เอกสารประกอบการประชุม การประชุมวิชาการระดับชาติ สาขาพยาบาลศาสตร์ ครั้งที่ 2 หัวข้อ ดิจิทัลทางการพยาบาลและสุขภาพ “แนวปฏิบัติที่ดี” โดย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ร่วมกับสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย และที่ประชุมคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ วันที่ 30-31 พฤษภาคม 2567
สารบัญ หน้า ผลงานแนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ 1. งานวิจัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เรื่อง การสร้างงานวิจัยจากศูนย์ความเลิศทางการพยาบาลร่วมกับแหล่งฝึกปฏิบัติทางการพยาบาล 1-15 2. งานบริการวิชาการ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เรื่อง การสร้างหลักสูตร Upskill/Reskill เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม 16-23 3. การสอนด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เรื่อง การสร้างคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จำลองเสมือน 24-30 4. ด้านการวิจัย วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก เรื่อง I CAN DO Together Model : การพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก 31-50 5. การจัดการหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เรื่อง การจัดการหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 51-56 6. การจัดการเรียนการสอน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เรื่อง การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ 57-82
สารบัญ หน้า 7. ด้านการจัดการเรียนการสอน วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบัน พระบรมราชชนก เรื่อง แนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริม สมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพ ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา 83-96 7.1 ภาคผนวก 97-106 8. แนวปฏิบัติการบริหารงบประมาณ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 107-115 9.การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง (Simulation Based of Learning) ภาควิชาการพยาบาล อายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง MS-KARUN Model for Simulation Based of Learning 116-124
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ: งานวิจัย คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ การสร้างงานวิจัยจากศูนย์ความเลิศทางการพยาบาลร่วมกับแหล่งฝึกปฏิบัติ ทางการพยาบาล 2. ชื่อหน่วยงาน คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3. คณะทำงาน 1. รองศาสตราจารย์ ดร.หทัยชนก บัวเจริญ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรางคณา สายสิทธิ์ 3. อาจารย์อ้อฤทัย ธนะคำมา 4. อาจารย์อัญชิสา รัตนคุณูปการ 5. นางสาวมณฑิรา วุฒิพงษ์ 4. บทสรุปโครงการ การสร้างงานวิจัยจากศูนย์ความเลิศทางการพยาบาล (Nursing Excellent Center: NEC) ของคณะ พยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมร่วมกับแหล่งฝึกปฏิบัติทางการพยาบาลคือโรงพยาบาลนครปฐม และโรงพยาบาลราชบุรี ใช้การดำเนินการตามกรอบแนวคิดการพัฒนาคุณภาพ ของโดนาบีเดียน (Donabedian model)1 ร่วมกับแนวคิดของเดมมิ่ง (Deming’s cycle)2 มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2563 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ การค้นหาทุนศักยภาพของโรงพยาบาลเพื่อนำมาพัฒนาเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการพยาบาลโดยมีอาจารย์ พยาบาลเป็นผู้นำด้านวิชาการและพยาบาลวิชาชีพเป็นผู้นำด้านการปฏิบัติการพยาบาล การพัฒนาหลักสูตร ฝึกอบรมเฉพาะทาง การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการทำวิจัย การจัดเวทีนำเสนองานวิจัยทางการพยาบาล และ การปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (Faculty practice) ทั้งนี้ได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนามาจำนวน 4 รอบ ของการพัฒนาทำให้มีการสร้างผลงานวิจัยของอาจารย์พยาบาลร่วมกับพยาบาลวิชาชีพในแหล่งฝึกปฏิบัติ พยาบาลมาอย่างต่อเนื่อง จากผลการดำเนินงานสร้างงานวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศทางการพยาบาลพบว่างานวิจัยที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้รับบริการ เช่น คุณภาพชีวิตดีขึ้น การคัดแยกผู้ป่วยถูกต้อง ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ของผู้ป่วยและผู้ดูแลเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เกิดจากความเอื้ออำนวยตั้งแต่นโยบายและบริบทของฝ่ายสถาบันการศึกษา และโรงพยาบาล ความร่วมมือของบุคลากรการในการวางแผน การปฏิบัติในการพัฒนางานวิจัยร่วมกัน การ ติดตามและการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
Page | 2 5. ที่มาและความสำคัญของโครงการ งานสร้างงานวิจัยเป็นพันธกิจหนึ่งที่สำคัญของการเป็นอาจารย์พยาบาลที่นอกจากการจัดากรเรียน การสอน ซึ่งการทำวิจัยช่วยเพิ่มความเชี่ยวชาญและความรู้เชิงลึกสำหรับการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติที่ยังช่วยส่งเสริมให้มีคุณสมบัติสำหรับการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกัน พยาบาลวิชาชีพยังมีความจำเป็นในการทำวิจัยเช่นเดียวกันเนื่องจากมีผลต่อความก้าวหน้าและตำแหน่งที่สูงขึ้น ตามมา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ได้เริ่มดำเนินการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการ พยาบาลมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2563 ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐมและโรงพยาบาลราชบุรี โดยมีวัตถุประสงค์หลักใน การส่งเสริมศักยภาพด้านการปฏิบัติการพยาบาลและการทำวิจัยทั้งของอาจารย์พยาบาลและพยาบาลวิชาชีพ เนื่องจากวิชาชีพพยาบาลเป็นวิชาชีพที่ให้การดูแลผู้รับบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริม ป้องกัน ดูแล และ ฟื้นฟู ซึ่งต้องให้การพยาบาลอย่างมีคุณภาพและทันสมัยโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ โดยคณะฯ ได้ดำเนิน ภายใต้กรอบแนวคิดการพัฒนาคุณภาพของโดนาบีเดียน (Donabedian model)1 ประกอบด้วยโครงสร้าง (structure) กระบวนการ (process) และผลลัพธ์ (outcome) ร่วมกับแนวคิดของเดมมิ่ง (Deming’s cycle)2 ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพตาม PDCA ประกอบด้วยขั้นตอนการวางแผน (Plan: P) การลงมือทำ (Do: D) การตรวจสอบ (Check: C) และการปรับปรุง (Act: A) โดยได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนามาทั้งหมด 3 วงรอบ ทำให้ได้ผลงานวิจัยของอาจารย์พยาบาลร่วมกับพยาบาลวิชาชีพในแหล่งฝึกปฏิบัติการพยาบาลตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้อาจารย์พยาบาลมีความเชี่ยวชาญและสามารถนำไปใช้ใน การเรียนการสอนร่วมกับการมีคุณสมบัติในการเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรและนำไปสู่การขอกำหนดตำแหน่ง ที่วิชาการที่สูงขึ้นได้ สำหรับพยาบาลวิชาชีพมีทักษะด้านการสืบค้นการทำงานวิจัย การนำผลวิจัยมาใช้ในการ พยาบาล และสามารถนำไปสู่ความก้าวหน้าทางวิชาชีพต่อไป จากผลลัพธ์ทั้งหมดส่งผลให้ผู้รับบริการเกิดผล ลัพธ์ที่ดีกับจากการทำวิจัยของอาจารย์พยาบาลและพยาบาลวิชาการจากคุณภาพพยาบาลที่ดีและเป็นไปตาม หลักฐานเชิงประจักษ์ 6. วัตถุประสงค์ 6.1 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลระหว่างสถาบันการศึกษาและแหล่ง ฝึกปฏิบัติทางการพยาบาล 6.2 เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำวิจัยในอาจารย์พยาบาลและพยาบาลวิชาชีพ 6.3 เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์มีคุณสมบัติของการเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรตามเกณฑ์ของสภาการ พยาบาลและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
Page | 3 7.แนวปฏิบัติที่ดี คณะพยาบาลศาสตร์ได้ดำเนินงานสร้างงานวิจัยจากศูนย์อบรมความเป็นเลิศทางการพยาบาลตาม แนวคิดของเดมมิ่ง (Deming’s cycle) มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2563-2567 จำนวน 4 วงรอบ รายละเอียดดังนี้ วงรอบที่ 1 (ภาพที่ 1) ปี พ.ศ.2563 คณะพยาบาลศาสตร์มีวิสัยทัศน์คือ คณะพยาบาลศาสตร์จะเป็น สถาบันการศึกษาพยาบาลที่มีมาตรฐานวิชาชีพเป็นเลิศด้วยคุณภาพในระดับสากล โดยมีพันธกิจในการ สนับสนุนการเรียนรู้ด้านงานวิจัย ด้านงานบริการวิชาการ สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการพยาบาล ร่วมกับแหล่ง ฝึกและเครือข่ายเพื่อสุขภาวะชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าประสงค์หลักในสร้างการเรียนรู้ร่วมกับ แหล่งฝึกและเครือข่ายให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมความเป็นเลิศทางการพยาบาล (Nursing Excellent Center) ทางด้านด้านงานวิจัยและบริการวิชาการ คณะฯ จึงวางแผน (P) ร่วมกับแหล่งฝึกปฏิบัติทางการพยาบาล คือ โรงพยาบาลนครปฐมและโรงพยาบาลราชบุรี ในการค้นหาศักยภาพและต้นทุนที่เข้มแข็งของแหล่งฝึกปฏิบัติ ทางการพยาบาล หลังจากนั้นจึงจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (D) โดยมีพยาบาลวิชาชีพในระดับหัวหน้างานและ ปฏิบัติการเข้าร่วมในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพและต้นทุนที่เข้มแข็งของตนเอง (ภาพที่ 2.1-2.4) จากการ ประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวพบว่าโรงพยาบาลนครปฐมมีความเข้มแข็งด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และ ผู้สูงอายุ) เนื่องจากพยาบาลวิชาชีพผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตและจบ การศึกษาระดับปริญญาโทจำนวนมาก อีกทั้งหัวหน้าหอผู้ป่วยยังมีความเข้มแข็งและส่งเสริมให้พยาบาลวิชาชีพ ในหน่วยงานได้ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอและมีการสร้างบรรยากาศวิชาการในการทำงาน (C) นอกจากนี้ พยาบาลวิชาชีพในทุกหอผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลที่มีแผนในการขอตำแหน่งที่สูงขึ้นมีความตั้งใจและ อยากมีทักษะเพิ่มเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ดังนั้นทางคณะ ฯ จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวไปจัดทำแผนในการ พัฒนาในปีต่อไป (A) ภาพที่ 1 วงรอบที่ 1 ของการพัฒนา NEC
Page | 4 ภาพที่ 2.1 ภาพที่ 2.2 ภาพที่ 2.3 ภาพที่ 2.4 ภาพที่ 2.1-2.4 การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อค้นหาศักยภาพและต้นทุนที่เข้มแข็งสำหรับการพัฒนาเป็นศูนย์ ความเป็นเลิศทางการพยาบาล วงรอบที่ 2 (ภาพที่ 3) ปี พ.ศ.2564 จากข้อมูลการดำเนินงานในปี พ.ศ.2563 พบว่าโรงพยาบาล นครปฐมมีความเข้มแข็งด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) และหัวหน้าหอผู้ป่วยมีการสร้าง บรรยากาศวิชาการในการทำงานและส่งเสริมศักยภาพของพยาบาลอยู่เสมอ นอกจากนี้ทั้งโรงพยาบาล นครปฐมและโรงพยาบาลราชบุรียังมีพยาบาลวิชาชีพในทุกหอผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลที่มีแผนใน การขอตำแหน่งที่สูงขึ้นมีความตั้งใจและอยากมีทักษะเพิ่มเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ดังนั้น คณะฯ จึงนำข้อมูล ดังกล่าวมาวางแผน (P) ดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมความเป็นเลิศทางการพยาบาลในการเพิ่มศักยภาพ
Page | 5 อาจารย์พยาบาลและพยาบาลวิชาชีพเพื่อสร้างงานวิจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดีกับผู้รับบริการ โดยดำเนินการ (D) จัดกิจกรรมการเพิ่มศักยภาพดังนี้ 1) เชิญวิทยากรภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) มาให้ความรู้เพิ่มสมรรถนะในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตและให้แนวทางในการพัฒนา ผลงานวิจัยโดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นปัญหาของผู้รับบริการที่ควรได้รับการแก้ไขหรือส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี (ภาพที่ 4) 2) จัดสัมมนานอกสถานที่ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐมและโรงพยาบาลราชบุรีเพื่อสร้างงานวิจัยโดย จับคู่กับอาจารย์พยาบาลที่เชี่ยวชาญในสาขาการพยาบาลสูติศาสตร์ การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น การพยาบาล ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช รวมถึงการพยาบาลชุมชน (ภาพที่ 5.1-5.2) ใน ขณะเดียวกัน คณะฯ ได้มีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และ ผู้สูงอายุ) โดยใช้ศักยภาพของโรงพยาบาลนครปฐมเป็นสถาบันร่วมในการจัดหลักสูตร และผ่านการรับรองจาก สภาการพยาบาล จึงได้เริ่มดำเนินการเปิดหลักสูตรรุ่นที่ 1 ในปี พ.ศ.2564 (ภาพที่ 6.1-6.2) จากกิจกรรมที่ 1 และ 2 พบว่า (C) เกิดเป็น (ร่าง) บทความวิจัยของโรงพยาบาลนครปฐม 12 เรื่อง และโรงพยาบาลราชบุรี 10 เรื่อง โดยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ 1 เรื่อง คือ วาร์ธินีย์ แสนยศ, วนิดา ยืนยง และนวรัตน์ กล่ำทองกูล. (2564). บทบาทพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคไข้เลือดออก. วารสารพยาบาล, 70(3), 49-56. และ กิจกรรมที่ 3 มีการดำเนินเปิดรับผู้อบรมได้ 20 คน โดยผลลัพธ์เมื่อจบหลักสูตร (เวลา 4 เดือน) ได้บทความ วิจัย/วิชาการจากโครงการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจำนวน 5 เรื่อง และพยาบาลวิชาชีพมีคุณสมบัติ ในการเป็นพยาบาลวิกฤตตามเกณฑ์ของสภาการพยาบาลเพิ่มขึ้นอีก 20 คน จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ได้มีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงให้เกิดการพัฒนาในปีต่อไป คือ การ ส่งเสริมศักยภาพอาจารย์พยาบาลและพยาบาลวิชาชีพในการพัฒนาตนเองด้านงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมี การกำกับติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นทางคณะ ฯ จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวไปจัดทำแผนในการพัฒนาในปี ต่อไป (A)
Page | 6 ภาพที่ 3 วงรอบที่ 2 ของการเริ่มสร้างผลงานวิจัยจาก NEC ภาพที่ 4 วิทยากรภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) รองศาสตราจารย์ฉวีวรรณ ธงชัย มาให้ความรู้และแนวทางทางการพัฒนาผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์ การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต
Page | 7 ภาพที่ 5.1 ภาพที่ 5.2 ภาพที่ 5.1-5.2 การสัมมนานอกพื้นที่ในการพัฒนาโจทย์วิจัย ภาพที่ 6.1 ภาพที่ 6.2 ภาพที่ 6.1-6.2 การเปิดหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) รุ่นที่ 1 และพัฒนา (ร่าง) บทความวิจัยจากโครงการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจำนวน 5 เรื่อง
Page | 8 วงรอบที่ 3 (ภาพที่ 7) ปี พ.ศ.2565-2566 จากปี พ.ศ.2564 ได้มีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงให้เกิด การพัฒนา คือ การส่งเสริมศักยภาพอาจารย์พยาบาลและพยาบาลวิชาชีพในการพัฒนาตนเองด้านงานวิจัย อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการกำกับติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นทางคณะ ฯ จึงได้นำข้อมูลดังกล่าว มา วางแผน (P) จัดกิจกรรมต่อเนื่องโดยมีจุดเน้นที่การค้นหาปัญหาการวิจัยและพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยโดยมี วัตถุประสงค์ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้รับบริการ โดยคณะฯ ได้จัด (D) อบรมเชิงปฏิบัติการนอกสถานที่จำนวน 2 วัน ซึ่งเชิญวิทยากรภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโจทย์วิจัยและการเขียนโครงร่างงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหิดลมา ทั้งนี้ให้อาจารย์พยาบาลเป็นพี่เลี้ยงให้กับพยาบาลวิชาชีพหรือทำวิจัยร่วมกันกับแหล่ง ฝึกปฏิบัติทางการพยาบาล (ภาพที่ 8) และส่งเสริมการปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (faculty practice) ในแหล่งฝึกปฏิบัติการพยาบาล (ภาพที่ 9) ในขณะเดียวกันคณะ ฯ ได้สนับสนุนให้อาจารย์พยาบาลและ พยาบาลวิชาชีพนำผลงานวิจัยที่เสร็จเรียบร้อยนำเสนอต่องานประชุมวิชาการระดับชาติร่วมด้วย รวมถึง หลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต ฯ รุ่นที่ 2 ได้เปิดอบรมอย่างต่อเนื่อง จากผผลการ จัดกิจกรรมดังกล่าว พบว่า (C) มีผลลัพธ์คือ ในปี พ.ศ.2565 มีบทความวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ 1 เรื่อง คือ วรางคณา สายสิทธิ์, เดช ธรรมศิริ, สุพจน์ เฮงพระพรหม, ไก้รุ่ง เฮงพระพรหม, วิรญา อาระหัง, บดี ภัทร วรฐิติอนันต์, และคณะ. (2565). การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในการคัดแยกผู้ป่วย ณ แผนกอุบัติเหตุ และฉุกเฉิน โรงพยาบาลนครปฐม. วารสารศูนย์การแพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาล พระปกเกล้า, 39(3), 349-358. และในปี พ.ศ.2566 มีบทความวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ 11 เรื่อง ดังนี้ 1) วรางคณา สายสิทธิ์, ชิษณุพงษ์ สายสิทธิ์, เดช ธรรมศิริ, สุพจน์ เฮงพระพรหม, ไก้รุ่ง เฮง พระพรหม, อนัญญา โสภณนาค, และคณะ. (2566). ผลของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการคัดแยกผู้ป่วย ณ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลนครปฐม. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน ม.ขอนแก่น, 11(2), 133-145. 2) Wanpen Waelveerakup, Korawan Suwannasarn, Panittanan Sealim, Duangporn Pasuwan, Parichut Boonhao, Pattraporn Tadmalee, Rojana Sriwilai, Sutharos Songsrisawat, Narisara Taphanbun. (2023). Personal Protection from Agricultural Chemicals among Older Farmers in Nakhon Pathom Province. Interdisciplinary Research Review, 18(1), 10- 16. 3) วันเพ็ญ แวววีรคุปต์, นภาเพ็ญ จันทขัมมา, นงนุช เชาวน์ศิลป์, จุฑาทิพย์ เทพสุวรรณ, ดวงพร ผาสุวรรณ, เรียม นมรักษ์, พิมสุภาว์ จันทนะโสตถิ์, เกณิการ จงชัยภัค. (2566). การพัฒนาแบบ วัดความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุง ครรภ์ไทย. 10(1); 104-119.
Page | 9 4) กมลภู ถนอมสัตย์, ศุภรัสมิ์ วิเชียรตนนท์, ละอองดาว วรรณฤทธิ์ และณภัทรชนม์ มีสุขมาก. (2566). ผลของรูปแบบการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการช่วยเลิกบุหรี่ต่อความรอบรู้ด้าน สุขภาพและการรับรู้ทักษะในการช่วยเลิกบุหรี่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารพยาบาล ทหารบก, 24(1); 415-422. 5) ปิยวะดี ลีฬหะบํารุง, ยุพา พิมพ์ดี, นันทวัน ชั้นงาม, กชพรรณ พรมเสนสา, ประภัสสร ศรี อุราวัลย์, เสาวภา ทองศิริ, อารยา ม่วงปั่น และวรางคณา สายสิทธิ์. (2566). การพัฒนาแนวปฏิบัติการ พยาบาลทางคลินิกการหย่าเครื่องช่วยหายใจ ในผู้ป่วยวิกฤตบาดเจ็บที่สมอง หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรม ประสาทและสมอง โรงพยาบาลนครปฐม. รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 15 “การ วิจัยเชิงสุขภาพ สร้างดุลยภาพชีวิตในยุค Next Normal” 13-14 กรกฎาคม 2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครปฐม. 6) จุฑาทิพย์ เทพสุวรรณ์, วันเพ็ญ แวววีรคุปต์, นงนุช เชาวน์ศิลป์, ดวงพร ผาสุวรรณ และ เรียม นมรักษ์. (2566). การทบทวนวรรณกรรม:สมรรรถนะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ใน การดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 15 “การวิจัยเชิง สุขภาพ สร้างดุลยภาพชีวิตในยุค Next Normal” 13-14 กรกฎาคม 2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครปฐม. 7) อ้อฤทัย ธนะคํามา, ธนาการ บุญเสถียร, อัจฉรา ว่านเครือ, ปัทมา บุญสร้าง, มยุรี คุ้มรักษา และนรินทร์ พิพัฒนวรคุณ. (2566). ผลของการพัฒนาแนวทางการเฝ้าระวังภาวะการหายใจล้มเหลวใน ผู้ป่วยที่ใช้ เครื่องควบคุมการให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูงทางจมูก. รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการ ระดับชาติ ครั้งที่ 15 “การวิจัยเชิงสุขภาพ สร้างดุลยภาพชีวิตในยุค Next Normal” 13-14 กรกฎาคม 2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. 8) จุฑาทิพย์ เทพสุวรรณ์, สมปอง ใจกล้า, วดีพร เต่าทอง, ธัญทิญาภรณ์ ปิยปรีดารัตน์และ สุจิตรา คุ้มสะอาด. (2566). แนวปฏิบัติในการป้องกันปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจใน ผู้ป่วยผู้ใหญ่. รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 15 “การวิจัยเชิงสุขภาพ สร้างดุลย ภาพชีวิตในยุค Next Normal” 13-14 กรกฎาคม 2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. 9) สุภาวิตรี วันสามง่าม, ซุลัยมี รบบานา, รติภรณ์ ชุมเพ็ญ, ปราณี มณีรัตนพงศ์, นภัทร รัตนหงษา และวรางคณา สายสิทธิ์.(2566). แนวทางการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาด เลือดเฉียบพลัน ที่ได้รับการใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจตามหลัก D-METHOD. รายงานสืบเนื่องการ ประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 15 “การวิจัยเชิงสุขภาพ สร้างดุลยภาพชีวิตในยุค Next Normal” 13- 14 กรกฎาคม 2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
Page | 10 10) ปุณปวีร์ กิตติกุล, วันเพ็ญ แวววีรคุปต์ และดวงพร ผาสุวรรณ. (2566). ผลของโปรแกรมการ จัดความรู้ต่อพฤตกรรมการให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงทารกด้วยนมมารดาของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้านช่วงหลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในจังหวัดนครปฐม. วารสารการ ปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย. 10(2), 140-157. 11) พิมพ์สุภาว์ จันทนะโสตถิ์, วันเพ็ญ แวววีรคุปต์, นงนุช เชาวน์ศิลป์, ดวงพร ผาสุวรรณ, นภาเพ็ญ จันทขัมมา, เรียม นมรักษ์, จุฑาทิพย์ เทพสุวรรณ์ และเกณิกา จงชัยภัค. (2566). ปัจจัยทำนาย ความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานในจังหวัดนครปฐม. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอม เกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 6(3), 18-31. และจากการดำเนินหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทาง ฯ ได้มี (ร่าง) บทความวิจัยที่เกิดจากโครงการพัฒนา คุณภาพการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตอีก 5 เรื่องและพยาบาลวิชาชีพมีคุณสมบัติในการเป็นพยาบาลวิกฤตตาม เกณฑ์ของสภาการพยาบาลเพิ่มขึ้นอีก 18 คน จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ได้มีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงให้เกิดการพัฒนาในปีต่อไป คือ การ ยกระดับการส่งเสริมศักยภาพอาจารย์พยาบาลและพยาบาลวิชาชีพในการพัฒนาตนเองด้านงานวิจัยอย่าง ต่อเนื่องทั้งในระดับนานาชาติ รวมถึงมีการกำกับติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นทางคณะ ฯ จึงได้นำข้อมูล ดังกล่าวไปจัดทำแผนในการพัฒนาในปีต่อไป (A)
Page | 11 ภาพที่ 7 วงรอบที่ 3 ของการสร้างผลงานวิจัยจาก NEC ร่วมกับการปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์และ หลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทาง ฯ ภาพที่ 8 อบรมเชิงปฏิบัติการการค้นหาโจทย์วิจัยและการพัฒนาโครงร่างวิจัยโดย วิทยากรภายนอกจากมหาวิทยาลัยมหิดล
Page | 12 ภาพที่ 9 ตัวอย่างการปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (faculty practice) และต่อยอดเป็นบทความวิจัย วงรอบที่ 4 (ภาพที่ 10) ปี พ.ศ.2567 จากผลการดำเนินงานปี พ.ศ.2565-2566 ได้มีข้อเสนอแนะใน การปรับปรุงให้เกิดการพัฒนาในปีต่อไป คือ การยกระดับการส่งเสริมศักยภาพอาจารย์พยาบาลและพยาบาล วิชาชีพในการพัฒนาตนเองด้านงานวิจัยอย่างต่อเนื่องในระดับนานาชาติ รวมถึงมีการกำกับติดตามผลลัพธ์ อย่างใกล้ชิด ดังนั้นทางคณะ ฯ จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวไปวางแผนเพิ่มเติม คือ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการ เขียนบทความวิจัยระดับนานาชาติ จำนวน 5 ครั้งต่อเนื่อง (ภาพที่ 11.1-11.2) และร่วมเป็นวิทยากรรวมถึง เป็นพี่เลี้ยงการพัฒนาโครงร่างวิจัยทางการพยาบาลให้พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลนครปฐม จำนวน 7 ครั้ง (ภาพที่ 12.1-12.4) โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการและติดตามผลต่อไป
Page | 13 ภาพที่ 10 วงรอบที่ 4 ของการสร้างผลงานวิจัยจาก NEC ร่วมกับการปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์และ หลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทาง ฯ โดยยกระดับเข้าสู่ระดับนานาชาติ ภาพที่ 11.1 ภาพที่ 11.2 ภาพที่ 11.1-11.2 การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการเขียนบทความวิจัยระดับนานาชาติ จำนวน 5 ครั้ง โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์ ดร.จินตนา วัชรสินธุ์
Page | 14 ภาพที่ 12.1 ภาพที่ 12.2 ภาพที่ 12.3 ภาพที่ 12.4 ภาพที่ 12.1-12.4 เป็นวิทยากรและเป็นอาจารย์พยาบาลพี่เลี้ยงในการพัฒนาโครงร่างวิจัยของโรงพยาบาล นครปฐมในกิจกรรมการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยและนวัตกรรม จำนวน 7 ครั้ง 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 8.1 ด้านโรงพยาบาล 8.1.1 เกิดแนวปฏิบัติทางการพยาบาลและผลงานวิจัยที่ทันสมัยในการให้การพยาบาล ผู้รับบริการ 8.1.2 ผู้รับบริการได้รับการพยาบาลที่มีคุณภาพและทันสมัย 8.1.3 โรงพยาบาลมีการพัฒนาพยาบาลวิชาชีพให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพเพิ่มขึ้น 8.2 ด้านสถาบันการศึกษา 8.2.1 อาจารย์มีคุณสมบัติเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและหลักสูตรมีมาตรฐาน 8.2.2 อาจารย์สามารถเข้าสู่การขอกำหนดตำแหน่งที่สูงขึ้น 8.2.3 อาจารย์มีความเชี่ยวชาญและความรู้เชิงลึกและทันสมัยสามารถถ่ายทอดไปสู่นักศึกษา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Page | 15 9. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 9.1 ผู้นำมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และเป็นผู้นำที่ตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลง 9.2 คณะมีระบบและกลไก รวมถึงการกำกับติดตามที่ชัดเจน 9.3 มหาวิทยาลัยเห็นถึงความสำคัญและให้การสนับสนุนด้านการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง 9.4 แหล่งฝึกปฏิบัติและพยาบาลวิชาชีพให้ความร่วมมือและร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพการพยาบาล ร่วมกัน 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข ภาระงานของพยาบาลวิชาชีพและอาจารย์ที่มีมากจึงส่งผลต่อการพัฒนางานวิจัย ซึ่งแก้ไขได้โดยการ จัดทำแผนรายบุคคลเกี่ยวกับระยะเวลาในการพัฒนางานและกำหนดผลลัพธ์ที่เป็นเป้าหมายให้ชัดเจน 11. แนวทางในการจัดการความรู้ นำเสนอต่อการประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เอกสารอ้างอิง 1. Donabedian A. An introduction to quality assurance in health care. New York: Oxford University Press; 2003. 2. ณัฏฐ์ณพัชร์ อ่อนตาม. เทคนิคการบริหารงานแบบ PDCA (Deming cycle). วารสารสมาคมพัฒนา วิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย 2562. 1(3); 39-46.
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ: งานบริการวิชาการ คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ การสร้างหลักสูตร Upskill/Reskill เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม 2. ชื่อหน่วยงาน คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3. คณะทำงาน 1. อาจารย์อัญชิสา รัตนคุณูประการ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรางคณา สายสิทธิ์ 3. อาจารย์อนัญญา โสภณนาค 4. อาจารย์วริศรา ปองทอง 5. นางสาวอันธิกา เข็มเอก 4. บทสรุปโครงการ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ดำเนินงานสร้างหลักสูตรเพิ่มทักษะและฟื้นฟู ทักษะ (Upskill/Reskill) ตามกรอบแนวคิดการพัฒนาคุณภาพของโดนาบีเดียน (Donabedian model)1 ร่วมกับแนวคิดของเดมมิ่ง (Deming’s cycle)2 ในการสร้างหลักสูตรเพิ่มทักษะและฟื้นฟูทักษะ (Upskill/Reskill) ทั้งแบบหารายได้และแบบให้เปล่าแก่ประชาชนทั่วไปและพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งได้ผ่านการ ปรับปรุงพัฒนาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันปี พ.ศ.2567 ผ่านกลไกของศูนย์ความเป็นเลิศทางการพยาบาล (Nursing Excellent Center: NEC) และการปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (Faculty practice) ทำให้เกิด หลักสูตร Upskill/Reskill ได้แก่ หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) จำนวน 2 รุ่น หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จำนวน 1 รุ่น และกำลังดำเนินการขออนุมัติหลักสูตรจากสภาการพยาบาล คือ หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น สาขาการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ที่ได้รับยาเคมีบำบัด (หลักสูตร 1 เดือน) นอกจากยังมีการอบรมต่างๆ ที่จัด ให้แก่พยาบาลวิชาชีพเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการสอนสำหรับพยาบาลพี่เลี้ยง (5 วัน) รวมถึงการอบรมเพิ่ม ความรู้และทักษะการดูแลตนเองอย่างยั่งยืนเป็นประจำทุกปี เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยฟื้นคืนชีพ ขั้นพื้นฐาน การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา จากผลการดำเนินงานการสร้างหลักสูตร Upskill/Reskill เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม พบว่าประชาชนได้รับความรู้และเพิ่มทักษะเป็นจำนวนมากกว่า 500 คน และพยาบาลวิชาชีพได้มีการพัฒนา
Page | 2 ตนเองเพิ่มทักษะการพยาบาลเชิงลึกและยกระดับการเป็นพยาบาลวิชาชีพเป็นพยาบาลวิชาชีพเฉพาะทางจาก การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประชาชนหรือผู้รับบริการได้รับการดูแลที่ได้มาตรฐานและ วิชาชีพพยาบาลมีคุณค่ายิ่งขึ้น 5. ที่มาและความสำคัญของโครงการ ระบบสาธารณสุขปัจจุบันมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้รับบริการมีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนทุกช่วงวัย (Sustainable Development Goal 3; SDG3) ซึ่งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ดำเนินงานตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมคือ “การศึกษาสร้างคน คิดค้นภูมิปัญญา พัฒนา ท้องถิ่น” ซึ่งมีเป้าหมายในการตอบสนองต่อความต้องการของสังคมให้ผู้รับบริการมีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนทุก ช่วงวัย และเพิ่มทักษะการดูแลตนเองทั้งของประชาชนและพยาบาลวิชาชีพ โดยคณะ ฯ มีพันธกิจที่สอดคล้อง ได้แก่ การสนับสนุนการเรียนรู้ด้านงานวิจัย ด้านงานบริการวิชาการ สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการพยาบาล ร่วมกับแหล่งฝึกและเครือข่ายเพื่อสุขภาวะชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของ บุคลากรและนักศึกษาให้ได้มาตรฐานการพยาบาลและยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ด้วยการสร้าง หลักสูตรเพิ่มทักษะและฟื้นฟูทักษะ ทั้งแบบหารายได้และแบบให้เปล่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 คณะพยาบาลศาสตร์ได้ค้นหาความต้องการของสังคมอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1) กลุ่ม วิชาชีพพยาบาลในแหล่งฝึกปฏิบัติเพื่อสร้างและส่งเสริมศักยภาพของพยาบาลให้มีความเชี่ยวชาญนำไปสู่การ ให้บริการผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านกลไกของการดำเนินงานศูนย์ความเป็นเลิศทางการพยาบาล พบว่า พยาบาลวิชาชีพมีความต้องการในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพในการพยาบาลเฉพาะทางเพื่อให้มี คุณสมบัติตามเกณฑ์ของสภาการพยาบาล ได้แก่ การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต การพยาบาลเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การพยาบาลผู้ป่วยโรคมะเร็ง การเพิ่มศักยภาพด้านการสอนของอาจารย์พี่เลี้ยง และ 2) กลุ่มประชาชนทั่วไปมี ความต้องการให้มีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนทุกช่วงวัยตาม SDG3 ในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ การช่วยฟื้นคืนชีพ ขั้นพื้นฐาน การป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต โดยคณะฯ ได้ ดำเนินภายใต้กรอบแนวคิดการพัฒนาคุณภาพของโดนาบีเดียน (Donabedian model)1 ประกอบด้วย โครงสร้าง (structure) กระบวนการ (process) และผลลัพธ์ (outcome) ร่วมกับแนวคิดของเดมมิ่ง (Deming’s cycle)2 ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพตาม PDCA ประกอบด้วยขั้นตอนการวางแผน (Plan: P) การลงมือทำ (Do: D) การตรวจสอบ (Check: C) และการปรับปรุง (Act: A) โดยได้ดำเนินการปรับปรุง
Page | 3 พัฒนามาทั้งหมด 3 วงรอบ ทำให้เกิดหลักสูตรเพื่อตอบสนองได้ตามความต้องการของสังคม โดยในบทความนี้ กล่าวถึงเฉพาะการสร้างหลักสูตร Reskill/Upskill ที่เป็นหลักสูตรเฉพาะทางเท่านั้น 6. วัตถุประสงค์ 6.1 เพื่อสร้างหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความต้องการของพยาบาลวิชาชีพ 6.2 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลระหว่างสถาบันการศึกษาและแหล่ง ฝึกปฏิบัติทางการพยาบาล 6.3 เพื่อพัฒนาให้พยาบาลวิชาชีพมีคุณสมบัติการเป็นพยาบาลเฉพาะทางตามเกณฑ์ของสภาการ พยาบาล 7. แนวปฏิบัติที่ดี คณะพยาบาลศาสตร์ได้ดำเนินงานสร้างงานวิจัยจากศูนย์อบรมความเป็นเลิศทางการพยาบาลตาม แนวคิดของเดมมิ่ง (Deming’s cycle) มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2563-2567 จำนวน 3 วงรอบ รายละเอียดดังนี้ วงรอบที่ 1 (ภาพที่ 1) ปี พ.ศ.2563 คณะพยาบาลศาสตร์ได้สร้างการเรียนรู้ร่วมกับแหล่งฝึกและ เครือข่ายให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมความเป็นเลิศทางการพยาบาล (Nursing Excellent Center) ทางด้านงานวิจัย และบริการวิชาการ คณะฯ จึงวางแผน (P) ร่วมกับแหล่งฝึกปฏิบัติทางการพยาบาลโรงพยาบาลนครปฐมใน การค้นหาศักยภาพและต้นทุนที่เข้มแข็งของแหล่งฝึกปฏิบัติทางการพยาบาล หลังจากนั้นจึงจัดประชุมเชิง ปฏิบัติการ (D) โดยมีพยาบาลวิชาชีพในระดับหัวหน้างานและปฏิบัติการเข้าร่วมในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ศักยภาพและต้นทุนที่เข้มแข็งของตนเอง จากการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวพบว่า โรงพยาบาลนครปฐมมี ความเข้มแข็ง ดังนี้ 1) ด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) เนื่องจากพยาบาลวิชาชีพผ่านการอบรม หลักสูตรเฉพาะทางการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตและจบการศึกษาระดับปริญญาโทจำนวนมาก อีกทั้งหัวหน้าหอ ผู้ป่วยยังมีความเข้มแข็งและส่งเสริมให้พยาบาลวิชาชีพในหน่วยงานได้ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอและมีการสร้าง บรรยากาศวิชาการในการทำงาน 2) ด้านการพยาบาลเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยหน่วยงานยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ และมีพยาบาลวิชาชีพที่เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และ 3) ด้านการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมี พยาบาลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรมะเร็งและเชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง (C) โดยทางโรงพยาบาล นครปฐมมีความต้องการให้มีหลักสูตรเฉพาะทาง เนื่องจากเป็นเกณฑ์ของสภาการพยาบาลที่พยาบาลต้องมี การพัฒนาตนเองและผ่านการอบรมเฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นโยบายของเขตสุขภาพ 5 ส่งเสริมให้
Page | 4 พยาบาลผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางฯ เช่นกัน ประกอบกับสถาบันที่จัดหลักสูตรอบรมเฉพาะทาง ฯ อยู่ ในพื้นที่ที่ไกล เช่น เชียงใหม่ ดังนั้นทางคณะ ฯ จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวไปจัดทำแผนในการพัฒนาในปีต่อไป (A) ภาพที่ 1 วงรอบที่ 1 ของการพัฒนาหลักสูตร Upskill/Reskill วงรอบที่ 2 (ภาพที่ 2) ปี พ.ศ.2564-2565 จากข้อมูลการดำเนินงานในปี พ.ศ.2563 พบว่า โรงพยาบาลนครปฐมมีความเข้มแข็งด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) ด้านการพยาบาลเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ และด้านการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง คณะฯ ได้วิเคราะห์ความเข้มแข็งและคุณสมบัติของอาจารย์คณะ พยาบาลศาสตร์ตามเกณฑ์ของสภาการพยาบาลในการเปิดหลักสูตร พบว่า สามารถเปิดหลักสูตรฝึกอบรมการ พยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) ได้ โดยมีโรงพยาบาลนครปฐมเป็น สถาบันร่วมจัด จึงวางแผน (P) บริหารบุคคลในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อขอรับรองจากสภาการพยาบาล สำหรับหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่วางแผน (P) ส่งอาจารย์ในกลุ่ม วิชาการพยาบาลสูติศาสตร์และกลุ่มวิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่นเข้าอบรมหลักสูตรเฉพาะทางการเลี้ยงลูก ด้วยแม่เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของอาจารย์ในการพัฒนาหลักสูตร และด้านการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง คณะ ฯ ยังไม่มีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ จึงวางแผน (P) ให้อาจารย์ทุกกลุ่มวิชาที่สนใจเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งได้ อบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง และคณะ ฯ ดำเนินการ (D) เสนอมหาวิทยาลัยในการพิจารณาอนุมัติ งบประมาณในการส่งอาจารย์เข้ารับการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จำนวน 3 คน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดวงพร ผาสุวรรณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐธยาน์ อังคประเสริฐกุล และอาจารย์ศิริพร
Page | 5 ฉายาทับ สำหรับหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางการสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) ได้ พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) โดยใช้ศักยภาพของ โรงพยาบาลนครปฐมเป็นสถาบันร่วมในการจัดหลักสูตร และผ่านการรับรองจากสภาการพยาบาล จึงได้เริ่ม ดำเนินการเปิดหลักสูตรรุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564-30 ตุลาคม 2564 โดยส่งอาจารย์กลุ่มวิชาการ พยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุเข้าร่วมอบรม 2 คน คือ อาจารย์จุฑาทิพย์ เทพสุวรรณ์ และอาจารย์อ้อฤทัย ธนะ คำมา เพื่อเพิ่มศักยภาพของ หลักสูตร ฯ (ภาพที่ 3.1, 3.2) (C) จากการดำเนินดังกล่าวสำหรับหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และ ผู้สูงอายุ) ทำให้พยาบาลวิชาชีพมีคุณสมบัติในการเป็นพยาบาลวิกฤตตามเกณฑ์ของสภาการพยาบาลเพิ่มขึ้น อีก 20 คน และมีอาจารย์ 2 ท่านสามารถมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหลักสูตรฯ ในปีต่อไป สำหรับหลักสูตร ฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาจารย์ทั้ง 3 ท่านผ่านหลักสูตรตามเกณฑ์และสามารถมา พัฒนาหลักสูตรฯ เพื่อขอรับรองจากสภาการพยาบาลต่อไป (A) สำหรับการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งยังไม่พบว่ามี อาจารย์ท่านใดสนใจอบรมเพิ่มเติม ภาพที่ 2 วงรอบที่ 2 ของการพัฒนาหลักสูตร Upskill/Reskill
Page | 6 ภาพที่ 3.1 ภาพที่ 3.2 ภาพที่ 3.1-3.2 การเปิดหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) รุ่นที่ 1 วงรอบที่ 3 (ภาพที่ 4) ปี พ.ศ.2565-2567 จากปี พ.ศ.2564 ได้มีอาจารย์ 3 คนที่ผ่านการอบรม หลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คณะ ฯ จึงวางแผน (P) ให้ประสานงานกับ โรงพยาบาลนครปฐมและโรงพยาบาลสามพรานเนื่องจากมีพยาบาลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของสภาการ พยาบาลเพื่อร่วมเป็นสถาบันในการจัดหลักสูตร ฯ โดยได้เริ่มดำเนินการเขียนหลักสูตร ฯ (D) และส่งขอรับรอง จากสภาการพยาบาล จนผ่านการรับรองและเปิดอบรมในรุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566-27 มกราคม 2567 โดยมีผู้อบรมจำนวน 8 คนและผ่านการอบรมตามเกณฑ์ ทั้งนี้มีอาจารย์ของคณะในกลุ่มวิชาการพยาบาลเด็ก และวัยรุ่นเข้ารับการอบรม 1 คน คือ อาจารย์ณัฐยา เชิงฉลาด ชูพรม (ภาพที่ 5.1, 5.2) เพื่อเพิ่มศักยภาพของ หลักสูตรต่อไป สำหรับหลักสูตรการพยาบาลผู้ป่วยโรคมะเร็ง คณะ ฯ ได้เสนอมหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติส่ง อาจารย์เข้าอบรมหลักสูตรการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด จำนวน 1 คน คือ อาจารย์อัญชิสา รัตนคุณูประการการ เพื่อกลับมาพัฒนาหลักสูตรการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งต่อไป สำหรับหลักสูตรฝึกอบรมการ พยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ) ได้ดำเนินการเปิดต่อเนื่อง จนถึงรุ่นที่ 3 (C)
Page | 7 จากผลการดำเนินงานดังกล่าว คณะ ฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นการพยาบาลผู้ป่วย มะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด (1 เดือน) และขอรับรองจากสภาการพยาบาลต่อไป (A) ภาพที่ 4 วงรอบที่ 2 ของการพัฒนาหลักสูตร Upskill/Reskill ภาพที่ 5.1 ภาพที่ 5.1 ภาพที่ 5.1-5.2 การเปิดหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รุ่นที่ 1
Page | 8 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 8.1 ด้านโรงพยาบาล 8.1.1 พยาบาลมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ของสภาการพยาบาล 8.1.2 ผู้รับบริการได้รับการพยาบาลที่มีคุณภาพและทันสมัย 8.1.3 โรงพยาบาลมีการพัฒนาพยาบาลวิชาชีพให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพเพิ่มขึ้น 8.2 ด้านสถาบันการศึกษา 8.2.1 เป็นศูนย์ฝึกอบรมความเป็นเลิศทางการพยาบาล 9. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 9.1 ผู้นำมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และเป็นผู้นำที่ตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลง 9.2 คณะมีระบบและกลไก รวมถึงการกำกับติดตามที่ชัดเจน 9.3 มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามความต้องการของสังคม 9.4แหล่งฝึกปฏิบัติและพยาบาลวิชาชีพให้ความร่วมมือและร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลร่วมกัน 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข การพัฒนาหลักสูตรแต่ละหลักสูตรต้องมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของสภาการพยาบาล แก้ไข โดยการเตรียมบุคลากรให้มีคุณสมบัติดังกล่าวด้วยการอบรมตามเกณฑ์ 11. แนวทางในการจัดการความรู้ นำเสนอต่อการประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เอกสารอ้างอิง 1. Donabedian A. An introduction to quality assurance in health care. New York: Oxford University Press; 2003. 2. ณัฏฐ์ณพัชร์ อ่อนตาม. เทคนิคการบริหารงานแบบ PDCA (Deming cycle). วารสารสมาคมพัฒนา วิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย 2562. 1(3); 39-46.
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ: การสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ การสร้างคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 2. ชื่อหน่วยงาน คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี 3. คณะท างาน 1. นางเสาวพฤกษ์ ช่วยยก ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ(งานศูนย์ปฏิบัติการ ทางการพยาบาล) 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จีรภา กาญจนโกเมศ กรรมการ 3. นางสาวชนานันท์ โพธิ์ขวาง กรรมการ 4. นางสาวจิดาภา พลรักษ์ กรรมการ 5. นางสาวอริศรา แสนทวีสุข กรรมการ 6. ดร.ฐิตารีย์ พันธุ์วิชาติกุล กรรมการและเลขานุการ 4. บทสรุปโครงการ การสร้างคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง จัดท าขึ้นเพื่อสนับสนุนและ พัฒนาการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงให้มีมาตรฐาน เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในกลุ่มอาจารย์ ผู้สอน สามารถใช้วิธีการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงในรูปแบบเดียวกันในการสอนรายวิชาทางการ พยาบาล และเพื่อจัดการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงให้ครอบคลุมในรายวิชาทางการพยาบาลในทุก สาขา โดยมีการใช้โจทย์สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงที่หลากหลายและผ่านการตรวจสอบความตรงด้าน เนื้อหา และตรวจสอบคุณภาพด้วยวิธี Alpha test น าไปทดลองสอน แล้วน ามาปรับปรุงแก้ไข และ ตรวจสอบซ้ าด้วยวิธี Beta test ในการจัดสร้างคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง คณะท างานได้จัดท าโครงการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่1 จัดโครงการอบรมกระบวนการการจัดการความรู้และการสร้างคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์ จ าลองเสมือนจริง ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 จ านวน 2 วัน เพื่อสร้างสถานการณ์จ าลอง (scenario) และ แบบประเมิน และผ่านการตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ระยะที่2 จัดโครงการการจัดการความรู้ด้านการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงโดยใช้คู่มือการ สอน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จ านวน 2 วันเพื่อน าสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงและแบบประเมินไปท าการ ตรวจสอบคุณภาพด้วยวิธี Alpha test ร่วมกับอบรมเชิงปฏิบัติแก่อาจารย์ผู้สอนให้มีทักษะการสอนโดยใช้ สถานการณ์จ าลองและใช้แบบประเมินตามคู่มือที่สร้างขึ้น หลังจากนั้นน าคู่มือการสอนที่สร้างขึ้นน าสู่การสอนนักศึกษาพยาบาล ในเดือนเมษายนและเดือน พฤษภาคม 2567 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลแก่นักศึกษาพยาบาล
Page | 2 และทดสอบหลังการฝึกปฎิบัติ และมีการวางแผนน าผลการประเมินการใช้คู่มือการสอนและการประเมินผล การเรียนรู้ของนักศึกษาน าสู่การพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆเพื่อให้คู่มือการสอนด้วย สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงมเกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 5. ที่มาและความส าคัญของโครงการ นักศึกษาพยาบาลซึ่งต้องขึ้นฝึกปฏิบัติงานบนหอผู้ป ่วยและมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป ่วย ดังนั้นการ เตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาพยาบาล เพื่อให้เป็นผู้มีความรู้ และมีทักษะการคิดอย ่างมีวิจารณญาณ สามารถใช้กระบวนการตัดสินใจทางคลินิก และแก้ปัญหาให้กับผู้ป ่วย โดยใช้การปฏิบัติทักษะทางการพยาบาล จึงมีความส าคัญต่อความปลอดภัยของผู้ป ่วย การน ารูปแบบการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงมาใช้ ในการจัดการสอนทางการพยาบาล ท าให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการฝึกปฏิบัติประสบการณ์ระหว่างการเข้า สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงโดยไม่ท าให้เกิดอันตรายต่อผู้ป ่วย การสอนวิธีนี้ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนได้น า ความรู้ที่ได้จากภาคทฤษฎีลงสู่การปฏิบัติ มีโอกาสฝึกทักษะทางการพยาบาลในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง สามารถใช้กระบวนการตัดสินใจทางคลินิก สามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้จากห้องเรียนลงสู่การฝึกปฏิบัติ (Dorothy, 2010 ; Ahmad, 2017) จากรายงาน ปีการศึกษา 2563-2565 ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผลจากการด าเนินงานรายวิชาปฏิบัติการพยาบาล มีรายงานว่า นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 มีทักษะทางการ พยาบาล การตอบค าถาม การแก้ไขสถานการณ์การเรียนรู้ในยังไม่ถูกต้องเหมาะสมเพียงพอ นักศึกษาประเมิน ตนเองว่ามีความเข้าใจเมื่ออาจารย์สอนในห้องเรียน แต่เมื่อไปปฏิบัติด้วยตนเองยังขาดความมั่นใจในการปฏิบัติ ทักษะนั้นๆ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เล็งเห็นถึงความส าคัญของการน ารูปแบบ การสอนด้วย (SBL) มาใช้ในการพัฒนาผู้เรียน ได้มีการพัฒนาห้องปฏิบัติการหุ่นมนุษย์จ าลอง และพัฒนาทีม อาจารย์ด้านการสอนด้วย (SBL) มีการจัดอบรมพัฒนาอาจารย์ผู้สอนอย ่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้น มา แต่ก็ยังมีปัญหาอุปสรรคในหลายด้าน ได้แก่ อาจารย์ไม่ได้เข้าร่วมการอบรม 100% หรืออาจารย์ที่เข้าร่วม ไม่ได้เข้าร่วมอย ่างต่อเนื่องครบทุกวัน และจ านวนสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (scenario)และแบบประเมิน ที่ได้ยังมีน้อยและไม่หลากหลาย การสอนยังไม่กระจายครอบคลุมในทุกสาขาวิชา ในขณะที่นักศึกษาพยาบาลมี การประเมินการสอนด้วยสถานการณ์จ าลอง ในทางบวก อยากให้มีการจัดการเรียนการสอน SBL บ ่อยๆและ เปลี่ยนสถานการณ์เพื่อจะได้ฝึกปฏิบัติก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติงานจริงบนหอผู้ป ่วยและการฝึกด้วยสถานการณ์ จ าลองสามารถน าการเรียนรู้ที่ได้ไปใช้ได้จริงบนหอผู้ป ่วย ท าให้นักศึกษามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นและนักศึกษามี โอกาสได้เรียนรู้ถึงปัญหาข้อบกพร่องของตนเองเมื่อได้ฝึกปฏิบัติเตรียมความพร้อมด้วยสถานการณ์จ าลอง เสมือนจริง ถ้าเคยผ่านประสบการณ์จากสถานการณ์จ าลองมาก่อน เมื่อเจอเหตุการณ์จริงท าให้สามารถน าสิ่งที่ ได้เรียนรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาแก่ผู้ป ่วยได้ ช่วยลดความเครียดความกดดันขณะฝึกปฏิบัติกับผู้ป ่วยจริง จากปัญหาความไม่ครอบคลุมการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองในทุกสาขาวิชาและไม่เกิดเป็นรูปแบบ เดียวกันของคณะฯ เนื่องจากแต่ละสาขาจะจัดท าไปตามความเข้าใจของกลุ่มผู้สอน และจ านวนสถานการณ์
Page | 3 จ าลองที่ยังมีจ านวนน้อย ศูนย์การเรียนรู้ทางการพยาบาลซึ่งมีพันธกิจในการสนับสนุนการสอนทางการ พยาบาลและการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง จึงได้จัดท าโครงการการจัดการความรู้เพื่อสร้างคู่มือ การสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อ การพัฒนาการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองให้มีความชัดเจนและเป็นรูปแบบเดียวกันในกลุ่มผู้สอน 6. วัตถุประสงค์ 6.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงของอาจารย์พยาบาล คณะ พยาบาลศาสตร์ มรส. โดยใช้แบบคู่มือการสอนที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน 6.3 มีจ านวนสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงที่เพียงพอในการจัดการสอนส าหรับนักศึกษาพยาบาล และมีสถานการณ์จ าลองที่หลากหลาย ผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน และเป็นรูปแบบเดียวกันของ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฏร์ธานี 6.4 มีสาขาวิชาทางการพยาบาลที่จัดสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงอย ่างน้อย 3 สาขาวิชา และทุกสาขาวิชามีสถานการณ์จ าลองที่พร้อมน ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน 6.5 อาจารย์ในสาขาการพยาบาลมีความช านาญในการจัดการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง ได้อย ่างมีประสิทธิภาพ 7.แนวปฏิบัติที่ดี ใช้แนวคิดพัฒนาการเรียนรู้คู่กับการท างาน learning by Doing การสั่งสมประสบการณ์ การศึกษาค้นคว้า และการลงมือท าตามวงจรคุณภาพ PDCA แสดงการด าเนินการตาม PDCA 7.1 ขั้นวางแผน (P) 1. ส ารวจความต้องการการพัฒนาการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงในรายวิชา ทางการพยาบาล 2. ส ารวจจ านวนสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงและแบบประเมิน ในรายวิชาทางการ พยาบาลของแต่ละสาขาวิชาได้แก่ -ปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ1 -ปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ2 -การพยาบาลมารดาและทารก -การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น - การพยาบาลจิตเวช - การรักษาโรคเบื้องต้น 3. น าผลการประเมินการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงโดยอาจารย์ผู้สอน และผล การประเมินการเรียนรู้โดยผู้เรียน มาวิเคราะห์ถึงจุดอ่อน จุดแข็ง และสิ่งที่ควรพัฒนา
Page | 4 4. น า มคอ.3และ4 รายวิชาทางการพยาบาลที่จัดการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือน จริง เข้าวิพากษ์ โดยคณะกรรมการบริหารวิชาการของคณะพยาบาล 7.2 ขั้นด าเนินการ (D) 1. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิเคราะห์ปัญหาการสร้างสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงและการ จัดการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงในรายวิชาทางการพยาบาลของปีการศึกษา 2564-2565 ได้แก่ - วิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ1และ2 - วิชาการพยาบาลมารดาและทารก - วิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น 2. ด าเนินโครงการเพื่อการพัฒนาการจัดการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงดังนี้ 1) ระยะที่1 จัดโครงการอบรมกระบวนการการจัดการความรู้และการสร้างคู่มือการสอนด้วย สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 จ านวน 2 วัน เพื่อสร้างสถานการณ์จ าลอง (scenario) และแบบประเมิน และผ่านการตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 2) ระยะที่2 จัดโครงการการจัดการความรู้ด้านการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง โดยใช้คู่มือการสอนในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จ านวน 2 วันเพื่อน าสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงและแบบ ประเมินไปท าการตรวจสอบคุณภาพด้วยวิธี Alpha test ร่วมกับอบรมเชิงปฏิบัติแก่อาจารย์ผู้สอนให้มีทักษะ การสอนโดยใช้สถานการณ์จ าลองและใช้แบบประเมินตามคู่มือที่สร้างขึ้น 7.3 ขั้นตรวจสอบ (C) น าคู่มือการสอนที่สร้างขึ้นน าสู่การสอนนักศึกษาพยาบาล ในเดือนเมษายนและเดือน พฤษภาคม 2567 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลแก่นักศึกษาพยาบาล และทดสอบหลังการฝึกปฎิบัติ 7.4 ขั้นปรับปรุง (A) 1. น าผลการประเมินของอาจารย์ในการใช้คู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลอง และผล ประเมินการเรียนรู้ด้วยสถานการณ์จ าลองของนักศึกษา เข้าสู่การประชุมของคณะท างาน เพื่อน ามาวิเคราะห์ จุดดีจุดด้อย ปัญหาอุปสรรค เพื่อปรับปรุงพัฒนาคู่มือการสอนและการจัดการสอนด้วยสถานการณ์จ าลอง เสมือนจริงให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 2. น าคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงที่สมบูรณ์ขึ้นสู่เว็บไซต์ ของงานศูนย์ การเรียนรู้ทางการพยาบาลเพื่อเผยแพร่แก่อาจารย์ผู้สอน ผู้เกี่ยวข้อง และผู้สนใจน าใช้ประโยชน์ต่อไป
Page | 5 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 8.1. อาจารย์พยาบาลมีความรู้ความเข้าใจการใช้แบบคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 8.2. อาจารย์พยาบาลสามารถใช้คู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง ในการจัดการสอน ด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงที่เป็นรูปแบบเดียวกัน 8.3. น าคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง มาใช้ในการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่การลง มือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยครูเป็นผู้ออกแบบและวางแผนการเรียนรู้ในบทบาทของผู้อ านวยความสะดวก (Facilitator) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การแก้ปัญหาผ่านโจทย์สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง เพื่อเพิ่ม สมรรถนะการวิเคราะห์การตัดสินใจทางคลินิกและการปฏิบัติการพยาบาล 8.4. สามารถน าคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง มาใช้ในการเตรียมความพร้อมของ นักศึกษาพยาบาล ก่อนการขึ้นฝึกปฏิบัติการพยาบาลในหอผู้ป ่วยจริง 8.5. มีจ านวนสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงที่เพียงพอหลากหลายสถานการณ์ และผ่านการตรวจสอบ ตามเกณฑ์มาตรฐาน และเป็นรูปแบบเดียวกันของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฏร์ธานีใน การจัดการสอนส าหรับนักศึกษาพยาบาล 8.6. มีสาขาวิชาทางการพยาบาลที่จัดสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงอย ่างน้อย 3สาขาวิชา และทุกสาขาวิชามีสถานการณ์จ าลองที่พร้อมน ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน 8.7. อาจารย์ในสาขาการพยาบาลมีความช านาญในการจัดการสอนโดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือน จริงได้อย ่างมีประสิทธิภาพ 9. ปัจจัยแห่งความส าเร็จ 9.1. มีนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการพัฒนาศักยภาพด้านการสอนด้วยสถานการณ์จ าลอง เสมือนจริงในรายวิชาทางการพยาบาล ของคณะพยาบาลศาสตร์มรส. และเป็นพันธกิจของศูนย์การเรียนรู้ ทางการพยาบาลในการสนับสนุนการสอนในรายวิชาทางการพยาบาบาล 9.2 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสร้าง scenario และแบบประเมินสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง ในขณะเข้าอบรมโครงการในระยะที่1 และมีผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา 9.3. ทีมอาจารย์ผู้สอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงมีการสร้างและพัฒนา scenario ที่ หลากหลายสถานการณ์อย ่างต่อเนื่อง 9.4. ทีมอาจารย์ผู้สอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงเข้ารับการพัฒนาการสอนด้วยสถานการณ์ จ าลองเสมือนจริงอย ่างต่อเนื่อง มีประสบการณ์และความช านาญในการจัดการการสอนด้วยสถานการณ์จ าลอง เสมือนจริง 9.5. ได้รับความร่วมมือจากทีมวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการสอนด้วย สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงจากหลายสถาบันการศึกษาพยาบาล และได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของ
Page | 6 บริษัทหุ่นมนุษย์จ าลองในการแนะน าการใช้หุ่นร่วมกับการสร้างและบันทึกสถานการณ์จ าลองลงสู่คอมพิวเตอร์ ควบคุมหุ่น 9.6. ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากคณะกรรมการงานศูนย์การเรียนรู้ทางการพยาบาลในการร่วม ด าเนินการจัดกิจกรรมต่างๆในการพัฒนาการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองอย ่างต่อเนื่องเพื่อให้งานประสบ ความส าเร็จ 9.7. ผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย และผู้บริหารของคณะพยาบาลศาสตร์ให้ความส าคัญ และให้การ สนับสนุนเป็นอย ่างดีในการจัดโครงการพัฒนาอาจารย์และพัฒนาการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 9.8. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางมหาวิทยาลัยฯ อย ่างต่อเนื่อง 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข 10.1 ปัญหาอุปสรรค 1) อาจารย์ไม่ได้เข้าร่วมการอบรม 100% หรืออาจารย์ที่เข้าร่วมไม่ได้เข้าร่วมอย ่างต่อเนื่องครบทุก วัน 2) อาจารย์ในสาขาที่ยังไม่ได้จัดการสอนด้วยสถานการณ์เสมือนจริง ยังไม่เห็นความส าคัญของการ จัดการสอนวิธีนี้ 3) การจัดท าคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองต้องใช้ความร่วมมือจากอาจารยืในทุกสาขาการ พยาบาล ต้องใช้ระยะเวลาการจัดท าและความร่วมแรงร่วมใจจึงจะสามารถประสบความส าเร็จได้ 10.2 แนวทางการแก้ไข 1) ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า และสม่ าเสมอเพื่อให้อาจารยืตระหนักเห็นถึงความส าคัญ 2) น าเสนอผลการประเมินการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง ที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของ นักศึกษาให้ทราบโดยทั่วกัน 3) มีนโยบาย และสร้างทีมในการน าร่องการพัฒนาการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองที่ชัดเจน และท า อย ่างต่อเนื่อง 11. แนวทางในการจัดการความรู้ 11.1. ประชุมปรึกษาก่อนการจัดการเรียนการสอนแบบ SBL เพื่อให้อาจารย์เข้าใจวัตถุประสงค์ของ การใช้คู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง และค านึงถึงสมรรถนะของนศ.ในแต่ละชั้นปีเพื่อความ เป็นมาตรฐานเดียวกัน 11.2 ท าความเข้าใจและฝึกปฏิบัติการใช้แบบคู่มือการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 11.3.น าคู่มือการสอนไปใช้สอนนักศึกษาพยาบาล หลังการสอนมีการประชุมประเมินผลหลังการ จัดการเรียนการสอนแบบ SBL ระหว่างอาจารย์เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรค ในการน าคู่มือลงสู่การสอน น าไปสู่การพัฒนาในครั้งต่อไป
Page | 7 11.4. ให้นักศึกษาร่วมประเมินผลการสอนด้วยสถานการณ์จ าลอง 11.5. น าผลการประเมินของนักศึกษาและอาจารย์น าสู่การประชุมของคณะท างาน และปรับปรุง พัฒนาการจัดท าคู่มือและการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 11.6. น าคู่มือที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขขึ้นสู่เว็บไซต์ของงานศูนย์การเรียนรู้ทางการพยาบาลเพื่อ เผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้อง และผู้สนใจน าใช้ประโยชน์ต่อไป
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ : ด้านการวิจัย วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ I CAN DO Together Model : การพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอทุน ภายนอก 2. ชื่อหน่วยงาน วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก 3. คณะท างาน อาจารย์ ดร.จินตนา ทองเพชร งานจัดการความรู้และวารสาร และอาจารย์ประจ าของชุมชนนักปฏิบัติ การขอทุนวิจัยภายนอก 4. บทสรุปโครงการ การสร้างทุนวิจัยภายนอกเป็นภารกิจส าคัญอย่างหนึ่งของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและเป็น ประเด็นที่ท้าทาย เนื่องจากการสร้างองค์ความรู้จากการวิจัยต้องใช้ความรู้ความสามารถ ความสนใจและความ กระตือรือร้นของผู้วิจัย รวมทั้งต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจและการเอื้ออ านวยของบุคลกรทุกระดับ นอกจากนี้ ผู้วิจัยต้องมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการวิจัยเพื่อให้ได้ทุนภายนอกตามเกณฑ์การประกันคุณภาพ การศึกษาของสถาบัน วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ประสบกับปัญหาด้านจ านวนทุนวิจัยภายนอกต่ ากว่า เกณฑ์ช่วงก่อนปี 2561 ผู้บริหารและบุคลากรตะหนักถึงความส าคัญและพยายามแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง และจากการเรียนรู้ร่วมกันและการถอดบทเรียน รวมทั้งการน ากระบวนการ PDCA (Plan Do Check Act) มา พัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการสร้างทุนวิจัยภายนอก และผ่านการพัฒนาปรับปรุงตามกระบวนการ PDCA มา อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 โดยปรับปรุงวิธีการปฏิบัติ แก้ไขปัญหาอุปสรรคร่วมกัน ทั้งระยะสั้นและ ระยะยาว จนวิทยาลัยเกิดผลลัพธ์และประสบความส าเร็จแบบก้าวกระโดด และสรุปเป็น “แนวปฏิบัติที่ดีการ พัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก” แนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง “I CAN DO Together Model : การพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอทุน ภายนอก” โดยงานจัดการความรู้ วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข เป็นแนวปฏิบัติที่จัดท าขึ้น เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาโครงร่าง เพื่อขอทุนวิจัยภายนอก และน าไปสู่การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ สอดคล้องกับพันธกิจ นโยบาย ด้านการวิจัย และ พระราชบัญญัติ สถาบันพระบรมราชชนกที่ต้องการพัฒนาอาจารย์เข้าสู่ต าแหน่งทางวิชาการ รวมทั้งตอบสนองนโยบายและ
Page | 2 ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ ซึ่งแนวทางปฏิบัตินี้ประกอบด้วยการวางระบบ กลไกการผลิตและเผยแพร่ ผลงานวิจัยที่เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องเป็นรูปธรรม การพัฒนาศักยภาพนักวิจัย การเตรียมนักวิจัยรุ่นใหม่ การสร้างระบบการให้ค าปรึกษา การช่วยเหลือเกื้อกูลในรูปแบบกัลยาณมิตร จิตอาสา สุทรียสนทนา การสร้าง เสริมขวัญก าลังใจแบบพลวัตร การจัดท าคู่มือและแนวปฏิบัติต่างๆ การเอื้ออ านวยความสะดวก โดยจัดตั้งเป็น ชุมชนนักปฏิบัติ Community of Practice : CoP) ที่ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากความรู้และทักษะ ของผู้มีประสบการณ์ตรงทั้งจากภายในวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก รวมทั้งกิจกรรมการจัดการ ความรู้ของคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ผลจากความมุ่งมั่นตั้งใจ ความรักและผูกพันต่อ องค์กรของบุคลากร ท าให้เกิดการประสานความร่วมมืออย่างดียิ่ง ท าให้ปีงบประมาณ 2562-2566 วิทยาลัย พยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี มีจ านวนเงินทุนวิจัยภายนอกเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นการ สร้างสรรค์องค์ความรู้ที่มีการบูรณาการวิจัยกับทุกพันธกิจพร้อมกับการพัฒนาให้อาจารย์ประจ ามีคุณลักษณะ ที่เหมาะสมกับต าแหน่งทางวิชาการ พัฒนางานวิจัย/ผลงานทางวิชาการตามหลักจรรยาบรรณของนักวิจัยที่ดี และจริยธรรมการวิจัย วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง การพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอทุน ภายนอก จะเป็นประโยชน์ต่อคณาจารย์ ผู้บริหารและนักวิจัยในการการน ากระบวนการ การส่งเสริมและ พัฒนาศักยภาพการวิจัย ไม่ว่าจะเป็นการผลิต เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ ในรูปแบบต ารา หนังสือ และนวัตกรรม ไปใช้ในการพัฒนาตนเอง วิชาชีพ องค์กร สุดท้ายองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยและผลงาน วิชาการ จะเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อบัณฑิต องค์กร วิชาชีพ ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไป 5. ที่มาและความส าคัญของโครงการ วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มุ่งบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ พัฒนาวิทยาลัยให้มีความพร้อม มีคุณภาพและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม พันธกิจที่ส าคัญด้านหนึ่งคือ การพัฒนาวิทยาลัยเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ สอดคล้องกับแผนการจัดการความรู้สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ของคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนกได้ก าหนดแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในประเด็นต่างๆ และแนวปฏิบัติที่ดีที่ สามารถนาไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) (ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ, 2551) ซึ่งเป็นการรวบรวมองค์
Page | 3 ความรู้ในตัวบุคคล หรือเอกสารมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ เพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าถึงและ น าไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการด าเนินงานการจัดการความรู้พันธกิจการวิจัยในปีงบประมาณ 2562-2566 มีการจัดการ ความรู้ในประเด็น “การเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก” อย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ให้อาจารย์มีการรวมกลุ่มในการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อให้ได้รับทุนภายนอก ทั้งนี้ทุนการวิจัยจาก หน่วยงานภายนอกซึ่งเป็นเรื่องที่มีความส าคัญอย่างยิ่งเนื่องจากอาจารย์ต้องแสวงหาความรู้ใหม่ๆ และใช้ใน การพัฒนาผลงานเพื่อก้าวสู่ต าแหน่งวิชาการไปพร้อมกัน จากการตรวจรับรองคุณภาพการศึกษาของสภาการ พบาลในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (ปีพ.ศ. 2558-2560) พบว่าจ านวนเงินสนับสนุนงานวิจัยต่ออาจารย์ประจายังไม่ เป็นไปตามเกณฑ์ (สัดส่วนทุนวิจัยภายนอก:ทุนวิจัยภายใน 0:100) และจ านวนเงินสนับสนุนงานวิจัยต่อจ านวน อาจารย์ประจ า น้อยกว่า 50,000 บาทต่อคน หลังจากการทดลองใช้กระบวนการ PDCA ในรูปแบบที่เรียกว่า I CAN DO Model ที่สร้างแรงจูงใจ (Inspiration) มีความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นและนักวิจัยภายนอก (Collaboration) มีการชื่นชม (Appreciation) ท าให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กร (Norm) สร้างทีมงานที่มีทั้ง นักวิจัยรุ่นใหม่ รุ่นกลางและรุ่นอาวุโส (Dream team) และมองหาโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน (Opportunity) จนท าให้ วิทยาลัยประสบความส าเร็จโดยมีสัดส่วนทุนวิจัยภายนอกต่อทุนวิจัยภายใน ในปี การศึกษาที่ผ่านมา ดังนี้ 82:28 (2562) 66:34 (2563), 67:33 (2564) 87.60:12.40 (2565) และ 82.90:17.10 (2566) และจ านวนเงินสนับสนุนงานวิจัยต่อจ านวนอาจารย์ประจ า≥ 50,000 บาทต่อคน ดังนี้ 51,403.78, 59,668.02, 50,593.73, 50,834.12, และ 63,356.25 บาทต่อคนต่อปี ตั้งแต่ปี2562-2566 ตามล าดับ รวมทั้งโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอกมีจ านวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิทยาลัยจึงได้แนวปฏิบัติที่ดีเรื่อง "การเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก" และพัฒนาโดยใช้กระบวนการ จัดการความรู้อย่างต่อเนื่อง ในปีการศึกษา 2566 วิทยาลัยฯ ได้พัฒนาแนวปฏิบัติต่อยอดเป็นCAN DO Together Model เพื่อเป็นแนวทางน าไปใช้เป็นกลไกในการบริหารงานวิจัยเพื่อสร้างทุนวิจัยและเป็นแนวทาง ในการพัฒนาข้อเสนอเพื่อขอทุนวิจัยภายนอกของหน่วยงานต่างๆ ต่อไป 6. วัตถุประสงค์ 1.เพื่อเพิ่มจ านวนเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก 2.เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์มีการรวมกลุ่มในการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อให้ได้รับจากแหล่งทุน ภายนอกอย่างต่อเนื่อง 3.เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจาก แหล่งทุนภายนอกของอาจารย์ประจ าของวิทยาลัยโดยผ่านกระบวนการจัดการความรู้
Page | 4 4.เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการจัดการความรู้ จัดท าเป็นคลังความรู้ด้านการ พัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอก 7.แนวปฏิบัติที่ดี การพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอก ตั้งแต่ปี2561 เป็นต้น มา ประกอบด้วยกระบวนการ PDCA ตามกรอบแนวคิดของเดมมิ่ง (Deming) ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุก ปีและสรุปเป็นแนวปฏิบัติที่มีการบูรณาการหลักการ I CAN DO Together อธิบายตามกระบวนการดังภาพที่ 1 และรายละเอียด ดังตาราง ภาพที่ 1 ขั้นตอนการด าเนินการตามแนวปฏิบัติ I CAN DO Together Model
Page | 5 วิธีการด าเนินงาน รายละเอียดการด าเนินงาน โครงการ/กิจกรรม PLAN ก าหนดแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติ การ แผนงาน /โครงการ/ กิจกรรม ศึกษาวิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนยุทธศาสตร์ คณะ พยาบาลศาสตร์ / สบช. และวิทยาลัย ศึกษายุทธ์ศาสตร์/กลยุทธ์/แผนปฏิบัติการ/PA/KPI ศึกษาเกณฑ์ชี้วัดสภาการพยาบาล และ Improvement plan ที่ผ่านมา วิเคราะห์ผลการประเมินความพึงพอใจของระบบและ กลไกการพัฒนาผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ วิเคราะห์องค์กร ทั้งรายสาขาวิชาการพยาบาล และ ภาพรวมขององค์กร วิเคราะห์ผลลัพธ์ด้านวิจัยรายบุคคล/ส ารวจความ ต้องการพัฒนาผลงานวิชาการเพื่อขอต าแหน่งทาง วิชาการ DO ปรับปรุงคู่มือการผลิตและ เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงาน วิชาการ ปรับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อมูล และสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ระเบียบการเบิกจ่าย ระเบียบวิธีวิจัย แนวโน้มประเด็นวิจัย ปรับปรุง Flow chart ระบบ สนับสนุนการพัฒนาโครงร่างวิจัย เพื่อขอรับทุนภายนอก ปรับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อมูล ปัจจุบัน ด าเนินโครงการ การจัดการ ความรู้เพื่อพัฒนาองค์กรแห่งการ เรียนรู้ KM ประเด็น “การเขียน โครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก” ส่งเสริม/สนับสนุน/ผลักดันการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Sharing Knowledge and Skills) จัดท าปฏิทินการ ด าเนินงาน ส ารวจวันและปรับเปลี่ยนตามความ เหมาะสมโดยไม่รบกวนการสอนภาคทฤษฏีและ ภาคปฏิบัติ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัย (Research club)
Page | 6 สนับสนุน/ส่งเสริม/ผลักดัน ให้เข้าร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ในกิจกรรมการจัดการความรู้ของคณะพยาบาล ศาสตร์ จัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice: CoP) พันธกิจด้านวิจัย ประเด็น “การเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอ ทุนภายนอก” มีหลักการด าเนินงาน คือ “I CAN DO together” I: Inspiration สร้างแรงจูงใจร่วมกัน C: Collaboration สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ และนักวิจัยภายนอก A : Appreciation การชื่นชมซึ่งกันและกันอย่างจริงใจ N : Norm สร้างเป็นวัฒนธรรมขององค์กร D: Dream team สร้างทีมวิจัย รุ่นผสม (มีทั้งนักวิจัยรุ่น ใหม่ รุ่นกลางและรุ่นอาวุโส) O: Opportunity มองหาโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ภายนอก สร้างเครือข่าย T: Training ฝึกฝน อบรม พัฒนา O: Organization องค์กรสนับสนุน เวลา งบประมาณ G : Guidance มีระบบที่ปรึกษา ให้ค าแนะน า ช่วยเหลือ E: Enthusiastic ตั้งใจ กระตือรือร้น จดจ่อ T: Team specialty สร้างทีมวิจัยตามความเชี่ยวชาญ H: Honest ซื่อสัตย์ มีจริยธรรมการวิจัย E: Encourage กระตุ้นให้ก าลังใจ R: Rewards รางวัลและขวัญก าลังใจ DO ด าเนินโครงการพัฒนาศักยภาพ นักวิจัยเพื่อการเขียนโครงร่างวิจัย เพื่อขอทุนภายนอก ประชาสัมพันธ์เชิงรุก ประสานกับฝ่ายวิชาการ เพื่อให้ บุคลากรเข้าร่วมประชุมวิชาการด้านการพัฒนา ศักยภาพนักวิจัย พัฒนาโครงร่างเพื่อเตรียมพร้อมน าเสนอเพื่อขอรับทุน ภายนอก
Page | 7 ด าเนินโครงการสนับสนุนการ ผลิตผลงานวิจัยและผลงาน วิชาการ พัฒนาระบบการพิจารณาโครงร่างวิจัย/จริยธรรมวิจัย พัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ พิจารณาโครงร่างวิจัยและคระกรรมการพิจารณา จริยธรรมวิจัยในมนุษย์ สร้างทีมพัฒนาโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนวิจัยจากภายนอก ด าเนินโครงการเขียนโครงร่าง วิจัยเพื่อขอทุนภายนอก กิจกรรม Research Club กิจกรรมสร้างนักวิจัยพี่เลี้ยงในการพัฒนาโครงร่างวิจัย เพื่อขอทุนภายนอก ( Research mentor) กิจกรรมให้ค าปรึกษา ( Research clinic ) กิจกรรมสร้างขวัญก าลังใจ (Reinforcement & Rewards) มีการมอบรางวัลนักวิจัยดีเด่น ทั้งนักวิจัยรุ่น ใหม่และนักวิจัยอาวุโส ประชาสัมพันธ์ด้วยรูปภาพที่ สวยงามให้กับผู้ได้รับทุนภายนอก กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรภายนอก ( Explicit knowledge) CHECK ประเมินและสรุปปัญหาอุปสรรค เกี่ยวกับเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอ ทุนภายนอก ประเมินผลการด าเนินงานรายโครงการ/กิจกรรม รายไตรมาส ตามตัวชี้วัดความส าเร็จ After Action Review (AAR) หลังสิ้นสุดโครงการ/ กิจกรรม update ฐานข้อมูลโครงการวิจัย ACT น าผลการประเมินมาปรับปรุง การด าเนินงาน น าเสนอผลการด าเนินงานในที่ประชุมอาจารย์เพื่อ ร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ปัญหา ปรับปรุงการปฏิบัติงาน ปัจจัยสนับสนุน ปรับแผนงานการด าเนินงานรายไตรมาส
Page | 8 คณะกรรมการจัดการความรู้ของวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ได้ใช้กระบวนการ PDCA พัฒนาเชื่อมโยงกับแนวคิดที่ได้จากกระบวนการจัดการความรู้ ได้เป็นหลักการด าเนินงานที่เรียกว่า I CAN DO Together Model ประกอบด้วย 14 องค์ประกอบ ดังนี้ I (Inspiration) สร้างแรงจูงใจ โดยจัดทีมวิจัยที่ประกอบไปด้วยนักวิจัยรุ่นใหม่ รุ่นกลางและรุ่นอาวุโส เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเลียนแบบนักวิจัยที่ประสบความส าเร็จในการขอทุน C (Collaboration) มีความร่วมมือกันในองค์กร โดยจัดตั้ง Research club และ Research clinic เพื่อให้คาปรึกษาเกี่ยวกับการทาวิจัย และมีความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นและนักวิจัยภายนอก โดยจัดประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อปรับข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อให้ได้รับทุนภายนอกตามแนวทาง และข้อเสนอแนะจาก ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก A (Appreciation) มีการชื่นชม โดยประชาสัมพันธ์ภาพการยกย่องเชิดชูเกียรติอาจารย์ที่ได้รับทุน สนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอกทั้งรูปแบบ online และ บอร์ดประขาสัมพันธ์ของวิทยาลัย ฯ N (Norm) ท าให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กร โดยจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในวิทยาลัยฯ อย่าง สม่ าเสมอ D (Dream team) สร้างทีมงานที่มีทั้งนักวิจัยรุ่นใหม่ รุ่นกลางและรุ่นอาวุโส โดยสนับสนุนให้ อาจารย์แต่ละสาขาวิชาจัดท าข้อเสนอโครงการวิจัยในที่ประกอบไปด้วย นักวิจัยรุ่นใหม่ รุ่นกลางและรุ่นอาวุโส O (Opportunity) มองหาโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยการส่งข้อเสนอเพื่อขอรับทุนจาก หน่วยงานภายนอกเพิ่มขึ้น เช่น ส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลกระทรวง สาธารณสุข สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสานักงานคณะกรรมการส่งเสริม
Page | 9 วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็นต้น จนท าให้วิทยาลัย ฯ ประสบความส าเร็จ โดยมีสัดส่วนทุนวิจัย ภายนอก: ทุนวิจัยภายใน และจ านวนเงินสนับสนุนงานวิจัยต่อจ านวนอาจารย์ประจ าเป็นไปตามเกณฑ์การ ตรวจรับรองคุณภาพการศึกษาของสภาการพยาบาล และตัวชี้วัดคุณภาพของคณะพยาบาลศาสตร์ และ สบช. T (Training) ฝึกฝน อบรม พัฒนา จัดกิจกรรมที่สามารถฝึกฝนให้เป็นนักวิจัยที่มีคุณภาพ ผ่าน โครงการและกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักวิจัย ได้แก่ Research Club /KM /ประชุมเชิงปฏิบัติพัฒนาศักยภาพ สนับสนุนเวลาและงบประมาณในการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภายนอก เช่น การเลือกใช้สถิติส าหรับ การวิจัย การออกแบบการวิจัย เป็นต้น O (Organization) องค์กรสนับสนุน เวลา งบประมาณ สนับสนุนการเดินทางไปเก็บข้อมูลวิจัย การ ใช้วันลาวิจัย สนับสนุนห้องให้ค าปรึกษา (Research clinic) สนับสนุนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าหรับวิเคราะห์ ข้อมูล เจ้าหน้าที่การเงินสนับสนุนระบบการเบิกจ่ายที่รวดเร็วถูกต้อง ฯลฯ G (Guidance) มีระบบที่ปรึกษา ให้ค าแนะน า ช่วยเหลือ มีระบบที่ปรึกษา ให้ค าแนะน า ช่วยเหลือ กิจกรรมให้ค าปรึกษา ผ่าน Research clinic กิจกรรมจิตอาสา/กัลยาณมิตร/สุนทรียสนทนา ในการให้ ค าแนะน า E (Enthusiastic) ตั้งใจ กระตือรือร้น จดจ่อ จัดกิจกรรม/โครงการที่ส่งเสริม กระตุ้นให้ผู้วิจัยมีความ ตั้งใจ กระตือรือร้น จดจ่อ นักวิจัยพี่เลี้ยงช่วยในการพัฒนาความตั้งใจในการพัฒนาโครงร่าง (Research mentor) ก าหนดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Sharing Knowledge and Skills) เพื่อให้อาจารย์ประจ า เกิดแรงบันดาลใจในการท าผลงาน ประชาสัมพันธ์ชื่นชมผู้ที่ได้รับทุนส าเร็จ เพื่อกระตุ้นและสร้างความ กระตือรือร้น สนับสนุน ส่งเสริม ผลักดันให้ท าผลงานวิจัยเพื่อขอผลงานวิชาการ T (Team specialty) สร้างทีมวิจัยตามความเชี่ยวชาญ สร้างทีมวิจัยตามความเชี่ยวชาญตามราย สาขาวิชา และประเด็นความเชี่ยวชาญ ผลักดันให้ร่วมทีมวิจัยกับภายนอกหน่วยงานเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพ H (Honest) ซื่อสัตย์ จริยธรรมการวิจัย สร้างความซื่อสัตย์ จริยธรรมการวิจัย โดยการอบรม จริยธรรมวิจัย และให้อาจารย์ประจ าทุกคนผ่านการอบรมจริยธรรมวิจัยและมีใบประกาศรับรองทุก 2 ปี มีระบบการแนบเอกสารรับรองจริยธรรมของผู้วิจัยทุกคน เมื่อด าเนินการขอจริยธรรมวิจัย E (Encourage) กระตุ้นให้ก าลังใจ สนับสนุน/ติดตาม (Monitoring) การผลิตผลงานวิจัย ผ่าน สาขาวิชา งานวิจัยและคณะกรรมการบริหารวิทยาลัย R (Reinforcement & Rewards) รางวัลและขวัญก าลังใจ กิจกรรมสร้างขวัญก าลังใจ มอบรางวัล นักวิจัยดีเด่น จัดท าเอกสารประชาสัมพันธ์ Info graphic ชื่นชมให้กับผู้ที่ได้รับทุนภายนอกทาง website และ Facebook
Page | 10 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 1.ผลผลิต (Output) - จ านวนเงินสนับสนุนงานวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกต่อจ านวนอาจารย์ประจ า ≥ 20,000 บาท ต่อคน - ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ได้รับทุนวิจัยภายนอก 7 โครงการ เป็นเงิน 2,625,031.50 บาท - คู่มือการเขียนโครงร่างเพื่อขอรับทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก 1 เล่ม - แนวปฏิบัติ I CAN DO Together Model 1 เรื่อง 2.ผลกระทบ (Impact) 2.1 โครงการวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก สามารถนาไปใช้ประโยชน์จาก หน่วยงานภายนอก ตัวอย่างเช่น ชื่อโครงการวิจัยที่ได้รับทุน ภายนอก/ทุน/ปี การน าไปใช้ประโยชน์ หน่วยงานที่น าไปใช้ การพัฒนาความรอบรู้ด้าน สุขภาพเพื่อจัดการสุขภาพ ผู้สูงอายุที่มีภาวะเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงในบริบทของ คลินิกหมอครอบครัว ทุน สวรส. ปีงบประมาณ 2564 ใช้ในการเรียนการสอนวิชาการพยาบาล ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ท าให้นักศึกษา สามารถประเมินพฤติกรรมการป้องกัน การติดเชื้อไวรัสโควิด19 ในกลุ่มเสี่ยงที่มี ภาวะเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้ รวดเร็ว คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วม ของบิดาในการส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัยกรณีศึกษาอ าเภอ หนองหญ้าปล้องจังหวัดเพชรบุรี ทุน สวรส. ปีงบประมาณ 2565 ใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะ โดยมีการ น ารูปแบบการมีส่วนร่วมของบิดาในการ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในช่วง ของการพาบุตรมารับวัคซีน รพสต.เขากระปุก อ าเภอ ท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี 2.2 อาจารย์สามารถน าผลงานวิจัยที่แล้วเสร็จตีพิมพ์เผยแพร่ไปยื่นขอต าแหน่งทางวิชาการใน ระดับต่างๆ เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาชีพ
Page | 11 3.ผลลัพธ์ (Outcome) - ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาระบบสุขภาพ จากที่วิจัยจากแหล่งทุนภายนอกมี วัตถุประสงค์การด าเนินการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาระบบสุขภาพ จากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต และพัฒนา เทคโนโลยี/นวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อระบบสุขภาพ - จ านวนทุนวิจัยและการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย เป็นเกณฑ์ส าคัญด้านผลลัพธ์ของเกณฑ์การ ประเมินรับรองสถาบันของสภาการพยาบาล ซึ่งจะรับการประเมินในปี 2570 9. ปัจจัยแห่งความส าเร็จ ปัจจัยที่มีผลต่อความส าเร็จ (Key Success Factors) ของการจัดการความรู้ของวิทยาลัยพยาบาล พระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี 1.เปิดใจยอมรับ บุคลากรเปิดใจยอมรับการด าเนินการจัดการความรู้ในองค์กร และการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ มีการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ าเสมอ การยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมทั้งความสนิทสนม คุ้นเคยกันระหว่างเพื่อนพ้อง พี่น้องที่ร่วมงานกันของอาจารย์ในวิทยาลัยช่วยให้นักวิจัยที่มีประสบการณ์และมี ผลงานเชิงประจักษ์ได้รับการยอมรับ ใช้สุนทรียสนทนาในกระบวนการวิพากษ์เชิงสร้างสรรค์ในการให้ ข้อเสนอแนะ มีการเปิดรับข้อคิดเห็นโดยใช้หลักจิตปัญญา และ Growth Mindset เปิดรับสิ่งต่างๆ อย่างเข้าใจ ให้คุณค่าในตนเองและผู้อื่น 2.ผู้บริหาร ผู้บริหารของวิทยาลัยเห็นความส าคัญ มีนโยบายที่ชัดเจน ช่วยแก้ไขปัญหา เสนอทางเลือก ขั้นตอน ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา องค์กรไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ เช่น กิจกรรมระดมสมองของผู้บริหารจากผลการประกันคุณภาพการศึกษา และผลการประเมินจากสภาการพยาบาลเพื่อก าหนดกลยุทธ์ในการจัดท าแผนยุทธศาสตร์ของวิทยาลัย ให้การ สนับสนุนทั้งด้านการจัดสรรงบประมาณ การสนับสนุนให้ใช้วันหยุดในการด าเนินการวิจัยและเตรียมบทความ วิจัย เสริมสร้างขวัญและก าลังใจและสนับสนุนการลาวิจัย 3.ด าเนินการด้วยกระบวนการคุณภาพ PDCA (Plan Do Check Act) เพื่อให้การด าเนินการ จัดการความรู้ในองค์กรเกิดการด าเนินการอย่างต่อเนื่องและพัฒนาอย่างมีคุณภาพ งานจัดการความรู้ใช้หลัก PDCA (Plan Do Check Act) มาใช้ในการด าเนินการกิจกรรมต่างๆ ของการจัดการความรู้ในองค์กร เริ่ม ตั้งแต่มีกระบวนการวางแผนการจัดการความรู้ มีการปฏิบัติการตามแผน มีการน าองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ มี
Page | 12 การวิเคราะห์ปรับปรุงการด าเนินงาน มีคณะท างานติดตามอย่างจริงจัง มีการรายงานต่อผู้บริหารและ บุคลากรทุกระดับอย่างทั่วถึง และมีคณะกรรมการประสานงาน เพื่อแก้ไขปัญหา 4.สร้างทีมขับเคลื่อน วิทยาลัยฯ ก าหนดโครงสร้างองค์กร โดยมีงานจัดการความรู้อยู่ภายใต้ด้านวิจัย และบริการวิชาการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการความรู้ โดยมีประธานสาขาวิชาทุกสาขา และหัวหน้า กลุ่มงานของฝ่ายต่างๆตามโครงสร้างการบริหาร เพื่อให้การด าเนินการจัดการความรู้ในองค์กร มีการ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้วิทยาลัยจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อปูพื้นฐาน การจัดการความรู้ในองค์กรและพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้ที่สามารถด าเนินการการจัดการความรู้ได้ เช่น การ อบรมบุคลากรเพื่อท าหน้าที่เป็น คุณอ านวย (Knowledge Facilitator) คอยอ านวยความสะดวกและกระตุ้น การด าเนินการจัดการความรู้ นอกจากนี้การด าเนินการจัดการความรู้ของคณะพยาบาลศาสตร์ที่ด าเนินการ มี ส่วนช่วยกระตุ้นและผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ชัดเจนขึ้น ท าให้อาจารย์ของวิทยาลัยมีการตื่นตัว และตะหนักถึงความส าคัญของการน าการจัดการความรู้มาใช้ในการพัฒนาด้านกานเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอ ทุนภายนอก จึงท าให้วิทยาลัยมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด บรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัดความส าเร็จ 5.การสื่อสารภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรในองค์กรทุกคน ทุกระดับสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร การด าเนินการจัดการความรู้ในวิทยาลัยได้อย่างต่อเนื่อง จึงสื่อสารกับบุคลากร โดยการจัดท าเว็บไซต์การ จัดการความรู้ การรวบรวมความรู้จัดเก็บอย่างเป็นระบบใน Google classroom จัดระบบการแลกเปลี่ยน เรียนผ่าน Facebook KM PCKCN 6.จิตอาสา/กัลยาณมิตร การด าเนินการจัดการความรู้ในวิทยาลัย มีการส่งเสริมและพัฒนาการ ท างานแบบจิตอาสาโดยเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีความตั้งใจและสนใจในการการพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรแห่ง การเรียนรู้ เข้ามามีบทบาทในการด าเนินงานจัดการความรู้เช่น ประธานและเลขาของ CoP 7.การจัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิทยาลัยฯ ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Forum) เพื่อสกัดขุมความรู้ออกมาจากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบันทึกไว้ใช้งานต่อ และเกิดการตื่นตัวในการเรียนรู้ โดยด าเนินการด้วย KM tools แบบต่างๆ เช่น ชุมชนแห่งการเรียนรู้หรือ ชุมชนนักปฏิบัติ (Communities of Practice : CoP) การเล่าเรื่องแบบ SST ( Success Story Telling ) กระบวนการสุนทรียสนทนา (Dialogue) 8.การให้รางวัล ยกย่องชมเชย วิทยาลัยสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการมี ส่วนร่วมของบุคลากรในทุกระดับ ได้แก่ จัดท าบอร์ดประชาสัมพันธ์แสดงความชื่นชมในการขอทุนวิจัย การให้ รางวัลยกย่องด้านการวิจัย ในระดับนักวิจัยอาวุโสและนักวิจัยรุ่นใหม่ภายในวิทยาลัย ผลักดันผู้ที่มีผลงาน
Page | 13 สูงสุดเข้ารับการแข่งขันในระดับเครือข่าย คณะพยาบาลศาสตร์ และสถาบันพระบรมราชชนก โดยมีการ ก าหนดแนวทางการคัดเลือกที่ชัดเจน 9. ปัจจัยภายนอก ประกอบด้วย มีแหล่งทุนภายนอกที่หลากหลายเพื่อให้นักวิจัยเลือกให้สอดคล้อง กับความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา รวมทั้งมีเครือข่ายที่เข้มแข็งทั้งภาครัฐ และเอกชนในการสนับสนุนและเอื้อให้ อาจารย์พัฒนาข้อเสนอเพื่อขอรับทุนภายนอก 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข 1.จากการด าเนินการจัดการความรู้ไม่พบปัญหาและอุปสรรคในการด าเนินกิจกรรมของการจัดการ ความรู้ แต่พบปัญหาอุปสรรคด้านภาระงานของอาจารย์ประจ ารายบุคคล ด้านวิจัยและบริการวิชาการจึงได้ ท า AAR ระหว่างด าเนินการจัดการความรู้ และปรับเปลี่ยนระบบและกลไกเพื่อพัฒนาการเขียนโครงร่างเพื่อ ขอรับทุนวิจัยภายนอก คือ ภาระงานของอาจารย์ประจ า โดยเฉพาะพันธกิจด้านการสอน ท าให้อาจารย์ไม่มี เวลา จนท าให้เกิดความเหนื่อยล้าในการผลิตผลงานวิจัย สนับสนุน ส่งเสริมการจัดทีมการท าวิจัยราย สาขาวิชา ประมาณ 2-4 คน/1 โครงร่าง โดยให้สมาชิกทีมผลัดเปลี่ยนกันเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย มีการ ก าหนดเป็นแผนการด าเนินรายเดือนของแต่ละกิจกรรมของกระบวนการวิจัย เพื่อให้ทีมวิจัยสามารถมอบหมาย งานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคน เช่น ช่วงที่ไม่มีภาระงานสอน/นิเทศ เป็นการช่วยแบ่งภาระงาน การท าวิจัยและการเขียนตีพิมพ์เผยแพร่ ลดความเหนื่อยล้า 2. องค์ความรู้ของประเด็น การเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอรับทุนภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงตาม เงื่อนไขและประกาศของ PMU ที่ขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศ งานวิจัยและจัดการความรู้จ าเป็นต้องติดตาม ข้อมูลอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อสื่อสารข้อมูลให้กับนักวิจัย 3.ระยะเวลาในการขอจริยธรรมสาหรับโครงการวิจัยที่มีการเก็บข้อมูลที่หลากหลายท าให้โครงการวิจัย มีความล่าช้า ทางงานวิจัยได้จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักวิจัยที่มีประสบการณ์ในการขอจริยธรรมจาก หลากหลายหน่วยงาน และสนับสนุนให้นักวิจัยขอจริยธรรมวิจัยตั้งแต่ส่งข้อเสนอในการวิจัย แต่อย่างไรก็ตาม วิทยาลัย ฯ ยังคงน ากระบวนการ PDCA ตามกรอบแนวคิดของเดมมิ่ง (Deming) ทุกปี เพื่อ check และ Act ให้รวดเร็วต่อเนื่อง ตรงกับการประเมินผล รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กรน าสู่ การสร้างสรรค์ผลงานวิชาการอย่างต่อเนื่อง
Page | 14 11. แนวทางในการจัดการความรู้ การจัดการความรู้ของวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบัน พระบรมราชชนก ด าเนินการตามกระบวนการจัดการความรู้ 7 ขั้นตอน ดังรายละเอียด ดังนี้ ขั้นตอนการ จัดการความรู้ กิจกรรมการจัดการความรู้และเครื่องมือที่ใช้ การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge Identification) 1.ประชุมร่วมกันเพื่อร่วมกันหาแนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ของวิทยาลัยพันธกิจด้าน วิจัย เพื่อก าหนดเป็นประเด็นการจัดการความรู้ ( KM Focus area) คือ “การเขียน โครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก” โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับทิศทางและ ประเด็นยุทธศาสตร์ของคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนกและวิทยาลัย เกิดการปรับปรุงที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม มีโอกาสท าได้ส าเร็จสูงเมื่อพิจารณาจาก ความพร้อมด้านคน งบประมาณ เทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กร ระยะเวลาที่เหมาะสม เป็นประเด็นที่ทุกคนในองค์กรต้องท าและต้องการ ผู้บริหารให้การสนับสนุน และเป็น ความรู้ที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน 2.ก าหนดเป็นชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice: CoP) - ก าหนดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก (KM-focus area) 3.ก าหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมายและตัวชี้วัดความส าเร็จ ปีงบประมาณ 2566 ดังนี้ ประเด็นยุทธ์ศาสตร์ที่ 2 : การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อพัฒนา สุขภาวะชุมชน สังคม ในระดับประเทศและอาเซียน เป้าประสงค์: มีผลงานวิจัย ผลงานวิชาการและนวัตกรรมด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ สามารถนาไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาสุขภาวะของชุมชนและสังคมอาเซียน ตัวชี้วัด (KPI) : จ านวนเงินทุนวิจัยภายนอกต่อจ านวนอาจารย์ประจ า เป้าหมายของตัวชี้วัด : พัฒนาคุณภาพการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยให้ได้ทุนวิจัยจาก แหล่งทุนภายนอก
Page | 15 ขั้นตอนการ จัดการความรู้ กิจกรรมการจัดการความรู้และเครื่องมือที่ใช้ องค์ความรู้ที่จ าเป็น (K) : เทคนิคและวิธีการเขียนโครงการวิจัยให้ได้ทุนวิจัยจากแหล่ง ทุนภายนอก 4.งานจัดการความรู้ จัดท าแผนการจัดการความรู้(KM Action Plan) เสนอต่อคณะ กรรมการบริหารวิทยาลัย เพื่อพิจารณาอนุมัติ 6.มีการใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ ( KM tool) ที่หลากหลาย - KM tool: การเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา (Lesson Learned) เป็นการเรียนรู้โดย อาศัยข้อมูลความส าเร็จและความผิดพลาดจากการด าเนินการที่ผ่านมา เพื่อหา แนวทางในการวางแผนการท างานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เกิดข้อผิดพลาดน้อย ที่สุดหรืออย่างน้อย ไม่เกิดความผิดพลาดในประเด็นที่เคยผิดพลาดมาแล้ว โดยใช้ ข้อมูลย้อนหลังปีการศึกษา 2559-2566 ได้แก่ ผลการประเมินตามเกณฑ์ประกัน คุณภาพการศึกษา ผลการประเมินจากสภาการพยาบาล - KM tool : การทบทวนหลังปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) เพื่อร่วมกัน ทบทวนกระบวนการท างานแต่ละขั้นตอนของ COP ในแต่ละครั้งว่ามีจุดดี จุดด้อย รวมทั้งค้นหาโอกาสและอุปสรรคในการด าเนินการ เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุง CoP ให้เกิดผลงานที่ดีขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้สมาชิกในกลุ่มได้เสนอแนะ ข้อคิดเห็นต่างๆ เพื่อการปรับปรุงการท า CoP ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่ม และสมาชิก - KM tool : ชุมชนนักปฏิบัติ (Communities of Practice หรือ CoP) ตั้งเป็นชุมชน นักปฏิบัติเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นการเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก การสร้างและ แสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition) 1.การส ารวจ/วิเคราะห์ว่าความรู้ที่เราต้องการรู้นั้นอยู่ที่ใคร อยู่ในรูปแบบอะไร แล้วจะ น ามาเก็บรวมกันได้อย่างไร โดยการค้นคว้าจากต ารา อินเตอร์เน็ต จากการสัมภาษณ์ ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ จากภายในและภายนอกเพื่อน ามาจัดท าเนื้อหาให้ตรงกับ ความต้องการ 2.แสวงหาความรู้จากบุคลากรภายในวิทยาลัย โดยการกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก อาจารย์ผู้ประสบการณ์ในด้านการเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอกให้กับอาจารย์ ประจ าของวิทยาลัยผ่านกิจกรรม Research club ภายใต้โครงการ Research Plus
Page | 16 ขั้นตอนการ จัดการความรู้ กิจกรรมการจัดการความรู้และเครื่องมือที่ใช้ 3.แสวงหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Explicit knowledge ) 4.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาโครงร่างวิจัยเพื่อขอรับทุนภายนอก และเข้าร่วม การประชุม/อบรมกับคณะพยาบาลศาสตร์ และสถาบันพระบรมราชชนก และเครือข่าย จากสถาบันอื่นๆ 5.เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกิจกรรมการจัดการความรู้ของคณะพยาบาลศาสตร์ ( KM Sharing/KM Day ) อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งผลงานเข้าร่วมประกวดอย่างต่อเนื่อง การจัดการ ความรู้ให้เป็น ระบบ (Knowledge Organization) 1.การน าความรู้ที่รวบรวมมาจัดหมวดหมู่ แบ่งประเภทของความรู้เพื่อจัดท าให้ง่าย เป็น ระบบ สะดวกต่อการค้นหาและใช้งาน 2.จัดระบบความรู้โดยการวิเคราะห์/สังเคราะห์ความรู้ที่ได้มาทั้งจากภายในและ ภายนอกองค์กรและจัดเก็บความรู้ให้เป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน โดยใช้เครื่องมือในการ จัดการความรู้ ดังนี้ - KM tool : ฐานความรู้ (Knowledge Bases) โดยการเก็บข้อมูลความรู้ต่างๆ ที่ได้ จากกิจกรรมไว้ไว้เป็นคลังความรู้ ในระบบ Google classroom ชื่อ “งานสนับสนุนการสร้างผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ” - KM tool : Intranet, Web มีระบบเครือข่ายสื่อสารที่รองรับส าหรับการจัดเก็บองค์ ความรู้ที่ท าให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกที่ ทุกเวลา เพื่อให้สมาชิกของ CoP ทบทวนและค้นหาข้อมูลความรู้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถเข้าถึง ข้อมูลได้ตลอดเวลาเพื่อน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ การประมวลและ กลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement) 1.มีการบันทึกความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้ง Explicit Knowledge และ บันทึกความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เป็น Tacit Knowledge บันทึกการ แบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิทยากร บันทึกรายงานการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จัดท า เอกสารสรุปสาระความรู้ที่ได้รับ โดยใช้แบบฟอร์มตามคู่มือการจัดการความรู้ของคณะ พยาบาลศาสตร์ 2.พิจารณาเนื้อหาความถูกต้องขององค์ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญภายที่มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ในช่วง Explicit Knowledge
Page | 17 ขั้นตอนการ จัดการความรู้ กิจกรรมการจัดการความรู้และเครื่องมือที่ใช้ 3.สังเคราะห์และเรียบเรียงเนื้อหาตามประเด็นความรู้ที่ก าหนดไว้ สรุปเป็นแนวปฏิบัติ โดยมีการปรับปรุงรูปแบบ เนื้อหาเอกสารหรือองค์ความรู้ให้เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ มี มาตรฐาน และใช้ภาษาเดียวกัน 4.จัดท าเป็นคู่มือ การเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก และแนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง การเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก “I CAN DO together Model” การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) เป็นการท าให้ผู้ใช้ความรู้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่ต้องการได้ง่ายสะดวก โดยใช้ระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT), Web board มาช่วยเพื่ออ านวยความสะดวก ดังนี้ 1.จัดท าเอกสารคลังความรู้ได้ เอกสารบันทึกและสรุปความรู้ คลิปวีดีโอการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ power point presentation ฯลฯ ใส่ไว้ใน google classroom ชื่อ “งานสนับสนุนการสร้างผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ” ซึ่งมีคลังความรู้ได้แก่ รู้จัก PMU การขอทุนวิจัยภายนอกเริ่มต้นอย่างไร การคัดลอกผลงานคืออะไร และมีการ ปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่เสมอ 2. น าเอกสารคลังความรู้เข้าสู่ระบบเทคโนโลยีเผยแพร่องค์ความรู้ทาง website การ จัดการความรู้ของวิทยาลัย (KMPCKCN) และประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรทราบ การแบ่งปัน แลกเปลี่ยน ความรู้ (Knowledge Sharing) ก าหนดชุมชนนักปฏิบัติ (CoP): การเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก โดยใช้ เครื่องมือการจัดการความรู้(KM tools) ที่หลากหลายส าหรับการแบ่งปันแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ดังนี้ 1.KM tool : การถ่ายทอดความรู้โดยการเล่าเรื่อง (Success Storytelling) คือ การ ถอดความรู้ฝังลึกโดยการมอบหมายให้ผู้ที่มีผลงานหรือมีวิธีการท างานที่ดี มาเล่าให้คน อื่นๆ ฟังว่าท าอย่างไร ผ่าน “กิจกรรม Research Club” ผู้เล่าจะเล่าให้เห็นการปฏิบัติ ใช้ภาษาเชิงปฏิบัติจริง และมีการบันทึกเก็บไว้อย่างเป็นระบบ โดยผู้เล่าเป็นบุคลากรทั้ง ภายใน ( Tacit knowledge) และภายนอก (Explicit knowledge) 2.KM tool : Knowledge Forum เวทีส าหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ โดยการจัดการ ประชุมหรือกิจกรรมอย่างเป็นกิจจะลักษณะอย่างสม่ าเสมอ เพื่อเปิดพื้นที่ให้บุคลากรใน องค์กรมีโอกาสพบปะพูดคุยกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันได้ โดยมีกิจกรรมดังนี้