การส�ำรวจแผนที่ทะเลบริเวณชายฝั่งในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในปีน้ัน ได้หยุดชะงักไปช่ัวคราว เพราะเกิด
สงครามโลก ครั้งท่ี ๑ ข้ึนในยุโรป กระทรวงทหารเรือได้สั่งให้ เรือหลวงมูรธาวสิตสวัสดิ์กลับกรุงเทพฯ และให้ส�ำรวจ
ลำ� แม่น้ำ� เจา้ พระยาต้ังแตก่ องโรงเรยี นพลทหารเรือที่ ๔ (ปัจจุบันคือ โรงเรียนนายเรอื ) จังหวดั สมทุ รปราการ จนถงึ เสาหิน
เขตทา่ เรอื ตำ� บลบางลำ� ภลู า่ ง แผนทแ่ี ผน่ นค้ี อื แผนทห่ี มายเลข 1h (ภาพท่ี ๑-๓๗) พมิ พอ์ อกจำ� หนา่ ยโดย กรมยทุ ธศกึ ษาทหารเรอื
และตอ่ มาในฤดูหนาว พ.ศ. เดียวกนั น้ี กองสำ� รวจแผนที่ทะเลท่ี ๒ ก็ไดท้ ำ� การส�ำรวจน่านน้�ำ ระหวา่ งแหลมลงิ กบั ช่อง
เกาะชา้ ง โดยเรือหลวงมูรธาวสิตสวัสด์ิ
ภาพท่ี ๑-๓๗ แผนท่ีหมายเลข 1h ปัจจุบนั คอื แผนทห่ี มายเลข ๑๑๐
หนงั สือทร่ี ะลึก ๓๑ปี กรมอุทกศาสตร์
การศึกษาและฝึกหัดการส�ำรวจแผนที่ตามหลัก สว่ นกองสำ� รวจแผนทที่ ะเลที่ ๒ ใน พ.ศ. น้ี ไดท้ ำ� การ
การท่ีได้วางไว้ นับว่าได้ผลดี กล่าวคือ นายทหารเรือ สำ� รวจบริเวณปากน้�ำท่าจนี จนถึงจงั หวัดสมุทรสาคร โดยใช้
เดนมาร์กได้พยายามที่จะให้นายทหารเรือไทยท�ำงานโดย เรือกลไฟหมายเลข ๔๐ คือแผนท่ีหมายเลข 1b (ภาพที่
ล�ำพังได้โดยเร็วท่ีสุด พอย่างเข้าปีที่ ๓ ได้เร่ิมปล่อยให้ ๑-๓๙) สง่ ไปพิมพท์ ีก่ รมแผนทท่ี หารบกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔
นายทหารเรือไทยท�ำการส�ำรวจเอง นายทหารเรือเดนมาร์ก นอกจากนน้ั ในฤดหู นาวปเี ดยี วกนั กองสำ� รวจแผนทท่ี ะเลท่ี ๒
เพียงแต่ตรวจตราแนะน�ำเท่านั้น ใน พ.ศ. ๒๔๕๘ โดย ก็ยังได้ส�ำรวจแผนท่ีบริเวณด้านใต้ของเกาะช้าง โดยใช้
เหตุผลประการต่าง ๆ กองส�ำรวจแผนที่ทะเลท้ัง ๒ กอง เรือหลวงมรู ธาวสิตสวัสด์ิ ดว้ ย
ไดแ้ ยกออกจากกองอทุ กศาสตร์ ตา่ งขนึ้ ตรงตอ่ กรมยทุ ธศกึ ษา
ทหารเรือ
กองส�ำรวจแผนท่ีทะเลที่ ๑ มีหน้าที่เฉพาะ
ท�ำการส�ำรวจแผนที่ทะเลและตรวจตราแผนที่ที่จะพิมพ์
ข้ึนใหม่ส่วนกองส�ำรวจแผนที่ทะเลที่ ๒ ก็มีหน้าท่ีส�ำหรับ
รวบรวมแผนที่ เครื่องมือและหนงั สอื ตา่ ง ๆ ส�ำหรับใช้ใน
กองทัพเรือเท่าน้ัน ในปีนี้กองส�ำรวจแผนที่ทะเลที่ ๑ มี
เรือโท หม่อมหลวงภักดิ์ พ่ึงบุญ ณ อยุธยา เป็นแม่กอง
ออกส�ำรวจบางนราติดต่อกันกับการส�ำรวจท่ีแล้วมา โดย
ใช้เรือหลวงมูรธาวสิตสวัสด์ิเป็นพาหนะ และในปีเดียวกัน
กองน้ียังได้ท�ำการส�ำรวจปากน้�ำบางปะกง โดยใช้
เรอื สถติ ราชการดว้ ย แผนทพี่ มิ พอ์ อกจำ� หนา่ ยใน พ.ศ. ๒๔๖๕
คอื หมายเลข 1d (ภาพที่ ๑-๓๘)
ภาพท่ี ๑-๓๘ แผนท่ีหมายเลข 1d ปัจจบุ นั คือแผนท่ีเดินเรอื ภาพที่ ๑-๓๙ แผนทหี่ มายเลข 1b ปจั จบุ นั คอื แผนทเ่ี ดนิ เรอื
หมายเลข ๑๑๓ ทางเขา้ แม่น�ำ้ บางปะกง หมายเลข ๒๒๒ ทางเขา้ แมน่ ำ�้ ทา่ จนี
ในเดอื นกันยายน พ.ศ. ๒๔๕๘ โดยพระด�ำรขิ อง
พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร ซ่ึงทรง
ดำ� รงต�ำแหนง่ เป็น เจา้ กรมยุทธศกึ ษาทหารเรอื ในเวลานน้ั
ได้ขออนุญาตให้ส่งนายทหารส�ำรวจ ๒ นาย คือ เรือโท
ลบิ รงุ่ สมั พนั ธ์ และ เรอื โท สาคร สทิ ธศิ ริ ิ ไปยงั กรมอทุ กศาสตร์
ทหารเรือของประเทศเดนมาร์ก โดยความช่วยเหลือของ
นาวาโท ทอมเซ็น เพ่ือศึกษาวิชาการค�ำนวณโครงสร้าง
แผนท่ี การเขยี นตน้ ฉบบั แผนท่สี ำ� หรบั พมิ พ์และการพิมพ์
แผนที่ทะเลเพื่อใช้ในการเดินเรือ และภายหลังได้เรียน
วิชาต่าง ๆ ที่จะใช้ท�ำแผนที่ทางใช้การที่กรมเสนาธิการ
ทหารบกเดนมาร์กดว้ ย
หนงั สอื ท่รี ะลกึ ๓๒ปี กรมอทุ กศาสตร์
การศกึ ษาของนายทหารทงั้ ๒ นายใชเ้ วลาประมาณ มรู ธาวสิตสวัสดิ์ อกี ดว้ ย
๖ เดอื น แม้จะมเี วลาศกึ ษาน้อย แต่ก็นับว่าเรยี นได้ส�ำเร็จ เดอื น เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑ กองสำ� รวจแผนทที่ ะเล
สมความมุ่งหมายของทางราชการ เม่ือนายทหารท้ังสอง ท้งั ๒ กอง ได้ยา้ ยกลับมาอยใู่ นกองอุทกศาสตร์ แลว้ โอน
นายกลับมาปฏิบัติงานก็ได้ถ่ายทอดวิชาการที่เรียนมาให้ สังกัดมาข้ึนตรงต่อกรมเสนาธิการทหารเรือ เรียกช่ือเป็น
แกพ่ นกั งานช่างเขียนแผนที่ ในเวลาต่อมาไม่นานนกั กอง แผนกที่ ๗ ของกรมเสนาธิการทหารเรือ มี นาวาเอก ฟริตซ์
อุทกศาสตร์ก็สามารถท�ำแผนท่ีเดินเรือได้โดยสมบูรณ์ ทอมเซ็น เป็นหัวหน้าแผนก ในปีเดียวกันนี้กองโรงพิมพ์
พ.ศ. ๒๔๕๙ กองส�ำรวจแผนที่ทะเลท่ี ๒ ออกส�ำรวจ ก็ได้ย้ายสังกัดมาขึ้นตรงต่อแผนกน้ี นอกจากนั้นยังได้ต้ัง
บรเิ วณอา่ วแมก่ ลองจนถงึ ตัวจังหวดั สมุทรสงคราม โดยใช้ กองชา่ งเขยี นแผนทท่ี ะเลข้นึ อีกกองหนึ่งดว้ ย
เรอื ยนตห์ มายเลขที่ ๒๑ และ ๒๙ คอื แผนที่หมายเลข 1c ในปีนี้กองส�ำรวจแผนท่ีทะเลท่ี ๑ ใช้เรือหลวง
(ภาพท่ี ๑-๔๐) และส่งไปพิมพ์ที่กรมแผนท่ีทหารบกเมื่อ หาญทะเลเป็นพาหนะส�ำรวจน่านน้�ำระหว่างสายบุรีกับ
พ.ศ. ๒๔๖๕ ประภาคารแหลมปัตตานี ตอ่ จากการสำ� รวจในปที แ่ี ล้วมา
สว่ นกองสำ� รวจแผนทท่ี ะเลที่ ๒ กไ็ ดใ้ ชเ้ รอื หลวงมรู ธาวสติ สวสั ดิ์
เปน็ พาหนะสำ� รวจแผนทรี่ ะหวา่ ง บา้ นบอ่ ดานกบั เกาะขาม
เป็นครั้งท่ี ๒ ต่อจากการส�ำรวจในปีก่อน ในฤดูหนาว
ปีเดียวกัน กองส�ำรวจแผนท่ีทะเลที่ ๑ ยังได้ส�ำรวจ
บริเวณอ่าวสตั หบี ถงึ ชอ่ งแสมสารและเกาะจวง โดยใชเ้ รอื
หลวงหาญทะเล เปน็ พาหนะ และสร้างแผนที่หมายเลข 1f
(ภาพท่ี ๑-๔๑) ในขณะเดยี วกนั กองสำ� รวจแผนทท่ี ะเลท่ี ๒
ก็ได้ออกส�ำรวจอ่าวตราด โดยใช้เรือหลวงมูรธาวสิตสวัสดิ์
และสรา้ งแผนทห่ี มายเลข 2c (ภาพท่ี ๑-๔๒)
ภาพท่ี ๑-๔๐ แผนท่ีหมายเลข 1c ปัจจุบันคอื แผนที่หมายเลข ๒๒๓ ภาพท่ี ๑-๔๑ แผนทีห่ มายเลข 1f ปจั จุบันคอื แผนทเ่ี ดินเรือ
ทางเข้าแม่น�ำ้ แมก่ ลอง หมายเลข ๑๑๕ อา่ วสัตหบี และบรเิ วณใกลเ้ คยี ง
พ.ศ. ๒๔๖๐ นาวาเอก ริเชล ย้ายไปส�ำรอง
ราชการกรมเสนาธกิ ารทหารเรอื นาวาเอก ทอมเซ็น ขึน้ เปน็
หัวหน้ากองอุทกศาสตร์ซึ่งย้ายมาขึ้นกับกรมเสนาธิการ
ทหารเรือ ในปีนีก้ องส�ำรวจแผนที่ทะเลที่ ๑ ส�ำรวจแผนท่ี
ระหว่างสายบุรีถึงประภาคารจังหวัดปัตตานี โดยใช้เรือ
หลวงมูรธาวสิตสวสั ด์ิ ส่วนกองส�ำรวจแผนทที่ ะเลกองที่ ๒
สำ� รวจแผนทร่ี ะหวา่ งบา้ นบอ่ ดานกบั เกาะขาม จงั หวดั สงขลา
โดยใช้เรือสถิตราชการเป็นพาหนะ และต่อมาได้ส�ำรวจ
แผนที่บริเวณด้านตะวันตกของเกาะช้าง โดยใช้เรือหลวง
หนังสอื ท่ีระลกึ ๓๓ปี กรมอทุ กศาสตร์
ภาพท่ี ๑-๔๒ แผนท่หี มายเลข 2c ปจั จบุ ันคอื แผนท่เี ดนิ เรือ หมายเลข ๑๒๑ อา่ วตราด
หนังสอื ท่ีระลึก ๓๔ปี กรมอุทกศาสตร์
๑.๑๒ การจดั องค์กรในระยะเริ่มแรกก่อนยกฐานะเปน็ กรมอุทกศาสตร์ (พ.ศ. ๒๔๕๕ - พ.ศ. ๒๔๖๓)
โครงสรา้ งองคก์ รของกรมอทุ กศาสตรม์ จี ดุ เรม่ิ ตน้ มาจากการจดั ตง้ั สำ� นกั งานสำ� รวจแผนทใี่ นปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ถงึ แมว้ า่
การส�ำรวจแผนที่ทะเลในน่านน�้ำสยามน้ัน จะได้กระท�ำกันมาแล้วเป็นเวลามากกว่า ๕๐ ปีก็ดี แต่ถึงจะเริ่มรู้สึกถึง
ความจ�ำเป็นท่ีจะต้องวางหลักแห่งการงาน ให้เป็นหลักฐานขึ้นก็เม่ือย่างเข้าในศตวรรษน้ี ดังน้ันราชนาวีสยามจึงได้
จดั ตั้งกองสำ� รวจแผนทท่ี ะเลขนึ้ เม่อื วนั ที่ ๓ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ข้ึนตรงตอ่ กรมยุทธศึกษาทหารเรอื ความประสงค์ครงั้ แรก
ที่จะจัดต้ังข้ึนน้ีก็เพ่ือจะจัดการส�ำรวจแผนที่ทะเลและจัดหาแผนท่ีทะเล กับรวบรวมเคร่ืองมือและหนังสือต่าง ๆ ที่
จะใชใ้ นการเดินเรอื ส�ำหรับกองทพั เรอื อกี ด้วย
พ.ศ. ๒๔๕๖ ในระยะเร่มิ แรกนั้นงานสำ� รวจอทุ กศาสตรด์ �ำเนนิ การโดยชาวต่างชาตทิ ีจ่ า้ งมา โครงสรา้ งของการ
จดั องค์กรจึงเปน็ เพียงหนว่ ยงานสำ� รวจที่เรยี กว่า Surveying Office ขึ้นตรงตอ่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซ่งึ ในสมยั น้นั
เรียกวา่ Naval Science Department
พ.ศ. ๒๔๕๗ เร่มิ ใช้ค�ำว่า “กองอทุ กศาสตร”์ โดยภาษาอังกฤษเขียนวา่ “Kong Utok Satr” สว่ นภาษาองั กฤษ
ใช้ค�ำวา่ Hydrographic Office ขณะน้นั ไดแ้ บ่งงานออกเป็นสามกอง คอื 1st Surveying Division, 2nd Surveying
Division, 3rd Nautical Chart, Book and Instrument Depot.
พ.ศ. ๒๔๕๘ ไดแ้ ยกงานแผนท่บี รรณสาร และเคร่อื งมอื เดนิ เรอื มาอยู่ในสว่ นของ Hydrographic Office ส่วนงาน
ส�ำรวจท้งั สองกอง ข้ึนอยกู่ ับส่วนของ Surveying Office
พ.ศ. ๒๔๖๑ - พ.ศ. ๒๔๖๓ ไดร้ วมเอางานของการสำ� รวจ Surveying Office และ งานการใหบ้ รกิ ารแผนทบ่ี รรณสาร
เครือ่ งมอื เดนิ เรอื (Hydrographic Office) เขา้ ด้วยกันท้ังหมด โดยไปขึน้ ตรงต่อแผนกที่ ๗ กรมเสนาธิการทหารเรอื
หนังสอื ทร่ี ะลึก ๓๕ปี กรมอุทกศาสตร์
๑.๑๓ การรว่ มบุกเบิกก่อตงั้ สภาสากลอทุ กนิยม
กำ� เนดิ สภาสากลอทุ กนิยม
ในศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศต่าง ๆ ได้จัดตง้ั หน่วยงานอทุ กศาสตรข์ องตนข้ึนเพ่ือจัดท�ำแผนท่ีและบรรณสารการ
เดินเรือส�ำหรับเรือรบ และเรือค้าของตนเอง ด้วยความแตกต่างในมาตรฐานของแผนท่ีและบรรณสารการเดินเรือของ
บรรดาหน่วยงานอุทกศาสตร์ที่จัดต้ังขึ้นในระยะแรก ความร่วมมือระหว่างประเทศในงานอุทกศาสตร์ จึงได้เร่ิมขึ้นจาก
การประชุมที่จัดข้ึน ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๒ ตามด้วยการประชุมอีก ๒ ครั้ง ณ
กรงุ เซนตป์ เี ตอร์สเบิรก์ ด้วยความอุปถมั ภ์ของรัฐบาลรสั เซยี ในปี พ.ศ. ๒๔๕๑ และ พ.ศ. ๒๔๕๕ แตข่ ณะนน้ั ยงั ไม่มีการ
ด�ำเนินการอย่างเป็นทางการท่ีจะจัดต้ังองค์การท่ีถาวร การประชุมเก่ียวกับงานอุทกศาสตร์อย่างเป็นทางการได้เร่ิมจัด
ขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กรุงลอนดอน ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ โดยประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพ
ประเทศสยามโดยกระทรวงทหารเรอื ในขณะนัน้ ไดแ้ ต่งตั้งใหน้ าวาเอก พระประดิยัตินาวายทุ ธ (ศรี กมลนาวนิ ) (ต่อมา
คอื พลเรือโท พระยาราชวงั สัน) (ภาพที่ ๑-๔๓) ซง่ึ อยู่ระหวา่ งดูงานในยุโรปเป็นผูแ้ ทนเขา้ ร่วมประชุมทก่ี รงุ ลอนดอน
จากผลการประชมุ ผู้แทนรฐั บาลของประเทศต่าง ๆ จ�ำนวน ๒๔ ประเทศ ไดม้ ีความเหน็ รว่ มกันท่ีจะจัดตัง้ สภา
สากลอุทกนิยม (International Hydrographic Bureau (IHB) เพื่อประโยชน์ในการเดินเรือและเป็นศูนย์กลางการ
ติดต่อระหวา่ งประเทศสมาชกิ โดยกำ� หนดใหท้ ่ที �ำการของสภาสากลอทุ กนยิ มตงั้ อยู่ทก่ี รุงโมนาโก ทงั้ นีเ้ นือ่ งจากรฐั บาล
องั กฤษ ไดเ้ ชิญ เจ้าชายอลั แบรท์ ี่ ๑ ซ่งึ เปน็ ประมขุ ของรฐั โมนาโก และเปน็ นักวิทยาศาสตรท์ างทะเลที่มชี อ่ื เสียง เข้าร่วม
ประชุมในครัง้ นดี้ ้วย
สภาสากลอุทกนิยมในขณะน้ันเป็นส่วนหนึ่งของสันนิบาตชาติ เม่ือประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกแล้วก็จ�ำเป็น
ตอ้ งปฏิบัติตามข้อตกลงในเรอื่ งการสำ� รวจแผนทที่ ะเลและการอื่น ๆ ทเ่ี กีย่ วกับงานอทุ กศาสตร์ ประเทศท่เี ขา้ เป็นสมาชิก
สภาสากลอุทกนิยมในระยะก่อต้ังมี ๒๔ ประเทศ ที่ท�ำการของสภานี้ต้ังอยู่ที่เมืองมอนาโค ส่วนเงินค่าบ�ำรุงสภานั้นท่ี
ประชมุ ได้ตกลงกนั วา่ ใหค้ ดิ เฉล่ียชว่ ยกนั ออกตามสัดส่วนจ�ำนวนตันเนจของเรอื ท่ีประเทศสมาชกิ เป็นเจา้ ของ (ทัง้ เรือรบ
และเรือสนิ คา้ )
ในขณะนน้ั ประเทศไทยได้จ่ายเงินบ�ำรงุ สภานป้ี ีละ ๔,๐๐๐ ฟรังคส์ วสิ พร้อมท้งั ก�ำหนดวนั เรมิ่ จดั ตงั้ สภาสากล
อุทกนยิ มอย่างเปน็ ทางการ ในวนั ท่ี ๒๑ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๖๔ ประเทศสยาม ได้เร่มิ จดั พมิ พ์ประกาศชาวเรอื โดยจดั พมิ พท์ ง้ั
ภาษาไทยและองั กฤษ แจกจา่ ยใหก้ บั บรษิ ทั เรอื คา้ และตวั แทนในกรงุ เทพฯ ขนึ้ เปน็ ครงั้ แรกในเดอื น เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๓
ภาพที่ ๑-๔๓ ผแู้ ทนประเทศตา่ ง ๆ ท่เี ขา้ รว่ มประชมุ เพือ่ จดั ต้ังสภาสากลอทุ กนิยม ทกี่ รงุ ลอนดอน ประเทศประเทศอังกฤษในปี พ.ศ. ๒๔๖๒
นาวาเอก พระประดิยัตนิ าวายทุ ธ (แถวยนื หลังสุด ลำ� ดับท่ีสามจากขวามือ ) เปน็ ผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมประชมุ
หนงั สอื ทร่ี ะลกึ ๓๖ปี กรมอทุ กศาสตร์
สภาสากลอุทกนิยม (IHB) ไดด้ �ำเนินกิจการเรอ่ื ย ๑.๑๔ ความเป็นมาของ คณะกรรมาธิการ
มาต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๔ โดยยึดถือข้อบงั คับตามธรรมนญู อทุ กศาสตรร์ ะดับภูมภิ าค
ขององค์การมาเปน็ ระยะเวลายาวนานถึง ๔๖ ปี จนกระทั่ง
มีการประชุมใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งได้มีการแก้ไขข้อ ๑.๑๔.๑ คณะกรรมาธิการอุทกศาสตร์
ก�ำหนดองค์กรข้ึนใหม่ในรปู แบบของอนสุ ญั ญา (Convention) ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออก (East Asia Hydrographic
ซ่ึงตามอนุสัญญาใหม่นี้ได้เปล่ียนช่ือองค์กรจากสภาสากล Commission: EAHC)
นยิ ม (IHB) เป็นองค์กรอทุ กศาสตรส์ ากล (International
Hydrographic Organization : IHO) โดยได้ท�ำข้อ คณะกรรมาธิการอุทกศาสตร์ภูมิภาคเอเชีย
กำ� หนดองค์กรเสรจ็ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๐ และ ตะวนั ออก (EAHC) จดั ต้ังขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๑๔
แจกจ่ายให้กับประเทศสมาชิกพิจารณา โดยก�ำหนดเปิด ในขณะนัน้ มปี ระเทศสมาชิกที่ร่วมก่อตั้งจ�ำนวน ๖ ประเทศ
ใหป้ ระเทศสมาชกิ ลงนามรับรองภายในวนั ที่ ๓๑ ธนั วาคม ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ญ่ีปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ และไทย
พ.ศ. ๒๕๑๐ อนุสัญญาใหม่ดังกล่าวจะต้องได้รับการ โดยมีประเทศญ่ีปุ่นท�ำหน้าที่เป็นส�ำนักงานเลขานุการ
รบั รองจากบรรดาประเทศสมาชกิ จำ� นวน ๒ ใน ๓ ของ ถาวร ณ ปัจจุบัน โดยประเทศสมาชิกจะสลับสับเปลี่ยน
สมาชิกทง้ั หมดในขณะนน้ั กันเป็นประธาน และรองประธาน ซึ่งได้ก�ำหนดให้รอง
ซ่ึงผลการรับรองดังกล่าวปรากฏว่าประเทศที่ ประธานเลื่อนขึ้นมาเป็นประธานโดยอัตโนมัติ ส�ำหรับ
เป็นสมาชิกดั้งเดิม ๑๗ ประเทศ ได้ลงนามรับรอง และมี การจัดประชุมใหญ่ของ คณะกรรมาธิการอุทกศาสตร์
ประเทศสมาชิกท่ลี งนามรับรองใหมอ่ กี ๒๒ ประเทศ รวม ภูมิภาคเอเชียตะวันออกได้จัดข้ึนเป็นครั้งแรกท่ีประเทศ
เป็น ๓๙ ประเทศ มีสมาชกิ เดิม ๒ ประเทศท่ีไมไ่ ดล้ งนาม ญ่ีปุ่น ระหว่าง ๑๒-๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๔ โดยมี
รบั รอง นาย Kiyoshi Kawakami ทำ� หน้าทีเ่ ปน็ ประธานการประชุม
อย่างไรก็ตามการลงนามรับรองอนุสัญญา IHO ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๔๙ จนถงึ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒
(IHO Convention) นั้น ก�ำหนดให้ประเทศสมาชิกท่ีลง เจ้ากรมกรมอุทกศาสตร์ด�ำรงต�ำแหน่งรองประธาน และ
นามรับรองไว้ จะต้องให้สัตยาบันด้วย ซ่ึงประเทศต่าง ๆ เจ้ากรมกรมอุทกศาสตร์สิงคโปร์ เป็นประธาน และเมื่อ
ได้ให้สัตยาบันสารครบ ๒ ใน ๓ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน การประชุมคณะกรรมาธิการอุทกศาสตร์ภูมิภาคเอเชีย
พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยมปี ระเทศเดนมาร์ก เปน็ ประเทศล�ำดบั ที่ ตะวันออก (East Asia Hydrographic Commission:
๒๘ ท่ใี ห้สตั ยาบันสารครบตามเง่อื นไข (Article 19 para 1 EAHC) คร้งั ท่ี ๑๐ (10th EAHC Conference) ท่จี ัดขึน้
ของอนสุ ัญญาของ IHO) หลังจากนั้น ๓ เดอื น อนุสัญญา เมอ่ื ตลุ าคมพ.ศ.๒๕๕๓ณประเทศสงิ คโปร์เจา้ กรมอทุ กศาสตร์
ของ IHO กม็ ผี ลบงั คบั ใช้ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๒ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๑๓ (พลเรอื โท ศาสตราจารย์เกียรตคิ ณุ นคร ทนุวงษ์) พร้อม
และได้รับการขึ้นทะเบียนโดยส�ำนักงานเลขาธิการแห่ง คณะได้เดนิ ทางไปร่วมประชุมฯ ดงั กลา่ ว และได้รบั ต�ำแหนง่
สหประชาชาติ เมือ่ วันท่ี ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๔ ประธาน EAHC ตอ่ จาก เจา้ กรมอทุ กศาสตรส์ งิ คโปร์ และมี
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ องค์การอุทกศาสตร์ เจ้ากรมอุทกศาสตร์ฟิลิปปินส์ เป็นรองประธาน โดย
สากลได้เสนอต่อท่ีประชุมสมัชชาสหประชาชาติก�ำหนด กรมอุทกศาสตร์จะต้องท�ำหน้าที่ประธานต่อไปจนถึง
ให้วนั ท่ี ๒๑ มถิ นุ ายน ของทกุ ๆ ปี เปน็ วันอทุ กศาสตร์โลก ประมาณ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๕๕
(World Hydrographic Day) เพอ่ื เป็นการกระตนุ้ ใหโ้ ลก
เล็งเห็นถึงความสำ� คญั ของงานอุทกศาสตรท์ ีม่ ตี อ่ โลก
หนงั สือที่ระลึก ๓๗ปี กรมอุทกศาสตร์
ภาพท่ี ๑-๔๔ การประชมุ EAHC ใน พ.ศ. ๒๕๑๙
ภาพที่ ๑-๔๕ ตราสญั ลกั ษณ์ EAHC - บทบาทของหนว่ ยงานอทุ กศาสตรใ์ นการพัฒนาการ
บริการจราจรทางน�ำ้
๑.๑๔.๒ คณะกรรมาธิการอุทกศาสตร์ - การแลกเปลี่ยนข้อสนเทศผา่ นทางรายงานของ
ภมู ภิ าคมหาสมุทรอนิ เดียตอนเหนือ (North Indian แต่ละประเทศ
Ocean Hydrographic Commission : NIOHC) - ความร่วมมอื ในการส�ำรวจและผลิตแผนที่เดนิ เรอื
- ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และการประยุกต์
จัดต้ังข้ึนตามนโยบายขององค์การอุทกศาสตร์ ใช้งานด้านอุทกศาสตร์
สากล (International Hydrographic Organization : - การพฒั นาทางเทคนคิ ของอนสุ ญั ญาสหประชาชาติ
IHO) โดยมีโครงสร้างและองค์ประกอบตามท่ีก�ำหนดไว้ ว่าด้วยกฎหมายทะเล พ.ศ. ๒๕๒๕ (United Nations
ใน IHO resolution T1-3, Establishment of Regional Convention on the Law of the Sea, 1982, UNCLOS)
Hydrographic Commission, RHC การด�ำเนนิ การของ ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคจึงเห็นความส�ำคัญ
คณะกรรมาธิการฯ มีลักษณะเป็นการประสานความร่วม ของการจัดตั้ง NIOHC และได้จัดการประชุมเพ่ือจัดตั้ง
มือทางวิชาการเท่านั้น ไม่เก่ียวข้องกับการเมือง โดยมี คณะกรรมาธิการอุทกศาสตร์ภาคมหาสมุทรอินเดียตอน
วตั ถปุ ระสงคด์ งั ต่อไปนี้ เหนือ โดยกรมอุทกศาสตร์เข้าร่วมประชุมก่อต้ังคณะ
- การพัฒนาแผนท่ีเดนิ เรอื บรเิ วณมหาสมุทรอนิ เดีย กรรมาธิการอุทกศาสตร์ภาคมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ
ตอนเหนือ (International Chart,INT) และเข้าร่วมเป็นสมาชิกใน พ.ศ. ๒๕๔๕ ณ ประเทศ
- การรวบรวมขอ้ มลู เพอ่ื ความปลอดภยั ของการเดนิ เรอื อินเดีย ซึ่งได้ด�ำเนินการภายหลังจากกรมอุทกศาสตร์ได้
- การเตรียมการส�ำหรับการบริการการเดินเรือ ย้ายท่ีท�ำการไปยังที่ต้ังใหม่ (พ้ืนท่ีบางนา) แล้ว เป็นเวลา ๔
อิเล็กทรอนิกส์ เดือน โดยเม่ือแรกเร่ิมมีสมาชิกท้ังหมด ๘ ประเทศ คือ
อนิ เดยี บงั คลาเทศ อยี ปิ ต์ เมยี นมาร์ ซาอดุ อิ าระเบยี ศรลี งั กา
ไทย และ สหราชอาณาจักร โดยมปี ระเทศสมทบ ๕ ประเทศ
คอื ฝร่ังเศส โอมาน ปากสี ถาน เซเชลล์ และสหรฐั อเมรกิ า
หนังสือทีร่ ะลึก ๓๘ปี กรมอุทกศาสตร์
สนั นษิ ฐานว่าจะเรม่ิ โดย กปั ตันลอฟตัส ซง่ึ เคยปฏบิ ตั ิงาน
อยู่ในกรมอุทกศาสตร์ของประเทศอังกฤษ จึงน่าจะเป็น
ผู้น�ำธรรมเนียมปฏิบัติน้ีมาใช้ในประเทศไทยด้วยประกาศ
ชาวเรอื ฉบับแรกของไทยเรม่ิ ออกในวนั เดือนปีใด ยังค้นหา
หลกั ฐานไมพ่ บ หลกั ฐานทมี่ ปี รากฏมบี นั ทกึ ไวอ้ ยใู่ น พ.ศ. ๒๔๒๘
หลังจากที่ท่านได้ส�ำรวจแผนท่ีท่าเรือเกาะสีชังแล้ว ก็ได้
ออกประกาศชาวเรอื แจ้งต�ำแหน่งเรือก�ำป่ันอเมรกิ นั ทจ่ี มลง
ในร่องทางเดินเข้าออกท่าเรือกรุงเทพฯ และกล่าวถึง
ต�ำแหน่งของหินสัมปะย้ือด้วยโดยลงนามก�ำกับ และลง
ต�ำแหน่ง เป็นผูท้ ำ� แผนทขี่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ฯ
ในขณะนน้ั
ภาพที่ ๑-๔๖ ตราสญั ลกั ษณ์ NIOHC
๑.๑๕ ประกาศชาวเรือฉบับแรกและการรักษา ภาพที่ ๑-๔๗ ประกาศชาวเรอื ท่อี อกในยุคแรก โดยค�ำสงั่ ของ
เวลามาตรฐาน กระทรวงทหารเรือ
เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้มี
การประชุมหน่วยงานอุทกศาสตร์ของประเทศต่าง ๆ ที่
กรุงลอนดอน รัฐบาลอังกฤษเชิญผู้แทนรัฐบาลไทยเข้า
ร่วมประชุมด้วย กระทรวงทหารเรือได้ให้ นาวาเอก พระ
ประดยิ ตั นิ าวายุทธ (ภายหลังเปน็ พลเรอื โท พระยาราชวงั
สัน) ซ่ึงก�ำลังดูงานอยู่ในยุโรปเป็นผู้แทนเข้าร่วมการ
ประชุมครั้งนี้ ผลการประชุมปรากฏว่าผู้แทนรัฐบาลต่าง
ๆ มีความเห็นพ้องต้องกนั ว่า ควรจะจัดตั้งสภาสากลอทุ ก
นิยมขึ้นเพ่ือประโยชน์แห่งการเดินเรือท่ัวไป และจะได้มี
การตดิ ต่อแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ และเอกสารซึง่ กนั และ
กันระหว่างหน่วยงานอุทกศาสตร์ของประเทศสมาชิก
สภาสากลอทุ กนยิ มในขณะนน้ั เปน็ สว่ นหนง่ึ ของสนั นบิ าตชาติ
ผลการประชุมที่ส�ำคัญซึ่งประเทศไทยได้รับมาปฏิบัติใน
เวลาตอ่ มาคอื ทุกประเทศสมาชกิ แหง่ สภาน้ีออกประกาศ
ชาวเรือของตนเอง ซ่ึงกรมอทุ กศาสตรก์ ไ็ ด้ด�ำเนนิ การออก
ประกาศชาวเรือฉบบั แรก ต้ังแต่เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๖๓
เป็นต้นมา (ภาพที่ ๑-๔๗) การออกประกาศชาวเรือน้ี
ออกเป็นประจ�ำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เมื่อออก
แล้วก็ได้ส่งไปตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งเป็นสมาชิกทั่วโลก
นอกจากน้ันยังส่งไปให้ตามเรือและผู้แทนของบริษัท
ตา่ ง ๆ ในกรงุ เทพฯ โดยไม่คิดราคา
การออกประกาศชาวเรือมีข้ึนหลังจากท่ีเร่ิมมี
การส�ำรวจแผนท่ีทะเลในน่านน้�ำไทยได้ไม่นานนัก
หนังสอื ทร่ี ะลกึ ๓๙ปี กรมอุทกศาสตร์
หลักฐานเอกสารท่ีเกี่ยวข้องกับการก�ำหนดใช้ เวลานาฬิกาแดด มธั ยมกาล และเวลาดาวทงั้ ๓
เวลาของประเทศไทย อย่างนี้ก็ใช้ตามท้องที่ซ่ึงตั้งอยู่ห่างไกลไปตามลองกิจูด
ประกาศพระราชกฤษฎกี าใหใ้ ชเ้ วลาอตั รา คือ ก�ำหนดนับว่ารอบโลกไปทางตะวันออกหรือตะวันตก
เป็น ๓๖๐ องศาแล้ว ถา้ ตง้ั อยู่ห่างกัน ๑๕ องศา
มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระ เวลาท้องท่ีซ่ึงต้ังอยู่ห่างกันน้ันก็จะผิดแปลกกัน
รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว ถึงชั่วโมงหน่ึงในมัธยมกาล ถ้าจะประมาณอย่างหยาบ ๆ
ดำ� รสั เหนอื เกลา้ ฯ สั่งวา่ ก็กล่าว ได้ว่าท้องที่ซึ่งต้ังอยู่ห่างกันสัก ๗๐๐ เส้น ก็เป็น
ด้วยวิธีนับเวลาที่ใช้กันอยู่ทุกวันน้ี แต่โบราณมา เวลาทจ่ี ะผิดแปลก กันได้นาทหี นึ่ง
ก็คงใช้เวลานาฬิกาแดดถือเอาเวลาดวงอาทิตย์อยู่ตรง ถ้าทางรถไฟเดินทางตะวันออกตะวันตกแล้วก็
กลางฟ้าระหว่างขอบฟ้าทิศตะวันออกกับตะวันตกเป็น จะมเี วลาผิดกันไดถ้ งึ นาทีหนึ่งไปทกุ ๆ ๒๕ กโิ ลเมตรเศษ
ประมาณท่เี รียกวา่ มชั ฌนั ตกิ สมยั เปน็ เวลาก�ำหนด ใชใ้ น อกี ประการหนง่ึ เมอ่ื จะใชเ้ วลาเดนิ รถไฟ หรอื เดนิ เรอื
ที่น้ัน แล้วอาศัยดูเงาอาทิตย์เป็นประมาณอย่างหยาบ ๆ ทจ่ี ะนบั ตามเวลาทอ้ งทซี่ ง่ึ มเี ศษนาทตี า่ ง ๆ กนั กเ็ ปน็ การยาก
ว่า เช้า สาย เทีย่ ง บา่ ย เยน็ เปน็ เวลาทต่ี า่ งกนั นับ ดว้ ย ๒ ในทางท่ีจะค�ำนวณคิดบอกเวลาตา่ ง ๆ กนั ไปได้มากมายนัก
หรือ ๓ ช่ัวโมง เช่นนั้นแล้ว ถ้าแม้ว่าเวลาจะผิดกันไปสัก เพราะเหตุที่จะปลดเปลื้องความยากล�ำบากใน
ชั่วโมงหน่ึงก็ยังไม่ใคร่จะรู้สึกกันว่าผิดเวลามากนัก เวลา การที่จะค�ำนวณเวลาทตี่ า่ งกันอยู่ ไม่ใช่แตเ่ พียงประเทศที่
นาฬิกาแดดจงึ ไม่เสมอเทา่ กนั ทุกวนั ไปได้ จนถึงชั้นต�ำบลต่าง ๆ ในประเทศเดียวกันก็ยังผิดกันได้
แต่ครั้นเมื่อมีเคร่ืองมือท่ีจะวัดสอบให้ละเอียดลง อยา่ งน้ี นานาประเทศจงึ ไดป้ ระชมุ ปรกึ ษากนั เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๒๗
ไปถึงนาที และวินาทีแล้วก็เห็นได้ชัดว่านาฬิกาแดด หรือ เป็นครั้งแรก เพื่อจะใหก้ �ำหนดเวลาใช้สำ� หรบั ประเทศตา่ ง ๆ
เวลามัชฌันติก สมัยน้ันไม่เท่ียงตรงกันแท้แทบทุกวัน น้ัน ใหน้ ับหา่ งกนั เพียงกึ่งชัว่ โมงไป เพือ่ ใหเ้ ป็นการสะดวก
เพราะเหตุว่าวิถีโคจรแห่งอาทิตย์น้ันเดินปัดข้ึนเหนือ แก่การท่ีจะคิด และสังเกตไดง้ ่าย ถ้าประเทศใดมอี าณาเขต
และปัดลงใตห้ า่ งจากเส้นศนู ยก์ ลางรอบโลกถงึ ข้างละ ๒๓ กวา้ งขวางไปทางทศิ ตะวันออกตะวนั ตก มากกว่ากึ่งชัว่ โมง
องศาก่ึงอย่างหน่ึง และเพราะเหตุว่าโลกเดินรอบดวง ก็ให้ก�ำหนดใช้เวลาที่ให้เรียกว่าเวลาอัตราน้ันต่างกัน
อาทติ ย์เรว็ และช้าไมเ่ สมอกนั ตามวธิ ีโคจรที่ใกลห้ รอื ไกล หลายเวลาอย่างเชน่ ใชใ้ นอเมริกานัน้ ได้
จากอาทิตย์ มีประมาณว่าเวลาตกนิตย์ในเดือน มกราคม ครั้นต่อมาเม่ือเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ นี้
เดนิ เร็วทีส่ ดุ แล้วเวลาขึ้นอจุ ในเดอื นมถิ ุนายน กเ็ ดินช้าทส่ี ดุ นานาประเทศได้แต่งผู้แทนไปประชุมกันท่ีลอนดอนว่า
เพราะเหตุสองประการน้ีจึงต้องคิดมีนาฬิกากล ดว้ ยการอทุ กศาสตร์ กรงุ สยามกไ็ ดเ้ ขา้ ประชมุ นด้ี ว้ ย ไดป้ รกึ ษา
ท่ีคิดเฉล่ียเวลาทั้งรอบปีหน่ึงแบ่งเป็นเวลามัธยมกาล ตกลงกันว่าทุกประเทศที่ชุมนุมกันน้ันจะคิด อ่านใช้เวลา
ประมาณให้เสมอว่าวันละ ๒๔ ช่ัวโมง สมมุติว่ามีดวง อัตราน้ดี ้วย
อาทิตย์เดินเสมอเท่ากันทุกวันเป็นมัธยมอาทิตย์ เวลา กรงุ สยามมอี าณาเขตกวา้ งทางตะวนั ออก - ตะวนั ตก
นาฬิกาแดด หรือเวลาอาทิตย์ปรากฏเป็นมัชฌันติกสมัย เพียง ๙ องศาเป็นอย่างยิ่ง คือเป็นเวลาประมาณ ๓๒
จึงอาจเร็วไปกว่านาฬิกากลหรือมัธยมกาลนั้น ๑๗ นาที นาที ควรจะก�ำหนดใช้เวลาอัตราน้ันเป็นอย่างเดียวกันได้
เป็นอย่างมาก และช้าไปไดถ้ งึ ๑๔ นาทีเปน็ อยา่ งมาก เพอ่ื จะใหถ้ ูกตอ้ งกบั สญั ญานานาประเทศ
ยังมีเวลาอีกอย่างหน่ึงซึ่งเรียกว่าเวลาดาว คือ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่ังว่า ต้ังแต่วันที่
สังเกตดูดาวฤกษ์ คืนหนึ่งเล็งดูว่าอยู่ท่ีแห่งใดแล้วก�ำหนด ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๓ สืบไปให้ใช้เวลาอัตราส�ำหรับ
นับไว้สอบดูอีกคืนหนึ่งในท่ีแห่งเดียวกัน แล้วจะมีก�ำหนด กรุงสยามทั่วพระราชอาณาจักรเป็น ๗ ชั่วโมง ก่อนเวลา
เสมอเหมือนกันทุกวันไป เป็นเวลานาฬิกามัธยมกาล ๒๓ กรีนชิ ในเมอื งองั กฤษ ฯลฯ
ช่ัวโมง ๕๖ นาที กับ ๔ วินาที เวลาน้เี ทยี่ งตรงอยู่เสมอทกุ (ต่อจากนี้เป็นบัญชีบอกว่าเมืองต่างประเทศใด
วัน ด้วยเหตุว่าเปน็ เวลาโลกหมนุ รอบหน่งึ เสมอเท่ากันทุก ใช้เวลาก่อนหลังกรีนิชเท่าใด เห็นว่าบอกไว้ไม่ท่ัวถึง ไม่สู้
วันไป ไม่มีช้าเร็วกว่ากันท่ีจะสังเกตเห็นได้เลย แต่เวลานี้ จะมปี ระโยชน์จึงมิไดค้ ัดมาด้วย )
ใช้กนั อยแู่ ตใ่ นการเดินเรอื และในโหราศาสตร์ ประกาศ มา ณ วนั ที่ ๑๖ มนี าคม พุทธศักราช ๒๔๖๒
หนังสอื ทรี่ ะลึก ๔๐ปี กรมอทุ กศาสตร์
แจง้ ความกระทรวงทหารเรอื
ตามพระราชกฤษฎกี า ลงวนั ที่ ๑๖ มนี าคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๒ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหใ้ ช้ เวลาอตั รา ๗ ชว่ั โมง
ก่อนเวลาเมืองกรีนิช ท่ัวพระราชอาณาเขต ตั้งแต่วันท่ี ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๓ เป็นด้นไปนั้น ในวันที่กล่าวน้ี
เจ้าพนักงานจะได้ยิงปนี เปน็ สัญญาเวลาเทยี่ ง ซ่ึงได้เคยยิงอยูโ่ ดยเวลามธั ยมกาล ส�ำหรบั กรงุ เทพฯ ๖ ช่วั โมง ๔๑ นาที
กับ ๕๗.๓ วินาที ก่อนเวลากรีนชิ น้ัน รน่ เร็วขึ้น ๑๘ นาที กับ ๒.๗ วินาที เพือ่ ให้เป็น ๗ ช่วั โมง กอ่ นเวลาเมืองกรีนิช
ตามพระราชกฤษฎีกา และคงใหส้ ัญญาเวลาเท่ียง โดยอัตราน้ี สืบไป
กระทรวงและกรมใด หรอื บริษทั วานชิ คณะใดมหี นา้ ท่ใี หก้ ำ� หนดเวลานาฬิกาปรารถนาจะให้สอบ ตั้งนาฬกิ าให้
ถูกต้องเสียก่อนก�ำหนดใช้เวลาอัตรานี้ จงส่งพนักงานหรือผู้แทนไปท�ำความตกลงกับเจ้าพนักงาน กองอุทกศาสตร์
ทหารเรอื ณ ทท่ี ำ� การในพระราชวงั เดมิ จังหวัดธนบรุ ี
แจง้ ความมา ณ วันท่ี ๑๖ มนี าคม พุทธศักราช ๒๔๖๒
(ลงพระนาม) บริพัตร์
จอมพลเรอื เสนาบดกี ระทรวงทหารเรอื
ประกาศชาวเรอื
มนี าคม พ.ศ.๒๔๖๓
หมายเลข ๑๘
ให้ใชเ้ วลาอัตรา
ตามพระราชกฤษฎกี า ลงวนั ท่ี ๑๖ มนี าคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๒ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหใ้ ชเ้ วลาอตั รา ๗ ชว่ั โมง
กอ่ นเวลาเมอื งกรนี ชิ ทว่ั ทงั้ พระราชอาณาเขตร์ ตงั้ แตว่ นั ที่ ๑ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๓ เปน็ ตน้ ไปนน้ั ในวนั ทก่ี ลา่ วแลว้ น้ี
ที่กองอทุ กศาสตร์ แผนกที่ ๗ กรมเสนาธิการทหารเรอื จะเปดิ ให้เทยี บนาฬิกาโครนอมเมตรฯ ทัว่ ไป ทุก ๆ วัน ในระหวา่ งเวลา
๑๐ ถึง ๑๑ นาฬกิ า (กอ่ นเทีย่ ง) (เว้นไวแ้ ต่วนั อาทติ ย์และวันหยดุ งานนกั ขัตฤกษ)์
หนงั สือท่ีระลึก ๔๑ปี กรมอุทกศาสตร์
๑.๑๖ กิจการหลงั การมอบโอนกระโจมไฟและทุ่นไปขึน้ กบั กระทรวงทหารเรอื
เนื่องจากกิจการเครื่องหมายทางเรือเป็นงานส�ำคัญ ซ่ึงทางราชการจะต้องจัดท�ำ ประภาคารและทุ่นเครื่องหมาย
ทางเรอื ให้มีจ�ำนวนมากย่ิงข้ึนตามแบบอย่างของสากล ในการน้ีจำ� เปน็ ต้องใชเ้ จ้าหน้าท่ี และพาหนะทางเรอื เปน็ จ�ำนวน
มากจงึ จะพอแกก่ าร ทางราชการจงึ เหน็ วา่ หากจะโอนกจิ การนี้ มอบใหก้ ระทรวงทหารเรอื รบั ไปดำ� เนนิ การกจ็ ะเปน็ การ
เหมาะสม ดงั นน้ั ในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ (ในรชั สมยั ของพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี ๖) จงึ มพี ระบรมราชโองการ
ใหโ้ อนกระโจมไฟและทุ่น จากกรมเจา้ ทา่ กระทรวงนครบาล และกระทรวงมหาดไทย ไปอยู่ในความดแู ลของกระทรวง
ทหารเรือ ซง่ึ กระทรวงทหารเรอื กไ็ ด้มอบให้เป็นหนา้ ท่ีของกรมเสนาธกิ ารทหารเรอื งานด้านเคร่อื งหมายชว่ ยการเดินเรอื
จึงได้มาข้ึนตรงต่อแผนกที่ ๗ ของกรมนี้ ต้ังแต่วันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ดังมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า
ดงั น้ี
ประกาศกระแสพระบรมราชโองการ
โอนกระโจมไฟและทนุ่ ไปรวมขึน้ ทางกระทรวงทหารเรือ
มพี ระบรมราชโองการด�ำรสั เหนอื เกล้าฯ ว่า ราชการกระโจมไฟและท่นุ ไฟต่าง ๆ ซึ่งอย่ใู นความรับผิดชอบแห่ง
กรมเจา้ ท่า กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย เวลานี้มสี ่วนมาก ซึง่ เก่ยี วเน่ืองกับกิจการของราชนาวี สมควร
จะโอนการดูแลรักษากระโจมไฟและทุ่นเหล่านี้ ไปขึ้นอยู่กับกระทรวงทหารเรือ จึงโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงทหารเรือ
รับหน้าที่ซ่งึ ว่าน้ี จากกระทรวงนครบาล และกระทรวงมหาดไทย แตบ่ ดั น้ีเปน็ ตน้ ไป
ประกาศมา ณ วันท่ี ๒๔ ธันวาคม พระพทุ ธศักราช ๒๔๖๒ เป็นปที ี่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจบุ ันน้ี
ในขณะที่มีการโอนรับมอบกิจการนี้ กรมเจ้าท่าอยู่ในสังกัดกระทรวงนครบาล ส่วนประภาคารทางภาคใต้ซึ่ง
อยู่ห่างไกลจากรุงเทพฯมาก ไม่เป็นการสะดวกท่ีจะให้กรมเจ้าท่าควบคุมดูแลโดยตรง จึงได้มอบให้ทางฝ่ายมหาดไทย
จัดการดูแลแทน ประภาคารทางใต้ คือที่ ปตั ตานี และบริเวณภูเกต็ จงึ เคยอยใู่ นความดแู ลของกระทรวงมหาดไทยมาก่อน
การโอนรับมอบประภาคารและกระโจมไฟ ท่ีอย่ใู นความรบั ผิดชอบของกรมเจา้ ท่า ประกอบด้วย
๑. ประภาคารสันดอน สรา้ งเมือ่ พ.ศ. ๒๔๑๓
๒. ประภาคารหินสมั ปะย้ือ จ.ชลบรุ ี สรา้ งเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๓๘
๓. ประภาคารเกาะจวง จ.ชลบุรี สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐
๔. กระโจมไฟสงขลา จ.สงขลา สร้างเม่อื พ.ศ. ๒๔๔๐
๕. ประภาคารเกาะตะเภานอ้ ย จ.ภเู กต็ สร้างเมอื่ พ.ศ. ๒๔๔๒
๖. ประภาคารแหลมสิงห์ จ.จนั ทบุรี สร้างเม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๙
๗. ประภาคารเกาะปราบ จ.สุราษฎร์ธานี สร้างเมือ่ พ.ศ. ๒๔๕๐
๘. กระโจมไฟเกาะเตาหมอ้ จ.ชลบรุ ี สรา้ งเม่อื พ.ศ. ๒๔๕๑
๙. กระโจมไฟหนิ ขีช้ า้ ง จ.ตราด สรา้ งเม่อื พ.ศ. ๒๔๕๑
๑๐. กระโจมไฟเกาะโคม (เกาะคนั ) จ.ระนอง สรา้ งเม่อื พ.ศ. ๒๔๕๑
๑๑. ประภาคารเกาะมัตโพน จ.ชมุ พร สร้างเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๑
๑๒. ประภาคารหลงั สวน จ.ชมุ พร สรา้ งเมือ่ พ.ศ. ๒๔๕๓
๑๓. กระโจมไฟเกาะบุเหลาโบต๊ (เกาะเบ็ง) จ.ตรัง สรา้ งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓
๑๔. กระโจมไฟเกาะยาว จ.สตลู สรา้ งเม่อื พ.ศ. ๒๔๕๖
หนังสอื ทรี่ ะลึก ๔๒ปี กรมอุทกศาสตร์
ประภาคารสันดอน ประภาคารหนิ สัมปะย้ือ ประภาคารเกาะจวง กระโจมไฟสงขลา
ประภาคารเกาะตะเภานอ้ ย ประภาคารแหลมสิงห์ ประภาคารเกาะปราบ กระโจมไฟเกาะเตาหมอ้
กระโจมไฟหินข้ชี ้าง กระโจมไฟเกาะโคม ประภาคารเกาะมตั โพน ประภาคารหลังสวน
กระโจมไฟเกาะบุเหลาโบ๊ต กระโจมไฟเกาะยาว
ภาพท่ี ๑–๔๘ รปู ประภาคารและกระโจมไฟท่รี บั โอนมาจากกรมเจ้าท่า
หนงั สอื ท่ีระลกึ ๔๓ปี กรมอุทกศาสตร์
นอกจากนี้ ยังมีเรือทุ่นไฟทอดเป็นเคร่ืองหมาย พ.ศ. ๒๔๖๔ นับแต่นั้นมา กรมอุทกศาสตร์ได้ถือเอา
ทางเรือเดินในร่องนำ้� สนั ดอนปากน้ำ� เจา้ พระยา รวม ๓ ลำ� วนั ที่ ๑๖ มกราคม ของทุกปี เปน็ วันคลา้ ยวนั สถาปนากรม
ทุ่นหมายต�ำบลที่เป็นอันตรายแก่การเดินเรือ ๑๓ แห่งใน อทุ กศาสตร์ โดยมวี วิ ฒั นาการของตรากรมอทุ กศาสตร์ ดงั น้ี
การมอบโอนกระโจมไฟและทุ่นไฟต่าง ๆ ไปข้ึนอยู่กับ ๑. การกำ� หนดรูปแบบตรากรมอทุ กศาสตร์ ไดม้ ี
กระทรวงทหารเรือน้ียังมีเรือ “พระยม” (ต่อมาเปล่ียน มาตั้งแต่ ยุคเริ่มต้นจัดตั้งองค์กรในระยะแรกท่ีเรียกว่า
เปน็ “เรอื หลวงจวง” เม่อื วนั ที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๘) สำ� นักงานอุทกศาสตร์ (Hydrographic Office) ในปี พ.ศ.
ส�ำหรบั ตรวจการประภาคาร ๑ ล�ำ พร้อมด้วยงบประมาณ ๒๔๕๖ จนกระท่งั ไดร้ ับการ ยกฐานะเป็นกรมอทุ กศาสตร์
ปีละ ๒๘๐,๐๐๐ บาท (ค่าของเงิน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๒) ในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ ในช่วงเวลาดังกล่าวได้ใช้ตราประจ�ำ
โดยใหก้ องทพั เรอื เปน็ ผูถ้ อื งบประมาณ หน่วยงาน เป็นรูปสมอเดี่ยวต้ังตรงสอดอยู่ในจักรเดี่ยว
ค่าใช้จ่ายจากงบประมาณจ�ำนวนนี้ ไดถ้ ูกตัดหลงั ด้านบนของสมอมีพระมหามงกุฎครอบอยู่ ส่วนด้านใต้
จากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยกองทัพ ของสมอมีแพรแถบวางโอบเป็นรูปหยดน�้ำ มีข้อความว่า
เรอื ได้จัดสรรงบประมาณของกองทัพเรือ ให้หลังจากท่ีได้ “กรมอุทกศาสตร์ราชนาว”ี ตามด้วยขอ้ ความภาษาอังกฤษ
รับมอบกระโจมไฟและทนุ่ ไฟต่าง ๆ แล้ว กระทรวงทหาร ว่า (HYDROGRAPHIC DEPT. SIAM ) ส่วนข้อความใน
เรอื กไ็ ด้มอบให้ นาวาเอก ฟรติ ซ์ ทอมเซน็ หัวหน้าแผนก ปา้ ยทก่ี ้านสมอใชค้ �ำวา่ “สยาม” (ภาพท่ี ๑-๔๙)
ที่ ๗ กรมเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้จัดการรับมอบและ
เป็นเจา้ หน้าที่ดำ� เนนิ การ โดยได้มกี ารรับมอบกันเม่อื วนั ท่ี ภาพท่ี ๑-๔๙ ตราสำ� นักงานอุทกศาสตรท์ ใ่ี ช้ต้งั แตต่ ้นถงึ พ.ศ. ๒๔๖๔
๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๒ (ขณะน้ันวันข้ึนปีใหม่ ยังใช้
วนั ท่ี ๑ เมษายน) เมอ่ื รบั โอนมาแลว้ ทางดา้ นงบประมาณ
ได้ให้กระทรวงทหารเรือถืองบประมาณ แต่กระทรวง
ทหารเรือมีงานท่ีต้องใช้งบประมาณอยู่มาก งบประมาณ
แผนกท่ี ๗ ไดร้ บั ส�ำหรบั ใช้เพ่อื การนจ้ี งึ ลดลงจากท่ีหน่วย
เดิมเคยได้รับมาก แต่ก็ได้พยายามจัดท�ำ ดัดแปลงแก้ไข
ในเร่ืองวัสดุอุปกรณ์ เคร่ืองมือเครื่องใช้ด้วยก�ำลังพลของ
หน่วยเอง และได้ขยายงานเคร่ืองหมายทางเรือให้เป็นไป
ตามระบบมาตรฐานสากลจนกิจการน้ีได้เจริญก้าวหน้า
มาตามล�ำดับ
๑.๑๗ วันสถาปนากรมอุทกศาสตร์
ตอ่ มาในเดอื นธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ แผนกที่ ๗
ของกรมเสนาธิการทหารเรือ ก็ได้รับการเปลี่ยนนามกลับ
ไปเป็น กองอุทกศาสตร์ทหารเรือตามเดิม แต่ยังคงข้ึน
ตรงต่อ กรมเสนาธิการทหารเรือ ภายหลังเม่ือราชการ
ของกองนี้ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นตามล�ำดับ และเพื่อให้
เหมาะแก่การด�ำเนินการของทางราชการให้เป็นสากลตา
อารยประเทศ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ยกกองอทุ กศาสตร์ทหารเรือ
ขึ้นเป็นกรมอิสระเรียกว่า กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ
ขึ้นตรงต่อกระทรวงทหารเรือ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม
หนังสอื ทรี่ ะลึก ๔๔ปี กรมอทุ กศาสตร์
๒. ตรากรมอทุ กศาสตรใ์ นภายหลงั จากทมี่ กี ารสถาปนา
ยกฐานะเป็นกรมอุทกศาสตร์ต้ังแต่ พ.ศ. ๒๔๖๔ ถึง พ.ศ.
๒๔๘๒ ไดม้ ีการแกไ้ ขข้อความทป่ี รากฏในตรากรมอทุ กศาสตร์
ใหม่ โดยใช้ข้อความว่า“กรมอุทกศาสตร์” อย่างเดียวไม่มี
ข้อความภาษาอังกฤษ ส่วนข้อความในป้ายท่ีก้านสมอใช้
ค�ำว่า “สยาม” (ภาพที่ ๑-๕๐)
ภาพท่ี ๑-๕๑ ตรากรมอุทกศาสตร์ หลงั การเปล่ียนชือ่ ประเทศจาก
“สยาม” มาเปน็ “ไทย” ในปี พ.ศ. ๒๔๘๒
๔. ในปัจจุบันตรากรมอุทกศาสตร์ ไดร้ ับการพัฒนา
ปรับปรุงให้มีความสวยงามมากขึ้นตามล�ำดับ โดยการใส่
สีน้�ำเงิน ท่ีป้ายแถบข้อความ ส่วนตราท่ีเป็นรูปสมอและ
พระมหามงกฎุ ท่คี รอบด้านบนใชส้ ีทอง (ภาพท่ี ๑-๕๒)
ภาพท่ี ๑-๕๐ ตรากรมอุทกศาสตร์ หลงั การสถาปนาเป็นหน่วยงาน
ระดับกรม ในปี พ.ศ. ๒๔๖๔
๓. ต่อมาเม่อื ประเทศไทยมีการเปล่ียนช่ือประเทศ
จาก “สยาม” มาเป็น “ไทย” เมื่อวันท่ี ๒๔ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๔๘๒ จึงได้มีการเปลี่ยนข้อความในป้ายของตรา
กรม ทก่ี า้ นสมอ จากคำ� วา่ “สยาม” เปน็ “ไทย” (ภาพที่
๑-๕๑)
ภาพท่ี ๑-๕๒ ตรากรมอุทกศาสตร์ ในปจั จบุ ัน
หนังสอื ที่ระลกึ ๔๕ปี กรมอทุ กศาสตร์
๑.๑๘ วนั อทุ กศาสตรโ์ ลก (World Hydrographic Day) องค์การฯ มี ลักษณะเป็นการประสานความร่วมมือทาง
วชิ าการเทา่ น้นั ไมเ่ ก่ยี วขอ้ งกับการเมือง กรมอทุ กศาสตร์
กองทัพเรอื ในนามของประเทศไทยได้เขา้ รว่ มเป็นสมาชกิ
ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน จุดประสงค์องค์การตามที่
ภาพที่ ๑–๕๓ เจา้ ชายอลั แบรท์ ่ี ๒ ประมขุ แหง่ รัฐโมนาโก ระบุไว้ในอนุสัญญาก่อตั้งองค์การฯ ก�ำหนดให้องค์การฯ
ทรงกล่าวสนุ ทรพจนเ์ นอื่ งในวนั อทุ กศาสตร์โลก เป็นหน่วยงานให้ค�ำปรึกษาทางด้านเทคนิคโดยเฉพาะ
เท่านั้น องค์การอุทกศาสตร์สากลมีคณะกรรมการท่ีท�ำ
องค์การสหประชาชาติได้ให้การยอมรับและ หน้าท่ีบริหารงานของประจ�ำอยู่ เรียกว่า คณะกรรมการ
ประกาศให้ วนั ท่ี ๒๑ มถิ นุ ายน ของทกุ ปี เปน็ “วนั อทุ กศาสตร์ บริหาร (Directing Committee) มีจ�ำนวน ๓ คน โดย
โลก (World Hydrography Day : WHD)” เพอื่ เป็นการ เลือกมาจากผู้แทนของประเทศสมาชิก และอยู่ในต�ำแหน่ง
กระตุ้นเตือนให้ชาวโลกได้ตระหนักถึงความส�ำคัญของ คราวละ ๕ ปี
งานอุทกศาสตร์ของโลกท่ีมีต่อการเดินเรือ การพาณิชยนาวี
ความปลอดภัยของชีวิตในทะเล การป้องกันสภาพแวดล้อม ปัจจุบันองค์การอุทกศาสตร์สากลมี ดร. Mathias
ทางทะเล (Marine environment) และกิจการอื่น ๆ JONAS จากประเทศเยอรมัน เป็นเลขาธิการองค์การ
ของโลก มาแต่อดีตถึงปัจจุบัน และเพ่ือเป็นการปลูกจิต อทุ กศาสตรส์ ากล (Secretary General) และมผี ู้อำ� นวยการ
ให้เกิดความร่วมมือส่งเสริมงานอุทกศาสตร์ของโลกกัน (Director) จ�ำนวน ๒ คน ได้แก่ นาย Abri KAMPFER
ตอ่ ไป จากจากประเทศแอฟรกิ าใต้ และ พลเรอื ตรี Luigi SINAPI
องค์การอุทกศาสตร์สากล จึงถือเอาวันท่ี ๒๑ จากประเทศอติ าลี
มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันอุทกศาสตร์โลก เพื่อเป็นการ นอกจากนี้องค์การฯ ยังได้สนับสนุนประเทศ
รำ� ลึกถึงวนั ก่อตัง้ สภาสากลอุทกนิยม เมอื่ ๒๑ มถิ ุนายน สมาชิกในแต่ละภูมิภาค ให้ร่วมกันจัดต้ังคณะกรรมาธิการ
พ.ศ. ๒๔๖๔ (ค.ศ.๑๙๒๑) วัตถุประสงค์ของการก�ำหนด อุทกศาสตร์ระดับภูมิภาค (Reginal Hydrographic
วันอทุ กศาสตร์โลก นอกจากท่กี ลา่ วแลว้ ยังเพ่อื เปน็ โอกาส Commission : RHC) ขึ้น เพ่ือร่วมมือและประสานงาน
ส�ำคญั ปลี ะครงั้ ให้ IHO และประเทศสมาชิก ไดเ้ ผยแพร่ กันระหว่างภาคีสมาชิกในระดับภูมิภาค ปัจจุบันมีการจัด
ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชน ท้ังในระดับประเทศ และ กลมุ่ แบง่ ออกเปน็ ๑๔ ภมู ภิ าค
ระดับสากล ไดท้ ราบถึงความกา้ วหน้าของงานอทุ กศาสตร์
ของประเทศและของโลก
องคก์ ารอทุ กศาสตรส์ ากล (International Hydro-
graphic Organization : IHO) เป็นองค์การอิสระมี ภาพที่ ๑–๕๔ ตราสัญลักษณ์ IHO (บน)
วัตถุประสงค์ เพ่ือประสานความร่วมมือด้านอุทกศาสตร์ และผแู้ ทนประเทศสมาชิก IHO ถ่ายภาพรว่ มกัน (ล่าง)
ระหว่างรัฐที่มีอาณาเขตติดต่อกับชายฝั่งทะเลเพื่อให้การ
เดินเรือเป็นไปด้วยความปลอดภัย การด�ำเนินการของ
หนังสอื ท่รี ะลึก ๔๖ปี กรมอทุ กศาสตร์
กรมอุทกศาสตร์ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของ ๒. นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
สภาอุทกศาสตร์สากล ( International Hydrographic พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขต
Bureau ; IHB) ต้ังแต่เริ่มก่อตั้งครั้งแรกเม่ือวันท่ี ๒๑ อุดมศกั ดิ์
มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๔ หลังจากที่กรมอุทกศาสตร์ได้รับ ขณะทรงดำ� รงพระยศและตำ� แหน่ง นายพลเรือตรี
การสถาปนาเปน็ กรมขึ้นตรงต่อกระทรวงทหารเรอื เพยี ง พระเจา้ ลูกยาเธอ พระองค์เจา้ อาภากรเกียรตวิ งศ์ กรมหมื่น
๕ เดือน ขณะน้ัน มีประเทศสมาชิกเร่ิมก่อต้ังเพียง ๑๙ ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ (พระเจ้า
ประเทศ จงึ ถือเป็นเกียรติประวตั ิส่วนหนง่ึ ในฐานะสมาชกิ ลกู ยาเธอ พระองคเ์ จ้าอาภากรเกยี รติวงศ์ ทรงส�ำเรจ็ การ
ทร่ี ่วมบุกเบกิ และรว่ มก่อต้ัง ปัจจบุ นั สภาอทุ กศาสตรส์ ากล ศกึ ษาจากประเทศอังกฤษ โปรดเกล้าฯ ใหเ้ ข้ารับราชการ
ได้เปล่ียนการจัดองค์กรใหม่เป็น องค์การอุทกศาสตร์สากล เม่ือ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๓) ทรงเป็นประธานคณะ
(International Hydrographic Organization ; IHO) กรรมการปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนนายเรือให้ทันสมัย
โดยมีลักษณะและรูปแบบการบริหารจัดการภายใน ได้วางหลักสูตรใหม่ของโรงเรียนนายเรือตามค�ำส่ังกรม
องค์กรคล้ายกับองค์กรระหว่างประเทศที่อยู่ภายใต้ ทหารเรือที่ ๒๘๕/๙๘๖๕ ลง ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๘
สหประชาชาติ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก ๙๓ ประเทศ เพม่ิ วชิ าการเดนิ เรอื ดาราศาสตร์ ตรโี กณมติ ิ การกล เมนสเุ รชนั่
วัตถุประสงค์ขององค์การอุทกศาสตร์สากล ท่ีส�ำคัญ เรขาคณิต พีชคณิต สัญญาณ ปืนใหญ่ และมีวิชา
คือ ประสานความร่วมมือและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อุทกศาสตร์ (เวลานนั้ เรยี กวา่ “ไฮโดรกราฟ”ี ) รวมอยูด่ ้วย
ด้านอุทกศาสตร์ เพ่ือความปลอดภัยในการเดินเรือ และ นับได้ว่าเป็นการเริ่มการเรียนการสอนวิชาอุทกศาสตร์
ประโยชน์ในกิจการทางทะเลอ่ืน ๆ รวมท้ังการรักษาส่ิง เปน็ ครั้งแรกในราชนาวีไทย
แวดล้อมในทะเล ก�ำหนดระเบียบปฏิบัติในการส�ำรวจ
และสร้างแผนที่เดินเรือให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้
ผลผลติ และการบรกิ ารดา้ นอทุ กศาสตรม์ คี ณุ ภาพ แลกเปลยี่ น
ข้อมูลข่าวสารและความรู้ประสบการณ์ด้านอุทกศาสตร์
เพ่ือให้มีความพอเพียงทันสมัยครอบคลุมทั่วโลก และ
สะดวกต่อการน�ำไปใช้ประโยชน์
๑.๑๙ บุคคลส�ำคัญในวงการอุทกศาสตรไ์ ทย
๑. พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยกฐานะกอง
อทุ กศาสตร์ ขน้ึ เปน็ หนว่ ยงานระดบั กรม ขน้ึ ตรงตอ่ กองทพั เรอื
เมอ่ื ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๔
ภาพท่ี ๑–๕๖ นายพลเรอื เอก พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้
อาภากรเกยี รตวิ งศ์ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ดิ์
(ทรงฉายเมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๐)
ภาพท่ี ๑–๕๕ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อย่หู ัว รัชกาลที่ ๖
หนังสือทร่ี ะลกึ ๔๗ปี กรมอุทกศาสตร์
๓. พระนเิ ทศชลธี (นาวาเอก เอ เจ ลอฟตสั ) เป็นคร้ังแรก รวมท้ังยังได้สร้างนาฬิกาแดด น้อมเกล้า
กิจการอุทกศาสตร์ในยุคเริ่มต้นน้ัน ส่ิงท่ีต้องการ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ในปจั จบุ นั
อันดับแรกคือ การส�ำรวจท�ำแผนท่ีเดินเรือในพื้นที่ท่ียังไม่ ตง้ั อยทู่ ห่ี นา้ โบสถว์ ดั นเิ วศนธ์ รรมประวตั ิ อำ� เภอบางปะอนิ จงั หวดั
เคยมีการส�ำรวจมาก่อนเลย ในขณะท่ีส�ำนักงานแผนที่ พระนครศรอี ยธุ ยา
ทะเลต้องประสบกับปญั หาความขาดแคลนในทุก ๆ ด้าน
นับแตเ่ รอ่ื ง นกั สำ� รวจ พาหนะส�ำรวจและอื่น ๆ แต่กจิ การ
ด้านน้ีก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นด้วยความมานะพยายาม
ของคนรุ่นดังกล่าว โดยเฉพาะบุคคลส�ำคัญที่มีบทบาท ภาพท่ี ๑–๕๗ นาวาเอก พระนิเทศชลธี (เอ เจ ลอฟตัส)
มากทสี่ ดุ ควรได้รับการยกยอ่ ง คอื กัปตนั ลอฟตสั ซง่ึ เปน็
ชาวองั กฤษมชี ือ่ เตม็ เปน็ ภาษาองั กฤษว่า Captain Alfred ๔. พลเรือตรี ฟริต ทอมเซ็น
J. Loftus เป็นพนักงานแผนท่ีทะเลคนแรกที่รัฐบาลไทย เจ้ากรมอุทกศาสตร์ท่านแรก เกดิ เมอ่ื ๒๒ เมษายน
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้จ้าง พ.ศ. ๒๔๐๗ เป็นบุตรของ พันโท Fritz Christian
มาเพอ่ื การทำ� แผนท่ที ะเลของประเทศ M.Thomsen และนาง Engel Cartrine Mctzgen
ท่านได้เข้ารับราชการเม่ือ พ.ศ. ๒๔๑๔ สังกัด - พ.ศ. ๒๔๒๓ เข้าเปน็ นักเรยี นนายเรือ โรงเรยี น
กรมพระกลาโหม เคยด�ำรงต�ำแหน่งผู้บังคับการเรือหลวง นายเรือเดนมารก์
ของไทยหลายล�ำ เช่นเรือรานรุกไพรี เรืออุบลบุรทิศ ใน - พ.ศ. ๒๔๒๘ ได้รับการแต่งต้ังยศเป็นเรือตรี
ขณะรับราชการท่านได้ท�ำการส�ำรวจแผนท่ีทะเลในอ่าวไทย แหง่ ราชนาวีเดนมาร์ก
ทางฝั่งตะวันตกจากแหลมช่องปากพระไปจนถึงแหลม - พ.ศ. ๒๔๓๑ ได้รับการแต่งต้ังยศเป็นเรือเอก
ปัตตานีในปี พ.ศ. ๒๔๑๕ และต่อมาได้ท�ำการส�ำรวจ แห่งราชนาวเี ดนมาร์ก
แมน่ ้ำ� บางปะกง เม่อื ปี พ.ศ. ๒๔๒๐ - พ.ศ. ๒๔๓๑-๒๔๓๗ ประจำ� การอยใู่ นราชนาวี
ในเวลาเดียวกันน้ันก็ได้ร่วมท�ำการส�ำรวจหินใต้ เดนมาร์ก
น�้ำตั้งแต่เกาะสีชังไปจนถึงปากน�้ำจันทบุรีได้พบหินใต้น�้ำ - พ.ศ. ๒๔๓๓-๒๔๓๖ เปน็ ตน้ เรอื กองนกั เรยี น โรงเรียน
ท่ีจะเป็นอันตรายต่อการเดินเรือถึง ๒๐ แห่งในจ�ำนวนนี้ นายเรือเดนมาร์ก
ได้กำ� หนดชือ่ เพ่อื เป็นเกียรตแิ ก่กปั ตนั ลอฟตัส ๒ แห่ง คอื - พ.ศ. ๒๔๓๖ ต้นเรือ เรือลาดตระเวณ HDMS.
หินลอฟตัส อยู่ตดิ กับเกาะมันนอก จังหวดั ระยอง ปรากฏ Hekla
ในแผนที่เดินเรือหมายเลข ๑๑๗ และกองหินขนาดใหญ่ - พ.ศ. ๒๔๓๗ ลาออกจากราชนาวีเดนมารก์
บริเวณทางใต้ของประเทศไทยบริเวณอ่าวปัตตานีใช้ชื่อว่า
ที่ต้ืนลอฟตัส ซึ่งปรากฏในแผนที่เดนิ เรอื ไทยหมายเลข ๒๓๐
ในปี พ.ศ. ๒๔๒๑ กัปตัน ลอฟตัสได้รับโปรด
เกล้าฯ ให้เป็นพนักงานเซอร์เว ในสังกัดกรมทหาร
มหาดเล็กรับพระราชทานเงนิ เดอื นเดอื นละ ๒๕๐ เหรยี ญ ใน
ปี พ.ศ. ๒๔๒๗ กปั ตนั ลอฟตัสไดย้ า้ ยไปอยกู่ รมท่ากลางจนถึง
๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๒๙ จึงได้รับพระราชทาน
บรรดาศักด์ิเป็น พระนิเทศชลธี มีต�ำแหน่งเป็นเจ้ากรมเซ
อร์เวทางนำ�้ สังกดั กรมทา่ กลาง ถอื ศักดนิ า ๘๐๐ ไร่ ท่าน
ได้ปฏิบัติราชการจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๓๕ จึงได้ลาออกจาก
ราชการ รวมเวลารับราชการท้ังสิ้น ๒๑ ปี นอกจากงาน
แผนที่แล้วท่านยังได้ริเร่ิมให้มีการออกประกาศชาวเรือ
หนงั สือท่รี ะลึก ๔๘ปี กรมอุทกศาสตร์
- พ.ศ. ๒๔๓๗-๒๔๔๐ ประจำ� การในกองทัพเรือ ๕. พลเรอื เอก หลวงชลธารพฤฒไิ กร (พงศ์ อาศนะเสน)
ฝรง่ั เศสในทะเลดเิ ตอรเ์ รเนยี น ผู้ก่อต้ังและวางรากฐานงานสมุทรศาสตร์ และงาน
- พ.ศ. ๒๔๓๘-๒๔๕๕ เปน็ หวั หนา้ กองบรรณาธกิ าร อุตนุ ยิ มวิทยาข้ึนในกรมอทุ กศาสตร์
วารสาร Maritime Magazines and Hydrography
- พ.ศ. ๒๔๔๐-๒๔๔๓ กลับเขา้ ประจำ� การในราช
นาวเี ดนมารก์
- พ.ศ. ๒๔๕๕ ได้รบั การแตง่ ตั้งยศเป็นนายทหาร
สญั ญาบัตรแหง่ ราชนาวีไทย
- พ.ศ. ๒๔๕๗ เลอ่ื นยศเปน็ นาวาเอก
- พ.ศ. ๒๔๖๑ เลื่อนยศเป็นพลเรือจัตวา ใน
ต�ำแหนง่ เจา้ กรมอทุ กศาสตร์ กองทัพเรือ
- พ.ศ. ๒๔๖๕ เลื่อนยศเป็นพลเรือตรี ใน
ตำ� แหน่งเจ้ากรมอุทกศาสตร์ กองทพั เรือ
- พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นนายทหารนอกราชการ สงั กัด
กองบัญชาการกองทัพเรือ และย้ายไปพ�ำนักที่กรุงปารีส
ประเทศฝรั่งเศส
- ถงึ แก่กรรม เมอื่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๘ ที่
Motebell, Elsinore ประเทศเดนมาร์ก รวมอายุ ๗๑ ปี
ศพฝังท่ี Assistentens Churchyard, Copenhegen
ประเทศเดนมารก์ ภาพที่ ๑–๕๙ พลเรอื เอกหลวงชลธารพฤฒไิ กร
๑.๒๐ นักเรียนอุทกศาสตร์คนแรกของโรงเรียน
นายเรือ
การศกึ ษาในโรงเรียนนายเรอื นนั้ เมอื่ คราวท่ีกรม
ทหารเรือมีค�ำส่ังท่ี ๒๘๕/๘๙๖๕ ลง วันที่ ๒ มกราคม
พ.ศ. ๒๔๔๘ ให้ นายพลเรือตรี พระเจา้ ลูกเธอ กรมหม่นื
ชุมพรเขตอดุ มศักดิ์ รองผบู้ ัญชาการทหารเรอื เปน็ ประธาน
กรรมการ ในการปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนนายเรือให้
ทันสมัย พระองค์ได้ทรงก�ำหนดให้มีวิชาอุทกศาสตร์ ซึ่ง
เวลาน้ันเรียก “ไฮโดรกราฟี” รวมอยูด่ ้วย นบั วา่ เปน็ การ
สอนวิชาอุทกศาสตร์เป็นครั้งแรกในราชนาวีไทย โดยใช้
ต�ำราของ นาวาเอกรอบบินสัน ที่ใช้สอนอยู่ในโรงเรียน
นายเรืออังกฤษ ทรงต้ังพระทัยให้นักเรียนที่ได้เรียนแล้ว
ท�ำงานส�ำรวจเบื้องต้นได้จริง ๆ ซ่ึงในคร้ังน้ันยังไม่มีการ
แยกนักเรียนนายเรอื เหลา่ อุทกศาสตรโ์ ดยเฉพาะ แต่ผลที่
ได้ก็ยังไม่เป็นท่ีน่าพอใจ เพราะขาดหลักวิชาและความ
ช�ำนาญ จนกระทง่ั ตอ้ งจ้างนายทหารเรือจากตา่ งประเทศ
ภาพที่ ๑–๕๘ พลเรอื ตรี ฟริตซ์ ทอมเซ็น เจ้ากรมอทุ กศาสตร์ทา่ นแรก เข้ามาสอน และฝึกงานด้านอุทกศาสตร์ หลังจากจบการ
ศึกษาจากโรงเรียนนายเรือแล้ว โดยเร่ิมด�ำเนินการเมื่อปี
หนังสอื ท่ีระลกึ ๔๙ปี กรมอุทกศาสตร์
พ.ศ. ๒๔๕๔ จนกระท่ังกรมอุทกศาสตร์ได้รับการสถาปนา เป็นวิชาเทคนิคอย่างหน่ึงของทหารเรือ และต้องใช้เวลา
ข้ึนเมอ่ื ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๔ โดยมี พลเรอื จตั วา ฟริตซ์ เรียนเฉพาะวิชาน้ใี นขั้น ตน้ ๑ ปเี ตม็ หลงั จากไดเ้ รยี นวชิ า
ทอมเซ็น ชาวเดนมาร์ก เป็นเจ้ากรมอทุ กศาสตร์คนแรก อืน่ ๆ ในโรงเรยี นนายเรือมาแลว้ สอบไล่ได้ช้ัน ๓ คอื วา่ ผ้ทู ่ี
งานดา้ นอทุ กศาสตร์ไดด้ ำ� เนินการมาโดยชาวตา่ ง เรียนวิชาชีพจากกรมอุทกศาสตร์ ส�ำเร็จได้เม่ือสิ้นปีท่ี ๔
ประเทศ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๔๖๙ เมื่อ พลเรือตรี ทอม นับจากช้ัน ๑ ตั้งแต่โรงเรียนนายเรือมาแล้ว ประโยชน์ท่ี
เซ็น ได้ออกจากราชการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ได้เป็นการตอบแทน คือเป็นว่าที่นายเรือตรี ได้รับเงิน
ให้ นาวาโท พระยานิยมยุทธนาวี เป็นผู้ร้ังต�ำแหน่งเจ้า เดือนชั้น ๒๖ กบั เงินเพ่ิมพเิ ศษรายเดือน ๆ ละ ๓๐ บาท
กรมอุทกศาสตร์ งานด้านอุทกศาสตร์จึงได้ด�ำเนินการต่อ รวมเป็น ๑๑๐ บาท ในฐานะท่ีได้น้ัน ก็เป็นนายทหาร
มาดว้ ยคนไทยล้วน ๆ พรรคนาวินเหมือนกัน แต่เป็นเหล่าอุทกศาสตร์ มีข้อที่
ในด้านการศึกษาในโรงเรียนนายเรือได้มีการแยก ต่างกันกับนักเรียนนายเรือ ซึ่งต้องเรียนจบช้ัน ๕ ได้เป็น
นักเรียนนายเรือออกเป็น พรรคนาวิน เหล่าอุทกศาสตร์ ว่าที่นายเรือตรีและได้รับเงินเตือนชั้น ๒๖ กับเงินเพิ่ม
ให้ได้รับการศึกษา ซ่ึงเม่ือจบออกมาแล้วท�ำงานด้าน พเิ ศษรายเดอื น ๆ ละ ๖๐ บาท รวมเปน็ ๑๔๐ บาท และ
อทุ กศาสตร์โดยเฉพาะเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ นกั เรยี นนายเรือ คงเป็น นายทหารพรรคนาวินอย่างเดียวกัน ต่างกันที่ใช้
พรรคนาวิน เหลา่ อุทกศาสตรร์ นุ่ แรก คือ นักเรยี นนายเรือ เวลาเรียนมากกว่า ๑ ปี และเรียนหนักไป ทางการใช้
จิตต์ ถัดทะพงษ์ อาวุธ เมื่อพิจารณาดูให้ดีแล้ว จะเห็นได้ว่า ผลท่ีได้แก่ผู้
ในโอกาสที่ได้มีนักเรียนนายเรือพรรคนาวิน เรียน ยอ่ มไดส้ ว่ นกัน คอื เรยี น ๔ ปีไดเ้ งนิ เดอื นละ ๑๑๐
เหล่าอุทกศาสตร์ เกิดข้ึนในโรงเรียนนายเรือในปีแรกนั้น บาท เรยี น ๕ ปีไดเ้ งนิ เดอื นละ ๑๔๐ บาท ทง้ั น้ถี า้ จะย้อน
นาวาเอกหลวงชลธารพฤฒิไกร รองเจ้ากรมอุทกศาสตร์ นึกไปถึงนักเรียนเหล่าพรรคนาวิกโยธิน ซึ่งเรียน ๓ ปีได้
รักษาราชการเจ้ากรมอุทกศาสตร์ได้ให้โอวาทแก่นักเรียน ๘๐ บาทด้วยแล้ว ก็จะย่ิงเห็นได้ว่า ได้สมส่วนกัน
อุทกศาสตร์คนแรกของโรงเรียนนายเรอื เพือ่ เปน็ แนวทาง หมายความว่าเรียนมากขึ้นอีก ๑ ปีได้เงินเพิ่มข้ึนอีก ๓๐
การศึกษา และการท�ำงานดา้ นอทุ กศาสตร์ อันเปน็ แนวทาง บาท เพราะฉะนน้ั ไมค่ วรจะนกึ คิดให้เห็นการแตกต่างกนั
ที่นักเรียนนายเรือ และนายทหารเรือเหล่าอุทกศาสตร์ยัง ในฐานะอาชีพ และไม่เป็นสิ่งท่ีควรจะน�ำมานึกให้เป็น
คงนำ� มาใช้ได้แมใ้ นปัจจุบัน ซ่ึงขอน�ำมาลงไวโ้ ดยไม่ตัดตอน เรื่องน้อยเน้ือต�ำใจแต่อย่างใดเลย หากแต่ต้องเป็นไปตาม
และใช้ตัวสะกดในสมยั นน้ั ทกุ ประการดังนี้ อาชีพและเวลาที่ใช้เรยี น ควรต้องนกึ คดิ ว่า ไม่ว่าอาชีพใด ๆ
เม่ือเราตั้งใจเรียนให้ดีท่ีสุดแล้วและเม่ือสอบไล่ได้แล้ว
“การท่ีเธอจะได้เร่ิมต้นเรียนวิชาการอุทกศาสตร์ ออกท�ำงานและต้ังใจท�ำให้ดีท่ีสุด ทุก ๆ วิถีทางตาม
ในวันนี้ ขอท�ำความเข้าใจในส่ิงต่าง ๆ ซ่ึงเก่ียวข้องอยู่กับ โอกาส ก็ย่อมได้ผลดีเท่าเทียมสมส่วนกันเสมอ ข้อส�ำคัญ
การนัน้ ไวเ้ ปน็ เบ้อื งตน้ ก่อน” ท่ีสุดอยู่ที่ความตั้งใจจริง เมื่อเรามีความตั้งใจจริงที่ไหนก็
วิชาอุทกศาสตร์ เป็นวิชาท่ีต้องอาศัยพื้นความรู้ ย่อมมีช่องทางท่ีน้ันขออย่าได้มีความท้อถอยเบ่ือหน่าย
เดมิ ในทางวทิ ยาศาสตร์ และหนกั ไปทางวทิ ยาศาสตรข์ อง และความเกียจครา้ นเข้ามาแทรกเปน็ ศัตรูได้แล้วเป็นใชไ้ ด้
ทหารเรือ กล่าวคือ วิชาค�ำนวณ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ในการท่ีเรียนวิชาอุทกศาสตร์ต่อไปน้ัน จะต้อง
ฝีมือในการเขียนตัวอักษร เลข และลายเส้นระดับ อาศัยความรู้เดิม ซึ่งเธอได้เรียนมามีหลักแน่นแฟ้น และ
นอกจากน้ัน ต้องมีความรู้วิชาการทหารเรือ อย่างน้อย เป็นท่ีเข้าใจแจ่มแจ้งแก่เธอเพียงไร การสอนของอาจารย์
เทา่ นกั เดนิ เรอื หรอื ชาวเรอื แตเ่ ปน็ นกั เดนิ เรอื ทหาร ในบรรดา และการเรียนของเธอก็ย่อมรู้สึกง่ายและสะดวกด้วยกัน
วชิ าทกี่ ลา่ วนนั้ วชิ าค�ำนวณเปน็ สำ� คัญทห่ี นงึ่ วทิ ยาศาสตร์ ทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าพ้ืนที่เดิมเธอได้เรียนมาไม่แน่นแฟ้น
ธรรมชาติเป็นส�ำคัญท่ีสอง เม่ือผู้ใดมีความรู้ตามที่กล่าว เพียงพอก็ย่อมจะท�ำการสอนและการเรียนรู้สึกยากข้ึน
แล้วให้ดีถึงขนาด การเรียนวิชาอุทกศาสตร์ก็ง่าย ต่อจาก เพราะฉะนั้นในระหว่างเวลาที่สอนและเรียนเราพอจะ
น้นั ต้องอาศยั เวลา เพอ่ื ความชำ� นาญ ทราบกันได้ อย่างไรกด็ ี การเรยี นทกุ อยา่ งทจ่ี ะได้สอนน้ัน
เป็นการจ�ำเป็นท่ีจะต้องชี้แจงและท�ำความเข้าใจ ถ้าเธอสงสัยไม่เข้าใจอย่างใดขอให้ซักถามอาจารย์ผู้สอน
ให้ทราบว่า การเรียนวิชาอุทกศาสตร์ซ่ึงทางการถือว่า ใหเ้ ป็นทีเ่ ขา้ ใจแจ่มแจง้ อย่าไดเ้ กรงใจหรือเฉยเสีย ซึ่งจะได้
หนงั สือท่ีระลกึ ๕๐ปี กรมอทุ กศาสตร์
ผลไม่ดีแก่เธอแม้ว่าวิชาใดที่เรียนมาแล้ว ถ้ารู้สึกบกพร่อง Method คือสอนอย่างกว้าง ๆ ให้รู้จุดประสงค์เสียก่อน
สงสัยไม่เข้าใจอย่างใดให้สอบถามอาจารย์ได้ทุกอย่าง แล้วหยบิ ยกออกมาอธิบายใหล้ ะเอยี ดเปน็ อย่าง ๆ ไปตาม
หรือขวนขวายด้วยตนเองบ้าง เพื่อให้การเรียนด�ำเนินไป ท่ีจะมีเวลาท�ำได้ วิธีน้ีแม้เรียนไม่จบเมื่อออกเป็นนาย
โดยสะดวก ทหารแล้วอาจจะเรยี นไดง้ ่ายข้ึน
ทางปฏิบัติในการอบรมส่ังสอนน้ัน ยังคงต้องท�ำ สว่ นวิธเี รยี นของเธอนน้ั ขอใหท้ ำ� ดงั น้ี คือทำ� โนต้
ไปตามกฎ ขอ้ บงั คับ ระเบยี บ และวนิ ัยของทหารอยเู่ สมอ วิชาทุกวิชาท่ีอาจารย์สอน และตามที่เธอเข้าใจแล้วน�ำไป
ส่วนในทางจิตใจนั้น จะได้ด�ำเนินไปในทางที่เห็นอก ท�ำใหม่ให้เรียบร้อยในโอกาสแรก การที่ให้ท�ำเช่นนี้มี
เห็นใจกันตามแบบวิธีอาจารย์และศิษย์ ผู้บังคับบัญชา ความประสงค์ ๔ อยา่ ง คือ
และผูน้ อ้ ย และเสมอื นญาติกัน ๑. เป็นการบังคับตนเองให้เรียนซ้ำ� เพ่อื เขา้ ใจยิ่ง
กรมอุทกศาสตร์มีความยินดีเป็นอย่างย่ิงที่ได้มี ข้ึน ถ้ามีข้อขาดตกบกพร่องที่ไม่เข้าใจจะได้ทราบทันที
นักเรียนของกรมอุทกศาสตร์ข้ึน และมีเธอเป็นคนแรก และถามอาจารย์ได้ในระยะเวลาใกล้ ๆ น้นั
และคนเดียวในชดุ ท่ี ๑ เพราะฉะน้ัน ขอใหเ้ ธอต้งั ใจเรียน ๒. โนต้ การเรียนทีท่ ำ� คร้งั ที่ ๒ เพ่อื ให้เรยี บรอ้ ยน้ัน
ให้ดีท่ีสุด และอุตส่าห์พยายามให้มากที่สุด ตลอดทั้ง จะเป็นหลักฐานต่อไปข้างหน้า และเมื่อถึงเวลาท่ีจะต้อง
จดจ�ำค�ำอบรมส่ังสอนและตลอดถึงประพฤติตนให้เป็น สอนผู้อ่ืนบ้าง จะเป็นการง่ายและสะดวกแก่การเตรียม
คนดีทส่ี ุด สอนมาก่อน อยา่ งน้อยเมื่อติดขดั สงสัยอยา่ งใดกเ็ ปดิ ใช้ได้
เธอตอ้ งนกึ วา่ เธอจะตอ้ งเปน็ ผทู้ ี่ได้มโี อกาสทำ� งาน ทนั ที
ที่ส�ำคัญ ๆ ในกรมอุทกศาสตร์ต่อไปข้างหน้า เพราะ ๓. วิธีการเรยี นอยา่ งนี้ นิสิตมหาวิทยาลยั สว่ นมาก
ข้าพเจ้าและนายทหารอ่ืน ๆ ซึ่งได้รับราชการอยู่เวลาน้ี เขานิยมท�ำกัน เพราะเป็นการเตรียมตัวท่ีจะน�ำวิชาไปใข้
จะต้องถึงเวลาท่ีจากต�ำแหน่งและหน้าที่ไปสักวันหนึ่ง อิสระเฉพาะตนเอง
และเธอจะมีโอกาสท�ำงานในต�ำแหน่งน้ัน ๆ บ้าง เพราะ ๔. เปน็ การฝึกนิสัยในการแตง่ ตำ� รา
ฉะน้ันเธอต้องเตรียมตัวหาความรู้ ประกอบด้วยความ ตามท่ีได้อธิบายให้ฟังน้ี หวังใจว่าคงเข้าใจความ
ประพฤติให้เป็นที่เพียงพอแก่การงานในต�ำแหน่งและ ประสงค์เป็นอย่างฺดีแล้วแต่ขอบอกซํ้าอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้า
หน้าทเ่ี สยี ตัง้ แตบ่ ัดนี้ เพอี่ คอยเวลาทจ่ี ะมมี าข้างหนา้ ไม่เข้าใจสงสัย หรือขัดข้องด้วยสิ่งใด ๆ ทั้งการเรียนและ
ตามท่ีกล่าวมาแล้ว การเรียนวิชาอุทกศาสตร์ ความประพฤตติ ลอดถงึ ส่วนตวั ดว้ ย ให้ไตถ่ ามอาจารย์ผสู้ อน
ตอ้ งใชเ้ วลา ๑ ปี บัดน้ีทางการไดก้ �ำหนดใหเ้ รียนเพยี ง ๖ หรือข้าพเจ้าได้เสมอทุกโอกาส อย่าได้เกรงใจเลยอนุญาต
เดือนเท่านั้น ท้ังน้ีเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของ ใหไ้ ว้เสมอ
ประเทศท่ีเป็นอยู่ในเวลาน้ีเพราะฉะนั้นวิชาท่ีจะต้องเรียน ในท่ีสุด ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างมากว่า เธอคงจะ
เต็มที่ตามหลักสูตรจึงจ�ำเป็นจะต้องตัดออกบ้าง กล่าวคือ เรียนได้ส�ำเร็จ เป็นนายทหารท่ีดีของกรมอุทกศาสตร์เป็น
จะต้องสอนเฉพาะสิ่งท่ีจ�ำเป็นก่อน นอกนั้นจะต้องเรียน คนแรกและรุ่นแรกซึ่งถ้าเป็นเช่นน้ันแล้วจะน�ำความพอใจ
กันใหม่เมื่อออกเป็นนายทหารแล้ว แม้กระนั้นก็ดี วิชาท่ี มาให้กรมอุทกศาสตร์เปน็ อย่างย่ิง”
จะต้องเรียนในระยะ ๖ เดือนนี้ ก็ยังคงมากอยู่เหมอื นกนั นักเรียนนายเรือ จิตต์ ถัดทะพงษ์ ได้จบการ
ส�ำหรับการสอน อาจารย์ยังมีไม่ครบบริบูรณ์เนื่องด้วย ศึกษาจากโรงเรียนนายเรือเข้ารับราชการที่กรมอุทกศาสตร์
นายทหารตอ้ งตดิ ราชการอน่ื อย่อู กี บา้ ง แตก่ ็จะได้พยายาม เม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๔ ยศครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณอายุ คือ
สอนให้ดีที่สุดเท่าที่จะท�ำได้ ส�ำหรับเธอนั้นต้องพยายาม นาวาเอก
ใหเ้ ตม็ ท่เี ท่าทีส่ ามารถจะท�ำได้
ด้วยเหตุที่เรามีเวลาเรียนจ�ำกัด วิธีการสอนวิชา
บางอย่างจ�ำเป็นจ�ำต้องสอนอย่างแบบ Concentric
หนังสือทรี่ ะลกึ ๕๑ปี กรมอทุ กศาสตร์
๑.๒๑ ทที่ ำ� การกรมอุทกศาสตร์
เดิมสถานที่ท�ำการของกรมอุทกศาสตร์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังเดิม ธนบุรี โดยอยู่ติดกับแนวก�ำแพง
วัดอรุณราชวราราม โดยเริม่ แรกเป็นอาคารไม้ (ภาพที่ ๑-๖๐) ใชป้ ฏบิ ตั งิ านตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๑๔ - ๒๔๖๒ ตอ่ มาไดม้ ี
การรอ้ื ถอนและสร้างขึน้ ใหม่บนพื้นที่เดิม โดยสร้างเป็นอาคารคอนกรตี ๒ ชั้น (ภาพท่ี ๑-๖๑) อาคารหลังน้เี รมิ่ ใชง้ านมา
ต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๘ จึงได้สร้างอาคารหลังใหม่ใหญ่กว่า เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น มีดาดฟ้า
(ภาพท่ี ๑-๖๒) ตอ่ มามอี าคารไม้ ๒ ช้ัน เพิม่ เตมิ อกี ๒ หลังอยตู่ ดิ กัน (ภาพท่ี ๑-๖๓)
อาคารที่ท�ำการหลังน้ีถูกใช้งานมานานถึง ๓๗ ปี คือต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ - ๒๕๒๕ จึงได้ท�ำการร้ือถอนและ
สรา้ งขึน้ ใหม่ นับเป็นอาคารที่ท�ำการกรมอุทกศาสตรห์ ลังท่ี ๔ (ภาพท่ี ๑-๖๔) โดยสรา้ งเป็นอาคารคอนกรีต ๓ ชนั้ มีชน้ั
ดาดฟ้า ลักษณะอาคารคล้ายกับอาคารที่ท�ำการหลังที่ ๓ กรมอุทกศาสตร์ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นระยะ
เวลาท่ียาวนานถึง ๘๐ ปี จนกระท่ังถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๔ จึงได้ย้ายไปยังที่ท�ำการแห่งใหม่ที่พ้ืนท่ีบางนา ซึ่งอยู่ในบริเวณ
เดยี วกันกบั กรมสรรพาวธุ ทหารเรือ บางนา จงึ นับเป็นอาคารท่ีทำ� การหลังท่ี ๕ (ภาพที่ ๑-๖๕) จากหลกั ฐานทร่ี วบรวมได้
ท่ีท�ำการของกรมอุทกศาสตร์ได้มกี ารเปลย่ี นแปลง อาคารกองบงั คบั การถงึ ๕ ครงั้ ดว้ ยกนั ตามรปู
ภาพท่ี ๑-๖๐ ทที่ ำ� การหลังที่ ๑ (พ.ศ. ๒๔๑๔ - พ.ศ. ๒๔๖๒) ภาพที่ ๑-๖๑ ที่ทำ� การหลงั ท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๔๖๒ - พ.ศ. ๒๔๘๘)
ภาพที่ ๑-๖๒ อาคารที่ทำ� การหลงั ที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๘๘ - พ.ศ. ๒๕๒๕)
หนังสอื ทีร่ ะลกึ ๕๒ปี กรมอทุ กศาสตร์
ภาพที่ ๑-๖๓ ภาพถา่ ยทางอากาศในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ แสดงให้เหน็ อาคารที่ทำ� การของกรมอทุ กศาสตร์
ทอ่ี ยทู่ างด้านซ้ายมอื ขององค์พระปรางค์วดั อรณุ ฯ (อาคาร ๑ อยู่ตดิ รมิ แม่น้�ำ และตามด้วยอาคาร ๒ และ ๓ ตามลำ� ดับ)
ภาพที่ ๑-๖๔ อาคารทท่ี ำ� การกรมอทุ กศาสตร์หลงั ท่ี ๔ สร้างเสรจ็ เม่ือวันท่ี ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๖
ภาพท่ี ๑-๖๕ พลเรอื เอก ประเสรฐิ บุญทรง ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะน้ัน) เป็นประธานในพธิ ีเปดิ ทที่ ำ� การกรมอทุ กศาสตร์หลังปจั จบุ ัน
เม่ือ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕
หนงั สอื ที่ระลกึ ๕๓ปี กรมอุทกศาสตร์
๑.๒๒ งานสำ� รวจอุทกศาสตรท์ ี่ส�ำคัญในรอบ ๑๐๐ ปี ท่ีควรทราบ
๑.๒๒.๑ การส�ำรวจน่านนำ�้ สยามของเรอื ซาราเซน ในระหวา่ ง พ.ศ. ๒๓๙๙ – ๒๔๐๒
การสำ� รวจอย่างเป็นทางการครั้งแรกในนา่ นน้ำ� สยามในปี พ.ศ. ๒๓๙๙ การสำ� รวจอยา่ งเปน็ ทางการครัง้ แรกใน
นา่ นน้ำ� สยามเริ่มตน้ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๙ โดย นาวาโท จอน ริชชาดส์ กับผู้ชว่ ยคือ เรือเอก จี.เอช สค็ป และ เรือเอก เย.ดับบลิว
รดี ใช้พาหนะ เรอื หลวงซาราเซน ทำ� การส�ำรวจลำ� น้�ำเจ้าพระยา และในปถี ัดไปแผนที่แผ่นนกี้ ็พมิ พอ์ อกจำ� หน่ายในราช
นาวีอังกฤษ คือ แผนท่หี มายเลข ๙๙๙ ในเวลานนั้ อย่ใู นความดแู ลของ นาวาเอก วอชงิ ตัน ในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ - ๒๔๐๒
นาวาโท จอน ริชชาดส์ กบั นายทหารผู้ช่วยชุดเดยี วกัน ได้ใช้เรอื ซาราเซน เป็นพาหนะ สำ� รวจนา่ นน้ำ� จากปุโลกาปสั ถงึ
ปากนำ้� จงั หวดั นครศรธี รรมราช
ในปีเดยี วกนั นาวาโท จอน ริชชาดส์ กับนายทหารผูช้ ว่ ยของเขายงั ได้หาโอกาสท�ำการส�ำรวจน่านน�ำ้ จากแหลมเลยี น
ถึงเกาะกูต จากแหลมแท่นถึงเกาะตะกูต และจาก เกาะตะกูตถึงแหลมเลียน อีกด้วย แผนท่ีทั้ง ๓ แผ่นนี้คือ แผนท่ี
หมายเลข ๒๗๒๑, ๒๗๒๐, ๒๗๑๙ และราชนาวอี งั กฤษไดพ้ มิ พ์ออกจ�ำหนา่ ยครัง้ แรกพร้อมกัน เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๐๓ อยู่ใน
ความดูแลของ นาวาเอก วอชงิ ตัน ซึ่งเป็นนกั อทุ กศาสตรอ์ ยู่ในสมยั นน้ั และต่อมา นาวาโท จอน ริชชาดส์ พรอ้ มดว้ ยผชู้ ว่ ย
ได้ใช้เรือดังกล่าวเป็นพาหนะ ท�ำการส�ำรวจน่านน้�ำฝั่งตะวันออกของอ่าวสยาม จากเกาะกูตถึงเบย์ไอแลนด์ อีกด้วย
แผนที่แผ่นน้คี อื แผนทีห่ มายเลข ๒๗๒๒ ราชนาวอี ังกฤษได้พิมพ์ออกจ�ำหน่ายเปน็ ครั้งแรกในปเี ดยี วกนั
ภาพท่ี ๑-๖๖ แผนที่หมายเลข ๒๗๒๐ ๙๙๙ และ ๒๗๒๑
ภาพที่ ๑-๖๗ แผนท่ีหมายเลข ๙๙๘ ๒๗๑๙ และ แผนท่ีอ่าวสยาม
หนังสือที่ระลึก ๕๔ปี กรมอุทกศาสตร์
๑.๒๒.๒ การส�ำรวจน่านน้�ำไทยของเรือเมารี ๑.๒๓ งานสร้างแผนที่
และเรอื เซอราโน เมื่องานส�ำรวจแผนท่ีของประเทศไทยได้เริ่มมี
การด�ำเนินงานอย่างเป็นกิจจะลักษณะในปี พ.ศ. ๒๔๕๕
โดยการจ้างนายทหารเรือเดนมาร์กมาส�ำรวจแผนที่
ให้การสั่งสอนอบรมนายทหารไทยให้ท�ำการส�ำรวจได้ทั้ง
ทฤษฏีและปฏิบัติ ตลอดจนจัดวางระเบียบวิธีการจัดเก็บ
เอกสารหลักฐานการส�ำรวจและแผนที่ส�ำรวจ การเขียน
แผนทสี่ �ำรวจก็เปน็ ส่วนหนึ่งของการปรบั ปรุงดังกลา่ ว
แผนท่ีส�ำรวจแผ่นแรกคือ บริเวณสันดอนปาก
ภาพที่ ๑-๖๘ เรอื ส�ำรวจสมทุ รศาสตร์ สหรัฐ USS. SERANO แมน่ ้�ำเจา้ พระยา ไดส้ ่งต้นฉบับและหลกั ฐานการสำ� รวจไป
ขณะเดินทางจาก Pearl Harbour ในเดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๓ เขียนท่กี รมอทุ กศาสตร์ ราชนาวีเดนมาร์ก และจัดพิมพ์ท่ี
เพอ่ื เดนิ ทางมาปฏบิ ตั งิ านส�ำรวจในประเทศไทย
กรมเสนาธิการทหารบกเดนมารก์ ในปตี ่อมาใหห้ มายเลข
เป็น ๑a นับเป็นแผนที่เดนิ เรอื แผ่นแรกของราชนาวีไทยท่ี
พิมพ์ออกใช้ทั่วไป ต่อมาแผนที่แผ่นน้ีเปล่ียนหมายเลขเป็น
หมายเลข ๑๒ และใน พ.ศ. ๒๕๑๙ เปลย่ี นเปน็ หมายเลข ๑๑๒
การสง่ แผนท่สี �ำรวจไปเขียนและพิมพ์ที่ประเทศเดนมารก์
ด�ำเนินไปเพียง ๒ ปีเท่าน้ัน ใน พ.ศ. ๒๔๕๗ คนไทยก็
สามารถเขยี นแผนท่สี �ำรวจได้เอง และตอ่ มาใน พ.ศ. ๒๔๖๔
ส่งไปพมิ พท์ กี่ รมแผนที่ทหารบก
ภาพท่ี ๑-๖๙ เรอื สำ� รวจอุทกศาสตรส์ หรัฐ USS. MAURY ขณะจอด ใน พ.ศ. ๒๔๕๘ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้รับ
เทยี บทา่ ท่ฐี านทพั เรอื สัตหบี ระหวา่ งการปฏิบตั งิ านส�ำรวจในอา่ วไทย อนมุ ตั ใิ หส้ ง่ นายทหารสำ� รวจ ๒ นาย คอื เรอื โท ลบิ รงุ่ สำ� พนั ธ์
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๐๕
และ เรือโท สาคร สิทธิศิริ ไปศึกษาวิชาการค�ำนวณ
โครงสรา้ งแผนท่ี การเขียนต้นฉบับแผนทสี่ �ำหรับการพมิ พ์
แ ล ะ ก า ร พิ ม พ ์ แ ผ น ท่ี เ พื่ อ ใ ช ้ ใ น ก า ร เ ดิ น เ รื อ ท่ี ก ร ม
อทุ กศาสตร์เดนมาร์ก โดยการติดตอ่ ของ นาวาโท ฟริตซ์
ทอมเซน นอกจากน้นั ยงั ได้ศึกษาวิชาต่าง ๆ ส�ำหรบั ใช้ทำ�
แผนที่ทางใช้การท่ีกรมเสนาธิการทหารบกเดนมาร์กด้วย
รวมใช้เวลาประมาณ ๖ เดอื น แมจ้ ะมเี วลาศกึ ษานอ้ ยแต่
ภาพที่ ๑-๗๐ พลเรอื โท ยงิ่ ศรีหงส์ อดตี เจ้ากรมอุทกศาสตร์ ก็นับว่าเรียนได้ส�ำเร็จสมตามความมุ่งหมายของทาง
และ นาวาเอก โสภณ ทองคำ� วงศ์ ขณะไปตรวจเยี่ยมการปฏิบตั ิงาน ราชการ
สำ� รวจ และเข้าเยย่ี มชมการเขยี นต้นฉบับแผนทบ่ี นเรือสำ� รวจ USS.MAURY
เมื่อนายทหารท้ังสองนายกลับมาปฏิบัติงาน
ก็ได้ถ่ายทอดวิชาการที่เรียนมาให้แก่พนักงานช่างเขียน
แผนที่ จนต่อมาไม่นานนักกองอุทกศาสตร์ก็สามารถ
สร้างแผนที่เดินเรือได้ส�ำเร็จแต่ยังต้องส่งไปให้กรมแผนท่ี
ทหารบกพิมพ์ใหอ้ ยู่ พ.ศ. ๒๔๖๑ โรงพมิ พก์ รมยุทธศกึ ษา
ทหารเรือ ย้ายมาสังกัดแผนกที่ ๗ (เดิมเป็นอุทกศาสตร์)
ภาพที่ ๑- ๗๑ นายทหารส�ำรวจของกรมอทุ กศาสตร์รว่ มปฏบิ ัตงิ านสำ� รวจ กรมเสนาธิการทหารเรือและตั้งกองช่างเขียนแผนท่ีทะเล
บนเรอื USS.MAURY ขนึ้ อกี กองหนง่ึ อยใู่ นแผนกที่ ๗ นี้ พ.ศ. ๒๔๖๔ ทรงพระกรณุ า
หนงั สือท่ีระลึก ๕๕ปี กรมอทุ กศาสตร์
โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะกองอทุ กศาสตร์ขึ้นเปน็ กรมอสิ ระ พ.ศ. ๒๔๗๙ หมวดสรา้ งแผนทท่ี ะเล กองแผนที่
ขน้ึ ตรงตอ่ กระทรวงทหารเรือ มีพลเรือจตั วา ฟรติ ซ์ ทอมเซน ทะเล ได้รับอนุมัติให้จัดซ้ือเคร่ืองพิมพ์ออฟเซทตราอักษร
เป็นเจ้ากรมอุทกศาสตร์เป็นท่านแรก Roland จากเยอรมนั (ภาพที่ ๑ - ๗๒) มีขนาดเพลท ๕๕
ในปีน้ียังได้จัดตั้งกองโรงพิมพ์ข้ึนเป็นหน่วยข้ึน X ๔๕ น้ิว นับเป็นเคร่ืองพิมพ์ออฟเซทเครื่องแรกของ
ตรงของกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ มีแม่กองโรงพิมพ์เป็น ประเทศไทย และมีขนาดใหญท่ สี่ ดุ ในขณะนนั้
ผู้บังคับบัญชา แบ่งงานเป็น ๓ แผนก คือ แผนกท่ี ๑, พ.ศ. ๒๔๘๐ ได้ทำ� การติดตัง้ เคร่ืองพิมพ์โรแลนด์
แผนกท่ี ๒ และ แผนกท่ี ๓ หลังจาก พ.ศ. ๒๔๖๔ ซึง่ ไดต้ งั้ และเร่มิ ทดลองเครื่อง เมือ่ วนั ที่ ๑๑ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๘๐
กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ขึ้นเป็นหน่วยงานหลักในการ พ.ศ. ๒๔๘๔ กรมอุทกศาสตร์ได้ก่อสร้างอาคาร
ผลิตแผนท่ีเดินเรือแล้ว ก็ได้ทยอยสร้างแผนที่ออกใช้ ๓ ซ่ึงได้มอบพน้ื ท่ีชน้ั ลา่ งเป็นหมวดสรา้ งแผนท่ีทะเล
ราชการและจ�ำหน่ายแก่ชาวเรือท่ัวไป ผลงานและการ พ.ศ. ๒๔๘๕ กรมอุทกศาสตร์ได้รับงบประมาณ
พฒั นาใน พ.ศ. ต่าง ๆ เรียงตามล�ำดบั ดงั น้ี ให้สร้างอาคารโรงพิมพ์กรมอุทกศาสตร์ขึ้น โดยใช้เงินค่า
พ.ศ. ๒๔๗๐ กองโรงพิมพไ์ ดจ้ ัดส่วนราชการใหม่ ก่อสรา้ ง ๒๘,๘๐๐ บาท
ปลดั กรมอทุ กศาสตรเ์ ปน็ หัวหนา้ กอง มหี น้าที่พิมพแ์ ผนท่ี พ.ศ. ๒๔๘๗ ประเทศไทยยังอยู่ในระหว่าง
ทะเลและเอกสารบรรณสารต่าง ๆ ของทางราชการ แบ่ง สงครามโลก คร้ังที่ ๒ กรมอุทกศาสตร์ได้รับมอบความรับ
งานออกเปน็ ๒ แผนก คอื แผนกท่ี ๑ มหี นา้ ทเี่ รียงพมิ พ์ ผดิ ชอบใหใ้ ชเ้ ครอื่ งพมิ พโ์ รแลนดพ์ มิ พธ์ นบตั รใบละ ๑๐๐ และ
แบบตัวอักษรและท�ำปก แผนกที่ ๒ มีหน้าที่ในการเขียน ๒๐๐ บาท ใหก้ ับธนาคารแหง่ ประเทศไทย โดยไดจ้ ดั พมิ พ์
แบบและแกะแม่พิมพ์ ถ่ายรูปน้�ำยากระจกเปียก กัดและ จนสงครามยุตลิ งจึงเลิกพมิ พใ์ นเดอื นตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
อัดแม่พิมพ์ และพิมพ์หน้าราบ รวมทั้งเป็นคลังกองโรง ในปีน้ีได้ขยายกิจการหมวดเอกสารการเดินเรือ กองอุปกรณ์
พมิ พ์ด้วย การเดินเรือข้นึ เป็นหมวดโรงพมิ พ์
พ.ศ. ๒๔๗๑ ทางราชการได้เปล่ียนช่ือกองช่าง พ.ศ. ๒๔๘๙ เปล่ียนช่ือกองสร้างแผนท่ีทะเล
เขียนแผนที่ (ซ่งึ เปลี่ยนไปใน พ.ศ. ๒๔๖๔) กลบั เป็น กอง เป็นกองสร้างแผนท่ี และได้ยกหมวดโรงพิมพ์ กอง
ชา่ งเขียนแผนทที่ ะเล อปุ กรณก์ ารเดินเรอื ขนึ้ เปน็ กองโรงพิมพ์ มแี ผนกในปกครอง
พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นปีท่ีเศรษฐกจิ ตกตำ่� ประเทศไทย ๔ แผนก คือ ๑) แผนกช่างเรียง ๒) แผนกช่างพิมพ์ ๓)
ต้องตัดลดงบประมาณเปน็ จ�ำนวนมาก ขา้ ราชการตอ้ งถกู แผนกชา่ งปก และ ๔) แผนกช่างเบ็ดเตล็ดและขนสง่
ดุลยภาพ กรมอุทกศาสตร์ถูกตัดทอนงบประมาณ และ พ.ศ. ๒๔๙๖ กรมอทุ กศาสตร์ ไดย้ กฐานะหมวด
ถูกลดฐานะลงเป็นกองอุทกศาสตร์ กองช่างเขียนแผนที่ สร้างแผนที่ทะเล ขึ้นเป็นกองสร้างแผนที่ทะเล ประกอบ
ทะเลและกองโรงพิมพ์ถูกลดฐานะเป็นแผนก อุปกรณ์ ด้วยหน่วยรอง ๕ หมวด คือ ๑) หมวดแผนที่เดินเรือ
สว่ นใหญร่ วมทงั้ แทน่ พมิ พจ์ ำ� นวนมากถกู โอนไปให้ กรมแผนท่ี ๒) หมวดแผนที่เดินอากาศ ๓) หมวดเอกสารและหลัก
ทหารบก คงเหลอื ไว้แต่แท่นพิมพ์หน้าราบบางส่วน ฐาน ๔) หมวดช่างเขยี นและ ๕) หมวดช่างภาพและพิมพ์
พ.ศ. ๒๔๗๖ กองอุทกศาสตร์กลบั เล่อื นฐานะข้ึน พ.ศ. ๒๕๐๑ กองทัพเรอื ได้จัดสว่ นราชการใหม่
เป็นกรมอีกคร้ังหนึ่ง แต่กิจการพิมพ์ไม่ได้ปรับปรุงขยาย โดยย้ายกองโรงพิมพ์ กรมอุทกศาสตร์ ไปข้ึนกับกรม
ตามไปด้วยเพราะในการที่จัดหาอุปกรณ์มาใหม่เพื่อขยาย สารบรรณทหารเรือ เรียกชอ่ื ว่า กองโรงพมิ พ์ กรมสารบรรณ
งานข้ึนไปจนเป็นกองใหม่นั้น จ�ำเป็นต้องใช้งบประมาณ ทหารเรอื โดยให้รบั ผดิ ชอบงานสว่ นที่เป็นการพมิ พ์หนา้ สงู
จ�ำนวนมาก ฉะน้ันงานพิมพ์จึงกระจายออกไปตามหน่วย (พิมพ์ตัวอักษร) ส�ำหรับกองสร้างแผนท่ี ได้รับการ
ท่ีจ�ำเป็น โดยการพิมพ์ตัวอักษร แผนผัง และภาพพล๊อต ปรบั ปรงุ ใหม่ มี ๗ แผนก คือ ๑) แผนกแผนที่เดินเรือ ๒)
ไปอยู่ในหมวดเอกสารการเดินเรอื กองอุปกรณก์ ารเดนิ เรือ แผนกแผนที่เดินอากาศ ๓) แผนกเอกสารและหลักฐาน
เพอ่ื ใชพ้ ิมพป์ ระกาศชาวเรอื และบรรณสารเลก็ ๆ นอ้ ย ๆ ๔) แผนกช่างเขียน ๕) แผนกชา่ งภาพและพมิ พ์ ๖) แผนก
ส่วนแท่นพิมพ์หน้าราบไปอยู่ในหมวดสร้างแผนที่ทะเล ถา่ ยพมิ พบ์ รรณสาร ๗) แผนกภาพถ่ายทางอากาศ
กองแผนทที่ ะเล พ.ศ. ๒๕๒๐ ไดป้ รบั ปรุงการจดั ภายในกองสรา้ ง
หนังสือทร่ี ะลึก ๕๖ปี กรมอทุ กศาสตร์
แผนทใี่ หมเ่ หลอื ๖ แผนก คือ ๑) แผนกแผนทเ่ี ดินเรอื ๒) ภาพที่ ๑-๗๓ ภาพธนบตั รทพ่ี มิ พ์ทก่ี รมแผนที่ทหารและ
แผนกแผนท่ีเดินอากาศ ๓) แผนกเอกสารและหลักฐาน กรมอทุ กศาสตรท์ หารเรือ มี ๒ ราคา คอื ๒๐ บาท
๔) แผนกชา่ งเขียน ๕) แผนกช่างภาพและพมิ พ์ ๖) แผนก
ภาพถ่ายทางอากาศ พมิ พ์เม่อื วันที่ ๒๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๘๘ และ ๑๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๓๗ อาคาร ๓ ส่วนที่เป็นกอง พมิ พ์เม่ือวนั ท่ี ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๘
สมุทรศาสตร์และกองสร้างแผนที่ มีสภาพไม่ปลอดภัย
ส�ำหรับการใช้งาน จึงได้ย้ายกองสมุทรศาสตร์ไปอยู่ที่ ๑.๒๔ งานเคร่อื งหมายทางเรอื
อาคารสามสมอในเขตพระราชวังเดิม เป็นการช่ัวคราว
ส่วนกองสร้างแผนท่ีย้ายบางส่วนเข้าไปอยู่ในห้องประชุม ในสมัยที่ฝร่ังได้มาขอเจรจาสัญญาทางพระราช
ชั้น ๒ ของอาคาร ๒ ในระหว่างรอการรื้ออาคาร พ.ศ. ไมตรี เพ่ือขอแก้ไขวิธีการค้ากับประเทศไทย นับตั้งแต่
๒๕๓๘ กองสร้างแผนที่ได้รับอนุมัติให้ด�ำเนินงานตาม สมยั รชั กาลที่ ๒ เป็นตน้ มา โดยมี จอหน์ ครอฟอร์ด เปน็
โครงการน�ำร่อง เพื่อพัฒนางานสร้างแผนที่เดินเรือ ทูตอังกฤษเข้ามาเจรจาเป็นคนแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๕
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๖๙ ก็มี ร้อยเอก เฮนรี่ เบอร์นี
พ.ศ. ๒๕๔๐ กองสร้างแผนท่ีได้รับเคร่ืองพิมพ์ เข้ามาเจรจาสัญญาทางพระราชไมตรีและการค้าอีก ทั้ง
แผนทีใ่ หม่ และได้ยา้ ยทีท่ ำ� การเข้าไปแทนกองสำ� รวจแผนท่ี สองคนนีม้ าในนามของผสู้ ำ� เรจ็ ราชการอนิ เดีย
ในอาคาร ๒ ชั้น หลงั อาคาร ๓ และบางส่วนของกองสร้าง จากน้ันก็ได้มีเรือค้าขายของต่างประเทศเข้ามา
แผนที่ ย้ายไปอยู่อาคารริมน้�ำในพ้ืนที่กรมสารวัตรทหารเรือ ในกรุงเทพฯ เป็นจ�ำนวนมากข้ึน ทางฝ่ายสหรัฐอเมริกาก็
ตรงข้ามท่าราชวรดิตถ์ (ปัจจุบันเป็นท่ีตั้งของหอประชุม ขอเข้ามาท�ำสัญญาเช่นเดียวกับฝ่ายอังกฤษ จนถึงสมัย
กองทพั เรอื ) รัชกาลท่ี ๔ เซอร์ จอหน์ บาวรงิ ผู้ว่าราชการเมืองฮ่องกง
พ.ศ. ๒๕๔๖ กองสรา้ งแผนทไ่ี ด้ย้ายท่ีท�ำการจาก ได้เป็นราชทูตในนามของเมืองอังกฤษ เข้ามาท�ำสัญญาทาง
ที่ต้ังเดิมในเขตพระราชวังเดิม มายังท่ีต้ังกรมอุทกศาสตร์ พระราชไมตรี และการคา้ กบั ประเทศไทย เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๓๙๘
แห่งใหม่ในพื้นทบ่ี างนา จนกระท่ังปัจจบุ ัน การตกลงการท�ำสัญญาในคร้ังน้ี เป็นอันยกเลิกวิธีการค้า
แบบโบราณโดยส้นิ เชงิ
ภาพท่ี ๑-๗๒ เครือ่ งพมิ พ์ออฟเซท ตราอกั ษร โรแลนด์ มีขนาดเพลท ต่อแต่น้ันมาก็ได้มีเรือค้าขายของประเทศต่าง ๆ
๕๕ X ๔๕ นิว้ นบั เป็นเครอ่ื งพมิ พอ์ อฟเซทเครื่องแรกของไทย เข้ามาในกรุงเทพฯ เป็นจ�ำนวนมากข้ึนเป็นล�ำดับ กิจการ
ของกรมท่าก็เพ่ิมพูนมากข้ึนเป็นเงาตามตัว จึงได้จัดงาน
ของกรมท่า ออกเป็น ๓ ฝ่าย เรียกว่า กรมท่ากลาง
หนงั สือทรี่ ะลกึ ๕๗ปี กรมอุทกศาสตร์
กรมท่าซ้าย และกรมท่าขวา โดยกรมท่ากลาง มีหน้าที่ ประภาคารว่า Bar of Regent Lighthouse นับเป็น
เป็นกองกลาง รับหน้าท่ีส่วนใหญ่ในกิจการท่ัวไป และ ประภาคารแห่งแรกของประเทศไทย ที่สร้างขึ้นตาม
ติดต่อกับฝรั่งชาวยุโรป กรมท่าซ้ายติดต่อกับคนจีน และ มาตรฐานสากล เคร่ืองหมายทางเรือในสมัยเร่ิมแรกนั้น
กรมทา่ ขวาติดตอ่ กบั คนแขก ใช้ไม้เสาแก่นหุ้มสังกะสี ๓ ต้น ปักลงไปในดินเป็นรูป ๓
เมอ่ื มเี รอื สนิ คา้ เขา้ มากรงุ เทพฯ มากยง่ิ ขน้ึ กจ็ ำ� เปน็ ขา ข้างบนสานเป็นตะกร้อ แลว้ ทาสขี าวหรือสแี ดงไวเ้ ป็น
ต้องปรับปรุงกิจการฝ่ายเจ้าท่า ให้เหมาะสมกับความเจริญ ทสี่ งั เกต
ของประเทศ อาทิ การท่าเรอื การนำ� รอ่ ง การเครอ่ื งหมาย พ.ศ. ๒๔๒๑ ทางราชการกรมท่าจึงได้เร่ิมสั่งทุ่น
ทางเรือ และการออกพระราชก�ำหนดกฎหมายเก่ียวกับ เหล็กจากประเทศอังกฤษมาใช้เป็นเคร่ืองหมายทางเรือ
การเดินเรือ ทางราชการจึงได้จัดหาฝร่ังชาวยุโรปมาช่วย เป็นการถาวร แต่ไม่มีบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า กัปตันบุช
ราชการของกรมท่าฝ่ายเจ้าท่า ให้เป็นที่เรียบร้อย จึงได้ ได้สรา้ งเครือ่ งหมายทางเรือ ไว้ท่ไี หนบา้ งทางฝ่ังตะวันออก
ตกลงว่าจ้าง กัปตัน จอหน์ บชุ ชาตอิ งั กฤษ มาเป็นผูร้ เิ ริ่ม ของอา่ วไทย
งานฝ่ายเจ้าท่า เพ่ือให้ความสะดวกแก่บรรดาเรือค้าขายที่ สำ� หรบั เรอื ใช้สอยในราชการฝ่ายเจ้าท่านน้ั ใชเ้ รอื
เขา้ มาในทา่ เรอื ของประเทศไทย ซึ่งนบั วันมแี ต่จะมากยิง่ ขึน้ ที่มีชอ่ื วา่ กรมทา่ (Khromata) ซงึ่ กปั ตันบุช เปน็ นายเรือ
กัปตันบุช แรกเริ่มมีต�ำแหน่งเรียกว่า เจ้าท่า คน เองในระยะเร่ิมแรกท่ีเร่ิมรับหน้าที่เป็นเจ้าท่า ต่อมาได้ใช้
สมยั ก่อนเรียกท่านวา่ หับประมาสะแตน (Harbour Master) เรือราชการล�ำอ่ืน ๆ ส�ำหรับงานเจ้าท่า เช่น เรือแกลดีส
ขึน้ กบั กรมทา่ กลาง หน้าทเี่ จ้าทา่ แบบหบั ประมาสะแตนน้ี เรือพิลลา และเรือพระยม เป็นต้น ส�ำหรับใช้สอยใน
ไม่มหี นา้ ท่ีเกี่ยวกบั การค้าหาเงินเขา้ สทู่ อ้ งพระคลัง กัปตนั ราชการเกี่ยวกับการกระโจมไฟ และเครื่องหมายทางเรือ
บุช เจ้าท่าตามระบบใหม่ได้เข้ามารับราชการในเมืองไทย ซ่ึงถือว่าเปน็ งานส�ำคัญอย่างหน่งึ ของเจ้าท่า
ในสมยั รัชกาลที่ ๔ ได้ปฏบิ ตั ริ าชการมีความชอบตลอดมา งานเคร่ืองหมายทางเรือในสมัยน้ัน ได้ขยายต่อ
จนได้รับพระราชทานบรรดาศักด์ิเป็นหลวง พระ และ ไปโดยจัดให้มีกระโจมไฟ และเคร่ืองหมายทางเรือแสดง
พระยาวสิ ตู รสาครดษิ ฐ์ ตามลำ� ดับ ร่องน�้ำ และท่ีตื้น โดยท่ัวไปในอ่าวไทยท้ังฝั่งตะวันออก
งานเริ่มแรกของท่านก็คือ ในปี พ.ศ. ๒๓๙๖ ได้ ฝั่งตะวันตก และฝั่งทะเลด้านตะวันตกของแหลมมาลายู
โปรดเกล้าฯ ให้กัปตันบุช จัดการสร้างกระโจมไฟที่ปาก ภาคภูเก็ต ภายหลังเจ้าท่าย้ายจากกรมทา่ มาอยู่ในสังกัด
แม่น้�ำเจ้าพระยา เพื่อสะดวกแก่การเดินเรือที่จะเขา้ มาใน กรมโยธาธกิ าร และต่อมายกฐานะเปน็ กรมเจา้ ทา่
กรุงเทพฯ และต่อมาก็ได้จัดสร้างสามขา และทุ่นหมาย ในสมัยที่กรมเจ้าท่ามีหน้าท่ีควบคุมดูแลการ
ทางเดินเรือ ตั้งแต่ปากน้�ำเจ้าพระยาลงไปตามฝั่งทะเล เครื่องหมายทางเรือ ซึ่งเป็นงานส�ำคัญอย่างหนึ่งน้ัน กรม
ตะวนั ออกจนถึงระยอง การน้ี กปั ตันบชุ มีหนา้ ที่อ�ำนวยการ เจ้าท่าไดม้ กี องกระโจมไฟขึน้ ในสงั กดั เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๘
และดูแลรักษาโดยตลอด จึงกล่าวได้ว่า กิจการเคร่ืองหมาย และมีเรือพระยม (ล�ำที่หนึ่ง) ส�ำหรับใช้เป็นพาหนะตรวจ
ทางเรือในประเทศไทย ได้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างจนถือได้ว่า ตราดูแลกระโจมไฟ และทุ่นเคร่ืองหมายทางเรือ และใช้
เป็นส่ิงอ�ำนวยความสะดวกแก่การเดินเรือในรัชสมัยของ ส�ำหรับส่งน้�ำมันก๊าดจุดตะเกียง เสบียง และพัสดุต่าง ๆ
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั รัชกาลที่ ๔ ตลอดจนเงินเดือนของเจ้าหน้าท่ีกระโจมไฟท่ีได้สร้างไว้
ปี พ.ศ. ๒๔๐๙ ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาเทพ แล้วในสมยั น้นั
อรชุน ไปท�ำเรือนตะเกียง (ประภาคาร) ที่หลังสันดอน การปฏิบัติหน้าที่ของกองกระโจมไฟน้ัน มีเรือ
ส�ำหรับเรอื ลูกคา้ ใชเ้ ป็นทหี่ มายเข้าออก ตรวจภาค คือ การตรวจสภาพของกระโจมไฟ และการ
ปี พ.ศ. ๒๔๑๗ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรี ท�ำความสะอาดทุ่นเครื่องหมายท่ีได้ทอดไว้ตามท่ีต่าง ๆ
สรุ ยิ วงศ์ ได้บรจิ าคเงินสรา้ งประภาคารสมัยใหม่ท่สี ันดอน การตรวจภาค มปี ีละ ๒ ครัง้ คือ ทางภาคตะวนั ออก ไป
ปากแม่นำ�้ เจ้าพระยา เปดิ ใช้เมือ่ วนั ที่ ๙ พฤศจิกายน มี ท�ำการตรวจในเดือนกุมภาพันธ์ ทางภาคตะวันตกไป
เจ้าหน้าที่เป็นฝร่ังชาวเยอรมันคอยเฝ้าดูแลรักษา ให้ชื่อ ตรวจในเดือนกรกฎาคม ในโอกาสนี้จะจัดสิ่งของต่าง ๆ
หนังสือทีร่ ะลกึ ๕๘ปี กรมอุทกศาสตร์
และเงินเดือนท่ีจะเอาไปจา่ ยในท่ตี ่าง ๆ ด้วย การสง่ ส่งิ ของ มหาดไทยจัดการดูแลแทน ประภาคารทางใต้คือท่ี
และเงนิ เดือน ตามธรรมดาไปส่ง ๒ หรือ ๓ เดือนหนึ่งคร้ัง ปัตตานี และบริเวณภูเก็ต จึงเคยอยู่ในความดูแลของ
แต่ท่ีกระโจมไฟเกาะจวง ซ่ึงเป็นกระโจมไฟส�ำคัญและอยู่ กระทรวงมหาดไทยมากอ่ น
ไม่ไกลนัก มีการส่งเป็นประจ�ำทุก ๆ เดือน หัวหน้ากอง ก่อนการโอนรับมอบประภาคารและกระโจมไฟ
กระโจมไฟในสมัยก่อน ๆ (ของกรมเจา้ ท่า) มีหลวงประดษิ ฐ์ ท่อี ยู่ในความรบั ผิดชอบของกรมเจา้ ทา่ ประกอบด้วย
นาวา (จันทร)์ พระวถิ ีชลธาร (สอน) และหลวงสญั จรชลธี ๑.ประภาคารสนั ดอน สรา้ งเมอื่ พ.ศ. ๒๔๑๓
(W.Nielsen) เปน็ คนสดุ ทา้ ย ๒.ประภาคารหินสัมปะยอ้ื จังหวดั ชลบุรี สรา้ งเมอื่
กิจการหลังการมอบโอนกระโจมไฟและทุ่นไปข้ึน พ.ศ. ๒๔๓๘
กบั กระทรวงทหารเรือ ๓.ประภาคารเกาะจวง จงั หวัดชลบรุ ี สร้างเมือ่
เน่ืองจากกิจการเครื่องหมายทางเรือเป็นงาน พ.ศ. ๒๔๔๐
ส�ำคัญ ซ่ึงทางราชการจะต้องจัดท�ำประภาคาร และทุ่น ๔.กระโจมไฟสงขลา จังหวัดสงขลา สร้างเม่ือ
เคร่ืองหมายทางเรือให้มีจ�ำนวนมากยิ่งขึ้นตามแบบอย่าง พ.ศ. ๒๔๔๐
ของสากล ในการนี้ จ�ำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ และพาหนะ ๕.ประภาคารเกาะตะเภาน้อย จังหวดั ภเู ก็ต สรา้ ง
ทางเรือ เป็นจ�ำนวนมากจึงจะพอแก่การ ทางราชการจึง เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๔๒
เหน็ วา่ หากจะโอนกจิ การน้ี มอบให้กระทรวงทหารเรือรับ ๖.ประภาคารแหลมสิงห์ จังหวดั จันทบรุ ี สรา้ งเมอ่ื
ไปดำ� เนนิ การกจ็ ะเปน็ การเหมาะสม ฉะนน้ั ในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ พ.ศ. ๒๔๔๙
(ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ๗.ประภาคารเกาะปราบ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
รัชกาลท่ี ๖) จึงมีพระบรมราชโองการให้โอนกระโจมไฟ สร้างเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๐
และทุน่ จากกรมเจ้าท่า กระทรวงนครบาล และกระทรวง ๘.กระโจมไฟเกาะเตาหม้อ จังหวัดชลบุรี สร้าง
มหาดไทย ไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงทหารเรือ เมือ่ พ.ศ. ๒๔๕๑
ตงั้ แต่วันท่ี ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ดังมีประกาศในราช ๙.ประโจมไฟหนิ ขช้ี า้ ง จงั หวัดตราด สร้างเม่อื
กิจจานเุ บกษาว่าดังนี้ พ.ศ. ๒๔๕๑
ประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ๑๐.กระโจมไฟเกาะโคม (เกาะคนั ) จงั หวดั ระนอง
โอนกระโจมไฟและทุ่นไปรวมขนึ้ ทางกระทรวงทหารเรือ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑
มีพระบรมราชโองการด�ำรัสเหนือเกล้าฯ ว่า ๑๑.ประภาคารเกาะมตั โพน จังหวัดชุมพร สร้าง
ราชการกระโจมไฟและทุ่นไฟต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในความรับผิด เมือ่ พ.ศ. ๒๔๕๑
ชอบแห่งกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม และกระทรวง ๑๒.ประภาคารหลังสวน จังหวัดชุมพร สรา้ งเมือ่
มหาดไทย เวลาน้ีมีส่วนมาก ซึ่งเก่ียวเน่ืองกับกิจการของ พ.ศ. ๒๔๕๓
ราชนาวี สมควรจะโอนการดูแลรักษากระโจมไฟและทุ่น ๑๓.กระโจมไฟเกาะบุเหลาโบ๊ต (เกาะเบ็ง) จังหวัด
เหล่าน้ี ไปข้ึนอย่กู ับกระทรวงทหารเรอื จงึ โปรดเกลา้ ฯ ให้ ตรัง สร้างเมือ่ พ.ศ. ๒๔๕๓
กระทรวงทหารเรือรับหน้าท่ีซึ่งว่าน้ี จากกระทรวง ๑๔.กระโจมไฟเกาะยาว จงั หวัดสตูล สร้างเม่อื
นครบาล และกระทรวงมหาดไทย แตบ่ ดั นเ้ี ป็นต้นไป พ.ศ. ๒๔๕๖
ประกาศมา ณ วันท่ี ๒๔ ธันวาคม พระพุทธ นอกจากนี้ ยังมีเรือทุ่นไฟทอดเป็นเครื่องหมาย
ศักราช ๒๔๖๒ เป็นปที ่ี ๑๐ ในรชั การปัจจุบันน้ี ทางเรือเดินในรอ่ งนำ�้ สนั ดอนปากน้ำ� เจ้าพระยา รวม ๓ ล�ำ
ในขณะที่มีการโอนรับมอบกิจการน้ี กรมเจ้าท่า ทุ่นหมายต�ำบลทเี่ ปน็ อันตรายแกก่ ารเดินเรือ ๑๓ แหง่
อยู่ในสังกัดกระทรวงนครบาล ส่วนประภาคารทางภาค ในการมอบโอนกระโจมไฟและทุ่นไฟต่าง ๆ ไป
ใตซ้ ่ึงอยู่หา่ งไกลจากรงุ เทพฯ มาก ไมเ่ ป็นการสะดวกท่ีจะ ข้ึนอยู่กับกระทรวงทหารเรือน้ียังมีเรือ “พระยม” (ต่อมา
ให้กรมเจ้าท่าควบคุมดูแลโดยตรง จึงได้มอบให้ทางฝ่าย เปลยี่ นเปน็ “เรอื หลวงจวง” เมอ่ื วนั ท่ี ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๘)
หนงั สอื ทีร่ ะลึก ๕๙ปี กรมอทุ กศาสตร์
สำ� หรบั ตรวจการประภาคาร ๑ ล�ำ พร้อมด้วยงบประมาณ ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๔๖๔-๒๔๖๖ กองเครอ่ื งหมายทางเรอื
ปีละ ๒๘๐,๐๐๐.- บาท (ค่าของเงินเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๒) ได้จัดสร้างกระโจมไฟข้ึนอีกหลายแห่ง ได้แก่ กระโจมไฟ
โดยให้กองทัพเรือเป็นผู้ถืองบประมาณค่าใช้จ่ายจาก เกาะมัตโพน กระโจมไฟเกาะปราบ กระโจมไฟเกาะผี
งบประมาณจ�ำนวนนี้ ได้ถกู ตัดหลงั จากการเปล่ียนแปลงการ กระโจมไฟเกาะตะเภานอ้ ย กระโจมไฟเกาะยาว กระโจม
ปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยกองทัพเรือได้จัดสรรงบ ไฟเกาะแสมสาร กระโจมไฟแหลมสิงห์ กระโจมไฟ
ประมาณของกองทพั เรอื ให้ หลังสวน กระโจมไฟสงขลา กระโจมไฟเกาะช้าง กระโจม
หลงั จากทีไ่ ด้รับมอบกระโจมไฟและทนุ่ ไฟตา่ ง ๆ ไฟเกาะเบ็ง
แล้ว กระทรวงทหารเรือ ก็ได้มอบให้ นาวาเอก ฟริตซ์ ใน พ.ศ. ๒๔๖๗ กองเครื่องหมายทางเรือเร่ิม
ทอมเซน็ หวั หนา้ แผนกที่ ๗ กรมเสนาธกิ ารทหารเรือ เปน็ เปล่ียนเช้ือเพลิงท่ีใช้จุดตะเกียงกระโจมไฟจากการใช้
ผู้จัดการรับมอบและเป็นเจ้าหน้าที่ด�ำเนินการ โดยได้มี น้�ำมันก๊าดเป็นก๊าชอะเซติลีน โดยเร่ิมเปล่ียนแห่งแรกท่ี
การรับมอบกัน เม่อื วันท่ี ๒ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๖๒ (ขณะน้นั กระโจมไฟเกาะเตาหมอ้ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๗
วันข้ึนปีใหม่ ยังใช้ วันท่ี ๑ เมษายน) เม่ือรับโอนมาแล้ว ใน พ.ศ. ๒๔๖๘ กรมอทุ กศาสตร์ ไดม้ กี ารเปลยี่ นแปลง
ทางด้านงบประมาณได้ให้กระทรวงทหารเรือถืองบ การเรยี กชอ่ื กระโจมไฟใหม่ โดยเรยี กกระโจมไฟทมี่ เี จา้ หนา้ ที่
ประมาณ แต่กระทรวงทหารเรือมงี านท่ีตอ้ งใช้งบประมาณ เฝ้าดูแลรักษาว่า “ประภาคาร” ซึ่งแต่เดิมเรียกรวมกัน
อยู่มาก งบประมาณแผนกที่ ๗ ได้รับส�ำหรับใชเ้ พ่อื การนี้ หมดว่า “กระโจมไฟ” ไม่ว่าจะมีคนเฝ้าหรือไม่ การจัดส่วน
จึงลดลงจากท่ีหน่วยเดิมเคยได้รับมาก แต่ก็ได้พยายาม ราชการในกองเครอื่ งหมายทางเรอื ใน พ.ศ. นี้ จงึ ประกอบดว้ ย
จัดท�ำ ดัดแปลงแก้ไขในเรือ่ งวสั ดอุ ปุ กรณ์ เคร่ืองมอื เครอื่ ง - คลงั ทนุ่ และประภาคาร
ใช้ด้วยกำ� ลังพลของหนว่ ยเอง และไดข้ ยายงานเครอื่ งหมาย - เรือทุ่นอะไหลใ่ นกรงุ เทพ ฯ
ทางเรือให้เป็นไปตามระบบมาตรฐานสากลจนกิจการนี้ - เรอื ทุน่ แดงล�ำใน
ได้เจรญิ ก้าวหน้ามาตามลำ� ดับ - เรือทุ่นแดงล�ำนอก
ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ แผนกที่ ๗ ของกรมเสนาธกิ าร - เรือทนุ่ เขียว
ทหารเรือ กไ็ ดร้ ับการเปลย่ี นนาม เปน็ “กองอุทกศาสตร์ - ประภาคารสันดอน
ทหารเรือ” และอกี ๑ เดือนกวา่ ตอ่ มา กย็ กกองอุทกศาสตร์ - ประภาคารอษั ฎางค์
ทหารเรอื ข้นึ เปน็ “กรมอุทกศาสตร์ทหารเรอื ” โดยกจิ การ - ประภาคารแหลมตาชี
เคร่ืองหมายทางเรือน้ันได้ตั้งกองเครื่องหมายทางเรือขึ้น - ประภาคารพาหรุ ัตน์ (เกาะจวง)
รับผิดชอบ มหี นว่ ยใตก้ ารบังคับบญั ชา คือ - ประภาคารช่องแสมสาร
- กระโจมไฟสนั ดอน - ประภาคารระยอง
- กระโจมไฟอัษฎางค์ - ประภาคารเกาะเสมด็
- กระโจมไฟเกาะพระ - ประภาคารแหลมสงิ ห์
- กระโจมไฟเกาะจวง - ประภาคารเกาะจกิ
- กระโจมไฟระยอง - ประภาคารแหลมงอบ
- กระโจมไฟเกาะเสมด็ - ประภาคารเกาะมตั โพน
- กระโจมไฟแหลมงอบ - ประภาคารหลังสวน
- กระโจมไฟเกาะจิก - ประภาคารเกาะปราบ
- เรือทุน่ เขียว - ประภาคารเกาะคัน
- เรือท่นุ แดงลำ� นอก - ประภาคารเกาะตะเภานอ้ ย
- เรอื ทุ่นแดงลำ� ใน - ประภาคารเกาะเบ็ง
- เรือทนุ่ อะไหล่อยูใ่ นกรงุ เทพ ฯ - ประภาคารเกาะยาว
หนังสอื ทีร่ ะลกึ ๖๐ปี กรมอุทกศาสตร์
- ประภาคารเกาะผี ในดา้ นการจดั สว่ นราชการภายในกองนน้ั นับแต่
หลงั จาก พ.ศ. ๒๔๖๘ เปน็ ตน้ มา การเปล่ยี นแปลง รับโอนกิจการจากกระทรวงนครบาล และกระทรวง
การจัดส่วนราชการภายในกองเครื่องหมายทางเรือ มี มหาดไทย ใน พ.ศ. ๒๔๖๒ กล่าวได้ว่าแทบจะไม่มีการ
ไม่มากนัก มีการยุบเลิก และจัดตั้งประภาคารบ้างตาม เปลี่ยนแปลง ประภาคารต่าง ๆ ถูกจัดให้เป็นหน่วยที่ขึ้น
เหตุแห่งสถานการณ์ เม่ือประภาคารสันดอน เปลี่ยนไป ต่อกองโดยตรง จนมาถึง พ.ศ. ๒๕๐๑ แนวความคิดจึง
ท�ำหน้าท่ีชักสัญญาณบอกความลึกของน้�ำ เพื่อให้เรือท่ี เปลี่ยนไป โดยได้จัดให้ประภาคารต่าง ๆ เป็นหน่วยข้ึน
จอดคอยผ่านสันดอนทราบ ก็ได้เปลี่ยนเรียกประภาคาร ตรงตอ่ แผนกประภาคารและทนุ่ ในปีนี้ กองเคร่อื งหมาย
สนั ดอนเปน็ “สถานีบอกนำ�้ สนั ดอน” ทางเรอื จึงแบ่งเปน็ ๒ แผนก คือ แผนกประภาคารและทนุ่
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ กองเคร่ืองหมายทางเรือ ถูก กบั แผนกชา่ งเคร่อื งหมายทางเรือ ส�ำหรบั ท่ีทำ� การของกอง
ยุบลงเป็นแผนกตามกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือท่ีถูกยุบ เครอ่ื งหมายทางเรอื นั้น ใน พ.ศ. ๒๔๘๐ อย่บู นช้นั ๒ ของ
เป็นกองอุทกศาสตร์ทหารเรือ แต่ในปีต่อมาก็กลับยก อาคาร ๓ ด้านท่ีต่อกับโรงพิมพ์กรมสารบรรณทหารเรือ
ฐานะเป็นเช่นเดิม กองเครื่องหมายทางเรือ ใน พ.ศ. ส่วนคลงั เคร่อื งหมายทางเรือ อย่หู ลงั ปอ้ มวิชยั ประสิทธิ์
๒๔๗๖ มีหนว่ ยข้นึ ตรงประกอบด้วย
- เรอื ท่นุ ไฟเขียว
- เรือทุ่นไฟแดง
- เรือทุ่นไฟขาว
- เรือทนุ่ อะไหล่
- สถานีบอกน�้ำสันดอน
- ประภาคารอษั ฎางค์
ภาพท่ี ๑-๗๔ แผนผังการจัดกองเคร่อื งหมายทางเรือ เม่อื พ.ศ. ๒๕๐๑
- ประภาคารพาหรุ ัตน์ พ.ศ. ๒๕๑๑ กองทพั เรอื มคี วามตอ้ งการพนื้ ทห่ี ลัง
- ประภาคารแหลมตาชี ป้อมวิชยั ประสทิ ธิ์ ซง่ึ เปน็ กราบทหารหมวดเรืออทุ กศาสตร์
- ประภาคารเกาะเสม็ด และคลงั ของกองเครื่องหมายทางเรอื เพื่อก่อสรา้ งโรงเรียน
- ประภาคารแหลมสิงห์ นายทหาร จงึ ไดส้ รา้ งอาคารกราบทหาร และคลงั เครอื่ งหมาย
- ประภาคารแหลมงอบ ทางเรือชั่วคราวให้ใหม่ที่ปากคลองวัดอรุณราชวราราม
- ประภาคารหลังสวน ซงึ่ เดมิ เป็นคลังเชอื้ เพลงิ ของกรมพลาธกิ ารทหารเรอื
- ประภาคารเกาะปราบ พ.ศ. ๒๕๑๕ การพัฒนางานเคร่อื งหมายทางเรอื
- ประภาคารเกาะไผ่ แบบก้าวกระโดดได้เร่ิมขึ้น เป็นปีแรกเริ่ม “โครงการ
- ประภาคารเกาะตะเภาน้อย พัฒนาเครอื่ งหมายทางเรอื ในน่านน้ำ� ไทย พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง
ส�ำหรับงานเคร่ืองหมายทางเรือในปีนี้ ทางการ ๒๕๑๙” โดยได้รับงบประมาณจากรัฐบาลผ่านกระทรวง
ได้พิจารณาเห็นว่าเรือทุ่นไฟมีราคาแพงมากถึงล�ำละ คมนาคม โครงการนี้มี นาวาเอก สุขเกษม ณ ล�ำปาง
๗๐,๐๐๐ บาท ไม่คุ้มค่าและมักจะเคล่ือนท่ีเม่ือมีคลื่นลม หัวหน้ากองเคร่ืองหมายทางเรือ เป็นผู้เร่ิมโครงการและ
จัดคนประจ�ำเรือหาความสุขมิได้ จึงได้อนุมัติให้กรม ได้รบั การสนบั สนนุ จากกรมอทุ กศาสตร์ กองทพั เรอื และ
อทุ กศาสตร์ สรา้ งประภาคารสนั ดอนขน้ึ ใหม่เปน็ คอนกรีต กระทรวงกลาโหม ตามล�ำดบั จนในทีส่ ุดไดผ้ า่ นความเห็น
เสริมเหล็กรูปหอคอย ๓ ช้ัน ส่วนตัวตะเกียงใช้ของเก่าท่ี ชอบจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาสุริยวงศ์ซื้อมา น�ำมาดัดแปลง และคณะรัฐมนตรี เปา้ หมายในการดำ� เนินการโดยย่อ คือ
ใหม่ เร่มิ ลงมือสรา้ งเม่ือวนั ท่ี ๑ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๗๙ เปดิ สร้างเรือใช้งานเครื่องหมายทางเรอื ๑ ลำ� สร้างกระโจมไฟ
ใช้งานเม่ือวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๐ ส้ินค่า ข้นึ อีก ๒๑ แหง่ สรา้ งท่ีทำ� การและบา้ นพกั ใหป้ ระภาคาร
ก่อสรา้ ง ๒๖,๘๐๐ บาท ต่าง ๆ สร้างที่ท�ำการกองเคร่ืองหมายทางเรือและคลัง
หนังสือทีร่ ะลึก ๖๑ปี กรมอุทกศาสตร์
จัดหาตะเกยี ง เครือ่ งแสงสว่าง ท่นุ ไฟ เรอื ยนต์ และอื่น ๆ วันท่ี ๓ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๙ กองเครอื่ งหมาย
พ.ศ. ๒๕๒๐ กรมอุทกศาสตร์ ได้รับอนุมัติให้ ทางเรือ และหมวดเรืออุทกศาสตร์ ย้ายที่ต้ังจากท่ีตั้ง
ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ และอัตราก�ำลังพลใหม่ ชั่วคราวในสถานีทหารเรือกรุงเทพ ไปยงั ทที่ ำ� การสรา้ งใหม่
ตงั้ แตว่ ันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐ จัดแบ่งส่วนราชการ บรเิ วณป้อมพระจุลจอมเกล้า
ออกเป็น ๙ กอง และในปีนั้นเอง กองเคร่ืองหมายทางเรือ
ไดร้ บั อนมุ ตั ใิ หเ้ พมิ่ แผนกคลงั เครอ่ื งหมายทางเรอื ขน้ึ อกี แผนกหนง่ึ
ภาพที่ ๑-๗๕ แผนผงั การจดั กองเครือ่ งหมายทางเรอื เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ภาพที่ ๑-๗๖ ทตี่ งั้ กองเครอื่ งหมายทางเรอื และหมวดเรืออุทกศาสตร์
บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ จังหวดั สมทุ รปราการ
วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้รับมอบเรือใช้
งานเคร่ืองหมายทางเรือ “เรือหลวงสุรยิ ะ” ขนาด ๙๖๐ ตัน พ.ศ. ๒๕๓๑ รฐั บาลไทยและรฐั บาลมาเลเซยี รว่ มกนั
ซึ่งต่อที่ บริษัท อู่กรุงเทพ จ�ำกัด โดยได้งบประมาณจาก จัดพิธเี ปิดประภาคารตากใบ เม่อื วันท่ี ๑๒ เมษายน เพอื่
กระทรวงคมนาคม มี เรือเอก เสน่ห์ สนุ ทรมงคล (ยศใน เป็นท่ีหมายแสดงแนวเส้นแบ่งทะเลอาณาเขตระหว่าง
ขณะน้ัน) เป็นผูบ้ งั คับการเรอื คนแรก ประเทศท้ังสองทางฝั่งอ่าวไทย และใช้เป็นเครื่องหมาย
ส�ำหรับการกอ่ สร้างทที่ ำ� การนั้น ใน พ.ศ. ๒๕๒๒ ทางเรือโดยกรมอุทกศาสตร์ได้รับมอบความรับผิดชอบใน
ได้ร้ืออาคารไม้สองช้นั ด้านหลัง อาคาร ๓ ซงึ่ เปน็ ท่ีท�ำการ การด�ำเนนิ การประภาคาร
กองเครื่องหมายทางเรือ (อยู่ระหว่างโรงพิมพ์กองสร้าง ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๔ เมอื่ รฐั บาลได้ดำ� เนนิ
แผนที่ กับกองโรงพิมพ์กรมสารบรรณทหารเรือ ใน การสร้างท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบงั เสร็จแลว้ คณะรัฐมนตรี
พระราชวังเดิม) รวมทั้งร้ือกองโรงพิมพ์กรมสารบรรณ มีมติให้เลกิ กิจการของท่าเรอื พาณิชยส์ ัตหบี (ท่าเรอื นำ้� ลกึ
ทหารเรอื ดว้ ย แลว้ ได้ก่อสร้างอาคาร ๒ ชัน้ ขนึ้ ใหม่ ตอ่ กบั จุกเสม็ด) และให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยส่งคืนท่าเรือ
กองโรงพิมพ์กรมสารบรรณทหารเรือเป็นตึกเดียวกัน ใน พาณิชย์สัตหีบให้กองทัพเรือ กองทัพเรือมอบให้ฐานทัพเรือ
ระยะแรกได้แบ่งอาคารส่วนของกรมอุทกศาสตร์ ให้เป็น สัตหบี เข้าไปด�ำเนินการดูแลและรบั ผิดชอบ โดยมอบงาน
ท่ที ำ� การกองเครอื่ งหมายทางเรอื ชัว่ คราว ตอ่ มาใน พ.ศ. เครือ่ งหมายทางเรือในเขตท่าใหก้ รมอุทกศาสตร์รับผิดชอบ
๒๕๒๕ เม่ือจะรื้ออาคารกองบังคับการกรมอุทกศาสตรเ์ ดิม พ.ศ. ๒๕๓๙ เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่
เพ่ือก่อสร้างใหม่ ได้ใช้อาคารน้ีเป็นท่ีท�ำการกองธุรการ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
ช่ัวคราว ส่วนกองเครื่องหมายทางเรือย้ายไปอยู่ที่กราบ มหาราช บรมนาถบพติ ร เสดจ็ เถลิงถวลั ย์ราชสมบตั ิเปน็ ปีท่ี
ทหารหมวดเรืออุทกศาสตร์ในสถานีทหารเรือกรุงเทพ ๕๐ กองทพั เรอื หน่วยราชการ และประชาชนชาวจงั หวดั
เปน็ การชว่ั คราว เพชรบุรี ร่วมกันแสดงความจงรักภกั ดแี ละความส�ำนึกใน
ใน พ.ศ. ๒๕๒๗ กองเคร่ืองหมายทางเรือได้เร่ิม พระมหากรณุ าธคิ ณุ ทที่ รงมตี อ่ ประเทศชาติ โดยไดร้ ว่ มกนั
ทดลองใช้ตะเกียงกระโจมไฟระบบพลังงานแสงอาทิตย์ กอ่ สรา้ ง “กระโจมไฟเฉลมิ พระเกยี รตบิ า้ นแหลม” โดยมี
เป็นคร้ังแรก โดยติดตั้งทดลองท่ีกระโจมไฟเกาะเตาหม้อ พลเรือเอก วิจิตร ช�ำนาญการณ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
เมื่อวันท่ี ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ไดผ้ ลเป็นท่ีนา่ พอใจ เปน็ ประธานในพธิ เี ปดิ กระโจมไฟ เมอื่ วนั ที่ ๒๑ มกราคม
หลังจากนั้นจึงเริ่มทยอยเปล่ียนกระโจมไฟที่เหลือเป็น พ.ศ. ๒๕๔๐
ตะเกียงพลงั งานแสงอาทิตย์
หนงั สอื ทร่ี ะลึก ๖๒ปี กรมอทุ กศาสตร์
ภาพที่ ๑-๗๗ กระโจมไฟเฉลมิ พระเกยี รตบิ า้ นแหลม จังหวัดเพชรบุรี ภาพที่ ๑-๗๘ ในวันที่ ๒๙ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๐
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
ในวโรกาสเดียวกัน กองทัพเรือ หน่วยราชการ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ขณะดำ� รงพระยศเปน็ สมเดจ็ พระบรมโอสาธริ าชฯ
และประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตร่วมกันแสดงความจงรัก สยามกฎุ ราชกุมาร เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ แทนพระองค์ ทรงประกอบพธิ ี
ภักดีและความส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณท่ีมีต่อ
ประเทศชาติและพสกนิกรของพระองค์ จึงได้ร่วมกัน เปิดประภาคารณ บรเิ วณแหลมพรหมเทพ จังหวดั ภูเกต็
กอ่ สรา้ ง “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ”
น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๑ กองเคร่ืองหมาย
ปีกาญจนาภิเษก เม่ือการก่อสร้างส�ำเร็จลงแล้ว ในวันที่ ทางเรือ ได้รับทุนอุดหนุนวิจัยโครงการระบบแจ้งเหตุ
๒๙ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราชฯ กระโจมไฟดับ ระยะท่ี ๑ จากส�ำนักวิจัยและพัฒนาการ
สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชด�ำเนินแทนพระองค์ ทางทหาร กระทรวงกลาโหม โดยมีหลักการท�ำงาน คือ
ทรงประกอบพิธีเปิดประภาคาร ณ บริเวณแหลมพรหมเทพ เม่ือกระโจมไฟที่ติดต้ังตะเกียงพลังงานแสงอาทิตย์เกิด
จังหวดั ภเู ก็ต นอกจากจะใชเ้ ปน็ ประภาคารช่วยการเดินเรือ ขัดข้องและไฟดับ วงจรตรวจจับจะส่งสัญญาณแจ้งเหตุ
แล้ว ด้านหน้าของประภาคารยังติดต้ังเครื่องแสดงข้อมูล ทางวทิ ยุสอื่ สารย่าน VHF ไปยงั ศูนยค์ วบคุมท่ี กองเครอ่ื งหมาย
แบบป้ายไฟวง่ิ ใหข้ อ้ มลู เวลามาตรฐาน ข้อมลู ระดบั นำ้� อุตุ ทางเรือ ท�ำให้สามารถรับทราบเหตุกระโจมไฟดับได้อย่าง
นยิ มวทิ ยาฯ อกี ดว้ ย สว่ นในประภาคารจดั เปน็ หอ้ งนทิ รรศการ รวดเร็ว ผลการวจิ ยั ระยะที่ ๑ ได้ผลเปน็ ที่น่าพอใจ
แสดงวิวัฒนาการของเครอ่ื งหมายทางเรอื เปดิ ให้ประชาชน กองเครื่องหมายทางเรือจึงเสนอโครงการพัฒนา
ท่วั ไปเข้าชมทุกวนั ระบบแจ้งเหตุกระโจมไฟดับระยะที่ ๒ และได้รับทุนวิจัย
จากสำ� นักวจิ ัยและพฒั นาการทางทหาร กระทรวงกลาโหม
เชน่ เดยี วกับโครงการวจิ ัยระยะที่ ๑ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๘-
๒๕๕๐ จนกระทง่ั ใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โครงการวจิ ยั ดงั กลา่ วได้
เข้าสู่การพิจารณาจากคณะกรรมการก�ำหนดมาตรฐาน
ยุทโธปกรณ์ กองทัพเรือ (กมย.ทร.) เพื่อพิจารณาผลงาน
เข้าสูก่ ระบวนการรับรองมาตรฐานผลงานวิจยั และผลงาน
ที่ผ่านการรับรองจะน�ำไปสู่กระบวนการขยายผลต่อยอด
หนงั สอื ท่ีระลกึ ๖๓ปี กรมอทุ กศาสตร์
เพอื่ นำ� ไปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งแทจ้ รงิ หรอื นำ� ไปสกู่ ารพฒั นา ของประเทศไทยขึ้นมา งานระดับน�้ำได้พัฒนาอย่างต่อเน่ือง
ตน้ แบบใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ เพอื่ นำ� ไปสสู่ ายการผลติ ตอ่ ไป ครนั้ ถงึ พ.ศ. ๒๔๖๓ แผนกที่ ๗ กรมเสนาธกิ ารทหารเรือ
(ซึ่งต่อมาเป็นกองอุทกศาสตร์ทหารเรือ) จึงเร่ิมการท�ำ
๑.๒๕ งานสมทุ รศาสตร์ มาตรานำ้� เอง ซง่ึ การค�ำนวณน�ำ้ ในสมัยแรกนน้ั ใช้วธิ คี �ำนวณ
ประวัตงิ านสมุทรศาสตร์ แบบ Non-harmonic อย่างไรก็ตาม งานสมุทรศาสตร์ใน
ช่วงน้ันยังคงแทรกอยู่ในงานอุทกศาสตร์ โดยยังไม่มีการ
การน�ำเรือขนาดใหญ่เข้ามาติดต่อค้าขายและ แยกกันชัดเจนเปน็ เวลานับสบิ ปี
ขนส่งสินค้าตามท่าเรือในแม่น้�ำเจ้าพระยาในสมัยก่อนน้ัน ในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ กองทัพเรือได้ส่ง เรือเอก
เรือจะต้องผ่านสันดอนปากน�้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นบริเวณท่ี หลวงชลธารพฤฒิไกร (พงศ์ อาศนะเสน) และ เรือเอก
น้�ำต้ืน จึงต้องทอดสมอรอเวลาน้�ำขึ้นสูงพอท่ีเรือจะผ่าน หลวงสุภีอทุ กธาร (สภุ ี จนั ทมาส) ไปศกึ ษาวชิ าอุทกศาสตร์
สันดอนปากนำ�้ ได้งานเก่ยี วกับการตรวจวดั ระดับน�้ำข้นึ ลง ที่ U.S. Coast and Geodetic Survey ณ ประเทศ
และกระแสน้�ำที่บริเวณสันดอนปากน�้ำเจ้าพระยาเพ่ือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงกรรมวิธีในการวิเคราะห์และ
บอกให้เรือทราบเวลาที่จะผ่านสันดอนได้ จึงเป็นงานท่ีมี ท�ำนายน้�ำซึ่งเป็นงานทางด้านสมุทรศาสตร์มาด้วย นาย
ความสำ� คญั มาตัง้ แต่ตน้ ทหารทง้ั สองนายกลบั จากการศกึ ษาใน พ.ศ. ๒๔๗๕ จาก
ปัจจุบันงานด้านน้ีถือเป็นสาขาหน่ึงของงานด้าน การที่ได้ส่งนายทหารไปศึกษาเพิ่มเติมทางด้านนี้ในระยะ
สมุทรศาสตร์ซ่ึงเรียกว่าสมุทรศาสตร์สกายะอันประกอบ เวลาตอ่ มา กรมอทุ กศาสตร์จงึ ไดเ้ ปลย่ี นวธิ คี �ำนวณมาตรานำ้�
ด้วย การตรวจระดับน้�ำ กระแสน�้ำ อัตราเวลาส�ำหรับหา จากแบบ Non-harmonic มาเป็นแบบ Harmonic
เวลาน้�ำข้ึน-น้�ำลง ส่วนงานตรวจลักษณะดินพื้นท้องทะเล ขณะน้ันยังไม่มีเครื่องจักรท�ำนายน�้ำ จึงต้องส่ง
รปู รา่ งและลกั ษณะของขอบฝั่ง และลักษณะของหาดเป็น ผลการตรวจระดับน้�ำไปวิเคราะห์และท�ำนายท่ี U.S.
งานเกี่ยวกับสมุทรศาสตร์ชายฝั่งและสมุทรศาสตร์ธรณี Coast and Geodetic Survey โดยต้องเสยี คา่ จ้างรายปี
ซึ่งแฝงอยู่ในงานส�ำรวจแผนท่ีทะเลเมื่อโรงเรียนนายเรือ เมอ่ื วเิ คราะห์และทำ� นายน�้ำแลว้ จะสง่ เปน็ เสน้ กร๊าฟกลับ
ได้เปดิ การศึกษาอยา่ งเปน็ ทางการ ในวนั ท่ี ๒๐ พฤศจิกายน มาให้เจ้าหน้าที่กองสมุทรศาสตร์ถอดออกเป็นตัวเลขเพื่อ
พ.ศ. ๒๔๔๙ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองคเ์ จา้ ด�ำเนินการพิมพ์เป็นรูปเล่มหลังจากที่ นาวาตรี หลวง
อาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้ทรง ชลธารพฤฒไิ กร ไดเ้ ดนิ ทางกลับจากประเทศสหรฐั อเมริกา
ปรับปรงุ หลักสูตรจากเดิมให้มีวิชาอทุ กศาสตร์ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ท่านจึงได้เสนอแนวคิดท่ีจะแยกงาน
ซงึ่ ในขณะนน้ั เรยี กวา่ “ไฮโดรกราฟ”ี ไวใ้ นหลกั สตู ร ศึกษาค้นควา้ เกี่ยวกบั สภาวะของน้�ำทะเลในอา่ วไทย เพ่ือ
โรงเรียนนายเรือ โดยก�ำหนดให้ใชต้ �ำราของราชนาวอี งั กฤษ ประโยชนใ์ นทางสถติ ิพยากรณแ์ ละทางเศรษฐกจิ ของชาติ
แต่งโดย นาวาเอก รอบบินสัน อีกทั้งพระองค์ยังได้ทรง ออกมาจากกองแผนท่ีทะเล โดยตัง้ เปน็ กองสมุทรศาสตร์
อำ� นวยการศกึ ษาและเปน็ พระอาจารยเ์ อง การศึกษาด้าน กระทรวงกลาโหมเห็นด้วยกับแนวคิดน้ี จึงได้อนุมัติให้ตั้ง
นี้จึงเริ่มมีขึ้นในประเทศไทยใน พ.ศ. ๒๔๕๑ จึงได้มีการ กองสมุทรศาสตร์ขน้ึ ตามค�ำสงั่ กห ที่ ๔๓/๒๔๓๖ ลงวนั ท่ี
ค�ำนวณท�ำนายเวลา น�้ำขึ้น-น้�ำลง ท่ีสันดอนปากน�้ำ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ พรอ้ มกับมีค�ำสัง่ ให้ นาวาตรี
เจา้ พระยา โดย นาวาเอก R. Terresen ท่ปี รึกษาฝ่ายการ หลวงชลธารพฤฒิไกร ปลัดกรมอุทกศาสตร์ ท�ำการใน
เดนิ เรือ และไดพ้ มิ พ์เปน็ เลม่ เรียกว่า “มาตราน้�ำสนั ดอน” หน้าท่ีหัวหน้ากองสมุทรศาสตร์อีกต�ำแหน่งหน่ึงกับให้
ซง่ึ เชื่อว่าเป็นมาตรานำ�้ เลม่ แรกของประเทศไทย เพอื่ อำ� นวย เรอื โท จรูญ วิชยาภัย บุนนาค และ เรือโท จรัส บุญบงการ
ความสะดวกให้แก่เรือต่าง ๆ ท่ีจะผ่านเข้าออกสันดอน เป็นนายทหารประจ�ำกองสมุทรศาสตร์ และให้ เรือโท
โดยปลอดภัย สนทิ มหาคตี ะ ประจำ� หมวดสำ� รวจแผนทที่ ะเล มาฝกึ ราชการ
หลังจากมีการตั้งสถานีวัดระดับน้�ำแห่งแรกของ ในกองสมุทรศาสตรอ์ ีกต�ำแหนง่ หนง่ึ
ประเทศไทยขึ้นท่ีเกาะหลัก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพ่ือ
หาค่าระดับทะเลปานกลาง (Mean Sea Level) ในปี
พ.ศ. ๒๔๕๓ ซ่ึงท�ำให้เกิดพื้นเกณฑ์หลักฐานทางระดับ
หนังสอื ที่ระลกึ ๖๔ปี กรมอทุ กศาสตร์
ภารกิจของกองนี้ในระยะเริ่มแรกได้ก�ำหนดไว้ มาตราน�้ำท�ำนายเวลาและความสูงของน�้ำขึ้น-ลงเต็มท่ี
แบบกว้าง ๆ คอื เพอื่ ศึกษาวิจัยเกยี่ วกบั น้ำ� ทะเล พ้ืนท้อง ประจ�ำวนั และเล่ม ๒ เป็นมาตราน้�ำท�ำนายรายชั่วโมงใน
ทะเล พืช และสตั วท์ ี่อย่ใู นทะเล รวมทัง้ บรรยากาศเหนือ แมน่ ้�ำเจา้ พระยา สันดอน และสัตหีบ
ผิวทะเลขึ้นไปในน่านน้�ำไทย เพื่อประโยชน์ในทาง
เศรษฐกิจและการทหาร โดยในระยะแรกได้แบ่งงานออก
เป็น ๒ ฝ่าย คือ ฝ่ายตรวจท้องทะเล ฝ่ายตรวจอากาศ
เหนือท้องทะเล จะเห็นได้ว่าในขณะน้ันมิได้แบ่งงานให้
เป็นไปตามสาขาวิชาดังเช่นปัจจุบัน ท้ังน้ีคงเป็นเพราะยัง
ขาดองค์บุคคลท่ีมีความรู้ท�ำให้การวิวัฒนาการในด้านนี้
ยงั ก้าวหน้าไปนอ้ ยมาก แตถ่ า้ พจิ ารณากนั อยา่ งลกึ ซึง้ แล้ว
ก็ยังนับว่าบรรพบุรุษของเราได้มองการณ์ไกล จึงให้ความ
ส�ำคญั ของงานสมทุ รศาสตรม์ าตัง้ แตอ่ ดตี ภาพท่ี ๑-๗๙ เครื่องจักรท�ำนายน�้ำแบบ Doodson - Le´ge´
หลังจากได้จัดต้ังกองสมุทรศาสตร์ขึ้นแล้ว งาน ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ การท�ำนายน�้ำโดยเครื่องจักร
ด้านการตรวจระดับน�้ำและด้านตรวจท้องทะเลได้เริ่มท�ำ ท�ำนายน�้ำได้ถึงขีดจ�ำกัดในเรื่องอายุการใช้งาน ความเร็ว
ไปเร่ือย ๆ แม้จะขาดองค์บุคคลและเครื่องมือเคร่ืองใช้ ในการท�ำงาน และจ�ำนวนสถานี กรมอุทกศาสตร์จึงได้
จนกระทงั่ ในวันท่ี ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ กรมอุทกศาสตร์ ร่วมกับศูนย์กรรมวิธีข้อมูล ส�ำนักงานปลัดบัญชีทหาร
จึงได้จัดส่งนายทหาร ๒ นาย คือ เรือโท จรูญ วิชยาภัย กองบัญชาการทหารสูงสุด ด�ำเนินการพัฒนาการท�ำนาย
บุนนาค และ เรือโท จรัส บุญบงการ ได้ศึกษาวิชา นำ้� โดยใช้เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ IBM 360 เป็นผลสำ� เรจ็ จงึ
อุตุนิยมวิทยาที่ประเทศฟิลิปปินส์และไปศึกษาดูงานต่อที่ ได้เพ่มิ จ�ำนวนสถานนี ำ้� ทำ� นายเปน็ ๒๖ สถานี ครอบคลุม
ประเทศอินโดนเี ซยี อนิ เดยี อนิ โดจีน ญีป่ ุ่น และสหพันธรัฐ ทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยใช้การท�ำนายแบบ
มลายู เม่ือนายทหารท้ังสองนายกลับมา ก็ได้วางรากฐาน Harmonic ซึ่งใช้คา่ ระดับนำ�้ ยอ่ ย (Constituent) ๓๐ ค่า
และขยายงานจนเป็นต้นก�ำเนิดของงานอุตุนิยมวิทยาจน เช่นเดียวกับท่ีท�ำนายน้�ำด้วยเครื่องจักรท�ำนายน�้ำ และ
กลายมาเปน็ กรมอุตุนิยมวิทยาในภายหลงั ต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้เปล่ียนสถานที่ท�ำนายน�้ำโดยใช้
ในระยะก่อต้ังนั้น กองสมุทรศาสตร์มีเคร่ืองมือ เครอื่ งคอมพิวเตอรข์ องสำ� นักงานปลดั บัญชที หารเรือแทน
อยู่เพียง ๒ ชนิด คือ เคร่ืองวัดระดับน�้ำแบบ Negretti เมื่อกรมอุทกศาสตร์เข้าร่วมโครงการ Regional
and Zambra กับเครื่องตรวจกระแสน้�ำแบบ Amsler Ocean Dynamic (ROD) จงึ ไดใ้ ช้ชดุ โปรแกรมท�ำนายน้�ำ
ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ เรมิ่ มกี ารจดั หาเครอ่ื งตรวจกระแส ของ Flinders Institute of Atmospheric and Marine
นำ�้ แบบเอคมานน์และขวดตกั นำ�้ แบบ Nansen มาใช้ Science ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งใช้การท�ำนายน้�ำแบบ
การทำ� นายนำ้� ในนา่ นนำ้� ไทยของกรมอทุ กศาสตร์ Harmonic จากขอ้ มลู ระดับน้�ำ ๑ ปี เป็นคา่ ระดับนำ้� ย่อย
ในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้จัดซ้ือเคร่อื งจกั รทำ� นายนำ้� (Constituent) ๑๑๒ คา่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เปน็ ต้นมา
ชนิดที่ใช้ค่าระดับน�้ำย่อย (Constituent) ๓๐ ค่า จาก ซึ่งกรมอุทกศาสตร์ยังคงใช้ท�ำนายน�้ำในปัจจุบันและใช้
ประเทศองั กฤษ โดยไดต้ ิดตง้ั และใชง้ านเมือ่ ๑๐ กรกฎาคม เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ของกรมอุทกศาสตร์
พ.ศ. ๒๔๙๕ โดยใช้งานเต็มที่ในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ซ่ึง ในการทำ� นายน้ำ� โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ไดป้ รับปรงุ รูปแบบ
เปน็ การทำ� นายน้�ำล่วงหนา้ สำ� หรบั ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ พรอ้ ม มาตราน้�ำให้เป็นน�้ำท�ำนายรายชั่วโมงทุกสถานีซึ่งเป็นรูป
กับพิมพ์มาตราน้�ำท�ำนายเป็นรูปเล่มเพื่อจ�ำหน่ายแก่ชาว แบบท่ีใชง้ านในปจั จบุ ัน
เรือทั่วไป โดยได้เพิ่มสถานีน�้ำท�ำนายในมาตราน้�ำได้อีก ขอ้ มลู จากการตรวจวดั ระดบั นำ�้ และการทำ� นายนำ�้
หลายสถานี และได้ปรับปรุงรูปแบบ เช่น ในปี พ.ศ. ใช้ในอุตสาหกรรมการเดินเรือ การท่องเท่ียวทางทะเล
๒๕๐๒ - ๒๕๑๙ ได้แยกพิมพเ์ ป็น ๒ เลม่ โดย เลม่ ๑ เป็น การประมง การสร้างสิ่งก่อสร้างในทะเลและชายฝั่ง
หนงั สอื ที่ระลึก ๖๕ปี กรมอุทกศาสตร์
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในทะเล คณะกรรมการบริหารได้มีมติขอให้ประเทศออสเตรเลีย
และชายฝั่ง นอกจากนั้นยังใช้ในการศึกษาแบบจ�ำลอง สนับสนุนงบประมาณเพ่ือขอขยายระยะเวลาด�ำเนินการ
ทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ ท่ีส�ำคัญได้แก่ การจ�ำลองระดับ ต่อไปอีก ๓ ปี คือในปี พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๓๕ โดยมี
น้�ำและกระแสน้�ำในแม่น้�ำเจ้าพระยา อันเน่ืองมาจาก วัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งโครงข่ายการวัดระดับน�้ำทะเลใน
ปริมาณน้�ำฝนท่ีตกบริเวณลุ่มแม่น�้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เขตอาเซียน วิเคราะห์หาอิทธิพลของการเกิดระดับน้�ำ
น�้ำท่ีปล่อยจากเขื่อนและน�้ำท่ีสูบจากพื้นท่ีท่วมขังลงสู่ จากอิทธิพลอื่น ๆ ท่ีไม่ใช่ทางดาราศาสตร์ นอกจากน้ัน
แม่น้�ำเจ้าพระยารวมทั้งอิทธิพลของคลองลัดโพธิ์ ซึ่งช่วย ข้อมูลท่ีได้นี้ยังสามารถน�ำไปวิเคราะห์สร้างแบบจ�ำลอง
ลดระยะทางการระบายนำ้� จดื ออกสู่ทะเลกน้ อ่าวไทย โดย ทางคณิตศาสตร์ (Numerical Model) เพื่อศึกษาเก่ียว
ผลการค�ำนวณใช้เป็นข้อมูลในการคาดหมายสภาวะ กับการไหลเวียนของกระแสน�้ำที่เกิดจากอิทธิพลของ
ระดับน�้ำในแม่น้�ำเจ้าพระยาให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ระดับน้�ำ ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ต่อการเดินเรือและการ
กรมชลประทานและส�ำนักงานระบายน้�ำกรุงเทพมหานคร เปล่ียนแปลงของชายฝง่ั ทะเลในย่านน้เี ป็นอย่างมาก
ในการแก้ปัญหาน�้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานครและ ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์
ปริมณฑล และเป็นข้อมูลแจ้งเตือนระดับน้�ำล่วงหน้าให้ เทคโนโลยแี ละการพลังงาน เป็นเจา้ ของโครงการ ส�ำนักงาน
กับประชาชนได้รับทราบด้วย นอกจากจะใช้ประโยชน์ คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติเป็นผู้ประสานงาน
ตามที่กล่าวมาแล้ว ยังมีการแลกเปล่ียนกับหน่วยงาน โครงการ และกองทัพเรือ โดยกรมอุทกศาสตร์ เป็นผู้
ระหว่างประเทศ เช่น Permanent Service of Mean ปฏิบัติการด�ำเนินงานของโครงการประกอบด้วยการ
Sea Level/PSMSL และ Global Sea Level System/ รวบรวมข้อมูลระดับน้�ำจากสถานีวัดระดับน�้ำในโครงการ
GLOSS เพื่อเป็นข้อมูลในการศึกษาการเปล่ียนแปลงของ Tide and Tidal Phenomena มาวิเคราะห์และจัดสง่ ให้
ระดบั นำ้� จากภาวะโลกรอ้ นและอ่ืน ๆ ดว้ ย National Tidal Facility (NTF) มหาวิทยาลยั Finders
ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งท�ำหน้าท่ีรวบรวมข้อมูลของ
การส�ำรวจสมุทรศาสตร์และความร่วมมือ ประเทศสมาชิกในโครงการไว้ในคลังข้อมูลเพื่อการ
กบั ต่างประเทศ วเิ คราะห์และวจิ ยั ตอ่ ไป
นอกจากงานตรวจวัดระดับน้�ำตามท่ีกล่าวมา
เม่ือวันท่ี ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๙ กรม แล้ว ที่ประชุมยังอนุมัติแผนขยายงานโครงการ ROD
อุทกศาสตร์ได้รับมอบเรือส�ำรวจสมุทรศาสตร์ขนาด ๙๖ ออกไปอกี ๒ ปี จนถงึ ปพี .ศ. ๒๕๓๗ เพ่ือตรวจกระแสนำ�้
ตัน จ�ำนวน ๒ ล�ำ ซึ่งสง่ั ตอ่ จากประเทศเยอรมันตะวันตก (Current Metering Element : CME) และศึกษาการ
คือ เรอื อศ.๑ และ อศ.๒ จงึ เริม่ มกี ารส�ำรวจสมทุ รศาสตร์ ไหลเวียนของมวลน�้ำระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและ
อย่างเป็นระบบ โดยการตรวจวัดอุณหภูมิน�้ำทะเลตาม มหาสมุทรอินเดียผ่านทางช่องแคบมะละกา ซึ่งยังไม่เคย
ความลึกด้วยเทอร์โมมิเตอร์แบบหกกลับ เก็บตัวอย่างน้�ำ มีหน่วยงานใดศึกษามาก่อน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ
ทะเลด้วยขวดตักน�้ำแบบ Nansen มาวิเคราะห์หาความ เดินเรือและการเปล่ียนแปลงชายฝั่งทะเลในย่านนี้เป็น
เคม็ และความหนาแนน่ ของน้�ำทะเลความเป็นกรด-ด่าง ของ อย่างมาก ในการด�ำเนินงานของโครงการฯ ได้มีการ
น้�ำทะเล รวมทั้งตรวจสีและความโปร่งแสงของน�้ำทะเล ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ ROD (Project
ตรวจลักษณะอุตุนิยมในทะเล เก็บตัวอย่างพืชและสัตว์ Management Committee Meeting) ตลอดระยะ
ทะเล ในปี พ.ศ. ๒๕o๒ ไดม้ ีการส�ำรวจสมุทรศาสตร์รว่ ม เวลา ๓ ปี (ปีงบประมาณ ๒๕๓๓ - ๒๕๓๕) ได้มีการ
กับสหรัฐอเมริกาและเวียดนามใต้ ภายใต้โครงการ ประชุมทั้งหมด ๖ คร้ัง โดยมีรายละเอียดในการประชุม
“พญานาค” (NAGA Expedition) พอสรุปไดด้ งั นีค้ อื
ครั้งท่ี ๑ ประชุมในประเทศไทย เมื่อวันท่ี ๒๙
โครงการ Regional Ocean Dynamics พฤศจิกายน - ๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ที่เมอื งพทั ยา ผแู้ ทน
(ROD) ประเทศไทยทเ่ี ขา้ รว่ มประชมุ คอื นาวาเอก สมหมาย ภมู ิผล
เปน็ โครงการต่อเนอื่ งมาจากโครงการ Tide and
Tidal Phenomena (TTP) โดยเม่ือด�ำเนินการตรวจวัด
ระดับน�้ำครบ ๓ ปี ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒ แล้ว
หนังสือทรี่ ะลึก ๖๖ปี กรมอทุ กศาสตร์
ผู้อ�ำนวยการกองสมุทรศาสตร์ และ ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช จากการประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งท่ี ๖
ผอู้ ำ� นวยการกองมาตรฐานคณุ ภาพส่ิงแวดล้อม สำ� นักงาน ผู้แทนออสเตรเลียยืนยันต่อที่ประชุมว่าประเทศ
คณะกรรมการสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ นอกจากนกี้ รมอทุ กศาสตร์ ออสเตรเลียจะใหก้ ารสนับสนุนโครงการ ROD ท่จี ะขยาย
ยังส่งนายทหารเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมครั้งน้ี ระยะเวลาในการด�ำเนินโครงการต่อไปอีก ๓ ปี โดยเพ่ิม
อีก ๔ นาย คอื นาวาโท วิชัย พันธพุ์ ฤกษ์ นาวาโท สุรพล กจิ กรรมการตรวจกระแสน้�ำในช่องแคบมะละกา และหมู่
ตาปนานนท์ นาวาโท ชาญชนะ บัวเทพ และ นาวาตรี เกาะอินโดนีเซีย เข้าไปด้วย นอกจากการประชุมคณะ
วริ ฬุ ห์ โชตบิ ุตร กรรมการบริหารโครงการ ROD แล้วยังมีการประชุมใน
ครั้งท่ี ๒ ประชุม ณ เมืองบาหลี ประเทศ ด้านเครื่องมือท่ีใช้ในโครงการ ROD คือ Workshop on
อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ ๑๙ - ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. Equipment โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลและ
๒๕๓๓ ผู้แทนประเทศไทยท่ีเข้าร่วมประชุม คือ นาวาเอก วเิ คราะหก์ ารท�ำงานของเครือ่ งมือต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการ
สมหมาย ภูมผิ ล ผอู้ �ำนวยการกองสมทุ รศาสตร์ และนาย ตัง้ แตต่ ้นจนถึงส้นิ สุดโครงการ โดยกรมอทุ กศาสตร์ ไดจ้ ัด
วฒั นา สขุ เกษม กองมาตรฐานคุณภาพสง่ิ แวดล้อม สง่ นาวาโท สุรพล ตาปนานนท์ เข้าร่วมประชุม เมอ่ื ๒๐
คร้งั ท่ี ๓ ประชมุ ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลปิ ปินส์ - ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ และการฝกึ อบรมอทุ กศาสตร์
เมื่อวันที่ ๕ - ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ ผู้แทน (Hydrography Training Program ) กรมอุทกศาสตรไ์ ด้
ประเทศไทยท่ีเข้าร่วมประชุมคือ นาวาเอก จเร ศิลา ส่ง นาวาตรี กตัญญู ศรีตังนันท์ ไปฝึกอบรมระหว่าง ๘
ผู้อ�ำนวยการกองสมุทรศาสตร์ และนายวัฒนา สุขเกษม กมุ ภาพันธ์ – ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
กองมาตรฐานคณุ ภาพสิ่งแวดล้อม
ครั้งที่ ๔ ประชุม ณ เมืองบันดาเสรีเบกาวัน โครงการตรวจกระแสน้�ำ Current Meter
ประเทศบรูไน เมือ่ วนั ท่ี ๒๓ - ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ Element - CME
ผู้แทนประเทศไทยท่ีเข้าร่วมประชุม คือ นาวาเอก วิชัย
พันธุ์พฤกษ์ รองผู้อ�ำนวยการกองสมุทรศาสตร์ นาวาตรี จากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ
วริ ฬุ ห์ โชติบตุ ร และ นายวจิ ารณ์ สิมาฉายา กองมาตรฐาน ROD ใหเ้ พม่ิ งานตรวจกระแสนำ�้ (Current Metering Element
คุณภาพส่งิ แวดล้อม – CME) ในช่องแคบมะละกา และบริเวณหมู่เกาะ
คร้ังที่ ๕ ประชุม ณ เมืองแอดิเลค ประเทศ อินโดนีเซีย เพื่อศึกษาการไหลเวียนของมวลน�้ำระหว่าง
ออสเตรเลีย เม่ือวันท่ี ๒๓ - ๒๕ มกราคม พ.ศ. มหาสมทุ รแปซฟิ กิ และมหาสมทุ รอนิ เดยี โดยกองทพั เรอื อนมุ ตั ิ
๒๕๓๕ ผู้แทนประเทศไทยที่เข้าร่วมประชุม คือ พลเรือโท เมอื่ วันท่ี ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ให้กรมอุทกศาสตร์ เปน็
สมหมาย ภมู ผิ ล เจา้ กรมอุทกศาสตร์ ผู้ดำ� เนนิ การโครงการ ROD ต่อไปอีก ๓ ปี (พ.ศ. ๒๕๓๖ -
ครั้งท่ี ๖ ประชุม ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ ๒๕๓๘) ตามท่ีกรมควบคมุ มลพษิ กระทรวงวิทยาศาสตร์
๒๑ - ๒๕ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ผแู้ ทนประเทศไทย ทเี่ ขา้ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ประสานโครงการ
รว่ มประชมุ คอื พลเรอื โท สมหมาย ภมู ผิ ล เจา้ กรมอทุ กศาสตร์ ขอความรว่ มมือ โดยโครงการเร่ิมศกึ ษาการเคลอื่ นตัวของ
และ นายวฒั นา สขุ เกษม กองจดั การคณุ ภาพนำ้� กรมควบคมุ มวลน้�ำจากมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังมหาสมุทรอินเดีย โดย
มลพิษ และกรมอทุ กศาสตร์ ได้จดั ส่งผ้แู ทนจำ� นวน ๒ นาย ผ่านนา่ นน�้ำของประเทศอนิ โดนเี ซียเป็นหลัก
เข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อเรื่องท่ีเก่ียวข้องกับ การศึกษาใช้วิธีการตรวจกระแสน้�ำโดยการใช้
โครงการ ROD ในงานนิทรรศการสัปดาห์วิทยาศาสตร์และ การวางทุ่นส�ำรวจประจ�ำท่ีจ�ำนวน ๕ ทุ่น โดยเริ่มด�ำเนิน
เทคโนโลยแี หง่ อาเซยี น ครงั้ ท่ี ๓ ซงึ่ จดั พรอ้ มกบั การประชมุ การวางทุ่นระหว่างมิถุนายน - กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
ดงั กลา่ วคอื นาวาเอก วชิ ยั พนั ธพ์ุ ฤกษ์ รองผอู้ ำ� นวยการกอง ระยะเวลาการเกบ็ รวบรวมข้อมูลประมาณ ๑ ปี เมื่อครบ
สมทุ รศาสตร์ และ นาวาโท จรนิ ทร์ บญุ เหมาะ หวั หนา้ แผนก ก�ำหนดได้ด�ำเนินการกู้ทุ่นตรวจกระแสน้�ำท้ังหมด
สมทุ รศาสตรส์ กายะ กองสมทุ รศาสตร์ ระหว่างมิถุนายน – กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ข้อมูลที่ได้
เจ้าหน้าที่เอกสารลับของอินโดนีเซีย เป็นผู้เก็บรวบรวม
โดยในส่วนของประเทศไทยได้สง่ นาวาตรี ภวู ดล สวา่ งแสง
และ นาวาตรี วิรัตน์ แก่นจันทร์ ไปร่วมในการติดต้ัง
หนงั สือที่ระลกึ ๖๗ปี กรมอทุ กศาสตร์
เคร่ืองตรวจกระแสน�้ำในช่องแคบมะละกา และประเมิน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากร
ผลการส�ำรวจข้อมูลกระแสน้�ำที่ประเทศออสเตรเลีย เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ องค์บิดาของ
ระหว่าง ๒๐ กมุ ภาพันธ์ - ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ใน ทหารเรือ ท่ีได้ทรงตระหนักว่าการจะเดินเรือด้วยความ
ระหว่างด�ำเนินโครงการ CME ได้มีการจัดประชุมคณะ ปลอดภยั นน้ั จงึ ตอ้ งมีความรู้ในเร่ืองลักษณะลมฟ้าอากาศ
กรรมการบริหารโครงการรวม ๓ คร้งั คอื ประกอบด้วย ดังนั้นพระองค์จึงได้เริ่มวางแนวการศึกษา
ครัง้ ที่ ๑ ประชมุ ณ เมืองเชียงใหม่ ประเทศไทย วิชาอุตุนิยมวิทยาไว้ในหลักสูตรของโรงเรียนนายเรือ โดย
เมื่อวันท่ี ๒๐ - ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ผู้แทน แทรกไว้ในวิชาการเดินเรือ ตั้งแต่เริ่มเปิดโรงเรียนนายเรือ
ประเทศไทยท่ีเข้าร่วมประชุม คือ นาวาเอก วิชัย พันธุ์ เมื่อวันท่ี ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๙ และได้ทรง
พฤกษ์ ผู้อ�ำนวยการกองสมุทรศาสตร์ นาวาเอก สุรพล บรรยายวชิ านี้ด้วยพระองค์เอง
ตาปนานนท์ ประจ�ำกรมอุทกศาสตร์ ช่วยราชการกอง ตอ่ มา พลเรือโท พระยาราชวงั สัน (ศรี กมลนาวนิ )
สมุทรศาสตร์ และ นาง นิศากรณ์ โฆสิตรัตน์ ผู้อ�ำนวย ซึ่งไดร้ บั การถา่ ยทอดวิชาการต่าง ๆ โดยตรงจากพระองค์
การกองจัดการคณุ ภาพนำ้� กรมควบคุมมลพษิ ทา่ นฯ ไดส้ นบั สนนุ วชิ าการนใี้ ห้เจริญกา้ วหนา้ ต่อไป เพราะ
คร้ังท่ี ๒ ประชุม ณ เมืองบาเกียว ประเทศ ขอบเขตการเดินเรือของราชนาวี ได้ขยายกว้างขวางออก
ฟิลิปปินส์ เม่ือวันท่ี ๓๑ มกราคม – ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ไปในน่านน้�ำต่างประเทศมากยิ่งข้ึน ท่านจึงได้จัดเรียบ
๒๕๓๗ ผแู้ ทนประเทศไทยทเ่ี ขา้ รว่ มประชมุ คือ นาวาเอก เรียงต�ำราอุตุนิยมวิทยาเป็นภาษาไทยข้ึนเป็นคร้ังแรก
วิชยั พนั ธ์ุพฤกษ์ ผู้อ�ำนวยการกองสมุทรศาสตร์ และ นาย และได้ใชส้ อนในโรงเรยี นนายเรือเปน็ ล�ำดบั ต่อมา
วฒั นา สุขเกษม กองจดั การคุณภาพน�้ำ กรมควบคุมมลพิษ ในขณะเดียวกันกับที่กองทัพเรือมีการเรียนการ
ครงั้ ที่ ๓ ประชมุ ณ ประเทศสงิ คโปร์ เมอ่ื วนั ท่ี สอนวิชาอุตุนิยมวิทยา การด�ำเนินงานด้านอุตุนิยมวิทยา
๒๒ - ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ผูแ้ ทนประเทศไทยที่ ของประเทศก็ได้ถูกก่อตั้งขน้ึ ทกี่ รมทดนำ�้ (กรมชลประทาน
เข้าร่วมประชุมคือ นาวาเอก วิชยั พันธุ์พฤกษ์ ผู้อ�ำนวยการ ในปจั จุบนั ) สงั กดั กระทรวงเกษตราธิการอกี ทางหนึ่งดว้ ย
กองสมทุ รศาสตร์ และ นาย วัฒนา สุขเกษม กองจดั การ โดยเริ่มจากการที่ศาสตราจารย์ชาวโปแลนด์ ๒ นาย คือ
คุณภาพน้�ำ กรมควบคมุ มลพษิ ศาสตราจารย์ ลาดิสลาสกอร์ชินสกี้ ผู้เช่ียวชาญทาง
ส�ำหรับการประชุมคร้ังท่ี ๓ เป็นการประชุมคร้ัง อุตุนิยมวิทยา กับ ศาสตราจารย์ ชาววิสกี้ ศาสตราจารย์
สุดท้าย โดยประธานฯ ในที่ประชุมขอให้ประเทศสมาชิก ทางภมู ศิ าสตร์ ทไ่ี ดเ้ ดนิ ทางเขา้ มาประเทศไทยใน พ.ศ. ๒๔๖๖
ส่งข้อมูลระดับน�้ำไปยังศูนย์ข้อมูลของ NTF (National เพอื่ ศกึ ษาคน้ ควา้ กจิ การเกยี่ วกบั วทิ ยาศาสตร์
Tidal Facility) ประเทศออสเตรเลีย หลังจาก มิถนุ ายน เมื่อมีโอกาสเข้าเฝ้า สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนคร
พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการโดยขอให้ส่งต่อไป สวรรค์วรพินิต ซึ่งด�ำรงต�ำแหน่งเสนาธิการทหารบกใน
จนถึงมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ หลังจากนั้นศูนย์ข้อมูลจะ ขณะนนั้ ได้ถวายความเหน็ เกย่ี วกับกจิ การอุตุนยิ มวทิ ยาวา่
ดำ� เนินการจัดส่งขอ้ มลู กลับไปยงั ประเทศสมาชกิ อาเซยี น ประเทศไทยยังมิได้เร่ิมด�ำเนินงานอุตุนิยมวิทยาเหมือน
นอกจากน้ันยังมีความร่วมมือในการส�ำรวจสมุทรศาสตร์ นานาประเทศ ซึ่งเปน็ ท่นี ่าเสยี ดายอยา่ งยงิ่ เพราะเป็นการ
เพ่ือการทหารร่วมกับ NAVOCEANO ของสหรัฐอเมริกา เสียประโยชน์และขัดความเจริญของบ้านเมือง เช่นการบนิ
อกี หลายครง้ั เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๐๔, ๒๕๑๐, ๒๕๑๑ และ ๒๕๓๗ การเดินเรือ การทหาร การกสิกรรม เหล่านี้ล้วนต้องใช้
บริการอุตุนิยมวิทยาเป็นเคร่ืองประกอบท่ีจะด�ำเนิน
๑.๒๖ งานอตุ นุ ิยมวิทยา กิจการนั้น ๆ ใหบ้ งั เกดิ ผลโดยสมบรู ณ์
สมเด็จเจา้ ฟา้ กรมหลวงนครสวรรค์ วรพินิต ทรง
หากจะกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของกอง เห็นพ้องด้วยว่าบริการอุตุนิยมวทิ ยา นา่ จะมคี ุณประโยชน์
อุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ ในปัจจุบันคงต้องย้อน ส�ำคัญในทางกสิกรรม จึงได้ทรงมอบหมายเรื่องให้
หลังกลับไปถึงการเร่ิมต้นกิจการอุตุนิยมวิทยาของ
ประเทศไทย ท่ีได้ถือก�ำเนิดข้ึนในกองทัพเรือโดย
หนังสือทร่ี ะลึก ๖๘ปี กรมอุทกศาสตร์
มหาอ�ำมาตย์เอกเจ้าพระยาพลเทพฯ เสนาบดีกระทรวง ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ นาวาตรี หลวงชลธารพฤตไิ กร
เกษตราธิการ พิจารณาด�ำเนินการต่อไปและได้ก่อตั้งข้ึน และเรือเอกหลวงสุภีอุทกธาร กลับจากการศึกษาท่ี
เป็นแผนกอุตุนิยมศาสตร์และสถิติ สังกัดกองรักษาน้�ำ อเมริกาแล้ว จึงได้เร่ิมฟื้นความคิดเร่ืองท่ีจะต้ังสถานี
กรมทดน�้ำ กระทรวงเกษตราธิการในปลายปี พ.ศ. อุตุนิยมวิทยาขึ้นมาอีก อย่างน้อยก็ให้มีสถานีเป็นตาข่าย
๒๔๖๖ และแต่งต้งั ให้ นายเอช. แบรนดล์ ี ซึ่งเวลาน้นั เปน็ (Network) พอทำ� แผนทีแ่ ละพยากรณ์อากาศได้ เนื่องจาก
นายช่างในแผนกรักษาน�้ำเป็นผู้ด�ำเนินงานอุตุนิยมวิทยา ได้เห็นงานในประเทศสหรัฐอเมริกาน้ัน อุตุนิยมวิทยาท�ำ
ท่ีได้จัดขึ้นภายใต้การอ�ำนวยการและบังคับบัญชาอย่าง ประโยชน์ให้แก่ประชาชนมาก ซ่ึงตรงกับความคิดของ
ใกล้ชิดของมหาอ�ำมาตย์ตรี พระยาชลมารคพิจารณ์ พลเรือโท พระยาราชวังสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
(ม.ล.พงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) อธิบดีกรมชลประทาน กลาโหมในสมัยน้ัน ท่านจึงส่ังให้กรมอุทกศาสตร์ด�ำเนิน
กับได้รับความร่วมมือและค�ำแนะน�ำเป็นอย่างดีจาก การในเรื่องน้ีตอ่ ไป โดยได้คดั เลอื กนายทหาร ๒ นาย คือ
มิสเตอร์ ซี.ดี.ยี. ทป่ี รกึ ษากรมชลประทาน โดยมี อำ� มาตยโ์ ท เรือโท จรญู วชิ ยาภัย บุญนาค และเรอื โท จรัส บุญบงการ
พระยา ชลหารพจิ ติ ร เป็นหัวหน้ากอง มีเจ้าหน้าท่ีด�ำเนิน ไปศึกษาและดูงานด้านอุตุนิยมวิทยา ณ ประเทศต่าง ๆ
งานรวม ๒๑ คน สถานที่ท�ำงานอยู่ฝั่งธนบุรี แบ่งหน้าที่ ในภาคพืน้ เอเชยี ทฟี่ ลิ ิปปินส์ ชวา อินเดีย อนิ โดนีเซีย จีน
การงานออกเป็น ๖ หมวดคือ หมวดอุตุนิยมและสถิติ และประเทศญ่ีปุ่น นายทหารท้ังสองได้ออกเดินทาง เมื่อ
หมวดสถิติระดับน�้ำท่า หมวดสถิติน�้ำฝน หมวดก�ำลังน้�ำ วนั ที่ ๘ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ เมื่อสำ� เรจ็ การศกึ ษาและดู
หมวดเดนิ ระดับแผนที่ หมวดกลาง งานแล้ว จึงได้กลับมาจัดต้ังและขยายงานอตุ นุ ยิ มวทิ ยาขนึ้
ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ไดม้ กี ารปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง ในกรมอทุ กศาสตร์ เมอื่ วนั ที่ ๒๘ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๗๘
กรมใหม่ แผนกอุตนุ ิยมวิทยาศาสตร์และสถิตไิ ดร้ บั การยก ดงั กลา่ วมาแลว้ ว่า งานอตุ ุนยิ มวิทยานย้ี ังมกี �ำเนดิ
ฐานะขนึ้ เปน็ กองอตุ นุ ยิ มวทิ ยาและสถติ ิ มี นาย เอช. แบรนด์ อยู่ทางกรมทดน้�ำอีกสายหน่ึง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ เม่ือ
ลี ผู้ช�ำนาญการพิเศษทางอุตุนิยมวิทยาเป็นผูด้ �ำเนินงาน สัญญาจ้าง นาย เอช.แบรนด์ ลี ได้สิ้นสุดลง รัฐบาลได้
ฝา่ ยวชิ าการและปกครองทำ� หนา้ ทห่ี วั หนา้ กอง และ รองอำ� มาตยโ์ ท พิจารณาเลิกต่อสัญญาจ้าง เพื่อเป็นการประหยัด จึงได้
ขุนวสิ ิฎธารารกั ษ์ (บุนนาค รักตบุตร์) ท�ำหน้าทน่ี ายเวรกบั โอนกิจการอุตุนิยมวิทยานี้ไปให้กรมอุทกศาสตร์จัดท�ำ
นกั อุตุนิยมวิทยาผู้ช่วย มเี จ้าหน้าทด่ี ำ� เนินงานรวม ๔๑ คน เสียเปน็ แห่งเดยี ว เมือ่ วันท่ี ๖ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ เม่ือ
ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๔๗๐ - พ.ศ. ๒๔๗๑ นายเรอื เอก กรมอุทกศาสตร์ได้รับโอนงานอุตุนิยมวิทยามาจาก
หลวงชลธารพฤติไกร แม่กองประกาศชาวเรือ ได้มีความ กรมชลประทานแล้วก็ได้ขยายงานและให้บริการเรื่องการ
เหน็ วา่ ควรจะตงั้ สถานตี รวจอตุ นุ ยิ มวทิ ยาขน้ึ ในกรมอทุ กศาสตร์ พยากรณ์ลมฟ้าอากาศในราชนาวีและหน่วยงานภายนอก
เพื่อประโยชน์ในการเดินเรือ แต่ความรู้ของนายทหารที่ ด้วย เช่น การเกษตร การชลประทาน การเดินอากาศ
เรยี นวชิ านี้จากโรงเรยี นนายเรือ ยังไมเ่ พยี งพอทจี่ ะท�ำการ และการอันเป็นสาธารณะอ่ืน ๆ ตลอดทั้งการประสาน
จนใช้การได้ จึงเสนอความเห็นนี้ต่อ พลเรือโท พระยา งานกับนานาประเทศด้วย
ราชวังสัน เสนาธิการทหารเรือสมัยนั้น ท่านมีความเห็น เม่ือขอบเขตการรับผิดชอบขยายออกไปมากเช่นน้ี
ชอบด้วย และควรให้ หลวงชลธารพฤติไกร ไปศึกษา ตอ่ มา นาวาเอก หลวงส�ำรวจวิถีสมุทร (ฟุ้ง พร้อมสัมพันธ์)
เกิดอุปสรรคข้ึน การไปศึกษาวิชาอุตุนิยมวิทยาจึงระงับไป เจ้ากรมอุทกศาสตร์ได้พิจารณาเห็นว่า วิทยฐานะของผู้ที่
โดยเห็นว่าวิชาอุทกศาสตร์น้ันส�ำคัญกว่า และการงาน จะบริหารงานด้านน้ี เทา่ ทไี่ ด้ไปศกึ ษาและดงู านมาแล้วยัง
ในกรมอุทกศาสตร์ยังไม่ทันสมัยจึงได้ส่ง นาวาตรี หลวง ไม่อยู่ในระดับมาตรฐานพอแก่การเชื่อถือของนานาชาติ
ชลธารพฤตไิ กร และ เรอื เอก หลวงสภุ อี ทุ กธาร ไปศึกษา เห็นควรส่งนายทหารไปศึกษาวิชาน้ีโดยตรงในขั้น
วชิ าอทุ กศาสตรท์ ปี่ ระเทศสหรฐั อเมรกิ าเรอื่ งอตุ นุ ยิ มวทิ ยา มหาวทิ ยาลยั ตอ่ ไปอกี จงึ ไดข้ ออนมุ ตั สิ ง่ เรอื เอก จรญู วิชยาภัย
จึงระงับต้ังแต่นัน้ มา บนุ นาค ไปศึกษาวิชาอุตนุ ิยมวิทยา เพ่ิมเตมิ ทส่ี หรัฐอเมรกิ า
หนงั สือทร่ี ะลกึ ๖๙ปี กรมอทุ กศาสตร์
เรือเอก จรูญ วิชยาภัย บุนนาค จึงได้ไปศึกษา ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ในสมัยท่ี จอมพล ถนอม
วิชาอุตุนิยมวิทยาท่ีสถาบันเทคโนโลยี แคลิฟอร์เนียเมือง กิตติขจร ด�ำรงต�ำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการพิจารณา
แพสดนี า รัฐแคลฟิ อรเ์ นีย ช่วงเวลาระหวา่ ง ๒๗ สงิ หาคม ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมใหม่ โดยยุบกระทรวง
พ.ศ. ๒๔๘๑ – ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๔ เนอื่ งจากความ พัฒนาการแห่งชาติ และเห็นว่าหน่วยงานในส�ำนักนายก
ตอ้ งการของกิจการอุตุนยิ มวทิ ยามีมากขึ้นเป็นลำ� ดับ และ รัฐมนตรีมีมากเกินไป จึงได้โอนกรมอุตุนิยมวิทยาไป
มใิ ชเ่ ฉพาะในวงงานของราชการและเอกชนเทา่ นน้ั แม้วา่ สังกัดกระทรวงคมนาคม ต้ังแต่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
ประเทศตา่ ง ๆ ท่ีมบี รกิ ารอุตุนยิ มวิทยาก็ทำ� การติดต่อมา โดยใหเ้ หตผุ ลว่า งานของกรมอตุ ุนยิ มวิทยามีสว่ นเกยี่ วขอ้ ง
ขอแลกเปลี่ยนผลการวิเคราะหม์ ากยง่ิ ข้ึน กับกระทรวงคมนาคมมาก
กิจการอุตุนิยมวิทยา จึงได้ขยายขอบเขตการรับ ส�ำหรับกองทัพเรือ ยังเห็นความจ�ำเป็นของงาน
ผิดชอบให้กว้างขวางออกไปกว่าสมยั ก่อนมาก กองทัพเรือ อุตุนิยมวิทยาเพ่ือสนับสนุนกิจการของกองทัพเรือ ดังน้ัน
จึงได้ยกฐานะกองอุตุนิยมวิทยาข้ึนเป็นกรมอุตุนิยมวิทยา สภากลาโหมจึงได้อนุมัติให้ กองทัพเรือด�ำเนินกิจการ
ข้ึนตรงต่อกองทัพเรือ เม่ือวันท่ี ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. อุตุนิยมวิทยาเอง โดยใช้ชื่อว่า “สถานีพยากรณ์อากาศ
๒๔๘๕ (ตามคำ� สั่งทหารท่ี๒๑๗/๒๑๙๕๐ ลง ๘ กรกฎาคม บก.สน.สส.” ขึ้นกับสถานีทหารเรือสัตหีบ โดยใช้ก�ำลัง
พ.ศ. ๒๕๘๖) บคุ คลแรกทไ่ี ดเ้ ปน็ หวั หนา้ งานอุตนุ ยิ มวิทยา พลกรมอุทกศาสตร์หมุนเวียนไปปฏิบัติงานตามอัตรา
เม่อื เปน็ กรมอตุ นุ ิยมวทิ ยาแล้วคอื นาวาโท ใบ เทศนส์ ดบั บร ร จุ ซึ่ งต า ม บั นทึ ก ก า ร ปร ะ ชุ ม เร่ื องโ อ น กอ ง
ได้ด�ำรงต�ำแหน่งรักษาราชการรองเจ้ากรมอุตุนิยมวิทยา อุตุนิยมวิทยาไปสังกัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี (บันทึก
ตั้งแต่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ถึง ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. กพ.ทร. ท่ี ๔๐๕/๓๗๖๖ ลง ๒๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๐๔) มี
๒๔๘๗ และเม่ือท่านผู้น้ีย้ายไปรับต�ำแหน่งอ่ืน นาวาโท อัตราในขั้นแรกเริ่ม ๒๗ อัตรา และได้โอนเจ้าหน้าท่ีจาก
จรูญ วชิ ยาภยั บุนนาค จงึ ได้เล่ือนมาเป็นรองเจา้ กรม และ กรมอตุ นุ ยิ มวิทยาตอนยา้ ยสังกดั ๖ นาย มี นาวาตรี ชนะ
เจา้ กรมอตุ นุ ยิ มวิทยาในเวลาต่อมา ศกุณสิงห์ เป็นหัวหน้าสถานี ในขั้นต้นได้ด�ำเนินงานใน
หลงั จากยกฐานะเปน็ กรมอตุ นุ ิยมวิทยาแลว้ ยงั คง ลักษณะสถานตี รวจอากาศธรรมดาแบบเดมิ
ใชบ้ างสว่ นของตกึ กรมอทุ กศาสตรเ์ ปน็ ทท่ี ำ� การ ซง่ึ สถานทค่ี ับ การด�ำเนินงานในลักษณะน้ีได้ด�ำเนินงานอยู่เป็น
แคบไม่เหมาะแก่กิจการที่จะขยายต่อไป ซ่ึงต้องการ ระยะเวลาประมาณ ๒ ปี จนถงึ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๗
สถานที่เปิดโล่งแจง้ กรมอตุ ุนิยมวิทยาจึงได้ขออนมุ ัติจดั หา ได้เร่ิมวางพ้ืนฐานกันใหม่ เน่ืองจากจะต้องปฏิบัติงานใน
สถานที่ท�ำการใหม่ โดยกองทัพเรือเห็นชอบให้จัดหาที่ ฐานะสถานีพยากรณ์อากาศซึ่งจะต้องด�ำเนินงานด้าน
บริเวณ ทุ่งนาบางกะปิ ติดถนนสุขุมวิท ต�ำบลคลองตัน อุตุนิยมวิทยาเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร
อำ� เภอพระโขนง ในเน้อื ท่ี ๒๐ ไร่ ราคาตารางวาละ ๘ บาท ของกองทัพเรือจึงได้เริ่มด�ำเนินการจัดหาเครื่องมือตรวจ
ด�ำเนินการก่อสร้างเป็นท่ีท�ำการถาวรและเปิดเป็น อากาศตลอดจนเคร่ืองมอื เครอ่ื งใชใ้ นสำ� นกั งาน
ทท่ี ำ� การเมื่อ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ จนถงึ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๘ การด�ำเนนิ การ
กิจการอุตุนิยมวิทยาจึงได้เจริญข้ึนอย่างรวดเร็ว ในลักษณะของสถานพี ยากรณอ์ ากาศ จึงได้เรม่ิ ขนึ้ และได้
และมีภารกิจเพ่ิมขึ้นกว่าเดิม เกินก�ำลังที่งบประมาณ ร่วมปฏิบัติงานกบั ฝูงบนิ ของกองทัพเรอื ที่ ตำ� บลบ้านพลา
กองทัพเรือจะสนับสนุนได้ รัฐบาลสมัย จอมพล สฤษฎิ์ อำ� เภอบา้ นฉาง จงั หวดั ระยอง ในระหวา่ งเวลาดังกล่าวได้
ธนะรัชต์ ด�ำรงต�ำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงอนุมัติให้โอน ดำ� เนนิ การรบั สมคั รเจ้าหน้าทีใ่ หม่ และได้ฝกึ สอนเจ้าหนา้ ที่
งานอุตุนิยมวิทยาไปสังกดั ส�ำนักนายกรฐั มนตรี เมื่อวันท่ี ดังกล่าวในโรงเรียนอุทกศาสตร์ และกรมอุทกศาสตร์ได้
๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยโอนทรัพย์สินทัง้ สน้ิ รวมทั้ง รับค�ำส่ังให้เป็นเจ้าของอัตราหมุนเวียนและได้รับอนุมัติ
อสังหาริมทรัพย์ไปด้วย ยกเว้นสถานีตรวจอากาศสัตหีบ จากกระทรวงกลาโหมให้ด�ำเนินการจัดตั้งสถานีพยากรณ์
ซึง่ อยูบ่ นยอดเขาแหลมเทียน อากาศโดยมรี ะยะเวลาในการด�ำเนินการตามโครงการ ๒ ปี
(พ.ศ. ๒๕๐๙ – ๒๕๑๐)
หนังสือทรี่ ะลกึ ๗๐ปี กรมอุทกศาสตร์
ในช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพอากาศสหรัฐฯ ควรอยรู่ ่วมกับฝูงบิน กองทัพเรือ คอื บรเิ วณคลองไผ่ ดา้ น
อเมริกาได้เสนอความประสงค์ที่จะสร้างสนามบินใหม่ให้ ตะวันออก แต่เนื่องจากการซ้ือขายไม่อาจท�ำได้เน่ืองจาก
แก่กองทัพเรือ ท่ีต�ำบลบ้านพลา อ�ำเภอบ้านฉาง จังหวัด มีโรงงานแป้งมันตั้งอยู่ หัวหน้าสถานีพยากรณ์อากาศได้
ระยอง ท�ำให้โครงการจดั ตง้ั สถานีพยากรณอ์ ากาศตอ้ งชะงกั ไปด�ำเนินการส�ำรวจหาท่ีตั้งสถานีฯ พร้อมทั้งพิจารณา
เน่ืองจากโครงการดังกล่าวผูกพันกับโครงการสร้างสนามบิน แผนท่ีรูปถ่ายทางอากาศประกอบและได้เสนอ สน.สส.
ของกองทัพเรือในขณะเดียวกัน นาวาโท ชนะ ศกุณสิงห์ ว่าควรจะสรา้ งท่บี รเิ วณคลองไผ่ทิศตะวนั ตก ใกล้กับท่ีพัก
หัวหน้าสถานีพยากรณ์อากาศ สน.สส. ได้เข้ารับการ ของฝูงบินกองทัพเรือ ท่ีได้วางแผนไว้หรือมิฉะน้ันก็สร้าง
ศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศและได้ย้ายสังกัด บริเวณอา่ วสัตหีบกอ่ นเขา้ บน.๗
ไปรับราชการท่ีกรมส่งก�ำลังบ�ำรุงทหาร กรมอุทกศาสตร์จึง แต่สถานท่ีหลังน้ีมีความเหมาะสมน้อยกว่าจึง
ได้เสนอกองทัพเรือขอย้ายโอน นาวาโท ถาวร พงศ์พิพัฒน์ เสนอให้สร้าง ณ บริเวณคลองไผ่ด้านตะวันตก ในขณะ
หัวหน้ากองพยากรณอ์ ากาศกลาง และรักษาราชการหัวหน้า เดียวกันกท็ ราบว่า เสนาธกิ ารทหารเรือมีความเห็นว่าควร
กองการส่ือสารกรมอุตุนิยมวิทยา มาแทน นาวาโท ชนะ จะระงับการสร้างอาคารอุตุนิยมวิทยาไว้ก่อน แต่ควร
ศกุณสงิ ห์ เมือ่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ สร้างที่พักเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เพราะอาจใช้อาคารของ
การดำ� เนนิ งานตามโครงการในระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๕๐๙ กองทัพอากาศสหรัฐฯปฏิบตั งิ านได้ เนือ่ งจากไดร้ ะบุไว้วา่
- ๒๕๑๐ ในระยะแรกมอี ปุ สรรคกล่าวคือ เรอ่ื งท่ตี ้งั สถานี จะมีการปฏิบัติงานร่วมกัน หากแต่การจัดท�ำโครงการตั้ง
พยากรณ์อากาศ สน.สส. ซ่ึงยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า สถานีฯ ได้ด�ำเนินการจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ตลอดจน
จะต้ังท่ีใด เพราะตามโครงการเดิมจะต้องต้องสร้าง วัสดุอุปกรณ์เป็นจ�ำนวนมากจึงจ�ำเป็นต้องมีที่เก็บ
อาคารที่ท�ำการในบริเวณเดียวกับฝูงบิน กองทัพเรือ (ใน ประกอบกับได้รับการยืนยันจาก กองทัพอากาศสหรัฐฯ
สนามบิน กองทัพเรือ เดิม) และสร้างท่ีพักในบริเวณใกล้ ว่าไม่อาจจัดสถานที่ให้ส�ำหรับงานด้านอุตุนิยมวิทยาทุก
เคียงกัน ต่อมาเมื่อกองทัพอากาศสหรัฐฯได้เร่ิมโครงการ สาขาตามที่กองทัพเรือต้องการได้ คงเพียงจะได้แต่ใน
สร้างสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งก�ำหนดว่าเป็นโครงการร่วม ด้านอตุ ุนยิ มวทิ ยาเพื่อการบนิ เท่านัน้
กองทัพเรือ จงึ ระงับการสร้างสนามบนิ กองทัพเรอื ไว้ คง ดังน้ัน กองทัพเรือ จึงได้อนุมัติให้ด�ำเนินการ
อนุญาตให้สร้างบ้านพักในบริเวณใกล้เคียงเขตสนามบินอู่ สร้างอาคารท่ีท�ำการพร้อมบ้านพัก ในบริเวณด้านตะวัน
ตะเภา ตกของคลองไผ่และเริ่มซ้ือที่ดินซ่ึงเป็นไปด้วยความยาก
ส่วนอาคารของฝูงบิน กองทัพเรือ น้ันใช้เงิน ล�ำบากเพราะขณะนั้นการสร้างสนามบินอู่ตะเภาเริ่มข้ึน
ชดเชยจากกองทัพอากาศสหรัฐ ฯและ ก่อสร้างใหม่ใน แล้ว จึงมีการโก่งราคาและเก็งก�ำไรกันมาก ในเบ้ืองต้น
เขตสนามบนิ อตู่ ะเภา ซ่งึ กองทัพอากาศสหรฐั ฯ ไดก้ ำ� หนด จากท่ีได้วางแผนความต้องการท่ีดินจ�ำนวน ๑๕๐ ไร่ ก็
สถานท่ีไว้ส�ำหรับสถานีพยากรณ์อากาศน้ันก็จ�ำเป็นต้อง จัดหาซื้อได้เพียง ๔๙ ไร่ เป็นเงินประมาณ ๒ แสนบาท
ก�ำหนดสถานที่ใหม่ และกองทัพอากาศสหรัฐฯ ไม่ได้ และไดด้ ำ� เนนิ การกอ่ สรา้ งอาคารทท่ี ำ� การ ๑ หลงั โรงอดั กา๊ ซ
ก�ำหนดสถานท่ีตั้งไว้ในแผนผัง แต่ได้ระบุในสถานที่ของ ๑ หลัง สนามตรวจอากาศ ๑ สนามและบ้านพักชั้นนาย
กองทัพอากาศสหรัฐฯ ว่าเป็นหน่วยอุตุนิยมวิทยาร่วมใน นาวา นายเรือ และ พันจ่า อีก ๒๗ หลัง เป็นเงิน
บริเวณใกล้เคียงหอบังคับการบิน ซ่ึงท�ำให้คาดหมายไปว่า ๑,๙๙๔,๐๐๐ บาท
กองทัพอากาศสหรัฐฯ คงจะใชบ้ รกิ ารร่วมทุกอย่างรวมทงั้ ขณะเดยี วกันกไ็ ดร้ บั การสนบั สนนุ จาก พัน วย.สน.
การพยากรณอ์ ากาศ ใหก้ บั ฝงู บนิ กองทพั เรอื และกองเรอื ดว้ ย สส. ในการสรา้ งรั้วลอ้ มรอบบริเวณเป็นความยาว ๑,๓๐๐
ด้วยเหตุนี้ กองทัพเรือ จึงให้สถานีพยากรณ์ เมตร การก่อสร้างแล้วเสร็จในปลายเดือนพฤศจิกายน
อากาศพิจารณาโครงการเสียใหม่ว่าควรจะสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๑๐ และในระหว่างการด�ำเนินการก่อสร้าง
ที่ท�ำการใหม่หรือไม่ และถ้าสร้างควรเป็นท่ีใด ส�ำหรับที่ อาคาร ก็ได้ด�ำเนินการจัดหาเคร่ืองใช้ประจ�ำส�ำนักงาน
ต้ังสถานีฯ เสนาธิการทหารเรือในขณะนั้นมีความเห็นว่า และเครื่องมือสื่อสารด้วย ซ่ึงนับว่ามีความยากล�ำบาก
หนังสือทรี่ ะลึก ๗๑ปี กรมอทุ กศาสตร์
เพราะต้องใช้ความละเอียดละออประกอบกับไม่มีนาย รวม ๑๐ นาย ซึ่งกองทัพเรืออนุมัติให้มาช่วยงานพล๊อต
ทหารที่มีความรู้ทางเครื่องมือสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ แผนท่อี ากาศตามทีข่ อ
อีกทั้งเคร่ืองมือสื่อสารที่ต้องการใช้ก็ไม่ได้มีใช้ในราชการ ๑๑. กวดขันระเบียบวินัย วางระเบียบการ
กองทัพเรือมาก่อน จึงต้องศึกษาพิจารณาหาตัวอย่าง สื่อสาร การพล๊อตแผนที่อากาศการปฏิบัติราชการงาน
ประกอบจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมการบินพาณิชย์ พัสดุ บญั ชพี สั ดุ การลงปมู สอ่ื สาร และอนื่ ๆ และการจดั เวร
แต่ในท่ีสุดก็ได้เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ต่าง ๆ ครบถ้วนตาม พนกั งานทุกอยา่ ง จนเปน็ ท่เี รียบร้อย
ความต้องการ และในขณะเดียวกันการปฏิบัติงานของ ๑๒. จัดส่งเจ้าหน้าท่ีไปปฏิบัติงานร่วม กองทัพ
สถานีพยากรณ์อากาศก็ได้เร่ิมงานไปด้วยท้ังท่ียังไม่มี อากาศสหรัฐฯในสนามบินอู่ตะเภา และเขียนข่าวอากาศ
อาคารที่ท�ำการ โดยไดป้ ฏบิ ัตดิ ังนี้ ต่าง ๆ มาให้โดยใช้เครื่องวิทยุสื่อสาร SSB ๒ เครื่อง (ที่
๑. ฝึกพนักงานสื่อสารเดิมที่มี พันจ่า ๒ นาย สนามบนิ ๑ เคร่อื ง บก.สน.สส. ๑ เครือ่ ง )
ทหาร ๑ นาย ให้สามารถท�ำการส่ือสารรับข้อมูลข่าว ๑๓. รับข่าวอากาศด้วยเคร่ืองโทรส�ำเนาที่ขอ
อากาศทางวิทยุโทรเลข (รับข้อมูลรหัสมอร์ส) ได้ตาม อนุมัตซิ ้อื พเิ ศษ ซ่ึงไดผ้ ลเปน็ ที่น่าพอใจ
ตารางก�ำหนดเวลารับข่าว และควบคุมการปฏิบัติงานโดย ๑๔. รับขา่ วอากาศดว้ ยเครอ่ื งโทรพมิ พ์
หวั หนา้ สถานพี ยากรณอ์ ากาศฯ ๑๕. ขยายเวลาการปฏิบัติงานเป็น วันเสาร์ อาทติ ย์
๒. ยืมวิทยุส่ือสารส�ำหรับรับข่าวอากาศจากกรม เวลาการปฏิบัติงานเร่มิ ๐๖๔๕ เลิกเวลา ๒๒๐๐
สื่อสาร และ สถานีวิทยุ สน.สส. มาใช้ราชการช่ัวคราว ๑๖. จดั สง่ นายทหารไปเรยี นวิชาอุตุนิยมวทิ ยา ท่ี
ก่อนที่จะได้รับเคร่ืองวิทยุส่ือสารตามรายการจัดซ้ือของ ศูนย์ฝึกการบินพลเรือน ภายใต้การอบรมของผู้เชี่ยวชาญ
สถานพี ยากรณอ์ ากาศฯ จากองค์การบินพลเรอื นระหวา่ งประเทศ (ICAO)
๓. รับขา่ วอากาศและน�ำมาพล๊อตลงแผนท่อี ากาศ ๑๗. จัดสง่ นายทหารและพนั จ่าส่ือสาร ไปอบรม
เฉพาะภาคเช้าและเพิ่มเป็นภาคบ่าย เนื่องจากเดิมไม่มี โทรพิมพ์ท่บี ริษทั Aero Siam
การปฏิบัติงานเลยจงึ ตอ้ งดำ� เนินไปทลี ะขั้น การปฏิบัติงานได้ผลคืบหน้ามาเป็นล�ำดับ สถานี
๔. ขอใช้ตึกส่ือสารของสถานีวิทยุกรมสื่อสาร พยากรณ์อากาศฯ สามารถผลิตแผนท่ีแสดงการเคลื่อน
บก.สน.สส. ซ่ึงสร้างเสร็จและยังไม่ได้ใช้ทั้งหมดเป็นสถาน ตัวของมวลอากาศได้ทุกระยะเกือบตลอดเวลาเว้นแต่ใน
ทป่ี ฏบิ ัตงิ านชัว่ คราว เวลา ๐๑๐๐ ซึ่งยังไม่มีก�ำลังพลเพียงพอที่จะท�ำได้ หาก
๕. รับสมัครทหารที่ปลดประจ�ำการบรรจุเป็น ด�ำเนินการดังกล่าวจะต้องจัดเวรกลางคืน ซึ่งจะต้องมี
พนักงานแผนที่ และด�ำเนินการฝึกพล๊อต และตรวจ การจัดตารางเวรโดยให้ผู้ปฏิบัติงานได้ หยุดเวร พักเวร
อากาศเพื่อเตรียมรับงานของฝูงบินกองทัพเรือซึ่งจะย้าย ให้เหมาะและจ�ำเป็นต้องใช้ก�ำลังพลเพ่ิมข้ึนมาก
มาประจ�ำอยู่ที่อู่ตะเภาและให้ช่วยงานแผนท่ีอากาศ การเตรยี มการต่าง ๆ ไดด้ ำ� เนินการมาจนสามารถปฏิบตั ิ
เพราะก�ำลงั พลมไี ม่พอ งานได้ดี และเมื่อสถานีพยากรณ์อากาศฯ สร้างเสร็จก็ได้
๖. ขอเจ้าหน้าท่ีส่ือสาร จากกรมส่ือสารทหาร ย้ายตึกส่ือสาร บก.สน.สส.ที่ยืมไว้เข้าไปอยู่ ณ ท่ีต้ังใหม่
เรอื เพมิ่ เตมิ และปฏิบัติงานต่อเน่ืองไปได้ทันที เป็นอันว่าสามารถ
๗. จดั ให้เจา้ หนา้ ที่ส่ือสาร ปฏิบัติงานเพมิ่ ข้นึ เม่ือ ปฏบิ ตั งิ านไดจ้ ริงจังภายใน ๒ ปี ตามโครงการ โดยมติ ้อง
เริม่ ได้รบั วิทยสุ ่ือสารรุ่น HQ 108 และ SX 122 เพิม่ เตมิ รอการเรมิ่ งานแตอ่ ยา่ งใด สถานพี ยากรณ์อากาศ สน.สส.
๘. ทดลองรับข่าววิทยุ SSB โดยเคร่ืองรับ ได้ย้ายจากบรเิ วณภายใน สน.สส.
ธรรมดา เมื่อ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐ การย้ายได้
๙. เพ่ิมงานจากช่วง เช้า – บา่ ย เป็นกลางคืน ค่อย ๆ ขนย้ายข้าราชการท่ีอาศัยบ้านพัก และที่ท�ำการมา
๑๐. ขอยืมสโมสรต�่ำกว่าสัญญาบัตร ซ่ึงย้ายไป ทลี ะสว่ น โดยมใิ หก้ ระทบกระเทอื นตอ่ การทำ� งานแตอ่ ยา่ งใด
อยู่ตึกใหม่ เป็นที่ฝึกสอนทหารเกณฑ์วุฒิ ม.๖ และ ม.๘ โดยให้เข้าที่ท�ำงานและปฏิบัติงานได้อย่างต่อเน่ืองกันไป
หนังสือทีร่ ะลึก ๗๒ปี กรมอุทกศาสตร์
แต่กระน้ันก็กระทบกระเทือนต่อการท�ำงานบ้างเพราะ และยังปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ คือแท่งหินจัดเรียงเป็น
เจ้าหน้าท่ีท้ังหมดอิดโรยและเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า รูปวงกลมขนาดใหญ่ ต้ังอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ
เนื่องจากขนย้ายอุปกรณ์หนัก ๆ เป็นจ�ำนวนมาก ท�ำให้ มชี อ่ื เสยี งเปน็ ท่รี จู้ ักกนั ดี ในนามของ Stonehenge อายุ
สามารถเร่ิมปฏิบัติงานเวรได้ตามเดิม เม่ือ ๘ ธันวาคม ประมาณ ๔,๐๐๐ ปี ใชส้ �ำหรบั บอกเวลาและฤดูกาลต่าง ๆ
พ.ศ. ๒๕๑๐ แต่ก็ยงั มอี ปุ สรรคเร่ือง นำ้� ประปา และไฟฟา้ เข้าใจว่าสร้างไว้เพ่ือวัตถุประสงค์ในทางเกษตรกรรมหรือ
เน่ืองจากยังไม่มีการต่อท่อประปาจากแหล่งน้�ำภายนอก พธิ ีทางศาสนา
จึงตอ้ งให้ พนั วย.สน.สส. ลำ� เลยี งน้�ำมาสง่
ส�ำหรบั ในสว่ นของไฟฟา้ นน้ั สน.สส. ได้จดั เครือ่ ง
กำ� เนิดไฟฟ้ามาด�ำเนนิ การใหใ้ นช่วงเวลาท่ที �ำงาน กลางวนั
และกลางคืน หากได้ใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าแล้วก็จะ
สามารถปฏิบัติงานได้ดีข้ึน เพราะขณะนี้เครื่องมือบาง
อย่าง เช่น โทรพิมพ์ และโทรส�ำเนาไม่อาจปฏิบัติงานได้
ตลอดเวลาการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดังกล่าวจะต้องรอ
งบประมาณกองทพั เรอื เพอ่ื เดินสายและปักเสาแรงสงู จาก
ภาพที่ ๑-๘๐ Stonehenge
อำ� เภอสตั หีบ ส�ำหรับประเทศไทย คนในสมัยโบราณอาจใช้
กองทัพเรือไดอ้ นุมัติงบประมาณ ๔ แสนบาท ใน หลักจากการสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติในแต่ละวัน
การด�ำเนินการดังกล่าวส�ำหรับงานด้านการบินนั้น เปน็ เครือ่ งบอกเวลา เชน่ ดวงอาทติ ย์ ข้นึ – ตก ดวงจันทร์
เน่ืองจากฝูงบินกองทัพเรือ มีความต้องการเก่ียวกับข่าว ขนึ้ – ตก ซ่งึ ทงั้ นก้ี ็สามารถบอกเวลาได้อย่างคร่าว ๆ ไม่
อากาศการบินมากจึงจ�ำเป็นต้องยกหน่วยงานและก�ำลัง ละเอียดมากนัก เน่ืองจากใช้การสงั เกตจากธรรมชาตเิ ป็น
พลส่วนหนึ่งเข้าไปปฏิบัติงานในสนามบินปัจจุบันคือ หลัก แต่คนในสมัยก่อนก็ไม่ได้ให้ความสนใจในความถูก
แผนกข่าวอากาศ กองปฏิบัติการฐานบิน สถานีการบิน ต้องของเวลามากนักส่วนการแจ้งสัญญาณเวลาก็คงจะ
กองบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ (แผนกข่าวอากาศ เป็นการใช้การตีเกราะ เคาะไม้ ตีกลอง บอกสัญญาณ
กฐบ. สนบ.กบร. กร.) และเป็นสายวิทยาการอุทกศาสตร์ เวลาตา่ ง ๆ ให้ชาวบา้ นทว่ั ไปได้ทราบ
ทีก่ องอตุ ุนิยมวิทยา ต้องพิจารณาจดั ขา้ ราชการย้ายบรรจุ การด�ำเนินการในเร่ืองการรักษาเวลาของไทย
หมุนเวียนไปปฏิบตั ิราชการ เร่ิมมีความสนใจอย่างจริงจัง โดยใช้วิทยาศาสตร์เข้ามา
๑.๒๗ ประวัตกิ ารรกั ษาเวลามาตรฐานประเทศไทย ประกอบอย่างมีเหตุผล คาดว่าเร่ิมเม่ือได้มีฝร่ังชาวต่าง
การรักษาเวลามาตรฐานและการแจ้งสัญญาณ ชาติ เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายเช่ือมความสัมพันธ์กับ
เทียบเวลากอ่ น พ.ศ. ๒๔๗๖ ประเทศไทย เท่าทป่ี รากฏตามประวัตศิ าสตร์ วิเคราะหไ์ ด้
การตรวจสอบเวลาเพื่อรักษาเวลามาตรฐาน ว่าน่าจะเริ่มในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ประเทศไทย และการแจ้งสัญญาณเทียบเวลาให้กับ สมัยกรุงศรีอยุธยา ราวปี พ.ศ. ๒๑๙๙ – ๒๒๓๑ ทั้งนี้
ประชาชน พลเรือน เพ่ือให้ใช้เวลาตรงกันท่ัวประเทศน้ัน เนื่องจากในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ทางราชการได้มอบหมายให้ กองทัพเรือเป็นผู้ด�ำเนินการ พระองค์เป็นกษัตริย์ที่สนพระทัยในวิทยาการสมัยใหม่
โดยกำ� หนดใหเ้ ปน็ หนา้ ทข่ี องแผนกดาราศาสตร์ กองอปุ กรณ์ จากฝร่ังต่างชาติ เห็นได้จากในรายการส่ังซ้ือของ โดยใน
การเดินเรือ กรมอุทกศาสตร์ ซ่ึงปรากฏอยู่ในระเบียบ พ.ศ. ๒๑๙๙ มีการสั่งซ้ือ กล้องโทรทัศน์ โคมไฟ หมวก
กระทรวงกลาโหมว่าด้วยการก�ำหนดหน้าท่ีส่วนราชการ สักหลาด ชดุ ผา้ ไหม โต๊ะเขียนหนงั สอื หนังสือ แวน่ ตา อืน่ ๆ
ในกองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๐๑ จากบริษัท อีสท์อินดีส ของ ฮอลันดา ซึ่งเป็นตัวแทน
การตรวจสอบเวลาและแจ้งสัญญาณเทียบเวลา จัดการติดต่อการค้าในกรุงศรีอยุธยา และท่ีส�ำคัญท่ี
นั้นมีมาแต่โบราณกาล หลักฐานเท่าท่ีสามารถตรวจพบ ปรากฏอยู่ในรายการคือ นาฬิกาแบบใช้เครื่องจักรกล
หนงั สือทีร่ ะลึก ๗๓ปี กรมอทุ กศาสตร์
แสดงให้เห็นว่าได้เริ่มมีการน�ำนาฬิกาเข้ามาใช้ตั้งแต่สมัย
กรุงศรีอยุธยาแล้ว แต่ท่ียังไม่แพร่หลายเน่ืองจากความรู้
ความสามารถในด้านภาษาต่างประเทศของคนไทยใน
สมัยนั้นยังจ�ำกัดอยู่ในกลุ่มคนไม่มากนักวิทยาการด้าน
การรักษาเวลาจึงยังไม่อยู่ในความสนใจของประชาชน
ท่ัวไป
ภาพที่ ๑-๘๑ พระบรมราชานสุ าวรยี ์ สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช ภาพท่ี ๑-๘๒ พระทีน่ ง่ั ภูวดลทศั ไนย
การรักษาเวลาและการแจ้งเวลาเริ่มแพร่หลาย ในรัชสมัยของพระองค์นั้น โลกยังไม่มีความ
ขึ้ น อ ย ่ า ง เ ป ็ น รู ป ธ ร ร ม ใ น รั ช ส มั ย พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ เจริญทางวิทยาศาสตร์ ประเทศที่เจรญิ แล้วในชว่ งรัชสมัย
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการท่ี ๔ กรุงรัตนโกสินทร์ ของพระองค์ท่าน จะต้องท�ำการค�ำนวณทางดาราศาสตร์
พระองคท์ รงก�ำหนดระบบเวลามาตรฐานขนึ้ ในประเทศไทย เพื่อเทียบเวลาของตนเองโดยสถาบันทางดาราศาสตร์
โดยเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕ ทรงสร้างพระทน่ี ่งั ภูวดลทัศไนยขึ้น ของชาตินั้น ๆ เป็นผู้ด�ำเนินการ ด้วยพระปรีชาสามารถ
ในพระบรมมหาราชวัง ต้ังอยูใ่ นสวนหนา้ พระพทุ ธนิเวศน์ ของพระองค์ได้ทรงค�ำนวณดาราศาสตร์และสามารถ
พระท่ีนั่งองคน์ ้สี ร้างเปน็ ตึกทรงยุโรป สงู ๕ ชัน้ ช้นั ยอดมี รกั ษาเวลามาตรฐานไดอ้ ย่างเท่ียงตรง
นาฬิกาใหญ่ ๔ ด้าน ใช้เป็นหอนาฬิกาหลวงส�ำหรับบอก พระองค์ท่านโปรดเกล้าฯ ให้มีพนักงานนาฬิกา
เวลามาตรฐานของประเทศไทยในสมัยน้ัน การท่ีเรามี หลวง เรียกตำ� แหน่ง “พนั ทิวาทิตย”์ คอยเทียบเวลาตอน
พระท่ีนั่งภูวดลทัศไนยเป็นหอนาฬิกาสมัยน้ัน ถือได้ว่า กลางวันจากดวงอาทติ ย์ และต�ำแหนง่ “พนั พินิตจันทรา”
เป็นการเฉลมิ ฉลองการเขา้ ส่พู ทุ ธศตวรรษท่ี ๒๕ ของไทย คอยเทียบเวลาตอนกลางคืนจากดวงจันทร์ ซึ่งถือได้ว่า
ในทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิในฐานะท่ีไทย เป็นต�ำแหน่งงานทางวิทยาศาสตร์ของไทยชุดแรกอาจ
เปน็ ชาติใหญใ่ นยา่ นน้ี กล่าวได้ว่าระบบเวลามาตรฐานประเทศไทยท่ีพระองค์
ทรงก�ำหนดข้ึนนี้ได้กระท�ำก่อนประเทศยุโรปเสียอีก
เพราะรัฐสภาอังกฤษออกพระราชบัญญัติเวลามาตรฐาน
องั กฤษ (GREENWICH MEAN TIME) ในปี พ.ศ. ๒๔๓๓
และในปี พ.ศ. ๒๔๒๗ ท่ีประชุมดาราศาสตร์ในกรุง
วอชิงตัน ได้ตกลงให้เส้นเมอริเดียนที่ผ่านเมืองกรีนิช
ประเทศอังกฤษ เป็นเมอริเดียนหลกั ทจ่ี ะใชเ้ ทยี บเวลาโลก
เมื่อได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้ว ควรที่จะได้กล่าวถึง
พระอัจฉริยภาพในเร่ือง ดาราศาสตร์เพ่ือเสริมความ
เข้าใจอีกสักเล็กน้อย ในยุคร่วมสมัยของพระองค์ท่านน้ัน
นกั ดาราศาสตร์กำ� ลงั ใหค้ วามสนใจเรือ่ ง การเคล่ือนทีข่ อง
โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ ตา่ งท่มุ เทสตปิ ญั ญา เพื่อหา
วิธีค�ำนวณต�ำแหน่งดวงจันทร์ ขณะท่ีโคจรรอบโลก ภาย
ใต้แรงดึงดูดของโลก และดวงอาทิตย์และต�ำแหน่งดวง
จันทร์ขณะท่ีโคจรรอบดวงอาทิตย์ ภายใต้แรงดึงดูดจาก
ดาวเคราะห์ต่าง ๆ ซึ่งการแก้ปัญหาท้ัง ๒ อย่างน้ีต้อง
หนงั สือท่รี ะลกึ ๗๔ปี กรมอุทกศาสตร์
อาศัยหลักการในงานสาขาดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ และ ย้อนกลับมาถึงเรื่องแจ้งสัญญาณบอกเวลาใน
คณิตศาสตร์ในการค�ำนวณ ผลงานการค�ำนวณของพระองค์ สมัยก่อน การบอกสัญญาณแจ้งเหตุและอันตรายต่าง ๆ
ท่านท่ีประสบความส�ำเร็จคือ การที่พระองค์ท่านทรง เช่น การตีเกราะ ตีกลอง หรือยิงปืนนั้น มีมานานแล้ว
ค�ำนวณการเกิดสุริยุปราคาท่ี ต�ำบลหว้ากอ จังหวัด ต้ังแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งเข้าใจว่าได้มาจากเมืองจีน
ประจวบคีรีขันธ์ ได้อย่างถูกต้องแม่นย�ำ พระองค์ได้ทรง ประเพณีนี้ได้มีมาจนถงึ สมยั กรงุ รัตนโกสินทร์ คือ มีทง้ั ยงิ
ท�ำการคำ� นวณแบง่ เป็น ๓ ขัน้ ตอน คือ ปืนและตกี ลอง การตกี ลองนัน้ เดมิ ทมี หี อกลองอยูท่ ห่ี น้า
๑. ทำ� การคำ� นวณตำ� แหนง่ ดวงจนั ทรแ์ ละดวงอาทติ ย์ วัดพระเชตุพนหอหนึ่งเป็นสามช้ัน ท่ีหอนั้นแขวนกลองไว้
โดยใช้ทฤษฎีการเคล่ือนท่ีของดวงจันทร์ (THEORY OF สามใบ ๆ ละช้ัน ใบใหญ่อยู่ชั้นล่างแล้วเล็กขึ้นไปตาม
LUNAR MOTION) ล�ำดับกลองใบใหญ่ท่ีอยู่ชั้นล่างมีช่ือว่า “ย่�ำพระสุริศรี”
๒. หลังจากค�ำนวณต�ำแหน่งดวงอาทิตย์ และ ส�ำหรับตีบอกเวลาเมื่อดวงอาทิตย์ตกดินเพื่อเป็น
ดวงจันทร์แล้ว จะต้องท�ำการค�ำนวณ ตรวจสอบว่าจะมี สัญญาณให้ปิดประตูประนคร กลองใบช้ันกลางมีชื่อว่า
โอกาสเกิดอุปราคาได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ผ่านไปถ้าสามารถ “อัคคีพินาศ” ส�ำหรับตีเม่ือเกิดไฟไหม้เป็นสัญญาเรียก
เกดิ ขน้ึ ได้ จึงจะเข้าสู่การคำ� นวณขัน้ ๓ ต่อไป ราษฎรให้มาชว่ ยกนั ดบั ไฟ ดเู หมอื นมีก�ำหนดวา่ ถา้ ไฟไหม้
๓. เมื่อตรวจสอบแล้วว่ามีโอกาสเกิดอุปราคาได้ นอกพระนครตีสามคร้ัง ถ้าไฟไหม้ในพระนครตีมากกว่า
ก็จะท�ำการค�ำนวณในขั้น ๓ คือ ค�ำนวณว่าการเกิดอุปราคา น้ัน กลองใบท่ีสามที่ช้ันยอด มีชื่อว่า “พิฆาตไพรินทร์”
นน้ั เปน็ สรุ ยิ ปุ ราคา หรอื มดื เปน็ บางสว่ น และจะเหน็ ไดท้ ไี่ หน ส�ำหรับตีให้รู้ว่ามีข้าศึกมาประชิดติดพระนคร ทุกคนจะ
เวลาเท่าไรถึงเท่าไรตามระบบเวลามาตรฐานสากล ซ่ึงจะ ตอ้ งมาประจ�ำรักษาหนา้ ทโ่ี ดยพรอ้ มเพรยี งกัน
ต้องนำ� มาใชใ้ นการค�ำนวณด้วยตลอดตั้งแต่ตน้ การยิงปนื บอกเวลานั้น มมี านานแล้วเชน่ กัน เดมิ ที
ในกรณีที่พระองค์ได้ทรงค�ำนวณการเกิด เดียวนั้น (ก่อน พ.ศ. ๒๔๓๐) มีป้อมมุมพระบรมมหาราช
สุรยิ ปุ ราคาทหี่ ว้ากอนี้ พระองค์ไดท้ รงกระทำ� ตามข้นั ตอน วัง มีปืนใหญ่ประจ�ำอยูท่ กุ ปอ้ ม ป้อมละกระบอก เปน็ ปืน
ท่ีได้กล่าวมาแล้วนี้ และสามารถค�ำนวณได้อย่างถูกต้อง สญั ญาณ ปนื ทีอ่ ย่ทู ่ีป้อมมมุ วัดพระเชตุพนจะยงิ บอกเวลา
ทั้งในลักษณะการเกิดเวลาท่ีเกิด และต�ำบลท่ีท่ีใช้สังเกต เม่ือดวงอาทิตย์ขึ้นทุกวัน เพื่อเป็นสัญญาณให้เปิดประตูวัง
จากการค�ำนวณเปรียบเทียบหลักฐานจากการค�ำนวณ เพราะเวลากลางคืนประตูวังจะปิดและเป็นการลดหย่อน
ของหอดูดาวกรีนิชปรากฏว่าระบบการค�ำนวณของ การพิทักษ์รักษาการอยู่เวรยามในพระราชวังในเวลา
พระองค์ท่านถูกต้อง แต่ตัวเลขของพระองค์ไม่มีในระบบ กลางคืน แต่บางคนบอกว่าท่ียิงปืนนั้นเป็นการเปลี่ยน
ของกรีนีช แสดงว่าพระองค์ท่านได้ทรงค�ำนวณขึ้นด้วย ดินปืนอีกนัยหน่ึง การยิงปืนยังใช้ยิงเป็นสัญญาณเมื่อไฟ
พระองค์เอง มิได้น�ำเอาผลการค�ำนวณของชาวต่าง ไหม้ ถ้าไฟไหม้นอกพระนครยิงนัดเดียว ถ้าไฟไหม้ใน
ประเทศมาดัดแปลงประยุกต์ใช้ส�ำหรับประเทศไทยแต่ พระนครจะยิงสามนดั และถา้ ไฟไหม้พระบรมราชวงั จะยงิ
อย่างใด ตดิ ต่อกันไปหลายนดั จนกว่าไฟจะดับถึงจะหยุดยงิ
ภาพท่ี ๑-๘๓ รชั กาลท่ีท๔ต่ี �ำขบณละหทวร้างกทออดพระเนตรสรุ ยิ ปุ ราคา ๗๕ปี กรมอุทกศาสตร์
หนงั สอื ทร่ี ะลึก
ภาพท่ี ๑-๘๔ หอกลองวัดพระเชตพุ น ภาพที่ ๑-๘๕ นาฬิกาแดดท่ีวดั นเิ วศนธ์ รรมประวัติ
การรักษาเวลามาตรฐานโดยพนักงานนาฬิกา ส�ำหรับการยิงปืนบอกเวลาเท่ียงหรือเรียกว่า
หลวง คือ พันทิวาทิตย์และพันพินิตจันทรา ท�ำหน้าท่ีมา “ยิงปืนเท่ียง” น้ัน เกิดขึ้นในเวลาต่อมาคร้ังแรกมาจาก
ได้ช่วงเวลาหนึ่ง โดยคงจะท�ำควบคู่กันไปกับการยิงปืน การที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทอด
บอกเวลาดวงอาทิตยข์ ึน้ ทีป่ ้อมมมุ วดั พระเชตพุ น ในรชั สมัย พระเนตรตัวอย่างที่อังกฤษยิงปืนสัญญาณท่ีเมืองสิงค์โปร์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางราชการ เพ่ือให้ประชาชนและชาวเรือต่าง ๆ ตั้งนาฬิกา จึงทรงมี
ได้จ้างฝรั่งชาวยุโรปเข้ามารับราชการ เพื่อวางรากฐาน พระราชประสงคใ์ ห้มีการยิงปนื ที่กรงุ เทพฯ บา้ ง
งานดา้ นตา่ ง ๆ ในแทบจะทกุ วงการ ทางด้านทหารเรือก็ คร้ังแรกโปรดเกล้าฯ ให้ทหารเรือยิงปืนเที่ยงท่ี
เชน่ เดยี วกนั ส�ำหรับการรักษาเวลานัน้ งานของทหารเรือ ต�ำหนักแพ (ท่าราชวรดิฐ) ก่อนและยิงเฉพาะในวันเสาร์
มีความเก่ียวข้องกับเรื่องเวลาในการวัดดาราศาสตร์เพื่อ เท่านั้น โดยมี พระชลยุทธโยธิน เจ้าพนักงานออบเซอร์
ใช้ในการเดินเรือและการส�ำรวจแผนที่ ชาวต่างชาติเหล่า เวตตอรี่หลวง เปน็ ผูค้ วบคุมก�ำหนดเวลายิง ครนั้ กรมหลวง
นี้คงจะได้น�ำความรู้ความสามารถในการวัดดาราศาสตร์ ประจักษ์ศิลปาคม จัดตั้งทหารปืนใหญ่ข้ึนในทหารล้อมวัง
หาเวลามาตรฐาน และการใช้นาฬิกาโครโนเมตร ส�ำหรับ จึงขอรับหน้าที่ยิงปืนเที่ยง มาให้ปืนใหญ่ล้อมวังยิงท่ีป้อม
รักษาเวลาได้อย่างเที่ยงตรงมาแสดงให้ปรากฏ พระบาท ทัศนนิกซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระบรมมหาราชวัง
สมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จงึ โปรดเกลา้ ให้พระชลยทุ ธ และเปลี่ยนมาเป็นยิงปืนเม่ือเวลาเท่ียงทุกวัน ดังประกาศ
โยธิน (Andre’ du Plessis de Richelieu) ซึ่งรบั ราชการ ยิงปืน จากราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙ จุลศักราช ๑๒๔๙
อยใู่ นกรมทหารเรอื ในขณะนนั้ เปน็ เจา้ พนกั งาน ออบเซอร์ ดังต่อไปน้ี
เวตตอรี่หลวง มีหน้าท่ีคอยตรวจสอบนาฬิกา (เวลา)
ความส�ำคัญของต�ำแหน่งพันทิวาทิตย์ และพันพินิต ประกาศยิงปนื
จันทรา จึงลดลงจนหมดไปในทส่ี ดุ วัน ๓ เดือน ๕ ข้ึน ๘ ค่�ำ ปีชวด ยังเป็นนพศก ๑๒๔๙
นอกจากพระชลยทุ ธโยธนิ ชาวเดนมารก์ แล้ว ใน
ช่วงเวลาเดียวกันก็ยังมี พระนิเทศชลธี หรือ กัปตัน (พ.ศ. ๒๔๓๐)
ลอฟตัส ชาวอังกฤษอีกผู้หน่ึงท่ีมีความสามารถในเรื่อง ดว้ ยพระชลยุทธโยธิน เจา้ พนักงานออบเซอรเ์ วต
การหาเวลา เห็นได้จากการทท่ี ่านได้ประดษิ ฐน์ าฬกิ าแดด ตอรี่หลวง รับพระบรมราชโองการใสเ่ กลา้ ฯ ส่งั ว่าแตก่ อ่ น
ข้ึนทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั รชั กาล ได้โปรดเกล้าฯ ให้ยิงปืนเที่ยงในวันเสาร์ เพ่ือจะให้เป็น
ที่ ๕ ซง่ึ ปัจจบุ นั ยังตง้ั อยูท่ ี่วัดนเิ วศน์ธรรมประวตั ิ ประโยชน์แก่ผู้ที่จะต้องการตั้งนาฬิกาให้ตรงกับเวลา
มัธยม (คือมินไตน์) กรุงเทพฯ เสมอทุกวันเสาร์มาแต่ถึง
กระนั้นกย็ ังเป็นที่ลำ� บากอยู่ ทุกวนั นก้ี ารค้าขายเจริญมาก
ขึ้น เรือท่ีเข้าออกมีขึ้นเป็นอันมากและมีความปรารถนา
เวลามัธยมกรุงเทพฯ อยู่ด้วยกันทุกล�ำ เพราะฉะนั้นจึง
ทรงพระราชด�ำริ โดยความที่ทรงพระกรุณาแก่ราษฎรที่
ไปมาค้าขายในกรุงเทพฯ เพื่อจะได้ประโยชน์ที่จะต้ัง
หนังสอื ท่ีระลึก ๗๖ปี กรมอุทกศาสตร์
นาฬิกาได้ตรงเวลามัธยมกรุงเทพฯ จึงทรงพระกรุณา พ.ศ. ๒๔๓๙ ยกฐานะส�ำนักงานแผนท่ีทะเล เป็น
โปรดเกล้าฯ ใหย้ ิงปืนเทยี่ งทกุ ๆ วนั เมือ่ ใดไดย้ นิ เสียงปนื กองแผนทที่ ะเล ข้ึนตรงตอ่ กรมทหารเรอื
แลว้ ต้องเข้าใจวา่ เปน็ เวลาเที่ยง ตามเวลามธั ยม (มนิ ไตน์) พ.ศ. ๒๔๔๖ ทางราชการได้จัดส่วนราชการใหม่
กรงุ เทพฯ ทีห่ อออบเซอร์เวตอรีหลวง ซ่ึงตั้งอยใู่ น แลตติจดู ให้กองแผนที่ทะเลไปข้ึนตรงต่อกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
๑๓๔๕๓๘๘ เหนือ ลองจิจูด ประมาณ ๑๐๐๒๘๔๕ มีหน้าที่ส�ำรวจแผนที่ทะเล ตรวจสอบและรักษาเวลา
ตะวันออก ของเมืองกรินนิช ก�ำหนดจะได้ยิงปืนใหญ่ที่ มาตรฐานส�ำหรับใช้ในราชนาวี
ป้อมทัศนนิกทีละด้าน ตะวันตกของพระบรมมหาราชวัง จากเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ข้างต้น สันนษิ ฐานวา่ พระ
แต่ ณ วัน ๗ ขึ้น ๑๒ ค่�ำ ปีชวดยังเป็นนพศกตรงเวลา ชลยทุ ธโยธนิ (ตอ่ มาเปน็ พระยาชลยทุ ธโยธนิ -รองผบู้ ญั ชาการ
เที่ยงเสมอไปทุก ๆ วัน อย่าให้ผู้ใดผู้หน่ึงสงสัยตกใจว่า ทหารเรือ) คงจะมอบหมายงานรักษาเวลาให้ส�ำนักงาน
เกิดเพลิง หรอื เหตุการณ์ต่าง ๆ ถ้าพ้นเวลาเท่ียงแลว้ หรือ แผนทที่ ะเลซึ่งมี นาวาตรี ริเชลิว ผู้เป็นนอ้ งชายและเป็นผู้
ก่อนเท่ียงจึงควรถือเอาว่ามีเหตุได้ ถ้าเพลิงข้ึนในเวลา มีความรู้ทางดาราศาสตร์ดีอยู่แล้วเป็นหัวหน้าส�ำนักงาน
เท่ียงหรือใกล้เที่ยงจะยิงปืนเป็นสองนัด จึงให้ถือเอาว่า เมื่อส�ำนักงานแผนที่ทะเลได้รับการยกฐานะเป็นกอง
เหตุได้ แผนที่ทะเล งานรักษาเวลามาตรฐานจึงได้ตกทอดมาอยู่
(จากราชกิจจานเุ บกษา เล่ม ๙ จลุ ศกั ราช ๑๒๔๙) ในความรับผิดชอบของกองแผนที่ทะเลด้วย และเมื่อย้าย
ต่อมาภายหลัง ได้กลับมอบหน้าท่ีให้ทหารเรือ กองแผนท่ีทะเลมาสังกัดกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทาง
เปน็ ผยู้ ิงปนื เที่ยงอกี และเป็นผูร้ กั ษาเวลาด้วย กรมทหาร ราชการจึงได้มอบหน้าท่ีการยิงปืนเท่ียงให้กรมยุทธศึกษา
เรือได้จัดให้มีการยิงปืนเที่ยงที่เรือพระท่ีน่ังจักรีอยู่ชั่ว ทหารเรือ โดยนักเรียนนายเรือ ซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับ
ระยะหน่ึง แล้วได้มอบให้กรมยุทธศึกษาทหารเรือจัดการ บัญชาของกรมยทุ ธศกึ ษาทหารเรอื เปน็ ผูท้ �ำการยิง
ยิงปืนเที่ยงที่ป้อมวิชัยประสิทธ์ิ โดยให้นักเรียนนายเรือ การยิงปนื เทยี่ งมาเลิกเมอื่ พ.ศ. ๒๔๗๗ เพราะมี
เป็นผู้ยิง ภายหลังปรากฏว่าไม่สะดวกเพราะนักเรียนนาย ไฟฟ้าและวิทยุใช้แล้ว การเทียบเวลา โรงไฟฟ้าจะท�ำไฟ
เรือไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ตลอดเวลา ต้องออกไปฝึกภาค กะพริบเป็นสัญญาณให้เทียบนาฬิกาเม่ือเวลาสองทุ่ม
ทะเลบ่อย ๆ จึงมอบหน้าที่การยิงปืนเท่ียงให้เป็นหน้าท่ี ส�ำหรับวิทยุก็บอกสัญญาณให้เทียบเวลาในเวลาเดียวกัน
ของกรมเรือกล ชั้น ๔ เป็นผู้ยิงปืนเท่ียงทุกวัน ท่ีสนาม เชน่ กัน
หญ้าทา่ ราชวรดิฐ ในช่วงเวลาเหล่าน้ีมีประกาศพระราชกฤษฎีกา
ส�ำหรับการรักษาเวลาท่ีได้มอบให้ทหารเรือเป็น และประกาศของทางราชการเกี่ยวกับเรื่องเวลาหลาย
ผรู้ กั ษานนั้ หลงั จากพระชลยทุ ธโยธนิ ไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ ฉบบั ดว้ ยกัน เช่นในสมยั กอ่ น พ.ศ. ๒๔๖๐ การขึ้นวันใหม่
โปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าพนักงานออบเซอร์เวตตอรี่หลวง เร่ิมต้นวันเม่ือย�่ำรุ่ง (คือ ๐๖๐๐ นาฬิกา) จนใน พ.ศ.
ท่านแรกแล้ว ยังหาหลักฐานไม่พบว่าท่านผู้ใดเป็นผู้ด�ำรง ๒๔๖๐ มีประกาศพระราชกฤษฎีกาฉบับหนึ่ง ให้ใช้การ
ต�ำแหน่งหรือท�ำหนา้ ที่ควบคุมการวัดดาราศาสตร์หาเวลา ขึ้นวันใหม่เช่นเดียวกับชาวยุโรป คือ เร่ิมต้นวัน เมื่อ ๑๒
มาตรฐานต่อมา แตเ่ มื่อพจิ ารณาจากเหตุการณ์ทต่ี ่อเนอ่ื ง ช่ัวโมง ก่อนเที่ยงวัน (เท่ียงคืน) และส้ินวันเมื่อ ๑๒ ชั่วโมง
มาคือ ภายหลังเที่ยงวัน และก่อน พ.ศ. ๒๔๖๓ ประเทศไทยได้
พ.ศ. ๒๔๓๗ ทางราชการได้ย้าย นาวาตรี ริเชลิว ใช้เวลาอตั ราเรว็ กวา่ เวลาสมมตุ กิ รีนิช ๖ ช่ัวโมง ๔๑ นาที
(Louis du Plessis de Richelieu) น้องชายของพระชล ๕๗.๓ วินาที ซ่ึงใน พ.ศ. ๒๔๖๒ มีประกาศพระราช
ยุทธโยธิน ซ่ึงย้ายไปปฏิบัติราชการจนเป็นผู้ช่วยเจ้ากรม กฤษฎีกาฉบับหน่ึง เปลี่ยนเป็นให้ใช้เวลาอัตราเร็วกว่า
แผนท่ี กลับมารับราชการทางกรมทหารเรืออีก ใน เวลาสมมุตกิ รีนชิ ๗ ชว่ั โมง ตงั้ แต่ วนั ท่ี ๑ เมษายน พ.ศ.
ต�ำแหน่งเป็นหัวหน้าส�ำนักงานแผนที่ทะเล ได้เล่ือนยศ ๒๔๖๓ เปน็ ต้นมา
เป็นนาวาโท ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักด์ิเป็น
พระพลสินธวาณัตถ์
หนงั สอื ทีร่ ะลึก ๗๗ปี กรมอทุ กศาสตร์
การรกั ษาเวลามาตรฐานจาก พ.ศ. ๒๔๗๖ วินาที อัตราเปล่ียนประจำ� วันใชเ้ พยี งทศนิยม ๓ ต�ำแหน่ง
เปน็ ตน้ มา เช่นในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้ใช้ตรวจโดยวธิ ีวดั สงู ของดวงอาทิตย์
๓๔ ครัง้ คิดเฉลยี่ ๑๑ วันต่อครง้ั อตั ราผิดประจ�ำวนั ของ
การวัดดาราศาสตร์เพ่ือหาเวลามาตรฐานตั้งแต่ นาฬิกาลูกต้มุ เรอื นเกณฑ์ ก. อยา่ งสงู ไม่เกิน ๐.๙๗๑ วนิ าที
เริ่มแรกมาน้ัน สันนิษฐานว่าคงจะใช้เคร่ืองวัดแดดในการ อย่างต�่ำไม่น้อยกว่า ๐.๐๐๒ วินาที อัตราผิดประจ�ำวัน
วัดมุมและใช้นาฬิกาโครโนเมตรบันทึกเวลา ต่อมา ของนาฬิกาลูกตุ้มเรือนเกณฑ์ ข. อย่างสูงไม่เกิน ๐.๘๕๗
กรมอุทกศาสตร์ได้รับนาฬิกาลูกตุ้ม ซ่ึงสมเด็จพระเจ้า วนิ าที อย่างต�ำ่ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๐.๐๐๓ วินาที
บรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบ�ำราบปรปักษ์ หมายเหตุ นาฬิกาเรือนเกณฑ์ ก. ต้ังตามเวลา
ทรงประทานให้ ๑ เรือน และได้ส่ังซื้อจากประเทศ สมมตุ ิท่ีกรนี ชิ (Greenwich Mean Times) นาฬิกาเรอื น
เดนมาร์กอีก ๑ เรือน เพ่ือใช้เป็นนาฬิกามาตรฐานแทน เกณฑ์ ข. ตัง้ ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย (Standard
นาฬิกาที่ใชอ้ ยู่เดมิ นาฬิกาทงั้ ๒ เรือน เป็นนาฬกิ าแบบไข Mean Times) ที่ กรุงเทพ ฯ ในช่วงระยะเวลาท่ีด�ำเนิน
ลานท่ีมีความเท่ียงตรงสูง มีบทบาทในการรักษาเวลา การตรวจรักษาเวลาน้นั ไดท้ ำ� การตรวจความผิดของนาฬกิ า
มาตรฐานประเทศไทย มาหลายทศวรรษ ปัจจุบันก็ยังใช้ โครโนเมตรท่มี อี ยู่ดว้ ย โดยท�ำการตรวจทกุ ครง้ั ภายหลงั ท่ี
ราชการอยู่ และยงั ทำ� งานไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์แม้จะใช้งานมา ตรวจความผิดและอัตราเปลี่ยนประวันใช้เพียงทศนิยม ๓
นานมากแลว้ กต็ าม ตำ� แหน่งของวินาที เช่นเดียวกบั นาฬกิ าเรือนเกณฑ์
ในช่วงก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๖ การตรวจสอบเวลา
เพื่อใช้ทั่วประเทศตามท่ีกรมอุทกศาสตร์ได้ท�ำอยู่ในเวลา ภาพที่ ๑ - ๘๖ เส้นเวลาสมมุติที่กรนี ชิ
น้ัน ถ้าเปรียบเทียบกับต่างประเทศแล้ว เฉพาะเคร่ืองมือ
นับได้ว่าล้าสมัยหลายสิบปี เกือบจะเรียกได้ว่าไม่มี ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ นาฬิกาโครโนเมตรเรือนท่ีเดิน
ประเทศทเี่ จรญิ แลว้ ประเทศใดใชว้ ธิ อี ยา่ งไทย กรมอทุ กศาสตร์ เท่ียงตรงที่สดุ มีอตั ราเปลย่ี นประจ�ำวันอยา่ งมาก ๖.๑๕๕
เล็งเห็นถึงความจ�ำเป็นท่ีจะต้องเปลี่ยนใช้เคร่ืองมือท่ีทัน วินาที อยา่ งน้อย ๒.๑๘๕ วนิ าที
สมัย เพราะเวลาท่ีใช้นั้นไม่ใช่เฉพาะประชาชนพลเรือน ส�ำหรับนาฬิกาโครโนเมตรท่ีจ่ายให้กับเรือต่าง ๆ
เท่านั้น ยังต้องใช้เทียบเคียงกับต่างประเทศและชาวเรือ ก่อนจ่ายคลังเครื่องมือเดินเรือ เจ้าหน้าท่ีประจ�ำหมวด
โดยท่ัวไปด้วย โดยเฉพาะชาวเรือและการเดินเรือย่อม จะเทียบหาความผิดและอัตราเปลี่ยนประจ�ำวันให้ก่อน
ต้องการความละเอียดถูกต้องของเวลามาก กรม ทุกคร้งั
อุทกศาสตร์ จึงมีความต้องการที่จะจัดหาเครื่องมือตรวจ ในช่วงเวลาน้ัน เนื่องจากการติดต่อสื่อสารใน
สอบ และรักษาเวลาท่ีทันสมัยให้เหมาะสมกับงานทีไ่ ด้รับ ระบบบริการของกองอุปกรณ์การเดินเรือยังไม่มีความ
มอบหมาย แตก่ ็ยังติดขดั ด้วยงบประมาณ เจริญก้าวหน้ามากนัก ดังน้ันจึงมีหน่วยงานราชการ และ
ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๖ การรักษาเวลาอยู่ในความ เอกชนอนื่ ๆ นอกกองทพั เรอื ไดน้ ำ� นาฬกิ าใหก้ รมอทุ กศาสตร์
รับผดิ ชอบของหมวด เครือ่ งมอื เดนิ เรอื กองอุปกรณ์การเดนิ ตรวจสอบ การตรวจสอบหาอัตราผิดและเทียบเวลา
เรือ โดยใช้นาฬิกาลูกตุ้มเรือนเกณฑ์เป็นนาฬิกาหลักใน
การรักษาเวลาและท�ำการวัดดาราศาสตร์ตรวจหาความ
ผดิ ของนาฬกิ าลกู ตมุ้ เรอื นเกณฑโ์ ดยกำ� หนด ๗ วันต่อครัง้
ถา้ วนั ไหนอากาศไมด่ ี เชน่ มีเมฆมากหรอื ฝนตก ไม่สามารถ
มองเห็นดวงอาทิตย์ได้ก็จะเล่ือนตรวจในวันต่อไป วิธีการ
ตรวจโดยการวัดสูงเท่าของดวงอาทิตย์ด้วยเคร่ืองวัดแดด
(SEXTANT) จดเวลาด้วยนาฬิกาโครโนเมตร แล้วน�ำไป
เทียบกับนาฬิกาลูกตุ้มเรือนเกณฑ์อีกช้ันหน่ึง ความผิด
ของนาฬิกา ค�ำนวณถึงเพียงทศนิยม ๓ ต�ำแหน่งของ
หนังสอื ทร่ี ะลึก ๗๘ปี กรมอทุ กศาสตร์
เมื่อมีผู้ส่งนาฬิกามาให้ตรวจสอบหาอัตราผิด เจ้าหน้าที่ ได้น้ีอยู่ในแนวทิศเหนือ ใต้จริง ตอนกลางมีแท่นส�ำหรับ
ประจ�ำหมวดจะรับตรวจและจดรับรองรายการเทียบให้ ต้ังกล้องวัดดาวและมีผนังอิสระส�ำหรับติดนาฬิกา
เสมอ เว้นแต่เจ้าของผู้มาขอเทียบน้ัน ๆ เป็นนายทหาร ดาราศาสตร์และเครื่องประกอบ เมื่อได้สร้างเสร็จแล้วจึง
เรือพรรคนาวินอยู่แล้ว ผู้มาขอเทียบมักท�ำการเทียบด้วย ได้โอนตึกน้ีมาขึ้นอยู่กับหมวดเครื่องมือเดินเรือ เมื่อวันท่ี
ตนเอง เจา้ หนา้ ทปี่ ระจ�ำหมวดเป็นแต่ช่วยให้ความสะดวก ๒๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ เครือ่ งมอื และอปุ กรณ์ต่าง ๆ
ในการแสดงรายการต่าง ๆ เท่าที่ผู้มาขอเทียบต้องการ ได้ถูกติดต้ังตามค�ำแนะน�ำซ่ึงได้รับจากบริษัทผลิตเครื่อง
ทราบเท่านนั้ มอื แลว้ เสรจ็ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ตอ่ จากน้ันไดม้ กี ารตรวจ
ตามปกติ มีผู้ขอเทียบความผิดของนาฬิกา หรือ แก้หาความผิดและศึกษาลักษณะของเครื่องความ
ต้ังเวลาเป็นประจ�ำคือบรรดาเรือหลวงที่มีนาฬิกาโครโน สัมพันธ์จากตวั เครอ่ื งจรงิ ๆ
เมตรประจ�ำเรือสัปดาห์ละ ๒ คร้ัง กรมอู่ทหารเรือ ประกอบกับทฤษฎีท่ีเกี่ยวกับเครื่องเท่าท่ีจะ
สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง กรมไปรษณีย์โทรเลขแผนกวิทยุ ท�ำได้ แต่เน่ืองจากเจ้าหน้าท่ีในหมวดเครื่องมือเดินเรือใน
กระจายเสียงเทียบไปต้ังบอกเวลา ๒๐๐๐ ทางวิทยุ ระยะน้ันมีจ�ำนวนน้อย เวลาที่ใช้ในการศึกษาก็มีวิธีใช้
กระจายเสียงสัปดาห์ละ ๓ คร้ัง กรมรถไฟหลวงสัปดาห์ เครื่องเพียงเท่าที่ปลีกมาได้จากเวลาท่ีเหลือจากงาน
ละ ๑ ครง้ั ที่ไม่มกี ำ� หนดแน่นอนแต่มาขอเทยี บเสมอ คอื ประจ�ำ ดังน้ันในช่วงระยะแรก ๆ จึงยังใช้กล้องน้ีท�ำงาน
กรมเจ้าท่า, ห้าง เอส.เอ.บี, ห้าง แอลยีริกันติ, บริษัท ไม่ได้ผลแตต่ อ่ มาได้ผลดีข้นึ
ไฟฟา้ สยาม นอกจากนีย้ งั มีสถานที่ราชการห้างรา้ น บริษัท ค่าก่อสร้างหอนาฬิกาในการตรวจสอบเวลา
ต่าง ๆ และท่าเรือไดข้ อเทยี บและตัง้ เวลาทางโทรศพั ทอ์ กี และการบริการสัญญาณเทียบเวลาในระยะน้ีเป็นการ
เปน็ อนั มาก ด�ำเนินงานที่ยังไม่สมบูรณ์ เน่ืองจากยังไม่สามารถให้การ
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ กรมอุทกศาสตร์ ได้สั่งกล้อง บริการส่งสัญญาณเทียบเวลาออกอากาศได้ เป็นแต่เพียง
วัดดาว นาฬิกาและเครื่องโครโนกราฟ ส�ำหรับใช้ในการ รกั ษาเวลานาฬิกามาตรฐานทีม่ ีอยใู่ ห้แนน่ อนเทา่ นั้น ทงั้ นี้
ตรวจสอบนาฬิกา ซ่ึงอุปกรณ์และเครื่องมือดังกล่าวได้ เป็นเพราะนาฬิกาลูกตุ้มเรือนเกณฑ์ที่มีอยู่ไม่มีเคร่ือง
ตรวจรบั ไว้ใชใ้ นราชการเมอื่ พ.ศ. ๒๔๗๘ ประกอบเมอื่ ส่งสญั ญาณเวลา ดงั นั้นการบรกิ ารก็มีเฉพาะ
มรี ายการดงั นี้ บริการเพียงสอบถามทางโทรศัพท์ และการน�ำนาฬิกามา
๑. กล้องวดั ดาว Meridian Transit Instrument เทียบที่กรมอุทกศาสตร์
(Askania Werke A.G.) ๑ กลอ้ ง ราคา ๒๑,๑๗๕.๒๕ บาท ระหว่างสงครามโลกครั้งท่ี ๒ กล้องวัดดาวได้รับ
๒. นาฬิกาดาราศาสตร์ ชนิด RITFLER เรือน ความเสียหายตอ้ งส่งกลับไปซอ่ มทโี่ รงงาน เสรจ็ แลว้ ได้น�ำ
เกณฑ์ ๑ เรอื น เรือนทส่ี อง ๑ เรือน พร้อมเคร่อื งประกอบ กลบั มาตดิ ตงั้ ใชง้ านท่ีหอตรวจดาว บนดาดฟา้ อาคาร ๑ ท่ี
ราคา ๗,๗๓๗.๖๐ บาท ก่อสร้างข้ึนใหม่ และได้เตรียมก่อสร้างแท่นต้ังกล้องวัดดาว
๓. โครโนกราฟสำ� หรบั ใช้ประกอบกบั กล้องวดั ดาว ไว้อย่างดี กล่าวคือ แท่นนี้ได้ก่อสร้างก่อนตัวอาคาร โดย
และนาฬิกาดาราศาสตรช์ นิด Wetzer Tape Chronograph การตอกเสาเข็มลึกลงไปถึงช้ันดินแข็งจนตอกเสาเข็มไม่
๑ ชุด ราคา ๑,๖๖๗.๘๔ บาท ลง เพื่อไมใ่ ห้มีการทรดุ ตัว จากนั้นจงึ ผกู เหล็กเทคอนกรตี
ในช่วงท่ีกรมอุทกศาสตร์ด�ำเนินการสั่งซ้ืออุปกรณ์ เปน็ แทน่ สเี่ หลยี่ มแกนกลวง กวา้ ง ๑.๕๐ เมตร ยาว ๒ เมตร
ตรวจสอบเวลาดงั กลา่ วขา้ งตน้ ในพ.ศ.๒๔๗๗กรมอทุ กศาสตร์ แยกต่างหากจากตัวอาคาร เพื่อมิให้มีการสั่นสะเทือน
ก็ได้จัดสร้างหอตรวจดาวข้ึนภายในบริเวณสนามหญ้าชั้น จากตัวอาคารและจากพ้ืนดินโดยรอบมากระทบถึงแท่น
ในหน้าท้องพระโรงพระราชวังเดิมใกล้กับโรงเรียนนาย ตั้งกล้อง ดังนั้นในขณะตรวจวัดดาว ภาพจะไม่มีการสั่น
เรือเดิม อาคารหอตรวจดาวเป็นรูปตึกคอนกรีตชั้นเดียว ไหวแม้ว่าจะใช้ก�ำลังขยายสูงมากก็ตาม นาฬิกาลูกตุ้ม
๘ เหลีย่ ม กว้างเหลี่ยมละ ๒ เมตร สงู ๓.๔ เมตร หลังคา เรือนเกณฑ์ทงั้ ๒ เรือน ก็ติดตั้งอย่กู ับแท่นนี้เชน่ กนั เพือ่ ไม่
ท�ำให้ ปดิ – เปิดได้กวา้ ง ๒ เมตร ชอ่ งหลังคาทีป่ ดิ – เปิด ให้ได้รับความสัน่ สะเทอื นจากสภาวะโดยรอบ
หนงั สอื ทีร่ ะลึก ๗๙ปี กรมอุทกศาสตร์
วิธีการตรวจดาวน้ัน กล้องตรวจดาวจะติดตั้งใน ฮาวาย ของสหรฐั อเมรกิ า, สถานีที่กรุงโตเกยี ว ของญ่ีปุ่น
แนวเมอริเดียน มีนาฬิกาดาราศาสตร์ (Sidereal Clock) และสถานีท่ีกรุงปักกิ่งของจีนได้สะดวกและถูกต้องกว่า
๒ เรอื น ๆ หน่ึงอยูบ่ นหอตรวจดาว อีกเรือนหนึ่งอยูช่ ้ันลา่ ง จึงหันไปใช้การรับสัญญาณเทียบเวลาจากสถานีดังกล่าว
เกบ็ รักษาไวใ้ นครอบแกว้ ทด่ี ดู อากาศออกจนเปน็ สูญญากาศ มี แทน โดยค�ำนวณแก้เวลาด้วยค่าคงท่ีเนื่องจากระยะทาง
สายสัญญาณซิงโครไนซ์ ขึ้นไปบนหอตรวจดาวเพ่ือเปรียบ และเทียบหาอัตราผิดของนาฬิกาเรือนเกณฑ์ด้วยโครโน
เทียบกับนาฬิกาดาราศาสตร์บนหอ ที่นาฬิกาลูกตุ้มเรือน กราฟการวัดดาวหาเวลามาตรฐานจึงคอ่ ย ๆ เลกิ ไป
เกณฑ์ ๒ เรอื นจะมีหน้าสัมผัสตอ่ สัญญาณไปเปรยี บเทียบ ส�ำหรับการรับสัญญาณเวลาน้ัน ก็ได้ใช้เป็นหลัก
กับนาฬิกาดาราศาสตร์โดยใช้โครโนกราฟ ซ่ึงอ่านได้ อย่จู นถงึ พ.ศ. ๒๕๐๔ เม่ือกรมอทุ กศาสตร์ เปล่ยี นระบบ
ละเอียดถึง ๑ ใน ๑,๐๐๐ ของวินาที รักษาเวลามาตรฐานประเทศไทยเป็นระบบเวลาจาก
เวลาดาวผ่านเมอริเดียนถูกค�ำนวณอย่างละเอียด นาฬกิ าปรมาณู จึงใชเ้ วลาจากระบบใหมเ่ ปน็ หลัก และใช้
เพ่ือเปรียบเทียบกับเวลาดาวผ่านจริงหาอัตราผิดของ การรับสัญญาณจากสถานีต่าง ๆ เพ่ือการเปรียบเทียบ
นาฬิกาดาราศาสตร์ แต่ละคืนต้องวัดหลายดวงเพ่ือหาค่า ปจั จบุ นั กล้องตรวจดาวเกบ็ รกั ษาไว้ทพี่ ิพธิ ภัณฑท์ หารเรอื
เฉล่ียอัตราผิดแล้วแปลงเป็นเวลาดวงอาทิตย์เปรียบเทียบ จังหวดั สมุทรปราการ
หาอัตราแก้ของนาฬิกาเรือนเกณฑ์ด้วยโครโนกราฟ การ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ กองอุปกรณ์การเดินเรอื ได้รบั
ปรับแก้หยาบใช้เกลียวหมุนปรับความยาวของลูกตุ้มการ อนุมัติให้จัดต้ังแผนกดาราศาสตร์ข้ึนใหม่ เพ่ือให้รับผิด
ปรับแก้อย่างละเอียด ต้องใช้การถ่วงน�้ำหนักด้วยแผ่น ชอบงานรักษาเวลามาตรฐานประเทศไทย และงานด้าน
อลูมิเนียมบาง ๆ ซ่ึงตัดตามน�้ำหนักที่ต้องการ ขนาดเบา ดาราศาสตร์ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งแผนกดาราศาสตร์คนแรก
ท่สี ุดเพยี ง ๐.๐๐๑ กรัม นบั เป็นงานที่ละเอยี ดออ่ นมาก คอื นาวาโท สมชาย ชนั้ สุวรรณ (รักษาราชการ) ขณะน้นั
ด�ำรงตำ� แหน่งหวั หน้ากองอปุ กรณก์ ารเดินเรือด้วย
พ.ศ. ๒๕๐๓ แผนกดาราศาสตร์ กองอุปกรณ์
การเดินเรือได้เสนอโครงการเวลามาตรฐาน (TIME SERVICE
PROJECT) เพื่อเสนอขออนุมัติต่อจากกองทัพเรือ โดยมี
วัตถุประสงค์ ๕ ประการ คอื
๑. รักษาเวลามาตรฐานของประเทศ
๒. ส่งสัญญาณเทียบเวลาทางวิทยุ
๓. รักษาความถี่มาตรฐาน
๔. สง่ ความถ่มี าตรฐานทางวิทยุ
๕. บรกิ ารเทยี บเวลาทางโทรศัพท์
ระบบเวลาดังกล่าวน้ีเป็นระบบที่มีความทันสมัย
ในช่วงเวลาน้ันสามารถตรวจสอบและรักษาเวลาในระบบ
ดาราศาสตร์ และเปรียบเทียบสัญญาณเวลาความถ่ี
มาตรฐานจากต่างประเทศได้ ซึ่งจะท�ำให้ระบบการรักษา
เวลามคี วามถกู ตอ้ งและเปน็ มาตรฐานสากลสงู ขน้ึ แตเ่ นอื่ งจาก
ภาพที่ ๑–๘๗ กล้องตรวจดาว
การรักษาเวลามาตรฐานประเทศไทยโดยใช้ โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณในการด�ำเนินการค่อน
กล้องวัดดาวผ่านเมอริเดียนได้ด�ำเนินการมาจนถึง ข้างสูงคือ ประมาณ ๑,๑๓๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่ง
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๕ กล้องตรวจดาวเส่ือมสภาพไป แสนสามหม่ืนบาทถ้วน)
ตามการใช้งาน ประกอบกับการเทียบเวลาในขณะน้ัน ในชว่ งเวลานั้น กองทัพเรอื ยังไม่สามารถสนบั สนนุ
สามารถจะใช้วิธีรับสัญญาณเทียบเวลาจากสถานีที่รัฐ งบประมาณได้ จึงได้ชะลอโครงการดังกล่าวไว้ก่อน
หนงั สอื ท่รี ะลกึ ๘๐ปี กรมอทุ กศาสตร์