The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ไวทยา ศรีกุตา, 2024-04-18 00:14:58

แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมก

แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมก

Keywords: แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม

แผนยุทธศาสตร์ขัร์บขัเคลื่อลื่นพื้นพื้ที่นวัตวักรรมการศึกษา จังจัหวัดวัอุบลราชธานี (พ.ศ. 2566 - 2570) เอกสารหมายเลข 6/2567


คำนำ แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ให้มีทิศทาง และเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจน บรรลุวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ที่มุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ให้อิสระในการจัดทำหลักสูตร พัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ บนหลักการ พื้นที่จัดการตนเอง โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ส่วนที่ 1 บริบทที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนที่ 2 กรอบแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ส่วนที่ 3 ทิศทางการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนที่ 4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ส่วนที่ 5 การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ ขอขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิ คณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ ให้ความร่วมมือในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ. 2566-2570) จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี และ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้จะถูกนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้กับหน่วยงานการศึกษาและสถานศึกษานำร่อง เพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ “อุบลราชธานี...เมืองแห่งการเรียนรู้ ด้วยนวัตกรรมทางการศึกษา สู่วิถีชีวิตที่เป็นสุขอย่างยั่งยืน” คณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี เมษายน 2567


บทสรุปผู้บริหาร พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เป็นแนวทางการปฏิรูปการศึกษารูปแบบใหม่ โดยจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาขึ้นเป็น "พื้นที่ทดลอง" ให้มีสภาพแวดล้อมใหม่ที่เอื้อต่อการคิดค้นและ พัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้แบบใหม่ กระจายอำนาจให้หน่วยงานการศึกษาและโรงเรียนมีอิสระ ในการบริหารจัดการ สร้างกลไกการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ จังหวัด อุบลราชธานี มองเห็นโอกาสที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ จึงเข้าร่วมพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นรุ่นที่ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 มีสถานศึกษานำร่อง จำนวน 264 แห่ง การบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา กำหนดให้จังหวัดมีคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ (มาตรา 20) (1) กำหนดยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ. 2566-2570) เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้หน่วยงานการศึกษาและสถานศึกษานำร่อง มีทิศทางและ เป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจน สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้ศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับจังหวัด อุบลราชธานี วิเคราะห์ความสอดคล้องเชื่อมโยงของเป้าหมายและแผนระดับต่างๆ ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืน (SDGs) แผน 3 ระดับ ได้แก่ แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนระดับที่ 2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) แผนระดับที่ 3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 นโยบายรัฐบาล นโยบายรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2566-2570) แผนพัฒนาจังหวัด อุบลราชธานี แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ. 2566 – 2570) จังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงการระดมความคิดเห็น จากภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีผ่านกระบวนการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อออกแบบ และขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยใช้กระบวนการประเมินเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation : DE) จังหวัดอุบลราชธานีและนำพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 มาเป็นกรอบแนวคิด สำคัญในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ วิสัยทัศน์ “อุบลราชธานี...เมืองแห่งการเรียนรู้ ด้วยนวัตกรรมทางการศึกษา สู่วิถีชีวิตที่เป็นสุขอย่างยั่งยืน” พันธกิจ 1. พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 2. สร้างระบบบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของจังหวัดอุบลราชธานี 3. พัฒนาหลักสูตรจังหวัดเพื่อสร้างศักยภาพคนอุบลราชธานี 4. ส่งเสริม สนับสนุนครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียนให้มีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรม ทางการศึกษา


ค 5. สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 6. สร้างภาคีเครือข่าย และพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างรัฐ ท้องถิ่น เอกชน และ ภาคประชาสังคมในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป้าประสงค์ 1. การบริหารจัดการเชิงพื้นที่มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษา นำร่องให้เป็นไปตามความต้องการของสถานศึกษา 2. หน่วยงานการศึกษา สถานศึกษามีแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการศึกษา เป็นต้นแบบในการสร้าง นวัตกรรมการศึกษา และขยายผลไปใช้กับสถานศึกษาอื่น 3. การจัดการศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ชุมชน และทิศทางในการพัฒนาจังหวัด อุบลราชธานี 4. ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียนมีความสามารถและมีทักษะในการสร้างนวัตกรรม 5. ผู้เรียนเข้าถึงสิทธิโอกาสทางการศึกษาและได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง 6. ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการพัฒนา ติดตาม ช่วยเหลือ และส่งเสริมการจัด การศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาระบบการบริหารจัดการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาหน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษานำร่องในการบริหาร และจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนานวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาคุณภาพและศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา อย่างต่อเนื่อง ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 สร้างโอกาส ความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 สร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จในการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ ประกอบด้วย 1) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับจากทุกภาคส่วน ในการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาของจังหวัด โดยให้ความสำคัญ กับการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและยกระดับผลลัพธ์ การเรียนรู้ของผู้เรียนในระยะยาว 2) ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการศึกษาจากรัฐเป็นผู้จัดการศึกษา มาเป็นการจัดการศึกษา โดยทุกภาคส่วนของสังคม มีการประสานความร่วมมือแต่ละภาคส่วนทั้งเขตพื้นที่ การศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สถานศึกษานำร่อง และชุมชน รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ 3) กำหนดบทบาทของแต่ละภาคส่วนให้ชัดเจน และขอความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดการทำงาน ร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบ 4) จัดเวทีสาธารณะเพื่อให้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็น และ 5) นำเสนอผลการติดตามและประเมินแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่การศึกษาให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ทราบ


สารบัญ หน้า คำนำ ก บทสรุปผู้บริหาร ข สารบัญ ง สารบัญตาราง ฉ สารบัญแผนภาพ ช ส่วนที่ 1 บริบทที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดอุบลราชธานี 1 บริบทการจัดการศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี 2 บริบทด้านสังคม วัฒนธรรม 3 สถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดอุบลราชธานี 6 ความเป็นมา วัตถุประสงค์ของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 10 ส่วนที่ 2 กรอบแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 14 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) 14 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566-2580) (ฉบับปรับปรุงแก้ไข) 16 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) 19 นโยบายคณะรัฐมนตรี ด้านการศึกษา 22 นโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 23 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 24 แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2566-2570) 26 แผนพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ. 2566 – 2570) 27 แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ. 2566 – 2570) จังหวัดอุบลราชธานี ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 29 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 31 พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 33 การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 36 ส่วนที่ 3 ทิศทางการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 47 วิสัยทัศน์ 47 พันธกิจ 47 เป้าประสงค์ 47 ยุทธศาสตร์ 47 นิยามศัพท์ 49 โมเดลการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 50


จ หน้า กระบวนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 52 กลไกการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 55 ความสอดคล้องของแผนระดับต่างๆ และสรุปสาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ. 2566-2570) 58 ส่วนที่ 4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 62 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาระบบการบริหารจัดการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 62 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาหน่วยงานการศึกษาและสถานศึกษานำร่อง ในการบริหารและจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ 64 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนานวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 67 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาคุณภาพและศักยภาพของครูและบุคลากร ทางการศึกษาของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง 70 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 สร้างโอกาส ความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 73 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 สร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกัน ระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 75 แผนงาน/โครงการสำคัญ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 78 ส่วนที่ 5 การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ 79 แนวทางการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ 79 การติดตามและประเมินผล 79 ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จ (Key Success Factors) 80 บรรณานุกรม 81 ภาคผนวก - พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 - ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง การกำหนดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา - ประกาศคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี - คำสั่งจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 1250/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานพัฒนา พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี - ประกาศคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีเรื่อง รายชื่อ สถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2566 คณะผู้จัดทำ


ฉ สารบัญตาราง หน้า ตาราง 1 รายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนของจังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2556 - 2564 8 ตาราง 2 หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม พ.ศ. 2560 – 2564 9 ตาราง 3 เป้าหมายหลัก & ตัวชี้วัด การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี 40 ตาราง 4 แผนการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2566-2567 45


ช สารบัญแผนภาพ หน้า แผนภาพ 1 แผนที่จังหวัดอุบลราชธานี 1 แผนภาพ 2 จำนวนประชากรจังหวัดอุบลราชธานี จำแนกตามช่วงอายุ 1 แผนภาพ 3 แนวโน้มประชากรจังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2561-2566 2 แผนภาพ 4 ข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2566 3 แผนภาพ 5 เปรียบเทียบจำนวนสถานศึกษา จำนวนนักเรียน จำนวนครูและบุคลากร ปี 2561-2566 3 แผนภาพ 6 ภาวการณ์ทำงานของประชากรจังหวัดอุบลราชธานีปี 2566 6 แผนภาพ 7 จำนวนผู้มีงานทำตามอาชีพ ในปี 2566 7 แผนภาพ 8 ระดับการศึกษาของผู้มีงานทำปี 2566 8 แผนภาพ 9 สถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 11 แผนภาพ 10 ข้อมูลสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 12 แผนภาพ 11 สถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี จำแนกตาม อำเภอ 13 แผนภาพ 12 พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 35 แผนภาพ 13 เป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี ในอีก 10 ปีข้างหน้า 36 แผนภาพ 14 คุณลักษณะของเยาวชนเมืองอุบลในอีก 10 ปีข้างหน้า 37 แผนภาพ 15 โรงเรียนและห้องเรียนในอนาคต 37 แผนภาพ 16 โมเดลการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 50 แผนภาพ 17 กระบวนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 51 แผนภาพ 18 UB-SPEC Model อุบลราชธานี : วิถีชีวิตที่เป็นสุขอย่างยั่งยืน 54 แผนภาพ 19 กิจกรรมหลัก : กลไกการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ตามพ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 2562 56 แผนภาพ 20 การจัดองค์กรบริหารการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี


ส่วนที่ 1 บริบทที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดอุบลราชธานี อุบลราชธานีเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ติดกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ราชอาณาจักรกัมพูชา แบ่งการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ 219 ตำบล 2,704 หมู่บ้าน มีการ บริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลตำบล 54 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 179 แห่ง มีประชากรรวมทั้งสิ้น 1,869,608 คน (ที่ทำการปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) แผนภาพ 1 แผนที่จังหวัดอุบลราชธานี แผนภาพ 2 จำนวนประชากรจังหวัดอุบลราชธานี จำแนกตามช่วงอายุ


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 2 จากข้อมูลประชากรจังหวัดอุบลราชธานี พบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ประชากรจังหวัดอุบลราชธานี มีแนวโน้ม ลดลง จากแผนภาพ 3 ข้อมูลประชากรจังหวัดอุบลราชธานี พบว่า ปี พ.ศ. 2563-2564 ประชากร มีแนวโน้มลดลง และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี พ.ศ. 2565 จำนวนของเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี มีแนวโน้ม ลดลง ประชากรวัยแรงงานมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ส่วนผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริบทการจัดการศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล (ปฐมวัย) จนถึงระดับปริญญาเอก ในปีการศึกษา 2566 มีจำนวนสถานศึกษา รวมทั้งสิ้น 2,200 แห่ง แยกเป็นในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 1,263 แห่ง และนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จังหวัด 937 แห่ง หน่วยงานหลักที่จัดการศึกษา ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักบริหารการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัด (สกร.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มีจำนวนนักเรียน/นักศึกษา รวมทั้งสิ้น 392,336 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งสิ้น 24,457 คน ดังแผนภาพ 4 แผนภาพที่ 3 แนวโน้มประชากรจังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2561-2566


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 3 เมื่อเปรียบเทียบจำนวนสถานศึกษา จำนวนผู้เรียน จำนวนครูและบุคลากร พบว่า มีแนวโน้มลดลง บริบทด้านสังคม วัฒนธรรม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นดินแดนแห่งอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศไทย มีความหลากหลาย ของทรัพยากรธรรมชาติ มีอาณาเขตพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว และ ราชอาณาจักรกัมพูชา มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีจังหวัดอุบลราชธานี จึงมีจุดเน้นที่สำคัญคือ เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม ธรรมะ และธรรมชาติ - "เมืองแห่งวัฒนธรรม" มีงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาที่ยิ่งใหญ่ มีชื่อเสียงในระดับประเทศ และระดับโลก และวัฒนธรรมประเพณีอื่น ๆ ที่งดงาม แผนภาพ 4 ข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2566 แผนภาพ 5 เปรียบเทียบจำนวนสถานศึกษา จำนวนนักเรียน จำนวนครูและบุคลากร ปี 2561-2566


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 4 - "เมืองแห่งธรรมะ" เป็นสถานที่กำเนิดและปฏิบัติของพระเถระที่มีชื่อเสียง และมีศาสนสถาน หรือ วัดที่สวยงามจำนวนมาก - "เมืองแห่งธรรมชาติ" มีทรัพยากรทางธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม หลากหลาย คำขวัญจังหวัดอุบลราชธานี “เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ไฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์ฉลาดภูมิปัญญาท้องถิ่น ดินแดนอนุสาวรีย์ คนดีศรีอุบล” ปี พ.ศ. 2566 จังหวัดอุบลราชธานีมีการขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด "เมืองอุบลราชธานี เมือง 4 มหัศจรรย์" 4 แสง 4 อิ่ม 4 การพัฒนาประเทศ เพื่อนำพาการพัฒนาอุบลราชธานี ให้เกิดความยั่งยืน โดยมี รายละเอียด ดังนี้ เมือง 4 แสง ได้แก่ 1) แสงแรก ชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศที่ผาชะนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี 2) แสงธรรม ต้นกำเนิดของพระอริยสงฆ์ กองทัพธรรม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่ชา 3) แสงเทียน ประเพณีแห่เทียนพรรษาที่เก่าแก่มากกว่าร้อยปี เป็นเอกลักษณ์ประเพณีประจำ แดนอีสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเป็น Soft power ของจังหวัดอุบลราชธานี 4) แสงโซล่าเซลล์จุดกำเนิดพลังงานสะอาดโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เขื่อนสิรินธร มุ่งสู่เมืองพลังงานยั่งยืน เมือง 4 อิ่ม ได้แก่ 1) อิ่มใจ มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายมีวัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม เมื่อไปเที่ยวชมจะเกิด ความเพลิดเพลินเจริญใจ 2) อิ่มบุญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และท่องเที่ยวตามรอยพระอริยสงฆ์กองทัพธรรม พร้อมได้ทำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคล 3) อิ่มท้อง อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะปลาจากแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และ ของฝากที่หลากหลาย เช่น หมูยอ ก๋วยจั๊บญวณอุบล เป็นต้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Solf power ของอุบลราชธานี 4) อิ่มกาย เมื่อท่านเยือนถิ่นอุบลแล้วจะทำให้ท่านมีความสุขทางใจ ทำให้ร่างกายมีพลังและมีสุขภาพที่ดี เมือง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมขับเคลื่อนในทุกมิติ กับประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (สำนักงาน ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี, 2566) ด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และกลุ่มชาติพันธุ์ ประชากรจังหวัดอุบลราชธานีส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธ รองลงมาคือ ศาสนาคริสต์และอิสลาม 1) ศาสนาพุทธ ประชากรนับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 99.49 โดยมีวัด จำนวน 1,858 แห่ง (ธรรมยุต 136 แห่ง และมหานิกาย 1,722 แห่ง) มีพระภิกษุ 9,345 รูป และสามเณร 1,709 รูป


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 5 มีพระอารามหลวง 3 แห่ง ได้แก่ - วัดสุปัฏนารามวรวิหาร (ธรรมยุติ) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี - วัดมหาวนาราม (มหานิกาย) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี - วัดศรีอุบลรัตนาราม (ธรรมยุติ) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 2) ศาสนาคริสต์ประชากรนับถือศาสนาคริสต์ร้อยละ 0.49 แบ่งเป็นนิกายโปรแตทแตนท์นิกาย โรมันคาทอลิก และนิกายอื่นๆ โดยมีศาสนสถานนิกายโรมันคาทอลิก จำนวน 13 แห่ง ศาสนสถานนิกาย โปรแตทแตนท์และนิกายอื่นๆ จำนวน 84 แห่ง 3) ศาสนาอิสลาม ประชากรนับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.01 มีศาสนสถานในศาสนาอิสลาม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ มัสยิดกลางอุบลราชธานีตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีและมัสยิด อัลฟาติฮะห์อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี วัฒนธรรมด้านศาสนาและประเพณีความเชื่อ อิทธิพลจากพระพุทธศาสนาและความเชื่อเรื่องของอำนาจเหนือธรรมชาติที่มีอยู่ดั้งเดิมผสมผสานกัน เป็นปัจจัยให้เกิดขนบธรรมเนียมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบของฮีต ซึ่งเป็นการกำหนดประเพณี ประจำในแต่ละเดือนทั้ง 12 เดือน นอกจากจะแสดงให้เห็นความศรัทธาในพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นโอกาส ในการรวมกลุ่มพบปะสังสรรค์ของสมาชิกของสังคมในแต่ละเดือนอีกด้วย คอง คือ แนวทางปฏิบัติต่อกัน ระหว่างสมาชิกของสังคมในแต่ละระดับที่แสดงให้เห็นค่านิยมของสังคม เช่น ความกตัญญูความนอบน้อมถ่อมตน นอกจากนี้ ความบันเทิงในยามพักผ่อนหย่อนใจ หรือการรวมกลุ่มกันในโอกาสต่าง ๆ มักมีเครื่องดนตรี เช่น คู่แคน คู่กับหมอลำ ซึ่งเป็นศิลปะที่เก่าแก่ที่ปรับตัวอย่างมีวิวัฒนาการเรื่อยมาจากการขับร้องในพิธีกรรม การอ่านออกเสียง วรรณกรรมต่างๆ ในงานบุญ ค่อยๆ ใส่ทำนองและเครื่องดนตรีกลายเป็นศิลปะการแสดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และยังมีการละเล่นฟ้อนรำในงานประเพณีต่างๆ เช่น การฟ้อนกลองตุ้ม เป็นการ แสดงที่นิยมแสดงในงานประเพณีบุญเดือนหกหรือบุญบั้งไฟ เป็นการร่ายรำประกอบดนตรีโดยมีกลองที่เรียกว่า กลองตุ้ม และเครื่องตีโลหะที่เรียกว่า พางฮาด ซึ่งเป็นฆ้องชนิดที่ไม่มีปุ่มตรงกลาง กลุ่มชาติพันธุ์ ชาติพันธุ์ของคนจังหวัดอุบลราชธานีเกือบทั้งหมดสืบเชื้อสายมาจากคนไทย - ลาวพื้นเมืองอีสาน เหมือนจังหวัดอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีภาษาและวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน ซึ่งปรับปรุงมาจาก วัฒนธรรมไต - ลาว มีภาษาไทย - อีสานเป็นภาษาพูด ปัจจุบันจังหวัดอุบลราชธานีมีชนเผ่าพื้นเมืองเดิม ในสายวัฒนธรรมมอญ – เขมร เช่น 1) ชนเผ่าข่า ที่บ้านเวินบึก อำเภอโขงเจียม ซึ่งมีภาษาบรูเป็นภาษาพูดของตน 2) ชนเผ่าเขมร (ขอม) อยู่ในหมู่บ้านชายแดนไทย - กัมพูชา อำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย อำเภอ บุณทริก อำเภอน้ำขุ่น และอำเภอทุ่งศรีอุดม มีภาษาเขมรพื้นเมืองเป็นภาษาพูด 3) ชนเผ่าส่วยหรือกูย ในอำเภอเขื่องใน อำเภอวารินชำราบ อำเภอเดชอุดม และอำเภอพิบูลมังสาหาร จำนวนเล็กน้อย ต่อมาภายหลังมีชนเผ่าต่างๆ อพยพเข้ามาประกอบอาชีพ 4) ชนเผ่าเวียดนาม ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามชุมชนเมือง เพราะมีอาชีพค้าขายและรับจ้าง ได้แก่ เขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร เทศบาลนครอุบลราชธานี เช่น ย่านวัดสุปัฏนาราม ย่านยุ่งกาแซว และ


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 6 ย่านท่าวังหิน เป็นต้น มีภาษาญวน (แกว) เป็นภาษาพูด (รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2564) สถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดอุบลราชธานี กำลังแรงงาน สำนักงานสถิติจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากร ปี 2566 สรุปรายละเอียดได้ดังนี้ จังหวัดอุบลราชธานี มีประชากร ผู้อยู่ในวัยทำงานหรืออายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,420,578 คน (ชาย 673,581 คน หญิง 746,997 คน) ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน จำนวน 900,334 คน ได้แก่ ผู้มีงานทำ จำนวน 900,334 คน ขณะที่ผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงานมีจำนวน 520,244 คน จำแนกเป็นผู้ทำงานบ้าน จำนวน 135,535 คน เรียนหนังสือ จำนวน 132,884 คน และอื่น ๆ จำนวน 251,825 คน แผนภาพ 6 ภาวการณ์ทำงานของประชากรจังหวัดอุบลราชธานีปี 2566 ผู้มีงานทำ ปี 2566 จำนวน 900,334 คน พบว่า 1) จำนวนผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมเท่ากับ 574,916 คน (ร้อยละ 63.85 ของผู้มีงานทำทั้งหมด) 2) ผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรมมีจำนวน 325,418 คน (ร้อยละ 36.15 ของผู้มีงานทำทั้งหมด) โดยกลุ่มผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรม 5 อันดับแรก ดังนี้ (1) สาขาการขายส่ง การขายปลีก จำนวน 89,405 คน ร้อยละ 27.47 ของผู้ทำงานนอกภาค เกษตรกรรมทั้งหมด (2) สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร จำนวน 42,834 คน ร้อยละ 13.16 ของผู้ทำงานนอก ภาคเกษตรกรรมทั้งหมด (3) สาขาการผลิต จำนวน 41,072 คน ร้อยละ 12.62 ของผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรมทั้งหมด (4) สาขาการก่อสร้าง จำนวน 28,162คน ร้อยละ 8.65ของผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรมทั้งหมด (5) สาขาการบริหาร การป้องกันประเทศและการประกันสังคมภาคบังคับ จำนวน 27,919 คน ร้อยละ 8.57 ของผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรมทั้งหมด


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 7 เมื่อพิจารณาผู้มีงานทำตามอาชีพ ในปี 2566 พบว่า อาชีพที่มีผู้ทำงานมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ (1) อาชีพผู้ปฏิบัติงานที่มีฝีมือด้านการเกษตรและการประมง จำนวน 575,609 คน คิดเป็นร้อยละ 63.93 ของผู้มีงานทำทั้งหมด (2) อาชีพพนักงานบริการและพนักงานในร้านค้าและตลาด จำนวน 114,184 คน ร้อยละ 12.68 (3) อาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านความสามารถทางฝีมือและธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้อง จำนวน 61,025 คน ร้อยละ 6.78 และ (4) อาชีพขั้นพื้นฐานต่างๆ ในด้านการขายและให้บริการ จำนวน 49,349 คน ร้อยละ 5.48 (5) ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ จำนวน 29,773 คน ร้อยละ 3.31 ดังแผนภาพ 7 แผนภาพ 7 จำนวนผู้มีงานทำตามอาชีพ ในปี 2566 หากศึกษาถึงระดับการศึกษาของผู้มีงานทำปี 2566 เรียงลำดับตามระดับการศึกษา ดังนี้ 1) ระดับประถมศึกษา จำนวน 300,350 คน (ร้อยละ 33.36 ของผู้มีงานทำทั้งหมด) 2) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 173,070 คน (ร้อยละ 19.22 ของผู้มีงานทำทั้งหมด) 3) ระดับมัธยมศึกษาปลาย จำนวน 165,121 คน (ร้อยละ 18.34 ของผู้มีงานทำทั้งหมด) 4) ระดับต่ำกว่าประถมศึกษา จำนวน 153,587 คน (ร้อยละ 17.06) 5) ระดับมหาวิทยาลัย จำนวน 105,524 คน (ร้อยละ 11.72 ของผู้มีงานทำทั้งหมด) 6) ไม่มีการศึกษา จำนวน 2,682 คน (ร้อยละ 0.30 ของผู้มีงานทำทั้งหมด) รายละเอียดตามตารางภาคผนวกที่ 2 และแผนภูมิที่ 1.3 575,609 114,184 61,025 49,349 29,773 0 100,000 200,000 300,000 400,000 500,000 600,000 700,000


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 8 แผนภาพ 8 ระดับการศึกษาของผู้มีงานทำปี 2566 แรงงานต่างด้าว จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน จำนวน 3,578 คน จำแนกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ 1) คนต่างด้าวตลอดชีพ - ไม่มี - 2) คนต่างด้าว มาตรา 59 ประเภททั่วไป ได้แก่ คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับ อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โดยมิใช่ได้รับอนุญาต ให้เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางผ่าน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จำนวน 343 คน 3) คนต่างด้าว มาตรา 59 มติ ครม. ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชาที่หลบหนี เข้าเมืองได้รับผ่อนผันให้ทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามมติคณะรัฐมนตรี ได้ผ่านการพิสูจน์ สัญชาติและปรับสถานะการเข้าเมืองถูกกฎหมายเรียบร้อยแล้ว จำนวน 2,276 คน 4) คนต่างด้าว มาตรา 59 นำเข้าตาม MOU ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศต้นทาง จำนวน 874 คน 5)คนต่างด้าว มาตรา 62 ประเภท ส่งสริมการลงทุน ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงาน ในราชอาณาจักร ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น จำนวน 2 คน 6) คนต่างด้าวมาตรา 63 ประเภทชนกลุ่มน้อย ได้แก่ คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย ว่าด้วยสัญชาติ และกระทรวงมหาดไทยได้ออกเอกสารเพื่อรอพิสูจน์สถานะยื่นขอใบอนุญาตทำงาน จำนวน 83 คน (รายงานสถานการณ์แรงงานจังหวัดอุบลราชธานี, 2566) รายได้และหนี้สินครัวเรือน ตาราง 1รายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนของจังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2556 - 2564 จังหวัด 2556 2558 2560 2562 2564 ทั่วราชอาณาจักร 25,194.00 26,915.00 26,946.43 26,018.42 27,352.00 อุบลราชธานี 22,343.70 20,452.50 24,380.10 18,397.86 20,969.28 ที่มา สำนักงานสถิติแห่งชาติ ประถมศึกษา 300,350 มัธยมศึกษาตอนต้น 173,070 มัธยมศึกษาตอนปลาย 165,121 ต่่ากว่า ประถมศึกษา 153,587 มหาวิทยาลัย 105,524 ไม่มีการศึกษา 2,682 (หน่วย:บาท)


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 9 รายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนของจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2564 เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 2,571 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่รัฐอุดหนุน ทั้งที่รัฐจ่ายเงินเข้าบัญชีให้แก่ประชาชน และการอุดหนุนในรูปแบบที่ไม่เป็นตัวเงินผ่านแอปพลิเคชัน คูปอง หรือในรูปแบบการลดค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ฯลฯ) (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2564) ตาราง 2 หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม พ.ศ. 2560 – 2564 จังหวัด วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม 2560 2562 2564 อุบลราชธานี หนี้สินทั้งสิ้น 195,122 138,854 215,715 เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน 116,714 69,289 124,764 เพื่อใช้ทำธุรกิจที่ไม่ใช่การเกษตร 8,085 12,826 13,965 เพื่อใช้ทำการเกษตร 38,157 44,203 39,113 เพื่อใช้ในการศึกษา 2,156 2,868 1,441 เพื่อใช้ซื้อ/เช่าซื้อบ้านและที่ดิน 30,038 9,522 36,246 อื่น ๆ - 145 186 จากตาราง 2 หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม พ.ศ. 2560 - 2564 ของจังหวัดอุบลราชธานีพบว่า ปี 2560 มีหนี้สินทั้งสิ้น 195,122 บาท ปี 2562 พบว่า มีหนี้สินทั้งสิ้น 138,854 บาท และปี 2564 พบว่า มีหนี้สินทั้งสิ้น 215,715 บาท วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม เพื่อใช้จ่าย ในครัวเรือนมากที่สุด รองลงมากู้ยืมเพื่อทำการเกษตร และกู้ยืมเพื่อใช้ชื้อ/เช่าซื้อบ้านและที่ดินตามลำดับ จากข้อมูลทั่วไปของจังหวัดอุบลราชธานี พบว่า เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรมาก มีขนาดพื้นที่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ มีจำนวนประชากร 1,869,806 คน เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีสัดส่วนผู้อายุ ร้อยละ 17.5 มีประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15 – 59 ปี) ร้อยละ 66.4 แรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร โดยมีอาชีพ ด้านเกษตรกรรมและประมง ร้อยละ 63.93 และแรงงานส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 33.36 ส่วนประเด็นการพัฒนาท้าท้ายที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานีมีดังนี้ ด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภค ได้แก่ 1) ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ยังขยายตัวไม่ทันตามการขยายตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและการค้า ชายแดน 2) ปริมาณขยะมูลฝอยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปี 2564 มีขยะ 1,580 ตันต่อวัน กำจัดถูกต้องร้อยละ 25.9 นำกลับไปใช้ใหม่ ร้อยละ 53.4 มีวิธีการกำจัดส่วนมาก คือ เทกองและฝังกลบ 3) มีปัญหาภัยแล้งในฤดูแล้ง และอุทกภัยในฤดูฝน ปริมาณน้ำดิบไม่เพียงพอกับความต้องการผลิต น้ำประปา ด้านเศรษฐกิจ ครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนเกษตร และแรงงานนอกภาคเกษตรเป็นแรงงานฝีมือ ระดับต่ำกว่าร้อยละ 9


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 10 ด้านสังคม 1) แรงงานจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และกัมพูชาเข้ามาทำงานในภาคอุตสาหกรรม และการผลิตของจังหวัดเพิ่มขึ้น 2) อัตราการเกิดของประชากรลดลง อัตราผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ด้านการศึกษา การพัฒนาการศึกษาที่ผ่านมาจังหวัดอุบลราชธานี มีความท้าทายหลายประการ อาทิ ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน (ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสในชนบทจำนวนมากที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในระดับ ที่สูงขึ้นกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความเหลื่อมล้ำ มาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนขนาดใหญ่ในเมือง กับโรงเรียนขนาดเล็กในชนบทยังแตกต่างกันมาก คุณภาพกำลังแรงงานยังไม่ตรงกับความต้องการของตลาด แรงงานในพื้นที่ การเข้าร่วมพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในครั้งนี้จึงเป็นความหวังและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาเชิงพื้นที่ที่ทุกภาคส่วนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษา มีเครือข่ายร่วมพัฒนา มีการคิดค้นและ พัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน ส่งผลต่อคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้นของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ต่อไปในอนาคต ความเป็นมา วัตถุประสงค์ของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวความคิดหลักสองประการ คือ แนวคิดการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพ โดยการลองผิดลองถูกของผู้ปฏิบัติที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ (Bottom-Up Solution) และ แนวคิดการสร้างพื้นที่ที่มีปัจจัยเอื้อหนุนให้ผู้ปฏิบัติสามารถทำการทดลองเพื่อสร้างนวัตกรรมได้ (Sandbox) พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คือ พื้นที่พิเศษในการจัดการศึกษาที่เอื้อให้คนในพื้นที่และทุกภาคส่วน รวมพลังร่วมจัดการศึกษา เรียนรู้การสร้างและใช้นวัตกรรมการศึกษาร่วมกันเพื่อตอบโจทย์ผู้เรียน และคุณภาพ การศึกษาของพื้นที่ที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจะเป็นพื้นที่เรียนรู้ ทดลอง นำร่องระบบ กลไก นวัตกรรมการบริหารจัดการ นวัตกรรมการเรียนการสอน และนวัตกรรมเชิงนโยบาย โดยผสานจุดแข็งของการปฏิรูปการศึกษาทั้ง 2 ทิศทาง ทั้งการปฏิรูปจากบนลงล่างและการปฏิรูปจากล่างขึ้นบน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีเป้าหมายหลัก 4 ข้อ คือ 1) คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา รวมทั้ง ขยายผลไปใช้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอื่น 2) ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา 3) กระจายอำนาจและให้อิสระแก่สถานศึกษานำร่องและหน่วยงานทางการศึกษา 4) สร้างและพัฒนากลไกความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา ประเด็นสำคัญของพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ถือเป็นโอกาสทองของจังหวัด ในการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์ผู้เรียน สถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 11 1) พื้นที่สามารถเลือกใช้นวัตกรรมได้อย่างอิสระเพื่อเพิ่มคุณภาพผู้เรียน 2) สร้างและพัฒนาโครงสร้างการทำงานเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมเชิงพื้นที่ 3) ปรับใช้หลักสูตรแกนกลางฯ ได้ไม่ติดตัวชี้วัด 4) มีอิสระในการเลือกซื้อสื่อ หนังสือ ตำรา ตามกรอบหลักสูตรของพื้นที่ 5) ออกแบบการทดสอบเฉพาะพื้นที่ได้ อาจไม่ใช้ O-NET/NT 6) สถานศึกษาได้งบพัฒนาเป็นวงเงินรวม (Block Grant) 7) สถานศึกษาไม่ต้องส่งคืนเงินบริจาค สามารถใช้จ่ายเงินบริจาคได้ตามแนวทางที่คณะกรรมการ ขับเคลื่อนกำหนด 8) มีช่องทางผลักดันการบริหารงานบุคคลให้เหมาะสมกับพื้นที่ 9) สามารถ ลด ละ เลิกโครงการที่เพิ่มภาระงานครูและส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยกลไก การทำงานของคณะกรรมการขับเคลื่อน 10) สร้างหลักเกณฑ์ในการประกันคุณภาพแนวใหม่ ไม่อิงการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในระยะเริ่มต้นพื้นที่ที่ได้รับการ ประกาศเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา แล้วจำนวน 6 พื้นที่ ครอบคลุม 6 ภูมิภาค รวม 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ ระยอง สตูล เชียงใหม่ กาญจนบุรี และ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีสถานศึกษานำร่องทั้งสิ้น 267 แห่ง ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้ประกาศ กำหนดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเพิ่มเติม จำนวน 11 จังหวัด เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร กระบี่ จันทบุรี ตราด ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน สงขลา สระแก้ว สุโขทัย สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ การกำหนดให้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาเพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบัน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีจำนวนทั้งสิ้น 20 พื้นที่ สถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา จำนวน 1,528 แห่ง ที่มาภาพ : https://www.edusandbox.com/ แผนภาพ 9 สถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ที่มาภาพ : https: www.edusandbox.com/


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 12 สถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ประกาศรับสมัครโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปีการศึกษา 2566 โดยให้โรงเรียนที่สนใจส่งใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการ พิจารณาคัดเลือกผ่านหน่วยงานต้นสังกัด ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีกำหนด โดยคณะกรรมการฯ ได้อนุมัติสถานศึกษานำร่องพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีประจำปี 2566 จำนวน 264 โรงเรียน จำแนกตามสังกัดต่างๆ ดังนี้ (รายชื่อสถานศึกษานำร่อง ตามภาคผนวก) แผนภาพ 10 ข้อมูลสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 13 แผนภาพ 11 สถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี จำแนกตามอำเภอ


ส่วนที่ 2 กรอบแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ได้พิจารณา ความสอดคล้อง 3 ประการ ได้แก่ 1) แผน 3 ระดับ ประกอบด้วย แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนระดับที่ 2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) แผนระดับที่ 3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 นโยบายรัฐบาล นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2566-2570) แผนพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ. 2566 – 2570) จังหวัดอุบลราชธานี2) เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และ 3) พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561-2580) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 65 กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน ก่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย โดยมีวิสัยทัศน์ เป้าหมาย การพัฒนาประเทศ และยุทธศาสตร์ ดังนี้ วิสัยทัศน์ประเทศ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้ว ด้วยการ พัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป้าหมายการพัฒนาประเทศ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) จะมุ่งเน้นการสร้าง สมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ 1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคงประชาชน มีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และ มีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติสังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยีและ ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคาม และภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุก ระดับความรุนแรง ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา ด้านความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่อาจจะ เกิดขึ้นในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน และมิตรประเทศทั่วโลกบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล เพื่อเอื้ออํานวยประโยชน์ต่อการดำเนินการของยุทธศาสตร์ชาติด้านอื่นๆ ให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามทิศทาง และเป้าหมายที่กำหนด 2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการ ยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก่


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 15 (1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์วัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศ ในด้านอื่น ๆ นํามาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สอดรับกับบริบทของ เศรษฐกิจและ สังคมโลกสมัยใหม่ (2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานของประเทศในมิติต่างๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและดิจิทัล และการปรับ สภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต (3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้ประเทศไทย สามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน ในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการ ยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดีรวมถึงการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลาง และลดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศ ได้ในคราวเดียวกัน 3. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์มีเป้าหมายการพัฒนา ที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและ ผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารีมีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติมีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะ ที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสาร ภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการ เรียนรู้และการพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง 4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการพัฒนาที่ให้ ความสำคัญกับการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวม การกระจายอำนาจและความ รับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการ จัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทย ทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และ สภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเอง และทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคม ให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและ สวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง 5. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญ เพื่อนําไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและภายนอกประเทศ อย่างบูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามามี ส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเป็นการดำเนินการบนพื้นฐานการเติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทั้ง 3 ด้าน อันจะ นําไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 16 6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก "ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม" โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาทหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการกำกับ หรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขัน มีสมรรถะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการ ทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัย และพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการ ทำงานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะ เปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองความต้องการ ของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2566-2580) (ฉบับปรับปรุงแก้ไข) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นแผนระดับที่ 2 (Ways) ที่มีความสำคัญในการถ่ายทอด เป้าหมายและประเด็นยุทธศาสตร์ของยุทธศาสตร์ชาติลงสู่แผนระดับต่างๆ ให้มีความสอดคล้องไปในทิศทาง เดียวกัน แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ มีจำนวนรวม 23 ฉบับ โดยประเด็นที่กระทรวงศึกษาธิการเป็น เจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนแผนแม่บทฯ และสนับสนุน ได้แก่ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(12) ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ เป้าหมายระดับประเด็น 1) คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 2) คนไทยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถของพหุปัญญาดีขึ้น แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ เป็นกลไกเพื่อให้คนไทยมีการศึกษา ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมทั้ง การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการส่งเสริมการ พัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ รวมถึงการสร้างเสริมศักยภาพผู้มีความสามารถพิเศษ ให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ 12 กำหนดแผนย่อยไว้2 แผนย่อย ดังนี้ 1) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ด้วยการ ปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 โดยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปฐมวัย จนถึงอุดมศึกษา ที่ใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 พัฒนาระบบการ เรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือ


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 17 2) การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย ด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา ผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม รวมทั้งสื่อ โดยพัฒนาระบบบริหารจัดการ กลไกการคัดกรอง และการส่งต่อเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ ส่งเสริมสนับสนุนครอบครัว ในการเสริมสร้างความสามารถพิเศษตามความถนัดและศักยภาพ ทั้งด้านกีฬา ภาษาและวรรณกรรม สุนทรีย์ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็น (11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต เป้าหมายระดับประเด็น คนไทยทุกช่วงวัยมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ได้รับการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และ คุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 รักการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต เป็นกลไกส่งเสริมให้ครอบครัวไทยมีความเข้มแข็ง มีจิตสำนึก ความเป็นไทยเด็กเกิดอย่างมีคุณภาพ มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ และสวัสดิการทางสังคม รวมทั้งเด็กตั้งแต่ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น มีทักษะที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 สามารถเติบโตเป็นแรงงานที่มีศักยภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีกลไก ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ พร้อมทั้งจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ เพื่อมุ่งเน้นให้ประชากรไทยสามารถ เกิดและเติบโตอย่างสมวัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพร่วมยกระดับการพัฒนาประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ประเด็น (11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต กำหนดแผนย่อยไว้ 5 แผนย่อย ดังนี้ 1) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ จำเป็นต้องมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็น ทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งจำเป็นต้องมีการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน สังคม และการมีระบบและกลไกรองรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ มีประสิทธิภาพ 2) การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย โดยจัดให้มีการเตรียมความพร้อมให้แก่พ่อแม่ ก่อนการตั้งครรภ์ พร้อมทั้งส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงพยาบาล ทุกระดับดำเนินงานตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กสู่มาตรฐานโรงพยาบาล และบริการสุขภาพ ส่งเสริม และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสารอาหารที่จำเป็นต่อสมองเด็ก การกระตุ้นพัฒนาการสมอง และ การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการที่สมวัยทุกด้าน 3) การพัฒนาช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น จัดให้มีการพัฒนาทักษะความสามารถที่สอดรับกับทักษะ ในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา ศิลปะ ทักษะด้านดิจิทัล และ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจ จัดให้มีการพัฒนา ทักษะในการวางแผนชีวิตและวางแผนการเงิน ตลอดจนทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน จัดให้มี การเรียนรู้ทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและทักษะชีวิตที่สามารถอยู่ร่วมและท ำงาน ภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและอนามัยที่เชื่อมต่อกันระหว่าง


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 18 ระบบสาธารณสุขกับโรงเรียนหรือสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านความฉลาดทางเชาวน์ปัญญาและ ความฉลาดทางอารมณ์ของกลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่น รวมทั้งสร้างความอยากรู้อยากเห็นและสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ 4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน ด้วยการยกระดับศักยภาพทักษะและสมรรถนะ ของคนในช่วงวัยทำงานให้สอดคล้องกับความสามารถเฉพาะบุคคลและความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจและผลิตภาพเพิ่มขึ้นให้กับประเทศ เสริมสร้างความอยากรู้และยกระดับ ตนเอง สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่พึงประสงค์ และความรู้ความเข้าใจและทักษะทางการเงิน เพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงและหลักประกันของตนเองและครอบครัว ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความรู้แรงงานฝีมือ ให้เป็นผู้ประกอบการใหม่ และสามารถพัฒนาต่อยอดความรู้ในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ และสร้างเสริมคุณภาพ ชีวิตที่ดีให้กับวัยทำงานผ่านระบบการคุ้มครองทางสังคมและการส่งเสริมการออม 5) การส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ โดยส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุให้พึ่งพาตนเองได้ทาง เศรษฐกิจ และร่วมเป็นพลังสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนและประเทศ ส่งเสริมและพัฒนาระบบ การออมเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ และหลักประกันทางสังคม ที่สอดคล้องกับ ความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และส่งเสริมสนับสนุนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ พร้อมทั้ง จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น (23) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เป้าหมายระดับประเด็น 1) ความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ของประเทศเพิ่มสูงขึ้น 2) มูลค่าการลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้น การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มี ระบบเศรษฐกิจและสังคมบนฐานความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรม สามารถใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง และตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและตลาดโลก สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ รวมทั้งการ วิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมให้มีมาตรฐาน และความเป็นสากล ประเด็น (23) การวิจัย และพัฒนานวัตกรรม กำหนดแผนย่อยไว้5 แผนย่อย ดังนี้ 1) ด้านเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง และ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและตลาดโลก การยกระดับผลิตภาพในอุตสาหกรรมและบริการ แห่งอนาคต โดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีบทบาทนำ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคการศึกษา การพัฒนา ทักษะ กำลังคน และบุคลากรทางการวิจัย ตลอดจนการพัฒนามาตรฐาน คุณภาพ และการบริการวิเคราะห์ ทดสอบที่เป็นที่ยอมรับ ตามข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อให้สามารถรองรับความจำเป็นของอุตสาหกรรมและ บริการของไทยในการส่งมอบ สินค้าและบริการที่มีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานระหว่างประเทศ 2) ด้านสังคม มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของประชาชนไทย ให้สามารถอยู่ร่วมกันในสังคม


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 19 ได้อย่างมีคุณภาพ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ตลอดจน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐให้เข้ากับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิจิทัล 3) ด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพของทรัพยากรทางบก ทางน้ำและทางทะเล ให้มีความ สมดุล ตามระบบนิเวศ รวมทั้งการจัดการมลพิษ การจัดการก๊าซเรือนกระจก การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ที่เหมาะสม กับการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน 4) ด้านองค์ความรู้พื้นฐาน มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้นที่สร้างองค์ความรู้พื้นฐาน ให้สามารถต่อยอดไปสู่นวัตกรรมทางเศรษฐกิจหรือสังคม รวมทั้งการสร้างนวัตกรรมให้ภาคอุตสาหกรรม สามารถนำไปใช้ประโยชน์โดยตรง และการสร้างเครือข่ายองค์ความรู้และความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในระดับนานาชาติ 5) ด้านปัจจัยสนับสนุนในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มุ่งเน้นการพัฒนาปัจจัยสนับสนุน อาทิ โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ทำงานเป็นระบบเดียวกันและ มีความเป็นสากล ระบบบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมการพัฒนา มาตรการจูงใจและปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อกระตุ้นการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมของภาคเอกชนการเพิ่มจำนวน และพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการวิจัย รวมทั้งการพัฒนามาตรฐาน ระบบคุณภาพการวิเคราะห์ทดสอบ และโรงงานต้นแบบ ตลอดจนการสนับสนุนการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ นวัตกรรม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำหน้าที่เป็นแผนระบุทิศทางและเป้าหมายการพัฒนา ที่ประเทศควรให้ความสำคัญและมุ่งดำเนินการของยุทธศาสตร์ชาติโดยคำนึงถึงพลวัตและเงื่อนไขการพัฒนา ที่ประเทศเผชิญอยู่ เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องปรับจุดเน้นการดำเนินงานมุ่งสู่การเสริมสร้าง ความสามารถของประเทศ ให้สอดรับปรับตัวเข้ากับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไป โดยระบุทิศทางการพัฒนาอย่าง ชัดเจน ส่งผลให้การพัฒนาประเทศตั้งแต่ระดับทิศทาง โครงสร้าง นโยบาย ตลอดจนกลยุทธ์และกลไกในการ ขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติมีความเชื่อมโยงกันทุกระดับ และจะเป็นพลังในการนำพาประเทศไปสู่การบรรลุ เป้าหมายระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม การกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพลิกโฉม ประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” ซึ่งหมายถึง การสร้างการเปลี่ยนแปลง ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงสร้าง นโยบาย และกลไก เพื่อมุ่งเสริมสร้างสังคมที่ก้าวทันพลวัตของโลก และ เกื้อหนุนให้คนไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกับการยกระดับกิจกรรมการผลิต และการให้บริการให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นโดยอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น จึงกำหนดเป้าหมายหลักของการพัฒนาจำนวน 5 ประการ คือ 1) การปรับ โครงสร้างภาคการผลิตและบริการสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม 2) การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ 3) การมุ่งสู่ สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม 4) การเปลี่ยนผ่านการผลิตและบริโภคไปสู่ความยั่งยืน และ 5) การ เสริมสร้างความสามารถของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงภายใต้บริบทโลกใหม่


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 20 การถ่ายทอดเป้าหมายหลักไปสู่การขับเคลื่อนที่ชัดเจนในลักษณะของวาระการพัฒนาที่เอื้อ ให้เกิดการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วนในการผลักดันการพัฒนาเรื่องใด เรื่องหนึ่ง ให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จึงได้กำหนดหมุดหมายการพัฒนา จำนวน 13 หมุดหมาย ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่ประเทศไทยปรารถนาจะ “เป็น” หรือมุ่งหวังจะ “มี” เพื่อสะท้อน ประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญสูงต่อการพลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจ สร้าง มูลค่าอย่างยั่งยืน” โดยหมุดหมายทั้ง 13 ประการ แบ่งออกได้เป็น 5 มิติ ดังนี้ 1) มิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัล ของอาเซียน 2) มิติโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถ แข่งขันได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสม 3) มิติความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ 4) มิติปัจจัยผลักดันการพลิกโฉมประเทศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนา แห่งอนาคต หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน การพัฒนาขับเคลื่อนการศึกษาสอดคล้องกับหมุดหมายการพัฒนา ดังนี้ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนา แห่งอนาคต หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่ง อนาคตมุ่งตอบสนองเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จำนวน 2 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 2) การ พัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ โดยคนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 21 สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย สามารถสร้างงานอนาคต และสร้างผู้ประกอบการ อัจฉริยะที่มีความสามารถในการสร้างและใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้ง เป้าหมายที่ 3) การมุ่งสู่สังคม แห่งโอกาสและความเป็นธรรม ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ ตลอดชีวิต และพัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเรียนในระบบการศึกษาปกติ เป้าหมายของการพัฒนา 1) คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง อย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข 2) กำลังคนมีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย และสามารถสร้าง งานอนาคต 3) ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต กลยุทธ์การพัฒนา กลยุทธ์ที่ 1 คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง กลยุทธ์ที่ 3 ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสม หมุดหมายที่ 9 มุ่งตอบสนองต่อเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จำนวน 2 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 2) การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ ในด้านการสร้างหลักประกันและความคุ้มครอง ทางสังคม เพื่อให้คนไทยมีความมั่นคงในชีวิต และเป้าหมายที่ 3) การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม โดยการสนับสนุนให้กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสมีโอกาสในการเลื่อนชั้นทางเศรษฐกิจและสังคมสูงขึ้น นอกจากนี้ หมุดหมายที่ 9 ยังมีความสอดคล้องกับเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติใน 2 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นเป้าหมายสังคมไทยมีสภาพแวดล้อม ที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต และยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคมใน 2 ประเด็นเป้าหมาย คือ สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ และกระจาย ศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังของการพัฒนา ประเทศในทุกระดับ เป้าหมายของการพัฒนา 1) ครัวเรือนที่มีแนวโน้มกลายเป็นครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น มีโอกาสในการเลื่อนสถานะ ทางเศรษฐกิจ และสังคม จนสามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างยั่งยืน 2) คนทุกช่วงวัยได้รับความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต กลยุทธ์การพัฒนา กลยุทธ์ที่ 1การแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นแบบมุ่งเป้าให้ครัวเรือนหลุดพ้นความยากจนอย่างยั่งยืน กลยุทธ์ที่ 2 การสร้างโอกาสที่เสมอภาคแก่เด็กจากครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 22 กลยุทธ์ที่ 3 การยกระดับความคุ้มครองทางสังคมสำหรับคนทุกช่วงวัย กลยุทธ์ที่ 4 การพัฒนาระบบความคุ้มครองทางสังคมให้มีประสิทธิภาพ นโยบายคณะรัฐมนตรี ด้านการศึกษา คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา เมื่อวัน จันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ได้กำหนดแนวทางดำเนินการนโยบาย ด้านการศึกษา ไว้ในกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศ ระยะกลางและระยะยาว เพื่อเสริม ขีดความสามารถให้กับประชาชน ผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้าง คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน สรุปได้ดังนี้ 1. ปฏิรูปการศึกษา และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการอ่าน เสริมสร้างศักยภาพ ของผู้เรียนตามความถนัด เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ 2. มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศ และการ ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ เพื่อให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ของโลกสมัยใหม่อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม 3. กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีอุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสม ต่อผู้เรียนแต่ละวัย และใช้ระบบเทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ 4. จัดทำหลักสูตรและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความรู้ความสนใจของผู้เรียน 5. ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาทั้งในด้านสังคม ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) และ การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อต่อยอดให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 6. ส่งเสริมคุณภาพของครูทั้งประเทศ รวมไปถึงครูแนะแนว เพื่อช่วยให้นักเรียนได้รับคำแนะนำ ด้านเนื้อหาของวิชาการและการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกเรียนและประกอบอาชีพ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของนักเรียนทุกคน 7. ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ทั้งสายวิชาการและสายอาชีพ ให้มีรายได้จากวิชา ที่เรียน โอกาสฝึกงานระหว่างเรียน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถตรงต่อความต้องการของการ จ้างงาน 8. แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย นโยบายด้านการศึกษาดังกล่าว สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 5 มาตรา 54 และยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ ได้แก่ 1) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝัง ค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์ 2) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต 3) ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ 4) การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 23 นโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ภายใต้แนวทางการทำงาน “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งการเรียนการสอนจำเป็นต้องเริ่มจากความสุขทั้งผู้เรียน ผู้สอน และผู้ปกครอง เมื่อมีความสุขจะส่งผลให้การ เรียนดีขึ้น เมื่อการเรียนดีขึ้นจะส่งผลกลับไปทำให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น โดยนโยบายแบ่งเป็น 2 เรื่องหลัก คือ นโยบายที่เน้นหนักในการทำงาน และนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการ นโยบายที่เน้นหนักในการทำงาน : ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน 1. ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขั้นตอนมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ด้วยการปรับระบบการประเมินวิทยฐานะที่เน้นตามสภาพจริง ลดการทำเอกสาร-ขั้นตอนการประเมิน ไม่ซับซ้อนและเป็นธรรม 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น สามารถโยกย้ายกลับภูมิลำเนาด้วยความโปร่งใส ไม่มีการ ซื้อขายตำแหน่ง พร้อมสำรวจครูขาดแคลนในแต่ละพื้นที่ตามภูมิลำเนาเดิม 3. แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการวาง แผนการใช้เงินและการเก็บออมเงิน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีพ รวมทั้งเร่ง ช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ NPL โดยเร่งด่วน 4. จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ 1 ครู 1 Tablet ด้วยการสนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการ ช่วยจัดการเรียนการสอนต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงระบบออนไลน์รองรับการใช้งานให้เพียงพอ กับจำนวนครูผู้สอน นโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการ : ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 6 ด้าน 1. เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (1 นักเรียน 1 Tablet) ด้วยการส่งเสริมบทบาทภาคเอกชน (สถานประกอบการ) ให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุน และจัดการศึกษา โดยให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมในระหว่างการเรียนหรือฝึกอาชีพ นำแพลตฟอร์มการเรียนรู้ แห่งชาติมาผสมผสานการเรียนการสอนแบบเดิมในห้องเรียนกับการเรียนการสอนออนไลน์ ( Hybrid Education) ผู้เรียนจะมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน และขยาย การเรียนรู้ไปถึงประชาชนทุกช่วงวัยทั่วประเทศให้มีโอกาสทางการศึกษา เข้าถึงเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพ ตลอดจนพัฒนาการศึกษาผ่านระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) เพื่อเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนและประชาชนได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน 2. อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ด้วยการจัดให้มีการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอย่างน้อย 1 โรงเรียนในแต่ละอำเภอหรือเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำร่องการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนโครงสร้าง พื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์ และงบประมาณในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม อีกทั้งจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ทุกปีงบประมาณ 3. ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ด้วยการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีทักษะที่เหมาะสม


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 24 และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและมีหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความสนใจและความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้มี รายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน อีกทั้งจัดให้มีระบบ แนะแนวตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียน และเป้าหมาย ชีวิตที่ตนเองชอบสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน 4. การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ด้วยการนำหน่วยกิตที่สะสมมาใช้เทียบคุณวุฒิ รับรองมาตรฐาน วิชาชีพเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา สามารถขอ การรับรองมาตรฐานวิชาชีพได้ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกที่จะมีรายได้ ระหว่างเรียนควบคู่กับการทำงานไปพร้อมกัน 5. การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่มี ความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ด้วยการจัดทำระบบการเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการ เรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์หรือสมรรถนะจากระบบเดียวกัน แต่ต่างสถานศึกษา หรือจากระบบหนึ่ง ไปสู่อีกระบบหนึ่งหรือจากต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษาหรือการรับรองระดับการศึกษาต่าง สถานศึกษาหรือต่างระบบได้ 6. มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) ด้วยการจัดการอาชีวศึกษาระดับ วิชาชีพอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสมรรถนะกำลังคนระดับเทคนิค โดยมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคน ในสาขาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ตรงความต้องการของตลาดแรงงาน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ โดยเน้นรูปแบบการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างทักษะอาชีพและ ทักษะชีวิต ให้ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษามีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพได้ทันต่อความต้องการกำลังคน ของประเทศ และอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 เป็นการวางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษา ของประเทศในการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของคนไทยทุกช่วงวัยให้เต็มตามศักยภาพ สามารถ แสวงหาความรู้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยการขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์“คนไทย ทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัด การศึกษา 4 ประการ คือ 1) เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 2) เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ 3) เพื่อการ พัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคีและร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การ พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ 4) เพื่อนำประเทศไทยก้าวหน้าข้ามกับดัก ประเทศที่มีรายได้ปานกลางและความเหลื่อมล้ำภายในประเทศลดลง


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 25 แผนการศึกษาแห่งชาติวางเป้าหมายไว้ 2 ด้าน คือ 1. เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ให้มีคุณลักษณะและทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 2. เป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ ได้แก่ 1) ประชากรทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานอย่างทั่วถึง 2) ผู้เรียนทุกคน ทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับการบริการการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานอย่างเท่าเทียม 3) ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุขีดความสามารถ เต็มศักยภาพ 4) ระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการลงทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่าและ บรรลุเป้าหมาย 5) ระบบการศึกษาที่สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่พลวัตและบริบท ที่เปลี่ยนแปลง ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์หลักที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติมีเป้าหมาย 1) คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข 2) คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับการศึกษา และเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 3) คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแลป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ ยุทธศาสตร์ที่ 2 :การผลิตและการพัฒนากำลังคนการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ มีเป้าหมาย 1) กำลังคนที่ทักษะที่สำคัญ จำเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2) สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญเป็นเลิศเฉพาะด้าน 3) การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้มีเป้าหมาย 1) ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทย และทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ 21 2) คนทุกช่วงวัย มีทักษะ ความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและมาตรฐาน วิชาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ 3) สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่าง มีคุณภาพและมาตรฐาน 4) แหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน นวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐานและประชาชน สามารถเข้าถึงโดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ 5) ระบบและกลไกการวัด การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ 6) ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้มาตรฐานระดับสากล


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 26 7) ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา มีเป้าหมาย 1) ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการศึกษาสำหรับทุกช่วงวัย 3) ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้องเป็นปัจจุบัน เพื่อการวาง แผนการบริหารจัดการศึกษา การติดตามประเมิน และรายงานผล ยุทธศาสตร์ที่ 5 : การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมาย 1) คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมมีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 2) หลักสูตร แหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรมและการนำแนวความคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 3) การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 6 : การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารการจัดการการศึกษา มีเป้าหมาย 1) โครงสร้าง บทบาทและระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัวชัดเจนและสามารถ ตรวจสอบได้ 2) ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3) ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และพื้นที่ 4) กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะที่แตกต่างกัน ของผู้เรียน สถานศึกษาและความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ 5) ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นธรรม สร้างขวัญ กำลังใจและส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2566-2570) แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) เป็นแผนที่ใช้เป็นกรอบ แนวทางและเป้าหมายการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานหรือ แผนงาน/โครงการสำคัญที่เกี่ยวข้องหรือเป็นบทบาทหรือภารกิจของ ศธ. เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของประเทศ ไทยตามยุทธศาสตร์ชาติ คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” วิสัยทัศน์“ภายในปี 2570 ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะที่จำเป็น พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต และปรับตัวสอดคล้องกับวิถีชีวิตโลกยุคใหม่” พันธกิจ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 27 2. สร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 3. ผลิต พัฒนา และสร้างเสริมศักยภาพกำลังคนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดแรงงาน และความต้องการของประเทศ 4. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการพัฒนาด้านการศึกษา สังคม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล ประเด็นยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตาม หลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจ ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถปรับตัวรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้ตามสถานการณ์ 2. ผู้เรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาทักษะ สมรรถนะวิชาชีพตามความต้องการ ของตลาดแรงงานและสนับสนุนการพัฒนาประเทศ 3. ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของชาติ มีทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญา และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 4. ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและได้รับการ ส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี 5. มีผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาการศึกษา สังคม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ 6. ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีหลักประกันในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอด ชีวิตอย่างทั่วถึง เสมอภาค และเหมาะสม 7. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีความตระหนักในการดำเนินชีวิตที่ เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 8. ระบบบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และทันสมัย แผนพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ. 2566 – 2570) แผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) จังหวัดอุบลราชธานีฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีสาระสำคัญบนพื้นฐานของความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ20 ปีตลอดจนปัญหาและความ ต้องการ โอกาส และศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งเป็นทิศทางและแนวทางให้ส่วนราชการ/หน่วยงาน องค์กร


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 28 ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาบรรลุเป้าหมายอย่างเป็น รูปธรรม เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด “เมืองน่าอยู่ทันสมัย เกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง เศรษฐกิจชีวภาพ ศูนย์กลางการค้า การลงทุน เมือง ท่องเที่ยวแห่งความสุขหลายมิติสู่สากล” เป้าหมาย 1) พัฒนาจังหวัดให้เป็นเมืองน่าอยู่ทันสมัยตามแนวทางการพัฒนาเมือง Smart city โดยดำเนินการ ให้ครบเกณฑ์ทุกด้านในปี พ.ศ.2570 2) ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน เพื่อสร้างมูลค่า สินค้าเกษตรและสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคการเกษตรได้เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด 3) เกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับการถ่ายทอดความรู้ตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เพื่อสร้างเศรษฐกิจชีวภาพในพื้นที่ตามเป้าหมายที่กำหนดในแต่ละปี 4) มูลค่าการค้าการลงทุนในพื้นที่เพิ่มขึ้นบรรลุเกณฑ์ตามตัวชี้วัดที่กำหนด 5) ภาคการท่องเที่ยวได้รับการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพโดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมเพิ่มขึ้น ตามเกณฑ์ตัวชี้วัดที่จังหวัดกำหนดในแผนพัฒนาจังหวัด ประเด็นการพัฒนาของจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ได้กำหนดประเด็นการพัฒนาจังหวัด ไว้ 5 ประเด็นการพัฒนา ดังนี้ ประเด็นการพัฒนาที่ 1 การพัฒนาเมืองน่าอยู่ทันสมัย ประเด็นการพัฒนาที่ 2 การส่งเสริมเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง ประเด็นการพัฒนาที่ 3 การส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ ประเด็นการพัฒนาที่ 4 การพัฒนาศูนย์กลางการค้าการลงทุน ประเด็นการพัฒนาที่ 5 การส่งเสริมเมืองท่องเที่ยวแห่งความสุขหลายมิติสู่สากล การพัฒนาขับเคลื่อนการศึกษาสอดคล้องกับประเด็นการพัฒนา ดังนี้ ประเด็นการพัฒนา ที่ 1 การพัฒนาเมืองน่าอยู่ทันสมัย วัตถุประสงค์ 1) การสร้างเสริมพลเมืองให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี 2) การพัฒนาและยกระดับคุณภาพทางการศึกษาทุกระดับให้มีคุณภาพ 3) ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพียงพอ ทันสมัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ 4) พัฒนาและใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5) ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป้าหมายและตัวชี้วัด 1) เด็กไทยมีระดับสติปัญญาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 100 (วัดปี 2569) 1.1 ร้อยละ 90 เด็กอายุ 0 – 5 ปี ได้รับการตรวจประเมินพัฒนาการ


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 29 1.2 ร้อยละ 85 เด็กอายุ 0- 5 ปี มีพัฒนาการสมวัย 1.3 ร้อยละ 70 ของเด็กพัฒนาล่าช้าได้รับการกระตุ้นพัฒนาการด้วย TEDA4I หรือเครื่องมือ มาตรฐานอื่น 2) ร้อยละของผลการทดสอบขั้นพื้นฐานระดับชาติ O-net (แยกรายกลุ่มสาระการเรียนรู้) มากกว่า หรือเท่ากับร้อยละ 50 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 3) ร้อยละของคุณภาพชีวิตคนจังหวัดอุบลราชธานีทุกกลุ่มวัย ผ่านตามเกณฑ์ 4) ร้อยละของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคได้รับการยกระดับมาตรฐาน เพื่อเสริมสร้าง คุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ต่อปี 5) มีชุมชนจัดการขยะเหลือ 0 สู่ชุมชนคาร์บอนต่ำจำนวน 25 ชุมชนต่อปี (อำเภอละ 1 ชุมชน) 6) สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 ต่อปี 7) สถิติอาชญากรรมลดลง ร้อยละ 5 ต่อปี 8) ร้อยละจำนวนเครือข่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับการพัฒนาฟื้นฟู ความรู้ทักษะการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 60 ต่อปี) 9) ลดจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 10) ประสิทธิภาพของการเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ คนอุบลราชธานี 11) บุคคลไร้สถานะเข้าสู่กระบวนการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลไร้สถานะ (บัตรเลข 0) ร้อยละ 10 แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ. 2566 – 2570) จังหวัดอุบลราชธานีฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ. 2566 – 2570) จังหวัดอุบลราชธานีฉบับทบทวน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มุ่งเน้นการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาให้ได้รับการศึกษาตลอดชีวิตอย่างเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพเท่าเทียมกัน และยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาผู้เรียนให้ มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะที่สำคัญและจำเป็นในโลกยุคใหม่ รวมถึงการส่งเสริมความสามารถตามความถนัด ตลอดจนตอบสนองความต้องการพัฒนาของพื้นที่ ภายใต้กรอบทิศทางการพัฒนาการศึกษาจังหวัด อุบลราชธานี วิสัยทัศน์ ศูนย์กลางการศึกษาอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จัดการศึกษารูปแบบบูรณาการ ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ และสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น พันธกิจ 1. ส่งเสริม สนับสนุนหน่วยงานทางการศึกษาของรัฐและเอกชนจัดการศึกษาแบบบูรณาการอย่างมี ประสิทธิภาพ โดยการน้อมนำศาสตร์พระราชาและพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 30 2. ส่งเสริม สนับสนุนหน่วยงานทางการศึกษาในการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องและรองรับ กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ 3. ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพของคนให้สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างต่อเนื่อง 4. เสริมสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ เสมอภาค และ เท่าเทียม 5. ส่งเสริม สนับสนุนหน่วยงานทางการศึกษาจัดกระบวนการเรียนการสอน สร้างความรู้ความเข้าใจ ให้ผู้เรียน มีความตระหนักในการดำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วม เพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อคุณภาพ การศึกษา และบูรณาการการศึกษาเชิงพื้นที่ 7. ส่งเสริม สนับสนุนการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมหล่อหลอมกับวิถีชีวิต ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. เสริมสร้างการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ 2. เสริมสร้างพัฒนากำลังคน การวิจัย และคิดค้นนวัตกรรมการศึกษา เพื่อสร้างขีดความสามารถใน การแข่งขัน 3. พัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพ 4. สร้างโอกาส ความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 5. ส่งเสริมและจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นและประเทศชาติ เป้าประสงค์รวม 1. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ความเข้าใจ ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถปรับตัวรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้ 2. ผู้เรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาทักษะ สมรรถนะวิชาชีพ ตามความต้องการ ของตลาดแรงงานในพื้นที่ 3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ และได้รับการส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพแลมีคุณภาพชีวิตที่ดี 4. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ตามศักยภาพเฉพาะบุคคล มีสมรรถนะและทักษะการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ 5. หน่วยงานทางการศึกษามีกิจกรรมส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และกิจกรรมส่งเสริมการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. หน่วยงานทางการศึกษามีระบบบริหารและการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการ บูรณการเชื่อมโยง และตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ตามหลักธรรมมาภิบาล


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 31 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) หรือเป้าหมายการ พัฒนาของโลก “The Global Goals” เป็นความพยายามที่จะขจัดความยากจน ความไม่เท่าเทียม และสิ่งที่จะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ ในขณะที่จะไม่ทิ้งให้มีผู้ใดอยู่ข้างหลัง โดยได้กำหนดเป้าหมาย หลัก 17 เป้าหมาย ประกอบด้วย 1) ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกที่ 2) ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรม ที่ยั่งยืน 3) สร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย 4) สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุน โอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต 5) บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มบทบาทของสตรีและเด็กหญิงทุกคน 6) สร้างหลักประกันเรื่องน้ำและการสุขาภิบาล ให้มีการจัดการอย่างยั่งยืนและมีสภาพพร้อมใช้ สำหรับทุกคน 7) สร้างหลักประกันว่าทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซื้อหาได้ เชื่อถือได้ และยั่งยืน 8) ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน 9) สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม 10) ลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ 11) ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง และยั่งยืน 12) สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน 13) ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น 14) อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนา ที่ยั่งยืน 15) ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน ต่อสู้การ กลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความ หลากหลายทางชีวภาพ 16) ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและ สร้างสถาบันที่มีประสิทธิผล รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ 17) เสริมความแข็งแกร่งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการ พัฒนาที่ยั่งยืน


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 32 กระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานรับผิดชอบและประสานงานหลักการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน “เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่า ทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างคลอบคลุม และเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ซึ่งภายใต้เป้าหมายนี้ มีเป้าหมายย่อย 10 เป้าหมาย ได้แก่ 4.1 สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิผล ภายในปี พ.ศ. 2573 4.2 สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนา การดูแล และการจัดการศึกษา ระดับก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กเหล่านั้นมีความพร้อมสำหรับการศึกษา ระดับประถมศึกษา ภายในปี พ.ศ. 2573 4.3 สร้างหลักประกันให้ชายและหญิงทุกคนเข้าถึงการศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา รวมถึง มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ในราคาที่สามารถจ่ายได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 4.4 เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้องจำเป็น รวมถึงทักษะทางด้านเทคนิคและ อาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการ ภายในปี พ.ศ. 2573 4.5 ขจัดความเหลี่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษา และสร้างหลักประกันว่ากลุ่มที่เปราะบางซึ่งรวมถึง ผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม ภายในปี พ.ศ. 2573 4.6 สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิงในสัดส่วนสูง สามารถอ่านออก เขียนได้และคำนวณได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 4.7 สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับส่งเสริมการพัฒนา ที่ยั่งยืน รวมไปถึงการศึกษาสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค ระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและการไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และ ความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการที่วัฒนธรรมมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใน ปี พ.ศ. 2573 4.a สร้างและยกระดับสถานศึกษา ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์การศึกษาที่อ่อนไหวต่อเด็ก ผู้พิการ และเพศภาวะ และจัดให้มีสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง ครอบคลุม และมีประสิทธิผลสำหรับทุกคน 4.b เพิ่มจำนวนทุนการศึกษาทั่วโลกที่ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด รัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก และประเทศในทวีปแอฟริกา เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา รวมถึง การฝึกอาชีพ และโปรแกรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านเทคนิค วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ ในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ภายในปี พ.ศ. 2563 4.c เพิ่มจำนวนครูที่มีคุณวุฒิ รวมถึงการดำเนินการผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศในการฝึกอบรมครู ในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ภายในปี พ.ศ. 2573


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 33 พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ในอดีตที่ผ่านมา การจัดการศึกษาของประเทศไทยต้องประสบกับสภาพปัญหาหลายประการ อันจะ เห็นได้จากผลการศึกษาปัญหาการจัดการเรียนการสอนในมิติต่าง ๆ โดยคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูป การศึกษา พบปัญหาสำคัญ 3 ประการ คือ 1) ยังไม่มีการบูรณาการการทำงาน ระหว่างองค์กรที่ทำหน้าที่ใน ด้านหลักสูตร สื่อการสอน การทดสอบและการประเมินผล การบริหาร บุคลากรครู การเงิน และการบริหาร จัดการ 2) ยังขาดกลไกและกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติ(Policy implementation) และ 3) นวัตกรรม การเรียนรู้และผลลัพธ์ที่ดีเกิดขึ้นเฉพาะโรงเรียน บางแห่ง ไม่ได้ขยายผลทั้งระบบการศึกษา จากสภาพปัญหา ดังกล่าวข้างต้น ได้นำมาสู่การเสนอและการตราพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ขึ้น พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 กำหนดให้มีพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นพื้นที่ ปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษา อันเป็นการนำร่องในการ กระจายอำนาจและให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ รวมทั้งมีการขยายผลนวัตกรรมการศึกษาไปใช้ใน สถานศึกษาขั้นพื้นฐานอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ 1) คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ของผู้เรียน รวมทั้งเพื่อดำเนินการให้มีการขยายผลไปใช้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอื่น 2) ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา 3) กระจายอำนาจและให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 4) สร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 กำหนดให้ในแต่ละพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวนไม่เกิน 21 คน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ และกรรมการอื่นซึ่งอย่างน้อยต้อง ประกอบด้วย กรรมการโดยตำแหน่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและพัฒนาครู ผู้แทนองค์กรเอกชน และ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการขับเคลื่อน มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 1) กำหนดยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 2) ประสานให้หน่วยงานทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐและเอกชน ดำเนินการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตามยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงาน 3) ประสานให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะให้การสนับสนุนทางเทคนิคในการจัดทำสื่อการสอน จัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ พัฒนาบุคลากร จัดระบบการประเมินและวัดผล และการอื่นที่จำเป็นสำหรับ พัฒนานวัตกรรมการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 34 4) นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติไปปรับใช้กับ การจัดการศึกษาในสถานศึกษานำร่องให้เหมาะสมกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 5) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา 6) จัดให้มีการออกแบบการทดสอบผู้เรียนเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 7) ส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และติดตามสถานศึกษานำร่องเพื่อให้จัดการเรียนการสอน ที่มีคุณภาพและเกิดการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา 8) เสริมสร้างและเตรียมความพร้อมให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในการเป็น สถานศึกษานำร่องหรือในการนำนวัตกรรมการศึกษาไปใช้ในการจัดการศึกษา 9) เพิ่มขีดความสามารถให้แก่หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อทำการพัฒนา นวัตกรรมการศึกษาหรือนำนวัตกรรมการศึกษาไปใช้ 10) จัดให้มีการประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง 11) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำการแทนหรือปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนมอบหมาย 12) รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษารวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาต่อ คณะกรรมการนโยบาย 13) หน้าที่และอำนาจที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของ คณะกรรมการขับเคลื่อน 14) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายมอบหมาย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ทำหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการ ของคณะกรรมการขับเคลื่อน และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 1) จัดให้มีระบบข้อมูลตามมาตรฐานที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด รวมทั้งศึกษาและ วิเคราะห์ แนวทางการจัดการศึกษาของสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 2) จัดให้มีการวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 3) จัดทำรายงานการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธิการ จังหวัด โดยให้แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทราบด้วย 4) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายหรือคณะกรรมการขับเคลื่อนมอบหมาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือแก่สำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัด สถานศึกษานำร่อง การเป็นสถานศึกษานำร่อง ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ขอความเห็นชอบ จากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 35 2) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นต้นสังกัด 3) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชน ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา และกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด แล้วแต่กรณีซึ่งเมื่อได้ดำเนินการแล้ว ให้ขออนุมัติต่อคณะกรรมการขับเคลื่อน พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เป็นโอกาสทองของโรงเรียนนำร่องและจังหวัด ในการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์พื้นที่ ในประเด็นต่างๆ ดังนี้ (ที่มาภาพ : https://www.edusandbox.com/) แผนภาพ 12 พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมฉบับนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ใน 5 มิติที่ปรากฏชัด ได้แก่ 1) การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในเรื่อง การพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพคน 2) การศึกษา ผู้เรียนได้รับการพัฒนาครบสมบูรณ์ในทุกด้านทั้งทางด้านทัศนคติ ทักษะ และความรู้ 3) เศรษฐกิจเกิดการเตรียมความพร้อมของคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะและคุณลักษณะทางอาชีพที่จำเป็น ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด 4) สังคม ลดความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษาและลดช่องว่างของโอกาสทางการศึกษาทางสังคม 5) การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศและการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ทั้งนี้ความสำเร็จทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจ และความตั้งใจอย่างแรงกล้า ของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่จะมาร่วมคิด ร่วมออกแบบและจัดการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อให้เด็ก เยาวชน และคนในพื้นที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 36 การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เข้าร่วมพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามประกาศสำนักนายรัฐมนตรี เรื่อง การ กำหนดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาได้ดำเนินกิจกรรม ขับเคลื่อนสำคัญ ดังนี้ 1. การประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อออกแบบและขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยใช้กระบวนการประเมินเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation) จังหวัดอุบลราชธานี 2. การประชุมสร้างการรับรู้ “แนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี” ประจำปี 2566 3. การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานีโดยในระยะ เริ่มต้นของการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คณะกรรมการขับเคลื่อนได้มอบนโยบายให้สถานศึกษา นำร่องที่มีความพร้อมได้ดำเนินการปรับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้น พ.ศ. 2551 ให้สอดคล้องกับ บริบทของสถานศึกษา ออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning รวมทั้งคิดค้น พัฒนานวัตกรรม การศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพของสถานศึกษา การประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อออกแบบและขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยใช้กระบวนการประเมินเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation) ได้ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ในจังหวัด ได้แก่ ภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม เด็กและ เยาวชน โดยมีประเด็นสำคัญในการระดมความคิดเห็น ดังนี้ 1. ศักยภาพและฐานทุนของจังหวัดอุบลราชธานีโดยโจทย์ที่ทุกภาคส่วนต้องออกแบบร่วมกัน คือ เป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี ในอีก 10 ปีข้างหน้า ผลจากการระดมความคิดเห็นปรากฏ ดังแผนภาพ แผนภาพ 13 เป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี ในอีก 10 ปีข้างหน้า


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 37 2. ภาพในฝันของคนในจังหวัดอุบลราชธานี โจทย์ คือ คนรุ่นใหม่ในจังหวัดควรจะมีคุณลักษณะ และความสามารถอย่างไร จึงจะทำให้ภาพอนาคตในการพัฒนาจังหวัดเป็นจริง ผลจากระดมความคิดเป็น ปรากฎดังแผนภาพ แผนภาพ 14 คุณลักษณะของเยาวชนเมืองอุบลในอีก 10 ปีข้างหน้า 3. โรงเรียนและห้องเรียนในอนาคต โจทย์ คือ จากที่เราเห็นภาพอนาคตของเมืองและคนรุ่นใหม่ ใน 10 ปีข้างหน้าแล้ว ท่านต้องการเห็นโรงเรียนและห้องเรียนปรับเปลี่ยนอย่างไร ผลจากระดมความคิดเป็น ปรากฎดังแผนภาพ แผนภาพ 15 โรงเรียนและห้องเรียนในอนาคต


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 38 4. เป้าหมายที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผลจากการระดมความคิดเห็นในภาพรวม สรุปได้ว่า การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด อุบลราชธานี มีเป้าหมายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน 5 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านผู้เรียน 1.1) ผู้เรียนเป็นผู้มีภูมิรู้ เป็นผู้เรียนที่มีปัญญาที่เฉียบแหลม (Head) มีองค์ความรู้ในศาสตร์ที่สนใจ มีองค์ความรู้ในศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ ศาสตร์การทอผ้ากาบบัว ศาสตร์การ แกะสลักเทียนพรรษา ศาสตร์การร้องหมดลำ เป็นต้น ผู้เรียนเปลี่ยนเป็นนักเรียนรู้ ในยุคศตวรรษที่ 21 คือ ต้อง “Unlearn” คือ การไม่ยึดติดกับสิ่งที่เรียนรู้มา ต้องปรับตัวให้ทันตลอดเวลา ต้อง “Relearn”คือ เรียนรู้ สถานการณ์ใหม่ ต้องมีทักษะทางเทคโนโลยี เพราะสิ่งที่เรารู้มามันเปลี่ยนไปในบริบทใหม่ๆ 1.2) มีภูมิปัญญา คือ เป็นผู้ที่มีทักษะที่เห็นผล (Hand )มีความสามารถในการสร้างสรรคนวัตกรรม ซึ่งเป็นโจทย์ที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 และมีความสามารถในถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้ 1.3) ภูมิธรรม คือ มีจิตใจที่งดงาม (Heart) มีน้ำใจ มีจิตอาสา ช่วยเหลืองานโดยไม่ต้องให้บอก มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพผู้ใหญ่ 1.4) ภูมิฐาน คือ มีสุขภาพที่แข็งแรง (Health) มีบุคลิกภาพที่ดี มีความที่โดดเด่นกล้าแสดงออก 2) ด้านหลักสูตร 2.1) หลักสูตรจังหวัดอุบลราชธานี โดยการนำหลักสูตรแกนกลางไปปรับเป็นหลักสูตรจังหวัด ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่นวัตกรรม และนำไปใช้กับสถานศึกษานำร่อง มีกรอบหลักสูตรของจังหวัด ที่มาจาก การมีส่วนร่วมของ Active Group ต่าง ๆ ในจังหวัด เป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับฐานทุน บริบท และ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัด และ เป็นหลักสูตรครอบคลุม สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง 51 2.2) หลักสูตรของสถานศึกษานำร่อง เป็นหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับกรอบหลักสูตรของจังหวัด และบริบทของโรงเรียน 3) พัฒนาระบบคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง 3.1) สถานศึกษามีระบบการพัฒนาครูในลักษณะชุมชนการเรียนรู้ของครู (Professional Learning Community) 3.2) ครูมีความรู้ความสามารถ ด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ที่สอดคล้องกับเป้าหมายตามหลักสูตรจังหวัด และบริบทท้องถิ่น 3.3) ครูและบุคลกรทางการศึกษามีความสามารถด้านออกแบบการวัดและประเมินผลผู้เรียน ตามสภาพจริง สอดคล้องกับ KPI ที่กำหนด รวมทั้งการนำผลการประเมินไปพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 3.4) ครูและบุคลกรทางการศึกษามีความสามารถด้านการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการ เรียนรู้ ผู้เรียน 3.5) สถานศึกษามีระบบการประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็ง


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) 39 4) การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) 4.1) มีการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจ มีความมุ่งมั่น เพื่อให้มีชีวิตอยู่ อย่างมีพลังและมีความหมาย (Purposeful Learning) 4.2) มีการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการ รังสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ (Generative Learning) 4.3) ปรับเปลี่ยนระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะ ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งมี ความเกื้อกูลและแบ่งปัน (Mindful Learning) 4.4) มีการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อมุ่งการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Result-Based Learning) 4.5) มีการสร้าง Platform การเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบ 5) การสร้างระบบนิเวศการศึกษาที่เอื้อต่อการบริหารจัดการอิสระได้อย่างเต็มที่ 5.1) มีสร้างกลไกการทำงานร่วมกันของหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาคเอกชน เพื่อให้เกิดพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อยกระดับ คุณภาพการศึกษา 5.2) มีการประสานผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาเป็นวิทยากรและให้ความรู้ในด้านการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมการศึกษา 5.3) มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ตาราง 3 เป้าหมายหลัก & ตัวชี้วัด การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี เป้าหมาย 1 กลไกขับเคลื่อนการศึกษาของจังหวัดอุบลราชธานี KPI แผนงานกิจกรรม มีการวัดผล KPI 1.1 : มีคณะทำงานที่เป็นตัวแทนของทุกภาคส่วน ได้แก่ 1. ภาคการศึกษา 4. ภาคเอกชน 2. องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น 5. ภาคประชาสังคม 3. กลุ่มภาครัฐ 6. เด็กและเยาวชน KPI 1.2 : คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงาน ผ่านคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้น KPI 1.2.1 คณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน - คณะทำงาน จัดทำยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานเพื่อ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา - คณะทำงานด้านจัดทำระบบฐานข้อมูลตามมาตรฐาน - คณะทำงานด้านติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตาม ยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงาน KPI 1.2.2คณะอนุกรรมการด้านวิชาการ วิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา - คณะทำงานด้านพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา - คณะทำงานด้านประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง - คณะทำงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา - คณะทำงานด้านการสร้างระบบประกันคุณภาพสถานศึกษานำร่อง KPI 1.2.3 คณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร การสร้างการมีส่วนร่วม และการระดมทรัพยากร - คณะทำงานด้านการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ - คณะทำงานการสร้างการมีส่วนร่วม - คณะทำงานการระดมทรัพยากร ACT 1 การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ACT 2 จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานการ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และแต่งตั้งคณะทำงาน ฝ่ายต่าง ๆ และให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ขับเคลื่อน ACT 3 การประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี และคณะทำงาน 2.1 ประชุมคณะอนุกรรมการด้านวิชาการ วิจัยและ พัฒนานวัตกรรมการศึกษา และคณะทำงาน 2.2 ประชุมคณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงาน และคณะทำงาน 2.3 ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร การสร้าง การมีส่วนร่วม และการระดมทรัพยากรและประชุมคณะทำงาน - สังเกต การร่วมแสดงความ คิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม - มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการและ คณะทำงานฝ่ายต่าง ๆ 40


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) เป้าหมาย 2 พัฒนาหลักสูตร KPI แผนงานกิจกรรม มีการวัดผล KPI 2.1 : มีการนำหลักสูตรแกนกลางไปปรับ เป็นหลักสูตรจังหวัด ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่นวัตกรรม และนำไปใช้กับ สถานศึกษานำร่อง KPI 2.1.1 : มีกรอบหลักสูตรของจังหวัดที่มาจากการ มีส่วนร่วมของ Active Group ต่าง ๆ ในจังหวัด KPI 2.1.2 : เป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับฐานทุน บริบท และ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัด KPI 2.1.3 : เป็นหลักสูตรครอบคลุม สมรรถนะสำคัญของ ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมาตรฐาน การเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง 51 KPI 2.1.4 : จัดให้มีคู่มือการนำกรอบหลักสูตรไปใช้ใน หลักสูตรของ สถานศึกษาและวิธีการประเมินผล KPI 2.2 : มีหลักสูตรของสถานศึกษา ที่เชื่อมโยงกับกรอบหลักสูตรของ จังหวัด และบริบทของโรงเรียน ACT 1 กิจกรรมการจัดทำหลักสูตรจังหวัดอุบลราชธานี - คัดเลือกตัวแทนจากทุกภาคส่วน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล นำมาออกแบบหลักสูตร - Workshop จัดทำกรอบหลักสูตร - นำเสนอและเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน - ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วนและ ผู้เชี่ยวชาญ - จัดทำหลักสูตรเป็นฉบับสมบูรณ์และประกาศใช้ - พิจารณาและอนุมัติหลักสูตรให้สถานศึกษานำร่อง ACT2 กิจกรรมประชุมปฏิบัติการสร้างความเข้าใจให้ผู้บริหาร และครูในโรงเรียนในการปรับหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้อง กับกรอกหลักสูตรจังหวัด ACT3 นิเทศ ติดตาม สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรของ สถานศึกษาที่สอดคล้องกับกรอบหลักสูตรจังหวัด ACT4 ติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตร - ประเมินหลักสูตรจังหวัด โดย เปิดรับฟังความคิดเห็นของทุก ภาคส่วน - ประเมินหลักสูตรสถานศึกษาให้ สอดคล้องกับกรอกหลักสูตร จังหวัด - ติดตามประเมินผลการใช้ หลักสูตร 41


แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี(พ.ศ. 2566-2570) เป้าหมาย 3 : พัฒนาระบบคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง KPI แผนงานกิจกรรม มีการวัดผล KPI 3.1 : การสร้างความตระหนักให้ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการ ศึกษาในสถานศึกษานำร่อง มีเจตคติที่ดี กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง KPI 3.1 : พัฒนาครูและบุคลกรทางการศึกษา ด้านการออกแบบ การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ที่สอดคล้อง กับเป้าหมายตามหลักสูตรจังหวัด และบริบทท้องถิ่น ในลักษณะชุมชนการเรียนรู้ของครู (Professional Learning Community : PLC) KPI 3.2 : พัฒนาครูและบุคลกรทางการศึกษา ด้านออกแบบการวัดและ ประเมินผลผู้เรียน ตามสภาพจริง สอดคล้องกับ KPI ที่กำหนด รวมทั้งการนำผลการประเมินไปพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในลักษณะชุมชนการเรียนรู้ของครู (Professional Learning Community : PLC) KPI 3.3 : พัฒนาครูและบุคลกรทางการศึกษา ด้านการทำวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ผู้เรียน ในลักษณะชุมชนการเรียนรู้ ของครู (Professional Learning Community : PLC) KPI 3.4 : ส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างแรง บันดาลใจ มีความมุ่งมั่น เพื่อบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการรังสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อปลูกฝังการมี จิตสาธารณะ ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งมีความเกื้อกูลและ แบ่งปัน และการมุ่งการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ACT1 กิจกรรมการประชุมสร้างการรับรู้ให้กับ ผู้บริหาร ครู และบุคลากร ในสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ACT2 กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ACT3 กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ วิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา สำหรับผู้บริหาร และ ครูในสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ACT4 กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ ครูด้านการวัดและประเมินผลผู้เรียน ACT5 การนิเทศติดตามและเสริมพลังครูและบุคลากร ทางการศึกษาในการสร้างความรู้ความเข้าใจในการสร้าง ระบบนิเวศการเรียนรู้ 1.สอบถามความคิดเห็นของ ผู้เข้าร่วมประชุมสร้างการรับรู้ 2.ประเมินความพึงพอใจของครูผู้ เข้ารับการประชุม 3. ประเมินผลงานการวิจัย 4. ประเมินผลการพัฒนานวัตกรรม การบริหารของผู้บริหาร 5. ประเมินผลการพัฒนานวัตกรรม การจัดการเรียนรู้ของครู 6. ประเมินผลการพัฒนานวัตกรรม การเรียนรู้ของผู้เรียน 7. ผลการพัฒนาเครื่องมือวัดและ ประเมินผลของครู 8. รายงานผลการนิเทศติดตามและ เสริมพลังครูและบุคลากรทางการ ศึกษา 42


Click to View FlipBook Version