The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chophaka28122527, 2022-09-22 12:08:20

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)

ชุดกิจกรรมการเรียนรแู้ บบเชิงรุก (Active Learning)

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหสั วชิ า ว 21101

ม.1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1

เซลล์และกระบวนการดารงชวี ิตของพชื

คุณครูช่อผกา ออ่ นกลั่น

โรงเรยี นวัดหนองปลงิ
สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2

คำนำ

เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เซลล์และกระบวนการ
ดำรงชีวิตของพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้จัดทำได้ทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช
2542 ที่กำหนดให้สถานศึกษาจัดทำหลักสูตรสำหรับสถานศึกษาขึ้นมาใช้เอง ให้เป็นไปตามศักยภาพของ
นักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ต้องมีความหลากหลาย
น่าสนใจ ตลอดจนสื่อการเรียนการสอนประกอบจึงจะส่งผลใหน้ ักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการ
เรียนสูงขึ้น เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เซลล์และกระบวนการ
ดำรงชีวิตของพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้จัดทำได้ทำขึ้น แยกเนื้อหาสาระการเรียนรู้ ตามจุดประสงค์การ
เรียนรู้ เพือ่ ความสะดวกในการฝกึ ทักษะ และอำนวยความสะดวกให้กับครผู สู้ อน

หวังว่า เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เซลล์และ
กระบวนการดำรงชีวิตของพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชุดนี้จะเป็นประโยชน์ช่วยให้นักเรียน เรียนวิชา
วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และมีทักษะการคิดแก้ปัญหาร่วมทั้งทักษะ
กระบวนการวิทยาศาสตร์มากยิง่ ขน้ึ

คณุ ครชู ่อผกา อ่อนกลน่ั

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ิตของพชื

คำช้ีแจง

เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เซลล์และกระบวนการ
ดำรงชีวิตของพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชุดนี้ เป็นเอกสารที่ใช้ประกอบการเรียน ที่นักเรียนสามารถศึกษาได้
ด้วยตนเอง ให้นักเรียนอ่านคำแนะนำ ทำตามคำช้ีแจงแต่ละขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ นักเรียนจะได้รับความรู้
อย่างครบถ้วนโดยปฏบิ ตั ติ ามข้นั ตอนดังต่อไปน้ี

1. ศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ทราบว่าเมื่อจบชุดการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ แต่ละชุดแล้ว
นักเรียนสามารถเรยี นรู้อะไรไดบ้ า้ ง

2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่ือใหร้ ู้ว่ามีความรพู้ น้ื ฐานเกี่ยวกบั เร่ืองทจ่ี ะศึกษา มากน้อยเพียงใด
3. ศกึ ษาใบความรู้ ตัวอยา่ งโจทย์ ใบกจิ กรรม และฝกึ ทกั ษะชดุ การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ตามท่ีกำหนดไว้

ซง่ึ จะเปน็ แนวทางนำไปสู่การเรยี นและเขา้ ใจเนอ้ื หาได้ดีขึ้น
4. ทำแบบทดสอบหลังเรียน เพ่อื วดั ความรู้ความเขา้ ใจอกี ครง้ั
5. นักเรียนแต่ละคนต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองไม่เปิดดูคำตอบก่อนเรียน – หลังเรียน เฉลยแบบฝึก

ทกั ษะชุดการเรยี นวชิ าวิทยาศาสตร์ ก่อนที่จะปฏิบัตติ ามข้ันตอน
6. ถ้านักเรียนและผู้สนใจต้องการข้อมูลหรือเนื้อหาเพิ่มเติมจากชุดการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ทั้งหมด

สามารถค้นควา้ ไดจ้ ากเอกสารอา้ งองิ ทีใ่ หไ้ ว้
7. นักเรียนจะผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้เมื่อนักเรียนสามารถตอบแบบทดสอบหลังเรียนชุดการเรียน ได้

ร้อยละ 70 ขนึ้ ไป

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพชื

สารบญั หน้า

มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั ช้ันปี จุดประสงค์การเรยี นรู้ ง
ลำดับเนือ้ หาและกิจกรรมในชดุ การเรียน 1
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 3
ใบความรูท้ ่ี 1 โครงสร้างของเซลล์ 20
แบบตรวจสอบความเขา้ ใจท่ี 1 22
ใบความรทู้ ี่ 2 การสรา้ งอาหารของพชื 33
แบบตรวจสอบความเข้าใจท่ี 2 34
ใบความรู้ท่ี 3 ระบบลำเลยี งในพชื 39
แบบตรวจสอบความเขา้ ใจที่ 3 40
ใบความรู้ที่ 4 การสบื พันธ์ุ ขยายพันธุ์ และเทคโนโลยใี นการเพิม่ ผลผลติ พืช 56
แบบตรวจสอบความเขา้ ใจท่ี 4 57
แบบทดสอบหลงั เรียน 60
เฉลยใบกิจกรรม 90
เฉลยแบบตรวจสอบความเข้าใจท่ี 1 92
เฉลยแบบตรวจสอบความเข้าใจที่ 2 93
เฉลยแบบตรวจสอบความเข้าใจท่ี 3 94
เฉลยแบบตรวจสอบความเข้าใจท่ี 4 95
เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน 96
เอกสารอ้างอิง 97
ท่มี าของภาพและข้อมลู

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ติ ของพชื

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตวั ชี้วัดช้ันปี

ว 1.2 ม. 1/1 เปรยี บเทยี บรูปร่าง ลักษณะ และโครงสร้างของเซลล์พืชและเซลล์สตั ว์ รวมท้ังบรรยาย
หนา้ ท่ีของผนังเซลล์ เยอื่ ห้มุ เซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวควิ โอล ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพลาสต์

ว 1.2 ม. 1/2 ใช้กล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลลแ์ ละโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ภายในเซลล์
ว 1.2 ม. 1/3 อธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งรปู รา่ งกบั การทำหนา้ ทข่ี องเซลล์
ว 1.2 ม. 1/4 อธิบายการจัดระบบของสิ่งมีชีวิต โดยเริ่มจากเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ จน
เปน็ สงิ่ มีชีวิต
ว 1.2 ม. 1/5 อธิบายกระบวนการแพร่และออสโมซิสจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และยกตัวอย่างการ
แพรแ่ ละออสโมซสิ ในชีวิตประจำวัน
ว 1.2 ม. 1/6 ระบุปัจจัยที่จำเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์
ดว้ ยแสง โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 1.2 ม. 1/7 อธิบายความสำคัญของการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพชื ต่อสงิ่ มีชวี ติ และสงิ่ แวดล้อม
ว 1.2 ม. 1/8 ตระหนักในคุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิง่ แวดล้อม โดยการร่วมกันปลูกและดูแล
รักษาตน้ ไมใ้ นโรงเรยี นและชุมชน
ว 1.2 ม. 1/9 บรรยายลกั ษณะและหนา้ ทีข่ องไซเล็มและโฟลเอม็
ว 1.2 ม. 1/10 เขียนแผนภาพท่บี รรยายทิศทางการลำเลียงสารในไซเล็มและโฟลเอ็มของพชื
ว 1.2 ม. 1/11 อธบิ ายการสืบพนั ธแ์ุ บบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศของพืชดอก
ว 1.2 ม. 1/12 อธิบายลักษณะโครงสร้างของดอกที่มีส่วนทำให้เกิดการถ่ายเรณู รวมทั้งบรรยายการ
ปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดผลและเมล็ด การกระจายเมล็ด และการงอกของเมล็ด
ว 1.2 ม. 1/13 ตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ทำลาย
ชีวติ ของสัตว์ทชี่ ่วยในการถ่ายเรณู
ว 1.2 ม. 1/14 อธิบายความสำคญั ของธาตุอาหารบางชนดิ ท่มี ีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตและการดำรงชีวิต
ของพชื
ว 1.2 ม. 1/15 เลือกใช้ปยุ๋ ทีม่ ธี าตอุ าหารเหมาะสมกบั พืชในสถานการณ์ทีก่ ำหนด

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ติ ของพชื ก

ว 1.2 ม. 1/16 เลือกวิธีการขยายพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับความต้องการของมนุษย์ โดยใช้ความรู้
เกย่ี วกับการสบื พนั ธขุ์ องพชื

ว 1.2 ม. 1/17 อธิบายความสำคัญของเทคโนโลยีการเพาะเล้ียงเนอ้ื เย่อื พืชในการใช้ประโยชน์ดา้ น
ต่าง ๆ

ว 1.2 ม. 1/18 ตระหนกั ถงึ ประโยชนข์ องการขยายพนั ธ์พุ ืช โดยการนำความร้ไู ปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายสว่ นประกอบของกลอ้ งจลุ ทรรศน์ใชแ้ สงและใช้กลอ้ งจลุ ทรรศน์ใช้แสงอย่างถูกวธิ ไี ด้ (K)
2. อธิบายความหมายของเซลล์ได้ (K)
3. ระบลุ ักษณะและรูปรา่ งของเซลลส์ ิง่ มีชีวิตเซลล์เดยี วและสง่ิ มีชวี ิตหลายเซลล์ได้ (K)
4. อธบิ ายกระบวนการแพร่ของสารได้ (K)
5. อธบิ ายกระบวนการออสโมซิสได้ (K)
6. อธิบายการจัดระบบของเซลล์เพือ่ ทำหน้าที่เฉพาะได้ (K)
7. มีความสนใจใฝ่ร้หู รืออยากรอู้ ยากเหน็ (A)
8. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ทีเ่ กี่ยวกบั วิทยาศาสตร์ (A)
9. ทำงานรว่ มกับผอู้ ่นื อย่างสร้างสรรค์ (A)
10. สอื่ สารและนำความรู้เรื่องส่วนประกอบของกล้องจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงและลกั ษณะและรูปรา่ งของเซลล์
ส่งิ มชี วี ติ การแพรแ่ ละการออสโมซิสไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ (P)
11. ทดลองหาปัจจัยทจ่ี ำเป็นต่อการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ (K)
12. อธบิ ายได้วา่ แสงเป็นปัจจัยทจ่ี ำเป็นตอ่ การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช (K)
13. มคี วามสนใจใฝ่ร้หู รืออยากร้อู ยากเหน็ (A)
14. พอใจในประสบการณ์การเรยี นร้ทู ี่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (A)
15. ทำงานรว่ มกับผู้อืน่ อย่างสร้างสรรค์ (A)
16. อธิบายความสำคัญของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชที่มีตอ่ สิ่งมีชีวิตและสิง่ แวดลอ้ มได้ (K)
17. สอ่ื สารและนำความรเู้ รอื่ งความสำคญั ของการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้ (P)
18. สรปุ ความสำคัญของขนรากที่มตี ่อการดดู ซับน้ำและธาตอุ าหารได้ (K)
19. อธบิ ายกลุม่ เซลลท์ ่ีเก่ียวข้องกบั การลำเลียงนำ้ ของพชื ได้ (K)
20. มคี วามสนใจใฝร่ หู้ รอื อยากรอู้ ยากเหน็ (A)
21. พอใจในประสบการณ์การเรียนรทู้ ่เี กี่ยวกบั วิทยาศาสตร์ (A)
22. ทำงานร่วมกับผู้อนื่ อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
23. สือ่ สารและนำความรูเ้ รอื่ งรากและขนรากไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้ (P)
23. ระบุสว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของดอกไม้และจำแนกประเภทของดอกไม้โดยใช้เกณฑต์ า่ ง ๆ ได้ (K)

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ติ ของพชื ข

25. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรอู้ ยากเห็น (A)
26. พอใจในประสบการณ์การเรยี นร้ทู ีเ่ กี่ยวกับวทิ ยาศาสตร์ (A)
27. ทำงานร่วมกบั ผู้อนื่ อย่างสร้างสรรค์ (A)
28. อธบิ ายความสำคัญของเทคโนโลยกี ารเพาะเลยี้ งเนอื้ เย่ือพชื ในการใชป้ ระโยชนด์ า้ นต่าง ๆ ได้ (K)
29. บอกประโยชนข์ องการขยายพันธพ์ุ ืชได้ (K)
30. ส่อื สารและนำความรู้เรื่องเทคโนโลยชี ีวภาพในการเพ่ิมผลผลติ พืชไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ (P)
31. อธิบายการขยายพนั ธพ์ุ ืชแบบอาศัยเพศและแบบไมอ่ าศัยเพศได้ (K)
32. อธบิ ายการสืบพนั ธุแ์ บบไมอ่ าศยั เพศของพืชโดยใช้สว่ นต่าง ๆ เพื่อช่วยในการสืบพนั ธุ์ได้ (K)
33. บอกปัจจยั ในการงอกของเมล็ดได้ (K)
34. สอื่ สารและนำความรเู้ ร่ืองปจั จยั ในการงอกของเมล็ดไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ (P)
35. สอื่ สารและนำความรเู้ ร่ืองการสืบพันธุ์ท้งั แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ การขยายพนั ธ์ขุ องพชื ไปใชใ้ น
ชีวติ ประจำวันได้ (P)
36. อธบิ ายสว่ นประกอบและลักษณะภายในของเมล็ดได้ (K)
37. อธิบายการถ่ายละอองเรณูของพืชดอกได้ (K)
38. อธิบายความสำคัญของธาตุอาหารบางชนิดทมี่ ผี ลต่อการเจรญิ เตบิ โตและการดำรงชีวติ ของพชื ได้ (K)
39. บอกวธิ กี ารเลือกใช้ปยุ๋ ที่มีธาตอุ าหารเหมาะสมกบั พืชในสถานการณ์ท่ีกำหนดได้ (K)
40. สอื่ สารและนำความรู้เร่อื งธาตุอาหารกบั การเจรญิ เติบโตของพชื ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้ (P)

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชีวติ ของพชื ค

ลำดบั เนื้อหาและกจิ กรรมในชดุ การเรยี น

คำนำ
คำช้แี จงการใชช้ ดุ การเรียน

สารบัญ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ัดชั้นปี จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ใบความรู้/ใบกิจกรรม/แบบตรวจสอบความเขา้ ใจ

แบบทดสอบหลังเรยี น
เฉลย ใบกิจกรรม/แบบตรวจสอบความเข้าใจ

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวิตของพืช ง

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช

ชอ่ื .................................................................................................................... ชั้น .................................... เลขท่ี ..................................

คำชี้แจง 1. แบบทดสอบปรนยั 4 ตวั เลือก มที ้งั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน
2. ในแต่ละข้อ ให้นักเรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่สี ดุ เพียงคำตอบเดยี ว

แลว้ ทำเคร่อื งหมาย  ลงในกระดาษคำตอบ

1. ส่วนประกอบของเซลลท์ พี่ บในเซลล์พชื แต่ไม่พบในเซลลส์ ัตว์คืออะไร
ก นิวเคลยี ส
ข เยอ่ื หมุ้ เซลล์
ค ไซโทพลาซึม
ง คลอโรพลาสต์

2. เม่ือเลกิ ใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ ล้วตอ้ งเก็บอปุ กรณใ์ ดทันที
ก เลนสใ์ กลต้ า
ข เลนสใ์ กล้วตั ถุ
ค กระจกเงารับแสง
ง ปมุ่ ปรบั ภาพหยาบ

3. ปจั จัยใดสง่ ผลตอ่ ความช้าหรือเร็วของอัตราการแพร่ของสารมากทส่ี ุด
ก ชนิดของสาร
ข ชนดิ ของเย่ือกัน้
ค ขนาดอนุภาคของสาร
ง ความแตกตา่ งระหวา่ งความเข้มข้นของสาร 2 บริเวณ

4. ข้อใดจัดระบบของสิง่ มีชีวติ ได้ถูกต้อง
ก เซลล์ เน้อื เยือ่ ระบบอวัยวะ อวัยวะ ส่ิงมีชวี ิต
ข เซลล์ เน้ือเย่อื อวยั วะ ระบบอวยั วะ สิง่ มชี วี ิต
ค เซลล์ อวัยวะ ระบบอวยั วะ เนื้อเย่ือ ส่ิงมีชวี ิต
ง เซลล์ ระบบอวัยวะ เนือ้ เยื่อ อวยั วะ สงิ่ มชี วี ิต

5. สง่ิ ใด ไมใ่ ช่ ปจั จยั สำคัญในการสังเคราะหด์ ้วยแสง
ก นำ้
ข แสง
ค แกส๊ ออกซิเจน
ง แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ิตของพชื 1

6. หากเราปดิ ตเู้ ลีย้ งปลาใหส้ นิท สาหรา่ ยท่ีอยู่ในนำ้ จะไม่เจรญิ เตบิ โตเทา่ ท่ีควรถา้ เราไมน่ ำปลามาเล้ยี งไว้ด้วย
ข้อเท็จจรงิ นี้ยนื ยนั ผลสรุปใด

ก พืชและสตั วต์ ้องพงึ่ พาอาศยั กันจึงจะอยรู่ อด
ข พชื จะเจริญเตบิ โตได้ต้องอาศัยแก๊สออกซเิ จน
ค ผลการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงจะเกดิ แกส๊ ออกซเิ จน
ง การสร้างอาหารของพชื จำเป็นตอ้ งใชแ้ ก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
7. โครงสร้างที่พืชใช้ในการลำเลยี งน้ำและธาตุอาหารคืออะไร
ก ไซเล็ม
ข โฟลเอ็ม
ค ระบบราก
ง แคมเบียม
8. การลำเลยี งนำ้ และธาตุอาหารของพชื เปน็ ไปตามทิศทางใด
ก ราก → กง่ิ → ใบ
ข ใบ → ลำต้น → ราก
ค ราก → กิ่ง → ใบ → ราก
ง ใบ → ลำตน้ → กิ่ง → ราก
9. ส่วนใดของพืชทีใ่ ช้ในการสบื พันธแ์ุ บบอาศัยเพศ
ก ใบ
ข ราก
ค ดอก
ง ลำตน้
10. ส่วนใดของพชื ท่ีนิยมนำมาใช้ในการเพาะเลยี้ งเน้ือเยื่อพืช
ก ใบแกๆ่
ข กง่ิ แก่ๆ
ค รากอ่อน
ง ปลายยอดอ่อน

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพชื 2

ใบความรทู้ ี่ 1

โครงสร้างของเซลล์

สง่ิ มชี ีวิตบนโลกล้วนมขี นาด รปู ราง และสวนประกอบทแี่ ตกตางกนั ไป จากการศึกษาเก่ยี วกับสง่ิ มีชีวิต
นกั วิทยาศาสตรไ์ ด้คน้ พบวา สิง่ มีชวี ิตประกอบด้วยสวนประกอบพื้นฐานทีส่ ำคัญ คอื เซลล (cell) เป็นหน่วยที่
เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงได้มีการสร้างกล้องจุลทรรศน์ขึ้นเพื่อศึกษา
โครงสรา้ งตา่ ง ๆ ภายในเซลลต์ อ่ ไป

กลอ้ งจลุ ทรรศน์ เป็นอุปกรณ์สำหรบั มองดูวัตถทุ ี่มีขนาดเล็กเกนิ กวา่ มองเหน็ ด้วยตาเปล่า ศาสตร์ที่มุ่ง
สำรวจวัตถุขนาดเล็กโดยใช้เครื่องมือดังกล่าวนี้ เรียกว่า จุลทรรศนศาสตร์ ปัจจุบันได้มีการพัฒนากล้องจุล
ทรรศนให้มีประสิทธิภาพสูงข้ึน โดยการเพิ่มกำลังขยายของเลนสทำให้มองเห็นภาพได้ละเอียดขึ้น เรียกกล้อง
จลุ ทรรศนประเภทน้ีวา กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง

1 ลกั ษณะและรูปร่างของเซลลส์ งิ่ มชี วี ิต

เซลล์ของสงิ่ มีชวี ติ ที่ต่างกันมักจะมีรปู รา่ งละลักษณะแตกต่างกันออกไป เซลล์ของส่ิงมีชวี ิตหลกั ๆ
สามารถจำแนกออกได้เปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ สิ่งมชี วี ิตเซลลเ์ ดียว และสง่ิ มีชีวติ หลายเซลล์

ส่งิ มีชีวิตเซลล์เดียว หมายถงึ สิ่งมชี ีวติ ท่ปี ระกอบดว้ ยเซลล์เพียงเซลลเ์ ดียว

อะมีบา (Amoeba) มีรูปร่างไม่แน่นอน เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวประเภทโปรโตซัว มี

ลักษณะเฉพาะคือการใช้ส่วนของไซโทพลาซึม (cytoplasm) เป็นอวัยวะที่ช่วยในการ

เคลื่อนไหว สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแบ่งตัวจากหนึ่งเป็นสอง อะมีบาบางชนิด

ภาพท่ี 1.1 อะมบี า ก่อให้เกิดโรคในคนได้ อะมบี าอาศยั อยอู่ ย่างอสิ ระในธรรมชาตติ ามแหลง่ น้ำ ดนิ โคลน

พาอระามมบีีเซายี ม (Paramecium) เป็นส่ิงมชี ีวติ เซลลเ์ ดียวขนาดเลก็ ประเภทโปรโตซัว

พบไดใ้ นแหลงนำ้ จืด เซลลมีลักษณะแบน รปู ไข ดา้ นหัวคอนข้างกลม และด้านท้าย

คอนข้างเรยี ว ผวิ นอกลำตวั มีขน เรยี กวา ซิเลยี ปกคลุมโดยรอบชวยในการเคล่ือน ภาพท่ี 1.2 พารามเี ซยี ม
ทห่ี รือวายนำ้ และชวยในการกนิ อาหาร

ภาพที่ 1.3 ยีสต์ ยีสต์ (yeast) เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากมีเยื่อหุ้มนิวเคลียส จัดอยู่ในกลุ่มจำพวกเห็ด รา
(Fungi) แต่มีการดำรงชีวิตในสภาพเซลล์เดียวแทนการเจริญแบบเส้นใยเหมือนเชื้อราทั่วไป
พบได้ทั่วไปในดินและน้ำ มีรูปรางค่อนข้างกลม โครงสร้างของเซลล์ประกอบด้วยผนังเซลล
ภายในเปน็ ของเหลว มนี วิ เคลยี สขนาดใหญ และมชี ่องว่างอยูทางดา้ นทา้ ยของเซลล์

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวติ ของพืช 3

สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยเซลล์มากกว่า 1 เซลล์ ได้แก่ สัตว์ พืช และ
เซลล์ต่าง ๆ ดงั น้ี

เซลล์เม็ดเลือดแดง (erythrocyte) มีลักษณะค่อนข้างกลม เมื่อย้อมสีจะไม่ติดชดเจน
เนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดแดงที่เจริญเต็มที่นิวเคลียสจะสายไปและบริเวณดังกล่าวทำหน้าท่ี
ลำเลยี งแกส๊ ออกซิเจนไปสู่เซลล์ตา่ ง ๆ ในรา่ งกาย พบได้ในมนุษย์และสัตว์บางชนิด

ภาพท่ี 1.4 เซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง

เซลลค์ ุม (guard cell) พบบรเิ วณสว่ นของใบพืช มลี ักษณะคล้ายเมล็ดถั่วประกบกัน 2 ภาพที่ 1.5 เซลล์คมุ
เมลด็ ทำให้เกิดรูตรงกลาง เรียกวา่ ปากใบ (stoma) ซง่ึ เป็นชอ่ งทางเขา้ ออกของอากาศ
และน้ำ พบได้ในพืชสวนใหญ โดยไม่พบในพืชที่อยูใต้น้ำ เพราะพืชที่อยูใต้น้ำสามารถ
แลกเปลี่ยนแกสออกซเิ จนไดเ้ ลยเนือ่ งจากไม่มสี ารเคลือบผวิ ใบเหมือนพืชบก

เซลล์ประสาท (nerve cell) ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ ตัวเซลล์ มีลักษณะ
ค่อนข้างกลมเปน็ สว่ นของไซโทพลาสซึมและนิวเคลยี ส และใยประสาท ประกอบดว้ ย เดน
ไดรต์ และแอกซอน ทำหนา้ รับ-ส่งกระแสประสาท

ภาพที่ 1.6 เซลลป์ ระสาท

เซลลข์ นราก (root hair) เปน็ เซลล์ผิวของรากทม่ี ผี นงั เซลล์และเยอ่ื ห้มุ เซลล์ยืน่ ยาว ภาพที่ 1.7 เซลล์ขนราก
ออกมา เพ่ือใช้ในการดูดซบั น้ำ และธาตอุ าหารในดนิ

ตัวอย่างของส่งิ มีชวี ิตหลายเซลล์ เชน่ ไฮดรา แมงกะพรนุ แมลง รา พชื สตั ว์ คน ฯลฯ

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวติ ของพืช 4

กจิ กรรมที่ 1

การจำแนกประเภทเซลล์ของสงิ่ มีชวี ติ

จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรม
1. จำแนกประเภทเซลลข์ องสงิ่ มีชีวติ ได้
2. บอกความหมายเซลล์ของสงิ่ มีชวี ิตแตล่ ะประเภทได้

วัสดุและอุปกรณ์
1. ใบความรู้ หนงั สอื เรียน โทรศัพทม์ ือถือ (ใชส้ ำหรบั ศึกษาหาขอ้ มูล เรื่อง เซลลข์ องส่งิ มชี ีวติ ดว้ ยตนเอง)

วิธดี ำเนนิ กิจกรรม

เซลล์ของสิง่ มชี ีวิต/สงิ่ มชี วี ิต

อะมีบา เซลล์ขนราก เซลล์คุม ยีสต์ เซลลป์ ระสาท
พารามีเซยี ม คน พืช แมลง เซลล์เม็ดเลือดแดง

1. ให้ผู้เรียนศกึ ษาขอ้ มูลเร่อื ง เซลล์ของสงิ่ มชี ีวิต จากใบความรู้ หนงั สือเรียน หรอื โทรศพั ท์มือถือ
2. หลังจากการศึกษา ให้ผเู้ รียนจำแนกประเภทเซลลข์ องสิง่ มีชีวิตใหถ้ กู ต้อง พรอ้ มท้งั อธบิ าย ให้

เกร็ดความรขู้ องเซลล์ หรอื ส่งิ มชี วี ติ นั้น ๆ
ผลการทำกิจกรรม

............................................................................................................. ...........................................................
............................................................................................................. ...........................................................
.......................................................................................................................................................... ..............
.................................................................................................................... ....................................................
................................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................................................... .........
........................................................................................................................................................................
......................................................................................................................... ...............................................
..................................................................................................................................................................... ...
........................................ ........................................................................................ ........................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................... ..................................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช 5

คำถามท้ายกจิ กรรม
1. คนจัดอยใู่ นกล่มุ เซลล์ของสิ่งมชี ีวติ ประเภทใด พร้อมอธบิ ายพอสังเขป
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
2. ส่ิงมชี ีวติ ใดคือสิ่งมีชวี ิตประเภทโปรโตซวั
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
3. อธิบายความหมายของส่ิงมีชีวติ เซลล์เดียว และสิง่ มีชีวิตหลายเซลล์ พรอ้ มยกตัวอยา่ งสงิ่ มีชวี ิต
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

สรปุ ผลการทำกิจกรรม
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชีวติ ของพืช 6

2 การจดั ระบบของสิ่งมีชีวติ

เซลล์

ส่ิงมชี วี ติ หลายเซลล์มเี ซลล์ท่ที ำหน้าท่เี ฉพาะจำนวนมาก เนอื้ เย่อื
เซลล์ท่ีทำหนา้ ทเ่ี หมือนกันหลายเซลลม์ ารวมกนั เป็นเนื้อเย่อื

อวัยวะ

เน้ือเย่อื หลายชนดิ มารวมกัน และทำงานรว่ มกนั เปน็ อวยั วะ ระบบอวยั วะ
อวัยวะต่าง ๆ ทำงานรว่ มกันเปน็ ระบบอวัยวะ

สง่ิ มีชีวติ

ระบบอวยั วะทกุ ระบบทำงานรว่ มกนั เป็นสิ่งมชี ีวติ

3 ส่วนประกอบของเซลล์

เซลลของสง่ิ มชี ีวิตตางชนิดกนั มสี วนประกอบแตกตางกนั ซ่ึงส่งิ มีชีวติ ตางชนิดกนั มีสวนประกอบ
ภายในเซลลทที่ ำหนา้ ท่ีตาง ๆ เหมอื นกัน เชน นิวเคลยี ส และทำหน้าที่แตกตางกัน เชน คลอโรพลาสต์

Plant cell

Animal cell

ภาพท่ี 1.8 เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวติ ของพชื 7

ตารางแสดงการเปรียบเทียบสว่ นประกอบของเซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์

การเปรียบเทียบสว่ นประกอบของเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์

ขอ้ มูล เซลล์พชื เซลล์สตั ว์

1. ผนังเซลล มี ไมม่ ี

2. เยื่อหุม้ เซลล มี มี

3. นิวเคลยี ส มี ข้างเซลล์ มี กลางเซลล์

4. ไซโทพลาซมึ มี มี

5. ไมโทรคอนเดรยี มี มี

6. คลอโรพลาสต มี ในพืชสเี ขียว ไมม่ ี

7. แวควิ โอล มี ขนาดใหญ่ มี ขนาดเล็ก พบบางเซลล์

8. เมด็ แปง้ /เซน็ ทริโอล มเี ม็ดแปง้ ไม่มีเซนทริโอล มีเซนทริโอล ไม่มเี ม็ดแปง้

9. รปู รางของเซลล รูปเหล่ยี ม รูปค่อนข้างกลม

10. ความแขง็ ของเซลล์ แข็ง คงรปู นาน ออ่ นนุ่ม

เซลลพชื ตางจากเซลลสัตว คือ เซลลพชื จะพบผนงั เซลลและคลอโรพลาสต ผนังเซลลทำให้เซลลพืชคง
รูปร่างอยูได้ สวนคลอโรพลาสตเป็นสวนประกอบสำคัญในการสังเคราะหด้วยแสงของพืช ทำให้พืชสามารถ
สร้างอาหารเองได้ แตในเซลลสัตวจะไมพบผนังเซลลและคลอโรพลาสตทำให้เซลลสัตวมีความออนนุม และ
สัตวไมสามารถสร้างอาหารเองได้

3.1 ส่วนประกอบสำคญั และหนา้ ที่ของเซลล์
1. เย่ือหุ้มเซลล์
เยอ่ื ห้มุ เซลลเ์ ปน็ สว่ นทห่ี อ่ หมุ้ และสิง่ อ่ืนๆภายในเซลล์ทง้ั หมดเปน็ สว่ นประกอบของโปรตีน และ

ไขมนั มลี ักษณะเปน็ เซมิเพอมิเอเบลิ เมมเบรน คือ ยอมใหส้ ารบางชนดิ ผา่ นเซลลไ์ ด้ด้วยวธิ อี อสโมซิสเทา่ นัน้
ทำหนา้ ท่ใี หเ้ ซลล์คงรูปรา่ งอยู่ได้ ควบคุมและเลือกทจ่ี ะยอมให้สารบางชนดิ ผา่ นเขา้ ออกเซลลไ์ ด้

2. โพโทรพลาซึม
โพรโทพลาสซมึ คอื ส่วนทเ่ี ป็นของเหลวอยูภ่ ายในเซลล์ ซึง่ ประกอบด้วยสว่ นประกอบสำคัญ 2

สว่ น คือ นิวเคลียส และไซโทพลาสซึม
นวิ เคลียส มีลักษณะที่คอ่ นขา้ งกลม ประกอบดว้ ยนิวคลีโอลัส และโครมาทิน ทำหนา้ ที่ ได้แก่

ควบคุมเมแทบอลิซึมของเซลล์ ควบคมุ การแบ่งเซลล์ ควบคมุ การสังเคราะห์โปรตีน/เอนไซม์ และควบคมุ การ
ถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม

ไซโทรพลาซึม เปน็ ของเหลวทีม่ สี ารประกอบหลายชนิดรวมกัน เชน่ สารอาหาร ของเสยี และออร์
แกเนลล์

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช 8

กิจกรรมท่ี 2

สังเกตส่วนประกอบของเซลล์

จุดประสงคข์ องกิจกรรม ทกั ษะสร้างเสริมความเข้าใจทีค่ งทน

1. เตรยี มสไลดส์ ดของเซลล์พชื และเซลล์สตั ว์ได้ 1. การสงั เกต

2. ใช้กล้องจลุ ทรรศน์เพ่ือศึกษารูปร่าง ลกั ษณะ และ 2. การจำแนกประเภท

ส่วนประกอบของเซลลไ์ ด้ 3. การจดั กระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มลู

3. บันทกึ ภาพและชีส้ ว่ นประกอบทส่ี ำคัญของเซลล์พชื 4. การตีความหมายข้อมูลและการลงขอ้ สรุป

และเซลล์สตั วไ์ ด้

4. อธบิ ายลกั ษณะและสว่ นประกอบทส่ี ำคัญของเซลล์

พืชและเซลลส์ ัตวไ์ ด้

5. เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งเซลลพ์ ืชและเซลล์

สัตว์ได้

อปุ กรณ์

1. หอม 1 หัว 7. มีด 1 เลม่

2. ว่านกาบหอย 1 ตน้ 8. หลอดหยด 3 อนั

3. สไลด์และกระจกปิด 3 ชุด 9. น้ำ 10 ลบ.ซม.

สไลด์

4. ปากคบี 1 อัน 10. สารละลายเมทลิ ีนบลู 10 ลบ.ซม.

5. ไมจ้ ิม้ ฟันปลายแบน 1 กล่อง 11. เอทิลแอลกอฮอล์ 70% 10 ลบ.ซม.

6. กลอ้ งจลุ ทรรศน์ 1 กล้อง 12. สารละลายไอโอดนี 5 ลบ.ซม.

ปัญหา…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม

1. ศกึ ษาเซลล์เยือ่ หอ
- หยดนำ้ ลงบนสไลด์ 1–2 หยด
- ใชป้ ากคบี ลอกเย่ือด้านในของกลบี หอม วางลงบนหยดน้ำ ย้อมสีเยื่อหอมโดยหยดสารละลาย
ไอโอดนี 1 หยด แลว้ ปดิ ด้วยกระจกปดิ สไลด์ ระวังอยา่ ให้มีฟองอากาศ
- นำไปสอ่ งดูดว้ ยกลอ้ งจุลทรรศน์ โดยใช้เลนสใ์ กลว้ ัตถุกำลังขยายตำ่ และกำลังขยายสงู ตามลำดบั
- วาดรปู และชี้ส่วนประกอบของเซลล์ลงในตารางบันทึกผล

2. ศึกษาเซลล์ว่านกาบหอย
- หยดนำ้ ลงบนสไลด์ 1–2 หยด
- ใช้ปากคบี ลอกเยื่อด้านท้องใบทเ่ี ปน็ สมี ่วงออกมา วางลงบนหยดนำ้ แล้วปิดดว้ ยกระจกปิดสไลด์
ระวงั อย่าให้มีฟองอากาศ

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ติ ของพชื 9

- นำไปส่องดูด้วยกลอ้ งจุลทรรศน์ โดยใชเ้ ลนส์ใกล้วตั ถุกำลังขยายตำ่ และกำลังขยายสูงตามลำดบั
- วาดรูปและชส้ี ่วนประกอบของเซลลล์ งในตารางบนั ทึกผล
3. ศึกษาเซลลเ์ ยื่อบขุ ้างแก้ม
- เตรียมไมจ้ ิ้มฟนั ปลายแบนถูข้างแก้มด้านในเบา ๆ
- ป้ายปลายไม้จิ้มฟนั ลงบนแผน่ สไลด์ หยดสารละลายเมทิลนี บลู 1 หยด แล้วปิดดว้ ยกระจกปิด

สไลด์ ระวงั อยา่ ให้มีฟองอากาศ
- นำไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยใช้เลนส์ใกล้วัตถกุ ำลงั ขยายต่ำและกำลังขยายสงู ตามลำดับ
- วาดรูปและชีส้ ว่ นประกอบของเซลลล์ งในตารางบนั ทึกผล
หมายเหตุ
1. หอมท่ใี ช้ ใหใ้ ช้สว่ นเย่อื ทอ่ี ย่ดู ้านในของกลบี หอม โดยค่อย ๆ คีบแตล่ ะช้นั ออกมา
2. วา่ นกาบหอยท่ีใช้ ใหใ้ ช้สว่ นเยือ่ ท่ีอยดู่ ้านท้องใบที่เปน็ สีมว่ ง โดยค่อย ๆ คบี เยื่อออกมา
3. หลังจากการใชส้ ไลด์และกระจกปิดสไลด์ควรลา้ งให้สะอาดและเชด็ ให้แห้งก่อนเก็บเพ่ือกันสนิม
4. หลังจากการใช้กล้องจุลทรรศน์ใช้ผา้ สะอาดและแห้งเช็ดทำความสะอาดสว่ นที่เปน็ โลหะ
5. กลอ้ งจุลทรรศน์ใหว้ างในท่ีทีม่ ีแสงสวา่ งเพยี งพอ และในการทดลองนี้ใชก้ ำลงั ขยาย คือ 400 เทา่

หยดนำ้ 1-2 หยด วางเนือ้ เยื่อทจ่ี ะศึกษา ปิดด้วยกระจกปิดสไลด์
ลงบนแผน่ สไลด์

ส่องดดู ว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์ พรอ้ มศึกษา
ภาพท่ี 1.9 ศึกษาส่วนประกอบของเซลล์

ผลการทำกิจกรรม

........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
.............................................................................................. ........................................................... ...............
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช 10

คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. นักเรยี นเตรยี มวสั ดุสำหรบั กจิ กรรมต่อไปนี้อย่างไร

ก) เยอื่ หอม
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................... ....................
.............................................................................................................. ..........................................................
ข) วา่ นกาบหอย
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
................................................................................................. ............................................................... ........
ค) เยอื่ บขุ ้างแกม้
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
2. การดกู ล้องจลุ ทรรศนค์ วรดูอย่างไร
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
................................................ .............................................................................................. ..........................
3. ในการปฏิบตั กิ ิจกรรมนี้ ถ้าไม่ใช้พชื ท้ัง 2 ชนดิ ดังกล่าว จะใช้พชื ชนิดอ่นื แทนได้หรือไม่
............................................................................................................................. ...........................................
....................................................................................... .................................................................................
...................................................................................... ..................................................................................
4. เซลล์พืชและเซลล์สตั ว์ท่นี ำมาศึกษามีรูปร่าง ลักษณะ และสว่ นประกอบทเี่ หมอื นหรือแตกตา่ งกัน
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................... .........................................
.................................................................................... ....................................................................................
5. รูปรา่ ง ลกั ษณะ และส่วนประกอบของเซลล์พชื สว่ นใหญ่คลา้ ยคลึงกันหรือไม่ ลักษณะใด
................................................................................................. .......................................................................
..................................................................................................................................... ...................................
........................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ..................................................................
.......................................................................................................................................... ..............................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช 11

สรุปผลการทำกิจกรรม
........................................................................................................................................................................
....................................................................................... ................................................................................ .
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................ ............................................................................
................................................................................................................................ ........................................
.......................................................................................... ..............................................................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชีวติ ของพชื 12

4 การลำเลยี งของสารผ่านเซลล์

4.1 การแพร่
การแพร่ คอื การกระจายของอนภุ าคของสารจากบริเวณซึ่งมคี วามเข้มข้นของอนุภาคของสารมากไป
สูบรเิ วณซ่ึงมคี วามเข้มขน้ ของอนภุ าคของสารน้อย เชน่ การแพร่ของกลน่ิ น้ำหอม การแพร่ของด่างทับทิมในน้ำ

ภาพท่ี 1.10 การแพร่ของสี (ของเหลว)

การแพรจ่ ะขน้ึ อยปู่ จั จัย ดงั นี้ ความเข้มขน้ ของอนุภาค 2 แห่ง ขนาดของอนุภาค กรณีอนภุ าคโตจะ
แพร่ได้ชา้ อุณหภมู ิและความดนั ยิ่งสูงยงิ่ แพร่ไดร้ วดเรว็ และถ้าหากเกิดการแพร่ในตัวกลางท่มี คี วามหนดื มากๆ
และมีสงิ่ เจือปนจะส่งผลให้การแพรช่ ้าลง

การแพร่กับการเปิดปิดของปากใบ ในขณะเกิดการสังเคราะห์ดว้ ยแสงท่ีใบ เซลล์คุมจะมีความเข้มข้น
ของสารภายในเซลล์สูงกว่าความเข้มข้นของสารในเซลล์ข้างเคียง น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจะแพร่ผ่านเข้ามาใน
เซลล์คุม เกิดแรงดันดันให้ส่วนผนงั ด้านนอกซึ่งบางกว่าดา้ นในโป่งออกมาทางด้านข้างและดงึ ใหผ้ นังเซลล์ด้าน
ในโค้งออกมาทำให้ปากใบเปดิ

4.2 การออสโมซิส
ออสโมซสิ หมายถงึ กระบวนการเคล่อื นทขี่ องโมเลกลุ ของน้ำ จากแหล่งท่มี สี ารละลายเจือจาง (มี

โมเลกุลของนำ้ มาก) ไปยังแหล่งท่มี ีสารละลายเข้มข้นมากกว่า (มีโมเลกุลของน้ำน้อย) โดยผา่ นเยอ่ื เลือกผ่าน

ปจั จัยท่มี ีผลต่อการออสโมซสิ ไดแ้ ก่ ความเขม้ ขน้ ของสาร ถา้ ต่างกันมากยิ่งเกดิ ออสโมซิสได้รวดเร็ว

และอุณหภูมิ ถา้ อณุ หภมู สิ ูงข้ึน สง่ ผลให้เปน็ การเพ่ิมพลงั งานจลนแ์ กอ่ นภุ าคของสาร ทำให้อนภุ าคเคลื่อนท่ีได้

เร็ว กระบวนการออสโมซสิ จึงเกิดไดเ้ ร็วขึน้

เข้มขน้ มาก

เยือ่ เลอื กผา่ น

เขม้ ขน้ น้อย
ภาพท่ี 1.11 การออสโมซิสสารละลายทมี่ คี วามเขม้ ขน้ แตกต่างกนั
เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพชื 13

ราก ขนราก
ธาตอุ าหาร
อากาศ

นำ้
ภาพท่ี 1.12 การดดู น้ำของรากพชื

การดูดซับน้ำของรากพืชก็ใช้หลักการออสโมซิสเชนเดียวกัน คือ ในภาวะปกติสารละลายที่อยูรอบ ๆ
รากจะมปี รมิ าณนำ้ มากกวาสารละลายในเซลลขนราก (สารละลายมคี วามเข้มขน้ นอ้ ย) น้ำจากดินจงึ ออสโมซิส
เข้าสูเซลลขนราก ทำให้เซลลมปี ริมาณน้ำมากกวาเซลลใกล้เคียง น้ำจึงออสโมซิสไปยังเซลลข้างเคียงตอ ๆ ไป
จนถึงเนอื้ เยื่อลำเลยี งนำ้ ที่มีลักษณะเป็นทอภายในตน้ พชื

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ติ ของพชื 14

กจิ กรรมที่ 3

สังเกตการแพร่ของสาร

จุดประสงค์ของกิจกรรม ทักษะสร้างเสรมิ ความเขา้ ใจทคี่ งทน
1. การสงั เกต
1. ทดลองและอธบิ ายกระบวนการแพร่ได้ 2. การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมลู
3. การตคี วามหมายข้อมลู และการลงขอ้ สรุป
2. เปรยี บเทียบการแพร่ของสารในอณุ หภูมิทแ่ี ตกต่าง

กัน

อุปกรณ์

1. บกี เกอรข์ นาด 250 ลบ. 2 ใบ 4. น้ำเย็น 150 ลบ.
ซม.
ซม. 5. น้ำรอ้ น
6. นำ้ ดา่ งทับทิมเข้มข้น 150 ลบ.
2. หยอดหยดสาร 2 คนั ซม.

3. กระดาษขาว 2 แผน่ 20 ลบ.
ซม.

ปัญหา............................................................................................................................. ......................................

ขัน้ ตอน
1. ใส่น้ำปริมาตร 150 ลูกบาศก์เซนตเิ มตรลงในบีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร 2 ใบ แบ่งเปน็

น้ำร้อน 1 ใบ และนำ้ เย็น 1 ใบ
2. หยดน้ำดา่ งทบั ทมิ เขม้ ซงึ่ มีสมี ่วงดำจำนวน 5 หยดลงในนำ้ โดยไมข่ ยับบกี เกอร์
3. ใช้กระดาษขาวบังด้านหลังของบีกเกอร์ สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของบีกเกอร์ ทั้ง 2 ใบ ตั้งแต่ด่าง

ทบั ทมิ ตก จนกระท่ังการแพรเ่ สร็จสมบรู ณ์ คอื การท่นี ้ำในบกี เกอรม์ สี ที ีส่ มำ่ เสมอ แล้วบนั ทกึ ผล

เตรียมนำ้ เย็นและนำ้ รอ้ น หยดนำ้ ดา่ งทับทิมเข้มข้น สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงตัง้ แต่เร่ิมหยด
ในบีกเกอร์ อย่างละ 1 ใบ
ภาพที่ 1.13 ทดลองการแพรข่ องสาร จนกระท่งั การแพรส่ มบรู ณ์ แลว้ บนั ทกึ ผล
ผลการทำกจิ กรรม

............................................................................................................................. ...........................................

........................................................................................................................................................................

.......................................................................................................... ..............................................................

.................................................................................................................................... ....................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวิตของพืช 15

คำถามท้ายกจิ กรรม
1. การเคล่ือนท่ีของอนภุ าคของดา่ งทบั ทมิ เปน็ แบบใด
............................................................................................................................. ...........................................
...................................................................................................................................................... ..................
................................................................................................................ ........................................................
2. วธิ กี ารใดที่จะช่วยให้นักเรยี นสังเกตการเปลย่ี นแปลงของดา่ งทบั ทมิ ได้ชดั เจน
............................................................................................................................ ............................................
......................................................................................................................................... ...............................
........................................................................................................................................................................
3. นอกจากด่างทบั ทิมแล้ว นักเรยี นสามารถใช้อะไรในการทดลองแทนได้
........................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... ...............
................................................................................................................... .....................................................
4. การทดลองน้ีแสดงใหเ้ ห็นถึงการแพร่ของสารอยา่ งไร
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
5. การแพรข่ องด่างทบั ทิมในนำ้ ร้อนและนำ้ เย็นเหมือนและแตกตา่ งกนั อย่างไร
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
......................................................................................................... ...............................................................
.................................................................................................................................. ......................................

สรปุ ผลการทำกิจกรรม
........................................................................................................................................................................
.................................................................... ............................................................................................ ........
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
......................................................................... ............................................................................................ ...

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวิตของพืช 16

กิจกรรมท่ี 4

การแพร่ของน้ำเข้าสู่เซลลพ์ ืช

จุดประสงค์ของกจิ กรรม ทกั ษะสร้างเสริมความเข้าใจทค่ี งทน

1. อธบิ ายกระบวนการออสโมซสิ ได้ 1. การสงั เกต

2. สรปุ ความสำคญั ของกระบวนการออสโมซิสต่อ 2. การจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูล

การลำเลียงน้ำในพชื ได้ 3. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรปุ

อุปกรณ์

4. มันฝรง่ั 1 หวั 7. บกี เกอร์ขนาด 250 ลบ.ซม. 1 ใบ

5. มดี 1 8. น้ำกลน่ั 75 ลบ.

เล่ม 9. สารละลายซูโครส 40% ซม.

6. จกุ ยางเบอร์ 10 1 อัน 10. ปากกาเมจิก 25 ลบ.

ท่ีมีหลอดแก้วเสยี บอยู่ 1 ซม.

ดา้ ม

ปัญหา............................................................................................................... ....................................................

ขั้นตอน

1. นำมันฝรั่งมาล้างให้สะอาด และตัดเป็นท่อนให้มีความยาวประมาณ 7 เซนติเมตร เจาะเนื้อมันฝร่ัง

ตรงกลางใหม้ ขี นาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางเท่ากับจุกยาง ช่องลกึ ประมาณ 5 เซนตเิ มตร

2. ใส่สารละลายซูโครส 40% ลงไปในช่องที่เจาะไว้ ประมาณครึ่งนึงของความลึก แล้วใช้จุกยางที่มี

หลอดแกว้ เสยี บอยู่ปดิ รูท่คี ว้านใหแ้ นน่

3. นำมันฝรั่งท่ีเตรยี มไว้ไปวางลงในบีกเกอร์ที่มีน้ำกล่ัน แล้วทำเคร่ืองหมายที่หลอดแก้วเพ่ือแสดงระดับ

ของสารละลายซูโครสเริ่มต้น สังเกตและวัดระดับของสารละลายซูโครสที่หลอดแก้วทุก 10 นาที เป็นเวลา 30

นาที

หมายเหตุ

1. พชื ทใี่ ชใ้ นการทดลองสามารถเปลยี่ นแปลงได้ตามความเหมาะสมทห่ี าได้ จุกยางทตี่ ิดกบั หลอดแกว้
2. เมื่อนำมนั ฝร่งั ลงในบีกเกอร์น้ำกลนั่ ตอ้ งห้ามทว่ มมันฝรงั่

บกี เกอรบ์ รรจดุ ว้ ยนำ้ กลัน่
มนั ฝรัง่

ภาพท่ี 1.14 การแพรข่ องน้ำเข้าส่เู ซลลพ์ ืช
เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวติ ของพืช 17

ผลการทำกิจกรรม

........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................ ................
......................................................................................................................... ...............................................
........................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. ..........
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
คำถามท้ายกจิ กรรม
1. มนั ฝรงั่ ทีใ่ ชใ้ นกจิ กรรมนตี้ ้องเตรียมอยา่ งไรบา้ ง
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................ ................
............................................................................................................. ...........................................................
2. ระดับของสารละลายซโู ครสในหลอดแกว้ ตั้งแต่เร่มิ ต้นจนสนิ้ สุดกิจกรรมมีการเปล่ยี นแปลงในลกั ษณะใด

............................................................................................................................. ...........................................
....................................................................................... .................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
3. การเปลย่ี นแปลงระดบั ของสารละลายซโู ครสในหลอดแก้วเกิดจากสาเหตุใด

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................ ................
................................................................................................................ ........................................................
4. การทดลองน้ีแสดงให้เหน็ ถึงการออสโมซสิ หรือไม่อย่างไร

............................................................................................................................. ...........................................
.............................................................................................................................................................. ..........
........................................................................................................................................................................
5. ถา้ ตั้งชุดการสงั เกตไวร้ ะยะหนึง่ นักเรยี นคดิ วา่ ความเขม้ ขน้ ของสารละลายซโู ครส 40% จะเปล่ยี นแปลง

หรือไม่ และระดับน้ำของสารละลายในหลอดแก้วจะเป็นแบบใด

................................................................................................................ ........................................................
............................................................................................ ............................................................................
........................................................................................................................................................... .............
..................................................................................................................... ...................................................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช 18

สรปุ ผลการทำกิจกรรม
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ..................................................................
.................................................................................................................................. ......................................
................................................................................................................................................. .......................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวติ ของพืช 19

แบบตรวจสอบความเข้าใจที่ 1

คำชแี้ จง จงตอบคำถามต่อไปน้ี

1. ควรใชอ้ ปุ กรณ์ใดในการศึกษาสว่ นตา่ ง ๆ ของเซลล์ เพราะเหตุใด
............................................................................................................................... .........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
2. เซลลข์ องสง่ิ มีชวี ิตจัดแบ่งออกไดก้ ่ีกลมุ่ อะไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่างสงิ่ มชี ีวิต
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................................... .........................
................................................................................................... .....................................................................
3. เติมข้อความในช่องวา่ งให้ถูกต้อง

เซลล์ ………………… ………………..

.

การจดั ระบบ สงิ่ มีชีวิต ……..………….
สงิ่ มีชีวติ .

4. วาดภาพตวั อย่างเซลล์พืชและสัตว์ พร้อมอธิบายลักษณะท่สี ังเกตจากภาพ

เซลลพ์ ชื เซลล์สัตว์

ลกั ษณะ : ลกั ษณะ :

5. ความแตกต่างระหว่างเซลลพ์ ืชกบั เซลลส์ ตั ว์มีอะไรบา้ ง จงอธิบายพอสังเขป
...................................................................................................................................................................... ..
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ิตของพชื 20

6. การแพรม่ ีความหมายว่าอยา่ งไร พร้อมยกตัวอย่างการแพรท่ ีเ่ หน็ ในชีวติ ประจำวนั
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. ......................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
7. การออสโมซสิ มีความหมายว่าอย่างไร พรอ้ มยกตัวอย่างการแพร่ท่ีเหน็ ในชีวิตประจำวัน
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
8. การดดู ซับน้ำของรากพืชก็ใชห้ ลักการใด จงอธบิ าย
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
................................................................................................................................................................... .....
........................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชีวิตของพืช 21

ใบความรู้ที่ 2

การสร้างอาหารของพชื

1 กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง

คลอโรฟลิ ล์ จับพลงั งานแสง
แสง

แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดเ์ ข้าทางปากใบ

แก๊สออกซิเจน น้ำเข้าทางราก
ออกส่อู ากาศ

ภาพท่ี 2.1 กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

พชื ไดพ้ ลังงานจากดวงอาทิตยม์ าชว่ ยสร้างอาหาร พชื มีสารสเี ขยี วที่เรียกวา่ "คลอโรฟลี ล์" คลอโรฟีลล์
สามารถจบั พลงั งานแสงไวแ้ ละใช้พลังงานแสงชว่ ยสร้างอาหารคือ น้ำตาล ซ่ึงเปน็ คารโ์ บไฮเดรต โดยสร้างจาก
คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ ในการสร้างอาหารของพืชนอกจากได้น้ำตาลแล้ว มีก๊าซออกซิเจนเกิดขึ้นด้วย
และถูกปล่อยออกส่อู ากาศ

2 ปจั จยั ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั การสังเคราะห์ด้วยแสง

1. คลอโรฟลิ ล์ (chlorophyll) เป็นสารทีด่ ดู กลืนแสงพบอยู่ในคลอโรพลาสต์ ดูดกลืนแสงสีน้ำเงิน-
แดงมาใช้ และสะท้อนแสงสเี ขียวออกมา ทำให้เห็นพืชมีสเี ขียว สามารถพบคลอโรฟิลลไ์ ดท้ ่ีใบและส่วนอน่ื ๆ
ที่มสี ีเขยี ว เชน่ ท่ีลำต้น ราก เป็นต้น คลอโรฟลิ ลจ์ ะมีมากในใบท่ีแกจ่ ัด ส่วนในใบออ่ นหรือใบที่แก่จนเหลือง
จะมีการสรา้ งคลอโรฟิลล์ได้น้อยหรอื คลอโรฟิลลอ์ าจสลายไป

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ติ ของพชื 22

2. แสง (light) เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อนำไปสร้างพลังงานไว้ใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช การ
สงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื จะดีข้ึนเม่ือพชื ไดร้ ับความเข้มของแสงมากขึน้ และเมื่อพชื ได้รบั ความเข้มของแสง
ต่ำกว่าที่พชื ตอ้ งการพชื จะมีอัตราการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงต่ำลง ถา้ ความเขม้ ของแสงต่ำลงกว่านี้อีกพืชจะขาด
อาหารทำให้ตายไปในทสี่ ดุ และถ้าหากความเข้มของแสงเพม่ิ มากเกินไปอาจทำใหใ้ บของพชื ไหม้ได้

3. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (carbon dioxide : CO2) เปน็ วตั ถุดบิ ทน่ี ำไปใช้ในการสร้างนำ้ ตาล
กลูโคสซึง่ เป็นอาหารของพืช โดยพชื นำ CO2 เขา้ มาทางปากใบ การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื จะเพ่ิมขึ้น
เม่ือมีปริมาณของ CO2 ในบรรยากาศเพ่ิมขึ้น (ยกเวน้ เม่ือปากใบปิดเพราะการขาดน้ำหรือลดการสญู เสยี น้ำ)
แต่หากปริมาณของ CO2 ในบรรยากาศสงู ต่อเน่ืองกันหลายวันพชื จะชะงกั การเจรญิ เติบโต

4. นำ้ (H2O) พืชดดู นำ้ จากดินผ่านทางขนรากเพ่ือลำเลียงไปใชใ้ นการสังเคราะหด์ ้วยแสง นำ้
เกี่ยวขอ้ งกับการเปิดปิดของปากใบ การขาดน้ำทำให้ปากใบปดิ และการทำงานของเอนไซม์ต่าง ๆ ผดิ ปกติ
ทำให้พชื มีอตั ราการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงลดลง

5. อุณหภูมิ เปน็ ปัจจัยอย่างหนง่ึ ท่ีมีอิทธพิ ลต่อการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช โดยทัว่ ไปอัตราการ
สังเคราะห์ดว้ ยแสงจะเพิ่มขึน้ เร่อื ยๆ เมื่ออุณหภมู สิ ูงข้นึ 10-35 °C ถา้ อุณหภูมสิ ูงขึน้ กว่าน้ีอัตราการ
สังเคราะหด์ ้วยแสงจะลดตำ่ ลงตามอุณหภมู ทิ ่เี พิม่ ขึน้

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพชื 23

กจิ กรรมท่ี 5

ปจั จัยท่ีใชใ้ นกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง

จดุ ประสงค์ของกิจกรรม ทกั ษะสรา้ งเสริมความเข้าใจท่ีคงทน
สรปุ ความสำคญั ของคลอโรฟิลลต์ ่อการ 1. การสงั เกต
2. การต้งั สมมุติฐาน
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงได้ 3. การทดลอง
4. การจัดกระทำและส่ือความหมายข้อมูล
5. การตคี วามหมายข้อมลู และการลงขอ้ สรุป

อปุ กรณ์ 1 ใบ 9. ถาดหลมุ 4 หลุม 1 ถาด
1. ใบเล็บครฑุ 5 ลบ.ซม. 10. หลอดหยด 1 อนั
2. สารละลายไอโอดนี 5 ลบ.ซม. 11. จานเพาะเช้อื 1 ใบ
3. น้ำแปง้ 15 ลบ.ซม. 12. ปากคีบ 1 อนั
4. แอลกอฮอล์ 10 ลบ.ซม. 13. แทง่ แก้วคนสาร 1 อนั
5. นำ้ 0
1 กลกั 14. ตะเกยี งแอลกอฮอล์ 1 ชดุ
6. ไม้ขดี ไฟ 2 ใบ
7. บีกเกอร์ขนาด 250 ลบ. พรอ้ มท่กี ้นั ลมและตะแกรงลวด
1 หลอด
ซม.
8. หลอดทดลองขนาดใหญ่

ขัน้ ตอนการทดลอง
ปญั หา
.................................................................................................................................................................
กำหนดสมมุติฐาน
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................ ..............
ทดสอบสมมตุ ิฐาน

1. ใส่น้ำแป้งมันลงในถาดหลุมทดลอง หยดสารละลายไอโอดีน 3 หยดลงในถาดหลุมอย่างต่อเนื่อง
สงั เกตการณเ์ ปลยี่ นแปลงและบนั ทึกผล

2. นำใบเล็บครุฑท่ีถูกแสงแดดประมาณ 3 ชัว่ โมง มาวาดรปู เพือ่ แสดงสว่ นทเ่ี ปน็ สเี ขียวและสีขาว
3. ใสน่ ำ้ ปรมิ าตร 40 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตรลงในบกี เกอร์ ต้มให้เดือด ใส่ใบเลบ็ ครุฑลงไปตม้ ต่ออีก 1 นาที

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพืช 24

4. ใช้ปากคีบคีบใบเล็บครุฑที่ต้มแล้วใส่ในหลอดทดลองขนาดใหญ่ที่มีแอลกอฮอล์พอท่วมใบ แล้วนำไป
ตม้ ในน้ำเดือด จนกระทงั่ ใบมสี ีซดี สงั เกตการเปลยี่ นแปลงท่ีเกิดขึ้น

5. นำใบเล็บครฑุ ในข้นั ตอนที่ 3 ไปลา้ งด้วยนำ้ เย็น สังเกตการเปลย่ี นแปลงท่เี กิดขนึ้
6. นำใบเล็บครุฑที่ล้างแล้ววางในจานเพาะเชื้อ แล้วหยดสารละลายไอโอดนี ใหท้ ั่วทั้งใบ ทิ้งไว้ประมาณ
1 นาที
7. นำใบเล็บครุฑไปล้างน้ำ สงั เกตการเปลี่ยนแปลง แล้ววาดรปู เปรียบเทียบกับรูปใบเล็บครุฑที่วาดไว้ก่อน
การทดลอง พร้อมท้ังบันทึกผล
หมายเหตุ
1. ใบพืชทใ่ี ช้ในการทดลองสามารถใช้ชนิดอ่นื ได้ท่ีมลี ักษณะใบด่าง (เขียว-ขาว)
1. ใบพชื ทีใ่ ช้ในการทดลองตอ้ งเป็นใบทีเ่ ด็ดจากต้นมาในวนั ทำการทดลอง
2. แอลกอฮอล์เป็นสารไวไฟ ดังนั้น ในการต้มใบพืชในแอลกอฮอล์จึงควรนำหลอดทดลองที่มี
แอลกอฮอล์วางลงในบกี เกอร์ทมี่ ีน้ำ แลว้ จงึ ให้ความรอ้ น
3. ควรระวังอย่าใหส้ ารละลายไอโอดีนถกู ผิวหนัง หรอื ถ้าถูกผิวแล้วให้รบี ล้างทันที

เตมิ นำ้ แปง้ มนั หยดสารละลาย การทดลองนแี้ สดงให้เหน็ วา่ เมื่อหยดสารละลาย
ลงในถาดหลุม ไอโอดนี ลงแป้งมัน ไอโอดนี ลงแป้ง จากทเี่ ป็นสนี ำ้ ตาลจะเปลีย่ นแปลง
3 หยด อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ไปเปน็ สีมว่ ง

ต้มใบเล็บครุฑ ตม้ ใบเล็บครฑุ อกี ครั้งใน ลา้ งดว้ ยน้ำเยน็ หยดสารละลายไอโอดีน
หลอดทดลองทีม่ ีแอลกอฮอล์ และนำไปล้างน้ำเยน็

ผลการทดลอง ภาพท่ี 2.2 การทดสอบใบเลบ็ ครฑุ ดว้ ยสารละลายไอโอดีน

................................................................................................................................................ ........................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
....................................................................................................................................................... .................
....................................................................................... .................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................................................ ............
............................................................................................ ............................................................................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพืช 25

คำถามท้ายกิจกรรม
1. นำ้ แป้งมไี วเ้ พ่ือทดสอบอะไร
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................... ....................................
........................................................................................................................... .............................................
2. ก่อนทำกจิ กรรมนักเรยี นต้องวาดรูปใบไม้แสดงสว่ นท่ีเปน็ สเี ขยี วและสขี าวเพราะเหตุใด
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................. .................................................. .........................
3. นกั เรียนคดิ ว่าเพราะเหตุใดจงึ ต้องต้มใบพืชหลายคร้ัง

............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................................................... .........
............................................................................................... .........................................................................
4. การทดลองนี้นักเรยี นมีปัญหา-อปุ สรรคในการทดลองหรือไม่ ถ้ามีให้บอกวิธีแกไ้ ข

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................. ......................................................................
5. จากการทดลองนักเรียนคิดว่าบริเวณส่วนใดของใบพืชทีส่ ามารถสร้างอาหารได้ เพราะเหตใุ ด

................................................................................................................................. .......................................
........................................................................................... .............................................................................
........................................................................................... .............................................................................
...................................................................................................................................... ..................................
สรุปผลการทำกจิ กรรม
........................................................................................................................................................................
.................................................................... ................................................................................................ ....
............................................................................................................................. ...........................................
.................................................................................. ......................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
....................................................................................... .................................................................................
........................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ิตของพืช 26

กิจกรรมท่ี 6

การดดู แก๊สคาร์บอนไดออกไซดโ์ ดยพชื เมือ่ ไดร้ บั แสง

จดุ ประสงคข์ องกิจกรรม ทกั ษะสร้างเสริมความเขา้ ใจทีค่ งทน
สรุปความสำคญั ของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ 1. การสังเกต
2. การตง้ั สมมุตฐิ าน
และแสงต่อกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงได้ 3. การทดลอง
4. การจัดกระทำและส่ือความหมายขอ้ มูล
5. การตีความหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรปุ

อุปกรณ์

1. สาหรา่ ยหางกระรอก 5 ตน้ 6. หลอดหยด 1 หลอด
7. แทน่ วางหลอดทดลอง 1 แท่น
2. สารละลายบรอมอไทมอลบลู 5 ลบ.ซม. 8. ฟอยล์ 1 แผน่
9. โคมไฟ 1 ดวง
3. นำ้ กล่ัน 50 ลบ.ซม. 10. จุกยางปดิ หลอด 5 อัน

4. หลอดแก้วทดลอง 5 หลอด

5. หลอดน้ำ 1 หลอด

ข้ันตอนการทดลอง
ปญั หา
........................................................................................................... .......................................................
กำหนดสมมุติฐาน
...................................................................................................................................................................
ทดสอบสมมตุ ิฐาน

1. ใส่น้ำกลั่นลงในหลอดทดลอง 5 หลอด ปริมาณหลอดละประมาณ 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร พร้อมติด
หมายเลข 1-5 ตามลำดบั ที่หลอดทดลอง

2. เตมิ สารละลายบรอมอไทมอลบลูลงในหลอดทดลอง หลอดละ 3 หยด เขยา่ จนน้ำกล่นั เป็นสีฟา้
3. ใช้หลอดนำ้ เปา่ ลมหายใจลงในหลอดทดลองที่ 2 3 และ4 จนนำ้ เปลย่ี นเป็นสีเหลือง
4. นำสาหรา่ ยหางกระรอกยาว 3 เซนตเิ มตร ลงแชน่ ำ้ ในหลอดทดลองที่ 3 4 และ5
5. นำฟอยล์มาหุม้ หลอดทดลองท่ี 4 ให้มิดชิด
6. นำจุกยางมาปิดหลอดทดลองให้มิดชิด แล้วโคมไฟมาเปิดแล้วส่องมาทางหลอดทดลองทั้ง 5 หยอด
รอประมาณ 30 นาที สังเกตการณ์เปล่ยี นแปลง และบนั ทกึ ผล

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชีวติ ของพชื 27

หมายเหตุ
1. สารละลายบรอมอไทมอลบลู ใชป้ รับใหค้ า่ pH เป็นกลาง (น้ำกล่ันเปล่ยี นเป็นสฟี ้า)
2. การเปา่ ลมหายใจเข้าส่หู ลอดทดลอง คือ การเติมแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ (น้ำเปลี่ยนเปน็ สเี หลือง)
3. ควรปิดหลอดทดลองให้มิดชิดเพื่อป้องกันอากาศไม่ให้เข้าไปเพราะอาจมีผลให้การทดลอง

คลาดเคลอื่ นได้

1 2345 1 2345 123 4 5

เติมสารละลายบรอมอไทมอลบลู ใชห้ ลอดเป่าลมหายใจเขา้ นำสาร่ายลงในหลอดทดลองที่
ลงนำ้ กลน่ั เขยา่ จนไดเ้ ปน็ สฟี ้า หลอดทดลองที่ 2 3 และ4 3 4 และ5 ปิดหลอดดว้ ยจกุ ยาง
และนำฟอยลห์ ้มุ หลอดท่ี 4 ใหส้ นทิ

นำโคมไฟมาเปดิ รอ 30 นาที หลอดท่ี 1 ชุดควบคุม
สังเกตและบนั ทกึ ผล หลอดที่ 2 แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ แสง
หลอดที่ 3 แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ พชื แสง
หลอดท่ี 4 แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ พืช
หลอดท่ี 5 พชื แสง

ภาพท่ี 2.3 การดูดแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์โดยพืชเม่ือไดร้ บั แสง

ผลการทดลอง

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
.................................................................................................................................. ......................................
........................................................................................................................................................................
....................................................................................... ................................................. ................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวติ ของพชื 28

คำถามท้ายกิจกรรม
1. ทำไมต้องเติมสารละลายบรอมอไทมอลบลลู งนำ้ กล่ันกอ่ นทำการทดลอง
........................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................... ..................
.................................................................................................................... ....................................................
2. ในการทดลองเตมิ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดโ์ ดยวิธกี ารใด เกดิ การเปลีย่ นแปลงอย่างไร

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................... .............................
........................................................................................................................................................................
3. สิ่งท่นี กั เรียนควรระวงั ในการทดลองนเ้ี พ่อื ไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนมีอะไรบา้ ง

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
................................................................................................. .......................................................................
4. จากผลการทดลองหลอดทดลองหมายเลขใดเกิดกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง เพราะเหตใุ ด

............................................................................................................................. ...........................................
.......................................................................................................................................... ..............................
................................................................................................. .......................................................................
5. จากการทดลองนี้แกส๊ ทีเ่ กิดจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยคอื อะไร มคี วามสำคัญอย่างไร

....................................................................................................... .................................................................
................................................................................................................................... .....................................
........................................................................................................................................................................
สรุปผลการทำกิจกรรม
......................................................................................... ...............................................................................
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................... ....................................
.............................................................................................. ..........................................................................
........................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................... .....................................................................
........................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................. ..........................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพืช 29

3 ความสำคญั ของการสงั เคราะหด้วยแสงต่อสงิ่ มีชวี ติ และสิง่ แวดลอ้ ม

จะเห็นได้ว่าผลผลิตที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง คือ น้ำตาลกลูโคส น้ำ และก๊าซออกซิเจน ส่ิง
เหลา่ นมี้ คี วามสำคัญต่อสง่ิ มีชีวติ และส่งิ แวดล้อม คอื

1. ชว่ ยเพ่มิ กา๊ ซออกซเิ จนใหส้ งิ่ แวดล้อม ส่งิ มีชีวติ ตอ้ งใชก้ ๊าซออกซเิ จนในการหายใจ
2. ชว่ ยลดกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นสภาพแวดลอ้ ม
3.ช่วยเพิ่มความชุ่มช้ืนและไอน้ำ ให้บรรยากาศเน่ืองจากผลผลติ ที่ไดจ้ ากการสังเคราะห์ด้วยแสงคอื
น้ำ
4. เป็นทเ่ี ก็บสะสมพลังงานในรปู แบบของแป้งในเน้ือเยื้อพชื เมอ่ื คนหรอื สตั ว์กนิ พชื เข้าไปก็จะทำให้
มีพลังงานไปใชใ้ นการดำรงชีวติ
5. เนื่องจากพืชเป็นผูผ้ ลติ อาหารชั้นที่ 1 ในระบบนิเวศ การสร้างอาหาร คือ การสังเคราะห์ด้วยแสง
นั้นเอง ซึ่งทำให้เกิดการถ่ายทอดพลังงาน ในระดับต่างๆในระบบนิเวศ และทำให้เกิดสมดุลของระบบนิเวศ
ขึ้นนำไปส่กู ารเกดิ ธาตอุ าหารในดินและการหมนุ เวยี นของแก๊ส ดงั ภาพที่ 2.4

สร้างอาหาร การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ไดผ้ ลติ ภัณฑ์

พืช นำ้ นำ้ ตาลกลูโคส และแกส๊ ออกซเิ จน

ดดู นำ้ และธาตอุ าหาร เกบ็ สะสม

ธาตุอาหารในดิน ส่งิ มชี วี ติ

ย่อยสลาย จลุ ินทรยี ์ ตาย

ภาพท่ี 2.4 การหมุนเวยี นธาตอุ าหารในดินและแก๊ส

ภาพท่ี 2.5 ทรพั ยากรปา่ ไม้ ป่าไม้เป็นแหล่งที่สำคัญมาก เนื่องจากพืชเป็นผู้ผลิตอาหารชั้น
ที่ 1 ในระบบนิเวศ การสรา้ งอาหาร คือ การสังเคราะหด์ ้วยแสง นอกจากน้ี
ยงั เหน็ ไดว้ า่ ปา่ ไมช้ ว่ ยอำนวยประโยชน์แกม่ นุษย์อย่างมาก ไมว่ า่ จะทางตรง
หรือทางอ้อม เช่น การสร้างบ้าน ทำเครื่องใช้ ต้นกำเนิดแม่น้ำ บรรเทาภยั
พิบัติ และแหล่งเรียนรู้ ดังนั้นป่าไม้จึงเป็นทรัพยากรสำคัญที่ควรอนุรักษ์
เพอ่ื ไม่ให้เกิดผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มและส่ิงมีชีวิต

แนวทางการอนรุ ักษ์ป่าไม้ 30
ปลูกปา่ ทดแทน ตง้ั สวนพฤกษศาสตร์ ตั้งอทุ ยานแห่งชาติ ป้องกันไฟไหม้ป่า ปอ้ งกนั การบกุ รกุ ทำลายป่า
และการใชว้ สั ดทุ ดแทนไม้ เป็นตน้

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช

กิจกรรมท่ี 7

การทดสอบความรู้ เรือ่ ง กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง และประโยชน์ของป่าไม้

จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรม
1. เขียนการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมขี องการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงได้
2. บอกประโยชน์และแนวทางการอนรุ ักษ์ป่าไม้ได้

ทักษะสร้างเสริมความเขา้ ใจทคี่ งทน
1. การจดั กระทำและสื่อความหมายข้อมูล
2. การตีความหมายข้อมลู และการลงขอ้ สรุป

วสั ดแุ ละอุปกรณ์
1. ใบความรู้ หนังสอื เรยี น โทรศัพท์มือถือ

วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม
1. กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (เตมิ คำลงในช่องว่างให้สมบรู ณ์)

แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ น้ำตาลกลโู คส

คลอโรฟลิ ล์

2. ประโยชนแ์ ละแนวทางการอนุรกั ษ์ปา่ ไม้

2.1 สบื คน้ ขอ้ มูลเก่ียวประโยชนแ์ ละแนวทางการอนุรักษป์ า่ ไม้

2.2 นำข้อมูลท่ีได้มาอภิปรายร่วมกนั แลว้ นำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม

ผลการทำกจิ กรรม
........................................................................................................................................................................
....................................................................................... ..................................................... ............................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................ ..................................................... .......................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
................................................................................................. ..................................................... ..................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวิตของพืช 31

คำถามท้ายกจิ กรรม
1. สารต้งั ตน้ ในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงมีอะไรบ้าง
........................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. ...........................................

2. ปา่ ไม้มีประโยชนแ์ กม่ นษุ ยอ์ ยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
...................................................... .................................................................................... ..............................
............................................................................................................................. ...........................................
3. หากคนเรามงุ่ แต่จะใชป้ ระโยชน์ปา่ ไม้อย่างเดยี ว อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................. ...........................................................

สรุปผลการทำกจิ กรรม
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพชื 32

แบบตรวจสอบความเข้าใจท่ี 2

คำชแ้ี จง จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. ปจั จัยทเ่ี กย่ี วข้องกบั การสังเคราะห์ด้วยแสงมีอะไรบา้ ง
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
2. สารตั้งต้น ตัวกระตุ้น ผลิตภัณฑข์ องกระบวนสงั เคราะหด์ ้วยแสงมีอะไรบา้ ง
............................................................................................................................. ...........................................
................................................................................................................................................ ........................
........................................................................................................... .............................................................
3. การสรางอาหารของพชื เรยี กวา การสงั เคราะหดวยแสง (photosynthesis) เกิดขน้ึ ทีบ่ รเิ วณใบของพืช
เปนสวนใหญ่ เพราะเหตุใด
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
4. การสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื มผี ลต่อสิ่งมีชวี ิตชนิดอืน่ และส่งิ แวดล้อมอย่างไร
............................................................................................................................... .........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................... .........................................................................
5. ปาไมชวยอำนวยประโยชนใ์ ห้กับมนษุ ย์อย่างไรบ้าง
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
6. วิธีเร่งดว่ นในการบรหิ ารทรัพยากรปา่ ไมใ้ ห้เกิดประโยชนส์ ูงสุด
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................ ................
.................................................................................. ......................................................................................
7. ถ้านกั เรยี นพบเห็นคนบุกรุกทำลายปา่ ไม้ในชุมชนของนักเรียน นกั เรยี นควรทำอย่างไร
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................. ......................................................................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ติ ของพชื 33

ใบความรูท้ ี่ 3

ระบบลำเลยี งในพืช

สวนของพืชทเ่ี จริญเติบโตลงสูดิน คอื ราก และพชื ใชสวนของรากทีเ่ รียกวา ขนราก (root hair) ดูด
ซับนำ้ และธาตอุ าหารในดนิ ขนรากมีขนาดเลก็ และบาง

1 การลําเลียงนาํ้ และอาหารของพชื

ภาพท่ี 3.1 การลำเลียงน้ำและอาหารของพชื

1.1 ไซเลม็ (xylem)

ไซเล็ม (xylem) คอื กลุม่ เซลลข์ องพืชที่ทําหน้าท่ี ลำเลียงนำ้ และแรธ่ าตุจากดิน มลี ักษณะเป็นท่อยาว
ติดต่อกันจากรากไปสู่ลําต้น กิ่ง และใบ และมีอยู่เฉพาะที่ น้ำจากท่อลําเลียงนํ้าเข้าสู่เซลล์อื่นๆ โดยวิธีออสโม
ซสิ สว่ นแร่ธาตจุ ากทอ่ ลําเลียงนา้ํ เข้าสู่ เซลลอ์ ืน่ ๆ โดยวธิ กี ารแพร่

1.1.1 ลักษณะของไซเล็ม จะมีการจัดเรียงตัวของกลุ่มเซลล์ ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีการเรียงตัวแบบ
กระจายท่ัวลำตน สว่ นในพืชใบเลยี้ งคูมกี ารเรียงตัวเปนวงอยูท่เี นือ้ ไม

1.1.2 ทศิ การลำเลยี งนำ้ และธาตอุ าหาร คอื ลำเลยี งจากรากไปยังใบ ดงั ภาพที่ 3.1

1.2 โฟลเอม็ (phloem)

โฟลเอ็ม (phloem) คอื กลุ่มเซลล์ของพืชที่ทำหนา้ ที่ลำเลียงสารทส่ี ังเคราะห์ดว้ ยแสง ได้แก่ น้ำตาลใน
รูปของสารละลายจากใบไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช หรือ เก็บสะสมไว้ที่รากลำต้น และหัว อาหารจะแพร่ออก
จากเนอ้ื เย่อื ลำเลียงอาหารโดยทศิ การลำเลียงจะมที ศิ ท้ังข้ึนและลง

1.2.1 ลักษณะของโฟลเอ็ม จะมีการจัดเรียงตัวของกลุ่มเซลล์ ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีการเรียงตัวแบบ
กระจายทวั่ ลำตน สว่ นในพืชใบเลี้ยงคูมีการเรียงตวั เปนวงอยูทีเ่ ปลือกไม

1.2.2 ทิศการลำเลยี งนำ้ และธาตุอาหาร คอื ตนออน : ลำเลยี งจากใบเล้ียง ไป ราก สู่ ยอด
สว่ นตนท่ีเจริญเตม็ ที่ : ลำเลยี งจากใบ สู่ กงิ่ , กาน ไป ลำตน สู่ ราก ดังภาพท่ี 3.1

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวติ ของพชื 34

กิจกรรมท่ี 8

สังเกตขนราก

จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรม ทกั ษะสรา้ งเสริมความเขา้ ใจทค่ี งทน
1. การสังเกต
1. ระบแุ ละอธิบายลักษณะของขนรากได้ 2. การจัดกระทำและสื่อความหมายขอ้ มูล
3. การตคี วามหมายขอ้ มูลและการลงขอ้ สรปุ
2. วาดรูปแสดงขนรากทสี่ งั เกตจากแวน่ ขยายได้

3. สรุปความสำคญั ของขนรากทม่ี ตี ่อการดูดซับน้ำ

และธาตุอาหารได้

อปุ กรณ์

1. ข้าวโพด 1 กำมือ 4. จานเพาะเช้ือ 1 ใบ
5. ทชิ ชู่ 1 ม้วน
2. บีกเกอร์ขนาด 250 ลบ.ซม. 1 ใบ 6. แวน่ ขยาย 1 อนั

3. นำ้ 15 ลบ.ซม.

0

ปญั หา.........................................................................................................................................................

ขน้ั ตอนการทดลอง
1. นำเมลด็ ขา้ วโพดทแี่ ช่น้ำไว้ 1 คืน วางลงบนจานเพาะเชื้อที่มีทิชช่รู องข้างลา่ ง รดน้ำให้ช่มุ ปิดฝาแล้ว

ตงั้ ทงิ้ ไว้ 5 วนั
2. ครบ 5 วนั เลือกเมลด็ ทีม่ ีรากงอกยาวประมาณ 2 เซนติเมตรมา 3 เมลด็ วางบนจานเพาะเชื้อ ใช้

แวน่ ขยายส่องดลู ักษณะของราก โดยใหต้ ำแหนง่ ของนยั นต์ าอยู่กับทแ่ี ลว้ เลื่อนแวน่ ขยายขึ้น–ลงจนกระท่งั เห็น
ภาพชัดเจน วาดรูปแสดงลักษณะของขนรากท่ีสงั เกตได้ บันทึกผล
หมายเหตุ

1. การเพาะเมลด็ ข้าวโพด ควรเพาะไวเ้ ยอะ เพ่ือเปน็ ตวั เลือกในการศกึ ษา
2. การหยบิ เมล็ดข้าวโพดท่ีกำลงั งอก ควรหยบิ เบา ๆ เพราะขนรากบอบบางมาก เม่ือถูกสัมผสั จะล่แู นบ
ไปกบั รากใหญ่ ทำให้มองเหน็ ลกั ษณะต่าง ๆ ไดย้ าก
3. ถา้ ไม่ใช้เมลด็ ขา้ วโพด ใช้เมลด็ ถวั่ เขียว หรอื เมลด็ ทานตะวันแทนได้
4. ตอนเพาะเมด็ ใหค้ วามชนื้ พอชมุ่ ๆ อยา่ ให้มีน้ำขงั

แชเ่ มลด็ ขา้ วโพด 1 คืน ใช้ทิชช่รู องกน้ จาน นำเมลด็ ลง เลือกเมลด็ ท่รี ากงอกยาว มาสอ่ งดู
พร้อมรดน้ำพอชุ่ม และปดิ ฝา ด้วยแวน่ ขยาย สังเกตและบกั ทกึ ผล

ภาพท่ี 3.2 การสสงันเทิ กตลักษณะขนราก

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช 35

ผลการทำกจิ กรรม
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................ ............................................................
....................................................................................... .................................................................................
....................................................................................................................................................... .................
................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................ ............................................................................

คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. ประโยชน์ของการเพาะเมลด็ ขา้ วโพดบนทชิ ชคู่ ืออะไร
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................ ................................................................
2. นกั เรียนใชว้ ธิ กี ารใดในการดขู นราก อธบิ ายพอสังเขป

............................................................................................................................. ...........................................
.................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................ ............................................
3. นักเรียนสงั เกตเหน็ ขนรากอยู่บรเิ วณใด และมลี ักษณะเปน็ แบบใด

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................... .............
........................................................................................................................................................................

4. นักเรียนคิดว่าการท่ีพชื มขี นรากมจี ำนวนมาก ๆ จะเปน็ ผลดีตอ่ พชื หรือไม่ เพราะเหตุใด

........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... .........................................
....................................................................................... .................................................................................
สรุปผลการทำกจิ กรรม
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
.................................................................................................................................. ......................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพืช 36

กิจกรรมท่ี 9

การลำเลียงนำ้ และธาตุอาหารในพืชใบเลยี้ งเดี่ยวและคู่

จดุ ประสงค์ของกิจกรรม ทักษะสร้างเสรมิ ความเข้าใจทค่ี งทน
1. การสังเกต
1. ระบสุ ่วนและทศิ ทางของพืชทีใ่ ชใ้ นการลำเลียงนำ้ 2. การจัดกระทำและส่ือความหมายข้อมลู
3. การตคี วามหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรุป
และธาตอุ าหารได้

2. อธบิ ายลักษณะมัดทอ่ ลำเลียงสารของพืชใบเล้ียง

เดยี่ วและคไู่ ด้

อปุ กรณ์

1. ว่านกาบหอย 1 ตน้ 5. ใบมีดโกน 1 มว้ น
6. สผี สมอาหาร (แดง) 1 อัน
2. ตน้ คะน้า 1 ใบ 7. กลอ้ งจลุ ทรรศน์ 1 กลอ้ ง

3. น้ำ 15 ลบ.ซม. สไลด์และกระจกปิดสไลด์ 2 ชุด

0

4. บกี เกอร์ 1 ใบ

ปญั หา.......................................................................................................................................................

ขน้ั ตอนการทดลอง
1. ใสน่ ้ำลงในบกี เกอร์ ผสมอาหารสแี ดงลงไปแลว้ คนให้เข้ากัน
2. นำต้นคะน้าและว่านกาบหอยที่ล้างน้ำสะอาดแล้วแช่ลงในบีกเกอร์ แล้วนำไปวางไว้กลางแดด 30

นาที สังเกตการเปลย่ี นแปลงและบันทกึ ผล
3. นำคะนา้ และวา่ นกาบหอยออกมาล้าง จากน้นั ใชใ้ บมดี โกนตัดลำตน้ ในแนวตามขวางใหบ้ างท่สี ุด
4. นำไปวางบนกระจกสไลด์ หยดน้ำ 1–2 หยด ปิดด้วยกระจกปิดสไลด์ นำไปส่องดูด้วยกล้อง

จุลทรรศน์ สงั เกตและบันทกึ ผล
หมายเหตุ

1. พชื ท่ีใชค้ วรเปน็ พชื เนื้ออ่อน เพราะจะสามารถตัดเปน็ ชิ้นบาง ๆ ได้ เพราะเมอ่ื นำไปสังเกตดูด้วยกล้อง
จลุ ทรรศน์แสงจะสามารถทะลุผ่านได้

วางลำตน้ ที่จะศึกษา ปิดด้วยกระจกปดิ สไลด์ พร้อมศึกษา สอ่ งดูด้วยกล้องจุลทรรศน์
ลงบนแผน่ สไลด์
ภาพท่ี 3.3 ศกึ ษาลักษณะท่อลำเลยี งของพชื
พร้อมหยดน้ำ 2 หยด

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชีวติ ของพืช 37

ผลการทำกจิ กรรม
........................................................................................................................................................................
....................................................................................... ........................................................................ .........
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................ ........................................................................ ....
............................................................................................................................. ...........................................
.................................................................................. ......................................................................................
....................................................................................... .................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. จากการทดลองพืชมกี ารลำเลยี งนำ้ อยา่ งไร สงั เกตจากอะไร
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
................................................................................................... .....................................................................
2. การนำตน้ พชื ท่ีแช่อยใู่ นสผี สมอาหารไปไว้กลางแดด มปี ระโยชนใ์ นเรอ่ื งใด
............................................................................................................................. ...........................................
................................................................................................................................................. .......................
......................................................................................................... ...............................................................
3. ส่วนทต่ี ดิ สขี องพืชท้ัง 2 คอื อะไรมีลกั ษณะเปน็ แบบใด
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................ ............................................

สรุปผลการทำกิจกรรม
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชีวติ ของพืช 38

แบบตรวจสอบความเขา้ ใจที่ 3

คำช้แี จง จงตอบคำถามต่อไปน้ี

1. รากมคี วามสำคัญกบั พชื อย่างไร
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
...................................................................................................................... ..................................................
2. โครงสรา้ งทพี่ ชื ใชใ้ นการลำเลยี งนำ้ และธาตอุ าหารคืออะไร และพืชใช้ในการลำเลียงสารอาหารคืออะไร
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
...................................................................................... ..................................................................................
3. การลำเลียงอาหารไปสสู่ ว่ นทีก่ ำลังเจรญิ เติบโต เช่น ปลายยอด ปลายราก หรือนำไปเก็บสะสมไวท้ ่ีราก
ลำต้นจะต้องลำเลียงสารอะไร ผา่ นเนื้อเยื่อชนดิ ใด
...................................................................................................................... ..................................................
......................................................................................................................... ...............................................
................................................................................................................................................................... .....
4. ทอ่ ลำเลยี งนำ้ และธาตุอาหารของพชื ใบเล้ียงเด่ียวและค่มู ีลักษณะแบบใด จงอธิบาย พร้อมวาด
ภาพประกอบ
............................................................................................................................. ...........................................
.............................................................................................................................................................. ..........
.................................................................................... ....................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
..................................................................................................................................................................... ...
........................................................................................... .............................................................................
5. อาหารท่ีโฟลเอ็มลำเลียงจะนำไปใชอ้ ะไรโยชน์อะไรบ้าง
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ติ ของพืช 39

ใบความรู้ที่ 4

การสบื พนั ธุ์ ขยายพนั ธ์ุ และเทคโนโลยีชีวภาพในการเพ่ิมผลผลติ พชื

1 การสบื พันธ์ุของพืช

พืชเปนสิ่งมีชีวิตที่เม่ือเจริญเติบโตเต็มที่แลวจะมีการสืบพันธุเพื่อดำารงพันธุสืบตอไปการสืบพันธุของ
พืชแบงเปน 2 ประเภท คือ การสืบพันธุแบบอาศัยเพศ (sexual reproduction) และการสืบพันธุแบบไม
อาศยั เพศ (asexualreproduction)

1.1 การสบื พันธุแบบอาศยั เพศ
การสืบพันธุแบบอาศัยเพศเป นการผสมกันระหว างเซลลสืบพันธุเพศผู (สเปรม) กับเซลล
สืบพนั ธุเพศเมยี (ไข) อวัยวะท่สี ำคัญในพชื ดอกท่ีใชในการสืบพันธุแบบอาศัยเพศ คอื ดอก

ภาพที่ 4.1 ส่วนประกอบของดอก

สว่ นประกอบของดอก
พชื มีอยู่หลายชนิดหลายพนั ธุ์ ดอกของพืชดอกจงึ มลี ักษณะขนาดและสที ่ีต่างกันออกไป แต่ไม่วา่ จะ

เป็นพชื ชนดิ ใดดอกจะมสี ว่ นประกอบท่ีสําคัญ ดังนี้
1. กลบี เล้ียง เป็นกลีบเลก็ ๆ สเี ขยี ว อยลู่ ่างสุดของดอก ในระยะทดี่ อกเริ่มผลิดอกออกมาใหม่ๆ เราจะ

เห็นดอกตูมสีเขียว เม่อื ดอกตูมขยายโตขนึ้ สีเขียวที่ห้มุ ดอกจะแยกออกมารองรบั กลีบดอกกลีบสีเขียวกลบี เล้ยี ง
จะทาํ หนา้ ท่หี ่อหุม้ ดอกตูม และปอ้ งกนั อันตรายใหก้ ลีบดอกในขณะทยี่ ังออ่ นอยู่

2. กลีบดอก เปน็ สว่ นทอ่ี ยเู่ หนือขึ้นมาจากกลีบเลี้ยง กลบี ดอกส่วนใหญ่จะมสี สี วยสะดุดตา หลายชนดิ
มกี ล่นิ หอม ความสวยงามของดอกจะขนึ้ อยกู่ บั สี ลักษณะและจํานวนของกลีบดอกเป็นสําคญั กลีบดอกเปน็
ส่วนประกอบของดอกท่ีบอบช้ำง่ายและร่วงโรยเรว็ กวา่ ส่วนประกอบอนื่

3. เกสรตัวผู้ มีลกั ษณะทั่วไปเปน็ คล้ายหลอดอันเล็ก ๆ มกั มีสีขาวปลายหลอดจะมีอับใสล่ ะอองเกสร

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชีวิตของพชื 40

รปู รา่ งค่อนขา้ งกลมเกสรตวั ผู้จะอยู่ถัดจากกลีบดอกเขา้ มาข้างในดอก ก้านของเกสรตัวผู้อาจจะติดกับกลบี ดอก
หรอื แยกออกมาต่างหากก็ได้ แล้วแตช่ นดิ ของพชื ดอกไม่ดอกหนงึ่ ๆ อาจมเี กสรตัวผตู้ งั้ แต่หนึง่ อันไปจนถึง
หลายอนั

4. เกสรตัวเมยี เปน็ สว่ นที่อยูต่ รงกลางของดอด อาจจะมีอนั เดียวหรอื หลายอันก็ได้ เกสรตวั เมียโดย
ทว่ั ไปจะประกอบดว้ ยรงั ไข่ที่อยู่ล่างสุด บริเวณฐานรองดอก ภายในรังไข่จะบรรจุไขอ่ ่อนเล็ก ๆ ไว้ เหนอื รังไข่
จะเป็นท่อยาวขึน้ มา เรียกวา่ ก้านชูเกสร ในท่อของกา้ นชเู กสรจะมีเหนียว ๆ อยู่ เพื่อนำเชื้อตัว ผ้ลู งมาผสมกบั
เชอื้ ตัวเมยี ในรงั ไข่ และบนสดุ เป็นยอดเกสรตัวเมยี ซ่ึงมนี ้าํ เหนยี วๆ อยเู่ ช่นกัน น้าํ เหนยี วๆ นี้จะช่วยยดึ เกาะ
เกสรตัวผ้ใู ห้เข้ามาผสมกับเกสรตัวเมียไดด้ ขี ้ึน

5. ฐานรองดอก เปน็ ส่วนประกอบทีท่ ำหนา้ ท่ีรองรับสว่ นอ่นื ๆ ของดอกฐานรองดอกเปน็ ท่ี
เจริญเตบิ โตแผ่ขยายต่อออกมาจาปลายก้านดอก มักจะมีกลบี เล้ยี งหุม้ ไวอ้ ีกชั้นหนงึ่ ฐานรองดอกของพชื บาง
ชนิดอาจจะห้มุ รังไขไวท้ ้งั หมดเมอ่ื รงั ไขเ่ จริญข้ึนฐานรองดอกกเ็ จริญด้วย และฐานรองดอกของพชื บางชนดิ
กลายเป็นเน้อื ของผลท่ีใชร้ บั ทานได้ เชน่ ชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิล สาลี่ เปน็ ต้น

ประเภทของดอกไม
นกั วทิ ยาศาสตรไดใชสวนประกอบทสี่ ำาคัญ 4 สวนนเ้ี ปนเกณฑในการแบงประเภทของดอกไม

ได 2 ประเภท คือ
1. ดอกสมบูรณ (complete flower) คือ ดอกไมที่มีกลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู และเกสรเพศ

เมียครบทง้ั 4 สวนภายในดอกเดยี วกัน เชน กหุ ลาบ มะลิ ผักบุง ชบา บัว พรกิ และมะเขอื
2. ดอกไมสมบูรณ (incomplete flower) คือ ดอกไมที่มีสวนประกอบของดอกไมครบทั้ง 4 สวน

ภายในดอกเดียวกัน อาจขาดไป 1 หรือ 2 สวนก็ได เชน มะละกอ ตำลึง ฟกทอง ขาวแตงกวา บวบ เฟองฟา
กลวยไม บานเยน็ และหนาวัว

นอกจากการใชสวนประกอบของดอกไมเปนเกณฑแลว เราอาจใชเกสรเพศผูและเกสรเพศเมียเป็น
เกณฑในการแบง โดยแบงได 2 ประเภท คอื

1. ดอกสมบูรณเพศ (perfect flower) คือ ดอกไมที่มีทั้งเกสรเพศผูและเกสรเพศเมียอยูในดอก
เดยี วกัน เชน ชบา มะมวง มะเขือ กุหลาบ และตอยติ่ง

2. ดอกไมสมบูรณเพศ (imperfect flower) คือ ดอกไมที่มีเกสรเพศผูหรือเกสรเพศเมยี เพียงอยาง
เดยี วในดอกไมแตละดอก เชน มะละกอ ขาวโพด ฟกทอง มะยม และตำลึง

เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ | เซลลแ์ ละกระบวนการดำรงชวี ิตของพืช 41

กิจกรรมท่ี 10

ส่วนประกอบของดอก

จุดประสงคข์ องกจิ กรรม ทกั ษะสร้างเสริมความเขา้ ใจทีค่ งทน
1. ระบสุ ว่ นประกอบต่าง ๆ ของดอกไมไ้ ด้ 1. การสังเกต
2. จำแนกประเภทของดอกไม้โดยใช้เกณฑ์ต่าง ๆ ได้ 2. การจำแนกประเภท
2. การจดั กระทำและสื่อความหมายขอ้ มูล
3. การตคี วามหมายข้อมูลและการลงขอ้ สรปุ

อปุ กรณ์ 1 ดอก 4. ดอกฟักทอง 1 ดอก
1. ดอกชบา 1 ดอก 5. ดอกกุหลาบ 1 ดอก
2. ดอกตำลึง 1 ดอก 6. แวน่ ขยาย 1 อัน
3. ดอกมะเขือ

ปญั หา......................................................................................................................................................

ขนั้ ตอนการทดลอง
1. ใหน้ ักเรียนจัดหาดอกไม้ท้งั 5 ชนิด
2. สำรวจสว่ นของดอกดังนี้ กลีบเลยี้ ง กลบี ดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี
3. นำการสำรวจมาจำแนกประเภทดอกไม้ โดยใช้เกณฑ์โดยใช้ส่วนประกอบของดอก และใช้เพศเป็น

เกณฑใ์ นการจำแนก สรปุ ผล
หมายเหตุ

1. ดอกไมส้ ามารถใชช้ นดิ อื่นๆทจี่ ัดหาได้ภายในโรงเรยี นในการศึกษาแทนได้
ผลการทำกจิ กรรม

........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................... ..............................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
.................................................................................................................................. ......................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
....................................................................................................................................... .................................

เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ | เซลล์และกระบวนการดำรงชีวิตของพชื 42


Click to View FlipBook Version