The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการจัดการเรียนการสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กนกวรรณ สุมน, 2020-12-06 02:07:43

ชุดกิจกรรม

คู่มือการจัดการเรียนการสอน

Keywords: แนวทางสำหรับครู

การเรียนร้ทู ี่ ๕ เวลา ๔ ช่ัวโมง
กรรมในภมู ภิ าคอาเซยี น ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
าไทย

ชว่ั โมง สอ่ื /แหล่งเรียนรู้

หอ้ งสมดุ /ห้องปฏบิ ัติการคอมพวิ เตอร์

การณ์การอ่านนิทานของนักเรียนดงั น้ี ส่อื กจิ กรรม
หรือไม่ นทิ านพืน้ บา้ นไทยปลาบู่ทอง
ภาระงาน/ชิ้นงาน
นทรี่ จู้ ักไปท่วั โลก
- กจิ กรรมใบงานท่ี ๐๖ นทิ าน
นกั เรยี นเคยอา่ นนิทานพื้นบา้ นของ
พ้นื บ้าน
งๆในแถบภมู ภิ าคอาเซียนนกั เรียนเคย
กิจกรรมใบงานท่ี ๐๗ การทาหนังสือ
๒๑๒
ารณ์การอ่านนิทาน เลม่ เลก็

การประเมนิ

ประเมินการวิเคราะหน์ ิทานพื้นบ้าน

อง “พญาคนั คาก”ให้นกั เรียนฟัง ประเมินผลงาน/ใบงาน
วธิ กี าร

๑. ประเมินการวเิ คราะห์นทิ านพนื้ บา้ น

ะคร ๒. ตรวจผลงานนกั เรียน
เครอ่ื งมอื ประเมนิ

ท้องถน่ิ ทง้ั ในประเทศไทยและประเทศ ๑ .แบบบันทกึ การประเมนิ การวิเคราะห์
นพื้นบา้ นเชน่ เดียวกนั เชน่ ใน สปป.ลาว นิทานพื้นบ้าน
๒. แบบบนั ทกึ คะแนน
เซีย คือเร่ือง “ลกู กระจงน้อยกับ
ถนิ่ ลว้ นมนี ิทานพื้นบ้านที่นา่ สนใจ ๓. ใบงาน

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑๕ ภาษาไทยภาษาถน่ิ แผนการจัดการเ
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เรือ่ ง วรรณกรรมในภ

รายวิชาภาษา

๓. แบ่งกลมุ่ นกั เรยี นปฏิบัตกิ ิจก
- อา่ นนทิ านเร่ือง กล่ินอาหา

ของเรื่อง แลว้ ทากจิ กรรมใบงา
แลว้ แลกเปลย่ี นเรียนรใู้ นกลุ่ม
๔. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแท

- นาเสนอผลงานหนา้ ชนั้ ส
ของนิทานที่อ่าน เพ่ือนาไปใช้ใ
ขัน้ สรปุ
๕. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั ประ
และสรปุ ประโยชน์ท่ีไดจ้ ากการ

กจิ กรรม (คร้ังท่ี ๒) เวลา ๒ ช

ข้ันนา
๑. ครแู ละนกั เรียนทบทวนควา
จากคาบที่แลว้ (จากการเรยี นค
ข้ันสอน
๒. นักเรียนดตู วั อยา่ งการทาหน
ครูอธิบายข้นั ตอนการทาหนังส
เพอ่ื ให้นกั เรยี นเข้าใจขั้นตอนก
๓. นักเรียนเลือกนทิ านทีส่ ืบค้น
นามาวางโครงเรื่อง เพ่ือทาหน

เรยี นรู้ท่ี ๕ (ต่อ) เวลา ๔ ช่ัวโมง ๒๑๓
ภูมภิ าคอาเซียน ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
าไทย
กรรมดังนี้ เกณฑ์การประเมิน
าร วเิ คราะหเ์ รื่องและสรุปสาระสาคญั วิธีการ
านที่ ๐๖ นิทานพน้ื บา้ น ๑. ใชเ้ กณฑ์การประเมินวเิ คราะห์นทิ าน
พื้นบ้าน
ทนนาเสนอผลงาน ดังนี้ ๒. ใชเ้ กณฑก์ ารประเมินการทาหนังสอื
สรปุ ความรู้ ขอ้ คิด และอธิบายคุณค่า เลม่ เลก็ /นิทานแผ่นเดยี ว
ในชวี ิตประจาวนั ๓. ใบงานท่ี ๐๖ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ ๗๐
ะเมินผลงานกลุ่ม เสนอแนะเพ่ิมเตมิ
รอ่านนทิ านพืน้ บา้ น

ช่ัวโมง

ามร้ทู ่ไี ด้จากการอ่านนิทานพ้ืนบา้ น
คร้งั ท่ี ๑)

นังสือเลม่ เลก็ และนทิ านแผน่ เดียว
สือเล่มเล็กและนทิ านแผ่นเดียว
การจัดทา
นได้จากคาบเรียนที่แล้วตามความสนใจ
นังสอื นทิ านเล่มเล็ก และนิทานแผน่ เดยี ว

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๕ ภาษาไทยภาษาถน่ิ ดงั น้ี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย - แบง่ กลุ่มศึกษาใบงานที่ ๐

แผนการจัดการเ
เรอ่ื ง วรรณกรรมในภ

รายวิชาภาษา

๔. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ /แต่ละช
เลก็ /นทิ านหน้าเดยี ว เพื่อให้คร
ของงาน และให้คาปรึกษาและ
ขั้นสรปุ
๕. จดั นิทรรศการนาเสนอผลง
และกัน
๖. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ประ

๐๗ การทาหนังสอื เล่มเล็ก เวลา ๔ ช่ัวโมง
เรียนรูท้ ี่ ๕ (ต่อ) ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕
ภูมิภาคอาเซยี น
าไทย ๒๑๔

ช้ันนาเสนอแผนการจดั ทาหนังสือเลม่
รูตรวจสอบ ประเมนิ ความก้าวหนา้
ะข้อเสนอแนะ เพื่อให้งานสมบูรณ์ย่งิ ขน้ึ

งานนกั เรียน แลกเปลย่ี นเรยี นร้กู นั

ะเมนิ ผลงาน ให้ข้อเสนอแนะ

ภาคผ

นิทานพนื้ บ้านไทยเ

พญาคนั คาก เป็นราชาครองเมืองชมพู บรรดาเมืองบริวารใหญ่น้อยพร
…ผีฟ้า “พญาแถน” ผู้เปน็ ใหญอ่ ยเู่ มืองแมนแดนสวรรค์ จึงโกรธไมส่ ง่ นา้ ฟา้ น้าฝ
ทกุ ขย์ ากของบา้ นเมอื ง จึงลงไปเมืองบาดาลนาค ไตถ่ ามความนัยว่าเหตไุ ฉนถงึ เ
ไม่ใหน้ าคทง้ั หลายขน้ึ ไปเล่นน้าบนสวรรคเ์ หมือนแต่ก่อน นา้ จงึ ไมร่ ่วงหลน่ ลงมา
ความจรงิ ก็พโิ รธย่งิ นัก สั่งให้พญานาคสร้างถนนจากเมืองชมพขู นึ้ ไปเมืองแถนแ

พญานาคพร้อมนาคบรวิ าร พากันแผ่พงั พาน ขนภูเขาในเมืองมนุษย์เอ
ถนนสูงถงึ เมืองแถนในทันที บรรดาสรรพสัตวต์ ่างๆ ทง้ั ฝงู ต่อ ฝูงแตน ผึง้ มอด ม
กับแถน พญาแถนยอมแพ้ รับปากว่าจะสง่ นา้ ฟา้ น้าฝนหล่นลงเมอื งมนษุ ยท์ ุกป
ดว้ ยโลกน้มี ที ้ัง ดนิ หญา้ และฟา้ แถน ลว้ นตอ้ งพึ่งพาอาศัยกัน เมอื่ ถงึ ฤดูทีน่ าคต
ทาให้ไรน่ าอุดมสมบรู ณ์ พญาแถนถามวา่ จะรูไ้ ดอ้ ยา่ งไรว่าเมืองมนุษย์ตอ้ งก
บั้งไฟ ข้นึ มาอยา่ งรวดเร็ว เมื่อได้ยนิ เสียงแลว้ มองเห็นบ้ังไฟมหี ัวพญานาค ก็ให้ไ
คนั คากทุกอยา่ ง เม่ือสาเร็จเสรจ็ สรรพแลว้ พญาคนั คากก็พาไพร่พลท้ังหลาย ลง
ดังนั้น ทุกคร้ังท่ีมนุษยจ์ ุดบง้ั ไฟขึน้ ฟ้า จงึ เปน็ สัญญาณใหพ้ ญาแถนปล่อยน้าฝนล

ทม่ี า ตานานพญาคันคาก.วรรณกร

ผนวก ๒๑๕

เรื่อง พญาคันคาก

ร้อมใจกันบชู าพญาคันคาก จนลืมส่งสการไหวส้ าฟ้าแถนเหมอื นแต่ก่อน
ฝนลงมาใหจ้ นเกิดความแห้งแลง้ ทุกหย่อมหญ้า พญาคันคากเห็นความ
เกดิ ภัยแล้งแหง้ นา้ มานานปี …พญานาคจึงบอกว่าเหตุเพราะผีฟ้าพญาแถน
าเล้ยี งโลกมนุษย์ ด้วยแถนฟ้าโกรธที่ผคู้ นไม่กราบไหว้บชู า พญาคนั คากรู้
แดนสวรรค์
อามาต่อเขา้ ดว้ ยกัน บรรดาปลวก ระดมขนดนิ มาถมพอกภเู ขาใหเ้ ป็นทาง
มด เสือ สิงห์ กระทงิ แรด ในปัถพี ล้วนมาชมุ นุมกนั เพ่ือช่วยพญาคนั คากรบ
ปี พญาคันคากมีใจเมตตา จึงส่งั สอนให้พญาแถนประพฤติตนอยใู่ นศีลธรรม
ต้องขนึ้ มาเล่นน้าบนฟ้าก็อย่าหา้ มปราม เพราะนาคจะได้พน่ นา้ ตกเป็นฝอยฝน
การน้าตอนไหน เมือ่ ไร พญาคันคากตอบว่า จะส่งสัญญาณใหพ้ ญานาคข่ี
ไขน้าทาฝนหล่นลงเมืองมนุษยท์ นั ที พญาแถนนอ้ มรับคาสัง่ สอนของพญา
งจากเมืองแถนแดนฟ้า กลับสู่แดนดินเมืองชมพูตามเสน้ ทางเดมิ ที่ปลวกทาไว้
ลงมานัน่ เอง

รรมพ้นื บา้ นภาคอีสาน หนังสือมรดกภูมิปญั ญาทางวฒั นธรรม,๒๕๕๓.

๒๑๖

ใบความร้สู าหรบั ครู

ความรู้เกย่ี วกบั นทิ านนานาชาติ

นกั เลา่ นทิ านท่ีชอ่ื วา่ อสี ป คือใคร
ตานานกล่าววา่ อีสปเปน็ ทาสชาวกรีก เกิดท่ีแคว้นฟรีเยีย เมอื งอะเมอเรียม (ตุรกี) เปน็ ชายทม่ี ีเสยี งพูด

อู้อ้ีคลา้ ยเสียงของสัตว์ เขาเป็นคนหลังค่อม ทาให้การดารงชีวติ ของอสี ป ตอ้ งต่อส้ดู น้ิ รนเอาตัวรอดดว้ ยปฏิภาณ
ไหวพริบอยู่เสมอ ทาใหเ้ ขากลายเปน็ คนเฉลยี วฉลาดและมปี ัญญาเฉยี บแหลมสามารถแกไ้ ขสถานการณ์คับขนั ต่างๆ
ไดเ้ ปน็ อย่างดี

ต่อมาด้วยความทเ่ี ป็นคนมีปฏิภาณไหวพรบิ ดีนั่นเอง ทาให้อีสปได้รบั การปลดปล่อยเปน็ อิสระจากการเปน็
ทาส และไดเ้ ขา้ ไปอยู่ในราชสานกั ของกษตั ริย์โครเอซสุ แห่งแคว้นลเิ ดยี ณ ท่ีแห่งน้ีเอง อสี ปได้เล่านิทานดว้ ยศลิ ปะ
อนั น่ายกย่องและสง่างามอย่างยิง่ จนเป็นทชี่ อบใจและโปรดปราณของกษตั รยิ โ์ ครเอซสุ

นทิ านอสี ป เรอ่ื ง เทพารกั ษก์ ับคนตัดไม้

ชายตัดฟนื คนหนึ่ง...เขา้ ไปตัดฟืนในปา่ เผอิญเขาทาขวานพลัดตกลงไปในสระนา้ "โธ.่ ..โธ.่ ..โธ.่ ..ฉนั จะทา
อยา่ งไรดี ว่ายน้ากไ็ มเ่ ป็น" ชายตัดฟนื คร่าครวญอยู่ริมสระ เพราะเขาไม่มเี ครื่องมอื ทามาหากินอีก เทพารักษ์ทอี่ ยู่
ใกล้ๆ อดสงสารไม่ได้ จงึ ปรากฏกายให้เหน็ แลว้ เอ้ือมมือลงไปในสระน้า คว้าขวานเล่มหนึง่ ส่งให้คนตดั ฟืน
"โอ...ท่าน...น่มี นั ขวานทอง ไมใ่ ชข่ วานของขา้ หรอก" ชายตัดฟืนไม่ยอมรับ เทพารกั ษ์จึงงมขวานขนึ้ มาใหอ้ ีกเล่ม
หนง่ึ "น่กี ็ไม่ใชข่ วานของขา้ ...ของขา้ ขวานเหล็กธรรมดาทา่ น ไม่ใชข่ วานเงิน" "เจ้าเป็นคนซ่ือสตั ย"์ เทพารักษ์พดู
"คนอย่างเจ้าหายาก ขา้ ใหข้ วานทองกับขวานเงนิ เจา้ เป็นรางวัล" กลา่ วเสร็จแลว้ เทพารกั ษก์ ห็ ายตวั ไป คนตัดฟนื
นาขวานทองและขวานเงินกลับบา้ น พบใครก็อวดใหช้ มและเล่าว่าไดม้ าอย่างไร "เทวดาทา่ นดีใจมากเลย ขา้ นั่ง
รอ้ งไห้อยู่ริมสระเดีย๋ วเดยี วเท่านน้ั ท่านกม็ างมขวานให้ แล้วก็ใหข้ วานทองขวานเงนิ แกข่ ้าอกี ดว้ ย"

เพ่ือนบา้ นคนหน่งึ อยากได้บา้ ง จึงเข้าไปในป่า ทาทหี าฟนื แล้วกโ็ ยนขวานของตนทง้ิ ลงในน้า "ฮือ...ฮือ...
ฮอื ... คราวน้ีข้าหมดทางหากินแน่ ๆ " เทพารักษ์มางมขวานใหเ้ ชน่ เคย "เอ้า! ขวานทองเล่มนขี้ องเจ้าใช่ไหม ? "
"ใช่.. ใช่แลว้ ท่าน ของข้าเอง" ชายโลภมากพูดอยา่ งยนิ ดี "เจา้ คนโกงไมน่ า่ คบ " พดู แล้ว เทพารักษ์กห็ ายวับไป
กับขวานทอง และเพื่อนบ้านคนน้นั กไ็ ม่ได้รับขวานทตี่ กลงไปในสระคนื อีกดว้ ย

นทิ านเรือ่ งนีส้ อนให้รู้วา่ "โลภมากลาภหาย”

๒๑๗

นทิ านพน้ื บา้ นในประเทศกลุ่มอาเซียน
นิทานประเทศมาเลเซีย
ลกู กระจงน้อยกบั จระเข้”

นานมาแลว้ มจี ระเขร้ ้ายตัวหนึ่งอาศัยอยู่กบั ฝูงที่แม่น้ากว้างใหญ่ เจ้าจระเขร้ ้ายคอยจอ้ งจับกินลูกกระจงนอ้ ย
ตวั หน่ึงมานานแล้วแต่กจ็ บั ไม่ได้สกั ที เพราะเจ้าลกู กระจงตวั นี้ฉลาดเฉลียวอยา่ บอกใคร

วันหน่ึง ลกู กระจงอยากข้ามแมน่ า้ ไปหากินหญา้ และผลไม้อีกฝ่งั แม่นา้ แตไ่ ม่รวู้ ่าจะผ่านเจ้าจระเขร้ า้ ย
ไปได้อย่างไร เจ้าลกู กระจงพยายามคร่นุ คดิ อยา่ งหนักจนคดิ แผนดี ๆ ขึ้นได้

เจา้ ลูกกระจงจึงเดนิ ไปท่ีแม่นา้ แลว้ ตะโกนเรียกจระเข้รา้ ยเสยี งดังล่นั เจา้ จระเข้ก็รีบโผล่พรวดขึ้นมาทันที
"เจา้ ลกู กระจง เจ้าเรยี กขา้ งน้ั เหรอ ไม่กลัวข้าลากเจา้ ไปกินรึไง" ลกู กระจงนอ้ ยแสรง้ ทาเป็นกลัวตวั สน่ั และบอก
ดว้ ยเสยี งอันสนั่ เครอื ว่า ได้รบั คาสง่ั จากพระราชา ใหม้ านับจานวนจระเขใ้ นแม่นา้ ใหญ่ เพอื่ เชิญไปงานเลีย้ งค่าน้ี

"บอกให้เพื่อน ๆ ของเจา้ ลอยตวั ขึ้นมาเรียงกันเปน็ แถวยาวไปจนถึงฝง่ั โน้นสิ ขา้ จะได้นับจานวนงา่ ย ๆ แลว้
ท่านก็อยา่ คดิ กนิ ขา้ ล่ะ ไม่งัน้ พวกท่านอดไปงานเลยี้ งแน"่ เจา้ จระเขร้ า้ ยหลงเชอื่ อบุ ายของลกู กระจง จงึ รีบดานา้ ลง
ไปบอกพวกพ้อง ชว่ั พริบตาฝูงจระเข้กข็ ึน้ มาเรยี งตัวเปน็ แถวทอดยาวไปถงึ อีกฝง่ั หน่ึง

เจา้ ลกู กระจงกระโดดไปบนหวั ของจระเขร้ ้ายและเพอ่ื น ๆ จระเข้ของมนั ทีละตัว ๆ พร้อมกบั ตะโกนนับ
จานวนเสยี งดัง จนกระทัง่ ข้ามขึ้นอีกฝงั่ ไดส้ าเร็จ เมอ่ื ทุกอย่างสาเร็จตามแผน เจา้ ลูกกระจงก็หันมาหวั เราะยว่ั เย้า
จระเขร้ ้าย "ขอบใจนะ ลงุ จระเข้ ทช่ี ่วยเป็นธุระทาสะพานใหข้ า้ ขา้ มแมน่ ้าไดส้ บาย ๆ แถมยังไม่ตอ้ งถูกกินอีกด้วย"

จระเข้รา้ ยรูต้ ัววา่ ถูกหลอกกห็ น้าเสยี เพื่อน ๆ จระเข้ตา่ งรมุ ต่อวา่ มัน ด้วยความโกรธแคน้ และพากนั ตาหนิ
ทเี่ จา้ จระเขร้ ้ายทาให้พวกมันต้องเสยี หน้า จากวนั นนั้ จระเข้ร้ายก็ถูกเพื่อน ๆ เฉยเมยกับมนั ไปพกั ใหญ่ทเี ดยี ว

๒๑๘

นิทานประเทศกมั พชู า
เรื่องกล่ินอาหาร

มชี ายยาจกคนหน่ึงปลูกกระท่อมเล็ก ๆอาศัยอยใู่ กลบ้ า้ นเศรษฐี เขาจะยา้ ยกระทอ่ มทพ่ี ักนต้ี ามทศิ ทางลม
เพราะชายผู้น้ีจะคอยสูดกล่นิ อาหารทีม่ าจากบ้านเศรษฐีเพ่ือกนิ กบั ขา้ วประทังชีวติ เศรษฐีสังเกตเหน็ ชายยาจกนี้
ย้ายกระท่อมบ่อยจึงให้คนใช้ไปสบื ถาม ชายยาจกกบ็ อกไปตามความจรงิ ว่าย้ายตามฤดูกาลของทิศทางลม เพอ่ื จะ
สูดกลิ่นอาหารจากบา้ นเศรษฐี

เม่ือเศรษฐีทราบจากคนใช้เช่นนัน้ ก็บอกกบั ชายยาจกว่า "เจ้ามีชวี ติ อยู่ได้เพราะกลน่ิ อาหารจากบา้ นเรา
“เจา้ จะต้องมาเป็นคนใช้บา้ นเรา" ชายยาจกไม่ยอม เศรษฐีจึงไปฟ้องผู้พพิ ากษา ผพู้ พิ ากษาตดั สินให้ชายยาจกเปน็
คนใชข้ องเศรษฐีแตช่ ายยาจกไมย่ อม ขอรอ้ งทกุ ข์ตอ่ พระมหากษัตรยิ ์ เมอ่ื พระมหากษัตริยไ์ ดท้ ราบเร่ืองราวก็ทรง
รับสงั่ ใหอ้ ามาตย์นาผา้ ขาวมาวางไว้กลางท้องพระโรง แล้วทรงใหน้ าเงินไปวางไว้ในผา้ ขาว แล้วรบั สง่ั กับเศรษฐีวา่
"เศรษฐจี งรบั เงินค่าตัวของชายยาจกไปเถิด"

เมือ่ เศรษฐรี ับเงินไปแลว้ พระมหากษัตริย์ตรสั ถามเศรษฐีวา่ "เมอื่ เศรษฐีหยบิ เงนิ คา่ ตวั ของชายยาจกน้นั
ชายยาจกกเ็ ห็นท่านหยบิ เงิน แตเ่ ขามสี ่วนได้รับเงินจากการมองเหน็ หรือไม่?" เศรษฐตี อบว่า "ไม่ได้รับเงินจากการ
มองเห็นพระเจา้ ขา้ " พระมหากษตั ริยจ์ งึ ตรสั วา่ "ก็เปรียบได้กับอาหารของเศรษฐี ถงึ ใครจะสูดกลน่ิ อาหาร แต่
อาหารก็ยังคงเดิมไมส่ ญู หายไป เพราะฉะน้นั เศรษฐีจะเอาชายยาจกเป็นคนรับใชไ้ ม่ได้" ท้ังเศรษฐแี ละชายยาจกก็
กลับไปบา้ นของตนเองด้วยความยนิ ดี

๒๑๙

นิทานประเทศอนิ โดนีเซีย
เรอื่ งกระจงเจา้ ปัญญา

บ่ายวันหน่งึ อากาศรอ้ นอบอา้ วกระจงตวั หน่ึงกาลงั กินนา้ ใสในทะเลสาบกลางป่าเพลิน เสือโครง่ ตวั หนึ่งเดนิ
ผา่ นมาเมื่อเห็นกระจงเขา้ ก็หยุดแล้วหวั เราะคารามออกมาวา่ "โอโ้ ฮ!้ เจ้ากระจงน้อยช่างเป็นอาหารโอชามอื้ น้ีของข้า
เสยี นก่ี ระไร เร็วเข้า มาให้ข้ากนิ เสียดี ๆ "

กระจงกลัวเสอื ตัวส่ัน แต่กต็ ้องพยายามทาใจดีสูเ้ สอื พดู ตอ่ ไปวา่ "โธเ่ อ๋ย! คุณเสอื นีน่ า่ สงสารจรงิ ๆ นะ
ขา้ พเจา้ อยากใหท้ า่ นไดล้ ิ้มรสอาหารดๆี แตข่ า้ พเจ้าไม่คิดว่าข้าพเจา้ นีจ้ ะเป็นอาหารทีท่ า่ นจะกินไดอ้ ่ิมให้สมกบั ที่ทนหิว
มาได้หรอก มนั ตอ้ งกินเนือ้ คนถงึ จะสมอยาก"

"คนน่ะมนั เปน็ ยังไง เจ้ากระจง"
"นที่ า่ นไม่รูเ้ อาเทียวหรือว่า คนน้นั คืออะไร" กระจงอทุ าน ทาเป็นแปลกใจ
"ไหนบอกขา้ หน่อยซิ เจา้ กระจงว่าคนน่ะคืออะไร"
"คนก็คอื สัตวช์ นดิ หนง่ึ มีขาสองขา แตท่ วา่ เป็นสตั ว์ท่ีมอี านาจใหญ่ยิ่งท่ีสดุ ในโลก"
"จริงรึ อานาจมากย่ิงกว่าขา้ อีกร"ึ เสอื ถาม
"จริงแน่ แต่ถา้ ท่านไวพอ ท่านโดดเข้าตะปบมนั ไว้ ท่านกก็ ินมันได้สบาย"
"แล้วขา้ จะไปหาคนได้ท่ีไหนล่ะ พามาให้ขา้ ดเู ด๋ยี วน้ซี ี เพราะว่าข้าหวิ เต็มทนแล้วนะ ถา้ เจ้าไม่รีบไปหามาขา้
จะต้องกินเจา้ เสียเด๋ียวนีล้ ่ะ"
แล้วกระจงก็พาเสือโคร่งไปซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไมค้ อยเวลาท่คี นจะเดนิ ผา่ นมา ไม่ช้าก็มเี ดก็ ชายตัวนอ้ ย
คนหนึ่งเดินกลับจากโรงเรียน
"น่ีน่ะหรอื คน" เสอื โครง่ ถาม "โธเ่ อย๋ ! ขา้ ต้องมีอานาจมากกว่าไอ้ตัวนแ้ี น่ ๆ" มนั พดู อย่างเยาะ ๆ
" นัน่ มนั เปน็ แต่เพียงสิ่งท่กี าลงั จะเตบิ โตเป็นคนเทา่ น้ัน ยงั อีกตั้ง 20 ปี ถึงเวลานัน้ ท่านกต็ ายไปแล้วหล่ะ"
ตอ่ มามชี ายชราคนหนึ่งเดินกระยอ่ งกระแย่งมาตามถนน ถอื ไม้เท้าไว้ช่วยยันกายมาตลอดทาง
"ไอน้ ก่ี ระมงั คอื คนอยา่ งที่เจ้าว่า ทาไมมันผอมโทรมเตม็ ที เจ้าจะเลน่ โกงข้าอกี ละซิ" เสือชักโมโห
"นี่กไ็ ม่ใชค่ น มนั เป็นเดนคนต่างหาก เสอื ดีดีอยา่ งท่าน คงไมอ่ ยากกนิ เดนของใครแน่ ๆ" "จุ๊! จุ๊! นัน่ ไง
คนจรงิ ๆ มาแล้ว" กระจงบอก เมื่อเหน็ นายพรานคนหน่ึงแบกปืน มาตามถนน
" เจ้ากระจงเอย๋ คอยดูขา้ นะ" วา่ แลว้ เสือโคร่งกก็ ระโจนเขา้ ใสพ่ รานผูน้ ัน้ แตน่ ายพรานกลบั ไวกวา่
เขายกปนื ยงิ โปง้ ถูกเสือโครง่ ตายคาท่ี เจา้ กระจงดีใจนกั หนาทรี่ อดตวั มาไดด้ ้วยปัญญาแท้ๆ.

๒๒๐

 ท ๑๕/ผ.๕-๐๖

แนวคาตอบใบงานท่ี ๐๖ นทิ านพืน้ บ้าน

คาชแี้ จง อา่ นนิทานพนื้ บา้ นเรือ่ ง กล่ินอาหาร แล้วตอบคาถามและสรปุ สาระสาคญั
(๒๐ คะแนน) ให้คะแนนตามเกณฑ์

นิทานเรื่อง....กล่ินอาหาร..

นิทานพื้นบ้านประเทศ........กมั พูชา..........

ตอนที่ ๑ วเิ คราะหเ์ รื่อง
๑.ใคร.........ชายยาจก กับเศรษฐี .....
๒.ทาอะไร....ชายยาจกอาศยั สดู กลนิ่ อาหารจากบ้านเศรษฐีประทังชีวติ .......
๓.ทไี่ หน.......ใกลบ้ ้านเศรษฐี..................
๔.ผลเปน็ อยา่ งไร....ชายยาจกถกู เศรษฐฟี ้องร้อง ผู้พพิ ากษาตัดสนิ ให้ชายยาจกเปน็ คนรบั ใช้
ของเศรษฐี เขาไม่ยอมจึงร้องทุกข์ต่อพระราชา พระราชาตดั สินดว้ ยปัญญาทาให้ชายยาจก
ไมต่ ้องตกเปน็ คนรบั ใชข้ องเศรษฐี...........

ตอนท่ี ๒ สรุปสาระสาคญั ของเรื่อง

ชายยาจกคนหน่งึ อย่ใู กล้บา้ นของเศรษฐี ทกุ วนั จะอาศัยสูดกลนิ่ อาหารจากบา้ นเศรษฐี และ
มกั จะยา้ ยบ้านตามทศิ ทางลมเสมอ เศรษฐีทราบจงึ ฟ้องรอ้ ง ผู้พิพากษาตัดสินให้ชายยาจกเป็นคน
รับใช้ของเศรษฐี เขาจงึ ร้องทกุ ขต์ อ่ พระราชา พระราชาตดั สนิ ว่าถงึ ใครจะสดู กล่ินอาหาร แต่อาหารก็
ยงั คงเดมิ ไม่สญู หายไป ชายยาจกจึงไมต่ ้องเป็นคนรับใชข้ องเศรษฐี

ขอ้ คดิ ที่ได้ ควรมีนา้ ใจเอ้ือเฟอ้ื เผ่ือแผ่ต่อผู้อนื่

การนาไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ .....เราควรมีน้าใจต่อกนั จึงจะอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมอย่างมคี วามสุข......

๒๒๑

 ท ๑๕/ผ.๕-๐๗

แนวคาตอบใบงานที่ ๐๗ การทาหนงั สอื นทิ านเลม่ เล็ก

คาช้แี จง ทาหนงั สอื นทิ านเล่มเล็กโดยนาโครงเรือ่ งมาจากนทิ านพนื้ บ้านเรื่อง กลน่ิ อาหาร (๒๐ คะแนน)
ใหค้ ะแนนตามเกณฑ์การทาหนงั สือเลม่ เล็กตามแบบประเมนิ คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน

การทาหนงั สอื นิทานเล่มเลก็
ข้ันตอน

๑. กระดาษเอ ๔ จานวน ๓ แผน่ พับครงึ่
๒. วางโครงเรือ่ งนิทานเร่ือง กลน่ิ อาหาร จดั ลาดบั เหตุการณ์ ให้จบใน ๖ หน้า

ปกหน้า
คานา/คาชแ้ี จง
เนื้อเร่อื ง วาดภาพประกอบนิทาน ระบายสีใหส้ วยงาม
ปกหลังใหบ้ อกขอ้ คดิ จากเรื่อง หรือกจิ กรรมตอบคาถามจากเร่ือง
๓. นาเสนอผลงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้

๒๒๒

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วงชนั้ ที่ ๒
๒๒ป.๔-๖

คาชแ้ี จงประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๑๕ ภาษาไทย ภาษาถนิ่

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๖ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย เวลา ๒ ชั่วโมง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๑. สาระสาคญั ของแผน
ป.๕ การนาคาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยมาแตง่ เปน็ ประโยคสนทนา

๒. ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติมในการนาไปใช้
๒.๑ ขอบข่ายเนือ้ หา
คาภาษาต่างประเทศท่ใี ช้ในภาษาไทย
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
นักเรยี นรจู้ กั จาแนก จัดกลุ่มคา รู้ความหมายและใช้ภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทยได้
ถกู ต้อง
๒.๓ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ครผู ูส้ อนควรเตรียมสอื่ แหล่งเรยี นรู้ สาหรับการค้นคว้าของนกั เรียนก่อนการสอน
๒.๔ ทดสอบหลังเรยี นตามแบบทดสอบประจาหนว่ ยการเรียนรู้
๒.๕ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย
๑) ประเมนิ การผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๗๐
๒) ประเมนิ ตามเกณฑค์ ุณภาพ ๓ ระดบั ไดแ้ ก่ ดี พอใช้ ปรับปรงุ

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๕ ภาษาไทยภาษาถ่ิน แนวการจดั กจิ กรรมของแ
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เรอ่ื ง ภาษาตา่ งประ
รายวิชาภาษาไท

ขน้ั นา แนวการจัดกิจก

ข้ันสอน ๑. ครสู นทนาเก่ยี วกบั ภาษาต่างประเทศท่ีพบเหน็ ในชีวติ ป
ข้ันสรุป
การวัดและประเมนิ ผล ๒. กิจกรรมกลุ่ม เลน่ เกมจัดกลุม่ เข้าพวกคาภาษาต่างประ
๓. แบ่งกลุ่มนกั เรียน คน้ ควา้ รวบรวมคาภาษาตา่ งประเทศ
แลว้ ทากจิ กรรมใบงานท่ี ๐๘ คาภาษาต่างประเทศในภา
๔. นาเสนอผลงานการรวบรวมและบอกความหมายของค
- ประเมนิ การรวบรวมคาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย

ทดสอบหลังเรียน

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๖ เวลา ๒ ชั่วโมง
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕
ะเทศในภาษาไทย
ทย

กรรมการเรียนรู้ ๒๒๒

ประจาวัน

ะเทศ
ศจากสอ่ื หนงั สือพิมพ์ สิ่งพมิ พ์อนื่ ๆ หรือจากอนิ เทอร์เน็ต
าษาไทย แตง่ ประโยคสนทนาจากคาศัพท์ แลกเปลยี่ นเรยี นร้ใู นช้ัน
คาภาษาตา่ งประเทศทใี่ ชใ้ นภาษาไทย และการนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั

การนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน

๒๓๑

 ท ๑๕

แบบทดสอบหลังเรยี น

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑๕ ภาษาไทย ภาษาถิ่น ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕

.............................................................................................................................................................................

คาชี้แจง ตอบคา่ ถามต่อไปนี้

๑. นา่ คา่ ภาษาถนิ่ ที่กา่ หนดใหเ้ ติมลงในตารางให้ถูกต้องตามภาพ

ฝรั่ง เลอื กคาภาษาถ่ินไปเขียนในตารางใหต้ รง
ตามภาพนะครับ
ภาษาถน่ิ เหนอื ภาษาถ่ินใต้ ภาษาถ่ินอีสาน
ชมพู่ บะ่ แกว บกั สดี า

บกั นัด ย่านดั บ่ะขะนดั

สบั ปะรด

ภาษาถิ่นเหนอื ภาษาถิน่ ใต้ ภาษาถน่ิ อีสาน

๒. บอกประโยชนข์ องเพลงกล่อมเด็ก

............................................................................................................................. ..............................................

............................................................................................................................. ..............................................

๓.
เพลงค้างคาว

คา้ งคาวเอย

บินมาเป็นยดื ค่าๆ มืดๆ

จะไปสวนไหน จะไปสวนหลวง

เกบ็ ลกู มะม่วง มาฝากบ้างเน้อ

สรปุ ข้อคดิ จากเพลงค้างคาว
............................................................................................................................. ..............................................
.................................................................................... ........................................................ ...............................

๒๓๒

๔.“เพลงเก่ียวขา้ ว” สะท้อนใหเ้ หน็ สภาพสงั คมและวฒั นธรรมอยา่ งไร
....................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. ..............................................

๕. จัดกลุ่มคา่ ท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศเติมลงในตารางใหถ้ ูกต้อง

พิซซ่า ซินแส สกุ ย้ี ากี้ ยูโด เทคโนโลยี พะโล้

กวยจับ๊ คลินกิ เก๊ียะ คาราโอเกะ ปิ่นโต อีเมล

ภาษาอังกฤษ
ภาษาจนี
ภาษาญี่ปุ่น

๒๓๓
 ท ๑๕

แนวคาตอบแบบทดสอบหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๕ ภาษาไทย ภาษาถ่ิน ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕

..............................................................................................................................................................................

คาชี้แจง ตอบค่าถามต่อไปนี้

๑. น่าค่าภาษาถ่นิ ทีก่ ่าหนดให้เติมลงในตารางให้ถูกต้องตามภาพ

ฝร่งั เลอื กคาภาษาถ่ินไปเขียนในตารางให้ตรง
ตามภาพนะครับ
ภาษาถนิ่ เหนอื ภาษาถน่ิ ใต้ ภาษาถ่นิ อีสาน
บ่ะแกว ชมพู่ บักสดี า ชมพู่ บ่ะแกว บักสดี า

บกั นดั ย่านดั บ่ะขะนัด

สับปะรด

ภาษาถ่นิ เหนือ ภาษาถนิ่ ใต้ ภาษาถ่นิ อีสาน

บะ่ ขะนดั ย่านดั บกั นดั

๒. บอกประโยชน์ของเพลงกล่อมเด็ก

๑. กล่อมเด็กให้นอนหลบั ๒. เดก็ มีอารมณ์ดี ๓. เด็กมีความเพลิดเพลิน ๔.ปลูกฝงั ใหเ้ ด็กเป็นดมี ีนา้่ ใจ

๓.
เพลงค้างคาว

ค้างคาวเอย

บนิ มาเป็นยดื คา่ ๆ มืดๆ

จะไปสวนไหน จะไปสวนหลวง

เก็บลูกมะมว่ ง มาฝากบ้างเนอ้

สรปุ ขอ้ คิดจากเพลงค้างคาว
เราควรมีนา่้ ใจ มีอธั ยาศัยท่ดี ี มีไมตรีต่อเพอ่ื นบ้าน

๒๓๔

๔.“เพลงเก่ยี วขา้ ว” สะท้อนใหเ้ ห็นสภาพสังคมและวัฒนธรรมอยา่ งไร
เป็นเพลงประเภทปฏพิ ากย์ เพราะมีพ่อเพลง แมเ่ พลง รอ้ งโต้ตอบกนั ในเชิงกระเซ้าเย้าแหย่ โดยมลี ูกค่รู อ้ งรับ
ท่าทา่ ร่า และปรบมือใหจ้ งั หวะประกอบ

๕. จดั กลมุ่ ค่าที่มาจากภาษาตา่ งประเทศเตมิ ลงในตารางใหถ้ ูกต้อง

พซิ ซ่า ซนิ แส สุกีย้ ากี้ ยูโด เทคโนโลยี พะโล้

กวยจับ๊ คลินิก เกี๊ยะ คาราโอเกะ ปิ่นโต อีเมล

ภาษาองั กฤษ พิซซ่า เทคโนโลยี คลินิก อีเมล
ภาษาจีน ซนิ แส กวยจบั๊ พะโล้ เกี๊ยะ
ภาษาญปี่ นุ่ ยโู ด สกุ ้ยี าก้ี คาราโอเกะ ปน่ิ โต

๒๓๕

-เครอ่ื งมอื วัดผลและประเมนิ ผล
-แบบบันทึกคะแนน

๒๓๖

๒๓๗

เครื่องมอื ประเมิน
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑๕ “ภาษาไทย ภาษาถนิ่ ”

เกณฑก์ ารประเมินการอา่ นบทรอ้ ยกรอง

ประเดน็ การ ๔ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๑
ประเมิน ๓๒ อา่ นผดิ มากกว่า ๕ คา
อา่ นถูกต้องทกุ คา
อักขรวิธี ออกเสยี ง ร ล ชัดเจน อ่านผิดไม่เกนิ ๓ คา อ่านผดิ ไม่เกิน ๕ คา ออก
ออกเสียง ร ล ชัดเจน เสียง ร ล ชดั เจน

อา่ นถูกตอ้ งตาม อา่ นถูกตอ้ งตาม อา่ นถูกต้องตาม อ่านถูกต้องตามลักษณะ อา่ นไมถ่ กู ตอ้ งตาม
ฉนั ทลกั ษณ์ ลักษณะของ ลักษณะของ ของคาประพนั ธ์ ลักษณะของคาประพนั ธ์
คาประพันธ์ คาประพนั ธ์ แบง่ วรรคตอน และแบ่งวรรคตอนผดิ
ทา่ ทางในการอ่าน แบง่ วรรคตอน แบ่งวรรคตอน ผดิ ๓-๔ แหง่ มากกวา่ ๔ แหง่
ถูกตอ้ งทกุ วรรค ผิด ๑-๒ แหง่
ท่าทางในการอ่านถูกตอ้ ง ท่าทางในการอ่านและ
ทา่ ทางในการอ่านและ ท่าทางในการอา่ นและ แตก่ ารจบั หนงั สอื ถกู ต้อง การจับหนงั สือไม่ถูกตอ้ ง
การจับหนงั สือถูกต้อง การจบั หนังสอื ถกู ต้อง เปน็ สว่ นน้อย
เปน็ ส่วนใหญ่ น้าเสยี งชัดเจนนมุ่ นวลน่า นา้ เสยี งไม่ชัดเจน ขาด
นา้ เสียงในการอา่ น นา้ เสียงชัดเจนนมุ่ นวล ฟงั เป็นส่วนนอ้ ย ความมัน่ ใจในการอ่าน
นา่ ฟัง น้าเสียงชัดเจนนมุ่ นวล
น่าฟังเปน็ ส่วนใหญ่

เกณฑก์ ารประเมิน
๑๓ – ๑๖ คะแนน หมายถงึ ดี
๘ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช้
๑ – ๗ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง

๒๓๘

เกณฑ์การประเมนิ การอ่านรอ้ ยแกว้

ประเด็นการ เกณฑ์การให้คะแนน
ประเมนิ
๔ ๓๒ ๑
อกั ขรวิธี
อ่านถูกตอ้ งทกุ คา อา่ นผดิ ไม่เกนิ ๓ คา อ่านผิดไมเ่ กนิ ๕ คา ออก อ่านผิดมากกวา่ ๕ คา
แบ่งวรรคตอน ออกเสยี ง ร ล ชัดเจน
แบง่ วรรคตอนถกู ต้อง ออกเสียง ร ล ชัดเจน เสียง ร ล ชดั เจน
ท่าทางในการ ทุกวรรค
อา่ น ท่าทางในการอา่ น แบง่ วรรคตอนผดิ ๑- แบง่ วรรคตอนผดิ ๓-๔ แบง่ วรรคตอนผดิ
และการจับหนังสอื
น้าเสียงในการ ถกู ต้อง ๒แหง่ แหง่ มากกวา่ ๔ แหง่
อ่าน นา้ เสียงชดั เจน
นุ่มนวลนา่ ฟัง ทา่ ทางในการอา่ นและ ท่าทางในการอ่านถกู ตอ้ ง ท่าทางในการอา่ นและ

การจับหนงั สือถูกต้อง แต่การจับหนงั สอื ถกู ต้อง การจับหนงั สอื ไม่ถูกต้อง

เป็นส่วนใหญ่ เป็นส่วนนอ้ ย

น้าเสียงชดั เจนนมุ่ นวล น้าเสียงชัดเจนนมุ่ นวลนา่ น้าเสยี งไมช่ ดั เจน ขาด

นา่ ฟังเป็นสว่ นใหญ่ ฟังเปน็ สว่ นน้อย ความม่นั ใจในการอ่าน

เกณฑก์ ารประเมิน
๑๓ – ๑๖ คะแนน หมายถึง ดี
๘ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช้
๑ – ๗ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง

๒๓๙

เกณฑก์ ารประเมินการพูดนาเสนอผลงาน

ประเดน็ การ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประเมนิ
๔ ๓๒ ๑
1.การ เขยี นแผนผังความคิด เขยี นแผนผังความคิด
เตรียมการพดู ไดค้ รบถ้วน เขยี นแผนผังความคิด เขยี นแผนผงั ความคิดได้ ไมค่ รบถ้วน ไม่ตรง
ตรงประเดน็ ประเดน็
2.การนาเสนอ ได้ครบถว้ น ครบถว้ น ตรงประเดน็
เนื้อหา การแนะนาตนเอง การแนะนาตนเอง
เนื้อหาถกู ต้อง ชดั เจน ตรงประเด็น เป็นสว่ นนอ้ ย เนอ้ื หาถกู ต้อง ชดั เจน
ใช้ภาษากะทัดรัด ใช้ภาษากะทัดรัด เข้าใจ
เขา้ ใจงา่ ยเรยี งลาดับ เป็นสว่ นใหญ่ งา่ ย เรยี งลาดับเรอ่ื งราว
เร่ืองราวไมว่ กวนนา วกวน น้าเสียงเบา
เสยี งชดั เจน ถูกต้อง การแนะนาตนเอง การแนะนาตนเอง พดู ไม่ถกู ต้องตาม
ตามอักขรวิธี อกั ขรวธิ ี
เนอื้ หาถูกต้อง ชัดเจน เนื้อหาถกู ต้อง ชัดเจน ใช้ มีข้อ ผดิ พลาดมาก

ใช้ภาษากะทดั รัด ภาษากะทดั รดั เขา้ ใจงา่ ย

เข้าใจง่าย เรียงลาดบั เรียงลาดบั เร่อื งราวไม่

เร่อื งราวไม่วกวน นา วกวน นา้ เสียงไมช่ ัดเจน

เสยี งชัดเจน ถูกต้อง ตามอักขรวธิ ี พบ

ตามอกั ขรวธิ ีพบ ขอ้ ผิดพลาดเป็นสว่ นใหญ่

ขอ้ ผิดพลาดบา้ ง

3.บคุ ลกิ ภาพ -- แต่งกายสุภาพ การใช้ แต่งกายไมเ่ รยี บรอ้ ย
สายตาสือ่ สารกับผูฟ้ งั ไมใ่ ชส้ ายตาสอื่ สารกบั
4.มารยาท มคี วามมนั่ ใจในการ มคี วามมัน่ ใจในการ ขณะพูด นัง่ /ยนื ตวั ตรงใน ผฟู้ ัง ขณะพูดเอามือ
ในการพูด พูดใชถ้ อ้ ยคาสุภาพ พดู เป็นสว่ นใหญใ่ ช้ ทา่ สบาย ไม่เอามอื ลว้ ง ลว้ งแคะแกะเกา หรอื
รักษาเวลาในการพดู ถ้อยคาสภุ าพรักษา แคะแกะเกา หรือ เอามอื ไขว้หลัง
ใหเ้ กยี รตผิ ฟู้ ัง เวลาในการพูด ให้ เอามอื ไขว้หลงั
เกียรตผิ ฟู้ ัง เปน็ ส่วน ไม่มีความมน่ั ใจในการ
ใหญ่ มคี วามมนั่ ใจในการพดู พูดใช้ถ้อยคาไม่สภุ าพไม่
บ้างเลก็ นอ้ ยใชถ้ อ้ ยคา รักษาเวลาในการพูด
สภุ าพรักษาเวลาในการ ไม่ใหเ้ กยี รตผิ ู้ฟัง
พดู ใหเ้ กียรตผิ ู้ฟังเป็น
บางสว่ น

เกณฑ์การประเมิน
๑๓ – ๑๖ คะแนน หมายถงึ ดี
๘ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช้
๑ – ๗ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง

๒๔๐

เกณฑ์การประเมนิ การเขียนเรื่องตามจนิ ตนาการ

ประเดน็ การ เกณฑ์การให้คะแนน
ประเมนิ
๔ ๓๒ ๑
๑.องค์ประกอบ เน้ือหามอี งคป์ ระกอบ ไม่มอี งค์ประกอบ
๒.แบบแผน สาคญั ครบถว้ น เนือ้ หาสาระขาด ๑ เน้อื หาสาระขาด ๒ สาคญั
ความคดิ เรียงลาดับเรอ่ื งราวที่ เรยี งลาดบั เรอื่ งราว
แสดงความสมั พนั ธ์ องค์ประกอบ องค์ประกอบ ไมส่ มั พนั ธเ์ ชื่อมโยง
๓.การนาเสนอ เชือ่ มโยงกันอยา่ ง กัน
เรอื่ ง ต่อเนื่องชดั เจน เรยี งลาดบั เรื่องราวท่ี เรียงลาดับเร่ืองราว
ไม่ใชถ้ อ้ ยคาภาษาใน
๔.ความคดิ ใชถ้ ้อยคาภาษาได้ แสดงความสัมพันธ์ ที่แสดง การสอ่ื ความหมาย
ริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ อยา่ งถูกตอ้ งสละสลวย
๕.มารยาท รอ้ ยรดั กลมกลนื สอื่ เช่อื มโยงกันอยา่ ง ความสัมพันธ์ ไม่มีความคิดรเิ รม่ิ
ในการเขยี น ความหมายไดช้ ัดเจน สร้างสรรค์แปลกใหม่
ตลอดเร่ือง ต่อเนอื่ ง คอ่ นข้างชัดเจน เชอ่ื มโยงกันอย่าง
ไมม่ ีความตง้ั ใจ
มคี วามคดิ ริเริ่ม ตอ่ เนอ่ื งเป็น ในการเขียน พูด คุย
สร้างสรรคแ์ ปลกใหม่ เล่น ระหวา่ งทางาน
ไม่ซา้ ใคร บางส่วน ตลอดเวลา ต้องคอย
มีสมาธิ และมคี วาม ตกั เตอื นผลงานไมม่ ี
ตง้ั ใจในการเขยี นอยา่ ง ใชถ้ อ้ ยคาภาษาอย่าง ใชถ้ ้อยคาภาษาได้ รอยลบขีดฆา่ เปน็ บาง
สม่าเสมอ แห่ง เสร็จตามเวลาที่
ไมพ่ ูด คุย เลน่ ถูกต้องสละสลวยร้อยรดั อยา่ งถกู ตอ้ ง กาหนด
ระหวา่ งทางาน
ผลงานความสะอาด กลมกลืน สือ่ ความหมาย สละสลวยร้อยรัด
สวยงาม ไมม่ รี อยลบ
ขดี ฆา่ เสร็จตามเวลาท่ี ไดช้ ัดเจนเปน็ ส่วนใหญ่ กลมกลืน สอื่
กาหนดผลงานเปน็
ตวั อย่างตอ่ ผอู้ น่ื ได้ ความหมายได้

ชดั เจนเปน็ บางส่วน

มีความคิดริเรมิ่ มีความคิดริเร่มิ

สรา้ งสรรคค์ ล้ายคลงึ กบั สร้างสรรคเ์ หมอื น

ส่งิ ทมี่ อี ยู่ ส่ิงท่มี ีอยู่

มคี วามตง้ั ใจ มีความต้ังใจ

ในการเขียนอยา่ ง ในการเขียน

สม่าเสมอ ไม่พูด คุย พอสมควร พดู คุย

เลน่ ระหวา่ งทางาน เลน่ ระหว่างทางาน

ผลงานความสะอาด ไมม่ ี เป็นบางครัง้ ผลงาน

รอยลบขดี ฆ่า เสรจ็ ตาม ไมม่ รี อยลบขดี ฆา่

เวลาท่กี าหนด เป็นบางแหง่ เสร็จ

ตามเวลาทก่ี าหนด

เกณฑ์การประเมิน
๑๖ - ๒๐ คะแนน หมายถึง ดี
๑๐ - ๑๕ คะแนน หมายถึง พอใช้
๑ - ๙ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ

๒๔๑

เกณฑก์ ารประเมนิ การเลา่ นิทานและการพูดนาเสนอ

ประเดน็ การ ๔ เกณฑ์การให้คะแนน ๑
ประเมนิ ๓๒

๑.บคุ ลกิ ท่าทาง นา้ เสยี ง บคุ ลกิ ท่าทาง นา้ เสยี ง บุคลิกทา่ ทาง นา้ เสยี ง บุคลกิ ทา่ ทาง นา้ เสยี ง บุคลกิ ท่าทาง

ถกู ตอ้ งเหมาะสม ถกู ต้องเหมาะสม ถกู ต้อง มีขอ้ บกพรอ่ งมาก

นา่ สนใจ ชวนติดตาม น่าสนใจ

๒.เนือ้ หาสาระ พูดนาเสนอได้ พูดนาเสนอได้ พูดนาเสนอได้ เนอื้ หา พูดนาเสนอไดเ้ นือ้ หา

เหมาะสม นา่ สนใจ เหมาะสม เนอ้ื หาตรง ค่อนขา้ งตรงประเดน็ น้อย

เนอื้ หาตรงประเดน็ ชวน ประเด็น

ติดตาม

๓.การนาความรู้ พดู ถึงความรู้ ข้อคดิ เหน็ พูดถงึ ความรู้ ขอ้ คิดเห็น พูดถงึ ความรู้ ข้อคิดเหน็ พูดถึงความรู้

ขอ้ คิดไปใช้ได้จริง และการนาไปใชไ้ ด้จริง และการนาไปใช้ได้จริง และการนาไปใช้ได้จริง ขอ้ คดิ เหน็ และการ

ในชีวติ ประจาวัน อยา่ งถกู ต้องครบถว้ น ค่อนขา้ งครบถว้ น มีข้อบกพร่องบ้าง นาไปใช้ไดจ้ ริง

สมเหตุสมผล คอ่ นขา้ งสมเหตสุ มผล ไมช่ ัดเจน

4.มารยาท มคี วามมนั่ ใจในการพดู มคี วามม่ันใจในการพดู มีความม่ันใจในการพดู ไม่มีความมน่ั ใจในการ

ในการพูด ใช้ถ้อยคาสภุ าพรกั ษา เปน็ สว่ นใหญใ่ ชถ้ อ้ ยคา บ้างเล็กน้อยใชถ้ อ้ ยคา พดู ใชถ้ อ้ ยคาไมส่ ภุ าพ

เวลาในการพูด ให้ สุภาพรักษาเวลาในการ สุภาพรักษาเวลาในการ ไม่รกั ษาเวลาในการ

เกียรตผิ ฟู้ งั พูด ใหเ้ กยี รตผิ ูฟ้ งั เปน็ พดู ใหเ้ กยี รตผิ ู้ฟังเป็น พูด ไมใ่ ห้เกยี รตผิ ้ฟู งั

ส่วนใหญ่ บางสว่ น

เกณฑก์ ารประเมิน
๑๓ – ๑๖ คะแนน หมายถึง ดี
๘ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช้
๑ – ๗ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง

๒๔๒

เกณฑ์การประเมนิ การทาหนังสอื เล่มเล็ก/นทิ านหนา้ เดยี ว

ประเด็นการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเมนิ
๔ ๓ ๒๑
๑.ดา้ นขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระมปี ระเดน็
เน้อื หาสาระ สาคัญครบถ้วน เนื้อหาสาระขาด เน้ือหาสาระขาด ไมม่ ีประเด็นสาคัญ
และคณุ ภาพ เน้ือหาสาระถูกต้อง
๒.ดา้ นความคดิ ครบถ้วน ๑ ประเด็น ๒ ประเด็น เนือ้ หาสาระไม่
เรยี งลาดับเรื่องราวที่
๓.ดา้ นการ แสดงความสมั พันธ์ เนือ้ หาสาระถกู ตอ้ ง เน้ือหาสาระถูกต้อง ถูกตอ้ งครบถ้วน
นาเสนอเรอ่ื ง เชอ่ื มโยงกนั
อยา่ งต่อเนือ่ ง ครบถ้วนเปน็ สว่ นใหญ่ ครบถว้ นบางส่วน
๔.ความคดิ
สร้างสรรค์ ใชถ้ ้อยคาภาษาของ เรียงลาดับเรอ่ื งราวที่ เรียงลาดับเรื่องราวที่ เรยี งลาดบั
๕.ภาพประกอบ ตนเองไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
สละสลวย ร้อยรดั แสดงความสัมพันธ์ แสดงความสมั พนั ธ์ เรือ่ งราวไม่
กลมกลืน ส่ือ
ความหมายไดช้ ัดเจน เชอ่ื มโยงกันอยา่ งต่อเนือ่ ง เชือ่ มโยงกัน สมั พันธ์ เชอื่ มโยง
ตลอดเรื่อง
มคี วามคดิ รเิ ร่มิ คอ่ นขา้ งชดั เจน อย่างตอ่ เนอื่ งเปน็ กัน
สรา้ งสรรคด์ ีมาก
ภาพประกอบสวยงาม บางส่วน
สอดคลอ้ งสัมพนั ธก์ ับ
เน้ือหาสาระทน่ี าเสนอ ใช้ถ้อยคาภาษาของ ใชถ้ ้อยคาภาษาของ ไมใ่ ช้ถ้อยคาภาษา
ตลอดเรอ่ื ง
ตนเองไดอ้ ย่างถกู ต้อง ตนเองไดอ้ ยา่ ง ของตนเองในการ

สละสลวย รอ้ ยรดั ถกู ต้อง สละสลวย สอื่ ความหมาย

กลมกลืน สื่อความหมาย ร้อยรัดกลมกลืน สอ่ื

ไดช้ ดั เจนเป็นส่วนใหญ่ ความหมายได้

ชดั เจนเป็นบางส่วน

มคี วามคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มคี วามคิดรเิ รม่ิ มคี วามคิดริเร่มิ

ดี สรา้ งสรรคป์ านกลาง สร้างสรรคน์ ้อย

ภาพประกอบสวยงาม ภาพประกอบ ภาพประกอบ

สอดคลอ้ งสมั พนั ธก์ บั สวยงาม สอดคลอ้ ง ไมส่ วยงาม

เนอื้ หาสาระท่นี าเสนอ สมั พันธ์กบั เนอื้ หา สอดคลอ้ งสมั พนั ธ์

เปน็ ส่วนใหญ่ สาระท่ีนาเสนอเพยี ง กับเนือ้ หาสาระ

บางสว่ น

เกณฑก์ ารประเมนิ
๑๖ - ๒๐ คะแนน หมายถึง ดี
๑๐ - ๑๕ คะแนน หมายถึง พอใช้
๑ - ๙ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง

๒๔๓

เกณฑก์ ารประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม

ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๑
แบ่งงานกนั ชดั เจน ๒ แบง่ งานกันไมช่ ดั เจน
๑.การแบง่ งาน
๒.ความรบั ผดิ ชอบ ทุกคนมคี วามรบั ผดิ ชอบร่วมกนั แบง่ งานกนั แต่ไม่ครบถว้ น

มคี วามรบั ผดิ ชอบร่วมกันเปน็ มคี วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั

สว่ นใหญ่ น้อยมาก

๓.ความรว่ มมือ มคี วามร่วมมือและสามัคคีกนั มีความรว่ มมือและสามคั คีกนั เป็น มีความร่วมมือและสามคั คกี ัน
๔.ความต้ังใจ ดีมาก
สว่ นใหญ่ น้อยมาก
มีความตัง้ ใจปฏบิ ตั งิ านดีมาก
มคี วามต้งั ใจปฏบิ ตั งิ านพอใช้ มีความตั้งใจปฏบิ ตั ิงาน

น้อยมาก

๕.กระบวนการ ปฏบิ ตั ิงานตามข้ันตอนดีมาก ปฏิบัตงิ านตามขน้ั ตอนพอใช้ ปฏบิ ัตงิ านตามข้ันตอน
ทางาน น้อยมาก

เกณฑ์การประเมิน
๑๒ – ๑๕ คะแนน หมายถึง ดี
๙ – ๑๑ คะแนน หมายถงึ พอใช้
๑ – ๘ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง

๒๔๔

เกณฑ์การประเมนิ การเขยี นสรุปข้อคิด

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๑
๑.เน้ือหาสาระ ๔ ๓๒ เนอ้ื หาสาระ
๒.แบบแผนความคดิ ไมถ่ กู ต้องครบถ้วน
เนอ้ื หาสาระถกู ตอ้ งครบถ้วน เนอ้ื หาสาระถูกต้อง เนอื้ หาสาระถูกต้อง
๓.การเขียนสรปุ ขอ้ คิด ครบถว้ นเปน็ สว่ นใหญ่ ครบถว้ นบางสว่ น เรียงลาดบั เรอ่ื งราว
ไมส่ มั พันธเ์ ชอ่ื มโยง
เรยี งลาดบั เรอ่ื งราวทแ่ี สดง เรียงลาดบั เรอ่ื งราวท่ี เรียงลาดบั เรือ่ งราวที่ กัน
ความสัมพันธ์เชอื่ มโยงกนั แสดงความสมั พนั ธ์ แสดงความสัมพนั ธ์
อยา่ งต่อเน่ือง ชดั เจน เชือ่ มโยงกนั อยา่ งต่อเน่อื ง เช่ือมโยงกนั อย่าง ใชถ้ ้อยคาภาษาใน
ค่อนข้างชัดเจน ตอ่ เนอ่ื งเป็นบางส่วน การเขยี นไมถ่ ูกตอ้ ง
สรุปข้อคิดไมไ่ ด้
ใช้ถ้อยคาได้ถูกตอ้ งตาม ใช้ถอ้ ยคา ส่อื ความหมาย ใช้ถอ้ ยคาภาษาของ
หลกั เกณฑ์การเขยี น สรปุ ไดช้ ัดเจนเปน็ ส่วนใหญ่ ตนเองไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ขอ้ คิดเพือ่ นาไปประยุกต์ใช้ สรุปขอ้ คดิ เพอ่ื นาไป สละสลวยร้อยรดั
ในชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งมี ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจา กลมกลืน ส่ือ
เหตุผล ได้ ความหมายได้ชัดเจน
เป็นบางส่วน

เกณฑ์การประเมิน
๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดี
๖ – ๙ คะแนน หมายถงึ พอใช้

๑ – ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง

๒๔๕

เกณฑ์การประเมินการบนั ทกึ การอา่ น

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

๑.จบั ประเด็นหลกั ๒๑
ของเรื่องได้
จับประเด็นหลักของเรื่องไดค้ รบถว้ น จับประเดน็ หลักของเร่ืองไดบ้ ้าง
ทกุ ประเดน็ บอกใจความสาคญั ของ ไม่ครบทกุ ประเด็น
เรื่องได้

๒.สรุปสาระสาคัญ สรุปสาระสาคญั ของเรือ่ งได้ชัดเจน สรุปสาระสาคญั ของเรื่องได้
ของเร่อื งได้ ลาดบั เรือ่ ง/เหตกุ ารณไ์ ด้ ถูกตอ้ งไม่ การลาดับเรอ่ื ง/เหตกุ ารณไ์ ด้
สบั สนวกวน ยงั สับสนวกวน
๓.บอกขอ้ คดิ /อธบิ าย บอกข้อคิด/อธบิ ายคณุ ค่าจากเรอื่ งได้
คุณค่า จากเรือ่ งได้ บอกขอ้ คิด/อธบิ ายคณุ ค่าจากเร่อื ง
๔.สรปุ ข้อคิดไปใชใ้ น อย่างมีเหตผุ ล สรปุ ข้อคิดเพ่ือนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจาวันได้ ชีวติ ประจาวันได้
สรุปข้อคิดเพอ่ื นาไปประยุกต์ใช้
๕.รูปแบบการเขียน ในชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งถกู ต้อง กรอกขอ้ มูลตามรปู แบบบันทกึ การอ่าน
บันทึกการอ่าน มเี หตผุ ล ไม่ถูกตอ้ งครบถ้วน ไม่บอกผูแ้ ต่ง
แหล่งทมี่ า สานกั พิมพ์ ฯลฯ วนั เดอื นปี
กรอกข้อมลู ตามรูปแบบบนั ทึกการ ท่ีอ่าน/สบื ค้นข้อมลู
อ่านถกู ต้อง ครบถว้ น บอกผ้แู ต่ง
แหลง่ ที่มา สานกั พิมพ์ ฯลฯ วนั
เดือนปที ี่อ่าน/สบื ค้นขอ้ มูล

เกณฑ์การประเมนิ
๘ – ๑๐ คะแนน หมายถึง ดี
๕ – ๗ คะแนน หมายถงึ พอใช้
๑ – ๔ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ

๒๔๖

เกณฑก์ ารประเมนิ การเขียนแผนภาพความคดิ

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน

๔ ๓ ๒๑

๑.ประเดน็ หัวขอ้ การเขียนแผนภาพ เขียนแผนภาพโดย เขยี นแผนภาพโดย เขียนแผนภาพได้

ชัดเจน โดยแยกประเด็นหวั ข้อ แยกประเดน็ หวั ขอ้ แยกรายละเอยี ด แตร่ ายละเอยี ด

ชัดเจนมีรายละเอียดของ ชัดเจนมีรายละเอยี ด ยอ่ ยไมม่ ีหวั ขอ้ ชดั เจน ต่าง ๆ ปะปนกนั

แต่ละประเดน็ ครบถว้ น ของแต่ละประเด็น แต่ก็มรี ปู แบบท่ีทาให้ ไมเ่ รียงลาดบั หวั ข้อ

รูปแบบและการใชค้ าเขา้ ใจง่าย พอสมควร รปู แบบ เขา้ ใจได้ ไมม่ หี วั ขอ้

และใช้คาเข้าใจง่าย

๒.ความสอดคลอ้ งเปน็ เนื้อเรือ่ งแสดงถงึ ความเปน็ เหตุ เนือ้ เร่ืองแสดงถงึ ความ เน้อื เรือ่ งแสดงถงึ ความ เน้อื หาไม่แสดงถงึ

เหตุเป็นผล เป็นผล สนบั สนนุ ซง่ึ กันและกัน เปน็ เหตเุ ป็นผล สนับสนนุ เปน็ เหตเุ ป็นผล ความเป็นเหตุเปน็ ผล

มีการยกตวั อยา่ งหรอื อ้างอิง ซึง่ กันและกัน มกี าร สนบั สนุน ซงึ่ กนั และ และไมม่ กี าร

ประกอบได้สอดคล้อง ยกตวั อยา่ งหรืออ้างอิง กนั มีการยกตวั อย่าง ยกตวั อยา่ งหรือ

ประกอบไดค้ ่อนข้าง หรืออา้ งองิ ประกอบ อ้างอิงประกอบ

สอดคล้อง แต่ไมส่ อดคลอ้ ง

๓.ระบขุ ้อคิด/คณุ คา่ สรุป บอกขอ้ คิด อธิบายคณุ คา่ สรุป บอกข้อคดิ อธิบาย บอกขอ้ คิด และ บอกข้อคิด เรอ่ื งท่ี

การนาไปใช้ในชวี ิต ของเรือ่ งทอ่ี ่านได้ ถูกตอ้ ง คุณค่าของเรื่องท่อี า่ นได้ ประโยชน์ทไ่ี ดเ้ รอ่ื งที่ อ่านได้

ครบถว้ นสามารถนาไป ถูกตอ้ งครบถว้ น อา่ นได้

ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจาวันได้

เกณฑ์การประเมนิ
๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดี
๖ – ๙ คะแนน หมายถงึ พอใช้

๑ – ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง

๒๔๗

ตารางสรปุ ผลการประเมินพฤติกรรมนักเรียน
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑๕ ภาษาไทย ภาษาถ่ิน

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี .............

ใบงานที่

ท่ี ชอื่ -สกลุ ใบงาน ่ีท รวม สรุป
ใบงาน ่ีท
ใบงาน ี่ท
ใบงาน ี่ท
ใบงาน ี่ท
ใบงาน ี่ท
ใบงาน ่ีท
ใบงาน ี่ท

เกณฑก์ ารประเมิน

คะแนนร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐ หมายถึง ดมี าก

คะแนนร้อยละ ๗๐ – ๗๙ หมายถึง ดี

คะแนนรอ้ ยละ ๖๐ – ๖๙ หมายถงึ พอใช้

คะแนนต่ากว่า รอ้ ยละ ๕๙ ลงมา หมายถึง ปรบั ปรุง

การสรุปผลการประเมิน นักเรยี นต้องไดค้ ะแนนไมต่ ่ากวา่ รอ้ ยละ ๗๐ จึงจะถือว่า “ผา่ น”

ลงชือ่ .......................................................................ผปู้ ระเมนิ
(.............................................................)
................/............................./..............


Click to View FlipBook Version