รายงานการฝึกภาคปฏิบตั ิ 3
หนว่ ยงาน: งานสงั คมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกยี รติ
เสนอตอ่ อาจารยน์ เิ ทศภาคสนาม
ดร.ขนิษฐา บรู ณพนั ศกั ดิ์
เสนอตอ่ อาจารย์นิเทศงาน
อาจารยว์ รลกั ษณ์ เจรญิ ศรีมลู เมอื ง
จดั ทาโดย
นางสาวณฏั ฐณิชา จิตรศี ัพท์ เลขทะเบยี นนกั ศึกษา 6105615345
นางสาวชาลสิ า ดวงดัน เลขทะเบยี นนักศึกษา 6105700493
รายงานฉบบั น้เี ป็นสว่ นหนงึ่ ของการศึกษาในรายวชิ าสค. 401 การฝึกภาคปฏบิ ัติ 3
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ภาคการศกึ ษาท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
อาจารย์นิเทศงานภาคสนาม รายงานการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 3
อาจารย์นิเทศงาน
จดั ทาโดย ดร.ขนิษฐา บรู ณพันศกั ด์ิ
อาจารยว์ รลักษณ์ เจรญิ ศรีมลู เมอื ง
รายวิชา นางสาวณฏั ฐณิชา จิตรศี พั ท์ เลขทะเบยี นนกั ศึกษา 6105615345
ปีการศกึ ษา นางสาวชาลิสา ดวงดัน เลขทะเบยี นนกั ศกึ ษา 6105700493
สถานศกึ ษา สค. 401 การฝึกภาคปฏิบัติ 3
หน่วยงาน ภาคการศึกษาที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
งานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ
คำนำ
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหน่ึงของวิชาสค. 401 การฝึกภาคปฏิบัติ 3 ช้ันปีท่ี 4 ปีการศึกษา 2564
คณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ศนู ยล์ าปาง โดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื ให้นักศึกษาสามารถ
ประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎีหลัก วิธีการสังคมสงเคราะห์อย่างผสมผสานผ่านการจัดทาโครงการทางสังคม
สงเคราะห์ เพื่อฝึกปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์อย่างลึกซ้ึง ท้ังกลยุทธ์และกลวิธีการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์
โดยตรงและโดยอ้อม ทั้งระดับจุลภาคเชื่อมโยงกับมัชฌิมภาคและระดับมหาภาค ในองค์การสังคมสงเคราะห์
ท้ังในและต่างประเทศ หรือการทางานสังคมสงเคราะห์ตามประเด็นสาคัญทางสังคม อย่างมีมาตรฐานและ
จรรยาบรรณทางวิชาชีพ โดยบูรณาการองค์ความรู้ แนวคิด/ทฤษฎี หลักการ วิธีการ ทัศนคติ และทักษะทาง
วิชาชีพสังคมสงเคราะห์สามารถท่ีจะประยุกต์ใช้เครื่องมือการปฏิบัติงานทางวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ร่วมกับ
กลุ่มเป้าหมาย ท้ังรายบคุ คล กลุ่มชน ท้องถิ่น ภมู ิภาครวมไปถึงระดับชาติ เพื่อศึกษาบริบทขององคก์ รและการ
ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ รายงานฉบับนี้ได้มีการรวบรวมข้อมูลท่ีได้จากการฝึกภาคปฏิบัติเกี่ยวกับด้านของ
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สาระความรู้ที่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติ มีจุดประสงค์เพ่ือให้ทราบถึง
การจัดทาโครงการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ในการปฏิบัติงาน ทักษะ บทบาท
หน้าท่ีของนักสังคมสงเคราะห์ในการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยท้ังท่ีเข้ารับการรักษาพยาบาล การปฏิบัติงาน
สังคมสงเคราะห์และการปฏิบัติงานด้านอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ ฟื้นฟู ปรับปรุง แก้ไข และส่งเสริม
ใหก้ บั ผูใ้ ชบ้ ริการ
ทัง้ นี้การจดั ทารายงานเลม่ นีม้ ีจุดประสงคเ์ พื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผูศ้ ึกษาเพอื่ ให้ทราบถงึ การปฏิบัติงาน
ของนักสังคมสงเคราะห์ ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร หากมีข้อผิดพลาดประการใด
ทางคณะผจู้ ดั ทาขอน้อมรบั และขออภยั มา ณ ท่ีนี้
คณะผจู้ ดั ทำ
ก
สำรบญั หน้ำ
เร่อื ง ก
คำนำ ข
สำรบัญ จ
สำรบัญตำรำง ฉ
สำรบญั รูปภำพ 1
บทท่ี 1 ขอ้ มลู ท่ัวไปของโรงพยำบำล 1
2
ประวตั คิ วามเป็นมาของหน่วยงาน 3
ลักษณะการใหบ้ รกิ ารหลักและขอบเขตการใหบ้ รกิ าร 3
วสิ ัยทัศน์ 3
พนั ธกิจ 3
เปา้ หมายโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกยี รติ 4
คา่ นิยม (CORE VALUES): THINK "TRANSFORMS" 5
แผนยุทธศาสตร์ 6
จดุ เนน้ /เข็มม่งุ ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกยี รติ 7
โครงสร้างการบริหารงานโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกยี รติ
โครงสร้างองค์กรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ 9
บทที่ 2 ขอ้ มลู ทัว่ ไปของหนว่ ยงำน 9
9
บทบาทของกลมุ่ งานสังคมสงเคราะห์ 9
พันธกจิ 9
ความมุ่งหมายของงานสังคมสงเคราะห์ 10
ขอบเขตการให้บริการ 10
ทรัพยากรของงานสังคมสงเคราะห์ 11
การตรวจวนิ ิจฉยั ทางสังคม 12
บรกิ ารด้านสังคมสงเคราะห์ 13
หน้าทแ่ี ละความรบั ผิดชอบของกลุม่ งานสงั คมสงเคราะห์ 14
บทบาทงานสังคมสงเคราะห์
กฎหมายท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั งานสังคมสงเคราะห์
ข
สำรบญั (ต่อ) 17
บทท่ี 3 องคค์ วำมรูท้ น่ี ำมำประยุกตใ์ ชใ้ นกำรปฏิบตั ิงำน 17
18
แนวคิดทใี่ ช้ในการปฏิบตั งิ าน 19
ทฤษฎที นี่ ามาใชใ้ นการปฏบิ ัติงาน 22
ทกั ษะที่ใชใ้ นการปฏิบตั งิ าน 24
หลกั การทางสงั คมสงเคราะหท์ ่ใี ช้ในการปฏบิ ตั ิงาน
วิธกี ารทางสงั คมสงเคราะหท์ น่ี ามาปฏิบัตใิ ช้ 27
บทที่ 4 กำรจดั ทำโครงกำร 27
27
ชือ่ โครงการ 27
ผู้รับผิดชอบโครงการ 28
หลกั การและเหตุผล 31
ความสอดคล้องกบั นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน 31
วัตถปุ ระสงค์ในการดาเนนิ โครงการ 32
นยิ ามศพั ท์เฉพาะ 37
ขอบเขตการดาเนินโครงการ 38
กรอบแนวคิดในการดาเนนิ โครงการ 43
แนวคิด ทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ทีเ่ กยี่ วข้อง 47
แผนการดาเนินโครงการ 47
งบประมาณการดาเนินโครงการ 48
เปา้ หมายและตวั ชว้ี ดั ของโครงการ 48
ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ บั
การประเมินและติดตามผลการดาเนนิ โครงการ 49
บทที่ 5 วิธกี ำรศึกษำ 49
49
กลมุ่ ตวั อยา่ งในการศึกษา 49
ขอบเขตในการศึกษา 50
เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการศกึ ษา 50
การทดสอบความน่าเชื่อถือของเครือ่ งมือ 51
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การวิเคราะหข์ อ้ มลู
ค
สำรบญั (ต่อ)
จริยธรรมในการจดั ทาวิจยั 51
บทท่ี 6 กำรอภปิ รำยผล 53
ขอ้ มลู ทว่ั ไปของกลมุ่ ตวั อย่าง 53
ข้อมลู จากการการตอบแบบสอบถามของกลมุ่ ตัวอย่าง 55
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเพศกับเครอ่ื งมือการตอบแบบสอบถาม 60
บทที่ 7 สรุป อภปิ รำยผลและข้อเสนอแนะ 76
สรปุ และอภปิ รายผลการศึกษา 76
การวเิ คราะห์การปฏิบตั ิงานขององคก์ ร 84
ขอ้ เสนอแนะต่อการดาเนนิ โครงการ 87
ข้อเสนอแนะตอ่ สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด - 19 88
ข้อเสนอแนะตอ่ การฝึกภาคปฏิบัติ 3 88
ข้อจากดั ในการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 3 89
บรรณำนุกรม 90
รำยงำนกำรถอดบทเรียนกำรฝึกภำคปฏบิ ตั ิ 3 91
"การทางานร่วมกบั โรงพยาบาลธรรมศาสตร์" ณัฏฐณิชา จติ รีศัพท์ 92
"เรื่องราวความประทบั ใจของผู้ป่วย" ชาลิสา ดวงดนั 96
ภำคผนวก 101
ภาคผนวก ก 102
ภาคผนวก ข 106
ภาคผนวก ค 112
ง
สำรบญั ตำรำง 10
34
ตารางที่ 1 ตารางแสดงทรพั ยากรของงานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลมิ พระเกยี รติ 34
ตารางที่ 2 ตารางแสดงขัน้ ตอนการเตรียมการ ชว่ งเดือนกมุ ภาพนั ธ์ 2565 35
ตารางที่ 3 ตารางแสดงระยะกลางของการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ ตง้ั แตเ่ ดือนมนี าคม - เมษายน 2565 43
ตารางที่ 4 ตารางแสดงระยะสุดท้ายของการฝึกภาคปฏบิ ัติ ชว่ งเดือนเมษายน 2565 46
ตารางที่ 5 แสดงข้ันตอนเตรยี มการปฏิบตั งิ าน 47
ตารางท่ี 6 แสดงระยะกลางของการปฏบิ ตั ิงาน 84
ตารางท่ี 7 แสดงระยะสุดทา้ ยของการปฏิบตั ิงาน
ตารางท่ี 8 ตารางการวเิ คราะห์ SWOT ANALYSIS
จ
สำรบญั รปู ภำพ 7
8
ภาพท่ี 1 แผนผังโครงสร้างผู้บริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลมิ พระเกียรติ
ภาพที่ 2 แผนผงั โครงสรา้ งการปฏบิ ตั ิงานของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลมิ พระเกียรติ
ฉ
1
บทท่ี 1
ข้อมูลทว่ั ไปของโรงพยำบำล
1.1 ประวัตคิ วำมเปน็ มำของหนว่ ยงำน
การจัดต้ังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระ-
บรมชนกาธเิ บศรมหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามว่า “โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
เฉลิมพระเกียรติ” โดยได้เร่ิมก่อสร้างในสมัย ศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี เป็นอธิการบดี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากแรงศรัทธาของทายาท ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์ ธนาคารทหารไทย จากัด
มูลนิธิเพอ่ื โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชาคมธรรมศาสตร์
ตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร เสด็จพระราชดาเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันท่ี 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 โดยแสดงพระ
ราชวนิ ิจฉัยของพระองค์ตอ่ การสร้างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรตไิ วว้ ่า “โรงพยาบาลนี้จะต้องเป็น
โรงพยาบาลท่ีพึ่งพิงแก่ผู้ป่วยไข้ ไม่ใช่เพือ่ สาหรับชุมชนชาวธรรมศาสตร์ ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ชาวโรงงาน
อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่จะต้องมีประชาชนท่ีอยู่ห่างไกมารับบริการทางการแพทย์อย่างแน่นอน” และได้เปิด
ให้บริการประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องใน
มหามงคลสมัยท่ีพระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ จนกระทั่งในวันท่ี 29 มีนาคม พ.ศ. 2531 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์
ทรงประกอบพธิ ีเปิดโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกียรติอย่างเป็นทางการ
โดยในระยะแรกมีเพียง 2 อาคาร ท่ีเปิดให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนทั่วไป คือ อาคาร ม.ร.ว.
สุวพรรณ สนิทวงศ์ เปิดให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยนอก และสานักงานต่าง ๆ และอาคาร
ธนาคารทหารไทย เปิดให้บริการรักษาพยาบาลสาหรบั ผู้ป่วยในทุกประเภท ต่อมาไดม้ ีพระราชกฤษฎกี ารจัดต้ัง
คณะแพทยศาสตร์ ในวนั ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2533 ทาให้โรงพยาบาลถูกรวมเข้าเป็นส่วนหน่ึงของราชการซึ่งมี
ฐานะเทียบเท่าสถานภาควิชาของคณะแพทยศาสตร์ เช่นเดียวกับสถานวิทยาศาสตร์พรีคลินิก และสถาน
วิทยาศาสตร์คลินิก โดยมีภารกิจในการให้บริการวิชาการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชน
โดยท่ัวไป และเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติภาคคลินิกของคณะแพทยศาสตร์ ต่อมาทางโรงพยาบาลได้มีการก่อสร้าง
อาคาร 7 ช้ัน เพ่ือใช้เป็นอาคารสาหรับให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน เม่ือมีการก่อสร้างเสร็จ สมเด็จพระ
กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จพระราชดาเนินทรงประกอบ
พิธีเปดิ อาคารกติ ตวิ ฒั นาอย่างเปน็ ทางการ เมื่อวนั ที่ 27 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2541
2
ในปัจจุบันโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีศักยภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลครบ
ทุกสาขา ให้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละประมาณ 3,000 - 4,000 คน และรองรับผู้ป่วยในได้ 734 เตียง
และในอนาคตโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติไดว้ างแผนการขยายบริการผู้ป่วยใน เป็นขนาด 1,000
เตียง เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะทางครบวงจร รวมท้ังการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางทุกสาขา
และมีแผนการการก่อสร้างอาคารชวนชูชาติอาคารผู้ป่วยนอกรังสีวิทยาและห้องปฏิบัติการ และการก่อสร้าง
ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ เพ่ือยกระดับการรักษาพยาบาลสู่การเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยระดับตติยภมู ิ
ชั้นสูง (Super Tertiary) มุ่งสู่ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง ( Excellence Center) ในปีพ.ศ. 2566
(โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกยี รติ, ม.ป.ป.)
1.2 ลกั ษณะกำรให้บริกำรหลักและขอบเขตกำรให้บริกำร
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิช้ันสูงที่มีศัก ยภาพในการให้
การรักษาได้ครบวงจรทุกสาขาวิชา รวมทั้งเป็นท่ีรับส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ให้บริการทั้งประเภท
ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลมีภูมิลาเนาในจังหวัดปทุมธานี
พระนครศรีอยุธยา กรงุ เทพฯ และจงั หวัดตา่ ง ๆ ในภาคกลาง
1.2.1 ศูนย์ความเป็นเลิศทางคลินิก(Center Of Excellence) จานวน 5 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ความเป็น
เลิศโรคหลอดเลือดสมอง, ศูนย์ความเป็นเลิศเท้าเบาหวาน, ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และ
โรคระบบหายใจ, ศูนย์หวั ใจธรรมศาสตร์ และศนู ยต์ าธรรมศาสตร์
1.2.2 Service Excellence จานวน 4 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศโรคไต, ศูนย์ความเป็นเลิศข้อ
เข่าและสะโพกเสอ่ื ม, TU Sport Medicine and Shoulder Center และระบบทางเดินหายใจแบบครบวงจร
1.2.3 ทีมบริการเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางคลินิก (Start Up) จานวน 3 ศูนย์ ได้แก่ ทีมคลินิก
สขุ ภาพเพศ, ทีมศนู ย์ทาหลอดเลือดสาหรับฟอกเลอื ด และทีมโภชนาการโรคอ้วนและเมตาโบลิก
1.2.4 การให้บรกิ ารดแู ลรกั ษาผปู้ ่วยเฉพาะทางครบวงจร ไดแ้ ก่
- ศูนย์สอ่ งกลอ้ งและหตั ถการพเิ ศษ ศนู ย์ขอ้ เทยี ม (Thammasat Joint Replacement Center)
- ศนู ย์บาบดั ทดแทนไตครบวงจร (Thammasat Renal Replacement Therapy Center : TRRTC)
- ศูนย์รกั ษาผมู้ ีบตุ รยาก (Thammasat Fertility Center)
- ศนู ย์อบุ ัตเิ หตุ (Trauma Center) ศนู ยผ์ ิวหนงั (Skin Center)
- ศูนย์เลสกิ ธรรมศาสตร์ (Thammasat LASIK Center)
- ศูนยต์ รวจวนิ จิ ฉัยและรักษาทารกในครรภ์ (Fetal Diagnosis And Therapy Center)
- ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ ศูนย์รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา (Thammasat Radiation And Oncology
Center : TROC)
3
1.2.5 เป็นสถาบันการเรียนการสอน การวิจัย และการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์
ได้แก่ นกั ศกึ ษาแพทย์ นกั ศกึ ษาแพทยแ์ ผนไทยประยกุ ต์ แพทยใ์ ช้ทนุ แพทยป์ ระจาบ้านทกุ สาขา แพทยป์ ระจา
บ้านต่อยอด รวมทั้ง นักศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่นๆ อาทิ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสหเวช
ศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ และคณะเภสัชศาสตร์ ตลอดจน
สาขาวิชาอนื่ ได้แก่ คณะสังคมสงเคราะห์ รวมถึงโรงเรียน และสถาบนั ตา่ งๆ ท่ีมาศกึ ษาดงู าน
1.2.6 เป็นสถาบันพยาบาลคู่สัญญาหลัก ของหน่วยบริการปฐมภูมภิ ายใต้โครงการประกันสขุ ภาพถว้ น
หนา้ และสถานพยาบาลของผปู้ ระกนั ตน สานักงานประกันสังคม
1.3 วสิ ัยทัศน์
“THU 4.0 ORGANIZATION OF THE FUTURE FOR ALL: โ ร ง พ ย า บ า ล ธ ร ร ม ศ า ส ต ร์ 4 . 0
มงุ่ สู่องค์กรแหง่ อนาคตเพ่ือประชาชน”
1.4 พันธกจิ
ให้บริการท่ีเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟู การป้องกันโรคและการสร้างเสริมสุขภาพ
แกป่ ระชาชน สนับสนนุ และมสี ่วนร่วมกบั คณะต่าง ๆ ใหเ้ กดิ การเรียนการสอนที่มปี ระสทิ ธภิ าพเพือ่ ผลิตบณั ฑิต
ท่ีมีคุณภาพสู่สังคม เป็นองค์กรทางวิชาการที่สนับสนุน ช้ีนาสังคมและชุมชน สร้างงานวิจัยและนวัตกรรมท่ี
ทรงคณุ คา่ นาสูก่ ารปฏิบตั ิเพื่อประชาชน
1.5 เปำ้ หมำยโรงพยำบำลธรรมศำสตร์ เฉลิมพระเกียรติ
• ปี 2568 TOA (Thailand Quality Award)
• ปี 2567 JCI (Joint Commission International)
• ปี 2566 TREES (Thai's Rating of Energy and Environmental Sustainability)
• ปี 2565 AHA (Advanced HA)
• ปี 2564 COE (Center of Excellent) DSC (Disease Specific Certification)
1.6 ค่ำนยิ ม (Core Values): Think "TRANSFORMS"
TRAN: Transform
เราจะเปน็ สว่ นหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพ่อื ความสาเร็จในการกา้ วไปส่อู งค์กรแห่งอนาคต
S: Spirit of Thammasat
เราจะยดึ มั่นในจติ วิญญาณธรรมศาสตร์ "โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ พือ่ ประชาชน"
FOR: Focus on Results
4
เราจะพฒั นามาตรฐานคณุ ภาพ เพ่อื มุ่งเนน้ สผู่ ลลัพธค์ วามเปน็ เลศิ
M: Managements by Fact
เราจะมีความโปร่งใสและใชข้ อ้ เท็จจรงิ ในการบริหารจัดการองคก์ ร
S: System Perspective
เราจะมีมุมมองเชิงระบบ มุ่งเน้น 3P และมองภาพรวมเห็นการเช่ือมโยงอย่างครอบคลุมทุก
องคป์ ระกอบ
1.7 แผนยุทธศำสตร์
1.7.1 สมรรถนะหลักขององคก์ ร Core COMPETENCIES
• ACADEMIC COLLABORATION สนับสนุนการเรียนการสอนกับคณะต่าง ๆ และมีการทา
วจิ ยั นวัตกรรมโดยความร่วมมอื กบั องค์กรภายในและภายนอก
• DIGITAL HOSPITAL พัฒนาการบริการของโรงพยาบาลในด้านเทคโนโลยี ดิจิตอลและทา
แอปพลเิ คชนั เพอื่ การบริการ
• SUPRA - TERTIARY CARE HOSPITAL ให้การรักษาพยาบาลผูป้ ่วยเฉพาะทางและซบั ซ้อน
แบบองคร์ วม
1.7.2 วตั ถุประสงคเ์ ชงิ กลยทุ ธ์ STRATEGIC Objectives
1.7.2.1 สรา้ งระบบบริการและการรักษาพยาบาลท่ลี ้าสมยั
มีผลลัพธ์ทางคลินิกท่ีเป็นเลิศ/ พัฒนาระบบบริการท่ีมีประสิทธิภาพ/ ปรับประสบการณ์การ
เข้ารบั บรกิ ารของผู้ปว่ ยทีเ่ ปน็ เลิศ
1.7.2.2 สรา้ งระบบบรหิ ารทม่ี ปี ระสิทธิภาพ
บริหารจัดการโลจิสตกิ ส์สมัยใหม่/ พฒั นาระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย/ พัฒนาบุคลากรสู่ความ
เป็นเลศิ
1.7.2.3 สรา้ งระบบพัฒนาคุณภาพเพื่อความยง่ั ยืน
พัฒนาระบบุรองรับสนับสนุนการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม/ สร้างระบบส่ิงแวดล้อมเพื่อ
ความย่งั ยนื / พฒั นาคณุ ภาพสคู่ วามเป็นเลศิ AHA, 2022
1.7.2.4 มุ่งสอู่ งค์กรแหง่ อนาคต
บริหารจัดการ การเงินการคลัง Digital Financial Management/ เป็นองค์กรแห่งการ
เรยี นร/ู้ สนับสนุนการสรา้ งเครือขา่ ยสง่ เสรมิ สุขภาพและชุมชน
5
1.8 จุดเน้น/เขม็ มงุ่ ของโรงพยำบำลธรรมศำสตร์ เฉลมิ พระเกยี รติ
SPEC
1.8.1 ด้ำนควำมปลอดภยั S - SAFETY
Drug Resistance Infection : การตดิ เชอื้ ด้ือยา
Patient Identification : การระบุตัวผปู้ ่วย
Administration Error : กระบวนการบรหิ ารความคลาดเคลอื่ นดา้ นยา
1.8.2 ด้ำนกระบวนกำร P - PROCESS
Lean : แนวคดิ การลดข้นั ตอนทส่ี ูญเปล่า
Digital Service : ระบบบริการดิจิตอล
Best Practice : แนวปฏิบตั ทิ ด่ี ี
1.8.3 ดำ้ นควำมค้มุ ค่ำ E - EFFICIENCY
Logistics : ระบบการจดั การการขนส่งในระบบบริการสุขภาพทม่ี ีประสทิ ธภิ าพ
Utilization Management : UM การบรหิ ารทรัพยากรสขุ ภาพ
Smart Record : การนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศมาช่วยในการบันทึก
1.8.4 ด้ำนคณุ ภำพทำงคลนิ ิก C - CLINICAL QUALITY
Preventable Death : การเสียชีวิตแบบป้องกนั ได้
Disease Specific Certification : DSC การปอ้ งกนั เฉพาะโรค
Clinical Innovation : นวัตกรรมทางคลินกิ
1.9 โครงสรำ้ งกำรบรหิ ำรงำนโรงพยำบำลธรรมศำสตร์ เฉลมิ พระเกยี รติ
6
ภาพที่ 1 แผนผังโครงสรา้ งผู้บรหิ ารโรง
1.10 โครงสรำ้ งองคก์ รโรงพยำบำลธรรมศำสตร์ เฉลิมพระเกยี รติ
7
งพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกยี รติ
ภาพที่ 2 แผนผงั โครงสรา้ งการปฏิบตั งิ านขอ
8
องโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลมิ พระเกยี รติ
9
บทที่ 2
ข้อมลู ท่ัวไปของหน่วยงำน
2.1 บทบำทของกลุ่มงำนสังคมสงเครำะห์
งานสังคมสงเคราะห์จัดบริการให้ผู้ป่วยท่ีมีปัญหาทางร่างกาย จิตใจ อา รมณ์ สังคม รวมถึง
ผู้ดอ้ ยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ ให้ได้รับการช่วยเหลือไดร้ ับสวัสดิการ และการคุ้มครองพทิ ักษ์สิทธติ ามที่รัฐกาหนดให้
ส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิต มุ่งจัดบริการ ส่งเสริมความเสมอภาคเท่าเทียม ลดความเล่ือมล้าทางสังคม
เคารพศกั ดิ์ศรคี วามเปน็ มนุษย์
2.2 พันธกจิ
บริหารทรัพยากรทุกประเภทของโรงพยาบาล สนับสนุนการดาเนินงานตามพันธกิจของโรงพยาบาล
ท้ังในดา้ นการบรกิ ารสุขภาพ การเรยี นการสอนและการวิจยั อย่างมีคณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพ
2.3 ควำมมงุ่ หมำยของงำนสังคมสงเครำะห์
งานสังคมสงเคราะห์สามารถให้บริการผู้ป่วยที่มีปัญหาทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม รวมถึงกลุ่ม
เปราะบางให้ได้รรับความช่วยเหลือได้รับสวัสดิการและการคุ้มครองพิทักษ์ตามท่ีรัฐกาหนดให้ รวมถึงการเป็น
แหล่งฝึกภาคปฎิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมของนักศึกษา งานสังคมสงเคราะห์จึงมีความ
จาเป็นอย่างย่ิงท่ีต้องมีการพัฒนาระบบบริการสังคมสงเคราะห์ท่ีมีคุณภาพงานตามมาตรฐานวิชาชีพ และเพื่อ
รองรบั นโยบายตามแผนพัฒนาโรงพยาบาล
หน้าท่ีและเป้าหมาย ให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมท่ีมีคุณภาพแก่ผู้ป่วยและ
ครอบครวั เพ่ือแกไ้ ขปญั หาและพัฒนาคณุ ภาพชีวิต
2.4 ขอบเขตกำรใหบ้ ริกำร
ลักษณะสาคัญของผู้รับบริการของผ้ปู ่วยนอกและผปู้ ่วยในท่มี ีปัญหาทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
รวมถงึ ผ้ดู อ้ ยโอกาสกลมุ่ ตา่ ง ๆ ทีไ่ ม่มีสทิ ธสิ วัสดิการใด ๆ หรอื ไม่มีสิทธคิ มุ้ ครอง
ครอบคลุม งานสังคมสงเคราะห์สามารถให้บริการผู้ป่วยภายนอกและภายในที่มีปัญหาทางร่างกาย
จิตใจ อารมณ์ สังคมรวมถึงผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ ให้ได้รับการช่วยเหลือได้รับสวัสดิการและการคุ้มครอง
พิทักษ์ตามท่ีรัฐกาหนดให้ รวมถึงการเป็นแหล่งฝึกภาคปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม
ของนกั ศึกษา พัฒนาคณุ ภาพบริการผา่ นงานวจิ ยั และสรา้ งนวัตกรรม
งานสังคมสงเคราะห์จึงมีความจาเป็นอย่างย่ิงท่ีต้องมีการพัฒนาระบบบริการสังคมสงเคราะห์ท่ีมี
คุณภาพงานตามมาตรฐานวชิ าชีพ และเพอ่ื รองรบั นโยบายตามแผนพัฒนาโรงพยาบาล
ไมค่ รอบคลุม ผู้รับบริการในห้องพเิ ศษและผูร้ ับบรกิ ารคลินิกพเิ ศษ
10
2.5 ทรัพยำกรของงำนสังคมสงเครำะห์
ทรพั ยำกร ศักยภำพ ข้อจำกัด
2.5.1 ด้ำนบุคลำกร บุคลากรมีความรู้ ความสามารถในวิชาชีพสังคม บุคล ากรต้องเรียนรู้
- นักสังคมสงเคราะห์ สงเคราะห์ มีทักษะในการจัดบริการสังคมสงเคราะห์ การใช้เทคโนโลยีมา
9 คน แก่กลุ่มผู้ใช้บริการที่หลากหลาย มีความสามารถใน พัฒนาระบบการทางาน
- เจ้าหน้าที่บริหารงาน การประสานงานรับผิดชอบ และทางานเป็นทีมสห- สังคมสงเคราะห์มากข้นึ
ท่วั ไป 1 คน วิชาชีพได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นบุคลากรมีความ
กระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ื อง
สามารถถ่ายทอด แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเป็น
แ ห ล่ ง ศึ ก ษ า ดู ง า น ด้ า น ส วั ส ดิ ก า ร สั ง ค ม แ ล ะ
สงั คมสงเคราะห์
2.5.2 เครื่องมือและ ทุกคนมีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ สามารถเข้าถึงโปรแกรม อยู่ในระหว่างเรียนรู้การ
เทคโนโลยี e-PHIS ของโรงพยาบาลได้ และสามารถสร้างข้อมูล เข้าถึง Platform ใหม่
ตอบกลับเพื่อให้วิชาชีพอื่นสามารถทราบผลการ เพอื่ การใชช้ วี ติ วิถใี หม่
ประเมินทางสงั คมไดใ้ นระบบ e-PHIS
2.5.3 สถำนที่ - สานักงานสาหรับบุคลากรห้องประชุมสถาพร 3 สานักงานอยู่ในระหว่าง
อาคารบริการ ชัน้ 3 การปรบั ปรุง
- การจัดบริการที่ห้องให้การปรึกษาทางสังคม ช้ัน M
อาคารดลุ โสภาคย์
ตารางท่ี 1 ตารางแสดงทรัพยากรของงานสงั คมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกยี รติ
2.6 กำรตรวจวินจิ ฉัยทำงสงั คม
การตรวจวนิ ิจฉัยทางสังคมสงเคราะห์เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการด้วยการประเมิน วินิจฉัยปัญหา
ของผู้ใช้บริการดว้ ยวิธีการและเคร่ืองมือทางสังคมสงเคราะห์ ซึ่งจะดาเนินการวินิจฉัยและประเมินผ่านข้อมลู ที่
นักสังคมสงเคราะห์ได้แสวงหาขอ้ เท็จจริงมา โดยการตรวจวินจิ ฉัยทางสังคมน้ันถือเปน็ การทางานทีจ่ ะทาให้นัก
สังคมสงเคราะห์สามารถเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการและนาปัญหาเหล่านั้นมากาหนดเป้าหมายหรือ
แผนการใหบ้ ริการชว่ ยเหลอื ผใู้ ช้บรกิ ารให้ได้รบั การช่วยเหลืออย่างเหมาะสมมากท่สี ดุ
งานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานท่ีมีการ
ให้บริการผู้ใชบ้ ริการอย่างหลากหลาย ซึ่งจะเห็นไดว้ ่าท้ังโครงการจิตอาสาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าหรือโครงการอ่ืน
ของทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์จะต้องมีการทางานร่วมกับงานสังคมสงเคราะห์ โดยท่ีนักสังคมสงเคราะห์
จะใช้เครื่องมือแบบประเมินหรือการสัมภาษณ์ เพ่ือวินิจฉัยทางสังคมว่าผู้ใช้บริการเข้าเกณฑ์ของโครงการ
หรอื ไมอ่ ยา่ งไร
11
2.7 บริกำรดำ้ นสังคมสงเครำะห์
งานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกียรติมีการให้บรกิ ารทั้งผูป้ ่วยนอกและผู้ป่วย
ในที่ประสบปัญหาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม รวมไปถึงกลุ่มผู้ดอ้ ยโอกาสทางสังคมให้ได้รับการ
ช่วยเหลือ ได้รับสวัสดิการและการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิตามท่ีทางภาครัฐได้มีการกาหนดไว้ให้ อีกทั้งงานสังคม
สงเคราะห์ยังเป็นแหล่งฝึกภาคปฏิบัติงานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ให้กับนักศึกษา เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพ
การบริการสังคมสงเคราะห์ผ่านงานวจิ ัยและการสร้างนวัตกรรมทางสังคมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดบริการ
ให้กับผู้ใช้บริการท่ีมีความต้องการเข้ารับบริการทางด้านสังคมสงเคราะห์ได้อย่างเหมาะสม ซ่ึงจะสามารถแบง่
ได้ ดังน้ี
2.7.1 กำรให้บริกำรให้คำแนะนำ/ปรึกษำแกผ่ ใู้ ช้บรกิ ำร
ผู้ใช้บริการแต่ละรายที่มาเข้ารับบริการล้วนมีปัญหาหรือความต้องการท่ีแตกต่างกันออกไป ซึ่งนัก
สังคมสงเคราะห์จะต้องให้คาปรึกษาหรือคาแนะนาแก่ผู้ใช้บริการ เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถตัดสินใจ
ได้ทั้งด้านสุขภาพ ครอบครัว การติดตามญาติ ส่งผู้ป่วยกลับบ้าน เยี่ยมบ้านผู้ป่วย รวมไปถึงการส่งต่อผู้ปว่ ยไป
ยังหน่วยงานอน่ื ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง
2.7.2 กำรประสำนงำนกับหนว่ ยงำนทง้ั ภำยนอกและภำยใน
สืบเน่ืองจากผู้ใช้บริการที่มีปัญหาหลากหลายการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์อาจไม่ตรงตามความ
ตอ้ งการ หรือปัญหาของผู้ใช้บริการ ทาให้ตอ้ งมีการส่งต่อผู้ใชบ้ ริการไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและตรง
ต่อปญั หาความต้องการของผ้ใู ช้บริการอยา่ งสงู สดุ
2.7.3 กำรแสวงหำขอ้ เท็จจรงิ
ในการปฏิบัติงานทางสังคมสงเคราะห์เป็นหลักการทางานและวิธีการสืบค้นข้อมูลเบ้ืองต้น การ
แสวงหาข้อมูลที่เป็นสาระสาคัญของปัญหา รายละเอียดสาคัญของปัญหาท้ังในเชิงกายภาพ จิตใจ อารมณ์
ความสัมพันธ์ในครอบครัว ปัจจัยท่ีเป็นสาเหตุของปัญหาทั้งภายในและภายนอก การใช้ทักษะต่าง ๆ
ทเี่ หมาะสมในการเข้าถงึ ข้อเท็จจรงิ ของผู้ใช้บริการ
2.7.4 กำรวิเครำะห์ปญั หำ
เป็นการวิเคราะห์ปัญหา เพื่อหาสาเหตุท่ีแท้จริงของปัญหาเพื่อช่วยให้การแก้ปัญหาตรงจุด
ซ่ึงผูใ้ ช้บริการจะได้เรียนรูว้ ธิ ีการระบุปญั หาทช่ี ัดเจนอันจะชว่ ยไม่ให้การคิดหลงประเดน็ มีกระบวนการรวบรวม
รายละเอยี ดของปญั หาท่ีจะนาไปสู่การระบสุ าเหตุที่เปน็ ไปไดท้ ่ใี กลเ้ คยี งในเวลาทรี่ วดเร็ว และมีข้นั ตอนทดสอบ
เพื่อหาสาเหตุท่ีเป็นไปได้มากที่สุด รวมท้ังวิธีพิสูจน์ยืนยันสาเหตุที่แท้จริง นอกจากน้ีกระบวนการวิเคราะห์
ปญั หายังมีบทบาทสาคัญในการพฒั นากระบวนการคดิ อย่างเปน็ ระบบและสมเหตสุ มผลอีกดว้ ย
2.7.5 กำรวำงแผนใหค้ วำมชว่ ยเหลือผใู้ ชบ้ ริกำร
เป็นการวางแผนการให้ความช่วยเหลือสภาวะนามา มาวิเคราะห์ วินิจฉัยเพ่ือกาหนดเป้าหมายท่ีเป็น
ลาดับความสาคัญของการจัดบริการและวางแผนการดาเนินการให้ความช่วยเห ลือนาไปสู่การแก้ปัญหา
12
การบาบัดฟ้ืนฟู การคุ้มครอง หรือการป้องกันตามสถานการณ์ที่เหมาะสม อาจเป็นได้ทั้งแผนบริการแบบ
เฉพาะหนา้ หรอื แผนระยะสนั้ ระยะยาว ให้สอดคลอ้ งกบั การดาเนนิ การดาเนินการท่เี ป็นจรงิ
2.7.6 กำรให้ควำมช่วยเหลอื และสงเครำะห์รักษำพยำบำลให้แก่ผู้ใชบ้ ริกำร
เป็นการดูแลให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ใช้บริการและครอบครัวตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ท้ังทางด้าน
เศรษฐกิจ สังคมและจิตใจ ให้คาปรึกษาเร่ืองสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ ให้คาแนะนาและจัดหา
อปุ กรณ์เครอ่ื งช่วยความพิการที่จาเป็น ประสานงานและจัดทีมสหวิชาชีพออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วย เพ่ือแนะนาการ
ปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้ป่วย ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ป่วย
มีกาลังใจ มีอาชีพ ตลอดจนสามารถใชช้ ีวิตในสังคมไดต้ ามศักยภาพของตนเอง
2.7.7 กำรตดิ ตำมและประเมินผลกำรดำเนนิ งำน
เป็นการสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินงานว่าได้ก่อให้เกิดผลการเปล่ียนแปลงต่อผู้ใช้บริการหรือ
ครอบครัวอย่างไร ก่อให้เกิดปัญหาหรือผลกระทบตามมาแบบใด ซึ่งจะนาไปสู่การประเมินสภาวะและ
สถานการณ์ใหม่ การวางแผนและการ ดาเนินงานใหม่อีกการติดตามผลท่ีเกิดข้ึนน้ี ทาให้นักสังคมสงเคราะห์
ตอ้ งปรับตัวอย่างไร ได้เห็นการแก้ปญั หาในกระบวนการดาเนินงาน ซึ่งจะช่วยให้เห็นการใชค้ วามรู้ ทักษะและ
ศกั ยภาพในการตดิ ตามและประเมินผลงานในขณะเดียวกัน
2.8 หน้ำทแ่ี ละควำมรบั ผิดชอบของกลุม่ งำนสงั คมสงเครำะห์
2.8.1 กำรประเมนิ และวนิ ิจฉยั ทำงสงั คมของผู้ใช้บริกำร
นักสังคมสงเคราะห์มีหน้าที่ในการประเมินและวินิจฉัยทางสังคมให้แก่ผู้ใช้บริการ เพื่อที่จะช่วยให้
นักสังคมสงเคราะห์สามารถทราบถึงปัญหาของผู้ใช้บริการ ตลอดจนการกาหนดเป้าหมายและแผนบริการที่
เหมาะสมกับผู้ใชบ้ ริการ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์จะใชก้ ระบวนการทางสังคมสงเคราะห์ ท้ังการปฏิบตั ิงานสังคม
สงเคราะห์เฉพาะรายหรือกลุม่ ในการประเมนิ วินิจฉัยทางสังคม และยังมีการวางแผนร่วมกันกบั ผใู้ ช้บริการและ
ครอบครัว เพ่ือดาเนินการให้ความช่วยเหลือป้องกัน แก้ไขและเฝ้าระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการ
นอกจากนี้การประเมินและวินิจฉัยทางสังคมอาจมีการปฏิบัติร่วมกันกับทีมสหวิชาชีพอย่างแพทย์ พยาบาล
นักจิตวิทยา นักกายภาพบาบัดสาหรับการร่วมวางแผนในการดูแลผู้ใช้บริการ เช่น การรับปรึกษาผู้ป่วยโรคโค
วิดจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ หรือศูนย์ Home Isolation ซ่ึงนักสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้ร่วมประเมิน
ปญั หาทางสังคมใหแ้ ก่ผู้ใช้บริการ เพ่ือใหผ้ ู้ใชบ้ ริการสามารถเขา้ ถงึ สทิ ธิการรักษาพยาบาลของตนเอง
2.8.2 กำรปฏบิ ตั ิงำนกับผใู้ ช้บรกิ ำรและครอบครวั
นักสังคมสงเคราะห์ทางานร่วมกับทีมสหวิชาชีพท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อดูแลผู้ใช้บริการได้อย่างครอบคลุม
ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ให้ผู้ใช้บริการได้รับการรักษาพยาบาลที่ดที ี่สุดจนสามารถกลับมา
มีคุณภาพชีวิตท่ีขึ้นได้ ในบางกรณีนักสังคมสงเคราะห์สามารถเข้าไปช่วยวางแผนการดูแลร่วมกับผู้ใช้บริการ
และครอบครัวถงึ แมว้ ่าผู้ใชบ้ รกิ ารจะถกู จาหนา่ ยออกจากโรงพยาบาลหรอื สิน้ สุดการรกั ษาไปแลว้ นกั ศึกษาอาจ
จัดทีมสาหรับการเยี่ยมบ้าน เพ่ือเป็นการติดตามและประเมินผล ตลอดจนการดูแลปรับสภาพแวดล้อมและท่ี
13
อยู่อาศัยให้เอื้อต่อสุขภาพอนามัยให้เหมาะสมกับโรคของผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือในกรณีที่
ผูใ้ ชบ้ ริการมีความต้องการทจี่ ะได้ความชว่ ยเหลือ
2.8.3 กำรพัฒนำวิชำกำรและกำรเรยี นรู้
นอกจากหน้าท่ีในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการที่มีปัญหาทางด้านร่างกาย จิตใจและสังคม งานสังคม
สงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติยังมีหน้าที่ในการให้บริการทางด้านวิชาการสังคม
สงเคราะห์ โดยเป็นสถานที่ในการศึกษาดูงานและเป็นแหล่งฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ให้แก่นักศึกษาคณะ
สังคมสงเคราะห์ท้ังภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือนักศึกษาสังคมศาสตร์ที่มีความสนใจจะเข้ามาฝึก
วชิ าชีพในหน่วยงาน โดยจะมีการจัดนักสังคมสงเคราะห์ท่ีมีความรู้และความเช่ียวชาญ เพื่อมาถ่ายทอดความรู้
ในการปฏิบัติงานและประสบการณ์การให้บริการสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์แก่นักศึกษาสังคมสงเคราะห์
และผู้สนใจศกึ ษาดูงานท้ังจากภายในและภายนอก เชน่ การพฒั นาโปรแกรมแบบประเมนิ ตนเองสาหรบั ใช้เปน็
เครื่องมือในการทางานเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยโควิด – 19 ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันหรือการทา MOU
ระหวา่ งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์และคณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพ่ือรับเปน็ แหลง่
เรียนรู้ในการบูรณาการการทางานร่วมกันด้วยการใชเ้ ทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การใชโ้ ปรแกรม Zoom meeting
ท่ีมกี ารนามาปรบั ใชส้ าหรบั การ ประชุม การเรยี นการสอนและการฝกึ วชิ าชพี ทางสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
2.9 บทบำทงำนสังคมสงเครำะห์
ในการทางานของนักสังคมสงเคราะห์ร่วมกบั ทมี สหวิชาชีพ นกั สังคมสงเคราะหม์ ีบทบาทในการทางาน
และการประเมินด้วยกนั 4 รปู แบบ ดงั นี้
2.9.1 ด้ำนรำ่ งกำย
จะมีทางอาจารย์แพทย์ แพทย์ แพทย์ประจาบ้าน พยาบาลท่ีดูแลเป็นหลัก ในส่วนของงานสังคม
สงเคราะห์จะทาหน้าที่รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้ปว่ ยดว้ ยตนเองเพื่อนาข้อมมูลท่ีไดม้ าให้ทางทีมแพทย์
เพ่อื เปน็ แนวทางรว่ มกันในการดาเนนิ การรักษาผูป้ ่วย
2.9.2 ดำ้ นจิตใจ
นักสังคมสงเคราะห์จะมีการประเมิน อารมณ์ ความคิด ความรู้สึกของผู้ป่วยผ่านการสังเกตุจากการ
พูดคุยหรือการสัมภาษณ์ เน่ืองด้วยผู้ป่วยแต่ละคนมีอาการหรือสาเหตุในการเข้ารับการรักษาท่ีแตกต่างกัน
ดังนน้ั การแสดงออกทางความรู้สกึ ความคิด จึงแสดงออกมาในลกั ษณะท่แี ตกตา่ งกันออกไป
2.9.3 ดำ้ นสงั คม
นักสังคมสงเคราะห์จะมีการประเมินลักษณะสภาพแวดล้อมตา่ ง ๆ ของผู้ใช้บริการ เช่น ภูมิลาเนาเดิม
สภาพท่ีอยู่อาศัยท้ังภายในและภายนอกบา้ น สภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบ ความสัมพันธก์ ับคนในครอบครัว
และคนบริเวณรอบบ้าน โดยข้อมมูลเหล่านี้จะนามาซึ่งการปรับปรุงเปล่ียนแปลง สภาพบ้าน สภาพการดาเนิน
14
ชีวิตประจาวันท่ีต้องเปล่ียนแปลงไปตามแนวทางการรักษาของทางทีมแพทย์ นอกจากน้ียังประเมินเศรษฐกิจ
ในเรื่องรายรับ-รายจ่าย อาชีพ ภาระหน้ีสิน ทั้งของตัวผู้ป่วยและของคนในครอบครัว เพื่อเป็นข้อมูลในการ
ดาเนินการและหาแนวทางช่วยเหลือผู้ป่วยโดยเริ่มจากตามกาลังทรัพย์และยึดตามลักาณะการดาเนิน
ชวี ติ ประจาวันของผปู้ ว่ ยเป็นหลกั
2.9.4 ด้ำนจิตวิญญำณ นักสังคมสงเคราะห์จะประเมินจากความคิดความเช่ือของผู้ใช้บริการรวมไป
ถึงส่ิงยึดเหน่ียวภายในจิตใจของผู้ใช้บริการ การยอมรับการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้บริการกับเหตุการณ์หรือ
อาการป่วยท่ีเกิดขึ้นในการดาเนินชีวิตให้เป็นไปตามปัจจุบัน โดยนักสังคมสงเคราะห์อาจจะมีการเสริมพลัง
อานาจในการใหก้ าลังใจผู้ป่วยเพอ่ื ใหผ้ ู้ปว่ ยมีกาลงั ใจในการดาเนินชีวติ ต่อไปมากย่ิงข้ึน
2.10 กฎหมำยท่เี กีย่ วขอ้ งกบั งำนสงั คมสงเครำะห์
2.10.1 พระรำชบญั ญัติสุขภำพจิต พ.ศ. 2551 หมวด 2 สิทธิผ้ปู ว่ ย
มาตรา 15 ผู้ปว่ ยยอ่ มมสี ทิ ธดิ งั ตอ่ ไปนี้
(1) ไดร้ ับการบาบดั รกั ษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยคานึงถงึ ศกั ดศ์ิ รคี วามเปน็ มนษุ ย์
(2) ได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและการบาบัดรักษาไว้เป็นความลับ เว้นแต่มีกฎหมาย
บญั ญัตไิ ว้ ให้เปดิ เผยได้
(3) ได้รับการคุ้มครองจากการวจิ ัย ตามมาตรา 20
(4) ได้รับการคุ้มครองในระบบประกันสุขภาพและประกันสังคม และระบบอื่น ๆ ของรัฐอย่างเสมอ
ภาคและเทา่ เทยี มกนั
อธิบาย คาว่า ‘ผู้ปว่ ย’ ในมาตรานี้ตามนิยามศัพท์หมายเฉพาะผู้ทีม่ ี ความผิด ปกตทิ างจิตซึ่งควรได้รับ
การบาบัดรักษาเท่าน้ัน มิได้รวมถึงผู้ป่วยทางกายทั่วไป แต่โดยหลักทั่วไปและจรรยาบรรณของผู้ประกอบ
วิชาชีพด้านการ แพทย์และสาธารณสุขทั้งหลาย สิทธิทั้งหลายท่ีบัญญัติไว้ในมาตรานี้ ย่อมได้รับการคุ้มครอง
ดแู ลอยู่แล้ว ในพระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 และในรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย
การที่มาตรา 15 มาบัญญัติซ้าอีก ก็เพราะ ผู้มีความผิดปกติทางจิต ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ มี
ลักษณะอ่อนแอ หรือการปกป้องสิทธิของเขา ไม่สามารถทาไดเ้ ท่กับผู้ปว่ ยทัว่ ไป และมาตรา 15 นี้กาหนดสิทธิ
ท่ีจะคมุ้ ครอง ในเรื่องสาคัญ ๆ เทา่ นั้น
มาตรา ๑๖ ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วย ในประการท่ีน่าจะทาให้เกิดความ
เสยี หายแกผ่ ปู้ ่วย เวน้ แต่
(1) ในกรณที อี่ าจเกดิ อันตรายต่อผปู้ ่วย หรอื ผอู้ ื่น
(2) เพอ่ื ความปลอดภยั ของสาธารณชน 30 สาระสาคัญของพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551
(3) มีกฎหมายเฉพาะบัญญตั ใิ หต้ ้องเปดิ เผย
อธิบาย มาตราน้ีเป็นบทบัญญัติ ยกเว้น มาตรา 15(2) น่ันเอง ข้อสังเกตก็คือผู้ป่วยท่ัวไป กฎหมายจะ
กาหนดให้เปิดเผยข้อมูลของเขาได้ ถ้าผู้ป่วยยินยอม มาตรานี้ไม่มีข้อความดังกล่าวก็เพราะบางกรณี ผู้มีความ
15
ผิดปกติทางจิตไม่สามารถให้ความยินยอมที่ถูกกฎหมายได้ เพราะไม่เข้าใจหรือ ไม่รับรู้ถึงความสาคัญเก่ียวกับ
ข้อมลู ต่าง ๆ ของตัวเขาเอง (กระทรวงสาธารณสขุ , 2541)
16
2.10.2 พระรำชบัญญัติ วิชำชีพสังคมสงเครำะห์ 2556
บทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา 29 ประกอบกับ
มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ กระทาได้โดยอาศัยอานาจตาม
บทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย
มาตรา 3 ในพระราชบัญญตั ิน้ี
“วิชาชีพสังคมสงเคราะห์” หมายความว่า วิชาชีพที่ต้องใช้ความรู้และทักษะทางสังคมสงเคราะห์
ในการปฏิบัติหน้าท่ีเก่ียวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาของบุคคล ครอบครัว กลุ่มคน หรือชุมชน เพ่ือให้
กระทาหนา้ ทที่ างสังคมและดารงชวี ติ ได้อย่างปกติสุข
“วิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต” หมายความว่า วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ท่ีต้องขึ้นทะเบียน
และได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
“ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์” หมายความว่า บุคคลซ่ึงประกอบวิชาชีพที่ต้องใช้ความรู้ และ
ทักษะทางสังคมสงเคราะห์ในการปฏิบัติหน้าท่ีเก่ียวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาของบุคคล ครอบครัว กลุ่ม
คน หรือชมุ ชน เพ่ือให้กระทาหน้าทท่ี างสังคมและดารงชวี ติ ไดอ้ ยา่ งปกติสขุ
“ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต” หมายความว่า บุคคลซ่ึงได้ขึ้นทะเบียนและรับ
ใบอนุญาตเป็นผปู้ ระกอบวชิ าชีพสงั คมสงเคราะห์รบั อนุญาตจากสภาวิชาชพี สังคมสงเคราะห์
“ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตของสภา
วชิ าชพี สังคมสงเคราะห์
“ข้อบังคับ” หมายความวา่ ขอ้ บงั คบั สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
“สมาชกิ ” หมายความว่า สมาชกิ สภาวชิ าชีพสังคมสงเคราะห์
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาวชิ าชพี สังคมสงเคราะห์
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รฐั มนตรผี ้รู ักษาการตามพระราชบัญญตั ิน้ี
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์รักษาการตาม
พระราชบัญญัติน้ี และให้มีอานาจออกกฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัติน้ี
และออกระเบยี บเพอ่ื ปฏิบัติการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้กฎกระทรวงและระเบียบน้ัน เมื่อไดป้ ระกาศในราชกิจจา
นุเบกษาแล้วให้ใช้บงั คบั ได้
17
บทท่ี 3
องคค์ วำมรู้ทีน่ ำมำประยุกต์ใช้ในกำรปฏบิ ัตงิ ำน
3.1 แนวคิดทใ่ี ชใ้ นกำรปฏบิ ตั ิงำน
3.1.1 แนวคดิ กำรเข้ำถงึ บรกิ ำร
การเขา้ ถึงบรกิ าร หมายถงึ การกระทา หรือวถิ ีทางทจ่ี ะนาไปส่จู ดุ หมายและเป็นสิทธิของพลเมอื งที่จะ
เข้าถึงบริการ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ซึ่งผู้ใช้บริการมีความปรารถนาหรือการ
ไดร้ ับบรกิ ารท่ีเทา่ เทียมกัน โดยไมค่ านงึ ถึงสถานภาพทางสังคม เศรษฐกิจ สถานะ ความสามารถของผใู้ ชบ้ ริการ
ดังน้ันการเข้าถึงบริการจึงเป็นการกระทาหรือวิถีทางท่ีจะนาผู้ใช้บริการไปสู่ จุดหมายและเป็นสิทธิของ
ผู้ใช้บริการที่จะเข้าถึงบริการ การเข้าถึงบริการ ครอบคลุมการเข้าถึงด้านข้อมูลข่าวสารซึ่งนับว่ามีความสาคัญ
อย่างมาก เพราะกลุ่มเป้าหมายจะได้รับทราบถึง แหล่งทรัพยากรบริการ ของหน่วยงานที่ให้บริการ ทาให้ได้ใช้
บริการที่ตรงกับปัญหาและทราบความตอ้ งการของกลมุ่ เป้าหมาย ซ่ึงจะนาไปสู่การเปล่ยี นแปลงด้านสุขภาพได้
ในท่ีสุด (อนล ศรสี าราญ, 2556)
มิติของผู้ให้บรกิ าร ท่ีจะต้องสามารถอานวยความสะดวกต่าง ให้แก่ประชาชนเพ่ือ ลดข้อจากัดการเขา้
ร่วมกิจกรรมทางสังคมรวมถึงดารงชีวติ อยู่ในสังคม การสนับสนุน ส่งเสริมใน หลากหลายด้าน เพ่ือให้สามารถ
เขา้ ถงึ บริการไดอ้ ย่างเทา่ เทยี ม ทว่ั ถงึ และเป็นธรรม
มิติของผู้ใช้บริการ เป็นหนทาง วิธีการ และความสามารถของประชาชนท่ีจะสามารถ เข้าถึงสิทธิ
ประโยชน์ที่สมควรจะได้รับ ด้วยวิธีท่ีแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ภายใต้คุณภาพบริการท่ี ได้มาตรฐาน เท่า
เทยี มกัน
การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์จะต้องความสาคัญกับผู้ใช้บริการและยึดผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง
เพ่ือให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพตามสิทธิพลเมืองท่ีพงึ ไดร้ ับ และสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากร
ท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองได้ รวมไปถึงจะต้องมีการอานวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการทั้งในด้านการเดินทาง
ไปยงั สถานพยาบาล หรอื คา่ รักษาพยาบาลตลอดจนคุณภาพของตัวผูใ้ หบ้ ริการ
3.1.2 แนวคิดควำมเสมอภำคทำงสังคม
แนวคิดความเสมอภาคเป็นหลักพื้นฐานของศักด์ิศรีของความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาคเป็นธรรม
(Equity) หมายถึง การที่ทรัพยากรเท่าที่มีหรือท่ีมีการรวบรวมจากการแบ่งปันเอ้ืออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและ
กันโดยผา่ นหลากหลายกระบวนการต่าง ทัง้ ทางกฎหมายภาคบงั คับ/กึ่งบงั คับ หรอื ด้วยความร้สู ึกเห็นอกเหน็ ใจ
ความสมัครใจ ทั้งในระดับประเทศและในระดับพ้ืนที่ ได้รับการบริหารจัดการ จัดสรรแบ่งปัน จนส่งผลให้เกิด
ความเปน็ ธรรมในการเข้าถงึ โอกาส อาจแบ่งไดเ้ ปน็ 2 มิติ (พลเดช ปิน่ ประทีป, 2562)
มิติแรก ความเป็นธรรมแนวดิ่ง (Vertical Equity) หมายถึง ประชาชนทุกคนที่อยู่ในระบบสามารถ
เข้าถึงบริการท่ีมี "คุณภาพ" ตามความจาเป็นของชีวิตโดยไม่จากัดสถานะทางการเงิน เพศ อายุ ความเช่ือ
18
ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ตลอดจนความห่างไกลและความยากง่ายในการเดินทางมายังสถาน
บรกิ ารกลา่ วคอื ถอื ว่าการเขา้ ถงึ บริการทีม่ คี ุณภาพดงั กล่าวเปน็ สทิ ธิท่เี ท่าเทียมกนั ของประชาชนในพ้นื ทีท่ กุ คน
มิตทิ ี่สอง ความเป็นธรรมแนวราบ (Horizontal Equity) หมายถึง ผู้ให้บริการสถานบริการและระบบ
บริการของแต่ละพื้นท่ี ได้รับการจัดสรรทรัพยากรตามความจาเป็นของการใช้ เพื่อคุณภาพชีวิตอย่างมี
หลักเกณฑ์มมี าตรฐานและมคี วามเทา่ เทียมของประชาชนท้งั ในระดบั รายบุคคล ครอบครวั และชุมชน
การให้บริการงานสังคมสงเคราะห์เป็นการเปิดโอกาสหรือสร้างโอกาสทางสังคมให้ผู้ใช้บริการสามารถ
เข้าถึงบริการสาธารณะท่ีมีคุณภาพอย่างเท่าเทียมมีมาตราฐานในการจัดสรรทรัพยากรตามสถานก ารณ์และ
ความจาเป็น ผ่านตัวเกณฑ์การปฏิบัติท่ีเป็นสากลปราศจากความเหล่ือมล้าทั้งด้านม่ังค่ังและรายได้, โอกาสใน
การเข้าถงึ , และอานาจในสิทธิการมีสว่ นรว่ มของผู้ใช้บริการสร้างการเปลีย่ นแปลงทางสขุ ภาพใหแ้ กผ่ ้ใู ชบ้ ริการ
3.2 ทฤษฎที นี่ ำมำใชใ้ นกำรปฏิบตั งิ ำน
3.2.1 ทฤษฎคี วำมต้องกำรพืน้ ฐำนของมำสโลว์
ทฤษฎีมาสโลว์หรือลาดับขั้นความต้องการ (Maslow’s Hierarchy of Needs) เป็นทฤษฎีจิตวิทยาท่ี
อับราฮัม เอช. มาสโลว์ คิดข้ึนเม่ือปี ค.ศ. 1943 ความต้องการฟ้ืนฐาน เป็นปัจจัยท่ีสาคัญมากอย่างหนึ่งของ
ความแตกต่างระหว่างบุคคล มาสโลว์ (Maslow) กล่าวว่า ความต้องการพ้ืนฐานของมนุษย์ เป็นสัญชาตญาณ
ที่ติดตัวมนุษย์มาแต่กาเนิดมีอยู่ 5 ข้ันตอน ดังนี้ เร่ิมจากต่าสุดไปสูงสุด โดยท่ีมนุษย์เป็นต้องได้รับการ
ตอบสนองความตอ้ งการข้ันตา่ สดุ จนเปน็ ทพี่ อใจก่อนที่ความต้องการข้ันสูงความต้องการของมนุษย์แต่ละคนจะ
แตกตา่ งกันไป และพฤตกิ รรมหนง่ึ กส็ ามารถตอบสนองความต้องการหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกนั มาสโลว์
ได้จดั ความต้องการขัน้ พนื้ ฐานของมนุษย์ ไวด้ ังน้ี (บ้านจอมยุทธ, ม.ป.ป.)
1. ความต้องการทางด้านร่างกาย (Basic Physiological Need) เป็นความต้องการเกี่ยวกับ
ปัจจัยพน้ื ฐานที่สาคญั ตอ่ การดารงชวี ติ เชน่ อากาศ อาหาร เครอ่ื งนุ่งห่ม การพกั ผ่อน การขับถ่าย เปน็ ต้น
2. ความต้องการความปลอดภัย (Safe and Security Need) เป็นความต้องการความปลอดภยั ม่ันคง
ความคุ้มครองปกป้อง ความต้องการความม่ันคงทางวัตถุปัจจัยภายนอก ความปลอดภัยจากการคุกคาม
ปลอดภยั จากความวติ กกงั วล อันตรายและความเจ็บปวดต่าง ๆ
3. ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ (Belongingandloveneeds) ความต้องการนี้จะ
เกิดขึ้นเมื่อความต้องการทางด้านร่างกายและความต้องการความปลอดภัยได้รับการ ตอบสนองแล้ว มนุษย์
ย่อมต้องการได้รับความรักและความเป็นเจ้าของโดยการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น ต้องการได้รับการ
ยอมรับได้รบั ความชืน่ ชมจากผอู้ น่ื เป็นต้น
4. ความต้องการได้รับการยกย่องนับถือ (Esteemneeds) เมื่อความต้องการทางสังคมได้รับการ
ตอบสนองแล้ว คนเราจะต้องการสร้างสถานภาพของตัวเองให้สูงเด่นมีความภูมิใจและสร้างการนับถือตนเอง
19
ช่ืนชมในความสาเร็จของงานท่ีทาความรู้สึกมั่นใจในตัวเองและเกียรติยศ ความต้องการ เหล่านี้ได้แก่ ยศ
ตาแหน่ง ระดับเงินเดือนที่สูง งานท่ีท้าทาย ได้รับการยกย่องจากผู้อนื่ มีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจในงานโอกาส
แห่งความกา้ วหนา้ ในงานอาชพี เปน็ ต้น
5. ความตอ้ งการความสาเร็จในชีวิต (Self actualization needs) เป็นความต้องการ ระดับสูงสุด คือ
ต้องการจะเติมเต็มศักยภาพของตนเอง ต้องการความสาเร็จในสิ่งท่ีปรารถนาสูงสุดของตัวเอง ความ
เจริญก้าวหน้า การพัฒนาทักษะความสามารถให้ถึงขีดสุดยอดมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจและการคิด
สร้างสรรคส์ ิง่ ตา่ ง ๆ การก้าวสู่ตาแหน่งทส่ี ูงขน้ึ ในอาชพแี ละการงาน เปน็ ต้น
ในกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์กับกลุ่มเป้าหมายท่ีมีความหลากหลายหรือแม้แต่
กลุ่มเป้าหมายในโครงการของผู้จดั ทา ทฤษฎีดังกล่าวน้ีสามารถนามาวิเคราะหเ์ ป้าหมายหรือความตอ้ งการของ
ผู้ใช้บริการได้ เน่ืองจากเป็นทฤษฎีที่ทาให้ทราบได้ว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นมีความต้องการด้านไหนมากท่ีสุด
ผู้ใช้บริการบางรายอาจมีความต้องการได้รับการช่วยเหลือด้านร่างกายด้วยการได้ รับการรักพยาบาลที่
เหมาะสม เพือ่ ที่จะได้มคี วามปลอดภัยในชีวติ ซงึ่ ถือเป็นความตอ้ งการขน้ั พ้นื ฐานอย่างหนึง่ ของมนษุ ย์น้ันเอง
3.2.2 ทฤษฎีกำรแก้ไขปัญหำ
เฮเลน แฮริส เพิร์ลแมน (Helen Haris Perlman) ได้เขียนทฤษฎีเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขในงาน
สังคมสงเคราะห์ต้ังแต่ปี ค.ศ. 1957 ในหนังสือชื่อ Social Casework: A problem-solving 4 ทฤษฎีนี้ได้รับ
การยอมรับว่า เป็นทฤษฎีแม่บทของการสังคมสงเคราะห์ท่ีสาคัญอีกทฤษฎีหนึ่งคาว่า "การแก้ไขปัญหา"
โดยทวั่ ไปมคี วามหมายถึง การใช้กระบวนการหาเหตุและผล หาหลกั การทางตรรกวทิ ยา ตลอดจนใชส้ ติปัญญา
ขบคิดหาทางออกของปัญหาน้ันให้ได้อย่างหมดจด เพิร์ลแมนเห็นว่า กระบวนการแก้ไขปัญหาในงานสังคม
สงเคราะห์ ต้องเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา คานึงถึงอารมณ์ ความรู้สึกและสัมพันธภาพ โดยปกติบุคคลทุกคน
จะต้องมีการแก้ไขปญั หาอยู่แลว้ ในชวี ิตประจาวัน การท่ีคนเราไม่สามารถเผชิญ กับปัญหาไดน้ ั้น เพิร์ลแมนเห็น
ว่าเกิดจากการขาดตกบกพร่องของปัจจัย 3 ประการท่ีเขาเรียกเป็นคาอว่า"MCO" ได้แก่ 1. แรงจูงใจ หรือ
motivationในการจดั การกบั ปญั หาในแนวทางท่ีเหมาะสม 2. สมรรถภาพ หรอื capacity ไดแ้ ก่ ความสามารถ
ทม่ี กี ารจัดการกบั ปัญหา และ 3. โอกาส หรือ opportunity (มิง่ ขวัญ ปานบ้านแพว้ , 2558)
ทฤษฎีการแก้ไขปัญหาถือเป็นทฤษฎีท่ีสามารถนามาประยุกต์ใช้เข้ากับกระบวนการปฏิบัติงานสังคม
สงเคราะห์ได้ เนื่องจากงานสังคมสงเคราะห์เป็นงานที่ต้องดาเนินการค้นหาปัญหาตลอดจนหาแนวทางในการ
แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการ ซ่ึงในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์แต่เพียงผู้เดียวที่
จะต้องเป็นผู้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผู้ใช้บริการเองก็ต้องเป็นผู้ท่ีเข้ามาร่วมหาแนวทางในการแก้ไข
ปญั หาของตนเองด้วยเช่นกัน เพ่ือที่จะช่วยให้ผู้ใช้บรกิ ารมแี รงจูงใจและได้ทราบวา่ ตนเองควรจะต้องมแี นวทาง
หรอื วธิ ีการแกไ้ ขของตนเองอยา่ งไรบา้ ง
3.3 ทกั ษะทใี่ ชใ้ นกำรปฏิบตั งิ ำน
3.3.1 ทักษะกำรสร้ำงสัมพันธภำพ
20
ทักษะน้ีเป็นทักษะที่อยู่ทุกขั้นตอนในการทางานเพื่อให้เกิดความไว้วางใจซ่ึงกันและกันระหว่าง
นักศึกษาและผปู้ ่วย ความเข้าใจท่ดี ตี ่อกันที่พรอ้ มจะเปิดเผยเร่อื งราวและความรู้สึกของตนเอง โดยนักศึกษาได้
ใช้การทักทายอย่างจริงใจ ท่ีสาคัญคือการมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพให้เกียรติผู้อื่น นักศึกษาได้ใช้
ทักษะนี้ตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้าฝึกภาคปฏิบัติ เพื่อให้คุ้นเคยกันระหว่างเพื่อนและอาจารย์ภาคสนาม เพื่อให้เกิด
การยอมรับและพร้อมที่จะปฏิบัติงานร่วมกัน ให้มีความเข้าใจอันดีต่อกัน สามารถท่ีผ่านกระบวนการการ
ทางานตา่ ง ๆ ไปไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ โดยนักศกึ ษาได้สรา้ งสัมพันธภาพด้วยการพูดคุยกับผู้ใช้บริการ
และเข้าร่วมประชุมวางแผนกับเพ่ือนสมาชิกในภายในกลุ่มท้ังศูนย์รังสิตและศูนย์ลาปางรวมถึงอาจารย์นิเทศ -
ภาคสนาม
3.3.2 ทกั ษะกำรสังเกต
ทักษะการสังเกตเป็นทักษะท่ีใช้ในการส่ือสารแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษร การสังเกตจะช่วยให้ผู้ส่ง
สารและรับสารสามารถเข้าใจถึงเหตุการณ์ เหตุผล การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของการรับรู้และสารท่ีถูก
ส่งออกมา การสังเกตเพ่ือศึกษาพฤตกิ รรมปรากฎการณ์ที่เกิดข้ึน การสังเกตการกระทาอย่างมีจุดหมายและไม่
ควรสร้างความอึดอัดต่อคู่สนทนา การสังเกตเป็นการรวบรวมเพื่อประมวลข้อมูลอย่างเป็นระบบ และนาไปสู่
การวิเคราะห์ความสัมพนั ธข์ องข้อมูลเท่ากันกับเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน จากการสารวจและพูดคุยกับผู้ใช้บริการทา
ให้นักศึกษาเห็นว่าทักษะการสังเกตจะช่วยให้นักศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น เมื่อนาข้อมูลท่ีได้จาก
ผู้ใช้บริการ สมารถวิเคราะห์ร่วมกับการสังเกตทาให้นักศึกษาได้ข้อมูลท่ีเป็นจริงมากยิ่งข้ึน เช่น การสังเกต
สีหนา้ พฤติกรรม การสังเกตวิธีการส่อื สาร เป็นต้น
3.3.3 ทักษะกำรเยี่ยมบำ้ น
การเยยี่ มบา้ นในงานสงั คมสงเคราะห์ในบริบททว่ั ไป และยงั ไมม่ ผี ้ใู ดให้คานิยามเก่ียวกบั การเยี่ยม บ้าน
ในงานสังคมสงเคราะห์สุขภาพ เนื่องจากการเย่ียมบ้านในงานสังคมสงเคราะห์สุขภาพ จะมุ่งเน้นหรือให้
ความสาคัญกบั การคน้ หาปัจจัยทางด้านจติ -สงั คม (Psycho-Social Aspect) ท่มี ีความเกี่ยวข้องกับการสง่ เสริม
สุขภาพ ปอ้ งกัน บาบัดรักษา รวมถึงการฟน้ื ฟูสมรรถภาพทางสังคมเกี่ยวกับพยาธิสภาพที่ผู้ป่วยเผชญิ อยู่ อาทิ
ปัญหาความเครียดของ ผู้ใช้บริการ หรือสมาชิกในครอบครัวอันเน่ืองมาจากโรค ปัญหาเศรษฐกิจของ
ผ้ใู ช้บริการท่ีมีผล ตอ่ การบาบัดรกั ษา ปญั หาความขัดแยง้ ของสมาชิกในครอบครวั อนั เนื่องมาจากความ คดิ เห็น
ที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีการรักษาผู้ใช้บริการ ปัญหาการปรับตัวของผู้ใช้บริการภายหลังจาก การบาบัดรักษา
และกลับคนื สทู่ อ่ี ยูอ่ าศัยเดมิ ของผู้ใช้บรกิ าร
3.3.4 ทกั ษะกำรสมั ภำษณ์
การสัมภาษณ์ หมายถึงการพบปะกันระหว่างคนสองคนหรือมากกว่านั้น ซึ่งการสัมภาษณ์ไม่ใช่การ
สนทนาเพียงอย่างเดียว แตเ่ ปน็ ส่ิงท่ีมีจุดหมายและเป็นการพูดคุยอย่างมีทิศทาง ในการสัมภาษณ์น้ันนักศึกษา
ไม่ได้มุ่งเน้นที่การแสวงหาข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวเท่าน้ัน แต่เป็นการสัมภาษณ์ที่เป็นไปในลักษณะการ
พดู คยุ สื่อสารแบบไมเ่ ปน็ ทางการ เพอ่ื ให้ผูใ้ ช้บริการรู้สกึ ว่าเป็นการกดดัน หรอื อึดอดั ใจระหว่างสมั ภาษณ์พูดคุย
มีการใช้คาถามปลายเปิดและปลายปิด ในการพูดคุยจะไม่ใช้ภาษาท่ีเป็นทางการมากนัก จะใช้ภาษาท่ี
21
ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใจง่ายไม่สับสน ทาให้การพูดคุยเกิดความสบายใจต่อกัน ซึ่งผู้ใช้บริการอาจจะมีการ
แทรกประเด็นการพูดคุยบางอย่างให้นักศึกษาได้ขบคิด ทาให้ได้ข้อคิดจากการพูดคุย หรือสัมภาษณ์ในเร่ืองท่ี
นักศกึ ษาไมท่ ราบ ซ่งึ สามารถนามาปรับใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตวั นักศึกษาเองได้
22
ลักษณะของผู้สัมภาษณ์ท่ีดี คือ ต้องมีการต้อนรับ แนะนาตัว ต้ังคาถาม ฟังและลดความวิตกกังวล
ต้องยอมรับคนอื่นในฐานะที่เป็นคน ๆ หนึ่ง มีการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์อธิบายความรู้สึกได้อย่างอิสระ
การแลกเปล่ียนข้อมูลและความคิดเห็นต่าง ๆ ด้วยความรู้สึกเป็นมิตร ไม่ประเมิน หรือวิพากษ์วิจารณความ
คดิ เห็นผอู้ ่ืนที่ไม่ตรงต่อความร้สู ึกหรอื มาตรฐานของตนเอง
3.3.5 ทักษะกำรจดบนั ทึก
การจดบันทึกมีความสาคัญอย่างย่ิงในการทางานสังคมสงเคราะห์ ซึ่งจะทาให้งานสาเร็จลุล่วงไปได้
ด้วยดี ซึ่งเม่ือพิจารณาความสาคัญและความจาเป็นของการบันทึกในงานสังคมสงเคราะห์แล้วพบว่าบันทึกใน
งานสังคมสงเคราะห์ทาให้เรามองเห็นความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน ถ้าขาดบันทึก ความต่อเนื่องในการ
ปฏิบัติงานจะเป็นไปได้ลาบาก เนื่องจากอาจต้องมาเริ่มทบทวนกระบวนการ หรือข้ันตอนบริการใหม่ แต่ถ้า
หากมีบันทึกจะช่วยทาใหง้ ่ายขึน้
3.3.6 ทกั ษะกำรส่งต่อ
เป็นการเชื่อมโยงทรพั ยากรทม่ี อี ยใู่ นสงั คมกบั ความตอ้ งการของผู้ใชบ้ รกิ าร การส่งตอ่ ภายในหนว่ ยงาน
เดียวกนั และการส่งต่อระหว่างหนว่ ยงาน เปน็ ต้น
3.3.7 ทักษะกำรยุติเรื่อง
นักสังคมสงเคราะห์จะยุติเร่ืองได้นั้นได้จากอาการที่หายไปของผู้ใช้บริการ และการเปล่ียนแปลง
บคุ ลกิ ภาพของผู้ใชบ้ ริการ ตลอดจนการเปลีย่ นแปลงสถานการณท์ างสังคม
3.3.8 ทกั ษะกำรตงั้ คำถำม
มีจุดมุ่งหมายในการต้ังคาถามเพ่ือนาข้อมูลมาประกอบการประเมินปัญหาขอผู้ใช้บริการและเป็นการ
เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการได้สารวจตนเอง รู้จักตนเองมากขึ้นในมุมมองต่าง ๆ รวมไปถึงเป็นการกระตุ้นให้
ผ้ใู ช้บริการไดแ้ สดงความร้สู กึ ออกมา ประเภทของคาถามสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทดังน้ี
- คาถามปลายเปิด : ผู้ใช้บริการจะไม่รู้สึกลาบากใจในการตอบคาถาม เพราะตอบสั้น กะทัดรัด ไม่
ตอ้ งเปดิ เผยตนเองมาก คาตอบจะเปน็ เพียงใช่และไม่ใช่
- คาถามปลายเปิด: เป็นการเปิดให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ผู้ใช้บริการจะแสดงออกถึง
ความคิดความเห็นและอารมณ์ของตนเอง
3.4 หลกั กำรทำงสงั คมสงเครำะห์ทใ่ี ช้ในกำรปฏิบัตงิ ำน
ในการปฏบิ ัตงิ านสังคมสงเคราะห์นอกจากจะนาทักษะ หรือเทคนคิ ทางสงั คมสงเคราะห์มาประยุกตใ์ ช้
เข้ากับการปฏิบัติงาน การนาหลักการทางสังคมสงเคราะห์มาประยุกต์ใช้เข้ากับการทางานกับผู้ใช้บริการถือ
เป็นสิ่งสาคัญในการทางานกับผู้ใช้บริการทุกราย อีกท้ังการเรียนรู้และทาความเข้าใจกับหลักการทางสังคม
สงเคราะห์ยังสามารถนามาประยุกต์และปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เพ่ือให้นักสังคมสงเคราะห์
สามารถยึดถือหลักการทางสังคมสงเคราะห์เป็นพื้นฐานในการปฏิบัติงานกับผู้ใช้บริการทุกรายอย่างเท่าเทียม
กนั โดยหลักการทางสังคมสงเคราะหจ์ ะสามารถแบง่ ออกได้ ดงั นี้
23
3.4.1 หลักกำรยอมรับ
นักสังคมสงเคราะห์จะต้องยอมรับและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ ใชบริการในฐานะท่ี
ผู้ใช้บริการรายนั้นเป็นมนุษย์คนหนึ่ง การท่ีผู้ใช้บริการถูกส่งเข้ามาปรึกษาไม่ว่าจะด้วยปัญหาทางสังคมท่ีเกิด
จากการกระทาหรือพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ นักสังคมสงเคราะห์จาเป็นที่จะต้องให้บริการหรือให้คาปรึกษา/
คาแนะนาโดยปราศจากอคตติ ่อผใู้ ช้บริการและช่วยเหลือผู้ใชบ้ รกิ ารทกุ รายบนพ้นื ฐานของความเท่าเทียม
3.4.2 หลกั ปจั เจกบคุ คล
มนุษย์ทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์ของตนเองท่ีมีความแตกต่างและมีความเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นอุปนิสัย
ทัศนคติ อารมณ์ จิตใจ หรือพฤติกรรมส่วนบุคคล ที่ล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกันออกไปอันเนื่องมาจาก
สภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัยหรือการอบรมเล้ียงดูท่ีมีส่วนทาให้แต่ละคนมีเอกลักษณ์ หรือลักษณะเฉพาะของ
ตนเอง นักสังคมสงเคราะห์จึงต้องเข้าใจความแตกต่างของแตล่ ะบุคคล ในการทางานสังคมสงเคราะห์ท่ีมักพบ
เจอผู้ใช้บริการท่ีถูกส่งปรึกษาด้วยปัญหาท่ีแตกต่างกันออกไป การทาความเข้าใจพฤติกรรม ลักษณะ
หรือปัญหาของผู้ใช้บริการแต่ละรายถือเป็นส่ิงสาคัญที่มีส่วนช่วยในการกาหนดเป้าหมายหรือวางแผนการ
ช่วยเหลือให้เหมาะสมกับผใู้ ช้บรกิ ารแต่ละราย
3.4.3 หลักกำรไมต่ ำหนิตเิ ตยี นผู้ใชบ้ รกิ ำร
บทบาทหน้าท่ีของนักสังคมสงเคราะห์ที่ต้องเป็นผู้ให้คาปรึกษา/คาแนะนาและช่วยเหลือผู้ ใช้บริการ
และไม่ว่าผู้ใช้บริการท่ีถูกส่งปรึกษาจะมีปัญหาทางสังคมที่ร้ายแรงมากเพียงใด นักสังคมสงเคราะห์จาเป็นที่
จะต้องมีทัศนคติท่ีดี เป็นกลางต่อผู้ใชบ้ ริการและไม่ตัดสินว่าส่ิงท่ีผู้ใช้บริการได้กระทาลงไปน้ันเป็นส่ิงที่ผิดหรือ
ถกู ต้อง
3.4.4 หลกั กำรรกั ษำควำมลับ
ในการทางานของนักสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาลจะต้องมีการดาเนินการซักประวัติส่วนบุคคลของ
ท้ังผู้ใชบ้ ริการและครอบครัว ไม่วา่ จะเปน็ เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่อาศัย, อาชีพ, ระดับการศึกษา หรือแม้แตร่ ายได้
ของผู้ใช้บริการและครอบครัว และในบางคร้ังนักสังคมสงเคราะห์ต้องทาการสัมภาษณ์เชิงลึกเพ่ือทราบถึง
ปัญหาของผู้ใช้บริการอันนาไปสู่การประเมินทางสังคม การยืดถือหลักการรักษาความลับจึงถือเป็นสิ่งสาคัญ
ที่สุดในการทางานสังคมสงเคราะห์ เพื่อที่จะช่วยทาให้ผู้ใช้บริการและครอบครัวมั่นใจและไว้ใจได้ว่านักสังคม-
สงเคราะห์จะไม่นาข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการไปเปิดเผยหากไม่ไดร้ ับการยินยอมจากผู้ใชบ้ ริการ และในกรณี
ทผ่ี ู้ใช้บริการบางรายต้องเข้าสู่กระบวนการส่งต่อไปยังหน่วยงานภายนอกนักสังคมสงเคราะหจ์ ะต้องดาเนินการ
ขออนญุ าตผู้ใชบ้ รกิ ารเพือ่ เปดิ เผยและส่งตอ่ ข้อมลู ของผู้ใชบ้ รกิ ารไปยงั หนว่ ยท่รี บั ผดิ ชอบปลายทางก่อนเสมอ
24
3.4.5 หลกั กำรมีส่วนร่วม
นอกจากนักสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้ที่รับฟังและเข้าใจปัญหาของผู้ใช้บริการแล้ว การให้ผู้ใช้บริการ
และครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือเข้าใจปัญหาที่กาลังเผชิญอยู่ด้วย
ตนเองจะช่วยให้นักสังคมสงเคราะห์ทราบได้ว่าผู้ใช้บริการมีความต้องการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยวิธีใด ซ่ึง
ผู้ใชบ้ ริการแตล่ ะรายมีวธิ ีการแก้ไขปญั หาของตนเองแตกตา่ งกันออกไป นักสังคมสงเคราะห์จึงมีบทบาทหน้าท่ี
ในการให้การสนับสนุนท้ังด้านอารมณ์และจิตใจของผู้ป่วย เพ่ือให้ผู้ใช้บริการทราบวา่ ตนเองไม่ไดเ้ ผชิญหน้ากับ
ปัญหาเหล่านนั้ อยู่เพยี งคนเดยี ว
3.4.6 หลกั กำรตระหนักในบทบำทหนำ้ ท่ีของตนเอง
การทางานของนักสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาลอาจต้องพบเจอผู้ใช้บริการท่ีมีความหลากหลาย
นักสงั คมสงเคราะหจ์ าเป็นทีจ่ ะตอ้ งพึงระลกึ ไวว้ ่าตนเองมบี ทบาทหน้าที่เป็นนักสงั คมสงเคราะห์ทค่ี อยช่วยเหลือ
ผู้ใชบ้ ริการ เพอื่ ให้ผู้ใชบ้ ริการมคี ุณภาพชีวติ ที่ดีขนึ้ หรือชว่ ยใหผ้ ู้ใชบ้ ริการหลุดพ้นจากปญั หาท่ีตนเองกาลงั เผชญิ
และในบางครั้งท่ีนักสังคมสงเคราะห์อาจพบเจอผู้ใช้บริการที่เข้ามาระบายปัญหาของตนเองด้วยอารมณ์
นกั สงั คมสงเคราะห์จาเป็นท่ีจะต้องควบคมุ อารมณ์และยึดมน่ั หลักในการทางานของตนเอง
3.4.7 หลักกำรตดั สินใจด้วยตนเอง
เนื่องจากผู้ใช้บริการแต่ละรายมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป การให้คาปรึกษาหรือให้คาแนะนาแก่
ผู้ใช้บริการเพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้ผู้ใช้บริการสามารถตัดสินใจได้ว่าตนเองจะเลือกแนวทางการแก้ไข
ปัญหาแบบใดดว้ ยตนเองและการทผี่ ู้ใช้บรกิ ารเลอื กวธิ ีการแก้ไข หรือจัดการปญั หาของตนเองเปน็ ส่ิงท่ีนักสังคม
สงเคราะห์ต้องเคารพในการตัดสินใจของผู้ใช้บริการและนักสังคมสงเคราะห์จะต้องไม่เป็นผู้ท่ีแก้ไขปัญหา
หรอื ตัดสนิ ใจแทนผู้ใชบ้ รกิ าร
3.5 วิธกี ำรทำงสงั คมสงเครำะหท์ ่นี ำมำปฏบิ ัตใิ ช้
วธิ ีการทางสังคมสงเคราะห์ทนี่ ามาใชใ้ นการปฏบิ ัติงาน ได้แก่ “วธิ ีการสังคมสงเคราะห์เฉพาะราย” ซึ่ง
เป็นการปฏิบัติงานในระดับบุคคลท่ีมีปัญหาทางด้านจิตใจ สังคมและพฤติกรรม โดยนักสังคมสงเคราะห์จะมี
การปฏิบัติงานร่วมกับผู้ใช้บริการและครอบครัวโดยตรง ด้วยการนาหลักการ ค่านิยม ทักษะและองค์ความรู้ใน
วชิ าชีพสังคมสงเคราะหม์ าใชใ้ นการปฏิบตั ิงานและนักสงั คมสงเคราะห์จะเปน็ ผ้ทู ่ชี ีแ้ นะแนวทางใหผ้ ใู้ ชบ้ รกิ ารได้
เข้าใจถึงปัญหาของตนเอง เพ่ือที่จะช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ด้วย
ตนเอง ซง่ึ วธิ ีการสังคมสงเคราะหเ์ ฉพาะรายจะประกอบไปด้วย 5 วิธกี ารหลกั ๆ คือ
1. การแสวงหาข้อเท็จจริง (Fact Finding) การแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นขั้นตอนแรกก่อนเข้าสู่ข้ันตอน
การประเมิน หรือวินิจฉัยปัญหาของผู้ใช้บรกิ าร หลังจากที่ผใู้ ช้บรกิ ารไดร้ ับการปรึกษา หรือการสง่ ต่อปัญหามา
ที่นักสังคมสงเคราะห์ การแสวงหาข้อเท็จจริงจะเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้นักสังคมสงเคราะห์ได้ข้อมูลของ
ผู้ใช้บริการและครอบครัว ผ่านการแสวงหาข้อมูลจากผู้ใช้บริการด้วยการนาทักษะทางสังคมสงเคราะห์มา
25
ประยุกต์ใชเ้ ปน็ เคร่ืองมือในการสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการและครอบครัว เพื่อให้ไดม้ าซึ่งข้อมูลของผู้ใช้บริการที่เป็น
ประโยชน์ต่อการวเิ คราะห์และประเมินปญั หา นอกจากการสัมภาษณ์ผู้ใชบ้ ริการนักสังคมสงเคราะห์อาจมีการ
ลงเย่ียมบ้านผู้ใช้บริการ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพเพื่อหาข้อมูลในด้านที่อยู่อาศัย การดารงชีวิตและเครือข่าย
ภายในชุมชน ซ่ึงข้อมูลที่ได้มาจะมีความครอบคลุมและครบถ้วนและทาให้การดาเนินการช่วยเหลือผู้ใช้บริการ
เป็นไปในทิศทางท่เี หมาะสมกบั ปญั หาและความตอ้ งการของผ้ใู ช้บรกิ าร
2. การประเมินสภาวะของผู้ใช้บริการ (Assessment) การประเมินสภาวะของผู้ใช้บริการถือเป็น
วิธีการนาข้อมูลท่ีได้จากการแสวงหาข้อเท็จจริงมาประเมินวินิจฉัยถึงปัญหาของผู้ใช้บริการ โดยนักสังคม
สงเคราะห์จะมีบทบาทในการประเมินผู้ใช้บริการแบบองค์รวมร่วมกับทีมสหวิชาชีพท้ังภายในโรงพยาบาลและ
หน่วยงานอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้อง ในการประเมินสภาวะของผู้ใช้บริการนักสังคมสงเคราะห์จะต้องประเมิน
ผใู้ ชบ้ รกิ ารใหม้ ีความครอบคลมุ ในแตล่ ะดา้ น ซ่ึงจะสามารถแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ไดแ้ ก่
2.1 การประเมินสภาวะกายจิตสังคม เป็นการวิเคราะห์ประเมินสภาพด้านร่างกาย จิตใจ
อารมณ์และสังคมของผู้ใช้บริการ ส่ิงเหล่าน้ีถือได้ว่ามีความสัมพันธก์ ับสภาพปัญหาของผู้ใช้บริการ ซึ่งจะทาให้
เห็นได้ว่าความสัมพันธ์ของครอบครัวหรือผู้ใช้บริการกับสภาพแวดล้อมท่ีอยู่รอบข้างผู้ใช้บริการ รวมไปถึง
สภาพรา่ งกาย อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ท่ีเกดิ ขึน้ กบั ผู้ใชบ้ รกิ ารเปน็ หนึง่ ในปจั จัยปญั หาหรอื ไม่
2.2 การประเมินครอบครัว เปน็ การประเมินบทบาทของผู้ใชบ้ รกิ ารกบั ครอบครัวถือได้ว่าเปน็
สิ่งที่จะช่วยให้นักสังคมสงเคราะห์มองเห็นถึงความผูกพันและความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการและสมาชิกใน
ครอบครัว และยังช่วยให้นักสังคมสงเคราะห์สามารถประเมินทรัพยากรท่ีเป็นส่วนช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถ
เขา้ ถึงสิทธกิ ารรักษาพยาบาลได้อยา่ งเหมาะสม
2.3 การประเมินความเสี่ยง ในงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์น้ันมีเป้าหมาย เพื่อให้เกิด
การพิจารณาสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ที่ต้องมีการตัดสินใจและต้องระบุได้ว่ามีความเสี่ยงท่ีมีแนวโน้มท่ีมี
ความเป็นไปได้ว่าจะมีความอันตรายต่อผู้ใช้บริการ หรือเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ ซ่ึงส่วนใหญ่การประเมิน
ความเสี่ยงผ่านเหตุการณ์ที่มักจะให้ผลลัพธ์ออกมาไปในทางที่ไม่ค่อยดี ทาให้เกิดการกาหนดวิธีการที่จะช่วย
ผู้ใชบ้ รกิ ารท่มี แี นวโนม้ เปน็ อนั ตราย ไปเปน็ กล่มุ ที่มแี นวโนม้ ท่ีไม่เปน็ อันตรายตอ่ ตวั ผใู้ ชบ้ ริการเองและต่อผอู้ ่นื
2.4 การประเมินความต้องการ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางท่ีนักสังคมสงเคราะห์สามารถ
ช่วยเหลือผู้ใช้บริการให้สามารถทราบถึงความต้องการในการแก้ไขปัญหาของตนเอง ซ่ึงผู้ใช้บริการแต่ละราย
ล้วนมีความต้องการในการแก้ไขปัญหาท่ีแตกต่างกันออกไป ในส่วนน้ีนักสังคมสงเคราะห์จะตอ้ งยึดผู้ใชบ้ ริการ
เปน็ ศูนย์กลางในการประเมิน เพือ่ ท่จี ะทาใหท้ ราบถงึ ความต้องการของผู้ใช้บริการที่แท้จริง
26
3. การกาหนดเป้าหมายและแผนบริการ (Care Plan/Planning) การกาหนดเป้าหมายและการ
วางแผนในการให้บริการถือเป็นวิธีการวางแผนที่เกิดขึ้นหลังจากนักสังคมสงเคราะห์และทีมสหวิชาชีพ ได้
ประเมินผู้ใช้บริการแบบองคร์ วมครบทุกมิติ ซ่ึงนักสังคมสงเคราะห์จะนาขอ้ มลู ท่ีได้นามาวางแผนการให้บรกิ าร
แก่ผู้ใช้บรกิ ารร่วมกับทีมสหวิชาชีพท่เี กยี่ วข้องกับปญั หาของผ้ใู ชบ้ รกิ าร เพ่ือจัดลาดับถึงความสาคญั ของปัญหา
และกาหนดแผนการให้บริการออกมาท้ังแผนระยะส้ันและแผนระยะยาว นอกจากนี้การกาหนดเปา้ หมายและ
แผนบริการยงั ชว่ ยให้การดาเนินงานมีประสิทธิภาพและตรงกับปัญหาและความตอ้ งการของผใู้ ช้บริการ
4. การดาเนินงาน (Implementation) การดาเนินงานถือเป็นอีกหน่ึงขั้นตอนสาคัญของนักสังคม
สงเคราะห์ ในการดาเนินงานช่วยเหลือผู้ใช้บริการจะต้องเป็นไปตามแผนบริการท่ีได้มีการกาหนดไว้
ซ่ึงนักสังคมสงเคราะห์จะดาเนินงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการ การดาเนินงานจึงเป็น
วิธีการหนึ่งของนักสังคมสงเคราะห์ที่มีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ใช้บริการในการขจัด หรือบรรเทาปัญหาของ
ผู้ใช้บริการตามศักยภาพของนักสังคมสงเคราะห์และรูปแบบการให้บริการของหน่วยงาน เพื่อมุ่งหวังให้
ผู้ใช้บริการ สามารถกลับมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนได้อย่างมีคุณภาพและปราศจากปัญหาที่ก่อให้เกิดความทุกข์ท้ัง
ตอ่ ร่างกายและจติ ใจของผ้ใู ชบ้ ริการ
5. การตดิ ตามผลการดาเนนิ งาน (Follow Up) หลงั จากการดาเนินงานช่วยเหลอื ผูใ้ ช้บรกิ าร นักสงั คม
สงเคราะห์จะต้องมีการตรวจสอบและประเมินผลการดาเนินงานท่ีผ่านมาว่าได้มีการช่วยเหลือผู้ใช้บริการใน
ด้านใดบ้างและการดาเนินงานเหล่านั้นประสบผลสาเร็จหรือไม่อย่างไร หากไม่ประสบผลสาเร็จหรือพบ
อุปสรรคนักสังคมสงเคราะห์และทีมสหวิชาชีพจะต้องประชุมหาแนวทางและกาหนดแผนในการช่ วยเหลือ
ผู้ใชบ้ ริการอีกคร้ัง รวมไปถึงการตดิ ตามผู้ใช้บริการหลังจาหน่ายออกจากโรงพยาบาล เพ่ือสอบถามถึงการดแู ล
ผใู้ ชบ้ รกิ าร หรือการดารงชีวิตเป็นอยา่ งไร ซ่งึ การติดตามผลการดาเนินงาน นักสังคมสงเคราะหจ์ ะประสานงาน
ร่วมกับหน่วยงานภายในพ้ืนท่ี เพื่อการติดตามการดูแล เฝ้าระวัง และป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดข้ึนกับ
ผู้ใช้บริการ เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล บ้านพักเด็กและครอบครัว และ
หากผลการติดตามการดาเนินงานประเมินแล้วว่าผู้ใช้บริการมีความปลอดภัย พึ่งพาตนเองได้โดยปราศจาก
ความเส่ียงในการดารงชวี ติ นกั สังคมสงเคราะหแ์ ละทมี สหวชิ าชพี จะทาการยตุ กิ ารให้บรกิ ารแกผ่ ใู้ ชบ้ ริการทันที
27
บทท่ี 4
กำรจดั ทำโครงกำร
จากการศึกษาบทบาทหน้าท่ีของหน่วยงาน ตลอดจนการให้บริการและกลุ่มเป้าหมายของงานสังคม
สงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ทาให้ผู้จัดทาได้ทราบถึงปัญหาและความต้องการของ
หน่วยงานจนนามาสู่การจัดทาโครงการในคร้ังน้ี ซ่ึงในบทนี้จะนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับตัวโครงการที่ผู้จัดทาได้
ดาเนนิ การไป โดยจะสามารถอธบิ ายได้ดงั นี้
4.1 ช่อื โครงกำร: การติดตามคุณภาพชวี ติ ผปู้ ่วยหลังผา่ ตดั เปล่ียนข้อเข่าเทยี ม มติ ทิ างสงั คม
4.2 ผู้รบั ผิดชอบโครงกำร
2.1 กลุ่มงานสงั คมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
2.2 คณะนักศกึ ษาฝึกวชิ าชีพสงั คมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกยี รติ
นางสาวณัฏฐณิชา จิตรศี พั ท์ เลขทะเบยี นนักศึกษา 6105615345
นางสาวชาลิสา ดวงดนั เลขทะเบยี นนกั ศึกษา 6105700493
4.3 อำจำรยท์ ปี่ รกึ ษำ
3.1 อาจารยน์ เิ ทศงานในคณะ อาจารย์วรลกั ษณ์ เจริญศรมี ูลเมอื ง
3.2 อาจารย์ภาคสนาม ดร.ขนษิ ฐา บูรณพันศักดิ์
4.4 หลักกำรและเหตผุ ล
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติได้จัด “โครงการจิตอาสาผ่าตัดเปล่ียนข้อเทียม”
วัตถุประสงค์เพ่ือให้บริการกับประชาชนผู้มรี ายได้น้อย รายได้ไม่เกิน 20,000 บาท/เดือน/ครอบครวั ได้รับการ
รักษาโดยแพทย์ผู้เช่ียวชาญเฉพาะทางและไม่เรียกเก็บเงินส่วนเกินสิทธิ เพ่ือเพมิ่ คุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ปว่ ยที่เข้า
รับการผ่าตัด โดยงานสังคมสงเคราะห์ได้มีส่วนร่วมในการประเมินครอบครัวของผู้ป่วยก่อนเข้าร่วมโครงการ
ตามเกณฑผ์ มู้ ีรายได้น้อย ซงึ่ ผ้ปู ่วยสว่ นใหญ่เป็นผสู้ ูงอายทุ ่ีไมม่ รี ายไดแ้ ละครอบครัวมีรายได้นอ้ ย ประสบปัญหา
ในการดาเนินชีวิตประจาวันและมีความทุกข์ทรมานกับอาการเจ็บปวดเป็นอย่างมาก โดยมีกลุ่มเป้าหมาย
คือ ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ครั้งที่ 1 - 2 ประจาปี 2563 - 2564 ได้รับการประเมิน-
คุณภาพชีวิต ติดตามผลทุกราย (ไม่รวมญาติเจ้าหน้าท่ี) โดยผลลัพธ์ คือ ได้รับการจัดการปัญหาสังคมและมี
คุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น เพ่ือให้โครงการผ่าตัดเปล่ียนข้อเทียมเสร็จสมบูรณ์ งานสังคมสงเคราะห์จึงขอเสนอ
โครงการ ติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังจากที่ได้รับการผ่าตัด ว่าผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้นอย่างไร โดย
พิจารณาจากองค์ประกอบคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลก และหากผู้ป่วยประสบปัญหาหลังการผ่าตัด
28
นักสังคมสงเคราะห์สามารถท่ีจะให้คาปรึกษา ร่วมวางแผนจัดการปัญหา หรือประสานงานผู้เกี่ยวข้องเข้า
ชว่ ยเหลือ อาทิ เรื่องผู้ดแู ลในระหวา่ งที่พักฟนื้ เรื่องความเหมาะสมของท่ีพักอาศัย การเดินทางมาโรงพยาบาล
ดา้ นสุขภาพจิตและสภาพแวดล้อมทอ่ี ยู่อาศยั เพื่อเป็นการดูแลอย่างคลอบคลุมทุกมิตแิ ละสนับสนุนงานบริการ
ด้านการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯให้เป็นเลิศส่งเสริ มผลงานจัดบริการทางกา รแพทย์
ทีเ่ ป็นเลิศไมม่ คี ่าใชจ้ ่าย
เ นื่ อ ง จ า ก บุ ค ล า ก ร ท า ง ง า น สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ไ ม่ สั ม พั น ธ์ กั บ ป ริ ม า ณ ง า น แ ล ะ จ า น ว น ผู้ ป่ ว ย
ทางโรงพยาบาลมีผู้ป่วยมีจานวนมาก ทาให้ใชเ้ วลาติดต่อผู้ป่วยค่อนข้างนาน ตงั้ แตก่ ารติดต่อ การแลกเปลี่ยน
ข้อมูล การสัมภาษณ์ การลงพ้ืนที่เยี่ยมบ้านเพื่อติดตามคุณภาพชีวิต และการเก็บรวบรวมข้อมูล ต้องใช้ระยะ
เวลานานเมื่อเทียบกับจานวนนักสังคมสงเคราะห์ที่มี นักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้เล็งเห็นถึง
ความสาคัญของปัญหาท่ีเกิดข้ึน เนื่องจากการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียมใช้เวลา
ค่อนข้างมาก นักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงขอเข้าร่วมโครงการการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลัง
ผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม เพ่ือท่ีจะสามารถติดตามคณุ ภาพชีวติ ผู้ปว่ ยหลงั การได้รับผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียมได้
อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน โดยนักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้ประสานงานและติดต่อกับ
ผู้ป่วย ผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เก็บรวบรวมข้อมูล และนัดหมายเพื่อทาการลงพ้ืนท่ีเย่ียมบ้าน โดยมี
เครือ่ งมือการวัดคณุ ภาพชีวิตผู้ป่วยเป็นแบบสอบถาม
โดยคาถามท่ีท้าทาย คือ “เปลี่ยนข้อเข่าแล้ว...คุณภาพชีวิต ดีจริงหรือ?” เป็นคาถามที่นักศึกษาฝึก
วิชาชีพสงั คมสงเคราะหต์ อ้ งหาคาตอบ เพื่อนาไปประเมินผู้ป่วยว่ามีความจาเปน็ ต้องกลบั มาเข้ารบั การรักษาอีก
หรือไม่ เพ่ือติดตามและประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เพื่อติดตามพฤติกรรมการ
ใช้ชีวติ ของผปู้ ว่ ย เพือ่ ประเมนิ ผลของการผ่าตัดเปล่ียนข้อเขา่ เทียม และประเมนิ กาย จติ สงั คม ของผปู้ ว่ ย หาก
พบว่าผู้ป่วยมีปัญหาหลังการผ่าตัดจะสามารถให้คาปรึกษา ร่วมวางแผนจัดการปัญหา และประสานงานกับ
หนว่ ยงานทเ่ี กีย่ วขอ้ งเพือ่ ทาการให้ความช่วยเหลอื ตอ่ ไป
4.5 ควำมสอดคล้องกบั นโยบำย ยุทธศำสตร์ แผนงำน
4.5.1 ควำมสอดคลอ้ งกบั พันธกจิ ของโรงพยำบำลธรรมศำสตรเ์ ฉลิมพระเกยี รติ
สอดคล้องกับพันธกิจท่ี 1 ให้บริการที่เป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาล การฟ้ืนฟู การป้องกันโรคและ
การสร้างเสรมิ สขุ ภาพแกป่ ระชาชน
สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ (Vision): โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 4.0 มุ่งสู่องค์กรแห่งอนาคตเพ่ือประชาชน
(THU 4.0 Organization of the future for all)
สอดคล้องกบั คา่ นยิ ม “Think TRANSFORMS”
S : Spirit of Thammasat เราจะยึดม่ันในจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ “โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เพื่อ
ประชาชน”
FOR : Focus on Results เราจะพัฒนาสูค่ วามเปน็ เลิศ
29
30
4.5.2 ควำมสอดคลอ้ งของหนว่ ยงำนกับกำรฝึกวชิ ำชีพสงั คมสงเครำะห์ของนกั ศกึ ษำ
การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) หมายถึง การนาเอาข้อมูลต่าง ๆ ท่ีรวบรวมได้จากการเก็บรวบรวม
ข้อมูลมาทาการวิเคราะห์ จัดระเบียบแยกแยะส่วนต่าง ๆ เพ่ือหาคาตอบตามประเด็นปัญหาการทาโครงการ
และตามสมมติฐานที่ได้กาหนดไว้ โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือตัวเลข และใช้วิธีการทางสถิติมา
วิเคราะห์หาค่าตัวแปรหรือหาลักษณะของตัวแปร แต่ถ้าเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ จะใช้วิธีการสรุปความหรือ
สังเคราะห์ข้อความ ซึ่งจะต้องวางแผนและเตรียมการณ์ล่วงหน้า โดยทางโครงการของนักศึกษานั้นเลือกท่ีจะ
ทาการศึกษาโครงการในลักษณะเชิงคุณภาพ เป็นการนาโครงการท่ีมีอยู่แล้วของทางโรงพยาบาลมาต่อยอดให้
เกิดเป็นโครงการที่เกิดการประยุกต์ร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กับงานสังคม
สงเคราะห์ใหส้ ามารถทางานร่วมกนั ไดไ้ ปในทิศทางเดียวกัน โดยนักศกึ ษามีการคดั เลอื กจากโครงการท่มี ีอยแู่ ล้ว
จากทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติอย่างโครงการจิตอาสาผ่าตัดข้อเข่าเทียม อันเป็นโครงการท่ี
ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสบปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อมให้สามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้นได้ จากโครงการท่ีมีอยู่
ของโรงพยาบาลนักศึกษาจึงเล็งเห็นว่าโครงการน้ีเป็นโครงการที่น่าสนใจทั้ง กลุ่มเป้าหมาย ข้อมูล ภาพรวม
โครงการท่ีเป็นประโยชน์ นักศึกษาจึงเลือกที่จะนามาต่อยอดเป็นอีกหน่ึงโครงการ คือ โครงการการติดตาม
คุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม ซึ่งเป็นโครงการเชิงสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ท่ีสามารถ
ตอ่ ยอดเปน็ ประโยชน์ตอ่ หน่วยงานได้ เพราะโครงการที่นักศกึ ษาจดั ทาขึ้นจะสามารถวดั คณุ ภาพชีวติ ของผู้ป่วย
ได้ว่าผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึนจริงหรือไม่หลังจากที่ไดร้ ับการผ่าตัดมาแล้ว โดยการวิเคราะห์จะมีรูปแบบต่าง
ๆ ดงั น้ี
1 . การวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Analysis) ใช้ในการวิจัยเอกสารและวิเคราะห์เก่ียวกับ
ขอ้ มูลในเอกสาร
2 . การวิเคราะห์โดยการสังเกต สังเกตจากพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ที่เกิดข้ึน จากน้ันจึงนามาแปล
ความหมาย สรปุ ความและวเิ คราะห์ดว้ ยตนเอง
โดยนักศึกษาจะทาการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เน้ือหาในเอกสารร่วมกับการสังเกตให้เป็นไป
ในทิศทางเชิงคุณภาพ โรคข้อเข่าเส่ือมพบบ่อยในผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี และมักมีอาการกับขาทั้ง 2 ข้าง โดย
ส่วนมากเร่ิมมีอาการปวดเข่าเวลามีการขยับตัวหรือเคล่ือนไหว เช่น เดิน ข้ึนบันได น่ังพับเข่า อาจดีขึ้นเมื่อมี
การพักหรือหยุดการเคลื่อนไหว มักมีอาการร่วมกับข้อเข่าฝืดขัดโดยเฉพาะเมื่อมีการหยุดการเคล่ือนไหวเป็น
เวลานาน ส่งผลใหอ้ าการปวดรนุ แรงมากข้นึ อาจทาใหก้ ระดูกงอกไดเ้ มอื่ คล้าบรเิ วณด้านข้างข้อ เหยียดหรืองอ
ข้อเขา่ ขาไมส่ ุด กลา้ มเนื้อตน้ ขาลบี ขาโก่ง หรือบดิ เบยี้ วผิดรปู ไม่สามารถประกอบกจิ วัตรประจาวนั ได้ปกติ
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์จึงได้จัดโครงการเพ่ือช่วยเหลือให้ผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยให้เข้าถึงการรักษาได้
เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น จึงทาให้เกิด “โครงการจิตอาสาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม” โดยมีวัตถุประสงค์
ให้บริการกับผู้ที่มีรายได้น้อย รายได้ไม่เกิน 20,000 บาท/เดือน/ครอบครัวและไม่เรียกเก็บเงนิ ส่วนเกิน เข้าถึง
การรกั ษาพยาบาล และเพอ่ื เพ่ิมคุณภาพชวี ติ ให้แกผ่ ู้ป่วยนาไปสู่ “โครงการการตดิ ตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังก
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทยี ม” เป็นการตดิ ตามคณุ ภาพ สุขภาพ และระดับชีวิตความเปน็ อยู่หลังได้รับผ่าตัดข้อเขา่
31
โดยนักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้ท่ีประสานงานและติดต่อกับผู้ป่วย โดยมีเคร่ืองมือการวัด
คุณภาพชีวิตผู้ป่วยเป็นแบบสอบถาม โดยมีคาถามท่ีท้าทายคือ “เปลี่ยนข้อเข่าแล้วคุณภาพชีวิตดีจริงหรือ?”
เป็นคาถามทีน่ ักศกึ ษาวิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ตอ้ งหาคาตอบว่าผูป้ ่วยมีคุณภาพชีวิตดีขนึ้ อย่างไร โดยพจิ ารณา
จากองค์ประกอบคุณภาพชีวิตขององค์กรอนามัยโลก และหากประสบปัญหาหลังการผ่าตัด จะได้ร่วมกัน
วางแผนแก้ไขปญั หาหรอื ประสานงานผ้เู กย่ี วขอ้ งเพ่ือเข้าช่วยเหลือผปู้ ว่ ยต่อไป
การฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ของนักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิชาชีพ
สังคมสงเคราะห์เป็นการทางานร่วมกับมนุษย์ เพื่อสนับสนุนให้เขาได้รับสวัสดิการสังคมที่เขาพึงมี พึงได้ เช่น
สิทธกิ ารรักษาพยาบาล สิทธิการไดร้ ับการศึกษา ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้ใช้บริการตระหนักถึงคุณค่าความเป็น
มนษุ ยข์ องตนเอง นักสังคมสงเคราะหเ์ ป็นเพยี งผทู้ างานรว่ มกบั ผู้ใชบ้ รกิ ารในการตดั สนิ ใจ ไม่ใชผ่ ชู้ ้แี นะนาทาง
ในการฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติคร้ังน้ี เป็นการฝึก
วิชาชีพในส่วนของการติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า โดยนักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคม
สงเคราะห์ได้ใช้ทักษะความรู้ในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เข้ามาประยุกต์ใช้ในงานบริการสังคมสงเคราะห์ของ
หน่วยงาน กลุ่มเป้าหมายในโครงการส่วนมากไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลด้วยปัจจัยต่าง ๆ จึงมีการ
จัดต้ังโครงการจิตอาสาข้ึนมาเพื่อช่วยเหลือ โดยมีงานสังคมสงเคราะห์ร่วมอยู่ในกระบวนการช่วยเหลือน้ี
นักศึกษาฝกึ วิชาชพี สังคมสงเคราะหจ์ ึงได้มีโอกาสในการนาทักษะและเคร่ืองมือทางสังคมสงเคราะห์ เข้ามาร่วม
กระบวนการของหน่วยฝึกภาคปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการโทรสอบถามอาการหลังจากผ่าตัด การใช้
ชีวิต และมีการลงพ้ืนท่ีเยี่ยมบ้านเพื่อที่จะได้ติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังเข้ารับการผ่าตัดข้อเข่าเทียมถึง
ความเปล่ียนแปลง ตลอดจนคาแนะนาต่าง ๆ สาหรับคนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการในครั้งต่อไปจะเห็นได้ว่า
กระบวนการสังคมสงเคราะห์ท่ีนักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์นามาปรับใช้ มีความสาคัญและสอดคล้อง
ตอ่ การทางานของหนว่ ยงานสงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์
4.6 วตั ถุประสงคใ์ นกำรดำเนนิ โครงกำร
เพื่อติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าใน “โครงการจิตอาสาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
เทยี ม” ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2563 - 2564
4.7 นยิ ำมศพั ทเ์ ฉพำะ
4.7.1 คุณภาพชีวิต หมายถึง การดารงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความสุข มีความสมบูรณ์
ทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสังคมท่ีตนอยู่ได้อย่างดี ในขณะเดียวกัน
สามารถเผชิญปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมท้ังสามารถใช้ศักยภาพส่วนบุคคลสร้างสรรค์พัฒนาตนเอง
และสงั คมให้อย่รู ว่ มกนั ได้อย่างสนั ติสุข
32
4.7.2 โรคข้อเข้าเส่ือม หมายถึง ภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่ามีการสึกหรอและเส่ือมอย่างช้า ๆ และ
จะเป็นมากข้ึนตามเวลาที่ผ่านไป พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 60 ปีข้ึนไปและส่วนมากจะพบในผู้หญิงและผู้ท่ีมี
น้าหนักตัวมาก ทาให้เกิดอาการปวดเข่า เข่าบวม ข้อยึดติด มีเสียงดังในเข่า เข่าผิดรูปไม่สามารถประกอบ
กจิ วัตรประจาวนั ได้ตามปกติ
4.7.3 การผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม หมายถึง ผู้ป่วยที่รับการประเมินเข้าร่วมโครงการจิตอาสาผ่าตัด
เปลี่ยนข้อเทียม โดยการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดเฉพาะส่วนผิวข้อเข่าที่เส่ือมสภาพออก ไม่ตัด
กระดูกเดิมออกทั้งหมดและทาให้กระดูกมีรูปร่างรับกับผิวของข้อเทียมท่ีจะใส่เข้าไป แล้วสวมข้อเข่าเทียม
ครอบลงไปเท่านนั้ ซึง่ ข้อเข่าเทยี ม คือส่วนท่ีจะมาทดแทนผิวกระดูกอ่อนภายในข้อเข่าทเ่ี สยี แลว้
4.7.4 ผู้ป่วย หมายถึง ผู้สูงอายุท่ีมีรายได้และครอบครัวมีรายได้น้อย ประสบปัญหาในการดาเนิน
ชวี ิตประจาวนั และมคี วามทุกขท์ รมานกับอาการเจบ็ ปวดเป็นอย่างมาก
4.8 ขอบเขตกำรดำเนนิ โครงกำร
4.8.1 ขอบเขตเชงิ พื้นท่ี
งานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกียรติ
4.8.2 ขอบเขตเชิงเนอ้ื หำ
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้มีประชาชนเข้ามาใช้บริการเป็นจานวนมาก โดยกลุ่ม
นักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้เข้าฝกึ ภาคปฏิบตั ิในงานสังคมสงเคราะห์ทม่ี ีกลุ่มเป้าหมายในการทางาน
ท่ีมีความหลากหลาย เช่น ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วย เป็นต้น นักศึกษาจึงปรึกษากับทางอาจารย์ภาคสนามและเห็น
ว่ากลุ่มผู้ป่วยผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่ามีความน่าสนใจในการท่ีจะติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการ
ผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า จึงคาดว่าโครงการท่ีจะทาการปฏิบัติน้ันจะเป็นประโยชน์ต่อโรงพยาบาลในการติดตาม
คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า และยังทาให้ได้ใช้บทบาทของการทางานสังคม
สงเคราะห์ร่วมกับทีมสหวิชาชีพที่มีความเก่ียวข้องกับโครงการ นักศึกษาจึงได้มีการออกแบบโครงการติดตาม
คุณภาพชีวิตผู้ป่วยผา่ ตดั เปล่ียนข้อเข่าร่วมกับอาจารยน์ ิเทศภาคสนาม โดยไดม้ ีการแบ่งการฝึกและขั้นตอนการ
ดาเนินการออกเปน็ 3 ระยะดังนี้
ระยะแรก ประสานงานกับผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า เพ่ือทาการชี้แจง
โครงการและขอรายช่ือผู้ป่วยท่ีเข้าร่วมโครงการท้ังหมด ในโครงการจิตอาสาผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าครั้งท่ี 1 - 2
ประจาปี 2563 - 2564 รวมถึงตรวจสอบความครอบคลุม ความชัดเจน ของเครื่องมือท่ีจะนามาใช้ดาเนินการ
คือคาถามที่ใชใ้ นการสมั ภาษณ์ผู้ป่วยท่เี ขา้ ร่วมโครงการผ่าตัดเปลีย่ นขอ้ เขา่
ระยะทีส่ อง ดาเนนิ การตดิ ตามสอบถามขอ้ มูลกบั ผปู้ ่วยที่เขา้ รว่ มโครงการผา่ ตัดเปลี่ยนข้อเข่า ผา่ นทาง
โทรศัพท์เพื่อทาการประเมินคุณภาพชีวิตผู้ป่วยตามมิติขององค์การอนามัยโลก และเก็บรวบรวมข้อมูลเพ่ือทา
การประเมินผล และยังไดม้ ีการลงพ้ืนทีเ่ พื่อทาการเยี่ยมบ้าน เพ่ือให้ทราบถึงชีวิตความเปน็ อยู่ของผ้ปู ่วยรวมถึง
เก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากการพดู คุยสมั ภาษณ์เฉพาะราย
33
ระยะท่ีสาม สรุปผลของการดาเนินโครงการร่วมกับผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อชี้ให้เห็นถึงผลสาเร็จของ
โครงการวา่ ผู้ปว่ ยท่เี ข้าร่วมโครงการผ่าตดั เปล่ยี นขอ้ เข่ามีคณุ ภาพชีวติ ที่ดขี ึ้นหรอื ไม่อย่างไร
4.8.3 กลุม่ เป้ำหมำย
ผูป้ ว่ ยทเ่ี ขา้ ร่วมโครงการจิตอาสาผ่าตดั เปล่ยี นข้อเข่าเทยี ม ครั้งท่ี 1 - 2 ประจาปี 2563 - 2564
4.8.4 ขอบเขตระยะเวลำ
ตัง้ แตว่ ันท่ี 17 กุมภาพนั ธ์ 2565 – 29 เมษายน 2565 โดยมรี ายละเอยี ดขัน้ ตอนดังนี้
1. ขน้ั เตรยี มการในการฝกึ ภาคปฏิบัติ (กุมภาพันธ์ 2565)
เป็นขั้นตอนแรกในการตดิ ต่อหน่วยงานท่ีนักศึกษาสนใจท่ีจะเข้าฝึกภาคปฏิบัติ รวมถึงเริ่มคิดโครงการ
ท่มี คี วามสนใจโดยไดม้ กี ารประชุมกับสมาชิกในกลุ่มและอาจารย์นเิ ทศในคณะ อาจารย์นเิ ทศภาคสนาม และยงั
รวมถึงการทบทวนเนอ้ื หาทเี่ กี่ยวข้องกับการทางานในองคก์ รทเี่ ขา้ ฝึกภาคปฏบิ ตั ิ
2. ขน้ั ดาเนินการฝึกภาคปฏบิ ตั ิ (กมุ ภาพนั ธ์ – เมษายน 2565)
ข้ันตอนในการเรียนรู้งานและบทบาทของนักสงั คมสงเคราะห์ในโรงพยาบาล ซ่ึงจะเป็นในรูปแบบออนไซตแ์ ละ
ออนไลน์ และเร่ิมทาโครงการที่นักศึกษาได้สนใจและได้มีการปรึกษาหารือกับอาจารย์นิเทศในคณะและ
อาจารย์นิเทศภาคสนาม โดยแรกเร่ิมได้มีการประสานงานกับผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องกับโครงการผ่าตัดเปล่ียนข้อ
เข่า เพ่ือทาการชแี้ จงโครงการและขอรายชือ่ ผู้ปว่ ยท่ีเขา้ ร่วมโครงการท้ังหมด ในโครงการจิตอาสาผ่าตัดเปลยี่ น
ข้อเข่าครั้งท่ี 1 - 2 ประจาปี 2563 - 2564 รวมถึงตรวจสอบความครอบคลุม ความชัดเจน ของเคร่ืองมือ
ท่ีจะใช้ดาเนินการก็คือคาถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า และได้มีการ
ดาเนินการตดิ ตามสอบถามข้อมูลกับผู้ปว่ ยท่ีเข้าร่วมโครงการผ่าตดั เปล่ียนข้อเข่า ผ่านทางโทรศัพท์เพ่ือทาการ
ประเมินคุณภาพชีวติ ผู้ปว่ ยตามมิตขิ ององค์การอนามัยโลก และเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทาการประเมินผล และ
ยังได้มีการลงพ้ืนที่เพ่ือทาการเย่ียมบา้ นร่วมกับทีมสหวชิ าชีพของทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ
เพื่อให้ทราบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วยรวมถึงเก็บข้อมูลเพ่ิมเติมจากการพูดคุยสัมภาษณ์เฉพาะราย โดย
การทางานในแต่ละขั้นตอนได้มีการใช้ทักษะหลายๆอย่างเป็นอย่างมาก เช่น ทักษะการสร้างสัมพันธ์ภาพ
ทักษะการฟัง เปน็ ต้น
3. ขัน้ ตอนสุดท้ายของการฝกึ ภาคปฏิบัติ (เมษายน 2565)
นาข้อมูลที่ได้มาทาการสรุปผลของการดาเนินโครงการร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพ่ือชี้ให้เห็นถึง
ผลสาเร็จของโครงการว่าผู้ป่วยท่ีเข้าร่วมโครงการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึนหรือไม่ อย่างไร
รวมถงึ ความประทับใจของผปู้ ่วยท่ีเข้ารว่ มโครงการ
34
ตำรำงท่ี 2 ตำรำงแสดงขนั้ ตอนกำรเตรยี มกำร ชว่ งเดือนกมุ ภำพนั ธ์ 2565
แนวทำง สปั ดำห์กำรทำงำน
กำรฝึกภำคปฏิบตั ิ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
1.ศึกษาข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่
สนใจในการทาโครงการ
ทบทวนวรรณกรรมท่ีเกี่ยวข้อง
เพื่อออกแบบให้สอดคล้องกับ
ความต้องการของปัญหาและ
กล่มุ เปา้ หมาย
2.นาเสนอโครงการแก่อาจารย์
ภาคสนาม
3 . ติ ด ต่ อ อ า จ า ร ย์ ท่ี ป รึ ก ษ า ใ น
ก า ร ท า โ ค ร ง ก า ร เ พ่ื อ ข อ
ค า แ น ะ น า ใ น ก า ร ป รั บ แ ก้ ใ ห้
โครงการมีความสมบูรณ์มาก
ยิ่งขึ้น
4 . น า เ ส น อ ร่ า ง โ ค ร ง ก า ร แ ก่
ห น่ ว ย ง า น แ ล ะ เ ต รี ย ม ค ว า ม
พร้อมก่อนการสัมภาษณ์เพื่อ
เก็บข้อมลู จากกลมุ่ เปา้ หมาย
ตำรำงท่ี 3 ตำรำงแสดงระยะกลำงของกำรฝกึ ภำคปฏบิ ตั ิ ตงั้ แตเ่ ดือนมนี ำคม - เมษำยน 2565
แนวทำง สปั ดำหก์ ำรทำงำน
กำรฝกึ ภำคปฏบิ ัติ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
1.ดาเนินการติดตามสอบถาม
ข้ อ มู ล กั บ ผู้ ป่ ว ย ผ่ า น ท า ง
โทรศัพท์ประเมินคุณภาพชีวิต
ผู้ ป่ ว ย ต า ม มิ ติ ข อ ง อ ง ค์ ก า ร
อนามัยโลก
35
แนวทำง สปั ดำหก์ ำรทำงำน
กำรฝึกภำคปฏิบตั ิ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
2.ดาเนินการติดตามเยี่ยมบ้าน
ผู้ ป่ ว ย เ พื่ อ ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม
ตอ้ งการและสภาพปญั หา
3.ดาเนนิ การจัดการแก้ไขปญั หา
ท า ง สั ง ค ม ที่ พ บ ห รื อ ใ ห้ ก า ร
สนับสนุนทางสังคม
4 . ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร ติ ด ต า ม
คุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัด
เปลย่ี นข้อเข่าเทียม
5.สรุปผลการดาเนินโครงการ
ร่วมกบั ผู้ท่มี สี ว่ นเกี่ยวข้อง
ตำรำงท่ี 4 ตำรำงแสดงระยะสดุ ท้ำยของกำรฝกึ ภำคปฏบิ ตั ิ ชว่ งเดือนเมษำยน 2565
แนวทำง สปั ดำหก์ ำรทำงำน
กำรฝกึ ภำคปฏบิ ตั ิ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
1.ถอดบทเรียนการ บูรณาการ
จากการดาเนนิ งานทผ่ี ่านมา
2.นักศึกษาร่วมกับนัก สังคม
สงเคราะห์จัดทาร่างคู่มือการ
ติดตามคุณภาพชีวิตและการ
ฟืน้ ฟทู างสังคม
3.นาเสนอโครงการและผลการ
ดาเนินงานแก่ทางคณะสังคม
สงเคราะห์ศาสตร์
36
4.9 กรอบแนวคิดในกำรดำเนนิ โครงกำร
Input Proc
(ปจั จัยนาเข้า, ตัวแปรตน้ ) (กระบว
ผู้ป่วยท่ีเข้าร่วมโครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า การดาเนินงานโดยนักสังคมสงเคราะห
เทียมคร้ังที่ 1 - 2 ประจาปี 2563 - 2564 สงเคราะห์ ดงั นี้
โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกียรติ - ติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังการผ่า
โทรศัพท์และการใช้แบบสอบถาม
- จัดทาคลิปวิดีโอเร่ืองราวชีวิตท่ีเปลี่ยน
ผปู้ ่วยหลงั การผ่าตดั เปลีย่ นข้อเข่าเทียม
- จัดทาส่ือประชาสัมพันธ์แนะนาโคร
สาหรบั ผทู้ ก่ี าลงั ตัดสินใจทีจ่ ะผ่าตดั เปล่ยี
Feedback : ผลกระทบจากผลทบจากผลของโครงการ (
- การนาแบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์กรอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทยไปใช้ก
จงึ ต้องมีการอธิบายเพิ่มเตมิ หรือขยายความในสว่ นทเ่ี ปน็ คาศพั ท์ทางการ
- การตดิ ตามและประเมนิ ผลโครงการ ในการออกแบบประเมินผลโครงการทจี่ ดั ท
การลงพ้ืนท่จี งึ ต้องมกี ารปรบั เปลี่ยนรปู แบบการดาเนนิ งานในส่วนนเ้ี ปน็ การโทรศ
- สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด -19 ในรปู แบบการทางานเปน็ ทีมทาให้ไม่สาม
- ในการดาเนินโครงการคร้ังน้มี กี ารเปลย่ี นแปลงแผนการดาเนินงานและรปู แบบก
37
cess Output
วนการ) (ผลลัพธ,์ สิง่ ทคี่ าดวา่ จะเกดิ ข้ึน)
ห์และนักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคม
ผู้ป่วยท่ีเข้าร่วมโครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม ผ่านทาง เทียมคร้ังที่1 - 2 ประจาปี 2563 – 2564 มี
คุณภาพชีวิตที่ดีข้ึนตามมิติขององค์กรอนามัย
นไปหลังจากการลงพื้นท่ีเยี่ยมบา้ น โลกและได้รับการจัดการปัญหาสังคมตลอดจนมี
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถสนับสนุนงานบริการ
รงการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ให้
ยนข้อเขา่ เทยี ม เป็นเลศิ ได้
(ที่เป็นปัจจัยนาเข้าใหม่ ทีจ่ ะทาใหเ้ กดิ การเปลีย่ นแปลง)
กับกลุ่มผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้สูงอายุอาจจะมีปัญหาในเร่ืองของการส่ือสาร
ทาขนึ้ อยภู่ ายใตส้ ถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด -19 ทาให้เกดิ ข้อจากดั ในเรอื่ ง
ศพั ท์สาหรบั ผปู้ ว่ ยที่อยูน่ อกเขตปทุมธานี
มารถทางานรว่ มกันในทางปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งเต็มท่ี
การทางานอยตู่ ลอดเวลาตาม สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดโควิด -19
38
4.10 แนวคิด ทฤษฎแี ละงำนวิจัยทเี่ กีย่ วขอ้ ง
4.10.1 แนวคดิ และทฤษฎที ีเ่ กยี่ วข้อง
• แนวคดิ คณุ ภาพชีวิต
พวงทอง ไกรพบิ ูลย์ (2560) กล่าววา่ คุณภาพชีวติ คือภาวะความเป็นอยู่ทดี่ ีของตนเอง (ด้าน
ร่างกายและจิตใจ) และของสังคม ทั้งนี้ครอบคลุมไปถึงความปลอดภัย สิทธิ และเสรีภาพ ในส่วนของทางการ
แพทย์มองคุณภาพชีวิตว่าหมายถึง สภาพร่างกายและจิตใจท่ีม่ันคงแข็งแรง มีความพอใจ สุขใจ สขุ กาย และมี
ความสงบ ท้งั ไปจนถงึ เรอื่ งของโรคและภาวะผดิ ปกติตา่ งๆ ของร่างกายและจิตใจ
พชั รี หลา้ แหล่ง (2556, น.8-9) กล่าวถงึ ความสาคญั ของคณุ ภาพชวี ิตไว้ดงั นี้
1. ความสาคัญของคุณภาพชีวิตระดับตนเองและครอบครัว คือ การมีร่างกายที่สมบูรณ์
แข็งแรง มีสุขภาพพลานามัยที่ดีไม่เจ็บป่วย ทาให้ลดค่าใช้จ่ายส่วนตน และสามารถประกอบอาชะการงานได้
อย่างมปี ระสิทธภิ าพทาให้ชีวติ ความเป็นอยู่ดมี คี รอบครวั ทอี่ บอนุ่ ไรซ้ ึ่งปัญหา
2. ความสาคัญของคุณภาพชีวติ ระดับสังคมและประเทศชาติเมอ่ื ประชากรในสงั คมมีคุณภาพ
ชีวิตท่ีดีย่อมทาให้คุณภาพชีวิตในสังคมและประเทศชาติดีข้ึนไปด้วย แต่ท้ังน้ีรัฐบาลจะต้องมีนโยบาลท่ีเอ้ือต่อ
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร เช่น สภาพแวดล้อม การศึกษา การประกอบอาชีพ และรายได้ของ
ประชากร เป็นต้น กล่าวคือ ประชาชนท่ีจะมีคุณภาพชีวิตในระดับท่ีพอใจน้ัน โดยส่วนใหญ่จะได้รับการ
ตอบสนองความต้องการของตนเองและครอบครัว ทัง้ ด้านร่างกาย การทางาน คณุ ภาพชีวิตความเป็นอยู่รวมถึง
คณุ ภาพจากสภาพแวดลอ้ มของสงั คมดว้ ย
ในปจั จบุ นั มีนกั วิชาการสาขาต่าง ๆ เช่น สงั คมวทิ ยา มนุษย์วิทยา เศรษฐศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
วิศวกรรมศาสตร์ จิตวิทยา ศิลปะศาสตร์และอ่ืน ๆ ได้ให้ความหมายหรือคาจากัดความของ "คุณภาพชีวิต"
อย่างหลากหลายและส่วนมากความหมายจะมีความคล้ายกันแต่จะแตกต่างกันบ้างในส่วนรายละเอียดของแต่
ละสาขาวิชาน้ันๆ ดังน้ันจึงไม่มีความหมายของ "คุณภาพชีวิต" ท่ีแน่นอนตายตัวนอกจากจะเป็นความหมายท่ี
นักวชิ าการไดก้ ลา่ วไวแ้ ตกต่างกันหลายท่าน
ฮาแลนด์ (Harland, 1992) กล่าวว่า คุณภาพชีวติ ต้องรวมถึงการทีเ่ ราสามารถแสวงหาปัจจัย
และบริการต่างๆ นอกจากนี้ยังรวมไปถึง สุขภาพ ความคิด อารมณ์ สิทธิ ความยุติธรรมทางกฎหมาย ระดับ
การศึกษาของคนทุกวัย และปราศจากมลภาวะจากสภาพแวดล้อม นอกจากนั้นคุณภาพชีวิตยังเกี่ยวข้องกับท่ี
อยู่อาศัยที่ดี โอกาสในการพกั ผ่อนหย่อนใจ และนันทนาการ มคี วามสัมพันธ์ ท่ีดี มีความรักความอบอ่นุ ภายใน
ครอบครวั รวมทง้ั สามารถปรบั ตัวกับความเปลย่ี นแปลงของสงั คม
ยูเนสโก (UNESCO, 1993 อา้ งถึงใน อนุชาติ และอรทัย บก. 2541, หน้า 40) ได้นิยามคาว่า
คุณภาพชีวิต ไว้ในชุดฝึกอบรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตว่า หมายถึง ระดับความเป็นอยู่ที่ดีของ
สังคมและระดับความพึงพอใจในความต้องการส่วนหนึ่งของมนุษย์ และได้นิยามโครงการเพื่อปรับปรุงคุณภาพ
ชวี ิตวา่ เป็น โครงการที่มีเป้าหมาย