The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้
วิชากิจกรรมแนะแนว
ก23901
แผนการจัดการเรียนรู้ (ปิยธิดา แสงทอง)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by guide, 2022-09-06 12:46:44

แผนการจัดการเรียนรู้วิชากิจกรรมแนะแนว ก23901

แผนการจัดการเรียนรู้
วิชากิจกรรมแนะแนว
ก23901
แผนการจัดการเรียนรู้ (ปิยธิดา แสงทอง)

แบบทดสอบ โรคซมึ เศรา3 ในวยั ร;นุ





เพ่มิ เตมิ !!!!

แผนการจัดการเรียนรู.ที่ 16

รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว รหสั วิชา ก23901 กลม8ุ กจิ กรรมพฒั นาผเ=ู รยี น
หน8วยการเรยี นรูท= ่ี 3 การปรบั ตัวและอยู8ร8วมกบั ผู=อน่ื อย8างเหมาะสมและมีความสุข เวลา 4 ชั่วโมง
เร่ือง การร=จู กั วธิ ีการสร=างสัมพนั ธภาพท่ีดีกบั บคุ คลรอบข=าง เวลา 1 ช่ัวโมง

ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปท^ ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1/2565
ครูผ=สู อน ครูปยb ธดิ า แสงทอง โรงเรยี นหนองบวั พิทยาคาร
...................................................................................................................................................................................................

1. จดุ ประสงคก- ารเรยี นรู5
- ผู=เรียนมที กั ษะการส่อื สารและสร=างสัมพนั ธภาพ
2. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค-

- ใฝเf รยี นร=ู
3. สมรรถนะสำคัญของผ5เู รยี น
- ความสามารถในการคดิ

- ความสามารถในการใช=ทกั ษะชวี ิต
4. สาระสำคัญ
- ผูเ= รยี นมที ักษะการจดั การกับอารมณขM องตนเอง เหน็ ความ สำคญั และประโยชนขM องการสื่อสารเพอื่

สร=างสัมพนั ธภาพกับผู=อืน่ มภี มู คิ ุม= กันเรื่องเพศ และนำไปใช=ในการดำรงชีวิตอยา8 งเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู5
- การรู=จักวธิ ีการสร=างสัมพันธภาพท่ีดีกบั บุคคลรอบขา= งและเหน็ คณุ ค8าของมิตรภาพ

6. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู5
ขั้นนำ
1. ครเู ล8าถงึ ประสบการณMในวัยเด็กกบั การทำกจิ กรรมดีๆ ทีม่ เี พ่อื นเปนq ส8วนประกอบ แลว= บอกถงึ การ

ใชช= ีวิตทต่ี อ= งพงึ่ พาอาศยั กนั เมือ่ เร่ิมเตบิ โตเปqนผใ=ู หญ8
ข้ันสอน
2. ครอู ธิบายถงึ เหตผุ ลวา8 ทำไมคนทุกคนต=องมเี พอ่ื น ต=องสรา= งสมั พนั ธภาพกับคนรอบข=าง

3. นักเรยี นศกึ ษาใบความรู= เร่อื ง การสื่อสารเพอ่ื สร=างสัมพนั ธภาพ พร=อมอธบิ ายเพิ่มเติมเพ่อื กระตุน= ให=
นักเรยี นเหน็ คุณค8าของมติ รภาพที่แทจ= รงิ
4. นักเรยี นและครรู ว8 มกันอภปิ ราย แลกเปลย่ี นเรยี นรถู= ึงวธิ ีการสรา= งสมั พนั ธภาพที่ดกี ับบุคคลรอบขา= ง

พร=อมตอบคำถามคลายข=อสงสัย
5. ครใู หน= ักเรียนทำสมุดเลม8 เลก็ เรอื่ ง มิตรภาพที่ดี มอี ย8ูรอบกาย

ขนั้ สรุป
6. ครใู ห=ข=อคดิ และแนวปฏบิ ัตติ นในการเปนq เพ่อื นที่ดี เพื่อคงไวซ= ึง่ มติ รภาพทส่ี วยงามในอนาคต

7. สื่อและแหลOงการเรียนรู5
- ใบความรู= เรือ่ ง การสื่อสารเพ่อื สรา= งสัมพันธภาพ

8. ช้ินงานและภาระงาน
- สมดุ เลม8 เลก็ เร่ืองมติ รภาพทีด่ ี มีอยรู8 อบกาย

9. การวดั และการประเมนิ ผล

รายการประเมนิ วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมือท่ใี ช5 เกณฑ-การ
- สมดุ เล8มเลก็ เรื่องมติ รภาพทด่ี ี ประเมนิ
ด5านความรู5 นกั เรียนสามารถคดิ - การตรวจสมุด มีอย8รู อบกาย - ผ8านเกณฑใM น
วิเคราะหM ตดั สินใจแก=ปäญหา และ เลม8 เลก็ ระดบั ดขี ้ึนไป
วางแผนด=านการศึกษา
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นร=ู - ผ8านเกณฑใM น
ด5านคณุ ลักษณะ นักเรียนสามารถ - การสงั เกต - แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ระดบั ดขี น้ึ ไป
1) ใฝเf รยี นร=ู ผ8านเกณฑใM น
ระดบั ดีขึน้ ไป
ด5านสมรรถนะสำคญั นักเรียนมี - การสังเกต
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใช=

ทกั ษะชีวติ

บนั ทึกหลงั แผนการจดั การเรียนรู.

ผลการจดั การเรียนรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปYญหาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ5 เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ5 ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงช่อื ) ………..............………….................….…….. ผู=สอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)

............/..................... /..................

ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนรู5
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบูรณM และถูกตอ= งตามหลักวิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเน=นผู=เรยี นเปนq สำคญั ใช=ส่อื และแหลง8 เรียนรทู= ่ีหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จุดประสงคMและกระบวนการจดั การเรียนร=ูโดยใช=วิธกี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสู8การปฏบิ ตั ิไดส= อดคลอ= งกับหลกั สูตร บริบท สภาพของผ=ูเรียนและชมุ ชน

ลงชื่อ .....................................................
(นายณรงคศM กั ดิ์ บุญพมุ8 )
หวั หน=างานแนะแนว

วนั ที่ ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถ=วน สมบรู ณM และถกู ตอ= งตามหลกั วชิ าการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู น=นผูเ= รียนเปqนสำคัญ
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นรห=ู ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพุทธพิ ิสยั จิตพิสยั ทกั ษะพสิ ัย

ลงช่อื .....................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ)M

หัวหน=างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจัดการเรยี นร=ู เพอื่ นำไปพัฒนางานต8อไป

ลงชอ่ื .....................................................
(นายพฤทธ์ิพล ชารี)

รองผอู= ำนวยการกล8มุ บริหารวิชาการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............

ใบความรูท? ่ี 16

ชีวติ ของมนษุ ยCต้ังแต1ถอื กำเนิดเกดิ มาจนสนิ้ ชีวติ คนทุกคนตา1 งก็มคี วามตอ3 งการที่
คลา3 ยๆกนั นน่ั ก็คอื ตอ3 งการที่ใหม3 ีคนเข3าใจ และเห็นอกเห็นใจ ตอ3 งการความรักจากคนรอบข3าง
หรอื คนท่ีผา1 นเขา3 มาในชีวติ และบุคคลเหลา1 นม้ี กั จะเปน[ ครูที่ดีสำหรบั คุณเสมอ

การมคี วามสัมพนั ธอC ันดกี ับผ3อู ื่นเป[นสงิ่ จำเปน[ ในการมีชวี ิตอยูข1 องมนุษยC พัฒนาการทาง
สังคมและความคิดความเข3าใจของบคุ คล พฒั นาขน้ึ จากการมีสัมพนั ธภาพกับผอ3ู ่นื

ดงั น้ันการเชอ่ื มความสัมพนั ธรC ะหว1างคน 2 คน จงึ ต3องอาศัยความเข3าใจถงึ ปจ( จัยท่ีสำคญั
ท่ีสง1 ผลตอ1 สัมพันธภาพที่มีระหวา1 งกัน เพ่อื บคุ คลทั้งสองฝาe ยจะไดป3 ระสบความสำเรจ็ ในการสร3าง
สมั พันธภาพที่ดตี 1อกัน

การทคี่ ุณมีสัมพนั ธภาพกบั ผูอ3 ่นื นั้นเปน[ การเปดÄ โอกาสให3คณุ ได3สนใจในสงิ่ ใหม1ๆ ได3เรยี นร3ู
เรอ่ื งใหมๆ1 ทอ่ี ยู1ตงั้ แตร1 ะยะใกลต3 วั จนถึงไกลตัว หากคุณได3รบั มิตรภาพตอบแทนกจ็ ะทำให3คุณน้นั
เกิดความม่นั ใจในการสานมติ รภาพตอ1 ไป แตถ1 3าคณุ ได3รบั การเพกิ เฉย ส่ิงท่คี ณุ ควรคิดเปน[ อันดับ
แรกก็คือ คณุ ทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปลา1 ขน้ั ตอ1 มาคอื ปรบั ปรุงพฤตกิ รรมและวธิ ีการสรา3 ง
สัมพันธภาพ โดยการเรียนรแ3ู ละเขา3 ใจผ3ูอื่น แต1การทคี่ ุณมแี นวคิดและทศั นคติที่แตกตา1 งจากผู3อ่ืน
อาจทำให3คณุ รสู3 กึ ไมด1 ี ร3ูสกึ ว1านีม่ ันไม1ใชต1 ัวคุณเลย แตค1 วามแตกต1างเหล1าน้จี ะเป[นสงิ่ ทีท่ ดสอบ
ความสามารถของคณุ ในการพฒั นาขอบเขตสัมพันธภาพได3อย1างเต็มรปู แบบ

ในการสรา= งสัมพนั ธภาพกบั ผู=อ่นื นัน้ ขั้นแรกคุณตอ= งรจู= กั เข=าไปทักทายและพดู คุยกบั คนท่ีเราตอ= งการ
จะสร=างสมั พนั ธภาพ อาจมคี นบางคนทคี่ ณุ ร=สู กึ ถกู ชะตากับเขา คุณชอบเขามากและคณุ พบเหน็ เขาอยบ8ู อ8 ยๆ
และคุณกอ็ ยากรู=จกั เขา แต8ถา= คุณไม8เคยที่จะเขา= ไปพดู คยุ หรือทกั ทายเขา เชอื่ ไดเ= ลยว8า สัมพนั ธภาพระหว8างคุณ
กบั เขา จะไมม8 ที างเกิดขน้ึ ไดอ= ยา8 งแนน8 อน เพ่ือนท่ีถกู ใจของคนสว8 นใหญม8 ักจะมาจากเพอื่ นร8วมช้ันเรียน เพ่ือน
ที่มีกิจกรรมรว8 มกนั เพอื่ นที่ทำงานรว8 มกนั เพ่อื นที่เล8นกฬี ารว8 มกนั แลว= วันหน่ึงคณุ จะพบว8า หน่ึงคนในน้ันทค่ี ณุ
มโี อกาสสร=างมิตรภาพที่ดแี กเ8 ขา

คนท่ีมคี วามสนใจในเร่อื งเดยี วกัน มักจะมีเรอ่ื งท่จี ะคุยกันไดง= 8ายดาย มคี วามสขุ ในขณะทีพ่ ูดถงึ
ส่ิงทีต่ นชอบ หรือมีประสบการณM จะทำให=ทราบถงึ ความสนใจในเร่อื งตา8 งๆ ของแตล8 ะฝาf ยไดเ= ปqนอย8างดี
และงา8 ยที่จะเรยี นรูซ= ่ึงกันและกนั เพราะท้ังสองฝfายมบี ทสนทนาท่สี ามารถแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ และเปbด
โอกาสให=คนทัง้ คู8ร=ูจักกนั แลกเปลยี่ นทัศนคตใิ นการใช=ชวี ิตซง่ึ กนั และกนั มากยง่ิ ขนึ้

กบั คนทคี่ ุณชอบและคณุ กส็ ามารถอยกู8 บั เขาหรือสนทนากบั เขาอยา8 งมคี วามสขุ คุณต=องการแบ8งปäน
ทศั นคติและความเชือ่ ของคณุ ใหเ= ขารบั ร=ู แมว= า8 การพดู คยุ นนั้ จะมีความคิดเห็นท่ีขดั แยง= กนั บ=างกต็ าม
แต8ความใกล=ชดิ ระหว8างมิตรภาพจะทำใหค= ณุ กบั เขาได=แลกเปลีย่ นมมุ มองแนวคดิ ทีน่ ำมากล8าวอา= ง ซึง่ จะทำให=
ความคดิ เห็นตา8 งๆ ของคุณท้ังสองคล=ายกนั และเปqนไปในแนวทางเดียวกนั มคี วามเชอื่ ว8าคนทีม่ แี นวคิดในการ
ดำเนินชวี ิตทค่ี ล=ายคลึงกันมกั จะเปqนมิตรที่ดีตอ8 กนั แตค8 นสว8 นใหญ8ก็จะร=สู กึ สบายอกสบายใจ ท่ไี ด=อย8ูรว8 มกบั คน
ที่ใหก= ารสนับสนนุ แนวคิดของตนเอง

การใส8ใจในคนอ่ืนคือ มคี วามต=องการที่จะรู=วา8 ตอนน้มี ีอะไรเกดิ ขนึ้ กบั เขาบ=าง สนใจในความคดิ และ
ความรูส= กึ อืน่ ๆของเขา รับร=คู วามล=มเหลวและความสำเรจ็ ในชวี ติ เขา แน8นอนคนทุกคนย8อมชอบคนทีใ่ หค= วาม
สนใจในเร่ืองราวของเขาอยา8 งจรงิ ใจ แต8ในทางตรงกนั ข=ามทุกคนจะไม8อยากคบกบั คนที่สนใจแตเ8 รอื่ งของตัวเอง
ร=จู ักวิธกี ารปลอบใจ ใหก= ำลงั ใจ และตักเตือน ให=ขอ= คิดแก8เขาเมอ่ื เขาหลงผิดดว= ยความจริงใจ แมเ= ขาจะไม8
ยอมรับและปฏบิ ัติตาม ใหเ= กยี รติในการตดั สนิ ใจในเรอ่ื งทเ่ี ขากำลังเผชิญอย8อู ย8างเข=าใจ

มนษุ ยตM =องรจ=ู กั นบั ถือตนเอง แตก8 8อนทค่ี ุณจะรจู= กั และนับถือตนเอง คณุ กต็ อ= งร=ูจักและนบั ถือผ=อู ่ืนกอ8 น
คุณน้ันจะเรยี นร=กู ารนับถอื ตัวเองได=จากการท่มี ใี ครบอกคุณวา8 "ผมแอบมองและชน่ื ชมความสามารถของคณุ อย8ู
และขอให=คณุ เปqนอย8างนีต้ ลอดไป" เพยี งคำพูดประโยคเดียวกอ็ าจทำให=คุณมองเห็นส่ิงท่มี คี า8 ท่สี ุดในตัวคณุ และ
คุณจะรูไ= ด=อีกวา8 พวกเขาต=องการอะไรจากคุณและเพือ่ นกเ็ ปqนตัวกระตุ=นใหค= ณุ ได=พัฒนาความสามารถของคณุ
เพ่ือใหเ= พือ่ นๆและคนรอบข=างยอมรบั ในตัวคณุ

การที่จะอยูร8 ว8 มสังคมกับผูอ= นื่ อยา8 งมคี วามสขุ นน้ั คุณจำเปqนต=องให=เขาไวว= างใจในตัวคณุ ดว= ย
เชน8 เรอ่ื งการรักษาสัญญา การตรงตอ8 เวลา การรกั ษาคำพดู เช8นเดียวกับท่ีใครสกั คนสญั ญาอะไรกับคณุ ไว=แต8เขา
กลบั ไม8ทำตามทสี่ ญั ญา คณุ จะคดิ กบั เขาอย8างไรซ่ึงแน8นอนคุณจะตอ= งเกดิ ความลงั เลในตัวเขา และไม8แนใ8 จว8า
หากเขาสญั ญาอะไรกบั คณุ อกี คุณจะเชอ่ื เขาได=หรอื เปลา8 ความไว=วางใจในหลายๆเรอ่ื ง เชน8 คณุ หวังว8าเพอื่ น
ของคณุ จะคนื เงนิ ทย่ี ืมคุณไป เพือ่ นจะมาตามเวลาทค่ี ุณนดั ไว= เพ่อื นจะรกั ษาสญั ญาท่ีใหไ= ว=กบั คณุ เพอ่ื นตอ= ง
คอยเปนq กำลังใจให=คุณในยามทคี่ ณุ ทุกขMทอ= ใจ แตใ8 ครก็ตามทีไ่ ม8ไดร= ับความไวว= างใจก็ยากนกั ทใ่ี ครตอ8 ใครจะคบ
หาเปนq เพอ่ื นสนิทหรอื เพอ่ื นทรี่ ใู= จ

สมั พนั ธภาพท่ีดีระหว8างคนสองคนน้ันควรมีชอ8 งวา8 สำหรบั ความบกพร8อง ความผิดพลาด และความ
แตกต8างไว=ดว= ย ความยดื หยุน8 เปนq การยอมรบั และการปรบั ตัวให=เข=ากบั ผ=ูอ่นื คนทมี่ คี วามยืดหย8นุ ก=จะเปqนคนท่มี ี
ความสขุ แมจ= ะอย8ูกบั คนที่มีความคิดเห็นตา8 งกนั หรือมกี ารดำเนนิ ชวี ิตท่แี ตกตา8 งกนั โดยไม8มคี วามกดดนั หรือตอ= ง
ทำตวั เลียนแบบเพ่ือนเพ่ือท่ีจะใหเ= ข=ากนั ได=
คนที่ไมม8 ีความมนั่ คงในตวั เอง เขาไม8สามารถยอมรับเพื่อนหรอื คนอ่นื ทแ่ี ตกตา8 งจากเขาได= การพฒั นา
ความสามารถในการยอมรับและปรับตัวเข=ากบั เพ่อื นทมี่ หี ลายส่งิ หลายอย8างท่ตี า8 งจากคุณด=วยความเหมาะสม
น่ันเปนq ความท=าทายสำหรับคุณทจ่ี ะ เพ่มิ เตมิ ความเชือ่ ม่ันในเอกลกั ษณM และความเปนq ตัวคุณเองมากขึ้น

สัมพันธภาพทด่ี ีที่สดุ คอื การไดม= สี 8วนรว8 มและแบ8งปนä ในเร่ืองราวตา8 งๆ ไม8วา8 จะเปนq ประสบการณM
ความคดิ ความรสู= กึ คุณตอ= งร=ูจกั ทจ่ี ะรับฟäงเพอ่ื นของคณุ เล8าถึงสิ่งท่เี ขาหวังและสิ่งทีไ่ มส8 มหวงั ความทุกขใM จของ
เขา คนส8วนใหญ8มกั จะลงั เลทจี่ ะมสี ว8 นแบ8งปนä เพราะกลวั ว8าจะถกู ปฏเิ สธกลับมา แตท8 วา8 ความสมั พนั ธMแนน8
แฟáนระหวา8 งเพือ่ นจากทัง้ สองฝาf ยทม่ี สี 8วนรว8 มในการใช=ชวี ิตของกนั และกัน เปนq เรือ่ งยากนักทจ่ี ะเกิดการ
แบง8 ปäนทางดา= นความคิด หรือความรู=สึกดๆี ระหวา8 งเพื่อน เชน8 ความรกั ความชอบอาจไม8แสดงออกมาตรงๆ
แต8จะเปนq การแสดงออกมาโดยทางออ= ม อย8างเชน8 การพูดจาหยอกลอ= การล=อเลียน การแสดงความเปqนหว8 ง
เปqนใยมากเปนq พิเศษ

ความเหน็ อกเห็นใจ คอื ความสามารถทคี่ ณุ ใสค8 วามรู=สึกของตัวคุณลงไปในความรส=ู ึกของบุคคลอื่น
การจะเข=าใจความรส=ู ึกนกึ คิด และพฤติกรรมของผูอ= ื่นได=นั้นต=องมาจากความใกลช= ิด คณุ สามารถท่ีจะแสดง
ความเหน็ อกเหน็ ใจกบั ทุกคนได= แมว= า8 การแสดงความเห็นใจกบั คนท่คี ุณชอบจะเปนq การง8ายกวา8 แตก8 ม็ คี วาม
จำเปนq อยา8 งมากทค่ี ุณจะแสดงความเหน็ ใจกับคนที่แตกต8างจากคณุ ดว= ย อย8างเช8นคุณเปนq คนท่ีกระฉบั กระเฉง
วอ8 งไว มน่ั ใจในตัวเอง คุณคงจะลำบากใจไม8ใชน8 =อยทจ่ี ะต=องแสดงความเห็นอกเห็นใจกับคนที่ เชื่องช=า เขนิ อาย
และไมม8 ีความม่ันใจในตวั เอง

คนสว8 นมากมกั ชอบคนทีม่ อี ะไรคลา= ยๆ กัน แต8คนเราก็ต=องมแี นวคิด พฤตกิ รรม และอารมณทM แ่ี ตกต8าง
กัน และคณุ ก็ควรท่ีจะต=องรู=ด=วยวา8 คุณควรจะมีปฏิกิริยาตอบสนองตอ8 เพอ่ื นหรือคนอื่นอยา8 งไร

สมุดเลม+ เล็ก เรอ่ื ง มติ รภาพทด่ี ี มอี ยรู+ อบกาย

ปกหน.า – แนะนำตนเอง

รายละเอียดในเลมP
1. นกั เรียนบอกถงึ วิธกี ารสรา3 งสัมพันธภาพทด่ี ตี 1อผ3ูอืน่ ในแบบฉบบั ของตนเอง
2. นกั เรียนบอก ชื่อ-สกุล รายละเอียด ส่ิงทด่ี ีของเพอื่ นท่ีมตี 1อตนเอง พรอ3 มตดิ รูป
3. นักเรยี นบอกถงึ แนวคิด/ข3อดี ของการมเี พอื่ นและการสร3างสัมพนั ธภาพ

พร3อมยกตวั อยา1 งเหตกุ ารณCทเ่ี กิดข้นึ จรงิ ในชวี ิตของตนเอง

แผนการจัดการเรียนรู.ที่ 17

รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว รหสั วิชา ก23901 กลม8ุ กจิ กรรมพฒั นาผ=เู รยี น
หน8วยการเรยี นรท=ู ี่ 3 การปรบั ตัวและอย8รู 8วมกบั ผ=ูอ่นื อยา8 งเหมาะสมและมคี วามสุข เวลา 4 ชวั่ โมง
เรอื่ ง การเรยี นรู=เพศวิถี และผลกระทบของการมเี พศสมั พนั ธกM อ8 นวยั อันควร เวลา 1 ชว่ั โมง

ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปท^ ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ครผู ู=สอน ครปู bยธิดา แสงทอง โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร
...................................................................................................................................................................................................

1. จุดประสงคก- ารเรียนรู5
- ผู=เรยี นมีทกั ษะการปฏบิ ัตติ นอย8างเหมาะสมและปลอดภยั ในเรือ่ งเพศ
2. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค-

- ใฝfเรียนรู=
3. สมรรถนะสำคญั ของผ5ูเรียน
- ความสามารถในการคิด

- ความสามารถในการใชท= กั ษะชวี ติ
4. สาระสำคัญ
- ผ=เู รยี นมีทักษะการจัดการกบั อารมณขM องตนเอง เหน็ ความ สำคญั และประโยชนMของการสือ่ สารเพ่ือ

สรา= งสัมพนั ธภาพกับผอู= ่นื มภี ูมิคมุ= กนั เรือ่ งเพศ และนำไปใช=ในการดำรงชวี ติ อยา8 งเหมาะสม
5. สาระการเรยี นร5ู
- การเรยี นรูข= อ= มูลที่ถกู ต=องในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตทางเพศของตนเอง การคมุ กำเนิด

โรคตดิ ตอ8 ทางเพศสมั พันธM
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู5
ขนั้ นำ

1. ครูให=นกั เรยี นสำรวจตนเองว8าตนถงึ การเปลยี่ นแปลงของตนเองในการยา8 งเขา= สู8วยั รุน8 และ
ยกตัวอย8างความเข=าใจทีผ่ ดิ ๆ ในเรือ่ งเพศ เชน8 การกินยาคมุ การหลง่ั นอกแลว= ปลอดภัย ฯลฯ ทสี่ ง8 ผลกระทบ
โดยตรงกับวัยรนุ8

ขัน้ สอน
2. ครูอธิบายถงึ การเปลีย่ นแปลงของวัยรนุ8 ว8าเปqนปจä จัยทางธรรมชาตทิ ่ีเกดิ ข้นึ กบั ทกุ คน พร=อมให=
นักเรียนดูวดิ ที ัศนM เร่ือง เพศศึกษาน8ารู(= พัฒนาการทางเพศ/การคุมกำเนิด/โรคติต8อทางเพศสัมพนั ธ)M

3. ครูใหน= กั เรียนศึกษาข=อมูลเพม่ิ เติมจากใบความรู= เร่อื ง เปbดพน้ื ทว่ี ัยใส เขา= ใจเรือ่ งเพศ และขอ= มูลดๆี
จากwww.lovecarestation.com เรอื่ งปäญหาวัยรนุ8 /ปรกึ ษาออนไลนM
4. นกั เรยี นทำใบงาน เรอ่ื ง “ฉนั เปนq วยั ร8นุ ” โดยสำรวจและวเิ คราะหMตนเอง 360 องศา

ข้ันสรปุ
5. ครอู ภิปรายเพิ่มเตมิ ตอบคำถามทน่ี กั เรยี นสงสยั ในเร่ืองต8างๆ พรอ= มแนะแนวทางการเปqนวยั รุน8

ท่ีสมบรู ณแM บบและมีคุณภาพ พรอ= มสรา= งแรงจงู ใจในการรจ=ู ักรกั อย8างใหเ= กียรติ และไม8บูลลเี่ หยยี ดเพศที่ 3
7. สอื่ และแหลงO การเรยี นรู5

- วดิ ที ศั นM เรื่อง เพศศึกษาน8ารู=(พัฒนาการทางเพศ/การคมุ กำเนิด/โรคติต8อทางเพศสมั พันธM)
- ใบความรู= เรือ่ ง เปbดพ้ืนทว่ี ัยใส เข=าใจเรือ่ งเพศ
- ขอ= มูลดีๆ เรอื่ ง ปäญหาวยั รน8ุ /ปรกึ ษาออนไลนM www.lovecarestation.com
8. ชนิ้ งานและภาระงาน
- ใบงาน เรือ่ ง “ฉันเปนq วยั ร8ุน”
9. การวดั และการประเมินผล

รายการประเมิน วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื ทีใ่ ช5 เกณฑก- าร
- ใบงาน เรอ่ื ง “ฉนั เปนq วัยรน8ุ ” ประเมิน
ด5านความร5ู นกั เรยี นสามารถคดิ - การตรวจใบงาน - ผา8 นเกณฑMใน
วเิ คราะหM ตดั สนิ ใจแก=ปญä หา และ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร=ู ระดับดขี ึ้นไป
วางแผนดา= นการศึกษา
ด5านคณุ ลกั ษณะ นักเรยี นสามารถ - การสงั เกต - ผา8 นเกณฑใM น
1) ใฝfเรยี นรู= ระดบั ดขี น้ึ ไป

ดา5 นสมรรถนะสำคญั นักเรยี นมี - การสังเกต - แบบประเมินสมรรถนะสำคัญ ผ8านเกณฑใM น
1) ความสามารถในการคิด ระดบั ดีข้ึนไป
2) ความสามารถในการใช=

ทักษะชีวิต

บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู.

ผลการจดั การเรยี นรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปญY หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ5 เสนอแนะ/วธิ ีการแก5ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชื่อ) ………..............………….................….…….. ผ=ูสอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)

............/..................... /..................

ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนรู5
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบูรณM และถูกตอ= งตามหลักวชิ าการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเน=นผู=เรยี นเปนq สำคญั ใช=ส่อื และแหลง8 เรียนร=ูท่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จุดประสงคMและกระบวนการจดั การเรยี นร=โู ดยใชว= ธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสู8การปฏบิ ตั ิไดส= อดคล=องกับหลกั สตู ร บรบิ ท สภาพของผ=ูเรยี นและชมุ ชน

ลงชื่อ .....................................................
(นายณรงคศM ักด์ิ บญุ พุม8 )
หัวหน=างานแนะแนว

วันท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถ=วน สมบรู ณM และถกู ตอ= งตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู น=นผูเ= รียนเปqนสำคัญ
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นรห=ู ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพุทธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพสิ ัย

ลงช่อื .....................................................
(นางสาวจันทริ า แวงวงษ)M

หัวหน=างานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจัดการเรยี นร=ู เพอื่ นำไปพฒั นางานตอ8 ไป

ลงชอ่ื .....................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)

รองผอ=ู ำนวยการกลมุ8 บรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............

www.lovecarestation.com

เวป็ ไซตG รวบรวมปIญหา และใหค1 ำปรึกษาวยั ร:นุ ออนไลนG

ชว8 งเวลาการเข=าสู8วยั รุน8 (adolescent) ร8างกายมกี ารเปลย่ี นแปลงต8างๆ ที่เปนq สัญญาณทีม่ องเห็นได=
และมคี วามสำคัญ บางคร้งั อาจเรยี กวา8 เปqนชว8 งวยั เจรญิ พนั ธุหM รอื วยั หน8ุมสาว (puberty)

ทั้งนยี้ ังไม8ทราบสาเหตุชดั เจนวา8 อะไรเปนq ตวั กระตนุ= ทำให=เข=าสูว8 ยั ร8ุน โดยท่ัวไปเดก็ หญิงจะเริ่มเข=าสู8วยั
สาวเร็วกว8าเดก็ ชาวเข=าส8วู ัยหนมุ8 ปจä จบุ นั พบว8าเด็กหญงิ เริ่มมกี ารพัฒนาเข=าสช8ู 8วงนตี้ งั้ แต8อายุเฉลี่ย 9.3-9.9 ป^
และเพศชายเรม่ิ เม่อื อายเุ ฉลยี่ 10.6-10.8 ป^ โดยการเปลี่ยนแปลงตา8 งๆ มกี ารเปลีย่ นแปลงต8างๆ ท่ีสังเกตเห็น
ได=ในชว8 ง Puberty ดงั นี้

ü การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการทางร1างกาย (Physical growth and development)

ในช8วงวัยรุ8นมีการเจริญเตบิ โตทางร8างกายอนั เปนq ผลจากฮอรโM มนต8างๆโดยชว8 ง growth spurt พบวา8
เปqนช8วงทวี่ ัยรน8ุ มกี ารเพ่มิ ของสว8 นสูงมากทสี่ ุดในช8วงชีวติ โดยพบวา8 ความสูงท่เี พิ่มในชว8 งนค้ี ิดเปqน ร=อยละ
20 -25 ในส8วนสูงในช8วงวยั ผู=ใหญ8 โดยเพศหญิงเริม่ ทีอ่ ายุ 9 ป^ และเพศชายทอ่ี ายุ 11 ปโ^ ดยประมาณ สุดทา= ย
เพศชายจะสงู กวา8 หญงิ โดยประมาณ 12-13 เซนติเมตร เน่อื งจากการปดb ของกระดกู ชา= กวา8 เพศหญิง
2 ป^ อันเปนq ผลจากฮอรMโมนเพศ รวมไปถงึ การเปลย่ี นแปลงอืน่ ๆ ของร8างกาย เชน8 สดั สว8 นของร8างกายซง่ึ มีมวล
กล=ามเน้ือในสดั ส8วนทีม่ ากขึ้นในเพศชายและลดลงในเพศหญงิ การเพม่ิ ขึน้ ของมวลรวมถงึ การเจริญของกระดกู
ซึ่งทำให=ไหล8กวา= งข้ึนในเพศชายหรอื สะโพกผายเด8นขึน้ ในเพศหญงิ

ü การพัฒนาด3านเพศ (sexual development)

1. เพศหญงิ เริม่ คลำได=กอ= นเตา= นมใตล= านนม มขี นหัวหน8าว
และมีการพัฒนาจนคล=ายคลึงกบั วัยผูใ= หญ8 โดยมีเตา= นมเจริญเตม็ ท่ี
รปู ร8างหนา= อกเหมอื นกบั ผ=ูใหญ8 และมขี นหัวหนา8 วกระจายตวั เปqนรูป
สามเหลี่ยมคว่ำ และเรมิ่ มปี ระจำเดอื นเฉล่ยี อายุ 11.2-12.4 ป^ โดย
การตงั้ ครรภMมกั เกิดขึ้นในช8วง 1-2 ป^หลังมปี ระจำเดือน เน่อื งจากใน
ชว8 งแรกยงั ไม8มกี ารตกไข8

2. เพศชาย สามารถประเมนิ การเปลยี่ นแปลงทาง
เพศโดยอาศัยลกั ษณะอวยั วะเพศ โดยเร่ิมมีการเพ่มิ ปรมิ าตร
ของอัณฑะโดยมปี ระมาตรตง้ั แต8 4 มิลลลิ ติ รข้ึนไปและถุง
อัณฑะมีลักษณะบางลง รอยย8นชดั เจนขึ้น จนกระทง่ั มกี าร
พฒั นาขนาดและรูปรา8 ง ท่ีมคี วามหยิกเหมือนลักษณะใน
ผ=ใู หญเ8 พศชาย (Tanner stage V)

ü การเปลย่ี นแปลงด3านสงั คมจติ วทิ ยา

(Psychosocial development)

นอกจากการเปลย่ี นแปลงดา= นรา8 งกายแลว= วยั ร8ุนยงั
มพี ัฒนาการดา= นการเปลย่ี นแปลงด=านจติ ใจ อารมณMและการ
รับร=ู แต8การเปล่ยี นแปลงน้ีอาจมีลักษณะทีไ่ ม8สอดคล=องกบั
การเปลีย่ นแปลงอันรวดเรว็ ทางด=านร8างกาย โดยการเขา= ส8วู ัยรน8ุ ในปจä จุบนั เร็วกว8าในอดตี การพัฒนาทางด=าน
ร8างกายเทียบเท8ากับวยั ผใ=ู หญจ8 งึ มคี วามสมบรู ณเM รว็ ข้ึน หากแต8การพัฒนาดา= นความคดิ และเหตุผลยังตอ= งใช=
เวลาซง่ึ มักจะสมบรู ณใM นวยั ผ=ใู หญ8 หรือในวัยรุน8 ชว8 ยปลาย (อายุ 18-21 ป)^ ทำให=เกิดความสบั สน ขาดความ
เช่ือม่นั และขาดประสบการณM สง8 ผลให=การกระทำหรอื พฤตกิ รรมของวัยรน8ุ มลี กั ษณะไม8เหมาะสมไดบ= 8อย ชว8 ง
วยั รุ8นจงึ เปนq ช8วงวยั สำคญั ท่อี าจเกดิ ปญä หาในดา= นจิตสังคมได=มากกวา8 ช8วงอายอุ ่นื ๆ วัยรน8ุ ตอนต=นเปqนช8วงท่ี
วัยรุ8นใหค= วามสนใจหรอื หมกมนุ8 เร่ืองเพศมากขึน้ โดยวัยรนุ8 มักเปรียบเทียบการเปลีย่ นแปลงที่เกิดขึน้ ของตนเอง
กับเพื่อนในวยั เดียวกนั รวมถึงการมจี ินตนาการเรื่องความรักและการรว8 มเพศ ในเพศชายอาจเรม่ิ มกี ารฝนä เปย^ ก
โดยเหตกุ ารณMดังกลา8 วอาจทำให=วยั รน8ุ เกิดความรู=สกึ ผิดตอ8 ตนเอง เร่ิมมีความสนใจเพศตรงข=ามแบบผิวเผิน เชน8
การพดู คุยกนั ทางโทรศพั ทM แชท ไลนM เปqนตน=
ในช8วงวยั รน8ุ ตอนลางกลางความสมั พันธMดังกล8าวจะมคี วามซับซอ= นมากขน้ึ อาจเรมิ่ มีแฟนหรอื เร่มิ ทำ
กิจกรรมรว8 มกัน หากแตพ8 ฤติกรรมทางเพศสว8 นใหญ8มกั มลี ักษณะทีเ่ กดิ จากความสนใจเพศตรงขา= ม มากกวา8
ทีจ่ ะเปนq ความร=ูสึกที่ลกึ ซ้งึ และการมเี พศสมั พนั ธM ในชว8 งวัยนีว้ ยั รุน8 จะเริ่มทำความเขา= ใจรสนิยมทางเพศของ
ตนเอง โดยวัยรุ8นบางกลมุ8 อาจมีความสับสนและยงั ไมต8 ัดสนิ ใจ
เมอื่ เขา= ส8วู ยั รน8ุ ตอนปลาย วัยรนุ8 จะเรมิ่ มีเอกลกั ษณหM รอื อัตลกั ษณขM องตนเอง เร่ิมมน่ั คงกบั การ
เปล่ยี นแปลงทางเพศมากขึน้ เริ่มคบกับเพอ่ื นตา8 งเพศอย8างชดั เจนขนึ้ รูส= กึ ถงึ ความผกู พนั และความรกั
เชิงลึกซงึ้ มากขนึ้ อยา8 งไรก็ตามวัยร8นุ ในช8วงน้ยี งั มเี หมือนวัยผใ=ู หญ8 การให=คำแนะนำจากผใ=ู หญ8หรอื แพทยใM นชว8 ง
วยั นี้ยังมคี วามสำคญั ตอ8 วัยร8นุ เพ่ือใหผ= 8านชว8 งวัยรุ8นไปอยา8 งเหมาะสม



อตั ราการตง้ั ครรภแM ละการแทง= ในวยั รุ8นในหลายประเทศมีอัตราสว8 นสงู กว8าประเทศอตุ สาหกรรมอ่ืนๆ
เน่ืองจากการใชว= ธิ กี ารคมุ กำเนิดท่ีไมต8 อ8 เนื่อง, ไมเ8 หมาะสม หรอื ไม8ไดค= มุ กำเนิด ขอ= มูลระดบั ชาติ พบว8า การใช=
ถงุ ยางอนามยั เปqนวธิ ีคมุ กำเนิดท่ีใชม= ากที่สดุ ในวัยรุ8น เนื่องจากสามารถปอá งกนั การติดเชอ้ื เอชไอวไี ด= อัตราส8วน
การใช=วิธีคุมกำเนดิ มดี ังน้ี

• ถุงยางอนามัย 95%

• การหลั่งภายนอก 58%

• ยาเมด็ คุมกำเนิด 55%

• ยาฉีดคมุ กำเนดิ 17%
นอกจากน้ี ในวยั รน8ุ พบว8ามีการใชก= ารคมุ กำเนดิ ฉกุ เฉิน 17%, แผน8 แปะคุมกำเนิด 13%, การใสห8 ว8 ง
ในช8องคลอด (Vaginal ring) 7% การวางแผนเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธMและการคุมกำเนิดของวัยรุ8นตอนต=น
เปqนเรื่องยาก ถ=าไม8มีผู=ใหญ8คอยช8วยดูแลให=คำแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับวัยรุ8นตอนปลายจะสามารถวางแผน
ในการคมุ กำเนดิ และมีการตัดสนิ ใจทีด่ กี วา8

วิธีการคมุ กำเนดิ

1. ยาเม็ดคมุ กำเนิด (Oral contraceptives)
วัยรุ8นจำนวน 33% จะลืมทานยาภายในช8วงเวลา 3 เดือน วัยรุ8นควรได=รับคำแนะนําในการทานยา
คุมกำเนิดทั้งทางการพูดคุยและการเขียนคำแนะนำ การสาธิตด=วยแผงยาจริงหรือแผงยาตัวอย8างจะช8วยให=มี
ความเขา= ใจในการทานยาเพ่ิมมากขนึ้
สิ่งที่วัยรุ8นควรท8องจำให=ขึ้นใจ ได=แก8 1.จะเริ่มทานยาเมื่อใด 2.ทานยาทุกวัน เวลาเดิม และช8วยให=จำได=
ง8ายขึ้นหากทานยาพร=อมๆกับกิจวัตรที่ต=องทำทุกๆวันเช8นการแปรงฟäน 3.ติดต8อคลินิกหากมีข=อสงสัยเกี่ยวกับ
การคุมกำเนดิ
ยาเม็ดคุมกำเนิดสามารถเริ่มยาได=ทุกเวลา ในวัยรุ8นมักจะให=เริ่มยาเม็ดแรก ในวันแรกที่ประจำเดือน
ครั้งถัดไปเริ่มมา หรือเริ่มยาในวันอาทิตยM หลังจากที่เริ่มมีประจำเดือน (Sunday start method) เนื่องจาก
ตอ= งการให=แนใ8 จจริงๆ วา8 ไม8ได=มีการตั้งครรภMเกิดข้ึน

2. การทานยาเม็ดคมุ กำเนิดตOอเน่ือง (Extended-cycle or continuous pill use)
จดุ ประสงคMของการคมุ กำเนดิ ชนิดนี้เกิดจากความตอ= งการที่จะเลอื่ นชว8 งการมปี ระจำเดอื นออกไป
ในกลุ8มนกั กฬี าท่อี ยูใ8 นชว8 งการแข8งขนั , วัยร8นุ ทีต่ =องเข=าแคมปฤï ดูรอ= น หรอื ในกลมุ8 ที่ไมส8 ะดวกในการท่จี ะต=องมี
ประจำเดอื นทกุ เดอื น วิธีนี้จะทานยาต8อเน่ือง 84 วัน และมีเวน= ช8วง 1 สปั ดาหMท่ีไมต8 อ= งทานยาเพอ่ื ให=
ประจำเดอื นมา ช8วยเพ่มิ การทานยาท่ตี อ8 เนอ่ื ง
ปจä จุบนั ยาคุมกำเนดิ ชนิดท่ีทำให=ประจำเดอื นมาปล^ ะครั้ง ได=รบั การรบั รองแลว= จาก องคMการอาหารและ
ยาของสหรฐั อเมริกา (FDA) ประกอบดว= ย Levonorgestrel 90 mcg. และ Ethinyl estradiol 20 mcg. จาก
การศึกษาการใช=ยาคุมกำเนดิ แบบรายปด^ ังกลา8 วในกลุม8 ผ=ูใหญ8 พบว8าหน่ึงในสอง ถงึ สองในสาม มอี ัตราการ
ลดลงของการเกิดเลอื ดออกกะปริบกะปรอย (Breakthrough Spotting or Bleeding) ในช8วง 2 เดือนหลงั
เมอ่ื เปรียบเทยี บกับช8วงเดอื นแรก
การใชย= าคุมกำเนดิ ชนิดน้ีทำใหเ= กดิ เลือดออกกะปรบิ กะปรอยไดใ= นชว8 งเดือนแรก ทำใหก= ารใชย= าอยา8 ง
ตอ8 เนื่องลดลง แต8การใชย= าคมุ กำเนิดชนดิ น้ชี 8วยใหอ= าการปวดศรี ษะและการปวดประจำเดอื นดีข้นึ
3. ยาฉดี คุมกำเนดิ (DMPA)
เรม่ิ ฉีดคร้ังแรกในช8วงท่ีมปี ระจำเดอื นเพื่อใหแ= นใ8 จว8าไม8ได=ต้ังครรภM และนัดวนั ฉดี ครั้งตอ8 ไปเพื่อความ
ต8อเน่ืองของการคุมกำเนิด แพทยMควรอธบิ ายให=ทราบวา8 ควรปฏิบตั ิอย8างไรเมอ่ื ฉีดยาคมุ กำเนิดเกนิ กำหนด ยา
ฉดี คมุ กำเนิดมีผลตอ8 การเพม่ิ ขึน้ ของนำ้ หนักไดเ= มอ่ื เทียบกบั วัยรนุ8 ทั้งไป แต8กม็ ปี จä จยั อนื่ ๆอกี หลายปจä จัยทมี่ ผี ล
ตอ8 น้ำหนักของวยั รน8ุ จงึ จำเปqนต=องอธบิ ายใหว= ัยรน8ุ เข=าใจ
4. แผOนแปะคมุ กำเนิด (Transdermal patch)
การท่ตี อ= งเปล่ียนแผน8 แปะคุมกำเนิดทกุ สปั ดาหM และการลอกหลุดของแผน8 แปะคมุ กำเนิด ทำให=ความ
ต8อเนอื่ งของการคุมกำเนดิ ด=วยวิธนี ้ลี ดลง
5. การใสหO OวงในชอO งคลอด (Vaginal ring)
การใส8ห8วงในชอ8 งคลอดจำเปqนทีจ่ ะต=องเปลย่ี นทุก 3 สัปดาหM และเพ่ือประสิทธิภาพสูงสดุ ในการ
คมุ กำเนดิ ไม8ควรเอาหว8 งออกจากช8องคลอดมากกว8า 3 ช่วั โมงในชว8 ง 3 สปั ดาหM ดงั นัน้ วัยรุ8นทร่ี =ูสึกวา8 การใส8หว8 ง
ในช8องคลอดไม8สะอาดและตอ= งการลา= งทำความสะอาดบอ8 ยๆ จะลดประสทิ ธิภาพในการคมุ กำเนดิ และทำให=
เกดิ เลอื ดออกกะปรบิ กะปรอยทางชอ8 งคลอดได=
6. ถุงยางอนามัย (Condoms)
การใช=ถุงยางอนามยั มีขอ= ดี คือ สามารถปáองกนั การตดิ เชอ้ื ทางเพศสมั พันธMได= แตม8 ีโอกาสการต้ังครรภM
สูงจากการใช=ไมต8 8อเนื่องในวัยร8นุ ท่ีต=องการคมุ กำเนดิ ดว= ยวธิ นี ค้ี วรจะได=รับถุงยางอนามัยกลบั ไปด=วยเพื่อเปนq การ
สนบั สนุนให=ใช=วิธนี อี้ ย8างตอ8 เน่ือง
7. ยาฝงY คุมกำเนิด (Etonogestrel implant)
เปqนการคมุ กำเนดิ ระยะยาวอยา8 งต8อเนื่อง ประสิทธภิ าพในการคมุ กำเนดิ อยท8ู ่ี 24 ชวั่ โมงหลงั จากฝงä ยา
คุมกำเนิด และสามารถตัง้ ครรภไM ดใ= นระยะเวลาไมน8 านหลงั จากเอายาฝงä คมุ กำเนิดออก

ยาฝงä คุมกำเนดิ ทำใหเ= กดิ เลือดออกกะปริบกะปรอยใน 3 เดือนแรก หลงั จากนนั้ ทำให=ไมม8 ปี ระจำเดอื น
การทีม่ เี ลือดออกกะปริบกะปรอยทำใหค= วามตอ8 เนอ่ื งในการคมุ กำเนดิ ดว= ยวิธนี ้ีลดลง การทีม่ เี ลือดออกกะปรบิ
กะปรอยสามารถรกั ษาไดด= =วยการใช= NSAIDs ร8วมกบั การทานยาเม็ดคมุ กำเนดิ ชนดิ ฮอรMโมนรวมเปนq ช8วงส้ันๆ

การคุมกำเนิดด=วยวีนม้ี ีข=อดีในเรอ่ื งของการปอá งกันภาวะซีด(การไม8มปี ระจำเดือน), ช8วยลดอาการปวด
ทอ= งประจำเดือน แตผ8 ลต8อมวลกระดูกไม8แตกต8างกันเมอ่ื เทยี บกบั การใส8ห8วงคุมกำเนิดหลังจากใชไ= ปเปนq
ระยะเวลา 2 ป^ ยาฝäงคุมกำเนิดไม8มีผลต8อการเพ่ิมขึน้ ของนำ้ หนักหรอื มผี ลเพียงเลก็ น=อย

8. การใสOหวO งคมุ กำเนดิ (Intrauterine device)
ชนดิ ที่มีฮอรโM มนโปรเจสเตอโรนและชนดิ ทม่ี ที องแดง การใสห8 ว8 งคมุ กำเนดิ สามารถใช=ไดอ= ยา8 งปลอดภัย
ในวยั ร8ุนหรือผ=หู ญงิ ที่ยังไมเ8 คยคลอดลูกทางชอ8 งคลอด การใส8หว8 งคมุ กำเนิดเพม่ิ ความเสี่ยงในการตดิ เช้ือในองุ=
เชิงกรานในช8วง 20 วันแรกหลังจากใส8หว8 ง เกดิ อาการเลือดออกกะปริบกะปรอยได=ในช8วงเดือนแรกหลงั จากใส8
ห8วงคมุ กำเนิดที่มีทองแดงอย8จู ะทำให=ประจำเดือนมามาก ส8วนห8วงคุมกำเนิดทีม่ ฮี อรโM มนโปรเจสเตอโรนทำให=
ประจำเดือนมาน=อยลงหรอื ไมม8 ีประจำเดือนได= และสามารถเกดิ เลอื ดออกกะปรบิ กะปรอย
การใส8ห8วงคมุ กำเนดิ ไมแ8 นะนำในผ=ูหญงิ ทีม่ คี วามเสี่ยงในการติดเชอื้ ในอุง= เชงิ กราน, ปากมดลูกอกั เสบ
เปนq หนองอย8ูหรือเคยเปนq ในระยะเวลา 3 เดอื น หรอื มีค8ูนอนหลายคน วิธีน้สี ามารถใชไ= ดใ= นผห=ู ญงิ ท่ีมปี ระวัติติด
เช้อื ในอ=ุงเชงิ กรานในอดีตท่ีในปจä จบุ นั ไม8ได=มกี ารติดเชอ้ื ทางเพศสัมพนั ธMแล=ว

**ยาคุมกำเนดิ แบบฉุกเฉนิ …ควรใช.เม่ือฉกุ เฉนิ

ยาเมด็ คุมกำเนิดฉุกเฉนิ แมจ= ะสามารถควบคมุ การตง้ั ครรภMได= แต8ไม8สามารถปáองกันโรค
ทอี่ าจเกิดจากการมีเพศสัมพันธM และอาจส8งผลกระทบต8อรงั ไข8และมดลูก รวมถึงกระตุ=นเซลลMมะเร็งได=

การกนิ ยาเมด็ คุมกำเนิดฉุกเฉิน ไม8ควรเกิน 3 วันหรอื 72 ช่วั โมงหลงั มีเพศสมั พันธM และไมค8 วรกิน
มากกวา8 2 แผง (4 เม็ด) ภายในรอบเดอื นเดยี ว เน่ืองจากยาจะสง8 ผลให=ระบบสืบพันธMุสร=างฮอรMโมนผิดปกติ

หากหลงั จากรับประทานยาไปแลว= มเี ลือดออกทางช8องคลอด หรอื ประจำเดือนขาดหายไป รวมถงึ
สงสัยว8าต้ังครรภM ควรรบี พบแพทยMเพอ่ื วินิจฉยั ภาวะผดิ ปกติ

โรคติดเช้อื ทางเพศสัมพันธH

สามารถเปนq ไดท= ุกเพศทุกวยั แต8พบมากในหมู8วัยรุน8 เน่ืองจากวยั รุ8นนิยมมีเพศสมั พนั ธกM อ8 นการแตง8 งาน
โดยขาดความรค=ู วามเขา= ใจเก่ียวกบั การปáองกันตวั เอง รวมทั้งคู8แต8งงานมีอัตราการหย8าร=างสงู ขึ้น ทำให=คนมสี ามี
หรือภรรยาหลายคนเกดิ โรคติดต8อทางเพศสัมพันธมM ากขนึ้

สาเหตุของการติดเชือ้ ทางเพศสมั พนั ธ-แบOงออกเปนà 3 กลOมุ คือ
1. เกดิ จากเชื้อไวรสั ซง่ึ บางชนดิ รกั ษาหาย บางชนิดไม8มียารักษา บางชนิดจะแฝงตวั และเปนq ซำ้ ได=อีก

เชน8 เรมิ ท่อี วยั วะเพศ หูดหงอนไก8 ไวรสั ตบั อักเสบบี ฯลฯ

2. เกดิ จากเชอ้ื แบคทีเรีย รักษาหายไดด= =วยยาปฏชิ ีวนะ เช8น ซฟิ ลb สิ หนองใน หนองในเทียม
ชอ8 งคลอดอักเสบ ฯลฯ

3. เกดิ จากเช้ืออืน่ ๆ เช8น พยาธิ สามารถรักษาใหห= ายขาดได=ด=วยการใช=ยาปฏิชีวนะ

กลOมุ เสย่ี งตOอการเปนà โรคตดิ ตอO ทางเพศสมั พนั ธ-
• คนทมี่ คี ู8นอนมากกวา8 1 คน ในช8วง 3 เดอื นก8อนหน=า
• ผูท= ีม่ ีประวตั ปิ fวยเปนq โรคตดิ ต8อทางเพศสัมพันธใM น 1 ป^ที่ผ8านมา
• ผูท= ไ่ี ม8สวมถุงยางอนามยั ระหวา8 งมเี พศสัมพนั ธM

อาการแบบใดสงสยั เปนà โรคติดตOอทางเพศสัมพนั ธ-

• ในผู=ชาย ปäสสาวะแสบขัด ขาหนีบบวม เปนq ฝ^ เจ็บปวดอวยั วะเพศ มผี ่ืน ตุ8ม แผลบรเิ วณ
อวัยวะเพศ มีเมือกใสหรือหนองไหลออกมา

• ในผ=หู ญิง รสู= ึกเจ็บเสียวทอ= งนอ= ย ขาหนีบบวม เปqนฝ^ เจบ็ ปวด คนั อวยั วะเพศ มีผนื่ ตุ8ม แผล
บริเวณอวยั วะเพศ มีตกขาวสีเหลอื งมกี ล่นิ เหม็น

โรคตดิ ตOอทางเพศสัมพันธท- ่ีสำคัญ

โรคเอดสM หนองในแท=
หนองในเทยี ม เรมิ ทอี่ วยั วะเพศ

หดู หงอนไก8 ซฟิ bลสิ

การปúองกันโรคตดิ ตOอทางเพศสมั พันธ-

• ใส8ถุงยางอนามยั ทุกคร้งั เม่ือมเี พศสมั พันธM
• ไมเ8 ปล่ยี นคูน8 อนบ8อย
• รกั ษาความสะอาดร8างกายและอวยั วะเพศอย8างสมำ่ เสมอ
• ตรวจโรคเปนq ประจำทกุ ป^โดยเฉพาะค8ทู ี่กำลงั จะแต8งงาน

รักในวัยเรยี นผดิ ดว) ยเหรอ ?

“มแี ฟนมนั ผิดตรงไหน ก็แค8มคี นรูใ= จเฉย ๆ ” น=อง ๆ หลายคนคงเคยโดนผ=ูใหญบ8 8นเรอื่ งมีแฟน ให=ระวงั
โน8นบา= งล8ะ อยา8 ทำนบ่ี =างล8ะ สว8 นตวั พี่คิดว8าการมีแฟนไม8ผดิ นะครบั เพราะเปนq ความรสู= ึกทห่ี า= มกนั ไมไ8 ด= แตก8 ็
ควรอยใ8ู นกรอบท่ีเหมาะสมไม8ออกนอกลนู8 อกทาง ไมอ8 ยา8 งนัน้ ปäญหาตามมาแน8 ๆ เชียวล8ะ อยา8 ลืมว8าน=อง ๆ
เปนq นกั เรียนประสบการณชM ีวติ ยังนอ= ยมาก ถ=าหลงใหลกบั ความรักจนขาดสติลองคดิ ดู วา8 จะเกดิ อะไรตามมา
บา= ง!! จงึ ไม8แปลกใจเลยทพ่ี 8อแมจ8 ะปฏิเสธเสียงแข็งว8ายังไม8พรอ= มให=นอ= ง ๆ มีแฟนยังไงล8ะ แต8เอöะ!! เคยสงสยั
กันมย้ั เอย8 ว8าเหตผุ ลนอกจากนที้ ที่ ำให=พ8อแมก8 ลวั และยงั ไมอ8 ยากให=ลูกมแี ฟน
มีอะไรอกี บา= ง ตามไปดสู าเหตใุ นประเด็นตอ8 ไปกันเลย

สาเหตุท่ีพPอแมPไมอP ยากให.มแี ฟน

1. กลัวเสยี การเรยี น – เสยี อนาคต
2. กลวั ปญä หาท=องกอ8 นแตง8
3. เปนq วัยท่ียงั ไม8มนั่ คงเรอ่ื งการควบคุมอารมณM (ทะเลาะ รัก ๆ เลกิ ๆ)
4. หาเงนิ เลี้ยงตัวเองยังไม8ได=
5. ความรับผดิ ชอบ – ประสบการณMชวี ิตยังไม8มากพอ

ทำไงดี ถ.าพอP แมPไมPให.มแี ฟน !!

1. ปรับความเข5าใจ/หาข5อตกลงรOวมกนั
หลายครอบครวั ไม8เชงิ ห=ามลกู ไม8ใหม= ีแฟนซะทีเดยี ว แต8จะมขี =อตกลงร8วมกนั ไม8ใหอ= อกนอกลน8ู อกทาง
ทำส่ิงไม8เหมาะไมค8 วร นอ= งๆลองพูดคยุ ตกลงกบั ทา8 นให=ชดั เจนและใหค= ำม่ันสญั ญาดูสิ พ่ีเชอ่ื วา8 ทา8 นนา8 จะไมป8 ดb
กนั้ มากเกินไป (แอบเอาใจชว8 ยเลยนะเนย่ี !!)

2. คบฐานะเพอ่ื น (สนิท) ไปกอO น
นอ่ี าจเปนq ทางออกที่แอบเสียเซลฟหï นา= ชาหน8อย ๆ!! (คนมนั รกั ชว8 ยไมไ8 ด=นหี่ นา8 T^T) แตถ8 =ามองอกี มมุ
นกี่ ็เหมอื นพิสจู นรM กั แท=ดี ๆ นเี่ อง ถา= รกั กันจรงิ เธอตอ= งรอฉันใหไ= ด=นะ เธอตอ= งเข=าใจฉนั และครอบครวั น=อง ๆ
ลองคุยเลน8 ๆ กับแฟนดสู ิวิธีนอี้ าจไดผ= ลกไ็ ดใ= ครจะรู=

3. รบั ผิดชอบตัวเองให5ได5
เอาล8ะ !! จะมวั ฟมู ฟายไปก็ใชเ8 รอ่ื ง จะฟäงเพลงอกหกั ซำ้ ๆ ทกุ วันก็ไมไ8 หว นั้นลุกมาเปลี่ยนตัวเองดกี วา8
เยอะเลยจรงิ ไหมละ8 ไหน ๆ อยากมแี ฟนท้งั ทีตอ= งทำใหพ= อ8 แม8เหน็ วา8 เรากม็ ีความรบั ผิดชอบเหมอื นกนั นะเนี่ย
เปล่ียนจากนัง่ ดูซีรย่ี Mฝนä หวานมากวาดบ=าน ลา= งรถ เขา= ครวั ทำอาหารบ=างไรบา= งดีออก เห=ย ๆนน้ั ต=องเอาเกรด
สวย ๆ มาฝากดว= ยดกี วา8 ท8องไวใ= นใจตอ= งทำให=ทา8 นเชือ่ ม่ันในตัวเราใหไ= ด= (ฮึดส=ูเขา= ไว=!!)
4. เปดÄ ตวั ใหค5 รอบครัวรจู5 กั
ไหน ๆ พ8อแมก8 ห็ =ามไม8ให=มีแฟนนัน้ ใจดีสู=เสอื เปดb ตัวซะเลöย !! ถา= โชคดีหนอ8 ยก็คงไม8โดนว8าอะไร แถม
อาจต=อนรับซะดบิ ดนี โี่ ชคดเี หมือนถกู ลอตเตอรี่รางวลั ท่ี 1 แตถ8 =าตรงกันขา= มอันนี้กน็ 8าเหน็ ใจ เอาเปนq ว8าจะ
ตดั สนิ ใจเปดb ตัวหรือไม8ก็ลองประเมนิ สถานการณMเล8น ๆ ดนู ะครบั เพราะแตล8 ะบ=านระดับรกิ เตอรสM นั่ ไหวไม8
เทา8 กันชัวรๆM !!

รักกันต.องชวP ยกนั เรียน

ฟงä ทางนี้กอ8 น !! ถา= ตอนนใ้ี ครกำลังอนิ เลฟิ หรอื คิดว8าต=องมแี ฟนใหไ= ด= ตามสอ8 งเฟซบุöก ไอจี คนที่ชอบ
ต8อไปคงละลายกลายเปqนน้ำเชื่อมกอ8 นแน8ๆ ให=ทกั แชตกเ็ ขนิ จะบา= ตาย (คนอะไรไม8ร=ูน8ารักเปqนบ=า ห้มื !!) สิง่ ที่
นอ= งๆ ตอ= งรูก= อ8 นเลยคือ “รกั แบบไหนถึงจะเหมาะสม” พแ่ี นะนำวา8 ตอ= งเปนq รกั ท่ีรกั อนาคตของตวั เอง
ด=วย ชOวยกนั เรียน ชวO ยกนั ติวหนงั สือ เปàนที่ปรึกษาให5กนั ตOางฝÖายตOางใหเ5 กยี รติ ไมOทำสิง่ ท่ไี มดO ีกOอนเวลา
สมควร นีส่ ิ! ถงึ เรยี กว8ารกั กันจริง ถ=าเปนq ไปไดค= วรแนะนำให=ท่ีบ=านรจ=ู ักดว= ย อย8างน=อยกอ็ ยูใ8 นสายตาผ=ใู หญ8
ดีกว8าหลบๆ ซ8อนๆ ยงั ไงละ8 แตถ8 =าที่บ=านไมใ8 ห=มแี ฟน (นำ้ ตาคลอเบา= TT) กล็ องเอาวิธที พ่ี ี่แนะนำประเดน็ ก8อน
หนา= ไปลองใช=ดสู ิ แตบ8 อกกอ8 นวา8 ต=องคอ8 ยเปqนคอ8 ยไปนะครบั ตอ= งเข=าใจว8าอาจใช=เวลา จะใหค= รอบครัวเข=าใจเรา
ทันทีกค็ งไมง8 า8 ยแน8ๆ

วัยเรียนเรอ่ื งเรยี นตอ= งมากอ8 น ความรกั มาทีหลงั การมีแฟนไมใ8 ชเ8 รือ่ งผิดเลยแต8น=อง ๆ ต=องร=ูขอบเขต
ความถูกตอ= งเหมาะสมนะครับ เพราะคนทีห่ 8วงเรามากกว8าแฟนก็คนในครอบครัวนแ่ี หละ ถา= พ8อแมป8 ฏเิ สธไม8ให=
มแี ฟนก็อย8านอ= ยใจทา8 นเลยครับ เพราะนน่ั แหละคอื รักแทท= ี่เราไมต8 =องไปหาที่ไหนไกล สง่ิ ทท่ี ำได=ดที สี่ ดุ ตอนนคี้ ือ
ตง้ั ใจเรยี น เปนq เด็กดี เรยี นใหจ= บ พอถงึ วันนน้ั พเี่ ช่อื วา8 ท8านจะเปbดทางให= แน8นอน เปqนกำลงั ใจใหท= กุ คนทมี่ คี วาม
รักนะครับ

ผลเสียจากการมเี พศสมั พันธHกPอนวัยอันควร

1.ทำให=เสียการเรียน เสยี อนาคต
2. เกิดความอบั อาย อาจตดั สนิ ใจผดิ
3. เกิดความทุกขใM จ
4. เกดิ การตั้งครรภMไม8พงึ ประสงคM
5. เกดิ การทำแทง= เปqนการกระทำผดิ กฎหมาย
6. เด็กท่ีเกิดมามกั มปี ญä หา
7. สรา= งความทุกขMให=พอ8 แม8
8. เส่ือมเสียชอ่ื เสียงวงศตM ระกูล
9. สูญเสียอนาคตของชาติ

ข.อแนะนำบางประการในเรอื่ งความรักของวัยรPนุ

1. ต=องเขา= ใจเรอื่ งของความรกั และการคบกนั แบบค8รู ัก วัยรน8ุ ชายจะคดิ ต8างจากวัยร8ุนหญิง
ฝfายหญิงต=องระวังตวั

2. ตอ= งประพฤตติ นใหเ= หมาะสมไมล8 ว8 งเกินทางกายกนั
3. ต=องรักษาขนบธรรมเนยี มอันดีงามของไทย
4. ตอ= งร=ูจักยบั ยั้งชัง่ ใจไม8พาตนเองไปอยใู8 นสถานการณทM เ่ี ส่ยี งตอ8 การมเี พศสมั พนั ธM
5. เมือ่ มปี äญหาควรปรึกษา พ8อแม8 ครู อาจารยM หรอื ญาตผิ ใู= หญ8
6. ควรพากันทำกิจกรรมทสี่ รา= งสรรคM









ใบงาน เร่ือง “ฉันเปMนวยั รุน+ ”

คำชแ้ี จง : .ใหน) ักเรียนวิเคราะหต: นเองถงึ การเปล่ียนแปลงในชวA งวยั รุAนท่เี กิดขนึ้
ตามความเปmนจรงิ

1. นกั เรียนอธิบายการเปล่ยี นแปลงและผลกระทบดา3 นร1างกาย ด3านสงั คม
ด3านอารมณCความรู3สกึ เมือ่ ยา1 งเข3าส1วู ยั รน1ุ

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรยี นขอรับคำปรึกษาจากใคร/หน1วยงานใดบา3 ง เมือ่ เผชิญกับปญ( หาต1างๆ
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
3. นักเรยี นมวี ิธีการปฏบิ ตั ิตนอย1างไร เมอ่ื ร3สู ึกมีความรกั /ประทับใจใครซักคน
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั เรยี นมีแนวทางในการเปน[ “วัยรุน1 ที่มคี ุณภาพ” อย1างไร
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรทู. ี่ 18

รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว รหสั วิชา ก23901 กลุม8 กจิ กรรมพัฒนาผูเ= รยี น
หน8วยการเรยี นรูท= ่ี 3 การปรับตวั และอย8รู ว8 มกบั ผอ=ู ื่นอยา8 งเหมาะสมและมคี วามสขุ เวลา 6 ชว่ั โมง
เรื่อง การคดิ บวก (Positivity) และการมองโลกในแงด8 ี (Optimistic) เวลา 1 ชัว่ โมง

ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปท^ ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ครูผส=ู อน ครูปbยธิดา แสงทอง โรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร
...................................................................................................................................................................................................

1. จดุ ประสงค-การเรยี นร5ู
- ผูเ= รยี นมีทกั ษะการดำรงชีวิตอยา8 งเปqนประโยชนMและปลอดภยั
2. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค-

- ใฝfเรียนรู=
3. สมรรถนะสำคัญของผเู5 รยี น
- ความสามารถในการคิด

- ความสามารถในการใชท= กั ษะชวี ติ
4. สาระสำคญั
- ผ=เู รยี นมที ักษะการจดั การกบั อารมณขM องตนเอง เหน็ ความ สำคัญและประโยชนขM องการสอ่ื สารเพอื่

สร=างสัมพนั ธภาพกบั ผูอ= นื่ มภี มู คิ ม=ุ กันเรอื่ งเพศ และนำไปใชใ= นการดำรงชวี ติ อย8างเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู5
- การคิดบวก (Positivity) และการมองโลกในแง8ดี (Optimistic) สำคญั ตอ8 การใชช= วี ิตใหม= ีความสขุ

6. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู5
ขัน้ นำ
1. ครูใหน= กั เรียนเล8าถงึ ความสุขในชว8 งปbดภาคเรยี นท่ีผา8 นมาสั้นๆ ในกระดาษรปู หวั ใจท่ีครูแจกให=

2. นักเรยี นทกุ คนเอากระดาษรปู หัวใจมาตดิ ท่หี นา= กระดานทค่ี รเู ตรียมไว= แลว= แลกเปลีย่ นกันอา8 น
อยา8 งอิสระแล=วกลบั มานั่งที่
ขั้นสอน

3. ครใู หน= กั เรยี นวเิ คราะหแM ละแสดงความคดิ เหน็ ว8าทกุ ๆความสขุ เกิดจากการคิดบวก การมองโลกใน
แงด8 ใี นการดำเนินชวี ิตทง้ั สนิ้ แล=วยกตัวอย8างประกอบ
4. ครูใหน= กั เรียนศกึ ษาใบความรู= เรอ่ื ง การคดิ บวก (Positivity) และการมองโลกในแง8ดี (Optimistic)

และดวู ดิ ที ัศนM เรอ่ื ง การมองโลกในแงบ8 วก คณุ ฌอน บูรณะหิรญั จาก www.youtube.com
5. ครใู ห=นกั เรยี น เขยี น My Diary : เพราะทกุ วนั … มีเร่อื งดีๆ เพอื่ กระตุ=นให=นักเรยี นไดว= ิเคราะหM
ตนเองในการใช=ชวี ิตประจำวนั ถงึ การคดิ บวก และมองโลกในแง8ดี โดยใหเ= ขียนอย8างน=อยวันละ 1 กจิ กรรม

ขน้ั สรุป

6. ครใู หแ= นวคดิ ในการใชช= ีวติ ด=วยการคดิ เชงิ บวก และการมองโลกในแง8ดีท่ีสง8 ผลต8อความสุขและความ
เปqนอยูใ8 นปจä จุบนั และอนาคตของทกุ คน
7. สอื่ และแหลงO การเรยี นร5ู

- ใบความร=ู เรอื่ ง การคิดบวก (Positivity) และการมองโลกในแงด8 ี (Optimistic)
- ดูวดิ ีทัศนM เรอ่ื ง การมองโลกในแง8บวก คณุ ฌอน บูรณะหิรญั จาก www.youtube.com
8. ชิน้ งานและภาระงาน
- My Diary : เพราะทกุ วัน… มเี รื่องดีๆ
9. การวดั และการประเมนิ ผล

รายการประเมนิ วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมอื ทใ่ี ช5 เกณฑ-การ
- My Diary : เพราะทกุ วนั … มี ประเมนิ
ดา5 นความรู5 นกั เรยี นสามารถคิด - การตรวจ My เรื่องดีๆ
วิเคราะหM ตัดสินใจแก=ปäญหา และ Diary - ผา8 นเกณฑMใน
วางแผนด=านการศกึ ษา ระดบั ดีขน้ึ ไป

ด5านคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนสามารถ - การสังเกต - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร=ู - ผ8านเกณฑMใน
1) ใฝfเรยี นรู= ระดับดีขน้ึ ไป

ดา5 นสมรรถนะสำคัญ นกั เรียนมี - การสงั เกต - แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ผ8านเกณฑใM น
1) ความสามารถในการคิด ระดับดขี ึ้นไป
2) ความสามารถในการใช=

ทกั ษะชีวติ

บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู.

ผลการจดั การเรยี นรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปญY หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ5 เสนอแนะ/วธิ ีการแก5ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชื่อ) ………..............………….................….…….. ผ=ูสอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)

............/..................... /..................

ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนรู5
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบูรณM และถูกตอ= งตามหลักวชิ าการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเน=นผู=เรยี นเปนq สำคญั ใช=ส่อื และแหลง8 เรียนร=ูท่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จุดประสงคMและกระบวนการจดั การเรยี นร=โู ดยใชว= ธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสู8การปฏบิ ตั ิไดส= อดคล=องกับหลกั สตู ร บรบิ ท สภาพของผ=ูเรยี นและชมุ ชน

ลงชื่อ .....................................................
(นายณรงคศM ักด์ิ บญุ พุม8 )
หัวหน=างานแนะแนว

วันท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถ=วน สมบรู ณM และถกู ตอ= งตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู น=นผูเ= รียนเปqนสำคัญ
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นรห=ู ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพุทธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพสิ ัย

ลงช่อื .....................................................
(นางสาวจันทริ า แวงวงษ)M

หัวหน=างานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจัดการเรยี นร=ู เพอื่ นำไปพฒั นางานตอ8 ไป

ลงชอ่ื .....................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)

รองผอ=ู ำนวยการกลมุ8 บรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............

การมองโลกในแง+ดี (Optimism) คือ การมองว1าชวี ิตนีเ้ ตม็ ไปดว3 ยเร่ืองราว

ทีง่ ดงาม มีความสุขสนกุ สนาน มีความปลอดภัย ไม1ใชท1 ่จี ะมองขา3 มในสถานการณปC (จจุบนั ไป
หรือไม1สนใจเรอื่ งราวท่เี กดิ ขนึ้ แตค1 อื การทเี่ ราศรัทธาและเชอ่ื มั่นว1าจะมีสิ่งดีๆ หรือเรือ่ งราวดๆี
เกิดข้นึ ในอนาคตแน1นอน คนทม่ี องโลกในแง1ดี จึงเป[นผท3ู ม่ี คี วามสขุ ปราศจากความเครยี ด (หรือมี
ความเครียดน3อย) มีกำลังกาย มีกำลงั ใจ มกี ำลังในการคิดสร3างสรรคC สรา3 งผลงาน ยิง่ ไปกว1าน้นั คอื
แหล1งพลงั เบอ้ื งลึก จากความรู3สกึ ว1าตัวเองเป[นคนมคี ุณคา1 มีความสำคญั รวมไปถึงการเห็นคณุ ค1า
และความสำคญั ของสงิ่ ทตี่ วั เองทำอยด1ู ว3 ย คณุ ค1าและความสำคัญของเพื่อนรว1 มงาน ทีมของคนมี
พลงั จะย่งิ ปล1อยพลงั ให3กัน หมายถึงพลงั ที่สง1 ต1ออย1างไม1มีวันจบส้ิน

1. ใช.วิกฤตให.เปSนโอกาส : ฝก∞ มองโลกในแง1ดี เพอ่ื ช1วยสร3างความหวงั หลังพายเุ มฆฝน
ผา1 นไป ท3องฟzาจะกลับมาแจม1 ใส และมรี ุ3งทสี่ วยงามเกิดขึ้นเสมอ “ยงั ดีทฉ่ี นั ไม1ตาย แมต3 อ3 งสูญเสยี
แขนซ3ายไป แตฉ1 นั ยงั มชี วี ิตอยู1 ยงั เหลอื แขนขวาที่จะใช3ชวี ิตได3ต1อไป” แมช3 วี ิตจะยากลำบากอยู1บ3าง
แต1นน่ั ไม1ใชป1 ญ( หาของคนมองโลกในแงด1 .ี ..ใช1มัย้ ?

2. อยPกู บั ความจรงิ ทเี่ ปลย่ี นแปลงด.วยสติและใจท่ีเปนS สุข : เพราะชวี ติ ไมไ1 ดม3 ีแตเ1 รอ่ื ง
สวยงาม เม่ือประตบู านหนง่ึ ทป่ี Äดลง ประตอู ีกบานจะเปดÄ ใหโ3 อกาสใหม1ๆเขา3 มาเสมอ ธรรมชาติ ของ
สรรพสิ่งมเี กดิ ข้นึ และดับไป ในบางเรอื่ ง...เรามหี นา3 ทเี่ พยี งแคป1 ล1อยวางเทา1 นน้ั

3. เตอื นความทรงจำด.วยรอยยิม้ และสงิ่ ดีๆ : เม่ือคนเรายม้ิ จะช1วยกระตุน3 สมองสว1 นท่ี
เกย่ี วกับความรสู3 ึก ทำให3เรามีความสขุ มากขึน้ และส1งเสรมิ การคดิ บวกดว3 ยการเขียนประโยคสั้นๆ ที่
สร3างแรงบันดาลใจ เชน1 ‘จงใชช3 ีวติ ในแง1บวก’

4. ยอมรับในส่ิงท่ีคุณไมPอาจควบคมุ ไดแ. ละคดิ ถึงสิ่งทค่ี ุณสามารถทำได. : เพ่อื ให3
สถานการณดC ีขึ้น การมองโลกในแงร1 3ายไม1ชว1 ยอะไร นอกจากขดั ขวางไม1ใหค3 ุณทำส่งิ ต1างๆ ไดส3 ำเรจ็
และบ1มเพาะนิสัยลงั เล ไม1แน1ใจ ซึ่งทำใหเ3 สยี เวลาอนั มคี า1 ไปอยา1 งน1าเสยี ดาย

5. อยทูP Pามกลางคนคิดบวก เพราะน่ันหมายถงึ จะทำให3พลงั แหง1 การคดิ บวกของคณุ
เพมิ่ มากข้ึน ลองจนิ ตนาการดวู า1 หากรอบกายของคุณเตม็ ไปด3วยคนหดห1ู สิ้นหวัง มองทุกอยา1 ง
ในแง1ลบ...คิดจะยมิ้ ไมอ1 อก หรือคดิ อะไรไม1ออกแน1

6. บPมเพาะเมล็ดพันธแุH หงP ความรกั ความเมตตา ความเสยี สละให.เกิดขึ้นในใจ
เมอ่ื เราหวังในสิง่ ทีเ่ ปน[ ประโยชนกC บั ผอ3ู นื่ ปรารถนาให3ผค3ู นเปน[ สุขและมอบส่งิ เหล1านอ้ี อกไป
มนั จะช1วยเพิ่มพลงั บวก และเปน[ ปราการปอz งกนั คุณจากสงิ่ เลวร3าย และช1วยใหใ3 จคุณเปน[ สิ่งมากข้ึน

7. ยอมรับความไมเP ท่ยี ง อยา1 ยึดมน่ั ถอื มั่น จนทำใหช3 วี ติ เปน[ ทุกขC คนคดิ ลบมกั มองความ
ลม3 เหลว หรอื เหตุการณCท่ีเลวร3ายเปน[ สงิ่ ท่เี กดิ ขึน้ ถาวร เกิดกบั เขาคนเดยี ว และทำให3ชวี ติ แย1ลง
“ขณะท่ีคนคดิ บวกมองวา1 เปน[ สงิ่ ท่ีเกิดข้ึนชวั่ คราว เกดิ กับใครก็ได3 และไม1ไดท3 ำให3ชีวติ แยล1 ง”

8. เหน็ คุณคาP สงิ่ ดีๆในชีวติ แคห1 าเวลาหยุดคิดและใครค1 รวญสกั นิด แลว3 คณุ จะเห็นคณุ คา1
ของมนั การบันทกึ ส่งิ ดๆี ด3วยการเขียนเร่ืองราว หรอื วาดภาพส่งิ ทท่ี ำใหค3 ุณยิม้ ได3 เชน1 คำชมของ
เพื่อนๆ หรือสัตวCเลยี้ ง การเลอื กเก็บเฉพาะส่งิ ดๆี จะทำให3คณุ มที ัศนคตทิ ่ดี ขี น้ึ และชว1 ยคุณไดใ3 น
ยามทอ3 แท3

9. จงอยกPู ับปจU จุบนั ขณะ คนทั่วไปมักถูกครอบงำด3วยเรือ่ งราวในอดตี และอนาคตทีย่ ังมา
ไมถ1 ึง แต1จรงิ ๆ แล3วชีวติ ทต่ี 3องดำเนนิ ไปคอื ‘ชีวติ ในปจ( จบุ ันขณะ’ คุณไม1อาจเรียนรหู3 รือจดจำในสง่ิ
ทก่ี ำลังเกิดขึ้นได3 หากใจยงั ตดิ อย1กู บั ห3วงเวลาอื่น ดงั นน้ั จงฝ∞กใชช3 ีวิตอย1กู ับป(จจบุ นั ขณะอย1างมีสติ

การคิดบวก Positivity หรือ Positive thingking เปน[ ส1วนหน่งึ ของการทำให3

ตวั เองมคี วามสขุ โดยที่การคิดบวกนัน้ ไม1ใช1การคิดหาคำตอบว1าอะไรถูกหรอื ผิด แตเ1 ปน[ การคิด
เพือ่ ให3เราได3เขา3 ใจในสิ่งท่ีกำลงั เป[นไป หลายคนเข3าใจว1าการคดิ บวกต3องอาศยั หลักการทาง
จติ วทิ ยาเข3าชว1 ย แต1ความจริงแลว3 ตัวเราเองก็สามารถเปลยี่ นตวั เองใหก3 ลายเปน[ คนคิดบวกได3
ตลอดเวลา พยายามจะเปล่ยี นมุมมองจากเรื่องท่ีเกดิ ขึน้ แลว3 มองให3มันดไี ปทงั้ หมด หาโอกาสใน
วิกฤตไิ ด3อยเู1 สมอ

การคดิ บวกสำคญั อยา+ งไร…?

Ø เป[นพลังดีๆ ที่จะนำพาใหช3 วี ติ ของคนเรามีความสขุ เพม่ิ ขึ้น….แคค1 ิดดเี รากม็ คี วามสุขแล3ว
Ø เป[นพลังพ้นื ฐานท่ีจะนำพาเราไปส1ูความสำเรจ็ ได.3 ..การคิดบวกทำให3คนเรามีกำลังใจใน
การกระทำการทกุ ส่งิ ทกุ อย1าง เพราะเมื่อคิดวา1 มันดีอย1แู ลว3 ลงมอื ทำเลย ดกี ว1าการทีม่ วั แต1กลัว
หรือเกรงว1า... กไ็ ม1ไดล3 งมอื ทำซะที /คนเราต3องลงมือทำ ความสำเร็จจงึ ตามมา
Ø เปน[ พลังทำใหเ3 รารส3ู กึ ดกี ับตวั เราเอง แลว3 ยงั เป[นพลงั ท่ีสง1 ตอ1 ไปยงั คนอ่นื ๆได…3 เปน[ พลัง
ทท่ี ำใหผ3 ค3ู นที่อย1ใู กลม3 ีความรสู3 กึ ดไี ด3 ผู3คนส1วนใหญม1 ักจะชอบอย1ใู กล3คนคิดบวก เพราะคนคิดบวกน้ี
ทำให3พวกเขามคี วามสขุ ข้นึ ได3 เปน[ พลังเยน็ กายเยน็ ใจ
Ø เป[นพลงั ทำใหท3 ุกสถานการณดC ีข้นึ เสมอ…เมอื่ เรายงั ตอ3 งอย1ใู นสังคมนเี้ ราหลีกเล่ียงการ
ปะทะกบั ผคู3 น กับสภาพแวดลอ3 ม กับปญ( หาสารพดั แทบไม1ได3เลย แต1การมีพลังในการคิดบวกอยูใ1 น
ตวั น้ันจะช1วยใหเ3 ราเผชิญกบั ส่ิงตา1 งๆ เหล1านี้ได3อยา1 งท่เี รยี กว1า แม3เจอป(ญหาป(ญหาก็จะดเู ลก็ ลง แม3
เจอคนคดิ ลบ ความคิดเขากท็ ำอะไรเราไม1ได3

คดิ ดี พดู ดี ทำดี หลักงาB ยๆในการคิดบวก










Click to View FlipBook Version