The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการฝึกภาคปฏิบัติ 3
หน่วยฝึก: โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
จัดทำโดย: นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติ 3 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nnice Charisa, 2022-05-16 13:17:07

รายงานการฝึกภาคปฏิบัติ 3 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

รายงานการฝึกภาคปฏิบัติ 3
หน่วยฝึก: โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
จัดทำโดย: นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติ 3 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

39

ดังนั้นสรุปได้ว่า จากการที่กลุ่มนักศึกษาฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้โทรสัมภาษณ์ติดตาม-คุณภาพ
ชีวิตผู้ป่วยหลังการผ่าตัดข้อเข่าเทียมคร้ังน้ี พบว่าผู้ป่วยส่วนมากท่ีได้รับการผ่าตัดน้ัน ไม่มีอาการปวดและยัง
สามารถกลับมาดารงชีวิต ทากิจวัตรประจาวัน ทางานได้ปกติ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแตกตา่ ง
ไปอย่างสิ้นเชิงจากก่อนการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความปวดทรมาน ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ
ตลอดเวลา สภาพจิตใจท่ีแย่ ความวิตกกังวล ความเครียด ไม่กล้าเข้าสังคม เพราะอับอายจากการท่ีต้องใช้
อุปกรณ์อยู่ตลอดเวลา ซ่ึงปัจจัยเหล่าน้ีท่ีทาให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวติ ของผู้ป่วย จากการตดิ ตามของกลุ่ม
นักศึกษาฝึกวิชาชพี สังคมสงเคราะห์ การใชช้ ีวิตของผู้ปว่ ยบางรายมกี ารเปลี่ยนแปลงหรือค่อยๆเปล่ยี นแปลงไป
เช่น บางรายยงั ไมค่ ่อยคุน้ ชนิ เม่อื พกั ฟื้นทาให้อาจจะยงั ไมค่ ่อยกลา้ เดนิ มากนกั ส่วนบางรายหลังพกั ฟนื้ ก็กลบั ไป
ทางานได้ตามปกติโดยไม่พ่ึงอุปกรณ์เลย ซึ่งการมีคุณภาพชีวิตท่ีดี ควรมีอยู่ด้วยความราบรื่นทั้งร่างกายและ
จติ ใจ ดงั นน้ั สขุ ภาพร่างกายทด่ี จี ึงเปน็ องค์ประกอบหลกั ส่วนนึงที่ควรมี เพอ่ื คณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ขี ้นึ การติดตามคร้ัง
น้ีจึงสะท้อนให้เห็นถึงความเปล่ียนแปลงในคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังผ่าตัดข้อเข่าเทียมท่ีส่งผลให้มีคุณภาพ
ชีวติ ดขี น้ึ

• แนวคิด Life satisfaction หรือ Subjective well-being
กรอบแนวคิดมีพ้ืนฐานจากความเชื่อว่า บุคคลมีสิทธิและอิสระท่ีจะเลือกในสิ่งที่ตนเองชอบ
และสามารถจัดลาดับความสาคัญของส่ิงเหล่าน้ัน ส่วนประกอบท่ีสาคัญที่สุดคือ ปัจจัยจาเป็นพื้นฐานของการ
ดารงชีวิตของมนุษย์ 5 ประการตามทฤษฎีของ Maslow จากนั้นปรับเปล่ียนตามความต้องการเหล่านี้ตาม
วัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมท่ีบุคคลน้ันเป็นสมาชิก ดังนั้นแต่ละบุคคลจะมีระดับมาตรฐานสาหรับการ
เปรียบเทียบกับสิ่งท่ีตนเองได้รับการตอบสนอง (achievement) โดยบุคคลเปรียบเทียบปัจจัยย่อยต่าง ๆ
ระหว่างสิ่งท่ีได้รับการตอบสนองตามมาตรฐานของสังคมกับส่ิงท่ีได้รับตามความเป็นจริง ความรู้สึกท่ีเกิดขึ้น
หรืออีกนัยหนึ่งคือ ช่องว่างของการได้รับกับสิ่งท่ีคาดหวังจะถูกตัดสินให้เป็นองค์ประกอบ (domain) ของ
คุณภาพชีวิต ดังนั้นตามแนวคิดน้ี คุณภาพชีวิตของปัจเจกบุคคล คือผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่
ต้องการและสิ่งที่ได้รับ โดยมีบริบทของสังคมและวัฒนธรรมน้ันเป็นตัวกาหนดความต้องการของบุคคล
คุณภาพชวี ิตจงึ เปน็ สิง่ ที่บุคคลต้องจดั อันดับความสาคัญขององค์ประกอบต่าง ๆ และบง่ บอกความพงึ พอใจดว้ ย
ตัวบคุ คลเองข้อคานึงในการใช้กรอบคิดนี้สาหรับอธิบายคุณภาพชวี ิต คือผู้ท่ีสนใจในเรื่องของคุณภาพชีวิตส่วน
ใหญ่สนใจศึกษาเฉพาะผลลัพธ์สุดท้ายของการได้รับการตอบสนอง แต่ละเลยในการศึกษาลาดับความสาคัญ
ของปัจจัยต่าง ๆ ทั้งท่ีในความเป็นจริงแล้วปัจจัยทั้งสองส่วนมีความสาคัญเท่าเทียมกันสาหรับบุคคลในการ
ตัดสินระดับคุณภาพชีวติ ตนเอง สิ่งสาคัญอีกประการหนงึ่ ในการนาแนวคิดนไี้ ปใช้งาน คือการจัดระดับคณุ ภาพ
ชีวติ ของบคุ คล ตอ้ งเป็นการจัดระดับดว้ ยตนเองโดยใช้การรบั รแู้ ละอารมณ์ (cognition and emotion) ดังน้ัน
กรอบแนวคิดน้ีจึงเป็นการศึกษาคุณภาพชีวิตแบบ “insider or subjective aspect” ปัจจุบันคุณภาพชีวิต
ตามแนวคิดนีไ้ ดร้ บั การยอมรบั ว่าเหมาะสมทส่ี ดุ ในการศึกษาคุณภาพชวี ติ ของปัจเจกบคุ คล

40

• แนวคดิ การฟ้นื ฟทู างสงั คม
โรคข้อเขา่ เสื่อมนัน้ เปน็ ภาวะทก่ี ระทบกระเทอื นตอ่ การดาเนินชีวิตของมนุษยช์ ึ่งแตล่ ะคนจะมี
วิธีการปรับตัวต่ออาการเจ็บป่วยที่แตกต่างกันไปท้ังน้ีขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของอาการว่าหนักเบาเพียงใด
วิธีการแก้ปัญหาของผู้ป่วยและสภาพแวดล้อมทางครอบครัวสังคม ภาวะจิตสังคมของผู้ป่วยเป็นส่ิงท่ีผู้
รักษาพยาบาลควรใหค้ วามสนใจ และให้ความชว่ ยเหลือตามความเหมาะสม
โรคข้อเข่าเส่ือมมีผลต่อจิตใจของผู้ป่วยชั่วระยะหน่ึง ซ่ึงผู้ป่วยปรับตัวต่อโรคและควรเข้ารับ
การรักษาเพ่ือกลับคืนสู่สภาพการดาเนินชีวิตตามปกติต่อไป ปฏิกิริยาต่อโรคข้อเข่าเส่ือมของผู้ป่วยนั้น คือ
ปฏิกิริยาต่อภาวะวิกฤติ เช่น ผู้ป่วยที่รู้ว่าตนเองเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม มีความกังวลมากในขณะที่ทาการผ่าตัด
รักษา การปฏิเสธหรือไม่ยอมรับการรักษาน้ันเป็นส่ิงที่พบได้บ่อยซ่ึงบางรายไม่กล้าเพราะกลัวว่าผ่าแล้วจะเดิน
ไม่ได้ อาการซึมเศร้าและกังวลมากพบในผู้ป่วยหลายราย แต่การแสดงออกอาจแตกต่างกันไปความหวาดกลัว
และความรู้สึกสูญเสียสมรรถภาพ นอกจากน้ันในผู้ป่วยบางรายยังมีความกังวลต่อผลการรักษา เน่ืองจากมี
ความกังวลว่าเมื่อผ่าตัดแล้วจะแย่ลงกวา่ เดิม แต่จากท่ีนักศึกษาได้พดู คุยกับผู้ป่วยน้ันผู้ป่วยทุกรายมีอาการที่ดี
ขึ้นหลังจากท่ีเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเส่ือมร้ายแรงหรือเร้ือรังมีปฏิกิริยาทางจิตใจและพฤติกรรมทุก
รายไม่มากก็น้อย อาการแสดงท่ีสาคัญและพบบอ่ ย ได้แก่ ความวิตกกังวลและอารมณ์ซึมเศร้า ผู้ป่วยส่วนมาก
จะสามารถผา่ นพ้นระยะตา่ ง ๆ ของการปรับตวั ไปได้ด้วยตนเอง ระยะเวลาท่ีมีความไม่สบายใจนจ้ี ะแตกตา่ งกัน
ไป ตง้ั แต่เป็นสปั ดาหจ์ นถงึ เปน็ เดอื นท้ังนข้ี น้ึ อยกู่ ับบุคลกิ ภาพและสมรรถภาพในการปรบั ตัวของผปู้ ่วย
ครอบครัวของผู้ป่วยและสภาะแวดล้อมยังมีผลต่อผู้ป่วย ท้ังน้ีข้ึนอยู่กับโรค วิธีการรักษาและ
ผลการรักษาอีกดว้ ย แพทย์ผู้รักษาและบุคลากรทางการแพทย์ มีบทบาทสาคัญในอันทจ่ี ะช่วยใหผ้ ู้ป่วยผ่านพน้
ความทุกข์ทรมานใจในการเผชิญกับโรคร้ายแรงและคุกคามชีวิตไปได้ในระยะสั้น หรือในรายท่ีโรคไม่หาย
แพทย์ก็สามารถช่วยประคับประคองผู้ป่วยในการใชช้ ีวิตสว่ นท่ีเหลอื อยู่อยา่ งมีความทุกข์ทรมานน้อยทีส่ ุดเท้าที่
จะเปน็ ไปได้ สิ่งสาคัญก็คือ แพทย์ควรมีความรู้ในเรื่องภาวะจิตสงั คมของผู้ป่วย มีความสนใจและจริงใจในอนั ท่ี
จะช่วยเหลือผู้ป่วยทั้งทางกายและใจ และสามารถให้การรักษาทางด้านจิตใจได้ ท่ีสาคัญได้แก่ การรับฟังการ
ยอมรับ การให้ความกระจ่างในส่ิงที่สงสัย ให้กาลังใจ การปลอบใจ การให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น
ประดบั ประคองความภาคภูมิใจในตนเองของผปู้ ่วยไว้ และช่วยเหลอื ผปู้ ่วยในการจากกับส่ิงท่ีเปน็ ท่ีรกั หากเขา
จะต้องจบชีวิตลงในท่ีสุด
• ทฤษฎีปจั จยั สองปัจจยั ของเฮอรซ์ เบอรก์ (Herzberg’s Two-Factor Theory)
บางคนเรียกทฤษฎีสองปัจจยั ของเฮอรซ์ เบอร์ก ซ่ึงเปน็ ทฤษฎีจูงใจเชงิ เน้ือหาทฤษฎหี น่ึง ท่ีมา
จากผลงานวจิ ัยของเฟรเดริค เฮอร์ซเบอร์ก (Federick Herzberg) เพ่ือศึกษาถึงปัจจัยหรือ องค์ประกอบต่างๆ
ที่เช่ือมโยงเก่ียวกับงาน โดยเฉพาะปัจจัยท่ีทาให้เกดิ ความพงึ พอใจ เฮอร์ซ เบอร์ก ไดท้ าการเก็บข้อมูลจากกลุ่ม
ตัวอย่างที่เป็นนักบัญชีและวิศวกรในเขตเมืองพิสเบอร์กของสหรัฐ จานวนประมาณ 200 คน โดยแนวทางการ
สัมภาษณ์นั้นเป็นการขอร้องให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ คิดถึงช่วงการทางานท่ีตนมีความรู้สึกดีเป็นพิเศษและช่วงท่ีรู้สึก
ไม่ดีมาก ๆ ในการทางาน จากน้ันจึงนาคาตอบท่ีได้มาวิเคราะห์ตามหลักวิชาการพบคาตอบท่ีน่าฉงนใจว่า
ปัจจยั ท่ที าให้คนเกดิ ความพึงพอใจตอ่ งาน เป็นคนละปจั จยั กบั ปจั จยั ทท่ี าให้เกิดความไม่พอใจต่องาน

41

ปัจจัยที่ทาให้คนมีความรู้สึกที่ดี หรือเกิดความพึงพอใจต่องานน้ัน พบว่า ส่วนมากเป็น
ประเด็นที่เกี่ยวกับตัวเนื้องานท่ีทา ส่วนปัจจัยที่ทาให้คนเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีหรือเกิด ความไม่พึงพอใจต่องาน
ส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นทเี่ ก่ียวกับสภาพทอ่ี ยูล่ ้อมรอบงานนนั้ เฮอร์ซเบอร์ก จึงสรุปว่า ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความ
พึงพอใจในงานนั้นจะสมั พนั ธล์ ักษณะในเนือ้ งาน โดยเฮอรซ์ เบอร์ก เรียกปจั จัยนีว้ ่า ปัจจัยจูงใจซึง่ ประกอบด้วย
ประเด็นสาคัญ คือ การได้มีความสาเร็จ การได้รับความยอมรับ ความก้าวหน้า ตัวงานเอง โอกาสเจริญเติบโต
ใน ตาแหน่ง การได้รับผิดชอบ ส่วนปัจจัยท่ีทาให้เกิดความไม่พึงพอใจในงาน นั้นจะเก่ียวกับสภาพแวดล้อมที่
อยู่นอกเนื้องาน ซึ่งเฮอร์ซเบอร์ก เรียกปัจจัยนี้ว่า ปัจจัยสุขอนามัย หรือปัจจัยเพื่อการคงอยู่ ซึ่งประกอบด้วย
ประเด็นสาคัญคือ สถานภาพ สัมพันธภาพกับผู้บังคับบัญชา สัมพันธภาพกับเพ่ือนร่วมงาน สัมพันธภาพกับ
ผู้ใต้บังคับบัญชา คุณภาพของการควบคุมบังคับบัญชา นโยบายและการบริหารของบริษัท ความม่ันคงในงาน
สภาพการทางาน และค่าจ้าง เม่ือเอาประเด็นปัจจัยจงู ใจและปัจจยั สุขอนามัย รวมกัน จึงเรียกว่า ทฤษฎปี ัจจัย
คู่หรอื ทฤษฎีสองปจั จัย (Two-Factor Theory)

เฮอร์ซเบอร์ก เช่ือว่า ปัจจัยสุขอนามัยเป็นสภาพแวดล้อมท่ีสาคัญยิ่งของงานที่จะรักษาคนไว้
ในองค์การในลักษณะของการทาให้เขาพอที่จะทางานได้ กล่าวคือ ถ้าปัจจัยสุขอนามัยไม่ไดร้ ับการตอบสนองก็
จะเป็นสาเหตุให้บุคคลเกิดความไม่พอใจในงาน แต่ถึงแม้ว่าปัจจัยสุขอนามัยจะได้รับการตอบสนองก็จะเป็น
เพียงการช่วยป้องกันมิให้เกิดความไม่พงึ พอใจในงานเท่าน้ัน และแม้ผู้บริหารจะพยายามลดสิ่งที่ทาให้บคุ คลไม่
พอใจในการทางานลงมาจนถึงระดับศูนย์และพยายามตอบสนองความต้องการเก่ียวกับปัจจัยสุขอนามัย
เพียงใดก็ตามก็เป็นเพียงป้องกันมิให้เกิดความไม่พึงพอใจข้ึนเท่านั้นแต่จะไม่สามารถนาไปสู่ความพอใจในงาน
ดังน้ันทฤษฎีเฮอร์ซเบอร์ก จึงเสนอว่าการให้บุคคลได้ทางานที่มีลักษณะท่ีท้าทายจึงจะเป็นการจูงใจเขาให้
ทางานอยา่ งแท้จรงิ (ศริ วิ รรณ เสรรี ัตน์ และคณะ, 2545)

ดังนั้นสรุปได้ว่า จากการท่ีกลุ่มนักศึกษาได้โทรสัมภาษณ์ติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังการผ่าตัดข้อ
เข่าเทียมคร้ังน้ี พบว่ามีความสอดคล้องกับทฤษฎีท่ีเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตการทางาน โดยเป็นการทาให้ผู้ที่เข้า
ร่วมดาเนินงานกับนักศึกษาก็คือกลุ่มนักศึกษามีความพอใจที่จะจัดทางานติดตามคุณภาพชีวิต เพื่อที่จะทางาน
ให้บรรลุวัตถปุ ระสงคก์ ค็ ือการติดตามคุณภาพชีวิตอย่างมคี ณุ ภาพและการเข้าเยี่ยมผปู้ ว่ ยโดยทางกลมุ่ นักศึกษา
มีวัตถุประสงค์คือให้ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดนั้นมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้นมากกว่าเดิม การเข้าเย่ียมบ้านเป็นสิ่งที่กลุ่ม
นักศึกษาพอใจในการทางานเน่ืองจากว่าการได้คุยกับผู้ป่วยรวมถึงสอบถามอาการจากการได้เจอหน้ากันจะดี
ต่อผปู้ ่วยรวมถึงความรู้ที่ผ้ปู ว่ ยจะไดร้ ับยอ่ มดีกวา่ การโทรหา รวมถึงเป็นการสร้างความประทบั ใจให้กบั ผูป้ ว่ ยใน
เรื่องของโครงการการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม และจากการได้พูดคุยกับผู้ป่วยท่ีได้เข้ารับการผ่าตัดข้อเข่าน้ัน
ทุกคนท่ีได้รับการผ่าตัดนั้น สามารถกลับมาทางานหรือทากิจวัตรประจาวันได้ดีกว่าช่วงก่อนเข้ารับการรักษา
ซึ่งจะทาให้เห็นว่าผู้ท่ีเข้ารับการรักษานั้นภายหลังจากเข้ารับการรักษามีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนอย่างเห็นได้ชัด
รวมถึงในเร่ืองของสภาพจติ ใจนั้นก็มีสุขภาจติ ใจทด่ี กี วา่ เดมิ ไม่มีความเครียดท่ีมาจากการปวดเข่า และยังทาให้
กล้าเข้าสังคมมากขึ้น แต่ในบางรายก็มีอาการเจ็บปวดในส่วนของระยะพกั ฟ้ืนแต่เมื่อหายจากระยะพักฟื้นแล้ว
ก็มีอาการที่ดีขึ้นเร่ือย ๆ อย่างต่อเน่ือง และผู้ป่วยที่ได้พูดคุยมามีความประทับใจในเร่อื งของการรักษารวมถึงบุ

42

คลลากรทางการแพทย์และทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกี ยรติที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน
โครงการ ไดท้ างานอยา่ งบรรลุวัตถุประสงค์และมปี ระสิทธภิ าพ

4.10.2 งำนวจิ ัยที่เกี่ยวขอ้ ง
มานะ สนิ ธุวงษานนท์ (2534) ไดท้ าการศกึ ษา “คุณภาพชีวิตการทางานท่สี ง่ ผลตอ่ การ ปฏิบตั ิงานของ
หัวหน้าการประถมศึกษาในอาเภอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” พบว่า ระดับตัวกาหนดคุณภาพชีวิตการ
ทางานของหัวหน้าการประถมศึกษาอาเภอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
และเม่ือพิจารณาเป็นราย พบว่า มี 5 ด้านที่อยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริม
สุขภาพ ด้านการพัฒนาความสามารถของบุคคล ด้านการบูรณาการทางสังคม ด้านสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และ
ดา้ นการเกี่ยวข้องสัมพนั ธก์ ับสงั คม ตามลาดับ มีสองดา้ นที่อยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ด้านความเจริญงอกงาม
และสวัสดิภาพ และ ด้านของจังหวะชีวิตโดยส่วนรวมตามลาดับ และพบว่าที่อยู่ในระดับน้อยมีเพียงด้านเดียว
ได้แก่ ด้านการให้ส่ิงตอบแทนที่เหมาะสมและยุติธรรม ความต้องการจะมีอิสระ เป็นความต้องการที่จะได้รับ
ความสาเร็จต้องการ สนับสนนุ มคี วามเช่อื มั่นในความสามารถของตนเอง ต้องการความเป็นอิสระมเี สรีภาพ
กัญจน์ณิชา ทีปรักษพญั นิธิศ (2560) ได้ทาการศึกษาเรื่อง “การรับรู้โรคข้อเข่าเส่ือมในวัยทางานและ
พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจาวนั ของกลมุ่ คนวยั ทางานในพน้ื ทจี่ ังหวัดสงขลา” มีวตั ถุประสงค์ในการวิจัย 1. เพื่อ
ศึกษาการรับรู้เกยี่ วกับโรคขอ้ เข่าเสือ่ มในวยั ทางาน (ตามแบบแผนความเชื่อดา้ นสขุ ภาพ) ของกลุ่มประชากรวยั
ทางานในเขตพ้ืนท่ีจังหวัดสงขลา 2. เพ่ือศึกษาพฤติกรรมการใช้ชีวีติประจาวันของประชากรวัยทางานในเขต
พื้นที่จังหวัดสงขลาท่ีมีผลต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมในวัยทางาน และ 3.เพ่ือเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคล
ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษาอาชีพกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจาวันของกลุ่มประชากรวัยทางานในเขต
พ้ืนท่ีจังหวัดสงขลา 4. เพ่ือเปรียบเทียบการรับรู้เก่ียวกับโรคข้อเข่าเสื่อมในวัยทางาน (ตามแบบแผนความเชื่อ
ด้านสุขภาพ) กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของกลุ่มประชากรวัยทางานในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลาคร้ังน้ีมี
วัตถุประสงค์การศึกษาดั้งน้ีต่อไปนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวเป็นลักษณะวิจัยเชิง
สารวจเกบ็ ขอ้ มลู โดยใช้แบบสอบถามทีใ่ ช้ลกั ษณะคาถามแบบปลายปดิ แบบสอบถามมีทั้งหมด 3 ตอน ไดแ้ ก่ 1)
ปจั จัยส่วนบุคคล 2) การรับรู้ในโรค 3) พฤตกิ รรมการใช้ชีวติ ประจาวันให้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ตอบแบบสอบถาม
เองกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้คือกลุ่มคนวัยทางานที่มีอายุ 15 - 60 ปี ในเขตพื้นท่ีจังหวัดสงขลา จานวน 400
คน มีการสุ่มตัวอย่างแบบไม่ทราบความน่าจะเป็น ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ ผลการวิจัยพบว่า
กลุ่มคนวัยทางานมีพฤติกรรมการใช้ชวี ิตประจาวันอยู่ในระดับดีทกุ ดา้ นได้แก่ 1. ด้านการออกกาลงั กาย 2.ด้าน
การบริโภค 3.ด้านการอยู่อาศัย 4.ด้านการทางาน การทดสอบสมมุติฐานพบว่ากลุ่มคนวัยทางานที่มีระดับ
การศึกษา อายุ และอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจาวัน โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทาง
สถิติส่วนกลุ่มคนวัยทางานทมี่ ีเพศตา่ งกนั มพี ฤติกรรมการใชช้ ีวิตประจาวนั
ดารารัตน์ นวมทอง (2562) ได้ทาการศึกษา “การเปรียบเทียบความสามารถในการใช้งานข้อเข่า
ระหว่างก่อนและหลงั ได้รับโปรแกรมการบริหารข้อเข่าในผู้ปว่ ยโรคข้อเข่าเส่ือม โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายม
ราช จังหวัดสุพรรณบุรี” การศึกษาน้ีเป็นการวิจัยก่ึงทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง
มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการใช้งานข้อเข่าก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการบริหารข้อ

43

เข่าในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยโรค
ข้อเข่าเสื่อมท่ีมารับการตรวจรักษาแผนกผู้ป่วยนอก ออร์โธปิดิคส์ โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยา-
ยมราช จานวน 30 คน โดยการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัย คือโปรแกรมการบริหารข้อเข่า
แบบประเมินความสามารถในการทางานของข้อเข่า ฉบับภาษาไทย เก็บข้อมูลระยะก่อนการทดลอง หลัง
ทดลองสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ท่ี 8 วิเคราะห์ข้อมูลท่ัวไปด้วยสถิติบรรยาย ได้แก่ จานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างความสามารถในการใช้งานข้อเข่าก่อนและหลังได้รั บ
โปรแกรมการบริหารข้อเข่าด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนซ้า ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมี
ความสามารถในการใช้งานข้อเข่าดีข้ึนหลังจากไดร้ ับโปรแกรมการบริหารข้อเข่าในสัปดาห์ท่ี 4 และดีข้ึนอย่าง
ต่อเนือ่ งในสัปดาหท์ ี่ 8 ดีกวา่ กอ่ นได้รบั โปรแกรมการบริหารเข่า อยา่ งมนี ัยสาคญั ทางสถิติ (p<0.05)

4.11 แผนกำรดำเนนิ โครงกำร
4.11.1 ข้ันตรยี มกำรปฏบิ ตั งิ ำน

แนวทำงกำรฝกึ ภำคปฏบิ ตั ิ วธิ ีกำรศกึ ษำ ผู้รับผิดชอบ

1. ติดต่อหน่วยงานเพื่อปรึกษากลุ่มเป้าหมาย สัมภาษณ์อาจารย์ภาคสนามและนักสังคม กลมุ่ นักศึกษา

ในการเขียนเค้าโครงโครงการ สงเคราะห์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิม

พระเกียรติ

2. ศึกษาข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเพื่อเตรียมการ ปรึกษาพูดคุยกับอาจารย์ภาคสนามและ กลุม่ นักศึกษา

ออกแบบเครื่องมือแบบสอบถาม นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ โ ร ง พ ย า บ า ล

ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

3. ศึกษาข้อมูลกลุ่มเป้าหมายและทบทวน ทบทวนวรรณกรรมและแนวคิด กลุม่ นักศึกษา

วรรณกรรมแนวคดิ

4. ตรวจสอบเครื่องมือแบบสอบถาม ตรวจสอบเคร่อื งมือแบบสอบถาม กลมุ่ นักศึกษา

5. เสนอร่างโครงการแก่อาจารย์ภาคสนาม สัมภาษณ์เชิงลึกนักสังคมสงเคราะห์ กลุ่มนักศึกษา

และหนว่ ยงาน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

6. เร่ิมปฏิบัติสัมภาษณ์ติดตามผู้รับบริการ สมั ภาษณ์ผู้รับบรกิ ารผ่าตดั ข้อเขา่ เทยี ม กลุ่มนักศกึ ษา

ผา่ ตัดขอ้ เข่าเทยี ม

7. เสนอร่างโครงการแก่อาจารย์นิเทศคณะ เสนอร่างโครงการ กลุ่มนกั ศกึ ษา

และอาจารยภ์ าคสนาม

ตารางท่ี 5 แสดงขนตอนเตรยี มการปฏิบตั งิ าน

44

4.11.2 ระยะกลำงของกำรฝึกภำคปฏิบัติ ตงั้ แต่เดอื นกมุ ภำพันธ์ - มีนำคม 2565

แนวทำงกำรฝกึ ภำคปฏบิ ตั ิ กจิ กรรม วิธกี ำรศึกษำ ผูร้ ับผดิ ชอบ

1. ประสานกับผู้เกี่ยวข้องใน ช้ีแจงโครงการและขอรายชื่อผู้ ชี้แจงโครงการและขอ กลุ่มนักศึกษา

การดาเนินการโครงการ เ ข้ า รั บ บ ริ ก า ร ท่ี เ ข้ า ร่ ว ม รายชื่อผู้เข้ารับบริการท่ี

ผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ เขา่ เทียม โครงการทั้งหมดในโครงการ เข้าร่วมโครงการทง้ั หมดใน

ผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าคร้ังท่ี 1 - โครงการ

2 ประจาปี 2563 - 2564

2. ศึ ก ษ า แ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห์ - สัมภาษณ์เชิงลึกกับนัก กลมุ่ นกั ศกึ ษา

กลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการ สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์

โดยละเอียดรวมถึงศึกษา - โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
รูปแบบการทางาน เฉลิมพระเกียรติ

- ทบทวนแนวคิดทฤษฎี

และวรรณกรรม

3. ศึ ก ษ า ข้ั น ต อ น แ ล ะ - ต ร ว จ ส อ บ เ ค รื่ อ ง มื อ - ตรวจสอบเคร่ืองการ กลุ่มนกั ศกึ ษา

ต ร ว จ ส อ บ เ ค รื่ อ ง มื อ แบบสอบถาม ขยายความข้อคาถามโดย

แบบสอบถามที่ใช้ในการ ก า ร เ ลื อ ก ใ ช้ ค า ที่

ประเมินผรู้ ับบรกิ าร ผู้ รั บ บ ริ ก า ร เ ข้ า ใ จ ง่ า ย

เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ค า ต อ บ อ ย่ า ง

ชัดเจนและถูกตอ้ งแม่นยา

4. ด า เ นิ น ก า ร ติ ด ต า ม - ป ร ะ เ มิ น คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต - ส อ บ ถ า ม ข้ อ มู ล กั บ กล่มุ นกั ศกึ ษา

สั ม ภ า ษ ณ์ ข้ อ มู ล กั บ ผู้ รั บ บ ริ ก า ร ต า ม มิ ติ ข อ ง ผู้ รั บ บ ริ ก า ร ผ่ า น ท า ง

ผู้ รั บ บ ริ ก า ร ผ่ า น ท า ง องค์การอนามยั โลก โทรศัพท์โดยเน้นการใช้

โทรศัพท์ประเมินคุณภาพ - เก็บรวบรวมข้อมูลเพือ่ นามา ทั ก ษ ะ ก า ร ส ร้ า ง

ชี วิ ต ผู้ ป่ ว ย ต า ม มิ ติ ข อ ง ประเมนิ ผล สัมพันธภาพเพื่อทาให้เกิด

องค์การอนามัยโลก เก็บ ความไวว้ างใจและสบายใจ

ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล เ พ่ื อ น า ม า ระหว่างพูดคุย

ประเมนิ ผล

5. ศึกษาความสัมพันธ์ของ - การสัมภาษณเ์ ชงิ ลกึ กลุม่ นกั ศกึ ษา

การจัดการรายกรณี (Case - - การสังเกตอย่างมีส่วน
Management) ค ว บ คู่ กั บ ร่วม

การทากลุ่มบาบัด (Focus

45

แนวทำงกำรฝกึ ภำคปฏบิ ัติ กิจกรรม วธิ ีกำรศึกษำ ผรู้ ับผดิ ชอบ

Group) รวมถึงเรียนรู้การ

ดาเนินงานบทบาทของนัก

สงั คมสงเคราะห์

6. นักศึกษาร่วมกับนักสังคม - ออกแบบเครื่องมือร่วมกับ - ออกแบบเครอ่ื งมอื กลุม่ นกั ศึกษา

สงเคราะห์ ภาคีเครือข่ายท่ี ทมี นกั สังคมสงเคราะห์

เก่ียวข้อง และทีมสหวชิ าชีพ

ออกแบบเคร่ืองมือในการ

ประเมนิ ผล

7. นักศึกษาติดต่อนักสังคม - นิเทศงานครงั้ ที่ 1 - ขอคาแนะนาเกี่ยวกับ กลุ่มนักศึกษา

สงเคราะห์เพ่ือพูดคุยขอ - แก้ไขออกแบบเคร่ืองมือ การแกไ้ ขแบบสอบถาม

คาแนะนาเก่ียวกับการแก้ไข แบบสอบถาม

แบบสอบถาม

8. นั ก ศึ ก ษ าดาเนิ น ก า ร - โทรตดิ ตามกลมุ่ เปา้ หมาย -ใช้กระบวนการสัมภาษณ์ กลุ่มนกั ศกึ ษา

ติ ด ต า ม คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต เชิงลึก และทาการรวบรวม

ก ลุ่ ม เ ป้ า ห ม า ย จ า ก ข้อมลู

แบบสอบถาม

9.นักศึกษาประชุมร่วมกับ - ขอคาปรึกษากับอาจารย์ - การวางแผนการลงเย่ียม กลมุ่ นกั ศกึ ษา

อาจารย์ภาคสนาม เพื่อ ภาคสนามในการสมั ภาษณ์เชงิ บ้านและศึกษาวิธีการ

รายงานผลการดาเนินงาน ลึกเพอ่ื ใช้ในการเยย่ี มบา้ น สัมภาษณ์เชงิ ลึก

ติดตามกลุ่มเป้าหมาย และ

ว า ง แ ผ น ก า ร เ ยี่ ย ม บ้ า น

กลุ่มเปา้ หมาย

10. นักศึกษาลงเยี่ยมบ้าน - ถ่ายทาวีดิโอเพื่อใช้สาหรับ - ใช้ทักษะการสังเกตอย่าง กลมุ่ นักศกึ ษา

กลุ่มเป้าหมายร่วมกับทีมนัก การนาเสนอให้แก่หน่วยงาน มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์

สังคมสงเคราะห์วิชาชพี เพือ่ เชงิ ลกึ และทาการรวบรวม

ดาเนินการเก็บข้อมูลเชิง ขอ้ มลู

คุณภาพ

11. นักศึกษานิเทศงานคร้ัง - รายงานการดาเนินการ - แ ล ก เ ป ล่ี ย น ค ว า ม รู้ กลุ่มนกั ศึกษา

ที่ 2 เพ่ือรายงานผลการ ติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วย เพ่ิมเติมเกี่ยวกับทีมนัก

ดาเนินการติดตามคุณภาพ ผ่าตดั ข้อเข่าเทยี ม สังคมสงเคราะห์เพื่อนามา

ชวี ิตผูป้ ่วยผ่าตัดขอ้ เขา่ เทยี ม พฒั นาโครงการ

46

แนวทำงกำรฝกึ ภำคปฏบิ ตั ิ กิจกรรม วธิ ีกำรศกึ ษำ ผรู้ บั ผดิ ชอบ

- รายงานความคืบหน้าของ

โครงการ

12. นั ก ศึ ก ษ า น า เ ส น อ กลมุ่ นกั ศึกษา

โครงการและส่งโครงการ

ฉ บั บ ส ม บู ร ณ์ กั บ ท า ง - -

หน่วยงานและคณะสังคม

สงเคราะห์ศาสตร์

ตารางที่ 6 แสดงระยะกลางของการปฏิบัติงาน

4.11.3 ระยะสดุ ท้ำยของกำรฝึกภำคปฏิบตั ิ เดอื นเมษำยน 2565

แนวทำงกำรฝกึ ภำคปฎิบตั ิ กิจกรรม วิธีกำรศกึ ษำ ผรู้ ับผดิ ชอบ

1. นักศึกษาประมวลผล - นักศึกษาใช้โปรแกรม SPSS กลุ่มนักศกึ ษา

สรุปผลการดาเนินโครงการ ในการสรุปให้ข้อมูลออกมา

เพ่ือสรุปข้อมูลให้ออกมา เ ป็ น เ ชิ ง คุ ณ ภ า พ แ ล ะ เ ชิ ง -
เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพและ ปริมาณ

เชิงปริมาณผ่านโปรแกรม

SPSS

2. นักศึกษาร่วมมือกับนัก - จั ด ท า คู่ มื อ ก า ร ติ ด ต า ม - ป รึ ก ษ า อ า จ า ร ย์ กลมุ่ นกั ศกึ ษา

สังคมสงเคราะห์จัดทาคู่มือ คุณภาพชวี ติ และการฟนื้ ฟูทาง ภาคสนามถึงแนวทางการ

การติดตามคณุ ภาพชีวิตและ สังคม จั ด ท า คู่ มื อ แ ล ะ แ น ว

และการฟืน้ ฟทู างสังคม ทางการฟ้ืนฟูทางสังคม

หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการ

ผา่ ตัดข้อเขา่

3. นักศึกษาถอดบทเรียน - ถอดบทเรียนและเขียนเคส - ป รึ ก ษ า อ า จ า ร ย์ กล่มุ นักศึกษา

และเขียนเคสรีวิวจากการ รีวิวจากการสัมภาษณ์ติดตาม ภาคสนามในการเขียนเคส

ดาเนินงานทผ่ี ่านมา คุณภาพชีวิตผู้ป่วยผ่าตัดข้อ รวี ิว

เข่าเทยี ม - นักศึกษาถอดบทเรียน

และเขียนเคสรีวิวจากการ

ที่ได้ติดตามคุณภาพชีวิต

ผ้ปู ว่ ย

47

แนวทำงกำรฝึกภำคปฎบิ ัติ กิจกรรม วิธกี ำรศกึ ษำ ผรู้ ับผดิ ชอบ
- กลุม่ นักศกึ ษา
4. น า เ ส น อ ผ ล ก า ร
ดาเนินงานจากโครงการของ -
นั ก ศึ ก ษ าแ ก่ ค ณ ะสั งค ม
สงเคราะห์ศาสตร์

ตารางท่ี 7 แสดงระยะสดุ ทา้ ยของการปฏบิ ัตงิ าน

4.12 งบประมำณกำรดำเนินโครงกำร

ในการดาเนินโครงการครั้งนี้ผู้จัดทาเล็งเห็นว่าเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการท่ีมีอยู่แล้วของ
ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ซ่งึ ผ้จู ดั ทาได้เขา้ มามีบทบาทในการติดตามคณุ ภาพชีวติ ผู้ปว่ ยในโครงการผ่านการ
โทรศัพท์สมั ภาษณ์ ซงึ่ สาหรับงบประมาณตา่ ง ๆ สาหรับการดาเนินโครงการผู้จัดทามองวา่ อาจจะไมจ่ าเป็นต้อง
ใช้งบประมาณในการจัดทาโครงการ แต่อาจจะต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าท่ีผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับ
โครงการในการสอบถามข้อมลู รายช่ือของผู้ป่วย เพื่อนามาใช้ในการตดิ ตามคุณภาพชวี ติ

4.13 เป้ำหมำยและตัวช้ีวัดของโครงกำร

4.13.1 เป้ำหมำยของโครงกำร
ผู้ป่วยในโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึนหลังจากผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า สามารถใช้ชีวิตประจาวันได้เป็น
ปกติ และข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้จากการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจะถูกนาไปใช้
ประโยชนใ์ นการให้ข้อมลู แก่ผู้ป่วยท่มี ีความสนใจจะเข้าร่วมโครงการในคร้งั ตอ่ ไป
4.13.2 ตัวช้วี ดั โครงกำร

• ตวั ช้วี ดั เชงิ ปรมิ าณ
ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการตดิ ตามคุณภาพชวี ิตหลังผ่าตดั เปลี่ยนช้อเข่า มิติทาง
สงั คมมคี ุณภาพชวี ิตท่ีดีขึ้น
• เชิงคณุ ภาพ
ผู้ปว่ ยมีคุณภาพชีวติ ท่ีดขี ึ้นและสามารถดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจาวันของตนเองได้
โดยปราศจากอาการเจ็บปวดทางร่างกาย เช่น การปวดหัวเข่า อีกทั้งผู้ป่วยยังสามารถให้ข้อมูล ความรู้ที่เป็น
ประโยชน์ต่อการพฒั นาโครงการจิตอาสาผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าในครั้งตอ่ ไปได้ด้วยการบอกเล่าผ่านคลิปนาเสนอ
ติดตามคณุ ภาพชวี ิตของผ้ปู ว่ ยท่ีเปลยี่ นแปลงหลังได้รบั การผา่ ตัดเปล่ียนข้อเขา่

48

4.14 ประโยชน์ท่ีคำดวำ่ จะได้รับ
4.14.1 ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามมิติของ

องคก์ ารอนามัยโลก
4.14.2 สามารถสนับสนุนงานบรกิ ารทางการแพทยใ์ ห้เป็นเลศิ

4.15 กำรประเมนิ และติดตำมผลกำรดำเนนิ โครงกำร
4.15.1 จัดตั้งผู้รับผิดชอบโครงการในการติดตามและประเมินผลโครงการ การติดตามคุณภาพชีวิต

ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เพ่ือออกแบบการประเมินผลในระดับยุทธศาสตร์ภาพรวม ซึ่งแต่ละ
ยทุ ธศาสตรอ์ าจมีมาตรการแนวทางในการดาเนนิ โครงการที่แตกต่างกันออกไป

4.15.2 ผู้รับผิดชอบโครงการมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลโครงการติดตามคุณภาพชีวิต
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม โดยนาแบบประเมินมาใช้เป็นเครื่องมือในดาเนินงาน และใช้โปรแกร ม
(SPSS) ในการวเิ คราะหข์ อ้ มูลเชิงสถิติ

4.15.3 การรายงานผลการดาเนินงานการติดตามและประเมินผลโครงการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วย
หลังผ่าตัดเปลย่ี นข้อเขา่ เทียมเปน็ ระยะ ๆ และเมื่อสิ้นสุดแผนงาน

4.15.4 กาหนดแนวทางการติดตามประเมินผลการดาเนินงาน และประเมินผลให้บรรลุเป้าหมายของ
แผนงาน การประเมินผลสัมฤทธิ์ การประเมินตัวชี้วัดของแผนงาน การประเมินผลลัพธ์ ผลกระทบ ของการ
ดาเนินงานเมอื่ สิ้นสุดการดาเนินงานในครงั้ น้ี

4.15.5 จัดการประชุมเพ่ือรายงานผลการติดตามและประเมินโครงการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ระบุปญั หาและอุปสรรคระหว่างดาเนนิ โครงการว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่ อยา่ งไร

4.15.6 นาการประชุมการรายงานผลการดาเนินโครงการในครั้งนี้มาสรุปผลการดาเนินการเพ่ือปรับ
การจัดการโครงการในอนาคตให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและ
ปรับปรงุ คณุ ภาพของโครงการให้ได้มาตรฐานทางวชิ าการของสาขาท่ีเกย่ี วข้อง

49

บทที่ 5
วธิ ีกำรศึกษำ

จากการจัดทาโครงการ “การติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม มิติทางสังคม”
เพ่ือติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในโครงการจิตอาสาผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม ต้ังแต่ปี
พ.ศ. 2563 – 2564 โดยการดาเนินการศึกษาและเกบ็ รวบรวมข้อมลู สาหรับการดาเนินโครงการครง้ั นท้ี างคณะ
ผูจ้ ดั ทาไดม้ กี ารศึกษาในลกั ษณะเชิงคุณภาพผสมกับเชงิ ปริมาณ ซ่งึ มวี ธิ ีการศกึ ษาดงั น้ี

5.1 กลุ่มตวั อยา่ งในการศกึ ษา
5.2 ขอบเขตในการศึกษา

5.2.1 ขอบเขตด้านพ้นื ที่
5.2.2 ขอบเขตดา้ นระยะเวลา
5.3 เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นการศกึ ษา
5.4 การทดสอบความเช่อื มั่นของเคร่ืองมือ
5.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล
5.6 การวิเคราะห์ขอ้ มลู
5.7 จรยิ ธรรมในการจดั ทาโครงการ

5.1 กลมุ่ ตวั อยำ่ งในกำรศกึ ษำ
ผปู้ ว่ ยท่ีเข้ารว่ มโครงจติ อาสาผา่ ตัดเปลยี่ นข้อเข่า คร้ังที่ 1 - 2 ประจาปพี .ศ. 2563 - 2564

5.2 ขอบเขตในกำรศกึ ษำ
5.2.1 ขอบเขตดา้ นพ้ืนท่ี
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ
5.2.2 ขอบเขตด้านระยะเวลา
ตัง้ แตว่ นั ท่ี 17 กมุ ภาพนั ธ์ 2565 – 29 เมษายน 2565

5.3 เคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นกำรศกึ ษำ
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมินสุขภาพและสารวจคุณภาพชีวิตหลังผ่าตัด

ของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเส่ือม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยในเคร่ืองจะแบ่งคาถามออกเป็น
2 สว่ น คือ

- ส่วนท่ี 1 แบบสอบถามขอ้ มลู ส่วนบคุ คลของผู้ป่วยที่เขา้ รว่ มโครงการผา่ ตดั เปลีย่ นขอ้ เขา่
- ส่วนท่ี 2 ระดับคุณภาพชีวิตในชว่ ง 1 ปที ่ผี ่านมา

50

ซ่ึงในการสร้างเครื่องมือท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังนี้ คณะผู้จัดทามีการศึกษาข้อมูล เอกสารและงานวิจัยที่
เก่ียวข้องกับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม และนามาวิเคราะห์สรุปเป็นประเด็นในการสร้างเคร่ืองมือ
สัมภาษณ์ และยังได้นาเคร่ืองมือชี้วัดคุณภาพชีวิตขององค์กรอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย (WHOQOL-
BREF-THAI) มาปรับปรุงเป็นเครื่องมือในการศึกษาร่วมกับการกาหนดคาถามท่ีใช้ในการสัมภาษณ์และแบบ
ประเมนิ เพอื่ ใหต้ รงตอ่ วตั ถปุ ระสงค์ในการดาเนินโครงการ

5.4 กำรทดสอบควำมน่ำเชอื่ ถอื ของเคร่อื งมือ
การทดสอบความน่าเชื่อถือของเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา จะนาแบบประเมินสุขภาพและสารวจ

คุณภาพชีวติ หลังผ่าตัดของผู้ปว่ ยโรคข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ท่ีปรับปรุงมาจาก
แบบประเมินเครื่องมือชว้ี ัดคุณภาพชีวติ ขององค์กรอนามยั โลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย (WHOQOL-BREF-THAI)
ออกแบบเคร่ืองมือติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียว ร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โดยทาการทดสอบความถูกตอ้ งของเนื้อหาและความน่าเชอื่ ถือของแบบสอบถาม ให้
มีความสมบรู ณก์ ่อนนาไปใชป้ ระเมนิ ผูป้ ่วย

การศึกษาค่าความเชื่อม่ันของเครื่องมือโดยมีค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s alpha coefficient
เท่ากับ 0.8406 ค่าความเที่ยงตรงเท่ากับ 0.6515 โดยเทียบกับแบบวัด WHOQOL-100 ฉบับ ภาษาไทยที่
WHO ยอมรบั อยา่ งเปน็ ทางการ

5.5 กำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
คณะผจู้ ัดทาไดน้ าเครื่องมือท่ใี ชใ้ นการศกึ ษาโครงการมาเก็บรวบรวมขอ้ มลู ซงึ่ มขี ้นั ตอนดังน้ี
5.5.1 การศกึ ษาจากเอกสารและงานวจิ ยั ท่เี กย่ี วข้อง (Document Study) เพื่อให้ได้มาซง่ึ ข้อมลู ระดบั

ทุติยภูมิจากเอกสารท่ีเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรายงานวิจัยหรือเอกสารท่ีเกี่ยวข้องกับโครงการจิตอาสาผ่าตัด
เปลยี่ นข้อเทยี มของดรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เพอ่ื เปน็ ข้อมูลสาคัญทีน่ ามาใชเ้ ป็นส่วนสนับสนุนของโครงการ

5.5.2 การสัมภาษณ์เชิงลึก (In - depth Interview) การสัมภาษณ์ผู้ป่วยรายบุคคลผ่านทางโทรศัพท์
นามาซง่ึ ขอ้ มูลระดบั ปฐมภูมิ ซึง่ ในระหว่างการสัมภาษณ์จะมีการสังเกตความรสู้ กึ ของผู้ป่วยท่ีแสดงออกมาผ่าน
นา้ เสียง และก่อนการสัมภาษณม์ ีการขออนญุ าตผปู้ ว่ ยในการความยินยอมในการให้ข้อมลู เปน็ ประโยชนต์ ่อการ
ดาเนินโครงการ

51

5.6 กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล
การดาเนินโครงการในครั้งน้ีมีการนาสถิติมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การแปลงค่าข้อมูลด้วย

โปรแกรม SPSS (Statistics Package for Social Sciences) และนาสรุปข้อมูลท่ีได้จากการสัมภาษณ์ผ่าน
แบบประเมินที่นาไปสัมภาษณ์ผู้ป่วยท่ีเข้าร่วมโครงการจิตอาสาผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า คร้ังท่ี 1 - 2 ประจาปี
พ.ศ. 2563 - 2564 โดยใช้เครื่องมือแบบประเมินและสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ จากน้ันจึงนาข้อมูลมา
วิเคราะหโ์ ดยใชโ้ ปรแกรม SPSS (Statistics Package for Social Sciences) และมีเกณฑก์ ารแบ่งช่วงคะแนน
คา่ เฉล่ยี ที่ได้กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ไว้ 5 ระดับดงั นี้

คา่ เฉลีย่ 4.51 - 5.00 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพชวี ติ / ความรคู้ วามเข้าใจในระดบั ดีมาก
ค่าเฉลีย่ 3.51 - 4.50 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพชีวิต / ความรูค้ วามเข้าใจในระดบั ดี
คา่ เฉล่ีย 2.51 - 3.50 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพชวี ิต / ความรูค้ วามเขา้ ใจในระดับปานกลาง
คา่ เฉลยี่ 1.51 - 2.50 หมายถงึ ระดบั คุณภาพชวี ติ / ความรคู้ วามเข้าใจในระดบั น้อย
คา่ เฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพชวี ติ / ความรูค้ วามเขา้ ใจในระดับน้อยทีส่ ุด

5.7 จริยธรรมในกำรจดั ทำวจิ ยั
ในการวิจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ เพ่ือให้การดาเนินโครงการเป็นไปภายใต้ของความถูกต้อง

การกาหนดกรอบจริยธรรมในการดาเนินงาน จึงเป็นส่วนสาคัญท่ีช่วยสะท้อนจุดยืนในการเคารพให้เกียรติ
คุณค่าต่อกลุ่มที่มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งน้ี นักศึกษาจะต้องคานึงถึงหลักการทางานสังคมสงเคราะห์
หลักการทางานร่วมกับผู้อ่ืนอย่างเท่าเทียม เคารพในความแตกต่างของปัจเจกบุคคล คานึงถึงหลักสิทธิ
มนุษยชน และทางานวิจัยโดยปราศจากอคติหรือการตีตราผู้ใช้บริการจากความรู้สึกส่วนตัวของนักศึกษา ใน
การวิจัยโครงการจาเป็นจะต้องเคารพในศักด์ิศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ทั้งกับบุคคลที่เกี่ยวข้องและมี
ส่วนรว่ มในการรกั ษาความลบั ไมใ่ หเ้ กดิ ผลกระทบของผ้ทู ี่เขา้ รว่ มโครงการทกุ คร้ัง

การกาหนดหัวขอ้ โครงการในคร้งั นเี้ ป็นไปเพื่อตอบสนองและวตั ถุประสงค์ของนกั ศกึ ษา การตั้งคาถาม
และประเด็นท่ีสนใจนั้นนักศึกษามีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้ และประเมินคุณภาพชีวิตผู้ ใช้บริก าร
ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการจัดทาโครงการ คือ ผู้สูงอายุ นับได้ว่าเป็นกลุ่มที่เร่ิมมีจานวนเพ่ิมมากข้ึนเนื่องจากการ
ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทาให้ในบางคร้ังกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวอาจถูกสังคมไทยละเลย ดังน้ันนักศึกษาจึงมี
ความสนใจท่ีจะศึกษาและจัดทาโครงการเก่ียวกับกลุ่มผู้สูงอายุ อีกท้ังนักศึกษาคาดว่าองค์ความรู้ท่ีได้จาก
การศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมทั้งในส่วนของผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการท่ีจะได้เรียนรู้ในองค์ประกอบท่ี
เอ้ือตอ่ การมคี ุณภาพชีวิตของผู้สงู อายใุ นมิตติ ่าง ๆ

52

การออกแบบการดาเนนิ โครงการนนั้ นักศกึ ษาได้กาหนดกลุ่มเปา้ หมายในการศกึ ษาดว้ ยการสมั ภาษณ์
ขอ้ มูล ซึง่ นกั ศึกษาไดว้ างแผนการเกบ็ ข้อมลู โดยทาการขอความรว่ มมอื และความยินยอมจากผใู้ ชบ้ รกิ ารในการ
ให้สัมภาษณ์และลงพน้ื ทเี่ ยย่ี มบา้ นของผใู้ ชบ้ ริการ เพ่อื ป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ผู้ใชบ้ ริการในภายหลงั

ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่างการเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ นักศึกษาวางแผนเพื่อไม่ให้
เป็นการรบกวนเวลาของผู้ใช้บริการ หากมีการบันทึกเสียงจะมีการขออนุญาตผู้ใช้บริการก่อน เพ่ือให้ได้รับ
ความยินยอมอย่างถูกต้องและตระหนักถึงการรักษาความลับในข้อมูลการสัมภาษณ์ความปลอดภัยของข้อมูล
เปน็ อยา่ งดี

การรายงานผล ในข้ันตอนนี้นักศึกษาต้องคานึงถึงการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของกลุ่มเป้าหมาย
ในการนาเสนอข้อมูลและรายงานผลนักศึกษาจะไม่เปิดเผยช่ือหรือตัวตนของผู้ใช้บริการ โดยจะใช้เป็นนาม
สมมตแิ ทนชือ่ จริง เพือ่ ป้องกันผลกระทบและคานึงถึงผลประโยชนข์ องผูใ้ ช้บรกิ ารเปน็ สาคญั

ดงั นั้นในการศึกษาการวิจัยในคร้ังนี้ถึงประเด็นในการศึกษาจะไม่ใช่ประเดน็ ที่แปลกใหม่ในการทางาน
มากนักแตก่ ารแสดงจุดยนื ด้านจรยิ ธรรมของนกั ศึกษาดงั กล่าวก็เป็นส่วนสาคญั ทที่ าให้กระบวนการทาโครงการ
ทัง้ หมดดาเนินไปได้ดว้ ยความเคารพตอ่ คุณคา่ และศกั ดศิ์ รีความเป็นมนษุ ย์ของผู้ใช้บรกิ ารทุกคน

53

บทที่ 6
กำรอภิปรำยผล

การศึกษาวิจัยเรื่อง “โครงการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียม มิตทิ างสังคม โรงพยาบาล
ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ” เป็นการวิจัยที่ใช้การศึกษาวิจัย 2 รูปแบบ ได้แก่ การวิจัยเชิงคุณภาพ
(Qualitative Approach) และการวิจัยเชิงประมาณ (Quantitative Approach) โดยในแบบสอบถามจะมีทั้ง
คาถามเชงิ ปริมาณและการวางเคา้ โครงการสัมภาษณ์ เป็นลักษณะคาถามปลายเปดิ โดยเก็บรวบรวมข้อมลู จาก
กลมุ่ ตวั อย่างทเี่ ขา้ รบั บรกิ ารผา่ ตัดข้อเข่าเทียม

6.1 ข้อมูลทั่วไปของกลมุ่ ตวั อย่ำง

ข้อมูลท่ัวไปของผูต้ อบแบบสอบถามทที่ าการศกึ ษา คอื เพศ อายุ อาชพี และจงั หวัดท่อี ยอู่ าศัย ซ่ึงจะ

สามารถจาแนกได้ดังตารางดา้ นลา่ งน้ี

ตำรำงท่ี 6.1.1 จานวนรอ้ ยละของกลมุ่ ตัวอย่างผู้รับบริการ จาแนกตามเพศ

เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ

ชาย 13 17.1

หญิง 63 82.9

รวม 76 100.0

จากตารางที่ 6.1.1 แสดงใหเ้ ห็นวา่ กลุ่มตวั อย่างสว่ นใหญเ่ ป็นเพศหญิง จานวน 63 คน คดิ เปน็ ร้อยละ

82.9 และเป็นเพศชาย จานวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 17.1

ตำรำงท่ี 6.1.2 จานวนร้อยละของกล่มุ ตัวอย่างผ้รู บั บริการ จาแนกตามอายุ

อำยุ ควำมถี่ ร้อยละ

50-59 11 14.5

60-69 37 48.7

70 ขน้ึ ไป 28 36.8

รวม 76 100.0

จากตารางที่ 6.1.2 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 60-69 ปี มากที่สุด

เป็นจานวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 48.7 รองลงมาได้แก่ช่วงอายุ 70ขึ้นไป เป็นจานวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ

36.8

54

ตำรำงท่ี 6.1.3 จานวนรอ้ ยละของกลุม่ ตัวอย่างผรู้ บั บริการ จาแนกตามอาชีพ

อำชพี ควำมถี่ ร้อยละ

ค้าขาย 13 17.1

รับจา้ งทว่ั ไป 11 14.5

กรรมกร 2 2.6

อื่น ๆ 50 65.8

รวม 76 100.0

จากตารางที่ 6.1.3 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอื่น ๆ มากท่ีสุด เป็นจานวน

50 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 65.8 รองลงมาได้แก่ คา้ ขาย เป็นจานวน 14 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 17.1

ตำรำงที่ 6.1.4 จานวนรอ้ ยละของกลุ่มตวั อยา่ งผรู้ ับบรกิ าร จาแนกตามจังหวัดทอ่ี ย่อู าศยั

จังหวัดทอี่ ยอู่ ำศัย ควำมถี่ ร้อยละ

กรงุ เทพมหานคร 5 6.6

ปทมุ ธานี 36 47.4

นนทบุรี 2 2.6

อนื่ ๆ 33 43.4

รวม 76 100.0

จากตารางที่ 6.4 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อาศัยอยู่จังหวัด ปทุมธานี มากที่สุด เป็น

จานวน 36 คน คิดเปน็ ร้อยละ 47.4 รองลงมาไดแ้ ก่ จังหวัดอื่น ๆ จานวน 33 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 43.4

55

6.2 ข้อมูลจำกกำรกำรตอบแบบสอบถำมของกลุ่มตัวอย่ำง โดยใช้เครื่องมือแบบสอบถามติดตามคุณภาพ

ชวี ติ ผ่าตดั ขอ้ เขา่ เสือ่ ม มติ ทิ างสงั คม

ตำรำงที่ 6.2.1 การตอบแบบสอบถาม การติดตามคณุ ภาพชวี ติ หลังผา่ ตัดขอ้ เข่า

ระดับควำมคดิ เห็น

คำถำม มำก มำก ปำน เลก็ นอ้ ย ไมเ่ ลย รวม ค่ำเฉล่ยี S.D. แปลงผล
ทีส่ ดุ กลำง

1.ท่านพอใจ 37 28 11 0 0 76 4.34 .722

กับสุขภาพของ (48.7) (36.8) (14.5)

ท่านในตอนนี้ คุณภาพชีวติ ดี

มากน้อย

เพียงใด

2.การเจ็บปวด 7 14 16 18 21 76 2.57 1.319

ทางร่างกาย (9.2) (18.4) (21.1) (23.7) (27.6)

เช่น ปวดข้อ คณุ ภาพชวี ติ ปาน
เข่า ทาให้ท่าน กลาง
ไม่สามารถทา

ในส่ิงที่

ต้องการได้

3.ท่านมีกาลัง 22 34 17 3 0 76 3.98 .824

เพียงพอท่ีจะ (28.9) (44.7) (22.4) (3.9)

ทาส่ิงต่าง ๆ

ในแตล่ ะวัน คุณภาพชีวติ ดี
(ท้ังเรื่องงาน

หรือการ

ดาเนิน

ชีวิตประจาวัน

4.ท่านพอใจ 25 30 12 6 3 76 3.89 1.078

กับการนอน (32.9) (39.5) (15.8) (7.9) (3.9)

หลับของท่าน คณุ ภาพชวี ิตดี

มากน้อย

เพียงใด

5.ท่านรู้สึกพึง 29 29 16 2 0 76 4.11 .832 คุณภาพชวี ติ ดี
พอใจในชีวิต (38.2) (38.2) (21.1) (2.6)

56

ระดับควำมคิดเหน็

คำถำม มำก มำก ปำน เลก็ น้อย ไม่เลย รวม ค่ำเฉล่ยี S.D. แปลงผล
ทส่ี ดุ กลำง

(เช่น มี

ความสุขความ

สงบ

ความหวัง)

มากน้อย

เพียงใด

6.ท่านมีสมาธิ 17 38 18 2 1 76 3.89 .825

ในการทางาน (22.4) (50) (23.7) (2.6) (1.3) คุณภาพชีวติ ดี
ต่าง ๆ ได้ดี

เพียงใด

7.ท่านรู้สึก 37 30 7 2 0 76 4.34 .758

พอใจในตนเอง (48.7) (39.5) (9.2) (2.6) คณุ ภาพชีวิตดี
มากน้อยแค่

ไหน

8.หลังจากท่ีได้ 38 29 5 3 1 76 4.31 .867

ทาการผ่าตัด (50) (38.2) (6.6) (3.9) (1.3)

แล้วทาให้เกิด คณุ ภาพชีวติ ดี
ความมั่นใจใน

ตนเองมาก

น้อยแค่ไหน

9.ท่านมี 1 3 11 14 47 76 1.64 .962

ความรู้สึกไม่ดี (1.3) (3.9) (14.5) (18.4) (61.8)

เช่น รู้สึกเหงา คุณภาพชีวติ น้อย
เศร้า หดหู่ ส้ิน

หวัง วิตกกังวล

บ่อยแค่ไหน

10.ท่านรู้สึก 29 36 10 1 0 76 4.22 .722

พอใจมากน้อย (38.2) (47.4) (13.2) (1.3) คุณภาพชวี ิตดี
แค่ไหนที่

สามารถทา

57

ระดับควำมคดิ เห็น

คำถำม มำก มำก ปำน เลก็ นอ้ ย ไมเ่ ลย รวม ค่ำเฉลย่ี S.D. แปลงผล
ท่สี ดุ กลำง

อะไร ๆ ผ่าน

ไปได้ในแตล่ ะ

วัน

11.ท่าน 2 11 27 12 24 76 2.57 1.753

จาเป็นต้องไป (2.6) (14.5) (35.5) (15.8) (31.6)

รับการ

รักษาพยาบาล

มากน้อย คณุ ภาพชวี ิตปาน

เพียงใด กลาง

เพื่อท่ีจะ

ทางานหรือมี

ชีวิตอยู่ไปได้

ในแต่ละวัน

12.ท่านพอใจ 26 31 15 3 1 76 4.02 .908

กับ (34.2) (40.8) (19.7) (3.9) (1.3)

ความสามารถ

ในการทางาน คุณภาพชวี ิตดี

ได้อย่างท่ีเคย

ทามามากน้อย

เพียงใด

13.ท่านพอใจ 26 26 21 1 2 76 3.96 .958

ต่อการผูกมิตร (34.2) (34.2) (27.6) (1.3) (2.6)

หรือเข้ากับคน คุณภาพชวี ติ ดี

อ่ืน อย่างท่ี

ผ่านมาแค่ไหน

14.ท่านพอใจ 19 30 18 2 7 76 3.68 1.157

กับการ (25) (39.5) (23.7) (2.6) (9.2) คุณภาพชีวติ ดี
ช่วยเหลือท่ี

เคยได้รับจาก

58

ระดบั ควำมคดิ เห็น

คำถำม มำก มำก ปำน เล็กน้อย ไม่เลย รวม ค่ำเฉลีย่ S.D. แปลงผล
ทสี่ ดุ กลำง

เพ่ือน ๆ แค่

ไหน

15.ท่านรู้สึกวา่ 31 35 10 0 0 76 4.27 .685

ชีวิตมีความ (40.8) (46.1) (13.2)

ม่ันคง คุณภาพชีวติ ดี
ปลอดภัยดี

ไหมในแตล่ ะ

วัน

16.ท่านพอใจ 27 33 16 0 0 76 4.14 .743

กับสภาพ (35.5) (43.3) (21.1)

บ้านเรือนท่ีอยู่ คณุ ภาพชีวติ ดี

ตอนน้ีมาก

น้อยเพียงใด

17.ท่านมีเงิน 8 20 40 4 4 76 3.31 .926

พอใช้จ่ายตาม (10.5) (26.3) (52.6) (5.3) (5.3) คณุ ภาพชีวติ ปาน
ความจา กลาง
เป็นมากน้อย

เพียงใด

18.ท่านพอใจ 8 28 23 9 8 76 3.25 1.132

ท่ีจะสามารถ (10.5) (36.8) (30.3) (11.8) (10.5)

ไปใช้บริการ คุณภาพชีวติ ปาน

สาธารณะสุข กลาง

ได้ตามความ

จาเป็นเพยี งใด

19.ท่านได้รู้ 19 32 19 3 3 76 3.80 .993

เรื่องราว (25) (42.1) (25) (3.9) (3.9)

ข่าวสารท่ี คณุ ภาพชีวติ ดี
จาเป็นในชีวิต

แตล่ ะวันมาก

น้อยเพียงใด

59

ระดบั ควำมคิดเห็น

คำถำม มำก มำก ปำน เลก็ นอ้ ย ไมเ่ ลย รวม คำ่ เฉลย่ี S.D. แปลงผล
ทสี่ ดุ กลำง

20.ท่านมี 13 21 28 8 6 76 3.35 1.127

โอกาสได้ (17.1) (27.6) (36.8) (10.5) (7.9) คณุ ภาพชวี ิตปาน
พักผ่อนคลาย กลาง
เครียดมาก

น้อยเพียงใด

21. 24 32 17 2 1 76 4.00 .879

สภาพแวดล้อม (31.6) (42.1) (22.4) (2.6) (1.3)

ดีต่อสุขภาพ คณุ ภาพชวี ิตดี

ของท่านมาก

น้อยเพียงใด

22.ท่านพอใจ 10 27 23 10 6 76 3.32 1.112

กับการ (13.2) (35.5) (30.3) (13.2) (7.9)

เดินทางไปไหน คุณภาพชวี ติ ปาน

มาไหนของ กลาง

ท่านมากน้อย

เพียงใด

23.ท่านรู้สึกว่า 37 33 6 0 0 76 4.40 .636

ชีวิตท่านมี (48.7) (43.4) (7.9)

ความหมาย คณุ ภาพชีวติ ดี

มากน้อย

เพียงใด

24.ท่านพอใจ 4 16 21 6 29 76 2.47 1.331

ในชีวิตทาง (5.3) (21.1) (27.6) (7.9) (38.2) คุณภาพชีวติ น้อย
เพศของท่าน

แค่ไหน

25.ท่านคิดว่า 27 28 20 1 0 76 4.06 .821

มีคุณภาพชีวิต (35.5) (36.8) (26.3) (1.3)

(ชีวิตความ คุณภาพชวี ิตดี

เป็นอยู่) อยู่ใน

ระดับใด

60

จากตาราง 6.2 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยท่ีเข้ารับบริการผ่าตัดข้อเข่าเส่ือม มีระดับความ
คิดเห็นในเรื่อง ท่านรู้สึกว่าชีวิตท่านมีความหมายมากน้อยเพียงใด มากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ย 4.40 รองลงมาได้แก่
ท่านรู้สึกพอใจในตนเองมากน้อยแค่ไหนและท่านพอใจกับสุขภาพของท่านในตอนนี้มากน้อยเพียงใด มี
ค่าเฉล่ีย 4.34 ส่วนระดับความคิดเห็นในเรื่อง ท่านมีความรู้สึกไม่ดี เช่น รู้สึกเหงา เศร้า หดหู่ สิ้นหวัง วิตก
กังวล บ่อยแค่ไหน นอ้ ยท่ีสดุ มีค่าเฉล่ีย 1.64

6.3 ควำมสมั พันธ์ระหวำ่ งเพศกับเคร่ืองมือกำรตอบแบบสอบถำม
ตำรำงที่ 6.3.1 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเพศกบั เคร่ืองมอื การตอบแบบสอบถามประเมินตดิ ตามคณุ ภาพชวี ติ
ผ่าตดั ขอ้ เข่าเสอ่ื ม มิตทิ างสังคม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกยี รติ

แบบสอบถำม เพศ รวม คำ่ เฉลี่ย S.D. Sig. P Value
ชาย 13 4.15 .688 .718 .367
1.ท่านพอใจกับสุขภาพของท่าน
ในตอนนี้มากน้อยเพียงใด หญงิ 63 4.38 .727

2.การเจ็บปวดทางร่างกาย เช่น ชาย 13 2.69 1.109
ปวดข้อเข่า ทาให้ท่านไม่ หญงิ 63 2.55 1.365
สามารถทาในสิ่งท่ีต้องการได้ ชาย 13 4.15 .554
3.ท่านมีกาลังเพียงพอท่ีจะทาสิ่ง
ต่าง ๆ ในแต่ละวัน (ท้ังเร่ืองงาน หญงิ 63 3.95 .869
หรือการดาเนินชีวิตประจาวัน

4.ท่านพอใจกับการนอนหลับ ชาย 13 4.15 .800
ของท่านมากน้อยเพียงใด หญงิ 63 3.84 1.124
ชาย 13 4.07 .759
5.ท่านรู้สึกพึงพอใจในชีวิต (เช่น
มีความสุขความสงบ ความหวัง) หญิง 63 4.12 .851
มากน้อยเพียงใด ชาย 13 3.69 1.109
6.ท่านมีสมาธิในการทางานต่าง หญงิ 63 3.93 .759
ๆ ได้ดีเพียงใด ชาย 13 4.38 .650
หญิง 63 4.33 .782
7.ท่านรู้สึกพอใจในตนเองมาก
น้อยแค่ไหน

61

8.หลังจากท่ีไดท้ าการผ่าตัดแล้ว ชาย 13 4.07 1.115
ทาให้เกิดความม่ันใจในตนเอง หญงิ 63 4.36 .809
มากน้อยแค่ไหน
1.46 .967
9.ท่านมีความรู้สึกไม่ดี เช่น รู้สึก ชาย 13
เหงา เศร้า หดหู่ ส้ินหวัง วติ ก หญิง 63 1.68 .964
กังวล บ่อยแค่ไหน
10.ท่านรู้สึกพอใจมากน้อยแค่ ชาย 13 4.07 .640
ไหนท่ีสามารถทาอะไร ๆ ผ่าน หญงิ 63 4.25 .739
ไปได้ในแต่ละวัน ชาย 13 2.69 1.182
11.ท่านจาเป็นต้องไปรับการ
รักษาพยาบาลมากน้อยเพยี งใด หญงิ 63 2.55 1.85
เพื่อท่ีจะทางานหรือมีชีวิตอยู่ไป
ได้ในแต่ละวนั ชาย 13 4.00 1.000
12.ท่านพอใจกับความสามารถ
ในการทางานได้อย่างที่เคยทา หญิง 63 4.03 .897
มามากน้อยเพียงใด ชาย 13 3.92 .954
หญิง 63 3.96 .966
13.ท่านพอใจต่อการผูกมิตร ชาย 13 3.84 .898
หรือเข้ากับคนอ่ืน อย่างท่ีผ่าน หญงิ
มาแค่ไหน ชาย 63 3.65 1.206
14.ท่านพอใจกับการช่วยเหลือท่ี หญงิ 13 4.00 .577
เคยไดร้ ับจากเพื่อน ๆ แค่ไหน ชาย 63 4.33 .695
หญงิ 13 4.00 .816
15.ท่านรู้สึกว่าชีวิตมีความมั่นคง ชาย 63 4.17 .730
ปลอดภัยดีไหมในแต่ละวัน หญงิ 13 3.00 .912
63 3.38 .923
16.ท่านพอใจกับสภาพ
บ้านเรือนท่ีอยู่ตอนน้ีมากน้อย
เพียงใด
17.ท่านมีเงินพอใช้จ่ายตาม
ความจาเป็นมากน้อยเพียงใด

62

18.ท่านพอใจท่ีจะสามารถไปใช้ ชาย 13 3.30 1.315
บริการสาธารณะสุขได้ตามความ หญิง 63 3.23 1.102
จาเป็นเพยี งใด
19.ท่านได้รู้เรื่องราวข่าวสารท่ี ชาย 13 3.76 1.235
จาเป็นในชีวิตแต่ละวันมากน้อย หญงิ 63 3.80 .947
เพียงใด ชาย 13 3.30 1.315
20.ท่านมีโอกาสได้พักผ่อนคลาย หญิง 63 3.36 1.096
เครียดมากน้อยเพียงใด ชาย 13 3.76 1.091

21.สภาพแวดล้อมดีต่อสุขภาพ หญิง 63 4.04 .831
ของท่านมากน้อยเพียงใด ชาย 13 3.00 1.290

22.ท่านพอใจกับการเดินทางไป หญิง 63 3.39 1.070
ไหนมาไหนของท่านมากน้อย ชาย 13 4.38 .650
เพียงใด หญิง 63 4.41 .638
23.ท่านรู้สึกว่าชีวิตท่านมี ชาย 13 2.23 1.535
ความหมายมากน้อยเพียงใด หญิง 63 2.52 1.293
ชาย 13 4.15 .800
24.ท่านพอใจในชีวิตทางเพศ หญิง 63 4.04 .831
ของท่านแค่ไหน

25.ท่านคิดวา่ มีคุณภาพชีวิต
(ชีวิตความเปน็ อยู่) อยู่ในระดับ
ใด

Pearson Chi-Square แสดงถึงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพศกับผลการประเมินคุณภาพชีวิต = 0.718

มากกวา่ ค่า (0.651) ดังน้ันจึงปฏิเสธ H0 ยอมรับ H1 สรุปไดว้ ่าเพศทางานกับความสัมพนั ธค์ ุณภาพชีวิต
ไม่มคี วามสัมพนั ธ์กัน

63

ตำรำงท่ี 6.3.2 ความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดท่ีอยู่อาศัยกับเคร่ืองมือการตอบแบบสอบถามประเมินติดตาม
คณุ ภาพชีวิตผา่ ตดั ข้อเขา่ เส่อื ม มติ ทิ างสังคม โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกียรติ

แบบสอบถำม จงั หวัด รวม คำ่ เฉลี่ย S.D. Sig P Value
1.ท่านพอใจกับ
สุขภาพของท่าน กรงุ เทพมหานคร 5 4.40 .894 .523 .223
ในตอนนี้มากน้อย ปทมุ ธานี 36 4.36 .682
เพียงใด นนทบุรี 2 3.50 .707
อื่น ๆ 33 4.35 .754
2.การเจ็บปวดทาง รวม 76 4.34 .722
ร่างกาย เชน่ ปวดข้อ 5 2.00 1.224
เข่า ทาให้ท่านไม่ กรงุ เทพมหานคร 36 2.38 1.076
สามารถทาในสิ่งที่ ปทมุ ธานี 2 3.50 .707
ต้องการได้ นนทบรุ ี 33 2.70 1.531
3.ท่านมีกาลังเพียง อ่ืน ๆ 76 2.57 1.319
พอท่ีจะทาส่ิงต่าง ๆ รวม 5 4.20 1.319
ในแต่ละวัน (ทั้งเรื่อง
งานหรือการดาเนิน กรุงเทพมหานคร 36 3.91 .806
ชีวิตประจาวัน 2 4.00 1.414
ปทุมธานี
4.ท่านพอใจกับการ นนทบรุ ี 33 4.06 .771
นอนหลับของท่าน 76 3.98 .824
มากน้อยเพียงใด อน่ื ๆ 5 3.80 1.095
รวม 36 3.80 1.090
5.ท่านรู้สึกพึงพอใจ กรุงเทพมหานคร 2 3.00 1.414
ในชีวิต (เช่น มี ปทมุ ธานี 33 4.06 1.093
ความสุขความสงบ นนทบรุ ี 76 3.89 1.078
ความหวัง) มากน้อย อน่ื ๆ 5 4.00 .707
เพียงใด รวม 36 4.08 .874
6.ท่านมีสมาธใิ นการ กรงุ เทพมหานคร 2 3.00 1.414
ทางานต่าง ๆ ได้ดี ปทมุ ธานี 33 4.25 .728
เพียงใด นนทบุรี 76 4.11 .832
อื่น ๆ 5 3.80 .447
รวม 36 3.72 .913
กรงุ เทพมหานคร 2 3.50 .707
ปทมุ ธานี
นนทบุรี

แบบสอบถำม จงั หวัด รวม คำ่ เฉลีย่ S.D. 64
Sig P Value
7.ท่านรู้สึกพอใจใน อืน่ ๆ 33 4.09 .746
ตนเองมากน้อยแค่ รวม 76 3.89 .825
ไหน กรุงเทพมหานคร 5 4.80 .447
ปทุมธานี 36 4.22 .760
8.หลังจากท่ีไดท้ าการ นนทบรุ ี 2 4.00 .000
ผ่าตัดแล้วทาให้เกิด อื่น ๆ 33 4.45 .767
ความม่ันใจในตนเอง รวม 76 4.34 .758
มากน้อยแค่ไหน กรุงเทพมหานคร 5 4.40 .894
ปทุมธานี 36 4.38 .728
9.ท่านมีความรู้สึกไม่ นนทบรุ ี 2 1.50 .707
ดี เช่น รู้สึกเหงา อ่ืน ๆ 33 4.45 .623
เศร้า หดหู่ ส้ินหวัง รวม 76 4.31 .867
วิตกกังวล บ่อยแค่ กรุงเทพมหานคร 5 1.60 .894
ไหน ปทุมธานี 36 1.52 .999
10.ท่านรู้สึกพอใจ นนทบุรี 2 3.50 .707
มากน้อยแค่ไหนที่ อน่ื ๆ 33 1.58 .807
สามารถทาอะไร ๆ รวม 76 1.64 .962
ผ่านไปไดใ้ นแต่ละวัน
กรุงเทพมหานคร 5 4.20 .836
11.ท่านจาเปน็ ต้องไป ปทมุ ธานี 36 4.25 .731
รับการรักษาพยาบาล นนทบรุ ี 2 3.50 .707
มากน้อยเพียงใด อนื่ ๆ 33 4.19 .703
เพ่ือที่จะทางานหรือมี รวม 76 4.22 1.753
ชีวิตอยู่ไปไดใ้ นแตล่ ะ 5 2.20 1.643
วัน กรงุ เทพมหานคร 36 2.36 1.198
12.ท่านพอใจกับ ปทมุ ธานี 2 2.50 .707
ความสามารถในการ นนทบุรี
33 2.87 2.320
อื่น ๆ 76 2.57 1.753
รวม
5 4.40 .894
กรงุ เทพมหานคร 36 3.94 .984
ปทุมธานี

แบบสอบถำม จังหวดั รวม ค่ำเฉล่ยี S.D. 65
ทางานได้อย่างท่ีเคย Sig P Value
ทามามากน้อย นนทบุรี 2 3.50 2.121
เพียงใด
13.ท่านพอใจต่อการ รวม 76 4.02 .908
ผูกมิตรหรือเข้ากับคน
อ่ืน อย่างที่ผ่านมาแค่ กรงุ เทพมหานคร 5 4.00 .707
ไหน ปทุมธานี 36 3.86 1.150
นนทบุรี 2 3.50 .707
14.ท่านพอใจกับการ อน่ื ๆ 33 4.09 .746
ช่วยเหลือท่ีเคยได้รับ รวม 76 3.96 .958
จากเพื่อน ๆ แค่ไหน 5 3.80 .447
กรุงเทพมหานคร 36 3.58 1.360
15.ท่านรู้สึกวา่ ชีวิตมี ปทมุ ธานี 2 3.50 .707
ความม่ันคงปลอดภัย นนทบุรี 33 3.74 .608
ดีไหมในแต่ละวัน อนื่ ๆ 76 3.68 .685
รวม 5 4.20 .836
16.ท่านพอใจกับ 36 4.25 .731
สภาพบ้านเรือนที่อยู่ กรุงเทพมหานคร 2 3.50 .707
ตอนนี้มากน้อย ปทุมธานี 33 4.35 .608
เพียงใด นนทบุรี 76 4.27 .685
อน่ื ๆ 5 4.60 .547
17.ท่านมีเงินพอใช้ รวม 36 4.22 .796
จ่ายตามความจา 2 3.50 .707
เป็นมากน้อยเพียงใด กรุงเทพมหานคร 33 4.06 .679
ปทมุ ธานี 76 4.14 .743
18.ท่านพอใจที่จะ นนทบรุ ี 5 3.60 .547
สามารถไปใช้บริการ อืน่ ๆ 36 3.22 .929
รวม 2 3.50 .707
33 3.32 .979
กรงุ เทพมหานคร 76 3.31 .926
ปทุมธานี 5 2.60 1.516
นนทบรุ ี 36 3.05 1.308
อน่ื ๆ 2 3.50 .707
รวม

กรุงเทพมหานคร
ปทมุ ธานี
นนทบุรี

แบบสอบถำม จงั หวัด รวม ค่ำเฉล่ีย S.D. 66
สาธารณะสุขได้ตาม Sig P Value
ความจาเป็นเพียงใด อื่น ๆ 33 3.54 .809
19.ท่านได้รู้เรื่องราว รวม 76 3.25 1.132
ข่าวสารท่ีจาเป็นใน กรุงเทพมหานคร 5 3.20 2.049
ชีวิตแต่ละวันมาก ปทมุ ธานี 36 3.83 1.028
น้อยเพียงใด นนทบรุ ี 2 4.00 1.414
อน่ื ๆ 33 3.87 .718
20.ท่านมีโอกาสได้ รวม 76 3.80 .993
พักผ่อนคลายเครียด กรุงเทพมหานคร 5 2.80 .836
มากน้อยเพียงใด ปทุมธานี 36 3.11 1.304
นนทบรุ ี 2 4.00 .000
21.สภาพแวดล้อมดี อน่ื ๆ 33 3.64 .877
ต่อสุขภาพของท่าน รวม 76 3.35 1.127
มากน้อยเพยี งใด กรงุ เทพมหานคร 5 4.20 .447
ปทมุ ธานี 36 4.11 .887
22.ท่านพอใจกับการ นนทบรุ ี 2 3.50 .707
เดินทางไปไหนมา อน่ื ๆ 33 3.87 .957
ไหนของท่านมาก รวม 76 4.00 .879
น้อยเพียงใด กรุงเทพมหานคร 5 3.60 1.140
ปทมุ ธานี 36 3.16 1.183
23.ท่านรู้สึกวา่ ชีวิต นนทบุรี 2 3.00 1.414
ท่านมีความหมาย อ่นื ๆ 33 3.45 1.027
มากน้อยเพยี งใด รวม 76 3.32 1.112
กรุงเทพมหานคร 5 4.60 .547
24.ท่านพอใจในชีวิต ปทุมธานี 36 4.50 .609
ทางเพศของท่านแค่ นนทบรุ ี 2 4.00 .000
ไหน อน่ื ๆ 33 4.32 .652
รวม 76 4.40 .636
กรงุ เทพมหานคร 5 3.20 1.095
ปทุมธานี 36 2.22 1.436
นนทบรุ ี 2 2.50 2.121
อื่น ๆ 33 2.58 1.204

67

แบบสอบถำม จังหวดั รวม ค่ำเฉลย่ี S.D. Sig P Value

25.ท่านคิดว่ามี รวม 76 2.47 1.331
คุณภาพชีวิต (ชีวิต กรุงเทพมหานคร 5 4.20 .836
ความเป็นอยู่) อยู่ใน 36 4.00 .861
ระดับใด ปทุมธานี 2 4.00 1.414
นนทบุรี 33 4.12 .763
อ่นื ๆ 76 4.06 .821
รวม

Pearson Chi-Square แสดงถึงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของท่ีอยู่กับผลการประเมินคุณภาพชีวิต = 0.523

น้อยกว่าค่า (0.651) ดังน้ันจึงปฏิเสธ H0 ยอมรับ H1 สรุปได้ว่าจังหวัดทางานกับความสัมพันธ์คุณภาพ
ชีวิตมีความสัมพันธ์กนั

ตำรำงท่ี 6.3.3 ความสัมพันธ์ระหว่างอายุกับเครอ่ื งมือการตอบแบบสอบถามประเมินติดตามคุณภาพชวี ิต
ผา่ ตดั ขอ้ เขา่ เสื่อม มติ ิทางสังคม โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกียรติ

แบบสอบถำม ช่วงอำยุ รวม คำ่ เฉลย่ี S.D. Sig P Value
1.ท่านพอใจกับสุขภาพของ .796 .408
ท่านในตอนนี้มากน้อยเพียงใด 50-59 11 4.27 .786
60-69 37 4.43 .728
2.การเจ็บปวดทางร่างกาย 70ขนึ้ ไป 28 4.25 .700
เช่น ปวดข้อเข่า ทาให้ท่านไม่ รวม 76 4.34 .722
สามารถทาในสิ่งท่ีต้องการได้ 50-59 11 3.18 1.328
60-69 37 2.24 1.341
3.ท่านมีกาลังเพียงพอท่ีจะทา 70ขึ้นไป 28 2.78 1.197
สิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวัน (ทั้ง รวม 76 2.57 1.319
เร่ืองงานหรือการดาเนิน 50-59 11 3.45 1.128
ชีวิตประจาวัน
60-69 37 4.18 .659
4.ท่านพอใจกับการนอนหลับ 70ข้ึนไป 28 3.92 .813
ของท่านมากน้อยเพียงใด
รวม 76 3.98 .824
50-59 11 3.63 1.286
60-69 37 4.10 1.021
70ขน้ึ ไป 28 3.71 1.049
รวม 76 3.89 1.078

แบบสอบถำม ช่วงอำยุ รวม ค่ำเฉล่ยี S.D. 68
5.ท่านรู้สึกพึงพอใจในชีวิต Sig P Value
(เช่น มีความสขุ ความสงบ 50-59 11 4.09 .831
ความหวัง) มากน้อยเพียงใด 60-69 37 4.21 .854
หญิง 28 4.00 .816
6.ท่านมีสมาธใิ นการทางาน รวม 76 4.11 .832
ต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด 50-59 11 4.18 .603
60-69 37 3.91 .893
7.ท่านรู้สึกพอใจในตนเองมาก หญงิ 28 3.75 .799
น้อยแค่ไหน รวม 76 3.89 .825
50-59 11 4.45 .820
8.หลังจากท่ีได้ทาการผ่าตัด 60-69 37 4.46 .802
แล้วทาให้เกิดความม่ันใจใน 70ขึน้ ไป 28 4.14 .650
ตนเองมากน้อยแค่ไหน รวม 76 4.34 .758
50-59 11 4.09 .943
9.ท่านมีความรู้สึกไม่ดี เช่น 60-69 37 4.59 .599
รู้สึกเหงา เศร้า หดหู่ ส้ินหวัง 70ขน้ึ ไป 28 4.03 1.35
วิตกกังวล บ่อยแค่ไหน รวม 76 4.31 .867
10.ท่านรู้สึกพอใจมากน้อยแค่ 50-59 11 1.54 .934
ไหนท่ีสามารถทาอะไร ๆ ผ่าน 60-69 37 1.56 .958
ไปไดใ้ นแต่ละวัน 70ขน้ึ ไป 28 1.78 .994

11.ท่านจาเป็นต้องไปรับการ รวม 76 1.64 .962
รักษาพยาบาลมากน้อย 50-59 11 4.45 .687
เพียงใดเพื่อท่จี ะทางานหรือมี 60-69 37 4.32 .783
ชีวิตอยู่ไปไดใ้ นแต่ละวัน 70ขึ้นไป 28 4.00 .608
12.ท่านพอใจกับ รวม 76 4.22 .722
ความสามารถในการทางานได้ 50-59 11 2.36 1.286
60-69 37 2.70 2.246
70ขึ้นไป 28 2.50 1.071

รวม 76 2.57 1.753
50-59 11 3.90 .831
60-69 37 4.21 .916

แบบสอบถำม ช่วงอำยุ รวม คำ่ เฉลี่ย S.D. 69
อย่างที่เคยทามามากน้อย Sig P Value
เพียงใด 70ข้นึ ไป 28 3.82 .904
13.ท่านพอใจต่อการผูกมิตร รวม 76 4.02 .908
หรือเข้ากับคนอ่ืน อย่างท่ีผ่าน 50-59 11 3.90 .831
มาแค่ไหน 60-69 37 4.16 1.014
28 3.71 .896
14.ท่านพอใจกับการ 70ข้นึ ไป 76 3.96 .958
ช่วยเหลือท่ีเคยได้รับจาก รวม 11 3.81 1.328
เพ่ือน ๆ แค่ไหน 50-59 37 3.89 1.125
60-69 28 3.35 1.095
15.ท่านรู้สึกว่าชีวิตมีความ 76 3.68 1.157
มั่นคงปลอดภยั ดีไหมในแต่ละ 70ขึน้ ไป 11 4.45 .522
วัน รวม 37 4.29 .701
50-59 28 4.17 .722
16.ท่านพอใจกับสภาพ 60-69 76 4.27 .685
บ้านเรือนท่ีอยู่ตอนนี้มากน้อย 11 4.18 .750
เพียงใด 70ขึน้ ไป 37 4.19 .700
รวม 28 4.07 .813
17.ท่านมีเงินพอใช้จ่ายตาม 50-59 76 4.14 .743
ความจาเป็นมากน้อยเพียงใด 60-69 11 2.81 1.078
37 3.35 .789
18.ท่านพอใจที่จะสามารถไป 70ขึ้นไป 28 3.46 .999
ใช้บริการสาธารณะสุขได้ตาม รวม 76 3.31 .926
ความจาเป็นเพียงใด 50-59 11 3.36 1.026
60-69 37 3.35 1.159
19.ท่านได้รู้เร่ืองราวข่าวสารท่ี 28 3.07 1.152
จาเป็นในชีวิตแต่ละวันมาก 70ขน้ึ ไป 76 3.25 1.132
น้อยเพียงใด รวม 11 3.72 .904
50-59 37 3.91 1.115
60-69 28 3.67 .862
76 3.80 .993
70ขน้ึ ไป 11 3.36 1.120
รวม
50-59
60-69

70ขึ้นไป
รวม
50-59

แบบสอบถำม ช่วงอำยุ รวม คำ่ เฉลย่ี S.D. 70
20.ท่านมีโอกาสได้พักผ่อน Sig P Value
คลายเครียดมากน้อยเพียงใด 60-69 37 3.45 1.192
70ขึ้นไป 28 3.21 1.066
21.สภาพแวดล้อมดีต่อ 76 3.35 1.127
สุขภาพของท่านมากน้อย รวม 11 4.27 .786
เพียงใด 50-59 37 4.10 .965
60-69 28 3.75 .751
22.ท่านพอใจกับการเดินทาง 70ขน้ึ ไป 76 4.00 .879
ไปไหนมาไหนของท่านมาก รวม 11 3.72 1.190
น้อยเพียงใด 50-59 37 3.32 1.081
60-69 28 3.17 1.123
23.ท่านรู้สึกว่าชีวิตท่านมี 70ขึ้นไป 76 3.32 1.112
ความหมายมากน้อยเพียงใด รวม 11 4.54 .687
50-59 37 4.59 .550
24.ท่านพอใจในชีวิตทางเพศ 60-69 28 4.10 .628
ของท่านแค่ไหน 70ขนึ้ ไป 76 4.40 .636
รวม 11 2.36 1.286
25.ท่านคิดวา่ มีคุณภาพชีวิต 50-59 37 2.54 1.366
(ชีวิตความเป็นอยู่) อยู่ใน 60-69 28 2.42 1.345
ระดับใด 70ขึ้นไป 76 2.47 1.331
รวม 11 3.90 .831
50-59 37 4.18 .844
60-69 28 3.96 .792
70ข้ึนไป 76 4.06 .821
รวม

Pearson Chi-Square แสดงถึงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของอายุกับผลการประเมินคุณภาพชีวิต = 0.796

มากกว่าค่า (0.651) ดังน้ันจึงปฏเิ สธ H0 ยอมรับ H1 สรุปได้ว่าอายุทางานกับความสัมพนั ธ์คุณภาพชีวิต
ไม่มคี วามสัมพนั ธก์ ัน

71

ตำรำงท่ี 6.3.4 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งอาชีพกบั เครอื่ งมือการตอบแบบสอบถามประเมนิ ตดิ ตามคณุ ภาพชวี ิต

ผา่ ตัดขอ้ เขา่ เส่ือม มิติทางสังคม โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกียรติ

แบบสอบถำม จงั หวัด รวม คำ่ เฉล่ยี S.D. Sig P
Value

1.ท่านพอใจกับสุขภาพ คา้ ขาย 13 4.46 .877 .221 .603

ของท่านในตอนนี้มาก รบั จ้างทว่ั ไป 11 4.72 .467

น้อยเพียงใด กรรมกร 2 4.00 .000

อน่ื ๆ 50 4.24 .716

รวม 76 4.34 .722

2.การเจ็บปวดทาง ค้าขาย 13 2.46 1.330

ร่างกาย เชน่ ปวดข้อเข่า รบั จา้ งทั่วไป 11 2.36 1.433

ทาให้ท่านไม่สามารถทา กรรมกร 2 2.50 2.121

ในส่ิงท่ีต้องการได้ อน่ื ๆ 50 2.66 1.303

รวม 76 2.57 1.319

3.ท่านมีกาลังเพียง ค้าขาย 13 4.00 1.000

พอที่จะทาสิ่งต่าง ๆ ในแต่ รับจา้ งท่วั ไป 11 4.36 .809
ละวัน (ท้ังเรื่องงานหรือ
กรรมกร 2 3.00 1.414
การดาเนินชีวติ ประจาวัน
อื่น ๆ 50 3.94 .739

รวม 76 3.98 .824

4.ท่านพอใจกับการนอน ค้าขาย 13 3.53 1.265

หลับของท่านมากน้อย รบั จ้างทั่วไป 11 4.54 .678

เพียงใด กรรมกร 2 4.50 .707

อื่น ๆ 50 3.82 1.063

รวม 76 3.89 1.078

5.ท่านรู้สึกพึงพอใจใน ค้าขาย 13 4.15 .800

ชีวิต (เช่น มีความสุข รับจา้ งทัว่ ไป 11 4.45 .687

ความสงบ ความหวัง) กรรมกร 2 3.00 .000

มากน้อยเพยี งใด อื่น ๆ 50 4.08 .853

รวม 76 4.11 .832

6.ท่านมีสมาธใิ นการ คา้ ขาย 13 3.76 .832

ทางานต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด รับจา้ งทั่วไป 11 4.27 .786

กรรมกร 2 3.50 .707

72

แบบสอบถำม จงั หวัด รวม ค่ำเฉลยี่ S.D. Sig P
Value
7.ท่านรู้สึกพอใจในตนเอง อน่ื ๆ
มากน้อยแค่ไหน รวม 50 3.86 .833
ค้าขาย
8.หลังจากท่ีได้ทาการ รบั จา้ งทั่วไป 76 3.89 .825
ผ่าตัดแล้วทาให้เกิดความ กรรมกร
มั่นใจในตนเองมากน้อย อื่น ๆ 13 4.15 .987
แค่ไหน รวม
คา้ ขาย 11 4.72 .467
9.ท่านมีความรู้สึกไม่ดี รบั จ้างทั่วไป
เช่น รู้สึกเหงา เศร้า หดหู่ กรรมกร 2 4.00 1.414
สิ้นหวัง วิตกกังวล บ่อย อน่ื ๆ
แค่ไหน รวม 50 4.32 .712
10.ท่านรู้สึกพอใจมาก ค้าขาย
น้อยแค่ไหนท่ีสามารถทา รบั จ้างทั่วไป 76 4.34 .758
อะไร ๆ ผ่านไปได้ในแต่ กรรมกร
ละวัน 13 4.61 .650
อื่น ๆ
11.ท่านจาเป็นต้องไปรับ รวม 11 4.72 .467
การรักษาพยาบาลมาก คา้ ขาย
น้อยเพียงใดเพื่อท่ีจะ รับจา้ งทว่ั ไป 2 3.50 2.121
ทางานหรือมีชวี ิตอยู่ไปได้ กรรมกร
ในแต่ละวัน อื่น ๆ 50 4.18 .896
12.ท่านพอใจกับ รวม
ความสามารถในการ ค้าขาย 76 4.31 .867
รบั จา้ งทวั่ ไป
กรรมกร 13 1.69 1.250

อ่ืน ๆ 11 1.36 .674
รวม
คา้ ขาย 2 2.00 1.414
รับจ้างทั่วไป
50 1.68 .935
กรรมกร 76 1.64 .962
13 4.15 .898
11 4.45 .522
2 4.00 1.414
50 4.20 .699
76 4.22 .722
13 1.53 .877
11 2.90 .943
2 2.50 .707

50 2.78 1.992
76 2.57 1.753
13 4.00 1.00
11 4.72 .467

2 3.50 .707

73

แบบสอบถำม จังหวัด รวม ค่ำเฉลีย่ S.D. Sig P
ทางานได้อย่างที่เคยทามา Value
มากน้อยเพียงใด อ่ืน ๆ
13.ท่านพอใจต่อการผูก รวม 50 3.90 .909
มิตรหรือเข้ากับคนอน่ื คา้ ขาย
อย่างท่ีผ่านมาแค่ไหน รบั จ้างทัว่ ไป 76 4.02 .908
กรรมกร
14.ท่านพอใจกับการ อน่ื ๆ 13 4.15 .898
ช่วยเหลือท่ีเคยได้รับจาก รวม
เพื่อน ๆ แค่ไหน คา้ ขาย 11 4.54 .820
รับจ้างทั่วไป
15.ท่านรู้สึกวา่ ชีวิตมี กรรมกร 2 3.00 .000
ความมั่นคงปลอดภัยดี อื่น ๆ
ไหมในแต่ละวัน รวม 50 3.82 .962
ค้าขาย
16.ท่านพอใจกับสภาพ รับจา้ งทัว่ ไป 76 3.96 .958
บ้านเรือนที่อยู่ตอนนี้มาก กรรมกร
น้อยเพียงใด อื่น ๆ 13 3.46 1.613
รวม
17.ท่านมีเงินพอใช้จ่าย คา้ ขาย 11 4.18 .981
ตามความจาเป็นมากน้อย รบั จา้ งทวั่ ไป
เพียงใด กรรมกร 2 3.50 .707
อืน่ ๆ
18.ท่านพอใจท่ีจะ รวม 50 3.64 1.064
สามารถไปใช้บริการ ค้าขาย
รบั จา้ งท่วั ไป 76 3.68 1.157
กรรมกร
อน่ื ๆ 13 4.07 .862
รวม
ค้าขาย 11 4.45 .687
รับจ้างทวั่ ไป
กรรมกร 2 4.50 .707

50 4.28 .640

76 4.27 .685

13 4.15 .688

11 4.09 .700

2 4.50 .707

50 4.14 .782

76 4.14 .743

13 3.30 .947

11 3.36 1.026

2 3.50 .707

50 3.30 .931

76 3.31 .926

13 3.15 1.068

11 3.54 1.213

2 3.50 .707

74

แบบสอบถำม จงั หวัด รวม คำ่ เฉล่ยี S.D. Sig P
สาธารณะสุขได้ตามความ Value
จาเป็นเพียงใด อ่ืน ๆ
19.ท่านได้รู้เร่ืองราว รวม 50 3.20 1.160
ข่าวสารท่ีจาเป็นในชีวิต คา้ ขาย
แตล่ ะวันมากน้อยเพียงใด รับจา้ งทัว่ ไป 76 3.25 1.13
กรรมกร
20.ท่านมีโอกาสได้ อื่น ๆ 13 3.69 1.43
พักผ่อนคลายเครียดมาก รวม
น้อยเพียงใด คา้ ขาย 11 3.90 .943
รบั จ้างท่วั ไป
21.สภาพแวดล้อมดีต่อ กรรมกร 2 3.50 .707
สุขภาพของท่านมากน้อย อื่น ๆ
เพียงใด รวม 50 3.82 .896
ค้าขาย
22.ท่านพอใจกับการ รบั จ้างทว่ั ไป 76 3.80 .993
เดินทางไปไหนมาไหนของ กรรมกร
ท่านมากน้อยเพียงใด อื่น ๆ 13 3.38 1.386
รวม
23.ท่านรู้สึกว่าชีวิตท่านมี ค้าขาย 11 3.72 1.009
ความหมายมากน้อย รบั จ้างท่วั ไป
เพียงใด กรรมกร 2 3.50 .707
อนื่ ๆ
24.ท่านพอใจในชีวิตทาง รวม 50 3.26 1.103
เพศของท่านแค่ไหน ค้าขาย
รับจา้ งทว่ั ไป 76 3.35 1.127
กรรมกร
อน่ื ๆ 13 4.07 .954
รวม
คา้ ขาย 11 3.90 .831
รับจา้ งทว่ั ไป
กรรมกร 2 4.50 .707

50 3.98 .891

76 4.00 .879

13 3.23 1.165

11 3.81 .981

2 3.00 .000

50 3.26 1.139

76 3.32 1.112

13 4.61 .650

11 4.81 .404

2 4.00 1.414

50 4.28 .607

76 4.40 .636

13 2.23 1.535

11 3.00 1.264

2 3.00 .000

75

แบบสอบถำม จงั หวดั รวม ค่ำเฉล่ยี S.D. Sig P
Value
25.ท่านคิดว่ามีคุณภาพ อ่ืน ๆ
ชีวิต (ชีวิตความเป็นอยู่) รวม 50 2.40 1.309
อยู่ในระดับใด คา้ ขาย
รับจ้างท่วั ไป 76 2.47 1.331
กรรมกร
อน่ื ๆ 13 4.15 .898
รวม
11 4.36 1.026

2 4.00 1.414

50 3.98 .742

76 4.06 .821

Pearson Chi-Square แสดงถึงค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ของอาชีพกับผลการประเมินคุณภาพชีวิต = 0.221

น้อยกวา่ ค่า (0.651) ดังนั้นจึงปฏเิ สธ H0 ยอมรับ H1 สรุปได้ว่าอายุทางานกับความสัมพันธค์ ุณภาพชีวิต
มีความสมั พนั ธก์ ัน

76

บทท่ี 7
สรุป อภิปรำยผลและข้อเสนอแนะ

โครงการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มิติทางสังคมมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
ติดตามคุณภาพชีวิตหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียมใน “โครงการจิตอาสาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม” ตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2563 – 2564 คณะผู้จัดทาได้ดาเนินงานและติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า
ผ่านกระบวนการทางานของฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ท่ีทางานเก่ียวข้อง
กับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเส่ือมโดยมีการคัดเลือกผู้ท่ีมีคุณสมบัติตรงกับเกณฑ์ของโครงการจิตอาสาผ่าตัดเปลี่ยนข้อ
เข่าเทียม ซ่ึงคณะผู้จัดทาได้ดาเนินงานและติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจนเสร็จส้ินกระบวนการทางสังคม
สงเคราะห์ โดยใช้เคร่ืองมือแบบประเมินสุขภาพและสารวจคุณภาพชีวิตหลังผ่าตัดของผู้ป่วยโรคข้อเขาเส่ือม
ในการเกบ็ ข้อมูลกลมุ่ ตวั อย่างท้ังหมดจากผปู้ ว่ ยทเ่ี คยเข้าร่วมโครงการจติ อาสาผา่ ตัดเปลยี่ นข้อเขา่ เทยี มท้ังหมด
76 คน และทาการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านการใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย การวิเคราะห์หา
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งตัวแปร และวิเคราะห์คาถามเชงิ คณุ ภาพรว่ มด้วย และจะสามารถอภปิ รายผลได้ดังน้ี

7.1 สรปุ และอภปิ รำยผลกำรศกึ ษำ
ตอนท่ี 1 กำรวเิ ครำะหข์ ้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถำม พบว่ำ

ผลสารวจจากผู้ตอบแบบสอบถามจานวนท้ังหมด 76 คน เป็นเพศหญิง 63 คน คิดเป็นร้อยละ 82.9
และเป็นเพศชาย 13 คน คดิ เป็นร้อยละ 17.1 ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนมากมอี ายุอยู่ในช่วง 60 – 69 ปี จานวน
37 คน คิดเป็นร้อยละ 48.7 รองลงมามีอายุ 70 ปีขึ้นไป จานวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 36.8 และมีอายุอยู่
ในช่วง 50 – 59 ปี จานวน 11 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 14.5 ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นมากประกอบอาชีพอน่ื ๆ เช่น
วา่ งงานหรือรับข้าราชการ จานวน 50 คน คดิ เป็นร้อยละ 65.8 และประกอบอาชพี ค้าขาย จานวน 13 คน คิด
เป็นร้อยละ 17.1 นอกจากน้ีผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอาศัยอยู่ภายในพ้ืนท่ีจังหวัดปทุมธานี จานวน 36
ราย คิดเป็นร้อยละ 47.4 และอาศยั อยู่ในจงั หวดั อื่น ๆ เช่น อยุธยา ลพบรุ ีหรือนครสวรรค์ จานวน 33 ราย คดิ
เป็นร้อยละ 43.4

ตอนที่ 2 กำรวเิ ครำะหค์ ำ่ ควำมถ่ี รอ้ ยละ ค่ำเฉล่ียจำกแบบสอบถำมเชงิ ปรมิ ำณ
2.1 ควำมพงึ พอใจต่อสขุ ภำพของผู้ตอบแบบสอบถำม ดงั ต่อไปนี้
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจกับสุขภาพของตนเอง ผู้ตอบ

แบบสอบถามมีคะแนนอยู่ในระดับมากที่สุดจานวน 37 คน ร้อยละ 48.7 และมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 4.34
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 0.722 ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดคุณภาพชีวิตท่ีได้กล่าวไว้ว่า คุณภาพชีวิตเป็น
ความรู้สึกของการอยู่อย่างพึงพอใจ มีความสุข มีความพอใจ ต่อองค์ประกอบต่าง ๆ ของชีวิต ซ่ึงมีส่วนสาคัญ
มากที่สุดของบคุ คล

77

สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากมีความพอใจกับสุขภาพของตนเองในระดับมากที่สุด
คิดเป็นรอ้ ยละ 48.7 แสดงใหเ้ หน็ ว่าผตู้ อบแบบสอบถามมีคุณภาพชวี ิตที่ดี

2.2 กำรเจบ็ ปวดทำงด้ำนร่ำงกำยทสี่ ่งผลให้ไม่สำมำรถทำสิง่ ตำ่ ง ๆ ได้ ดงั ตอ่ ไปนี้
การไม่เจ็บปวดทางร่างกายจะช่วยให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าทาส่ิงต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ดังนั้นการ
ผ่าตัดข้อเข่าจะช่วยลดอาการเจ็บปวดทางร่างกายลงได้ สามารทาให้ชวี ิตหรือทาในสง่ิ ที่ตอ้ งการได้ อยู่ในระดับ
ไม่เลยจานวน 21 คนคิดเป็นร้อยละ 27.6 และมีค่าเฉล่ียโดยรวมอยู่ท่ี 2.57 ส่วนเบ่ียงเบนอยู่ที่ 1.319 ซ่ึง
สอดคล้องกับแนวคิดคุณภาพชีวิตที่ กล่าวถึง ความสาคัญของคุณภาพชีวิตระดับตนเองและครอบครัว คือ การ
มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีสุขภาพพลานามัยท่ีดีไม่เจ็บป่วย ทาให้ลดค่าใช้จ่ายส่วนตน และสามารถ
ประกอบอาชีพการงานได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพทาใหช้ วี ิตความเป็นอยู่ดี
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากไม่มีอาการเจ็บปวดทางร่างกายหลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
คดิ เป็นร้อยละ 27.6 แสดงใหเ้ ห็นวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามมคี ณุ ภาพชวี ิตอยใู่ นระดับปานกลาง
2.3 ผู้ตอบแบบสอบถำมมีกำลังเพียงพอท่ีจะทำงำนหรือดำเนินชีวิตประจำวันในแต่ละวัน
ดังตอ่ ไปน้ี
การผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียมสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีกาลังเพียงพอท่ีจะทาสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันได้ดี
ย่ิงข้ึนซึ่งมีความแตกต่างจากก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างส้ินเชิง มีคะแนนอยู่ในระดับมาก จานวน 34 คน คิด
เป็นร้อยละ 44.7 และมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 3.98 ส่วนเบ่ียงเบนอยู่ที่ 0.824 ซ่ึงมีความสอดคล้องกับแนวคิด
คุณภาพชีวติ
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากมพี ละกาลังเพียงพอทีจ่ ะทากิจวัตรประจาวันหรือสามารถชว่ ยเหลือ
ตนเองได้ คิดเป็นรอ้ ยละ 44.7 แสดงให้เหน็ วา่ ผู้ตอบแบบสอบถามมคี ุณภาพชีวติ ทดี่ ี
2.4 ควำมพงึ พอใจตอ่ กำรนอนหลับของผู้ตอบแบบสอบถำม ดงั ตอ่ ไปนี้
การผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียมสามารถชว่ ยให้ผู้ปว่ ยมีความพึงพอใจกับการนอนหลับของตนเองได้มาก
ยิ่งข้ึน เน่ืองจากผู้ป่ววยไม่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดที่เกิดข้ึนในขณะที่ตนเองกาหลังนอนหลับ ส่งผลให้
ผู้ปว่ ยหลังผ่าตัดเปล่ยี นข้อเข่าสว่ นมากมคี วามพอใจกับการนอนหลับของตนเองอยู่ในระดับมากจานวน 30 คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 39.5 และมีคา่ เฉลี่ยโดยรวมอย่ทู ่ี 3.89 ส่วนเบีย่ งเบนอย่ทู ่ี 1.078
สรปุ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากมีความพึงพอใจต่อการนอนหลับของตนเองอยูใ่ นระดบั มาก คดิ เป็น
รอ้ ยละ 39.5 แสดงใหเ้ ห็นว่าผตู้ อบแบบสอบถามมีคณุ ภาพชีวติ ทด่ี ี
2.5 ควำมรู้สกึ พงึ พอใจในชีวติ ของผู้ตอบแบบสอบถำม ดังต่อไปน้ี
การผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียมสามารถช่วยใหผ้ ูป้ ่วยมีความสุข ความสงบ และมีความหวงั ในการใช้ชีวติ
ของตนเองไดม้ ากข้ึน ซงึ่ กอ่ นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าผู้ป่วยบางรายอาจเกดิ ความร้สู กึ หมดหวังท่ีจะใช้ชีวิตในแต่
ละวัน แต่เม่ือผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าไปแล้วส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนมากมีความพอพึงใจต่อชีวิตตนเองอยู่ในระดับมาก
และมากท่สี ดุ จานวน 29 คิดเป็นรอ้ ยละ 38.2 และมคี ่าเฉลย่ี โดยรวมอยูท่ ่ี 4.11 สว่ นเบีย่ งเบนอยทู่ ่ี 0.82 ผู้ปว่ ย
หลงั กลา่ วไดว้ า่

78

สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากมีความรู้สึกพอใจในชีวิตของตนเองในระดับมากและมากที่สุดคิด
เปน็ ร้อยละ 38.2 แสดงใหเ้ หน็ ว่าผ้ตู อบแบบสอบถามมีคณุ ภาพชีวิตทีด่ ี

2.6 สมำธใิ นกำรทำงำนหรอื ทำสง่ิ ตำ่ ง ๆ ของผ้ตู อบแบบสอบถำม ดงั ตอ่ ไปนี้
เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม สามารถช่วยให้ผู้ป่วยปราศจากความวิตกกังวล และมี
สมาธิในการทาสง่ิ ตา่ ง ๆ ไดม้ ากยิง่ ข้นึ ผปู้ ว่ ยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าสว่ นมากมีสมาธิในการทางานในระดับมาก
อยใู่ นระดบั มากจานวน 38 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 50 และมีค่าเฉลีย่ โดยรวมอยูท่ ่ี 3.89 สว่ นเบย่ี งเบนอยทู่ ่ี 0.825
สรุป ผูต้ อบแบบสอบถามมสี มาธิในการทางานหรือทาส่ิงต่าง ๆ ในชีวิตอย่ใู นระดับมาก คิดเปน็ ร้อยละ
50 แสดงใหเ้ หน็ วา่ ผ้ตู อบแบบสอบถามมคี ุณภาพชีวิตทด่ี ี
2.7 ควำมร้สู ึกพอใจในตนเองของผูต้ อบแบบสอบถำม ดงั ตอ่ ไปนี้
เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมส่วนมากล้วนมีความพึงพอใจในตนเองท้ังในด้านร่างกาย
ท่ีทาให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจในร่างกายของตนเองมากขึ้นหรือทางด้านจิตใจที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถมี
ปฏิสัมพันธ์กับสังคมได้มากยิ่งขึ้น อยู่ในระดับมากท่ีสุดจานวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 48.7 และมีค่าเฉลี่ย
โดยรวมอยู่ที่ 4.34 ส่วนเบ่ียงเบนอยู่ที่ 0.758
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความรู้สึกพึงพอใจในตนเองอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 48.7 แสดงให้
เหน็ วา่ ผู้ตอบแบบสอบถามมคี ุณภาพชวี ิตทด่ี ี
2.8 ควำมมนั่ ใจในตนเองหลงั จำกท่ไี ดร้ บั กำรผ่ำตดั ผู้ตอบแบบสอบถำม ดังตอ่ ไปนี้
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียมส่วนมากมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้นจะเห็นไดว้ ่าก่อนที่ผู้ป่วยจะ
เข้ารับการผ่าตัดผู้ป่วยบางรายไม่สามารถเดินไดห้ รือในบางรายมีอาการข้อเข่าโก่งหรือบิดเบ้ียวผิดรูปจนส่งผล
ให้ผู้ป่วยไม่มีความม่ันใจในการใช้ชีวิต เมื่อได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพ
ร่างกายและจิตใจที่ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งนาไปสู่ความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจาวันในแต่ละวันของตนเอง ผู้ตอบ
แบบสอบถามท่ีมีคะแนนอยู่ในระดับมากที่สุดจานวน 38 คิดเป็นร้อยละ 50 และมีค่าเฉล่ียโดยรวมอยู่ที่ 4.31
ส่วนเบ่ียงเบนอยทู่ ี่ 0.867
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความม่ันในตนเองมากขึ้นหลังจากได้รับการผ่าตัดอยู่ในระดับมากที่สุด คิด
เปน็ รอ้ ยละ 50 แสดงให้เห็นวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามมคี ณุ ภาพชวี ิตท่ีดี
2.9 ควำมรสู้ ึกไม่ดหี รือควำมวติ กกังวลต่ำง ๆ ท่ีเกิดขึ้นกบั ผตู้ อบแบบสอบถำม ดงั ต่อไปน้ี
เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทียม ผู้ป่วยส่วนมากไม่มีความรู้สึกเหงา เศร้า หดหู่ ส้ินหวัง
หรือวิตกกังวลท่ีเกิดข้ึนจากผลกระทบของการผ่าตัด ดังน้ันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสามารถช่วยให้ผู้ป่วย
ปราศจากความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ไปได้ รวมไปถึงช่วยทาให้ผู้ป่วยหลาย ๆ รายมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตในแตล่ ะ
วัน ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีคะแนนอยู่ในระดับไม่เลยจานวน 47 คิดเป็นร้อยละ 61.8 และมีค่าเฉลี่ย
โดยรวมอยทู่ ่ี 1.64 ส่วนเบยี่ งเบนอยู่ที่ 0.962
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความรู้สึกที่ไม่ดีที่เกิดข้ึนทั้งก่อนหรือหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อ
เข่า อยใู่ นระดบั ไมเ่ ลย คดิ เป็นรอ้ ยละ 61.8 แสดงใหเ้ หน็ ว่าผู้ตอบแบบสอบถามมคี ณุ ภาพชีวิตทน่ี ้อย

79

2.10 ควำมรู้สึกพอใจท่ีสำมำรถทำสิ่งต่ำง ๆ ให้ผ่ำนไปได้ในแต่ละวันของผู้ตอบแบบสอบถำม
ดงั ต่อไปน้ี

ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าส่วนใหญ่มีความรู้สึกพอใจที่ตนเองสามารถทากิจวัตรประจาวันหรือ
ช่วยเหลือตนเองได้ ซ่ึงมีความแตกต่างกับก่อนท่ีผู้ป่วยจะเข้ารับการผ่าตัดอย่างส้ินเชิง เช่น ในช่วงก่อนผ่าตัด
ด้วยข้อจากัดทางด้านร่างกายผู้ป่วยบางรายไม่สามารถดาเนินชีวิตประจาวันได้ แต่เมื่อได้รับการผ่าตัดเปลี่ยน
ข้อเข่าผู้ป่วยบางรายสามารถกลับมาดาเนินชีวิตประจาวันได้หรือในบางรายสามารถทางานได้ ซึ่งผู้ตอ บ
แบบสอบถามมีคะแนนอยู่ในระดับมาก จานวน 36 คน คิดเปน็ ร้อยละ 47.4 และมีค่าเฉล่ียโดยรวมอยู่ท่ี 4.22
สว่ นเบ่ยี งเบนอยู่ที่ 0.722

สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมคี วามรู้สึกพึงพอใจในตนเองทสี่ ามารถทาส่ิงต่าง ๆ ให้ผ่านไปไดใ้ นแต่ละวัน
อย่ใู นระดบั มาก คิดเปน็ รอ้ ยละ 47.4 แสดงใหเ้ ห็นวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามมีคุณภาพชีวิตทีด่ ี

2.11 ควำมจำเป็นในกำรไปรับกำรรกั ษำพยำบำลของผ้ตู อบแบบสอบถำม ดังตอ่ ไปนี้
ผู้ป่วยหลงั ผา่ ตัดเปล่ยี นข้อเข่าบางราย ยงั คงมคี วามจาเป็นตอ้ งไปเข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่บ้าง เช่น
การไปโรงพยาบาลเพ่ือรับยาตามโรคประจาตัวของผูป้ ่วยหรอื ในบางรายต้องไปโรงพยาบาล เพ่ือติดตามอาการ
หลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าตามท่ีแพทย์ได้นัดไว้ ซ่ึงผู้ตอบแบบสอบถามมีคะแนนอยู่ในระดับปานกลางจานวน 27
คน คิดเปน็ ร้อยละ 35.5 และมคี ่าเฉลีย่ โดยรวมอยทู่ ี่ 2.57 สว่ นเบย่ี งเบนอยทู่ ่ี 1.753
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความจาเป็นในการไปเข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่ในระดับปาน
กลาง คิดเป็นรอ้ ยละ 35.5 แสดงให้เหน็ วา่ ผตู้ อบแบบสอบถามมคี ุณภาพชวี ติ ปานกลาง
2.12 ควำมพึงพอใจต่อควำมสำมำรถในกำรทำงำนของผู้ตอบแบบสอบถำม ดงั ต่อไปน้ี
ปัจจัยท่ีส่งผลให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจในการทางานน้ันจะมีความสั มพันธ์กับลักษณะของเนื้องาน
ประกอบกับแรงจูงใจอย่างการประสบความสาเร็จ การได้รับการยอมรับ ความก้าวหน้าในการทางาน การ
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพร่างกายท่ีดีข้ึนจนส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถ
กลับไปทางานได้ปกติ ซ่ึงผู้ตอบแบบสอบถามมีคะแนนอยู่ในระดับมากจานวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 40.8
และมีคา่ เฉลย่ี โดยรวมอยู่ท่ี 4.02 ส่วนเบีย่ งเบนอย่ทู ่ี 0.908
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อความสามารถในการทางานของตนเองอยู่ในระดับมาก
คดิ เป็นรอ้ ยละ 40.8 แสดงใหเ้ หน็ ว่าผตู้ อบแบบสอบถามมคี ณุ ภาพชวี ิตทด่ี ี
2.13 ควำมพึงพอใจในกำรผูกมติ รหรือเขำ้ กบั คนอ่นื ของผ้ตู อบแบบสอบถำม ดงั ตอ่ ไปน้ี
เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผู้ป่วยส่วนมากมีความพอใจกับสุขภาพของตนเอง
จนนาไปสู่การสร้างความสัมพันธภาพกับผู้อ่ืน ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเดินทางหรือปฏสิ ัมพนั ธ์กับผู้คนในสังคมได้
อย่างงา่ ยดาย ซง่ึ มีผ้ตู อบแบบสอบถามอยใู่ นระดับมากและมากท่ีสุดจานวน 26 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 34.2 และมี
คา่ เฉลี่ยโดยรวมอยทู่ ี่ 3.96 สว่ นเบ่ยี งเบนอยทู่ ่ี 0.958
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในการเข้าไปผูกมิตรหรือเข้าสังคมอยู่ในระดับมากและมาก
ทส่ี ดุ คิดเป็นร้อยละ 34.2 แสดงให้เห็นว่าผตู้ อบแบบสอบถามมคี ณุ ภาพชวี ิตทด่ี ี

80

2.14 ควำมพอใจในกำรช่วยเหลือทเ่ี คยไดร้ บั จำกเพ่ือนของผตู้ อบแบบสอบถำม ดงั ต่อไปน้ี
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าส่วนมากมีความพอใจกับการช่วยเหลือท่ีเคยได้รับจากเพ่ือนหรือบุคคล
รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงท่ีผู้ป่วยพักรักษาตัวอยู่ภายในบ้าน บุคคลรอบข้างของผู้ป่วย
ต่างพากันมาให้ความช่วยเหลือดูแล ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับมาก จานวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ
39.5 และมีค่าเฉลย่ี โดยรวมอยูท่ ี่ 3.68 สว่ นเบี่ยงเบนอยู่ที่ 1.157
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพอใจต่อการได้รับการช่วยเหลือจากเพ่ือนอยู่ในระดับมาก คิดเป็น
ร้อยละ 39.5 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามมคี ุณภาพชวี ิตท่ดี ี
2.15 ควำมร้สู กึ มัน่ คงปลอดภยั ในชวี ิตของผตู้ อบแบบสอบถำม ดงั ต่อไปนี้
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าส่วนมากมีความรู้สึกม่ันคงปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น เน่ืองจากการผ่าตัด
เปลี่ยนข้อเข่าช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรงและปราศจากการเจ็บป่วยทางร่ายกายหรือข้อเข่าจนส่งผลใ ห้การ
ดาเนินชีวิตประจาวันต่าง ๆ มีความปลอดภัยตามไปด้วยเช่นกัน ซ่ึงมีผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับมาก
จานวน 46.1 คิดเป็นรอ้ ยละ 46.1 และมีคา่ เฉล่ยี โดยรวมอยทู่ ่ี 4.27 สว่ นเบย่ี งเบนอยูท่ ่ี 0.685
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 46.1
แสดงใหเ้ ห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีคุณภาพชวี ติ ทีด่ ี
2.16 ควำมพอใจกับสภำพท่อี ยอู่ ำศยั ในปจั จบุ ันของผู้ตอบแบบสอบถำม ดังตอ่ ไปน้ี
ความพอใจกับสภาพบ้านเรือนหรือท่ีอยู่อาศัยของตนเองถือเป็นอีกหน่ึงปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
ของผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เน่ืองจากผู้ป่วยจะต้องมีสภาพท่ีอยู่อาศัยที่ตอบรับกับสภาพร่างกายของ
ตนเอง ซงึ่ มีผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับมาก จานวน 33 คน คดิ เป็นร้อยละ 43.3 และมคี ่าเฉล่ยี โดยรวมอยู่
ท่ี 4.14 ส่วนเบ่ียงเบนอยู่ที่ 0.743
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพอใจกับสภาพที่อยู่อาศัยในปัจจุบันของตนเองอยู่ในระดับมาก คิด
เปน็ ร้อยละ 43.3 แสดงใหเ้ หน็ ว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีคณุ ภาพชวี ิตทด่ี ี
2.17 ควำมเพยี งพอของเงินท่ีใช้จ่ำยตำมควำมจำเป็นของผู้ตอบแบบสอบถำม ดังตอ่ ไปนี้
เงนิ ถือเป็นส่งิ สาคัญในการดารงชวี ติ ของมนุษย์ โดยเฉพาะผูป้ ว่ ยหลงั ผ่าตัดเปล่ยี นข้อเขา่ เทยี มจะตอ้ งมี
การใช้เงินในการรักษาตัวหลังจากการผ่าตัด อย่างค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดตามหลังการผ่าตัดกับแพทย์
โดยผู้ปว่ ยส่วนใหญ่มเี งนิ เพียงพอต่อคา่ ใช้จ่ายอยใู่ นระดับปานกลาง จานวน 40 คน คดิ เป็นร้อยละ 52.6 และมี
ค่าเฉลีย่ โดยรวมอยทู่ ี่ 2.57 สว่ นเบ่ยี งเบนอยทู่ ่ี 1.319
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเพียงพอของเงินท่ีใช้จ่ายตามความจาเป็นอยู่ในระดับปานกลาง คิด
เปน็ ร้อยละ 52.6 แสดงให้เหน็ ว่าผู้ตอบแบบสอบถามมคี ุณภาพชวี ิตปานกลาง
2.18 ควำมพอใจในกำรใช้บริกำรสำธำรณสุขได้ตำมควำมจำเป็นของผู้ตอบแบบสอบถำม
ดงั ตอ่ ไปน้ี
บริการสาธารณสุขถือเป็นอีกหน่ึงบริการที่ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอาจจะต้องเข้าไปใช้บริการ
เมื่อจาเป็น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อรับบริการตรวจสุขภาพได้อย่างปกติโดย
ปราศจากข้อจากัดทางด้านร่างกาย หรือความจาเป็นในการเดนิ ทางไปสถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อตรวจรักษา

81

ตามอาการปวดเข่าหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าว่าผู้ป่วยต้องไปสถานพยาบาลบ่อยมากแค่ไหน ซ่ึงมีผู้ตอบ
แบบสอบถามอยู่ในระดับมาก จานวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 36.8 และมีค่าเฉล่ียโดยรวมอยู่ที่ 3.25 ส่วน
เบ่ยี งเบนอยทู่ ่ี 1.132

สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพอใจในการใช้บรกิ ารสาธารณสขุ ได้ตามความจาเปน็ อยู่ในระดบั มาก
คิดเป็นร้อยละ 36.8 แสดงให้เห็นว่าผ้ตู อบแบบสอบถามมีคุณภาพชวี ติ ปานกลาง

2.19 กำรรบั รู้เร่อื งรำวขำ่ วสำรที่จำเปน็ ตอ่ ชีวิตของผูต้ อบแบบสอบถำม ดังต่อไปน้ี
การท่ีผู้ป่วยสามารถรับรู้เรื่องราวข่าวสารที่จาเป็นต่อการใช้ชีวิตเป็นอีกหน่ึงปัจจัยท่ีทาให้ผู้ป่วยหลัง
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนอย่างการรับรู้ข่าวสารจากสื่อโซ เชียลมิเดียหรือเสียงตามสายตาม
หมู่บ้าน ทาให้เห็นได้ว่าผู้ป่วยรายน้ันสามารถรับรู้ข่าวได้ตามปกติเหมือนเดิมหรือไม่ ซ่ึงมีผู้ตอบแบบสอบถาม
อยู่ในระดับมาก จานวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 42.1 และมีค่าเฉล่ียโดยรวมอยู่ท่ี 3.80 ส่วนเบี่ยงเบนอยู่ท่ี
0.993
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมกี ารรบั รู้เรื่องราวข่าวสารทีจ่ าเป็นต่อตนเองอยู่ในระดับมาก คิดเปน็ ร้อยละ
42.1 แสดงให้เหน็ ว่าผตู้ อบแบบสอบถามมีคณุ ภาพชีวิตที่ดี
2.20 โอกำสในกำรพักผ่อนคลำยเครยี ดของผตู้ อบแบบสอบถำม ดังตอ่ ไปน้ี
การผ่าตัดเปล่ียนขอ้ เข่าช่วยใหผ้ ปู้ ่วยสามารถพักผอ่ นหรือคลายเครียดไดด้ ยี ่ิงขน้ึ แตกตา่ งจากก่อนการ
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าท่ีผู้ปว่ ยไม่สามารถเดนิ ทางไปพักผ่อนไดต้ ามความต้องการของตนเอง การที่ผู้ป่วยมีสุขภาพ
ร่างกายแข็งแรงจนสามารถเดินทางไปเท่ียวหรือพักผ่อนได้จะส่งผลลดความเครียดหรือความวิตกกังวลของ
ผู้ป่วยได้ ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับปานกลาง จานวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 36.8 และมีค่าเฉลี่ย
โดยรวมอยูท่ ี่ 3.35 ส่วนเบย่ี งเบนอยทู่ ่ี 1.127
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีโอกาสในการได้รับการพักผ่อนคลายเครียดอยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็น
รอ้ ยละ 36.8 แสดงให้เห็นวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามมคี ุณภาพชีวิตปานกลาง
2.21 สภำพแวดล้อมสง่ ผลดีตอ่ สุขภำพของผู้ตอบแบบสอบถำม ดังต่อไปน้ี
สภาพแวดล้อมถือเป็นอีกหน่ึงปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้ อเข่ามีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน
สภาพแวดล้อมท่ีดีจะช่วยให้การดาเนินชวี ิตของผู้ปว่ ยภายหลังจากการผ่าตดั เปลี่ยนข้อเข่าดีข้ึนตามไปด้วย ซ่ึง
มีผตู้ อบแบบสอบถามอยใู่ นระดบั มาจานวน 32 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 42.1 และมีค่าเฉลย่ี โดยรวมอย่ทู ่ี 4.00 สว่ น
เบย่ี งเบนอยูท่ ี่ 0.879
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีสภาพแวดล้อมทด่ี ีต่อตนเองอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 42.1 แสดงให้
เหน็ ว่าผ้ตู อบแบบสอบถามมีคณุ ภาพชีวิตทด่ี ี

82

2.22 ควำมพอใจกับกำรเดนิ ทำงไปไหนมำไหนได้ด้วยตนเองของผู้ตอบแบบสอบถำม ดงั ตอ่ ไปน้ี
การคมนาคมเป็นอีกหนึ่งส่ิงที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย กล่าวคือ ผู้ป่วยส่วนมากหลังผ่าตัด
เปลี่ยนข้อเข่าเทียมสามารถใชช้ ีวติ เดินทางไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง แตกต่างจากก่อนการผ่าตัดท่ีผู้ปว่ ยบาง
รายยังต้องไดร้ ับการช่วยเหลือจากผู้อืน่ ในการเดินทางไปไหน เช่น ผู้ปว่ ยบางรายต้องขึ้นรถโดยสารประจาทาง
เพ่ือเดินทางไปธุระแต่เมื่อผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าแล้วสามารถกลับไปขับรถไดด้ ้วยตนเอง ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม
อยู่ในระดับมาก จานวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 35.5 และมีค่าเฉล่ียโดยรวมอยู่ท่ี 3.32 ส่วนเบี่ยงเบนอยู่ท่ี
1.112
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพอใจต่อการเดินทางไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเองอยู่ในระดับมาก
คดิ เป็นรอ้ ยละ 35.5 แสดงให้เหน็ วา่ ผู้ตอบแบบสอบถามมีคุณภาพชีวติ ปานกลาง
2.23 ควำมรสู้ ึกว่ำชวี ิตตนเองมีควำมหมำยของผ้ตู อบแบบสอบถำม ดังตอ่ ไปน้ี
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมส่วนมากรู้สึกว่าชีวิตของตนเองน้ันมีความหมายมากขึ้น เนื่องจาก
การเข้ารับการผ่าตัดส่งผลให้ผู้ป่วยไร้ข้อจากัดด้านร่างกาย ผู้ป่วยสามารถต้ังเป้าหมายในการดาเนินชีวิตได้
ผู้ป่วยบางรายมีการต้ังเป้าหมายว่าตนเองอยากจะปลูกผัก ทาสวนต่อไปในระยะยาว ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม
อยู่ในระดับมากที่สดุ จานวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 48.7 และมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยูท่ ่ี 4.40 ส่วนเบ่ียงเบนอยู่ที่
0.636
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความรู้สึกว่าชีวิตตนเองมีความหมายมากข้ึนอยู่ในระดับมากท่ีสุด คิดเป็น
รอ้ ยละ 48.7 แสดงให้เหน็ ว่าผูต้ อบแบบสอบถามมคี ณุ ภาพชีวติ ท่ดี ี
2.24 ควำมพอใจในชวี ิตทำงเพศของผตู้ อบแบบสอบถำม ดังต่อไปน้ี
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไม่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจในชีวิตทางเพศตนเองมาก
เท่าไหรน่ ัก เนื่องดว้ ยชีวิตทางเพศของผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ไดข้ ้ึนอยู่กับการผ่าตัดเปล่ยี นข้อเข่าเพยี งอย่างเดยี ว แต่
ยังมีปัจจัยอ่ืน ๆ เข้ามาเก่ียวข้องด้วย เช่น อายุ สภาพร่างกายหรือความต้องการทางเพศ ซึ่งมีผู้ตอบ
แบบสอบถามอยู่ในระดับไม่เลย จานวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 38.2 และมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 2.47 ส่วน
เบ่ียงเบนอยทู่ ่ี 1.331
สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพอใจในชีวิตทางเพศของตนเองอยู่ในระดับไม่เลย คิดเป็นร้อยละ
38.2 แสดงใหเ้ ห็นว่าผตู้ อบแบบสอบถามมคี ณุ ภาพชีวติ นอ้ ย
2.25 คณุ ภำพชวี ิตควำมเปน็ อยูผ่ ูต้ อบแบบสอบถำม ดังตอ่ ไปนี้
ผู้ป่วยส่วนมากท่ีได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ส่วนใหญ่หายจากอาการปวดเข่าจนสามารถกลับมา
ดารงชีวิต ทากิจวัตรประจาวันได้ตามปกติ และจะเห็นได้ว่า คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยน้ันเปลี่ยนแปลงไปอย่าง
จากก่อนการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บปวดทางด้านร่างกายที่จะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือตลอดเวลา หรือ
สภาพจิตใจของผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะวิตกกังวลและไม่มั่นใจกับร่างกายของตนเองจนไม่กล้าเข้าสังคม ซึ่ง
ปัจจัยทเ่ี กดิ ขนึ้ เหลา่ นท้ี ่ีส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวติ ของผู้ปว่ ย การผ่าตดั เปลี่ยนขอ้ เขา่ เทียมนนั้ จงึ สามารถช่วย
เติมเต็มและทาให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจาวันได้อย่างปกติ ซึ่งมีผู้ตอบ

83

แบบสอบถาม จานวน 28 คน อยู่ในระดับมากมีค่าร้อยละ 36.8 และมีค่าเฉล่ียโดยรวมอยู่ที่ 4.06 ส่วน
เบย่ี งเบนอยทู่ ่ี 0.821

สรุป ผู้ตอบแบบสอบถามมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 36.8 แสดงให้
เห็นวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามมีคุณภาพชีวติ ท่ีดี

ตอนท่ี 3 วเิ ครำะหค์ วำมสมั พันธ์ระหว่ำงตวั แปร
3.1 ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเพศกบั ระดับคณุ ภำพชีวติ
จ า ก ผ ล ก า ร ท ด ส อ บ ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ตั ว แ ป ร เ พ ศ แ ล ะ ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต

ผลการศึกษา พบว่า เพศไม่มีความสัมพันธ์ต่อกับระดับคุณภาพชีวิต ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีเพศต่างกันไม่มีผล
ต่อระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งโรคข้อเข่าเส่ือมเป็นปญั หาสุขภาพที่สาคัญและสามารถพบได้ในทุก ๆ เพศและทาให้
เห็นได้ว่าเพศนั้นไม่มีความสาคัญต่อระดับคุณภาพชีวิต และอีกนัยนึงที่เกี่ยวข้องปัจจัยอื่น ๆ น้ันไม่สัมพันธ์กับ
ระดับคณุ ภาพชวี ติ ภายหลงั จากการผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่าเทยี ม

3.2 ควำมสมั พันธ์ระหว่ำงอำยุกับคุณภำพชวี ติ
จากผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้านอายุกับระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ผล
การศึกษา พบว่า อายุไม่มีความสัมพันธ์กับระดับคุณภาพชีวิต ซ่ึงผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการล้วนอยู่
ในช่วงอายุ 60 – 69 ปีเป็นซะส่วนใหญ่ จากการศึกษาพบว่าปัจจัยท่ีเป็นสาเหตุท่ีก่อให้เกิดโรคข้อเข่าเส่ือม
มักจะเกิดจากการประกอบอาชีพหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผปู้ ่วย ถึงแม้ว่าผู้ปว่ ยบางรายไม่ว่าจะมีอายมุ าก
หรืออายุน้อยหากไม่หมั่นดูแลตนเองหรือปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตโรคข้อเข่าเสื่อมอาจเกิดได้กับทุกช่วงอายุ
ด้วยเชน่ กนั
3.3 ควำมสมั พันธ์ระหวำ่ งทีอ่ ยกู่ ับคณุ ภำพชวี ิต
จากผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่อยู่และความสัมพันธ์ระดับคุณภาพชีวิต
ผลการศกึ ษาปรากฏวา่ ทีอ่ ยู่มคี วามสัมพนั ธก์ ับระดับคุณภาพชวี ิต ทีอ่ ยู่ของผ้ปู ่วยอาจส่งผลตอ่ คุณภาพชีวิตของ
ผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเม่ือกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านอาจต้องพบกับ
สภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่เอื้อต่อการพักรักษาตัวของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด สิ่งอานวยความ
สะดวกให้แก่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแล ซึ่งหลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องฝึกเดินหรือฝึกการใช้ข้อเข่า เพ่ือท่ีจะสามารถ
กลับมาใช้ชีวิตประจาวันได้อย่างปกติ หากผู้ป่วยมีสภาพแวดล้อมภายในบ้านท่ีไม่เอ้ือต่อการฝึกเดินอาจส่งผล
กระทบตอ่ การใชช้ ีวติ จนนาไปสคู่ ุณภาพชีวิตของผู้ปว่ ย

84

3.4 ควำมสัมพนั ธร์ ะหว่ำงอำชีพกับคุณภำพชวี ิต
จากผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้านอาชีพและความสัมพันธ์ระดับคุณภาพชีวิต
ผลการศกึ ษา พบว่า อาชพี มคี วามสัมพนั ธก์ บั ระดบั คุณภาพชีวติ เนอื่ งจากผ้ปู ่วยโรคขอ้ เขา่ เสื่อมสว่ นใหญ่ล้วนมี
การประกอบอาชีพที่ต้องใช้แรงยกของหนักจนทาให้มีการใช้งานข้อเข่าอย่างหนัก ซึ่งผู้ป่วยท่ีประกอบอาชีพที่
แตกตา่ งกันลว้ นมีกบั คุณภาพชีวติ ของผ้ปู ว่ ยหลังผ่าตดั เปลย่ี นขอ้ เขา่ ในกรณที ี่ผปู้ ว่ ยเหล่านน้ั กลบั มาพกั รักษาตัว
จนหายเป็นปกติและกลับไปประกอบอาชีพทตี่ ้องใชข้ ้อเขา่ อาจสง่ ผลใหผ้ ู้ป่วยกลับมามีอาการเจ็บปวดเหมือเดิม
ไดเ้ ช่นกนั

ตอนที่ 4 อภิปรำยผล
จากการศึกษาในโครงการ “โครงการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มิติทาง

สังคม” ผู้จัดทาต้องการศึกษาข้อมูลท่ีเก่ียวกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในโครงการว่าผู้ป่วยท่ีได้รับการผ่าตัด
เปล่ียนข้อเข่าเทียมมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนหรือไม่ ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยท่ีเข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ข้ึนอย่างเห็นได้ชัด เนื่องด้วยผู้ป่วยส่วนใหญ่ในโครงการมีอายุตั้งแต่ 50 ข้ึนไป และมีโรคประจาตัว คือ โรคข้อ
เข่าเส่ือมที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจาวันของผู้ปว่ ยเป็นอย่างมาก และเม่ือผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยน
ข้อเข่าเทียมทางผู้จัดทาจึงได้มีการนาเครื่องมือแบบประเมินคุณภาพชีวิตไปสัมภาษณ์ผู้ป่วยจนทาให้ทราบว่า
ผู้ป่วยในโครงการล้วนมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น กล่าวคือ จากช่วงก่อนที่ยังไม่ได้รับการผ่าตัดผู้ป่วยไม่สามารถใช้
ชีวิตประจาวันหรือทาส่ิงต่าง ๆ ไดด้ ้วยตนเอง แต่เม่ืองได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแล้วผู้ป่วยสามารถเดินทาง
ไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง สามารถทาส่ิงต่าง ๆ หรือกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปรับ
การรักษาที่โรงพยาบาลบอ่ ย ๆ อีกทั้งผู้ป่วยยังเร่ิมรู้สึกว่าชีวิตตนเองมีความหมายและมีการตั้งเป้าหมายในการ
ชวี ติ ของตนเอง

7.2 กำรวิเครำะหก์ ำรปฏบิ ัติงำนขององคก์ ร

ตารางที่ 8 ตารางการวเิ คราะห์ SWOT Analysis

จดุ แขง็ (Strengths) ข้อจำกัด (Weakness)

1. มีการให้บริการโดยทีมสหวิชาชีพท่ีมีความ 1. ผู้ใช้บริการมีจานวนมากประกอบกับจานวนนัก

เช่ยี วชาญ สงั คมสงเคราะห์ทมี่ ีจานวนน้อย

2. มีการพัฒนาองค์ความรู้และประสิทธิภาพการ 2. ภาระงานของนักสงั คมสงเคราะห์ทีม่ ากเกินไป จึง

ปฏิบัติงานของบคุ ลากรอยา่ งต่อเนอ่ื ง ทาให้ไมส่ มดลุ กบั จานวนนักสงั คมสงเคราะห์

3. หน่วยงานมีการจัดบริการทางสังคมหรือโครงการ

ท า ง สั ง ค ม ที่ ต อ บ ส น อ ง ต่ อ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง

กลุ่มเป้าหมายและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบนั ได้

เป็นอยา่ งดี

85

โอกำส (Opportunities) อุปสรรค (Threats)

1. หน่วยงานมีเครือข่ายทางสังคมหรือภาคีเครือข่าย 1. สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด – 19 ที่ส่งผล

ที่มีความเข้มแข็งและพร้อมให้การสนับสนุนบริการ ต่อการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์

ตา่ ง ๆ

2. เนื่องด้วย โรงพย าบาล ธรรมศ าสตร์เ ป็น

โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและมีความพร้อม

ในทุก ๆ ด้าน ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับและมีความ

นา่ เช่อื ถือเปน็ อยา่ งมาก

7.2.1 จดุ แขง็ (Strengths)
• มกี ำรให้บริกำรโดยทีมสหวชิ ำชพี ที่มีควำมเชย่ี วชำญ
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีการให้บริการโดยทีมสหวิชาชีพท่ีมีความเช่ียวชาญ ซ่ึงถือ
เป็นจุดแข็งของหน่วยงานท่ีช่วยให้การให้บริการแก่ผู้ใชบ้ ริการนั้นเปน็ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรงพยาบาล
ธรรมศาสตร์ ใหบ้ รกิ ารตรวจวินจิ ฉยั และบาบดั รกั ษา ผปู้ ่วยโดยทีมสหวิชาชพี ประกอบด้วยนกั สังคมสงเคราะห์
จิตเวช จิตแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักจิตวิทยาคลินิกที่มีประสบการณ์รวมถึงความเชี่ยวชาญทางด้านจิตเวช
และผู้ใชบ้ ริการท่ัวไป เพื่อใช้เปน็ พน้ื ฐานในการให้บริการวนิ ิจฉัยและบาบดั ทางสังคม ยกตวั อย่างเช่น โครงการ
การติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดข้อเข่าเทียมทาให้นักสังคมสงเคราะห์มีแนวทางในการสัมภาษณ์
เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยเชน่ พฤติกรรมหลังผ่าตัด คุณภาพชีวติ หลังผ่าตัด ความรู้สึกหลัง
ผ่าตัด เพ่ือเป็นข้อมูลในการประเมินอาการของผู้ใช้บริการว่ามีพฤติกรรมท่ีเป็นอย่างไร การทางานในรูปแบบ
ทีมสหวิชาชีพทาให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพคือ เป็นการช่วยเหลือผู้ใช้บริการรวมถึง
ครอบครัว และพฤติกรรม ซ่ึงได้รับอิทธิพลจากระบบแวดล้อมที่สาคัญคือครอบครัวนอกจากนี้การให้บริการ
โดยทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ถือเป็นการให้บริการโดยไม่เลือกปฏิบตั ิ รวมไปถึงมีการประชุม
ทีมสหวิชาชีพหรือจัดประชุม Case conference เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ
ยงิ่ ขนึ้
• มกี ำรพฒั นำองคก์ รรูแ้ ละประสิทธภิ ำพกำรปฏบิ ัติงำนของบคุ ลำกรอย่ำงต่อเนอ่ื ง
การพัฒนาองค์ความรู้และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดแข็งท่ีช่วยให้งานสังคม
สงเคราะห์มีความเช่ียวชาญมากย่ิงข้ึน การที่บุคลากรมีองค์ความรู้ได้รับการพัฒนาย่อมส่งผลต่อการทางานให้
ความช่วยเหลือผู้ใช้บริการมีประสิทธิภาพตามไปด้วย โดยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์มีการดาเนินกา รตาม
แผนพัฒนาบุคลากร หรือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) ซึ่งเป็นการ
เพิ่มพูนความรู้ คุณสมบัติ ทักษะ และทัศนคติของบุคคลในองค์กร ให้มีพฤติกรรมการทางานท่ีก่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรต่อผู้ใช้บริการ โดยใช้กลวิธีต่าง ๆ เช่น ฝึกอบรมศึกษาดูงาน ประชุม การจัดสัมมนา
วชิ าการ เป็นเครอ่ื งมอื ในการพัฒนาศกั ยภาพของบุคคลให้เพิม่ มากข้นึ

86

• หน่วยงำนมีกำรจัดบริกำรทำงสังคมหรือโครงกำรทำงสังคมที่ตอบสนองต่อควำมต้องกำรของ
กลุ่มเป้ำหมำยและสถำนกำรณ์ที่เกดิ ข้นึ ในปจั จุบนั ไดเ้ ป็นอยำ่ งดี

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีจุดแข็งที่เห็นได้ชัด คือ ความเป็นสถาบันที่มุ่งเน้นท้ังงาน
ด้านวิชาการและการบริการไปพร้อม ๆ กัน โดยบุคลากรมีบทบาทสาคัญนอกจากภาระงานท่ีตนเองทา คือ
การมีบทบาทในงานดา้ นวิชาการ งานวิจัย การจัดการความรู้ หรือการจัดทาสื่อเพอื่ เผยแพร่แก่ผู้ใชบ้ ริการและ
ประชาชนท่ัวไป อีกท้ังในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างการแพร่ระบาดโควิด – 19 ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์
ร่วมกับงานสังคมสงเคราะห์ยังเล็งเห็นถึงความสาคัญของผู้ใช้บริการจึงได้มีการจัดทาโครงการเพ่ือสังคมอย่าง
“โครงการอาสา Taxi ปทุมธานีห่วงใยช่วยภยั โควดิ ”

7.2.2 ข้อจำกัด (Weakness)
• ผใู้ ช้บริกำรมจี ำนวนมำกประกอบกบั จำนวนนกั สงั คมสงเครำะห์ที่มีจำนวนน้อย
ผู้ใช้บริการมีจานวนมากทาให้มีอัตราส่วนนักสังคมสงเคราะห์ต่อผู้ใช้บริการจานวนหลายคน มี
ข้อจากดั ทไ่ี ม่สามารถใหก้ ารรกั ษาได้อยา่ งครบวงจร เนื่องจากมีบุคลากรทีไ่ ม่เพยี งพอต่อผู้ใช้บรกิ าร ซ่งึ บุคลากร
ต่อหนึ่งคนจะต้องรับงานท่ีหนัก อาจทาให้มีการให้บริการได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ระยะเวลาในการรอรับบริการ
ยาวนานมากข้ึนตามไปด้วย ก่อให้เกิดความล่าช้าในการรับบริการ ถึงแม้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์จะมีระเบียบ
การปฏิบัติงานตามระยะเวลาในการให้บริการที่ชัดเจน แต่ด้วยปัญหาของผู้ใช้บริการแต่ละรายท่ีแตกต่างกัน
ออกไปอาจสง่ ผลให้ระยะเวลาในการใหบ้ รกิ ารผู้รับบริการแต่ละคนยาวนานตามไปด้วย
• ภำระงำนของนกั สังคมสงเครำะห์ทม่ี ำกเกนิ ไป
จากภาระงานท่ีนักสังคมสงเคราะห์ได้รับมอบหมายประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด –
19 ที่ส่งผลให้มีผู้ป่วยโควิดต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาภายในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ด้วยจานวนนัก
สังคมสงเคราะห์ท่ีน้อยบวกกับภาระหน้าท่ีที่ได้รับให้ดูแลรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักสังคมสงเคราะห์ต้อง
แบกรับภาระงานที่มากขึ้นท้ังจากสถานการณ์โควิด – 19 หรือภาระงานในส่วนของตนเอง ในส่วนนี้อาจเป็น
ข้อจากัดท่ีสามารถส่งผลต่อสภาพร่างกายหรือจิตใจของนักสังคมสงเคราะห์ได้ในอนาคต เช่น ภาวะวิตกกังวล
หรอื ภาวะเครียดจากการทางานทห่ี นกั เกินไป
7.2.3 โอกำส (Opportunities)
• หนว่ ยงำนมีเครอื ข่ำยทำงสงั คมหรอื ภำคีเครอื ข่ำยที่มีควำมเข้มแข็ง
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ถือได้ว่าเป็นหน่วยงานท่ีมีเครือข่ายทางสังคมท่ีมีความ
เข้มแข็งและมีความพร้อมที่จะสนับสนุนหน่วยงานอยู่เสมอ ซึ่งสามารถประสานงานและส่งต่อให้ความ
ช่วยเหลือผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ นอกจากน้ียังมีการ
ทางานเครือข่ายในพื้นที่เครือข่ายสุขภาพโดยมีการทางานร่วมกับชุมชนและมหาวิทยาลัย เพื่อให้ความรู้หรือ
เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพ และยังมีการสนับสนุนให้เกิดกระบวนการมีการส่วนร่วมของภาคี
เครือข่ายในการดูแลสุขภาพของประชาชน ท้ังในสภาวะปกติและสภาวะวิกฤต มีการอบรมให้ความรู้
สาธารณสุขเป็นเสมือนการสร้างสัมพันธภาพ สร้างเครือข่ายทางสังคม ในการติดต่อประสานงานให้ความ
ช่วยเหลือผ้ใู ช้บริการมคี วามสะดวกในการส่งต่อขอความช่วยเหลอื ได้ง่ายมากยงิ่ ขนึ้

87

• โรงพยำบำลธรรมศำสตร์เฉลิมพระเกยี รตมิ ีช่ือเสยี งและเปน็ ทีย่ อมรบั ของคนทั่วไป
เนื่องด้วยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีช่ือเสียงและเป็นท่ี
ยอมรับของประชาชนทั่วไป ถือเป็นอีกหน่ึงโอกาสของหน่วยงานท่ีช่วยให้การดาเนินงานให้ความช่วยเหลือ
สามารถเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการประสานทรัพยากรทางสังคมในการให้ความช่วยเหลือ
ผู้ใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น หรือมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีการอบรมบุคลากรอย่างต่อเน่ือง
ทาให้การปฏิบัติงานของโรงพยาบาลนั้นมีประสิทธิภาพและมีความน่าเช่ือถือ นอกจากนี้นักสังคมสงเคราะห์
และบุคลากรของโรงพยาบาล มีการให้ความรู้ทางด้านสังคม ทั้งในระดับชุมชน มหาวิทยาลัย โรงเรียน และ
หน่วยงานสาธารณสุข นอกจากน้ียังมีการจัดทางานวิจัย เอกสารคู่มือให้ความรู้ต่าง ๆ ผ่านการประชาสัมพนั ธ์
เกี่ยวกับองค์กร เช่น เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ของทางโรงพยาบาล ซึ่งก่อให้เกิดการยอมรับจากหน่วยงานสังคม
สงเคราะห์และหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขในบทบาทการทางานของโรงพยาบาลจนนามาสู่โอกาสในการ
ระดมทรพั ยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาเปน็ ทรัพยากรในการปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก
7.2.4 อปุ สรรค (Threats)
• สถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดโควดิ – 19 ทสี่ ง่ ผลตอ่ กำรปฏิบัติงำนของนักสงั คมสงเครำะห์
จากสถานการณ์ที่เกิดข้ึนในปัจจุบันอย่างสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด – 19 ที่ส่งผลกระทบต่อ
ผู้คนในทุก ๆ ด้านรวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติของท้ังหน่วยงาน หนึ่งในนั้นคือการปฏิบัติงานด้านสังคม
สงเคราะห์ที่โดยปกติจะต้องมีการพบเจอกับผู้ใช้บริการตลอดจนการลงพ้ืนที่เย่ียมบ้านของผู้ใช้บริการ แต่เนื่อง
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวท่ีเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานจนทาให้ทั้งหน่วยงานต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือ
ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โดยท่ีไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานมากนัก เช่น การรักษาระยะห่างใน
ระหว่างท่ีพบเจอผู้ใช้บริการหรือการลงพื้นที่เย่ียมบ้านผู้ใช้บริการจึงไม่สามารถลงเย่ียมได้บ่อยทาให้ส่งผล
กระทบต่อการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่ลักษณะการทางานส่วนใหญ่ต้องเป็นในรูปแบบ
ออนไลน์

7.3 ขอ้ เสนอแนะตอ่ กำรดำเนนิ โครงกำร
7.3.1 จากการดาเนินการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปล่ียนข้อเข่า ผู้จัดทาพบว่าผู้ป่วยมี

ระดับคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนอย่างเห็นได้ชัด ซ่ึงผู้จัดทาได้มีการติดตามประเมินผลระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
และอีกทง้ั ยงั ไดร้ ว่ มกันหาแนวทางในการสง่ เสรมิ คณุ ภาพชีวิตให้ดยี ิ่งขึ้นดว้ ย

7.3.2 การดาเนินโครงการในคร้ังนี้ ผู้จัดทาได้ดาเนินการศึกษาและจัดทาในช่วงการสถานการณ์การ
แพร่โควิด – 19 ผู้จัดทาเล็งเห็นว่าหากสถานการณ์ดีขึ้นโครงการดังกล่าวนี้สามารถนาไปปรับใช้หรือพัฒนา
ปรับปรุงตัวโครงการได้ เน่ืองจากเป็นโครงการที่นักศึกษาต่อยอดมาจากโครงการจิตอาสาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
การนาโครงการดังกล่าวไปพัฒนาปรับปรุงในคร้ังต่อไปให้ดยี ่ิงขึ้นจะสามารถช่วยให้ทราบถึงข้อมูลของผู้ปว่ ยใน
โครงการได้ดว้ ยเช่นกนั

88

7.3.3 ผู้จัดทามีการทาแบบประเมินติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดข้อเข่าเทียม แต่ด้วย
ระยะเวลาท่ีจากัดในการทาการศึกษาวิจัย ทาให้ได้กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก ดังนั้นในการดาเนินโครงการคร้ัง
ต่อไปควรมีแนวทางในการศึกษาระยะยาวในกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มตัวอย่างที่มากข้ึน เพ่ือทาให้เห็นการ
เปลี่ยนแปลงระดับคุณภาพชีวิตของผู้ปว่ ยได้กว้างยิ่งขึ้นและปจั จัยอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของผู้ปว่ ย
ในระยะยาวได้

7.4 ข้อเสนอแนะต่อสถำนกำรณก์ ำรแพร่ระบำดโควิด - 19
7.4.1 การฝึกงานในรปู แบบออนไลน์ ทีส่ ่งผลให้การดาเนินงานต่าง ๆ ดาเนินไปอย่างไมม่ ีประสทิ ธภิ าพ

เท่าท่ีควร เน่ืองจากการฝึกในรูปแบบออนไลน์นั้นทาให้ขาดปฏิสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานและสมาชิกภายใน
กลุ่ม อีกทั้งยังส่งผลไปถึงความรคู้ วามเข้าใจในเรื่องการติดตามปัญหาอยา่ งแท้จริง ซงึ่ แม้จะมกี ารลงพืน้ ทใ่ี นการ
เย่ียมบ้าน แต่ด้วยบริบทการทางานสังคมสงเคราะห์ จาเป็นจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ จึงทาให้การ
สารวจไมไ่ ดป้ ระสิทธิภาพดว้ ยข้อจากัดของระยะเวลา และข้อจากัดของการฝกึ รูปแบบออนไลน์

7.4.2 การทางานร่วมกันกับสมาชิกภายในกลุ่มและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ตนเองได้รับ
การทางานร่วมกับผู้อื่นเป็นส่ิงสาคัญมากที่จะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความเข้าใจ การแก้ปัญหา
ร่วมกัน การแบ่งงานท่ีลงตวั ทุกการทางานเป็นข้ันเป็นตอนต่างมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานท่ีจะแก้ปัญหา
ร่วมกัน ทางานดว้ ยกัน มีการแบ่งหน้าท่ีชัดเจน และมีการพูดคุยแก้ปัญหากันทันทีเม่ือมีอุปสรรค หรือมีปัญหา
เพือ่ ใหผ้ ลงานออกมาอย่างมีประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลตามเปา้ หมายที่ได้วางไวร้ ว่ มกัน

7.4.3 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด - 19 การปรับตัวในการใช้เทคโนโลยีสาหรับใช้พูดคุย
แลกเปลี่ยนในการทางานเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การทางานในรูปแบบออนไลน์จะต้องมีทักษะในการใช้
เทคโนโลยีสาหรับการทางานร่วมกัน ซ่ึงการพูดคุยผ่านโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Zoom, Ms Team, Google
meet, Line กม็ ีข้อดีคอื สามารถพดู คุยได้ทุกทแี่ ม้ไม่ได้อย่ดู ว้ ยกนั แตม่ ีขอ้ เสยี คือ ปฏสิ มั พันธ์ร่วมกนั กับสมาชิก
ในกลุ่มที่มีนอ้ ยมากกว่าการพบปะพดู คุย

7.4.4 เน่ืองจากการฝึกภาคปฏิบัติในคร้ังน้ี เป็นการฝึกในรูปแบบของผสมผสาน ทั้งออนไลน์และออน
ไซต์ ซ่ึงนักศึกษาได้ทาโครงการติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดข้อเข่าเทียม และได้มีการลงเย่ียมบ้านบ้าง
ในบางครง้ั การปอ้ งกันและดแู ลรักษาตวั เองกเ็ ปน็ สิ่งทีจ่ าเป็นอย่างยิ่ง เมื่อนกั ศึกษาลงเย่ียมบ้านของผใู้ ช้บริการ
จาเป็นต้องมีระยะห่างทางสังคมมีการเว้นระยะห่างทางกายภาพกับผู้ใช้บริการตามหลักกรมอนามัยและเป็น
หนง่ึ ในมาตรการลดการแพรร่ ะบาดโควดิ - 19

7.5 ข้อเสนอแนะต่อกำรฝึกภำคปฏิบตั ิ 3
7.5.1 ในการดาเนินโครงการ นักศึกษามีความต้องการให้อาจารย์นิเทศงานคอยให้คาแนะนาและ

คาปรึกษาเก่ียวกับโครงการเป็นระยะ ๆ เน่ืองด้วยนักศึกษาอาจจะยังไม่ชานาญการจัดทาโครงการมากนัก
นักศึกษาจึงเล็งเห็นว่าการได้รับคาปรึกษาหรือคาแนะนาจากอาจารย์นิเทศงานของตนเองเป็นระยะ ๆ อย่าง
สม่าเสมอจะชว่ ยให้การดาเนนิ โครงการเปน็ ไปอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึน้


Click to View FlipBook Version