ราชสังคหวัตถุ 4 ฆราวาสธรรม สัปปุริสธรรม 7 1. หลักธรรมสําหรับคนทัวไป 6.5 หลักธรรมในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ ทศพิธราชธรรม 10 ประการ พรหมวิหารธรรม 2. หลักธรรมสําหรับผู้ปกครอง ให้ความเคารพนับถือ หากพบจุดอ่อนไม่ควรนินทาว่าร้าย หาจุดดของผู้บังคับบัญชา ี เป นแนวปฏิบัติ ขอคําปรึกษาถ้าแก้ไขไม่ได้ รายงานความคืบหน้า ทํางานตามขันตอน ไม่ข้ามขันตอน ฯลฯ 3. การสร้างมนุษยสัมพันธ์ผู้บังคับบัญชา 6.5 หลักธรรมในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ ให้เกยรติ ี ปฏิบัติต่อเพื อนด้วยความสุภาพ ให้ความร่วมมือด้วยดี หากมข้อขัดแย้ง ี ชวยกันแก้ไข ่ ไม่ฟ องผู้บังคับบัญชา รับคําติชมอย่างใจกว้าง ไม่อิจฉาริษยา ขอคําปรึกษาแนะนําอย่างสุภาพ ฯลฯ การสร้างมนุษยสัมพันธ์เพื อนร่วมงาน 6.5 หลักธรรมในการสร้างมนุษยสัมพันธ์
มทัศนคติท ี ด ี ต่อลูกน้อง ี ให้เกยรติรับฟ งความเห็น ี ส่งเสริมพัฒนาลูกน้อง ยุติธรรมไม่ลําเอยง ี ทําตัวเป นตัวอย่างทด ี ี การสร้างมนุษยสัมพันธ์ผู้รับบริการ, บุคคลทัวไป ลูกน้อง 6.5 หลักธรรมในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ สังงาน ต้องมข้อแนะนํา ี และสอนงาน การสร้างมนุษยสัมพันธ์ผู้รับบริการ, บุคคล ทัวไป ลูกน้อง ติดตามความคืบหน้าป ญหาอุปสรรคและ ชวยแก้ป ญหา ่ ยกย่องชมเชยเมื อทําดี ฯลฯ หลักธรรมในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ สํานึกในหน้าที มทัศนคติท ี ด ี ต่อลูกค้า ี บุคคลทัวไป ปฏิบัติตนต่อผู้รับบริการด้วยความสุจริตยุติธรรมสุภาพ เต็มใจรับฟ งข้อวิจารณ์ข้อคิดเห็น หาทางปรับปรุงงานให้ดี มประสิทธิภาพอยู่เสมอ ี เป นตัวกลาง การสร้างมนุษยสัมพันธ์ผู้รับบริการ, บุคคลทัวไป หลักธรรมในการสร้างมนุษยสัมพันธ์
หลักธรรมในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ หากท่านมป ญหากับเพื อนร่วมงานใน ี เรื องของงานท่านจะนําความรู้ด้าน มนุษยสัมพันธ์แก้ป ญหาระหว่างท่าน กับเพื อนร่วมงานได้อย่างไร ???? 7. ประโยชน์ของมนุษยสัมพันธ์ เกิดความเข้าใจอันดต่อกัน ี เกิดความกระตือรือร้นในการ ทํางาน มความสามัคค ี ีร่วมมือร่วมใจ ในการทํางาน 7. ประโยชน์ของมนุษยสัมพันธ์
ลดป ญหาความขัดแย้ง เกิดขวัญและกําลังใจในการทํางาน ผู้ร่วมงานครอบครัวมความสุข ี สุขภาพจิตดีองค์การมันคง สังคม สงบสุข 7. ประโยชน์ของมนุษยสัมพันธ์ 8. สรุป มนุษยสัมพันธ์คือความเกยวข้องสัมพันธ์กัน ี ระหว่างคนกลุ่มบุคคลเพื อให้เกิดความร่วมมือใน การทํากิจกรรมต่างๆให้บรรลุเป าหมายตาม กระบวนการและข้อกําหนด มนุษยสัมพันธ์เป นทังศาสตร์และศิลปะท ต้อง ี บริหารจัดการในองค์การร่วมกันเพื อให้ดําเนิน การเป นไปตามกรอบนโยบาย สรุป
มนุษยสัมพันธ์คือศิลปศาสตร์ในการเสริมสร้าง ความสัมพันธ์อันดกับบุคคล ี เพื อให้ได้มาซง ึ ความ รักใคร่นับถือการยอมรับฯ มนุษยสัมพันธ์ในการทํางานคือศิลปศาสตร์ใน การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดกับบุคคลต่าง ี ๆ เพื อมุ่งให้เกิดความร่วมมือร่วมใจทําให้งานนัน สําเร็จตามความมุ่งหมาย สรุป ทําให้การดําเนินงานตามข้อ กําหนดของกลุ่มองค์การใน การดําเนินการร่วมกันทําให้ เกิดประสิทธิผลตามความ ต้องการของกลุ่มหรือองค์การ สรุป Thank You I'm creative, adaptable and hardworking. ผู้ชวยศาตราจารย์ ่ ดร.พรรณ ีโรจนเบญจกุล
Effective Teamwork การทํางานเป นกลุ่มและ การปรับตัวในการทํางาน ผู้ชวยศาสตราจารย์ ่ ดร.พรรณ ีโรจนเบญจกุล The Elements of Effective Teamwork 1. การทํางานเป นกลุ่ม 2. การปรับตัวในการทํางาน Topics
1.การทํางานเป นกลุ่ม Teamwork Teamwork 1. ความหมาย 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการ ทํางานเป นทีมอย่างมความสุข ี 3. วิธทํางานเป นท ี ี ม 4. ขันตอนในการสร้างท ี ม Topics : เนื อหาประกอบด้วย ทําภารกิจหรืองานที กําหนดไว้โดยมการ ี แบ่งหน้าที และความรับผิดชอบที ชดเจน ั ทุกคนมส่วนร่วมในกระบวนการและมุ่ง ี หวังให้ทีมบรรลุเป าหมายที กําหนดไว้ กระบวนการท ี นักงานหรือบุคลากรทํางาน ร่วมกัน..เพื อ.. 1. ความหมาย Meaning
ด้วยความเสริมสร้างและสนับสนุนกัน เป นอย่างดี การทํางานเป นที มชวยให้สามารถแบ่ง ่ งานอย่างเหมาะสม กระบวนการท ี นักงานหรือบุคลากรทํางาน ร่วมกัน..เพื อ.. 1.ความหมาย Meaning พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และเสริมสร้าง ความร่วมมือและความสัมพันธ์ที ด ีระหว่าง สมาชกในท ิ ี ม เพื อให้งานที ต้องทําเสร็จสมบูรณ์และมี ผลลัพธ์ที ด ีขึ นในที สุด กระบวนการท ี นักงานหรือบุคลากรทํางานร่วม กัน..เพื อ.. 1.ความหมาย Meaning 2. การปรับตัว ในการทํางาน Adaptation to work
Topics : เนื อหาประกอบด้วย 1. ความโปร่งใสและการสื อสารที ด ี 2. ความไว้วางใจและความซอสัตย์ ื 3. การแบ่งแยกความรับผิดชอบ 4. สนับสนุนและเสริมสร้าง Topics : เนื อหาประกอบด้วย 5. การเห็นอกเห็นใจและเคารพ 6. ส่งเสริมการเรยนรู้และพัฒนาทักษะ ี 7. การเป ดรับความเห็นและการแก้ไข ป ญหา ยอมรับคําวิจารณ์ การทํางานร่วมกันควรมการสื อสารอย่างเป ด ี เผยและตรงไปตรงมา โดยให้ทุกคนมโอกาสแสดงความคิดเห็นและ ี ได้รับข้อมูลที ต้องการเพื อปรับปรุงงานใน ทิศทางที ด ีกว่า 2.1 ความโปร่งใสและการสื อสารที ด ี : 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี
สมาชกในท ิ ีมควรไว้วางใจในกัน และกัน และเป นคนที ซอสัตย์ต่อกัน ื ในทุกสถานการณ์ 2.2 ความไว้วางใจและความซอสัตย์ ื : 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี ให้แต่ละสมาชกในท ิ ีมได้รับความ รับผิดชอบที เหมาะสมตามความ สามารถและความเชยวชาญของ ี แต่ละคน 2.3 การแบ่งแยกความรับผิดชอบ: 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี สมาชกในท ิ ีมควรสนับสนุนและ เสริมสร้างกันและกัน สร้างบรรยากาศที เต็มไปด้วยแรง บันดาลใจและกําลังใจให้กับที ม 2.4 สนับสนุนและเสริมสร้าง: 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี
ควรมการเห็นอกเห็นในความคิดเห็น ี และการแสดงออกของสมาชกในท ิ ี ม เคารพความแตกต่างทางบุคลิกและ วัฒนธรรมของสมาชกทั ิ งหมด 2.5 การเห็นอกเห็นใจและเคารพ: 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี ควรสนับสนุนให้สมาชกม ิ โอกาส ี เรยนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ี ๆ เพื อ เติมเต็มความสามารถในการทํางาน 2.6 ส่งเสริมการเรยนรู้และพัฒนาทักษะ ี : 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี ถือเป นสิงสําคัญท ี สมาชกในท ิ ี มควร เป ดรับความเห็นของผู้อื น และร่วมกัน หาทางแก้ไขป ญหาที เกิดขึ นในที ม 2.7 การเป ดรับความเห็นและการแก้ไข ป ญหา ยอมรับคําวิจารณ์ : 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี
เมื อได้ฟ ดแบกแล้ว ขันตอนต่อไปคือ นําสิงเหล่านั นมาวิเคราะห์ พูดคยกันใน ุ ท ี ม หาทางออกของป ญหาร่วมกัน 2.7 การเป ดรับความเห็นและการแก้ไข ป ญหา ยอมรับคําวิจารณ์ : 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี โดยไม่ทิ งใครไว้ข้างหลัง จับมือแก้ไขไป พร้อมกันโดยความสมัครใจของคนใน ท ี ม วิธแบบน ี ี อาจจะใชเวลามากขึ น ้ แต่ ยังยืนกว่าในระยะยาว 2.7 การเป ดรับความเห็นและการแก้ไขป ญหา ยอมรับคําวิจารณ์ : 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี ควรสร้างบรรยากาศที เป น กันเองและมความสุขในการ ี ทํางานร่วมกัน 2.8 สร้างบรรยากาศที เพื อนร่วม งานกัน: 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี
หลักการเหล่านี ชวยส่งเสริมความสุข ่ และความพึงพอใจในที มงาน ชวยกระตุ้น ่ ให้ความสามารถและผลการทํางานของ ท ีมเพิมสูงขึ น และส่งผลต่อความสําเร็จ ของโครงการและองค์กรในระยะยาว 2. หลักการทํางานร่วมกันหรือการทํางาน เป นทีมอย่างมความสุข ี 3. วิธีทํางาน เป็นทีม TEAM 3.1 ความหมาย 3.2 กําหนดวัตถุประสงค์ 3.3 กําหนดบทบาทและความรับผิดชอบ 3.4 สร้างสภาพแวดล้อมที สนับสนุน Topics : เนื อหาประกอบด้วย
3.5 สร้างแผนงานและกําหนดกิจกรรม 3.6 สร้างความร่วมมือและสื อสาร 3.7 ส่งเสริมและให้คําปรึกษา 3.8 ติดตามและประเมินผล Topics : เนื อหาประกอบด้วย TEAM: Team comprises of a group of people pooling their skills, talents and knowledge, with mutual support & resources, to achieve a common goal. 3.1 ความหมาย -->ท ี ม: ท ีมประกอบด้วยกลุ่มคนที รวบรวมทักษะ ความสามารถ และความรู้พร้อมการสนับสนุนและทรัพยากรร่วมกัน เพื อบรรลุเป าหมายร่วมกัน ก่อนที ท ีมจะเริมดําเนินการใด ๆ ให้ แน่ใจว่าทุกคนในทีมเข้าใจ วัตถุประสงค์ของงานและราย ละเอ ี ยดของงานท ี ต้องทํา ให้กําหนดตารางงานที ชดเจนเพื อ ั ควบคมความสําเร็จของโครงการ ุ 3.2 กําหนดวัตถุประสงค์
แต่ละสมาชกในท ิ ีมควรทราบว่าต้อง รับผิดชอบในงานใด ๆ มหน้าท ี ี ในการทํางานอย่างไร กําหนดบทบาทของหัวหน้าที มและ ทําความเข้าใจกันในเรื องของอํานาจ ตัดสินใจและการแก้ไขป ญหา 3.3 กําหนดบทบาทและความรับผิดชอบ: ให้แนะนําการสร้างสภาพแวดล้อมที ส่งเสริมการ ทํางานเป นที ม ให้มการสื อสารท ี ี ชดเจนผ่านช ั องทางท ่ ี ท ีมรู้จัก และใชเป น ้ ให้สมาชกในท ิ ีมสามารถแลกเปลี ยนความคิด เห็นและประสบความสําเร็จในกิจกรรมร่วมกันได้ 3.4 สร้างสภาพแวดล้อมที สนับสนุน: ก่อนเริมดําเนินการทํางาน ให้ กําหนดแผนงานที ชดเจนและ ั กําหนดกิจกรรมที ต้องดําเนินการ เพื อบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละ สมาชกควรทราบหน้าท ิ ี และ กระบวนการทํางานที คาดหวัง 3.5 สร้างแผนงานและกําหนดกิจกรรม:
การสื อสารเป นสิงสําคัญในท ี ม ให้ แน่ใจว่าสมาชกทุกคนสามารถ ิ แสดงความคิดเห็น มช ีองทางสื อสารท ่ ี เป ดกว้าง อาจ จะใชช ้ องทางออนไลน์เช ่ นแชท ่ ไลน์หรือการประชุมออนไลน์หรือ การแลกเปลี ยนข้อมูลผ่านอี เมล 3.6 สร้างความร่วมมือและสื อสาร: ชวยส่งเสริมพัฒนาทักษะและ ่ ความสามารถของสมาชกในท ิ ี ม ให้คําปรึกษาเมื อต้องการชวย ่ เหลือในการแก้ไขป ญหาหรือ เสริมสร้างสมรรถนะในการ ทํางาน 3.7 ส่งเสริมและให้คําปรึกษา: ท ีมควรติดตามความคืบหน้าใน การทํางาน และประเมินผลความ สําเร็จของโครงการเพื อทําการ ปรับปรุงหรือแก้ไขป ญหาในกรณี ท ี มป ญหาเกิดขึ น ี 3.8 ติดตามและประเมินผล:
4. ขั้นตอนใน การสรางทีม 4.1 การรวมกลุ่ม (Forming) 4.2 การทะเลาะ (Storming) 4.3 การกําหนดมาตรฐาน (Norming) 4.4 การดําเนินงาน (Performing) Topics : 4. ขันตอนในการสร้างท ี ม เป นการนํากลุ่มบุคคลมา ประกอบกัน โดยสมาชกจะอธิบายถึงวิธ ิ การ ี ในการปฏิบัติตามเป าหมาย และ ความสามารถท ี ต้องการ 4.1 การรวมกลุ่ม (Forming)
มการระบุกลยุทธ์ ี กําหนดบทบาท ของแต่ละบุคคล และสร้างความ เชอมั ื นและการสื อสาร ซงขั ึ นตอนน ี เป นขันตอนท ี สําคัญในชวยช ่ แจง ี ภารกิจของทีมและสร้างพันธมิตร ในที ม 4.1 การรวมกลุ่ม (Forming) มการถกเถ ี ียงกัน พยายาม หาป ญหาและหาทางแก้ไขที ตอบสนองต่อเป าหมายของ ทุกคน 4.2 การทะเลาะ (Storming) เป นการพัฒนากลุ่มของคน การแก้ไขป ญหา กําหนดนโยบาย ค่านิยมของกลุ่มสมาชก ิ สมาชกในท ิ ีมยอมรับกฎเกณฑ์ของที ม บทบาทของตนเอง และความแตกต่างของ สมาชกคนอื นๆ ิ สมาชกท ิ ีมเริมร่วมมือกันและให้คําติชมท ี สร้างสรรค์ 4.3 การกําหนดมาตรฐาน (Norming)
เป นชวงการดําเนินงาน ่ ท ีมกําลังดําเนิน งานอย่างมประสิทธิภาพ ี ผลิตผลงานในระดับสูง และสภาพอากาศ เป นบวกสมาชกม ิ ความมั ี นใจในผลลัพธ์ สมาชกสนุกกับการสื อสารอย่างเป ดเผย ิ แสดงพลังงานสูง 4.4 การดําเนินงาน (Performing) สมาชกยินด ิ ีรับความขัดแย้งและจัดการ โดยไม่มความขัดแย้งทางอารมณ์ ี กระบวนการทํางานถูกดําเนินการในทุก ขันตอน ขันตอนน ี เป นขันตอนท ี สําคัญที สุดใน การดําเนินงานอย่างมประสิทธิภาพ ี 4.4 การดําเนินงาน (Performing) 2. การปรับตัวในการทํางาน Adaptation to work.
Topics 2.1 การเรยนรู้ ี (Learning) 2.2 การปรับตัวต่อเทคโนโลย (Adaptation to ี technology) 2.3 การเรยนรู้จากประสบการณ์ ี (learning from experience) Topics 2.4 การปรับตัวต่อเปลี ยนแปลงขององค์กร (organizational adaptation) 2.5 การเสริมสร้างทักษะสําหรับงานใหม่ (Training for new roles) 2.6 การปรับตัวในการทํางาน (adaptation to work) การปรับตัวเพื อพัฒนาความรู้และทักษะ ใหม่ๆ เพื อเข้ากับงานใหม่ๆ เพื อต่อยอดในสายอาชพ ี การเรยนรู้อาจเกิดจากการศึกษาด้วย ี ตนเอง หรือการเข้ารับการฝ กอบรมและ การศึกษาภายนอกองค์กร 2.1 การเรยนรู้ ี (Learning)
สําหรับบุคคลที ทํางานใน อุตสาหกรรมหรือธุรกิจที เก ี ยวข้อง กับเทคโนโลยีการปรับตัวต่อ เทคโนโลยใหม่ ี ๆ คือสิงสําคัญเพื อให้ สามารถทํางานอย่างมประสิทธิภาพ ี 2.2 การปรับตัวต่อเทคโนโลยี (Adaptation to technology) การได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ในการทํางาน อาจเป นผลให้ ต้องปรับตัวเพื อเรยนรู้และ ี ปรับปรุงวิธการทํางาน ี 2.3 การเรยนรู้จากประสบการณ์ ี (learning from experience) เมื อองค์กรมการเปล ี ี ยนแปลง แผนธุรกิจหรือโครงสร้าง องค์กร พนักงานอาจต้องปรับ ตัวตามเพื อทํางานในรูปแบบ ใหม่ 2.4 การปรับตัวต่อเปลี ยนแปลงขององค์กร (organizational adaptation)
เมื อมโอกาสเปล ี ี ยนงานหรือ เปลี ยนสายอาชพ ี การเรยนรู้ ี และพัฒนาทักษะใหม่ๆ จําเป นอาจเกิดขึ น 2.5 การเสริมสร้างทักษะสําหรับงานใหม่ (Training for new roles) เป นสิงท ี สําคัญในยุคที เปลี ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเป ดโอกาสให้กับตนเองในการเรยนรู้และพัฒนา ี ทักษะใหม่ๆ จะชวยเสริมสร้างความสามารถในการ ่ ทํางานและสร้างโอกาสใหม่ในอนาคต 2.6 การปรับตัวในการทํางาน (adaptation to work) Q & A
YOU THANK ผู้ชวยศาสตราจารย์ ่ ดร.พรรณ ีโรจนเบญจกุล
การประยุกต์ใช้หลักบุคลิกภาพ และจิตวิทยาการบริการสุขภาพ และความงาม by Asst.Dr.Komkrit Rattamanee SMART MINDSET SMART CONNECT SMART IMAGE HAPPY MIND by Asst.Dr.Komkrit Rattamanee
สมองชอบคิดลบ
People mean more than.. What they say. ภูเขา ลําธาร สัตว์ป่า Definite Plan ทางลําบาก ทางด่วน เป้าหมาย
คุณเป็นใคร ???
สมองสร&าง ภาพ ตามคำ
Words: you make me sick, I will kill you Words: Thank - you
See your Success BEFORE you Succeed I’m sorry Please forgive me Thank you I love you
Self Ideal สิ#งที#ได้เรียนร้ ู
Be Positive Thank you
ส าข าวิช าวิทย าศ าสตร์สุขภ าพแล ะคว ามง าม วิทย าลัยสหเวชศ าสตร์ มห าวิทย าลัยร าชภัฏสวนสุนันท า