The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการจัดการเรียนการสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กนกวรรณ สุมน, 2020-12-06 02:07:43

ชุดกิจกรรม

คู่มือการจัดการเรียนการสอน

Keywords: แนวทางสำหรับครู

๒๘๘

หรมวดคาสุภาพ

คาสามญั คาสุภาพ
ผกั บ้งุ ผักทอดยอด
ผกั กระเฉด ผกั รนู้ อน
ผกั ตบ ผักสามหาว
ดอกสลดิ ดอกขจร
ดอกข้เี หล็ก ดอกเหลก็
ถั่วงอก
ฟักทอง ถวั่ เพาะ
กลว้ ยไข่ ฟกั เหลอื ง
แตงโม กลว้ ยกระ กลว้ ยเปลือกบาง
กล้วยบวชชี ผลอุลิด
ปลาสลดิ นารจี าศลี
ปลาช่อน ปลาใบไม้
ปลาไหล ปลาหาง
หมู ปลายาว
ควาย
ววั สุกร
หมา กระบือ
แมว
ลิง โค
ขนมขห้ี นู สนุ ขั
ขนมสอดไส้ วิฬาร์
ขนมจีน วานร
เครือ่ งจมิ้ ขนมทราย
อ้วก ราก ขนมใส่ไส้
คนออกลกู ขนมเส้น
สัตว์ตกลูก เครื่องเคยี ง
หัวคน อาเจยี น
ตีน คนคลอดลกู
ขี้ของสัตว์ สตั วอ์ อกลกู
คาสามญั ศีรษะคน
ข้กี ลาก เทา้
ข้เี ร้อื น มลู
ข้ีผ้ึง คาสุภาพ
http://krupiyarerk.wordpress.com/ โรคกลาก
โรคเรือ้ น
สีผึ้ง

๒๘๙

สอื่ สาหรับครู

นทิ านการพูด

นานมาแล้วมีสงิ โตอยู่ตัวหนึง่ ดุรา้ ยมากและชอบกนิ เนอ้ื สดๆเปน็ อาหาร จนไมม่ ีสตั ว์ใน
ป่าตวั ใดอยากเข้าใกล้มัน

วนั หน่ึงมันอยากรู้ว่ากลิน่ ปากของมันว่าเปน็ เชน่ ไร มนั จึงเดนิ ไปตามป่าเพื่อถามสตั วอ์ ืน่
ดู เมื่อสิงโตพบแกะตัวหนง่ึ มันจงึ เอยถามขึ้นวา่ นี่ "เจ้าแกะ! กลนิ่ ปากของขา้ เปน็ อยา่ งไร"

แกะเปน็ สัตว์ซ่อื ๆ จึงตอบไปตามความเป็นจริงวา่ "กล่ินปากของท่านเหม็นมาก"
สงิ โตเม่อื ได้ฟังคาตอบก็โกรธมาก จงึ ฆา่ แกะตวั นน้ั เสยี
ตอ่ มาสิงโตพบกับสนุ ัขจ้งิ จอก จึงถามคาถามเดยี วกนั วา่ เจา้ จง้ิ จอก..กลน่ิ ปากของขา้
เป็นอยา่ งไร
สุนัขจงิ้ จอกเจ้าเลห่ จ์ ึงตอบเอาใจว่า "กล่ินปากของท่านช่างหอมเสยี น้กี ระไร"
สิงโตรวู้ ่านั้นเป็นคาโกหกหลอกลวง จึงฆ่าสนุ ัขจิ้งจอก
ต่อมาสิงโตก็พยายามจะสอบถามสัตว์ตัวอนื่ ในปา่ อีกแต่ก็ไม่มสี ตั ว์ตวั ใดกล้าจะเขา้ ไปคยุ
ดว้ ย จนกระท้ังมลี ิงตัวหน่ึงพบกบั สิงโตซึ่ง ๆ หน้า เจ้าลิงรู้ว่ามันคงจะหาทางเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว
จงึ เขา้ ไปหาสิงโต
มนั สงั เกตว่าตวั ของสิงโตนั้นมกี ลน่ิ คาวเลือดสด ๆ อยแู่ สดงวา่ เพ่งิ จะฆ่าสตั วม์ า
สิงโตก็ถามคาถามเดมิ ว่า "เจา้ ลิง! กลน่ิ ปากของขา้ เป็นอยา่ งไร"
ด้วยความฉลาดลงิ จึงตอบกลับไปวา่ "ขา้ คงบอกท่านไมไ่ ดห้ รอก เพราะข้าเปน็ หวัดจมูกไมด่ ีนะ"
สงิ โตจึงปลอ่ ยลิงไป เพราะพูดไปตามสถานการณ์รกู้ าลเทศะ

http://aagth1.exteen.com

๒๙๐
 ท๑๒/ผ.๒-๐๒

แนวคาตอบใบงานท่ี ๐๒ เรอื่ งคาสภุ าพ

คาช้ีแจง เขียนบทสนทนาโดยใช้คาสภุ าพท่ีใชก้ บั พระสงฆ์ หรือ สภุ าพชนทัว่ ไป


ชาวบ้าน : นมสั การหลวงพอ่ กระผมจะมานมิ นต์ทา่ นไปฉนั ภตั ตาหารเพลขนึ้ บา้ นใหม่
พระสงฆ์ ทบ่ี ้าน วนั เสาร์นคี้ รบั

: ไดส้ ิโยม อาตมารบั นมิ นต์



ลูก : คุณแมข่ า วันหยุดน้ไี ปเท่ียวทะเลกนั ไหมคะ

แม่
: แม่ขอดพู ยากรณอ์ ากาศก่อนนะคะ แล้วคอ่ ยตดั สินใจ

๓ : นักเรยี นคะ ใครทราบบ้างว่าเดก็ หญงิ นา้ เพชร ไปไหนถงึ ไม่อยใู่ นหอ้ งเรียน

ครู

นกั เรียน : ดฉิ ัน ทราบคะ่ เดก็ หญิงนา้ เพชร ปวดท้องนอนพักอยู่ที่หอ้ งพยาบาลค่ะ

๒๙๑

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาที่ ๕

คาชีแ้ จงประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ วจีน้นั สาคญั นกั

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๓ เรอ่ื ง คาราชาศพั ท์ เวลา ๒ ชวั่ โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๑. สาระสาคญั ของแผน
๑. การใช้คาราชาศพั ท์
๒. เขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการโดยใช้คาราชาศพั ท์ได้

๒.๑ ขอบข่ายเนื้อหา
คาราชาศพั ท์ทวั่ ไปและจากวรรณคดีท่อี า่ น

๒.๒ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- แต่งประโยคโดยใชค้ าราชาศพั ท์ได้
- เขียนเร่ืองตามจินตนาการโดยใช้คาราชาศพั ท์ได้
- เขียนเรือ่ งสน้ั ๆ โดยใชค้ าราชาศพั ท์ได้

๒.๓ การวัดผลประเมนิ ผลการเรยี นรปู้ ระกอบดว้ ย
๑) ประเมนิ การผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ ๗๐
๒) ประเมินตามเกณฑค์ ณุ ภาพ ๓ ระดับ ไดแ้ ก่ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

**************************************

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑๒ วจนี ั้นสาคัญนัก แนวทางการจดั กิจกรรมของแ
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เร่อื ง คาราชาศัพท
รายวิชาภาษาไทย

แนวการจดั กจิ กรรม

ข้นั นา ๑. นกั เรยี นอา่ นออกเสียงข่าวในพระราชสานกั
ข้นั สอน
๒. นักเรียน เลน่ เกม คดิ คิด คดิ
ขนั้ สรุป ๓. ครแู ละนักเรียนสรุปลกั ษณะคาแต่ละชุด
การวดั และประเมนิ ผล ๔. ศกึ ษาใบความรคู้ าราชาศัพทจ์ ากวรรณคดีเรอื่
๕. เขียนเร่อื งตามจินตนาการ
๖. นักเรียนจับค่กู นั ตรวจสอบผลงาน ให้ข้อเสนอ

๗. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงาน ค
๘. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ เร่ืองการใชค้ าราช

๑. ใบงานการเขียนจนิ ตนาการ
๒. มารยาทการเขียน

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๓ จานวน ๒ ชัว่ โมง
ท์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

มการเรยี นรู้

องราชาธิราช ตอน “กาเนดิ มะกะโท”ใบงานท่ี ๐๓ หาความหมาย แยกประเภท ๒๙๒

อแนะ

ครใู ห้ข้อเสนอแนะและนักเรียนนาไปปรับปรุง
ชาศัพท์

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑๒ วจนี ั้นสาคัญนัก แผนการจัดการเ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เรื่องคาราชา
ขอบเขตเนือ้ หา รายวิชาภาษ
๑. คาราชาศัพท์
๒. วรรณคดีเร่ืองราชาธริ าช ตอน “กาเนดิ มะกะโท” ข้ันนา :
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรียนอา่ นออกเสียงข่าวในพระ
ความรู้ สนทนาเก่ยี วกบั การใช้คาในขา่ ว วา่
- การใช้คาราชาศพั ท์ ชวี ิตประจาวนั หรอื ไม่ แลว้ ครูอธิบา
ทักษะ ระดับ เชน่ คาที่ใช้กับพระมหากษตั รยิ
แต่งเขยี นเร่ืองตามจินตนาการโดยใช้คาราชาศพั ท์ได้ ขั้นสอน
คณุ ธรรม ๒. แบ่งกลุ่มนกั เรยี นเลน่ เกม โดยให
๑. มมี ารยาทในการเขียน เป็น ๓ ประเภท ชดุ ที่ ๑ คาสุภาพ
๒. ใฝเ่ รยี นรู้ ชดุ ท่ี ๓ คาสาหรบั พระภิกษสุ งฆ์
๓. มีความมุ่งมัน่ ในการทางาน ๓. ครูและนักเรียนสรุปลกั ษณะคาแต
๔. มวี ินยั ๔. นกั เรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรมดังน้ี
- ศึกษาใบความรคู้ าราชาศพั ท์ ทา
จากวรรณคดีเรอ่ื งราชาธริ าช ตอน “
แยกประเภท เขียนเรอ่ื งตามจินตนาก
- นักเรียนจบั คูก่ นั ตรวจสอบผลงาน
ข้ันสรุป
๕. ตวั แทนนักเรยี นนาเสนอผลงาน ค
นาไปปรับปรงุ
๖. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปเรอื่ งก

เรียนรู้ที่ ๓

าศัพท์ จานวน ๒ ชั่วโมง
ษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

ะราชสานักพรอ้ มกันและร่วมกัน ๑. วรรณคดีเรื่องราชาธริ าช ตอนกาเนิดมะกะโท

าเหมอื นกบั คาทเ่ี ราใช้กันใน บทท่ี ๔ จากหนงั สือวรรณคดลี านา

ายเพิ่มเตมิ วา่ การใชค้ าต้องมี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ หนา้ ๔๘ – ๖๕

ย์ พระภกิ ษุ บุคคลทั่วไป เปน็ ต้น ๒. ขา่ วในพระราชสานกั

๓. เล่นเกมแยกคาราชาศพั ท์และคาสภุ าพ

หน้ กั เรยี นแยกคาท่ีกาหนด ๔. ใบความรสู้ าหรบั นักเรยี น

ชุดที่ ๒ คาราชาศพั ท์ ภาระงาน/ชิ้นงาน

ใบงานท่ี๐๓ ใชค้ าราชาศพั ท์เขียนจนิ ตนาการ ๒๙๓

ต่ละชดุ การประเมิน

- ประเมินการเขยี นเรื่อง

าใบงานท่ี ๐๓ หาคาราชาศพั ท์ - ประเมินการใชค้ าราชาศัพท์

“กาเนดิ มะกะโท” วธิ กี าร

การ ๑. ประเมินใบงาน/ผลงาน

นจากใบงานใหส้ มบรู ณถ์ ูกต้อง ๒. สงั เกตมารยาทการเขียน

เครื่องมือ

ครใู ห้ขอ้ เสนอแนะและนกั เรยี น ๑. แบบประเมินการเขียนจินตนาการ

๒. แบบประเมินมารยาทการเขียน

การใชค้ าราชาศัพท์ เกณฑก์ ารประเมิน

๑ .ใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ มารยาทการเขยี น

๒. ใบงานท่ี๐๓ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ๗๐



๒๙๔

๒๙๔

ขา่ วในพระราชสานัก

เพลงเ / กยี่ วข้าว

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯเปิ ด “หอดดู าวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา”

สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ เสด็จพระราชดาเนนิ เป็นองคป์ ระธานพธิ เี ปดิ “หอดูดาวเฉลิมพระเกยี รติ
๗ รอบ พระชนมพรรษา” ณ สถานีทวนสญั ญาณ ทโี อที อทุ ยานแหง่ ชาตดิ อยอินทนนท์ กม.๔๔.๔ อ.จอมทอง
จ.เชียงใหม่

สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็ พระราชดาเนนิ โดยรถยนต์พระท่ีน่ังถงึ หอดดู าว
เฉลิมพระเกยี รติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา บรเิ วณสถานที วนสัญญาณทโี อที อทุ ยานแหง่ ชาติดอยอนิ ทนนท์
กโิ ลเมตรท่ี ๔๔.๔ อ.จอมทอง จ.เชยี งใหม่ โดยมรี ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะเฝา้ ฯ
รับเสดจ็ ฯ

เมือ่ เสดจ็ ฯ ถงึ พลับพลาพธิ ี ทรงประทับพระราชอาสน์ รองศาสตราจารยบ์ ญุ รกั ษา สนุ ทรธรรม ผอู้ านวยการ
สถาบนั วิจัยดาราศาสตรแ์ ห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสจู ิบัตร พร้อมกราบบังคมทลู รายงานความเป็นมาของ
หอดูดาวเฉลิมพระเกยี รติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา

จากนนั้ เสดจ็ ฯ ออกจากพลับพลาพธิ ีไปยงั อาคารควบคมุ หอดูดาว เสดจ็ ฯขึ้นช้ัน ๒ ของอาคารควบคมุ ฯ
ทรงทอดพระเนตรนทิ รรศการและหอ้ งควบคมุ กลอ้ งโทรทรรศน์ขนาด ๒.๔ เมตร และเสดจ็ ฯขึ้นชนั้ ๓ ของอาคาร
ทรงกดปุม่ ไฟฟ้าเปดิ แพรคลมุ ป้าย “หอดดู าวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา” แล้วเสด็จฯ เข้าไปภายใน
หอดูดาวเฉลมิ พระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา บรเิ วณชัน้ ๒ ทรงลงพระนามาภิไธยบนแผน่ ทองเหลืองบริเวณ
ฐานกลอ้ งโทรทรรศน์ และเสดจ็ ฯออกจากหอดดู าวเฉลมิ พระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา ประทับรถยนต์พระที่น่งั
ไปยงั เรือนท่ปี ระทับแรมพเิ ศษดอยผาตงั้ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

ทม่ี า : http://www.manager.co.th/cyberbiz/viewNews.aspx?NewsID=9560000008939/๒๒ มกราคม ๒๕๕๖

๒๙๕ อาขยานข้นั นา

อาขยาน

พฤษภกาสร

พฤษภกาสร อกี กญุ ชรอนั ปลดปลง
โททนต์เสนง่ คง สาคัญหมายในกายมี
นรชาตวิ างวาย มลายสิน้ ท้ังอนิ ทรยี ์
สถติ ทั่วแต่ชว่ั ดี ประดบั ไวใ้ นโลกา

บทอาขยานภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๘

๒๙๖ บทอาขยานขน้ั สอน

อาขยาน ป.๕

อาขยาน

โคลงโลกนิติ (โคลงสสี่ ภุ าพ)

เสยี สินสงวนศักด์ิไว้ วงศ์หงส์

เสยี ศกั ดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้

เสียรเู้ ร่งดารง ความสตั ย์ ไว้นา

เสยี สัตยอ์ ย่าเสยี สู้ ชพี ม้วยมรณา

ความรู้ดยู ง่ิ ลา้ สนิ ทรพั ย์

คิดค่าควรเมืองนับ ย่ิงไซร้

เพราะเหตุจกั อย่กู บั กายอาต - มานา

โจรจักเบียนบไ่ ด้ เร่งรเู้ รยี นเอา

เว้นวิจารณว์ ่างเว้น สดบั ฟงั

เว้นทถี่ ามอันยงั ไปร่ ู้

เวน้ เลา่ ลิขิตสงั - เกตว่าง เว้นนา

เวน้ ด่งั กลา่ วว่าผู้ ปราชญไ์ ด้ฤๅมี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร

๒๙๗

สอื่ สาหรับครู

ข่าวในพระราชสานัก

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯเปิ ด “หอดดู าวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา”

สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ เสดจ็ พระราชดาเนนิ เปน็ องคป์ ระธานพิธีเปิด “หอดดู าวเฉลิมพระเกยี รติ
๗ รอบ พระชนมพรรษา” ณ สถานที วนสญั ญาณ ทีโอที อุทยานแห่งชาตดิ อยอนิ ทนนท์ กม.๔๔.๔ อ.จอมทอง
จ.เชียงใหม่

สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสดจ็ พระราชดาเนินโดยรถยนตพ์ ระท่นี ง่ั ถึงหอดดู าว
เฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา บริเวณสถานีทวนสญั ญาณทีโอที อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
กโิ ลเมตรท่ี ๔๔.๔ อ.จอมทอง จ.เชยี งใหม่ โดยมรี ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะเฝา้ ฯ
รบั เสดจ็ ฯ

เม่ือเสดจ็ ฯ ถึงพลับพลาพธิ ี ทรงประทบั พระราชอาสน์ รองศาสตราจารยบ์ ญุ รักษา สนุ ทรธรรม ผ้อู านวยการ
สถาบันวิจยั ดาราศาสตรแ์ ห่งชาติ เขา้ เฝา้ ฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสจู ิบตั ร พรอ้ มกราบบงั คมทลู รายงานความเป็นมาของ
หอดดู าวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา

จากนัน้ เสด็จฯ ออกจากพลบั พลาพิธไี ปยังอาคารควบคมุ หอดดู าว เสด็จฯขนึ้ ชั้น ๒ ของอาคารควบคุมฯ
ทรงทอดพระเนตรนทิ รรศการและหอ้ งควบคมุ กลอ้ งโทรทรรศนข์ นาด ๒.๔ เมตร และเสดจ็ ฯขน้ึ ชนั้ ๓ ของอาคาร
ทรงกดปมุ่ ไฟฟ้าเปิดแพรคลมุ ปา้ ย “หอดดู าวเฉลมิ พระเกยี รติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา” แลว้ เสด็จฯ เขา้ ไปภายใน
หอดดู าวเฉลิมพระเกยี รติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา บรเิ วณชั้น ๒ ทรงลงพระนามาภไิ ธยบนแผน่ ทองเหลืองบรเิ วณ
ฐานกลอ้ งโทรทรรศน์ และเสดจ็ ฯออกจากหอดดู าวเฉลิมพระเกยี รติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา ประทับรถยนตพ์ ระท่นี ั่ง
ไปยงั เรือนที่ประทบั แรมพิเศษดอยผาตั้ง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

ที่มา : http://www.manager.co.th/cyberbiz/viewNews.aspx?NewsID=9560000008939/๒๒ มกราคม ๒๕๕๖

๒๙๘
 ท๑๒/ผ.๓-๐๓

แนวคาตอบใบงานท่ี ๐๓ เรื่องคาราชาศัพท์

กจิ กรรมท่ี ๑ หาคาราชาศัพท์ จากวรรณคดเี รอ่ื งราชาธิราช ตอน มะกะโท

คาศัพท์ พระนาม คาศพั ท์ ตรัส คาศพั ท์ เสดจ็ คาศัพท์ พระโอษฐ์
ความหมาย ความหมาย ความหมาย ความหมาย
ช่ือ ปาก
พูด ไป

คาศพั ท์ ทรงพระเมตตา คาศพั ท์ พระราชทาน คาศัพท์ พระสลา คาศพั ท์ พระราชวงั
ความหมาย ความหมาย ความหมาย ความหมาย
มีความเมตตา ให้ หมาก ท่ีอยู่

กจิ กรรมท่ี ๒ นาคาราชาศพั ท์ จากวรรณคดเี รื่องราชาธริ าชตอน “มะกะโท” มาเขียนจินตนาการ
โดยใชค้ าราชาศพั ท์อย่างน้อย ๕ คา
เร่ือง ……………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………ค…า…ต…อบ…อ…ย…่ใู …นด…ลุ …ย…พ…ิน…ิจ…ข…อง…ค…ร…ูผสู้…อ…น………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒๙๙

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕

คาชี้แจงประกอบแผนการจดั การเรยี นรู้หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑๒ วจีน้ันสาคญั นกั

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๔ ระดับภาษา (ภาษาพูด ภาษาเขยี น) เวลา ๒ ชั่วโมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๑. สาระสาคัญของแผน
การพดู และการเขยี นภาษาได้ถูกตอ้ งเหมาะสม

๒. ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ ในการนาไปใช้
๒.๑ ขอบข่ายเน้อื หา
การพูดตามสถานการณแ์ ละฝึกพูดตามโอกาสตา่ ง ๆ
๒.๒ จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เพื่อใหน้ ักเรยี นฝึกปฏบิ ัตกิ ารพูดอยา่ งสมา่ เสมอ
๒.๓ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรูป้ ระกอบดว้ ย

๑) ประเมนิ การผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๗๐
๒) ประเมนิ ตามเกณฑค์ ณุ ภาพ ๓ ระดับ ได้แก่ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง

**************************************

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑๒ วจนี ้นั สาคญั นกั แนวทางการจัดกิจกรรมของแ
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เรือ่ งระดบั ภาษา (ภาษาพดู –
รายวิชาภาษาไทย

แนวการจดั กจิ กร

ขั้นนา ๑. ตวั แทนนักเรยี นสองคนพดู ประโยคท่ีเป็นภาษาพูด -ภ

ขน้ั สอน ๒. นักเรียนชว่ ยกนั ยกตัวอยา่ งคาภาษาพดู และปรับเปล
ขัน้ สรุป ๓. ทากิจกรรมใบงานที่ ๐๔ จนิ ตนาการผ่านภาษาพูด –

๔. นาเสนอผลงาน แลกเปลีย่ นเรียนรู้ รว่ มกนั สรปุ องค

การวดั และประเมนิ ผล ๑. ประเมนิ การรว่ มกจิ กรรมกลมุ่
๒ .ประเมนิ การพูดและเขยี นโดยใชค้ าได้เหมาะสมกบั กา

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๔ จานวน ๒ ชว่ั โมง
ภาษาเขยี น) ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕

รรมการเรียนรู้

ภาษาเขยี น

ลยี่ นให้เป็นคาภาษาเขียนแสดงบทบาทสมมุติ และสรุปความรรู้ ่วมกนั ๓๐๐
– ภาษาเขียน

คค์ วามรู้ เรอ่ื ง ระดบั ภาษา ครูแนะนาเพิ่มเติม

าลเทศะและบุคคล

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑๒ วจนี ้นั สาคัญนกั แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เร่ือง ระดบั ภาษา (ภาษ
รายวิชาภาษาไทย

ขอบเขตเนอ้ื หา ขน้ั นา
- การพูดและเขียนโดยใช้คาได้เหมาะสม ๑. นักเรียนฟงั ประโยคจากนกั เรียนคนท่ี ๑ “ฉนั ปว
กับกาลเทศะและบุคคล “ฉนั ปวดศรี ษะมาก ” นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความค
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒. สรปุ รว่ มกนั ว่าประโยคจากนักเรียนคนแรกเป็นภ
ความรู้ เปน็ ภาษาเขยี น ตอ้ งรูจ้ กั เลอื กใช้อย่างเหมาะสมกบั บ
ใช้คาไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะและบคุ คล ข้นั สอน
ทักษะ ๓.นักเรียนช่วยกนั ยกตวั อย่างคาที่เปน็ ภาษาพดู และ
๑. พดู และเขียนโดยใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั (วัยรุ่น) คอ่ ยยังช่ัว(ดีข้นึ ) มหาลัย(มหาวทิ ยาลัย) ปว
กาลเทศะและบุคคล ๔. นกั เรียนแบง่ กลุม่ เลือกสถานการณ์ แสดงบทบาท
๒. พดู โน้มน้าวในสถานการณ์ ตา่ ง ๆได้ กับโอกาส สถานที่ และบุคคล ( การพูดโทรศพั ทก์ บั
คุณธรรม พูดโทรศัพทก์ ับครปู ระจาชั้น)
๑. มารยาทการพูดและการเขียน ๕. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ จากการแสดงบทบาท
๒. ใฝ่เรียนรู้ ๖. ครูแนะนาถึงการพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ ท่นี ักเรยี นต้อ
๓. มวี ินยั ถกู ตอ้ งเหมาะสมตรงตามจุดประสงค์
๔. มีความมุ่งมัน่ ในการทางาน ๗. นักเรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรมดงั นี้
- ศึกษาใบความรู้เรื่องภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาพดู

จินตนาการผ่านภาษาพดู – ภาษาเขียน

ขัน้ สรุป
๘. ตัวแทนนักเรียนนาเสนอผลงาน
๙. สรปุ ความรรู้ ว่ มกนั

๔ เวลา ๒ ชวั่ โมง ๓๐๑
ษาพดู – ภาษาเขยี น) ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

วดหัวมาก” และฟังนกั เรียนคนท่ี ๒ สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้
คดิ เหน็ ถงึ ความแตกตา่ งของทัง้ สองประโยค ใบความรเู้ ร่อื ง ภาษาไทยมาตรฐาน
ภาษาพดู และประโยคจากนักเรียนคนที่ ๒ ภาษาพูด ภาษาเขยี น
บุคคลและโอกาส
ภาระงาน/ชิน้ งาน
ะช่วยกนั ปรบั ใหเ้ ป็นภาษาเขียน เชน่ วยั โจ๋ ใบงานที่ ๐๔ จนิ ตนาการผา่ นภาษาพูด
วดหวั (ปวดศีรษะ)ฯลฯ ภาษาเขยี น
ทสมมุตเิ กย่ี วกบั การใชภ้ าษาพดู ให้เหมาะสม วิธกี ารประเมนิ
บเพ่อื น การพดู โทรศัพท์กับผปู้ กครอง การ ๑. สังเกตพฤติกรรมการพดู การเขียน
๒. ประเมนิ ใบงาน / ผลงาน
ทสมมตุ ิ เครอื่ งมือประเมิน
องมกี ารเตรยี มการพดู เพือ่ ใหส้ ามารถพดู ได้ ๑. แบบประเมินการพูดและเขยี นโดยใช้คา
ไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ บคุ คล
ด ภาษาเขยี น และทาใบงานท่ี ๐๔ เรอ่ื ง ๒. แบบประเมนิ การพูดโน้มน้าวใน
สถานการณต์ า่ ง ๆ
เกณฑก์ ารประเมิน
๑. ใช้เกณฑ์การประเมนิ การพดู การเขยี น
๒. ใบงานท่ี ๐๔ ผา่ นเกณฑ์
การประเมิน ร้อยละ ๗๐

๓๐๒

ใบความรสู้ าหรบั นักเรยี น
ใบความรู้ เร่ือง ภาษาพดู ภาษาเขียน ภาษาไทยมาตรฐาน

ภาษาไทยมาตรฐานหรือภาษากลางเป็นภาษาท่ีบคุ คลในสงั คมไทยรว่ มกันกาหนดหลักเกณฑ์และ
วธิ ีใชข้ ึ้น เพอื่ ใชใ้ นราชการและส่อื สารทวั่ ไปในหมคู่ นไทยทัว่ ประเทศ ส่ิงทคี่ วรศึกษาในภาษาไทยมาตรฐาน
คือภาษาพดู และภาษาเขียน ซ่ึงมีลักษณะดงั น้ี

ภาษาพดู ภาษาเขยี น

๑. ภาษาท่ใี ชส้ ือ่ สารกนั ดว้ ยการพดู ๑. ภาษาที่ใช้ส่ือสารกันดว้ ยการเขียนเป็นตวั หนงั สือและ
ตัวเลขแทนการพดู

๒. เน้นการพดู สรา้ งความรูส้ ึกทเ่ี ป็นกนั เอง ไมน่ ยิ มใช้ ๒. ใช้ภาษาพดู ปะปนในภาษาเขยี นได้ในบางลักษณะ เช่น
ภาษาเขยี นในภาษาพูด ยกเว้นการกลา่ วอา้ งถึง นิทาน นิยาย เรอ่ื งสัน้ หนังสอื พิมพ์ ฯลฯ

๓. ไม่เครง่ ครดั การใช้ถ้อยคา และหลักเกณฑ์ตามแบบ ๓. เครง่ ครดั การใช้ถอ้ ยคา และหลักเกณฑต์ ามแบบแผน

แผนของภาษามากนัก ของภาษา

๔. ใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ ง คานงึ ถงึ ความเหมาะสมกบั เวลา ๔. ใช้ภาษาใหถ้ กู ตอ้ ง คานงึ ถึงความเหมาะสมกับเวลา

เหตกุ ารณ์ สถานทีแ่ ละบุคคล เหตกุ ารณ์ สถานที่และบคุ คล

๕. เน้นการใช้ถอ้ ยคาสภุ าพ ๕. เนน้ การใชถ้ ้อยคาสุภาพ

หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕

๓๐๓

ใบความรสู้ าหรับครู เรือ่ ง การคดั ลายมอื

การคดั ลายมอื เป็นการฝึกเขยี นตวั อกั ษรไทยใหถ้ ูกตอ้ งตามหลักการเขยี น เขียนให้อ่านง่าย
มชี ่องไฟ มวี รรคตอน ตัวอกั ษรเสมอกัน วางพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ใหถ้ กู ที่ ตัวสะกดการนั ต์
ถูกต้อง และลายมือสวยงาม

การคัดลายมอื มีแบบตัวอกั ษรไทยหลายแบบ แตท่ ใ่ี ชเ้ ปน็ แบบคัดลายมือทวั่ ไปคือ ตวั อกั ษรแบบ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ซง่ึ มีลกั ษณะหัวกลมตัวมน การคดั ลายมอื มี ๒ ลักษณะ คอื การคัดลายมอื ตัว
บรรจงเตม็ บรรทัด และการคัดลายมอื ตวั บรรจงครึ่งบรรทัด

๓๐๔

หลักในการคัดลายมอื

๑.วางสมดุ หรอื กระดาษให้ตรง จบั ปากกาหรอื ดินสอใหถ้ ูกวธิ ี โดยใช้นวิ้ หัวแมม่ ือและน้วิ ชจ้ี บั ปากกา
หรือดนิ สอไว้ สว่ นนวิ้ กลาง นว้ิ นาง และนิ้วกอ้ ย รองอย่ดู ้านล่าง
๒. นงั่ ตัวตรง กม้ หน้าเลก็ น้อย สายตาห่างจากกระดาษประมาณ ๑ ฟุต มสี มาธิ ต้งั ใจเขียนให้สวยงาม
สะอาด และถกู ต้อง
๓. เขียนตวั อักษรใหต้ รง จดั ชอ่ งไฟใหพ้ อดี ไมห่ ่างหรือชิดเกนิ ไป
๔.เขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเครอื่ งหมายตา่ ง ๆ ใหถ้ กู ต้อง เช่น

 พยญั ชนะไทย จะเรม่ิ เขยี นจากหัวตวั อักษรก่อนทกุ ตวั ยกเวน้ ก ฮ
 คาทม่ี พี ยญั ชนะตน้ ๒ ตวั สระทอี่ ยบู่ นและใต้พยญั ชนะจะเขยี นไว้ที่พยญั ชนะต้น

ตัวทีส่ อง
 คาที่มีพยญั ชนะต้น ๒ ตวั ต้องเขียนวรรณยุกต์บนพยญั ชนะต้นตัวที่สอง และถ้ามี

รูปสระข้างบนดว้ ยให้เขียนวรรณยกุ ต์ไว้เหนอื สระนนั้

การคดั ลายมอื ตวั บรรจงครง่ึ บรรทดั

หนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔
ไปฝึกคดั ลายมอื
กนั เถอะ

๓๐๕  ท๑๒/ผ.๔-๐๔

แนวคำตอบใบงำน ๐๔ จนิ ตนำกำรผำ่ นภำษำพูด – ภำษำเขยี น

คำชี้แจง ตอนที่ ๑ เปลี่ยนประโยคต่อไปน้ใี หเ้ ป็นภาษาเขียนทเ่ี หมาะสม

ภาษาพดู ภาษาเขยี น
๑. สมรักษ์ขร่ี ถเคร่ืองไปทางาน สมรักษข์ ่ีรถจกั รยานยนตไ์ ปทางาน
๒. สมชาติมีใบขบั ข่ีแล้วหรอื ยงั สมชาตมิ ใี บอนญุ าตขบั ขี่หรอื ยัง
๓. สมศรีเข้านอนเวลา ๒ ทมุ่ สมศรเี ข้านอนเวลา ๒๐ นาฬกิ า
๔. กล้าถูกหวยรางวัลที่ ๓ กล้าถูกสลากกินแบง่ รฐั บาลรางวลั ที่ ๓
๕. เมื่อเรื่องเป็นยงั งี้ แล้วเธอจะทายังไง เมอ่ื เรอื่ งเป็นอย่างน้ี เธอจะทาอย่างไร
๖. สมชายยืนคอยรถเมล์อยทู่ หี่ นา้ โรงเรยี น สมชายยืนรอรถประจาทางทหี่ นา้ โรงเรียน
๗. สมจติ รชอบซ่งิ รถจงึ ทาให้เกดิ อบุ ตั เิ หตุ สมจติ รชอบขับรถเรว็ และโลดโผนจึงทาใหเ้ กดิ อบุ ัตเิ หตุ
๘. สมหมายกินอาหารไม่เปน็ เวลา ทาใหป้ วดท้อง สมหมายรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ทาใหป้ วดท้อง
๙. เขาเปน็ คนข้เี กยี จทางาน เขาเป็นคนเกียจคร้านในการทางาน
๑๐. หญิงแกก่ าลงั เดนิ ขา้ มถนน หญงิ ชรากาลังเดินข้ามถนน
๑๑. วันนคี้ ณุ แมพ่ าลกู ไปดูหนังการต์ นู วนั น้ีคุณแม่พาลกู ไปดูภาพยนตร์การต์ นู
๑๒. ฉนั มีแบงคย์ ่สี ิบสใี่ บ ฉันมธี นบัตรใบละยส่ี ิบจานวนส่ใี บ

คำช้ีแจง ตอนท่ี ๒ นกั เรียนเขียนเร่อื งสนั้ ๆ โดยเลือกคาภาษาเขียนจากตอนที่ ๑ อย่างน้อย ๕ คา

ครอบครวั ของปัญญามฐี านะยากจน แต่ปญั ญาไม่ได้ย่อท้อ เขาช่วยเหลือพอ่ แม่ทางาน
อย่างไม่เกยี จคร้ำน เขาตื่นตั้งแตเ่ ชา้ ทกุ วันเพือ่ น่ังซอ้ นรถจักรยำนยนต์คนั เกา่ ไปตลาดกบั พอ่

วนั น้ีเปน็ วนั หยุดตลาดยามเช้าในหมูบ่ ้าน จึงมชี าวบา้ นมาจบั จ่ายใช้สอยกันมากมาย มีหญงิ
ชรำคนหน่งึ นาผักมาขาย ปญั ญาชว่ ยซือ้ ผักของหญงิ ชรา เม่อื พ่อซอื้ ของครบแล้ว ทัง้ สองกก็ ลบั บ้าน ถงึ
บา้ นพ่อบอกกับแมว่ ่าพ่อซอ้ื สลำกกนิ แบ่งรฐั บำลมาใหแ้ ม่ ๑ ใบ พอ่ จึงเหลือธนบตั รใบละยสี่ บิ บาท มา
คนื แมเ่ พยี งสามใบ หลงั จากรบั ประทานอาหารเชา้ แลว้ ปัญญาขออนญุ าตพอ่ กับแมไ่ ปดูภำพยนตร์
การต์ นู ท่ีใหค้ วามรู้เกีย่ วกบั วิทยาศาสตร์ ซ่ึงเปน็ วิชาท่ีปัญญาชอบ และเรียนได้ดี

๓๐๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

คาชีแ้ จงประกอบแผนการจัดการเรียนรู้หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑๒ วจีนั้นสาคัญนกั

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๕ การใช้โวหาร เวลา ๒ ช่ัวโมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๑. สาระสาคัญของแผน

ประโยคและขอ้ ความทเี่ ป็นโวหารและคัดลายมอื

๒. ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ในการนาไปใช้
๒.๑ ขอบข่ายเนือ้ หา
คา ประโยค ข้อความทีม่ คี วามหมายโดยตรง โดยนัย
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เพ่อื ฝึกการใช้ การสงั เกต เปรยี บเทยี บ รคู้ วามหมายของคา สามารถใช้ภาษาเพ่อื

การส่ือสารไดต้ รงกัน
๒.๓ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ครูผสู้ อนควรเตรียมส่ือการสอนล่วงหน้า ไดแ้ ก่ใบความรู้ บทร้อยกรอง ใบงาน
เครอื่ งมือวดั ผลประเมินผล ตามทีร่ ะบุไวใ้ นแผนการจัดการเรียนร้ลู ว่ งหนา้ ใหเ้ ท่ากับจานวน
นกั เรียน
๒.๔ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรปู้ ระกอบดว้ ย
๑) ประเมินการผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๗๐
๒) ประเมินตามเกณฑค์ ณุ ภาพ ๓ ระดบั ไดแ้ ก่ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

**************************************

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑๒ วจนี ัน้ สาคัญนัก แนวทางการจดั กจิ กรรมของแ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เร่อื งการใช้โวหาร
รายวชิ าภาษาไทย

แนวการจัดกจิ กร

ขัน้ นา ๑. นักเรยี นอา่ นขอ้ ความทกี่ าหนด นกั เรยี นร่วมกนั แสดงค
ขั้นสอน
๒. อา่ นบทอาขยาน พิจารณาคาเปรียบเทยี บ
ขน้ั สรุป ๓. ศึกษาใบความรู้ โวหารเปรียบเทยี บ
๔. ใบงานที่ ๐๕ เขยี นอธบิ ายความหมายจากข้อความที่เ
๕. พดู นาเสนอผลงาน

๖. นาเสนอผลงาน แลกเปล่ยี นเรยี นรู้
๗. รว่ มกันสรปุ องค์ความรู้ เร่อื งการใช้โวหาร

การวดั และประเมินผล ๑. ประเมินการพูด การเขียนอธบิ ายขอ้ ความที่เป็นโวหาร
๒. การคัดลายมือตวั บรรจงครึ่งบรรทดั

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๕ จานวน ๒ ชัว่ โมง
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕
รรมการเรยี นรู้
ความคดิ เห็น ครอู ธบิ ายเพิม่

เป็นโวหารเปรียบเทียบ และคดั ลายมอื

๓๐๗

รเปรยี บเทยี บ

แผนการ

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๒ วจีน้ันสาคญั นัก เรอื่ ง

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายว

ขอบเขตเน้อื หา ข้นั นา

๑. การอา่ นประโยคและข้อความท่ีเปน็ ๑. นักเรียนอา่ นขอ้ ความในบตั รคา อาทิ

โวหาร - ไวเหมอื นปรอท - ซนเห
๒. การคดั ลายมือตวั บรรจงคร่งึ บรรทดั - เบาเหมอื นปยุ นุ่น - พดู เป
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ - ขมเหมอื นบอระเพด็ - ดาเห
ความรู้ - สวยเหมอื นนางฟา้ - ดใี จเห
-อธิบายความหมายจากประโยคและ - ช้าเหมอื นเตา่ คลาน - ใจเสา
ข้อความท่อี า่ นอยา่ งหลากหลาย
ทกั ษะ ให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ หลงั การอ่าน
- พูดและเขียนอธิบายความหมายจาก เปรียบเทยี บความหมายตรง ความหมายแฝง
คาประโยคและข้อความทอี่ ่านอย่าง ๒. ครอู ธิบายเสริมวา่ การใชภ้ าษาไทย นอกจากจะ
มาเปรียบเทียบให้เกดิ ความชัดเจน เกิดความรู้สกึ
หลากหลาย
เรยี กว่าการใช้สานวนโวหารเปรียบเทียบ
คุณธรรม
ขัน้ สอน
๑. มมี ารยาทในการเขียน
๓. นกั เรียนอ่านอาขยาน“วิชาเหมือนสนิ คา้ ” แล้ว
๒. ใฝเ่ รียนรู้
บทอาขยาน เชน่ จงตั้งเอากายเจา้ เป็นสาเภาอนั
๓. มคี วามมงุ่ มัน่ ในการทางาน
เสาใบ เหมาะสมหรอื ไม่เพราะเหตุใด นักเรยี นรว่ ม
๔. มีวินยั
- นักเรียนศกึ ษาใบความรู้เรือ่ งสานวนเปรยี บเทียบ

รจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๕

การใช้โวหาร เวลา ๒ ชวั่ โมง

วิชาภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕

ส่ือ/แหล่งเรียนรู้

- ใบความรู้สานวนเปรียบเทยี บ

หมอื นลงิ ภาระงาน/ชนิ้ งาน ๓๐๘
ป็นต่อยหอย - กิจกรรมใบงานท่ี ๐๕ สานวน
หมอื นตอตะโก เปรียบเทียบ
หมือนไดแ้ กว้ การประเมิน
าะเปน็ ปลาซิว - ประเมนิ การพูดและเขียนอธิบาย
นขอ้ ความจบ วิเคราะหล์ ักษณะของการ ความหมายจากสานวนเปรียบเทียบ
- ประเมนิ การคดั ลายมอื ตัวบรรจง

ะใชภ้ าษาอยา่ งตรงไปตรงมาแล้ว ยงั มกี ารยกคา คร่ึงบรรทดั
หรืออารมณค์ ลอ้ ยตามได้อย่างน่าสนใจซ่งึ วิธีการประเมนิ

- ตรวจสอบความถกู ต้อง

วช่วยกันพิจารณาว่าการใชค้ าเปรยี บเทยี บใน - สังเกตมารยาทการพดู - การเขยี น
นโสภา ความเพียรเป็นโยธา แขนซา้ ยขวาเปน็ เคร่อื งมือ

มกันแสดงความคดิ เห็น - แบบประเมนิ การพูดและเขยี นอธิบาย

บ ความหมายของข้อความที่เปน็ คา

เปรียบเทียบ

แผนการจดั การ

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑๒ วจนี ้นั สาคัญนัก เร่ือง การใช้โ

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวิชาภาษ

- ทาใบงานท่ี ๐๕ เรอ่ื งสานวนเปรียบเทียบ
- ครูและนักเรียน สรปุ จากบทอาขยานวา่ เปน็ การใช้คาเ
เพอื่ ใหผ้ ู้อา่ นเห็นภาพและเขา้ ใจชดั เจนขน้ึ
ขัน้ สรปุ

๔. นักเรียนเลอื กตวั แทนกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรีย
๕. ครูและนักเรียนสรปุ ความรรู้ ่วมกนั ถงึ ลักษณะของกา
ตรงไปตรงมาแลว้ ยังมกี ารพลิกแพลงใชใ้ ห้แปลกแตกตา่
เปรียบเทียบหรือยกตวั อย่างในลักษณะตา่ ง ๆ เพอ่ื ใหเ้ ก
เรยี กวา่ การใช้สานวนโวหาร

รเรียนรูท้ ี่ ๕(ตอ่ ) เวลา ๒ ชั่วโมง
โวหาร ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
ษาไทย - แบบประเมนิ การคัดลายมอื
เกณฑ์การประเมิน
เปรยี บเทียบสิง่ หน่ึงใหเ้ หมือนกบั สง่ิ หนงึ่ ๑. ใช้เกณฑก์ ารประเมนิ การคดั ลายมือ
๒. ใบงานที่ ๐๕ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ยน รอ้ ยละ ๗๐
ารใชภ้ าษาว่านอกจากจะใชอ้ ยา่ ง
างออกไปจากทเ่ี คยใชอ้ ยู่ โดยมีการ ๓๐๙
กดิ อารมณ์ และความรสู้ กึ ลักษณะเชน่ น้ี

๓๑๐

ใบความรสู้ าหรับนักเรยี น
สานวนเปรยี บเทียบ

สานวนเปรยี บเทยี บ หมายถงึ ค้ากลา่ วทีค่ มคายท้าใหผ้ ู้ฟังเขา้ ใจ มคี วามหมายลกึ ซ้งึ น้ามา
เปรยี บเทยี บกบั สิ่งอนื่ เพ่ือใหเ้ ข้าใจชดั เจนขน้ึ โดยนา้ ความเปน็ จริง เหตุการณ์ หรอื เรื่องราวทีร่ กู้ นั ทวั่ ไปมา
อ้างองิ ยกตัวอยา่ ง มักจะมีคา้ วา่ เป็น เหมอื น อยา่ ง ฯลฯ ประกอบการเปรียบเทียบ

ตวั อย่าง - เจา้ ของบ้านเชา่ คนนน้ั เค็มจรงิ ๆ เคม็ เหมือนเกลอื

- ลกู สาวบา้ นนี้พ่ีสาวผวิ ขาวเหมือนสาลี แตน่ อ้ งผิวดาเหมอื นถา่ น

- เดก็ คนนไ้ี วจรงิ ๆ ไวยังกับปรอท ก็ไมป่ าน
- การบา้ นวันน้ี งา่ ยเหมอื นปอกกลว้ ยเขา้ ปาก

กลมเป็นลูกมะนาว กนิ เหมือนหมู เหมอื นหมา โกรธเปน็ ฟืนเปน็ ไฟ

ขาวราวกับไขป่ อก แขง็ ราวหิน ความรู้แค่หางอึง่ คอยาวเหมือนยีราฟ

เค็มเหมือนเกลอื งงเป็นไก่ตาแตก ง่ายเหมือนปอกกลว้ ยเขา้ ปาก

เงียบเปน็ เปา่ สาก ใจกวา้ งราวกับแม่น้า ใจแข็งเหมอื นหนิ

ใจเสาะเป็นปลาซิว ชา้ เหมอื นเตา่ คลาน เบาเหมือนปุยนุ่น

ผดิ กนั ราวกบั ฟา้ ดิน พดู คลอ่ งเป็นร่องน้า พดู เป็นต่อยหอย

ม่นั คงดงั่ หินผา มดื เหมือนเขา้ ถ้า ร้อนเป็นไฟ

รูอ้ ยา่ งเป็ด- รูแ้ บบเป็ด ราบเปน็ หน้ากลอง ลื่นเป็นปลาไหล

ซนเหมือนลงิ สมกนั ราวกับกงิ่ ทองใบหยก

ลกู ไกอ่ ย่ใู นก้ามือ โลเลเป็นไมห้ ลกั ปกั ขี้เลน

ไวเปน็ ปรอท ไวเปน็ ลงิ สวยเหมือนนางฟ้า ใสเหมือนแกว้ สน่ั เปน็ เจา้ เข้า

เสียงดงั ราวกับฟา้ ผา่ ใสเหมอื นตาตก๊ั แตน หนกั เหมอื นหนิ เหนียวเปน็ ตังเม

๓๑๑
 ท๑๒/ผ.๕-๐๕

แนวคำตอบใบงำนที่ ๐๕ สำนวนเปรียบเทียบ

คำช้ีแจง ตอนที่ ๑ เตมิ สานวนเปรยี บเทียบใหไ้ ด้ใจความถกู ต้อง

๑. ใจดาเหมือน กำ ๖. มืดเหมอื นเข้ำถำ้
๒. ขาวหมือนไขป่ อก ๗. สมกนั ราวกับก่งิ ทองใบหยก
๓. ซนเหมอื นลิง ๘. เบาเหมือนปยุ น่นุ
๔. เสียงดงั ราวกบั ฟา้ ผา่ ๙. งา่ ยเหมือนปอกกลว้ ยเขำ้ ปำก
๕. หนา้ ซีดเหมอื นไก่ต้ม ๑๐. ใจกว้างราวกบั แมน่ ำ้

คำชแี้ จง ตอนที่ ๒ คดั เลอื กสานวนเปรียบเทียบจากตอนที่ ๑ จานวน ๓ สานวน นามาเขียนอธบิ ายความหมาย
พรอ้ มยกตวั อยา่ งประโยค และเขยี นด้วยลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทดั ใหถ้ ูกต้องสวยงาม

อธบิ ำยควำมหมำยของสำนวนเปรียบเทียบทเ่ี ลือก

๑. หน้าซดี เหมอื นไก่ตม้ หมายถงึ เปรยี บเหมือนไกท่ ี่ถกู ต้มแล้วจะมสี ีขาว

ตัวอยา่ งประโยค หลอ่ นถูกจับได้วา่ เป็นผูท้ ีข่ โมยของ หน้าของหลอ่ นจึงซีดเหมือนไก่ตม้

๒. งา่ ยเหมอื น...ปอกกลว้ ยเขา้ ปาก หมายถึง ส่งิ ใด ๆ หรอื เรือ่ งที่ดาเนินการไดอ้ ย่างสะดวกสบาย ง่าย
ไรอ้ ปุ สรรค เหมือนกับการทเ่ี รากินกลว้ ย ซงึ่ ไม่ยาก แค่ปอกเปลอื กก็รบั ประทานไดแ้ ล้ว

ตวั อย่างประโยค

 ครสู อนวา่ การทางานใดๆ หากมีความพยายาม ความต้งั ใจ จากงานยากก็เป็นงานง่าย
เหมือนปอกกล้วยเขา้ ปาก

๓. ซนเหมอื นลงิ หมายถงึ อย่เู ฉย ๆ ไม่เป็น

ตวั อย่างประโยค

 พ่ีเลยี้ งบอกวา่ การดูแลเด็กผู้ชายตอ้ งระมดั ระวังเพราะมกั ซนเหมือนลิง

๓๑๒
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

คาช้แี จงประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑๒วจีนน้ั สาคัญนกั

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๖ ไพเราะอาขยาน เวลา ๒ ช่วั โมง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๑. สาระสาคัญของแผน
การทอ่ งจาบทอาขยาน ศกึ ษาคาศพั ท์ พดู แสดงความคดิ เห็น และสรุปข้อคดิ

๒. ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติมในการนาไปใช้
๒.๑ ขอบขา่ ยเน้ือหา
การท่องจาบทอาขยานพดู แสดงความคดิ เหน็ สรปุ ข้อคดิ
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เพ่อื ให้นักเรียนเหน็ คณุ คา่ ของวรรณคดีความงดงามของภาษา เกิดความ
ภาคภมู ใิ จ และฝกึ ทอ่ งจาบทอาขยาน
๒.๓ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ครูผสู้ อนต้องเตรียมสอื่ การสอนลว่ งหนา้ ได้แก่ บทอาขยาน ใบงาน
เครื่องมอื วดั ประเมนิ ผล ตามท่รี ะบุไว้ในแผนการจดั การเรียนรู้ลว่ งหน้า ใหเ้ ท่ากบั จานวนนกั เรียน
๒.๔ ทดสอบหลังเรยี นตามแบบทดสอบประจาหนว่ ยการเรยี นรู้
๒.๕ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ประกอบด้วย
๑) ประเมนิ การผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ ๗๐
๒) ประเมนิ ตามเกณฑ์คณุ ภาพ ๓ ระดบั ไดแ้ ก่ ดี พอใช้ ปรับปรุง

**************************************

แนวทางการจดั กจิ กรรมของแ

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑๒ วจนี นั้ สาคัญนกั เรือ่ งไพเราะอาขยาน

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย

แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรยี นรว่ มกันท่องบทอาขยาน พฤษภกาสร

ขัน้ นา ๒. สนทนาเกี่ยวกับข้อคดิ ท่ีได้จากบทอาขยาน อ

ข้นั สอน ๑. นักเรยี นเล่นเกมเรยี งร้อยอาขยาน / สนทนา
๒. อา่ นอาขยาน“โคลงโลกนติ ิ ”
๓. ทาใบงานที่ ๐๖ อาขยานสอนใจ
๔. ส่งตวั แทนพูดแสดงความคิดเหน็
๕. ท่องบทอาขยานโคลงโลกนิติ
๖. จับคฝู่ กึ การทอ่ งจาบทอาขยาน

ขนั้ สรปุ ๑.นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้เก่ยี วกบั เรอื่ งกา
๒.ทดสอบหลังเรยี นหน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒ วจนี ั้นสา

การวัดและประเมนิ ผล ๑.ใบงานท๐ี่ ๖
๒.การทอ่ งจาบทอาขยาน
๓.การอ่าน การพูด

ทดสอบหลังเรียน

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๖

จานวน ๒ ช่วั โมง
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๕

เป็นการทบทวน
อภปิ รายการท่องบทอาขยานมปี ระโยชนอ์ ย่างไร

าเก่ียวกบั ข้อคิดทไ่ี ด้

๓๑๓

ารทอ่ งบทบทอาขยานและการนาความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน
าคญั นกั

แผนการจดั การ

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๑๒ วจนี นั้ สาคญั นัก เรื่อง ไพเรา

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ าภา

ขอบเขตเน้ือหา ขน้ั นา

๑. การทอ่ งจาบทอาขยาน“โคลงโลกนิติ” ๑. นักเรียนร่วมกนั ทอ่ งจาบทอาขย

๒. การพดู และการเขียนแสดงความคดิ เหน็ พร้อมกนั เพ่ือเป็นการทบทวน

จากบทอาขยาน“โคลงโลกนติ ”ิ ๒. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สนทนาเ

๓.การอธิบายความหมายจากบทอาขยาน อาขยาน

“โคลงโลกนติ ”ิ ๓. นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายในหวั ข

๔.การบอกขอ้ คดิ จากบทอาขยาน ท่องจาบทอาขยานมปี ระโยชน์หรอื

“โคลงโลกนิต”ิ ขนั้ สอน

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๔. นักเรยี นเลน่ เกมเรียงรอ้ ยอาขย

ความรู้ คละชนั้ ) ครูแจกบัตรบทอาขยานว

คน้ ควา้ ความหมายของคาศพั ท์และข้อคดิ ของ คนละ ๑ วรรค หรอื ตามความเหม

บทอาขยาน “โคลงโลกนติ ิ” บัตรบทอาขยานท่ีไดร้ ับมาเรียงต่อ

ทักษะ ถกู ตอ้ ง ชว่ ยกนั ตรวจสอบ แล้วอา่

๑. ทอ่ งจาบทอาขยาน“โคลงโลกนติ ิ”ได้ ๕. นักเรียนสนทนาเกี่ยวกบั ข้อคดิ ท

๒.พูดและเขียนแสดงความคิดเหน็ จากบท เล่นเกม ครูแนะนาเพม่ิ เตมิ ว่าบทอ

อาขยาน“โคลงโลกนติ ิ”ได้ อะไร จะมคี วามไพเราะ มีความห

๓. บอกความหมายของคาศพั ทจ์ ากบทอาขยาน เตอื นใจ ทัง้ นัน้

“โคลงโลกนติ ิ” ๖.นกั เรยี นแต่ละช้ันปฏิบัตกิ ิจกรรม

รเรยี นรู้ท่ี ๖ เวลา ๒ ชั่วโมง ๓๑๔
าะอาขยาน ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
าษาไทย
สอ่ื /แหล่งเรียนรู้
ยาน วิชาเหมือนสนิ คา้ ๑.บทอาขยานวิชาเหมอื นสินค้า
๒.บทอาขยานโคลงโลกนติ ิ
เก่ียวกับข้อคิดที่ได้จากบท ภาระงาน/ช้ินงาน
- การทอ่ งจาบทอาขยาน
ขอ้ “นกั เรยี นคดิ ว่าการ -กจิ กรรมใบงานที่ ๐๖ สารวจคาศพั ท์หา
อไม่ อยา่ งไร” ความหมาย เขียนแสดงความคิดเหน็ และบอก
ข้อคดิ จากบทอาขยานเรอ่ื งโคลงโลกนิติ
ยาน ( โดยแบ่งกลมุ่ นกั เรียน การประเมนิ
วิชาเหมอื นสนิ ค้า ให้นักเรียน ๑. ประเมนิ การท่องจาบทอาขยาน
มาะสม แลว้ ใหน้ ักเรยี นนา ๒. ประเมนิ ใบงาน
อกันให้เปน็ บทอาขยานที่ ๓. ประเมินมารยาทการอ่าน การพดู
านออกเสียงพรอ้ มกัน วธิ กี าร
ท่ไี ดจ้ ากบทอาขยานจากการ ๑.ประเมินการทอ่ งจาบทอาขยาน
อาขยานทีท่ อ่ งนนั้ ไม่ว่าบท ๒.สังเกตมารยาทการอา่ น การพดู
หมายทดี่ ี มีขอ้ คิด คติ ๓. ตรวจผลงาน
เครอื่ งมอื
มดงั นี้ - แบบประเมินการท่องจาบทอาขยาน

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๑๒ วจีนนั้ สาคัญนัก แผนการจัดการเรียน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เรอ่ื ง ไพเราะอา
รายวชิ าภาษาไท
๓.อธิบายความหมายจากบทอาขยาน“โคลง
โลกนิติ”ได้ - อ่านบทอาขยาน“โคลงโลกนติ ิ
๔.สรปุ ข้อคิดจาก“โคลงโลกนติ ิ”ได้ อาขยานสอนใจ โดยสารวจคาศพั ท์
คุณธรรม ความหมายจากบทอาขยาน แสดงค
๑. มีมารยาทในการพดู ขอ้ คิด
๒. ใฝ่เรยี นรู้ ๗. ส่งตวั แทนพดู แสดงความคดิ เห็นห
๓. มุ่งม่ันในการทางาน ๘. ฝึกทอ่ งอาขยานกบั ครู โดย
๔. มวี ินยั - ท่องจาบทอาขยานโคลงโลกนิติ
๙. นักเรียนจับคฝู่ กึ การท่องจาบทอา
๑๐. นักเรียนท่องจาบทอาขยานใหเ้ พ
๑๑. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห
พัฒนา
ขนั้ สรุป
๑๒.นักเรียนและครรู ่วมกันสรุปความ
ท่องจาบทอาขยานและการนาความร
๑๓.ครูมอบหมายนักเรยี นให้ไปทอ่ งจ
การบา้ น
๑๔.นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน

นรทู้ ี่ ๖ (ต่อ) เวลา ๒ ชั่วโมง
าขยาน ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
ทย
” แล้วทาใบงานท่ี ๐๖ - แบบประเมนิ ใบงาน
บอกความหมาย อธบิ าย - แบบสงั เกตมารยาทการอา่ น การพูด
ความคดิ เห็นและสรุป เกณฑ์การประเมิน
๑. ใชเ้ กณฑ์การประเมินการทอ่ งจาบทอาขยาน
หนา้ ชั้นเรียนจากใบงาน ๒. ใบงานที่ ๐๖ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ ๗๐

าขยานทกี่ าหนดในข้อ ๘ ๓๑๕
พ่อื นๆฟัง หนา้ ชั้นเรียน
ห็นเพ่ือนาไปปรบั ปรุง

มรเู้ ก่ียวกับเรือ่ งการ
รู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
จาบทอาขยานมาเปน็



๓๑๖

สื่อสาหรับครู
บทอาขยาน

พฤษภกาสร

พฤษภกาสร อีกกุญชรอนั ปลดปลง
โททนต์เสนง่ คง สาคญั หมายในกายมี
นรชาตวิ างวาย มลายส้ินทัง้ อินทรีย์
สถิตทั่วแตช่ ่วั ดี ประดบั ไว้ในโลกา

๓๑๗

สื่อสาหรบั ครู
บทอาขยาน

บทอาขยานบทหลัก : วิชาเหมือนสินคา้

วิชาเหมอื นสนิ ค้า อนั มีค่าอยเู่ มอื งไกล

ตอ้ งยากลาบากไป จึงจะได้สนิ ค้ามา

จงต้งั เอากายเจา้ เปน็ สาเภาอนั โสภา

ความเพยี รเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเปน็ เสาใบ

น้วิ เป็นสายระยาง สองเท้าตา่ งสมอใหญ่

ปากเปน็ นายงานไป อชั ฌาสัยเป็นเสบียง

สติเป็นหางเสอื ถอื ท้ายเรอื ไวใ้ ห้เทย่ี ง

ถอื ไวอ้ ยา่ ให้เอียง ตดั แล่นเลยี่ งขา้ มคงคา

ปัญญาเป็นกลอ้ งแกว้ สอ่ งดแู ถวแนวหินผา

เจ้าจงเอาหตู า เปน็ ล้าตา้ ฟังดูลม

ขีเ้ กยี จคอื ปลารา้ ย จะทาลายให้เรอื จม

เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมใหจ้ มไป

จึงจะไดส้ ินคา้ มา คือวิชาอันพสิ มัย

จงหมน่ั มั่นหมายใจ อยา่ ได้ครา้ นการวิชา

ผูแ้ ต่ง เจษฎาจารย์ ฟ. ฮแี ลร์

๓๑๘
 ท๑๒/ผ.๖-๐๖

แนวคาตอบใบงานท่ี ๐๖ เรื่อง บทอาขยานสอนใจ

กจิ กรรมท่ี ๑ สารวจคาศัพท์จากบทอาขยาน แล้วหาความหมาย

คาศัพท์ เสยี สิน คาศพั ท์ ทรชน คนชัว่ คนพาล
เสียทรพั ยส์ นิ เงินทอง

คาศัพท์ มรณา ตาย คาศพั ท์ สาธชุ น คนดี คน
คาศพั ท์ เห้ียน หมด สนิ้
ซ่อื สตั ย์
คาศัพท์ เลห่ ์ กลอบุ ายอาจทาใหค้ นอื่นหลงผิด

กิจกรรมที่ ๒ เขยี นอธบิ ายความหมายบทอาขยาน “โคลงโลกนิติ ” โคลงโลกนิติเร่ืองที่ ๑

อธบิ าย ยอมเสยี ทรัพยส์ ินเพ่ือรักษาวงศต์ ระกูล ยอมเสียศักดศ์ิ รีเพอ่ื แลกกบั ความรู้
ความหมาย ยอมเสียรูค้ นเพ่อื รกั ษาความซอื่ สตั ย์ ยอมตายดกี วา่ เสยี ความซอื่ สัตย์

โคลงโลกนติ เิ รอื่ งที่ ๒

อธบิ าย ความรูม้ คี า่ กวา่ ทรพั ย์สนิ เงินทอง เพราะความรูจ้ ะอยู่ตดิ ตัวเรา ใครขโมยความรู้
ความหมาย เราไปไมได้

อธิบาย โคลงโลกนติ ิเร่อื งที่ ๓
ความหมาย
ถ้าเราไมร่ ู้จกั ฟัง ถ้าเราไมร่ จู้ กั ถามสง่ิ ท่ยี งั ไมร่ ู้ ถา้ เราไม่พูด ไม่เขียนส่งิ ที่
สังเกตเห็น ถา้ เราไมเ่ วน้ จากการกระทาสิ่งเราน้ี เราจะไม่ได้เป็นนักปราชญ์

กจิ กรรมที่ ๓ เขียนแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั บทอาขยาน “ โคลงโลกนิติ ”

ข้าพเจ้าคดิ เปน็ อาขยานท่ีดี มคี วามไพเราะ ภาษาสละสลวย เนอื้ ความของอาขยานใหข้ ้อคิดสอนใจ
ว่า เช่น ในเรอื่ งของการรกั ษาความซอื่ สัตย์ ถา้ คนเรามีความซ่อื สัตย์กจ็ ะได้ความไวว้ างใจ
ไดร้ ับความเชอื่ ถอื จากผู้อืน่ และอยู่ร่วมกับผูอ้ ่ืนในสังคมได้

๓๑๙

กิจกรรมท่ี ๔ เขยี นขอ้ คดิ ท่ไี ด้จากบทอาขยาน“โคลงโลกนติ ิ ”

ข้อคิดที่ไดร้ ับ

โคลงโลกนิตเิ ร่ืองที่ ๑ โคลงโลกนิติเรื่องท่ี ๒ โคลงโลกนิติเร่ืองท่ี ๓
ให้คนเรารักษา ความรู้มคี ่ามากกว่า
ความซ่ือสัตย์ไว้ ส่ิงใดท้งั ปวง ไม่มีใครมา ผู้ท่เี ป็ นนักปราชญ์ต้องรู้จกั การฟัง
เหนือสิ่งอ่ืนใด แย่งไปจากเราได้ การคดิ การถาม การเขียน

๓๒๐
 ท๑๒

แบบทดสอบหลังเรียน

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๒ วจีน้นั สาคญั นกั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕

………..………………………………………………………………………………………………………………………………………..

คาชีแ้ จง เตมิ คาหรอื ขอ้ ความในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง

๑. เรอื่ งทาตาม

เด็กชายคนหนงึ่ มคี วามสนใจในส่ิงตา่ งๆ เขาเห็นสนุ ัขขุดหลุมก็ถามวา่ ขดุ หลมุ ไปทาไม สุนัข

บอกว่าขดุ ฝงั กระดูก จะไดเ้ กบ็ ไวก้ ินนานๆ ไงละ่ พอมากินข้าวเดก็ ชายก็เหลอื ข้าวไว้เมลด็ หน่งึ

เอาไวใ้ หม้ ดกิน กระดกู ไก่ให้สนุ ัขกิน ก้างปลาทูให้แมวและยงั เหลือเงนิ ไว้หยอดกระปุกทุก ๆวนั

สรุปขอ้ คิดจากเร่อื ง

..........................................................................................................................................................

๒. บอกประโยชน์ของการทอ่ งบทอาขยาน

๑. ..................................................................................................................................................

๒. ..................................................................................................................................................

๓. ..................................................................................................................................................

๓. เปลยี่ นคาทข่ี ดี เสน้ ใต้ให้ถกู ต้อง

-“ทรี่ ิมคลองมีต้นไมเ้ ยอะแยะเลย” เปลย่ี นเป็น..................................................................

๔. เปลยี่ นคาทข่ี ีดเส้นใต้ใหถ้ ูกต้อง

- “ขนุนลูกนี้มรี สชาตอิ ร่อยจัง” เปลีย่ นเปน็ ...............................

๕. เติมคาในสานวนเปรยี บเทยี บใหถ้ ูกตอ้ ง

- ใจกวา้ งเหมือน. ............................... – ความรแู้ ค่ ....................................

๖. แต่งประโยคจากสานวน “รดั เขม็ ขัด”

...............................................................................................................................................

๗. เปลยี่ นคาในวงเล็บให้เป็นคาราชาศพั ท์

-พระมหากษัตริย.์ .... ...............................(ให)้ สง่ิ ของชว่ ยเหลอื พสกนกิ รทปี่ ระสบภยั นา้ ทว่ ม

๘. เปล่ียนคาที่ขีดเสน้ ใตใ้ ห้เปน็ คาสุภาพ

ววั ควายเปน็ สัตว์ที่ควรอนุรักษ์ เปลีย่ นเป็น..............................เปน็ สตั วท์ ค่ี วรอนรุ กั ษ์

๙. ผู้อานวยการใหน้ ักเรียนไปตามครูอนนั ตม์ าพบท่ีหอ้ ง นักเรยี นจะพูดกับคุณครวู า่ อยา่ งไร

.....................................................................................................................................................

๑๐.นักเรียนฟังครอู ธิบายแลว้ ไม่เขา้ ใจ นกั เรียนตอ้ งการให้ครอู ธบิ ายอกี ครัง้ นกั เรียนจะพดู กบั คณุ ครูว่า

อยา่ งไร

......................................................................................................................................................

๓๒๑
 ท๑๒

แนวคาตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ วจีน้นั สาคญั นกั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๕

……………………………………………………………………………………………………………………….....……………………….

คาชแ้ี จง เตมิ คาหรือข้อความในชอ่ งว่างให้ถกู ต้อง

๑. เร่อื งทาตาม

เดก็ ชายคนหน่งึ มีความสนใจในสิง่ ตา่ งๆ เขาเห็นสนุ ัขขดุ หลมุ กถ็ ามวา่ ขุดหลมุ ไปทาไม สนุ ัขบอก
ว่าขดุ ฝังกระดกู จะได้เกบ็ ไวก้ นิ นานๆ ไงละ่ พอมากินขา้ วเด็กชายก็เหลอื ขา้ วไว้เมลด็ หนึ่งเอาไวใ้ ห้
มดกนิ กระดูกไกใ่ หส้ นุ ขั กนิ กา้ งปลาทใู ห้แมวและยังเหลอื เงินไว้หยอดกระปุกทุกๆวนั

สรุปขอ้ คดิ จากเรื่อง

ช่างสังเกตส่งิ ทพ่ี บเห็น มีความเออ้ื เฟอ้ื เผื่อแผ่ แบ่งปนั และประหยดั อดออม

๒. บอกประโยชน์ของการท่องบทอาขยาน

๒.๑ ไดร้ บั ความเพลดิ เพลนิ

๒.๒ นาขอ้ คิดจากบทอาขยานไปใชใ้ นชวี ิต

๒.๓ เป็นพืน้ ฐานของการแตง่ คาประพนั ธ์

๓. เปลีย่ นคาที่ขดี เสน้ ใตใ้ หถ้ กู ต้อง

-“ทร่ี ิมคลองมตี น้ ไม้เยอะแยะเลย” เปลี่ยนเปน็ ....ทร่ี ิมคลองมีตน้ ไม้มากมาย

เปล่ยี นคาทีข่ ดี เส้นใตใ้ หถ้ กู ตอ้ ง

- “ขนุนลูกนมี้ รี สชาตอิ รอ่ ยจงั ” เปล่ียนเปน็ ....ขนุนผลนม้ี ีรสชาตอิ รอ่ ยมาก

๕. เตมิ คาในสานวนเปรยี บเทยี บให้ถกู ต้อง

- ใจกวา้ งเหมือน..แมน่ ้า..... - ความรู้แค่...หางอง่ึ ..........

๖. แตง่ ประโยคจากสานวน “รัดเขม็ ขดั ”

ระยะน้ีเศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนตอ้ งช่วยกันรดั เขม็ ขดั ใช้จ่ายเทา่ ทจ่ี าเป็น

๗.เปลี่ยนคาในวงเล็บใหเ้ ปน็ คาราชาศพั ท์

- พระมหากษตั รยิ ์.....พระราชทาน.....(ให)้ ส่ิงของช่วยเหลอื พสกนิกรทป่ี ระสบภยั น้าทว่ ม

๘. เปล่ียนคาที่ขีดเส้นใต้ใหเ้ ป็นคาสภุ าพ

- เขาพูดจาตอ่ รองเพอ่ื ให้ทกุ อย่างหยดุ ลง เปลี่ยนเปน็ ... เขาพูดจาต่อรองเพอื่ ให้ทุกอยา่ ง.... ยตุ ิ .....

๙. ผ้อู านวยการให้นกั เรยี นไปตามครูอนันต์ มาพบ นกั เรยี นจะพูดกับคณุ ครูวา่ อย่างไร

คุณครคู ะ ท่านผอู้ านวยการใหม้ าเชิญไปพบคะ่

๑๐.นกั เรยี นฟงั ครูอธบิ ายแลว้ ไม่เข้าใจ นกั เรียนตอ้ งการใหค้ ุณครูอธบิ ายซอิ ีกครงั้ นักเรียนจะพดู

กับคุณครวู า่ อยา่ งไร

คณุ ครูคะ กรณุ าอธบิ ายเร่อื งนี้ซา้ อกี คร้ังได้ไหมคะ หนูยังไมเ่ ข้าใจค่ะ

๓๒๒

-เครอ่ื งมอื วัดผลและประเมนิ ผล
-แบบบันทึกคะแนน

๓๒๓

๓๒๔

เกณฑป์ ระเมินการอ่านรอ้ ยแก้ว

ประเด็นการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเมิน
๔๓ ๒ ๑
๑.อักขรวิธี
อ่านถกู ต้องทุกคา ออก อ่านผดิ ไม่เกนิ ๓ คา อา่ นผดิ ไม่เกิน ๕ คา ออก อา่ นผิดมากกว่า ๕ คา
๒.แบง่ วรรค
ตอน เสยี ง ร ล ชัดเจน ออกเสียง ร ล ชดั เจน เสยี ง ร ล ชัดเจน
๓.บคุ ลกิ ภาพ
ท่าทางในการ แบ่งวรรคตอนถูกต้อง แบง่ วรรคตอนผดิ แบง่ วรรคตอนผิด แบง่ วรรคตอนผดิ
อา่ น
ทุกวรรค ๑-๒แห่ง ๓-๔ แหง่ มากกว่า ๔ แห่ง
๔.น้าเสียงใน
การอ่าน นง่ั ในทา่ ท่ีเหมาะสม นง่ั ในท่าทเ่ี หมาะสม นงั่ ในทา่ ทไ่ี มเ่ หมาะสม น่ังในทา่ ท่ีไมเ่ หมาะสม

ใช้สายตามองกวาด ใชส้ ายตามองกวาด ใชส้ ายตามองกวาดส่าย ใช้น้ิวชีต้ ามตวั อักษร

ตัวหนงั สอื ไมช่ ีห้ รือ ตวั หนงั สือ ถกู ต้องเปน็ หนา้ ตามตัวหนงั สือถูกตอ้ ง และส่ายหนา้ ตาม

สา่ ยหน้าตามตวั อกั ษร ส่วนใหญ่ เป็นสว่ นนอ้ ย ตัวอกั ษร

นา้ เสยี งชัดเจนนุม่ นวล นา้ เสียงชดั เจนนุ่มนวล นา้ เสียงชดั เจนนุ่มนวลน่า นา้ เสยี งไม่ชดั เจน ขาด

นา่ ฟงั น่าฟงั เป็นส่วนใหญ่ ฟงั เป็นส่วนนอ้ ย ความมนั่ ใจในการอา่ น

เกณฑก์ ารประเมนิ
๑๓ – ๑๖ คะแนน หมายถงึ ดี
๘ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช้
๑ – ๗ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

๓๒๕

เกณฑ์การประเมินการอ่านบทร้อยกรอง

ประเดน็ การ เกณฑ์การให้คะแนน
ประเมนิ
๔๓ ๒ ๑
๑.อักขรวธิ ี อ่านผดิ มากกวา่ ๕ คา
อ่านถูกต้องทกุ คา ออก อา่ นผดิ ไม่เกนิ ๓ คา อา่ นผดิ ไม่เกนิ ๕ คา ออก

เสยี ง ร ล ชัดเจน ออกเสียง ร ล ชัดเจน เสียง ร ล ชดั เจน

๒.อ่านถูกตอ้ งตาม อา่ นถูกต้องตาม อา่ นถูกตอ้ งตาม อา่ นถูกตอ้ งตามลกั ษณะ อ่านไมถ่ กู ตอ้ งตาม
ฉนั ทลกั ษณ์ ลักษณะของ ลักษณะของ ของคาประพนั ธ์ ลกั ษณะของคาประพันธ์
คาประพนั ธ์ คาประพนั ธ์ แบง่ วรรคตอน และแบ่งวรรคตอนผดิ
๓.บคุ ลิกภาพ แบง่ วรรคตอน แบ่งวรรคตอน ผดิ ๓-๔ แหง่ มากกวา่ ๔ แหง่
ทา่ ทางในการอา่ น ถูกตอ้ งทกุ วรรค ผิด ๑-๒ แห่ง
นัง่ ในทา่ ทเี่ หมาะสม นง่ั ในท่าท่ีเหมาะสม นง่ั ในทา่ ที่ นั่งในท่าทีไ่ ม่เหมาะสม ใช้
๔.นา้ เสยี งใน ใชส้ ายตามองกวาด ใช้สายตามองกวาด ไม่เหมาะสมใชส้ ายตามอง นว้ิ ชต้ี ามตวั อักษร
การอา่ น ตัวหนงั สือ ไม่ชีห้ รอื ตัวหนังสอื ถูกตอ้ งเปน็ กวาดส่ายหนา้ ตาม และส่ายหนา้ ตาม
สา่ ยหนา้ ตามตวั อักษร สว่ นใหญ่ ตัวหนังสอื ถกู ตอ้ ง ตวั อักษร
เป็นส่วนน้อย
นา้ เสยี งชดั เจนนมุ่ นวล นา้ เสียงชดั เจนนุ่มนวล น้าเสยี งชดั เจนขาดความ นา้ เสียงไม่ชัดเจน ขาด
น่าฟงั สอดคลอ้ งกบั นา่ ฟงั เปน็ สว่ นใหญ่ นุ่มนวลหรอื สอดคล้องกับ ความม่นั ใจในการอา่ น
เรอ่ื งทอ่ี า่ น เร่ืองทีอ่ ่าน

เกณฑ์การประเมนิ
๑๓ – ๑๖ คะแนน หมายถึง ดี
๘ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช้
๑ – ๗ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ


Click to View FlipBook Version