ้ออที่ รายการประเมิน ดีที่สุด ดี ปานกลาง ไม่ดี ไม่ดีเลย ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ น ้าเสียง (แจ่มใส ชัดเจน ค่อย ดัง แหบ เครือ สูง ต ่า) ท่วงทีท่าทาง (ท่ายืน ท่านั่ง การใชอมือ การใชอท่าประกอบ) การแต่งกาย เนื้อหาสาระ (เนื้อเรื่อง ตัวอย่าง เนื้อเรื่องประกอบ) การเสนอความคิด เวลาที่ใชอ มารยาท ความถูกตออง (การออกเสียง ตัว ร ล ค าควบกล ้า ถูกตออง ตามอัก้รวิธี) จังหวะในการพูด ภาษาส านวนที่ใชอ ความสัมพันธ์ระหว่างผอพู ูดกับผอฟังู ้ออเสนอแนะ......................................................................................... ลงชื่อ...............................................ผู้ประเมิน
สวัสดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา SERVICE M ND รองศาสตราจารย์ดร.สมเดช รุ่งศรสวัสดิ ี I [email protected] https://elahs.ssru.ac.th/somdech_ru สร้างจิตสํานึกที ดีในการบริการ "ทักทาย" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
กล่าวทักทายด้วยคําว่า "สวัสดี" หากไม่รู้จะหาคําพูดอะไรมาทักทายผู้อื น ให้กล่าวคําว่า "สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ" "สวัสดี" เป นคําง่ายๆ ใชได้กับทุกกลุ่ม ้ "สวัสดี" เป นการเป ดบทสนทนาเพื อสานต่อเรื องที จะพูดต่อไป ผู้ให้บริการควรเริมต้นทักทายผู้รับบริการด้วยคําว่า "สวัสดี" เอ่ยคําทักทายว่า "สวัสดี" พร้อมสองมือพนม ค่อยๆ ก้มศีรษะ เพื อแสดงความเคารพนอบน้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวทักทายด้วย "รอยยิม " ยิมเท่านั นจะชนะใจคน คนที ยิมแย้มแจ่มใส อยู่เสมอ บ่งบอกได้ว่าเป นคนอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดีน่าคบหาสมาคม ตรงกันข้ามกับคนที ทําหน้าบึ งตึง หงิกงอตลอดเวลา การยิมจึงเป นการผูกมิตรที ดี ทําได้ง่าย ๆ ยิมให้ดี ต้องไม่แสยะยิม ไม่ฟ นยิม ต้องยิมแสดงออกจากใจ การยิมแย้มสร้างสัมพันธภาพที ดีให้กับผู้พบเห็นได้ ไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรือปฏิสัมพันธ์ด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กรณ ีผู้ให้บริการรู้จักผู้รับบริการ ทักทายด้วยการ "ถามถึงเรื องทั วไป" หากรู้จักผู้รับบริการ สามารถเป ดประเด็นทักทายด้วยการถามเรื องทัวๆ ไปได้เชน ่ ข้อควรระวัง - ไม่ควรถามเรื องส่วนตัว เชน ่ เงินเดือน ครอบครัว เพราะผู้รับบริการบางท่านอาจ ถือสาเรื องดังกล่าว "สวัสดีค่ะ คุณสมเดช วันหยุดยาวนี ไปพักผ่อนที ไหนคะ" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
การทักทายไม่จําเป นต้องทักทายแบบเผชญหน้าเสมอไป ิการทักทายสามารถจัดส่งของฝากเล็ก ๆ น้อยๆ ไปให้เพื อผูกใจผู้รับบริการก็ได้ แท้จริงแล้วผู้รับบริการไม่ได้สนใจมูลค่าของฝาก แต่สนใจความเอาใจใส่ที มอบให้มากกว่า การมอบของฝากควรพิจารณาให้เหมาะสมกับวาระ โอกาส และเหตุการณ์ที เกิดขึ น เชน ่ หากทราบว่าผู้รับบริการไม่สบาย ควรมอบกระเชาผลไม้และฝากโน้ตข้อความสั ้ นๆ แสดง ความห่วงใย ทักทายด้วยการ "มอบของฝาก" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา การปฏิบัติตอบ ในทางกลับกันหากผู้ให้บริการเป นฝ ายที ถูกทักทายก่อน อย่ารีรอให้ผู้รับบริการเข้ามาทักทายก่อน ผู้ให้บริการควรเป นฝ ายรุก เพื อสร้างความประทับใจ เป นเสน่ห์ของการบริการข้อหนึ ง ควรตอบรับการทักทายนัน อย่าปล่อยให้ผู้ทักทายรู้สึกเสียหน้า อับอาย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา What is a "service mind"? มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
S E R V I C E Impression (ความประทับใจ) Smile (ยิมแย้ม ) Enthusiasm (กระตือรือร้น) Rapidness (รวดเร็ว ครบถ้วน) Value (มีคุณค่า) Courtesy (สุภาพอ่อนโยน) Endurance (อดทน อดกลัน ) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา M I N D Make belief (มีความเชอ ื ) Insist (ยืนยัน/ยอมรับ) Necessitate (การให้ความสําคัญ) Devote (การอุทิศตน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา SERVICE Mind การบริการที ดีผู้ให้บริการต้อง มจิตใจในการให้บริการ ี คือ ต้องมีจิตใจ/มีใจรัก มีความ เต็มใจในการบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ผู้รับบริการถูกเสมอ และต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ ให้บริการด้วยความสะดวก รวดเร็ว ใชถ้อยคําไพเราะ ้ ให้คําแนะนําด้วยใจยินดี มีความเอาใจใส่ต่อการบริการ ยกย่องและปฏิบัติอย่างเสมอภาคต่อผู้รับบริการทุกคน ผู้รับบริการต้องได้รับการให้เกียรติ ไม่บังคับขู่เข็ญให้เกิดความไม่พอใจ มีพฤติกรรมบริการที ดีสร้างความน่าเชอถือ ื ทําให้ผู้รับบริการกลับมาใชบริการอีกครั ้ ง 1. 2. แนวทางการให้บริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปากเสีย งานมาก หน้างอ รอนาน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อาการน่ารังเกียจ หลบหน้า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ลาบ่อย อ่อยฝ ก นึกป วย ฉวยโอกาส
ความต้องการของผู้รับบริการ ข อใ ห้ตั วเ อ ง ได้รับปร ะ โ ย ชน์ คว าม ส ะดว ก สบ า ย แ ล ะมั นค ง คว ามใ ส่ใ จ คว ามภ าคภูมิใ จ ยก ย่อ ง V I P คว ามรู้สึก สําเร็จ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา การบริการเป นวิธีการดําเนินชวิตของคนยุคดิจิทัล ี การบริการเป นหน้าที ของทุกคน การบริการสําหรับทุกคน ลูกค้า ประชาชนทัวไป เพื อนเจ้านาย แผนกงานต่อจากท่าน คือ ลูกค้าของท่าน "Your next department is your customer" ขอบข่ายของการบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา บริการอย่างประทับใจและรับประกันความพึงพอใจ ให้บริการเกินกว่าความคาดหวัง หัวหน้าบริการลูกน้อง <--> ลูกน้องบริการลูกค้า โลกใบที หัวหน้าปฏิบัติต่อลูกน้อง = โลกใบเดียวกับที ลูกน้องปฏิบัติต่อลูกค้า ปรัชญาการให้บริการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ความล้มเหลวของการบริการ คิดแต่เรื องตัวเอง (Egocentric) ไม่กล้าแสดงออก เฉื อยชา เต็มไปด้วยป ญหาส่วนตัว ขาดความรู้และความสํานึกในการบริการ แนวทางสร้างความประทับใจการบริการ จัดเตรียมสถานที บริการให้สะอาด สะดวก เป นระเบียบ จัดเตรียมตัวผู้ให้บริการให้สวยงาม สะอาด และสุภาพ ตรงต่อเวลา ให้บริการอย่างอบอุ่นเป นมิตร ให้บริการตามลําดับ ไม่ลําเอียง ให้ข้อมูลที ถูกต้องและรวดเร็วแก่ผู้รับบริการ อํานวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการทุกๆ ด้าน ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการด้วยความเต็มใจ แสดงความขอโทษและน้อมรับผิดเมื อเกิดความผิดพลาด ยินดีรับฟ งข้อเสนอแนะของผู้รับบริการ ทํางานให้สําเร็จ และตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดส่งให้ผู้รับบริการ บอกลาผู้รับบริการด้วยไมตรีจิต โค้งให้อย่างอ่อนน้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิเคราะห์ทัศนคติและพฤติกรรมการสัมพันธ์ของผู้รับบริการ เข้าใจธรรมชาติความแตกต่างของแต่ละบุคคล มีหัวใจบริการ รู้หลักและแนวทางในการแก้ป ญหาเฉพาะหน้า มีเทคนิคในการจัดการข้อโต้แย้ง แนวทางจิตวิทยาการสร้างคณภาพการบริการ ุ
ไวต่อความต้องการของผู้รับบริการ มีป ยะวาจา มีความรับผิดชอบสูง ไว้ใจได้ สุขภาพดีทังกายและใจ ขวนขวยหาข้อมูลใส่ตนเสมอ มีพรหมวิหาร 4 สนใจห่วงใยผู้อื น เอาใจเขามาใส่ใจเรา บุคลิกดียิมแย้มแจ่มใส 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. บุคลิกภาพผู้ให้บริการที ด ี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา S e r v i c e M i n d Assoc. Prof. Dr. Somdech Rungsrisawat
Improove Inside and outside for better personality NISA PH. WITH SSRU JULY 23, 2023 Personality Development “บุคลิกภาพ คือ หน้ากากเฉพาะคน” "บุคลิกภาพ หมายถึง สิงท ี แต่ละบุคคลแสดงออก ทางกาย วาจา และใจ โดยมาจากอิทธิพลต่างๆ ท ี มความแตกต่างกัน ี จนแสดงออกมาเป น ลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล" ความหมายของบุคลิกภาพ “บุคลิกภาพ” (Personality) มาจากภาษาลาตินว่า “Persona” NISA.PH ง่ายต่อการจดจํา ชวยให้เข้าใจบุคคลอื น ่ สร้างความ มันใจ การปรับตัวกับสังคม ทํานายพฤติกรรม เพิมโอกาสในการทํางาน สังคมยอมรับ สร้างความประทับใจ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว การยอมรับนับถือจากคนรอบข้าง เรยนรู้ความแตกต่าง ี ทัศนคติที ต่างกัน พฤติกรรมต่างกัน ชวยให้พัฒนาตนเอง ่ การอยู่ร่วมกับผู้อื น
SCAN HERE เรามาดูกันว่า ตัวเราเอง มีบุคลิกภาพแบบใด? แนวทางการพั ฒนาบุคลิกภาพ การวิเคราะห์ตนเอง (Self Analysis) การปรับปรุง และฝ กฝนตนเอง (Self Improvement and Training) การแสดงออก (Behavior) การประเมินผล (Evaluation) องค์ปร ะกอบของบุคลิกภาพ บุคลิกภาพทางกาย บุคลิกภาพทางวาจา บุคลิกภาพทางใจ ภายนอก ภายใน
การแต่งกาย การแต่งหน้าให้เหมาะสม ทรงผมท ี เหมาะสม การเดิน การนัง การไหว้ การยิม มารยาทท ี เหมาะสมตามโอกาสต่างๆ การพัฒนาบุคลิกภาพทางกาย การต ี ความ : เข้าใจตนเอง สังเกตผู้อื นให้เป น สติป ญญา : เชอมั ื นในตัวเอง รอบรู้ความจํา ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์: ความมีมนุษยสัมพันธ์กาลเทศะ การควบคุมอารมณ์ ทัศนคติ : สร้างทัศนคติเชงบวกอยู่เสมอ ิคณธรรม ุ : มีนํ าใจ ซื อสัตย์ การพัฒนาบุคลิกภาพทางใจ พูดอย่างไร ให้ได้ใจคนฟ ง? การพัฒนาบุคลิกภาพทางวาจา
การพัฒนาบุคลิกภาพทางวาจา เริมด้วยการผ่อนคลาย รู้และเข้าใจผู้ฟ ง รู้และเข้าใจเรื องที จะพูด ฝ กจังหวะ นํ าเสียง โทนเสียง ฝ กฝนการพูดให้กระชบ ั การสบตา สีหน้า ท่าทางที เหมาะสมกับเรื องที พูด การยิมแย้มแจ่มใสสําคัญมาก สร้างความประทับใจด้วยการป ดให้สวยงาม การใชโทนเส ้ ยง ี เสียงโทนสูง × พูดเร็ว → ดูเป นคนร่าเริงและสดใส เสียงโทนสูง × พูดอย่างชาๆ ้ → ดูเป นคนใจดีและใจกว้าง เสียงโทนตํ า × พูดเร็ว → ดูเป นคนที ทํางานเก่ง เสียงโทนตํ า × พูดอย่างชาๆ ้ → ดูเป นคนสงบและใจเย็น ของช 90% วิตเรา ี ถูกกําหนดด้วยเสยง ี หายใจลึกๆด้วยกล้ามท้อง ฝ กจังหวะการพูดให้น่าฟ ง ใส่ความรู้สึกในสิงท ี พูด คําที ควรหล ี กเล ี ยง เอ่อ คือ คือแบบ แบบว่า 1. 2. 3. 4. ทําไม >> เพราะอะไร ขอโทษ >> ขอบคณ ุ
“ความอ่อนแอของทัศนคติกลายเป นจุดอ่อนของบุคลิกภาพ” Albert Einstein NISA PHINYARKRAIRAWEE ณิษา ภิญญาไกรรวี Education Work Experience Contact Me ผลงานเด่น - Now Bachelor's degree Psychology ปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต จิตวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร (เกียรตินิยมอันดับ 1) MBA ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ [email protected] nisa.karfae Nisa Phinyarkrairawee Master's degree เลขานุการ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2019-2020 เลขานุการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท PTT digital จํากัด 2020-2022 เจ้าของกิจการ ร้านอาหารผู้ป วยโรคไต และเบาหวาน "ร้าน กินอย่างไร ไตแข็งแรง" พิธกร ี (เนชนกรุ้ป ั ) รายการ "เริดมงลง " ชองคมช่ ดลึก ั รายการ "เท ี ยวติดโปร" ชองกรุงเทพธุรกิจ ่ ท ี ปรึกษาพิเศษ บริษัท เนชนทั ีวีจํากัด Nation TV Co., Ltd. ด้านการประกวดนางงาม มิสแกรนด์ลําปาง 2018 Miss Photogenic Miss International Thailand 2018 Top 8 Miss Supranational Thailand 2022 นางสาวเพชรบูรณ์ 2017 Miss Co-op Thailand 2018 Thank you Q&A
OUTSTANDING PERSONALITY บุคลิกภาพโดดเด่นตังแต่แรกพบ ้ ความประทับใจแรก ส าคัญมาก ประสาทสัมผัสมนุษย์ หู ตา จมูก ลิ ้ น กาย สัมผัสตา70% - บางคนเห็นปุ๊ บดูถูกชะตา หลงรัก ชอบ - บางคนเห็นปุ๊ บ ไม่ชอบ ไม่ถูกใจ รู้สึกเหมือนเจอเจ้ากรรมนายเวร
เพราะความสนใจเกิดขึ้ นเพียงแค่ 7 วินาที แรกเท ่านั ้ น ตามสัญชาตญาณการตีความของมนุษย์ 7 วินาที คนมักให้ความส าคัญกบ ั…? 1.รูปร่าง หน้าตา หุ ่นดี ผอม อ้วน สูง ความสวย อะไรจะช่วยเสริมสร้างองค์ประกอบ แรกให้สมบูรณ์มากขึ้ น หากเราไม่บุคลิกภาพไม่ดี หรือหุ่นไม่ได้เป็ นแบบสากลนิยม สะอาด+บุคลิภาพดี+healthy
การแสดงออกทางร ่ างกาย มือไม้ การยิม ้ สายตา การไหว้ 2.ท ่าทาง อวัจนภาษา -ความมันใจ ่ -inner -ความมีอารมณ์ขัน -มีความเข้าอกเข้าใจ ให้เกียรติ 3.บุคลิกภาพภายใน(เสน ่ห์) การแสดงออกทางร ่ างกาย ยืน
การแสดงออกทางร ่ างกาย นั่ง การแสดงออกทางร ่ างกาย ยิ้ม ลุคที่เปลี่ยนไป ท าให้การตีความเปลี่ยนไปด้วยเช่ นกน ั
แค่ปรับบ ุ คลิกภาพก็ด ู ดีได้ แม้จะยังไม่ได้พ ู ด INTRODUCTION 2019 – 2023 Contest Judges Thailand - International 2021 Groming Miss Tourisum queen Thailand 2019 - 2023 Grooming Miss Grand Thailand Contry 2019 – 2022 Lolane Thailand Ambassador Technical 2019 Interview Hair world Magazine New Hair Designer 2018 Top 3 Famesi Italy Color New Hair Designer Award 2018 Top 5 Schawarzopf (Men’s Style) Sab Thailand Young Designer award อาจารย์อัชฌา พุทธิชาติ (แม๊กซ์กี้) Own MMC Mix Me Cutety Hair #mckybeautycoach Master’s Degree Business Administration in Marketing Bachelor’s Degree Public Relation Sripatum Univercity MMC_MCKY AUTCHAR SUGUS PUTTICHART
Hair Style #Mckybeautycoach ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถช่วยสร้างรายได้อย่างไร #Mckybeautycoach - สร้างความประทับใจ - แสดงบุคลิกภาพของคุณอย่างชัดเจน - ส่งเสริมเสน่ห์ให้ชวนมอง - สร้างมูลค่าและความน่าเชื่อถือจากภาพลักษณ์ที่พบเห็น ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach ทรงผมเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน ท าไมถึงต้องจัดแต่งทรงผม?
ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach ท าไมถึงต้องจัดแต่งทรงผม? ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach รูปหน้าของเราเป็ นแบบไหน? สี่เหลี่ยมผืนผ้าไทย เพชร สี่เหลี่ยม หัวใจ สามเหลี่ยม วงรี กลม ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach HAIR LADY _ CONNECT STEP ทรงผมใช้ในชีวิตประจ ำวัน ทรงผมที่สามารถแก้ไขปัญหาทุกโครงหน้า (สุภาพสตรี)
ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach HAIR GENTLEMAN _ CONNECT STEP ทรงผมใช้ในชีวิตประจ ำวัน ทรงผมที่สามารถแก้ไขปัญหาทุกโครงหน้า (สุภาพบุรุษ) ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach HAIR MAN _ CONNECT STEP ทรงผมส ำหรับออกงำน งำนที่ไม่เป็ นทำงกำร งำนที่เป็ นทำงกำร ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach HAIR LADY _ CONNECT STEP ทรงผมส ำหรับออกงำน งำนที่เป็ นทำงกำรและงำนที่ไม่เป็ นทำงกำร
ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach การจัดแต่งทรงผมแบบง่าย Hair Styling ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach Hair Trip เคล็ดลับส าหรับการดูแลเส้นผม เวลาสี่ทุ่มถึงตีสอง เป็นช่วงเวลาการฟื้นฟูของเซลล์หนังศีรษะ ผมเส้นเล็กหรือมผมบาง ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมชนิดเจลจะท าให้เส้นผมดูบาง ผมเส้นใหญ่ชี้ฟู ห้ามเป่ าผมทันที จะท าให้ผมดูพองขึ้น สระผมหลัง 3 ทุ่ม ใช้ยาสระผมอย่างเดียว เปิดเกล็ดผมแล้วไม่ปิดเหมือนการออกจากบ้านไม่ทากันแดด เป่ าผมด้วยลมร้อน เป่ าลมร้อนเสร็จตามด้วยลมเย็นต่อ ทรงผมที่มีสไตล์ สามารถสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น #Mckybeautycoach สไตลค์จะน ำพำสตำงค์ และควำมน่ำเชื่อถือให้กับค ณ
MMC_MCKY AUTCHAR SUGUS PUTTICHART DISCOUNT FOR ALL STUDENT