The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sinepy52010211292, 2024-03-27 15:24:17

19 สุดยอดภาวะผู้นำ E-Book

19 สุดยอดภาวะผู้นำ

93 เน้นการทำงานกับ คน งบประมาณ ระบบงาน เพราะฉะนั้นนักบริหารยุคใหม่ต้องพร้อมรับการ เปลี่ยนแปลง และต้องครองงานและครองใจคนได้ การทำงานในเชิงบริหารต้องดูแลทั้งระบบ เพราะฉะนั้น ต้องมีทีมงาน เน้นการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง มีการมอบหมายงานที่ชัดเจน และการใช้คนให้เหมาะสมกับ งาน เช่น คนที่ถนัดภาคสนามก็ให้ลงพื้นที่ คนที่ถนัดไอทีก็ให้ดูแลระบบไอที คนที่มีทักษะสื่อสารก็ให้เป็น ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือโฆษก เป็นต้น สรุปหลักการทำงานของภาวะผู้นำที่มีความรับผิดชอบสูง ของนายสุรพล แก้วอินธิ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สรุปได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้ 1. ผู้นำต้องรู้ทฤษฎี รู้บทกฎหมาย ต้องแม่นยำในทฤษฎี และเนื้อหาต้องชัดเจนเพื่อจะแนะนำผู้อื่น ได้อย่างถูกต้อง 2. ผู้นำต้องมีอุดมการณ์ที่ชัดเจนในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน รับผิดชอบงานในหน้าที่ มี เป้าหมายที่จะให้งานให้สำเร็จ บูรณาการทุกภาคส่วน “ไม่มีพรรค แต่มีพวก” 3. ผู้นำจักต้องทำงานให้ได้ผลแล้วคนมีความสุข เน้นงานบรรลุผล เพื่อนร่วมงาน พี่น้องประชาชน ภาคีเครือข่ายมีความสุข “งานบรรุลุผล คนมีความสุข” เอกสารอ้างอิง ศิริพร พงศ์ศรีโรจน์. (2540). องค์การและการจัดการ (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจ บัณฑิต. สุธิดา พานิชกิจโกศลกุล. (2556). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมความรับผิดชอบในการ ปฏิบัติงานของบคุลากรกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ประสานมิตร. สุรพล แก้วอินธิ. (2567). ภาวะผู้นำที่มีความรับผิดชอบสูง. (สัมภาษณ์ 15 มีนาคม 2567).


94 ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant leadership) นางสาวสำรวย พิพม์มีลาย นายกเทศมนตรีตำบลตองโขบ โดย นางดาวใจ ราชาไชย นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร


95 ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant leadership) นางดาวใจ ราชาไชย นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในปัจจุบันมีแนวคิดเกี่ยวกับผู้นำประการหนึ่งที่เรียกว่า Servant Leadership หรือผู้นำที่เป็นผู้รับใช้ โดยแนวคิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย Robert K. Greenleaf ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารของ AT&T โดยในปัจจุบัน Greenleaf ได้เสียชีวิตไปสิบกว่าปีแล้ว แต่แนวคิดเกี่ยวกับ Servant Leadership ที่เขาพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 1970 นั้นกลับได้รับการกล่าวถึงกันมากขึ้นในปัจจุบัน และตัว Greenleaf เองก็ได้รับการยกย่องให้เทียบเท่า นักคิดทางด้านผู้นำหลายๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็น Douglas McGregor หรือ Peter Drucker (ตามความเห็นของ Warren Bennis ) ภาวะผู้นำแบบรับใช้คืออะไร - ผู้นำแบบรับใช้คือบุคคลที่ทำหน้าที่รับใช้ผู้อื่น - ผู้นำแบบรับใช้คือผู้ที่ทำงานให้สำเร็จโดยการรับใช้ผู้อื่น - ผู้นำแบบรับใช้คือผู้นำมุ่งรับใช้ผู้อื่นโดยการเพิ่มพลังอำนาจโดยการใช้ความเก่งกาจสามารถของ คนอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์การ ในขณะที่เป้าหมายขององค์การกำลังมุ่งตอบสนองความต้องการ และความเติบโตในฐานะมนุษย์ที่มีความต้องการคล้ายคลึงกัน - ผู้นำแบบรับใช้ถูกกำหนดภายใต้ความเชื่อที่ว่าการพัฒนาภาวะผู้นำเป็นความต่อเนื่อง เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระยะยาว ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ Greenleaf (2002) ได้เสนอภาวะผู้นำสมัยใหม่ในชื่อภาวะผู้นำแบบ ผู้รับใช้ (servant leadership) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อภาวะผู้นำ โดยผู้นำต้องเน้น บริการและการพัฒนาผู้ตามอย่างเต็มใจ ส่งผลให้ผู้ตามมีความเต็มใจพัฒนาองค์กรอย่างเต็ม ความสามารถ ภาวะผู้นำรับใช้ยังเป็นกระบวนการที่ผู้นำให้ความสำคัญกับผู้ตามและตอบสนองผู้ตามด้วย การให้บริการ เพื่อส่งเสริมและทำให้ผู้ตามเกิดการพัฒนา นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จนักวิชาการหลาย ท่านได้พูดถึงผู้นำแบบรับใช้ดังนี้ (เชษฐ์ดนัย ไชยเผือก, 2558) ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ยังเป็นภาวะผู้นำที่


96 สนับสนุนบุคคลอื่นให้มีความก้าวหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้สามารถทำตามวัตถุประสงค์ขององค์กรได้ (Letizia, 2017) Allan (2020) กล่าวว่าภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม การสร้าง วัฒนธรรมแบบร่วมมือรวมพลังกันในการทำงานและยังช่วยลดความขัดแย้งในการทำงาน เนื่องจากภาวะ ผู้นำแบบผู้รับใช้ เป็นลักษณะของการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนให้ทุกคนเกิดการพัฒนา ทำการศึกษา ความเป็นผู้นำแบบรับใช้และความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษา Bovee (2012) พบว่า ผู้บริหารใน โรงเรียนมีความพึงพอใจต่อภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้อยู่ในระดับมากซึ่งแสดงให้เห็นว่า ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ ทำให้สถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความสามัคคีภายในสถานศึกษา ส่งผลให้ครู เกิดความรู้สึกมุ่งมั่นในการทำงานในสถานศึกษาเพื่อไปสู่การบรรลุเป้าหมาย Mackey (2018) ยังได้กล่าว อีกว่า ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้มีส่วนช่วยให้ครูในสถานศึกษาเกิดความมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งความมุ่งมั่นใน การทำงานส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนให้สถานศึกษาบรรลุตามเป้าประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ จากการศึกษาของ มารุต ศักดิ์แสงวิจิตร และ ทิวัตถ์ มณีโชติ Marut Saksaengwijit and Tiwat Maneechote ได้ศึกษา ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความมุ่งมั่นในการทำงาน ของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 (The Servant Leadership of the School Administrators that Affect the Work Passion in the Secondary Educational Service Area Office 2) ผู้วิจัย ได้ดำเนินการสังเคราะห์คุณลักษณะของภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ของ เชรษฐ์นัย ไชยเผือก(2558) บังอร ไชย เผือก (2550) Bovee (2012) Dennis (2004) Greenleaf (2002) Keith (2010) Patterson(2003) Russell and Stone (2002) และ Yulk (2010) ผลปรากฏว่า ได้คัดเลือกคุณลักษณะทั้งหมด 8 คุณลักษณะ ประกอบด้วย 1) ความสามารถในการรับฟัง 2) ความไม่เห็นแก่ตนเอง 3) ความสุภาพถ่อมตน 4) การมองไปข้างหน้า 5) การบริการ 6) ความซื่อตรง 7) การให้อำนาจและ 8) การสอนงาน ความมุ่งมั่นในการทำงานของครู ผู้วิจัยได้ศึกษาบูรณาการแนวความคิดโดยยึดหลักของของ Zigarmi et al. (2011) ซึ่งได้แบ่งคุณลักษณะ ของความมุ่งมั่นออกเป็น 5 คุณลักษณะ ประกอบด้วย 1) ความต้องการเป็นสมาชิกของสถานศึกษา 2) ความตั้งใจสร้างผลงานที่ดี 3) มุมมองทางบวกกับสถานศึกษา 4) ความเป็นสมาชิกที่ดีของสถานศึกษา และ 5) ความตั้งใจไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในการทำงาน ภาวะผู้นำแบบรับใช้ ข้อดี: แนวทางนี้สามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เนื่องจากความคิดของทุกคนได้รับการเคารพ และสมาชิกทีมจะได้รับอิสระและการสนับสนุนเพื่อให้บรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเอง ข้อเสีย: ผู้นำที่ใช้แนวทางแบบผู้รับใช้อาจถูกผู้นำที่มีอำนาจมากกว่าครอบงำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขัน และไม่เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่คุณต้องตัดสินใจให้รวดเร็วหรือทำตาม กำหนดเวลาที่กระชั้นชิด


97 จากการสัมภาษณ์ผู้นำภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant leadership) ของนางสาวสำรวย พิพม์มีลาย นายกเทศมนตรี ตำบลตองโขบ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 ณ สำนักงานเทศบาลตำบล ตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร นางสาวสำรวย พิพม์มีลาย เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2503 จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประสบการณ์การทำงาน รับราชการครูสายผู้สอนเป็นระยะเวลา 19 ปี โรงเรียนบ้านหนองนาเลิศ ตำบลม่วงลาย อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นระยะเวลา 21 ปี ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านนาสีนวล ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เป็นระยะเวลา 10 ปี ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลโคกศรีสุพรรณ ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เป็นระยะเวลา 11 ปี ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลตองโขบ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน นางสาวสำรวย พิมพ์มีลาย เป็นผู้นำที่มีผลงานเป็นที่ ประจักษ์เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยมีนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษา นโยบายด้าน การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม นโยบายด้านการ พัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว นโยบายการพัฒนาด้าน การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และมีพันธกิจ ดังนี้ จัดให้มีและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำ กำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลและน้ำเสีย ส่งเสริมสุขภาพประชาชน บำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชนทุกระดับ ใส่ใจการบริหาร บริการด้วย ความประทับใจ ส่งเสริมการศึกษา บำรุงและส่งเสริมการ ประกอบอาชีพของประชาชน จัดให้มีการบริหารจัดการ บ้านเมืองที่ดี การรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่งผลให้ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย


98 นางสาวสำรวย พิมพ์มีลาย เป็นผู้นำที่มีความสุภาพ สุขุมอ่อนน้อม เป็นแบบอย่างที่ดี มีการวางตัวที่เหมาะสม มี ความเสมอต้นเสมอปลาย ใจถึง พึ่งได้ เป้าหมายคือ ความสุขของพี่น้องประชาชน มีความจริงใจ กับ ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้มาติดต่องานในหน่วยงาน บริการด้วย ความรวดเร็ว ประทับใจ อีกทั้ง ท่านยังได้ให้ความกรุณาชี้ทาง ให้แง่คิด และถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับภาวะผู้นำแบบ ผู้รับใช้ (Servant leadership) โดยท่านได้กล่าวว่า การเป็นผู้นำแบบผู้รับใช้นี้ต้องใส่ใจความต้องการของ ผู้อื่นเป็นอันดับแรก หัวหน้าแบบผู้รับใช้จะปฏิบัติเป็นแบบอย่าง มีค่านิยมหลักอันแรงกล้า และตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมเพื่อ ประโยชน์ของทีม สร้างสภาพแวดล้อมที่เพื่อนร่วมงานสามารถ สานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและแก้ปัญหาร่วมกันได้ การจะเป็น ผู้นำที่สามารถบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ นั้นต้องมีหลักในการทำงานที่รวดเร็ว เรียบร้อย ถูกระเบียบ ใช้คนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล กับงานให้มากที่สุด โดยใช้งานให้ถูกคนและถูกใจ ซึ่งคำว่าถูกใจในที่นี้ หมายถึง ความพอใจของคนที่จะ ทำงานนั้นๆด้วย เนื่องจากการบริหารองค์กรที่มีคนหมู่มากย่อมต้องใช้หลักการบริหารงานโดยให้ทุกฝ่ายมี ส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และมีการใช้กลยุทธ์ในการบริหารงาน โดยใช้หลัก 4 ร่วม คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปรับแก้ไข ร่วมชื่นชมยินดี สิ่งที่ท่านได้ฝากไว้อีกประการหนึ่งก็คือ การทำงานร่วมกับอื่นตลอดทั้งผู้ใต้บังคับบัญชานั้น ได้ เน้นการให้เกียรติและจริงใจเป็นสิ่งสำคัญ โดยไม่เลือก ปฏิบัติ ท่านจึงเป็นที่รักและนับถือของทุกคน ในองค์กร ทุกวันที่มาทำงานท่านจะทักทาย เอาใจใส่กับทุกคนตั้งแต่ทางเข้าสำนักงาน จนถึงห้องทำงาน เป็นกิจวัตรประจำวัน นางสาวสำรวย พิมพ์มีลาย ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ชีวิตของตนเองนั้นเกิดมาจากครอบครัว เกษตรกรรม ทำไร่ทำนา แต่เกิดมาพร้อมกับความฝักใฝ่ในด้านการบริหาร การดูแลช่วยเหลือให้บริการทุก คน อยากทำงานด้านการบริหาร งานด้านการเมือง มีความต้องการที่จะพัฒนาบ้านเมือง ชุมชน ท้องถิ่น ให้อยู่ดีมีสุข อย่างแท้จริง พอได้มีโอกาสมาอยู่ในตำแหน่งแล้ว จึงมุ่งมั่นทำงานบริหารบ้านเมืองและ


99 ท้องถิ่นอย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถเพื่อประชาชนให้กลายเป็นพลังที่สร้างสรรค์ บริหารงานด้วย ความมุ่งมั่นตั้งใจ เสียสละและอดทนในการที่จะนำมาพัฒนาให้องค์กรรุดหน้าต่อไป เอกสารอ้างอิง สัมฤทธิ์ กางเพ็ง และสรายุทธ กันหลง. (2555). ภาวะผู้นำแบบโลกาภิวัฒน์ : แนวคิดเชิงทฤษฎี. เอกสาร ประกอบการสอนรายวิชา ภาวะผู้นำ. มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น. มารุต ศักดิ์แสงวิจิตร และ ทิวัตถ์ มณีโชติ (2564). ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผล ต่อความมุ่งมั่นในการทำงานของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 (วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีีที่่ 49 ฉบับที่่ 1 มกราคม – มีนาคม 2564) เชษฐ์ดนัย ไชยเผือก. (2558). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดอัคร สังฆมณฑลกรุงเทพฯ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. บังอร ไชยเผือก. (2550). การศึกษาคุณลักษณะของผู้นำแบบผู้รับใช้และบรรยากาศของโรงเรียนคาทอลิก สังกัดคณะภคินีพระกุมารยชู(สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต.) Allan, T. (2020, January 31). The Importance of servant leadership. Bovee, A. (2012). School leadership retention: A study of servant leadership and school leader satisfaction (UMI No. 3517134) (Doctoral dissertation]. ProQuest Dissertations and Theses database. Dennis, R. S. (2004). Servant leadership theory: Development of the servant leadership assessment instrument [Doctoral dissertation). Regent University. Keith, K. M. (2010). The key practices of servant-leaders. Faith Formation Learning Exchange. Letizia, A. (2017). Using servant leadership: How to reframe the core functions of higher education. Rutgers University Press. Mackey, Z. (2018, September 21). Everything you need to know about servant leadership. Russell, R. F. & Stone, A. G. (2002). A review of servant leadership attributes: Developing a practical model. Leadership & Organization Development Journal, 23(3),145-157.


100 ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ (Creative Leadership) นายปราชญ์ นิยมค้า ผู้ก่อตั้ง MANN CRAFT และศิลปินแห่งคราม ผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนผืนผ้าและ สืบสานภูมิปัญญาแห่งสีธรรมชาติร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น โดย นางสาวสุวิมล เอกพันธ์ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร


101 ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ (Creative Leadership) นางสาวสุวิมล เอกพันธ์ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและแข่งขันกันสูงทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครองและ เทคโนโลยี ตลอดจนด้านการศึกษาของไทยได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบันนี้ สังคมต้องการสิ่ง ใหม่ ๆ แนวคิดใหม่ ๆ มาพัฒนาประเทศเพื่อแข่งขันกับนานาประเทศ การสร้างสรรค์เป็นการดำเนินการใน ลักษณะต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนหรือการพัฒนาของเดิมให้ดียิ่งขึ้นเป็น ความสามารถทางสติปัญญารูปแบบหนึ่งที่จะคิดได้หลายทิศทางหลากหลายรูปแบบโดยไม่มีขอบเขต สิ่งที่ มีชีวิตเท่านั้นที่จะมีความสร้างสรรค์ เนื่องจากการสร้างสรรค์เป็นความคิดระดับสูง อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวบนโลกที่มีความสร้างสรรค์สามารถพัฒนาตน พัฒนาสังคมและพัฒนาประเทศ ส่งผลให้ทุกองค์กรมีความจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำที่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมและเป็นผู้นำที่มีศักยภาพสูง เพื่อสามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายด้วยความสำเร็จ สามารถก้าวทันกับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นในปัจจุบัน นี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการสร้างผู้นำที่มีศักยภาพและมีพลัง ทางบวกจะทำให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การพัฒนาได้ อย่างสร้างสรรค์ และมีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ภาวะผู้นำจึงเป็น คุณลักษณะและพฤติกรรมที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ ผู้นำหรือผู้บริหารยุคใหม่ (รัษฎากรณ์ อัครจันทร์, 2560, หน้า 3) เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาองค์กร ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เป็นความสามารถของบุคคลที่แสดงความคิดที่ หลากหลายทิศทาง หลายแง่มุม โดยนำเอาประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นพื้นฐานทำให้เกิดความคิดใหม่อัน นำไปสู่การประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ ที่แปลกใหม่ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสภาพการดำรงชีวิตของมนุษย์ มี


102 คุณภาพชีวิตที่ดี สังคมเจริญก้าวหน้า ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์จึงส่งผลต่อการ พัฒนาสังคม และประเทศชาติ ซึ่งผู้นำเชิงสร้างสรรค์จะแสดงออกซึ่งการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา มีทัศนคติในเชิงบวกต่อ โลกและต่อชีวิต เชื่อมั่นในคุณค่าและศักยภาพของตนเองและผู้อื่นที่พร้อมจะก้าวข้ามอุปสรรคไปด้วยกันมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่แสดงถึงความยืดหยุ่นทางความคิดและการกระทำ รวมทั้งเป็นผู้ที่มีความสมดุล ในชีวิตที่รู้จักพัฒนาตนเองเสมอ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์และจิตวิญญาณ ซึ่งกุญแจแห่งความสำเร็จ ประการหนึ่งของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ คือ ความสามารถในการกล้านำความเปลี่ยนแปลงและ ความสามารถในการเผชิญกับความท้าทายด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เป้าหมายที่วางไว้บรรลุผลสำเร็จ ดังที่ กิตติ์กาญจน์ ปฏิพันธ์ (2555) กล่าวว่าเมื่อสังคม ปัจจุบัน และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตเห็นชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลง อย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจนคือ การ แข่งขันที่เกิดขึ้นในสถานการณ์สภาพแวดล้อมที่มีความ สลับซับซ้อนและไร้ทิศทาง ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์จะเป็น สิ่งที่สร้างความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงนั้น จะเห็นได้ว่า ผู้นำหรือผู้บริหารเป็นบุคคลหลักที่จะต้องรับผิดชอบต่อ บรรยากาศที่เกิดขึ้น ในบรรดาภาวะผู้นำแบบต่าง ๆ ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์จะแสดงออกซึ่งการเป็นผู้เรียนรู้ ตลอดเวลา มีทัศนคติในเชิงบวกต่อโลกและต่อชีวิต เชื่อมั่นในคุณค่าและศักยภาพของตนเองและผู้อื่นที่ พร้อมจะก้าวข้ามอุปสรรคไปด้วยกัน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่แสดงถึงความยืดหยุ่นทางความคิดและ การกระทำ รวมทั้งเป็นผู้ที่มีความสมดุลในชีวิตที่รู้จัก พัฒนาตนเองเสมอทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และ จิตวิญญาณซึ่งกุญแจแห่งความสำเร็จประการหนึ่งของ ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ คือความสามารถในการกล้า นำความเปลี่ยนแปลงและความสามารถในการกล้า เผชิญกับความท้าทายด้วยวิธีการใหม่ ๆ เพื่อให้ เป้าหมายที่วางไว้บรรลุผลสำเร็จจะเห็นได้ว่าภาวะผู้นำ เชิงสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้บริหารในการ ดำเนินงานในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ (เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, 2550, หน้า 9) จากที่กล่าวมาข้างต้น ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ เป็นหนึ่งในภาวะผู้นำที่ควรกล่าวถึง เพราะเป็นถ้า หากในองค์กรมีผู้ที่มีภาวะผู้นำเชิงสร้างองค์กรนั้นก็จะเป็นองค์กรที่มีความสร้างสรรค์ ในการดำเนินงานที่ จะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายเดินไปสู่ความสำเร็จ


103 ความหมายของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ในปัจจุบันนักวิชาการศึกษาต่างตระหนักถึงความสำคัญ ของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์และได้มี การให้ความหมายและคำ จำกัดความที่หลากหลาย อาทิ กรองทิพย์ นาควิเชตร (2552, หน้า 63-76) กล่าวว่า ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถของผู้นำในการ ผลักดันให้ผู้ร่วมงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายที่ ดีงามด้วยการคิดต่างคิดหลาย มิติ คิดบวก คิดเชิงสร้างสรรค์ และพัฒนา รวมทั้งการคิดแก้ปัญหา กิตติ์กาญจน์ ปฏิพันธ์ (2552, หน้า 3-4) กล่าวว่า ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์มีคำนิยามทั้งที่ เหมือนกันและแตกต่างกันตามขอบเขต เนื้อหา ทัศนคติ มุมมอง และสถานการณ์ สามารถจำแนกคำ นิยามของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ได้เป็น 2 กลุ่ม ประกอบไปด้วย 1) กลุ่มที่ให้คำนิยามภาวะผู้นำเชิง สร้างสรรค์ใน ลักษณะการสร้างหรือการนำ เป็นความสามารถในการนำบุคคลอื่นผ่านกระบวนการ หรือวิธีการร่วมกันไปสู่อนาคตใหม่ที่ริเริ่มสร้างสรรค์อย่างที่คนอื่นคาดไม่ถึงหรือถูกมองข้ามไปและมี ปฏิกิริยาตอบสนองเชิงจินตนาการโดยคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนและประเด็นที่ท้าทาย ที่สำคัญ คือบุคคลที่มีภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับผู้อื่นให้มีความสร้างสรรค์ 2) กลุ่มที่ให้คำนิยามเกี่ยวกับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในเรื่องเกี่ยวกับการประสานงาน เป็น ความสามารถในการติดต่อประสานงานกับบุคคลที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันหรือสอดคล้องกันเพื่อให้ เกิดความสร้างสรรค์ ด้วยการกระตุ้น ส่งเสริม และสนับสนุนกระบวนการใหม่ให้เกิดความสมดุล ระหว่างความเร่งรีบและการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปทั้งที่อาจจะเกิดขึ้นและที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ สรุปได้ว่า ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถที่พิเศษใน การจูงใจและนำบุคคลอื่นอย่างมีวิสัยทัศน์ จินตนาการ และความยืดหยุ่นด้วยวิธีการหรือแนวทางใหม่ที่ ท้าทายและสร้างสรรค์ ธีระ รุญเจริญ (2554, หน้า 34) กล่าวว่า ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง ลักษณะหรือ พฤติกรรมในการนำผู้อื่น ประสานงานผู้อื่นด้วยการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างแรงจูงใจ สร้างบรรยากาศ โดยการคิดนอกกรอบด้วยวิธีการใหม่เพื่อไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ สรุปได้ว่า ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง ผู้ที่สามารถนำบุคคลอื่นและประสานงานที่ดีให้กับ บุคคลอื่นได้ สามารถนำพาไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้และการมีจินตนาการ กล้าคิด ริเริ่มสิ่งใหม่อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่มีประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร


104 องค์ประกอบของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ (Creative Leadership) เป็นคุณลักษณะที่สำคัญของผู้นำในยุคปัจจุบัน ซึ่ง ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักดังนี้ 1. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Innovative Thinking) สามารถมองเห็นโอกาสและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่าง ต่อเนื่อง 2. มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดี (Flexibility and Adaptability) สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เข้ากับ สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 3. กล้าเสี่ยงและทดลอง (Risk-Taking and Experimentation) ไม่กลัวที่จะลองสิ่งใหม่ๆ และเรียนรู้จากความผิดพลาด 4. สนับสนุนการมีส่วนร่วม (Encourage Participation) เปิดโอกาสให้ทีมงานแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 5. มีวิสัยทัศน์และแรงบันดาลใจ (Vision and Inspiration) สามารถสร้างแรงบันดาลใจและนำพา ทีมไปสู่เป้าหมายในอนาคต 6. ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ (Value Learning) ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่าง ต่อเนื่องของทีมงาน 7. สนับสนุนการทำงานเป็นทีม (Promote Teamwork) สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงาน ร่วมกันเป็นทีม โดยสรุป ผู้นำที่มีภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์จะเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ กล้าคิดนอกกรอบ ยืดหยุ่น เปิด กว้างรับฟังความคิดเห็น และส่งเสริมการเรียนรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ หากจะกล่าวถึงบุคคลผู้มีภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสกลนคร ที่มีอยู่ในหลากหลายสาย งานแต่บุคคลที่จะไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้ คือ คุณ แมน หรือ ปราชญ์ นิยมค้า ผู้ก่อตั้ง MANN CRAFT ศิลปินแห่งคราม ผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนผืนผ้าและสืบสานภูมิปัญญาแห่งสีธรรมชาติร่วมกับชุมชนใน ท้องถิ่น คุณแมนเป็นหนุ่มสกลนครโดยกำเนิด แต่เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ มีโอกาส กลับบ้านบ้างบางครั้งบางครา หลังเรียบจบ ปริญญาโทด้านการออกแบบเขาประกอบ อาชีพเป็นครีเอทีฟรายการกีฬาอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งคุณแม่ไม่สบาย เขาจึงถือโอกาส กลับสกลนครมาดูแลคุณแม่อย่างจริงจังเป็น จังหวะเดียวกับที่เขาอยากทำงานสร้างสรรค์


105 ตามถนัด แมนเริ่มมองหาสิ่งที่เป็นไปได้ในเมืองขนาดเล็กของภาคอีสาน และพบว่าหัตถกรรมดั้งเดิม อย่างการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติภายใต้แนวความคิด ‘สืบสาน สร้างสรรค์ อีสานศิลป์’ ของเขาตอบ โจทย์และโดนใจ จากการสัมภาษณ์คุณแมน ปราชญ์ นิยมค้า เขาได้ให้คำนิยามกับคำว่าความสร้างสรรค์ไว้ว่า การสร้างสรรค์นั้นสำหรับเขาเปรียบเหมือนการประกอบอาหาร (Cooking) ที่มีการนำเอาศาสตร์ของ วิชาหลากหลายแขนงมาทำการผสมรวมกันเป็นผลงานสร้างสรรค์ด้วยหลักการคิดที่ไร้กรอบ ไม่ได้ตั้ง กฎเกณฑ์ ตั้งขอบเขตเอาไว้ประกอบเป็นความคิดสร้างสรรค์ในการสรรค์สร้างผลงานขึ้นมา ในการ สรรค์สร้างสร้างสรรค์ศิลปะบนผืนผ้าของคุณแมนส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ผู้เขียนเห็นว่าความ สร้างสรรค์ของคุณแมนนั้นส่วนหนึ่งอาจเริ่มจากความชื่นชอบหลงใหลในศิลปะสิ่งทอประกอบกับการมี ประสบการณ์ความคิดที่ไม่ถูกจำกัดทำให้คุณแมนสร้างงานศิลป์สร้างสรรค์ออกมาได้ไม่เหมือนใคร โดย คุณแมนได้กล่าวถึงลักษณะของการเป็นผู้มีความสร้างสรรค์ไว้ว่า เป็นการคิด ริเริ่ม ต่อยอด ผลงาน ผ่านการทดลองที่ใช้ความรู้ของศาสตร์และศิลป์ มาประยุกใช้ ทำให้สามารถคิดสร้างสรรค์ผลงาน ออกมาได้ นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาต่อยอด ไปสู่การต่อยอดจากความเป็นเอกลักษณ์ดั้งที่คน มองว่าสวยเอาไว้โชว์มาจัดวางคู่สี จัดวาง องค์ประกอบใหม่ เกิดเป็นผลงานที่มีความ ดั้งเดิมผสมกับความร่วมสมัย สู่สายตาผู้คน เป็น ผลงานที่ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ แต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ สามารถเข้าถึงและจับต้องได้ นอกจากนี้ผู้เขียน ได้พูดคุยกับคุยกับคุณแมนในส่วนของการสร้างผลงาน คุณแมนกล่าวว่า ผลงานเหล่านี้มีทีมงาน เบื้องหลังโดยแบ่งเป็นสองส่วนคือในส่วนของทีมงานหลังบ้านที่เป็นทีมจัดการวัตถุดิบในการย้อม ไม่ว่า จะเป็นการใช้ คราม ครั่ง ดอกไม้ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการใช้สนิม ในการย้อม เป็นทีมงานที่อยู่ในส่วน งานที่ สวน MAN GARDENS ผ่านการเป็นผู้นำในการสรรค์สร้างสีสันโดยคุณแมน และในส่วนที่สองเป็น ทีมงานของส่วนคุณป้าๆ ยายๆ ที่เป็นผู้ถักทอ ผู้มากประสบการณ์และมีความชำนาญในการถักทอผืน ผ้าเป็นลวดลายดั้งเดิม ผู้เขียนจึงได้สอบถามต่ออีกว่า ในการทำงานร่วมกับคุณป้าๆ ยายๆ ที่มีความ ดั้งเดิม กับคุณแมนที่เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ คุณแมนนั้นมีวิธีการอย่างไรให้สามารถทำงาน ร่วมกันได้ ใช้ภาวะความเป็นผู้นำที่คิดเชิงสร้างสรรค์ในส่วนนี้อย่างไร คุณแมนกล่าวว่าการเข้าใจและ อดทนเป็นเรื่องสำคัญมาก ผู้เขียนมองว่าอาจเป็นเพราะคุณแมนมีความสร้างสรรค์แต่ไม่ตัดสิน คุณแมน ไม่มองว่าของเดิมเป็นของเก่า แต่กลับมองว่า ของเดิมของเก่าก็เป็นความสวยงามอย่างหนึ่ง ไม่มีใคร ดีกว่าใครเป็นเพียงความชอบ ความถูกจริตที่ต่างกันเท่านั้น ทำให้คุณแมน อดทน อธิบาย พิสูจน์ตัวเอง ในการพาคนที่มีความคิดดั้งเดิมมาสรรค์สร้างสิ่งใหม่ คุณแมนกล่าวเพิ่มเติมว่าตนนั้นอาจจะโชคดีที่มี


106 คนเข้าใจและเชื่อในความคิดสร้างสรรค์ในตอนนั้น จึงทำให้สามารถสร้างผ้าครามสกลนครให้งดงามสู่ สายตาคนทั่วโลก ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ประยุกต์ต่อยอด คิดแบบไม่มีกรอบ ของคุณแมน-ปราชญ์ นิยมค้า คนรุ่นใหม่ผู้ปลุกชีพต้นครามแห่งเมืองสกลฯ ให้งอกงามขึ้นมาอีกครั้ง กล่าวโดยสรุป ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ คือผู้ที่สามารถนำบุคคลอื่นและประสานงานที่ดีให้กับ บุคคลอื่นได้ สามารถนำพาไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้และการมีจินตนาการ กล้าคิด ริเริ่มสิ่งใหม่อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่มีประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร ผ่านมุมมองของการสัมภาษณ์ผู้มี ประสบการณ์ตรงที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ต่อยอด ประยุกต์ สิ่งที่เป็นความสวยงามดั้งเดิมผสมรวมกับ สิ่งใหม่ ร่วมกับทีมที่เป็นผู้มากประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่งดงาม ก่อให้เกิดความแตกต่างนำเสนอ สู่สายตาผู้คน โดยคุณปราชญ์ นิยมค้า เจ้าของแบรนด์ MANN CRAFT จะเห็นได้ว่า ภาวะผู้นำเชิง สร้างสรรค์นั้นอาจเกิดจาก ความคิดสร้างสรรค์อันเกิดจากการมีอิสระที่จะคิด ริเริ่ม ลอง ผสมผสาน ประกอบกับการอดทน พิสูจน์กับทีม จนประสบความสำเร็จ เอกสารอ้างอิง กิตติ์กาญจน์ ปฏิพันธ์. (2555). โมเดลสมการโครงสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหาร สถานศึกษาอาชีวศึกษา. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2550). สุดยอดภาวะผู้นำ : Super leadership. กรุงเทพฯ:ซัคเซสมีเดีย. กรองทิพย์ นาควิเชตร. (2552). ภาวะผู้นำสร้างสรรค์เพื่อการศึกษา. สมุทรปราการ: ธีรสาส์น พับลิซเซอร์. ธีระ รุญเจริญ. (2554). กลยุทธ์การพัฒนาความเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้. กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว. รัชฎากรณ์ อัครจันทร์. (2560). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของครูในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. Mumford, M. D., Scott, G. M., Gaddis, B., & Strange, J. M. (2002). Leading creative people: Orchestrating expertise and relationships. The Leadership Quarterly, 13(6),705-750. Puccio, G. J., Mance, M., & Murdock, M. C. (2011). Creative Leadership: Skills that drive change (2nd ed.). Thousand Oaks, CA: Sage Publications. Rickards, T., & Moger, S. (2000). Creative leadership processes in project team development: An alternative to Tuckman's stage model. British Journal of Management, 11(4), 273-283.


107 ภาวะผู้นำทางวิชาการ (Academic Leadership) ดร.ปรีดา ลำมะนา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย “บุรุษหมายเลข 1 ผู้ทรงคุณค่าทางการศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด โดย นายเกริกเกียรติ สร้อยบุดดา นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร


108 ภาวะผู้นำทางวิชาการ Academic Leadership เกริกเกียรติ สร้อยบุดดา หลักสูตรครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โลกในศตวรรษที่ 21 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสำคัญในแง่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการผลิต และการสื่อสารโดยเฉพาะเรื่องคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีวัสดุ และอื่นๆ ทำให้ ประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น ระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ใช้เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ เพิ่มขึ้น ใช้คนทำงานการผลิตแบบเก่าลดลง งานหลายอย่างใช้คอมพิวเตอร์ทำแทนคนได้ ในประเทศพัฒนา อุตสาหกรรม คนทำงานในภาคความรู้ ข้อมูลข่าวสาร บริการเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น ระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ ต้องการคนทำงานที่มีความรู้ ทักษะแบบใหม่ เพิ่มขึ้น จากการกล่าวมาเบื้องต้น สรุปได้ว่าความ เปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ สถานศึกษาที่เป็นหน่วยแรกๆของการเตรียมคน สร้างคน เพื่อ การอยู่ในความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ข้อมูลนี้ เป็นโจทย์สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาที่จะนำไปสู่การวางแผนการขับเคลื่อนสถานศึกษาให้สำเร็จในการจัด การศึกษาสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 การจัดการศึกษาทุกประเภท ทุกระดับนั้นงานด้านวิชาการนับเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจุดมุ่งหมายของการบริหารวิชาการอยู่ที่การสร้างผู้เรียน ให้มีคุณภาพ มีความรู้ มีจริยธรรม และมี คุณสมบัติตามที่ต้องการ งานวิชาการเป็นงานหลัก เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของผู้เรียนในเชิง คุณภาพและปริมาณการบริหารงานวิชาการจะประกอบด้วยการพัฒนาหลักสูตร การดำเนินงานเกี่ยวกับ การเรียนการสอน การจัดตารางสอน การจัดชั้นเรียน การจัดครูเข้าสอน การปรับปรุงการเรียนการสอน เพื่อเป็น การพัฒนาครูผู้สอนให้ก้าวทันวิทยาการเทคโนโลยีใหม่ ๆ การจัดสื่อการเรียนการสอน การจัด ห้องสมุดเป็นที่รวมหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์และวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งวิทยาการ การจัดการศึกษาสิ่ง เหล่านี้ให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้ จำเป็นต้องอาศัยผู้นำโดยเฉพาะผู้นำทางด้านการศึกษา เพราะผู้นำใน องค์กรทางการศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กรทาง การศึกษา เพราะผู้นำทางวิชาการหรือผู้บริหารการศึกษาจะบริหารจัดการองค์กรทางการศึกษาให้ประสบ


109 ความสำเร็จและเป็นไปตามแนวทางที่พึงประสงค์ ผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้มีส่วนรับผิดชอบ มี บทบาทสำคัญในการจัดการศึกษา โดยตรง ทุกระดับ การที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่ได้ดี มีประสิทธิภาพ ผู้บริหารจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจใน เรื่องการบริหารสถานศึกษา โดยเฉพาะเกี่ยวกับขอบข่ายและ ภารกิจการบริหาร และจัดการสถานศึกษา ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาจึงต้องมีบทบาทสำคัญ ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับ ครู และนักเรียนมากที่สุด ผู้บริหารสถานศึกษานอกจากจะต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ คุณธรรม จริยธรรม มีทักษะในการบริหารแล้วจำเป็นต้องมีภาวะผู้นำทางวิชาการ การที่ผู้บริหารสถานศึกษาจะได้รับความ ร่วมมือนั้นจะต้องแสดงบทบาทและพฤติกรรมที่เหมาะสม คือ มีภาวะผู้นำทางวิชาการ ในการรวมพลังครู เพื่อดำเนินงานจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของโรงเรียน โดย ผู้บริหารต้องทำงานร่วมกับครูกระตุ้นครู ให้แนะนำครู และประสานงานให้ครูร่วมมือกันด้วยเทคนิควิธีที่มี คุณภาพจึงจะส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภาวะผู้นำเป็นความรู้ความสามารถของบุคคลที่เป็นผู้นำ ในการปกครองบริหารหรือบันดาลใจ โน้มน้าวความคิดเห็นและพฤติกรรมของบุคคลอื่นที่อยู่ภายใต้การปกครองบริหารให้เกิดความเชื่อมั่นต่อ ผู้นำ และสนับสนุนส่งเสริมบุคคลที่มีความปรารถนาจะทำงาน ให้สามารถทำงานจนประสบผลสำเร็จตาม นโยบายเป้าหมายแผนที่กลุ่ม หน่วยงาน หรือองค์การวางไว้ร่วมกัน ซึ่งภาวะผู้นำนั้น มีนักบริหาร นักวิชาการได้ให้ความหมายมากมายดังนี้ พระพรหมคุณาภรณ์ (2546) ภาวะผู้นำ หมายถึง คุณสมบัติ เช่น สติปัญญาความดีงาม ความรู้ความสามารถของบุคคล ที่ชักนำให้คนทั้งหลาย มาประสานกันและพากัน ไปสู่จุดหมายที่ดีงาม รังสรรค์ ประเสริฐศรี (รังสรรค์ ประเสริฐศรี, 2544) ได้กล่าวว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง พฤติกรรมส่วนตัวของบุคคลหนึ่งที่จะชักนำกิจกรรมของกลุ่มให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน หรือเป็น ความสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลระหว่างผู้นำกับผู้ตาม ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อบรรลุจุดหมายร่วมกัน หรือเป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนบุคคลเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์การ ผู้นำเป็นบุคคลที่ทำให้องค์การประสบความก้าวหน้าและบรรลุผล ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ภาวะผู้นำทางวิชาการมีอิทธิพลต่อ คุณภาพการสอนของครูและมีอิทธิพลต่อ ประสิทธิผลของการปฏิบัติงานในสถานศึกษา กล่าวคือ สถานศึกษาที่มีคุณภาพนั้นผู้บริหาร สถานศึกษามีบทบาทภาวะผู้นำทางวิชาการที่ เข้มแข็ง ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร สถานศึกษาสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพการสอน ของครูผลสัมฤทธิ์ของการเรียนของนักเรียนและ ระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภายใน


110 สถานศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ทำหน้าที่บริหารงานภายในสถานศึกษา และเป็นผู้ซึ่งมีอิทธิพลต่อคุณภาพการสอนของครูตลอดจนมีอิทธิพลต่อความมีประสิทธิผลของการ ปฏิบัติงานภายในสถานศึกษาการศึกษาถึงภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาจึงเป็นหนทางอัน นำไปสู่การสร้างความมีประสิทธิภาพและเป็นเลิศในสถานศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการจึงนับว่ามี ความสำคัญ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในการเน้นกิจกรรมการเรียนการสอน แก้ไขการจัดการเรียนการ สอนเป็นความสามารถโน้มน้าวจูงใจหรือชี้นำบุคคลในโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจและตระหนักใน จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา การส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย นำ ความรู้ทักษะต่าง ๆ มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ กำกับติดตามให้บุคคลทำงานเป็นระบบ แนะแนว ประสานงานให้ความสะดวก สร้างความเชื่อมั่น ความนับถือ กำลังใจและความอบอุ่นในการร่วมงาน ดูแล ให้ความช่วยเหลือให้ผู้ร่วมงานสามารถปฏิบัติงานได้บรรลุตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ ปรียาภรณ์ เรือง เจริญ (2560: 24) ได้กล่าวถึง ภาวะผู้นำทางวิชาการมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพการสอนของครูและ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ผู้ บริหารโรงเรียนยุคใหม่จะต้องมีภาวะผู้ นำทางวิชาการใช้โอกาสใช้ ความเป็นผู้นำอย่างเต็มศักยภาพและหันมาทุ่มเทให้กับงานบริหารโรงเรียนเป็นหลักผู้นำทางวิชาการ ส่วนมากอาจจะมองไปที่ครูผู้สอน แต่ในความจริงนั้น ยังต้องมองไปที่ผู้บริหารสถาน ศึกษาด้วย เพราะ ผู้บริหารสถานศึกษามีส่วนสำคัญที่จะต้องบริหารจัดการศึกษาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล การที่สถานศึกษามีผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำทางวิชาการนั้น ก็จะส่งผลต่อ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนอย่างมากและพัฒนาผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งมี นักวิชาการและนักการศึกษาผู้รู้ทั้งหลายได้ให้ความหมายของผู้นำทางวิชาการไว้หลายท่านด้วยกัน ดังนี้ สมคิด สร้อยน้ำ (2547) ได้กล่าวถึง ภาวะผู้นาทางวิชาการคือการเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในทฤษฎี และปรัชญาในหลักสูตรกลุ่มต่าง ๆ ตระหนักว่าไม่มีวิธีการสอนใดดีที่สุด ตระหนักถึงความสำคัญของหลักสูตร การพัฒนาความเป็นมนุษย์ การเป็นตัวแบบเชิงวิชาการ การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การ จัดการให้เป็นไปตามแผนการสอนและยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ รุ่งนภา นุตราวงศ์ (2552) กล่าวถึง ผู้บริหาร โรงเรียนว่าจะต้องเป็นผู้นำทางวิชาการและมีความรู้ความเข้าใจเรื่องมาตรฐานและหลักสูตร ซึ่งเป็นหัวใจ ของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อให้สามารถช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการตัดสินใจในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพและ เหมาะสมกับบริบทความต้องการของโรงเรียน นอกจากนั้นผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องระบบตรวจสอบและประกันคุณภาพเป็นข้อมูลในการตัดสินใจและปรับปรุงการจัดการศึกษาเพื่อให้ บรรลุผลตามที่คาดหวังไว้ต่อไป ประยูร อาคม (2548) ให้ความหมายของ ภาวะผู้นำทางวิชาการ หมายถึง ลักษณะการปฏิบัติ งานและ การบริหารจัดการในสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาใน 8 ด้าน ประกอบด้วยพฤติกรรมการเป็นผู้นำของ ผู้บริหารสถานศึกษา การพัฒนาและการใช้หลักสูตรการนิเทศการศึกษา การจัดการเรียนการสอน การจูง


111 ใจ การสนับสนุนการจัดการในชั้นเรียน การสนับสนุนการประเมินผลการเรียนของนักเรียน และบรรยากาศ ในโรงเรียน นาวา สุขรมย์ (2550) กล่าวว่า ภาวะผู้นำทางวิชาการ หมายถึง ความสามารถของผู้บริหาร โรงเรียนในการนำความรู้ ทักษะตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงานวิชาการ ให้ บุคลากรในโรงเรียนร่วมมือปฏิบัติงานจนบรรลุเป้าหมายของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ จุฑามาศ อิน นามเพ็ง (2552) กล่าวถึง ภาวะผู้นำทางวิชาการ ไว้ว่า ภาวะผู้นำทางวิชาการ หมายถึง ผู้ที่มี ความสามารถในการนำและการบริหารบุคคลในการปฏิบัติงานของสถานศึกษา ให้กระทำหรือจัดกิจกรรม ด้านวิชาการและกิจกรรมการเรียนการสอนให้บรรลุผลสำเร็จ ทำให้กระบวนการจัดการเรียนการสอนมี ประสิทธิภาพจะแสดงบทบาทให้เห็นชัดเจนในด้านคุณลักษณะและพฤติกรรมในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ กิจกรรมในการดำเนินการใช้ปรุงคุณภาพการเรียนการสอน และงานด้านวิชาการ บทสัมภาษณ์ที่จะนำเสนอในที่นี้ เป็นบทสัมภาษณ์ความคิดเห็นในการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ ภาวะผู้นำทางวิชาการของ ดร.ปรีดา ลำมะนา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย ซึ่งท่านได้รับ การยอมรับจากผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วจังหวัดร้อยเอ็ด ข้อมูล ของท่านดร.ปรีดา ลำมะนา พอสังเขป ดังนี้ ประวัติพอสังเขป ท่าน ดร.ปรีดา ลำมะนา ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2518 มัธยมศึกษา โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย พ.ศ. 2522 ปริญญาตรี การศึกษาบัณฑิต(กศ.บ. เกียรตินิยม) ชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ บางแสน พ.ศ. 2524 ปริญญาโท การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) ชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ ประสานมิตร พ.ศ. 2553 ปริญญาเอก การศึกษาดุษฎีบัณฑิต (กศ.ด.) การบริหาร และ พัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คำคมสำหรับผู้บริหาร “ผู้บริหารโรงเรียน ต้องเชื่อว่าอนาคตสามารถกำหนดได้และต้องไม่ปล่อยให้ อนาคตของโรงเรียนเกิดขึ้นตามยถากรรม”


112 ข้อสรุปจากบทสัมภาษณ์ท่าน ดร.ปรีดา ลำมะนา “บุรุษหมายเลข1 ผู้ทรงคุณค่าทางการศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด” จากการสัมภาษณ์ ดร.ปรีดา ลำมะนา (สัมภาษณ์ เมื่อวันที่23 มีนาคม 2567) ได้กล่าวว่า ผู้บริหารสถานศึกษา มีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญ คือ กำหนด วิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ นโยบาย (setting the school's vision strategic and policy) ในการพัฒนาโรงเรียน สร้างความมั่นใจในเรื่อง สภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับนักเรียน (ensuring that the school provides a safe environment and quality education for all its students) กำกับดูแลการบริหารหลักสูตร บุคลากร ทรัพย์สิน งบประมาณ และการบริหารจัดการ (overseeing the management of curriculum, staff, property, finance and administration) พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบ และทบทวนความก้าวหน้าของ เป้าหมายการทำงานที่ได้วางแผนไว้ (constantly monitoring and reviewing progress against targets to inform future planning) ความมุ่งมั่น การสร้างศรัทธา และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ ผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการเป็น แบบอย่างแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาและนักเรียน การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง เช่น การตรงต่อเวลา การไปถึง โรงเรียนแต่เช้า การแต่งกายสุภาพ การดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การยึดมั่นใน คุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต รักและศรัทธาในวิชาชีพ ท่าน ดร ปรีดา ลำมะนา ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงการบริหารโรงเรียน อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ เสมอ แต่เมื่อรู้ว่าก้าวพลาด ให้หยุดอย่าดันทุรังทำต่อแล้วรีบแก้ไข เหมือนกับการที่รู้ว่ากลัดกระดุมเม็ดแรก ผิดให้ปลดแก้ก่อนกลัดใหม่ให้ถูกต้อง สรุปได้ว่า การบริหารงานด้านวิชาการให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประสบผลสำเร็จตาม เป้าหมาย วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้นั้นสิ่งสำคัญ คือ การมีภาวะผู้นำทางวิชาการ ดังนั้น ผู้นำทางวิชาการ หรือ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีคุณสมบัติคุณลักษณะเป็นที่เคารพศรัทธาเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรมเป็น ที่ยอมรับของสังคม และใช้ระบบคุณธรรมในการบริหารจัดการ และต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) ผู้บริหาร สถานศึกษาอุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง 2) ผู้บริหารสถานศึกษามีความ เมตตา กรุณา มีความรับผิดชอบ ยุติธรรม ซื่อสัตย์ 3) ผู้บริหารสถานศึกษามีการครองตนที่ดี ไม่มีหนี้สิน ล้นพ้นตัว ไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุขสิ่งเสพติด 4) ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับความศรัทธาและยอมรับด้าน คุณธรรม จริยธรรมจากนักเรียน ครู เพื่อนผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บังคับบัญชา กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนและ 5) ผู้บริหารสถานศึกษาใช้ระบบคุณธรรมในการบริหารจัดการ


113 เอกสารอ้างอิง จุฑามาศ อินนามเพ็ง. (2552) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารและครูผู้สอนที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กร แห่งการเรียนรู้. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. นาวา สุขรมย์. (2550). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากับ ประสิทธิภาพ การสอนของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หนองคาย เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. อุดรธานี: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ประยูรอาคม. (2548). “ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มเครือข่าย อำเภอสังคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคายเขต 1”. วิทยานิพนธ์ ค.ม. บัณฑิตวิทยาลัยหาวิทยาลัย ขอนแก่น. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2546). ภาวะผู้นำ : ความสำคัญต่อการพัฒนาคนพัฒนาประเทศ. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภา. รังสรรค์ ประเสริฐศรี. (2544). ภาวะผู้นำ. กรุงเทพมหานคร : บริษัทธนธัชการพิมพ์จำกัด. รุ่งนภา นุตราวงศ์. (2552). “หลักสูตรอิงมาตรฐานการพัฒนาสู่คุณภาพ”วารสารวิชาการ. 4 . ตุลาคมธันวาคม 2552. สมคิด สร้อยน้า. (2547). “การพัฒนาตัวแบบองค์การแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา”, วิทยานิพนธ์ ค.ม. บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น.


114 ภาวะผู้นำทางวิชาการ (Instructional Leadership) ดร.อัมพร พินะสา อดีต เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย นายสุทธิพงษ์ เนื่องบุรีรัมย์ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร


115 ภาวะผู้นำทางวิชาการ (Instructional Leadership) นายสุทธิพงษ์ เนื่องบุรีรัมย์ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร สถานศึกษา เป็นความสามารถของผู้บริหาร สถานศึกษาที่มีผลต่อความก้าวหน้าของนักเรียน มุ่งเน้นที่พฤติกรรมของครูซึ่งจะเพิ่มพูนการเรียนรู้ ของนักเรียน การกำหนดวัตถุประสงค์ของ สถานศึกษา การจัดทำพันธกิจของสถานศึกษา การ จัดทำเป้าหมายโดยรวมของสถานศึกษา การบริหาร จัดการเรียนการสอน การส่งเสริมบรรยากาศของ สถานศึกษา การจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิด การเรียนรู้ การนิเทศการประเมินครู การประสานงานโครงการ การพัฒนาบุคลากร รวมถึงการสร้าง สัมพันธภาพที่ดีกับผู้บริหารสถานศึกษาตลอดจนเพื่อนครู นักเรียน และชุมชน ด้วยความหมายที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าในการบริหารจัดการโรงเรียนนั้น ภาวะผู้นำทางวิชาการมี ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และด้วยเนื้อหาการสัมภาษณ์ค่อนข้างมีความละเอียดและเต็มไปด้วยความรู้ ผู้เขียนบทความจึงไม่อาจตัดข้อความลงไปจากการสัมภาษณ์ อีกทั้งผู้ให้สัมภาษณ์เป็นอดีตผู้บริหาร ระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ องค์ความรู้ที่ได้นี้เหมาะที่จะนำไปเป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารและผู้ที่ กำลังศึกษาการบรนิหารการศึกษาทุกท่าน คำถาม ภาวะผู้นำเกิดขึ้นตอนไหน และมีแบบใดบ้าง ภาวะผู้นำมันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหนหรือมันเกิดขึ้นอย่างไร แล้วมันจะคงอยู่ยังไงแล้วเราไปใช้ในการ ทำงานยังไง ไม่ใช่อยู่ ๆ วันนี้หลายคนไปเน้นทฤษฎีว่าผู้นำก็คือผู้ที่เราได้รับแต่งตั้งแล้วถึงจะเป็นผู้นำแต่แท้ที่


116 จริงแล้วผู้นำเนี่ยมันเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เราเริ่มต้นคิดว่าเราเริ่มต้นเกิดขึ้นมาเนี่ยเรามีภาวะที่จะผูกพันกับคนอื่น ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป 3 คนขึ้นไปตั้งแต่เล่นกับเพื่อนน่ะ เอาง่ายๆ ตั้งแต่วัยเด็กบางคนเล่นกับเพื่อนในทำไมเล่น กับเพื่อนไม่ได้เพื่อนรังเกียจทำไมบางคนเล่นกับเพื่อนไม่อยากเล่นเพื่อนก็ตามไปชวนมาเล่น คือเริ่มต้นภาวะ ผู้นำของคนน่ะมันไม่ได้อยู่ที่ที่เราไปเรียนทฤษฎีแล้วมาบอกว่าเอ้ยเราจะต้องเป็นผู้นำนะ แต่ถ้าจริงผู้นำมัน เกิดจากจริตภายในตนของตนเองว่า หนึ่งคนจะเป็นผู้นำได้เนี่ยเวลาอยู่กับคนอื่นเนี่ยเราใส่ใจคนอื่นแค่ไหน อย่างไรหรือเราแค่ใส่ใจตัวเองถ้าเมื่อไหร่เราใส่ใจแต่ตัวเองแล้วเที่ยวรังแกคนอื่นเพื่อนเขาก็ไม่เล่นด้วยแล้ว พออยากเอาอำนาจเช่นมาเล่นบ้านฉันพ่อแม่ฉันเป็นคนดูแลพวกเธอแล้วก็เอาสิ่งที่ตัวเองมีไปบังคับคนอื่น มาเล่นกับตัวเองเราเป็นผู้นำยังไง เป็นผู้นำตามอำนาจเขาก็มาเล่นตามเราเพราะมีอำนาจที่เหนือกว่ามัน เกิดขึ้นจากตรงนี้นะ พอโตขึ้นมาหน่อยเนี่ยเขาก็มีการเลือกหัวหน้าชั้นเออทำไมเวลาเข้าโรงเรียนเขามีการ เลือกหัวหน้าชั้นทำไมเพื่อนเรียกคนนั้นเป็นหัวหน้า แต่ทำไมไม่เลือกคนนี้เป็นหัวหน้า นั่นหมายความว่าคนที่ เป็นผู้นำแรงมันต้องได้รับการยอมรับหรือชอบทำให้เขาเกิดความพึงพอใจ และอยู่ด้วยและมีความสุข แล้ว เขาก็เลือกเป็นหัวหน้า ทีนี้พอเริ่มเปลี่ยนหัวหน้าเริ่มเป็นผู้นำและแต่พอมาเรียนหนังสือเป็นนักศึกษา เออเขา ก็มีชมรมมีชุมนุมมีอะไรต่างๆ บางคนก็ไม่ได้สนใจเรียนอย่างเดียวเพื่อจะเอาคะแนนสูงที่สุดและอยากได้ เกียรตินิยมกับเพื่อนที่บางคนกลับไปทำกิจกรรมโน่นนี่นั่นเวลาปิดภาคเรียน แล้วไม่ได้สนใจเลยว่าเกียรติ นิยมจะได้หรือไม่ได้ แต่เขากลับได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูงทั้งหมด สอบก็ไม่ได้คะแนนสูงอันดับที่จะเป็น เกียรตินิยมแต่ทำงานกับคนได้หมด เพื่อนรักมีจิตใจเอื้ออาทร สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดเนี่ยเขาเรียกว่าผู้นำโดย ธรรมชาติ คือเกิดขึ้นกับตนเพราะฉะนั้นคนจะเป็นผู้นำโดยธรรมชาติได้เนี่ยอย่างน้อยที่สุดคุณเองจะต้อง เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว แล้วเห็นประโยชน์ของเพื่อนฝูงเป็นประโยชน์ของตนเอง คิดถึงใจเขามาใส่ใจเรา อันนี้ คือคือธรรมชาติพื้นฐาน แล้วก็รู้จักให้ ให้ที่นี่ไม่ได้หมายความว่าให้สิ่งของให้ความรักให้ความเมตตาให้ ความรู้ให้คำแนะนำ มันก็คือการให้หมดทุกสิ่งทุกอย่างที่มันคือการให้เพราะมันไม่ใช่สิ่งของ สองให้เฉยๆยัง ไม่พอหรอก พูดจากับเพื่อนฝูงมันก็ต้องให้เกียรติรู้จักเป็นผู้ฟังไม่ใช่ว่าเออพูดอยู่คนเดียวเพื่อนก็ไม่ฟังบางที คนบางคนแบบนี้ก็เป็นผู้นำโดยธรรมชาติไม่ได้ นอกจากคุณจะเก่งแค่ไหนให้ความรู้ติวเพื่อนโน้นนี่เก่งเขาก็ มาฟัง แต่เวลาคุณพูดไม่เพราะพูดอยู่ฝ่ายเดียวไม่ฟังเพื่อนถามว่าใครเขาจะมาสนใจอะไรเรา จะมีความ ผูกพันเราเป็นการเป็นเพื่อนตายกับเราเป็นเพื่อนสนิทกับเราก็คงยาก มันมันต้องมีลักษณะแบบนี้พูดจาก็ดี เออแล้วก็ให้แบ่งปันสิ่งของแบ่งปันความรู้ให้คำแนะนำเพื่อนเป็นทุกข์ก็ให้แก้ปัญหาให้เพื่อนปกครองด้วย เพื่อนแหละมันมันก็ต้องเป็นแบบนี้อันที่ 3 เวลาอยู่กับเพื่อนทั้งหลายเนี่ยมนุษย์จะมีอยู่ 2 กลุ่ม 1 เข้ากลุ่ม แล้วนินทาบุคคลที่ 3 เออใครเดินออกไปจากกลุ่มคนนั้นคือโดนนินทา ถ้าเป็นลักษณะแบบนี้ถามว่าอาจจะ สนุกด้วยตอนคุยแต่เพื่อนจะคบให้เป็นมิตรแท้ยาก เพราะคนเขาจะดูเวลาหนึ่งถ้าคุณพูดถึงคนที่ 3 ได้กับ หน้าเราถ้าไม่มีเราเราก็อาจจะถูกนินทาได้เหมือนกัน ในสิ่งที่การวางตัวให้ผู้อื่นเห็นภาวะการเป็นผู้นำเรา อย่างแท้จริงก็คือหนึ่งรู้จักให้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั่นแหละ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้จนตัวเองเดือดร้อนนะ ให้ รู้จักก็พอประมาณพอเหมาะพอควรแค่ไหนอย่างไร ให้ความรู้ให้เวลาให้โอกาสแล้วนอกจากนั้นก็ให้ความ รักความเมตตาเท่ากับควรที่จะเป็นจะดี พูดก็จะก็ดีไม่ได้นินทาคนอื่นพูดจาก็แนะนำเพื่อนเวลาอยู่กับกลุ่มก็


117 ไม่ได้สร้างความขัดแย้งภายในกลุ่มให้เขาเกิดขัดแย้ง เวลาเพื่อนเขาลำบากก็ให้กำลังใจไม่ใช่ซ้ำเติม เออ อะไรพวกเหล่านี้มันๆคือสิ่งพื้นฐานที่ที่ผู้นำจะเกิดขึ้นในตน ถ้าคนไม่มีสิ่งนี้แล้วเนี่ยแม้นคุณสอบได้ธาตุแท้ เหล่านี้ก็จะไปอยู่กับกระบวนการบริหารจัดการคุณอยู่ดี อันนี้คือจากกลุ่มที่เท่ากันที่พอขึ้นมาหน่อยเราก็มี มีรุ่นน้องรุ่นพี่ใช่ไหมอยู่ด้วยกันมา ถ้าเราอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ดี หรืออยู่ในโรงเรียนเรา ก็ดี หรืออยู่ในที่ทำงานก็ดีอยู่ในครอบครัวก็ดีมันก็มีปู่ย่าตายาย มีลูกมีหลานมันก็มีของมันอยู่ในตรงนี้ ถ้า เราไม่เข้าใจในระบบบทบาทหน้าที่ของวัยแต่ละวัยบทบาทของแต่ละ ไม่เรียนรู้กระบวนการในระบบสังคม ตั้งแต่ครอบครัวแล้วก็เอาตัวเป็นสำคัญกับเมื่อกี้ผมพูดกับเพื่อนที่พูดถึงคนที่ต่างต่างวัยต่างตำแหน่งต่าง หน้าที่หมดแล้วเราจะอยู่ยังไงวางตัวยังไงมันก็ถึงจะเหมาะจะควร เหมือนหลักพื้นฐานถ้าเอาพระพุทธเจ้ามา จับที่ผมพูดมาทั้งหมดมันก็คือถ้าเราเป็นผู้นำเป็นหัวเป็นหัวหน้าทีมเป็นรุ่นพี่ปี 4 เหมือนนายเรียนปี 1 ปี 2 ก็ มีปี 1 เพราะรุ่นพี่ปี 2 เราเห็นพี่ปี 2 เราจะมองเลยว่าคนนี้น่าคบให้คนนี้เราอยากไปกินข้าวด้วย คนนี้ชวนไป ก็ไม่อยากไปเลยมันจะมีแบบนี้ไหมล่ะ มันจะมีแบบนี้นั้นเขาเรียกว่าผู้นำโดยโดยบริบท ที่ยังไม่ได้มีอำนาจแต่ เป็นบริบทที่เกิดจากตัวตนอุปนิสัยใจคอของตนเองที่เป็นต้นทุนเพราะการเป็นผู้นำสิ่งแรกเลยก็คือเราต้อง รู้จักตนเอง แล้วพร้อมที่จะให้ตนเองเนี่ยไปอยู่ในชุมชนหรือสังคมอื่น โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแต่ไปเกิด ในการความสุขและจุดให้เกิดการพัฒนาถ้าตอบง่ายๆก็คือพื้นฐานแรกที่ยังอยู่ว่าผู้นำที่แท้จริงอ่ะมันไม่ได้ อยู่ๆ เกิดขึ้นเพราะตอนเรามาเรียนบริหารหรือเรามาได้ตำแหน่งแต่มันต้องเกิดจากตัวตนภายในตนที่ตนเอง เนี่ย ภาวะเนี่ยมันก็คือสถานการณ์ใช่ไหมผู้นำก็คือคนที่จะเป็นผู้นำเพื่อนในการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เขาจึงใช้คำว่าภาวะผู้นำภาวะขึ้นสถานการณ์ไม่ว่าสถานการณ์นั้นเป็นยังไงก็ช่าง แม้แต่การหาปลามากิน เราก็ต้องมีการวางแผนนะว่าใครจะเป็นผู้นำในการที่จะเป็นบริหารจัดการ เอาคนนั้นเก่งเรื่องนี้ เอาคนนี้ ทอดแหไม่เก่งแต่ทำกับข้าวเก่งก็ไม่ต้องลงไป คนนี้ทอดแหเก่งไอ้นี่ก็ลงไปมุดน้ำเก่งไอ้นี่ก็ลงไป แต่ไอ้หนึ่งไป หานู่นฝืนหาไม้หาอะไรกินก็ไปตัดไม้ทำอุปกรณ์มาไว้เพื่อปิ้งปลาย่างปลา ถ้ามีคนลักษณะจัดการอย่างนี้ได้ นั่นเขาเรียกว่าผู้นำโดยธรรมชาติ ที่มันจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์และตัวตนของเราที่จะไปจัดการ สถานการณ์นั้นโดยให้ทุกคนเนี่ยแฮปปี้แล้วทำไมบางคนถึงไปด้วยกันไม่นานก็ไม่ไปด้วยกันไป ล้วนเกิดจาก ภาวะตรงนี้ทั้งหมดอันนี้หลักการที่ 1 ทีนี้ผู้นำอันที่ 2 นอกจากเป็นธรรมชาติแล้วมันก็เป็นผู้นำโดย สถานการณ์จัดตั้งโดยไม่ได้เช่นนายกสมาคมประธานรุ่น มันไม่มีกฎหมายมันไม่มีอะไร แต่มันเกิดขึ้นโดย โดยผู้นำเช่นสมัครลงเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์ หรือเป็นองค์กรธรรมชาติทั้งหลายที่มันเกิดขึ้นเราลงก็ได้ ไม่ลงก็ได้สถานการณ์หนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราว่าไอ้นั่นเขาเรียกว่าสถานการณ์เจาะจงว่าเราปรารถนาที่อยากจะ ไปอยู่ในองค์กรนั้น ซึ่งในองค์กรนั้นไม่มีใครนำใครไม่มีอะไรยังไงพอไปแล้วก็คือเป็นองค์กรอยู่ตรงนั้นถ้าเรา เลือกไปอยู่ตรงนั้นเราลงเลือกตั้ง อันนี้ก็ถ้าเราเลือกลงสมัครเพียวๆ กิจกรรมเพียวๆ แต่เพื่อนยกมือให้เรา เป็น โดยไม่มีกลไกการเมืองอื่นเข้ามาแทรกไม่มีอะไรเลยแล้วเราได้เป็นผู้นำนั่นแหละเราจึงเป็นผู้นำโดยโดย สถานการณ์ที่มันกำหนดขึ้นแล้วให้เราได้เป็นนำมาแล้ว ผู้นำที่ 3 โอกาสสอบอันนี้เริ่มมีกฎหมายเริ่มมีผู้นำ เชิงกฎหมายขึ้นมาเช่นวันนี้เรามี พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมีรัฐธรรมนูญ มี พ.ร.บ. ระเบียบมี กฎกติกามีพรบครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้วกำหนดตำแหน่งหน้าที่การงานขึ้นมาแล้วบอกว่าวันนี้เช่น


118 ตำแหน่งบริหารมันมีอยู่ตรงไหนบ้าง มันก็จะเริ่มตั้งแต่ในระดับสถานศึกษาเริ่มละก็จะมีหัวหน้าฝ่าย หัวหน้า กลุ่มสาระมีตำแหน่ง รองผอ.ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ก็มีผอ.เหมือนครอบครัวมีปู่ย่าตายายมีลูกมีหลานมันก็จะเข้ามา ในระบบแบบนี้แหละอันนี้ระดับโรงเรียน ที่เหนือโรงเรียนซึ่งกลุ่มเครือข่ายก็ไม่มีกฎหมายกำหนดเอาไว้ให้ เกิดให้อะไรยังไงแต่กำหนดขึ้นมาโดยวัฒนธรรมโครงสร้างมันก็จะมีเขตพื้นที่เกิดจากการแต่งตั้งมันก็จะมี ผอ.เขต รองผอ.เขต ไล่ไปจนถึงตำแหน่งเลขาอย่างผมที่เกษียณมาแล้ว ตำแหน่งเหล่านี้เรียกว่าตำแหน่ง แต่งตั้ง เพราะมันมีกฎหมายรองรับมี ทีนี้พอมาเป็นเป็นโดยผู้นำโดยตำแหน่งมันจะใช้หลักอย่างที่ผมว่าไม่ได้ แต่มันจะได้แค่มาเป็นต้นทุนเขาเรียกว่ามนุษย์ทุกคนจะเป็นตำแหน่งใดก็ตามจะเป็นผู้นำโดยแต่งตั้งมันต้องมี ต้นทุนการเป็นผู้นำโดยธรรมชาติมาช่วยบริหารโรงเรียน คำถาม การบริหารจัดการที่ใช้ภาวะผู้นำเชิงวิชาการ ควรเป็นอย่างไร หนึ่ง ข้อมูลต้องมีเมื่อได้ข้อมูลดีข้อมูลนั้นต้องตรงกับเป้าหมายงานที่เราทำด้วยว่าเป็นข้อมูลที่ ออกมาซัพพอร์ตงานสี่ด้านเรายังไงในโรงเรียนเลยถ้าเรามีเพียงพอ ไปเป็นผู้บริหารถ้าข้อมูลไม่ดีมันมีสิ่งที่ ผมว่าทั้งหมดมาเท่าไหร่คุณก็ตัดสินใจล้มเหลวอยู่ดี หนึ่งข้อมูลต้องดีเมื่อได้ข้อมูลดีข้อมูลนั้นต้องตรงกับ เป้าหมายงานที่เราทำด้วยว่าเป็นข้อมูลที่มา support งาน 4 ด้านเมื่อมีข้อมูลดีเราก็มาประเมินสถานการณ์ ว่าเมื่อข้อมูลที่เรามีอยู่เปรียบเทียบกับเป้าหมายคือความคาดหวังที่เราอยากให้เกิดมันก็จะได้เห็น Gap เขา เรียกว่าปัญหาถ้าเมื่อไหร่เอาเป้าตั้งลบด้วยปัญหา เออถ้ามีมากเท่าไหร่แต่อันนั้นมีปัญหามาก ถ้าเมื่อไหร่ อันไหนที่มีข้อมูลเลยโอเค สมมุติเราบอกว่าเด็กอ่านออกเขียนได้ทุกคนเราเช็คแล้วข้อมูลเด็กอ่านออกเขียน ได้ครบทุกคน อ่านคล่องเขียนคล่องหมดเลยเราก็ไปตั้งเป้าว่าเออเด็กอ่านคล้องเขียนคล้องถ้าเป็นอย่างนี้ ถามว่าจุดนี้เราต้องพัฒนามันไหมเราก็แค่รักษาหรือต่อยอดให้มันดีกว่าเดิม อย่างเช่นข้อมูลบุคคลต่างๆ ครบหมดจัดตารางเรียนลงไปก็ครบทุกชั้นก็ถือว่าบุคลากรไม่มีปัญหาแล้ว แต่ถ้าไปดูข้อมูลเชิงลึกคุณภาพ ปรากฏว่าครูที่มีอยู่เนี่ยครูไม่ครบแต่คุณภาพครูยังไม่ได้มาตรฐานที่เราจะทำยังไงมันก็เป็นจุดที่ต้อง แก้ปัญหาอะไรทำนองเนี้ยก็ว่ากันไป หนึ่งข้อมูลดีเมื่อข้อมูลดีแล้วออกแบบเป้าหมายให้ชัด แล้วก็เอาข้อมูล นั้นมาเข้าสู่กระบวนการภาษาทฤษฎีเขาเรียกว่ามาเข้า swot analysis มันจะเห็นโอกาสเห็นอุปสรรคเห็น ปัญหาเห็นจุดที่เราจะต้องพัฒนา เพราะเราทำตรงนี้เสร็จปุ๊บเราก็ค่อยมากำหนดที่เรียกว่าแผน เราจะอยู่ โรงเรียนนี้กี่ปี แม้นเราจะอยู่ในนี้กี่ปีแต่เราคาดหวังว่าถ้าเราจะทำตรงนั้นเป้าหมายสำเร็จแล้วจะทำให้สำเร็จ ภายในกี่ปีมันอาจจะตั้งเป้าไว้ 10 ปี 5 ปีโรงเรียนเราจะเป็นแบบนี้ เขาจึงบอกว่าวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเมื่อ เรามาอยู่โรงเรียนเนี่ยเราจะต้องตั้งเป้าว่าอีก 5 ปีโรงเรียนเราจะเป็นยังไงเขาก็โรงเรียนเนี่ยรวมไปถึง นักเรียนทุกอย่างในเป้าหมายเป็นยังไง เสร็จแล้วแต่เราอยู่ปัจจุบันมันอยู่ตรงไหนถ้าเราฝันไกลเกินเหตุ เขา เรียกว่าวิสัยทัศน์ก็เป็นมโนไม่ใช่วิสัยทัศน์ คนพิเศษครับเพราะวิสัยทัศน์ต้องเป็นสิ่งที่อยู่กับข้อมูลที่เป็นไปได้ ตามสถานการณ์บริบทสิ่งแวดล้อมที่เรามีต้นทุนที่เรามี มันจะถือว่าวิสัยทัศน์นั้นมีเงื่อนไขเวลากำหนด แผน โครงการที่จะทำงานเขาจึงบอกว่า หนึ่งผู้นำที่ดีต้องมีข้อมูลดีทำ swot มีประสิทธิภาพ วางแผนอย่างแยบ ยล ใช้คนให้ถูกต้องกับงาน แล้วก็ประสานการทำงานที่มีประสิทธิภาพ นิเทศติดตามประเมินผลอยู่เป็น


119 ระยะ สรุปผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ ถ้าทำอย่างนี้ครบมันก็ผลมันก็จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ปีหน้าถ้าเป็นอย่างนี้ ก็จบแล้วต่อไปก็จะเป็นเกลียวพัฒนาเริ่มต้นปีแรกเราทำได้แค่นี้เราสะท้อนผลปีต่อไปก็เป็นเกลียวไป ทฤษฎี การบริหารบอกว่าเกลียวพัฒนาที่ทำแบบต่อเนื่องหรือเขาเรียกว่าภาษาพื้นบ้านง่ายๆก็คือ PLC ที่ทำกัน เรา ทำแบบนี้มันก็จะไปต่อยอดเรื่อยๆ ทำไมโรงเรียนเราก็มีเอกชนมันถึงพัฒนาไม่ไม่ตลอดแนว เพราะเอกชน เขามีเจ้าของเดียวเขาหมุนอย่างเงี้ยพัฒนาไปเรื่อยๆ มันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ของเราเนี่ยเขาเปลี่ยน ผอ.ปุ๊บ โรงเรียนมันจะเปลี่ยนไปตามผอ. แต่ถ้าทุกคนออกแบบไว้แบบนี้แล้ว ผอ.เขตจูนคลื่น บอกผอ.ทุกคนว่าใคร ย้ายไปอยู่โรงเรียนไหนไปเพื่อต่อยอดนะอย่าไปเพื่อทำลายล้างมันก็จะพัฒนากันต่อไป สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการสัมภาษณ์ ภาวะผู้นำมีสามรูปแบบ คือ หนึ่งภาวะผู้นำตามธรรมชาติ เกิดจากจริตที่อยู่ในตัวเรา จะต้องเป็น คนไม่เห็นแก่ตัว แล้วเห็นประโยชน์ของเพื่อนฝูงเป็นประโยชน์ของตนเอง คิดถึงใจเขามาใส่ใจเรา ก็รู้จักให้ ให้ที่นี่ไม่ได้หมายความว่าให้สิ่งของให้ความรักให้ความเมตตาให้ความรู้ให้ พูดจาให้เกียรติรู้จักเป็นผู้ฟังที่ดี สองภาวะผู้นำตามสถานการณ์ ผู้นำประเภทนี้เกิดจากการเลือกของสมาชิกในองค์กรนั้นๆ การที่จะได้รับ เลือกนั้นหากไม่มีปัจจัยอื่นแทรกแซง บุคคลผู้นั้นย่อมต้องอาศัยภาวะผู้นำตามธรรมชาติ เพื่อจูงใจให้มีคน เลือกเช่นกัน สามภาวะผู้นำจากการแต่งตั้ง แม้จะมีการสอบเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งหรือได้รับการแต่งตั้ง ไม่ว่า จะเป็นหัวหน้าฝ่าย หัวหน้ากลุ่มสาระ รองผอ. ผอ. ผอ.เขต รองผอ.เขต ไล่ไปจนถึงตำแหน่งเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการบริหารจัดการนั้น ก็ต้องจำเป็นจะต้องใช้ภาวะผู้นำตาม ธรรมชาติเป็นต้นทุนในการบริหาร ส่วนการบริหารจัดการที่ใช้ภาวะผู้นำเชิงวิชาการนั้น ใช้กระบวนการดังนี้คือ มีข้อมูลดี ทำ swot มี ประสิทธิภาพ วางแผนอย่างแยบยล ใช้คนให้ถูกต้องกับงาน แล้วก็ประสานการทำงานที่มีประสิทธิภาพ นิเทศติดตามประเมินผลอยู่เป็นระยะ สรุปผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ เอกสารอ้างอิง ไชยา ภาวะบุตร. (2560). ภาวะผู้นำทางวิชาการ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราช ภัฏสกลนคร.


120 ภาวะผู้นำทางการเรียนการสอน Teaching Education Leadership ดร.นงค์รักษ์ เคนไชยวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสว่างแดนดิน โดย นายชยุตพงศ์ คำทะเนตร นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร


121 ภาวะผู้นำทางการเรียนการสอน (Teaching Education Leadership) นายชยุตพงศ์ คำทะเนตร นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในยุคปัจจุบันทฤษฎีภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนหรือ Teaching Education Leadership เป็น ทฤษฎีหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในบริบทการบริหารการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องด้วย เป็นทฤษฎีที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกิจการต่างๆ ภายในสถานศึกษาโดยเฉพาะในด้านวิชาการ การบริหารการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งนักวิชาการใน ประเทศไทยอาจให้คำนิยามหรือความหมายภาวะผู้นำแบบนี้ว่าภาวะผู้นำทางวิชาการ ภาวะผู้นำด้านการ จัดการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม บทความนี้ต้องการสื่อความหมายที่สอดคล้องกับจุดเน้นของภาวะผู้นำ ด้านนี้ ซึ่งเน้นเรื่องการบริหารด้านการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโรงเรียนเป็นสำคัญ จึงขอ เรียกว่า"ภาวะผู้นำทางการเรียนการสอน" แนวคิดภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 โดยเริ่มจากงานวิจัยที่ พบว่า การบริหารจัดการของครูใหญ่ในโรงเรียนที่ดี ซึ่งประกอบไปด้วยความมุ่งมั่นและการดูแลอย่าง จริงจังในการจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอนนั้น ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนการสอนของ นักเรียนในโรงเรียนระดับประถมศึกษา (Leithwood &Montgomery, 1982) และทำให้โรงเรียนได้รับ การยอมรับว่าเป็นโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพโดยวัดได้จากผลการเรียนของนักเรียนที่ดีเยี่ยมงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องกับแนวคิดของทฤษฎีภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนในช่วงนั้นส่วนใหญ่เกิดจากการทำวิจัยที่ ศึกษาเกี่ยวกับโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพ (Rutter et al., 1979) การเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน (Hall & Hord, 1987 ) และการพัฒนาโรงเรียน (Edmonds,1979) ซึ่งผลการวิจัยเหล่านี้ต่างพบว่าผู้นำของโรงเรียนที่มี ความสามารถในการบริหารจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอนในโรงเรียนนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผล ต่อการพัฒนาโรงเรียนทั้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน และประสิทธิภาพของโรงเรียน ซึ่งเป็นเหตุให้ ตั้งแต่ปี 1983 เป็นต้นมา มีนักวิจัยสนใจเกี่ยวกับทฤษฎีภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนมากขึ้น สำหรับ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนของผู้บริหารโรงเรียน และ


122 มุมมองต่อความสำคัญในการใช้ภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการ นำไปศึกษาหรือประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียนต่อไป จากเหตุผลดังกล่าว ภาวะผู้นำการเรียนรู้จึงกลายเป็นภาวะผู้นำที่สำคัญจำเป็นสำหรับการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำการเรียนรู้จะมองหาความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ คุณภาพ และความเป็นเลิศ ซึ่งภูมิหลังของความสามารถในการนำจนกระทั้งการเป็นผู้นำการเรียนรู้มีปัจจัยในการ หนุนเสริมให้เกิดภาวะผู้นำการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา เป็นผลสืบเนื่องจากการมีภาวะผู้นำการ เรียนรู้ทำให้เกิดประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ของครู และส่งผลต่อ คุณภาพการศึกษา รวมทั้งการสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางวิชาการ และวิชาชีพต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนมีความสำคัญอย่างมากกับบทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร โรงเรียนในการประสานงาน ควบคุมนิเทศติดตาม พัฒนาหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอนใน โรงเรียน (Bamburg &Andrews, 1990) เช่นเดียวกับ Leithwood และ Montgomery(1982 ) มองว่าภาวะ ผู้นำทางการเรียนการสอนเป็นบทบาทหลักของผู้บริหารโรงเรียนระดับประถมศึกษา ทั้งนี้ ภาวะผู้นำ ทางการเรียนการสอนนั้นเกิดขึ้นมาจากการผสมผสานความเป็นผู้เชี่ยวชาญ และคุณสมบัติในการจูงใจคน ในการปฏิบัติงานด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับครูเพื่อ พัฒนาการจัดการเรียนรู้และการสอนในโรงเรียน (Cuban, 1984) ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของกนกอร สม ปราชญ์ (2560, หน้า 63) ที่สรุปว่า ภาวะผู้นำการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ของการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ของครู และส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา รวมทั้งการ สร้างองค์ความรู้ใหม่ทางวิชาการและวิชาชีพและยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ บรรพต รู้เจนทร์ และ วัลลภา อารีรัตน์ (2558, หน้า 148-149) ที่พบว่าภาวะผู้นำทางการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาใน สถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมามีความสัมพันธ์กันทางบวกกับสมรรถนะครู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เช่นเดียวกับงานวิจัยของเมตตา สอนเสนา และวัลลภา อารีรัตน์ (2558, หน้า 115-116) ที่พบว่า ภาวะผู้นำทางการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาส่งผลต่อแรงจูงใจในการ ปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน จากการศึกษาวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับ ยุทธศาสตร์และการพัฒนากลยุทธ์, แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับกลยุทธ์การพัฒนาภาวะผู้นำ, แนวคิดทฤษฎี เกี่ยวกับภาวะผู้นำด้านการเรียนการสอน, แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับผู้บริหารสถานศึกษาและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำด้านการจัดการเรียนการสอน ในการศึกษานี้ ภาวะผู้นำด้านการเรียนการสอน ตาม แนวคิดของ Patterson (1977) Edmonds (1979,1982) (Features of Leadership Unique to Education) Jane Clark Lindle (2006) Camburn และคณะ (2003) Greenfield (1990 Hallinger et al. (1983) Jackson, Logdson, Taylor. (1983) Patterson (1977) Daresh and Liu(1985) และ Greenfield (1990) ประกอบด้วย 6 ประการ คือ (1) มีภาพอนาคตและวิสัยทัศน์ (2) ใส่ใจในการบริหารหลักสูตรและการเรียน การสอน (3) ใส่ใจการเรียนรู้ของนักเรียน การให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาของนักเรียน (4) มีการสื่อสาร


123 เพื่อการสนับสนุนจากผู้ปกครองและชุมชน (5) เสริมสร้างบรรยากาศเชิงบวกและความคาดหวังเพื่อ ความสำเร็จในโรงเรียน (6) ใส่ใจในความก้าวหน้าของครูและบุคลากร จากการสัมภาษณ์และศึกษาเกี่ยวกับประวัติและผลงานของ ดร.นงค์รักษ์ เคนไชยวงศ์สรุปได้ว่ามีภาวะผู้นำด้านการเรียน การสอน โดยมีแนวทางที่นำไปสู่การทำงานให้สำเร็จในการเป็น ผู้นำด้านการเรียนการสอนท่านได้ยึดหลักการแนวทางในการ ปฏิบัติตนและปฏิบัติงานตามแนวทางต่อไปนี้ (1) สนับสนุนส่งเสริมให้ข้าราชการครูในโรงเรียนเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการร่างหลักสูตร สถานศึกษา ได้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง (2) ให้ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้ ในสาระการเรียนรู้ต่างๆ ด้วยกระบวนการและวิธีการที่ หลากหลาย เน้นการจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริง การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ร่วมกัน การเรียนรู้จาก ธรรมชาติ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการเรียนรู้แบบบูรณาการ (3) ให้นิเทศเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของครูในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และเป็นระบบ สามารถตรวจสอบได้ มีผลทำให้ครูจัดการเรียนการสอนได้ดีขึ้น นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนสูงขึ้น (4) กำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยึดหลักการว่า ผู้เรียนทุกคนมี ความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด โดยให้ครูผู้สอนปรับเปลี่ยน บทบาท จากผู้ชี้นำ ผู้ถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้ช่วยเหลือส่งเสริมและสนับสนุนผู้เรียน (5) ให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย ให้สอดแทรกด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยมอันพึงประสงค์ ของสถานศึกษา (6) ส่งนักเรียนเข้าร่วมในการแข่งขันในรายการต่างๆ ผลการปฏิบัติงาน ผลที่เกิดกับผู้บริหารสถานศึกษา 1) ดร.นงค์รักษ์ เคนไชยวงศ์ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ประเภทผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา รางวัลพระพฤหัสบดี ปีการศึกษา 2565 2) ได้รับรางวัลชมเชย ระดับภูมิภาค กิจกรรมถอดบทเรียนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนอ ผลงาน และการประกวดแข่งขันกิจกรรมการเรียนรู้ ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และ ธรรมาภิบาลในสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (โครงการโรงเรียนสุจริต) ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ผลที่เกิดกับครู 1) นายชัยวัฒน์ จิตอามาตย์ เป็นครูที่ปรึกษา กิจกรรมบริษัทสร้างการดี ระดับ มัธยมศึกษา กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนอผลงาน การประกวดแข่งขัน กิจกรรมการเรียนรู้ ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่


124 การศึกษา (โครงการโรงเรียนสุจริต) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ระดับภูมิภาค 2) นายปริวรรธน์ อุ่น วิเศษและนางสาวสุดาวรรณ สุทธิอาจ เป็นครูที่ปรึกษา การแข่งขันการเสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับมะยมศึกษาตอนต้น ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2566 3) นายสุรศักดิ์ แสงจันทร์ เป็นครูที่ ปรึกษา การแข่งขันหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่5 ผลที่เกิดกับนักเรียน 1) นางสาวศิริกานดา นามประภา นางสาวพรนภา เพชรวงค์ นางสาวธวัล รัตน์ อาษากิจ และนางสาววรรณพร จันทะรถ นักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 กิจกรรมบริษัทสร้างการดี ระดับมัธยมศึกษา กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนอผลงาน การ ประกวดแข่งขัน กิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลใน สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (โครงการโรงเรียนสุจริต) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.256 ระดับภูมิภาค 2) เด็กหญิงศศิธรณ์ แสงชาติ เด็กหญิงบุณยวีย์ ดอกศร เด็กหญิงกุสุมาธ์พรร์ หอมไสยและ เด็กหญิงบุณยวีรย์ ดอกศร นักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 การแข่งขันการ แสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับมะยมศึกษาตอนต้น ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ.2566 3) เด็กชายปาณพุฒิ เจริญไชย เด็กชายพงศกร ก้อนวิมล และเด็กชายชนัดพล ธรรมลี นักเรียนโรงเรียน สว่างแดนดิน ได้รับรางวัลเหรียญทอง ชนะเลิศ อันดับ 2 การแข่งขันหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 5 เอกสารอ้างอิง รมิดา เศรษฐบดี. (2566). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำการเรียนรู้ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทาง การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์. (2554). การวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา. เอกสารประกอบการสอน. อำภาพรรณ ตันตินาครกูล. (2558). สภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนของผู้บริหารโรงเรียนใน ยุคศตวรรษที่ 21. บทความวิชาการ. Byrne, J. A. C. & Rees, R. T. (2006). The Successful leadership evelopment program: How to build it and how to keep it going. New York: John Wiley & Sons. Dares, J. & Ching-Jan Liu, (1985). High school principals’ perceptions of their instructional leadership behavior, A paper presented at the annual conference of the American Educational Research Association. Edmons, R. R. (1979). A discussion of the literature and issues related to effective schooling. (ERIC Document Reproduction Service No. ED170394)


125 Edmons, R. R. (1982). Programs of school improvement: An overview. Educational Leadership, 40(3), 4-11. Greenfield, W. D. (1990). Instructional leadership: Concepts, issues, and controversies. Boston: Allyn and Bacon. Hallinger, P., Murphy J., Weil M., Richard P. Mesa, P. R. &, Mitman, A. (1983) Identifying the Specific Practices, Behaviors for Principals, NASSP Bulletin, Vol. 67, No. 463 (May), pp. 83-91. Jackson, S. A., Logsdon, D. M. & Taylor, N. E. (1983) Instructional leadership behaviors, Urban Education, 18(1), 59-70. Maxwell, J. C. (2004). The Journey From Success to Significance. Philadelphia: J. Countryman


126 ภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational Technology Leadership) ดร.กัมพล ไชยนันท์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์15 (เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท) อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปี 2552 – 2566 โดย นางสาววิลาวรรณ จันโทวาท นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่น 17 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร


127 ภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational Technology Leadership) นางสาววิลาวรรณ จันโทวาท นักศึกษาหลักสูตรคุรุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ผู้นำ หมายถึง บุคคลที่สามารถชักจูงหรือชี้นำบุคคลอื่น ให้ปฏิบัติงาน สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ มีความสามารถที่จะทำให้องค์กรดำเนินไปอย่างก้าวหน้า และบรรลุเป้าหมาย โดยการใช้อิทธิพลเหนือทัศนคติและการกระทำของผู้อื่น สุชญา โกมลวานิช (2563, หน้า 41) กล่าวว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง กระบวนการที่ผู้นำสามารถ โน้มน้าวใจผู้ตาม ผู้ร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา ให้มีความร่วมมือร่วมกันใจกันดำเนินงาน ต่าง ๆ ให้ สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาวะผู้นำ หมายถึง พฤติกรรมและกระบวนการของบุคคลที่มีอิทธิพลระหว่าง ผู้นำและผู้ตามซึ่ง สามารถจูงใจให้บุคคลยอมรับและร่วมมือร่วมใจในการดำเนินงานให้บรรลุผล ตามเป้าหมายขององค์กร ที่ตั้งไว้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีทางการศึกษา สุชญา โกมลวานิช (2563, หน้า 5) กล่าวว่าภาวะผู้นำดิจิทัล หมายถึง พฤติกรรรมที่ผู้บริหาร แสดงออกถึงการมีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในการกำหนดทิศทางอย่างมีขั้นตอนเป็นระเบียบแบบ แผนในการติดตามดูแลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้ครูและ บุคลากรนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแบบอย่างในการพัฒนาวิชาชีพด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างวัฒนธรรมความร่วมมือกับครู ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย จิติมา วรรณศรี (2564 , หน้า 121) กล่าวว่า ภาวะผู้นำดิจิทัลเป็นคุณลักษณะของผู้บริหารที่มี ความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการ การสื่อสารและการ เรียนรู้ให้เท่าทันตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในยุคนี้และส่งเสริมบุคลากรในการใช้เทคโนโลยี แพลตฟอร์มที่หลากหลายเพื่อการจัดการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากขึ้น


128 สามารถสรุปได้ว่า ภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีทางการศึกษา หมายถึง พฤติกรรมของผู้นำที่มี ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้และบูรณาการในการบริหารจัดการใน โรงเรียน มีการจัดหาอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทันสมัยและเพียงพอต่อการใช้งาน เพื่อสร้าง โอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีของครูและบุคลากร พร้อมทั้งส่งเสริม อำนวยความสะดวก ผลักดัน และ สร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรและสมาชิกในองค์การได้ใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานและพัฒนาตนเองได้ อย่างเหมาะสม และสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์การให้พร้อมรับกับความท้า ทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเสมอ ดร.กัมพล ไชยนันท์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์15 (เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท) อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปี 2552 – 2566 ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๕ ( เวียงเก่าแสนภู วิทยาประสาท ) ดร. กัมพล ไชยนันท์ 1.Internet Of Things Executive Function Smart SchoolDigital Economy SEZ ทิศทางในอนาคต 2. ใช้มาตรฐานคุณภาพด้านผู้เรียน เป็น เป้าหมายในการพัฒนา - เรียนรู้ตามพระบรมราโชบาย 12 ประการ - เรียนรู้หน้าที่เด็กดี 10 ประการ - ใช้สมุดงานนักเรียนเป็น Portfolio - กิจกรรมหน้าเสาธงเชิงสร้างสรรค์ - พัฒนาทักษะสมอง เพื่อชีวิตที่สำเร็จ (Executive Function) - สร้างนิสัยรักสิ่งแวดล้อม


129 -พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ / ภาษาจีน - การอบรมหลักสูตรระยะสั้น ยุทธศาสตร์ : พัฒนาคุณภาพ ผู้เรียน 3. สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันภายใน กลุ่มสาระการเรียนรู้ / ช่วงชั้น - นำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพงาน - ลดปริมาณการใช้กระดาษ (Paperless) - บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว (OSS) - สร้างเครือข่ายความร่วมมือ - จ้างคนนอกทำแทน (Out Source) - ยึดกรอบ MOU ในการประเมินผลการ ปฏิบัติงาน - ใช้แผนการจัดการเรียนรู้ฐาน Electronics ยุทธศาสตร์ : บริหารจัด การศึกษา 4. ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ - อุทยานการเรียนรู้อู้คำเมือง - Knowledge Street - E-Learning Zone - Smart TV - Internet Café - ประเมินความเป็นบุคลากรแห่งการ เรียนรู้รอบด้าน 360 องศา ยุทธศาสตร์ : สร้างสังคม แห่งการเรียนรู้ 5. บูรณาการกิจกรรมทั้งในและนอก หลักสูตรในการสร้างอัตลักษณ์ - การประเมินรอบด้าน 360 องศา - สื่อสารอัตลักษณ์อย่างต่อเนื่อง - ใช้เป็นตัวชี้วัดในการพิจารณาทุน ช้างเผือก - บันทึกการปฏิบัติตามอัตลักษณ์ใน ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และ สาธารณชน ยุทธศาสตร์ : ส่งเสริมอัตลักษณ์ ของ รปค.15 6. โรงเรียนสุจริต - โรงเรียนแกนนำพัฒนาหลักสูตร SEZ - โรงเรียนแกนนำการเรียนการสอน อาชีพ - โรงเรียนนำร่องนโยบาย “ ลดเวลา เรียน เพิ่มเวลารู้ ” - การเรียนการสอน BBL - การเรียนการสอน “ ทวิศึกษา ” / “ ทวิ ภาคี ” - การเรียนการสอน DLIT ยุทธศาสตร์ : มาตรการส่งเสริม จาก ศธ. / สพฐ.


130 7. เรียนรู้อนุรักษ์วัฒนธรรม 1. ประวัติศาสตร์ / ร่องรอย ทางประวัติศาสตร์ 2. โบราณคดี / โบราณสถาน 3. งานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ดั้งเดิม 4. ศิลปะ หัตถกรรม ประติมากรรม รูปปั้น แกะสลัก ภาพวาด 5. พิธีกรรมทางศาสนา การท่องเที่ยว เชิง วัฒนธรรม 6. ดนตรี การแสดงละคร ภาพยนตร์ 7. ภาษาและวรรณกรรม 8. วิถีชีวิต เสื้อผ้า เครื่อง แต่งกาย อาหาร 9. ประเพณี วัฒนธรรม พื้นบ้าน เทศกาลต่างๆ 10. ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ 8. องค์ประกอบที่ควรนำมาใช้ ประกอบการศึกษาดูงาน เส้นทางวัฒนธรรมล้านนา เส้นทาง วัฒนธรรมล้านนา พื้นที่ : ธรรมชาติ เอกลักษณ์เฉพาะถิ่น การจัดการ : การจัดการที่ยั่งยืน กิจกรรม : กระบวนการเรียนรู้ที่ประทับใจ การมีส่วนร่วม : คำนึงถึงการมีส่วนร่วม 9. รูปแบบรายงาน ศึกษาดูงาน ส่วนที่ 1 : แหล่งเรียนรู้ที่ศึกษา ส่วนที่ 2 : องค์ประกอบที่ประทับใจ ส่วนที่ 3 : แนวทางที่ควรนำมาปรับใช้ในการออกแบบ การเรียนรู้ตามหลักสูตร SEZ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้คณะครูผู้สอนแต่ละกลุ่ม สาระการ เรียนรู้ ได้ทบทวนการจัดการ เรียนการสอนว่ามี ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด และโอกาส อย่างไรบ้าง 2. เพื่อให้คณะครูผู้สอนแต่ละกลุ่ม สาระการ เรียนรู้ ได้คัดเลือกนวัตกรรมการ จัดการเรียนการ สอน การทบทวนการจัดการเรียนการสอน และ วางแผนจัดการเรียนการสอน การเป็นภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีทางการศึกษา ดร. กัมพลกล่าวถึงการบริหารงานโรงเรียนว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๕ ( เวียงเก่า แสนภูวิทยาประสาท)ที่เป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม และมีหน่วยงานที่สนใจมาศึกษาดูงานที่ โรงเรียนแห่งมากมาย ว่า “ผมบริหารโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนที่น่าเรียนและทำให้มีจำนวนนักเรียนมากขึ้น เรื่อย ๆ โดย นโยบาย 3 ไม่ คือ


131 1. ไม่มีการแนะแนว 14 ปีเนี่ยผมไม่เคยแนะแนวนะ ผมใช้โมเดลร้านลาบของทางเหนือนะ ผมใช้คำ ว่าโมเดลร้านลาบ ร้านอาหารอะไรที่มันอร่อยเนี่ยอยู่ลึกอยู่ในซอกซอยแคบก็ไปทาน เพราะฉนั้นเราจะไม่มี การออกไปแนะแนว นักเรียนเข้ามาเรียนด้วยใจ 2. ไม่ล่ารางวัลผู้อำนวยการ การประกวด รางวัลที่เพื่อตัวเราเนี่ยนะครับ สิ่งที่คุณครูก็ต้องมาทำ มาทุ่มเทกับผมสุดท้ายก็ทิ้งเด็กแล้วก็อันนี้อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะ แล้วก็เป็นสิ่งที่ทำถือมาตลอดเข้าสู่ ผู้บริหารสายบริหารในตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ เรื่องเหล่านี้นะการประกวดเหล่านี้ให้ยกเลิกได้เนี่ยควร จะยกเลิกเพราะว่าเป็นการไปผูกกับระบบของการก้าวหน้าเรื่องของการย้ายเรื่องของการแต่เราไม่มองเชิง ประจักษ์ที่ตัวผู้เรียน ความเชื่อของชุมชน จากความเชื่อความชัดเจน ก็นำมาสู่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นที่ ประชานุเคราะห์วันนี้ลดความเหลื่อมล้ำได้ 100% 3. ไม่มีการสอบเข้าเรียนทุกระดับชั้นทำการตั้งแต่อนุบาล 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่สอบเข้า เรียน และแล้วก็รับเด็กทุกกลุ่มนะครับ โดยเฉพาะผมด้วยตนเองนะเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เนี่ยเค้าย้าย มาทุกคนก็กลัว แต่ SAR ของโรงเรียนค่าเฉลี่ย ผมให้ความสำคัญกับผมส่วนหนึ่งเท่านั้น เป็นส่วนหนึ่งของ ของความที่เป็น ตัวเช็คเรื่องของทางด้านวิชาการเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือทักษะที่จะติดตัวเขาไป เพื่อที่จะไปพึ่งตนเองในอนาคตต่างหาก คือสิ่งที่สำคัญซึ่งปัจจุบันเค้าบอกว่าเป็นสมรรถนะนะที่จริงก็ก็ คือทักษะชีวิตทักษะอาชีพและทักษะของการทำข้อสอบO-net ผมไม่รู้ว่ามันจะยั่งยืนตามเด็กเรียนหรือไม่ ความเหลื่อมล้ำก็ไม่มีนะ เพราะเราเชื่อตั้งแต่ต้นทางแล้วว่าเด็กทุกคนเรียนรู้ได้นั้น ที่นี่ผมไม่มีเด็กพิเศษนะ ครับ ผมจะไม่ใช้คำว่าเด็กพิเศษนะเค้าเป็นคนที่มีศักยภาพมากกว่าคนนั้นหลายเรื่องนะครับ มันยังซ่อนอยู่ ในในตัวถ้ามองเชิงระบบเนี่ย ตัวปัจจัยมองว่าออกจากระบบและปิดเป็น 87% เนี่ยผมเห็นผมเห็นข้อมูลและ เด็กทางการเรียนรู้ 87% อันนี้มันมันเพียงแค่ทักษะในการสอบที่ไม่ได้ตามเป้าเป็นพิเศษ เพื่อที่จะจะต้องเป็น mis Data เป็นข้อมูลที่เป็นค่าเฉลี่ยนะครับ ซึ่งผมมองเรื่องของการทดสอบเนี่ยผมจะไม่มองเรื่องเดียวนะ ค่าเฉลี่ยเอามาเรียงต่ำ มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากค่าเฉลี่ยด้วยมองว่าสัมประสิทธิ์ของการกระเป็น อย่างไรถ้ามองอย่างนี้จะมีประสิทธิผล” - โรงเรียนแห่งความสุข นอกเหนือจากครูมีความสุขแล้ว นักเรียนก็มีความสุขเช่นกัน ทาง โรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล - มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีหลากหลายแผนการเรียนให้นักเรียนได้ เลือก เช่น แผนการเรียนทวิศึกษา(จบไปได้2วุฒิ) คอมพิวเตอร์ธุรกิจ บัญชี คหกรรม ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ฯลฯ แผนการเรียนศิลป์เกษตร ศิลป์พละศึกษา ศิลป์ภาษาและแผนการเรียนวิทย์-คณิต จัดให้ตามความ ถนัดและความสนใจของนักเรียน และในแต่ละเดือนทางโรงเรียนจัดให้มีการแต่งกายชุดไปรเวทเดือนละ 1 ครั้ง เกิดภาพรอยยิ้มแห่งความสุขและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จากการปรับเปลี่ยนวิถีใหม่ ในการใช้ชีวิต และการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิด"โรงเรียนแห่งความสุข"


132 ดร. กัมพลกล่าวถึงแนวคิดการใช้ เทคโนโลยีในโรงเรียนว่า “ที่มาของการที่ ผอ. มีแนวคิดในการลดใช้กระดาษ เริ่มจาก การที่ผอ. เห็นปัญหาเดิม ๆ จากการที่ครูต้อง ใช้กระดาษในการทำเอกสารเยอะแยะ มากมายภาระงานเอกสาร/กระดาษ เป็นสิ่งที่ ควรปรับเปลี่ยนมากที่สุดในระบบการศึกษา ยุคสมัยนี้ หลายโรงเรียนยังคงให้ครูทำเอกสาร ประเมินต่างๆ การประกัน และสำรวจข้อมูลที่ มากเกินความจำเป็น ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเรียนการสอนเท่าที่ควร สิ้นเปลืองแรงกายแรงใจ เปลืองเวลาและงบประมาณโดยไม่มีเหตุจำเป็นเท่าที่ควร ก็เลยมีแนวความคิดว่าการใช้เทคโนโลยีมาช่วยใน การจัดการบริหารและพัฒนาโรงเรียน หรือมาใช้ในการประเมินก็น่าจะเป็นผลดี และอีกอย่างก็คือเราต้อง คิดนอกกรอบในทางระบบราชการกระดาษไม่ได้ แต่ทีนี้ก็ต้องยืนหยัดและต่อสู้กับระบบให้มันสามารถทำ และเป็นไปได้ ท่านผอ. ยังกล่าวอีกว่าการที่ผม ทำมาผมได้เริ่มคิดทำตั้งแต่ตอนที่อยู่โรงเรียน เล็กแล้ว แต่พอมาถึงโรงเรียนราชประชานุ เคราะห์15 เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และคุณครูมี ส่วนร่วม ดังนั้นจึงมีส่วนจึงมีส่วนช่วยในการทำ ให้การดำเนินการทางเทคโนโลยีมันง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโมเดล SEZ ที่ผมใช้มันเกิดประโยชน์ มาก ทำให้สามารถพัฒนาครูและนักเรียนได้โดย ใช้เทคโนโลยี ทำให้เกิดการ PLC ที่เป็นผลดี มากๆ ซึ่งผมเริ่มทำแบบนี้มาโดยตลอดแล้วมัน ได้ผลที่ดีมาก ครูให้ความร่วมมือในการใช้เทคโนโลยี ทำให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น ที่มา Facebook Kwangchong Chong - การนำเสนอผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ (วฐ. 2 ) รายปี การศึกษา ในการประเมินวิทยฐานะครูชำนาญการ หลักเกณฑ์ว.21 ต่อคณะกรรมการประเมินระดับสถานศึกษา ภายใต้แนวคิด"การประเมินที่ไร้ กระดาษ ไร้แฟ้มสะสมผลงาน ไร้ป้ายไวนิล ไม่ต้องผูกผ้าตกแต่ง"


133 - นำเสนอร่องรอยหลักฐานบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม Smart TV / QR-Code...ทั้งการประหยัดคน เวลา วัสดุ เงิน พื้นที่ ฯลฯ - ทางโรงเรียนของเรามีระบบการบริหารจัดการครอบคลุม ทั้ง 4 ฝ่าย โดยใช้ระบบ E-School Master ที่ได้พัฒนาระบบกันเอง ตอบโจทย์ การทำงานของครูยุคใหม่ สะดวก รวดเร็วและแม่นยำทำให้ครูทำงานอย่าง มีความสุข มีเวลาไปสอนหนังสือได้อย่างเต็มที่ เอกสารอ้างอิง กัมพล ไชยนันท์.(2559) งานนำเสนอเรื่อง: "ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการศึกษา โรงเรียนราชประชานุ เคราะห์ ๑๕ ( เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท ). ออนไลน์ https://slideplayer.in.th/slide/11129015/ (18 มีนาคม 2567) จิติมา วรรณศรี. (2564). การบริหารจัดการศึกษายุคดิจิทัล. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์ 3. สุชญา โกมลวานิช. (2563). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สำนักงาน กคศ. (2566). รับชมย้อนหลัง ห้องเรียนอารมณ์ดี : ดูงานเมืองไทย ไม่ต้องไปฟินแลนด์. ออนไลน์ https://www.youtube.com/watch?v=GMzoaMB_YWI .(สัมภาษณ์ 1 กุมภาพันธ์ 2566)


134


135


136


Click to View FlipBook Version