1 ปก
2 อาจารย์
3 19 สุดยอดภาวะผู้นำ 19 EXEMPLARY SUPERLEADERSHIPS รหัสวิชา 21062603 รายวิชา สัมมนาแนวโน้มการบริหารการศึกษา (Seminara in Trends and Educational Administration) จัดทำโดย นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 หลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
4
ก ประกาศคุณูปการ ภาวะผู้นำ เป็นคุณสมบัติส่วนบุคคลของผู้นำที่สามารถในการบริหารจัดการ ความมี อิทธิพลการชักจูงให้บุคคลอื่นแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เพื่อให้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่กำหนด รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์การ ภาวะผู้นำจึงเป็นกระบวนการอิทธิพลที่ช่วยให้ กลุ่มสามารถบรรลุเป้าหมาย ผู้นำจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของงาน ดังนั้น ผู้นำที่ดีต้องมี เป้าหมายที่ชัดเจน มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล นำพาผู้ตามให้ก้าวไปข้างหน้า และสร้างความร่วมมือให้ทุกคน สามารถบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จได้ ภาวะผู้นำไม่ได้เกิดจากความอาวุโส อายุการทำงาน หรือตำแหน่ง งานผู้นำที่ดีจะช่วยเพิ่มศักยภาพของผู้ตามให้ดียิ่งขึ้น และสนับสนุนให้ผู้ตามกลายเป็นผู้นำที่ดีได้ในอนาคต เอกสารประกอบการสัมมนาแนวโน้มการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำฉบับนี้ สำเร็จ ลุล่วงด้วยดีด้วยความกรุณาจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 19 ท่านที่ได้กรุณาเป็นต้นแบบภาวะผู้นำที่ควรศึกษาเป็น อย่างมากและมีความโดดเด่นในภาวะผู้นำแต่ละด้านเอกสารประกอบการสัมมนาฉบับนี้ได้รับความ ช่วยเหลือจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยา ภาวะบุตร ประธานหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร ตลอดจนคณาจารย์ทุกท่านที่กรุณาเป็นที่ปรึกษาให้ คำแนะนำชี้แนะแนวทางแก้ไขข้อบกพร่องด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดียิ่ง ในโอกาสนี้คณะนักศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนคร ตลอดจนผู้ให้ความช่วยเหลือที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ทั้งหมด ทำให้การดำเนินงานการจัดทำ เอกสารประกอบการสัมมนาครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี คณะผู้จัดทำ นักศึกษาปริญญาเอก หลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
ข
ค สารบัญ เรื่อง หน้า บทที่ 1 บทนำ 1 บทที่ 2 หลักการและทฤษฎีภาวะผู้นำ 3 บทที่ 3 ผลการสังเคราะห์ภาวะผู้นำ 6 19 สุดยอดภาวะผู้นำ 19 EXEMPLARY SUPERLEADERSHIPS 1. ภาวะผู้นำทางการเมือง (Political Leadership) 8 2. ภาวะผู้นำท้องถิ่น (Localized Leadership) 17 3. ภาวะผู้นำผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา (Superintendent Leadership) 23 4. ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) 29 5. ภาวะผู้นำการกระจายอำนาจ (Distributed Leadership) 35 6. ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ (Strategic Leadership) 42 7. ภาวะผู้นำแบบสอนงาน (Coaching Leadership) 47 8. ภาวะผู้นำทีม (Team Leadership) 55 9. ภาวะผู้นำเชิงวัฒนธรรม (Cultural Leadership) 63 10. ภาวะผู้นำทางจิตวิญญาณ (Spiritual Leadership) 69 11. ภาวะผู้นำครูจิตอาสา (Voluntary Teacher Leadership) 76 12. ภาวะผู้นำสตรี (Woman Leadership) 82 13. ภาวะผู้นำที่มีความรับผิดชอบสูง (Accountable Leadership) 88 14. ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ (Steward(Servant) Leadership) 94 15. ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ (Creative Leadership) 100 16. ภาวะผู้นำทางวิชาการ (Academic Leadership) 107 17. ภาวะผู้นำทางวิชาการ (Instructional Leadership) 114 18. ภาวะผู้นำทางการเรียนการสอน (Teaching Educational Leadership) 120 19. ภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational Technology Leadership)126 ข
ง
1 บทที่ 1 บทนำ โลกในศตวรรษที่ 21 เต็มไปด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ประเทศทั่วโลกต่างหาวิธีการรับมือกับ ผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อปรับตัวให้เข้ากับพัฒนาการทางวิทยาการที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และการดำรงชีวิต ในยุคแห่งความปกติใหม่ (New Normal) (สุวิมล มธุรส, 2564) ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยการปรับ สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ โดยองค์กรต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาท ภารกิจ และ แยกแยะบทบาทองค์กร การกำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขัน มีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลัก ธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความ ทันสมัย มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการบุคลากรที่สามารถจูงใจและดึงดูดให้คนดี คนเก่ง เข้ามาร่วมพลัง การทำงาน ที่มีความมุ่งมั่น และมีแรงบันดาลใจในการที่จะร่วมกันพลิกโฉมองค์กรไปสู่เป้าหมายที่พึง ประสงค์ (วทัญญูสุวรรณเศรษฐ และวรรณวิชนี ถนอมชาต, 2564) เมื่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมเริ่มเปลี่ยนแปลงไปมาก องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อ ความอยู่รอด ดังที่ พงษ์ศักดิ์ ผกามาศ และคณะ (2564) กล่าวว่า ผู้บริหารการศึกษายุคใหม่จำเป็นต้องมี ศักยภาพในการใช้ภาวะผู้นำอย่างเหมาะสมในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงให้ บรรลุเป้าหมายร่วมกันของทุกคนในองค์กร สามารถสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนทุกคนเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายนั้นสามารถใช้ศิลป์และกระบวนการของการมีอิทธิพลต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล และ สามารถทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดศรัทธา มีความเชื่อถือ มีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงาน ตลอดทั้งสามารถ สร้างสภาวะแวดล้อมและสนับสนุนให้ร่วมมือกันสร้างประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ การที่องค์กรจะมีผู้นำที่ มีภาวะผู้นำที่ใช้ในเวลาที่ต้องการและเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพสามารถนำพาองค์กรสู่การบรรลุผลลัพธ์ ตามเป้าหมายท่ามกลางความชับซ้อนและความแน่นอนได้นั้น กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะไม่มีผู้นำคนไหนที่รู้ ทุกเรื่องในทันที และเก่งทุกอย่างในทุกสถานการณ์ องค์กรจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาและบ่มเพาะผู้นำ เพื่อหล่อหลอมความเป็นผู้นำให้ดีที่สุดและพร้อมที่สุด ซึ่งภาวะผู้นำเป็นเรื่องที่องค์กรควรมีความเข้าใจใน ภาพรวมจะได้พัฒนาผู้นำได้ตรงตามความต้องการและตอบโจทย์องค์กร อย่างไรก็ตามการพัฒนาภาวะ ผู้นำไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่ายถ้าไม่เข้าใจเรื่องกระแสการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าหน้าทาง เทคโนโลยี การสรรค์สร้างนวัตกรรมหรือรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งปัญหาใหม่ ๆ และ ความท้าท้ายมากมายที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ภาวะผู้นำที่มีอยู่เดิมไม่เคย
2 เพียงพอ และผู้นำต้องคอยปรับเปลี่ยนภาวะผู้นำอยู่เรื่อย ๆ เพื่อจัดการกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นไม่ให้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร (พัชรา วาณิชวศิน, 2560, หน้า 5) ภาวะผู้นำเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในองค์การและสังเกตได้จากพฤติกรรมการทำงานรวมทั้งการ บริหารจัดการงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันของมนุษย์ ภาวะผู้นำเป็นองค์ประกอบทางการบริหารอย่าง หนึ่งที่มีความเป็นพลวัต กล่าวคือ มีการเคลื่อนไหวอยู่ในองค์กร บางครั้งภาวะผู้นำช่วยกระตุ้นผู้ตามให้ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูง แต่บางครั้งภาวะผู้นำก็ทำลายความเข้มแข็ง ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า ภาวะ ผู้นำ สามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพขององค์กร การที่ภาวะผู้นำเป็นแรงผลักดันที่เป็นพลวัต จึงทำให้ภาวะ ผู้นำมีสภาพที่ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์กรและมวลสมาชิก สำหรับองค์กรที่เป็นทางการ นั้น ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่แสดงบทบาทผู้นำ คือ บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มให้เป็นหัวหน้า เป็น ศูนย์กลาง เป็นผู้กำหนดเป้าหมาย ประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบทบาท และขณะเดียวกันก็สามารถ ทำให้สมาชิกภายในกลุ่มปฏิบัติงานร่วมกัน มีความสมัครสมานสามัคคีกัน งานบรรลุสำเร็จไปตาม เป้าหมายที่กำหนดไว้ (ไชยา ภาวะบุตร, 2555, หน้า 275) ภาวะผู้นำเป็นคุณลักษณะเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลที่มีอิทธิพลต่อบุคคลอื่นในการที่จะให้ ความร่วมมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่ผู้นำต้องการ ซึ่งคุณลักษณะความเป็นผู้นำนี้ไม่มีเฉพาะผู้ที่ดำรง ตำแหน่งเป็นหัวหน้าเท่านั้น แต่บุคคลทุกอาชีพ ทุกสถานภาพก็สามารถมีภาวะผู้นำได้ตามเวลา โอกาส สถานที่ เช่น บิดามีภาวะความเป็นผู้นำในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่มีผลต่อผู้ตามคือภรรยาและบุตร เป็นต้น การบริหารการศึกษากับภาวะผู้นำมีความสัมพันธ์กันคือ การบริหารการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยภาวะผู้นำ เพื่อช่วยให้การบริหารการศึกษาเป็นไปด้วยดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล "ภาวะผู้นำ" มีความสำคัญต่อความสำเร็จของการบริหารจัดการในหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นองค์กร เล็กหรือใหญ่ ก็สามารถสำเร็จได้ทั้งนั้น ขอเพียงมีปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ และความสำเร็จ ก็รออยู่ ไม่ไกล ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ ถ้ามีผู้นำที่ดี มีความรู้ความสามารถ มีทิศทางและ เป้าหมายที่ชัดเจนลูกน้องก็ไม่หลงทางองค์กรก็ไม่ล้มเหลว การทำงานก็เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ การ เป็นผู้นำที่ดีได้ต้องอาศัยพรแสวง หาใช่พรสวรรค์ไม่ ต้องอาศัยการแสวงหาความรู้เชิงทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมทั้งประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ และมีภาวะผู้นำที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ชัด สำหรับเป็น กรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ ทำให้เกิดความยั่งยืน และเป็นเลิศขององค์กร การพัฒนาภาวะผู้นำ จึงเป็นความ ท้าทายและเป็นสิ่งที่ผู้นำต้องศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตนั่นเอง
3 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีภาวะผู้นำ ทฤษฎีภาวะผู้นำ ภาวะผู้นำเป็นศิลปะหรือความสามารถของบุคคลหนึ่งที่จะจูงใจหรือใช้อิทธิพลต่อบุคคลอื่นใน สภาพการณ์ต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติการและอำนวยการ โดยใช้กระบวนการสื่อความหมายให้ร่วมใจกับตน ดำเนินการจนกระทั่งบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนดไว้มนุษย์ทุกคนมีภาวะผู้ นำมาตั้งแต่เกิดและได้รับการปรุงแต่งโดยการอบรมสั่งสอน ทางการศึกษาทำให้เกิดภาวะผู้นำพื้นฐานขึ้นใน ตัว สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ สามารถทำให้ภาวะผู้นำพื้นฐานนั้นแปรเปลี่ยนไปได้และสามารถพัฒนาขึ้นได้ ภาวะผู้นำเป็นการใช้อิทธิพลของผู้นำกับผู้ตาม โดยการโน้มน้าวใจ การสร้างค่านิยมและความเชื่อ ให้คล้อยตามและปฏิบัติงานให้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ให้ เกิดขึ้นภายในองค์การ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร (ไชยา ภาวะบุตร, 2565, หน้า 25) ภาวะผู้นำ จึงเป็นกระบวนการในการใช้อิทธิพลของผู้นำให้บุคคลอื่นเกิดความร่วมมือในการปฏิบัติ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ 1) คน ได้แก่ ผู้นำและผู้ ตาม 2) กระบวนการใช้อิทธิพลการโน้มน้าวหรือการจูงใจ และ 3) เป้าหมายขององค์การ ภาวะผู้นำเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการบริหาร นักวิชาการหลายยุคหลายสมัยได้ทุ่มเทความ พยายามในการศึกษาภาวะผู้นำ ซึ่งอาจแบ่งผลการศึกษาแนวคิดหรือทฤษฎีต่าง ๆ เกี่ยวกับภาวะผู้นำ ดังนี้ Hodge and Johnson (1970, pp.15 – 17) ได้สรุปทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำว่าจำแนกได้ 4 ทฤษฎี คือ 1) ทฤษฎีคุณลักษณะของผู้นำ 2) ทฤษฎีสถานการณ์ 3) ทฤษฎีการเป็นผู้ตาม และ 4) ทฤษฎีผลรวม Lussier and Achua (2001, pp. 16 - 18 ได้จำแนกทฤษฎีภาวะผู้นำออกเป็น 4 ทฤษฎีคือ 1) ทฤษฎี ภาวะผู้นำเชิงคุณลักษณะ (Trait leadership theory) 2) ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรม (Behavioral Leadership Theory) 3) ทฤษฎีภาวะผู้นำตามสถานการณ์ (Contingency Leadership Theory) และ 4) ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงบูรณาการ (Integrative Leadership Theory) นิตย์ สัมมาพันธ์ (2546, หน้า 32 - 33) ได้แบ่งทฤษฎีภาวะผู้นำออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มทฤษฎี ลักษณะเด่นของผู้นำ 2) กลุ่มทฤษฎีพฤติกรรมของผู้นำ 3) กลุ่มทฤษฎีผู้นำตามสถานการณ์ และ 4) กลุ่ม ทฤษฎีผู้นำการเปลี่ยนแปลง ชัย มีชาติ (2548, หน้า 185 - 186) ได้แบ่งแนวคิดในการศึกษาผู้นำออกเป็น 3 กลุ่ม 1) กลุ่มแนวความคิดการศึกษาผู้นำเชิงคุณลักษณะ 2) กลุ่มแนวความคิดการศึกษาผู้นำพฤติกรรม 3) กลุ่มแนวความคิดการศึกษาผู้นำตามสถานการณ์
4 ไชยา ภาวะบุตร (2565, หน้า 25-35) ได้จำแนกทฤษฎีภาวะผู้นำ ออกเป็น 4 ทฤษฎีหลัก คือ 1) ทฤษฎีคุณลักษณะ (Trait theory) 2) ทฤษฎีพฤติกรรม (Behavioral theory) 3) ทฤษฎีสถานการณ์ (Contingency theory) และทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงปฏิรูป (Transformation Leadership theory) กล่าวโดยสรุป ทฤษฎีภาวะผู้นำจำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. ทฤษฎีกาวะผู้นำเชิงคุณลักษณะ ทฤษฎีนี้เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930 - 1940 มีความเชื่อว่าภาวะผู้นำเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ดังนั้น งานวิจัยส่วนใหญ่จึงมุ่งตรวจสอบหา คุณลักษณะ (Trails) ที่แตกต่างกันระหว่างผู้นำกับผู้ตามหรือระหว่างผู้นำที่มีประสิทธิผลกับผู้นำที่ไม่มี ประสิทธิผลในตัวแปรทั้งด้านกายภาพและด้านจิตวิทยา 2. ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรม ทฤษฎีนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1940 เน้นการศึกษาถึงสิ่งที่ผู้นำพูดและสิ่งที่ผู้นำทำ โดยพยายามมุ่งหาแบบพฤติกรรมที่ดีที่สุดในการ เป็นผู้นำที่มีประสิทธิผล แนวคิดหลักของทฤษฎีนี้คือให้มองสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและและชี้ให้เห็นว่าผู้นำและผู้ ตามต่างก็มีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ทฤษฎีภาวะผู้นำตามแนวคิดนี้ ได้แก่ แบบภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัย ไอโอวา (lowa State University Leadership Style) แบบภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan Leadership Style) แบบภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ (Ohio State University Leadership Style) และตาข่ายภาวะผู้นำ (Leadership Grid) เป็นต้น 3. ทฤษฎีภาวะผู้นำตามสถานการณ์ทฤษฎีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการศึกษาภาวะผู้นำเชิง คุณลักษณะและเชิงพฤติกรรมที่ผ่านมา มุ่งหาแบบภาวะผู้นำที่ดีที่สุดที่สามารถนำไปใช้ได้ทุกสถานการณ์ แต่พบว่าไม่มีแบบภาวะผู้นำที่ดีที่สุดที่สามารถนำไปใช้ได้ทุกสถานการณ์ ดังนั้นนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา นักวิจัยส่วนใหญ่จึงหันมาศึกษาภาวะผู้นำตามสถานการณ์โดยทฤษฎีนี้เป็นผลการผสมผสาน ของหลายทฤษฎีและปัจจัยที่สำคัญ คือ ผู้นำ ผู้ตามสถานการณ์องค์การ และลักษณะปัจจัยทาง สิ่งแวดล้อม ทฤษฎีภาวะผู้นำตามแนวคิดนี้ ได้แก่ ตัวแบบภาวะผู้นำตามสถานการณ์ (Contingency Leadership Model) ของ Fieder ตัวแบบภาวะผู้นำบนเส้นต่อเนื่อง (Leadership Continuum Model) ตัวแบบ ภาวะผู้นำเส้นทางและจุดหมาย (Path-Goal Model) ของ House ตัวแบบภาวะผู้นำเชิงปทัสฐาน (Normative Leadership Model) ของ Vroom and Yetton ตัวแบบภาวะผู้นำเชิงสถานการณ์ (Situational Leadership Model) ของ Herseyand Blanchard 4. ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงบูรณาการ ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ทฤษฎีภาวะผู้นำ เริ่มเปลี่ยน ไปสู่ภาวะผู้นำเชิงบูรณาการ ซึ่งพยายามจะรวมทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงคุณลักษณะ ทฤษฎีภาวะ ผู้นำเชิงพฤติกรรม และทฤษฎีภาวะผู้นำตามสถานการณ์เข้าด้วยกัน เพื่ออธิบายถึงการมีอิทธิพลต่อ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับผู้ตามที่มีประสิทธิผล ทฤษฎีภาวะผู้นำตามแนวคิดนี้ ได้แก่ ภาวะผู้นำเชิง ศรัทธาบารมี (Charismatic Leadership) ภาวะผู้นำการแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership) และภาวะ ผู้นำแบบเปลี่ยนแปลง (Transformational leadership)
5 เอกสารอ้างอิง ไชยา ภาวะบุตร. (2555). หลัก ทฤษฎีและปฏิบัติ การบริหารการศึกษา. สกลนคร : พิมพ์ครั้งที่ 5. มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. _____________. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการ. สกลนคร : พิมพ์ครั้งที่ 3. มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. ธเนศ ยุคันตวนิชชัย. (2560, มกราคม - มิถุนายน). การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในเศรษฐกิจยุคใหม่. วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(1), 48 - 67. นิตย์ สัมมาพันธ์. (2546). ภาวะผู้นำ : พลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ, กรุงเทพฯ : อินโนกราฟฟิกส์. พงษ์ศักดิ์ ผกามาศ, สำเริง อ่อนสัมพันธุ์, สุริยะ วชิรวงศ์ไพศาล, ดรุณี ปัญจรัตนากร, ฤทธิเดช พรหมดี และเชิดศักดิ์ ศุภโสภณ. (2564). องค์กรแห่งนวัตกรรมทางการศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0. การ ประชุมวิชาการระดับชาติ พะเยาวิจัย ครั้งที่ 10. 28-29 มกราคม 2564. 3513-3528. มาลี บุญศิริพันธ์. (2563). รู้จัก "New Normal" ฉบับราชบัณฑิตยสภา. เข้าถึงได้จาก https://news.thaipbs.or.th/content/292126 2 เมษายน 2565 รังสรรค์ ประเสริฐศรี. (2544). ภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ : ธนธัชการพิมพ์. วทัญญู สุวรรณเศรษฐ และวรรณวิชนี ถนอมชาต. (2564). แนวโน้มการปรับตัวขององค์การธุรกิจและ หน้าที่ของฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคความปกติถัดไป. RMUTT Global Business and Economics Review, 16(1), 1-18. วราภรณ์ สามโกเศศ, (2542), เรื่องหน้ารู้เกี่ยวกับสมรรถนะ. มติชนรายวัน. พัชรา วาณิชวศิน. (2560). การพัฒนาภาวะผู้นำ : จากทฤษฎีสู่แนวปฏิบัติที่ดีและกรณีศึกษ กรุงเทพมหานคร: ปัญญาชน. วันชัย มีชาติ. (2548). พฤติกรรมการบริหารองค์การสาธารณะ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2554). แนวทางการศึกษาภาวะผู้นำ. วารสารมหาวิทยาลัยราชกัฏสกลนคร, 3(5), 28 - 38 วิโรจน์ สารรัตนะ. (2557). ภาวะผู้นำ: ทฤษฎีและนานาทัศนะร่วมสมัยปัจจุบัน, กรุงเทพฯ : ทิพย์วิสุทธิ์. สุวิมล มธุรส (2564). การจัดการศึกษาในระบบออนไลน์ในยุค NEW NORMAL COVID-19. วารสารรัชต์ ภาคย์. 15(40). พฤษภาคม - มิถุนายน 2564, 33 - 42. Hodge, S. (1970). Instructional design. New York: Harper & Row. Lussier, Robert N. and Achua, Christopher F. (2001), Leadership: Theory, Application, Skill Development. Ohio: South-Western College Publishing.
6 บทที่ 3 ผลการสังเคราะห์ภาวะผู้นำ ผลการศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีภาวะผู้นำที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องและพัฒนามาเป็นทฤษฎีภาวะผู้นำ อย่างหลากหลาย จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำ ตลอดจนศึกษาจากบุคคลที่ ประสบความสำเร็จในการบริหารจนได้รับการยกย่อง และยอมรับจากบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานทั้งใน และต่างประเทศ ว่าเป็นบุคคลที่มีภาวะผู้นำที่มีความโดดเด่นและมีคุณลักษณะแตกต่างกันไปจำนวน 19 ท่านนั้น ซึ่งจะแบ่งรูปแบบภาวะผู้นำออกเป็น 3 ด้านคือ 1. ด้านทฤษฎีภาวะผู้นำ ได้แก่ ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงคุณลักษณะ ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรม ทฤษฎีภาวะผู้นำตามสถานการณ์ และทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงบูรณาการ 2. ด้านคุณลักษณะผู้นำ แยกเป็นความสามารถ บุคลิกภาพผู้นำ การจูงใจผู้นำ 3. ด้านพฤติกรรมผู้นำ แยกเป็นพฤติกรรมแบบมุ่งความสัมพันธ์ พฤติกรรมแบบมุ่งงาน สามารถ สรุปผลการสังเคราะห์ได้ ดังตาราง
7
8 ภาวะผู้นำทางการเมือง (Political leadership) นายเอกธนัช อินทร์รอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดหนองคายเขตการเลือกตั้งที่ 3 ตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว โดย นายวีระเทพ พัดพรม นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
9 ภาวะผู้นำทางการเมือง (Political leadership) โดย นายวีระเทพ พัดพรม รหัส 66620273211 หลักสูตรครุศาสตร์ดุษฏีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา รุ่นที่ 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ปัจจุบันประเทศไทยปกครองในระบบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญอันมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุขของประเทศและใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา หรือที่รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย เรียกรวมกันว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งเป็นฉบับที่ 18 อันกำหนด รูปแบบองค์กรบริหารอำนาจทั้งสามส่วนดังนี้ อำนาจนิติบัญญัติมีรัฐสภาในระบบสองสภา อัน ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีสมาชิกรวมกันทั้งสิ้น 630 คน เป็นองค์กรบริหารอำนาจ มีประธานรัฐสภาเป็นประมุขแห่งอำนาจสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 375 คน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน 125 คน อยู่ใน ตำแหน่งคราวละ 4 ปี วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 150 คน มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน (รวมกรุงเทพมหานคร) และมาจากการสรรหา 73 คน โดยมีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา 7 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี และไม่สามารถเป็นสมาชิกวุฒิสภาติดต่อกันเกิน 1 วาระอำนาจบริหาร มีนายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากการแต่ตั้งโดยพระมหากษัตริย์ตามคํากราบบังคมทูลของประธานรัฐสภาและ คณะรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปีตามสภาผู้แทนราษฎร และไม่สามารถ ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 8 ปีนายกรัฐมนตรีไม่ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่ได้รับการลงมติ เห็นชอบโดยสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน อำนาจตุลาการ มีระบบศาลซึ่งประกอบด้วยศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง มีประธานศาลฎีกาประธานศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองสูงสุด เป็นประมุขในส่วนของตน การเมือง ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามีนายกรัฐมนตรีที่เป็นประมุขฝ่ายบริหาร เป็นบุคคลที่อยู่ในสายตาของ ประชาชนซึ่งมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญผู้นำรัฐ ประชาธิปไตยจะต้องมีทักษะความรู้ ความสามารถในหลายด้าน จนในหลายประเทศพบว่าผู้นำบางประเทศ ที่เป็นประชาธิปไตยบางคนก็กลับ
10 กลายเป็นเผด็จการ และต้องถูกพ้นจากเส้นทางอำนาจในที่สุด อาจจะด้วยการถูกบีบจากสภาหรือพลัง ประชาชนให้ลาออกเองหรือโดยการยึดอำนาจทางทหาร ซึ่งก็แล้วแต่เส้นทางการเมืองของผู้นำแต่ละคน การเมืองการปกครองเป็นแบบแผนความสัมพันธ์ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในสังคมเดียวกัน การมี อำนาจบังคับสมาชิกในสังคมต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นระบบการเมืองการปกครองจึงมีอิทธิพลต่อการดำเนิน ชีวิต โดยประชาชนทุกคนในสังคมจะต้องเคารพ และปฏิบัติตนตามแนวทางเดียวกันตามที่ระบบการเมือง การปกครองนั้นกำหนด เช่น ประชาชนที่อยู่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลก็จะให้สิทธิ เสรีภาพในการดำเนินชีวิตแก่ประชาชนอย่างมาก แต่หากเป็นระบบการเมืองการปกครองในระบอบเผด็จ การสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็จะถูกจำกัดโดยอำนาจรัฐการเมืองการปกครองบริหาร คือการจัดการสิ่ง ที่มีคุณค่าของสังคม อันได้แก่ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สถานะทางสังคม และอำนาจการจัดการบริหาร สิ่งที่มีคุณค่าทางสังคมดังกล่าวนั้น มีตัวแปรสำคัญที่สุดตัวหนึ่ง นั่นคือ ผู้นำและความเป็นผู้นำทาง การเมืองที่พึงประสงค์ อำนาจทางการเมืองมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของประชาชน ประชาชนจะมีชีวิตมั่งคั่งสมบูรณ์ ยากจน ล้าหลัง ก็ขึ้นอยู่กับระบอบการเมือง หากระบบดีและมีผู้นำที่ดีก็จะใช้อำนาจในการแก้ปัญหาให้ประชาชน อยู่ดีกินดีได้ หากระบอบการเมืองไม่ดี และมีผู้นำไม่ดี การใช้อำนาจจะทำให้ประชาชนทุกข์ยากลำบาก เดือดร้อน ยากจน การศึกษาต่ำ ขาดโอกาสที่จะเลือกเส้นทางการดำเนินชีวิต ดังนั้นการเมืองจึงมี ความสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน วัฒนธรรมทางการเมือง จึงเป็นระบบความเชื่อมีความเกี่ยวข้องกับแบบแผนของกิจกรรมทาง การเมือง รวมไปถึงสถาบันต่าง ๆ ทางการเมือง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในสังคมกับสังคม ทางการเมือง โดยถูกปลูกฝังมาจากความรู้ ความคิด อุดมการณ์ ทัศนคติ ความเชื่อ ความรู้สึก ค่านิยม วิธีการดำเนินชีวิต รวมถึงพฤติกรรมของบุคคลทางการเมือง สิ่งเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามสังคม ทางการเมือง และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคลในสังคมอย่างที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ สรุปได้ว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตย คือ การปกครองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน โดยประชาชนจะมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง แต่ในทางปฏิบัตินั้นไม่สามารถกระทำได้ จึงเกิดรูปแบบ การปกครองระบอบผ่านระบบตัวแทน เช่น ส.ส. เป็นต้น ดังนั้น “การเลือกตั้ง” จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ภาวะผู้นำทางการเมือง (Political leadership) ความสามารถของผู้นำทางการเมืองที่สามารถโน้มน้าว จูงใจ ให้ประชาชน ข้าราชการ หรือผู้ใต้ อำนาจรัฐกระทำหรือปฏิบัติในสิ่งที่ตนมุ่งหวังด้วยความเต็มใจ ไว้วางใจ และเชื่อมั่นใจ เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ของชาติร่วมกัน ผู้นำทางการเมืองจึงเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะเหนือกว่าคนอื่นในส่วนที่มีความเกี่ยวข้อง กับการเมือง สามารถเข้าถึงใจมวลชนคนในหมู่มากได้ รวมถึงบริหารประเทศได้โดยสามารถแก้ปัญหาทั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้น เฉพาะหน้า และปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมี วิสัยทัศน์และมีวุฒิภาวะในการทำงานรวมทั้งการใช้ชีวิตส่วนตัว คุณสมบัติของผู้นำในอุดมคตินั้นมีหลาย ประการด้วยกันแต่ที่สำคัญมีอยู่ 4 ประการ คือ
11 1. ผู้นำต้องมีความรู้ คือ มีความรู้ความเข้าใจใน ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ต้องมีข้อมูลอย่างพร้อม เพื่อใช้ประกอบในการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา ขณะเดียวกันต้องสามารถที่จะใช้ข้อมูล และใช้ ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุต่าง ๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่และหาแนวทางแก้ไข ปัญหา 2. ผู้นำต้องมีความสามารถ ความรู้เป็นประโยชน์ในการเป็นใช้เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ จะต้องมีความสามารถใช้ความรู้นั้นเพื่อประยุกต์กับการบริหารได้ 3. ผู้นำต้องมีความเป็นผู้นำทางการเมือง คือสามารถเป็นที่ยอมรับของบุคคลอื่นไม่ว่าจะด้วย ผลงานหรือด้วยวาทศิลป์ รวมถึงประวัติอันดีงามที่ผ่านมา ผู้นำต้องอยู่ในฐานะที่จะจูงใจคนอื่นให้ทำงาน รวมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่เพื่อจะบรรลุเป้าหมายได้ 4. ผู้นำมีจริยธรรมความประพฤติที่ดีงาม จิตใจที่สูงส่ง ปฏิบัติตนที่ ถูกกาลเทศะ จริยธรรมต้อง เริ่มต้นที่ใจในการคิดว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรในสังคมที่เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติ ตนให้เป็นคนมีความเสียสละ มีความประพฤติดี การปฏิบัติตนเหมาะสมกาลเวลา รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี เข้าใจกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมค่านิยมของสังคม ผู้นำทางการเมืองเป็นตัวแทนของประชาชนในการตัดสินใจที่จะทำอะไรมองในบริบทของท้องถิ่น เขาจะทราบปัญหา ความต้องการ ของคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี การที่ประชาชนในท้องถิ่นมีความ รับผิดชอบในตนเองจะทำให้ชุมชนเป็นชุมชนที่เข้มแข็งนำไปสู่การมีรากฐานการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในชุมชน มีการ กระจายอำนาจ ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนในการปกครองตนเองเพิ่มมากขึ้น มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงในส่วนของอำนาจของกลุ่มคน โดยการเป็นผู้นำทางการเมืองที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 10 ได้แก่ 1) มีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะว่าการบริหารงานของผู้นำทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในระดับ ไหน ๆ ก็ต้องมีการลงพื้นที่พบปะกับประชาชน ดังนั้นจึงต้องมีความพร้อม และดูแลร่างกายอยู่เสมอ เพราะ ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองในหลาย ๆ รูปแบบ 2) มีเป้าหมายในการบริหารประเทศ เพราะว่าการมีจุดมุ่งหมายเป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน โดยเฉพาะงานด้านการบริหาร 3) มีมนุษย์สัมพันธ์ เพราะว่า เนื่องจากงานการเมือง ต้องมีความสัมพันธ์กับคนหมู่มาก เช่น การลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งการพบปะประชาชนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นนักการเมืองหลาย ๆ คนจึงมี วิธีการสร้างความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดในหลายๆ รูปแบบ 4) มีความรู้ ความสามารถ เพราะว่าคนที่ต้องการจะเป็นนักการเมืองหรือเป็นผู้นำทางการเมือง ควรเป็นคนที่มีสติปัญญา มีความรอบรู้มากกว่าคนโดยทั่วไป เพราะนักการเมืองจะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ
12 5) มีความน่าเชื่อถือ น่าศรัทธา เพราะว่า ผู้นำทางการเมือง ควรเป็นแบบอย่างให้กับคน โดยทั่วไป ฉะนั้นการเป็นนักการเมืองจึงไม่ควรกระทำหรือประพฤติตนไปในทางที่เสื่อมเสีย อีกทั้งควรวาง ตนให้เกิดความเคารพและศรัทธาแก่ผู้ที่พบเห็น 6) มีความขยัน มีความกระตือรือร้น มีความรักในการทำงาน เพราะว่า มีนักการเมืองอยู่เป็น จำนวนมากที่ประกาศนโยบายในการทำงานหรือประกาศเป้าหมาย ประกาศทิศทางในการทำงาน แต่พอ เข้าไปเป็นหรือได้รับการเลือกตั้งเข้าไปกับไม่มีความขยัน ไม่มีความกระตือรือร้น ไม่มีความรักที่จะทำงาน ที่ตนได้สัญญาเอาไว้ แต่กับทำงานแบบขอไปที ทำงานแบบไม่มีพลังจนกระทั้งครบวาระ จึงไม่ได้มีผลงาน ออกมาตามที่สัญญาไว้กับประชาชนในพื้นที่เลยก็มี 7) ความกล้าหาญ เพราะว่าความเป็นผู้นำทางการเมือง การเป็นนักการเมือง บางครั้ง ในบาง สถานการณ์ก็ต้องการการตัดสินใจที่เร่งด่วน ดังนั้น นักการเมืองจะหลีกเลี่ยงการตัดสินใจไปไม่ได้ นักการเมืองหลายๆ คน เมื่อมีปัญหามักไม่กล้าตัดสินใจ จึงทำให้ปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้รับการแก้ไข 8) ความอดทน เพราะว่า การทำงานทุกประเภท ย่อมจะต้องมีปัญหา ดังนั้น คนที่มีความอดทน ที่สูงกว่า มักจะเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะ ดังนั้นหากท่านมีความอดทนที่ไม่มาก ท่านอาจจะพบ ความทุกข์ มากกว่าพบความสุขในถนนสายการเมืองก็ได้ สรุปได้ว่า การเมืองการปกครองบริหารคือการจัดการสิ่งที่มีคุณค่าของสังคมอันได้แก่ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สถานะทางสังคมและอำนาจ การจัดการบริหาร สิ่งที่มีคุณค่าทางสังคม ดังกล่าวนั้นมีตัวแปรสำคัญที่สุดตัวหนึ่ง ได้แก่ ผู้นำและความเป็นผู้นำทางการเมืองที่พึงประสงค์ ผู้นำทาง การเมืองที่มีภาวะผู้นำ ย่อมมีคุณธรรม จริยธรรม เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้ พร้อมๆ กับสามารถสร้างกลไกการตรวจสอบ การถ่วงดุลอำนาจ และป้องกันไม่ให้ผู้นำที่หลงอำนาจ โลภ ละโมบ เข้ามาปกครองบริหารประเทศ
13 ภาวะผู้นำทางการเมือง (Political leadership) นายเอกธนัช อินทร์รอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดหนองคาย เขตการเลือกตั้งที่ 3 ประวัติ นายเอกธนัช อินทร์รอด เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 ที่ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เป็นทายาทของ นายปราการ อินทร์รอด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด หนองคาย เขต 3 ท่าบ่อ ส.อบจ. สำเร็จการศึกษา ระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนประถมดารณี อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ กรุงเทพมหานคร ระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ระดับปริญญาโท ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง งานการเมือง นายเอกธนัช อินทร์รอด ลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกใน พ.ศ. 2544 สังกัด พรรคไทยรักไทย ปี พ.ศ. 2554 ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 73 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย ปี พ.ศ. 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัด หนองคาย เขตการเลือกตั้งที่ 3 ใน อำเภอสังคม, อำเภอโพธิ์ตาก, อำเภอศรีเชียงใหม่, อำเภอท่าบ่อ และ อำเภอเมืองหนองคาย (เฉพาะตำบลเวียงคุกและตำบลพระธาตุบังพวน) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายเอกธนัช อินทร์รอด ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 5 สมัย คือ 1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 จังหวัดหนองคาย สังกัด พรรคไทยรักไทย 2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 จังหวัดหนองคาย สังกัด พรรคไทยรักไทย 3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคเพื่อไทย 4. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 จังหวัดหนองคาย
14 สังกัด พรรคเพื่อไทย 5. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 จังหวัดหนองคาย สังกัด พรรคเพื่อไทย 6. เป็นข้าราชการการเมืองประจำสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายเอกธนัช อินทร์รอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดหนองคาย เขตการเลือกตั้งที่ 3 ให้แนวคิดภาวะผู้นำทางการเมืองเป็นประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ 1. การมีวิสัยทัศน์ คือ ผู้นำต้องมองอนาคต กำหนดกรอบและจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับ ภารกิจ นำไปสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการอย่างชัดเจน 2. การสร้างเครือข่าย คือ ผู้นำต้องมีการสร้างเครือข่าย ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างสัมพันธภาพ ระหว่างบุคคลในทุกภาคส่วนมีการติดต่อกันเพื่อให้ความช่วยเหลือกันในด้านต่าง ๆ ทั้งทางตรงและ ทางอ้อมเพื่อความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ ดังนั้นผู้สร้างเครือข่ายจะต้องสร้างเครือข่ายให้ ประสบความสำเร็จ 3. การมีความเชื่อมั่นในตนเอง คือ ผู้นำต้องรู้จักตนเองมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ไม่หวั่นไหวต่อ คำวิพากษ์วิจารณ์ โดยการทำใจให้มั่นคง กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกที่ควรมีความพยายามทำในสิ่งที่ ตนตั้งใจไว้ แม้จะมีอุปสรรคมาขวางกั้นก็ไม่ยอมท้อถอยยังคงมุ่งมั่นที่จะกระทำสิ่งนั้น ๆ ให้สำเร็จ 4. การมีแผนกลยุทธ์ คือ ผู้นำต้องมีกลยุทธ์ที่ดีในการบริหารงาน ตามหลักการดังนี้ - โดยอาศัยความสามารถในการคาดการณ์และมีส่วนร่วมในทุกสถานการณ์ - มีมุมมองที่หลากหลายและกล้าเผชิญหน้าความท้าทายต่างๆ - ทักษะในการแปลหรือตีความสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น - การตัดสินใจที่เหมาะสมกับเงื่อนไขต่างๆ - ทักษะการบริหารจัดการทีมงานให้บรรลุเป้าหมาย - พร้อมเรียนรู้และปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอดเวลา 5. การมีความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ คือ ผู้นำต้องมีความรู้ความสามารถในเนื้องานสูง มีความรู้ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งหรือหลาย ๆ สาขาเป็นอย่างดี พร้อมทั้งจะต้องเป็นคนดีที่แสดงออก ถึงความรับผิดชอบ ความยุติธรรม ความมีวุฒิภาวะ ความซื่อสัตย์ เป็นต้น
15 6. การมีมนุษยสัมพันธ์ คือ ผู้นำต้องสามารถทำการติดต่อเกี่ยวข้องกันระหว่างบุคคลเพื่อให้เกิด ความรักใคร่ชอบพอความร่วมมือร่วมใจในการทำกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมายและการดำเนินชีวิตให้มีความ ราบรื่น ผู้นำต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนมาก การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้ผู้นำสามารถเข้าสังคมกับ ผู้อื่นและเป็นที่รักของผู้คนได้ง่าย 7. การมีคุณธรรมจริยธรรมในการปฏิบัติงาน คือ โดยผู้นำทางการเมืองต้องยึดหลัก ดังนี้ - ความมีสติสัมปชัญญะ หมายถึง การควบคุมตนเองให้พร้อม มีสภาพตื่นตัวฉับไวในการ รับรู้ทางประสาทสัมผัส การใช้ปัญญาและเหตุผลในการตัดสินใจที่จะประพฤติปฏิบัติในเรื่องต่าง ๆ ได้ อย่างรอบคอบ เหมาะสม และถูกต้อง - ความซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง การประพฤติปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมาทั้งกาย วาจา และ ใจไม่คิดคดทรยศ ไม่คดโกง และไม่หลอกลวงใคร - ความขยันหมั่นเพียร หมายถึง ความพยายามในการทำงานหรือหน้าที่ของตนเองอย่าง แข็งขัน ด้วยความมุ่งมั่นเอาใจใส่อย่างจริงจังพยายามทำเรื่อยไปจนกว่างานจะสำเร็จ - ความมีระเบียบวินัย หมายถึง แบบแผนที่วางไว้เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติและดำเนินการให้ ถูกลำดับ ถูกที่มีความเรียบร้อย ถูกต้องเหมาะสมกับจรรยาบรรณ ข้อบังคับ ข้อตกลง กฎหมาย และ ศีลธรรม - ความรับผิดชอบ หมายถึง ความเอาใจใส่มุ่งมั่นตั้งใจต่องาน หน้าที่ ด้วยความผูกพัน ความพากเพียร เพื่อให้งานสำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ - ความมีน้ำใจ คือ ปรารถนาดีมีไมตรีจิตต้องการช่วยเหลือให้ทุกคนประสบความสุข และ ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ - ความสามัคคี หมายถึง การที่ทุกคนมีความพร้อมทั้งกาย จิตใจ และความเป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายที่จะปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จโดยไม่มีการเกี่ยงงอน จากหลักการแนวคิดที่ได้จากนายเอกธนัช อินทร์รอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบแบ่งเขต เลือกตั้ง จังหวัดหนองคายเขตการเลือกตั้งที่ 3 ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองที่เป็น ผู้นำคนสำคัญ ของประเทศ ด้วยเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ ในการพัฒนาประเทศ การมองอนาคต มองทางออกของการแก้ปัญหา มีการสร้างเครือข่ายที่ดี มีความเชื่อมั่นในตนเอง การมีแผนกลยุทธ์ ความ น่าเชื่อถือ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี พร้อมทั้งมีคุณธรรมจริยธรรมในการปฏิบัติงาน และนายเอกธนัช อินทร์รอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดหนองคายเขตการเลือกตั้งที่ 3 ยังเน้นย้ำถึงการ ทำงานที่ต้องมีคือ “ยืนหยัดบนความถูกต้องและเที่ยงธรรม” ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำทางการเมืองที่ควรเป็น แบบอย่างคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศไทย
16 เอกสารอ้างอิง ชัยวัฒน์ สถาอานันท์. (2550). “อริสโตเติ้ลกับรัฐประหาร 19 กันยา” รัฐประหาร 19 กันยา รัฐประหาร เพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข. ฟ้าเดียวกัน. มกราคม. กรุงเทพฯ. ภาวิดา รังษ์ และเชษฐ์ ใจเพชร. (2565). ปรัชญาการเมือง: ความรู้ฉบับพกพา. วารสารสันติสุข ปริทรรศน์, 3 (2),46-53. สนิท จรอนันต์. (2549). ความเข้าใจเรื่องการปกครองท้องถิ่น (ฉบับปรับปรุงใหม่). พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพ ฯ: บริษัท พี.เพรส. จากัด. สมบัติ จันทรวงศ์. (2547). เจ้าผู้ปกครอง. จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย : กรุงเทพฯ. เสกสรร สนวา. (2561). คุณลักษณะของผู้นำองค์การภาครัฐสมัยใหม่. วารสารมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์, 20 (ฉบับพิเศษ), 399 - 411. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักงาน เลขาธิการวุฒิสภา.
17 ภาวะผู้นำท้องถิ่น (Localized Leadership) นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร โดย นางสาวพัชรินทร์ ถาปันแก้ว นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
18 ภาวะผู้นำท้องถิ่น (Localized Leadership) นางสาวพัชรินทร์ ถาปันแก้ว นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มีการดำรงชีพเป็นกลุ่ม ชุมชน สังคม จึงมีความหลากหลายทางสังคมทั้งใน ด้านความต้องการ ความรู้สึกนึกคิด มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการ พัฒนาไปในทางที่ดี สนองต่อความต้องการและบรรลุประโยชน์และความสำเร็จที่มุ่งหมาย ที่อาศัยความ สามัคคีระหว่างกันเป็นสำคัญ สื่อกลางที่สำคัญในการช่วยประสานคนให้บริหารงานได้อย่างสมบูรณ์ ถูกต้อง เหมาะสม คือ "ผู้นำ" เป็นบุคคลที่จะช่วยเป็นกำลังแรงใจและมันสมองในการปฏิบัติงานร่วมกัน เหตุ นี้การพัฒนาชุมชน ผู้นำชุมชนถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามรถที่จะระดมทรัพยากรในด้านต่างๆ เพื่อใช้ในการบริหาร การพัฒนาหรือร่วมกิจกรรมของชุมชน เพื่อให้การพัฒนานั้นไปสู่จุดมุ่งหมายได้ดียิ่งขึ้น (จักรี ศรีจารุเมธีญาณ และพระถนัด วทุฒโน, 2561) การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นรูปแบบการปกครองที่เกิดขึ้นจากหลักการกระจายอำนาจปกครอง ตามพื้นที่ โดยท้องถิ่นจะจัดตั้งองค์กรปกครองขึ้นมา ได้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีฐานะเป็นนิติ บุคคล เพื่อจัดทำบริการสาธารณะ ตามที่กฎหมาย กำหนดให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนใน ท้องถิ่น ความเป็นอิสระ(Autonomy) ของท้องถิ่น จึง อยู่ในรูปของการมีอำนาจ สั่งการ และดำเนินการใน กิจการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรับคำสั่งจากส่วนกลางซึ่งส่วนกลางมี อำนาจเพียงกำกับดูแลให้การดำเนินการของท้องถิ่น ดำเนินไปภายใต้กรอบของกฎหมายเท่านั้น นับแต่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และ ฉบับปี พ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้รัฐต้องส่งเสริม และ
19 สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวาง แผนพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองรวมทั้งการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐทุกระดับ โดยเฉพาะใน ระดับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกเทศมนตรี จากพระราชบัญญัติกำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองสวนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ทำ ให้ผู้นำท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นนายกองค์การ บริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด และนายกเทศมนตรี มี ความสำคัญต่อการบริหารจัดการท้องถิ่น เป็นอย่างสูง เพราะอนาคตเมื่อมีการถ่าย โอนภารกิจ ทำให้ส่วนราชการ ทั้ง ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคต้องลดบทบาทในการจัดการบริการสาธารณะลงไป ดังนั้น องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น จะต้องแสดงขีดความสามารถรองรับการบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น เพื่อแสดงให้ เห็นว่าผู้นำท้องถิ่นมีความสามารถในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอันแสดง ให้เห็นถึงวิธีคิด วิธีการบริหาร ทั้งในแง่ของการแสวงหาความร่วมมือ การแสวงหางบประมาณ การสร้าง กระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการรวมทั้งการแก้ไขปัญหาของชุมชน ท้องถิ่น เป็นที่น่าเชื่อถือได้ ทั้งนี้เพราะสถานการณ์ปัจจุบันปัญหา ต่าง ๆ ในชุมชนท้องถิ่นล้วนแล้วแต่มีความ สลับซับซ้อน และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังท้าทายผู้นำท้องถิ่นอยู่ในขณะนี้ เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบลเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่มีอำนาจและหน้าที่ของ ตนเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทตอบสนองความต้องการของชุมชน เป็นหน่วยงานบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่นจึงเป็นอิสระในการบริหารและพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จของ การพัฒนาจะขึ้นอยู่ปัจจัยหลายประการ เช่น ประสิทธิภาพการบริหารงานด้านการวางแผน การกำหนด นโยบายการพัฒนาและการจัดทำร่างข้อบังคับเทศบาล ที่เป็นส่วนสำคัญผู้นำท้องถิ่น กล่าวได้ว่าเป็นผู้นำที่ เป็นทางการคือ นายกเทศมนตรี รองนายกเทศบาล ประธานสภา สมาชิกสภา ปลัด หัวหน้าส่วนงาน ถือ ได้ว่าเป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการ พัฒนา การปฏิบัติงาน การบริหารงาน ตลอดจนการ กำหนดนโยบาย การวางแผนต่าง ๆ ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งอำนาจหน้าที่และความ รับผิดชอบโดยตรง นอกจากที่กล่าวมาผู้นำอีก ประเภทคือผู้นำที่ไม่เป็นทางการ อันได้แก่ สมาชิก
20 อาวุโสของหมู่บ้าน พระภิกษุสงฆ์ ประธานกลุ่มแม่บ้าน ผู้ที่มีชื่อเสียง ผู้นำในองค์กร ที่จัดตั้งหรือองค์กร เอกชนในชุมชน เช่น ประธานกลุ่มเกษตรกร ประธานกลุ่มอาชีพต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่ได้รับการยอมรับจาก ชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การบริการส่วนตำบลโดยตำแหน่ง ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน เป็นต้น ผู้นำไม่เป็นทางการเหล่านี้ได้มีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนา การวางแผน การกำหนดนโยบายขององค์การบริหารส่วนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเป็นกรรมการจัดทำแผนและ ประเมินผลแผนของเทศบาล รวมถึงการเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น นายกเทศมนตรีเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารและพัฒนาท้องถิ่นไม่ว่าจะในอดีต จนถึงปัจจุบัน ความสำคัญของผู้นำไม่ได้ลดลง แต่ในทางตรงกันข้ามกลับมีบทบาทในการวางแผนพัฒนา ท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ตามสัดส่วนของงบอุดหนุนจากรัฐบาล และภาษีอากรที่เก็บได้ที่จะโอนให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและบทบาทของนายกเทศมนตรีเทศบาล ไม่ได้มีบทบาทแค่พัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าเท่านั้น ยังมีบทบาทในการบริหารงานด้านการบริหารบุคคล ได้แก่ การออกคำสั่งบรรจุแต่งตั้ง การย้าย การโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดำเนินการ ทางวินัย การอุทธรณ์ร้องทุกข์เป็นอำนาจของผู้บริหาร ท้องถิ่นรวมทั้งการแต่งตั้งและให้พันจากตำแหน่งต้อง เป็นไปตามความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละ ท้องถิ่นอีกด้วย (จรรยา ศิวานนท์, 2548) นายกเทศมนตรีคือผู้บริหารของเทศบาลซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อหน่วยงานต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และต่อผลงานอันเป็นส่วนรวมคุณภาพและบทบาทของนายกเทศมนตรีมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ คุณภาพการปฏิบัติงานของเทศบาลที่มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตลอดจนมีภาวะผู้นำที่พึงประสงค์จะ เป็นสิ่งจะช่วยให้การดำเนินนโยบายของเทศบาลสำเร็จลุล่วงและจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการบริหาร การจัดการและพัฒนาทั้งในส่วนขององค์กรเทศบาลและในส่วนของผลสำเร็จและสามารถพัฒนาในชุมชน ในเขตรับผิดชอบให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การทำให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีความสุข นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร เกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2497 เป็นบุตรของนายเจริญ และ นางสลับศรี ทีฆธนานนท์ สมรสกับนางขนิษฐา ทีฆธนานนท์ ผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดนครพมแผนกคดีเยาวชนแล ครอบครัว สำเร็จการศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียน ดาราสมุทร จังหวัดชลบุรี ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจาก
21 โรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ(บริหารธุรกิจ) ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร(บริหารการจัดการ (MBA.รุ่น 1) ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนนครสกลนครตั้งแต่ปี 2547-ปัจจุบัน เป็นผู้นำท้องถิ่นที่มีความ เชี่ยวชาญพื้นที่เป็นอย่างดี นอกจากจะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีแล้วท่านยังเคยดำรงตำแหน่งทางด้า นท้องถิ่นและสังคม อาทิ ประธานสภาวัฒนธรรมสกลนคร กรรมการสภากาชาดจังหวัดสกลนคร กรรมการเมตตาธรรมมูลนิธิสกลนคร อดีตกรรมการ หอการค้าสกลนคร จากประสบการณ์ของท่านจะเห็นได้ว่า ท่านเป็นผู้ที่น่าจะรู้จักท้องถิ่นในเขตเทศบาลนครสกลนครเป็น อย่างดี อีกทั้งมีรางวัลเป็นเครื่องการันตี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา นายโกมุท ทีฑธนานนท์ ได้รับรางวันผู้นำ ท้องถิ่นแห่งปี ประจำปี 2567 ผู้เขียนจึงขอนำเสนอแนวคิดใน เรื่องผู้นำท้องถิ่นผ่านบทสัมภาษณ์ ภาวะผู้นำท้องถิ่น ใน มุมมองของนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสกลนครผู้มาก ประสบการณ์ จากการสัมภาษณ์ นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร ท่านกล่าวผ่านมุมมองจาก ประสบการณ์การเป็นนายกเทศมนตรีมาเกือบ 20 ปี โดยดำรง ตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ท่านได้ให้นิยามภาวะ ผู้นำท้องถิ่นไว้ว่า เป็นผู้ที่ดูแลประชาชน ชุมชน ตั้งแต่ ก่อนเกิด เกิด อยู่รอด แล้วก็ตาย เป็นหน้าที่ทั้งหมดที่ต้องดูแลท้องถิ่น ทั้ง ในส่วนของเรื่องสุขภาพ เรื่องการได้รับการศึกษา ไปจนถึงหลัง การเสียชีวิตของประชาชนทางท้องถิ่นก็มีฌาปนสถานในการดูแลประชาชน นั่นก็หมายความว่าคนที่มีภาวะ ผู้นำท้องถิ่น ต้องเป็นผู้ที่เข้าถึงประชนได้ พบง่าย ใช้คล่อง และจากประสบการของท่านท่านได้ให้ความเห็น ในส่วนของคุณลักษณะของผู้นำท้องถิ่นที่ดีไว้ว่า หลักใหญ่ๆก็คงเป็นเรื่องของการดูแลประชาชน การเข้าถึง ประชาชนและการได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจการบริหารจัดการในบางเรื่องบาง กิจกรรมที่ทางเทศบาลจะจัดหรือทำหรือสร้างขึ้น ตัวอย่างเช่นเรือนจำเก่าที่ทางธนารักษ์มอบให้เทศบาล จะทำการปรับปรุงให้เป็นศูนย์เรียนรู้มีชีวิต TK PARK เป็นศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีแลวิถีชีวิตชาว สกลนครและเป็นสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกาย นันทนาการ เนื่องด้วยบริเวณดังกล่าวเป็นอยู่ใกล้กับ หลายโรงเรียน เด็กๆนักเรียนก็จะได้ใช้ประโยชน์แต่ก่อนที่จะอนุมัติสร้างทางเทศบาลก็จะต้องผ่านขั้นตอน หลายขั้นตอนรวมไปถึงการได้รับความเห็นชอบจากประชาชน ให้ประชาชมีส่วนร่วมประชาชนเป็น ศูนย์กลาง นอกจากนี้ในการบริหารจะต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ ในการให้บริการกับประชาชนก็จะอำนวย ให้เกิดความสะดวกมากที่สุดโดยที่เทศบาลนครสกลนครมีจุด One Stop Service ไว้บริการประชาชน
22 นอกจากจุดบริการแล้วก็จะต้องดูแลพนักงานของเทศบาลให้ดีเพื่อให้ สามารถให้บริการประชาชนได้ดี และท่านยังได้กล่าวอีกว่าสำหรับเทศบา นครสกลนครสกลนครในปัจจุบันไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องของโครงสร้าง เพราะสำเร็จไปมากกว่าร้อยละ 95 ที่ยังต้องทำการพัฒนาต่อคือเรื่อง ของสุขภาพของประชาชน ที่ตอนนี้กำลังวางแผนดูแลเรื่องของฝุ่น PM 2.5 โดยจะวางจุดวัดค่าฝุ่น แล้ววางแผนการแก้ไขเพื่อสุขภาพของป นะชาชน ตลอดจนการสัมภาษณ์ในครั้งนี้สำหรับผู้เขียนมองว่า ไม่มีมุม ไหนเลยที่ท่านนายกโกมุทจะไม่กล่าวถึงการดุแลทุกข์ของประชาชน ดังที่ ท่านนิยามว่า ภาวะผู้นำท้องถิ่น นั้นคือ ที่ดูแลประชาชน ชุมชน ตั้งแต่ ก่อนเกิด เกิด อยู่รอด แล้วก็ตาย โดยประชาชมีส่วนร่วมประชาชนเป็น ศูนย์กลาง อย่างแท้จริง กล่าวโดยสรุปภาวะผู้นำท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ผู้นำในท้องถิ่นจะต้องมีเพราะผู้นำท้องถิ่นนั้นมีบทบาท สำคัญในการบริหารและการพัฒนาท้องถิ่นให้ประสบความสำเร็จ ช่วยให้ผู้อื่นหรือชุมชนได้มีการตกลงกัน และพยายามหาทางให้ประสบผลสำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้ โดยมีคุณลักษณะสำคัญคือมุ่งพัฒนาให้ ท้องถิ่นพัฒนาก้าวทันความเปลี่ยนแปลง ดูแลประชาชน ชุมชน ตั้งแต่ ก่อนเกิด เกิด อยู่รอด แล้วก็ตาย โดย ประชาชมีส่วนร่วมประชาชนเป็นศูนย์กลาง เอกสารอ้างอิง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2556). ข้อมูลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วันที่ค้นข้อมูล 10 มีนาคม 2567, จาก http://www.dla.go.th/work/abt/ จักรี ศรีจารุเมธีญาณ และพระถนัด วทุฒโน. (2561). ภาวะผู้นำกับการพัฒนาชุมชน. วารสาร สันติศึกษาปริทรรศน์ มจร 6(พิเศษ), 527-538. จรรยา ศิวานนท์. 2548. บทบาทของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ในการพัฒนาท้องถิ่น : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศษ.ม.: เชียงใหม่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
23 ภาวะผู้นำผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา (Superintendent Leadership) ดร.นิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1 โดย นางสาวสุภานันท์ ปั้นงาม นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
24 ภาวะผู้นำผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา (Superintendent Leadership) นางสาวสุภานันท์ ปั้นงาม นักศึกษาหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร กระแสโลกาภิวัตน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ วัฒนธรรม ด้านการสื่อสาร การถ่ายเท สินค้า บริการ เงินตรา ข้อมูลข่าวสาร และวัฒนธรรม ได้ไหลบ่าเข้ามาทำให้ประเทศไม่สามารถหลีกเลี่ยงกระแส โลกาภิวัตน์นี้ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในอนาคต การเร่งพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ให้ เท่าทันสภาพโลกาภิวัตน์ หน่วยงานการศึกษาจำเป็นต้องเร่งพัฒนากำลังคนและความพร้อมของหน่วยงาน การศึกษาให้สามารถจัดการศึกษาเชิงรุกได้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เน้นการจัดการศึกษาเพื่อคนทั้งมวล และคนทั้งมวลมีส่วนร่วมในการศึกษา ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก การบริหารการศึกษาในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่มุ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผเช่นเดียวกับการ บริหารธุรกิจ จากเดิมเป็นการบริหาร แบบสั่งการจะเปลี่ยนแปลงเป็นการบริหารแบบมีส่วนร่วม เน้นทีม การบริหารที่มุ่งคุณภาพ ผู้บริหารจะ เป็นผู้สานประโยชน์ เป็นผู้แทนทุกฝ่าย เป็นผู้นำ ให้การสนับสนุนและอำนวย ความสะดวกให้แก่บุคลากรในการ ปฏิบัติงานดังนั้นผู้บริหารการศึกษาจึง ต้องเป็นบุคคลที่มีความเป็นผู้นำสูง มี ความคิดทันสมัย กว้างไกลสามารถ นำการเปลี่ยนแปลงใหม่เข้ามาพัฒนา หน่วยงาน
25 ภาวะผู้นำระดับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา (Superintendent Leadership) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะต้อง เป็นบุคคลที่มีภาวะผู้นำในการบริหาร จัดการ องค์การที่มี บุคลากรจำนวนมากทั้งในสำนักงานเขตพื้นที่และในระดับสถานศึกษา ผู้นำจะต้องสร้างศรัทธา ให้เกิดกับ บุคลากรนั้นคือ ต้องปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการทำงาน ร่วม ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างให้องค์กรก้าวไปสู้เป้าหมายที่ตั้งไว้ การรักษาคำพูด รักษาเวลา เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร บุคลิกภาพที่เปิดเผยจริงใจ จะทำให้คนที่ทำงานด้วยสามารถเกิด ความเชื่อใจไว้วางใจ Elaine L. Wilmore. (2008) ได้กล่าวไว้ว่า ทักษะ 3 ประการที่ผู้บริหารระดับเขตพื้นที่ การศึกษาควรมี คือ 1. ทักษะด้านความรู้ เป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะผู้นำต้องมีความรู้และแนวทางในการ ทำงาน การจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ ช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจ ความกระตือรือร้น เพื่อให้เกิดความสำเร็จ ใช้ความรู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2. ทักษะในการบริหารงานและบริหารคนใน องค์กร มีวิสัยทัศน์ในการทำงานบริหารคนให้เหมาะสมกับความสามารถและพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพ บุคลากรในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น 3. มีทัศนคติที่ดี การเป็นผู้นำต้องต้องมีทัศนคติที่ดีต่อคนทุกคนในองค์กร เข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกิดขึ้น นอกจากนี้การที่จะมีภาวะผู้นำ ระดับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษานั้นต้องอาศัยองค์ ประกอบหลายประการและต้องเป็นผู้นำในด้านต่างๆ ดังนี้ 1. ต้องมีความรู้ในหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 37 วรรค 2 และฉบับ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2553 ได้กำหนดหน้าที่ไว้คือ 1) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา 2) รับผิดชอบ ในการปฏิบัติราชการของสำนักงานให้เป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติ ราชการของกระทรวง3) ปฏิบัติ หน้าที่ตามกฎหมายอื่น ใน กรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการ ไว้เป็นการเฉพาะการ ใช้อำนาจ และการปฏิบัติหน้าที่ตาม กฎหมายดังกล่าวให้คำนึงถึงนโยบายที่คณะรัฐมนตรี กำหนดหรืออนุมัติแนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการ ของกระทรวงด้วย 2. การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีความสามารถในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ใน การบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาคนและพัฒนางานอยู่เสมอ 3. ความสามารถในการบริหารจัดการ มีแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีความสามารถในการ บริหารคน สามารถทำให้คนทุกคนเข้าใจตรงกัน บุคลากรในองค์การมีเป้าหมายเดียวกัน 4. มีความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้นำที่มีบุคลากรในองค์กรจำนวนมากต้องเข้าใจ ในความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้นำต้องเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน สามารถพัฒนาศักยภาพของคนให้ แสดงออกมาอย่างเต็มความสามารถ
26 5. มีความเข้าใจในสังคม ผู้นำระดับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาต้องมีความรู้ความเข้าใจในสังคม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การจัดการศึกษาต้องสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงทางการสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง บทสัมภาษณ์ที่จะนำเสนอในที่นี้ เป็นบทสัมภาษณ์ความคิดเห็นในการบริหารเขตพื้นที่การศึกษา โดยใช้ภาวะผู้นำระดับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาของ ดร.นิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1 ข้อมูลของท่าน พอสังเขป ดังนี้ ประวัติพอสังเขป ท่าน ดร.นิยม ไผ่โสภา ตำแหน่ง ปัจจุบันผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1 เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2514 อายุ 52 ปี ประวัติการศึกษา พ.ศ.2538 พุทธศาสตรบัณฑิต(พธ.บ.) วิชาเอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2543 การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) วิชาเอกบริหารการศึกษา มหาวิทยามหาสารคาม พ.ศ.2557 ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาสารคาม คติพจน์“ถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ ประหยัด” ผลงานดีเด่น 1) ได้รับคัดเลือกเพื่อรับรางวัล “พระพฤหัสบดี” ประจำปี พ.ศ. 2564 ประเภทบุคคล กลุ่ม 3 ผู้บริหารสถานศึกษาและ ผู้บริหารการศึกษา ระดับจังหวัด 2) รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปีพ.ศ. 2563 3) รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ชนะเลิศเหรียญทอง ผู้อำนวยการสถานศึกษายอด เยี่ยมระดับมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ประจำปีการศึกษา 2559
27 4) รางวัล MOE AWARDS ปีการศึกษา 2558 ผลงานระดับดีเด่น ประเภทบุคคล สาขาส่งเสริม คุณธรรม จริยธรรม 5) รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ชนะเลิศเหรียญทอง ผู้อำนวยการสถานศึกษายอด เยี่ยมระดับมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ประจำปีการศึกษา 2558 6) รางวัล “ผู้อำนวยการสถานศึกษาดีเด่น” ประจำปีพ.ศ.2555 7) รางวัลพระพฤหัสบดีประเภท บุคคล กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ระดับ จังหวัด โครงการรางวัลพระพฤหัสบดีประจำปีพ.ศ. 2564 ข้อสรุปจากบทสัมภาษณ์ท่าน ดร.นิยม ไผ่โสภา จากการสัมภาษณ์ ดร.นิยม ไผ่โสภา (สัมภาษณ์ เมื่อวันที่21 มีนาคม 2567) ท่านเป็นบุคคลที่มี ภาวะผู้นำผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา ท่านได้กล่าวแนวคิดการบริหาร เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าปัจจุบัน นี้คือ ยุคของ disruption หรือการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยเน้นการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ รอบตัว และมองหาสิ่งที่ สามารถต่อยอดได้ในอนาคตเช่นเดียวกับการจัดการศึกษา แม้ว่าหลายๆ โรงเรียนในสังกัด สพม.กท1 จะ เป็นโรงเรียนชั้นนำและเป็นตำนานระดับประเทศ หากไม่ปรับตัวให้ทันสมัย วันหนึ่งก็อาจเหลือเพียงคำว่า ตำนาน เสน่ห์ของโรงเรียนในสังกัด สพม.กท1 คือความหลากหลายเรามีตั้งแต่โรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดพร้อม ที่สุด ไปจนถึงโรงเรียนเล็กๆ ที่จิ๋วแต่แจ๋ว จึงมีแนวคิดแผนพัฒนาคือหนึ่งใจ หลายความคิดหลายความ ร่วมมือ อันจะส่งผลให้บรรลุวิสัยทัศน์ จัดการศึกษาวิถีใหม่ บนพื้นฐานความหลากหลาย สู่เป้าหมายความ เป็นหนึ่ง ท่านได้อธิบายถึงแนวทางการใช้ภาวะผู้นำระดับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา (Superintendent Leadership) ไว้ว่า การที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ต้องมีสิ่งสำคัญ ผู้บริหารต้องใช้หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใสหลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า และหลักความมีส่วนร่วม ใช้ความรู้ ความสามารถ อำนาจทางการบริหารดำเนินงานตามภารกิจ เพื่อให้ทุกคนทั้งบุคลากรภายในองค์การและ ภายนอกองค์การที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งผู้มารับบริการเกิดความพึงพอใจ และให้ได้มาตรฐานเดียวกัน อัน จะนำไปสู่ความเชื่อถือ ศรัทธาโดยเน้นการทำงานเป็นทีม สร้างบรรยากาศองค์การหากผู้บริหารได้ใช้ความรู้ ความสามารถ มีความพยายามตั้งใจ บริหารงาน สร้างบรรยากาศในการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติงานให้สำเร็จ เกิดความพึงพอใจในงานมาก มีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายของหน่วยงานโครงสร้างการ บริหารงาน แสดงขอบข่าย และหน้าที่ของกลุ่มงานต่าง ๆ จัดให้มีผู้รับผิดชอบในแต่ละงานอย่างชัดเจน ทำ ความเข้าใจ กระจายอำนาจและมอบหมายงานให้กับบุคลากรตามความรู้ ความสามารถ ตั้งเป้าหมายและ มาตรฐานการปฏิบัติงาน จัดระบบประกันคุณภาพภายใน ปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพ
28 การบริหารงานจะต้องมีการสร้างบรรยากาศที่ดี ช่วยเหลือ ให้การสนับสนุนทำให้บุคลากรเกิดความพึง พอใจ สรุปแล้วการมีภาวะผู้นำระดับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา (Superintendent Leadership) ต้อง เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ บริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์โดยผู้นำต้องปฏิบัติตัว เป็นแบบอย่างที่ดีต้องมีความรู้ความสามารถมีบุคลิกภาพที่ดีทำงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ผู้บริหารจะต้อง กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภาวะผู้นำจะต้องเป็นผู้บริหารมืออาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพทาง การศึกษา ต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชำนาญการในการประกอบอาชีพ ทั้ง ความชำนาญเฉพาะด้าน และความชำนาญ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานการปฏิบัติงาน ต้องมีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญ เพียงพอที่จะดำรงสถานภาพของการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพได้โดยมี ความรู้หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา นโยบายและ การวางแผนการศึกษาการบริหารจัดการ การศึกษา การบริหารทรัพยากรการประกันคุณภาพการศึกษา การนิเทศการศึกษาการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ การวิจัยทางการศึกษา และคุณธรรมจริยธรรม สำหรับผู้บริหาร การศึกษา อีกทั้งได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารการศึกษาตามที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง เพื่อสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีคุณภาพมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในองค์การให้ดีขึ้นมี ความสามารถบริหารงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทยต่อไป เอกสารอ้างอิง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 (2545).กรุงเทพฯ:ผู้แต่ง. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546.(2546) และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 )พ.ศ. 2553 ปัญญารัฐฎน์ จันทร์กอง. (2561).ภาวะผู้นำของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ: มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี. Elaine L. Wilmore .(2008) Superintendenr: Leadership Applying the Educational. Leadership Constituent Council Standar
29 ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) ดร.ชัยวัฒน์ วาทะวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสกลนคร โดย นางธันยภรณ์ คำภูษา นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
30 ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) โดย นางธันยภรณ์ คำภูษา รหัส 66620273106 นักศึกษาปริญญาเอก รุ่นที่ 17 สาขาวิชา การบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร ผู้นำ มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรมากที่สุด เพราะผู้นำคือคนทีนำทีมนำทางในทุก ภารกิจหน้าที่ คนให้สามารถทำงานได้อย่างลุล่วงและสำเร็จ ขับเคลื่อนองค์กรให้ไปต่อข้างหน้าได้อย่างไม่ ติดขัด แน่นอนว่าผู้นำไม่อาจนำได้หากขาดทักษะและความสามารถ โดยเฉพาะคุณสมบัติที่สำคัญนั่นคือ “วิสัยทัศน์” ผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) คุณสมบัติของผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ 1: Risk-Taking เป็นผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่เข้ามาเสมอ และแน่นอนว่ามันมักมาพร้อมกับความเสี่ยงนี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ควรมี นั่นคือ ความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงได้ และต้องรับมือได้อย่างชาญฉลาดด้วยการรับมือกับความเสี่ยง นั้นต้องควบคู่ไปกับการรู้จักตั้งคำถามให้ถูกต้อง และมีแผนดำเนินงานที่เหมาะสมและรัดกุมด้วย มิเช่นนั้น อาจเป็นเพียงความกล้าแต่นำมาซึ่งความผิดพลาดและเพลี่ยงพล้ำได้ 2: Listening ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์นั้น “ฟัง” มากกว่า “พูด” นี่คือข้อแตกต่างระหว่างผู้นำที่เป็นผู้นำ เจ้าไอเดีย กับ ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ แน่นอนว่าบางครั้งอัตตาของความเป็นผู้นำทำให้เผลอละเลยบางไอเดีย หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับทุกคนได้ และนั่นอาจทำให้พลาดบางสิ่งที่สำคัญไปอย่างน่าเสียดายหาก บางครั้งฟังทุกคนแล้ว แต่ไม่คิดว่านั่นจะเป็นไอเดียหรือทางออกที่ดีได้ก็ไม่จำเป็นต้องรับทั้งหมด แต่ดู แนวโน้มและทิศทางโดยรอบว่าเป็นอย่างไร ที่สำคัญคืออย่ายึดติดกับความคิดของใครคนใดคนหนึ่งหรือ ความคิดของผู้นำเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะอาจทำให้เกิดความอคติและบรรยากาศของความไม่เท่าเทียม ขึ้นมาได้ 3: Takes Responsibility ทุกๆความสำเร็จและความผิดพลาดของคนในองค์กรก็เป็นความ รับผิดชอบของผู้นำองค์กรเช่นกัน ไม่ใช่ว่าผู้นำคนเดียวต้องรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์จะ
31 ปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบให้กับบุคลากรทุกคนได้ เมื่อทุกคนมีความสามารถมากพอที่จะ บริหารจัดการงานของตัวเอง สามารถทำงานได้อย่างอิสระ และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของต่อสิ่งที่ตัวเอง รับผิดชอบอยู่ เพราะฉะนั้นกฎเกณฑ์ใดในการทำงานจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะการที่ทุกคนจะสามารถ ทำงานได้อย่างอิสระนั้นก็เป็นเพราะพวกเขามีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายสูง (high responsibility) , มีความสามารถในการบริหารจัดการงานสูง (high management skills) และมีความรู้สึก เป็นเจ้าของต่องานและองค์กร (ownerships) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้หากผู้นำเป็นผู้เริ่มต้นก่อนและปลูกฝังให้ เกิดขึ้นในองค์กรในปัจจุบันนี้เป็นยุคดิจิตอล และเป็นโลกข่าวสารที่ไร้พรหมแดน ความเจริญ ก้าวหน้า ด้านเทคโนโลยีมามีบทบาทในสังคมไทย ทำให้คนไทยต้องติดตามความเคลื่อนไหวของโลกอย่างใกล้ชิด คนที่ตามไม่ทันก็จะตกยุคได้ดังนั้นองค์กรจึงเป็นที่ผลิตกำลังคนไปสร้างสังคมและประเทศชาติ มีการ วางแผนพัฒนาบุคลากร บุคลากรให้มีทักษะมีความสามารถ และเป็นองค์กรแห่งความสุข ปัจจุบันองค์กร ทั้งภายในและต่างประเทศได้นำหลักสมรรถนะ(Competency) มาใช้ในการบริหารงานอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสรรหาการพัฒนาและการรักษาบุคลากรในองค์กรให้อยู่กับองค์กรนานที่สุดซึ่ง บุคลากรมีสมรรถณะ (Competency) จะช่วยให้ผลงานของบุคลากรตรงตามความต้องการขององค์กรซึ่ง เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จขององค์กร บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการนำพาองค์กร ไปข้างหน้า คือ ผู้นำจึงควรมีวิสัยทัศน์สามารถมองภาพอนาคตขององค์กรได้อย่างชัดเจน รวมทั้งกระตุ้นให้ บุคลากรร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงานและนำบุคลากรไปสู่จุดมุ่งหมายได้อย่างมีคุณภาพ ผู้นำองค์กรจึง ควรมีภาวะผู้นำวิสัยทัศน์เพราะว่า ภาวะผู้นำวิสัยทัศน์มีความสำคัญต่อองค์กร ในการกำหนดวิสัยทัศน์ได้ อย่างชัดเจน โดยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และใช้พลังจูงใจให้บุคลากรทำงานไปตามเป้าหมายที่วาง ไว้จนประสบผลสำเร็จ ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ คือ ผู้นำจะตระหนักถึงการสร้างวิสัยทัศน์ที่แหลมคม เป็นวิสัยทัศน์ที่อธิบาย ให้เห็นว่าองค์กรในอนาคตมีลักษณะมีการเจริญเติบโตลักษณะใด และมีสภาพที่ดีขึ้นจากปัจจุบันอย่างไร องค์กรที่ประสบความสำเร็จทุกองค์กรล้วนมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เพราะผู้นำสามารถรู้จักและเข้าใจ สภาพการณ์ขององค์กรเป็นอย่างดี สามารถกำหนดบทบาทและทิศทางขององค์กรได้อย่างชัดเจน รวมถึง ขายความคิดให้คนยอมรับและปรับเปลี่ยนให้คนอื่นช่วยทำงาน ความสามารถในการสร้างและสื่อสาร ภารกิจหลักขององค์กรที่มาจากแรงบันดาลใจ ดังนั้นพฤติกรรมที่สำคัญของผู้บริหารองค์กรที่จะแสดง พฤติกรรมคือสามารถอธิบายวิสัยทัศน์และภารกิจหลักขององค์กรต่อคนอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร ได้ทำให้แน่ใจว่าแผนกลยุทธ์ขององค์กรและการปฏิบัติงานสอดคล้องกันกับวิสัยทัศน์และภารกิจหลัก สอดคล้องกันผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน บอกได้ว่าองค์กรต้องการเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็จะถ่ายทอด วิสัยทัศน์ออกมาเป็นกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ แล้วสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรปฏิบัติตามด้วยความ เต็มใจ
32 จากการสัมภาษณ์ ดร.ชัยวัฒน์ วาทะวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสกลนคร ถึงประเด็นภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) ดร.ชัยวัฒน์ วาทะวัฒนะ มีคุณลักษณะภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ที่ โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับ ด้วยผู้สัมภาษณ์ชื่นชมในผลงานด้านการบริหารและชื่นชมในบทบาทของการ ทำงานของท่านในหลายๆบทบาท ไม่ว่าจะในหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสกลนคร ซึ่งเป็น สถานศึกษาขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลทั้งฝ่ายบริหาร ครูและบุคลากร นักเรียนและผู้ปกครองที่ต้องดูแลก็มี จำนวนมาก รวมถึงการทำงานกับเครือข่ายทางการศึกษาที่เป็นโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือและในระดับประเทศ รวมถึงบทบาทของผู้นำในตำแหน่งคณะอนุกรรมการข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.)เพื่อดูแลพี่น้องข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึง อีกหลายๆบทบาทที่เป็นที่ยอมรับในความรู้ความสามารถของท่าน ท่านได้ให้สัมภาษณ์ในมุมมองของท่าน ว่า ความสามารถของผู้นำในกำหนดทิศทางและเป้าหมาย เพื่อสร้างอนาคตขององค์การเป็นสิ่งสำคัญมากการที่ จะโน้มน้าว จูงใจให้บุคลากรยึดมั่น และร่วมสานฝัน ต่อวิสัยทัศน์ขององค์กรนั้นผู้นำต้องสนับสนุน ให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการสื่อสารวิสัยทัศน์ต้อง ชัดเจน เป็นรูปธรรมสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ (ability to explain the vision to others) 2) ต้องสามารถ จูงใจหรือกำหนดรูปแบบวิธีการปฏิบัติให้สมาชิกปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ได้ไม่เพียงแต่แสดงออกทางวาจา เท่านั้นแต่รวมถึงการแสดงออกทางพฤติกรรม (ability to express the vision not just verbally but through behavior) และ 3) สามารถขยายหรือประยุกต์วิสัยทัศน์ให้ผู้บริหารฝ่ายต่างๆที่จะต้องเกี่ยวข้องในการ ปฏิบัติได้ (ability to extent or apply the vision to different leadership contexts) และต้องกระตุ้นให้ บุคลากรได้ใช้ศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มความสามารถ โดยมุ่งกระจายและเพิ่มอำนาจแก่บุคลากร เป็นแบบอย่างที่ดี มีความซื่อสัตย์และยึดมั่นสิ่งที่ถูกต้อง ในการทำงานประพฤติปฏิบัติตนตามมาตรฐานคุณธรรม และจริยธรรม ใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน ในขณะเดียวกันการสร้างทีมงาน ให้เป็นคนกล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าทำ กล้ารับผิดชอบและเชื่อมั่นในตัวเองก็ สำคัญเพราะเราไม่สามารถทำงานด้วยตัวของเราเองได้ ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปล่อยให้ทีมงานทำงานเพียงลำพัง ยังคงทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ไป หลักของการสอนงานคือให้มีความอดทนต่อแรงกดดัน แต่ในขณะเดียวกันต้องรู้จักที่จะรับฟังคนอื่น ทำ เพื่อคนอื่นด้วยความเสียสละ มองไปในอนาคตที่ไกลจินตนาการภาพที่ต้องการให้เป็นและสร้างแรงบันดาล
33 ใจให้กับตนเองและทีมงานให้ได้ผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ที่มีมุมมองที่ชาญฉลาด เข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อองค์การ จากมุมมองที่เป็นองค์รวม ผู้นำต้องมีความสามารถและทักษะการทำงานแบบทีม จะต้องมีทักษะเชิงกล ยุทธ์ในงานที่เป็นส่วนต่าง ๆ ขององค์การได้ดี จนประสานสัมพันธ์เกิดเป็นองค์รวมขึ้น มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปิดกว้างเพื่อรองรับสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นได้และปรับตัวมีความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง และความผันผวนของโลกในปัจจุบันได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ต้องมีประสบการณ์ในการบริหารเป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังต้องรู้จักสะสมความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มีความสามารถในการวางแผนระยะยาวได้ (Long - Term Planning) หลักของการทำงานด้านการบริหารท่านได้ให้ ข้อคิดและแนะนำแก่ผู้สัมภาษณ์และเป็นองค์ความรู้ ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่านมากจึงขอสรุปไว้ให้เป็นที่ เข้าใจถึงแนวทางในการฝึกฝนตนเองให้มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) ผู้นำจะต้องรู้ว่าจะพาองค์ไปสู่ ณ จุดใด และต้อง เริ่มกำหนดแผนที่ (Mapping) ต้องมีการกำหนด และสร้างแผนที่ที่จะไปให้ถึงจุดหมายที่ต้องการ เริ่มการเดินทาง (Joumeying) ผู้นำต้องทำให้บุคลากรในองค์กรเดินทางไปด้วยกันด้วยความเต็มใจโดยใช้ ทักษะการสื่อสารสื่อสารให้เข้าใจอย่างชัดเจน และเป็นประชามติโดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่ เรียนรู้ร่วมกัน (Learning)และเปิดโอกาสให้บุคลากรในองค์กรสามารถเรียนรู้ร่วมกัน และเปิดใจที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ผู้นำต้องเป็นพี่เลี้ยงที่ดี (Mentoring) เพื่อให้บุคลากรในองค์กรยอมรับความคิดเห็นจากคนอื่น และการนำ (Leading) โดยเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานสร้างคุณค่าให้ตนเองจากการกระทำ (Valuing) ดังนั้นผู้นำ ที่มีภาวะผู้นำวิสัยทัศน์จึงสามารถมองภาพอนาคตได้อย่างชัดเจน สามารถกำหนดและสร้างแผนที่ที่จะไป ให้ถึงจุดหมายที่ต้องการโดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดใด ไม่ว่าระหว่างทางเดินสู่เป้าหมายจะมี บรรยากาศของการแข่งขันและแย่งชิงเพียงใดเพราะปัจจัยแห่งความสำเร็จนั้นพร้อมแล้ว “เป้าหมายมีไว้ให้ พุ่งชน” นอกจากผู้นำที่ประสบความสำเร็จจะมีวิสัยทัศน์แล้ว การสร้างเครือข่าย การทำงานเป็นทีม และมี มนุษยสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการนั้นก็มี ความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน
34 เอกสารอ้างอิง วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.นิกัญชลา ลันเหลือ. (2554). โมเดลสมการโครงสร้างภาวะผู้นำเชิง วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร สถานศึกษาชั้นพื้นฐาน, วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น. มนตรี แย้มกสิกร. (2544). วิสัยทัศน์ : ปัญหาสำหรับผู้นำทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสาร ศึกษาศาสตร์, 13(1), 19-30. สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์. (2544). ภาวะผู้นำ : ทฤษฎีและปฏิบัติ. เชียงราย : สถาบันราชภัฎเชียงราย. สุรีพันธุ์ เสนานุช. (2553). Visionary leadership : กรณีศึกษา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์. กรุงเทพฯ : สถาบันรางวัลคุณภาพแห่งชาติ. จาตุรงค์ ยะตะโคตร. (2564). ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อ ประสิทธิผลการ บริหารงานวิชาการโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสกลนคร เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร. Harperand Row.anus, B. (1992). Visionary leadership: Creating a compelling sense of direction your organization. San Francisco, CA: Jossey-B stley, F. and Mintzberg, H. (1989). Visionary leadership and Strategic Management Journal, 10 (Summer), 17-3
35 ภาวะผู้นำการกระจายอำนาจ (Distributed Leadership) ผศ.ดร.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร โดย นายนำไทย ชัยปัญหา นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
36 ภาวะผู้นำการกระจายอำนาจ (Distributed Leadership) โดย นายนำไทย ชัยปัญหา รหัส 66620273209 นักศึกษาปริญญาเอก รุ่นที่ 17 สาขาวิชา การบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร “อำนาจเป็นญาติกับอำนวย กระจายช่วยเสริมพลังให้ยิ่งใหญ่ หากอำนาจไม่ช่วยอำนวยชัย อำนาจจะเป็นภัยอำนาจเอง” ในยุคปัจจุบัน นักวิจัยและผู้รับผิดชอบต่อการกำหนดนโยบายองค์กรส่วนมากมีแนวคิดเดิมที่เชื่อว่า ผู้นำองค์กรต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถเหนือคนอื่นอยู่คนเดียวหรือที่เรียกกันว่า Heroic leader ซึ่งเป็น แนวคิดที่ล้าสมัย ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากมาย ทำให้ภารกิจที่ต้องบริหาร จัดการและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เหมาะสมกับยุคนี้เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน จนเกินกำลัง ความสามารถของผู้นำเพียงคนเดียวที่จะสามารถดำเนินการด้วยตนเอง ดังนั้นจึงมีความเชื่อค่อนข้าง กว้างขวางว่า การกระจายอำนาจ (Distributed Leadership) จากผู้นำที่เป็นผู้นำสูงสุดเพียงคนเดียวให้ กระจายภาวะผู้นำไปยังผู้นำระดับต่ำกว่า ตลอดจนผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้มี โอกาสใช้ศักยภาพและความเป็นผู้นำของตนร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพสูง ภาวะผู้นำ คือ ความสามารถของบุคคลในการนำหรือพฤติกรรมการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพเป็น ผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมกลุ่ม เป็นการผสมผสานคุณลักษณะต่าง ๆ ของผู้นำที่ช่วยสามารถจูง ใจบุคคลอื่น ให้ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ เป็นการใช้อำนาจทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือการมี อิทธิพลต่อกลุ่มที่ทำให้สมาชิกในกลุ่มทำตามที่ต้องการ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับผู้ตามซึ่งผู้นำใช้ อิทธิพลต่อพฤติกรรมของกลุ่ม และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้กลุ่มบรรลุเป้าหมาย ไชยา ภาวะบุตร (2555, หน้า 282) กล่าวว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง ความสามารถของผู้นำในการใช้ ศิลปะ อิทธิพล อำนาจหน้าที่และพลังอำนาจที่มีอยู่ เพื่อให้บุคคลหรือกลุ่มของบุคคลดำเนินงานในหน้าที่ รับผิดชอบให้บรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ตั้งไว้
37 กิตติวรรณ แสนโท (2556, หน้า 28) กล่าวไว้ว่า ภาวะผู้นำ คือ ความสามารถในการเป็นผู้นำทำให้ บุคคลอื่นยอมรับและปฏิบัติตาม เป็นการใช้อิทธิพล หรืออำนาจให้บุคคลอื่นปฏิบัติตามและยอมรับนับถือ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรสามารถชี้นำกลุ่มให้ปฏิบัติตามจุดมุ่งหมายของกลุ่ม Yulk (2005, p. 5 อ้างถึงใน สมุทร ชำนาญ, 2553, หน้า 49) ทำการสรุปนิยามของภาวะผู้นำไว้ หลากหลายแนวทาง 1.พฤติกรรมของเอกัตบุคคลที่สามารถสั่งการและชี้นำกลุ่มให้ปฏิบัติตามจุดมุ่งหมาย ของกลุ่มได้ 2.อิทธิพลของบุคคลที่มีอยู่เหนือบุคคลอื่นในการปฏิบัติงานในองค์การ 3.ความสามารถของ บุคคลที่ทำให้การปฏิบัติงาน ในองค์การบรรลุผลโดยใช้ความเป็นสถาบันการเมือง จิตวิทยา ทรัพยากร อื่นๆ กระตุ้นให้ ผู้อื่นเกิดความพึงพอใจ 4.กระบวนการในการใช้อิทธิพลเพื่อทำให้เกิด ประสิทธิผลของกลุ่ม 5.ความสามารถในการใช้วัฒนธรรมจากภายนอกองค์การ เพื่อเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงใน องค์การ Peter G. Northouse (2010) ได้นิยามภาวะผู้นำ (Leadership) จากหลายความคิดเห็นที่บ่งบอกถึง องค์ประกอบภาวะผู้นำ ที่สำคัญ 4 ประการ คือ ภาวะผู้นำเป็นกระบวนการ ภาวะผู้นำเกี่ยวกับการมี อิทธิพล ภาวะผู้นำเกิดในกลุ่มคน ภาวะผู้นำเกี่ยวกับการมีจุดประสงค์ร่วมกัน ภาวะผู้นำการกระจายอำนาจ (Distributed Leadership) มีความหมายมากกว่าการ มอบหมายงานให้ปฏิบัติแทน (Delegating) แต่เป็นวิธีการที่เชื่อว่าน่าจะดีที่สุดวิธีหนึ่งที่จะช่วยปลดปล่อย (Release) ศักยภาพ (Potential) ความเชี่ยวชาญ (Expertise) ความคิด (Idea) และความเพียรพยายาม (Effort) ในการทำงานของทุกคนที่เกี่ยวข้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร Kayrooz and Fleming (2008) กล่าวใน UNESCO-APEID International Conference ที่จัดขึ้นใน ประเทศไทยในปี ค.ศ. 2008 ว่า Distributed Leadership เป็นปรากฏการณ์ค่อนข้างใหม่ในโรงเรียนของ ประเทศทางตะวันตก เป็นภาวะผู้นำที่ขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วไปในหลาย ๆ ประเทศมากเกิน ขอบเขตเฉพาะของบุคคล และหน่วยงานถึงระดับที่ขยายครอบคลุมข้ามโรงเรียน Gronn (2003; 2008) ได้ ให้คำอธิบาย Distributed Leadership ซึ่งสามารถจำแนกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้ 1. Distributed Leadership มุ่งเน้นเรื่องคนที่จะทำให้เกิดการประสานความร่วมมือต่อเป้าหมายที่มีร่วมกันและภาวะผู้นำค่อย ๆ เกิดขึ้น เองอย่างเป็นธรรมชาติ และส่งผ่านจากบุคคลหนึ่งไปอีกบุคคลหนึ่งหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป 2. Distributed Leadership ยอมรับความหลากหลายในชุมชนทางการศึกษา เนื่องจากต้องใช้มุมมองจาก หลายๆ คนในโรงเรียนหรือในโรงเรียนเครือข่าย เพื่อช่วยในการตัดสินใจ และยิ่งโรงเรียนมีมุมมองที่ หลากหลายมากเท่าไรจะทำให้เข้าใจในสถานการณ์ได้มากขึ้น ส่งผลให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ ได้อย่างเหมาะสม 3. Distributed Leadership ยอมรับภาวะผู้นำหลายรูปแบบ ทั้งที่ได้มาจากตำแหน่งงาน และที่เกิดขึ้นเองอย่างไม่เป็นทางการในการตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะ ซึ่งภาวะผู้นำอยู่บนพื้นฐานของ ความร่วมมือ ความไว้วางใจ และการแบ่งอำนาจในภาระหน้าที่ตามความเหมาะสม และความเชี่ยวชาญ มากกว่าตามตำแหน่งงาน 4. Distributed Leadership ยอมรับรูปแบบของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมที่ทำ ให้เกิดความพยายามร่วมกันของคนในโรงเรียนเป็นวงกว้าง อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการมอบหมายการ
38 ตัดสินใจและมุ่งก่อให้เกิดความสมดุล ระหว่างศูนย์กลางการควบคุม และการมีอิสระในการคิดด้วยการ แสดงความคิดเห็นต่อผู้มีอำนาจที่เห็นด้วยหรือคัดค้านต่อประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น 5. Distributed Leadership กระตุ้นให้ครูเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูท่านอื่นที่มีประสบการณ์น้อย ส่งผลให้โรงเรียนเกิดการ ยกระดับความเชี่ยวชาญเนื่องจากครูในโรงเรียนมีอิสระ หมุนเวียนความเชี่ยวชาญ ความคิด และความ พยายามระหว่างกันในโรงเรียน เช่น การแบ่งภาระหน้าที่โดยมี ความรับผิดชอบร่วมกันส่งผลให้เกิดความ ร่วมมือกันในการตัดสินใจมากเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดสัมพันธภาพแบบเปิดที่ไม่มีที่สิ้นสุดภายใน โรงเรียน Raelin (2004). กล่าวว่า การกระจายภาวะผู้นำ หมายถึงสถานการณ์หรือบริบทขององค์การที่มี ผู้นำหลายคน (Multiple leaders) ที่ต่างหมุนเวียนเข้ามารับบทบาทความเป็นผู้นำ ในส่วนงานที่ตนถนัดหรือ มีความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแนวคิดเหมาะสมกับการทำงานเป็นทีมแบบ ทีมงานที่ บริหารจัดการเบ็ดเสร็จในตนเอง หรือ Self-Managed Team, (SMT). James Spillane (2006). กล่าวว่า การกระจายภาวะผู้นำ หรือ Distributed Leadership มี ความหมายกว้างกว่าคำว่า ภาวะผู้นำร่วม (Shared Leadership) แต่เป็นวิวัฒนาการของแนวคิดที่เกี่ยวกับ ภาวะผู้นำ ซึ่งเปลี่ยนไปจากการให้ความสำคัญต่อผู้นำสูงสุดเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว ไปสู่ภาวะผู้นำที่ กระจายไปยังบุคคลอื่นทั่วทั้งองค์กร ในลักษณะที่มีความสัมพันธ์ต่อกันแบบโครงข่ายใยแมงมุมของภาวะ ผู้นำ (Web of Leadership) ภาพการสัมภาษณ์: ภาวะผู้นำการกระจายอำนาจ Distributed Leadership จากการสัมภาษณ์ ผศ.ดร.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เกี่ยวกับภาวะ ผู้นำการกระจายอำนาจ หรือ Distributed Leadership ท่านให้ความคิดเห็น ดังนี้ ความหมายของภาวะผู้นำกระจายอำนาจ คือ การมอบอำนาจในส่วนงานต่างๆ ในระดับรองลงมา โดยเป็นการมอบอำนาจในการปฏิบัติงาน เช่น อำนาจในการตัดสินใจ อำนาจในการใช้งบประมาณ อำนาจ ในการทำงานต่างๆ ตามเจตนารมณ์ความประสงค์ในงาน บนกรอบระเบียบข้อกฎหมาย เพื่อให้ กระบวนการทำงานนั้นสั้นลง มีสายการบังคับบัญชาที่สั้นลงและให้เกิดความรวดเร็วในการดำเนินงาน ความสำคัญของกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระจายอำนาจเป็น รายกรณี ระดับการกระจายอำนาจ เนื้องาน ความเร่งด่วน ดังนั้นความสำคัญของการกระจายอำนาจไม่ได้
39 อยู่ที่อำนาจเพียงอย่างเดียวหากแต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของการกระจายอำนาจและผลสัมฤทธิ์ของการ กระจายอำนาจ แนวทางการกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจควรดำเนินเป็นลายลักษณ์อักษร ในรูปแบบ ระเบียบ พระราชบัญญัติ กฎหมาย โดยมีระดับการกระจายตัวของระดับอำนาจ มีหน้าที่ มีกรอบอำนาจที่ ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ การตัดสินใจ โดยการการออกแบบการแบ่งอำนาจในส่วนการบริหารงาน ต่างๆ ให้เป็นระบบการกระจายอำนาจ เพื่อให้เกิดการทำงานที่รวดเร็ว ลดสายการบริหารงานให้สั้นที่สุด โดยยังคงความมีคุณภาพ และประสิทธิภาพของงาน ผลสำเร็จของการกระจายอำนาจ คือ ความรวดเร็วในการทำงาน ตอบสนองในความต้องการของ บุคลากรทุกระดับในองค์กร การแก้ปัญหาที่รวดเร็วจะทำให้เกิดความเสียหายในระดับต่ำ ช่วยลด ผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์ที่อาศัยการตัดสินใจที่ได้จากการกระจายอำนาจ เปรียบเสมือน Safty Cut ตัดวงจรของปัญหาในสภาวการณ์ที่ผู้มีอำนาจไม่อยู่ หรือขาดผู้มีอำนาจ ระบบการบริหารงานที่ดีควร ออกแบบให้ครอบคลุมในทุกมิติงานจะทำให้เกิดการก้าวข้ามการกระจายอำนาจ และในหลักการบริหาร ตามหลักธรรมาภิบาล 6 ข้อ (สำนักงานข้าราชการพลเรือน) หรือหลักธรรมาภิบาล 8 ข้อ (UN ESCAP) หรือหลักธรรมาภิบาล 9 ข้อ(กรรมการและผู้บริหารองค์กรไม่แสวงหากำไร) หรือ หลักธรรมาภิ บาล 10 ข้อ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ) มีเนื้อหาร่วมกันหนึ่งประเด็นที่สำคัญ คือ หลักการมีส่วนร่วม (Participation) ดังนั้นในส่วนของการกระจายอำนาจ “สิ่งที่สำคัญกว่าการกระจาย อำนาจ คือการมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจ” เช่น การประชุมร่วมกัน การแก้ปัญหาร่วมกัน การ ออกแบบการดำเนินงานร่วมกัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนควรจะได้ออกแบบร่วมกัน เพื่อให้เกิดการยอมรับ และเห็นชอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ผู้ปฎิบัติหน้าที่หรือผู้ได้รับอำนาจเข้าใจแล้วนำไป ปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความขัดแย้ง โดยใช้ฉันทามติร่วมกันเพื่อให้ระบบการกระจายอำนาจ ก้าวสู่การเป็นการกระจายอำนาจแบบอัตโนมัติ Autonomy Distributed และสิ่งที่สำคัญในหลักการกระจาย อำนาจส่วนหนึ่งคือผู้รับการกระจายอำนาจได้เข้าใจในที่มาของการกระจายอำนาจเพื่อไม่ให้เกิดจุดอ่อนใน การใช้อำนาจ แนวคิดหรือทิศทางการเปลี่ยนแปลงการกระจายอำนาจ เนื่องจากการดำเนินงานการกระจาย อำนาจหลายองค์กร โดยเฉพาะองค์กรรัฐบาล การดำเนินงานได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ กฎกระทรวง พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ กฎหมายอื่นๆ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการกระจายอำนาจจึงเป็นไปได้ยาก เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ซึ่งในปัจจุบันรูปแบบการกระจายอำนาจได้ ออกแบบไว้เป็นอย่างดี สืบเนื่องจากว่ากรอบการกระจายอำนาจยังมีความเสี่ยงของการมอบอำนาจ ยิ่ง การมอบอำนาจมากขึ้นจะส่งผลให้มีความเสี่ยงทำให้เกิดปัญหามากขึ้น หากการดำเนินงานไม่มีระบบ ควบคุมที่ดีเพียงพอ ซึ่งเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์ ในความที่ว่าหากสมองยังคงเป็นสมอง ร่างกาย ยังคงเป็นร่างกาย ทุกตำแหน่งทุกอวัยวะมีหน้าที่มีความสำคัญตามนัยสำคัญอยู่แล้ว และมีความชัดเจนใน
40 หน้าที่ของแต่ละตำแหน่งที่มีอยู่ในองค์กร แต่สำหรับ แนวคิดหรือทิศทางการเปลี่ยนแปลงการกระจาย อำนาจ จะอยู่ในรูปแบบการจัดการอำนาจให้เหมาะสม และเมื่ออำนาจที่กระจายไปแล้วไม่มีประสิทธิภาพ ขั้นตอนที่ยาวโดยไม่มีเหตุผล การให้การกระจายอำนาจแล้วไม่ดี เกิดความล่าช้าของการปฏิบัติงาน เป็น สาเหตุของการคอรัปชั่น ดังนั้นผู้นำจึงจำเป็นที่จะต้องแก้ไขจัดการ เพื่อไม่ให้ติดบ่วงกับดักการกระจาย อำนาจ หรือการกระจายอำนาจแล้วไม่มีประสิทธิภาพ ในแนวการบริหารนั้นมิติการกระจายอำนาจเป็น เพียงมิติหนึ่งเท่านั้น “หากองค์กรออกแบบการกระจายไว้ดีแล้ว การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการ กระจายอำนาจจะไม่เกิดขึ้น จะเปลี่ยนแปลงเฉพาะวิธีการจัดการเพียงเท่านั้น” รูปแบบของภาวะผู้นำกระจายอำนาจ รูปแบบภาวะผู้นำกระจายอำนาจจำเป็นต้องบริหารโดยใช้ ศิลปะอย่างสมดุล “Balance Decentralization and Centralization” ผู้นำต้องเลือกใช้หลักการ กระจายอำนาจให้เป็น ถูกต้อง เหมาะสม ในทุกมิติของการบริหาร “ภาวะผู้นำกระจายอำนาจที่ดีต้องมี 3 อย่างเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ ความมีอำนาจ มีคุณธรรมและมีความรู้” จากการสัมภาษณ์แนวคิดด้านภาวะผู้นำการกระจายอำนาจ ของผศ.ดร.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ รอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ขอนำเรียนประวัติ ส่วนตัว ประวัติการทำงานและผลงานที่ได้รับการยอมรับหรือความภาคภูมิ ดังนี้ คุณวุฒิการศึกษาของ ผศ.ดร.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยา เขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ระดับปริญญาเอก สำเร็จการศึกษา หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์ สถานศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ระดับปริญญาโท สำเร็จการศึกษา หลักสูตรพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต เกียรตินิยมดี สาขาวิชา การบริหารโครงการ สถานศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ระดับปริญญาตรี สำเร็จการศึกษา หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) สาขาวิชา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สถานศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระดับปริญญาตรี สำเร็จการศึกษา หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (ทัศนศิลป์) สาขาวิชา ทัศนศิลป์ (การถ่ายภาพและโฆษณา) สถานศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประวัติการทำงานและผลงานที่ได้รับการยอมรับหรือภาคภูมิใจของ ผศ.ดร.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
41 2561 -ปัจจุบัน - รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร - คณะกรรมการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2544 – ปัจจุบัน - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนอนุบาลสกลนคร - หัวหน้าคณะทำงานการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัดสกลนครระยะ 20 ปี พ.ศ. 2560-2579 - คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงานของ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร 2561 - ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารและวางแผน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร 2538 – 2540 - อาจารย์พิเศษ คณะวิทยาการจัดการ สถาบันราชภัฏสกลนคร 2540 – 2544 - อาจารย์ประจำ เลขานุการภาควิชา หัวหน้าภาควิชาการบริหารทรัพยากร มนุษย์ - ผู้ช่วยรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ 2533 – 2557 - คณบดีคณะศิลปศาสตร์และวิทยาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2554 – 2558 - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกสภาวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เอกสารอ้างอิง กิตติวรรณ แสนโท. (2556). การศึกษาภาวะผูนําทางวิชาการของผูบริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็น ของครูโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. : มหาวิทยาลัย บูรพา. ไชยา ภาวะบุตร. (2555). หลัก ทฤษฎี และปฏิบัติการบริหารการศึกษา. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร. Yukl, G. (2001). Leadership in Organization. (5th ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall. Peter G. Northouse. (2010). Leadership Theory and Practice 5th ed. California: SAGA Publication, Inc. Kayrooz, C. & Fleming, M. J. (2008). Distributed Leadership : Leadership in Context. UNESCO-APEID International Conference: Quality Innovations for Teaching and Learning. 8 – 11 December 2008.
42 ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ Strategic Leadership ดร.จตุพร สังขวรรณ ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิทยาลัยเซาธ์อีสบางกอก โดย นายพีรภัทร มาจอมพล นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร