The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียนสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียนสมบูรณ์

๔๒ กานต์ อัมพานนท์(๒๕๖๓: บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง รูปแบบการจัดการเรียนการสอน ที่ส่งเสริมทักษะการคิดโดยใช้แผนผังความคิดสําหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราช ภัฏ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ครูผู้สอนนําเทคนิค วิธีการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมาใช้ในการจัดการ เรียนการสอนได้ โดยรูปแบบนี้พัฒนาขึ้นตามแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับทักษะการคิด แนวคิดที่เกี่ยวข้อง กับแผนผังความคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ต่างๆ เช่น ทฤษฎีการเรียนรู้ตามแนวคิด คอนสตรัคชันนิซึม หลังจากพัฒนารูปแบบขึ้น ผู้เขียนนําไปจัดการเรียนการสอน โดยนํากิจกรรมการ เรียนรู้สู่การปฏิบัติจริงมี ๕ ขั้นตอน ประกอบด้วย ๑) การเตรียมความพร้อมและทบทวนความรู้เดิม ๒) การจัดกิจกรรมกระบวนการทางปัญญา ๓) การศึกษารวบรวมข้อมูลและการใช้แหล่งเรียนรู้ ที่หลากหลาย ๔) การสรุปองค์ความรู้ และ ๕)การประเมินผลงาน ตามลําดับ โดยมีเทคนิควิธีการ จัดการเรียนการสอนเริ่มจากการวิเคราะห์ผู้เรียน เพื่อการเตรียมความพร้อม โดยครูใช้เกม ข้อคําถาม หรือใช้ข้อสอบก่อนเรียน การจัดกิจกรรมกระบวนการทางปัญญาประกอบด้วย ครูกำหนดปัญหาที่ท้า ทายซับซ้อนและให้นักศึกษาทําความเข้าใจกับปัญหา โดยวิธีการสนทนากลุ่ม และการใช้แผนผัง ความคิด ถือว่าเป็นกระบวนการส่งเสริมทักษะการคิดระดับสูง การศึกษารวบรวมข้อมูลและการใช้ แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยวิธีการให้นักศึกษาสืบค้นและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลายร่วมกัน และนําความรู้มาวิเคราะห์เปรียบเทียบหาข้อสรุปโดยใช้แผนผังความคิด การสรุป องค์ความรู้ โดยวิธีการใช้แผนผังความคิดเชื่อมโยงความรู้ เพื่อการส่งเสริมทักษะการคิดเชื่อมโยงผูก ต่อความรู้เข้าด้วยกันให้สัมพันธ์ต่อเนื่อง ง่ายต่อการเข้าใจและนําไปใช้หาข้อสรุปในการแก้ปัญหา และการประเมินผลงาน โดยวิธีการสังเกต หรือสอบถามนักศึกษาระหว่างและหลังการปฏิบัติงาน ซึ่งหลังจากการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักศึกษา เฉลิมเกียรติ์ สุขเอียด (๒๕๖๓: บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง การสอนภาษาไทยในฐานะ ภาษาต่างประเทศ: กรณีศึกษาโครงสร้างคำกริยาในภาษาไทย (Teaching Thai Language as a Foreign Language: A Case of Verb Structure in Thai) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ บทความชิ้น นี้เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างภาษาไทย (ภาษาต่างประเทศปลายทาง) และภาษาฝรั่งเศส (ภาษาแม่ของผู้เรียน) ทั้งในระดับเสียง ระดับคำ และระดับประโยค จากนั้นผู้เขียน ได้วิเคราะห์โครงสร้างคำกริยาในภาษาไทยทั้งในมิติด้านวากยสัมพันธ์ และด้านอรรถศาสตร์ พร้อม ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างกับระบบคำกริยาในภาษาฝรั่งเศส,บทความชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ให้ข้อคิดเห็น บางประการเกี่ยวกับการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ โดยเลือกนำเสนอกรณีศึกษาการ สอนโครงสร้างคำกริยาในภาษาไทยสำหรับผู้เรียนที่พูดภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่ ผู้เขียนได้นำ ประสบการณ์การสอนภาษาไทยในประเทศฝรั่งเศสทั้งในระดับอุดมศึกษาและการเรียนการสอนนอก ชั้นเรียนมาเป็นข้อมูลหลักในการนำเสนอ


๔๓ บทที่ ๓ วิธีการดำเนินการวิจัย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่องการเรียนคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ในชื่อเรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา โดยผู้วิจัยได้นำเสนอวิธีดำเนินการศึกษาตามหัวข้อดังนี้ ๑. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ๒. แบบแผนการวิจัย ๓. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ๔. การสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ ๕. การรวบรวมข้อมูล ๖. การวิเคราะห์ข้อมูล ๗. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ๑. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ๑. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่กำลังศึกษาในภาคเรียน ที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีปีการศึกษา ๒๕๖๖ จำนวน ๑ ห้อง ประกอบด้วย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒, ๒/๘ และ ๒/๑๐ รวม ๑๐๐ คน 3. กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีปีการศึกษา ๒๕๖๖ จำนวน ๑ ห้อง จำนวน นักเรียน ๒๙ คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ๒. แบบแผนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็น จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย การศึกษาครั้งนี้มีแบบ แผนการทดลอง (Experimental Design) กลุ่มเดียวทดสอบก่อน และหลังการทดลอง (One Group Pretest – Posttest Design) โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบ One Group Pretest - Posttest Design (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ, ๒๕๓๘ : ๒๔๙) ซึ่งมีลักษณะแบบแผนการวิจัย ดังตารางที่ ๒ กลุ่ม สอบก่อน ทดลอง สอบหลัง E T๑ X T๒ ตารางที่ ๒ รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน


๔๔ E แทน กลุ่มทดลอง (Experimental Group) T๑ แทน การทดสอบก่อนเรียน (Pretest) X แทน วิธีการหรือสื่อนวัตกรรมที่เลือกใช้ T๒ แทน การทดสอบหลังเรียน (Posttest) ตัวแปรตาม แบบแผนการวิจัย หมายเหตุ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน One Group Pretest - Posttest Design ใช้แบบทดสอบฉบับ เดิม ตารางที่ ๓ แบบแผนการวิจัยจำแนกตามตัวแปรตาม ๓. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ๓.๑ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ ๓.๑.๑ แผนการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย จำนวน ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ละ ๑ ชั่วโมง รวม ๕ ชั่วโมง ๓.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ ๓.๒.๑ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง คำ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทยเป็นแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบปรนัยโดย การเลือกตอบ (Multiple choice) ๔ ตัวเลือกจำนวน ๑ ฉบับ จำนวน ๒๐ ข้อ ๔. การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยของเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย ๑) แผนการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ๒) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาไทย ดังนี้ ๔.๑ แผนการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบการสอนกระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับ แผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย จำนวน ๕ แผนการจัดการ เรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ละ ๑ ชั่วโมง รวม ๕ ชั่วโมง ตามขั้นตอน ดังนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้าง ดังนี้ ๑.๑ ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


๔๕ เกี่ยวกับคุณภาพผู้เรียน ตัวชี้วัด มาตรฐาน การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง การวัดและการ ประเมินผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑.๒ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ เวลาที่ใช้ และมาตรฐานการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑.๓ ศึกษาและวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี และการจัดการเรียนเรียนรู้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอดร่วมกับแผนผังความคิด ๑.๔ ศึกษาหลักสูตรและโครงสร้างสถานศึกษาของโรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑.๕ กำหนดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ สื่อการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งการวัดผลและ ประเมินผลการจัดการเรียนรู้แต่ละครั้ง โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับเนื้อหา จุดประสงค์ และการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ๑.๖ ศึกษาเนื้อหาสาระ เรื่องคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ในหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑.๗ เขียนแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง คำภาษาต่างประเทศใน ภาไทย โดยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ในชุดการเรียนรู้ที่เตรียมไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๑. เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย จำนวน ๑ ชั่วโมง ๒. เรื่อง ภาษาบาลี-สันสกฤตในภาษาไทย จำนวน ๑ ชั่วโมง ๓. เรื่อง ภาษาบาลี-สันสกฤตในภาษาไทย จำนวน ๑ ชั่วโมง ๔. เรื่อง ภาษาเขมรในภาษาไทย จำนวน ๑ ชั่วโมง ๕. เรื่อง ภาษาอังกฤษและภาษาจีน ในภาษาไทย จำนวน ๑ ชั่วโมง ๑.๘ นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน ๓ ท่าน ซึ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทยและการวัดผลและประเมินผล เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิง เนื้อหา (Content Validity) ของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยพิจารณาจากค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item objective congruence: IOC) ระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา กระบวนการ จัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผล โดยให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านพิจารณาตรวจสอบให้คะแนน ดังนี้ ๑.๙ ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้ตามข้อเสนอแนะ นำแผนการจัดการ เรียนรู้ที่แก้ไขแล้ว ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน ๓๙ คน คละความสามารถ เพื่อดูความเหมาะสมของกระบวนการจัดการเรียนรู้ เวลาที่ใช้ ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว นำมาปรับปรุงแก้ไข ๑.๑๐ นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนที่กำลัง ศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ที่ไม่ใช่กลุ่ม ตัวอย่างของการวิจัย และได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย จำนวน ๑๒ คน (ทดลองกลุ่มเล็ก) ประกอบด้วย นักเรียนที่มี ความสามารถอยู่ในระดับสูง ๓ คน ปานกลาง ๖ คน และต่ำ ๓ คน เพื่อหาข้อบกพร่อง


๔๖ เกี่ยวกับเวลา สื่อการสอนปริมาณเนื้อหาและกิจกรรมในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วปรับปรุง แก้ไขให้สมบูรณ์ ๑.๑๑ นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขเป็นฉบับสมบูรณ์ที่ใช้ในการทดลองภาคสนาม ๔.๒ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศใน ภาษาไทย เป็นแบบทดสอบปรนัยโดยการเลือกตอบ (Multiple choice) ๔ ตัวเลือก จำนวน ๑ ฉบับ จำนวน ๒๐ ข้อ ตามขั้นตอนดังนี้ ๔.๒.๑ ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลทางการศึกษาในเรื่องการวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย วิธีสร้างแบบทดสอบ และการเขียนข้อสอบตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ๔.๒.๒ วิเคราะห์และกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ และกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ เรื่อง เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาไทย จากนั้นสร้างตารางวิเคราะห์ข้อสอบให้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๒.๓ สร ้ า ง แ บ บ ทด สอ บ ว ั ด ผ ล สั ม ฤ ทธ ิ ์ ทา ง ก า ร เ ร ี ย น ภ า ษ า ไ ท ย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาไทย เป็นแบบทดสอบปรนัยโดยการเลือกตอบ (Multiple choice) ๔ ตัวเลือก ๔.๒.๔ นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำ ภาษาต่างประเทศในภาไทย เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ ๓ ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทย และการววัดการประเมินผลเพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย โดยพิจารณาจากค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item objective congruence: IOC) ระหว่างข้อคำถามและจุดประสงค์การเรียนรู้โดยให้ ผู้เชี่ยวชาญ แต่ละท่านพิจารณาตรวจสอบให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนนเป็น +๑ เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกัน ให้คะแนนเป็น ๐ เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ มีความเหมาะสม และสอดคล้องกัน ให้คะแนนเป็น –๑ เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ มีความไม่เหมาะสม และไม่สอดคล้องกัน แล้วนำคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบ โดยดัชนี ความสอดคล้องขององค์ประกอบ ที่มีค่า IOC ที่ใช้ได้มีค่าระหว่าง ๐.๖๗ – ๑.๐๐ ๔.๒.๕ ปรับปรุงแก้ไขแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง โคลงสุภาษิต พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญแล้วนำไป ทดสอบกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ที่ผ่านการเรียนด้วยแผนการจัดการ เรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาไทย แล้วนำคะแนน การทดสอบมาวิเคราะห์หาความยากง่าย (p) และอำนาจจำแนก (r) เป็นรายข้อ โดยมีความยากง่าย ระหว่าง ๐.๒๑ – ๐.๗๕ และอำนาจจำแนกตั้งแต่ ๐.๒๓ – ๐.๖๕


๔๗ ๔.๒.๖ นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไปทดลอง (Try Out) กับนักเรียน ที่กำลังเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ที่เรียนวิชา ภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ผ่านมาแล้วและไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างของการวิจัย จำนวน ๓๐ คน แล้วนำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ หาค่าความยากง่าย (P) และค่าอำนาจจำแนก (r) เป็นรายข้อ ๔.๒.๗ นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน ๒๐ ข้อ ที่คัดเลือกไว้ มาวิเคราะห์ หาความเชื่อมั่นทั้งฉบับ โดยคำนวณจากสูตรโดยใช้สูตรของคูเดอร์ - ริชาร์ดสัน KR -๒๐ โดยพิจารณาค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับตั้งแต่ ๐.๗๒ ๔.๒.๘ นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยเรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ที่หาคุณภาพเรียบร้อยแล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์ต่อไป ๕. การเก็บรวบรวมข้อมูล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการ สร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัย รักษ์พิทยา ผู้วิจัยมีขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ ๕.๑ ศึกษาหลักสูตร วิเคราะห์หลักสูตร กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระ การเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ตามหลักสูตรแกนการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ เกี่ยวกับเรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ๕.๒ ศึกษาวิธีสร้างและเขียนแบบทดสอบประเภทเลือกตอบจากหนังสือการวัดผลการศึกษา ของ (สมนึก ภัททิยธนี, ๒๕๔๙ : ๒๐๒-๒๓๒) ๕.๓ ติดต่อประสานงานกับครูในโรงเรียนเพื่อขอความร่วมมือในการศึกษาและทดลอง จัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ๕.๔ เลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา ๕.๕ จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาไทย และประเมินความ สอดคล้องเชิงเนื้อหา (IOC) ๕.๖ สร้างแบบทดสอบ เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย และเครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ ๕.๗ สร้างและหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์คัดเลือก คุณภาพ มีค่า IOC ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ ๕.๘ ก่อนการทดลองให้นักเรียนทำแบบทดสอบ (Pre-test) วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โดยใช้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห์เป็นคะแนน ก่อนเรียน


๔๘ ๕.๙ ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้วิจัยและผู้ช่วยนักวิจัยเป็นผู้ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เอง ใช้เวลา ๕ ชั่วโมงโดยผู้วิจัย ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้การจักการเรียนรู้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง โคลงสุภาษิตพระ ราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๕ ชุด/แผน รวม ๕ ชั่วโมง โดยระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครูผู้สอนและผู้ช่วยผู้วิจัยจะทำการสังเกต พฤติกรรมของนักเรียนไปด้วย ๕.๑๐ เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) กับนักเรียนกลุ่มเดิมในโรงเรียน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เป็นเอกสารทั้งสองฉบับเป็นชุดเดียวกันกับที่ใช้ทดสอบก่อน ๕.๑๑ เมื่อสิ้นสุดการทดลองสอนแล้ว นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยชุดเดิมไปทดสอบนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นนำผลที่ได้ ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป ๕.๑๒ หาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ ๕.๑๓ นำคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบประเมิน ทักษะการอ่านจับใจความ มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีทางสถิติ เพื่อตรวจสอบสมมติฐาน ๖. การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยรูปแบบการสอนกระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิดวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา ได้ดำเนินการการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ๖.๑ วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนโดยความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ด้วยค่าประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E๑/E๒) ๖.๒ วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ โดยใช้แผนการเรียนรู้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ก่อนเรียนและหลังเรียน มาคิดคะแนนเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) แล้วนำคะแนนทดสอบ สมมติฐาน โดยใช้สถิติ t-test Dependent Sample (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, ๒๕๔๓ : ๑๖๕-๑๖๗) ๖.๓ วิเคราะห์เปรียบเทียบทักษะวิเคราะห์และวิจารณ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๒ โดยใช้แผนการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย หลังเรียนมาคิดคะแนนเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) แล้วนำคะแนนมาทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติ t-test Dependent Sample (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, ๒๕๔๓ : ๑๖๕-๑๖๗) เทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด คือ ไม่ต่ำ กว่าร้อยละ ๘๐


๔๙ ๗. สถิติที่ใช้ในการวิจัย ๗.๑ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพเครื่องมือ ๗.๑.๑ การหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) ของแผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน โดยใช้สูตรดัชนีความสอดคล้อง IOC ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, ๒๕๕๘ : ๒๒๐-๒๒๑) IOC = N R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับเนื้อหา หรือระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด ๗.๑.๒ การหาค่าความยากและค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม โดยใช้สูตร ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, ๒๕๕๘ : ๑๙๕) N R p = f Ru Rl r − = เมื่อ P แทน ค่าความยาก R แทน ค่าอำนาจจำแนก R แทน จำนวนผู้ตอบถูกทั้งหมด (Ru+Rl) N แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ (ซึ่งเท่ากับ ๒f) f แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ Ru แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงที่ตอบข้อนั้นถูก Rl แทน จำนวนคนในกลุ่มต่ำที่ตอบข้อนั้นถูก ๗.๑.๓ การหาค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบวัดวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นด้วยสูตร KR-๒๐ ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, ๒๕๕๘ : ๒๒๓) − − − = tt 2 s pq 1 n 1 n KR 20 : r เมื่อ tt r แทนค่า ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ n แทนค่า จำนวนข้อของแบบทดสอบทั้งฉบับ P แทนค่า อัตราส่วนของผู้ตอบถูกในข้อนั้น


๕๐ q แทนค่า อัตราส่วนของผู้ตอบผิดในข้อนั้น S 2 แทนค่า ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ ๗.๒ สถิติพื้นฐาน ดังนี้ ๗.๒.๑ ร้อยละ (Percentage) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, ๒๕๕๓: ๒๙) 100 N f p = เมื่อ p แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด ๗.๒.๒ ค่าเฉลี่ย (Mean) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, ๒๕๕๓ : ๒๙) N x X = เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม ๗.๒.๓ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีสูตรคำนวณ ดังนี้ (สมบัติ ท้ายเรือคำ, ๒๕๕๓: ๑๒๓) ( ) N(N 1) N X X S.D. 2 2 − − = เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด X แทน คะแนนแต่ละตัว N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม ๗.๓ การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๒


๕๑ ๗.๓.๑ หาค่าประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้(E๑/E๒) ตามเกณฑ์๘๐/๘๐ การหา ค่า E๑ และ E๒ ใช้สูตร ดังนี้(เผชิญ กิจระการ, ๒๕๔๔: ๔๙) 100 A N X E1 = เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ x แทน คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือ แบบทดสอบย่อยทุกชุดรวมกัน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชุดรวมกัน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 100 B N x E2 = เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ x แทน คะแนนรวมของแบบแบบทดสอบหลังเรียน B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด ๘๐ ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จาก กิจกรรมกลุ่ม การปฏิบัติการทดลองและการทดสอบย่อยด้วยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำ ภาษาต่างประเทศในภาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๘๐ ๘๐ ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จาก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนรู้ตามการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๘๐ ๗.๓.๒ การหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้(E.I) ใช้สูตร ดังนี้ (เผชิญ กิจระการ, ๒๕๔๔: ๔๙) คะแนนรวมจากแบบทดสอบหลังเรียน – คะแนนรวมจากแบบทดสอบก่อนเรียน ผลคูณของคะแนนเต็มกับจำนวนคน – คะแนนรวมจากแบบทดสอบก่อนเรียน ดัชนีประสิทธิผล =


๕๒ สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน ๑. สถิติที่ใช้ทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนกับเกณฑ์ ร้อยละ 80 คือการทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว ๒. สถิติที่ใช้ทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลัง เรียน คือการทดสอบทีแบบไม่อิสระ


๕๓ บทที่ ๔ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยเรื่องการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศใน ภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีผู้วิจัยได้เสนอผลการ วิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ ๑. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ๒. ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ๓. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ๑. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้กำหนดความหมายของสัญลักษณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ n แทน จำนวนนักเรียน X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง (Mean) S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) df แทน ระดับชั้นความเป็นอิสระ (Degree of freedom) MD แทน ค่าเฉลี่ยของผลต่างของคะแนนระหว่างการทดสอบหลังเรียน กับการทดสอบก่อนเรียน S.D.D แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลต่างของคะแนนระหว่างการทดสอบ หลังเรียนกับการทดสอบก่อนเรียน E๑ แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการที่ได้จากการประเมินพฤติกรรมกลุ่ม ประเมินผลงานนักเรียน และการทดสอบย่อยของแต่ละแผน E๒ แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนของนักเรียนทุกคน % แทน ร้อยละ t แทน ค่าสถิติที่ใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤตจากการแจกแจงแบบที (t-distribution) P แทน ความน่าจะเป็นสำหรับบอกนัยสำคัญทางสถิติ * แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ ** แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑


๕๔ ๒. ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ลำดับขั้นตอนการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ตอนที่ ๑ ผลการวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ ๘๐/๘๐ ตอนที่ ๒ ผลการเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ๓. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้เสนอลำดับขั้นตอนการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลของวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ดังต่อไปนี้ ตอนที่ ๑ ผลการวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ ๘๐/๘๐ โดยนำแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ และสื่อการจัดการเรียนรู้ที่ ผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ และนำไปปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ ไปทดลองใช้กับกลุ่ม ตัวอย่างจำนวน ๒๙ คน ปรากฏผล ดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ ๔ ตารางแสดงคะแนนก่อนเรียน คะแนนระหว่างเรียน และคะแนนหลังเรียนวิชาภาษาไทย ผลการวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง คำภาษาต่างประเทศ ในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีตามเกณฑ์ มาตรฐานที่กำหนดไว้๘๐/๘๐ จำนวน ๒๙ คน นักเรียน คนที่ ก่อน เรียน (๒๐) คะแนนระหว่างเรียน รวม ระหว่าง เรียน (๕๐) หลัง เรียน (๒๐) แบบฝึก ที่ ๑ (๑๐) แบบฝึก ที่ ๒ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๓ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๔ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๕ (๑๐) ๑ ๓ ๘ ๙ ๑๐ ๙ ๑๐ ๔๖ ๑๖ ๒ ๘ ๑๐ ๙ ๑๐ ๙ ๘ ๔๖ ๑๘


๕๕ นักเรียน คนที่ ก่อน เรียน (๒๐) คะแนนระหว่างเรียน รวม ระหว่าง เรียน (๕๐) หลัง เรียน (๒๐) แบบฝึก ที่ ๑ (๑๐) แบบฝึก ที่ ๒ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๓ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๔ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๕ (๑๐) ๓ ๖ ๑๐ ๙ ๙ ๘ ๑๐ ๔๖ ๑๖ ๔ ๔ ๙ ๑๐ ๘ ๑๐ ๙ ๔๖ ๑๗ ๕ ๖ ๘ ๙ ๑๐ ๘ ๙ ๔๗ ๑๕ ๖ ๖ ๙ ๙ ๑๐ ๙ ๑๐ ๔๖ ๑๗ ๗ ๔ ๙ ๙ ๘ ๑๐ ๑๐ ๔๔ ๑๖ ๘ ๗ ๘ ๑๐ ๙ ๑๐ ๙ ๔๗ ๑๗ ๙ ๗ ๘ ๙ ๙ ๑๐ ๑๐ ๔๖ ๑๘ ๑๐ ๗ ๘ ๑๐ ๑๐ ๙ ๙ ๔๗ ๑๖ ๑๑ ๗ ๙ ๑๐ ๑๐ ๙ ๘ ๔๕ ๑๘ ๑๒ ๔ ๑๐ ๘ ๘ ๑๐ ๑๐ ๔๕ ๑๗ ๑๓ ๗ ๑๐ ๙ ๙ ๙ ๑๐ ๔๖ ๑๘ ๑๔ ๗ ๑๐ ๑๐ ๙ ๘ ๙ ๔๕ ๑๗ ๑๕ ๖ ๘ ๘ ๑๐ ๑๐ ๘ ๔๙ ๑๖ ๑๖ ๑๒ ๙ ๙ ๑๐ ๑๐ ๙ ๔๖ ๑๖ ๑๗ ๘ ๑๐ ๘ ๑๐ ๙ ๙ ๔๗ ๒๐ ๑๘ ๘ ๑๐ ๑๐ ๙ ๙ ๙ ๔๔ ๑๖ ๑๙ ๙ ๘ ๑๐ ๙ ๘ ๑๐ ๔๖ ๑๖ ๒๐ ๑๐ ๘ ๑๐ ๘ ๙ ๑๐ ๔๗ ๑๗ ๒๑ ๗ ๑๐ ๘ ๙ ๑๐ ๙ ๔๖ ๑๘ ๒๒ ๕ ๙ ๑๐ ๑๐ ๘ ๘ ๔๖ ๒๐ ๒๓ ๗ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๙ ๑๐ ๔๖ ๑๘ ๒๔ ๕ ๑๐ ๘ ๙ ๑๐ ๙ ๔๕ ๑๖ ๒๕ ๗ ๙ ๑๐ ๑๐ ๙ ๙ ๔๔ ๑๗ ๒๖ ๓ ๘ ๙ ๑๐ ๙ ๘ ๔๔ ๑๖ ๒๗ ๑๐ ๑๐ ๙ ๑๐ ๘ ๙ ๔๙ ๑๘ ๒๘ ๗ ๑๐ ๘ ๑๐ ๑๐ ๙ ๔๗ ๑๗ ๒๙ ๑๑ ๘ ๑๐ ๙ ๙ ๑๐ ๔๗ ๑๙ รวม ๑๙๘ ๒๖๓ ๒๖๗ ๒๗๒ ๒๖๕ ๒๖๗ ๑๓๓๕ ๔๙๖ ̅๗ ๙ ๙ ๙ ๙ ๙ ๔๖ ๑๗ S.D. ๒.๒๑ ๐.๘๘ ๐.๗๗ ๐.๗๓ ๐.๗๔ ๐.๗๓ ๑.๒๗ ๑.๒๓


๕๖ นักเรียน คนที่ ก่อน เรียน (๒๐) คะแนนระหว่างเรียน รวม ระหว่าง เรียน (๕๐) หลัง เรียน (๒๐) แบบฝึก ที่ ๑ (๑๐) แบบฝึก ที่ ๒ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๓ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๔ (๑๐) แบบ ฝึกที่ ๕ (๑๐) ร้อยละ ๓๔.๑๓ ๓๗.๗ ๓๙.๕ ๔๐.๘ ๔๒.๘ ๔๓ ๙๒.๐๖ ๘๕.๕๑ ประสิทธิภาพกระบวนการ (E๑) = ๙๒.๐๗ ประสิทธิภาพกระบวนการ (E๒) = ๘๕.๕๒ ตารางที่ ๔ ตารางแสดงคะแนนก่อนเรียน คะแนนระหว่างเรียน และคะแนนหลังเรียนวิชาภาษาไทย จากตารางที่ ๔ ในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๒๙ คน พบว่าค่าเฉลี่ยผลรวมของคะแนนจากการทำแบบทดสอบด้วย คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๖๔ และผลรวมของคะแนน การทดสอบหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ ๘๕.๕๑ เมื่อเทียบกับเกณฑ์ ประสิทธิภาพ ๘๐/๘๐คะแนนแบบฝึกทักษะและคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน มีผลคะแนนดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ ๕ ตารางแสดงประสิทธิภาพของผลการจัดการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศ ในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๒๙ คน รายการประเมิน จำนวน ผู้เรียน คะแนนเต็ม คะแนนรวม คะแนน เฉลี่ย ประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ คะแนนแบบฝึกทักษะ (E๑) ๒๙ ๕๐ ๑๓๓๕ ๔๖ ๙๒.๐๖ คะแนนทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียน (E๒) ๒๙ ๒๐ ๔๙๖ ๑๗ ๘๕.๕๑ ตารางที่ ๕ ตารางแสดงประสิทธิภาพของผลการจัดการเรียน จากตารางที่ ๕ แสดงให้เห็นว่าผลการจัดการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศ ในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีจำนวน ๒๙ คน มีประสิทธิภาพเท่ากับ ๙๒.๐๗/ ๘๕.๕๒ แสดงว่าการจัดการภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศใน


๕๗ ภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ E๑/E๒ = ๘๐/๘๐ และสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ตอนที่ ๒ ผลการเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๒๙ คน โดยได้คะแนนจากการ ทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สำหรับการเก็บ รวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยให้นักเรียนกลุ่ม ตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเข้าสู่บทเรียน เพื่อตรวจสอบ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยของนักเรียน และทำแบบทดสอบหลังเรียนหลังจากการใช้แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง คำภาษาต่างประเทศใน ภาษาไทย โดยใช้แบบทดสอบเป็นฉบับเดียวกันทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน จากนั้นได้นำคะแนนของ ผู้เรียนมาวิเคราะห์ซึ่งปรากฏผลดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ ๖ ตารางแสดงผลรวมคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของคะแนน ก่อนเรียน และหลังเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีจำนวน ๒๙ คน เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เลขที่ คะแนนก่อน เรียน (๒๐) คะแนนหลังเรียน (๒๐) ผลต่างคะแนน (D) ๑ ๓ ๑๘ ๑๕ ๒ ๘ ๑๖ ๘ ๓ ๖ ๑๘ ๑๒ ๔ ๔ ๑๗ ๑๓ ๕ ๖ ๑๘ ๑๒ ๖ ๖ ๑๗ ๑๑ ๗ ๔ ๑๖ ๑๒ ๘ ๗ ๑๖ ๙ ๙ ๗ ๒๐ ๑๓ ๑๐ ๗ ๑๖ ๙ ๑๑ ๗ ๑๖ ๙ ๑๒ ๔ ๑๗ ๑๓ ๑๓ ๗ ๑๘ ๑๑ ๑๔ ๗ ๒๐ ๑๓ ๑๕ ๖ ๑๘ ๑๒


๕๘ เลขที่ คะแนนก่อน เรียน (๒๐) คะแนนหลังเรียน (๒๐) ผลต่างคะแนน (D) ๑๖ ๑๒ ๑๖ ๔ ๑๗ ๘ ๑๗ ๙ ๑๘ ๘ ๑๖ ๘ ๑๙ ๙ ๑๘ ๙ ๒๐ ๑๐ ๑๗ ๗ ๒๑ ๗ ๑๙ ๑๒ ๒๒ ๕ ๑๘ ๑๓ ๒๓ ๗ ๑๖ ๙ ๒๔ ๕ ๑๘ ๑๓ ๒๕ ๗ ๑๗ ๑๐ ๒๖ ๓ ๑๘ ๑๕ ๒๗ ๑๐ ๑๗ ๗ ๒๘ ๗ ๑๖ ๙ ๒๙ ๑๑ ๑๖ ๕ รวม ๑๙๘ ๔๘๖ ๓๐๒ ̅๖.๘๓ ๑๗.๒๔ ๑๐.๔๑ S.D. ๒.๒๑ ๑.๑๘ ๒.๗๗ คะแนน เฉลี่ยร้อยละ ๓๔.๑๓ ๘๕.๕๑ ตารางที่ ๖ ตารางแสดงผลรวมคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของคะแนนก่อน เรียน และหลังเรียน จากตารางที่ ๖ แสดงให้เห็นว่าผลการจัดการวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศ ในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีจำนวน ๒๙ คน ได้คะแนนทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ ๖.๘๓ คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๑๓ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ ๒.๒๑ และได้คะแนนทดสอบหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ ๑๗.๒๓ คิดเป็นร้อยละโดยมีส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ ๑.๑๘ แสดงว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และคะแนนหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้จากนั้นผู้วิจัยนำคะแนนของการ ทดสอบก่อนเรียนและการทดสอบหลังเรียนไปวิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผล ปรากฏผลดังตาราง ต่อไปนี้


๕๙ ตารางที่ ๗ ตารางแสดงค่าดัชนีประสิทธิผลในการเรียนรู้ของการจัดการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี N คะแนนเต็ม ผลรวมคะแนน E.I. ผล ก่อนเรียน หลังเรียน ๒๙ ๒๐ ๑๙๘ ๔๙๖ ๑.๕๐๕๐ ผ่านเกณฑ์ ตารางที่ ๗ ตารางแสดงค่าดัชนีประสิทธิผลในการเรียนรู้ของการจัดการเรียน จากตารางที่ ๗ แสดงให้เห็นว่าผลการจัดการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศ ในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีค่าดัชนีประสิทธิผลใน การเรียนรู้เท่ากับ ๑.๕๐๕๐ แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นหลังการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เลขที่ คะแนนก่อนเรียน (๒๐) คะแนนหลังเรียน (๒๐) ตารางที่ ๘ ตารางแสดงคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบทีแบบไม่อิสระ และระดับ นัยสำคัญทางสถิติของการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัด อุดรธานี จำนวน ๒๙ คน โดยเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ (N = ๒๙) ผลการทดสอบ S.D. ̅ t-test Sig. ก่อนเรียน ๖.๘๓ ๖.๘๓ ๑๐.๔๑ ๒๐.๒๔ ๐.๐๕ หลังเรียน ๑๗.๒๔ ๑๗.๒๔ ตารางที่ ๘ ตารางแสดงคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบทีแบบไม่อิสระ และระดับ นัยสำคัญทางสถิติของการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ ๘ พบว่าการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๖.๘๓ คะแนน และ ๑๗.๒๔ คะแนน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง คะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่าคะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ


๖๐ ทางสถิติที่ระดับ .๐๕ ดังนั้นผลการวิจัย การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ซึ่งทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน เนื่องจากรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการสอนความคิดรวบยอดเป็นรูปแบบการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และยังช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รู้จักตอบแทนสังคม ด้วยการสรร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ทั้งยังเป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยังอาศัยการคิด วิเคราะห์ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อที่จะสามารถพัฒนาระบบความคิดของนักเรียน สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งผลโดยตรงที่ผู้เรียนจะได้รับก็คือ ผู้เรียนมีความเอาใจใส่ รับผิดชอบตนเองและกลุ่มร่วมกับเพื่อนสมาชิก ส่งเสริมให้ผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิดในระดับ ที่สูงขึ้นและคิดได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ทั้งนี้ผู้เรียนยังสามารถประมวลผลความรู้ของตนเองออกมา ในรูปแบบผังความคิด เพื่อที่จะให้เกิดภาพของสิ่งที่ได้เรียนรู้ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และนักเรียน สามารถนำเสนอผลงานการเรียนรู้ของตนเองได้ด้วยความเป็นธรรมชาติและสามารถต่อยอดความรู้ต่อ สังคมได้ไม่มากก็น้อย ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอน ความคิดรวบยอด ร่วมกับ แผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นดังนี้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา จำนวน ๒๙ คน มีประสิทธิภาพเท่ากับ ๙๒.๐๗/ ๘๕.๕๒ แสดงว่าการจัดการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ E๑/E๒ = ๘๐/๘๐ และสูงกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน และการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ ๖.๘๓ คะแนน และ ๑๗.๒๔ คะแนน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและ หลังเรียน พบว่าคะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ ดังนั้นผลการวิจัย การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศ ในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีมีประสิทธิภาพสูงกว่า เกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ซึ่งทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน


๖๑ บทที่ ๕ สรุปผล และอภิปรายผล ในการวิจัยเรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ผู้วิจัยนำเสนอการสรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และเสนอแนะ โดยมีลำดับ ดังนี้ ๑. วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๒. สมมติฐานของการวิจัย ๓. สรุปผลการวิจัย ๔. อภิปรายผลการวิจัย ๕. ข้อเสนอแนะ ๑. วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๑.๑ เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบการสอน โดยใช้กระบวนการสร้างความคิด รวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ๑.๒ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศใน ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ก่อนเรียนและหลังเรียน ๒. สมมติฐานการวิจัย ๒.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ๒.๒ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ๓. สรุปผลการวิจัย ๓.๑ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ ที่เรียนโดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด มีคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ ๖.๘๓ คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๑๓ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๒.๒๑ ส่วนคะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนได้จากการทำใบงาน และแผนผังความคิดเท่ากับ ๔๖ คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๐๗ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๑.๒๗ และได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่ากับ ๑๗


๖๒ คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๕๑ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๑.๒๓ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์๘๐/๘๐ เมื่อเทียบกับเกณฑ์ประสิทธิภาพ ๘๐/๘๐ ที่ได้ตั้งไว้ ๓.๒ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ ที่เรียนโดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ได้คะแนนทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ ๗ คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๑๓ โดยมีส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๒.๒๑ และได้คะแนนทดสอบหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ ๑๗ คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๕๑ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๑.๒๓ แสดงว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ๔. อภิปรายผลการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีประเด็นที่จะอภิปรายผลการวิจัยดังนี้ ๔.๑ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ ที่เรียนโดยการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้าง ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด มีคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ ๗ คิดเป็น ร้อยละ ๓๔.๑๓ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๒.๒๑ ส่วนคะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนได้จากการ ทำการทำใบงานและผังความคิด เท่ากับ ๔๖ คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๐๖ โดยมีส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน เท่ากับ ๑.๒๗ และได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่ากับ ๑๗ คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๕๑ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๑.๒๓ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ที่ได้ตั้งไว้เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่าคะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ จากการวิจัยพบว่ามีประสิทธิภาพ เท่ากับ ๙๒.๐๖/ ๘๕.๕๑ แสดงว่าการจัดการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ E๑/E๒ = _๘๐/๘๐ และสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน รูปแบบการสอนโดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด เป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และยังช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รู้จัก ตอบแทนสังคม ด้วยการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ทั้งยังเป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยังอาศัย การคิดวิเคราะห์ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อที่จะสามารถพัฒนาระบบความคิดของนักเรียน สามารถ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งผลโดยตรงที่ผู้เรียนจะได้รับก็คือ ผู้เรียนมีความ เอาใจใส่รับผิดชอบตนเองและกลุ่มร่วมกับเพื่อนสมาชิก ส่งเสริมให้ผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิด ในระดับที่สูงขึ้น และคิดได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ทั้งนี้ผู้เรียนยังสามารถประมวลผลความรู้ของตนเอง ออกมาในรูปแบบผังความคิด เพื่อที่จะให้เกิดภาพของสิ่งที่ได้เรียนรู้ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และนักเรียนสามารถนำเสนอผลงานการเรียนรู้ของตนเองได้ ด้วยความเป็นธรรมชาติและสามารถ ต่อยอดความรู้ต่อสังคมได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาในเรื่อง คำภาษาต่างประเทศใน ภาษาไทยที่ผู้วิจัยศึกษา


๖๓ ๔.๒ ผลการหาประสิทธิภาพดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยที่เกี่ยวกับกระบวนการสร้าง ความคิดรวบยอดกับการสอนภาษาไทยของ สุชาติ วิสุทธิญาณภิรมย์ (๒๕๖๔) ได้ศึกษาเรื่อง "การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เสริมด้วยเกมออนไลน์ เพื่อการศึกษาในการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยเรื่อง ชนิดของคำระบบออนไลน์ สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผลการวิจัยปรากฎว่า ๑. ผลการพัฒนาการใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เสริมด้วยเกมออนไลน์เพื่อการศึกษาในการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย มีค่าเฉลี่ย ร้อยละ ๘๗.๗๕ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ร้อยละ ๗๐ ๒. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการใช้ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอดเสริมด้วยเกมออนไลน์เพื่อการศึกษาในการจัดการเรียนรู้ เรื่องชนิดของคำในภาษาไทย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ ๗๔ สูงกว่า เกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ ร้อยละ ๗๐ ๓. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๙ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ที่จัดการเรียนรู้โดยการใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอดเสริมด้วยเกม ออนไลน์เพื่อการศึกษา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่ามีนัยสำคัญทางสถิติที่ ๐.๐๕ นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังสอดคล้องกับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาการสอนเรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศในภาษาไทย เช่นงานวิจัยของ นาสิตา ต่างสันเขี้ยะ (๒๕๖๕) ที่ศึกษา เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ยืมภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านหมากแข้ง ผลการวิจัยพบว่า ผลการวิจัยปรากฏว่า ๑. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๗ ที่เรียนโดยใช้ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนเท่ากับ ๑๑.๓๙ คิดเป็นร้อยละ ๓๗.๖๓ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๑.๘๓ ส่วนคะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนได้จาก การทำแบบฝึกทักษะเท่ากับ ๔๖..๕ คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๑๐ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๑.๓๘ และได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนจากการทำแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่ากับ ๑๖.๘ คิดเป็นร้อยละ ๘๔.0๐ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ๘0/๘๐ ที่ได้ตั้งไว้ ๒. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๗ ที่เรียนโดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เรื่อง คำยืม ภาษาต่างประเทศในภาษาไทยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .๐๕ งานวิจัยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องกับกับงานวิจัยนี้ คือ มีทั้งงานวิจัยที่ใช้ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด และงานวิจัยที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกับเรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศ ในภาษาไทย เช่นเดียวกับงานวิจัยของผู้วิจัยที่ศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา ภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับ แผนผังความคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จากผลการวิจัยและการอภิปรายผลดังกล่าว จึงสรุปได้ว่าผลสัมฤทธิ์การเรียนภาษาไทย เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่จัดการเรียนรู้ด้วย กระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนหลังเรียน


๖๔ สูงกว่าก่อนเรียน และกระบวนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวนี้ยังเป็นรูปแบบการสอนที่สามารถพัฒนา ความรู้ ความสามารถของผู้เรียน ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรู้ทุกขั้นตอนช่วยกระตุ้นความสนใจให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่แปลกใหม่ เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเองโดยผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในการ จัดกิจกรรมทุกขั้นตอน ให้ผู้เรียนได้ฝึกการคิดเชื่อมโยงความรู้ที่มีเข้ากับความรู้ใหม่ ฝึกการทำงาน ร่วมกับผู้อื่น ในการเรียนเรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศในภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ ๔.๓ ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ ที่ได้รับ การจัดการเรียนการสอนด้วยกระบวนการเรียนรู้ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย หลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ เนื่องด้วยการจัดการเรียนการสอน ด้วยกระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ประกอบไปด้วย ๕ ขั้นตอน คือ ๑. สังเกต ๒. จำแนกความแตกต่าง ๓. หาลักษณะร่วม ๔. ระบุชื่อความคิดรวบยอด ๕. ทดสอบและนำไปใช้ ทั้งนี้ผู้วิจัยได้นำเนื้อหา เรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการ ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด มาใช้ในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้พร้อมด้วย แบบฝึกหัด ซึ่งผู้วิจัยได้แบ่งแผนการจัดการเรียนรู้ออกเป็น ๕ แผนดังนี้คือ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ คำไทยแท้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ คำภาษาบาลี-สันสกฤตในภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ คำภาษาเขมรในภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ คำภาษาจีนในภาไทย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ คำภาษาอังกฤษในภาษาไทย การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกหัดนั้น ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้น โดยผ่านการพิจารณาและตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๓ ท่าน จึงถือได้ว่าแผนการจัดการเรียนรู้ที่ทำ ขึ้นนั้นมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่ กำหนดและบรรลุตามวัตถุประสงค์ การวิจัยในครั้งนี้ เนื้อหาวิชาภาษาไทย เรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศในภาษาไทยผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเนื้อหา สาระของ จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์ (๒๕๕๖: ๒๐) นำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งมีเนื้อหา เกี่ยวกับการนำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย โดยปรับเสียงให้เหมาะกับภาษาไทยบ้าง เปลี่ยนแปลง ความหมายบ้างคำยืมที่มีอิทธิพลต่อภาษาไทย ได้แก่ ภาษาบาลีภาษาสันสกฤต ภาษาเขมร ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนภาษาที่ถูกยืมมา มักจะถูกเปลี่ยนแปลงรูปคำ เสียง และความหมายในภาษาใหม่เพื่อความสะดวกในการออกเสียง และเป็นไปตามลักษณะสำคัญของ ภาษาผู้ยืม ทั้งนี้ผู้วิจัยได้นำเนื้อหาเรื่อง เรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้า เนื้อหาสาระของ จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์ (๒๕๔๖: ๒0) มาใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผู้วิจัย นำขั้นตอนแต่ละขั้นจากรูปแบบกระบวนการความคิดรวบยอด และแอปพลิเคชันเสริมการสอนมา ปรับใช้กับเนื้อหา ซึ่งเริ่มจากขั้นตอนแรกผู้สอนให้ผู้เรียนสังเกตและรับรู้ข้อมูลที่ หลากหลาย ซึ่งเป็น ความหลากหลายที่เมื่อมีการจัดกลุ่มหรือลักษณะร่วมแล้ว ผู้เรียนกำหนดหลักเกณฑ์บางอย่าง เพื่อการ จำแนกความแตกต่างเกี่ยวกับข้อมูลนั้นด้วยตนเอง ผู้เรียนจะสังเคราะห์ลักษณะร่วม หรือองค์ประกอบ ร่วมกันของข้อมูลที่ได้จำแนกไว้แล้วในขั้นที่ ๒ จากนั้นผู้เรียนสรุปความคิดรวบยอดด้วยตนเอง ผู้สอน


๖๕ มีบทบาทให้คำชี้แนะให้กับผู้เรียนคิดจนได้คำตอบที่ถูกต้อง ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนนำ ความคิดรวบยอดที่ได้จากขั้นที่ ๔ ไปปฏิบัติหรือนำไปใช้โดยการสรุปความรู้เป็นรูปแบบแผนผัง ความคิดร่วมด้วยเมื่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ที่กล่าวมาสามารถ ใช้ในการจัดการเรียนรู้ในความคิดรวบยอดผู้เรียนจะสามารถคิดได้อย่างกว้างขวาง และสามารถ ตอบสนองความต้องการและความสนใจของผู้เรียนได้ดี ทั้งนี้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้เนื้อหา เนื้อหา เรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ลักษณะคำ ยืมที่มาจากภาษาต่างประเทศ และวิเคราะห์ลักษณธคำยืมที่มาจากภาษาต่างประเทศได้อย่างถูกต้อง และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเนื้อหาที่ผู้วิจัยได้เลือกมาใช้จึงมีความเหมาะสมสอดคล้องกับวิจัย และกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการความคิดรวบยอด เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ความคิด รวบยอดเป็นผลสรุปจากการรับรู้ของเราจากสิ่งเร้าหรือเหตุการณ์ที่มีลักษณะสัมพันธ์ กับกฎหรือ หลักการบางอย่าง โดยเป็นภาพในความคิดที่เกิดจากความเข้าใจของเราต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งเชื่อมโยง เข้ากับสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกันกัน โดยสุวิทย์ มูลคำ (๒๕๔๗, ๑๗๔) กล่าวไว้ว่า ความคิดรวบยอด หมายถึง ความคิด ความเข้าใจ ที่สรุปเกี่ยวกับการจดักลุ่มสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เกิด จากการสังเกต หรือได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ เรื่องนั้นๆ แล้วใช้คุณลักษณะหรือ คุณสมบัติที่ มีลักษณะคล้ายคลึงกันจัดเข้าเป็นกลุ่มเดียวกัน เมื่อนำกระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผัง ความคิด มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย พบว่ากระบวนการ ความคิดรวบยอด และการสรุปความรู้ด้วยรูปแบบแผนผังความคิด มีความเหมาะสมกับเนื้อหา เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการสร้างความคิด รวบยอดนั้นเริ่มจากการสร้างจุดสังเกตสิ่งที่เราสนใจเพื่อรับรู้ข้อมูลก่อน จากนั้นจึงแบ่งกลุ่มข้อมูล ที่ศึกษา เพื่อประมวลข้อมูลที่ได้รับว่ามีลักษณะใดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เมื่อพิจารณาแล้วจึงสรุป เป็นความคิดรวบยอดและทดสอบว่าข้อสรุปนั้นเป็นจริงหรือไม่ ผนวกกับการนำความรู้ที่ได้ไปทำ แบบฝึกหัดที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นเพื่อทบทวนความรู้ จึงส่งผลให้กระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับ แผนผังความคิด มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โดยใช้กระบวนการความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ นั้นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคะแนนเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ ๙๒.๐๖ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ ๔.๔ บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอนในแผนการจัดการเรียนรู้แผนแรกนักเรียน มีความตื่นเต้นและกระตือรือร้นในการร่วมทำกิจกรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นรูปแบบการเรียน การสอนที่เป็นวิธีใหม่ ที่ยังไม่เคยได้นำมาใช้สอนกับนักเรียนห้องตัวอย่าง และในขณะเดียวกันเมื่อทำ การทดลองใช้แผนการเรียนรู้ถึงแผนที่ ๔ และ ๕ นักเรียนเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการสอนมากขึ้น ทำให้ลำดับขั้นของการจัดการเรียนรู้มีความรวดเร็วในการนำเสนอ


๖๖ ๕. ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาในครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ดังนี้ ๕.๑ ข้อเสนอแนะเพื่อการนำผลการวิจัยไปใช้ ๑) ผู้สอนควรนำวิธีการสอน โดยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการ ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ใช้กับเนื้อหาสาระอื่นๆ ทั้งหลักภาษาและวรรณคดี ๒) ผู้สอนควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมและสถานการณ์ในปัจจุบัน ครูผู้สอนจึงต้องดูแลเอาใจใส่นักเรียนอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ ๕.๒ ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ๑) ผู้สอนควรนำวิธีการสอน โดยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการ ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ไปใช้กับเนื้อหาสาระอื่นๆ ทั้งหลักภาษาและวรรณคดี ๒) ผู้สอนควรนำวิธีการสอนโดยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการ ความคิดรวบยอด ร่วมกับแผนผังความคิด ไปประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนรู้ในวิชาอื่นๆ


๖๗ บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ: กระทรงศึกษาธิการ จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์. (๒๕๔๖). อิทธิพลภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: พัฒนาศึกษา. จันจิรา จิตตะวิริยะพงษ์. (๒๕๔๖). อิทธิพลภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา. ชม ภูมิภาค. (๒๕๒๘). เทคโนโลยีทางการสอนและการศึกษา. กรุงเทพฯ: โงพิมพ์ประสานมิตร. ทองสุก เกตุโรจน์. (๒๕๔๖). การเขียนแบบสร้างสรรค์. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง. บรรจบ พันธุเมธา. (๒๕๓๐). ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๗. กรุงเทพฯ: ฝ่ายสืบสวน สอบสวน มหาวิทยาลัยรามคำแหง. บันลือ พฤกษะวัน. (๒๕๓๒). มิติใหมในการสอนอาน. พิมพครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ประดิษฐ์ ฮวบเจริญ. (๒๕๒๐). วิชาเอกเทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุงเทพ: อักษรบัณฑิต. ประดิษฐ์ ฮวบเจริญ. (๒๕๒๐). วิชาเอกเทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: อักษรบัณฑิต. ปราณี กายอรุณสุทธิ์. (๒๕๒๖). คำยืมภาษาจีนในภาษาไทยปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร: บัณฑิต วิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (๒๕๓๔). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ. เผชิญ กิจระการ. (๒๕๔๔). ดัชนีประสิทธิผล. มหาสารคาม: ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตรมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มลฤดีลิ่วเฉลิมวงศ์. (๒๕๔๑). การพัฒนาความคิดรวบยอดวิชาสังคมศึกษา เรื่อง “ทรัพยากรธรรมชาติของไทย” โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ มหาบัณฑิตบัณฑิต: วิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วิจิตรา แสงพลสิทธิ์. (๒๕๔๕). ความรู้เรื่องภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. วิยะดา ระวังสุข. (๒๕๔๕). การประเมินความคิดรวบยอดวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้แผนผังมโนทัศน์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. กรุเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.


๖๘ วิไลพร ธนสุวรรณ. (๒๕๔๓). การพัฒนากิจกรรมฝังมโนมติสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านและ การเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓. รายงานการวิจัย คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์. (๒๕๒๖). ภาษาศาสตร์เชิงประวัติ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วิไลศักดิ์ กิ่งคำ. (๒๕๕๐). ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วิไลศักดิ์ กิ่งคำ. (๒๕๕๐). ภาต่างประเทศในภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ: สำนักวิชา ภาษาไทย คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วีณา วโรตมะวิชญ. (๒๕๓๕). กลวิธีการเรียนและการสอนในโรงเรียนประถมศึกษา. เชียงใหม่: งานส่งเสริมการวิจัยและตำรา กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ศรีทอง มีทาทอง. (๒๕๓๔). การทดลองวิธีสอนคณิตศาสตร์ที่มีกระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ในเรื่องโจทย์ปัญหาการคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๒. ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. สมนึก ภัททิยธนี. (๒๕๕๘). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์. สมบัติ ท้ายเรือคำ. (๒๕๕๒). ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ ๓. สมบูรณ์ ศุภจริยาวัตร. (๒๕๔๖). ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏราชนครินทร์. สมบูรณ์ ศุภจริยาวัตร. (๒๕๔๖). ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. กรุงเทพฯ: คณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏราชนครินทร์. สุชา จันทน์เอม และสุรางค์จันทน์เอม. (๒๕๑๕). จิตวิทยาวัยรุ่น. พิมพ์ครั้งที่ ๒. พระนคร: แพร่พิยา. สุชา จันทน์เอม. (๒๕๓๑). จิตวิทยาทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ ๕ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนา พานิช. สุทธิวงศ์พงศ์ไพบูลย์. (๒๕๓๑). การเขียน. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. สุนีย์ ธีรคากร. (๒๕๒๕). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพ: วิทยาลัยครูพระนคร. สุนีย์ ธีรดากร. (๒๕๒๕). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยครูพระนคร. สุมน อมรวิวัฒน์. (๒๕๒๗). สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้น ป.๓. พิมพ์ครั้งทื่ ๔. กรุงเทพฯ: ไทย วัฒนาพานิช. สุรางค์โคว้ตระกูล. (๒๕๓๓). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Ault, C.R. (1985). “Concept Mapping as a study strategy,” Journal of college Science


๖๙ Clark, J.H. (๑๙๙๑). Using Organizers to focus on thinking. Journal of reading, ๓๔(๗), ๕๒๖-๕๓๔ De Cecco. J. P. (๑๙๖๘ ). The Psychology of Learning and Instruction : Educational Psychology. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall. Joyce, B, & Weil, M. (๑๙๙๖). Model of teaching. ๕th ed. Boston: Allyn and Bacon. Joyce, B, & Weil, M. and Showers, B. (๑๙๙๒). Model of teaching. 4th ed. Boston: Allyn and Bacon : A Divison of Simon & Schuster, Inc. Martorella, Peter H. ( ๑ ๙ ๘ ๖ ) . Teaching Concept. Massachusetts: D.C. Health and Company. Novak, J.D. and Gowin, D.B. ( ๑ ๙ ๘ ๔ ) . Learning How to Learn. London: Cambridge University Press. Teaching. ๒(๑๐) : ๓๘-๔๔.


๗๐ ภาคผนวก


71 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้


๗๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เย็นศิระเพราะพระบริบาล เวลา ๖ ชั่วโมง เรื่อง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย เวลา ๑ ชั่วโมง วันที่สอน ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๒๐ น. ชั้น ม.๒/๒ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๔๐-๑๔.๓๐ น. ชั้น ม.๒/๘ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๔๐.๑๔.๓๐ น. ชั้น ม.๒/๑๐ ผู้สอน นางสาวณิชาภัทร อักษรเสือ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา ...................................................................................................................................................... ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๒/๕ รวบรวมและอธิบายความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ใน ภาษาไทย ๒. สาระสำคัญ คำไทยแท้ คือ คำที่มีใช้ดั้งเดิมอยู่ในภาษาไทย คำไทยแท้จะเป็นคำโดด เกิดจากคำมูลที่มี ความหมายอยู่ในตัว ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงทำให้สามารถจำแนกและ สังเกตได้ หากผู้เรียนทราบและเข้าใจจะสามารถสังเกตคำไทยแท้ได้อย่างถูกต้อง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ นักเรียนบอกหลักการสังเกตคำไทยแท้ได้ (K) ๔.๒ นักเรียนจำแนกคำภาษาต่างประเทศออกจากคำไทยแท้ได้ (P) ๔.๓ นักเรียนใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง (A)


๗๓ ๕. สมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด ๕.๒ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๖.๑ มีวินัย ๖.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๖.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖.๔ รักความเป็นไทย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้(กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นสังเกต/ขั้นรับรู้ ๗.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกันและกัน จากนั้นครูพานักเรียนเล่นกิจกรรม “แยกแยะได้ง่ายนิดเดียว” ๗.๒ ครูขอตัวแทนนักเรียนออกมาหยิบบัตรคำ ซึ่งในบัตรคำจะประกอบไปด้วยคำ ไทยแท้ และคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ดังนี้ คำไทยแท้ - พ่อ - ดิน - น้ำ - ช้าง - บ้าน คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ - ก๋วยเตี๋ยว - อัคคี - บุษบา - คอมพิวเตอร์ - สนุก ๗.๓ เมื่อนักเรียนหยิบบัตรคำไปแล้ว ให้นักเรียนที่มีบัตรคำสังเกตบัตรคำของตนเอง และของเพื่อนเพื่อเปรียบเทียบว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร


๗๔ ขั้นจำแนกความแตกต่าง ๗.๔ เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของตนเองและของเพื่อนแล้ว ให้นักเรียนที่มี บัตรคำลองอธิบายว่าบัตรคำที่ตนเองได้มีลักษณะอย่างไร (ครูผู้สอนอาจจะช่วยในการตอบคำถาม เช่น คิดว่าคำที่ได้มีกี่พยางค์, เป็นคำมาจากภาษาอะไร เป็นต้น) จากนั้นครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นหาลักษณะร่วม ๗.๕ ครูเชื่อมโยงว่าในการใช้ภาษาของคนไทย ไม่ได้มีแค่คำไทยแท้เท่านั้น แล้วนักเรียนรู้หรือไม่ว่าคนไทยใช้คำที่มาจากภาอะไรบ้าง (นักเรียนและครูสนทนาแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น) จากนั้นครูได้อธิบายลักษณะของคำไทยแท้ ลักษณะของคำไทยแท้ ๑. คำไทยแท้ส่วนมากเป็นคำพยางค์เดียว เรียกว่าเป็น ภาษาคำโดด แต่ละคำมีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง เช่น ปู่ ย่า แขน ขา หมา แมว ฟ้า ฝน มีด ตู้ ฯลฯ ส่วนคำไทย แท้ที่มีหลายพยางค์ เช่น มะพร้าว กระโจน สะใภ้ ตะวัน มีสาเหตุดังนี้ ๑.๑ การกร่อนเสียง คือ คำ ๒ คำ เมื่อพูดเร็ว ๆ ทำให้ออกเสียงคำ แรกสั้นลงกลายเป็นคำ ๒ พยางค์ เช่น ตาวัน เป็น ตะวัน หมากม่วง เป็น มะม่วง สายดือ เป็น สะดือ ๑.๒ การแทรกเสียง คือ การเติมพยางค์ลงไปตรงกลางระหว่างคำ ๒ คำ เช่น นกจอก เป็น นกกระจอก ลูกเดือก เป็น ลูกกระเดือก ๑.๓ การเติมพยางค์หน้า คือ การเติมพยางค์ที่หน้าคำมูลโดยให้มี ความหมายใกล้เคียงกัน เช่น ทำ เป็น กระทำ โจน เป็น กระโจน เดี๋ยว เป็น ประเดี๋ยว ๒. คำไทยแท้เป็นคำที่มีตัวสะกดเดียว ไม่มีตัวตามและสะกดตรงตาม มาตรา คือ แม่กก สะกดด้วยตัว ก เช่น กัก เด็ก ลูก จอก


๗๕ แม่กง สะกดด้วยตัว ง เช่น เก่ง นั่ง พิง ถัง แม่กด สะกดด้วยตัว ด เช่น กด ปิด อวด ปูด แม่กน สะกดด้วยตัว น เช่น กิน นอน ฉุน เห็น แม่กบ สะกดด้วยตัว บ เช่น กับ แคบ จบ ซูบ แม่กม สะกดด้วยตัว ม เช่น ชาม หอม ดื่ม ตุ่ม แม่เกอว สะกดด้วยตัว ว เช่น แมว หิว ข้าว หนาว แม่เกย สะกดด้วยตัว ย เช่น คอย ขาย ปุ๋ย ตาย ๓. คำไทยแท้จะไม่ใช้พยัญชนะ ฆ ฌ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ธ ภ ศ ษ ฬ ยกเว้นบางคำต่อไปนี้ที่เป็นคำไทย ได้แก่ ฆ่า เฆี่ยน ระฆัง ฆ้อง ตะเฆ่ ใหญ่ หญ้า เฒ่า ณ ธ ธง เธอ สำเภา ภาย เศร้า ศึก ศอก ศอ ศก ๔. คำไทยจะใช้ “ใ” (ไม้ม้วน) มี ๒๐ คำ คือ ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ มิหลงใหลใครขอดู จะใคร่ลงเรือใบ ดูน้ำใสและปลาปู สิ่งใดอยู่ในตู้ มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามัวมาใกล้เคียง เล่าท่องอย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วนจำจงดี ๕. คำไทยจะมีรูปวรรณยุกต์กำกับ ทำให้ออกเสียงต่างกัน มีความหมาย ต่างกัน เช่น ปา หมายถึง ซัดไปด้วยอาการยกแขนขึ้นสูงแล้วเอี้ยวตัว ป่า หมายถึง ที่ที่มีต้นไม้ต่าง ๆ ขึ้นมา ป้า หมายถึง พี่สาวของพ่อหรือแม่ คำเรียกหญิงที่ไม่รู้จักแต่ มักมีอายุแก่กว่าพ่อหรือแม่ ๖. คำไทยไม่นิยมใช้ตัวการันต์และคำควบกล้ำ เช่น เด็ก วิ่ง เล่น ใน สวน ขั้นระบุความคิดรวบยอด ๗.๖ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่องคำไทยแท้อีกครั้งอีกครั้งเพื่อทบทวน ก่อนทำกิจกรรม จากนั้นนักเรียนเล่นกิจกรรม “คำไหนไทยแท้” โดยครูเตรียมข้อมูล ๒ ชุด คือ ชุดที่ ๑ คำไทยแท้ และชุดที่ ๒ คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ครูแสดงข้อมูลให้เป็น ๒ ฝั่ง โดย แยกให้เป็นตัวอย่างก่อนประมาณ ๓-๕ คำ จากนั้นลองให้นักเรียนเป็นผู้แยกเอง


๗๖ ๗.๗ นักเรียนฟังครูเฉลยคำที่เป็นคำไทยแท้และต่างประเทศ โดยย้ายฝั่งในกรณี ที่นักเรียนแยกผิดกลุ่ม ๗.๘ เมื่อเสร็จกิจกรรมครูแจกแบบฝึกทักษะจำแนกคำไทยแท้ให้นักเรียนได้ทำ ภายในคาบ ขั้นสรุป ขั้นทดลองและนำไปใช้ ๗.๙ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปหลักการแยกคำไทยแท้อีกครั้ง โดยการตอบคำถาม ทบทวน ๗.๑๐ นักเรียนทำแผนผังความคิดโดยสรุปเรื่องคำไทยแท้ ๘. ภาระงาน/ชิ้นงาน ๘.๑ แผนผังความคิด เรื่อง คำไทยแท้ ๙. การสร้างบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้นักเรียนตอบคำถามได้อย่างอิสระ ๙.๓ เสริมแรงทางบวกให้แก่นักเรียนด้วยการปรบมือ และกล่าวคำชมเชยแก่นักเรียน ๑๐. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ PowerPoint เรื่อง คำไทยแท้ ๑๐.๒ กิจกรรม “คำไหนไทยแท้” ๑๐.๓ กิจกรรม “แยกแยะได้ง่ายนิดเดียว” ๑๐.๔ แผนผังความคิด เรื่อง คำไทยแท้ ๑๑. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ๑ . น ั ก เ ร ี ย น บ อ ก หลักการสังเกตคำไทย แท้ได้(K) ตอบคำถาม คำถาม นักเรียนบอก หลักการสังเกตคำ ไทยแท้ได้ ๓ ข้อขึ้น ไปถือว่าผ่าน


๗๗ ๒. นักเรียนจำแนกคำ ภาษาต่างประเทศออก จากคำไทยแท้ได้(P) ทำแบบฝึกทักษะ แบบฝึกทักษะ นักเรียนทำแบบฝึก ทักษะถูกมากกว่า ร้อยละ ๘๐ ถือว่า ผ่าน ๓. นักเรียนใช้ ภาษาไทยอย่างถูกต้อง (A) ประเมินการใช้ภาษาใน ภาระงาน ภาระงานแผนผัง ความคิด ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป


๗๘ ๑๒. บันทึกหลังการสอน / ข้อเสนอแนะบันทึกผลหลังการสอน ................................................................................................................................................................ ..................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ..................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ปัญหา / อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ……………………….……………...….. (นางสาวณิชาภัทร อักษรเสือ) วันที่……...เดือน…….……..พ.ศ...………. ๑๓. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ……….…………………………..…….. (นางมะยุรี บุญเรือง) ครูชำนาญการพิเศษ วันที่……...เดือน…………..พ.ศ...……….


๗๙ ๑๔. ความคิดเห็นของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ………………......………………………. (นางอรนุช ศรีหริ่ง) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วันที่…….....เดือน…….……..พ.ศ...………. ๑๕. ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…….………………………......…………. (นางสิริภัคร โคตรเพชร) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่.…..…..เดือน……….…..พ.ศ...….…….


๘๐ แบบประเมินการตอบคำถาม (Rubric Scores) ประเด็นประเมิน การตอบคำถาม เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ . ก า ร ต อ บ คำถาม ตอบคำถามได้ ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น ตอบคำถามได้ ถูกต้อง ชัดเจน แต่ไม่ค่อยตรง ประเด็นคำถาม ตอบคำถามได้ ถูกต้อง แต่ไม่ ค่อยตรงประเด็น ตอบคำถามไม่ ถูกต้อง ๒. การใช้ภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้องตาม เกณฑ์ทางภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้อง แต่มีการ ใช้คำผิด ไม่เกิน ๒ คำ ใช้ภาษาได้ ถูกต้อง แต่มีการ ใช้คำผิดโดยไม่ เกิน ๔ คำ ใช้ภาษาไม่ ถูกต้อง มีการใช้ คำผิดมากกว่า ๕ คำขึ้นไป ๓. ความรวดเร็ว ตอบคำถามได้ รวดเร็ว ตอบคำถามช้า เล็กน้อย ตอบคำถามช้า ปานกลาง ตอบคำถามช้า มาก เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ - ๑๒ = ดีมาก ๗ - ๙ = ดี ๔ - ๖ = พอใช้ ๑ - ๓ = ปรับปรุง ประเด็นประเมินการตอบคำถาม รวม การตอบคำถาม การใช้ภาษา ความรวดเร็ว เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับดี ขึ้นไป สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ลงชื่อ............................................ผู้ประเมิน (นางสาวณิชาภัทร อักษรเสือ) วันที่…….........เดือน……....……..พ.ศ...…….….


๘๑ แบบประเมินการเขียน คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสำรวจการตอบคำถามของนักเรียนแล้วเขียนคะแนนลงในช่องที่เป็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เลขที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมการประเมิน รวม (๑๒) ผลการประเมิน เนื้อหาการ เขียน (๔) การใช้ภาษา (๔) องค์ประกอบ ของการเขียน (๔) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖. ๑๗. ๑๘. ๑๙. ๒๐. ลงชื่อ............................................ผู้ประเมิน (นางสาวณิชาภัทร อักษรเสือ) วันที่…….........เดือน……....……..พ.ศ...…….….


๘๒ แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด √ ลงใน ช่องว่างให้ตรงกับระดับคะแนน เลขที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจในการทำ กิจกรรม การมีส่วนร่วมในการ แสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังความ คิดเห็นผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ลงชื่อ……………………………………….. (นางสาวณิชาภัทร อักษรเสือ) วันที่……..เดือน…………..พ.ศ....……….


๘๓ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ คิวอาร์โคดที่ ๑ powerpoint เรื่อง คำไทยแท้


๘๔ แบบฝึกทักษะจำแนกคำไทยแท้ คำชี้แจง ให้นักเรียนแยกคำต่อไปนี้ว่า คำใดเป็นคำไทยแท้ และ คำใดเป็นคำที่มาจาภาษาต่างประเทศ แก้ว ป้า เขต สุนัข ฟุตบอล เฆี่ยน มะม่วง เก้าอี้ ข้าว พ่อ โคม่า เศรษฐี กระโดด จิต ใจ หนัง ภาพยนตร์ บ้าน คฤหาสน์ พระ คำไทยแท้ คำภาษาต่างประเทศ ชื่อ-สกุล.........................................................................ชั้น.............................เลขที่..........................


๘๕ แแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เย็นศิระเพราะพระบริบาล เวลา ๖ ชั่วโมง เรื่อง คำภาษาบาลี-สันสกฤตในภาไทย เวลา ๑ ชั่วโมง วันที่สอน ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๒.๕๐-๑๒.๔๐ น. ชั้น ม.๒/๒ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๒๐ น. ชั้น ม.๒/๑๐ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๒๐-๑๑.๑๐ น. ชั้น ม.๒/๘ ผู้สอน นางสาวณิชาภัทร อักษรเสือ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา ...................................................................................................................................................... ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๒/๕ รวบรวมและอธิบายความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ใน ภาษาไทย ๒. สาระสำคัญ ภาษาบาลี – สันสกฤต คือ ภาษาตระกูลวิภัตติปัจจัย จึงมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก ภาษา บาลีเข้ามาทางศาสนาพุทธ ส่วนภาษาสันสกฤตเข้ามาทางศาสนาพราหมณ์และวรรณคดีรามายณะ เนื่องจากภาษาไทยมีการหยิบยืมภาษาต่างประเทศมาใช้ ดังนั้น หากนักเรียนเข้าใจหลักการสังเกตก็ จะสามารถจำแนกคำที่มาจากภาษาต่างประเทศในภาษาไทยได้ถูกต้อง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ หลักการสังเกตลักษณะภาษาบาลี-สันสกฤต ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ นักเรียนสามารถบอกอธิบายหลักการสังเกตภาษาบาลี-สันสกฤตได้อย่างถูกต้อง (K) ๔.๒ นักเรียนสามารถจำแนกคำภาษาบาลีสันสกฤตได้อย่างถูกต้อง (P) ๔.๓ นักเรียนมีความรับผิดชอบในการทำงาน (A)


๘๖ ๕. สมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด ๕.๒ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๖.๑ มีวินัย ๖.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๖.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖.๔ รักความเป็นไทย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้(กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นสังเกต/ขั้นรับรู้ ๗.๑ นักเรียนสังเกตคำที่ปรากฏบนหน้าจอโปรเจคเตอร์คือว่า บาลี-สันสกฤต หลังจากนั้นนักเรียนร่วมกันอธิบายถึงความเข้าใจที่ตนเองมีต่อคำว่าบาลี - สันสกฤต เช่น พบภาษา บาลี-สันสฤต ได้ที่วัด พบในบทสวดมนต์ และสังเกตคำที่ยกมาประกอบด้วย เช่น คำว่า จุฬา และ จุฑา, กีฬา และ กรีฑา เป็นต้น ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๗.๒ ผู้เรียนฟังอธิบายลักษณะของคำภาษาบาลี-สันสกฤต โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ หลักการสังเกตภาษาบาลี ได้แก่ ภาษาบาลี มีสระใช้ทั้งหมด ๘ ตัว ได้แก่ สระอะ สระอา สระอิ สระอี สระอุ สระอู สระเอ สระโอ มีพยัญชนะใช้ทั้งหมด ๓๓ ตัว มีตัวสะกดตัวตาม ที่แน่นอน ดังนี้ถ้าแถวที่ ๑ สะกด แถวที่ ๑ และ ๒ ตาม ถ้าแถวที่ ๓ สะกด แถวที่ ๓ และ ๔ ตาม ถ้าแถวที่ ๕ สะกดทุกตัวในวรรคนั้นตามได้ ภาษาบาลีนิยมใน ฬ ส และคำว่า ริ ไม่นิยมใช้คำควบกล้ำ แต่จะนิยมใช้พยัญชนะซ้ำกันภายในคำ หลักการสังเกตภาษาสันสกฤต มีสระเพิ่มมาจากบาลี คือ ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ ไอ เอา รวมเป็น ๑๔ ตัว มีพยัญชนะที่เพิ่มเติมจากภาษาบาลี ๒ ตัว ได้แก่ ศ ษ มักจะมีการใช้ ย์ ตย ธย ทย รย นย ณย มักจะมี ฑ และ รร นิยมใช้คำควบกล้ำ มีตัวสะกดตัวตามที่ไม่แน่นอน แต่พยัญชนะ ส จะนำหน้า ด ถ ต เท่านั้น มักมีตัวสะกด ๒ ตัวโดยตัวหลังเป็น ร มักมีพยัญชนะ ชญ ควบติดกัน นิยมใช้คำว่า เคราะห์ ขั้นจำแนกความแตกต่าง ๗.๓ นักเรียนร่วมกันสังเกตคำที่ยกตัวอย่างขึ้นจอ คือ คำว่า จุฬา, จุฑา สุวรรณ, เมตตา ว่ามีส่วนใดที่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันภายคำที่นำมาให้สังเกต คือ มีการใช้ ตัวสะกดตัว ตามที่ต่างกัน เช่น ฬ และ ฑ


๘๗ ขั้นหาลักษณะร่วม ๗.๔ นักเรียนร่วมกันสังเกตคำที่ยกตัวอย่างขึ้นจอ คือ คำว่า จุฬา, จุฑา สุวรรณ, เมตตา ว่ามีส่วนใดที่มีความเหมือนกัน ได้แก่ มีการใช้พยัญชนะต้นเหมือนกัน คือ จ มีการใช้สระ เดียวกัน คือ สระอุ และสระอา มีการใช้พยัญชนะซ้ำกัน ๒ ตัว เป็นต้น ขั้นระบุความคิดรวบยอด ๗.๕ นักเรียนร่วมกันบอกลักษณะของภาษาบาลี - สันสกฤต จากการตอบคำถาม ต่อไปนี้ - ภาษาที่มีพยัญชนะ ๓๓ ตัว และมีสระใช้ ๘ ตัว คือภาษาใด (คำตอบ : คำคล้องจอง) - ภาษาที่มีการใช้พยัญชนะ ศ ษ คือภาษาใด (คำตอบ : ภาษาสันสกฤต) - ภาษาสันสกฤต มีการนิยมคำใช้ลักษณะอย่างไร (คำตอบ :นิยมใช้ ย์ ตย ธย ทย รย นย ณย มักจะมี ฑ และ รร นิยมใช้คำควบกล้ำ และมักมีตัวสะกด ๒ ตัวโดยตัวหลังเป็น ร มักมีพยัญชนะ ชญ ควบติดกัน นิยมใช้คำว่า เคราะห์) - ภาษาบาลี มีลักษณะที่สามารถสังเกตได้อย่างไร (คำตอบ : มีพยัญชนะใช้ทั้งหมด ๓๓ ตัว มีตัวสะกดตัวตามที่แน่นอน นิยมใน ฬ ส และคำว่า ริ ไม่นิยมใช้คำควบกล้ำ แต่จะนิยมใช้พยัญชนะซ้ำกันภายในคำ) - คำว่า เมตตา เป็นภาษาอะไร เพราะเหตุใด (คำตอบ : ภาษาบาลี เพราะ ตัวสะกดคือ ต ซึ่งอยู่ในแถวที่ ๑ และตัวที่ตามหลัง ตัวสะกดคือ ต ซึ่งอยู่ในแถวที่ ๑ ตรงกับหลักการตัวสะกดตัวตาม และบาลีนิยมใช้พยัญชนะตัว เดียวกันติดกัน ๒ ครั้ง) - คำว่า ไอศวรรย์ เป็นภาษาอะไรเพราะเหตุใด (คำตอบ : ภาษาสันสกฤต เพราะ มีการใช้สระ ไอ และมีการใช้ รร และปรากฏกรใช้ ย์ ซึ่งตรงกับหลักสังเกตลักษณะของภาษาสันสกฤต) ขั้นทดลองและนำไปใช้ ๗.๖ นักเรียนทำกิจกรรม “คำไหน ภาษาอะไร เลือกใส่ให้ถูก” โดยให้นักเรียน ร่วมกันเลือกคำที่กำหนดให้ใส่ช่องภาษาบาลี-สันสกฤตให้ถูกต้องไปพร้อมกัน ซึ่งมีจำนวนคำทั้งหมด ๑๐ คำ แบ่งเป็นภาษาบาลี ๕ คำ ภาษาสันสฤต ๕ คำ เมื่อเลือกแล้วร่วมกันบอกลักษณะว่าเพราะเหตุ ใดจึงเลือกคำนี้ไปใส่ช่องภาษาบาลี หรือ สันสกฤต ที่นักเรียนเลือก


๘๘ ขั้นสรุป ๗.๗ นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรม “คำไหน ภาษาอะไร เลือกใส่ให้ถูก” และ ทบทวนลักษณะของภาษาบาลี - สันสกฤต อีกครั้งและเน้นย้ำให้นักเรียนทบทวนเนื้อหาที่ได้เรียนไป ในวันนี้ ๗.๘ นักเรียนทำใบงานสรุปความรู้เป็นแผนผังความคิด เรื่อง หลักการสังเกตคำบาลี- สันสกฤตในภาษาไทย ๘. ภาระงาน/ชิ้นงาน ๘.๑ ใบงานสรุปความรู้เป็นแผนผังความคิด เรื่อง หลักการสังเกตคำบาลี-สันสกฤต ในภาษาไทย ๙. การสร้างบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้นักเรียนตอบคำถามได้อย่างอิสระ ๙.๓ เสริมแรงทางบวกให้แก่นักเรียนด้วยการปรบมือ และกล่าวคำชมเชยแก่นักเรียน ๑๐. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนวิวิธภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐.๒ PowerPoint เรื่อง ภาษาบาลี - สันสกฤต ๑๐.๓ กิจกรรม “คำไหน ภาษาอะไร เลือกใส่ให้ถูก” ๑๐.๔ ใบงานสรุปความรู้เป็นแผนผังความคิด เรื่อง หลักการสังเกตคำบาลี-สันสกฤตใน ภาษาไทย ๑๑. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ บอกอธิบายหลักการ สั ง เ ก ต ภ า ษ า บ า ลี- สั น สก ฤ ต ไ ด ้ อ ย ่ า ง ถูกต้อง (K) การตอบคำถามข อ ง นักเรียน คำถาม - ภาษาที่มีพยัญชนะ ๓๓ ตัว และมีสระใช้ ๘ ตัว คือภาษาใด - ภ า ษ า ท ี ่ ม ี ก า ร ใ ช้ พยัญชนะ ศ ษ คือภาษา ใด ค ะ แ น น ก า ร ต อ บ คำถามผ่านเกณฑ์ใน ระดับ ดี ขึ้นไป คิด เป็นผ่านเกณฑ์อย่าง น้อยร้อยละ ๘๐


๘๙ - ภาษาสันสกฤต มีการ น ิ ย ม ค ำ ใ ช ้ ล ั ก ษ ณ ะ อย่างไร - ภาษาบาลี มีลักษณะที่ สามารถสังเกตได้อย่างไร - คำว่า เมตตา เป็นภาษา อะไร เพราะเหตุใด - คำว่า ไอศวรรย์ เป็น ภาษาอะไรเพราะเหตุใด ๒. นักเรียนสามารถ จำแนกคำภาษาบาลี สั น สก ฤ ต ไ ด ้ อ ย ่ า ง ถูกต้อง (P) ก า ร ต อ บ ค ำ ถ า ม ใ น กิจกรรม “คำไหน ภาษา อะไร เลือกใส่ให้ถูก” การทำกิจกรรม “คำไหน ภาษาอะไร เลือกใส่ให้ ถูก” การตอบคำถาผ่าน เกณฑ์ในระดับ ดี ขึ้น ไป คิดเป็นผ่านเกณฑ์ อ ย ่ า ง น ้ อ ย ร ้ อ ย ละ ๘๐ ๓. นักเรียนมีความ ร ั บ ผ ิ ด ช อ บ ใ น ก า ร ทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม คะแนนการสังเกต พฤติกรรมผ่านเกณฑ์ ในระดับ ดี ขึ้นไป คิด เป็นผ่านเกณฑ์อย่าง น้อยร้อยละ ๘๐


๙๐ ๑๒. บันทึกหลังการสอน / ข้อเสนอแนะบันทึกผลหลังการสอน ................................................................................................................................................................ ..................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ..................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ปัญหา / อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ……………………….……………...….. (นางสาวณิชาภัทร อักษรเสือ) วันที่……...เดือน…….……..พ.ศ...………. ๑๓. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ……….…………………………..…….. (นางมะยุรี บุญเรือง) ครูชำนาญการพิเศษ วันที่……...เดือน…………..พ.ศ...……….


๙๑ ๑๔. ความคิดเห็นของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ………………......………………………. (นางอรนุช ศรีหริ่ง) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วันที่…….....เดือน…….……..พ.ศ...………. ๑๕. ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…….………………………......…………. (นางสิริภัคร โคตรเพชร) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่.…..…..เดือน……….…..พ.ศ...….…….


Click to View FlipBook Version