The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้-2-2563-จุฑามาศ-ว31111

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by juthamas promvas, 2020-12-30 04:51:43

แผนการจัดการเรียนรู้-2-2563-จุฑามาศ-ว31111

แผนการจัดการเรียนรู้-2-2563-จุฑามาศ-ว31111

- 50 -

ความเหน็ ของหวั หนา้ สถานศึกษา / ผ้ทู ไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง นางจฑุ ามาศ พรมวาส ตาแหนง่ ครู แล้วมคี วามคดิ เห็นดังน้ี
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่

 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจดั กจิ กรรมได้นาเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สาคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสาคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่
 นาไปใชไ้ ด้จรงิ
 ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...................................................................
(นางสาวนงลักษณ์ จันทร์สุข)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
30 / ธันวาคม / 2563

- 51 -

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 5

กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว31111 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 4

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4/1 - 4/9 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เวลา 14 ชว่ั โมง

เรื่อง วัสดแุ ละเครอื่ งมือพ้นื ฐาน (1) เวลา 2 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ดั

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความร้แู ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
สิง่ แวดล้อม
ตวั ชี้วัด
ม.4/2 ระบุปญั หาหรอื ความต้องการทีม่ ีผลกระทบตอ่ สังคม รวบรวม วเิ คราะห์ขอ้ มูลและแนวคิดท่ีเกยี่ วข้องกับปัญหา
ทมี่ ีความซับซอ้ นเพอื่ สงั เคราะห์วิธกี าร เทคนคิ ในการแกป้ ัญหา โดยคานึงถงึ ความถูกต้องด้านทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา
ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจาเป็นภายใต้เง่ือนไขและ
ทรพั ยากรท่ีมีอยู่ นาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาให้ผู้อน่ื เขา้ ใจดว้ ยเทคนิคหรอื วธิ ีการทหี่ ลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ
ออกแบบ วางแผนข้ันตอนการทางานและดาเนินการแกป้ ญั หา
ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึนภายใต้กรอบเงื่อนไข หา
แนวทางการปรบั ปรุง แก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พรอ้ มท้งั เสนอแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอด
ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่
ซบั ซ้อนในการแกป้ ญั หาหรอื พัฒนางานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสมและปลอดภยั

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

2.1 การพจิ ารณาเลือกวสั ดุมาเป็นสว่ นประกอบของเทคโนโลยไี ดอ้ ย่างเหมาะสม (K)
2.2 วิเคราะห์สมบัตขิ องวสั ดุ เพ่ือนาไปใช้ในการสรา้ งหรอื พัฒนาช้ินงานไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม (P)
2.3 วเิ คราะห์และเลอื กเคร่อื งมือพ้นื ฐาน เพ่อื นาไปใชใ้ นการสร้างหรอื พัฒนาชิ้นงานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม

และปลอดภัย (P)
2.4 ความรับผิดชอบ กระตือรือร้นในการเรยี นรู้ และการแสวงหาความรเู้ พมิ่ เติม (A)

- 52 -

3. สาระสาคญั

กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน เพ่ือสร้างแนวทางท่ีเหมาะสมในการ
แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการตามทก่ี าหนดไว้ การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมน้ันสามารถย้อนข้ันตอน
กลบั ไปมาได้ และอาจมีการทางานซา้ ในบางขัน้ ตอนหากต้องการพัฒนาหรือปรบั ปรงุ ผลงานได้ดขี ้นึ

การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถประยกุ ต์ใช้ได้ท้ังในการสร้างช้ินงานและวิธีการแก้ไขปัญหา
ซ่งึ การทางานตามกระบวนการนอี้ าจไม่ไดม้ ีลาดบั ข้ันตอนท่กี าหนดตายตัว สามารถยอ้ นกลบั หรือข้ามข้ันตอนได้ และอาจมีการ
ทาซา้ กระบวนการเพือ่ พฒั นาหรอื ปรบั ปรงุ ผลงานใหม้ ีความสมบูรณย์ ่ิงขึ้น กระบวนการแก้ปัญหาน้ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้
กบั การทางานในชวี ติ ประจาวัน และการพฒั นางานเพือ่ เป็นแนวทางการเขา้ ส่อู าชีพไดอ้ ีกดว้ ย

การสร้างหรือพัฒนางานบางอย่างอาจมีความจาเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ ดังน้ันต้องมีความรู้และทักษะพ้ืนฐานท่ีจาเป็นในส่ิงที่เกี่ยวข้อง เพ่ือให้สามารถทางานได้สาเร็จตามเป้าหมาย
และทางานได้อย่างปลอดภัย

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. สาระการเรยี นรู้  ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
 ใฝเ่ รียนรู้
ด้านความรู้ (K)  มุ่งม่นั ในการทางาน
- วัสดุ  มีจิตสาธารณะ
- เครอื่ งมือพน้ื ฐาน

ทักษะที่สาคัญ (P)
- ทักษะการคดิ เชงิ ระบบ
- ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
- ทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์
- ทักษะการทางานร่วมกับผอู้ ืน่
- ทักษะการสือ่ สาร

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
 รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
 มวี นิ ยั
 อยู่อย่างพอเพียง
 รักความเปน็ ไทย

- 53 -

6. จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียนทกั ษะศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ 3R x 8C
Reading (อา่ นออก)  (W)Riting (เขียนได้)  (A)Rithemetics (คิดเลขเป็น)
 Critical Thinking and Problem Solving:มที กั ษะในการคดิ วเิ คราะห์ และแก้ไขปญั หาได้
 Creativity and Innovation:คดิ อย่างสรา้ งสรรค์ คดิ เชงิ นวัตกรรม
 Collaboration Teamwork and Leadership:ใหค้ วามรว่ มมือในการทางานเป็นทีมมภี าวะผู้นา
 Communication Information and Media Literacy:มที ักษะในการสอื่ สาร และรเู้ ท่าทนั สือ่
 Cross-Cultural Understanding:มคี วามเข้าใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม
 Computing and ICT Literacy:มที กั ษะการใชค้ อมพวิ เตอร์ และร้เู ทา่ ทันเทคโนโลยี
 Career and Learning Skills:มที กั ษะทางอาชพี และกระบวนการเรยี นรตู้ ่างๆ
 Compassion:มีคุณธรรม มีเมตตากรณุ า มีระเบียบวินัย
ทักษะดา้ นชวี ติ และอาชีพ
 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว
 การรเิ ร่มิ สร้างสรรค์และเปน็ ตวั ของตัวเอง
 ทักษะสังคมและสังคมขา้ มวัฒนธรรม
 การเป็นผู้สร้างหรอื ผูผ้ ลิต (Productivity) และความรับผดิ ชอบเช่อื ถือได้ (Accountability)
 ภาวะผ้นู าและความรับผิดชอบ (Responsibility)
คณุ ลกั ษณะสาหรบั ศตวรรษท่ี 21
คุณลักษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นา
คณุ ลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชน้ี าตนเอง การตรวจสอบการเรียนร้ขู องตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผอู้ นื่ ความซือ่ สัตย์ ความสานกึ พลเมือง

7. จุดเน้นของสถานศึกษา

7.1 ผู้เรยี นเป็นกลุ สตรไี ทยสมัยนยิ ม (SSTB School's 4G)

 มคี ณุ ธรรม (Good Moral)  นาปญั ญา (Good Wisdom)

 จิตอาสาเดน่ (Good Service)  เนน้ มารยาท (Good Manners)

7.2 ผู้เรยี นมีศกั ยภาพเปน็ พลโลก (World Citizen) เทยี บเคยี งมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวิชาการ  สอื่ สารได้อยา่ งนอ้ ย 2 ภาษา

 ล้าหน้าทางความคดิ  ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์

 รว่ มกันรบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

8. ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน / ร่องรอยแสดงความร)ู้

8.1 แบบทดสอบก่อนเรียน
8.2 ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง วสั ดุ และเครอ่ื งมือพ้นื ฐาน

- 54 -

9. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ช่ัวโมงท่ี 1 - 2

1. ครเู ช็คช่อื นกั เรียน
2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้
3. นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนที่ครูสง่ ลงิ ก์ให้
กระตุ้นความสนใจ
1. ครูพูดคยุ ซกั ถามนกั เรยี นเกี่ยวกับ “สิง่ ประดษิ ฐ์ นวัตกรรมจากเทคโนโลยีมีผลตอ่ ชวี ิตประจาวนั อย่างไร”และให้
นักเรียนหาคลปิ สืบค้น ส่งิ ประดษิ ฐ์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีทีท่ ันสมัย ท่ีชว่ ยตอบสนองความต้องการในยคุ ปจั จุบัน
2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอย่างคลิป ส่ิงประดิษฐ์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทั้งบอกถึง
ลักษณะการออกแบบเป็นอย่างไร
3. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิด โดยการเปิดคลิป รถยืนไฟฟ้า 2 ล้อ ใช้การทรงตัวของเราในการเคล่ือนที่ จากคลิป
นักเรยี นคิดวา่ นวตั กรรมนีม้ ีกระบวนการออกแบบอย่างไร

(แนวตอบ : รถยืนไฟฟ้าเป็นกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดจากการ
พัฒนาเทคโนโลยีให้มีค่ามากข้ึน โดยใช้อุปกรณ์และหลักการทางานประกอบด้วยมอเตอร์ โดยมอเตอร์แต่ละข้างจะ
หมุนด้วยความเร็วต่าง ๆ จากการทรงตัวของเรา ทาให้เกิดการเดินหน้า เล้ียวซ้ายขวา หมุนรอบตัวเอง รถจึงไม่มี
ตาแหน่งด้านหน้าดา้ นหลัง ใช้งานได้ทัง้ สองด้าน)
สารวจค้นหา
1. ให้นกั เรียนแบง่ กลุม่ ๆ ละ 3 – 4 คน แลว้ ใหส้ มาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุ
เคร่ืองมอื กลไก อปุ กรณ์ไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ จากหนงั สือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันอภปิ รายข้อมลู ทส่ี ืบคน้ ไดภ้ ายในกลุม่ แล้วรว่ มกันสรปุ จดั ทาเปน็ การนาเสนอในหัวขอ้ ดังน้ี

- โลหะ
- ไม้
- เซรามิก
- วสั ดผุ สม
- วัสดุสมยั ใหม่
- เครื่องมือสาหรบั วัดขนาด
- เคร่ืองมือสาหรับการเจาะ
- เครือ่ งมอื สาหรับการตดั
- การช้นึ รูปวสั ดุ
อธิบายความรู้
1. ครแู นะนาวิธีการสบื ค้นขอ้ มูลจากแหลง่ ข้อมูลท่ีหลากหลาย เช่น การสอบถาม แหล่งขอ้ มูลออนไลน์ บทความ
งานวิจยั รวมถึงแหลง่ ขอ้ มลู ที่เก่ียวขอ้ ง

- 55 -

2. นักเรียนรวบรวมข้อมูลตามประเด็นท่ีได้กาหนดไว้ของกลุ่ม แล้วสรุปข้อมูบท่ีได้จากการรวบรวมตามประเด็น
ในใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง วัสดแุ ละเครื่องมอื พ้ืนฐาน โดยสรปุ เน้ือหาทีไ่ ด้ศกึ ษาแล้วนาเสนอหน้าห้องเรียน และส่งไฟล์งาน
เข้า Google Classroom

10. สื่อการเรยี นรู้

10.1 หนังสือเรยี น
10.2 บทเรยี นออนไลน์
10.3 Google Classroom
10.4 Power point
10.5 ใบงานที่ 2.1
10.6 แบบทดสอบก่อนเรียน

11. แหลง่ เรียนรูใ้ นหรือนอกสถานศกึ ษา

-

12. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

รายการวดั วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมอื การวัด เกณฑก์ ารวัดและ
และประเมิน ประเมินผล
1) การพจิ ารณาเลือกวัสดุมาเป็น 1. ตรวจแบบทดสอบ 1. แบบทดสอบก่อนเรียน
2. ใบงานที่ 2.1 1. ผลการตรวจผลงาน
สว่ นประกอบของเทคโนโลยีได้อย่าง กอ่ นเรียน 3. แบบบนั ทึก ผา่ นรอ้ ยละ 60
การประเมนิ ผลงาน
เหมาะสม (K) 2. ตรวจใบงานท่ี 2.1 นกั เรียนโดยใช้เกณฑ์ 2. ผลการสงั เกต
2) วเิ คราะหส์ มบัตขิ องวัสดุ เพื่อ 3. ตรวจงานนาเสนอ การประเมินแบบรบู ริกส์ พฤตกิ รรม
นาไปใช้ในการสร้างหรือพัฒนาชน้ิ งาน 4. สังเกตพฤตกิ รรม 4. แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทางานกล่มุ
ได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม (P) การทางานกลุม่ ผ่านร้อยละ 60
3) วิเคราะห์และเลือกเครือ่ งมอื พื้นฐาน การทางานกลุ่ม

เพอื่ นาไปใชใ้ นการสรา้ งหรอื พัฒนา

ชนิ้ งานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม และ

ปลอดภยั (P)

4) ความรบั ผิดชอบ กระตอื รอื ร้นใน

การเรยี นรู้ และการแสวงหาความรู้

เพ่มิ เติม (A)

- 56 -

13. การบูรณาการการจดั การเรียนรู้

 บูรณาการกระบวนการคดิ

 การคดิ วิเคราะห์  การคดิ เปรียบเทยี บ  การคดิ สงั เคราะห์
 การคิดประยกุ ต์
 การคดิ วิพากษ์  การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ  การคดิ แก้ปญั หา
 การคิดอนาคต
 การคดิ เชิงมโนทศั น์  การคดิ เชิงกลยทุ ธ์

 การคิดบรู ณาการ  การคดิ สรา้ งสรรค์

 บรู ณาการอาเซียน

 บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

 บูรณาการกับหลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา

 บูรณาการกบั การจดั การเรยี นรู้ STEM EDUCATION

 บูรณาการกบั การจัดการเรียนรู้ Active Learning

 บูรณาการกับกรอบสาระการเรียนร้ทู ้องถิน่

 บูรณาการกบั โครงการการจัดการศกึ ษาเพอ่ื การมงี านทาในศตวรรษท่ี 21

 บรู ณาการกับกล่มุ สาระการเรยี นรอู้ น่ื ๆ

1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

2. กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

3. กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ได้แก่ ………………-……………….

4. กลมุ่ สาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

 บูรณาการในลักษณะอนื่ ๆ ได้แก่........................................................

14. กจิ กรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

15. บันทึกผลหลงั การสอน - 57 -

สรุปผลการเรียนการสอน นกั เรยี นไมผ่ า่ น
จานวน(คน) ร้อยละ
15.1 นักเรียนท้ังหมดจานวน........................คน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูข้ ้อท่ี นกั เรยี นท่ผี า่ น
จานวน(คน) ร้อยละ

1) การพิจารณาเลือกวสั ดมุ าเปน็

ส่วนประกอบของเทคโนโลยไี ด้อย่าง

เหมาะสม (K)

2) วเิ คราะห์สมบัติของวสั ดุ เพื่อนาไปใช้ใน

การสรา้ งหรอื พฒั นาชิ้นงานไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง

และเหมาะสม (P)

3) วเิ คราะหแ์ ละเลือกเคร่ืองมือพ้ืนฐาน เพอื่

นาไปใชใ้ นการสร้างหรอื พัฒนาช้ินงานได้

อย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั (P)

4) ความรับผิดชอบ กระตือรือรน้ ในการ

เรียนรู้ และการแสวงหาความร้เู พ่ิมเติม (A)

รายชอ่ื นักเรยี นที่ไมผ่ ่านจุดประสงคข์ ้อท.่ี .......ได้แก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
รายชือ่ นักเรียนท่ีไม่ผ่านจดุ ประสงคข์ อ้ ท่ี........ได้แก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
นักเรียนที่มคี วามสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแ้ ก่
1) ......................................................................................................................................................................................
2) ......................................................................................................................................................................................
15.2 นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.3 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

- 58 -

15.4 นักเรียนมีเจตคติ คา่ นิยม 12 ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

16. ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

17. ขอ้ เสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ....................................................
(นางจุฑามาศ พรมวาส)
ตาแหนง่ ครู

- 59 -

ความเห็นของหวั หน้าสถานศึกษา / ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย

ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู้ อง นางจุฑามาศ พรมวาส ตาแหนง่ ครู แลว้ มีความคดิ เหน็ ดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี

 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
 นาไปใช้ได้จริง
 ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...................................................................
(นางสาวนงลักษณ์ จนั ทร์สขุ )

หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
30 / ธันวาคม / 2563

- 60 -

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 6

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว31111 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 4

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/1 - 4/9 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 เรอื่ ง กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เวลา 14 ชว่ั โมง

เรอ่ื ง วสั ดุและเครอื่ งมอื พื้นฐาน (2) เวลา 2 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้วี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความร้แู ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
ส่งิ แวดล้อม
ตวั ชว้ี ัด
ม.4/2 ระบปุ ญั หาหรือความต้องการทีม่ ีผลกระทบตอ่ สังคม รวบรวม วิเคราะห์ขอ้ มูลและแนวคิดทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั ปัญหา
ทีม่ คี วามซับซ้อนเพื่อสงั เคราะห์วธิ กี าร เทคนิคในการแกป้ ัญหา โดยคานงึ ถึงความถูกตอ้ งด้านทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา
ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จาเป็นภายใต้เง่ือนไขและ
ทรัพยากรทม่ี ีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปญั หาใหผ้ อู้ นื่ เขา้ ใจด้วยเทคนิคหรือวิธกี ารที่หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ
ออกแบบ วางแผนขนั้ ตอนการทางานและดาเนินการแก้ปัญหา
ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึนภายใต้กรอบเง่ือนไข หา
แนวทางการปรบั ปรุง แก้ไข และนาเสนอผลการแกป้ ญั หา พรอ้ มทงั้ เสนอแนวทางการพฒั นาต่อยอด
ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีท่ี
ซบั ซ้อนในการแก้ปัญหาหรอื พฒั นางานไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภยั

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 การพิจารณาเลอื กวัสดุมาเปน็ สว่ นประกอบของเทคโนโลยไี ด้อยา่ งเหมาะสม (K)
2.2 วเิ คราะหส์ มบัติของวสั ดุ เพอ่ื นาไปใช้ในการสรา้ งหรอื พฒั นาช้ินงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม (P)
2.3 วเิ คราะห์และเลอื กเคร่อื งมือพนื้ ฐาน เพือ่ นาไปใช้ในการสร้างหรือพฒั นาชิ้นงานไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสม

และปลอดภยั (P)
2.4 ความรบั ผดิ ชอบ กระตอื รอื ร้นในการเรียนรู้ และการแสวงหาความรเู้ พิ่มเตมิ (A)

- 61 -

3. สาระสาคญั

กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน เพ่ือสร้างแนวทางท่ีเหมาะสมในการ
แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการตามทก่ี าหนดไว้ การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมน้ันสามารถย้อนขั้นตอน
กลบั ไปมาได้ และอาจมกี ารทางานซา้ ในบางขัน้ ตอนหากต้องการพฒั นาหรือปรบั ปรุงผลงานได้ดขี ้นึ

การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถประยุกตใ์ ช้ได้ท้ังในการสร้างช้ินงานและวิธีการแก้ไขปัญหา
ซ่งึ การทางานตามกระบวนการนอี้ าจไม่ไดม้ ีลาดับข้ันตอนที่กาหนดตายตัว สามารถยอ้ นกลบั หรือขา้ มข้ันตอนได้ และอาจมีการ
ทาซา้ กระบวนการเพือ่ พฒั นาหรอื ปรบั ปรงุ ผลงานใหม้ คี วามสมบรู ณ์ยิ่งข้นึ กระบวนการแก้ปัญหาน้ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้
กบั การทางานในชวี ติ ประจาวัน และการพฒั นางานเพ่ือเปน็ แนวทางการเข้าส่อู าชีพไดอ้ ีกดว้ ย

การสร้างหรือพัฒนางานบางอย่างอาจมีความจาเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ ดังน้ันต้องมีความรู้และทักษะพ้ืนฐานท่ีจาเป็นในสิ่งที่เก่ียวข้อง เพ่ือให้สามารถทางานได้สาเร็จตามเป้าหมาย
และทางานได้อย่างปลอดภัย

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. สาระการเรยี นรู้  ซ่ือสตั ย์สุจรติ
 ใฝ่เรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)  มุ่งมนั่ ในการทางาน
- วัสดุ  มีจิตสาธารณะ
- เครอื่ งมือพน้ื ฐาน

ทักษะที่สาคัญ (P)
- ทักษะการคดิ เชงิ ระบบ
- ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
- ทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์
- ทักษะการทางานร่วมกับผอู้ ืน่
- ทักษะการสือ่ สาร

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
 รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
 มวี ินยั
 อยู่อย่างพอเพียง
 รักความเปน็ ไทย

- 62 -

6. จุดเนน้ สู่การพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รยี นทักษะศตวรรษท่ี 21

การเรยี นรู้ 3R x 8C
Reading (อา่ นออก)  (W)Riting (เขยี นได้)  (A)Rithemetics (คิดเลขเป็น)
 Critical Thinking and Problem Solving:มที กั ษะในการคิดวิเคราะห์ และแกไ้ ขปัญหาได้
 Creativity and Innovation:คิดอยา่ งสร้างสรรค์ คิดเชิงนวัตกรรม
 Collaboration Teamwork and Leadership:ใหค้ วามร่วมมือในการทางานเป็นทมี มีภาวะผู้นา
 Communication Information and Media Literacy:มีทักษะในการสอ่ื สาร และรู้เท่าทันสอ่ื
 Cross-Cultural Understanding:มีความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม
 Computing and ICT Literacy:มที กั ษะการใช้คอมพิวเตอร์ และรเู้ ทา่ ทนั เทคโนโลยี
 Career and Learning Skills:มที ักษะทางอาชีพ และกระบวนการเรียนรู้ตา่ งๆ
 Compassion:มคี ณุ ธรรม มเี มตตากรุณา มรี ะเบียบวินยั
ทกั ษะด้านชีวติ และอาชพี
 ความยดื หย่นุ และการปรบั ตัว
 การรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์และเปน็ ตวั ของตัวเอง
 ทกั ษะสงั คมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม
 การเปน็ ผู้สรา้ งหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรับผดิ ชอบเชือ่ ถือได้ (Accountability)
 ภาวะผู้นาและความรบั ผดิ ชอบ (Responsibility)
คุณลักษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผู้นา
คุณลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชนี้ าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง
คุณลักษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผ้อู นื่ ความซ่ือสัตย์ ความสานึกพลเมือง

7. จุดเน้นของสถานศึกษา

7.1 ผู้เรียนเป็นกลุ สตรีไทยสมัยนิยม (SSTB School's 4G)

 มีคุณธรรม (Good Moral)  นาปญั ญา (Good Wisdom)

 จติ อาสาเดน่ (Good Service)  เน้นมารยาท (Good Manners)

7.2 ผู้เรยี นมศี กั ยภาพเป็นพลโลก (World Citizen) เทยี บเคยี งมาตรฐานสากล

 เป็นเลศิ วิชาการ  สื่อสารไดอ้ ย่างนอ้ ย 2 ภาษา

 ลา้ หนา้ ทางความคิด  ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์

 รว่ มกนั รับผิดชอบตอ่ สังคมโลก

- 63 -

8. ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน / ร่องรอยแสดงความรู)้

8.1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
8.2 ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง วสั ดุ และเครื่องมือพ้นื ฐาน

9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงที่ 3 - 4

ขยายความเขา้ ใจ
1. นักเรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานที่ไดศ้ กึ ษา ตามประเด็นท่ีไดก้ าหนดไว้
2. ครูให้นกั เรยี นสอบถามเพ่ิมเติมเกี่ยวกับเน้ือหาทย่ี ังไมเ่ ข้าใจ แล้วให้ความรู้เพิ่มเตมิ ในส่วนนั้น
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ครูตรวจใบงานที่ 2.1
3. ครปู ระเมินผล โดยสงั เกตการตอบคาถาม การร่วมกนั ทาผลงาน และการนาเสนอผลงาน

10. ส่ือการเรียนรู้

10.1 หนังสอื เรยี น
10.2 บทเรยี นออนไลน์
10.3 Google Classroom
10.4 Power point
10.5 ใบงานท่ี 2.1
10.6 แบบทดสอบก่อนเรยี น

11. แหล่งเรยี นรใู้ นหรือนอกสถานศึกษา

-

- 64 -

12. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

รายการวดั วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื การวัด เกณฑ์การวัดและ
และประเมนิ ประเมินผล
1) การพิจารณาเลอื กวสั ดุมาเป็น 1. ตรวจแบบทดสอบ 1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. ใบงานท่ี 2.1 1. ผลการตรวจผลงาน
สว่ นประกอบของเทคโนโลยไี ด้อยา่ ง กอ่ นเรียน 3. แบบบนั ทกึ ผา่ นร้อยละ 60
การประเมนิ ผลงาน
เหมาะสม (K) 2. ตรวจใบงานท่ี 2.1 นักเรียนโดยใช้เกณฑ์ 2. ผลการสังเกต
2) วิเคราะหส์ มบัติของวัสดุ เพ่ือ 3. ตรวจงานนาเสนอ การประเมนิ แบบรบู ริกส์ พฤตกิ รรม
นาไปใชใ้ นการสรา้ งหรอื พฒั นาชิ้นงาน 4. สังเกตพฤตกิ รรม 4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลุม่
ไดอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม (P) การทางานกลมุ่ ผา่ นรอ้ ยละ 60
3) วเิ คราะหแ์ ละเลือกเครือ่ งมือพ้นื ฐาน การทางานกล่มุ

เพื่อนาไปใช้ในการสร้างหรือพฒั นา

ชิน้ งานได้อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม และ

ปลอดภัย (P)

4) ความรบั ผิดชอบ กระตือรอื ร้นใน

การเรียนรู้ และการแสวงหาความรู้

เพิ่มเติม (A)

13. การบูรณาการการจดั การเรยี นรู้

 บูรณาการกระบวนการคดิ

 การคิดวเิ คราะห์  การคิดเปรยี บเทยี บ  การคดิ สังเคราะห์
 การคดิ ประยุกต์
 การคิดวพิ ากษ์  การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ  การคดิ แกป้ ญั หา
 การคดิ อนาคต
 การคิดเชิงมโนทศั น์  การคดิ เชงิ กลยทุ ธ์

 การคิดบูรณาการ  การคิดสรา้ งสรรค์

 บูรณาการอาเซียน

 บรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

 บรู ณาการกบั หลักสูตรตา้ นทุจรติ ศกึ ษา

 บูรณาการกบั การจดั การเรียนรู้ STEM EDUCATION

 บูรณาการกบั การจดั การเรียนรู้ Active Learning

 บูรณาการกับกรอบสาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ

 บรู ณาการกับโครงการการจัดการศกึ ษาเพ่อื การมีงานทาในศตวรรษที่ 21

 บรู ณาการกับกลุม่ สาระการเรียนรอู้ ่นื ๆ

1 กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

2. กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

3. กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ไดแ้ ก่ ………………-……………….

- 65 -

4. กลุม่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ได้แก่ ………………-……………….
 บรู ณาการในลักษณะอ่ืนๆ ไดแ้ ก่........................................................

14. กิจกรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

15. บันทกึ ผลหลงั การสอน

สรุปผลการเรียนการสอน

15.1 นกั เรียนท้งั หมดจานวน........................คน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ข้อท่ี นกั เรยี นทผ่ี ่าน นักเรียนไม่ผา่ น
จานวน(คน) ร้อยละ จานวน(คน) ร้อยละ

1) การพจิ ารณาเลอื กวสั ดมุ าเป็น

สว่ นประกอบของเทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ ง

เหมาะสม (K)

2) วิเคราะห์สมบัตขิ องวสั ดุ เพอื่ นาไปใชใ้ น

การสรา้ งหรือพัฒนาชน้ิ งานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง

และเหมาะสม (P)

3) วิเคราะห์และเลอื กเครอ่ื งมือพ้นื ฐาน เพ่ือ

นาไปใชใ้ นการสร้างหรือพฒั นาช้ินงานได้

อย่างถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย (P)

4) ความรบั ผิดชอบ กระตือรือรน้ ในการ

เรียนรู้ และการแสวงหาความรเู้ พ่ิมเติม (A)

รายชื่อนักเรียนท่ีไม่ผา่ นจุดประสงค์ขอ้ ที.่ .......ได้แก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
รายชอื่ นกั เรียนท่ีไม่ผ่านจดุ ประสงค์ข้อที่........ไดแ้ ก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

- 66 -

นักเรยี นทมี่ คี วามสามารถพเิ ศษ/นักเรยี นพิการได้แก่
1) ......................................................................................................................................................................................
2) ......................................................................................................................................................................................
15.2 นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.3 นักเรยี นมคี วามรูเ้ กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.4 นักเรียนมเี จตคติ ค่านิยม 12 ประการ คุณธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

16. ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

17. ข้อเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ....................................................
(นางจฑุ ามาศ พรมวาส)
ตาแหน่ง ครู

- 67 -

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษา / ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย

ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู้ อง นางจฑุ ามาศ พรมวาส ตาแหนง่ ครู แลว้ มีความคดิ เหน็ ดงั นี้
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่

 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมได้นาเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผูเ้ รียนเป็นสาคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 นาไปใช้ไดจ้ ริง
 ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...................................................................
(นางสาวนงลกั ษณ์ จันทรส์ ุข)

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
30 / ธันวาคม / 2563

- 68 -

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 7

กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว31111 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 4

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/1 - 4/9 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่อื ง กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เวลา 14 ชัว่ โมง

เรือ่ ง กลไก ไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (1) เวลา 2 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความรแู้ ละทกั ษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
สิง่ แวดลอ้ ม
ตัวชวี้ ัด
ม.4/2 ระบุปญั หาหรอื ความตอ้ งการท่ีมีผลกระทบตอ่ สังคม รวบรวม วิเคราะหข์ อ้ มลู และแนวคดิ ท่เี กีย่ วขอ้ งกับปัญหา
ทีม่ คี วามซับซอ้ นเพ่อื สังเคราะหว์ ธิ กี าร เทคนิคในการแกป้ ัญหา โดยคานึงถงึ ความถกู ตอ้ งดา้ นทรพั ยส์ ินทางปญั ญา
ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จาเป็นภายใต้เง่ือนไขและ
ทรพั ยากรท่ีมอี ยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปญั หาให้ผอู้ น่ื เข้าใจด้วยเทคนคิ หรอื วธิ ีการที่หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ
ออกแบบ วางแผนขนั้ ตอนการทางานและดาเนนิ การแกป้ ัญหา
ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดข้ึนภายใต้กรอบเง่ือนไข
หาแนวทางการปรบั ปรงุ แก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมทง้ั เสนอแนวทางการพฒั นาตอ่ ยอด
ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และ เทคโนโลยีท่ี
ซับซ้อนในการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสมและปลอดภัย

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 เขา้ ใจการทางานของกลไกพืน้ ฐานที่ใช้อยใู่ นชีวติ ประจาวนั (K)
2.2 วเิ คราะหก์ ลไก และการทางานของอปุ กรณ์ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (P)
2.3 ออกแบบวธิ กี ารแก้ปญั หาหรอื พัฒนางาน โดยประยุกตใ์ ชค้ วามรเู้ กยี่ วกบั กลไก อุปกรณไ์ ฟฟา้ และอุปกรณ์

อิเลก็ ทรอนิกสไ์ ด้อยา่ งถูกตอ้ ง และปลอดภยั (P)
2.4 ความรบั ผิดชอบ กระตอื รอื รน้ ในการเรยี นรู้ และการแสวงหาความรเู้ พิ่มเติม (A)

- 69 -

3. สาระสาคญั

กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน เพ่ือสร้างแนวทางท่ีเหมาะสมในการ
แกป้ ญั หาหรือสนองความต้องการตามทกี่ าหนดไว้ การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนั้นสามารถย้อนข้ันตอน
กลบั ไปมาได้ และอาจมกี ารทางานซ้าในบางข้นั ตอนหากต้องการพฒั นาหรอื ปรบั ปรงุ ผลงานได้ดีขึน้

การทางานตามกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในการสร้างช้ินงานและวิธีการแก้ไขปัญหา
ซ่งึ การทางานตามกระบวนการนีอ้ าจไมไ่ ด้มลี าดับขั้นตอนทก่ี าหนดตายตัว สามารถย้อนกลบั หรือข้ามขนั้ ตอนได้ และอาจมีการ
ทาซ้ากระบวนการเพอื่ พัฒนาหรือปรับปรุงผลงานใหม้ ีความสมบูรณ์ย่ิงขน้ึ กระบวนการแก้ปัญหาน้ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้
กบั การทางานในชวี ติ ประจาวนั และการพัฒนางานเพอ่ื เปน็ แนวทางการเข้าสู่อาชีพไดอ้ ีกด้วย

การสร้างหรือพัฒนางานบางอย่างอาจมีความจาเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานที่จาเป็นในส่ิงท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถทางานได้สาเร็จตามเป้าหมาย
และทางานไดอ้ ย่างปลอดภยั

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการสือ่ สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. สาระการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K)
กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
- กลไก
- อปุ กรณ์ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์
- แผงควบคุมขนาดเลก็

ทักษะทีส่ าคัญ (P)
- ทักษะการคิดเชิงระบบ
- ทักษะการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ
- ทกั ษะการคิดสรา้ งสรรค์
- ทกั ษะการทางานร่วมกบั ผูอ้ น่ื
- ทักษะการส่อื สาร

- 70 -

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)  ซ่ือสตั ย์สจุ รติ
 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ใฝเ่ รียนรู้
 มวี นิ ยั  มงุ่ ม่นั ในการทางาน
 อยู่อย่างพอเพียง  มีจติ สาธารณะ
 รักความเป็นไทย

6. จุดเน้นส่กู ารพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียนทกั ษะศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ 3R x 8C
Reading (อา่ นออก)  (W)Riting (เขยี นได้)  (A)Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
 Critical Thinking and Problem Solving:มที ักษะในการคิดวิเคราะห์ และแกไ้ ขปัญหาได้
 Creativity and Innovation:คดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ คิดเชิงนวตั กรรม
 Collaboration Teamwork and Leadership:ใหค้ วามรว่ มมอื ในการทางานเปน็ ทีมมภี าวะผู้นา
 Communication Information and Media Literacy:มีทกั ษะในการสอื่ สาร และรเู้ ท่าทนั สื่อ
 Cross-Cultural Understanding:มีความเข้าใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม
 Computing and ICT Literacy:มที กั ษะการใชค้ อมพิวเตอร์ และรูเ้ ทา่ ทันเทคโนโลยี
 Career and Learning Skills:มีทักษะทางอาชพี และกระบวนการเรียนรตู้ ่างๆ
 Compassion:มีคณุ ธรรม มเี มตตากรณุ า มรี ะเบียบวินัย
ทกั ษะด้านชวี ติ และอาชพี
 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว
 การริเริ่มสรา้ งสรรค์และเป็นตัวของตวั เอง
 ทักษะสังคมและสังคมขา้ มวฒั นธรรม
 การเป็นผู้สรา้ งหรือผผู้ ลิต (Productivity) และความรบั ผดิ ชอบเชือ่ ถือได้ (Accountability)
 ภาวะผู้นาและความรับผดิ ชอบ (Responsibility)
คุณลักษณะสาหรบั ศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นา
คุณลกั ษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การช้นี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
คณุ ลักษณะด้านศีลธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผอู้ ืน่ ความซือ่ สัตย์ ความสานกึ พลเมอื ง

- 71 -

7. จุดเนน้ ของสถานศกึ ษา

7.1 ผู้เรยี นเปน็ กลุ สตรีไทยสมยั นิยม (SSTB School's 4G)

 มคี ณุ ธรรม (Good Moral)  นาปัญญา (Good Wisdom)

 จิตอาสาเดน่ (Good Service)  เน้นมารยาท (Good Manners)

7.2 ผู้เรยี นมีศักยภาพเปน็ พลโลก (World Citizen) เทยี บเคยี งมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วิชาการ  ส่ือสารไดอ้ ย่างน้อย 2 ภาษา

 ลา้ หนา้ ทางความคดิ  ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์

 ร่วมกันรับผิดชอบตอ่ สังคมโลก

8. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความร)ู้

8.1 ใบงานท่ี 2.2 เร่ือง หลักการทางานของอปุ กรณไ์ ฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

9. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่วั โมงท่ี 1 - 2

1. ครเู ช็คช่อื นักเรยี น
2. ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
กระต้นุ ความสนใจ
1. ครนู าเขา้ สบู่ ทเรียน ด้วยการเปิดคลิปวดี ีทศั นเ์ กย่ี วกับ โดรนขนส่งเวชภัณฑ์ หรอื ขาเทียมอัจฉริยะ แลว้ ใหน้ กั เรยี น
รว่ มกันอภิปราย เกยี่ วกบั ระบบการทางาน กลไก และการใชอ้ ุปกรณ์ไฟฟา้ อเิ ล็กทรอนกิ สใ์ นการสรา้ งหรือพฒั นา
เทคโนโลยีนน้ั โดยใชค้ าถาม “นกั เรยี นชว่ ยกนั ระดมความคดิ เก่ียวกับระบบการทางานและการประยุกตใ์ ชอ้ ุปกรณ์
ไฟฟา้ และอุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกสใ์ นการสรา้ งโดรนขนสง่ เวชภณั ฑ์ หรือขาเทียมอัจฉริยะ เพ่ือชว่ ยอานวยความสะดวก
ในการดารงชีวิตของมนุษย์”
สารวจคน้ หา
1. นักเรียนศกึ ษา ค้นคว้า จากหนังสือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4 และสรุปแนวคดิ สาคญั
เพ่อื อภปิ รายแลกเปลย่ี นเรยี นรใู้ ห้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกบั กลไกพื้นฐาน เรอ่ื ง เฟืองและรอก ในประเด็น ดงั นี้

- ประเภทของเฟืองและรอก
- หลักการทางาน
- การประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั
อธิบายความรู้
1. ครใู ช้คาถามเพอื่ กระต้นุ ใหน้ กั เรียนคิดวิธีการในการแก้ปญั หากรณที อ่ี ุปกรณท์ ี่ต้องการใช้ในการงานไม่สามารถ
ทางานได้ โดยใช้คาถาม “ถ้านักเรียนไม่สามารถหารอกสาเร็จรปู มาใช้งานได้นกั เรียนสามารถนาอุปกรณใ์ ดบา้ งมา
ทดแทนหรอื ประยุกตใ์ ช้ และอุปกรณ์ทดแทนน้นั จะถกู ใชง้ านอยา่ งไร”
2. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ ราย

- 72 -

ขยายความเข้าใจ
1. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ในเรอื่ งของกลไกพื้นฐาน เรอ่ื ง เฟอื งและรอก
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผล โดยสังเกตการตอบคาถาม การรว่ มกนั ทาผลงาน และการนาเสนอผลงาน

10. สื่อการเรียนรู้

10.1 หนงั สือเรยี น
10.2 บทเรียนออนไลน์
10.3 Google Classroom
10.4 Power point
10.5 ใบงานที่ 2.2

11. แหลง่ เรียนรู้ในหรือนอกสถานศึกษา

-

12. การวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

รายการวัด วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมอื การวดั เกณฑ์การวัดและ
และประเมิน ประเมินผล
1) เข้าใจการทางานของกลไกพ้ืนฐานท่ใี ช้ 1. ตรวจใบงานท่ี 2.2
1. ใบงานที่ 2.2 1. ผลการตรวจผลงาน
อยใู่ นชีวิตประจาวนั (K) 2. ตรวจงานนาเสนอ 2. แบบบันทึก ผ่านร้อยละ 60
2) วเิ คราะหก์ ลไก และการทางานของ 3. สงั เกตพฤตกิ รรม
อปุ กรณ์ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (P) การทางานกลมุ่ การประเมินผลงาน 2. ผลการสังเกต
3) ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหาหรือพฒั นา นกั เรยี นโดยใชเ้ กณฑ์ พฤตกิ รรม
การประเมนิ แบบรูบริกส์ การทางานกล่มุ
งาน โดยประยุกตใ์ ช้ความรู้เกย่ี วกับกลไก 3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผ่านร้อยละ 60
การทางานกลมุ่
อปุ กรณไ์ ฟฟา้ และอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์

ได้อยา่ งถกู ต้อง และปลอดภัย (P)

4) ความรบั ผิดชอบ กระตอื รอื รน้ ในการ

เรียนรู้ และการแสวงหาความรูเ้ พ่มิ เติม (A)

- 73 -

13. การบูรณาการการจดั การเรียนรู้

 บูรณาการกระบวนการคดิ

 การคดิ วิเคราะห์  การคดิ เปรียบเทยี บ  การคดิ สงั เคราะห์
 การคิดประยกุ ต์
 การคดิ วิพากษ์  การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ  การคดิ แก้ปญั หา
 การคิดอนาคต
 การคดิ เชิงมโนทศั น์  การคดิ เชิงกลยทุ ธ์

 การคิดบรู ณาการ  การคดิ สรา้ งสรรค์

 บรู ณาการอาเซียน

 บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

 บูรณาการกบั หลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา

 บูรณาการกบั การจดั การเรยี นรู้ STEM EDUCATION

 บูรณาการกบั การจัดการเรียนรู้ Active Learning

 บูรณาการกับกรอบสาระการเรียนร้ทู ้องถิน่

 บูรณาการกบั โครงการการจัดการศกึ ษาเพอ่ื การมงี านทาในศตวรรษท่ี 21

 บรู ณาการกบั กล่มุ สาระการเรยี นรอู้ น่ื ๆ

1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

2. กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

3. กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ได้แก่ ………………-……………….

4. กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

 บูรณาการในลักษณะอนื่ ๆ ได้แก่........................................................

14. กจิ กรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

15. บนั ทึกผลหลังการสอน - 74 -

สรปุ ผลการเรยี นการสอน นกั เรยี นไม่ผา่ น
จานวน(คน) ร้อยละ
15.1 นกั เรียนท้งั หมดจานวน........................คน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ขอ้ ท่ี นักเรียนท่ีผา่ น
จานวน(คน) รอ้ ยละ

1) เขา้ ใจการทางานของกลไกพน้ื ฐานทีใ่ ช้

อยู่ในชีวติ ประจาวนั (K)

2) วิเคราะหก์ ลไก และการทางานของ

อุปกรณ์ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์ (P)

3) ออกแบบวธิ ีการแกป้ ญั หาหรือพัฒนางาน

โดยประยุกต์ใชค้ วามรู้เก่ียวกบั กลไก

อุปกรณไ์ ฟฟา้ และอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ด้

อย่างถูกตอ้ ง และปลอดภยั (P)

4) ความรบั ผิดชอบ กระตอื รือรน้ ในการ

เรยี นรู้ และการแสวงหาความรเู้ พม่ิ เตมิ (A)

รายชอื่ นักเรยี นท่ไี มผ่ า่ นจดุ ประสงคข์ ้อท่.ี .......ไดแ้ ก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
รายชอ่ื นกั เรยี นทไี่ มผ่ ่านจุดประสงค์ข้อท่.ี .......ได้แก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
นักเรียนท่มี คี วามสามารถพิเศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแ้ ก่
1) ......................................................................................................................................................................................
2) ......................................................................................................................................................................................
15.2 นักเรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.3 นกั เรยี นมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.4 นกั เรยี นมเี จตคติ ค่านิยม 12 ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

- 75 -

16. ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแกไ้ ข

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

17. ข้อเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ....................................................
(นางจุฑามาศ พรมวาส)
ตาแหน่ง ครู

- 76 -

ความเหน็ ของหวั หนา้ สถานศึกษา / ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย

ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางจุฑามาศ พรมวาส ตาแหนง่ ครู แลว้ มีความคดิ เหน็ ดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี

 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่
 นาไปใช้ไดจ้ ริง
 ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...................................................................
(นางสาวนงลักษณ์ จนั ทร์สขุ )

หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
30 / ธันวาคม / 2563

- 77 -

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชา ว31111 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 4

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4/1 - 4/9 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เวลา 14 ช่ัวโมง

เรื่อง กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ (2) เวลา 2 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความร้แู ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
ส่งิ แวดลอ้ ม
ตัวชว้ี ัด
ม.4/2 ระบปุ ัญหาหรือความตอ้ งการทมี่ ีผลกระทบตอ่ สงั คม รวบรวม วิเคราะหข์ อ้ มลู และแนวคดิ ท่เี กีย่ วขอ้ งกบั ปัญหา
ทีม่ ีความซบั ซอ้ นเพอ่ื สังเคราะห์วิธกี าร เทคนิคในการแกป้ ญั หา โดยคานึงถึงความถกู ต้องดา้ นทรพั ย์สินทางปญั ญา
ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จาเป็นภายใต้เง่ือนไขและ
ทรัพยากรท่ีมีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาใหผ้ ู้อื่นเข้าใจดว้ ยเทคนิคหรอื วธิ กี ารท่หี ลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ
ออกแบบ วางแผนข้นั ตอนการทางานและดาเนนิ การแก้ปัญหา
ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดข้ึนภายใต้ กรอบเงื่อนไข
หาแนวทางการปรับปรุง แกไ้ ข และนาเสนอผลการแกป้ ญั หา พร้อมทัง้ เสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอด
ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีท่ี
ซับซ้อนในการแกป้ ญั หาหรือพัฒนางานได้อย่างถกู ต้อง เหมาะสมและปลอดภยั

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 เขา้ ใจการทางานของกลไกพื้นฐานทีใ่ ช้อย่ใู นชีวิตประจาวนั (K)
2.2 วิเคราะหก์ ลไก และการทางานของอุปกรณ์ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ (P)
2.3 ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหาหรือพัฒนางาน โดยประยุกตใ์ ชค้ วามรู้เกีย่ วกบั กลไก อปุ กรณไ์ ฟฟ้า และอุปกรณ์

อเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และปลอดภยั (P)
2.4 ความรับผิดชอบ กระตอื รอื รน้ ในการเรยี นรู้ และการแสวงหาความรเู้ พ่มิ เตมิ (A)

- 78 -

3. สาระสาคัญ

กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน เพื่อสร้างแนวทางท่ีเหมาะสมในการ
แก้ปญั หาหรอื สนองความตอ้ งการตามทกี่ าหนดไว้ การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนั้นสามารถย้อนข้ันตอน
กลับไปมาได้ และอาจมกี ารทางานซ้าในบางข้นั ตอนหากตอ้ งการพฒั นาหรอื ปรับปรงุ ผลงานไดด้ ขี ้ึน

การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถประยุกต์ใช้ได้ท้ังในการสร้างช้ินงานและวิธีการแก้ไขปัญหา
ซ่งึ การทางานตามกระบวนการน้ีอาจไมไ่ ดม้ ลี าดับขน้ั ตอนทีก่ าหนดตายตวั สามารถย้อนกลบั หรือข้ามข้ันตอนได้ และอาจมีการ
ทาซ้ากระบวนการเพอื่ พฒั นาหรือปรับปรุงผลงานใหม้ ีความสมบูรณย์ ง่ิ ขนึ้ กระบวนการแก้ปัญหาน้ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้
กบั การทางานในชวี ิตประจาวัน และการพฒั นางานเพอื่ เปน็ แนวทางการเขา้ ส่อู าชพี ไดอ้ กี ดว้ ย

การสร้างหรือพัฒนางานบางอย่างอาจมีความจาเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานที่จาเป็นในส่ิงที่เก่ียวข้อง เพ่ือให้สามารถทางานได้สาเร็จตามเป้าหมาย
และทางานได้อยา่ งปลอดภยั

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. สาระการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (K)
กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
- กลไก
- อุปกรณ์ไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์
- แผงควบคุมขนาดเลก็

ทักษะทีส่ าคัญ (P)
- ทกั ษะการคิดเชงิ ระบบ
- ทกั ษะการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ
- ทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์
- ทักษะการทางานร่วมกับผู้อน่ื
- ทักษะการสอื่ สาร

- 79 -

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)  ซ่ือสตั ย์สุจริต
 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ใฝเ่ รียนรู้
 มวี นิ ยั  มงุ่ ม่นั ในการทางาน
 อยู่อย่างพอเพียง  มีจติ สาธารณะ
 รักความเป็นไทย

6. จุดเน้นส่กู ารพฒั นาคุณภาพผู้เรยี นทกั ษะศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ 3R x 8C
Reading (อา่ นออก)  (W)Riting (เขยี นได้)  (A)Rithemetics (คดิ เลขเป็น)
 Critical Thinking and Problem Solving:มที ักษะในการคิดวเิ คราะห์ และแกไ้ ขปญั หาได้
 Creativity and Innovation:คดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ คิดเชิงนวตั กรรม
 Collaboration Teamwork and Leadership:ใหค้ วามรว่ มมือในการทางานเปน็ ทีมมภี าวะผู้นา
 Communication Information and Media Literacy:มีทกั ษะในการส่ือสาร และรเู้ ท่าทนั สื่อ
 Cross-Cultural Understanding:มีความเข้าใจความแตกต่างทางวฒั นธรรม
 Computing and ICT Literacy:มที กั ษะการใชค้ อมพิวเตอร์ และรู้เท่าทนั เทคโนโลยี
 Career and Learning Skills:มีทักษะทางอาชพี และกระบวนการเรยี นรตู้ า่ งๆ
 Compassion:มีคณุ ธรรม มีเมตตากรณุ า มีระเบียบวินัย
ทกั ษะด้านชวี ติ และอาชพี
 ความยืดหยุ่นและการปรับตวั
 การริเริ่มสรา้ งสรรค์และเป็นตัวของตวั เอง
 ทักษะสังคมและสังคมขา้ มวฒั นธรรม
 การเป็นผู้สรา้ งหรือผผู้ ลิต (Productivity) และความรบั ผดิ ชอบเช่อื ถือได้ (Accountability)
 ภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ (Responsibility)
คุณลักษณะสาหรบั ศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นา
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การช้นี าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คณุ ลักษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผอู้ ืน่ ความซือ่ สัตย์ ความสานกึ พลเมือง

- 80 -

7. จดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา

7.1 ผู้เรยี นเปน็ กุลสตรีไทยสมยั นยิ ม (SSTB School's 4G)

 มคี ุณธรรม (Good Moral)  นาปญั ญา (Good Wisdom)

 จิตอาสาเดน่ (Good Service)  เนน้ มารยาท (Good Manners)

7.2 ผู้เรยี นมศี ักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen) เทียบเคียงมาตรฐานสากล

 เป็นเลิศวชิ าการ  ส่ือสารไดอ้ ย่างน้อย 2 ภาษา

 ลา้ หน้าทางความคิด  ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์

 ร่วมกนั รบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

8. ช้ินงานหรือภาระงาน (หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความร)ู้

8.1 ใบงานท่ี 2.2 เรือ่ ง หลกั การทางานของอุปกรณไ์ ฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์

9. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ชวั่ โมงที่ 3 - 4

1. ครูเชค็ ชือ่ นักเรียน
กระต้นุ ความสนใจ
1. นักเรียนทากิจกรรมเพื่อทบทวนความรทู้ ีเ่ รยี นผ่านมาและเนื้อหาท่จี ะเรยี นในคาบนี้ โดยใช้ Application Kahoot
สารวจค้นหา
1. ครูตัง้ คาถามใหน้ กั เรียนชว่ ยกันตอบ เก่ยี วกบั หลกั การทางานของอุปกรณ์และเคร่ืองใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงการ
นาไปใชง้ านในชวี ิตประจาวัน
2. นักเรยี นร่วมกนั อภปิ ราย
อธิบายความรู้
1. นักเรียนแบง่ กลมุ่ เท่า ๆ กนั 3 กลุ่ม เพอื่ ศกึ ษาอุปกรณไ์ ฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ได้ มอเตอร์ เซ็นเซอร์ และแผง
ควบคุมขนาดเลก็ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ แยกเข้าฐานการเรยี นรู้ตามหัวข้อทง้ั 3 เรอ่ื ง โดยใช้เวลา 15 นาที
2. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ สรุปและอภิปรายร่วมกนั เกี่ยวกับหน้าทล่ี ะการประยุกตใ์ ช้งานของมอเตอร์ เซ็นเซอร์ และแผง
ควบคุมขนาดเล็ก
ขยายความเขา้ ใจ
1. นักเรียนออกมานาเสนอความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการเขา้ ฐานการเรยี นรู้
2. นกั เรียนจับคู่ ทาใบงานท่ี 2.2 เรื่องหลกั การทางานของอุปกรณไ์ ฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ โดยทาเป็นแผนผังมโนทศั น์
ลงในโปรแกรม Power Point โดยให้สง่ ไฟลง์ านท่ีเสร็จสมบูรณแ์ ล้วที่ Google Classroom
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.2
2. ครูประเมนิ ผล โดยสงั เกตการตอบคาถาม การรว่ มกันทาผลงาน และการนาเสนอผลงาน

- 81 -

10. สื่อการเรียนรู้

10.1 หนงั สอื เรียน
10.2 บทเรียนออนไลน์
10.3 Google Classroom
10.4 Power point
10.5 ใบงานท่ี 2.2

11. แหลง่ เรียนรใู้ นหรอื นอกสถานศึกษา

-

12. การวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

รายการวัด วิธีการวัดผล เครอื่ งมอื การวดั เกณฑก์ ารวัดและ
และประเมิน ประเมนิ ผล
1) เขา้ ใจการทางานของกลไกพืน้ ฐานที่ใช้ 1. ตรวจใบงานที่ 2.2
1. ใบงานท่ี 2.2 1. ผลการตรวจผลงาน
อยูใ่ นชีวติ ประจาวนั (K) 2. ตรวจงานนาเสนอ 2. แบบบนั ทกึ ผา่ นร้อยละ 60
2) วิเคราะห์กลไก และการทางานของ 3. สงั เกตพฤตกิ รรม
อปุ กรณไ์ ฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ (P) การทางานกลุ่ม การประเมนิ ผลงาน 2. ผลการสงั เกต
3) ออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหาหรอื พัฒนา นกั เรียนโดยใช้เกณฑ์ พฤตกิ รรม
การประเมนิ แบบรบู ริกส์ การทางานกลุม่
งาน โดยประยุกตใ์ ช้ความรู้เก่ียวกับกลไก 3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผ่านรอ้ ยละ 60
การทางานกล่มุ
อปุ กรณ์ไฟฟ้า และอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์

ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง และปลอดภยั (P)

4) ความรบั ผิดชอบ กระตอื รือรน้ ในการ

เรียนรู้ และการแสวงหาความรู้เพม่ิ เติม (A)

13. การบรู ณาการการจดั การเรยี นรู้

 บรู ณาการกระบวนการคิด

 การคดิ วิเคราะห์  การคิดเปรยี บเทียบ  การคดิ สงั เคราะห์
 การคดิ ประยุกต์
 การคิดวพิ ากษ์  การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ  การคดิ แก้ปัญหา
 การคิดอนาคต
 การคิดเชงิ มโนทศั น์  การคิดเชงิ กลยทุ ธ์

 การคดิ บูรณาการ  การคดิ สร้างสรรค์

 บรู ณาการอาเซียน

 บูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

 บรู ณาการกับหลกั สตู รต้านทุจรติ ศกึ ษา

 บรู ณาการกบั การจดั การเรยี นรู้ STEM EDUCATION

- 82 -

 บรู ณาการกบั การจัดการเรียนรู้ Active Learning
 บรู ณาการกับกรอบสาระการเรยี นร้ทู อ้ งถนิ่
 บรู ณาการกับโครงการการจดั การศึกษาเพ่ือการมงี านทาในศตวรรษที่ 21
 บรู ณาการกับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ื่นๆ

1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ได้แก่ ………………-……………….
2. กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ ………………-……………….
3. กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ไดแ้ ก่ ………………-……………….
4. กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ได้แก่ ………………-……………….
 บูรณาการในลกั ษณะอนื่ ๆ ไดแ้ ก.่ .......................................................

14. กจิ กรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

15. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

15.1 นักเรยี นท้ังหมดจานวน........................คน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ข้อท่ี นักเรยี นที่ผา่ น นกั เรียนไมผ่ ่าน
จานวน(คน) รอ้ ยละ จานวน(คน) ร้อยละ

1) เขา้ ใจการทางานของกลไกพืน้ ฐานท่ใี ช้

อยใู่ นชวี ติ ประจาวนั (K)

2) วเิ คราะหก์ ลไก และการทางานของ

อุปกรณไ์ ฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (P)

3) ออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหาหรือพฒั นางาน

โดยประยุกตใ์ ช้ความรูเ้ ก่ยี วกบั กลไก

อปุ กรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ได้

อยา่ งถกู ต้อง และปลอดภัย (P)

4) ความรบั ผิดชอบ กระตอื รอื ร้นในการ

เรียนรู้ และการแสวงหาความรู้เพม่ิ เตมิ (A)

- 83 -

รายช่อื นักเรียนทไ่ี ม่ผ่านจุดประสงค์ข้อท่.ี .......ไดแ้ ก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
รายชื่อนกั เรียนท่ีไม่ผ่านจดุ ประสงคข์ อ้ ท.่ี .......ไดแ้ ก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
นักเรียนท่มี ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการได้แก่
1) ......................................................................................................................................................................................
2) ......................................................................................................................................................................................
15.2 นกั เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.3 นกั เรยี นมคี วามรูเ้ กดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.4 นักเรียนมเี จตคติ ค่านิยม 12 ประการ คุณธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

16. ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

17. ข้อเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ....................................................
(นางจฑุ ามาศ พรมวาส)
ตาแหน่ง ครู

- 84 -

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา / ผทู้ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย

ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางจฑุ ามาศ พรมวาส ตาแหนง่ ครู แล้วมคี วามคดิ เห็นดังน้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่

 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมได้นาเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผูเ้ รียนเปน็ สาคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 นาไปใช้ไดจ้ รงิ
 ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...................................................................
(นางสาวนงลักษณ์ จันทร์สุข)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
30 / ธันวาคม / 2563

- 85 -

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 9

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชา ว31111 รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 4

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/1 - 4/9 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เรือ่ ง กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เวลา 14 ชวั่ โมง

เรือ่ ง ทาความรู้จักกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (1) เวลา 2 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความรแู้ ละทกั ษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
ส่งิ แวดล้อม
ตวั ชวี้ ัด
ม.4/2 ระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการทมี่ ผี ลกระทบต่อสงั คม รวบรวม วิเคราะหข์ อ้ มลู และแนวคิดที่เกีย่ วขอ้ งกบั ปัญหา
ท่มี ีความซบั ซ้อนเพ่อื สังเคราะห์วธิ กี าร เทคนิคในการแก้ปัญหา โดยคานงึ ถึงความถูกตอ้ งดา้ นทรัพย์สินทางปัญญา
ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจาเป็นภายใต้เงื่อนไข และ
ทรพั ยากรที่มอี ยู่ นาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจดว้ ยเทคนคิ หรอื วธิ ีการทห่ี ลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ
ออกแบบ วางแผนขัน้ ตอนการทางานและดาเนินการแก้ปญั หา
ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้นภายใต้กรอบเงื่อนไข หา
แนวทางการปรบั ปรุง แกไ้ ข และนาเสนอผลการแกป้ ญั หา พร้อมทัง้ เสนอแนวทางการพฒั นาต่อยอด
ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่
ซบั ซ้อนในการแก้ปัญหาหรอื พฒั นางานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมและปลอดภยั

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 อธิบายการทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม (K)
2.2 ใช้เทคนคิ หรือวธิ กี ารเพื่อวิเคราะหข์ ้อมูลในการแก้ปญั หาตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (P)
2.3 ประยุกตใ์ ชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการแก้ปญั หาหรอื พัฒนางานในชวี ติ ประจาวนั (P)
2.4 ความรับผิดชอบ กระตือรอื รน้ ในการเรียนรู้ และการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม (A)

- 86 -

3. สาระสาคัญ

กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน เพ่ือสร้างแนวทางที่เหมาะสมในการ
แก้ปัญหาหรือสนองความตอ้ งการตามท่ีกาหนดไว้ การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนั้นสามารถย้อนข้ันตอน
กลบั ไปมาได้ และอาจมีการทางานซา้ ในบางข้ันตอนหากตอ้ งการพัฒนาหรือปรบั ปรงุ ผลงานไดด้ ขี ้ึน

การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในการสร้างช้ินงานและวิธีการแก้ไขปัญหา
ซง่ึ การทางานตามกระบวนการนอ้ี าจไมไ่ ด้มลี าดบั ข้นั ตอนทีก่ าหนดตายตวั สามารถย้อนกลบั หรอื ขา้ มข้นั ตอนได้ และอาจมีการ
ทาซา้ กระบวนการเพ่อื พฒั นาหรอื ปรับปรุงผลงานใหม้ ีความสมบูรณย์ ิง่ ขน้ึ กระบวนการแก้ปัญหาน้ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้
กับการทางานในชวี ิตประจาวัน และการพัฒนางานเพ่ือเป็นแนวทางการเขา้ สู่อาชพี ไดอ้ ีกดว้ ย

การสร้างหรือพัฒนางานบางอย่างอาจมีความจาเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ ดังน้ันต้องมีความรู้และทักษะพ้ืนฐานท่ีจาเป็นในส่ิงท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือให้สามารถทางานได้สาเร็จตามเป้าหม าย
และทางานได้อย่างปลอดภยั

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

 ความสามารถในการสอ่ื สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. สาระการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K)
กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
- ความหมายและลกั ษณะของกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
- ขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม

ทกั ษะทสี่ าคญั (P)
- ทักษะการคิดเชงิ ระบบ
- ทกั ษะการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
- ทักษะการคดิ สร้างสรรค์
- ทักษะการทางานรว่ มกบั ผอู้ นื่
- ทักษะการส่ือสาร

- 87 -

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)  ซ่ือสตั ย์สจุ รติ
 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ใฝเ่ รียนรู้
 มวี นิ ยั  มงุ่ ม่นั ในการทางาน
 อยู่อย่างพอเพียง  มีจติ สาธารณะ
 รักความเป็นไทย

6. จุดเน้นส่กู ารพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียนทกั ษะศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ 3R x 8C
Reading (อา่ นออก)  (W)Riting (เขยี นได้)  (A)Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
 Critical Thinking and Problem Solving:มที ักษะในการคิดวิเคราะห์ และแกไ้ ขปัญหาได้
 Creativity and Innovation:คดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ คิดเชิงนวตั กรรม
 Collaboration Teamwork and Leadership:ใหค้ วามรว่ มมอื ในการทางานเปน็ ทีมมภี าวะผู้นา
 Communication Information and Media Literacy:มีทกั ษะในการสอื่ สาร และรเู้ ท่าทนั สื่อ
 Cross-Cultural Understanding:มีความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม
 Computing and ICT Literacy:มที กั ษะการใชค้ อมพิวเตอร์ และรูเ้ ทา่ ทันเทคโนโลยี
 Career and Learning Skills:มีทักษะทางอาชพี และกระบวนการเรียนรตู้ ่างๆ
 Compassion:มีคณุ ธรรม มเี มตตากรณุ า มีระเบียบวินัย
ทกั ษะด้านชวี ติ และอาชพี
 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว
 การริเริ่มสรา้ งสรรค์และเป็นตัวของตวั เอง
 ทักษะสังคมและสังคมขา้ มวฒั นธรรม
 การเป็นผู้สรา้ งหรือผผู้ ลิต (Productivity) และความรบั ผดิ ชอบเชือ่ ถือได้ (Accountability)
 ภาวะผู้นาและความรับผดิ ชอบ (Responsibility)
คุณลักษณะสาหรบั ศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นา
คุณลกั ษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การช้นี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรูข้ องตนเอง
คณุ ลักษณะด้านศีลธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผอู้ ืน่ ความซือ่ สัตย์ ความสานกึ พลเมอื ง

- 88 -

7. จดุ เนน้ ของสถานศึกษา

7.1 ผู้เรยี นเป็นกุลสตรีไทยสมยั นิยม (SSTB School's 4G)

 มีคณุ ธรรม (Good Moral)  นาปญั ญา (Good Wisdom)

 จติ อาสาเด่น (Good Service)  เนน้ มารยาท (Good Manners)

7.2 ผู้เรยี นมีศักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen) เทียบเคียงมาตรฐานสากล

 เป็นเลศิ วชิ าการ  สือ่ สารได้อยา่ งนอ้ ย 2 ภาษา

 ล้าหนา้ ทางความคดิ  ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์

 รว่ มกันรบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก

8. ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน / ร่องรอยแสดงความร)ู้

8.1 ใบงานที่ 2.3 เรอ่ื ง ผงั มโนทัศน์กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
8.2 แบบทดสอบหลงั เรยี น

9. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี 1 - 2

1. ครเู ชค็ ชอ่ื นกั เรยี น
2. ครแู จง้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูนาเข้าส่บู ทเรยี นดว้ ยการเปิดวีดที ัศนเ์ พอื่ ทบทวนกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม หรือเอนเิ มช่ันอธิบาย
กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม โดยใช้เวบ็ ไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=80gWU-
AJwF0&t=109s แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภปิ รายและสรุปกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมวา่ เปน็ กระบวนการ
แกป้ ัญหาหรอื พฒั นางานเพอื่ เสนอ ความตอ้ งการของมนษุ ย์
สารวจคน้ หา
1. ครูให้นักเรยี นอา่ นพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ท่ีครูเตรียมไว้ให้ ในประเด็นข่าวเกี่ยวกับ “รถไฟความเร็วสูง” แล้วให้
นักเรยี นชว่ ยกนั คน้ หาขา่ วการสร้างรถไฟความเรว็ สูง จากน้ันครูและนกั เรียนรว่ มกันสนทนาซกั ถามเกี่ยวกับ “เทคโนโลยี
สามารถแก้ปัญหาหรือชว่ ยตอบสนองความต้องการในชวี ิตประจาวันอยา่ งไร”
2. ครสู มุ่ นักเรียน 3-4 คน ยกตวั อย่างคลิป รถไฟความเร็วสูงที่เกิดจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยในประเทศต่าง ๆ พร้อมทั้ง
บอกวา่ กระบวนการออกแบบและการแกป้ ญั หาเปน็ ไปอยา่ งไร
3. ครเู ปดิ คลปิ ขา่ วเก่ียวกบั “การสร้างรถไฟความเร็วสงู ในประเทศไทย กรงุ เทพ – โคราช” พร้อมทั้งถามคาถามกระตุ้น
ความคิดว่า การสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันได้อย่างไร แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความ
คดิ เห็นและตอบคาถาม

(แนวตอบ : วศิ วกร ผทู้ ส่ี ร้างรถไฟความเร็วสูงเป็นการสร้างโดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาเป็น
การออกแบบเชิงวิศวกรรม เพื่อทาให้การแก้ปัญหามีทางเลือก หลักการ และเป็นระบบ และใช้วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ให้เปน็ ประโยชน์ และออกแบบเพื่อใหไ้ ดผ้ ลงานตามทตี่ อ้ งการ)

- 89 -

4. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิด พร้อมทั้งมีครูช่วยอธิบายเสริม เก่ียวกับวิศวกรใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และ
วิศวกรรมศาสตรเ์ ปน็ ส่วนที่ชว่ ยในการสร้างเทคโนโลยี โดยวิทยาศาสตร์ คือ การทาความเข้าใจธรรมชาติที่มีพื้นฐานมา
จากการสงั เกตและสามารถพสิ ูจน์ได้ดว้ ยการทดลอง ส่วนวิศวกรรมศาสตร์ คือ การสรา้ งส่ิงที่ไมเ่ คยมีหรือเกิดข้ึนมาก่อน
หรือเคยมแี ตย่ ังมจี ดุ ท่ีสามารถพัฒนาต่อยอดให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากขึน้ ได้ โดยผา่ นกระบวนการเชิงวศิ วกรรม
5. ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคดิ ว่า “นกั เรียนคิดว่ากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมช่วยแกป้ ัญหา
ในชวี ติ ประจาวันอยา่ งไร” แล้วให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ และตอบคาถาม

(แนวตอบ : การออกแบบเชงิ วิศวกรรม เป็นการแกไ้ ขปญั หาโดยใช้กระบวนการทางานภายใต้เกณฑ์ และ
ขอ้ จากดั โดยนาปญั หาหรอื ความตอ้ งการมาเปน็ จุดเร่มิ ต้น เน้นความเข้าใจในการเช่อื มโยงความรู้สู่เทคโนโลยี ซง่ึ มี
วทิ ยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตรเ์ ป็นเครือ่ งมอื เพ่อื ช่วยให้กระบวนการสรา้ งสรรคท์ างวิศวกรรมพฒั นางานใหม้ ี
ประสทิ ธภิ าพสงู สุด ภายใตข้ ้อจากัดที่กาหนด)
6. นักเรียนแบง่ กลุ่ม ๆ ละเท่า ๆ กัน รว่ มกนั สืบค้นข้อมลู เกยี่ วกับความหมายและลักษณะของกระบวนการออกแบบทาง
วิศวกรรมและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายข้อมูลที่สืบค้นได้ภายในกลุ่ม แล้วร่วมกันสรุปในประเด็น “ความแตกต่างของ
กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์” ลงในกระดาษ A4 แล้วนามาส่งครูเพ่ือให้ครู
ตรวจสอบความถูกต้อง
8. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มพลัดกนั เปน็ ฝา่ ยถามและใหเ้ ลอื กนกั เรยี นต่างกลมุ่ เป็นฝ่ายตอบ ในประเดน็ กระบวนการออกแบบ
ทางวศิ วกรรมและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น

 กระบวนการออกแบบทางวศิ วกรรม คอื อะไร
(แนวตอบ : กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรม เป็นกระบวนการคิดทางานเพื่อแก้ปัญหา โดยเน้น

การคิดสรา้ งสรรค์ ใชเ้ ทคโนโลยที ี่เปน็ ระบบ เนน้ การทาซา้ เพื่อหาทางออกในการแกป้ ัญหาของมนษุ ย์)
 ข้อแตกต่างของลักษณะเดน่ ของกระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
(แนวตอบ : กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมมีจดุ เร่ิมต้นท่ชี ัดเจน มีสมมตฐิ าน กระบวนการเป็น

เสน้ ตรง มกี ารศกึ ษาวิจยั และเปน็ ไปตามข้นั ตอน สว่ นกระบวนการทางวิทยาศาสตรม์ ีข้อจากัดทกี่ าหนดการออกแบบ
ต้องตอบโจทย์ความตอ้ งการของมนุษย์ กระบวนการเป็นการทาซา้ ที่พัฒนาต่อเน่ือง มีการศกึ ษาวิจัย และเป็นไปตาม
ขน้ั ตอน)

 กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรม มีก่ขี ัน้ ตอน อย่างไรบ้าง
(แนวตอบ : 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ระบุปัญหาในชีวิตจริงหรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา (Problem

Identification) 2. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดทีเ่ กย่ี วขอ้ ง (Related Information Search) 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
(Solution Design) 4. วางแผนและดาเนินการแก้ปัญหา (Planning and Development) 5. ทดสอบ ประเมินผล และ
ปรับปรุง (Evaluation) 6. นาเสนอวิธกี ารแกป้ ญั หาหรอื ผลการพัฒนานวัตกรรม (Presentation))
9. นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายสรปุ เกย่ี วกับความหมายและลักษณะของกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม

- 90 -

10. ส่ือการเรยี นรู้

10.1 หนงั สอื เรียน
10.2 บทเรียนออนไลน์
10.3 Google Classroom
10.4 Power point
10.5 ใบงานท่ี 2.3
10.6 แบบทดสอบหลังเรยี น

11. แหล่งเรียนรูใ้ นหรือนอกสถานศกึ ษา

-

12. การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้

รายการวัด วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมือการวัด เกณฑก์ ารวัดและ

และประเมิน ประเมนิ ผล

1) อธบิ ายการทางานตามกระบวนการ 1. ตรวจใบงานที่ 2.3 1. ใบงานท่ี 2.3 1. ผลการตรวจ

ออกแบบเชงิ วิศวกรรม (K) 2. ตรวจงานนาเสนอ 2. แบบบนั ทึก ผลงานผ่านรอ้ ยละ 60
2) ใช้เทคนิคหรอื วิธกี ารเพ่อื วเิ คราะหข์ อ้ มูล 3. สงั เกตพฤติกรรมการ
ในการแก้ปญั หาตามกระบวนการออกแบบ ทางานกลมุ่ การประเมินผลงาน 2. ผลการสงั เกต
เชงิ วิศวกรรม (P)
นักเรยี นโดยใช้เกณฑ์ พฤตกิ รรมการทางาน

3) ประยกุ ต์ใช้กระบวนการออกแบบเชิง การประเมนิ แบบรูบรกิ ส์ กลุ่มผา่ นร้อยละ 60

วิศวกรรมในการแก้ปญั หาหรือพฒั นางานใน 3. แบบสงั เกตพฤติกรรม

ชีวติ ประจาวนั (P) การทางานกลมุ่

4) ความรบั ผิดชอบ กระตือรือรน้ ในการ

เรียนรู้ และการแสวงหาความรเู้ พ่ิมเตมิ (A)

13. การบรู ณาการการจัดการเรยี นรู้

 บรู ณาการกระบวนการคิด

 การคดิ วิเคราะห์  การคดิ เปรยี บเทยี บ  การคิดสังเคราะห์
 การคิดประยุกต์
 การคิดวิพากษ์  การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ  การคิดแก้ปญั หา
 การคดิ อนาคต
 การคดิ เชิงมโนทศั น์  การคดิ เชิงกลยุทธ์

 การคดิ บรู ณาการ  การคดิ สร้างสรรค์

 บูรณาการอาเซยี น

 บรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

 บรู ณาการกบั หลกั สูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา

- 91 -

 บูรณาการกบั การจัดการเรียนรู้ STEM EDUCATION
 บรู ณาการกบั การจัดการเรียนรู้ Active Learning
 บูรณาการกบั กรอบสาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
 บรู ณาการกับโครงการการจัดการศึกษาเพอื่ การมงี านทาในศตวรรษที่ 21
 บรู ณาการกบั กล่มุ สาระการเรียนรูอ้ ่นื ๆ

1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ได้แก่ ………………-……………….
2. กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ไดแ้ ก่ ………………-……………….
3. กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ไดแ้ ก่ ………………-……………….
4. กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ ไดแ้ ก่ ………………-……………….
 บูรณาการในลกั ษณะอื่นๆ ได้แก.่ .......................................................

14. กจิ กรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

15. บันทกึ ผลหลงั การสอน

สรปุ ผลการเรียนการสอน

15.1 นักเรียนทั้งหมดจานวน........................คน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ขู อ้ ที่ นกั เรยี นทีผ่ า่ น นักเรียนไมผ่ ่าน
จานวน(คน) ร้อยละ จานวน(คน) ร้อยละ

1) อธิบายการทางานตามกระบวนการ

ออกแบบเชิงวิศวกรรม (K)

2) ใชเ้ ทคนคิ หรือวธิ ีการเพ่อื วิเคราะห์ขอ้ มูลใน

การแกป้ ญั หาตามกระบวนการออกแบบเชิง

วศิ วกรรม (P)

3) ประยุกตใ์ ช้กระบวนการออกแบบเชิง

วศิ วกรรมในการแกป้ ัญหาหรือพฒั นางานใน

ชวี ติ ประจาวนั (P)

4) ความรับผิดชอบ กระตอื รือรน้ ในการ

เรียนรู้ และการแสวงหาความรู้เพ่มิ เติม (A)

- 92 -

รายชือ่ นักเรียนท่ไี มผ่ า่ นจุดประสงคข์ อ้ ท.่ี .......ได้แก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
รายช่อื นกั เรยี นท่ีไม่ผา่ นจดุ ประสงค์ขอ้ ที่........ไดแ้ ก่
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
นกั เรยี นที่มคี วามสามารถพิเศษ/นักเรียนพกิ ารไดแ้ ก่
1) ......................................................................................................................................................................................
2) ......................................................................................................................................................................................
15.2 นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.3 นกั เรยี นมีความรู้เกดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
15.4 นักเรยี นมเี จตคติ ค่านิยม 12 ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

16. ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

17. ข้อเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ....................................................
(นางจุฑามาศ พรมวาส)
ตาแหน่ง ครู

- 93 -

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา / ผทู้ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย

ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางจฑุ ามาศ พรมวาส ตาแหนง่ ครู แล้วมคี วามคดิ เห็นดังน้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่

 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมได้นาเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผูเ้ รียนเปน็ สาคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 นาไปใช้ไดจ้ รงิ
 ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...................................................................
(นางสาวนงลักษณ์ จันทร์สุข)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
30 / ธันวาคม / 2563

- 94 -

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 10

กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว31111 รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 4

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4/1 - 4/9 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เวลา 14 ชวั่ โมง

เรื่อง ทาความรู้จักกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (2) เวลา 2 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความร้แู ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
สิ่งแวดลอ้ ม
ตวั ช้วี ัด
ม.4/2 ระบุปญั หาหรือความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสงั คม รวบรวม วิเคราะห์ขอ้ มลู และแนวคิดทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั ปัญหา
ทม่ี คี วามซบั ซ้อนเพ่อื สังเคราะห์วธิ ีการ เทคนคิ ในการแกป้ ญั หา โดยคานงึ ถงึ ความถูกต้องด้านทรัพย์สินทางปัญญา
ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจาเป็นภายใต้เงื่อนไข และ
ทรัพยากรทม่ี ีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจด้วยเทคนคิ หรอื วธิ กี ารทห่ี ลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ
ออกแบบ วางแผนขน้ั ตอนการทางานและดาเนินการแกป้ ัญหา
ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้นภายใต้กรอบเงื่อนไข หา
แนวทางการปรับปรุง แกไ้ ข และนาเสนอผลการแกป้ ัญหา พร้อมทง้ั เสนอแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอด
ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่
ซับซ้อนในการแกป้ ญั หาหรอื พัฒนางานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง เหมาะสมและปลอดภัย

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 อธบิ ายการทางานตามกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม (K)
2.2 ใช้เทคนิคหรอื วิธกี ารเพื่อวเิ คราะหข์ อ้ มูลในการแก้ปญั หาตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (P)
2.3 ประยุกตใ์ ช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการแก้ปญั หาหรอื พฒั นางานในชวี ติ ประจาวนั (P)
2.4 ความรับผิดชอบ กระตือรือร้นในการเรยี นรู้ และการแสวงหาความรู้เพ่มิ เติม (A)

- 95 -

3. สาระสาคัญ

กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน เพ่ือสร้างแนวทางที่เหมาะสมในการ
แก้ปัญหาหรือสนองความตอ้ งการตามท่ีกาหนดไว้ การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนั้นสามารถย้อนข้ันตอน
กลบั ไปมาได้ และอาจมีการทางานซา้ ในบางข้ันตอนหากตอ้ งการพัฒนาหรือปรบั ปรงุ ผลงานไดด้ ขี ้ึน

การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในการสร้างช้ินงานและวิธีการแก้ไขปัญหา
ซง่ึ การทางานตามกระบวนการนอ้ี าจไมไ่ ด้มลี าดบั ข้ันตอนทีก่ าหนดตายตวั สามารถย้อนกลบั หรอื ขา้ มข้นั ตอนได้ และอาจมีการ
ทาซา้ กระบวนการเพ่อื พฒั นาหรอื ปรับปรุงผลงานใหม้ ีความสมบูรณย์ ิง่ ขน้ึ กระบวนการแก้ปัญหาน้ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้
กับการทางานในชวี ิตประจาวัน และการพัฒนางานเพ่ือเป็นแนวทางการเขา้ สู่อาชพี ไดอ้ ีกดว้ ย

การสร้างหรือพัฒนางานบางอย่างอาจมีความจาเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ ดังน้ันต้องมีความรู้และทักษะพ้ืนฐานท่ีจาเป็นในส่ิงท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือให้สามารถทางานได้สาเร็จตามเป้าหม าย
และทางานได้อย่างปลอดภยั

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

 ความสามารถในการสอ่ื สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. สาระการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K)
กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
- ความหมายและลกั ษณะของกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
- ขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม

ทกั ษะทสี่ าคญั (P)
- ทักษะการคิดเชงิ ระบบ
- ทกั ษะการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
- ทักษะการคดิ สร้างสรรค์
- ทักษะการทางานรว่ มกบั ผอู้ นื่
- ทักษะการส่ือสาร

- 96 -

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)  ซ่ือสตั ย์สจุ รติ
 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ใฝ่เรียนรู้
 มวี นิ ยั  มุง่ ม่นั ในการทางาน
 อยู่อย่างพอเพียง  มจี ติ สาธารณะ
 รักความเป็นไทย

6. จุดเน้นส่กู ารพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียนทกั ษะศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ 3R x 8C
Reading (อา่ นออก)  (W)Riting (เขยี นได้)  (A)Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
 Critical Thinking and Problem Solving:มที ักษะในการคิดวิเคราะห์ และแกไ้ ขปัญหาได้
 Creativity and Innovation:คดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ คิดเชิงนวตั กรรม
 Collaboration Teamwork and Leadership:ให้ความรว่ มมอื ในการทางานเปน็ ทีมมภี าวะผู้นา
 Communication Information and Media Literacy:มีทกั ษะในการสอื่ สาร และรเู้ ท่าทนั สื่อ
 Cross-Cultural Understanding:มีความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม
 Computing and ICT Literacy:มที กั ษะการใชค้ อมพิวเตอร์ และรูเ้ ทา่ ทันเทคโนโลยี
 Career and Learning Skills:มีทักษะทางอาชพี และกระบวนการเรียนรตู้ ่างๆ
 Compassion:มีคณุ ธรรม มเี มตตากรณุ า มีระเบยี บวนิ ยั
ทกั ษะด้านชวี ติ และอาชพี
 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว
 การริเริ่มสรา้ งสรรค์และเป็นตัวของตวั เอง
 ทักษะสังคมและสังคมขา้ มวฒั นธรรม
 การเป็นผู้สรา้ งหรือผผู้ ลิต (Productivity) และความรบั ผดิ ชอบเชือ่ ถือได้ (Accountability)
 ภาวะผู้นาและความรับผดิ ชอบ (Responsibility)
คุณลักษณะสาหรบั ศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นา
คุณลกั ษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การช้นี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรูข้ องตนเอง
คณุ ลักษณะด้านศีลธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผอู้ ืน่ ความซือ่ สัตย์ ความสานกึ พลเมอื ง

- 97 -

7. จดุ เนน้ ของสถานศึกษา

7.1 ผู้เรียนเป็นกุลสตรีไทยสมยั นิยม (SSTB School's 4G)

 มีคณุ ธรรม (Good Moral)  นาปัญญา (Good Wisdom)

 จิตอาสาเด่น (Good Service)  เน้นมารยาท (Good Manners)

7.2 ผู้เรียนมศี ักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen) เทียบเคียงมาตรฐานสากล

 เป็นเลิศวชิ าการ  สื่อสารได้อย่างนอ้ ย 2 ภาษา

 ล้าหน้าทางความคดิ  ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์

 ร่วมกนั รบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก

8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน / ร่องรอยแสดงความรู)้

8.1 ใบงานที่ 2.3 เร่ือง ผังมโนทัศน์กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
8.2 แบบทดสอบหลังเรยี น

9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี 3 - 4

อธิบายความรู้
1. นักเรียนเข้ากลุม่ คละความสามารถ (เกง่ กลาง พัฒนา) กลมุ่ ละ 5-6 คน โดยสมาชกิ ภายในกลุ่มได้รับมอบหมายให้ศึกษา
เน้ือหาคนละ 1 ส่วน และหาคาตอบในประเดน็ ขัน้ ตอนกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
2. ครูนาประเด็นท่ใี หน้ ักเรียนศึกษา เรือ่ ง ข้นั ตอนกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมไปวางไว้เป็นฐานการเรียนรู้ 6 ฐาน คอื

1) ระบปุ ัญหาในชวี ติ จริงหรอื นวตั กรรมท่ีต้องการพัฒนา (Problem Identification)
2) รวบรวมข้อมูลและแนวคิดทเ่ี ก่ยี วข้อง (Related Information Search)
3) ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา (Solution Design)
4) วางแผนและดาเนินการแกป้ ัญหา (Planning and Development)
5) ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรงุ (Evaluation)
6) นาเสนอวิธกี ารแก้ปญั หาหรอื ผลการพัฒนานวัตกรรม (Presentation)
โดยสมาชกิ ของแต่ละกลุ่ม แยกย้ายไปรวมกบั สมาชกิ กลมุ่ อืน่ ตามฐานต่างๆ ต้ังเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (expert group) ขึ้นมา
และร่วมกันทาความเข้าใจในเน้ือหาและตัวอย่างโดยละเอียด และร่วมกันอภิปรายหาคาตอบประเด็นต่างๆ ที่ได้รับ
มอบหมาย
3. สมาชิกกลุม่ ผูเ้ ชยี่ วชาญ กลับไปสู่กลุ่มของตนเอง และอธิบายให้ความรู้ ช่วยสอนเพ่ือนสมาชิกในกลุ่ม ให้เข้าใจสาระท่ี
ตนไดศ้ ึกษามา และร่วมกนั อภปิ ราย ซักถามข้อสงสยั ตอบปัญหา ทบทวน ใหเ้ กิดความเขา้ ใจอย่างชัดเจน
4. สมาชกิ ทุกคนได้เรียนรู้ภาพรวมของสาระทั้งหมด
5. ครูตั้งคาถามให้นักเรียนช่วยกันหาคาตอบว่า “นักเรียนคิดว่ากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมขั้นตอนที่
สาคัญน่าจะเป็นข้ันตอนไหนอย่างไร”

- 98 -

(แนวตอบ : กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมเร่มิ ตน้ ที่การกาหนดนยิ ามปัญหา โดยจะต้องคานงึ ว่าปัญหาน้ัน
แกไ้ ขโดยใคร ทีไ่ หน เม่ือใด และอยา่ งไร ซึง่ เทคโนโลยีท่ดี นี ั้นตอ้ งเปน็ การเอาวิทยาการตา่ งๆ มาออกแบบเพ่ือตอบโจทย์
ปัญหา และต้องกาหนดปัญหา ใครทตี่ ้องเผชญิ กับเหตุการณ์นี้ และเหตใุ ดปญั หาน้ีจงึ จาเปน็ ตอ้ งไดร้ ับการแก้ไข)
6. จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้เป็นใบงานที่ 2.3 ผังมโนทัศน์ลงในโปรแกรม Power Point
ตามประเดน็ ดังนี้

 ความหมายของกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
 ขนั้ ตอนของกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
7. นักเรียนยกตัวอย่าง “การระบุปัญหาหรือนวัตกรรมท่ีต้องการพัฒนาภายในโรงเรียน” เพื่อแก้ไขปัญหาภายใต้
ข้อกาหนดขอบเขตของปัญหา ซึ่งนาไปสู่การสร้างช้ินงานหรือวิธีการในการแก้ปัญหา
8. ครูให้นักเรียนช่วยกันเลือกตัวอย่างปัญหาหรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนาภายใน โรงเรียน ที่สมควรแก้ไขมาก
ที่สุด แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายตามขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

10. ส่ือการเรยี นรู้

10.1 หนงั สอื เรยี น
10.2 บทเรยี นออนไลน์
10.3 Google Classroom
10.4 Power point
10.5 ใบงานท่ี 2.3
10.6 แบบทดสอบหลังเรียน

11. แหลง่ เรยี นรใู้ นหรือนอกสถานศึกษา

-

- 99 -

12. การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้

รายการวดั วธิ กี ารวดั ผล เครือ่ งมือการวัด เกณฑ์การวัดและ

และประเมิน ประเมนิ ผล

1) อธิบายการทางานตามกระบวนการ 1. ตรวจใบงานที่ 2.3 1. ใบงานท่ี 2.3 1. ผลการตรวจ

ออกแบบเชงิ วศิ วกรรม (K) 2. ตรวจงานนาเสนอ 2. แบบบนั ทึก ผลงานผ่านร้อยละ 60
2) ใชเ้ ทคนคิ หรือวธิ ีการเพอื่ วเิ คราะห์ข้อมูล 3. สังเกตพฤตกิ รรมการ
ในการแก้ปญั หาตามกระบวนการออกแบบ ทางานกลมุ่ การประเมนิ ผลงาน 2. ผลการสงั เกต
เชงิ วิศวกรรม (P)
นักเรียนโดยใชเ้ กณฑ์ พฤติกรรมการทางาน

3) ประยกุ ต์ใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ การประเมินแบบรูบริกส์ กลุ่มผา่ นรอ้ ยละ 60

วศิ วกรรมในการแกป้ ัญหาหรือพัฒนางานใน 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรม

ชีวิตประจาวนั (P) การทางานกลุม่

4) ความรบั ผิดชอบ กระตอื รอื รน้ ในการ

เรยี นรู้ และการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม (A)

13. การบูรณาการการจดั การเรียนรู้

 บูรณาการกระบวนการคิด

 การคดิ วเิ คราะห์  การคดิ เปรียบเทยี บ  การคดิ สังเคราะห์
 การคิดประยุกต์
 การคิดวพิ ากษ์  การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ  การคิดแกป้ ญั หา
 การคิดอนาคต
 การคดิ เชิงมโนทัศน์  การคิดเชงิ กลยุทธ์

 การคิดบรู ณาการ  การคดิ สร้างสรรค์

 บรู ณาการอาเซยี น

 บูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

 บรู ณาการกับหลกั สูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา

 บูรณาการกบั การจัดการเรยี นรู้ STEM EDUCATION

 บูรณาการกับการจดั การเรยี นรู้ Active Learning

 บูรณาการกบั กรอบสาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่

 บรู ณาการกบั โครงการการจดั การศึกษาเพือ่ การมีงานทาในศตวรรษที่ 21

 บรู ณาการกับกลมุ่ สาระการเรียนรอู้ น่ื ๆ

1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ไดแ้ ก่ ………………-……………….

2. กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ ได้แก่ ………………-……………….

3. กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ได้แก่ ………………-……………….

4. กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ ได้แก่ ………………-……………….

 บูรณาการในลกั ษณะอ่ืนๆ ได้แก่........................................................


Click to View FlipBook Version