The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 053 สุชาดา, 2024-06-02 13:23:51

แนวปฏิบัติ

แนวปฏิบัติ

Page | 16


Page | 17 กิจกรรมการเรียนการสอนด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ และบูรณาการบริการวิชาการ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบูรณาการด้วยการเรียนรู้ถึงหัวใจความเป็นมนุษย์ รวมถึงการบูรณาการเข้า กับพันธกิจการบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เป็นการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้น การปรับความคิดของผู้เรียนให้คิดใหม่ทำใหม่ ด้วยความเชื่อว่าเมื่อความคิดเปลี่ยนพฤติกรรมและการกระทำย่อม เปลี่ยนตามความคิด คนเรามักคุ้นชินกับความคิดและการกระทำเดิมๆที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ มาตั้งแต่เกิด และเรียนรู้คัดกรองเอามาเป็นแนวคิดและแนวการกระทำของตนเอง ดังนั้น ในรายวิชาสุขภาพจิตสำหรับการแพทย์แผน ไทย สำหรับนักศึกษาการแพทย์แผนไทยบัณฑิต มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อนำนักศึกษาเข้าสู่ความเข้าใจทั้งใน เนื้อหาของรายวิชา แทรกด้วยความเข้าใจในหัวใจความเป็นมนุษย์ รวมถึงการนำไปสู่พันธกิจการบริการวิชาการ และ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ผู้สอนจึงได้จัดให้มีการดำเนินการการจัดการเรียนการสอน ประกอบด้วยกิจกรรม ต่าง ๆ ได้แก่ 1. การวิเคราะห์และสังเกตภาพนิ่ง 2. การศึกษากรณีศึกษาจากวีดิทัศน์ 3. การสังเกตการณ์และเรียนรู้จากหอผู้ป่วยทางจิตเวช และสถานบริการสุขภาพจิต 4. การวางแผนและดำเนินการโครงการ บริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ในชุมชนที่เลือกสรร กิจกรรมการเรียนการสอนแต่ละแบบจะมีการแทรกด้วยกิจกรรมการสะท้อนคิดซึ่งเป็นหัวใจหลักในการ เชื่อมโยงแนวความคิดสู่การบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ 1. การวิเคราะห์และสังเกตภาพนิ่ง หลักการใช้ภาพนิ่งในการวิเคราะห์ การเรียนรู้จากภาพนิ่ง เป็นการรับสารทางเดียวโดยใช้สัมผัสทางตา จะทำให้ความคิดของผู้เรียนอยู่ที่เดียว ทำ ให้เห็นรายละเอียดการมองของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้เรียนมีโอกาสเห็นภาพเหมือนกัน เวลาเท่ากัน ภาพนิ่ง ของภาพจะเป็นการกระตุ้นความคิด ให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ข้อมูลที่มาจากประสบการณ์เดิมของตนเองที่แตกต่างกัน การเลือกมอง เลือกนำเสนอข้อมูลที่เห็น และกระบวนการกลุ่ม การกำหนดเวลาที่จำกัดเป็นการวางเงื่อนไขให้เกิดความ คลาดเคลื่อนของการมองจากความจริงที่เห็นประจักษ์อยู่บนภาพเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนเห็นความแตกต่างระหว่าง “ความคิด” และ “ความจริง” ซึ่งเป็นผลจากการคิด ไตร่ตรองของตัวผู้เรียนเอง กิจกรรม แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆละ 8 – 10 คน และให้ดูภาพนิ่ง รอบที่หนึ่ง : ผู้สอนใช้ข้อคำถาม “เห็นอะไร ให้บอกมา” หลังการดูภาพ 1 นาทีให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เขียน ความรู้สึกของตนเองต่อสิ่งที่เห็น พร้อมกับการนำเสนอสุ่มเป็นรายบุคคล


Page | 18 รอบที่ 2 : ประชุมกลุ่ม 10 นาทีและนำเสนอผลการประชุมกลุ่มหน้าชั้นเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความคิดที่แตกต่างทั้ง ของตนเอง กลุ่มตนเองและกลุ่มอื่น ผู้สอนสะท้อนคิดเพื่อกระตุ้นความคิดของผู้เรียนให้มองเห็นความคิดของตนเองที่ทำ ให้เห็นภาพคลาดเคลื่อนจากความจริงที่มองเห็นถึงความหลากหลายทางด้านความคิดจากภาพนิ่งเดียวกัน การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาให้นักศึกษาได้เรียนรู้การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์มีการปรับทัศนคติ และแนวความคิดเดิม ที่มองจากความคิดและประสบการณ์เดิม ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ซึ่งเป็นการเปิดนำเข้าสู่การ เรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น ผู้สอนจึงได้นำภาพ 1 ภาพ ให้เวลาในการสังเกต ภาพนิ่งเป็นเวลา 1 นาที หลังจากนั้นให้ผู้เรียน ลองวิเคราะห์ ให้ข้อคิดเห็นจากภาพ และสรุปตามความคิดของแต่ละรายบุคคล และรายกลุ่ม ตามรูปภาพ ภาพที่ 1 : ข้างหลังภาพ ที่มา http://fwmail.teenee.com/etc/27609. ภายหลังการพิจารณาภาพ ผู้เรียนหลายคน แสดงความคิดเห็นหลากหลายตามความคิดและประสบการณ์ของ ตนเองเป็นรายบุคคล เช่น 1) เด็ก 3 คนนี้ คงไปเล่นซนกัน และคงมีความสุขมาก 2) เด็กคงเป็นพี่น้องกัน และกำลังหาอะไรบางอย่างในน้ำบริเวณนั้น 3) สถานที่เป็นที่ไหน สกปรกมาก ควรควบคุมดูแลไม่ให้เด็กลงไปเล่นน้ำ 4) เด็กไม่ควรลงไปเล่นน้ำที่สกปรกไม่ดีเลย อาจกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุข 5) เด็ก 3 คนนี้คงจะหารายได้พิเศษด้วยการเก็บขยะของเก่าไปขาย สังเกตจากการมี กระสอบและถุงเก็บขยะ


Page | 19 ตัวอย่างการสะท้อนคิด ผู้สอนสะท้อนคิดให้ผู้เรียนเห็นการใช้ความคิดและประสบการณ์ของตัวเองในการสรุปความภาพที่เห็น เช่น ทำไมจึงเห็นว่าเด็กกำลังเล่นซน ผู้เรียนตอบว่า เด็กวัยนี้คงจะสนุกกับการเล่นอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าน้ำจะดำและสกปรก ก็ยังคงเล่นได้ เพราะเหตุใดจึงมองว่าเด็กกำลังเก็บขยะขาย เพราะเห็นว่ามีกระสอบสำหรับเก็บขยะ เป็นต้น การมอง และตัดสินภาพที่เห็นอย่างไม่ชัดว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นการตัดสินโดยใช้ประสบการณ์ของตนเองในการตัดสิน เช่นกัน การสรุปคำตอบสุดท้ายต่อสิ่งนั้นๆ ซึ่งการสรุปนั้นเกิดจากความคิดบนสิ่งกระตุ้นและประสบการณ์เดิมที่มีในตัว เรา บางครั้งก็ถูกต้อง บางครั้งก็อาจจะไม่ตรงและเบี่ยงเบนไปจากความจริงได้เช่นกัน และเมื่อมีความเบี่ยงเบนเกิดขึ้น ซ้ำ ๆ ความเบี่ยงเบนนั้นๆ กลับกลายเป็นความเชื่อของคนนั้นว่าเป็นความจริง เป็นความถูกต้องและเป็นแนวทางการ แสดงหรือการลงสรุปต่อการกระตุ้นในลักษณะนั้นๆของบุคคลนั้นๆ ดังนั้นการมองบุคคลหนึ่งคน การคิดและการตัดสิน จากประสบการณ์เดิมของตนจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาไตร่ตรองศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณอย่างถ่องแท้ 2. การศึกษากรณีศึกษาจากวิดิทัศน์ หลักการ วิดิทัศน์กรณีตัวอย่าง เป็นสื่อการสอนที่ต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจชีวิตของผู้รับบริการทางด้านการส่งเสริม สุขภาพจิตในด้านความคิดและเหตุผลในการมองปัญหาทั้งเรื่องสุขภาพจิตและการใช้ชีวิต และสามารถเห็นการ ให้บริการของบุคคลกรสาธารณสุขในระบบบริการสุขภาพที่มีมุมมองปัญหาที่แตกต่างกันจากประสบการณ์การคิดและ การสั่งสมความรู้ในอาชีพของตนเอง ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกันกับปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของผู้รับบริการ กิจกรรมการเรียนการสอน : ประกอบด้วย 1.) แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆละ 8-10 คน 2.) เปิดวิดิทัศน์ของกรณีศึกษา (เรื่องของลุงชม) ความยาวประมาณ 20 นาทีเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรม ของผู้รับบริการทางสุขภาพจิต ซึ่งการมารับบริการตรวจรักษาที่แผนกจิตเวชผู้ป่วยนอก การให้บริการของเจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางด้านสาธารณสุข และมีการติดตามเยี่ยมบ้านพูดคุยกับผู้ป่วยและญาติการได้พบเห็นกับสภาพจริงของ ผู้รับบริการ ปัญหาอุปสรรคของการดำรงชีวิตของผู้รับบริการ 3.) ผู้สอนตั้งประเด็นคำถาม สิ่งที่เห็นจากการดูวิดิทัศน์ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง การให้บริการของเจ้าหน้าที่ เป็นอย่างไร ปัญหาของผู้รับบริการ และญาติคืออะไร และนักศึกษารู้สึกและคิดอย่างไรกับการกระทำของทุกคน ในวิดิ ทัศน์ 4.) ให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่มย่อยโดยให้เวลา 20 นาทีหลังจากนั้นให้ส่งตัวแทนนำเสนอหน้าชั้น เรียนในแต่ละกลุ่ม 5.) ผู้สอนร่วมสะท้อนคิดกับผู้เรียน


Page | 20 ตัวอย่างการสะท้อนคิด ผู้เรียนมีความคิดที่เห็นและรู้สึกหลากหลายกันไปตามแนวคิดและประสบการณ์เดิมเดิมของตนเอง ซึ่งเกิดการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เช่น 1) น่าสงสารคนไข้นะคะ ไม่ได้รับความสนใจเลย มาผิดนัดก็โดนต่อว่าทั้งที่จริงแล้วเขาไม่ผิดเลย 2) บุคลากรสาธารณสุขที่มีหน้าที่ดูแลคนไข้จิตเวช ควรมีเมตตา เป็นพื้นฐาน 3) ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตนเอง เราควรทำความเข้าใจตรงนี้ให้ดีก่อน 4) พยาบาล และเจ้าหน้าที่ก็น่าเห็นใจ เพราะคนไข้แต่ละวันมีจำนวนมาก เข้าใจเลยเพราะแม่ของหนูก็เป็น พยาบาลเคยเล่าให้ฟังบ่อย ๆ ว่าคนไข้เยอะทำงานลำบาก 5) เวลามีการผิดนัดของคนไข้ ระบบก็จะรวนไปหมดทำให้ทำงานลำบาก 6) หมอเจ้าของไข้ ก็มีความหวังดีในมุมมองของหมอว่าหากมีการนัดถี่ขึ้นก็จะได้ติดตามอาการของคนไข้ได้ดีขึ้น ทุกคนล้วนมีเหตุผล ผู้สอนสะท้อนคิดให้ผู้เรียนเห็นมุมมองความคิดของผู้ให้บริการและผู้รับบริการที่แตกต่างกัน เช่น เพราะเหตุใด บุคลากรสาธารณสุขจึงมองปัญหาไม่ตรงกับที่ผู้รับบริการมอง โดยเฉพาะญาติของผู้ป่วยจิตเวชที่จะต้องบริหารจัดการ ตามการนัดของแพทย์ให้ได้กล่าวคือ ญาติของผู้รับบริการผู้รับบริการมองว่าปัญหาของเขาคือ การไม่สามารถนำคนไข้ มารับยาตามแพทย์นัดได้ทุกเดือน เนื่องจากปัญหาด้านการเงิน การต้องหยุดงานเพื่อนำคนไข้มาพบแพทย์ ตามแผนการ รักษาของแพทย์จึงขอต่อรองมารับยาทุก 2 เดือน เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเดินทาง และไม่มีเงิน แต่ผู้ให้บริการยังคง ยืนยันให้มารับยาทุกเดือนเนื่องจากผลการตรวจอาการทั่วไป รวมถึงประวัติการรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ จึงมองว่า ต้องให้มารับยาทุกเดือนเพื่อติดตามอาการของผู้ป่วยกับแผนการรักษา ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นมุมมองที่แตกต่างกัน ระหว่างผู้ให้บริการ กับผู้รับบริการ และญาติกล่าวคือ ผู้ให้บริการให้ความสำคัญเรื่องโรค และการติดตามอาการ เป็น เครื่องในการตัดสินการนัดมารับยาครั้งต่อไป ส่วนผู้รับบริการให้ความสำคัญเรื่องปัญหาในการเดินทาง ไม่มีคนรับส่ง ไม่ มีเงินค่ารถ และความจำเป็นต้องหยุดงาน ถูกนายจ้างตำหนิ จึงขอมารับยาทุก 2 เดือน ซึ่งจะเห็นว่าเป็นช่องว่างทาง ความคิดของคน ซึ่งอยู่กันคนละฐานคิด เกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับอาการเจ็บป่วยของผู้รับบริการ โดยเฉพาะกับ ผู้รับบริการทางจิตเวช ที่ต้องได้รับความร่วมมือทั้งผู้รับบริการและผู้ดูแล สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ฐานความคิดที่แตกต่าง ซึ่ง จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับบุคคลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์


Page | 21 3. การสังเกตการณ์และเรียนรู้จากหอผู้ป่วยทางจิตเวช และสถานบริการสุขภาพจิต กิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบด้วย 1) แบ่งกลุ่มผู้เรียนกลุ่มละ 8-10 คน ให้ศึกษาสภาพจริงของผู้รับบริการจิตเวชที่เข้าพักรับบริการในโรงพยาบาล ศูนย์ยะลา หอผู้ป่วยราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นหอผู้ป่วยที่ดูแลผู้รับบริการทางด้านจิตเวช เพื่อการรักษา บำบัด และฟื้นฟูทางจิต เวช 2) มอบหมายการศึกษาทั้งสถานที่ ลักษณะของผู้รับบริการ บรรยากาศการทำงานตามบทบาทหน้าที่ของ บุคลากรสาธารณสุข “เห็นอะไร รู้สึกอย่างไร ให้บอกมา” 3) ให้ผู้เรียนนำเสนอข้อมูลที่ได้กับอาจารย์ผู้สอน โดยวิธีการสะท้อนคิด 4) อาจารย์ผู้สอนสะท้อนความคิดของผู้เรียนเพื่อการเข้าใจชีวิตและความทุกข์ของผู้รับบริการ รวมถึง ความรู้สึกกับการทำงานในสภาพจริงของบุคลากรสาธารณสุข 5) อาจารย์ผู้สอนคัดเลือกการสะท้อนคิดที่มีสาระในการปรับทัศนคติผู้เรียนได้มากที่สุดของกลุ่มเพื่อนมา นำเสนอในห้องเรียนรวม อาจารย์ผู้สอนสะท้อนความคิด กรอบความคิดของผู้เรียนและการเรียนรู้ของผู้เรียนใน ภาพรวม แนวทางการสะท้อนคิด 1. สะท้อนคิดให้ผู้เรียนมองเห็นความคิดของตนเองก่อนและหลังการได้สังเกตการณ์ในหอผู้ป่วยในสถานบริการ สุขภาพตามสภาพจริง 2. สะท้อนสาระที่ผู้เรียนมองเห็น ความรู้สึก นึกคิด ความรู้สึกของผู้รับบริการในหอผู้ป่วย 3. สะท้อนคิดให้เห็นว่า ความคิดของบุคลากรสาธารณสุข ทั้งในแง่มุมสะท้อนคิดในทิศทางบวกและลบของ นักศึกษาต่อการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข ตัวอย่างการสะท้อนคิด “ เมื่ออาจารย์บอกว่าต้องไปดูคนไข้จิตเวชที่ตึกราชพฤกษ์ หนูกลัวมาก กลัวว่าเมื่อเข้าไปหนูอาจโดนทำ ร้าย และบรรยากาศคงน่ากลัวมาก มีการล่ามโซ่คนไข้ คนไข้ร้องโวยวาย หนูค่อนข้างเครียดกับเรื่องนี้ค่ะ เพราะ จากประสบการณ์หนูเคยเห็นคนบ้า ซึ่งเป็นคนไข้จิตเวชแถวหมู่บ้านของหนู เอามีดพร้าไล่ฟันคนอื่น แต่หลังจากที่ หนูได้สัมผัสกับสภาพจริงของผู้ป่วย เขาน่าสงสารมากค่ะ คิดว่าถ้าหนูเป็นเขา ต้องมาอยู่รวมกับคนอื่น จากพ่อจาก แม่มา หนูคงเหงาและกลัวมาก คนไข้ยิ้มให้หนูแบบเศร้า หนูถามคนไข้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกหนูว่าอยากกลับ บ้านคิดถึงแม่ น่าสงสารมากค่ะ แต่พี่พยาบาลที่ดูแลก็ใจดีนะคะ ใจเย็นมากเวลาดูแลคนไข้ ก็มีบางคนเหมือนกันค่ะ ที่พูดเสียงดัง ตวาด ตะคอก คนไข้ หนูรู้สึกไม่ดีเลย ต่อไปถ้าหนูทำงานเป็นแพทย์แผนไทย และต้องดูแลคนไข้ เหล่านี้ หนูจะใจเย็น และให้บริการต่อเขาอย่างดีที่สุด เพราะเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน ”


Page | 22 การสะท้อนคิดจากความคิดเดิม และหลังจากการเห็นความจริง แล้วให้กลับมาดูวิธีการคิดและสิ่งที่เคยปฏิบัติ ของตนเอง การทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เน้นให้ผู้เรียนมองเห็นความคิดและมุมมองของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ชี้ ให้ผู้เรียนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของความคิดของตนเองที่เปลี่ยนแปลงไปเกิดจากสาเหตุใด และสามารถนำมา พัฒนาการคิดในการมองผู้รับบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร ซึ่งผู้สอนสามารถเชื่อมโยงประเด็นเหล่านี้ได้ กับฐานความคิดเดิมและการเปลี่ยนแปลงความคิดของนักศึกษา 4. การวางแผนและดำเนินการโครงการ บริการวิชาการ การบูรณาการการจัดการเรียนการสอนเข้ากับการบริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมนั้นสามารถ ดำเนินควบคู่ไปด้วยกันซึ่งกระบวนการดำเนินการของโครงการที่นักศึกษาได้เป็นผู้กระทำผ่านกระบวนการคิด การ ทำงาน ร่วมกัน จะนำไปสู่การพัฒนาตนเองไปสู่การให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ซึ่งในรายวิชาสุขภาพจิตสำหรับ การแพทย์แผนไทย ได้มีการให้นักศึกษาวางแผนการปฏิบัติงาน วิธีการจัดการเรียนการสอน มอบหมายงานการบริการวิชาการบูรณาการกับโครงการบูรณาการการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมกับพันธกิจ ของวิทยาลัย เพื่อสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อชุมชน โดยบูรณาการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม งานด้านการแพทย์ แผนไทย การดำเนินงานพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม การสร้างเสริมสุขภาพจิต ฝึกการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย ความมีจิต อาสาพร้อมใช้การรักษาวัฒนธรรมการใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ณ พื้นที่ชุมชนเลือกสรร จังหวัดยะลา เพื่อนำ ข้อมูลและประสบการณ์ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอสะท้อนคิดหน้าชั้นเรียน โดยแบ่งการดำเนินการวางแผนการ จัดทำโครงการเป็น 3 ลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นการรวบรวมข้อมูล มอบหมายให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเรียนรู้จากผู้รับบริการซึ่งนักศึกษาสนใจในการดูแลช่วยเหลือ และสร้าง เสริมสุขภาพจิตในพื้นที่ชุมชนที่เลือกสรร ในประเด็นเกี่ยวกับ 1) ข้อมูลสภาพจริง บริบทการดำรงชีพของผู้รับบริการในชุมชน และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย 2) การประสานงานกับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3) ประเด็นการป้องกันความเสี่ยง ความเป็นไปได้จากผลสัมฤทธิ์ของการจัดทำโครงการ 2. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนการดำเนินงาน มอบหมายให้ผู้เรียนนำข้อมูลที่รวบรวมได้ในขั้นตอนที่ 1 มาวิเคราะห์เพื่อค้นหาปัญหาด้านต่างๆของ ผู้รับบริการกลุ่มเป้าหมาย ระบุและเรียงลำดับความสำคัญของปัญหา วางแผนการส่งเสริมสุขภาพจิตโดยการบูรณาการ เข้ากับการบริการวิชาการและการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ผู้สอนให้คำแนะนำที่


Page | 23 สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทสภาพของผู้รับบริการกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้กระบวนการการดำเนินงานเพื่อสร้างเสริม สุขภาพจิต ให้ครอบคลุมครบถ้วนเพื่อการดำเนินการบูรณาการโครงการของผู้เรียน 3. ขั้นสะท้อนคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการศึกษา การดำเนินงานในโครงการบริการ วิชาการและทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ผู้สอนสะท้อนคิดให้ผู้เรียนเรียนรู้จากข้อมูลที่นำเสนอเพื่อปรับทัศนคติและ พัฒนาความคิดของผู้เรียน ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่ม ผู้เรียนกลับไปบันทึกการเรียนรู้จากกระบวนการสะท้อน คิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภาพกิจกรรม


Page | 24


1 แนวปฏิบัติการบริหารงบประมาณ 1.บทสรุปโครงการ แนวทางการปฏิบัติที่ดี เรื่อง การบริหารงบประมาณ คณะพยาบาลศาสตร@ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครปฐม ไดEดำเนินการเพื่อศึกษาแนวทาง วางแผน และสรEางองค@ความรูEที่เปKนประโยชน@ตMอการพัฒนาการ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานดEานงบประมาณ ในการไปราชการเพื่อลดความผิดพลาดและความ ลMาชEาในการเบิกจMายงบประมาณ โดยนำปQญหาที่ไดEพบจากการดำเนินงานดEานการเบิกจMายไปราชการมา ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาตามแนวทางอยMางมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยใชEกระบวนการ PDCA พบวMา มี แนวทางในการปฏิบัติงานดEานการไปราชการ มีแบบฟอร@มที่เกี่ยวขEอง มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ที่ ประชาสัมพันธ@ใชEภายในคณะพยาบาลศาสตร@โดยมีการกำติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงาน มีการ แลกเปลี่ยนและเผยแพรMองค@ความรูEสูMการปฏิบัติอยMางมีประสิทธิภาพ 2. ที่มาและความสำคัญของโครงการ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ระบุไวEใน หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 7 " ใหE มหาวิทยาลัยเปKนสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาทEองถิ่นที่เสริมสรEางพลังปQญญาของแผMนดิน ฟdeนฟูพลังการ เรียนรูE เชิดชูภูมิปQญญาของทEองถิ่น สรEางสรรค@ ศิลปวิทยา เพื่อความเจริญกEาวหนEาอยMางมั่นคงและยั่งยืนของ ปวงชน มีสMวนรMวมในการจัดการ การบำรุงรักษา การใชEประโยชน@จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลEอมอยMาง สมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค@ใหEการศึกษา สMงเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน วิจัย ใหEบริการ ทางวิชาการแกMสังคม ปรับปรุง ถMายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี ทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ผลิตครูและ สMงเสริมวิทยะฐานะครู" โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏครปฐม มีการเรียนการสอนจำนวน 5 คณะ ไดEแกM คณะครุ ศาสตร@ คณะมนุษยศาสตร@และสังคมศาสตร@ คณะวิทยาศาสตร@และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ และคณะ พยาบาลศาสตร@ โดยคณะพยาบาลศาสตร@ มี จำนวน 1 หลักสูตร มีอาจารย@ จำนวน 27 คน เจEาหนEาที่สาย สนับสนุน จำนวน 6 คน คณะพยาบาลศาสตร@ มีการดำเนินโครงการ/ กิจกรรม ตลอดจนการใหEอาจารย@ เจEาหนEาที่ ไดEไปประชุม อบรม สัมมนา เพื่อเพิ่มพูนความรูEและพัฒนาความรูEใหEทันสมัย ทั้งนี้เปKนการสนับสนุนภารกิจ 4 ดEาน ของ มหาวิทยาลัย ไดEแกM ดEานการเรียนการสอน ดEานการวิจัย ดEานการบริการวิชาการ และดEานทำนุบำรุง ศิลปะวัฒนธรรม ซึ่งการดำเนินโครงการ/ กิจกรรม การเขEารMวมประชุม อบรม สัมมนา มีความเกี่ยวขEองกับการ ใชEงบประมาณโดยตรง การดำเนินการใชEจMายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพจะชMวยลดปQญหาในการเบิกจMาย และ การใชEงบประมาณเปKนไปตามแผนที่วางไวEและจากเหตุผลดังกลMาวขEางตEน คณะพยาบาลศาสตร@ จึงไดEหาแนว ทางการบริหารงบประมาณ การเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม โดยการสรEางระบบ และ กลไก การเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม มีการนำระบบการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม ไปใชE มีการประเมินระบบฯ พรEอมทั้งนำผลการประเมินไป ปรับปรุง และพัฒนาระบบใหE


2 สามารถแกEปQญหาตMาง ๆ ที่เกิดขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานงบประมาณ โดยใชEกระบวนการ PDCA เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาตามแนวทางอยMางมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 3. วัตถุประสงค?ของโครงการ 3.1 เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงบประมาณ การเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม คณะพยาบาลศาสตร@มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3.2 เพื่อวางแผนการบริหารงบประมาณ การเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม คณะ พยาบาลศาสตร@มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3.3 เพื่อมีองค@ความรูEที่เปKนประโยชน@ตMอการพัฒนาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การ เบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม คณะพยาบาลศาสตร@มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมไดEอยMาง มีประสิทธิภาพ 4. เปBาหมายของโครงการ 4.1 กำหนดกลุMมเปlาหมาย อาจารย@คณะพยาบาลศาสตร@จำนวน 27 คน เจEาหนEาที่คณะพยาบาลศาสตร@จำนวน 6 คน และ วิทยากร 1 คน 4.2 กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการใหEสอดคลEองกับวัตถุประสงค@และกลุMมเปlาหมายของ โครงการ 1) บุคลากรของคณะพยาบาลศาสตร@มีแนวทางในการปฏิบัติงานดEานการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม ไดEอยMางมีประสิทธิภาพ 2) มีการบริหารงบประมาณ การเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม อยMางมี ประสิทธิภาพ นำไปสูMการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น 3) เกิดองค@ความรูEการพัฒนาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการการบริหารงบประมาณ การเบิกจMายคMาไป ราชการ อบรม สัมมนา และประชุม 4) มีการแลกเปลี่ยนและเผยแพรMองค@ความรูEจากผูEปฏิบัติงานกับบุคลากรภายในและภายนอก หนMวยงาน 5. การดำเนินการโครงการตามหลัก PDCA 5.1 ขั้นวางแผน (P) ขEอมูลและขEอเท็จจริงในการวางแผนโครงการที่ดำเนินการ 1) ศึกษาสภาพปQญหา ทบทวน เอกสาร แบบฟอร@ม ขEอมูลตMางๆ ของงานงบประมาณ การเบิกจMาย คMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม 2) รวบรวมขEอมูล ตามบทบาทหนEาที่ของเจEาหนEาบริหารงานทั่วไป ผูEทำหนEาที่ดูแลการเงิน งบประมาณ และอาจารย@ที่เกี่ยวขEองกับการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม เพื่อนำมา วิเคราะห@ขEอมูล 3) นำขEอมูลจากการวิเคราะห@ดำเนินการตามแผนงาน/ โครงการ/ กิจกรรม


3 5.2 ขั้นดำเนินการ (D) รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการกับกลุMมเปlาหมายและระยะเวลาที่ดำเนินการ แตMละกิจกรรม 1) มีการจัดทำแบบสำรวจความตEองการของปQญหาอุปสรรคและแนวทางพัฒนาระบบการเบิกจMายคMา ไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม ของคณะพยาบาลศาสตร@ 2) เขียนแผนการดำเนินงานจัดทำแบบฟอร@ม และผังงานการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารการ เบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม 3) มีการกำหนดบุคลากรกลุMมเปlาหมายไวEในแผนการบริหารการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม ไดEแกM อาจารย@เจEาหนEาที่คณะพยาบาลศาสตร@ 4) วิเคราะห@ขEอมูล ขEอเสนอแนะ เพื่อพัฒนาการบริหารการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม อยMางมีประสิทธิภาพ 5) เผยแพรMและแลกเปลี่ยนองค@ความรูEทั้งภายในคณะพยาบาลศาสตร@ 5.3 ขั้นติดตามประเมินผล (C) ระบุวิธีการวัดและการประเมินและผลการประเมิน ผูEเกี่ยวขEองใชEเอกสาร แบบฟอร@มการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม ของคณะพยาบาลศาสตร@ โดยมีการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และรายงานผล 5.4 ขั้นปรับปรุง (A) สรุปจากผลการประเมินวMาจะนำไปปรับปรุงในประเด็นใด ปรับปรุงอยMางไร โดยทำ การประเมินผลการใชEเอกสารการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม สำหรับผูEปฏิบัติงาน การเงิน และผูEเกี่ยวขEอง เพื่อนำผลที่ไดEมาปรับปรุงและพัฒนา 6. ผลการดำเนินงาน 1) บุคลากร คณะพยาบาลศาสตร@มหาวิทยาลัยราชภัฏ ประกอบดEวย อาจารย@จำนวน 27 คน เจEาหนEาที่ จำนวน 6 คน และวิทยากร จำนวน 1 คน 2) บุคลากรของคณะพยาบาลศาสตร@มีแนวทางในการปฏิบัติงานดEานบริหารการเบิกจMายคMาไป ราชการ อบรม สัมมนา และประชุม มีขั้นตอน แบบฟอร@มที่ประกาศใชEภายในคณะพยาบาลศาสตร@เพื่อการ ปฏิบัติงานที่ชัดเจนอยMางมีประสิทธิภาพ โดยมีการกำติดตาม ประเมินผล การปฏิบัติงานประจำทุกเดือน 3) คณะพยาบาลศาสตร@มีผังการบริหารการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม เพื่อ ใชEในการปฏิบัติงานใหEมีประสิทธิภาพ นำไปสูMการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น 4) บุคลากรหนMวยงานอื่นๆ ภายในมหาวิทยาลัย (วิทยากร) มาแลกเปลี่ยนและเผยแพรMองค@ความรูE จากการปฏิบัติงานกับบุคลากรภายในคณะพยาบาลศาสตร@เกี่ยวกับการบริหารการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา 7. ขPอปQจจัยเกื้อหนุนใหPเกิดความสำเร็จ 7.1 มีการวางแผนและกำหนดเปlาหมายของการดำเนินงานไวEอยMางชัดเจน 7.2 มีการกำหนดนโยบายการสMงเสริมและสนับสนุนจากผูEบริหารลงสูMผูEปฏิบัติงานอยMางจริงจังและ ชัดเจน


4 7.3 มีการกำหนดทิศทางการปฏิบัติงานในทุกระดับใหEมุMงไปในทิศทางเดียวกัน มีความชัดเจนและ สามารถนำมาปฏิบัติไดEจริง 7.4 มีการปฏิบัติงานภายใตEระเบียบคMาใชEจMายในการเดินทางไปราชการ 7.5 มีการสรEางกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรูE จากผูEปฏิบัติงานดEานงบประมาณสูMบุคลากรภายในคณะ พยาบาลศาสตร@ 7.6 มีชMองทางในการติดสื่อสาร เพื่อชี้แจงและทำความเขEาใจในทิศทางเดียวกัน 7.7 มีการเรียนรูEรMวมกัน แกEไขปQญหารMวมกัน มีการถMายทอดองค@ความรูEที่เปKนประโยชน@และสามารถ นำไปใชEประโยชน@ไดEจริง 8. แนวทางที่พัฒนาในอนาคต 8.1 มีการปรับปรุงแกEไขแผนการบริหารการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม ใหEมี ความถูกตEอง ชัดเจน และเปKนปQจจุบัน 8.2 ใชEเทคโนโลยี และโปรแกรมสำเร็จรูปมาใชEในการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 8.3 มีการจัดทำคูMมือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแผนการบริหารการเบิกจMายคMาไปราชการ อบรม สัมมนา และประชุม เผยแพรMหนMวยงานภายในของมหาวิทยาลัยทราบ 8.4 มีการปรับปรุงและแกEไของค@ความรูEที่เกี่ยวขEองกับการจัดการความรูEในดEานตMางๆอยMางตMอเนื่อง 8.5 ประชาสัมพันธ@ใหEบุคคลากรไดEทบทวน ขEอบังคับ/กฎระเบียบที่เกี่ยวขEองกับการเบิกจMายคMาไป ราชการ อบรม สัมมนา และประชุม อยMางตMอเนื่อง 9. เขียนผังงาน (flowchart) ที่อธิบายกระบวนการดำเนินงานที่ดีเปKนมาตรฐานสามารถปฏิบัติตามไดE


5


6


7


8 10. ภาคผนวก (ภาพกิจกรรมการประชุมแลกเปลี่ยน)


9


Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ: การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (Simulation Based of Learning) ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ MS-KARUN Model for Simulation Based of Learning 2. ชื่อหน่วยงาน ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 3. คณะท างาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปองพล คงสมาน อาจารย์กาญจนา กิริยางาม อาจารย์วิทย์กวินท์ วรกิตติจรูญ อาจารย์นภาพรรณ ธงสังเทียะ อาจารย์รัตนาวดีจันทร์ธรรม อาจารย์อุษณียาภรณ์พลยุทธ อาจารย์ณิชนันท์ พันธ์เสถียร


Page | 2 4. บทสรุปโครงการ แนวปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (Simulation Based of Learning) ของ ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เกิดจากประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ ฯ อย่างต่อเนื่องตลอด 6 ปี จนค้นพบ ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ฯ เพื่อน าไปสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ความพึงพอใจของนักศึกษา และอาจารย์ที่ดีขึ้น จึงได้มีการใช้กระบวนการ PDCA ในการพัฒนาเป็นแนวปฏิบัติที่ดี ที่ตอบสมองต่อ ประเด็นท้าทายที่ได้ค้นพบ จนได้แนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง MS-KARUN model และคู่มือการจัดการเรียนรู้ ฯ ซึ่งประกอบไปด้วย 1) M: Major Concepts เป็น การเลือกพัฒนาหัวข้อที่มีความส าคัญ 2) S: Special Concerns เป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาให้มีความพิเศษ 3) K: Keenness เป็นการกระตือรือร้นในการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ 4) A: Assignment เป็นการ มอบหมายผู้รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ อย่างชัดเจน 5) R: Responsibility เป็นการรับผิดชอบต่อหน้าที่ตามที่ ได้รับมอบหมาย 6) U: Ultimate goal เป็นการมุ่งเน้นสู่ความส าเร็จ และ 7) N: Nurture เป็นการแสดง ความเอื้ออาทรต่อกันของอาจารย์กับนักศึกษา ซึ่งล้อไปตามค่านิยม KARUN ของคณะ ฯ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึง บริบทที่โดดเด่นในการพัฒนาบัณฑิตพยาบาลที่ให้การพยาบาลสุขภาพคนเมืองได้อย่างเชี่ยวชาญ และ เอื้ออาทร


Page | 3 5. ที่มาและความส าคัญของโครงการ การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (Simulation Based of Learning) เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์แทน สถานการณ์จริง ช่วยพัฒนาทักษะการพยาบาล การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ท้ายที่สุดจะส่งผลให้เกิดความปลอดภัยในการให้การพยาบาลต่อผู้รับบริการ ผู้ปฏิบัติงาน และสังคม ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช ได้มีการด าเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงในตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ในรายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ 1 เรื่อง การพยาบาลผู้ที่มีภาวะไส้ติ่งอักเสบ และรายวิชา ปฏิบัติการพยาบาล ผู้ใหญ่ 1 เรื่อง การพยาบาลผู้ที่ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ซึ่งได้รับความพึงพอใจจากนักศึกษา เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองในรูปแบบใหม่ ทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทั้งในฐานะผู้แสดง และผู้ชมอย่างตั้งใจ รวมทั้งช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ จึงเกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพิ่มมากขึ้น และในปัจจุบันภาควิชาฯ มีชุดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงครอบคลุม ทุกรายวิชาที่รับผิดชอบทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจ านวน 15 เรื่อง ประสบการณ์ตลอดระยะกว่า 7 ปี ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงของ ภาควิชาฯ น าไปสู่ข้อค้นพบความท้าทายในการพัฒนา 3 ประเด็น ได้แก่1) อาจารย์ขาดสมรรถนะ 2) นักศึกษา ขาดการเตรียมความพร้อม และ 3) ข้อจ ากัดด้านจ านวนคน (อาจารย์) เวลา (ตามหน่วยกิจ) สถานที่ และ อุปกรณ์ จึงท าให้คณะท างานสนในพัฒนาแนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง โดยใช้กระบวนการ PDCA เพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติ ฯ ที่สอดคล้องกับบริบทที่เป็นจริง เพื่อสนับสนุนให้เกิด ผลลัพธ์การเรียนรู้ความพึงพอใจของนักศึกษา และอาจารย์ที่ดีขึ้น 6. วัตถุประสงค์ 6.1 เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 6.2 เพื่อประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ความพึงพอใจของนักศึกษา และอาจารย์ในการใช้แนวปฏิบัติ


Page | 4 7.แนวปฏิบัติที่ดีตามกระบวนการ PDCA 7.1 Plan (การวางแผน) 7.1.1 วางแผนการพัฒนาสมรรถนะของอาจารย์ - จัดตั้งคณะท างานพัฒนาแนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลอง เสมือนจริงของสถานการณ์ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คู่มือ แนวปฏิบัติ โครงร่างเอกสารแสดงรายชื่อ อาจารย์ผู้รับผิดชอบและอาจารย์พี่เลี้ยง โครงร่างแผนการจัดการเรียนรู้และแบบประเมิน (ส าหรับอาจารย์) โครงร่างใบมอบหมายงาน (ส าหรับนักศึกษา) และโครงร่างใบจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ (ส าหรับเลขา ภาควิชา ฯ และเจ้าหน้าที่ประจ าศูนย์การเรียนรู้) - จัดตั้งอาจารย์ผู้รับผิดชอบการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ฯ ให้สอดคล้องกับ PLO, CLO & RDU ตามที่ มคอ.3/4 ที่ก าหนดไว้ - จัดระบบอาจารย์พี่เลี้ยงส าหรับการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ต้นแบบ และ ผู้ประเมิน - จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ ฯ - จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนรู้ ฯ 7.1.2 วางแผนการพัฒนาความพร้อมของนักศึกษา - จัดปฏิทินการมอบหมายงาน - จัดตารางใช้ห้องสถานการณ์จ าลองส าหรับฝึกทักษะการพยาบาลด้วยตนเอง - จัดรวบรวมแหล่งข้อมูลส าหรับให้นักศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง 7.1.3 วางแผนการจัดสรรคน (อาจารย์) เวลา (ตามหน่วยกิจ) สถานที่ และอุปกรณ์ - ส ารวจจ านวนอาจารย์ผู้ร่วมสอนที่สามารถเข้าร่วมการจัดการเรียนรู้ ฯ - ส ารวจช่วงเวลาที่เหมาะสมส าหรับการจัดการเรียนรู้ ฯ (ก่อนพักเที่ยง หรือก่อน เลิกเรียน) - ส ารวจสถานที่ และออกแบบการตกแต่งสถานที่ให้เหมาะสมส าหรับการจัด การเรียนรู้ ฯ - ส ารวจความพร้อมใช้ของอุปกรณ์ ออกแบบการรายการส าหรับจัดเตรียมอุปกรณ์ ออกแบบระบบการดูจัดเก็บและบ ารุงรักษาอุปกรณ์ - ส ารวจความต้องการใช้งบประมาณ ออกแบบแผนงานด้านสถานที่ และอุปกรณ์


Page | 5 7.2 Do (การปฏิบัติ) 7.2.1 การพัฒนาสมรรถนะของอาจารย์ - อาจารย์ผู้รับผิดชอบจัดท าแบบแผนการจัดการเรียนรู้ ฯ (Draft 0) ภายใต้ ค าแนะน าของอาจารย์พี่เลี้ยง ให้สอดคล้องกับ PLO, CLO & RDU ตามที่ มคอ.3/4 ที่ก าหนดไว้ โดยค านึงถึง ข้อจ ากัดด้านจ านวนคน (อาจารย์) เวลา (ตามหน่วยกิจ) สถานที่ และอุปกรณ์ - อาจารย์ผู้รับผิดชอบน าแผนการจัดการเรียนรู้ ฯ ไปทดลองสอน (Alpha test) โดยมีอาจารย์พี่เลี้ยงประเมินการทดลองสอน - อาจารย์ผู้รับผิดชอบน าแผนการจัดการเรียนรู้ ฯ (Draft Alpha) ส่งเอกสารให้ อาจารย์ผู้ร่วมสอนศึกษาด้วยตนเอง - อาจารย์ผู้รับผิดชอบ และอาจารย์ผู้ร่วมสอนน าแผนการจัดการเรียนรู้ ฯ ไปทดลอง สอน (Beta test) โดยมีอาจารย์พี่เลี้ยงประเมินการทดลองสอน และอาจารย์ที่สนใจเข้าร่วมรับชม - อาจารย์ผู้รับผิดชอบน าแผนการจัดการเรียนรู้ ฯ (Draft Beta) ส่งเอกสารให้ อาจารย์ผู้ร่วมสอน 7.2.2 การพัฒนาความพร้อมของนักศึกษา - อาจารย์ผู้รับผิดชอบชี้แจงการจัดการเรียนรู้ฯ และแจ้งก าหนดการ ในวันปฐมนิเทศ รายวิชา - อาจารย์ผู้รับผิดชอบส่งใบมอบหมายงาน ช่องทางในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และช่องทางการติดต่ออาจารย์ประจ ากลุ่ม ผ่านทาง Google classroom และ Line group ผู้ประสาน รายวิชา อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันตามก าหนดการ - อาจารย์ผู้รับผิดชอบอ านวยความสะดวก และกระตุ้นให้เข้าใช้ห้องสถานการณ์ จ าลองส าหรับฝึกทักษะการพยาบาลด้วยตนเอง 7.2.3 การจัดสรรคน (อาจารย์) เวลา (ตามหน่วยกิจ) สถานที่ และอุปกรณ์ - อาจารย์ผู้รับผิดชอบจัดกลุ่มย่อยให้จ านวนอาจารย์ต่อนักศึกษาอยู่ที่ 1 : 8-12 - อาจารย์ผู้รับผิดชอบออกแบบขั้นตอนการด าเนินการจัดการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่ก าหนดใน มคอ.3/4 - อาจารย์ผู้รับผิดชอบส่งใบจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ อย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อน วันตามก าหนดการ - อาจารย์ผู้รับผิดชอบส่งแผนงานการจัดซื้อจัดจ้าง และการยืมคืนด้านสถานที่และ อุปกรณ์ ตามก าหนดเวลาของคณะฯ


Page | 6 7.3 Check (การตรวจสอบ) 7.3.1 การพัฒนาสมรรถนะของอาจารย์ - อาจารย์ผู้รับผิดชอบ และอาจารย์ผู้ร่วมสอนประเมินสมรรถนะด้วยตนเอง - อาจารย์พี่เลี้ยงประเมินการสอนผ่าน VDO แล้วให้ข้อเสนอแนะในภาพรวม 7.3.2 การพัฒนาความพร้อมของนักศึกษา - อาจารย์ผู้รับผิดชอบติดตามการติดต่ออาจารย์ประจ ากลุ่ม และการฝึกทักษะ การพยาบาลด้วยตนเอง - อาจารย์ผู้รับผิดชอบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ และความพึงพอใจของนักศึกษา 7.3.3 การจัดสรรคน (อาจารย์) เวลา (ตามหน่วยกิจ) สถานที่ และอุปกรณ์ - อาจารย์ผู้รับผิดชอบติดตามความพร้อมของสถานที่และอุปกรณ์ 7.4 Action (การปรับปรุง) 7.4.1 น าแนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง MS-KARUN model และคู่มือการจัดการเรียนรู้ ฯ ไปใช้ต่อเนื่องในภาควิชา ฯ - M: Major Concepts เป็นการเลือกพัฒนาหัวข้อที่มีความส าคัญ พบได้บ่อย ส่งเสริมสมรรถนะการพยาบาล - S: Special Concerns เป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาให้มีความพิเศษ น่าสนใจ เช่น ศาสตร์เขตเมือง หรือบูรณากับความสนใจพิเศษ เช่น การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Uses: RDU) และค านึงถึงข้อจ ากัดเฉพาะ เช่น คน (อาจารย์) เวลา (ตามหน่วยกิจ) สถานที่ และอุปกรณ์ - K: Keenness เป็นการกระตือรือร้นในการพัฒนาสมรรถนะของอาจารย์ประจ า ภาควิชาฯ ตามระบบอย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง ได้แก่ 1) ด้านความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ฯ 2) ด้านการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ฯ 3) ด้านการออกแบบการวัดและประเมินผล 4) ด้านการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ 5) ด้านเทคนิคการสอน 6) ด้านเทคนิคการวัดและประเมินผล


Page | 7 - A: Assignment เป็นการมอบหมายผู้รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ อย่างชัดเจน ได้แก่ 1) อาจารย์ แบ่งออกเป็น อาจารย์พี่เลี้ยง, อาจารย์ผู้รับผิดชอบแผน การจัดการเรียนรู้, อาจารย์ผู้ร่วมสอน, อาจารย์ผู้สนใจ 2) นักศึกษา แบ่งออกเป็น ผู้แสดง, ผู้ชมอย่างตั้งใจ 3) ฝ่ายสนับสนุน - R: Responsibility เป็นการรับผิดชอบต่อหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย - U: Ultimate goal เป็นการมุ่งเน้นสู่ความส าเร็จ โดยด าเนินตามแผนการ จัดการเรียรู้ฯ ให้บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ตามแผนการจัดการเรียนรู้ฯ และส่งเสริมสนับสนุนให้เกิด ผลลัพธ์การเรียนรู้ ความพึงพอใจของนักศึกษา และอาจารย์ที่ดีขึ้น - N: Nurture เป็นการแสดงความเอื้ออาทรต่อกันของอาจารย์กับนักศึกษา เนื่องจากการจัดการเรียนรู้ฯ ต้องการสร้างประสบการณ์ที่เป็นบวกให้แก่นักศึกษา เพื่อให้นักศึกษารู้สึกมั่นใจ ในตนเอง เมื่อปฏิบัติกับผู้ป่วยจริงจะได้ลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด จึงต้องอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่าง อาจารย์กับนักศึกษาที่ดี ซึ่งจะน าไปสู่แรงจูงใจใฝ่รู้ในการพัฒนาตนเอง และช่วยให้นักศึกษาสะท้อนข้อมูลและ ความต้องการที่เป็นจริง อันเป็นประโยชน์ส าคัญต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ฯ และสมรรถนะของอาจารย์ ต่อไป 7.4.2 เผยแพร่แนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง MS-KARUN model และคู่มือการจัดการเรียนรู้ ฯ ภายในคณะ ฯ และผู้ที่สนใจ


Page | 8 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 8.1 น าไปสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ ความพึงพอใจของนักศึกษา และอาจารย์ที่ดีขึ้น 8.2 ท าให้เกิดแนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง MS-KARUN model และคู่มือการจัดการเรียนรู้ฯ ไปใช้ต่อเนื่องในภาควิชา ฯ 8.3 อาจน าไปสู่การพัฒนาเป็นแนวปฏิบัติและคู่มือการจัดการเรียนรู้ฯ ประจ าคณะ ฯ 8.4 ท าเกิดเกิดความหลากหลายของแผนการจัดการเรียนรู้ ฯ 9. ปัจจัยแห่งความส าเร็จ 9.1 อาจารย์ อาจารย์ในภาควิชา ฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนานักศึกษาให้เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ สูงสุด อาจาราย์จึงให้ความร่วมมือในการปรับใช้นวัตกรรมการเรียนรู้อย่างสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (Simulation) กระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองเพื่อให้เกิดสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จ าลองเสมือนจริง เป็นการรับผิดชอบต่อหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย เอื้ออาทรในการสอน รับฟังข้อคิดเห็น แล้วน าไปพัฒนา เพื่อมุ่งสู่ความส าเร็จสูงสุด คือ ผลลัพธ์การเรียนรู้ ความพึงพอใจของนักศึกษา และอาจารย์ที่ เป็นเลิศ 9.2 นักศึกษา มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองในสมเป็นบัณฑิตตามผลลัพธ์การเรียนรู้ ฯ และ คุณลักษณะอังพึงประสงค์ของคณะ ฯ จึงให้ความร่วมมือในการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง กระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์การเรียนรู้เป็นการรับผิดชอบต่อหน้าที่ ตามที่ได้รับมอบหมาย เอื้ออาทรต่ออาจารย์กล้าที่จะให้ข้อคิดเห็นในเชิงบวกส าหรับน าไปพัฒนา เพื่อมุ่งสู่ ความส าเร็จสูงสุด คือ ผลลัพธ์การเรียนรู้ ความพึงพอใจของนักศึกษา และอาจารย์ที่เป็นเลิศ 9.3 ผู้บริหาร ได้วางการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (Simulation Based of Learning) ให้เป็นนวัตกรรมการสอนส าคัญ ของ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมิน ทราธิราช จึงได้อ านวยความสะดวกด้วยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในการบริหารสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึง วางช่องทางในการประสานยืมใช้สถานที่และอุปกรณ์กับส่วนงานภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงภายนอก มหาวิทยาลัย โดยมีเลขาภาควิชา ฯ เป็นส่วนเชื่อมการอ านวยความสะดวก อีกทั้งยังมีการจัดเวทีวิชาการให้ได้ มีการแสดงผลงานด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงอย่าง Best Simulation Awards ซึ่งจัดต่อเนื่องถึง 4 ปี เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์ภายในคณะ ฯ ทุกท่าน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและ กัน ร่วมกับอาจารย์จากภายนอก


Page | 9 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข 10.1 งบประมาณ เนื่องจากความเสมือนจริง คือส่วนส าคัญของการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จ าลองเสมือนจริง (Simulation Based of Learning) ซึ่งในส่วนต้องนี้ใช้งบประมาณจ านวนมากทั้งการสั่งซื้อ ของใหม่ ซ่อมแซม ดูแลของเก่าให้คงอยู่ได้นานที่สุด จึงต้องอาศัยการวางแผนด้านงบประมาณเป็นอย่างดี 10.2 สถานที่ เนื่องจากปัจจุบันคณะ ฯ อยู่ในระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ ร่วมกับการมีการทับซ้อนกัน กับช่วงเวลาของรายวิชาต่าง ๆ จึงท าให้มีสถานที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงต้องอาศัยแผนการใช้สถานที่ ที่ชัดเจน 11. แนวทางในการจัดการความรู้ 11.1 ติดตามผลลัพธ์การเรียนรู้ ความพึงพอใจของนักศึกษา และอาจารย์ในการใช้แนวปฏิบัติ การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง MS-KARUN model และคู่มือการจัดการเรียนรู้ ฯ เพื่อ เติมเต็มองค์ความรู้ให้สมบูรณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุด 11.2 จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนภายในคณะ ฯ ภายในมหาวิทยาลัย และกับหน่วยงานภายนอก มหาวิทยาลัย 11.3 เผยแพร่องค์ความรู้ทั้งในลักษณะผลงาน บทความวิชาการ และน าเข้าสู่กระบวนการวิจัย เพื่อน า เป็นข้อมูลอ้างอิงส าหรับผู้สนใจต่อไป


Click to View FlipBook Version