การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 46 4. เมื่อผู้เรียนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนจะทราบได้อย่างไรว่าผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ขึ้น และประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้ และจะใช้วิธีการใดในการ ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน สรุปได้ว่า การออกแบบการเรียนรู้ ควรมีการวางแผนเพื่อพิจารณาว่า ผู้เรียนเป็นใคร มีลักษณะพื้นฐานอย่างไร จะกำหนดจุดมุ่งหมายในการสอนครั้งนั้น อย่างไร จะใช้วิธีการเรียนการสอน กิจกรรมการเรียนรู้ และวิธีการประเมินผลการเรียน อย่างไรบ้าง จึงจะสามารถทำให้การเรียนรู้นั้นบรรลุเป้าหมาย คือ ภายหลังเรียนรู้แล้ว ผู้เรียนเข้าใจ จดจำ นำไปใช้ ทำได้ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ เป็นต้น ดังนั้น สิ่งที่ควร พิจารณาในการออกแบบการเรียนรู้ ได้แก่ ตัวผู้เรียน จุดมุ่งหมาย วิธีการสอนและ กิจกรรมการเรียนรู้ และการประเมินผล วิธีการสอน คือ ขั้นตอนที่ผู้สอนดำเนินการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตาม วัตถุประสงค์ ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่แตกต่างไปตามองค์ประกอบและขั้นตอนสำคัญ อัน เป็นลักษณะเฉพาะหรือลักษณะเด่นที่ขาดไม่ได้ ของวิธีนั้น ๆ (ทิศนา แขมมณี, 2551: 323) เทคนิคการสอน หมายถึง กลวิธีต่าง ๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการสอน ขั้นตอนการสอน หรือการกระทำต่าง ๆ ในการสอนให้มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น (ทิศนา แขมมณี, 2551: 386) จากความหมาย และนิยามดังกล่าวข้างต้น จึงสรุปได้ว่าวิธีการสอน เป็นขั้นตอนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์เทคนิคการสอน เป็นวิธีการเสริม ที่จะช่วยให้วิธีการสอนเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น กลยุทธ์การสอน เป็นวิธีการสอน ที่ใช้เทคนิควิธีการต่าง ๆ ในการสอน มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพ วิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นการสอนที่มีขั้นตอน ที่ทำให้ผู้เรียนบรรลุ วัตถุประสงค์ และใช้วิธีการส่งเสริมการสอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีเทคนิคการสอน ที่หลากหลาย ปีการศึกษา 2563 กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ได้วิเคราะห์นโยบายและจุดเน้นการนิเทศระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน และจุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยสรุปเรื่องที่ต้องดำเนินการนิเทศร่วมกัน ดังต่อไปนี้
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 47 1. การพัฒนาและการใช้หลักสูตรสถานศึกษา 2. การอ่านออกเขียนได้ 3. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 4. การจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อการสอนทางไกล 5. การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน 6. การประกันคุณภาพการศึกษา 7. การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียน 8. การพัฒนาทักษะการคัดลายมือของนักเรียนด้วยรูปแบบ กระทรวงศึกษาธิการ 9. การส่งเสริมความเข้มแข็งของการนิเทศ 10. การจัดการเรียนรู้โรงเรียนในโครงการพิเศษ ได้แก่ - โรงเรียนพัฒนาทักษะการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์(บ้าน นักวิทยาศาสตร์น้อย) - โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล - โรงเรียนวิถีพุทธ, โรงเรียนคุณธรรม สพฐ - โรงเรียนจัดการศึกษาพิเศษเรียนรวม - โรงเรียนเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา (โรงเรียนสุจริต) - โรงเรียนที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - โรงเรียนประชารัฐ - โรงเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ตามแนว สสวท (STEM) - โรงเรียนในโครงการพิเศษอื่นๆ คุณภาพที่ต้องการ 1. โรงเรียนมีการพัฒนาและการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ในพัฒนาผู้เรียนให้มี ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ 2. นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะการ อ่านออกเขียนได้100 % 3. ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สอดคล้องกับทักษะ ในศตวรรษ 21 ได้อย่างมีคุณภาพ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 48 4. โรงเรียนมีการจัดการเรียนรู้โดยการใช้สื่อการสอนทางไกลเหมาะสมกับ บริบทของโรงเรียน 5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนใน 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 3 6. โรงเรียนทุกโรงมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่เข้มแข็ง 7. นักเรียนมีทักษะคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐานทั้งการบวก ลบ คูณ และหาร 8. นักเรียนคัดลายมือด้วยรูปแบบกระทรวงศึกษาธิการที่ถูกต้องและสวยงาม 9. โรงเรียนทุกโรงมีระบบการนิเทศภายในที่เข้มแข็งและส่งผลต่อการพัฒนา คุณภาพการศึกษา 10. โรงเรียนในโครงการพิเศษจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 49 ส่วนที่3 รูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตร (SOCIAL Model) และการนำรูปแบบไปใช้ 1. รูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตร SOCIAL Model รูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตรเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดการ เรียนรู้เชิงรุกวิชาภาษาไทยของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 3 โดยใช้SOCIAL Model เป็นรูปแบบหลักในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนา คุณภาพการศึกษาทั้งระบบ ได้แก่ ระบบบริหารจัดการ ระบบการเรียนการสอน และระบบการนิเทศภายใน รูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตร (SOCIAL Model) ภาพที่ 8 รูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตรเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัด การเรียนรู้เชิงรุกวิชาภาษาไทยของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 3 (SOCIAL Model)
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 50 1.1 กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ ( SOCIAL Model ) ภาพที่ 9 กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตรเพื่อเสริมร้างความสามารถในการจัดการเรียนรู้ เชิงรุกวิชาภาษาไทยของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 3 (SOCIAL Model) กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตร เป็นรูปแบบการนิเทศ การศึกษา โดยศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบร่วมมือกับผู้บริหาร โรงเรียนและคณะครู เพื่อให้พัฒนาคุณภาพการเรียนกาสอน ภาษาไทยให้ดีขึ้น โดยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านการนิเทศ หลายวิธี คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศแบบ กัลยาณมิตร เพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น หลักการ Strategies เนื้อหา Content การวัดและประเมินผล Assessment ผลลัพธ์ Learning Outcome การสร้าง แรงบันดาลใจ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การให้ขวัญ และกำลังใจ ผลการปฏิบัติ ที่เป็นเลิศ การสร้าง พันธสัญญาใจ Focus Groups การใส่ใจ/เข้าใจ นิเทศแบบกัลยาณมิตร / PLC 1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก 2. ความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 3. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น จุดประสงค์ Objective 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก 2. เทคนิคกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 4. การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 5. การผลิตสื่อและการนำสื่อไปใช้การผลิตสื่อ 6. การวัดและการประเมินผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 1. เครื่องมือนิเทศติดตาม จำนวน 10 ฉบับ 2. เครื่องมือคัดกรองความสามารถ ด้านการอ่านและการเขียน 3. แบบทดสอบ Pre – NT /Pre O- NET 4. วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice โรงเรียนมีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ครูมีความสามารถในการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ดีขึ้น 1 2 3 กระบวนการนิเทศ Innovation S I O C A L SOCIAL Model
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 51 1.2 รูปแบบการนิเทศการศึกษา รูปแบบ SOCIAL Model หมายถึง รูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตรเพื่อ เสริมสร้างความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชาภาษาไทยของครู สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 กำหนดองค์ประกอบของรูปแบบ 6 องค์ประกอบ SOCIAL Model ได้แก่ 1.2.1 หลักการ (Strategies) ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดนโยบาย "เดินหน้าและพัฒนาการอ่านออกเขียนได้" โดยตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้ที่นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ทุกคน อ่านออกเขียนได้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 อ่านคล่องเขียนคล่องและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 มีสมรรถะการอ่านคล่อง ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้การอ่านการเขียนเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ และ การดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 กำหนด นโยบายที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการอ่านการเขียนภาษาไทยของนักเรียนมาอย่าง จริงจังและต่อเนื่อง เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ให้เป็นไป อย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นการนิเทศการศึกษาเป็นภารกิจสำคัญของสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งต้องดำเนินการนิเทศโดยใช้โรงเรียนและเครือข่ายโรงเรียนเป็น ฐาน ดำเนินการนิเทศการเรียนการสอนที่สนองต่อนโยบายปฏิรูปการศึกษาจัดทำสรุป รายงานผล และเผยแพร่เทคนิคการนิเทศ และการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ประสบ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 52 ผลสำเร็จ เผยแพร่ การวิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการบริหารและการจัด การศึกษา จึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้รับการนิเทศเห็นแนวทางในการพัฒนา คือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คุณภาพครู คุณภาพสถานศึกษา แหล่งเรียนรู้และคุณภาพ ระบบบริหารจัดการ มีความรู้ความสามารถที่จะปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามมาตรฐาน การศึกษาและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนด ทำงานอย่างเป็นระบบ รับรองด้วยข้อมูล สารสนเทศ เป็นกิจกรรมที่อยู่ในบรรยากาศของความร่วมมือร่วมใจเข้าใจอันดีต่อกัน ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศเป็นกิจกรรมที่เคารพในความแตกต่างระหว่างบุคคล ของผู้รับการนิเทศเป็นกิจกรรมที่ดึงศักยภาพของผู้รับการนิเทศมาใช้และให้การยกย่อง และเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้รับการนิเทศพัฒนาตนเองให้อยู่ในระดับมาตรฐานวิชาชีพที่ สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีรูปแบบการนิเทศแบบ SOCIAL Model หมายถึง เป็นรูปแบบการนิเทศที่แบบผสมผสานระหว่างการนิเทศแบบพบหน้าและการนิเทศแบบ ออนไลน์ โดยใช้ Social Media เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังใช้ กระบวนการนิเทศแบบ 4 ใจ ร่วมกับการนิเทศแบบกัลยาณมิตรเพื่อเสริมสร้าง ความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชาภาษาไทยของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดและ มีการนำไปพัฒนาและต่อยอดให้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ได้อีกด้วย 1.2.2 วัตถุประสงค์ (Objective) 1. เพื่อให้คุณครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ได้
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 53 2. เพื่อให้คุณครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่หลากหลาย รวมถึงมีการวัดและประเมินผลการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. เพื่อให้คุณครูมีการจัดทำ ID Plan และ จัดทำ Best Practice ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย 4. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน RT NT และ O – NET สูงขึ้น 5. นักเรียนมีผลการคัดกรองความสามารถในด้านการอ่านและการเขียน ดีขึ้น 1.2.3 เนื้อหา (Content) เนื้อหา (Content) จะประกอบไปด้วย 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) กิจกรรมการเรียนรู้เป็นกระบวนการปฏิบัติต่าง ๆ ของผู้เรียน ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพ ได้แก่ วิธีการ/กิจกรรมที่ครูหรือผู้เกี่ยวข้อง นำมาใช้เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์ สอดคล้องเชื่อมโยงกับ มาตรฐานตัวชี้วัด ที่ก าหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีองค์ประกอบที่ สำคัญของ การจัดการเรียนรู้ คือกระบวนการ/วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม ซึ่งจะมีผล ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยกิจกรรมการเรียนรู้ มีผลต่อผู้เรียน ในการ กระตุ้นความสนใจ สนุกสนาน ตื่นตัวใน การเรียน มีการเคลื่อนไหว เปิดโอกาสให้ผู้เรียน ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ปลูกฝังความเป็น ประชาธิปไตย การใช้ทักษะชีวิต ฝึกความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลตามศักยภาพ และ คุณลักษณะ ที่ดีนอกจากนี้ กิจกรรมการเรียนรู้ยังต้อง ส่งเสริมทักษะกระบวนการต่าง ๆ เช่น การคิด
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 54 สร้างสรรค์ การสื่อสาร การแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม การบริหารจัดการ ฝึกการใช้ เทคโนโลยีให้เกิด ประโยชน์ เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน กับครู และบุคคลที่ เกี่ยวข้องอื่น ๆ สร้างความเข้าใจบทเรียน และส่งเสริมพัฒนาการผู้เรียนในทุก ๆ ด้าน หลักการจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมการเรียนรู้ 1) เลือกกิจกรรมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ การจัดการเรียนรู้สอดคล้อง เชื่อมโยงกับมาตรฐานหรือตัวชี้วัด หากเป็นทักษะ ควรเป็น ทักษะที่ปฏิบัติแล้วผู้เรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ได้ตามวัตถุประสงค์ 2) เลือกกิจกรรมที่ผู้เรียนพึงพอใจสนุกน่าสนใจไม่ซ้ำซาก มีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน และทำใผู้เรีมเจตคติที่ดีต่อการเรียน 3) เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับความสามารถ ด้านร่างกาย ของผู้เรียนที่จะปฏิบัติได้ และควรคำนึงถึงประสบการณ์เดิม เพื่อจัดกิจกรรมใหม่ได้ อย่างต่อเนื่อง 4) เลือกกิจกรรมที่ส่งเสริมจุดมุ่งหมายในการจัดการเรียนรู้ หลาย ๆ ด้าน 5) เลือกกิจกรรมให้หลากหลาย คำนึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคล เหมาะสมกับวัย ความสามารถและความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ใช้ ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้มากที่สุด 6) ใช้สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสม 7) ใช้เทคนิควิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งเสริม กระบวนการคิดและทักษะต่าง ๆ 8) ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและการประเมินผล มีการวัดและประเมินผลที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรม 2. เทคนิคกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตัวอย่างเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การจัดการ เรียนรู้แบบ Active Learning สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ทั้งในห้องเรียนและ นอกห้องเรียน รวมทั้งสามารถใช้ได้กับนักเรียนทุกระดับ ทั้งการเรียนรู้เป็นรายบุคคล
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 55 การเรียนรู้แบบกลุ่มเล็ก และการเรียนรู้แบบกลุ่มใหญ่ McKinney (2008) ได้เสนอ ตัวอย่างรูปแบบหรือเทคนิค การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ แบบ Active Learning ได้ดี ได้แก่ 1. การเรียนรู้แบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-Share) คือ การจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนคิดเกี่ยวกับประเด็นที่กำหนดแต่ละคน ประมาณ 2-3 นาที (Think) จากนั้นให้แลกเปลี่ยนความคิดกับ เพื่อนอีกคน 3 – 5 นาที (Pair) และ นำเสนอความคิดเห็นต่อผู้เรียนทั้งหมด (Share) 2. การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning group) คือ การจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยจัดเป็นกลุ่มๆ ละ 3 – 6 คน 3. การเรียนรู้แบบทบทวนโดยผู้เรียน (Student-led review sessions) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้และพิจารณาข้อ สงสัยต่าง ๆ ในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้โดยครูจะคอยช่วยเหลือกรณีที่มีปัญหา 4. การเรียนรู้แบบใช้เกม (Games) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้สอนนำ เกมเข้าบูรณาการในการเรียนการสอน ซึ่งใช้ได้ทั้งในขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน การสอน การมอบหมายงาน และหรือขั้นการประเมินผล 5. การเรียนรู้แบบวิเคราะห์วีดีโอ (Analysis or reactions to videos) คือ การจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ดูวีดีโอ 5 – 20 นาที แล้วให้ผู้เรียนแสดง ความคิดเห็น หรือสะท้อนความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ดูอาจโดยวิธีการพูดโต้ตอบกัน การเขียน หรือ การร่วมกันสรุปเป็นรายกลุ่ม 6. การเรียนรู้แบบโต้วาที (Student debates) คือ การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ที่จัดให้ผู้เรียนได้นำเสนอข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์และการเรียนรู้ เพื่อ ยืนยันแนวคิดของตนเองหรือกลุ่ม 7. การเรียนรู้แบบผู้เรียนสร้างแบบทดสอบ (Student generated exam questions) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสร้างแบบทดสอบจากสิ่ง ที่ได้เรียนรู้มาแล้ว 8. การเรียนรู้แบบกระบวนการวิจัย (Mini-research proposals or project) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่อิงกระบวนการวิจัย โดยให้ผู้เรียนกำหนด หัวข้อที่ต้องการเรียนรู้ วางแผนการเรียนเรียนรู้ตามแผน สรุปความรู้หรือสร้างผลงาน
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 56 และสะท้อนความคิดในสิ่งที่ได้เรียนรู้ หรืออาจเรียกว่าการสอนแบบโครงงาน (projectbased learning) หรือ การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน(problem-based learning) 9. การเรียนรู้แบบกรณีศึกษา (Analyze case studies) คือการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียน ได้อ่านกรณีตัวอย่างที่ต้องการศึกษา จากนั้นให้ผู้เรียน วิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือแนวทาง แก้ปัญหาภายในกลุ่ม แล้วนำเสนอ ความคิดเห็นต่อผู้เรียนทั้งหมด 10. การเรียนรู้แบบการเขียนบันทึก (Keeping journals or logs) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ผู้เรียนจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พบเห็น หรือเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมทั้งเสนอความคิดเพิ่มเติม เกี่ยวกับบันทึกที่เขียน 11. การเรียนรู้แบบการเขียนจดหมายข่าว (Write and produce a newsletter) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนร่วมกันผลิตจดหมายข่าว อันประกอบด้วย บทความ ข้อมูลสารสนเทศ ข่าวสาร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้ว แจกจ่ายไปยังบุคคลอื่นๆ 12. การเรียนรู้แบบแผนผังความคิด (Concept mapping) คือการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนออกแบบแผนผังความคิด เพื่อนำเสนอความคิดรวบยอด และความเชื่อมโยงกันของกรอบความคิดโดยการใช้เส้นเป็นตัวเชื่อมโยง อาจจัดทำเป็น รายบุคคลหรืองานกลุ่ม แล้วนำเสนอผลงาน 3. การออกแบบหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการจัด การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การออกแบบหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการจัดการ เรียนเชิงรุก (Active Learning) ครูผู้สอนจะมีการพิจารณาตรวจสอบโครงสร้างรายวิชา ที่สอนก่อน จึงดำเนินการออกแบบ หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้น การจัดการเรียนเชิงรุก (Active Learning) ให้สอดคล้องกับ หลักสูตรในแต่ละกลุ่มสาระ การเรียนรู้/รายวิชา
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 57 3.1 โครงสร้างรายวิชา โครงสร้างรายวิชา เป็นการกำหนดขอบข่ายของรายวิชาที่จะจัดสอน เพื่อช่วยให้ผู้สอนและ ผู้เกี่ยวข้อง เห็นภาพรวมของแต่ละรายวิชาว่า ประกอบด้วย หน่วยการเรียนรู้ จำนวนเท่าใด เรื่องใดบ้าง แต่ละหน่วยพัฒนาให้ผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัดใด เวลาที่ใช้จัดการเรียนการสอน และสัดส่วนการเก็บคะแนนของ รายวิชานั้นเป็นอย่างไร กระบวนการจัดทำโครงสร้างรายวิชา และหน่วยการเรียนรู้ อาจดำเนินการ โดยมี ขั้นตอนเริ่มต้น หรือลงท้ายที่แตกต่างกันได้หลายวิธี การจัดทำโครงสร้างรายวิชาจะช่วยให้ครูผู้สอนเห็นความสอดคล้อง เชื่อมโยงของลำดับการเรียนรู้ของรายวิชาหนึ่ง ๆ ว่าครูจะสอนอะไร ใช้เวลาสอนเรื่องนั้น เท่าไร และจัดเรียงลำดับสาระการเรียนรู้ ต่าง ๆ อย่างไร ทำให้มองเห็นภาพรวมของ รายวิชาอย่างชัดเจน โครงสร้างรายวิชา มีองค์ประกอบหลัก ๆ ดังนี้ - มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ที่เป็นเป้าหมายในการพัฒนา ผู้เรียนสำหรับหน่วยนั้น ๆ ซึ่งอาจมาจากกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกันหรือต่างกลุ่ม สาระการเรียนรู้ที่สอดคล้องกัน มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด อาจมีการสอนหรือฝึกซ้ำ ให้เกิดความชำนาญ และมีความรู้กว้างขวางขึ้น ในหน่วยการเรียนรู้มากกว่า 1 หน่วย ได้ - สาระสำคัญ เป็นความรู้ความคิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง หรือความรู้ ที่เป็นแก่น เป็นหลักการ ของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เกิดจากการหลอมรวมของมาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้ - ชื่อหน่วยการเรียนรู้จะต้องสะท้อนให้เห็นสาระสำคัญของหน่วย การเรียนรู้ น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย มีความหมายและสอดคล้องกับชีวิตจริงของ ผู้เรียน - เวลา การกำหนดเวลาเรียนควรมีความเหมาะสมและเพียงพอกับ การจัดกิจกรรม การเรียนรู้เพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถตามที่ระบุไว้ใน มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และควรพิจารณาในภาพรวมของทุกหน่วยการเรียนรู้ใน รายวิชานั้น ๆ อย่างเหมาะสม
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 58 - น้ำหนักคะแนน การกำหนดน้ำหนักคะแนนเป็นส่วนช่วยให้เห็นทิศทาง การจัดเวลา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินผลให้สอดคล้องกับความสำคัญ ของมาตรฐาน/ตัวชี้วัด ในหน่วยการเรียนรู้นั้นว่าเป็นมาตรฐานและตัวชี้วัด ที่เป็นความรู้ ประสบการณ์พื้นฐานในการต่อยอดความรู้หรือพัฒนาการเรียนรู้ในเรื่องอื่นๆหรือ พิจารณาจากศักยภาพผู้เรียนธรรมชาติวิชาฯลฯ 3.2 การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ อิงมาตรฐาน หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน คือ หน่วยการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัด เป็น เป้าหมายของหน่วย และองค์ประกอบภายในหน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระสำคัญ สาระการเรียนรู้ ชิ้นงานหรือภาระ งานที่กำหนดให้ผู้เรียนปฏิบัติ กิจกรรมการเรียนการสอนและ เกณฑ์การประเมินผล ทุกองค์ประกอบของหน่วยการเรียนรู้จะต้องเชื่อมโยงกับมาตรฐานและตัวชี้วัดที่เป็น เป้าหมายของหน่วย การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดของ การจัดทำหลักสูตร สถานศึกษา เพราะเป็นส่วนที่นำมาตรฐานการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติ ในการเรียนการสอนอย่างแท้จริง นักเรียนจะบรรลุมาตรฐานหรือไม่ อย่างไร ขึ้นอยู่กับ ขั้นตอนนี้ การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานโดยใช้ Backward Design เป็นการออกแบบที่ ยึดเป้าหมายการเรียนรู้แบบย้อนกลับโดยเริ่มจากการกำหนด เป้าหมายปลายทางที่เป็นคุณภาพผู้เรียนที่ คาดหวังเป็นจุดเริ่มต้นแล้วจึงคิดออกแบบ องค์ประกอบอื่น เพื่อนำไปสู่ปลายทาง และทุกขั้นตอนของ กระบวนการออกแบบต้อง เชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างเป็นเหตุเป็นผล ในการนำ Backward Design มาใช้ใน การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน มีขั้นตอนที่สำคัญ 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่สะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด หรือผล การเรียนรู้ ซึ่งบอกให้ทราบว่าต้องการให้นักเรียนรู้อะไร และ สามารถทำอะไรได้ เมื่อจบหน่วยการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 2 กำหนดหลักฐาน ร่องรอยการเรียนรู้ที่ชัดเจนและแสดงให้ เห็นว่าผู้เรียนเกิดผล การเรียนรู้ตามเป้าหมายการเรียนรู้ มีการกำหนดให้ผู้เรียนมีการ ทดสอบก่อนและหลังการเรียนรู้ประจำหน่วย การเรียนรู้ ที่เป็นข้อสอบได้มาตรฐาน
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 59 สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และสัมพันธ์กับข้อสอบ O-NET มีการกำ หนดเกณฑ์การผ่านการสอบและเกณฑ์การผ่านของผู้เรียนที่รองรับข้อมูลจากผลการ วิเคราะห์ ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบกระบวนการ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนา ผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม เป้าหมายการเรียนรู้ ที่มุ่งคำนึงถึงการออกแบบ กิจกรรมการ เรียนรู้ที่เน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การจัดทำหน่วยการเรียนรู้ สามารถทำได้2 วิธี คือ วิธีที่ 1 กำหนดประเด็นหรือหัวเรื่อง แล้วจึงวิเคราะห์มาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัด แนวคิดหนึ่งของการกำหนดหน่วยการเรียนรู้ คือ การกำหนด ประเด็นหรือหัวเรื่อง (theme) ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ต่าง ๆ เข้ากับชีวิตจริง ของผู้เรียน ประเด็นที่จะนำมาใช้เป็นกรอบในการกำหนด หน่วยการเรียนรู้ ควรมี ลักษณะดังนี้ - ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ ความคิดรวบยอด หลักการของ ศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เรียน - ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทั่วไป ที่อาจเชื่อมโยงไปสู่ผลที่เกิดขึ้น ทั้งทางบวกและ ทางลบจากประเด็นปัญหานั้น ทั้งนี้ การกำหนดประเด็นอาจพิจารณา จากคำถาม ต่อไปนี้ 1) ผู้เรียนสนใจอะไร/ ปัญหาที่สนใจศึกษา 2) ผู้เรียนมีความสนใจ ประสบการณ์ และความสามารถในเรื่องอะไร 3) หัวเรื่องสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาและความต้องการของ ชุมชนหรือไม่ 4) ผู้เรียนควรได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมในด้านใดบ้าง 5) มีสื่อ/แหล่งการเรียนรู้เพียงพอหรือไม่ 6) หัวเรื่องที่เลือก เหมาะสมและสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ได้หลากหลายหรือไม่ โดยสรุปหน่วยการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ในความรู้ที่ลึกซึ้งมีความหมายสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และที่สำคัญ จะต้องตอบสนองมาตรฐานและตัวชี้วัดด้วย
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 60 แผนภูมิแสดงการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ วิธีที่ 1 กำหนดประเด็นปัญหา / สิ่งที่นักเรียนสนใจ วิเคราะห์และระบุมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กำหนดสาระสำคัญ กำหนดสาระการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะ * กำหนดชิ้นงาน หรือ ภาระงานที่นักเรียนปฏิบัติ กำหนดประเด็นและเกณฑ์การประเมิน วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กำหนดชื่อหน่วยการเรียนรู้ กำหนดเวลาเรียน * คุณลักษณะหมายรวมถึงคุณลักษณะที่ปรากฏอยู่ในมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 61 วิธีที่2 กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด การสร้างหน่วยการเรียนรู้วิธีนี้ ใช้วิธีการหลอมรวมตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในคำอธิบายรายวิชา แผนภูมิ แสดงการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ วิธีที่ 2 วิเคราะห์และระบุมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กำหนดสาระสำคัญ กำหนดสาระการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะ* กำหนดชิ้นงาน หรือภาระงานที่นักเรียนปฏิบัติ กำหนดประเด็นและเกณฑ์การประเมิน วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กำหนดชื่อหน่วยการเรียนรู้ กำหนดเวลาเรียน * คุณลักษณะหมายรวมถึงคุณลักษณะที่ปรากฏอยู่ในมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 62 เป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้ คือ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ซึ่งแต่ละหน่วยการเรียนรู้ อาจระบุมากกว่าหนึ่งมาตรฐานและตัวชี้วัด แต่ไม่ควรมาก เกินไป และควรมีมาตรฐานและตัวชี้วัดที่ หลากหลายลักษณะ เช่น มาตรฐานที่เป็น เนื้อหา มาตรฐานที่เป็นกระบวนการ เพื่อช่วยให้การจัดกิจกรรมการ เรียนรู้มีความหมาย ต่อผู้เรียน สามารถสร้างเป็นแก่นความรู้ได้ชัดเจนขึ้น และนำไปปรับใช้กับสถานการณ์ จริง ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของธรรมชาติกลุ่มสาระการเรียนรู้เนื่องจาก หน่วย การเรียนรู้หนึ่งอาจมีมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดมากกว่า 1 มาตรฐาน การเรียนรู้ และตัวชี้วัด จึงควรหลอมรวมแล้วเขียนเป็นสาระสำคัญที่จะพัฒนาให้เกิดคุณภาพเป็น องค์รวม แก่ผู้เรียน และเพื่อให้การวางแผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับแต่ละ มาตรฐานและตัวชี้วัด จึงควรวิเคราะห์และแยกแยะเป็น 3 ส่วน คือ ความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะ ทั้งนี้มาตรฐาน การเรียนรู้และตัวชี้วัด บางตัวอาจมีไม่ ครบทั้ง 3 ส่วน ผู้สอนสามารถนำเนื้อหาจากแหล่งอื่น เช่น สาระท้องถิ่น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาเพิ่มเติมเสริมได้ ชิ้นงาน หรือภาระงานที่นักเรียนปฏิบัติ ชิ้นงานและหรือภาระงาน หมายถึง สิ่งต่อไปนี้ ชิ้นงาน ได้แก่ 1. งานเขียน เช่น เรียงความ จดหมาย โคลงกลอน การบรรยาย การเขียนตอบ ฯลฯ 2. ภาพ / แผนภูมิ เช่น แผนผัง แผนภูมิ ภาพวาด กราฟ ตาราง ฯลฯ 3. สิ่งประดิษฐ์ เช่น งานประดิษฐ์ งานแสดงนิทรรศการ หุ่นจำลอง ฯลฯ ภาระงาน ได้แก่ การพูด/รายงานปากเปล่า เช่น การอ่าน กล่าวรายงาน โต้วาที ร้องเพลง สัมภาษณ์ บทบาทสมมติ เล่นดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ งานที่มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างชิ้นงาน ภาระงาน ได้แก่ การทดลอง การสาธิต ละคร วีดิทัศน์ ฯลฯ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 63 ชิ้นงานและหรือภาระงานเป็นหลักฐาน/ร่องรอย ว่านักเรียนบรรลุ มาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ อาจเกิดจากผู้สอนกำหนด ให้ หรืออาจให้ผู้เรียนร่วมกันกำหนดขึ้นจากการวิเคราะห์ตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้ หลักการกำหนดชิ้นงานและหรือภาระงาน มีดังนี้ 1) ดูจากมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้ ระบุ ไว้ชัดเจนหรือไม่ 2) ภาระงานหรือชิ้นงานครอบคลุมตัวชี้วัดที่ระบุไว้หรือไม่ อาจระดมความคิดจากเพื่อนครู หรือผู้เรียน หรืออาจปรับเพิ่มกิจกรรมให้เกิดชิ้นงาน หรือภาระงานที่ครอบคลุม 3) ชิ้นงานชิ้นหนึ่ง หรือภาระงาน 1 อย่าง อาจเชื่อมโยงกับ มาตรฐานการเรียนรู้เดียวกัน และ/หรือตัวชี้วัดต่างมาตรฐานการเรียนรู้กันได้ 4) ควรเลือกตัวชี้วัดที่จะให้เกิดงานที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนา สติปัญญาหลาย ๆด้านไปพร้อมกัน เช่น การแสดงละคร บทบาทสมมติ เคลื่อนไหว ร่างกาย ดนตรี เป็นต้น 5) เลือกงานที่ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้และทำงานที่ชอบใช้วิธีทำ ที่หลากหลาย 6) เป็นงานที่ให้ทางเลือกในการประเมินผลที่หลากหลาย โดยบุคคลต่าง ๆ เช่น ผู้ปกครอง ผู้สอน ตนเอง เป็นต้น ชิ้นงานและหรือภาระงานที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของผู้เรียน ที่ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ ของแต่ละเรื่อง หรือแต่ละขั้นตอนของการจัดกิจกรรม การเรียนรู้นำสู่การประเมินเพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนคุณภาพ ผู้เรียน/วิธีสอนสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง 3.3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการพัฒนา ทำให้ นักเรียนมีความรู้และ ทักษะตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปีที่กำหนดไว้ในแต่ ละหน่วยการเรียนรู้ รวมทั้งช่วยในการปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึง ประสงค์ให้เกิดแก่ผู้เรียน ดังนั้นผู้สอนจึงควรทราบหลักการและขั้นตอนใน การจัด กิจกรรม ดังนี้
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 64 3.3.1. หลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) เป็นกิจกรรมที่พัฒนานักเรียนไปสู่มาตรฐานการเรียนรู้ และ ตัวชี้วัดชั้นปีที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ 2) นำไปสู่การเกิดหลักฐานการเรียนรู้ ชิ้นงานหรือภาระงานที่ แสดงถึงการบรรลุมาตรฐาน การเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปีของนักเรียน 3) นักเรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4) เป็นกิจกรรมที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ 5) มีความหลากหลายและเหมาะสมกับนักเรียนและเนื้อหาสาระ 6) สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ 7) ช่วยให้นักเรียนเข้าสู่แหล่งการเรียนรู้และเครือข่ายการเรียนรู้ ที่หลากหลาย 8) เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง 3.3.2 ขั้นตอนในการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีศักยภาพ ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัดที่กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ไว้แล้วนั้น ครูผู้สอนต้องคิดทบทวนย้อนกลับว่า มีกระบวนการ หรือขั้นตอนกิจกรรม ตั้งแต่ต้นจน จบอย่างไร จึงจะทำให้ผู้เรียนมีขั้นตอนการพัฒนาความรู้ความ เข้าใจ ทักษะ ความสามารถต่าง ๆ รวมถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ และ เกิดหลักฐานของการเรียนรู้ที่กำหนดความรู้ความ เข้าใจที่ลึกซึ้ง อันเป็นผลมาจากการ สร้างความรู้ของผู้เรียนด้วยการทำความ เข้าใจหรือแปลความหมายในสิ่งที่ตนเองได้ เรียนรู้ทั้งหมดทุกแง่ทุกมุมตลอดแนว ด้วยวิธีการถามคำถามการ แสดงออก และการ สะท้อนผลงาน ซึ่งสามารถใช้ตัวชี้วัดดังต่อไปนี้ในการตรวจสอบว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ จน กลายเป็นความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งแล้วหรือไม่ ความเข้าใจ 6 ด้าน ได้แก่
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 65 ∙ ผู้เรียนสามารถอธิบาย (Can explain) เรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่าง ถูกต้อง มีหลักการโดยแสดงให้เห็นถึงการใช้เหตุผล ข้อมูล ข้อเท็จจริง ปรากฏการณ์ ต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ ประกอบในการอ้างอิง เชื่อมโยงกับประเด็นปัญหา สามารถ คาดการณ์ไปสู่อนาคต • ผู้เรียนสามารถแปลความหมาย (Can interpret) เรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างมีความหมาย ทะลุปรุโปร่ง ตรงประเด็น กระจ่างชัด โดยอาจใช้แนวคิด ทฤษฎี เหตุการณ์ทาง ประวัติศาสตร์ หรือมุมมองของตนเองประกอบการตีความและสะท้อน ความคิดเห็น • ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ ความรู้(Can apply ) ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ เหมาะสมกับสถานการณ์ คล่องแคล่ว ยืดหยุ่น และสง่างาม • ผู้เรียนสามารถมองจากมุมมองที่หลากหลาย มองเห็น รับรู้ ประเด็นความคิดต่าง ๆ (Have perspective) และตัดสินใจที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ โดยผ่านขั้นตอน การวิพากษ์ วิจารณ์ และมุมมองในภาพกว้างโดยมีแนวคิด ทฤษฎี ข้อมูล ข้อเท็จจริงสนับสนุนการ รับรู้ นั้น ๆ • ผู้เรียนสามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น บอกคุณค่าในสิ่งต่างๆ ที่ คนอื่นมองไม่เห็น (Can empathize) หรือคิดว่ายากที่จะเชื่อถือได้ ด้วยการพิสูจน์ สมมติฐานเพื่อท าให้ ข้อเท็จจริงนั้น ๆ ปรากฏมีความละเอียดอ่อนที่จะซึมซับ รับทราบ ความรู้สึกนึกคิดของ ผู้เกี่ยวข้อง • ผู้เรียนรู้จักตนเอง มีความตระหนักรู้ถึงความสามารถทางด้าน สติปัญญา วิถีชีวิต นิสัย ใจคอ ความเป็นตัวตน ของตนเอง (Have self-knowledge) ซึ่งคือเบ้าหลอมความ เข้าใจ ความหยั่งรู้ในเรื่องราวต่าง ๆ มีความตระหนักว่า มีสิ่งใดอีก ที่ยังไม่เข้าใจ และ สามารถสะท้อนความหมายของสิ่งที่ได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ ปรับตัวได้ รู้จัก ใคร่ครวญ และมีความเฉลียวฉลาดครูผู้สอนสามารถใช้ตัวชี้วัดความรู้ ความเข้าใจคงทน ทั้ง 6 ตัวชี้วัดนี้ เป็นเครื่องมือในการกำหนด กิจกรรมการเรียนรู้และ วิธีการวัดประเมินผลเรียนรู้ว่า ผู้เรียนบรรลุผลการเรียนรู้ตรงตามที่กำหนดไว้ใน มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด และเป้าหมายหลักของการจัดการเรียนรู้หรือไม่
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 66 หน่วยการเรียนรู้ 10 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ 13 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ 15ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ 8 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ 10ชั่วโมง 4. การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของหน่วยการเรียนรู้สู่การจัดทำแผน การจัดการเรียนรู้ โครงสร้างรายวิชา จัดแบ่งเนื้อหาเวลา ทำแผนการจัดการเรียนการสอน แผนภาพที่ 10 แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของหน่วยการเรียนรู้สู่การจัดทำแผน การจัดการเรียนรู้ จากแผนภาพที่ 10 ภายหลังการออกแบบหน่วยการเรียนรู้เสร็จสิ้น เพื่อให้การจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรวางแผนจัดแบ่ง เนื้อหาสาระ เวลา ให้ครอบคลุมหน่วยการเรียนรู้ จากนั้นนำมาจัดทำแผนการจัด การเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเวลา และการพัฒนาผู้เรียนในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนจะต้องกำหนดเป้าหมายสำหรับผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้โดยสามารถกำหนด เป็น จุดประสงค์การเรียนรู้ของแผนการเรียนรู้นั้น ๆ ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละ แผนที่1 1 ชั่วโมง 111 แผนที่1 2 ชั่วโมง 111 แผนที่1 3 ชั่วโมง 111 แผนที่1 2 ชั่วโมง 111 แผนที่1 2 ชั่วโมง 111 แต่ละ แผนต้องตอบ คำถาม..... 1.อะไรเป็นเป้าหมายสำหรับผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ (Goal Setting) 2.ทำอย่างไรผู้เรียนจึงบรรลุเป้าหมาย (Instruction Plan) 3.ตัดสินใจอย่างไรว่า ผู้เรียนบรรลุเป้าหมาย (Technical Evaluation
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 67 แผนการจัดการเรียนรู้ ต้อง นำพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สมรรถนะ สำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ จากนั้นต้องกำหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมาย ครูควรใช้ เทคนิค/วิธีการสอนที่หลากหลาย โดยพิจารณาเลือกกระบวนการเรียนรู้ที่จะพัฒนาให้ ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ ที่เน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งสามารถนำ กระบวนการเรียนรู้ดังต่อไปนี้มาใช้ ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับธรรมชาติวิชา เช่น กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้าง ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม ฯลฯ รวมทั้งให้ศึกษาการนำเทคนิควิธีการสอนมาใช้ในการ จัดการเรียนรู้ด้วย และในการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนต้องรู้จักเลือกใช้สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา ท้องถิ่นมาใช้ในการจัดกิจกรรม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สื่อที่นำมาใช้ต้อง กระตุ้น ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ยึดสื่อใดสื่อหนึ่ง เป็นหลักในการจัดการเรียนรู้ ทั้งนี้กิจกรรมในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมและพัฒนาให้ ผู้เรียนมีความสามารถ ที่จะทำชิ้นงาน/ภาระงาน เมื่อครบทุกแผนการจัดการเรียนรู้ของ หน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ ผู้เรียนต้องสร้าง ชิ้นงาน/ภาระงานของหน่วยการเรียนรู้ได้ นอกจากนี้ในการจัดการเรียนรู้ต้องกำหนดว่าจะใช้เครื่องมือใดวัดและประเมินผลผู้เรียน ให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ดังนั้น ในการวัดและประเมินผลครูผู้สอนต้องประเมิน ผู้เรียนตลอดการจัดการเรียนรู้ โดยเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับลักษณะกิจกรรมและ สิ่งที่ต้องการวัด นอกเหนือจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน ในการจัดทำแผนการ จัดการเรียนรู้ องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้เป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนดโดย ควรมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญ คือ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระสำคัญ สาระการเรียนรู้ ทักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน เจตคติ/ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ภาระงาน/ชิ้นงาน กิจกรรมการเรียนรู้สื่อและแหล่งการ เรียนรู้ การวัดและประเมินผล บันทึก ผลหลังการจัดการเรียนรู้ ความคิดเห็นของ ผู้บริหารโรงเรียน และภาคผนวกแนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 68 ตัวอย่าง แบบบันทึกหน่วยการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง………………………………………………………… รหัส-ชื่อรายวิชา............................ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ……………………… ชั้น……...........ภาคเรียนที่....................... เวลา….….ชั่วโมง ผู้สอน………………........โรงเรียน………..........………………………….. ------------------------------------------------------------------------------------ มาตรฐานการเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ตัวชี้วัด 1. ………………………...…………………......................…………………………………………………. 2……………………………………………………………………...................................................... มาตรฐานการเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ตัวชี้วัด 1. ………………………...…………………………….............................................………………… 2…………………………………………………………………………………....…............................... สาระสำคัญ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... สาระการเรียนรู้ ความรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ทักษะ / กระบวนการ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... คุณลักษณะ .......................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 69 การประเมินผลรวบยอด ชิ้นงานหรือภาระงาน .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ประเด็น การประเมิน ระดับคุณภาพ กิจกรรมการเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... สื่อการเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ......................................................................................................................... ................. ลงชื่อ .................................................ครูผู้สอน (...........................................................) ครู โรงเรียน ......................................
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 70 ตัวอย่าง แบบประเมินหน่วยการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้.......................................................... กลุ่มสาระการเรียนรู้ .........................................ชั้น................................เวลา..........................ชั่วโมง ครูผู้สอน .............................................................โรงเรียน .......................... **************************************************************** คำชี้แจง โปรดเขียนเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคุณภาพการปฏิบัติ ระดับคุณภาพการปฏิบัติ 4 หมายถึง คุณภาพการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด 3 หมายถึง คุณภาพการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 2 หมายถึง คุณภาพการปฏิบัติอยู่ในระดับปรับปรุง 1 หมายถึง คุณภาพการปฏิบัติอยู่ในระดับปรับปรุงมากที่สุด รายการประเมิน ระดับคุณภาพการ ปฏิบัติ 4 3 2 1 1. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ชัดเจน ครอบคลุมเนื้อหาสาระ 2. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มีความเชื่อมโยงกันอย่างเหมาะสม 3. สาระสำคัญกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดมีความสอดคล้องกัน 4. สาระสำคัญกับสาระการเรียนรู้มีความสอดคล้องกัน 5. ระหว่างชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระสำคัญ และสาระการเรียนรู้มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน 6. เป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้มีความชัดเจน ครอบคลุมการเรียนรู้ของหน่วย การเรียนรู้ 7. กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัด 8. กิจกรรมการเรียนรู้มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 9. กิจกรรมการเรียนรู้มีความครอบคลุมในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 10. กิจกรรมการเรียนรู้สามารถนำผู้เรียนไปสู่การสร้างชิ้นงาน/ภาระงาน 11. การประเมินผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัด
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 71 รายการประเมิน ระดับคุณภาพการ ปฏิบัติ 12. เครื่องมือหรือแบบทดสอบประจำหน่วยการเรียนรู้ได้มาตรฐาน สอดคล้อง กับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ลักษณะของเครื่องมือหรือแบบทดสอบ สัมพันธ์กับการทดสอบระดับชาติ 13. ประเด็นและเกณฑ์การประเมินสามารถสะท้อนคุณภาพผู้เรียนตาม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 14. การกำหนดเกณฑ์การประเมินที่คำนึงถึงผลการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียน เป็นรายบุคคล มีการจำแนกเกณฑ์การประเมินสำหรับผู้เรียนกลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อนไว้อย่างชัดเจน 15. สื่อการเรียนรู้มีความเหมาะสม เพียงพอ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ 16. หน่วยการเรียนรู้ที่จัดทำสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวม เฉลี่ย/สรุปผล ……………. การแปลความหมายการประเมินหน่วยการเรียนรู้ เกณฑ์ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 : ปรับปรุง 1.51 – 2.50 : พอใช้ 2.51 – 3.50 : ดี 3.51 – 4.00 : ดีมาก เกณฑ์การผ่าน มีผลการประเมินในระดับดีขึ้นไป ลงชื่อ .................................................ครูผู้สอน (...........................................................) ครู โรงเรียน ......................................
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 72 ตัวอย่าง แบบบันทึกการออกแบบหน่วยการเรียนรู้สู่แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ........ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ............................................................. รหัส-ชื่อรายวิชา .................................................................................................... กลุ่มสาระการเรียนรู้....................... ชั้น ..................... เวลารวม.....................ชั่วโมง แผนการ จัดการ เรียนรู้ที่ ชื่อแผนการ จัดการเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์ การเรียนรู้ สาระ การเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง)
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 73 ตัวอย่าง แบบบันทึกแผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่.........เรื่อง……………………………………………………….................... สอนวันที่ ..... เดือน .............. พ.ศ. ......... ช่วงเวลาที่สอน ............ จำนวน …….....ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ ที่ ..... เรื่อง...................................................................................... ชั้น .......................................... โรงเรียน...................................................................... ชื่อครูผู้สอน........................................................................................... ----------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ตัวชี้วัด .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... สาระสำคัญ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... จุดประสงค์การเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ทักษะ กระบวนการ สมรรถนะสำคัญ ................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................................................... เจตคติ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ชิ้นงานและหรือภาระงาน .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... กิจกรรมการเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 74 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... การวัดและประเมินผล สิ่งที่จะประเมิน .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... วิธีการวัดและประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง จุดประสงค์การ เรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการ/เครื่องมือ ผลงาน/ ชิ้นงาน เกณฑ์การผ่าน K : P : A : เกณฑ์การประเมิน ประเด็น การประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน/ระดับคุณภาพ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... เกณฑ์การผ่าน .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 75 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ปัญหาที่พบ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ลงชื่อ .................................................ครูผู้สอน (...........................................................) ครู โรงเรียน ...................................... ความคิดเห็นของผู้บริหาร .......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... (......................................................) ผู้บริหารโรงเรียน ............................................... วันที่ ....... เดือน..................พ.ศ. .........
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 76 5. การผลิตสื่อและนำไปใช้ 5.1 1 Step Smart Supervisor 5.2 จัดทำ 2 step สู่คุณภาพผู้เรียน 5.2 การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 5.3 การจัดทำแบบทดสอบ Pre – NT 5.4 การจัดทำแบบทดสอบ Pre O – NET 6. การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ เป็นกระบวนการในการตรวจสอบผล การดำเนิน กิจกรรมว่าบรรลุตามเป้าหมาย ที่กำหนดไว้หรือไม่ มีส่วนใดต้องปรับปรุง แก้ไขเพื่อพัฒนาต่อไป โดยประเมินทั้ง กระบวนการในการจัดกิจกรรม และประเมิน คุณภาพของผู้เรียน ใช้การประเมินหลากหลายวิธี ให้ทุกฝ่ายได้มี โอกาสในการประเมิน เช่น ครูประเมินผู้เรียน ผู้เรียนประเมินเพื่อน ผู้เรียนประเมินตนเอง วิธีการในการ ประเมินควรถูกต้องเหมาะสมกับความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของผู้เรียนที่กำหนดไว้ ในเป้าหมายของการจัด กิจกรรมนั้น ๆ 6.1 การประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินโดยใช้รูบริค (rubric) เป็นการประเมินที่เน้นคุณภาพของ ชิ้นงานหรือภาระงานที่ ชี้ให้เห็นระดับความรู้ ความสามารถของผู้เรียน การประเมินโดย ใช้รูบริค (rubric) ช่วยในการสื่อสารอีกทางหนึ่ง ให้ผู้เรียนมองเห็นเป้าหมายของการทำ ชิ้นงานหรือภาระงานของตนเองและได้รับความยุติธรรมในการให้คะแนนของผู้สอนตาม คุณภาพของงาน อย่างไรก็ตามการประเมินชิ้นงานหรือภาระงานอาจใช้วิธีการอื่นได้ ตามความเหมาะสมกับธรรมชาติของชิ้นงานหรือภาระงาน เช่น การทำแบบ check list การทดสอบ เป็นต้น การประเมินผลการเรียนรู้เชิงรุก ควรใช้หลักการประเมินตามสภาพ จริงและนำผลการประเมินมาพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีลักษณะ ดังนี้1) ใช้ผู้ ประเมินจากหลายฝ่าย เช่น ผู้เรียน เพื่อน ผู้สอน ผู้เกี่ยวข้อง 2) ใช้วิธีการหลากหลาย วิธี/ชนิด เช่น การสังเกต การปฏิบัติ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 77 การทดสอบ การรายงานตนเอง 3) ประเมินหลายๆ ครั้งในแต่ละช่วงเวลาของการ เรียนรู้ เช่น ก่อนเรียน ระหว่างเรียน สิ้นสุดการเรียน ติดตามผล และ 4) สะท้อนผลการ ประเมินแก่ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียน 6.2 การประเมินผลกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) การเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ผู้สอนสามารถใช้วิธีการ ประเมินผล ดังนี้ 1. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) เป็นการประเมินด้วยวิธีการที่ หลากหลายเพื่อให้ได้ผลการประเมินที่สะท้อน ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน จึงควรใช้การประเมินการปฏิบัติ (Performance Assessment) ร่วมกับการประเมินด้วยวิธีการอื่น และกำหนดเกณฑ์ในการประเมิน (Rubrics) ให้สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับชีวิตจริง 2. การประเมินการปฏิบัติ (Performance Assessment) เป็นวิธีการประเมินงานหรือกิจกรรมที่ผู้สอนมอบหมายให้ผู้เรียนปฏิบัติงานเพื่อให้ทราบ ถึงผลการพัฒนาของผู้เรียนการประเมินลักษณะนี้ผู้สอนต้องเตรียมสิ่งสำคัญ 2 ประการ คือ ภาระงาน (Tasks) หรือเกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่จะให้ผู้เรียน ปฏิบัติ (Scoring Rubrics) การประเมินการปฏิบัติ จะช่วยตอบคำถามที่ทำให้เรารู้ว่า “ผู้เรียนสามารถนำ สิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ได้ดีเพียงใด” ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติในระดับชั้นเรียนเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพผู้สอนต้องทำความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นต่อไปนี้ 1) สิ่งที่เราต้องการจะวัด (พิจารณาจากมาตรฐาน/ตัวชี้วัด หรือ ผลลัพธ์ที่เราต้องการ 2) การจัดการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการประเมินการปฏิบัติ 3) รูปแบบหรือวิธีการประเมินการปฏิบัติ 4) การสร้างเครื่องมือประเมินการปฏิบัติ 3. การประเมินโดยการใช้คำถาม (Questioning) คำถามเป็นวิธีหนึ่ง ในการกระตุ้น/ชี้แนะให้ผู้เรียนแสดงออกถึงพัฒนาการการเรียนรู้ของตนเอง รวมถึงเป็น เครื่องมือวัดและประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ดังนั้น เทคนิคการตั้งคำถามเพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ของผู้เรียน จึงเป็นเรื่องสำคัญ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 78 ยิ่งที่ผู้สอนต้องเรียนรู้และนำไปใช้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตั้งคำถามเพื่อพัฒนา ผู้เรียนจึงเป็นกลวิธีสำคัญที่ผู้สอนใช้ประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน รวมทั้งเป็นเครื่อง สะท้อนให้ผู้สอนสามารถช่วยเหลือผู้เรียนให้บรรลุจุดมุ่งหมายของการเรียนรู้ 4. การประเมินโดยการการสนทนา (Communication) เป็นการสื่อสาร 2 ทางอีกประเภทหนึ่ง ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน สามารถดำเนินการเป็นกลุ่มหรือ รายบุคคลก็ได้ โดยทั่วไปมักใช้อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อติดตามตรวจสอบว่าผู้เรียนเกิด การเรียนรู้เพียงใด เป็นข้อมูลสำหรับพัฒนา วิธีการนี้อาจใช้เวลา แต่มีประโยชน์ต่อการ ค้นหา วินิจฉัย ข้อปัญหา ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่อาจเป็นปัญหา อุปสรรคต่อการเรียนรู้ เช่น วิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เป็นต้น 5. การประเมินการสังเกตพฤติกรรม (Behavioral Observation) เป็นการเก็บข้อมูลจากการดูการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียนโดยไม่ขัดจังหวะการทำงาน หรือการคิดของผู้เรียน การสังเกตพฤติกรรมเป็นสิ่งที่ทำได้ตลอดเวลา แต่ควรมี กระบวนการและจุดประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการประเมินอะไร โดยอาจใช้เครื่องมือ เช่น แบบมาตรประมาณค่า แบบตรวจสอบรายการ สมุดจดบันทึก เพื่อประเมินผู้เรียนตาม ตัวชี้วัด และควรสังเกตหลายครั้ง หลายสถานการณ์ และหลายช่วงเวลา เพื่อขจัดความ ลำเอียง 6. การประเมินตนเองของผู้เรียน (Student Self-assessment) การประเมินตนเองนับเป็นทั้งเครื่องมือประเมินและเครื่องมือพัฒนาการเรียนรู้ เพราะทำ ให้ผู้เรียนได้คิดใคร่ครวญว่า ได้เรียนรู้อะไร เรียนรู้อย่างไร และผลงานที่ทำนั้นดีแล้ว หรือยัง การประเมินตนเองจึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้เรียนที่สามารถ เรียนรู้ด้วยตนเอง 7. การประเมินโดยเพื่อน (Peer Assessment) เป็นเทคนิคการประเมิน อีกรูปแบบหนึ่งที่น่าจะนำมาใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เข้าถึงคุณลักษณะของงานที่มี คุณภาพ เพราะการที่ผู้เรียนจะบอกได้ว่าชิ้นงานนั้นเป็นเช่นไรผู้เรียนต้องมีความเข้าใจ อย่างชัดเจนก่อนว่าเขากำลังตรวจสอบอะไรในงานของเพื่อนฉะนั้นผู้สอนต้องอธิบายผล ที่คาดหวังให้ผู้เรียนทราบก่อนที่จะลงมือประเมินการที่จะสร้างความมั่นใจว่าผู้เรียน เข้าใจการ ประเมินรูปแบบนี้ ควรมีการฝึกผู้เรียน
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 79 1.2.4. กระบวนการนิเทศ (Innovation) 1. กรอบแนวคิดการนิเทศ 1.1 การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีบทบาท ในการแสวงหาความรู้ ประยุกต์ใช้ทักษะ เชื่อมโยงและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาหรือประกอบ อาชีพในอนาคต สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า หรือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ มีทักษะการคิดเชิงระบบและพัฒนาตนเองเต็มความสามารถ โดยในหลักการจัดการ เรียนการสอนนั้น ครูต้องลดบทบาทในการสอนและการให้ข้อความรู้แก่ผู้เรียนโดยตรง แต่ไปเพิ่มกระบวนการและกิจกรรมที่จะทำให้ผู้เรียน เกิดความกระตือรือร้นในการจะทำ กิจกรรมต่างๆ มากขึ้นและอย่างหลากหลาย จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้มี โอกาสร่วมอภิปราย มีโอกาสฝึกทักษะการสื่อสาร มีการนำเสนองานทางวิชาการ เรียนรู้ ในสถานการณ์จำลอง รวมทั้ง มีการฝึกปฏิบัติในสภาพจริง มีการเชื่อมโยงกับ สถานการณ์ต่าง ๆ จนเกิดเป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful Learning)
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 80 1.2 วัตถุประสงค์ของการนิเทศ 1. เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 2. เพื่อพัฒนาการออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 3. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามที่ออกแบบไว้ ไปใช้ในชั้นเรียนมากขึ้น 1.3 ประเด็นการนิเทศ 1. องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 2. การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 4. การเขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 5. การผลิตสื่อและเทคนิคการสอน 6. การเขียน ID plan 7. การเขียน Best Practice 1.4 กระบวนการนิเทศ 1.4.1 การเตรียมการนิเทศ 1. สำรวจข้อมูลสารสนเทศเพื่อการนิเทศ 1) ข้อมูล สารสนเทศ และสิ่งอำนวยความสะดวกใน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ วัสดุอุปกรณ์ ห้องสมุด รวมถึง แหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกสถานศึกษา 2) ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (NT / O NET) ผลการคัดกรองความสามารถในด้านการอ่าน และการเขียนของนักเรียน 3) ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวกับครู เช่น จำนวนครู คุณวุฒิการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ รายวิชาที่สอน ผลงานทางวิชาการ การจัดแผน การเรียน/ชั้นเรียน สื่อ อุปกรณ์การสอน แหล่งข้อมูลเรียนรู้
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 81 4) ข้อมูลด้านการจัดการเรียนรู้ เช่น ลักษณะและวิธีการ สอน ตารางสอน การมีส่วนร่วมของนักเรียน การใช้ตำราเรียน สื่อการสอน การประเมินผลการเรียนการสอน การรายงานผลการเรียนการสอนซ่อมเสริม วิธีและ การใช้เครื่องมือประเมิน 2. องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการนิเทศ ติดตาม ซึ่งมีองค์ความรู้ 4 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นที่ 1 นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานและเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ประเด็นที่ 2 การบริหารจัดการ การเรียนรู้เชิงรุก ประกอบด้วย 1) สารสนเทศด้านการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) รูปแบบ/วิธีการ/กระบวนการ/ขั้นตอน/เทคนิค เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิง รุก และ 3) การส่งเสริม สนับสนุนครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ประเด็นที่ 3 แนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 1) การเลือกกิจกรรม รูปแบบ วิธีการที่ส่งเสริมการจัด การเรียนรู้เชิงรุก เพื่อบูรณาการในแผนการเรียนรู้ โดยใช้ สื่อ เทคโนโลยีและแหล่ง เรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อกระตุ้นผู้เรียนอย่างเหมาะสม 2) การเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นสำหรับ ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ 3) การวัดและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ประเด็นที่ 4 การสังเกตชั้นเรียน ประเด็นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 1) ชิ้นงานที่นักเรียนมี 2) รูปแบบ/วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ 3) การจัดทำข้อมูล ID – Plan
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 82 1.4.2. การวางแผนการนิเทศ การวางแผนการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิง รุก (Active Learning) มีดังนี้ 1) ประชุมผู้เกี่ยวข้อง เช่น ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้างานวิชาการของโรงเรียน และครูผู้สอนวิชาภาษาไทย 2) จัดทำปฏิทินการนิเทศ แผนการนิเทศ สื่อ เครื่องมือนิเทศ 3) ดำเนินการนิเทศ โดยใช้เทคนิคการนิเทศแบบบูรณาการ เช่น เทคนิคการนิเทศตามสถานการณ์ เทคนิคการนิเทศแบบชี้แนะสะท้อนคิดและเป็นพี่เลี้ยง (Reflective Coaching and Mentoring) เทคนิคการนิเทศแบบสนทนากลุ่ม เทคนิค การสอนแนะ (Coaching Techniques) เน้นเทคนิคการนิเทศแบบกัลยาณมิตร 4) กำหนดระยะเวลานิเทศ 1.4.3. การดำเนินการนิเทศ ตลอดปีการศึกษา 2563 1.4.4. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ / นำเสนอผลงานครู จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงานที่สะท้อน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูโรงเรียนในเขตพื้นที่ ทั้งนี้ อาจจัด กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในภาพรวม ร่วมกับกิจกรรมทางวิชาการอื่น ๆ ตามบริบท และความพร้อมของแต่ละเขตพื้นที่ 1.4.5. การสรุปและรายงานผล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สรุปและรายงานผลการนิเทศ การจัด กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) อย่างเป็นระบบ ประเด็นปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินงาน รวมถึงความพึงพอใจในการดำเนินงานของโรงเรียนและการนิเทศ ตัวอย่างส่วนประกอบของเอกสารสรุปและรายงานผลการนิเทศ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 83 1.5 เครื่องมือบันทึกการนิเทศ 1. แบบตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 2. แบบบันทึกการสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 3. แบบประเมินผลการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 4. แบบบันทึกกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1.6. ตัวชี้วัดความสำเร็จ ร้อยละ 70 ของจำนวนครูผู้สอนภาษาไทย แต่ละโรงเรียน ได้รับการนิเทศ ติดตามเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร้อยละ 80 ของจำนวนครูผู้สอนมี ID-Plan ร้อยละ 100 ของครุผู้สอนมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 2. การนิเทศแบบแบบกัลยาณมิตร 2.1 ให้ใจ กัลยาณมิตรนิเทศเป็นกระบวนการให้ใจ ถ้าไม่มีใจให้ มีแต่เงิน หรือวัสดุให้ไม่สำเร็จ คำว่าต้องมีใจให้ นั่นคือต้องสร้างจิตอาสาที่จะปฏิบัติ สังคมไทยเคย มีวัฒนธรรมชอบแสดงแต่ความคิดเห็นแต่ถ้าให้ทำไม่ทำ ดังนั้นคนจึงไม่แสดงความ คิดเห็น เพราะแสดงแล้วคนที่แสดงเป็นคนทำ จิตอาสาไม่มี หน่วยงานไหนก็ตามที่ บุคลากรไม่ให้ใจ จะเป็นหน่วยงานที่เข้มแข็งหรือมีคุณภาพไม่ได้ เนื่องจากว่าบุคลากรทุก คนมีครอบครัว อาจจะมีปัญหาส่วนตัวบ้าง ต้องปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง หาก ผู้บริหารหรือศึกษานิเทศก์เคี่ยวเข็ญให้พวกเขาทำอะไรมากมาย บุคลากรเหล่านั้นก็จะไม่ มีความสุขเกิดการไม่ให้ใจ บรรยากาศของหน่วยงานที่บุคลากรให้ใจ สามารถแสดงออก ให้เห็นได้หลายทาง เช่น ยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศเป็นกันเองเมื่อมีคนไป แต่ถ้า หน่วยงานที่บุคลากรไม่ให้ใจกัน ทะเลาะกัน ใช้อำนาจข่มขู่กัน หากมีคนเข้าไปเยี่ยม จะรู้สึกเยือกเย็น หงอยเหงา เงียบงันกว่าปกติ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 84 2.2 ร่วมใจ ก็คือ ไม่เอาดีเด่นดังเฉพาะตัว แต่ต้องทำงานเป็นทีม การทำงานเป็นทีมช่วยให้เกิดพลัง นั่นคือ บุคลากรทุกคนภายในหน่วยงานต้องร่วมมือ กันทำงาน 2.3 ตั้งใจ บุคลากรทุกคนต้องมีความวิริยะ อุตสาหะ บากบั่น พยายาม เพราะงานในหน่วยงานต้องมีปัญหาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดที่ต้องการ สร้างสรรค์คุณภาพ ต้องมีปัญหา เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นถ้าเราตั้งใจที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน ให้กำลังใจกัน สร้างสิ่งดี ส่งเสริมเพิ่มเติมสิ่งที่ขาด แล้วหัดวิจารณ์ วิเคราะห์ สรุปข้อ แก้ไขปัญหา กระบวนการนี้ถ้าไม่ตั้งใจจะทำไม่ได้เพราะมันหนัก มันยาก จึงต้องบากบั่น มานะพยายาม ตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ หน่วยงานจึงจะมีคุณภาพ 2.4 เปิดใจ คำว่า เปิดใจ คือ การประเมินหรือการนิเทศการศึกษาต้อง มีการตรวจสอบ ทบทวน ประเมิน แต่ 3 คำนี้ เป็นคำที่ครูไม่ชอบ เป็นคำที่ครูสยดสยอง เช่น เอาแผนมาตรวจ เอาโครงการมาตรวจ แล้วต้องไปแก้ไข หรือทำใหม่ ซึ่งยุคนี้ หลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ ทบทวนที่ประเมินไม่ได้ ดังนั้นควรจะใช้การประเมิน เชิงบวก คือ การตรวจสอบตนเอง การทบทวนดูตนเอง และประเมินตนเอง ให้ 3 คำนี้ เป็นไปเพื่อสร้างความตระหนักว่า ครูหรือผู้บริหารจะต้องทำอย่างไร เป็นการตรวจสอบ ทบทวนเพื่อเตือนตนเอง ประเมินเพื่อปรับปรุงตนเอง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ จะต้องฝึกให้ ผู้บริหารหรือครูประเมินกัน ให้แสดงความคิดเห็นกันซึ่งหน้า ไม่ไปนินทาลับหลัง แต่วิจารณ์กัน จะต้องฝึกให้ผู้บริหารและครูให้วิจารณ์กันและพยักหน้ารับได้ ถ้าทำอย่าง นี้ได้ประเทศไทยจะเจริญ เพราะว่าการวิจารณ์ที่รับได้คือการวิจารณ์ตามความเป็นจริงมี เหตุผลปราศจากอคติถ้าหน่วยงานทางการศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัดจะประเมิน โครงการต่าง ๆ จะประเมินผลที่เห็นจริงแล้วตามขั้นตอนที่เป็นจริง และประเมินเพื่อ จะพัฒนา ไม่ใช่ประเมินเพื่อพิพากษา จากการประมวลเอกสารเกี่ยวกับรูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตร สรุปได้ ว่า รูปแบบ การนิเทศแบบกัลยาณมิตร เป็นรูปแบบการนิเทศการศึกษาที่ผู้นิเทศและ ผู้รับการนิเทศจะต้องให้ใจกัน นั่นคือมีความจริงใจแล้วร่วมมือพัฒนางานหรือแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ มีการประเมินผลการทำงานของตนเองและเพื่อนร่วมงาน มี การวิจารณ์การทำงานของเพื่อนร่วมงานอย่างเปิดเผย ไม่มีอคติต่อกัน โดยเน้นการ ประเมินผลงานเพื่อพัฒนา ไม่เน้นการประเมินเพื่อการตัดสิน
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 85 3. กระบวนการนิเทศแบบ 4 ใจ 3.1 การสร้างแรงบันดาลใจ การสร้างแรงบันดาลใจ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจหรือความ ต้องการภายในของครูผู้สอนภาษาไทยให้อยากดำเนินการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนดำเนินการโดยการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อ 1) ชี้แจงเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการดำเนินการ 2) เพื่อให้เข้าใจและเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนรู้ เชิงรุก 3) เพื่อพัฒนาทักษะครูให้มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ เชิงรุกวิชาภาษาไทยโดยดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชา ภาษาไทยสำหรับครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 โดยมีครูผู้ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกจำนวน 2 ท่าน คือ นางรัชดาภรณ์ สูงสุด และ นางสาวถนอมจิต ย่องเซ่ง เป็นวิทยากรในการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ครูและสร้างแรงบันดาลใจในการจัด การเรียนรู้เชิงรุกและดำเนินการประชุมตามกรอบเนื้อหาที่กำหนด คือ (1) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (2) การพัฒนาสื่อและนวัตกรรม (3) การออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการเขียน แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (4) การนำสื่อไปใช้และเทคนิคการสอน (5) การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ 3.2 การสร้างพันธะสัญญาใจ การสร้างพันธะสัญญาใจ ดำเนินการโดยใช้เทคนิคการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคลของครู(Individual Development Plan : ID Plan) โดยแยกเป็นกลุ่มอำเภอ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 86 เพื่อสร้างพันธะสัญญาใจ โดยดำเนินการหลังจากประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการ จัดการเรียนรู้เชิงรุกเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองของครู โดยแผนดังกล่าวนี้จะบอกถึงจุดเด่น จุดด้อยของความสามารถ ในการปฏิบัติงานของ ตน และสามารถพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของของการนิเทศ และของตนเองอย่างแท้จริง มีการเกี่ยวก้อยทำสัญญาใจกับคุณครูภาษาไทยทุกท่าน 3.3 การใส่ใจ/เข้าใจ เป็นการนิเทศติดตามด้วยความเข้าใจและเอาใจใส่ดำเนินการนิเทศ แบบกัลยาณมิตรและแบบพี่เลี้ยง (Coaching&Mentoring) ใน 2 รูปแบบ คือ 1) การนิเทศสัญจร 2) การนิเทศออนไลน์ซึ่งในแต่ละรูปแบบมีรายละเอียดดังนี้ 1) การนิเทศแบบพบหน้า เป็นการนิเทศตามจุดต่างๆ ครอบคลุมทุกโรงเรียนในอำเภอปรางค์กู่และอำเภอไพรบึง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 เป็นการจัดการประชุมเฉพาะกลุ่มพัฒนา คุณภาพการศึกษา อำเภอปรางค์กู่ 1) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาพิมาย 2) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาตูมสวาย 3) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาหนองเชียงทูน สำโรงปราสาท 4) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาสมอโพธิ์ศรี 5) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษากู่ดู่ อำเภอไพรบึง 1) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาดินแดงโนนปูน 2) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาปราสาทเยอสุขสวัสดิ์ 3) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำโรงพลัน 4) กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาไพรบึง
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 87 เพื่อรับรู้ รับทราบข้อมูล ปัญหาที่คุณครูพบเจอในโรงเรียนรวมถึงการพาครูผลิตสื่อและ การนำสื่อไปใช้ เทคนิคการสอน การจัดทำวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice ของ คุณครูและของสถานศึกษา 2) การนิเทศออนไลน์ เป็นการนิเทศในลักษณะสอบถาม ส่วนตัวผ่านสื่อออนไลน์ เช่น โทรศัพท์ เฟสบุ๊ก แอพพลิเคชั่น Line Zoom และ Google Meet โดยดำเนินการในลักษณะที่ว่า ครูพบอุปสรรคหรือปัญหาในการ ดำเนินการ สามารถสอบถามวิทยากรได้ตลอดเวลา โดยการฝากข้อความผ่าน Line หรือ ข้อความใน เฟสบุ๊ก แนะนำทางช่องทางที่ครูติดต่อมานั้น หรือโทรศัพท์พูดคุยกัน จนเข้าใจชัดเจน และดำเนินการโดยจัดตั้งกลุ่ม Line ซึ่งมีครูทีผ่านการอบรมเป็น สมาชิกกลุ่มไลน์ทุกคน เป็นการเรียนรู้ร่วมกันวิธีหนึ่ง เพื่อเป็นเวทีให้ครูได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ เป็นการเปิดโอกาสให้ครูได้แสดงผลงานของตนเองที่ภาคภูมิใจในกลุ่ม Line และเนื่องจากว่าปัยหาที่พบในการใช้ Line คือ ระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บไฟล์เอกสารมี เวลาจำกัดและหมดเวลาดาวน์โหลด ผู้จัดทำจึงได้สร้างลุ่ม สื่อการเรียนการสอนศน. กลอยใจ ทาง Facebook เพื่อเป้นการอำนวยความสะดวกให้คุณครูสามารถใช้เวลาว่าง โหลดเอกสารได้ตลอดเวลา เป็นต้น 3.4 การให้ขวัญและกำลังใจ เนื่องจากว่า “คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด” การที่จะให้ คนทำงานแล้วได้งานนั้น ต้องได้ใจคนเสียก่อน“ขวัญและกำลังใจในการทำงาน” คือ สภาพทางจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน เช่น ความรู้สึกนึกคิดที่ได้รับอิทธิพล แรงกดดัน หรือ สิ่งเร้าจากปัจจัยหรือสภาพแวดล้มในองค์การที่อยู่รอบตัวเขา และจะมีปฏิกิริยาโต้ กลับ คือพฤติกรรมในการทำงาน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อผลงานของบุคคลนั้น การประชุมวางแผน PLC กับผู้อำนวยการโรงเรียนจึงเป้นสิ่งสำคัญ แม้ว่าขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่ครูเราก็สามารถรับรู้และสัมผัสได้ ขวัญ และกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องรับรู้ เพราะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้งานนั้น สำเร็จหรือล้มเหลวได้ ผู้บริหารควรตระหนักและพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้อง ภายในโรงเรียนของตนเอง รวมทั้งหาทางปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่าเป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติงานเพื่อให้ขวัญและกำลังใจของคุณครูสูงขึ้น จากผลการนิเทศและพูดคุย
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 88 กับคุณครู พบว่าสิ่งที่คุณครูต้องการมีดังนี้ 1. จัดสรรงบประมาณให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ เช่น จัดห้องเรียน ให้มีคุณภาพ จัดหาอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวก เครื่องปริ้นส์เตอร์ กระดาษ เป็นต้น 2. การแสดงความยินดี หรือมีคำชมให้กับคุณครูที่ทำงานดีวันเกิดคุณครู มีการอวยพรและให้ของขวัญเล็กๆน้อยๆ ก็จะเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงานได้เป็น อย่างดี 3. การชื่นชมผู้บริหารสถานศึกษาและมอบเกียรติบัตรในวันประชุม ผู้บริหารสถานศึกษาและคุณครูที่มีผลงานเชิงประจักษ์ 4. ส่งเสริม สนับสนุน เสนอแนะ แนะนำ ช่วยเหลือคุณครูในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่ประสบผลสำเร็จสามารถเป็นต้นแบบได้ 1.2.5 การวัดผลประเมินผล (Assessment) 1. ด้านครู 1.1 แบบตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 1.2 แบบบันทึกการสังเกตการณ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก 1.3 แบบบันทึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กิจกรรม การจัดการเรียนรู้ เชิงรุก 1.4 เครื่องมือนิเทศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 1.5 การจัดทำ ID – Plan 1.6 การจัดทำ Best Practice
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 89 2. ด้านนักเรียน 2.1 เครื่องมือคัดกรองความสามารถในด้านการอ่านและการเขียน ของนักเรียน 2.2 แบบทดสอบ Pre – NT ครั้งที่ 1 2.3 แบบทดสอบ Pre – NT ครั้งที่ 2 2.4 แบบทดสอบ NT (ฉบับจริง จาก สทศ.) 2.5 แบบทดสอบ Pre O - NET ครั้งที่ 1 2.6 แบบทดสอบ Pre O - NET ครั้งที่ 2 2.7 แบบทดสอบ O – NET (ฉบับจริง จาก สทศ.) 3. ด้านโรงเรียน 3.1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียน การสอนภาษาไทยของโรงเรียน 3.2 ผลการประกวด วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยของโรงเรียน 3.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น 3.4 1.2.6 ผลลัพธ์ (Learning Outcome) เป็นการดำเนินการเพื่อค้นหาเป้าหมายหรือผลลัพธ์จากการดำเนินการ ได้แก่ เป้าหมายด้านครู เป้าหมายด้านนักเรียน และเป้าหมายด้านโรงเรียน (TSS : Teacher Students School)
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 90 1. เป้าหมายด้านครู (Teacher) 1.1 ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 1.2 ครูมีแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 1.3 ครูมีการพัฒนา ปรับปรุงห้องเรียนที่มีคุณภาพ 1.4 ครูมีสื่อการเรียนการสอนและนำไปใช้ในห้องเรียนอย่าง แท้จริง 1.5 ครูมีการจัดทำ ID – Plan เพื่อพัฒนาตนเองสม่ำเสมอ 1.6 ครูมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ภาษาไทย (Best Practice) 2. เป้าหมายด้านนักเรียน (Students) 2.1 นักเรียนมีพฤติกรรมที่ดีในการร่วมกิจกรรมในชั่วโมงสอน 2.2 นักเรียนมีชิ้นงานที่มีคุณภาพ 2.3 นักเรียนมีผลการคัดกรองการอ่านและการเขียนดีขึ้น 2.4 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น 3. เป้าหมายด้านโรงเรียน (School) 3.1 โรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น โดยพิจารณาจาก จำนวนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านเขียนอยู่ในระดับปรับปรุง น้อยลง 3.2 โรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น โดยพิจารณาจาก จำนวนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน RT NT และ O - NET 3.3 โรงเรียนที่มีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้าน การจัดการเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย 3.4 เป็นโรงเรียนต้นแบบในการการจัดการเรียนการสอน ภาษาไทยเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 91 2. การนำรูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตรโดยใช้รูปแบบ SOCIAL Model ไปใช้ รูปแบบ SOCIAL Model เป็นรูปแบบการนิเทศแบบกัลยาณมิตร เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชาภาษาไทยของครูสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 มีทั้งหมด 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 หลักการ (Strategies) ศึกษาสภาพและปัญหาการนิเทศเพื่อส่งเสริม สนับสนุน ให้คุณครู ผู้สอนภาษาไทย พร้อมทั้งร่วมหาแนวทางแก้ไขในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ภาษาไทย ให้กับคุณครูผู้สอนภาษาไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 3 ขั้นตอนที่ 2 วัตถุประสงค์ (Objective) ประชุมชี้แจงให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนทุกโรงเรียนในสังกัดเพื่อแจ้ง วัตถุประสงค์ในการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย 1. เพื่อให้คุณครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ เชิงรุก (Active Learning) ได้ 2. เพื่อให้คุณครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่หลากหลาย รวมถึงมีการวัดและประเมินผลการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. เพื่อให้คุณครูมีการจัดทำ ID Plan และ จัดทำ Best Practice ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย 4. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน RT NT และ O – NET สูงขึ้น 5. นักเรียนมีผลการคัดกรองความสามารถในด้านการอ่านและ การเขียนดีขึ้น ขั้นตอนที่ 3 เนื้อหา (Content) เป็นการพัฒนาทักษะครูให้มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก วิชาภาษาไทยโดยดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชาภาษาไทย สำหรับครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 โดยมีครูผู้ ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกจำนวน 2 ท่าน คือ นางรัชดาภรณ์ สูงสุด เป็นคุณครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนวนาสวรรค์ และ นางสาวถนอมจิต
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 92 ย่องเซ่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ เป็นวิทยากรในการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ครูและสร้างแรงบันดาลใจในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและ ดำเนินการประชุมตามกรอบเนื้อหาที่กำหนด คือ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก การพัฒนาสื่อ และนวัตกรรม การออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการเขียนแผนการจัด การเรียนรู้เชิงรุก การนำสื่อไปใช้และเทคนิคการสอนและการวัดและประเมินผล การจัดการเรียนรู้และได้ดำเนินการดังนี้ 1. จัดทำคู่มือการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ออกแบบการจัดการเรียนรู้ แบบเชิงรุกออกแบบหน่วยการเรียนรู้ จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2. จัดทำ 1 step Smart Supervisor 3. จัดทำ 2 step สู่คุณภาพผู้เรียน ขั้นตอนที่4 กระบวนการนิเทศ (Innovation) แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามกระบวนการนิเทศ แบบ 4 ใจ ระยะที่ 1 การสร้างแรงบันดาลใจ เป็นการพัฒนาทักษะครูให้มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ เชิงรุกวิชาภาษาไทย โดยดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชา ภาษาไทยสำหรับครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 สำหรับครูผู้สอนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยแยกเป็นกลุ่มอำเภอ โดยมีเนื้อหาที่ต่อเนื่องจาก ขั้นตอนที่ 3 แต่มีกลุ่มเป้าหมายคือครูผู้สอนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และนำตัวอย่างผลงานที่ประสบผลสำเร็จคือ คุณครูที่มีวิทยฐานะ เชี่ยวชาญในรายวิชาภาษาไทย คุณครูที่มีผลงานระดับประเทศ และคุณครูที่มีวิธีปฏิบัติ ที่เป็นเลิศ Best Practice ที่สามารถเป็นแบบอย่างได้ ระยะที่ 2 การสร้างพันธะสัญญาใจ การสร้างพันธะสัญญาใจ ดำเนินการโดยใช้เทคนิคการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคลของครู(Individual Development Plan : ID Plan) โดยแยกเป็นกลุ่มอำเภอ เพื่อสร้างพันธะสัญญาใจ โดยดำเนินการหลังจากประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเสร็จสิ้น เรียบร้อยแล้ว มีการเกี่ยวก้อยทำสัญญาใจกับคุณครูภาษาไทยทุกท่าน
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 93 ระยะที่ 3 การใส่ใจ/เข้าใจ การนิเทศติดตามด้วยความเข้าใจและเอาใจใส่ดำเนินการนิเทศแบบ กัลยาณมิตรใน 2 รูปแบบ คือ 1) การนิเทศแบบพบหน้า 2) การนิเทศออนไลน์ ดังนี้ 1) การนิเทศแบบพบหน้า เป็นการนิเทศสัญจรตามจุดต่าง ๆ ครอบคลุมทุกโรงเรียนในอำเภอปรางค์กู่และอำเภอไพรบึง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 เป็นการจัดการประชุมเฉพาะกลุ่มพัฒนา คุณภาพการศึกษา 2) การนิเทศแบบออนไลน์เป็นการนิเทศในลักษณะสอบถาม ส่วนตัวผ่านสื่อออนไลน์ เช่น โทรศัพท์ Face book แอพพลิเคชั่น Line Zoom และ Google Meet และดำเนินการโดยจัดตั้งกลุ่ม Line ซึ่งมีครูทีผ่านการอบรมเป็น สมาชิกกลุ่มไลน์ทุกคน เป็นการเรียนรู้ร่วมกันวิธีหนึ่ง เพื่อเป็นเวทีให้ครูได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ เป็นการเปิดโอกาสให้ครูได้แสดงผลงานของตนเองที่ภาคภูมิใจในกลุ่ม Line และเนื่องจากว่าปัญหาที่พบในการใช้ Line คือ ระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บไฟล์เอกสาร มีเวลาจำกัดและหมดเวลาดาวน์โหลด ผู้จัดทำจึงได้สร้างลุ่ม สื่อการเรียนการสอน ศน.กลอยใจ ทาง Facebook เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้คุณครูสามารถใช้เวลา ว่างดาวน์โหลดเอกสารได้ตลอดเวลา เป็นต้น ระยะที่ 4 การให้ขวัญและกำลังใจ การประชุมวางแผน PLC กับผู้อำนวยการโรงเรียนจึงเป้นสิ่งสำคัญ แม้ว่าขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่ครูเราก็สามารถรับรู้และสัมผัสได้ ขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องรับรู้ เพราะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้งาน นั้นสำเร็จหรือล้มเหลวได้ ผู้บริหารควรตระหนักและพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้อง ภายในโรงเรียนของตนเอง รวมทั้งหาทางปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่าเป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติงานเพื่อให้ขวัญและกำลังใจของคุณครูสูงขึ้น จากผลการนิเทศและพูดคุย กับคุณครู พบว่าสิ่งที่คุณครูต้องการมีดังนี้
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 94 1. จัดสรรงบประมาณให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ เช่น จัดห้องเรียน ให้มีคุณภาพ จัดหาอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวก เครื่องปริ้นส์เตอร์ กระดาษ เป็นต้น 2. การแสดงความยินดี หรือมีคำชมให้กับคุณครูที่ทำงานดี วันเกิดคุณครูมีการอวยพรและให้ของขวัญเล็กๆน้อยๆ ก็จะเพิ่มขวัญและกำลังใจใน การทำงานได้เป็นอย่างดี 3. การชื่นชมผู้บริหารสถานศึกษาและมอบเกียรติบัตรในวันประชุม ผู้บริหารสถานศึกษาและคุณครูที่มีผลงานเชิงประจักษ์ 4. ส่งเสริม สนับสนุน เสนอแนะ แนะนำ ช่วยเหลือคุณครูในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่ประสบผลสำเร็จสามารถเป็นต้นแบบได้ ขั้นตอนที่ 5 การวัดผลประเมินผล (Assessment) 1. ด้านครู 1. แบบตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2. แบบบันทึกการสังเกตการณ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก 3. แบบบันทึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 4. เครื่องมือนิเทศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 5. การจัดทำ Best Practice 2. ด้านนักเรียน 1. เครื่องมือคัดกรองความสามารถในด้านการอ่านและการเขียนของ นักเรียน 2. แบบทดสอบ Pre – NT ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 3. แบบทดสอบ Pre O - NET ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 3. ด้านโรงเรียน 1. รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียน การสอนภาษาไทยของโรงเรียน 2. ผลการประกวด วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัด การเรียนการสอนภาษาไทยของโรงเรียน
การพัฒนารูปแบบนิเทศแบบกัลยาณมิตร โดยใช้ SOCIAL Model 95 ขั้นตอนที่ 6 ผลลัพธ์ (Learning Outcome) เป็นการดำเนินการเพื่อค้นหาเป้าหมายหรือผลลัพธ์จากการดำเนินการ ได้แก่ เป้าหมายด้านครู เป้าหมายด้านนักเรียน และเป้าหมายด้านโรงเรียน (TSS : Teacher Students School) ดังนี้ เป้าหมายด้านครู (Teacher) ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ เชิงรุกครูมีแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ครูมีการพัฒนา ปรับปรุงห้องเรียนที่มีคุณภาพ ครูมีสื่อการเรียนการสอนและนำไปใช้ในห้องเรียนอย่างแท้จริง ครูมีการจัดทำ ID – Plan เพื่อพัฒนาตนเองสม่ำเสมอ ครูมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนภาษาไทย (Best Practice) เป้าหมายด้านนักเรียน (Students) นักเรียนมีพฤติกรรมที่ดีในการร่วม กิจกรรมในชั่วโมงสอน นักเรียนมีชิ้นงานที่มีคุณภาพ นักเรียนมีผลการคัดกรองการอ่าน และการเขียนดีขึ้น นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น เป้าหมายด้านโรงเรียน (School) โรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดี ขึ้น โดยพิจารณาจากจำนวนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านเขียนอยู่ ในระดับปรับปรุงน้อยลง โรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น โดยพิจารณาจาก จำนวนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน RT NT และ O – NET โรงเรียนที่มีผล การปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพ การเรียนการสอนภาษาไทย เป็นโรงเรียนต้นแบบในการการจัดการเรียนการสอน ภาษาไทยเพื่อพัฒนาคุณภาพ