เนือ่ งจากเนอื้ หาจะกว3างกวา1 ในหลักสตู รช้นั ม.ปลาย ทำให3เด็กเปÄดโลกวชิ าการมีความรู3
มากข้ึน นอกจากนี้ ยงั ทำให3สำเรจ็ การศึกษาไดเ3 ร็วขน้ึ โดยใช3เวลาหลงั จากเรียนจบ ม.6
เพียงแค1 1 เทอม และไม1ได3ทงิ้ มาตรฐานและคณุ ภาพการศกึ ษา
ทง้ั นยี้ งั ทำให3น3อง ๆ พฒั นาตัวเองมากขึ้น ร3ูจกั จดั สรรเวลาในการอ1านหนังสอื
เพราะต3องมคี วามพยายามและความอดทนที่จะมีเวลาพักนอ3 ยลง แตม1 ีโอกาสประสบความสำเร็จได3
เร็วข้ึน เพราะวา1 ถ3าเราเรยี นจบปริญญาตรเี รว็ กม็ โี อกาสจะไปตอ1 ปรญิ ญาโทได3เร็วข้ึน มโี อกาสไป
เรียนอยา1 งอื่นได3มากขึ้น และทำให3มีประสบการณCมากกว1าเด็กวัยเดยี วกนั
เกณฑค: ะแนนสอบของหลักสตู ร Pre-degree
ส1วนใหญใ1 ช3คะแนนสอบ 100% แบ1งเปน[ เกรด A B C D เหมือนมหาวทิ ยาลยั ทว่ั ไป
ขณะทบี่ างรายวิชา อาจารยCมอบหมายงานให3ไป ทำก็จะมีคะแนนงานด3วย ใครจะมาเรยี นหรอื ไมม1 า
เรยี นกไ็ ด3 เดก็ ว1างก็จะมาเรียน และปจ( จุบันนี้กม็ วี ชิ าปริญญาตรีในวนั เสาร-C อาทิตยC สามารถเขา3
เรยี นได3
คAาใช)จาA ยเบื้องตน)
การเรยี น ป.ตรี หลกั สตู ร Pre-degree
ทางเลอื กเพือ่ อนาคต
แผนการจดั การเรยี นรท.ู ่ี 9
รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหัสวิชา ก23901 กลุม8 กิจกรรมพัฒนาผู=เรยี น
หน8วยการเรยี นรู=ท่ี 2 การวางแผนด=านการศกึ ษา อาชพี และสังคม เวลา 8 ชว่ั โมง
เรือ่ ง การทำแบบทดสอบบุคลกิ ภาพ (MBTI) เวลา 1 ชั่วโมง
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาป^ที่ 3 ภาคเรียนที่ 1/2565
ครูผ=สู อน ครูปbยธดิ า แสงทอง โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร
...................................................................................................................................................................................................
1. จดุ ประสงคก- ารเรยี นรู5
- ผู=เรียนสามารถคิดวิเคราะหM ตัดสนิ ใจ แก=ปญä หา และวางแผนดา= นอาชีพ
2. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค-
- ใฝfเรยี นรู=
- มุง8 ม่นั ในการทำงาน
3. สมรรถนะสำคัญของผ5เู รยี น
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช=ทกั ษะชีวิต
4. สาระสำคญั
- ผูเ= รยี นสามารถคดิ วเิ คราะหM ตัดสนิ ใจแกป= ญä หา และวางแผนด=านการศกึ ษาต8อ ดา= นอาชพี
ในอนาคต และด=านการใช=ชวี ติ ไดอ= ยา8 งเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู5
- ผ=ูเรียนร=จู กั บคุ ลกิ ภาพของตนเองและสามารถวางแผนอาชีพทีเ่ หมาะสมกบั ตนเองได=
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู5
ขนั้ นำ 1. ครูให=นกั เรยี นสงั เกตบคุ ลกิ ภาพของเพ่ือนในห=องแต8ละคนพรอ= มสมุ8 ถามลักษณะที่โดดเด8นนั้น
แล=วให=เพ่ือนๆ ลองตอบพรอ= มกนั
ขน้ั สอน 2. ครูอธบิ ายบุคลกิ ภาพของแต8ละบคุ คล หมายถงึ ลกั ษณะนิสัยและภาพลักษณMเฉพาะของ
แต8ละคน ที่มีความเหมือน แตกต8างกันไป ตามพันธุกรรมและสิ่งแวดล=อม ทุกคนย8อมมีความเฉพาะเจาะจง หาก
ไดร= =ูจักตนเองอยา8 งถ8องแท= และเขา= ใจผูอ= ่นื ดว= ย จะทำให=เราสามารถใชช= ีวติ อย8ไู ด=อย8างมคี วามสขุ
3. ครูใหน= ักเรยี นศกึ ษาใบความรู= เรื่อง แบบวัดบุคลกิ ภาพ MBTI คน= หารหัสประจำตัวคณุ
หลังจากนั้นให=ทำแบบวัดบุคลิกภาพ MBTI เพิ่มเติม เพื่อให=เข=าใจตนเองมากขึ้น รวมทั้งสามารถวางแผนอาชีพที่
เหมาะสมกบั ตนเองได=
4. นักเรียนนำผลท่ีได=จากการทำแบบวดั บุคลกิ ภาพ MBTI มาวเิ คราะหตM นเองในใบงาน เรื่อง
ถอดรหสั ประจำตัว...ค=นหาอาชีพท่ีใชเ8 รา
ขัน้ สรปุ
5. ครูและนกั เรยี นรว8 มกนั อภิปรายถงึ บคุ ลิกภาพและแนวทางการประกอบอาชีพในอนาคตให=
ประสบความสำเรจ็
7. ส่ือและแหลงO การเรียนรู5
- ใบความร=ู เร่ือง แบบวดั บคุ ลิกภาพ MBTI คน= หารหสั ประจำตวั คุณ
- แบบวัดบคุ ลิกภาพ MBTI
8. ชนิ้ งานและภาระงาน
- ใบงาน เร่ือง ถอดรหัสประจำตัว...ค=นหาอาชีพทใี่ ช8เรา
9. การวัดและการประเมนิ ผล
รายการประเมนิ วธิ ีการวดั ผล เครือ่ งมือทใ่ี ช5 เกณฑ-การ
ประเมิน
ดา5 นความรู5 นกั เรียนสามารถคดิ - การตรวจใบงาน - ใบงาน เรื่องถอดรหัสประจำตวั ... - ผา8 นเกณฑMใน
วิเคราะหM ตัดสินใจแกป= ญä หา ค=นหาอาชีพทใี่ ชเ8 รา ระดับดีขึน้ ไป
และวางแผนด=านการศึกษา
ด5านคุณลกั ษณะ นกั เรยี น - การสงั เกต - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู= - ผ8านเกณฑMใน
ระดบั ดีขนึ้ ไป
สามารถ
1) ใฝfเรียนรู=
2) มง8ุ มัน่ ในการทำงาน
ด5านสมรรถนะสำคัญ นกั เรียนมี - การสงั เกต - แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ผา8 นเกณฑMใน
1) ความสามารถในการคดิ ระดับดขี ้นึ ไป
2) ความสามารถในการใชท= ักษะ
ชีวติ
บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู.
ผลการจดั การเรยี นรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปญY หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ5 เสนอแนะ/วธิ ีการแก5ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชื่อ) ………..............………….................….…….. ผ=ูสอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)
............/..................... /..................
ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนร5ู
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเนน= ผู=เรียนเปนq สำคญั ใชส= ือ่ และแหลง8 เรยี นรท=ู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จดุ ประสงคMและกระบวนการจดั การเรียนร=ูโดยใช=วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสก8ู ารปฏิบตั ิไดส= อดคลอ= งกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผู=เรยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
(นายณรงคศM กั ดิ์ บุญพ8มุ )
หัวหน=างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู นน= ผู=เรียนเปนq สำคญั
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นร=ูหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทกั ษะพสิ ัย
ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)M
หัวหนา= งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจดั การเรยี นรู= เพื่อนำไปพัฒนางานต8อไป
ลงชือ่ .....................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)
รองผอู= ำนวยการกลุ8มบริหารวิชาการ
วันท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
แบบวดั บคุ ลกิ ภาพ MBTI
มาทำความรู)จกั ตนเองมากข้นึ ดว) ยแบบวัดบคุ ลกิ ภาพ MBTI (Myers-Briggs Type Indicator)
การรจ=ู ักตนเอง เปนq หนทางไปส8ูความสำเร็จ ไมว8 8าจะเปqนในด=านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ดา= นการงาน
และรวมไปถึงความรัก แต8ใครกนั จะสามารถเกดิ มาแล=วรจ=ู ักตวั เองไดท= ันที ดังนน้ั จงึ เกดิ แบบวัด
บุคลิกภาพ MBTI ข้นึ มารจ=ู กั และลองทำแบบทดสอบกันเลยดีกว8า..
• คารลM จุง ได=ใช=อักษร(ตัวแปร) ทงั้ 8 คอื E I P S T F N J มาจัดเปqนชุด ชดุ ละ 4 ตัวอกั ษร
ทำให=เกดิ เปนq ลกั ษณะบคุ ลกิ ภาพท้ังหมด 16 แบบ
• พฤตกิ รรมไมไ8 ด=เปนq ลกั ษณะเฉพาะของคนใดคนหน่งึ แตห8 ลายๆ คนสามารถมแี บบ
(patterns) ของพฤตกิ รรมทเ่ี หมือนหรอื คลา= ยๆ กันได= โดยเปนq พฤติกรรมทีเ่ ปqนระบบระเบยี บ (Orderly) ท่มี ี
ความถาวรคงเสน= คงวา แบบของพฤตกิ รรมทท่ี ำให=คนแตกต8างกันกค็ ือแบบที่คนมกั แสดงออกบอ8 ยๆ
(preferences) ซ่ึงจะสะท=อนเจตคตขิ องบุคคลท่ีมีต8อโลก
• เปqนแบบวัดทไ่ี ด=รบั ความนิยมมากในปäจจบุ ัน เพราะนอกจากจะวดั บุคลิกภาพแล=ว
ยงั มีแนวโน=มในการใชเ= ลือกอาชีพทเี่ หมาะสมรวมถงึ การเลือกคูค8 รองอกี ด=วย
**********************************
1. เปÄดเผย แสดงตวั (Extroversion) – เก็บตัว (Introversion)
Extravert : มแี นวโน3มทจี่ ะสัมพนั ธแC ละเกี่ยวขอ3 งกบั สิง่ แวดล3อม สนใจทีจ่ ะสงั สรรคC
สมาคม ชอบทำกจิ กรรม ชอบอยูก1 ับคนอ่ืน และสนใจทกุ อย1างท่พี บเห็น
Introvert : เปน[ คนทเ่ี งยี บขรึม สมถะ ไม1ชอบสงุ สิงกบั คนอื่น ชอบคิดอะไรลกึ ซง้ึ และ
มกั จะเป[นคนคิดกอ1 นทำ
2. ใช)ประสาทสมั ผัส (Sensing) – หยั่งร)ู (iNtuition)
Sensing : มกั ชอบทำงานทอ่ี ยู1กับความเป[นจรงิ (Practical) มีความอดทนเปน[ พิเศษ
กบั รายละเอยี ดและขอ3 เท็จจริงเฉพาะหน3า
iNtuition : เช่อื ม่ันหรือพอใจรบั รแ3ู สวงหาขอ3 มูลโดยการคาดการณC มองการณCไกล
มองเลยไปจากข3อเท็จจริงไปสคู1 วามน1าจะเปน[ ไปได3 แสวงหาวิธีการใหม1ๆในการทำงานหรือการ
แกป3 ญ( หา มีความคิดริเริม่ มจี ินตนาการ และมีแรงบันดาลใจสูง
3. ใช)ความคดิ (Thinking) – ใชค) วามร)สู ึก (Feeling)
Thinking : มีลกั ษณะตัดสนิ ใจโดยใช3กระบวนการคิดท่ีมีเหตุผล มรี ะเบยี บและเป[นขนั้ ตอน
ไม1ใช3ความร3ูสกึ ส1วนตวั มาตดั สนิ ทำอะไรเป[นงานเป[นการไม1เย่ินเยอ3 ปฏิบัตติ 1อทกุ คนอยา1 งยตุ ธิ รรม
Feeling : ตดั สนิ ใจโดยใช3ความรสู3 ึกและค1านิยม ให3ความสำคัญกบั ความรสู3 กึ ของตนเอง
และผูอ3 ่ืน ชอบทำงานกบั คน มแี นวโน3มที่จะสงสารและใหก3 ำลังใจผูอ3 ืน่
4. ตัดสนิ (Judgement) – รับรู) (Perception)
Judgement : ดำเนนิ ชีวิตมรี ะเบยี บแบบแผนเปน[ ข้นั ตอน ควบคมุ ชีวติ ของตนเองได3ดี
ทำงานได3อย1างสมบรู ณCในแต1ละเร่อื ง ชอบใชช3 วี ิตอย1างมีโครงสรา3 ง มขี ้นั ตอน
Perception : ดำเนินชวี ิตแบบสบายๆ ยืดหยนุ1 เป[นธรรมชาติ พร3อมที่จะปรบั เปล่ยี นได3
ตามสถานการณC ไม1ชอบความเปน[ ระเบียบหรอื เครง1 ครดั มาก ชอบการตอบสนองทเี่ ป[นธรรมชาติ
สามารถลองทำแบบวดั บคุ ลิกภาพ MBTI ได.ท่นี ี่
• แบบภาษาไทย : http://determineyourdream.exteen.com/20111125/mbti
• แบบภาษาองั กฤษ : https://www.16personalities.com/free-personality-test
**ค.นหารหัสประจำตัวคณุ **
ISTJ : เหมาะกับนักบญั ชี นกั ธุรกิจ นกั กฎหมาย นิติกร ผู5พิพากษา ทันตแพทย- ทหาร
โปรแกรมเมอร- ผปู5 ฏบิ ัติการทว่ั ไป นักเศรษฐศาสตร-
ISTP : เหมาะกับชOางฝ~มอื ชOางกOอสรา5 ง ชOางเครอ่ื งยนต- ผรู5 กั ษาความปลอดภัย นกั สถิติ
ISFJ : เหมาะกบั ผ5นู ำทหาร ผูจ5 ัดการ นักสบื ตำรวจปฏบิ ตั ิการ ผบ5ู ัญชาการตำรวจ ครู ผู5พพิ ากษา
นกั บัญชี นักเศรษฐศาสตร- นกั ธุรกจิ พยาบาล บรรณาธกิ าร บรรณารกั ษ- พระ หมอสอนศาสนา นักตกแตOง
ภายใน เลขานุการ
ISFP : เหมาะกับนักดนตรี ครู ศิลปนÄ บรรณารักษ- นกั สังคมสงเคราะห- ผูแ5 ตOงเพลง นักเขียน
INFJ : เหมาะกบั เสมียน นกั จติ วิทยา จิตแพทย- นกั ดนตรี นกั เขยี น นกั สังคมสงเคราะห- ครู
แพทย- ศิลปนÄ
INFP : เหมาะกับครู นกั ดนตรี นักแสดง นกั หนังสือพิมพ- นกั แปล นกั จติ บำบัด พระ นักวจิ ัยทาง
วทิ ยาศาสตร-
INTP : เหมาะกบั นักวทิ ยาศาสตร- สถาปนกิ อาจารย-มหาวทิ ยาลัย แพทย- นักเคมี นกั กฎหมาย ครู
นกั ชวี วิทยา นักคณิตศาสตร- นักคอมพวิ เตอร- วิศวกรออกแบบและพฒั นา
INTJ : เหมาะกับนกั วิทยาศาสตร- นกั คณิตศาสตร- อาจารยม- หาวิทยาลัย วิศวกร แพทย-
โปรแกรมเมอร- นักเศรษฐศาสตร- นักประดษิ ฐ- ผนู5 ำทหาร ผพู5 พิ ากษา นกั กฎหมาย
ESTP : เหมาะกับตำรวจ คนขบั รถ นกั สบื โปรแกรมเมอร- นักวิเคราะห- นักสถติ ิ วิศวกร นักแสดง
ชOางไม5 ชOางกล ผปู5 ระพนั ธ-เพลง นกั บนิ นักกีฬา ศลิ ปนÄ นกั ลงทนุ
ESFP : เหมาะกับครูอนุบาล ครปู ระถม ผูด5 แู ลเด็ก นักสังคมสงเคราะห- ผแ5ู ตOงเพลง นักเขยี น
ESTJ : เหมาะกับนักลงทุน ตำรวจทที่ ำงานศนู ยบ- ญั ชาการ ตำรวจสบื สวน นกั กีฬา นกั แสดง
ESFJ : เหมาะกับพยาบาล ครปู ระถม นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร- เลขานกุ าร นกั กายภาพบำบดั ผ5ู
ทำงานด5านศาสนา เจ5าหน5าทกี่ ารบนิ ผู5ทำงานด5านสขุ ภาพ ผทู5 ำงานธนาคาร
ENTJ : เหมาะกบั นกั บริหารในองค-กร นักวทิ ยาศาสตร- โปรแกรมเมอร- นักกฎหมาย ผ5พู พิ ากษา
นักลงทุน อาจารย-มหาวิทยาลัย
ENTP : เหมาะกบั นกั วิจัยด5านวทิ ยาศาสตร- โปรแกรมเมอร- นกั กฎหมาย นักออกแบบซอฟตแ- วร-
อาจารย-มหาวิทยาลัย นักประดษิ ฐ- วิศวกร นกั ลงทุน ชOางภาพ นกั แสดง ตวั แทนฝÖายขาย
ENFJ : เหมาะกับนกั จิตวทิ ยา พระ ครู นักสงั คมสงเคราะห- นกั การเมือง นักการทูต ผ5ูให5คำปรกึ ษา
นกั เขียน
ENFP : เหมาะกับนกั ลงทนุ นกั จติ วทิ ยา นักเขียน นกั หนังสือพิมพ- นักการเมือง ครู
นกั วทิ ยาศาสตร- วิศวกร
***************************
ถอดรหสั ประจำตวั ...ค1นหาอาชพี ที่ใชเ: รา
คำชแ้ี จง : ใหนS กั เรียนทำแบบวดั บคุ ลิกภาพ MBTI แลSวนำผลท่ไี ดSมาวิเคราะหตê นเองตามความเปkนจรงิ
รหสั ประจำตวั ฉนั ............................................................…………………………………
ลักษณะบคุ ลกิ ภาพของฉนั …………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………...
อาชีพท่เี หมาะสมกบั ฉัน………………………………………………………………………………..
ความใฝsฝUนของฉัน..................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรทู. ่ี 10
รายวิชา กิจกรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23901 กล8มุ กจิ กรรมพฒั นาผเ=ู รียน
หนว8 ยการเรียนรูท= ่ี 2 การวางแผนด=านการศกึ ษา อาชีพ และสังคม เวลา 8 ชวั่ โมง
เรอื่ ง การสรา= งแรงบันดาลใจจากบคุ คลตน= แบบ เวลา 1 ชั่วโมง
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท^ ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1/2565
ครผู =สู อน ครูปยb ธิดา แสงทอง โรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร
...................................................................................................................................................................................................
1. จุดประสงค-การเรยี นรู5
- ผ=ูเรียนสามารถคดิ วิเคราะหM ตดั สินใจ แกป= ญä หา และวางแผนดา= นชีวิตและสังคม
2. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค-
- ใฝเf รียนรู=
- มุ8งม่ันในการทำงาน
3. สมรรถนะสำคัญของผ5ูเรยี น
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช=ทักษะชวี ติ
4. สาระสำคญั
- ผเู= รียนสามารถคิดวเิ คราะหM ตัดสินใจแกป= äญหา และวางแผนดา= นการศกึ ษาตอ8 ดา= นอาชพี
ในอนาคต และด=านการใช=ชีวิตได=อยา8 งเหมาะสม
5. สาระการเรียนร5ู
- ผเ=ู รียนสามารถสร=างแรงบนั ดาลใจจากบุคคลต=นแบบทตี่ นเองชน่ื ชอบไดอ= ย8างเหมาะสม
6. การจดั กิจกรรมการเรียนร5ู
ขัน้ นำ
1. ครใู ห=นักเรยี นแตล8 ะคนร8วมกนั สำรวจบคุ คลรอบตัวทปี่ ระสบความสำเร็จในปäจจุบันแล=วลอง
ยกตวั อยา8 งประกอบ อาทิ ดาราช่อื ดัง ครใู นโรงเรยี น นกั กีฬาทีมชาติ
ข้นั สอน
2. ครใู หน้ กั เรยี นอธบิ ายปัจจยั ทส=ี ง่ ผลใหเ้ กดิ ความสาํ เรจ็ ในการใชช้ วี ติ แลว้ ใหน้ กั เรยี นศกึ ษา
ใบความรู้ เรอ=ื ง เรยี นรจู้ ากบุคคลตน้ แบบ เพือ่ เปดb ทางสค8ู วามสำเรจ็
3. ครยู กตัวอย8างบุคคลต=นแบบ ทีค่ รูเลอื กให=เปนq Idol ในการดำเนนิ ชวี ิต ตง้ั แต8เด็กจนถึงปจä จุบัน
4. นกั เรยี นคน้ หาและศกึ ษาอตั ชวี ประวตั ขิ องบุคคลตน้ แบบ ทเ=ี ป็น Idol ในดวงใจ พรอ้ มนำเสนอ
หน=าชั้นเรียนอย8างภาคภูมใิ จ
ข้ันสรุป
5. ครูและนกั เรียนรว8 มกนั อภปิ รายถงึ การนำข=อดี แนวทางการใชช= ีวิตทคี่ ุม= คา8 และมีความสขุ มาปรบั
ใช=ในการดำเนินชวี ติ ของตนเองให=ประสบความสำเรจ็ ในอนาคต
7. สอื่ และแหลOงการเรยี นรู5
- ใบความร=ู เรื่อง เรยี นรจู้ ากบุคคลตน้ แบบ เพอ่ื เปดb ทางสค8ู วามสำเร็จ
8. ช้นิ งานและภาระงาน
- ใบงาน เร่ือง Idol ของฉัน
9. การวัดและการประเมินผล
รายการประเมนิ วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมือทีใ่ ช5 เกณฑก- าร
- ใบงาน เร่ือง Idol ของฉนั ประเมิน
ดา5 นความร5ู นกั เรยี นสามารถคดิ - การตรวจใบงาน - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนร=ู - ผา8 นเกณฑใM น
วิเคราะหM ตัดสนิ ใจแก=ปญä หา ระดบั ดีขน้ึ ไป
- แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญ
และวางแผนดา= นการศึกษา - ผ8านเกณฑใM น
ระดบั ดขี ้ึนไป
ด5านคุณลักษณะ นักเรยี น - การสังเกต
สามารถ ผ8านเกณฑMใน
ระดบั ดีข้นึ ไป
1) ใฝเf รยี นรู=
2) มุ8งมนั่ ในการทำงาน
ด5านสมรรถนะสำคัญ นกั เรียนมี - การสังเกต
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใชท= กั ษะ
ชีวิต
บันทกึ หลังแผนการจดั การเรียนร.ู
ผลการจดั การเรียนรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปญY หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ5 เสนอแนะ/วธิ ีการแกไ5 ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชอื่ ) ………..............………….................….…….. ผ=สู อน
(นางสาวปbยธิดา แสงทอง)
............/..................... /..................
ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนร5ู
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถูกตอ= งตามหลกั วิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเนน= ผู=เรียนเปนq สำคญั ใช=สอื่ และแหลง8 เรียนร=ูทหี่ ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จดุ ประสงคแM ละกระบวนการจดั การเรียนร=ูโดยใช=วิธีการท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสก8ู ารปฏิบตั ิได=สอดคล=องกบั หลักสตู ร บริบท สภาพของผู=เรียนและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
(นายณรงคศM ักด์ิ บญุ พุ8ม)
หัวหนา= งานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วชิ าการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู นน= ผู=เรียนเปนq สำคญั
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นร=ูหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จิตพสิ ัย ทกั ษะพิสัย
ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษM)
หัวหนา= งานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ท่ี ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจดั การเรยี นรู= เพ่ือนำไปพัฒนางานต8อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)
รองผอ=ู ำนวยการกลมุ8 บรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
เรยี นรูจ) ากบุคคลตน) แบบ...เพ่อื เปดÄ ทางสคูA วามสำเร็จ
เชอื่ วา1 ตอนเด็กๆ เราคิดวา1 หลายคนคงจะมีบุคคลตน3 แบบหรือบุคคลตัวอย1าง
คนที่เราเอาเป[นแบบอยา1 งในการดำเนนิ ชวี ติ ตอนน้ีกเ็ ชน1 กัน!!!!
คณุ สมบัติท่ดี ีของบคุ คลต.นแบบ >> คนท่ีมคี วามพยายาม คนทมี่ คี วามคดิ สร3างสรรคC
คนทีม่ ีจิตใจดงี ามมีน้ำใจชว1 ยเหลือคนอ่นื คนที่ม1งุ มนั่ ทะเยอทะยานเพ่ือความสำเร็จ คนทม่ี อี ิสระใน
ความคดิ คนท่ีซ่ือสัตยCและเคารพสทิ ธขิ องผูอ3 นื่ ฯลฯ
ประโยชนHของการมตี น. แบบท่ดี คี ืออะไร >> ความสำเร็จของบคุ คลตน3 แบบ แนวคดิ
แนวทางการแก3ปญ( หาของเคา3 จะทำให3เรามองโลกในแง1มุมใหมๆ1 ช1วยใหเ3 ราเข3าใจป(ญหา
และแก3ไขได3 และเรายงั จะไดน3 สิ ัยทีด่ ีจากบุคคลต3นแบบตดิ ตวั มาโดยไมไ1 ด3ตั้งตวั อกี ด3วย
.............................
“ สตฟี จอบส์ กลา่ วไวว้ า่ วนิ ยั ในการพฒั นาตวั เองเป็นสง=ิ ทแ=ี ยกระหวา่ งคนทส=ี าํ เรจ็ กบั คนทล=ี ม้ เหลว”
การประสบความสาํ เรจ็ ในชวี ติ คงไมไ่ ดห้ มายถงึ คนทม=ี คี วามสาํ เรจ็ ในหน้าทก=ี ารงาน มฐี านะทาง
เศรษฐกจิ ทม=ี นั= คงเพยี งอยา่ งเดยี วเทา่ นนัT แต่ตอ้ งเป็นบุคคลมหี ลกั การคดิ การครองตน ครองคน ครอง
งาน มวี สิ ยั ทศั น์ในการดาํ เนินชวี ติ พรอ้ มกบั การดแู ลตนเองและครอบครวั ใหม้ คี วามสขุ สมบรู ณ์ดว้ ย
ถนนเสน้ ทางแหง่ ความสาํ เรจ็ นนัT ไมเ่ คยสวยหรู บางครงัT กอ็ าจจะทาํ ใหเ้ ราตกอยใู่ นจดุ ทต=ี =าํ ทส=ี ดุ
ของชวี ติ กไ็ ด้ เพราะกอ่ นทค=ี นเราจะประสบความสาํ เรจ็ จะตอ้ งอาศยั ทงัT การทมุ่ เทอยา่ งหนกั ความอดทน
และตอ้ งเผชญิ กบั อุปสรรคความทา้ ทายมากมาย ซง=ึ ความลม้ เหลวทเ=ี กดิ ขนTึ นนัT เป็นเรอ=ื งธรรมดาท=ี
สามารถเกดิ ขนTึ ไดเ้ สมอ และความลม้ เหลวเหลา่ นTีแหละทเ=ี ป็นจดุ เรม=ิ ตน้ ในการนําเราไปสคู่ วามสาํ เรจ็
คณุ อาจไมเ่ คยรมู้ ากอ่ นวา่ มเี หลา่ คนดงั ทป=ี ระสบความสาํ เรจ็ จาํ นวนมากทต=ี อ้ งฝ่าฟันกบั อุปสรรค
เหลา่ นTีเสมอ ความลม้ เหลวทเ=ี กดิ ขนTึ กบั พวกเขานนัT เคยทาํ ใหพ้ วกเขาตอ้ งตกอยใู่ นจดุ ทเ=ี รยี กไดว้ า่ “ต=าํ สดุ
ของชวี ติ ” แต่ทา้ ยทส=ี ดุ แลว้ การทมุ่ เทอยา่ งหนกั และความมงุ่ มนั= ตงัT ใจ กไ็ ดน้ ําพาพวกเขาใหไ้ ปถงึ ยงั ฝัง= ฝัน
และกลายมาเป็นแรงบนั ดาลใจใหก้ บั ผอู้ น=ื มากมาย
ถา้ คณุ เคยรสู้ กึ หมดหวงั หรอื รสู้ กึ ลม้ เหลวในชวี ติ และตอ้ งการสงิ= ทจ=ี ะสรา้ งแรงบนั ดาลใจใหก้ บั คณุ
น=ีอาจจะเป็นเรอ=ื งราวเลก็ ๆน้อยๆของเหลา่ คนดงั ทจ=ี ะมาจดุ ประกายฝันและสรา้ งแรงบนั ดาลใจ เพอ=ื ใหค้ ณุ
มแี รงฝ่าฟันกบั อุปสรรคและกลายมาเป็นคนทม=ี ชี อ=ื เสยี งและประสบความสาํ เรจ็ ในชวี ติ อยา่ งพวกเขาได้
วิธีคิดของคนท9ีประสบความสาํ เรจ็ ในชีวิต ให้ท่องเอาไว้ทกุ วนั
Z. ความคดิ เป็นตวั กาํ หนดชะตาชวี ติ คดิ ผดิ เสยTี ววนิ าที สง่ ผลถงึ ชะตาชวี ติ
\. ตงัT เป้าหมายทช=ี ดั เจนวา่ อยากจะทาํ อะไรในชวี ติ กาํ หนดระยะเวลา แลว้ ลงมอื ทาํ
]. เวลาเลอื กทาํ งาน อยา่ ไปดวู า่ มนั งา่ ยหรอื ยาก ใหด้ วู า่ มนั คมุ้ หรอื ไมค่ มุ้ มนั จะสรา้ งชวี ติ สรา้ ง
อนาคตไดห้ รอื ไม่
^. โฟกสั ทลี ะอยา่ ง ทมุ่ เทความพยายามและความสามารถทงัT หมดทม=ี ใี นสงิ= เดยี ว แตกต่างจากคน
ทวั= ไปทไ=ี มม่ โี ฟกสั คนทท=ี าํ ทกุ โอกาสทผ=ี า่ นเขา้ มาในชวี ติ มกั ไมค่ อ่ ยประสบความสาํ เรจ็
`. คนทป=ี ระสบความสาํ เรจ็ ทย=ี งิ= ใหญ่ได้ ตอ้ งมแี รงจงู ใจอยา่ งแรงกลา้ คอื ความกระหายอยากจะ
ไดส้ งิ= ทป=ี รารถนา ทาํ ใหเ้ กดิ ความมงุ่ มนั= ทจ=ี ะประสบความสาํ เรจ็ ตามเป้าหมาย
a. มวี ธิ ที จ=ี ะประสบความสาํ เรจ็ หลายวธิ ี แต่จงเลอื กเอาวธิ ที ง=ี า่ ยทส=ี ดุ และเหมาะสมกบั
ความสามารถของเรามากทส=ี ดุ เพยี งวธิ เี ดยี วมาเป็นตน้ แบบ แลว้ ลงมอื ทาํ
b. อยา่ ดแี ต่พดู ใหพ้ ดู จรงิ ทาํ จรงิ
c. ใชส้ ตปิ ัญญาในการดาํ เนินชวี ติ …อยา่ ใชอ้ ารมณ์ เดด็ ขาด
e. อยา่ รอความสมบรู ณ์แบบ เพราะคณุ อาจเสยี โอกาสใหก้ บั ผทู้ ม=ี องเหน็ ชอ่ งวา่ งและเรว็ กวา่ คณุ
ไดท้ กุ เมอ=ื ในการทาํ ธรุ กจิ ใหย้ ดึ ความสามารถหรอื ความถนดั ของเราเป็นหลกั
Zf. ตงัT เป้าหมายทกุ วนั และทาํ ใหส้ าํ เรจ็ แลว้ ทาํ จนเป็นนิสยั
ZZ. ใชเ้ วลาใหเ้ ป็นประโยชน์ ทกุ คนมี \^ ชวั= โมงต่อวนั เทา่ กนั ทกุ คน ใครบรหิ ารเวลาไดด้ กี จ็ ะกา้ ว
ไปขา้ งหน้าเรว็ กวา่ คนอน=ื คนทป=ี ระสบความสาํ เรจ็ ไมไ่ ดใ้ ชเ้ วลามากมายไปกบั Social Media ดทู วี ี หรอื
เลน่ เกมส์ เพราะเขาตอ้ งการใชเ้ วลาใหค้ มุ้ คา่ ทส=ี ดุ ในการทาํ สง=ิ ทม=ี แี ต่ประโยชน์ต่อเป้าหมายในชวี ติ
Z\. เชอ=ื มนั= วา่ คณุ ทาํ ได้ คดิ เป็น กลา้ ตดั สนิ ใจ และลงมอื ทาํ ทนั ที ไมท่ อ้ ก่อนถงึ ความสาํ เรจ็ ตราบ
ใดทย=ี งั ไมไ่ ดล้ งมอื ทาํ อยา่ เชอ=ื วา่ ตวั เองทาํ ไมไ่ ด้
Z]. พรอ้ มทมุ่ เททกุ อยา่ งเพอ=ื ความสาํ เรจ็ หนกั เอา เบาสู้
Z^. ยอมเปลย=ี นแปลงตนเองเพอ=ื ความสาํ เรจ็
Z`. อยา่ พดู วา่ เดยีp วจะทาํ ใหเ้ ปลย=ี นเป็น “ทาํ เดยีp วนTี” ตอ้ งลงมอื ทาํ ทนั ที อยา่ มวั แต่สนใจหาขอ้ มลู
ศกึ ษา วเิ คราะห์ จนไมก่ ลา้ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
Za. ไมส่ งุ สงิ กบั คนทม=ี องโลกในแงล่ บ ไมก่ ระตอื รอื รน้ ขบTี น่ ขโTี มโห โทษนนั= โทษน=ี เฉ=อื ย ชอบแก้
ตวั เพราะทาํ ใหเ้ ราคดิ ลบไปดว้ ย การคดิ ลบไมไ่ ดท้ าํ ใหช้ วี ติ ดขี นTึ คดิ บอ่ ยๆจะเผลอตดิ เป็นนิสยั คดิ ลบ
ชวี ติ กต็ ดิ ลบ ใหอ้ ยกู่ บั ใกลค้ นทค=ี ดิ บวกชวี ติ จะเป็นบวก
Zb. คดิ บวกเสมอ ไมจ่ มอยกู่ บั ปัญหาหรอื อดตี เพราะยงิ= ทาํ ใหเ้ ครยี ด ใหเ้ ปลย=ี นเป็นคดิ หาวธิ ที จ=ี ะ
แกป้ ัญหา วา่ ทาํ อยา่ งไรใหช้ นะปัญหานนัT ใหไ้ ด้
Zc. คนฉลาด ยอ่ มรวู้ ธิ เี สรมิ กาํ ลงั ใหแ้ กจ่ ติ ใจ คนโงเ่ ทา่ นนัT ทน=ี อนเสยี กาํ ลงั ใจ ไมร่ จู้ ะแกไ้ ขใจตน
อยา่ งไร
Ze. ยง=ิ มปี ัญหาหรอื อุปสรรคในการทาํ งานมากเทา่ ไหร่ ยงิ= เราแกป้ ัญหาได้ จะยง=ิ ใกลค้ วามสาํ เรจ็
\f. ไมส่ นใจคาํ นินทาของคนอน=ื เพราะมนั ทาํ ใหร้ กสมอง หดหู่ คนอน=ื ไมส่ ามารถวดั คา่ หรอื
ตดั สนิ
คณุ ได้ เพราะคณุ รคู้ ณุ คา่ ของตนเองดอี ยแู่ ลว้
\Z. ไมโ่ กรธใครเลย เรากจ็ ะไมท่ กุ ขเ์ ลย มเี มตตา ใหอ้ ภยั ทกุ คนตลอดเวลา เรากจ็ ะมคี วามสขุ
ตลอดเวลา
\\. อยากไดอ้ ะไรตอ้ งไปหาเอาเอง อยากไดเ้ งนิ ใหอ้ อกไปหาเงนิ เพราะนงั= อยเู่ ฉยๆ มนั คงไม่
หลน่ มาใสห่ วั เราเอง
\]. การไมร่ เู้ ป็นเรอ=ื งแย่ แต่การทไ=ี มค่ ดิ จะเรยี นรเู้ ป็นเรอ=ื งเลวรา้ ยกวา่ ตอ้ งรจู้ กั ปรบั ตวั และ
ความคดิ ใหท้ นั กบั การเปลย=ี นแปลงของโลกในแต่ละวนั เพราะมกี ารคน้ พบ นวตั กรรม และเทคโนโลยี
ใหมๆ่ เกดิ ขนTึ ทกุ วนั ไมเ่ ชน่ นนัT เราจะกา้ วไมท่ นั โลก
\^. ความสงสยั ในเรอ=ื งไรส้ าระ และการแสวงหาขอ้ มลู ในเรอ=ื งทไ=ี มม่ ปี ระโยชน์ ไมเ่ คยทาํ ใหใ้ คร
ประสบความสาํ เรจ็ อยากมชี วี ติ ทด=ี ี และประสบความสาํ เรจ็ จงเลอื กฟังแต่ เรอ=ื งดี ๆ เรอ=ื งสรา้ งสรรค์
เรอ=ื งทม=ี ปี ระโยชน์ต่อชวี ติ เรอ=ื งทท=ี าํ ใหช้ วี ติ กา้ วหน้า
\`. ไมม่ เี ศรษฐรี =าํ รวยจากการทาํ งานงา่ ย แต่เคา้ รวยจากการทาํ งานยาก ไมม่ อี ะไรทท=ี าํ แลว้ ไม่
เหน=ือย แต่ยง=ิ เหน=ือยแลว้ ตอ้ งไดม้ รี ายไดด้ ว้ ย
\a. อยากมเี กยี รติ มคี นเคารพยกยอ่ ง ตอ้ งเป็นคนรจู้ กั เสยี สละ มเี มตตา ทาํ ตวั มปี ระโยชน์ต่อ
สว่ นรวม ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น=ื
\b. วาสนาสรา้ งไดเ้ อง ทาํ อยา่ งไรไดอ้ ยา่ งนนัT อยากประสบความสาํ เรจ็ ร=าํ รวย ตอ้ งหมนั= หา
ความรู้ พฒั นาตวั เอง ขยนั อดออม ทาํ แต่ความดี
\c. ความดี คอื การลงทนุ เพยี งอยา่ งเดยี ว ทไ=ี มม่ วี นั ขาดทนุ
รนู้ ้อยจะฉบิ หาย เชอ=ื งา่ ยจะวบิ ตั ิ
\e. โอกาสมาหาเราตลอดเวลา เครอ=ื งมอื ในการจบั โอกาสคอื ความพรอ้ ม คนทบ=ี อกวา่ ไมม่ โี อกาส
คอื คนทไ=ี มม่ คี วามพรอ้ ม
จงทาํ เรอ=ื งยากทส=ี ดุ ทกุ เรอ=ื ง ใหก้ ลายเป็นเรอ=ื งงา่ ย แต่จงอยา่ ทาํ แมแ้ ต่เรอ=ื งเดยี วดว้ ยความมกั งา่ ย
]f. อยากประสบความสาํ เรจ็ ทย=ี ง=ิ ใหญ่ ไมใ่ ชแ่ คท่ าํ ทกุ อยา่ งใหด้ พี อ แต่ตอ้ งดเี ลศิ และดที ส=ี ดุ ทาํ มนั
จนสดุ ความสามารถ ทาํ ใหด้ ที ส=ี ดุ ในชวี ติ
]Z. อยา่ ละเลยสขุ ภาพ ใสใ่ จและหาวธิ ที ท=ี าํ ใหต้ วั เองสขุ ภาพดที ส=ี ดุ เทา่ ทจ=ี ะทาํ ได้
]\. ใหก้ าํ ลงั ใจตวั เองทกุ วนั เมอ=ื ยามทอ้ แท้ เหน=ือยใจ ใหอ้ า่ นคาํ คม เรอ=ื งบนั ดาลใจของคนสชู้ วี ติ
ฟังเพลงใหก้ าํ ลงั ใจ หรอื พกั ผอ่ นสกั ครเู่ พอ=ื กลบั มาสใู้ หมอ่ กี ครงัT
]]. ความทกุ ข์ มไี วท้ ดสอบความเขม้ แขง็ ของจติ ใจ ความทกุ ข์ อยกู่ บั เราไดไ้ มน่ าน
เราเลกิ คดิ มนั กเ็ ลกิ ทกุ ข์
]^. ความรนุ แรง คอื วถิ ขี องคนไรค้ วามสามารถ
]`. ในเวลาทเ=ี ราโกรธ…ควรพดู ใหน้ ้อยทส=ี ดุ จะไดไ้ มต่ อ้ งมานงั= เสยี ใจภายหลงั
]a. ความโกรธ…ไมไ่ ดท้ าํ ใหเ้ รามพี ลงั แต่ทาํ ใหเ้ รากลายเป็นคนบา้
]b. มแี ต่ ความสงบและสติ ทช=ี ว่ ยเราได…้ ทาํ ใหเ้ รายอมรบั ความจรงิ รเู้ ทา่ ทนั อารมณ์ มปี ัญญา
ไวแ้ กไ้ ข
"อยา่ ปลอ่ ยเวลาแต่ละวนิ าที ใหเ้ สยี เปลา่ เพราะความสาํ เรจ็ ตอ้ งการเวลา ถา้ เวลาและโอกาสผา่ น
ไปแลว้ มนั ยอ้ นคนื มาไมไ่ ด้ ถงึ มเี งนิ เป็นลา้ นกซ็ อTื เวลาและโอกาสใหค้ นื มาไมไ่ ดเ้ ชน่ กนั "
MY IDOL
แผนการจดั การเรยี นรูท5 ี่ 11
รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหสั วชิ า ก23901 กลมุ8 กจิ กรรมพัฒนาผเ=ู รียน
หนว8 ยการเรยี นร=ทู ี่ 2 การวางแผนด=านการศึกษา อาชีพ และสงั คม เวลา 8 ช่ัวโมง
เรอื่ ง การศกึ ษาข=อมูลโลกอาชพี เวลา 1 ชั่วโมง
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท^ ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1/2565
ครูผ=ูสอน ครูปยb ธดิ า แสงทอง โรงเรยี นหนองบวั พิทยาคาร
...................................................................................................................................................................................................
1. จุดประสงค-การเรยี นร5ู
- ผู=เรียนสามารถคดิ วเิ คราะหM ตดั สนิ ใจ แก=ปญä หา และวางแผนดา= นอาชพี
2. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค-
- ใฝเf รยี นร=ู
- มงุ8 ม่นั ในการทำงาน
3. สมรรถนะสำคญั ของผ5ูเรียน
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช=ทักษะชวี ติ
4. สาระสำคัญ
- ผู=เรียนสามารถคิดวิเคราะหM ตัดสนิ ใจแกป= ญä หา และวางแผนด=านการศึกษาต8อ ด=านอาชพี
ในอนาคต และด=านการใช=ชีวติ ไดอ= ย8างเหมาะสม
5. สาระการเรียนร5ู
- ผู=เรยี นสามารถสำรวจอาชีพรอบตัว เข=าใจรายละเอยี ด บรบิ ทของอาชพี ทีต่ นเองสนใจได=
6. การจดั กจิ กรรมการเรยี นร5ู
ขนั้ นำ
1. ครูสำรวจเปáาหมายและองคคM วามรเ=ู บอื้ งตน= ของนักเรยี นในเร่ืองการวางแผนประกอบอาชพี
ในอนาคต แลว= ส8ุมถามเปqนรายบคุ คล
ขัน้ สอน
2. ครูให=นักเรียนเล8นเกมทายชื่ออาชพี จาก บตั รคำบทกลอนสอนอาชพี ท่คี รูเตรียมมาเพ่ือกระตุ=นให=
นกั เรียนเกิดการคิดวเิ คราะหM และบอกลักษณะอาชพี ต8างๆ
3. ครอู ธิบายถงึ การตัง้ เปาá หมาย การนำตนเองไปสูอ8 าชพี ทใ่ี ฝfฝนä ขอ= จำกัด ความเสย่ี ง การเปลย่ี นแปลง
ค8านิยมของอาชีพต8าง ๆ และใหน= กั เรยี นศึกษาใบความร=ู เรอ่ื ง ถอดรหัสเทรนดโM ลกอาชีพเกดิ ใหม8ป^ 2020 เพ่ือ
ประกอบการตดั สนิ ใจ
4. นกั เรยี นแบ8งกลม8ุ 4 – 6 คน คน= หาข=อมลู อาชีพทตี่ นเองสนใจ 2 อาชพี (อาชพี หลัก,อาชีพรอง)
พร=อมนำเสนอข=อมลู ให=เพอ่ื นๆในกลม8ุ ฟäงอย8างละเอยี ด
5. จากนั้นนกั เรยี นแตล8 ะกล8ุมร8วมกันระดมสมองคดั เลือกอาชพี ท่สี ำคญั และนา8 สนใจเพ่อื นำมา
เขียนใส8กระดาษรอ= ยปอนดใM นหวั ข=อ “โลกอาชีพ” นำเสนอ และแสดงบทบาทสมมตหิ นา= ชั้นเรียน
ถึงกระบวนการทำงานและรายละเอียดตา8 งๆ
ขนั้ สรุป
6. ครแู ละนกั เรียนรว8 มกันอภปิ รายถึง “โลกอาชพี ” เพอื่ แลกเปล่ียนเรียนรู= และสรา= งแรงบันดาลใจใน
การนำตนเองไปสู8เปáาหมายให=สำเร็จ
7. ส่อื และแหลOงการเรยี นร5ู
- บัตรคำ บทกลอนสอนอาชพี
- ใบความรู= เรือ่ ง ถอดรหสั เทรนดMโลกอาชีพเกดิ ใหม8ป^2020
8. ช้นิ งานและภาระงาน
- Mind mapping เร่อื ง “โลกอาชพี ”
9. การวดั และการประเมินผล
รายการประเมนิ วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมอื ทีใ่ ช5 เกณฑ-การ
- การตรวจ Mind - Mind mapping เรื่อง “โลก ประเมิน
ด5านความร5ู นกั เรยี นสามารถคดิ mapping อาชีพ” - ผ8านเกณฑMใน
วเิ คราะหM ตดั สนิ ใจแก=ปญä หา - การรว8 มกจิ กรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู= ระดบั ดขี ึ้นไป
และวางแผนด=านการศึกษา - การสงั เกต
ดา5 นคณุ ลักษณะ นกั เรยี น - แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั - ผา8 นเกณฑMใน
สามารถ - การสังเกต ระดบั ดขี ้ึนไป
1) ใฝเf รยี นร=ู
2) มุ8งมัน่ ในการทำงาน ผ8านเกณฑMใน
ดา5 นสมรรถนะสำคญั นักเรียนมี ระดบั ดีขึ้นไป
1) ความสามารถในการคดิ
2) ความสามารถในการใช=
ทกั ษะชวี ิต
บนั ทึกหลงั แผนการจดั การเรียนร.ู
ผลการจดั การเรียนรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปYญหาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ5 เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ5 ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชอื่ ) ………..............………….................….…….. ผู=สอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)
............/..................... /..................
ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนร5ู
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเนน= ผู=เรียนเปนq สำคญั ใชส= ือ่ และแหลง8 เรยี นรท=ู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จดุ ประสงคMและกระบวนการจดั การเรียนร=ูโดยใช=วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสก8ู ารปฏิบตั ิไดส= อดคลอ= งกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผู=เรยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
(นายณรงคศM กั ดิ์ บุญพ8มุ )
หัวหน=างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู นน= ผู=เรียนเปนq สำคญั
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นร=ูหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทกั ษะพสิ ัย
ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)M
หัวหนา= งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจดั การเรยี นรู= เพื่อนำไปพัฒนางานต8อไป
ลงชือ่ .....................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)
รองผอู= ำนวยการกลุ8มบริหารวิชาการ
วันท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
“ คงปฏเิ สธไมไO ด5วาO ในศตวรรษท่ี 21 ความสำเร็จของคนเรานั้น ขึ้นอยOูกบั ทักษะ และ ความรอบรู)
เปนà สำคัญ เพราะความกา5 วหน5าดา5 นเทคโนโลยีและการที่โลกเช่ือมโยงกันในแทบทุกด5านเปàนทง้ั โอกาส
และความท5าทาย น่ันแปลวOา หากเราเขา5 ใจการเปล่ียนแปลงและสามารถปรบั ตัวยกระดับทกั ษะความร5ู
ให5ทนั ตOอแนวโนม5 และความต5องการใหมOๆของโลก ยอO มจะมโี อกาสประสบความสำเรจ็ ไดไ5 มOยาก
และทำได5กOอนใคร”
ความเปลยี่ นแปลงของโลกที่เกิดขึน้ อย1างรวดเรว็ สง1 ผลกระทบโดยตรงกับวิถชี ีวติ ของทุกคน
บนโลกรวมถึงประเทศไทยดว3 ย ผู3นำทงั้ หลายในประเทศไทยจะจดั การกับความท3าทายทเ่ี กิดขนึ้
และจะนำพาองคCกรหรอื ประเทศชาตใิ หก3 า3 วไดอ3 ยา1 งมนั่ คงและทันกระแสโลกท่เี ปลี่ยนแปลงอย1าง
รวดเรว็ น้ไี ดอ3 ยา1 งไร ในเม่อื ทั่วโลกตา1 งกย็ อมรับไปในทางเดยี วกันว1าสงิ่ ทเ่ี กิดขน้ึ ในทุกวินาทนี ้ี เปน[
สง่ิ ท่ผี ู3นำทงั้ หลายไมเ1 คยคาดคิดว1าจะเกดิ ข้ึนมาก1อนหรอื อาจพดู ได3ว1า โลกในทุกวันน้ที ี่เราอยูก1 ัน
เรียกได3วา1 เป[น “New Normal” หรือโลกที่มสี ง่ิ ใหม1ๆ เกิดขน้ึ ตลอดเวลาจนสิง่ เหล1านั้นกลายเปน[
บรรทัดฐานหรือธรรมชาตขิ องสงั คมไปโดยปริยาย เราปฏเิ สธไม1ได3ว1าการเปลี่ยนแปลงน้ีเกิดจากการ
คบื คลานของ “เทคโนโลย”ี ทเ่ี ขา3 มามีบทบาทและสร3างจดุ เปล่ยี นคร้งั สำคัญ
จะเห็นได3ว1าหลายองคกC รพยายามเรง1 พฒั นาให3สามารถก3าวขา3 ม Disruption ท่เี กดิ ข้นึ และ
พร3อมจะสร3างความรุนแรงไดท3 ุกเมอื่ ในส1วนคนเอง ในฐานะทรพั ยากรมนษุ ยอC ันมคี า1 ก็ตอ3 งย่งิ เรง1
ขวนขวายและพัฒนาทกั ษะส3ูวกิ ฤติพรอ3 มรบั กบั การเปล่ยี นแปลงใหม1ๆ เพ่อื ใหพ3 ร3อมตอบรับความ
ต3องการของสงั คมในอนาคต
ท1ามกลางการเติบโตของเทคโนโลยีอย1าง“เทคโนโลยปี ญ> ญาประดษิ ฐS” หรือ AI
ที่เปน[ เหมือนคล่นื สนึ ามลิ กู ยกั ษทC ี่พรอ3 มซัดทกุ ตลาดแรงงานอยา1 งต1อเน่ือง จนผ3ูเชย่ี วชาญจากทว่ั
โลกคาดวา1 หลายอาชพี ในปจ( จุบนั กว1า 73 ล.านอาชีพกำลงั จะหายไปภายในปl ค.ศ. 2030
ตวั เลขทสี่ ูงจนน1าตกใจนกี้ ระตนุ3 ให3พนักงานหลายคนในหลากหลายองคกC รเริ่มตระหนักถงึ หายนะ
ทก่ี ำลังเตรยี มเลอื่ ยขาเก3าอ้ีแบบฉบั เดียวขาด และเรง1 พฒั นาตนเองอย1างเต็มกำลัง แนวโนม3 เร่ือง
ความกงั วลวา1 หุน1 ยนตCและป(ญญาประดิษฐจC ะ ‘แย1ง’ งานมนษุ ยCดูเหมอื นจะเปน[ ประเด็น
ท่ีใครๆ ตา1 งพากนั พดู ถึงในช1วงเวลาน้ี แต1ในขณะเดียวกนั ยังมกี ารโต3ตอบจากนักวชิ าการบางกลุม1
เรอ่ื งหุ1นยนตCจะเขา3 มาแย1งงานมนุษยC โดยได3ยกสถติ ขิ องการปฏิวัตอิ ุตสาหกรรม ในยคุ ท่ีนำ
เครอ่ื งจักรมาทดแทนแรงงานคนในปù ค.ศ. 1900 ว1า 40% ของแรงงานในประเทศสหรฐั อเมริกาอยู1
ในภาคเกษตรกรรม แม3ทกุ วนั น้เี หลือคนในภาคเกษตรกรรมเพยี ง 2% แตป1 ระเด็นสำคญั คอื แรงงาน
หรอื บุคลากรในประเทศสหรฐั อเมริกาไมไ1 ดต3 กงาน แต1ไดท3 ำงานท่มี คี ุณค1าสงู ขึ้นด3านควบคมุ
เครอ่ื งจกั ร รวมถงึ มงี านใหม1ๆ เกิดขึน้ ตามความก3าวหนา3 ของโลกอุตสาหกรรมคร้ังน้ัน
ซงึ่ สอดคลอ3 งกับผลการศกึ ษาลา1 สุดวา1 “การเปลยี่ นแปลงดา3 นเทคโนโลยไี ด3สรา3 งตำแหน1งงานใหมๆ1
ทีม่ ากกว1าตำแหน1งงานที่ถกู ทำลายหายไป เม่อื เทียบจากจำนวนตำแหน1งงานในช1วง 144 ปùท่ีผา1 น
มา” ดังนั้นในโลกดิจิตลั และเทคโนโลยีทก่ี ำลงั เกิดข้ึนจงึ ไม1ไดจ3 ะมีแตด1 า3 นลบเทา1 นน้ั แต1ข้นึ อยูก1 ับวา1
ใครจะปรับตวั ได3กอ1 น หรอื ใชป3 ระโยชนจC ากเทคโนโลยีเพื่อนำมาเพ่ือคณุ คา1 กบั ตนเองได3มากกว1า
สำหรบั การหางานในยคุ ประเทศไทย 4.0 ซ่งึ เป<นยุคท่กี ำลังจะมกี ารเปลี่ยนแปลงโครงสราC ง
ทางเศรษฐกจิ จากปGจจุบนั ทเี่ นนC อุตสาหกรรมหนัก ไปสูK “Value-Base Economy” หรอื
“เศรษฐกิจทขี่ บั เคลื่อนดFวยนวตั กรรม” กท็ ำใหCเราตอC งหันมาทบทวนเสนC ทางอาชพี หรือ
เสCนทางการวางแผนทางการเรยี นของเราวาK เหมาะสมกบั ยุคน้ี และยคุ ท่กี ำลังจะเขCามาในอนาคตน้ี
หรอื เปลาK เราไดมC ีการเตรยี มตวั เอง สรCางองคคU วามรูC ความสามารถ ความเช่ยี วชาญ หรือ ทกั ษะ
อะไรบCาง เพื่อใหสC อดคลอC งกับสง่ิ ที่กำลังจะเขCามา โลกเปล่ียนแตKเราไมเK ปล่ยี น ก็อาจจะสรCางปGญหา
ใหเC ราในการปรับตัวไปสูKอนาคตไดเC หมือนกัน ส่งิ ทเี่ ราตอC งทำคือการประเมนิ สถานการณUวKายุค
ประเทศไทย 4.0 นี้ ตอC งการคนที่มีทักษะแบบไหน และในตอนนเี้ รามที กั ษะนั้นบาC งอยKูหรือเปลKา
ถาC เราไมมK แี ลวC เราสามารถอยูKรอดในสังคมการงานของเราปGจจุบัน หรือมีเงินทุนทีเ่ พยี งพอทไ่ี ดC
วางแผนไวCแลCวหลงั จากเกษียณกไ็ มKนาK กังวลใจ แตKถาC ไมKใชK และถCามันเกิดอะไรขนึ้ มาทท่ี ำใหCชีวติ เรา
เปลีย่ นแปลง เราจะยังสามารถไปตKอไดCหรือเปลKา
หากเรามองเทรนดโC ลกขณะนี้ การเปลย่ี นแปลงมากมายท่เี กิดขึน้ อาทิ การขยายตวั ของ
สงั คมผู3สงู อายุ การพฒั นาอย1างต1อเนือ่ งของ Internet of Things การเรียนรแ3ู บบไรข3 ีดจำกัดดว3 ย
Digilearn การเข3ามามบี ทบาทของคนรนุ1 ใหม1 สถานการณเC ร่ือง Urbanization ธุรกจิ ทีส่ รา3 งโอกาส
จากพลังผูห3 ญงิ หรือเรื่องของความตน่ื ตัวในเรอื่ ง Eco-Friendly หรอื Zero Waste
ลว3 นแล3วแต1นำมาซ่ึงอาชีพ หรือไอเดียธุรกจิ แบบใหม1ๆ ทีไ่ มเ1 คยมีมากอ1 น ยกตัวอยา1 งเช1น Data
Scientist หรอื นกั วทิ ยาศาสตรขC อ3 มลู , UI/UX Designer, นกั ออกแบบภาพ 3 มติ ,ิ Youtuber,
นักโภชนาการบำบัด, ช1างภาพ Drone หรอื แมก3 ระทัง่ อาชพี นักออกแบบสตก้ิ เกอรCไลนC เปน[ ตน3
คำถามสำคัญคอื แล)วเราจะพฒั นาตนเองใหพ) ร)อมเปmนพลเมอื งแหAงโลกอนาคตได)
อยาA งไร? และ ทักษะอะไรท่ีเราตอ) งรีบเรียนรเู) พอื่ ตอA กรกับวิกฤติครั้งน้ี?
1. ปญ% ญาประดษิ ฐ: หรือ Artificial Intelligence (AI)
“เรารู3ว1า AI กำลังจะครองโลก เราก็ชิงควบคุมและกอบโกยประโยชนCจากมันให3ได3ซิ!” เหมือนจะ
เป[นคำตอบแบบกำป(®นทุบดินเสียหน1อย แต1เมื่อวิเคราะหCถึงการเติบโตและการแทรกแซงในทุกส1วน
ธุรกิจของ AI ในทกุ วนั นี้แลว3 กไ็ ม1มเี หตุผลอะไรที่จะไม1เริม่ พัฒนาทักษะน้เี ลย
สำหรับ AI ถูกนำมาใช3งานอย1างหลากหลาย อาทิ ระบบประมวลผลตรวจจับใบหน3าบน
โทรศัพทCมือถือ ระบบการประมวลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP) และ
การจดจำคำพูด (Speech Recognition) ที่ถูกใช3ในเทคโนโลยีของ Siri Apple ระบบการแนะนำ
วิดีโอหรือหนังใน Netflix และ Youtube ฯลฯ โดยป(จจุบันสาขานี้ถูกพัฒนาจนมีขั้นตอนประเมิน
ชุดข3อมูล (Hidden layer) ที่ซับซ3อนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล3เคียงกับเครือข1ายประสาทของสมอง
มนษุ ยเC ลยทีเดยี ว
นอกจากเทคโนโลยีอย1าง AI แล3ว ยังมีเทคโนโลยีการพัฒนาซอฟตCแวรCต1างๆ (Software
Development) อย1างระบบการทำงานอัตโนมัติด3วยหุ1นยนตC (Robotic Process Automatic
หรือ RPA) ซึ่งเป[นการพัฒนาซอฟตCแวรCขึ้นมาเพื่อควบคุมกิจกรรมทางธุรกิจหลากหลายรูปด3วย
คอมพิวเตอรCแบบอย1างอัตโนมัติ ผ1านการวิเคราะหCจากชุดข3อมูลต1างๆ ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะเข3ามาทำ
หน3าที่แทนมนุษยCในงานที่ต3องใช3เวลามากและทำซ้ำไปซ้ำมา อย1างการตอบอีเมลCลูกค3า การจัดการ
กับเอกสาร ตัวเลข และข3อมูลปริมาณมาก ราวกับเป[นพนักงานบริษัทที่ทำงานได3 24 ชม. โดยไม1
รู3จักเหน็ดเหนื่อยเลย พูดง1ายๆ ก็คือเมื่อ AI สามารถทำงานได3เร็วกว1าสมองคน จึงจำเป[นที่
คนทำงานทกุ คนตอ3 งเร1งปรับตวั และเรียนร3ูอยา1 งรวดเรว็ กบั เทคโนโลยี
2. การวิเคราะหเ: ซต็ ขอ) มลู ขนาดใหญA (Big Data Analytics) และการ
แสดงผลข)อมลู ให)เห็นภาพ (Data Visualization)
หลายคนคงคุ3นหูกับเรื่อง “Big Data Analytics” หรือกระบวนการวิเคราะหCข3อมูลขนาด
ใหญ1 ซึ่งทำหน3าที่ค3นหารูปแบบความสัมพันธCและหาสิ่งที่เชื่อมโยงข3อมูลเหล1านั้นเข3าไว3ด3วยกัน เพ่ือ
นำข3อมูลที่ได3มาใช3ประโยชนCต1างๆ โดยเฉพาะเพื่อผลประโยชนCทางธุรกิจ ไม1ว1าจะเป[นการหาเทรนดC
ทางการตลาด การหาความต3องการของลูกค3า ซึ่งถูกนำมาประกอบการพัฒนาแผนงาน
การดำเนินการต1างๆ ตลอดจนการตัดสินใจทางธุรกิจ ให3มีความถูกต3อง ตรงจุด และมีประสิทธิภาพ
มากขึ้นอย1างไม1เคยเป[นมาก1อน จนเรียกได3ว1าการตัดสินใจยากๆ ในวันวาน ก็ง1ายขึ้น (และเร็วมาก
ข้นึ มากๆ) เหมือนปอกกลว3 ยเขา3 ปาก
ซึ่งแม3ว1าเทรนดCนี้จะเข3ามาในสังคมโลกรวมถึงประเทศไทยมาได3สักระยะใหญ1ๆ และหลาย
องคCกรก็เริ่มนำเทคโนโลยีนี้เข3ามาเป[นส1วนหนึ่งในการดำเนินงานทางธุรกิจแล3ว แต1มันจะมี
ประโยชนCอะไร ถ3าคนส1วนใหญ1ในองคCกรไม1สามารถอ1านมันออก หรือแม3ว1าจะมีคนอ1านข3อมูลออกก็
ไม1รู3ว1าจะอธิบายให3คนอื่นๆ เข3าใจได3อย1างไร ในป(ญหาส1วนนี้เองที่ทักษะด3าน “Data
Visualization” หรือทักษะในการนำข3อมูลต1างๆ มาทำให3เห็นภาพ เข3ามามีบทบาทอย1างขาด
ไม1ได3 โดยทักษะนี้จะช1วยแปลงข3อมูลเชิงเทคนิคมาอยู1ในรูปแบบของภาพ (Visual) เพื่อให3เข3าใจ
ง1ายขึ้น ดูน1าสนใจมากขึ้น และเห็นภาพรวมของข3อมูลได3ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให3ข3อมูล
ยากๆ สามารถเข3าถึงคนในหมู1มากได3แล3ว ก็ยังเพิ่มโอกาสในการมองเห็นข3อมูลที่น1าสนใจชุดใหม1ๆ
ที่อาจมองข3ามไป นับเป[นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกต1อนึงด3วย จนอาจกล1าวได3ว1า Data
Visualization ถือเปน[ อกี หนึ่งทักษะของพนักงานในฝน( ที่ทกุ องคกC รใฝeหาในอนาคตอย1างไมต1 3องสงสยั
3. การคดิ เชงิ วิพากษS (Critical Thinking) และการแกป" >ญหาที่
ซับซอ" น (Complex Problem-Solving)
แม3ว1าเทคโนโลยีจะถูกพัฒนาให3มาทำงานหลายๆ อย1างแทนมนุษยC แต1มีอยู1สิ่งหนึ่งที่
เครื่องจักรไม1สามารถทำแทนเราได3 และแม3ทำได3 เราก็ไม1ไว3ใจให3ทำหน3าที่แทนมนุษยCแบบร3อย
เปอรCเซ็นตC สิ่งนั้นก็คือหน3าที่ในการตัดสินใจ เพราะถึงแม3ว1า AI จะสามารถคำนวณเรื่องต1างๆ ได3
แม1นยำมากขึ้น เก็บข3อมูลได3มากมาย แต1ในหลายๆ เรื่องก็ยังต3องใช3ทักษะการคิดเชิงวิพากษCในการ
ตัดสินบางเรื่องอยู1 จึงไม1น1าแปลกใจเลยว1า “ทักษะที่เกี่ยวกับการคิดเชิงวิพากษC” (Critical
Thinking) และ “ทกั ษะในการแก3ปญ( หาทซ่ี ับซ3อน” (Complex Problem-Solving)
ซึ่งครอบคลุมไปถึงการเลือกคำตอบในการแก3ป(ญหาที่เหมาะสม จะเป[นทักษะประเภท ซอฟทCสกิล
(Soft Skill) ที่หลายองคCกรเฟzนหาในผู3สมัครงานยุคใหม1 และเร1งพัฒนาพนักงานของตนเองให3มี
ทักษะนี้มากขึ้น โดยทักษะดังกล1าวช1วยให3มนุษยCสามารถวิเคราะหCสถานการณCต1างๆ และตัดสินใจ
กระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามหลักตรรกะและเหตุผลได3อย1างสมเหตุสมผล แม3ว1าป(ญหาดังกล1าวจะมี
ความซับซ3อนที่ยากจะเข3าใจโดยเฉพาะในยุคสมัยที่เทคโนโลยีและมนุษยCทำงานคาบเกี่ยวกันใน
หลายระดับ จนไม1สามารถใชว3 ิธกี ารแกป3 ญ( หาแบบเดิมๆ ได3ในทกุ ป(ญหา
4. ทักษะเรือ่ งคน (People Skills)
ปฏิเสธไม1ได3เลยว1างานเกือบทุกประเภทบนโลกล3วนต3องติดต1อสื่อสารกับคนอื่นๆ ไม1ว1าทาง
ใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้น“ทักษะเรื่องคน” (People Skills) จึงเป[นทักษะที่ขาดไม1ได3ที่จะช1วยให3เรา
สามารถทำงานร1วมกับคนได3อย1างราบรื่น ซึ่งเมื่อจำแนกลงไปแล3วทักษะนี้ประกอบด3วยหลากหลาย
กลมุ1 ไม1ว1าจะเปน[ ทกั ษะเก่ียวกบั ประสทิ ธิภาพส1วนตัว (Personal Effectiveness) ท่ีเน3นการพัฒนา
ตนเอง | ทักษะที่เกี่ยวข3องกับบุคคลอื่น (Interpersonal Skills) อย1างการมีมนุษยสัมพันธCที่ดี
(Interpersonal Skills) และทักษะการสื่อสาร (Communication Skills) ซึ่งรวมตัวกันเกิดเป[น
ความสามารถและทักษะย1อยต1างๆ มากมาย อาทิ ทักษะด3านการจัดการคน (People
Management Skills) ที่ใช3ในการจัดการ (Deal with) พูดคุย และควบคุมทั้งประสิทธิภาพและ
ความรู3สึกของผู3คนรอบข3าง ทักษะเกี่ยวกับความยืดหยุ1นในการเข3าใจผู3อื่น (Cognitive Flexibility)
ที่ช1วยให3เราเข3าใจผู3อื่นได3มากขึ้น รู3จักถึงวิธีการเข3าหา (Approach) และพูดคุยกับผู3คนในแต1ละ
ลักษณะ ตลอดจนรู3วิธีปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารให3เหมาะสมกับแต1ละบุคคลได3อย1างสมบูรณCแบบ
ทักษะด3านการโน3มน3าวใจ (Negotiation Skills) ซึ่งนับว1าเป[นหัวใจสำคัญในการปÄดข3อตกลงทาง
ธุรกิจในทุกๆ ครั้ง ฯลฯ โดยทักษะซอฟทCสกิลเหล1านี้ล3วนเป[นตัวช1วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ให3กับมนุษยCอย1างมาก เพราะตราบใดที่เรายังต3องทำงานร1วมกับผู3อื่น แม3เพียงแค1 1 คน เราก็ยัง
จำเปน[ ตอ3 งใช3ทกั ษะเหล1านไ้ี มม1 ากกน็ 3อย
5. ทกั ษะดา" นความคดิ สรา" งสรรคS (Creativity)
สำหรับทักษะสุดท3าย เป[นทักษะชั้นเลิศที่อยู1คู1กับสังคมมนุษยCมาเนิ่นนาน ซึ่งการันตีได3ถึง
ความยอดเยี่ยมที่แม3หุ1นยนตCตัวที่ดีที่สุดก็ไม1สามารถเทียบเท1ามนุษยCได3 ทักษะนั้นคือ “ความคิด
สร3างสรรคC” (Creativity) เพราะสมองของมนุษยCมีความซับซ3อนและมีความสามารถในการคิดได3
หลากหลายรูปแบบจนนำไปสู1การคิดค3นและสร3างสรรคCสิ่งประดิษฐCใหม1ๆ ซึ่งเทคโนโลยีและ AI บน
โลกใบนี้ต1างเกิดจากความคิดสร3างสรรคCของมนุษยCนั่นเอง สิ่งที่ดีไปกว1านั้นคือแม3ว1าคนเราอาจไม1ได3
เกิดมาแล3วมีทักษะความคิดสร3างสรรคC หรือการคิดหาทางออก หาคำตอบได3อย1างสร3างสรรคC หรือ
เราทุกคนไม1ได3เกิดมาแล3วคิดแบบ Steve Jobs ได3แต1เราก็ยังมีรูปแบบขั้นตอนการคิดที่ฝ∞กให3เราทำ
เช1นนั้นได3 เช1น การฝ∞กคิดแบบ Design Thinking หรือเทคนิคการคิดหาคำตอบแบบนักออกแบบ
เช1นนี้เป[นต3น โดยทักษะความคิดสร3างสรรคCกลับมาทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคที่เครื่องจักร
เข3ามาแย1งงานกินเวลาแสนน1าเบื่อไปเสียหมด จนคนมีเวลาเหลือเฟ±อที่จะใช3ไปกับ การ
สร3างสรรคCไอเดียใหม1ๆ ที่สามารถตอบโจทยCทุกสถานการณCในอนาคต (ที่เพิ่มความท3าทายให3กับนัก
คิดด3วยความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากขึ้นเรื่อยๆ) เฉกเช1นป(จจุบัน โดยเฉพาะการริเร่ิม
ความคิดนอกกรอบ ที่เรียกได3ว1าออกนอกกรอบเดิมๆ แบบที่ไม1เคยคิดเคยฝ(นมาก1อน อันเป[นผลมา
จากการค3นพบความต3องการของลูกค3าที่ไม1เคยเห็นมาก1อน (Unmet Needs) ต1างๆ จากลูกค3ายุค
ใหม1ที่เปลี่ยนไปเร็วไวในทุกขณะ ฉะนั้นหากเป[นคุณเป[นหนึ่งคนที่กำลังกังวลว1าจะโดนหุ1นยนตCแย1ง
งาน ขอให3คณุ ลับความคดิ สร3างสรรคขC องคณุ ใหค3 มกริบเข3าไว3 เดี๋ยวนเ้ี ลย
นอกจากทกั ษะตาP งๆเหลาP นีแ้ ล.ว เหนอื สง่ิ อ่ืนใด ประชากรยคุ ใหมตP .องมี
“ทศั นคติที่อยากจะเรียนร6ู” และ “วิธกี ารเรียนรท6ู ี่เหมาะสม” ซงึ่ ลว. นเปนS สิ่งสำคญั
ที่ทำใหม. นษุ ยสH ามารถเรยี นรส.ู งิ่ ตPางๆ ได.อยPางไมรP .ูจบเพ่ืออยPูรอดในโลก New Normal น้ี